คดีฮั้วเลือก สว. Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/คดีฮั้วเลือก-สว/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 16 Jun 2026 06:04:04 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 พริษฐ์ยิงตรง ถาม ‘ประธานวุฒิสภา’ รู้เห็นขบวนการฮั้วเลือก สว. หรือไม่ ด้าน สว. โต้เป็นการดิสเครติดการเมือง https://thestandard.co/parit-senate-president-vote-rigging/ Tue, 16 Jun 2026 06:04:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1218904 พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคประชาชน ตั้งคำถามถึงประธานวุฒิสภา ขณะที่ สว. แถลงโต้กลับ

พรรคประชาชนยังตรวจสอบกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส […]

The post พริษฐ์ยิงตรง ถาม ‘ประธานวุฒิสภา’ รู้เห็นขบวนการฮั้วเลือก สว. หรือไม่ ด้าน สว. โต้เป็นการดิสเครติดการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคประชาชน ตั้งคำถามถึงประธานวุฒิสภา ขณะที่ สว. แถลงโต้กลับ

พรรคประชาชนยังตรวจสอบกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 อย่างเกาะติด โดยเฉพาะ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่หลังจากเผยแพร่คลิปวิดีโอวันเลือก สว. ระดับประเทศ ไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดได้ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติม พร้อมตั้งคำถามตรงไปที่ มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภาคนปัจจุบัน ว่าเป็นบุคคลที่ปรากฏในคลิป และกำลังยื่นเอกสารลักษณะคล้าย ‘โพย’ ให้แก่กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือไม่

 

พริษฐ์ตั้งคำถามว่า มงคลมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดตั้งลงคะแนน หรือขบวนการ ‘ฮั้ว สว.’ หรือไม่ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนำไปสู่การตั้งคำถามจากสังคมต่อความโปร่งใสของประมุขแห่งสภานิติบัญญัติและการทำหน้าที่ของ กกต. ในการรับรองผลการเลือกตั้ง

 

“หากดูรายชื่อผู้สมัครดังกล่าวเรียงตามตัวเลข ผู้สมัครที่นั่งอยู่ด้านขวาของผู้สมัครหมายเลข 82 คงเป็นผู้สมัครที่มีหมายเลขถัดไปจาก 82 คือ หมายเลข 84 ซึ่งมีชื่อว่า ‘มงคล สุระสัจจะ’

 

“ผู้สมัครหมายเลข 84 ได้มีการยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้กับ กกต. ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฎ ที่มาเดินเรียกเก็บโพย จากการเปรียบเทียบสรีระของผู้สมัครหมายเลข 84 กับสรีะระของประธานวุฒิสภา และจากทำการเปรียบเทียบในลักษณะเดียวกันกับผู้สมัครหมายเลขอื่นๆในคลิป ผมเชื่อว่าบุคคลในภาพ คือ สว. มงคล สุระสัจจะ หรือประธานวุฒิสภาคนปัจจุบัน” พริษฐ์อ้าง

 

  • สว. โต้พริษฐ์หวังดิสเครดิต จ่อยื่นสอบ ‘สว. เสียงข้างน้อย’ เหตุมีหลักฐานเปิดห้องคุยแลกคะแนน

 

กระทั่งวันนี้ (16 มิถุนายน) พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. พร้อมด้วย พล.ต.ต. สุนทร ขวัญเพ็ชร สว. ได้ร่วมกันแถลงข่าวตอบโต้พริษฐ์ โดยพิสิษฐ์ได้ตั้งคำถามกลับไปยังพริษฐ์ถึงที่มาของคลิปวิดีโอดังกล่าวว่าได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และหากเป็นวัตถุพยานในสำนวนคดี ได้รับอนุญาตจากศาลหรือ กกต. ให้ทำการเผยแพร่ภายใต้อำนาจใด

 

พิสิษฐ์ระบุว่า หัวใจหลักของเรื่องนี้คือศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้เคยมีคำพิพากษาไว้แล้วว่าการนำโพย หรือเอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร (สว.3) เข้าไปในสถานที่เลือกตั้ง ตลอดจนการทำเครื่องหมายหรือจดหมายเลขผู้สมัครที่ตนเองสนใจลงในเอกสารเพื่อกันลืม ไม่ถือเป็นความผิดทางกฎหมาย

 

พิสิษฐ์กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ในคลิปไม่ปรากฏประโยคหรือพฤติการณ์ใดที่ชี้ชัดว่าเป็นการทุจริตเลือกตั้ง และการที่ กกต. ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งของ สว. ทั้ง 200 คน ย่อมสะท้อนว่ากระบวนการทั้งหมดได้ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. มาแล้วอย่างครบถ้วน การนำคลิปมาเผยแพร่ในช่วงนี้จึงอาจเป็นการมุ่งสร้างคอนเทนต์เพื่อยอดความนิยมในสื่อสังคมออนไลน์และเป็นการดิสเครดิตทางการเมือง

 

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า พริษฐ์ไม่ได้เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือเป็นผู้สมัครรับเลือก สว. แต่อยู่ในฐานะตัวแทนพรรคการเมืองที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนกรณีที่ มงคล สุระสัจจะ จะต้องแสดงสปิริตชี้แจงหรือลาออกตามที่บางฝ่ายเรียกร้องหรือไม่นั้น ตนเองไม่สามารถตอบแทนได้ แต่หากมีการกระทำความผิดจริง กกต. คงไม่ปล่อยให้กระบวนการสำเร็จมาจนถึงปัจจุบัน

 

ด้าน พล.ต.ต. สุนทรแถลงชี้แจงเพิ่มเติมโดยเรียกร้องให้ กกต. ดำเนินการตรวจสอบผู้สมัคร สว. ฝ่ายขั้วประชาธิปไตย หรือกลุ่ม สว. เสียงข้างน้อยในปัจจุบันด้วยเช่นกัน เนื่องจากพบพยานหลักฐานจากรายงานข่าวของสื่อมวลชนว่า ผู้สมัครกลุ่มดังกล่าวมีการจัดประชุมนัดหมายกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านเมืองทองธานีเพื่อตกลงแลกเปลี่ยนคะแนนเสียง และปรากฏหลักฐานโพยรายชื่อกลุ่ม 2-20 ผ่านสถานีโทรทัศน์ รวมถึงมีบทสัมภาษณ์ของผู้สมัคร สว. ที่สอบตกในกลุ่ม 18 สื่อสารมวลชน ยอมรับถึงกระบวนการตกลงร่วมมือกันลงคะแนน

 

พล.ต.ต. สุนทรย้ำว่า การพกพาโพยแนะนำตัวไม่ผิดกฎหมายเพราะไม่มีข้อห้าม และผู้สมัครทุกฝ่ายต่างก็มีโพยในการเลือกตั้งระดับประเทศเนื่องจากไม่สามารถจดจำรายชื่อและหมายเลขของผู้สมัครจำนวนมากได้

 

แต่ในกรณีของกลุ่ม สว. เสียงข้างน้อยนั้นมีพฤติการณ์เปิดประชุมและตกลงแลกคะแนน ซึ่งตามแนวทางคำพิพากษาถือว่าการตกลงแลกคะแนนเป็นสิ่งที่กระทำไม่ได้และผิดกฎหมาย ตนเองในฐานะอดีตพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและคลิปวิดีโอทั้งหมดไว้แล้ว และพร้อมที่จะส่งมอบให้ กกต. นำไปตรวจสอบเพื่อความจำนนต่อข้อเท็จจริง

 

“ที่ผมพูดไม่ใช่ต้องการบอกว่า หากผมผิด คุณต้องผิด หรือ หากผมเลว คุณต้องเลว ไม่ต้องการแบบนั้น แต่ต้องการทำความจริงให้ปรากฎถึงกระบวนการเลือก สว. ที่ผ่านมา และต้องให้ความเป็นธรรมกับ สว. ทั้ง 2 ฝั่งด้วย” พล.ต.ต. สุนทรกล่าว

The post พริษฐ์ยิงตรง ถาม ‘ประธานวุฒิสภา’ รู้เห็นขบวนการฮั้วเลือก สว. หรือไม่ ด้าน สว. โต้เป็นการดิสเครติดการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พริษฐ์จี้ กกต. ส่งศาลชี้ขาดคดีฮั้ว สว. คาดเดือน ก.ย. ได้ข้อสรุปตัดสินใจอย่างไร https://thestandard.co/parit-ect-senator-collusion/ Sun, 14 Jun 2026 05:37:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1218147 พริษฐ์ วัชรสินธุ แถลงข่าวประเด็น กกต. และคดีฮั้ว สว.

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประช […]

The post พริษฐ์จี้ กกต. ส่งศาลชี้ขาดคดีฮั้ว สว. คาดเดือน ก.ย. ได้ข้อสรุปตัดสินใจอย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
พริษฐ์ วัชรสินธุ แถลงข่าวประเด็น กกต. และคดีฮั้ว สว.

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวตั้งข้อสังเกตต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการตรวจสอบคดีฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

 

พริษฐ์ทบทวนความเป็นมาของคดีนี้ว่า คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้พิจารณาข้อเท็จจริงและมีมติในช่วงกลางปี 2568 ว่า มีบุคคลจำนวนอย่างน้อย 229 คน ที่มีมูลกระทำความผิดเรื่องการฮั้ว สว.

 

โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวเสนอให้ กกต. ดำเนินคดีและยื่นฟ้องบุคคลทั้ง 229 คนต่อศาล อย่างไรก็ตาม กกต. กลับไม่ได้เห็นชอบตามมติดังกล่าว แต่ได้ตั้งคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งคณะอนุวินิจฉัยชุดนี้กลับมีมติสวนทางว่าทั้ง 229 คนไม่มีมูลความผิด และเสนอให้ กกต. ยกคำร้อง

 

พริษฐ์วิเคราะห์ว่า ขณะนี้ กกต. มีทางเลือก 3 ทางในการตัดสินใจ คือ 1. เห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 2. เห็นชอบตามมติของคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 และ 3. ยื่นฟ้องเฉพาะบางคนและยกคำร้องเฉพาะบางคน ซึ่งทางเลือกสุดท้ายนี้ก่อให้เกิดความกังวลว่าอาจเป็นการปกป้องบุคคลสำคัญบางราย

 

ทั้งนี้ คาดว่าจะทราบผลการตัดสินใจของ กกต. ภายในเดือนกันยายน 2569 ตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการสืบสวนไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาดที่กำหนดกรอบเวลาไว้ไม่เกิน 90 วัน โดย กกต. ได้เริ่มพิจารณาคดีแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คาดว่านัดแรกจะพิจารณาข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับ สว. 4 คนจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

ในการแถลงข่าวครั้งนี้ พริษฐ์ได้นำเสนอ 4 เหตุผลสำคัญที่ กกต. ควรส่งเรื่องของบุคคลทั้ง 229 คนไปยังศาล ประกอบด้วย

 

  • ความชัดเจนและหนักแน่นของหลักฐาน

 

พริษฐ์ระบุว่า หลักฐานในคดีนี้มีความชัดเจนและหนักแน่นกว่าคดีอื่นๆ ที่ กกต. เคยส่งเรื่องให้ศาลพิจารณา แม้จะยังไม่สามารถเข้าถึงรายละเอียดของสำนวนคณะไต่สวนได้ทั้งหมด แต่ข้อมูลสาธารณะและการให้การของผู้ที่เกี่ยวข้องชี้ให้เห็นถึงหลักฐานหลายประเภท เช่น สถิติการลงคะแนนที่มีการเลือกกลุ่มตัวเลขเดียวกันอย่างผิดปกติ ซึ่งสอดคล้องกับหลักฐานโพยตัวเลข การนัดหมายของกลุ่ม สว. หลักฐานการเดินทาง อุปกรณ์ที่แจก คลิปเสียง และที่สำคัญที่สุดคือเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงถึงกลุ่มบุคคลและทีมงาน สส. ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

พริษฐ์ตั้งคำถามว่า หาก กกต. เคยส่งหลักฐานเพียงแชตไลน์ระหว่างบุคคลให้ศาลพิจารณาได้ ทำไมหลักฐานที่หนักแน่นเหล่านี้จึงไม่ถูกส่งให้ศาลพิจารณาเช่นกัน

 

  • ความชอบธรรมของคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36

 

พริษฐ์ตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการตั้งคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ ทั้งที่มีคณะอนุวินิจฉัยอยู่แล้วถึง 35 คณะ นอกจากนี้ ยังพบว่าคณะอนุวินิจฉัยชุดนี้ไม่เคยเรียกตัวแทนจาก DSI หรือคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 เข้าให้ข้อมูล ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงความรอบด้านในการพิจารณา

 

พริษฐ์ยังเปิดเผยว่า กรรมการ 3 ใน 7 คนของคณะอนุวินิจฉัยชุดนี้ มีประวัติที่ถูกสังคมตั้งคำถาม โดย 2 คนเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตคอร์รัปชัน (คดีรถไฟฟ้าสายสีส้ม และคดีการจัดซื้อคอมพิวเตอร์) และอีก 1 คนมีความเชื่อมโยงกับ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอาจส่งผลต่อความเป็นกลางทางการเมือง

 

  • ผลประโยชน์ทับซ้อนของ กกต.

 

พริษฐ์ชี้ว่า กกต. 4 ใน 7 คน เข้าสู่ตำแหน่งผ่านการรับรองจาก สว. ที่เป็นผู้ถูกตรวจสอบในสำนวนคดีนี้ หาก กกต. มีการตัดสินใจที่ค้านสายตาประชาชน อาจนำไปสู่ข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ดังนั้น วิธีที่โปร่งใสที่สุดคือการส่งเรื่องทั้งหมดให้ศาลเป็นผู้พิจารณาชี้ขาด

 

  • การปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.

 

พริษฐ์อ้างอิงคลิปวิดีโอการเลือก สว. รอบไขว้ระดับประเทศ ที่ได้จากผู้ตรวจการการเลือกตั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นหนึ่งใน กกต. เข้าตรวจสอบและกล่าวตักเตือนผู้สมัครว่า “จะเป็น สว. กันอยู่แล้ว เลือกตั้งด้วยความสุจริตเถอะ”

 

พริษฐ์ตั้งคำถามว่า กกต. ท่านนั้นพบเห็นสิ่งใดที่นำไปสู่การกล่าวตักเตือนและเก็บโพย และหลังจากนั้น กกต. ได้ดำเนินการอย่างไรต่อไป มีการประชุมเพื่อพิจารณาหลักฐานหรือไม่ ได้มีการตรวจสอบความเชื่อมโยงของโพยกับหลักฐานอื่นๆ ในสำนวนหรือไม่ และปัจจุบันโพยดังกล่าวถูกจัดเก็บไว้ที่ใด หาก กกต. ไม่สามารถชี้แจงประเด็นเหล่านี้ได้ และไม่ส่งเรื่องให้ศาลพิจารณา อาจถูกมองว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือรู้เห็นเป็นใจกับกระบวนการโกง สว.

 

ส่วนกรณีที่มีข้อโต้แย้งว่าผู้สมัครจากฝั่งประชาชนก็มีการจองโรงแรมล่วงหน้าก่อนวันเลือก สว. ในลักษณะเดียวกัน พริษฐ์ยืนยันว่า การดำเนินคดีต้องเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและใช้มาตรฐานเดียวกัน โดยหลักฐานในสำนวนของคณะไต่สวนชุดที่ 26 ไม่ได้มีเพียงเรื่องการจองโรงแรม แต่ประกอบด้วยหลักฐานหลายประเภทที่เชื่อมโยงกัน ทั้งโพยตัวเลข การนัดหมาย การซื้อตั๋วเครื่องบิน และเส้นทางการเงิน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการกระทำอย่างเป็นขบวนการ

The post พริษฐ์จี้ กกต. ส่งศาลชี้ขาดคดีฮั้ว สว. คาดเดือน ก.ย. ได้ข้อสรุปตัดสินใจอย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
พริษฐ์เปิดคลิปหลักฐาน กกต. เดินเก็บโพยเลือก สว.-เตือนผู้สมัครเลือกตั้งด้วยความสุจริต พร้อมจับตาคดีฮั้ว สว. 229 คน หวั่นกลไกฟอกขาว https://thestandard.co/parit-ect-senator-collusion-evidence/ Sat, 13 Jun 2026 06:55:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1217978 ภาพจากคลิปวิดีโอแสดงเจ้าหน้าที่ กกต. กำลังเดินเก็บเอกสารจากกลุ่มผู้สมัครเลือก สว.

วันนี้ (13 มิถุนายน) พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื […]

The post พริษฐ์เปิดคลิปหลักฐาน กกต. เดินเก็บโพยเลือก สว.-เตือนผู้สมัครเลือกตั้งด้วยความสุจริต พร้อมจับตาคดีฮั้ว สว. 229 คน หวั่นกลไกฟอกขาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพจากคลิปวิดีโอแสดงเจ้าหน้าที่ กกต. กำลังเดินเก็บเอกสารจากกลุ่มผู้สมัครเลือก สว.

วันนี้ (13 มิถุนายน) พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความพร้อมเปิดเผยคลิปวิดีโอหลักฐานในคดีทุจริตเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ฮั้ว สว.) ซึ่งเป็นเหตุการณ์ในวันเลือกระดับประเทศ (รอบไขว้) เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. โดยคลิปดังกล่าวปรากฏภาพและเสียงของเจ้าหน้าที่และบุคคลที่ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็น 1 ใน 7 กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เดินเก็บเอกสารจากกลุ่มผู้สมัคร พร้อมส่งเสียงเตือนผู้สมัครในห้องว่า “กรุณาเถอะครับ จะเป็น สว. แล้ว เลือกตั้งด้วยความสุจริตเถอะครับ”

 

พริษฐ์ระบุว่า ข้อความดังกล่าวเสมือนเป็นการยอมรับจากตัว กกต. เองว่าการเลือกตั้งในวันนั้นสุ่มเสี่ยงต่อความไม่สุจริต ซึ่งข้อมูลนี้ได้รับมาจากผู้ร้องเรียนที่มายื่นหนังสือต่อสภาฯ โดยทีมงานได้ทำการเพิ่มระดับเสียงและเบลอหน้าผู้เกี่ยวข้องเพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้ แม้ กกต. จะเคยแถลงในปี 2568 ว่าการพกเอกสารเข้าไปจดหมายเลขไม่ถือเป็นความผิดในตัวเอง แต่พฤติกรรมในคลิปนี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญ 4 ข้อที่ กกต. ต้องตอบให้ชัดเจน

 

  • กกต. เห็นอะไรในโพยหรือพบพฤติกรรมใด ถึงต้องพูดเตือนให้ผู้สมัครเลือกตั้งด้วยความสุจริต
  • หลังเก็บโพยแล้ว กกต. ได้เปิดประชุมทันทีเพื่อสั่งระงับ ยับยั้ง หรือยกเลิกการเลือกตาม พ.ร.ป. สว. มาตรา 59 หรือไม่
  • หลังประกาศผล สว. กกต. นำโพยเหล่านั้นไปตรวจสอบเชื่อมโยงกับพยาน เส้นทางการเงิน หรือหลักฐานอื่นในคดีฮั้วหรือไม่
  • หลักฐานโพยเหล่านี้ ถูกรวมอยู่ในสำนวนของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ที่กำลังจะชี้ขาดเพื่อส่งศาลหรือไม่

 

พริษฐ์ ระบุอีกว่า การทำหน้าที่ของ กกต. ทั้ง 7 คน เป็นตัวแปรสำคัญต่อกระบวนการยุติธรรมในคดีฮั้ว สว. หลังจากที่คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 มีมติชี้มูลความผิดผู้เกี่ยวข้องอย่างน้อย 229 คน (เป็น สว. กว่า 130 คน และเครือข่ายการเมืองรวมถึง สส. และ ครม. อีกกว่า 90 คน) แต่สังคมกลับเริ่มตั้งคำถามต่อความโปร่งใสของ กกต. ใน 3 ประเด็นหลัก

 

  • ผลประโยชน์ทับซ้อน กกต. 4 ใน 7 คน เข้าสู่ตำแหน่งจากมติรับรองของ สว. ชุดที่ส่วนใหญ่อยู่ในสำนวนคดีนี้ ประชาชนจึงกังวลว่าจะมีเงื่อนไขแอบแฝงเพื่อ ‘ช่วยน้ำเงินด้วย; หรือไม่
  • ตั้งอนุกรรมการเฉพาะกิจสวนทางชุดไต่สวน มีการตั้ง ‘คณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36’ ขึ้นมากลั่นกรองคดีนี้โดยเฉพาะ ซึ่งกรรมการหลายคนมีข้อครหา และล่าสุดมีมติให้ยกคำร้องทั้ง 229 คน สวนทางกับคณะไต่สวนชุดที่ 26 แบบ 100% จนถูกมองว่าเป็นความพยายามฟอกขาว
  • ส่อละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หาก กกต. ไม่สามารถชี้แจงคลิปหลักฐานในวันนี้ได้อย่างชัดเจน จะยิ่งถูกสังคมตั้งคำถามว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบการฮั้ว สว.

 

“หาก กกต. ต้องการหลุดพ้นจากข้อครหาดังกล่าว กกต. ควรมีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 เพื่อส่งเรื่องทั้งหมดไปที่ศาล และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของศาลในการพิจารณาตัดสินว่าทั้ง 229 คนดังกล่าวมีการกระทำความผิดจริงหรือไม่” พริษฐ์ ระบุ

 

ที่มา: https://www.facebook.com/share/v/195ZeoQQBX/

The post พริษฐ์เปิดคลิปหลักฐาน กกต. เดินเก็บโพยเลือก สว.-เตือนผู้สมัครเลือกตั้งด้วยความสุจริต พร้อมจับตาคดีฮั้ว สว. 229 คน หวั่นกลไกฟอกขาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธาน กกต. วางกรอบประชุมพิจารณาคดีฮั้ว สว. 12 ครั้ง ชี้ถ้าเสร็จเร็วสังคมอาจมองได้ว่าไม่รอบคอบ https://thestandard.co/ec-chairman-senate-collusion-meetings/ Tue, 09 Jun 2026 03:53:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1216141 ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. กำลังแถลงข่าว

ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) […]

The post ประธาน กกต. วางกรอบประชุมพิจารณาคดีฮั้ว สว. 12 ครั้ง ชี้ถ้าเสร็จเร็วสังคมอาจมองได้ว่าไม่รอบคอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. กำลังแถลงข่าว

ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการพิจารณาสำนวนคดีฮั้ว สว. 2567 โดยระบุว่า กกต. ได้เริ่มพิจารณาเมื่อวาน และจะมีการพิจารณาทุกวันจันทร์จนกว่าจะเสร็จสิ้น

 

โดยสาเหตุที่มีการพิจารณาจันทร์เว้นจันทร์ เพื่อให้ กกต. มีเวลาในการตรวจสอบเอกสาร เนื่องจากมีเอกสารจำนวนมาก จึงมีการวางแผนในการประชุมให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด อาจประชุมเป็นกลุ่มจังหวัด หรือเป็นกลุ่มข้อกล่าวหา

 

ทั้งนี้ ณรงค์ยืนยันว่า กกต.พิจารณาอย่างละเอียด จึงไม่สามารถจะประชุมทุกวันได้ จึงมีการประชุมแบบการเว้นจันทร์ ส่วนวันอื่นก็จะประชุมตามวาระปกติ โดยกรอบเวลาวางไว้ 12 ครั้ง หรือ 12 วันจันทร์

 

“วางแผนไว้จะให้พิจารณาเสร็จโดยเร็ว แต่เนื่องจากมีเอกสารมาก หากเสร็จเร็วอาจจะถูกสังคมมองได้ว่า กกต. ไม่รอบคอบ เพราะ กกต. ทุกคนนำความเห็นของทุกชั้นมาดู และพิจารณาเอกสารด้วยตนเอง จึงทำให้พิจารณาแบบรวบรัดไม่ได้”

 

พร้อมยกตัวอย่างเมื่อวานนี้ (8 มิถุนายน) ที่มีการพิจารณาคดีของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพียงจังหวัดเดียวใช้เวลาตั้งแต่ 13:00-16:00 น. กว่าจะเสร็จ ซึ่งความจริงวางแผนไว้ว่าจะพิจารณาหลายกลุ่มจังหวัด แต่ด้วยข้อเท็จจริงต่างๆที่ กกต. ซักถามผู้ชี้แจงอย่างละเอียดรอบคอบ จึงต้องใช้เวลา

 

ส่วนข้อกังวลของฝ่ายค้านและสังคมว่า กกต. จะเป่าคดีฮั้ว สว. นั้น ณรงค์กล่าวว่า เรารู้อยู่ว่าสังคมคาดหวังหรือมองภาพ กกต. อย่างไร ส่วนตัวมองว่า กกต. ชุดนี้มาทำหน้าที่ใหม่ ทุกคนคุยกันว่าเราต้องทำหน้าที่ในกรอบของกฎหมายจริงๆ

 

“เรารู้ว่าสังคมมองเราอย่างไร แล้วเราก็ไม่อยากให้เกิดภาพนั้น ขอให้มั่นใจ หากสามารถเข้าไปฟังการประชุมได้ก็จะรู้ แต่เนื่องจากกรณีนี้ห้ามบุคคลภายนอกเข้าฟัง” ณรงค์กล่าว

 

​ประธาน กกต. กล่าวด้วยว่า การพิจารณาคดีดังกล่าวจะออกมาเป็นคำวินิจฉัยรวม เนื่องจากทุกคนรู้ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายทั้งหมด โดยจะมีการลงมติในครั้งเดียว

The post ประธาน กกต. วางกรอบประชุมพิจารณาคดีฮั้ว สว. 12 ครั้ง ชี้ถ้าเสร็จเร็วสังคมอาจมองได้ว่าไม่รอบคอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เตรียมเอกสารคดีฮั้ว สว. กว่า 8 หมื่นหน้า ส่ง กกต. เคาะขั้นสุดท้าย คาดสิ้นเดือนนี้แล้วเสร็จ https://thestandard.co/senate-rigging-case-ec-documents/ Fri, 24 Apr 2026 11:04:16 +0000 https://thestandard.co/senate-rigging-case-ec-documents/ ภาพประกอบการดำเนินการของ กกต. ในการเตรียมเอกสารคดีฮั้ว สว.

ความคืบหน้าของคดีฮั้วเลือก สว. ปี 2567 ซึ่งอยู่ในกระบวน […]

The post เตรียมเอกสารคดีฮั้ว สว. กว่า 8 หมื่นหน้า ส่ง กกต. เคาะขั้นสุดท้าย คาดสิ้นเดือนนี้แล้วเสร็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบการดำเนินการของ กกต. ในการเตรียมเอกสารคดีฮั้ว สว.

ความคืบหน้าของคดีฮั้วเลือก สว. ปี 2567 ซึ่งอยู่ในกระบวนการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาว่าจะลงมติส่งฟ้องไปยังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนที่ 3 จาก 4 ขั้นตอนในความรับผิดชอบของ กกต.

 

ล่าสุด แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เปิดเผยในวันนี้ (24 เมษายน) ว่า ขณะนี้คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ได้พิจารณาเสร็จสิ้นไปเมื่อประมาณปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และส่งให้สำนักงาน กกต. เพื่อจัดทำเอกสารจัดเรียงให้เป็นหมวดหมู่ จัดระเบียบแยกเป็นข้อกล่าวหาต่างๆ ให้ทาง กกต. สามารถดูข้อมูลได้สะดวก เนื่องจากมีจำนวนมาก

 

ทั้งนี้ อยู่ในขั้นตอนเตรียมส่งให้ กกต. พิจารณาว่า จะส่งเรื่องไปดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปหรือไม่

 

“เท่าที่ผมได้รับรายงานมา ทราบว่าข้อมูลที่ต้องจัดเรียงนั้น มีมากกว่า 80,000 หน้า และคาดว่าภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้จะสามารถจัดเตรียมข้อมูลดังกล่าวได้ครบถ้วน แต่ก็มีเอกสารบางส่วนที่ทยอยส่งให้ กกต. ช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ไปบ้างแล้ว” แสวงกล่าว

 

สำหรับกระแสข่าวที่ว่า คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดฯ คณะที่ 36 มีมติว่าข้อกล่าวหาคดีฮั้ว สว. จำนวน 229 คน ไม่มีมูลความผิด และทำความเห็นเสนอต่อ กกต. ชุดใหญ่นั้น แสวงยืนยันว่า ไม่ว่าชั้นอนุกรรมการคณะใดจะมีมติอย่างไร ไม่มีใครทราบข้อเท็จจริง

 

“แม้แต่ผมก็ไม่ทราบ มีแต่ข่าวที่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนปล่อย และปล่อยเพื่ออะไร จะแน่นอนคือต้องดูว่า ข้อเท็จจริงหลังจาก กกต. พิจารณาแล้วมีมติเป็นอย่างไร วันนี้มีแต่การพูดไปต่างต่างนานา ทั้งที่จริงๆ คือความลับ คนที่คิดว่ารู้ก็ไม่รู้ว่าเอาข้อมูลมาจากไหน ขนาดผมยังรู้จากหนังสือพิมพ์”

 

แสวงย้ำว่า บอกได้เพียงความคืบหน้าตอนนี้ว่า สำนักงาน กกต. เตรียมส่งเอกสารทั้งหมดให้ กกต. ภายในสิ้นเดือนนี้ หลังจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ กกต. ว่าจะพิจารณาอย่างไร

The post เตรียมเอกสารคดีฮั้ว สว. กว่า 8 หมื่นหน้า ส่ง กกต. เคาะขั้นสุดท้าย คาดสิ้นเดือนนี้แล้วเสร็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โสภณชี้ ข้าราชการยึดกฎหมายเป็นหลังพิง คดีฮั้ว สว. ไม่เอี่ยวรัฐบาล แจงบุรีรัมย์ไม่ได้กินรวบสภา https://thestandard.co/sophon-saram-senate-case-buriram/ Fri, 13 Mar 2026 04:30:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1187028 โสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี กำลังให้สัมภาษณ์ประเด็นคดีฮั้ว สว. ที่ทำเนียบรัฐบาล

วันนี้ (13 มีนาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล โสภณ ซารัมย์ รองนาย […]

The post โสภณชี้ ข้าราชการยึดกฎหมายเป็นหลังพิง คดีฮั้ว สว. ไม่เอี่ยวรัฐบาล แจงบุรีรัมย์ไม่ได้กินรวบสภา appeared first on THE STANDARD.

]]>
โสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี กำลังให้สัมภาษณ์ประเด็นคดีฮั้ว สว. ที่ทำเนียบรัฐบาล

วันนี้ (13 มีนาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล โสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ สส. บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่า คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยกคำร้องคดีฮั้ว สว. ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า เมื่อพรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นรัฐบาล คดีต่าง ๆ จะหายไป โดยย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า เป็นแหล่งข่าวหรือไม่ เท่าที่ติดตามจากสื่อเห็นว่าเป็นแหล่งข่าวจากคณะอนุกรรมการฯ ฉะนั้น เมื่อเป็นแหล่งข่าวจึงยังให้ความเห็นไม่ได้

 

ส่วนที่พูดกันว่า เมื่อพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล คดีที่เกี่ยวข้องจะหายไปนั้น โสภณ กล่าวว่า เป็นเรื่องของผู้ที่มีหน้าที่จะดำเนินการไปตามหน้าที่ ยกตัวอย่างว่า หากข้าราชการไม่มีหลังพิง ทำอะไรข้าราชการก็เดือดร้อนเอง อย่างกรณีของอดีตนายกรัฐมนตรี จึงเชื่อว่า เมื่อมีบทเรียนเหล่านี้ ข้าราชการหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะพึงระวังอยู่แล้ว

 

เพราะเคยมีกรณีตัวอย่าง ซึ่งในยุคของการตรวจสอบ ทุกอย่างต้องตอบคำถามได้ ไม่ว่าจะตอบสังคมหรือตอบคำถามหน่วยงานที่ตรวจสอบ จึงเห็นว่าอย่าไปกังวลมาก เหมือนที่บอกว่าบุรีรัมย์กินรวบหรือไม่ จะไปรู้ได้อย่างไรว่าพวกตนจะได้เสียงข้างมาก ขณะที่วุฒิสภาก็ดำเนินงานไปตามวิถีของเขา และเมื่อพวกตนได้เสียงข้างมาก พรรคก็เสนอตน เป็นเรื่องที่บรรจบบังเอิญกันพอดี ไม่ใช่วางแผนมาก่อนว่าจะต้องกินรวบ ซึ่งมันไม่ใช่แบบนั้น

 

ส่วนที่สังคมมองว่า เมื่อเป็นรัฐบาลคดีก็เงียบไป แต่เมื่อเป็นฝ่ายค้านคดีอาจจะเดินหน้า โสภณ กล่าวว่า มีทั้งตรวจสอบกันไปมา พอเป็นรัฐบาลก็จะถูกตรวจสอบยิ่งขึ้น ฉะนั้น ประเด็นที่หน่วยงานต่างๆ ได้ตัดสิน เราต้องเชื่อว่าเขาปฏิบัติตามกฎหมาย หากไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เขาก็ต้องรับผิดชอบในกระบวนการ เพราะเรื่องนี้ต้องมีการตรวจสอบกันไปมาอยู่แล้ว มันอยู่ที่ถูกใจหรือถูกต้อง บางทีถูกต้องแต่ไม่ถูกใจ ไม่สะใจ ก็ทำให้ถูกชงขึ้นมาอีก

 

โสภณ กล่าวว่า ในสภาวะวิกฤตของโลกครั้งนี้ ประเทศต้องการความรัก ไม่ใช่ความเกลียดชัง ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย แต่เป็นกระบวนการที่เดินไป ทุกอย่างชัดเจนจากคำตอบของตนอยู่แล้วว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องรับผิดชอบการตัดสินใจของเขา

The post โสภณชี้ ข้าราชการยึดกฎหมายเป็นหลังพิง คดีฮั้ว สว. ไม่เอี่ยวรัฐบาล แจงบุรีรัมย์ไม่ได้กินรวบสภา appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัยการตีกลับสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. สั่ง DSI สอบเพิ่ม 5 ประเด็นใหญ่-รอผล สอบ 1,200 ปาก https://thestandard.co/dsi-senator-election-probe-returned/ Wed, 18 Feb 2026 06:37:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1179692 สำนวนคดีฮั้วเลือก สว. ที่ถูกอัยการตีกลับให้ DSI สอบเพิ่ม

วันนี้ (18 กุมภาพันธ์) ความคืบหน้าคดีพิเศษที่ 24/2568 ห […]

The post อัยการตีกลับสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. สั่ง DSI สอบเพิ่ม 5 ประเด็นใหญ่-รอผล สอบ 1,200 ปาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำนวนคดีฮั้วเลือก สว. ที่ถูกอัยการตีกลับให้ DSI สอบเพิ่ม

วันนี้ (18 กุมภาพันธ์) ความคืบหน้าคดีพิเศษที่ 24/2568 หรือคดีขบวนการจัดตั้งและฟอกเงินในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือ คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ล่าสุดแหล่งข่าวระดับสูงเปิดเผยว่า สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีพิเศษ 1 ได้มีคำสั่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สอบสวนเพิ่มเติมและส่งคืนสำนวนกลับมาเพื่อดำเนินการใหม่ โดยมีสาระสำคัญที่เชื่อมโยงกับกระบวนการไต่สวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

 

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 ได้ส่งหนังสือถึงอธิบดีดีเอสไอ ให้ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมใน 5 ประเด็นหลัก

 

1. รวมสำนวน: ให้นำผู้ต้องหา 8 รายแรก (สว.ตัวจริง 2 ราย และเครือข่ายพรรคการเมือง 6 ราย) ที่ส่งฟ้องไปก่อนหน้านี้ กลับมาสอบสวนรวมเป็นสำนวนเดียวกับกลุ่มเครือข่ายผู้ร่วมกระทำความผิดอื่นๆ อีก 7 กลุ่ม

 

2. ดึงหลักฐาน กกต.: ให้นำพยานหลักฐานทั้งหมดจากสำนวนการไต่สวนของ กกต. มาประกอบ

 

3. เจาะเส้นทางการเงิน: ตรวจสอบเอกสารการเปิดบัญชีและความเคลื่อนไหวทางการเงินของเครือข่ายทั้งหมด

 

4. รับเรื่องร้องขอความเป็นธรรม: สอบสวนประเด็นตามหนังสือร้องเรียนของกลุ่ม สว.สำรอง

 

5. สอบสวนให้สิ้นกระแสความ: ดำเนินการสอบสวนจนกว่าจะได้ข้อยุติที่ชัดเจน

 

แหล่งข่าวระดับสูงวิเคราะห์ว่า คำสั่งดังกล่าวมีลักษณะเป็นการตีกลับสำนวน เพื่อให้รอผลการพิจารณาคดีความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งจากทาง กกต. ให้แล้วเสร็จก่อน เนื่องจากความผิดมูลฐานในคดีอั้งยี่-ฟอกเงินนี้ อิงตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 77 (1)

 

ปัจจุบันสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. ของ กกต. ยังอยู่ในชั้นการพิจารณาของ คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ซึ่งต้องใช้เวลาอีกพอสมควร และเป็นอุปสรรคสำคัญเนื่องจากขณะนี้ กกต. ยังไม่ส่งมอบพยานหลักฐานให้แก่ดีเอสไอ แม้จะมีการประสานขอไปแล้วก็ตาม

 

อัยการคดีพิเศษได้กำชับให้ดีเอสไอสอบปากคำพยานให้ครบถ้วนทั้งสิ้น 1,200 ราย (สอบไปแล้วกว่า 700 ปาก) และขยายผลไปยังกลุ่มบุคคล 7 กลุ่มที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย ได้แก่:

 

  • กลุ่มผู้มีอำนาจตัดสินใจ
  • กลุ่มผู้วางแผนและวางระบบ (แอดมิน/โปรแกรมเมอร์)
  • กลุ่มกรรมการบริหารคณะบุคคล
  • กลุ่มผู้จัดหาผู้สมัคร สว.
  • กลุ่มผู้ได้รับเลือกเป็น สว. (ที่มีรายชื่อในโพย 141 ราย)
  • กลุ่มผู้สมัครประเภทโหวตเตอร์
  • กลุ่มติวเตอร์ผู้ทำโพย

 

แหล่งข่าวระบุว่า ผลการวินิจฉัยของบอร์ด กกต. ชุดใหญ่ จะมีนัยสำคัญต่อคดีของดีเอสไออย่างมาก แม้ในทางกฎหมายดีเอสไอสามารถดำเนินคดีอั้งยี่-ฟอกเงินแยกต่างหากได้หากมีหลักฐานชัดเจนว่ามีกระบวนการเป็นซ่องโจร แต่ในทางปฏิบัติจำเป็นต้องใช้ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนของ กกต. มายืนยันการกระทำความผิด

 

ทั้งนี้ คณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอจะเร่งประสานขอข้อมูลจาก กกต. อีกครั้ง หากยังล่าช้าอาจต้องหารือกับอัยการเพื่อหาทางออกต่อไป โดยยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายทั้งกลุ่ม สว.ตัวจริง และกลุ่ม สว.สำรอง ที่ยื่นเรื่องร้องเรียนเข้ามา

The post อัยการตีกลับสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. สั่ง DSI สอบเพิ่ม 5 ประเด็นใหญ่-รอผล สอบ 1,200 ปาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : เทวฤทธิ์ยื่นญัตติขอวุฒิสภาชะลอวาระเห็นชอบ กกต. เพิ่ม 2 คน 26 ก.พ. นี้ หวั่นผลประโยชน์ขัดกัน https://thestandard.co/tevarit-seeks-ect-approval-delay/ Wed, 18 Feb 2026 06:09:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1179672 เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา แถลงข่าวถึงการยื่นญัตติขอให้วุฒิสภาชะลอการเห็นชอบกรรมการการเลือกตั้ง 2 คน

วันนี้ (18 กุมภาพันธ์) ที่อาคารรัฐสภา เทวฤทธิ์ มณีฉาย ส […]

The post เลือกตั้ง 2569 : เทวฤทธิ์ยื่นญัตติขอวุฒิสภาชะลอวาระเห็นชอบ กกต. เพิ่ม 2 คน 26 ก.พ. นี้ หวั่นผลประโยชน์ขัดกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา แถลงข่าวถึงการยื่นญัตติขอให้วุฒิสภาชะลอการเห็นชอบกรรมการการเลือกตั้ง 2 คน

วันนี้ (18 กุมภาพันธ์) ที่อาคารรัฐสภา เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แถลงข่าวกรณีการยื่นญัตติ เรื่อง ขอให้วุฒิสภาชะลอการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีก 2 คน เพื่อป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์

 

เทวฤทธิ์ระบุว่า ที่ประชุมวุฒิสภาจะมีวาระการให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อ ให้ดำรงตำแหน่ง กกต. 2 คน ประกอบด้วย จิรุตม์ วิศาลจิตร อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และ มณฑล สุดประเสริฐ อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อมาดำรงตำแหน่ง กกต. แทน เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ และ ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ที่ครบวาระการดำรงตำแหน่งแล้ว

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

เทวฤทธิ์ชี้ว่า หากย้อนกลับไปในวุฒิสภาสมัยที่แล้ว ช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2566 แม้จะยังไม่มีสภาผู้แทนราษฎร แต่ยังสามารถพิจารณาเพื่อเปิดประชุมวิสามัญได้ และมีการพิจารณาเลื่อนหรือขยายเวลาของกรรมาธิการสอบประวัติฯ ในขณะนั้นได้ แปลว่าในแง่กระบวนการสามารถดำเนินการได้

 

“อีกทั้งการที่มี สว. จำนวนมาก กำลังถูกไต่สวนและสอบสวนโดยองค์กรที่เรากำลังจะแต่งตั้ง ดูเป็นการขัดกันทางผลประโยชน์ เหมือนเราไปตั้งกรรมการในการมาตัดสินหรือสอบสวนคดีที่เราถูกกล่าวหา และ สว. ที่ถูกดำเนินคดีจำนวนเกินกึ่งหนึ่งเท่ากับมติของการให้ความเห็นชอบกับบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ” เทวฤทธิ์กล่าว

 

เทวฤทธิ์ยังกล่าวว่า ห้วงเวลานี้มีวิกฤตความศรัทธาในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. สว. ชุดนี้ให้ความเห็นชอบ กกต. ไปแล้ว 3 คน หากให้ความเห็นชอบเพิ่มอีก 2 คน จะกลายเป็น 5 คนจาก 7 คน ที่มาจากการให้ความเห็นชอบจาก สว. ชุดนี้ และถ้าตนเองเป็นคณะกรรมการสอบประวัติฯ ของผู้ได้รับการเสนอชื่อก็คงจะถามถึงประเด็นมุมมองที่มีต่อคดีการได้มาซึ่ง สว. โดยมองว่ามี 2 แนวทาง ที่แคนดิเดตเหล่านั้นจะตอบ คือ ตอบตามหลักการที่เห็นว่ามีปัญหาหรือไม่ แต่หากตอบเอาใจ สว. ชุดนี้ ก็อาจจะได้ผ่านเข้าไปเป็น กกต. ระบบและกระบวนการที่เป็นอยู่ จะมีการขัดกันทางผลประโยชน์

 

“การได้มาซึ่งตะกร้าที่เราจะมากรอง เครื่องกรองเหล่านี้มันมีปัญหา ผมคิดว่าเมื่อมันมีปัญหา เครื่องกรองก็ควรจะหยุดก่อน ที่จะส่งผ่านปัญหาเหล่านั้น ซึ่งจะส่งผ่านวิกฤตศรัทธาไปยังองค์กรอิสระ นั่นคือ กกต. ที่มีปัญหาอยู่ แล้วจะส่งผ่านวิกฤตศรัทธานั้นไปอีก 7 ปี การชะลอไปก่อนไม่ได้จะไปตัดอำนาจ สว. วันที่มีคำตัดสินหรือคำวินิจฉัยแล้วว่า สว. เหล่านั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่มีความผิด วันนั้น สว. ยังมีอำนาจเต็มในการให้ความเห็นชอบ จึงเสนอญัตติให้ชะลอการให้ความเห็นชอบ 2 กกต. ไปก่อน จนกว่าจะมีความชัดเจนของ กกต. ชุดปัจจุบัน ในการวินิจฉัยคดีการได้มาซึ่ง สว.” เทวฤทธิ์กล่าว

 

ด้าน นันทนา นันทวโรภาส สว. กล่าวว่า มี สว. ถึง 138 คนที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาแล้ว จะมาให้ความเห็นชอบ กกต. อีก 2 คน ซึ่งตนมองว่าน่าจะไม่ชอบและเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ อยากให้ สว. เสียงข้างมากทั้งหลายมีจิตสำนึกในการหยุดทำหน้าที่ให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมถึงการให้ความเห็นชอบ กกต. ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ เพราะเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์อย่างชัดเจน เพราะเป็นการเลือกคนเข้าไปทำคดีของตัวเอง

 

นันทนาชี้ว่า นี่คือปัญหาที่สืบเนื่องมาจากกระบวนการของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้ สว. มาจากการเลือกกันเอง ไม่ยึดโยงกับประชาชน เลือกคนมาดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติ แทนที่จะให้ สว. ที่มาจากประชาชนทำหน้าที่นี้ วงจรนี้ทำให้เกิดข้อกังขามากมาย เพราะการตัดสินคดีความต่างๆ ทางการเมือง ก็วนกลับมาที่องค์กรอิสระ และหากในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ ถ้า สว. ให้ความเห็นชอบ กกต. อีก 2 คน ก็จะกลายเป็นว่า สว. ให้ความเห็นชอบไปแล้ว 5 คน จะเป็น 7 คน จึงมีคำถามถึงเรื่องการดำเนินคดีฮั้ว สว. ผ่านไปแล้ว 7 เดือนยังไม่มีการส่งฟ้อง หากเพิ่มไปอีก 2 คน เราคงจินตนาการออกว่าคดีฮั้ว สว. จะจบอย่างไร

 

“อยากถามถึงความสง่างามและความชอบธรรมที่ สว. 138 คน ถูกแจ้งข้อกล่าวหาและมาทำหน้าที่ เลือก กกต. แล้ว ไปทำหน้าที่ตัดสินคดีของตัวเอง รวมถึงคดีที่มาจากการเลือกตั้งในขณะนี้ ขอให้สังคมจับตา เพราะว่าวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ สว. เสียงข้างมากจะคงยืนยันให้ความเห็นชอบกกต. อีก 2 คนหรือไม่ และญัตติของ สว. เทวฤทธิ์จะได้รับการบรรจุหรือไม่ กระบวนการต่อจากนี้จะเดินหน้าสุดซอยอย่างไร” นันทนากล่าว

 

ส่วนความคืบหน้าการล่ารายชื่อ 20 สว. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ขาดเลือกตั้งโมฆะนั้น นันทนากล่าวว่า วันนี้ร่างคำร้องเรียบร้อยแล้ว และเชื่อว่าเป็นนิมิตหมายอันดี เพราะตอนนี้ สว.เสียงข้างน้อยและ สว. อิสระ ได้มีการโทรมาสอบถาม จึงเชื่อว่าครั้งนี้จะรวบรวมได้เร็ว และจะรีบยื่นทางประธานวุฒิสภาให้เร็วที่สุด แต่กระบวนการนี้หากได้รับเรื่องแล้ว ก็อยากจะให้ใช้มาตรฐานเดียวกันกับที่รับเรื่องจาก สว.เสียงข้างมากที่รับแล้วรีบยื่น กระบวนการจะได้ไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญได้เร็ว และเราพยายามจะทำให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : เทวฤทธิ์ยื่นญัตติขอวุฒิสภาชะลอวาระเห็นชอบ กกต. เพิ่ม 2 คน 26 ก.พ. นี้ หวั่นผลประโยชน์ขัดกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดีเอสไอ-อัยการ เร่งสางปมอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. เตรียมสอบลึก 7 กลุ่มเครือข่าย พร้อมเปิดทางทุกฝ่ายให้ข้อมูลเพื่อความเป็นธรรม https://thestandard.co/dsi-attorney-senator-money-laundering-probe/ Thu, 05 Feb 2026 11:36:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1174316 เจ้าหน้าที่ DSI และอัยการ ร่วมประชุมหารือแนวทางสอบสวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.

ความคืบหน้าคดีทุจริตการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรื […]

The post ดีเอสไอ-อัยการ เร่งสางปมอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. เตรียมสอบลึก 7 กลุ่มเครือข่าย พร้อมเปิดทางทุกฝ่ายให้ข้อมูลเพื่อความเป็นธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ DSI และอัยการ ร่วมประชุมหารือแนวทางสอบสวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.

ความคืบหน้าคดีทุจริตการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือคดีพิเศษที่ 24/2568 (คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.) สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีพิเศษ 1 สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ทำหนังสือส่งคืนสำนวนการสอบสวนมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมคำสั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมใน 5 ประเด็นสำคัญ

 

ได้แก่ 1. การรวมสำนวนการสอบสวนกลุ่มผู้ต้องหาเดิม 8 ราย (สว.ตัวจริงและเครือข่ายการเมือง) เข้ากับกลุ่มผู้กระทำความผิดอื่นๆ อีก 7 กลุ่ม 2. การนำพยานหลักฐานจาก กกต. มาประกอบสำนวน 3. การตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด 4. การสอบสวนเพิ่มเติมตามหนังสือร้องขอความเป็นธรรมของกลุ่ม สว.สำรอง และ 5. การสอบสวนให้สิ้นกระแสความนั้น

 

วันนี้ (5 กุมภาพันธ์) ที่ห้องประชุม ชั้น 1 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ รองอธิบดีดีเอสไอ ได้ประชุมหารือร่วมกับ สุริยน ประภาสะวัต อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1 สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานตามคำสั่งของพนักงานอัยการคดีพิเศษ

 

ภายหลังการประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมง คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า การหารือในวันนี้เป็นการวางกรอบการทำงานร่วมกันระหว่างดีเอสไอและอัยการ เพื่อขยายผลการสอบสวนตามคำแนะนำ 5 ข้อ โดยเฉพาะประเด็นการเชื่อมโยงพฤติการณ์ของกลุ่มบุคคลอีก 7 กลุ่มตามที่อัยการระบุ ว่ามีความสัมพันธ์หรือเชื่อมโยงกับพยานหลักฐานเดิมอย่างไร ซึ่งแม้ว่าก่อนหน้านี้ดีเอสไอจะมีการสั่งฟ้องผู้ต้องหากลุ่มแรกไปแล้ว 8 ราย แต่การสืบสวนสอบสวนยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ เนื่องจากอาจมีการกระทำความผิดที่ต่างกรรมต่างวาระ

 

นอกจากนี้ คณะพนักงานสอบสวนยืนยันว่าจะนำพยานหลักฐานจากสำนวนการไต่สวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในคดีฮั้วเลือก สว. มาประกอบการพิจารณาตามข้อสั่งการ รวมถึงให้ความสำคัญกับการให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยเตรียมเปิดโอกาสให้ทั้งกลุ่มสมาชิกวุฒิสภาสำรอง ที่ยื่นร้องขอความเป็นธรรม และกลุ่มสมาชิกวุฒิสภาตัวจริง เข้าให้ข้อมูล ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือระบุพยานบุคคลเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการทำความจริงให้ปรากฏและเพื่อให้สำนวนคดีมีความรัดกุมรอบคอบที่สุดตามกระบวนการยุติธรรม

The post ดีเอสไอ-อัยการ เร่งสางปมอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. เตรียมสอบลึก 7 กลุ่มเครือข่าย พร้อมเปิดทางทุกฝ่ายให้ข้อมูลเพื่อความเป็นธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนปมภูมิธรรม-ทวี ถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้ว สว. ก่อนนัดวินิจฉัย 21 ม.ค. https://thestandard.co/phumtham-tawee-senator-collusion/ Wed, 24 Dec 2025 08:52:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1157897

วันนี้ (24 ธันวาคม) ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ หลังคณะตุล […]

The post ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนปมภูมิธรรม-ทวี ถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้ว สว. ก่อนนัดวินิจฉัย 21 ม.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (24 ธันวาคม) ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ หลังคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน 6 ปาก ในคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของสมาชิกวุฒิสภาที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 42 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่

 

เนื่องจากผู้ถูกร้องทั้งสองขณะดำรงตำแหน่งได้ใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภาของ กกต. อันเป็นการกลั่นแกล้ง กดดัน ข่มขู่ และครอบงำสมาชิกวุฒิสภาซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ จนถือได้ว่าผู้ถูกร้องทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้งสองสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เสร็จเรียบร้อยแล้ว

 

ทั้งนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแจ้งให้คู่กรณียื่นคำแถลงปิดคดีเป็นหนังสือภายในวันที่ 6 มกราคม 2569 หากไม่ยื่นทันเวลา ถือว่าไม่ติดใจ ศาลรัฐธรรมนูญจึงนัดแถลงผลการพิจารณาด้วยวาจา ในวันที่ 21 มกราคม 2569 เวลา 09.30 น. และนัดฟังคำวินิจฉัยในวันเดียวกัน ในเวลา 15.00 น.

 

ภูมิธรรม-ทวี เผยสบายใจตั้งแต่ก่อนมาชี้แจง

 

ขณะที่ภูมิธรรม พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี ได้ลงมาจากห้องพิจารณาพร้อมกัน จากนั้นทั้งคู่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ภูมิธรรม กล่าวว่า ในการชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่มีอะไร เราได้บันทึกเอกสารส่งครบถ้วน เรียบร้อยแล้ว ครั้งนี้เป็นการสอบถามเพิ่มเติม ซึ่งตนเองได้ชี้แจงว่าบทบาทหน้าที่ของเราอยู่ตรงไหน และพูดถึงข้อเท็จจริงในการปฏิบัติ

 

ส่วนเหตุผลในการเปลี่ยนวาระการประชุมกรรมการคดีพิเศษครั้งที่สอง และมีการพิจารณามาตรา 21 (1) และ (2) ภูมิธรรมกล่าวว่า เรื่องนี้ก็ได้ชี้แจงว่าในการประชุมครั้งที่สอง มีการพูดคุยและเห็นว่าเพื่อให้มีความรอบคอบมากขึ้น จึงให้ส่งไปที่อนุกรรมการฯ พิจารณา ทั้งนี้ ตนเองไม่ได้เห็นรายละเอียด แต่อยู่ในเอกสารที่รายงานไปแล้ว

 

“ผมสบายใจตั้งแต่ก่อนที่จะมาให้ถ้อยคำแล้ว เพราะมันไม่มีอะไร เราก็ทำหน้าที่ของเรา จากนี้ก็อยู่ที่ศาลท่านจะวินิจฉัย” ภูมิธรรมกล่าว

 

เมื่อถามย้ำว่าคดีทุจริตเลือก สว. ยังเป็นอำนาจที่ DSI จะดำเนินการได้หรือไม่ ภูมิธรรมกล่าวว่า ก็เป็นอำนาจหน้าที่ของแต่ละฝ่าย โดยที่ไม่ไปก้าวก่ายอำนาจของกันและกัน

 

สว. ฉัตรวรรษบอก ใครมีอำนาจหน้าที่อะไรก็ทำไป

 

ด้าน พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะผู้ร้องและพยาน กล่าวความรู้สึกภายหลังการไต่สวน โดยระบุว่า คนดีต้องอยู่ในสังคม ส่วนหลักฐานที่ DSI กล่าวอ้างนั้น เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณา ใครมีอำนาจอะไรก็ทำไป

 

เมื่อสื่อมวลชนถามว่า สรุปแล้วคดีฮั้ว สว. เป็นอำนาจการพิจารณาของ DSI ใช่หรือไม่ พล.ต.ต. ฉัตรวรรษกล่าวว่า ใครมีอำนาจหน้าที่อะไรก็ทำไป

 

ส่วนกรณีปรากฎเส้นเงิน 300 ล้านที่เชื่อมโยง ได้มีการชี้แจงกับคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 ซึ่งเป็นความร่วมมือของ DSI กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้วหรือไม่ พล.ต.ต. ฉัตรวรรษกล่าวว่า อยู่ที่ศาลจะพิจารณา

 

เมื่อถามว่า DSI และ กกต. ได้แจ้งข้อกล่าวหากับท่านแล้วหรือไม่ พล.ต.ต. ฉัตรวรรษระบุว่า ชุดคณะที่ 26 ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาไปครั้งหนึ่งแล้ว สำหรับความความคืบหน้าในคดี ก็ต้องไปถาม กกต. ส่วนตนเองได้ชี้แจงไปหลายครั้งแล้ว

The post ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนปมภูมิธรรม-ทวี ถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้ว สว. ก่อนนัดวินิจฉัย 21 ม.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่ง กกต. แจง 10 ประเด็น ปมสอบฮั้ว สว. ล่าช้าหรือไม่-รั่วไหลข้อมูลลับ นัดฟังคำสั่ง 27 ม.ค. 69 https://thestandard.co/court-orders-ect-senate-collusion/ Tue, 23 Dec 2025 06:55:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1157234 ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่ง กกต. แจง 10 ประเด็น ปมสอบฮั้ว สว. ล่าช้าหรือไม่-รั่วไหลข้อมูลลับ นัดฟังคำสั่ง 27 ม.ค. 69

วันนี้ (23 ธันวาคม) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง […]

The post ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่ง กกต. แจง 10 ประเด็น ปมสอบฮั้ว สว. ล่าช้าหรือไม่-รั่วไหลข้อมูลลับ นัดฟังคำสั่ง 27 ม.ค. 69 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่ง กกต. แจง 10 ประเด็น ปมสอบฮั้ว สว. ล่าช้าหรือไม่-รั่วไหลข้อมูลลับ นัดฟังคำสั่ง 27 ม.ค. 69

วันนี้ (23 ธันวาคม) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลนัดฟังคำสั่งในชั้นตรวจฟ้อง คดีหมายเลขดำที่ อท.185/2568 ซึ่ง อัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) บัญชีสำรอง เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง อิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), กรรมการ กกต. และ แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. รวม 8 คน เป็นจำเลย

 

ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ กรณีการสอบสวนคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. ที่มีความล่าช้า

 

ในวันนี้ โจทก์เดินทางมาศาล โดยก่อนหน้านี้ (4 พฤศจิกายน) ศาลได้สั่งให้โจทก์แก้ฟ้องให้ถูกต้อง ซึ่งโจทก์ได้ยื่นคำฟ้องฉบับใหม่เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมา ภายในระยะเวลาที่กำหนด ศาลจึงรับฟ้องฉบับดังกล่าวไว้ตรวจฟ้อง

 

ทั้งนี้ ศาลได้สอบถามวัตถุประสงค์ของโจทก์ในการฟ้องคดี อัครวัฒน์ แถลงว่า ต้องการให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง สว. ของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด (กลุ่มฮั้ว สว.) ซึ่งโจทก์มองว่าหากจำเลยไม่เร่งรัดตั้งคณะกรรมการสอบสวน จะทำให้คดีขาดอายุความดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา 229 คน

 

ศาลเห็นควรให้มีหนังสือถึง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ชี้แจงข้อเท็จจริงและส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง ภายในวันที่ 23 ม.ค. 2569 ใน 10 ประเด็นสำคัญ ดังนี้:

 

1. คำสั่งรับเรื่องและตั้งคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนเกิดขึ้นเมื่อใด

 

2. การดำเนินการดังกล่าวมีความล่าช้าหรือไม่ เพราะเหตุใด

 

3. มีการขยายเวลาสอบสวนหรือไม่ อาศัยอำนาจตามกฎหมายหรือระเบียบข้อใด

 

4. กรอบระยะเวลาการสอบสวนมีเท่าใด และการดำเนินการจริงเป็นไปตามกรอบหรือไม่

 

5. หาก กกต. ไม่ดำเนินการตามกรอบเวลา จะมีผลทางกฎหมายอย่างไร

 

6. การแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดฯ คณะที่ 36 อาศัยอำนาจตามกฎหมายใด และมีเหตุผลใดในการแต่งตั้ง

 

7. ปัจจุบันขั้นตอนการสอบสวนอยู่ในระดับใดและมีผลเป็นอย่างไร

 

8. เอกสารในสำนวนของคณะกรรมการชุดที่ 26 ถือเป็นเอกสารลับหรือไม่ และมีการนำออกเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่

 

9. การเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง นอกจากยื่นคัดค้านต่อ กกต. แล้ว สามารถทำวิธีอื่นได้หรือไม่ และมีกรอบเวลาอย่างไร

 

10. นอกจาก กกต. แล้ว มีบุคคลอื่นที่มีสิทธิยื่นขอเพิกถอนสิทธิฯ ต่อศาลฎีกาได้หรือไม่

 

นอกจากนี้ ศาลยังได้มีหนังสือถึง สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง ให้ชี้แจงความคืบหน้าของคดีอาญาที่เกี่ยวข้องว่าอยู่ในขั้นตอนใด โดยให้ส่งรายละเอียดภายในกำหนดระยะเวลาเดียวกัน

 

เพื่อให้โอกาสหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อประโยชน์แก่การพิจารณา ศาลจึงให้เลื่อนคดีไปนัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษา ในวันที่ 27 มกราคม 2569 เวลา 09.30 น.

The post ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่ง กกต. แจง 10 ประเด็น ปมสอบฮั้ว สว. ล่าช้าหรือไม่-รั่วไหลข้อมูลลับ นัดฟังคำสั่ง 27 ม.ค. 69 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กกต. แจงกรณีอดีตพนักงานถูกกล่าวหารับโอนเงินคดีฮั้ว สว. ยันเหตุการณ์เกิดก่อนตั้งคณะสืบสวนชุด 26 https://thestandard.co/ect-employee-senate-rigging/ Sat, 15 Nov 2025 08:05:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1143734 กกต. แจงกรณีอดีตพนักงานถูกกล่าวหารับโอนเงินคดีฮั้ว สว. ยันเหตุการณ์เกิดก่อนตั้ง คณะสืบสวนชุด 26

วันนี้ (15 พฤศจิกายน ) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( […]

The post กกต. แจงกรณีอดีตพนักงานถูกกล่าวหารับโอนเงินคดีฮั้ว สว. ยันเหตุการณ์เกิดก่อนตั้งคณะสืบสวนชุด 26 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กกต. แจงกรณีอดีตพนักงานถูกกล่าวหารับโอนเงินคดีฮั้ว สว. ยันเหตุการณ์เกิดก่อนตั้ง คณะสืบสวนชุด 26

วันนี้ (15 พฤศจิกายน ) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกเอกสารชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการนำเอกสารไปยื่นต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อให้รับเป็นคดีพิเศษ ในประเด็นที่กล่าวหาว่า พนักงาน กกต. รายหนึ่งมีพฤติการณ์รับโอนเงินที่เชื่อมโยงกับการเรียกรับผลประโยชน์เกี่ยวกับคดีฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

 

กกต. ชี้แจงว่า พฤติการณ์รับโอนเงินที่ถูกกล่าวหานั้นเกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน พ.ศ. 2567 ซึ่งขัดแย้งกับข้อกล่าวหาที่อ้างถึง คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง คณะที่ 26 โดย กกต. ยืนยันว่าคณะกรรมการชุดดังกล่าวได้รับการแต่งตั้งให้เริ่มปฏิบัติหน้าที่เมื่อ เดือนมีนาคม พ.ศ. 2568 จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์รับโอนเงินตามที่ถูกเผยแพร่

 

ทันทีที่ทราบเรื่องพฤติการณ์ที่พาดพิงถึงพนักงานรายดังกล่าว ได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างรวดเร็ว โดยมีคำสั่ง ให้ออกจากงานไว้ก่อน ในระหว่างการดำเนินการ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและป้องกันผลกระทบต่อกระบวนการตรวจสอบ

 

นอกจากนี้ ยังได้ แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และ แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนดำเนินการทางวินัย ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดนี้ได้เริ่มขึ้น ก่อน ที่จะมีการเผยแพร่ข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์แล้ว

 

สำนักงาน กกต. ยืนยันว่า ให้ความสำคัญสูงสุดต่อ ความโปร่งใส ความสุจริต และความถูกต้อง ในการปฏิบัติหน้าที่ทุกขั้นตอน และพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนต่อไป

 

การชี้แจงของ กกต. เกิดขึ้นหลังจากที่ ภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ได้เปิดเผยแผนผังเส้นทางการเงินที่อ้างว่าเป็นหลักฐานเชื่อมโยงกับขบวนการฮั้วเลือกตั้ง สว. ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ โดยหลักฐานดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่ เจ้าหน้าที่ กกต. รายหนึ่งชื่อย่อ ส. ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นพนักงานสืบสวนและไต่สวน และถูกกล่าวหาว่าได้รับเงินโอนจากบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายฮั้วเลือก สว. ในพื้นที่

The post กกต. แจงกรณีอดีตพนักงานถูกกล่าวหารับโอนเงินคดีฮั้ว สว. ยันเหตุการณ์เกิดก่อนตั้งคณะสืบสวนชุด 26 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทวีอุบตอบปมพยานคดีฮั้ว สว. ขอกลับคำให้การ ด้าน DSI รับมีหนังสือส่งมาจริง พร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย https://thestandard.co/tawee-witness-senator-case/ Wed, 12 Nov 2025 07:01:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1142416 ทวีอุบตอบปมพยานคดีฮั้ว สว. ขอกลับคำให้การ ด้าน DSI รับมีหนังสือส่งมาจริง พร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

วันนี้ (12 พฤศจิกายน) ที่อาคารรัฐสภา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง […]

The post ทวีอุบตอบปมพยานคดีฮั้ว สว. ขอกลับคำให้การ ด้าน DSI รับมีหนังสือส่งมาจริง พร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทวีอุบตอบปมพยานคดีฮั้ว สว. ขอกลับคำให้การ ด้าน DSI รับมีหนังสือส่งมาจริง พร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

วันนี้ (12 พฤศจิกายน) ที่อาคารรัฐสภา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีพยานในคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 2567 กลับคำให้การต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยอ้างว่า ถูกข่มขู่ให้กล่าวหาพรรคภูมิใจไทย

 

พ.ต.อ. ทวีตอบว่า เรื่องนี้ขอให้ไปสอบถาม DSI ส่วนที่ พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. ตั้งคำถามถึงความไม่เป็นมืออาชีพของพนักงานสอบสวน เพราะหากมีพยานหลักฐานเพียงพอพยาน จะกลับคำให้การได้อย่างไรนั้น พ.ต.อ. ทวี กล่าวว่า การสอบสวนมีหลายหน่วยงาน รวมทั้งอัยการด้วย

 

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ. ทวีย้ำว่า รายละเอียดขอให้ไปถามทาง DSI ส่วนที่พยานในคดีอ้างว่าถูกข่มขู่ จึงต้องซัดทอดไปยังพรรคภูมิใจไทยนั้น พ.ต.อ. ทวี ย้ำอีกว่า ให้สื่อมวลชนไปถาม DSI เอง

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (11 พฤศจิกายน) DSI ได้เผยแพร่ ข่าวประชาสัมพันธ์ถึงกรณีดังกล่าว ระบุว่า พ.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดี DSI ได้สั่งการให้ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า มีหนังสือดังกล่าวมายัง DSI จริง และเกี่ยวข้องกับคดีพิเศษที่ 24/2568 กองบริหารคดีพิเศษ ในฐานะหน่วยกลางด้านคดีของกรม ได้ส่งเรื่องไปยังกองคดีการฟอกเงินทางอาญา ในฐานะหน่วยงานเจ้าของเรื่องแล้ว เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568

 

พ.ต. ยุทธนาจึงมีคำสั่งให้กองคดีการฟอกเงินทางอาญา ตรวจสอบตามประเด็นขอความเป็นธรรมและคำกล่าวหาดังกล่าว แล้วให้รายงานข้อเท็จจริงมาเพื่อประกอบการสั่งการ โดยพร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

The post ทวีอุบตอบปมพยานคดีฮั้ว สว. ขอกลับคำให้การ ด้าน DSI รับมีหนังสือส่งมาจริง พร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. เล็งเชิญอัจฉริยะ-สุรเชชษฐ์ เข้าชี้แจง กมธ. การกฎหมายฯ หลังเดินสายเปิดข้อมูลทุนสีเทาโยงข้าราชการการเมือง https://thestandard.co/gray-money-senate-ajchariya-surachet/ Wed, 12 Nov 2025 05:03:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1142372 สว. เล็งเชิญ อัจฉริยะ-สุรเชชษฐ์ เข้าชี้แจง กมธ. การกฎหมายฯ หลังเดินสายเปิดข้อมูลทุนสีเทาโยง ข้าราชการการเมือง

วันนี้ (12 พฤศจิกายน) ที่อาคารรัฐสภา พล.ต.ท. บุญจันทร์ […]

The post สว. เล็งเชิญอัจฉริยะ-สุรเชชษฐ์ เข้าชี้แจง กมธ. การกฎหมายฯ หลังเดินสายเปิดข้อมูลทุนสีเทาโยงข้าราชการการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. เล็งเชิญ อัจฉริยะ-สุรเชชษฐ์ เข้าชี้แจง กมธ. การกฎหมายฯ หลังเดินสายเปิดข้อมูลทุนสีเทาโยง ข้าราชการการเมือง

วันนี้ (12 พฤศจิกายน) ที่อาคารรัฐสภา พล.ต.ท. บุญจันทร์ นวลสาย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา แถลงข่าวกรณีการติดตามตรวจสอบการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ หรือทุนสีเทา ที่ทำให้ประเทศสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมาก จนมีการเรียกร้องถึงคุณสมบัติของข้าราชการในระบบการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ว่าจะต้องไม่เทา ถ้าเทาก็ออกไป

 

พล.ต.ท. บุญจันทร์กล่าวว่า สว. ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเรื่องดังกล่าว ดังนั้น คณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ จะเรียกผู้เกี่ยวข้องที่เป็นข่าวอยู่ขณะนี้ เช่น อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม, พล.ต.อ. สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ได้โปรดมาให้ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ มาทำงานสื่อสารร่วมกัน เพื่อพัฒนาปรับปรุงบ้านเราให้ปราศจากความเทา โดยจะเชิญมาให้เร็วที่สุด

 

พล.ต.ท. บุญจันทร์กล่าวว่า เหตุที่เชิญผู้เกี่ยวข้องทั้ง 2 คนมาให้ข้อมูลยังกรรมาธิการฯ เพราะต้องการความชัดเจน เพราะบางอย่างที่บุคคลเหล่านั้นสื่อสารจะออกไปทั่วโลก ซึ่งจะเป็นปัญหากระทบความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย จึงต้องเรียนเชิญมาร่วมกันทำงานเพื่อสร้างสรรค์ประเทศ

 

ทั้งนี้ พล.ต.ท. บุญจันทร์กล่าวต่อไปว่า เร็วๆ นี้ คณะกรรมาธิการฯ จะได้เรียนเชิญผู้เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ธนาคาร รวมถึงผู้รับผิดชอบระบบโทรศัพท์ จะเรียกมาให้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และเมื่อได้เรียนเชิญผู้เกี่ยวข้องมา จะขอเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย

 

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีพยานในคดีฮั้วเลือก สว. ได้ทำหนังสือถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อขอกลับคำให้การที่กล่าวหาพรรคภูมิใจไทยนั้น พล.ต.ท. บุญจันทร์กล่าวว่า เรื่องนี้คณะกรรมาธิการการกฏหมายฯ จะประสานงานกับคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ และการเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ที่มี พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. เป็นประธานกรรมาธิการฯ หากมีการเรียกเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมอย่างไร ทั้ง 2 คณะกรรมาธิการฯ จะทำงานร่วมกัน และแจ้งให้สื่อมวลชนทราบเป็นระยะ

The post สว. เล็งเชิญอัจฉริยะ-สุรเชชษฐ์ เข้าชี้แจง กมธ. การกฎหมายฯ หลังเดินสายเปิดข้อมูลทุนสีเทาโยงข้าราชการการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. ฉัตรวรรษ มอง พยานคดีฮั้ว สว. กลับคำให้การ เหตุอยู่ที่ความบริสุทธิ์ใจของผู้สอบสวน https://thestandard.co/chatwat-on-collusion-witness/ Wed, 12 Nov 2025 03:16:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1142290 สว. ฉัตรวรรษมองพยานคดีฮั้ว สว. กลับคำให้การ เหตุอยู่ที่ความบริสุทธิ์ใจของผู้สอบสวน

วันนี้ (12 พฤศจิกายน) พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุ […]

The post สว. ฉัตรวรรษ มอง พยานคดีฮั้ว สว. กลับคำให้การ เหตุอยู่ที่ความบริสุทธิ์ใจของผู้สอบสวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. ฉัตรวรรษมองพยานคดีฮั้ว สว. กลับคำให้การ เหตุอยู่ที่ความบริสุทธิ์ใจของผู้สอบสวน

วันนี้ (12 พฤศจิกายน) พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ และการเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีพยานในคดีฮั้วเลือก สว. 2567 ยื่นหนังสือต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขอกลับคำให้การ พร้อมให้ข้อมูลว่า ตนเองถูกข่มขู่ให้กล่าวหาพรรคภูมิใจไทย

 

พล.ต.ต. ฉัตรวรรษกล่าวว่า ไม่เสนอความเห็นในข้อกฎหมาย เพราะจะไปก้าวล่วงเจ้าหน้าที่ที่สอบสวน แต่มองว่าในชีวิตการเป็นตำรวจของตนเอง การจะสอบพยานบุคคลเพื่อยืนยันเรื่องอะไร จะต้องมีพยานหลักฐานที่ฟังได้ว่า บุคคลที่เรานำมาสามารถยืนยันตามพยานหลักฐานที่เรามีได้หรือไม่ จะได้ไม่เกิดประเด็นในการบังคับข่มขู่ ถามนำ หรือชี้นำพยานให้เป็นไปในลักษณะเช่นนั้น ซึ่งส่วนตังไม่รู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคำให้การของพยานว่าเกี่ยวข้องอย่างไร แต่กรณีการกลับคำให้การของพยานในชั้นสอบสวนเป็นเรื่องที่น้อยมาก

 

“ตั้งแต่ผมสอบมา หากพยานกลับคำน้อยมากในการสอบสวนของตำรวจ เพราะต้องหาพยานหลักฐานทุกอย่างให้ได้ชัดเจน แล้วถึงจะตั้งประเด็นคำถามให้สอดคล้องกับพยานที่เขาให้การด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่ถ้าไปเอาพยานมาเพื่อสอบให้เข้าประเด็นกับปัญหาที่ตัวเองตั้งขึ้น เขาสามารถที่จะกลับคำได้ เขาอาจจะบอกว่าถูกข่มขู่ก็เป็นเรื่องของตัวพยานนั้นๆ ในส่วนของตำรวจ ภาพพยานกลับคำเราไม่ค่อยจะพบ” พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าว

 

ส่วนกังวลหรือไม่ว่าท้ายที่สุดคดีอาจจะไม่ยุติธรรม พล.ต.ต. ฉัตรวรรษกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนขององค์กรนั้นๆ ว่าคุณให้ความทำถูกต้องกับเขาหรือไม่ อธิบายความชัดเจนในการที่เขาจะต้องตอบคำถามและถูกต้องหรือไม่ เพราะฉะนั้น อยู่ที่ความบริสุทธิ์ใจ หรือความถูกต้องของผู้ทำการสอบสวน

 

“ผมไม่ได้ว่าใคร เรื่องนี้ผมไม่ค่อยให้ข่าวกับใคร เพราะกังวลว่าจะไปกระทบกับคนที่เขาทำหน้าที่ แต่ขอพูดในเฉพาะส่วนที่มีประสบการณ์เท่านั้น” พล.ต.ต. ฉัตรวรรษระบุ

 

ส่วนจะต้องดำเนินการอย่างไรกับสำนวนเพื่อให้เกิดความโปร่งใส พล.ต.ต. ฉัตรวรรษกล่าวว่า ต้องพิจารณาจากที่เขากลับคำว่าเป็นเพราะเหตุใด ต้องไปหาพยานหลักฐาน ซึ่งก็ไม่รู้จะแนะนำอย่างไร เพราะขึ้นอยู่กับผู้สอบ ถ้าผู้สอบทำถูกต้องเป็นธรรม ก็ไม่มีกลับคำ ผู้สอบสวนเรื่องพวกนี้ต้องเป็นมืออาชีพ จะอยู่ที่ใครสั่งไม่ได้ ต้องตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ ถึงจะทำให้พยานที่เราเอามานั้นน่าเชื่อถือ

The post สว. ฉัตรวรรษ มอง พยานคดีฮั้ว สว. กลับคำให้การ เหตุอยู่ที่ความบริสุทธิ์ใจของผู้สอบสวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พยานคดีฮั้ว สว. ขอกลับคำให้การกับ DSI ยืนยันไม่มีโพยฮั้ว สว. จริง แต่ถูกบังคับข่มขู่ให้การเท็จ https://thestandard.co/witness-retracts-senate-rigging-claim/ Tue, 11 Nov 2025 05:43:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1142006 พยานคดีฮั้ว สว. ขอกลับคำให้การกับ DSI ยืนยันไม่มีโพยฮั้ว สว. จริง แต่ถูกบังคับข่มขู่ให้การเท็จ

วันนี้ (11 พฤศจิกายน) มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม […]

The post พยานคดีฮั้ว สว. ขอกลับคำให้การกับ DSI ยืนยันไม่มีโพยฮั้ว สว. จริง แต่ถูกบังคับข่มขู่ให้การเท็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พยานคดีฮั้ว สว. ขอกลับคำให้การกับ DSI ยืนยันไม่มีโพยฮั้ว สว. จริง แต่ถูกบังคับข่มขู่ให้การเท็จ

วันนี้ (11 พฤศจิกายน) มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา พยานรายหนึ่งได้ทำหนังสือบันทึกคำให้การเพิ่มเติม ในคดีการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 2567 ส่งถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยส่วนบริหารระบบงานคดีพิเศษได้ลงเลขรับไว้เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568

 

พยานคนดังกล่าวจากจังหวัดขอนแก่นซึ่งเคยให้การต่อ DSI ในคดีฮั้วเลือก สว. มาแล้ว แต่ประสงค์จะกลับคำให้การของตนเอง โดยอ้างว่า คำให้การในครั้งก่อนเกิดจากการถูกบุคคลบังคับขู่เข็ญให้ถ้อยคำใส่ร้ายตามบทที่กำหนดไว้ และยืนยันว่าความจริงแล้วไม่มีการจัดทำโพยฮั้วการเลือกตั้ง สว. ตามที่ตนเองเคยให้การไว้แต่อย่างใด

 

ใจความในหนังสือบันทึกคำให้การ ระบุว่า

 

ข้าพเจ้าจึงขอให้การยืนยันว่า คำให้การของข้าพเจ้าในบันทึกคำให้การคดีพิเศษที่ …. เป็นการให้การอันเกิดจากการถูกข่มขู่ ข้าพเจ้าจึงขอให้การใหม่ดังนี้

 

1. ข้าพเจ้าเคยเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย และมีความขัดแย้งกับพรรคอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ชายคนดังกล่าวจึงเข้ามาแจ้งให้ข้าฯ ทราบว่า ข้าฯ จะต้องถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองจากพรรคภูมิใจไทยในอนาคต รวมถึงบุตรชายของข้าฯ ด้วย

 

ชายคนดังกล่าวอ้างว่ารู้จักคนในรัฐบาล และยังได้อ้างว่าเขาสามารถช่วยเหลือให้ ข้าฯ หลุดพ้นจากข้อหาได้โดยเปลี่ยนข้าฯ จากผู้ต้องหามาเป็นพยานในคดี แต่มีเงื่อนไขว่าข้าฯ จะต้องให้การตามบทที่ได้กำหนดไว้ มิเช่นนั้นข้าฯ จะต้องหมดอนาคตทางการเมือง รวมถึงจะมีคดีความติดตามข้าฯ และบุตรชาย ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวข้าฯ และบุตรชายได้ถูก ร้องเรียนจากหน่วยงานต่างๆ จริง ข้าฯ จึงเกิดความกลัวเป็นอย่างมาก โดยคำให้การดังกล่าวถือว่าข้าฯ ได้ให้การในฐานะผู้ต้องหาในคดีนี้

 

2. บุคคลดังกล่าวยืนยันว่ารัฐบาลมีแผนจะใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานของรัฐ เป็นเครื่องมือทำลายล้างและใส่ร้ายทางการเมืองกับพรรคภูมิใจ ไทย โดยขณะนี้มีการเตรียมการสร้างพยานหลักฐานเพื่อใส่ร้ายว่าข้าพเจ้ามีส่วนร่วมในการฮั้วการเลือก สว. โดยข้าพเจ้าต้องพ้นตำแหน่ง สส. และรับโทษทางอาญา

 

แต่หากถูกกันตัวไว้เป็นพยานของคณะกรรมการคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ข้าฯ จะไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา และไม่ต้องกลัวเรื่องการให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน เนื่องจากรัฐบาลได้ควบคุม หน่วยงานของรัฐต่างๆ ไว้หมดแล้ว ทั้งยังอ้างว่ามีผู้ให้ความร่วมมือจำนวนมากแล้ว เนื่องจากบางส่วนได้รับผลประโยชน์ตอบแทน และบางส่วนถูกข่มขู่จนเกรงกลัวอิทธิพลของรัฐบาล

 

พร้อมทั้งกำชับให้ข้าพเจ้าเก็บเป็นความลับ จะมีการเล่นงานทางการเมือง เป็นเหตุให้ข้าพเจ้าเกิดความกลัวและยินยอมให้ความร่วมมือเพื่อป้องกันภยันตรายต่อตนเองและครอบครัว รวมทั้งบุตรของข้าฯ

 

3. ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าตามคำให้การที่ข้าพเจ้าได้ให้ไว้นั้น ความจริงแล้วไม่มีบุคคลใดกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีการจัดทำโพยฮั้วการเลือกตั้ง สว. ตามที่ข้าพเจ้าเคยให้การไว้แต่อย่างใด

 

ข้าพเจ้าได้ให้การไปตามบทที่อ้างว่ามีการคิดคำนวนทางคณิตศาสตร์ไว้ ข้าฯ สันนิษฐานว่าผู้สมรู้ร่วมคิดอาจนำคลิปการนับคะแนนไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์ แล้วจัดสร้างโพยฮั้วขึ้นมา เพื่อเป็นพยานหลักฐานเท็จให้สอดคล้องกับผลการเลือกตั้ง เพราะไม่มีประจักษ์พยาน และไม่มีการยึดโพยได้จากผู้สมัครรับเลือก สว. รายใด เป็นพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้ง ซึ่งผู้ใดก็จัดทำขึ้นได้

 

ในส่วนพยานบุคคล ข้าพเจ้าเชื่อว่ามีหลายคนได้ถูกว่าจ้างหรือถูกข่มขืนใจ บังคับเข็ญ ล่อลวงหรือกระทำการโดยมิชอบด้วยประการใดๆ เช่นเดียวกับข้าพเจ้าที่ถูกบังคับ เข็ญ เพื่อจัดตั้งบุคคลมาให้การเป็นพยานเท็จตามที่มีการสมคบคิดวางแผนไว้อย่างเป็นกระบวนการ

 

4. ผลของการแทรกแซงหน่วยงานของรัฐข้างต้น และพยายามใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย เป็นเหตุให้ สว. รวมชื่อร้องศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวหาว่ามีการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง จนเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญมีมติสั่ง ให้ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ในขณะนั้น) หยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเฉพาะในฐานะผู้กำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ และรองประธานกรรมการคดีพิเศษ

 

5. เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ข้าพเจ้ารู้สึกในความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ทรัพย์สิน ชื่อเสียง ของตนเองและครอบครัว เนื่องจากกลุ่มคณะบุคคลที่สมรู้ร่วมคิดซึ่งมีการข่มขืนใจ บังคับเข็ญ ล่อลวง ให้ข้าพเจ้าให้ถ้อยคำใส่ร้ายพรรคภูมิใจไทยไม่ได้มีอำนาจในรัฐบาลแล้ว จึงเป็นเหตุที่ข้าพเจ้าต้องการแก้ไขข้อความให้ตรงกับความเป็นจริง จึงขอให้ถ้อยคำเพิ่มเติมเป็นหนังสือเพื่อแก้ไขข้อความดังกล่าวต่อไป

 

“ข้าพเจ้าขอยืนยันว่ามิได้มีเจตนาใส่ร้ายบุคคลอื่นให้เสื่อมเสียต่อชื่อเสียง และมิได้เจตนาจะให้การเท็จต่อเจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจสืบสวนสอบสวนเพื่อให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดให้รับโทษทางอาญา แต่การให้ ถ้อยคำของข้าพเจ้าเกิดจากการถูกข่มขืนใจ บังคับ ขู่เข็ญ ล่อลวง”

 

ข้าพเจ้าให้ถ้อยคำพาดพิงใส่ร้ายตามบทที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า และข้าพเจ้าขอยืนยันว่าถ้อยคำของข้าพเจ้าในครั้งนี้ เป็นความสัตย์จริงทุกประการ คำให้การใดๆ ที่ขัดหรือแย้งกับคำให้การครั้งนี้ ให้ถือคำให้การครั้งนี้ เป็นคำให้การที่ถูกต้องและเป็นความสัตย์ จริงทุกประการ และข้าพเจ้าไม่ประสงค์ให้ถ้อยคำเพิ่มเติมแต่อย่างใด

 

อนึ่ง ข้าพเจ้าได้แจ้งความร้องทุกข์ให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่นไว้แล้ว

The post พยานคดีฮั้ว สว. ขอกลับคำให้การกับ DSI ยืนยันไม่มีโพยฮั้ว สว. จริง แต่ถูกบังคับข่มขู่ให้การเท็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บวรศักดิ์ยืนยันปล่อยคดีเขากระโดง-ฮั้วสว. เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ชี้รับไม่ได้หากการเมืองใช้กฎหมาย-หน่วยงานรัฐเป็นเครื่องมือ https://thestandard.co/khao-kradong-case-bawornsak-statement/ Tue, 30 Sep 2025 06:12:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1124660 บวรศักดิ์ คดีเขากระโดง

วันนี้ (29 กันยายน) ที่อาคารรัฐสภา บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ร […]

The post บวรศักดิ์ยืนยันปล่อยคดีเขากระโดง-ฮั้วสว. เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ชี้รับไม่ได้หากการเมืองใช้กฎหมาย-หน่วยงานรัฐเป็นเครื่องมือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บวรศักดิ์ คดีเขากระโดง

วันนี้ (29 กันยายน) ที่อาคารรัฐสภา บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะกำกับดูแลกระทรวงยุติธรรมและ คณะกรรมการคดีพิเศษ กล่าวถึงการให้นโยบายทำคดีเขากระโดง และคดีฮั้วสว.อย่างไรหลังถูกอภิปรายอย่างหนักในการแถลงนโยบายของรัฐบาลว่า ตนยังไม่ได้มีการเข้าไปพูดคุยอะไรเลย ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่ว่าผมรับไม่ได้นะกับการที่การเมืองจะลงไปใช้กฎหมาย ใช้หน่วยงานของรัฐเป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งต้องไปพูดกันในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า คดีดังกล่าวจะกระจ่างชัดเจนได้ในยุคที่ตัวเองกำกับดูแลหรือไม่ บวรศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ

The post บวรศักดิ์ยืนยันปล่อยคดีเขากระโดง-ฮั้วสว. เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ชี้รับไม่ได้หากการเมืองใช้กฎหมาย-หน่วยงานรัฐเป็นเครื่องมือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นพ. วาโย โชว์แผนภาพตั้งสมมติฐานฮั้วเลือก สว. จน ‘สว. ประเทือง’ บอก “เดี๋ยวเจอกัน” ก่อนประธานสั่งถอนคำพูด https://thestandard.co/wayo-diagram-pratuang-threat/ Mon, 29 Sep 2025 10:16:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1124394

วันนี้ (29 กันยายน) ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที […]

The post นพ. วาโย โชว์แผนภาพตั้งสมมติฐานฮั้วเลือก สว. จน ‘สว. ประเทือง’ บอก “เดี๋ยวเจอกัน” ก่อนประธานสั่งถอนคำพูด appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (29 กันยายน) ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง 1 วาระคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา นพ. วาโย อัศวรุ่งเรือง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมอภิปรายนโยบายรัฐบาลด้านกระบวนการยุติธรรมของรัฐบาล ที่จะรักษาหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด

 

นพ. วาโยกล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลจะทำให้พฤติกรรมดังต่อไปนี้ เป็นความผิดอาญาร้ายแรง และผิดวินัยร้ายแรง รวมถึงจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด ซึ่งสนับสนุนอย่างยิ่งโดยเฉพาะในเรื่องการใช้กฎหมาย และเจ้าหน้าที่ของรัฐไปเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งยังไม่ได้ฟังคำมั่นสัญญาจากนายกรัฐมนตรี พร้อมย้ำว่าทั้งหมดตั้งอยู่บนสมมุติฐาน เพราะส่วนตัวเชื่อว่า การเลือก สว. ไม่มีการฮั้ว

 

นพ. วาโยอธิบายว่า ในการเลือก สว. ระดับประเทศมีการเลือกกันเองในกลุ่มจาก 154 คนให้เหลือ 40 คน จากนั้นเลือกแบบไขว้ 40 คนให้เหลือ 10 คน ซึ่งจะพบว่ามีบางคนที่คะแนนสูง ซึ่งถือว่าเป็นไปได้ เพราะบางคนเป็นคนที่เด่น และดัง แต่คะแนนในทุกกลุ่มเป็นแบบนี้ทั้งหมด คะแนนแยกและห่างกันอย่างชัดเจน

 

ส่วนปัจจัยที่ทำให้น่าเชื่อถือว่ามีการฮั้ว สว. นั้น จะมี 3 ประเด็น ได้แก่ ปรากฏการณ์เสื้อเหลืองหรือเน็คไทเหลืองมารถตู้คันเดียวกัน และนำมาด้วยรถที่มีทะเบียนจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมแสดงแผนภาพความสัมพันธ์และความใกล้ชิดของการลงคะแนนในรอบเช้า กับการใส่เสื้อเหลืองของกลุ่มอาชีพที่ 1 จะพบว่า ขนาดของวงกลมที่ยิ่งใหญ่ จะได้คะแนนเยอะ เส้นที่เชื่อมต่อกันเป็นเส้นโยงคะแนนที่โหวตให้ ระยะห่างระหว่างวงกลมคือความเหมือนของบัตรลงคะแนนที่มีความใกล้กันมาก

 

ทำให้ พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้ลุกขึ้นขอให้ประธานวินิจฉัย โดยระบุว่า ที่พูดอภิปรายอยู่ในขณะนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแถลงนโยบาย แม้แต่นิดเดียว วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ในการประชุมขณะนั้น จึงได้ขอให้ นพ. วาโย อภิปรายอยู่ในเรื่องของนโยบาย เพราะเรื่องนี้อยู่ในระหว่างกระบวนการยุติธรรม

 

นพ. วาโยระบุว่า ที่ยกตัวอย่างเพราะอยากให้เห็นถึงกระบวนการ ซึ่งตนเองเป็นประชาชนคนหนึ่งที่พยายามตั้งข้อสังเกต และติดตามเรื่องนี้ว่ามีความผิดปกติอย่างไร ก็ขอฝากผ่านประธานไปถึงรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรี ที่มีการแถลงนโยบายว่า จะไม่เข้าไปแทรกแซงในเรื่องนี้ และหากมีใครเข้าไปแทรกแซงหรือยุ่งเกี่ยว และใช้ผลประโยชน์จากเจ้าหน้าที่ หรือกระบวนการยุติธรรม หรือองค์กรอิสระ จะดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาดอย่างที่ ศ. บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ตั้งข้อสังเกต

 

“ภาพที่ควรจะเป็นคือการกระจายเท่า ๆ กันไม่ได้มีการแยกกันออกไป แต่ในกลุ่มที่กระจุกกัน เป็นคนที่ใส่เสื้อสีเหลืองคิดเป็นกว่า 30% แต่เมื่อดูความสัมพันธ์ของใบลงคะแนน จะอยู่ในคนที่อยู่ในกลุ่มวงกลมที่หนึ่ง และวงกลมที่สอง” นพ. วาโยกล่าว

 

สว. ลุกประท้วง อ้างเข้าสู่กระบวนการแล้ว

 

ระหว่างนั้น พล.ต.ท. บุญจันทร์ นวลสาย สว. ในฐานะประธานกรรมาธิการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา ได้ลุกขึ้นประท้วงว่า เรื่องทั้งหมดนี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรมแล้ว การพูดส่วนหนึ่งเป็นการชี้นำคนที่ไม่ทราบในรายละเอียดและอาจมองว่า สว. ทำอย่างไร คิดว่าเรื่องนี้พอแล้วให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการดีกว่า

 

วันมูหะมัดนอร์วินิจฉัยว่า เรื่องนี้รายละเอียดเกินไป สมาชิกอาจจะเกี่ยวข้องด้วย เอาประเด็นให้ชัดว่าเรื่องนี้จะให้รัฐบาลทำอย่างไร ถ้าเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลข้อไหน ก็ให้บอก หากเล่นรายละเอียดแบบนี้ มันเป็นการก้าวก่ายกระบวนการยุติธรรมของศาล

 

ทำให้ สส. พรรคประชาชน หลายคนลุกขึ้นประท้วงให้ประธานทำหน้าที่เป็นกลาง เช่น ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน, ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน และ ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส. กทม. ทำให้วันมูหะมัดนอร์ย้อนถามว่า ตนเองไม่เป็นกลางอย่างไร ซึ่งวันมูหะหมัดนอร์ตอบว่า ได้ปล่อยให้ นพ. วาโย พูดเป็นครึ่งชั่วโมงแล้ว เพราะนำเรื่องวิธีการฮั้วต่างๆ ซึ่งจะกระทบกับการไต่สวน ซึ่งตนเองจะไม่ยอมในเรื่องแบบนี้ พร้อมย้ำว่าเข้าใจสมาชิก และเคารพทุกคน

 

ต่อมา นันทนา นันทวโรภาส สว. ได้ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้งพร้อมย้ำให้ประธานทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง ทำให้วันมูหะมัดนอร์สวนกลับว่า “แล้วที่ทำอยู่นี้ไม่ใช่ควบคุมการประชุมหรือ ยอมให้เขาด่าเขาว่าแบบนี้ ไม่ใช่การควบคุมการประชุมหรือ ผมมีประโยชน์อะไรที่เป็นประธาน หาว่าเข้าข้างคนนั้นคนนี้ ประชาชนต้องการฟังการประชุม ไม่ใช่การประท้วง” ก่อนขอให้นันทนานั่งลง

 

“เดี๋ยวเจอกัน” สว. ประเทืองบอก ก่อนยอมถอนคำพูด

 

อย่างไรก็ตาม ประเทือง มนตรี สว. ได้ประท้วง และกล่าวว่า “ขอถามผู้ประท้วงว่า อยากจะอภิปราย สว. หรือจะอภิปรายนโยบายรัฐบาล ตอบมา เดี๋ยวเจอกัน”

 

ทำให้ สส. พรรคประชาชน ถามกลับว่า สว. เมื่อครู่ ประท้วงด้วยข้อบังคับใด และคิดว่าคำพูดของ สว. ควรจะถอน เพราะไม่อยากเห็นพฤติกรรมดังกล่าวที่เป็นการคุกคามเพื่อนสมาชิก ซึ่งต่อมา สว. คนดังกล่าวไม่ยินยอม วันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า หากท่านไม่ถอน จะไม่อนุญาตให้อยู่ในห้องประชุมต่อไป ประเทืองจึงได้ยอมถอนคำว่า “เดี๋ยวเจอกัน”

 

จากนั้น ได้เปิดโอกาสให้ นพ. วาโยอภิปรายต่อไปอีก แต่วันมูหะมัดนอร์ยืนยันว่า หาก นพ. วาโยยังอธิบายถึงรายละเอียดกระบวนการฮั้วต่อไป จะไม่อนุญาตแล้ว เพราะการประชุมจะไม่ไปไหน เนื่องจากสมาชิกจะประท้วงซ้ำอีก แม้ สส. พรรคประชาชน จะพยายามคัดค้าน และประท้วงว่าประธานทำตัวไม่เป็นกลาง วันมูหะมัดนอร์จึงขอความร่วมมือให้ นพ. วาโยอภิปรายโดยไม่กล่าวถึงเรื่องเดิมอีก ไม่เช่นนั้นจะข้ามไปผู้อภิปรายคนต่อไป

 

นพ. วาโย สรุปว่า ทั้งหมดที่ตนเองพูดมา ยกสมการทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เดี๋ยวรายละเอียด ไว้ใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ได้ เดี๋ยวให้หัวหน้าคิดด้วย และตนเองยืนยันว่าการมีโพย และการรวมกลุ่มกันมา ไม่ใช่เรื่องผิด ถ้ามาด้วยอุดมการณ์เดียวกัน แต่ความผิดเหล่านี้จะผิดเมื่อมีการให้ผลประโยชน์ และมีการจ้างวาน จึงขอให้ฝ่ายนโยบายของรัฐบาลให้รัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรี ไปกำกับดูแลให้พี่น้องประชาชน ได้มั่นใจว่านายกรัฐมนตรีที่พวกตนเองเลือกมา จะปฏิบัติตามนั้นจริงๆ เพราะเรายังไม่ได้รับคำมั่นสัญญา

 

”ถ้าพี่จะเจอผม ก็เจอห้องอาหาร อย่าเจอที่อื่นผมกลัว“ นพ. วาโยกล่าวทิ้งท้ายถึง สว. ที่ได้พาดพิง

The post นพ. วาโย โชว์แผนภาพตั้งสมมติฐานฮั้วเลือก สว. จน ‘สว. ประเทือง’ บอก “เดี๋ยวเจอกัน” ก่อนประธานสั่งถอนคำพูด appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภาประท้วงวุ่น! ทวีอภิปรายจัดหนัก ‘คดีเขากระโดง-ฮั้ว สว.’ อดิศรขอประธานวุฒิสภาทำตัวเป็นกลาง อย่าร้อนตัว https://thestandard.co/tawee-senators-khao-kradong-cases/ Mon, 29 Sep 2025 07:56:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1124286

วันนี้ (29 กันยายน) ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ […]

The post สภาประท้วงวุ่น! ทวีอภิปรายจัดหนัก ‘คดีเขากระโดง-ฮั้ว สว.’ อดิศรขอประธานวุฒิสภาทำตัวเป็นกลาง อย่าร้อนตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (29 กันยายน) ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2) เป็นพิเศษ ที่มี มงคล สุระสัจจะ ประธานสมาชิกวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุมในวาระพิจารณาเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญ

 

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ได้ลุกขึ้นอภิปรายนโยบายรัฐบาลว่า รัฐบาลแถลงนโยบาย 4 ปี เหมือนจะขับเคลื่อนรัฐบาลไปอีก 4 ปี โดยเฉพาะ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 เป็นวงเงินรายจ่ายประจำ 2.65 ล้านล้านบาท ซึ่งสิ่งนี้นายกรัฐมนตรีจะใช้ได้คืองบกลาง การแถลงนโยบายกับการใช้งบเป็นคนละเรื่อง

 

ตนมองว่า นโยบายนี้เป็นนโยบายของคนโกหกที่ไม่มีงบ และใน 4 เดือนที่จะยุบสภา รัฐบาลต้องเริ่มคิดว่าควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร ซึ่งในหลักความเป็นจริงกฎหมายจะดีแค่ไหน แต่ถ้าคนเข้ามาไม่ซื่อสัตย์ และรัฐมนตรี 7-8 คนเป็นที่สงสัย มีความน่าห่วงใย จึงขอยกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ คือ เรื่องที่ดินเขากระโดง, ฮั้ว สว. และนโยบายกัญชา

 

ในส่วนที่ดินเขากระโดง ข้อเท็จจริงมีคำพิพากษาของศาลยุติธรรมและศาลปกครองจำนวน 9 ฉบับ ซึ่งได้ตัดสินว่าที่ดินเขากระโดงเป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นการออกเอกสารสิทธิ์ทับ 5,083 ไร่ 80 ตารางวา แต่พบว่า ให้ผู้ถูกร้องดำเนินการตามมาตรา 61 ของกฎหมายที่ดิน ซึ่งจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด กรมที่ดินตั้งกรรมการแต่ไม่ยอมทำตามศาลปกครองสั่งในการสำรวจแนวเขต กลับไปพิพากษาคดีใหม่ ทำให้มองได้ว่าเป็นการทำตามอำเภอใจ และอธิบดีกรมที่ดินได้สั่งยุติการสำรวจแนวเขตทั้งหมด ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและมีที่ดิน ธุรกิจ และบ้านอยู่ในบริเวณเขากระโดง ต่อมาได้มีคณะกรรมการฯเข้ามาการหักล้างคำวินิจฉัย

 

จึงอยากฝากนายกรัฐมนตรีว่าคดีนี้กระทบต่อภาพรวม มีคนเข้ามาหาผลประโยชน์ บ่อนทำลายนิติธรรมนิติรัฐ ซึ่งคำพิพากษาเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่า แต่ท่านกลับให้หน่วยงานไปตีความตามอำเภอใจ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรม และละเลยรัฐธรรมนูญ

 

พ.ต.อ.ทวี ยังกล่าวถึงกรณีกระบวนการได้มาซึ่ง สว. หรือ ฮั้ว สว. ที่กระทบต่อ มงคล สุระสัจจะ ประธานสภา ที่ตนยืนยันว่า ไม่มีอคติ แต่เชื่อว่ากระทบต่อการบริหาร และการแต่งตั้งองค์กรอิสระ ซึ่งคดีดังกล่าวยังอยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นอกจากนี้ยังมีคนที่อยู่ใน คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีความผิดฐานอั้งยี่ ซึ่งในจำนวน 229 คนที่เข้าข่าย อาจจะมีนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ที่ต้องให้ความเคารพ จึงอยากจะฝากท่านที่มีเวลา 4 เดือน ว่าเรื่องนี้เป็นมหันตภัย รวมถึงเรื่องของกัญชาที่เป็นตราบาปของประเทศไทย

 

สนอง เทพอักษรณรงค์ สส. บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นประท้วงว่า เรื่องดังกล่าวคนทั่วไปก็ทราบกันดีแล้ว จากผู้ที่ฟ้องทั้ง 35 ราย กรมที่ดินได้เพิกถอนที่ดินไปแล้ว ส่วนการรถไฟฯ ก็จะดำเนินคดีเป็นรายบุคคล ซึ่งปล่อยให้ศาลพิจารณาไป ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ที่กำลังอภิปรายอยู่ จึงขอให้ยุติเรื่องนี้

 

กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. นราธิวาส พรรคประชาชาติ ลุกขึ้นประท้วงว่า ขณะนี้เป็นการประชุมร่วมรัฐสภา ซึ่งมีข้อบังคับข้อ 47 ระบุว่า หากสมาชิกรัฐสภาประสงค์จะประท้วง ต้องยืนขึ้นและยกมือ พร้อมทั้งอ้างข้อบังคับที่ผู้กำลังอภิปรายฝ่าฝืน หากไม่มีการอ้างข้อบังคับชัดเจน ก็ขอให้ประธานวินิจฉัยด้วย

 

แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส. อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ยังไม่มีการวินิจฉัยในประเด็นที่สนองประท้วง สิ่งสำคัญที่สุดคือการอภิปรายต้องอยู่ในกรอบวาระการประชุมวันนี้ คือ การแถลงนโยบายของรัฐบาล หากสมาชิกมีข้อเสนอ ติติง หรือแนะนำ ควรยึดตามวาระ ส่วนเรื่องอื่นที่เป็นเรื่องในอดีต ไม่ควรนำมาอภิปราย

 

กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งเรื่องเขากระโดงหรือคดีฮั้ว สว. สมาชิกได้อภิปรายไปหลายครั้งแล้ว จึงขอประท้วงตามข้อบังคับ 151 ที่กำหนดให้อภิปรายต้องเกี่ยวข้องกับประเด็นที่ประชุม ซึ่งคำวินิจฉัยของประธานถือเป็นที่สุด ที่ผ่านมาไม่ได้ลุกขึ้นเพราะมีเพื่อนสมาชิกประท้วงแล้ว ประธานก็ได้วินิจฉัยว่า ประเด็นที่อภิปรายต้องจำกัดอยู่ในกรอบการแถลงนโยบาย ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ อีกทั้งเรื่องทั้งหมดเป็นเหตุการณ์ในรัฐบาลชุดก่อน ตนเองเพิ่งเป็นฝ่ายค้านมา 2 เดือน ไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินใดๆ ส่วนที่นายกรัฐมนตรีระบุเรื่องหลักนิติธรรมในคำแถลงนโยบาย ก็เพื่อป้องกันไม่ให้การใช้อำนาจรัฐเพื่อประโยชน์ทางการเมืองเกิดขึ้นซ้ำอีก

 

จากนั้น อดิศร เพียงเกษ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวโต้ว่า ประเด็นที่ถกเถียงเกี่ยวข้องกับตัวประธานโดยตรง หากจะอภิปรายเรื่องฮั้วสว. ประธานไม่ควรนั่งทำหน้าที่ เพราะไม่เป็นกลาง และจะทำให้ประชุมไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ จึงขอให้วันมูหะมัดนอร์ มะทา มาทำหน้าที่แทน

 

นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา ลุกขึ้นประท้วงว่า ผู้อภิปรายกำลังเชื่อมโยงกับนโยบายที่รัฐบาลแถลงว่าจะดำเนินการภายใต้หลักนิติธรรม ซึ่งมีความจำเป็นต้องกล่าวถึง เพราะบุคคลที่ถูกพาดพิงมีชื่อในคดีฮั้ว สว. ด้วย หากผู้ประท้วงร้อนตัวเพราะมีส่วนเกี่ยวข้อง และร้องขอให้ประธานวินิจฉัยอย่างเป็นกลาง

 

แนน บุณย์ธิดา สมชัย ย้ำอีกครั้งว่า ขอประท้วงการกำกับการประชุมของประธาน และเห็นว่าการวินิจฉัยต้องเด็ดขาด

 

ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นหารือว่า บรรยากาศเริ่มดุเดือด แต่ในสาระสำคัญ คำแถลงนโยบายข้อ 9 ระบุถึง การยึดหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด ซึ่งสังคมภายนอกก็จับตามองทั้ง 2 กรณีนี้อยู่ จึงควรเปิดโอกาสให้อภิปรายได้ และให้นายกฯ หรือผู้เกี่ยวข้องลุกขึ้นชี้แจงว่ามีหลักประกันใดที่จะทำให้มั่นใจว่า จะไม่มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม หากเปิดใจกว้างและอดทนฟัง จะทำให้การประชุมดำเนินไปอย่างราบรื่น

 

จากนั้น ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลุกขึ้นชี้แจงว่า จากการฟังพ.ต.อ. ทวี ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พูดถึงเรื่องที่จะทำให้พี่น้องประชาชน หรือแม้แต่ สส. เอง อาจจะฟังแล้วมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และทำให้เสียหาย โดยย้ำว่า หากเป็นที่หลวงจริง การจะไปครอบครอง ปรปักษ์ต่อเนื่อง กี่พันปี ก็เป็นเจ้าของไม่ได้

 

แต่มีการอ้างถึงเป็นที่พระราชทานให้กับการรถไฟ แล้วถือว่าการรถไฟเป็นเจ้าของมาตั้งแต่พ.ศ. 2462 ต้องมีการสำรวจและต่อเนื่องมาจนถึงมีการแจ้ง ส.ค. 1 ในปี พ.ศ. 2498 หลังมีประมวลกฎหมายที่ดิน และมีข้อพิพาทแก่จำเลย ในที่สุดมีคำพิพากษา เรื่องนี้เป็นหัวใจสำคัญ เพราะคนที่พูดเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งการพูดและการแสดงออก ใครต้องพูดให้ครบ แต่ถ้าพูดไม่ครบ คนที่ฟังจะเกิดความสับสน และอาจเข้าใจไปในแนวทางที่พูดว่าเมื่อศาลตัดสินไปแล้ว ต้องทำตามคำสั่งของศาล ตนเองก็เห็นด้วย

 

แต่ต้องดูว่าคดีความที่เกิดขึ้นนั้น มี 3 คดี ที่ศาลตัดสินพิพากษาไปแล้ว แต่ไม่มีคดีไหนเลยที่ศาลตัดสินให้เป็นที่ของการรถไฟ เพราะคนที่ไปฟ้องคดี เขาตัดสินสืบเนื่องจากคนมีที่ดินที่เป็น ส.ค. หรือ น. ส.3 ออกโฉนดไปฟ้องศาล ขอให้ศาลสั่งให้กรมที่ดินในจังหวัด ออกโฉนดให้ และการรถไฟก็ไปคัดค้าน และศาลตัดสินว่าที่ดินดังกล่าว ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้ ประเด็นมีอยู่แค่นี้ แต่เมื่อนำไปพูดในสื่อ และการพูดเมื่อสักครู่สมาชิกหลายท่านเข้าใจว่าศาลตัดสิน และกรมที่ดินไม่ดำเนินการอะไร แต่ความจริงแล้ว กรมที่ดินดำเนินการหมดแล้วเป็นไปตามคำพิพากษาของศาลทุกประการ

 

ทรงศักดิ์ กล่าวว่า เขากระโดงทุกคดีกรมที่ดินได้ดำเนินการเพิกถอนเป็นไปตามคำสั่งของศาลเป็นที่เรียบร้อย แต่ไม่ได้หมายความว่าศาลตัดสินให้ที่ดินทั้งหมดเป็นที่ของการรถไฟ ย้ำว่า ไม่มี ส่วนเรื่องการดำเนินการตามมาตรา 61 เป็นเรื่องการเพิกถอน ซึ่งมีหลายวรรค หากเป็นวรรค 8 จะเป็นการเพิกถอนคำสั่งที่ดินที่มีโฉนดมีกรรมสิทธิ์ ซึ่งสามารถเพิกถอนได้

 

ส่วนเรื่องอื่นๆ ศาลสั่งให้มีการเพิกถอน สั่งให้อธิบดีกรมที่ดินไปตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 วรรค 2 ที่มีการพิพาทกัน ทั้งหมดนี้สามารถเพิกถอนได้หรือไม่ ก็ดำเนินการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา แล้วตามกฎหมาย ไม่สามารถตั้งคนอื่นได้ ซึ่งที่ทราบมาไม่สามารถชี้แนะได้อย่างชัดเจน และการขอให้การรถไฟแสดงการได้มาซึ่งที่ดินของการรถไฟ ซึ่งการได้มาซึ่งที่ดิน ไม่เหมือนประชาชน มีกฎหมายเฉพาะ มีพระราชกฤษฎีกาจัดวางรางและทางหลวง ไม่มีกฎหมายเรื่องการครอบครอง เพราะการครอบครองเป็นเรื่องของประชาชนการรถไฟจะได้กรรมสิทธิ์ที่ดินอะไรจะต้องได้มาตามพระราชกฤษฎีกา

 

ทรงศักดิ์ กล่าวย้ำว่า ทุกอย่างยังอยู่ในกระบวนการ ตนเองพ้นจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยก็เห็นว่ามีการแถลงข่าวมีภูมิธรรม เวชชัย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดชอิศม์ ขาวทอง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตั้งคณะกรรมการอะไรก็ไม่ทราบ ซึ่งไม่มีกฎหมายรองรับ และบอกว่าให้มีการเพิกถอนโฉนดต่าง ๆ ที่อยู่ในที่ดิน 995 แปลง 5,083 ไร่เศษ ที่บอกว่าจะถอนทันที จนบัดนี้ก็ยังไม่เห็นมีการเพิกถอน พร้อมย้ำว่า ขอให้กรมที่ดินดำเนินการไปตามกฏหมายต่อไป

 

The post สภาประท้วงวุ่น! ทวีอภิปรายจัดหนัก ‘คดีเขากระโดง-ฮั้ว สว.’ อดิศรขอประธานวุฒิสภาทำตัวเป็นกลาง อย่าร้อนตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
บวรศักดิ์ยืนยันรัฐบาลไม่ยุ่งเกี่ยวเนื้อหารัฐธรรมนูญใหม่ แก้หมวด 1-2 หรือไม่รอดู สสร. ย้ำไม่แทรกแซงคดีที่มีอยู่แล้ว https://thestandard.co/borwornsak-said-no-interference/ Mon, 29 Sep 2025 07:22:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1124273

วันนี้ (29 กันยายน) ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที […]

The post บวรศักดิ์ยืนยันรัฐบาลไม่ยุ่งเกี่ยวเนื้อหารัฐธรรมนูญใหม่ แก้หมวด 1-2 หรือไม่รอดู สสร. ย้ำไม่แทรกแซงคดีที่มีอยู่แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (29 กันยายน) ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 วาระคณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ศ. บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภา โดยตอบข้อซักถามเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า หากมีแก้ไขหมวด 1-2 จะทำอย่างไร ซึ่งในนโยบายของรัฐบาลเขียนไว้ชัดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะรับฟังเสียงประชาชนทุกภาคส่วน และรัฐบาลนี้ไม่ต้องการจัดทำรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่ต้องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งการแก้ไขหมวด 15/1 เป็นขั้นตอนแรก แล้วหลังจากนั้นจึงจะมาพิจารณาว่าจะแก้หมวด 1-2 หรือไม่ เพราะหากแตะจะมีปัญหาทันที

 

“ชัดเจนอยู่ในตัวแล้วว่า ประชามติที่รัฐบาลนี้จะทำพร้อมวันเลือกตั้ง มี 2 ข้อ เท่านั้น คือประชาชนเห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเห็นชอบกับวิธีการและสาระของการแก้ไขหรือไม่ จะไม่มีการลงไปถึงเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อาจจะต้องรอว่า สสร. ที่มาจากหมวด 15/1 เขาจะเขียนอะไร แต่ที่แน่สุดคือ พรรคภูมิใจไทยกับอีกพรรคใหญ่ เขาประกาศไว้แล้วว่าจะไม่แก้หมวด 1-2” ศ. บวรศักดิ์กล่าว

 

สำหรับเรื่องคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม ศ. บวรศักดิ์ชี้ว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 256 (8) พูดไว้ชัดว่า จะต้องทำประชามติก่อน เรื่องนี้รัฐบาลไม่แตะ ส่วน สสร. จะแตะหรือไม่ ก็ต้องตามไปดูในขั้นตอนที่ 2

 

ถามประชาชนควรยกเลิก MOU กับกัมพูชาหรือไม่

 

ส่วนเรื่องการจัดทำประชามติเกี่ยวกับ MOU 43-44 นั้น ในการทำประชามติแต่ละครั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บอกว่าใช้เงิน 6 พันล้านบาท ดังนั้น เพื่อให้ประหยัดงบประมาณแผ่นดิน จึงจะทำประชามติไปพร้อมกับการเลือกตั้ง และมีประชามติ 2 เรื่อง คือเรื่องจัดทำรัฐธรรมนูญ มี 2 คำถาม ซึ่งจะอยู่ในบัตรแผ่นเดียวกัน

 

สำหรับอีกบัตรหนึ่ง จะถามประชามติว่า เห็นชอบให้ยกเลิก MOU กับประเทศกัมพูชาหรือไม่ จึงต้องประชาสัมพันธ์ให้ชัดเจนว่า ในการเลือกตั้งทั่วไปหลังยุบสภา ประชาชนจะมีบัตรทั้งสิ้น 4 ใบ ใบที่ 1 เลือก สส. เขต ใบที่ 2 เลือก สส. บัญชีรายชื่อ ใบที่ 3 ประชามติเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ มี 2 คำถาม และใบที่ 4 เพื่อวินิจฉัยว่า ประชาชนจะให้เลิก MOU กับกัมพูชาหรือไม่

 

“เนื่องจากรัฐบาลนี้เห็นว่า เป็นเรื่องสำคัญกับประเทศเพื่อนบ้าน รัฐบาลเฉพาะกิจไม่ควรตัดสินใจเอง แต่ควรขอฉันทานุมัติจากประชาชนตามมาตรา 166 ของรัฐธรรมนูญ จึงต้องถามประชามติ เพราะประชาชนคือเจ้าของอำนาจอธิปไตย เขาต้องตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง” ศ. บวรศักดิ์กล่าว

 

คดีฮั้ว สว.-เขากระโดง ปล่อยไปตามกระบวนการ

 

ขณะที่ข้อเสนอว่า อย่าเล่นพรรคเล่นพวก โดยเฉพาะเรื่องการแต่งตั้ง ศ. บวรศักดิ์ระบุว่า ความจริงรัฐบาลที่แล้วได้ลงมติตั้งอธิบดีหลายคน และตำแหน่งบริหารอีกหลายตำแหน่ง เมื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง หลังแถลงนโยบายเสร็จ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรียืนยันเรื่องการแต่งตั้งผู้บริหารที่แต่งตั้งโดยรัฐบาลชุดที่แล้วไปทุกตำแหน่ง เกือบ 10 ตำแหน่ง

 

“นี่คงจะทำให้ท่านเห็นว่า การเริ่มต้นรัฐบาลนี้ เมื่อเรื่องไหนผ่าน ครม. ไปแล้ว รัฐบาลก็เดินต่อ ไม่มีเจตนาจะดึงกลับมา แล้วต้องเอาพรรคพวกหรือพรรคการเมืองของตัวเสียบเข้าไปใหม่ ยกเลิกมติ ครม. เดิม แล้วตั้งมติ ครม. ใหม่ ก็คงจะทำให้ท่านอุ่นใจได้ในระดับหนึ่ง” ศ. บวรศักดิ์กล่าว

 

สำหรับข้อเสนอว่าอย่าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมนั้น เมื่อนายกรัฐมนตรีมาชวนตนเองให้ร่วม ครม. ก็ได้กราบเรียนไปว่า เรื่องไหนที่เป็นอยู่ในเวลานี้ เช่น สว. หรือเขากระโดง ก็ขอให้ปล่อยไปตามกระบวนการยุติธรรมที่ควรจะเป็น ซึ่งท่านก็รับปาก

 

นอกจากนี้ รัฐบาลแถลงชัดว่า จะไม่ให้ใช้กฎหมาย หน่วยงาน และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไปใช้ประโยชน์ทางการเมือง เรื่องนี้สำคัญเพราะในอดีต เคยมีคนนำคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ที่อยู่ฝ่ายไม่เอื้อต่อรัฐบาล จะเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อประโยชน์ทางการเมือง ต้องมีหน่วยงานเข้ามากำกับการใช้ดุลยพินิจให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ซึ่งอาจจะต้องแก้กฎหมาย แล้วขอความร่วมมือกับ สส. และ สว. โดยยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการแทรกแซง แต่เป็นการป้องกันไม่ให้หน่วยงานนั้นเป็นเครื่องมือทางการเมือง

The post บวรศักดิ์ยืนยันรัฐบาลไม่ยุ่งเกี่ยวเนื้อหารัฐธรรมนูญใหม่ แก้หมวด 1-2 หรือไม่รอดู สสร. ย้ำไม่แทรกแซงคดีที่มีอยู่แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>