คนไทยในเมียนมา Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/คนไทยในเมียนมา/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 30 Nov 2024 12:23:51 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 กลาโหมเตรียมประท้วงเมียนมา ทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ ปมยิงเรือประมงไทย https://thestandard.co/mod-myanmar-fishing-boat-incident/ Sat, 30 Nov 2024 12:23:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1014712

วันนี้ (30 พฤศจิกายน) ที่จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต. ธนาธิป […]

The post กลาโหมเตรียมประท้วงเมียนมา ทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ ปมยิงเรือประมงไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (30 พฤศจิกายน) ที่จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต. ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีเรือรบเมียนมายิงเรือประมงไทยว่า การกระทำของเรือรบเมียนมาจะต้องมีการประท้วงตามช่องทางของกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น (Township Border Committee: TBC) ว่าได้กระทำรุนแรงเกินกว่าเหตุหรือไม่

 

ในเบื้องต้นมีการประสานงานระหว่างศูนย์ประสานงานชายแดนไทย-เมียนมา เพื่อส่งคนไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกันพร้อมเรือกลับประเทศภายใน 1-2 วัน โดยภายหลังเกิดเหตุ กองทัพเรือได้ส่งเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งลาดตระเวนรักษาความสงบเรียบร้อยและดูแลความปลอดภัยให้กับเรือประมงในน่านน้ำของเรา นอกจากนั้นยังให้ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จังหวัดระนอง แจ้งเตือนเรือประมงไม่ให้รุกล้ำน่านน้ำ

 

ทั้งนี้ เท่าที่ได้รับรายงานเบื้องต้น เรือรบเมียนมายิงเข้าไปที่ตัวเรือประมงไทย ไม่ใช่จุดที่เป็นที่อยู่ของลูกเรือ ซึ่งกรณีผู้เสียชีวิตนั้นเกิดจากการกระโดดน้ำและจมน้ำเสียชีวิต แต่เรื่องนี้ทางการไทยไม่ยอม จะประท้วงตามช่องทางที่ทำได้ และถือว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุหรือไม่

 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวจากกองทัพเรือซึ่งแจ้งข้อมูลมายังกระทรวงกลาโหมเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เรือประมงของไทย 50 ลำออกมาจากเกาะพยาม จังหวัดระนอง เข้าไปในลักษณะของการลากอวน เมื่อเปิดไฟจึงเห็นเรือรบเมียนมา 3 ลำยิงเข้าใส่เรือประมงไทย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน เป็นคนไทย 1 คน คนเมียนมา 1 คน สูญหาย 2 คน และบาดเจ็บ 2 คนเป็นชาวเมียนมา โดยเรือประมงไทยถูกยึดไป 1 ลำ มีผู้ถูกจับกุมไป 31 คน ซึ่งขณะนี้ผู้ช่วยทูตทหารไทยประจำเมียนมาอยู่ระหว่างประสานกับเมียนมา เพื่อขอรับตัวผู้ที่ถูกจับกุมพร้อมเรือกลับไทย

The post กลาโหมเตรียมประท้วงเมียนมา ทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ ปมยิงเรือประมงไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ทร. เร่งสอบเหตุเมียนมายิงเรือไทย ตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุว่าอยู่ในขอบเขตอำนาจ-กฎหมายไทยหรือเมียนมา ชี้หากพบละเมิด-ทำเกินกว่าเหตุ พร้อมตอบโต้ https://thestandard.co/thai-navy-myanmar-boat-incident/ Sat, 30 Nov 2024 11:44:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1014695

วันนี้ (30 พฤศจิกายน) พล.ร.อ. จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาก […]

The post ผบ.ทร. เร่งสอบเหตุเมียนมายิงเรือไทย ตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุว่าอยู่ในขอบเขตอำนาจ-กฎหมายไทยหรือเมียนมา ชี้หากพบละเมิด-ทำเกินกว่าเหตุ พร้อมตอบโต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (30 พฤศจิกายน) พล.ร.อ. จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กล่าวถึงเหตุการณ์เรือรบเมียนมายิงเรือประมงไทยว่า ต้องตรวจสอบว่าเหตุเกิดในพื้นที่ของใคร อำนาจหน้าที่ครอบคลุมถึงหรือไม่ ซึ่งปัจจุบันมีคนถูกจับตัวไป จึงประสานงานเข้าไปช่วยเหลือ รวมทั้งสอบถามสาเหตุไปทางเมียนมาว่ามีทำไมถึงจับตัวไป และต้องไปดูว่า ณ จุดเกิดเหตุมีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน

 

ผบ.ทร. กล่าวว่า จากที่ได้รับรายงานเบื้องต้นคือ เรือประมงถูกเรือรบเมียนมาไล่ยิงมาและมีการขอความช่วยเหลือ กองทัพเรือจึงได้ส่งเรือออกไป ทั้งนี้ กองทัพเรือจะเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องการใช้อาวุธและอำนาจของเมียนมาว่าเกินขอบเขตหรือไม่และเรามีอำนาจเข้าไปป้องกันมากน้อยเพียงใด ที่สำคัญคือต้องดูว่าพื้นที่เกิดเหตุอยู่ตรงไหน จุดใด มีกฎหมายใดบังคับใช้ เราเข้าไปรุกล้ำเขาหรือเขาเข้ามาใช้อำนาจเกินขอบเขต หากเป็นอย่างหลังจะมีการตอบโต้อย่างชัดเจน

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การที่เรือรบเมียนมายิงเรือประมงไทยเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่นั้น พล.ร.อ. จิรพล กล่าวว่า เราก็ต้องถามว่าเขาทำเพราะเหตุใด อย่างไรก็ตาม ก็ต้องรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและนายกรัฐมนตรี ให้รับทราบต่อไป

 

ภาพ: กองทัพเรือ

The post ผบ.ทร. เร่งสอบเหตุเมียนมายิงเรือไทย ตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุว่าอยู่ในขอบเขตอำนาจ-กฎหมายไทยหรือเมียนมา ชี้หากพบละเมิด-ทำเกินกว่าเหตุ พร้อมตอบโต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยเร่งประสานเมียนมา หลัง เรือประมงไทย พร้อมลูกเรือ 31 คนถูกจับกุม https://thestandard.co/thailand-myanmar-fishing-boat-arrest/ Sat, 30 Nov 2024 11:36:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1014690

วันนี้ (30 พฤศจิกายน) มีรายงานเหตุการณ์ เรือประมงไทย พร […]

The post ไทยเร่งประสานเมียนมา หลัง เรือประมงไทย พร้อมลูกเรือ 31 คนถูกจับกุม appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (30 พฤศจิกายน) มีรายงานเหตุการณ์ เรือประมงไทย พร้อมลูกเรือจำนวน 31 คนถูกเรือรบกองทัพเรือเมียนมาจับกุมบริเวณเกาะย่านเชือก และลากเข้าฝั่งเมียนมา โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน

 

นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้กองทัพเรือไทยกำลังประสานงานกับกองทัพเรือเมียนมาตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีอย่างเร่งด่วน

 

ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกำชับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ดำเนินการประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศของเมียนมาอย่างใกล้ชิด โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้เริ่มดำเนินการทันทีและติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

 

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า มีการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศหรือการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุหรือไม่ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม

 

กระทรวงการต่างประเทศยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือคนไทยในต่างแดนอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

 

ภาพ: กระทรวงการต่างประเทศ

The post ไทยเร่งประสานเมียนมา หลัง เรือประมงไทย พร้อมลูกเรือ 31 คนถูกจับกุม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจจัดกลุ่มคนไทยที่ช่วยจากเมียนมา แยกกลุ่มผู้ต้องหาบัญชีม้า-แก๊งคอลเซ็นเตอร์-เหยื่อค้ามนุษย์ เตรียมส่งกลับบ้าน-ดำเนินคดี https://thestandard.co/thais-from-myanmar-26112566/ Sun, 26 Nov 2023 13:19:18 +0000 https://thestandard.co/?p=870052

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญ […]

The post ตำรวจจัดกลุ่มคนไทยที่ช่วยจากเมียนมา แยกกลุ่มผู้ต้องหาบัญชีม้า-แก๊งคอลเซ็นเตอร์-เหยื่อค้ามนุษย์ เตรียมส่งกลับบ้าน-ดำเนินคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยตัวแทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน และกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีคนไทยที่เป็นผู้ประสบภัยจากเหตุภาวะสงครามในประเทศเมียนมา จำนวน 266 คนที่สามารถช่วยเหลือกลับมาได้ และเข้าสู่กระบวนการคัดแยกที่ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า NRM ที่ตั้งภายในศูนย์การเรียนรู้มหานคร สถาบันพัฒนาทรัพยากรบุคคลกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก 

 

พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ระบุว่า ในเบื้องต้นการคัดกรองเสร็จสิ้นไปบางส่วนแล้ว สามารถคัดแยกออกเป็น 5 กลุ่มคือ

  • กลุ่มที่ 1 มี 6 คน เป็นบุคคลที่มีหมายจับ ซึ่ง 4 ใน 6 เป็นบัญชีม้า ส่วนอีก 2 คนเป็นผู้ต้องหาคดีอื่นๆ 
  • กลุ่มที่ 2 จำนวน 98 คน ไม่มีข้อบ่งชี้เกี่ยวกับการค้ามนุษย์ 
  • กลุ่มที่ 3 จำนวน 51 คน คัดกรองแล้วพบว่าไม่ได้เป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ แต่เป็นกลุ่มที่เดินทางไปทำงานด้วยตนเอง ตอนนี้เตรียมส่งกลับภูมิลำเนา แต่หากพบหลักฐานภายหลังว่าไปหลอกลวงหรือกระทำผิดอื่นใดก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 
  • กลุ่มที่ 4 จำนวน 75 คน เป็นกลุ่มที่ยังรอการตรวจพิสูจน์ 
  • กลุ่มที่ 5 จำนวน 36 คน เป็นบุคคลที่ตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ 

 

พล.ต.อ. สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า มีรายงานว่ามี 2 พื้นที่ในเมียนมาที่มีคนไทยตกค้างอยู่คือ เมืองแผน มีคนไทยอาศัยอยู่ประมาณกว่า 100 คน และเมืองเล่าก์ก่าย มีประมาณ 10 กว่าคน ซึ่งทั้งสองพื้นที่อยู่ระหว่างการประสานให้การช่วยเหลือ 

 

ส่วนคนไทย 41 คนที่ช่วยเหลือมาก่อนหน้านี้ที่ศูนย์พักพิงจังหวัดเชียงราย ยังอยู่ระหว่างการคัดแยก โดยหลังจากนี้ทั้งหมดจะเข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวน ว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการนายทุนจีนสีเทาหรือไม่ รวมถึงขบวนการคอลเซ็นเตอร์ด้วย 

 

พล.ต.อ. สุรเชษฐ์กล่าวยืนยันว่า บุคคลที่ส่งกลับภูมิลำเนาไปแล้ว หากตรวจพบว่ามีความเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดก็จะดำเนินคดีในภายหลัง และยังมีรายงานว่ามี 4-5 คนใน 5 กลุ่ม ที่เคยได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลให้กลับ แต่เมื่อกลับมาแล้วก็ยังลักลอบไปประเทศเมียนมาอีก

 

ทั้งนี้ แม้ที่ผ่านมาจะสามารถจับได้เพียงบุคคลที่เป็นบัญชีม้า แต่กลุ่มที่เป็นตัวการคอลเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะคนที่คุยกับผู้เสียหาย อย่านิ่งนอนใจ เพราะทีมสืบสวนสามารถเช็กประวัติการโทรศัพท์ และเส้นทางการเงินได้ทั้งหมด ว่ามีความเกี่ยวข้องอย่างไร และเมื่อได้ข้อมูลเหล่านี้มาจะไปขอหมายจับสากลส่งไปยังทางการจีน และเร็วๆ นี้ตนเองจะเดินทางไปขอความร่วมมือกับหน่วยงานของจีนที่ดูแลเรื่องนี้ 

 

พล.ต.อ. สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำการบ้านเยอะ ปัญหาคอลเซ็นเตอร์จะแก้ได้ก็ต้องแก้จากต่างประเทศ เพราะฐานอยู่ที่ต่างประเทศ ตอนนี้กำลังประสานความร่วมมือกับประเทศจีน เนื่องจากจีนกำลังเร่งปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างเข้มข้น และในทุกๆ ขบวนการคอลเซ็นเตอร์มักจะมีคนไทยแฝงอยู่ จึงต้องประสานให้ช่วยเหลือคนไทยออกมาจากจุดที่อันตรายก่อน ส่วนจะเป็นผู้ต้องหาหรือผู้เสียหายก็ค่อยดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมทั้งขอเตือนคนไทยที่ตั้งใจจะไปเป็นคอลเซ็นเตอร์ต้องเลิกทำ เพราะตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังไล่ออกหมายจับและดำเนินคดีทั้งหมด

The post ตำรวจจัดกลุ่มคนไทยที่ช่วยจากเมียนมา แยกกลุ่มผู้ต้องหาบัญชีม้า-แก๊งคอลเซ็นเตอร์-เหยื่อค้ามนุษย์ เตรียมส่งกลับบ้าน-ดำเนินคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมปฏิบัติการไทยแลนด์บินด่วนไปคุนหมิง สมทบ ‘อธิบดีกรมการกงสุล-กต.’ ช่วยเหลือคนไทยจากเมืองเล่าก์ก่าย ประเทศเมียนมา กลับสู่มาตุภูมิ https://thestandard.co/thai-peoples-rescue-operation-team/ Sun, 19 Nov 2023 12:58:16 +0000 https://thestandard.co/?p=867446

วานนี้ (18 พฤศจิกายน) สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับคำสั่ง […]

The post ทีมปฏิบัติการไทยแลนด์บินด่วนไปคุนหมิง สมทบ ‘อธิบดีกรมการกงสุล-กต.’ ช่วยเหลือคนไทยจากเมืองเล่าก์ก่าย ประเทศเมียนมา กลับสู่มาตุภูมิ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (18 พฤศจิกายน) สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับคำสั่งด่วนจาก พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฝ่ายมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศพดส.ตร.) นำโดย พล.ต.ท. ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. (รอง ผอ.ศพดส.ตร.) พร้อมด้วย พญ.นฤมล สวรรค์ปัญญาเลิศ หัวหน้ากลุ่มฉุกเฉินทางการแพทย์ กรมการแพทย์, พว.สุพัฒศิริ ทศพรพิทักษ์กุล พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ บินด่วนเที่ยวบินแอร์เอเชีย FD582 มุ่งหน้าเมืองคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน 

 

เพื่อสมทบกับ รุจ ธรรมมงคล อธิบดีกรมการกงสุล และทีมกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง เพื่อร่วมภารกิจในการให้ความช่วยเหลืออพยพคนไทย จำนวน 258 คน (ข้อมูลจากการร้องขอความช่วยเหลือ) จากเมืองเล่าก์ก่าย ประเทศเมียนมา ผ่านทางชายแดนจีนทางด่านหนานซาน เพื่อเดินทางมายังเมืองคุนหมิง และใช้เครื่องบินเช่าเหมาลำที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ จัดเตรียมไว้ เพื่อเดินทางกลับไทย ปลายทางสนามบินดอนเมือง

 

ต่อมาเวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นเมืองคุนหมิง พล.ต.ท. ภาคภูมิภิภัทฒ์ ได้นำทีมร่วมประชุมกับอธิบดีกรมการกงสุลและข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ณ สถานกงสุลใหญ่ประเทศไทย ณ เมืองคุนหมิง ได้ข้อสรุปว่า ปฏิบัติการอพยพคนไทยจะเริ่มขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน เวลา 07.00 น. ที่ทางการเมียนมาจะขนย้ายคนไทยมาส่งที่ชายแดนด่านหนานซาน โดยจะมีกงสุลใหญ่ไทยรอรับ และ พ.ต.อ. ธัชพงศ์ สารวนางกูร กงสุลฝ่ายตำรวจ เป็นผู้นำเอกสารเดินทางเร่งด่วนของคนไทยทั้งหมดไปมอบให้เพื่อประกอบพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และคาดว่าคนไทยทั้งหมดจะเดินทางถึงสนามบินเมืองคุนหมิงในเวลาประมาณ 17.00 น. และคาดว่าในเวลาประมาณ 21.20 น. จะขนย้ายคนไทยทั้งหมดขึ้นเครื่องบินเช่าเหมาลำที่กรมการกงสุลจัดไว้จำนวน 2 ลำ โดยแต่ละลำนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเดินทางมาพร้อมด้วยจากเมืองไทย ลำละ 2 นาย และในเที่ยวบินขากลับทีมตำรวจไทย จำนวน 6 นาย นำโดย พล.ต.ท. ภาคภูมิภิภัทฒ์ ก็จะบินพาคนไทยทั้งหมดบินกลับไทยด้วยตนเอง

 

เมื่อเดินทางถึงไทย ทีมสหวิชาชีพที่ประกอบด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, เจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงแรงงาน, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงสาธารณสุข, กรุงเทพมหานคร และ ขสมก. ก็จะร่วมมือกันดำเนินการตามกระบวนการกลไกส่งต่อระดับชาติ หรือ NRM ต่อไป ซึ่งพี่น้องประชาชนที่เป็นญาติสามารถตรวจสอบรายชื่อคนไทยที่ได้รับการช่วยเหลือได้ผ่านสายด่วน 1191 ของ บก.ปคม. และ 1300 ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

 

ส่วนบริเวณด่านชายแดนจังหวัดเชียงรายที่ติดต่อกับเมียนมา ในวันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 12.30 น. ทางการเมียนมานำโดย พ.อ. ตู๋ล่า ส่อวินโว ผบ.บก.ยศ.ท่าขี้เหล็ก, ตั้นสิ่น ผกก.ตม. จังหวัดท่าขี้เหล็ก และ อ่องตวินอู ผกกก.ตม.เชียงตุง ได้นำคนไทย 41 คน ที่อพยพมาจากเมืองเล่าก์ก่าย มาส่งมอบให้กับทางการไทยบริเวณชายแดน โดยมี พล.ต. ประพัฒน์ พบสุวรรณ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง, เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย และเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย ให้การรับตัวคนไทยและขนย้ายไปพักที่ค่ายเม็งรายมหาราช เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและคัดแยกเหยื่อในกระบวนการ NRM ต่อไป 

 

ซึ่ง พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต. ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย ชุดปฏิบัติการ ศพดส.ตร. เข้ากำกับดูแลกระบวนการ NRM ด้วยตนเอง

 

ต่อมาในวันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น กงสุลใหญ่ไทยประจำนครคุนหมิง และกงสุลฝ่ายตำรวจไทยประจำนครคุนหมิง พร้อมกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีน ร่วมเปิดด่านรับการอพยพคนไทยจากเมียนมา 

 

โดยมีคนไทยอพยพมาครั้งนี้จำนวนทั้งสิ้น 266 คน พร้อมคนฟิลิปปินส์ 4 คน และคนสิงคโปร์ 1 คน โดยจะใช้เวลาเดินทางจากชายแดนเข้าสู่สนามบินเมืองคุนหมิงอีกประมาณ 5-6 ชั่วโมง จึงจะได้ขึ้นเครื่องบินกลับประเทศไทยต่อไป

 

โดยทางการไทยก็เห็นพ้องในการรับคนฟิลิปปินส์และคนสิงคโปร์ทั้ง 5 คน โดยต่อมาในเวลาประมาณ 23.30 น. ได้รับรายงานว่าเมื่อคนไทยทั้งหมดเดินทางถึงสนามบินเมืองคุนหมิง ก็ได้อพยพคนไทยทั้งหมดขึ้นเครื่องบินไทยแอร์เอเชียและเครื่องบินไทย ไลอ้อน แอร์ รวม 2 ลำ ที่กรมการกงสุลจัดไว้ บินตรงสู่สนามบินดอนเมือง ซึ่งคาดว่าจะถึงสนามบินดอนเมืองในห้วงเวลาประมาณหลังเที่ยงคืนไปแล้วตามเวลาในไทย

The post ทีมปฏิบัติการไทยแลนด์บินด่วนไปคุนหมิง สมทบ ‘อธิบดีกรมการกงสุล-กต.’ ช่วยเหลือคนไทยจากเมืองเล่าก์ก่าย ประเทศเมียนมา กลับสู่มาตุภูมิ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กต. เผย เมียนมาช่วยส่ง 266 คนไทยจากเล่าก์ก่ายไปชายแดนจีนแล้ว เตรียมส่งเครื่องบินรับกลับจากคุนหมิง https://thestandard.co/immigrate-thai-people-in-myanmar/ Sun, 19 Nov 2023 07:54:08 +0000 https://thestandard.co/?p=867335

กระทรวงการต่างประเทศรายงานความคืบหน้าในการช่วยเหลือกลุ่ […]

The post กต. เผย เมียนมาช่วยส่ง 266 คนไทยจากเล่าก์ก่ายไปชายแดนจีนแล้ว เตรียมส่งเครื่องบินรับกลับจากคุนหมิง appeared first on THE STANDARD.

]]>

กระทรวงการต่างประเทศรายงานความคืบหน้าในการช่วยเหลือกลุ่มคนไทยออกจากเมืองเล่าก์ก่ายของเมียนมา โดยล่าสุดวันนี้ (19 พฤศจิกายน) ทางการเมียนมาได้ช่วยจัดส่งคนไทย 266 คน จากเมืองเล่าก์ก่ายไปยังชายแดนจีน และทางการจีนได้อนุญาตให้กลุ่มคนไทยดังกล่าวข้ามชายแดนเข้าไปยังจีนเพื่อเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว 

 

โดยกระทรวงการต่างประเทศได้จัดเครื่องบินเช่าเหมาลำ 2 ลำโดยสายการบินแอร์เอเชียและสายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ นำคนไทยกลุ่มดังกล่าวกลับไทยจากนครคุนหมิง 

 

ทั้งนี้ เมื่อเครื่องบินอพยพคนไทยทั้ง 2 ลำ เดินทางถึงไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะอำนวยความสะดวกแก่คนไทยในการตรวจคนเข้าเมือง และคัดกรองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism: NRM) และผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการอาชญากรรมข้ามชาติต่อไป

 

สำหรับการให้ความช่วยเหลือคนไทยในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากรัฐบาลเมียนมาและรัฐบาลจีนในการอำนวยความสะดวกตั้งแต่ต้นทางและระหว่างทางการอพยพ กล่าวคือ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ได้รับความร่วมมือจากทางการเมียนมาและมูลนิธิอิมมานูเอล ในการช่วยดูแลคนไทยด้านอาหาร น้ำ และเครื่องนุ่งห่ม ระหว่างรอการอพยพที่เมืองเล่าก์ก่าย   

 

ขณะที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง ได้รับการอำนวยความสะดวกจากรัฐบาลส่วนกลางและท้องถิ่นในด้านเส้นทางการบิน และการตรวจคนเข้าเมือง จนประสบผลสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย ตลอดจนการช่วยเหลือคนจากมิตรประเทศออกมาด้วย เช่น ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ 

 

โดยกระทรวงการต่างประเทศได้แสดงความขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือครั้งนี้ ขณะที่ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้สั่งการให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง เร่งติดตามช่วยเหลือคนไทยที่อาจยังหลงเหลืออยู่โดยเร็วต่อไป

 

แฟ้มภาพ: Reuters / Khin Maung Win / Pool (Myanmar Military Society Politics)

อ้างอิง: กระทรวงการต่างประเทศ

The post กต. เผย เมียนมาช่วยส่ง 266 คนไทยจากเล่าก์ก่ายไปชายแดนจีนแล้ว เตรียมส่งเครื่องบินรับกลับจากคุนหมิง appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนไทยในเล่าก์ก่าย 266 คน ได้รับการช่วยเหลือหลังรัฐบาลประสานนำรถบัสเดินทางผ่านชายแดนจีน ด้าน ‘ประเสริฐ’ เตือนคนไทยระวังตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ https://thestandard.co/thai-people-in-myanmar-19112023/ Sun, 19 Nov 2023 07:25:14 +0000 https://thestandard.co/?p=867294 คนไทยในเล่าก์ก่าย

วันนี้ (19 พฤศจิกายน) รายงานข่าวจากหน่วยงานความมั่นคงเป […]

The post คนไทยในเล่าก์ก่าย 266 คน ได้รับการช่วยเหลือหลังรัฐบาลประสานนำรถบัสเดินทางผ่านชายแดนจีน ด้าน ‘ประเสริฐ’ เตือนคนไทยระวังตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนไทยในเล่าก์ก่าย

วันนี้ (19 พฤศจิกายน) รายงานข่าวจากหน่วยงานความมั่นคงเปิดเผยว่า วันนี้เวลาประมาณ 11.00 น. คนไทยที่ยังติดอยู่ในเมืองเล่าก์ก่าย ประเทศเมียนมา จำนวน 266 คน กำลังได้รับการช่วยเหลือจากทางรัฐบาลไทยโดยกระทรวงการต่างประเทศที่ประสานไปยังทางรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน หน่วยงานความมั่นคง และมูลนิธิอิมมานูเอล (IMF) ที่ทำหน้าที่ประสานงานในระดับพื้นที่

 

โดยได้นำรถบัสจำนวน 1 คัน เดินทางไปเข้ารับคนไทยในเมืองเล่าก์ก่าย และเดินทางไปยังชายแดนประเทศจีน-เมียนมา บริเวณด่าน ‘Yanlonkyine Gate’ ในจังหวัดหลิงชาง เพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองคุนหมิง โดยมีเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยและเจ้าหน้าที่กงสุลใหญ่รอรับเพื่อนำไปขึ้นเครื่องกลับประเทศไทยทันที

 

สั่งการ ‘ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง’ ติดตามปัญหาใกล้ชิด

 

วันเดียวกัน ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) กล่าวถึงกรณีการช่วยเหลือคนไทยในเมืองเล่าก์ก่ายจากสถานการณ์ความขัดแย้งในเมียนมา จำนวน 41 คน เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และอยู่ในระหว่างการที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัติโดยละเอียด เพื่อคัดแยกกลุ่มผู้บริสุทธิ์ที่ประกอบอาชีพสุจริตออกจากกลุ่มที่เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับและกลุ่มที่เป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ว่า

 

รัฐบาลมีหน้าที่ในการช่วยเหลือคนไทยให้เกิดความปลอดภัย โดยเฉพาะในสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในเมียนมา ทุกหน่วยงานพยายามเร่งให้การช่วยเหลือรับคนไทยกลับมาประเทศไทยโดยเร็วที่สุด ซึ่งกระทรวง MDES ในฐานะที่รับผิดชอบดูแลแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

 

ประเสริฐระบุว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่าบางคนในจำนวนผู้ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวอาจมีส่วนเชื่อมโยงกับปัญหาอาชญากรรมออนไลน์และอาจมีหมายจับติดตัว ซึ่งจะต้องแยกแยะให้ชัดว่าเป็นผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ถูกล่อลวงบังคับขู่เข็ญให้ไปทำหรือไม่ ซึ่งตนได้สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการบูรณาการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center: AOC) ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

 

พร้อมร่วมสอบสวนหาเบาะแสเพื่อขยายผลการดำเนินการทางกฎหมายปราบปรามปัญหานี้อย่างเด็ดขาด เนื่องจากที่ผ่านมาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ก่อปัญหาคุกคามคนไทยมายาวนาน

 

เตือนคนไทยระวังตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์

 

ประเสริฐยังแสดงความห่วงใยประชาชนคนไทยให้ระวังอย่าตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อย่าหลงเชื่อชาวต่างชาติที่ชักชวนให้ไปทำงานในต่างประเทศด้วยวิธีการต่างๆ อย่าตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์และกลุ่มทุนจีนสีเทา ถูกบังคับขู่เข็ญและทารุณกรรมให้กลับมาหลอกลวงคนไทยอีก

 

ขณะนี้ในหลายประเทศได้ดำเนินการทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างหนัก รัฐบาลไทยก็ได้ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการกวาดล้างภัยคุกคามคนไทยอย่างเด็ดขาดเช่นเดียวกัน

The post คนไทยในเล่าก์ก่าย 266 คน ได้รับการช่วยเหลือหลังรัฐบาลประสานนำรถบัสเดินทางผ่านชายแดนจีน ด้าน ‘ประเสริฐ’ เตือนคนไทยระวังตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
41 คนไทยในเล่าก์ก่ายถึงประเทศไทยแล้ว เตรียมเข้าสู่ขั้นตรวจโรค-ซักประวัติ ทหารไทย-เมียนมาร่วมมือดูแลใกล้ชิด https://thestandard.co/41-thai-in-myanmar-arrived-in-thailand/ Sat, 18 Nov 2023 07:24:06 +0000 https://thestandard.co/?p=867115

วันนี้ (18 พฤศจิกายน) เมื่อเวลา 12.40 น. ที่จุดผ่านแดนถ […]

The post 41 คนไทยในเล่าก์ก่ายถึงประเทศไทยแล้ว เตรียมเข้าสู่ขั้นตรวจโรค-ซักประวัติ ทหารไทย-เมียนมาร่วมมือดูแลใกล้ชิด appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (18 พฤศจิกายน) เมื่อเวลา 12.40 น. ที่จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 1 ไทย-เมียนมา เจ้าหน้าที่ทางการไทยทำการรับตัวคนไทย 41 คน ที่ได้รับการช่วยเหลือออกจากพื้นที่สู้รบในเมืองเล่าก์ก่าย ประเทศเมียนมา

 

ฝ่ายไทยนำโดย พล.ท. อานุภาพ ศิริมณฑล เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก พล.ต. ประพัฒน์ พบสุวรรณ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง พ.อ. ณฑี ทิมเสน ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก และ พล.อ. เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก

 

ส่วนฝั่งเมียนมามี พ.อ. ตู๋ล่า ส่อ วิน โซ ผู้บังคับกองบังคับการยุทธศาสตร์ท่าขี้เหล็ก ในฐานะประธานคณะกรรมการชายแดนไทย-เมียนมาส่วนท้องถิ่น หรือ TBC ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองท่าขี้เหล็ก และเจ้าหน้าที่ TBC ฝ่ายเมียนมา

 

โดยคนไทยทั้ง 41 คนเดินทางมาจากจังหวัดเชียงตุง ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ประมาณ 160 กิโลเมตร ข้ามจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 1 ก่อนขึ้นรถบัสเดินทางยังไปมณฑลทหารบก 37 ค่ายเม็งรายมหาราช เข้าสู่ขั้นตอนการตรวจคัดโรค รวมทั้งดำเนินกรรมวิธีของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

 

ทั้งนี้ ทางกองกำลังผาเมือง กองทัพภาคที่ 3 ได้เตรียมที่พักซึ่งสามารถรองรับได้ถึง 200 คน พร้อมจัดจุดพักคอยให้กับญาติที่มารอรับ ซึ่งปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทยได้ดำเนินการเป็นขั้นตอนตามลำดับ โดยมีหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง และคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา เป็นหน่วยปฏิบัติหลัก

 

ส่วนคนไทยอีกกว่า 200 คนที่อยู่ในค่ายทหารที่เป็นที่พักพิงในเมืองเล่าก์ก่ายจะได้เดินทางออกมาเมื่อใดนั้น รัฐบาลเมียนมากำลังพิจารณาและกำหนดเส้นทาง เพราะรอบเมืองเล่าก์ก่ายมีการสู้รบกันอยู่

 

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเมียนมาได้พาเจ้าหน้าที่กงสุลของประเทศไทยและประเทศอื่นที่อยู่กรุงย่างกุ้ง เข้าไปจำแนกสัญชาติของแต่ละกลุ่มและจำนวนเรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นพบว่า 164 คนเป็นคนไทยที่ไม่มีหนังสือเดินทาง เพราะนายจ้างยึดหนังสือเดินทางไว้ ดังนั้นกระทรวงการต่างประเทศต้องทำการออกหนังสือเดินทางชั่วคราว

 

ส่วนเส้นทางที่จะเดินทางออกมาจากเมืองเล่าก์ก่ายจะขึ้นอยู่กับทหารเมียนมาพิจารณา รวมทั้งผู้ที่เดินทางต้องมีการขอวีซ่าผ่านทางการจีน ซึ่งห่างจากชายแดน 5 กิโลเมตร ถือเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างไทย จีนและเมียนมา

The post 41 คนไทยในเล่าก์ก่ายถึงประเทศไทยแล้ว เตรียมเข้าสู่ขั้นตรวจโรค-ซักประวัติ ทหารไทย-เมียนมาร่วมมือดูแลใกล้ชิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
กต. รายงาน เช้านี้เมียนมาเตรียมรถอพยพคนไทย 41 ราย กลับประเทศ พร้อมขอให้ช่วยผู้ที่ยังตกค้างในเมืองเล่าก์ก่าย https://thestandard.co/thai-people-back-from-myanmar/ Sat, 18 Nov 2023 02:59:39 +0000 https://thestandard.co/?p=867024 โลโก้กระทรวงการต่างประเทศ

วันนี้ (18 พฤศจิกายน) ในช่วงเช้ามีรายงานจากกระทรวงการต่ […]

The post กต. รายงาน เช้านี้เมียนมาเตรียมรถอพยพคนไทย 41 ราย กลับประเทศ พร้อมขอให้ช่วยผู้ที่ยังตกค้างในเมืองเล่าก์ก่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลโก้กระทรวงการต่างประเทศ

วันนี้ (18 พฤศจิกายน) ในช่วงเช้ามีรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศว่า ทางการของเมียนมาได้จัดเตรียมรถเพื่อนำตัวคนไทย 41 คนที่อพยพมาจากพื้นที่ความขัดแย้งเมืองเล่าก์ก่าย มาส่งที่เมืองท่าขี้เหล็ก โดยจะมีคณะกรรมการชายแดนฯ ช่วยอำนวยความสะดวกส่งตัวคนไทยชุดดังกล่าวกลับมาในฝั่งไทยตามลำดับ

 

โดยเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทางการเมียนมาได้อำนวยความสะดวกให้คนไทยกลุ่มนี้เดินทางมาพักรอที่เมืองเชียงตุงก่อนเพื่อความปลอดภัย ก่อนจะเดินทางกลับไทย

 

อย่างไรก็ตาม ทางการไทยได้ขอรับการสนับสนุนจากฝ่ายเมียนมา ในกรณีที่จำเป็นต้องอพยพคนไทยที่ยังคงค้างอยู่ในเมืองเล่าก์ก่ายเพิ่มเติมในอนาคต โดยทางกระทรวงการต่างประเทศจะติดตามทุกขั้นตอน เพื่อให้คนไทยได้กลับประเทศอย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด

The post กต. รายงาน เช้านี้เมียนมาเตรียมรถอพยพคนไทย 41 ราย กลับประเทศ พร้อมขอให้ช่วยผู้ที่ยังตกค้างในเมืองเล่าก์ก่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เช็กความคืบหน้าแรงงานไทยในอิสราเอล-เล่าก์ก่าย พิพัฒน์กล่าว เร่งพากลับไทยให้เร็วที่สุด https://thestandard.co/progress-of-thai-workers-abroad/ Fri, 17 Nov 2023 11:49:51 +0000 https://thestandard.co/?p=866930 พิพัฒน์ รัชกิจประการ

วันนี้ (17 พฤศจิกายน) ที่กระทรวงศึกษาธิการ พิพัฒน์ รัชก […]

The post เช็กความคืบหน้าแรงงานไทยในอิสราเอล-เล่าก์ก่าย พิพัฒน์กล่าว เร่งพากลับไทยให้เร็วที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิพัฒน์ รัชกิจประการ

วันนี้ (17 พฤศจิกายน) ที่กระทรวงศึกษาธิการ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการในการตรวจสอบกระบวนการที่คนไทยถูกหลอกไปใช้แรงงานและค้ามนุษย์ในเมืองเล่าก์ก่าย เขตปกครองพิเศษโกก้าง รัฐฉานเหนือ ประเทศเมียนมา ว่า เราต้องดูให้ดีว่าแรงงานที่อยู่เมืองเล่าก์ก่ายหรือประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ไปโดยการสมัครใจหรือถูกหลอกลวงไป แม้ว่าวันนี้จะยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่าแรงงานเหล่านั้นไปทำงานอะไร ไม่ว่าจะเป็นงานคอลเซ็นเตอร์หรืองานอื่นๆ แต่ต้องตั้งคำถามว่า ทำไมแรงงานเหล่านั้นถึงไปทำงานตรงนั้น ทั้งที่คนในประเทศเพื่อนบ้านกลับมาทำงานในประเทศเราถึงจำนวนหลักล้าน 

 

พิพัฒน์กล่าวย้ำอีกว่า ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและปลัดกระทรวงแรงงานคงตอบเรื่องดังกล่าวได้ไม่ชัด แต่ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ การนำคนไทยกลับมาสู่ประเทศไทยให้ได้ก่อน 

 

แรงงานไทยกลับอิสราเอลได้ แต่ต้องปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์

 

ส่วนมาตรการในการนำแรงงานไทยกลับไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลนั้น พิพัฒน์กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลมีนโยบายในการเยียวยาครอบครัวละ 50,000 บาท และมาตรการพักหนี้ทั้งต้นและดอก หากรัฐบาลส่งแรงงานไทยกลับสู่อิสราเอลเวลานี้จะเท่ากับว่าทั้งหมดที่ทำมามันสูญเปล่า เพราะฉะนั้นหากจะไม่ให้สูญเปล่าทั้งหมด ทางการอิสราเอลต้องมีการยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าแรงงานไทยที่กลับไปทำงานจะได้รับการดูแลอย่างดี เพราะนี่คือความเป็นห่วงของนายกรัฐมนตรี 

 

พิพัฒน์กล่าวอีกว่า แม้พื้นที่บางส่วนในอิสราเอลจะเป็นพื้นที่สีเขียว และสามารถดำรงชีวิตอยู่อย่างปกติได้ แต่ถึงกระนั้นเราก็อยากส่งกลับไปให้คนไทยมีรายได้ พร้อมย้ำว่า อิสราเอลต้องมีการยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวปลอดภัยดี 

 

ช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอลคืบหน้าแค่ไหน 

 

ข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า สถานการณ์ความรุนแรงในประเทศอิสราเอลนั้นมีแรงงานไทยเสียชีวิต 39 คน โดยทั้งหมดได้ส่งร่างกลับสู่ภูมิลำเนาและประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว ส่วนผู้บาดเจ็บยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 3 คน และถูกจับเป็นตัวประกัน 25 คน

 

สำหรับแรงงานไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับมาทั้งหมดได้กลับมาเกือบทั้งหมดแล้วประมาณ 10,000 คน ส่วนที่เหลือในพื้นที่ปลอดภัยอีกประมาณ 20,000 คนล่าสุดยังขออยู่ต่อ และอีก 390 คนอยู่ที่ฉนวนกาซาก็ประสงค์อยู่ต่อเช่นกัน ส่วนการเจรจาเรื่องตัวประกัน ทางการไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ต้องรอให้การสู้รบสงบลงก่อน

ส่วนมาตรการเยียวยาช่วยเหลือนั้น กระทรวงแรงงานอยู่ระหว่างขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเพิ่มเติมอีกรายละ 50,000 บาท จากเดิม 15,000 บาท และมาตรการพักหนี้ พักต้น พักดอก ในการชำระหนี้ขณะกู้ยืม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายไปทำงานในอิสราเอล เป็นวงเงินไม่เกิน 150,000 บาท ระยะเวลา 3 ปี

The post เช็กความคืบหน้าแรงงานไทยในอิสราเอล-เล่าก์ก่าย พิพัฒน์กล่าว เร่งพากลับไทยให้เร็วที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลทหารเมียนมาเผย ถูกกองกำลังชาติพันธุ์โจมตีหนักใน 3 รัฐ ขณะที่ 41 คนไทยหนีจากเล่าก์ก่าย คาดกลับถึงไทยวันนี้ https://thestandard.co/myanmar-military-has-been-attacked/ Thu, 16 Nov 2023 07:14:34 +0000 https://thestandard.co/?p=866277 ทหารเมียนมา

ซอ มิน ตุน โฆษกรัฐบาลทหาร เผยต่อผู้สื่อข่าวว่า กองทัพเม […]

The post รัฐบาลทหารเมียนมาเผย ถูกกองกำลังชาติพันธุ์โจมตีหนักใน 3 รัฐ ขณะที่ 41 คนไทยหนีจากเล่าก์ก่าย คาดกลับถึงไทยวันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทหารเมียนมา

ซอ มิน ตุน โฆษกรัฐบาลทหาร เผยต่อผู้สื่อข่าวว่า กองทัพเมียนมากำลังเผชิญกับการโจมตีอย่างหนักจากกลุ่มกบฏติดอาวุธจำนวนมากใน 3 รัฐ ได้แก่ รัฐฉาน ทางตะวันออกเฉียงเหนือ รัฐคะยา ทางตะวันออก และรัฐยะไข่ ทางตะวันตก

 

ท่าทีของรัฐบาลทหารเมียนมามีขึ้นหลังจากที่กองกำลังพันธมิตรภราดรภาพ ซึ่งประกอบด้วยกองกำลังชาติพันธุ์ 3 กลุ่ม ได้แก่ กองทัพโกก้าง (Myanmar National Democratic Alliance Army: MNDAA), กองทัพปลดปล่อยตะอางหรือปะหล่อง (Ta’ang National Liberation Army: TNLA) และกองทัพอาระกัน (Arakan Army: AA) เปิดฉากปฏิบัติการ 1027 ในพื้นที่ตอนเหนือของรัฐฉาน และบุกเข้ายึดฐานที่มั่นทางทหารและหลายเมืองติดชายแดนมณฑลยูนนานของจีนตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา  

 

รายงานจากสำนักข่าวอิรวดีระบุว่า ตอนนี้กองทัพเมียนมาได้สูญเสีย 9 เมืองที่ยึดครองมาหลายทศวรรษให้แก่กองกำลังพันธมิตรภราดรภาพในช่วงเวลาเพียงไม่ถึง 3 สัปดาห์ และสูญเสียฐานที่มั่นทางทหารในรัฐฉานไปแล้วมากกว่า 150 แห่ง ซึ่งล่าสุดทางกองทัพโกก้างเปิดเผยว่า ได้ปิดล้อมเมืองเล่าก์ก่าย และคาดว่าจะสามารถบุกยึดได้ในเร็วๆ นี้ 

 

ขณะที่โฆษกรัฐบาลทหารระบุว่า กองกำลังชาติพันธุ์ได้ใช้โดรนทิ้งระเบิดในการโจมตีทหารเมียนมา ซึ่งทางกองทัพได้ดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อป้องกันการโจมตีจากโดรนดังกล่าว 

 

ทั้งนี้ กองทัพเมียนมาได้ประกาศกฎอัยการศึกและบังคับใช้มาตรการเคอร์ฟิวในหลายเมืองทางเหนือของรัฐฉานและรัฐอื่นๆ เพื่อรับมือการโจมตีของกองกำลังชาติพันธุ์

 

ในกรุงเนปิดอว์มีรายงานว่า ได้มีการประกาศแจ้งให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน และมีคำสั่งให้จัดตั้งหน่วยรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่เลขาธิการสภาเนปิดอว์ปฏิเสธว่าไม่มีคำสั่งดังกล่าว โดยยืนยันว่ากรุงเนปิดอว์ยังอยู่ในความสงบ

 

ด้านองค์การสหประชาชาติ (UN) รายงานว่า มีประชาชนมากกว่า 2 แสนคนได้รับผลกระทบ ทำให้ต้องอพยพทิ้งบ้านเรือนนับตั้งแต่ที่การสู้รบระหว่างกองกำลังพันธมิตรภราดรภาพกับกองทัพเมียนมาปะทุขึ้น

 

ในส่วนของคนไทยที่ถูกหลอกไปทำงานในเมืองเล่าก์ก่ายและติดอยู่ในพื้นที่สู้รบ ทางกระทรวงการต่างประเทศยังคงพยายามให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีรายงานว่า กลุ่มคนไทยจำนวน 41 คนที่นายจ้างปล่อยตัวออกมา ได้หลบหนีออกไปยังเมืองอื่นในความปกครองของกลุ่มว้าแดง 

 

ซึ่งทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง รายงานว่า คนไทยกลุ่มดังกล่าวได้เดินทางถึงเมืองยางเมื่อบ่ายวันนี้ (15 พฤศจิกายน) และอยู่ในความดูแลของทางการเมียนมาแล้ว โดยฝ่ายเมียนมาจะนำส่งคนไทยกลุ่มนี้ไปยังเมืองเชียงตุง เพื่อส่งต่อให้ฝ่ายไทย และจะเดินทางเข้าไทยทางด่านแม่สาย-ท่าขี้เหล็กต่อไป คาดว่าจะถึงไทยในวันนี้ (16 พฤศจิกายน) โดยจะเข้าสู่กระบวนการคัดกรองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism หรือ NRM) ที่จังหวัดเชียงรายต่อไป

 

ส่วนคนไทยอีกจำนวน 293 คนที่รอความช่วยเหลือ ยังคงพักพิงอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งเพื่อรอทางการเมียนมาส่งกลับ โดยรายงานจากสำนักข่าวชายขอบ (Transbordernews.in.th) ระบุว่า คนไทยกลุ่มนี้มีความเป็นอยู่ที่ยากลำบากและกลัวการสู้รบใหญ่ที่จะเกิดอีกในช่วง 2-3 วันข้างหน้า จึงอยากให้รัฐบาลไทยเร่งช่วยเหลืออพยพกลับโดยเร็ว

 

ภาพ: Stringer / Reuters

อ้างอิง:

The post รัฐบาลทหารเมียนมาเผย ถูกกองกำลังชาติพันธุ์โจมตีหนักใน 3 รัฐ ขณะที่ 41 คนไทยหนีจากเล่าก์ก่าย คาดกลับถึงไทยวันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
การสู้รบในเมียนมายังคงรุนแรงขึ้น ไทยเร่งประสานช่วยอพยพคนไทยกลับประเทศ https://thestandard.co/fighting-in-myanmar-continues-to-intensify/ Sat, 11 Nov 2023 10:22:40 +0000 https://thestandard.co/?p=864693 เมียนมา

สถานการณ์การสู้รบกันในเมียนมายังคงน่าเป็นกังวล เกิดเหตุ […]

The post การสู้รบในเมียนมายังคงรุนแรงขึ้น ไทยเร่งประสานช่วยอพยพคนไทยกลับประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมียนมา

สถานการณ์การสู้รบกันในเมียนมายังคงน่าเป็นกังวล เกิดเหตุปะทะและโจมตีกันทางอากาศขึ้นบ่อยครั้งในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังกองกำลังชาติพันธุ์จับมือกันสู้รบเพื่อต่อต้านกองทัพรัฐบาลทหารเมียนมา บริเวณพื้นที่ทางตอนเหนือของรัฐฉาน ก่อนที่จะพบว่ามีคนไทยกลุ่มหนึ่งได้รับผลกระทบจากการสู้รบดังกล่าวและติดอยู่ภายในเมืองเล่าก์ก่าย ซึ่งเป็นพื้นที่แนวหน้าของการสู้รบที่อยู่ติดกับชายแดนมณฑลยูนนานของจีน 

 

ทางการไทยจึงเร่งประสานความร่วมมือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ, สำนักข่าวกรองแห่งชาติ, กระทรวงกลาโหม, กองบัญชาการกองทัพไทย, กองทัพบก, กองทัพอากาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้งและกรุงปักกิ่ง รวมถึงสถานกงสุลใหญ่ ณ คุนหมิง กรมการกงสุล และกรมที่เกี่ยวข้องของกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อติดตามสถานการณ์โดยรวมและประสานภารกิจการช่วยเหลือคนไทยที่ติดอยู่ภายในเมืองเล่าก์ก่ายโดยเร็ว 

 

กระทรวงการต่างประเทศได้เน้นย้ำว่า ทางการไทยมีความร้อนใจและห่วงใยคนไทยในเมืองเล่าก์ก่ายเป็นอย่างมาก แต่เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สู้รบ จึงทำให้การดำเนินการช่วยเหลือมีอุปสรรคและข้อจำกัดมากมาย โดยขณะนี้มีกลุ่มคนไทยที่ยังคงอยู่ในเขตพื้นที่ของเมืองเล่าก์ก่ายจำนวน 293 คน ประกอบไปด้วย กลุ่มที่อยู่ในความดูแลของทางการเมียนมาแล้ว 164 คน, กลุ่มที่ทำงานที่สถานบันเทิง KTV และแจ้งประสงค์จะเดินทางกลับไทย 18 คน, กลุ่มที่นายจ้างเพิ่งปล่อยตัวออกมาและอยู่ในสถานที่ปลอดภัยและรอไปรวมกับคนไทยกลุ่มใหญ่ 32 คน ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มนี้น่าจะเป็นกลุ่มที่พร้อมได้รับการส่งกลับไทย

 

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่นายจ้างยังไม่ปล่อยตัวออกมา 53 คน และมีกลุ่มที่เคยติดต่อขอรับความช่วยเหลือและยังติดต่อไม่ได้ (ว่ายังอยู่ในพื้นที่หรือกลับประเทศไทยแล้ว) 26 คน ทั้งนี้ ทางการไทยยังได้รับรายงานว่า มีกลุ่มคนไทยอีกประมาณ 41 คนที่ถูกนายจ้างปล่อยตัวออกมาจากเมืองเล่าก์ก่ายแล้ว และหลบหนีออกไปยังเมืองอื่นในความปกครองของกลุ่มว้าแดง เบื้องต้นสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง อยู่ระหว่างประสานงานเพื่อรับตัวและหาเส้นทางที่เหมาะสมและปลอดภัยในการเคลื่อนย้ายกลุ่มคนไทยกลับไทยต่อไป

 

โดยสถานการณ์ภาพรวมในพื้นที่การสู้รบมีความรุนแรงขึ้น และเมื่อวานนี้ (10 พฤศจิกายน) มีเหตุโจมตีทางอากาศเกิดขึ้นใกล้กับจุดที่พักของคนไทย ซึ่งทางกรมการกงสุลได้ติดต่อสอบถามพร้อมให้กำลังใจในเบื้องต้น โดยกลุ่มคนไทยในพื้นที่มีกำลังใจดีขึ้นตามลำดับ 

 

ขณะที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ได้พยายามผลักดันการขอเข้าพื้นที่ เพื่อไปตรวจสอบสัญชาติและออกเอกสารเดินทางให้คนไทยอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สถานทูตประเทศต่างๆ รวมทั้งสถานทูตไทย ยังไม่ได้รับอนุญาตจากทางการเมียนมาให้เข้าพื้นที่ เนื่องด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย สถานทูตฯ จึงได้ตรวจสอบสัญชาติผ่านการ Video call แทน โดยจะดำเนินการตรวจสอบสัญชาติและออกเอกสารเดินทางให้คนไทยให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ (11 พฤศจิกายน) 

 

นอกจากนี้ยังได้ประสานกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมการอพยพคนไทย โดยมุ่งหวังที่จะนำคนไทยออกมายังพื้นที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ มีคนชาติอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมากที่รอการอพยพในสถานการณ์นี้

 

กระทรวงการต่างประเทศขอให้พี่น้องคนไทยในพื้นที่ที่รอการอพยพมั่นใจว่า ทางการไทยกำลังพยายามดำเนินการในทุกวิถีทางที่จะช่วยเหลือกลุ่มคนไทยทุกคนภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ อยู่ในขณะนี้

 

แฟ้มภาพ: Khin Maung Win / Pool (Myanmar Military Society Politics) via Reuters

อ้างอิง:

The post การสู้รบในเมียนมายังคงรุนแรงขึ้น ไทยเร่งประสานช่วยอพยพคนไทยกลับประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดปม ‘รัฐฉาน’ จุดเดือดสงครามเมียนมา-ค้ามนุษย์จีนเทา ที่คนไทยตกเป็นเหยื่อ https://thestandard.co/shan-the-boiling-point-of-myanmar/ Fri, 10 Nov 2023 11:44:50 +0000 https://thestandard.co/?p=864538

ท่ามกลางสถานการณ์สงครามและความขัดแย้งที่กำลังมีขึ้นในหล […]

The post เปิดปม ‘รัฐฉาน’ จุดเดือดสงครามเมียนมา-ค้ามนุษย์จีนเทา ที่คนไทยตกเป็นเหยื่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ท่ามกลางสถานการณ์สงครามและความขัดแย้งที่กำลังมีขึ้นในหลายมุมของโลก ประเทศเพื่อนบ้านข้างเคียงอย่างเมียนมา ตอนนี้ก็กำลังตกอยู่ในการสู้รบครั้งใหญ่ ที่แทบจะไม่ต่างไปจากสงครามกลางเมือง เนื่องจากเสียงปืนและระเบิดจากการปะทะและการโจมตีทางอากาศที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

 

จุดที่เกิดการสู้รบนี้คือตอนเหนือของรัฐฉาน โดยเป็นการรบระหว่างกองทัพรัฐบาลทหาร กับกองกำลังพันธมิตรภราดรภาพ (Brotherhood Alliance) ซึ่งประกอบด้วย 3 กองกำลังชาติพันธุ์ ได้แก่

 

  • กองทัพโกก้าง (Myanmar National Democratic Alliance Army: MNDAA)
  • กองทัพตะอางหรือปะหล่อง (Ta’ang National Liberation Army: TNLA) 
  • กองทัพอาระกัน (Arakan Army: AA)

 

ทั้ง 3 กองกำลังจับมือกันต่อต้านรัฐบาลทหาร ภายใต้อุดมการณ์ที่อาจเป็นไปในทิศทางเดียวกับกองกำลังพิทักษ์ประชาชน (People’s Defence Force: PDF) ซึ่งเป็นเครือข่ายกองทัพของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ หรือรัฐบาลเงา NUG (National Unity Government) ที่มาจากขั้วอดีตสมาชิกรัฐบาลพลเรือน ซึ่งถูกกองทัพเมียนมารัฐประหารยึดอำนาจไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2021

 

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่การสู้รบเป็นไปอย่างดุเดือด ปรากฏรายงานอันน่าตกใจ หลังพบว่ามีคนไทยกลุ่มหนึ่งได้รับผลกระทบ และติดอยู่ในเมืองเล่าก์ก่าย (Laukkai) พื้นที่แนวหน้าของการสู้รบที่อยู่ติดชายแดนมณฑลยูนนานของจีน

 

โดยคนไทยกลุ่มนี้ไม่ใช่แค่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ แต่ยังเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ หรือแก๊งจีนเทาที่ล่อลวงพวกเขาไปทำงาน ‘ต้มตุ๋นออนไลน์’ หรือที่คนไทยเรียกว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์

 

THE STANDARD ได้รวบรวมข้อมูลสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งล่าสุดมีความพยายามจากทางการไทยในการดำเนินการช่วยเหลืออยู่ ณ ขณะนี้ และเหยื่อคนไทยบางส่วนได้รับการช่วยเหลือแล้ว แต่ยังคงติดอยู่ในค่ายทหารเมียนมาที่มีเสียงระเบิดจากการสู้รบดังเป็นระยะ ทำให้พวกเขาหวาดกลัวและอ้อนวอนไปยังรัฐบาลให้เร่งช่วยเหลือโดยด่วน

 

ปฏิบัติการ 1027

 

รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายถึงโครงสร้างอำนาจกองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์ทางเหนือของรัฐฉาน มีกองกำลังพันธมิตร 7-8 กลุ่ม ซึ่งนอกเหนือจาก 3 กองกำลังที่รวมเป็นพันธมิตรภราดรภาพ ยังมีอีก 4 กองกำลังทางตอนเหนือค่อนไปทางตอนกลางของรัฐฉานที่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน ได้แก่

 

  • กองทัพคะฉิ่นอิสระ (Kachin Independence Army: KIA)
  • กองทัพสหรัฐว้า (United Wa State Army: UWSA)
  • กองกำลังเมืองลา (NDAA)
  • กองทัพรัฐฉานเหนือ (SSPP)

 

การเคลื่อนไหวของกองกำลังพันธมิตรภราดรภาพเพื่อต่อต้านกองทัพรัฐบาลทหารในพื้นที่ตอนเหนือของรัฐฉาน มีขึ้นในชื่อปฏิบัติการ 1027 ซึ่งเปิดฉากเมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมีกำลังรบรวมมากถึงกว่า 1.5 หมื่นคน 

 

รศ.ดร.ดุลยภาคชี้ว่า ปฏิบัติการ 1027 นั้นมุ่งเป้ายึดพื้นที่บริเวณเส้นทางการค้าสำคัญติดชายแดนจีน อย่าง ‘ถนนพม่า’ หรือ ‘Burma Road’ ที่เป็นถนนเชื่อมระหว่างรัฐฉานกับภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ตั้งแต่เมืองล่าเสี้ยว ไปจนถึงเมืองคุนหมิงในมณฑลยูนนาน 

 

ในแถลงการณ์ของกองกำลังพันธมิตรภราดรภาพ ระบุเป้าหมายหลักของปฏิบัติการ 1027 ว่ามีขึ้นเพื่อ

 

  1. คุ้มครองพลเรือน
  2. ยืนยันสิทธิในการป้องกันตนเอง
  3. รักษาการควบคุมอาณาเขตของตน
  4. ตอบสนองอย่างเด็ดเดี่ยวต่อการโจมตีด้วยปืนใหญ่ และการโจมตีทางอากาศของกองทัพรัฐบาลทหาร
  5. กำจัดการปกครองของทหารที่กดขี่ประชาชน
  6. ต่อสู้กับการฉ้อโกงและการพนันทางออนไลน์ที่กำลังแพร่ระบาดในเมียนมา โดยเฉพาะบริเวณชายแดนจีน-เมียนมา

 

การยึดครองเส้นทางการค้าติดชายแดนจีนนั้น เชื่อว่าเป็นความพยายามตัดแหล่งรายได้สำคัญอีกทางของรัฐบาลทหาร ที่กำลังประสบภาวะย่ำแย่ทางเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันแต่ละกองกำลังชาติพันธุ์ก็ได้ประโยชน์จากการยึดครองพื้นที่ยุทธศาสตร์และขยายเขตอิทธิพลของตนเองด้วย

 

สงครามในรัฐฉานเลวร้ายแค่ไหน

 

นับตั้งแต่เริ่มต้นปฏิบัติการมา 2 สัปดาห์ กองกำลังพันธมิตรภราดรภาพ สามารถบุกยึดค่ายทหารเมียนมาได้แล้วมากกว่า 150 จุด รวมถึงยึดรถหุ้มเกราะและอาวุธยุทโธปกรณ์ได้อีกจำนวนหนึ่ง ยึดเมืองได้อย่างน้อย 4 เมือง และสังหารเจ้าหน้าที่รัฐบาลทหารและตำรวจเมียนมาไปเป็นจำนวนมาก รวมถึงผู้บัญชาการกองพลทหารราบ

 

การเพลี่ยงพล้ำและสูญเสียกองกำลังและฐานที่มั่นทางทหาร ส่งผลให้กองทัพรัฐบาลเมียนมาพยายามโต้กลับด้วยการทิ้งระเบิดโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วง แต่ก็ยังไม่เป็นผล

 

สถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้คือกองกำลังพันธมิตรภราดรภาพพยายามรุกคืบอย่างหนัก จนทำให้ พล.อ. อาวุโส มิน อ่อง หล่าย นายกรัฐมนตรีและผู้นำการก่อรัฐประหาร ต้องเรียกประชุมสภาความมั่นคงและการป้องกันแห่งชาติ (National Defense and Security Council) เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน เพื่อหารือฉุกเฉินถึงสถานการณ์สู้รบในรัฐฉาน

 

นักวิเคราะห์มองว่าการเรียกประชุมฉุกเฉินดังกล่าวสะท้อนขนาดวิกฤตที่รุนแรง เนื่องจากที่ผ่านมาสภาความมั่นคงและการป้องกันแห่งชาติมีการประชุมครั้งสุดท้ายคือหลังการรัฐประหารในปี 2021

 

ขณะที่ พล.อ. มินต์ ส่วย ประธานาธิบดีเมียนมา เตือนว่าอันตรายจากการพ่ายแพ้ในการรบที่รัฐฉานนั้น อาจทำให้ประเทศเสี่ยงที่จะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ โดยเป็นการยอมรับครั้งแรกของรัฐบาลทหารถึงความท้าทายร้ายแรงที่กำลังเผชิญอยู่

 

ด้านจีน ซึ่งถูกมองว่าเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ของรัฐบาลทหารเมียนมา ในอีกทางหนึ่งก็เชื่อว่ามีความสัมพันธ์กับกองกำลังชาติพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในรัฐฉานอย่างกองทัพสหรัฐว้า ก็มีการแสดงท่าทีต่อการสู้รบที่เกิดขึ้น

 

หวังเหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทั้งฝ่ายกองกำลังพันธมิตรภราดรภาพและกองทัพรัฐบาลเมียนมายุติการสู้รบ และหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่รัฐฉานด้วยสันติวิธีผ่านการพูดคุยเจรจา แต่ยังไม่มีแนวโน้มว่าฝ่ายกองกำลังชาติพันธุ์ที่กำลังได้เปรียบจะยอมจับมือเจรจากับรัฐบาลทหารในตอนนี้

 

อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.ดุลยภาคให้ความเห็นว่า สถานการณ์สู้รบในพื้นที่ตอนเหนือของรัฐฉานครั้งนี้อาจยืดเยื้อยาวนานกว่าที่คิด 

 

โดยแม้ว่าที่ผ่านมากองกำลังพันธมิตรภราดรภาพจะบุกยึดค่ายทหารของกองทัพรัฐบาลเมียนมาได้อย่างรวดเร็วนับร้อยแห่ง แต่การคุมพื้นที่ที่ยึดไว้ก็ยากลำบาก และไม่มีกำลังรบประจำการระยะยาว อีกทั้งยังมีปัญหาความเป็นเอกภาพและความเปราะบางจากการแย่งชิงพื้นที่ที่ทับซ้อนกัน

 

ในขณะที่กองทัพรัฐบาลเมียนมาก็ยังยากจะยึดพื้นที่ค่ายทหารคืนกลับมาได้ เนื่องจากไม่สามารถโยกย้ายกำลังพลจากจุดอื่นของประเทศที่ยังมีการต่อสู้กับกองกำลังฝ่ายต่อต้าน และทำได้เพียงการโจมตีทางอากาศหรือยิงปืนใหญ่โต้กลับ 

 

แหล่งค้ามนุษย์จีนเทา

 

แถลงการณ์ของปฏิบัติการ 1027 มุ่งเน้นการต่อสู้กับขบวนการต้มตุ๋นออนไลน์ ซึ่งมีที่มาจากการหลั่งไหลข้ามชายแดนของแก๊งอาชญากรจากจีน ที่หลบหนีการกวาดล้างของรัฐบาลจีนเข้าไปในเมียนมานับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารในปี 2021 จนทำให้วันนี้เกิดเป็นอุตสาหกรรมการฉ้อโกง ที่สร้างปัญหาให้กับชาวเมียนมาทั่วประเทศ 

 

โดยกองกำลังในรัฐฉานเชื่อว่ารัฐบาลเผด็จการทหารร่วมมือกับแก๊งอาชญากรชาวจีนเพื่อสร้างรายได้ ด้วยการลักลอบขนคนจากชาติต่างๆ กว่า 1.2 แสนคนเข้าประเทศ และนำมาบังคับทำงานในสภาพที่ไร้มนุษยธรรมและย่ำยีศักดิ์ศรี 

 

เมืองหลักที่เป็นแหล่งดำเนินการของแก๊งจีนเทาเหล่านี้คือเมืองเล่าก์ก่าย ที่อยู่ห่างชายแดนมณฑลยูนนานเพียงประมาณ 16 กิโลเมตร และแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเมืองจีนขนาดย่อม นอกจากความคึกคักของการค้าขายภายในเมือง แทบทั้งเมืองยังปรากฏร้านค้า บ่อนคาสิโน ที่แปะป้ายอักษรจีน ใช้ภาษาจีนในการสื่อสาร และใช้เงินสกุลหยวนในการค้าขาย

 

และแม้ว่าเมืองเล่าก์ก่ายจะอยู่ในพื้นที่ปกครองตนเองโกก้าง อันเป็นเขตอิทธิพลของกองทัพโกก้างที่เป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรภราดรภาพ แต่ที่ผ่านมาเป็นกองกำลังรักษาชายแดนโกก้าง (Kokang Border Guard Force) ซึ่งเป็นพันธมิตรฝ่ายรัฐบาลทหารที่ควบคุมเมือง

 

อุตสาหกรรมต้มตุ๋นออนไลน์ที่ดำเนินการในเล่าก์ก่ายใหญ่โตอย่างรวดเร็ว และสามารถสร้างรายได้หลายพันล้านดอลลาร์ให้กับรัฐบาลทหารและแก๊งอาชญากรจากจีน อาคารและบ่อนคาสิโนหลายแห่งมีขบวนการค้ามนุษย์เหล่านี้ควบคุมอยู่ และมีเหยื่อที่ทำงานต้มตุ๋นออนไลน์จำนวนมาก จนทำให้เมืองเล่าก์ก่ายถูกขนานนามว่าเป็นเมืองแห่งการต้มตุ๋น (Scam Town) 

 

คนไทยตกเป็นเหยื่อ

 

ข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า ตอนนี้มีคนไทย 164 คนที่ได้รับการช่วยเหลือออกมาจากแก๊งต้มตุ๋นออนไลน์ในเมืองเล่าก์ก่าย และได้รับการดูแลจากทางการเมียนมา โดยส่วนใหญ่ไม่มีหนังสือเดินทางเพราะถูกยึดไว้ ซึ่งทางการเมียนมาจัดให้พักอยู่ในค่ายทหาร และนอกจากคนไทย ยังมีชาวเวียดนาม สปป.ลาว และจีน 

 

ปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เผยว่า ได้รับการร้องเรียนว่ามีกลุ่มผู้หญิงไทยถูกหลอกไปบังคับค้าประเวณีที่ประเทศเมียนมา และถูกหลอกไปเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมืองเล่าก์ก่ายและเมืองมัณฑะเลย์ โดยเหยื่อขอความช่วยเหลือมายังมูลนิธิปวีณาฯ ตั้งแต่ต้นปีนี้จำนวน 87 คน แบ่งออกเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 62 คน บังคับค้ามนุษย์ ค้าประเวณี 25 คน

 

ขณะที่การติดตามประสานความช่วยเหลือกลุ่มคนไทยออกมาจากเล่าก์ก่ายนั้นมีความพยายามมาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รอง.ผบ.ตร. และ รุจ ธรรมมงคล อธิบดีกรมการกงสุล เดินทางไปกรุงย่างกุ้งเพื่อหารือกับทางการเมียนมาเกี่ยวกับการช่วยเหลือกลุ่มคนไทยในเมืองเล่าก์ก่าย โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยืนยันข้อมูลจากทางการเมียนมาว่า คนไทยที่ได้รับการช่วยเหลือทั้ง 164 คนอยู่ในที่ปลอดภัย และสอบถามสถานการณ์ความไม่สงบในบริเวณรอบเมืองเล่าก์ก่าย ตลอดจนแนวทางการอพยพคนไทยออกมา และช่วยเหลือคนไทยที่ยังติดอยู่

 

ซึ่งทางสถานเอกอัครราชทูตฯ ประจำย่างกุ้ง อยู่ระหว่างประสานทางการเมียนมาในการเดินทางไปยังเมืองเล่าก์ก่ายเพื่อยืนยันสัญชาติ และออกเอกสารเดินทางที่จำเป็น รวมถึงประสานงานเรื่องเส้นทางอพยพกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง 

 

โดยการอพยพคนไทยออกมานั้น ทางการเมียนมาจะต้องเป็นฝ่ายกำหนดเส้นทางว่าจะใช้เส้นทางไหน เพราะตามจุดต่างๆ ของเส้นทางนั้น ทางการเมียนมาจะต้องมีการวางกองกำลังไว้ตามเส้นทาง เนื่องจากขณะนี้รัฐฉานอยู่ระหว่างสงคราม พร้อมยืนยันว่าคนไทย 164 คนที่ช่วยออกมาได้ จะสามารถพากลับประเทศไทย และปลอดภัยอย่างแน่นอน 

 

พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ยังเผยว่า กำลังพยายามช่วยคนไทยอีก 74 คนที่ยังคงติดอยู่ในตึกของแก๊งต้มตุ๋นออนไลน์ เนื่องจากนายจ้างชาวจีนที่เป็นหัวหน้าแก๊งไม่ยอมให้ออกมา โดยคาดว่ามีหลายคนถูกซ้อมทรมานได้รับบาดเจ็บ และบางคนอาจมีอาการหนัก 

 

ขณะที่การช่วยเหลือกลุ่มคนไทยออกจากเล่าก์ก่ายนั้นเป็นไปอย่างลำบาก เนื่องจากเป็นการทำงานในพื้นที่ต่างประเทศ และในภาวะสงคราม จึงมีความยากยิ่งขึ้น 

 

เบื้องต้นต้องเข้าใจก่อนว่าคนไทยที่ตกเป็นเหยื่อในที่นี้ อาจไม่ได้รวมถึงคนไทยทั้งหมดที่เข้าไปทำงานในแก๊งต้มตุ๋นออนไลน์ เพราะนอกจากกลุ่มที่ถูกล่อลวงไป ที่ผ่านมายังมีอีกกลุ่มคนไทยที่ดูเหมือนจะสมัครใจไปทำงานหาเงินในเล่าก์ก่ายด้วย

 

โดย พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ระบุว่า ได้แบ่งคนไทยที่กำลังจะได้รับการช่วยเหลือออกมาเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่สมัครใจไปทำงาน ซึ่งพบว่ามีอยู่กว่า 70% เพราะมีรายชื่อในกลุ่มที่เคยถูกช่วยเหลือออกมาจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชามาแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งกลุ่มนี้จะต้องถูกดำเนินคดีในไทย ส่วนกลุ่มที่สองคือ กลุ่มที่ถูกหลอกไปทำงานจริงๆ ซึ่งเป็นรายชื่อใหม่มีเพียงราว 30% 

 

วอนรัฐบาลไทยช่วยเหลือด่วน

 

สำหรับชะตากรรมและสภาพความเป็นอยู่ของกลุ่มคนไทยที่ได้รับการช่วยเหลือและพักอยู่ในค่ายทหารที่เล่าก์ก่ายนั้น มีรายงานจากสำนักข่าวชายขอบ (Transbordernews.in.th) ที่สัมภาษณ์คนไทย 2-3 คน เผยถึงความรู้สึกกังวลและหวาดกลัว โดยกล่าวว่าตลอดทั้งคืนวันที่ 8 พฤศจิกายน มีเสียงยิงปะทะเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา และมีเสียงระเบิดใกล้ค่ายทหารมากขึ้นทุกที โดยในช่วงเช้าจนถึงเย็นก็ยังมีเสียงระเบิดดังต่อเนื่อง 

 

“ตอนนี้ทุกคนที่อยู่ในค่ายทหารต่างรู้สึกไม่สบายใจเพราะมีระเบิดลงทั้งวัน บางครั้งลงห่างจากค่ายไม่ถึง 500 เมตร” 

 

นอกจากนี้ กลุ่มคนไทยยังเผยว่าการพักอยู่ในค่ายทหาร ไม่ได้มีข้าวปลาอาหารสมบูรณ์เหมือนที่กระทรวงการต่างประเทศระบุ โดยคนไทยมีอยู่ 164 คน แต่กลับได้รับข้าวกล่องเพียงวันละประมาณ 100 กล่องต้นๆ ทำให้ไม่เพียงพอ บางคนจึงต้องอดข้าว หรือได้รับอาหารเพียง 1 มื้อ ไม่สามารถออกจากค่ายไปซื้ออาหารหรือสิ่งจำเป็น เมื่อฝากทหารเมียนมาไปซื้อบางทีก็ไม่ได้รับและไม่คืนเงินให้ อาหารบางอย่างเช่นปลากระป๋องหรือนมก็หมดอายุ โรงครัวก็ไม่ให้ทำอาหาร และแม้แต่ผ้าห่มก็ไม่เพียงพอสำหรับทุกคนทั้งที่อากาศหนาวมาก 

 

บางคนที่ป่วยหรือต้องการการดูแล เช่นหญิงคนหนึ่งที่ตั้งครรภ์ 7 เดือน ที่มีอาการเจ็บท้องก็ไม่ได้รับการช่วยเหลืออะไรจากทหารเมียนมา ซึ่งบางคนป่วยจนหมดสติจึงมีการนำส่งโรงพยาบาลใกล้ค่ายทหาร

 

กลุ่มคนไทยเล่าว่าสถานการณ์ที่เป็นอยู่น่ากังวลใจ โดยทหารเมียนมาไม่มีการซ้อมหนีภัย และเมื่อเกิดระเบิดใกล้ค่ายต้องวิ่งไปหลบในบังเกอร์ที่มีแค่ 2 จุด 

 

พวกเขาบอกว่าสถานการณ์ในตอนนี้อันตรายมากๆ และต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือให้อพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยอย่างเร่งด่วนภายใน 24 ชั่วโมง

 

“ชีวิตพวกเราตอนนี้เหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย ถ้าพวกเราเป็นอะไรไป ทางสถานทูตไทยต้องรับผิดชอบ เพราะพวกเราขอความช่วยเหลือและให้ข้อมูลไปนานแล้ว แต่ก็ไม่เห็นท่านทำอะไร คลิปวิดีโอต่างๆ เราก็ส่งไปให้ เราไม่ได้ตั้งใจจะมาที่นี่แต่เราถูกหลอก อยากให้เห็นใจเราด้วย ไม่ใช่เห็นเราเป็นคนอื่น เราอยากให้เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศไทยติดต่อมา แต่เขาไม่แยแสหรือสนใจพวกเราเลย พวกเราเป็นเหยื่อ” หนึ่งในคนไทยบอกกับสำนักข่าวชายขอบ

 

ทั้งนี้ รศ.ดร.ดุลยภาค มองว่าสถานการณ์ปัญหาการค้ามนุษย์ในรัฐฉานนั้น รัฐบาลไทยอาจพยายามหาทางออกได้ ด้วยการแสดงท่าทีในการช่วยเหลือทางมนุษยธรรม ทั้งต่อคนไทยและคนต่างชาติที่ตกเป็นเหยื่อและติดอยู่ในเล่าก์ก่าย ขณะเดียวกันก็ต้องพยายามประสานผ่านจีนและเมียนมาเพื่อนำคนไทยออกมาให้ได้โดยเร็วและปลอดภัยที่สุด

 

“เราก็ต้องแถลงท่าที ส่งเสียงทางการทูตที่ชัดเจนขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องประสานกับทางจีนและเมียนมา เพื่อนำคนไทยกลับมาให้ปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะทำได้”

 

แฟ้มภาพ: Reuters / Khin Maung Win / Pool (Myanmar Society Politics)

อ้างอิง: 

The post เปิดปม ‘รัฐฉาน’ จุดเดือดสงครามเมียนมา-ค้ามนุษย์จีนเทา ที่คนไทยตกเป็นเหยื่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Irrawaddy เผย กองทัพเมียนมาคุมตัวต่างชาติ-คนไทย 500 คน ไว้ในพื้นที่สู้รบรัฐฉาน บังคับใช้แรงงาน-ใช้เป็นโล่มนุษย์ https://thestandard.co/myanmar-army-detains-foreigners/ Fri, 03 Nov 2023 02:44:00 +0000 https://thestandard.co/?p=862016

วานนี้ (2 พฤศจิกายน) สำนักข่าว The Irrawaddy ได้เผยแพร่ […]

The post The Irrawaddy เผย กองทัพเมียนมาคุมตัวต่างชาติ-คนไทย 500 คน ไว้ในพื้นที่สู้รบรัฐฉาน บังคับใช้แรงงาน-ใช้เป็นโล่มนุษย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (2 พฤศจิกายน) สำนักข่าว The Irrawaddy ได้เผยแพร่รายงานว่า มีชาวต่างชาติราว 500 คน ถูกกองทัพรัฐบาลทหารเมียนมาควบคุมตัวไว้ที่เมืองเล่าก์ก่ายทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐฉาน ซึ่งกำลังเป็นพื้นที่สู้รบรุนแรงระหว่างทหารเมียนมากับกองกำลังพันธมิตรชาติพันธุ์

 

โดยในกลุ่มชาวต่างชาติเหล่านี้ รวมถึงชาวไทย 189 คน และพลเมืองจากประเทศต่างๆ เช่น เนปาล เอธิโอเปีย และ สปป.ลาว ซึ่งถูกล่อลวงไปบังคับใช้แรงงานในธุรกิจหลอกลวงทางออนไลน์ และเพิ่งจะได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยต่อต้านการค้ามนุษย์เมื่อไม่นานนี้ 

 

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ด้านมนุษยธรรมในเมียนมาชี้ว่า หน่วยต่อต้านการค้ามนุษย์ซึ่งควบคุมโดยรัฐบาลทหารไม่ได้ส่งมอบกลุ่มชาวต่างชาติทั้งหมดให้กับเจ้าหน้าที่ของแต่ละประเทศ แต่กลับส่งไปยังค่ายทหารในพื้นที่แนวหน้าของการสู้รบ

 

หนึ่งในผู้ที่มีส่วนร่วมช่วยเหลือชาวต่างชาติเหล่านี้ให้สัมภาษณ์กับ The Irrawaddy ว่า “กองทัพเมียนมาได้บังคับใช้แรงงานกลุ่มชาวต่างชาติทั้งหมด โดยให้สร้างบังเกอร์ ขุดสนามเพลาะ และขนไม้ซุง และใช้พวกเขาเป็นโล่มนุษย์” พร้อมทั้งระบุว่ากลุ่มชาวต่างชาติถูกควบคุมตัวไว้ที่แนวหน้าของพื้นที่สู้รบ ซึ่งมีความเสี่ยงจากการต่อสู้ที่อาจปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ ขณะที่เน้นย้ำว่าพวกเขาจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือส่งกลับไปยังประเทศบ้านเกิด

 

“พวกเขากำลังถูกควบคุมตัวในพื้นที่ที่มีการสู้รบอย่างดุเดือด ในแนวหน้าของฐานที่มั่นกองทัพ กลุ่มพันธมิตรภราดรภาพ (กองกำลังชาติพันธุ์) สามารถเปิดการโจมตีต่อเล่าก์ก่ายเมื่อใดก็ได้ ชาวต่างชาติเหล่านี้จะติดอยู่ในการสู้รบ และหากพวกเขาถูกสังหารระหว่างการโจมตีของกลุ่มชาติพันธุ์ รัฐบาลทหารก็น่าจะพยายามใส่ร้ายกลุ่มพันธมิตรภราดรภาพว่ามุ่งเป้าไปที่พลเรือนชาวต่างชาติ พวกเขาเก็บชาวต่างชาติไว้ที่แนวหน้าเพื่อใช้เป็นโล่มนุษย์” 

 

ด้าน เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความผ่านทางโซเชียลมีเดียวานนี้ (2 พฤศจิกายน) ระบุถึงสถานการณ์กองกำลังพันธมิตรภราดรภาพปะทะกองทัพเมียนมาว่า ตนเองได้รับรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมาที่มีคนไทยและชาติอื่นๆ ติดอยู่ในเมืองเล่าก์ก่ายจากการสู้รบ

 

โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ได้ประสานทางการเมียนมาให้ช่วยเหลือคนไทยจำนวน 162 คน และจัดให้พักในพื้นที่ปลอดภัยแล้ว และขณะนี้สถานเอกอัครราชทูตฯ กำลังหารือกับทางการเมียนมา เพื่อช่วยให้คนไทยทั้งหมดกลับไทยโดยเร็ว

 

อ้างอิง:

The post The Irrawaddy เผย กองทัพเมียนมาคุมตัวต่างชาติ-คนไทย 500 คน ไว้ในพื้นที่สู้รบรัฐฉาน บังคับใช้แรงงาน-ใช้เป็นโล่มนุษย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เผยประสานเมียนมาช่วย 162 คนไทยติดในเมืองเล่าก์ก่ายจากเหตุสู้รบแล้ว พร้อมพากลับไทยโดยเร็ว https://thestandard.co/coordinates-with-myanmar-to-help-162-thais/ Fri, 03 Nov 2023 00:47:32 +0000 https://thestandard.co/?p=861979 เศรษฐา ทวีสิน

วันนี้ (2 พฤศจิกายน) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐม […]

The post นายกฯ เผยประสานเมียนมาช่วย 162 คนไทยติดในเมืองเล่าก์ก่ายจากเหตุสู้รบแล้ว พร้อมพากลับไทยโดยเร็ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เศรษฐา ทวีสิน

วันนี้ (2 พฤศจิกายน) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียถึงสถานการณ์ในเมียนมาว่า “ผมได้รับรายงานที่มีคนไทยและชาติอื่นๆ ติดอยู่ในเมืองเล่าก์ก่ายจากการสู้รบ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ได้ประสานทางการเมียนมาให้ช่วยเหลือคนไทยจำนวน 162 คน และจัดให้พักในพื้นที่ปลอดภัยแล้ว ขณะนี้สถานเอกอัครราชทูตฯ กำลังหารือกับทางการเมียนมา เพื่อช่วยให้คนไทยทั้งหมดกลับไทยโดยเร็วครับ”

 

อ้างอิง:

The post นายกฯ เผยประสานเมียนมาช่วย 162 คนไทยติดในเมืองเล่าก์ก่ายจากเหตุสู้รบแล้ว พร้อมพากลับไทยโดยเร็ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพอากาศ สั่งเตรียมพร้อม C-130 อพยพคนไทยในเมียนมากลับประเทศ หากสถานการณ์ถึงขั้นวิกฤต https://thestandard.co/the-air-force-prepares-to-evacuate-thai-people-in-myanmar/ Thu, 01 Apr 2021 07:12:57 +0000 https://thestandard.co/?p=471513 กองทัพอากาศ-สั่งเตรียมพร้อม-C-130

วันนี้ (1 เมษายน) พล.อ.ท. ฐานัตถ์ จันทร์อำไพ เจ้ากรมกิจ […]

The post กองทัพอากาศ สั่งเตรียมพร้อม C-130 อพยพคนไทยในเมียนมากลับประเทศ หากสถานการณ์ถึงขั้นวิกฤต appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพอากาศ-สั่งเตรียมพร้อม-C-130

วันนี้ (1 เมษายน) พล.อ.ท. ฐานัตถ์ จันทร์อำไพ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า พล.อ.อ. แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) สั่งการให้กองบิน 6 เตรียมความพร้อมเครื่องบินลำเลียง C-130 และเครื่องบินในส่วนของกองทัพอากาศไว้สำหรับรองรับภารกิจแล้ว หากรัฐบาลสั่งการให้ส่งเครื่องบินไปรับคนไทยในเมียนมา ก็มีความพร้อมปรับเปลี่ยนภารกิจมาใช้ในภารกิจนี้ได้ทันทีหากเกิดสถานการณ์ขั้นวิกฤต ทั้งนี้ ผบ.ทอ. ได้สั่งการ ให้เตรียมความพร้อมมาตั้งแต่เกิดการประท้วงต่อต้านรัฐประหารในเมียนมาแล้ว หากรัฐบาลสั่งการ จะได้ไปทันที แต่จะส่งไปเมื่อใดนั้น แล้วแต่สถานการณ์ ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศจะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง ตอนนี้จึงเป็นเพียงการติดตามสถานการณ์เท่านั้น

 

“ไม่ว่าวิกฤตการณ์ไหน ภัยพิบัติใด กองทัพอากาศก็พร้อมที่จะช่วยเหลือประชาชนตามคำสั่งของรัฐบาล” โฆษกกองทัพอากาศกล่าว

The post กองทัพอากาศ สั่งเตรียมพร้อม C-130 อพยพคนไทยในเมียนมากลับประเทศ หากสถานการณ์ถึงขั้นวิกฤต appeared first on THE STANDARD.

]]>