ความรัก Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ความรัก/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 03 Sep 2026 05:32:38 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 About Love: จงมองเห็นความรักที่ซ่อนอยู่ในเรื่องธรรมดา https://thestandard.co/life/find-love-everyday/ Thu, 03 Sep 2026 05:31:33 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1250267 ภาพคู่รักกำลังทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน

เราอาจโตมากับภาพจำว่า ความรักต้องมีโมเมนต์พิเศษ ดอกไม้ช […]

The post About Love: จงมองเห็นความรักที่ซ่อนอยู่ในเรื่องธรรมดา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพคู่รักกำลังทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน

เราอาจโตมากับภาพจำว่า ความรักต้องมีโมเมนต์พิเศษ ดอกไม้ช่อใหญ่ ทริปแสนหวาน ดินเนอร์หรูๆ ในวันเกิด หรือคำบอกรักสวยๆ ที่ทำให้ใจเต้นแรง แต่พอใช้ชีวิตกับใครสักคนนานขึ้น เราอาจค้นพบว่า ความรักที่อยู่กับเราได้นานที่สุดมักไม่ได้แต่งตัวสวยขนาดนั้น มันอาจอยู่ในไข่ดาวที่อีกคนทอดเผื่อ อาจอยู่ในข้อความที่เตือนเราว่า “ฝนตก อย่าลืมเอาร่มไปด้วยนะ” คนที่จำได้ว่าเราไม่กินผักชี หรือประโยคธรรมดามากอย่าง “เดี๋ยวขับรถไปรับ” สิ่งเหล่านี้เล็กน้อยเสียจนบางครั้งเราไม่ได้นับมันเป็นโมเมนต์แห่งความรักด้วยซ้ำ

 

Bell Hooks นักเขียนเจ้าของหนังสือ All About Love เสนอแนวคิดที่น่าสนใจว่า เราไม่ควรมองความรักเป็นเพียง ‘ความรู้สึก’ แต่ความรักยังปรากฏผ่านการกระทำ ทั้งความใส่ใจ ความรับผิดชอบ ความเคารพ และการช่วยให้อีกฝ่ายเติบโต แม้หนังสือเล่มนี้จะตีพิมพ์มาตั้งแต่ปี 2000 แต่กลับมาได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักอ่านรุ่นใหม่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นี่อาจอธิบายได้ว่า ทำไมเมื่อความสัมพันธ์เดินทางพ้นช่วงตกหลุมรัก ความรักจึงค่อยๆ เปลี่ยนจาก “ฉันรู้สึกอะไรกับเธอ” มาเป็น “ฉันทำอะไรเพื่อเธอบ้าง”

 

ในทางจิตวิทยา มนุษย์มีสิ่งที่เรียกว่า Hedonic Adaptation หรือการที่เราค่อยๆ เคยชินกับสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ กาแฟที่วางรออยู่ทุกเช้าจึงอาจไม่ทำให้ใจเต้นเหมือนแก้วแรกที่เขาเคยซื้อให้ ข้อความ “ถึงแล้วบอกด้วย” ที่เคยน่ารัก อาจกลายเป็นข้อความที่เราอ่านผ่านๆ หรือมือที่ครั้งหนึ่งเคยอยากจับตลอดเวลา วันหนึ่งกลับกลายเป็นมือที่เราคุ้นเคยว่ามันจะอยู่ตรงนั้นเสมอ ปัญหาจึงอาจไม่ใช่ว่าความรักลดลง แต่อาจเป็นเพราะ เรามองเห็นมันน้อยลง

 

Ross Gay ผู้เขียน The Book of Delights ซึ่งเป็น New York Times Bestseller เคยเขียนไว้ว่า “My delight grows much like love and joy when I share it” หรือความรื่นรมย์ก็คล้ายกับความรักและความสุข มันเติบโตขึ้นเมื่อเราแบ่งปัน หนังสือของเขาชวนให้เราฝึกสังเกตความสุขเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในวันธรรมดา แทนที่จะรอคอยวันที่ดีที่สุดของชีวิต และบางทีเราก็อาจนำวิธีคิดแบบเดียวกันมาใช้กับความสัมพันธ์ได้ แทนที่จะถามว่า “ทำไมเขาไม่โรแมนติกเหมือนเมื่อก่อน?” ลองเปลี่ยนเป็น “วันนี้ความรักของเขาซ่อนอยู่ตรงไหนบ้าง?”

 

คำตอบอาจอยู่ในจานที่ถูกล้างไว้ให้ ที่นั่งข้างๆ ที่เว้นไว้เสมอ คนที่ยังยอมฟังเรื่องเดิมของเราเป็นครั้งที่สิบ คำถามสั้นๆ ว่า “กินข้าวหรือยัง” หรือใครบางคนที่ไม่เคยพูดเก่งเลย แต่ยังเลือกกลับมาหาเราทุกวัน ความรักแบบนี้อาจไม่เหมาะกับฉากในหนัง เพราะไม่มีเพลงประกอบ ไม่มี Slow Motion และบางวันก็ไม่มีแม้แต่คำว่า “รัก” แต่มันมีบางอย่างที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ ความสม่ำเสมอ

 

อย่าลืมว่าชีวิตของคนสองคนประกอบขึ้นจากวันธรรมดามากกว่าวันพิเศษ หากเรารอให้ความรักปรากฏตัวเฉพาะในวันครบรอบ วันเกิด ช่อดอกไม้ หรือทริปโรแมนติก เราอาจกำลังพลาดความรักอีกหลายร้อยครั้งที่เกิดขึ้นระหว่างทาง

 

คืนนี้ลองมองคนข้างๆ ใหม่อีกครั้ง บางทีความรักที่คุณกำลังตามหาอาจไม่ได้หายไปไหนเลย มันเพียงเปลี่ยนรูปร่างจากคำว่า “รักนะ” มาเป็นประโยคธรรมดาที่เราได้ยินจนชินอย่าง “กลับถึงบ้านแล้วบอกด้วยนะ” และบางที การมองเห็นความรัก อาจเป็นหนึ่งในวิธีรักษาความรักที่ง่ายที่สุดก็ได้

The post About Love: จงมองเห็นความรักที่ซ่อนอยู่ในเรื่องธรรมดา appeared first on THE STANDARD.

]]>
Baby Mode ใช่คุณไหม เมื่ออยู่ต่อหน้าแฟนก็ทำตัวเหมือนเด็กคนหนึ่ง https://thestandard.co/life/baby-mode-relationships-psychology/ Wed, 01 Jul 2026 11:58:54 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1225688 คู่รักหนุ่มสาวชาวเอเชียกำลังกอดกันอย่างมีความสุข

ใช่คุณไหม? คนที่เป็นผู้นำ ตัดสินใจเก่ง และดูเข้มแข็งนอก […]

The post Baby Mode ใช่คุณไหม เมื่ออยู่ต่อหน้าแฟนก็ทำตัวเหมือนเด็กคนหนึ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
คู่รักหนุ่มสาวชาวเอเชียกำลังกอดกันอย่างมีความสุข

ใช่คุณไหม?
คนที่เป็นผู้นำ ตัดสินใจเก่ง และดูเข้มแข็งนอกบ้าน กลับกลายเป็นคนขี้อ้อน ชอบกอด พูดเสียงน่ารัก หรือทำตัวมุ้งมิ้งเมื่ออยู่กับแฟน พฤติกรรมนี้ถูกเรียกกันบนโซเชียลว่า Baby Mode แม้จะไม่ใช่ศัพท์ทางจิตวิทยาโดยตรง แต่สามารถอธิบายได้ด้วยหลายแนวคิดทางจิตวิทยา

 

หนึ่งในนั้นคือ Attachment Theory ของ John Bowlby ที่อธิบายว่า มนุษย์ต้องการ พื้นที่ปลอดภัย (Secure Base) ในความสัมพันธ์ เมื่อเรารู้สึกว่าคนตรงหน้าพร้อมรับฟังและไม่ตัดสิน เราจะกล้าเผยด้านที่อ่อนโยนและเปราะบางของตัวเองมากขึ้น งานวิจัยด้านความสัมพันธ์ในผู้ใหญ่ก็ชี้ว่า คนที่มี Secure Attachment มักเปิดเผยความรู้สึก ขอความช่วยเหลือ และแสดงความน่ารักกับคนรักได้อย่างเป็นธรรมชาติ

 

นักจิตวิทยายังอธิบายว่าเมื่ออยู่กับคนที่ไว้ใจ ระบบประสาทจะเข้าสู่ภาวะผ่อนคลาย หรือ Co-regulation ทำให้เราไม่จำเป็นต้องคอยรับบทคนเก่งหรือควบคุมทุกอย่างตลอดเวลา จึงดูเหมือนเปลี่ยนเป็นเด็กได้โดยไม่รู้ตัวนั่นเอง

 

อ้างอิง: https://www.mdpi.com/2227-9032/13/23/3105?utm_source=chatgpt.com

The post Baby Mode ใช่คุณไหม เมื่ออยู่ต่อหน้าแฟนก็ทำตัวเหมือนเด็กคนหนึ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
CALM LOVE รักที่ต้องการคือรักที่อยู่ด้วยแล้วสงบ ไม่ทำให้ใจเหนื่อย https://thestandard.co/life/calm-love-true-love/ Fri, 26 Jun 2026 05:16:57 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1223151 ภาพคู่รักนั่งพักผ่อนอย่างสงบและสบายใจ สื่อถึงความรักที่ไม่ทำให้ใจเหนื่อย

ในปี 1979 นักจิตวิทยาชื่อ Dorothy Tennov ใช้เวลากว่า 10 […]

The post CALM LOVE รักที่ต้องการคือรักที่อยู่ด้วยแล้วสงบ ไม่ทำให้ใจเหนื่อย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพคู่รักนั่งพักผ่อนอย่างสงบและสบายใจ สื่อถึงความรักที่ไม่ทำให้ใจเหนื่อย

ในปี 1979 นักจิตวิทยาชื่อ Dorothy Tennov ใช้เวลากว่า 10 ปีสัมภาษณ์คนหลายร้อยคนเกี่ยวกับเรื่องของความรัก จนค้นพบว่ามีสภาวะหนึ่งที่แตกต่างจากความรักปกติอย่างสิ้นเชิง โดยเธอเรียกมันว่า Limerence (ลิเมอเรนซ์) เป็นภาวะตกหลุมรักใครสักคนอย่างบ้าคลั่ง และสมองก็สร้างภาพจินตนาการเกี่ยวกับคนนั้นขึ้นมาอย่างรุนแรง จนกลายเป็นความหมกมุ่น หรือจะอธิบายว่าเป็นสภาวะที่ระบบประสาทถูกถาโถมด้วยโดพามีนและคอร์ติซอล ร่างกายเข้าสู่โหมด Seeking ตลอดเวลาก็ว่าได้ หัวใจเต้นรัวทุกครั้งที่มีการแจ้งเตือนข้อความจากเขา นอนไม่หลับ เพราะความคิดวนซ้ำ Limerence ขับเคลื่อนตัวเองด้วย Feedback Loop ที่ความวิตกกังวลยิ่งทำให้เราโฟกัสมากขึ้น ยิ่งลงทุนทางอารมณ์มากขึ้น และยิ่งวิตกมากขึ้นอีก สิ่งที่เรารู้สึกว่า “รักมาก” นั้น กลับกลายเป็นแค่ความไม่แน่นอนที่ทำให้ใจเราไม่เคยได้พัก

 

ทางประสาทวิทยา สมองของเรามักสนใจสิ่งที่คาดเดาไม่ได้มากเป็นพิเศษ ยิ่งอีกฝ่ายมีพฤติกรรมที่ไม่แน่นอน เดี๋ยวใกล้ เดี๋ยวห่าง สมองก็ยิ่งวนกลับไปคิดถึงเขาซ้ำๆ นั่นคือเหตุผลที่คนที่เข้าถึงได้ยากทำให้เราหมกมุ่นยิ่งกว่าคนที่เปิดเผยโต้งๆ ว่ารักเราอย่างสม่ำเสมอ และอาจเป็นเหตุผลที่เราถูกหลอกมาตลอดว่าความเจ็บปวดคือหลักฐานของความรักที่ลึกซึ้งจริงจัง ทั้งที่จริงๆ มันเป็นแค่สัญญาณว่าระบบประสาทของเรากำลังทำงานหนักเกินไป

 

Erich Fromm นักปรัชญาและนักจิตวิทยา เคยอธิบายว่า ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับความรัก คือการคิดว่าความรู้สึกตื่นเต้นในช่วงแรกของการตกหลุมรัก คือความรักทั้งหมด ทั้งที่จริงแล้วการตกหลุมรักและการรักใครสักคนเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง เพราะความตื่นเต้นอาจเกิดขึ้นได้ในช่วงเริ่มต้น แต่ความรักที่แท้จริงคือสิ่งที่ต้องค่อยๆ สร้างและดูแลให้เติบโตต่อไป

 

ความรักไม่ได้เกิดขึ้นจากความรู้สึกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้และฝึกฝน เหมือนการเล่นดนตรี เล่นกีฬา หรือวาดภาพ หลายครั้งเราใช้เวลาตามหาคนที่ใช่มากเกินไป จนลืมถามตัวเองว่า เราพร้อมจะรักใครสักคนอย่างเข้าใจและเติบโตไปด้วยกันแบบถูกทางหรือยัง บางทีเราไม่ได้ขาดความรักหรอกนะ เราแค่ยังไม่เคยรู้จักความรักในรูปแบบที่สงบและสบายใจกว่านี้

 

ถ้าคุณเคยสับสนว่าสิ่งที่กำลังรู้สึกอยู่คือความรัก หรือเป็นเพียงความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยคำถาม ก็ไม่แปลกอะไรเลย เราเติบโตมากับเรื่องเล่าที่ทำให้เชื่อว่า การรักใครสักคนจำเป็นต้องเจ็บ ต้องเหนื่อย และต้องผ่านอุปสรรคมากมาย ถึงจะเรียกว่ารักจริง แต่บางทีความรักที่ดีอาจเรียบง่ายกว่านั้น มันอาจหมายถึงความรักที่ทำให้เราสบายใจและสงบต่างหาก

The post CALM LOVE รักที่ต้องการคือรักที่อยู่ด้วยแล้วสงบ ไม่ทำให้ใจเหนื่อย appeared first on THE STANDARD.

]]>
LOVE, LESSONS, LEAVING บางคนเข้ามาในชีวิตเพื่อให้บทเรียน ไม่ใช่อยู่ตลอดไป https://thestandard.co/life/love-lessons-relationship-growth/ Wed, 17 Jun 2026 00:49:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1219277 ภาพเชิงสัญลักษณ์ของการเรียนรู้และเติบโตจากความสัมพันธ์ที่จบลง

เคยถามตัวเองไหมว่า “ทำไมคนที่เรารักถึงต้องจากไป?” บางคร […]

The post LOVE, LESSONS, LEAVING บางคนเข้ามาในชีวิตเพื่อให้บทเรียน ไม่ใช่อยู่ตลอดไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเชิงสัญลักษณ์ของการเรียนรู้และเติบโตจากความสัมพันธ์ที่จบลง

เคยถามตัวเองไหมว่า “ทำไมคนที่เรารักถึงต้องจากไป?”
บางครั้งคำตอบไม่ได้อยู่ที่ว่าใครถูกใครผิด หรือความรักครั้งนั้นล้มเหลว แต่อาจเป็นเพราะคนบางคนไม่ได้เข้ามาในชีวิตของเราเพื่ออยู่ด้วยตลอดไป เขาอาจเข้ามาเพื่อสอนบางอย่างให้เราเรียนรู้ในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น

 

อย่างทฤษฎี Attachment ของ John Bowlby อธิบายว่า ความสัมพันธ์ที่เราสร้างกับผู้คน มักสะท้อนความต้องการ ความกลัว หรือบาดแผลบางอย่างที่อยู่ลึกในตัวเรา คนที่เราเลือกรักจึงไม่ได้เป็นเพียงคนคนหนึ่ง แต่เป็นกระจกที่สะท้อนให้เราเห็นตัวเองในอีกมุมหนึ่ง และนั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมการสูญเสียถึงเจ็บปวดมาก

 

มีงานวิจัยบางชิ้นระบุว่า ความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธหรือการสูญเสียความสัมพันธ์ กระตุ้นสมองส่วนเดียวกับความเจ็บปวดทางกาย นั่นหมายความว่าถ้าคุณเคยรู้สึกเหมือนหัวใจแตกสลาย ร่างกายของคุณกำลังรับรู้ความเจ็บปวดนั้นจริงๆ

 

แต่เรื่องราวไม่ได้จบแค่นั้น

 

แนวคิด Post-Traumatic Growth หรือการเติบโตหลังเผชิญความสูญเสีย ชี้ให้เห็นว่า หลายคนค้นพบความเข้มแข็งในตัวเองมากขึ้นหลังการเลิกรา พวกเขาเข้าใจตัวเองชัดขึ้น มองเห็นคุณค่าของชีวิตมากขึ้น และรู้ว่าตัวเองต้องการความสัมพันธ์แบบไหนจริงๆ บางครั้งการจากลาไม่ได้พรากตัวตนของเราไป แต่มันพาเรากลับมาหาตัวเองอีกครั้ง

 

คนที่ทำให้เราเสียใจที่สุด อาจเป็นคนที่สอนให้เรารู้จักขอบเขตของตัวเอง คนที่จากไปโดยไม่มีคำอธิบาย อาจทำให้เราเรียนรู้ว่าความชัดเจนสำคัญแค่ไหน และคนที่รักเราไม่ถูกวิธี อาจทำให้เราเข้าใจว่าเราควรรักตัวเองอย่างไร

 

สิ่งสำคัญไม่ใช่การรีบลืม แต่คือการค่อยๆ ทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะงานวิจัยพบว่า คนที่มองความสูญเสียในมุมของการเรียนรู้และเติบโต มักฟื้นตัวได้ดีกว่าคนที่พยายามกดเก็บความรู้สึกเอาไว้

 

บางทีวิธีที่ดีที่สุดในการเคารพความสัมพันธ์ที่จบลง ไม่ใช่การลบมันออกจากชีวิต แต่คือการเก็บบทเรียนที่ได้รับเอาไว้ เพราะแม้คนนั้นจะไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว แต่สิ่งที่เขาทิ้งไว้ อาจยังช่วยให้เราเติบโตต่อไปได้

 

บางคนเข้ามาเพื่ออยู่กับเรา และบางคนเข้ามาเพื่อเปลี่ยนเรา ทั้งสองแบบล้วนมีคุณค่าเสมอ เราจึงไม่จำเป็นต้องลบใครออกจากความทรงจำ เพื่อจะก้าวต่อไปได้ บางครั้งแค่ยอมรับว่าสิ่งนั้นเคยเกิดขึ้น และเก็บบทเรียนที่ได้รับไว้กับตัวก็เพียงพอแล้ว

The post LOVE, LESSONS, LEAVING บางคนเข้ามาในชีวิตเพื่อให้บทเรียน ไม่ใช่อยู่ตลอดไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
Olivia Rodrigo กับการเล่าเรื่องความรักที่แสนวุ่นวายผ่านอัลบั้มใหม่ you seem pretty sad for a girl so in love https://thestandard.co/olivia-rodrigo-you-seem-pretty-sad/ Fri, 12 Jun 2026 05:25:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1217520 ภาพ Olivia Rodrigo จากอัลบั้มใหม่ you seem pretty sad for a girl so in love

Olivia Rodrigo กลับมาพร้อมกับอัลบั้มใหม่ you seem prett […]

The post Olivia Rodrigo กับการเล่าเรื่องความรักที่แสนวุ่นวายผ่านอัลบั้มใหม่ you seem pretty sad for a girl so in love appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ Olivia Rodrigo จากอัลบั้มใหม่ you seem pretty sad for a girl so in love

Olivia Rodrigo กลับมาพร้อมกับอัลบั้มใหม่ you seem pretty sad for a girl so in love ที่เธอยังคงร่วมงานกับโปรดิวเซอร์คู่บุญอย่าง Dan Nigro และนักแต่งเพลง Amy Allen ทั้งยังเลือกเล่าเรื่องราวความรักอันแสนว้าวุ่นใจของคนหนุ่มสาว และหลายๆ เพลงก็ได้แรงบันดาลใจมาจากช่วงเวลาที่เธออยู่ลอนดอนด้วยเช่นกัน

 

อัลบั้มนี้ประกอบไปด้วยผลงานเพลงใหม่ทั้งหมด 13 เพลง เน้นแนวอินดี้ป๊อปเป็นหลัก และก่อนหน้านี้เธอประเดิมอัลบั้มนี้ด้วยเพลง drop dead ที่ไปถ่ายมิวสิกวิดีโอในพระราชวังแวร์ซาย รวมทั้งเพลง the cure ที่พูดถึงความตระหนักรู้แล้วว่าการตกหลุมรักไม่ได้ช่วยเยียวยาความรู้สึกที่กังวลและไม่มั่นใจในตัวเองด้วย

 

ในขณะเดียวกัน เธอก็ยังเปิดตัวเพลง begged ครั้งแรกในรายการ Saturday Night Live รวมทั้งแสดงเพลง what’s wrong with me กับ Robert Smith แห่งวง The Cure ที่งาน Primavera Sound เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ดังนั้นเพลงจากอัลบั้มนี้จึงมีกลิ่นอายความเป็นโพสต์พังก์ในแบบฉบับดนตรีฝั่งเกาะอังกฤษด้วย

 

อย่างไรก็ดี ภาพรวมของอัลบั้มนี้คือการเล่าถึงเรื่องราวความรักที่แสนวุ่นวายและสับสน ความรักของเธอไม่ได้หวานชื่น แต่เป็นเหมือนยาพิษบางอย่างที่อยู่ในร่างกาย ทำให้เกิดความวิตกกังวลหรือชีวิตที่ไม่มูฟออน โดยร้อยเรียงตั้งแต่วันที่มีจูบแรก วันที่คลั่งรัก ไปจนถึงวันที่ความสัมพันธ์เหลือแค่ความว่างเปล่า

 

เธอยังคงมีวิธีการเขียนเพลงที่โดดเด่นจากการนำเรื่องราวในชีวิตประจำวันและสิ่งของรอบตัวมาเล่าเพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจง่ายๆ หลายเพลง อย่างเช่นเพลง maggots for brains ก็เปรียบเทียบความรักข้างเดียวนั้นเป็นเรื่องหดหู่และซึมเศร้า, เพลง u+me = <3 และ purple ที่มีพูดถึงการสลักชื่อบนเบาะรถ ช็อกโกแลต รูปถ่ายตอนเด็กของแฟน หรือการไปร้านขายของชำ

 

ส่วนเพลง less และ cigarette smoke ก็พูดถึงความสัมพันธ์ที่จบลงแบบไม่สวย เหลือแค่เพียงกลิ่นบุหรี่จางๆ บนเสื้อผ้า ความเงียบเชียบในบ้าน และความว่างเปล่าที่เธอไม่สามารถแบ่งปันเรื่องราวอะไรกับคนรักได้อีกต่อไปแล้ว

 

เรียกได้ว่าอัลบั้มนี้ยังคงความเป็น Olivia Rodrigo ไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งความเป็นเธอ เรื่องราวความรักที่เจ็บปวด รวมทั้งตัวตนของเธอในวัยนี้ที่ผ่านประสบการณ์ต่างๆ ในชีวิตมาแล้วมากมายเช่นกัน

 

ภาพ: Nick Walker for Olivia Rodrigo

The post Olivia Rodrigo กับการเล่าเรื่องความรักที่แสนวุ่นวายผ่านอัลบั้มใหม่ you seem pretty sad for a girl so in love appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก Koi no yokan ความรู้สึกที่เชื่อในสัญชาตญาณว่ากำลังจะตกหลุมรักใครสักคน https://thestandard.co/life/koi-no-yokan-love-intuition/ Sun, 07 Jun 2026 03:25:51 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1215360 ภาพประกอบแนวคิด Koi no Yokan ความรู้สึกพิเศษก่อนตกหลุมรัก

Koi no Yokan (โคอิ โนะ โยคัง) คือคำภาษาญี่ปุ่นที่อธิบาย […]

The post รู้จัก Koi no yokan ความรู้สึกที่เชื่อในสัญชาตญาณว่ากำลังจะตกหลุมรักใครสักคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแนวคิด Koi no Yokan ความรู้สึกพิเศษก่อนตกหลุมรัก

Koi no Yokan (โคอิ โนะ โยคัง) คือคำภาษาญี่ปุ่นที่อธิบายความรู้สึกพิเศษบางอย่างเมื่อเราได้พบใครสักคน แล้วเกิดสัญชาตญาณลึกๆ ว่า “วันหนึ่งฉันจะต้องตกหลุมรักคนๆ นี้แน่เลย”

 

ความน่าสนใจของคำนี้ยังเคยสร้างปรากฏการณ์ในระดับสากล เมื่อวงร็อกระดับโลก Deftones นำไปตั้งเป็นชื่ออัลบั้มในปี 2012 จนทำให้คนทั่วโลกหันมาสนใจความหมายอันลึกซึ้งของคำนี้

 

แต่สิ่งสำคัญคือ Koi no Yokan ไม่ใช่ฟีลแบบ Love at First Sight หรือรักแรกพบ เพราะรักแรกพบคือการตกหลุมรักทันทีตั้งแต่วินาทีแรกที่เจอ ขณะที่ Koi no Yokan คือความรู้สึกว่า “เรื่องราวระหว่างเรายังไม่จบแค่นี้” แม้ในตอนนั้นจะยังไม่ได้รัก หรืออาจยังไม่ได้ชอบอีกฝ่ายด้วยซ้ำ

 

คำว่า Koi หมายถึงความรักเชิงโรแมนติก ส่วน Yokan หมายถึงลางสังหรณ์ เมื่อนำมารวมกันจึงหมายถึง “ลางสังหรณ์ว่าความรักกำลังจะเกิดขึ้น” หลายคนอธิบายความรู้สึกนี้ว่า “ฉันยังไม่ได้รักเขา แต่ฉันรู้สึกว่าถ้าเรายังเดินไปในเส้นทางเดียวกัน อีกไม่นานฉันคงรักเขาจริงๆ”

 

ในมุมจิตวิทยา Koi no Yokan อาจเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่า Thin Slicing หรือความสามารถของสมองในการประมวลผลข้อมูลจำนวนมากอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัว จนเราสัมผัสได้ถึงความเข้ากันบางอย่าง ก่อนที่เหตุผลจะอธิบายได้ทั้งหมด

 

บางที Koi no Yokan อาจเป็นเครื่องเตือนใจว่า ความสัมพันธ์ที่มีความหมายที่สุด ไม่ได้เริ่มต้นจากความหวือหวาเสมอไป แต่อาจเริ่มจากความรู้สึกเงียบๆ ที่บอกเราว่า คนๆ นี้จะมีความสำคัญกับชีวิตเราในสักวันหนึ่งก็ได้นะ ใครเคยมีความรู้สึกแบบนี้มาแล้วบ้างคอมเมนต์บอกเราหน่อย

The post รู้จัก Koi no yokan ความรู้สึกที่เชื่อในสัญชาตญาณว่ากำลังจะตกหลุมรักใครสักคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก Meraki แนวคิดที่ชวนให้ทำบางสิ่งด้วยหัวใจทั้งหมดของเรา https://thestandard.co/life/meraki-mindful-living/ Wed, 20 May 2026 08:39:20 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1209277 ภาพประกอบแนวคิด Meraki ที่ชวนให้ทำสิ่งต่างๆ ด้วยหัวใจและความตั้งใจ

มีบางคำบนโลกที่แค่ได้อ่าน ก็เหมือนมีบางอย่างในใจค่อยๆ ช […]

The post รู้จัก Meraki แนวคิดที่ชวนให้ทำบางสิ่งด้วยหัวใจทั้งหมดของเรา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแนวคิด Meraki ที่ชวนให้ทำสิ่งต่างๆ ด้วยหัวใจและความตั้งใจ

มีบางคำบนโลกที่แค่ได้อ่าน ก็เหมือนมีบางอย่างในใจค่อยๆ ช้าลง

 

Meraki (เมรากี) คือหนึ่งในนั้น คำนี้มาจากภาษากรีก และไม่มีคำแปลตรงตัวแบบสมบูรณ์ในภาษาอังกฤษหรือภาษาไทย แต่ความหมายโดยรวมคือ การทำบางสิ่งด้วยหัวใจทั้งหมดของเรา การใส่จิตวิญญาณ ความรัก ความตั้งใจ และตัวตนบางส่วนลงไปในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่

 

ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหาร วาดรูป เขียนหนังสือ ปลูกดอกไม้ ชงมัทฉะ หรือแม้แต่การคุยกับใครสักคนอย่างตั้งใจ

 

Meraki จึงไม่ใช่แค่ ‘ทำได้ดี’ แต่คือการ ‘ใส่ตัวเองลงไป’ ในสิ่งนั้นจริงๆ

 

จริงอยู่ที่แต่ก่อน เรามักถูกสอนให้วัดคุณค่าจากผลลัพธ์ความรวดเร็ว หรือ Productivity จนบางทีเราหลงลืมไปว่า มนุษย์ไม่ได้ต้องการแค่การทำงานให้เสร็จ แต่ต้องการความรู้สึกว่า สิ่งที่ทำมีบางส่วนของหัวใจเราอยู่ในนั้นด้วย

 

น่าสนใจว่าแนวคิดนี้เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะกับคนที่รู้สึกว่าตัวเองเริ่มเหนื่อยกับการใช้ชีวิตแบบอัตโนมัติ เหนื่อยกับการต้องคิด ต้องสร้างอะไรบางอย่างตลอดเวลา แต่กลับไม่รู้สึกอินกับสิ่งที่ตัวเองทำจริงๆ Meraki จึงกลายเป็นเหมือนการเตือนเบาๆ ว่า บางครั้งคุณค่าของชีวิต อาจไม่ได้อยู่ที่การทำให้มากขึ้น แต่อยู่ที่การ ‘อยู่กับสิ่งนั้นมากขึ้น’

 

เราอาจสัมผัส Meraki ได้ในเช้าธรรมดาที่ได้ชงกาแฟให้ตัวเองแบบไม่เร่งรีบ เราอาจค้นพบความสุขนั้นกับการเขียนบันทึกสิ่งดีๆ ด้วยความตั้งใจ เราอาจค้นพบในอาหารจานธรรมดาที่มีคนทำให้ด้วยความใส่ใจ หรือแม้แต่ในงานบางชิ้นที่เราใช้เวลานานกว่าปกติ เพราะอยากให้มันออกมาดีจริงๆ ไม่ใช่แค่ทำส่งๆ ให้มันเสร็จๆ ไป

 

และบางที สิ่งที่ทำให้บางคนดูมีเสน่ห์ ไม่ได้เป็นเพราะเขาสมบูรณ์แบบกว่าใคร แต่อาจเป็นเพราะเรารู้สึกได้ว่า เขาใช้ชีวิตด้วยหัวใจจริงๆ ดังนั้นแนวคิด Meraki ไม่ได้บอกให้เราต้องเก่งที่สุด หรือสร้างอะไรยิ่งใหญ่ที่สุด แต่มันกำลังชวนให้เรากลับมา
‘รู้สึก’ กับสิ่งที่กำลังทำอีกครั้ง อย่าลืมว่าสิ่งที่มีค่าที่สุดในโลกนี้ อาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกทำอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด แต่คือสิ่งที่ถูกทำด้วยหัวใจทั้งหมดของใครบางคน

The post รู้จัก Meraki แนวคิดที่ชวนให้ทำบางสิ่งด้วยหัวใจทั้งหมดของเรา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปักหมุด 6 วัดไต้หวัน เหนือจรดใต้ ‘ขอเงิน งาน ความรัก’ ครบจบในทริปเดียว https://thestandard.co/life/taiwan-temples-blessings-travel/ Wed, 29 Apr 2026 06:52:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1202300 ภาพวัดดังในไต้หวันสำหรับขอพรเรื่องเงิน งาน และความรัก

ถ้าทริปไต้หวันของคุณยังมีแค่การกินเสี่ยวหลงเปา ชานมไข่ม […]

The post ปักหมุด 6 วัดไต้หวัน เหนือจรดใต้ ‘ขอเงิน งาน ความรัก’ ครบจบในทริปเดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพวัดดังในไต้หวันสำหรับขอพรเรื่องเงิน งาน และความรัก

ถ้าทริปไต้หวันของคุณยังมีแค่การกินเสี่ยวหลงเปา ชานมไข่มุก และเดินตลาดกลางคืนในไทเป อาจถึงเวลาลองเพิ่ม ‘สายมู’ เข้าไปในลิสต์ดูบ้าง เพราะที่ไต้หวัน มีวัดดังมากมายตั้งแต่เหนือจรดใต้ที่นักท่องเที่ยวและคนต่างถิ่นนิยมมากขอพร แถมละแวกวัดยังมีของกินของอร่อยให้เลือกกินอีกเพียบ ชนิดว่าไปทีไม่เสียเที่ยว ได้ทั้งบุญ อิ่มทั้งท้อง ทริปนี้เราเลยปักหมุด 5 เมืองในไต้หวัน เริ่มตั้งแต่ไทเปลงใต้ไปถึงเกาสง ‘ขอ’ ให้ครบทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องการงาน เงิน ความรัก ไปจนถึงการล้างเคราะห์เบาๆ ปิดท้าย

 

ปักหมุด 6 วัดไต้หวัน เหนือจรดใต้ ‘ขอเงิน งาน ความรัก’

 

 
 

ภาพวัดดังในไต้หวันสำหรับขอพรเรื่องเงิน งาน และความรัก 1

 

Longshan Temple, Taipei

 

เริ่มที่วัดแรก วัดดังที่ใครมาไต้หวันต้องแวะมาทุกราย กับวัดหลงซาน วัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไต้หวัน สร้างขึ้นราว ค.ศ. 1738 โดยชาวจีนผู้อพยพมาจากมณฑลฝูเจี้ยน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัววัดได้รับความเสียหายหนัก ทว่าองค์เจ้าแม่กวนอิมที่ประดิษฐานในพระตำหนักไม่ได้รับความเสียหายเลยแม้แต่น้อย ชาวไต้หวันจึงเกิดความศรัทธาและเลื่อมใสมากขึ้นไปอีก อันที่จริงวัดหลงซานไม่ได้ดังแค่เรื่องขอคู่เท่านั้น แต่ยังดังในเรื่องการขอสิ่งใดก็สมปรารถนา เราจึงเห็นชาวจีนนำของเซ่นไหว้ชุดใหญ่มาขอกันหนาตา 

 

Tips: แถววัดหลงซานมีร้านอร่อยอยู่หลายร้าน เช่น Zhouji Meat Porridge ร้านข้าวต้มกุ๊ยละแวกวัดที่คนไทยโหวตกันว่า หมูกรอบอร่อยมาก! หรือ Wang’s Broth ร้านข้าวหมูตุ๋น การันตีรางวัลบิบ กูร์มองด์

 

Open: ทุกวัน 06.00-22.00 น.

Getting There: รถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีหลงซาน ทางออก 1 และ 3 (MRT Longshan Temple, Exit 1, 3)

Map: https://maps.app.goo.gl/F8QzcUKFH666px6P8

 

ภาพวัดดังในไต้หวันสำหรับขอพรเรื่องเงิน งาน และความรัก 2

 

Hsinchu City God Temple, Hsinchu City

 

วัดดังที่หลบซ่อนตัวอยู่กลางดังตลาดของเมืองซินจู๋ ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่เมืองมาตั้งแต่ปี 1748 โดยถือเป็นศาลเจ้าหลักเมืองที่มีฐานันดรสูงที่สุดในไต้หวันตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง คนไต้หวันเชื่อว่าเทพเจ้าหลักเมืองคือผู้ดูแลทุกข์สุขและมอบความยุติธรรมประดุจผู้ว่าราชการแห่งโลกวิญญาณ ภายในโดดเด่นด้วยงานแกะสลักไม้อันประณีตและ ‘ลูกคิดยักษ์’ ที่แขวนไว้เพื่อสื่อถึงการคำนวณบุญบาปของมนุษย์อย่างเที่ยงตรง ผู้คนนิยมเดินทางมาขอพรเรื่องสุขภาพและการงานให้มั่นคงราบรื่น พร้อมสัมผัสบรรยากาศตลาดของกินเก่าแก่หน้าวัดที่สืบทอดกันมานับร้อยปี

 

Tips: หน้าวัดคือแหล่งรวม Street Food ระดับตำนาน ห้ามพลาด ลูกชิ้นหมูซินจู๋ (Gongwan) ที่เด้งกรอบ และ เส้นหมี่ (Rice Noodles) ที่เหนียวนุ่มเป็นเอกลักษณ์ ถ้ามีเวลาแนะนำให้เดินไปที่ Yamada Mochi ร้านโมจิสไตล์ญี่ปุ่นสุดคิวท์ที่อยู่ไม่ไกล นอกจากนี้ยังมี เซียงเฟิน เครื่องสำอางแบบดั้งเดิมของไต้หวัน และเนยถั่วที่มีชื่อเสียงที่จะมีขายเฉพาะถนนตงต้าเท่านั้น ที่นี่จึงเหมาะแก่การมาชิมอาหารและช้อปปิ้งอย่างยิ่ง

 

Open: ทุกวัน 05.00-22.00 น.

Getting There: นั่งรถไฟธรรมดา (TRA) มาลงที่สถานี Hsinchu แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที

Map: https://maps.app.goo.gl/nwAYukdRF9JVmAS97 

 

ภาพวัดดังในไต้หวันสำหรับขอพรเรื่องเงิน งาน และความรัก 3

 

Beigang Wude Temple, Yunlin

 

ศาลเจ้าเทพเจ้าโชคลาภ (ไฉ่ซิงเอี้ย) ที่ขึ้นชื่อว่าใหญ่และศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งในไต้หวัน ตั้งอยู่ในเมืองเป่ยกั่ง มณฑลหยุนหลิน โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่อลังการ และรายละเอียดการตกแต่งที่สะท้อนความหมายของ ‘ความมั่งคั่ง’ ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นสีทองที่ใช้ทั่วทั้งวัด หรือองค์ประกอบต่างๆ ที่สื่อถึงโชคลาภและความรุ่งเรือง 

 

ที่นี่ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของสายธุรกิจและสายการเงิน ผู้คนนิยมเดินทางมาขอพรเรื่องเงินทอง การลงทุน และความสำเร็จในอาชีพ โดยมักจะเขียนคำขออย่างชัดเจน พร้อมทำพิธีเผากระดาษเงินกระดาษทองเพื่อส่งคำอธิษฐานไปยังสวรรค์ ความน่าสนใจของวัดแห่งนี้คือความ ‘ตรงไปตรงมา’ ของความเชื่อ ที่ไม่ได้อ้อมค้อมกับสิ่งที่ต้องการ แต่สะท้อนความจริงของชีวิตมนุษย์ได้อย่างชัดเจน

 

Tips: ภายในวัดมีจุดให้เขียนคำขอพรเกี่ยวกับการเงินโดยเฉพาะ แนะนำให้ระบุเป้าหมายให้ชัดเจน นอกจากนี้ยังมีเครื่องรางและของมงคลเกี่ยวกับโชคลาภให้เลือกบูชาหลากหลาย ใครอยาก ‘ขอจริงจัง’ ที่นี่ถือว่าครบจบในที่เดียว

 

Open: ทุกวัน 06.00-22.00 น.

Getting There: นั่งรถไฟธรรมดา (TRA) มาลงที่สถานี Douliu ต่อรถบัส Taixi มาลงที่ป้าย Beigang

Map: https://maps.app.goo.gl/zsHFiPeqsRdCsXoG6

 

ภาพวัดดังในไต้หวันสำหรับขอพรเรื่องเงิน งาน และความรัก 4

 

Beigang Chaotian Temple, Yunlin

 

วัดเจ้าแม่หมาจู่ (Mazu) ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1694 ในสมัยจักรพรรดิคังซี โดยอัญเชิญองค์เทพมาจากมณฑลฝูเจี้ยน ก่อนจะกลายเป็นศูนย์กลางความศรัทธาที่สำคัญของไต้หวัน และเป็นต้นแบบความเชื่อเรื่องหมาจู่ที่แพร่กระจายไปทั่วทั้งเกาะ ความศักดิ์สิทธิ์ของที่นี่ถูกเล่าขานต่อกันมาว่าสามารถปกป้องเมืองจากภัยสงครามได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้ผู้คนจากทั่วประเทศหลั่งไหลมาขอพรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย การเดินทาง และความรุ่งเรืองในชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทดั้งเดิมของหมาจู่ในฐานะเทพผู้คุ้มครองชาวประมงและนักเดินเรือ

 

ตัววัดโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบราชวงศ์ชิงที่วิจิตรบรรจง ทั้งเสามังกรแกะสลัก งานไม้ละเอียด และเครื่องปั้นดินเผาบนหลังคาที่เป็นเอกลักษณ์ บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยควันธูป เสียงประทัด และผู้คนที่ไม่เคยขาดสาย ทุกๆ ปีในช่วงเดือน 3 ตามปฏิทินจันทรคติ จะมีงานเทศกาลเฉลิมฉลองวันเกิดเจ้าแม่หมาจู่ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก จนได้รับการรับรองจาก UNESCO ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ โดยจะมีขบวนแห่สุดอลังการและการจุดประทัดนับล้านนัดที่เปลี่ยนท้องฟ้าเมืองเป่ยกั่งให้กลายเป็นสีทอง

 

Tips: ถนนสายเก่าหน้าวัด Chaotian มีของกินเพียบ โดยเฉพาะ ข้าวหน้าเป็ด (Duck Rice) และ ซุปกบ (Frog Soup) สำหรับสายเปิบพิสดาร (รสชาติเหมือนไก่ครับ!) อย่าลืมซื้อ ขนมเปี๊ยะโบราณ กลับไปเป็นของฝากด้วยนะ

 

Open: ทุกวัน 04.30-00.00 น.

Getting There: นั่งรถไฟธรรมดา (TRA) มาลงที่สถานี Douliu ต่อรถบัส Taixi มาลงที่ป้าย Beigang

Map: https://maps.app.goo.gl/EuC9mzC7MmLDhHRK8

 

ภาพวัดดังในไต้หวันสำหรับขอพรเรื่องเงิน งาน และความรัก 5

 

Tainan Confucius Temple, Tainan

 

ขยับลงใต้มาที่เมืองหลวงเก่า วัดขงจื๊อที่นี่เป็นแห่งแรกในไต้หวัน บรรยากาศจะสงบ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ ต่างจากศาลเจ้าทั่วไปที่มักจะเต็มไปด้วยควันธูป  วัดขงจื๊อแห่งแรกของไต้หวัน สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1665 ในสมัยที่ไถหนานยังเป็นเมืองหลวงของเกาะ โดยมีบทบาทเป็นทั้งศูนย์กลางการศึกษาและสถานที่ประกอบพิธีสำคัญของรัฐ ตัววัดจึงไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถาน แต่ยังสะท้อนรากฐานทางความคิดและวัฒนธรรมของสังคมไต้หวันมาตั้งแต่อดีต

บรรยากาศภายในแตกต่างจากศาลเจ้าทั่วไปอย่างชัดเจน ไม่มีควันธูปหนาแน่นหรือเสียงประทัด แต่กลับสงบ ร่มรื่น และเปิดโล่งด้วยต้นไม้ใหญ่และลานกว้างที่จัดวางอย่างเรียบง่ายตามหลักขงจื๊อ ผู้คนนิยมมาที่นี่เพื่อขอเรื่องการเรียน การสอบ และขอสติปัญญาเพื่อในการแก้ไขปัญหาชีวิต

Tips: ฝั่งตรงข้ามวัดคือ Fuzhong Street ถนนสายเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยร้านคราฟต์และคาเฟ่เก๋ๆ ที่เที่ยวใกล้ๆ อย่าง Hayashi Department Store ห้างเก่าแก่ที่มีเสน่ห์สุดๆ ส่วนเรื่องกินต้องลอง ซุปเนื้อสด (Beef Soup) และ ข้าวหมูแดง (Braised Pork Rice) สไตล์ไถหนานที่จะติดหวานนิดๆ แต่กลมกล่อมมาก

 

Open: ทุกวัน 08.30-17.00 น.

Getting There: นั่งรถไฟลงสถานี Tainan ต่อรถบัสประจำเมืองหมายเลข 2 มาลงที่ป้าย Confucius Temple

Map: https://share.google/eJcCaUh0ApR00i4RP

 

ภาพวัดดังในไต้หวันสำหรับขอพรเรื่องเงิน งาน และความรัก 6

 

Dragon and Tiger Pagodas, Kaohsiung

 

เจดีย์มังกรเสือ แลนด์มาร์กระดับไอคอนของเมืองเกาสงที่ตั้งอยู่ริมบึงดอกบัว (Lotus Pond) โดดเด่นด้วยเจดีย์สองหลังสีสดที่หันหน้าเข้าหากัน กลายเป็นหนึ่งในภาพจำของไต้หวันที่ทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นต้องแวะมาเยือนสักครั้ง

 

ความพิเศษของที่นี่ไม่ได้มีแค่รูปลักษณ์ แต่คือความเชื่อที่แฝงอยู่ในประสบการณ์การเดินเข้าไปด้านใน โดยเชื่อกันว่าควร “เข้าทางปากมังกร และออกทางปากเสือ” เพื่อรับพลังดีและปล่อยสิ่งไม่ดีออกไป เป็นการแก้ชงและเปลี่ยนโชคลาภในแบบที่เรียบง่ายแต่มีความหมาย

 

ภายในเจดีย์เป็นทางเดินที่ตกแต่งด้วยภาพเล่าเรื่องบาปบุญคุณโทษตามความเชื่อจีน ทำให้การเดินผ่านแต่ละช่วงเหมือนเป็นการทบทวนชีวิตแบบสั้นๆ ก่อนจะออกมาเจอกับวิวบึงดอกบัวที่เปิดโล่งและสงบตา

 

Tips: รอบบึงดอกบัวยังมีวัดและเจดีย์สวยๆ ให้เดินชมอีกหลายแห่ง แนะนำให้เช่าจักรยานแล้วปั่นเที่ยวรอบๆ ช่วงเย็นสามารถไปต่อที่ Ruifeng Night Market ตลาดกลางคืนยอดนิยมของคนท้องถิ่น เมนูแนะนำคือสเต็กกระทะร้อนและนมมะละกอเจ้าดัง

The post ปักหมุด 6 วัดไต้หวัน เหนือจรดใต้ ‘ขอเงิน งาน ความรัก’ ครบจบในทริปเดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ถ้าคุณรักใคร คุณไม่จำเป็นต้องพูดออกมาหรอก” IU พูดถึงมุมมองเรื่องความรัก https://thestandard.co/iu-love-views-lee-jong-suk/ Tue, 28 Apr 2026 01:28:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1201738 ภาพ IU ศิลปินและนักแสดงสาวชาวเกาหลีใต้ ขณะให้สัมภาษณ์และพูดถึงมุมมองเรื่องความรัก

IU เผยมุมมองเรื่องความรักซึ่งดึงดูดความสนใจของแฟนๆ และ […]

The post “ถ้าคุณรักใคร คุณไม่จำเป็นต้องพูดออกมาหรอก” IU พูดถึงมุมมองเรื่องความรัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ IU ศิลปินและนักแสดงสาวชาวเกาหลีใต้ ขณะให้สัมภาษณ์และพูดถึงมุมมองเรื่องความรัก

IU เผยมุมมองเรื่องความรักซึ่งดึงดูดความสนใจของแฟนๆ และ สื่อเป็นอย่างมาก เพราะนับเป็นเวลา 4 ปีแล้วที่เธอเปิดตัวคบหากับพระเอกคนดัง Lee Jong Suk อย่างเป็นทางการ

 

เมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา YouTube ช่องออฟฟิเชียลของ IU ได้เปิดตัวรายการ Mini Palette ตอนใหม่ที่ใช้ชื่อว่า ‘Perfect Crown’ Project Completion (With ‘Perfect Crown’ Team) โดยมีแขกรับเชิญเป็นทีมนักแสดงซีรีส์ Perfect Crown ที่กำลังออนแอร์อยู่ในขณะนี้ ทั้งพระเอกหนุ่ม Byeon Woo Seok, Yoo Subin และ Lee Yeon ซึ่งพวกเขาได้มีบทสนทนาที่สนุกสนานและร้องเพลงร่วมกันด้วย

 

ช่วงหนึ่งระหว่างพูดคุยกันอยู่นั้น Byeon Woo Seok ได้พูดถึงความท้าทายในการถ่ายทำกับ Yoo Subin ที่เป็นไปอย่างไม่ราบรื่นเท่าที่ควร แม้ว่าเบื้องหลังทั้งสองจะมีความสนิทสนมกันแล้วก็ตาม โดยเขาอธิบายว่า บางครั้งความผูกพันทางอารมณ์ในชีวิตจริงของคนสองคนนั้นอาจทำให้การเข้าฉากแสดงด้วยกันมีความยากมากขึ้น ตอนนั้นเองที่ IU แสดงความคิดเห็นว่า

 

เมื่อคนเรารักใครสักคนแล้ว พวกเขาไม่จำเป็นต้องพูดมันออกมาเลย เพราะความรักจะปรากฏออกมาให้เห็นโดยธรรมชาติในระดับที่ลึกซึ้งเอง

 

อย่างไรก็ตาม Byeon Woo Seok มีมุมมองที่แตกต่าง โดยเขาเผยว่า การแสดงอารมณ์และความรู้สึกออกมาก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน และผู้คนก็ไม่ควรลังเลที่จะแสดงออกว่าพวกเขารู้สึกอย่างไรด้วย

 

ภาพ: dlwlrma / Instagram
อ้างอิง: https://www.allkpop.com/article/2026/04/iu-4-years-into-her-public-romance-with-lee-jong-suk-says-if-youre-in-love-you-dont-have-to-say-it

The post “ถ้าคุณรักใคร คุณไม่จำเป็นต้องพูดออกมาหรอก” IU พูดถึงมุมมองเรื่องความรัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Zendaya เผยโมเมนต์ที่ทำให้เธอรู้ว่า Tom Holland คือ ‘คนที่ใช่’ https://thestandard.co/zendaya-tom-holland-moment/ Sat, 11 Apr 2026 11:43:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1197212 Zendaya และ Tom Holland คู่รักนักแสดงชื่อดัง

Zendaya เปิดเผยเบื้องหลังเรื่องราวความรักของเธอกับ Tom […]

The post Zendaya เผยโมเมนต์ที่ทำให้เธอรู้ว่า Tom Holland คือ ‘คนที่ใช่’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Zendaya และ Tom Holland คู่รักนักแสดงชื่อดัง

Zendaya เปิดเผยเบื้องหลังเรื่องราวความรักของเธอกับ Tom Holland หลังจากที่มีข่าวออกมาว่าทั้งสองเข้าพิธีวิวาห์กันเป็นที่เรียบร้อยโดยหลบเลี่ยงสื่อได้สำเร็จ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ทำให้ Zendaya รู้ว่า Tom Holland เป็น ‘คนของฉัน’ ก็คือการที่เธอรู้สึกถึงความสงบในจิตใจเมื่อมีเขาอยู่ใกล้ๆ

 

Zendaya เปิดใจผ่านรายการพอดแคสต์ Modern Love ระหว่างโปรโมตภาพยนตร์เรื่องใหม่อย่าง The Drama โดยเธอเล่าย้อนถึงโมเมนต์ที่ได้พบกับ Tom Holland เป็นครั้งแรก เมื่อทั้งสองพบกันตอนทดสอบหน้ากล้องสำหรับภาพยนตร์ Spider-Man: Home Coming ในปี 2017 ว่า

 

“ฉันรู้เลยว่านี่คือคนของฉัน เพราะฉันไม่รู้สึกประหม่าเมื่ออยู่ใกล้เขา ฉันรู้สึกถึงความสงบและผ่อนคลายมากจริงๆ จนกระทั่งฉันรู้สึกกังวลและประหม่าเมื่อไม่ได้อยู่กับเขามากกว่าตอนที่อยู่ด้วยกัน” อย่างไรก็ตามเมื่อทั้งสองได้พบกันในสถานการณ์ที่กำลังเข้าออดิชัน เธอจึงแอบมีความกังวลใจอยู่ดี

 

หลังจากนั้นทางพิธีกรจึงถามว่า Tom Holland ทำให้เธอรู้สึกจิตใจสงบอย่างไร ซึ่ง Zendaya ให้คำตอบว่า “แค่เป็นคนนิสัยดีและทำให้ฉันรู้สึกสบายใจ เพราะเมื่อเราต้องทดสอบเคมีและอ่านบทออดิชันสำหรับหนังฟอร์มใหญ่ขนาดนั้น บวกกับการที่ฉันก็อยากได้งานนั้นมาก กับความรู้สึกต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามา… ตอนนั้นเขาน่ารักมากเลย”

 

ก่อนหน้านี้แหล่งข่าวเผยผ่านสื่อ People ด้วยว่า ที่จริงแล้ว Zendaya และ Tom Holland แอบปิ๊งกันตั้งแต่ปี 2017 แต่ไม่เคยออกมาคอนเฟิร์มผ่านสื่อ จนกระทั่งพวกเขาเปิดตัวคบหากันอย่างจริงจังในปี 2021 เมื่อถูกปาปารัซซีถ่ายภาพโมเมนต์หวานชื่น หลังเวลาผ่านไปไม่กี่ปี Zendaya ก็ปรากฏตัวพร้อมกับแหวนเพชรที่นิ้วนางข้างซ้ายในเดือนมกราคมปี 2025 ก่อนที่ล่าสุดในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สไตลิสต์คู่ใจของเธออย่าง Law Roach จะออกมาเผยว่าทั้งสองเข้าพิธีวิวาห์กันไปแล้ว

 

ภาพ: XNY/Star Max/GC Images

 

อ้างอิง https://people.com/zendaya-reveals-the-moment-she-knew-tom-holland-was-my-person-he-makes-me-feel-really-calm-11940505

The post Zendaya เผยโมเมนต์ที่ทำให้เธอรู้ว่า Tom Holland คือ ‘คนที่ใช่’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Drained: รักไปไม่รอด ไม่ใช่เพราะไม่รัก แต่เพราะอยู่ด้วยกันแล้วเหนื่อย https://thestandard.co/life/drained-love-emotional-exhaustion/ Tue, 07 Apr 2026 05:57:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1195454 ภาพสื่อถึงความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ในความสัมพันธ์ ที่คู่รักยังรักกันแต่อยู่ด้วยกันแล้วเหนื่อย

ความรักในช่วงเริ่มต้นมักเต็มไปด้วยความพยายามที่ดูสวยงาม […]

The post Drained: รักไปไม่รอด ไม่ใช่เพราะไม่รัก แต่เพราะอยู่ด้วยกันแล้วเหนื่อย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพสื่อถึงความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ในความสัมพันธ์ ที่คู่รักยังรักกันแต่อยู่ด้วยกันแล้วเหนื่อย

ความรักในช่วงเริ่มต้นมักเต็มไปด้วยความพยายามที่ดูสวยงาม เราอยากเข้าใจอีกฝ่าย อยากปรับตัว อยากทำให้มันไปต่อได้ดี ตอนแรกเริ่มอะไรๆ ก็ดูน่ารัก น่าสนุก และเราก็ยินดีที่จะปรับเข้าหากันเสมอ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความพยายามแบบเดียวกันนั้นอาจเริ่มเปลี่ยนรูป จาก ‘ความตั้งใจ’ กลายเป็น ‘ความฝืน’ โดยที่เราไม่ทันสังเกต และความรู้สึกเหล่านั้นแหละที่ค่อยๆ บั่นทอนความสุขของคนสองคนให้ห่างไกลออกจากกันเรื่อยๆ

 

การที่ความรักไปต่อไม่ไหว พบว่าหลายคู่ไม่ได้มีเหตุการณ์ใหญ่โต บางคู่ไม่มีการนอกใจ ไม่มีคำพูดรุนแรง แต่เต็ มไปด้วยความไม่สบายใจเล็กๆ ที่สะสมทุกวัน เช่น ต้องทนกับนิสัยเคยชินของอีกฝ่ายซ้ำๆ แบบไม่มีการแก้ไข ต้องคิดก่อนพูด ต้องเก็บบางความรู้สึกไว้ ต้องพยายามเป็นคนที่อีกฝ่ายสบายใจ แม้จะไม่ใช่ตัวเองทั้งหมด สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ดูเป็นปัญหาในวันเดียว แต่เมื่อมันเกิดขึ้นซ้ำๆ มันค่อยๆ ทำให้ใจล้าโดยไม่รู้ตัว

 

นักจิตวิทยาเรียกว่า Emotional Exhaustion หรือความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ เป็นหนึ่งในสัญญาณสำคัญที่บอกว่าความสัมพันธ์กำลังไม่สมดุล เราอาจยังรักเขาอยู่ แต่ในขณะเดียวกันก็เริ่มรู้สึกว่า การอยู่ตรงนี้ต้องใช้พลังงานมากเกินไป มากจนบางวันแค่จะคุยกันธรรมดายังรู้สึกเหนื่อย

 

ความเหนื่อยในความรักไม่ใช่เรื่องผิด และไม่ได้แปลว่าใครคนหนึ่งเป็นคนไม่ดีเสมอไป บางครั้งมันคือความไม่เข้ากันในจังหวะชีวิต วิธีคิด หรือวิธีแสดงความรัก เราอาจต้องการความสบายใจ ในขณะที่อีกฝ่ายแสดงความรักในแบบที่ทำให้เราต้องพยายามมากกว่าที่ควรจะเป็น เราอาจอยากสื่อสารตรงๆ แต่อีกฝ่ายเลือกเงียบ ความต่างเหล่านี้ไม่ได้ผิด แต่ถ้ามันทำให้เราต้องปรับตัวจนหลงลืมตัวเอง นั่นคือจุดที่ความรักเริ่มกลายเป็นภาระ

 

หลายคนกำลังรู้สึกว่าเรายังรักกันอยู่ แต่ไปต่อแบบนี้ไม่ไหว เพราะมันไม่มีตัวร้าย ไม่มีเหตุผลที่ชัดเจนพอให้ตัดใจ มีแค่ความรู้สึกบางๆ ที่บอกว่า ถ้ายังอยู่ต่อ เราอาจจะค่อยๆ สูญเสียความเป็นตัวเองที่เคยมีชีวิตชีวาและสดใสไปทีละนิด หากพยายามเต็มที่แล้วแต่ไม่เวิร์ก ลองเดินออกมา นี่คือการซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองมากที่สุด เลือกที่จะไม่ฝืน ไม่ยื้อ และไม่ทำให้ความรักกลายเป็นสิ่งที่ทำร้ายกันโดยไม่ตั้งใจ

 

ลองคิดดูว่าการจบความสัมพันธ์ที่ยังมีความรักอยู่อาจไม่ได้แย่เสมอไป โอเคมันอาจจะเจ็บปวด แต่อย่างน้อยมันคือการรักษาความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีต่อกันไว้ในรูปแบบที่ไม่ทำร้ายกันมากไปกว่านี้ และในวันที่เราย้อนกลับมามอง เราอาจจะเข้าใจว่า ความรักที่ดี คือความรักที่ทำให้เราหายใจได้ลึกขึ้น รู้สึกเป็นตัวเองได้มากขึ้น และไม่ต้องใช้แรงทั้งหมดที่มี แค่เพื่อจะอยู่ในความสัมพันธ์นั้นต่อไป

 

The post Drained: รักไปไม่รอด ไม่ใช่เพราะไม่รัก แต่เพราะอยู่ด้วยกันแล้วเหนื่อย appeared first on THE STANDARD.

]]>
พฤติกรรมที่อาจแปลว่าเขาบอกรัก แม้ไม่มีคำว่า “รัก” https://thestandard.co/life/love-without-words/ Thu, 19 Mar 2026 06:09:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1189123 ภาพคู่รักแสดงความรักผ่านการกระทำในชีวิตประจำวัน

การได้รับความรักจากใครสักคน บางทีก็ไม่ได้วัดจากคำพูดที่ […]

The post พฤติกรรมที่อาจแปลว่าเขาบอกรัก แม้ไม่มีคำว่า “รัก” appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพคู่รักแสดงความรักผ่านการกระทำในชีวิตประจำวัน

การได้รับความรักจากใครสักคน บางทีก็ไม่ได้วัดจากคำพูดที่ฟังดูสวยงาม แต่อาจวัดได้จากการกระทำเล็กๆ ที่เกิดขึ้นทุกวัน แฟนบางคนอาจไม่ถนัดพูดประโยคโรแมนติก แต่เลือกแสดงความรู้สึกผ่านสิ่งที่ทำให้เราแทน เพราะการกระทำที่สม่ำเสมอในชีวิตคือหนึ่งในภาษาความรักที่ชัดที่สุด เพราะมันสะท้อนว่าใครสักคนให้ความสำคัญกับเราในโลกจริง ไม่ใช่แค่ในคำพูด ต่อไปนี้คือสัญญาณเล็กๆ ที่บอกว่าเรามีความหมายสำหรับใครบางคนมากกว่าที่คิด

 

1. เขาชวนคุณออกกำลังกาย

 

การที่เขาชวนเราไปทำกิจกรรมดีๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจ เช่น ชวนไปเดินเล่นตอนเย็น หรือชวนไปวิ่ง บางครั้งก็ส่งคลิปหรือบทความสุขภาพมาให้คุณดูเป็นระยะ สิ่งเหล่านี้คือการบอกว่าเขาอยากเห็นเรามีสุขภาพที่ดีในระยะยาว การดูแลสุขภาพร่วมกันจึงไม่ใช่แค่กิจกรรมธรรมดา แต่คือการเดินไปในทิศทางเดียวกันของชีวิต มันไม่ต่างจากการบอกว่า “เพราะฉันรักเธอ อยากอยู่กับเธอไปนานๆ เธอต้องแข็งแรงนะ ฉันก็จะแข็งแรงมีสุขภาพดีไปพร้อมๆ กับเธอ”​ รู้ไหมว่ารายละเอียดเล็กๆ ในชีวิตประจำวันแบบนี้แหละที่ทำให้ความสัมพันธ์ของคนสองคนแข็งแรงขึ้น

 

2. เขาบ่น เมื่อคุณกินของไม่มีประโยชน์

 

เวลาที่คุณกินของไม่มีประโยชน์ นอนดึก หรือทำงานหนักเกินไป แล้วมีเสียงหนึ่งบอกว่า “กินผักบ้างสิ” หรือ “ดึกแล้วยังจะทำงานอีก พักบ้างเถอะ” สิ่งนั้นอาจฟังดูเหมือนการดุ แต่แท้จริงแล้วคือความห่วงใยในรูปแบบหนึ่ง ในหนังสือ The Course of Love มีประโยคหนึ่งที่บอกว่า “Care is rarely glamorous. It often appears in ordinary concern.” ความใส่ใจในชีวิตจริงมักมาในรูปแบบธรรมดา ไม่ได้ดูโรแมนติกเสมอไป การที่เขาบ่นคุณ ก็เพราะรักและเป็นห่วงคุณนั่นแหละ

 

3. เขาช่วยล้างจาน หรือช่วยงานบ้านโดยไม่ต้องขอ

 

ปัญหาโลกแตกที่มักเป็นกันหลายคู่คือ ทะเลาะกันเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น “ทำไมเธอไม่ช่วยฉันทำงานบ้านหรือล้างจานเลย” ไม่ต้องล้างทั้งกองก็ได้นะ ล้างแค่ที่ตัวเองใช้ใส่อาหารกินก็พอใจแล้ว ซึ่งการช่วยกันจัดการเรื่องเล็กๆ ในบ้านก็เป็นอีกหนึ่งภาษาที่บ่งบอกความรู้สึกได้ มันคือการแสดงออกว่า “ฉันรู้ว่าเหนื่อยกับงานบ้านพวกนี้ ฉันจะช่วยแบ่งเบางานของเธอเองนะ” ไม่ใช่ปล่อยให้ใครคนหนึ่งต้องแบกทุกอย่างไว้คนเดียว มันดีกว่าการที่แฟนคุณเดินมาโอบกอดคุณด้านหลังเหมือนในซีรีส์แล้วบอกว่า “เธอล้างจานเก่งจังที่รัก” แล้วเขาก็กลับไปนอนเหยียดบนโซฟาเพื่อดูบอลต่อ ซึ่งมีงานวิจัยของ Harvard Study of Adult Development ซึ่งติดตามชีวิตคู่ยาวนานกว่า 80 ปี พบว่าความสัมพันธ์ที่ยืนยาวมักเกิดจากการดูแลกันในเรื่องเล็กๆ ของชีวิตประจำวันอย่างสม่ำเสมอ

 

4. เขาจำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของคุณได้

 

บางทีแค่เขาจำได้ว่า “คุณไม่ชอบกินอะไร หรือคุณแพ้อาหารอะไร” แค่นี้ก็โรแมนติกแล้วนะ เพราะมีหลายคู่รักที่แม้จะคบกันมานานหลายปี แต่กลับจดจำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของอีกฝ่ายไม่ได้เลย บางทีการที่เขาจำได้ว่าคุณชอบขนมร้านไหน สั่งกาแฟแบบไหน หรือเพลงอะไรที่คุณชอบเปิดฟังตอนขับรถไปทำงาน แล้ววันหนึ่งทำสิ่งเหล่านั้นให้คุณด้วยตัวเอง มันเป็นอะไรที่แสดงออกถึงความรักความใส่ใจ มันแสนเรียบง่ายและอบอุ่นสุดๆ เหมือนที่ประโยคหนึ่งบอกเอาไว้ว่า “People Will Forget What You Said, But They Will Never Forget How You Made Them Feel.”
รายละเอียดเล็กๆ ที่ถูกจดจำ มักทำให้ใครสักคนรู้สึกมีคุณค่าอย่างลึกซึ้ง

 

5. ถามคำถามธรรมดา แต่ทำให้อบอุ่นหัวใจ

 

“วันนี้เหนื่อยไหม”
“กินข้าวหรือยัง”
“พักผ่อนบ้างนะ”​
คำถามเหล่านี้อาจดูเรียบง่ายจนแทบจะเป็นประโยคอัตโนมัติในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อมันเกิดขึ้นซ้ำๆ อย่างสม่ำเสมอ มันกำลังบอกบางอย่างที่ลึกกว่านั้นว่า เขายังนึกถึงคุณอยู่ในระหว่างวัน มันคือการส่งสัญญาณว่าคุณสำคัญพอให้เขาอยากรู้ว่าโลกของคุณเป็นอย่างไร ไม่ใช่แค่ในวันที่ดี แต่รวมถึงวันที่คุณเหนื่อยหรือไม่โอเคด้วย

 

6. เขามีคุณอยู่ในแผนชีวิตเสมอ

 

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กอย่างเลือกดูหนังเรื่องอะไร ไปกินร้านไหนในวันหยุด หรือเรื่องใหญ่ขึ้นอย่างการวางแผนทริป การตัดสินใจบางอย่างในชีวิต ถ้าเขามักจะหันมาถามคุณเสมอ นั่นหมายความว่าคุณไม่ได้เป็นแค่คนที่ “อยู่ด้วย” แต่เป็นคนที่ “อยู่ในความคิด” ของเขา การมีคุณอยู่ในทุกแผน ไม่ได้แปลว่าเขาต้องพึ่งพาคุณตลอดเวลา แต่คือการที่เขาอยากให้คุณเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ชีวิต นักจิตวิทยา Esther Perel เคยพูดไว้ว่า ความใกล้ชิดไม่ได้เกิดขึ้นจากคำพูดเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการ
“เลือกกันและกันซ้ำๆ ในรายละเอียดของชีวิต” และการที่เขายังคงเลือกให้คุณอยู่ในสมการนั้นเสมอ ก็คือหนึ่งในการกระทำที่ชัดเจนที่สุด โดยไม่ต้องพูดอะไรเพิ่มเติมเลย

 

7. ในวันที่คุณไม่โอเค เขายังอยู่ตรงนั้นเพื่อคุณเสมอ

 

บางครั้งคุณอาจไม่ได้ต้องการคำแนะนำ ไม่ต้องการคำปลอบใจ แค่อยากมีใครสักคนนั่งอยู่ข้างๆ อย่างเงียบๆ การไม่หายไปไหนในวันที่เรายากลำบาก คือการกระทำที่มีความหมายที่สุดก็เป็นอีกวิธีหนึ่งของความรัก อย่าลืมว่าความสัมพันธ์ที่ดีอาจไม่ได้เต็มไปด้วยคำพูดที่โรแมนติก แต่เต็มไปด้วยการกระทำเล็กๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ทุกวัน และบางทีสิ่งเหล่านั้นก็กำลังบอกทุกอย่างอยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องพูดคำว่ารักออกมาเลยแม้แต่คำเดียว

The post พฤติกรรมที่อาจแปลว่าเขาบอกรัก แม้ไม่มีคำว่า “รัก” appeared first on THE STANDARD.

]]>
เฮอร์ชีย์ ฉลองวันสตรีสากลด้วยไอเดียใจฟูชูแคมเปญ ‘Love for Every Bar’ ให้เฮอร์ชีส์แทนความในใจ [Advertorial] https://thestandard.co/life/hersheys-love-every-bar/ Fri, 06 Mar 2026 07:00:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1184891 ภาพช็อกโกแลตแท่งเฮอร์ชีย์รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันพร้อมสัญลักษณ์แคมเปญ ‘Love for Every Bar’ ที่เกี่ยวข้องกับวันสตรีสากลและการใช้เทคโนโลยี AI/AR

‘ช็อกโกแลต’ เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์มนุษย์มานับพัน […]

The post เฮอร์ชีย์ ฉลองวันสตรีสากลด้วยไอเดียใจฟูชูแคมเปญ ‘Love for Every Bar’ ให้เฮอร์ชีส์แทนความในใจ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพช็อกโกแลตแท่งเฮอร์ชีย์รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันพร้อมสัญลักษณ์แคมเปญ ‘Love for Every Bar’ ที่เกี่ยวข้องกับวันสตรีสากลและการใช้เทคโนโลยี AI/AR

‘ช็อกโกแลต’ เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์มนุษย์มานับพันปี ตั้งแต่อารยธรรมโบราณ จากของขวัญแต่งงานของราชวงษ์ในฐานะสัญลักษณ์ของความหรูหรา ความมั่งคั่ง และอำนาจ สู่สัญลักษณ์ของความรัก ความเคารพ ความใกล้ชิด และคำขอบคุณของผู้คนทั่วโลก

 

ที่ญี่ปุ่น การให้ช็อกโกแลตเพื่อแสดงความเคารพและขอบคุณถือเป็นที่ปฎิบัติกันเป็นวัฒนธรรม ที่เริ่มทำกันมาตั้งแต่ยุค 1980 เรียกว่า กิริช็อกโก (Giri-choco) หรือช็อกโกแลตแห่งพันธะหน้าที่ ซึ่งผู้หญิงจะมอบให้ผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน รุ่นพี่ รุ่นน้อง หัวหน้า เพื่อนที่โรงเรียน แม้แต่ลูกค้า ในทางกลับกันถ้าผู้ชายเป็นฝ่ายมอบให้ผู้หญิงจะเรียกว่า เกียะคุช็อกโก (Gyaku-choco) เพื่อแสดงความขอบคุณสำหรับการดูแลและให้ความเคารพในความสัมพันธ์ทางธุรกิจ

 

และยังมีธรรมเนียมการให้ช็อกโกแลตแทนการบอกรักในรูปแบบอื่นๆ ด้วย เช่น โทะโมช็อกโก (Tomo -choco) ช็อกโกแลตที่มอบให้กันระหว่างเพื่อนกับเพื่อน หรือ จิบุนช็อกโก (Jibun choco) ช็อกโกแลตให้เพื่อขอบคุณตัวเอง

 

ภาพช็อกโกแลตแท่งเฮอร์ชีย์รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันพร้อมสัญลักษณ์แคมเปญ ‘Love for Every Bar’ ที่เกี่ยวข้องกับวันสตรีสากลและการใช้เทคโนโลยี AI/AR 1

 

ส่งความรักที่จริงใจให้ทุกคน ได้ทุกวัน

 

ถึงแม้ประเทศไทยจะไม่มีธรรมเนียมปฏิบัติเช่นนั้น แต่มีแบรนด์หนึ่งที่สามารถผูกโยงการเฉลิมฉลองและการยกย่องผู้หญิงกับการมอบ ‘ช็อกโกแลต’ ได้อย่างน่าทึ่ง นั่นก็คือ Hershey’s (เฮอร์ชีส์)

 

นับตั้งแต่ปี 2566 ที่เฮอร์ชีย์คิกออฟแคมเปญ ‘HerShe’ ในประเทศไทย และอีก 3 ประเทศในอาเซียน ได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ เพื่อยกย่องและชื่นชมผู้หญิงที่สร้างแรงบันดาลใจจากทุกสาขาอาชีพ ผ่านการเปิดตัวช็อกโกแลตบาร์อันเป็นอัตลักษณ์ของเฮอร์ชีส์ในแพ็กเกจลิมิเต็ดเอดิชัน เพื่อเป็นตัวแทนสัญลักษณ์ของการให้เกียรติและแสดงความรู้สึกขอบคุณต่อสตรีทั้งหลายที่สร้างแรงบันดาลใจ และมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน

 

จนถึงวันนี้ เฮอร์ชีย์ ยังคงทำหน้าที่สร้างแรงบันดาลใจที่ทรงพลังและเติมพลังบวกให้กับสังคมและชุมชนได้เป็นอย่างดีเสมอมา ตามความตั้งใจของแบรนด์ที่ต้องการเดินหน้าสนับสนุนแคมเปญ HerShe เนื่องใน ‘วันสตรีสากล’ (International Women’s Day) ที่เกิดขึ้นในวันที่ 8 มีนาคมของทุกปี

 

เริ่มจากการสร้างแรงบันดาลใจผ่านเรื่องราวของเหล่าชีโร่ ผู้หญิงธรรมดาที่ทำสิ่งไม่ธรรมดาให้สังคมและเป็นพลังใจให้คนอีกมากมาย ด้วยการเชิดชูชีโร่ 4 ท่าน จาก 4 ประเทศ ตีแผ่เรื่องราวของชีโร่ผ่านแพ็คเกจลิมิเต็ดเอดิชันในแคมเปญปี 2566

 

ตอกย้ำพลังความดีที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนของเหล่าชีโร่ พร้อมปลุกพลังการเฉลิมฉลองให้กับชีโร่ทั้งในตัวเรา และชีโร่ที่อยู่รอบตัวเราอีกครั้งในแคมเปญปี 2567 สนับสนุนและชื่นชมเหล่าชีโร่จาก 4 ประเทศในอาเซียน ด้วยแพ็กเกจลิมิเต็ดเอดิชันอีกครั้ง

 

ก่อนที่จะขยายพลังใจไปยังผู้หญิงทุกคนภายใต้ธีม ‘Celebrate HerShe’ ชื่นชมเธอผู้เป็นแรงบันดาลใจ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบุคคลมีชื่อเสียง เซเลบ หรือคนดัง แต่พวกเธอคือคนรอบตัวเรา ซึ่งความรัก ความเมตตา และการสนับสนุนที่เธอมอบให้นั้น ควรค่าแก่การได้รับคำชื่นชม ในแคมเปญปี 2568

 

ปี 2569 เฮอร์ชีย์ ประเทศไทย ต่อยอดความสำเร็จ ‘Celebrate #HerSHE’ และ ‘She Inspires’ แคมเปญเนื่องใน ‘วันสตรีสากล’ ที่เคยได้รับรางวัลในระดับนานาชาติ ผ่านแคมเปญล่าสุด ‘Love for Every Bar’ ชวนทุกคนส่งต่อความรัก แรงบันดาลใจ และพลังบวกให้กับผู้หญิงและคนสำคัญรอบตัวในวันสตรีสากล และในทุกๆวัน

 

แต่บางครั้งการพูดความรู้สึกที่อยู่ในใจอาจไม่ใช่เรื่องง่าย เฮอร์ชีส์ จึงยกระดับ Hershey’s Limited Edition พลิกโฉมช็อกโกแลตแท่งคลาสสิคให้กลายเป็นผืนผ้าแคนวาสดิจิทัล นำเทคโนโลยีอินเทอร์แอคทีฟที่ช่วยเปลี่ยนถ้อยคำแห่งกำลังใจให้กลายเป็นข้อความเฉพาะบุคคลที่มีความหมาย เพื่อส่งต่อให้คนที่คุณรัก และเก็บไว้เป็นความทรงจำตลอดไป

 

ภาพช็อกโกแลตแท่งเฮอร์ชีย์รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันพร้อมสัญลักษณ์แคมเปญ ‘Love for Every Bar’ ที่เกี่ยวข้องกับวันสตรีสากลและการใช้เทคโนโลยี AI/AR 2

 

‘Say It Your Way with Hershey’s’ ให้เฮอร์ชีส์แทนความในใจ

 

แคมเปญ ‘Love for Every Bar’ สะท้อนแนวคิดการให้ของขวัญในยุคใหม่ ที่ผสานความสุขจากช็อกโกแลตเข้ากับพลังของเทคโนโลยีดิจิทัล เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้บอกเล่าเรื่องราวของผู้หญิงที่มีความหมายในชีวิต ผ่านถ้อยคำที่จริงใจและเป็นตัวของตัวเอง เฮอร์ชีส์ขอชวนทุกคนถ่ายทอด ‘ความหวานจากใจ’ ในแบบของตัวเอง เพราะพลังของคำพูดที่จริงใจ สามารถอยู่ในความทรงจำได้นานกว่าความหวานของช็อกโกแลต

 

เพียงสแกน QR Code บนแพ็กเกจรุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน เพื่อเข้าไปที่แพลตฟอร์ม https://celebratehershe.com/th แล้วไปสนุกกับ 2 ฟีเจอร์สุดล้ำที่ออกแบบมาเพื่อส่งต่อความรู้สึกดีๆ ได้แก่

 

  • เปลี่ยนรูปถ่ายเป็นการ์ดการ์ตูนสุดคิวท์ด้วย AI: อัปโหลดรูปตัวเองแล้วให้ AI แปลงโฉมเป็นคาแรกเตอร์การ์ตูนน่ารักๆ พร้อมใส่ข้อความส่วนตัวให้ตัวการ์ตูนพูดแทนใจ แล้วสามารถมอบเฮอร์ชีส์รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น เพื่อสแกน QR code เปิดดูการ์ดสุดจริงใจ จะดาวน์โหลดเก็บไว้เป็นที่ระลึกก็ได้
  • เซอร์ไพรส์ด้วยข้อความ AR สุดว้าว: เติมความหวานด้วยเทคโนโลยี Augmented Reality (AR) แค่เลือกข้อความโดนใจ แล้วให้ผู้รับสแกน Hershey’s Limited Edition ความพิเศษก็จะปรากฏขึ้นมาแบบเสมือนจริง บอกเลยว่าโมเมนต์นี้ประทับใจจนต้องกดแชร์

 

ความรู้สึกดีๆ ส่งต่อได้ไม่สิ้นสุด

 

สำหรับแฟนๆ เฮอร์ชีย์ เตรียมปักหมุดฉลองวันสตรีสากล 8 มีนาคมนี้ ชวนทุกคนมาสร้างโมเมนต์สุดพิเศษที่ Siam Square One รับ Hershey Limited Edition และของรางวัลอีกมากมายในงาน! พร้อมสัมผัสประสบการณ์สุดล้ำกับการสร้าง AI Cartoon Character ในแบบของคุณเอง

 

ไฮไลต์ที่ห้ามพลาด เพราะคาแรกเตอร์และข้อความที่คุณสร้าง จะไปปรากฏบนจอยักษ์ใจกลางสยามสแควร์ เป็นการเชื่อมต่อโลกจริงและโลกดิจิทัลที่น่าจดจำ

 

นอกจากกิจกรรมออฟไลน์ Hershey Thailand ยังชวนร่วมสนุกผ่านกิจกรรม Lucky Draw บน Facebook และ Instagram ไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2569 เพียงซื้อช็อกโกแลตเฮอร์ชีส์ หรือแชร์ E-Card ที่คุณสร้าง ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากเฮอร์ชีส์

 

ติดตามรายละเอียดการร่วมกิจกรรมและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ทาง ผ่าน https://www.facebook.com/HersheysThailand และ https://www.instagram.com/hersheysth/

 

อ้างอิง:

The post เฮอร์ชีย์ ฉลองวันสตรีสากลด้วยไอเดียใจฟูชูแคมเปญ ‘Love for Every Bar’ ให้เฮอร์ชีส์แทนความในใจ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
รักครูเท่าโลกเลย เพิร์ธ-แซนต้า กับบทเรียนความรักครั้งใหม่ เปิดเทอม 14 มี.ค. นี้ https://thestandard.co/perth-santa-love-teacher-series/ Mon, 02 Mar 2026 10:01:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1183531 เพิร์ธ ธนพนธ์ และ แซนต้า พงศภัค สองนักแสดงนำจากซีรีส์ รักครูเท่าโลกเลย ของ GMMTV

‘โรงเรียนของเราน่าอยู่ คุณครูใจดีทุกคน?’   เสียงกร […]

The post รักครูเท่าโลกเลย เพิร์ธ-แซนต้า กับบทเรียนความรักครั้งใหม่ เปิดเทอม 14 มี.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพิร์ธ ธนพนธ์ และ แซนต้า พงศภัค สองนักแสดงนำจากซีรีส์ รักครูเท่าโลกเลย ของ GMMTV

‘โรงเรียนของเราน่าอยู่ คุณครูใจดีทุกคน?’

 

เสียงกริ่งดังแล้ว! เตรียมรับมือกับความป่วนกันได้เลยใน รักครูเท่าโลกเลย Love you teacher นำแสดงโดย เพิร์ธ-ธนพนธ์ สุขุมพันธนาสาร, แซนต้า-พงศภัค อุดมโภชน์, แซมมี่-ซาแมนท่า เมลานี่ โค้ทส์ และ เค เลิศสิทธิชัย กำกับซีรีส์โดย โดม-จารุพัฒน์ กันนุลา

 

‘ความรัก คือ การเรียนรู้’

 

ประโยคที่เรามักจะได้ยินกันบ่อยครั้ง แต่ใครจะคิดว่าเราต้องเรียนรู้กันทุกวันขนาดนี้ ซึ่งแน่นอนว่าธีมของเรื่องถูกล้อไปกับประโยคนี้

 

รักครูเท่าโลกเลย เป็นเรื่องราวความรักของ ‘พบเมฆ’ ชายหนุ่มผู้ซึ่งไม่รักเด็ก แต่ต้องมาเป็นครู และ ‘โซลาร์’ ครูหนุ่มที่สมองกลายเป็นเด็ก

 

ชีวิตของพวกเขาจะเป็นอย่างไร เมื่อโซลาร์ประสบอุบัติเหตุจนทำให้สมองรีเซ็ตกลับไปเป็นเด็ก 7 ขวบ ในร่างผู้ใหญ่แบบวันเว้นวัน บทเรียนที่พวกเขาต้องเรียนรู้จะไม่ธรรมดาอีกต่อไป ภายใต้โรงเรียนสุดหรรษาแห่งนี้ ซ่อนเรื่องราวไว้มากมาย ทั้งปมตัวละคร ปมความรัก มิตรภาพ และครอบครัว แต่ไม่ว่าบทเรียนครั้งนี้จะหนักหนาแค่ไหน ขอให้ทุกคนพบความรักที่ดีเหมือนพบเมฆกับโซลาร์

 

โรงเรียนเปิดแล้ว เตรียมรับมือกับคุณครูสุดป่วนและแก๊งนักเรียนตัวแสบกันได้เลยใน รักครูเท่าโลกเลย Love you teacher ทุกวันเสาร์ เวลา 20:30 น. ทางช่อง GMM25 ดูย้อนหลังทางแอป oneD เริ่มตอนแรก 14 มีนาคมนี้

The post รักครูเท่าโลกเลย เพิร์ธ-แซนต้า กับบทเรียนความรักครั้งใหม่ เปิดเทอม 14 มี.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ความสัมพันธ์ของเรา แค่ Burnout หรือหมดรักกันแน่? https://thestandard.co/life/relationship-burnout-love-dilemma/ Wed, 25 Feb 2026 01:04:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1181458 ภาพคู่รักนั่งห่างกัน ดูเหม่อลอย สะท้อนความเหนื่อยล้าในความสัมพันธ์

มีความรู้สึกแบบหนึ่งที่พูดยากมาก คือการที่เรายังรักใครบ […]

The post ความสัมพันธ์ของเรา แค่ Burnout หรือหมดรักกันแน่? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพคู่รักนั่งห่างกัน ดูเหม่อลอย สะท้อนความเหนื่อยล้าในความสัมพันธ์

มีความรู้สึกแบบหนึ่งที่พูดยากมาก คือการที่เรายังรักใครบางคน ยังอยู่ในความสัมพันธ์เดิม ยังไม่ได้อยากจากไปไหน แต่ข้างในกลับเงียบลงอย่างน่าประหลาด ไม่ใช่เพราะเลิกรัก ไม่ใช่เพราะมีคนใหม่ และไม่ใช่เพราะเกิดเหตุการณ์ใหญ่โตอะไร เพียงแค่เหนื่อย เหนื่อยแบบที่ไม่รู้จะอธิบายกับใครยังไงดี? นักจิตวิทยาเรียกสภาวะนี้ว่า Relationship Burnout คือภาวะที่คนยังรัก แต่รักในโหมดที่พลังงานลดลงเรื่อยๆ จนความรู้สึกเริ่มจางลงกว่าที่เคยเป็น

 

สาเหตุเกิดจากการพยายามและการปรับตัวที่สะสมมานาน Burnout ในความรักจึงไม่จำเป็นต้องมาพร้อมการทะเลาะใหญ่โต แต่มักมาในรูปของความเฉย ความเงียบ และความรู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่ในความสัมพันธ์มากกว่ามีชีวิตอยู่ในนั้น สัญญาณอันตรายของสถานการณ์แบบนี้มักจะสังเกตยาก บางคนอาจต้องการพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น แม้การใช้เวลาอยู่ด้วยกันไม่รู้สึกแย่ แต่ก็ไม่เติมเต็มเหมือนเดิม บางคนหมดแรงจะวางแผนอนาคต หรือไม่มีพลังแม้แต่จะอธิบายความไม่สบายใจ สิ่งที่ทำให้เจ็บคือ เรายังห่วง ยังแคร์ แต่ก็ไม่รู้จะเอาพลังงานจากไหนมาซ่อมแซมหรือพัฒนาความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น

 

คำถามสำคัญคือ Burnout หรือหมดรักกันแน่?

 

Burnout มักมาพร้อมความรู้สึกว่าถ้าได้พัก ได้รับการเข้าใจ หรือได้เติมพลัง ความรู้สึกบางอย่างอาจกลับมาได้ ขณะที่ความรักที่จบแล้วมักให้ความรู้สึกว่างเปล่าแบบถาวร ไม่ว่าพยายามพักหรือซ่อมยังไงก็ไม่รู้สึกเหมือนเดิม การดูแลใจในช่วงนี้อาจเริ่มจากการยอมรับความรู้สึกของตัวเองโดยไม่ตัดสินให้ได้ก่อนนะ เพราะอาการ Burnout ที่เกิดกับความรักเป็นสัญญาณว่าข้างในใจของเราต้องการพัก การมีพื้นที่ของตัวเองมากขึ้นอาจช่วยให้ความสัมพันธ์ค่อยๆ กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และหากรู้สึกว่าสองคนยังหาทางออกไม่เจอ การคุยกับผู้เชี่ยวชาญก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ได้ อย่ามองว่านี่คือความรักที่ล้มเหลว ลองมองในมุมบวกว่ามันแค่เตือนว่าคนเราล้วนมีขีดจำกัด และบางช่วงของการเดินทาง ก็ต้องการการดูแลที่ลึกกว่าแค่การอยู่ด้วยกัน การที่เรายังตั้งคำถามและยังอยากเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง นั่นเองคือหลักฐานเงียบๆ ว่าข้างในเรายังมีบางอย่างที่อยากรักษาไว้ และยังไม่อยากปล่อยมือจากกันถาวร ใครเคยติดอยู่ในสภาวะที่ ‘ยังรักแต่เหนื่อย’ แบบนี้บ้าง? ลองคอมเมนต์แชร์วิธีฮีลใจของตัวเองกันได้นะ

The post ความสัมพันธ์ของเรา แค่ Burnout หรือหมดรักกันแน่? appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมสุขภาพจิต ชู ‘วาเลนไทน์’ วาระแห่งการดูแลใจ แนะรักตัวเอง-รักให้เป็น เกราะป้องกันซึมเศร้า https://thestandard.co/mental-health-valentine-self-love/ Sat, 14 Feb 2026 07:06:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1178477 ภาพกราฟิกการดูแลสุขภาพจิตในวันวาเลนไทน์ พร้อมคำแนะนำเรื่องรักตัวเอง

วันนี้ (14 กุมภาพันธ์) กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ออ […]

The post กรมสุขภาพจิต ชู ‘วาเลนไทน์’ วาระแห่งการดูแลใจ แนะรักตัวเอง-รักให้เป็น เกราะป้องกันซึมเศร้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกการดูแลสุขภาพจิตในวันวาเลนไทน์ พร้อมคำแนะนำเรื่องรักตัวเอง

วันนี้ (14 กุมภาพันธ์) กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ออกมาเน้นย้ำเนื่องในวันวาเลนไทน์หรือวันแห่งความรัก ถือเป็นโอกาสสำคัญในการดูแลสุขภาพจิตผ่านมุมมองของความรักในทุกรูปแบบ โดยไม่จำกัดเพียงแค่คู่รัก แต่ครอบคลุมถึงความรักต่อตนเอง ครอบครัว เพื่อน และสังคม ชี้ความสัมพันธ์ที่ดีและปลอดภัยคือกุญแจสำคัญในการเสริมสร้างพลังใจและลดปัญหาสุขภาพจิต

 

นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า ตามหลักวิชาการด้านสุขภาพจิตพบว่า ความสัมพันธ์ที่ดี มีความปลอดภัย และมีการสนับสนุนซึ่งกันและกัน เป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่ช่วยเสริมพลังใจ ลดความเครียด ลดความรู้สึกโดดเดี่ยว รวมถึงลดความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลได้ โดยเฉพาะในสภาวะสังคมปัจจุบันที่ประชาชนต้องเผชิญกับแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากการทำงาน สภาพเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม

 

อธิบดีกรมสุขภาพจิต ระบุว่า ความรักที่เอื้อต่อสุขภาพจิตที่ดีควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจ การสื่อสารอย่างเคารพ ให้เกียรติ และยอมรับในความแตกต่าง โดยต้องไม่ก่อให้เกิดการควบคุม บังคับ คุกคาม หรือใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนใช้วาระวันแห่งความรักนี้ ทบทวนบทบาทของตนเองในความสัมพันธ์ เพื่อร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น ปลอดภัย และเกื้อหนุนต่อใจทั้งในระดับครอบครัวและชุมชน

 

ด้าน นายแพทย์จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวทางการสร้างความรักที่มีคุณภาพว่า หัวใจสำคัญไม่ใช่เพียงความรู้สึกดี แต่คือการสร้างสภาวะที่เกื้อกูลต่อจิตใจ โดยเน้นย้ำ 2 รูปแบบสำคัญ ได้แก่

 

1. ความรักตนเอง: คือการมีความจริงใจต่อความรู้สึกของตนเอง ยอมรับและเข้าใจอารมณ์อย่างตรงไปตรงมา ไม่กดทับความเจ็บปวด และเห็นคุณค่าในตนเองเพื่อกำหนดขอบเขตความสัมพันธ์ที่เหมาะสม (Boundaries)

 

2. ความรักต่อผู้อื่น: ควรพัฒนาความสัมพันธ์บนพื้นฐานของการเปิดใจ ไม่ใช้ถ้อยคำลดทอนคุณค่า และต้องเคารพในพื้นที่ส่วนตัวและการตัดสินใจของอีกฝ่าย เพื่อให้ความสัมพันธ์เติบโตได้อย่างสมดุล

 

นอกจากนี้ นายแพทย์จุมภฏ ยังเตือนให้ประชาชนมีสติรู้เท่าทันความสัมพันธ์ โดยหมั่นสังเกตสัญญาณเตือนของความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ (Toxic Relationship) เช่น การถูกควบคุม ข่มขู่ หรือการถูกทำร้ายความรู้สึกซ้ำๆ จนสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง เพราะการรักตัวเองที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการไม่ยอมให้ความรักนั้นกลับมาทำร้ายใจเรา

 

ทั้งนี้ หากประชาชนรู้สึกว่าความเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิตพร้อมให้การดูแลและช่วยเหลือ โดยสามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.สุขภาพจิต.com

The post กรมสุขภาพจิต ชู ‘วาเลนไทน์’ วาระแห่งการดูแลใจ แนะรักตัวเอง-รักให้เป็น เกราะป้องกันซึมเศร้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชีวิต / รัก / นักกีฬา (5) Alex & Lily สาวดอกไม้ กับ นายนักซิ่ง https://thestandard.co/alex-albon-lily-muni-he-love/ Sat, 14 Feb 2026 02:12:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1178380 อเล็กซ์ อัลบอน และ ลิลี มูนี เหอ สองนักกีฬาชื่อดังกับเรื่องราวความรักของพวกเขา

“ผมคิดว่าเราต่างติดกับอีกคนแล้วในตอนนี้”   ภาพคู่จ […]

The post ชีวิต / รัก / นักกีฬา (5) Alex & Lily สาวดอกไม้ กับ นายนักซิ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อเล็กซ์ อัลบอน และ ลิลี มูนี เหอ สองนักกีฬาชื่อดังกับเรื่องราวความรักของพวกเขา

“ผมคิดว่าเราต่างติดกับอีกคนแล้วในตอนนี้”

 

ภาพคู่จากกล้องโพลารอยด์ไม่ได้คมชัดมากสักเท่าไรนัก แต่ไม่น่าแปลกใจที่เรามองเห็นความรักของคนทั้งสอง – อเล็กซ์ซานเดอร์ อัลบอน อังศุสิงห์ และ ‘ลิลี’ มูนี เหอ – ได้อย่างชัดเจน

 

และเท่านั้นเองที่มวลของความรักก็อบอวลไปทั้งโซเชียลมีเดีย คำอวยพรของผู้คนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนนักกีฬา หรือแฟนกีฬาของทั้งคู่นับจำนวนไม่หวาดไม่ไหวที่ส่งตรงหาพวกเขาด้วยยินดีต่อความรักครั้งนี้ที่สุขและสมหวัง

 

อาจมีบ้างที่ไม่ได้รู้จักหรือติดตามที่มองว่าข่าวความรักครั้งนี้มันเป็นเพียงแสงวูบวาบหวามไหว เป็นความรักแบบต้องขอมีคอนเทนต์ตามประสาของยุคสมัยใหม่ที่ต้องดูใช้ความพยายามมากเป็นพิเศษหรือเปล่า

 

คำตอบคือเปล่า

 

นี่ไม่ใช่ความรักที่ฉาบฉวย และไม่ใช่ความรักที่ปั้นแต่ง

 

ทุกอย่างสำหรับอเล็กซ์และลิลีคือเรื่องจริง ที่เรียบง่ายงดงามกำลังดี ในแบบของ ชีวิต / รัก / นักกีฬา

 

ที่เริ่มต้นจากการส่ง DM ของ…

 

อเล็กซ์ อัลบอน และ ลิลี มูนี เหอ สองนักกีฬาชื่อดังกับเรื่องราวความรักของพวกเขา 1

 

บิดเข็มนาฬิกาย้อนเวลากลับไปในปี 2019

 

เวลานั้น อเล็กซ์ อัลบอน ยังไม่ได้เป็นนักขับรถแข่งซูเปอร์สตาร์เหมือนในปัจจุบัน เช่นกันกับ มูนี เหอ ที่ยังเป็นแค่ดาวดวงใหม่ที่น่าจับตามองในวงการกอล์ฟ

 

ยังเป็น ‘มือใหม่’ ในโลกของกีฬาทั้งคู่

 

เพียงแต่ด้วยความแตกต่างของกีฬาแล้วทั้งสองมาพบกันได้อย่างไรกันนะ?

 

คำตอบแรกคือ ‘Drive to Survive’

 

ซีรีส์ดังของ Netflix เรื่องนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของทั้งสองได้อย่างเหลือเชื่อ เมื่อ มูนี อยู่ในช่วงฟอร์มการเล่นย่ำแย่และมีปัญหาในเรื่องของสภาพจิตใจค่อนข้างมาก ทำให้หลายคนเป็นกังวลกับสภาพของเธอ

 

ว่าแล้วด้วยความเป็นห่วงเพื่อนของเธอจึงแนะนำให้ลองไปดู ‘Drive to Survive’ เผื่อว่าจะสามารถช่วยสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับเธอได้

 

“เพื่อนของฉันพยายามโน้มน้าวให้ฉันลองดูสารคดี Drive to Survive บน Netflix พวกเขาบอกว่าฉันน่าจะชอบ มันจะช่วยให้ได้มองเห็นมุมมองอื่นๆ ของเกมกีฬาที่อยู่ใต้สถานการณ์กดดันมหาศาลเหมือนกัน”

 

เธอดูจบทั้งซีซันภายในวันเดียว แต่สิ่งที่เธอได้จากการดูกลับไม่ได้มีแค่เรื่องของแรงบันดาลใจ เพราะมันทำให้เธอได้เห็นนักขับคนหนึ่งเข้า ที่แม้จะยังไม่เป็นดาวดังอะไร แต่มันมีบางอย่างที่ทำให้เธอจดจำเขาได้ – อย่างน้อยก็ในฐานะนักกีฬาคนหนึ่ง

 

“โดยธรรมชาติแล้วฉันเป็นคนที่ชอบศึกษาดูกีฬาชนิดอื่นอยู่แล้ว ฉันเลยเริ่มตามเขา (อัลบอน) แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากกว่านั้น”

 

อเล็กซ์ อัลบอน และ ลิลี มูนี เหอ สองนักกีฬาชื่อดังกับเรื่องราวความรักของพวกเขา 2

 

ความน่ารักในเรื่องนี้คือคำตอบของมูนี กับอเล็กซ์ไม่ตรงกันทั้งหมดในจุดเริ่มต้น!

 

ในเส้นเรื่องเวอร์ชั่นของอเล็กซ์ เขาเคยให้สัมภาษณ์ถึงจุดเริ่มต้นของการปลูกต้นรักว่า “เรื่องมันกลายเป็นว่าเธอดู Drive to Survive แต่ผมยังไม่ได้อยู่ในซีรีส์ในเวลานั้น (อ้าว!)”

 

“เธอเข้าวงการกีฬานี้ในช่วงเวลาเดียวกับผมกำลังเริ่มสนใจในการตีกอล์ฟ ผมเริ่มเข้ากอล์ฟคลับครั้งแรกน่าจะปี 2019 ซึ่งมันน่าจะพอบอกได้แหละว่าความสนใจของเราสองคนทาบผ่านกันพอดี”

 

แต่ที่แน่ๆ ถ้าถามว่า ‘ใครเริ่มก่อน’ คำตอบน่าจะตรงกัน

 

“เขาส่งข้อความมาหาฉันก่อน” สาวลิลีบอก

 

“การพูดคุยมันเป็นไปอย่างไหลลื่น แต่เราก็เป็นแค่เพื่อนกันนานพอสมควร” เธออธิบายเพิ่มเติม ซึ่งก็ตรงกันที่อเล็กซ์บอกว่าทั้งสองได้พบกันผ่านโซเชียลมีเดีย เขาก็สนใจในสิ่งที่เธอทำและเธอก็สนใจในสิ่งที่เขาทำเหมือนกัน

 

จากการส่งข้อความก็ไปสู่การโทรหากัน

 

และก็ได้พบกันในที่สุดที่ลอสแองเจอลีส – ในสัปดาห์ที่อเล็กซ์มีแข่งที่เท็กซัสพอดี – ซึ่งกิจกรรมแรกๆ ที่ทั้งสองทำด้วยกันก็คือการตีกอล์ฟ

 

ที่แท่นทีออฟหลุมแรกในวันนั้น คือการเริ่มต้น ‘กีฬารัก’ ของทั้งสอง

 

สิ่งที่น่ารักสำหรับทั้งคู่คือการที่เธอและเขาไม่เคยเอาเรื่องของชื่อเสียง เกียรติยศ ความสำเร็จเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความรัก

 

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทั้งสองพบกันในวันที่ยังไม่ได้เป็น Someone ของโลกใบนี้

 

เธอและเขาพอใจที่จะเป็นแค่ ‘The One You Love’ ของกันและกัน

 

ดังนั้นต่อให้เติบโตบนเส้นทาง มีชื่อเสียง มีแฟนๆ มีเงินมีทองเพิ่มขึ้นมากแค่ไหน มันก็ไม่สำคัญเท่ากับการที่ทั้งสองมีกันและกันอยู่เสมอ และเป็นเช่นนี้มาโดยตลอดโดยที่ไม่เคยหวั่นไหวและไหวหวั่นไปกับอุปสรรคนานา

 

โดยเฉพาะเรื่องของเวลาและระยะทาง

 

สำหรับบางคู่อยู่ใกล้กันแค่ปลายมือสัมผัสก็เหมือนไกลราวกับดาวคนละดวง

 

สำหรับคู่นี้จะไกลแค่ไหนทั้งสองอยู่ใกล้กันเสมอด้วยความรู้สึกและความเข้าใจ

 

มันมีช่วงเวลาที่ไม่ว่าเธอหรือเขาต่างเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่ไม่ว่าจะยากหรือลำบากแค่ไหนจะมีอีกคนหนึ่งที่จับมืออีกคนไว้และเดินไปด้วยกันเสมอ

 

นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะความรักไม่ใช่กีฬาประเภทบุคคล แต่เป็นกีฬาประเภทคู่ที่ต้องทำงานกันเป็นทีม

 

“เราต่างเป็นนักกีฬาหมือนกันซึ่งมันดีมากอยู่แล้ว แต่เหนืออื่นใดคือเราต่างเข้าใจกันและกันและมีกันเสมอ เราเริ่มต้นจากการเป็นมือใหม่และเราผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมากด้วยกัน”

 

ปัญหาเดียวสำหรับมูนีคือเธอต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าที่จะเก็ตกับ ‘มุกตลกแบบผู้ดี’ ของคนรัก

 

“เขาเป็นคนที่ตลกมาก แต่ตอนแรกๆ ที่พบกัน มุกตลกแบบอังกฤษของเขามันแปลกๆ หน่อย ฉันต้องใช้เวลาสักพักนึงกว่าจะตามทัน”

 

อเล็กซ์ อัลบอน และ ลิลี มูนี เหอ สองนักกีฬาชื่อดังกับเรื่องราวความรักของพวกเขา 3

 

เวลาผ่านไป ความรักก็งอกเงยและงดงาม

 

เมื่อมีเวลาทั้งสองพร้อมที่จะเดินทางไปเพื่อเป็น ‘กองเชียร์หมายเลข 1’ ให้กันและกันในวันที่ฝ่ายนึงต้องลงแข่งและอีกฝ่ายว่าางพอดี

 

ดังนั้นเราจะได้เห็นภาพของอเล็กซ์ไปเป็นกำลังใจให้กับแม่สาวดอกไม้ของเขาในรายการกอล์ฟใหญ่ๆ เสมอ และในทางตรงกันข้ามลิลีก็มาอยู่ข้างแทร็กในวันที่คนรักต้องลงสนาม

 

ภาพที่ปรากฏทางสื่อ เป็นเรื่องง่ายที่ใครจะมองว่าเป็น ‘รักโปรโมต’

 

หรือมันอาจจะชวนให้รู้สึกว่า ‘คลั่งรัก’ กันเกินไปหรือเปล่า

 

แต่อย่างที่บอกว่าสำหรับทั้งสองแล้ว ภาพที่ปรากฏต่อสื่อไม่ใช่สิ่งที่เขาและเธอจะมาใส่ใจ ใครจะสนใจอะไรก็เรื่องของเขาไป เพราะคนที่ต้องใส่ใจกันจริงๆคือคนที่อยู่ข้างๆ เท่านั้น

 

และหลักการของความรักสำหรับทั้งสองหนักแน่นเช่นนั้นมาเสมอ

 

จนมาถึงวันที่ทั้งสองจะตัดสินใจจะใช้ชีวิตด้วยกันที่เหลือนับจากนี้ในฐานะ ‘คู่ชีวิต’ เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา

 

เอาเข้าจริงเล่ามานี่ เรื่องราวของทั้งสองไม่ได้ดูมีอะไรยากหรือสลับซับซ้อนอะไร

 

ก็แค่หนุ่มสาวสองคนที่ตกหลุมรักซึ่งกันและกัน ไม่ได้มีเรื่องราวอะไรหวือหวา ไม่มีจุดพลิกผัน ไม่มีดราม่าเหมือนในการแข่งขันกีฬาทั่วไป

 

แต่สำหรับกีฬาของความรัก คนที่มีรักหรือเคยมีรักจะรู้

 

การมีกันและกัน อยู่ในโลกของกันและกันได้อย่างพอดี มีระยะห่างที่เหมาะสม ที่สำคัญคือไม่หวั่นไหว นั้นยากยิ่งกว่าอะไรแล้ว

 

กว่า 6 ปีที่ทั้งอเล็กซ์และลิลีพิสูจน์ตัวเองผ่านการลงแข่งขันต่อเนื่อง ทำให้เห็นว่าเธอและเขาเข้ากันได้ดีและคู่ควรแก่การได้เหรียญรางวัลของชีวิตมากแค่ไหน

 

ได้เป็นอีกครึ่งของหัวใจให้กันและกัน

 

ความรักที่เหมือนความฝันเลยว่าไหม

The post ชีวิต / รัก / นักกีฬา (5) Alex & Lily สาวดอกไม้ กับ นายนักซิ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Happily Single: โสดแต่มีความสุข เพราะอยู่คนเดียวได้โดยไม่รู้สึกขาด https://thestandard.co/life/happily-single-self-sufficient/ Sat, 14 Feb 2026 02:06:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1178375 หญิงสาวกำลังเพลิดเพลินกับชีวิตโสดอย่างมีความสุข

วาเลนไทน์สำหรับคนโสดในยุค 2026 ไม่ได้ชวนให้ตั้งคำถามว่า […]

The post Happily Single: โสดแต่มีความสุข เพราะอยู่คนเดียวได้โดยไม่รู้สึกขาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
หญิงสาวกำลังเพลิดเพลินกับชีวิตโสดอย่างมีความสุข

วาเลนไทน์สำหรับคนโสดในยุค 2026 ไม่ได้ชวนให้ตั้งคำถามว่า ‘เมื่อไหร่จะมีใครสักที’ อีกต่อไป มายด์เซ็ตเปลี่ยนจากการเฝ้ารอ มาเป็นการรู้ทันความต้องการของตัวเอง มากขึ้น จากเดิมที่อาจเคยรู้สึกเหงา อิจฉา หรือเผลอวัดคุณค่าตัวเองกับสถานะความสัมพันธ์ วันนี้หลายคนเลือกมองความรักในฐานะตัวเลือก ไม่ใช่เครื่องยืนยันคุณค่า

 

ความโสดในเวอร์ชันนี้ ไม่ได้มีกลิ่นของความเหงา มีแต่ความสบาย เป็นอิสระ มันคือการใช้ชีวิตโดยไม่ต้องรีบแชร์พื้นที่หัวใจให้ใครเพียงเพื่อกลบความว่างเปล่า คนที่อยู่คนเดียวได้อย่างสบาย มักมีเสน่ห์บางอย่างที่ไม่ต้องพยายามอธิบาย คนโสดเหล่านี้ไม่รู้สึกว่าต้องรีบมีแฟน ไม่ยึดติดกับคำว่าแต่งงาน ไม่คาดหวังให้ใครมาทำให้ชีวิตเพอร์เฟกต์ เพราะรู้ดีว่าความสุขไม่ใช่สิ่งที่ใครต้องมายื่นให้ พวกเขารู้จักร่างกายของตัวเอง รู้จักใจของตัวเอง และหวงแหนชีวิตที่มีความหมายในแบบของตัวเอง

 

ในหนังสือ The Art of Loving ของ Erich Fromm เขาพูดถึงความรักไว้ชัดเจนว่า

 

“ความรักที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากการพึ่งพา แต่เกิดจากคนสองคนที่ยืนได้ด้วยตัวเองก่อนแล้วจึงเลือกเดินเข้าหากัน” นั่นหมายความว่า การอยู่คนเดียวอย่างไม่รู้สึกขาด ไม่ได้ทำให้เราปิดประตูความรัก แต่กลับทำให้เราคัดกรองความรักได้ดีขึ้น ว่าใครควรเข้ามา และใครควรหยุดอยู่แค่เส้นขอบ

 

มีอีกประโยคหนึ่งในหนังสือ Single on Purpose ของ John Kim ก็บอกว่าเขามองความโสดเป็นช่วงเวลาที่เซ็กซี่ที่สุดของชีวิต เพราะมันคือการได้เห็นตัวเองในสภาพที่ไม่ต้องแสดง ไม่ต้องเอาใจ และไม่ต้องลดระดับความต้องการของตัวเองเพื่อให้ใครอยู่ต่อ ความสัมพันธ์กับตัวเองในช่วงนี้จึงลึก ซื่อตรง และเร้าใจในแบบที่ไม่ต้องมีผู้ชม การไปมิวเซียมคนเดียวได้ นั่งทานบุฟเฟต์คนเดียวได้ เดินทางท่องเที่ยวคนเดียวได้ และทำทั้งหมดนั้นด้วยใจที่สนุก เปิดกว้าง และไม่รู้สึกว่ากำลังขาดอะไร ไลฟ์สไตล์แบบนี้ไม่ใช่ความกล้าแบบฝืนตัวเอง แต่คือความสบายใจที่เกิดจากการอยู่กับตัวเองได้จริงๆ

 

ถ้าวันหนึ่งความรักจะเดินเข้ามา มันจะไม่ใช่สิ่งที่เข้ามาเพื่อแก้ไขอะไร หรือเข้ามาทำให้วันธรรมดาน่าตื่นเต้นขึ้นเป็นพิเศษ แต่จะเป็นใครสักคนที่เดินเข้ามาในชีวิตที่เรากำลังสนุกอยู่แล้ว และไม่ทำให้เราต้องหยุดเป็นตัวเอง และต่อให้วันหนึ่งจะมีหรือไม่มีใครอยู่ข้างๆ ความสุขก็ยังเป็นของเราอยู่ดี เพราะเรารู้แล้วว่าชีวิตที่ดี ไม่ได้เริ่มจากการมีใครสักคน แต่มาจากการใช้ชีวิตของตัวเองให้เต็มที่และมีความหมาย

The post Happily Single: โสดแต่มีความสุข เพราะอยู่คนเดียวได้โดยไม่รู้สึกขาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Dear Me: ถึงตัวเอง…ในวันที่ยังรักเขาอยู่ https://thestandard.co/life/dear-me-still-love/ Sat, 14 Feb 2026 01:40:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1178341 ภาพผู้หญิงกำลังเขียนจดหมายด้วยน้ำตา ท่ามกลางภาพความทรงจำกับแฟนเก่า สื่อถึงความรู้สึกในวันวาเลนไทน์

ในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ จากดอกไม้ช่อโต แล […]

The post Dear Me: ถึงตัวเอง…ในวันที่ยังรักเขาอยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้หญิงกำลังเขียนจดหมายด้วยน้ำตา ท่ามกลางภาพความทรงจำกับแฟนเก่า สื่อถึงความรู้สึกในวันวาเลนไทน์

ในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ จากดอกไม้ช่อโต และแววตาปริ่มสุขของคู่รักที่เดินจูงมือกัน โลกในวันแห่งความรักดูจะสวยหวานและพิเศษกว่าวันไหนๆ แต่เราต่างรู้ดีว่า…ไม่ใช่ทุกคนที่จะก้าวข้ามผ่านวันนี้ไปได้ด้วยรอยยิ้ม

 

สำหรับบางคน วาเลนไทน์อาจเป็นเพียงวันธรรมดาที่ตอกย้ำถึงคนที่เคยเดินเคียงข้าง และปลุกความทรงจำที่ยังติดตรึงเสียจนความรู้สึกที่ว่า ‘วันนี้ไม่มีเขาแล้ว’ เป็นเพียงเรื่องโกหก

 

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่เพิ่งสูญเสียความสัมพันธ์ที่สร้างมาเนิ่นนานด้วยเหตุไม่คาดคิด, เป็นคนที่ถูกทิ้งไว้กลางทางโดยไร้สัญญาณเตือน หรือเป็นคนที่ตัดสินใจเดินออกมาเองทั้งที่ในใจยังรักอยู่เต็มอก

 

เราอยากบอกคุณว่า มันไม่ผิดเลยสักนิด…หากวันนี้คุณจะยังใจสลาย และนี่คือจดหมายที่เราอยากให้คุณลองอ่าน เพื่อส่งต่อให้หัวใจตัวเองในวันที่ยังเดินต่อไปไม่ไหว

 

อนุญาตให้ตัวเอง ‘ยังรัก’ และ ‘ยังจำ’

 

การมูฟออนที่แท้จริงไม่ใช่การลบความจำเหมือนในหนัง ไม่ใช่การเข้มแข็งได้ทุกวัน แต่มันคือการยอมรับความจริงว่า ครั้งหนึ่งเราเคยรักใครคนหนึ่งสุดหัวใจ

 

อย่าโกรธตัวเองที่วันนี้ยังคิดถึงหรือยังแอบเปิดดูรูปเก่าๆ เพราะความทรงจำเหล่านั้นคือหลักฐานว่าคุณได้ใช้หัวใจอย่างเต็มที่แล้ว รักได้…แต่อยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัยต่อตัวเองก็พอ

 

ความเงียบคือคำบอกลาที่ชัดเจนที่สุด

 

สำหรับคนที่ถูกหนีหาย (Ghosting) หรือเลิกราแบบไร้สัญญาณเตือน การรอคอยคำอธิบายมักเจ็บปวดกว่าตัวคำตอบเองเสมอ จงบอกตัวเองว่า ‘ความเงียบ’ นี่แหละคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดแล้ว

 

สิ่งนี้คือสัญญาณที่บอกว่าเขาไม่มีความพร้อมจะรับผิดชอบความรู้สึกของคุณ และนั่นคือเหตุผลมากพอที่คุณจะอนุญาตให้ตัวเองหยุดรอ เพื่อออกไปเจอกับคนที่เห็นค่าและพร้อมจะสื่อสารกับคุณด้วยความจริงใจ

 

ขอบคุณตัวเองที่พยายามจนถึงที่สุดแล้ว

 

การเดินออกมาในวันที่ยังรัก ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่มันคือการยอมรับความจริงอย่างกล้าหาญ อย่ารู้สึกผิดที่รักษาความสัมพันธ์ไว้ไม่ได้ เพราะความรักไม่ใช่เรื่องของคนคนเดียว หากคุณพยายามจนสุดแรงที่มีแล้ว การหยุดพักและหันกลับมารักตัวเองคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดที่ควรทำในตอนนี้

 

แตกสลายเพื่อเริ่มใหม่

 

สำหรับความสัมพันธ์ที่วางแผนไปไกลถึงงานวิวาห์แต่กลับต้องพังทลายลง แม้วันนี้จะดูเหมือนโลกถล่มตรงหน้า แต่ขอให้เชื่อว่า การจบความสัมพันธ์ที่ ‘ไม่ใช่’ ในวันที่ยังแก้ไขได้ คือความกล้าหาญที่จะรักษาชีวิตของคุณในอนาคต

 

การแตกสลายครั้งนี้คือการเคลียร์พื้นที่ให้สิ่งที่เป็นของคุณจริงๆ ได้เข้ามาในเวลาที่เหมาะสม

 

คุณค่าของคุณไม่ได้ขึ้นอยู่กับใคร

 

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ คุณค่าในตัวคุณไม่ได้ลดน้อยลงเพียงเพราะใครบางคนเลือกที่จะเดินจากไป หรือใครบางคนไม่เห็นมัน

 

คุณยังคงเป็นคนเดิมที่มีค่า และควรค่าแก่การถูกรักอย่างดีที่สุดเสมอ ไม่ว่าวันนี้ข้างกายคุณจะมีใครหรือไม่ก็ตาม

 

วันหนึ่ง คุณจะขอบคุณตัวเองที่ผ่านมาได้

 

แม้วันนี้แผลจะยังสดและยังลืมไม่ได้ แต่เชื่อเถอะว่าวันเวลาจะค่อยๆ ทำหน้าที่ให้คุณได้คุ้นเคยกับความจริงตรงหน้ามากขึ้น จนถึงวันที่คุณค้นพบว่า คุณสามารถเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง โดยมีความทรงจำเหล่านั้นเป็นเพียงเงาจางๆ ที่ทำร้ายคุณไม่ได้อีกต่อไป

The post Dear Me: ถึงตัวเอง…ในวันที่ยังรักเขาอยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Zayn Malik เปิดใจว่าเขาอาจไม่เคยตกหลุมรัก Gigi Hadid ในฐานะคนรัก https://thestandard.co/zayn-malik-gigi-hadid-love-confession/ Fri, 13 Feb 2026 00:57:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1178021 Zayn Malik และ Gigi Hadid อดีตคู่รักคนดัง

แม้ว่าอดีตคู่รักคนดังอย่าง Gigi Hadid และ Zayn Malik จะ […]

The post Zayn Malik เปิดใจว่าเขาอาจไม่เคยตกหลุมรัก Gigi Hadid ในฐานะคนรัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Zayn Malik และ Gigi Hadid อดีตคู่รักคนดัง

แม้ว่าอดีตคู่รักคนดังอย่าง Gigi Hadid และ Zayn Malik จะเคยคบหากันอยู่พักใหญ่และมีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน แต่ล่าสุด Zayn เพิ่งให้สัมภาษณ์ในพอดแคสต์ Call Her Daddy ว่า เขาเองไม่แน่ใจว่าเคยตกหลุมรัก Gigi อย่างแท้จริงหรือไม่

 

เขากล่าวถึงความสัมพันธ์รักในอดีตว่า “ขอพูดไว้ตรงนี้เลยว่า ผมจะรัก G (Gigi) ตลอดไป เพราะเธอคือเหตุผลว่าทำไมลูกของผมถึงเกิดมาบนโลกใบนี้ ผมเคารพเธออย่างสุดหัวใจและจะรักเธอตลอดไปเลย แต่ผมไม่แน่ใจว่าผมเคยตกหลุมรักเธอจริงๆ หรือเปล่า ไม่อย่างนั้นผมคงเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีกว่านี้”

 

Zayn กล่าวว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้ทำให้เขานึกย้อนถึงเรื่องราวและความสัมพันธ์ในอดีตที่เขาเคยทำผิดพลาดมาก่อน ซึ่งการใช้ชีวิตเป็นโสดก็ทำให้เขาได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง และเขาเองก็กำลังพัฒนาเรื่องการเข้าใจในเรื่องความรักเช่นกัน

 

“ในช่วงเวลานั้นผมอาจคิดว่านั่นคือความรัก แต่พอโตขึ้น ผมก็เข้าใจว่ามันคงไม่ใช่ มันอาจจะเป็นแค่ความหลงเท่านั้น ผมมักจะมีปัญหาในความสัมพันธ์ เพราะผมยังเด็ก ผมทำผิดพลาด ผมคุยกับผู้หญิงคนอื่นทั้งๆ ที่ไม่ควรทำ แต่เราก็ต้องใช้ชีวิตต่อไปและเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น”

 

ปัจจุบันนี้ทั้งสองคนยังคงเลี้ยงลูกสาวอย่าง Khai ด้วยกันในฐานะพ่อและแม่ แต่พวกเขาไม่ได้เป็นคู่รักกันแล้วและแบ่งเวลากันเลี้ยงลูกอย่างเท่าเทียมกัน โดย Zayn Malik ยังคงเป็นโสด และ Gigi Hadid กำลังคบหาอยู่กับ Bradley Cooper

 

ภาพ: Robert Kamau/GC Images

 

อ้างอิง:

The post Zayn Malik เปิดใจว่าเขาอาจไม่เคยตกหลุมรัก Gigi Hadid ในฐานะคนรัก appeared first on THE STANDARD.

]]>