คนไทยในอิสราเอล Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/คนไทยในอิสราเอล/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 26 Jun 2025 08:27:57 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 รมว.กต. ประสาน รมว.กต.จอร์แดน อำนวยความสะดวกคนไทยออกจากพื้นที่อิสราเอล https://thestandard.co/thailand-jordan-israel-evacuation/ Thu, 26 Jun 2025 08:27:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1089546

มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเผย […]

The post รมว.กต. ประสาน รมว.กต.จอร์แดน อำนวยความสะดวกคนไทยออกจากพื้นที่อิสราเอล appeared first on THE STANDARD.

]]>

มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเผยความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยจากสถานการณ์ในอิสราเอล-อิหร่านว่า ตนเองได้ติดต่อ เพื่อหารือกับ อัยมัน อัล-ซาฟาดี (Ayman Al Safadi) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจอร์แดน เพื่อขอให้ช่วยเร่งรัดกระบวนการผ่านด่านชายแดนสำหรับพี่น้องชาวไทย โดยเฉพาะจากบริเวณอิสราเอล ที่ประสงค์เดินทางกลับไทยในช่วงเวลาที่มีความไม่แน่นอนนี้

 

มาริษยังเผยว่า อัล-ซาฟาดียืนยันจะอำนวยความสะดวกให้ โดยตนได้สั่งการให้สถานทูตไทยที่กรุงอัมมาน ประสานงานเรื่องนี้กับฝ่ายจอร์แดน เพื่อดำเนินการต่อไป

 

ภาพ: กระทรวงการต่างประเทศ

 

อ้างอิง:

  • กระทรวงการต่างประเทศ

The post รมว.กต. ประสาน รมว.กต.จอร์แดน อำนวยความสะดวกคนไทยออกจากพื้นที่อิสราเอล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ขยายโควตาแรงงานไทยไปอิสราเอล: ความปลอดภัย กฎหมายระหว่างประเทศ และข้อระวัง 3 ประการ https://thestandard.co/opinion-thai-workers-and-israel/ Wed, 12 Mar 2025 03:14:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1051176

การสู้รบอิสราเอล-ฮามาสนับตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2023 กร […]

The post ขยายโควตาแรงงานไทยไปอิสราเอล: ความปลอดภัย กฎหมายระหว่างประเทศ และข้อระวัง 3 ประการ appeared first on THE STANDARD.

]]>

การสู้รบอิสราเอล-ฮามาสนับตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2023 กระทบคนไทยและประเทศไทยอย่างมากในฐานะประเทศที่ส่งแรงงานจำนวนมากไปทำงานในอิสราเอล เมื่อการโจมตีที่ถูกวางแผนมาอย่างดีในขณะที่ฝ่ายความมั่นคงของอิสราเอลและข่าวกรองยอมรับว่าล้มเหลว ทำให้มีการจับทั้งตัวประกันและเชลยศึกเข้าไปในกาซาจำนวนมาก รวมทั้งคนไทยหลายสิบคน นอกจากนั้นยังมีคนเสียชีวิตอีกจำนวนมากจากการสู้รบในเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม ดังนั้นในเมื่ออิสราเอลยังไม่สามารถประเมินสถานการณ์และรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ย่อมหมายถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ 

 

อิสราเอลประกาศสงครามตั้งแต่วันแรก โดยนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูประกาศกร้าวว่า “We are at war.” มาถึงวันนี้เป็นเวลา 1 ปี 5 เดือน สิ่งที่อิสราเอลเรียกว่าสงครามยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง แม้ขณะนี้จะเป็นช่วงหยุดยิงชั่วคราวกับฮามาสและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ แต่อิสราเอลยังมีการโจมตีเป็นระยะๆ ข้อตกลงจึงอยู่ในสภาพที่ยังเปราะบางมาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังอนุมัติอาวุธเพิ่มให้อิสราเอลพร้อมกับข่มขู่ฮามาสให้ยอมรับเงื่อนไขใหม่หากไม่แล้วทุกอย่างจะพังพินาศ สถานการณ์ในตะวันออกกลางจึงมีแนวโน้มที่จะกลับมารุนแรงและยกระดับได้ทุกเมื่อ อีกทั้งยังมีข่าวว่ามีการเตรียมโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่านด้วย

 

การเพิ่มโควตาแรงงานไทยจำนวนมากที่จะไปทำงานที่อิสราเอลจึงเป็นเรื่องสำคัญในแง่สวัสดิภาพความปลอดภัย โดย โยอาฟ เบน ซูร์ รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ได้เดินทางมาเยือนไทยด้วยตัวเอง และขยายโควตารับแรงงานไทยเพิ่ม 20,000 คนภายในสิ้นปี และจะเพิ่มโควตาอีกเป็นแสนในอนาคต ซึ่งปัจจุบันมีแรงงานไทยทำงานอยู่อิสราเอลแล้วกว่า 40,000 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานอิสราเอลยังระบุอีกว่ากำลังรอเซ็นสัญญากับรัฐบาลไทยแบบ G-to-G หรือรัฐต่อรัฐรอบใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลควรพิจารณาให้รอบคอบ โดยเฉพาะในเรื่องความปลอดภัยของแรงงานในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูงจากสงคราม

 

การที่แรงงานไทยได้รับผลกระทบมากที่สุดในการสู้รบที่ผ่านมาอาจไม่ได้มาจากสาเหตุเพียงว่าแรงงานของเรามีจำนวนมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ โดยจากฐานข้อมูลกระทรวงแรงงาน เดือนสิงหาคม 2023 พบว่ามีแรงงานทำงานที่นั่นจำนวน 13,000 คน และเพิ่มขึ้นเป็น 25,000 คน ณ สิ้นเดือนกันยายน ก่อนการโจมตีของกลุ่มฮามาสจะเริ่มขึ้น จำนวนที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงนี้ถือว่าพุ่งพรวดมากหากไปดูข้อมูลจากหลายๆ แหล่งจะพบว่าจำนวนแรงงานอินเดียกับฟิลิปปินส์ก็ไม่ต่างจากเรามากนักคือประมาณ 20,000 คน แต่เทียบกันไม่ได้เลยในแง่ผลกระทบเพราะแรงงานไทยไปทำงานภาคการเกษตรในพื้นที่ซึ่งอันตรายมาก ต่างจากแรงงานประเทศอื่นที่หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง เช่น แรงงานอินเดียที่มีจำนวนมากและทำงานในหลายภาคส่วน เขาไปทำงานภาคเกษตรในเขต Negev ทางตอนใต้พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ไกลจากกาซามีบางส่วนใกล้กับกาซา นอกเหนือจากนั้นก็ไปทำงานในพื้นที่ตอนกลางของประเทศอย่าง Hadar HaCarmel และทางตอนเหนืออย่าง Jezreel Valley ทั้งหมดนี้อยู่ห่างจากกาซามาก 

 

อาจกล่าวได้ว่าแรงงานอินเดียส่วนใหญ่ไปทำงานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงน้อยตั้งแต่แรก ต่างกับแรงงานไทยที่ตามการรายงานพบว่าแรงงานกว่า 5,000 คนทำงานในพื้นที่เสี่ยงหรือติดกาซา เมื่อเทียบผลกระทบยิ่งเห็นชัด คือ ไม่มีคนอินเดียถูกจับเป็นตัวประกันเลย มีคนสัญชาติอินเดียเสียชีวิต 2 คน คนหนึ่งเสียชีวิตในเดือนมีนาคม 2567 จากการโจมตีของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทางตอนเหนือ อีกคนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทำงานกับ UN เสียชีวิตในกาซาในเดือนพฤษภาคม ระหว่างอยู่ในขบวนรถของ UN ซึ่ง UN ระบุว่าถูกรถถังอิสราเอลโจมตี นอกจากนี้มีกรณีคนอินเดียบาดเจ็บ 3 คน คนแรกจากจรวดที่ยิงมาจากกาซาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม อีกสองคนจากการโจมตีของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ความสูญเสียแทบทุกกรณีเกิดขึ้นจากการโจมตีระยะไกลหรือนอกพื้นที่กาซา ต่างจากกรณีของแรงงานไทยที่เสียชีวิตหลายสิบคนและถูกจับเป็นตัวประกันอีกหลายสิบคนจากพื้นที่รอบๆ กาซา

 

แม้แรงงานอินเดียได้รับผลกระทบไม่มาก แต่สหภาพแรงงานหลายกลุ่มในอินเดียได้ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการส่งแรงงานอินเดียไปเสี่ยงอันตรายที่อิสราเอล โดยระบุว่า “ความพยายามใดๆ ของรัฐบาลในการส่งออกแรงงานอินเดีย (ไปอิสราเอล) เป็นการลดทอนความเป็นมนุษย์และเห็นแรงงานเป็นเพียงสินค้า” โดยย้ำว่า “การดำเนินการดังกล่าวจะเท่ากับการสมรู้ร่วมคิดของอินเดียต่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของอิสราเอลต่อชาวปาเลสไตน์” 

 

นอกจากนี้แรงงานในภาคการขนส่งยังได้เสนอมาตรการปฏิเสธที่จะโหลดหรือขนถ่ายอาวุธที่มุ่งหน้าสู่อิสราเอลด้วย กระนั้นก็ตาม รัฐบาลอินเดียก็ยังคงเดินหน้าส่งแรงงานไปอิสราเอลเพราะปัญหาการว่างงานในอินเดีย และเพราะอิสราเอลยังต้องการแรงงานอีกจำนวนมาก แต่ประเด็นสำคัญคือแรงงานอินเดียไม่ไปทำงานในพื้นที่เสี่ยง อิสราเอลจึงจำเป็นต้องหาแรงงานจากที่อื่นเพื่อทำงานภาคการเกษตรในพื้นที่อันตรายและสัญญาจะดูแลความปลอดภัยให้

 

เมื่อกลับไปดูข้อมูลกรมการจัดหางาน สถิติย้อนหลัง 6 ปีของแรงงานไทยในอิสราเอล ปรากฏว่าข้อมูลที่น่าสนใจพบว่าแรงงานไทยในอิสราเอลพุ่งพรวดมาในปี 2023 (เหตุการณ์เกิดขึ้นปลายปีนี้พอดี) คงเป็นผลมาจากความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศที่เร่งเพิ่มจำนวนแรงงานไทยในอิสราเอลอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยสถิติในแต่ละปีมีดังนี้ 

 

  • ปี 2018 / 8,409 คน
  • ปี 2019 / 9,122 คน 
  • ปี 2020 / 2,547 คน 
  • ปี 2021 / 6,081 คน
  • ปี 2022 / 9,417 คน 
  • ปี 2023 / 25,887 คน (กันยายน) 

 

หลังจากนี้ต่อไปจำนวนแรงงานไทยในอิสราเอลอาจจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากการผลักดันของกระทรวงแรงงานของทั้งสองประเทศ หากมองในแง่รายได้และเงินเข้าประเทศก็จะสูงขึ้น แต่หากมองในมิติของความปลอดภัยและภาพลักษณ์ของประเทศอาจมีความเสี่ยงสูง

 

เมื่อรัฐบาลและกระทรวงแรงงานตัดสินใจเดินหน้าเพิ่มจำนวนแรงงานในอิสราเอลมากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังสุ่มเสี่ยงก็คงต้องทำงานหนักในการดูแลความปลอดภัยพี่น้องแรงงานไทยให้ดีที่สุด ไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบเหมือนที่รายงาน BBC เคยนำเสนอ และไม่ให้ถูกบังคับทำงานในพื้นที่เสี่ยงตามที่กรมการจัดหางานได้ยืนยันว่าแรงงานไทยจะไปทำงานในพื้นที่ปลอดภัย ‘พื้นที่สีเขียว’ ตามกองบัญชาการแนวหน้าของอิสราเอลกำหนดเท่านั้น ทั้งหมดนี้เป็นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ของรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ประเด็นที่น่าสนใจและน่าติดตามคือถ้าแรงงานไทยที่เคยทำงานในพื้นที่เสี่ยงไม่กลับไปทำอีก แล้วจะเป็นแรงงานประเทศไหนที่จะกล้าไปทดแทนพื้นที่นั้น 

 

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวหากมองในแง่ความปลอดภัยและบริบทกฎหมายระหว่างประเทศ ประเทศไทยควรมีการทบทวนนโยบายการส่งแรงงานไทยไปอิสราเอล อย่างน้อยใน 3 เหตุผลหลักๆ 

 

1. การใช้คำสั่งฮันนิบาล (Hannibal Directive) ของกองทัพอิสราเอล

 

ในการสู้รบที่ผ่านมา โยอาฟ กาลลานต์ ซึ่งขณะที่เกิดเหตุวันที่ 7 ตุลาคม เขาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล ได้รับสารภาพว่าได้ใช้คำสั่ง Hannibal Directive ในบางพื้นที่ในระหว่างการโจมตีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 คำสั่งนี้เป็นคำสั่งทางทหารที่กำหนดให้ใช้กำลังทุกรูปแบบ เพื่อป้องกันไม่ให้ทหารหรือพลเรือนของอิสราเอลถูกฝ่ายตรงข้ามจับกุมเป็นตัวประกันหรือเชลยศึก เพราะจะทำให้อิสราเอลเสียอำนาจต่อรองโดยเฉพาะการสร้างเงื่อนไขแลกเปลี่ยนตัวเชลยศึก อีกทั้งยังอาจจะจำกัดปฏิบัติการของอิสราเอลด้วย คำสั่งนี้จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงที่จะทำให้ผู้ถูกจับหรือพลเรือนเสียชีวิต พูดอย่างง่ายๆ คือ สังหารได้หมดทั้งฝ่ายตรงข้าม ทหารและพลเรือนของตัวเอง โดยมีเป้าหมายอย่างเดียวคือไม่ให้ถูกจับตัวไป คำสั่งนี้ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในทศวรรษ 1980 และมีการใช้อีกในปี 2006 ปี 2014 และล่าสุดปี 2023

 

การใช้คำสั่งนี้ครั้งล่าสุดสอดคล้องกับรายงานของสื่ออิสราเอลอย่าง Haarezt ที่ระบุว่า IDF กราดยิงผู้คนในงานเทศกาลดนตรี โดยใช้เฮลิคอปเตอร์โจมตีแบบ Apache เพราะเข้าใจว่าเป็นฮามาส หรือไม่ก็ไม่สามารถแยกแยะใครเป็นใคร (อ้างอิงจากข้อมูลตำรวจที่ไม่เปิดเผยตัว ) Haarezt ยังระบุว่าในช่วงไม่กี่ชั่วโมงแรกที่มีการโจมตีวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ทหารอิสราเอลได้รับคำสั่งว่า “อย่าให้มียานพาหนะแม้แต่คันเดียวกลับเข้าไปในกาซา”

 

สอดคล้องกับคำพูดของประจักษ์พยานชาวอิสราเอลต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 7 ตุลาคม ยาสมิน โปรัต สาวชาวอิสราเอลหนึ่งในตัวประกันที่ถูกฮามาสจับตัวจาก Kibbutz Be’eri เธอเป็นหนึ่งในคนที่เข้าร่วมเทศกาลดนตรีซูเปอร์โนวา เธอบอกว่า “พอทหารอิสราเอลมาถึงจุดเกิดเหตุ พวกเขากำจัดทุกคนรวมทั้งตัวประกันด้วยการระดมยิงอย่างหนัก” (They eliminated everyone, including the hostages. There was very veryheavy crossfire.) คำพูดของเธอสอดคล้องกับหลักฐานที่ปรากฏจากทหารอิสราเอลซึ่งอธิบายว่าทหารอิสราเอลระดมยิงไปยังอาคารแห่งหนึ่งที่กลุ่มติดอาวุธกับตัวประกันซ่อนตัวอยู่

 

การยอมรับของกาลลานต์ทำให้สื่ออิสราเอลรายงานว่าทหารอิสราเอลได้ปฏิบัติการสังหารพลเรือนของตัวเองจากคำสั่งฮันนิบาล โดยเฉพาะในเทศกาลดนตรีและอาจจะในพื้นที่อื่นๆ ด้วย ดังนั้น สถานการณ์ที่น่ากลัวของสงครามที่ซ้อนด้วยความน่ากลัวของคำสั่งฮันนิบาลจึงเป็นความอันตรายอย่างที่สุดในกรณีของการสู้รบที่อาจปะทุขึ้นอีกในอนาคต โดยเฉพาะหากมีการปฏิบัติการจากทางเหนือโดยกลุ่มฮิซบอลเลาะห์และจากทางใต้โดยกลุ่มฮามาสหรืออาจปะทุจากพรมแดนซีเรียก็เป็นได้ หรืออาจเกิดขึ้นในเขตเวสต์แบงก์ หากเกิดความรุนแรงหรือการเผชิญหน้าขึ้น เราจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่ามีการใช้คำสั่งฮันนิบาลหรือไม่เพราะถือเป็นชั้นความลับที่ไม่ต้องเปิดเผย เช่นที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าในจำนวนผู้เสียชีวิตในวันนั้นเป็นฝีมือของกลุ่มฮามาสกี่คน ทหารอิสราเอลกี่นาย 

 

คำถามคือหากมีการใช้คำสั่งฮันนิบาลในพื้นที่ที่มีแรงงานหรือในเขตพื้นที่พลเรือน สถานการณ์จะอันตรายมาก เรื่องนี้มีการทำความเข้าใจกับแรงงานมากน้อยแค่ไหนหรือรัฐบาลและกระทรวงแรงงานจะดำเนินการอย่างไร เราพร้อมเสี่ยงแค่ไหน ใครจะรับผิดชอบความสูญเสียที่เกิดขึ้น

 

2. การส่งแรงงานไปยังพื้นที่ยึดครองผิดกฎหมายอาจละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและเป็นการสนับสนุนการยึดครอง

 

สหประชาชาติถือว่าอิสราเอล ‘ยึดครองดินแดนปาเลสไตน์อย่างผิดกฎหมาย’ และขัดต่ออนุสัญญาเจนีวา ฉบับที่ 4 ว่าด้วยการยึดครองดินแดน โดยถือว่าเวสต์แบงก์ เยรูซาเลมตะวันออก และฉนวนกาซาเป็นดินแดนที่ถูกอิสราเอลยึดครองหลังสงคราม 1967 UN ได้ผ่านมติหลายฉบับเกี่ยวกับการยึดครองของอิสราเอล โดยเฉพาะมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ Resolution 242 (1967) ที่เรียกร้องให้อิสราเอลถอนตัวออกจากดินแดนที่ยึดครองในสงครามปี 1967 นอกจากนี้มติ 338 (1973) และมติอื่นๆ ที่เสริมในจุดยืนดังกล่าว

 

ตามอนุสัญญาเจนีวารัฐที่ยึดครองดินแดนของรัฐอื่นโดยผิดกฎหมาย ไม่มีสิทธิบังคับโยกย้ายประชากรหรือใช้ทรัพยากรแรงงานในพื้นที่นั้นเพื่อประโยชน์ของตนเอง การส่งแรงงานไปทำงานในพื้นที่ที่ถูกยึดครอง อาจถือเป็นการสนับสนุนการยึดครองที่ผิดกฎหมาย จนอาจนำไปสู่ข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ ตามอนุสัญญาเจนีวา ฉบับที่ 4, มาตรา 51 และ 52 ห้ามการใช้แรงงานบังคับจากประชาชนในพื้นที่ที่ถูกยึดครอง และห้ามการใช้แรงงานในลักษณะที่อาจทำให้เกิดการละเมิดสิทธิพลเมืองและสิทธิการทำงานของพวกเขา สถานการณ์ตอนนี้คืออิสราเอลเร่งนำเข้าแรงงานเพื่อไปทดแทนแรงงานชาวปาเลสไตน์ที่เป็นเจ้าของพื้นที่แต่ถูกยึดครอง 

 

ด้วยเหตุนี้การส่งแรงงานเข้าสู่พื้นที่ที่อิสราเอลยึดครองอาจเท่ากับการสนับสนุนเศรษฐกิจของการตั้งถิ่นฐานของอิสราเอลหรือการทำงานในอุตสาหกรรมที่สนับสนุนการยึดครองกระทรวงแรงงานต้องมั่นใจและรับประกันว่าแรงงานไทยจะไม่ไปทำงานในพื้นที่ยึดครอง เพราะอิสราเอลได้มีการสร้างชุมชนและตั้งถิ่นฐาน (settlements) ในพื้นที่เหล่านี้ และย้ายประชากรอิสราเอลเข้ามาซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ หากประเทศไทยส่งแรงงานไปทำงานในอิสราเอลควรแน่ใจว่าไม่ใช่พื้นที่ยึดครอง มิเช่นนั้นอาจถูกมองว่าเป็นการสมคบกันละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และสนับสนุนการยึดครองที่ผิดกฎหมาย ทั้งที่ไทยเองก็รับรองรัฐปาเลสไตน์

 

พื้นที่รอบกาซาซึ่งเป็นพื้นที่ที่อิสราเอลใช้ทำการเกษตรและมีทหารควบคุมโดยรอบ เป็นพื้นที่ที่แรงงานไทยไปทำงานกันมากเพราะได้ค่าตอบแทนสูง องค์การสหประชาชาติและศาลยุติธรรมระหว่างประเทศถือว่าการยึดครองฉนวนกาซาและบางพื้นที่รอบๆ นั้น เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ

 

การไปทำงานในพื้นที่เสี่ยงหรือประเทศที่อยู่ในสงครามยิ่งต้องพิจารณาให้รอบคอบทุกแง่มุม โดยเฉพาะอนุสัญญาแรงงานบังคับขององค์การแรงงานสากล (ILO, No. 29 และ 105) เพราะหากรัฐบาลส่งแรงงานไปทำงานในพื้นที่ยึดครองหรือพื้นที่เสี่ยง แม้แรงงานจะสมัครใจไป แต่หากสภาพแวดล้อมในการทำงานมีความเสี่ยงสูง เช่นภาวะสงครามหรือสถานการณ์ที่อาจเป็นอันตราย หรือแรงงานถูกหลอกลวงเกี่ยวกับเงื่อนไขการทำงาน เช่นการบอกเงื่อนไขที่ดีแต่ไม่เป็นไปตามนั้นอาจเข้าข่ายการค้ามนุษย์ กระทรวงแรงงานต้องอำนวยความสะดวกในการพาแรงงานไทยกลับ มิเช่นนั้นแล้วอาจเป็นการละเมิดสิทธิของแรงงานและถือเป็นอาชญากรรมตามกฎหมายระหว่างประเทศเช่นกัน กรณีแรงงานไม่รู้ถึงความเสี่ยงที่แท้จริงของการทำงาน หรือหากแรงงานมีสภาพแวดล้อมที่บังคับให้ต้องทำงานในสถานที่ที่ไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้ เช่น เกิดภาวะสงคราม ก็อาจเป็นการส่งเสริมทางอ้อมให้เกิดการละเมิดสิทธิแรงงาน อย่างไรก็ตาม โดยปกติแล้วเมื่อรัฐบาลทราบว่าประเทศใดอยู่ในภาวะสงครามก็ไม่ควรจัดส่งแรงงานไปทำงานในประเทศเหล่านั้น

 

อีกประการที่ต้องคำนึงคือหากมีการหลอกลวงเกี่ยวกับเงื่อนไขการทำงาน เช่น การสัญญาว่าจะได้รับเงินเดือนสูง หรือจะได้งานที่ปลอดภัย แต่จริงๆ แล้วอาจต้องทำงานในสภาพที่ไม่ดีหรือเป็นอันตรายหรือการทำงานในสงคราม การทำงานในสถานที่ที่มีอันตรายก็ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิแรงงาน กระทรวงแรงงานจึงจำเป็นต้องรับรองในหลายประเด็นทั้งความปลอดภัย การทำงานในพื้นที่สีเขียว ไม่ใช่พื้นที่ยึดครองหรือพื้นที่เสี่ยง กระทรวงแรงงานต้องแจ้งสถานะทางกฎหมายของพื้นที่ให้แรงงานทราบ เพื่อไม่ให้เข้าข่ายถูกหลอกลวงจากรัฐอื่นหรือนายจ้าง และทำให้แน่ใจว่าแรงงานเข้าใจสภาพความเสี่ยงในพื้นที่ที่จะไปทำงานอย่างแท้จริง

 

รัฐบาลและกระทรวงแรงงานควรจับตาให้ดีกรณีสันนิบาตอาหรับรับรองแผนฟื้นฟูกาซาของอียิปต์เพราะเป็นท่าทีที่ค่อนข้างหนักแน่นเป็นเอกภาพอย่างที่ไม่ค่อยปรากฏให้เห็นมากนัก เสียงของอาหรับวันนี้มีความจริงจังในการผลักดันการตั้งรัฐปาเลสไตน์และให้สหประชาชาติเข้ามามีบทบาทมากขึ้น หนึ่งในสาระสำคัญของแผนดังกล่าวคือการเรียกร้องให้กองกำลังรักษาสันติภาพ UN (peace keeping force) เข้าประจำการในกาซาและเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครองเพื่ออำนวยสู่การตั้งรัฐปาเลสไตน์ หากอาหรับจริงจังมากขึ้นกับเรื่องนี้ก็จะเข้มงวดกับข้อกฎหมายระหว่างประเทศและข้อมติ UN ต่างๆ เกี่ยวกับปาเลสไตน์รวมทั้งสิทธิโดยชอบธรรมของปาเลสไตน์ในดินแดนภายใต้การยึดครอง

 

หากเป็นเช่นนั้น อาจเสนอให้ UN พิจารณาดำเนินการให้การใช้ทรัพยากรแรงงานเพื่อสนับสนุนการยึดครองที่ผิดกฎหมายนั้นขัดต่อมติของ UN และกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ รัฐใดส่งแรงงานไปยังพื้นที่ยึดครองอาจถูกคว่ำบาตรหรือประณาม โดยเฉพาะเมื่อถูกมองว่าเป็นการสนับสนุนการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ องค์กรสิทธิมนุษยชนอย่างองค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) หรือคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) อาจสอบสวนและเรียกร้องให้รัฐนั้นยุติการกระทำดังกล่าว ไทยซึ่งจะเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติควรพึงระมัดระวังเรื่องนี้ให้ดี นอกจากนี้ยังอาจมีผลกระทบที่มาจากขบวนการ BDS ทั่วโลกซึ่งรณรงค์คว่ำบาตร ถอนการลงทุน และลงโทษ (Boycott , Divestment, Sanction) ต่อผู้สนับสนุนการยึดครองและการแสวงหาผลประโยชน์จากพื้นที่ยึดครองผิดกฎหมายในปาเลสไตน์ 

 

3. แนวโน้มความรุนแรงและสถานการณ์อันตรายที่คาดการณ์ไม่ได้

 

สถานการณ์ระหว่างอิสราเอลกับฮามาสและความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงเป็นในปัจจุบัน และอนาคตยังคงสุ่มเสี่ยงที่จะระเบิดเป็นสงครามที่อาจส่งผลกระทบในวงกว้างในทุกเมื่อ เพราะดุลอำนาจที่กำลังปรับเปลี่ยนทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาค คู่ขัดแย้งสู้กันไม่ถอยแบบไม่มีใครยอมใคร การบรรลุข้อตกลงหยุดยิงแต่ละครั้งเป็นเรื่องยากลำบาก การประคองข้อตกลงหยุดยิงให้ดำเนินต่อยิ่งเป็นเรื่องยาก สัญญาณการโจมตีและการเปิดศึกใหญ่มีให้เห็นเป็นระยะๆ มีการข่มขู่และกดดันกันไปมาอยู่ตลอด อิสราเอลยังคงถล่มกาซาเป็นระยะๆ และแสดงทีท่าจะกลับมาถล่มหนักอีก ในเวสต์แบงก์ 

 

นอกจากกองกำลังของอิสราเอลจะยังโจมตีอย่างต่อเนื่องแล้ว ในเวลาเดียวกันก็รุกล้ำเข้าไปในมัสยิดอัลอักศอ ซึ่งเป็นศาสนสถานสำคัญอันดับ 3 ของอิสลาม หลายครั้งการปะทะกันระหว่างฮามาสกับอิสราเอลในปีที่ผ่านๆ มักมีสาเหตุมาจากความรุนแรงนี้ สหรัฐฯ ภายใต้ โดนัลด์ ทรัมป์ นอกจากขู่หลายครั้งว่าถ้าฮามาสไม่ยอมทำตามเงื่อนไข ‘นรกทุกขุมจะแตก’ ทุกอย่างจะพินาศ อีกทั้ง ยังจัดส่งอาวุธให้อิสราเอลจำนวนมากและยืนยันว่าสนับสนุนการตัดสินใจของอิสราเอล ในขณะที่กลุ่มฮูตีในเยเมนก็ขีดเส้นตายให้อิสราเอลเปิดทางให้การจัดส่งความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมเข้าไปในกาซาภายใน 4 วัน ไม่เช่นนั้นกลุ่มฮูตีจะกลับมาถล่มอิสราเอล สถานการณ์ระหว่างอิสราเอลกับฮิซบอลเลาะห์ก็ยังไม่จบและอาจกลับมาปะทุอีกหากสถานการณ์ในกาซากลับมารบกันอีก มากไปกว่านั้นกระแสข่าวว่าอิสราเอลอาจโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่านในครึ่งปีแรกยิ่งทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่น่าไว้วางใจ หากใครประเมินพลาดหรือประเมินว่าตัวเองจะชนะไม่ยากอาจนำไปสู่การยกระดับสงครามในภูมิภาค 

 

สถานการณ์ข้างหน้ายังเสี่ยงและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน รัฐบาลต้องประเมินสถานการณ์นี้ให้ดี การฝากความหวังไว้กับระบบป้องกันอิสราเอลก็พิสูจน์แล้วว่าไม่เพียงพอจนสหรัฐฯ ต้องเสริมระบบป้องกันเพิ่มให้ หากเกิดสถานการณ์รุนแรงเลวร้ายในขณะที่แรงงานเราหลายหมื่นคนหรือเป็นแสนตามที่อิสราเอลตั้งเป้าไว้ หากต้องอพยพกลับในเวลาเร่งด่วนจะทำได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าไม่สามารถออกได้จะกลายเป็นปัญหาตามข้อ 2 และหากแรงงานอยู่ในพื้นที่สู้รบ เราจะปลอดภัยได้อย่างไรจากลูกหลงและคำสั่งฮันนิบาล

 

การส่งแรงงานไปอิสราเอลต้องคำนึงให้มากเรื่องความปลอดภัยและไม่ตกเป็นตัวประกันของความขัดแย้ง รัฐบาลต้องแน่ใจว่าเราไม่ไปทำงานในพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่ยึดครอง ควรตระหนักในอนุสัญญาและกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับสถานะของปาเลสไตน์ ตลอดจนจุดยืนของเราและประชาคมโลกว่าด้วยการยอมรับแนวทางสองรัฐ (Two State Solution) ให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับแรงงานเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของพื้นที่นั้น และระดับความเสี่ยงที่ต้องเผชิญเพื่อประกอบการตัดสินใจ ทั้งหมดนี้คือความรับผิดชอบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของรัฐบาลและกระทรวงแรงงาน 

 

ภาพ: David Silverman / Getty Images

อ้างอิง: 

The post ขยายโควตาแรงงานไทยไปอิสราเอล: ความปลอดภัย กฎหมายระหว่างประเทศ และข้อระวัง 3 ประการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาริษคาด ไม่เกิน 1 สัปดาห์ทราบวัน 5 คนไทยกลับสู่มาตุภูมิ หารือประธานาธิบดีอิสราเอลขอช่วยตัวประกันไทยอีก 1 คน https://thestandard.co/5-hostages-may-return-within-a-week/ Mon, 03 Feb 2025 02:25:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1037468

วานนี้ (2 กุมภาพันธ์) มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการก […]

The post มาริษคาด ไม่เกิน 1 สัปดาห์ทราบวัน 5 คนไทยกลับสู่มาตุภูมิ หารือประธานาธิบดีอิสราเอลขอช่วยตัวประกันไทยอีก 1 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (2 กุมภาพันธ์) มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าเยี่ยมคารวะ ไอแซก เฮอร์ซ็อก ประธานาธิบดีแห่งรัฐอิสราเอล เพื่อแสดงความขอบคุณต่ออิสราเอล สำหรับการช่วยเหลือและดูแลตัวประกันชาวไทยอย่างดี รวมถึงยังขอรับการสนับสนุนจากอิสราเอลในการช่วยเหลือตัวประกันชาวไทยที่ยังเหลืออีก 1 คนสุดท้าย รวมถึงการส่งร่างตัวประกันชาวไทยอีก 2 คนกลับสู่ประเทศไทย 

 

มาริษยืนยันว่า ประธานาธิบดีอิสราเอลให้ความสำคัญกับการปล่อยตัวประกันของไทย และรัฐบาลอิสราเอลมองว่า เกษตรกรชาวไทยที่เดินทางมาทำงาน ไม่ได้มาเพื่อสินจ้างรางวัลเพียงอย่างเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลไกที่สร้างมูลค่าเพิ่มด้านการเกษตร และชื่นชมกับระบบการเกษตรของไทย ทั้งเทคนิค เทคโนโลยี และการบริหารจัดการ

 

เขาย้ำว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการต่อยอดความร่วมมือระหว่างรัฐบาลของ 2 ประเทศที่ดีอยู่แล้วให้หยั่งรากลึกลงในหัวใจประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับประชาชนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น รวมถึงยังหารือถึงมูลค่าเพิ่มที่เกษตรกรไทยและแรงงานไทยไปทำงานในอิสราเอล ซึ่งจะทำให้เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนให้ภาครัฐหรือรัฐบาลมีความสัมพันธ์อย่างยั่งยืนกับประเทศอิสราเอล 

The post มาริษคาด ไม่เกิน 1 สัปดาห์ทราบวัน 5 คนไทยกลับสู่มาตุภูมิ หารือประธานาธิบดีอิสราเอลขอช่วยตัวประกันไทยอีก 1 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาริษหารือรัฐมนตรีอิสราเอล ขอบคุณที่ช่วยเหลือ 5 คนไทย วอนช่วยตัวประกันคนไทยที่เหลืออีก 1 คน https://thestandard.co/maris-israel-last-thai-hostage/ Mon, 03 Feb 2025 00:11:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1037398

มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได […]

The post มาริษหารือรัฐมนตรีอิสราเอล ขอบคุณที่ช่วยเหลือ 5 คนไทย วอนช่วยตัวประกันคนไทยที่เหลืออีก 1 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>

มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้พบหารือกับ กิเดียน ซาอาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล ที่กรุงเทลอาวีฟ ในวันนี้ (2 กุมภาพันธ์) โดยได้หารือเกี่ยวกับภารกิจการช่วยเหลือตัวประกันชาวไทยทั้ง 5 คนในฉนวนกาซา ซึ่งมาริษขอบคุณฝ่ายอิสราเอลสำหรับการช่วยเหลือดูแลตัวประกันชาวไทยเป็นอย่างดี และขอให้อิสราเอลช่วยเหลือตัวประกันชาวไทยในฉนวนกาซาอีก 1 คน รวมถึงส่งร่างตัวประกันชาวไทยอีก 2 คนกลับสู่ประเทศไทยโดยเร็วต่อไป

 

ในโอกาสนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลได้เป็นเจ้าภาพการหารือระหว่างอาหารค่ำแก่รัฐมนตรีฯ และคณะ ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่น ซึ่งภายในงานทั้งสองฝ่ายยังได้หารือเกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีในสาขาที่มีศักยภาพร่วมกัน โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางการเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร สาธารณสุข การค้า และการท่องเที่ยว ตลอดจนแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์ในภูมิภาคด้วย

 

ขณะเดียวกันในวันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยังได้พบหารือกับ โมเช อาร์เบล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอิสราเอล

 

โดยทั้งสองฝ่ายหารือกันเกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือด้านแรงงาน โดยฝ่ายไทยย้ำถึงความสำคัญของการทำงานในพื้นที่ปลอดภัยภายในอิสราเอล ตลอดจนสิทธิประโยชน์ที่แรงงานไทยในอิสราเอลทุกคนพึงได้รับอย่างเหมาะสม 

 

นอกจากนี้ฝ่ายไทยยังแสดงความขอบคุณต่อฝ่ายอิสราเอลสำหรับการดูแลและช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอลเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ตลอดจนย้ำความสำคัญของการเสริมสร้างขีดความสามารถของแรงงานไทยให้มีศักยภาพในการทำงานสูงขึ้น โดยความร่วมมือด้านแรงงานเป็นหนึ่งในมิติสำคัญของความสัมพันธ์ไทย-อิสราเอล

 

 

อ้างอิง: 

  • กระทรวงการต่างประเทศ

The post มาริษหารือรัฐมนตรีอิสราเอล ขอบคุณที่ช่วยเหลือ 5 คนไทย วอนช่วยตัวประกันคนไทยที่เหลืออีก 1 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาริษเดินทางไปอิสราเอล เตรียมรับ 5 คนไทยกลับบ้าน พาตัวแทนครอบครัวไปรับด้วย https://thestandard.co/maris-heads-to-israel-for-hostages/ Fri, 31 Jan 2025 13:41:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1036846

มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให […]

The post มาริษเดินทางไปอิสราเอล เตรียมรับ 5 คนไทยกลับบ้าน พาตัวแทนครอบครัวไปรับด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>

มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ก่อนออกเดินทางไปยังกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ช่วงค่ำวันนี้ (31 มกราคม) โดยมี พล.อ. ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และคณะ เดินทางไปด้วย เพื่อเยี่ยมตัวประกันชาวไทยทั้ง 5 คนที่ได้รับการปล่อยตัวจากฉนวนกาซาเมื่อวานนี้ (30 มกราคม)

 

มาริษเปิดเผยว่า เขาตั้งใจไปต้อนรับและเยี่ยม รวมทั้งเตรียมการรับทุกคนกลับประเทศไทย ซึ่งต้องไปฟังเงื่อนไขในการที่จะเดินทางกลับ เบื้องต้นทราบว่าอยู่ในสภาพที่ดี ไม่มีปัญหาทางด้านสุขภาพมากมายนัก แต่แน่นอนว่าถูกคุมตัวอยู่เป็นปีสุขภาพจิตคงได้รับความกระทบกระเทือนพอสมควร แต่เท่าที่ทราบด้านร่างกายไม่มีปัญหาอะไรมากนัก

 

ส่วนเรื่องการเตรียมการคงต้องฟังแพทย์ทหารของอิสราเอล ซึ่งขณะนี้มีคณะแพทย์จากทหารไทยทำงานร่วมกับทหารของอิสราเอลในการพิจารณาร่วมกันในเบื้องต้น คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 8-10 วัน เพื่อตรวจสอบสภาพร่างกายของตัวประกันทั้ง 5 คนว่าอยู่ในสภาพที่จะเดินทางได้หรือไม่

 

“วันพรุ่งนี้ผมคงไปเจอก่อนจึงจะตอบได้ชัดเจนว่าจะกลับได้เมื่อไร เราตั้งใจจะให้เขาเดินทางกลับได้เมื่อไร ซึ่งอยากให้เดินทางกลับโดยเร็วที่สุด แต่สิ่งอื่นใดครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญ ผมทราบว่าวันนี้ทุกคนได้พูดคุยกับครอบครัวแล้ว จะช่วยเรื่องสุขภาพจิตและทำให้เขาพร้อมที่จะเดินทางกลับประเทศไทยได้เร็วที่สุด”

 

มาริษเปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศมีทั้งทีมกรมการกงสุล ทีมที่เดินทางไปตั้งแต่เมื่อวานนี้ และทีมของผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่มีนายแพทย์และเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารไปด้วย เพื่อความสะดวกในการติดต่อสื่อสารกับทีมแพทย์ทหารของอิสราเอล คาดว่าจะได้รับความร่วมมือในการช่วยการพูดคุยและวางแผนว่าจะให้ทั้ง 5 คนเดินทางกลับได้เมื่อไร ซึ่งในขั้นนี้อยากให้เขาได้กลับมาเจอครอบครัวโดยเร็ว

 

“เมื่อวานหลังรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลโทรมายืนยันกับผม คนที่ดีใจที่สุดคือนายกรัฐมนตรี ผมให้คุยสายกับท่านทูต ซึ่งได้ขอบคุณอิสราเอลที่ให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด เราทำงานด้วยกันมาเป็นเวลาเกือบเดือน ต้องขอเรียนว่าเรามีความดีใจที่มีมิตรประเทศที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือ และเมื่อวานนี้ต้องขอขอบคุณทีมของผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่รายงานให้ทราบเป็นระยะเรื่องของตัวประกันที่ได้ปล่อยตัว กระทั่งอยู่ในมือของ ICRC และกำลังเดินทางไปที่ชายแดน ทุกคนที่ได้ยินก็ดีใจ”

 

ขณะที่เขากล่าวขอบคุณมิตรประเทศ ทั้งอิสราเอล กาตาร์ อียิปต์ ตุรกี และอิหร่าน ที่ให้ความช่วยเหลือ และจะร่วมกันติดตามตัวประกันอีก 1 คน ให้ได้กลับบ้าน ส่วนผู้ที่เสียชีวิตก็จะติดตามนำร่างกลับประเทศไทยด้วย

 

นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศเตรียมพร้อมที่จะให้ตัวแทนญาติ 1 คน เดินทางไปรับคนไทยด้วยตัวเอง ซึ่งอิสราเอลยินดีอำนวยความสะดวก ก็หวังว่าพวกเขาจะได้กลับประเทศไทยมาพบครอบครัวโดยเร็วที่สุด

 

อ้างอิง: กระทรวงการต่างประเทศ

The post มาริษเดินทางไปอิสราเอล เตรียมรับ 5 คนไทยกลับบ้าน พาตัวแทนครอบครัวไปรับด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กต. เผย คนไทยทั้ง 5 ที่ได้รับการปล่อยตัวจากกาซาสุขภาพแข็งแรงดี ถูกส่งไปโรงพยาบาลแล้ว https://thestandard.co/5-thai-hostages-in-good-health/ Thu, 30 Jan 2025 14:41:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1036462

นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ […]

The post กต. เผย คนไทยทั้ง 5 ที่ได้รับการปล่อยตัวจากกาซาสุขภาพแข็งแรงดี ถูกส่งไปโรงพยาบาลแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวแสดงความยินดีต่อกลุ่มชาวไทยทั้ง 5 คน ได้แก่ พงษ์ศักดิ์ แทนนา, เสถียร สุวรรณคำ, วัชระ ศรีอ้วน, บรรณวัชร แซ่ท้าว และ สุรศักดิ์ ลำเนา ที่ได้รับการปล่อยตัวออกจากฉนวนกาซาแล้วเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาตามเวลาในไทย โดยทั้งหมดถูกส่งตัวแก่ทางการอิสราเอล และมีสภาพร่างกายแข็งแรงดี 

 

โดยรัฐบาลไทยพร้อมเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ประสานงานและเข้าให้การช่วยเหลือชาวไทย พร้อมทั้งดำเนินการติดต่อกับญาติของตัวประกันทั้ง 5 คนเรียบร้อยแล้ว 

 

อธิบดีกรมสารนิเทศระบุว่า หลังได้รับการปล่อยตัว กลุ่มตัวประกันทั้งหมดจะได้รับการดูแลในเบื้องต้น ก่อนจะส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเพื่อตรวจสภาพร่างกายอย่างละเอียด

 

ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ (31 มกราคม) มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะเดินทางไปยังอิสราเอลเพื่อต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่คนไทยทั้ง 5 คน เพื่อให้สามารถเดินทางกลับไทยได้โดยเร็ว

 

ทั้งนี้ รัฐบาลไทยยังแสดงความขอบคุณต่อกาตาร์ อียิปต์ อิหร่าน ตุรกี สหรัฐฯ และมิตรประเทศ รวมทั้งสภากาชาดสากล และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่มีบทบาทสำคัญในการปล่อยตัวประกันคนไทยในฉนวนกาซา

 

ขณะเดียวกัน ยังแสดงความขอบคุณต่ออิสราเอลที่ช่วยดูแลและอำนวยความสะดวกให้คนไทยทั้ง 5 คนในการเดินทางกลับประเทศ 

 

สำหรับเหตุการณ์กลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอล และจับตัวประกันจำนวนมากไปยังฉนวนกาซาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 พบว่ามีคนไทยเสียชีวิตจำนวน 46 คน และได้รับการปล่อยตัวแล้ว 28 คน 

 

โดยยังมีตัวประกันคนไทยอีก 1 คนที่ยังไม่ได้รับการปล่อยตัว ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการอย่างเต็มที่ และจะพยายามอย่างไม่หยุดหย่อนต่อไป พร้อมหวังว่าตัวประกันคนไทยอีก 1 คน และตัวประกันทั้งหมดที่ยังเหลืออยู่ในกาซาจะได้รับการช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด เพื่อเดินทางกลับสู่มาตุภูมิและครอบครัวอย่างปลอดภัยต่อไป

 

อ้างอิง: 

  • กระทรวงการต่างประเทศ

The post กต. เผย คนไทยทั้ง 5 ที่ได้รับการปล่อยตัวจากกาซาสุขภาพแข็งแรงดี ถูกส่งไปโรงพยาบาลแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดภาพ 5 ตัวประกันคนไทยหลังฮามาสปล่อยตัว https://thestandard.co/released-thai-hostages-first-look/ Thu, 30 Jan 2025 14:19:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1036454

ทำเนียบรัฐบาลเผยแพร่ภาพ 5 ตัวประกันคนไทย ที่ได้รับการปล […]

The post เปิดภาพ 5 ตัวประกันคนไทยหลังฮามาสปล่อยตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>

ทำเนียบรัฐบาลเผยแพร่ภาพ 5 ตัวประกันคนไทย ที่ได้รับการปล่อยตัวออกจากฉนวนกาซาในวันนี้ (30 มกราคม) โดยทั้งหมดถูกส่งตัวให้แก่คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ ก่อนจะถูกนำตัวกลับไปยังอิสราเอล

 

กิเดียน ซาอาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอล เปิดเผยหลังโทรศัพท์พูดคุยกับ มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า กลุ่มตัวประกันได้รับการตรวจร่างกายเบื้องต้น และพบว่าทั้งหมดอยู่ในอาการที่ดี และล่าสุดถูกนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยังโรงพยาบาลแล้ว

 

สำหรับรายชื่อ 5 คนไทย ประกอบด้วย

 

  1. นายวัชระ ศรีอ้วน
  2. นายพงษ์ศักดิ์ แทนนา
  3. นายเสถียร สุวรรณคำ
  4. นายสุระศักดิ์ ลำเนา
  5. นายบรรณวัชร แซ่ท้าว

 

ภาพ: ทำเนียบรัฐบาล

The post เปิดภาพ 5 ตัวประกันคนไทยหลังฮามาสปล่อยตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ รับสายทูตไทยที่อิสราเอล เผยตัวประกัน 5 คนไทย ถูกปล่อยตัวจากกาซาแล้ว https://thestandard.co/thai-pm-confirms-release-of-5-hostages/ Thu, 30 Jan 2025 14:06:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1036448

วันนี้ (30 มกราคม) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์ข […]

The post นายกฯ รับสายทูตไทยที่อิสราเอล เผยตัวประกัน 5 คนไทย ถูกปล่อยตัวจากกาซาแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (30 มกราคม) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ดิฉันมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับแจ้งจากท่านทูตไทยที่อิสราเอลเมื่อครู่ ยืนยันว่าตัวประกันคนไทย 5 คน ได้รับการปล่อยตัวออกจากกาซาแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางรัฐบาลได้ดำเนินการผลักดันต่อเนื่อง และเราทุกคนรอคอยมานานค่ะ

 

แพทองธารระบุอีกว่า รัฐบาลไทยขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกาตาร์, อียิปต์, อิหร่าน, ตุรกี, สหรัฐฯ และมิตรประเทศ รวมทั้งสภากาชาดสากล สำหรับความช่วยเหลือทุกอย่าง และขอขอบคุณอิสราเอลที่ช่วยดูแลอำนวยความสะดวกให้คนไทยทั้ง 5 คนในการเดินทางกลับประเทศ

 

ขณะเดียวกัน แพทองธารยังระบุด้วยว่า ดิฉันสั่งการหน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้องให้เร่งประสานงานกับฝ่ายอิสราเอล เพื่อให้พวกเขาได้เดินทางกลับไทยอย่างปลอดภัย โดยดิฉันมอบหมายให้ท่าน รมว.ต่างประเทศเดินทางไปอิสราเอลเพื่อกำกับดูแลให้ทั้ง 5 ท่านได้กลับสู่อ้อมกอดของครอบครัวโดยเร็ว

 

“ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคนไทยที่ยังคงเหลืออยู่ในกาซาจะถูกปล่อยตัว และกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยเช่นกันค่ะ” แพทองธารระบุ

The post นายกฯ รับสายทูตไทยที่อิสราเอล เผยตัวประกัน 5 คนไทย ถูกปล่อยตัวจากกาซาแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครอบครัว 5 ตัวประกันคนไทยดีใจ หลังอิสราเอลยืนยันฮามาสปล่อยตัว https://thestandard.co/relief-for-families-as-thai-hostages-freed/ Thu, 30 Jan 2025 13:48:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1036432

ภาพบรรยากาศความดีใจของ วิวแวว ศรีอ้วน มารดาของ วัชระ ศร […]

The post ครอบครัว 5 ตัวประกันคนไทยดีใจ หลังอิสราเอลยืนยันฮามาสปล่อยตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>

ภาพบรรยากาศความดีใจของ วิวแวว ศรีอ้วน มารดาของ วัชระ ศรีอ้วน หนึ่งในตัวประกันชาวไทย 5 คนที่ได้รับการปล่อยตัวออกจากฉนวนกาซาในวันนี้ หลังเฝ้าติดตามข่าวการปล่อยตัวอย่างใกล้ชิด พร้อมกับญาติๆ ที่บ้านในจังหวัดอุดรธานี

 

ขณะที่ พรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ก็ไปเฝ้ารอการปล่อยตัวชาวไทยทั้ง 5 คนที่ศูนย์การแพทย์ชามีร์ (Shamir Medical Center) ในเมืองเบียร์ยาคอฟ (Beer Yaakov) ซึ่งล่าสุดทั้งหมด พร้อมด้วยชาวอิสราเอล 3 คน ถูกส่งตัวให้แก่คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศที่เมืองข่านยูนิส ก่อนจะถูกนำตัวกลับไปยังอิสราเอลแล้ว 

 

ทั้งนี้ CNN เผยข้อความจาก วิลาศ แทนนา บิดาของ พงษ์ศักดิ์ แทนนา หนึ่งในตัวประกันวัย 35 ปี ให้สัมภาษณ์ว่าดีใจจนอธิบายความรู้สึกไม่ถูก ที่ลูกชายได้รับการปล่อยตัวหลังถูกขังในกาซานานกว่า 15 เดือน

 

ขณะที่ คำมี ลำเนา แม่ของ สุรศักดิ์ ลำเนา กล่าวว่า “พูดไม่ออก” และ “รอคอยวันนี้มานานแล้ว”

 

“เราจะไปทำบุญที่วัดและหวังว่าเคราะห์ร้ายแบบนี้จะไม่กลับมาหาครอบครัวเราอีก” เธอกล่าว

 

 

อ้างอิง:

The post ครอบครัว 5 ตัวประกันคนไทยดีใจ หลังอิสราเอลยืนยันฮามาสปล่อยตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
กต. เผยแพร่แถลงการณ์ยินดี 5 ตัวประกันคนไทยในกาซาได้รับการปล่อยตัว https://thestandard.co/mfa-statement-thai-hostages-freed/ Thu, 30 Jan 2025 13:37:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1036427

กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เผยแพร่แถลงการณ์ระบุว่า ได้ร […]

The post กต. เผยแพร่แถลงการณ์ยินดี 5 ตัวประกันคนไทยในกาซาได้รับการปล่อยตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>

กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เผยแพร่แถลงการณ์ระบุว่า ได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ว่าตัวประกันคนไทยจำนวน 5 คน ได้รับการปล่อยตัวแล้วในวันนี้ (30 มกราคม) และอยู่ระหว่างการนำตัวไปยังพื้นที่ปลอดภัยเพื่อรับการรักษาตัวในโรงพยาบาลต่อไป โดยจะมีเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ และเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศเดินทางไปช่วยเหลืออำนวยความสะดวก พร้อมทั้งติดต่อกับครอบครัวในประเทศไทยโดยทันที

 

กระทรวงการต่างประเทศขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งต่อครอบครัวพี่น้องคนไทยทั้ง 5 คนที่ได้รับการปล่อยตัว และขอแสดงความซาบซึ้งใจต่อกาตาร์ อียิปต์ อิหร่าน ตุรกี สหรัฐฯ และมิตรประเทศ รวมทั้งสภากาชาดสากล และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีบทบาทสำคัญในการปล่อยตัวประกันคนไทยในฉนวนกาซา

 

ขณะที่ขอขอบคุณอิสราเอลที่ช่วยดูแลและอำนวยความสะดวกให้คนไทยทั้ง 5 คนในการเดินทางกลับประเทศ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าตัวประกันไทยอีก 1 คน และตัวประกันที่เหลืออยู่ทั้งหมดในฉนวนกาซาจะได้รับการช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด เพื่อเดินทางกลับสู่มาตุภูมิและครอบครัวอย่างปลอดภัยต่อไป

 

อ้างอิง: กระทรวงการต่างประเทศ

The post กต. เผยแพร่แถลงการณ์ยินดี 5 ตัวประกันคนไทยในกาซาได้รับการปล่อยตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิสราเอลยืนยัน ฮามาสปล่อย 5 ตัวประกันคนไทยแล้ว https://thestandard.co/hamas-frees-5-thai-hostages/ Thu, 30 Jan 2025 13:29:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1036417

สำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลออกแถลงการณ์ยืนยันว่าชาวไทย 5 […]

The post อิสราเอลยืนยัน ฮามาสปล่อย 5 ตัวประกันคนไทยแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

สำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลออกแถลงการณ์ยืนยันว่าชาวไทย 5 คน พร้อมด้วยชาวอิสราเอล 3 คน ที่ถูกจับเป็นตัวประกันในฉนวนกาซา ได้รับการปล่อยตัวแล้วในวันนี้ (30 มกราคม) โดยทั้งหมดถูกส่งตัวให้แก่คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศที่เมืองข่านยูนิส ก่อนที่จะถูกนำตัวกลับไปยังอิสราเอล

 

การปล่อยตัวประกันครั้งนี้ถือเป็นชุดที่ 3 นับตั้งแต่ที่อิสราเอลและกลุ่มฮามาสบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซา โดยชาวไทยทั้ง 5 คนที่ได้รับการปล่อยตัว ได้แก่

 

  • พงษ์ศักดิ์ แทนนา
  • เสถียร สุวรรณคำ
  • วัชระ ศรีอ้วน
  • บรรณวัชร แซ่ท้าว
  • สุรศักดิ์ ลำเนา

 

ส่วนชาวอิสราเอลทั้ง 3 คน ได้แก่ อากัม เบอร์เกอร์ ทหารหญิงวัย 20 ปี ที่ได้รับการปล่อยตัวเป็นคนแรก, อาร์เบล เยฮุด อายุ 29 ปี และ กาดี โมเสส ชายอายุ 80 ปี

 

ทั้งนี้ ทางการอิสราเอลเผยว่า จะปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์ 110 คน เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนตามเงื่อนไขข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงนักโทษปาเลสไตน์ที่ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต 32 คน ผู้หญิงและเด็กอีกอย่างน้อย 30 คน

 

 

อ้างอิง:

The post อิสราเอลยืนยัน ฮามาสปล่อย 5 ตัวประกันคนไทยแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
สถานทูตฯ เตือนคนไทยในอิสราเอลระวังตัว อยู่ใกล้ห้องนิรภัย หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตี https://thestandard.co/thai-embassy-warns-thai-people-in-israel/ Wed, 02 Oct 2024 04:18:13 +0000 https://thestandard.co/?p=990631

สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเทลอาวีฟของอิสราเอลโพสต์ปร […]

The post สถานทูตฯ เตือนคนไทยในอิสราเอลระวังตัว อยู่ใกล้ห้องนิรภัย หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตี appeared first on THE STANDARD.

]]>

สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเทลอาวีฟของอิสราเอลโพสต์ประกาศผ่านทางเพจ Facebook เตือนคนไทยในอิสราเอล ระบุข้อความว่า “โดยที่สถานการณ์สงครามในอิสราเอลมีความไม่แน่นอนสูง ขอให้พี่น้องชาวไทยในอิสราเอลปฏิบัติตัวดังนี้”

 

พยายามอยู่ใกล้ห้องนิรภัย เมื่อได้ยินเสียงไซเรน งดถ่ายภาพหรือวิดีโอ เข้าห้องนิรภัยทันที แต่หากอยู่กลางแจ้งควรเข้าไปในอาคารที่ใกล้ที่สุด ถ้าไม่มีควรนอนราบกับพื้นและปกป้องศีรษะด้วยมือ

 

ติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามข้อแนะนำด้านความปลอดภัยของทางการท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่อย่างเคร่งครัด

 

หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือรู้สึกไม่ปลอดภัย สามารถขอรับความช่วยเหลือเพื่อย้ายออกจากพื้นที่ได้จากสถานเอกอัครราชทูตฯ ตามหมายเลขโทรศัพท์ด้านล่าง

 

ในบางพื้นที่ขอให้เตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น น้ำดื่มและอาหารแห้ง, แบตเตอรี่สำรอง (พาวเวอร์แบงก์), ไฟฉาย, ชุดปฐมพยาบาล และสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีวิต

 

โดยสามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ตามหมายเลขดังนี้

 

  • ฝ่ายกงสุล โทร. +972 546368150 และ +972 503673195
  • ฝ่ายแรงงาน โทร. +972 99548431 และ +972 544693476 LINE ID: 0544693476

 

อ้างอิง: 

The post สถานทูตฯ เตือนคนไทยในอิสราเอลระวังตัว อยู่ใกล้ห้องนิรภัย หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตี appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ กำชับทูตประเมินสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล ย้ำต้องพร้อมอพยพคนไทยตลอดเวลา https://thestandard.co/urges-ambassadors-to-assess-situation-in-israel/ Wed, 02 Oct 2024 01:48:59 +0000 https://thestandard.co/?p=990559

วันนี้ (2 ตุลาคม) จิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐ […]

The post นายกฯ กำชับทูตประเมินสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล ย้ำต้องพร้อมอพยพคนไทยตลอดเวลา appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (2 ตุลาคม) จิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แสดงความเป็นห่วงคนไทยในประเทศอิสราเอล จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ และเพื่อหลีกเลี่ยงจากผลกระทบเหตุการณ์ดังกล่าว โดยขอให้กระทรวงการต่างประเทศและสถานทูตของไทยที่อยู่ใกล้ที่สุด จำเป็นต้องให้ข้อมูลกับคนไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ หากพบว่าอยู่ในระดับที่เสี่ยงเกินไปก็ขอให้รีบแจ้งให้คนไทยออกจากพื้นที่ในทันที พร้อมประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที 

 

จิรายุกล่าวต่อว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ออกประกาศเตือนว่า เมื่อช่วงกลางคืนของวันจันทร์ที่ 30 กันยายน 2567 กองทัพอิสราเอล (IDF) ได้ประกาศให้พื้นที่เมืองเมตูลา (Metula) มิซกาฟ อัม (Misgav Am) และคฟาร์ กิลอาดี (Kfar Giladi) บริเวณทางตอนเหนือของอิสราเอล ติดพื้นที่ชายแดนเลบานอน เป็นเขตปิดทางทหาร (Closed Military Zone) โดยเป็นเขตห้ามทำงานและอาศัย โดยแจ้งว่าหากมีคนไทยยังอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวก็ขอให้ย้ายออกจากพื้นที่ทันที และเช้านี้ก็ยังเฝ้าติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา

 

ทั้งนี้ คนไทยสามารถขอรับความช่วยเหลือเพื่อย้ายออกจากพื้นที่ดังกล่าวได้ที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ โดยสามารถติดต่อได้ตามช่องทางหมายเลขโทรศัพท์ ฝ่ายกงสุล +972 546368150, +972 503673195 ฝ่ายแรงงาน +972 9-954-8431, +972 54-469-3476 และ LINE ID 0544693476

 

“นายกรัฐมนตรีห่วงใยคนไทยที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัย ให้สถานเอกอัครราชทูตตัดสินใจประกาศเตือนในแต่ละระดับความสำคัญ และให้เตรียมความพร้อมอพยพออกจากพื้นที่ดังกล่าวโดยทันที หากสถานการณ์มีโอกาสจะไปถึงขั้นวิกฤต”

 

จิรายุกล่าวอีกว่า หากคนไทยต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ตามช่องทางการติดต่อข้างต้น เพื่อเข้าช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกต่อไป

The post นายกฯ กำชับทูตประเมินสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล ย้ำต้องพร้อมอพยพคนไทยตลอดเวลา appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพอากาศเตรียมเครื่องบิน Airbus และ C-130 ไปรับคนไทยในอิสราเอลทันทีหากสถานการณ์สู้รบรุนแรง https://thestandard.co/airbus-c130-ready-evacuate-thais-from-israel/ Fri, 09 Aug 2024 01:19:14 +0000 https://thestandard.co/?p=969217 Israel

วานนี้ (8 สิงหาคม) พล.อ.อ. พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาก […]

The post กองทัพอากาศเตรียมเครื่องบิน Airbus และ C-130 ไปรับคนไทยในอิสราเอลทันทีหากสถานการณ์สู้รบรุนแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Israel

วานนี้ (8 สิงหาคม) พล.อ.อ. พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ ร่วมประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพอากาศร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมกำลังพล อากาศยาน รวมทั้งหารือการปฏิบัติตามแผนการช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอลหากเกิดสถานการณ์รุนแรง

 

พล.อ.อ. พันธ์ภักดี ระบุว่า ปัจจุบันกองทัพอากาศมีความพร้อมเต็มกำลังในการเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ โดยติดตามสถานการณ์และประสานการปฏิบัติงานกับกระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิด และพร้อมปฏิบัติการช่วยเหลือทันทีเมื่อรัฐบาลสั่งการ

 

โดยได้จัดเตรียมเครื่องบิน Airbus และ C-130 พร้อมวางแผนเส้นทางการบินไว้เบื้องต้นแล้ว ซึ่งผู้บัญชาการทหารอากาศได้กำชับให้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติหน้าที่และประชาชนเป็นหลัก

The post กองทัพอากาศเตรียมเครื่องบิน Airbus และ C-130 ไปรับคนไทยในอิสราเอลทันทีหากสถานการณ์สู้รบรุนแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ​ แถลงมติ ครม. ไฟเขียวงบกลาง 291 ล้านบาท พาคนไทยกลับจากอิสราเอล-โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง ไร่ละ 500 บาท https://thestandard.co/thailand-budget-approves-291m-bath/ Tue, 25 Jun 2024 07:46:29 +0000 https://thestandard.co/?p=949550

วันนี้ (25 มิถุนายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน นาย […]

The post นายกฯ​ แถลงมติ ครม. ไฟเขียวงบกลาง 291 ล้านบาท พาคนไทยกลับจากอิสราเอล-โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง ไร่ละ 500 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (25 มิถุนายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเหรียญเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ตามที่กระทรวงการคลังได้เสนอ

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้สั่งการให้กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาพื้นที่โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์ที่อยู่บริเวณคุ้งบางกระเจ้า ให้เป็นพื้นที่นำร่อง Sandbox พร้อมประกาศหลักเกณฑ์คุ้มครองพื้นที่ป่าคุ้มครองสิ่งแวดล้อม เว้นการจัดเก็บให้ได้รับการยกเว้นการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และสั่งการให้องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาพิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนคุ้งบางกระเจ้า เพื่อนำมาเสนอคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง ซึ่งต่อยอดจากการลงพื้นที่ของตนเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยพื้นที่บางกระเจ้าเป็นปอดของคนกรุงเทพมหานครที่เราต้องรักษาไว้

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ได้ขอให้กรมประมงและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง และหามาตรการในการแก้ไขปัญหาการนำเข้ากุ้งมาประเทศไทยจำนวนมาก ทำให้ราคากุ้งในประเทศไทยตกต่ำ ตลอดจนกุ้งที่นำเข้ามานั้นมีราคาต่ำกว่ากุ้งในประเทศ ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งได้รับผลกระทบ ไม่มีโรงงานรับซื้อ

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังเห็นชอบงบประมาณปี 2567 งบกลางจำนวนเงิน 291 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการให้ความช่วยเหลือและอพยพคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในประเทศอิสราเอลเพิ่มเติม โดยให้กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงแรงงาน รับไปดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ ตนได้สั่งการเพิ่มเติมไปว่า ตัวประกันที่เหลืออีก 6 คน ขอให้รายงานความคืบหน้าและขั้นตอนโดยเร่งด่วน รวมถึงการที่เราได้ให้คำมั่นกับรัฐบาลฝรั่งเศสว่าจะให้หยุดยิงในช่วงโอลิมปิก ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญอยู่

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเสนอขออนุมัติงบรายจ่ายประจำปี 2567 งบกลาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนปี 2567 และกักเก็บน้ำในฤดูแล้งปี 2567-2568 ในกรอบวงเงิน 7,600 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่มีความสำคัญเร่งด่วน และในปีนี้จะมีน้ำเพิ่มขึ้น 10% อีกทั้งรัฐมนตรีหลายท่านก็เป็น สส. มีความผูกพันในพื้นที่ ต้องการให้ลงพื้นที่เพื่อพูดคุยถึงการบริหารจัดการ และใส่เงินเข้าไปในงบกลาง เอาเงินไปช่วย ไม่ท่วม ไม่แล้ง ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เรื่องการใส่ใจฝ่ายบริหารก็ยังให้ความสำคัญ

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอโครงการสนับสนุนปุ๋ยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ภายใต้มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2567-2568 ไม่เกินครัวเรือนละ 500 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน 10,000 บาทต่อราคาปุ๋ยที่จ่ายจริง โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำรองจ่าย และรัฐบาลจะจัดสรรงบชดเชยให้กับ ธ.ก.ส. พร้อมอัตราต้นทุนทางการเงิน โดยที่โครงการเดิมให้ความช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท จะไม่มีการดำเนินการอีกต่อไป

The post นายกฯ​ แถลงมติ ครม. ไฟเขียวงบกลาง 291 ล้านบาท พาคนไทยกลับจากอิสราเอล-โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง ไร่ละ 500 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
กต. เผยแถลงการณ์ ไทยห่วงสถานการณ์อิสราเอล-กาซา และกรณีแรงงานไทยบาดเจ็บ https://thestandard.co/thailand-is-concerned-israel-gaza-situation/ Wed, 06 Mar 2024 06:51:37 +0000 https://thestandard.co/?p=907903

กระทรวงการต่างประเทศเผยแพร่แถลงการณ์วันนี้ (6 มีนาคม) แ […]

The post กต. เผยแถลงการณ์ ไทยห่วงสถานการณ์อิสราเอล-กาซา และกรณีแรงงานไทยบาดเจ็บ appeared first on THE STANDARD.

]]>

กระทรวงการต่างประเทศเผยแพร่แถลงการณ์วันนี้ (6 มีนาคม) แสดงความห่วงกังวลของประเทศไทยต่อสถานการณ์ในอิสราเอล-กาซา โดยระบุว่า 

 

“ประเทศไทยติดตามสถานการณ์ในอิสราเอล-กาซา รวมถึงการโจมตีเมืองราฟาห์ และเหตุการณ์ในพื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอลเมื่อไม่นานนี้ ซึ่งส่งผลให้มีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต และมีแรงงานไทยที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 คน ด้วยความห่วงกังวล

 

“เหตุการณ์เหล่านี้ตอกย้ำให้ตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการบรรลุข้อตกลงที่จะนำไปสู่การยุติความเป็นปรปักษ์ในทันที และความจำเป็นที่ต้องบรรลุสันติภาพบนพื้นฐานของแนวทางสองรัฐอย่างยั่งยืน

 

“ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญนี้ ประเทศไทยมีความห่วงกังวลอย่างมากต่อการเจรจาหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับฮามาสที่หยุดชะงักลง จึงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการผลักดันให้การเจรจาเดินหน้าและให้การหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมประสบผลสำเร็จ เพื่อให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมสามารถเข้าไปบรรเทาความทุกข์ยากของชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาได้มากขึ้น ทั้งนี้ ประเทศไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการหยุดยิงจะสามารถเกิดขึ้นได้ก่อนเดือนรอมฎอนอันศักดิ์สิทธิ์ และจะนำไปสู่การปล่อยตัวประกันทั้งหมดซึ่งรวมถึงตัวประกันชาวไทยด้วย”

 

อ้างอิง:

  • กระทรวงการต่างประเทศ

The post กต. เผยแถลงการณ์ ไทยห่วงสถานการณ์อิสราเอล-กาซา และกรณีแรงงานไทยบาดเจ็บ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กต. ยืนยัน เหตุจรวดต่อต้านรถถังยิงจากเลบานอนข้ามมาอิสราเอล มีคนไทยเจ็บ 5 คน https://thestandard.co/rockets-fired-into-israel/ Tue, 05 Mar 2024 02:02:12 +0000 https://thestandard.co/?p=907214

ตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งว่า เมื่อวันที่ 4 มีนา […]

The post กต. ยืนยัน เหตุจรวดต่อต้านรถถังยิงจากเลบานอนข้ามมาอิสราเอล มีคนไทยเจ็บ 5 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งว่า เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2566 เกิดเหตุการณ์จรวดต่อต้านรถถังถูกยิงจากฝั่งเลบานอนข้ามมายังชายแดนทางตอนเหนือของอิสราเอลบริเวณนิคมเกษตร Margaliot และสื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และแรงงานไทยได้รับบาดเจ็บ 7 รายนั้น

 

ล่าสุดทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้รับการยืนยันจากกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลและโรงพยาบาลต่างๆ ว่า ผู้บาดเจ็บที่เป็นคนไทยทั้งหมดในขณะนี้มีจำนวน 5 ราย โดยผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย และผู้เสียชีวิต 1 ราย ไม่ใช่บุคคลสัญชาติไทย

 

ทั้งนี้ คนไทยที่บาดเจ็บทั้ง 5 รายนั้น 2 รายได้เข้ารับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาล Ziv Medical Center เมืองซาเฟด และ 1 รายที่ได้บาดเจ็บเล็กน้อยได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ส่วนอีก 3 รายยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล Rambam Medical Center เมืองไฮฟา และมีอาการค่อนข้างหนัก ซึ่งเจ้าหน้าที่สถานทูตฯ ได้เดินทางไปเยี่ยมและติดตามอาการกับแพทย์ รวมถึงประสานงานกับญาติแล้ว

 

ขณะที่เพจเฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ก็ได้ประกาศเตือนและแสดงความเป็นห่วงคนไทยในอิสราเอลที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงตามแนวชายแดน โดยเผยว่าได้พยายามอย่างต่อเนื่องที่จะย้ายแรงงานไทยออกจากพื้นที่อันตรายต่างๆ และขอให้แรงงานไทยที่ยังทำงานอยู่ในพื้นที่เสี่ยงติดต่อทางสถานทูตฯ เพื่อขอรับความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกในการย้ายพื้นที่ทำงาน โดยติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ +972 546368150 และ +972 503673195

The post กต. ยืนยัน เหตุจรวดต่อต้านรถถังยิงจากเลบานอนข้ามมาอิสราเอล มีคนไทยเจ็บ 5 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.แรงงาน เปิดขั้นตอนแรงงานไทยกลับจากอิสราเอล ยื่นคำร้องขอรับเงินเยียวยา 50,000 บาทได้แล้วตั้งแต่วันนี้ https://thestandard.co/thai-workers-from-israel-17122023/ Mon, 18 Dec 2023 01:28:33 +0000 https://thestandard.co/?p=877808

วานนี้ (17 ธันวาคม) พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการ […]

The post รมว.แรงงาน เปิดขั้นตอนแรงงานไทยกลับจากอิสราเอล ยื่นคำร้องขอรับเงินเยียวยา 50,000 บาทได้แล้วตั้งแต่วันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (17 ธันวาคม) พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบมาตรการเยียวยากรณีการขาดรายได้ของแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากประเทศอิสราเอลตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ซึ่งมีแรงงานไทยจะได้รับสิทธิจำนวน 15,000 คน คนละ 50,000 บาท คิดเป็นมูลค่ารวม 750 ล้านบาท เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดรายได้ 

 

เบื้องต้นของแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล รวมทั้งเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้รับการดูแลจากภาครัฐอย่างจริงจังนั้น

 

พิพัฒน์กล่าวว่า ความคืบหน้าการดำเนินการภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติโครงการดังกล่าวแล้วนั้น ในส่วนของกระทรวงแรงงาน ตนได้รับรายงานจาก ไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน ว่า ได้มีข้อสั่งการให้สำนักงานแรงงานจังหวัดทุกจังหวัดเริ่มดำเนินการรับคำร้องได้ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2566 โดยพี่น้องแรงงานที่กลับมาจากอิสราเอลสามารถยื่นคำร้องขอรับเงินเยียวยาได้ทั้งในส่วนกลางและภูมิลำเนา 

 

ส่วนกลางยื่นได้ที่ศูนย์ช่วยเหลือแรงงานและติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล กระทรวงแรงงาน ณ กระทรวงแรงงาน ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง กรุงเทพฯ และในส่วนภูมิภาคที่ศูนย์ช่วยเหลือแรงงานและติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล กระทรวงแรงงานจังหวัด ณ สำนักงานแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด ในวันและเวลาราชการ ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 – กันยายน 2567 หรือจนกว่าจะดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาแล้วเสร็จ

 

ขั้นตอนยื่นคำร้องขอรับเงินเยียวยา 50,000 บาท 

 

ทั้งนี้ วิธีดำเนินการ ขั้นตอนการขอรับเงิน และเอกสารประกอบการยื่นคำร้องนั้น มีดังต่อไปนี้

 

ขั้นตอนที่ 1 การยื่นคำร้อง ผู้ยื่นสามารถยื่นคำร้องขอรับเงินเยียวยา ณ สำนักงานแรงงานจังหวัดทุกจังหวัดและกระทรวงแรงงาน โดยแยกตามกลุ่มเป้าหมายและเอกสารที่เกี่ยวข้องประกอบการยื่นคำร้อง ดังนี้

 

กลุ่มที่ 1 แรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในประเทศอิสราเอลและเดินทางกลับประเทศไทยหลังวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ซึ่งมีอยู่จำนวน 9,475 คน จะต้องยื่นคำร้องด้วยตนเอง โดยมีเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องสำหรับการยื่นขอรับเงินเยียวยา ดังนี้ 

 

  1. แบบคำร้องขอรับเงินเยียวยา กรณียื่นคำร้องด้วยตนเอง 
  2. บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงพร้อมสำเนา 
  3. หนังสือเดินทางพร้อมสำเนาหน้าที่มีรูปถ่ายและตราประทับเข้า-ออกประเทศไทย หรือหนังสือเดินทางชั่วคราว (CI) พร้อมสำเนาหน้าที่มีรูปถ่ายและตราประทับเข้าประเทศไทย
  4. แบบแจ้งข้อมูลการรับเงินโอนผ่านระบบ KTB Corporate Online 
  5. สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำร้องพร้อมถ่ายรูป ณ สถานที่ยื่น และคำร้องสำเนาเอกสารทุกฉบับให้ผู้ยื่นคำร้องรับรองสำเนาถูกต้องพร้อมลงลายมือชื่อเรียบร้อยแล้ว

 

กลุ่มที่ 2 แรงงานไทยที่เสียชีวิตจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศอิสราเอลจำนวน 39 ราย ผู้ยื่นคำร้องคือทายาทผู้มีสิทธิตามกฎหมาย โดยมีเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องสำหรับการยื่นขอรับเงินเยียวยา ดังนี้ 

 

  1. แบบคำร้องขอรับเงินเยียวยา กรณีเสียชีวิต 
  2. สำเนาใบมรณบัตร 
  3. สำเนาทะเบียนบ้านผู้เสียชีวิต 
  4. หนังสือรับรองความสัมพันธ์ทางครอบครัว 
  5. หนังสือให้ความยินยอมเป็นทายาทโดยธรรม 
  6. สำเนาบัตรประชาชนทายาท 
  7. สำเนาทะเบียนสมรส (กรณีคู่สมรส) 
  8. สำเนาสูติบัตร (กรณีบุตร) 
  9. แบบแจ้งข้อมูลการรับเงินโอนผ่านระบบ KTB Corporate Online 
  10. สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคารทายาทผู้มีสิทธิ ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำร้องพร้อมถ่ายรูป ณ สถานที่ยื่น และคำร้องสำเนาเอกสารทุกฉบับให้ผู้ยื่นคำร้องรับรองสำเนาถูกต้องพร้อมลงลายมือชื่อเรียบร้อยแล้ว และผู้ยื่นคำร้องขอให้เป็นคนเดียวกันกับที่ยื่นคำร้องรับเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิตจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ

 

กลุ่มที่ 3 กรณีแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในประเทศอิสราเอลและเดินทางกลับประเทศไทยก่อนวันที่ 7 ตุลาคม 2566 โดยใช้วีซ่า Re-entry อายุไม่เกิน 90 วัน ระหว่างวันที่ 9 กรกฎาคม – 6 ตุลาคม 2566 แต่ไม่สามารถเดินทางกลับไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลได้ เนื่องจากกรมการจัดหางานชะลอการเดินทางด้วยเหตุภัยสงครามในประเทศอิสราเอล จำนวน 960 คน โดยมีเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องสำหรับการยื่นขอรับเงินเยียวยา ดังนี้ 

 

  1. แบบยื่นคำร้อง กรณี Re-entry Visa 
  2. บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงพร้อมสำเนา 
  3. หนังสือเดินทางพร้อมสำเนาหน้าที่มีรูปถ่ายและตราประทับเข้า-ออกประเทศไทยไม่เกิน 90 วัน 
  4. Re-entry Visa อายุไม่เกิน 90 วัน พร้อมสำเนา 
  5. แบบแจ้งข้อมูลการรับเงินโอนผ่านระบบ KTB Corporate Online 
  6. สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำร้องพร้อมถ่ายรูป ณ สถานที่ยื่น และคำร้องสำเนาเอกสารทุกฉบับให้ผู้ยื่นคำร้องรับรองสำเนาถูกต้องพร้อมลงลายมือชื่อเรียบร้อยแล้ว 

 

กลุ่มที่ 4 สำหรับแรงงานไทยกลุ่มที่ยังไม่เดินทางกลับจากอิสราเอลและประสงค์ที่จะเดินทางกลับมาเพิ่มเติม รวมถึงแรงงานไทยที่ยังคงถูกจับเป็นตัวประกัน เมื่อเดินทางกลับมาแล้วก็สามารถยื่นคำร้องขอรับเงินเยียวยาในส่วนนี้ได้เช่นเดียวกัน

 

ขั้นตอนที่ 2 เจ้าหน้าที่สำนักงานแรงงานจังหวัด / กระทรวงแรงงาน ตรวจสอบเอกสารของผู้ยื่นคำร้อง และพิจารณาคุณสมบัติของผู้ยื่นคำร้องตามหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยา 

 

ขั้นตอนที่ 3 สำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศรวบรวมเอกสารคำร้องจากสำนักงานแรงงานจังหวัด / กระทรวงแรงงาน 

 

ขั้นตอนที่ 4 กองบริหารการคลังรับคำร้องจากสำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศตรวจสอบความถูกต้อง เสนอปลัดกระทรวงแรงงานพิจารณาอนุมัติเบิกจ่าย กองบริหารการคลังโอนเงินเข้าบัญชี ผู้มีสิทธิ / ทายาท ได้รับเงินเยียวยา

 

ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน กระทรวงแรงงาน โทร. 1506 หรือศูนย์ช่วยเหลือแรงงานและติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล กระทรวงแรงงาน โทร. 0 2232 1462-3 หรือ 0 2232 1471 และสำนักงานแรงงานจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ

The post รมว.แรงงาน เปิดขั้นตอนแรงงานไทยกลับจากอิสราเอล ยื่นคำร้องขอรับเงินเยียวยา 50,000 บาทได้แล้วตั้งแต่วันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เศรษฐาเผยความคืบหน้าช่วยตัวประกันชาวไทย ต้องรออิสราเอล-ฮามาสตกลงหยุดยิงจึงจะปล่อยตัวประกันเพิ่ม https://thestandard.co/progress-in-rescuing-thai-hostages/ Tue, 05 Dec 2023 02:45:34 +0000 https://thestandard.co/?p=873522

วันนี้ (5 ธันวาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนต […]

The post เศรษฐาเผยความคืบหน้าช่วยตัวประกันชาวไทย ต้องรออิสราเอล-ฮามาสตกลงหยุดยิงจึงจะปล่อยตัวประกันเพิ่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (5 ธันวาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีแรงงานไทยที่เป็นตัวประกันในอิสราเอลมีข่าวดีหรือไม่ว่า ตอนนี้ยังไม่มี คงต้องรอการหยุดยิงครั้งต่อไป ตนมีนัดกับผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งจะมีการสอบถามเพิ่มเติม และจะมีการพูดคุยหลายเรื่อง ทั้งเรื่องกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และขอบเขตที่กองทัพจะมาช่วย รวมถึงเรื่องฝุ่น PM2.5 และเรื่องยาเสพติดด้วย ต้องคุยกันหลายเรื่อง 

 

เศรษฐากล่าวต่อว่า สำหรับตัวประกันแรงงานไทยในอิสราเอล คาดว่าครั้งต่อไปที่จะมีการปล่อยตัวต้องมีการพักหยุดยิงของอิสราเอลและฮามาสก่อน จึงจะสามารถนำตัวประกันออกมาได้

 

เมื่อถามว่า มีข่าวว่าทางฮามาสได้ออกมาระบุว่าไม่มีการปล่อยตัวประกันแล้ว เศรษฐากล่าวว่า “ไม่จริง ไม่เป็นความจริง”

The post เศรษฐาเผยความคืบหน้าช่วยตัวประกันชาวไทย ต้องรออิสราเอล-ฮามาสตกลงหยุดยิงจึงจะปล่อยตัวประกันเพิ่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตัวประกันชาวไทย 17 คนถึงไทยแล้ว เผยความรู้สึกขอบคุณทุกหน่วยงานที่ทำให้ได้กลับบ้าน https://thestandard.co/17-thai-hostages-arrive/ Thu, 30 Nov 2023 12:59:52 +0000 https://thestandard.co/?p=872014

วันนี้ (30 พฤศจิกายน) เวลา 15.00 น. เครื่องบินของสายการ […]

The post ตัวประกันชาวไทย 17 คนถึงไทยแล้ว เผยความรู้สึกขอบคุณทุกหน่วยงานที่ทำให้ได้กลับบ้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (30 พฤศจิกายน) เวลา 15.00 น. เครื่องบินของสายการบิน EL AL เที่ยวบินที่ LY 81 ออกเดินทางจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ซึ่งนำปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยแรงงานไทย 17 คนที่ได้รับการปล่อยตัว หลังจากถูกกลุ่มฮามาสจับเป็นตัวประกันระหว่างการสู้รบกับอิสราเอล มาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

 

ทันทีที่เดินทางมาถึง เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งอยู่ระหว่างการลงพื้นที่อุตรดิตถ์ได้วิดีโอคอลมาแสดงความยินดี พร้อมสอบถามความเป็นอยู่ระหว่างการถูกควบคุมตัว

 

“ดีใจมั้ยที่ได้กลับมาแล้ว ยังมีเพื่อนคนไทยที่ยังติดหรือไม่ ไม่ทราบว่าได้พูดคุยกันบ้างหรือเปล่า สบายดีหรือไม่”

 

ตัวแทนแรงงานไทยได้ตอบเศรษฐาว่า ตอนนี้กำลังใจดีขึ้นมาก ส่วนเพื่อนคนไทยที่ยังติดอยู่นั้นไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร สำหรับความเป็นอยู่ก็พอประมาณ ไม่ถึงกับเลวร้าย 

 

เศรษฐาได้กล่าวยืนยันว่า รัฐบาลได้ประสานประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะมาเลเซีย กาตาร์ และอีกหลายๆ ประเทศ เพื่อช่วยตัวประกันทุกคนให้ได้ออกมาโดยเร็วที่สุด ซึ่งก็อยากได้กลับมาครบ ทุกอย่างปลอดภัย

 

ขณะที่ปานปรีย์กล่าวถึงการเดินทางไปรับตัวประกันทั้ง 17 ชีวิต โดยพบว่าทั้งหมดมีสุขภาพแข็งแรงและกำลังใจที่ดี รวมถึงทางการอิสราเอลก็ดูแลเป็นอย่างดี เดิมคาดว่าจะเดินทางกลับมาพร้อมกับ 19 คนที่ได้รับการปล่อยตัวมาก่อนหน้านี้ แต่อีก 2 คนมีสภาพร่างกายที่ไม่พร้อม จึงให้อยู่ในความดูแลของแพทย์ก่อนเดินทางกลับมา อีกทั้งยืนยันในการเดินหน้าช่วยเหลืออีก 9 ตัวประกันคนไทยที่ยังอยู่ในการควบคุม

 

ช่วงหนึ่งระหว่างการแถลงข่าว ตัวแทนแรงงานรายหนึ่งได้แสดงความเสียใจกับเพื่อนแรงงานที่เสียชีวิตจากเหตุการสู้รบระหว่างฮามาสกับอิสราเอล และกล่าวขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมในการประสานจนได้รับการปล่อยตัว

 

แรงงานหญิงหนึ่งเดียวที่เดินทางกลับมาในครั้งนี้กล่าวทั้งน้ำตาว่า “ขอขอบคุณทุกหน่วยงาน ขอบคุณทุกกำลังใจที่ทำให้ได้กลับบ้าน”

 

ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยบางส่วนมีญาติมารอรับที่สนามบินตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา

 

The post ตัวประกันชาวไทย 17 คนถึงไทยแล้ว เผยความรู้สึกขอบคุณทุกหน่วยงานที่ทำให้ได้กลับบ้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>