คนละครึ่ง Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/คนละครึ่ง/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 04 Feb 2026 06:27:51 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เลือกตั้ง 2569 : เทียบนโยบาย ‘หวยใบเสร็จ’ เพื่อไทย vs ประชาชน หวังทลายภูเขาเศรษฐกิจนอกระบบ https://thestandard.co/receipt-lottery-phue-thai-prachachon-economy/ Wed, 04 Feb 2026 06:26:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1173589 ภาพเปรียบเทียบนโยบาย ‘หวยใบเสร็จ’ ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน ซึ่งมีเป้าหมายในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจนอกระบบ

เทียบนโยบาย ‘หวยใบเสร็จ’ เพื่อไทย vs ประชาชน หวังทลายภู […]

The post เลือกตั้ง 2569 : เทียบนโยบาย ‘หวยใบเสร็จ’ เพื่อไทย vs ประชาชน หวังทลายภูเขาเศรษฐกิจนอกระบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเปรียบเทียบนโยบาย ‘หวยใบเสร็จ’ ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน ซึ่งมีเป้าหมายในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจนอกระบบ

เทียบนโยบาย ‘หวยใบเสร็จ’ เพื่อไทย vs ประชาชน หวังทลายภูเขาเศรษฐกิจนอกระบบ

 

รู้จักนโยบาย ‘สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คนต่อวัน’ จากเลขใบเสร็จ 5 รางวัลต่อวัน ของพรรคเพื่อไทย เบอร์ 9

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

นโยบาย ‘สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน’ พรรคเพื่อไทยระบุว่า มีจุดประสงค์เพื่อ ‘หาเงินให้รัฐ’ สร้างระบบสวัสดิการที่ยั่งยืน และทำฐานข้อมูล Big Data โดยใช้การลุ้นรางวัลเป็นเครื่องมือจูงใจให้คนเข้าระบบภาษีและระบบฐานข้อมูลรัฐ

 

วิธีลุ้นรางวัลจากเลขใบเสร็จของพรรคเพื่อไทย: ขอใบเสร็จหรือ e-Receipt จากร้านค้า ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าถึงร้านรถเข็น ร้านอาหารริมทาง โดยใบเสร็จไม่มีมูลค่าขั้นต่ำ โดยวิธีการสุ่มชื่อจากประชาชน 2 กลุ่มหลักในทุกวัน

 

  • กลุ่มแรก: สุ่มรางวัลจากเลขใบเสร็จ จำนวน 5 รางวัล สำหรับประชาชนทั่วไปที่ซื้อสินค้าและบริการ เพียงแค่ขอใบเสร็จรับเงินหรือ e-Receipt จากร้านค้า ก็มีสิทธิ์ลุ้นรางวัล โดยไม่จำกัดมูลค่าขั้นต่ำ
  • กลุ่มที่สอง: จะสุ่มรางวัลจากเลขบัตรประชาชน จำนวน 4 รางวัล จากกลุ่มเป้าหมายในฐานข้อมูลรัฐ ได้แก่ (1) เกษตรกร ที่ขึ้นทะเบียน (2) กลุ่มอาสาสมัคร เช่น อสม. อสส. กู้ภัย ทหารผ่านศึก ชรบ. เป็นต้น (3) ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และ (4) ประชาชนผู้ยื่นแบบภาษี

 

ใช้งบประมาณ 3,285 ล้านบาทต่อปี: พรรคเพื่อไทยกล่าวต่อว่า เพื่อทำนโยบายดังกล่าว รัฐจะใช้งบประมาณ 3,285 ล้านบาทต่อปี แต่รัฐจะได้ประโยชน์จากการเก็บภาษีที่เพิ่มขึ้น และได้ข้อมูลทางเศรษฐกิจและสังคมมากขึ้น

 

ทั้งนี้ ตามเอกสารที่พรรคเพื่อไทยส่งให้คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่า นโยบายของขวัญเพื่อคนไทย ใช้งบประมาณ 3,500 ล้านบาทต่อปี

 

กระนั้น จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า นโยบายนี้มีโมเดลความสำเร็จจากต่างประเทศ เช่น บราซิล และไต้หวัน ซึ่งสามารถเพิ่มรายได้ภาษีเฉลี่ยถึง 20% และเมื่อดูความคุ้มค่าของการลงทุน (ROI) ฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ปัจจุบันของไทยอยู่ที่ประมาณ 8–9 แสนล้านบาท หากนโยบายนี้ช่วยเพิ่มการจัดเก็บได้ 20% เท่ากับไต้หวัน

 

“รัฐจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเกือบ 200,000 ล้านบาทต่อปี ในขณะที่ต้นทุนของนโยบายนี้ รวมแล้วอยู่ที่ประมาณ 3,000 กว่าล้านบาทต่อปีเท่านั้น เพื่อแลกกับรายได้กลับคืนมาหลักแสนล้านบาท” จุลพันธ์กล่าว

 

รู้จักนโยบาย ‘หวยใบเสร็จ’ พรรคประชาชน เบอร์ 46

 

พรรคประชาชนกล่าวว่า หวยใบเสร็จมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้ SME มีแต้มต่อในการแข่งขันกับบริษัทขนาดใหญ่ จูงใจให้ผู้บริโภคสนับสนุนสินค้าและบริการจากธุรกิจ SME มากขึ้น โดยผู้ประกอบการ SME ที่ร่วมโครงการจะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีด้วย ซึ่งมาพร้อมกับโครงการเติมเงินคนละครึ่ง 1,000 บาทต่อคน 12 ล้านคน

 

วิธีได้ ‘หวยใบเสร็จ’: ทุกยอดซื้อสะสมจากร้าน SMEs (สะสมจากหลายร้านได้) ครบ 500 บาท โดยซื้อผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” หรือแอปธนาคารที่ร่วมโครงการ จะได้รับหวยใบเสร็จ (เลข 3 ตัว) 1 ใบ

 

ความถี่ในการออกรางวัล: ลุ้นรางวัลได้ทุกครึ่งเดือน (สูงสุด 20 ใบ/เดือน ในเฟสแรก) ภายใต้วงเงินรางวัลรวม 1,000 ล้านบาทต่อเดือน

 

งบประมาณ ‘หวยใบเสร็จ’ 12,000 ล้านบาทต่อปี: ตามข้อมูลบนเว็บไซต์ของพรรคประชาชนระบุว่า ได้กำหนดวงเงินรางวัลรวม 1,000 ล้านบาทต่อเดือน หมายความว่า วงเงินงบประมาณต่อปีที่จะใช้กับนโยบายนี้จะอยู่ที่ 12,000 ล้านบาทต่อปี

 

นอกจากนี้ ในเอกสารนโยบายหาเสียงที่พรรคประชาชนส่งให้คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่า นโยบายยกระดับ SME โดยการสร้างแต้มต่อด้วยคนละครึ่งและหวยใบเสร็จ ใช้วงเงิน 25,000 ล้านบาทต่อปี

 

สิทธิประโยชน์ของผู้ประกอบการจากนโยบาย ‘หวยใบเสร็จ’: เข้าร่วมโครงการได้ ทั้ง SMEs ประเภทบุคคลธรรมดา และ นิติบุคคล ร้านค้า SMEs ได้รับหวยใบเสร็จ 1 ใบ เมื่อมียอดขายสะสมครบทุก 5,000 บาท (ไม่เกิน 20 ใบ/เดือน รวมกับข้อ 1 ในเฟสแรก)

 

สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ SMEs ที่ร่วมโครงการ ผ่านการเพิ่มเพดานเกณฑ์ยอดขายต่อปีที่จะต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่ม จากเดิม 1.8 ล้านบาทต่อปี เป็น 3.6 ล้านบาทต่อปี รวมถึงเพิ่มอัตราค่าใช้จ่ายเหมาในการคำนวณภาษีรายได้บุคคลธรรมดา เดิมอัตรา 60% เป็นสูงสุด 90% (สำหรับรายได้ไม่เกิน 5.4 ล้านบาทต่อปี) นอกจากนี้ยังสามารถเลือกจ่าย VAT อัตราเหมา 2.1% แทน 7% ได้ และยื่นรายไตรมาสแทนรายเดือน เพื่อลดภาระงานเอกสารได้

 

อ่านบทความฉบับเต็มต่อได้ที่ลิงก์ในคอมเมนต์ https://thestandard.co/receipt-lottery-informal-economy/

 

ภาพเปรียบเทียบนโยบาย ‘หวยใบเสร็จ’ ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน ซึ่งมีเป้าหมายในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจนอกระบบ 1

 

ภาพประกอบ: ณัฏฐ์กานต์ ดวงมาตย์พล

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : เทียบนโยบาย ‘หวยใบเสร็จ’ เพื่อไทย vs ประชาชน หวังทลายภูเขาเศรษฐกิจนอกระบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : เปิดข้อสังเกตของ TDRI ต่อนโยบายหาเสียง ‘พรรคภูมิใจไทย’ แนะทบทวนนโยบาย ‘คนละครึ่งพลัส’ – ‘ค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3 บาท’ https://thestandard.co/tdri-bhumjaithai-policy-review/ Mon, 02 Feb 2026 08:51:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1172668 ภาพประกอบการวิเคราะห์นโยบายหาเสียง 'คนละครึ่งพลัส' และ 'ค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3 บาท' ของ พรรคภูมิใจไทย โดย TDRI

TDRI วิเคราะห์งบประมาณที่ใช้ในนโยบายหาเสียง ‘พรรคภูมิใจ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : เปิดข้อสังเกตของ TDRI ต่อนโยบายหาเสียง ‘พรรคภูมิใจไทย’ แนะทบทวนนโยบาย ‘คนละครึ่งพลัส’ – ‘ค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3 บาท’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบการวิเคราะห์นโยบายหาเสียง 'คนละครึ่งพลัส' และ 'ค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3 บาท' ของ พรรคภูมิใจไทย โดย TDRI

TDRI วิเคราะห์งบประมาณที่ใช้ในนโยบายหาเสียง ‘พรรคภูมิใจไทย’ แนะทบทวนนโยบายค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3 บาท (สำหรับ 200 ยูนิตแรก) และนโยบาย ‘คนละครึ่งพลัส’ เป็นต้น พร้อมสนับสนุนนโยบาย ‘รมต.มืออาชีพ’ ซึ่งเป็นนโยบายที่ไม่ใช้งบประมาณ และนโยบาย ‘พยาบาลอาสา’ ดูแลผู้สูงวัย (1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา)

 

วันนี้ (2 กุมภาพันธ์) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) วิเคราะห์ ‘ต้นทุนทางการเงินและที่มาของเงิน’ จากนโยบายหาเสียงของ ‘พรรคภูมิใจไทย’ จากเอกสารที่พรรคยื่นเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569

 

โดยพบว่า พรรคภูมิใจไทยมีนโยบายที่นำเสนอต่อกกต. เพียง 8 นโยบาย โดยมียอดวงเงินที่แจ้งรวมทั้งสิ้น 1.48 แสนล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าหลายพรรคการเมือง โดยมี 4 นโยบายที่มีวงเงินเกินกว่า 1 หมื่นล้านบาท ได้แก่ ลดค่าไฟฟ้า (หน่วยละ 3 บาท) คนละครึ่งพลัส (ระยะ 2) ทหารอาสา (1 แสนคน) และพยาบาลอาสา (7.5 แสนคน)

 

โดยคณะผู้วิจัยมีความเห็นว่ามีทั้งนโยบายที่มีความเหมาะสม และควรดำเนินการให้เกิดประสิทธิผล และนโยบายที่น่าจะสร้างปัญหาและควรทบทวน ดังตัวอย่างดังต่อไปนี้

 

นโยบายที่มีความเหมาะสม และควรดำเนินการให้เกิดประสิทธิผล

 

  • นโยบาย “รมต.มืออาชีพ” ซึ่งเป็นนโยบายที่ไม่ใช้งบประมาณ แต่ใช้การประกาศตัวบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เป็นแนวทางที่ดีในการสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองให้ประชาชนได้ทราบทีมที่จะเข้ามาบริหารประเทศล่วงหน้า อย่างไรก็ตามมีความท้าทายที่นโยบายนี้อาจไม่สามารถปฏิบัติได้ง่ายเหมือนในช่วงรัฐบาลอนุทิน เนื่องจากในช่วงนั้นพรรคประชาชนลงคะแนนเสียงให้นายอนุทิน ชาญวีรกูลเป็นนายกรัฐมนตรี โดยไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาลด้วย ทำให้มีเก้าอี้เหลือสำหรับ “รมต.มืออาชีพ”

 

  • นโยบาย “พยาบาลอาสา” ดูแลผู้สูงวัย (1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา) โดยจ้าง 15,000 บาทต่อเดือน สัญญาจ้าง 4 ปี ให้ทำงานใน 75,000 หมู่บ้านทั่วประเทศ เป็นนโยบายที่ช่วยสร้างงาน ตอบโจทย์สังคมสูงอายุของประเทศไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม และอาจช่วยยกระดับการดูแลผู้สูงอายุขึ้นจากกลไกในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามนโยบายนี้จะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อมีการฝึกอบรมพยาบาลอาสาอย่างเพียงพอและคัดเลือกพยาบาลอาสาตามคุณสมบัติ อนึ่งการดำเนินนโยบายนี้ไม่ควรอาศัยการเกลี่ยงบจากกองทุนผู้สูงอายุ/สปสช. ซึ่งในปัจจุบันก็มีงบประมาณที่ไม่เพียงพออยู่แล้ว

 

นอกจากนี้ TDRI ยังระบุว่า การไม่สานต่อนโยบาย “แลนด์บริดจ์” ซึ่งเคยเป็นนโยบาย “เรือธง” ของพรรคในการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 มีความเหมาะสม เนื่องจากโครงการดังกล่าวไม่มีความคุ้มค่าทางการเงินและมีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจต่ำมากจากผลการศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและสภาพัฒน์

 

นโยบายที่น่าจะสร้างปัญหาและควรทบทวน

 

  • นโยบายจ้างทหารอาสาจำนวน 100,000 คน โดยให้รายได้ 12,000 บาทต่อเดือน และสวัสดิการอีกประมาณ 6,900 บาทต่อคนต่อเดือน โดยมีระยะเวลาประจำการ 4 ปี ใช้งบประมาณ 2.27 หมื่นล้านบาทต่อปี แม้นโยบายการเลิกการเกณฑ์ทหารและเปลี่ยนไปสู่ทหารอาสาเป็นแนวคิดที่ดีก็ตาม จำนวนทหารอาสาตามข้อเสนอของพรรคสูงกว่าจำนวนทหารเกณฑ์ในปัจจุบัน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 85,000 คน และมีผู้สมัครใจเป็นทหารเกณฑ์อยู่แล้วประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนดังกล่าว นโยบายของพรรคจึงมีผลดึงแรงงานชายออกจากตลาดแรงงาน เนื่องจากได้รายได้และสวัสดิการทัดเทียมหรือสูงกว่าขั้นต่ำของข้าราชการที่จบปริญญาตรี และมีผลในการลดการเติบโตทางเศรษฐกิจ ตลอดจนทำให้รัฐเสียค่าใช้จ่ายสูงเกินไป หากปรับลดจำนวนทหารอาสาให้เหมาะสม และลดรายได้และสวัสดิการลงไม่ให้บิดเบือนตลาดแรงงาน ก็จะสามารถเป็นนโยบายที่ดีได้

 

  • นโยบาย “ค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3 บาท” (สำหรับ 300 ยูนิตแรก) ซึ่งพรรคประมาณการว่าจะใช้เงิน 6.3 หมื่นล้านบาท น่าจะต่ำเกินไป เพราะตั้งอยู่บนฐานราคาค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่ผู้บริโภคจ่ายที่ 4.20 บาทต่อหน่วย อย่างไรก็ตาม เมื่อประเมินเทียบกับต้นทุนที่แท้จริงของระบบที่ 4.58 บาทต่อหน่วย (แบ่งเป็นค่าไฟฟ้าฐานประมาณ 3.78 บาท และค่า Ft ที่ควรเรียกเก็บจริงประมาณ 79.75 สตางค์) ภาระทางการคลังที่เกิดขึ้นจริงจะสูงขึ้นเป็น 7.5 หมื่นล้านบาทต่อปี นอกจากนี้นโยบายนี้ยัง “อุดหนุนแบบถ้วนหน้า” ซึ่งหมายถึงอุดหนุนกลุ่มผู้มีรายได้สูงโดยไม่จำเป็นด้วย และจะส่งผลให้ประชาชนไม่มีแรงจูงใจในการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด

 

  • นโยบาย “คนละครึ่งพลัส” เป็นมาตรการระยะสั้นที่ไม่ได้แก้ปัญหาโครงสร้างในระยะยาว ในขณะที่ต้องใช้งบประมาณมาก ในส่วน ‘พลัส’ คือการเพิ่มทักษะให้กับร้านค้าที่เข้าร่วม เป็นส่วนที่อาจมีผลดีในระยะยาว แต่ยังไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า สามารถเพิ่มทักษะได้มากน้อยเพียงใด เป็นทักษะที่ใช้ประโยชน์ได้จริงหรือไม่ จึงควรจัดให้มีการประเมินผลถึงต้นทุนและประโยชน์ที่เกิดขึ้นในระยะสั้นและระยะยาว โดยหน่วยงานวิชาการอิสระ

 

  • นโยบาย “มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า” แม้จะเป็นนโยบายที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ แต่หากระบบการจัดเก็บเงินผ่อน (300 บาท/เดือน) ไม่ดีพอ ก็จะเกิดปัญหาหนี้สินเพิ่มขึ้นอีก จึงควรได้รับการทบทวนใหม่ให้มีความเหมาะสม โดยใช้กลไกตลาดที่มีอยู่ และรัฐไม่ควรอุดหนุนมากเกินไป

 

  • นโยบาย “สร้างกำแพงชายแดน ป้องกันภัยรุกราน” อาจช่วยป้องกันปัญหาการข้ามแดนของแรงงานเถื่อนการลักลอบสินค้าผิดกฎหมายและยาเสพติดได้ แต่อาจมีความเสี่ยงต่อการสร้างความขัดแย้งเพิ่มเติมหากสร้างในพื้นที่พิพาท นอกจากนี้ยังจะมีผลในการกีดขวางการข้ามพรมแดนไปมาโดยปกติของประชาชนของทั้งสองประเทศที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : เปิดข้อสังเกตของ TDRI ต่อนโยบายหาเสียง ‘พรรคภูมิใจไทย’ แนะทบทวนนโยบาย ‘คนละครึ่งพลัส’ – ‘ค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3 บาท’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : อนุทินเว้าอีสานซื้อใจคนอุบลฯ เลือก ‘กานต์หลานรัก’ เข้าสภา อยากได้อะไรพร้อมเซ็นกระดาษเปล่า เห็นชอบล่วงหน้า ชูศุภจีขายของ มั่นใจหากได้กลับมาอีก ราคาข้าวจะไม่ตก https://thestandard.co/anutin-ubon-sudarat-rice-pledge/ Tue, 27 Jan 2026 13:52:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1170285 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปราศรัยเว้าภาษาอีสานต่อหน้าประชาชนที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อช่วยหาเสียงให้ สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ

วันนี้ (27 มกราคม) เวลา 18.00 น. อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน […]

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทินเว้าอีสานซื้อใจคนอุบลฯ เลือก ‘กานต์หลานรัก’ เข้าสภา อยากได้อะไรพร้อมเซ็นกระดาษเปล่า เห็นชอบล่วงหน้า ชูศุภจีขายของ มั่นใจหากได้กลับมาอีก ราคาข้าวจะไม่ตก appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปราศรัยเว้าภาษาอีสานต่อหน้าประชาชนที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อช่วยหาเสียงให้ สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ

วันนี้ (27 มกราคม) เวลา 18.00 น. อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางถึงลานที่ว่าการอำเภอศรีเมืองใหม่ อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย

 

อนุทิน ขึ้นเวทีปราศรัยทักทายพี่น้องศรีเมืองใหม่ โขงเจียม สิรินธร ด้วยภาษาอีสานว่า ซำบายดีบ่ คิดฮอดบ่ วันนี้ต้องมาที่นี่ให้ได้ ตนเร่งขับเครื่องบินมาเอง ขับไปหลับไป ง่วงก็ง่วง แต่ต้องมา เพื่อยืนยันกับพ่อแม่พี่น้องอุบลราชธานี ว่า “อีกานต์” หรือ สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ มันหลานรักของผม ใจเด็ดยิ่งกว่าผู้ชาย มีความรู้สึกที่ดีคุ้นเคยกับพ่อของเขา คือ เฮียกุ่ย ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ซึ่งเป็นรุ่นพี่ สส. รุ่นใหญ่

 

คราวนั้น แม้เป็นฝ่ายค้าน ก็งดออกเสียงให้ตน ลึกๆ ในใจติดหนี้บุญคุณเฮียกุ่ย ครั้งนี้ขอใช้หนี้ รับลูกเฮียกุ่ยมาอยู่ในพรรคภูมิใจไทย คุณสมบัติเพียงพอ คนอุบลฯ มี สส. งาม และหล่อ ตั้งใจทำงานให้พ่อแม่พี่น้อง อนุทิน กล่าว

 

อนุทิน กล่าวต่อว่า ตนรู้สึกมีบุญที่ชาวอุบลมีน้ำใจกับตน ศรีเมืองใหม่ นามมงคล มาเมืองนี้ก็มีแต่สิริมงคลเกิดขึ้นกับตัว หรือพิบูลมังสาหาร อาหารการกินสมบูรณ์ ไปอีกคืออำเภอตระการพืชผล หรือวาริณชำราบ ดังนั้น ต้องมี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ คนขายของเก่งๆ กลับมาเป็นรัฐบาล

 

ก่อนที่ชาวบ้านจะแซว ขายข้าวหมดแล้ว ราคาถึงขึ้น อนุทิน ตอบทันที “นั่นมันรัฐบาลที่แล้ว บ่แม่นรัฐบาลเฮา” ตอนนี้ราคาดีขึ้นเรื่อยๆ ถ้าพี่น้องให้เราเป็นรัฐบาลต่อ ราคาจะตกได้อย่างไร เพราะเรากล้าปิดด่าน ทำให้ราคาพืชผลดีขึ้น ก่อนจะถามประชาชนข้างหลังให้เปิดด่านบ่ ถ้าอนุทินขึ้นเวที พอบอกปิดด่าน ทุกคนตบมือ แต่ถ้าบอกเปิด กลัวทุกคนจะตบตีนให้ ซึ่งตนก็เลือกมืออยู่แล้ว ตนสร้างกำแพงให้พี่น้องแน่ๆ และที่บอกกันว่ากลัวเขาจะมายิงกำแพง อนุทินบอกเขาไม่กล้าหรอก และมั่นใจว่าเขาไม่กล้าทำ ตรงไหนสงสัย เราก็ไปเอาไว้ก่อน เรียบร้อยหมดแล้ว พูดแล้วขนลุก เราสถาปนาอธิปไตยของไทยได้หมด ตั้งแต่อุบลราชธานีไปถึงจันทบุรีและตราด ตนให้ความมั่นใจ เรามีความแข็งแรงพอที่จะไม่ยอมให้เกิดการคุกคาม

 

อนุทิน กล่าวอีกว่า ใครได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐบ้าง ถ้าใครได้คนละครึ่งก็ไม่ได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ว่าเราไม่ยอมให้มีใครตกหล่น ถ้าใครแล้วใครไปเที่ยวนี้คนละครึ่งพลัสเฟส 2 ลดรายได้ ขอโทษพูดผิด เรียกเสียงหัวเราะจากชาวบ้านที่มาฟังปราศรัย ตนพูดผิด ต้องเพิ่มรายได้ ทำให้คนที่ขายของขายของได้มากขึ้น ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เงินหมุนเวียน และถ้าเรามีปัญหากับเพื่อนบ้าน ให้เขายิงเข้ามาก่อน แล้วบอกเดี๋ยวๆ เดี๋ยวไปซื้ออาวุธก่อน ไปซื้อ F-16 ก่อน มันเป็นไปได้ไหม นี่คือเหตุผล พรรคอื่นพูดยังไงไม่รู้ แต่พรรคภูมิใจไทยถึงบอกว่า แม้หวังตั้งสงบ จงเตรียมรบให้พร้อมสรรพ พี่น้องประชาชนจะได้มีความอุ่นใจ ไม่ใช่ระเบิดเข้ามาตูม มีอะไรเข้ามายิง เข้ามาระเบิด เข้ามาปืนใหญ่ เข้ามา โอเคพี่น้องประชาชนไม่ต้องห่วง เดี๋ยวมารบให้ก่อน เดี๋ยวขอดูจรวดก่อน ไม่มี มา 1 กลับไป 100

 

สุดารัตน์ พูดกับตนฉอดๆ ตนบอกกานต์ (สุดารัตน์) 3 อำเภอจะเอาอะไร เอาไปเลย อาเซ็นให้หมด ที่มาวันนี้เพื่อพูดแค่นี้ว่า ผู้แทนของ 3 อำเภอ ศรีเมืองใหม่ โขงเจียม สิรินธร พิบูลมังสาหาร เลือกกานต์เข้าไป แล้ววางกระดาษเปล่า อยากได้อะไรเขียนมาได้เลย เห็นชอบล่วงหน้า ตนจะเป็นนายกฯ หรือเป็นหัวหน้าพรรค ตนให้คำมั่นสัญญากับพ่อแม่พี่น้องว่าคนนี้นิสัยตรง ไม่ต้องพูดมาก

 

อนุทิน กล่าวต่อว่า ตนขึ้นมาเพื่อให้พ่อแม่พี่น้องมีความมั่นใจว่า ถ้าเลือกพรรคภูมิใจไทย เลือก สส. ของพรรคภูมิใจไทยเข้าไป เรื่องต่างๆ จะเป็นหน้าที่ของตน โดย 1. เรื่องชายแดนไม่ต้องห่วง 2. เรื่องการค้า ราคาข้าว ราคามันสำปะหลังขึ้นแน่นอน 3. ปราบปรามยาเสพติด ปราบปรามสแกมเมอร์ เชือดหมดทุกราย และ 4. เลือกกานต์กลับเข้าไปเป็น สส. อีกครั้ง

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงท้ายการปราศรัย สุดารัตน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ถือว่าพ่อแม่พี่น้องคือเทวดาของตัวเอง เทวดาเอ้ย เข้าคูหากาเบอร์ 1 เด้อ

 

ขณะที่ภายหลังการปราศรัยเสร็จสิ้น อนุทิน ได้ลงจากเวที หลังมีประชาชนมารอจับมือด้านหน้าเวทีจำนวนมาก จึงเดินทักทายและร่วมถ่ายภาพกับประชาชน

 

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปราศรัยเว้าภาษาอีสานต่อหน้าประชาชนที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อช่วยหาเสียงให้ สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ 1อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปราศรัยเว้าภาษาอีสานต่อหน้าประชาชนที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อช่วยหาเสียงให้ สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ 2อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปราศรัยเว้าภาษาอีสานต่อหน้าประชาชนที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อช่วยหาเสียงให้ สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ 3อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปราศรัยเว้าภาษาอีสานต่อหน้าประชาชนที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อช่วยหาเสียงให้ สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ 4อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปราศรัยเว้าภาษาอีสานต่อหน้าประชาชนที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อช่วยหาเสียงให้ สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ 6อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปราศรัยเว้าภาษาอีสานต่อหน้าประชาชนที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อช่วยหาเสียงให้ สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ 7อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปราศรัยเว้าภาษาอีสานต่อหน้าประชาชนที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อช่วยหาเสียงให้ สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ 8อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปราศรัยเว้าภาษาอีสานต่อหน้าประชาชนที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อช่วยหาเสียงให้ สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ 9อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปราศรัยเว้าภาษาอีสานต่อหน้าประชาชนที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อช่วยหาเสียงให้ สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ 10
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทินเว้าอีสานซื้อใจคนอุบลฯ เลือก ‘กานต์หลานรัก’ เข้าสภา อยากได้อะไรพร้อมเซ็นกระดาษเปล่า เห็นชอบล่วงหน้า ชูศุภจีขายของ มั่นใจหากได้กลับมาอีก ราคาข้าวจะไม่ตก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ประวิตร กินก๋วยเตี๋ยวร้าน ‘น็อต วรฤทธิ์’ ชูบางนา-พระโขนง เขตปกครองพิเศษ ยัน พปชร.ไม่แก้รัฐธรรมนูญ https://thestandard.co/prawit-wattana-bangna-phrakhanong-zone/ Mon, 26 Jan 2026 08:25:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1169610 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รับประทานก๋วยเตี๋ยวกับวัฒนา เซ่งไพเราะ ที่ร้านลูกโต้งชลวัวของน็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ ท่ามกลางประชาชน

วันนี้ (26 มกราคม) เวลา 11.45 น. วัฒนา เซ่งไพเราะ ผู้สม […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ประวิตร กินก๋วยเตี๋ยวร้าน ‘น็อต วรฤทธิ์’ ชูบางนา-พระโขนง เขตปกครองพิเศษ ยัน พปชร.ไม่แก้รัฐธรรมนูญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รับประทานก๋วยเตี๋ยวกับวัฒนา เซ่งไพเราะ ที่ร้านลูกโต้งชลวัวของน็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ ท่ามกลางประชาชน

วันนี้ (26 มกราคม) เวลา 11.45 น. วัฒนา เซ่งไพเราะ ผู้สมัคร สส.กรุงเทพ เขต 23 บางนา-พระโขนง พรรคพลังประชารัฐ ร่วมรับประทานก๋วยเตี๋ยวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ ที่ร้านก๋วยเตี๋ยว ‘ลูกโต้งชลวัว’ บางนา-ตราด ซอย 23 ของ น็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ ดารา พิธีกรชื่อดัง ซึ่งมีพี่น้องประชาชนเข้ามาขอถ่ายภาพอย่างต่อเนื่อง

 

วัฒนา กล่าวภายหลังร่วมรับประทานก๋วยเตี๋ยวกับ พล.อ.ประวิตร ว่า พล.อ.ประวิตรให้กำลังใจในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ทั้งนี้ วัฒนา เน้นว่า ตนเป็นคนในพื้นที่นี้มาตั้งแต่เกิด แม่เป็นคนบางนา พ่อเป็นคนพระโขนง เราอยู่ที่นี่มา 3 ชั่วอายุคนแล้ว คราวนี้กลับมาเพื่อต้องการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดความยั่งยืน เนื่องจากพื้นที่บางนา-พระโขนง เป็นที่เดียวที่มีรถไฟฟ้า 2 สายขนานกันอยู่แล้ว ระยะทาง 3 กิโลเมตร ซึ่งอยากให้ประชาชนที่เป็นเจ้าของพื้นที่เดิมได้ร่วมกันพัฒนายกระดับเป็นลักษณะเขตปกครองพิเศษ ที่เกิดขึ้นตามแนวรถไฟฟ้า ซึ่งผู้อยู่อาศัยเป็นกลุ่มมีกำลังซื้อสูง เพื่อทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไป

 

วัฒนา กล่าวต่อว่า พรรคพลังประชารัฐยังเน้นเรื่องความมั่นคงและการปกป้องสถาบันหลักของชาติ และเป็นพรรคการเมืองที่ไม่มีผลประโยชน์ของนายทุนพรรค ขณะเดียวกันเป็นพรรคที่ริเริ่มโครงการ “คนละครึ่ง” ซึ่งเป็นนโยบายที่ดีแน่นอน เพราะแม้แต่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ยังนำใช้

 

อย่างไรก็ตาม เรื่องรัฐธรรมนูญ วัฒนา ย้ำจุดยืนว่า พรรคพลังประชารัฐไม่แก้รัฐธรรมนูญ ยอมรับว่ารัฐธรรมนูญสามารถแก้ได้ แต่ไม่ใช่แก้ทั้งฉบับ

 

“มีนักการเมืองบอกว่ารัฐธรรมนูญแก้ยาก ก็แน่นอน รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายใช้ปกครองประเทศก็ต้องแก้ยากเป็นธรรมดา แต่การระบุว่าจะแก้ทั้งฉบับโดยไม่รู้จะแก้ตรงไหนบ้าง มันก็ช่วยไม่ได้ที่จะทำให้ประชาชนเกิดความหวาดระแวง” วัฒนา กล่าว

 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รับประทานก๋วยเตี๋ยวกับวัฒนา เซ่งไพเราะ ที่ร้านลูกโต้งชลวัวของน็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ ท่ามกลางประชาชน 1พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รับประทานก๋วยเตี๋ยวกับวัฒนา เซ่งไพเราะ ที่ร้านลูกโต้งชลวัวของน็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ ท่ามกลางประชาชน 2พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รับประทานก๋วยเตี๋ยวกับวัฒนา เซ่งไพเราะ ที่ร้านลูกโต้งชลวัวของน็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ ท่ามกลางประชาชน 3พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รับประทานก๋วยเตี๋ยวกับวัฒนา เซ่งไพเราะ ที่ร้านลูกโต้งชลวัวของน็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ ท่ามกลางประชาชน 4
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ประวิตร กินก๋วยเตี๋ยวร้าน ‘น็อต วรฤทธิ์’ ชูบางนา-พระโขนง เขตปกครองพิเศษ ยัน พปชร.ไม่แก้รัฐธรรมนูญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : เทียบฟอร์ม 3 พรรคใหญ่งัด ‘คนละครึ่ง’ สู้ศึกเลือกตั้ง 69 แต่ละพรรคแจกเท่าไร-ใครได้สิทธิบ้าง? https://thestandard.co/3-parties-half-half-battle/ Wed, 21 Jan 2026 09:29:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1167757 เทียบฟอร์ม 3 พรรคใหญ่งัด ‘คนละครึ่ง’ สู้ศึกเลือกตั้ง 69 แต่ละพรรคแจกเท่าไร-ใครได้สิทธิบ้าง?

ในภาวะที่รายได้คนไทยโตไม่ทันค่าใช้จ่าย ท่ามกลางการคาดกา […]

The post เลือกตั้ง 2569 : เทียบฟอร์ม 3 พรรคใหญ่งัด ‘คนละครึ่ง’ สู้ศึกเลือกตั้ง 69 แต่ละพรรคแจกเท่าไร-ใครได้สิทธิบ้าง? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทียบฟอร์ม 3 พรรคใหญ่งัด ‘คนละครึ่ง’ สู้ศึกเลือกตั้ง 69 แต่ละพรรคแจกเท่าไร-ใครได้สิทธิบ้าง?

ในภาวะที่รายได้คนไทยโตไม่ทันค่าใช้จ่าย ท่ามกลางการคาดการณ์ที่ว่า การบริโภคในปีนี้น่าจะชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า พรรคการเมืองใหญ่ๆ ต่างพากันออกมาประกาศว่า จะใช้นโยบาย ‘คนละครึ่ง’ เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ แต่มีรายละเอียดวงเงิน เงื่อนไขการอุดหนุน และกลุ่มตัวอย่างที่ต่างกันไป

 

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย แนะรัฐบาลใหม่ควรปรับลดวงเงินงบประมาณลง และจำกัดกลุ่มเป้าหมาย (Target) มากขึ้น ท่ามกลางฐานะการคลังที่ยังมีความเสี่ยง พร้อมทั้งควรต้องมีมาตรการอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย ไม่ใช่แค่ช่วยลดภาระค่าครองชีพเท่านั้น แต่ต้องช่วยเพิ่มรายได้ของประชาชนในระยะกลางหรือยาวด้วย

 

รู้จักนโยบายคนละครึ่ง ‘ยิ่งกว่าพลัส 70:30’ ของพรรคเพื่อไทยเบอร์ 9

 

ขณะที่พรรคเพื่อไทยประกาศนโยบายคนละครึ่ง ‘ยิ่งกว่าพลัส 70:30’ โดยหวังว่าจะดึงกำลังซื้อกลับมาอย่างรวดเร็วด้วยสูตร 70:30 (รัฐจะช่วยอุดหนุนในอัตรา 70% และประชาชนสมทบเพียง 30%) โดยจะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชั่น ‘เป๋าตัง’ เป็นหลัก

 

โดยแนวคิดเบื้องหลังสูตร 70:30 มาจาก “บริบทเศรษฐกิจปัจจุบัน รายได้คนส่วนใหญ่ยังฝืดเคือง การให้ประชาชนควักเงินครึ่งหนึ่งเท่าเดิมจึงกระตุ้นเศรษฐกิจไม่พอ จำเป็นต้องเพิ่มสัดส่วนการช่วยเหลือ เพื่อให้เม็ดเงินกระจายสู่ประชาชนและร้านค้ารายย่อยมากขึ้น” พรรคเพื่อไทยระบุ

 

โดยนโยบายคนละครึ่ง ‘ยิ่งกว่าพลัส 70:30’ ของพรรคเพื่อไทยมีกลุ่มเป้าหมายดังนี้ บุคคลสัญชาติไทยผู้มีอายุ 16 ปีขึ้นไป โดยแบ่งเป็น

 

  • กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ราว 13.5 ล้านคน
  • กลุ่มผู้ยื่นแบบภาษีราว 12 ล้านคน
  • กลุ่มผู้ไม่ยื่นแบบภาษีราว 28 ล้านคน

 

จับตา ‘คนละครึ่ง พลัส’ เฟส 2 ของพรรคภูมิใจไทย เบอร์ 37

 

ทางด้านพรรคภูมิใจไทย ยังคงยืนยันเดินหน้านโยบาย ‘คนละครึ่ง พลัส’ เฟส 2 โดยในวันแถลงนโยบายของพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 อนุทิน ชาญวีรกูล ได้กล่าวว่า ตนติดหนี้ประชาชนอีก 2,400 บาท ดังนั้น จึงขอโอกาสให้พรรคภูมิใจไทยใช้หนี้ผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส

 

“เราทำโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งแน่นอนนะครับ ผมทราบดีว่าผมยังติดพี่น้องประชาชนอยู่คนละ 2,400 บาท ดังนั้น ขอให้ผมได้มีโอกาสใช้หนี้ท่านเถอะครับ ขอให้พรรคภูมิใจไทยได้มีโอกาสกลับมาชำระหนี้ให้กับพวกท่าน ซึ่งแน่นอนว่าโครงการนี้จะต้องกลับมาแบบไม่ธรรมดา เพราะมันจะต้องมีคำว่า Plus กลับมาด้วย” อนุทินกล่าว

 

โดยตามข้อมูลจากเว็บไซต์พรรคภูมิใจไทยระบุว่า เนื่องจากความสำเร็จของเฟสแรก อนุทินจึงได้แสดงความพยายามที่จะผลักดัน ‘คนละครึ่งพลัส เฟส 2’ เพื่อสานต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป เพราะโครงการนี้ตอบโจทย์แก้ปัญหาปากท้อง และการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างรวดเร็ว และเห็นผลในทางปฏิบัติ ดังนี้

 

  • ลดรายจ่ายทันที: ประชาชนรู้สึกถึงประโยชน์เชิงรูปธรรมทันที เพราะรัฐช่วยออกค่าใช้จ่ายให้ครึ่งหนึ่ง (50%) ทำให้การจับจ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าอาหาร เครื่องดื่ม หรือสินค้าอุปโภค-บริโภค มีราคาถูกลง
  • รู้สึกคุ้มค่า: การได้รับเงินสนับสนุนเป็นวงเงินรวมต่อคน ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าได้รับสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้ และคุ้มค่าในการใช้งาน
  • เงินหมุนเวียนในชุมชน: โครงการนี้บังคับให้เงินไปสู่ร้านค้ารายย่อย ร้านอาหารขนาดเล็ก หรือหาบเร่แผงลอยในชุมชน ทำให้ร้านค้าเหล่านี้มียอดขายเพิ่มขึ้น และมีสภาพคล่องทางการเงิน
  • ครอบคลุมหลายกลุ่ม: โครงการนี้มีการออกแบบให้ครอบคลุมทั้งผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ได้รับเงินช่วยเหลือเป็นพิเศษ) และประชาชนทั่วไป (ได้รับสิทธิ์ 50:50) รวมถึงขยายฐานไปยัง กลุ่ม Gen Y (วัยทำงานตอนต้น) ทำให้หลายกลุ่มรู้สึกว่าได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง และเป็นธรรม
  • ใช้งานง่าย: ระบบการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันมือถือ (เช่น เป๋าตัง) ที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนคุ้นชิน และสามารถใช้สิทธิ์ได้ง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน
  • เพิ่มวงเงิน: การเพิ่มวงเงินสนับสนุนจากรัฐบาลให้มากขึ้นกว่าโครงการเดิม ถือเป็นการตอบสนองความต้องการของประชาชนที่ต้องการกำลังซื้อที่สูงขึ้น
  • รางวัลแก่ผู้เสียภาษี: การให้สิทธิ์วงเงินที่สูงขึ้นแก่กลุ่มผู้เสียภาษี ถูกมองว่าเป็นการให้ “รางวัล” แก่ประชาชนที่ทำตามหน้าที่ ทำให้เกิดความรู้สึกเชิงบวกต่อความแตกต่างของสิทธิ์ที่ได้รับ

 

รู้จัก ‘คนละครึ่ง + หวยใบเสร็จ’ ของพรรคประชาชน เบอร์ 46

 

ด้านพรรคประชาชน เตรียมทำโครงการ ‘คนละครึ่ง’ พ่วง ‘ หวยใบเสร็จ’ โดยมีวิธีการ คือ พรรคประชาชนจะเติมเงิน ‘คนละครึ่ง’ ให้ประชาชนวงเงินคนละ 1,000 บาท โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายเบื้องต้นอยู่ที่ 12 ล้านคน

 

โดยหากประชาชนนำเงินไปใช้จ่ายกับร้านค้า SME ครบ 500 บาท (สะสมจากหลายร้านได้) ผ่านแอปฯ ‘เป๋าตัง’ หรือแอปธนาคารที่ร่วมโครงการ จะได้รับหวยใบเสร็จ (เลข 3 ตัว) 1 ใบ เพื่อลุ้นรางวัลได้ทุกครึ่งเดือน (วันที่ 1 และ 16) สูงสุด 20 ใบต่อเดือนอีก 1 ต่อ

 

ด้าน ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ฝ่ายนโยบาย และแคนดิเดตลำดับที่ 2 กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ในศึกการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชนก็มีมาตรการกระตุ้นการบริโภคอย่าง มาตรการ ‘คนละครึ่ง’ เช่นกัน โดยเบื้องต้น อาจกำหนดอัตราการให้เงินอุดหนุนในสัดส่วน 50:50 (รัฐจ่าย 50 บาท ประชาชน 50 บาท)

 

“ต้องเข้าใจก่อนว่า การบริโภคในปีหน้าอาจโตไม่ถึง 2% ดังนั้น การกระตุ้นการบริโภคในระยะสั้นคงจะต้องมี เพื่อประคองเศรษฐกิจในฝั่งอุปสงค์เอาไว้” ศิริกัญญากล่าว

 

นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังเตรียมปรับปรุงเงื่อนไขของมาตรการคนละครึ่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของโครงการ เช่น การกำหนดค่าใช้จ่ายขั้นต่ำต่อวัน ไม่ใช่ขั้นสูง

 

ย้ำพ่วง ‘หวยใบเสร็จ’ กุญแจดัน SME เข้าสู่ระบบ

 

ศิริกัญญากล่าวย้ำว่า สิ่งสำคัญของโครงการ ‘คนละครึ่ง’ ของพรรคประชาชน คือจะพ่วงกับนโยบาย ‘หวยใบเสร็จ’ ไปด้วย เนื่องจากคนละครึ่งจะเป็นมาตรการระยะสั้นๆ โดยอาจจะดำเนินในเวลาแค่เพียง 2 เดือน (ขึ้นกับบริบทเศรษฐกิจขณะนั้น) แต่หวยใบเสร็จจะอยู่ไปยาวๆ เพื่อดึง SME เข้าสู่ระบบ

 

ศิริกัญญากล่าวต่อว่า พรรคประชาชนยังมีนโยบายดึง SME เข้าสู่ระบบอีกมาก รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นๆ เพิ่มเติม เช่น การได้รับส่วนลดทางภาษี (Tax Rebate) ให้กลับมายกระดับธุรกิจของตัวเอง ไปจนถึงนโยบายเพิ่มสิทธิหักค่าใช้จ่าย จากเดิมอัตรา 60% เป็นสูงสุด 90% (สำหรับรายได้ไม่เกิน 5.4 ล้านบาทต่อปี) ไปถึงการเพิ่มเพดานเกณฑ์ยอดขายต่อปีที่จะต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่ม จากเดิม 1.8 ล้านบาทต่อปี เป็น 3.6 ล้านบาทต่อปี เป็นต้น

 

KResearch คาดการบริโภคปีนี้จ่อชะลอตัวลง แต่ไม่ถึงกับติดลบ

 

ณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด (KResearch) กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH โดยระบุว่า การบริโภคของภาคครัวเรือนคาดว่าจะชะลอตัวลงในปี 2569 เนื่องจากระดับหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง และการบริโภคสินค้าคงทน เช่น รถยนต์ ก็ยังหดตัว นอกจากนี้ แม้การบริโภคสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันก็เริ่มชะลอลง แม้ยังเป็นบวกอยู่ เนื่องจากคนเริ่มมีกำลังซื้อจำกัดมากขึ้นตามสภาพเศรษฐกิจ

 

โดยณัฐพรยังคาดว่า การบริโภคครัวเรือนไตรมาสแรกของปีนี้น่าจะชะลอตัวลง เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2568 ซึ่งเคยมีมาตรการ ‘ช้อปดี มีคืน’

 

สำหรับการบริโภคของภาคเอกชนทั้งปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ขยายตัวเพียง 1.8% ชะลอตัวลงจากประมาณการการบริโภคของภาคเอกชนในปี 2568 ที่ 2.6%

 

แนะรัฐบาลใช้งบประมาณลดลง-มุ่งเป้ามากขึ้น เหตุการคลังยังเสี่ยง

 

ณัฐพรยังมองว่า เนื่องจากพรรคการเมืองต่างๆ หาเสียงมาตรการคนละครึ่งไปแล้ว ดังนั้นก็ควรต้องทำต่อไป อย่างไรก็ดี ณัฐพรเตือนว่า รัฐบาลควรระมัดระวังว่า ถ้าทำบ่อยๆ ประสิทธิภาพประสิทธิผลก็จะค่อยๆ ลดลง ดังนั้นถ้ารัฐบาลจะทำก็ควรต้องมีมาตรการอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย ไม่ใช่แค่ช่วยลดภาระค่าครองชีพเท่านั้น แต่ต้องช่วยเพิ่มรายได้ของประชาชนในระยะกลางหรือยาวด้วย

 

นอกจากนี้ ณัฐพรยังแนะอีกว่า รัฐบาลควรต้องคำนึงถึงข้อจำกัดทางการคลังที่มี ดังนั้นจึงควรลดงบประมาณที่ต้องใช้สำหรับมาตรการระยะสั้นนี้ลง รวมทั้งวางแผนจำกัดกลุ่มเป้าหมาย (Target) มากขึ้น

 

ทั้งนี้ ตามแผนการคลังระยะปานกลาง ซึ่งมีความพยายามจะลดการขาดดุลทางการคลังลง หนี้สาธารณะต่อ GDP ก็น่าจะถึงเพดานที่ 70% ต่อ GDP ได้ภายใน 2 ปีข้างหน้า ท่ามกลางภาวะที่สถาบันจัดอันดับเครดิตชั้นนำอย่าง Moody’s และ Fitch Rating ปรับลดมุมมองอันดับความน่าเชื่อถือไทยเป็นติดลบ (Negative Outlook)

 

ณัฐพรยังกล่าวเตือนทิ้งท้ายว่า “ถ้ามองข้ามช็อตไปปีหน้าๆ รัฐบาลก็ต้องยอมรับให้ได้ว่า ถ้ามีมาตรการกระตุ้นการบริโภคในปีนี้ แต่ปีหน้าหรือปีถัดไป ‘ไม่มี’ เพราะเจอข้อจำกัดทางการคลัง ก็ต้องยอมรับว่า การบริโภคจะชะลอลง”

 

เทียบฟอร์ม 3 พรรคใหญ่งัด ‘คนละครึ่ง’ สู้ศึกเลือกตั้ง 69 แต่ละพรรคแจกเท่าไร-ใครได้สิทธิบ้าง? 1

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และ รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ ได้ที่ https://thestandard.co/election2569/

 

The post เลือกตั้ง 2569 : เทียบฟอร์ม 3 พรรคใหญ่งัด ‘คนละครึ่ง’ สู้ศึกเลือกตั้ง 69 แต่ละพรรคแจกเท่าไร-ใครได้สิทธิบ้าง? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน นำภูมิใจไทยลงพื้นที่ตลาดวังหลัง รับฟังเสียงพ่อค้าแม่ค้าหนุน ‘คนละครึ่ง’ ไปต่อ บอกตอนนั้นมอบคะแนนให้ลุงตู่ ตอนนี้ให้น้องหนู https://thestandard.co/anutin-visits-wang-lang-half-half/ Sun, 18 Jan 2026 09:00:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1166538 อนุทิน นำ ภูมิใจไทย ลงพื้นที่ ตลาดวังหลัง รับฟังเสียงพ่อค้าแม่ค้าหนุน ‘คนละครึ่ง’ ไปต่อ บอกตอนนั้นมอบคะแนนให้ ลุงตู่ ตอนนี้ให้ น้องหนู

วันนี้ (18 มกราคม) อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไท […]

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน นำภูมิใจไทยลงพื้นที่ตลาดวังหลัง รับฟังเสียงพ่อค้าแม่ค้าหนุน ‘คนละครึ่ง’ ไปต่อ บอกตอนนั้นมอบคะแนนให้ลุงตู่ ตอนนี้ให้น้องหนู appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน นำ ภูมิใจไทย ลงพื้นที่ ตลาดวังหลัง รับฟังเสียงพ่อค้าแม่ค้าหนุน ‘คนละครึ่ง’ ไปต่อ บอกตอนนั้นมอบคะแนนให้ ลุงตู่ ตอนนี้ให้ น้องหนู

วันนี้ (18 มกราคม) อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย วันนี้ (18 มกราคม) พรรคภูมิใจไทยลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดวังหลัง นำโดย สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย ศุภมาส อิศรภักดี แกนนำพรรค, เอกนัฏ พร้อมพันธุ์, วราวุธ ศิลปอาชา และ พัฒนา พร้อมพัฒน์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ร่วมลงพื้นที่พบปะประชาชน โดยมี ศุภิกา พัฒน์ธนันภู ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคภูมิใจไทย และ ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา ร่วมคณะหาเสียงด้วย

 

บรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าในตลาดให้ความสนใจเข้ามาทักทายและขอถ่ายรูปกับแกนนำพรรคอย่างต่อเนื่อง ทำให้ขบวนหาเสียงเคลื่อนไปอย่างช้า ๆ โดยทีมผู้สมัครและแกนนำพรรคได้หยุดพูดคุย รับฟังปัญหา และทักทายประชาชนตามร้านค้าต่าง ๆ ตลอดเส้นทาง

 

พ่อค้าแม่ค้าหลายรายสะท้อนความเห็นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ และแสดงความคาดหวังต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่ง พร้อมฝากให้พรรคผลักดันนโยบายที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

 

นอกจากนี้ แกนนำพรรคยังได้แนะนำทีมผู้สมัครและบุคคลสำคัญของพรรคให้ประชาชนรู้จัก พร้อมสอบถามความคิดเห็นของพ่อค้าแม่ค้าในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาชายแดนและการค้าขาย โดยประชาชนส่วนใหญ่สะท้อนมุมมองอย่างตรงไปตรงมา

 

พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ ต่างขอให้อนุทินสานต่อโครงการคนละครึ่ง ซึ่งอนุทินบอกว่าโครงการคนละครึ่งจะกลับมา พร้อมบอกด้วยว่า รอโครงการคนละครึ่ง

 

อนุทินยังได้แนะนำสีหศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่เอาไปสู้กับกัมพูชา พร้อมสอบถามแม่ค้าว่า ให้เปิดด่านหรือไม่ โดยแม่ค้าบอกว่า ไม่เปิด

 

ขณะที่อนุทิน แวะร้านขายของชาวบ้านบอกว่า “ตอนนั้นให้ลุงตู่” อนุทินบอกว่า “ตอนนี้ให้น้องหนู”

 

นอกจากนี้อนุทิน ยังได้เดินแวะร้านขายตุ๊กตา โดยได้บอกทีมงานให้ขอเบอร์ร้านตุ๊กตาเอาไว้ วันหลังไปเยี่ยมเด็กๆ จะได้มาซื้อ

 

อนุทิน นำ ภูมิใจไทย ลงพื้นที่ ตลาดวังหลัง รับฟังเสียงพ่อค้าแม่ค้าหนุน ‘คนละครึ่ง’ ไปต่อ บอกตอนนั้นมอบคะแนนให้ ลุงตู่ ตอนนี้ให้ น้องหนู 1อนุทิน นำ ภูมิใจไทย ลงพื้นที่ ตลาดวังหลัง รับฟังเสียงพ่อค้าแม่ค้าหนุน ‘คนละครึ่ง’ ไปต่อ บอกตอนนั้นมอบคะแนนให้ ลุงตู่ ตอนนี้ให้ น้องหนู 2อนุทิน นำ ภูมิใจไทย ลงพื้นที่ ตลาดวังหลัง รับฟังเสียงพ่อค้าแม่ค้าหนุน ‘คนละครึ่ง’ ไปต่อ บอกตอนนั้นมอบคะแนนให้ ลุงตู่ ตอนนี้ให้ น้องหนู 3อนุทิน นำ ภูมิใจไทย ลงพื้นที่ ตลาดวังหลัง รับฟังเสียงพ่อค้าแม่ค้าหนุน ‘คนละครึ่ง’ ไปต่อ บอกตอนนั้นมอบคะแนนให้ ลุงตู่ ตอนนี้ให้ น้องหนู 4อนุทิน นำ ภูมิใจไทย ลงพื้นที่ ตลาดวังหลัง รับฟังเสียงพ่อค้าแม่ค้าหนุน ‘คนละครึ่ง’ ไปต่อ บอกตอนนั้นมอบคะแนนให้ ลุงตู่ ตอนนี้ให้ น้องหนู 5อนุทิน นำ ภูมิใจไทย ลงพื้นที่ ตลาดวังหลัง รับฟังเสียงพ่อค้าแม่ค้าหนุน ‘คนละครึ่ง’ ไปต่อ บอกตอนนั้นมอบคะแนนให้ ลุงตู่ ตอนนี้ให้ น้องหนู 6อนุทิน นำ ภูมิใจไทย ลงพื้นที่ ตลาดวังหลัง รับฟังเสียงพ่อค้าแม่ค้าหนุน ‘คนละครึ่ง’ ไปต่อ บอกตอนนั้นมอบคะแนนให้ ลุงตู่ ตอนนี้ให้ น้องหนู 7อนุทิน นำ ภูมิใจไทย ลงพื้นที่ ตลาดวังหลัง รับฟังเสียงพ่อค้าแม่ค้าหนุน ‘คนละครึ่ง’ ไปต่อ บอกตอนนั้นมอบคะแนนให้ ลุงตู่ ตอนนี้ให้ น้องหนู 8อนุทิน นำ ภูมิใจไทย ลงพื้นที่ ตลาดวังหลัง รับฟังเสียงพ่อค้าแม่ค้าหนุน ‘คนละครึ่ง’ ไปต่อ บอกตอนนั้นมอบคะแนนให้ ลุงตู่ ตอนนี้ให้ น้องหนู 9อนุทิน นำ ภูมิใจไทย ลงพื้นที่ ตลาดวังหลัง รับฟังเสียงพ่อค้าแม่ค้าหนุน ‘คนละครึ่ง’ ไปต่อ บอกตอนนั้นมอบคะแนนให้ ลุงตู่ ตอนนี้ให้ น้องหนู 10อนุทิน นำ ภูมิใจไทย ลงพื้นที่ ตลาดวังหลัง รับฟังเสียงพ่อค้าแม่ค้าหนุน ‘คนละครึ่ง’ ไปต่อ บอกตอนนั้นมอบคะแนนให้ ลุงตู่ ตอนนี้ให้ น้องหนู 11

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และ รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ ได้ที่ https://thestandard.co/election2569/

 

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน นำภูมิใจไทยลงพื้นที่ตลาดวังหลัง รับฟังเสียงพ่อค้าแม่ค้าหนุน ‘คนละครึ่ง’ ไปต่อ บอกตอนนั้นมอบคะแนนให้ลุงตู่ ตอนนี้ให้น้องหนู appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ‘อนุทิน’ ขอคะแนนชาวชุมพรขอเป็นเขยระนองที่รักคนใต้ ยันลุยต่อคนละครึ่ง มั่นใจได้ สส. ยกจังหวัด https://thestandard.co/anutin-chumphon-ranong-halfhalf-win/ Sat, 17 Jan 2026 04:53:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1166246 ‘อนุทิน’ ขอคะแนนชาวชุมพรขอเป็นเขยระนองที่รักคนใต้ ยันลุยต่อ คนละครึ่ง มั่นใจได้ สส. ยกจังหวัด

วันนี้ (17 มกราคม) เมื่อเวลา 09.00 น.อนุทิน ชาญวีรกูล ห […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ‘อนุทิน’ ขอคะแนนชาวชุมพรขอเป็นเขยระนองที่รักคนใต้ ยันลุยต่อคนละครึ่ง มั่นใจได้ สส. ยกจังหวัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘อนุทิน’ ขอคะแนนชาวชุมพรขอเป็นเขยระนองที่รักคนใต้ ยันลุยต่อ คนละครึ่ง มั่นใจได้ สส. ยกจังหวัด

วันนี้ (17 มกราคม) เมื่อเวลา 09.00 น.อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย ธนนนท์ นิรามิษ ภรรยา และเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แกนนำพรรค เดินทางถึงสนามบินชุมพรเพื่อลงพื้นที่หาเสียง โดยมีผู้สมัคร สส. จังหวัดชุมพร พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีตรมช.เกษตรฯ และชุมพล จุลใส (ลูกหมี) ให้การต้อนรับ

 

จากนั้น อนุทินและคณะได้เดินทางไปยังตลาดเทศบาลตำบลท่าแซะ เพื่อช่วยกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ ผู้สมัครเขต 2 หาเสียง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเป็นกันเอง พ่อค้าแม่ค้าในตลาดต่างเข้ามามอบดอกไม้และพระเครื่องให้เพื่อเป็นกำลังใจ พร้อมทั้งชื่นชมผลงานโครงการคนละครึ่ง ซึ่งอนุทินได้ทำท่าสัญลักษณ์ พลัส (+) ตอบรับ

 

อนุทิน ได้ขึ้นรถปราศรัยขอบคุณชาวท่าแซะ โดยระบุว่ารู้สึกอบอุ่นใจกับการต้อนรับครั้งนี้ และขอโอกาสให้ผู้สมัครของพรรคทั้ง 3 เขต ซึ่งล้วนเป็นผู้สมัครที่มีคุณภาพและได้เบอร์ 4 เหมือนกันทั้งหมด พร้อมย้ำให้เลือกพรรคเบอร์ 37 เพื่อให้อนุทินเข้าไปทำงานสานต่อโครงการต่างๆ

 

“คนละครึ่ง เฟส 2 มาแน่นอน รวมถึงเรื่องสวัสดิการ อสม. และผู้สูงอายุ อะไรที่ให้สัญญาไว้ พรรคภูมิใจไทยจะทำตามทั้งหมด เพราะเรายึดถือหลักการพูดแล้วทำ” อนุทิน กล่าว

 

ในช่วงหนึ่งของการปราศรัย อนุทินได้กล่าวติดตลกถึงความสัมพันธ์กับพื้นที่ภาคใต้ว่า นึกว่าวันนี้มาขอลูกสาวชาวชุมพรแต่งงาน แต่จริงๆ ผมขอลูกสาวชาวระนองไปแล้ว ถึงผมจะเป็นเขยระนอง แต่หัวใจก็อยู่ที่ชุมพรด้วย พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่เป็นผู้ประสานงานนำทีมงานคุณภาพในพื้นที่มาเสริมทัพพรรคให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

 

อนุทินทิ้งท้ายด้วยความมั่นใจว่า หากพรรคภูมิใจไทยสามารถกวาดเก้าอี้ สส. ได้ยกจังหวัดชุมพร จะสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะพยายามพูดภาษาใต้ทิ้งท้ายว่า “ยังแหลงบ่ฉับ” (ยังพูดไม่ชัด)

 

‘อนุทิน’ ขอคะแนนชาวชุมพรขอเป็นเขยระนองที่รักคนใต้ ยันลุยต่อ คนละครึ่ง มั่นใจได้ สส. ยกจังหวัด 1‘อนุทิน’ ขอคะแนนชาวชุมพรขอเป็นเขยระนองที่รักคนใต้ ยันลุยต่อ คนละครึ่ง มั่นใจได้ สส. ยกจังหวัด 2‘อนุทิน’ ขอคะแนนชาวชุมพรขอเป็นเขยระนองที่รักคนใต้ ยันลุยต่อ คนละครึ่ง มั่นใจได้ สส. ยกจังหวัด 3‘อนุทิน’ ขอคะแนนชาวชุมพรขอเป็นเขยระนองที่รักคนใต้ ยันลุยต่อ คนละครึ่ง มั่นใจได้ สส. ยกจังหวัด 4

The post เลือกตั้ง 2569 : ‘อนุทิน’ ขอคะแนนชาวชุมพรขอเป็นเขยระนองที่รักคนใต้ ยันลุยต่อคนละครึ่ง มั่นใจได้ สส. ยกจังหวัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ยศชนันยิ้มรับโพลนายกฯ อันดับ 1 มั่นใจกวาดที่นั่งเชียงใหม่-ลำพูน ยกจังหวัด ​ตอบศิริกัญญา ‘คนไทยไร้จน’ ช่วยดูแลศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ https://thestandard.co/yoschanan-pm-poll-sweep-dignity/ Fri, 09 Jan 2026 08:00:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1163335 ยศชนันยิ้มรับโพลนายกฯ อันดับ 1 มั่นใจกวาดที่นั่งเชียงใหม่-ลำพูน ยกจังหวัด ​ตอบ ศิริกัญญา ‘คนไทยไร้จน’ ช่วยดูแลศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

วันนี้ (9 มกราคม) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกร […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ยศชนันยิ้มรับโพลนายกฯ อันดับ 1 มั่นใจกวาดที่นั่งเชียงใหม่-ลำพูน ยกจังหวัด ​ตอบศิริกัญญา ‘คนไทยไร้จน’ ช่วยดูแลศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยศชนันยิ้มรับโพลนายกฯ อันดับ 1 มั่นใจกวาดที่นั่งเชียงใหม่-ลำพูน ยกจังหวัด ​ตอบ ศิริกัญญา ‘คนไทยไร้จน’ ช่วยดูแลศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

วันนี้ (9 มกราคม) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงผลโพลที่มีคะแนนนิยมความเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นอันดับหนึ่ง จะต้องเสริมความนิยมของพรรคอย่างไรว่า เท่าที่ดูขณะนี้มีความใกล้เคียงกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือแสดงว่าเรามาถูกทางแล้วดำเนินนโยบายที่สามารถเชื่อมโยงทุกคนได้ และพยายามสื่อสารเรื่องนโยบายใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ และสื่อสารให้ลงลึกไป เพื่อให้เห็นชัดว่า สิ่งที่เราทำเป็นสิ่งที่ประเทศฝากความหวังไว้ได้ ซึ่งยังมีเวลาอีกประมาณ 1 เดือน คิดว่ากระแสดีขึ้นเกินกว่าความคาดหมายและเห็นหนทางที่จะปรับปรุง คิดว่าถ้าได้สื่อสารนโยบายเพิ่มเติมในแต่ละพื้นที่ เชื่อว่าทุกคนจะให้โอกาสพรรคเพื่อไทย

 

ส่วนมั่นใจว่าพอที่จะดึงคะแนนเพื่อไทยกลับมาได้หรือไม่ ทั้งในพื้นที่ จังหวัดลำพูน และ จังหวัดเชียงใหม่ที่เคยเป็นพื้นที่สีแดง ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวย้ำด้วยว่า จากการลงพื้นที่ มั่นใจมากขึ้น และตนเองพยายามสื่อสารในสายตาของคนเหนือด้วยกัน ว่าเราลงพื้นที่นี้มานาน เรามองเห็นว่า สส. ครั้งที่แล้วอาจจะหายไปบ้าง แต่ไม่ได้ขาดหายไปจากพื้นที่ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ทำให้พ่อแม่พี่น้องทุกคนกลับมา และให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี และคิดว่าเราจะสามารถที่จะเหมาทั้งจังหวัดลำพูนและ จังหวัดเชียงใหม่กลับมาได้อีกครั้ง แต่ก็ประมาทไม่ได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสานต่อความเข้าใจในนโยบายที่เปิดออกไป และยังมีนโยบายที่พร้อมเปิดในช่วงท้ายด้วย ส่วนนโยบายที่เปิดออกมาเชื่อว่าจะซื้อใจคนได้เป็นกลุ่มๆ

 

เมื่อถามว่า เรื่องยาก ๆ ที่ทำไว้ คิดว่า หากหลานเข้ามาทำจะทำได้หรือไม่ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนคิดว่าพูดไปแค่นั้น ก็สะเทือนพอสมควรแล้ว

 

ส่วนนโยบายคนไทยไร้จนที่จะเข้าไปอุดหนุนผู้มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน 3,000 บาท ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า จากตัวเลขเบื้องต้นจะมีคนไทย ถึง 3.4 ล้านคน ที่มีรายได้ไม่ถึงเส้นความยากจน ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยติดเตียง บางคนเป็นผู้สูงอายุที่ไม่สามารถมีรายได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้ลูกหลานเขาพะวง เราจะมาเติมตรงนี้ มีรายได้ถึง 3,000 บาทต่อเดือน ซึ่งใช้งบประมาณไม่มากและเป็นการใช้จ่ายตรงจุด ยืนยันว่าการช่วยเหลือตรงนี้เป็นการดำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่คนไทยต้องช่วยกัน

 

ศ.ดร.ยศชนันกล่าวต่อว่า อีกนโยบายคือคนไทยในต่างแดนสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ เรื่องนี้เชื่อมโยงกับการหาแนวร่วมสนับสนุนการท่องเที่ยวไทย ผ่านทูตวัฒนธรรม ทั้งเรื่องอาหาร เรื่องนวดไทย

 

เมื่อถามว่า ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน ออกมาวิจารณ์ว่าโครงการนี้ไม่ทำให้คนไทยหายจนได้จริง ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า เราพร้อมให้การช่วยเหลือ ตอนที่เราทำโครงการ 30 บาท ก็มีคนพูดลักษณะนี้ แต่เรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เราจำเป็นต้องดูแล หากเราทำอะไรได้ในการดูแลคนไทยด้วยกัน เชื่อว่าประชาชนจะสนับสนุน และเมื่อเรามีข้อมูลที่ชัดเจน ก็จะให้หน่วยงานทางด้านเข้าไปดูแลเพิ่มรายได้ให้เขา

 

สุริยะยังกล่าวถึงนโยบายเติมเงิน โดยรัฐช่วย 70% ประชาชนออกเอง 30% มีข้อแตกต่างหรือเหมือนกันกับโครงการคนละครึ่งอย่างไรว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันก็มีการดำเนินโครงการคนละครึ่งพลัส แต่สภาพปัจจุบันก็รู้อยู่ว่าการท่องเที่ยวลดน้อยลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ทำให้ร้านค้าหรือโรงแรม ได้รับผลกระทบ หากจะหวังพึ่งคนไทยไปเที่ยวตอนนี้เศรษฐกิจรัดตัวจะหาเงินมาเติมอีก 50% ก็แทบจะไม่ไหว ฉะนั้นเราจึงคิดว่าอาจจะให้รัฐเพิ่มเป็น 70% แต่เงื่อนไขอื่นก็ยังคงเหมือนเดิม ทั้งเรื่องคุณสมบัติการเข้าร่วมโครงการ

The post เลือกตั้ง 2569 : ยศชนันยิ้มรับโพลนายกฯ อันดับ 1 มั่นใจกวาดที่นั่งเชียงใหม่-ลำพูน ยกจังหวัด ​ตอบศิริกัญญา ‘คนไทยไร้จน’ ช่วยดูแลศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุป! โครงการ ‘คนละครึ่ง พลัส’ ยอดใช้จ่ายรวม 8.4 หมื่นล้าน คาดช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 โตเพิ่ม 0.2% https://thestandard.co/summary-half-price-plus-project-has/ Thu, 01 Jan 2026 05:10:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1160750 สรุป! โครงการ ‘คนละครึ่ง พลัส’ ยอดใช้จ่ายรวม 8.4 หมื่นล้าน คาดช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 โตเพิ่ม 0.2%

สรุป! โครงการ ‘คนละครึ่ง พลัส’ หลังสิ้นสุด ณ 31 ธันวาคม […]

The post สรุป! โครงการ ‘คนละครึ่ง พลัส’ ยอดใช้จ่ายรวม 8.4 หมื่นล้าน คาดช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 โตเพิ่ม 0.2% appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุป! โครงการ ‘คนละครึ่ง พลัส’ ยอดใช้จ่ายรวม 8.4 หมื่นล้าน คาดช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 โตเพิ่ม 0.2%

สรุป! โครงการ ‘คนละครึ่ง พลัส’ หลังสิ้นสุด ณ 31 ธันวาคม 68 เวลา 23.00 น. พบมีผู้ใช้สิทธิ 19.76 ล้านราย แต่ใช้สิทธิครบเต็มจำนวน 9.21 ล้านราย ยอดใช้จ่ายผ่านโครงการฯ รวม 8.4 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น ประชาชนใช้จ่าย 4.28 หมื่นล้านบาท รัฐจ่าย 4.13 หมื่นล้านบาท คาดเพิ่ม GDP 0.2% ในปี 2568

 

วันนี้ (1 มกราคม) พงศ์นคร โภชากรณ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะผู้ช่วยโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยตัวเลขเบื้องต้นการใช้จ่ายโครงการคนละครึ่ง พลัส ที่สิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 23.00 น. โดยมีผู้ใช้สิทธิ 19.76 ล้านราย ใช้ครบเต็มจำนวน 9,211,118 ล้านราย และมียอดใช้จ่ายผ่านโครงการฯ รวม 84,185.73 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น

 

ส่วนที่ 1 เงินที่ประชาชนใช้จ่าย 42,810.64 ล้านบาท ประกอบด้วยการใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไปจำนวน 41,251.73 ล้านบาท และใช้จ่ายผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) จำนวน 1,558.91 ล้านบาท

 

ส่วนที่ 2 เงินที่รัฐร่วมจ่าย 41,375.09 ล้านบาท ประกอบด้วยการใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไปจำนวน 39,899.53 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายผ่าน Food Delivery Platform จำนวน 1,475.56 ล้านบาท และสำหรับจำนวนร้านค้าในโครงการฯ

 

จากข้อมูลสะสม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 23.00 น. มีร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลจำนวน 999,350 ราย ในจำนวนนี้เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มที่รับชำระผ่าน Food Delivery Platform จำนวน 89,799 ราย

 

ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงการคลังกล่าวเพิ่มเติมว่า ผลการดำเนินโครงการฯ แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของประชาชนและผู้ประกอบการที่มีส่วนช่วยส่งเสริมการบริโภคในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งการดำเนินโครงการฯ ทำให้มีเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจจำนวนประมาณ 84,185.73 ล้านบาท ช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 0.2% ในปี 2568 เมื่อเทียบกับกรณีไม่มีโครงการฯ

 

นอกจากนี้ เมื่อผู้บริโภคมีกำลังซื้อมากขึ้น ร้านค้าขนาดเล็กมีรายได้หมุนเวียน ได้ก่อให้เกิดการผลิต การค้าขาย การจ้างงาน และการคมนาคมขนส่ง ตามมาเป็นวงกว้าง และสามารถสร้างแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่องไปยังต้นปี 2569

The post สรุป! โครงการ ‘คนละครึ่ง พลัส’ ยอดใช้จ่ายรวม 8.4 หมื่นล้าน คาดช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 โตเพิ่ม 0.2% appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนละครึ่งพลัสวงเงินเหลืออีก 6,000 ล้าน รัฐบาลเร่งประชาชนใช้สิทธิ์ภายใน 31 ธ.ค. https://thestandard.co/copay-plus-6-billion-dec/ Tue, 30 Dec 2025 08:31:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1160188 Based on the rule: add a space before proper nouns that follow a verb, the headline remains unchanged. Heres the analysis: 1. **คนละครึ่งพลัสวงเงินเหลืออีก 6,000 ล้าน** * The verb is เหลือ (remain/left). * Following เหลือ is อีก 6,000 ล้าน (another 6,000 million). This is a quantity, not a proper noun. Therefore, no space is added. 2. **รัฐบาลเร่งประชาชนใช้สิทธิ์ภายใน 31 ธ.ค.** * The first verb is เร่ง (urge/hurry). * Following เร่ง is ประชาชน (people). This is a common noun, not a proper noun. Therefore, no space is added. * The second verb is ใช้ (use). * Following ใช้ is สิทธิ์ (rights). This is a common noun, not a proper noun. Therefore, no space is added. * 31 ธ.ค. (December 31st) is a proper noun (a specific date). However, it follows ภายใน (within/by), which is a preposition, not a verb. According to the strict interpretation of proper nouns that *follow a verb*, no space is added before 31 ธ.ค. in this context. Therefore, the reformatted headline is identical to the original: **คนละครึ่งพลัสวงเงินเหลืออีก 6,000 ล้าน รัฐบาลเร่งประชาชนใช้สิทธิ์ภายใน 31 ธ.ค.**

วันนี้ (30 ธันวาคม) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนั […]

The post คนละครึ่งพลัสวงเงินเหลืออีก 6,000 ล้าน รัฐบาลเร่งประชาชนใช้สิทธิ์ภายใน 31 ธ.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
Based on the rule: add a space before proper nouns that follow a verb, the headline remains unchanged. Heres the analysis: 1. **คนละครึ่งพลัสวงเงินเหลืออีก 6,000 ล้าน** * The verb is เหลือ (remain/left). * Following เหลือ is อีก 6,000 ล้าน (another 6,000 million). This is a quantity, not a proper noun. Therefore, no space is added. 2. **รัฐบาลเร่งประชาชนใช้สิทธิ์ภายใน 31 ธ.ค.** * The first verb is เร่ง (urge/hurry). * Following เร่ง is ประชาชน (people). This is a common noun, not a proper noun. Therefore, no space is added. * The second verb is ใช้ (use). * Following ใช้ is สิทธิ์ (rights). This is a common noun, not a proper noun. Therefore, no space is added. * 31 ธ.ค. (December 31st) is a proper noun (a specific date). However, it follows ภายใน (within/by), which is a preposition, not a verb. According to the strict interpretation of proper nouns that *follow a verb*, no space is added before 31 ธ.ค. in this context. Therefore, the reformatted headline is identical to the original: **คนละครึ่งพลัสวงเงินเหลืออีก 6,000 ล้าน รัฐบาลเร่งประชาชนใช้สิทธิ์ภายใน 31 ธ.ค.**

วันนี้ (30 ธันวาคม) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอให้ประชาชนที่ได้รับสิทธิ์คนละครึ่งพลัสและยังใช้สิทธิ์ไม่เต็มวเร่งใช้จ่าย เนื่องจากโครงการดังกล่าวเหลือเวลาอีก 2 วัน ซึ่งจะสิ้นสุดหรือปิดโครงการแล้วในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

 

ทั้งนี้ มีผู้ได้รับสิทธิ์ทั้งหมด 20 ล้านคนโดยประมาณ แต่มีผู้ใช้สิทธิ์แล้วเพียง 7 ล้านคน โดยยังมีประชาชนที่ยังใช้สิทธิ์คนละครึ่งพลัสไม่เต็มวงเงินอีก 13 ล้านคนโดยประมาณหรือคิดเป็นวงเงินที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ์อีกประมาณกว่า 6,000 ล้าน

 

“คณะรัฐมนตรีจึงขอกระตุ้นเตือนให้ประชาชนเร่งใช้จ่ายในช่วงเวลาที่เหลืออีก 2 วัน เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงส่งท้ายปีเก่า 2568”

The post คนละครึ่งพลัสวงเงินเหลืออีก 6,000 ล้าน รัฐบาลเร่งประชาชนใช้สิทธิ์ภายใน 31 ธ.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : เชียงใหม่คึกคักหลังรับสมัคร สส. ‘ประชาชน-กล้าธรรม’ สักการะครูบาศรีวิชัย ชัยธวัช นำทัพช่วยลูกทีมเขต 8 https://thestandard.co/chiang-mai-mp-people-klatham-kruba/ Sat, 27 Dec 2025 11:42:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1159206 เชียงใหม่คึกคักหลังรับสมัคร สส. ‘ประชาชน-กล้าธรรม’ สักการะ ครูบาศรีวิชัย ชัยธวัช นำทัพช่วยลูกทีมเขต 8

วันนี้ (27 ธันวาคม) ภายหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการรับสมัค […]

The post เลือกตั้ง 2569 : เชียงใหม่คึกคักหลังรับสมัคร สส. ‘ประชาชน-กล้าธรรม’ สักการะครูบาศรีวิชัย ชัยธวัช นำทัพช่วยลูกทีมเขต 8 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชียงใหม่คึกคักหลังรับสมัคร สส. ‘ประชาชน-กล้าธรรม’ สักการะ ครูบาศรีวิชัย ชัยธวัช นำทัพช่วยลูกทีมเขต 8

วันนี้ (27 ธันวาคม) ภายหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขต จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ทีมข่าว THE STANDARD รายงานบรรยากาศการเริ่มต้นหาเสียงที่เป็นไปอย่างคึกคัก โดยจุดหมายแรกของผู้สมัครส่วนใหญ่คือการเดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง

 

โดยที่ อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย อำเภอเมืองเชียงใหม่ ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน จังหวัดเชียงใหม่ ครบทั้ง 10 เขต ได้เดินทางมารวมตัวกันเพื่อกราบไหว้ขอพรเอาฤกษ์เอาชัย ในขณะเดียวกัน นเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ ผู้สมัครจาก พรรคกล้าธรรม ก็ได้เดินทางมาสักการะอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยในช่วงเวลาเดียวกัน ก่อนที่ผู้สมัครของแต่ละพรรคจะแยกย้ายกันลงพื้นที่เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนในเขตรับผิดชอบของตน

 

ในส่วนของแกนนำพรรคประชาชน ชัยธวัช ตุลาธน ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน (อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล) ได้เดินทางลงพื้นที่อำเภอหางดง เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ผู้สมัคร สส. เขต 8 โดยปักหมุดสำคัญที่งานหัตถกรรมบ้านถวาย ซึ่งเป็นแหล่งเศรษฐกิจสำคัญของชุมชน

 

ชัยธวัช กล่าวถึงสถานการณ์ของบ้านถวายว่า พื้นที่นี้เคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญและเป็นหมู่บ้าน OTOP แห่งแรกของประเทศไทย ถือเป็นศูนย์กลางงานไม้แกะสลักที่ใหญ่ที่สุดของเชียงใหม่ ในอดีตเคยมีเม็ดเงินหมุนเวียนสร้างรายได้สูงกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี แต่ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้รายได้และจำนวนร้านค้าลดลงกว่าร้อยละ 50 เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติและการส่งออกเป็นหลัก จึงจำเป็นต้องมีการฟื้นฟูอย่างรอบด้าน

 

“หากพรรคประชาชนได้รับความไว้วางใจให้เป็นรัฐบาล เราพร้อมสนับสนุนภาคการส่งออกด้วยการ ‘ผ่อนคลายกฎระเบียบ’ และขั้นตอนการขออนุญาตที่เกี่ยวข้องกับสินค้าประเภทไม้ เพื่อขจัดอุปสรรคทางการค้าให้เหลือน้อยที่สุด ควบคู่ไปกับการกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ ผ่านโครงการ ‘คนละครึ่งแบบมีเป้าหมาย’ ที่เน้นสนับสนุนสินค้า SME และงานหัตถกรรมโดยเฉพาะ เพื่อให้เม็ดเงินกระจายลงสู่ผู้ประกอบการรายย่อยอย่างตรงจุด” ชัยธวัช กล่าว

 

นอกจากนี้ ชัยธวัช ยังนำเสนอนโยบายเชิงโครงสร้าง โดยเสนอให้มีการจัดสรรงบประมาณลงสู่พื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง และเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางเพื่อแก้ปัญหาความไม่ต่อเนื่องของงบประมาณ พร้อมทั้งผลักดันการพัฒนาฝีมือแรงงานผ่านระบบคูปองอัปสกิล เพื่อฝึกทักษะใหม่โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่กำลังเผชิญปัญหาต้นทุนสูงและขาดสภาพคล่อง ให้สามารถต่อยอดธุรกิจต่อไปได้

 

เชียงใหม่คึกคักหลังรับสมัคร สส. ‘ประชาชน-กล้าธรรม’ สักการะ ครูบาศรีวิชัย ชัยธวัช นำทัพช่วยลูกทีมเขต 8 1เชียงใหม่คึกคักหลังรับสมัคร สส. ‘ประชาชน-กล้าธรรม’ สักการะ ครูบาศรีวิชัย ชัยธวัช นำทัพช่วยลูกทีมเขต 8 2เชียงใหม่คึกคักหลังรับสมัคร สส. ‘ประชาชน-กล้าธรรม’ สักการะ ครูบาศรีวิชัย ชัยธวัช นำทัพช่วยลูกทีมเขต 8 3เชียงใหม่คึกคักหลังรับสมัคร สส. ‘ประชาชน-กล้าธรรม’ สักการะ ครูบาศรีวิชัย ชัยธวัช นำทัพช่วยลูกทีมเขต 8 4เชียงใหม่คึกคักหลังรับสมัคร สส. ‘ประชาชน-กล้าธรรม’ สักการะ ครูบาศรีวิชัย ชัยธวัช นำทัพช่วยลูกทีมเขต 8 5เชียงใหม่คึกคักหลังรับสมัคร สส. ‘ประชาชน-กล้าธรรม’ สักการะ ครูบาศรีวิชัย ชัยธวัช นำทัพช่วยลูกทีมเขต 8 6เชียงใหม่คึกคักหลังรับสมัคร สส. ‘ประชาชน-กล้าธรรม’ สักการะ ครูบาศรีวิชัย ชัยธวัช นำทัพช่วยลูกทีมเขต 8 7

The post เลือกตั้ง 2569 : เชียงใหม่คึกคักหลังรับสมัคร สส. ‘ประชาชน-กล้าธรรม’ สักการะครูบาศรีวิชัย ชัยธวัช นำทัพช่วยลูกทีมเขต 8 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘คนละครึ่งพลัส’ ปลุกดัชนีอุตฯ ฟื้นรอบ 7 เดือน ส.อ.ท.ห่วงเบรกข้อตกลงสันติภาพกับกัมพูชา วิกฤตสู้รบยืดเยื้อ https://thestandard.co/half-price-plus-scheme-boosts-industrial/ Wed, 17 Dec 2025 09:26:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1155753 ‘คนละครึ่งพลัส’ ปลุกดัชนีอุตฯ ฟื้นรอบ 7 เดือน ส.อ.ท.ห่วงเบรกข้อตกลงสันติภาพกับกัมพูชา วิกฤตสู้รบยืดเยื้อ

ส.อ.ท. เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม พ.ย. 2568 เพิ […]

The post ‘คนละครึ่งพลัส’ ปลุกดัชนีอุตฯ ฟื้นรอบ 7 เดือน ส.อ.ท.ห่วงเบรกข้อตกลงสันติภาพกับกัมพูชา วิกฤตสู้รบยืดเยื้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘คนละครึ่งพลัส’ ปลุกดัชนีอุตฯ ฟื้นรอบ 7 เดือน ส.อ.ท.ห่วงเบรกข้อตกลงสันติภาพกับกัมพูชา วิกฤตสู้รบยืดเยื้อ

ส.อ.ท. เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม พ.ย. 2568 เพิ่มเป็น 89.1 ขยับขึ้นในรอบ 7 เดือน จากแรงหนุนมาตรการเศรษฐกิจ ท่องเที่ยวช่วง High Season การส่งออกข้าว G2G เบิกจ่ายงบปี 2569 ชี้ยังต้องจับตาน้ำท่วมภาคใต้ การค้าชายแดน การนำเข้าเพิ่ม และเงินบาทแข็งค่า เสี่ยงฉุดเศรษฐกิจไทย

 

 

เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนพฤศจิกายน 2568 อยู่ที่ระดับ 89.1 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 87.3 ในเดือนตุลาคม 2568 การปรับตัวเพิ่มขึ้นของดัชนีดังกล่าว เป็นผลมาจากหลายปัจจัยสำคัญ ได้แก่ มาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย

 

อาทิ โครงการ คนละครึ่งพลัส เที่ยวดีมีคืน และการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งมีส่วนช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน นอกจากนี้ การเข้าสู่ช่วง High Season ยังส่งผลเชิงบวกต่อการบริโภคสินค้า และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับภาคการท่องเที่ยว

 

ขณะเดียวกันผู้ประกอบการได้เร่งการผลิตสินค้าเพื่อตอบสนองต่อคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น สำหรับการจำหน่ายในช่วงเทศกาลส่งท้ายปี และก่อนวันหยุดยาวในเดือนธันวาคม ในส่วนของภาคการค้าการเจรจาการค้าเพื่อขยายตลาดส่งออกไทย

 

อาทิ การค้าข้าวระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล (Government-to-Government หรือ G2G) กับจีน (ปริมาณ 5 แสนตัน) และสิงคโปร์ (ปริมาณ 1 แสนตัน) มีส่วนช่วยขยายตลาดส่งออกให้เกษตรกร ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มรายได้และกำลังซื้อในระดับภูมิภาค

 

นอกจากนี้ การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 (ณ 1 ตุลาคม-21 พฤศจิกายน 2568) อยู่ที่ 24.18% จากเป้าหมาย 33% ในไตรมาส 1 ยังช่วยให้เกิดการหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ และสนับสนุนการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม

 

ห่วงระงับข้อตกลงสันติภาพกับกัมพูชาชั่วคราว เสี่ยงขัดแย้งยืดเยื้อ

 

เกรียงไกร ระบุอีกว่า อย่างไรก็ตาม ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ยังมีปัจจัยลบหลายประการที่กดดันภาวะเศรษฐกิจ ได้แก่ สถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อโรงงานอุตสาหกรรม และบ้านเรือนเป็นวงกว้างก่อให้เกิดความเสียหายประมาณ 20,000-30,000 ล้านบาท ในช่วงเดือน ธ.ค. ปี 2568 และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องในปี 2569 ประมาณ 90,000 ล้านบาท

 

“การระงับข้อตกลงสันติภาพกับกัมพูชาชั่วคราว ยังทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งยังคงยืดเยื้อออกไป และกระทบต่อการค้าชายแดนอย่างต่อเนื่อง บวกกับการแข่งขันที่รุนแรงจากการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ก็เป็นแรงกดดันสำคัญ ช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568”

 

สินค้าจากต่างประเทศยังคงทะลักเข้าไทยเพิ่ม 16.3%

 

โดยพบว่าการนำเข้า เพิ่มขึ้น +16.3% (YOY) จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น +8.68% (MOM) จากเดือนก่อน โดยเฉพาะสินค้าแผงวงจรไฟฟ้า (+28.69% YOY) ผลิตภัณฑ์พลาสติก (+14.33% YOY) และเหล็ก (+8.23% YOY) ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในประเทศอย่างชัดเจน

 

นอกจากนั้น ค่าเงินบาทที่ยังคงแข็งค่ากว่าประเทศคู่แข่งในภูมิภาค อยู่ที่ -5.77% YTD (เทียบอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 1 มกราคม กับ 26 พฤศจิกายน 2568) ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กระทบต่อรายได้และความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย

 

แม้จะมีสัญญาณเชิงบวกจากหลายปัจจัยดังกล่าว แต่เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความท้าทายสำคัญเนื่องจาก ความเสียหายจากอุทกภัยครั้งใหญ่ ยังคงต้องได้รับการเร่งฟื้นฟูและเยียวยาเพื่อให้พื้นที่และกิจกรรมเศรษฐกิจกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว อีกทั้งการชะลอการเจรจาการค้าของสหรัฐฯ กับไทย อาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยในระยะข้างหน้า

 

แนะ 3 เรื่องสำคัญถึงภาครัฐ

 

1. เสนอให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยภาคใต้ อาทิ เร่งให้บริษัทประกันจ่ายค่าสินไหมทดแทนโดยเร็ว กองทุนซ่อมแซมเครื่องจักรและมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ย 0% ยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับผู้ประสบอุทกภัย

 

2. เสนอให้ภาครัฐยกระดับการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและการบริหารจัดการน้ำให้เป็นวาระแห่งชาติ

 

3. เสนอให้ภาครัฐพิจารณาการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้พลังงาน (Direct PPA) ไปสู่ยังภาคอุตสาหกรรมอื่น นอกเหนือจากอุตสาหกรรม Data center เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านพลังงาน เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

The post ‘คนละครึ่งพลัส’ ปลุกดัชนีอุตฯ ฟื้นรอบ 7 เดือน ส.อ.ท.ห่วงเบรกข้อตกลงสันติภาพกับกัมพูชา วิกฤตสู้รบยืดเยื้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : นายกฯ เผย ครม. ส่งคำถามประชามติให้ กกต. พร้อมยกเลิกประชามติ MOU 43-44 หลังกฤษฎีกาท้วงทำไม่ได้ ส่วนคนละครึ่งเฟส 2 ต้องรอรัฐบาลหน้า เหตุยุบสภาแล้วใช้งบกลางไม่ได้ https://thestandard.co/pm-on-referendum-and-klk-phase-2/ Tue, 16 Dec 2025 07:55:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1155335 นายกฯ เผย ครม. ส่งคำถามประชามติให้ กกต. พร้อมยกเลิกประชามติ MOU 43-44 หลังกฤษฎีกาท้วงทำไม่ได้ ส่วนคนละครึ่งเฟส 2 ต้องรอรัฐบาลหน้า เหตุยุบสภาแล้วใช้งบกลางไม่ได้

วันนี้ (16 ธันวาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล น […]

The post เลือกตั้ง 2569 : นายกฯ เผย ครม. ส่งคำถามประชามติให้ กกต. พร้อมยกเลิกประชามติ MOU 43-44 หลังกฤษฎีกาท้วงทำไม่ได้ ส่วนคนละครึ่งเฟส 2 ต้องรอรัฐบาลหน้า เหตุยุบสภาแล้วใช้งบกลางไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เผย ครม. ส่งคำถามประชามติให้ กกต. พร้อมยกเลิกประชามติ MOU 43-44 หลังกฤษฎีกาท้วงทำไม่ได้ ส่วนคนละครึ่งเฟส 2 ต้องรอรัฐบาลหน้า เหตุยุบสภาแล้วใช้งบกลางไม่ได้

วันนี้ (16 ธันวาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่ากระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ประชุมเห็นชอบ เรื่องคำถามการทำประชามติเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจะส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมความเห็นของ ครม. และกฤษฎีกา ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ กกต.

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีอดีต กกต. เห็นแย้งเรื่องเวลาการทำประชามติพร้อมวันเลือกตั้งว่าไม่เพียงพอ เพราะระยะเวลาไม่ถึง 60 วัน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เราทำตามกฎระเบียบทุกอย่าง มติ ครม. คือส่งไปให้ กกต. ดำเนินการ

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการทำประชามติเรื่องยกเลิก MOU 43-44 ครม. มีมติอย่างไร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มีความเห็นของ ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าหากทำประชามติเรื่องนี้อาจจะมีผลผูกพันกับรัฐบาลหน้า และเมื่อมีการหารือแล้ว เพื่อไม่เกิดให้ความเสี่ยงก็ถอนเรื่องออกไปก่อน ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาจะทำเรื่องชี้แจงต่อไป

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ได้รายงานเรื่องผลหารือกับ กกต. โครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 สามารถทำได้หรือไม่ อนุทินกล่าวว่า เราทำตามกติกา ถือว่าตอนนี้ยุบสภาแล้ว เราก็ไม่สามารถที่จะนำงบกลางมาใช้ได้ ต้องรอให้สภาพของรัฐบาลกลับมาเป็นรัฐบาลปกติ

 

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงความกังวลที่ขณะนี้ใกล้จะมีการเลือกตั้งว่า ตอนนี้ตนกังวลเรื่องสถานการณ์ชายแดน และกังวลว่าจะทำอย่างไรให้หาดใหญ่ฟื้นฟู ตอนนี้คนกลับบ้านได้แล้ว แต่ภาคธุรกิจยังต้องฟื้นฟู ซึ่งเมื่อสักครู่ได้เร่ง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในเรื่องของซอฟต์โลน เพื่อให้ประชาชนไปฟื้นฟู อย่างน้อยเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย หลังคาเรือนละ 100,000 บาท เป็นค่าซ่อมแซมบ้านเรือน และทรัพย์สินที่เสียหาย ต้องเร่งดำเนินการเรื่องนี้ เพราะแค่ 9,000 บาทจากการเยียวยานั้นไม่เพียงพอ

 

ส่วนกรณีค่าเงินบาทแข็งตัวสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปีครึ่ง ได้ให้นโยบายอย่างไรบ้าง เนื่องจากกระทบการส่งออกและภาคการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้บอก ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้หารือกับแบงก์ชาติ

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าการประชุม ครม. วันนี้ เป็นการประชุมนัดแรกหลังการยุบสภา ได้กำชับอะไรในที่ประชุมบ้าง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า กำชับให้ขยันทำงาน เรื่องหาเสียงก็ทำไป แต่ต้องไม่ใช้เวลาราชการ สภาพความเป็นรัฐมนตรีก็ยังมีอยู่ จนกว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน ดังนั้นยังอยู่กันอีกหลายสัปดาห์ ในการบริหารราชการแผ่นดินต้องไม่ชะงัก และจะต้องทำอย่างเต็มที่ ไม่ใช่คิดถึงแต่เรื่องหาเสียง เพราะนั่นเป็นเรื่องของตัวเอง แต่ต้องคิดถึงบ้านเมืองและภาพรวมเป็นหลัก

 

นายกฯ เผย ครม. ส่งคำถามประชามติให้ กกต. พร้อมยกเลิกประชามติ MOU 43-44 หลังกฤษฎีกาท้วงทำไม่ได้ ส่วนคนละครึ่งเฟส 2 ต้องรอรัฐบาลหน้า เหตุยุบสภาแล้วใช้งบกลางไม่ได้ 1นายกฯ เผย ครม. ส่งคำถามประชามติให้ กกต. พร้อมยกเลิกประชามติ MOU 43-44 หลังกฤษฎีกาท้วงทำไม่ได้ ส่วนคนละครึ่งเฟส 2 ต้องรอรัฐบาลหน้า เหตุยุบสภาแล้วใช้งบกลางไม่ได้ 2นายกฯ เผย ครม. ส่งคำถามประชามติให้ กกต. พร้อมยกเลิกประชามติ MOU 43-44 หลังกฤษฎีกาท้วงทำไม่ได้ ส่วนคนละครึ่งเฟส 2 ต้องรอรัฐบาลหน้า เหตุยุบสภาแล้วใช้งบกลางไม่ได้ 3นายกฯ เผย ครม. ส่งคำถามประชามติให้ กกต. พร้อมยกเลิกประชามติ MOU 43-44 หลังกฤษฎีกาท้วงทำไม่ได้ ส่วนคนละครึ่งเฟส 2 ต้องรอรัฐบาลหน้า เหตุยุบสภาแล้วใช้งบกลางไม่ได้ 4

The post เลือกตั้ง 2569 : นายกฯ เผย ครม. ส่งคำถามประชามติให้ กกต. พร้อมยกเลิกประชามติ MOU 43-44 หลังกฤษฎีกาท้วงทำไม่ได้ ส่วนคนละครึ่งเฟส 2 ต้องรอรัฐบาลหน้า เหตุยุบสภาแล้วใช้งบกลางไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บวรศักดิ์เข้าหารือ กกต. ปมทำประชามติเลิก MOU43-44 เผยหากคนละครึ่งเฟส 2 ทำไม่ได้ก็ไม่ฝืน https://thestandard.co/bowornsak-ec-referendum-mou43-44/ Mon, 15 Dec 2025 04:04:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1154618 บวรศักดิ์เข้าหารือ กกต. ปมทำประชามติเลิก MOU43-44 เผยหากคนละครึ่งเฟส 2 ทำไม่ได้ก็ไม่ฝืน

วันนี้ (15 ธันวาคม) เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการ […]

The post บวรศักดิ์เข้าหารือ กกต. ปมทำประชามติเลิก MOU43-44 เผยหากคนละครึ่งเฟส 2 ทำไม่ได้ก็ไม่ฝืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
บวรศักดิ์เข้าหารือ กกต. ปมทำประชามติเลิก MOU43-44 เผยหากคนละครึ่งเฟส 2 ทำไม่ได้ก็ไม่ฝืน

วันนี้ (15 ธันวาคม) เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการประชุมหารือร่วมกันระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้งและคณะรัฐมนตรี (ครม.)

 

โดยมีตัวแทน ครม. นำโดย ศ. กิตติคุณ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ณัฐฎ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการ ครม. และ ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเป็นการหารือเกี่ยวกับไทม์ไลน์การเลือกตั้ง, แนวทางการทำประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รวมถึงอำนาจของ ครม. รักษาการ และงบประมาณที่สามารถใช้ได้

 

ศ. กิตติคุณ บวรศักดิ์เปิดเผยก่อนการประชุมว่า ปฏิทินการกำหนดวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นอำนาจของ กกต. ที่จะกำหนดวัน ซึ่งวันนี้มาปรึกษา กกต. เกี่ยวกับการทำประชามติ เรื่อง การยกเลิก MOU43-44 เพราะรัฐบาลดำเนินการเองไม่ได้ ต้องหารือกับ กกต. ก่อน และต้องดูกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

ทั้งนี้ ศ. บวรศักดิ์ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดของการหารือ เพราะยังไม่ได้นำเข้าที่ประชุม ครม. โดยจะนำเข้า ครม. ในวันอังคารที่ 16 ธันวาคมนี้ ซึ่งหลังจากปรึกษา กกต. แล้ว เวลาที่เหลืออยู่สามารถทำประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งได้ตามกฎหมาย

 

ศ. กิตติคุณ บวรศักดิ์ยอมรับว่า วันนี้จะหารือกับ กกต. เรื่องโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ด้วย ซึ่งรัฐบาลได้มีการพูดคุยกันไว้ก่อนที่จะมีการยุบสภาแล้ว ส่วนจะเป็นข้อครหาหรือไม่ ว่าจะเป็นการหาเสียงก่อนการเลือกตั้ง ศ. กิตติคุณ บวรศักดิ์กล่าวว่า ยังไม่รู้ ถึงได้มาหารือกับ กกต. เพราะไม่ได้คิดขึ้นหลังเลือกตั้ง แต่ได้แถลงนโยบายและพูดไว้แล้วว่าจะมีเฟส 2

 

“ถึงต้องมาถามว่าทำได้หรือไม่ หากทำไม่ได้ ก็จะไม่ทำ รัฐบาลจะฝืนทำทำไม ถ้าทำไม่ได้” ศ. กิตติคุณ บวรศักดิ์กล่าว

The post บวรศักดิ์เข้าหารือ กกต. ปมทำประชามติเลิก MOU43-44 เผยหากคนละครึ่งเฟส 2 ทำไม่ได้ก็ไม่ฝืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนละครึ่งพลัสพยุงตลาดอาหารฟื้นโค้งท้ายปี LINE MAN เผยยอดออเดอร์พุ่ง 8 ล้านครั้ง ดันร้านรายเล็กโตเกือบ 6 เท่า https://thestandard.co/khonla-khrueng-plus-sme-rider-growth/ Fri, 12 Dec 2025 08:37:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1154012 คนละครึ่งพลัสพยุงตลาดอาหารฟื้นโค้งท้ายปี LINE MAN เผยยอดออเดอร์พุ่ง 8 ล้านครั้ง ดันร้านรายเล็กโตเกือบ 6 เท่า

“ในช่วงครึ่งปีแรก 2025 ถือเป็นช่วงต่ำสุดของธุรกิจร้านอา […]

The post คนละครึ่งพลัสพยุงตลาดอาหารฟื้นโค้งท้ายปี LINE MAN เผยยอดออเดอร์พุ่ง 8 ล้านครั้ง ดันร้านรายเล็กโตเกือบ 6 เท่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนละครึ่งพลัสพยุงตลาดอาหารฟื้นโค้งท้ายปี LINE MAN เผยยอดออเดอร์พุ่ง 8 ล้านครั้ง ดันร้านรายเล็กโตเกือบ 6 เท่า

“ในช่วงครึ่งปีแรก 2025 ถือเป็นช่วงต่ำสุดของธุรกิจร้านอาหาร โดยเฉพาะไตรมาส 2 ยอดขายต่อร้านหดตัวหนัก -14% จากนั้นเริ่มกลับมาฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 3 โต 1% และไตรมาส 4 โต 5% จากแรงหนุนของโครงการคนละครึ่งพลัสที่ทำให้บรรยากาศการจับจ่ายคึกคักมากขึ้น” ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าว

 

โดยเฉพาะการกระจายสู่ร้านอาหารรายเล็ก ที่นับรายได้น้อยกว่า 10,000 บาทต่อเดือน เติบโตได้จริง มียอดขายเติบโตเกือบ 6 เท่า เมื่อเทียบกับยอดขายช่วงก่อนโครงการ ส่วนร้านขนาดกลาง ที่มีรายได้มากกว่า 10,000 บาทต่อเดือน เติบโต 2 เท่า แสดงให้เห็นได้ว่าการอัดฉีดของรัฐทำให้เม็ดเงินไหลสู่ร้านรายย่อยอย่างชัดเจน หรือแม้แต่ฝั่งไรเดอร์เองก็ได้อานิสงส์จากโครงการ โดยมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 15–25% ตามปริมาณออเดอร์ต่อวันที่สูงขึ้น

 

เช่นเดียวกับ LINE MAN เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มเดลิเวอรีของโครงการคนละครึ่งพลัส โดย 65% ของร้านที่เข้าโครงการเลือกขายบนแพลตฟอร์มและทำยอดขายคนละครึ่งพลัส คิดเป็น 63% มากที่สุดในตลาด โดยภายใน 3 สัปดาห์แรกของโครงการ มียอดออเดอร์คนละครึ่งรวมกว่า 8 ล้านออเดอร์

 

ขณะที่ยอดขายร้านค้าทั่วประเทศ เติบโตเฉลี่ย 4.2 เท่า และเติบโตสูงสุดมากกว่า 10 เท่า สูงกว่าโครงการคนละครึ่งในรอบที่ผ่านมา ที่สำคัญร้านค้าได้ลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 22% และมีความถี่ในการสั่งบ่อยขึ้น 30% และมูลค่าต่อบิลโต 15%

 

เมื่อเจาะลึกลงมาถึงเมนูที่มียอดสั่งสูงสุดผ่านแคมเปญคนละครึ่งพลัสบน LINE MAN 5 อันดับแรก ได้แก่ ชาไทย, ตำปูปลาร้า, ชาเขียวนม, โกโก้ และ ตำป่า รวมถึงเมนูมัทฉะ เครื่องดื่มที่กำลังเป็นเทรนด์มาแรง มียอดสั่งพุ่งกว่า 6.5 ล้านแก้ว เติบโตทะลุ 300% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งกลายเป็นเครื่องดื่มที่เติบโตเร็วที่สุดบนแพลตฟอร์ม

 

อีกทั้งยังทำให้เกิดเมนูจัดหนัก ที่มียอดบิลสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ แซลมอน, ทุเรียนหมอนทองแกะเนื้อ, กุ้งเผา, ปูไข่นึ่ง และหมูหัน มูลค่าบิลสูงสุดแตะ 1,700 บาท ซึ่งแสดงว่าผู้บริโภคมองโปรโมชันจากรัฐเป็นโอกาสลองของแพง และทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่าโครงการคนละครึ่งพลัสช่วยขยายฐานผู้ใช้และกระตุ้นกำลังซื้ออย่างชัดเจน

 

รวมถึงตลาดต่างจังหวัดในช่วงไตรมาส 4 ภาพรวมตลาดร้านอาหารฟื้นตัวแรงกว่ากรุงเทพฯ โดยยอดขายต่อร้านต่างจังหวัดโตเฉลี่ย 7% สวนทางกับกรุงเทพฯ ที่โตเพียง 2% โดยเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างเชียงใหม่ โต 9%, พัทยา โต 12% และภูเก็ต โต 7% ถือเป็นการเริ่มฟื้นตามการกลับมาของนักท่องเที่ยว

 

อีกทั้งผลพวงจากคนละครึ่งพลัส ดันยอดขายร้านต่างจังหวัดโตสูง จังหวัดที่ทำผลงานโดดเด่น มียอดขายร้านเติบโตสูงที่สุด เมื่อเทียบกับยอดขายช่วงก่อนโครงการ ได้แก่ จันทบุรี โต 9.4 เท่า, หนองบัวลำภู โต 9.3 เท่า, อุตรดิตถ์ โต 8 9 เท่า, อุดรธานี โต 8 เท่า และเชียงราย โต 7 เท่า

 

แม้ตลาดภาพรวมจะเริ่มฟื้นช่วงสิ้นปี แต่กรุงเทพฯ ยังเป็นพื้นที่ที่ฟื้นตัวช้าที่สุด โดยโซนฮอตสปอต หลายย่านยังมียอดขายติดลบ ได้แก่ ย่านธุรกิจสุขุมวิท-สีลม-สาทร ที่มียอดขายต่อร้าน -19% ในไตรมาส 2 และแม้ดีขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม–พฤศจิกายน แต่ยังติดลบเล็กน้อยที่ 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน

 

ไม่เว้นแม้แต่ ย่านบรรทัดทอง ชะลอตัวหนักที่สุด ติดลบถึง 35% ในไตรมาส 2 และยังติดลบ 21% ในช่วงปลายปี ส่วนร้านในห้าง เริ่มเห็นสัญญาณบวก ยอดขายช่วงไตรมาส 2 ลดลง 21% แต่ดีดตัวขึ้นมาบวก 1% ในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวในกรุงเทพฯ ที่พลิกกลับมาบวกได้ในช่วงปลายปี

 

ถึงกระนั้นธุรกิจร้านอาหารยังเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง แม้ในครึ่งปีหลังจะมีร้านอาหารเปิดใหม่เพิ่มขึ้น 3% แต่อัตราร้านที่ปิดตัวลงยังอยู่ที่ 50% สะท้อนให้เห็นว่าตลาดร้านอาหารยังมีการแข่งขันกันอย่างหนักและยังได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน

 

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว มีผลต่อพฤติกรรมคนไทยที่จะเลือกกินคุ้มค่ามากขึ้น โดยจะเลือกซื้อเมนูราคาจับต้องได้ ทำให้กลุ่มเมนูยอดบิลต่ำกว่า 500 บาทได้รับผลกระทบน้อยกว่า ยอดขายต่อร้านลดลงเพียง 12% ในไตรมาส 2 ก่อนจะกลับมาโต 5% ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน แต่ในทางตรงกันข้าม เมน ที่ยอดบิลสูงกว่า 500 บาทถูกกดดันหนักและโตน้อยกว่าเมนูราคาถูก แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อระดับกลางยังรัดเข็มขัดต่อเนื่อง

 

ด้านตลาดฟู้ดเดลิเวอรีโดยรวมยังอยู่ในทิศทางเติบโตต่อเนื่อง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เข้าถึงบริการได้ง่ายมากขึ้น โดยประเมินว่าตลาดน่าจะขยายตัวราว 15% ต่อปี ขณะที่ LINE MAN ตั้งเป้าเติบโตเร็วกว่าตลาด โดยหวังสร้างการเติบโตอยู่ที่ 20% ต่อปี

 

ในมุมแนวโน้มปี 2569 ผู้บริหาร LINE MAN Wongnai มองว่า หากรัฐบาลเดินหน้าโครงการคนละครึ่งต่อ จะมีส่วนช่วยเพิ่มกำลังซื้อและกระตุ้นยอดสั่งอาหารออนไลน์ได้พอสมควร อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามว่าเกณฑ์ร้านอาหารที่เข้าร่วมจะมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่ รวมถึงวงเงินงบประมาณรวมของโครงการ ซึ่งอาจส่งผลโดยตรงต่อการวางแผนต้นทุนของแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะการลดค่า GP ที่ธุรกิจต้องประเมินผลกระทบและเงินลงทุนเพิ่มเติม

 

แต่หากโครงการได้รับการอนุมัติทันช่วงไตรมาส 1 ปี 2569 คาดว่าจะช่วยสร้างบรรยากาศจับจ่ายให้คึกคักขึ้น แม้ปัจจัยด้านการท่องเที่ยวซึ่งเป็นอีกแหล่งรายได้สำคัญของภาคบริการจะยังไม่เห็นสัญญาณบวกมากนัก โดยภาพรวมยังคงซบเซา ในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการจึงขอเสนอให้รัฐบาลเร่งผลักดันเรื่องความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นและช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้กลับมาโตในระยะยาว

The post คนละครึ่งพลัสพยุงตลาดอาหารฟื้นโค้งท้ายปี LINE MAN เผยยอดออเดอร์พุ่ง 8 ล้านครั้ง ดันร้านรายเล็กโตเกือบ 6 เท่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษก เผยแนวคิด ‘คนละครึ่ง พลัส’ เฟส 2 อาจให้สิทธิ 2,000 บาท 10 ล้านสิทธิ แบ่ง 5 ล้านสิทธิแรกสำหรับผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิ https://thestandard.co/khon-la-krueng-plus-phase-2-10m-slots/ Tue, 09 Dec 2025 08:47:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1152794 โฆษก เผย แนวคิด ‘คนละครึ่ง พลัส’ เฟส 2 อาจให้สิทธิ 2,000 บาท 10 ล้านสิทธิ แบ่ง 5 ล้านสิทธิแรกสำหรับผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิ

โฆษก เผยแนวคิด ‘คนละครึ่ง พลัส’ เฟส 2 อาจให้สิทธิ 2,000 […]

The post โฆษก เผยแนวคิด ‘คนละครึ่ง พลัส’ เฟส 2 อาจให้สิทธิ 2,000 บาท 10 ล้านสิทธิ แบ่ง 5 ล้านสิทธิแรกสำหรับผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษก เผย แนวคิด ‘คนละครึ่ง พลัส’ เฟส 2 อาจให้สิทธิ 2,000 บาท 10 ล้านสิทธิ แบ่ง 5 ล้านสิทธิแรกสำหรับผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิ

โฆษก เผยแนวคิด ‘คนละครึ่ง พลัส’ เฟส 2 อาจให้สิทธิ 2,000 บาท 10 ล้านสิทธิ แบ่ง5 ล้านสิทธิแรกสำหรับผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิ เน้นเก็บตกพื้นที่ประสบอุทกภัยทุกจังหวัด รวมถึงพื้นที่ที่มีสถานการณ์สู้รบ นอกจากนี้ นายกฯ ยังสั่งคลังทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ เพื่อความเป็นธรรม หลังไม่มีการปรับปรุงเกณฑ์มานานกว่า 3 ปี

 

วันนี้ (9 ธันวาคม) สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยระบุว่า โครงการ ‘คนละครึ่ง พลัส’ เฟส 2 การลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ และมาตรการการออม ยังไม่ได้ถูกบรรจุเข้าสู่วาระการประชุม ครม. ในครั้งนี้ แต่คาดว่ามาตรการทั้งหมดจะถูกพิจารณาในสัปดาห์ถัดไป

 

ทั้งนี้ สิริพงศ์กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการ ‘คนละครึ่ง พลัส’ เฟส 2 ว่า ขณะนี้ยังอยู่ในระดับ ‘แนวคิด’ โดยเบื้องต้นประเมินว่าจะให้สิทธิ 2,000 บาท จำนวน 10 ล้านสิทธิ โดยใช้งบกลาง 22,000 ล้านบาท ซึ่งหลังกันงบเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยแล้ว ยังเหลืองบอยู่ราว 3-4 หมื่นล้านบาท และจะต้องเปิดลงทะเบียนใหม่อีกครั้งในเร็วๆ นี้

 

โดยรูปแบบการจัดสรรสิทธิมีแนวโน้มแบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ 5 ล้านสิทธิแรกสำหรับผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิ โดยให้ความสำคัญกับประชาชนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยทุกจังหวัด รวมถึงพื้นที่ที่มีสถานการณ์สู้รบ ส่วนอีก 5 ล้านสิทธิเปิดให้ผู้ที่เคยเข้าร่วมเฟสก่อนหน้า เข้าร่วมได้ทั้งหมด

 

นายกฯ สั่งคลังทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ

 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังระบุอีกว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการก่อนเริ่มการประชุม ครม. ให้กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนหลักเกณฑ์การลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ซึ่งยังไม่มีการปรับปรุงเกณฑ์มานานกว่า 3 ปี

 

สาเหตุเนื่องจากมีประชาชนร้องเรียนว่าผู้เข้าร่วมบางรายมีรายได้เกินกว่า 100,000 บาทต่อปี ส่งผลให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความเหมาะสมของเงื่อนไขที่ผ่านมา โดยนายกรัฐมนตรีต้องการให้การสำรวจและลงทะเบียนรอบใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มต้นได้ต้นเดือนมกราคม 2569 เป็นไปอย่างรอบด้านและเป็นธรรม

 

ก่อนหน้านี้ ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าว่า โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังเดินหน้าเป็นไปด้วยดี และจะได้ข้อสรุปภายในเดือนธันวาคม 2568 เพื่อให้สามารถเริ่มใช้ในช่วงเดือนมกราคม 2569 ได้ทันตามกำหนด พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลยังมีงบกลางเหลือเพียงพอ แม้ต้องรองรับภาระจากสถานการณ์อุทกภัย โดยระบุว่า “ยังมีงบกลางเหลืออยู่เยอะ และถูกใช้ไปไม่ถึงครึ่ง”

The post โฆษก เผยแนวคิด ‘คนละครึ่ง พลัส’ เฟส 2 อาจให้สิทธิ 2,000 บาท 10 ล้านสิทธิ แบ่ง 5 ล้านสิทธิแรกสำหรับผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอกนิติ มั่นใจ GDP ไตรมาส 4 โตใกล้เคียง 1% ยันศึกษาคนละครึ่ง พลัส เฟส 2 ควบคู่ฟื้นฟูน้ำท่วม https://thestandard.co/ekniti-gdp-khon-la-khrueng-flood/ Tue, 02 Dec 2025 10:46:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1150727 เอกนิติ มั่นใจ GDP ไตรมาส 4 โตใกล้เคียง 1% ยันศึกษา คนละครึ่ง พลัส เฟส 2 ควบคู่ฟื้นฟูน้ำท่วม

รมว.คลัง มั่นใจเศรษฐกิจไตรมาส 4 โตใกล้เคียง 1% ได้ แม้เ […]

The post เอกนิติ มั่นใจ GDP ไตรมาส 4 โตใกล้เคียง 1% ยันศึกษาคนละครึ่ง พลัส เฟส 2 ควบคู่ฟื้นฟูน้ำท่วม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอกนิติ มั่นใจ GDP ไตรมาส 4 โตใกล้เคียง 1% ยันศึกษา คนละครึ่ง พลัส เฟส 2 ควบคู่ฟื้นฟูน้ำท่วม

รมว.คลัง มั่นใจเศรษฐกิจไตรมาส 4 โตใกล้เคียง 1% ได้ แม้เผชิญภัยพิบัติในพื้นที่ภาคใต้ ยันศึกษาโครงการ คนละครึ่ง พลัส เฟส 2 ควบคู่กับมาตรการฟื้นฟูเยียวยา ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ชี้ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเพียง 0.1% เท่านั้น

 

วันนี้ (2 ธันวาคม) ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยว่า เศรษฐกิจในไตรมาส 4 ยังสามารถเติบโตใกล้เคียงระดับ 1% ได้ แม้เผชิญภัยพิบัติในพื้นที่ภาคใต้ ขณะที่สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ได้ประมาณการแนวโน้มการขยายตัวของ GDP ไตรมาส 4 ไว้ที่ 0.6%

 

ดร.เอกนิติระบุว่า ด้วยมาตรการทางเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้น และระยะยาวที่ได้เริ่มดำเนินการมาแล้ว คาดว่าจะช่วยหนุน GDP ไตรมาส 4 ให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากกรณีฐานที่ 0.3% ได้อีก 0.3-0.4% ซึ่งรวมกันแล้ว สูงกว่าตัวเลขการเติบโต 0.6% ของสภาพัฒน์

 

โดย ดร.เอกนิติได้ยกตัวอย่างถึงโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของรัฐบาล เช่น โครงการคนละครึ่ง พลัส และมาตรการคืนภาษีเงินได้นิติบุคคลแก่ SMEs จำนวน 20,000 ราย เป็นเงิน 60,000 ล้านบาท โดยกรมสรรพากร ตลอดจนการดำเนินมาตรการปล่อยสินเชื่อเติมสภาพคล่องให้ SMEs วงเงิน 217,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้บางส่วนในไตรมาส 4

 

สำหรับผลกระทบของอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ดร.เอกนิติ ชี้ว่าตามการประเมินของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) พบว่า ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเพียง 0.1% เท่านั้น ซึ่งไม่ได้ใหญ่มากเมื่อเทียบกับขนาดของ GDP 20 ล้านล้านบาท

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนถือว่าใหญ่มาก ดังนั้น รัฐบาลจึงเร่งออกมาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อเยียวยา ฟื้นฟู และชุบชีวิต ให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็วที่สุด

 

ยันศึกษาคนละครึ่ง พลัส เฟส 2 ควบคู่ฟื้นฟูน้ำท่วม

 

ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลจะยังคงดำเนินมาตรการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ และโครงการคนละครึ่ง พลัส เฟส 2 อยู่หรือไม่ ท่ามกลางความเสียหายของอุทกภัย ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องแบ่งงบกลางบางส่วนไปกับการเยียวยาฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบ

 

ทางด้าน ดร.เอกนิติ ตอบว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบนโยบายให้กระทรวงการคลังศึกษา แต่ยอมรับว่างบประมาณมีอยู่อย่างจำกัด อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังกำลังศึกษานโยบายควบคู่กันไปกับการฟื้นฟูเยียวยา และจะมีการแจ้งให้ทราบอีกทีหากมีความคืบหน้า

The post เอกนิติ มั่นใจ GDP ไตรมาส 4 โตใกล้เคียง 1% ยันศึกษาคนละครึ่ง พลัส เฟส 2 ควบคู่ฟื้นฟูน้ำท่วม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอกนิติ ยืนยัน ‘คนละครึ่ง พลัส’ เฟส 2 มาแน่ เงินเข้าม.ค.นี้ พร้อมลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ https://thestandard.co/plus-phase-two-welfare-cards/ Tue, 18 Nov 2025 08:55:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1144588 เอกนิติ ยืนยัน ‘คนละครึ่ง พลัส’ เฟส 2 มาแน่ เงินเข้า ม.ค. นี้ พร้อมลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่

ดร.เอกนิติ รมว.คลัง ยืนยัน ‘คนละครึ่ง พลัส’ เฟส 2 มาแน่ […]

The post เอกนิติ ยืนยัน ‘คนละครึ่ง พลัส’ เฟส 2 มาแน่ เงินเข้าม.ค.นี้ พร้อมลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอกนิติ ยืนยัน ‘คนละครึ่ง พลัส’ เฟส 2 มาแน่ เงินเข้า ม.ค. นี้ พร้อมลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่

ดร.เอกนิติ รมว.คลัง ยืนยัน ‘คนละครึ่ง พลัส’ เฟส 2 มาแน่ มกราคมนี้ ควบคู่เปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ โยนคดีภาษีหุ้น ‘ชินคอร์ป’ ให้สรรพากร พิจารณารายละเอียดคำพิพากษา ชูกรอบ MTFF เสริมความมั่นคงการคลัง

 

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า รัฐบาลจะดำเนินโครงการ ‘คนละครึ่ง พลัส’ เฟส 2 อย่างแน่นอน ควบคู่ไปกับการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ โดยยืนยันว่า จะมีเงินเข้าภายในเดือนมกราคม 2569 ที่จะถึงนี้

 

ดร.เอกนิติ เผยว่า ระหว่างนี้ ‘โครงการคนละครึ่ง พลัส’ เฟส 2 กำลังอยู่ในขั้นตอนออกแบบโครงการร่วมกับสำนักงบประมาณ และปลัดกระทรวงการคลัง โดยจะนำข้อดีและข้อเสียของโครงการในเฟส 1 มาทบทวนและปรับปรุงแก้ไข พร้อมย้ำว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะไม่สามารถเข้าร่วมโครงการ ‘คนละครึ่ง พลัส’ ได้

 

สำหรับงบประมาณที่จะใช้ในโครงการ ‘คนละครึ่ง พลัส’ เฟส 2 ดร.เอกนิติ คาดว่าจะใช้แหล่งเงินจากงบกลาง โดยจะเป็นจำนวนเงินเท่าไรนั้น ดร.เอกนิติ ชี้ว่าขึ้นอยู่กับการออกแบบโครงการ

 

Upskill ร้านค้า ช่วยกู้ออมสินได้ ไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย

 

ดร.เอกนิติ เผยว่า วันนี้มีการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์โครงการพัฒนาความรู้ทักษะ (Upskill) หรือ เรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการคนละครึ่งพลัส คือ การเพิ่มทักษะให้กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส

 

โดยจะเพิ่มทักษะให้พ่อค้าแม่ค้าที่เข้าร่วมโครงการ 3 ด้าน ได้แก่
1. ทักษะด้านการขาย ขายยังไงให้ปัง และขายผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อทำให้ลูกค้าเพิ่มขึ้น
2. ทักษะด้านการเงิน สอนให้ดูทักษะด้านต้นทุนการเงินและการตั้งราคาการขายเพื่อให้ได้กำไรมากขึ้น
3. ทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการขาย เพื่อช่วยลดต้นทุน

 

“ผลตอบรับร้านค้าเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสดีมาก ล่าสุดมีกว่า 950,000 ร้านค้า ซึ่งอยากให้ผู้ขายพัฒนาทักษะทั้ง 3 ด้านที่กล่าวมา เพื่อให้ขายของให้ปัง ทำยังไงให้ต้นทุนถูกลง และกำไรได้เยอะขึ้น” ดร.เอกนิติกล่าว

 

ขณะเดียวกัน ยังมีเครื่องมือดิจิทัลให้พ่อค้าแม่ค้าใช้ฟรี 6 เดือน ทั้งระบบบัญชีและข้อมูลต่างๆ ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าสามารถขอกู้เงินได้ผ่านธนาคารออมสิน โดยต้องไปเรียนรู้การทำบัญชี และสามารถขอกู้เงินผ่านธนาคารออมสินได้ รายละไม่เกิน 50,000 บาท เพื่อจะได้ไม่ไปกู้นอกระบบ

 

ปลัดคลัง ย้ำ Top Up ร้านค้า 4 แสนสิทธิ์เท่านั้น

 

ทั้งนี้ ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังย้ำว่า สำหรับโครงการเพิ่มทักษะร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ‘คนละครึ่ง พลัส’ เฟส 1 ซึ่งรัฐบาลจะมอบเงินสนับสนุน (Top Up) ให้อีก 20% ของยอดขาย เป็นงบประมาณไม่เกิน 800 ล้านบาท สูงสุดไม่เกิน 2,000 บาทต่อร้านค้า จะเป็นการให้สิทธิ์แบบมาก่อนได้ก่อน (First Come First Serve) เท่านั้น

 

โดยร้านค้าสามารถเข้าร่วมโครงการพัฒนาได้ตามความสนใจ ภายในวันที่ 19 พฤศจิกายน ถึง 19 ธันวาคม ดังนี้

 

1) เลือกสมัครเข้าร่วม Food Delivery Platform ได้แก่ Grab, Lineman, Robinhood, และ ShopeeFood ผ่านการผูกร้านค้าบนแอป ‘ถุงเงิน’ โดยร้านค้าจะต้องไม่เคยสมัครเข้าร่วมเป็นร้านค้าของ Food Delivery Platform รายนั้นๆ มาก่อนวันที่ 19 พฤศจิกายน

 

โดยร้านค้าต้องมีคำสั่งซื้อที่ใช้สิทธิผ่านโครงการ ‘คนละครึ่ง พลัส’ อย่างน้อย 5 รายการ ภายในวันที่ 19 ธันวาคม จึงจะถือว่าดำเนินการพัฒนาทักษะสำเร็จ

 

2) เข้าร่วมผ่านการอบรมทักษะออนไลน์กับธนาคารออมสิน โดยสมัครและเรียนหลักสูตรพัฒนาความรู้ทางการเงินผ่าน www.gsb.or.th ระหว่างวันที่ 19 พฤศจิกายน ถึง 19 ธันวาคม 2568

 

3) พัฒนาทักษะผ่านการอบรมออนไลน์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) โดยเรียนรู้หลักสูตร DBD Academy ผ่าน https://dbdacademy.dbd.go.th/ ในระหว่างวันที่ 19 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568

 

โดยกระทรวงการคลังจะประกาศผลผู้ได้รับสิทธิในวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ผ่านข้อความบนแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” และข้อความสั้น (Short Message Service: SMS) และโอนเงินสนับสนุนให้แก่ร้านค้าผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ที่ผูกกับแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ในวันที่ 25 ธันวาคม 25

 

ภาษีหุ้น ‘ชินคอร์ป’ รอสรรพากร พิจารณารายละเอียดคำพิพากษา

 

เมื่อถูกถามถึงกรณีที่ศาลฎีกา กลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีภาษีการขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) จำนวน 1.76 หมื่นล้านบาทของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

 

ด้าน ดร.เอกนิติ กล่าวว่า “ได้หารือกับปลัดกระทรวงการคลังแล้ว เรื่องนี้ต้องทำตามคำพิพากษาของศาล ตอนนี้ได้มอบให้กรมสรรพากรพิจารณาในรายละเอียด คงต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป เมื่อเป็นคำพิพากษาของศาล พวกเราก็ต้องปฏิบัติตาม ส่วนขั้นตอนรายละเอียดก็ให้กรมสรรพากรดู ซึ่งเป็นกระบวนการปกติของคำพิพากษา ในทุกคดีก็ต้องทำเหมือนกัน”

 

ชูกรอบ MTFF เสริมความมั่นคงการคลัง

 

สำหรับกรอบการคลังระยะปานกลาง (Medium Term Fiscal Framework) ดร.เอกนิติ ชี้ว่าเป็นหนึ่งใน ‘ฐานราก’ ของนโยบาย ‘Quick Big Win’ คือ การเสริมสร้างความมั่นคงทางการคลัง ซึ่งคณะกรรมการนโยบายการคลัง ประกอบด้วย 4 หน่วยงานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ (สงป.) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ตกลงกันว่า จะทำแผนให้ชัดเจนใน 3 เรื่อง ดังนี้

 

  • กำหนดแนวทางบริหารการคลังอย่างเป็นรูปธรรม เช่น เพิ่มเกณฑ์รายได้ จาก 14.8% เป็นไม่ต่ำกว่า 15.1% ของ GDP และลดรายจ่ายจาก 19% เป็นไม่เกิน 18% ต่อ GDP
  • กำหนดกฎการคลังให้เข้มงวดขึ้น เช่น ตั้งงบกลางไม่เกิน 3% ของงบประมาณ, กำหนดให้ชำระหนี้ไม่ต่ำกว่า 4% ของงบประมาณรายจ่าย, ของบผูกพันระหว่างปีได้ไม่เกิน 5% ของวงเงินงบประมาณ
  • การใช้นโยบายกึ่งการคลัง ผ่านมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ซึ่ง ที่ประชุม ครม.มอบให้ คณะกรรมการนโยบายการคลัง หารือเพื่อกำหนดรายละเอียดแนวทางให้ชัดเจนมากขึ้น จากเดิมที่ทำเพียงแค่กำหนดเพดานไว้ 32% ของงบประมาณ

 

นอกจากนี้ รัฐบาลจะใช้ ‘เครื่องมือทางการคลังที่ไม่ก่อหนี้สาธารณะ’ เพื่อสนับสนุนการลงทุน ผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund: TFF) และ โครงการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) เพื่อเพิ่มงบลงทุนของประเทศโดยไม่เป็นหนี้สาธารณะ

The post เอกนิติ ยืนยัน ‘คนละครึ่ง พลัส’ เฟส 2 มาแน่ เงินเข้าม.ค.นี้ พร้อมลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. เห็นชอบวงเงิน 800 ล้านบาท สำหรับโครงการ Upskill-Reskill ร้านค้าคนละครึ่ง พลัส https://thestandard.co/cabinet-approves-upskill-reskill-fund/ Tue, 18 Nov 2025 08:12:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1144563 ครม. เห็นชอบวงเงิน 800 ล้านบาท สำหรับโครงการ Upskill-Reskill ร้านค้าคนละครึ่ง พลัส

วันนี้ (18 พฤศจิกายน) สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจ […]

The post ครม. เห็นชอบวงเงิน 800 ล้านบาท สำหรับโครงการ Upskill-Reskill ร้านค้าคนละครึ่ง พลัส appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. เห็นชอบวงเงิน 800 ล้านบาท สำหรับโครงการ Upskill-Reskill ร้านค้าคนละครึ่ง พลัส

วันนี้ (18 พฤศจิกายน) สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติ ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ ดังนี้

1. เห็นชอบโครงการพัฒนาความรู้ทักษะ (Upskill) หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส และกรอบวงเงินงบประมาณไม่เกิน 800 ล้านบาท โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลัง โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขรายละเอียดที่ไม่ขัดกับหลักการโครงการฯ และหลักการโครงการคนละครึ่ง พลัส เพื่อให้การดำเนินโครงการฯ และโครงการคนละครึ่ง พลัส เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดประสิทธิภาพ

 

2. อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวนไม่เกิน 800 ล้านบาท โดยจัดสรรให้แก่ สศค. สำหรับการดำเนินโครงการฯ

 

3.มอบหมายธนาคารออมสินและกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ

 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า โครงการฯ เป็นการต่อยอดโครงการคนละครึ่ง พลัส เพื่อกระตุ้นและจูงใจให้ร้านค้าพัฒนาธุรกิจของตนเอง ผ่านการเรียนรู้ทักษะที่จำเป็น ร้านค้า โดยมีรายละเอียดโครงการฯ ดังนี้

 

1. ระยะเวลาการพัฒนาทักษะ:

  • ตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568

 

2. กลุ่มเป้าหมาย:

  • ร้านค้าในโครงการคนละครึ่ง พลัส จำนวนไม่เกิน 400,000 ร้านค้า

 

3. คุณสมบัติของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ:

  • เป็นร้านค้าในโครงการคนละครึ่ง พลัส ในวันก่อนเริ่มดำเนินการพัฒนาทักษะ
  • ได้ตกลงให้ความยินยอม (Consent) ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และข้อตกลงเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของโครงการฯ ก่อนดำเนินการพัฒนาทักษะ
  • เข้าร่วมการพัฒนาทักษะโดยใช้เลขประจำตัวประชาชน (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (กรณีนิติบุคคล) ที่ตรงกับการลงทะเบียนร้านค้าในโครงการคนละครึ่ง พลัส เท่านั้น
  • ไม่เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะในโครงการคนละครึ่ง พลัส
  • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1 – 5 และโครงการคนละครึ่ง พลัส

 

ทั้งนี้ หากตรวจสอบพบในภายหลังว่า ร้านค้ามีการกระทำผิดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการของรัฐข้างต้น จะถูกตัดสิทธิจากโครงการฯ

 

4. วิธีดำเนินการ ร้านค้าในโครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถเลือกเข้าร่วมการพัฒนาทักษะระหว่างวันที่ 19 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ดังต่อไปนี้

 

  • เข้าร่วมเป็นร้านค้าบนแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform)
  • เข้าร่วมและผ่านเกณฑ์การอบรมออนไลน์ของธนาคารออมสิน
  • เข้าร่วมและผ่านเกณฑ์การอบรมออนไลน์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

 

5. สิทธิประโยชน์: ร้านค้าที่ผ่านหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพัฒนาทักษะจำนวนไม่เกิน 400,000 ร้านค้าแรก จะได้รับสิทธิเงินสนับสนุนจากภาครัฐ ร้อยละ 20 ของยอดขายที่เกิดจากโครงการคนละครึ่ง พลัส เฉพาะในส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่าย นับตั้งแต่วันที่ร้านค้าได้ดำเนินการพัฒนาทักษะสำเร็จ จนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568

 

ทั้งนี้ สูงสุดไม่เกิน 2,000 บาทต่อร้านค้า โดยกระทรวงการคลังจะโอนเงินสนับสนุนให้แก่ร้านค้าผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ที่ผูกกับแอปพลิเคชันถุงเงิน ในวันที่ 25 ธันวาคม 2568

The post ครม. เห็นชอบวงเงิน 800 ล้านบาท สำหรับโครงการ Upskill-Reskill ร้านค้าคนละครึ่ง พลัส appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษกรัฐบาลยืนยันคนละครึ่ง พลัส เฟส 2 ยังไม่เริ่ม อยู่ระหว่างออกแบบระบบ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม https://thestandard.co/klk-plus-phase-2-not-started/ Sat, 15 Nov 2025 03:40:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1143626 โฆษกรัฐบาลยืนยัน คนละครึ่ง พลัส เฟส 2 ยังไม่เริ่ม อยู่ระหว่างออกแบบระบบ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม

วานนี้ (14 พฤศจิกายน) สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจ […]

The post โฆษกรัฐบาลยืนยันคนละครึ่ง พลัส เฟส 2 ยังไม่เริ่ม อยู่ระหว่างออกแบบระบบ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษกรัฐบาลยืนยัน คนละครึ่ง พลัส เฟส 2 ยังไม่เริ่ม อยู่ระหว่างออกแบบระบบ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม

วานนี้ (14 พฤศจิกายน) สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมายืนยันและชี้แจงต่อกระแสข่าวออนไลน์ที่ระบุว่า รัฐบาลได้ประกาศเริ่มโครงการ คนละครึ่ง พลัส เฟส 2 แล้ว โดยโฆษกประจำสำนักนายกฯ ยืนยันว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง

 

สิริพงศ์กล่าวว่า โครงการคนละครึ่ง พลัส ในปัจจุบันยังคงอยู่ระหว่างการดำเนินโครงการในเฟส 1 และยังไม่มีการกำหนดรายละเอียดของการดำเนินโครงการในเฟส 2 แต่อย่างใด

 

ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบระบบและแนวทางจัดสรรสิทธิเท่านั้น โดยเน้นย้ำว่า หากมีข้อมูลที่ชัดเจนและเป็นทางการเกี่ยวกับการดำเนินงานในเฟส 2 รัฐบาลจะประกาศให้ประชาชนทราบผ่านช่องทางที่เป็นทางการเท่านั้น เช่น เว็บไซต์กระทรวงการคลัง (mof.go.th) หรือเว็บไซต์โครงการคนละครึ่ง พลัส (www.คนละครึ่งพลัส.com)

 

โฆษกประจำสำนักนายกฯ ได้เตือนประชาชนให้ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งทางการที่เชื่อถือได้ เนื่องจากปัจจุบันมีข่าวปลอมเกี่ยวกับการเข้าร่วมโครงการของรัฐบาลจำนวนมาก ซึ่งสร้างความสับสนเป็นวงกว้าง

 

ทั้งนี้ โครงการคนละครึ่ง พลัส ที่เริ่มใช้มาตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ได้ส่งผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจอย่างชัดเจน โดยการสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนตุลาคม 2568 ดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 9 เดือน เนื่องจากประชาชนมีความคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวจากนโยบายดังกล่าว

 

สำหรับผลการดำเนินงานของ เฟส 1 ข้อมูล ณ วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 เวลา 23:00 น. พบว่า:

 

  • มียอดการใช้จ่ายสะสมรวมทั้งสิ้นกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท
  • มีประชาชนใช้สิทธิครบเต็มจำนวนแล้ว 626,036 ราย

 

ประชาชนที่ได้รับสิทธิเฟส 1 ยังคงสามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ระหว่างเวลา 06.00-23.00 น. ผ่าน G Wallet ในแอปพลิเคชันเป๋าตัง ทั้งกับร้านค้าปกติและผ่าน Food Delivery Platform โดยในแต่ละวันไม่จำเป็นต้องใช้จ่ายให้เต็มสิทธิ 200 บาท

The post โฆษกรัฐบาลยืนยันคนละครึ่ง พลัส เฟส 2 ยังไม่เริ่ม อยู่ระหว่างออกแบบระบบ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม appeared first on THE STANDARD.

]]>