ความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ความไม่สงบในชายแดนภาคใ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 22 Jan 2026 03:07:36 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 นายกฯ ชี้อย่าผูกเหตุรุนแรงชายแดนใต้โยงการเมือง กำชับความมั่นคงคุมเข้ม ป้องกันซ้ำรอยวางเพลิงปั๊มน้ำมัน https://thestandard.co/pm-southern-border-violence-security/ Thu, 22 Jan 2026 03:07:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1167998 นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

วันนี้ (21 มกราคม) เวลา 08.00 น. ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสี […]

The post นายกฯ ชี้อย่าผูกเหตุรุนแรงชายแดนใต้โยงการเมือง กำชับความมั่นคงคุมเข้ม ป้องกันซ้ำรอยวางเพลิงปั๊มน้ำมัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

วันนี้ (21 มกราคม) เวลา 08.00 น. ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ภายหลังจากการทำบุญตักบาตรอายุวัฒนมงคล 76 ปี สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ หลังจากที่วานนี้มีเหตุปะทะกับผู้ก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดยะลา จำเป็นจะต้องกำชับอะไรหรือไม่ เนื่องจากใกล้เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ว่า ขออย่าไปผูกโยงกัน ซึ่งทาง พล.ท. นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ได้บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน คอยควบคุมสถานการณ์อย่างเต็มที่

 

เมื่อถามย้ำว่าแต่ขณะนี้เองใกล้เข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรี ยังคงย้ำว่าอย่าไปผูกโยงกันกับการเลือกตั้ง การเกิดเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการก่อการร้าย พร้อมระบุว่าจะต้องมีการเฝ้าระวังอยู่แล้ว ทั้งการเตรียมความพร้อมเสริมกำลัง และจากการก่อเหตุวางเพลิงปั๊มน้ำมันก็คงเห็นได้แล้วว่าเป็นการบั่นทอนขวัญกำลังใจของประชาชน ตนก็ได้กำชับไปแล้วว่า อย่าให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีก โดยเฉพาะเรื่องการข่าว

The post นายกฯ ชี้อย่าผูกเหตุรุนแรงชายแดนใต้โยงการเมือง กำชับความมั่นคงคุมเข้ม ป้องกันซ้ำรอยวางเพลิงปั๊มน้ำมัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กสม. ออกแถลงการณ์ประณามเหตุลอบวางระเบิด-วางเพลิง 11 จุด ชายแดนใต้ ชี้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง บั่นทอนเศรษฐกิจและสันติภาพ https://thestandard.co/nhrc-condemns-bombings-arson-south/ Tue, 13 Jan 2026 05:23:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1164527 กสม. ออกแถลงการณ์ประณามเหตุลอบวางระเบิด-วางเพลิง 11 จุด ชายแดนใต้ ชี้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง บั่นทอนเศรษฐกิจและสันติภาพ

​วันนี้ (13 มกราคม) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม […]

The post กสม. ออกแถลงการณ์ประณามเหตุลอบวางระเบิด-วางเพลิง 11 จุด ชายแดนใต้ ชี้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง บั่นทอนเศรษฐกิจและสันติภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กสม. ออกแถลงการณ์ประณามเหตุลอบวางระเบิด-วางเพลิง 11 จุด ชายแดนใต้ ชี้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง บั่นทอนเศรษฐกิจและสันติภาพ

​วันนี้ (13 มกราคม) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์แสดงความห่วงใยและประณามเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากกรณีคนร้ายลอบวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันพร้อมกัน 11 จุด ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา

 

​กสม. ระบุว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่อุกอาจ ผิดกฎหมาย และไร้มนุษยธรรมอย่างยิ่ง เนื่องจากมีเจตนาโจมตีพื้นที่สาธารณะและเป้าหมายพลเรือน ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินในกิจการพลังงาน แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อสวัสดิภาพ ความปลอดภัย และวิถีชีวิตปกติสุขของประชาชนในวงกว้าง

 

​แถลงการณ์ย้ำว่า เหตุการณ์นี้ถือเป็น การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง เพราะนอกจากจะเป็นการคุกคามสิทธิในชีวิตและความปลอดภัยของบุคคลแล้ว ยังเป็นการซ้ำเติมความทุกข์ยากของประชาชน บั่นทอนความสงบเรียบร้อย และฉุดรั้งการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ถดถอยลง อีกทั้งยังเพิ่มความเปราะบางให้กับกระบวนการสร้างสันติสุขในพื้นที่

 

​เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายและนำความยุติธรรมกลับคืนสู่พื้นที่ กสม. มีข้อเรียกร้องและข้อเสนอแนะ ดังนี้:

 

  • การดำเนินคดีและเยียวยา: ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว พร้อมทั้งเร่งเยียวยาความเสียหายแก่ผู้ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
  • มาตรการความปลอดภัย: ขอให้เพิ่มมาตรการป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นซ้ำ เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยแก่ประชาชน
  • การสนับสนุนเจ้าหน้าที่: กสม. ขอส่งกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการก้าวผ่านสถานการณ์วิกฤตนี้

 

​ในช่วงท้าย กสม. ได้แสดงจุดยืนสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบด้วย แนวทางสันติวิธีผ่านกระบวนการเจรจาหารือ และขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันปฏิเสธความรุนแรงทุกรูปแบบ เพื่อร่วมกันสร้างบรรยากาศของความสมานฉันท์ที่ประชาชนต่างเชื้อชาติและศาสนาสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสุขสงบ บนพื้นฐานของความเคารพในศักดิ์ศรีและสิทธิมนุษยชนซึ่งกันและกัน

The post กสม. ออกแถลงการณ์ประณามเหตุลอบวางระเบิด-วางเพลิง 11 จุด ชายแดนใต้ ชี้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง บั่นทอนเศรษฐกิจและสันติภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หน่วยความมั่นคงยะลา เตือนภัยขั้นสูงสุด หลังพบความเคลื่อนไหวกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เตรียมแผนก่อกวน-วางระเบิดซ้ำในพื้นที่เป้าหมาย https://thestandard.co/insurgents-plan-yala-bomb-attacks/ Wed, 12 Nov 2025 04:17:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1142333 หน่วยความมั่นคง ยะลา เตือนภัยขั้นสูงสุด หลังพบความเคลื่อนไหวกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เตรียมแผนก่อกวน-วางระเบิดซ้ำในพื้นที่เป้าหมาย

วันนี้ (12 พฤศจิกายน) หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวั […]

The post หน่วยความมั่นคงยะลา เตือนภัยขั้นสูงสุด หลังพบความเคลื่อนไหวกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เตรียมแผนก่อกวน-วางระเบิดซ้ำในพื้นที่เป้าหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
หน่วยความมั่นคง ยะลา เตือนภัยขั้นสูงสุด หลังพบความเคลื่อนไหวกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เตรียมแผนก่อกวน-วางระเบิดซ้ำในพื้นที่เป้าหมาย

วันนี้ (12 พฤศจิกายน) หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) ได้ออกประกาศแจ้งเตือนหน่วยกำลังในพื้นที่จังหวัดยะลาให้ เฝ้าระวังการก่อเหตุร้ายในระดับสูง หลังได้รับรายงานด้านการข่าวว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง (ผกร.) ยังคงมีการเคลื่อนไหวและเตรียมแผนก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง

 

ล่าสุด แหล่งข่าวได้แจ้งเตือนว่า สมาชิกแนวร่วมกลุ่ม ผกร. ได้วางแผนเตรียมการก่อเหตุหลายรูปแบบ โดยเน้นการใช้ระเบิดแสวงเครื่อง (IED) ดังนี้:

 

  • ระเบิดแสวงเครื่องแบบเร่งด่วน/ใต้ผิวถนน
  • ระเบิดแสวงเครื่องประกอบรถยนต์ (คาร์บอมบ์) และรถจักรยานยนต์ (จยย.บอมบ์)

 

เป้าหมายของการก่อเหตุคือ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และอาสารักษาดินแดน (อส.) ประจำชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ยุทธวิธีก่อกวนลวง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ จากนั้นจึงก่อเหตุซ้ำเพื่อสร้างความสูญเสีย

 

หน่วยความมั่นคงได้กำหนดให้พื้นที่ 6 จุดต่อไปนี้เป็น พื้นที่เพ่งเล็ง ที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากคาดว่ากลุ่ม ผกร. ได้เลือกเป้าหมายไว้เรียบร้อยแล้ว:

1. เส้นทางหมายเลข 410: ตั้งแต่บ้านบันนังกูแว – บ้านคลองน้ำขุ่น
2. เส้นทางรองหมายเลข 3012: ตั้งแต่สะพานโรงเรียนตะบิงติงงีสามัคคี – บ้านกือลอง
3. เส้นทางหมายเลข 4273: ตั้งแต่บ่อขยะบ้านตะบิงติงงี – บ้านทรายแก้ว
4. เส้นทางหมายเลข 3049: บ้านบาเจาะ – สามแยกบ้านบียอ
5. เส้นศรีบางลางลาง: ตั้งแต่สามแยกบ้านกาโสด – บ้านสนามบิน
6. เขตเทศบาลตำบลบันนังสตา

 

หน่วยกำลังในพื้นที่ได้ถูกกำชับให้เพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่ การลาดตระเวน และการตรวจค้นจุดเสี่ยง เพื่อป้องกันและตอบโต้แผนการก่อเหตุของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงอย่างทันท่วงที

 

อ้างอิง:

The post หน่วยความมั่นคงยะลา เตือนภัยขั้นสูงสุด หลังพบความเคลื่อนไหวกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เตรียมแผนก่อกวน-วางระเบิดซ้ำในพื้นที่เป้าหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. เร่งสร้างความมั่นใจนักบิน-แจงงบซ่อมบำรุงอากาศยาน ย้ำโปร่งใส พร้อมรับมือสถานการณ์ใต้ https://thestandard.co/police-chief-pilot-safety-transparency/ Fri, 30 May 2025 06:22:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1080293

วันนี้ (30 พฤษภาคม) พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บ […]

The post ผบ.ตร. เร่งสร้างความมั่นใจนักบิน-แจงงบซ่อมบำรุงอากาศยาน ย้ำโปร่งใส พร้อมรับมือสถานการณ์ใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (30 พฤษภาคม) พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงแนวทางการบริหารจัดการกองบินตำรวจ เพื่อสร้างความโปร่งใสและความมั่นใจให้กับนักบิน โดยเฉพาะประเด็นงบประมาณการซ่อมบำรุงอากาศยาน 950 ล้านบาท พร้อมทั้งกล่าวถึงความคืบหน้าในการรับมือสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่กองบินตำรวจเป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาที่จะต้องดำเนินการ 2 ประเด็นหลักคือ สร้างความโปร่งใสให้สังคม และสร้างความมั่นใจให้กับนักบิน เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ โดยจะเดินหน้าตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างจริงจังเพื่อความโปร่งใสและสุจริต

 

ผบ.ตร. ลงพื้นที่กองบินตำรวจเพื่อวางแนวทางการบริหารอากาศยาน การบริหารนักบิน และการซ่อมบำรุงต่างๆ ให้มีความชัดเจนมากขึ้น ส่วนกรณีเครื่องบินตำรวจที่สามารถใช้งานได้นั้น คาดว่าจะใช้เวลาตรวจสอบ 1 สัปดาห์ โดยจะให้นักบินมีส่วนร่วมในการตรวจสอบด้วย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักบิน และคาดว่าในวันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคมนี้ จะสามารถเริ่มภารกิจที่จำเป็นได้

 

สำหรับประเด็นที่ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับงบประมาณในการซ่อมบำรุงอากาศยานปีละ 950 ล้านบาท พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ ชี้แจงว่า ในปีนี้ยังไม่มีการใช้งบประมาณดังกล่าว โดยจะมีการวางแนวทางการบริหารจัดการใหม่ เพื่อให้เกิดความถูกต้อง เน้นการซ่อมบำรุงอากาศยานให้มีคุณภาพสูงสุด และคุ้มค่ากับงบประมาณมากที่สุด พร้อมยืนยันว่าจะมีการตรวจสอบย้อนหลังเพื่อให้เกิดความโปร่งใสอย่างแท้จริง

 

เมื่อถามถึงแนวทางการรับมือสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมักตกเป็นเป้าหมาย ผบ.ตร. ระบุว่าเป็นเรื่องของความมั่นคง ซึ่งผู้ที่ตกเป็นเป้าไม่ได้มีแค่เจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอาสาสมัคร สามเณร และชาวบ้านทั่วไป โดยเน้นย้ำว่าทุกคนรู้สึกไม่สบายใจและมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

 

พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ กล่าวว่า การก่อเหตุส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นบริเวณแนวชายป่า ซึ่งผู้ก่อความไม่สงบสามารถก่อเหตุและหลบหนีได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นการยกระดับการปฏิบัติการจึงต้องอาศัยความร่วมมือระหว่าง ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมและกำชับให้ฝ่ายความมั่นคงทำงานประสานกันอย่างเต็มที่ เพื่อลดขีดจำกัดในการก่อเหตุ ขณะเดียวกัน ก็เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังภายใน และให้ความรู้เกี่ยวกับการระวังตนเอง โดยเน้นย้ำว่าต้องไม่ประมาท

 

สำหรับความคืบหน้าการติดตามผู้ก่อเหตุ ผบ.ตร. เปิดเผยว่าได้ดำเนินการสืบสวนทั้งเรื่องยานพาหนะและบุคคล โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างทหารและตำรวจ ซึ่งได้เห็นความคืบหน้าในการปฏิบัติการเชิงรุกหลายวิธีจากการแถลงข่าวเมื่อวานนี้ (29 พฤษภาคม) และเชื่อว่าวันข้างหน้าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ในระดับหนึ่ง

The post ผบ.ตร. เร่งสร้างความมั่นใจนักบิน-แจงงบซ่อมบำรุงอากาศยาน ย้ำโปร่งใส พร้อมรับมือสถานการณ์ใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปลัดมหาดไทยเผย นายกฯ นำถกดับไฟใต้ 4 จังหวัด กำชับน้อมนำพระราชปณิธาน ‘เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา’ https://thestandard.co/pm-leads-southern-peace-talks/ Tue, 13 May 2025 11:03:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1073860

วันนี้ (13 พฤษภาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อรรษิษฐ์ สัมพันธรั […]

The post ปลัดมหาดไทยเผย นายกฯ นำถกดับไฟใต้ 4 จังหวัด กำชับน้อมนำพระราชปณิธาน ‘เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (13 พฤษภาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมกับนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ว่า ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยมีผู้ว่าราชการ 4 จังหวัด ร่วมประชุมคอนเฟอเรนซ์ กับนายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีกำชับให้จังหวัดความเข้าใจและเข้าถึงประชาชนมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอยู่แล้ว ที่ให้ ‘เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา’ เรื่องนี้สำคัญ เมื่อมีความใกล้ชิด ประชาชนจะได้มีการพูดคุยบอกกล่าวกันได้ และมีความเชื่อมโยงกัน

 

นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทย ยังมีการเตรียมความพร้อมกำลังพล เมื่อเกิดเหตุก็ต้องมีความพร้อม ร่วมทำงานกับทหารตำรวจ โดย อส.ของกระทรวงมหาดไทย ได้มีการฝึกร่วมกัน ทั้งการฝึกใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ การเข้าหามวลชน และ การข่าว ต้องพร้อมทุกเรื่องซึ่งนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญ

 

ขณะเดียวกันก็ต้องมีแผนระยะยาว การให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมา ที่ผ่านมาก็อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ถ้ามีใครให้ข่าวบิดเบือนหรือคลาดเคลื่อนก็ต้องทำความเข้าใจให้ดี ให้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง เมื่อถึงจุดนั้นก็เชื่อว่าจะทำให้สถานการณ์คลี่คลาย เจรจารวมถึงการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านที่มีความใกล้ชิดกันก็พูดคุยกันมาตลอด และนายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศก็มีการพูดคุยเช่นกัน

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ชรบ. อส.ชคต. กลายเป็นเป้าโจมตีของกลุ่มก่อเหตุ มีการกำชับอย่างไรนั้น อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ก็เป็นยุทธศาสตร์ที่กำลังจะถ่ายกำลังจากทหาร มาเป็นฝ่ายปกครองดูแล เห็นได้จากการส่งครูนักเรียน ไปโรงเรียน การดูแลพระสงฆ์ไปบิณฑบาตก็มีทหารไปร่วมส่งด้วย แต่ตอนนี้เป็นเจ้าหน้าที่อส.ของมหาดไทย ก็เป็นการถ่ายโอนภารกิจมา ซึ่ง อส.เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ก็กลับบ้านในพื้นที่ แต่อาจเป็นเป้าได้ ก็กำชับให้สร้างความระมัดระวัง แต่การคุ้มครอง ครู นักเรียน พระสงฆ์ เราต้องทำให้ดีที่สุดเพราะรับภารกิจมาแล้ว และให้ชุดคุ้มครองตำบลผลัดเวรยามตลอด 24 ชั่วโมง

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กระทรวงมหาดไทยต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนหรือไม่ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า สำคัญที่สุดคือการข่าว หากมีการข่าวที่ดีจะสามารถรู้ล่วงหน้าได้ แต่ทุกวันนี้เราอาจไม่ได้สามารถรู้ล่วงหน้า เมื่อเกิดเหตุก็ยากต่อการระวังตัว แต่นายกรัฐมนตรีก็ได้ย้ำแล้วเมื่อเกิดเหตุจะต้องเอาผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ และจะเห็นได้ว่าเริ่มมีการจับกุมผู้กระทำความผิด

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะให้ความมั่นใจกับชาวไทยพุทธอย่างไร เพราะช่วงหลังเริ่มมีการย้ายออก ทำให้จำนวนประชากรคนไทยพุทธลดลง อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ตรงนี้อยู่ที่เราต้องพูดคุยกับญาติพี่น้อง ซึ่งการย้ายออกอาจเป็นบางส่วน ไม่ได้มาก บางทีเกิดเหตุก็ไม่ใช่เพราะความกลัวแต่เป็นเรื่องของเศรษฐกิจไม่ดี เขาอาจไปหางานทำที่อื่น เพื่อสร้างอาชีพเลี้ยงตัวเอง แต่ถ้ามีการสร้างความเข้าใจด้วยการใช้กลไกคณะกรรมการหมู่บ้านพูดคุยตลอด ซึ่งจริงๆ แล้วเหตุการณ์ไม่ได้เกิดทุกวัน แต่มีช่วงเวลา ซึ่งพอเกิดเหตุก็เกิดข่าวทันที ทั้งที่จังหวัดอื่นก็มีอุบัติเหตุหรือมีเหตุการณ์เช่นกัน แต่สำคัญที่สุดต้องให้คนรุ่นใหม่ได้รู้ประวัติศาสตร์ว่าอยู่ในแผ่นดินทองและมีการอยู่ร่วมกัน ซึ่งไม่มีอะไรเลย

The post ปลัดมหาดไทยเผย นายกฯ นำถกดับไฟใต้ 4 จังหวัด กำชับน้อมนำพระราชปณิธาน ‘เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ เผย นายกฯ ห่วงเหตุไม่สงบชายแดนใต้ สั่งเร่งคลี่คลายสถานการณ์ กำชับดูแลประชาชน-เจ้าหน้าที่ https://thestandard.co/kittirat-pm-south-crisis/ Fri, 09 May 2025 07:41:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1072788

วันนี้ (9 พฤษภาคม) พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บั […]

The post พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ เผย นายกฯ ห่วงเหตุไม่สงบชายแดนใต้ สั่งเร่งคลี่คลายสถานการณ์ กำชับดูแลประชาชน-เจ้าหน้าที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (9 พฤษภาคม) พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้เข้าพบ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อหารือถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนายกรัฐมนตรีได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และได้สอบถามถึงมาตรการเชิงรุก รวมถึงการปฏิสัมพันธ์ในพื้นที่ และแนวทางการป้องกันเหตุการณ์ความรุนแรงต่างๆ

 

พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ ระบุว่า ในการหารือได้มีการนำเสนอแผนการป้องกันชุมชน การดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ รวมถึงแผนการสร้างความเข้าใจกับประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากนี้ยังได้มีการพูดคุยถึงการใช้เครื่องมือพิเศษเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

 

“ท่านนายกรัฐมนตรีกำชับว่าอยากให้เร่งจัดการสถานการณ์ให้เกิดความสงบโดยเร็วที่สุด เนื่องจากมีความห่วงใยในสวัสดิภาพของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ หากหน่วยงานใดมีความต้องการเครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดๆ เพิ่มเติม ขอให้แจ้งเข้ามาเพื่อดำเนินการจัดหา” พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ กล่าว

 

พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ ยังเปิดเผยด้วยว่า คาดว่าจะมีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อบูรณาการการทำงานและแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในเร็วๆ นี้ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี

The post พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ เผย นายกฯ ห่วงเหตุไม่สงบชายแดนใต้ สั่งเร่งคลี่คลายสถานการณ์ กำชับดูแลประชาชน-เจ้าหน้าที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มท.1 ลงนามคำสั่งด่วนที่สุด ผู้ว่าฯ ชายแดนใต้ วาง 4 แนวทางปฏิบัติภารกิจ อส. และเพิ่มมาตรการรับมือก่อเหตุความไม่สงบ https://thestandard.co/thai-interior-minister-southern-security/ Thu, 08 May 2025 14:26:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1072594 thai-interior-minister-southern-security

วันนี้ (8 พฤษภาคม) ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรมว.มหาดไ […]

The post มท.1 ลงนามคำสั่งด่วนที่สุด ผู้ว่าฯ ชายแดนใต้ วาง 4 แนวทางปฏิบัติภารกิจ อส. และเพิ่มมาตรการรับมือก่อเหตุความไม่สงบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
thai-interior-minister-southern-security

วันนี้ (8 พฤษภาคม) ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรมว.มหาดไทยและโฆษกกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน มีความห่วงใยในความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโดยเฉพาะสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอในพื้นที่จังหวัดสงขลาที่ถือเป็นผู้ปฏิบัติงานที่ใกล้ชิดกับประชาชนและสถานการณ์ความไม่สงบอย่างมาก 

 

ดังนั้น อนุทินจึงได้สั่งการด่วนที่ด่วนที่ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และจังหวัดสงขลา ในฐานะผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัด ให้กำชับ 4 แนวทางปฏิบัติภารกิจกองอาสารักษาดินแดนในพื้นที่ ด้วยการเพิ่มมาตรการระวังป้องกันและเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์การก่อเหตุของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ 

 

พร้อมทั้งขอให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ และเจ้าหน้าที่ที่สังกัดกองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดให้อยู่ภายในพื้นที่คอยดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน จัดเตรียมทรัพยากร เพื่อเสริมภารกิจ และจัดกำลังพลเพื่อดูแลความปลอดภัยในพื้นที่และชุมชนต่างๆ 

 

สำหรับมาตรการระวังป้องกันและเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์การก่อเหตุของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ 4 แนวทาง ดังนี้ 

 

  1. มาตรการด้านกำลังพล โดยให้ทุกกองร้อยรักษายอดกำลังพล และเตรียมพร้อมในการปฏิบัติ ณ ที่ตั้ง งดเวรลาพักของสมาชิก อส. จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และกำชับกำลังพลในส่วนของชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) ที่ไม่ได้อยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ให้ออกนอกฐานปฏิบัติการในเวลากลางคืน และให้ประกอบเลี้ยงภายในฐานปฏิบัติการ 

 

  1. ด้านการเตรียมการป้องกันฐานปฏิบัติการ สถานที่ราชการ และทรัพย์สินของทางราชการ ด้วยการจัดให้มีเวรรักษาความปลอดภัยที่ตั้งฐานปฏิบัติการในลักษณะเตรียมพร้อมสูงสุด ผลัดเปลี่ยนเวรตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดทำเครื่องกีดขวาง เสริมความมั่นคงด้วยอุปกรณ์ป้อมสนามและรั้วลวดหนามหีบเพลง เพื่อความแข็งแรงของฐานปฏิบัติการ และสถานที่ราชการ และติดตั้งระบบไฟแสงส่องสว่างรอบที่ตั้งฐานปฏิบัติการ-สถานที่ราชการ อย่างเพียงพอ 

 

พร้อมทั้งจัดระบบสัญญาณเตือนภัยและอาวุธของยามรักษาการให้เหมาะสม มีระบบการควบคุมและบันทึกหลักฐานบุคคลหรือยานพาหนะผ่านเข้า-ออกที่ตั้งฐานปฏิบัติการ พร้อมจัดกำลังออกลาดตระเวนรอบที่ตั้งฐานปฏิบัติการ สถานที่ราชการ อย่างต่อเนื่อง มีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุเพื่อให้เกิดความชำนาญ สามารถปฏิบัติตามแผนฯ ได้อย่างเป็นระบบ รวมทั้งกำหนดพื้นที่ล่อแหลมหรือเป้าหมายที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ 

 

  1. ด้านการข่าว ด้วยการบูรณาการด้านการข่าวร่วมกับทหาร ตำรวจ และหน่วยงานด้านการข่าวอื่นๆ อย่างเป็นเอกภาพ พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายแหล่งข่าวจากทุกหน่วยและประชาชนทุกช่วงวัยในพื้นที่ และมีการติดต่อสื่อสารกับหน่วยเหนือ และหน่วยข้างเคียงอย่างต่อเนื่อง 

 

  1. ด้านการรักษาความปลอดภัยอาวุธและยุทโธปกรณ์ของทางราชการ ด้วยการจัดทำบัญชีควบคุมการเบิก-จ่ายอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างถูกต้อง ชัดเจน ทั้งการเบิกจ่าย และการส่งคืนเข้าสู่คลัง 

 

ขณะที่ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 4 จังหวัด ให้บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างเข้มข้น ต่อเนื่อง และเต็มความสามารถในการสร้างขวัญกำลังใจให้กับประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยมุ่งเน้นการสร้างการรับรู้ สร้างความเชื่อมั่นต่อความมั่นคงปลอดภัยในการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน ประสานการทำงานร่วมกันกับฝ่ายความมั่นคงทุกภาคส่วน ตลอดจนเพิ่มความเข้มงวดในการติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงด้วยความใกล้ชิด 

 

“กระทรวงมหาดไทยพร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และตระหนักถึงความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข” อรรษิษฐ์กล่าว 

The post มท.1 ลงนามคำสั่งด่วนที่สุด ผู้ว่าฯ ชายแดนใต้ วาง 4 แนวทางปฏิบัติภารกิจ อส. และเพิ่มมาตรการรับมือก่อเหตุความไม่สงบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมช.กลาโหม เตรียมลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้พรุ่งนี้ รับฟังหน่วยงานก่อนปรับแผน ด้าน ‘ทวี’ ขออย่าด้อยค่าคู่เจรจา https://thestandard.co/nattapol-to-visit-south-tmr/ Tue, 06 May 2025 05:03:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1071546

วันนี้ (6 พฤษภาคม) พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรี​ช่วย […]

The post รมช.กลาโหม เตรียมลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้พรุ่งนี้ รับฟังหน่วยงานก่อนปรับแผน ด้าน ‘ทวี’ ขออย่าด้อยค่าคู่เจรจา appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (6 พฤษภาคม) พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรี​ช่วยว่าการ​กระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​กลาโหม มอบหมายให้ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หลังเกิดสถานการณ์ความรุนแรงต่อเนื่องว่า ได้รับมอบหมายให้ลงไปพูดคุยกับแม่ทัพภาคที่ 4 และหน่วยในพื้นที่ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรัดการดำเนินการ ซึ่งที่ผ่านมาส่วนใหญ่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นผู้รับผิดชอบ 

 

ส่วนการวิเคราะห์ถึงสาเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง พล.อ. ณัฐพล กล่าวว่า กำลังวิเคราะห์กันอยู่ แต่อยากลงไปฟังด้วยตัวเอง ก่อนจะรายงานให้ภูมิธรรมทราบเพื่อกำหนดแนวทางให้ชัดเจนอย่างเร่งด่วนต่อไป ยืนยันไม่ได้นิ่งนอนใจ อยู่ที่นี่ก็เดือดเนื้อร้อนใจอยู่ ไม่ใช่สบายใจ เพียงแต่ที่ผ่านมาตนไม่ได้อยู่ในกระบวนการ เมื่อภูมิธรรมได้มอบหมายแล้วก็จะเข้ามาช่วยอย่างเต็มที่

 

ทวียันรัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาไฟใต้ ขออย่าด้อยค่าคู่เจรจา 

 

ด้าน พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยืนยันว่า รัฐบาลมุ่งมั่นจะแก้ปัญหาภาคใต้ โดยเฉพาะชีวิต ความปลอดภัย และทรัพย์สิน อยากสร้างสันติสุขให้ยั่งยืน ซึ่งการแก้ปัญหาภาคใต้ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ และแก้ด้วยสันติวิธี โดยวานนี้ (5 พ.ค.) ได้ไปรดน้ำศพตำรวจที่เสียชีวิตจากเหตุระเบิด และหน่วยงานในพื้นที่ ได้บอกว่าเบื้องต้นต้องทำให้ประชาชนได้รับการปกป้องคุ้มครอง อย่าให้พื้นที่เป็นของฝ่ายตรงข้ามต้องเป็นของรัฐ 

 

พ.ต.อ. ทวีกล่าวว่า เนื่องจากในโครงสร้างในหมู่บ้าน จะมีผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยรักษาความปลอดภัยทั้งหมด 37 คน และมีกองกำลังอาสา จังหวัดนราธิวาสที่มี 3,000 คน และมีทหารพราน 7,500 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 3,800 คน ซึ่งทั้งหมดนี้อาจจะป้องกันไม่ได้ แต่ว่าต้องได้รับความร่วมมือจากผู้นำในท้องที่ ผู้นำศาสนา หรือผู้นำจิตวิญญาณ ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาวรัฐบาลมีนโยบายไว้แล้ว 

 

ส่วนที่ขณะนี้มีการพุ่งเป้าไปที่ชาวไทยพุทธจำนวนมาก พ.ต.อ. ทวีกล่าวว่า ได้รับรายงานถึงสาเหตุขอให้มีการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ก่อน ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของศาสนา แต่การกระทำกับกลุ่มเปราะบางเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง

 

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านเรียกร้องให้มีการเปิดพื้นที่เจรจาโดยเร็วที่สุด พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า การแก้ปัญหาสูงสุดคือ ต้องเอาความปลอดภัยและความอยู่ดีกินดีของประชาชนเป็นหลัก รัฐบาลเคารพฝ่ายค้าน แต่วิธีการกระทำของรัฐบาล ก็ต้องทำภายใต้รัฐธรรมนูญ ที่สำคัญเราต้องเปิดให้ประชาชนมีส่วนในการกำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง 

 

ส่วนการเจรจาพูดคุยเดิมหัวหน้าเจรจาพูดคุยสันติสุขชายแดนภาคใต้เป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล ตนไม่ทราบว่าคำสั่งนั้นมีการยกเลิกหรือไม่ ทั้งนี้ขออย่าไปด้อยค่าคนที่เราเจรจาว่าอาจไม่ใช่คนที่มีอำนาจ พร้อมยืนยันว่า ไม่เคยพูดถึงเรื่องเขตปกครองพิเศษ แต่การเจรจาก็เป็นกุศโลบายหนึ่ง ต้องยอมรับว่าคนที่ก่อเหตุเป็นคนไทยด้วยกัน ดังนั้นควรหันหน้ามาคุยกัน

 

ซาบีดาอยากเห็นสันติภาพ-สมานฉันท์ในพื้นที่ 

 

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีเหตุระเบิดในพื้นที่ภาคใต้ ระหว่างที่ลงพื้นที่ไปมอบโฉนดที่ดินที่จังหวัดนราธิวาสว่า รู้สึกเป็นห่วงเด็กๆ ไม่อยากให้พื้นที่แตกตื่น ไม่อยากให้ขวัญเสียจึงควบคุมอารมณ์เอาไว้ 

 

ซาบีดายังระบุด้วยว่า ส่วนเรื่องสันติภาพรัฐบาลมีการเรียกร้องมาโดยตลอด เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความสงบสุข และอยากให้มีความสมานฉันท์ มีความรักในพื้นที่ให้เกิดความสงบ แต่เหตุการณ์ก็ยังคงเกิดขึ้น แม้เป็นเรื่องที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่ต้องมีการกำชับในพื้นที่

 

พม. กำชับเจ้าหน้าที่ ช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ 

 

ด้าน วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า พม. ได้ให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้าไปเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ ดูแลสภาพจิตใจครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบ และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ของกระทรวง พม. ที่อยู่ในพื้นที่ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง และเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง รวมถึงประชาชนกลุ่มเปราะบาง พร้อมยืนยันว่าในส่วนของกระทรวง พม. ไม่เห็นด้วยในการทำความรุนแรงทุกรูปแบบ

The post รมช.กลาโหม เตรียมลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้พรุ่งนี้ รับฟังหน่วยงานก่อนปรับแผน ด้าน ‘ทวี’ ขออย่าด้อยค่าคู่เจรจา appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เรียกถกรัฐมนตรีเพื่อไทย ติดตามเหตุไม่สงบใต้ ก่อนนำประชุม ครม. ถกวาระลับภาษีเขตการค้าเสรี-สินค้าโควตาภาษี UK https://thestandard.co/cabinet-meeting-secret-agenda-tax-quota/ Tue, 06 May 2025 04:02:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1071479 พรรคเพื่อไทย

วันนี้ (6 พฤษภาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร นา […]

The post นายกฯ เรียกถกรัฐมนตรีเพื่อไทย ติดตามเหตุไม่สงบใต้ ก่อนนำประชุม ครม. ถกวาระลับภาษีเขตการค้าเสรี-สินค้าโควตาภาษี UK appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคเพื่อไทย

วันนี้ (6 พฤษภาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยภายหลังการประชุมร่วม 1 ชั่วโมง นายกรัฐมนตรีได้นำรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยเดินมาอย่างพร้อมหน้า โดยยอมรับว่า ที่เรียกประชุมรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยมีหลายเรื่องที่ต้องติดตาม รวมถึงเรื่องสถานการณ์ความไม่สงบในชายแดนภาคใต้

 

สำหรับวาระที่เสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. วันนี้ มีหลายเรื่องที่น่าสนใจ และยังมีวาระลับของหน่วยงานต่างๆ เสนอเข้ามาทั้งของกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากร 

 

ขณะที่วาระเพื่อทราบ วันนี้ต้องจับตากระทรวงการคลัง เสนอวาระลับร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากร สำหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน – ออสเตรเลีย – นิวซีแลนด์ (ฉบับที่ …) และเสนอวาระลับร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากร สำหรับของที่มีถิ่นกำเนิดจากญี่ปุ่น (ฉบับที่ …)

 

ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เสนอผลการพิจารณาข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 14/2559 เรื่อง คณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการกำหนดอำนาจหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ 4 เมษายน พุทธศักราช 2559 พ.ศ. …. ของสภาผู้แทนราษฎร

 

สำหรับรัฐมนตรีที่ลาประชุมวันนี้ 4 คน คือ ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขณะที่ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมผ่านระบบ Video Conference

 

The post นายกฯ เรียกถกรัฐมนตรีเพื่อไทย ติดตามเหตุไม่สงบใต้ ก่อนนำประชุม ครม. ถกวาระลับภาษีเขตการค้าเสรี-สินค้าโควตาภาษี UK appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทวีลงพื้นที่นราธิวาส ติดตามหาแนวทางแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ https://thestandard.co/tawee-visits-narathiwat-seeks-peace/ Mon, 05 May 2025 07:28:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1071217

วันนี้ (5 พฤษภาคม) ที่หน่วยเฉพาะกิจจังหวัดนราธิวาส ตำบล […]

The post ทวีลงพื้นที่นราธิวาส ติดตามหาแนวทางแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (5 พฤษภาคม) ที่หน่วยเฉพาะกิจจังหวัดนราธิวาส ตำบลกะลุวอ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ พร้อมหารือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในการวางแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ตลอดจนเข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ และร่วมพิธีฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิต เพื่อแสดงความเสียใจและให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสียและประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยมี พล.ต. ณรงค์ ตันติศิริพร ผบ.ฉก.นราธิวาส พร้อมด้วย วิชาญ  ชัยเศรษฐสัมพันธ์ พล.ต.ต. ไมตรี สันตยากุล และเจ้าหน้าที่ ฝ่ายความมั่นคงทั้ง 3 ฝ่าย ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง เข้าร่วมประชุม

 

ที่ประชุมได้ติดตามสถานการณ์และหารือการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ โดยได้ชี้แจงมาตรการรักษาความปลอดภัย สถานการณ์ด้านการข่าวในห้วงเดือนเมษายน ถึง ปัจจุบัน พร้อมเปรียบเทียบสถิติเหตุการณ์ในพื้นที่ ตั้งแต่ ปี 2565 จำนวน 44 เหตุการณ์, ปี 2566 จำนวน 38 เหตุการณ์, ปี 2567 จำนวน 39 เหตุการณ์ และปี  2568 จำนวน 38 เหตุการณ์ ซึ่งแนวโน้มสถานการณ์มีการก่อเหตุรุนแรงต่อกลุ่มไทยพุทธ, เจ้าหน้าที่รัฐและฐานปฏิบัติการ ในห้วงที่ผ่านมา 

 

ทางจังหวัดนราธิวาสได้ประกาศยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดทั่วทั้งจังหวัด หลังเกิดเหตุรุนแรงต่อประชาชนไทยพุทธในพื้นที่อำเภอตากใบและอำเภอจะแนะ โดยมีคำสั่งให้ทุกอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนและป้องกันเหตุซ้ำ พร้อมกำชับให้ทุกพื้นที่ดำเนินมาตรการเชิงรุก รวมถึงการจัดชุดลาดตระเวน การเพิ่มจุดตรวจจุดสกัด และการดูแลพื้นที่เสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง 

 

โดยเฉพาะบริเวณที่มีการจัดกิจกรรมสาธารณะ หรือมีประชาชนรวมตัวเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ จังหวัดขอความร่วมมือจากผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนทุกภาคส่วนในการสอดส่องดูแลความปลอดภัย และแจ้งเบาะแสหากพบสิ่งผิดปกติ เพื่อร่วมกันรักษาความสงบเรียบร้อยของพื้นที่ 

 

พ.ต.อ. ทวี กล่าวว่า รัฐบาลมีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้ และมุ่งมั่นในการคลี่คลายปัญหาความไม่สงบอย่างเป็นระบบ พร้อมเน้นย้ำการฟื้นฟูขวัญและกำลังใจของประชาชนเป็นสำคัญ และเชื่อมั่นในการ ดูแลรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ พร้อมให้กำลังใจและรับฟังความเห็นของทุกคนเพื่อนำไปแก้ไขปัญหาในพื้นที่ให้ตรงจุดและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

 

ภายหลังจากประชุม พ.ต.อ. ทวี ได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ความไม่สงบ ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ต่อด้วยช่วงบ่ายจะลงพื้นที่วัดสิทธิสารประดิษฐ์ (โคกยาง) ตำบลโฆษิต และวัดโคกมะม่วง ตำบลพร่อน อำเภอตากใบ เพื่อเป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพ แดง ตุนาสุข, ดำ จันทร์คง และ สสิตา จันทร์คง ผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงประชาชนและเด็กผู้หญิงอายุ 9 ขวบในบ้านพัก ม.5 ตำบลโฆษิต อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา 

 

พร้อมพบปะให้กำลังใจพี่น้องไทยพุทธและประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนเกิดความอุ่นใจ และนำความห่วงใยของรัฐบาลที่มีต่อประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้ พร้อมเน้นย้ำการฟื้นฟูขวัญและกำลังใจของประชาชนเป็นสำคัญ

The post ทวีลงพื้นที่นราธิวาส ติดตามหาแนวทางแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทวีเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บเหตุรุนแรงนราธิวาส สั่งเพิ่มเจ้าหน้าที่-ออกมาตรการดูแลประชาชนในพื้นที่ https://thestandard.co/tawee-orders-more-protection-nara/ Mon, 05 May 2025 07:15:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1071211

วันนี้ (5 พฤษภาคม) ที่อาคารประชารักษ์ โรงพยาบาลนราธิวาส […]

The post ทวีเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บเหตุรุนแรงนราธิวาส สั่งเพิ่มเจ้าหน้าที่-ออกมาตรการดูแลประชาชนในพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (5 พฤษภาคม) ที่อาคารประชารักษ์ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส  พ.ต.อ.ทวี  สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบกระเช้าเยี่ยม ทัศไนย์ ตั้งคง อายุ 41 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บ จากเหตุคนร้ายประกบยิงในพื้นที่อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีอาการสาหัส  ต้องใส่ท่อระบายเลือดจากช่องเยื่อหุ้มปอด หายใจไม่สะดวก ใส่ท่อช่วยหายใจ 

 

ปัจจุบันอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดผู้บาดเจ็บ พร้อมได้เยี่ยมเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 นาย ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวนคดีความมั่นคง กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ขณะเข้าเก็บกล้องวงจรปิด เพื่อหาหลักฐาน คดียิงยายพิการตาบอดถูกยิงเสียชีวิต เหตุเกิดในพื้นที่ ไอร์ซือเระ ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต จำนวน 1 ราย และได้บาดเจ็บ จำนวน 4 ราย โดยผู้ได้รับบาดเจ็บ พักรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ประกอบด้วย

 

  1. ด.ต. สาธิต คำแหง อายุ 38 ปี ได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผลจากสะเก็ดบริเวณศีรษะมีบาดแผล 
  2. ส.ต.ท. ธีปกรณ์  ชูสิงห์ อายุ 27 ปี ได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผลจากสะเก็ดระเบิดที่น่องข้างขวา
  3. ด.ต. ธีรวัฒน์ จอดนอก อายุ 41 ปี ได้รับบาดเจ็บ มีแผลบริเวณเหนือคิ้วข้างซ้าย 
  4. จ.ส.ต. สาคร รัตนศิริ อายุ 35 ปี ได้รับบาดเจ็บ แน่นหน้าอก หูอื้อ

 

พ.ต.อ. ทวี ได้พูดคุยสอบถามอาการและให้กำลังใจกับผู้บาดเจ็บพร้อมมอบกระเช้าเยี่ยมปลอบขวัญแก่ญาติและครอบครัว ซึ่งทั้ง 4 นาย อาการโดยรวมรู้สึกตัวดี อยู่ในความดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด จากนั้นได้ไปเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมมอบกระเช้าเยี่ยม เด็กหญิงนัซมีย์ ศรีมารักษ์ ประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดด้านหลังสถานีตำรวจภูธรโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา อาการปลอดภัย

 

พ.ต.อ. ทวี กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีความรุนแรงกว่าอดีตมาก เฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตแล้ว 13 ราย การแก้ปัญหาที่ต้องเร่งทำโดยด่วนขณะนี้ คือการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชนรวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐ 

 

เบื้องต้นจากที่ได้รับฟังรายงานจากหน่วยงานความมั่นคง สิ่งที่จะมาดูแลป้องกันประชาชนจากนี้ คือ เพิ่มบูรณาการการทำงานร่วมกันทั้ง กำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ อส. พร้อมดึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นำผู้นำท้องที่ ผู้นำศาสนา และพี่น้องประชาชนมาช่วยการดูแลในหมู่บ้าน และเพิ่มมาตรการด้านการสืบสวน ด้านการข่าว

 

เมื่อเกิดเหตุต้องมีข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับรู้ในส่วนการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่พร้อมพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์  หมู่บ้านชุมชนต้องเป็นพื้นที่ของรัฐ ไม่ใช่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง รัฐต้องลงไปดูและนำปัญหาข้อทุกข์ร้อนของหมู่บ้านชุมชนมาแก้ไข

 

สำหรับมาตรการดูแลความปลอดภัยกลุ่มเปราะบาง ก็ได้มีการหารือแลกเปลี่ยนแนวทางกับหน่วยงานทหารและตำรวจไปแล้วซึ่งทุกหน่วยได้ทำงานอย่างเต็มที่ สิ่งสำคัญตอนนี้ คือการสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยให้กับประชาชน และการดูแลเยียวยาทางจิตใจ ก็ได้ให้นักสิทธิและนักจิตวิทยาได้ลงพื้นที่ดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบแล้ว 

 

นอกจากนี้ต้องให้ผู้นำศาสนาเข้าไปสร้างความเข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องทางศาสนา เพื่อไม่ให้เกิดการบิดเบือนสร้างความแตกแยก ทั้งนี้ ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นวาระแห่งชาติ หน้าที่ของรัฐบาล คือการนำสันติสุขและสันติภาพกลับคืนมาสู่ประชาชน

The post ทวีเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บเหตุรุนแรงนราธิวาส สั่งเพิ่มเจ้าหน้าที่-ออกมาตรการดูแลประชาชนในพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคประชาชนออกจดหมายเปิดผนึก ขอหยุดสังหารพลเรือนบริสุทธิ์ ชี้ความรุนแรงไฟใต้ระลอกล่าสุดสั่นคลอนความรู้สึก-ความเชื่อมั่น รัฐบาลต้องเร่งสร้างสันติภาพ https://thestandard.co/people-party-open-letter-southern-violence/ Mon, 05 May 2025 05:36:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1071183

วันนี้ (5 พฤษภาคม) พรรคประชาชน (ปชน.) ออกจดหมายเปิดผนึก […]

The post พรรคประชาชนออกจดหมายเปิดผนึก ขอหยุดสังหารพลเรือนบริสุทธิ์ ชี้ความรุนแรงไฟใต้ระลอกล่าสุดสั่นคลอนความรู้สึก-ความเชื่อมั่น รัฐบาลต้องเร่งสร้างสันติภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (5 พฤษภาคม) พรรคประชาชน (ปชน.) ออกจดหมายเปิดผนึกจากพรรคประชาชนถึงทุกคน กรณีความรุนแรงระลอกล่าสุดในจังหวัดชายแดนใต้ ระบุว่า เหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างน่ากังวลอีกครั้งนับตั้งแต่ต้นปี 2568 โดยเฉพาะในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา 

 

สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างมากจากการปรากฏรูปแบบการก่อเหตุที่พุ่งเป้าไปยังพลเรือนผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นนักบวช ประชาชนทั่วไป หรือประชาชนกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก คนชรา ผู้พิการ 

 

โดยเริ่มมาตั้งแต่การลอบยิงอดีตอุสตาซหรือครูสอนศาสนาอิสลามเสียชีวิตขณะกลับจากการละหมาดเมื่อวันที่ 18 เมษายน, การลอบยิงสามเณรจนบาดเจ็บและเสียชีวิตเมื่อวันที่ 22 เมษายน, การกราดยิงลูกกับแม่ที่พิการทางสายตาจนเสียชีวิต และการกราดยิงผู้สูงอายุกับเด็กจนบาดเจ็บและเสียชีวิต เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม และล่าสุด เกิดเหตุยิงพลเรือนชายเสียชีวิตอีก 1 คนที่ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี เมื่อคืนวันที่ 4 พฤษภาคม เหตุการณ์ทั้งหมดนี้นำมาซึ่งความเศร้าโศกเสียใจและความโกรธแค้นของผู้คน ทั้งในชุมชนชาวพุทธและมุสลิมในพื้นที่ รวมถึงคนไทยทั้งประเทศ

 

ความรุนแรงระลอกล่าสุดนี้ สั่นคลอนความรู้สึกและความเชื่อมั่นต่อกระบวนการสร้างสันติภาพในพื้นที่ชายแดนใต้อย่างรุนแรง ประชาชนทุกศาสนิกต่างตกอยู่ในความหวาดระแวง ซึ่งทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งอยู่ในภาวะเปราะบางและสุ่มเสี่ยงที่จะเลวร้ายลงมากที่สุดในรอบหลายปี

 

ในสภาวการณ์เช่นนี้ พรรคประชาชนขอสื่อสารไปยังทุกคน ถึงอันตรายของการใช้ความรุนแรง และย้ำเตือนถึงความสำคัญในการใช้แนวทางสันติเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นวิธีเดียวที่จะนำไปสู่สันติภาพระยะยาวที่ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยปราศจากความกลัวและความเกลียดชังระหว่างกันถึงขบวนการที่คิดว่ากำลังต่อสู้เพื่อพี่น้องมลายูมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร องค์กรไหน

 

การสังหารพลเรือนผู้บริสุทธิ์นั้น นอกจากจะขัดต่อทั้งหลักศาสนา หลักกฎหมาย และหลักการมนุษยธรรมระหว่างประเทศแล้ว ยังส่งผลกระทบร้ายแรงต่อการสร้างสันติภาพและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของพี่น้องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

ความรุนแรงต่อพลเรือนผู้บริสุทธิ์มีแต่จะสร้างความเกลียดชังและเพิ่มอคติที่มีต่อพี่น้องมลายูมุสลิม ความรุนแรงต่อพลเรือนผู้บริสุทธิ์มีแต่จะสร้างความโกรธแค้นไปบดบังความเข้าอกเข้าใจในความอยุติธรรมที่พี่น้องมลายูมุสลิมถูกกระทำ ความรุนแรงต่อพลเรือนผู้บริสุทธิ์มีแต่จะผลักให้สังคมโหยหาการตอบโต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟันจนไม่สิ้นสุด ความรุนแรงต่อพลเรือนผู้บริสุทธิ์มีแต่จะบ่อนทำลายความชอบธรรมทางการเมืองของการต่อสู้ ลดทอนคุณค่าอุดมการณ์ที่ใช้กล่าวอ้างกันมาโดยตลอด

 

พรรคประชาชนเรียกร้องให้หยุดการสังหารพลเรือนผู้บริสุทธิ์โดยทันที และการยุติความรุนแรงดังกล่าวจะเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการพูดคุยเพื่อสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขบวนการต่อสู้ต้องมีความรับผิดชอบทางการเมืองมากกว่านี้ และต้องแสดงออกให้ทุกฝ่ายเชื่อมั่นว่าพร้อมจะใช้กระบวนการทางการเมืองในการแก้ปัญหา มิใช่ใช้กำลังอาวุธ

 

ถึงรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร

 

ประสบการณ์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นชัดว่า ในช่วงที่กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพมีความคืบหน้าและมีทิศทางที่ชัดเจน สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ 

 

ดังนั้นรัฐบาลต้องตระหนักว่าปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ความรุนแรงกลับมาปะทุขึ้นอีกในระลอกล่าสุด เกิดจากความไม่ชัดเจนในยุทธศาสตร์ของรัฐบาล ว่าจะมีแนวทางในการสร้างความยุติธรรม นิติรัฐ และสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร โดยเฉพาะการปล่อยให้กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพหยุดชะงักมานานเกือบ 1 ปีโดยไร้ทิศทาง

 

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลควรกลับมาสานต่อกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพโดยเร็ว และในกระบวนการนั้นต้องฟังเสียงประชาชนในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากความรุนแรงของทุกฝ่ายด้วย โดยจัดเวทีคู่ขนาน ทำให้พี่น้องทั้งชาวพุทธและมุสลิมมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของกระบวนการสันติภาพนี้ไปด้วยกัน

 

พรรคประชาชนเห็นว่า ในกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพในอนาคต ต้องมีองค์ประกอบส่วนหนึ่งจากผู้ที่มีบทบาทและอำนาจในการสั่งหยุดความรุนแรงในพื้นที่ได้จริงเข้าร่วมด้วย เพื่อประสิทธิภาพในการเจรจา และเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกัน

 

ถึงพี่น้องประชาชนที่เคารพ

 

ความรุนแรงที่เรากำลังเผชิญอยู่นี้เป็นผลจากความขัดแย้งที่สลับซับซ้อนและยืดเยื้อมาเป็นเวลาหลายปี เกิดความสูญเสีย เจ็บปวด ล้มตาย กับพี่น้องประชาชนทุกศาสนา ไม่ว่าจะเป็นชาวพุทธหรือมุสลิม เราทุกคนเจ็บปวดต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น แต่เราก็ต้องช่วยกันระมัดระวังไม่ให้สังคมตกหล่มอยู่ในวังวนของความรุนแรง เป้าหมายของความรุนแรงคือการสร้างความหวาดกลัวและความโกรธเกลียด 

 

แต่พวกเราอย่าลืมว่าความหวาดกลัวและความโกรธเกลียดที่นำไปสู่การเรียกร้องให้ใช้ความรุนแรงตอบโต้กันแบบตาต่อตา ฟันต่อฟันนั้น ไม่สามารถสร้างสันติภาพได้ บทเรียนที่ผ่านมา ทั้งในและต่างประเทศ ล้วนบอกเราว่า ไฟไม่สามารถดับไฟได้ การตอบโต้อย่างรุนแรงมีแต่จะทำให้ความรุนแรงบานปลายขยายตัวจนยากจะกลับสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติในอนาคต 

 

นี่จึงเป็นห้วงเวลาที่พวกเราต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์อย่างมีสติ และต้องช่วยกันผลักดันให้ทุกฝ่ายแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยกระบวนการทางการเมือง เพื่อสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในอนาคต

 

อ้างอิง:

The post พรรคประชาชนออกจดหมายเปิดผนึก ขอหยุดสังหารพลเรือนบริสุทธิ์ ชี้ความรุนแรงไฟใต้ระลอกล่าสุดสั่นคลอนความรู้สึก-ความเชื่อมั่น รัฐบาลต้องเร่งสร้างสันติภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิด้าโพลเผย 2 ทศวรรษ 3 จังหวัดชายแดนใต้ สถานการณ์แย่เหมือนเดิม รัฐบาลไม่ค่อยให้ความสำคัญ https://thestandard.co/nida-south-crisis-ignored/ Sun, 04 May 2025 03:28:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1070984

วันนี้ (4 พฤษภาคม) ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบัน […]

The post นิด้าโพลเผย 2 ทศวรรษ 3 จังหวัดชายแดนใต้ สถานการณ์แย่เหมือนเดิม รัฐบาลไม่ค่อยให้ความสำคัญ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (4 พฤษภาคม) ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง ‘2 ทศวรรษ แก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้’ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,100 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

 

จากการสำรวจเมื่อถามถึงสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 33.45 ระบุว่า สถานการณ์แย่เหมือนเดิม รองลงมา ร้อยละ 20.36 ระบุว่า สถานการณ์ดีเหมือนเดิม ร้อยละ 18.55 ระบุว่า สถานการณ์ค่อนข้างดีขึ้น ร้อยละ 14.64 ระบุว่า สถานการณ์ค่อนข้างแย่ลง ร้อยละ 10.00 ระบุว่า สถานการณ์แย่ลงมาก และร้อยละ 3.00 ระบุว่า สถานการณ์ดีขึ้นมาก

 

ด้านการพัฒนาความเจริญในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 42.18 ระบุว่า การพัฒนาค่อนข้างดีขึ้น รองลงมา ร้อยละ 37.45 ระบุว่า ไม่ค่อยมีการพัฒนาเท่าไร ร้อยละ 14.55 ระบุว่า ไม่มีการพัฒนาเลย และร้อยละ 5.82 ระบุว่า การพัฒนาดีขึ้นมาก

 

ด้านความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 33.55 ระบุว่า ความสัมพันธ์ดีเหมือนเดิม รองลงมา ร้อยละ 30.64 ระบุว่า ความสัมพันธ์ค่อนข้างดีขึ้น ร้อยละ 19.91 ระบุว่า ความสัมพันธ์แย่เหมือนเดิม ร้อยละ 7.09 ระบุว่า ความสัมพันธ์ค่อนข้างแย่ลง ร้อยละ 5.64 ระบุว่า ความสัมพันธ์ดีขึ้นมาก ร้อยละ 3.00 ระบุว่า ความสัมพันธ์แย่ลงมาก และร้อยละ 0.17 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

สำหรับการให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาล พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 42.36 ระบุว่า ไม่ค่อยให้ความสำคัญ รองลงมา ร้อยละ 31.82 ระบุว่า ไม่ให้ความสำคัญเลย ร้อยละ 18.82 ระบุว่า ค่อนข้างให้ความสำคัญ ร้อยละ 5.91 ระบุว่า ให้ความสำคัญมาก และร้อยละ 1.09 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงการให้ความสำคัญกับนโยบายการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้กับการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้งครั้งต่อไป พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 47.55 ระบุว่า ให้ความสำคัญมาก รองลงมา ร้อยละ 27.36 ระบุว่า ค่อนข้างให้ความสำคัญ ร้อยละ 15.55 ระบุว่า ไม่ค่อยให้ความสำคัญ ร้อยละ 9.18 ระบุว่า ไม่ให้ความสำคัญเลย และร้อยละ 0.36 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

The post นิด้าโพลเผย 2 ทศวรรษ 3 จังหวัดชายแดนใต้ สถานการณ์แย่เหมือนเดิม รัฐบาลไม่ค่อยให้ความสำคัญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจงไม่มีคำสั่งย้ายครูไทยพุทธจากพื้นที่ชายแดนใต้ ชี้เป็นข่าวบิดเบือน สร้างความสับสน-หวาดกลัวในพื้นที่ https://thestandard.co/no-order-relocate-buddhist-teachers/ Sun, 04 May 2025 03:21:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1070977

วันนี้ (4 พฤษภาคม) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 […]

The post กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจงไม่มีคำสั่งย้ายครูไทยพุทธจากพื้นที่ชายแดนใต้ ชี้เป็นข่าวบิดเบือน สร้างความสับสน-หวาดกลัวในพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (4 พฤษภาคม) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์โดยระบุว่า “ผู้บัญชาการทหารบก มีคำสั่งย้ายครูไทยพุทธออกจากพื้นที่ชายแดนภาคใต้ในบางจุด เพื่อรักษาครูไทยพุทธ” ว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงและมีลักษณะปลุกปั่น ยุยง ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง อันอาจนำไปสู่ความหวาดระแวงและความสับสนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

พล.ท. ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่า ไม่มีคำสั่งหรือแนวทางใดในการโยกย้ายครูไทยพุทธออกจากพื้นที่ตามที่ปรากฏในโลกออนไลน์ ทั้งนี้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ตระหนักถึงความปลอดภัยของบุคลากรทุกฝ่ายในพื้นที่ และมีมาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดมาอย่างต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจากประชาชน และผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ทุกท่าน โปรดใช้วิจารณญาณในการรับและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร พร้อมตรวจสอบแหล่งที่มาก่อนส่งต่อ โดยควรรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพื่อป้องกันการตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดีที่พยายามบิดเบือนข้อมูลเพื่อบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ หากมีข้อสงสัยหรือประสงค์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โดยตรง  

 

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยหรือพฤติกรรมผิดปกติในพื้นที่ สามารถแจ้งเบาะแสได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่:

 

  • สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.รมน.ภาค 4 โทร. 06 1173 2999
  • สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. โทร. 1341
  • หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่

 

ขอเตือนว่าการให้ความช่วยเหลือผู้กระทำผิด เช่น ซ่อนเร้น ให้ที่พักพิง หรือจัดหาเสบียงอาหาร ถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

สุดท้ายนี้ ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสารจากโซเชียลมีเดีย อย่าแชร์หรือส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบหรือยืนยันจากหน่วยงานทางการ เพื่อไม่ตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดีที่มุ่งหวังสร้างความแตกแยกในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

The post กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจงไม่มีคำสั่งย้ายครูไทยพุทธจากพื้นที่ชายแดนใต้ ชี้เป็นข่าวบิดเบือน สร้างความสับสน-หวาดกลัวในพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมช. ประณามเหตุรุนแรงชายแดนใต้ เป็นการกระทำที่ไร้อารยะ ยืนยันเร่งนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี https://thestandard.co/southern-violence-nsc-response/ Sun, 04 May 2025 03:13:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1070971

วานนี้ (3 พฤษภาคม) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) […]

The post สมช. ประณามเหตุรุนแรงชายแดนใต้ เป็นการกระทำที่ไร้อารยะ ยืนยันเร่งนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (3 พฤษภาคม) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ออกแถลงการณ์ประณามการก่อเหตุต่อผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามที่ได้ปรากฏเหตุความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในห้วงที่ผ่านมา ซึ่งได้ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะเด็ก สตรี และผู้สูงอายุ 

 

สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะหน่วยงานนโยบายในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาล ขอประณามการกระทำที่ไร้อารยะดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน กฎหมาย และบรรทัดฐานระหว่างประเทศอย่างร้ายแรงและปราศจากซึ่งความรับผิดชอบต่อเพื่อนมนุษย์อย่างสิ้นเชิง ซึ่งล้วนแต่บั่นทอนบรรยากาศแห่งความไว้เนื้อเชื่อใจ รวมทั้งแสดงถึงความไม่จริงใจอันเป็นอุปสรรคต่อการสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

ในโอกาสนี้ สมช. ขอแสดงความเสียใจต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั้งพี่น้องไทยพุทธและไทยมุสลิม ที่ต้องสูญเสียครอบครัว เพื่อน พี่น้อง รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบทางร่างกายและจิตใจ สมช. ตระหนักดีว่าเพียงคำพูดไม่อาจทำให้บาดแผลที่เกิดขึ้นหายไป แต่ขอให้คำมั่นว่าภาครัฐจะทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างถึงที่สุด และจะมุ่งผลักดันมาตรการคุ้มครองและปกป้องประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างเต็มกำลังความสามารถ

 

สมช. ขอส่งสารฉบับนี้ไปถึงกลุ่มขบวนการและผู้ก่อเหตุรุนแรงให้ยุติการก่อเหตุร้ายที่ปราศจากความรับผิดชอบนี้ในทันที พร้อมทั้งขอยืนยันว่าการก่อเหตุต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ จะไม่มีทางช่วยให้การแสวงหาทางออกทางการเมืองเกิดขึ้นได้เลย

The post สมช. ประณามเหตุรุนแรงชายแดนใต้ เป็นการกระทำที่ไร้อารยะ ยืนยันเร่งนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรณิการ์ประณามเหตุรุนแรงใต้ จี้รัฐบาลเร่งคืนโต๊ะเจรจาสันติภาพ ทางออกเดียวลดความรุนแรง https://thestandard.co/pannika-condemns-south-violence/ Sat, 03 May 2025 06:37:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1070876

วันนี้ (3 พฤษภาคม) พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าว […]

The post พรรณิการ์ประณามเหตุรุนแรงใต้ จี้รัฐบาลเร่งคืนโต๊ะเจรจาสันติภาพ ทางออกเดียวลดความรุนแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (3 พฤษภาคม) พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า และกรรมาธิการวิสามัญสันติภาพชายแดนภาคใต้ สภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาประณามเหตุการณ์ความรุนแรงที่กลับมาปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะเหตุการณ์ล่าสุดที่จังหวัดนราธิวาส พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งกลับสู่กระบวนการเจรจาสันติภาพโดยเร็วที่สุด

 

พรรณิการ์ ซึ่งอยู่ระหว่างลงพื้นที่จังหวัดยะลาเพื่อพูดคุยกับกลุ่มผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรง กล่าวว่า ได้เดินทางมาถึงยะลาเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นคืนเดียวกับที่เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ 2 เหตุการณ์ซ้อนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ทั้งที่อำเภอระแงะและอำเภอตากใบ ส่งผลให้มีชาวไทยพุทธเสียชีวิตถึง 4 ราย ซึ่งมีทั้งผู้สูงอายุ เด็ก และผู้หญิง นับเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสลดใจอย่างยิ่ง

 

พรรณิการ์กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่น่าสังเกตและน่ากังวลอย่างยิ่งในช่วงเดือนที่ผ่านมา คือ สถานการณ์ความรุนแรงไม่ได้มีเพียงจำนวนเหตุการณ์ที่เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น แต่เป้าหมายของการโจมตีได้เปลี่ยนไปสู่พลเรือน หรือที่เรียกว่า Soft Target มากขึ้น ซึ่งเป็นรูปแบบที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ที่ความรุนแรงมักจะพุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นหลัก 

 

“วันนี้ตนจึงอยู่ที่นี่ด้วยจิตใจที่หดหู่ ขอประณามผู้ก่อเหตุไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด เพราะการก่อความรุนแรง การยั่วยุให้เกิดความรุนแรงต่อกันและกัน ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ในชายแดนภาคใต้ดีขึ้น” พรรณิการ์กล่าว

 

ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญสันติภาพชายแดนใต้ฯ ซึ่งกำลังทำงานจัดทำรายงานเสนอต่อรัฐบาล พรรณิการ์ยืนยันว่า ปัจจัยเดียวที่จะสามารถบรรเทาและคลี่คลายสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้ คือการที่รัฐบาลต้องเร่งผลักดันให้กระบวนการเจรจาสันติภาพสามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยเร็วที่สุด 

 

“ส่วนหนึ่งที่ทำให้ความรุนแรงปะทุขึ้นก็คือการเจรจาที่หยุดชะงักมาเป็นปีแล้ว ไม่มีความคืบหน้า ไม่มีการนัดต่อ สิ่งที่รัฐบาลควรทำก็คือต้องหนักแน่น ไม่หวั่นไหวต่อการพยายามก่อความรุนแรงเพื่อล้มการเจรจา เพราะถ้าไม่เจรจาก็ไม่มีทางออกอื่นใดนอกจากความรุนแรงที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น นอกจากการประณามผู้ก่อเหตุความรุนแรงแล้ว เราต้องเรียกร้องให้รัฐบาลกลับสู่การเจรจาสันติภาพ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ ลดความรุนแรง และคืนสันติภาพให้เกิดขึ้นในชายแดนใต้ได้โดยเร็ว” พรรณิการ์กล่าวทิ้งท้าย

The post พรรณิการ์ประณามเหตุรุนแรงใต้ จี้รัฐบาลเร่งคืนโต๊ะเจรจาสันติภาพ ทางออกเดียวลดความรุนแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่นราธิวาส สั่งเร่งจับกุมมือยิงหญิงชรา-เด็ก ชี้เป็นการกระทำไร้มนุษยธรรม ยกระดับความปลอดภัยในพื้นที่สูงสุด https://thestandard.co/4army-chief-narathiwat-shooting/ Sat, 03 May 2025 04:00:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1070818

วันนี้ (3 พฤษภาคม) พล.ท. ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 […]

The post แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่นราธิวาส สั่งเร่งจับกุมมือยิงหญิงชรา-เด็ก ชี้เป็นการกระทำไร้มนุษยธรรม ยกระดับความปลอดภัยในพื้นที่สูงสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (3 พฤษภาคม) พล.ท. ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ผอ.รมน.ภาค 4) ได้ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาสอย่างเร่งด่วน เพื่อติดตามสถานการณ์และบัญชาการเหตุการณ์ กรณีคนร้ายก่อเหตุยิงประชาชนชาวไทยพุทธในพื้นที่อำเภอจะแนะและอำเภอตากใบ เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 4 ราย และบาดเจ็บ 3 ราย โดยในจำนวนผู้เสียชีวิต มีหญิงชราอายุ 76 ปีซึ่งพิการทางสายตา และเด็กหญิงอายุเพียง 9 ขวบ รวมอยู่ด้วย

 

ในช่วงเช้า แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เดินทางไปยังฟาร์มตัวอย่างบ้านไอร์บือแต อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง และพบปะพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยพุทธ เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ ให้กำลังใจ และสร้างความเชื่อมั่นภายหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ พร้อมทั้งแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ

 

พล.ท. ไพศาล กล่าวประณามการกระทำของผู้ก่อเหตุว่าเป็นการกระทำที่ “ไร้มนุษยธรรม ป่าเถื่อน และไร้ความเป็นมนุษย์อย่างสิ้นเชิง” เนื่องจากเป็นการลงมือต่อผู้บริสุทธิ์ที่ไม่มีทางต่อสู้ และมีความโหดเหี้ยมอย่างยิ่ง พร้อมกันนี้ ได้สั่งการเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยเร่งรัดการติดตามไล่ล่าผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด

 

แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้สั่งการให้จัดตั้งศูนย์บัญชาการทางยุทธวิธีขึ้น เพื่อเปิดปฏิบัติการเชิงรุกในการควบคุมสถานการณ์ ซึ่งสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้หลายรายและอยู่ระหว่างการขยายผลเชื่อมโยงไปยังกลุ่มที่เกี่ยวข้อง เชื่อว่าการก่อเหตุรุนแรงครั้งล่าสุดนี้ เป็นการตอบโต้การปฏิบัติการเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ จากนี้ไป จะได้เร่งรัดให้ศูนย์บัญชาการทางยุทธวิธี ติดตามไล่ล่าผู้ก่อเหตุอย่างเข้มข้น ปิดทุกช่องทางการหลบหนี และตรวจค้นทุกแหล่งที่ต้องสงสัยว่าเป็นที่พักพิงหรือซ่อนตัวของแนวร่วม

 

พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่สู่ระดับสูงสุด โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ และให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ผู้ก่อเหตุมุ่งโจมตีในขณะนี้ โดยให้เตรียมพร้อมรับมือกับการตอบโต้ตลอด 24 ชั่วโมง “เราจะไม่ยอมให้การกระทำอันป่าเถื่อนมาทำลายความสงบสุขของประชาชนโดยเด็ดขาด” พล.ท. ไพศาล กล่าว

 

แม่ทัพภาคที่ 4 ยังได้ขอความร่วมมือจากประชาชนในการสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด และใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะจากโซเชียลมีเดีย ขอความร่วมมือไม่แชร์หรือส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบหรือยืนยันจากหน่วยงานราชการ เพื่อป้องกันการตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดีที่ต้องการสร้างความแตกแยกในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

หากประชาชนพบเห็นบุคคลต้องสงสัยหรือพฤติกรรมผิดปกติ สามารถแจ้งเบาะแสได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านช่องทางดังนี้:

 

  • สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.รมน.ภาค 4: โทร. 06 1173 2999
  • สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน.: โทร. 1341
  • หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่

 

นอกจากนี้ ยังได้มีการแจ้งเตือนไปยังบุคคลที่อาจให้ความช่วยเหลือผู้กระทำผิด เช่น การให้ที่พักพิง ซ่อนเร้น หรือจัดหาเสบียงอาหาร จะถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

อ้างอิง: 

The post แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่นราธิวาส สั่งเร่งจับกุมมือยิงหญิงชรา-เด็ก ชี้เป็นการกระทำไร้มนุษยธรรม ยกระดับความปลอดภัยในพื้นที่สูงสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรมเผย ยังไม่ตั้งโต๊ะเจรจาดับไฟใต้ จนกว่าจะได้ผู้มีอำนาจสั่งหยุดยิงมาคุย ยืนยันไม่มีดีลคดี ม.122 ‘พอล’ กับการเจรจาภาษีสหรัฐฯ https://thestandard.co/phumtham-no-south-talks-now/ Wed, 30 Apr 2025 08:46:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1069907

วันนี้ (30 เมษายน) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ […]

The post ภูมิธรรมเผย ยังไม่ตั้งโต๊ะเจรจาดับไฟใต้ จนกว่าจะได้ผู้มีอำนาจสั่งหยุดยิงมาคุย ยืนยันไม่มีดีลคดี ม.122 ‘พอล’ กับการเจรจาภาษีสหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (30 เมษายน) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหมว่า การประชุมวันนี้เป็นการสรุปการทำงานในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมาของแต่ละเหล่าทัพ ในการนำนโยบายเฉพาะของกระทรวงกลาโหม 11 ข้อไปใช้ในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้พูดคุยกับผู้บัญชาการทหารบกว่าอยากให้ทำงานเชิงรุก ท่าทีของนายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่จะให้ความร่วมมือตรงนี้ให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงความต้องการของชายแดน 2 ฝั่งให้เป็นเขตเศรษฐกิจที่จะช่วยแก้ปัญหาความมั่นคงของทั้งสองฝั่งได้ ซึ่งปัญหาภาคใต้มีความซับซ้อน ไม่ใช่แค่การพูดคุยกับรัฐบาลมาเลเซียอย่างเดียว แต่ต้องคุยกับหลายหน่วยที่เกี่ยวข้อง เช่น ศาสนา คนที่ให้ที่พักพิงด้วย

 

ภูมิธรรมกล่าวอีกว่า เพียงแต่การประชุมที่จะให้เกิดการเจรจาของสองฝ่ายยังไม่ตั้ง เพราะยังไม่ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าคนที่จะมาคุยเป็นคนที่มีอำนาจสั่งการให้หยุดยิงได้หรือไม่ ซึ่งในการเจรจาขั้นต้นเคยบอกไปแล้วว่าประเทศไทยเป็นรัฐเดียวแบ่งแยกไม่ได้ แต่ถ้าจะให้มีลักษณะพิเศษอย่างไรก็ต้องมาคุยกัน ยืนยันว่าตนเคารพในความเป็นพหุวัฒนธรรม และการแก้ไขปัญหาโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม   

 

ยืนยันไม่มีดีลคดี ม.122 ‘พอล’ กับการเจรจาภาษีสหรัฐฯ

 

ภูมิธรรมกล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมสภากลาโหมได้มีการสรุปสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีผลกระทบต่อภูมิภาคต่างๆ ด้วย โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทำให้ต้องปรับตัว และวางบทบาทของเราต่อมหาอำนาจต่างๆ ให้ได้ดุลอย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากลำบาก เพราะมหาอำนาจทั้ง 2 ส่วน กำลังเปิดสงครามทางการค้าในขณะนี้

 

ภูมิธรรมกล่าวอีกว่า การเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ เกิดการเปลี่ยนแปลงทุกวัน ดังนั้นถ้ากังวลใจในเรื่องนี้มากเราจะทำตัวไม่ถูก ดังนั้นทุกคนต้องนิ่งอยู่กับที่และดำเนินการที่เป็นประโยชน์กับประเทศให้มากที่สุด หากจะมีการเจรจาให้ไทยมีอาวุธยุทโธปกรณ์ก็ยินดีพิจารณา แต่ต้องคำนึงถึงปัญหาความต้องการของไทยด้วย 

 

ส่วนการแจ้งความดำเนินคดีกับ พอล แชมเบอร์ส นักวิชาการสัญชาติอเมริกัน ของกองทัพภาคที่ 3 นั้น ภูมิธรรมกล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่มีในเงื่อนไขของสหรัฐฯ พร้อมย้ำว่า การดำเนินการทั้งหมดต้องคำนึงถึงกระบวนการทางกฎหมาย ไม่มีดีลอะไรหรือนำมาทำเป็นเงื่อนไขในการตั้งข้อหาและแจ้งความของทางทหาร ไม่มีความตั้งใจจะเอาเรื่องนี้มาดีลกับใครหรือเป็นข้อต่อรอง เชื่อว่าสหรัฐฯ จะเข้าใจ เพราะเป็นกระบวนการตามกฎหมายภายในประเทศ อยากให้ใช้ความระมัดระวังในเรื่องนี้

 

รับฟรีวีซ่ามีราคาต้องจ่าย ยืนยันรัฐบาลเข้มความปลอดภัย 

 

ภูมิธรรมยังกล่าวถึงนโยบายฟรีวีซ่านักท่องเที่ยว ทำให้เกิดการก่ออาชญากรรมในประเทศไทยว่า ต้องดูว่าเป็นข้อเท็จจริงกรณีที่มีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาแล้วมาก่อคดีต่างๆ ในไทยให้ว่ากันไปตามกฎหมาย เพราะไม่ได้เกิดขึ้นจากความไม่ปลอดภัยในประเทศเรา แต่เกิดจากคนของเขาเอง ส่วนความกังวลว่าจะมีเรื่องการตัดอวัยวะขายนั้นปัจจุบันยังไม่มีกรณีดังกล่าว 

 

ส่วนที่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนน้อยลงนั้นภูมิธรรมกล่าวว่า ส่วนใหญ่เป็นทัวร์ศูนย์เหรียญ เชื่อว่าไม่ส่งผล แต่ที่สำคัญต้องทำให้ประเทศไทยปลอดภัย บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ยอมรับว่าประเทศไทยได้รับผลกระทบจากกระแสข่าวต่างๆ ซึ่งมีทั้งจริงและไม่จริง ส่วนที่ผู้ที่เข้ามาก่ออาชญากรรมส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายจีนนั้น หากยังไม่ชัดเจน ก็อย่าเอามาเป็นประเด็นไปกระพือข่าวสร้างผลกระทบกับประเทศ เพราะไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนเข้ามาก็มีโอกาสเข้ามาก่อเหตุได้ทั้งสิ้น 

 

ทั้งนี้ ยืนยันว่ามาตรการฟรีวีซ่าเป็นการฟื้นฟูกระตุ้นการท่องเที่ยว และเป็นเป้าหมายที่เหมาะสมถูกต้อง ส่วนจะมีแนวโน้มปรับลดจำนวนวันฟรีวีซ่าจากเดิม 60 วัน หรือไม่นั้น จะรับไปให้หน่วยที่เกี่ยวข้องพิจารณา 

 

เมื่อถามว่า ในด้านทางการข่าวมีข้อมูลหรือไม่ว่าทุนจีนเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้พรรคการเมือง ภูมิธรรมกล่าวว่า หากมีข้อมูลก็ส่งมาก็จะดำเนินการตามกฎหมาย พรรคการเมืองไม่ได้อยู่เหนือกฎหมาย

 

ส่วนกรณีชายแต่งตัวคล้ายสารวัตรทหารรับอีเวนต์จีนนั้นได้ทราบข่าวแล้ว เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 แต่เป็นข่าวในช่วงนี้ ซึ่งจากการตรวจสอบขั้นต้นไม่มีคำสั่งให้สารวัตรทหารออกไปปฏิบัติภารกิจดังกล่าว ดังนั้นจึงต้องไปดูว่าไปดำเนินการในลักษณะส่วนบุคคลหรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบ แต่หากพบว่าเป็นการแต่งกายเลียนแบบจะมีความผิดกฎหมายอาญาแน่นอน

 

เมื่อถามว่า เราปล่อยปละละเลยให้กลุ่มคนจีนใช้ประเทศไทยเป็นฐานหลอกขายตรง ให้คนจีนหรือไม่ ภูมิธรรมกล่าวว่า เราไม่ได้ปล่อยให้เขาทำและเรื่องนี้ไม่มีใครทราบ แต่เมื่อมีการหยิบยกขึ้นมาพูดในโซเชียลมีเดีย ก็ดำเนินการอย่างเคร่งครัด

The post ภูมิธรรมเผย ยังไม่ตั้งโต๊ะเจรจาดับไฟใต้ จนกว่าจะได้ผู้มีอำนาจสั่งหยุดยิงมาคุย ยืนยันไม่มีดีลคดี ม.122 ‘พอล’ กับการเจรจาภาษีสหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินเผย ในหลวงทรงรับผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ จากเหตุระเบิดนราธิวาส-ปัตตานี ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมส่งกำลังใจ ไม่ขอประณาม https://thestandard.co/royal-patronage-southern-bombing/ Mon, 10 Mar 2025 04:39:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1050326

วันนี้ (10 มีนาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล รอ […]

The post อนุทินเผย ในหลวงทรงรับผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ จากเหตุระเบิดนราธิวาส-ปัตตานี ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมส่งกำลังใจ ไม่ขอประณาม appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (10 มีนาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงเหตุระเบิดที่จังหวัดนราธิวาสและปัตตานี ทำให้มีสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) เสียชีวิตหลายคนว่า เรื่องนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 2 จังหวัดได้เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด และทราบว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ส่วนการเยียวยาดูแลครอบครัวก็จะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ก่อเหตุพุ่งเป้าไปยัง อส. ดูแลอย่างไร อนุทินกล่าวว่า ช่วงหลังเราพยายามที่จะให้ อส. ซึ่งมีความใกล้ชิดกับชาวบ้านเป็นคนคอยดูแลประชาชนและเรื่องต่างๆ ซึ่ง อส. ส่วนใหญ่มาจากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แล้วนำมาอบรมเพื่อให้เข้ามาทำงานในการช่วยเฝ้าระวังในพื้นที่ เพราะฉะนั้นก็น่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ อส. เป็นเป้าหมายของกลุ่มผู้ก่อเหตุ

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐมนตรีจะลงพื้นที่ไปให้กำลังใจ อส. หรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ทางผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลอย่างเต็มที่ ขณะนี้ยังมีสถานการณ์อยู่ ก็ควรให้เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ การที่เราจะลงพื้นที่ไปตอนนี้อาจจะช่วยได้ในแง่ของขวัญและกำลังใจ แต่ในเรื่องของการดูแลรักษาความปลอดภัยทั้งหลายยังไม่ใช่เรื่องที่ผู้ใหญ่ส่วนกลางจะลงไป โดยวันนี้จะมีการประชุมคอนเฟอเรนซ์ลงไปในพื้นที่กับผู้ว่าฯ 5 จังหวัด เพื่อกำชับและให้ป้องกันเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย เราดูแลงานด้านฝ่ายปกครอง เราต้องไปสนับสนุนและแสวงหาความร่วมมือกับฝ่ายความมั่นคง ทหาร และตำรวจ เพื่อควบคุมสถานการณ์ให้ได้

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ว่าฯ ได้รายงานถึงสาเหตุในพื้นที่หรือไม่ ว่าเป็นเรื่องการเมืองหรือเรื่องอะไร อนุทินกล่าวว่า ยังไม่วิเคราะห์ถึงขนาดนั้นเพียงแต่รายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ที่ผ่านมาผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดก็มีการเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ ขณะที่กองทัพภาคที่ 4 ก็มีการจัดกำลังลาดตระเวนทุกพื้นที่ตลอดเวลา ซึ่งการก่อการร้ายเขามีการก่อการเป็นจุดๆ เราก็คงต้องเตรียมความพร้อม ฝ่าย อส. เองก็มีการฝึกฝนอยู่ตลอดเวลาเพื่อป้องกันตัวเอง และ อส. ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปทำร้ายหรือไล่ล่าใคร

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์นี้หายเงียบไปนานแล้ว แต่กลับมาเกิดขึ้นอีกครั้ง น่าจะมีเหตุหรือปัจจัยอะไรหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า เดี๋ยวคงต้องไปวิเคราะห์สถานการณ์ร่วมกัน ซึ่งเราก็รอ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อาจจะสั่งการอะไรมา ในส่วนของฝ่ายปกครองก็พร้อมที่จะสนับสนุน

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า แผนยุทธศาสตร์ชายแดนใต้ ทางกระทรวงมหาดไทยจะเสนอแนะอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า เรื่องการทำยุทธศาสตร์มันครอบคลุมทุกสถานการณ์อยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยในพื้นที่ ตอนนี้งานด้านการข่าวเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงเดือนรอมฎอน เพราะทุกปีก็มักมีคนคิดแผลงๆ ที่จะก่อให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงได้ตามความเชื่อของศาสนาเขา เขาก็จะทำ ดังนั้นเราต้องเข้าไปทำความเข้าใจและระมัดระวังให้มากที่สุด โดยครั้งนี้จะเห็นว่าผู้เคราะห์ร้ายเป็นพี่น้องมุสลิมทั้งหมด ซึ่งทุกคนกำลังแสวงบุญกันอยู่ ดังนั้นอยากขอความร่วมมือประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่ามันไม่น่าจะมีผลดีหรือผลบุญใดๆ ถ้าจะมุ่งทำร้ายชีวิตมนุษย์ด้วยกัน

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ถือเป็นเหตุการณ์ที่น่าประณามใช่หรือไม่ อนุทินกล่าวว่า เราอย่าไปเพิ่มความเข้มข้นของสถานการณ์เลย เราทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ส่วนไหนที่มีความจำเป็นต้องใช้กฎหมายเราก็ดำเนินการตาม และเลี่ยงการใช้ข้อความหรือถ้อยคำที่ทำให้สถานการณ์แย่ลง

The post อนุทินเผย ในหลวงทรงรับผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ จากเหตุระเบิดนราธิวาส-ปัตตานี ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมส่งกำลังใจ ไม่ขอประณาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรมเสียใจ เหตุระเบิดสุไหงโก-ลก สั่งตรวจสอบคณะพูดคุยสันติสุขตัวจริงหรือไม่ หลังยังพบก่อความรุนแรงแม้ตั้งวงเจรจา https://thestandard.co/phumtham-sungai-kolok-bombing/ Mon, 10 Mar 2025 03:38:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1050294

วันนี้ (10 มีนาคม) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ […]

The post ภูมิธรรมเสียใจ เหตุระเบิดสุไหงโก-ลก สั่งตรวจสอบคณะพูดคุยสันติสุขตัวจริงหรือไม่ หลังยังพบก่อความรุนแรงแม้ตั้งวงเจรจา appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (10 มีนาคม) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ในช่วงเดือนรอมฎอนว่า เหตุการณ์ที่สุไหงโก-ลกถือเป็นเหตุการณ์ที่น่าเสียใจ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ทั้งนี้ ยังมีการตั้งด่านตรวจตามปกติ



และจากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ตั้งคำถามว่าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ของเราสามารถแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ได้ขอให้ช่วงเดือนรอมฎอนไม่ควรมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นแต่ก็ยังมี ยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจและอยากให้เหตุการณ์สงบ 

 

ส่วนจะมีการปรับหัวหน้าคณะพูดคุย หรือร่วมอำนวยความสะดวกพูดคุยสันติสุขหรือไม่ ภูมิธรรมระบุว่า ขณะนี้มีการติดต่อไว้หลายส่วน เพราะไม่แน่ใจว่าใครคือตัวจริงที่จะเจรจาแต่ยังไม่ได้หยุด เราเดินหลายทางพยายามเช็กให้แน่นอน ยืนยันว่าการตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยไม่ยาก แต่ตั้งให้ถูกคนยาก ซึ่งรัฐบาลเต็มที่ที่จะเจรจา แต่เมื่อกำลังมีการเจรจากลับเกิดเหตุการณ์ ไม่ว่าสงครามที่ไหนเมื่อมีการเจรจา เขาก็ให้หยุดยิงก่อนรวมถึงหยุดเหตุการณ์รุนแรง 

 

ภูมิธรรมระบุถึงแผนยุทธศาสตร์ชายแดนใต้ที่สั่งการให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไปจัดทำก่อนหน้านี้ว่า วันนี้จะเป็นครั้งที่ 2 ที่จะนำกลับมาเสนอ ซึ่งไม่ใช่มอบหมายให้ สมช. ทำเพียงหน่วยงานเดียว แต่บางหน่วยก็สั่งให้ทำข้อมูลส่งมายังตนเองเพื่อตรวจสอบ ยอมรับว่าขณะนี้ใช้การเมืองนำการทหารในเรื่องสันติและพัฒนา พยายามที่จะเข้าหาและรับฟัง ไม่ให้เกิดการใช้กำลังรุนแรง 

 

ส่วนที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียนคาดการณ์ว่า สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้จะดีขึ้นภายในปี 2568 นั้น ภูมิธรรมระบุว่า รอ 1 ปีแล้วค่อยมาพูดกัน กำลังทำงานอยู่ อย่าไปคาดหวังว่ามันจะมีปัญหาอะไรก่อน เพราะเราต้องเชื่อมั่นว่าทำให้เต็มที่ ส่วนจะได้หรือไม่ได้ถึงตอนนั้นค่อยนำรายละเอียดมาพูดคุยกัน

The post ภูมิธรรมเสียใจ เหตุระเบิดสุไหงโก-ลก สั่งตรวจสอบคณะพูดคุยสันติสุขตัวจริงหรือไม่ หลังยังพบก่อความรุนแรงแม้ตั้งวงเจรจา appeared first on THE STANDARD.

]]>