คอนโด – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 04 Dec 2025 11:50:46 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 SCOPE ชูแนวคิดผู้พัฒนาอสังหา Ultra Luxury ที่เข้าใจ Well-Being Living และออกแบบที่อยู่อาศัยเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีในทุกมิติ https://thestandard.co/life/scope-ultra-luxury-well-being-living/ Mon, 08 Dec 2025 04:00:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1150318

แนวคิดด้าน Longevity และ Well-Being กลายเป็นที่พูดถึงอย […]

The post SCOPE ชูแนวคิดผู้พัฒนาอสังหา Ultra Luxury ที่เข้าใจ Well-Being Living และออกแบบที่อยู่อาศัยเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีในทุกมิติ appeared first on THE STANDARD.

]]>

แนวคิดด้าน Longevity และ Well-Being กลายเป็นที่พูดถึงอย่างแพร่หลายในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ผู้บริโภคทุกเซกเมนต์ตื่นตัว หันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพ และความเป็นอยู่อย่างยั่งยืนมากกว่าที่เคย

 

ผลที่ตามมาจึงทำให้แบรนด์ในแทบจะเกือบทุกอุตสาหกรรมปรับตัวสอดรับเทรนด์ดังกล่าวกันอย่างรวดเร็ว เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการให้ตอบสนองกับความต้องการของตลาดได้อย่างทันท่วงที

 

เมื่อทุกแบรนด์จับเทรนด์เก่งในจังหวะที่เท่าๆ กัน จุดชี้วัดในปลายทางของแบรนด์ที่จะชนะในตลาดได้ก็คือ ใคร ‘เข้าใจ’ แนวคิดเรื่อง Longevity หรือ Well-Being ได้ถึงแก่นมากที่สุด และสามารถนำมาหยอดผสานเบลนด์ลงไปกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของตนเองได้อย่างถูกจุด น่าสนใจ และสามารถตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ

 

SCOPE คือหนึ่งใน Dev โครงการอสังหาริมทรัพย์ไม่กี่รายที่จับตลาดระดับ Ultra Luxury พร้อมๆ กันกับการตอบโจทย์แนวคิด Well-Being ด้วยความตั้งใจที่จะมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่พิถีพิถันและแตกต่าง ด้วยความเป็นอยู่ที่ดีในทุกองค์ประกอบและทุกมิติอย่างแท้จริง

 

โครงการอสังหาฯ ของ SCOPE จึงไม่เพียงแต่ตั้งอยู่บนทำเลทองที่เดินทางได้อย่างสะดวกสบาย มีความโดดเด่น แตกต่าง หรูหรา หรือมีการบริการ สิ่งอำนวยความสะดวก ส่วนกลางที่พร้อมสรรพเท่านั้น หากแต่ทุกองค์ประกอบของ SCOPE ต่างหากที่ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นจากแนวคิด Well-Being แทบทั้งสิ้น และทำให้พวกเขา แตกต่างจากทุก Dev อสังหาฯ ในท้องตลาด

 

 

ผสาน Well-Being เข้ากับปรัชญา Think Sharp, Live Distinct เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ช่วยให้ลูกบ้าน ผู้อยู่อาศัยมีความเป็นอยู่ที่ดีรอบด้าน

 

สำหรับ SCOPE พวกเขาวางแนวคิด Well-Being เป็นแนวคิดหลักในการออกแบบโครงการทั้งหมดของตัวเอง เพื่อสร้างพื้นที่อยู่อาศัยที่ไม่ได้โดดเด่นเฉพาะความสวยงาม แต่คงคุณค่าความเป็นอยู่ที่ดีในระดับที่จับต้องได้จริง

 

ผนวกรวมเข้ากับปรัชญา Think Sharp, Live Distinct ของ SCOPE ที่พวกเขาเชื่อว่าที่อยู่อาศัยที่ดีต้องมีระบบนิเวศที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตในทุกมิติ ทั้งด้านกาย ใจ และสังคม

 

ผลที่ตามมาจึงทำให้ในทุกโครงการของ SCOPE มีองค์ประกอบทุกอย่างที่ตอบโจทย์ Well-Being ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้าง, แปลนห้อง, การออกแบบแสง, การคำนึงถึงไหลเวียนอากาศ, การพัฒนาระบบลดเสียงรบกวน หรือแม้แต่วัสดุที่ให้สัมผัสสงบ ไปจนถึงบริการที่ช่วยลดภาระในชีวิตประจำวัน

 

ทุกองค์ประกอบล้วนถูกออกแบบให้ประสานการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างความสงบลึก และความสะดวกสบายที่เป็นแก่นของความเป็นอยู่ที่ดีในแบบฉบับของ SCOPE

 

ความพิถีพิถันนี้ยังเกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น KPF, Thomas Juul-Hansen, Ligne Roset, Siematic, Gaggenau, Sub-Zero, Lema, etc. ซึ่งดีไซน์เนอร์หรือพาร์ทเนอร์ทุกรายไม่เพียงแต่มีมาตรฐานระดับสากลแล้ว แต่ยังมีจุดร่วมที่ตอบโจทย์ในปรัชญา Well-Being เหมือนๆ กัน

 

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเมื่อประกอบรวมร่างกันแล้ว จึงทำให้โครงการของ SCOPE ในทุกโครงการช่วยให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกถึงความสงบ สบาย และคุณภาพชีวิตที่แท้จริงในทุกวัน และสำคัญที่สุดคือการได้มี ‘ความเป็นอยู่ที่ดี’ ในมิติที่สอดคล้องกัทุกจังหวะชีวิต ไลฟ์สไตล์ และบริบทของแต่ละทำเลได้อย่างกลมกลืน

 

 

SCOPE Langsuan: Urban Serenity ความสงบใจกลางเมืองบนที่ดินฟรีโฮลด์ที่หาไม่ได้อีกแล้ว

 

SCOPE Langsuan ถ่ายทอดคุณภาพชีวิตผ่านแนวคิด ‘ความสงบกลางเมือง’ ซึ่งถือเป็นแก่นแท้ของ Well-Being ที่ยากจะเกิดขึ้นในทำเลเพลินจิต-หลังสวน

 

โดดเด่นด้วยการออกแบบตัวอาคารที่ยึดแสงธรรมชาติเป็นหัวใจสำคัญที่หล่อหลอมทุกจังหวะชีวิตให้ลงตัวได้อย่าง แนบเนียน วัสดุภายในสะท้อนโทนอุ่นละมุน และโครงสร้างกระจก IGU ที่หนาถึง 33 มิลลิเมตร ก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยแยกความวุ่นวายเร่งเร้าจากโลกภายนอกออกจาก Mindfulness Space ของห้องชุด SCOPE Langsuan โดยสิ้นเชิง

 

 

การได้ใช้ชีวิตอยู่ใน SCOPE Langsuan จึงทำให้คุณได้พักผ่อนบนทำเล CBD ด้วยความสงบที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกายหรือจิตใจ

 

ที่สำคัญองค์ประกอบอื่นก็ล้วนถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ Well-Being ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ส่วนกลางที่มีฟีเจอร์พื้นที่สระว่ายน้ำ ระบบ fresh water ห้องสปาส่วนตัวที่ออกแบบเพื่อการฟื้นฟู ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนเติมเต็มที่ช่วยยกระดับสุขภาวะทั้งกายและใจอย่างสมบูรณ์

 

 

SCOPE Promsri: Compact Calm ความสงบกระชับสำหรับชีวิตเมืองรุ่นใหม่

 

ขณะที่ Well-Being ของ SCOPE Promsri เกิดจากความกลมกล่อมของพื้นที่กระชับที่ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อคนเมืองที่ต้องการความคล่องตัวโดยไม่ลดทอนคุณภาพชีวิต

 

เฟอร์นิเจอร์สัญชาติฝรั่งเศสจาก Ligne Roset กลายเป็นอีกหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่นเป็นธรรมชาติ

 

 

ทั้งยังไม่ลืมที่จะใส่ใจในการเลือกสรรวัสดุเพื่อกันเสียงและการควบคุมแสงเพื่อช่วยให้ผู้อยู่อาศัยได้พักผ่อนบน Personal Space ของตัวเองได้อย่างไร้ข้อจำกัด

 

ทั้งหมดนี้จึงเป็นองค์ประกอบที่ล้วนขับให้ Promsri สามารถนำเสนอความสงบในจังหวะชีวิตที่กระชับแต่ครบถ้วน เหมาะกับผู้พักอาศัยที่มองหาความเอาใจใส่ในดีเทลเล็กๆ ที่ทำให้ทุกวัน ‘เบาลง และนิ่งขึ้น’ ได้อย่างแท้จริง

 

 

SCOPE Thonglor: Private Harmony ความสงบลึกซึ้งในพื้นที่ที่ออกแบบเพื่อคุณเท่านั้น

 

ปิดท้ายด้วย SCOPE Thonglor Well-Being โครงการที่ถูกยกระดับในมิติของความเป็นส่วนตัวให้ลึกขึ้น ทั้งจากจำนวนยูนิตที่จำกัดเพียง 18 ยูนิต วัสดุระดับสากล และบริการเฉพาะบุคคลที่ช่วยลดภาระในชีวิตประจำวัน

 

โดยการออกแบบล้วนแล้วแต่มุ่งสร้างสภาวะที่นิ่ง สงบ และเรียบร้อยอย่างต่อเนื่อง พื้นที่ส่วนกลางถูกจัดวางอย่างเป็นสัดส่วนสำหรับการใช้งานแบบเป็นส่วนตัว รวมถึงไม่ให้รบกวนความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัยในแต่ละยูนิต เพื่อความเป็นอิสระและความสงบ

 

ทั้งยังแตกต่างด้วยประสบการณ์การอยู่อาศัยตั้งแต่เช้าถึงค่ำที่ถูกสนับสนุนด้วยบริการ Tailored ที่เข้ามาเติมเต็มสุขภาวะด้านใจอย่างแท้จริง การอยู่ที่นี่จึงเป็น Well-Being ในรูปแบบที่ ‘เงียบ ลึก และเป็นของคุณเท่านั้น’

 

 

แม้ทั้งสามโครงการจะมีบุคลิกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่สิ่งหนึ่งที่ผูกทุกโครงการไว้ด้วยกันคือ ‘การคัดสรร’ ซึ่งเป็นศิลปะการทำงานของ SCOPE ผ่านองค์ประกอบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแสงไฟ ผิวสัมผัสของวัสดุ เฟอร์นิเจอร์ที่รับกับสรีระ หรือบริการที่ช่วยบริหารเวลา

 

ทั้งหมดล้วนถูกคัดเลือกด้วยคำถามเดียวว่า “สิ่งนี้ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยดีขึ้นจริงหรือไม่?” และหากคำตอบคือใช่ สิ่งนั้นจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของ SCOPE Collection อย่างไม่ต้องลังเล

 

ด้วยแนวคิดที่เน้นสุขภาวะในทุกมิติ SCOPE ยังคงเดินหน้าพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้ตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ โดยยึดมั่นว่า ความหรูหราที่แท้จริงคือ “ความสงบที่รับรู้ได้ ความสบายที่สัมผัสได้ และคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนในทุกวัน” มากกว่าความสวยงามเฉพาะสายตา

 

และสิ่งเหล่านี้นี่เองที่ทำให้ปรัชญา Well-Being ของ SCOPE สอดรับประสานเข้ากันกับอสังหาฯ ของพวกเขาได้อย่างลงตัว และช่วยให้ทุกชีวิตสามารถอยู่อาศัยพร้อมๆ กับการมีสุขภาวะที่ดีในทุกมิติได้จริง

The post SCOPE ชูแนวคิดผู้พัฒนาอสังหา Ultra Luxury ที่เข้าใจ Well-Being Living และออกแบบที่อยู่อาศัยเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีในทุกมิติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยุคทองจบแล้ว! KKP ชี้อสังหาฯ ไทยทรุดทุกตลาด ดีมานด์อ่อนแรง–สต๊อกสะสมสูง แต่บ้านมือสองยังโตมียอดโอนถึง 56% https://thestandard.co/kkp-thai-real-estate-slump/ Tue, 02 Dec 2025 10:03:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1150689 ยุคทองจบแล้ว KKP ชี้อสังหาฯ ไทยทรุดทุกตลาด ดีมานด์อ่อนแรง–สต๊อกสะสมสูง แต่บ้านมือสองยังโตมียอดโอนถึง 56%

ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า หนี้ครัวเรือนท […]

The post ยุคทองจบแล้ว! KKP ชี้อสังหาฯ ไทยทรุดทุกตลาด ดีมานด์อ่อนแรง–สต๊อกสะสมสูง แต่บ้านมือสองยังโตมียอดโอนถึง 56% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยุคทองจบแล้ว KKP ชี้อสังหาฯ ไทยทรุดทุกตลาด ดีมานด์อ่อนแรง–สต๊อกสะสมสูง แต่บ้านมือสองยังโตมียอดโอนถึง 56%

ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า หนี้ครัวเรือนที่ยังสูงและเงื่อนไขสินเชื่อที่เข้มงวดกว่าทุกช่วงในรอบหลายปี เป็นเหตุให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเผชิญความท้าทายมากที่สุด หลังสัญญาณชะลอตัวเริ่มลุกลามจากฝั่งผู้ซื้อไปจนถึงซัปพลายเออร์ ผู้รับเหมา และแรงงานก่อสร้าง

 

ขณะที่ผู้ประกอบการจำนวนมากต้องเร่งลดราคาเพื่อระบายสต็อก และทบทวนแผนการลงทุนใหม่ทั้งอุตสาหกรรม ภายใต้สภาวะเช่นนี้ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการฟื้นตัวของตลาดจะไม่รวดเร็วเหมือนในอดีต และอาจยืดเยื้ออีกหลายปี หากผู้ประกอบการไม่ปรับตัวกลับสู่ดีมานด์จริง พร้อมประเมินทำเลอย่างระมัดระวังยิ่งขึ้น

 

วิศรุต ปัญญาภิญโญผล Real Estate Lending Head ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) เปิดเผยว่า ปัจจุบันพอร์ตการปล่อยสินเชื่ออสังหาฯ ของ KKP กว่า 85% กระจุกตัวในกรุงเทพฯ ขณะที่จังหวัดรองหลักคือ ชลบุรี และ ภูเก็ต โดยในพอร์ตธุรกิจมีโครงการคอนโดเพียง 15% ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการบ้าน เพราะตลาดแนวราบยังมีเสถียรภาพมากกว่า

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ทั้งนี้ เดิมที 70% ของสินเชื่อใหม่จะปล่อยให้โครงการใหม่ แต่ในปีนี้และปีหน้า สัดส่วนดังกล่าวมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากจำนวนโครงการใหม่หดตัว และผู้ประกอบการ SME ซึ่งเป็นลูกค้าหลักเริ่มลดการพัฒนา ส่งผลให้ลูกค้าในพอร์ตเริ่มเอนไปสู่บริษัทขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น

 

แม้บริษัทจะติดตามภาวะตลาดอย่างต่อเนื่อง แต่ปีนี้ถือว่าทรุดตัวผิดปกติ สะท้อนจากยอดโอนกรรมสิทธิ์บ้านที่ลดลงตั้งแต่ก่อนโควิด และคาดว่าในปี 2568 จะลดลงอีก 6% ส่วนภาพรวมการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2568 มีจำนวนเพียงราว 41,160 ยูนิต ลดลง 33% เมื่อเทียบปีก่อน ส่งผลให้มูลค่าเปิดโครงการรวมเหลือ 2.4 แสนล้านบาทจากกว่า 4 แสนล้านบาทในปี 2567 ซึ่งกระทบเป็นวงกว้างต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ผู้รับเหมา ไปจนถึงแรงงานก่อสร้าง

 

ประเมินว่า ปี 2569 ตลาดอสังหาฯ ไทยยังอยู่ในภาวะฟื้นตัวช้า จากเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว บวกกับภาระหนี้ครัวเรือนสูง และมาตรการปล่อยกู้ที่ยังเข้มงวด ปัจจัยทั้งหมดล้วนกดดันกำลังซื้อ โดยเฉพาะในกลุ่ม คอนโดมิเนียม และ บ้านหรู ซึ่งยังมีสต็อกสะสมมากกว่า 3,000 ยูนิต

 

ด้านโครงสร้างความต้องการซื้อบ้านช่วงปี 2568–2569 พบว่ายังคงกระจุกตัวอยู่ใน กรุงเทพฯ และปริมณฑล ขณะที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะภาคอีสาน มีกำลังซื้ออ่อนลงแทบทุกจังหวัด ยกเว้น ขอนแก่น ที่ยังมีแนวโน้มเติบโต ส่วนยอดซื้อของต่างชาติหดตัวมากใน ชลบุรี เชียงใหม่ และสมุทรปราการ แต่ในทางกลับกัน ยังคงมีจังหวัดที่ดีมานด์ต่างชาติขยายตัวชัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต

 

เรียกได้ว่าตลาดภูเก็ตเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง จากเม็ดเงินลงทุนใหม่ โดยเฉพาะในโซน บางเทา–สุรินทร์, กมลา, ป่าตอง, กะรน–กะตะ, ราไวย์ ส่งผลให้ยอดโอนคอนโดต่างชาติในปี 2568 เพิ่มขึ้น 10% และคาดว่าจะขยายตัวต่อในปี 2569–2570

 

นอกจากนี้ ดีมานด์แบบ Leasehold 30 ปี ยังคงเติบโตต่อเนื่องมานานกว่า 5 ปี โดยแรงหนุนสำคัญคือการขยายตัวของโรงเรียนนานาชาติ ทำให้ชาวต่างชาติย้ายครอบครัวมาอยู่อาศัยจริง และไม่ได้ซื้อเพื่อพักระยะสั้นเหมือนในอดีต แม้ภูเก็ตมีพื้นที่เพียง 543 ตารางกิโลเมตร แต่ยังคงเป็นตลาดที่นักลงทุนต่างชาติสนใจอย่างต่อเนื่อง

 

KKP ย้ำว่า ปีนี้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ทั้ง บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดฯ ชะลอตัวพร้อมกัน ซึ่งสะท้อนภาวะกำลังซื้ออ่อนแรงจริง และทำให้ผู้ประกอบการหลายรายจำเป็นต้องลดราคาขาย 5–10% เพื่อเร่งระบายสต็อกในบางทำเล และทำให้การพัฒนาโครงการใหม่ต้องอาศัยข้อมูลเชิงลึกศึกษาด้านทำเลมากขึ้น

 

พร้อมคาดว่าตลาดปี 2569 จะชะลอตัวลงอีกราว 6% แต่ยังมีโอกาสในบางพื้นที่ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่ม บ้านราคา 3–5 ล้านบาท ซึ่งยังตอบโจทย์กำลังซื้อของวัยทำงาน รวมถึงตลาด บ้านมือสอง ที่ยังไปได้ดี

 

โดยปี 2568 บ้านมือสองมีสัดส่วนยอดโอนสูงถึง 56% จากก่อนโควิดที่มีเพียง 38% ปัจจัยหนุนคือ มีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า ทำเลในเมืองที่ตอบโจทย์ ผู้ประกอบการรายใหญ่เริ่มเข้ารีโนเวตและขายต่อ และอัตราปฏิเสธสินเชื่อสูง ทำให้มีทรัพย์กลับเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ส่วนทำเลยอดนิยมของบ้านมือสอง ได้แก่ อ่อนนุช พระราม 9 พร้อมพงษ์ เอกมัย อารีย์ วัฒนา ห้วยขวาง และคลองเตย

 

ส่วนทำเลบ้านมือหนึ่งปี 2569 ที่ยังมีศักยภาพเติบโต ได้แก่ บางบัวทอง, พหลโยธิน, บางนา และ พระราม 2 คาดว่าจะมีดีมานด์ใหม่ไหลเข้ามา โดยเฉพาะโครงการแนวราบระดับราคากลาง–ล่าง และคอนโดราคาต่ำกว่า 1 5 ล้านบาท ซึ่งยังเป็นที่ต้องการของตลาด

 

กรทิพย์ พฤกษ์ประเสริฐดี นักวิจัยข้อมูลอุตสาหกรรมอสังหาฯ กล่าวต่อว่า ปัจจัยเสี่ยงใหญ่ที่จะกำหนดทิศทางปี 2569 ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลใหม่ ตามด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุนโครงการขนาดใหญ่ ความเข้มงวดของสินเชื่อ และภัยธรรมชาติในหลายพื้นที่

 

สำหรับกรณีน้ำท่วมในจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่หลีกเลี่ยงการลงทุน เนื่องจากรับรู้ความเสี่ยงอยู่แล้วและได้ออกแบบโครงการให้รองรับภัยพิบัติ เช่น การออกแบบคอนโดที่ยังสามารถใช้น้ำและไฟฟ้าได้ในช่วงน้ำท่วม

 

KKP ประเมินต่อว่าตลาดอสังหาฯ ปีหน้าจะไม่สามารถสร้างยอดขายแรงแบบเดิมได้ และภาวะชะลออาจยืดเยื้อ 2–3 ปี ผู้ประกอบการจึงควรกลับไปพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ดีมานด์จริง และเผื่อเวลาปิดโครงการให้นานขึ้น

 

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจำนวนมากกำลังเผชิญผลจากการเร่งซื้อที่ดินและเร่งเปิดโครงการหลังโควิด เนื่องจากยอดขายช่วงปี 2564–2565 ดีผิดปกติ แต่เมื่อเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะจริง ตลาดจึงปรับตัวลงในแทบทุกเซกเมนต์ KKP แนะให้ผู้ประกอบการใช้ข้อมูลเชิงลึกประเมินทำเลจริง หลีกเลี่ยงจังหวัดที่ดีมานด์ลดลง เพื่อลดความเสี่ยงสต็อกล้น

The post ยุคทองจบแล้ว! KKP ชี้อสังหาฯ ไทยทรุดทุกตลาด ดีมานด์อ่อนแรง–สต๊อกสะสมสูง แต่บ้านมือสองยังโตมียอดโอนถึง 56% appeared first on THE STANDARD.

]]>
Life Phahon – Ladprao นิยามของความสงบเหนือระดับ https://thestandard.co/life/life-phahon-ladprao-2/ Wed, 19 Nov 2025 10:20:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1144716

Life Phahon – Ladprao นิยามของความสงบ ที่มาพร้อมความสะด […]

The post Life Phahon – Ladprao นิยามของความสงบเหนือระดับ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Life Phahon – Ladprao นิยามของความสงบ ที่มาพร้อมความสะดวกสบาย

 

บนทำเลศักยภาพใจกลางเมืองที่สะดวกสบายติดถนนใหญ่ และห่างจาก BTS ห้าแยกลาดพร้าว เพียง 200 เมตร แถมยังตรงข้าม Central ลาดพร้าว และ The Central (Mega Project) โครงการ Life Phahon – Ladprao คือ นิยามของความสงบเหนือระดับ บนทำเลที่สะดวกสบายที่แท้จริง เพราะที่นี่คือคอนโดพรีเมียมยูนิตน้อย ซ่อนตัวอยู่ในความเร่งรีบของเมืองแต่ให้ความรู้สึกสงบแบบที่หาไม่ง่าย ในทุกองค์ประกอบของการออกแบบถูก Crafted อย่างตั้งใจ ตั้งแต่ดีไซน์ของพื้นที่ไปจนถึงวัสดุพรีเมียม เพื่อมอบสุนทรียะแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง

 

 

โครงการนี้มีพื้นที่ส่วนกลางกว่า 2 ไร่ รองรับการใช้ชีวิตอย่างครบครัน แบ่งออกเป็น 6 ชั้นเต็ม พร้อม Sky Facility 4 ชั้น โครงการนี้เหมาะสำหรับคนที่มองหาความเป็นส่วนตัว และยังคงต้องการความสะดวกสบายรายล้อมรอบตัว ทั้งแหล่งช็อปปิง ออฟฟิศ และไลฟ์สไตล์แบบกลางเมืองที่ครบครัน เมื่อทุกดีเทลถูกคิดมาเพื่อตอบโจทย์ชีวิตที่ลงตัว ที่นี่จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่คือการใช้ชีวิตในนิยามใหม่ของคำว่า ความสงบเหนืออระดับ ที่มาพร้อมความสะดวกสบาย

 

 

โปรส่งท้ายปี! การันตี “พบราคาสุดท้าย” พร้อมจบทุกข้อเสนอ

 

รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก

https://apthai.ly/H7Y81d

 

[Content in Partnership with AP]

The post Life Phahon – Ladprao นิยามของความสงบเหนือระดับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
8 ปีของ ‘แสนสิริ’ และ ‘โตคิว’ สู่ WIDEN by Sansiri คอนโดที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน บนทำเลหายากย่านนางลิ้นจี่ กวาดยอดขายแล้ว 1,200 ล้านบาท [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/widen-by-sansiri-tokyu-8-years-partnership-40-sales/ Fri, 07 Nov 2025 11:09:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1140676 widen-by-sansiri-tokyu-8-years-partnership-40-sales

การค้นพบพันธมิตรทางธุรกิจที่ไม่ได้มองเพียงผลกำไร แต่มีห […]

The post 8 ปีของ ‘แสนสิริ’ และ ‘โตคิว’ สู่ WIDEN by Sansiri คอนโดที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน บนทำเลหายากย่านนางลิ้นจี่ กวาดยอดขายแล้ว 1,200 ล้านบาท [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
widen-by-sansiri-tokyu-8-years-partnership-40-sales

การค้นพบพันธมิตรทางธุรกิจที่ไม่ได้มองเพียงผลกำไร แต่มีหัวใจและปรัชญาการทำงานที่สอดคล้องกัน ถือเป็นความสำเร็จที่หาได้ยากในโลกของการสร้างสรรค์ นี่คือเรื่องราวความร่วมมือยาวนาน 8 ปี ระหว่างสองบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการอสังหาริมทรัพย์

 

การจับมือกันระหว่าง แสนสิริ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย นำโดย อุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ และ บริษัท โตคิว ดีเวลลอปเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำจากญี่ปุ่น นำโดย ฮิโรฮิสะ ฟูจิวาระ Director & Senior Managing Executive Officer เป็นการตอกย้ำความสำเร็จของการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และวิสัยทัศน์ ทั้งสองฝ่ายต่างให้ความสำคัญกับ ‘คุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย’ มาเป็นอันดับหนึ่งเสมอมา

 

สิ่งที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้ยืนยาว คือปรัชญาที่ตรงกันอย่างชัดเจน แสนสิริ ภายใต้แนวคิด ‘Every day… Life is good ทุกวัน ชีวิตดี’ และ โตคิว กรุ๊ป กับแนวคิด ‘Toward a Beautiful Age’ ต่างมุ่งมั่นถ่ายทอดความเชื่อเดียวกัน นั่นคือที่อยู่อาศัยเป็นมากกว่าสิ่งก่อสร้าง แต่เป็นการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับทุกคนในทุกวัน ผ่านการดีไซน์ ฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ การดูแลหลังการขาย และการสร้างสังคมคุณภาพไปจนถึงแนวทางธุรกิจที่ยั่งยืน

 

ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา ความร่วมมือนี้ได้พลิกโฉมการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยมาแล้วมากมาย ทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยว ตอบรับความต้องการที่หลากหลายของทั้งกลุ่มลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติ สร้างมูลค่าโครงการรวมกันแล้วกว่า 19,200 ล้านบาท

 

ล่าสุด เรื่องราวบทใหม่ของความสำเร็จนี้ได้ถูกเขียนขึ้นอีกครั้ง ผ่านโครงการ WIDEN by Sansiri (ไวด์เด็น บาย แสนสิริ) คอนโดมิเนียมระดับพรีเมียมภายใต้แบรนด์ ONE OF A KIND ของแสนสิริ ซึ่งถือเป็นผลงานที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองพันธมิตรได้เป็นอย่างดี

 

เพียงระยะเวลาอันสั้นหลังการเปิดตัวและเปิดให้ชมห้องตัวอย่าง WIDEN by Sansiri ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากกลุ่มลูกค้าคุณภาพ สร้างยอดขายไปแล้วกว่า 40% หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 1,200 ล้านบาท ตัวเลขนี้คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อมาตรฐานของแบรนด์ และความไว้วางใจในการทำงานร่วมกันของผู้นำตลาดอสังหาริมทรัพย์จากทั้งสองประเทศ

 

ความสำเร็จนี้ยังสะท้อนถึงการเลือกทำเลที่ตั้งที่มีศักยภาพสูงสุดอย่างย่าน ‘นางลิ้นจี่ – สาทร’ ทำเลที่ได้ชื่อว่าเป็น Rare Location ซึ่งเป็นย่านที่พักอาศัยคุณภาพที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ท่ามกลางบรรยากาศของคอมมูนิตี้ที่สงบและมีระดับ

 

หัวใจของ WIDEN by Sansiri คือการออกแบบเพื่อ Well-being Living อย่างแท้จริง โครงการนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อมอบความรู้สึกของการ ‘อยู่บ้าน’ พร้อมกับความสะดวกสบายของการใช้ชีวิตใจกลางเมือง

 

แนวคิดของโครงการคือการ ‘Expand’ หรือขยายในทุกมิติของชีวิต เริ่มตั้งแต่ขนาดของพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางเป็นสัดส่วน รูปแบบห้องเน้นขนาดใหญ่ ตั้งแต่ 1 ห้องนอน ไปจนถึง 3 ห้องนอน โดยมีขนาดพื้นที่เริ่มต้นที่ 45 ตารางเมตร ไปจนถึง 209.75 ตารางเมตร ซึ่งเป็นขนาดที่หาได้ยากอย่างยิ่งในคอนโดมิเนียมทำเลใจกลางเมือง

 

การออกแบบยังเน้นการผสมผสานความเป็นเมืองและธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน มีการเลือกใช้วัสดุธรรมชาติ และดีไซน์พื้นที่ส่วนกลางให้เชื่อมต่อกับพื้นที่สีเขียวอย่างลงตัว สร้างกลิ่นอายที่ตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวใหญ่และคอมมูนิตี้ชาวต่างชาติในย่านนางลิ้นจี่ที่ชื่นชอบความเรียบง่าย สง่างาม และเป็นส่วนตัว ด้วยจำนวนยูนิตเพียง 215 ยูนิตเท่านั้น


WIDEN by Sansiri เป็นคอนโดมิเนียมเลี้ยงสัตว์ได้ แห่งแรกในทำเลนางลิ้นจี่ มาพร้อมพื้นที่ส่วนกลางที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยเป็นครอบครัวอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น The Park, Putting Green, และ Pet Playground สำหรับสมาชิกสี่ขา ส่วนบนอาคารยังมี Panoramic Pool ที่เปิดรับวิว skyline และโค้งน้ำบางกระเจ้าอันงดงามแบบไม่มีตึกสูงมาบดบัง พร้อมด้วย Sky Lounge และ Co-Living Space

 

สิ่งที่ตอกย้ำแนวคิดการ ‘อยู่บ้าน’ ที่ชัดเจนที่สุด คือจำนวนที่จอดรถที่ให้มาสูงถึง 105% และทั้งหมดเป็นที่จอดรถแบบ Conventional Parking ซึ่งถือเป็นสิ่งที่หาได้ยากอย่างยิ่งในคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง และช่วยขจัดความกังวลในการใช้ชีวิตในคอนโดไปได้อย่างสมบูรณ์

 

WIDEN by Sansiri จึงเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย เป็นผลลัพธ์ของความมุ่งมั่นตลอด 8 ปี ที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดให้กับผู้อยู่อาศัย บนทำเลที่เปี่ยมด้วยศักยภาพ เริ่มต้น 8.9 – 49.9 ล้านบาท*

ผู้ที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://siri.ly/e0vOvYA หรือนัดหมายเพื่อเข้าชมห้องตัวอย่างได้ทุกวัน ผ่านลิงก์ https://siri.ly/OlPOqHA

 

โครงการ WIDEN by Sansiri ความร่วมมือ แสนสิริ-โตคิว โครงการ WIDEN by Sansiri ความร่วมมือ แสนสิริ-โตคิว โครงการ WIDEN by Sansiri ความร่วมมือ แสนสิริ-โตคิว โครงการ WIDEN by Sansiri ความร่วมมือ แสนสิริ-โตคิว โครงการ WIDEN by Sansiri ความร่วมมือ แสนสิริ-โตคิว

The post 8 ปีของ ‘แสนสิริ’ และ ‘โตคิว’ สู่ WIDEN by Sansiri คอนโดที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน บนทำเลหายากย่านนางลิ้นจี่ กวาดยอดขายแล้ว 1,200 ล้านบาท [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
XELF by Sansiri พื้นที่ที่ ‘ตัวตน’ ของคุณเติบโตได้ไม่สิ้นสุด บนถนนพระราม 4 [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/life/xelf-by-sansiri/ Wed, 08 Oct 2025 09:32:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1127352 COVER - XELF by Sansiri พื้นที่ที่ ‘ตัวตน’ ของคุณเติบโตได้ไม่สิ้นสุด บนถนนพระราม 4 [ADVERTORIAL]

ถนนพระราม 4 ในวันนี้ไม่เหมือนกับวันวาน จากเส้นทางสัญจรท […]

The post XELF by Sansiri พื้นที่ที่ ‘ตัวตน’ ของคุณเติบโตได้ไม่สิ้นสุด บนถนนพระราม 4 [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
COVER - XELF by Sansiri พื้นที่ที่ ‘ตัวตน’ ของคุณเติบโตได้ไม่สิ้นสุด บนถนนพระราม 4 [ADVERTORIAL]

ถนนพระราม 4 ในวันนี้ไม่เหมือนกับวันวาน จากเส้นทางสัญจรที่สำคัญในอดีต ปัจจุบันได้กลายเป็นถนนเส้นหลักที่เปี่ยมไปด้วยพลังงานและความเปลี่ยนแปลง เป็นเหมือนผืนผ้าใบของเมืองที่พร้อมให้ผู้คนเข้ามาแต่งแต้มเรื่องราวใหม่ๆ อยู่เสมอ และล่าสุดก็มีพื้นที่แห่งใหม่ที่น่าสนใจเกิดขึ้นบนถนนเส้นนี้

 

เรากำลังพูดถึง Sale Gallery ของโครงการ ‘XELF by Sansiri’ คอนโดมิเนียมแห่งใหม่ที่แค่ได้ยินชื่อก็ชวนให้สงสัย แต่เมื่อได้ก้าวเข้าไปและรับฟังแนวคิดเบื้องหลัง เราก็เข้าใจในทันทีว่าที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่คือพื้นที่ที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อน ‘ตัวตน’ ที่หลากหลายของเราอย่างแท้จริง

 

แนวคิดของโครงการได้รับแรงบันดาลใจมาจากการเติบโตของย่านพระราม 4 ที่ดึงดูดผู้คนหลากหลายเข้ามาใช้ชีวิต ก่อให้เกิดคอนเซ็ปต์ ‘Growing Diversity’ ซึ่งนำไปสู่คำว่า ‘Flexible’ ที่ยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ ก่อนจะถูกนำมาเล่นคำแบบ Mirror จนกลายเป็นชื่อ ‘XELF’ ที่สะท้อนตัวตนของผู้คนได้อย่างมีเสน่ห์

 

CONTENT 1CONTENT 2

 

บรรยากาศภายใน Sale Gallery สะท้อนแนวคิดการออกแบบ ‘MODERN LUXURY WITH ORGANIC TOUCH’ ได้เป็นอย่างดี มีการผสานเส้นสายที่ทรงพลังเข้ากับวัสดุจากธรรมชาติ ให้ความรู้สึกเรียบหรูแต่อบอุ่น สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์หลักของโครงการคือ ‘BE YOUR BEST SELF’ ชีวิตที่ใช่ สุดได้ทุกมุม

 

ก่อนจะไปชมห้องตัวอย่าง เราได้เดินชมส่วนต่างๆ ของโครงการผ่านโมเดลและสื่อดิจิทัล ที่นี่มีพื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง ตั้งแต่ WELCOME LOUNGE ที่สวยงาม, WHISPER GARDEN สวนด้านล่างที่ตอบโจทย์ทั้งชาว Introvert และ Extrovert, ไปจนถึง SIGNATURE POOL สระว่ายน้ำยาว 30 เมตรที่เปิดมุมมองสู่วิวบางกระเจ้า

 

นอกจากนี้ยังมี RHYTHM CLUB ฟิตเนสครบวงจรที่เปิดรับวิวเมือง , IDEA LOUNGE พื้นที่ทำงานที่รองรับการทำงานแบบ Hybrid, และ CLOUD LOUNGE สำหรับการพักผ่อนชมวิวเมืองในชั้นสูง ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกคิดมาเพื่อเติมเต็มการใช้ชีวิตให้สมบูรณ์แบบที่สุด

 

หัวใจสำคัญของการมาเยือนครั้งนี้ คือการได้สัมผัสห้องตัวอย่าง 2 สไตล์ ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยโครงการนี้มีความยืดหยุ่นสูงมาก ด้วย Unit Layout ที่มีให้เลือกมากถึง 32 รูปแบบ เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของทุกคนได้อย่างแน่นอน

 

CONTENT 3CONTENT 4

 

ห้องแรกคือห้อง Simplex ที่ถูกออกแบบโดยอิงจากไลฟ์สไตล์ของหนุ่มสาย Tech ผู้ชื่นชอบการสะสมของเล่นและใช้เวลาส่วนตัวอยู่ในห้อง โทนสีในห้องนี้จึงเน้นไปที่สีขาว เทา และน้ำเงิน ให้ความรู้สึกสงบแต่มีคาแรกเตอร์ที่น่าค้นหา และยังคงความโปร่งสบายด้วยช่องเปิดรับแสงธรรมชาติขนาดใหญ่

 

CONTENT 5CONTENT 6CONTENT 7

 

ความน่าสนใจของห้อง Simplex คือความหลากหลายของผังห้องที่มีให้เลือกตามความชอบ เช่น บางคนอาจชอบห้องครัวปิดที่อยู่ใกล้ระเบียงเพื่อระบายอากาศ หรือบางคนอาจชอบครัวเปิดที่เชื่อมต่อกับพื้นที่นั่งเล่น นอกจากนี้ยังมีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 1 ห้องนอน 29 ตารางเมตร ไปจนถึง 3 ห้องนอนขนาดใหญ่ 85.5 ตารางเมตร

 

ถัดมาคือห้องที่ทุกคนรอคอย ห้อง Loft ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากซีรีส์ดัง ‘Emily in Paris’ ออกแบบมาเพื่อหญิงสาวที่ทำงานในแวดวงแฟชั่นหรือ Merchandise Manager ผู้ชื่นชอบการแต่งตัวและมีดีเทลในการใช้ชีวิต บรรยากาศของห้องจึงมีความหวานและความช่างฝันมากกว่า

 

CONTENT 8CONTENT 9

 

ความพิเศษแรกที่สัมผัสได้คือความสูงของเพดานที่สูงถึง 4.7 เมตร ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในย่านพระราม 4 ทำให้พื้นที่ดูโอ่อ่าและโปร่งสบายเป็นพิเศษ เหมาะกับการใช้ชีวิตของทุกคน ไม่ว่าจะรูปร่างเล็กหรือใหญ่ แม้คนที่สูงมากๆ ก็ยังรู้สึกสบายไม่อึดอัด

 

ไฮไลต์สำคัญที่แก้ปัญหาของใครหลายคน คือการมีห้องน้ำแบบ Full Scale อยู่บนชั้นลอยด้วย ซึ่งแตกต่างจากโครงการอื่นโดยสิ้นเชิง เพราะมีทั้งโถสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้า และส่วนอาบน้ำแบบ Rain Shower ครบครัน ตอบโจทย์โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่ไม่ต้องลำบากเดินลงมาใช้ห้องน้ำชั้นล่างอีกต่อไป

 

CONTENT 10CONTENT 11CONTENT 12

 

นอกจากนี้ บนชั้นลอยยังมาพร้อมตู้เสื้อผ้าแบบ Built-in Walk-in Closet เป็นสัดส่วนลงตัว เรียกได้ว่าเป็นการออกแบบที่เข้าใจและใส่ใจการใช้ชีวิตจริงอย่างแท้จริง

 

นอกเหนือจากห้องตัวอย่าง ยังมีรายละเอียดที่น่าสนใจซ่อนอยู่ในการออกแบบโครงสร้าง โดยปกติแล้วคอนโดส่วนใหญ่มักจะวางห้อง Loft ไว้ที่ชั้นล่างสุด หรือชั้นบนสุดของอาคารเท่านั้น แต่ที่ XELF ได้ทลายข้อจำกัดนั้นด้วยการวางยูนิตสลับกันแบบ ‘ฟันปลา’

 

การออกแบบเช่นนี้ ทำให้ไม่ว่าคุณจะชอบห้อง Simplex หรือ Loft ก็สามารถเลือกชั้นและวิวที่ต้องการได้ เช่น หากคุณชอบห้อง Simplex ที่ได้วิวสูงๆ ก็สามารถเลือกชั้นสูงได้ หรือหากคุณชอบห้อง Loft แต่ต้องการราคาที่เข้าถึงง่าย ก็สามารถเลือกชั้นล่างหรือชั้นกลางได้เช่นกัน ซึ่งเป็นทางเลือกที่หาไม่ได้จากโครงการอื่น

 

CONTENT 13CONTENT 14

 

สำหรับทำเลที่ตั้ง โครงการอยู่ติดถนนพระราม 4 ซึ่งเชื่อมต่อใจกลางเมืองได้อย่างง่ายดาย อยู่ใกล้ BTS ทองหล่อ เพียง 3 นาที , ใกล้ทางด่วน, และไม่ไกลจาก MRT ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพียง 5 นาที พร้อมมี Shuttle Service รับส่งไปยัง BTS ทองหล่อ อำนวยความสะดวกให้ลูกบ้านอีกด้วย

 

XELF by Sansiri คือโครงการที่น่าจับตามองบนทำเลพระราม 4 ที่กำลังเติบโต เป็นพื้นที่ที่ยืดหยุ่นและพร้อมจะปรับเปลี่ยนไปตามจังหวะชีวิตของคุณ ในราคาเริ่มต้นที่น่าสนใจ 3.59 ล้านบาท

 

เปิดชมห้องตัวอย่างแล้ววันนี้

 

เชิญเข้ามาสัมผัสห้องตัวอย่างและค้นพบตัวตนในเวอร์ชันที่ดีที่สุดของคุณได้ที่ Sales Gallery โครงการ XELF by Sansiri ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษและส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท* ได้ที่ https://siri.ly/mCcmIC9 หรือโทร. 1685

 

หมายเหตุ: เงื่อนไขนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 25 กันยายน 2568

The post XELF by Sansiri พื้นที่ที่ ‘ตัวตน’ ของคุณเติบโตได้ไม่สิ้นสุด บนถนนพระราม 4 [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
WIDEN by Sansiri ชวนทำความรู้จักเพื่อนบ้าน สำรวจเสน่ห์ย่าน ‘นางลิ้นจี่’ [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/life/widen-by-sansiri-nanglinchi/ Fri, 26 Sep 2025 03:00:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1122847 nanglinchi

ในบรรดาถนนหลายสายของกรุงเทพฯ ยังมีบางย่านที่ซ่อนตัวอยู่ […]

The post WIDEN by Sansiri ชวนทำความรู้จักเพื่อนบ้าน สำรวจเสน่ห์ย่าน ‘นางลิ้นจี่’ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
nanglinchi

ในบรรดาถนนหลายสายของกรุงเทพฯ ยังมีบางย่านที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบสงบ รอคอยให้เราได้เข้าไปค้นพบเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร ‘นางลิ้นจี่’ คือหนึ่งในย่านนั้น ถนนเส้นสั้นๆ ที่มีความยาวเพียง 1.7 กิโลเมตร แต่กลับเต็มไปด้วยเรื่องราวและเป็นที่ตั้งของคอมมูนิตี้เก่าแก่ที่เปี่ยมด้วยความอบอุ่น

 

หลายคนอาจมองนางลิ้นจี่เป็นเพียงทางผ่าน แต่สำหรับผู้ที่ได้ลองใช้ชีวิต จะรู้ว่าที่นี่คือ ‘Hidden Gem’ ใจกลางเมืองอย่างแท้จริง และเพื่อจะถอดรหัสเสน่ห์ของย่านนี้ โครงการ WIDEN by Sansiri คอนโดใหม่จากแสนสิริ จึงได้สร้างสรรค์กุญแจชิ้นพิเศษขึ้นมา นั่นคือ ‘Nang Linchi Guide’ คู่มือสำรวจ และทำความรู้จักเพื่อนบ้านในย่านที่ทำร่วมกับศิลปินนักวาดภาพประกอบ ‘แพรนิ’ ผู้ชนะสาขา Illustration จากโครงการ Artizen ของแสนสิริ ผ่านลายเส้นที่เล่าเรื่องราวของย่านนางลิ้นจี่ที่เต็มไปด้วยความสงบ เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และเจ้าของร้าน Local ต่างๆ ในคอมมูนิตี้นางลิ้นจี่

 

‘นางลิ้นจี่’ ย่านเก่าแก่สุดสงบใจกลางกรุงเทพฯ

 

ไกด์บุ๊กเล่มนี้ไม่ได้เป็นเพียงแผนที่ ทว่าเป็นการรวมความตั้งใจของคนในย่านนางลิ้นจี่ที่อยากผลักดัน ‘คอมมูนิตี้’ เรื่องราวและสถานที่ต่างๆ ผ่านลายเส้นที่งดงามและเปี่ยมด้วยเสน่ห์ ชวนให้เราอยากออกเดิน ‘ตามรอย’ ไปพบกับเพื่อนบ้านในทันที การเดินทางของเราในวันนี้จึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับไกด์บุ๊กฉบับพิเศษในมือ

 

เสน่ห์แรกของนางลิ้นจี่คือการเป็นคอมมูนิตี้ ‘CENTRAL FAMILY DISTRICT’ หรือย่านศูนย์กลางสำหรับครอบครัวอย่างแท้จริง จากหน้าโครงการ WIDEN by Sansiri เราสามารถเดินทางเพียง 1 นาทีถึง Market Place และ Villa Market ได้อย่างสะดวกสบาย ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันเป็นเรื่องง่าย

ตลอดเส้นทางยังเต็มไปด้วยร้าน Local หลากหลาย ตั้งแต่ร้านสตรีทฟู้ดเจ้าดังไปจนถึงร้าน Fine Dining โดยมีคาเฟ่และร้านอาหารลับๆ ที่ซ่อนตัวอยู่มากมาย เช่น SWERB SPECIALTY ฉายากาแฟซิ่ง ที่ไม่เปลี่ยนเมนูแต่เปลี่ยนเมล็ดกาแฟไปทั่วโลก, COF AND COW คาเฟ่สไตล์อบอุ่นที่ได้ฉายาว่าแสงสวยที่สุดในย่าน และ JUNKER AND BAR ร้าน Casual Dining ที่เสิร์ฟ Junk Food คุณภาพดีที่สุด

 

‘นางลิ้นจี่’ ย่านเก่าแก่สุดสงบใจกลางกรุงเทพฯ ‘นางลิ้นจี่’ ย่านเก่าแก่สุดสงบใจกลางกรุงเทพฯ

 

ไม่ไกลกันยังมีไลฟ์สไตล์ช็อปที่น่าสนใจอีกเพียบ ตั้งแต่ BEATROOT สปาแห่งแรกในนางลิ้นจี่, GARDEN ATLAS ร้านเล็กๆ ที่ออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อต้นไม้ในบ้านสำหรับคนเมือง, CHILLERZ ICE CREAM ร้านไอศกรีม Hand-Crafted ที่นำเสนอความอร่อยราวกับงานศิลปะ, ไปจนถึง HAPPY DRINKS WINE & SPIRIT Shop ร้านเดียวครบจบ พร้อมรินความแฮปปี้ได้ไม่จำกัด ซึ่งหลายร้านก็ใจดีมอบส่วนลดพิเศษให้กับผู้ที่ถือไกด์บุ๊กเล่มนี้ด้วย

 

‘นางลิ้นจี่’ ย่านเก่าแก่สุดสงบใจกลางกรุงเทพฯ ‘นางลิ้นจี่’ ย่านเก่าแก่สุดสงบใจกลางกรุงเทพฯ

 

นอกจากนี้ ย่านนางลิ้นจี่ยังรายล้อมไปด้วยโรงเรียนนานาชาติชั้นนำหลายแห่ง เช่น โรงเรียนนานาชาติเรนทรีที่ห่างออกไปเพียง 450 เมตร รวมถึงโรงพยาบาลชั้นนำทั้งสำหรับคนและสัตว์เลี้ยง จึงไม่น่าแปลกใจที่ย่านนี้จะกลายเป็นคอมมูนิตี้ที่อบอุ่นของกลุ่มครอบครัวและชาวต่างชาติ

 

แม้จะมีความสงบเป็นส่วนตัว แต่นางลิ้นจี่ก็สามารถเชื่อมต่อสู่ใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็วใน 5 นาทีถึงสาทร ผ่านซอยลัดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทะลุไปถนนสาทรผ่านซอยสวนพลู หรือไปถนนพระราม 4 ผ่านเส้นเย็นอากาศ ทำให้การเดินทางไปทำงานในแต่ละวันเป็นเรื่องที่สะดวกสบายอย่างยิ่ง

 

และเมื่อสำรวจเสน่ห์ของย่านจนเต็มอิ่มแล้ว จุดหมายปลายทางของเราก็คือ Sales Gallery ของโครงการ ‘WIDEN by Sansiri’ คอนโดมิเนียม High Rise ที่เป็น Pets-welcome แห่งแรกในย่านนางลิ้นจี่ ซึ่งรอคอยเราอยู่ตรงปากซอยนางลิ้นจี่ 4

ก้าวแรกที่เข้ามา เราสัมผัสได้ถึงแนวคิด ‘Well-being Living for Every Generation’ หรือการออกแบบที่ใส่ใจสุขภาพกายและใจของทุกคนในครอบครัว บรรยากาศโดยรวมให้ความรู้สึกเหมือน ‘อยู่บ้าน’ ที่อบอุ่น ตกแต่งด้วยวัสดุจากธรรมชาติที่ให้ความรู้สึผ่อนคลาย

 

‘นางลิ้นจี่’ ย่านเก่าแก่สุดสงบใจกลางกรุงเทพฯ ‘นางลิ้นจี่’ ย่านเก่าแก่สุดสงบใจกลางกรุงเทพฯ ‘นางลิ้นจี่’ ย่านเก่าแก่สุดสงบใจกลางกรุงเทพฯ

 

หัวใจของการมาเยือนครั้งนี้คือการได้ชมห้องตัวอย่างขนาด 88.50 ตารางเมตร ที่ถ่ายทอดแนวคิดการอยู่อาศัยของครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ภายใต้แนวคิด ‘อยู่ร่วมกันอย่างเป็นส่วนตัว’ ทุกคนในบ้านจะมีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง แต่ก็ยังมีพื้นที่ส่วนรวมให้ได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างอบอุ่น

ความพิเศษคือห้อง Multi-Purpose ที่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงาน ห้องเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก หรือมุมพักผ่อนสำหรับผู้สูงวัย เป็นการออกแบบที่ยืดหยุ่นและเข้าใจการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงวัย

 

‘นางลิ้นจี่’ ย่านเก่าแก่สุดสงบใจกลางกรุงเทพฯ

 

บรรยากาศภายในห้องให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน ด้วยฝ้าเพดานที่สูงถึง 2.7 เมตร และกระจกแบบ Low-E ช่วยกรองความร้อน FULL-HEIGHT WINDOW ที่เปิดรับแสงธรรมชาติและวิวเมืองได้อย่างเต็มที่ ทำให้ห้องดูโปร่ง โล่ง และสบายตา ช่วยส่งเสริม Mental health ที่ดีของผู้อยู่อาศัย

 

นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งระบบกรองอากาศ Nanoe-X ภายในห้องนั่งเล่น ที่ช่วยให้อากาศภายในห้องสะอาด ปลอดภัยจากฝุ่นและไวรัส และสำหรับวันพักผ่อน ก็สามารถดื่มด่ำกับวิวโค้งน้ำบางกระเจ้าที่สวยงามได้จากในห้อง ซึ่งเป็นวิวที่หาได้ยากในทำเลใจกลางเมืองเช่นนี้

 

‘นางลิ้นจี่’ ย่านเก่าแก่สุดสงบใจกลางกรุงเทพฯ ‘นางลิ้นจี่’ ย่านเก่าแก่สุดสงบใจกลางกรุงเทพฯ ‘นางลิ้นจี่’ ย่านเก่าแก่สุดสงบใจกลางกรุงเทพฯ ‘นางลิ้นจี่’ ย่านเก่าแก่สุดสงบใจกลางกรุงเทพฯ

 

นอกเหนือจากห้องตัวอย่าง โครงการยังมีห้องขนาดใหญ่อื่นๆ ให้เลือก ตั้งแต่ 1 ห้องนอนขนาด 45.25 ตร.ม. ไปจนถึงห้อง 3 ห้องนอนขนาดใหญ่พิเศษสำหรับครอบครัว ที่มีชื่อเรียกเฉพาะตัวตามวิวที่จะได้รับ ได้แก่ Skyline (186.50 ตร.ม.), Twiline (200.25 ตร.ม.) และ Riverline (209.75 ตร.ม.)

 

WIDEN by Sansiri คือภาพสะท้อนที่สมบูรณ์แบบของย่านนางลิ้นจี่ เป็นคอนโดมิเนียมที่ขยายทุกมิติของการใช้ชีวิตให้กว้างและลึกซึ้งกว่าเดิม ด้วยห้องขนาดใหญ่ ความเป็นส่วนตัวสูงเพียง 215 ยูนิต และที่จอดรถมากถึง 105%

 

เตรียมพบกับงาน ‘Exclusive Preview’ ที่จะเปิดให้ชมห้องตัวอย่างครั้งแรกในวันที่ 27-28 กันยายนนี้ เชิญเข้ามา ‘ตามรอย’ เสน่ห์ของย่าน พร้อมรับ ‘Nang Linchi Guide’ ฉบับจริง และลิ้มรสเครื่องดื่มพิเศษ ‘Nang Linchi Coldpresso’ จากร้าน SWERB SPECIALTY รวมถึงไอศกรีมรสพิเศษจากร้าน Chillerz ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

 

แนะนำให้นัดหมายเพื่อความสะดวกสบายในการเข้าชมห้องตัวอย่าง และมีบริการจอดรถ Valet Parking คอยบริการในงาน

 

สัมผัสประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดได้ด้วยตัวคุณเอง ที่ Sales Gallery โครงการ WIDEN by Sansiri ในราคาเริ่มต้น 8.9-49.9 ล้านบาท* สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1685 หรือลงทะเบียนรับข้อมูลโครงการ https://siri.ly/R4XdjF5


หมายเหตุ: เงื่อนไขนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 22 กันยายน 2568

The post WIDEN by Sansiri ชวนทำความรู้จักเพื่อนบ้าน สำรวจเสน่ห์ย่าน ‘นางลิ้นจี่’ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไนท์แฟรงค์ฯ เปิดข้อมูลตลาดคอนโดมิเนียม Q2/68 ชะลอตัวต่อเนื่อง มีโครงการเปิดใหม่แค่ 2 โครงการ เหตุผู้ประกอบการระวังการลงทุน https://thestandard.co/nightfrank-q2-condo-market/ Thu, 28 Aug 2025 08:43:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1112661 nightfrank-q2-condo-market

บริษัทไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย ผู้นำด้านที่ปรึกษาด้านอสังหา […]

The post ไนท์แฟรงค์ฯ เปิดข้อมูลตลาดคอนโดมิเนียม Q2/68 ชะลอตัวต่อเนื่อง มีโครงการเปิดใหม่แค่ 2 โครงการ เหตุผู้ประกอบการระวังการลงทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
nightfrank-q2-condo-market

บริษัทไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย ผู้นำด้านที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ของไทย ‘สรุปตลาดคอนโดมิเนียมไตรมาสที่ 2 ปี 2568’ ในไตรมาสที่ 2 ปี 2568 ตลาดคอนโดมิเนียมยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเปิดตัวโครงการใหม่เพียง 2 โครงการ สะท้อนความระมัดระวังของผู้ประกอบการในการลงทุนใหม่ ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยหลายด้าน

 

นอกจากนี้ เหตุการณ์แผ่นดินไหวในช่วงที่ผ่านมาได้สร้างแรงกระทบเชิงจิตวิทยาต่อตลาดคอนโดฯ โดยเฉพาะโครงการที่สร้างเสร็จและเหลือขาย ส่งผลให้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ลดลงอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 

ขณะที่จำนวนโครงการเปิดใหม่ก็ลดลงตามไปด้วย ผู้ประกอบการหลายรายจึงจำเป็นต้องยืดระยะเวลาในการระบายสต็อกออกไป ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนในการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้น

 

อีกทั้ง ปัญหาการชำระหนี้ของผู้ประกอบการบางรายในไตรมาส 2 นี้ยังอาจส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินโดยรวมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ นำไปสู่การลดราคาขายหรือออก

 

กลยุทธ์พิเศษเพื่อเร่งยอดขายและรายได้ เพื่อให้สามารถบริหารกระแสเงินสดและภาระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ต้องเผชิญกับอุปสรรคหลายด้าน แต่ผู้ประกอบการยังคงเดินหน้าปรับตัวและวางแผนเชิงรุก เพื่อรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2568 นี้

 

อุปทานคอนโดฯ ลดลงชัดเจน สะท้อนผู้ประกอบการชะลอการลงทุน 

 

แนวโน้มของอุปทานแสดงทิศทางลดลงอย่างชัดเจน สะท้อนภาวะตลาดที่ยังมีความระมัดระวังของผู้พัฒนาในการเปิดตัวโครงการใหม่ของไตรมาส 2 ปี 2568 ต่ำสุดในรอบ 15 ปี โดยมีการเปิดตัวเพียง 405 ยูนิต ซึ่งตั้งอยู่ชานเมืองตอนเหนือของกรุงเทพฯ จากการเปิดตัวในไตรมาสนี้มีการเปิดตัวโครงการซึ่งต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563 และลดลงอย่างมากจากค่าเฉลี่ยปกติในช่วงก่อนหน้า โดยเฉพาะช่วง ไตรมาส 2 ของปี 2565 ที่มีการเปิดตัวสูงสุดถึง 15,164 ยูนิต ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบ 5 ปี ก่อนเริ่มชะลอตัวลงอีกครั้งในปี 2566 ถึง 2568 และหลังจากไตรมาส 3 ของปี 2566 เป็นต้นมา 

 

โดยปริมาณหน่วยเปิดใหม่ต่อไตรมาสไม่เกิน 8,000 หน่วย และต่ำกว่า 3,000 หน่วย ในบางไตรมาส เช่น ไตรมาส 4 ของปี 2566 และ ไตรมาส 1 ของปี 2567 นอกจากนี้ ยอดการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2568 ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เหลือเพียง 12,183 หน่วย ซึ่งถือเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบกว่า 6 ปี สะท้อนถึงภาวะตลาดที่ชะลอตัวรุนแรงต่อเนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และปัจจัยลบต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ซื้อ ทั้งภาระหนี้ครัวเรือนสูง ค่าใช้จ่ายยังเพิ่มขึ้น และความเข้มงวดของการปล่อยสินเชื่อจากสถาบันการเงิน

 

 สรุปตลาดคอนโด ไนท์แฟรงค์ Q2

สรุปตลาดคอนโด ไนท์แฟรงค์ Q2

 

อุปสงค์คอนโดฯ ใน Q2/68 ยังอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนกำลังซื้ออ่อนแอ 

 

อุปสงค์ของในไตรมาส 2 ปี 2568 ยอดจองคอนโดในไตรมาส 2 ปี 2568 อยู่ที่ 105 ยูนิต ซึ่งแม้จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดเป็นลำดับที่สองในรอบ 5 ปี สะท้อนถึงกำลังซื้อที่ยังอ่อนแรงและความไม่มั่นใจของผู้บริโภคที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ภาระหนี้ครัวเรือน ค่าใช้จ่าย และเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อที่ยังคงเข้มงวด โดยเฉพาะในกลุ่ม Real Demand แม้ว่าจำนวน Supply ที่เปิดใหม่ในไตรมาสนี้จะอยู่ที่ 409 ยูนิต เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นความต้องการซื้อให้กลับมาฟื้นตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

สรุปตลาดคอนโด ไนท์แฟรงค์ Q2

 

การแข่งขันราคาขายยังคงสูงในหลายทำเล

 

ในไตรมาสนี้ ราคาเสนอขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมยังคงอยู่ในระดับทรงตัวโดยรวม สะท้อนถึงภาวะตลาดที่ยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ และการแข่งขันด้านราคาที่ยังคงสูงในหลายทำเล

 

  • บริเวณใจกลางเมือง (CBD) ราคาเสนอขายเฉลี่ยอยู่ที่ 239,475 บาท/ตร.ม. โดยยังคงรักษาระดับราคาไว้ได้ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า แม้ว่าย่านสุขุมวิทจะมีการปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ย่านสาทร-สีลมยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงของราคาขาย สะท้อนถึงการชะลอตัวของดีมานด์ในกลุ่มตลาดบนที่ยังรอปัจจัยบวกใหม่ๆ
  • บริเวณรอบใจกลางเมือง (City Fringe) ราคาเฉลี่ยปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 126,897 บาท/ตร.ม. โดยได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ลดลงและการแข่งขันระหว่างโครงการที่มีสต็อกเหลือขายสูง ทำให้ผู้ประกอบการต้องเสนอราคาที่ดึงดูดมากขึ้น
  •  บริเวณชานเมือง (Bangkok Suburbs) ราคาเสนอขายเฉลี่ยอยู่ที่ 72,193 บาท/ตร.ม. โดยยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความพยายามของผู้พัฒนาในการกระตุ้นการขายในกลุ่ม real demand และเร่งระบายยูนิตคงค้างในทำเลรอบนอก

 

โดยภาพรวม การที่ราคาทรงตัวหรือปรับลดในหลายพื้นที่ แสดงให้เห็นถึงภาวะตลาดที่ยังอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอก และการแข่งขันที่เน้นการสร้างความคุ้มค่าให้กับผู้ซื้อ มากกว่าการขยับราคาขึ้นในช่วงนี้

 

สรุปตลาดคอนโด ไนท์แฟรงค์ Q2

 

แนวโน้มตลาดคอนโดฯ ยังเผชิญปัจจัยเสี่ยงอีกหลายด้าน

 

  • ตลาดยังคงเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและในประเทศยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ทั้งเรื่องหนี้ครัวเรือน ค่าครองชีพสูง และความเข้มงวดของสินเชื่อ ส่งผลให้กำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่ม real demand
  • การเปิดตัวโครงการใหม่จะยังอยู่ในระดับต่ำ ผู้พัฒนาส่วนใหญ่จะยังชะลอแผนเปิดตัวโครงการใหม่ โดยให้ความสำคัญกับการระบายสต็อกที่มีอยู่มากกว่า คาดว่าการเปิดตัวใหม่จะทยอยกลับมาในช่วงไตรมาส 4 หากมีสัญญาณบวกจากนโยบายรัฐหรือทิศทางดอกเบี้ย
  • ทำเลพรีเมียมและโครงการพร้อมอยู่มีโอกาสเติบโตได้ดีกว่าคอนโดมิเนียมในทำเลที่มีดีมานด์ชัดเจน เช่น ริมแม่น้ำ รถไฟฟ้า หรือใจกลางเมือง จะได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้มีศักยภาพและนักลงทุนต่างชาติที่มองหาความมั่นคงและคุณภาพชีวิต
  • มาตรการรัฐยังเป็นแรงพยุงสำคัญ การลดดอกเบี้ยนโยบาย ปลดล็อก LTV และลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนอง ยังคงช่วยประคับประคองตลาด โดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อที่มีความพร้อมทางการเงิน แต่ผลกระทบยังจำกัดในวงแคบ
  • การแข่งขันด้านราคายังคงสูง ผู้ประกอบการยังจำเป็นต้องใช้นโยบายส่งเสริมการขาย เช่น ส่วนลด โปรโมชั่น หรือการออกแบบแพ็กเกจการผ่อน เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ ทำให้ราคาขายในตลาดมีแนวโน้มทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อยในบางทำเล
  • การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวก็ส่งผลทางอ้อมต่อดีมานด์ในตลาดคอนโดฯ โดยเฉพาะโครงการที่ตั้งอยู่ในทำเลเชื่อมต่อเมืองหรือพื้นที่ที่มีนักลงทุนปล่อยเช่าเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งสะท้อนถึงโอกาสของตลาดในกลุ่มที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตในเมืองมากกว่าการอยู่อาศัยพื้นฐานเพียงอย่างเดียว

 

สรุปตลาดคอนโด ไนท์แฟรงค์ Q2

 

ด้านแฟรงค์ ข่าน หุ้นส่วน – หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาด้านที่พักอาศัย กล่าวว่า ตลาดคอนโดมิเนียมยังคงเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อที่อ่อนแรงและปัจจัยเศรษฐกิจ ผู้พัฒนาโครงการจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์โดยเน้นการสร้างความคุ้มค่าและตอบโจทย์ Real Demand ให้มากขึ้น เพื่อรักษาระดับยอดขายในภาวะที่การแข่งขันสูง ขณะเดียวกัน เรายังคาดว่าการฟื้นตัวของตลาดจะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในช่วงปลายปี โดยเฉพาะหากมีมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ และทิศทางดอกเบี้ยที่ผ่อนคลาย ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค

The post ไนท์แฟรงค์ฯ เปิดข้อมูลตลาดคอนโดมิเนียม Q2/68 ชะลอตัวต่อเนื่อง มีโครงการเปิดใหม่แค่ 2 โครงการ เหตุผู้ประกอบการระวังการลงทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอพี ไทยแลนด์ ไม่หวั่นยอดรีเจกต์พุ่ง! ส่งคอนโด ‘Life อุดมสุข สเตชั่น’ จับวัยทำงานกำลังซื้อสูง https://thestandard.co/ap-thailand-condo-strategy/ Tue, 26 Aug 2025 10:41:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1111544 ap-thailand-condo-strategy

แม้ราคาคอนโดมิเนียมในระดับ 3–4 ล้านบาท จะถือว่าไม่สูงมา […]

The post เอพี ไทยแลนด์ ไม่หวั่นยอดรีเจกต์พุ่ง! ส่งคอนโด ‘Life อุดมสุข สเตชั่น’ จับวัยทำงานกำลังซื้อสูง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ap-thailand-condo-strategy

แม้ราคาคอนโดมิเนียมในระดับ 3–4 ล้านบาท จะถือว่าไม่สูงมากนัก แต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อที่อ่อนตัวลง ยิ่งในปัจจุบันธนาคารยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้การขายในเซกเมนต์นี้ไม่ง่ายนัก

 

“ความท้าทายดังกล่าวไม่สะกระทบ เอพี ไทยแลนด์ ที่ผ่านมาตัวเลขการปฏิเสธสินเชื่อ (reject rate) ของคอนโดภายใต้เอพี อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าตลาด โดยไม่เกิน 30% สะท้อนถึงคุณภาพของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ยังสามารถซื้อได้จริง แม้ตลาดโดยรวมจะเผชิญแรงกดดันก็ตาม” นิยมาพร โต๊ะสงวนพันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาดและการขาย ธุรกิจกลุ่มสินค้าคอนโดมิเนียม บมจ. เอพี ไทยแลนด์ กล่าว

 

ถึงวันนี้กลยุทธ์หลักในการพัฒนาคอนโดของ เอพี ไทยแลนด์นั้น ไม่ได้เน้นการสื่อสารไปที่ราคาต่ำสุด แต่เลือกที่จะชูราคากึ่งกลาง หรือราคาเฉลี่ยของโครงการแทน เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อและมีศักยภาพในการจ่ายจริง

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

เช่นเดียวกับการเปิดตัวเมกะโปรเจกต์ใหม่ ภายใต้ชื่อ ‘Life อุดมสุข สเตชั่น’ แฟลกชิปคอนโดใหม่ มูลค่าโครงการ 4,600 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างเอพี ไทยแลนด์ และพันธมิตรประเทศญี่ปุ่น บมจ. มิตซูบิชิ เอสเตท โครงการได้พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์อินไซต์การใช้ชีวิตของคนเมืองย่านสุขุมวิท–อุดมสุข เน้นเจาะกลุ่มวัยทำงานที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าเป็นหลัก

 

ไฮไลต์ของโครงการคือทำเลติดรถไฟฟ้าสถานีอุดมสุข บนที่ดินขนาด 4-1-78.2 ไร่ สูง 38 ชั้น จำนวน 1,004 ยูนิต โดยมีห้องชุดหลากหลายรูปแบบ เริ่มต้น 28 – 63 ตารางเมตร ราคาเริ่ม 3.99 ล้านบาท

 

นิยมาพร กล่าวต่อไปว่า เทรนด์การซื้อคอนโดในปี 2568 มีทั้งซื้อเพื่อลงทุน ซื้อปล่อยเช่า และซื้ออาศัยอยู่เอง และเหตุผลที่เลือกปักหมุดคอนโดในย่านอุดมสุข เป็นเพราะมองเห็นโอกาสในทำเลอุดมสุขและสุขุมวิท ซึ่งที่ผ่านมาย่านนี้จะมีความต้องการที่อยู่อาศัยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่กลับไม่มีคอนโดใหม่ที่ติดรถไฟฟ้าเปิดตัวมานานกว่า 10 ปี ทำให้ย่านนี้ยังมีช่องว่างให้เข้ามาตอบโจทย์กลุ่มผู้ซื้อที่ต้องการอยู่อาศัยในย่านดังกล่าว

 

ยิ่งไปกว่านั้นย่านอุดมสุขยังถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูง รายล้อมด้วยคอมมูนิตี้มอลล์และถนนสายหลักที่เชื่อมต่อไปยังหลายย่านสำคัญ ที่สำคัญคือกำลังจะมีเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ อย่าง แบงค็อกมอลล์ ซึ่งจะแล้วเสร็จในช่วงปี 2570 เป็นช่วงเวลาเดียวกับคอนโดโครงการนี้แล้วเสร็จ ซึ่งคาดว่าจะช่วยยกระดับมูลค่าและศักยภาพของพื้นที่ได้อย่างมาก

 

ทั้งนี้ในครึ่งปีหลัง เอพี ไทยแลนด์นั้น ยังมีแผนเปิดตัวคอนโดใหม่ๆ เพิ่มอีกอย่างน้อย 4 โครงการ และจะขยับตัวหรือช้านั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์โดยรวมภายในประเทศ

The post เอพี ไทยแลนด์ ไม่หวั่นยอดรีเจกต์พุ่ง! ส่งคอนโด ‘Life อุดมสุข สเตชั่น’ จับวัยทำงานกำลังซื้อสูง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องไอเดียแคมเปญ ‘ชีวิตดี…เริ่มต้นที่ไหน?’ จาก Frasers Property Thailand แบรนด์อสังหาผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างพื้นที่และสร้างชีวิตดีๆ ในทุกวัน [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/frasers-property-thailand-living-home/ Fri, 27 Jun 2025 06:00:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1088353

  ชีวิตดี…เริ่มต้นที่ ‘บ้าน’    เร […]

The post ส่องไอเดียแคมเปญ ‘ชีวิตดี…เริ่มต้นที่ไหน?’ จาก Frasers Property Thailand แบรนด์อสังหาผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างพื้นที่และสร้างชีวิตดีๆ ในทุกวัน [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

Frasers Property Thailand

 

ชีวิตดี…เริ่มต้นที่ ‘บ้าน’ 

 

เริ่มกันที่แกนแรก ‘อสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย’ (Residential) ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ภายใต้แบรนด์ The Grand, Grandio, Gramour, Goldina และ KLOS โดยมีแนวคิดที่จะพลิกโฉมที่อยู่อาศัยด้วยดีไซน์และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์


จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบพื้นที่ที่ส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งกายภาพ จิตใจ และความยั่งยืน เพื่อรองรับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ เช่น เพดานสูง 4 เมตร, ห้องกระจกสำหรับซักรีดภายในบ้านที่ช่วยป้องกันฝุ่นและไม่ต้องกังวลในวันที่ฝนตก, ระบบอากาศสะอาดภายในบ้าน ‘CLEAN AND COOL AIR’ ช่วยกรองฝุ่น PM2.5 และมลพิษภายนอก พร้อมเพิ่มออกซิเจนภายในบ้าน

 

Frasers Property Thailand

 

จุดเริ่มต้นของชีวิตที่ดียังถูกออกแบบให้ครอบคลุมไปถึงการใช้ชีวิตภายในโครงการด้วยการสร้างพื้นที่ที่มอบประสบการณ์ที่ดีอย่างการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางให้ทุกคนสามารถใช้ร่วมกัน รวมไปถึงการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น งานวิ่ง เวิร์กช็อป หรือเทศกาลประจำปี เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและความรู้สึกเป็นเจ้าของในพื้นที่

 

Frasers Property Thailand

 

ชีวิตที่ดีต้องไม่ใช่แค่วันนี้ แต่ต้องดีไปถึงอนาคต เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย มีต้นแบบ ‘บ้านเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน’ ไม่ใช่แค่กับผู้อยู่อาศัยแต่ยังคิดเผื่อเพื่อโลก เลือกใช้วัสดุที่เป็น Green Material และติดตั้งโซลาร์เซลล์ทั้งส่วนของบ้านและคลับเฮาส์


การันตีความตั้งใจจริงด้วยการได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว LEED-Leadership in Energy and Environmental Design ระดับ Gold สำหรับที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว รายแรกในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากโครงการเดอะ แกรนด์ ริเวอร์ฟร้อนท์ ราชพฤกษ์-พระราม 5 

 

Frasers Property Thailand

 

ชีวิตดี…เริ่มต้นที่ ‘โลจิสติกส์เซ็นเตอร์’ 

 

รู้หรือไม่ว่า เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย คือผู้นำอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม (Industrial) ในตลาดโรงงานและคลังสินค้าให้เช่าของไทย ด้วยพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการกว่า 3.77 ล้านตารางเมตร มีโซลูชันการบริการครอบคลุมความต้องการของลูกค้าทุกรูปแบบ ตั้งแต่จัดหาที่ดินถึงการก่อสร้าง ให้บริการอาคารมาตรฐานสากลในรูปแบบ Ready-Built, Built-to-Suit และ Built-to-Function ด้วยแนวคิด ‘Smart & Sustainable Logistics Park’ และนอกจากการพัฒนาพื้นที่แล้ว ยังมาพร้อมทีมงานที่เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาลูกค้าในการติดต่อกับหน่วยงานรัฐอีกด้วย


ภายในโลจิสติกส์เซ็นเตอร์ของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย คือตัวอย่างของการสร้างพื้นที่เพื่อหล่อเลี้ยง ecosystem ของธุรกิจ คน และชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาอาคารอุตสาหกรรมตามมาตรฐานอาคารเขียว LEED, EDGE, TREES และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ จัดกิจกรรมเพื่อสังคมกับชุมชนโดยรอบ ไปจนถึงยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตพนักงานที่ทำงานในโลจิสติกส์เซ็นเตอร์ ทั้งการสร้างพื้นที่สำหรับเล่นกีฬา พักผ่อน และทำกิจกรรมต่างๆ

 

Frasers Property Thailand

 

ชีวิตดี…เริ่มต้นที่ ‘ออฟฟิศ’ และ ‘ศูนย์การค้า’

 

อาคารสำนักงานเกรด A และพื้นที่ศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็น Mitrtown Office Tower, Park Ventures, Sathorn Square, FYI Center, สามย่านมิตรทาวน์ และ Silom Edge ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดที่จะปรับเปลี่ยนบทบาทของ ‘พื้นที่ใช้งาน’ สู่ สื่อกลางที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ในชีวิตเมือง พร้อมยกระดับการให้บริการและคุณภาพอาคารสำนักงาน เพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้อาคารและกลุ่มลูกค้า


อย่างการออกแบบพื้นที่ออฟฟิศที่เน้นความทันสมัย มีพื้นที่ทำงานที่ตอบรับชีวิตคนเมืองยุคใหม่ รองรับการทำงานแบบ Hybrid รวมไปถึง ‘PromptMove Solution’ สำนักงานตกแต่งเสร็จพร้อมเข้าทำงานตามแนวคิด ‘Ready to Move In และ Ready to Use’

 

Frasers Property Thailand

 

การพัฒนาอาคารสำนักงานและพื้นที่ศูนย์การค้าเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย จะให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของย่าน ดึงเอกลักษณ์ของชุมชนมาเป็นจุดเด่น เช่น สามย่านมิตรทาวน์ ถูกพัฒนาบนแนวคิด ‘Urban Life Library’ หรือ ‘คลังแห่งอาหารและการเรียนรู้’ ในขณะที่ FYI Center นอกจากจะเป็นพื้นที่ของธุรกิจแต่ก็มีกลิ่นอายของ Creativity Hub


สิ่งสำคัญคือการสร้างการมีส่วนร่วมให้กับคนในชุมชน ไม่ใช่แค่พื้นที่ของผู้เช่า แต่เปิดกว้างให้เป็นพื้นที่เมือง สามารถจัดกิจกรรมชุมชน ตลาดนัด พื้นที่สนับสนุน SME ไปจนถึง ‘C ASEAN SAMYAN CO-OP’ Co-learning Space ในสามย่านมิตรทาวน์ที่เปิดให้ใช้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง 

 

และทั้งหมดนี้คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นของ ‘เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย’ ที่เป็นมากกว่าผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังครอบคลุมถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับทุกคนในทุกๆ วัน ตั้งแต่การใช้ชีวิตบ้าน ที่ทำงาน เวลาพักผ่อน หรือแม้แต่การได้รับสินค้าที่ตรงเวลาซึ่งถูกจัดส่งอย่างมีประสิทธิภาพจากศูนย์กระจายสินค้าในโลจิสติกส์เซ็นเตอร์


เชื่อหรือยังว่า ‘เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย’ อยู่เบื้องหลังการใช้ชีวิตดีๆ ในทุกวันของพวกเราทุกคน 

 

The post ส่องไอเดียแคมเปญ ‘ชีวิตดี…เริ่มต้นที่ไหน?’ จาก Frasers Property Thailand แบรนด์อสังหาผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างพื้นที่และสร้างชีวิตดีๆ ในทุกวัน [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
แสนสิริ ‘บุกหนัก’ ไตรมาส 2 เปิด 2 โครงการหรู 7 พันล้านใน 3 สัปดาห์! นาราสิริ บางนา กม.10 และคอนโด WIDEN นางลิ้นจี่ https://thestandard.co/sansiri-luxury-projects-q2-2025/ Tue, 13 May 2025 10:13:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1073825

ในระยะเวลาเพียง 3 สัปดาห์ ‘แสนสิริ’ ประกาศเปิดตัวโครงกา […]

The post แสนสิริ ‘บุกหนัก’ ไตรมาส 2 เปิด 2 โครงการหรู 7 พันล้านใน 3 สัปดาห์! นาราสิริ บางนา กม.10 และคอนโด WIDEN นางลิ้นจี่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในระยะเวลาเพียง 3 สัปดาห์ ‘แสนสิริ’ ประกาศเปิดตัวโครงการใหม่ 2 แห่งติดกันคิดเป็นมูลค่ารวมกันกว่า 7 พันล้านบาท

 

เริ่มด้วย ‘นาราสิริ บางนา กม.10’ มูลค่ากว่า 4 พันล้าน ไพรเวตเพียง 56 ครอบครัว ระดับราคา 60-150 ล้านบาท หนึ่งใน Sansiri Luxury Collection อีกทั้งโครงการนี้ยังอยู่ใน SANSIRI 10 EAST ลักชัวรีคอมมูนิตี้แห่งใหม่บนพื้นที่ 165 ไร่ มูลค่ารวม 1.8 หมื่นล้านบาท

 

แสนสิริมองว่าทำเลบางนา กม.10 มีการเติบโตของราคาที่ดินอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ย 16% ต่อรอบปีประเมิน ล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 45,000-100,000 บาทต่อตารางวาในรอบปี 2566-2569 และยังมีดีมานด์ความต้องการบ้านเดี่ยวลักชัวรีเฉพาะกลุ่มต่อเนื่อง ด้วยศักยภาพทำเลที่รองรับการขยายตัวของเมืองในโซนตะวันออก (EEC) ที่กำลังมาแรง 

 

รวมถึงเป็นโลเคชันที่มีโรงเรียนนานาชาติมากที่สุดถึง 11 แห่ง จึงทำให้ทำเลบางนาเป็นทำเลที่กำลังมาแรงและน่าจับตา อีกทั้งยังตอบโจทย์การใช้ชีวิตและการเดินทางที่สะดวกสบายแบบไร้รอยต่อ เชื่อมกับถนนสุขุมวิทไปยังย่าน CBD ตลอดจนรายล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ครบครัน

 

อีกแห่งเป็นคอนโดมิเนียมที่แสนสิริได้ระบุแค่ทำเล แต่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด ซึ่งล่าสุดได้ถูกระบุว่าจะใช้ชื่อ WIDEN by Sansiri (ไวด์เด็น บาย แสนสิริ) มูลค่าโครงการ 3,100 ล้านบาท เป็น Hidden Gem กลางเมือง บนทำเลที่ดินหายาก Rare Location ‘นางลิ้นจี่’

 

ทำเลนางลิ้นจี่ถูกระบุว่ามีทั้งความสงบแบบ Residential และความสะดวกในการเข้า CBD ด้วยซอยลัดรอบด้านในย่านนี้มีโครงการตึกสูงน้อยมาก และไม่ได้มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดตัวใหม่มากว่า 6 ปี

 

ด้วยทำเลที่ดินที่หายากทั้งในด้านความพร้อมและลงตัวของถนนและผังเมือง ซึ่งทั้ง 2 Factor เป็นเรื่องที่หาไม่ง่ายในย่านนี้ ยังรวมไปถึง ความพิเศษที่แสนสิริได้รับความไว้วางใจจากตระกูลเก่าแก่ในย่านส่งต่อที่ดินผืนพิเศษให้พัฒนาโครงการ

 

สนนราคาของ WIDEN by Sansiri อยู่ที่ 8.9-49.9 ล้านบาท โดยโครงการมีจุดเด่นด้วยจำนวนที่จอดรถถึง 105% ของจำนวนยูนิต สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ และโครงการนี้ยังเป็นการร่วมทุนกับ ‘โตคิว ดีเวลลอปเม้นท์ (ประเทศไทย)’ บริษัทอสังหาริมทรัพย์จากญี่ปุ่นอีกด้วย

The post แสนสิริ ‘บุกหนัก’ ไตรมาส 2 เปิด 2 โครงการหรู 7 พันล้านใน 3 สัปดาห์! นาราสิริ บางนา กม.10 และคอนโด WIDEN นางลิ้นจี่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เศรษฐีจีน เมียนมา รัสเซีย แห่ย้ายสินทรัพย์มาไทย ดันตลาดคอนโดหรูแข่งเดือด! ไรมอนแลนด์ แสนสิริ ทุ่มหมื่นล้าน จับตลาดไฮเอน https://thestandard.co/foreign-billionaires-thai-condos/ Sat, 19 Apr 2025 12:21:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1066120

ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยทุ่มทุนสร้างคอนโดหรูและบ้านหร […]

The post เศรษฐีจีน เมียนมา รัสเซีย แห่ย้ายสินทรัพย์มาไทย ดันตลาดคอนโดหรูแข่งเดือด! ไรมอนแลนด์ แสนสิริ ทุ่มหมื่นล้าน จับตลาดไฮเอน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยทุ่มทุนสร้างคอนโดหรูและบ้านหรูคึกคัก! หลังอานิสงส์ผู้ซื้อชาวต่างชาติที่มีฐานะร่ำรวยต่างหลั่งไหลย้ายถิ่นฐานและสินทรัพย์มาไทย วงการอสังหาหวังคลายผลกระทบจากภาวะชะลอตัวของตลาด

 

สำนักข่าว Nikkei รายงานว่า เริ่มจากกลุ่มไรมอนแลนด์ เปิดตัวคฤหาสน์อัลตร้าลักชัวรี่ ‘THE 528 ESTATE’ จำนวน 4 หลัง มูลค่าโครงการกว่า 4,000 ล้านบาท บนทำเลศักยภาพใจกลางสุขุมวิท ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า BTS พร้อมพงษ์ในกรุงเทพฯ เพียง 10 นาที

 

โครงการนี้มีกำหนดแล้วเสร็จในช่วงต้นปี 2027 โดยแต่ละยูนิตจะมีพื้นที่ 780 ตารางเมตรขึ้นไป ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 880 ล้านบาท (26 ล้านดอลลาร์)

 

กร ณรงค์เดช ประธานบริษัท ไรมอนแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ RML เปิดเผยว่า ความต้องการที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนในประเทศไทยกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

 

เมื่อเห็นถึงแนวโน้มดังกล่าว จึงได้ลงทุน 11,000 ล้านบาทในช่วง 3 ปีจนถึงปี 2570 ในกรุงเทพฯ และพื้นที่อื่นๆ โดยมีแผนที่จะจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับเจ้าของที่ดินเพื่อให้ได้พื้นที่ก่อสร้างเพิ่มเติมในราคาที่ถูกกว่าอีกด้วย

 

ขณะเดียวกัน แสนสิริมีแผนที่จะพัฒนาที่อยู่อาศัยระดับไฮเอน มูลค่า 19,000 ล้านบาท เช่นกัน พร้อมเปิดขายในช่วงปลายปี 2568 ซึ่งมากกว่าตัวเลขในช่วงปลายปี 2567 ถึงสองเท่า โดยปัจจุบัน ได้เริ่มขายไปแล้ว 4 โครงการ รวมถึงผ่าน นาราสิริ หนึ่งใน Sansiri Luxury Collection แบรนด์ระดับไฮเอนด์ จากแสนสิริ

 

ขณะที่ ผู้เล่นชาวญี่ปุ่นก็กำลังจับตามองตลาดในประเทศไทยเช่นกัน โดยมิตซุย ฟูโดซังได้จับมือกับแสนสิริในช่วงปลายปี 2567 เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยโครงการแนวราบระดับไฮเอน

 

รวมถึง มิตซูบิชิ เอสเตท ได้ร่วมมือกับเอพี (ไทยแลนด์) เพื่อสร้างคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ เช่นเดียวกับโนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลลอปเมนท์ที่ร่วมมือกับออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้

 

โครงการระดับหรูเหล่านี้ส่วนใหญ่เน้นจับกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติที่มีฐานะร่ำรวย โดยปีที่ผ่านมา ชาวต่างชาติซื้อคอนโดมิเนียมถึง 14,753 ยูนิตในประเทศไทย ซึ่งใกล้เคียงระดับเดิมเมื่อเทียบกับปี 2566 แต่เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับปี 2565

 

5 อันดับลูกค้าต่างชาติกว้านซื้อคอนโดมิเนียมสูงสุดในไทย

 

จากข้อมูดังกราฟิก จะพบว่า ชาวจีนซื้อไปแล้ว 5,670 ราย ซึ่งมากกว่ากลุ่มอื่นๆ อย่างมาก เชื่อกันว่าชาวจีนที่มีฐานะดีย้ายถิ่นฐานไปต่างประเทศและอีกจำนวนมากย้ายมายังกรุงเทพฯ 

 

“ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ซบเซาและการเฝ้าติดตามของรัฐบาล และอีกส่วนเป็นกลุ่มที่มีฐานะดีจากรัสเซียและเมียนมาร์ก็ย้ายสินทรัพย์ไปยังต่างประเทศรวมถึงผ่านไทย”

 

บรรดาแบรนด์หรูระดับโลกเองก็กำลังทำงานร่วมกับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชาวไทย ไม่ว่าจะเป็น ผู้ประกอบการโรงแรมและรีสอร์ตหรูกลุ่ม Aman กำลังสร้างคอนโดมิเนียมใหม่ในใจกลางกรุงเทพฯ

 

รวมถึงโครงการที่พักอาศัยสุดหรู Porsche Design Tower Bangkok จากรถยนต์หรูปอร์เช่เลือกกรุงเทพฯ เป็นสถานที่สำหรับพัฒนาคอนโดมิเนียมแห่งแรกในเอเชียอีกด้วย 

 

ตามข้อมูลของ C9 Hotelworks ระบุ ประเทศไทยเป็นตลาดแบรนด์เนม ซึ่งมีมูลค่าถึง 6.2 หมื่นล้านดอลลาร์ (ณ สิ้นปี 2024) ซึ่งมากที่สุดในตลาดเอเชีย 

 

การให้ความสำคัญกับความหรูหราเกิดส่วนหนึ่งดังกล่าวส่วนหนึ่งมาจากแรงผลักดันในการปลุกความอ่อนแอของตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมของไทย ที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ รายงานว่า ยอดขายบ้านในไทยลดลง 5% ในปี 2024 เหลือประมาณ 348,000 หลัง โดยยอดขายราคาบ้าน 3 – 5 ล้านบาทได้รับผลกระทบหนัก

 

แม้ว่า หนี้ครัวเรือนของไทยจะสูงแตะระดับ 90% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ซึ่งส่วนหนึ่งอาจมาจากปัจจัยผลจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินและการเติบโตของตลาดแรงงานที่ซบเซาหลังจากการระบาดของโควิด-19 ทว่า ผู้บริหารของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์สัญชาติญี่ปุ่นที่ดำเนินกิจการในไทยมองว่า ผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางประมาณ 40% “ไม่สามารถขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้”

 

ส่งผลให้ รายได้ในปี 2567 ของแสนสิริเติบโตลดลงเหลือ 2% จาก 10% ในปี 2566 และกำไรสุทธิของกลุ่มลดลง 13% เหลือ 5.2 พันล้านบาท ส่งผลให้บริษัทหันไปลงทุนในตลาดสินค้าลักชูรี่

 

อย่างไรก็ตาม ชาวต่างชาติที่มีฐานะร่ำรวยมักซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ซึ่งหมายความว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วในภาคส่วนสินค้าลักชูรี่ อาจนำไปสู่ภาวะฟองสบู่แตกได้ 

 

โดยเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเดือนมีนาคมที่ถล่มไทยและเมียนมาร์ ส่งผลให้ตึกสูงในกรุงเทพฯ ถล่มลงมา อาจทำให้อุปสงค์ลดลงได้เช่นกัน

 

“ผู้คนให้ความสนใจกับความเสี่ยงจากแผ่นดินไหวมากขึ้น” ยูจิ คาโตะ จากสถาบันวิจัยโนมูระ ประเทศไทย กล่าว

 

ภาพ: MIphototype/Getty images

อ้างอิง:

The post เศรษฐีจีน เมียนมา รัสเซีย แห่ย้ายสินทรัพย์มาไทย ดันตลาดคอนโดหรูแข่งเดือด! ไรมอนแลนด์ แสนสิริ ทุ่มหมื่นล้าน จับตลาดไฮเอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. ลดค่าธรรมเนียมโอน-จำนอง มีผลถึง 30 มิ.ย. 69 กระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ https://thestandard.co/property-fee-cuts-until-2569/ Tue, 08 Apr 2025 10:42:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1061889

ครม. เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย […]

The post ครม. ลดค่าธรรมเนียมโอน-จำนอง มีผลถึง 30 มิ.ย. 69 กระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ครม. เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ หั่นค่าโอน-จดจำนอง เหลือ 0.01% บ้าน-คอนโดไม่เกิน 7 ล้านบาท ควบคู่ LTV เร่งกระตุ้นอสังหา มีผลถึง 30 มิ.ย.69

 

เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ เพื่อบรรเทาปัญหาอุปทานคงค้างสูง ดังนี้

 

  1. ลดค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์ เหลือ 0.01% จากปกติ 2%

 

  1. ลดค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์ อันเนื่องมาจากการจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวในคราวเดียวกัน เหลือ 0.01% จากปกติ 1% สำหรับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ดังนี้

 

– อาคารที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด หรือบ้านแถว หรืออาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคารดังกล่าว

 

– ห้องชุดที่จดทะเบียนอาคารชุด โดยมีราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 7 ล้านบาท และวงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาท ต่อสัญญา โดยไม่รวมถึงกรณีการขายเฉพาะส่วน

 

เผ่าภูมิระบุว่า กระทรวงการคลังต้องการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์โดยบรรเทาปัญหาอุปทานคงค้างที่อยู่ในระดับสูง จึงกำหนดระยะเวลามาตรการนี้ ให้สอดคล้องกับมาตรการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV โดยให้มาตรการนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่กฎหมายได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569

 

ด้าน คารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สาระสำคัญของเรื่องมาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย ที่กระทรวงการคลังเสนอ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและบรรเทาภาระให้แก่ประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และส่งเสริมการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ รวมถึงช่วยรักษาระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับภาคอสังหาริมทรัพย์ 

 

โดยมีหลักการเช่นเดียวกับมาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม สำหรับที่อยู่อาศัย ปี 2567 ที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (9 เมษายน 2567) ตามข้อ 2 ซึ่งสิ้นสุดแล้วเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ซึ่งได้ยกร่างประกาศกระทรวงมหาดไทยรวม 2 ฉบับ ดังนี้

 

1.1 ร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน กรณีอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด โดยลดค่าจดทะเบียนการโอนอสังหาริมทรัพย์ ที่มีราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 7 ล้านบาท และวงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาท ต่อสัญญา (จากเดิม 2%) เหลือ 0.01% และลดค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์ อันเนื่องมาจากการจดทะเบียนการโอนอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวในคราวเดียวกัน (จากเดิม 1%) เหลือ 0.01% สำหรับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และบ้านแถวหรืออาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคารดังกล่าว โดยไม่รวมถึงกรณีการขายเฉพาะส่วน

 

1.2 ร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การเรียกค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด กรณีห้องชุดตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด โดยลดค่าจดค่าจดทะเบียนการโอนห้องชุดที่จดทะเบียนอาคารชุดที่มีราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 7 ล้านบาท และวงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา (จาก 2%) เหลือ 0.01% และลดค่าจดทะเบียนจำนองห้องชุดอันเนื่องมาจากการจดทะเบียนการโอนในคราวเดียวกัน (จากเดิม 1%) เหลือ 0.01% โดยไม่รวมถึงกรณีการขายเฉพาะส่วน

 

ทั้งนี้ สำหรับผู้ซื้อซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทยที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองและผู้ขายที่ต้องการขายอสังหาริมทรัพย์ทั้งที่เป็นอาคารที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ และห้องชุดในราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 7 ล้านบาท และวงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาทและให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 

 

2. กระทรวงการคลังได้รายงานประมาณการการสูญเสียรายได้และประโยชน์ได้รับตามมาตรา 27 และมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 แล้ว โดยคาดว่ามาตรการดังกล่าว จะทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสูญเสียรายได้จากค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์และค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์ จำนวนไม่เกิน 20,014.65 ล้านบาท (1,334.31 ล้านบาทต่อเดือน) แต่จะช่วยสนับสนุนและบรรเทาภาระให้แก่ประชาชน รักษาระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม 

 

คาดเพิ่ม GDP ไทย 1.06%

 

ทั้งนี้ คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยให้เกิดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์มูลค่าประมาณ 537,303.88 ล้านบาทต่อปี (44,775.32 ล้านบาทต่อเดือน) ซึ่งจะช่วยเพิ่มการบริโภคภายในประเทศได้ประมาณ 88,690.22 ล้านบาทต่อปี (7,390.85 ล้านบาทต่อเดือน) และเพิ่มการลงทุนได้ประมาณ 303,434.15 ล้านบาทต่อปี (25,286.18 ล้านบาทต่อเดือน) และส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศเพิ่มขึ้น 1.06% ต่อปี เมื่อเทียบกับกรณีไม่มีมาตรการ

 

3. โดยที่เรื่องนี้เป็นการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์และค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์สำหรับผู้ซื้อซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทยที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และผู้ขายที่ต้องการขายอสังหาริมทรัพย์ทั้งที่เป็นอาคารที่อยู่อาศัยอาคารพาณิชย์ และห้องชุด ซึ่งจะทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสูญเสียรายได้ จึงเห็นควรให้มีความเห็นกระทรวงมหาดไทย สำนักงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีด้วย ประกอบกับเรื่องดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 47 (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 ข้อ 2 (7) (ฎ) ซึ่งกำหนดให้ลดหย่อนค่าธรรมเนียมในอัตรา 0.01% ได้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด และกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารชุด พ.ศ. 2553 ข้อ 1 (7) (ช) ซึ่งกำหนดให้ลดหย่อนค่าธรรมเนียมในอัตรา 0.01%  ได้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

The post ครม. ลดค่าธรรมเนียมโอน-จำนอง มีผลถึง 30 มิ.ย. 69 กระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิศวกรชี้ ตึก ใน กทม. สีแดง แค่ 2 แห่ง เร่งซ่อม รพ.ราชวิถี ด้วยวิธีเย็บตึก ส่วนศูนย์ราชการอาคาร A เป็นรอยร้าวเดิม รู้สึกเอียง เพราะตึกทรงป้าน https://thestandard.co/engineer-red-building-just-2-bkk/ Sat, 05 Apr 2025 02:49:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1060903

วานนี้ (4 เมษายน) ที่กระทรวงมหาดไทย เอนก ศิริพานิชกร ผู […]

The post วิศวกรชี้ ตึก ใน กทม. สีแดง แค่ 2 แห่ง เร่งซ่อม รพ.ราชวิถี ด้วยวิธีเย็บตึก ส่วนศูนย์ราชการอาคาร A เป็นรอยร้าวเดิม รู้สึกเอียง เพราะตึกทรงป้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (4 เมษายน) ที่กระทรวงมหาดไทย เอนก ศิริพานิชกร ผู้แทนวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวว่า ประเทศไทยมีกฎกระทรวงตั้งแต่ปี 2550  และมีมาตรฐานตาม พ.ร.บ. พ.ศ.2561 ซึ่งวัดการสั่นไหว เมื่อดูค่าแผ่นดินไหวถือว่าต่ำกว่าที่เราออกแบบป้องกันไว้เมื่อปี 2564 ตึกนี้แม้จะเป็นกฎกระทรวงเดิม แต่ขอให้มั่นใจมาตรฐานที่มีอยู่ ยังสามารถใช้การได้ จะเห็นว่าทุกอาคารในกรุงเทพมหานคร สามารถสู้กับเหตุแผ่นดินไหวได้ยกเว้นอาคารแห่งนี้ จึงขอให้มั่นใจกฎกระทรวง และมั่นใจกรมโยธาและผังเมือง

 

ส่วนคนที่อยู่ในเหตุการณ์และอาศัยอยู่บนคอนโดที่มีอาการแพนิก แม้จะมีการตรวจสอบ และ กทม.ประกาศให้สามารถเข้าที่พักได้ สภาวิศวกร ร่วมกับ กทม.ได้ประกาศร่วมกันตรวจสอบอาคาร จำนวน 13,000 เคส พบว่าปัญหาจริงๆในคอนโด คือ แทงก์น้ำที่อยู่บนดาดฟ้าของคอนโดที่แตก พบทั้งสิ้น 30 ราย ส่วนปัญหาที่สองคือ ปัญหาความแข็งแรงของลิฟท์ ส่วนใหญ่จะเป็นการแตกร้าวบนผนัง และในจำนวน 13,000 เคส เราให้ใบแดงแค่ 2 อาคาร แสดงว่าอาคารที่มีอยู่ ยกเว้นอาคารที่มีปัญหาแข็งแรง สามารถเข้าอยู่อาศัยได้

 

สำหรับกรณีโรงพยาบาลราชวิถี  และอีกโรงบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ที่เสียหายตรงกำแพงรับน้ำหนัก สภาวิศวกรจะมีการตรวจสอบร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง ยืนยันว่าจะทำให้เป็นใบเขียวให้ได้ โดยใช้วิธีการทางวิศวกรรม โดยในวันพรุ่งนี้ (5 เม.ย.68) นายกสภาวิศวกรจะไปเปิดศูนย์กองอำนวยการร่วม โดยเบื้องต้นสภาวิศวกร และกรมโยธาธิการและผังเมือง ให้ใบแดงไว้จำนวน 34 หลัง รวมต่างจังหวัด และบางส่วน เช่น ตึกโรงพยาบาลราชวิถีเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเหลือง 

 

เอนก กล่าวถึงวิธีการซ่อมอาคารโรงพยาบาลราชวิถีว่า จะใช้วิธีการทางวิศวกรรมโดยการเย็บ โดยเสริมเหล็กเข้าไปโดยการยัดสารเคมีในแนวตั้ง แล้วใช้แผ่นเหล็กแปะเข้าไป ซึ่งโรงพยาบาลราชวิถีเสียหายเพียงแค่ชั้นเดียว ไม่ได้หมายความว่าเสียหายทั้งอาคาร  ยืนยันว่าจะทำให้โรงพยาบาลราชวิถีกลับมาเป็นสีเขียว 

 

ด้าน ผช.ดร.ธเนศ วีระศิริ  นายกสภาวิศวกร กล่าวถึงกรณีศูนย์ราชการ อาคาร A ว่า วันนั้นตนเองเข้าไปทำงานพอดี มี 1-2 คนที่รู้สึกสั่นไหว ตนเองได้เข้าไปดูพร้อมกับหน่วยที่ดูแลอาคารดังกล่าว ซึ่งมีการชี้จุดรอยร้าวตามตำแหน่งต่าง ๆ จากการตรวจสอบพบเป็นรอยร้าวตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม สังเกตได้จากบันไดใต้อาคาร ที่อยู่บริเวณใต้ท้องอาคารในอาคารสูงหลายหลายแห่ง จะมีรอยผนังร้าว ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาหลังจากการโยกของอาคาร แต่เหตุดังกล่าวเป็นรอยเก่า 

 

สาเหตุที่อาคาร A มีความรู้สึกว่าอาคารเอียง เพราะออกแบบเป็นรูปทรงป้านไปข้างบน ขฯะที่ศูนย์ราชการอาคาร B ก็มีรูปทรงคล้ายกัน ล่าสุดมีรอยร้าวที่โคนเสาอยู่จุดหนึ่งของอาคาร A  ซึ่งได้มีการแก้ไขเสร็จเรียบร้อย แต่ด้วยความไม่สบายใจจึงได้รื้อออกมา และมีการวัดดูด้วยเครื่องมือ Seismic Test มีการซ่อมกลับเข้าไปใหม่ เป็นการใช้ข้อมูลวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนให้สบายใจ

The post วิศวกรชี้ ตึก ใน กทม. สีแดง แค่ 2 แห่ง เร่งซ่อม รพ.ราชวิถี ด้วยวิธีเย็บตึก ส่วนศูนย์ราชการอาคาร A เป็นรอยร้าวเดิม รู้สึกเอียง เพราะตึกทรงป้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ‘คอนโดศูนย์เหรียญ’ วิกฤตเงียบ โรงแรมไทยสูญหมื่นล้าน รัฐขยับช้าไปไหม? | Exclusive Interview EP.25 https://thestandard.co/wealth-exclusive-interview-ep-25/ Fri, 21 Mar 2025 09:02:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1054761

วิกฤต ‘คอนโดศูนย์เหรียญ’ กำลังลุกลาม ไม่ใช่แค่ลูกบ้านที […]

The post ชมคลิป: ‘คอนโดศูนย์เหรียญ’ วิกฤตเงียบ โรงแรมไทยสูญหมื่นล้าน รัฐขยับช้าไปไหม? | Exclusive Interview EP.25 appeared first on THE STANDARD.

]]>

วิกฤต ‘คอนโดศูนย์เหรียญ’ กำลังลุกลาม ไม่ใช่แค่ลูกบ้านที่เดือดร้อน แต่ธุรกิจโรงแรมไทยกำลังเผชิญความท้าทาย ประเมินความเสียหายแล้วทะลุหมื่นล้านบาท!

 

อะไรคือคอนโดศูนย์เหรียญ? ทำไมถึงสร้างผลกระทบได้รุนแรงขนาดนี้? การปล่อยเช่าคอนโดรายวันผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ผิดกฎหมายหรือไม่ ภาครัฐกำลังทำอะไรอยู่ หรือว่า…ช้าเกินไป?

 

THE STANDARD WEALTH เจาะลึกทุกประเด็นร้อนกับ เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย ที่จะมาเปิดใจถึงผลกระทบ ข้อเรียกร้องต่อภาครัฐ และทางออกของปัญหานี้

The post ชมคลิป: ‘คอนโดศูนย์เหรียญ’ วิกฤตเงียบ โรงแรมไทยสูญหมื่นล้าน รัฐขยับช้าไปไหม? | Exclusive Interview EP.25 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เบื้องหลังซิงเกิล ‘คล้ายสวรรค์ (Close To Heaven)’ จาก fellow fellow เมื่อเสียงเพลงและบรรยากาศริมทะเลมาบรรจบกันที่ Nue Coast Khu Khot Station [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/closetoheaven-fellowfellow/ Thu, 20 Mar 2025 11:41:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1053974 Nue Coast Khu Khot Station

“แค่ได้มีเธออยู่กับฉัน ไม่ต้องการมากไปกว่านั้น เดาว่าสว […]

The post เบื้องหลังซิงเกิล ‘คล้ายสวรรค์ (Close To Heaven)’ จาก fellow fellow เมื่อเสียงเพลงและบรรยากาศริมทะเลมาบรรจบกันที่ Nue Coast Khu Khot Station [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Nue Coast Khu Khot Station

แค่ได้มีเธออยู่กับฉัน ไม่ต้องการมากไปกว่านั้น

เดาว่าสวรรค์นั้นเป็นแบบไหน คงจะคล้ายช่วงเวลานี้

 

หากถามว่า ‘สวรรค์’ มีหน้าตาเป็นอย่างไร คำตอบของแต่ละคนอาจแตกต่างกันออกไป แต่เมื่อได้ฟัง คล้ายสวรรค์ (close to heaven) ซิงเกิลล่าสุดจาก fellow fellow ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนี้ ภาพของสวรรค์ในแบบฉบับของคนยุคนี้ก็อาจชัดเจนขึ้น

 

 

ด้วยดนตรีฟีลอบอุ่น เนื้อเพลงชวนฝันสุดโรแมนติก ตามแบบฉบับของ fellow fellow บวกกับมิวสิกวิดีโอที่ถ่ายทอดเรื่องราวของชีวิตอันแสนเรียบง่ายที่บ้าน ตัดสลับกับบรรยากาศธรรมชาติที่โอบล้อม พร้อมกับสายตาและรอยยิ้มจากคนรัก ก็อาจเพียงพอแล้วสำหรับการเป็น ‘สวรรค์’ ของใครบางคน

 

หากมองเพียงผิวเผิน เพลง คล้ายสวรรค์ อาจเป็นเพียงเพลงรักธรรมดาทั่วไปเพลง หนึ่ง แต่เมื่อฟังให้ลึกลงไป คำว่า ‘สวรรค์’ ในเพลงนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ เป็นความสุขที่เกิดขึ้นจากความธรรมดา และอาจเป็นคำนิยามของสวรรค์ที่แท้จริงของคนยุคนี้

 

นิยาม ‘สวรรค์’ ของคนยุคใหม่

 

เมื่อพูดถึงสวรรค์ ภาพแรกที่หลายคนคิดถึงอาจเป็นสถานที่สวยหรูและไกลเกินเอื้อม แต่ fellow fellow กลับพาเรากำหนดนิยามของสวรรค์ใหม่ ขอแค่มีพื้นที่ที่ทำให้รู้สึกสงบ สบาย  สามารถหลีกหนีจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวันได้

 

เธอเปลี่ยนเพดานให้เป็นท้องฟ้า 

เสกผ้าม่านเป็นคลื่นทะเล

เปลี่ยนโคมไฟเป็นดาวเต็มฟ้า

เสกเตียงนอนเป็นพรมวิเศษ

 

จะเห็นได้ว่า ‘เธอ’ ไม่ได้แค่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตประจำวันให้มีความสุขขึ้น แต่ยังเปลี่ยนสถานที่ธรรมดาๆ ให้กลายเป็น ‘พื้นที่พิเศษ’ ที่ปลอดภัยและเต็มไปด้วยความอบอุ่น 

 

 

Nue Coast Khu Khot Station คอนโดที่เปลี่ยนทุกวันให้ ‘คล้ายสวรรค์’

 

น่าสนใจที่ ‘เธอ’ ในเพลงนี้ไม่ได้หมายถึงแค่คนรักเท่านั้น แต่ยังหมายถึงโครงการ Nue Coast Khu Khot Station คอนโดน้องใหม่ติด BTS สถานีคูคต ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ  ความสงบ ความเป็นส่วนตัว และการพักผ่อนอย่างแท้จริง

 

 

หากสวรรค์ในแบบของคุณคือการตื่นเช้ามารับแสงแดดอ่อนๆ เปิดหน้าต่างรับสายลม พร้อมจิบกาแฟแก้วโปรด ในบรรยากาศริมทะเล การได้อาศัยที่ Nue Coast Khu Khot Station อาจเป็นคำตอบ

 

คอนเซปต์ ‘Coast’ สัมผัส Vibe ริมทะเลแม้อยู่ใกล้เมือง

 

ด้วยแนวคิดที่อยากให้คอนโดเป็นเหมือน ‘รีสอร์ตส่วนตัวริมชายหาด’ ทุกดีเทลของโครงการจึงสะท้อนบรรยากาศทะเลผ่านสถาปัตยกรรม Mid-Century Modern ที่เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยรายละเอียดที่ให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย

 

สระว่ายน้ำทรง Curve ขนาดใหญ่

 

สีครีมของตัวอาคารสะท้อนถึงเม็ดทรายบนชายฝั่ง เส้นโค้งที่ได้แรงบันดาลใจจากแนวชายหาดและเกลียวคลื่นช่วยเติมมิติให้กับพื้นที่ ผสานเข้ากับสระว่ายน้ำทรง Curve ขนาดใหญ่ ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศเหมือนได้ใช้ชีวิตอยู่ริมทะเลทุกวันแม้อยู่ใกล้เมือง

 

พื้นที่ส่วนกลางได้รับการออกแบบให้เป็นมากกว่าพื้นที่ใช้สอย แต่เป็นสถานที่ที่ช่วยให้ทุกวันของคุณผ่อนคลาย ไม่ว่าจะเป็น Welcome Lounge ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามา Co-society พื้นที่ทำงานที่แสงธรรมชาติส่องถึง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ทั้งสาย Work from Home และ Content Creator ช่วยกระตุ้นไอเดียและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน Streaming Room สำหรับการพักผ่อน ดูหนัง และใช้เวลาส่วนตัว หรือ Lobby Lounge ที่ตกแต่งในสไตล์ที่แตกต่างกัน 

 

 

และพิเศษไปกว่านั้น ด้วยความเป็น Low-Rise Condo ที่มีเพียง 692 ยูนิต ทำให้ Nue Coast Khu Khot Station มอบความเป็นส่วนตัวที่เหนือกว่าคอนโดทั่วไป ไม่แออัด ให้บรรยากาศที่เงียบสงบเหมาะกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง 

 

ห้องพักที่ทำให้ ‘ทะเลอยู่ใกล้แค่เอื้อม’

 

ที่ Nue Coast Khu Khot Station ทุกห้องถูกออกแบบมาเพื่อให้คุณสัมผัสกับบรรยากาศแห่งการพักผ่อน เหมือนได้อยู่รีสอร์ตริมทะเล ด้วยโทนสีอ่อนสบายตา แสงแดดส่องถึง ผสานกับวัสดุธรรมชาติ เสริมด้วยเพดานสูงช่วยเพิ่มมิติของพื้นที่ให้รู้สึกกว้างขวางและโปร่งสบายยิ่งขึ้น

 

ห้องตัวอย่างที่ Nue Coast Khu Khot Station

 

และอีกหนึ่งไฮไลต์ของที่นี่คือ ห้องแบบ Pool Access และ Garden Access ที่ชั้น 1 ของทุกอาคาร ทำให้การอยู่อาศัยเหมือนได้พักผ่อนริมทะเลทุกวัน

 

ห้องแบบ Pool Access มีบันไดลงสระส่วนตัว

 

  • Pool Access ห้องที่เชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำโดยตรง พร้อมบันไดลงสระส่วนตัว เพียงเปิดประตูก็สามารถลงสระได้ทันที เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผ่อนคลายในบรรยากาศริมสระน้ำ 
  • Garden Access ห้องที่ติดกับพื้นที่สีเขียวของโครงการ เพียงแค่เปิดประตู คุณจะได้สัมผัสกับความร่มรื่นของต้นไม้และสวนขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับการเริ่มต้นวันใหม่ด้วยอากาศบริสุทธิ์ หรือใช้เวลาพักผ่อนในช่วงเย็น ท่ามกลางบรรยากาศที่สงบและเป็นธรรมชาติ

 

สวรรค์ที่อยู่ใกล้กว่าที่คิด

 

ไม่เพียงมอบบรรยากาศแห่งการพักผ่อนเท่านั้น แต่ Nue Coast Khu Khot Station ยังมอบความสะดวกสบายที่ ‘ใกล้โคตร’ เพราะที่นี่ตั้งอยู่ติด BTS สถานีคูคต รายล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์และห้างสรรพสินค้า

 

แผนที่ Nue Coast Khu Khot Station ใกล้ห้างสรรพสินค้าและโรงพยาบาล

 

บอกฉันทีว่าไม่ใช่ฝัน การได้มีเธออยู่ทุกวัน 

เดาว่าสวรรค์หน้าตาแบบไหน

คงจะคล้าย เมื่อฉันได้อยู่ใกล้เธอ

 

ถ้าถามว่า ‘สวรรค์’ หน้าตาเป็นแบบไหน ก็คงต้องตอบได้ว่าคือทุกช่วงเวลาที่ได้อยู่กับ ‘เธอ’ ในอีกนัยหนึ่งอาจเหมือนกับการได้ใช้ชีวิตทุกวันที่ Nue Coast Khu Khot Station

 

Nue Coast Khu Khot Station

 

Nue Coast Khu Khot Station เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลสไตล์ Beach Vibe พร้อมเสียงดนตรีสุดไพเราะ

 

Nue Coast Khu Khot Station ราคาเริ่มต้นเพียง 1.49 ล้าน* เปิดจองรอบแรก 15 มีนาคมนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE: @nuekhukhotstation https://bit.ly/4kMEUCH 

 

 

The post เบื้องหลังซิงเกิล ‘คล้ายสวรรค์ (Close To Heaven)’ จาก fellow fellow เมื่อเสียงเพลงและบรรยากาศริมทะเลมาบรรจบกันที่ Nue Coast Khu Khot Station [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
โปรปิดตึก! ห้อง Studio ได้ห้องหน้ากว้างแถมยังได้ครัวปิด เพียง 3.79 ล้าน* ที่ Life Ladprao Valley เท่านั้น https://thestandard.co/life/life-ladprao-valley/ Fri, 14 Mar 2025 13:00:25 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1052314 Life Ladprao Valley

นี่แหละโปรที่คุ้มที่สุด   ต้องบอกว่าตอนนี้เหลือไม่ […]

The post โปรปิดตึก! ห้อง Studio ได้ห้องหน้ากว้างแถมยังได้ครัวปิด เพียง 3.79 ล้าน* ที่ Life Ladprao Valley เท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Life Ladprao Valley

นี่แหละโปรที่คุ้มที่สุด

 

ต้องบอกว่าตอนนี้เหลือไม่กี่ยูนิตแล้วสำหรับ Life Ladprao Valley ที่ตอนนี้ออกโปรโมชันหั่นราคาห้อง Studio ลงมาเหลือเพียง 3.79 ล้านบาท* ซึ่งนี่คือห้องหน้ากว้างแถมได้ครัวปิด นอกจากจะหั่นราคาแล้วยังแจกโบนัสอีก 4 ต่อ ได้แก่ ฟรีค่าส่วนกลาง 24 เดือน*, ฟรีพรีเมียมเฟอร์นิเจอร์ยกห้อง*, ฟรีผ้าม่าน* และฟรีแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต* รวมแล้วมูลค่ากว่า 350,000 บาท*

 

นี่คือคอนโดที่ตอบโจทย์คนอยากใช้ชีวิตสะดวกแบบสุดๆ เพราะใกล้ทั้ง BTS และ MRT และยังเชื่อมต่อสนามบินดอนเมืองได้ภายใน 15 นาที ตอบโจทย์ทั้งวัยเรียนและวัยทำงาน เพราะรายล้อมด้วยโรงเรียน มหาวิทยาลัยชื่อดัง และบริษัทชั้นนำ

 

นอกจากจะราคาดีและทำเลดีแล้ว ส่วนกลางที่นี่ก็ดีไม่แพ้กัน เพราะมีพื้นที่ส่วนกลาง 39 โซน ออกแบบภายใต้แนวคิด Luxury Adventure จัดเต็มกว่า 4 ชั้น ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้ชีวิต ครบครันด้วยกิจกรรมแบบ Active และ Passive

 

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

 

ภาพ: AP

The post โปรปิดตึก! ห้อง Studio ได้ห้องหน้ากว้างแถมยังได้ครัวปิด เพียง 3.79 ล้าน* ที่ Life Ladprao Valley เท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดเส้นทางทุนจีนกว้านซื้อคอนโดปล่อยเช่ารายวัน https://thestandard.co/chinese-investment-condos/ Fri, 14 Mar 2025 10:29:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1052287 chinese-investment-condos

  การรุกคืบของทุนต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มทุนชาวจีนที […]

The post เปิดเส้นทางทุนจีนกว้านซื้อคอนโดปล่อยเช่ารายวัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
chinese-investment-condos

 

การรุกคืบของทุนต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มทุนชาวจีนที่เข้ามากว้านซื้อคอนโดมิเนียมในไทยก่อนนำไปปล่อยเช่ารายวันบนแพลตฟอร์มออนไลน์ บทความนี้ THE STANDARD จะพาไปติดตามเส้นทางการปล่อยเช่ารายวันของกลุ่มทุนต่างชาติเหล่านี้ และที่สำคัญ ‘คนไทย’ คนที่เสียเปรียบมากที่สุดในสมการนี้จะต้องรับมืออย่างไร 

 

เกิดอะไรขึ้น? 

 

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเราจะเห็นข่าวตามหน้าสื่อต่างๆ ว่า มีกลุ่มทุนชาวจีนมากว้านซื้อคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ แล้วเอามาปล่อยให้เช่าแบบรายวันผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ส่วนวิธีการส่งต่อกุญแจห้องพักให้แก่ลูกค้านั้นมีตั้งแต่ส่งให้กันแบบโจ่งแจ้งไปจนวิธีการที่แนบเนียนโดยการเอากุญแจไปซ่อนไว้ในกล่องล็อกกุญแจที่ติดตั้งไว้ตามสถานที่สาธารณะเพื่อให้นักท่องเที่ยวที่ตกลงเช่ามาเปิดรหัสรับกุญแจโดยไม่ต้องผ่านคนกลางหรือการลงทะเบียนกับนิติบุคคล แต่หลังจากที่เป็นข่าว และกรมการปกครองลงพื้นที่ไปตรวจสอบ สถานการณ์ก็เหมือนจะซาลง แต่เหตุการณ์ในลักษณะนี้ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง 

 

key box

 

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2568 มีแหล่งข่าวให้ข้อมูลกับ THE STANDARD ว่ามีคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านห้วยขวางที่สงสัยว่าจะมีการปล่อยเช่ารายวันให้แก่นักท่องเที่ยว ทีมข่าว THE STANDARD จึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบย่านห้วยขวางที่ที่คนไทยในพื้นที่นั้นเรียกกันว่าเป็น ‘เยาวราช 2’ 

 

ในระหว่างการลงพื้นที่ทีมข่าวสังเกตเห็นว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนเดินลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ในย่านห้วยขวางตลอดทั้งวัน มีทั้งแบบที่มากันเป็นกลุ่มใหญ่ และมาคนเดียว 

 

จากนั้นทีมข่าวได้ไปสังเกตการณ์ที่คอนโดมิเนียมตามที่แหล่งข่าวให้ข้อมูลมา พบว่าผู้พักอาศัยส่วนใหญ่เป็นชาวจีนที่เดินเข้า-ออกอาคารตามอัธยาศัย และในขณะเดียวกันก็มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินลากกระเป๋าออกมาพร้อมกับมีชายลักษณะคล้ายกับนายหน้าโดยมีการพูดคุยกันเป็นภาษาจีน พร้อมกับทำหน้าที่สแกนเปิดประตูให้ และประสานเรียกรถมารับ ทีมข่าวเห็นดังนั้นจึงเฝ้าสังเกตการณ์ต่อ 

 

จนกระทั่งต่อมาทีมข่าวสังเกตเห็นชายชาวจีนรายหนึ่ง เดินเข้าคอนโดมิเนียมมา พร้อมกับทำท่ากวักมือเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยให้มาเปิดประตูเข้าไปยังคอนโดมิเนียมด้านในให้ ก่อนจะพูดจาด้วยน้ำเสียงที่กระแทกและดังขึ้น สุดท้ายพนักงานรักษาความปลอดภัย ก็เดินไปสแกนเปิดประตูและขึ้นลิฟต์ให้ชายชาวจีนรายดังกล่าว 

 

ทีมข่าวได้เข้าไปสอบถามพนักงานรักษาความปลอดภัยถึงเหตุการณ์ดังกล่าว พนักงานรักษาความปลอดภัยจึงเล่าให้ฟังว่า ชายชาวจีนรายนี้อ้างว่าเป็นผู้พักอาศัย แต่ไม่มีบัตรสแกนเข้าคอนโดมิเนียม จึงเรียกให้ตนไปเปิดให้ แต่ด้วยมาตรการของคอนโดมิเนียมที่เน้นย้ำว่าหากต้องสงสัยว่าใครไม่ใช่ลูกบ้านประจำ หรือไม่คุ้นหน้า ให้เดาว่าเป็นผู้เช่ารายวันไว้ก่อน และห้ามให้ขึ้นคอนโดมิเนียมเด็ดขาด ตนจึงปฏิบัติตามมาตรการ แต่ชายชาวจีนไม่ยอมเลยขึ้นเสียงใส่ จนสุดท้ายได้มีการโทรหา พนักงานรักษาความปลอดภัยกะเช้าเพื่อยืนยันว่าเจ้าตัวเป็นลูกบ้านจริง ตนจึงไปเปิดให้ประตูและสแกนบัตรขึ้นลิฟต์ให้ 

 

พนักงานรักษาความปลอดภัยรายนี้ยังเปิดเผยกับทีมข่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้เคยมีนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเช่าแบบรายวัน แต่จะเยอะหรือน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละช่วง แต่ตอนนี้น้อยลงเพราะมีกระแสข่าว อีกทั้งคอนโดมิเนียมเองก็มีป้ายเตือนห้ามปล่อยเช่ารายวัน นิติบุคคลของคอนโดเองก็เคร่งมาก ถ้าหากไม่คุ้นหน้าก็ต้องให้ยืนยันตัวตนให้ได้ว่าเป็นลูกบ้านจริง เพราะที่ผ่านมา ผู้เช่ารายวันเหล่านี้จะเข้ามาผ่านเจ้าของห้องหรือผู้เช่าที่ปล่อยเช่าแบบผิดกฎหมาย และมักจะอ้างว่าเป็นเพื่อนของลูกบ้าน บางรายเป็นเพื่อนที่ปล่อยเช่ารายวันให้กันจริง แต่บางรายไม่ใช่ และจะให้ใช้ข้ออ้างว่าเป็นเพื่อน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวตรงกับพนักงานรักษาความปลอดภัยของคอนโดมิเนียมแห่งอื่นที่ให้ข้อมูลกับทีมข่าวเช่นเดียวกัน 

 

พนักงานรักษาความปลอดภัยรายนี้เล่าต่อว่า เมื่อมาอาศัยอยู่ก็มักจะมีพฤติกรรมการใช้ส่วนกลางของคอนโดมิเนียมที่ไม่สร้างความวุ่นวายและน่ารำคาญใจให้แกลูกบ้านรายอื่น เพราะส่วนใหญ่คิดว่า ที่เช่ามาคือโรงแรม เนื่องจากในแอปพลิเคชันระบุว่าเป็น ‘โรงแรม’  

 

ย้อนไทม์ไลน์ทุนต่างชาติกว้านซื้อคอนโดในไทย 

 

ปริณวัชญณ์ คณะภัควรรษณ์ ผู้บริหารบริษัท แมทชิ่ง พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ฉายภาพปรากฏการณ์นี้ว่ามีมาตั้งแต่ 6 ปีที่แล้ว ชาวจีนเริ่มเข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ทั้งบ้านและคอนโดมิเนียม ด้วยจุดประสงค์ทั้งเพื่ออยู่อาศัยและการลงทุน ซึ่งชาวจีนกลุ่มแรกที่เข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทยนั้นเป็นกลุ่มที่คนไทยเรียกว่า ‘จีนเทา’ จากนั้นกลุ่มนี้ก็เริ่มขยายกิจการ ทั้งการไปกว้านซื้อห้องชุดคอนโดมิเนียมแบบ ‘Big Lot’ ซึ่งจะทำให้มีอำนาจในการต่อรองราคาและได้มาในราคาที่ถูกกว่า จากนั้นก็เอามาปล่อยขายหรือให้เช่ารายปีในตลาดในราคาที่ต่ำกว่าเจ้าอื่นๆ และเริ่มซื้อที่ดินแบบเก็งกำไรโดยใช้ ‘นอมินี’ เป็นคนดูแล ต่อมาก็เริ่มขยายอาณาจักรด้วยการใช้ช่องโหว่ที่มี ทั้งกฎหมายหรือเจ้าหน้าที่ในประเทศไทย 

 

ส่วนการเอาห้องชุดคอนโดมิเนียมมาปล่อยให้เช่ารายวัน เป็นผลมาจากฟรีวีซ่า ที่ทำให้นักท่องเที่ยวทะลักเข้ามามาก ทำให้ความต้องการห้องสูง จึงทำให้นักลงทุนเหล่านี้เห็นช่องของโอกาส และกลายเป็นวินวินทั้งสองฝ่าย ฝ่ายผู้เช่าก็ได้ห้องพักในราคาที่ถูกกว่าโรงแรม แต่ความสะดวกสบายพอๆ กัน เพราะจะได้เอาเงินไปใช้กับค่ากินค่าเที่ยวแทน ส่วนเจ้าของหรือผู้ให้เช่าก็คุ้มค่ามากกว่า 

 

จนนำมาสู่ยุคที่กลุ่มทุนเหล่านี้แสดงแสนยานุภาพด้วยการกระทำการผิดกฎหมายโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายประเทศไทย กลุ่มทุนชาวจีนถึงกับพูดว่า “ทำอะไรก็ทำไปเถอะในไทย ถ้าผิดกฎหมายแค่จ่ายเรื่องก็จบ” 

 

อาจารย์ปอ-ภากร กัทชลี อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเจ้าของเพจ ‘อ้ายจง’ เปิดเผยกับ THE STANDARD ว่า ปรากฏการณ์ในวันนี้เป็นผลมาจากฟรีวีซ่า ตนเคยตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่า การที่นักท่องเที่ยวทะลักเข้ามาจำนวนมาก พวกเขามาเที่ยวจริงหรือไม่ 

 

ที่ต้องตั้งข้อสังเกตเช่นนั้นเพราะว่า ‘ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย’ เป็นคำค้นหายอดฮิตใน Baidu (百度) เครื่องมือค้นหาจีนตั้งแต่หลังโควิดเป็นต้นมา ดังนั้นสิ่งที่น่าคิดก็คือ หรือแท้จริงแล้วการมาประเทศไทยไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทางในทริปการท่องเที่ยว แต่เป็นการเข้ามาหาลู่ทางในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ตามเมืองท่องเที่ยวในไทย หรือเพื่อหาที่ทางทำธุรกิจเทาสีเทา 

 

พื้นที่ทำเลทองที่ต่างชาติแห่จับจอง

 

ส่วนพื้นที่ทำเลทองยอดฮิตที่ชาวต่างชาติเข้ามาจับจองกันนั้น ได้แก่ เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และกรุงเทพฯ ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯ โซนยอดฮิตที่ชาวต่างชาติเข้ามากว้านซื้อคอนโดมิเนียมไปเต็มโควตาชาวต่างชาติได้แก่โซนเมืองชั้นในอย่าง สุขุมวิท รัชดา พระราม 9 และมักกะสัน 

 

คนจีนหาห้องพักรายวันจากที่ไหน? 

 

ช่องทางหลักๆ ที่นักท่องเที่ยวจีนเสิร์ชหาห้องพักรายวันในประเทศไทย ได้แก่ 

  • แอปพลิเคชัน Airbnb 
  • แอปพลิเคชัน ถูเจีย (Tujia) 
  • เว็บไซต์ Ctrip
  • แอปพลิเคชัน Xiaohongshu หรือ RedNote เป็นแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียของจีน เป็นพื้นที่สำหรับการมีรีวิวห้องพัก บางแห่งเป็น Airbnb จริง แต่บางแห่ง เมื่อเอาชื่อไปค้นหาก็พบว่าเป็นคอนโดมิเนียม แต่ในรีวิวเขียนแปะว่า ‘Airbnb’ ไม่แปลกที่นักท่องเที่ยวจะเข้าใจว่าเป็นโรงแรม 

 

เช็กลิสต์คอนโดมิเนียมที่มักตกเป็นเป้า

 

ส่วนคอนโดมิเนียมที่มักจะตกเป็นเป้าหมายของการนำไปปล่อยเช่ารายวัน มีเช็กลิสต์อยู่ 2 ข้อ 

  1. อยู่ในโซนเมือง เดินทางสะดวก และอยู่ไม่ไกลรถไฟฟ้า 
  2. ความปลอดภัยไม่แน่นหนา เช่น 
  • ใช้บัตรสแกนเข้า-ออกแทนการสแกนหน้า
  • โซน mailbox อยู่ในจุดที่คนนอกเข้าถึงได้ง่าย เนื่องจากกล่องจดหมายก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่มักเป็นที่ส่งต่อกุญแจ 

 

‘นายหน้า’ ตัวละครสำคัญในมุมมืด

 

ส่วนใหญ่เมื่อนักท่องเที่ยวได้ห้องพักและเดินทางเข้ามาประเทศไทยแล้ว ก็จะมีนายหน้าที่มีทั้งคนจีนและคนไทย แต่ที่สำคัญคือจะต้องพูดภาษาจีนได้ เพราะนิสัยของคนจีนจะไม่ชอบติดต่อธุรกิจกับคนที่พูดภาษาบ้านเขาไม่ได้ จากนั้นนายหน้าก็จะเป็นคนประสานพาเข้า-ออก บางรายก็ส่งกุญแจให้ หรือไม่ก็จะเอาไปไว้ในตู้ตามที่เป็นข่าว 

 

ลูกบ้านแฉพฤติกรรมสุดทน

 

อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งสาเหตุที่เรื่องแดงขึ้นมาเป็นเพราะพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวรายวันเหล่านี้ ธนพัต ยิ้มสู้ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และเจ้าของเพจ ‘พ่อบ้านบ้าคอนโด’ เปิดเผยกับ THE STANDARD ว่า ตนได้รับข้อมูลหลังบ้านจากลูกเพจมากมายถึงพฤติกรรมที่นักท่องเที่ยวรายวันเหล่านี้เข้ามาสร้างความวุ่นวายต่างๆ นานา ทั้งการถ่ายภาพโป๊ในพื้นที่ส่วนกลาง ช่วยตัวเองหรือยื่นฉี่ริมสระว่ายน้ำ ล้างก้นเด็กที่เปื้อนอุจจาระในสระว่ายน้ำ ใช้ถังดับเพลิงเคาะประตู เดินลากกระเป๋าเข้า-ออกกันตลอดทั้งวัน รวมทั้งยังมีพฤติกรรมกร่าง ข่มขู่และด่าทอนิติบุคคลคอนโดที่ไม่แข็งข้อด้วย จนสุดท้ายนิติบุคคลรายดังกล่าวต้องลาออกไป ในทางกลับกันคอนโดมิเนียมบางแห่งที่นิติบุคคลที่เล่นด้วยจะมีการเรียกรถมาเปลี่ยนผ้าปูที่นอนในทุกๆ วัน เป็นคนคอยประสานกับนายหน้าอีกต่อหนึ่งเพื่ออำนวยความสะดวกสบายในการเข้า-ออกคอนโดมิเนียม

 

กระทบอุตสาหกรรมโรงแรมอย่างไร?

 

แน่นอนว่าคนที่เสียเปรียบในสมการนี้คือ ‘คนไทย’ เพราะความจริงแล้วเราควรจะได้ประโยชน์จากการที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามา ตามข้อมูลของ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2567 มีจำนวนราว 35.54 ล้านคน อันดับ 1 เป็น ‘ชาวจีน’ อยู่ที่ 6,733,162 คน 

 

และจากรายงานของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIC พบว่า มีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของชาวต่างชาติทั่วประเทศในปี 2567 อยู่ที่ 14,573 หน่วย มูลค่า 68,182 ล้านบาท โดย ‘จีน’ ยังครองแชมป์ด้วย 5,670 หน่วย มูลค่า 26,651 ล้านบาท 

 

เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย เปิดเผยกับ THE STANDARD ว่า ใจความหลักของปัญหานี้คือพฤติกรรมดังกล่าวผิดกฎหมาย ในจำนวนนักท่องเที่ยวเหล่านี้ควรจะต้องมาพักที่โรงแรม 16,000 กว่าโรงในประเทศไทยที่มีใบอนุญาต แต่กลับกลายเป็นว่า คอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรรที่นำปล่อยเช่ารายวันมาแย่งส่วนแบ่งไป ซึ่งไม่แฟร์กับผู้ประกอบการโรงแรม

 

อีกทั้งจะสร้างปัญหาด้านความมั่นคง เพราะตามหน้าที่ของโรงแรมคือจะต้องรายงานผู้ที่เข้าและออกจากโรงแรมให้กับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองภายใน 24 ชั่วโมง เท่ากับว่าการที่ประเทศไทยฟรีวีซ่าทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาง่าย และยิ่งไม่ได้เข้าพักในโรงแรม ก็ไม่มีใครทราบว่านักท่องเที่ยวเหล่านี้ไปอยู่ที่ไหน และที่สำคัญคือรายได้ที่อาจถึง 10,000 ล้านต่อปี ไม่เคยเข้ากระเป๋ารัฐบาลเลย 

 

ทุนเทาแกร่งกล้าเพราะมีไทยเทา 

 

อาจารย์ปอฉายภาพว่าปรากฏการณ์ในตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นทัวร์ศูนย์เหรียญ หรือทุนสีเทาที่ไม่ใช่แค่ชาวจีน ล้วนมีลู่ทางได้เพราะ ‘ไทยเทา’  

 

ทุกวันนี้ที่ดินมีราคาแพงขึ้นมาก คนไทยเริ่มซื้อบ้านได้ยากขึ้น ในทางกลับกันคนที่ซื้อได้ง่ายๆ สบายกระเป๋ากลับชาวต่างชาติ และในความตลกร้าย อนาคตเราอาจต้องเช่าบ้านจากชาวต่างด้วยซ้ำ 

 

ส่วนทางออกของเรื่องทีมข่าวสรุปทางออกมา 5 ข้อดังนี้ 

 

  1. แก้ตั้งแต่ต้นน้ำนั่นก็คืออยากให้รัฐบาลทบทวนมาตรการฟรีวีซ่า หรือกำหนดเวลาในการพำนักของนักท่องเที่ยว แน่นอนว่าเราต้องการนักท่องเที่ยวเข้ามา แต่เราต้องนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพมากกว่า

 

  1. การปรับโทษให้แรงขึ้น ปัจจุบันในประเทศไทยการปล่อยเช่าห้องพักหรือคอนโดมิเนียมแบบรายวันถือว่ามีความผิดตามกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ 
  • พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 ที่พักที่เปิดให้เช่ารายวันต้องจดทะเบียนเป็นโรงแรม ฝ่าฝืน จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละ 10,000 บาท จนกว่าจะเลิกทำผิด
  • พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 ถือเป็นการใช้งานอาคารผิดประเภทฝ่าฝืน จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละ 10,000 บาท จนกว่าจะเลิกทำผิด
  • พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 เจ้าของสถานที่ต้องแจ้งต่อพนักงานตรวจคนเข้าเมืองภายใน 24 ชั่วโมงเมื่อมีคนต่างชาติเข้าพัก ฝ่าฝืน มีโทษปรับ 2,000-10,000 บาท
  • พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 อาคารชุดที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นโรงแรม ห้ามนำมาใช้เพื่อประกอบกิจการโรงแรม

 

  1. ควรมี พ.ร.บ. ควบคุมนายหน้า 

 

  1. ควรหาหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยเฉพาะ เนื่องจากปัจจุบันมีหน่วยงานรับผิดชอบเยอะเกินไป ทั้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการปกครอง สำนักงานเขต และตำรวจท้องที่ 

 

  1. บุคลากรข้างในจะต้องเป็นหูเป็นตา ทั้งพนักงานรักษาความปลอดภัย แม่บ้าน นิติบุคคล ที่สำคัญคือเจ้าของร่วมที่เมื่อมีการประชุมควรจะเข้าไปรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง 

 

เรื่องนี้ไม่ได้แค่สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะโรงแรมเท่านั้น แต่ยังทำให้คนไทยรู้สึกไม่ปลอดภัยในการใช้ชีวิตในประเทศของตัวเองอีกด้วย ดังนั้นทุกฝ่ายจะต้องค่อยๆ ช่วยกันอุดช่องโหว่ ไม่ให้ทุนสีเทารุกคืบไปได้มากกว่านี้

The post เปิดเส้นทางทุนจีนกว้านซื้อคอนโดปล่อยเช่ารายวัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Life ลาดพร้าว แวลลีย์’ คอนโดติด BTS ห้าแยกลาดพร้าว เปิดโปรโมชันปิดตึกสำหรับ 10 ยูนิตสุดท้าย 8-9 มี.ค. นี้ [PR NEWS] https://thestandard.co/life/life-ladprao-valley-promo/ Fri, 07 Mar 2025 10:00:35 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1049288 life-ladprao-valley-promo

เตรียมย้ายมาลาดพร้าว ย่านที่รายล้อมด้วยความสะดวกสบายกับ […]

The post ‘Life ลาดพร้าว แวลลีย์’ คอนโดติด BTS ห้าแยกลาดพร้าว เปิดโปรโมชันปิดตึกสำหรับ 10 ยูนิตสุดท้าย 8-9 มี.ค. นี้ [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
life-ladprao-valley-promo

เตรียมย้ายมาลาดพร้าว ย่านที่รายล้อมด้วยความสะดวกสบายกับโปรปิดตึกของ ‘Life ลาดพร้าว แวลลีย์’ ตรงข้ามเซ็นทรัล ลาดพร้าว ติด BTS และ MRT จะอยู่ก็ตอบทุกโจทย์ของชีวิต จะปล่อยเช่าก็คุ้มค่า

 

8-9 มีนาคมนี้ พบโปรปิดตึกโครงการ Life ลาดพร้าว แวลลีย์ ตรงข้ามเซ็นทรัล ลาดพร้าว ติดอินเตอร์เชนจ์สเตชัน สถานีห้าแยกลาดพร้าว ปล่อยเช่าง่าย Yield 5%

 

📍ลาดพร้าว ทำเลที่มองในแง่อยู่เองก็สะดวกมากๆ หรือจะซื้อไว้ลงทุนก็คุ้มค่า ตอบโจทย์ทุกแง่มุมของความต้องการ

 

Life ลาดพร้าว แวลลีย์คอนโดติด BTS ห้าแยกลาดพร้าว

 

🏢มองในแง่ของการอยู่อาศัย

  • รายล้อมด้วยโรงแรมและมหาวิทยาลัยชื่อดัง
  • ใกล้รถไฟฟ้าอินเตอร์เชนจ์ทั้ง BTS และ MRT
  • ใกล้ทางด่วน เชื่อมต่อสนามบินดอนเมืองได้ภายใน 15 นาที

 

💸มองในแง่ของการลงทุน

  • ทำเลนี้ถือเป็นจุดที่มีศักยภาพสูง
  • ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าชื่อดัง
  • อยู่ในพื้นที่ขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาต่อเนื่อง
  • ปล่อยเช่าง่าย ดีมานด์มีแน่นอน

 

Life ลาดพร้าว แวลลีย์คอนโดติด BTS ห้าแยกลาดพร้าว

Life ลาดพร้าว แวลลีย์คอนโดติด BTS ห้าแยกลาดพร้าว

Life ลาดพร้าว แวลลีย์คอนโดติด BTS ห้าแยกลาดพร้าว

 

🌳ตอกย้ำความน่าอยู่ของโครงการด้วยพื้นที่ส่วนกลางกว่า 39 โซน ภายใต้แนวคิด Luxury Adventure จัดเต็มกว่า 4 ชั้น ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้ชีวิต ครบครันด้วยกิจกรรมแบบ Active และ Passive จะไลฟ์สไตล์แบบไหนก็ครบ จบ ที่นี่จริงๆ

 

Life ลาดพร้าว แวลลีย์คอนโดติด BTS ห้าแยกลาดพร้าว

 

โอกาสสุดท้ายจริงๆ ย้ำอีกครั้งว่าคุ้มที่สุดตั้งแต่เปิดขายมา

10 ยูนิตสุดท้าย การันตีราคาดีที่สุด ชั้นไหนก็ราคาเดียว ➤ https://apth.ly/8jf6 

 

Life ลาดพร้าว แวลลีย์คอนโดติด BTS ห้าแยกลาดพร้าว

 

💥ดีลแรง พร้อมซัพพอร์ตโบนัส 4 ต่อ มูลค่ากว่า 350,000 บาท*

🔥ฟรีค่าส่วนกลาง 24 เดือน*

🔥ฟรีพรีเมียมเฟอร์นิเจอร์ยกห้อง*

🔥ฟรีผ้าม่าน*

🔥ฟรีแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต*

 

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

The post ‘Life ลาดพร้าว แวลลีย์’ คอนโดติด BTS ห้าแยกลาดพร้าว เปิดโปรโมชันปิดตึกสำหรับ 10 ยูนิตสุดท้าย 8-9 มี.ค. นี้ [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมการปกครองดำเนินคดีคอนโดย่านประตูน้ำ ปล่อยนักท่องเที่ยวเช่ารายวัน พร้อมบุกจับโรงแรมเถื่อนย่านห้วยขวาง-สุทธิสาร อีก 3 แห่ง https://thestandard.co/illegal-hotels-raid-pratunam/ Thu, 06 Mar 2025 01:22:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1049041

จากกรณีวันที่ 3 มีนาคม 2568 มีประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของกรร […]

The post กรมการปกครองดำเนินคดีคอนโดย่านประตูน้ำ ปล่อยนักท่องเที่ยวเช่ารายวัน พร้อมบุกจับโรงแรมเถื่อนย่านห้วยขวาง-สุทธิสาร อีก 3 แห่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

จากกรณีวันที่ 3 มีนาคม 2568 มีประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านประตูน้ำได้มาร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม กรมการปกครอง ว่าได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากมีผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บางรายนำห้องชุดปล่อยเช่ารายวันให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติผ่านแอปพลิเคชัน Airbnb

 

โดยนักท่องเที่ยวบางรายมีพฤติกรรมที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญ เช่น สูบบุหรี่ริมระเบียง ทิ้งเศษบุหรี่ลงมาตกในระเบียงห้องของผู้อื่นหรือทำให้ประกายไฟจากเศษบุหรี่เข้ามาในห้องของเจ้าของกรรมสิทธิ์รายอื่น และมีบุคคลภายนอกเข้ามาใช้พื้นที่ส่วนกลางจำนวนมาก รวมถึงการใช้ลิฟต์ที่มีจำนวนมากทำให้ลิฟต์ชำรุดอยู่บ่อยครั้ง เป็นเหตุทำให้เจ้าของห้องชุดรู้สึกไม่ได้รับความปลอดภัย ตัวแทนของผู้อาศัยอยู่ที่คอนโดดังกล่าวจำนวน 5 คน จึงได้เดินทางมาร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม กรมการปกครอง เพื่อให้เจ้าพนักงานเข้ามาช่วยเหลือและดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าว

 

ซึ่งการนำห้องชุดมาปล่อยเช่ารายวันลักษณะดังกล่าวถือเป็นการกระทำฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 นอกจากผู้ปล่อยห้องเช่าไม่ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ไม่มีการแจ้งทะเบียนผู้พัก หรือไม่แจ้งการพำนักของชาวต่างชาติต่อ ตม. เจ้าพนักงานก็ไม่สามารถเข้าตรวจสอบการประกอบกิจการได้ ซึ่งถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 4, 15 และ 59 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

 

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีนโยบายให้พนักงานฝ่ายปกครองออกจัดระเบียบสังคมและป้องกันเหตุเดือดร้อนรำคาญดังกล่าว โดยให้ดำเนินคดีกับผู้ปล่อยห้องเช่ารายวันในลักษณะดังกล่าวโดยเด็ดขาด นอกจากนี้ได้สืบทราบว่าเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่นำห้องชุดปล่อยเช่ารายวันบางรายมีกลุ่มนายทุนต่างชาติมาถือครองหรือใช้ระบบ Nominee ซึ่งฝ่าฝืนกฎหมายอีกด้วย

 

วานนี้ (5 มีนาคม) เจ้าพนักงานกรมการปกครองจึงได้แฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว เข้าแชตคุยกับโยชิ (นามแฝง) ซึ่งได้ประกาศนำห้องชุดมาปล่อยเช่าในเว็บไซต์ Airbnb จำนวน 20-30 ห้อง เจ้าพนักงานจึงให้สายลับได้ทำการจองเพื่อขอเช่าห้องพักจำนวน 2 ห้อง คือห้องหมายเลข 1001 และหมายเลข 914 ซึ่งอยู่ในอาคารเดียวกันเป็นเวลา 1 คืน ในราคาห้องละ 82.40 ดอลลาร์

 

วันเดียวกันเจ้าพนักงานได้ให้สายลับเข้าไปติดต่อเพื่อขอเข้าพักห้องเลขที่ 1001 และหมายเลข 914 จำนวน 2 ห้อง ซึ่งอยู่ในอาคารเดียวกันที่ได้จองไว้ดังกล่าว โดยมีเอมาแสดงตัว และนำคีย์การ์ดมาให้ จากนั้นได้พาสายลับไปเปิดห้อง เมื่อสายลับได้เข้าพักแล้ว สภาพห้องพักมีลักษณะเหมือนห้องพักของโรงแรมทั่วไปทุกประการ จึงถือว่าครบองค์ประกอบความผิดตาม พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 4, 15 และ 59

 

เจ้าพนักงานพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักการสอบสวนและนิติการ จึงแสดงตัวเข้าตรวจ จากการตรวจสอบได้สอบถามขยายผลจากเอ ผู้นำกุญแจมามอบให้สายลับ ทราบว่าได้รับคำสั่งจาก โยชิ ผู้ลงประกาศนำห้องชุดจากเจ้าของห้องมาปล่อยเช่าในเว็บไซต์ Airbnb เพื่อให้นำเอากุญแจไปมอบให้ผู้ขอเช่าห้องพัก และพาไปเปิดห้องพัก และจากการตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อระหว่างโยชิและเอ ปรากฏชื่อของ บี ซึ่งเจ้าพนักงานจะขยายผลต่อไป

 

นอกจากนี้ยังพบกุญแจห้องพักหมายเลขอื่นอีกจำนวน 3 ห้อง ในกระเป๋าของเอ จากนั้นเจ้าพนักงานได้รวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินคดีกับโยชิ ในความผิดฐานประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่มีใบอนุญาต ตาม พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 4, 15 และ 59 ต่อพนักงานสอบสวน สน.พญาไท เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

และในวันเดียวกันนี้ เวลาประมาณ 14.00 น. อธิบดีกรมการปกครองได้สั่งการให้เจ้าพนักงานจากสำนักการสอบสวนและนิติการ เข้าตรวจสอบสถานที่พักที่ให้บริการห้องพักรายวัน ซึ่งไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมในพื้นที่ห้วยขวาง-สุทธิสาร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนมาพักอาศัยเป็นจำนวนมาก เป็นแหล่งมั่วสุมและมีความสุ่มเสี่ยงที่จะทำการกระทำผิดต่อกฎหมาย รวมถึงการก่ออาชญากรรม

 

โดยเจ้าพนักงานได้ตรวจพบสถานที่พักรายวันไม่มีใบอนุญาตประกอบโรงแรม จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ The Athena เปิดให้บริการห้องพักรายเดือน-รายวัน จำนวน 53 ห้อง, The Oasis มีห้องพักจำนวน 120 ห้อง เปิดให้บริการห้องพักรายเดือน-รายวัน จำนวน 40 ห้อง และ Chang เปิดให้บริการห้องพักรายเดือน-รายวัน มีห้องพักจำนวน 98 ห้อง ที่ดำเนินการประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้อนุญาตตาม พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 4, 15 และ 59 จึงได้ทำการเข้าตรวจสอบ จับกุม และร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร เพื่อดำเนินคดีต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม หากประชาชนท่านใดพบการกระทำความผิดในลักษณะการนำสถานที่พักอื่นใดที่ไม่ใช่โรงแรม หรือไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจโรงแรม สามารถแจ้งเบาะแสผ่านศูนย์ดำรงธรรมกรมการปกครอง ได้ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

 

อ้างอิง:

The post กรมการปกครองดำเนินคดีคอนโดย่านประตูน้ำ ปล่อยนักท่องเที่ยวเช่ารายวัน พร้อมบุกจับโรงแรมเถื่อนย่านห้วยขวาง-สุทธิสาร อีก 3 แห่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
คุยกับ บอย พงศ์ภัทร สถาปนิกที่หลงรักความเรียบง่ายแต่สวยงามของเอกมัยและ Reference Ekkamai https://thestandard.co/life/simple-elegance-ekkamai/ Thu, 06 Mar 2025 01:00:33 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1043238 simple-elegance-ekkamai

พูดคุยกับคนที่หลงรักความเรียบง่ายแต่สวยงามของ Reference […]

The post คุยกับ บอย พงศ์ภัทร สถาปนิกที่หลงรักความเรียบง่ายแต่สวยงามของเอกมัยและ Reference Ekkamai appeared first on THE STANDARD.

]]>
simple-elegance-ekkamai

พูดคุยกับคนที่หลงรักความเรียบง่ายแต่สวยงามของ Reference Ekkamai ดีไซน์คอนโดใหม่ ใจกลางเอกมัย

 

การจะเลือกที่อยู่อาศัยสักหนึ่งที่ คุณคิดว่าต้องมีปัจจัยอะไรบ้าง? สภาพแวดล้อมที่ดี การเดินทางที่สะดวก หรือแม้แต่อาหารการกินที่หลากหลาย ซึ่งย่านเอกมัยคือหนึ่งในย่านที่มีครบในทุกมิติ จนใครหลายคนหลงรัก เช่นเดียวกันกับที่ บอย-พงศ์ภัทร เอื้อสังคมเศรษฐ์ หลงรักย่านนี้ จนเลือกใช้ชีวิตอยู่ในเอกมัยมาหลายปี บอยเล่าว่าเขาเป็นสถาปนิกและเป็นเจ้าของออฟฟิศ Anonym Studio ซึ่งตั้งอยู่ในเอกมัย และบอยเองก็มีบ้านอยู่ที่เอกมัย ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของย่านนี้มาโดยตลอด เอกมัยเป็นย่านที่มีเสน่ห์ในหลายๆ ด้าน ทั้งผู้คน บรรยากาศที่คึกคัก แต่ไม่ได้วุ่นวายมาก ร้านค้าหรือสถานที่ต่างๆ ก็ดูตอบโจทย์ชีวิตคนยุคใหม่ นั่นจึงเป็นเหตุผลให้บอยอยากมีที่อยู่อาศัยอีกสักหนึ่งที่ในเอกมัย

 

 

แต่โจทย์ของบอยคือการหาคอนโดที่ดีไซน์เรียบง่าย ไม่ดูเยอะเกินไป แต่สวยงามอยู่เหนือกาลเวลา และสุดท้ายบอยก็เลือกคอนโด Reference Ekkamai เป็นบ้านอีกหนึ่งหลัง แต่ในเมื่อบอยอาศัยอยู่ในย่านนี้อยู่แล้ว เราจึงสงสัยว่า “แล้วทำไมถึงซื้อคอนโดอีกหลังในย่านเดิมที่ใช้ชีวิตอยู่” และ “ในมุมมองของคนรักงานดีไซน์ ทำไมถึงเลือก Reference Ekkamai” วันนี้เราเลยจะพาทุกคนไปหาคำตอบกัน 

 

ในฐานะที่บอยเป็นชาวเอกมัยมาอย่างยาวนาน เราเลยอยากจะรู้ว่าชาวเอกมัยเขามีมุมมองต่อย่านนี้อย่างไรบ้าง และเสน่ห์ของเอกมัยคืออะไร

 

บอย พงศ์ภัทร สถาปนิกที่หลงรักความเรียบง่ายแ

 

“ผมว่าเอกมัยเป็นย่านที่มีการพัฒนาแต่ยังคงน่ารัก” นี่คือประโยคแรกที่บอยพูดขึ้นมา เพราะในแต่ละช่วงบนถนนเอกมัยจะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป อย่างช่วงปากซอยมีทั้งโรงหนังและยิม ถัดมามีร้านอาหาร หลังจากนั้นมีที่พักอาศัย นอกจากนั้นเอกมัยยังเป็นย่านที่เหมาะกับการเดิน เพราะถนนเป็นเส้นตรง เข้าใจง่าย แถมทางเท้าก็กว้างสบาย บอยบอกว่าความกว้างแบบนี้ให้ติดอันดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ เลย

 

บอย พงศ์ภัทร สถาปนิกที่หลงรักความเรียบง่ายแ

 

และในอีกมุมบอยมองว่าเอกมัยมีความเป็นพื้นที่ของคน Quiet Luxury มีความหรูหราแต่ไม่ตะโกน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของโครงการ Reference Ekkamai ที่มีความหรูหรา ดูเรียบนิ่ง แต่ Tasteful และให้ความรู้สึกสบาย ไม่ต้องตกแต่งเยอะจนเกินไป อีกทั้งยังอยู่เหนือกาลเวลา 

 

จากที่ได้นั่งคุยกับบอยมาสักระยะก็ได้รู้ว่าบอยอยู่ที่เอกมัยมาเกิน 10 ปีแล้ว ซึ่งเขามีออฟฟิศอยู่ที่เอกมัยและมีบ้านอยู่ที่เอกมัยด้วย และล่าสุดบอยก็ได้ตัดสินใจมาเป็นลูกบ้านของ Reference Ekkamai อีก เราเลยอยากรู้ว่าการเลือกดีไซน์คอนโดในย่านเอกมัยต่างจากย่านอื่นอย่างไร

 

บอย พงศ์ภัทร สถาปนิกที่หลงรักความเรียบง่ายแ

 

บอยเล่าว่า “อาจจะไม่สามารถเทียบกับย่านอื่นได้ แต่ถ้าเทียบกับทองหล่อหรือปรีดี พนมยงค์ เอกมัยจะเป็นย่านที่เรียบง่ายกว่า ด้วยความที่ถนนเป็นเส้นตรง เทียบกับย่านข้างๆ ที่มีความโค้งของถนน ทำให้รู้สึกตรงไปตรงมา ในอีกมุมย่านนี้ก็เป็นย่านที่ไลฟ์สไตล์มีความ Flexible กว่า มีทั้งร้านอาหารหรูไปยันร้านเก่าแก่ เป็นเหมือนย่านที่ Lively เหมาะกับคนหลายเจเนอเรชัน” 

 

บอย พงศ์ภัทร สถาปนิกที่หลงรักความเรียบง่ายแ

 

บอยแอบพูดถึงไลฟ์สไตล์มาคร่าวๆ เราเลยอยากเจาะลึกว่า สำหรับบอยไลฟ์สไตล์ในเอกมัย ในหนึ่งวันสามารถทำอะไรได้บ้าง

บอยบอกกับเราว่าหนึ่งวันสามารถทำได้หลายอย่างมาก เริ่มตั้งแต่เรื่องกินที่มีตัวเลือกร้านที่หลากหลาย รวมไปถึงคาเฟ่ที่มีเยอะมากๆ แทบจะมีอะไรให้กินทั้งวัน และในปัจจุบันก็เริ่มมีออฟฟิศเข้ามาอยู่ในเอกมัยมากขึ้น รวมถึงยิมที่มีหลายที่ในย่านนี้ 

 

บอย พงศ์ภัทร สถาปนิกที่หลงรักความเรียบง่ายแ

 

อินกับความเป็นเอกมัยไปแล้ว เราเลยอยากมาถามถึงมุมมองในด้านการออกแบบกันบ้าง ในฐานะที่บอยก็เป็นหนึ่งในนักออกแบบชื่อดัง ว่างานออกแบบที่เป็น Passage of Time สำหรับบอยหมายถึงอะไร

 

บอย พงศ์ภัทร สถาปนิกที่หลงรักความเรียบง่ายแ

 

Passage of Time ก็คือหนึ่งในหัวใจหลักในการออกแบบคอนโดนี้ ซึ่งมันตรงกับความชอบของบอยที่มันเรียบง่าย ไม่ต้องตะโกน บอยบอกว่า “ผมเป็นคนชอบงานที่มันดูมีจังหวะเรียบๆ ผมรู้สึกว่ามัน Timeless กว่า” ซึ่งความเรียบนี้มันเข้ากับบริบทของเอกมัยที่ทันสมัยหน่อย เข้ากับวัยรุ่นถึงวัยกลางคน

 

สลับกลับมาที่มุมมองของลูกบ้านกันบ้าง เราอยากถามบอยในฐานะคนที่ค่อนข้างเข้าใจเทรนด์การอยู่อาศัย ว่าในมุมมองของบอยดีไซน์คอนโดแบบไหนที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่

 

บอย พงศ์ภัทร สถาปนิกที่หลงรักความเรียบง่ายแ

 

บอยให้ความเห็นว่าขั้นแรกคือสิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการให้มา มาครบครันและตอบโจทย์การใช้งานไหม รวมไปถึงความสงบ อย่างโครงการนี้ที่หันหน้าไปทางเอกมัยแทนด้านทองหล่อ เราจะได้วิวที่สงบ และอีกหนึ่งสิ่งที่บอยชอบคือสระว่ายน้ำที่อยู่ชั้น 43 บอยบอกว่า “การมีสระว่ายน้ำอยู่ชั้นเกือบจะรูฟท็อป ผมว่าเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะอิมแพ็กต์” ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเห็นในเอกมัย ส่วนคนที่ชอบเข้ายิมเขาก็มียิมที่เปิดรับวิวสวน ทำให้โครงการนี้มีวิวที่หลากหลาย

 

บอย พงศ์ภัทร สถาปนิกที่หลงรักความเรียบง่ายแ

 

อันที่จริงสิ่งอำนวยความสะดวกของโครงการนอกจากจะมีสิ่งอำนวยความสะดวก บริเวณพื้นที่ส่วนกลางที่สงบ เป็นส่วนตัว เหมาะกับคนหลายเจเนอเรชันแล้ว ยังมีบริการเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้ลูกบ้านอยู่แล้วสบายใจ ใช้ชีวิตสะดวกขึ้น เช่น มีบริการทำความสะอาดให้เดือนละครั้ง บริการรีดผ้าให้เดือนละ 20 ชิ้น หรือแม้แต่รถรับส่งตามสถานีรถไฟฟ้า เรียกว่าเป็นการอยู่คอนโดที่สบายใจเหมือนได้อยู่บ้านเลย

 

และคำถามสุดท้ายที่เราสงสัยมากที่สุดคือบอยเป็นคนเอกมัย ทำไมถึงยังเลือกจะซื้อดีไซน์คอนโดที่ Reference Ekkamai

 

บอย พงศ์ภัทร สถาปนิกที่หลงรักความเรียบง่ายแ

 

บอยบอกกับเราว่าเหตุผลที่ซื้อที่นี่ จริงๆ แเล้วเริ่มพิจารณารายละเอียดขั้นแแรกในมุมมองของราคาที่เมื่อเทียบกับทองหล่อ ทำเลที่เราสามารถมี Lifestyle แบบเดียวกัน ซึ่งที่นี่ราคาเริ่มต้นเป็นราคาที่เราเข้าถึงได้

 

รวมถึงบอยได้พูดคุยปรึกษาเพิ่มเติมกับเพื่อนที่เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบโครงการนี้ ทำให้ได้ข้อมูลในมุมของงานสถาปัตยกรรมที่มีแนวคิด Passage of Time ที่เป็นแกนหลักในการออกแบบ รู้สึกว่าตัวโครงการนี้มีความยูนีก แตกต่างจากหลายๆ โครงการในเอกมัย และดีไซน์ทั้งภายนอกและภายในก็เป็นแนวทางที่ตรงกับความชอบส่วนตัว

 

อีกเรื่องหนึ่งที่บอยพูดไปว่าสิ่งอำนวยความสะดวกดี แม้กระทั่งที่จอดรถที่เป็นการจอดในตึกแทนการใช้ลิฟต์ 

 

บอย พงศ์ภัทร สถาปนิกที่หลงรักความเรียบง่ายแ

 

ในด้านทำเลที่ตั้งบอยบอกว่า “ผมชอบโลเคชันที่อยู่กลางซอย เดินไปไหนก็สะดวก ปากซอยมีรถไฟฟ้า ท้ายซอยมีของกิน ช่วงรถติดเดินไปทองหล่อได้” และในด้านของเลย์เอาต์ของห้องได้รับการออกแบบจัดวางฟังก์ชันมาครบและไม่มีอะไรที่ติดเลย ซึ่งบอยมองว่าเลย์เอาต์ห้องที่นี่อยู่เองก็ได้หรือจะปล่อยเช่าก็สบาย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เลือก Reference Ekkamai

 

บอย พงศ์ภัทร สถาปนิกที่หลงรักความเรียบง่ายแ

 

Reference Ekkamai ดีไซน์คอนโดใหม่ใจกลางเอกมัย Presales 29-30 มีนาคมนี้ รับส่วนลดสูงสุด 500,000 บาท* ลงทะเบียนรับส่วนลด 100,000 บาท*

 

เยี่ยมชมเว็บไซต์หรือติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

https://m.scasset.com/U5R9

The post คุยกับ บอย พงศ์ภัทร สถาปนิกที่หลงรักความเรียบง่ายแต่สวยงามของเอกมัยและ Reference Ekkamai appeared first on THE STANDARD.

]]>