ข้อตกลงทางการค้า Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ข้อตกลงทางการค้า/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 25 Jan 2026 05:10:31 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 เจาะรอยร้าวสหรัฐฯ-แคนาดา หลังทรัมป์ขู่รีดภาษีถึง 100% หากแคนาดาทำข้อตกลงกับจีน https://thestandard.co/trump-threatens-canada-china-deal/ Sun, 25 Jan 2026 05:10:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1169110 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวถึงความสัมพันธ์การค้าสหรัฐฯ-แคนาดา และข้อตกลงกับจีน

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ขู่เรียกเก็บภาษ […]

The post เจาะรอยร้าวสหรัฐฯ-แคนาดา หลังทรัมป์ขู่รีดภาษีถึง 100% หากแคนาดาทำข้อตกลงกับจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวถึงความสัมพันธ์การค้าสหรัฐฯ-แคนาดา และข้อตกลงกับจีน

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ขู่เรียกเก็บภาษีจากแคนาดาถึง 100% กับสินค้าและผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ที่ส่งเข้าตลาดสหรัฐฯ หากแคนาดาทำข้อตกลงทางการค้ากับจีน!

 

โดยทรัมป์ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวอาจถูกใช้เป็นช่องทางในการหลีกเลี่ยงภาษีของสหรัฐฯ และจะก่อให้เกิดความเสี่ยงร้ายแรงต่อแคนาดาเสียเอง

 

ทรัมป์เตือน มาร์ค คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีของแคนาดาว่า การตัดสินใจดังกล่าวอาจทำให้ประเทศตกอยู่ในอันตรายและข้อตกลงทางการค้าระหว่างแคนาดากับจีนอาจถูกนำมาใช้เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการภาษีของสหรัฐฯ พร้อมเน้นย้ำอีกว่า เป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างต่อระบบการค้าของอเมริกา

 

“หากผู้ว่าการคาร์นีย์คิดว่าเขาจะทำให้แคนาดากลายเป็น ‘ท่าเรือขนถ่ายสินค้า’ เพื่อให้จีนส่งสินค้าเข้าสู่สหรัฐอเมริกาแล้วละก็ เขาเข้าใจผิดอย่างมหันต์ จีนจะกัดกินแคนาดาทั้งเป็น จะกลืนกินจนหมดสิ้น รวมถึงทำลายล้างธุรกิจ โครงสร้างทางสังคม และวิถีชีวิตโดยทั่วไปของพวกเขาด้วย” ทรัมป์กล่าว

 

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจาก คาร์นีย์เดินทางเยือนจีนเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งผู้นำแคนาดาเรียกชาติมหาอำนาจแห่งเอเชียว่าเป็น “พันธมิตรที่น่าเชื่อถือและคาดการณ์ได้” และในระหว่างการประชุมที่เมืองดาวอสเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เขายังสนับสนุนให้ผู้นำยุโรปแสวงหาการลงทุนจากจีนด้วย

 

สหรัฐฯ-แคนาดา ตึงเครียด หลังจบงานดาวอส

 

ทั้งนี้ ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับแคนาดาทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ยกเลิกคำเชิญที่ให้แคนาดาเข้าร่วมในโครงการ “คณะกรรมการสันติภาพ” (Board of Peace) หลังจากคาร์นีย์ได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม World Economic Forum และกล่าวประณามการที่ประเทศ มหาอำนาจใช้การบูรณาการทางเศรษฐกิจเป็นอาวุธ และใช้ภาษีศุลกากรเป็นเครื่องมือในการต่อรอง

 

ขณะเดียวกัน ข้อความล่าสุดของทรัมป์ เขายังเรียกคาร์นีย์ว่าเป็น “ผู้ว่าการ” (Governor) ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี สะท้อนถึงความพยายามของเขา ที่ต้องการทำให้แคนาดากลายเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ

 

ทั้งนี้ หากทรัมป์ดำเนินการตามคำขู่ดังกล่าว การจัดเก็บภาษีใหม่จะเพิ่มภาระภาษีนำเข้าของสหรัฐฯของแคนาดา อย่างมีนัยสำคัญ และอาจสร้างแรงกดดันอย่างหนัก ต่อภาคอุตสาหกรรมหลักของแคนาดา เช่น อุตสาหกรรมโลหะ การผลิตรถยนต์ และเครื่องจักร

 

แม้ก่อนหน้านี้ ความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์และคาร์นีย์ค่อนข้างราบรื่น จนกระทั่งผู้นำแคนาดาออกมาคัดค้านอย่างหนักต่อความพยายามของทรัมป์ในการเข้าครอบครองกรีนแลนด์

 

คาร์นีย์กระตุ้นกลุ่มประเทศ “อำนาจกลาง” ขยับบทบาท

 

หากย้อนดูสุนทรพจน์ของคาร์นีย์ ในเวทีดาวอส ที่เรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ยอมรับว่า ระเบียบโลกแบบเก่าไม่มีวันหวนคืน คาร์นีย์กระตุ้นให้กลุ่มประเทศ “อำนาจกลาง” (Middle Powers) เช่น แคนาดา ออสเตรเลีย อาร์เจนตินา เกาหลีใต้ และบราซิล ต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด

 

โดยเขากล่าวประโยคสำคัญว่า “ประเทศอำนาจกลางต้องร่วมมือกัน เพราะถ้าเราไม่มีที่นั่งบนโต๊ะเจรจา เราก็จะเป็นเพียงเมนูอาหารบนโต๊ะนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของการครอบงำจากอเมริกา”

 

แม้ในการกล่าวสุนทรพจน์ คาร์นีย์ไม่ได้เอ่ยชื่อทรัมป์หรือสหรัฐอเมริกาโดยตรง ทว่าคำกล่าวนี้ได้รับการตอบรับจากผู้นำโลกและผู้บริหารในงานลุกขึ้นยืนปรบมือ

 

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ตอบโต้ในสุนทรพจน์ที่ดาวอส โดยกล่าวว่าแคนาดา “อยู่รอดได้เพราะสหรัฐอเมริกา” ซึ่งคาร์นีย์ออกมาโต้ทันทีว่า

 

“แคนาดาและสหรัฐอเมริกาได้สร้างความร่วมมือที่โดดเด่นในด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่อุดมสมบูรณ์ แคนาดาไม่ได้อยู่รอดได้เพราะสหรัฐอเมริกา แต่แคนาดาเจริญรุ่งเรืองได้ด้วยชาวแคนาดาเอง”

 

ทั้งนี้ หลังการเลือกตั้งของคาร์นีย์เมื่อปีที่แล้ว ทรัมป์และคาร์นีย์เคยแสดงท่าทีเป็นมิตรต่อกัน โดยทรัมป์กล่าวในเวลานั้นว่า “ผมคิดว่าความสัมพันธ์เราแข็งแกร่งมาก”

 

อย่างไรก็ตาม ในเดือนนี้ ทรัมป์กลับปฏิเสธข้อตกลงการค้าขนาดใหญ่ ระหว่างสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ซึ่งมีกำหนดต้องเจรจาใหม่ในเดือนกรกฎาคม โดยระบุว่าเป็นเรื่อง “ไม่สำคัญ”

 

ภาพ / Chip Somodevilla , Believe_In_Me : Getty Images

อ้างอิง

The post เจาะรอยร้าวสหรัฐฯ-แคนาดา หลังทรัมป์ขู่รีดภาษีถึง 100% หากแคนาดาทำข้อตกลงกับจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่งออกสหรัฐฯ สู่ตลาดเกิดใหม่ทะลุ 223 ล้านตัน เฉพาะเวียดนามนำเข้าข้าวโพดพุ่ง 21 เท่า https://thestandard.co/us-exports-vietnam-corn-21x/ Sat, 17 Jan 2026 08:24:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1166313 ส่งออกสหรัฐฯ สู่ตลาดเกิดใหม่ทะลุ 223 ล้านตัน เฉพาะเวียดนามนำเข้าข้าวโพดพุ่ง 21 เท่า

การส่งออกทางเรือของ สหรัฐฯ ไปยังกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ […]

The post ส่งออกสหรัฐฯ สู่ตลาดเกิดใหม่ทะลุ 223 ล้านตัน เฉพาะเวียดนามนำเข้าข้าวโพดพุ่ง 21 เท่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่งออกสหรัฐฯ สู่ตลาดเกิดใหม่ทะลุ 223 ล้านตัน เฉพาะเวียดนามนำเข้าข้าวโพดพุ่ง 21 เท่า

การส่งออกทางเรือของ สหรัฐฯ ไปยังกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ ที่ไม่ใช่ จีน ในปี 2025 ที่ผ่านมา มีการขยายตัวถึง 17% ซึ่งถือเป็นผลพวงจากการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลกภายใต้นโยบายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากกลับเข้ารับตำแหน่งได้เพียงหนึ่งปี

 

Nikkei Asia วิเคราะห์โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Kpler ผู้ให้บริการข้อมูลการค้าระหว่างประเทศว่า การส่งออกทางเรือของ สหรัฐฯ ไปยังประเทศตลาดเกิดใหม่กว่า 20 ประเทศ อาทิ บราซิล อินเดีย มาเลเซีย และ เวียดนาม เพิ่มขึ้นจาก 190 ล้านตันในปี 2024 เป็น 223 ล้านตันในปี 2025 โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการส่งออกสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าวโพด และ ถั่วเหลือง ซึ่งหลายประเทศในเอเชียเร่งนำเข้าเพิ่มขึ้น และอีกด้านยังช่วยชดเชยการส่งออกไปจีนที่ลดลงอย่างหนัก

 

อิชาน ภานู นักวิเคราะห์อาวุโสด้านสินค้าเกษตรของ Kpler ระบุว่า การที่ประเทศต่างๆนำเข้าเพิ่มขึ้นสะท้อนผลลัพธ์โดยตรงจากที่ก่อนหน้านี้ สหรัฐ ได้เจรจาการค้ากับประเทศคู่ค้าในกลุ่มตลาดเกิดใหม่

 

หนึ่งในประเทศที่โดดเด่นมากคือเวียดนาม ซึ่งในปี 2025 นะนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึง 21 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อยู่ที่ราว 1.7 ล้านตัน หลังจากทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลงทางการค้าเมื่อเดือนมิถุนายน 2025 ที่ผ่านมา โดยเวียดนามตกลงซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ แลกกับการที่สหรัฐฯ ปรับลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าเวียดนามจาก 46% เหลือ 20%

 

จากข้อมูลยังชี้ว่า ในเดือนพฤศจิกายน เวียดนามนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ สูงสุด เป็นประวัติการณ์ที่ 3.8 แสนตัน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เนื่องจากที่ผ่านมาเวียดนามพึ่งพาการนำเข้าข้าวโพดจากอเมริกาใต้เป็นหลัก แต่ในปี 2025 กลับเปลี่ยนทิศทางมาซื้อจากสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ

 

เช่นเดียวกับ ปากีสถาน ได้เพิ่มการนำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ เป็น 1.23 ล้านตัน จากที่เคยนำเข้าเพียง 6 หมื่นตันในปีก่อนหน้า หลังจากทั้งสองประเทศลงนามข้อตกลงการค้าในเดือนกรกฎาคม 2025 ที่ผ่านมา ข้อตกลงดังกล่าวยังได้ส่งผลบวกต่ออุตสาหกรรมสิ่งทอของปากีสถาน หลังสหรัฐฯ ปรับลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าสิ่งทอจากราว 29% เหลือ 19% ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับประเทศคู่แข่งอย่างอินเดียได้มากขึ้น

 

ในช่วงเวลาเดียวกัน บังกลาเทศ ได้ยอมเพิ่มการนำเข้าข้าวสาลีจากสหรัฐฯ เพื่อแลกกับการลดภาษีนำเข้าสินค้าสิ่งทอเข้าสู่ตลาดอเมริกัน โดย อิชาน ระบุว่า ก่อนหน้านี้ บังกลาเทศ เป็นลูกค้ารายใหญ่ของการนำเข้าข้าวสาลีจากรัสเซีย แคนาดา ยูเครน และ อาร์เจนตินา แต่จากแรงจูงใจทางการค้า ทำให้หันมาซื้อจากสหรัฐฯ แม้ราคาจะสูงกว่าก็ตาม

 

ขณะที่ฝั่งของทวีปแอฟริกา ไนจีเรีย ได้เพิ่มการนำเข้าข้าวสาลีจากสหรัฐฯ จาก 5.3 แสนตันในปี 2024 เป็น 1.48 ล้านตันในปี 2025 ส่งผลให้การส่งออกข้าวสาลีของสหรัฐฯ ไปยัง 20 ประเทศตลาดเกิดใหม่เพิ่มขึ้นจาก 16% เป็น 21.57 ล้านตัน

 

แม้สินค้าเกษตรของสหรัฐฯ จะมีราคาสูงกว่าคู่แข่งบางประเทศ โดยราคาส่งออกถั่วเหลืองอยู่ที่ 418 ดอลลาร์ต่อตัน เทียบกับของบราซิลที่ขายอยู่ที่ 407 ดอลลาร์ต่อตัน แต่ประเทศตลาดเกิดใหม่ยังคงเลือกซื้อสินค้าอเมริกันอย่างต่อเนื่อง เพราะคำนึงถึงเงื่อนไขทางการค้าและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลสหรัฐฯ

 

นอกจากนี้ การส่งออกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ไปยังประเทศตลาดเกิดใหม่ทั้ง 20 ประเทศ ก็เพิ่มขึ้นถึง 58% อยู่ที่ 36 ล้านตันในปี 2025 โดยอินเดียกลายเป็นหนึ่งในผู้ซื้อรายสำคัญ หลังพยายามคลายความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐฯ จากกรณีเผชิญภาษี 50% จากการนำเข้าน้ำมันรัสเซีย

 

ทั้งนี้ ข้อมูลของ Kpler ระบุว่า ในเดือนธันวาคม อินเดียมีการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียลดลง 29% ขณะที่การนำเข้าน้ำมันจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกือบ 5 เท่า

 

ถึงอย่างไรนั้น การเติบโตในตลาดเกิดใหม่ยังไม่สามารถชดเชยการหดตัวของตลาดจีนได้ทั้งหมด สะท้อนได้จากการส่งออกของสหรัฐฯ ไปจีนในปี 2025 ลดลงถึง 65% จาก 93 ล้านตันในปี 2024 เหลือเพียง 32 ล้านตัน โดยเฉพาะการส่งออกถั่วเหลืองที่แทบหยุดลงหลังเดือนพฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมา

 

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยจาก Auckland University of Technology ระบุว่า นโยบายภาษีของรัฐบาล โดนัล ทรัมป์อาจฉุดอัตราการเติบโตเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ลดลง 0.36% ในปี 2025 ขณะที่ประเทศอื่นอย่างไทยและบราซิลก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

 

ภาพ:MeshCube/shutterstock

 

อ้างอิง:

The post ส่งออกสหรัฐฯ สู่ตลาดเกิดใหม่ทะลุ 223 ล้านตัน เฉพาะเวียดนามนำเข้าข้าวโพดพุ่ง 21 เท่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
โดนัลด์ ทรัมป์ เผย ‘คาดหวัง’ กับดีลการค้าจีน แต่ยอมรับ มีความเป็นไปได้ที่การประชุม ‘อาจไม่เกิดขึ้น’ https://thestandard.co/trump-admits-china-meeting-uncertain/ Wed, 22 Oct 2025 02:03:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1133654 โดนัลด์ ทรัมป์ เผย ‘คาดหวัง’ กับดีลการค้า จีน แต่ยอมรับ มีความเป็นไปได้ที่การประชุม ‘อาจไม่เกิดขึ้น’

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความมั่นใจว่า การ […]

The post โดนัลด์ ทรัมป์ เผย ‘คาดหวัง’ กับดีลการค้าจีน แต่ยอมรับ มีความเป็นไปได้ที่การประชุม ‘อาจไม่เกิดขึ้น’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โดนัลด์ ทรัมป์ เผย ‘คาดหวัง’ กับดีลการค้า จีน แต่ยอมรับ มีความเป็นไปได้ที่การประชุม ‘อาจไม่เกิดขึ้น’

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความมั่นใจว่า การประชุมที่กำลังจะเกิดขึ้นระหว่างเขากับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน จะนำไปสู่ข้อตกลงที่ดีทางการค้า อย่างไรก็ตาม เขาก็ยอมรับเช่นกันว่าการเจรจาครั้งสำคัญนี้อาจไม่เกิดขึ้นจริง

 

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวระหว่างรับประทานอาหารกลางวันกับสมาชิกพรรครีพับลิกันที่ทำเนียบขาวว่า “ผมมีความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมกับประธานาธิบดี สี และผมคาดว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงที่ดีร่วมกับเขาได้” เขากล่าวเพิ่มเติมว่าเขาต้องการข้อตกลงที่ดีสำหรับจีนเหมือนกัน แต่ข้อตกลงนั้นต้องยุติธรรมด้วย ทั้งนี้ ทรัมป์มองว่า การพบกันครั้งนี้จะประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่ก็ยอมรับความเป็นไปได้ที่การประชุมอาจไม่เกิดขึ้น

 

การประชุมระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ และสี จิ้นผิง มีกำหนดจัดขึ้นในปลายเดือนนี้ ระหว่างการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ที่ประเทศเกาหลีใต้ แต่วันและเวลาที่แน่นอนยังไม่ได้รับการประกาศออกมา โดยทรัมป์ ระบุว่าจะเกิดขึ้นในอีกประมาณ 2 สัปดาห์ข้างหน้า

 

ในช่วงสุดสัปดาห์ก่อนหน้าการพบปะของสองผู้นำ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ สก๊อต เบสเซนต์ มีกำหนดจะเข้าพบเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีน เพื่อหารือเกี่ยวกับการลดความตึงเครียดทางการค้า หลังจากที่จีนเพิ่งประกาศข้อจำกัดใหม่ในการส่งออกแร่หายาก ขณะที่ทรัมป์ ขู่ว่า จะขึ้นภาษีสินค้าจีนในอัตราที่สูงขึ้นอย่างมาก

 

ประธานาธิบดี ทรัมป์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แร่ธาตุหายาก เฟนทานิล ถั่วเหลือง และไต้หวัน เป็นประเด็นสำคัญที่สุดที่สหรัฐฯ มีกับจีน โดยเน้นย้ำถึงประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายวางแผนจะหารือกันในโต๊ะเจรจา ขณะที่ข้อตกลงสงบศึกทางการค้าที่เปราะบางกำลังจะสิ้นสุดลง

 

เขายังกล่าวอีกว่า สหรัฐฯ ต้องการให้จีนหยุดใช้เฟนทานิล ซึ่งหมายถึงข้อกล่าวหาของเขาที่ว่ารัฐบาลจีนล้มเหลวในการควบคุมการส่งออกยาและสารเคมีตั้งต้น ซึ่งเป็นสาเหตุของวิกฤตโอปิออยด์ในอเมริกา อีกหนึ่งข้อเรียกร้องสำคัญคือการที่จีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลก กลับมาซื้อถั่วเหลืองอีกครั้ง

 

ทรัมป์ได้กล่าวถึงประเด็นนี้เพิ่มเติมว่า เขาคาดว่าจะหารือเกี่ยวกับความทะเยอทะยานด้านอาณาเขตของจีนเกี่ยวกับเกาะไต้หวันที่ปกครองตนเอง เมื่อเขาได้พบกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในสัปดาห์หน้า ณ การประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิกที่เกาหลีใต้

 

อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ หลีกเลี่ยงคำถามที่ว่า เขาคาดหวังว่าจีนจะเสนอสัมปทานทางการค้าเพื่อแลกกับการควบคุมเกาะนี้มากขึ้นหรือไม่

 

นอกจากนี้ ทรัมป์ ยังย้ำคำขู่ที่จะเดินหน้าขึ้นภาษีสินค้าจีนต่อไป หากไม่มีข้อตกลงภายในวันที่ 1 พฤศจิกายน และจะดำเนินการอื่นๆ ต่อไป รวมถึงการตัดการขนส่งชิ้นส่วนเครื่องบินพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม เขายังย้ำว่ามีแผนที่จะคงการประชุมกับทางการจีน และกล่าวว่าผู้นำจีนให้ความเคารพสหรัฐฯ อย่างมาก

 

ภาพ: Anna Moneymaker/Getty Images

 

อ้างอิง:

The post โดนัลด์ ทรัมป์ เผย ‘คาดหวัง’ กับดีลการค้าจีน แต่ยอมรับ มีความเป็นไปได้ที่การประชุม ‘อาจไม่เกิดขึ้น’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.พาณิชย์สหรัฐฯ เผย สหรัฐฯ ทำข้อตกลงทางการค้ากับทั้งไทยและกัมพูชาแล้ว https://thestandard.co/us-announces-trade-deals-with-thailand-cambodia/ Thu, 31 Jul 2025 03:20:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1101992 ข้อตกลงทางการค้า

ฮาวเวิร์ด ลัตนิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเ […]

The post รมว.พาณิชย์สหรัฐฯ เผย สหรัฐฯ ทำข้อตกลงทางการค้ากับทั้งไทยและกัมพูชาแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ข้อตกลงทางการค้า

ฮาวเวิร์ด ลัตนิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกาเผยว่า สหรัฐฯ ทำข้อตกลงทางการค้ากับทั้งไทยและกัมพูชาเมื่อวานนี้ (30 กรกฎาคม) ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนถึงเดดไลน์ภาษีของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดข้อตกลงเหล่านั้น

 

ก่อนหน้านี้ทรัมป์ใช้นโยบายการค้ากดดันทั้งสองประเทศ โดยขู่ว่าสหรัฐฯ จะไม่ทำข้อตกลงการค้า หากความขัดแย้งชายแดนยังดำเนินต่อไป ทั้งไทยและกัมพูชากำลังเผชิญภาวะเสี่ยงถูกเก็บภาษีนำเข้าสูงถึง 36% ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2025 เป็นต้นไป หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ได้ตามกำหนด

 

ลัตนิกเผยว่า หลังข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ทรัมป์โทรศัพท์พูดคุยกับผู้นำไทยและกัมพูชา พร้อมสั่งการให้ทีมงานการค้าของสหรัฐฯ กลับมาเปิดโต๊ะเจรจาอีกครั้ง “เมื่อเลิกสู้รบแล้ว เราก็พร้อมเจรจาการค้า”

 

ขณะนี้ เนื้อหาข้อกำหนดและรายละเอียดของข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับไทยและกัมพูชายังไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ รัฐบาลทั้งสองฝั่งยังไม่มีแถลงรายละเอียดเพิ่มเติมจากรายงานของลัตนิก แต่การบรรลุข้อตกลงดังกล่าวถูกมองว่าเป็นความสำเร็จทางการทูตของสหรัฐฯ ที่เชื่อมโยงการค้าเข้ากับการสร้างสันติภาพในภูมิภาค

 

จตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทย ระบุว่า “ขณะนี้เดาไม่ได้ว่าไทยจะถูกเรียกเก็บภาษีอัตราเท่าไร แต่สหรัฐฯ จะมองเป็นภูมิภาค จึงเชื่อว่าจะเป็นอัตราใกล้เคียงประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้”

 

ขณะที่หลายประเทศในอาเซียนได้ข้อสรุปการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ แล้ว โดยเวียดนามถูกเก็บภาษี 20%, ส่วนอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์อยู่ที่ 19% ซึ่งหลายฝ่ายของไทยประเมินว่า ไทยจะถูกเก็บภาษีในอัตราใกล้เคียงกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคราว 19-20% โดยขณะนี้ถือเป็นช่วงสุดท้ายก่อนที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะประกาศอัตราภาษีอย่างเป็นทางการ

 

แฟ้มภาพ: Leah Millis / File Photo / Reuters

อ้างอิง:

The post รมว.พาณิชย์สหรัฐฯ เผย สหรัฐฯ ทำข้อตกลงทางการค้ากับทั้งไทยและกัมพูชาแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
สีจิ้นผิง – ปูติน บรรลุข้อตกลงทางเศรษฐกิจ เล็งเพิ่มมูลค่าการค้าและธุรกรรมในรูปสกุลเงิน ‘รูเบิล-หยวน’ อีกหลายเท่าตัวภายในปี 2030 https://thestandard.co/xi-jinping-putin-economic-deal/ Wed, 22 Mar 2023 09:21:12 +0000 https://thestandard.co/?p=766865

ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนและประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ป […]

The post สีจิ้นผิง – ปูติน บรรลุข้อตกลงทางเศรษฐกิจ เล็งเพิ่มมูลค่าการค้าและธุรกรรมในรูปสกุลเงิน ‘รูเบิล-หยวน’ อีกหลายเท่าตัวภายในปี 2030 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนและประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย บรรลุข้อตกลงที่จะเพิ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจและธุรกิจระหว่างกัน เช่น การเพิ่มปริมาณธุรกรรมการค้าในรูปสกุลเงินรูเบิล-หยวน การเพิ่มความร่วมมือด้านความมั่นคงทางพลังงานและอาหาร และการพัฒนาโครงสร้างระบบขนส่งทางรางข้ามแดนร่วมกันภายในปี 2030

 

ปัจจุบันประธานาธิบดีสีจิ้นผิงอยู่ระหว่างการเดินทางเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการ ทั้ง 2 ประเทศได้เปิดเผยรายละเอียดของข้อตกลงในครั้งนี้ผ่านแถลงการณ์ของรัฐบาล โดยฝ่ายจีนระบุว่า จีนให้คำมั่นที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าแบบทวิภาคีกับรัสเซียอย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2030 ขณะที่ฝั่งรัสเซียให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่ามูลค่าการค้าระหว่างจีนและรัสเซียจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวนับจากนี้

 

ปัจจุบันจีนถือเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของรัสเซีย ในปีที่ผ่านมามูลค่าการส่งออกสินค้าของรัสเซียไปยังจีนขยายตัวขึ้นเกือบ 49% คิดเป็นมูลค่าราว 7.63 แสนล้านหยวน หรือ 1.1 แสนล้านดอลลาร์ สูงกว่าปี 2021 ที่เติบโตราว 28% 

 

แถลงการณ์จากฝั่งรัสเซียยังเปิดเผยด้วยว่า ภายในปี 2030 ทั้ง 2 ประเทศมีแผนจะลงทุนในโปรเจกต์สำคัญร่วมกันถึง 80 โปรเจกต์ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนราว 1.65 แสนล้านดอลลาร์ นอกจากนี้รัสเซียยังยืนยันว่าจะสนับสนุนการค้าในรูปสกุลเงินรูเบิล-หยวนให้มีปริมาณสูงขึ้น 

 

รัฐบาลของรัสเซียเปิดเผยอีกว่า ขณะนี้จีนกับรัสเซียอยู่ระหว่างขยายท่อส่งก๊าซธรรมชาติในไซบีเรียร่วมกัน เพื่อรองรับการสั่งซื้อพลังงานที่จะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ขณะเดียวกันทั้งสองประเทศยังมีแผนจะเพิ่มความร่วมมือด้านสื่อระหว่างกัน เช่น การร่วมกันผลิตรายการโทรทัศน์ และการเพิ่มความร่วมมือของสำนักข่าวให้มากขึ้นด้วย


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


อ้างอิง: 

The post สีจิ้นผิง – ปูติน บรรลุข้อตกลงทางเศรษฐกิจ เล็งเพิ่มมูลค่าการค้าและธุรกรรมในรูปสกุลเงิน ‘รูเบิล-หยวน’ อีกหลายเท่าตัวภายในปี 2030 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ-จีน เตรียมประเมินผลข้อตกลงการค้าเฟส 1 ชี้อาจมีผลต่อการปรับกำแพงภาษี https://thestandard.co/us-china-to-assess-phase-1-deal/ Thu, 06 May 2021 01:47:43 +0000 https://thestandard.co/?p=484694 สหรัฐฯ-จีน เตรียมประเมินผลข้อตกลงการค้า

แคทเธอรีน ไท่ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กล่าวระหว่างการประชุมอ […]

The post สหรัฐฯ-จีน เตรียมประเมินผลข้อตกลงการค้าเฟส 1 ชี้อาจมีผลต่อการปรับกำแพงภาษี appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ-จีน เตรียมประเมินผลข้อตกลงการค้า

แคทเธอรีน ไท่ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กล่าวระหว่างการประชุมออนไลน์กับทางหนังสือพิมพ์ Financial Times ว่า ฝ่ายสหรัฐฯ คาดหวังที่จะทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ของจีนในเร็ววันนี้ เพื่อประเมินการบังคับใช้ข้อตกการค้าเฟส 1 ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนในช่วงที่ผ่านมา โดยผลลัพธ์ของการประเมินในครั้งนี้จะมีผลต่อการพิจารณาปรับเปลี่ยนมาตรการลงโทษอย่างกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ที่มีต่อจีน

 

ทั้งนี้ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ย้ำว่า ทางทีมงานเคารพและเข้าใจอย่างดีที่สหรัฐฯ กับจีนจะต้องเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการค้าที่มีร่วมกัน ซึ่งรวมถึงข้อตกลงทางการค้าที่บังคับใช้ไปแล้วเมื่อปีที่แล้วในยุคของอดีตรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  

 

ในส่วนของข้อซักถามที่ว่าสหรัฐฯ จะยกเลิกการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 3.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่บังคับใช้ในยุคอดีตประธานาธิบดีทรัมป์หรือไม่ ไท่ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เพียงแต่ระบุว่าการตัดสินใจทั้งหมดของสหรัฐฯ จากนี้ขึ้นอยู่กับการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ทางการจีน และประสิทธิผลของข้อตกลงการค้าเฟส 1 เป็นหลัก แต่ก็คาดหวังว่าจะได้ทำงานร่วมกับจีนในนโยบายอื่นๆ นอกเหนือจากการค้า เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล 

อ้างอิง:

The post สหรัฐฯ-จีน เตรียมประเมินผลข้อตกลงการค้าเฟส 1 ชี้อาจมีผลต่อการปรับกำแพงภาษี appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหราชอาณาจักรและ EU เริ่มความสัมพันธ์บทใหม่หลัง Brexit อย่างเป็นทางการ https://thestandard.co/new-era-for-uk-as-it-completes-separation-from-eu/ Sat, 02 Jan 2021 03:36:27 +0000 https://thestandard.co/?p=438464 สหราชอาณาจักรและ EU

หลังสิ้นสุดสมาชิกภาพจากสหภาพยุโรป (EU) ไปเมื่อต้นปี 202 […]

The post สหราชอาณาจักรและ EU เริ่มความสัมพันธ์บทใหม่หลัง Brexit อย่างเป็นทางการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหราชอาณาจักรและ EU

หลังสิ้นสุดสมาชิกภาพจากสหภาพยุโรป (EU) ไปเมื่อต้นปี 2020 ล่าสุดสหราชอาณาจักรก็เข้าสู่ยุคใหม่อย่างเต็มตัวแล้ว เมื่อกระบวนการแยกตัวจากสหภาพยุโรปในระยะเปลี่ยนผ่านสิ้นสุดลงในเวลา 23.00 น. ของวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น โดยนับจากนี้ไปสหราชอาณาจักรจะยุติการใช้กฎของสหภาพยุโรป ส่วนกฎระเบียบทางด้านการค้า การเดินทาง การเข้าเมือง และความร่วมมือด้านความมั่นคงที่มาแทนที่นั้นมีผลบังคับใช้แล้ว

 

ค่ำวันที่ 31 ธันวาคม 2020 ในสหราชอาณาจักร บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรี ส่งคำอวยพรปีใหม่อย่างเป็นทางการ แม้ไม่ได้เอ่ยถึง Brexit โดยตรงมากนัก แต่ใจความบางส่วนก็ระบุว่า สหราชอาณาจักรนั้นมีอิสระในการทำสิ่งที่แตกต่างและดีกว่า เช่น การทำข้อตกลงการค้ากับทั่วโลก และมีอิสระอยู่ในมือ ซึ่งเขาระบุว่า “ขึ้นอยู่กับเราที่จะใช้ประโยชน์สูงสุดจากมัน”

 

นอกจากนี้ เดวิด ฟรอสต์ หัวหน้าคณะเจรจาของสหราชอาณาจักรก็ทวีตข้อความว่า สหราชอาณาจักรกลับมาเป็นประเทศที่มีเอกราชอีกครั้ง เช่นเดียวกับ เดวิด โจนส์ ส.ส. และรองประธานกลุ่มวิจัยด้านยุโรปจากพรรคคอนเซอร์เวทีฟ ที่บอกว่า “ขณะนี้เราสามารถพูดได้อย่างชัดเจนว่าสหราชอาณาจักรเป็นรัฐอธิปไตยและเอกราช”

 

ทว่าฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับ Brexit มาตั้งแต่ต้น อย่าง นิโคลา สเตอร์เจียน นายกรัฐมนตรีสกอตแลนด์ ซึ่งต้องการทำประชามติแยกเอกราชของสกอตแลนด์พร้อมกลับเข้าเป็นสมาชิก EU อีกครั้ง ก็โพสต์ Twitter ในนาทีแรกหลังสิ้นสุดระยะเปลี่ยนผ่าน โดยแสดงท่าทีชัดเจนว่าสกอตแลนด์จะกลับเข้าไปในสหภาพยุโรปเร็วๆ นี้ ส่วน ไซมอน คอฟเวนีย์ รัฐมนตรีต่างประเทศของสาธารณรัฐไอร์แลนด์ก็ชี้ว่า นี่ไม่ใช่ ‘สิ่งที่ควรเฉลิมฉลอง’ และบอกว่าจากนี้ไปความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรกับสาธารณรัฐไอร์แลนด์จะต่างไปจากเดิม แต่เขาก็ขออวยพรให้สหราชอาณาจักรพบกับสิ่งที่ดี

 

ในด้านการค้า แม้ว่าการทำการค้าระหว่างสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปต่อจากนี้จะเป็นแบบไม่ต้องเสียภาษีศุลกากรและไม่จำกัดปริมาณการนำเข้า แต่ก็ต้องมีพิธีการทางศุลกากรระหว่างกัน นำมาซึ่งความจำเป็นที่จะต้องใช้เอกสารเพิ่มขึ้นในการเดินทางข้ามแดน แม้ทั้งสองฝ่ายจะพยายามทำให้ขั้นตอนต่างๆ เรียบง่ายที่สุด แต่ก็มีรัฐมนตรีบางคนของสหราชอาณาจักรที่เตือนว่าอาจมีความวุ่นวายอยู่บ้างในช่วงเริ่มต้นกระบวนการแบบใหม่ ล่าสุดรถบรรทุกชุดแรกที่ข้ามพรมแดนจากสหราชอาณาจักรไปยังฝรั่งเศสผ่านอุโมงค์ Eurotunnel ได้ยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้องและผ่านไปได้โดยไม่ล่าช้าใดๆ แต่กับกลุ่มของรถบรรทุก 6 คันที่ต้องการเดินทางจากท่าเรือ Holyhead ในเวลส์ไปยังสาธารณรัฐไอร์แลนด์กลับไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ อันเนื่องมาจากปัญหาการขาดเอกสารตามกระบวนการที่ถูกต้อง

 

จอห์น คีฟ โฆษกของ Eurotunnel เปิดเผยหลังจากพิธีการทางศุลกากรครั้งแรกเสร็จสิ้นในเวลาหลังเที่ยงคืนว่า “ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ทุกอย่างดำเนินไปเหมือนกับที่เคยเป็นมาก่อนเวลาห้าทุ่ม”

 

ส่วนสถานการณ์ในไอร์แลนด์เหนือ จะมีการจัดการต่างจากส่วนอื่นๆ ของสหราชอาณาจักร นั่นหมายถึงการขนส่งสินค้าส่วนใหญ่จากฝั่งบริเตนใหญ่ไปยังไอร์แลนด์เหนือจะต้องใช้เอกสารทางศุลกากร แต่รัฐมนตรีว่าการไอร์แลนด์เหนือยืนยันว่านี่ไม่ใช่ลักษณะของ ‘พรมแดนทางทะเล’

 

โดยสำนักข่าว BBC รายงานว่า มีขบวนรถบรรทุกขนส่งสินค้าเดินทางโดยเรือข้ามฟากจากสกอตแลนด์ถึงไอร์แลนด์​เหนือแล้วเป็นขบวนแรกเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันปีใหม่ และผ่านกระบวนการใหม่ที่ด่านตรวจเป็นที่เรียบร้อย ส่วน แมนดี ริดยาร์ด ซึ่งทำงานในบริษัทด้านส่วนประกอบเครื่องบินซึ่งมักมีการขนส่งสินค้าไปยังไอร์แลนด์เหนือ ก็ระบุกับรายการวิทยุของ BBC Radio 4 ว่า เธอต้องกรอกเอกสารในการส่งสินค้าในสหราชอาณาจักรแบบเดียวกับที่ใช้ในการส่งสินค้าไปยังฟิลิปปินส์ และเธอยอมรับว่านี่ทำให้ต้นทุนทางธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างมาก

 

สหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปบรรลุข้อตกลงการค้าหลัง Brexit ฉบับประวัติศาสตร์ในคืนก่อนวันคริสต์มาส หลังใช้เวลาเจรจาในระหว่างระยะเปลี่ยนผ่านที่ยาวนาน 11 เดือน และในที่สุดรัฐสภาของสหราชอาณาจักรก็อนุมัติข้อตกลงนี้ให้เป็นกฎหมายเมื่อวันที่ 30 ธันวาคมที่ผ่านมา

 

นอกจากนี้ สหราชอาณาจักรยังบรรลุข้อตกลงกับสเปนเพื่อรักษาไว้ซึ่งการเคลื่อนย้ายเสรีระหว่างยิบรอลตาร์กับสเปน โดยยิบรอลตาร์จะยังคงความเป็นดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักรต่อไป แต่ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่เชงเก้นในยุโรป และปฏิบัติตามกฎอื่นของสหภาพยุโรปด้วย โดย ฟาเบียน ปิการ์โด มุขมนตรีแห่งยิบรอลตาร์ระบุว่า แม้ข้อตกลงยังต้องทำให้เป็นทางการอีกครั้ง แต่การยกเลิกการควบคุมระหว่างยิบรอลตาร์และเขตเชงเก้นซึ่งเป็นเขตที่เดินทางระหว่างกันได้โดยไม่ต้องแสดงหนังสือเดินทาง จะป้องกันการต้องต่อคิวที่ชายแดน อันจะทำให้ชีวิตของผู้คนรวมถึงธุรกิจต้องประสบกับความยากลำบากได้

 

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

อ้างอิง:

The post สหราชอาณาจักรและ EU เริ่มความสัมพันธ์บทใหม่หลัง Brexit อย่างเป็นทางการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐสภาอังกฤษอนุมัติข้อตกลงการค้ากับ EU แล้ว พร้อมบังคับใช้เป็นกฎหมายก่อนเส้นตาย 31 ธ.ค. https://thestandard.co/new-eu-trade-arrangements-to-begin-after-parliament-vote-published6-hours-ago/ Thu, 31 Dec 2020 07:35:51 +0000 https://thestandard.co/?p=438156 รัฐสภาอังกฤษอนุมัติข้อตกลงการค้า

ข้อตกลงการค้าระหว่างอังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) จะมีผลบังค […]

The post รัฐสภาอังกฤษอนุมัติข้อตกลงการค้ากับ EU แล้ว พร้อมบังคับใช้เป็นกฎหมายก่อนเส้นตาย 31 ธ.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐสภาอังกฤษอนุมัติข้อตกลงการค้า

ข้อตกลงการค้าระหว่างอังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) จะมีผลบังคับใช้ในเวลา 23.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม 2020 หลังจากที่ข้อตกลงดังกล่าวได้รับการลงนามเป็นกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

รัฐสภาอังกฤษ ซึ่งกลับมาประชุมกันอีกครั้งหลังพักเบรกช่วงคริสต์มาส ได้ลงมติรับร่างข้อตกลงการค้าดังกล่าวไปด้วยคะแนนท่วมท้นในกระบวนการพิจารณาที่เป็นไปอย่างรวดเร็วเมื่อวานนี้ (30 ธันวาคม) หลังจากที่อังกฤษและ EU บรรลุข้อตกลงกันได้ในวัน Christmas Eve (24 ธันวาคม) ที่ผ่านมา

 

บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษขอบคุณสมาชิกรัฐสภา พร้อมกับกล่าวว่า “ชะตากรรมของประเทศที่ยิ่งใหญ่นี้อยู่ในมือของพวกเราแล้วในขณะนี้”

 

ทั้งนี้ อังกฤษออกจาก EU แล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา แต่ยังคงปฏิบัติตามกฎการค้าของ EU มาจนถึงขณะนี้ โดยอังกฤษและ EU สามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากันได้อย่างเฉียดฉิว ก่อนที่จะถึงกำหนดเส้นตายสิ้นสุดระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน Brexit ในวันที่ 31 ธันวาคมนี้ 

 

ร่างกฎหมาย EU (Future Relationship) Bill ซึ่งจะทำให้ข้อตกลงการค้ามีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย ได้รับการสนับสนุนในสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษ (House of Commons) ด้วยคะแนน 521 ต่อ 73 คะแนนในการลงมติวานนี้ จากนั้นวุฒิสภาอังกฤษ (House of Lords) ได้ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว และสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงลงพระนามาภิไธยประกาศใช้เป็นกฎหมาย 

 

ข้อตกลงการค้าฉบับนี้จะนำอังกฤษออกจากตลาดเดี่ยว และสหภาพศุลกากรของ EU แต่จะยังคงไม่มีการเก็บภาษีสินค้าระหว่างกัน

 

นายกฯ บอริส จอห์นสัน ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวของ BBC ว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้อังกฤษสามารถทำในสิ่งที่อยากทำ แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงทำการค้าเสรีกับ EU ต่อไปได้

 

ส.ส. เกือบทั้งหมดของพรรคเลเบอร์ ซึ่งเป็นพรรคฝ่านค้านหลัก โหวตรับร่างกฎหมายนี้ หลังจากเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ ผู้นำพรรคเลเบอร์ กล่าวว่า “ข้อตกลงที่บางเบา ก็ยังดีกว่าไม่มีข้อตกลง”

 

อย่างไรก็ตาม ส.ส. พรรคฝ่านค้านอื่นๆ ที่เหลือทั้งหมด ซึ่งรวมถึง SNP, ลิเบอรัล เดโมแครต, Plaid Cymru และพรรคการเมืองจากไอร์แลนด์เหนือ โหวตคัดค้านร่างกฎหมาย เนื่องจากมองว่าอังกฤษเสียประโยชน์มากกว่าที่อยู่กับ EU 

 

สำหรับทางฝั่ง EU นั้น อูร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) และชาร์ลส์ มิเชล ประธานคณะมนตรียุโรป ลงนามในข้อตกลงก่อนหน้านี้แล้วในวันเดียวกันที่กรุงบรัสเซลส์

 

โดยแม้ว่ารัฐสภายุโรปยังไม่สามารถให้สัตยาบันข้อตกลงอย่างเป็นทางการได้ก่อนเส้นตายระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน Brexit แต่ข้อตกลงได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์แล้วจากทูตของ 27 ชาติสมาชิก และชาติสมาชิกได้ให้การอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อวันอังคาร (29 ธันวาคม) ที่ผ่านมา 

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post รัฐสภาอังกฤษอนุมัติข้อตกลงการค้ากับ EU แล้ว พร้อมบังคับใช้เป็นกฎหมายก่อนเส้นตาย 31 ธ.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
โล่ง! อังกฤษ-EU บรรลุข้อตกลง Brexit แล้ว ยันเป็นข้อตกลงการค้าที่สมดุลและเป็นธรรม https://thestandard.co/uk-eu-reaches-brexit-agreement/ Fri, 25 Dec 2020 02:08:39 +0000 https://thestandard.co/?p=435750 โล่ง! อังกฤษ-EU บรรลุข้อตกลง Brexit แล้ว ยันเป็นข้อตกลงการค้าที่สมดุลและเป็นธรรม

นับเป็นการเจราจาหารือที่ตึงเครียดกันจนนาทีสุดท้าย สำหรั […]

The post โล่ง! อังกฤษ-EU บรรลุข้อตกลง Brexit แล้ว ยันเป็นข้อตกลงการค้าที่สมดุลและเป็นธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
โล่ง! อังกฤษ-EU บรรลุข้อตกลง Brexit แล้ว ยันเป็นข้อตกลงการค้าที่สมดุลและเป็นธรรม

นับเป็นการเจราจาหารือที่ตึงเครียดกันจนนาทีสุดท้าย สำหรับข้อตกลงการค้าหลัง Brexit ระหว่างสหภาพยุโรป (EU) กับอังกฤษ ที่ในที่สุดก็บรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ และเสร็จสิ้นรับเทศกาลคริสต์มาส

 

สถานีโทรทัศน์ CNBC รายงานว่าทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงการค้าที่ ‘ปลอดภาษี-ปลอดโควตา’ (Zero Tariff-Zero Quota Deal) ซึ่งจะช่วยให้การค้าข้ามพรมแดนระหว่างอังกฤษกับ EU เป็นไปได้อย่างราบรื่นขึ้น รวมถึงลดภาระของผู้ส่งออกทั้งสองฝั่งที่จะต้องเผชิญค่าใช้จ่ายอย่างหนัก ในกรณีที่ EU กับอังกฤษไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกัน หรือโนดีลได้

 

อูร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ระบุว่า EU กับอังกฤษได้บรรลุข้อตกลงการค้าที่สมดุลและเป็นธรรมร่วมกันในนาทีสุดท้าย หลังจากที่การเจรจามีประเด็นติดขัดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในอนาคตระหว่างทั้งสองฝ่ายที่ยืดเยื้อมานาน ก่อนยืนยันจุดยืนของ EU ที่จะร่วมมือในทุกทางกับอังกฤษ ซึ่งเลเยนให้นิยามว่าเป็น ‘พันธมิตรที่ไว้ใจได้’ (Trusted Partners)

 

ด้านนายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสันของอังกฤษ แสดงความยินดีกับความสำเร็จที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า การเจรจากับอียูเป็นไปอย่างดุเดือด แต่ก็เชื่อว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะดีต่อยุโรปโดยรวมทั้งหมด

 

รายงานระบุว่า หลังจากนี้ผู้แทนเจรจาทั้งสองฝ่ายจะส่งข้อตกลงดังกล่าวไปให้กับทางรัฐสภาของอังกฤษและ EU พิจารณารับรองในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อให้ทันประกาศใช้ในกำหนด Brexit ในวันที่ 31 ธันวาคมนี้

 

ทั้งนี้ EU กับอังกฤษเริ่มต้นเจรจาหารือข้อตกลง Brexit อย่างจริงจังนับดั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยนอกจากปลอดภาษี-ปลอดโควตาแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังเห็นชอบในการสร้าง ‘Level Playing Field’ ซึ่งหมายความว่าทั้งสองฝ่ายจะไม่สามารถตัดกำลังของคู่แข่งด้วยมาตรการอุดหนุนหรือชดเชยได้ กระนั้น จอห์นสันก็ย้ำว่าทั้งสองฝ่ายจะปฏิบัติต่อกันในฐานะประเทศอธิปไตยที่เท่าเทียมกัน แต่ก็สามารถใช้มาตรการกำแพงภาษีได้ในกรณีที่อีกฝ่ายละเมิดสัญญาก่อน

 

ในส่วนของการประมง ซึ่งเป็นประเด็นที่ขัดแย้งและทำให้การเจรจากินเวลายืดเยื้อยาวนาน ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบที่จะกำหนดช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านไว้ที่ 5 ปีครึ่ง ซึ่งช่วงเวลานี้จะเปิดทางให้เรือประมงของ EU เข้ามาในน่านน้ำของอังกฤษ ส่วนโควตาการจับปลา จะเปิดให้มีการเจรจาแบบปีต่อไป โดยระยะเวลาเปลี่ยนผ่านนี้ยาวนานกว่าที่ผู้นำอังกฤษเสนอไป แต่ก็สั้นกว่าที่ EU เสนอไว้ที่ 10 ปี

 

การบรรลุข้อตกลงในครั้งนี้ยังได้รับเสียงตอบรับทางบวกจากบรรดาผู้ประกอบการและนักธุรกิจของทั้ง EU และอังกฤษ โดยนักวิเคราะห์ของ Citi กล่าวว่า ข้อตกลงจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจการค้าที่อาจจะชะงักงันได้ รวมถึงเป็นจุดเริ่มต้นของโครงสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างอังกฤษกับ EU ในอนาคต ขณะที่อีกส่วนหนึ่งคาดหวังว่า ข้อตกลงการค้าครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมสนับสนุนเศรษฐกิจทั้งสองฝ่ายที่อยู่ในช่วงฟื้นตัวจากวิกฤตการระบาดของไวรัสโควิด-19

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

อ้างอิง:

The post โล่ง! อังกฤษ-EU บรรลุข้อตกลง Brexit แล้ว ยันเป็นข้อตกลงการค้าที่สมดุลและเป็นธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
อังกฤษและ EU ใกล้บรรลุข้อตกลงการค้า ก่อนเส้นตายสิ้นสุดระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน Brexit https://thestandard.co/uk-eu-brexit-trade-deal/ Thu, 24 Dec 2020 13:51:32 +0000 https://thestandard.co/?p=435687 ข้อตกลงการค้า

อังกฤษและสหภาพยุโรปใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงการค้าได้ในที่ส […]

The post อังกฤษและ EU ใกล้บรรลุข้อตกลงการค้า ก่อนเส้นตายสิ้นสุดระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน Brexit appeared first on THE STANDARD.

]]>
ข้อตกลงการค้า

อังกฤษและสหภาพยุโรปใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงการค้าได้ในที่สุด หลังจากที่เจรจาต่อรองกันอย่างคร่ำเคร่งมาเป็นเวลานานหลายเดือน ซึ่งนับว่าเฉียดฉิวก่อนที่จะถึงกำหนดเส้นตายสิ้นสุดระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน Brexit ในวันที่ 31 ธันวาคมนี้ 

 

แหล่งข่าวจากรัฐบาลอังกฤษและแหล่งข่าวทางการทูตของ EU เปิดเผยกับ CNN ว่า ทั้งสองฝ่ายน่าจะบรรลุข้อตกลงกันได้ในวัน Christmas Eve หรือ 24 ธันวาคมนี้ ซึ่งตรงกับรายงานจากสำนักข่าว PA Media ของอังกฤษที่รายงานความเป็นไปได้ดังกล่าวเช่นกัน 

 

โดยแหล่งข่าวระดับสูงรายหนึ่งจากทำเนียบนายกรัฐมนตรี บ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง เผยกับ CNN ว่า คณะรัฐมนตรีอังกฤษได้รับการรายงานสรุปเกี่ยวกับการเจรจาในการประชุมช่วงดึกวานนี้ (23 ธันวาคม) และ “คาดว่าจะมีการพูดคุยหารือเกี่ยวกับข้อกฎหมายจนกระทั่งล่วงเข้าสู่วันใหม่” 

 

ด้าน อีริก มาเมอร์ โฆษกประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) แย้มข่าวดีผ่านทาง Twitter เมื่อราวเที่ยงคืนตามเวลาท้องถิ่นว่า กำลังมีการสรุปรายละเอียดขั้นสุดท้าย โดยทวีตข้อความว่า “งาน #brexit จะยังคงดำเนินต่อไปตลอดคืนนี้ จึงขอแนะนำให้ผู้เฝ้าติดตาม Brexit ทุกท่านไปงีบหลับกันก่อน”

 

ทั้งนี้ ในช่วงก่อนหน้านั้นของวันเดียวกัน ที่ปรึกษารายหนึ่ง ณ บ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง กล่าวกับ CNN ว่า การพูดคุยมีความคืบหน้า แต่ยังไม่ไปถึงจุดที่มีการบรรลุข้อตกลง ขณะที่เจ้าหน้าที่ทูต EU รายหนึ่งกล่าวในทำนองเดียวกันว่า ข้อตกลงอาจจะเกิดขึ้นในวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ แต่ยังไม่ใช่ในตอนนี้

 

ก่อนหน้านี้การเจรจาระหว่างอังกฤษและ EU ประสบภาวะชะงักงันมานานหลายเดือน เนื่องจากทั้งสองฝ่ายมีความเห็นขัดแย้งกันในหลายด้าน เช่น สิทธิในการทำประมง ความช่วยเหลือของรัฐบาลอังกฤษสำหรับภาคธุรกิจภายหลัง Brexit และประเด็นเกี่ยวกับข้อกฎหมาย

 

อย่างไรก็ดี หากทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงกันได้จริงตามที่เป็นข่าว ก็ยังต้องผ่านขั้นตอนของการให้สัตยาบัน ก่อนที่ข้อตกลงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2021 เมื่อระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน Brexit สิ้นสุดลง และอังกฤษจะไม่อยู่ภายใต้กฎของ EU อีกต่อไป

 

ก่อนหน้านี้มีความกังวลว่า การให้สัตยาบันข้อตกลงอาจไม่ทันเส้นตายระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน Brexit อย่างไรก็ดี สถาบันต่างๆ ของยุโรป ซึ่งรวมถึงรัฐสภายุโรปตกลงที่จะขยายเวลานั่งโต๊ะเจรจากันต่อไป เพื่อให้สองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ทันเวลา

 

นอกจากนี้ ความกังวลดังกล่าวยังได้คลี่คลายลง เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงที่จะสามารถบังคับใช้ข้อตกลงการค้าได้ก่อนการให้สัตยาบัน ซึ่งหมายความว่า แม้เกิดสถานการณ์เลวร้ายที่สุดขึ้น ทั้งสองฝ่ายก็จะยังคงหลีกเลี่ยงความเสียหายที่รุนแรงที่สุดได้

 

การบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างอังกฤษและ EU ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญในมหากาพย์ Brexit ซึ่งเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ที่อังกฤษลงประชามติออกจาก EU เมื่อปี 2016

 

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

อ้างอิง: 

The post อังกฤษและ EU ใกล้บรรลุข้อตกลงการค้า ก่อนเส้นตายสิ้นสุดระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน Brexit appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไบเดน ลั่นยังไม่ล้มข้อตกลงการค้าเฟส 1 กับจีนในเร็วๆ นี้ https://thestandard.co/biden-has-not-knocked-out-a-phase-1-trade-deal-with-china/ Thu, 03 Dec 2020 02:53:52 +0000 https://thestandard.co/?p=428095 ไบเดน ลั่นยังไม่ล้มข้อตกลงการค้าเฟส 1 กับจีนในเร็วๆ นี้

ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 46 ประกาศว่า เขาไม่มีแผน […]

The post ไบเดน ลั่นยังไม่ล้มข้อตกลงการค้าเฟส 1 กับจีนในเร็วๆ นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไบเดน ลั่นยังไม่ล้มข้อตกลงการค้าเฟส 1 กับจีนในเร็วๆ นี้

ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 46 ประกาศว่า เขาไม่มีแผนล้มข้อตกลงการค้าเฟส 1 กับจีนในเร็วๆ นี้ รวมถึงจะยังไม่มีการพิจารณายกเลิกมาตรการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนของประธานาธิบดีทรัมป์ด้วย 

 

โจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 46 ให้สัมภาษณ์กับ โธมัส ฟรายด์แมน คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์ The New York Times เกี่ยวกับวิสัยทัศน์ นโยบาย และแผนการบริหารปกครองประเทศ ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมถึงด้านนโยบายการต่างประเทศ โดยเฉพาะนโยบายด้านเศรษฐกิจการค้ากับจีน 

 

ไบเดนกล่าวยืนยันว่า ยังไม่มีแผนที่จะยกเลิกข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน เฟสที่ 1 ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามไว้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็จะยังไม่มีการยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนด้วยเช่นกัน

 

ทั้งนี้ ว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ คนต่อไปกล่าวว่า จำเป็นต้องศึกษาสถานการณ์และข้อมูลต่างๆ ให้ละเอียดรอบด้านเสียก่อน ดังนั้นจึงจะยังไม่ทำการเปลี่ยนแปลงแบบทันทีทันใดเกี่ยวกันนโยบายดังกล่าว ทั้งเรื่องของข้อตกลงการค้าและเรื่องของภาษี และย้ำว่า ตนจะไม่ใช้อคติในการพิจาณาตัวเลือกใดๆ เป็นอันขาด

 

โดยท่าทีจุดยืนของไบเดนครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่มีรายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ กำลังพยายามหาทางบีบให้ไบเดนเดินหน้าสานต่อนโยบายต่อต้านจีนให้ได้

 

ทั้งนี้ ว่าที่ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวว่า นโยบายหลักๆ ของตนจะพุ่งเป้าไปที่การจัดการระเบียบและหลักปฏิบัติต่างๆ ของจีนที่ไม่ถูกต้อง เช่น การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา การทุ่มตลาด การอุดหนุนภาคธุรกิจโดยไม่ถูกกฎหมาย และการบังคับให้บริษัทต่างชาติต้องถ่ายโอนเทคโนโลยีของตนให้กับคู่ค้าในจีน 

 

ขณะเดียวกัน ไบเดนยังกล่าวว่า รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การบริหารงานของตน จะเน้นย้ำความสำคัญของการมุ่งจัดทำฉันทามติที่เป็นกลางภายในประเทศ ทำให้เกิดการลงทุน เพิ่มงานวิจัยและพัฒนาในประเด็นโครงสร้างพื้นฐานและการศึกษา เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจสัญชาติอเมริกันสามารถแข่งขันกับจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทั้งหมดจะเป็นไปตามแนวคิดที่มุ่งสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในสหรัฐฯ ก่อนเป็นอันดับแรกเสมอ

 

“ผมคิดว่ากลยุทธ์ด้านจีนที่ดีที่สุดก็คือ การให้ทุกฝ่ายที่เป็น หรืออย่างน้อยก็เคยเป็น พันธมิตรของสหรัฐฯ ยืนอยู่ด้านเดียวกัน” ไบเดนกล่าว

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post ไบเดน ลั่นยังไม่ล้มข้อตกลงการค้าเฟส 1 กับจีนในเร็วๆ นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์เตรียมลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนที่วอชิงตัน 15 ม.ค. ก่อนเดินทางเยือนปักกิ่งเพื่อเจรจาเฟส 2 https://thestandard.co/donald-trump-says-he-will-sign-first-phase-of-us-china-trade-deal/ Thu, 02 Jan 2020 04:52:43 +0000 https://thestandard.co/?p=316979

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะลงนามใน […]

The post ทรัมป์เตรียมลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนที่วอชิงตัน 15 ม.ค. ก่อนเดินทางเยือนปักกิ่งเพื่อเจรจาเฟส 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับผู้แทนจีนที่ทำเนียบขาวในวันที่ 15 มกราคมนี้ ซึ่งถือเป็นสัญญาณดีรับปีใหม่ และอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการลดความตึงเครียดของสงครามการค้าระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ

 

นอกจากนี้ผู้นำสหรัฐฯ ยังประกาศแผนเดินทางไปกรุงปักกิ่งเพื่อเจรจาการค้ากับจีนในเฟสที่ 2 ด้วย

 

ทรัมป์ทวีตข้อความในทวิตเตอร์ในวันสิ้นปี 2019 ว่า “ผมจะลงนามในข้อตกลงการค้าเฟส 1 ฉบับใหญ่และครอบคลุมกับจีนในวันที่ 15 มกราคม ซึ่งพิธีการจะจัดขึ้นที่ทำเนียบขาว โดยคณะผู้แทนระดับสูงจากจีนจะเดินทางมา จากนั้นผมจะเดินทางไปกรุงปักกิ่ง ที่ซึ่งการเจรจาเฟสที่ 2 จะเริ่มต้นขึ้น”

 

สำหรับตัวแทนของจีนที่จะเดินทางไปลงนามที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. คือ หลิวเหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะเจรจาตั้งแต่ต้น โดยแหล่งข่าวเปิดเผยว่าทำเนียบขาวได้ส่งจดหมายเชิญถึงจีน และรัฐบาลจีนก็ได้ตอบรับแล้ว ซึ่งคณะผู้แทนของฝ่ายจีนจะอยู่ในสหรัฐฯ หลายวันจนถึงกลางสัปดาห์หน้า 

 

ทั้งนี้สถานการณ์ความตึงเครียดของสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ได้คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นในช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยทรัมป์ได้ประกาศเลื่อนการขึ้นภาษีสินค้าจีนหลายรายการ ด้วยเหตุผลว่าการเจรจากับจีนมีความคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจ หลังจีนรับปากว่าจะสั่งซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น รวมถึงแก้ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง

 

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายยังติดขัดกันในประเด็นใหญ่ เช่น ปัญหาที่รัฐบาลจีนอุดหนุนบริษัทภายในประเทศหลายแห่งเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งเรื่องนี้ยังต้องเจรจาต่อรองกันต่อ 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

The post ทรัมป์เตรียมลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนที่วอชิงตัน 15 ม.ค. ก่อนเดินทางเยือนปักกิ่งเพื่อเจรจาเฟส 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ-จีน ตกลงยกเลิกภาษีตามเงื่อนไขข้อตกลงการค้าเฟสแรก หนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ-เอเชียเคลื่อนไหวในแดนบวก: 5 ปัจจัยที่นักลงทุนต้องรู้ (8 พ.ย. 2562) https://thestandard.co/finnomena08112019/ Fri, 08 Nov 2019 03:25:47 +0000 https://thestandard.co/?p=301865

สหรัฐฯ-จีน ตกลงยกเลิกภาษีสินค้านำเข้าเป็นระยะ หนุนตลาดห […]

The post สหรัฐฯ-จีน ตกลงยกเลิกภาษีตามเงื่อนไขข้อตกลงการค้าเฟสแรก หนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ-เอเชียเคลื่อนไหวในแดนบวก: 5 ปัจจัยที่นักลงทุนต้องรู้ (8 พ.ย. 2562) appeared first on THE STANDARD.

]]>
  • สหรัฐฯ-จีน ตกลงยกเลิกภาษีสินค้านำเข้าเป็นระยะ หนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดในแดนบวก โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนเปิดเผยว่า ทั้งสหรัฐฯ และจีนตกลงยกเลิกภาษีสินค้านำเข้าของแต่ละฝ่ายตามขั้นตอน แต่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในการเจรจาข้อตกลงการค้าในเฟสแรก ซึ่งคาดว่าจะมีการลงนามในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

 

  • BOE คงดอกเบี้ยตามคาด วานนี้ธนาคารกลางอังกฤษมีมติ 7 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.75% และมีมติให้คงปริมาณการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหราชอาณาจักรตามมาตรการ QE เดิมที่ระดับ 435,000 ล้านปอนด์ พร้อมทั้งระบุว่าโอกาสเกิด No-Deal Brexit นั้นลดลงนับจากการประชุมครั้งก่อนหน้า ส่งผลให้เศรษฐกิจอังกฤษมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในปี 2020

 

  • จับตาตัวเลขนำเข้า-ส่งออกจีน โดยวันนี้ทางการจีนมีกำหนดประกาศตัวเลขนำเข้า ซึ่งคาดไว้ที่ -8.9% (YoY) และส่งออกที่คาดว่าจะหดตัวที่ -3.5% (YoY) โดยเป็นไปตามแนวโน้มสงครามการค้าที่ยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา

 

  • ติดตาม Michigan Consumer Sentiment บ่งชี้ความรู้สึกผู้บริโภค โดยวันนี้นักลงทุนต้องติดตามดัชนี Michigan Consumer Sentiment คาดไว้ที่ 95.9 จุด โดยเมื่อเดือนก่อนออกมาที่ 95.5 จุด ซึ่งการบริโภคภายในสหรัฐฯ เป็นปัจจัยหลักที่หนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ

 

  • นักวิเคราะห์คาด OPEC เตรียมลดกำลังการผลิตในการประชุมเดือนธันวาคม นำโดยซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย และพันธมิตร ซึ่งต้องการลดการผลิตเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันดิบ

 

ภาวะตลาดวานนี้

  • ความคืบหน้ากรณีสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่ได้ตกลงทยอยยกเลิกการเก็บภาษีสินค้านำเข้าเดิมของแต่ละฝ่าย ทำให้ดัชนี Dow Jones และ S&P500 ปิดทำ All Time High อีกครั้ง ด้านตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเล็กน้อยจากผลประกอบการที่ออกมาแข็งแกร่ง ประกอบกับการคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ในอนาคต

 

  • น้ำมันดิบปรับตัวขึ้นจากการคลายกังวลเรื่องเศรษฐกิจชะลอตัว ประกอบกับความคาดหวังว่ากลุ่ม OPEC จะลดกำลังการผลิต ด้านราคาทองคำปรับตัวลดลงแตะสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน จากการคลายความกังวลของนักลงทุน

 

สหรัฐฯ

  • Dow 30 ปิดที่ 27700.21 เพิ่มขึ้น 207.65 (0.76%)
  • S&P500 ปิดที่ 3087.28 เพิ่มขึ้น 10.51 (0.34%)
  • Nasdaq ปิดที่ 8442.65 เพิ่มขึ้น 32.02 (0.38%)

 

ยุโรป

  • DAX ปิดที่ 13289.46 เพิ่มขึ้น 109.57 (0.83%)
  • FTSE 100 ปิดที่ 7406.41 เพิ่มขึ้น 9.76 (0.13%)
  • Euro Stoxx 50 ปิดที่ 3706.68 เพิ่มขึ้น 17.94 (0.49%)
  • FTSE MIB ปิดที่ 23503.03 เพิ่มขึ้น 129.81 (0.56%)

 

เอเชีย

  • Nikkei 225 ปิดที่ 23330.32 เพิ่มขึ้น 26.5 (0.11%)
  • S&P/ASX 200 ปิดที่ 6726.6 เพิ่มขึ้น 66.4 (1%)
  • Shanghai ปิดที่ 2978.71 เพิ่มขึ้น 0.12 (-0.02%)
  • SZSE Component ปิดที่ 9917.49 เพิ่มขึ้น 56.51 (0.57%)
  • China A50 ปิดที่ 14289.3 ลดลง -6.81 (-0.05%)
  • Hang Seng ปิดที่ 27847.23 เพิ่มขึ้น 158.59 (0.57%)
  • Taiwan Weighted ปิดที่ 11606.56 ลดลง -46.51 (-0.4%)
  • SET ปิดที่ 1640.88 เพิ่มขึ้น 16.89 (1.04%)
  • KOSPI ปิดที่ 2144.29 เพิ่มขึ้น 0.14 (0.01%)
  • IDX Composite ปิดที่ 6165.62 ลดลง -51.92 (-0.84%)
  • BSE Sensex ปิดที่ 40653.74 เพิ่มขึ้น 183.96 (0.45%)
  • PSEi Composite ปิดที่ 8073.81 เพิ่มขึ้น 47.93 (0.6%)

 

Commodity

  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดที่ 57.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.67 (1.19%)
  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปิดที่ 62.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.45 (0.73%)
  • ราคาทองคำ ปิดที่ 1468.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง -24.55 (-1.64%)

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง: 

  • Infoquest
  • Bloomberg
  • Investing
  • CNBC
  • Reuters

The post สหรัฐฯ-จีน ตกลงยกเลิกภาษีตามเงื่อนไขข้อตกลงการค้าเฟสแรก หนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ-เอเชียเคลื่อนไหวในแดนบวก: 5 ปัจจัยที่นักลงทุนต้องรู้ (8 พ.ย. 2562) appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับความหวังสหรัฐฯ-จีนบรรลุข้อตกลงการค้า: 5 ปัจจัยที่นักลงทุนต้องรู้ (5 พ.ย. 2562) https://thestandard.co/finnomena05112019/ Tue, 05 Nov 2019 04:08:39 +0000 https://thestandard.co/?p=300990

รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ มั่นใจบรรลุข้อตกลงการค้าในเดือนนี […]

The post ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับความหวังสหรัฐฯ-จีนบรรลุข้อตกลงการค้า: 5 ปัจจัยที่นักลงทุนต้องรู้ (5 พ.ย. 2562) appeared first on THE STANDARD.

]]>
  • รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ มั่นใจบรรลุข้อตกลงการค้าในเดือนนี้ เมื่อคืนนี้ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลัง วิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ แสดงความมั่นใจว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนได้ในเดือนนี้ แต่คาดว่าการเจรจาจะมีความซับซ้อน เนื่องจากทั้งสองฝ่ายต่างต้องการให้อีกฝ่ายเข้าใจรายละเอียดอย่างถี่ถ้วน

 

  • ตัวเลขภาคบริการของจีนลดลงจากเดือนก่อน ดัชนี Caixin Services PMI เดือนตุลาคม ประกาศออกมาที่ 51.1 จุด ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 51.3 จุด และต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 52.8 จุด อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังยืนเหนือระดับ 50.0 จุด ซึ่งเป็นระดับที่บ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคบริการ

 

  • ตัวเลข PMI ภาคอุตสาหกรรมยุโรปดีกว่าคาด ภูมิภาคยุโรปประกาศตัวเลขดัชนี Manufacturing PMI เดือนตุลาคม ออกมาที่ 45.9 จุด ปรับตัวขึ้นจากเดือนก่อน และสูงกว่าคาดที่ 45.7 จุด เช่นเดียวกับ German Manufacturing PMI ซึ่งออกมาที่ 42.1 จุด สูงกว่าคาดที่ 41.9 จุด นับเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดหุ้นยุโรปเคลื่อนไหวในแดนบวกเมื่อคืนนี้

 

  • จับตาตัวเลขภาคบริการและแรงงานสหรัฐฯ คืนนี้ โดยสหรัฐฯ มีกำหนดประกาศตัวเลขดัชนี ISM Non-Manufacturing PMI ซึ่งคาดไว้ที่ 53.5 จุด เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ 52.6 จุด นอกจากนี้ยังมีกำหนดประกาศตัวเลข JOLTs Job Openings เดือนกันยายน คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 7.028 ล้านตำแหน่ง ลดลงจากเดือนก่อนเล็กน้อย

 

  • ฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น ออกมาเปิดเผยว่า มาตรการผ่อนคลายทางการเงินไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การลดอัตราดอกเบี้ย แต่ยังมีมาตรการกระตุ้นอื่น เช่น การเข้าซื้อสินทรัพย์ตามนโยบาย QE และยังเผยอีกว่า จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำเช่นนี้ หรือแม้กระทั่งลดอัตราดอกเบี้ยอีก หากมีแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก

 

ภาวะตลาดวานนี้

  • ดัชนี Dow Jones, S&P500 และ Nasdaq ปิดทำ All Time High เมื่อคืนนี้  หลัง วิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์ของสหรัฐฯ แสดงความเชื่อมั่นว่า สหรัฐฯและจีนจะบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกในเดือนนี้ นอกจากนี้ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งในดัชนี S&P500 โดย 75% ของบริษัทจดทะเบียนที่ประกาศงบแล้วออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ด้านตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาแข็งแกร่ง นอกจากนี้หุ้นกลุ่มรถยนต์ยังปิดบวก หลังมีกระแสคาดการณ์ว่าบริษัท Fiat Chrysler และบริษัท PSA ซึ่งผลิตรถยนต์ Peugeot จะบรรลุข้อตกลงควบกิจการขั้นสุดท้ายในต้นเดือนหน้า

 

  • ตลาดน้ำมันปิดบวกจากความคืบหน้าของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน และบริษัท Saudi Aramco ประกาศการเสนอขายหุ้น IPO ทำให้นักลงทุนคลายกังวลเรื่องเศรษฐกิจจะชะลอตัว ด้านตลาดทองคำปิดลบจากตลาดหุ้นที่กลับมาคึกคัก ทำให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์ปลอดภัยออกมา รวมไปถึงการที่สกุลเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าอีกด้วย

 

สหรัฐฯ

  • Dow 30 ปิดที่ 27462.11 เพิ่มขึ้น 114.75 (0.42%)
  • S&P500 ปิดที่ 3078.27 เพิ่มขึ้น 11.36 (0.37%)
  • Nasdaq ปิดที่ 8433.2 เพิ่มขึ้น 46.8 (0.56%)

 

ยุโรป

  • DAX ปิดที่ 13136.28 เพิ่มขึ้น 175.23 (1.35%)
  • FTSE 100 ปิดที่ 7369.69 เพิ่มขึ้น 67.27 (0.92%)
  • Euro Stoxx 50 ปิดที่ 3665.21 เพิ่มขึ้น 41.47 (1.14%)
  • FTSE MIB ปิดที่ 23311.43 เพิ่มขึ้น 377.11 (1.64%)

 

เอเชีย

  • Nikkei 225 ปิดที่ 22850.77 ลดลง -76.27 (-0.33%)
  • S&P/ASX 200 ปิดที่ 6686.9 เพิ่มขึ้น 17.8 (0.27%)
  • Shanghai ปิดที่ 2975.49 เพิ่มขึ้น 17.29 (0.58%)
  • SZSE Component ปิดที่ 9868.13 เพิ่มขึ้น 65.8 (0.67%)
  • China A50 ปิดที่ 14257.67 เพิ่มขึ้น 93.11 (0.66%)
  • Hang Seng ปิดที่ 27547.3 เพิ่มขึ้น 446.54 (1.65%)
  • Taiwan Weighted ปิดที่ 11556.85 เพิ่มขึ้น 157.32 (1.38%)
  • SET ปิดที่ 1622.25 เพิ่มขึ้น 29.73 (1.87%)
  • KOSPI ปิดที่ 2130.24 เพิ่มขึ้น 30.04 (1.43%)
  • IDX Composite ปิดที่ 6180.34 ลดลง -26.85 (-0.43%)
  • BSE Sensex ปิดที่ 40301.96 เพิ่มขึ้น 136.93 (0.34%)
  • PSEi Composite ปิดที่ 8059.65 เพิ่มขึ้น 82.53 (1.03%)

 

Commodity

  • ราคาน้ำมัน WTI ปิดที่ 56.95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.75 (1.33%)
  • ราคาน้ำมันเบรนท์ ปิดที่ 62.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.62 (1.01%)
  • ราคาทองคำ ปิดที่ 1511.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 0.15 (0.01%)

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง: 

  • Infoquest
  • Bloomberg
  • Investing
  • CNBC

The post ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับความหวังสหรัฐฯ-จีนบรรลุข้อตกลงการค้า: 5 ปัจจัยที่นักลงทุนต้องรู้ (5 พ.ย. 2562) appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชิลียกเลิกจัดประชุม APEC หลังเหตุประท้วงบานปลาย สหรัฐฯ ยันเดินหน้าเซ็นข้อตกลงการค้ากับจีน แม้ไม่ได้ลงนามในที่ประชุมซัมมิต https://thestandard.co/chile-president-cancels-apec-summit/ Thu, 31 Oct 2019 02:55:01 +0000 https://thestandard.co/?p=299596

ชิลีประกาศยกเลิกการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดกรอบควา […]

The post ชิลียกเลิกจัดประชุม APEC หลังเหตุประท้วงบานปลาย สหรัฐฯ ยันเดินหน้าเซ็นข้อตกลงการค้ากับจีน แม้ไม่ได้ลงนามในที่ประชุมซัมมิต appeared first on THE STANDARD.

]]>

ชิลีประกาศยกเลิกการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ที่กรุงซานติอาโก ระหว่างวันที่ 16-17 พฤศจิกายนนี้ หลังเหตุประท้วงต่อต้านรัฐบาลทวีความรุนแรงและตึงเครียดขึ้น ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญในการทำข้อตกลงสงบศึกการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน หลังมีรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ และ สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีของสองประเทศ เตรียมลงนามในข้อตกลงเฟสแรกในที่ประชุมซัมมิตครั้งนี้

 

นอกจากการประชุมสุดยอด APEC แล้ว ประธานาธิบดี เซบาสเตียน พิเนรา ของชิลี ยังประกาศยกเลิกการจัดการประชุมของสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หรือ COP25 ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคมนี้ โดยที่สหประชาชาติ (UN) กำลังมองหาสถานที่อื่นเพื่อจัดการประชุมแทน

 

“นี่เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากมาก แต่ประธานาธิบดีจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเพื่อนร่วมชาติเหนือสิ่งอื่นใดเสมอ ปัญหาหลักที่เรากังวลคือ การฟื้นฟูความสงบเรียบร้อย รักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน และความสงบสุขในสังคม ควบคู่ไปกับการผลักดันวาระทางสังคม เพื่อตอบสนองความต้องการของพลเมือง” พิเนรากล่าวต่อสื่อมวลชน

 

วิกฤตการประท้วงในชิลีมีชนวนเริ่มมาจากความไม่พอใจที่รัฐออกนโยบายขึ้นค่าโดยสารรถไฟใต้ดินในกรุงซานติอาโก แต่ปัญหาที่สั่งสมมานานตั้งแต่ความเหลื่อมล้ำไปจนถึงค่ารักษาพยาบาลที่แพงขึ้น ทำให้ประชาชนลุกฮือขึ้นเดินขบวนประท้วงต่อต้านรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่มีประเทศยกเลิกการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม APEC ในช่วงเวลาที่กระชั้นชิดเช่นนี้ โดยเดิมทีสปอตไลต์ทั่วโลกต่างฉายมายังเวทีซัมมิตแห่งนี้ เพราะหลายฝ่ายกำลังจับตาความคืบหน้าสำคัญในการยุติสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งทรัมป์และสีจิ้นผิงได้กำหนดเวทีนี้เป็นสถานที่ลงนามข้อตกลงการค้าฉบับสำคัญ อย่างไรก็ตาม การยกเลิกเป็นเจ้าภาพของชิลีได้เพิ่มอุปสรรคขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้มีรายงานว่า สหรัฐฯ และจีนอาจจัดทำเอกสารลายลักษณ์อักษรไม่ทันสำหรับการลงนามที่ชิลีช่วงกลางเดือนหน้า

 

แต่กระนั้น ทำเนียบขาวยืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคาดหวังที่จะลงนามในข้อตกลงกับจีนในเดือนหน้า แต่ยังไม่มีสถานที่อื่นที่เป็นทางเลือกสำหรับการพบปะระหว่างทรัมป์กับสีจิ้นผิง

 

“เราตั้งตาคอยที่จะทำข้อตกลงการค้าฉบับประวัติศาสตร์เฟสที่ 1 กับจีนให้สำเร็จภายในกรอบเวลาเดียวกัน” ทำเนียบขาวระบุในแถลงการณ์

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง:

The post ชิลียกเลิกจัดประชุม APEC หลังเหตุประท้วงบานปลาย สหรัฐฯ ยันเดินหน้าเซ็นข้อตกลงการค้ากับจีน แม้ไม่ได้ลงนามในที่ประชุมซัมมิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์เผยข้อตกลงทางการค้าที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ https://thestandard.co/donald-trump-uk-is-losing-the-anchor-round-its-ankle/ Sun, 25 Aug 2019 09:37:00 +0000 https://thestandard.co/?p=281516

ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวระหว่างการ […]

The post ทรัมป์เผยข้อตกลงทางการค้าที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวระหว่างการพูดคุยนอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำ G7 ประจำปีในวันนี้ (25 ส.ค.) ที่เมืองบิอาร์ริตซ์ ประเทศฝรั่งเศส ว่า ข้อตกลงทางการค้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาระหว่างสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ พร้อมกล่าวชม บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรว่าเป็น ‘คนที่ใช่’ สำหรับการนำพาสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป 

 

“เขาไม่จำเป็นต้องได้รับคำแนะนำใดๆ เพราะเขาคือคนที่ใช่สำหรับงานนี้ ผมเคยพูดเรื่องนี้มาตลอด

 

“เรากำลังทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดข้อตกลงทางการค้ากับสหราชอาณาจักร และผมคิดว่ามันจะได้ผล มันจะเป็นข้อตกลงทางการค้าที่ยิ่งใหญ่มากๆ ใหญ่ที่สุดเท่าที่เราเคยมีมากับสหราชอาณาจักร และตอนนี้ในบางกรณี พวกเขาจะไม่มีอุปสรรคใดๆ หรือสมอมาฉุดรั้งข้อเท้าของพวกเขา” ทรัมป์กล่าวระหว่างการหารือกับบอริส จอห์นสัน

 

ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรเคยกล่าวไว้ว่า เขาอยากให้ทรัมป์พิจารณาการลดเงื่อนไขหรือกำแพงบางอย่างเพื่อให้บริษัทในสหราชอาณาจักรสามารถส่งสินค้าและผลิตภัณฑ์เข้าไปทำตลาดในสหรัฐฯ ได้ เนื่องจากปัจจุบันการจะทำเช่นนั้นยังเต็มไปด้วยอุปสรรค เนื่องจากข้อกำหนดและกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่สหรัฐฯ ได้กำหนดเอาไว้

 

นอกเหนือประเด็นข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรที่กำลังคืบหน้าไปในทางที่ดี ทรัมป์ยังบอกอีกด้วยว่า ‘ญี่ปุ่น’ ก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่สหรัฐฯ ใกล้จะบรรลุข้อตกลงการค้าที่ยิ่งใหญ่ด้วย หลังจากทั้งสองประเทศได้พูดคุยกันอย่างใกล้ชิดมาเป็นระยะเวลากว่า 5 เดือนเต็ม ซึ่งหลังจากนี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็จะร่วมหารือนอกรอบกับนายกรัฐมนตรีอาเบะ ชินโซ ของญี่ปุ่น ในระหว่างการประชุมซัมมิต G7 ด้วยเช่นกัน

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post ทรัมป์เผยข้อตกลงทางการค้าที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>