คนละครึ่งพลัส Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/คนละครึ่งพลัส/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 02 Jul 2026 09:29:16 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน ‘ส้มตำ-ชาไทย’ ขึ้นแท่นเมนูยอดฮิต https://thestandard.co/grabfood-thai-chuay-thai-plus-sales/ Thu, 02 Jul 2026 09:29:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1226022 ภาพไรเดอร์แกร็บฟู้ดกำลังส่งอาหารพร้อมโลโก้โครงการไทยช่วยไทยพลัส

แกร็บ เผยโครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ ช่วยฟื้นฟูเศรษฐ […]

The post แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน ‘ส้มตำ-ชาไทย’ ขึ้นแท่นเมนูยอดฮิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพไรเดอร์แกร็บฟู้ดกำลังส่งอาหารพร้อมโลโก้โครงการไทยช่วยไทยพลัส

แกร็บ เผยโครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน มีร้านอาหารเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น 40% และไรเดอร์มีรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้น 18% เผยอินไซต์ผู้บริโภคนิยมใช้สิทธิ์สั่งอาหารในช่วงมื้อเที่ยงมากที่สุด โดย ‘ส้มตำ’ ติดอันดับเมนูขายดีที่สุด ขณะที่ ‘ชาไทย’ ยังคงยืนหนึ่งเมนูเครื่องดื่มยอดนิยม พบคนกรุงเทพฯ ครองแชมป์การใช้สิทธิ์ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี รองลงมาคือ ชลบุรี เชียงใหม่ ขอนแก่น และ นครราชสีมา

 

จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผยว่า นับตั้งแต่รัฐบาลเปิดให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรีในช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก ทั้งจากผู้ใช้บริการ ผู้ประกอบการร้านอาหาร รวมถึงไรเดอร์

 

โดยปัจจุบันมีการใช้สิทธิ์สั่งอาหารผ่านแกร็บฟู้ดตลอดสองสัปดาห์แรก รวมมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ซึ่งช่วยสร้างแรงกระเพื่อมให้กับกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอย่างมีนัยยะสำคัญ ตัวเลขดังกล่าวตอกย้ำถึงผลสัมฤทธิ์ของโครงการฯ ที่ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

 

“โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ครั้งนี้มีร้านอาหารเข้าร่วมกับแกร็บฟู้ดเพิ่มขึ้นถึง 40% เมื่อเทียบกับโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อแกร็บฟู้ดในฐานะช่องทางสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและสร้างยอดขาย
ผ่านการสนับสนุนแบบจัดเต็ม ทั้งการให้ส่วนลดค่า GP พิเศษ การทำแคมเปญการตลาดที่ได้ ‘น้องเกล’ มาร่วมโปรโมต ตลอดจนการให้สินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง ในขณะเดียวกันยังส่งผลดีต่อกลุ่มไรเดอร์ โดยเฉพาะใน 5 จังหวัดที่มีผู้ใช้สิทธิ์สูงสุด ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงถึง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ” จันต์สุดา กล่าว

 

แกร็บยังเผยอินไซต์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการสั่งอาหารเดลิเวอรีผ่านโครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ ในช่วง 2 สัปดาห์แรก (ระหว่างวันที่ 15 – 30 มิถุนายน) ได้แก่

 

  • คนส่วนใหญ่ (55%) นิยมใช้สิทธิ์สั่งอาหารเดลิเวอรีด้วยมูลค่าประมาณ 100 – 250 บาทต่อออเดอร์ รองลงมาคือมูลค่าต่ำกว่า 100 บาทต่อออเดอร์ (25%)
  • มื้อกลางวันคือช่วงเวลาที่มีคนใช้สิทธิ์สั่งอาหารมากที่สุด โดยเฉพาะระหว่างเวลา 11.00 – 12.00 น.
  • เมนูอาหารที่คนนิยมสั่งมากที่สุด คือ ส้มตำ รองลงมาคือ ข้าวมันไก่ ลาบหมู และ คอหมูย่าง ขณะที่ ชาไทย ยืนหนึ่งในฐานะเครื่องดื่มยอดนิยม ตามมาด้วย ชาเขียว และ โกโก้
  • 5 จังหวัดที่มีการใช้สิทธิ์สั่งอาหารเดลิเวอรีมากที่สุด คือ กรุงเทพฯ ชลบุรี เชียงใหม่ ขอนแก่น และ นครราชสีมา
  • ‘ร้านอรทัยซูชิวังหลัง’ ในย่านพรานนก ยังคงทำสถิติสร้างยอดขายสูงที่สุดทะลุกว่า 4 แสนบาท (1,800 ออเดอร์) ภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์
  • ขณะที่ ‘ร้านข้าวหน้าเนื้อพิคานย่า’ ในย่านดินแดง ครองแชมป์ร้านดาวรุ่ง โดยสามารถสร้างยอดขายเติบโตถึง 12 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ

The post แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน ‘ส้มตำ-ชาไทย’ ขึ้นแท่นเมนูยอดฮิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินควงศุภจี ขับรถพุ่มพวงขาย เปิดโครงการไทยช่วยไทย ลดราคาสินค้าทั่วประเทศ เริ่ม 15 พ.ค. https://thestandard.co/thai-help-thai-project-reduce-prices/ Tue, 12 May 2026 04:21:59 +0000 https://thestandard.co/thai-help-thai-project-reduce-prices/ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งรถพุ่มพวงขายสินค้า

วันนี้ (12 พฤษภาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล น […]

The post อนุทินควงศุภจี ขับรถพุ่มพวงขาย เปิดโครงการไทยช่วยไทย ลดราคาสินค้าทั่วประเทศ เริ่ม 15 พ.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งรถพุ่มพวงขายสินค้า

วันนี้ (12 พฤษภาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ ‘ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ พาณิชย์รถพุ่มพวง ลดราคาช่วยประชาชน’ โดยมี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมเปิดงานด้วย

 

การเปิดโครงการไทยช่วยไทย เป็นการที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในชุมชนและพื้นที่ห่างไกลที่อาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด โดยได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน รับผิดชอบการบริหารโครงการ ประสานผู้ผลิต กำหนดรายการและราคาสินค้าจำเป็น

 

ขณะที่กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง สนับสนุนการคัดเลือกและประสานรถพุ่มพวงและร้านค้าชุมชนในพื้นที่ ส่วนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สนับสนุนเครือข่ายจุดจำหน่ายและจุดกระจายสินค้า เพื่อให้สินค้าราคาพิเศษเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง รวดเร็ว และเข้าถึงประชาชนมากยิ่งขึ้น

 

ทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาเปิดงาน อนุทิน ได้ขับรถพ่วงสามล้อที่ดัดแปลงมาเป็นรถพุ่มพวง พร้อมด้วย ศุภจี รอบตึกสันติไมตรี ก่อนจะขับรถสามล้อไปยังหน้าตึกไทยคู่ฟ้า และสวมบทบาทเป็นพ่อค้ารถพุ่มพวงขายสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาย่อมเยา

 

ภายหลัง ผู้สื่อข่าวถามว่าวันนี้มีอะไรมาขายบ้าง นายกรัฐมนตรีตอบว่า รถพุ่มพวงมีขายทุกอย่าง ทั้งแตงกวา แตงไทย ขนุน น้อยหน่า พุทรา มังคุด ก่อนที่ ศุภจี จะพูดเสริมว่า ขอให้ประชาชนคนไทยทุกคนช่วยกันซื้อ

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า รถพุ่มพวงนี้จะตระเวนขับขายไปตามหมู่บ้าน ราคาต่ำกว่าราคาตลาดถึงร้อยละ 10 ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของแต่ละผู้ประกอบการและสินค้า อย่างพวกเครื่องปรุง ซีอิ๊วขาว ซอสต่าง ๆ ที่แกะสลากออกเพื่อลดต้นทุนค่าการตลาด แต่คุณภาพข้างในก็คือซอสแบรนด์ปกติ แม้กระทั่งน้ำปลาก็มีรสชาติและคุณภาพเชื่อถือได้ ไม่มีลดคุณภาพของส่วนผสม

 

ศุภจี กล่าวเสริมต่อว่า นี่เป็นการต่อยอดจากที่กรมการปกครองนำสินค้าเหล่านี้ไปวางกระจายทั่วทุกอำเภอ ไปตามชุมชนต่างๆ ที่ห่างไกลด้วย

 

ขณะที่นายกรัฐมนตรีกล่าวเชิญชวนประชาชนคนไทยให้เข้าร่วมในโครงการไทยช่วยไทย ว่า นี่เป็นของถูกกว่าราคาตลาดทั่วไปอยู่แล้ว หากประชาชนเห็นการออกร้านขายสินค้าของกระทรวงพาณิชย์ ให้รับรู้เลยว่านี่เป็นสินค้าที่สามารถหาซื้อได้ในราคาที่ต่ำกว่าตลาดและห้างสรรพสินค้า เพราะได้รับการช่วยเหลือจากผู้ประกอบการต่าง ๆ ซื้อแบบไม่ต้องเกรงใจ ตามกำลังความสามารถที่มี ซึ่งเป็นสินค้าราคาที่ต่ำลง แต่คุณภาพ มาตรฐาน รสชาติ และส่วนผสมทุกอย่างไม่เปลี่ยนแปลง

 

ศุภจี กล่าวย้ำว่า ที่ราคาถูกกว่าตลาดเป็นความตั้งใจ เป็นราคาที่ประหยัดส่งถึงคนไทย ซึ่งเป็นสินค้าที่ร่วมกับกรมการปกครอง ที่ร่วมกันลงทะเบียนก่อนหน้านี้

 

ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะกล่าวเสริมว่า สินค้าเหล่านี้เริ่มแรกเราส่งให้ผู้ประกอบการนำไปขาย เพื่อเอารายได้มาซื้อของเติมใส่ในรถพุ่มพวง โดยมีรัฐบาลช่วย และยังช่วยเรื่องบัตรเติมน้ำมันด้วย

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากประชาชนอยากให้โครงการนี้มีต่อไป แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจะดีขึ้น จะสามารถทำได้หรือไม่ ศุภจี กล่าวว่า สามารถทำต่อไปได้ เพราะเรามีความตั้งใจจะนำสินค้าอุปโภคบริโภคของผู้ประกอบการรายเล็กมาร่วมในโครงการนี้ และตั้งใจจะทำต่อในระยะยาวอยู่แล้ว

 

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรียังหยิบคะน้า และซอสปรุงรส เครื่องปรุงต่าง ๆ ขึ้นมา พร้อมกล่าวว่า “นี่ถ้ามีพริกก็สามารถหั่นและผัดได้เลย” ส่วนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปห่อนี้ก็สามารถนำมาทำเป็นเมนูผัดแห้งได้ ก่อนที่นายกรัฐมนตรี และศุภจี จะกลับมาที่ตึกสันติไมตรี เพื่อดูสินค้าในโครงการไทยช่วยไทยจากแบรนด์ต่างๆ

 

สำหรับโครงการไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ พาณิชย์รถพุ่มพวง ลดราคาช่วยประชาชน มีเป้าหมายดำเนินการต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อให้สอดรับกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระค่าครองชีพของรัฐบาลในช่วงเดียวกัน อาทิ โครงการคนละครึ่งพลัส โดยในระยะแรกจะดำเนินการระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน 2569 รวมระยะเวลา 30 วัน นำสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น 14 รายการ จากผู้ประกอบการ 12 ราย มาจำหน่ายในราคาพิเศษผ่านช่องทางใกล้ชุมชน ทั้งรถพุ่มพวง ร้านค้าชุมชน และจุดให้บริการของไปรษณีย์ไทย เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าจำเป็นได้สะดวกขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และเพิ่มทางเลือกในการจับจ่ายสินค้าใกล้บ้าน

 

ทั้งนี้ รัฐบาลคาดว่าโครงการนี้จะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนได้ไม่น้อยกว่า 280 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายให้เกิดประโยชน์ครอบคลุมประชาชนไม่น้อยกว่า 4 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ 3 เดือน

 

สำหรับจุดจำหน่ายสินค้า ในเบื้องต้นจะมีรถพุ่มพวงทั่วประเทศรวม 3,800 คัน จุดจำหน่ายผ่านไปรษณีย์จังหวัดและไปรษณีย์อำเภอ รวม 946 จุด และร้านค้าชุมชน 129 ร้าน ซึ่งจะเป็นเครือข่ายสำคัญในการนำสินค้าราคาพิเศษไปถึงมือประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชน หมู่บ้าน และพื้นที่ที่ประชาชนเข้าถึงห้างค้าปลีกหรือแหล่งจำหน่ายขนาดใหญ่ได้ไม่สะดวก

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งรถพุ่มพวงขายสินค้า 1นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งรถพุ่มพวงขายสินค้า 2นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งรถพุ่มพวงขายสินค้า 3นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งรถพุ่มพวงขายสินค้า 4นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งรถพุ่มพวงขายสินค้า 5นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งรถพุ่มพวงขายสินค้า 6นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งรถพุ่มพวงขายสินค้า 7นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งรถพุ่มพวงขายสินค้า 8

The post อนุทินควงศุภจี ขับรถพุ่มพวงขาย เปิดโครงการไทยช่วยไทย ลดราคาสินค้าทั่วประเทศ เริ่ม 15 พ.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศิริกัญญาเตือนรัฐบาลอย่าใช้ พ.ร.ก. กู้เงินฯ เป็นตัวประกัน หากถูกยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ https://thestandard.co/sirikanya-loan-decree-constitutional-court/ Thu, 07 May 2026 06:44:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1204688 ศิริกัญญา ตันสกุล แถลงเตือนรัฐบาลเรื่อง พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่อาจขัดรัฐธรรมนูญ

การพิจารณาการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการ […]

The post ศิริกัญญาเตือนรัฐบาลอย่าใช้ พ.ร.ก. กู้เงินฯ เป็นตัวประกัน หากถูกยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศิริกัญญา ตันสกุล แถลงเตือนรัฐบาลเรื่อง พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่อาจขัดรัฐธรรมนูญ

การพิจารณาการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติเป็นวาระลับเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ถูกฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่า การนำโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานในระยะยาวมารวมกับงบประมาณเยียวยาประชาชนระยะสั้น อาจเป็นการดำเนินการที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

 

กระทั่งวันนี้ (7 เมษายน) ศิริกัญญา ตันสกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้นำประเด็นนี้ตั้งกระทู้ถามสดต่อ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในวาระการพิจารณาของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ชี้แจงแทน

 

ศิริกัญญา อภิปรายว่า ร่าง พ.ร.ก. ฉบับดังกล่าวมีรายละเอียดเพียง 11 มาตรา โดยรัฐบาลแบ่งวงเงินออกเป็นสองส่วน ส่วนแรก 2 แสนล้านบาทสำหรับการเยียวยาประชาชน รัฐบาลมีแผนใช้จ่ายในโครงการคนละครึ่งพลัส 60:40 วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท สำหรับกลุ่มเป้าหมาย 30 ล้านคน และการเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วงเงิน 52,800 ล้านบาท รวมเป็นการใช้เงิน 172,800 ล้านบาทภายในระยะเวลา 4 เดือนแรก

 

ศิริกัญญาตั้งคำถามถึงหลักการมุ่งเป้าของโครงการคนละครึ่งที่เป็นการลงทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง ซึ่งอาจไม่สามารถคัดกรองและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแท้จริง พร้อมระบุว่า หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อเกิน 4 เดือน รัฐบาลจะไม่มีงบประมาณเหลือสำหรับการเยียวยาในระยะต่อไป

 

สำหรับวงเงินส่วนที่สอง 2 แสนล้านบาท ที่ระบุว่าใช้เพื่อการปรับโครงสร้างสำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ศิริกัญญา มองว่าไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนถึงขั้นต้องใช้อำนาจฝ่ายบริหารออกเป็น พ.ร.ก. และยังไม่มีความชัดเจนของแผนงาน จึงมีลักษณะคล้ายการอนุมัติงบประมาณล่วงหน้าให้คณะกรรมการไปพิจารณาจัดสรรในภายหลัง การดำเนินการเช่นนี้อาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 โดยเสนอให้รัฐบาลแยกวงเงินการเยียวยาออกเป็น พ.ร.ก. ส่วนโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานให้นำเสนอเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตามกระบวนการปกติเพื่อบรรจุในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570

 

นอกจากนี้ ศิริกัญญายังเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงแผนการชำระหนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาระต่องบประมาณดังเช่นการกู้เงินนอกงบประมาณ 1.5 ล้านล้านบาทของรัฐบาลชุดก่อน พร้อมเตือนว่าหาก พ.ร.ก. ฉบับนี้ถูกยื่นตีความโดยศาลรัฐธรรมนูญ รัฐบาลไม่ควรนำการเยียวยาประชาชนมาเป็นข้ออ้างหรือตัวประกัน เนื่องจากรัฐบาลเป็นผู้เลือกที่จะรวมสองโครงการเข้าด้วยกัน

 

ทางด้านภราดรชี้แจงถึงความจำเป็นในการกู้เงินว่า สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิกฤตพลังงาน ต้นทุนสินค้า และค่าครองชีพของประชาชน ในขณะที่รัฐบาลมีข้อจำกัดทางคลังอย่างหนัก โดยงบกลางสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินในงบประมาณปี 2569 เหลืออยู่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท และการออก พ.ร.บ. โอนงบประมาณจากหน่วยงานต่างๆ คาดว่าจะดำเนินการได้เพียง 2-3 หมื่นล้านบาท รวมแล้วรัฐบาลจะมีเม็ดเงินพร้อมใช้เพียง 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการบรรเทาผลกระทบ รัฐบาลจึงต้องกู้เงิน 4 แสนล้านบาทเพื่อป้องกันภาวะข้าวยากหมากแพง

 

สำหรับแผนการจัดสรรเงิน 172,800 ล้านบาทในช่วง 4 เดือนแรก ประกอบด้วยการให้เงินช่วยเหลือ 1,000 บาทต่อเดือน แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.2 ล้านคน และโครงการคนละครึ่งพลัส 1,000 บาทต่อเดือน สำหรับประชาชน 30 ล้านคน รวมผู้ได้รับสิทธิ 43.2 ล้านคน แนวทางนี้เป็นผลจากการประเมินร่วมกันของ 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ ซึ่งคาดการณ์ว่าสงครามอาจยืดเยื้อในระดับกลาง การอัดฉีดเม็ดเงินในระยะสั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ประชาชนมีกำลังซื้อ นอกจากนี้ การประเมินแผนการคลังระยะปานกลางยืนยันว่า เพดานหนี้สาธารณะจะยังคงอยู่ต่ำกว่ากรอบ 70% ในระยะ 3-4 ปีข้างหน้า

 

ส่วนประเด็นวงเงิน 2 แสนล้านบาทสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ภราดรชี้แจงว่าเป็นวาระเร่งด่วนในการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลเพื่อปรับโครงสร้างค่าไฟของประชาชนให้ลดลงอย่างยั่งยืน สาเหตุที่ไม่สามารถบรรจุโครงการเหล่านี้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ได้ เป็นเพราะกระบวนการจัดทำงบประมาณมีระยะเวลาจำกัด โดยสำนักงบประมาณได้ปิดรับคำขอไปเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม และพบว่าหน่วยงานต่างๆ เสนอโครงการด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานเข้ามาไม่มากนัก

 

สำหรับแผนการบริหารหนี้ รัฐบาลจะใช้วิธีการกู้ยืมภายในประเทศซึ่งคาดว่าจะมีอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 1.3 เปอร์เซ็นต์ และจะจัดสรรเงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีในสัดส่วนร้อยละ 4 หรือประมาณปีละ 150,000 ล้านบาท เพื่อชำระคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยตามระบบปกติ

 

ภราดรยืนยันในตอนท้ายว่าการออก พ.ร.ก. กู้เงินครั้งนี้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ทุกประการ และมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเม็ดเงินถึงมือประชาชนเพื่อแก้ไขวิกฤตอย่างทันท่วงที

The post ศิริกัญญาเตือนรัฐบาลอย่าใช้ พ.ร.ก. กู้เงินฯ เป็นตัวประกัน หากถูกยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพสะท้อนโครงสร้างแรงงานไทยยุค 2569 เมื่อเศรษฐกิจไม่แน่นอน รายได้คนไทย โตไม่ทันรายจ่าย https://thestandard.co/thai-labor-income-crisis-2026/ Fri, 01 May 2026 01:47:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1202922 ภาพกราฟิกแสดงปัญหาโครงสร้างแรงงานไทยปี 2569 เศรษฐกิจไม่แน่นอน รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย

ชำแหละปัญหาแรงงานไทย 2569 เมื่อเศรษฐกิจโต แต่ชีวิตแรงงา […]

The post ภาพสะท้อนโครงสร้างแรงงานไทยยุค 2569 เมื่อเศรษฐกิจไม่แน่นอน รายได้คนไทย โตไม่ทันรายจ่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกแสดงปัญหาโครงสร้างแรงงานไทยปี 2569 เศรษฐกิจไม่แน่นอน รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย

ชำแหละปัญหาแรงงานไทย 2569 เมื่อเศรษฐกิจโต แต่ชีวิตแรงงานยังไม่ขยับ เศรษฐกิจไทยจะไปต่ออย่างไร?

 

 
 

รายได้โตไม่ทันค่าครองชีพ

 

ในปี 2569 หนึ่งความท้าทายเศรษฐกิจคือ “วิกฤตเชิงโครงสร้างของแรงงานไทย”

 

แรงงานจำนวนมากเผชิญภาวะรายได้ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ แม้ค่าแรงขั้นต่ำปรับขึ้นในบางธุรกิจ แต่ยังตามไม่ทันราคาสินค้า ค่าเช่า และค่าเดินทางที่แพงขึ้น ส่งผลให้หลายคนต้องทำงานเสริม หรืออยู่ในภาวะ “ชนเดือน”

 

โดยเฉพาะความขัดแย้งตะวันออกกลางที่ไม่แน่นอน ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจโลก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันและค่าไฟ และอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวในกรอบ 1.1-1.5% ชะลอลงจากเดิมที่เคยคาดว่าจะขยายตัวได้ประมาณ 2%

 

สอดคล้องกับมุมมองของรัฐบาลที่ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัว 1.4% แม้ขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณรุนแรงถึงขั้นธุรกิจ ขาดสภาพคล่องจำนวนมาก ปิดกิจการ หรือปลดคนงานเป็นวงกว้าง

 

โครงสร้างงานเปลี่ยน แต่ ‘ทักษะ’ แรงงานไทยยังล้าหลัง

 

ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและระบบอัตโนมัติ ทำให้งานจำนวนหนึ่งหายไปหรือถูกแทนที่

 

โดยแรงงานจำนวนไม่น้อยยังขาดทักษะใหม่ เกิดช่องว่าง “งานเปลี่ยน แต่คนไม่พร้อม” โดยเฉพาะแรงงานวัยกลางคน

 

แรงงานนอกระบบยัง ‘เปราะบาง’

 

นอกจากนี้ มากกว่า 50% ของแรงงานไทยยังอยู่นอกระบบ ทั้งค้าขายอิสระ รับจ้างรายวัน และฟรีแลนซ์ กลุ่มนี้ขาดหลักประกันรายได้และสวัสดิการ ทำให้เสี่ยงสูงเมื่อเศรษฐกิจผันผวนหรือเกิดวิกฤต

 

น่าสนใจว่า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยผลสำรวจ มูลค่าใช้จ่ายวันแรงงานปี 2569 ติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี หลังรายได้ไม่เพิ่ม ธุรกิจทยอยลดโอที ลดงานเสริม คนไทยอยู่ในสภาวะรัดเข็มขัด “ลดรายจ่าย ใช้เท่าที่มี”

 

ชั่วโมงทำงานสูง แต่คุณภาพชีวิตต่ำ ธุรกิจกำลังเผชิญขาดแคลนแรงงานต่างด้าวรุนแรง

 

นอกจากนี้ จากงานวิจัยพบว่า ไทยยังมีชั่วโมงทำงานเฉลี่ยสูง ขณะที่ผลตอบแทนและคุณภาพชีวิตไม่สอดคล้อง ปัญหาความเครียดและภาวะหมดไฟในแรงงานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนแรงกดดันในตลาดแรงงานที่เข้มข้นขึ้น

 

ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งภาพสะท้อนโครงสร้างแรงงานในภาคธุรกิจ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาชิกผู้ประกอบการทั่วประเทศสะท้อนปัญหาไปในทิศทางเดียวกัน ว่าปัญหาแรงงานในประเทศไทยที่ขาดแคลน เป็น ‘ปัญหาเชิงระบบ’ ที่กระทบแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมายทุกกลุ่ม

 

ไม่ว่าจะเป็นเมียนมา ลาว เวียดนาม และกัมพูชา ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญของภาคการผลิต การเกษตร การก่อสร้าง และภาคบริการ

 

หากไม่มีมาตรการรองรับที่เหมาะสมทันที อาจส่งผลกระทบฉับพลันต่อภาคธุรกิจที่พึ่งพาแรงงานกลุ่มดังกล่าวในสัดส่วนสูง โดยเฉพาะภาคก่อสร้าง ภาคเกษตร (รวมถึงงานเก็บผลไม้ตามฤดูกาล) และภาคบริการ ซึ่งล้วนเป็นภาคเศรษฐกิจหลักของประเทศ

 

ทางออก : ต้องมากกว่าการขึ้นค่าแรง

 

ระยะสั้น มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มองว่า ในภาวะที่ประชาชนระวังการใช้จ่าย มาตรการของรัฐ เช่น ‘ไทยช่วยไทย’ หรือ ‘คนละครึ่งพลัส’ จะกระตุ้นกำลังซื้อและพยุงเศรษฐกิจฐานราก ทั้ง 2 โครงการจะหมุนเวียนในระบบ 2 แสนล้านบาท ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะแรงงาน

 

นักวิเคราะห์ ระบุว่า การแก้ปัญหาแรงงานต้องทำเชิงโครงสร้าง ทั้งการยกระดับทักษะ (reskill/upskill) ขยายสวัสดิการแรงงานนอกระบบ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่มูลค่าสูง และลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองกับชนบท

 

ภาพกราฟิกแสดงปัญหาโครงสร้างแรงงานไทยปี 2569 เศรษฐกิจไม่แน่นอน รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย 1

 


 

ภาพกราฟิกแสดงปัญหาโครงสร้างแรงงานไทยปี 2569 เศรษฐกิจไม่แน่นอน รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย 2

 


 

ภาพกราฟิกแสดงปัญหาโครงสร้างแรงงานไทยปี 2569 เศรษฐกิจไม่แน่นอน รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย 3

 


 

ภาพกราฟิกแสดงปัญหาโครงสร้างแรงงานไทยปี 2569 เศรษฐกิจไม่แน่นอน รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย 4

 

ภาพประกอบ: ธิดามาศ เขียวเหลือ

The post ภาพสะท้อนโครงสร้างแรงงานไทยยุค 2569 เมื่อเศรษฐกิจไม่แน่นอน รายได้คนไทย โตไม่ทันรายจ่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
โครงการคนละครึ่งยังจำเป็นในวันที่คนไทยส่วนใหญ่ ‘รายได้ติดลบ’ ลุกลามถึงฝั่งร้านอาหารเร่งลดโอที – หยุดจ้างงานใหม่ https://thestandard.co/thai-income-crisis-restaurants/ Wed, 29 Apr 2026 08:22:10 +0000 https://thestandard.co/thai-income-crisis-restaurants/ ภาพกราฟิกสื่อถึงคนไทยรายได้ติดลบ แบกรับค่าครองชีพสูง กระทบร้านอาหารต้องลดโอที-หยุดจ้างงานใหม่ มีภาพ ฐนิวรรณ กุลมงคล และโลโก้ WEALTH IN DEPTH

นโยบาย ‘คนละครึ่งพลัส’ ยังถูกมองว่าเป็นเครื่องมือพยุงเศ […]

The post โครงการคนละครึ่งยังจำเป็นในวันที่คนไทยส่วนใหญ่ ‘รายได้ติดลบ’ ลุกลามถึงฝั่งร้านอาหารเร่งลดโอที – หยุดจ้างงานใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกสื่อถึงคนไทยรายได้ติดลบ แบกรับค่าครองชีพสูง กระทบร้านอาหารต้องลดโอที-หยุดจ้างงานใหม่ มีภาพ ฐนิวรรณ กุลมงคล และโลโก้ WEALTH IN DEPTH

นโยบาย ‘คนละครึ่งพลัส’ ยังถูกมองว่าเป็นเครื่องมือพยุงเศรษฐกิจฐานราก ท่ามกลางแรงกดดันค่าครองชีพที่พุ่งขึ้นไม่หยุด ‘ฐนิวรรณ กุลมงคล’ นายกสมาคมภัตตาคารไทย ให้มุมมองกับ THE STANDARD WEALTH ว่า มาตรการดังกล่าวรัฐบาลให้วงเงินรวม 4,000 บาทต่อคนในระยะเวลา 4 เดือน หรือเฉลี่ยเดือนละ 1,000 บาท ยังคงมีความจำเป็นในช่วงเวลานี้

 

 

ภาพกราฟิกสื่อถึงคนไทยรายได้ติดลบ แบกรับค่าครองชีพสูง กระทบร้านอาหารต้องลดโอที-หยุดจ้างงานใหม่ มีภาพ ฐนิวรรณ กุลมงคล และโลโก้ WEALTH IN DEPTH 1

ฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย

 

เนื่องจากปัจจุบัน ผู้บริโภคจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้ประจำระดับ 1-2 หมื่นบาทต่อเดือน กำลังเผชิญภาวะ ‘รายได้ติดลบ’ จากรายจ่ายที่สูงกว่ารายรับ อันเป็นผลมาจากราคาน้ำมันและต้นทุนต่างๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ทั้งค่าเดินทางและค่าครองชีพโดยรวมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้นหลายครัวเรือนเริ่มมีภาระขาดดุลเฉลี่ยราว 3,000–5,000 บาทต่อเดือน ซึ่งนำไปสู่ความเสี่ยงด้านหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น และทำให้กำลังซื้อในระบบลดลงเป็นลูกโซ่

 

ผลกระทบดังกล่าว ลุกลามไปยังภาคธุรกิจร้านอาหารและบริการอย่างชัดเจน ผู้ประกอบการร้านอาหารจำนวนมากจำเป็นต้องปรับตัวด้วยแนวทาง Lean เพื่อลดต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นการชะลอการจ้างงานใหม่ หรือปรับลดชั่วโมงการทำงานล่วงเวลา (OT) ซึ่งเดิมถือเป็นรายได้เสริมของแรงงาน ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคยิ่งหดตัวลงอีก

 

อย่างไรก็ตาม มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐในรูปแบบเงินช่วยเหลือรายเดือน แม้จะไม่ใช่วงเงินขนาดใหญ่ แต่มีบทบาทสำคัญในการช่วยพยุงกลุ่มเปราะบางและผู้ประกอบการรายย่อย (Micro SME) ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึงครึ่งหนึ่งของประเทศ หากขาดมาตรการรองรับ กลุ่มนี้อาจต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบ และเสี่ยงต่อปัญหาสังคมในระยะยาว

 

ฐนิวรรณยังชี้ว่า แนวคิดนโยบายของภาครัฐกำลังเปลี่ยนผ่านจากมาตรการกระตุ้นการบริโภคแบบโครงการคนละครึ่งในช่วงโควิด ไปสู่ลักษณะของรัฐสวัสดิการ ที่มุ่งช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชนโดยตรงมากขึ้น

 

สมาคมภัตตาคารไทยถก LINE MAN ปรับค่าธรรมเนียม ชี้ลด GP ยังยาก

 

ในอีกด้านหนึ่ง สมาคมภัตตาคารไทยได้หารือกับแพลตฟอร์มเดลิเวอรีรายใหญ่ อย่าง LINE MAN เพื่อปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยพบว่าไรเดอร์เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักสุด เนื่องจากต้องแบกรับต้นทุนค่าน้ำมันและค่าเดินทางโดยตรง และหากไรเดอร์ไม่สามารถดำเนินอาชีพต่อได้ ย่อมกระทบต่อทั้งระบบแพลตฟอร์ม

 

ภาพกราฟิกสื่อถึงคนไทยรายได้ติดลบ แบกรับค่าครองชีพสูง กระทบร้านอาหารต้องลดโอที-หยุดจ้างงานใหม่ มีภาพ ฐนิวรรณ กุลมงคล และโลโก้ WEALTH IN DEPTH 2

 

ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มย้ำบทบาทของตนในฐานะ Marketplace โดยแนะนำให้ผู้ประกอบการปรับวิธีคิดด้านต้นทุน เช่น ไม่นำค่าใช้จ่ายของหน้าร้านทั้งหมด อาทิ ค่าเช่าหรือพนักงานเสิร์ฟ มาคำนวณรวมในราคาบนแพลตฟอร์ม เพื่อให้สามารถรับมือกับค่าธรรมเนียม GP ที่อยู่ในระดับสูงได้

 

สำหรับข้อเรียกร้องให้ลดค่าธรรมเนียม GP นั้น มองว่าเกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากแต่ละแพลตฟอร์มมีโครงสร้างต้นทุนและกลยุทธ์ราคาที่แตกต่างกัน และในปัจจุบันหลายรายได้ปรับเข้าสู่โมเดลธุรกิจที่เน้นความยั่งยืนมากขึ้น ไม่ได้อุดหนุนราคาด้วยการขาดทุนเหมือนในอดีต ดังนั้น หากต้องการให้เกิดการลดค่าธรรมเนียมอย่างเป็นรูปธรรม ภาครัฐอาจต้องเข้ามามีบทบาทในการช่วยอุดหนุนต้นทุน

 

VAT 7-10 % สะเทือนร้านเล็ก แนะรัฐยกเครื่องภาษี ดึงผู้ประกอบการเข้าระบบ

 

ในมิติของโครงสร้างภาษี ฐนิวรรณสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำของระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่ผู้มีรายได้ต่างระดับต้องจ่ายในอัตราเดียวกันเมื่อบริโภคสินค้า ทั้งที่ภาระต่อรายได้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งอาหารซึ่งมีต้นทุนสูง ยังถูกจัดเก็บภาษีในอัตราเดียวกับสินค้าบางประเภท เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 

อีกทั้งปัจจุบันยังมีผู้ประกอบการร้านอาหารรายเล็กราว 5-7 แสนราย ที่ยังไม่พร้อมเข้าสู่ระบบ VAT 7% และอาจได้รับผลกระทบมากขึ้นหากมีการปรับขึ้นอัตราภาษีในอนาคต ส่งผลให้บางส่วนเลือกอยู่นอกระบบ ขณะที่ภาครัฐยังขาดข้อมูลเชิงลึกของผู้ประกอบการกลุ่มนี้

 

ด้วยเหตุนี้ สมาคมฯ จึงอยู่ระหว่างจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านโครงสร้างภาษีอย่างเป็นระบบ เพื่อเสนอต่อรัฐบาล โดยมองว่าการออกแบบระบบภาษีที่เหมาะสมจะช่วยดึงผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบได้มากขึ้น แม้จะจัดเก็บในอัตราที่ไม่สูง แต่ย่อมดีกว่าการไม่สามารถจัดเก็บได้เลย

 

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยเฉพาะรายย่อย ร้านอาหารตามสั่ง และร้านอาหารชุมชน ตอนนี้รับแรงกดดันสองด้านพร้อมกัน คือ ต้นทุนเพิ่ม แต่ไม่สามารถปรับขึ้นราคาขายได้เต็มที่ เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคยังเปราะบาง หลายร้านจึงต้องลดกำไร ลดขนาด ตามด้วยปรับเมนู หรือชะลอการลงทุนเพื่อประคองธุรกิจ

 

ภาพกราฟิกสื่อถึงคนไทยรายได้ติดลบ แบกรับค่าครองชีพสูง กระทบร้านอาหารต้องลดโอที-หยุดจ้างงานใหม่ มีภาพ ฐนิวรรณ กุลมงคล และโลโก้ WEALTH IN DEPTH 3

 

หากสถานการณ์ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ร้านอาหารขนาดเล็กจำนวนมากอาจเผชิญปัญหาสภาพคล่อง และเสี่ยงปิดกิจการ ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อการจ้างงาน เกษตรกร ผู้ค้าส่ง โลจิสติกส์ และเศรษฐกิจฐานรากโดยรวม

 

ในภาพใหญ่ ธุรกิจอาหารไม่ได้เป็นเพียงภาคบริการ แต่เป็นห่วงโซ่เศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวและการจ้างงานอย่างกว้างขวาง ดังนั้น หากต้นทุนยังสูง โดยไม่มีมาตรการรองรับ ย่อมกระทบทั้งผู้ประกอบการและประชาชนในวงกว้าง

 

สมาคมภัตตาคารไทยจึงเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการบรรเทาผลกระทบในระยะสั้น ทั้งการลดต้นทุนขนส่งสินค้าอาหาร การเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงการกระตุ้นกำลังซื้อ เพื่อไม่ให้ภาระต้นทุนถูกผลักไปสู่ประชาชนมากเกินไป

The post โครงการคนละครึ่งยังจำเป็นในวันที่คนไทยส่วนใหญ่ ‘รายได้ติดลบ’ ลุกลามถึงฝั่งร้านอาหารเร่งลดโอที – หยุดจ้างงานใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อภิสิทธิ์จับตา ‘คนละครึ่งพลัส’ จี้คลังแจงแหล่งเงินทุนให้ชัด ย้ำเป้าหมายหลักต้องเน้นเยียวยาผู้เดือดร้อน https://thestandard.co/abhisit-demands-kon-la-krueng-plus-funding/ Sat, 25 Apr 2026 08:32:31 +0000 https://thestandard.co/abhisit-demands-kon-la-krueng-plus-funding/ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แถลงข่าวแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการคนละครึ่งพลัส

วันนี้ (25 เมษายน) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนร […]

The post อภิสิทธิ์จับตา ‘คนละครึ่งพลัส’ จี้คลังแจงแหล่งเงินทุนให้ชัด ย้ำเป้าหมายหลักต้องเน้นเยียวยาผู้เดือดร้อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แถลงข่าวแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการคนละครึ่งพลัส

วันนี้ (25 เมษายน) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลในปัจจุบัน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งสร้างความชัดเจนในมาตรการต่าง ๆ โดยเฉพาะประเด็นการบริหารจัดการงบประมาณ ซึ่งที่ผ่านมา เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้พยายามชี้แจงถึงขั้นตอนการจัดทำพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณ และร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ที่เริ่มมีทิศทางชัดเจนขึ้น ทั้งนี้ เพื่อนำไปสู่ข้อสรุปให้สังคมรับทราบว่า ท้ายที่สุดแล้วรัฐบาลมีความจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มเติมเพื่อนำมาใช้จ่ายหรือไม่

 

ในส่วนของมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่รัฐบาลระบุว่าต้องดำเนินการอย่างแม่นยำนั้น อภิสิทธิ์ เสนอแนะว่า แนวทางการช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในขณะนี้ รัฐบาลควรใช้เครื่องมือที่มีอยู่ในการแก้ปัญหาจากต้นทาง เช่น การพิจารณาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต และการควบคุมหรือปรับลดค่าการกลั่นน้ำมัน ซึ่งการดำเนินการในลักษณะนี้จะช่วยลดภาระงบประมาณของรัฐบาลที่ต้องนำไปใช้ในมาตรการเยียวยาที่ปลายทาง และยังเป็นการป้องกันไม่ให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้นไปแล้ว ไม่ยอมปรับลดลงตามกลไกตลาด

 

สำหรับความคืบหน้ากรณีที่รัฐบาลเตรียมดำเนินโครงการคนละครึ่งพลัส โดยกำหนดสัดส่วนให้รัฐบาลสมทบทุนร้อยละ 60 และประชาชนจ่ายร้อยละ 40 นั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ขณะนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังคงมีการแบ่งแยกกลุ่มเป้าหมายระหว่างกลุ่มเปราะบางและประชาชนทั่วไป ซึ่งตนต้องการเห็นตัวเลขงบประมาณและการระบุกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน พร้อมย้ำจุดยืนที่พรรคเคยนำเสนอไว้ตั้งแต่ช่วงที่รัฐบาลแถลงนโยบายว่า การใช้จ่ายงบประมาณของรัฐในสถานการณ์ปัจจุบัน ควรมีเป้าหมายหลักเพื่อการเยียวยาและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ มากกว่าการมุ่งเน้นใช้เม็ดเงินเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว

 

อภิสิทธิ์ ยังได้กล่าวทิ้งท้ายว่า โครงการดังกล่าวจะสัมฤทธิ์ผลหรือไม่นั้น จำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดอย่างรอบด้าน เนื่องจากบทเรียนจากมาตรการช่วยเหลือที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นมาตรการในภาคการขนส่ง กลุ่มผู้ขับรถแท็กซี่ หรือโครงการของกระทรวงพาณิชย์ ต้องยอมรับว่ายังไม่ครอบคลุมและไม่ได้สัดส่วนกับจำนวนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแท้จริง

 

นอกจากนี้ ความสำเร็จของโครงการคนละครึ่งพลัสยังขึ้นอยู่กับความชัดเจนของแหล่งที่มาของงบประมาณหลัก ว่าจะสามารถดำเนินการผ่าน พ.ร.บ.โอนงบประมาณ ต้องรอจัดสรรจากงบประมาณปี 2570 หรือจำเป็นต้องออกกฎหมายกู้เงินเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งให้ความกระจ่างต่อประเด็นเหล่านี้โดยเร็วที่สุด

The post อภิสิทธิ์จับตา ‘คนละครึ่งพลัส’ จี้คลังแจงแหล่งเงินทุนให้ชัด ย้ำเป้าหมายหลักต้องเน้นเยียวยาผู้เดือดร้อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนละครึ่งพลัสยังไม่เข้า ครม. เหตุยังไม่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ ภราดรย้ำงบประมาณพร้อม รัฐบริหารได้ https://thestandard.co/khon-la-krueng-plus-cabinet-pharadon-budget/ Tue, 21 Apr 2026 04:27:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1199523 ภราดร ปริศนานันทกุล แถลงข่าวความคืบหน้าโครงการคนละครึ่งพลัส และการบริหารงบประมาณภาครัฐ

วันนี้ (21 เมษายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล ภราดร ปริศนานันทกุล […]

The post คนละครึ่งพลัสยังไม่เข้า ครม. เหตุยังไม่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ ภราดรย้ำงบประมาณพร้อม รัฐบริหารได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภราดร ปริศนานันทกุล แถลงข่าวความคืบหน้าโครงการคนละครึ่งพลัส และการบริหารงบประมาณภาครัฐ

วันนี้ (21 เมษายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงบประมาณ กล่าวถึงโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานสะอาด ว่าจะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้หรือไม่ ว่า ยังไม่มี เนื่องจากกระทรวงการคลังกำลังพิจารณารายละเอียดอยู่

 

ส่วนมาตรการดูแลค่าไฟให้กับกลุ่มเปราะบาง จะมีการพิจารณาหรือไม่ ภราดร กล่าวว่า เรื่องนี้จะมีการจัดทำเป็นอัตราขั้นบันได โดยผู้ที่ใช้ไฟน้อย ปกติจ่ายอยู่ที่ประมาณ 2 บาทกว่าต่อหน่วย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีการปรับเกณฑ์บันไดค่าไฟใหม่ คาดว่าจะเริ่มในเดือนมิถุนายนนี้ เนื่องจากมาตรการเดิมจะสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม

 

ภราดร ยังชี้แจงกรณีโครงการคนละครึ่งพลัสยังไม่เข้าสู่ที่ประชุม ครม. ในวันนี้ เนื่องจากยังไม่ได้มีการประชุม ครม.เศรษฐกิจ โดยเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพิ่งกลับจากต่างประเทศ จึงทำให้การประชุม ครม.เศรษฐกิจต้องเลื่อนออกไป

 

ทั้งนี้ ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวกับงบประมาณมีหรือไม่ เนื่องจากรัฐบาลสามารถบริหารจัดการได้ โดยมีหลายช่องทาง เช่น การออกพระราชบัญญัติโอนงบประมาณ ซึ่งจะดำเนินการอย่างแน่นอน รวมถึงงบกลางฉุกเฉินบางส่วน ก็ยังสามารถนำมาใช้ได้

The post คนละครึ่งพลัสยังไม่เข้า ครม. เหตุยังไม่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ ภราดรย้ำงบประมาณพร้อม รัฐบริหารได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศิริกัญญาไม่เห็นด้วย ‘คนละครึ่งพลัส’ ชี้ไม่ใช่เวลาจะมากระตุ้นเศรษฐกิจ จี้รัฐอัดงบดูแลค่าครองชีพ รับมือวิกฤตหลังสงกรานต์ https://thestandard.co/sirikanya-rejects-khonlakhrueang-cost-living/ Wed, 15 Apr 2026 02:57:06 +0000 https://thestandard.co/sirikanya-rejects-khonlakhrueang-cost-living/ ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับโครงการ ‘คนละครึ่งพลัส’ พร้อมเรียกร้องรัฐบาลดูแลค่าครองชีพ

วันนี้ (14 เมษายน) ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประช […]

The post ศิริกัญญาไม่เห็นด้วย ‘คนละครึ่งพลัส’ ชี้ไม่ใช่เวลาจะมากระตุ้นเศรษฐกิจ จี้รัฐอัดงบดูแลค่าครองชีพ รับมือวิกฤตหลังสงกรานต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับโครงการ ‘คนละครึ่งพลัส’ พร้อมเรียกร้องรัฐบาลดูแลค่าครองชีพ

วันนี้ (14 เมษายน) ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดโครงการ ‘คนละครึ่งพลัส’ โดยมองว่าไม่เหมาะกับบริบทเศรษฐกิจในปัจจุบัน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลหันมาโฟกัสการบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนเป็นลำดับแรก

 

ศิริกัญญาให้ความเห็นว่า มาตรการช่วยเหลือที่เพิ่งผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ยังมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญ โดยเฉพาะการเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพียงเล็กน้อย ซึ่งไม่ทันต่อแรงกดดันจากราคาพลังงานและราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

 

แม้จะมีมาตรการดูแลภาคขนส่ง เช่น การช่วยเหลือต้นทุนน้ำมันสำหรับผู้ประกอบการขนส่งและผู้ให้บริการรับจ้าง แต่เธอมองว่านี่เป็นเพียงการประคองสถานการณ์ระยะสั้น

 

ขณะที่ภาพรวมการจัดสรรงบประมาณยังไม่สะท้อนความเร่งด่วนของปัญหา โดยงบที่ใช้ดูแลค่าครองชีพจริงมีสัดส่วนค่อนข้างจำกัด

 

สำหรับแนวคิด ‘คนละครึ่งพลัส’ ศิริกัญญาระบุว่า มาตรการลักษณะนี้เหมาะกับช่วงที่ต้องการกระตุ้นการใช้จ่าย แต่ในเวลาที่รายได้ของประชาชนตึงตัว การให้ประชาชนต้องร่วมจ่ายเพิ่มอาจไม่เกิดผลตามที่คาด

 

“สถานการณ์ตอนนี้คนจำนวนมากแทบไม่เหลือกำลังซื้อ การออกแบบนโยบายจึงควรลดภาระ ไม่ใช่เพิ่มเงื่อนไขให้ต้องจ่ายร่วม” เธอกล่าว

 

เธอยังเสนอให้รัฐบาลพิจารณามาตรการที่เข้าถึงกลุ่มเปราะบางได้กว้างขึ้น ทั้งครอบครัวที่มีบุตรในช่วงเปิดภาคเรียน เกษตรกร และชาวประมงที่ต้องแบกรับต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มวงเงินช่วยเหลือให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง

 

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลต่อข้อจำกัดด้านงบประมาณของภาครัฐ ซึ่งอาจส่งผลให้การออกมาตรการเพิ่มเติมทำได้ล่าช้า เนื่องจากต้องรอขั้นตอนการปรับโอนงบประมาณที่ใช้เวลา

 

ในแง่แนวโน้มเศรษฐกิจ ศิริกัญญาประเมินว่า หลังช่วงสงกรานต์อาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น จากปัจจัยภายนอกอย่างความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาพลังงานทรงตัวในระดับสูง และเริ่มกระทบไปยังต้นทุนสินค้าในวงกว้าง

 

ศิริกัญญาสรุปว่า ภาครัฐควรเรียงลำดับความสำคัญใหม่ โดยเร่งบรรเทาผลกระทบให้ประชาชนก่อน แล้วจึงค่อยพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะต่อไป

The post ศิริกัญญาไม่เห็นด้วย ‘คนละครึ่งพลัส’ ชี้ไม่ใช่เวลาจะมากระตุ้นเศรษฐกิจ จี้รัฐอัดงบดูแลค่าครองชีพ รับมือวิกฤตหลังสงกรานต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อรรถกรชี้นโยบายรัฐบาลอนุทินสวนทางไม่ตอบโจทย์วิกฤตประเทศ พร้อมจับตาทวงทุกสัญญาหาเสียงไม่ปล่อยให้รัฐบาลลืมคำพูดต่อประชาชน https://thestandard.co/attakorn-criticizes-anutin-policies/ Thu, 09 Apr 2026 04:53:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1196133 อรรถกร ศิริลัทธิยากร สส.ฉะเชิงเทรา กำลังอภิปรายนโยบายรัฐบาลในที่ประชุมรัฐสภา

วันนี้ (9 เมษายน) ในการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาคำแถลงนโ […]

The post อรรถกรชี้นโยบายรัฐบาลอนุทินสวนทางไม่ตอบโจทย์วิกฤตประเทศ พร้อมจับตาทวงทุกสัญญาหาเสียงไม่ปล่อยให้รัฐบาลลืมคำพูดต่อประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อรรถกร ศิริลัทธิยากร สส.ฉะเชิงเทรา กำลังอภิปรายนโยบายรัฐบาลในที่ประชุมรัฐสภา

วันนี้ (9 เมษายน) ในการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาคำแถลงนโยบายรัฐบาล อรรถกร ศิริลัทธิยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม อภิปรายการแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล โดยระบุว่า รู้สึกเฉยๆ ไม่ตื่นตาตื่นใจ คล้ายกับการแถลงนโยบายในสถานการณ์ปกติ ไม่แน่ใจว่าแนวนโยบายของรัฐบาลจะตอบโจทย์กับสถานการณ์โลกที่ผกผันและไม่แน่นอนเพียงใด แต่อย่างไรก็น้อมรับว่ารัฐบาลที่นำโดยนายกฯ อนุทินประสบความสำเร็จและได้รับฉันทานุมัติจากพี่น้องประชาชนให้เข้ามาบริหารประเทศ

 

“ผมขอพูดตรงๆ ว่าเห็นใจท่านนายกฯ ที่ซวย ขอโทษครับ ที่ดวงไม่ดี พอกำลังแบ่งตำแหน่งปุ๊บก็เจอวิกฤตทันที แต่ที่กระผมเป็นห่วงและเห็นใจมากกว่าก็คือความไม่สบายใจและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนคนไทยที่แผ่กระจายไปทุกหย่อมหญ้า และต้องพึ่งพาตนเองในการกัดฟันฝ่าวิกฤตด้วยตัวของพวกเขาเอง” อรรถกรกล่าว

 

อรรถกรกล่าวต่อว่า ความสับสนวุ่นวายจากการสื่อสารในช่วงวิกฤต ข้อมูลที่กระจัดกระจายก่อให้เกิดความสับสนอลหม่าน และความไม่เชื่อมั่นจากภาคประชาชน เช่น น้ำมันที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ยังไม่ทราบเลยว่าประเทศไทยเรามีสต็อกน้ำมันเท่าไหร่ จะมีไปถึงไหน หรือให้เราประหยัดการใช้ลง 10% หรือเสนอให้อยู่อย่างพอเพียง ซึ่งตนเห็นท่านทำงานเชิงรับ แต่ในสถานการณ์แบบนี้ต้องทำงานเชิงรุกถึงลูกถึงคน ชนได้ชน ชนไม่ได้ก็ต้องชน และต้องเด็ดขาดในยามวิกฤต

 

“เมื่อมาดูนโยบายต่างๆ อย่างแรกคือ ครม. มืออาชีพ ซึ่งผมก็เข้าใจว่าคณะท่านประกอบจากคนในการเมืองและคนนอก ที่ผมเป็นห่วงท่านรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพราะท่านเปิดตัวดังยิ่งกว่าพลุของงานวิจิตรเจ้าพระยา แต่หลังจากประกาศหลายเรื่อง ตอนนี้ท่านค่อยๆ หายเข้ากลีบเมฆพร้อมกับคำสัญญาต่างๆ ที่ประกาศตอนช่วงหาเสียง ดังนั้นขอให้ท่านนายกฯ มอบหมายภารกิจให้ท่านเยอะๆ เพราะการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน หวังว่าท่านนายกฯ จะไม่ลืมท่านศุภจี” อรรถกรกล่าว

 

สำหรับนโยบายคนละครึ่งพลัส คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณ 44,000 ล้านบาท เพื่อช่วยลดค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน ตนไม่ได้ขัดข้อง ซึ่งหากไม่พอจะเป็นคนละครึ่งพลัสพลัส จาก 2,000 บาท เป็น 4,000 บาท ก็ได้หวังว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้โดยเร็ว

 

“อีกคำมั่นสัญญาที่ผมต้องติดตามอย่างใกล้ชิด นั่นก็คือ ไฟฟ้า 3 บาทต่อหน่วย เพื่อบรรเทาภาระพลังงาน แต่สิ่งที่สวนทางกับนโยบายคือ เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา สำนักงาน กกพ. มีมติเห็นชอบให้ปรับอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ งวดเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม จากเดิม 3.88 บาทต่อหน่วย เป็น 3.95 บาทต่อหน่วย ซึ่งจะปรับสูงขึ้น 2% ทำไมมันสวนทางกับนโยบายที่ประกาศไว้ ฝ่ายค้านอย่างผมก็คงต้องติดตามและทวงถามรัฐบาลเรื่องนี้ต่อไป” อรรถกรกล่าว

 

อรรถกรยังตั้งคำถามถึงความชัดเจนของนโยบายเศรษฐกิจสีเขียว โดยเฉพาะแผนการจัดการรถเก่าและขยะแบตเตอรี่จำนวนมหาศาลหากมีประชาชนซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าถึง 11 ล้านคน พร้อมแนะให้รัฐบาลทบทวนความคุ้มค่าของงบประมาณกว่า 35,000 ล้านบาทในนโยบายทหารอาสา และพิจารณาเพิ่มค่าตอบแทนให้กลุ่มอาสาสมัครเกษตร (อกม.) ที่ทำงานหนักมานานแต่ยังไร้สวัสดิการ นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลต่อนโยบาย Free Visa ที่ขยายเวลาพำนักนานเกินความจำเป็น 60+30 วัน ซึ่งเสี่ยงต่อการที่ต่างชาติจะเข้ามาแย่งอาชีพคนไทย

 

ด้านเศรษฐกิจและความโปร่งใส อรรถกรชี้ว่าเป้าหมายผลักดัน GDP ให้โต 3% ภายใน 4 ปี เป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับประมาณการของหลายสถาบันที่มองไว้เพียง 1.2-2.5% ทั้งยังขอให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาดัชนีคอร์รัปชันที่ต่ำที่สุดในรอบ 19 ปี โดยตั้งข้อสังเกตว่าที่ผ่านมากลุ่มทุนพลังงานมักได้รับการเยียวยาที่รวดเร็ว ตรงข้ามกับกลุ่มเปราะบางที่รัฐบาลสัญญาว่าจะดูแลแต่กลับยังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม

 

อรรถกรยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า จะเก็บเล่มนโยบายนี้ไว้เพื่อติดตามและทวงถามคำสัญญาอย่างใกล้ชิด โดยตนและ สส. พรรคกล้าธรรม ภายใต้การนำของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะคอยเตือนความจำรัฐบาล เพื่อให้มั่นใจว่าจะทำตามสิ่งที่ให้ไว้กับประชาชนครบถ้วน ไม่ใช่เพียงนโยบายหาเสียง

The post อรรถกรชี้นโยบายรัฐบาลอนุทินสวนทางไม่ตอบโจทย์วิกฤตประเทศ พร้อมจับตาทวงทุกสัญญาหาเสียงไม่ปล่อยให้รัฐบาลลืมคำพูดต่อประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกรัฐมนตรี เดินโลตัส ตรวจราคาสินค้า ‘ไทยช่วยไทย’ เจอประชาชนโวยน้ำมันแพง เผยคนละครึ่งพลัสมากกว่าเดิม ครอบคลุมเพิ่ม https://thestandard.co/pm-visits-lotuss-oil-prices/ Sat, 04 Apr 2026 10:04:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1194729 นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่ โลตัสบางกะปิ ตรวจราคาสินค้าโครงการไทยช่วยไทย และรับฟังปัญหาค่าครองชีพจากประชาชน

วันนี้ (4 เมษายน) เวลา 14.00 น. ที่โลตัสบางกะปิ อนุทิน […]

The post นายกรัฐมนตรี เดินโลตัส ตรวจราคาสินค้า ‘ไทยช่วยไทย’ เจอประชาชนโวยน้ำมันแพง เผยคนละครึ่งพลัสมากกว่าเดิม ครอบคลุมเพิ่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่ โลตัสบางกะปิ ตรวจราคาสินค้าโครงการไทยช่วยไทย และรับฟังปัญหาค่าครองชีพจากประชาชน

วันนี้ (4 เมษายน) เวลา 14.00 น. ที่โลตัสบางกะปิ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ รัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไตรศุลี ไตรสรณกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะอดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่สำรวจราคาสินค้าที่โลตัสบางกะปิ โดยนายกรัฐมนตรี สวมชุดลำลอง เสื้อยืด กางเกงขายาวสีกรม

 

ทันทีที่เดินทางถึง มีประชาชนมาทักทาย บอกว่าได้เจอตัวจริง หล่อกว่าในทีวี มีหลายคนเข้ามาขอถ่ายภาพ พูดคุย ก่อนจะบอกว่าที่ผ่านมาก็ได้รับโครงการคนละครึ่ง

 

นอกจากนี้ มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาถามว่า “รวยไม่ไหวแล้ว” หมายถึงประชาชนหรือนายทุนน้ำมัน โดยนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ยิน เนื่องจากอยู่ระหว่างการถ่ายรูปกับประชาชน ทำให้รัชดาพยายามเข้าไปพูดคุย โดยชายคนดังกล่าวระบุว่า “ไม่ต้องสร้างภาพ ประชาชนเขารู้ทัน”

 

จากนั้น นายกรัฐมนตรี เดินต่อมาด้านในศูนย์การค้าโลตัส เพื่อดูบูธสินค้าในส่วนโครงการไทยช่วยไทย ซึ่งเป็นการลดภาระค่าครองชีพ เป็นนโยบายของรัฐบาล ช่วยประชาชนในช่วงวิกฤตตะวันออกกลาง มีสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น โดยมีการติดป้ายอย่างชัดเจนว่าร่วมโครงการไทยช่วยไทย

 

นายกรัฐมนตรี ได้แนะนำให้จัดสินค้าที่อยู่ในโครงการไทยช่วยไทยไว้ในโซนเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนเลือกซื้อง่าย พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนซื้อสินค้าในโครงการ เนื่องจากราคาจะถูกกว่า 20% และเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ โดยกล่าวกับประชาชนว่า วันนี้มาตรวจราคาสินค้า และอยากให้ซื้อสินค้าที่มีป้ายโครงการไทยช่วยไทย เพราะราคาถูก

 

ระหว่างนายกรัฐมนตรี เดินดูสินค้าที่ร่วมโครงการ มีประชาชนเดินเข้ามาบอกว่า “นายกรัฐมนตรี ช่วยหน่อย น้ำมันแพง ไปไหนไม่ได้ ทุกวันนี้ไม่กล้าไปไหน อยู่แต่ในบ้าน สินค้าแพง นายกรัฐมนตรี ช่วยหน่อย อย่าให้ประชาชนตายแน่ ๆ นายกรัฐมนตรี ช่วยด้วย ลูกสะใภ้ขายของ ขายไม่ได้เลย”

 

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้แวะร้านนาฬิกา และซื้อนาฬิกาข้อมือ CASIO ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมจึงตัดสินใจซื้อ นายกรัฐมนตรี บอกว่าเคยใส่ตอนเด็ก พร้อมยกป้ายหน้าร้านที่เขียนว่า Sale 60%

 

จากนั้น เวลา 15.20 น. นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจราคาสินค้าว่า ไม่เชิงเป็นการสุ่มตรวจ เพียงแต่สนใจว่าหลังจากที่กระทรวงพาณิชย์จัดให้มีสินค้าอุปโภคบริโภคที่ประหยัดกว่าราคาปกติ จึงอยากมาดูว่าการกระจายสินค้าเหล่านี้มีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด จึงมาดูที่โลตัสบางกะปิเป็นที่แรก

 

ผู้จัดการห้างรายงานว่า มีสินค้าที่ราคาต่ำกว่าปกติหลายรายการ เพียงแต่อาจไม่ใช่แบรนด์ที่คุ้นหูคุ้นตา เพราะลดค่าการตลาดลง จึงสามารถขายในราคาถูกได้ พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนเมื่อมาห้าง ไม่ใช่เฉพาะโลตัส แต่ทุกห้างจะมีสินค้าประเภทนี้จำหน่าย ราคาเฉลี่ยต่ำกว่าทั่วไป 20-30%

 

ภายหลังการสัมภาษณ์ มีประชาชนเข้ามาสอบถามถึงโครงการคนละครึ่งว่าสามารถดำเนินการได้เลยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ได้เลย” ส่วนจะได้เหมือนเดิมหรือไม่นั้น ระบุว่าพลัสมากกว่าเดิม ซึ่งจะครอบคลุมมากกว่าเดิม ในวงเงินเท่าเดิม และอาจทำได้หลายรอบ ก่อนที่ประชาชนจะบอกว่าเศรษฐกิจแย่ ซึ่งนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ถูก” และหากแถลงนโยบายแล้ว ก็สามารถดำเนินนโยบายต่าง ๆ ได้

 

จากนั้นประชาชนถามต่อว่ามีโอกาสจะได้มากกว่าเดิมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อาจทำบ่อยขึ้น ขึ้นอยู่กับเม็ดเงินที่มี ส่วนระยะเวลาในการดำเนินการนั้นจะเป็นช่วง ๆ เช่นครั้งที่แล้ว 2 เดือน ไม่สามารถใช้ยาวต่อเนื่องได้

 

ใกล้ได้ข้อสรุปเจรจาลดค่ากลั่น

 

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ คตร. ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องการลดค่ากลั่น ว่า ใกล้จะได้ข้อสรุปแล้ว พยายามเจรจากับโรงกลั่น นำตัวเลขต่าง ๆ มาหารือกัน เท่าที่ได้รับรายงานมา ทุกรายยังให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี หวังว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า

 

เมื่อถามย้ำว่า แนวโน้มจะได้ลดราคาหรือไม่ อนุทินชี้ไปที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ก่อนจะกล่าวว่า ประธานบอร์ด ปตท. อยู่ที่นี่ ขณะนี้กำลังดูตัวเลขอยู่ พยายามเจรจาลดราคา แต่ก็ต้องให้โรงกลั่นน้ำมันอยู่ได้ด้วย ไม่ใช่ไปบีบบังคับจนรู้สึกว่า หากขายแบบนี้แล้วไม่คุ้มค่าการกลั่น หากเกิดหยุดกลั่นน้ำมันขึ้นมา จะยิ่งทำให้ปัญหาทวีเพิ่มขึ้นอีก ขณะนี้จากรายงานก็มั่นใจว่าปริมาณน้ำมัน โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ จะเพียงพอ

 

เมื่อถามว่าการลงพื้นที่วันนี้ มีประชาชนร้องเรียนเรื่องราคาน้ำมันหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ต้องอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ ส่วนใหญ่บ่นเรื่องน้ำมันแพง แต่จริง ๆ แล้วราคาน้ำมันยังมีกองทุนน้ำมันช่วยอุ้มอยู่ประมาณลิตรละ 17 บาท อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถอุ้มได้ตลอด รัฐบาลจึงต้องหาช่องทางอื่นในการลดภาระให้ประชาชน ซึ่งการเจรจาค่าการกลั่นก็เป็นหนึ่งในแนวทาง

 

ทั้งนี้ รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชน เนื่องจากไทยไม่สามารถกำหนดราคาน้ำมันเอง และไม่มีทรัพยากรด้านนี้ในประเทศ ต้องพึ่งพาการนำเข้า 100% ดังนั้น เมื่อเกิดวิกฤต ควรใช้น้ำมันอย่างประหยัดมากขึ้น

 

“ไม่ใช่การโยนภาระให้ประชาชน แต่จากเดิมที่ใช้รถคนละคัน อาจต้องเดินทางร่วมกัน บ้านที่มีรถไฟฟ้าอาจต้องนำมาใช้มากขึ้น ส่วนการเติมน้ำมัน ให้เติมตามปกติ ไม่ต้องนำแกลลอนไปกักตุน เพราะจะทำให้เกิดการขาดแคลนในระบบ”

 

เมื่อถามว่าการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จะมีประเด็นวิกฤตพลังงานหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า มี โดยจะพูดถึงการปรับโครงสร้างพลังงาน ในช่วงที่โลกมีวิกฤต ความขัดแย้งในภูมิภาคผู้ส่งออกน้ำมัน รวมถึงการเตรียมพร้อมต่อภาวะขาดแคลนและความผันผวนของราคาน้ำมัน

 

เมื่อถามถึงความคืบหน้ากรณีน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร อนุทินกล่าวว่า ขณะนี้ทุกหน่วยงานกำลังขยายผล และเตรียมดำเนินคดีกับผู้ค้ากำไรเกินควร รวมถึงผู้กักตุนน้ำมัน ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมาย การตรวจพบครั้งนี้ทำให้สามารถควบคุมปริมาณน้ำมันที่ออกจากโรงกลั่นได้ เพื่อให้ถึงมือประชาชนและสถานีบริการอย่างแท้จริง ไม่ใช่นำไปกักตุนเพื่อเก็งกำไร พร้อมชื่นชมเจ้าหน้าที่ที่สามารถสืบสวนเชิงลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

“ที่ผมเงียบมาตลอด เพราะต้องการให้การสืบสวนไม่รั่วไหล เราทราบแม้กระทั่งว่าเรือลำใดไปลอยลำกลางทะเล ใช้เวลานานผิดปกติในการขนส่งน้ำมัน ซึ่งเป็นการถ่วงเวลาเพราะราคาน้ำมันปรับขึ้นทุกวัน แต่เจ้าหน้าที่ใช้เวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ ก็สามารถติดตามเส้นทางทั้งหมดได้ เชื่อว่าจากนี้ การควบคุมปริมาณน้ำมันจะไม่รั่วไหลอีก ทั้งการลอยลำกลางทะเลหรือส่งออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ”

 

เมื่อถามว่า การประชุม ครม. นัดพิเศษ วันที่ 6 เมษายน จะมีการนำเรื่องน้ำมันเข้าสู่ที่ประชุมหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า มีบางประเด็น เช่น การจัดตั้ง ศบก. ใหม่ แทนชุดเดิมที่กำลังจะสิ้นสุดพร้อม ครม. เดิม จากนี้จะเน้นการควบคุมราคาน้ำมันและหามาตรการช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติม

 

ทั้งนี้ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เสนอโมเดลคร่าว ๆ แล้ว ยืนยันว่ารัฐบาลจะทำทุกวิถีทางเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนให้ได้มากที่สุด แต่ราคาน้ำมันยังขึ้นอยู่กับตลาดโลก จึงไม่สามารถใช้งบกองทุนน้ำมันอุ้มได้ตลอด และจำเป็นต้องใช้มาตรการอื่นควบคู่กันไป

 

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่ โลตัสบางกะปิ ตรวจราคาสินค้าโครงการไทยช่วยไทย และรับฟังปัญหาค่าครองชีพจากประชาชน 1นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่ โลตัสบางกะปิ ตรวจราคาสินค้าโครงการไทยช่วยไทย และรับฟังปัญหาค่าครองชีพจากประชาชน 2นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่ โลตัสบางกะปิ ตรวจราคาสินค้าโครงการไทยช่วยไทย และรับฟังปัญหาค่าครองชีพจากประชาชน 3นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่ โลตัสบางกะปิ ตรวจราคาสินค้าโครงการไทยช่วยไทย และรับฟังปัญหาค่าครองชีพจากประชาชน 4นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่ โลตัสบางกะปิ ตรวจราคาสินค้าโครงการไทยช่วยไทย และรับฟังปัญหาค่าครองชีพจากประชาชน 5

The post นายกรัฐมนตรี เดินโลตัส ตรวจราคาสินค้า ‘ไทยช่วยไทย’ เจอประชาชนโวยน้ำมันแพง เผยคนละครึ่งพลัสมากกว่าเดิม ครอบคลุมเพิ่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลแจงแผนรับมือ 1 เดือนวิกฤตตะวันออกกลาง พาณิชย์งัดมาตรการคุมราคาสินค้า-พลังงาน การันตีนำเข้าน้ำมันแหล่งใหม่ไร้รอยต่อ https://thestandard.co/thai-mideast-crisis-response/ Sat, 28 Mar 2026 07:30:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1192301 รัฐบาลแจงแผนรับมือ 1 เดือนวิกฤตตะวันออกกลาง พาณิชย์งัดมาตรการคุมราคาสินค้า-พลังงาน การันตีนำเข้าน้ำมันแหล่งใหม่ไร้รอยต่อ

​วันนี้ (28 มีนาคม) ที่ ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล […]

The post รัฐบาลแจงแผนรับมือ 1 เดือนวิกฤตตะวันออกกลาง พาณิชย์งัดมาตรการคุมราคาสินค้า-พลังงาน การันตีนำเข้าน้ำมันแหล่งใหม่ไร้รอยต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลแจงแผนรับมือ 1 เดือนวิกฤตตะวันออกกลาง พาณิชย์งัดมาตรการคุมราคาสินค้า-พลังงาน การันตีนำเข้าน้ำมันแหล่งใหม่ไร้รอยต่อ

​วันนี้ (28 มีนาคม) ที่ ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยทีมเศรษฐกิจและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง จัดเวที MEET The Press: 1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม เพื่อชี้แจงสถานการณ์และแนวทางการรับมือของภาครัฐ หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 1 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อราคาพลังงาน โลจิสติกส์ และค่าครองชีพทั่วโลก

 

นายกฯ ขออภัยวิกฤตหน้าปั๊ม ยันไม่ได้ลอยตัวน้ำมัน-การันตีสงกรานต์มีใช้เพียงพอ

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวขออภัยประชาชนต่อความปั่นป่วนในการบริหารจัดการราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา โดยชี้แจงว่าในช่วง 15 วันแรก รัฐบาลพยายามพยุงราคาอย่างเต็มที่ แต่เมื่อประเมินว่าการสู้รบจะไม่จบลงโดยเร็ว จึงต้องปรับเปลี่ยนมาตรการเพื่อประคับประคองสถานการณ์ทั้งระบบ

 

นายกรัฐมนตรียืนยันว่า การลดการตรึงราคาน้ำมันไม่ใช่การลอยตัว แต่เป็นการลดภาระการอุดหนุนของกองทุนน้ำมันฯ จากลิตรละ 24 บาท เหลือ 16 บาท ให้อยู่ในระดับที่สะท้อนกลไกตลาดโลกและใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อป้องกันการลักลอบนำน้ำมันเถื่อนออกไปขายเก็งกำไร

 

ส่วนปัญหาน้ำมันขาดแคลนหน้าปั๊มเกิดจากภาวะตื่นตระหนกทำให้ความต้องการพุ่งจาก 67 ล้านลิตร เป็น 85 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้แก้ปัญหาคอขวดการขนส่งและอัดฉีดน้ำมันสำรองเข้าสู่ระบบแล้ว ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีน้ำมันบริการเพียงพออย่างแน่นอน

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังขอความร่วมมือประชาชนประหยัดน้ำมันครอบครัวละ 1 ลิตร ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณอุดหนุนได้ถึง 400 ล้านบาท โดยเตรียมนำงบดังกล่าวไปสนับสนุนโครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจทันทีเมื่อรัฐบาลชุดใหม่เข้าบริหารราชการ ซึ่งคาดว่าจะมีการนำรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ ในสัปดาห์หน้า

 

พาณิชย์งัด 3 มาตรการรวด คุมเข้มราคาสินค้า-จัดโปรลดสูงสุด 50%

 

ด้าน ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงฯ ได้เร่งดำเนินการ 3 ส่วนหลักเพื่อบรรเทาผลกระทบ ได้แก่

 

  • การกำกับดูแลสินค้าควบคุม ทบทวนบัญชีสินค้าควบคุมเร็วกว่ากำหนด โดยเพิ่มสินค้าจำเป็นอีก 6 รายการ รวมเป็น 65 รายการ พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าแล้วกว่า 4,000 แห่ง และจัดการข้อร้องเรียนกว่า 400 เรื่องอย่างเข้มงวด นอกจากนี้เตรียมเรียกตรวจสอบโครงสร้างต้นทุนและค่าการกลั่นน้ำมันร่วมกับกระทรวงพลังงาน
  • การลดค่าครองชีพ เตรียมเปิดตัวโครงการไทยช่วยไทย ในวันที่ 1 เมษายนนี้ นำสินค้าจำเป็นกว่า 1,000 รายการ มาลดราคา 25-50% ทั่วประเทศ พร้อมอัดฉีดวัตถุดิบต้นทุนต่ำ (ข้าวสาร น้ำมันพืช ไข่ไก่ น้ำตาล) นำร่องร้านข้าวแกง 24 แห่งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงจัดรถธงฟ้าเคลื่อนที่ 500 แห่งลงสู่ชุมชน
  • การบริหารจัดการอุปทานและการส่งออก เร่งแก้ปัญหาเรือบรรทุกปุ๋ยเคมี 5 ลำและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ติดค้างในช่องแคบฮอร์มุซ โดยเตรียมหารือกระทรวงเกษตรฯ เพื่อปรับสูตรปุ๋ยลดการนำเข้า ส่วนด้านการส่งออกข้าวที่ชะงักในตลาดอิรัก ได้เร่งหาตลาดใหม่ทดแทนในแอฟริกาและละตินอเมริกา

 

เร่งช่วยลูกเรือไทย-ประสานพลังงานนำเข้าน้ำมันแหล่งใหม่

 

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รายงานภารกิจความปลอดภัยของคนไทยในพื้นที่สู้รบว่า ได้อพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงในอิหร่านแล้ว 1,500 คน (จากเป้าหมาย 300 คนในพื้นที่วิกฤตสุด) รวมถึงดูแลคนไทยกว่า 65,000 คนในอิสราเอลอย่างใกล้ชิด

 

สำหรับเหตุการณ์เรือมยุรี นารี ของไทยที่ถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ได้รับความช่วยเหลือจากโอมานช่วยลูกเรือกลับมาได้ 20 คน แต่ยังสูญหายอีก 3 คน ซึ่งอยู่ระหว่างทวงถามชะตากรรมจากทางการอิหร่าน อย่างไรก็ตาม กระทรวงฯ ได้เจรจากับอิหร่านเพื่อรับรองความปลอดภัยในการเดินเรือของไทย โดยต้องแจ้งล่วงหน้า ซึ่งล่าสุดเรือของบางจากและ SCG สามารถผ่านช่องแคบได้แล้ว นอกจากนี้ ยังได้ใช้ช่องทางทางการทูตเจรจาจัดหาน้ำมันสำรองจากแหล่งอื่น เช่น บราซิล ไนจีเรีย อาเซอร์ไบจาน และคาซัคสถาน

 

พลังงานยันมีแผนนำเข้าน้ำมันทดแทน – คลังพร้อมเดินหน้าคนละครึ่งพลัส

 

อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่าไทยมีแผนจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นทดแทนเรียบร้อยแล้วสำหรับเดือนเมษายน ทั้งจากสหรัฐฯ แอฟริกาใต้ มาเลเซีย รวมถึงการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางผ่านท่อออกทะเลแดงของซาอุดีอาระเบีย และท่าเรือใน UAE พร้อมปรับกระบวนการกลั่นเพื่อเพิ่มสัดส่วนน้ำมันดีเซลอีก 8-10%

 

ขณะที่ ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า การดูแลราคาน้ำมันจะใช้กลไกของกองทุนน้ำมันฯ และภาษีสรรพสามิตควบคู่กันไป ส่วนมาตรการคนละครึ่งพลัส ทางกระทรวงการคลังได้เตรียมความพร้อมด้านระบบทางเทคนิคไว้ทั้งหมดแล้ว รอเพียงรัฐบาลชุดใหม่สั่งการก็สามารถเดินหน้าได้ทันที

 

ในช่วงท้ายของการแถลงข่าว เกษมสันต์ วีระกุล ผู้ทรงคุณวุฒิและตัวแทนสื่อมวลชน ได้เสนอแนะให้รัฐบาลยกเครื่องการสื่อสาร อย่างเร่งด่วน โดยระบุว่า วิกฤตขณะนี้ส่วนหนึ่งคือวิกฤตศรัทธา รัฐบาลควรสื่อสารแผนรับมือในอนาคตให้ชัดเจน โปร่งใส และฉับไว ที่สำคัญคือต้องแสดงความเห็นใจประชาชนให้มากขึ้น เลิกใช้คำว่าประชาชนกักตุน ซึ่งสร้างความรู้สึกเชิงลบ แต่ควรเน้นย้ำถึงทางออก

 

ด้าน ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ได้น้อมรับข้อเสนอแนะดังกล่าว โดยยืนยันว่าที่ผ่านมารัฐบาลสื่อสารตามข้อเท็จจริง แต่จะนำข้อคิดเห็นไปปรับปรุงรูปแบบการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพและเข้าถึงความรู้สึกของประชาชนให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

 

รัฐบาลแจงแผนรับมือ 1 เดือนวิกฤตตะวันออกกลาง พาณิชย์งัดมาตรการคุมราคาสินค้า-พลังงาน การันตีนำเข้าน้ำมันแหล่งใหม่ไร้รอยต่อ 1รัฐบาลแจงแผนรับมือ 1 เดือนวิกฤตตะวันออกกลาง พาณิชย์งัดมาตรการคุมราคาสินค้า-พลังงาน การันตีนำเข้าน้ำมันแหล่งใหม่ไร้รอยต่อ 2รัฐบาลแจงแผนรับมือ 1 เดือนวิกฤตตะวันออกกลาง พาณิชย์งัดมาตรการคุมราคาสินค้า-พลังงาน การันตีนำเข้าน้ำมันแหล่งใหม่ไร้รอยต่อ 3รัฐบาลแจงแผนรับมือ 1 เดือนวิกฤตตะวันออกกลาง พาณิชย์งัดมาตรการคุมราคาสินค้า-พลังงาน การันตีนำเข้าน้ำมันแหล่งใหม่ไร้รอยต่อ 4รัฐบาลแจงแผนรับมือ 1 เดือนวิกฤตตะวันออกกลาง พาณิชย์งัดมาตรการคุมราคาสินค้า-พลังงาน การันตีนำเข้าน้ำมันแหล่งใหม่ไร้รอยต่อ 5รัฐบาลแจงแผนรับมือ 1 เดือนวิกฤตตะวันออกกลาง พาณิชย์งัดมาตรการคุมราคาสินค้า-พลังงาน การันตีนำเข้าน้ำมันแหล่งใหม่ไร้รอยต่อ 6รัฐบาลแจงแผนรับมือ 1 เดือนวิกฤตตะวันออกกลาง พาณิชย์งัดมาตรการคุมราคาสินค้า-พลังงาน การันตีนำเข้าน้ำมันแหล่งใหม่ไร้รอยต่อ 7รัฐบาลแจงแผนรับมือ 1 เดือนวิกฤตตะวันออกกลาง พาณิชย์งัดมาตรการคุมราคาสินค้า-พลังงาน การันตีนำเข้าน้ำมันแหล่งใหม่ไร้รอยต่อ 8

The post รัฐบาลแจงแผนรับมือ 1 เดือนวิกฤตตะวันออกกลาง พาณิชย์งัดมาตรการคุมราคาสินค้า-พลังงาน การันตีนำเข้าน้ำมันแหล่งใหม่ไร้รอยต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินคอนเฟิร์มคนละครึ่งพลัสมาแน่ พร้อมจัดเต็มกว่าเดิม ชง ก.คลังสรุปรายละเอียดเร็วๆ นี้ https://thestandard.co/anutin-khon-la-krueng-plus/ Sat, 28 Mar 2026 06:51:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1192259 อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันโครงการคนละครึ่งพลัส ปี 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล

วันนี้ (28 มีนาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นา […]

The post อนุทินคอนเฟิร์มคนละครึ่งพลัสมาแน่ พร้อมจัดเต็มกว่าเดิม ชง ก.คลังสรุปรายละเอียดเร็วๆ นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันโครงการคนละครึ่งพลัส ปี 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล

วันนี้ (28 มีนาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการส่งรายชื่อรัฐมนตรีที่จะเตรียมนำขึ้นทูลเกล้าฯ ว่า จะเสร็จสิ้นในต้นสัปดาห์หน้า

 

ส่วนในขณะนี้รายชื่อคณะรัฐมนตรีที่พรรคร่วมรัฐบาลส่งมานั้นมีปัญหาอยู่กี่คน อนุทินกล่าวว่า อย่าไปพูดเรื่องนั้นเลย รายชื่อที่จะส่งไปนั้นไม่มีปัญหา ได้รับการตรวจสอบคุณสมบัติโดยละเอียด จากหน่วยงานตรวจสอบ และสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

 

อนุทินกล่าวอีกว่า นโยบาย คนละครึ่งพลัส ต้องออกมาอยู่แล้ว ไม่ว่าสถานการณ์จะมีหรือไม่มี เพราะเป็นสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยได้ให้สัญญาไว้กับพี่น้องประชาชน และคำนึงถึงผลของนโยบายที่ต้องดำเนินการตามที่พรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลชุดที่กำลังจะมาถึงนี้

 

ส่วนกรอบระยะเวลาของโครงการคนละครึ่งพลัสหลังจากที่มีการแถลงนโยบายจะได้ใช้เมื่อใด อนุทินกล่าวว่า เราได้มีการประเมินจากการใช้โครงการคนละครึ่งพลัสของประชาชนเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา ทุกคนมีความพึงพอใจและเรียกร้องให้มีการใช้มาตรการนี้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการใช้จ่ายเพื่อให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ และไม่มีตรงไหนรั่วไหลออกนอกประเทศเลย ฉะนั้นโครงการนี้เป็นโครงการที่มีประโยชน์ รัฐก็ได้ภาษีกลับคืนมาด้วย ถือว่าวินวินกับทุกภาคส่วน

 

อนุทินกล่าวอีกว่า หากรัฐบาลใหม่เข้ามา เราก็จะเร่งดำเนินการผลักดันโครงการนี้ให้ออกมาโดยเร็วที่สุด เพราะโครงการนี้ก็เหมือนโครงการเรือธงที่พวกตนได้ให้สัญญาไว้กับพี่น้องประชาชน ดังนั้นจะไม่มีความผกผันหรือผันผวน พร้อมย้ำว่าไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์วิกฤตน้ำมันหรือตะวันออกกลาง เพราะ 2 เรื่องนี้เกี่ยวกับความมั่นคง

 

เมื่อถามว่า โครงการคนละครึ่งพลัสจะได้ 2,000 บาทตามที่นายกฯ กล่าวไว้หรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ก็พลัส ส่วนตัวเลขหรือรูปแบบ ตามที่ตนได้รับรายงานจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านก็ต้องการที่จะพลัสเพิ่มอยู่แล้ว และจะมีเวอร์ชันต่างๆ ที่ออกมา ชัดเจนและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

 

ส่วนจะครอบคลุมไปถึงผู้เสียภาษีเหมือนเดิมใช่หรือไม่เพราะคนกลุ่มนี้มองว่า 7 มาตรการที่รัฐบาลออกมา ไม่ครอบคลุมกลุ่มผู้เสียภาษี อนุทินกล่าวว่า ในรายละเอียดขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้สรุปให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง แต่โครงการนี้อย่างไรก็ต้องผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ซึ่งต้องรอกระทรวงการคลังเป็นผู้เสนอขึ้นมา แต่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน จะพลัสเท่าไหร่ พลัสอะไร แต่พลัสมากขึ้นแน่นอน เพราะประชาชนให้ความมั่นใจและความชื่นชมโครงการนี้

The post อนุทินคอนเฟิร์มคนละครึ่งพลัสมาแน่ พร้อมจัดเต็มกว่าเดิม ชง ก.คลังสรุปรายละเอียดเร็วๆ นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯอนุทิน เปิดเวทีแจงวิกฤตพลังงาน ยันน้ำมันรับสงกรานต์มีเพียงพอ เตรียมทูลเกล้าฯ โผ ครม. ชุดใหม่สัปดาห์หน้า https://thestandard.co/anutin-energy-oil-cabinet-crisis/ Sat, 28 Mar 2026 05:22:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1192236 นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล แถลงข่าววิกฤตพลังงานและน้ำมัน

วันนี้ (28 มีนาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นปร […]

The post นายกฯอนุทิน เปิดเวทีแจงวิกฤตพลังงาน ยันน้ำมันรับสงกรานต์มีเพียงพอ เตรียมทูลเกล้าฯ โผ ครม. ชุดใหม่สัปดาห์หน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล แถลงข่าววิกฤตพลังงานและน้ำมัน

วันนี้ (28 มีนาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดเวที Meet the Press: 1 เดือนวิกฤตโลก-แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม เพื่อชี้แจงแนวทางการรับมือของรัฐบาลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 1 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงทางพลังงาน ราคาน้ำมัน และค่าครองชีพทั่วโลก โดยเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนและผู้นำทางความคิด (Influencer) ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน

 

นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขออภัยประชาชนต่อความปั่นป่วนของการบริหารจัดการราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา โดยชี้แจงว่า ในช่วง 15 วันแรก รัฐบาลพยายามพยุงราคาอย่างเต็มที่เพราะคาดการณ์ว่าการสู้รบจะไม่ยืดเยื้อ แต่วันนี้เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน รัฐบาลจึงต้องปรับแผนเพื่อประคับประคองระบบเศรษฐกิจในภาพรวม

 

สำหรับการหยุดตรึงราคาน้ำมันนั้น นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ไม่ใช่การลอยตัวราคาน้ำมัน แต่เป็นการปรับลดอัตราการอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงลง จากลิตรละ 24 บาท เหลือ 16 บาท เพื่อให้ราคาหน้าปั๊มสะท้อนกลไกตลาดโลกและใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น ซึ่งมาตรการนี้ช่วยแก้ปัญหาได้ 2 ส่วนสำคัญ คือ ป้องกันการนำน้ำมันอุดหนุนของไทยไปลักลอบขายให้ประเทศเพื่อนบ้านเพื่อทำกำไร และ ป้องกันกลุ่มพ่อค้าคนกลางที่กว้านซื้อน้ำมันหน้าปั๊มไปขายต่อให้ภาคอุตสาหกรรม

 

ส่วนปัญหาน้ำมันขาดแคลนหน้าสถานีบริการในบางพื้นที่ นายกรัฐมนตรีระบุว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว โดยภาครัฐได้ขยายคอขวดระบบโลจิสติกส์ เพิ่มรอบรถขนส่ง และอัดฉีดน้ำมันสำรองเข้าสู่ระบบ พร้อมบังคับใช้กฎหมายปราบปรามผู้กักตุนอย่างเด็ดขาด

 

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการปกติที่ 67 ล้านลิตรต่อวัน แต่ในช่วงที่ผ่านมาเกิดภาวะตื่นตระหนก (Panic Buy) ทำให้ความต้องการพุ่งสูงถึง 85 ล้านลิตรต่อวัน รัฐบาลจึงได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศให้บริหารจัดการอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะบนเส้นทางสายหลักในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง ประชาชนจึงมั่นใจได้ว่าจะมีน้ำมันเพียงพอสำหรับการเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างแน่นอน

 

นายกรัฐมนตรียังได้เชิญชวนประชาชนร่วมกันประหยัดพลังงาน โดยระบุว่า หากแต่ละครอบครัวสามารถลดการใช้น้ำมันลงได้เพียงวันละ 1 ลิตร จะช่วยประเทศประหยัดน้ำมันได้ถึง 40 ล้านลิตรต่อวัน และช่วยรัฐประหยัดงบอุดหนุนได้ถึง 400 ล้านบาท ซึ่งเม็ดเงินมหาศาลส่วนนี้ รัฐบาลเตรียมนำไปอัดฉีดผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อช่วยลดค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้ทันที

 

ในด้านการเมือง นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า สัปดาห์นี้ถือเป็นสัปดาห์สุดท้ายของการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐบาลรักษาการ (เนื่องจากข้อจำกัดในการใช้งบกลางและการออกนโยบายผูกพัน) โดยขณะนี้ได้รับรายชื่อผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีจากทุกพรรคการเมืองครบถ้วนและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว

 

ในวันจันทร์ที่ 30 มีนาคมนี้ จะมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อยืนยันความถูกต้องอีกครั้ง ก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป โดยคาดว่าจะได้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในสัปดาห์หน้า และทันทีที่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนเสร็จสิ้น จะเร่งประสานประธานรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบาย และเข้าบริหารราชการแผ่นดินเต็มรูปแบบเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์โลกทันที

The post นายกฯอนุทิน เปิดเวทีแจงวิกฤตพลังงาน ยันน้ำมันรับสงกรานต์มีเพียงพอ เตรียมทูลเกล้าฯ โผ ครม. ชุดใหม่สัปดาห์หน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาคมผู้ค้าปลีกชง 6 นโยบายใหญ่ถึงรัฐบาลใหม่ เร่งปลุกกำลังซื้อ https://thestandard.co/retailers-policies-economy-boost/ Thu, 12 Feb 2026 03:00:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1177632 ภาพ ณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เสนอ 6 นโยบายฟื้นเศรษฐกิจต่อรัฐบาลใหม่

ณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า ความเ […]

The post สมาคมผู้ค้าปลีกชง 6 นโยบายใหญ่ถึงรัฐบาลใหม่ เร่งปลุกกำลังซื้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ ณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เสนอ 6 นโยบายฟื้นเศรษฐกิจต่อรัฐบาลใหม่

ณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุน ผู้ประกอบการ และประชาชนเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว ภายหลังการจัดการเลือกตั้งทั่วไป และคาดว่าการประกาศคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในช่วงกลางปีนี้ จะเป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศการลงทุนและการใช้จ่ายโดยรวม อย่างไรก็ตาม รัฐบาลใหม่จำเป็นต้องเร่งสร้างบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยให้กลับมาคึกคักอย่างเป็นรูปธรรม

 

สมาคมฯ คาดหวังให้รัฐบาลสานต่อนโยบายที่ได้ผล พร้อมต่อยอดด้วยมาตรการใหม่ โดยเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน และลดอุปสรรคต่อภาคธุรกิจ ท่ามกลางแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง ต้นทุนพลังงานสูง และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ควบคู่กับการปราบปรามทุนเทาและการทุจริต เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการแข่งขันที่เป็นธรรม ภายใต้กรอบการบริหารประเทศระยะ 4 ปี

 

ทั้งนี้ สมาคมผู้ค้าปลีกไทยเสนอ แพ็กเกจ 6 นโยบายฟื้นเศรษฐกิจ ภายใต้แนวคิด ‘ช้อปคุ้ม-เที่ยวปัง-ลงทุนท้องถิ่น-SMEs แข็งแรง-แรงงานมีทักษะ-แข่งขันอย่างเท่าเทียม’ ดังนี้

 

1. กระตุ้นกำลังซื้อทันที เติมเงินหมุนเวียนทั่วประเทศ

 

เสนอเดินหน้ามาตรการ “คนละครึ่งพลัส” โดยปลดล็อกเงื่อนไขให้ครอบคลุมร้านค้าปลีกทุกขนาด รวมถึงโมเดิร์นเทรด เพื่อเพิ่มทางเลือกและความสะดวกแก่ผู้บริโภค จากบทเรียนล่าสุดพบว่ามีผู้ใช้สิทธิ์ไม่เต็มวงเงินกว่า 13 ล้านคน คิดเป็นเม็ดเงินคงเหลือราว 6,000 ล้านบาท ทำให้เศรษฐกิจสูญเสียโอกาสในการเกิด Multiplier Effect

 

พร้อมเสนอปรับลดภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) จาก 3% เหลือ 0–1% ชั่วคราว เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ควบคู่กับการผลักดันระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และขยายสิทธิให้ร้านค้าปลีกทุกขนาดรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อกระจายเม็ดเงินเข้าสู่ระบบมากขึ้น

 

2. ดันไทยสู่จุดหมายช้อปปิ้ง-ท่องเที่ยวไลฟ์สไตล์

 

ผลักดันมาตรการ Instant Tax Refund คืน VAT 7% ทันที ณ จุดขาย สำหรับนักท่องเที่ยวที่ซื้อสินค้าขั้นต่ำ 3,000 บาท เพื่อเพิ่มแรงจูงใจและแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน

 

พร้อมเสนอปรับลดหรือยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าไลฟ์สไตล์ เช่น แฟชั่น เครื่องหนัง ความงาม และเครื่องประดับ ที่ปัจจุบันเก็บในอัตรา 20–30% รวมถึงนำร่องเขตปลอดภาษี (Free Tax Zone) ในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก เช่น ภูเก็ต เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใช้จ่ายสูง และเพิ่มรายได้ท่องเที่ยวต่อหัว

 

ขณะเดียวกัน เสนอขยายมาตรการ ‘เที่ยวดีมีคืน’ ให้ครอบคลุมสินค้าของฝาก สินค้าชุมชน และสินค้าเอสเอ็มอี โดยเปิดให้ร้านค้าที่จดทะเบียน VAT เข้าร่วมและนำยอดใช้จ่ายไปลดหย่อนภาษีได้

 

3. กระจายรายได้สู่เมืองรอง ลดต้นทุนธุรกิจ

 

เสนอให้มีสิทธิประโยชน์ทางภาษีจูงใจเอกชนลงทุนในเมืองรอง โดยเฉพาะโครงการที่สร้างการจ้างงานและเชื่อมโยง SMEs ท้องถิ่นเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน

 

พร้อมทบทวนโครงสร้างค่าไฟฟ้าภาคค้าปลีก เพื่อลดต้นทุน โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และสนับสนุนสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการลงทุนเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เช่น โซลาร์เซลล์

 

4. เสริมแกร่ง SMEs ดันสินค้าไทยสู่มาตรฐานสากล

 

สนับสนุนสินค้าไทยให้ได้รับการรับรอง Made in Thailand (MiT) เพื่อเพิ่มโอกาสจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและขยายตลาดส่งออก พร้อมเสนอสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่สินค้าในกลุ่ม Sustainable เพื่อจูงใจการพัฒนานวัตกรรมสีเขียว

 

5. ยกระดับแรงงาน-เพิ่ม Productivity ด้วย AI

 

เสนอให้มีสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการลงทุนระบบ AI เชิงปฏิบัติการ (Agentic AI) ในภาคค้าปลีก โดยเฉพาะเอสเอ็มอี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า บริหารสต็อก และระบบบัญชี รวมถึงส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงวัย รองรับสังคมผู้สูงอายุ และเพิ่มรายได้ให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าว

 

6. สร้างสนามแข่งขันที่เป็นธรรม

 

เสนอให้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซมีหน้าที่ตรวจสอบและคัดกรองสินค้าอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น ไม่มีเครื่องหมาย อย. หรือ มอก. หรือไม่มีฉลากภาษาไทย พร้อมกำหนดให้นำสินค้าออกจากแพลตฟอร์มภายใน 24 ชั่วโมง

 

นอกจากนี้ เสนอให้แพลตฟอร์มทำหน้าที่จัดเก็บและนำส่ง VAT สำหรับสินค้าออนไลน์ข้ามพรมแดนแทนผู้ขายต่างประเทศ เพื่อปิดช่องว่างการจัดเก็บภาษี

 

ณัฐกล่าวว่า หากรัฐบาลสามารถขับเคลื่อนมาตรการดังกล่าวได้ครบถ้วน จะช่วยเพิ่มอัตราการเติบโตของ GDP ได้อีก 0.5-1% จากประมาณการเดิมที่ 1.6-2.0% ในปี 2569 พร้อมสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 2 แสนล้านบาท และจ้างงานมากกว่า 1 แสนตำแหน่ง ทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง

 

“ปี 2569 จะเป็นอีกปีที่ท้าทายของเศรษฐกิจไทย แต่หากภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เชื่อว่าจะช่วยเร่งการฟื้นตัว และพาเศรษฐกิจไทยกลับมาเดินหน้าได้อย่างมั่นคง” ณัฐ กล่าวทิ้งท้าย

The post สมาคมผู้ค้าปลีกชง 6 นโยบายใหญ่ถึงรัฐบาลใหม่ เร่งปลุกกำลังซื้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน ขึ้นรถแห่ขอบคุณชาวนครสวรรค์ เมตตา มอบ 5 สส. ภท. เข้าสภาฯ https://thestandard.co/anutin-thanks-nakhon-sawan-voters/ Thu, 12 Feb 2026 01:17:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1177555 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขึ้นรถแห่โบกมือทักทายและขอบคุณประชาชนชาวนครสวรรค์

วันนี้ (11 กุมภาพันธ์) อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน ขึ้นรถแห่ขอบคุณชาวนครสวรรค์ เมตตา มอบ 5 สส. ภท. เข้าสภาฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขึ้นรถแห่โบกมือทักทายและขอบคุณประชาชนชาวนครสวรรค์

วันนี้ (11 กุมภาพันธ์) อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมแกนนำพรรคภูมิใจไทย ชาดา ไทยเศรษฐ์ และวราวุธ ศิลปอาชา รวมถึงว่าที่ สส. นครสวรรค์ พรรคภูมิใจไทย 4 คน ได้แก่ ภัทราวดี นิโรจน์, ชานนท์ ไทยเศรษฐ์, มารุต ศรีผึ้ง และประสาท ตันประเสริฐ ขึ้นรถแห่รอบพื้นที่อำเภอเมืองนครสวรรค์ เพื่อขอบคุณประชาชนจังหวัดนครสวรรค์ที่ให้ความไว้วางใจผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยถึง 5 คน

 

อนุทินได้โบกมือทักทายและไหว้ขอบคุณประชาชนตลอดสองข้างทาง บางรายเปิดกระจกรถเพื่อพูดคุยทักทาย นอกจากนี้ อนุทินยังได้ลงจากรถรับดอกไม้ และถ่ายภาพร่วมกับชาวนครสวรรค์ บริเวณชุมทางรถไฟนครสวรรค์ด้วย

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

อนุทิน ปราศรัยบนรถขอบพระคุณที่ให้ความไว้วางใจ เชื่อใจ และเมตตาเลือก สส. ของพรรคภูมิใจไทยทั้ง 5 คน ในจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมขอบคุณที่เลือกเบอร์ 37 พรรคภูมิใจไทย ทำให้ตนสามารถเข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นพระคุณอย่างยิ่งใหญ่ที่พี่น้องชาวนครสวรรค์มอบให้

 

ช่วงหนึ่งระหว่างที่รถแล่นผ่านร้านเย็นตาโฟ อนุทิน กล่าวเชิญชวนให้กินเย็นตาโฟให้อร่อย พร้อมยืนยันว่าโครงการคนละครึ่งพลัสจะกลับมาอย่างแน่นอน โดยระบุว่า “ซื้อ 1 ชาม ได้ 2 ชาม” นอกจากนี้ อนุทินยังได้ทักทายบริษัทห้างร้านต่างๆ และอวยพรให้ทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง ขายดีมีกำไร ขณะเดียวกัน มีชาวบ้านตะโกนบอกว่า “I love you” อนุทิน ตอบกลับว่า “I love you too”

 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันนี้ อนุทิน ลงพื้นที่พร้อมเสื้อโปโลสีขาว โดยที่ปกเสื้อมี 2 สีที่โดดเด่น คือ สีน้ำเงินและสีแดง ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามว่ามีนัยอะไรเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ อนุทิน หัวเราะแทนคำตอบ ก่อนย้อนถามกลับว่า “แดงน้ำเงินเหรอ”

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน ขึ้นรถแห่ขอบคุณชาวนครสวรรค์ เมตตา มอบ 5 สส. ภท. เข้าสภาฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน ขึ้นรถขอบคุณชาวปราจีนบุรี เลือกภูมิใจไทยยกจังหวัด สัญญาคนละครึ่งพลัสทำแน่ จ่อเดินสายขอบคุณโหวตเตอร์ทั่วประเทศ ครบ สส. 175 คน https://thestandard.co/anutin-thank-prachinburi-voters/ Tue, 10 Feb 2026 13:43:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1177172 อนุทิน ชาญวีรกูล บนรถแห่ขอบคุณประชาชน ที่จังหวัดปราจีนบุรี

วันนี้ (10 กุมภาพันธ์) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แล […]

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน ขึ้นรถขอบคุณชาวปราจีนบุรี เลือกภูมิใจไทยยกจังหวัด สัญญาคนละครึ่งพลัสทำแน่ จ่อเดินสายขอบคุณโหวตเตอร์ทั่วประเทศ ครบ สส. 175 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล บนรถแห่ขอบคุณประชาชน ที่จังหวัดปราจีนบุรี

วันนี้ (10 กุมภาพันธ์) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางถึงที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปราจีนบุรี เพื่อพบปะกับประชาชน เป็นการแสดงความขอบคุณหลังจากชนะการเลือกตั้งที่จังหวัดปราจีนบุรีอย่างถล่มทลาย ยกจังหวัด

 

ทันทีที่เดินทางถึง อนุทินได้ทักทายอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ที่มารอรับ จากนั้นได้โบกมือทักทายกลุ่มเด็กนักเรียน ซึ่งเด็ก ๆ ได้ทักทายนายกฯ และตะโกนบอกว่าเป็น FC นายกฯ โดยหนึ่งในกลุ่มเด็กได้สวมแจ็กเก็ตพรรคภูมิใจไทยมารับนายกฯ พร้อมบอกว่าเป็นเสื้อที่ช่วยหาเสียง จากนั้นได้ถ่ายภาพร่วมกัน ซึ่งมีเด็กอีกหลายคนมาขอถ่ายภาพและขอลายเซ็นนายกรัฐมนตรี

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

จากนั้น มีนักเรียนชายชื่อ เด็กชายรัฐศาสตร์ แม่นปืน หยิบกระดาษจากสมุดนักเรียนมาขอลายเซ็น โดยนายอนุทินได้เซ็นชื่อบนกระดาษว่า “สำหรับน้องรัฐศาสตร์ แม่นปืน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี 10 กุมภาพันธ์ 69”

 

ภายหลังได้เข้าพบกับกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณที่มาให้การต้อนรับ และตั้งใจมาขอบคุณพี่น้องชาวปราจีนบุรี พร้อมถือโอกาสเข้าพบกลุ่ม อบจ., อสม. และผู้นำท้องถิ่น

 

ช่วงหนึ่ง อนุทินกล่าวถึงโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ว่า เสียดายที่ยุบสภาเร็วไปหน่อย เพราะอยากอนุมัติคนละครึ่งเฟส 2 ให้ทันก่อนเทศกาลตรุษจีน แต่ยืนยันว่าหากได้กลับมาบริหารประเทศ และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังชื่อนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส คนละครึ่งพลัสเฟส 2 จะมาแน่นอน

 

ขณะที่สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา แม้พื้นที่นี้จะไม่เดือดร้อนเท่าใดนัก แต่จังหวัดสระแก้วซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดชายแดน และเชื่อว่าหลายคนที่นี่น่าจะมีญาติอยู่ที่จังหวัดสระแก้ว จากนี้รัฐบาลจะเร่งสะสางปัญหาต่างๆ พร้อมยืนยันกับทุกคนในห้องนี้ด้วยความภาคภูมิใจว่า ได้นำดินแดนและสิ่งที่เป็นของเรากลับคืนมาแล้ว พื้นที่ที่เคยถูกเข้ามาครอบครองหรือยึดเป็นที่พักอาศัย ได้ผลักดันออกไปเรียบร้อย ทุกตารางนิ้วเป็นของประเทศไทยโดยสมบูรณ์

 

จากนี้ต่อไปต้องเร่งพัฒนาพื้นที่ ไม่ให้เป็นดินแดนที่ใครเข้าไปทำอะไรไม่ได้ แต่ต้องเป็นดินแดนที่มีความปลอดภัย ประชาชนสามารถเข้าไปประกอบอาชีพได้ตามปกติ สะดวก และปลอดภัย

 

ส่วนเรื่องการเปิด-ปิดด่าน อนุทินยืนยันว่า จะยังไม่เปิด เมื่อชั่งน้ำหนักดูแล้วประเทศไทยได้ประโยชน์มากกว่า อย่างน้อยในระยะสั้นและระยะกลาง โดยเฉพาะราคาสินค้าเกษตร ส่วนจะเปิดด่านเมื่อใด ก็ต่อเมื่อประเทศไทยมั่นใจว่าประเทศที่มีปัญหาด้วยนั้นสิ้นความเป็นภัยต่อความเป็นไทย

 

ระหว่างนั้นมี อสม. เดินเข้ามาหานายกรัฐมนตรี ทวงถามเรื่องกฎหมาย อสม. นายอนุทินถึงกับหยุดฟังและกล่าวด้วยอารมณ์ขันว่า ตกใจนึกว่ามาทวงค่า อสม. ก่อนรับปากว่าจะนำเรื่องนี้ไปเสนอ เพราะหากเป็นรัฐบาลก็จะมีเสียงข้างมากในสภา และผลักดันกฎหมาย อสม. ดังกล่าว พร้อมระบุว่า คงไม่มีนายกฯ คนไหนให้ประชาชนมายืนสั่งการแบบนี้ พร้อมย้ำว่าตอนหาเสียงก็พูดอยู่ว่า “อสม.พ่อ อนท.” ดังนั้นรับทราบ ไม่ต้องห่วง

 

อนุทินย้ำด้วยว่า หากตนได้เป็นหัวหน้ารัฐบาล จะไม่มีการเล่นพรรคเล่นพวก หากพรรคร่วมรัฐบาลเสนอสิ่งใดที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และไม่ทำให้บ้านเมืองเดือดร้อน ไม่ผิดกฎหมาย ตนไม่กังวลว่าใครจะได้คะแนน หากเป็นโครงการดี ๆ ก็พร้อมสนับสนุน และต้องคำนึงถึงวินัยทางการเงินการคลัง เช่น กรณีน้ำท่วม แม้ต้องจ่ายค่าเยียวยาจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ต้องจ่าย ซึ่งหัวหน้ารัฐบาลต้องใจกว้างพอ

 

จากนั้นอนุทิน พร้อมด้วย ทรงศักดิ์ ทองศรี, ไตรศุลี ไตสรณกุล และว่าที่ สส.ปราจีนบุรี 3 เขต ขึ้นรถแห่ขอบคุณคะแนนเสียงพี่น้องประชาชน จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ไปรอบตลาดเมืองปราจีนบุรี

 

ระหว่างทางมีชาวบ้านออกมาทักทาย เปิดกระจกรถโบกมือให้ตลอดเส้นทาง โดยอนุทินได้โบกมือทักทายประชาชนที่มารอต้อนรับ พร้อมเต้นตามจังหวะเพลงหาเสียงของพรรคอย่างสนุกสนาน

 

จากนั้น อนุทินลงจากรถแห่พบปะประชาชนบริเวณตลาดคนเดินเมืองปราจีนบุรี มีประชาชนจำนวนมากขอถ่ายรูปและมอบดอกกุหลาบเพื่อเป็นกำลังใจอย่างคึกคัก โดยมีเด็กคนหนึ่งนำกระดาษที่เขียนข้อความว่า “ภูผารักนายกฯ อนุทิน” มามอบให้ ก่อนที่อนุทินจะลงลายมือชื่อคืนให้กับเด็กคนดังกล่าว ขณะที่ประชาชนบางรายจอดรถลงมาขณะขับผ่านขบวนแห่ของนายอนุทินเพื่อขอถ่ายภาพ

 

นอกจากนี้ ยังมีประชาชนรายหนึ่งกล่าวว่า “เก่งมาก ภูมิใจไทยจงเจริญ” พร้อมทวงถามโครงการนโยบายคนละครึ่งพลัส เฟส 2

 

จากนั้น อนุทินให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินขอบคุณประชาชนว่า จังหวัดปราจีนบุรีเป็นจังหวัดแรกที่มาเยือน และจะหาเวลาให้เร็วที่สุดไปขอบคุณพี่น้องประชาชน โหวตเตอร์ของพรรคภูมิใจไทยทั่วประเทศ ไม่จำเป็นต้องได้ยกจังหวัด โดยตั้งใจจะไปขอบคุณให้ครบทุกคน ทั้ง 175 คน

 

ส่วนกรณีที่มีประชาชนอวยพรให้ “ภูมิใจไทยจงเจริญ” และบอกว่า “เก่งมาก” อนุทินระบุว่า ตนขอพูดว่า “อามะ ภันเต” ขอน้อมรับไว้ด้วยความเป็นสิริมงคล พร้อมระบุว่าประชาชนใจดีมากที่ได้ลงคะแนนให้พรรคภูมิใจไทย และเมื่อมาเจอก็อวยพรให้เจริญรุ่งเรือง ซึ่งพรรคจะเจริญได้ก็ต่อเมื่อประชาชนเจริญรุ่งเรือง นี่คือคำสั่งของประชาชนที่พรรคภูมิใจไทยต้องนำไปปฏิบัติโดยเร็วที่สุด

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน ขึ้นรถขอบคุณชาวปราจีนบุรี เลือกภูมิใจไทยยกจังหวัด สัญญาคนละครึ่งพลัสทำแน่ จ่อเดินสายขอบคุณโหวตเตอร์ทั่วประเทศ ครบ สส. 175 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เอกนิติ’ ตั้งเป้าดัน GDP ปี 2569 โต 3% พลัส สานต่อ 3 นโยบายหลักประคองเศรษฐกิจช่วงรอยต่อรัฐบาลรักษาการ https://thestandard.co/ekniti-gdp-2026-target-policies/ Tue, 10 Feb 2026 11:00:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1177057 ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ แถลงตั้งเป้าดัน GDP ปี 2569

‘เอกนิติ’ ตั้งเป้าดัน GDP ปี 2569 โต 3% พลัส รับยังมีข้ […]

The post ‘เอกนิติ’ ตั้งเป้าดัน GDP ปี 2569 โต 3% พลัส สานต่อ 3 นโยบายหลักประคองเศรษฐกิจช่วงรอยต่อรัฐบาลรักษาการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ แถลงตั้งเป้าดัน GDP ปี 2569

‘เอกนิติ’ ตั้งเป้าดัน GDP ปี 2569 โต 3% พลัส รับยังมีข้อจำกัดในฐานะรัฐบาลรักษาการ แต่จะสานต่อนโยบายเดิมอย่างต่อเนื่อง เพื่อหนุน GDP ทั้งปิดหนี้ไว ไปต่อได้ SME Credit Boost และ TISA

 

วันนี้ (10 กุมภาพันธ์) ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศตั้งเป้าดันเศรษฐกิจไทยขยายตัวมากกว่า 3%

 

อย่างไรก็ตาม ดร.เอกนิติชี้ว่า การบรรลุเป้าหมายดังกล่าวยังคงมีข้อจำกัด เนื่องจากต้องรอให้มีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่เสร็จสิ้นก่อน จึงจะสามารถเริ่มดำเนินนโยบายใดๆ ได้ แต่อย่างน้อยจะพยายามสานต่อนโยบายชุดเดิมอนุมัติไปแล้วก่อนยุบสภา

 

“รัฐบาลวันนี้ยังทำอะไรไม่ได้ จำเป็นต้องรอรัฐบาลใหม่ แต่สิ่งหนึ่งที่พยายามทำคือ พยายามทำงานต่อเนื่อง ไม่หยุด โดยโครงการที่อนุมัติไปแล้วก่อนยุบสภา ก็จะทำต่อ เช่น ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ โครงการ SME Credit Boost และโครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล (ThaiLand Individual Saving Account: TISA) เหล่านี้ทำได้เลย”

 

ดร.เอกนิติยังกล่าวต่อว่า มั่นใจว่า GDP ในไตรมาส 4 ของปี 2568 จะสูงกว่าระดับ 1.8% ที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ประมาณการไว้ และเชื่อมั่นว่า GDP ทั้งปี 2568 จะมากกว่าระดับ 2.2% ที่สศค. ประมาณการไว้เช่นกัน

 

“เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2568 สามารถฟื้นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด จากการพยุงของมาตรการ ‘Quick Big Win’ ต่างๆ ทั้งโครงการ ‘คนละครึ่งพลัส’ และมาตรการ ‘เที่ยวดี มีคืน’ ตลอดจนมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่าย (front-loading) งบลงทุนของราชการและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งพบว่า การเบิกจ่ายในไตรมาส 4 สูงขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)” ดร.เอกนิติกล่าว

 

ทั้งนี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) จะมีการรายงานสภาวะเศรษฐกิจไทยและ GDP ไตรมาส 4/2568 ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้

The post ‘เอกนิติ’ ตั้งเป้าดัน GDP ปี 2569 โต 3% พลัส สานต่อ 3 นโยบายหลักประคองเศรษฐกิจช่วงรอยต่อรัฐบาลรักษาการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เอกนิติ’ สานต่อนโยบาย ‘Big Win’ ยัน ‘คนละครึ่งพลัส’ มาแน่ พร้อมตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนในปี 2569 https://thestandard.co/ekniti-big-win-investment-konlakrueng-plus/ Mon, 09 Feb 2026 08:46:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1176510 ภาพ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กำลังแถลงนโยบายเศรษฐกิจ ‘Big Win’ และ ‘คนละครึ่งพลัส’

‘เอกนิติ’ ประกาศนโยบาย ‘Big Win’ เศรษฐกิจไทย’ ชี้ ‘Quic […]

The post ‘เอกนิติ’ สานต่อนโยบาย ‘Big Win’ ยัน ‘คนละครึ่งพลัส’ มาแน่ พร้อมตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนในปี 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กำลังแถลงนโยบายเศรษฐกิจ ‘Big Win’ และ ‘คนละครึ่งพลัส’

‘เอกนิติ’ ประกาศนโยบาย ‘Big Win’ เศรษฐกิจไทย’ ชี้ ‘Quick’ อาจไม่จำเป็นแล้ว ตั้งเป้ายกระดับการลงทุนช่วยไทยหายเป็น ‘คนป่วยแห่งเอเชีย’ เตรียมขยายผลนโยบายที่วางรากฐานในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา และเตรียมอัปเกรด ‘คนละครึ่งพลัส’ ยืนยันมาแน่ แต่ต้องรอตั้งรัฐบาลใหม่ให้เรียบร้อยก่อน คาดงบประมาณปี 70 ล่าช้าไม่เกิน 2-3 เดือน

 

วันนี้ (9 กุมภาพันธ์) ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยว่า ในการดำเนินงานต่อจากนี้ จะเป็นการขยายผลจากนโยบายเศรษฐกิจที่สำคัญตลอดช่วง 4 เดือนมา โดยชี้ว่า มาตรการ ‘Quick Big Win’ อาจไม่จำเป็นต้อง ‘Quick’ แล้ว เหลือเพียงแต่ต้อง ‘Big Win’ ต่อเศรษฐกิจไทย

 

โดยชี้ว่าปี 2569 นี้ การลงทุนจะเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทย ทั้งการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อฟื้นเศรษฐกิจไทยให้แข็งแกร่งได้บนเวทีเศรษฐกิจโลก ไม่ให้เป็นคนป่วยแห่งเอเชีย

 

พร้อมระบุว่าไทยมีจุดแข็งในภาคการเกษตร และภาคบริการ หากนำเทคโนโลยีมาช่วยลดต้นทุน ตลอดจนปรับปรุงสินค้าและบริการให้มีความพรีเมียมมากขึ้น ก็จะเป็นที่ต้องการในตลาดโลกได้

 

นอกจากนี้ ยังมีโครงการลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์สมัยใหม่รออยู่กว่า 4.8 แสนล้าน ผ่านการปลดล็อกนโยบาย BOI FastPass โดยระบุว่าได้หารือกับนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) แล้วเมื่อช่วงเช้า ว่าสามารถดำเนินการต่อได้ทันที หลังจากที่ต้องหยุดพักในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง

 

โดยดร.เอกนิติย้ำว่า ตนยังเป็นรองนายกฯ และรมว.คลัง ซึ่งกำกับดูแลบีโอไออยู่ ซึ่งนโยบาย FastPass เป็นนโยบายเดิมที่ต้องดำเนินให้ต่อเนื่อง และที่สำคัญ นโยบายดังกล่าวไม่มีการใช้เงินเพิ่ม จึงไม่ห่วงว่าจะติดข้อจำกัดตามมาตรา 169 ของคณะรัฐมนตรีรักษาการ

 

เตรียมอัปเกรด ‘คนละครึ่งพลัส’ ย้ำมาแน่ แต่ต้องรอตั้งรัฐบาลใหม่

 

สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ‘คนละครึ่ง พลัส เฟส 2’ ดร.เอกนิติระบุว่า จำเป็นต้องรอให้รัฐบาลใหม่จัดตั้งเรียบร้อยก่อน โดยระหว่างนี้ จะพยายามออกแบบระบบให้มีความพร้อมมากขึ้น ต่างจากรอบก่อนที่มีเวลาออกแบบโครงการไม่ถึงเดือน

 

ในส่วนของงบประมาณที่ใช้ดำเนินโครงการ ดร.เอกนิติชี้ว่า ถ้าจัดตั้งรัฐบาลได้เร็ว ก็จะเป็นการนำงบกลาง จากงบประมาณประจำปี 2569 มาใช้ดำเนินโครงการ แต่ถ้าจัดตั้งรัฐบาลได้ช้า ก็จะเป็นการใช้งบกลาง จากงบประมาณประจำปี 2570 แทน แต่จะได้เงินทุกคนหรือไม่นั้น ดร.เอกนิติย้ำว่าต้องรอจัดตั้งรัฐบาลใหม่เสียก่อน

 

ทั้งนี้ ดร.เอกนิติระบุว่า ได้เห็นจุดที่จะพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น โดยให้ผู้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีและเอไอด้วยนอกจากร้านค้า เพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ แต่จะพัฒนาอย่างไรนั้น ดร.เอกนิติระบุว่ากำลังอยู่ระหว่างออกแบบตัวโครงการ เพื่อให้เริ่มได้ทันทีที่จัดตั้งรัฐบาลใหม่

 

คาดงบประมาณปี 70 ล่าช้าไม่เกิน 2-3 เดือน

 

ดร.เอกนิติยังระบุว่า จะรีบจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570

 

ให้เร็วที่สุด โดยคาดว่า จะมีความล่าช้าไม่เกิน 2-3 เดือน เนื่องจาก ตั้งแต่ก่อนยุบสภา ได้ให้แต่ละหน่วยงานได้มีการจัดทำงบประมาณไว้ก่อนแล้ว แต่กระนั้น รัฐบาลใหม่ก็อาจจะต้องเข้าไปปรับปรุงรายละเอียดในพ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 เล็กน้อย

The post ‘เอกนิติ’ สานต่อนโยบาย ‘Big Win’ ยัน ‘คนละครึ่งพลัส’ มาแน่ พร้อมตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนในปี 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : สรุปแผนกู้วิกฤตเศรษฐกิจ สูตร ‘ภูมิใจไทย’ หลังอนุทินคว้าชัยเลือกตั้ง 2569 https://thestandard.co/bhumjaithai-anutin-economic-recovery/ Mon, 09 Feb 2026 08:12:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1176494 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังนำเสนอนโยบายกู้วิกฤตเศรษฐกิจของพรรคหลังคว้าชัยเลือกตั้ง 2569

แม้การเลือกตั้ง 2569 สิ้นสุดลงไปแล้วเมื่อวันที่ 8 กุมภา […]

The post เลือกตั้ง 2569 : สรุปแผนกู้วิกฤตเศรษฐกิจ สูตร ‘ภูมิใจไทย’ หลังอนุทินคว้าชัยเลือกตั้ง 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังนำเสนอนโยบายกู้วิกฤตเศรษฐกิจของพรรคหลังคว้าชัยเลือกตั้ง 2569

แม้การเลือกตั้ง 2569 สิ้นสุดลงไปแล้วเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จากการรายงานผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ แต่เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า พรรคภูมิใจไทยสามารถกวาดที่นั่ง สส.แบบแบ่งเขตนำห่างพรรคอันดับ 2 ส่งผลให้มีแนวโน้มก้าวขึ้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต่อไป

 

ขณะที่ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ระบุ แม้ผลยังไม่เป็นทางการ แต่สะท้อนผลคะแนนที่ “ยิ่งกว่าแลนด์สไลด์” เพราะสะท้อนถึงความไว้วางใจและความคาดหวังจากประชาชน

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

หากดูแผนกระตุ้นเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทยเปิดตัวช่วงหาเสียงเลือกตั้ง โดยวางเป้าหมายช่วง 4 ปี (2569-2572) นับจากนี้ จะเป็นปีแห่งการพลิกฟื้นศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Potential Growth) ตั้งเป้าอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ (GDP) ที่ 3%

 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

 

โดยนโยบายเรือธง คือ ‘เศรษฐกิจ 10 พลัส’ ครอบคลุมการช่วยเหลือประชาชนฐานรากกว่า 13 ล้านคน ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐพลัส คนละครึ่งพลัส ลดค่าไฟ แก้ปัญหาหนี้ เพิ่มศักยภาพ SMEs ส่งเสริมการลงทุน การค้า เศรษฐกิจสีเขียว ดิจิทัลและ AI รวมถึงการศึกษาเท่าเทียมและการเตรียมพร้อมสังคมสูงวัย พร้อมผลักดันรัฐให้ทำงานฉับไว เพื่อสร้างเศรษฐกิจใหม่และยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย

 

ขณะเดียวกัน พรรคภูมิใจไทยใช้สูตรคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี (ทีมรัฐมนตรีมืออาชีพ) ไม่ว่าจะเป็น สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว, ศุภจี สุธรรมพันธุ์ และเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นำทัพเศรษฐกิจในและต่างประเทศ

 

เมื่อปัญหาปากท้องต้องรีบแก้ไขและไปต่อ THE STANDARD WEALTH สรุปแผนนโยบายเศรษฐกิจภาพใหญ่พรรคภูมิใจไทย มีอะไรบ้าง

 

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังนำเสนอนโยบายกู้วิกฤตเศรษฐกิจของพรรคหลังคว้าชัยเลือกตั้ง 2569 3

 

ภาพประกอบ: ณัฏฐ์กานต์ ดวงมาตย์พล
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : สรุปแผนกู้วิกฤตเศรษฐกิจ สูตร ‘ภูมิใจไทย’ หลังอนุทินคว้าชัยเลือกตั้ง 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ประชาชนแห่ฟังปราศรัยใหญ่ ‘ภูมิใจไทย‘ ได้มืออาชีพ พลิกฟื้นเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตโลก https://thestandard.co/bhumjaithai-professional-economic-rally/ Fri, 06 Feb 2026 09:29:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1174640 ประชาชนสวมเสื้อสีน้ำเงินร่วมฟังปราศรัยใหญ่พรรคภูมิใจไทย พร้อมถ่ายรูปกับป้ายนโยบายและภาพแกนนำ

วันนี้ (6 กุมภาพันธ์) เวลา 14.30 น. ที่ศูนย์ประชุมแห่งช […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ประชาชนแห่ฟังปราศรัยใหญ่ ‘ภูมิใจไทย‘ ได้มืออาชีพ พลิกฟื้นเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชาชนสวมเสื้อสีน้ำเงินร่วมฟังปราศรัยใหญ่พรรคภูมิใจไทย พร้อมถ่ายรูปกับป้ายนโยบายและภาพแกนนำ

วันนี้ (6 กุมภาพันธ์) เวลา 14.30 น. ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่พรรคภูมิใจไทยใช้จัดเวทีปราศรัยใหญ่ เริ่มมีประชาชนทยอยเดินทางเข้าพื้นที่ บางส่วนสวมเสื้อสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีของพรรคภูมิใจไทย เพื่อรอเข้าร่วมฟังการแสดงวิสัยทัศน์ บนเวทีปราศรัยของพรรคภูมิใจไทย

 

ภายใต้แนวคิด ‘ได้มืออาชีพ พลิกฟื้นเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตโลก’ ซึ่งจะเริ่มขึ้นในเวลา 16.30 น.

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

ทั้งนี้ บริเวณหน้าฮอลล์มีการนำจอ LED ขนาดใหญ่มาติดตั้ง และมีการฉายข้อความว่า “พูดแล้วทำ พลัส” ซึ่งเป็นสโลแกนที่ใช้หาเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้ อีกทั้งยังมีการตกแต่งแบ็กดรอปเป็นตัวเลข 37 พร้อมแบ็กดรอปนโยบาย อาทิ ทหารอาสา พยาบาลอาสา การศึกษาพลัส และคนละครึ่งพลัส

 

นอกจากนี้ ยังมีซุ้มถ่ายรูปที่มีภาพของ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และศุภจี สุธรรมพันธ์ ขนาดเท่าตัวจริง ให้ประชาชนที่มาฟังปราศรัยวันนี้ได้ร่วมถ่ายรูปด้วย

 

ประชาชนสวมเสื้อสีน้ำเงินร่วมฟังปราศรัยใหญ่พรรคภูมิใจไทย พร้อมถ่ายรูปกับป้ายนโยบายและภาพแกนนำ 1ประชาชนสวมเสื้อสีน้ำเงินร่วมฟังปราศรัยใหญ่พรรคภูมิใจไทย พร้อมถ่ายรูปกับป้ายนโยบายและภาพแกนนำ 2ประชาชนสวมเสื้อสีน้ำเงินร่วมฟังปราศรัยใหญ่พรรคภูมิใจไทย พร้อมถ่ายรูปกับป้ายนโยบายและภาพแกนนำ 3ประชาชนสวมเสื้อสีน้ำเงินร่วมฟังปราศรัยใหญ่พรรคภูมิใจไทย พร้อมถ่ายรูปกับป้ายนโยบายและภาพแกนนำ 4ประชาชนสวมเสื้อสีน้ำเงินร่วมฟังปราศรัยใหญ่พรรคภูมิใจไทย พร้อมถ่ายรูปกับป้ายนโยบายและภาพแกนนำ 5ประชาชนสวมเสื้อสีน้ำเงินร่วมฟังปราศรัยใหญ่พรรคภูมิใจไทย พร้อมถ่ายรูปกับป้ายนโยบายและภาพแกนนำ 6ประชาชนสวมเสื้อสีน้ำเงินร่วมฟังปราศรัยใหญ่พรรคภูมิใจไทย พร้อมถ่ายรูปกับป้ายนโยบายและภาพแกนนำ 7ประชาชนสวมเสื้อสีน้ำเงินร่วมฟังปราศรัยใหญ่พรรคภูมิใจไทย พร้อมถ่ายรูปกับป้ายนโยบายและภาพแกนนำ 8ประชาชนสวมเสื้อสีน้ำเงินร่วมฟังปราศรัยใหญ่พรรคภูมิใจไทย พร้อมถ่ายรูปกับป้ายนโยบายและภาพแกนนำ 9ประชาชนสวมเสื้อสีน้ำเงินร่วมฟังปราศรัยใหญ่พรรคภูมิใจไทย พร้อมถ่ายรูปกับป้ายนโยบายและภาพแกนนำ 10

 

ภาพ: ฐานิส สุดโต
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ประชาชนแห่ฟังปราศรัยใหญ่ ‘ภูมิใจไทย‘ ได้มืออาชีพ พลิกฟื้นเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>