ความตึงเครียด Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ความตึงเครียด/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 10 Mar 2026 08:33:17 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 มท. สั่งผู้ว่าฯ 76 จังหวัด เตรียมรับมือวิกฤตพลังงาน หลังตะวันออกกลางตึงเครียด เร่งสำรวจความต้องการเชื้อเพลิง-คุมกักตุน https://thestandard.co/thailand-energy-crisis-middle-east/ Tue, 10 Mar 2026 08:25:02 +0000 https://thestandard.co/?p=1186213 ภาพประกอบข่าว กระทรวงมหาดไทยสั่งผู้ว่าฯ 76 จังหวัด เตรียมรับมือวิกฤตพลังงาน

กระทรวงมหาดไทยสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเร่งเ […]

The post มท. สั่งผู้ว่าฯ 76 จังหวัด เตรียมรับมือวิกฤตพลังงาน หลังตะวันออกกลางตึงเครียด เร่งสำรวจความต้องการเชื้อเพลิง-คุมกักตุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบข่าว กระทรวงมหาดไทยสั่งผู้ว่าฯ 76 จังหวัด เตรียมรับมือวิกฤตพลังงาน

กระทรวงมหาดไทยสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเร่งเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ด้านพลังงาน หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงของไทย

 

วันนี้ (10 มีนาคม 2569) เวลา 13.00 น. ที่กระทรวงมหาดไทย อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยเร่งดำเนินมาตรการรับมือสถานการณ์พลังงาน ภายหลังมีการหารือถึงผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางเมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา

 

ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ให้ดำเนินการ 3 แนวทางหลัก ได้แก่

 

1.สำรวจความต้องการใช้เชื้อเพลิงในพื้นที่: มอบหมายสำนักงานพลังงานจังหวัดบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของภาคเอกชนตามประเภทกิจการ พร้อมจัดทำฐานข้อมูลความต้องการใช้น้ำมันแต่ละประเภท รวมถึงก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) และจัดลำดับความสำคัญของกิจการจำเป็น ก่อนรายงานข้อมูลให้กระทรวงพลังงานโดยเร่งด่วน

 

2.ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันอย่างใกล้ชิด: บูรณาการข้อมูลร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัด สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ พร้อมกำกับดูแลไม่ให้มีการกักตุนหรือฉวยโอกาสจำหน่ายในลักษณะที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน

 

3.เตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์พลังงานในพื้นที่: ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตของประชาชน

 

อรรษิษฐ์กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจเอกชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของแต่ละพื้นที่ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดต้องเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการด้านพลังงานอย่างใกล้ชิด ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานระดับนโยบายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงและปิโตรเลียมเป็นไปอย่างต่อเนื่องและราบรื่นที่สุด

The post มท. สั่งผู้ว่าฯ 76 จังหวัด เตรียมรับมือวิกฤตพลังงาน หลังตะวันออกกลางตึงเครียด เร่งสำรวจความต้องการเชื้อเพลิง-คุมกักตุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิหร่านงดโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน ยกเว้นจะถูกโจมตีก่อน ชี้ไม่ได้ตั้งใจ พร้อมกล่าวขอโทษ และเรียกร้องสันติภาพ https://thestandard.co/iran-stop-attack-apologize-peace/ Sat, 07 Mar 2026 08:28:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1185406 ภาพสื่อถึงการยุติความขัดแย้งและสันติภาพในตะวันออกกลาง โดยมีธงชาติ อิหร่าน เป็นสัญลักษณ์

มาซูด เปเซซเคียน ประธานาธิบดีอิหร่านเผย สภาผู้นำชั่วครา […]

The post อิหร่านงดโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน ยกเว้นจะถูกโจมตีก่อน ชี้ไม่ได้ตั้งใจ พร้อมกล่าวขอโทษ และเรียกร้องสันติภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพสื่อถึงการยุติความขัดแย้งและสันติภาพในตะวันออกกลาง โดยมีธงชาติ อิหร่าน เป็นสัญลักษณ์

มาซูด เปเซซเคียน ประธานาธิบดีอิหร่านเผย สภาผู้นำชั่วคราวอนุมัติให้ยุติการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านในตะวันออกกลาง เว้นแต่เตหะรานจะถูกโจมตีก่อน พร้อมกล่าวขอโทษสำหรับเหตุโจมตีที่เกิดขึ้นตลอดหลายวันที่ผ่านมา

 

วันนี้ (7 มีนาคม) สำนักข่าว Al Jazeera และ BBC รายงานว่า ผู้นำอิหร่านยืนยันยุติการโจมตีเพื่อนบ้านในตะวันออกกลาง โดยระบุว่า เป็นมาตรการตามมติของสภาผู้นำชั่วคราว พร้อมกล่าวขอโทษสำหรับเหตุโจมตีที่เกิดขึ้นตลอดหลายวันที่ผ่านมา

 

“ผมเห็นว่าจำเป็นต้องกล่าวขอโทษต่อประเทศเพื่อนบ้านที่ถูกโจมตี เราไม่มีความตั้งใจจะรุกรานประเทศเพื่อนบ้าน” ผู้นำอิหร่านกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางร่วมสร้างสันติภาพและความสงบร่วมกัน

 

ขณะเดียวกัน เปเซซเคียนยังกล่าวเตือนประเทศอื่นที่อาจใช้จังหวะนี้โจมตีอิหร่านว่า อย่ากลายเป็นหุ่นเชิดของ ‘จักรวรรดินิยม’ โดยย้ำว่า การสนับสนุนอิสราเอลและสหรัฐฯ ไม่ใช่เส้นทางสู่เกียรติยศและเสรีภาพ

 

อย่างไรก็ดี Al Jazeera รายงานว่า หลังจากมีคำประกาศเพียงไม่นาน ก็ได้ยินเสียงระเบิดอีกครั้งบนท้องฟ้าเหนือกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ พร้อมเสียงสัญญาณเตือนภัยด้านความมั่นคง ซึ่งคาดว่า เป็นการสกัดกั้นขีปนาวุธ แต่ยังไม่ชัดเจนว่า เหตุดังกล่าวเกิดจากความล่าช้าในการสื่อสารของกองทัพอิหร่านกับทางรัฐบาลหรือไม่

 

ปัจจุบัน รัฐบาลกาตาร์ลดระดับภัยคุกคาม และประกาศว่า สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติภายในไม่กี่นาที หลังจากแจ้งเตือนไปยังประชาชนว่า ภัยคุกคามทางความมั่นคงของประเทศถูกยกระดับ

 

ภาพ: Claudia Greco / Reuters

 

อ้างอิง:

The post อิหร่านงดโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน ยกเว้นจะถูกโจมตีก่อน ชี้ไม่ได้ตั้งใจ พร้อมกล่าวขอโทษ และเรียกร้องสันติภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บางจากฯ ประกาศคงราคาน้ำมันจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง เพื่อลดภาระ-บรรเทาความกังวลของลูกค้าและประชาชน https://thestandard.co/bangchak-oil-price-freeze/ Tue, 03 Mar 2026 09:23:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1183884 โลโก้บางจาก และป้ายแสดงราคาน้ำมัน พร้อมข้อความประกาศตรึงราคาน้ำมัน เพื่อลดภาระประชาชน

วันนี้ (3 มีนาคม) บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหา […]

The post บางจากฯ ประกาศคงราคาน้ำมันจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง เพื่อลดภาระ-บรรเทาความกังวลของลูกค้าและประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลโก้บางจาก และป้ายแสดงราคาน้ำมัน พร้อมข้อความประกาศตรึงราคาน้ำมัน เพื่อลดภาระประชาชน

วันนี้ (3 มีนาคม) บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ออกแถลงการณ์ ระบุว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความตึงเครียด ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น และอาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงาน บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานการทำงานกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินผลกระทบและดูแลเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ

 

บริษัทฯ ขอแจ้งว่าจะคงราคาจำหน่ายน้ำมันในระดับปัจจุบันจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนและผู้ใช้พลังงานเป็นสำคัญ พร้อมบริหารจัดการด้านการจัดหาและต้นทุนอย่างรอบคอบ เพื่อดูแลลูกค้าและสังคมท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงาน ทั้งนี้ การพิจารณาด้านราคาจะดำเนินการอย่างเหมาะสมตามภาวะต้นทุนและสถานการณ์ตลาด

 

บริษัทฯ ขอความร่วมมือผู้ใช้พลังงานไม่ตื่นตระหนกหรือกักตุน เนื่องจากปริมาณสำรองน้ำมันและระบบขนส่งภายในประเทศยังคงดำเนินการได้ตามปกติ แม้สถานการณ์ระหว่างประเทศยังมีความไม่แน่นอน

The post บางจากฯ ประกาศคงราคาน้ำมันจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง เพื่อลดภาระ-บรรเทาความกังวลของลูกค้าและประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ประชุมด่วน กต.-สถานทูต หลังทรัมป์สั่งอพยพคนสหรัฐฯ คาดยืด 4 สัปดาห์ ตั้งวอร์รูม 24 ชม. https://thestandard.co/pm-meeting-middle-east-evacuation-war-room/ Tue, 03 Mar 2026 07:51:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1183841 นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นั่งหัวโต๊ะประชุมด่วนร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูต เพื่อติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง.

วันนี้ (3 มีนาคม) ที่กระทรวงการต่างประเทศ อนุทิน ชาญวีร […]

The post นายกฯ ประชุมด่วน กต.-สถานทูต หลังทรัมป์สั่งอพยพคนสหรัฐฯ คาดยืด 4 สัปดาห์ ตั้งวอร์รูม 24 ชม. appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นั่งหัวโต๊ะประชุมด่วนร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูต เพื่อติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง.

วันนี้ (3 มีนาคม) ที่กระทรวงการต่างประเทศ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุมศูนย์ติดตามสถานการณ์เพื่อประเมินความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ร่วมกับสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผู้บริหารกระทรวงฯ และสถานเอกอัครราชทูต รวมถึงสถานกงสุลใหญ่ทุกแห่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อติดตามสถานการณ์และการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด

 

หลังจากอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมจะโจมตีเรือทุกลำที่พยายามผ่านเข้ามา ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงมีการประเมินว่าสถานการณ์อาจยืดเยื้อราว 4-5 สัปดาห์ จนทำให้ประธานาธิบดีสหรัฐต้องสั่งอพยพชาวอเมริกันในตะวันออกกลางออกจากพื้นที่สู้รบ

 

ก่อนเริ่มการประชุม อุรษา มงคลนาวิน อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ได้รายงานสถานการณ์ว่า จากการรวบรวมข้อมูลในพื้นที่และจากสื่อระหว่างประเทศหลายแหล่ง คาดว่าสถานการณ์อาจยืดเยื้อราว 4 สัปดาห์ และมีแนวโน้มที่สหรัฐอเมริกาจะยกระดับความขัดแย้งเพิ่มขึ้น

 

ในส่วนการโจมตีในพื้นที่ต่าง ๆ ของอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล พบว่ามีการโจมตีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกรุงเตหะราน ซึ่งมีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ด้านโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ รวมถึงเป้าหมายทางพลเรือนด้วย ขณะที่การบริหารจัดการภายในอิหร่าน ภายหลังสูญเสียผู้นำสูงสุด มีการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่ภายในไม่กี่วัน อยู่ระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่านของคณะผู้นำรักษาการชั่วคราว (Interim Council)

 

ด้านอิสราเอล มีการโจมตีอิหร่าน และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่โจมตีภาคกลางและภาคเหนือของอิสราเอล นอกจากนี้ อิสราเอลยังขยายพื้นที่การโจมตีออกไปยังเลบานอน ไม่จำกัดเฉพาะอิหร่าน

 

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศได้จัดตั้งห้องวอร์รูม เพื่อติดตามสถานการณ์จากสถานเอกอัครราชทูตในตะวันออกกลางตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อมอนิเตอร์ข่าวและข้อมูลอย่างใกล้ชิด

 

นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นั่งหัวโต๊ะประชุมด่วนร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูต เพื่อติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง. 1นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นั่งหัวโต๊ะประชุมด่วนร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูต เพื่อติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง. 2นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นั่งหัวโต๊ะประชุมด่วนร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูต เพื่อติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง. 3นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นั่งหัวโต๊ะประชุมด่วนร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูต เพื่อติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง. 4นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นั่งหัวโต๊ะประชุมด่วนร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูต เพื่อติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง. 5นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นั่งหัวโต๊ะประชุมด่วนร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูต เพื่อติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง. 6นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นั่งหัวโต๊ะประชุมด่วนร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูต เพื่อติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง. 7นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นั่งหัวโต๊ะประชุมด่วนร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูต เพื่อติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง. 8นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นั่งหัวโต๊ะประชุมด่วนร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูต เพื่อติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง. 9นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นั่งหัวโต๊ะประชุมด่วนร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูต เพื่อติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง. 10นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นั่งหัวโต๊ะประชุมด่วนร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูต เพื่อติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง. 11

The post นายกฯ ประชุมด่วน กต.-สถานทูต หลังทรัมป์สั่งอพยพคนสหรัฐฯ คาดยืด 4 สัปดาห์ ตั้งวอร์รูม 24 ชม. appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคประชาชนออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาล 3 ภารกิจเร่งด่วน ในสถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียด https://thestandard.co/people-party-government-middle-east-tension/ Mon, 02 Mar 2026 01:36:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1183248 ภาพอินโฟกราฟิกแถลงการณ์พรรคประชาชน เรียกร้อง 3 ภารกิจด่วนรัฐบาล ท่ามกลางความตึงเครียดตะวันออกกลาง

วันนี้ (2 มีนาคม) พรรคประชาชนออกแถลงการณ์ต่อสถานการณ์คว […]

The post พรรคประชาชนออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาล 3 ภารกิจเร่งด่วน ในสถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอินโฟกราฟิกแถลงการณ์พรรคประชาชน เรียกร้อง 3 ภารกิจด่วนรัฐบาล ท่ามกลางความตึงเครียดตะวันออกกลาง

วันนี้ (2 มีนาคม) พรรคประชาชนออกแถลงการณ์ต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเรียกร้องให้รัฐบาลต้องเดินหน้า 3 ภารกิจเพื่อคุ้มครองและปกป้องประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยและประชาชน เนื้อหาแถลงการณ์ระบุว่า

 

 

ตลอดช่วง 2 วันที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลางด้วยความกังวลอย่างยิ่ง สถานการณ์ดังกล่าวมิได้ส่งผลกระทบเฉพาะต่อคู่ขัดแย้งเท่านั้น หากยังส่งผลต่อความปลอดภัยของประชาชนในหลายประเทศรวมถึงพี่น้องคนไทย ต่อเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจโลก และต่อสันติภาพระยะยาวของประชาคมโลกโดยรวม

 

 

พรรคประชาชนเห็นว่าหลักการพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันในประชาคมโลกคือ การเคารพกฎกติกาสากล โดยเราหวังว่าทุกฝ่ายจะยุติการกระทำที่นำไปสู่การยกระดับความรุนแรง คำนึงถึงความปลอดภัยของพลเรือนเป็นสำคัญ และสนับสนุนการแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธีบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ

 

 

เพื่อคุ้มครองและปกป้องประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยและคนไทย ทั้งในสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต พรรคประชาชนขอสนับสนุนรัฐบาลไทยให้ดำเนินการใน 3 เรื่องสำคัญ

 

 

1. คุ้มครองชีวิตและสวัสดิภาพของคนไทยเป็นลำดับแรก

 

ในสถานการณ์วิกฤต ภารกิจเร่งด่วนที่สุดคือการปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนไทย

 

 

พรรคประชาชนสนับสนุนให้รัฐบาล:

 

 

– ใช้ทุกกลไกทางการทูตในการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ดูแล ให้ความคุ้มครอง และเตรียมแผนอพยพคนไทยในพื้นที่เสี่ยงอย่างเป็นระบบ

 

 

– ประสานความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจาและสายการบินพาณิชย์ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านเส้นทางเดินทางฉุกเฉิน รวมถึงเตรียมการจัดเที่ยวบินเหมาลำจากสายการบินในประเทศและกองทัพ เพื่อเตรียมความพร้อมในภาวะวิกฤตฉุกเฉิน

 

 

– สื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และเป็นปัจจุบัน เกี่ยวกับสถานะเส้นทางการบิน การเดินเรือ และพื้นที่เสี่ยง พร้อมแจ้งเตือนประชาชนที่มีแผนเดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าวให้พิจารณาชะลอการเดินทางจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

 

 

2. เตรียมมาตรการรองรับผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประเทศไทย

 

 

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางย่อมกระทบต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลกและราคาพลังงาน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศไทย จากค่าครองชีพ ต้นทุนขนส่ง และต้นทุนการผลิตในประเทศ ที่สูงขึ้น

 

พรรคประชาชนสนับสนุนให้รัฐบาลเตรียมแผนรองรับอย่างรอบด้านโดยการ:

 

 

– เตรียมมาตรการรับมือความผันผวนของราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางล่วงหน้า

 

 

– บริหารจัดการสำรองพลังงานเชิงยุทธศาสตร์ และสื่อสารเชิงรุกเพื่อลดความตื่นตระหนกในตลาด

 

 

– ติดตามผลกระทบต่อการส่งออก–นำเข้า และห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้อง

 

 

– จัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจและประชาชน ในการรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้า และในการเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อปัจจัยภายนอกในระยะยาว

 

 

3. ร่วมฟื้นฟูระเบียบโลกเพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงให้ประเทศไทยและความปลอดภัยของคนไทยในอนาคต

 

 

ท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียดและไม่แน่นอนสูง การตั้งมั่นในระเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนกติกาสากลตามกฎบัตรสหประชาชาติ (UN Charter) รวมถึงเคารพในอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของทุกรัฐอย่างเสมอภาค จะยิ่งเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญในการปกป้องความมั่นคงของประเทศไทยและความปลอดภัยของคนไทยในอนาคต

 

 

พรรคประชาชนเห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องแสดงบทบาทเชิงรุกในเวทีภูมิภาคและระหว่างประเทศ โดยการประสานความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียน และประเทศมหาอำนาจระดับกลางอื่น ๆ เพื่อ:

 

 

– ร่วมเรียกร้องการลดระดับความรุนแรงและผลักดันให้เกิดการหยุดยิง รวมถึงร่วมสนับสนุนกลไกการเจรจาทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ

 

 

– ร่วมฟื้นฟูระเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนกติกา (rules-based international order) เพื่อเป็นเกราะป้องกันความไม่แน่นอนและความรุนแรงที่เสี่ยงจะย้อนกลับมาส่งผลกระทบต่อประชาชนคนไทยในภายภาคหน้า

 

 

พรรคประชาชนหวังว่ารัฐบาลจะใช้ทั้งมาตรการภายในและระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเหลือคนไทยและบรรเทาผลกระทบเฉพาะหน้า รวมถึงเตรียมความพร้อมเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและภาคเอกชนในระยะยาว ท่ามกลางสภาวะความผันผวนและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

The post พรรคประชาชนออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาล 3 ภารกิจเร่งด่วน ในสถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียด appeared first on THE STANDARD.

]]>
สีหศักดิ์เผย ติดต่อสถานทูตไทยในตะวันออกกลางใกล้ชิด เตรียมช่วยคนไทยที่ได้รับผลกระทบ https://thestandard.co/seahasak-thai-embassy-middle-east-help/ Sat, 28 Feb 2026 12:41:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1182840 สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แถลงข่าวเตรียมพร้อมช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเท […]

The post สีหศักดิ์เผย ติดต่อสถานทูตไทยในตะวันออกกลางใกล้ชิด เตรียมช่วยคนไทยที่ได้รับผลกระทบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แถลงข่าวเตรียมพร้อมช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่า จากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางซึ่งมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงนั้น กระทรวงการต่างประเทศได้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทยทุกแห่งในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ และแจ้งสถานการณ์แก่คนไทยในพื้นที่เป็นระยะ

 

โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้ออกประกาศเตือนและให้คำแนะนำคนไทยนับตั้งแต่ที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน และได้มี hotline ของสถานเอกอัครราชทูตฯ สำหรับคนไทยด้วย

 

นอกจากนี้ภายหลังเกิดเหตุการณ์การโจมตีในวันนี้ ทางกระทรวงฯ ยังได้ออกประกาศแจ้งเตือนคนไทยในพื้นที่ แนะนำให้คนไทยที่พำนักอยู่ในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะในอิหร่านและอิสราเอลให้เร่งเดินทางออกจากพื้นที่ รวมถึงขอให้คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นพิจารณาทบทวนการเดินทางไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

 

กระทรวงการต่างประเทศได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (War Room) เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตฯ ในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ของไทยในภูมิภาคทุกแห่ง ได้เตรียมการช่วยเหลือที่จำเป็นแก่คนไทยในพื้นที่ รวมถึงเตรียมแผนอพยพในกรณีจำเป็นไว้แล้วด้วย และได้จัดตั้งศูนย์ 24 ชั่วโมงของกรมการกงสุลเพื่อรับความช่วยเหลือเร่งด่วน (Call Center กรมการกงสุลหมายเลข 0-2572-8442)

 

นอกจากนี้กระทรวงฯ จะประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย เพื่อให้ความคุ้มครองคนไทยในพื้นที่อย่างเต็มที่ รวมถึงประสานกับสมาคมคนไทย ในประเทศต่างๆ เพื่อรับทราบสถานการณ์แต่ละแห่ง และให้การช่วยเหลือที่จำเป็นอย่างใกล้ชิดต่อไป

The post สีหศักดิ์เผย ติดต่อสถานทูตไทยในตะวันออกกลางใกล้ชิด เตรียมช่วยคนไทยที่ได้รับผลกระทบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำไมสหรัฐฯ เคลื่อนกำลังทหารไปยังตะวันออกกลาง ทรัมป์กำลังส่งสัญญาณอะไร? https://thestandard.co/us-military-middle-east-trump-iran/ Tue, 27 Jan 2026 08:49:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1170108 กองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ของสหรัฐฯ กำลังเคลื่อนพลเข้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้สั่งเคลื่อนกำ […]

The post ทำไมสหรัฐฯ เคลื่อนกำลังทหารไปยังตะวันออกกลาง ทรัมป์กำลังส่งสัญญาณอะไร? appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ของสหรัฐฯ กำลังเคลื่อนพลเข้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้สั่งเคลื่อนกำลังทางทหารขนาดใหญ่ โดยได้ส่งกองเรือรบ (Armada) ซึ่งนำโดยเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln และเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี เข้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง

 

กองเรือนี้เดินทางมาจากทะเลจีนใต้ และเรือบางลำติดตั้งระบบต่อสู้ Aegis และขีปนาวุธโทมาฮอว์กที่สามารถโจมตีเป้าหมายลึกเข้าไปในอิหร่านได้ นอกจากนี้ทรัมป์ยังสั่งเคลื่อนย้ายเครื่องบินขับไล่และระบบป้องกันภัยทางอากาศไปยังภูมิภาคดังกล่าวด้วย

 

⭕ สาเหตุและเป้าหมายสำคัญ

 

ก่อนหน้านี้ ความตึงเครียดจากการที่รัฐบาลอิหร่านปราบปรามผู้ประท้วงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก ทำให้ทรัมป์ขู่ว่าจะแทรกแซง หากรัฐบาลอิหร่านยังคงสังหารประชาชน อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ปรับเปลี่ยนท่าทีหลังได้รับรายงานว่า การสังหารกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงในอิหร่านได้ยุติแล้ว และเขาหวังว่า จะไม่ต้องใช้กำลังทหารต่ออิหร่านในประเด็นนี้ พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า เขาจะติดตามสถานการณ์ในอิหร่านอย่างใกล้ชิด

 

ขณะที่เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงสหรัฐฯ ระบุว่า การเคลื่อนกองทัพไปยังตะวันออกกลางในครั้งนี้เป็นมาตรการเพื่อปกป้องกองกำลังสหรัฐฯ และเตรียมพร้อมสำหรับการปฏิบัติการทางทหาร ‘หากจำเป็น’

 

ข้อมูลเกี่ยวกับ ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมประท้วงของแต่ละฝ่ายมีความขัดแย้งกัน สื่อทางการอิหร่านระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 3,117 คน โดยอ้างว่าเป็นฝีมือผู้ก่อการร้ายที่สหรัฐฯ หนุนหลัง ในขณะที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่า มีผู้เสียชีวิตที่ยืนยันได้กว่า 5,137 คน และกำลังถูกสอบสวนอยู่อีก 12,904 คน

 

⭕ ท่าทีของอิหร่านและประเทศในภูมิภาค

 

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพอิหร่านเตือนว่า หากมีการโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน ฐานทัพสหรัฐฯ ทั้งหมดในภูมิภาคจะกลายเป็น “เป้าหมายที่ชอบธรรม” ในการโจมตีกลับ ขณะที่ผู้นำกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) กล่าวว่าอิหร่านพร้อมรบและ ‘นิ้วอยู่ที่ไกปืน’ แล้ว

 

ทางด้าน อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านเตือนว่าหากถูกโจมตี อิหร่านจะตอบโต้ด้วยทุกอย่างที่มี และสงครามจะยืดเยื้อกว่าที่สหรัฐฯ หรืออิสราเอลคาดการณ์ไว้

 

ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) หนึ่งในพันธมิตรสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของฐานทัพอากาศ Al Dhafra ของสหรัฐฯ ประกาศว่าจะ ‘ไม่อนุญาต’ ให้สหรัฐฯ ใช้น่านฟ้าหรือดินแดนของตน สำหรับปฏิบัติการทางทหารที่เป็นปรปักษ์ต่ออิหร่าน

 

ความตึงเครียดนี้ส่งผลให้สายการบินหลายแห่ง เช่น Air France, KLM และ Luxair ยกเลิกหรือเลื่อนเที่ยวบินไปยังดูไบและเทลอาวีฟชั่วคราว เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย

 

ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เคยโจมตีทางอากาศใส่โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านอย่างน้อย 3 แห่ง เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา การเสริมกำลังรอบนี้จึงเป็นการเตรียมพร้อมรับมือ หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน และเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับทรัมป์ ซึ่งทำให้หลายประเทศในตะวันออกกลางมีความกังวลเป็นอย่างมาก หากความขัดแย้งขยายตัวและยืดเยื้อ

 

แฟ้มภาพ: Kevin Carter / Getty Images

อ้างอิง:

The post ทำไมสหรัฐฯ เคลื่อนกำลังทหารไปยังตะวันออกกลาง ทรัมป์กำลังส่งสัญญาณอะไร? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เรือยามชายฝั่งจีน-ญี่ปุ่น เผชิญหน้ากันใกล้หมู่เกาะเตียวหยู-เซ็งกะกุ ในทะเลจีนตะวันออก https://thestandard.co/china-japan-coast-guard-faceoff/ Wed, 03 Dec 2025 03:41:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1150906 เรือยามชายฝั่งจีน-ญี่ปุ่น เผชิญหน้ากัน ใกล้ หมู่เกาะเตียวหยู-เซ็งกะกุ ใน ทะเลจีนตะวันออก

เรือยามชายฝั่งของจีนและญี่ปุ่นเผชิญหน้ากันใกล้หมู่เกาะท […]

The post เรือยามชายฝั่งจีน-ญี่ปุ่น เผชิญหน้ากันใกล้หมู่เกาะเตียวหยู-เซ็งกะกุ ในทะเลจีนตะวันออก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เรือยามชายฝั่งจีน-ญี่ปุ่น เผชิญหน้ากัน ใกล้ หมู่เกาะเตียวหยู-เซ็งกะกุ ใน ทะเลจีนตะวันออก

เรือยามชายฝั่งของจีนและญี่ปุ่นเผชิญหน้ากันใกล้หมู่เกาะที่เป็นพื้นที่อ่อนไหวทางภูมิรัฐศาสตร์ในทะเลจีนตะวันออก โดยหมู่เกาะนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ เกาะเตียวหยู (Diaoyu Islands) ในจีน และ หมู่เกาะเซ็งกะกุ (Senkaku Islands) ในญี่ปุ่น ซึ่งจีนอ้างสิทธิ์ในดินแดนนี้ แม้ว่าญี่ปุ่นจะเป็นผู้บริหารจัดการหมู่เกาะนี้อยู่ก็ตาม

 

หน่วยยามชายฝั่งจีน (CCG) กล่าวว่า เรือประมงญี่ปุ่นได้เข้าสู่เขตน่านน้ำของเกาะเตียวหยูโดยผิดกฎหมาย โฆษก CCG ระบุว่า เรือจีนได้เข้าใกล้และแจ้งเตือนเรือประมงญี่ปุ่นให้ออกไป และได้ดำเนินการ ‘มาตรการบังคับใช้กฎหมายที่จำเป็น’ โดยอ้างว่าหมู่เกาะดังกล่าวเป็นดินแดนของจีน และเรียกร้องให้ญี่ปุ่น ‘ยุติการกระทำที่เป็นการละเมิดและยั่วยุทั้งหมดในน่านน้ำเหล่านี้ทันที’

 

ขณะที่หน่วยยามชายฝั่งญี่ปุ่น (JCG) ให้ข้อมูลที่แตกต่างออกไป โดยกล่าวว่าพวกเขาได้สกัดกั้นและขับไล่เรือ CCG สองลำในขณะที่เรือเหล่านั้นกำลังเข้าใกล้เรือประมง โดย JCG ระบุว่าได้เข้าใกล้เรือจีน หลังจากที่เห็นเรือเหล่านั้นเข้าสู่น่านน้ำญี่ปุ่นในช่วงเช้าของวันอังคาร (2 ธันวาคม) และได้ออกคำสั่งให้เรือจีนออกจากน่านน้ำ เรือลาดตระเวนของ JCG ได้ดูแลความปลอดภัยของเรือประมง จนกระทั่งเรือ CCG ออกจากพื้นที่ไปในไม่กี่ชั่วโมงต่อมา

 

การเผชิญหน้ากันครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศกำลังย่ำแย่ลงอย่างรุนแรง โดยความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจากความคิดเห็นที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งของผู้นำญี่ปุ่นเกี่ยวกับไต้หวัน เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

 

ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้กล่าวเป็นนัยในรัฐสภาว่า ญี่ปุ่นอาจจะดำเนินการทางทหารหากจีนโจมตีไต้หวัน ขณะที่จีนมองว่า ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน และไม่ได้ปฏิเสธการใช้กำลังเพื่อ ‘รวมชาติ’ โดยไต้หวันตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่เกาะเซ็งกะกุประมาณ 160 กิโลเมตร

 

วิวาทะของทั้งสองฝ่ายทำให้รอยร้าวในความสัมพันธ์ยิ่งขยายตัวและส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของพลเมืองในทั้งสองประเทศ

 

ความตึงเครียดระหว่างญี่ปุ่นและจีนได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงทศวรรษครึ่งที่ผ่านมา แม้ว่าทั้งสองประเทศจะเคยทำข้อตกลงเชิงหลักการในปี 2008 ที่จะแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรในทะเลจีนตะวันออกร่วมกันก็ตาม

 

รายงานพบว่า เมื่อปีที่ผ่านมา จำนวนวันที่พบเห็นเรือของรัฐบาลจีนในน่านน้ำของดินแดนดังกล่าวทำสถิติสูงสุดเป็นปีที่สามติดต่อกัน ขณะที่จำนวนเรือ CCG ที่ปฏิบัติการในน่านน้ำดังกล่าวก็ทำสถิติสูงสุดเช่นกัน

 

ก่อนหน้านี้เรือยามชายฝั่งของจีนเคยเข้าสู่น่านน้ำรอบหมู่เกาะนี้ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าเป็น ‘ปฏิบัติการลาดตระเวนที่ชอบด้วยกฎหมาย’ เพื่อรักษาสิทธิและผลประโยชน์ของจีน ขณะที่ฝ่ายญี่ปุ่นก็มองว่า เรือจีนกำลังรุกล้ำเข้ามายังน่านน้ำของญี่ปุ่น ทำให้หลายฝ่ายเฝ้าจับตามอง พื้นที่บริเวณหมู่เกาะเตียวหยู หรือหมู่เกาะเซ็งกะกุอย่างใกล้ชิดในช่วงเวลานี้ ท่ามกลางความกังวลใจว่า การเผชิญหน้าอาจบานปลายการเป็นเหตุปะทะกันในท้ายที่สุด

 

แฟ้มภาพ: Daniel Ceng / Anadolu via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post เรือยามชายฝั่งจีน-ญี่ปุ่น เผชิญหน้ากันใกล้หมู่เกาะเตียวหยู-เซ็งกะกุ ในทะเลจีนตะวันออก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์ปิดน่านฟ้า จ่อบุกเวเนซุเอลาหรือไม่? https://thestandard.co/trump-closes-airspace-venezuela/ Tue, 02 Dec 2025 06:51:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1150622 ทรัมป์ปิดน่านฟ้า จ่อบุก เวเนซุเอลาหรือไม่?

สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและเวเนซุเอลากำ […]

The post ทรัมป์ปิดน่านฟ้า จ่อบุกเวเนซุเอลาหรือไม่? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์ปิดน่านฟ้า จ่อบุก เวเนซุเอลาหรือไม่?

สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและเวเนซุเอลากำลังเข้าสู่จุดเดือด หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เซ็นคำสั่งปิดน่านฟ้าของ เวเนซุเอลา อย่างกะทันหันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (29 พฤศจิกายน) โดยที่ไม่มีการชี้แจงเหตุผลที่ชัดเจน ยิ่งทำให้ความตึงเครียดที่คุกรุ่นอยู่แล้วลุกโชนขึ้นไปอีก

 

ขณะที่อีกฟาก เวเนซุเอลา ภายใต้การนำของประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร ก็ตอบโต้ทันควัน โดยประณามว่าสหรัฐฯ เป็น “ภัยคุกคามจากลัทธิอาณานิคม” ในละตินอเมริกา มาดูโรเคยเตือนก่อนหน้านี้แล้วว่า สหรัฐฯ ต่างหากที่เป็นฝ่ายสร้างเรื่องเท็จเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการเปิดปฏิบัติการแทรกแซงทางทหารในเวเนซุเอลา ท่ามกลางความหวาดกลัวของประชาชนหลายล้านคนที่รู้สึกว่าชะตากรรมของพวกเขากำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย

 

ต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้คืออะไร ทรัมป์จะบุกเวเนซุเอลาหลังปิดน่านฟ้าหรือไม่ ติดตามได้ในบทความนี้

 

ปมความขัดแย้งมาจากอะไร

 

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ ยุคทรัมป์ กับเวเนซุเอลา ได้ทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างรวดเร็วในปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังผู้นำสหรัฐฯ อนุมัติการส่งกำลังทหารเข้าไปในเวเนซุเอลา และมีการโจมตีทางอากาศเกิดขึ้นหลายครั้ง จนหลายฝ่ายกังวลว่าสองประเทศอาจกำลังเข้าสู่ความขัดแย้งโดยตรงในไม่ช้า

 

หากย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งนี้ จะพบว่ายาเสพติดคือหัวข้อหลักที่สหรัฐฯ นำมาใช้กล่าวอ้างอยู่บ่อยครั้ง โดยทรัมป์ประกาศกร้าวมาตั้งแต่ช่วงหาเสียงในปี 2024 ว่า หากได้เป็นผู้นำอีกครั้ง เขาจะกวาดล้างยาเสพติดที่ลักลอบเข้าประเทศให้สิ้นซาก โดยเฉพาะเฟนทานิล (fentanyl) ที่สร้างวิกฤตครั้งใหญ่ และให้คำมั่นว่าจะจัดการขบวนการค้ายาเสพติดจากต่างแดน

 

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังประกาศด้วยว่าประเทศของตนไม่ยอมรับมาดูโรในฐานะผู้นำที่ชอบด้วยกฎหมายของเวเนซุเอลา และในเดือนมีนาคม 2025 ทรัมป์ได้ลงนามกำหนดให้องค์กรอาชญากรรม Tren de Aragua เป็นองค์กรก่อการร้ายระดับโลก

 

ไม่เพียงเท่านั้น เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังกล่าวหาอย่างเปิดเผยว่า มาดูโรมีบทบาทสำคัญในองค์กรอาชญากรรม Cartel de los Soles และใช้ขบวนการค้ายาเสพติดเป็นเสมือนอาวุธโจมตีสหรัฐฯ จนนำไปสู่การเพิ่มความกดดันอย่างถึงขีดสุดในเดือนสิงหาคม 2025 เมื่อกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มรางวัลสำหรับผู้ที่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการจับกุมมาดูโรอีก 2 เท่า จากเดิม 25 ล้านดอลลาร์ เป็น 50 ล้านดอลลาร์ โดยอ้างว่าผู้นำเวเนซุเอลามีส่วนพัวพันกับแก๊งอาชญากรรมและการขนส่งโคเคนข้ามชาติจำนวนมหาศาล

 

อย่างไรก็ตาม มาดูโรยืนกรานว่าข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ ไม่เป็นความจริง แต่เป็นเพราะสหรัฐฯ เองต่างหากที่พยายามหาข้ออ้างในการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง เพื่อหวังเข้าควบคุมทรัพยากรมหาศาลของเวเนซุเอลา

 

สถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร

 

สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า ตลอดช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เวเนซุเอลามีการฝึกซ้อมรบตามปกติ และได้ประกาศระดมกำลังครั้งใหญ่เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีใดๆ ที่อาจเกิดขึ้น

 

ตัดภาพมาทางฝั่งสหรัฐฯ ก็ได้มีการส่งกำลังทหารเรือจำนวนมากไปยังแถบทะเลแคริบเบียนตอนใต้ (นับตั้งแต่เริ่มการโจมตีเรือขนยาเสพติดหลายครั้งเมื่อต้นเดือนกันยายน 2025) แม้สหรัฐฯ จะยังไม่ได้แสดงหลักฐานที่แน่ชัดว่าเรือเหล่านั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดหรือไม่ แต่มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 83 รายจากการโจมตีเหล่านั้น

 

ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ยกระดับแรงกดดันต่อมาดูโร โดยกำหนดให้กลุ่ม Cartel de los Soles ของเวเนซุเอลาเป็นองค์กรก่อการร้ายต่างชาติ โดยระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด

 

แต่ถึงกระนั้น นักวิเคราะห์ด้านการเมืองและผู้สังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนก็ออกมาเตือนสหรัฐฯ ว่าไม่ควรกระทำการใดๆ ก็ตามเพื่อโค่นมาดูโรออกจากตำแหน่งด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

 

ส่องท่าที ทรัมป์ กับโอกาสเกิดสงคราม

 

คำถามสำคัญที่อยู่ในใจใครหลายคนขณะนี้ คงหนีไม่พ้นประเด็นที่ว่า ‘สหรัฐฯ จะบุกกับเวเนซุเอลาหรือไม่’

 

แม้คำตอบจะยากเกินคาดเดา แต่หากพิจารณาจากท่าทีของทรัมป์จะเห็นว่า แม้เขาจะแข็งกร้าวสุดขีด แต่ก็ยังพอมีช่องทางการเจรจา

 

นับตั้งแต่ที่กลับเข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ สมัยที่ 2 ในเดือนมกราคม 2025 ทรัมป์ใช้ถ้อยคำโจมตีมาดูโรอยู่บ่อยครั้ง โดยกล่าวโทษว่าเวเนซุเอลาคือต้นเหตุของขบวนการค้ายาเสพติดและปัญหาผู้อพยพที่ทะลักเข้าสหรัฐฯ

 

เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากเข้ารับตำแหน่ง ทรัมป์ก็สั่งยกเลิกสัมปทานข้อตกลงธุรกรรมน้ำมันที่โจ ไบเดน เคยให้ไว้ อีกทั้งยังกำหนดภาษี 25% สำหรับประเทศที่ซื้อน้ำมันจากเวเนซุเอลา และต่อมายังได้เพิ่มรางวัลสำหรับผู้ที่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับการจับกุมมาดูโรเป็นสองเท่า และประกาศให้มาดูโรเป็น “ผู้นำก่อการร้ายระดับโลก”

 

ความดุดันของทรัมป์ยังไม่หมดเท่านั้น ในช่วงเดือนตุลาคม 2025 ทรัมป์ยืนยันว่าเขาได้อนุญาตให้ CIA ดำเนินปฏิบัติการลับในเวเนซุเอลา โดยอ้างว่าเวเนซุเอลาได้ปล่อยนักโทษออกจากเรือนจำเข้าสู่สหรัฐฯ และมียาเสพติดจำนวนมาก รวมถึงเฟนทานิลกำลังไหลทะลักเข้ามาจากเวเนซุเอลาผ่านทางทะเล โดยรัฐบาลได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง USS Gerald R Ford พร้อมเรือรบอื่น ๆ รวมถึงทหารหลายพันนาย และเครื่องบินรบ F-35 ไปยังทะเลแคริบเบียน

 

และเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (27 พฤศจิกายน) ทรัมป์ถึงกับกล่าวว่า การโจมตีทางบกภายในเวเนซุเอลาอาจเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

 

ท่ามกลางความตึงเครียดที่ดูขมวดหนักขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม มีรายงานจาก The New York Times และ The Wall Street Journal ว่า ทรัมป์ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับมาดูโร แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับการสนทนาดังกล่าว

 

มาดูโรว่าอย่างไรบ้าง

 

เวเนซุเอลาประณามสหรัฐฯ ที่ประกาศปิดน่านฟ้า โดยแถลงการณ์จากกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า การกระทำของทรัมป์เป็น “ภัยคุกคามจากนักล่าอาณานิคม” ซึ่งถือเป็น “การรุกรานที่ผิดกฎหมาย เกินขอบเขต และเป็นการรุกรานอย่างไร้เหตุผลต่อประชาชนชาวเวเนซุเอลา”

 

ด้านมาดูโรได้ประณามประวัติการทำงานของ CIA ในความขัดแย้งทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การโค่นล้มผู้นำใน ‘สงครามที่ล้มเหลวชั่วนิรันดร์’ (The Failed Eternal Wars) เช่น สงครามในอัฟกานิสถาน อิรัก และลิเบีย

 

ขณะเดียวกัน มาดูโรก็ออกมาเรียกร้องสันติภาพอย่างต่อเนื่อง เขาปฏิเสธสงคราม และสนับสนุนความสามัคคี เขาปรากฏตัวทางโทรทัศน์ พร้อมประกาศเป็นภาษาสเปนและอังกฤษผสมกันว่า “No war… Peace, forever”

 

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน มาดูโรยังนำบทเพลงแห่งสันติภาพสุดอมตะอย่าง Imagine ของจอห์น เลนนอน มาร้องในการชุมนุมของผู้สนับสนุน โดยกล่าวว่า “จงทำทุกอย่างเพื่อสันติภาพ ดังที่จอห์น เลนนอนเคยกล่าวไว้ ลองนึกภาพผู้คนทั้งหลาย (Imagine all the people)”

 

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มาดูโรได้ให้คำมั่นว่า จะปกป้องประเทศจาก “ภัยคุกคามจากลัทธิจักรวรรดินิยม” เขาได้กล่าวปราศรัยต่อฝูงชนที่โรงเรียนนายร้อยทหารฟูเอร์เต ติอูนา ในชุดทหารเต็มยศ พร้อมกับถือดาบของซิมอน โบลิวาร์ วีรบุรุษประจำชาติของเวเนซุเอลา

 

เวเนซุเอลา เป็นแหล่งยาเสพติดอย่างที่ทรัมป์ว่าจริงหรือไม่

 

แม้รัฐบาลทรัมป์จะผลักดันแนวคิดที่ว่าเวเนซุเอลามีความเชื่อมโยงกับเครือข่าย “ผู้ก่อการร้ายยาเสพติด” แต่ข้อมูลจาก Al Jazeera ชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงอีกด้านว่า วิกฤตเฟนทานิล (Fentanyl) ที่คร่าชีวิตชาวอเมริกันส่วนใหญ่ แทบไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับเวเนซุเอลา

 

ข้อมูลจากสำนักงานปราบปรามยาเสพติดแห่งสหรัฐอเมริกา (DEA) และกระทรวงการต่างประเทศระบุชัดเจนว่า เม็กซิโกคือศูนย์กลางการผลิตสารโอปิออยด์สังเคราะห์ โดยใช้สารตั้งต้นที่นำเข้าจากจีน

 

สำหรับโคเคน (Cocaine) นั้น แม้ว่าเวเนซุเอลาจะดูเหมือนเป็นศูนย์กลางการขนส่ง แต่ก็ไม่ใช่ผู้ผลิตหลักหรือผู้ค้ารายใหญ่ โดยโคลอมเบียยังคงครองแชมป์ผู้ผลิตโคเคนรายใหญ่ที่สุดในโลก และโคเคนส่วนใหญ่ที่ผ่านเวเนซุเอลาจะถูกส่งไปยังยุโรป

 

ในปี 2020 สหรัฐฯ ประเมินว่า มีการค้าโคเคนผ่านเวเนซุเอลาประมาณ 200-250 ตันต่อปี ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 13% ของปริมาณทั่วโลก

 

ผู้นำโลกคิดอย่างไรต่อปฏิบัติการสหรัฐฯ

 

พันธมิตรของสหรัฐฯ ในยุโรปได้ออกมาคัดค้านการโจมตีของรัฐบาลสหรัฐฯ ในทะเลแคริบเบียน โดยในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่ม G7 ฌอง-โนเอล บาร์โรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส กล่าวว่า การโจมตีดังกล่าว “ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ”

 

อย่างไรก็ตาม มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ โต้กลับอย่างดุดันว่า ชาติต่างๆ ควรขอบคุณสหรัฐฯ ที่สังหารผู้ลักลอบขนยาเสพติด และกล่าวว่า “ผมไม่คิดว่าสหภาพยุโรปมีสิทธิ์กำหนดว่ากฎหมายระหว่างประเทศคืออะไร” และ “แน่นอนว่าพวกเขาไม่มีสิทธิ์กำหนดว่าสหรัฐฯ จะปกป้องความมั่นคงแห่งชาติของตนอย่างไร”

 

ด้านโคลอมเบียก็ออกมาคัดค้านการกระทำของสหรัฐฯ อย่างแข็งขัน เนื่องจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่อโคลอมเบีย ซึ่งมีพรมแดนติดกับเวเนซุเอลากว่า 2,219 กิโลเมตร โดยปัจจุบันผู้ลี้ภัยชาวเวเนซุเอลาหลายล้านคนได้หลบหนีออกจากประเทศไปอาศัยอยู่ในโคลอมเบีย เพื่อหลีกหนีจากวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองที่แก้ไม่ตก

 

กุสตาโว เปโตร ประธานาธิบดีโคลอมเบียกล่าวว่า การเสริมกำลังทหารของสหรัฐฯ ในทะเลแคริบเบียน “เป็นการรุกรานละตินอเมริกาอย่างไม่ต้องสงสัย”

 

ส่วนประธานาธิบดีลูลา ดา ซิลวา ของบราซิล ได้แสดงจุดยืนทางการทูตที่หนักแน่น โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวในโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ว่า “ไม่มีประธานาธิบดีของประเทศอื่นใดควรตั้งสมมติฐานว่าเวเนซุเอลา…ควรเป็นอย่างไร”

 

ขณะที่เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ประณามการโจมตีของสหรัฐฯ ว่า “เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้” พร้อมกล่าวเสริมว่า “นี่คือสิ่งที่ประเทศที่ไร้กฎหมายปฏิบัติกัน เช่นเดียวกับประเทศที่ถือว่าตนเองอยู่เหนือกฎหมาย”

 

ส่วนประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน กล่าวในจดหมายที่ส่งถึงมาดูโรเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน โดยยืนยันว่าทั้งสองประเทศเป็น “มิตรสนิท พี่น้องที่รัก และพันธมิตรที่ดี” โดยกล่าวว่า “จีนคัดค้านอย่างเด็ดขาดต่อการแทรกแซงกิจการภายในของเวเนซุเอลาโดยกองกำลังภายนอก ไม่ว่าจะด้วยข้ออ้างใดๆ ก็ตาม”

 

ภาพ: Pete Marovich/Getty Images

อ้างอิง:

The post ทรัมป์ปิดน่านฟ้า จ่อบุกเวเนซุเอลาหรือไม่? appeared first on THE STANDARD.

]]>
121 เสียงท้วงสันติภาพอาเซียน จี้ไทย–กัมพูชาลดตึงเครียดทันที รับมือวิกฤตชายแดน https://thestandard.co/121-urge-thailand-cambodia-tension/ Mon, 24 Nov 2025 08:49:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1146807 121 เสียงท้วง สันติภาพ อาเซียน จี้ ไทย–กัมพูชา ลดตึงเครียดทันที รับมือ วิกฤตชายแดน

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2025 นักวิชาการ สื่อมวลชน และตัวแทน […]

The post 121 เสียงท้วงสันติภาพอาเซียน จี้ไทย–กัมพูชาลดตึงเครียดทันที รับมือวิกฤตชายแดน appeared first on THE STANDARD.

]]>
121 เสียงท้วง สันติภาพ อาเซียน จี้ ไทย–กัมพูชา ลดตึงเครียดทันที รับมือ วิกฤตชายแดน

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2025 นักวิชาการ สื่อมวลชน และตัวแทนภาคประชาสังคมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 121 คน ออกแถลงการณ์ปมความขัดแย้ง ไทย-กัมพูชา โดยแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ตามแนวชายแดนของ 2 ประเทศ ชี้คุกคามสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค รวมถึงทำให้ชุมชนตามแนวชายแดนเสี่ยงอันตราย และสั่นคลอนคุณค่าหลักของอาเซียน โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

 

แถลงการณ์ 21 พฤศจิกายน 2568 พันธกิจต่อสันติภาพ ความยุติธรรม และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในประเทศไทยและกัมพูชา

 

พวกเรา นักวิชาการ ปัญญาชน ตัวแทนภาคประชาสังคม และผู้รักสันติภาพ ที่สนับสนุนความยุติธรรมและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออกแถลงการณ์ฉบับนี้ถึงผู้นำไทย กัมพูชา และสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เพื่อแสดงความห่วงกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ความตึงเครียดล่าสุดตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ที่ไม่เพียงแต่คุกคามสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาคเท่านั้น หากยังทำให้ชุมชนตามแนวชายแดนตกอยู่ในความเสี่ยงอันตราย และสั่นคลอนคุณค่าหลักของอาเซียนที่ยึดมั่นในการสนทนา ความเคารพซึ่งกันและกัน และการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธี

 

เรากล่าวถ้อยคำนี้ด้วยความนอบน้อมและความแน่วแน่ ด้วยเชื่อว่าสันติภาพมิใช่เป็นเพียงการปลอดสงคราม หากแต่ต้องประกอบด้วยความยุติธรรม ความรับผิดชอบ และความกล้าหาญทางจริยธรรมในอันที่จะร่วมมือกันท่ามกลางความหวาดระแวงและความไม่ไว้วางใจที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ความขัดแย้งย่อมนำมาซึ่งความเสียหายอันใหญ่หลวง การป้องกันโศกนาฏกรรมจึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งของบรรดาผู้นำประเทศ

 

เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทย กัมพูชา และอาเซียน ดำเนินการอย่างทันท่วงทีร่วมกันบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยอาศัยหลักการสำคัญ 6 ประการดังนี้

 

1. การปฏิบัติตามข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์อย่างเคร่งครัด

 

ปฏิญญาร่วมที่ลงนามโดยนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาและนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย หรือที่เรียกว่า “ความตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์” เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2025 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ จะต้องได้รับการปฏิบัติอย่างครบถ้วน โดยปราศจากความล่าช้าและข้อยกเว้นใดๆ

 

1.1 เราขอสนับสนุนให้รัฐบาลกัมพูชาและรัฐบาลไทย เคารพเจตนารมณ์และตัวบทของข้อตกลง สันติภาพกัวลาลัมเปอร์อย่างเคร่งครัด โดยขอเน้นย้ำว่า บทบัญญัติทั้งหมดจะต้องได้รับการนำไปปฏิบัติอย่างเที่ยงธรรมและโปร่งใสโดยทันที ไม่ว่าจะเป็นกลไกการหยุดยิง การเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม การเคลื่อนย้ายอาวุธหนักและกำลังทหารออกจากพื้นที่ และการงดเว้นจากการเผยแพร่หรือส่งเสริมข้อมูลเท็จ ข้อกล่าวหา การกล่าวโทษ รวมทั้งวาทกรรมที่ให้ร้ายต่อกันหรือสร้างความเกลียดชัง

 

1.2 ข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์มิใช่ทางเลือก แต่เป็นพันธกรณีทางการเมืองที่มีผลผูกพันต่อผู้นำสูงสุดของรัฐบาล การบิดพลิ้วใด ๆ อาจสร้างความเสี่ยงให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อชุมชนตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ ตลอดจนความเชื่อมั่นในภูมิภาค และความน่าเชื่อถือของอาเซียน

 

1.3 เราขอให้ประธานอาเซียนแสดงบทบาทที่แข็งขัน เป็นกลาง และคงเส้นคงวา และเรียกร้องด้วยความเคารพให้ประธานอาเซียนและคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (ASEAN Observer Team: AOT) ปฏิบัติภารกิจของตนด้วยความเป็นมืออาชีพ ความถูกต้อง และความโปร่งใสอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ข้อผิดพลาดใด ๆ อาทิ ข้อบกพร่องในการสื่อสารและการเปิดเผยข้อมูลสำคัญของการดำเนินงานของคณะผู้สังเกตการณ์โดยไม่ระมัดระวังจะต้องไม่เกิดซ้ำอีก

 

2. จัดตั้งกลไกอิสระเพื่อการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาและโปร่งใส

 

เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาและรัฐบาลไทยร่วมกันริเริ่มสอบสวนข้อเท็จจริงในทุกกรณีอย่างโปร่งใสและเป็นกลาง การตรวจสอบนี้ ควรนำโดยคณะทำงานอิสระเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดตามชายแดน

 

ทั้งนี้ รัฐบาลของทั้งสองประเทศ ซึ่งเป็นภาคีอนุสัญญากรุงออตตาวา (ว่าด้วยการต่อต้านระเบิดสังหารบุคคล) ควรร่วมกันยื่นคำร้องต่อประธานอนุสัญญาฯ ให้จัดตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อปฏิบัติหน้าที่เชิงเทคนิคและเชิงคุณธรรมในการธำรงไว้ซึ่งความจริง สร้างหลักประกันภาระรับผิดชอบ และส่งเสริมความไว้วางใจ ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 4 ของปฏิญญาร่วมฯ ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์

 

3. ให้โอกาสสันติภาพได้ทำงานตามบรรทัดฐานระหว่างประเทศและภูมิภาคอย่างเต็มที่

 

เราเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยึดมั่นในเจตนารมณ์และตัวบทของกฎบัตรสหประชาชาติ กฎบัตรอาเซียน และ สนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Treaty of Amity and Cooperation หรือ TAC) ที่ระบุว่าความขัดแย้งใด ๆ ที่มีแนวโน้มจะคุกคามสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศและความมั่นคงในภูมิภาค จะต้องได้รับการแก้ไขผ่านการเจรจา การตรวจสอบ การไกล่เกลี่ย การประนีประนอม กระบวนการอนุญาโตตุลาการ กลไกทางตุลาการ หรือวิธีการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธีอื่นๆ

 

เราเน้นย้ำเป็นพิเศษถึงความจำเป็นที่จะต้องยึดมั่นในมาตรา 33 ของกฎบัตรสหประชาชาติ
และมาตรา 22 ของกฎบัตรอาเซียน รวมถึงวัตถุประสงค์ทั้งหมดของ TAC ทั้งนี้ เราสนับสนุนให้ผู้นำทั้งสองประเทศพิจารณาจัดตั้งคณะกรรมาธิการระดับสูง (High Council) ตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 14 และ 15 ของ TAC เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกลไกการแก้ไขความขัดแย้งนี้

 

แม้ว่าการใช้กำลังทหารในการป้องกันตนเองจะมีความชอบธรรมตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ แต่ควรถือเป็นทางเลือกสุดท้าย ทุกฝ่ายต้องตระหนักอยู่เสมอว่าเป้าหมายหลักประการหนึ่งของกฎบัตรสหประชาชาติ คือ การป้องปรามการใช้กำลังทางทหารแต่ฝ่ายเดียวในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

 

4. ปกป้องสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ

 

สิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีของผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดตามแนวชายแดนจะต้องได้รับการปกป้อง ชุมชนที่ได้รับผลกระทบควรได้รับการสนับสนุนให้มีส่วนร่วมในการเจรจาในทุกระดับ ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับภูมิภาค ทั้งนี้ การประเมินความต้องการ การปรึกษาหารือ และการชดเชย

 

ความเสียหายที่เป็นธรรมจะต้องเป็นแนวทางสำหรับการฟื้นฟูเยียวยา เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีเสียงใดถูกละเลยในการกำหนดแนวทางดำเนินการเพื่อสร้างสันติภาพ

 

5. ส่งเสริมการทูตภาคประชาชนและต่อต้านวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง

 

เราขอเรียกร้องให้เปิดพื้นที่สำหรับการพุดคุยของทุกฝ่าย เพื่อให้นักวิชาการ ภาคประชาสังคม ผู้กำหนดนโยบาย สื่อมวลชน ภาคธุรกิจ และชุมชนที่ได้รับผลกระทบเข้ามามีส่วนร่วม ในการเสริมสร้างความไว้วางใจ การปรองดอง และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในระยะยาว

 

ในขณะเดียวกัน ตัวแสดงที่มิใช่รัฐและผู้มีอิทธิพลในสื่อสังคมออนไลน์และสื่อกระแสหลัก (influencers) จะต้องปฏิบัติตนด้วยมาตรฐานระดับสูง และแสดงถึงความรับผิดชอบ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีการเผยแพร่ความเกลียดชัง การลดทอนความเป็นมนุษย์ หรือข้อมูล
อันเป็นเท็จที่จะสร้างความเสียหายเพิ่มเติมต่อสันติภาพและธรรมาภิบาลในระบอบประชาธิปไตยที่มีความเปราะบางเป็นทุนเดิม โดยการดำเนินการทั้งหมดนี้จักต้องตั้งอยู่บนหลักการที่ว่าเสรีภาพในการแสดงออกต้องได้รับการคุ้มครองเช่นกัน

 

6. เปลี่ยนวาทกรรมความขัดแย้งด้วยการศึกษา

 

เพื่อทำลายวงจรความขัดแย้งที่มีพื้นฐานมาจากความขุ่นเคืองในอดีตจากประวัติศาสตร์บาดแผล เราขอเรียกร้องให้มีการทบทวนและประเมินแบบเรียนและตำราประวัติศาสตร์ รวมถึงสื่อการเรียนรู้ ทั้งในประเทศไทยและกัมพูชาอย่างละเอียดรอบคอบ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความเข้าใจซึ่งกันและกัน ลดอคติ และช่วยให้คนรุ่นใหม่มองเพื่อนบ้านในฐานะหุ้นส่วนแห่งสันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง

 

เราต้องยอมรับว่าเรายืนอยู่บนทางแพร่งระหว่างการเป็นภูมิภาคแห่งสันติภาพและความขัดแย้ง เราขอเรียกร้องให้เหล่าผู้นำทั้งหลายก้าวข้ามวาทกรรมชาตินิยมและความเป็นปฏิปักษ์ทางประวัติศาสตร์ ณ ห้วงเวลานี้ คือ ห้วงเวลาที่จะต้องตระหนักว่า เราล้วนแล้วแต่มีหน้าที่ร่วมกันในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ ความยุติธรรม และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

 

เรา ผู้มีรายนามดังต่อไปนี้ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลของทั้งสองประเทศดำเนินการด้วยความกล้าหาญทางจริยธรรมและยึดมั่นในความร่วมมือระหว่างกัน และเรียกร้องให้อาเซียนแสดงบทบาทนำอย่างสุจริต และแน่วแน่

 

เรา ในฐานะผู้มีส่วนได้เสียในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมยืนหยัดสนับสนุนความริเริ่มใดๆ ในการสร้างสันติภาพที่เป็นธรรมและยั่งยืน

The post 121 เสียงท้วงสันติภาพอาเซียน จี้ไทย–กัมพูชาลดตึงเครียดทันที รับมือวิกฤตชายแดน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษกกองทัพเรือยืนยันไม่มีใช้อาวุธ หลังกัมพูชาอ้างได้ยินเสียงปืนดังจากฝั่งไทยขณะ AOT ลงพื้นที่ https://thestandard.co/cambodia-claims-gunfire-thai-navy-denies/ Thu, 20 Nov 2025 01:04:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1145206 โฆษกกองทัพเรือยืนยันไม่มีใช้อาวุธ หลัง กัมพูชาอ้างได้ยินเสียงปืนดังจากฝั่งไทย ขณะ AOT ลงพื้นที่

วานนี้ (19 พฤศจิกายน) พล.ร.ต. ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกอ […]

The post โฆษกกองทัพเรือยืนยันไม่มีใช้อาวุธ หลังกัมพูชาอ้างได้ยินเสียงปืนดังจากฝั่งไทยขณะ AOT ลงพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษกกองทัพเรือยืนยันไม่มีใช้อาวุธ หลัง กัมพูชาอ้างได้ยินเสียงปืนดังจากฝั่งไทย ขณะ AOT ลงพื้นที่

วานนี้ (19 พฤศจิกายน) พล.ร.ต. ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงว่าตามที่กระทรวงกลาโหมกัมพูชาเผยแพร่รายงานว่า เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2025 ว่าคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนของกัมพูชา (ASEAN Observer Team: AOT) ได้ยุติภารกิจตรวจสอบการหยุดยิงบริเวณช่องทางผ่านแดนในเขตจังหวัดโพธิสัตว์ ภายหลังได้ยินเสียงคล้ายการใช้อาวุธจากฝ่ายไทยนั้น สำนักงานโฆษกกองทัพเรือขอชี้แจงข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้

 

พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในระยะที่ 1 ของศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม (TMAC) ซึ่งปฏิบัติการอยู่ ที่บ้านชำราก ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด ซึ่งเป็นพื้นที่ภายในเขตอธิปไตยของไทยอย่างชัดเจน และเป็นพื้นที่เดียวกับที่ฝ่ายไทยสามารถเก็บกู้วัตถุระเบิดได้จำนวนมาก รวมทั้งระเบิด PMN-2 ที่มีสภาพใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีการลักลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิดสังหารเมื่อไม่นานมานี้

 

ซึ่งเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ตราด (ฉก.นย.ตราด) ที่ลาดตระเวนคุ้มกันชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิดอยู่นั้น ตรวจพบว่าทหารกัมพูชาหลายนายได้นำคณะ AOT-Cambodia มาปรากฏตัวบริเวณแนวรั้วลวดหนามที่ฝ่ายไทยจัดทำไว้ เพื่อป้องกันอันตรายจากทุ่นระเบิดและเพื่อมิให้ฝ่ายกัมพูชาสามารถรบกวนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดของฝ่ายไทยได้เหมือนที่เคยปฏิบัติมา และได้พยายามขอข้ามแนวลวดหนามมา ซึ่งทางฝ่ายไทยไม่อนุญาตให้ทหารกัมพูชานำคณะดังกล่าวเข้ามาในพื้นที่ปฏิบัติการของฝ่ายไทยได้

 

ต่อมา 19 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 11.00 น. ระหว่างที่หน่วย TMAC ของไทยกำลังปฏิบัติงานต่อเนื่อง ได้สังเกตเห็นกลุ่มทหารกัมพูชากำลังสังเกตการณ์อยู่ภายในฐานจอมวย ซึ่งห่างจากแนวรั้วลวดหนามประมาณ 150 เมตร ได้เกิดเสียงดังคล้ายประทัดหรือเสียงไม่ทราบที่มา บริเวณไม่ไกลจากบริเวณนั้น

 

กำลังพลทั้งสองฝ่ายก็ได้หลบและเข้าสู่ที่กำบังตามมาตรการความปลอดภัย ภายหลังตรวจสอบโดยละเอียดของฝ่ายไทยพบว่าไม่มีการใช้อาวุธหรือการปฏิบัติการใดๆ จากฝ่ายไทย โดยเบื้องต้นจากการสอบถามผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทราบว่าเสียงดังกล่าวมีลักษณะคล้ายประทัดมากกว่าเป็นเสียงจากอาวุธปืน ซึ่งอาจเป็นการสร้างสถานการณ์โดยฝ่ายกัมพูชาเอง

 

กองทัพเรือยืนยันว่าไทยดำเนินการด้านมนุษยธรรมตามมาตรฐานสากล และมุ่งลดปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ชายแดนมาโดยตลอด โดยจะเดินหน้าปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดนต่อไป ทั้งนี้ กองทัพเรือยังคงยึดมั่นในการรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน และพร้อมประสานงานผ่านกลไกความร่วมมือที่มีอยู่ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและไม่ให้เกิดความตึงเครียดเพิ่มเติม

The post โฆษกกองทัพเรือยืนยันไม่มีใช้อาวุธ หลังกัมพูชาอ้างได้ยินเสียงปืนดังจากฝั่งไทยขณะ AOT ลงพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ เตรียมช่วยเกาหลีใต้สร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ท่ามกลางความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี https://thestandard.co/us-korea-nuclear-sub/ Sun, 16 Nov 2025 04:00:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1143828 สหรัฐฯ เตรียมช่วย เกาหลีใต้ สร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ท่ามกลาง ความตึงเครียด บน คาบสมุทรเกาหลี

รัฐบาลเกาหลีใต้ได้ประกาศว่า บรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายในกา […]

The post สหรัฐฯ เตรียมช่วยเกาหลีใต้สร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ท่ามกลางความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ เตรียมช่วย เกาหลีใต้ สร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ท่ามกลาง ความตึงเครียด บน คาบสมุทรเกาหลี

รัฐบาลเกาหลีใต้ได้ประกาศว่า บรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายในการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ โดยได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งอนุมัติเรื่องเรือดำน้ำโจมตี และตกลงที่จะให้ความร่วมมือในการจัดหาเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ให้เกาหลีใต้

 

ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในความสัมพันธ์ของเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ และเกิดขึ้นท่ามกลางช่วงเวลาที่ความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีกำลังเพิ่มสูงขึ้น ทั้งจากการทดสอบโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และการแผ่ขยายอิทธิพลของจีนภายในภูมิภาค

 

โดยข้อตกลงนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ผู้นำทั้งสองบรรลุข้อตกลงทางการค้าเมื่อเดือนตุลาคม ซึ่งส่งผลให้มีการลดภาษีสินค้านำเข้าลงจาก 25% เป็น 15% ขณะที่เกาหลีใต้ตกลงที่จะลงทุนในสหรัฐฯ รวม 3.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรวมถึงการลงทุนเงินสด 2 แสนล้านดอลลาร์ และการลงทุนในอุตสาหกรรมการต่อเรือ 1.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

แรงจูงใจและความได้เปรียบของเกาหลีใต้

 

โครงการเรือดำน้ำใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อตอบโต้เกาหลีเหนือ ซึ่งเพิ่งเปิดเผยว่ากำลังดำเนินโครงการเรือดำน้ำนิวเคลียร์ของตนเอง โดยเกาหลีเหนือคาดว่าจะมีเรือดำน้ำดังกล่าวภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และมีคลังแสงอาวุธนิวเคลียร์ประมาณ 50 หัวรบอยู่แล้ว

 

ขณะที่เรือดำน้ำของเกาหลีใต้ที่มีอยู่ประมาณ 20 ลำนั้นขับเคลื่อนด้วยดีเซล ซึ่งต้องขึ้นสู่ผิวน้ำบ่อยกว่ามาก ในทางตรงกันข้าม เรือดำน้ำนิวเคลียร์สามารถปฏิบัติการได้ไกลและเร็วกว่า รัฐมนตรีกลาโหมเกาหลีใต้ระบุว่าการมีเรือดำน้ำนิวเคลียร์เป็นความสำเร็จที่น่าภูมิใจ และเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญในการเสริมสร้างการป้องกันประเทศ

 

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การได้เรือดำน้ำนิวเคลียร์มาครอบครองจะช่วยให้เกาหลีใต้ก้าวทันการแข่งขันด้านอาวุธในเอเชียตะวันออก และเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่หมายความว่าเกาหลีใต้เป็น ‘ผู้เล่นสำคัญในระดับภูมิภาค’ นอกจากนี้ยังช่วยให้เกาหลีใต้สามารถปฏิบัติการร่วมกับประเทศอื่นๆ ได้มากขึ้น

 

แม้ผู้เชี่ยวชาญบางคนอาจมองว่า เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์อาจ ‘ไม่ได้เปลี่ยนแปลง’ ดุลอำนาจในคาบสมุทรเกาหลีไปอย่างมาก แต่จุดประสงค์หลักคือ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งชาวเกาหลีใต้ว่า รัฐบาลกำลังตอบสนองต่อภัยคุกคามนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนืออย่างเต็มความสามารถ

 

สำหรับสหรัฐฯ การสนับสนุนโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงกดดันต่อทั้งเกาหลีเหนือและจีน โดยเกาหลีใต้จะเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม และจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของสหรัฐฯ ในการกดดันสองประเทศนี้

 

ขณะที่จีนมีแนวโน้มไม่พอใจต่อข้อตกลงดังกล่าว หลังเอกอัครราชทูตจีนประจำเกาหลีใต้ได้แสดงความหวังว่าเกาหลีใต้จะจัดการประเด็นนี้อย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงความกังวลของทุกฝ่าย พร้อมเน้นย้ำว่าสถานการณ์ด้านความมั่นคงในภูมิภาคยังคง ‘ซับซ้อนและละเอียดอ่อน’

 

นักวิชาการบางคนเชื่อว่า เกาหลีเหนืออาจยินดีกับการเปลี่ยนแปลงนี้ เพราะจะมีส่วนช่วยเสริมสร้างความชอบธรรมของเกาหลีเหนือในการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ต่อไป ซึ่งหมายความว่าการเรียกร้องให้เกาหลีเหนือยุติโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์จะทำได้ยากขึ้น

 

ที่ผ่านมา เกาหลีใต้เคยมีโครงการอาวุธนิวเคลียร์ในช่วงทศวรรษ 1970 แต่ล้มเลิกไปตามแรงกดดันของสหรัฐฯ ความสามารถในการเสริมสมรรถนะหรือการนำยูเรเนียมกลับมาใช้ใหม่จึงถูกจำกัดโดยสหรัฐฯ เนื่องจากเกาหลีใต้ต้องพึ่งพาการนำเข้าทั้งหมด

 

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่เห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับสถานที่สร้างเรือดำน้ำ โดยโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า เรือจะถูกสร้างที่อู่ต่อเรือในฟิลาเดลเฟีย แต่เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ยังคงยืนยันว่าต้องสร้างในประเทศเกาหลีใต้ เนื่องจากสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีอยู่สามารถดำเนินการได้ในระยะเวลาที่สั้นกว่า และอู่ต่อเรือในฟิลาเดลเฟียนั้นไม่มีความสามารถในการสร้างเรือดังกล่าว

 

โดยหลังจากบรรลุข้อตกลงแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการปรับข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างสองประเทศ เพื่อให้สหรัฐฯ สามารถจัดหาเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ และกำหนดขอบเขตสำหรับการใช้งานทางทหารได้

 

แฟ้มภาพ: Woohae Cho / Getty Images

 

อ้างอิง:

The post สหรัฐฯ เตรียมช่วยเกาหลีใต้สร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ท่ามกลางความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพไทยชี้แจงข้อเท็จจริง-หลักฐานเหตุปะทะชายแดน แก่คณะผู้ช่วยทูตทหาร 18 ประเทศ https://thestandard.co/thai-military-explains-border-clash/ Fri, 14 Nov 2025 09:30:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1143416 กองทัพไทยชี้แจงข้อเท็จจริง-หลักฐานเหตุปะทะชายแดน แก่ คณะผู้ช่วยทูตทหาร 18 ประเทศ

วันนี้ (14 พฤศจิกายน) กองทัพไทยจัดการประชุมชี้แจงและแสด […]

The post กองทัพไทยชี้แจงข้อเท็จจริง-หลักฐานเหตุปะทะชายแดน แก่คณะผู้ช่วยทูตทหาร 18 ประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพไทยชี้แจงข้อเท็จจริง-หลักฐานเหตุปะทะชายแดน แก่ คณะผู้ช่วยทูตทหาร 18 ประเทศ

วันนี้ (14 พฤศจิกายน) กองทัพไทยจัดการประชุมชี้แจงและแสดงหลักฐานต่างๆ ในสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีผู้บังคับบัญชาของกองบัญชาการกองทัพไทย ร่วมกับ ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ และผู้แทนสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ให้ข้อมูลสำคัญต่อคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย (Military Attache Corps to Thailand : MAC-T) จำนวน 18 ประเทศ ณ ห้องประชุมออดิทอเรียม อาคาร 9 กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

 

การชี้แจงมุ่งเน้นประเด็นสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดน โดยเฉพาะกรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดที่พิสูจน์ทราบแล้ว ทั้งหลักฐานเชิงประจักษ์และทางนิติวิทยาศาสตร์ว่าเป็นการวางทุ่นระเบิดใหม่ ในพื้นที่ห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจจากนานาประเทศ
โอกาสนี้ เจ้ากรมข่าวทหาร ได้กล่าวถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของไทย ในการปฏิบัติตามมติคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) และคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) อย่างใกล้ชิด รวมถึงการอำนวยการและประสานงานร่วมกับคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) ซึ่งต่อมาได้ปรับเป็นคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) เพื่อให้การเจรจาดำเนินไปตามข้อตกลงการหยุดยิงของทั้งสองฝ่าย

 

นอกจากนี้ ไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดต่อ Joint Declaration หรือถ้อยแถลงผลการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีไทย และนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นเอกสารที่ไทยยืนยันเสมอว่าเป็นแนวทางสำคัญในการมุ่งสู่สันติภาพที่ยั่งยืน

 

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดที่เกิดขึ้นซ้ำหลายครั้ง ส่งผลให้สถานการณ์ความขัดแย้งเผชิญกับความตึงเครียดและซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงการที่กัมพูชา ขาดความจริงใจ และไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ซึ่งนำไปสู่การดำเนินมาตรการตอบโต้ของรัฐบาลไทยในที่สุด โดยฝ่ายไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประเทศต่างๆ จะเข้าใจบริบทและเหตุผลของการดำเนินมาตรการดังกล่าว

 

โดยการชี้แจงครั้งนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ครอบคลุมภาพรวมสถานการณ์ หลักฐาน และผลพิสูจน์ทางเทคนิค ได้แก่

 

1. พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ชี้แจงภาพรวมสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดหลายครั้งตลอดระยะเวลา 2-3 เดือนที่ผ่านมา จนนำไปสู่เหตุผลในการตอบโต้ของรัฐบาลไทย

 

2. พ.อ. ดนัย จำนงชอบ ผู้แทนกรมข่าวทหารบก นำเสนอหลักฐานและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดน รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการปะทะครั้งล่าสุด

 

3. พ.อ. สัณฐิชัย ชมภูจันทร์ ผู้แทนศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ชี้แจงผลการตรวจสอบและพิสูจน์ทราบทั้งทางหลักฐานเชิงประจักษ์และทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่วางใหม่ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้คณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศเข้าใจข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และเห็นบริบทของความจำเป็นในการดำเนินการของรัฐบาลไทย

 

ในช่วงท้าย เจ้ากรมข่าวทหาร ได้กล่าวแสดงความขอบคุณต่อคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศ ที่ให้เกียรติสละเวลาเข้ารับฟังการชี้แจง พร้อมทั้งให้ความสนใจ ซักถาม และแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของประเทศต่างๆ ในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค

 

กองทัพไทย ย้ำว่าการดำเนินการดังกล่าวคือการทูตด้านความมั่นคงอย่างแท้จริง เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกันในระดับสากลและสนับสนุนความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศอย่างยั่งยืน

 

กองทัพไทยชี้แจงข้อเท็จจริง-หลักฐานเหตุปะทะชายแดน แก่ คณะผู้ช่วยทูตทหาร 18 ประเทศ 1
กองทัพไทยชี้แจงข้อเท็จจริง-หลักฐานเหตุปะทะชายแดน แก่ คณะผู้ช่วยทูตทหาร 18 ประเทศ 2
กองทัพไทยชี้แจงข้อเท็จจริง-หลักฐานเหตุปะทะชายแดน แก่ คณะผู้ช่วยทูตทหาร 18 ประเทศ 3
กองทัพไทยชี้แจงข้อเท็จจริง-หลักฐานเหตุปะทะชายแดน แก่ คณะผู้ช่วยทูตทหาร 18 ประเทศ 4
กองทัพไทยชี้แจงข้อเท็จจริง-หลักฐานเหตุปะทะชายแดน แก่ คณะผู้ช่วยทูตทหาร 18 ประเทศ 5

The post กองทัพไทยชี้แจงข้อเท็จจริง-หลักฐานเหตุปะทะชายแดน แก่คณะผู้ช่วยทูตทหาร 18 ประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
​กองทัพบกเปิดข้อเท็จจริง ชี้แจงข้อกล่าวหาของกัมพูชา ยืนยันไทยปฏิบัติตามกฎการใช้กำลังและหลักมนุษยธรรมทุกประการ https://thestandard.co/army-confirms-adherence-to-rules/ Thu, 13 Nov 2025 09:54:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1142988 กองทัพบกเปิดข้อเท็จจริง ชี้แจงข้อกล่าวหาของกัมพูชา ยืนยัน ไทย ปฏิบัติตามกฎการใช้กำลังและหลักมนุษยธรรมทุกประการ

วันนี้ (13 พฤศจิกายน) ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ต. วินธ […]

The post ​กองทัพบกเปิดข้อเท็จจริง ชี้แจงข้อกล่าวหาของกัมพูชา ยืนยันไทยปฏิบัติตามกฎการใช้กำลังและหลักมนุษยธรรมทุกประการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพบกเปิดข้อเท็จจริง ชี้แจงข้อกล่าวหาของกัมพูชา ยืนยัน ไทย ปฏิบัติตามกฎการใช้กำลังและหลักมนุษยธรรมทุกประการ

วันนี้ (13 พฤศจิกายน) ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงประเด็นสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ปัจจุบันมีความตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากเกิดเหตุกำลังพลเหยียบทุ่นระเบิดที่ฝ่ายกัมพูชาเข้ามาลักลอบวางไว้ อันถือเป็นการละเมิดต่อปฏิญญาร่วมและแสดงความเป็นปรปักษ์ จนนำไปสู่การที่รัฐบาลไทยมีมติระงับการดำเนินการตามปฏิญญาร่วม (Joint Declaration) และชะลอการส่งตัวเชลยศึก

 

รวมทั้งสถานการณ์เมื่อวานนี้ (12 พฤศจิกายน) ที่พบว่าฝ่ายกัมพูชาใช้การสร้างสถานการณ์ ให้กำลังทหารเปิดฉากยิงเข้ามาในพื้นที่ฝั่งไทยในบริเวณบ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว จนฝ่ายไทยต้องตอบโต้สถานการณ์ตามกฎการใช้กำลัง เพื่อป้องกันตนเองและดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนชาวไทย

 

ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์ ฝ่ายกัมพูชาได้มีการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารสร้างข่าวบิดเบือนอย่างกว้างขวาง โดยกล่าวหาว่าไทยได้เปิดฉากยิงพลเรือนกัมพูชา และเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลง พร้อมทั้งเรียกร้องให้ไทยปล่อยตัวเชลยศึกในทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข

 

จากสถานการณ์ดังกล่าว โฆษกกองทัพบก ระบุว่า แม้กัมพูชาจะพยายามสร้างสถานการณ์ให้ฝ่ายไทยเป็นผู้ละเมิดต่อข้อตกลง และสร้างภาพว่าเป็นเหยื่อของการกระทำของฝ่ายไทย โดยกล่าวหาฝ่ายไทยว่าทำการยิงไปยังประชาชนกัมพูชา

 

รวมถึงได้กล่าวหาอย่างร้ายแรงว่ากำลังพลของไทยได้เหยียบทุ่นระเบิดที่ฝ่ายไทยเป็นผู้วางไว้เอง ซึ่งหากพิจารณาให้ถี่ถ้วนแล้วจะพบว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดล้วนปราศจากหลักฐานข้อเท็จจริง แต่ใช้วิธีการสร้างและประโคมข่าวเท็จอย่างเป็นระบบ ทั้งในส่วนราชการ, สื่อภายในประเทศ รวมทั้งประชาชนของกัมพูชา ทำให้เกิดความสับสนและเข้าใจผิดเป็นวงกว้าง

 

กองทัพบกขอชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อให้สาธารณชนได้มีความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้

 

– กรณีการตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล PMN-2 บริเวณห้วยตามาเรีย และกัมพูชาได้กล่าวอ้างว่าทหารไทยได้เหยียบทุ่นระเบิดที่วางไว้เองนั้น ฝ่ายไทยมีหลักฐานชัดเจน จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ซึ่งพบว่าเป็นทุ่นระเบิดแบบ PMN-2 ที่วางใหม่ และในบริเวณใกล้เคียงยังพบทุ่นระเบิดอีก 3 ทุ่น อีกด้วย

 

สอดคล้องกับข้อมูลเดิมที่มีการรายงานว่าทหารกัมพูชาได้ลักลอบเข้ามาตัดลวดหนามที่ไทยได้วางไว้ ก่อนจะพบการวางทุ่นระเบิดดังกล่าว รวมถึงพบการรายงานในพื้นที่อื่นๆ ว่ามีการพบทุ่นระเบิดแบบ PMN-2 ด้วยเช่นกัน

 

– กรณีเหตุการณ์ที่กัมพูชาเปิดฉากเข้ามายังบ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว จนทำให้กองกำลังบูรพามีความจำเป็นต้องยิงตอบโต้ เพื่อแจ้งเตือนและป้องกันตนเองจากการคุกคามที่เกิดขึ้น และหลังจากเกิดเหตุกัมพูชาได้สร้างข้อมูลบิดเบือนว่า ฝ่ายไทยยิงใส่พลเรือนกัมพูชาจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตนั้น

 

โฆษกกองทัพบก ยืนยันว่าการปฏิบัติของฝ่ายไทยวานนี้ เป็นการตอบโต้ตามสถานการณ์ตามกฎการใช้กำลัง ซึ่งการยิงของทหารไทยสอดคล้องกับทิศทางการยิงของทหารกัมพูชา ไม่ได้มีเป้าหมายกระทำต่อพลเรือนแต่อย่างใด

 

ดังนั้นหากกัมพูชากล่าวอ้างว่ามีพลเรือนของตนได้รับผลกระทบ แสดงว่ากัมพูชาได้ใช้ประชาชนเป็นโล่มนุษย์ ใช้กำลังทหารเข้าปะปนในกลุ่มประชาชนของตน โดยไม่สนใจในผลกระทบที่อาจจะเกิด

 

– กรณีการกล่าวอ้างและสร้างข้อมูลบิดเบือน นำภาพการช่วยเหลือเคลื่อนย้ายศพประชาชนชาวกัมพูชาข้ามผ่านชายแดน ซึ่งเป็นการเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวที่โรงพยาบาลใน กทม. และญาติผู้เสียชีวิตได้ประสานผ่านทางการไทย และไทยได้อำนวยความสะดวกด้านการส่งกลับตามหลักมนุษยธรรม

 

แต่ทางกัมพูชานำภาพไปใช้ประกอบการสร้างข่าวเท็จว่าไทยได้ส่งศพเชลยศึกเสียชีวิตกลับประเทศ ซึ่งสิ่งนี้แสดงอย่างชัดเจนว่ากัมพูชาเพิกเฉยต่อเรื่องสิทธิความเป็นมนุษย์ และหลักความเป็นมนุษยธรรม นำชีวิตของประชาชนประเทศตนมาเป็นช่องทางในการสร้างข่าวเท็จอย่างน่าละอาย

The post ​กองทัพบกเปิดข้อเท็จจริง ชี้แจงข้อกล่าวหาของกัมพูชา ยืนยันไทยปฏิบัติตามกฎการใช้กำลังและหลักมนุษยธรรมทุกประการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กสทช.-เหล่าทัพ-สื่อมวลชน ร่วมหารือแนวทางการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา เน้นย้ำสื่อสารถูกต้อง ลดความตึงเครียด https://thestandard.co/thai-cambodia-media-briefing-border-conflict/ Sat, 26 Jul 2025 11:35:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1100423 กสทช. และเหล่าทัพประชุมกับสื่อมวลชนเรื่องแนวทางสื่อสารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

วันนี้ (26 กรกฎาคม) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง […]

The post กสทช.-เหล่าทัพ-สื่อมวลชน ร่วมหารือแนวทางการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา เน้นย้ำสื่อสารถูกต้อง ลดความตึงเครียด appeared first on THE STANDARD.

]]>
กสทช. และเหล่าทัพประชุมกับสื่อมวลชนเรื่องแนวทางสื่อสารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

วันนี้ (26 กรกฎาคม) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ร่วมกับกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรมประชาสัมพันธ์ ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลทุกช่อง สื่อวิทยุ และสื่อออนไลน์ หารือแนวทางการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในช่วงสถานการณ์ไทย-กัมพูชา โดยมี พล.ท. ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร เป็นประธานการประชุม

 

ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการกสทช. กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ความขัดแย้งไทยกัมพูชาบริเวณชายแดนยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง สร้างความตึงเครียด และความกังวลใจให้กับประชาชน การสื่อสารที่ชัดเจน ถูกต้อง และทันท่วงที จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยลดความเข้าใจผิด สร้างความเชื่อมั่น และป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย 

 

อย่างไรก็ดี บทบาทของทหาร ในการปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ เป็นภารกิจอันทรงเกียรติและสำคัญยิ่ง ในขณะเดียวกัน บทบาทของสื่อมวลชนในฐานะผู้ส่งสารและผู้ตรวจสอบก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน สถานการณ์ที่มีความอ่อนไหวขณะนี้การนำเสนอข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และสามารถใช้วิจารณญาณในการทำความเข้าใจสถานการณ์ได้จึงเป็นเรื่องสำคัญ

 

สำหรับการประชุมในวันนี้ จะมีการใช้ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) เพื่อเป็นศูนย์กลางในการให้ข้อมูลสื่อมวลชน และเป็นช่องทางอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารให้กับสื่อ โดยทุกวันในเวลา 12.00 น. ศบ.ทก. จะมีการแถลงข่าวให้แก่สื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาล เกี่ยวกับสถานการณ์รายวันเพื่อให้ทราบข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้น จนกว่าสถานการณ์ในประเทศจะเข้าสู่ภาวะปกติ

The post กสทช.-เหล่าทัพ-สื่อมวลชน ร่วมหารือแนวทางการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา เน้นย้ำสื่อสารถูกต้อง ลดความตึงเครียด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Stress Eating: ทำไมเครียดแล้วกินแหลก (และวิธีหยุดวงจรนี้) https://thestandard.co/life/stress-eating-causes-solutions/ Wed, 19 Mar 2025 08:14:56 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1053902 ภาพประกอบแสดงความเชื่อมโยงระหว่างความเครียดและพฤติกรรมการกินอาหารที่ให้พลังงานสูง

เคยสังเกตไหมว่าเมื่อไรที่เครียด มือเราจะคว้าหาของกินโดย […]

The post Stress Eating: ทำไมเครียดแล้วกินแหลก (และวิธีหยุดวงจรนี้) appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแสดงความเชื่อมโยงระหว่างความเครียดและพฤติกรรมการกินอาหารที่ให้พลังงานสูง

เคยสังเกตไหมว่าเมื่อไรที่เครียด มือเราจะคว้าหาของกินโดยอัตโนมัติ? โดยเฉพาะอาหารที่มีแป้ง น้ำตาล และไขมันสูง นี่ไม่ใช่ความอ่อนแอทางใจ แต่เป็นกลไกการป้องกันตัวของร่างกายต่างหาก นักประสาทวิทยาพบว่า สมองของเราถูกตั้งโปรแกรมให้แสวงหาอาหารที่ให้พลังงานสูงเมื่อรู้สึกเครียด เพราะในอดีตความเครียดมักมาพร้อมกับการต้องใช้พลังงานมหาศาลนั่นเอง

 

เมื่อเรากินตามอารมณ์ สมองจะหลั่งสารโดพามีนและเซโรโทนิน ช่วยบรรเทาความเครียดชั่วคราว แต่เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดตกลงอย่างรวดเร็ว (Sugar Crash) เราจะรู้สึกแย่กว่าเดิม กลายเป็นวงจรที่ทำให้เรากินมากขึ้นและเครียดหนักขึ้นไปอีก แต่เราสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนี้ได้โดยไม่ต้องทรมานตัวเองเลย

 

เข้าใจกลไก Stress Eating

 

Stress Eating ไม่ใช่แค่เรื่องของความอ่อนแอทางใจหรือขาดวินัย แต่มีรากฐานมาจากชีววิทยาและการอยู่รอดของมนุษย์ คือพอเราเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งกระตุ้นความหิวและทำให้เราอยากกินอาหารที่มีแคลอรีสูง โดยเฉพาะคาร์โบไฮเดรตและไขมัน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับภาวะฉุกเฉิน นี่คือระบบป้องกันตัวที่ถูกออกแบบมาเพื่อการอยู่รอดในสมัยก่อน

 

จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบว่า 80% ของคนเมืองมีพฤติกรรมกินตามอารมณ์ โดยเฉพาะในช่วงเวลาเครียดจากการทำงาน การศึกษายังแสดงให้เห็นว่าอาหารแปรรูปสูง (Ultra-Processed Food) ไม่เพียงแต่เพิ่มน้ำหนักแต่ยังส่งผลต่อระบบประสาทและฮอร์โมน ทำให้เกิดวงจรเครียด-กิน-เครียดมากขึ้น-กินมากขึ้น ที่ยากจะหลุดออกมา

 

อาหารที่ทำให้ความเครียดหนักขึ้น

 

  1. อาหารที่มีน้ำตาลสูง ขนมหวาน เบเกอรี และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมาก ให้ความสุขชั่วครู่แต่นำไปสู่ Sugar Crash ที่ทำให้อารมณ์แย่ลงและเพิ่มความเครียด

  2. คาเฟอีนมากเกินไป ถึงแม้กาแฟจะช่วยให้ตื่นตัว แต่การดื่มมากเกินไปจะกระตุ้นการหลั่งคอร์ติซอล ทำให้หัวใจเต้นเร็ว วิตกกังวล และนอนไม่หลับ ซึ่งล้วนเพิ่มความเครียด

  3. อาหารแปรรูปสูง ขนมกรุบกรอบ อาหารจานด่วน อาหารแช่แข็งสำเร็จรูป มักมีไขมันทรานส์ สารเคมี และโซเดียมสูง ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตในระยะยาว

  4. แอลกอฮอล์ ถึงจะรู้สึกผ่อนคลายในตอนแรก แต่แอลกอฮอล์เป็นสารกดประสาทที่รบกวนการหลับ ทำให้ร่างกายฟื้นฟูได้ไม่เต็มที่ และเพิ่มความเครียดในวันถัดไป

 

เทคนิคแก้ Stress Eating โดยไม่ต้องอด

 

  1. Mindful Eating ฝึกกินอย่างมีสติ สังเกตความรู้สึกหิวและอิ่มที่แท้จริง แยกแยะระหว่างความหิวทางกายและความหิวทางใจ ลองถามตัวเองว่า “ฉันหิวจริงๆ หรือแค่เครียด/เบื่อ/เศร้า?”

  2. เตรียมอาหารทางเลือกไว้บรรเทา แทนที่จะห้ามตัวเองกินโดยสิ้นเชิง ลองเตรียมอาหารที่กินแล้วรู้สึกดีไว้ให้พร้อม เช่น ผลไม้สด ถั่ว โยเกิร์ตธรรมชาติ หรือดาร์กช็อกโกแลต ช่วยตอบสนองความอยากโดยไม่ทำร้ายร่างกาย

  3. สร้างกิจกรรมทดแทนเมื่อเครียด หากิจกรรมที่ช่วยลดความเครียดแทนการกิน เช่น เดินสั้นๆ 5 นาที ฝึกหายใจลึกๆ เขียนบันทึก หรือคุยกับเพื่อน การเปลี่ยนเส้นทางความเครียดไปสู่กิจกรรมอื่น จะช่วยตัดวงจร Stress Eating ได้

  4. ปรับสภาพแวดล้อม จัดบ้านหรือที่ทำงานให้ห่างไกลจากสิ่งยั่วยุ เก็บขนมหรืออาหารขยะให้พ้นสายตา แต่วางผลไม้หรือถั่วไว้ใกล้มือ การเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมจะช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมโดยอัตโนมัติ

  5. ขอความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น ถ้าพบว่า Stress Eating กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ควบคุมไม่ได้ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักโภชนาการหรือนักจิตวิทยา อาจเป็นทางออกที่ดีที่สุด บางครั้งความเครียดที่รุนแรงต้องการการดูแลเฉพาะทาง

The post Stress Eating: ทำไมเครียดแล้วกินแหลก (และวิธีหยุดวงจรนี้) appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฝ่าพายุความผันผวนการลงทุน ในช่วงเวลาของความไม่แน่นอน https://thestandard.co/investment-volatility/ Tue, 24 Oct 2023 01:04:06 +0000 https://thestandard.co/?p=857659 เงิน

เมื่อโลกยังไม่เคยว่างเว้นจากคลื่นของความวุ่นวาย การลงทุ […]

The post ฝ่าพายุความผันผวนการลงทุน ในช่วงเวลาของความไม่แน่นอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงิน

เมื่อโลกยังไม่เคยว่างเว้นจากคลื่นของความวุ่นวาย การลงทุนที่ชาญฉลาดจึงเหมือนกับการบังคับเรือที่ต้องฟันฝ่าพายุเพื่อให้รอดพ้นความวุ่นวายนี้ได้ ในช่วงจังหวะที่ยังมีความขัดแย้งจากสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ความตึงเครียดที่กำลังก่อตัวจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกองกำลังฮามาส ซึ่งหากลามไปทั่วตะวันออกกลางอาจกระทบต่อปริมาณน้ำมันในตลาด และทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น 

 

นั่นยังไม่รวมถึงโอกาสเกิดข้อขัดแย้งในอนาคตระหว่างสหรัฐฯ กับจีนเกี่ยวกับประเด็นของไต้หวัน ทั้งแรงกดดันความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ส่งผลต่อการพิจารณาอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งอาจกระทบต่อการลงทุนในภาคส่วนต่างๆ เกิดทิศทางของกระแสเงินทุนทั่วโลกที่ต่างแสวงหาแหล่งเก็บเงินที่ปลอดภัย และไหลกลับไปสู่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งขึ้น 

 

ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ตลาดทุนเกิดความผันผวน เป็นที่มาถึงความกังวลสำหรับนักลงทุน และเป็นส่วนสำคัญต่อการตัดสินใจต่อการพิจารณาก่อนเข้าลงทุน ซึ่งนั่นไม่เพียงแต่ปกป้องให้พอร์ตลงทุนปลอดภัย แต่ยังอาจสร้างมุมที่ช่วยเพิ่มผลตอบแทนในภาวะผันผวนเช่นนี้ได้อีกด้วย

 

ในการสำรวจน่านน้ำที่มีพายุแบบนี้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีเรดาร์นำทางให้เข้าใจสถานการณ์ข้างหน้า การอ่านค่าปัจจัยในระดับมหภาคจึงมีส่วนสำคัญ การกำหนดกลยุทธ์การลงทุนสามารถพิจารณาได้จาก 10 ปัจจัยสำคัญต่อไปนี้ 

 

  1. อัตราเงินเฟ้อ: อัตราเงินเฟ้อที่สูงจะกัดกร่อนมูลค่าที่แท้จริงของการลงทุน โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เกิดความขัดแย้ง ควรลงทุนในสินทรัพย์ที่มักจะให้ผลตอบแทนดีในภาวะเงินเฟ้อ เช่น อสังหาริมทรัพย์ สินค้าโภคภัณฑ์ และหุ้นในภาคส่วนที่มีอำนาจในการกำหนดราคา
  2. อัตราดอกเบี้ย: นโยบายของธนาคารกลางจะคาดเดาได้ยากขึ้นในช่วงที่เกิดความขัดแย้ง จึงควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะหากมีการปรับเพิ่ม/ลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อัตราที่ต่ำกว่าอาจส่งผลดีต่อพันธบัตรและหุ้นปันผล
  3. การเติบโตของ GDP: ท่ามกลางความตึงเครียดของภูมิรัฐศาสตร์ ให้ประเมินอัตราการเติบโตของ GDP ของประเทศที่ลงทุน กระจายความเสี่ยงข้ามประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงและเจาะเข้าสู่ภูมิภาคที่มีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่ง
  4. อัตราการว่างงาน: อัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคและความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ สามารถพิจารณาการลงทุนเชิงรับ เช่น หุ้นสาธารณูปโภคหรือพันธบัตรรัฐบาล ในช่วงเวลาดังกล่าว
  5. อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน: ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนระหว่างประเทศและความตึงเครียดทางการค้า ซึ่งการลงทุนจะสามารถลดความเสี่ยงได้โดยการกระจายการถือครองสกุลเงินในหลายสกุล หรือใช้เครื่องมือทางการเงินป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
  6. ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค: ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่สูง มักจะนำไปสู่การใช้จ่ายของผู้บริโภคและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น การลงทุนสามารถมุ่งเน้นไปที่ภาคส่วนและบริษัทที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค
  7. นโยบายการค้า: จับตานโยบายการค้าและอัตราเก็บภาษีศุลกากร เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่ต้องพึ่งพาการค้าโลกอย่างมาก การลงทุนสามารถกระจายการลงทุนข้ามบริษัทที่มีการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
  8. นโยบายของรัฐบาล: ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับนโยบายและกฎระเบียบของรัฐบาล เนื่องจากอาจมีความผันผวนอย่างมากในระหว่างความขัดแย้ง การเปลี่ยนแปลงด้านภาษี กฎระเบียบของอุตสาหกรรม หรือมาตรการกระตุ้นทางการคลังอาจมีผลกระทบอย่างมากต่อภาคส่วนและธุรกิจเฉพาะ
  9. ราคาสินค้าโภคภัณฑ์: ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ น้ำมัน และโลหะมีค่า อาจได้รับอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญจากเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์และความตึงเครียดทางการค้า การลงทุนสามารถจัดสรรส่วนหนึ่งของพอร์ตลงทุนให้กับสินทรัพย์เชิงรับ เช่น ทองคำ พันธบัตรดอลลาร์สหรัฐฯ หุ้นปันผล ซึ่งสินทรัพย์เหล่านี้สามารถเป็นที่หลบภัยได้ดีในช่วงเวลาที่เกิดความวุ่นวายทางภูมิรัฐศาสตร์ นอกจากนี้ อาจเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงาน เพื่อใช้ประโยชน์จากการปรับตัวของราคาน้ำมัน กับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจ การผลิต และการจัดจำหน่ายจะได้รับประโยชน์
  10. ความขัดแย้งและความมั่นคงระดับโลก: สงครามและความขัดแย้ง ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่สำคัญ การลงทุนสามารถกระจายการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงต่อภูมิภาคเฉพาะที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับช่วงเวลาที่ความตึงเครียดระหว่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น

 

นอกจากนี้ เครื่องมือและกลยุทธ์เชิงปริมาณยังมีประโยชน์อย่างยิ่งในการจัดการและปรับพอร์ตการลงทุนในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอน อย่างเช่น 

  1. การจัดการความเสี่ยง: โดยใช้กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง เช่น คำสั่งหยุดการขาดทุนและการป้องกันข้อเสีย เพื่อจำกัดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในกรณีที่ตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน
  2. การจำลองสถานการณ์: โดยใช้การวิเคราะห์สถานการณ์เชิงปริมาณ เพื่อประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ต่อการลงทุน ซึ่งอาจใช้ข้อมูลในอดีตมาจำลองเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นว่าจะส่งผลกระทบต่อพอร์ตลงทุนอย่างไร ซึ่งวิธีนี้ สามารถช่วยให้เตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ที่แตกต่างกันได้
  3. การซื้อขายด้วยอัลกอริทึม: ระบบการซื้อขายด้วยอัลกอริทึม จะสามารถช่วยตัดสินใจลงทุนได้โดยอัตโนมัติ ช่วยให้ตอบสนองทันต่อตลาดและเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

 

การลงทุนในช่วงเวลาที่มีความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และความท้าทายทางเศรษฐกิจนั้นมีความซับซ้อน แต่หากนักลงทุนใช้ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคที่สำคัญ การทำความเข้าใจความซับซ้อนของความขัดแย้งระดับโลก และใช้กลยุทธ์การลงทุนอย่างรอบคอบ นักลงทุนจะสามารถปกป้องและเพิ่มผลตอบแทนพอร์ตได้ดีขึ้น แม้ว่าความเสี่ยงทั่วโลกจะทวีความรุนแรงมากขึ้นก็ตาม ขณะที่กำลังฝ่าน่านน้ำที่ไม่แน่นอนเหล่านี้ อย่าลืมปรับแนวทางการลงทุนให้สอดคล้องไปกับความขัดแย้งและปัจจัยทางเศรษฐกิจที่กำลังดำเนินอยู่ เหตุการณ์เหล่านี้อาจทำให้เกิดความผันผวนในระยะสั้น แต่กลยุทธ์ที่รอบคอบและหลากหลาย รวมกับการวิเคราะห์เชิงปริมาณ สามารถช่วยให้จัดการกับความท้าทายเหล่านี้ได้ดีขึ้น ในช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอน ความรู้ และข้อมูลจะเป็นเพื่อนร่วมทางที่ดี ที่จะช่วยกำหนดตัวเลือกและแนวทางการลงทุนที่ชาญฉลาด เพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์เหล่านั้นได้

The post ฝ่าพายุความผันผวนการลงทุน ในช่วงเวลาของความไม่แน่นอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อินเดียปฏิเสธคำขอรัสเซียที่ให้ชำระค่าน้ำมันในรูปเงินหยวน หลังความต้องการเพิ่มขึ้นสวนทางกับเงินรูปี https://thestandard.co/india-pushes-back-against-russia-demands-to-pay-for-oil-in-yuan/ Fri, 20 Oct 2023 10:12:48 +0000 https://thestandard.co/?p=856891 อินเดีย รัสเซีย

ทางการอินเดียปฏิเสธคำขอจากซัพพลายเออร์น้ำมันรัสเซียบางร […]

The post อินเดียปฏิเสธคำขอรัสเซียที่ให้ชำระค่าน้ำมันในรูปเงินหยวน หลังความต้องการเพิ่มขึ้นสวนทางกับเงินรูปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
อินเดีย รัสเซีย

ทางการอินเดียปฏิเสธคำขอจากซัพพลายเออร์น้ำมันรัสเซียบางรายที่ต้องการให้ชำระเงินในรูปเงินหยวน เนื่องจากความตึงเครียดระหว่างอินเดียกับจีนยังไม่มีทีท่าเบาบางลง 

 

แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดเผยว่า รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ไม่เห็นด้วยกับคำขอนี้ โดยโรงกลั่นน้ำมันในอินเดียเกือบ 70% เป็นของรัฐบาล นั่นหมายความว่า โรงกลั่นส่วนใหญ่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งการชำระเงินจากกระทรวงการคลังของประเทศ

 

Indian Oil ซึ่งเป็นบริษัทกลั่นน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอินเดีย เคยจ่ายเงินหยวนสำหรับน้ำมันดิบรัสเซียในอดีต แม้ว่าในเวลานั้นรัฐบาลจะควบคุมเรื่องนี้แล้วก็ตาม ผู้กลั่นน้ำมันเอกชนยังสามารถชำระเป็นเงินหยวนได้ แม้ว่าจะไม่มีตัวเลขอย่างเป็นทางการที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญในการชำระแบบเงินหยวนก็ตาม 

 

รัสเซียต้องแบกรับเงินรูปีส่วนเกิน ซึ่งกำลังเผชิญกับความยากลำบากในการใช้ในตอนนี้ ขณะเดียวกันความต้องการของเงินหยวนก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปีที่ผ่านมา เนื่องจากเศรษฐกิจโลกต้องพึ่งพาจีนมากขึ้น ธุรกิจของรัสเซียได้ตกลงการค้าขายเป็นเงินหยวนมากขึ้น โดยในปีนี้สกุลเงินหยวนเข้ามาแทนที่ดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นสกุลเงินที่มีการซื้อ-ขายกันมากที่สุดในรัสเซีย 

 

ผู้กลั่นน้ำมันของอินเดียส่วนใหญ่ชำระค่านำเข้าน้ำมันของรัสเซียเป็นเดอร์แฮม ซึ่งเป็นสกุลเงินของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตามมาด้วยดอลลาร์สหรัฐ และเงินรูปีโดยเล็กน้อย แม้ว่าบางครั้งเงินหยวนจะถูกใช้ในการทำธุรกรรมเล็กๆ น้อยๆ แต่ซัพพลายเออร์น้ำมันของรัสเซียกำลังขอให้สกุลเงินจีนกลายเป็นหน่วยธุรกรรมหลักสำหรับการค้าน้ำมัน ตามที่เจ้าหน้าที่อาวุโสของรัฐบาลอินเดียระบุ

 

อย่างไรก็ตาม ซัพพลายเออร์น้ำมันรัสเซียบางรายไม่สนับสนุนการใช้สกุลเงินของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เนื่องจากเป็นการบังคับให้พวกเขาต้องทำธุรกรรมนอกดูไบ ซึ่งจะส่งผลให้มีการตรวจสอบเงินทุนมากขึ้น 

 

การที่อินเดียต่อต้านการทำธุรกรรมด้วยเงินหยวนตอกย้ำถึงความยากลำบากในการสร้างความสมดุลระหว่างรัสเซีย ซึ่งเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่สำคัญ กับจีน ซึ่งเป็นศัตรูทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะนี้รัสเซียกลายเป็นซัพพลายเออร์น้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดให้กับอินเดีย โดยคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของยอดการซื้อทั้งหมด

 

ในเวลาเดียวกัน ความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียกับจีนยังคงตึงเครียด เนื่องจากข้อพิพาทชายแดนในเทือกเขาหิมาลัยยังคงคุกรุ่นอยู่ และเป็นเวลาเดียวกับที่สองประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกกำลังแย่งชิงอิทธิพลระดับโลก 

 

การทำให้เงินหยวนเป็นที่นิยมยังส่งผลเสียต่อความพยายามของอินเดียในการแปลงสกุลเงินของตนให้เป็นสากล และอาจเป็นความเสี่ยงหากมีการตอบโต้จากโมดีและรัฐบาลอินเดีย อินเดียเป็นประเทศเดียวในกลุ่ม BRICS ซึ่งประกอบด้วยบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ที่คัดค้านการใช้สกุลเงินร่วมกัน โดยกลัวว่าในที่สุดแล้วเงินหยวนจะได้รับผลประโยชน์มากที่สุด

 

อ้างอิง:

 

The post อินเดียปฏิเสธคำขอรัสเซียที่ให้ชำระค่าน้ำมันในรูปเงินหยวน หลังความต้องการเพิ่มขึ้นสวนทางกับเงินรูปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้หญิงในตลาดแรงงานอเมริกาเริ่มเครียด! เมื่อการวิจัยล่าสุดชี้ หญิงสาวกว่า 80% อาจถูก AI-ChatGPT แย่งงาน! โดยเฉพาะอาชีพบัญชีและนักพากย์เสียง https://thestandard.co/usa-women-ai-chatgpt-accountant-voice-over/ Sun, 25 Jun 2023 14:24:15 +0000 https://thestandard.co/?p=807425 ChatGPT

แม้ผู้หญิงในอเมริกาจะเป็นหัวใจหลักในตลาดแรงงาน โดยเฉพาะ […]

The post ผู้หญิงในตลาดแรงงานอเมริกาเริ่มเครียด! เมื่อการวิจัยล่าสุดชี้ หญิงสาวกว่า 80% อาจถูก AI-ChatGPT แย่งงาน! โดยเฉพาะอาชีพบัญชีและนักพากย์เสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ChatGPT

แม้ผู้หญิงในอเมริกาจะเป็นหัวใจหลักในตลาดแรงงาน โดยเฉพาะวัยที่มีอายุตั้งแต่ 25-54 ปี แต่ปัจจุบันจากการวิจัยล่าสุดแสดงให้เห็นว่า อาชีพการงานของผู้หญิงอาจถูกแทนที่ด้วย AI และ ChatGPT

 

สำนักข่าว CNN รายงานว่า จากงานวิจัยของ Kenan-Flagler Business School มหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา ระบุว่า ผู้หญิงวัยทำงานเกือบ 59 ล้านคน หรือ 79% ประกอบอาชีพที่เสี่ยงต่อการนำเทคโนโลยี AI มาแทนที่การทำงาน รวมถึง ChatGPT ที่กำลังเป็นที่สนใจของหลายคน เพราะสามารถสร้างเนื้อหาใหม่ เช่น ข้อความ รูปภาพ เสียง วิดีโอ และโค้ด ถือว่าอีกไม่นานจะสร้างการเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงานอย่างมาก

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

จากการวิเคราะห์ของ Revelio แสดงให้เห็นว่าตำแหน่งที่ AI สามารถเข้ามาช่วยทำงานได้ มีตั้งแต่เสมียนบัญชีเงินเดือน เลขานุการผู้บริหาร พนักงานพิมพ์ดีดและตรวจสอบคำผิด และผู้ทำบัญชีและตรวจสอบ ซึ่งส่วนใหญ่อาชีพดังกล่าวล้วนเป็นผู้หญิงกว่า 71% 

 

“อีกไม่นาน AI อาจเข้ามาแทนที่อาชีพบางอย่าง แต่ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยี AI เป็นทั้งโอกาสและภัยคุกคามในคราวเดียวกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของอุตสาหกรรมนั้นๆ” Ben Zweig ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Revelio กล่าว 

 

ไม่เว้นแม้แต่งานนักพากย์เสียง Meredith Nudo นักเขียนอิสระและนักพากย์เสียงในฮูสตัน กล่าวว่า เมื่อไม่นานมานี้ AI เริ่มคืบคลานเข้ามาในวงการนักพากย์เสียง และเชื่อว่าอนาคตอาจเข้ามาแทนที่เราได้ ก็เป็นกังวลเหมือนกัน อยากให้สมาคมนักพากย์เสียงแห่งชาติได้หาแนวทางและรณรงค์เพื่อให้ความรู้ในเรื่องดังกล่าว 

 

แต่อาจไม่ใช่กับเจ้าหน้าที่ห้องสมุดหรือบรรณารักษ์ เนื่องจากห้องสมุดไม่สามารถถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักรหรือ AI ได้ เพราะเป็นงานที่ต้องทำจากมนุษย์เท่านั้น 

 

อย่างไรก็ตาม AI นับเป็นศาสตร์แห่งการสร้างเครื่องจักรที่มีความสามารถแบบมนุษย์ที่สามารถวางแผน ให้เหตุผล สื่อสาร และเรียนรู้ได้ ที่สำคัญจะช่วยลดต้นทุน พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพและผลกำไร แต่สิ่งที่หลายคนกลัวก็ยังเป็นเรื่องที่ AI อาจทำให้เกิดการหยุดชะงักในเชิงลบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดแรงงาน

 

อ้างอิง:

The post ผู้หญิงในตลาดแรงงานอเมริกาเริ่มเครียด! เมื่อการวิจัยล่าสุดชี้ หญิงสาวกว่า 80% อาจถูก AI-ChatGPT แย่งงาน! โดยเฉพาะอาชีพบัญชีและนักพากย์เสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไบเดนสายตรงคุยมาครง คลายความตึงเครียด หลังผู้นำฝรั่งเศสเยือนจีน https://thestandard.co/biden-macron-talk-ease-tensions/ Fri, 21 Apr 2023 03:32:09 +0000 https://thestandard.co/?p=779338 ไบเดน มาครง

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน และประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง โ […]

The post ไบเดนสายตรงคุยมาครง คลายความตึงเครียด หลังผู้นำฝรั่งเศสเยือนจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไบเดน มาครง

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน และประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง โทรศัพท์สายตรงพูดคุยกันวานนี้ (20 เมษายน) ส่งสัญญาณความพยายามในการผ่อนคลายบรรยากาศความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ หลังจากที่ประธานาธิบดีมาครง เดินทางไปเยือนจีนเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา และมีการกล่าวถึงประเด็นไต้หวันและความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงระหว่างยุโรปกับสหรัฐฯ

 

ทำเนียบขาวและทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส ต่างออกแถลงการณ์ภายหลัง โดยเผยว่าทั้งสองผู้นำได้พูดคุยกันถึงเรื่องทริปการเยือนปักกิ่งของมาครง ซึ่งรวมถึงท่าทีของเขาที่ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อภายหลังจบทริปเยือนจีน ซึ่งสั่นสะเทือนความสัมพันธ์ต่อสหรัฐฯ หลังประกาศว่า ประเทศต่างๆ ในยุโรปไม่ควรเป็นผู้ตามของสหรัฐฯ หรือจีนในประเด็นไต้หวัน และกล่าวว่ายุโรปควรหลีกเลี่ยง ‘วิกฤตที่ไม่ใช่ของเรา’ พร้อมเน้นย้ำแนวคิด ‘ความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์’ (Strategic Autonomy) ของ EU

 

สำหรับแถลงการณ์ของทำเนียบขาว นอกจากประเด็นทริปเยือนจีนของมาครง ยังมีการย้ำถึงจุดยืนที่มีร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ และฝรั่งเศส โดยไบเดนและมาครงยังได้หารือเกี่ยวกับความพยายามอย่างต่อเนื่องของสองประเทศ ในการพัฒนาความเจริญรุ่งเรือง ความมั่นคง ค่านิยมร่วมกัน และความสงบเรียบร้อยระหว่างประเทศภายใต้กฎระเบียบในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

 

นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงความสำคัญของการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพทั่วช่องแคบไต้หวัน และมีการหารือในประเด็นการรุกรานยูเครนของรัสเซีย ซึ่งทั้งสองผู้นำยืนยันการสนับสนุนอย่างแน่วแน่ต่อยูเครน 

 

ด้านแถลงการณ์จากทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส เผยว่า ทั้งสองผู้นำได้พูดคุยกันถึงผลลัพธ์ที่ได้ระหว่างทริปเยือนจีนของมาครง ซึ่งอ้างอิงถึงการผลักดันให้จีนมีบทบาทสนับสนุนการจัดทำข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามในยูเครน และชี้ว่าจีนมีบทบาทสนับสนุนระยะกลาง ในการยุติความขัดแย้งตามหลักการและจุดมุ่งหมายของกฎบัตรสหประชาชาติ 

 

โดยทั้งมาครงและไบเดนต่างเห็นพ้องกันถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมกับจีนต่อไปบนพื้นฐานในเรื่องนี้

 

ภาพ: Doug Mills-Pool / Getty Images

อ้างอิง:

The post ไบเดนสายตรงคุยมาครง คลายความตึงเครียด หลังผู้นำฝรั่งเศสเยือนจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>