ความรับผิดชอบต่อสังคม Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ความรับผิดชอบต่อสังคม/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 16 Feb 2026 02:06:31 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 โรงเรียนนอกกรอบ เรียนรู้เพื่อการแบ่งปัน https://thestandard.co/mechai-pattana-school-education/ Sun, 15 Feb 2026 05:44:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1178631 ภาพนักเรียนโรงเรียนมีชัยพัฒนาทำกิจกรรมการเรียนรู้แบบลงมือทำ เช่น การปลูกผักในแปลงเกษตร หรือการทำงานร่วมกับชุมชน

ค่านิยมเก่าด้านการศึกษาในโรงเรียนที่มุ่งหวังให้นักเรียน […]

The post โรงเรียนนอกกรอบ เรียนรู้เพื่อการแบ่งปัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพนักเรียนโรงเรียนมีชัยพัฒนาทำกิจกรรมการเรียนรู้แบบลงมือทำ เช่น การปลูกผักในแปลงเกษตร หรือการทำงานร่วมกับชุมชน

ค่านิยมเก่าด้านการศึกษาในโรงเรียนที่มุ่งหวังให้นักเรียน ‘ไต่บันไดดารา’ กำลังถูกตั้งคำถามว่า เป็นจุดหมายที่ควรยอมรับนับถือได้หรือไม่ ในเมื่อเป็นการนำไปสู่ความคิดเอาตัวรอดและทอดทิ้งคนอื่นไว้ข้างหลัง เช่น

 

  • เรียนให้เก่งจะได้ไปเป็นหมอ เป็นวิศวกร ได้เงินเดือนดีๆ

 

  • เรียนให้ยอดเยี่ยมจะได้ทุนไปนอก เพื่อกลับมาเป็นเจ้าคนนายคน

 

  • เรียนอะไรก็ได้ที่ทำให้รวยเร็ว

 

นี่คือ การเรียนรู้ที่ถูกครอบไว้ด้วยวิถีบริโภคนิยมที่ปลูกฝังความเห็นแก่ตัว เพราะทุกคนต่างก็

 

มุ่งเอาชนะคนอื่น

 

​การสอนที่ครูเป็น ‘คุณพ่อรู้ดี’ ถือว่าเด็กไม่รู้ ครูต้องเป็นคนยัดเยียดให้เด็ก

 

​การสอนแบบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้เด็กรู้แต่ไม่เข้าใจ

 

​การสอนแต่ในห้องเรียนที่ห่างเหินการปฏิบัติ

 

​การสอนที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับชุมชน ไม่ผูกโยงกับสังคม

 

​ล้วนเป็นการสอนแบบเก่าที่ก้าวไม่ทันโลกอีกต่อไป เพราะเด็กวันนี้หาความรู้ได้เองจากอุปกรณ์มือถือที่ติดตัว

 

​ที่โรงเรียนมัธยมเล็กๆ ชื่อ โรงเรียนมีชัยพัฒนา ที่ตำบลโคกกลาง อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ มีอะไรที่ไปพ้นจากกรอบเกณฑ์การเรียนแบบเก่า ใครได้ไปพบเห็น ไปสัมผัส จะพบรูปธรรมเชิงประจักษ์

 

1.ไม้ไผ่เป็นสัญลักษณ์

 

ทุกอาคารสร้างด้วยไม้ไผ่ ทั้งห้องเรียน ห้องสมุด ห้องครู ห้องประชุม โรงอาหาร ต้นไผ่เป็นไม้หลักในสวน

 

ไม้ไผ่สื่อความหมาย ความซื่อตรง สีสันสะอาดแสดงความบริสุทธิ์ และเป็นไม้เอื้ออารีต่อผู้คนและธรรมชาติ ดังบทกวีที่ว่า

 

​​​ลำต้นที่เหยียดตรง​ และมั่นคงสามัคคี

 

รากหน่อต้นใบนี้​​ นานานับคุณูปการ

 

ไม่คดไม่โกงใคร​​ สะอาดใสส่งสัญญาณ

 

แผ่เผื่อและเจือจาน​​ คือต้นไผ่ไม้ใจดี

 

ประสาร มฤคพิทักษ์

 

​ไม้ไผ่จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งการให้เป็นตัวแทนแห่งน้ำใจ

 

2.เกษตรกรรมนำทาง

 

ประเทศไทยเป็นเมืองที่ผืนดินอุดมสมบูรณ์ โยนเม็ดมะม่วง ชมพู่ มะนาว ทุเรียน ขนุน พุทรา ลงดินตรงไหน เดี๋ยวมันก็งอกเป็นลำต้นขึ้นมาให้ได้กินได้ขาย

 

พื้นที่ในโรงเรียน จึงเป็นสีเขียวเต็มไปหมด เป็นแปลงเกษตรอินทรีย์ มีโรงเรือนต้นไม้ กระถางต้นไม้ โรงเลี้ยงต้นไม้แบบกางมุ้ง ปลูกมะนาว เมล่อน ผักบุ้ง ผักสลัด มะเขือ ผักกาดขาว คะน้า และผักอื่นๆ เป็นพืชผักอาหารฝีมือนักเรียน ที่แบ่งหน้าที่รับผิดชอบกันเป็นแปลงๆไป แปลว่านักเรียนทุกคนจะต้องลงมือทำการเกษตรด้วยตนเอง ตั้งแต่ การหาเมล็ดพันธุ์ การปลูก การใส่ปุ๋ยอินทรีย์ การรดน้ำพรวนดิน และการเก็บ รวมถึงการรวบรวมส่งโรงครัวหรือนำไปขาย

 

การบ่มเพาะให้เด็กมีใจผูกพันกับดิน น้ำ สีเขียว และผลผลิตจากดิน ทำให้เด็กรู้คุณค่าของสรรพสิ่งและสิ่งแวดล้อม และความสำคัญของเหงื่อแรง

 

แม้ประเทศไทยจะก้าวไปสู่โลกอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การบริการ โลกดิจิตัล ฯลฯ แต่เกษตรกรรมเป็นความจำเป็นแห่งการดำรงอยู่ของชีวิต สินค้าเกษตรกรรมไทยไปไกลทั่วโลกแล้ว นี่คือศักยภาพที่เป็นจริงของคนไทย

 

3.เติบโตด้วยการลงมือทำ

 

การจัดให้มีคณะมนตรีนักเรียน โดยผ่านการเลือกตั้งตัวแทนนักเรียน จากแต่ละชั้นเรียน ตั้งแต่มัธยมหนึ่งถึงหก ชั้นละ 4-5 คน ทำหน้าที่ร่วมกันกำหนดความเป็นไปของโรงเรียน

 

มนตรีฝ่ายจัดซื้อ จะต้องศึกษาว่านักเรียน 146 คน รวมกับครูและพนักงานธุรการจำนวนหนึ่ง จะต้องกินอาหารแต่ละวันปริมาณเท่าไร แล้ววางแผนว่าแต่ละวันจะปรุงอาหารอะไร มากน้อยแค่ไหน ต้องตื่นแต่เช้าเดินทางไปตลาด ซื้อข้าว หมู ปลา เครื่องปรุง ผักที่ไม่มีในโรงเรียน ต้องรู้จักเลือกสรรผักปลาที่มีคุณภาพ จ่ายเงินซื้อในราคาที่เหมาะสม

 

เมื่อของมาถึงครัว มนตรีฝ่ายตรวจรับ จะต้องนับจำนวน ต้องชั่งตวงวัดให้ตรงกับคุณภาพและปริมาณที่กำหนดไว้ นี่คือการฝึกฝนวิชาการตรวจสอบด้วยการปฏิบัติจริง

 

มนตรีฝ่ายสัมภาษณ์ มีหน้าที่ต้องสัมภาษณ์ครูใหม่ที่มาสมัครงานครู ดูว่าคุณสมบัติครู ตรงตามมาตรฐานหรือไม่ ทัศนคติของครูผู้สมัครเป็นอย่างไร วิธีเช่นนี้ทำให้ครูได้เรียนรู้ว่าเด็กมีทัศนคติอย่างไรและต้องการ การเรียนการสอนแบบไหน และยังทำหน้าที่สัมภาษณ์เด็กนักเรียนใหม่ที่มาสมัครเข้ามัธยมหนึ่งหรือมัธยมสี่ โดยเด็กจะต้องสัมภาษณ์ทั้งเด็กผู้สมัครและผู้ปกครองของเด็กนั้นๆ ผู้ปกครองและเด็กสามารถจะรู้ล่วงหน้าได้ว่า เมื่อเด็กเข้ามาเรียนแล้ว จะต้องเผชิญกับกิจกรรมอะไรบ้าง

 

หากมีนักเรียนที่ออกนอกลู่นอกทาง เช่นลักขโมย ติดบุหรี่ มีพฤติกรรมเชิงชู้สาว เด็กคนนั้นจะถูกมนตรีฝ่ายจริยธรรมพิจารณาและเข้าสู่กระบวนการตักเตือน ลงโทษตามน้ำหนักของพฤติกรรม

 

คณะมนตรีนักเรียน เป็นเครื่องมือฝึกความรับผิดชอบที่ทำให้เด็กกล้าเรียนรู้ กล้ารับผิดชอบ กล้าตรวจสอบ เป็นการเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง

 

4.เด็กนักเรียนเป็นเจ้าของการเรียนรู้

 

ธรรมดาครูจะเตรียมเนื้อหาการเรียนการสอนมา แล้วเข้าสอนในห้องเรียน บอกให้เด็กจำ ถึงเวลาให้เด็กสอบให้ได้ เด็กจะต้องเตรียมตัวมาแบบท่องจำ แต่ที่นี่เด็กนักเรียนอยากเรียนรู้อะไรที่ตนเองสนใจ สามารถจับกลุ่มกันริเริ่มทำโครงการนั้นได้

 

ต้นหอม นักเรียนหญิงชั้น ม.6 บอกว่า

 

​“นักเรียนไปร่วมทำโครงการเจาะน้ำบาดาลร่วมกับชุมชน พอเจาะแล้วดูดน้ำไม่ขึ้น หรือน้ำมีหินปูนมีตะกอนมาก เด็กจะเข้าไปช่วยกันแก้ปัญหากับผู้นำหมู่บ้าน ไปติดต่อการประปาภูมิภาคหรือกรมทรัพยากรน้ำบาดาลให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาถือว่างานนี้เป็นคะแนนของเด็กด้วย”

 

นี่เป็นวิธีการที่สอดคล้องกับการค้นคว้าของครูชาวอเมริกัน 2 คน คือ Jonathan Bergmann และ Aaron Sams ซึ่ง ศ.นพ. วิจารณ์ พานิช ชี้ว่า เป็น ห้องเรียนกลับทางและเรียนให้รู้จริง เป็นการสอนให้นักเรียนรับผิดชอบการเรียน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนสภาพห้องเรียนไปโดยสิ้นเชิง รวมทั้งเปลี่ยนกระบวนทัศน์ทางการศึกษาด้วย

 

ในห้องเรียนแบบเดิม นักเรียนนั่งฟังและรับการถ่ายทอดจากครู แล้วตอบข้อสอบ แต่ห้องเรียนแบบนี้ การเรียนไม่ใช่สิ่งที่ครูกระทำต่อนักเรียน แต่เป็นสิ่งที่นักเรียนเป็นเจ้าของ เป็นผู้กระทำ และจะเป็นทักษะติดตัวตลอดไป

 

ภาพนักเรียนโรงเรียนมีชัยพัฒนาทำกิจกรรมการเรียนรู้แบบลงมือทำ เช่น การปลูกผักในแปลงเกษตร หรือการทำงานร่วมกับชุมชน 1

 

5.ห้ามใช้มือถือ

 

ในขณะที่การห้ามนักเรียนใช้ Social Media เป็นเรื่องตื่นตัวกันทั่วโลก หลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส จีน ฟินแลนด์ ล่าสุดคือ เดนมาร์ก ถึงขั้นออกเป็นกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้ FB, Tiktok , Instragram , Utube และอื่นๆ เพราะถือว่าการทำงานของอัลกอริทึม หรือแอพเหล่านี้ เป็นการมอมเมาแบบเสพติด เพราะยอดไลค์ไปกระตุ้นสมองเหมือนการติดพนัน เพราะสมองของเด็กส่วนยับยั้งชั่งใจ (Prefrontal Cortex) ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้ขาดการควบคุมตนเอง และจะดึงดูดเด็กให้จมดิ่งลงไปในเนื้อหาอันตรายและสุดโต่ง แถมยังดึงให้อยู่ในแอปเป็นเวลานานแบบไม่มีจุดจบ

 

ประเทศเหล่านี้เพิ่งออกกฎหมายห้ามในระยะ 3 ปีมานี้ แต่เชื่อหรือไม่ว่าโรงเรียนมีชัยพัฒนามองเห็นว่ามือถือหรือโซเชียลมีเดีย แย่งยึดเวลาเด็กไปจากการอ่านและการเรียนรู้ โรงเรียนจึงวางกติกาห้ามเด็กใช้มือถือไว้ตั้งแต่ 15 ปีที่แล้ว และยังถือเคร่งครัดตลอดมา ยกเว้นช่วงเวลาที่อนุญาตไว้สัปดาห์ละหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น คือจะเบิกมือถือไปใช้ได้ก็ต่อเมื่อเด็กทุกคนต้องอดข้าวเย็นหนึ่งมื้อตอนเย็นวันเสาร์ เพื่อไปเข้าใจความเป็นจริงของคนยากจนที่อดหิวว่าเป็นอย่างไร เป็นความเข้าใจที่ประจักษ์แจ้งได้ดีกว่าการอ่านหนังสือ และต้องเขียนจดหมายถึงพ่อแม่ ญาติพี่น้อง 3 ฉบับ แล้วจึงใช้มือถือได้

 

6.อธิษฐานจิตแผ่เมตตาให้คนอื่น

 

ธรรมดาการอ้อนวอนต่อหน้าศาลพระภูมิ ร้อยทั้งร้อยจะเป็นไปเพื่อตนเอง เช่น ขอให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ขอให้ถูกหวย ขอให้ได้เลื่อนตำแหน่ง ขอให้ร่ำรวย

 

แต่ที่หน้าศาลแผ่เมตตา ที่ตั้งอยู่หน้าอาคารเรียน จะชวนกันแผ่เมตตาให้ผู้คนที่ประสบภัยพิบัติ หรือประสบเหตุร้ายอื่นๆ เช่น คนที่อยู่ในภาวะสงคราม คนที่สุ่มเสี่ยงหรือได้รับภัยจากโรคระบาด โควิด คนหาดใหญ่ที่ประสบภัยน้ำท่วม ฯลฯ

 

เป็นการส่งความปรารถนาดีด้วยการอธิษฐานจิตเพื่อผู้อื่น ไม่ใช่เพื่อตัวเอง

 

7.บ้าน วัด โรงพยาบาล

 

เป็นความร่วมมือของโรงเรียนกับบ้าน วัด และโรงพยาบาลที่หมู่บ้านใกล้เคียง นักเรียนจะไปจับคู่กับคนชราเพื่อร่วมกันทำแปลงเกษตร และช่วยตั้ง

 

กองทุนเงินกู้ของชาวบ้าน เพื่อเสริมอาชีพ

 

​ที่โรงพยาบาลลำปลายมาศ อำเภอลำปลายมาศ นักเรียนไปร่วมทำแปลงเกษตรปลอดสารเคมีในโรงพยาบาลร่วมกับ พยาบาล คนไข้ และญาติ กลายเป็นแปลงผักที่สร้างผลผลิตออกมาซื้อขายกันในราคาถูกและปลอดภัย

 

ที่วัดโนนสุวรรณ อำเภอโนนสุวรรณ โรงเรียนร่วมกับเจ้าอาวาส และ อบต. ทำพื้นที่ 3 ไร่ เป็นศูนย์เรียนรู้การเกษตรปลอดสาร ที่คนสูงอายุ 20 ครัวเรือน ไปร่วมแรงร่วมใจปลูกพืชผักจนขายไม่ทันกับความต้องการของชาวบ้าน มีองค์กร โรงเรียน และกลุ่มบุคคลพากันไปดูงาน และซื้อผักกันอย่างเบิกบานแจ่มใส

 

นี้เป็นสาระสำคัญของระบบและวินัยในการบ่มเพาะเด็กนักเรียน

 

ภาพนักเรียนโรงเรียนมีชัยพัฒนาทำกิจกรรมการเรียนรู้แบบลงมือทำ เช่น การปลูกผักในแปลงเกษตร หรือการทำงานร่วมกับชุมชน 2

 

คุณมีชัย วีระไวทยะ ผู้เป็นเจ้าของและเป็นประธานของโรงเรียน ชี้ว่า

 

“โรงเรียนต้องมีบทบาทด้านการพัฒนา โดยการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน และเพิ่มรายได้ให้กับคนในชุมชนที่ยังยากจน วัตถุประสงค์ของโรงเรียนต้องสร้างสังคมให้ดีขึ้น ต้องสอนให้เด็กมีจิตสาธารณะ จิตเป็นกุศล รู้จักแบ่งปัน ลดความเหลื่อมล้ำ ขจัดความยากจน และพัฒนาคุณภาพชีวิต”

 

​​​​​(จากหนังสือ ‘ไผ่นอกกอ’ – สนธิ เตชานันท์)

 

การปลูกฝังจิตวิญญาณแห่งการให้ โดยผ่านระบบโรงเรียนที่ผูกโยงกับ บ้าน วัด โรงพยาบาล เปรียบเสมือนการปลูกต้นไม้ให้งอกงามขึ้นในหัวใจเด็ก เพื่อให้เด็กเติบโตขึ้นเป็นพลเมืองดีของสังคม

 

18 ปีเต็มของการดำเนินกิจการ โรงเรียนมีชัยพัฒนา (โรงเรียนไม้ไผ่) นับว่าประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพึงพอใจ

The post โรงเรียนนอกกรอบ เรียนรู้เพื่อการแบ่งปัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : นายกฯ เปิดทำเนียบรัฐบาล ให้โอวาทเยาวชนดีเด่น เชื่อในอนาคตจะมีเด็กหนึ่งในนี้มาบริหารประเทศ https://thestandard.co/pm-advises-youth-future/ Thu, 08 Jan 2026 05:22:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1162725 นายกฯ เปิด ทำเนียบรัฐบาล ให้โอวาทเยาวชนดีเด่น เชื่อในอนาคตจะมีเด็กหนึ่งในนี้มาบริหาร ประเทศ

วันนี้ (8 มกราคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นาย […]

The post เลือกตั้ง 2569 : นายกฯ เปิดทำเนียบรัฐบาล ให้โอวาทเยาวชนดีเด่น เชื่อในอนาคตจะมีเด็กหนึ่งในนี้มาบริหารประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เปิด ทำเนียบรัฐบาล ให้โอวาทเยาวชนดีเด่น เชื่อในอนาคตจะมีเด็กหนึ่งในนี้มาบริหาร ประเทศ

วันนี้ (8 มกราคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้อนรับเด็กและเยาวชนดีเด่น และเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ เข้าเยี่ยมคารวะและรับโอวาท โดยกล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่นำลูกๆ หลานๆ เด็กๆ เยาวชนมาพบกับตนที่ทำเนียบรัฐบาลในวันนี้

 

ในฐานะที่เป็นหัวหน้าส่วนราชการ ขอกล่าวคำว่ายินดีต้อนรับลูกหลานทุกคนสู่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งลูกหลานทุกคนก็มาที่นี่เพื่อมารับรางวัลกว่า 1,000 คน ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีโอกาสได้ต้อนรับผู้คนเป็นจำนวนมากเช่นนี้ ตั้งแต่ทำงานมาในรัฐบาลนี้ จึงขอให้ทุกคนได้ซึมซับและมองที่ทำงานในอนาคตของตัวเองเอาไว้

 

ในวันหนึ่ง ลุงเชื่อเหลือเกินว่า หนึ่งในพวกเราจะต้องมานั่งทำงานในสถานที่แห่งนี้ และบริหารประเทศให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง และอีกหลายคนก็มาเป็นผู้บริหารประเทศ เป็นรัฐมนตรี เป็นข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และบุคคลที่จะทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ

 

อนุทิน กล่าวต่อว่า การที่ทุกคนได้มาอยู่ในที่แห่งนี้ ขอให้ถือเป็นแรงบันดาลใจเผื่อจะได้ตั้งเข็ม ให้เกิดความมุ่งมั่น และพยายามที่จะทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์ กับบ้านเมืองให้มากที่สุดในอนาคต และตนเองที่ตอนนี้ถือเป็นเด็กโข่งแล้ว เป็นผู้ที่ผ่านชีวิต แต่ก็ยังจำวันชื่นคืนสุขในตอนที่ยังเป็นเยาวชนได้ไม่รู้ลืม ถือเป็นช่วงชีวิตที่มีความสุขที่สุด มีทั้งโอกาสและทำให้เราได้ทดลองว่าชีวิตจะเดินหน้าไปทางไหน ลูกหลานที่อายุขนาดนี้เป็นนักเรียนนักศึกษา เรายังสามารถที่จะลองผิดลองถูกได้ ตรงไหนผิดก็จำเป็นบทเรียน

 

ส่วนตรงไหนถูกก็ทำให้ถูกมากยิ่งขึ้น และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ยังมีเวลาได้แก้ไขปัญหา เมื่อมาถึงวัยอย่างลุงแบบนี้ ต้องทำให้ถูกต้องเท่านั้น เมื่อผิดแล้วไม่มีเวลาเหลือให้ไปแก้ไข การมาอยู่ในทำเนียบรัฐบาลอยากให้ทุกคนได้ซึมซับและตั้งมั่นว่าเราต้องมีความเป็นเลิศในด้านวิชาการ กีฬา ศิลปวัฒนธรรม

 

รวมถึงความสามารถด้านอื่นๆ และควบคู่ไปกับคุณธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม และหวังว่าในวันเสาร์ 11 มกราคม 69 ที่ตรงกับวันเด็กแห่งชาติ หลายคนจะได้มีโอกาสไปในสถานที่ราชการ การรวมถึงสถานที่ด้านความมั่นคงเพื่อดูยุทโธปกรณ์ อาวุธ ดูเรื่องความรู้เทคโนโลยี ด้านการพัฒนาสังคมต่างๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่จะทำให้เกิดแรงบันดาลใจ

 

อนุทิน กล่าวต่อว่า สิ่งที่อยากจะฝากต่อไปคือ ขอให้ลูกๆ หลานๆ มีความกล้าหาญ กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง กล้าทำในสิ่งใหม่ๆ สิ่งที่เรามีความเป็นเลิศอยู่แล้วก็ให้ศึกษาเพิ่มเติม แบ่งปันประสบการณ์ความรู้ความคิดกับเพื่อนฝูง เราจะเดินไปข้างหน้าด้วยกันอย่างมั่นคงและยิ่งใหญ่ ทีมไทยแลนด์ไม่มีวันตาย ขอให้เชื่อมั่นในคำว่าทีมไทยแลนด์ และสร้างให้เกิดความเข้มแข็ง ที่จะยืนอยู่ในเวทีโลกได้อย่างสง่างาม ในอนาคตอันใกล้ ลุงและป้าที่อยู่ที่นี่ไม่มีทางเลือกอื่น

 

นอกจากฝากอนาคตและฝากชีวิตบั้นปลายไว้กับลูกหลานทุกคน นอกจากนี้เราต้องไม่จำกัดตัวเอง ไม่ภาคภูมิใจในความสำเร็จที่ผ่านไป เราต้องตั้งเป้าที่สูงกว่าเสมอ ต้องใช้ความพยายาม เพื่อขยายความชำนาญไปยังสาขาอื่นๆ หรือลองหัดพูดภาษาต่างประเทศเยอะๆ ทั้งนี้เขาบอกว่าคนที่หัวดีแต่ไม่ค่อยท่องหนังสือ เชื่อถือว่าคนเกิดมาสมองเท่ากัน ถ้าเรามีความเพียรพยายามตั้งใจ เราต้องมีความรู้ติดตัวไปประกอบอาชีพได้แน่นอน

 

สำหรับตนตอนเด็ก ๆ เขาบอกให้เล่นดนตรีก็เล่น ซึ่งไม่คิดว่าในวันหนึ่งจะเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อ 20-30 ปีก่อนถึงวันเด็ก ก็ไปเที่ยวที่กองทัพอากาศ ไปดูเครื่องบิน แต่ไม่เคยมาที่ทำเนียบรัฐบาล เพราะเรียนไม่เก่ง เปิดห้องทำงานและเด็กดีจะเปิดห้องทำงานของนายกรัฐมนตรี ให้เด็กๆ มาลองนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นห้องทำงานของนายกรัฐมนตรี และตึกไทยคู่ฟ้าก็มีอายุหลาย 100 ปีแล้ว

 

ส่วนคำขวัญวันเด็กปีนี้ รักชาติไทย ใส่ใจโลก เชื่อว่าเด็กทุกคนรักชาติอยู่แล้ว ส่วนใส่ใจโลกคือเราต้องทำเป็นตัวอย่างให้โลกดูน่าอยู่ขึ้น เพราะโลกใบนี้ก็จะเป็นบ้านของเราในอนาคต อย่าให้มีฝุ่นละอองมลพิษ และลองหัดใช้พลังงานสะอาดเพื่อให้ประเทศในอนาคตจะไม่ต้องเผชิญกับสิ่งที่เป็นมลภาวะอีกต่อไป เพื่อให้คนในประเทศมีสุขภาพที่แข็งแรง ทั้งนี้เยาวชนในสมัยของนางนฤมล เป็นรัฐมนตรีศึกษาธิการ ต้องตั้งเข็มว่าต้องพัฒนาเด็กให้แซงนานาประเทศ ให้ไปยืนอยู่ไปยืนแถวอยู่หน้า ความเกรงขาม และนานาประเทศต้องให้ความสำคัญ

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า ตนเชื่อว่าทุกคนในห้องนี้สามารถทำได้อย่างแน่นอน และขอให้วันเด็กที่จะถึงนี้เป็นเครื่องเตือนใจกับผู้ใหญ่ทุกคน ได้ตระหนักถึงหน้าที่ของเราที่มีต่อเด็ก ไม่ใช่แค่เด็กในความปกครองเท่านั้น เราต้องช่วยกันดูแลให้ความรักความเมตตาของเราและของผู้ปกครองพ่อแม่ ครอบคลุมเด็กทุกคนในสังคมไทย ให้มารับช่วงพัฒนาประเทศ เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าและยั่งยืนต่อไปในอนาคต และขอให้ทุกคนมีความสุข

 

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินทักทายนักเรียน นักศึกษาที่มาร่วมกิจกรรมทั้งงาน โดยเด็กๆ ต่างกรูต่อแถวเข้ามาเพื่อขอถ่ายรูป เซลฟี่กับนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯ ได้เดินถ่ายรูปกับน้องๆ ทุกคนพร้อมสัญลักษณ์มือ I love you พร้อมพูดคุยอย่างเป็นกันเอง นักเรียนบางคนถึงขั้นเรียกนายกฯ ว่า “ลุงหนู” โดยใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงพร้อมอวยพรให้กับนักเรียน นักศึกษาขอให้เรียนหนังสือเก่งๆ โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก

 

นายกฯ เปิด ทำเนียบรัฐบาล ให้โอวาทเยาวชนดีเด่น เชื่อในอนาคตจะมีเด็กหนึ่งในนี้มาบริหาร ประเทศ 1

นายกฯ เปิด ทำเนียบรัฐบาล ให้โอวาทเยาวชนดีเด่น เชื่อในอนาคตจะมีเด็กหนึ่งในนี้มาบริหาร ประเทศ 2

นายกฯ เปิด ทำเนียบรัฐบาล ให้โอวาทเยาวชนดีเด่น เชื่อในอนาคตจะมีเด็กหนึ่งในนี้มาบริหาร ประเทศ 4นายกฯ เปิด ทำเนียบรัฐบาล ให้โอวาทเยาวชนดีเด่น เชื่อในอนาคตจะมีเด็กหนึ่งในนี้มาบริหาร ประเทศ 5นายกฯ เปิด ทำเนียบรัฐบาล ให้โอวาทเยาวชนดีเด่น เชื่อในอนาคตจะมีเด็กหนึ่งในนี้มาบริหาร ประเทศ 6นายกฯ เปิด ทำเนียบรัฐบาล ให้โอวาทเยาวชนดีเด่น เชื่อในอนาคตจะมีเด็กหนึ่งในนี้มาบริหาร ประเทศ 7นายกฯ เปิด ทำเนียบรัฐบาล ให้โอวาทเยาวชนดีเด่น เชื่อในอนาคตจะมีเด็กหนึ่งในนี้มาบริหาร ประเทศ 8

The post เลือกตั้ง 2569 : นายกฯ เปิดทำเนียบรัฐบาล ให้โอวาทเยาวชนดีเด่น เชื่อในอนาคตจะมีเด็กหนึ่งในนี้มาบริหารประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คิงเพาเวอร์ คว้าสองรางวัล CSR ระดับโลก ด้านโครงการเพื่อสังคมยอดเยี่ยม และการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคม https://thestandard.co/king-power-csr/ Fri, 19 Aug 2022 11:32:17 +0000 https://thestandard.co/?p=669510 king power

กลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์ ภายใต้โครงการกิจกรรมเพื่อสังคม […]

The post คิงเพาเวอร์ คว้าสองรางวัล CSR ระดับโลก ด้านโครงการเพื่อสังคมยอดเยี่ยม และการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคม appeared first on THE STANDARD.

]]>
king power

กลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์ ภายใต้โครงการกิจกรรมเพื่อสังคม ‘คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย’ ได้รับสองรางวัลอันทรงเกียรติจากเวทีระดับโลก The International CSR Excellence Awards 2022 และ Global Good Governance (3G) Awards 2022 ด้านโครงการเพื่อสังคมยอดเยี่ยม และการดําเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคม ตอกย้ำจุดยืนบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมในเวทีระดับโลก ด้วยความมุ่งมั่นสนับสนุนศักยภาพคนไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีโลก และเสริมสร้างสังคมเข้มแข็งอย่างยั่งยืนด้วยพลังคนไทย 

 

รางวัลนี้ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่บริษัทในประเทศไทยได้รับรางวัลในเวทีระดับโลกอย่าง The International CSR Excellence Awards 2022 โดย The Green Organisation ประเทศสหราชอาณาจักร องค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อมระดับสากลที่ไม่แสวงผลกําไร เริ่มดําเนินการมาตั้งแต่ปี 1994 เพื่อมอบรางวัลให้กับบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม 

 

โดยกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ สามารถคว้ารางวัลโครงการเพื่อสังคมยอดเยี่ยมในสาขา Community Commitment (การอุทิศตนเพื่อชุมชน) จากโครงการคิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ที่สนับสนุนศักยภาพของคนไทย เน้นการเสริมสร้างความมั่นคงเข้มแข็งของรากฐานการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิต ครอบคลุม 3 แกนหลักคือ กีฬา, ดนตรี และชุมชน ซึ่งปีนี้มีผู้ได้รับรางวัลเพียง 31 โครงการใน 12 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐเกาหลี, ตุรกี, อินเดีย, สหราชอาณาจักร, โปแลนด์, กาตาร์, มาเลเซีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, อินโดนีเซีย, สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย  

 

ทั้งนี้นอกจากคิง เพาเวอร์แล้ว ยังมีบริษัทชั้นนําอื่นๆ ในต่างประเทศที่ได้รับการยอมรับในฐานะองค์กรที่ให้ความสําคัญกับโครงการเพื่อสังคมเฉกเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Coca-Cola, Shell, Carlsberg, Unilever และ Nestlé

 

สําหรับรางวัล 3G Socially Responsible Business Award 2022 ในฐานะองค์กรที่ดําเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคม จากเวที Global Good Governance (3G) Awards 2022 ที่จัดโดย Cambridge IFA International Financial Advisory บริษัทที่ปรึกษาทางการเงินจากประเทศอังกฤษนั้น เป็นรางวัลเกียรติยศที่มอบให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน บริษัท หรือบุคคลในระดับนานาชาติ ที่ให้ความสําคัญด้านการกํากับดูแลกิจการที่ดี มีความมุ่งมั่นรับผิดชอบต่อสังคม มีนโยบายและเป้าหมายส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง หรือริเริ่มโครงการต่างๆ ที่ยังประโยชน์ต่อส่วนรวม และสอดคล้องกับความยั่งยืนในมิติต่างๆ โดยพิจารณาจากปัจจัย 5 แกนหลักคือ ความโปร่งใส ความรับผิดชอบต่อสังคม ความยั่งยืน ผลที่ได้ และด้านนวัตกรรม

 

อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เปิดเผยว่า “สองรางวัลนี้เป็นของพนักงานทุกคนในกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ที่ร่วมกันทําหน้าที่สานต่อเจตนารมณ์ในการช่วยเหลือสังคมตามวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ เพื่อส่งเสริมชุมชนเข้มแข็งยั่งยืนครบทุกมิติ ผ่านกิจกรรม 3 ด้านหลักคือ กีฬา ดนตรี และชุมชน โดยมุ่งหวังที่จะช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยอย่างยั่งยืนภายใต้โครงการคิง เพาเวอร์ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ที่เชื่อใน ‘พลังคนไทย’ และ ‘พลังแห่งความเป็นไปได้’

The post คิงเพาเวอร์ คว้าสองรางวัล CSR ระดับโลก ด้านโครงการเพื่อสังคมยอดเยี่ยม และการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ESG Investing บทบาทของนักลงทุนสไตล์ Responsible Investor https://thestandard.co/esg-investing-responsible-investor/ Fri, 12 Nov 2021 11:00:55 +0000 https://thestandard.co/?p=559065 ESG Investing

ซีรีส์… แนวโน้มการลงทุน Responsible Investment (6 […]

The post ESG Investing บทบาทของนักลงทุนสไตล์ Responsible Investor appeared first on THE STANDARD.

]]>
ESG Investing

ซีรีส์… แนวโน้มการลงทุน Responsible Investment (6)

 

การลงทุนแบบที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (Responsible Investment) ที่กลายเป็นกระแสมาแรงทุกวันนี้ก็เพราะนักลงทุนเริ่มมีความตระหนักว่าโลกของเรากำลังเสื่อมโทรม ทั้งในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งธุรกิจควรมีส่วนรับผิดชอบด้วย โดยไม่ควรมุ่งแต่แสวงหากำไรสูงสุดเพื่อตอบสนองผู้ถือหุ้นเท่านั้น และนักลงทุนในแนวนี้ก็มีมากเพิ่มขึ้นทุกวัน พลังของนักลงทุนที่เป็น Responsible Investor อาจจะค้นหุ้นด้วยตนเองหรือผ่านกองทุนรวมต่างๆ ในการเลือกลงทุนในบริษัทที่ดูแลสิ่งแวดล้อม (E) สังคม (S) และตอนนี้เป็นต้นไป จะนำเสนอแนวคิดและวิธีการที่เรียกว่า ESG Investing ซึ่งสรุปได้จาก ESG Investing for Dummies โดย Brenden Bradly (2021)

 

1. ที่มาและความสำคัญ

คำว่า ESG นี้คาดว่าน่าจะเริ่มต้นขึ้นในโลกการเงินการลงทุนในปี 2005 เมื่อ United Nation ออก Global Compact Report ที่ระบุว่า ในการลงทุนในตลาดทุนควรพิจารณาจาก ESG Factors ของบริษัทต่างๆ เข้าไปด้วยเพื่อประกอบการตัดสินใจ หลังจากนั้นในวงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องก็เริ่มตื่นตัวกับคำว่า ESG นี้ ในปี 2006 มีการจัดตั้งเครือข่ายนักลงทุนที่ออกหลักการ Principle for Responsible Investment (PRI) โดยมีผู้จัดการกองทุนเข้าร่วมในตอนเริ่มต้นเพียง 63 ราย บริหารสินทรัพย์มูลค่า 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และโตมาเป็นผู้จัดการกองทุนเข้าร่วม 3,000 คน และมูลค่าสินทรัพย์ที่บริหารสูงเป็น 103 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากนั้นเพียงเวลาไม่กี่ปี มีการคิดค้นหลักการเทคนิคในการบริหาร ESG Portfolios กันอย่างมากมาย จนในปัจจุบัน ESG Investing ไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่า A Niche Investment อีกต่อไปแล้ว

 

ยิ่งในยุคการระบาดของโควิดนี้ หุ้นของบริษัทที่บริหารโดยคำนึงถึงความเสี่ยงด้าน ESG จะสามารถต่อสู้กับความผันผวนนี้ได้อย่างแข็งแรง ซึ่งนักลงทุนทั่วโลกก็กำลังตามล่าหาหุ้นแบบนี้ที่อาจจะมีกระจายอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก นอกจากนี้ในยุคต่อไป ธุรกิจก็ยังเผชิญกับเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงต่างๆ เช่น Climate Change, Biodiversity, Social Diversity, Technology Disruption เป็นต้น บริษัทที่จะอยู่ได้อย่างยั่งยืนจึงต้องเป็นบริษัทที่มีการปรับตัวได้ดี การที่จะรู้ว่าใครปรับตัวได้ดีจึงต้องสามารถวัดผลที่เกิดขึ้นต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ ทั้งมิติผลการดำเนินงาน (Output) และผลลัพธ์ทางสังคม (Outcomes) รวมทั้งนำไปเปิดเผย (Disclose) ให้ผู้เกี่ยวข้องได้ทราบอย่างชัดเจน ซึ่งข้อมูลที่เปิดเผยนี้จะต้องออกจากกรอบเพียงการส่งรายงานงบการเงินเท่านั้น แต่ข้อมูลเชิง Descriptive ในยุคต่อไปจะมีความต้องการทราบข้อมูล ESG Development กันอย่างกว้างขวางมากขึ้น

 

2. ความหมายของ ESG

ESG กลายเป็นคำสากลที่ใช้เรียกการลงทุนแบบ Social Responsible Investment โดยในมิติของบริษัทหรือธุรกิจเป็นการดูว่าบริษัทได้บริหารความเสี่ยงชนิดใหม่เวลาทำธุรกิจหรือไม่ ซึ่งความเสี่ยงเหล่านี้บางทีเรียกว่า ESG Risk ส่วนในมิตินักลงทุนก็นำ ESG ไปใช้เป็นกลยุทธ์การลงทุนชนิดหนึ่ง ESG อาจเกิดจากการผสมผสานของคำ 2 คำ คือ Corporate Sustainability และ Corporate Social Responsivity (CSR)

 

  • Corporate Sustainability หรือความยั่งยืนของธุรกิจ ซึ่งสะท้อนไปยังการสร้างมูลค่าระยะยาวให้สูงขึ้นโดยแสวงหาโอกาส และบริหารความเสี่ยงให้นำไปสู่การพัฒนา Economic, Environmental, Social ให้เกิดประโยชน์ที่กลมกล่อมแก่บริษัท บริษัทที่ทำได้ดีในความหมายนี้คือเป็นบริษัทที่ ‘Doing Good’
  • Corporate Social Responsivity (CSR) เป็นแนวคิดการบริหารธุรกิจที่ใส่ใจกับผู้เกี่ยวข้อง (Stakeholder) ทั้งใกล้และไกล โดยพยายามให้กิจกรรมทางธุรกิจโดยตรงหรือโดยอ้อมให้ส่งผลกระทบทางลบต่อบริษัท และก่อให้เกิดผลลัพธ์ทางสังคมที่ดีให้เกิดขึ้น

 

ในมิติการลงทุน นักลงทุนก็จะแสวงหา คัดเลือกบริษัทที่ดำเนินธุรกิจโดยมีทาง Financial Performance ที่ดี และ ESG Performance ที่ดีไปด้วยพร้อมกัน โดยอาจพยายามหาหุ้นที่เป็น ‘Best-in-Class’ จาก ESG Scores ที่ได้คิดค้นพัฒนาขึ้น นักลงทุนที่เคร่งครัดมากอาจกำหนดนโยบายที่ชัดเจนว่าไม่มีนโยบายการลงทุนใน ‘Sin Stocks’ เช่น หุ้นของบริษัทยาสูบ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น ซึ่งในบทวิจัยของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่ในอนาคตจะต้องมีส่วนขยาย ESG Analysis ในบทวิจัยเพิ่มเติมให้กับนักลงทุนที่จะมีความต้องการข้อมูลเหล่านี้เพิ่มขึ้น การเขียนรายงานวิเคราะห์ก็จะต้องมีส่วนการวิเคราะห์ข้อมูล ESG ที่ชัดเจนมากขึ้น ทั้งในการแยกวิเคราะห์ทีละส่วนของ E, S, G, และการสรุปรวม

 

ในการสร้าง ESG Portfolio อาจสรุปได้ว่า Fund Managers จะพิจารณาอย่างน้อย 3 มิติ ดังต่อไปนี้

 

  1. Industry Sector โดยพยายามค้นหาว่าอะไรเป็น ESG Risks หรือ ESG Opportunities ที่สำคัญที่สุดของ Sector นั้น
  2. ESG Strategies คือดูว่า Data ของบริษัทเหมาะสมว่าเราควรใช้ ESG Execution Strategy อะไร จึงเป็นประโยชน์ต่อการลงทุน
  3. Material Indicators ค้นหาว่าอะไรเป็น Material ESG Components ที่กระทบต่อผลการดำเนินงานทางการเงินของบริษัทนั้น

 

กรณีของ Industry Sector อาจศึกษาจาก The Sustainability Accounting Standard Boards (SASB) ซึ่งมี Materiality Map แยกออกรายอุตสาหกรรม ได้แก่

 

  • Healthcare
  • Services
  • Financials
  • Resource Transformation
  • Technology and Communications
  • Consumption
  • Non-Renewable Resources
  • Renewable Resources and Alternatives Energy
  • Transportation
  • Infrastructure

 

สำหรับ ESG Strategies อาจสรุปได้ว่ามี 9 กลยุทธ์ ดังต่อไปนี้

 

  1. Screening คือเลือกรวมหรือตัดหุ้นที่มีปัจจัย ESG ที่เราชอบออกจาก Portfolio
  2. Best-in-Class คัดเลือกหุ้นที่มี ESG Scores ค่าสูง
  3. Stock Rating คัดเลือกหุ้นผ่านระบบ ESG Performance Rating System
  4. Value Integration คือนำ ESG Issues ต่างๆ เข้าสู่แบบจำลอง Stock Valuation
  5. Thematic คือเลือกสร้าง ESG Portfolio บน Theme เฉพาะ เช่น พลังงานสะอาด
  6. Engagement คือเลือกรักษาหุ้นใน ESG Portfolio ที่มีต่อ Ongoing Performance
  7. Alignment คือสนใจหุ้นที่มี Social or Environment Goals
  8. Activism คือสนใจหุ้นที่กลุ่ม ESG Activists ระบุว่ามี Performance ดี ในมิติสังคมและสิ่งแวดล้อม
  9. Systematic คือหาหุ้น ESG โดยใช้ Quantitative Model

 

สำหรับกรณีของ Material Indicators ของรายบริษัทที่เป็น ESG Stocks อาจพิจารณาจากประเด็นต่างๆ เหล่านี้

 

  1. Environment โดยดูจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการดูแลผลกระทบที่มีต่อความหลากหลายทางชีวภาพ
  2. Social Capital โดยดูจากการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน ความสัมพันธ์กับแรงงาน ชุมชน และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น
  3. Human Capital โดยพิจารณาในด้านการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมต่อแรงงาน เป็นต้น
  4. Business Model and Innovation ดูจากวัฏจักรของสินค้าและบริการที่จะทำให้ธุรกิจมีการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปได้ รวมทั้งการพัฒนา Packaging ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
  5. Leadership and Governance โดยดูจากการบริหารห่วงโซ่อุปทานว่าได้ดูแลคู่ค้าและผู้เกี่ยวข้องจากต้นน้ำถึงปลายน้ำได้ดีเพียงใด รวมทั้งการดูแลความปลอดภัยในการทำงาน เป็นต้น

The post ESG Investing บทบาทของนักลงทุนสไตล์ Responsible Investor appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ถุงข้าวลดโลกร้อน’ นวัตกรรมผลิตถุงข้าวรีไซเคิลได้ 100% วิธีรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมของ ‘ข้าวตราฉัตร’ [Advertorial] https://thestandard.co/sustainable-rice/ Mon, 23 Nov 2020 09:30:07 +0000 https://thestandard.co/?p=424033 ข้าวตราฉัตร

ยุคนี้วิธีรักษาสิ่งแวดล้อมกลายเป็นเรื่องทำง่ายขึ้นเยอะ […]

The post ‘ถุงข้าวลดโลกร้อน’ นวัตกรรมผลิตถุงข้าวรีไซเคิลได้ 100% วิธีรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมของ ‘ข้าวตราฉัตร’ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ข้าวตราฉัตร

ยุคนี้วิธีรักษาสิ่งแวดล้อมกลายเป็นเรื่องทำง่ายขึ้นเยอะ ส่วนหนึ่งคงเพราะองค์กรขนาดใหญ่ที่เล็งเห็นความสำคัญและตระหนักดีว่า การป่าวประกาศให้คนหันมาช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียวไม่ทรงพลังพอ จึงหาวิธีที่จะช่วยให้คนไทยทุกคนสามารถมีส่วนร่วม ‘รักษ์โลก’ ได้ในทุกมิติ

 

ล่าสุด ข้าวตราฉัตร เปิดตัว ‘ถุงข้าวลดโลกร้อน’ พร้อมประกาศความร่วมมือยกระดับการพัฒนาถุงข้าวตราฉัตร ที่นอกจากรีไซเคิลได้ ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

 

ถุงข้าวลดโลกร้อนคืออะไร ต่างจากถุงข้าวปกติที่เราใช้อยู่ทุกวันอย่างไร และถ้าเราทุกคนเปลี่ยนมาสนับสนุนถุงข้าวลดโลกร้อนจะช่วยสิ่งแวดล้อมในมิติใดบ้าง THE STANDARD ชวนคุณหาคำตอบไปพร้อมกัน

 

หลังเสร็จสิ้นการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกลุ่มธุรกิจข้าวตราฉัตร ผนึกสองผู้เชี่ยวชาญด้านแพ็กเกจจิ้ง กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) (ผู้นำด้านแมตทีเรียลส์ ไซแอนซ์ ระดับโลก) และ บริษัท พรีแพค ประเทศไทย จำกัด ใน เอสซีจีพี (SCGP) ผู้ผลิตแพ็กเกจจิ้งพลาสติกชนิดอ่อนตัว (Flexible Packaging) ชั้นนำของประเทศไทย มุ่งมั่นพัฒนาถุงข้าวรุ่นใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยกระดับมาตรฐานถุงข้าวสารเป็นถุงข้าวรักษ์โลก ด้วยนวัตกรรม INNATE™ และเทคนิคดาวน์ เกจจิ้ง (Down Gauging-บางลงแต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น) ถือเป็นแบรนด์แรกของไทยที่ได้นำนวัตกรรมระดับโลกมาใช้ในการผลิตถุง เพื่อรีไซเคิลแบบครบวงจร 

 

ข้าวตราฉัตร


‘ถุงข้าวรักษ์โลก’ หนึ่งในยุทธศาสตร์ความยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์
ฐิติ ลุจินตานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจการค้าข้าวและอาหารในประเทศและต่างประเทศ กลุ่มธุรกิจข้าวตราฉัตร กล่าวถึงยุทธศาสตร์ความยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กรสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals) ทั้ง 17 ประการ กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือข้าวตราฉัตร ได้นำนโยบายดังกล่าวมาปรับใช้ภายในองค์กร เกิดเป็นปณิธานทั้ง 3 ข้อ 

  1. มุ่งมั่นที่จะยกเลิกการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่มีปัญหา หรือไม่จำเป็นภายในองค์กร
  2. เปลี่ยนการใช้บรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้งไป สู่รูปแบบที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้
  3. 100% ของบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่นำมาใช้ ต้องสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 

 

ข้าวตราฉัตร(จากซ้ายไปขวา) ฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย ประธานบริหารกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย, ฐิติ ลุจินตานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจการค้าข้าวและอาหารในประเทศและต่างประเทศ กลุ่มธุรกิจข้าวตราฉัตร และ ภราดร จุลชาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีแพค ประเทศไทย จำกัด ในเอสซีจีพี (SCGP)


ฐิติยังกล่าวเสริมว่า “เราตั้งเป้าที่จะยกเลิกการใช้พลาสติกที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ภายในปี 2568 จึงเป็นที่มาของการเดินหน้ายกระดับมาตรฐานถุงข้าวสารเป็นถุงข้าวรักษ์โลก ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้ถุงข้าวตราฉัตรสามารถนำไปรีไซเคิลได้อย่างสมบูรณ์ โดยตั้งเป้าพัฒนาต่อเนื่องในอนาคต ให้ถุงข้าวตราฉัตรมีประสิทธิภาพสูงและแข็งแรงยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ยังช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมด้านการลดใช้ปริมาณพลาสติกและพลังงานในขั้นตอนก่อนผลิต ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สาเหตุของภาวะโลกร้อน” 


ถุงข้าวสารที่บางลง จะช่วยสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร
นี่เป็นประเด็นที่หลายคนอาจตั้งข้อสงสัย ซึ่งเรื่องนี้ ฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย ประธานบริหารกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย อธิบายว่า ด้วยเทคโนโลยีการผลิตถุงข้าวสารให้บางลง จากเดิม 110 ไมครอน เหลือ 90 ไมครอน ด้วยนวัตกรรม INNATE™ ซึ่งเป็นโซลูชันใหม่ของ Dow ที่ช่วยให้ถุงข้าวบางลงแต่มีความแข็งแรงมากขึ้น แต่ใช้ปริมาณวัสดุน้อยลงกว่า และยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการลดการใช้เม็ดพลาสติกสำหรับการขึ้นรูปบรรจุภัณฑ์ได้ถึง 18% นอกจากนี้ยังช่วยลดพลังงานในกระบวนการบรรจุ ด้วยการใช้อุณหภูมิที่ต่ำลงในการปิดปากถุงข้าว  

 

ข้าวตราฉัตร

นวัตกรรมเม็ดพลาสติกโพลิเอทิลีน INNATE™ สำหรับผลิตแพ็กเกจจิ้งยุคใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม รีไซเคิลได้ง่าย

 

ฉัตรชัย เผยเป้าหมายในเรื่องนี้ไว้ว่า “ช่วงเริ่มต้นคาดว่าจะลดปริมาณการใช้พลาสติกได้กว่า 300 ตันต่อปี ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 600 ตันคาร์บอนต่อปี เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า 600 ไร่ และเป็นการส่งเสริมการรีไซเคิล เนื่องจากเป็นถุงฟิล์มหลายชั้น ที่ผลิตจากพลาสติกโพลีเอทิลีนชนิดเดียวที่รีไซเคิลได้ง่าย สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของ Dow ในการต้านโลกร้อนด้วยการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งการลดขยะพลาสติก และส่งเสริมวงจรรีไซเคิล”

 

แน่นอนว่านวัตกรรม INNATE™ จะยังสามารถผลิตถุงบรรจุภัณฑ์ชนิดเติม (ถุงรีฟิล) รวมทั้งถุงทรงตั้งสำหรับของแห้งและของเหลว ถุงใส่ข้าวสาร ถุงใส่อาหารสัตว์ ถุงบรรจุภัณฑ์ที่ต้องรองรับสินค้าที่มีน้ำหนักมากๆ ได้อีกด้วย   

 

ข้าวตราฉัตร


แนวคิดที่ดี นวัตกรรมที่พร้อม และยังต้องตอบโจทย์ด้วยดีไซน์แพ็กเกจจิ้งที่น่าใช้
ส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการส่งต่อผลิตภัณฑ์และแนวคิดที่ดีให้ถึงมือผู้บริโภค คือการออกแบบที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า ไม้สุดท้ายจึงถูกส่งต่อให้กับ บริษัท พรีแพค ประเทศไทย จำกัด องค์กรที่เชี่ยวชาญงานออกแบบสินค้าและบริการ ภราดร จุลชาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีแพค ประเทศไทย จำกัด ในเอสซีจีพี (SCGP) กล่าวว่า “จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นนำไปสู่ความต้องการใช้ทรัพยากรที่เพิ่มขึ้น เอสซีจีพีจึงให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการดูแลสิ่งแวดล้อม ตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน และยังได้นำแนวทางของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy มาใช้ในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้การใช้ทรัพยากรมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในด้านการออกแบบสินค้าและบริการ เน้นการออกแบบและผลิตสินค้าให้เจ้าของสินค้า (Brand Owner) และผู้บริโภคได้รับความสะดวก ใช้งานง่าย ใช้ทรัพยากรน้อยแต่คงทนแข็งแรง สามารถนำมาใช้ซ้ำและนำกลับมารีไซเคิลได้” 

 

สิ่งที่เอสซีจีพีทำมาตลอดคือการปรับปรุงการผลิตและการดำเนินการให้เกิด Circular Economy ตลอดทั้ง Supply Chain เช่น การลดการใช้น้ำและพลังงานในกระบวนการผลิต ตั้งแต่การขับเคลื่อน Circular Economy จากภายในองค์กรไปสู่สังคมภายนอก ทุกกระบวนการผลิตและออกแบบ เอสซีจีพีจึงเน้นย้ำให้ทุกส่วนเห็นคุณค่าและขับเคลื่อนไปด้วยกัน เพื่อให้เกิดความร่วมมือ ช่วยกันทำให้สังคมและสิ่งแวดล้อมดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน 

 

ข้าวตราฉัตร

‘ถังวนถุง’ ในโครงการ มือวิเศษ x วน โดย PPP Plastics


คุณเองก็ช่วยโลกได้
ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อต้นน้ำสร้างผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมขึ้นมา เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นนำกลับมารีไซเคิลได้ 100% ผู้บริโภคเองก็คงต้องทำหน้าที่ปลายน้ำในการ ‘ส่งคืน’ ถุงข้าวกลับสู่กระบวนการรีไซเคิล ด้วยการนำ ‘ถุงข้าวตราฉัตร’ ทิ้งลงในถังรีไซเคิลตามปกติ หรือนำมาบริจาคที่ ‘ถังวนถุง’ ในโครงการ มือวิเศษ x วน โดย PPP Plastics ที่ห้างสรรพสินค้า เช่น มาบุญครอง, เซ็นทรัล, เดอะมอลล์, เทสโก้ โลตัส และปั๊มน้ำมันบางจาก

 

หรือส่งทางไปรณีย์ที่ ‘โครงการ วน’ บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) 42/174 ม.5 ต.ไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม 73210 โดยถุงข้าวตราฉัตรที่ประชาชนนำมามอบให้ ‘ถังวนถุง’ จะมีมูลค่ากิโลกรัมละ 5 บาท เป็นเงินบริจาคให้กับมูลนิธิด้านสิ่งแวดล้อมต่อไป


เช็กจุดตั้ง ‘ถังวนถุง’ ใกล้บ้านได้ที่ shorturl.at/wBGKV

 

 

 

The post ‘ถุงข้าวลดโลกร้อน’ นวัตกรรมผลิตถุงข้าวรีไซเคิลได้ 100% วิธีรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมของ ‘ข้าวตราฉัตร’ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
สตาร์บัคส์อเมริกาหาวิธีป้องกันลูกค้าไม่ให้ดูหนังโป๊ในร้าน หลังถูกกดดันจากองค์กรเพื่อสังคม https://thestandard.co/starbucks-will-block-porn-on-its-public-wi-fi-next-year/ https://thestandard.co/starbucks-will-block-porn-on-its-public-wi-fi-next-year/#respond Thu, 29 Nov 2018 08:25:00 +0000 https://thestandard.co/?p=155897

เนื่องจากเป็นสถานที่เปิดแบบ Third Place จึงไม่แปลกที่เช […]

The post สตาร์บัคส์อเมริกาหาวิธีป้องกันลูกค้าไม่ให้ดูหนังโป๊ในร้าน หลังถูกกดดันจากองค์กรเพื่อสังคม appeared first on THE STANDARD.

]]>

เนื่องจากเป็นสถานที่เปิดแบบ Third Place จึงไม่แปลกที่เชนร้านกาแฟสตาร์บัคส์จะมีผู้เข้าใช้บริการหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมากจากทั่วสารทิศ ซึ่งในจำนวนนี้ก็อาจจะมีลูกค้าจำนวนไม่น้อยทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมปะปนอยู่ด้วย เช่นการเปิดดูหนังโป๊ในที่สาธารณะ

 

หลังถูกกดดันมาตลอดทั้งปีให้เร่งหามาตรการจัดการกับการดูสื่อลามกที่ไม่เหมาะสมในร้านโดยเร็ว ล่าสุดสตาร์บัคส์ได้หาทางออกใหม่ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อบล็อกการเข้าชมเว็บไซต์หนังผู้ใหญ่ หรือคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสม เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นไป แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่าจะใช้วิธีไหน รวมถึงอาจจะไม่ใช้ตัวกรองคอนเทนต์บนสัญญาณ Wi-Fi ด้วย

 

ตัวแทนของสตาร์บัคส์ให้ข้อมูลกับเว็บไซต์ Business Insider เอาไว้ว่า เพื่อให้แน่ใจว่าสถานที่ของพวกเขาจะยังคงเป็น Third Place ที่ปลอดภัยและพร้อมต้อนรับคนทุกคนต่อไป จึงได้หาวิธีแก้ไขปัญหาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการรับชมคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสมภายในสโตร์ โดยจะเริ่มใช้มาตรการนี้ในเชนร้านสาขาสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นไป

 

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้สตาร์บัคส์ต้องออกมาหาวิธีการแก้ไขปัญหานี้ เป็นผลมาจากการที่พวกเขาถูกองค์กร Enough Is Enough ที่มีบทบาทสร้างสังคมการใช้งานอินเทอร์เน็ตให้ปลอดภัยสำหรับเด็กและครอบครัวกดดัน และเรียกร้องให้สตาร์บัคส์ใช้ตัวกรองห้ามเข้าถึงเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมบนสัญญาณ Wi-Fi ในร้าน

 

ปัญหาการใช้ Wi-Fi ในสถานที่สาธารณะรับชมคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสมเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมาสักระยะแล้วในสหรัฐอเมริกา ก่อนหน้านี้ร้านฟาสต์ฟู้ดชื่อดังอย่างแมคโดนัลด์ (McDonald’s), ชิก ฟิล เล (Chick-fil-A) หรือแบรนด์ซับเวย์ (Subway) ก็เคยถูกพาดพิงถึง จนต้องใช้วิธีบล็อกห้ามเข้าถึงเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมผ่านสัญญาณ Wi-Fi มาแล้ว

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post สตาร์บัคส์อเมริกาหาวิธีป้องกันลูกค้าไม่ให้ดูหนังโป๊ในร้าน หลังถูกกดดันจากองค์กรเพื่อสังคม appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/starbucks-will-block-porn-on-its-public-wi-fi-next-year/feed/ 0