คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/คณะกรรมการต่อต้านการทุ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 25 Oct 2023 10:09:56 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ผลประเมิน ‘ITA’ ด้านคุณธรรมและความโปร่งใสของ ป.ป.ช. ผลลัพธ์สุดท้ายไร้คอร์รัปชันภาครัฐจริงหรือ? https://thestandard.co/ita-result-of-nacc-moral-and-transparency/ Wed, 25 Oct 2023 10:09:56 +0000 https://thestandard.co/?p=858464 ป.ป.ช.

ภายหลังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ […]

The post ผลประเมิน ‘ITA’ ด้านคุณธรรมและความโปร่งใสของ ป.ป.ช. ผลลัพธ์สุดท้ายไร้คอร์รัปชันภาครัฐจริงหรือ? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ช.

ภายหลังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประกาศผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ 2566 เมื่อวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา พบว่ามีหน่วยงานของรัฐทั่วประเทศเข้าร่วมประเมินถึง 8,323 หน่วยงาน 

 

โดยเป็นการเก็บข้อมูลตัวอย่าง 1 ล้านกว่าคน แบ่งเป็นบุคลากรหน่วยงานรัฐ 420,000 คน ใช้เครื่องมือแบบวัด IIT ประเมิน 5 ตัวชี้วัด ได้แก่ การปฏิบัติหน้าที่ การใช้งบประมาณ การใช้อำนาจ การใช้ทรัพย์สินของราชการ และการแก้ไขปัญหาการทุจริต

 

จากการประมวลผลของหน่วยงานที่ได้รับการประเมินออกมาเป็นคะแนน ในปีนี้มีหน่วยงานที่ได้คะแนนการประเมิน ITA สูงกว่า 95 คะแนน ถึง 674 หน่วยงาน เช่น

 

  • กรมการปกครอง ได้คะแนนสูงสุดถึง 99.03 คะแนน 
  • กลุ่มรัฐวิสาหกิจ (การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) 99.35 คะแนน 
  • กลุ่มองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาทิ เทศบาลตำบลตะกุด อ.เมืองสระบุรี จ.สระบุรี ได้สูงถึง 99.81 คะแนน 

 

ทั้งนี้ ในแง่ภาพรวมของระดับประเทศเฉลี่ยอยู่ที่ 90.19 คะแนน มีแนวโน้มดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว 2.62 คะแนน ส่วนคะแนนสูงกว่า 85 คะแนน 2,550 หน่วยงาน และคะแนน 85 คะแนนผ่านบางเครื่องมือ 3,513 หน่วยงาน ฉะนั้นถ้าพิจารณาสัดส่วนหน่วยงานรัฐที่ได้ 35 คะแนนผ่านขึ้นไป 6,737 หน่วยงาน คิดเป็น 80.949 ดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว 10.42% 

 

นิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ ป.ป.ช. เปิดเผยถึงแผนงานในปีงบประมาณ 2567 เกี่ยวกับการประเมิน ITA ว่า แม้ปีนี้จะยังไม่บรรลุเป้าหมายตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ปี 2566-2570 เกี่ยวกับประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่ตั้งเป้าหมายกำหนดให้หน่วยงานรัฐต้องมีผลวัดค่าที่ 85 คะแนน ระดับผ่านขึ้นไปไม่น้อยกว่า 100% 

 

แต่การวัดผลและประเมินค่า ITA ก็เป็นเสมือนการเปิดโอกาสให้ประชาชนและบุคลากรที่ปฏิบัติงานได้ร่วมกันสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างของความไม่เป็นธรรมและความด้อยประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ ผ่านระบบการวัดค่า ITA ที่จะเป็นตัวผลักดันให้รัฐบาลสนับสนุนและช่วยให้หน่วยงานของรัฐทุกภาคส่วนต้องตื่นตัวและตอบสนองการบริการแก่ประชาชนได้ตรงจุดและโปร่งใส ปราศจากพฤติการณ์การทุจริต

 

THE STANDARD พาย้อนไปดูการประเมิน ITA ประจำปี 2565 เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2565 พบว่าผลการประเมินคะแนน ITA ในภาพรวมจากหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ 8,303 แห่ง จำนวนผู้ประเมิน 1,300,132 คน มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 87.57 คะแนน โดยมากกว่าปีงบประมาณ 2564 เพียง 6.32 คะแนน

 

สำหรับผลการประเมิน ITA รายหน่วยงาน คะแนนสูงสุดในแต่ละกลุ่ม ดังนี้

 

  1. กลุ่มหน่วยงานประเภทสำนักงานศาล องค์กรตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานในสังกัดรัฐสภา และองค์กรอัยการ ได้แก่ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
  2. ระดับกรม ได้แก่ กรมการปกครอง
  3. รัฐวิสาหกิจ ได้แก่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
  4. องค์การมหาชน ได้แก่ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
  5. สถาบันอุดมศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
  6. หน่วยงานอื่นของรัฐ ได้แก่ สำนักงาน กสทช.
  7. จังหวัด ได้แก่ อ่างทอง
  8. องค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้แก่ อบจ.ยโสธร
  9. เทศบาล ได้แก่ เทศบาลตำบลจังหาร จ.ร้อยเอ็ด
  10. องค์การบริหารส่วนตำบล ได้แก่ อบต.บ้านพลับ จ.พระนครศรีอยุธยา และ อบต.โคกสะอาด จ.สระบุรี

 

การประเมิน ITA เป็นการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ โดยเก็บข้อมูลตัวอย่าง 1 ล้านกว่าคน แบ่งเป็นบุคลากรหน่วยงานรัฐ 420,000 แสนคน ใช้เครื่องมือแบบวัด IIT ประเมิน 5 ตัวชี้วัด ได้แก่ 

 

  1. การปฏิบัติหน้าที่
  2. การใช้งบประมาณ 
  3. การใช้อำนาจ 
  4. การใช้ทรัพย์สินของราชการ 
  5. การแก้ไขปัญหาการทุจริต 

 

ซึ่งจะคิดคะแนนเป็น 30 คะแนน จาก 100 คะแนน โดยผู้ตอบแบบสอบถามจะต้องยืนยันตัวตนผ่าน OTP ระบุ Code ของหน่วยงานให้ถูกต้อง เพื่อเป็นการป้องกันการนำบัตรประชาชนมาแอบอ้างในการลงคะแนนดังกล่าว 

 

จากนั้นขั้นตอนถัดมาจะเป็นการเก็บตัวอย่างประชาชนที่เข้ามาใช้บริการจากหน่วยงานของรัฐอีก 530,000 คน ด้วยเครื่องมือวัด EIT แบ่งเป็นอีก 3 ตัวชี้วัด ได้แก่

 

  1. คุณภาพการดำเนินงาน 
  2. ประสิทธิภาพการสื่อสาร 
  3. การปรับปรุงระบบการทำงาน 

 

ก่อนที่สุดท้ายจะเป็นการประเมินจากการเปิดเผยข้อมูลภายในแบบ OIT ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง และข้อมูลโครงสร้างจากองค์กรจากขั้นตอนทั้งหมด จึงจะประมวลผลของหน่วยงานที่ได้รับการประเมินออกมาเป็นคะแนนในปีนี้

 

แม้ว่า ป.ป.ช. จะมีการวัดผล ITA และผลลัพธ์ออกมาจากตัวเลขที่เห็น ในทางคณิตศาสตร์ สถิติ และการวัดผล อาจบอกได้ว่าหน่วยงานเหล่านั้นอยู่ในเกณฑ์ประเมินที่สูง และแน่นอนว่าสังคมย่อมคาดหวังให้หน่วยงานและองค์กรภาครัฐมีการทำงานที่เป็นไปอย่าง ‘มีคุณธรรมและโปร่งใส’ อันเป็นมาตรฐานที่ควรจะเป็น และคุ้มค่ากับงบประมาณของหน่วยงานอันมาจากภาษีประชาชน

 

ทว่าในความเป็นจริง หากเราติดตามข่าวสารจากสื่อทั่วไป การจับกุมผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐบางแห่งที่รับสินบนยังคงมีให้เห็นและเกิดขึ้นตลอดรายวัน รวมถึงการทุจริตหากินกับงบประมาณภาครัฐ มีคดีความขึ้นสู่การพิจารณาของ ป.ป.ช. อย่างต่อเนื่อง และจำนวนไม่น้อยมาจากบางหน่วยงานที่ต้องทำหน้าที่ในการพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของประชาชน

 

ท้ายที่สุดแม้ว่าผลคะแนนจากการประเมินที่ ป.ป.ช. ได้ทำจัดทำขึ้นมาจะเป็นตัวเลขคณิตศาสตร์ที่ยืนยันผลการดำเนินงานที่มีคุณธรรมและโปร่งใส แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าในนั้นจะปราศจากปลาเน่าที่ทำให้องค์กรต้องเสียหายทั้งในเชิงภาพลักษณ์และศรัทธาจากประชาชน เห็นได้จากข่าวสารการจับกุมคนในองค์กรภาครัฐ

 

อย่างไรก็ตาม การขจัดคอร์รัปชัน และการทำให้กลไกภาคปฏิบัติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดรูปธรรมเช่นเดียวกับผลลัพธ์ที่ไม่ใช่แค่ตัวเลข จึงเป็นความท้าทายทั้งของ ป.ป.ช. คนในหน่วยงาน และภาคประชาสังคมที่ต้องช่วยกันจับตา และปิดช่องโหว่ในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นได้

The post ผลประเมิน ‘ITA’ ด้านคุณธรรมและความโปร่งใสของ ป.ป.ช. ผลลัพธ์สุดท้ายไร้คอร์รัปชันภาครัฐจริงหรือ? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ช. มีมติส่งศาลฎีกาวินิจฉัย ปมปารีณารุกป่า ชี้ผิดจริยธรรมร้ายแรง-ไม่ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี https://thestandard.co/nacc-supreme-court-ruling-pareena-invade-forest-case/ Wed, 10 Feb 2021 08:27:13 +0000 https://thestandard.co/?p=452782 ป.ป.ช. มีมติส่งศาลฎีกาวินิจฉัย ปมปารีณารุกป่า ชี้ผิดจริยธรรมร้ายแรง-ไม่ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี

วันนี้ (10 กุมภาพันธ์) นิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการค […]

The post ป.ป.ช. มีมติส่งศาลฎีกาวินิจฉัย ปมปารีณารุกป่า ชี้ผิดจริยธรรมร้ายแรง-ไม่ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ช. มีมติส่งศาลฎีกาวินิจฉัย ปมปารีณารุกป่า ชี้ผิดจริยธรรมร้ายแรง-ไม่ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี

วันนี้ (10 กุมภาพันธ์) นิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวน เพื่อดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงกับ ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดราชบุรี 

 

โดยปรากฏข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ตามที่ ปารีณา ไกรคุปต์ ได้ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน และหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2562 โดยระบุว่า มีรายการที่ดินตามแบบแสดงรายการที่ดินเพื่อชำระภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท. 5) จำนวน 29 แปลง พื้นที่ประมาณ 853-0-73 ไร่ ในพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี โดยอาศัยพยานหลักฐานจากข้อเท็จจริงที่หน่วยงานราชการ และบุคลที่เกี่ยวข้องปรากฏว่า ที่ดินดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตป่าและเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งเป็นที่ดินของรัฐ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และกฎกระทรวง ฉบับที่ 1,069 (พ.ศ. 2527) ออกตามความในพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 

 

โดยปี พ.ศ. 2536 และปี พ.ศ. 2537 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้กรมป่าไม้ส่งมอบพื้นที่ให้ ส.ป.ก. เพื่อให้ไปดำเนินการปฏิรูปที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดิน ต่อมาปี พ.ศ. 2554 มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้พื้นที่ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน และ ส.ป.ก. ได้ดำเนินการโดยปิดประกาศให้เกษตรกรผู้ถือครองที่ดิน และทำประโยชน์ในที่ดินยื่นคำร้องขอเข้าทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวทุกปี ซึ่งที่ดินดังกล่าว ส.ป.ก. และกรมป่าไม้เป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการกำกับดูแลพื้นที่ และมีอำนาจดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้

 

จากการไต่สวนปรากฏว่า ปารีณา ไกรคุปต์ ได้ร่วมกับ ทวี  ไกรคุปต์ บิดา เข้ายึดถือ ครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐ พื้นที่จำนวน 711-2-93 ไร่  โดยมีพฤติการณ์ ดังนี้

 

ในปี พ.ศ. 2546 ถึง พ.ศ. 2562 มีการขอใช้ไฟฟ้าต่อการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจอมบึง และชำระภาษีโรงเรือนและที่ดินต่อองค์การบริหารส่วนตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เพื่อประกอบกิจการปศุสัตว์ 

 

ในปี พ.ศ. 2549 ถึง พ.ศ. 2556 มีการชำระภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท. 5) ทั้ง 29 แปลง ต่อองค์การบริหารส่วนตำบลรางบัว ซึ่งมีการกระจายการถือครองที่ดินดังกล่าว โดยอาศัยชื่อบุคคลอื่นมาถือครองที่ดินในเอกสาร ภ.บ.ท. 5 จำนวนหนึ่ง และในปี พ.ศ. 2555 ได้มีการโอนกลับมาเป็นชื่อของ ปารีณา ไกรคุปต์ ทั้งหมด 

 

ในปี พ.ศ. 2557 องค์การบริหารส่วนตำบลรางบัวได้ยกเลิกการเก็บภาษีบำรุงท้องที่ดังกล่าว เนื่องจากที่ดิน ภ.บ.ท. 5 เป็นแบบแสดงรายการที่ดินเพื่อชำระภาษีบำรุงท้องที่ประจำปี ไม่ใช่เอกสารสิทธิ ซึ่งกรมการปกครองได้แจ้งให้ยกเลิกแบบแสดงรายการที่ดิน (ภ.บ.ท. 5) และให้งดการประเมินภาษีบำรุงท้องที่สำหรับที่ดิน และการจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่สำหรับที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ หรือที่สาธารณประโยชน์ ที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกัน แต่ปารีณา ไกรคุปต์ ก็ยังคงยึดถือ ครอบครอง และใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว โดยไม่มีสิทธิครอบครอง และมิได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ และ ส.ป.ก. แต่อย่างใด 

 

ในปี พ.ศ. 2555 ถึง พ.ศ. 2562 ปารีณา ไกรคุปต์ ได้มีการขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพต่อองค์การบริหารส่วนตำบลรางบัว และใบรับรองมาตรฐานฟาร์ม ‘เขาสนฟาร์ม’ และ ‘เขาสนฟาร์ม 2’ บนที่ดินดังกล่าวต่อกรมปศุสัตว์ และในปี พ.ศ. 2561 ได้ยื่นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ปารีณา ไกรคุปต์ จำกัด เพื่อประกอบกิจการดังกล่าว 

 

ต่อมาเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2562 ปารีณา ไกรคุปต์ ได้เข้าปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยยังคงยึดถือ ครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐดังกล่าว โดยอ้างเอกสารแบบแสดงรายการที่ดินฯ (ภ.บ.ท. 5) ทั้ง 29 แปลงที่ถูกยกเลิกไปแล้ว และมิได้รับอนุญาต จนกระทั่งถูกตรวจสอบการครอบครองที่ดินจาก ส.ป.ก. และกรมป่าไม้ โดย ส.ป.ก. ได้แจ้งให้ ปารีณา ไกรคุปต์ ส่งคืนที่ดินที่ครอบครอง และทำประโยชน์ดังกล่าวทั้งหมด อีกทั้ง กรมป่าไม้ได้ร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ให้ดำเนินคดีอาญากับปารีณา ไกรคุปต์ ในข้อหาบุกรุกที่ดินของรัฐ เป็นพื้นที่ 711-2-93 ไร่ และคำนวณค่าเสียหายเป็นตัวเงินจำนวน 36,224,791 บาท

 

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาสำนวนการไต่สวนแล้วเห็นว่า การที่ ปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้แทนของประชาชน ซึ่งจะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ และความผาสุกของประชาชนโดยรวม โดยปราศจากความขัดกันแห่งผลประโยชน์ และต้องประพฤติปฏิบัติตนให้ถูกต้องเป็นแบบอย่างที่ดี อยู่ในกรอบของจริยธรรมในการดำรงตน เคารพ ยึดถือ และปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับต่างๆ ซึ่งบัญญัติออกมาเพื่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน เพื่อประโยชน์ของประชาชนหรือประโยชน์ของรัฐ มากกว่าการคำนึงถึงประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องนั้น แต่กลับไม่ยึดถือระเบียบ หลักเกณฑ์ กฎหมาย และไม่ประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามกฎหมาย 

 

โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่องการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ หรือเกี่ยวกับการปฏิรูปที่ดินที่มีเจตนารมณ์เพื่อต้องการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบความเดือดร้อน และลดความเหลื่อมล้ำในฐานะของบุคคลในทางเศรษฐกิจและสังคม 

 

คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติว่า กรณีที่ ปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยึดถือ ครอบครอง และใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐโดยมิชอบดังกล่าว เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม อันถือว่ามีลักษณะร้ายแรง และกรณีเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง อันถือว่ามีลักษณะร้ายแรงตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 11 ข้อ 17 ประกอบ ข้อ 27 วรรคสอง ให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยต่อไป

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ป.ป.ช. มีมติส่งศาลฎีกาวินิจฉัย ปมปารีณารุกป่า ชี้ผิดจริยธรรมร้ายแรง-ไม่ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธาน ป.ป.ช. ไม่กดดัน สังคมจับตาปมนาฬิกาหรู พลเอก ประวิตร ยันคดีชัดเจนแน่ มีนาคมนี้ https://thestandard.co/prawit-luxury-watch-case-march/ https://thestandard.co/prawit-luxury-watch-case-march/#respond Wed, 21 Feb 2018 04:12:55 +0000 https://thestandard.co/?p=71956

พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและป […]

The post ประธาน ป.ป.ช. ไม่กดดัน สังคมจับตาปมนาฬิกาหรู พลเอก ประวิตร ยันคดีชัดเจนแน่ มีนาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีที่มีสมาชิกบางคนในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) แสดงความเป็นห่วงการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในการสอบสวนคดีนาฬิกาหรูของพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่า

 

ถือเป็นข้อคิดเห็นที่ ป.ป.ช. รับมา เพราะการทำงานในแต่ละหน้าที่และแต่ละบริบทมีความต่างกัน แต่การทำงานในชั้นไต่สวนก็ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้มีการชี้แจงบ้าง แม้จะมีพยานหลักฐาน ทาง ป.ป.ช. ก็จะต้องนำไปตรวจสอบ ซึ่งในเรื่องนี้จะต้องใช้เวลา หากเร่งรัดมากเกินไป ผู้ที่ถูกไต่สวนก็จะมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

 

ทั้งนี้ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่าจากการได้รับรายงาน คดีดังกล่าวจะไม่ยังไม่เสร็จสิ้นในเดือนกุมภาพันธ์ แต่จะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมนี้อย่างแน่นอน เพื่อให้พลเอก ประวิตร ได้ตอบและจะได้นำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยคาดว่า 1-2 วันนี้ทางเลขาฯ ป.ป.ช. จะทำหนังสือส่งไปยังพลเอก ประวิตร และให้เวลาในการส่งคำชี้แจงภายใน 15 วัน จึงคาดว่าคดีดังกล่าวจะมีความชัดเจนในเดือนมีนาคมนี้อย่างแน่นอน

 

พร้อมกันนี้ ประธาน ป.ป.ช. ยังปฏิเสธถึงกรณีที่พลเอก ประวิตร ได้ขอเลื่อนให้คำชี้แจงถึง 2 ครั้งแล้วว่าไม่ได้เป็นการประวิงเวลา แต่ถือเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากพลเอก ประวิตร ติดภารกิจทางราชการและรับผิดชอบงานในหลายด้าน พร้อมเปิดเผยว่าภายใน 1-2 วันนี้ ทางเลขาฯ ป.ป ช. จะส่งหนังสือไปยังพลเอก ประวิตร เพื่อให้ชี้แจงรายละเอียดของที่มานาฬิกาทั้ง 25 เรือน รวมไปถึงวันที่และสถานที่ใส่นาฬิกา ซึ่งจะมีความชัดเจนขึ้นและง่ายต่อการตรวจสอบของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

 

อย่างไรก็ตาม การขยายระยะเวลาจากเดือนมกราคมเป็นเดือนมีนาคมนั้นเป็นเพราะหลายส่วนทางกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่และการหาข้อมูล ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้รอข้อมูลจากพลเอก ประวิตร เพียงอย่างเดียว พร้อมระบุว่า ป.ป.ช. ไม่รู้สึกกังวลถึงกระแสสังคมที่จับตามองในการสอบสวนคดีดังกล่าว เพราะเป็นประเด็นที่ประชาชนสนใจ ทาง ป.ป.ช. ก็ต้องเอาใจใส่ในการทำงานและมีความรอบคอบ

The post ประธาน ป.ป.ช. ไม่กดดัน สังคมจับตาปมนาฬิกาหรู พลเอก ประวิตร ยันคดีชัดเจนแน่ มีนาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/prawit-luxury-watch-case-march/feed/ 0