ครูกายแก้ว Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ครูกายแก้ว/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 03 Jan 2024 14:09:51 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ปรากฏการณ์สังคมที่ยังไม่จบ ‘ครูกายแก้ว’ เปลี่ยนที่อยู่ใหม่ไปตลาด The One Ratchada https://thestandard.co/kru-kai-kaew-a-social-phenomenon-that-is-not-yet-over/ Wed, 03 Jan 2024 14:09:51 +0000 https://thestandard.co/?p=884107

เหตุย้ายครูกายแก้ว เมื่อ รฟท. สั่งปรับ 1.3 ล้านบาท &nbs […]

The post ปรากฏการณ์สังคมที่ยังไม่จบ ‘ครูกายแก้ว’ เปลี่ยนที่อยู่ใหม่ไปตลาด The One Ratchada appeared first on THE STANDARD.

]]>

เหตุย้ายครูกายแก้ว เมื่อ รฟท. สั่งปรับ 1.3 ล้านบาท

 

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 28 ธันวาคมปีที่แล้ว ก่อนสิ้นปี 2566 มีเรื่องราวเกิดกับ ‘ครูกายแก้ว’ รูปปั้นที่กลายเป็นปรากฏการณ์สังคมก่อนหน้านี้ หลังมีการตั้งโต๊ะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน นำโดย ไพโรจน์ ทุ่งทอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สวนลุมไนท์บาซาร์ รัชดาภิเษก จำกัด และเจ้าของโรงแรมเดอะบาซาร์ แบงค็อก พร้อมคณะผู้บริหาร รวมถึงได้นิมนต์พระภิกษุมาทำพิธีทางศาสนา เพื่อดำเนินการเคลื่อนย้ายรูปปั้นองค์ครูกายแก้ว และองค์อื่นๆ รวม 8 องค์ ออกจากพื้นที่

 

เหตุดังกล่าวสืบเนื่องจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้มีคำสั่งให้ย้ายรูปปั้นทั้งหมดออกจากพื้นที่ภายใน 30 วัน หรือภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2566 พร้อมกับให้บริษัทจ่ายค่าปรับเป็นจำนวนเงินกว่า 1,300,000 บาท โดยให้เหตุผลว่าพื้นที่ดังกล่าวห้ามมีการก่อสร้างใดๆ ตามกฎหมายควบคุมอาคาร ทั้งนี้ ทางบริษัทได้จ่ายค่าปรับไปแล้วเมื่อวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา

 

ขณะที่รูปปั้นองค์ครูกายแก้วถูกย้ายมาตั้งที่บริเวณหน้าโรงแรมดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2566 โดยบริษัท ครูกายแก้ว จำกัด ได้ทำสัญญาแบบระยะยาว 20 ปี เช่าเดือนละ 2 แสนบาท รวมเวลา 1 ปี มูลค่า 2.4 ล้านบาท 

 

พบตั้งอยู่ที่ใหม่ ตลาด The One Ratchada

 

ล่าสุดวันนี้ (3 มกราคม) ทีมช่างภาพข่าวของ THE STANDARD ได้ลงพื้นที่ไปที่ตลาด The One Ratchada พบรูปปั้น ‘ครูกายแก้ว’ ถูกย้ายมาวางที่นี่ พร้อมกับมีการนำต้นไม้มาวางประดับที่ฐาน มีนักท่องเที่ยวบางส่วนแวะดูและถ่ายภาพ

 

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ปรากฏข้อมูลหรือมีผู้ยืนยันว่าจะวางรูปปั้นครูกายแก้วไว้ที่นี่เพื่อรอเคลื่อนย้าย หรือวางไว้เป็นระยะเวลานานแค่ไหน

 

‘ครูกายแก้ว’ กลายเป็นประเด็นสังคมถกเถียง

 

เมื่อย้อนกลับไปตั้งแต่รูปปั้นดังกล่าวเคลื่อนย้ายมา ได้สร้างประเด็นให้สังคมพูดถึงตั้งแต่วันเดินทาง จนกระทั่งย้ายมาตั้งที่หน้าโรงแรม ได้มีหลายหน่วยงานและสังกัดแวะเวียนเข้ามาตรวจเยี่ยม อาทิ กรุงเทพมหานคร ที่ต้องตรวจสอบว่าผิดข้อบังคับสิ่งปลูกสร้างหรือไม่ 

 

หรือแม้แต่กลุ่มสภาศิลปินส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยฯ ที่ให้ความเห็นว่าควรย้ายรูปปั้นออกจากพื้นที่ เพราะทำให้ประชาชนที่พบเห็นเสียขวัญกำลังใจ

 

เรื่องของครูกายแก้วยังเคยมีประเด็นวิธีการบูชาที่ผิดแปลก เช่น นำลูกแมวมากราบไหว้ ซึ่งต่างไปจากการบูชาองค์เทพอื่นๆ ทำให้เวลาต่อมาผู้ที่เคารพศรัทธาองค์ครูกายแก้วเองต้องออกมาชี้แจงว่าไม่มีการบูชาด้วยวิธีการนั้น ขอให้สังคมอย่าโจมตีความเชื่อ ความศรัทธาในองค์ครูกายแก้ว

 

ครูกายแก้ว วิกฤตการเมืองและสังคมไทย

 

พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำสาขาวิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงปรากฏการณ์ครูกายแก้วไว้ว่า ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมืองที่ไม่มีใครแน่ใจว่าทิศทางของบ้านเมืองจะเดินไปทางไหน การเมืองในระดับสถาบันก็มีความอึมครึม และเศรษฐกิจของไทยที่อาจไม่ได้ดีจริงตามที่เห็น ผู้คนจึงแห่กันไปบูชาครูกายแก้วเพื่อหวัง ‘การเงิน การงาน และโชคลาภ’ 

 

อำนาจของครูกายแก้วนี้ดูจะมีจุดร่วมกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผ่านมาอีกประการหนึ่งคือ เป็นอำนาจที่ยึดโยงตนเองเข้ากับอำนาจของกษัตริย์โบราณ ซึ่งคือแหล่งของอำนาจที่ทั้งน่าใกล้ชิดและร้อนดังดวงตะวัน 

 

ถ้าครูกายแก้วเป็นผีป่าก็จะวิ่งมาสิงเมืองดังเช่นที่หลายท่านกล่าวถึงกัน แต่คำถามคือ อะไรเป็นเหตุปัจจัยที่ทำให้ผีป่าวิ่งเข้าสิงเมืองได้ง่ายดายเช่นนี้มาร่วมเกือบสองทศวรรษแล้ว ผีตัวจริงจึงอาจไม่ใช่ครูกายแก้วอย่างที่คิด

 

 

 

อ้างอิง:

The post ปรากฏการณ์สังคมที่ยังไม่จบ ‘ครูกายแก้ว’ เปลี่ยนที่อยู่ใหม่ไปตลาด The One Ratchada appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิดตำนานองค์ครูกายแก้ว ย้ายรูปปั้นแล้วตามคำสั่ง รฟท. เจ้าของที่ตั้งจ่ายค่าปรับ 1.3 ล้านบาท https://thestandard.co/kru-kai-kaew-statue-moved/ Thu, 28 Dec 2023 05:50:36 +0000 https://thestandard.co/?p=882105

วันนี้ (28 ธันวาคม) เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ผ่านมา ที่โรง […]

The post ปิดตำนานองค์ครูกายแก้ว ย้ายรูปปั้นแล้วตามคำสั่ง รฟท. เจ้าของที่ตั้งจ่ายค่าปรับ 1.3 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (28 ธันวาคม) เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ผ่านมา ที่โรงแรมเดอะบาซาร์ แบงค็อก ถนนรัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ไพโรจน์ ทุ่งทอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สวนลุมไนท์บาซาร์ รัชดาภิเษก จำกัด และเจ้าของโรงแรมเดอะบาซาร์ แบงค็อก พร้อมคณะผู้บริหาร ได้นิมนต์พระภิกษุมาทำพิธีทางศาสนา เพื่อเคลื่อนย้ายรูปปั้นองค์ครูกายแก้วและองค์อื่นๆ รวม 8 องค์ออกจากพื้นที่

 

ด้านไพโรจน์กล่าวว่า ทางโรงแรมอยู่ระหว่างจัดการปัญหารูปปั้นองค์ครูกายแก้ว หลังจากที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้มีคำสั่งให้ย้ายรูปปั้นทั้งหมดออกจากพื้นที่ภายใน 30 วัน หรือภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2566 พร้อมกับให้บริษัทจ่ายค่าปรับเป็นจำนวนเงินกว่า 1,300,000 บาท โดยให้เหตุผลว่าพื้นที่ดังกล่าวห้ามมีการก่อสร้างใดๆ ตามกฎหมายควบคุมอาคาร ทั้งนี้ ทางบริษัทได้จ่ายค่าปรับไปแล้วเมื่อวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา

 

ไพโรจน์กล่าวต่อว่า การนำรูปปั้นองค์ครูกายแก้วและองค์เทพอื่นๆ เข้ามาในช่วงที่บริษัท สวนลุมไนท์บาซาร์ รัชดาภิเษก จำกัด กำลังทำแผนฟื้นฟูกิจการกับศาลล้มละลาย ทางกรรมการของบริษัทไม่เห็นด้วย จึงได้มีการฟ้องร้องต่อศาลล้มละลายว่า ผู้ที่ทำแผนฟื้นฟูนำที่ดินด้านหน้าโรงแรมไปให้บริษัท ครูกายแก้ว จำกัด เช่าต่อ ทั้งที่บริษัท สวนลุมไนท์บาซาร์ รัชดาภิเษก จำกัด เช่าที่จาก รฟท. ทำให้บริษัทผิดสัญญาเช่ากับ รฟท. 

 

ไพโรจน์กล่าวต่อว่า นอกจากผิดสัญญาเช่า รฟท. แล้ว รูปปั้นดังกล่าวยังผิดกฎข้อบังคับของกรุงเทพมหานคร เรื่องข้อกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้ หรือเปลี่ยนอาคารริมถนนรัชดาภิเษก 

 

ทั้งนี้ รูปปั้นองค์ครูกายแก้วถูกย้ายมาตั้งที่บริเวณหน้าโรงแรมดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2566 โดยบริษัท ครูกายแก้ว จำกัด ได้ทำสัญญาแบบระยะยาว 20 ปี เช่าเดือนละ 2 แสนบาท รวมเวลา 1 ปี มูลค่า 2.4 ล้านบาท 

 

เมื่อย้อนกลับไปตั้งแต่รูปปั้นดังกล่าวเคลื่อนย้ายมา ได้สร้างประเด็นให้สังคมพูดถึงตั้งแต่วันเดินทาง จนกระทั่งย้ายมาตั้งที่หน้าโรงแรม ได้มีหลายหน่วยงานและสังกัดแวะเวียนเข้ามาตรวจเยี่ยม อาทิ กรุงเทพมหานคร ที่ต้องตรวจสอบว่าผิดข้อบังคับสิ่งปลูกสร้างหรือไม่ 

 

หรือแม้แต่กลุ่มสภาศิลปินส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยที่ให้ความเห็นว่า ควรย้ายรูปปั้นออกจากพื้นที่ เพราะทำให้ประชาชนที่พบเห็นเสียขวัญกำลังใจ

 

เรื่องของครูกายแก้วยังเคยมีประเด็นวิธีการบูชาที่ผิดแปลก เช่น นำลูกแมวมากราบไหว้ ซึ่งต่างไปจากการบูชาองค์เทพอื่นๆ ทำให้เวลาต่อมาผู้ที่เคารพศรัทธาองค์ครูกายแก้วเองต้องออกมาชี้แจงว่า ไม่มีการบูชาด้วยวิธีการนั้น ขอให้สังคมอย่าโจมตีความเชื่อ ความศรัทธาในองค์ครูกายแก้ว

 

The post ปิดตำนานองค์ครูกายแก้ว ย้ายรูปปั้นแล้วตามคำสั่ง รฟท. เจ้าของที่ตั้งจ่ายค่าปรับ 1.3 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้บริหารโรงแรมยืนยันไม่ย้ายองค์ครูกายแก้วออกจากพื้นที่ เป็นสิทธิ์ของผู้เช่าและความเชื่อส่วนบุคคล พร้อมสร้างโดมคลุมมูลค่า 60 ล้านบาท https://thestandard.co/the-bazaar-hotel-bangkok-executives-confirmed-not-moving-kru-guy-kaeo/ Mon, 28 Aug 2023 11:09:39 +0000 https://thestandard.co/?p=834741 ครูกายแก้ว

วันนี้ (28 สิงหาคม) คณะผู้บริหารโรงแรมเดอะ บาซาร์ โฮเทล […]

The post ผู้บริหารโรงแรมยืนยันไม่ย้ายองค์ครูกายแก้วออกจากพื้นที่ เป็นสิทธิ์ของผู้เช่าและความเชื่อส่วนบุคคล พร้อมสร้างโดมคลุมมูลค่า 60 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครูกายแก้ว

วันนี้ (28 สิงหาคม) คณะผู้บริหารโรงแรมเดอะ บาซาร์ โฮเทล แบงค็อก นำโดย ชาลี นพวงศ์ ณ อยุธยา เลขานุการประธานกรรมการบริหาร, ชาญ ตุลยาพิศิษฐ์ชัย ประธานกรรมการบริษัท ชี้แจงกรณีการย้าย-ไม่ย้ายองค์ครูกายแก้วออกจากพื้นที่

 

ชาลีกล่าวว่า พื้นที่ด้านหน้าโรงแรมเป็นพื้นที่ที่เปิดให้ อาจารย์หน่อย สมสฤษดิ์ ได้เช่าทำสัญญาแบบระยะยาว 20 ปี ให้เช่าเดือนละ 2 แสนบาท 1 ปีเท่ากับ 2.4 ล้านบาท พื้นที่ตรงนั้นจึงเป็นสิทธิ์ของผู้เช่าที่จะสามารถนำรูปปั้นหรือบริหารจัดการอะไรก็ได้ตามแต่ความต้องการของผู้เช่า โดยทางโรงแรมไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายได้ 

 

ซึ่งหลังจากที่นำครูกายแก้วมาตั้งที่โรงแรมก็มีหลายภาคส่วนที่ยื่นเรื่องร้องไปยังกรุงเทพมหานคร (กทม.) จน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ส่งตัวแทนมาลงพื้นที่ตรวจสอบ และยืนยันว่าการนำรูปปั้นครูกายแก้วมาตั้งตรงนี้ไม่ได้ทำผิดกฎหมายแต่อย่างใด และตกลงกันว่าเพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายจะสร้างสิ่งปิดกั้นครอบรูปปั้นครูกายแก้วเอาไว้ คาดว่าจะใช้งบประมาณ 60 ล้านบาท ซึ่งส่วนนี้ผู้เช่าจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง และต่อมาชาญได้มอบเงินสนับสนุนจำนวน 20 ล้านบาทให้แก่ผู้เช่าในการสร้างสิ่งปิดกั้นครั้งนี้ คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 เดือน พร้อมทั้งยืนยันว่าจะไม่มีการย้ายองค์ครูกายแก้ว แต่จะปรับปรุงให้ดีขึ้น 

 

ชาลีกล่าวต่อว่า ตั้งแต่ที่มีองค์ครูกายแก้วมาตั้งในพื้นที่ก็ได้รับผลในเชิงบวก คือโรงแรมมียอดจองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากขึ้นทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ 

 

ส่วนเรื่องสภาศิลปินส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย หน่วยเผยแพร่ศีลธรรม และคณะราษฎรไทยแห่งชาติ องค์กรตามรัฐธรรมนูญมาตรา 42 ส่วนขับเคลื่อนภาคประชาชน ได้ยื่นร้องเรียนให้ย้ายรูปปั้นองค์ครูกายแก้วออกจากพื้นที่ ผู้บริหารโรงแรมได้ลงมติกันแล้วว่าเรื่องนี้ถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางพระพุทธศาสนา และทั้ง 2 องค์กรก็ได้ส่งเอกสารมาขอโทษโรงแรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และไม่ได้ติดใจในประเด็นที่ร้องเรียน

The post ผู้บริหารโรงแรมยืนยันไม่ย้ายองค์ครูกายแก้วออกจากพื้นที่ เป็นสิทธิ์ของผู้เช่าและความเชื่อส่วนบุคคล พร้อมสร้างโดมคลุมมูลค่า 60 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครูกายแก้ว: ว่าด้วย ‘ความอัปมงคล vs. ความมงคล’ ของเสรีภาพประชาธิปไตย? https://thestandard.co/the-auspiciousness-of-democratic-freedom/ Fri, 18 Aug 2023 14:00:22 +0000 https://thestandard.co/?p=830789 ครูกายแก้ว

เป็นที่ถกเถียงกันหลายแง่หลายมุมกับเรื่องราวของ ‘ครูกายแ […]

The post ครูกายแก้ว: ว่าด้วย ‘ความอัปมงคล vs. ความมงคล’ ของเสรีภาพประชาธิปไตย? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครูกายแก้ว

เป็นที่ถกเถียงกันหลายแง่หลายมุมกับเรื่องราวของ ‘ครูกายแก้ว’ ที่กำลังพูดถึงกันในสังคมตอนนี้ ไม่ว่าจะเรื่องความงมงาย ไม่งมงาย เรื่องไสยศาสตร์สายดำ เรื่องความเป็นมา เรื่องมีจริงหรือไม่มีจริง ฯลฯ 

 

ต่างคนต่างมีมุมมองความคิดความเห็นที่แตกต่างกันไปตามทัศนะของแต่ละคน ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนต้องบอกก่อนเลยว่า ในแต่ละความเห็นไม่ใช่เรื่องผิดหรือเรื่องถูกต้องอย่างใด แต่ความเห็นเหล่านั้นคือเสรีภาพในการแสดงความคิดความเห็นของแต่ละคน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ 

 

ผู้เขียนอยากจะขอแสดงความเห็นส่วนตัวต่อความคิดเห็นที่เกิดขึ้นในสังคมเกี่ยวกับกรณีครูกายแก้วดูบ้าง

 

อย่างแรกต้องบอกก่อนเลยว่า สังคมไทยเป็นสังคมที่มีความหลากหลายในมิติทางความเชื่อ ศาสนาบ้านเราก็มีการผสมผสานกับความเชื่อต่างๆ ไว้มากมาย ไม่ว่าจะผสมกับผี กับพราหมณ์ กับความเชื่อต่างๆ อะไรต่อมิอะไรมากมาย พูดง่ายๆ คือคนไทยเราไหว้ทุกอย่าง

 

พุทธหรือผี ดีหรือชั่ว?

 

คำถามนี้น่าจะเป็นการแสดงความคิดเห็นที่เยอะที่สุดบนโลกออนไลน์ เอาเข้าจริงๆ ทัศนคตินี้เกิดขึ้นจากชุดความคิดที่ถูกประกอบสร้างขึ้นจากอิทธิพลของพุทธศาสนา และอิทธิพลนี้ถูกตอกย้ำโดยอำนาจรัฐที่เป็นผู้กำหนดความคิดของเราให้เดินไปในทิศทางตามที่รัฐต้องการ ชุดความคิดของเราจึงมีศูนย์กลางความถูกต้องและความดีงาม บนพื้นฐานวิธีคิดทางพุทธศาสนาที่รัฐกำหนดเป็นหลัก

 

ทั้งที่เอาจริงๆ แล้วหากเรามองโดยการโยนกรอบความคิดถูก-ผิดทางพุทธศาสนาแบบรัฐทิ้งไป ครูกายแก้วก็เป็นเพียงอีกหนึ่งชุดความเชื่อหรือความศรัทธาหนึ่งในสังคมไทย ที่มีความหลากหลายทางความคิดและความเชื่อเพียงเท่านั้น 

 

ไม่ได้ต่างจากความเชื่อในวิถีชีวิตของชาวบ้านที่เราต่างไหว้ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ที่มีลักษณะผิดธรรมชาติหรือมีอะไรที่พิเศษไปกว่าธรรมชาติของสิ่งเหล่านั้น เช่น วัวที่เกิดมามีสองหัว สัตว์ที่มีผิวเผือกต่างๆ ต้นไม้ใบหญ้าที่มีลักษณะพิเศษ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้คือความเชื่อดั้งเดิมที่มาอยู่ก่อนแล้ว และยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน

 

หลายคนวิพากษ์วิจารณ์รูปลักษณ์ของรูปปั้นครูกายแก้วว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัว เป็นเหมือนปีศาจ เป็นสิ่งที่ชั่วร้าย สิ่งเหล่านี้แหละคือความคิดที่ถูกสร้างขึ้นจากศูนย์กลางความคิด ความดี ความงาม ความประเสริฐ แบบศาสนา ไม่ว่าจะพุทธศาสนาหรือศาสนาใดก็ตามที่รัฐกำหนดว่า ‘มันคือสิ่งดี’

 

เพราะฉะนั้นต้องย้ำว่า สิ่งนี้ไม่มีผิด ไม่มีถูก ไม่มีดี ไม่มีชั่ว ผิด-ถูก ดี-ชั่ว เกิดขึ้นจากกรอบความคิดที่มีศูนย์กลางความดีอยู่ก่อนแล้ว

 

ศรัทธาหรืองมงาย?

 

คำถามนี้ก็เป็นอีกหนึ่งคำถามใหญ่ที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์เหมือนกัน ซึ่ง ‘ความงมงาย’ หรือ ‘ไม่งมงาย’ ก็นับได้ว่าเป็นอีกชุดความคิดหนึ่งที่เกิดขึ้นจากศูนย์กลางความคิด ความไม่งมงายของแต่ละคนเช่นกัน ซึ่งเป็นศูนย์กลางความคิดที่มาจากองค์ความรู้แบบวิทยาศาสตร์ หรือแม้แต่ชุดความคิดแบบพุทธศาสนาดังที่กล่าวไปข้างต้น

 

แน่นอนว่าวิทยาศาสตร์ถือเป็นอีกองค์ความรู้หนึ่งที่มีอิทธิพลต่อความคิดความอ่านของคนในสังคมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น เด็กรุ่นใหม่ พวกเรามักจะมองปรากฏการณ์ทางความเชื่อทางศาสนาว่าเป็นเรื่องงมงาย ไม่ใช่เรื่องที่เป็นเหตุเป็นผลที่สามารถพิสูจน์ได้โดยหลักการทางวิทยาศาสตร์ และมีอีกหลายต่อหลายคนเลือกที่จะปฏิเสธชุดความเชื่อเหล่านี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศาสนา เรื่องผี หรือเรื่องอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องเกี่ยวพันกับเรื่องความเชื่อทางศาสนา ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดอีกเช่นกัน มันเป็นเสรีภาพหนึ่งที่เราสามารถเลือกที่จะ ‘ไม่เชื่อ’ ได้

 

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า เมื่อเราเลือกที่จะไม่เชื่อหรือไม่ศรัทธาชุดความคิดใดความคิดหนึ่ง นั่นเท่ากับว่าเราก็กำลังเลือกที่จะเชื่อและศรัทธาอีกชุดความคิดหนึ่งเช่นกัน พูดง่ายๆ คือ เมื่อคุณไม่ศรัทธาความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับศาสนา คุณก็กำลังศรัทธาความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์อยู่เช่นกัน 

 

ดังนั้นเราจึงปฏิเสธไม่ได้ว่า เมื่อเรามองเขาว่า ‘งมงาย’ ก็เท่ากับว่าเรามีศูนย์กลางความคิดที่ไม่งมงายอยู่ไม่ต่างกัน

 

มิติที่มากกว่าแค่ ‘งมงาย’

 

หลายครั้งที่ผมได้แสดงความเห็นต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ความเชื่ออื่นๆ ว่า ‘งมงาย’ ซึ่งผมมักจะพูดอยู่เสมอๆ ว่า หากมองปรากฏการณ์ความเชื่อเป็นเพียงแค่เรื่องงมงาย เราจะไม่เห็นปัญหาอะไรอีกมากมายที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้ความเชื่อในปรากฏการณ์นั้นๆ 

 

ต้องบอกเลยว่าภายใต้ความเชื่อหรือศรัทธาต่อปรากฏการณ์ทางศาสนาหรือลัทธิความเชื่อใดความเชื่อหนึ่ง มันคือภาพสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างบางอย่างของสังคมอยู่ ยกตัวอย่างให้เห็นได้ชัดเช่น 

 

  1. กรณีเรื่องโชคลางหรือเงินทอง มันก็สะท้อนให้เห็นว่า คนในสังคมกำลังเผชิญกับปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ และรัฐในฐานะผู้ที่จะต้องสร้างความกินดีอยู่ดีให้ประชาชน กลับไม่สามารถสร้างความมั่นคงในด้านนี้ให้กับผู้คนได้ นี่คือปัญหาศักยภาพของรัฐในทางเศรษฐกิจ 
  2. ปัญหาในแง่ของความเหลื่อมล้ำและความไม่เท่าเทียมของคน เช่น เคสนักศึกษาครุศาสตร์คนหนึ่ง ผู้เขียนเคยคุยกับเขาว่า ทำไมถึงวิ่งไล่บนบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายที่ แล้วเขาบนบานเรื่องอะไร คำตอบที่ได้มาคือ เขาบอกว่าเขาสอบบรรจุข้าราชการครูติดอยู่ลำดับต้นๆ แต่เขากลับไม่ถูกเรียกเข้ารับราชการสักที เพราะเขาเชื่อว่าเขาเป็นเพียงแค่ลูกตาสีตาสาคนหนึ่ง ไม่ได้ร่ำรวย มีเงินมีทอง หรือมีเส้นมีสายเหมือนใครๆ เขาจึงเลือกที่จะมาบนบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เขาถูกเรียกตัว นี่ก็คือปัญหาหนึ่งที่มันถูกซุกซ่อนอยู่ภายใต้ความเชื่อที่หลายคนมองว่างมงาย

 

ดังนั้นมากกว่าเพียงแค่มองว่า ‘งมงาย’ แล้วตัดจบบทสนทนา เราควรมองปรากฏการณ์ทางความเชื่อเหล่านี้ในมิติที่ลึกขึ้นหรือไม่?

 

ไม่ใช่ความอัปมงคล แต่คือมงคลแห่งประชาธิปไตย

 

นอกจากดี-ชั่ว เท็จ-จริง ศรัทธา-งมงาย แล้ว ยังมีความเห็นอีกหลายความเห็นที่แสดงออกมาในทำนองที่ว่า ‘ครูกายแก้วเป็นความอัปมงคล’ ตัวรูปเคารพก็อัปมงคล ตัวคนบูชาก็บูชาสิ่งอัปมงคล และนี่คือความอัปมงคลของยุคสมัย โดยมักจะกล่าวถึงท่อนหนึ่งของ เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา ที่ว่า ‘ผีป่าจะวิ่งเข้ามาสิงเมือง ผีเมืองนั้นจะออกไปอยู่ป่า’ และหลายคนก็โยงเอาเนื้อความท่อนนี้มาเปรียบเทียบกับปรากฏการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

 

แต่ในมุมมองของผู้เขียน ผมกำลังคิดว่าถ้าเราจะมองครูกายแก้วในมุมมองใหม่ว่า นี่ไม่ใช่สิ่งอัปมงคล แต่นี่คือมงคลแห่งประชาธิปไตยได้หรือไม่

 

เมื่อพูดแบบนี้ก็จะมีคำถามตามมาว่า ‘มันมงคลต่อประชาธิปไตยอย่างไร’ คำตอบของผมที่อยากจะชวนขบคิดมีอยู่ 3 ข้อหลักๆ คือ

 

  1. เราจะมองว่าการเชื่อหรือการศรัทธาต่อครูกายแก้วคือภาพความงดงามของเสรีภาพทางความเชื่อ ซึ่งเป็นเสรีภาพตามหลักประชาธิปไตยได้หรือไม่ ปรากฏการณ์ครูกายแก้วกำลังบอกพวกเราว่า เราทุกคนกำลังมีเสรีภาพในทางศาสนาที่เบ่งบานมากขึ้น
  2. เราจะมองได้หรือไม่ว่า ครูกายแก้วกำลัง Decentralize ชุดความเชื่อที่ถูกรวมศูนย์อยู่ที่ศาสนาของรัฐ ศาสนาที่แท้จริง ศาสนาที่บังคับให้ผู้คนเชื่อฟังและปฏิบัติตาม ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ได้มีแค่ครูกายแก้วเท่านั้นที่เราจะมองแบบนี้ได้ แต่ความเชื่อหรือลัทธิพิธีอื่นๆ ก็กำลังทำหน้าที่นี้อยู่เหมือนกัน 
  3. เราจะมองได้หรือไม่ว่า ครูกายแก้วทำให้เกิดการถกเถียง วิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งมันคือความสวยงามตามหลักการประชาธิปไตย เราสามารถวิพากษ์วิจารณ์ครูกายแก้วหรือผู้ศรัทธาครูกายแก้วได้ และผู้ที่เชื่อหรือศรัทธาก็มีเสรีภาพที่จะแสดงความคิดเห็นต่อความเชื่อและศรัทธาของเขา ครูกายแก้วจึงไม่ใช่สิ่งที่ถูกที่สุดหรือดีที่สุดที่เราแตะต้องหรือพูดถึงไม่ได้ เหมือนชุดความเชื่อที่ถูกกำหนดโดยรัฐ

 

จากข้อคิดเห็น 3 ข้อที่ผมได้ยกขึ้นมา พอจะทำให้เรามองครูกายแก้วว่า นี่คือความมงคลแห่งเสรีภาพตามหลักการประชาธิปไตยได้หรือไม่

The post ครูกายแก้ว: ว่าด้วย ‘ความอัปมงคล vs. ความมงคล’ ของเสรีภาพประชาธิปไตย? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติสั่งตรวจสอบข้อกฎหมาย-รวบรวมข้อร้องเรียน กรณีรูปปั้นองค์ครูกายแก้ว https://thestandard.co/chadchart-kru-kai-kaew-case/ Fri, 18 Aug 2023 05:08:17 +0000 https://thestandard.co/?p=830671

วันนี้ (18 สิงหาคม) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ชัชชาติ […]

The post ชัชชาติสั่งตรวจสอบข้อกฎหมาย-รวบรวมข้อร้องเรียน กรณีรูปปั้นองค์ครูกายแก้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (18 สิงหาคม) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงกรณีองค์ครูกายแก้วที่บริเวณแยกรัชดา-ลาดพร้าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ปลัดกรุงเทพมหานครติดตามในแง่ของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 

 

ในเบื้องต้นยังไม่ได้มีความผิดในแง่ข้อกฎหมายต่างๆ เนื่องจากเป็นพื้นที่เอกชน แต่ด้วยความสูงของรูปปั้นอาจจะต้องดูในเรื่องของความปลอดภัยให้รอบคอบ รวมถึงสั่งการให้สำนักงานเขตตรวจสอบและรวบรวมข้อร้องเรียนหรือข้อกังวลของประชาชน เพื่อจะได้เข้าพบและหารือกับเจ้าของรูปปั้น ซึ่งไม่น่ามีปัญหาอะไร

 

ชัชชาติกล่าวต่อว่า หากรูปปั้นดังกล่าวก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ ประชาชนสามารถแจ้งปัญหาเข้ามาได้ ซึ่งเรื่องนี้กรุงเทพมหานครจะรับเรื่องไว้และพิจารณาประกอบกับข้อกฎหมายหรือข้อบัญญัติต่างๆ เพื่อหาแนวทางดำเนินการอย่างเหมาะสมต่อไป

The post ชัชชาติสั่งตรวจสอบข้อกฎหมาย-รวบรวมข้อร้องเรียน กรณีรูปปั้นองค์ครูกายแก้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มสภาศิลปินฯ เตรียมยื่นหนังสือถึงเจ้าของพื้นที่ให้ย้ายรูปปั้น ‘องค์ครูกายแก้ว’ ออก เหตุทำให้ประชาชนเสียขวัญกำลังใจ https://thestandard.co/ask-to-move-the-statue-of-kru-kai-kaew/ Thu, 17 Aug 2023 09:50:11 +0000 https://thestandard.co/?p=830430 ครูกายแก้ว

วันนี้ (17 สิงหาคม) มีรายงานว่า กลุ่มสภาศิลปินส่งเสริมพ […]

The post กลุ่มสภาศิลปินฯ เตรียมยื่นหนังสือถึงเจ้าของพื้นที่ให้ย้ายรูปปั้น ‘องค์ครูกายแก้ว’ ออก เหตุทำให้ประชาชนเสียขวัญกำลังใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครูกายแก้ว

วันนี้ (17 สิงหาคม) มีรายงานว่า กลุ่มสภาศิลปินส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยเตรียมทำหนังสือยื่นให้ผู้บริหารโรงแรมเดอะ บาซาร์ กรุงเทพมหานคร เจ้าของพื้นที่ที่ตั้งรูปปั้นองค์ครูกายแก้ว ให้พิจารณาย้ายรูปปั้นออกจากพื้นที่

 

โดยหนังสือได้ระบุว่า ในการที่โรงแรมเดอะ บาซาร์ ถนนรัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ได้นำรูปปั้นที่มีลักษณะแปลกประหลาดและส่อไปในทางน่ากลัวมาตั้งชื่อว่า กายแก้ว ให้คนได้สักการะขอพร ซึ่งดูเป็นเรื่องผิดกาลเทศะทางพระพุทธศาสนาและเทววิทยา และทางผู้รู้ทางพระพุทธศาสนาและโหราศาสตร์ 

 

หลายคนในโซเชียลมีเดียได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ในทางที่ไม่ควรอย่างยิ่งตามหลักความเชื่อทั้งทางพระพุทธศาสนาและเทววิทยา ซึ่งทำให้เกิดความเสียขวัญกำลังใจของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียง 

 

ด้วยมีความเชื่อส่วนใหญ่ว่าจะไม่เป็นสิริมงคล และทำให้เกิดผลกระทบที่ไม่ดีต่อการดำรงชีวิตอยู่สืบต่อไป อีกทั้งยังเป็นทางเผยแพร่ความเชื่อที่ผิดมิจฉาทิฐิในทางพระพุทธศาสนา ที่ได้กล่าวไว้ว่าการบูชาบุคคลที่ควรบูชาเป็นอุดมมงคล

 

ถึงแม้จะเป็นความเชื่อสิทธิ์ส่วนบุคคล และเป็นสิทธิ์ของเอกชนก็ตาม แต่เมื่อเกิดการเผยแพร่ในทางที่ไม่ดีไม่งาม ไม่เป็นสิริมงคลอย่างกว้างขวาง และมีการนำมาตั้งในทางสัญจรไปมา พบเห็นได้ชัดเจน อาจทำให้เกิดความวิตกกังวลและความหวาดกลัวเกิดขึ้นต่อขวัญและกำลังใจของประชาชนจำนวนมากได้

 

ทางสภาศิลปินส่งเสริมพระพุทธศาสนาฯ ในฐานะหน่วยเผยแพร่ศีลธรรม ในความอุปถัมภ์ของกรมการศาสนา ได้รับการร้องเรียนและความคิดเห็นต่างๆ นานาจากพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนทั้งศิลปินและบุคคลในสังคม ในทิศทางของความไม่เป็นสิริมงคล

 

ซึ่งทางหลักพระพุทธศาสนาแล้ว กายแก้วคือกายบริสุทธิ์สูงสุด เป็นอทิสสมานกายของพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระอรหันต์ที่นิพพานแล้วจะปรากฏเป็นกายแก้วใสประกายพรึก แม้เทวดาและพรหมก็ยังไม่มีกายเป็นแก้ว แต่เป็นกายทิพย์ 

 

ดังนั้นการใช้นามกายแก้วเสมือนว่ารูปปั้นดังกล่าวได้สำเร็จธรรมขั้นสูงจนมีกายเป็นแก้วใส ดังนั้นเพื่อความสบายใจและขวัญกำลังใจของพุทธศาสนิกชนและประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร ทางผู้แทนคณะกรรมการสภาศิลปินส่งเสริมพระพุทธศาสนาฯ และองค์กรเครือข่ายชาวพุทธฯ

 

อันประกอบไปด้วยพระสงฆ์-ศิลปิน-บุคคลในสังคมวิชาการ จะรวมตัวกันไปยื่นหนังสือเสนอแนะและร้องเรียนพิจารณาแก่ผู้บริหารโรงแรมเดอะ บาซาร์ ถนนรัชดาภิเษก ในการยุติการให้สักการะ และนำรูปปั้นนี้ออกจากพื้นที่ เพื่อความสบายใจและเป็นขวัญกำลังใจของประชาชนต่อไป 

 

โดยทางกลุ่มจะรวมตัวกันอ่านแถลงการณ์และยื่นหนังสือต่อผู้บริหารโรงแรมเดอะ บาซาร์ ถนนรัชดาภิเษก ในวันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม 2566 เวลา 18.00 น. ณ ล็อบบี้ โรงแรมเดอะ บาซาร์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร

The post กลุ่มสภาศิลปินฯ เตรียมยื่นหนังสือถึงเจ้าของพื้นที่ให้ย้ายรูปปั้น ‘องค์ครูกายแก้ว’ ออก เหตุทำให้ประชาชนเสียขวัญกำลังใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชาชนยังแห่ขอพร-เรียกพลังองค์ครูกายแก้ว ด้านวอชด็อกร่วมตรวจสอบพิธีบูชายัญลูกสุนัข-ลูกแมว https://thestandard.co/people-ask-for-blessings-from-kru-kai-kaew/ Wed, 16 Aug 2023 13:57:32 +0000 https://thestandard.co/?p=830109 ครูกายแก้ว

วันนี้ (16 สิงหาคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่ส […]

The post ประชาชนยังแห่ขอพร-เรียกพลังองค์ครูกายแก้ว ด้านวอชด็อกร่วมตรวจสอบพิธีบูชายัญลูกสุนัข-ลูกแมว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครูกายแก้ว

วันนี้ (16 สิงหาคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจที่ตั้งองค์ครูกายแก้วที่บริเวณแยกรัชดา-ลาดพร้าว พบว่า มีประชาชนหลากหลายช่วงวัยที่เลื่อมใสศรัทธา ทยอยมารอเข้าไปกราบไหว้บูชาตามความเชื่อ

 

ซึ่งสถานที่ตั้งขององค์ครูกายแก้วมีเวลาเปิด-ปิดกำหนดไว้คือ 17.00-07.00 น. โดยสิ่งของที่ใช้กราบไหว้จะเป็นดอกไม้ ชุดหมากพลู ขนมหวานไทย พร้อมกับธูปสีดำ 

 

ช่างภาพข่าวได้พูดคุยกับผู้ที่เดินทางมากราบไหว้องค์ครูกายแก้ว โดยระบุว่า วันนี้เป็นครั้งแรกที่มา ส่วนตัวไม่ได้รู้จักประวัติขององค์ครูกายแก้วมาก่อน แต่รับชมข่าวทางโทรทัศน์และเห็นมีผู้เดินทางมาเป็นจำนวนมาก จึงต้องการมาเห็นองค์รูปปั้นของจริง

 

ขณะที่อีกหนึ่งคนที่ช่างภาพข่าวได้พูดคุยหลังจากทำพิธีกรรมตามความเชื่อคือ นำกระเป๋าสตางค์วางไว้บนชายผ้าที่คลุมองค์ครูกายแก้ว เล่าว่า เดินทางมาหลายครั้งแล้ว พิธีกรรมที่ทำเป็นความเชื่อว่า หากวางสิ่งของไว้ที่ชายผ้าและรอเวลาจนกว่าธูปจะหมด จะได้รับพลังจากองค์ครูกายแก้ว

 

ทั้งนี้ยังระบุด้วยว่า การกราบไหว้ขอพรอีกรูปแบบคือ การสัมผัสที่ปลายปีกขององค์รูปปั้น โดยผู้ที่ทำเชื่อว่าพรที่ขอจะสมหวัง ส่วนความเชื่อเรื่องการนำลูกสุนัขหรือลูกแมวมาบูชายัญ ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและไม่เคยเห็นผู้ที่มากราบไหว้ใช้วิธีการดังกล่าวจริง 

 

ส่วนตัวเชื่อว่าแต่ละคนจะมีวิจารณญาณเป็นของตัวเอง อะไรที่เหมาะสม อะไรที่ไม่เหมาะสม อะไรที่ควรทำหรือไม่ควรทำ การกราบไหว้หรือบูชาเป็นความเชื่อส่วนตัว ไม่สามารถบังคับกันได้ และไม่ควรที่จะก้าวล่วงกัน

 

นอกจากนี้ช่างภาพข่าวยังสังเกตว่า ประชาชนที่เดินผ่านไปมารอบนอกที่ตั้งมีการหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปองค์ครูกายแก้ว ส่วนด้านในที่ตั้งมียูทูเบอร์เข้ามาถ่ายทอดสดให้ผู้ที่มีความสนใจได้กราบไหว้ในรูปแบบออนไลน์

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับกระแสเรื่องการนำลูกสุนัขและลูกแมวมาบูชายัญ มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ Watchdog Thailand Foundation – WDT 

 

ระบุใจความว่า วอชด็อก ไทยแลนด์ กำลังตรวจสอบเรื่องนี้ ขอประชาชนผู้ที่รักสัตว์อย่าเพิ่งตระหนกตกใจ เนื่องจากแต่ละโพสต์ที่ระบุว่าบูชายัญลูกสุนัข-ลูกแมวเป็นบัญชีผู้ใช้ที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ แต่ทั้งนี้ หากประชาชนท่านใดมีเบาะแสหรือพยานหลักฐานและพยานบุคคลที่ตรวจสอบได้ว่ามีการกระทำดังกล่าว สามารถติดต่อมาเพื่อที่มูลนิธิจะดำเนินการตรวจสอบต่อไป

 

The post ประชาชนยังแห่ขอพร-เรียกพลังองค์ครูกายแก้ว ด้านวอชด็อกร่วมตรวจสอบพิธีบูชายัญลูกสุนัข-ลูกแมว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครูกายแก้ว วิกฤตการเมืองและสังคมไทย https://thestandard.co/kru-kai-kaew-thai-political-and-social-crisis/ Tue, 15 Aug 2023 12:54:28 +0000 https://thestandard.co/?p=829676 ครูกายแก้ว

ทุกครั้งที่สังคมไทยเผชิญกับวิกฤตทางสังคม การเมือง และเศ […]

The post ครูกายแก้ว วิกฤตการเมืองและสังคมไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครูกายแก้ว

ทุกครั้งที่สังคมไทยเผชิญกับวิกฤตทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ มักจะปรากฏการบูชาภูตผีปีศาจหรือเทพเจ้าที่ทรงอิทธิฤทธิ์แทบจะทุกครั้ง 

 

‘ครูกายแก้ว’ เป็นใครมาจากไหนไม่มีใครทราบ 

 

ตามประวัติเชิงตำนานเล่ากันว่า มีพระธุดงค์จากลำปางไปนั่งสมาธิที่ปราสาทนครวัด นครธม กัมพูชา และได้ครูกายแก้วมา ซึ่งเชื่อว่าเป็นครูของศาสตร์และศิลป์ทั้งปวงในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จากนั้นได้มอบให้ลูกศิษย์มีชื่อว่า พ่อหวิน เป็นอดีตทหารกองดุริยางค์ทหารในสมัยก่อน

 


 

บทความที่เกี่ยวข้อง

 


 

จากนั้นมีอาจารย์ท่านหนึ่งได้รับมอบครูกายแก้วต่อมาอีกที ซึ่งครูกายแก้วได้ปรากฏกายให้เห็น ท่านจึงได้หล่อเป็นองค์สำริดยืน คล้ายคนแก่ มีลักษณะเป็นผู้บำเพ็ญเพียร มีปีกด้านหลัง กึ่งมนุษย์กึ่งนก มีเขี้ยวทอง รูปลักษณ์ของครูกายแก้วนี้ได้อ้างอิงว่ามาจากภาพสลักบนกำแพงปราสาทบายน 

 

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ย่อมสวนทางกับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี โอภาส จริยพฤติ หรือ ไกด์โอ พาเที่ยว ได้ให้ความเห็นว่า ที่ปราสาทบายนไม่มีภาพสลักของครูกายแก้ว แต่ภาพสลักที่คล้ายกับครูกายแก้วนั้นอยู่ที่ระเบียงคดปราสาทนครวัดด้านทิศเหนือฝั่งตะวันออก และครูของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ก็ไม่ใช่ครูกายแก้ว ภาพที่คล้ายกับครูกายแก้วนั้นคือ ‘ท้าวพาณอสูร’ ซึ่งได้ไปเข้าเฝ้าขอความอนุเคราะห์ต่อพระศิวะที่ประทับที่เขาไกรลาส

 

ถ้าวิเคราะห์กันในเชิงเรื่องเล่าไม่ต้องสนใจข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ เราจะเห็นกระบวนการที่ทำให้รูปเคารพสักองค์หนึ่งศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาผ่านเรื่องเล่าในเชิงลี้ลับ แบบเดียวกับไอ้ไข่ แบบเดียวกับจตุคามรามเทพ และที่เสริมให้ครูกายแก้วศักดิ์สิทธิ์ขึ้นไปนั้นจะเห็นได้ว่ามาจากพื้นที่ที่ในสำนึกของคนไทยแล้วเชื่อว่าเต็มไปด้วยเวทมนตร์คาถาของขลังคือ เขมร ทั้งๆ ที่ถ้าหากคุณได้รู้จักเขมรในทางวัฒนธรรมจะพบว่า คนเขมรไม่ได้คลั่งเครื่องรางของขลังแบบที่ไทยเป็นเลย 

 

นอกจากนี้แล้ว ความศักดิ์สิทธิ์ของครูกายแก้วยังเพิ่มขึ้นผ่านกระบวนการส่งต่อจากอาจารย์ที่เป็นทหาร ซึ่งสังคมไทยมักมองเป็นอำนาจพิเศษชนิดหนึ่ง และส่งต่อมายังมือของจอมขมังเวทย์อีกทอดหนึ่งด้วย 

 

แต่ความน่าสนใจของปรากฏการณ์ครูกายแก้วนี้ ผมคิดว่ามีความคล้ายคลึงกันมากกับปรากฏการณ์ของการบูชาภูตผีปีศาจและเทพเจ้าของไทยในรอบหลายทศวรรษที่ผ่านมา 

 

จตุคามรามเทพได้รับความนิยมสูงสุดในปี 2550 หลังเหตุการณ์รัฐประหารปี 2549 ทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นสัญลักษณ์ของความเจริญก้าวหน้าของเศรษฐกิจไทยถูกถอดถอน ดังนั้น สังคมจึงรู้สึกสั่นไหวกับเรื่องนี้ ส่งผลทำให้จตุคามแทบทุกรุ่นมีชื่อรุ่นที่เกี่ยวข้องกับความมั่งคั่งร่ำรวย 

 

ราวปี 2559 ได้เกิดปรากฏการณ์ร่างทรงขึ้น ปรากฏการณ์นี้เป็นผลพวงมาจากการรัฐประหารปี 2557 ที่ทำให้สังคมรู้สึกถึงความสั่นคลอนไม่มั่นคง และยังทำให้ขาดความเชื่อมั่นในทางเศรษฐกิจอีกด้วย ปรากฏการณ์ร่างทรงนี้ค่อยๆ ซาลงในกระแสโซเชียลมีเดีย แต่ยังคงมีและบูมอีกครั้งในช่วงสั้นๆ เมื่อปี 2561 ซึ่งเป็นช่วงที่สังคมกำลังเผชิญปัญหาและตั้งคำถามกับรัฐบาล คสช. ในเรื่องของการคอร์รัปชัน รวมถึงตำรวจ และพระสงฆ์ที่เป็นข่าวในทางเสื่อมเสีย ซึ่งอย่างหลังนี้ทำให้สังคมขาดที่พึ่งทางใจ ดังนั้น จึงหวังพึ่งพาอำนาจผี บรรพกษัตริย์ และเทพฮินดูที่มีอำนาจและสามารถบันดาลอำนาจคุ้มครองและความร่ำรวยให้ได้

 

ในแง่เศรษฐกิจ เมื่อ 2 ปีที่แล้วก็ได้เกิดปรากฏการณ์ไอ้ไข่ วัดเจดีย์ เกิดจากสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ขนาบซ้ำเติมด้วยปัญหาโควิดที่ยิ่งทำให้เศรษฐกิจตกต่ำมากขึ้นไปอีก ซึ่งทั้งหมดนี้นำมาซึ่งความรู้สึกไม่มั่นคงในการใช้ชีวิต ร้อยละร้อยที่ไปไหว้ไอ้ไข่จึงหวังความร่ำรวย ที่น่าสนใจด้วยคือ เครื่องแบบที่ไอ้ไข่ชอบนั้นคือเครื่องแบบทหาร ซึ่งสะท้อนถึงสำนึกในเรื่องอำนาจนิยมในสังคมไทยที่ทหารก่อสำนึกอำนาจนิยมนี้ลงในสังคมกระทั่งในผีเด็ก

 

หรือล่าสุดคือ ปรากฏการณ์ท้าวเวสสุวรรณที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับการบูชาเพื่อหวังในเรื่องความร่ำรวย แม้ว่าคนจำนวนมากจะไม่ทราบว่า แท้จริงแล้วท้าวเวสสุวรรณเป็นใครก็ตาม เพราะรูปลักษณ์คล้ายกับยักษ์วัดแจ้งมากกว่าจะคล้ายกับท้าวเวสสุวรรณหรือท้าวกุเวร เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งแบบดั้งเดิมที่มีรูปกายอ้วนแสดงความอุดมสมบูรณ์ ประดับพร้อมกับหม้อเงินหม้อทองก็ตาม แต่ประเด็นเรื่องประติมานวิทยานั่นไม่ใช่สิ่งที่เรื่องสำคัญมาก ตราบใดที่อำนาจของเทพหรือยักษ์สามารถบันดาลให้ร่ำรวยได้ ซึ่งพระพุทธรูปไม่สามารถเป็นที่พึ่งในลักษณะดังกล่าว

 

เช่นเดียวกันกับเทพและผีองค์อื่นๆ ปรากฏการณ์ครูกายแก้วนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมืองที่ไม่มีใครแน่ใจว่าทิศทางของบ้านเมืองจะเดินไปทางไหน การเมืองในระดับสถาบันก็มีความอึมครึม และเศรษฐกิจของไทยที่อาจไม่ได้ดีจริงตามที่เห็น ผู้คนจึงแห่กันไปบูชาครูกายแก้วเพื่อหวัง ‘การเงิน การงาน และโชคลาภ’ อำนาจของครูกายแก้วนี้ดูจะมีจุดร่วมกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผ่านมาอีกประการหนึ่งคือ เป็นอำนาจที่ยึดโยงตนเองเข้ากับอำนาจของกษัตริย์โบราณ ซึ่งคือแหล่งของอำนาจที่ทั้งน่าใกล้ชิดและร้อนดังดวงตะวัน 

 

ถ้าครูกายแก้วจะเป็นผีป่าก็จะวิ่งมาสิงเมืองดังเช่นที่หลายท่านกล่าวถึงกัน แต่คำถามคืออะไรเป็นเหตุปัจจัยที่ทำให้ผีป่าวิ่งเข้าสิงเมืองได้ง่ายดายเช่นนี้มาร่วมเกือบสองทศวรรษแล้ว ผีตัวจริงจึงอาจไม่ใช่ครูกายแก้วอย่างที่คิดครับ

The post ครูกายแก้ว วิกฤตการเมืองและสังคมไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>