ขายบ้าน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ขายบ้าน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 29 Oct 2026 05:33:51 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 ขายบ้านหลักสิบล้าน ใช้ AI ช่วยอย่างไร? บทเรียนธุรกิจจาก แสนสิริ และ Salesforce เมื่อ AI เริ่มทำงานแทนคน https://thestandard.co/sansiri-salesforce-ai-agent-business-strategy/ Thu, 29 Oct 2026 05:33:51 +0000 https://thestandard.co/?post_type=the_secret_sauce&p=1273025 กวิน มโนมัยอุดม ผู้บริหารแสนสิริ พร้อมข้อความหัวข้อขายบ้านหลักสิบล้าน AI ช่วยได้แค่ไหน

เมื่อ AI ไม่ได้หยุดอยู่แค่การตอบคำถามหรือช่วยร่างอีเมล […]

The post ขายบ้านหลักสิบล้าน ใช้ AI ช่วยอย่างไร? บทเรียนธุรกิจจาก แสนสิริ และ Salesforce เมื่อ AI เริ่มทำงานแทนคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กวิน มโนมัยอุดม ผู้บริหารแสนสิริ พร้อมข้อความหัวข้อขายบ้านหลักสิบล้าน AI ช่วยได้แค่ไหน

เมื่อ AI ไม่ได้หยุดอยู่แค่การตอบคำถามหรือช่วยร่างอีเมล แต่เริ่มวางแผน ตัดสินใจ และลงมือทำงานหลายขั้นตอนแทนมนุษย์ สิ่งที่ธุรกิจต้องเปลี่ยนอาจไม่ใช่แค่เครื่องมือที่ใช้ แต่อาจเป็นวิธีทำงานของคนทั้งองค์กร

 

ประเด็นสำคัญ

 

 

ภาพนี้กำลังกลายเป็นโจทย์ที่องค์กรทั่วโลกต้องเผชิญ เมื่อการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเคลื่อนจากยุคที่มนุษย์ป้อนคำสั่งเพื่อให้ AI สร้างคำตอบ ไปสู่ยุคที่ AI สามารถทำงานตามเป้าหมายและดำเนินการหลายขั้นตอนภายใต้ขอบเขตที่กำหนดได้

 

ระหว่างงาน Dreamforce 2026 ที่เมืองซานฟรานซิสโก THE STANDARD WEALTH มีโอกาสได้สัมภาษณ์ผู้บริหาร 2 ท่าน จาก Salesforce ทั้ง Paul Carvouni รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป Salesforce ภูมิภาคอาเซียน, อภิสิทธิ์ คุปรัตน์ กรรมการผู้จัดการ Salesforce ประเทศไทย ผู้เห็นความพร้อมของลูกค้าองค์กรไทย รวมทั้งการสัมภาษณ์พิเศษ กวิน มโนมัยอุดม ประธานผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยีและสารสนเทศ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ผู้ลงมือใช้งานเทคโนโลยี AI เข้ามาผสมผสานกับการทำธุรกิจจริง

 

Paul มองว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บางอุตสาหกรรมหรือองค์กรขนาดใหญ่ เพราะ AI กำลังสร้างผลกระทบในวงกว้าง ตั้งแต่ธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่

 

แต่เมื่อ AI มีความสามารถมากขึ้น คำถามที่น่าสนใจจึงไม่ใช่แค่ ‘เราจะใช้ AI ทำอะไรได้บ้าง’ แต่เป็น ‘เราจะออกแบบการทำงานอย่างไร เมื่อ AI สามารถลงมือทำงานบางส่วนแทนเราได้แล้ว’

 

จาก AI ที่ช่วยคิด สู่ AI ที่ได้รับมอบหมายให้ทำงาน

 

สิ่งที่กำลังเปลี่ยนไปคือความสามารถของ AI Agent ซึ่งไม่ได้มีหน้าที่เพียงตอบคำถาม แต่สามารถทำงานต่อเนื่องตามเป้าหมาย ใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด และส่งต่อให้มนุษย์เมื่อพบเรื่องที่ต้องใช้การตัดสินใจ

 

Paul มองว่าองค์กรต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากการทดลองใช้ AI ไปสู่การตั้งเป้าหมายทางธุรกิจที่ชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการขาย ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า หรือลดต้นทุนการดำเนินงาน

 

อย่างไรก็ตาม การมี AI Agent ไม่ได้หมายความว่าองค์กรจะทำงานได้ดีขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะการมอบหมายงานให้ AI ต้องอาศัยมากกว่าความสามารถของโมเดล AI เพียงอย่างเดียว

 

AI จำเป็นต้องรู้ว่ากำลังทำงานให้ใคร มีข้อมูลอะไรอยู่ในมือ มีกฎเกณฑ์ใดที่ต้องปฏิบัติตาม และเมื่อใดควรหยุดเพื่อขอให้มนุษย์ตัดสินใจ

 

ทำไมบางองค์กรใช้ AI แล้วไปได้ไกล ขณะที่บางองค์กรยังติดอยู่กับจุดเดิม

 

Paul มองว่าองค์กรที่เดินหน้าได้เร็วไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะเทคโนโลยี แต่ต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่นควบคู่กัน ทั้งคน กระบวนการทำงาน และการนำไปใช้อย่างต่อเนื่อง

 

แม้จะมีเครื่องมือที่มีความสามารถสูง แต่ถ้าข้อมูลขององค์กรกระจัดกระจาย พนักงานยังทำงานแบบแยกส่วน และกระบวนการเดิมไม่เอื้อต่อการทำงานร่วมกับ AI เทคโนโลยีที่ลงทุนไปก็อาจไม่สามารถสร้างคุณค่าได้เต็มที่

 

ประเด็นนี้สอดคล้องกับมุมมองของอภิสิทธิ์ ผู้บริหาร Salesforce ในไทย ที่ชี้ให้เห็นความสำคัญของการออกแบบระบบให้สอดคล้องกับวิธีทำงานของคนในแต่ละตลาด

 

สำหรับองค์กรที่กำลังเริ่มต้น อาจไม่จำเป็นต้องตั้งเป้าว่าจะเปลี่ยนทุกแผนกให้เป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในทันที แต่ควรเริ่มจากคำถามที่เฉพาะเจาะจงกว่าเดิม เช่น งานส่วนใดใช้เวลามากแต่สร้างมูลค่าเพิ่มไม่มาก งานใดมีขั้นตอนซ้ำๆ หรือกระบวนการใดที่ลูกค้าต้องรอนานเกินไป

 

เมื่อระบุปัญหาได้ชัดเจน องค์กรจึงค่อยพิจารณาว่า AI จะเข้ามาช่วยในขั้นตอนไหน และจะวัดผลอย่างไร

 

ท้ายที่สุด ความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่ว่าองค์กรหนึ่งมีเครื่องมือ AI มากกว่าอีกองค์กรหนึ่ง แต่อยู่ที่ว่าองค์กรนั้นสามารถนำเทคโนโลยีไปแก้ปัญหาที่สำคัญได้จริงหรือไม่

 

บทเรียนจากแสนสิริ: AI จะทำงานได้ดี ต้องเข้าใจธุรกิจ ไม่ใช่แค่เข้าใจคำสั่ง

 

กวิน ผู้บริหารที่คุมทิศทางเทคโนโลยีของแสนสิริ เล่าว่า บริษัทเริ่มใช้ Salesforce ตั้งแต่ปี 2017 ในช่วงที่กำลังเดินหน้าทำ Digital Transformation ก่อนจะนำระบบต่างๆ มาใช้ในกระบวนการทำงานขององค์กรในปี 2018 ทั้งด้านการขาย การตลาด และการบริการลูกค้า

 

เมื่อ AI มีความสามารถมากขึ้น โจทย์ของแสนสิริจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การนำ AI มาใช้เป็นรายกรณี แต่กำลังมุ่งไปสู่การเชื่อมโยง AI เข้ากับกระบวนการทำงานที่ต่อเนื่องกัน หรือที่เรียกว่า Agentic Workflow

 

“คำถามสำคัญในวันนี้ไม่ใช่เราจะสร้าง AI Agent ได้อย่างไร แต่คือ เราจะสร้าง AI Agent ที่เข้าใจบริบทของแสนสิริ และสามารถวัดผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างไร’” กวินกล่าว

 

ตัวอย่างหนึ่งคือการทดลองใช้ Agentforce ทำ Virtual PMR (Property Management and Rentals) หรือนิติบุคคลเสมือนจริง สำหรับโครงการที่ไม่มีสำนักงานนิติบุคคลประจำ ซึ่งกวินระบุว่าช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

แต่สินค้าอย่างบ้านราคาหลักสิบล้านบาทต้องอาศัยความไว้วางใจสูงมาก กวินยอมรับว่าลูกค้าไทยคุ้นเคยกับการคุยกับ AI เพื่อสอบถามข้อมูลมากขึ้น แต่เมื่อถึงการตัดสินใจซื้อบ้านหรือธุรกรรมการเงินที่ซับซ้อน ลูกค้าส่วนใหญ่ยังต้องการคำแนะนำจากคน แสนสิริจึงเลือกแนวทาง ‘ใช้ AI เพื่อสร้าง Human Trust’ มากกว่าใช้ AI แทนคน

 

ในทางปฏิบัติ AI ทำหน้าที่รวบรวมบริบทและองค์ความรู้ด้านบริการหลังการขาย ให้พนักงานนิติบุคคลตอบคำถามลูกบ้านได้แม่นยำและเร็วขึ้น ลูกค้ายังคุยกับคน แต่คนมีข้อมูลครบกว่าเดิม ผลคือเวลาตอบสนองลูกค้า ลดลง 30% และความพึงพอใจของลูกค้า เพิ่มขึ้น 25% ซึ่งกวินมองว่าจะต่อยอดไปสู่โอกาสเปลี่ยนผู้เช่าให้เป็นผู้ซื้อ และการบอกต่อไปยังลูกค้ารายใหม่

 

คุณค่าที่แท้จริงของ AI = คืนเวลาให้คนทำงาน

 

คุณค่าของ AI ไม่ได้อยู่ที่ความสามารถในการสร้างข้อความหรือแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีทำอะไรได้บ้าง แต่อยู่ที่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับลูกค้าและพนักงานหลังนำไปใช้

 

กวินบอกว่า อีกตัวอย่างหนึ่งคือการใช้เทคโนโลยี OCR หรือ Optical Character Recognition เทคโนโลยีที่ใช้แปลงข้อความในรูปแบบรูปภาพ เพื่อช่วยประมวลผลและจับคู่ใบแจ้งหนี้จากผู้รับเหมา ซึ่งมีปริมาณมากกว่า 50,000 ใบต่อเดือน ครอบคลุมกว่า 600 โครงการ

 

หากต้องดำเนินการกับเอกสารจำนวนมากด้วยขั้นตอนที่ต้องทำซ้ำๆ พนักงานย่อมต้องใช้เวลาและพลังงานไปกับงานประมวลผลข้อมูล ขณะที่ระบบอัตโนมัติสามารถเข้ามาช่วยลดภาระในขั้นตอนเหล่านี้ ทำให้คนมีเวลาไปทำงานที่ต้องใช้ทักษะและการตัดสินใจมากขึ้น

 

การลดภาระจากงานซ้ำๆ ยังมีส่วนช่วยลดความเครียดของพนักงาน และบริษัทมองว่าการใช้เทคโนโลยีเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สนับสนุนการรักษาบุคลากรไว้กับองค์กร

 

บทเรียนสำคัญสำหรับธุรกิจอื่นจึงไม่ใช่การนำตัวเลขของแสนสิริไปเป็นเป้าหมายโดยตรง แต่คือการเริ่มต้นจากการระบุว่าปัญหาที่ต้องการแก้คืออะไร และจะรู้ได้อย่างไรว่าการนำ AI เข้ามาช่วยทำให้สถานการณ์ดีขึ้นจริง

 

หากเป็นธุรกิจค้าปลีก อาจเริ่มจากเวลาที่ใช้ตอบคำถามลูกค้า หากเป็นสำนักงานบัญชี อาจพิจารณางานตรวจสอบเอกสารที่ต้องทำซ้ำ หากเป็นทีมขาย อาจวัดเวลาที่ใช้เตรียมข้อมูลก่อนพบลูกค้า

 

เมื่อมีเป้าหมายที่ชัดเจน การประเมินความคุ้มค่าของ AI ก็จะไม่จำกัดอยู่แค่จำนวนชั่วโมงที่ประหยัดได้ แต่รวมถึงคุณภาพของงาน ประสบการณ์ของลูกค้า ต้นทุน ความเสี่ยง และความสามารถในการขยายธุรกิจด้วย

 

เมื่อ AI ทำงานได้มากขึ้น อะไรคือสิ่งที่มนุษย์ยังต้องรับผิดชอบ

 

ความสามารถที่เพิ่มขึ้นของ AI นำมาซึ่งคำถามที่คนทำงานจำนวนไม่น้อยกังวล นั่นคือ เมื่อระบบสามารถทำงานได้มากขึ้น บทบาทของมนุษย์จะเปลี่ยนไปอย่างไร

 

คำตอบจากทั้งมุมของ Salesforce และแสนสิริไม่ได้อยู่ที่การแบ่งงานแบบง่ายๆ ว่า AI จะทำทุกอย่างที่เป็นงานซ้ำๆ และมนุษย์จะทำเฉพาะงานสร้างสรรค์ เพราะในโลกจริง งานจำนวนมากประกอบด้วยทั้งข้อมูล กฎเกณฑ์ การสื่อสาร และการตัดสินใจที่ต้องพิจารณาหลายด้าน

 

แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ การให้ AI ลงมือทำงานแทนมนุษย์มากขึ้น ไม่ได้ทำให้ความรับผิดชอบของมนุษย์หายไปโดยอัตโนมัติ

 

กวินมองว่า งานที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดกลยุทธ์ ความสัมพันธ์กับลูกค้า การเจรจา ความเห็นอกเห็นใจ และการตัดสินใจในสถานการณ์ซับซ้อน ยังคงต้องอาศัยมนุษย์ โดยเฉพาะกรณีที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากกระบวนการปกติ หรือมีผลกระทบสูงหากตัดสินใจผิดพลาด

 

ตัวอย่างเช่น AI อาจช่วยรวบรวมข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับลูกค้าได้ แต่การอนุมัติเรื่องสำคัญหรือการจัดการกับสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนยังต้องมีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน

 

ในทำนองเดียวกัน การให้ AI จัดการคำถามทั่วไปของลูกค้าอาจช่วยเพิ่มความรวดเร็ว แต่เมื่อเกิดปัญหาที่ต้องใช้ความเข้าใจความรู้สึก การเจรจา หรือการหาทางออกที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล มนุษย์ยังมีบทบาทสำคัญ

 

ดังนั้น องค์กรที่ต้องการใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพจึงต้องกำหนดให้ชัดเจนว่า AI สามารถเข้าถึงข้อมูลใด ทำอะไรได้บ้าง ต้องขออนุมัติเมื่อใด และกรณีใดต้องส่งต่อให้มนุษย์

The post ขายบ้านหลักสิบล้าน ใช้ AI ช่วยอย่างไร? บทเรียนธุรกิจจาก แสนสิริ และ Salesforce เมื่อ AI เริ่มทำงานแทนคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
บ้านหลังเก่าของ Dolly Parton ที่ลอสแอนเจลิส ถูกวางขายในราคา 267.3 ล้านบาท https://thestandard.co/dolly-partons-former-home-in-los-angeles-has/ Mon, 19 Oct 2026 00:59:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1269549 ภาพบ้านหรูหลังเก่าของ Dolly Parton บนเนินเขา Hollywood Hills West ในลอสแอนเจลิส

บ้านหลังงามในย่านหรู Bird Street ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา H […]

The post บ้านหลังเก่าของ Dolly Parton ที่ลอสแอนเจลิส ถูกวางขายในราคา 267.3 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบ้านหรูหลังเก่าของ Dolly Parton บนเนินเขา Hollywood Hills West ในลอสแอนเจลิส

บ้านหลังงามในย่านหรู Bird Street ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา Hollywood Hills West แห่งลอสแอนเจลิส ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นของ Dolly Parton ผู้ล่วงลับ ได้รับการวางขายในสนนราคา 7.95 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 267.3 ล้านบาท

 

Dolly Parton ศิลปินคันทรีในตำนาน กับสามี Carl Dean ซื้อบ้านที่กินพื้นที่ 4,689 ตารางฟุต บนผืนที่ดินขนาด 0.35 เอเคอร์แห่งนี้เมื่อปี 1985 ในราคา 750,000 ดอลลาร์ หลังจากที่ทั้งสองพบรักกันในปี 1964 ก่อนที่จะแต่งงานกันในอีกสองปีถัดมา และใช้ชีวิตคู่ร่วมกันจวบจนกระทั่ง Carl Dean เสียชีวิตในปี 2025 ในขณะที่ Dolly Parton เพิ่งจากโลกนี้ไปในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาหลังต่อสู้กับโรคมะเร็งในระยะเวลาสั้นๆ โดยหลังจากที่ทั้งสองอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วยกันระยะหนึ่ง สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ขายบ้านด้วยราคา 1.2 ล้านดอลลาร์ในปี 1990

 

หลังจากเปลี่ยนผ่านเจ้าของหลายครั้ง ในที่สุดปี 2001 บ้านก็ตกเป็นของ Eric M. Shore นักออกแบบภายในระดับไฮเอนด์ผู้โด่งดังแห่งลอสแอนเจลิส โดยเขาซื้อบ้านในราคา 2 ล้านดอลลาร์ และทำการบูรณะบ้านแห่งยุค 1970 ทั้งหลังให้กลายเป็นแมนชันลักชัวรีสไตล์โมเดิร์นในปี 2009 เขาครอบครองบ้านหลังเก่าของ Dolly Parton นานกว่า 2 ทศวรรษ ก่อนที่ล่าสุดจะประกาศขายในราคา 7.95 ล้านดอลลาร์ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปีที่บ้านจะได้มีเจ้าของคนใหม่อีกครั้งหนึ่ง

 

บ้านสองชั้นหลังนี้ประกอบไปด้วย 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ และห้องน้ำขนาดเล็ก พร้อมด้วยหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดานในห้องนั่งเล่นและห้องรับประทานอาหารที่มองเห็นทิวทัศน์ของ Downtown Los Angeles กับมหาสมุทรแปซิฟิก และสามารถเปิดประตูสู่ระเบียงที่ตั้งอยู่บนสระว่ายน้ำและสปา นอกจากนั้นด้านนอกยังมีห้องเอนเทอร์เทนเมนต์ สวนร่มรื่น และทางเดิน Zen Trail เพื่อความสงบของจิตใจ บ้านทั้งหลังได้รับการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นหรูหรา ที่ยังคงความอบอุ่นน่าอยู่ และมีเพดานสูงโปร่งสบายตา

 

ภาพ Paul Barnaby Photography, Getty Images

 

อ้างอิง: https://robbreport.com/shelter/celebrity-homes/dolly-parton-house-los-angeles-hollywood-hills-1238738039/

The post บ้านหลังเก่าของ Dolly Parton ที่ลอสแอนเจลิส ถูกวางขายในราคา 267.3 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Amanda Seyfried ประกาศขายบ้านที่ Hollywood Hills ในราคา 105.5 ล้านบาท https://thestandard.co/amanda-seyfried-hollywood-hills-house-sale/ Mon, 07 Sep 2026 01:07:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1251531 ภาพบ้านไม้สีขาวสไตล์คันทรีของ Amanda Seyfried ที่ Hollywood Hills พร้อมสวนและสระว่ายน้ำ

Amanda Seyfried ประกาศขายบ้านในย่าน Hollywood Hills ลอส […]

The post Amanda Seyfried ประกาศขายบ้านที่ Hollywood Hills ในราคา 105.5 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบ้านไม้สีขาวสไตล์คันทรีของ Amanda Seyfried ที่ Hollywood Hills พร้อมสวนและสระว่ายน้ำ

Amanda Seyfried ประกาศขายบ้านในย่าน Hollywood Hills ลอสแอนเจลิส ที่เธอเป็นเจ้าของมายาวนาน โดยตั้งราคาเอาไว้ที่ 3.2 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 105.5 ล้านบาท หลังจากที่เธอและครอบครัวอาศัยอยู่ทางฝั่ง East Coast ในบ้านฟาร์มไร่นอกตัวเมืองนิวยอร์กเป็นหลักมาเป็นเวลาหลายปี

 

บ้านสไตล์คันทรี ดั้งเดิมแห่ง Hollywood Hills หลังนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1916 และเปลี่ยนผ่านเจ้าของมามากมาย จนกระทั่งฟรอนต์แมนวง Limp Bizkit อย่าง Fred Durst ได้เข้ามาครอบครอง หลังจากนั้นบ้านก็ตกเป็นของ Adam Brody นักแสดงที่ร่วมงานกับ Amanda Seyfried ในภาพยนตร์ Jennifer’s Body ก่อนที่เธอจะซื้อบ้านต่อจากเขามาในราคา 1.85 ล้านดอลลาร์ เมื่อปี 2011 และทำการบูรณะให้มีความร่วมสมัยขึ้นเล็กน้อย

 

อย่างไรก็ตามหลังจากซื้อบ้านที่ Hollywood Hills ได้เพียง 2 ปี Amanda Seyfried ก็ทำการซื้อบ้านฟาร์มไร่จากยุค 1930 ในแถบภูเขา Catskills ตามความหลงใหลในธรรมชาติและวิถีชีวิตอันเรียบง่าย และเธอก็อาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้เป็นหลักโดยมีสมาชิกใหม่อย่างสามี Thomas Sadoski ตามมาด้วยทายาท 2 คน รวมไปถึงเหล่าสรรพสัตว์นานาชนิดที่เธอเลี้ยงหรือทำการช่วยเหลือเอาไว้เข้ามาใช้ชีวิตใต้ชายคาเดียวกัน โดยที่ผ่านมา Amanda Seyfried ก็โพสต์ให้แฟนๆ ได้เห็นไลฟ์สไตล์ฟาร์มไร่ออกมาให้เห็นอยู่เป็นประจำ และเธอก็ได้ไปพักอยู่ที่บ้าน Hollywood Hills เมื่อมีงานในแคลิฟอร์เนียเท่านั้น

 

สำหรับบ้านที่ Hollywood Hills ของ Amanda Seyfried เป็นบ้านไม้สีขาวยกสูงบนพื้นที่ขนาดเกือบ 100 ตารางวา (quarter-acre) อันประกอบไปด้วย 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และห้องแต่งตัวในตัวบ้านขนาด 2,400 ตารางฟุต ด้านในเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นวินเทจคันทรี ด้วยพื้นไม้เนื้อแข็งสีเข้ม เฟอร์นิเจอร์โทนสีสบายตา และโคมไฟเก่าแก่ที่มีอยู่ทั่วทั้งบ้าน ซึ่งล้วนทำให้บ้านหลังนี้ให้ความรู้สึกอบอุ่น ในขณะที่หลังบ้านก็มีสวนเขียวชอุ่มกับสระว่ายน้ำขนาดพอดี รวมไปถึงยิมส่วนตัวที่ดัดแปลงจากโรงจอดรถ

 

ภาพ: Jeremy Spann

 

อ้างอิง https://robbreport.com/shelter/celebrity-homes/amanda-seyfried-house-los-angeles-1238617904/

The post Amanda Seyfried ประกาศขายบ้านที่ Hollywood Hills ในราคา 105.5 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kylie Jenner ประกาศขายบ้านที่ Holmby Hills ในราคา 1.2 พันล้านบาท https://thestandard.co/kylie-jenner-sells-holmby-hills-house/ Mon, 20 Jul 2026 09:58:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1232960 ภาพแมนชันหรูของ Kylie Jenner ที่ Holmby Hills

ย้อนกลับไปในปี 2020 Kylie Jenner ที่เพิ่งได้รับตำแหน่งม […]

The post Kylie Jenner ประกาศขายบ้านที่ Holmby Hills ในราคา 1.2 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแมนชันหรูของ Kylie Jenner ที่ Holmby Hills

ย้อนกลับไปในปี 2020 Kylie Jenner ที่เพิ่งได้รับตำแหน่งมหาเศรษฐินีอายุน้อยที่สุดจาก Forbes ไปเมื่อไม่นาน ได้ทำการซื้อที่ดินเปล่าที่เมือง Hidden Hill ในราคา 15 ล้านดอลลาร์ และทำการสร้างแมนชันขนาด 18,000 ตารางฟุตขึ้นในที่แห่งนั้น ซึ่งก่อนหน้านั้นเพียงไม่นานเธอยังได้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในย่านหรู Holmby Hills แห่งลอสแอนเจลิสไปในราคา 36.5 ล้านดอลลาร์อีกด้วย

 

เมื่อบ้านหลังใหม่ของเธอกำลังจะเสร็จสมบูรณ์ด้วยดี Kylie Jenner จึงเริ่มทยอยขายอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่ และยังลดราคาจากที่ตั้งไว้ตอนแรกจำนวนหลายล้านดอลลาร์ โดยเธอประกาศขายแมนชันที่ Holmby Hills อีกครั้งในราคา 38.5 ดอลลาร์ หรือมากกว่า 1.2 พันล้านบาท หลังจากที่ตั้งราคาเอาไว้ที่ 48 ล้านดอลลาร์เมื่อตอนประกาศขายครั้งแรกในช่วงปลายปีก่อน

 

แมนชันขนาดยักษ์ที่กินพื้นที่ราวๆ 15,300 ตารางฟุตหลังนี้ ประกอบไปด้วยบ้านหลังหลักที่มาพร้อมกับ 7 ห้องนอน 14 ห้องน้ำ พร้อมด้วยป้อมยามรักษาความปลอดภัย และบ้านรับแขกอีก 2 หลัง บวกกับที่จอดรถ 6 หลังที่สามารถรองรับยานพาหนะได้ถึง 20 คัน ภายในบ้านมีทั้งห้องนั่งเล่นและห้องรับประทานอาหารอย่างเป็นทางการ, ห้องครัวขนาดใหญ่ 2 ห้อง, ห้องฉายภาพยนตร์, ห้องเด็กเล่น, ยิม, คอร์ตพิเกิลบอล, สระว่ายน้ำพร้อมบาร์และพื้นที่เตรียมอาหารริมสระ และห้องสวีตหลักสุดหรูที่ประกอบไปด้วยมุมนั่งเล่น, ครัวขนาดเล็ก, เตาผิงไฟ 3 อัน, ห้องแต่งตัวและห้องอาบน้ำ, ห้องสำหรับการเสริมสวย และห้องนั่งเล่นเอาต์ดอร์

 

นอกจากนั้นแมนชันที่ Holmby Hills แล้ว Kylie Jenner ยังประกาศขายบ้านใน Hidden Hills ที่เธอเป็นเจ้าของตั้งแต่ปี 2016 ใหม่อีกครั้งในราคา 18 ล้านดอลลาร์ จากที่ตั้งราคาเอาไว้ 20.25 ล้านดอลลาร์ในตอนแรก โดยปัจจุบันเธอมีอสังหาริมทรัพย์อยู่ในย่านหรู Madison Club และยังมีแมนชันขนาด 9,700 ตารางฟุตในเบเวอร์ลี่ฮิลส์ ที่เธอซื้อร่วมกับอดีตคนรัก Travis Scott เมื่อปี 2018 ในราคา 13.5 ล้านดอลลาร์

 

อ้างอิง https://robbreport.com/shelter/celebrity-homes/kylie-jenner-house-los-angeles-holmby-hills-1238422275/

The post Kylie Jenner ประกาศขายบ้านที่ Holmby Hills ในราคา 1.2 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Selena Gomez ประกาศขายบ้านที่ลอสแอนเจลิสในราคากว่า 209 ล้านบาท https://thestandard.co/selena-gomez-house-los-angeles-sale/ Sun, 10 May 2026 07:40:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1205668 ภาพคฤหาสน์หรูของเซเลนา โกเมซ ในลอสแอนเจลิส

ย้อนกลับไปในเดือนธันวาคม ปี 2024 เมื่อ Selena Gomez กับ […]

The post Selena Gomez ประกาศขายบ้านที่ลอสแอนเจลิสในราคากว่า 209 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพคฤหาสน์หรูของเซเลนา โกเมซ ในลอสแอนเจลิส

ย้อนกลับไปในเดือนธันวาคม ปี 2024 เมื่อ Selena Gomez กับ Benny Blanco ประกาศการหมั้นหมาย ช่วงเวลาเดียวกันนั้นทั้งสองได้ร่วมกันซื้อคฤหาสน์สไตล์สแปนิชจากปี 1928 ใน Beverly Hills ที่ออกแบบโดย Wallace Neff กันอย่างเงียบๆ ในสนนราคา 35 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 1.1 พันล้านบาท โดยคฤหาสน์หลังนี้เคยเป็นบ้านของผู้กำกับ Todd Phillips เจ้าของผลงาน Joker และ The Hangover มาก่อน หลังจากที่เข้าพิธีวิวาห์กันแล้ว Selena Gomez กับ Benny Blanco จึงใช้บ้านหลังนี้เป็นเรือนหอของพวกเขา และ อาศัยอยู่ที่นี่เป็นหลัก

 

ขณะนี้ Selena Gomez จึงตัดสินใจขายบ้านในย่านหรู Encino แห่งลอสแอนเจลิสของตัวเองที่เธอซื้อมาเมื่อเกือบ 6 ปีที่แล้ว โดยตั้งราคาขายเอาไว้ที่ 6.5 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 209 ล้านบาท จากที่ซื้อมาในราคา 5 ล้านดอลลาร์

 

บ้าน 3 ชั้นหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในสไตล์ร่วมสมัยเมื่อปี 1989 สำหรับศิลปินในตำนานผู้ล่วงลับอย่าง Tom Petty กับภรรยาคนแรกของเขา โดยประกอบไปด้วย 6 ห้องนอน 10 ห้องน้ำ ในพื้นที่กว่า 11,400 ตารางฟุต

 

สิ่งที่โดดเด่นของตัวบ้านก็คือห้องนั่งเล่นหลังคากระจกรับแสงที่ทำให้บ้านดูโปร่งสบายตาที่มาพร้อมกับเตาผิงไฟหินสูงที่ทะลุไปถึงเพดานที่ลาดเอียงบนชั้นลอย แน่นอนว่าภายในบ้านนั้นมีพื้นที่สำหรับรองรับความสะดวกสบายต่างๆ ครบครัน ทั้งห้องนั่งรับประทานอาหารอย่างเป็นทางการ ห้องนั่งเล่นผิงไฟสำหรับครอบครัวอีกห้องหนึ่ง ห้องโรงภาพยนตร์ ฟิตเนส ห้องนวด ห้องซาวนา ห้องเก็บไวน์ ห้องเสริมสวย พื้นที่สำหรับทำงานครีเอทีฟ และห้องเก็บเสียง

 

อีกหนึ่งไฮไลต์ของบ้านหลังนี้ก็คือห้องครัว ซึ่งผู้ที่ติดตาม Selena Gomez จดจำได้ดีเพราะเธอใช้เป็นพื้นที่ในการถ่ายรายการทำอาหาร Selena + Chef ในช่วงโควิด โดยปัจจุบันเธอยังเป็นเจ้าของบ้านอีกหลังที่ตั้งอยู่ในย่าน Woodland Hills ที่ซึ่งแม่และพ่อเลี้ยงของเธออาศัยอยู่ ในขณะที่สามี Benny Blanco สูญเสียบ้านในมาลิบูจากไฟป่าครั้งใหญ่ Palisades Fire เมื่อต้นปี 2025 แต่ยังมีบ้านราคา 9.9 ล้านดอลลาร์อีกหลังอยู่ที่ Hollywood Hills และเพิ่งขายที่พักในนิวยอร์กไปในราคา 3.6 ล้านดอลลาร์

 

ภาพ: Simon Berlyn

 

อ้างอิง https://robbreport.com/shelter/celebrity-homes/selena-gomez-tom-petty-house-los-angeles-encino-1238038454/

The post Selena Gomez ประกาศขายบ้านที่ลอสแอนเจลิสในราคากว่า 209 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Yolanda Hadid ประกาศขายบ้านฟาร์มที่เพนซิลเวเนียในราคากว่า 354.7 ล้านบาท https://thestandard.co/hadid-selling-pennsylvania-farm/ Mon, 20 Oct 2025 01:59:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1132603 Yolanda Hadid

Yolanda Hadid ประกาศขายบ้านฟาร์มบนที่ดินขนาด 32 เอเคอร์ […]

The post Yolanda Hadid ประกาศขายบ้านฟาร์มที่เพนซิลเวเนียในราคากว่า 354.7 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Yolanda Hadid

Yolanda Hadid ประกาศขายบ้านฟาร์มบนที่ดินขนาด 32 เอเคอร์ในเพนซิลเวเนียที่เธออาศัยอยู่นานหลายปี โดยตั้งราคาเอาไว้ที่ 10.9 ล้านดอลลาร์ หรือราว 354.7 ล้านบาท

 

Yolanda Hadid ซื้อบ้านหลังนี้ในราคา 4 ล้านดอลลาร์เมื่อปี 2017 ในช่วงมรสุมชีวิตที่เธอหย่าร้างกับสามีคนที่ 2 อย่าง David Foster หลังคบหากันเป็นเวลา 9 ปี และใช้ชีวิตแต่งงานร่วมกัน 4 ปี พร้อมกับต่อสู้กับโรคไลม์ (Lyme Disease) ที่เธอได้รับวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้พร้อมกับลูกๆ Bella และ Anwar Hadid

 

เธอตัดสินใจย้ายถิ่นฐานจากแคลิฟอร์เนียตอนใต้ไปใช้ชีวิตที่มีความสงบและใกล้ชิดกับธรรมชาติที่บ้านหลังดังกล่าว ในพื้นที่ชนบทแห่งเพนซิลเวเนียใกล้เมือง New Hope ที่ซึ่งเธอได้ปลูกทุ่งลาเวนเดอร์สำหรับการทำน้ำมันหอมระเหย ดูแลสัตว์ต่างๆ ที่เธอรัก ไปจนถึงนั่งสมาธิล้อมวงแท่งคริสตัล

 

หลังจากใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านฟาร์มเป็นเวลา 8 ปี Yolanda Hadid พร้อมใช้ชีวิตในที่แห่งใหม่อีกครั้ง โดยเธอขายบ้านที่ติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ไว้เสร็จสรรพพร้อมกับเฟอร์นิเจอร์ที่ตกแต่งเอาไว้อย่างดีออกสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในราคา 10.9 ล้านดอลลาร์ ภายในพื้นที่ 32 เอเคอร์นี้ มีทั้งบ้านหลังหลักที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงยุค 1800
อันประกอบไปด้วย 3 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น และห้องทานข้าวที่เชื่อมไปถึงห้องครัวที่มาพร้อมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ นอกจากนั้นยังมีสระว่ายน้ำ โรงนาที่ได้รับการดัดแปลงเพื่อการใช้สอย บ้านหลังแยก 2 ชั้นที่มีห้องต่างๆ ครบครัน กับบ้านพักรับแขก 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำอีก 2 หลัง

 

ภาพ: Keith Conrey / Yolanda Hadid

อ้างอิง:

The post Yolanda Hadid ประกาศขายบ้านฟาร์มที่เพนซิลเวเนียในราคากว่า 354.7 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Lily Collins ขายบ้านที่ลอสแอนเจลิสในราคากว่า 200 ล้านบาท https://thestandard.co/lily-collins-sells-case-study-house/ Wed, 13 Aug 2025 01:53:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1106392 lily-collins-sells-case-study-house

Lily Collins ขายบ้านในแถบตะวันออกแห่งลอสแอนเจลิสของตัวเ […]

The post Lily Collins ขายบ้านที่ลอสแอนเจลิสในราคากว่า 200 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
lily-collins-sells-case-study-house

Lily Collins ขายบ้านในแถบตะวันออกแห่งลอสแอนเจลิสของตัวเองให้กับผู้ไม่ประสงค์ออกนามในราคา 6.2 ล้านดอลลาร์ หรือราวๆ 200 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าราคาที่ตั้งเอาไว้ 200,000 ดอลลาร์ และยังมากกว่าราคาที่ Lily Collins ซื้อจำนวน 2.3 ล้านดอลลาร์ โดยผู้ซื้อได้ทำข้อตกลงซื้อบ้านอย่างเป็นส่วนตัว และชำระด้วยเงินสดทั้งหมด

 

Lily Collins ซื้อบ้านหลังนี้จากนักแสดง Kristen Wiig เมื่อปี 2021 และตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาเธอก็ได้ทำการรีโนเวตบ้านร่วมกับสถาปนิก Emily Farnham จนผลงานโปรเจกต์การบูรณะบ้านของเธอได้ลงนิตยสาร Vogue เมื่อปีที่แล้ว โดยบ้านของ Lily Collins มีความพิเศษเป็นอย่างมาก เพราะเป็นบ้านในโครงการ The Case Study Houses หรือโครงการบ้านตัวอย่างทดลองที่ได้รับการสนับสนุนโดยนิตยสาร Arts & Architecture ที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1945 หลังการสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปจนถึงช่วงกลางยุค 1960s

 

ตลอดช่วงหลายปีนั้นทาง Arts & Architecture ให้เหล่าสถาปนิกชื่อดังแห่งยุคมาออกแบบโมเดลบ้านโดยเน้นดีไซน์ที่มีความเป็นโมเดิร์นและใช้แมทีเรียลราคาไม่แพงในการสร้างบ้านเป็นหลัก เพื่อจุดประสงค์ในการทดลองสร้างที่อยู่อาศัยให้กับเหล่าทหารจำนวนหลายล้านคนที่เพิ่งกลับมาจากสงคราม โดยสำหรับบ้านของ Lily Collins ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกพ่อลูกตระกูล Nomland และมีแผ่นจารึก Case Study House #10 ที่ระบุว่าบ้านหลังของเธอได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งสำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งชาติประดับอยู่ในสวนอย่างสวยงามด้วย

 

บ้านที่ Lily Collins อาศัยอยู่กับสามีในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาหลังนี้ ตั้งอยู่บนเนินเขาบนท้องถนนที่สวยงามแห่งย่าน Pasadena ที่มีเหล่าคนดังอย่าง Meryl Streep, Grimes และ Oscar De La Hoya เป็นเพื่อนบ้าน โดยบ้านที่ Lily Collins นิยามว่าเป็นการบรรจบกันระหว่างสไตล์ความเรียบง่ายแบบ Mid-Century California ผสมผสานกับความเป็น Scandinavian นั้นมีทั้งหมด 3 ชั้น ประกอบไปด้วย 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ในพื้นที่กว่า 3,400 ตารางฟุต ส่วนด้านนอกมีสระว่ายน้ำกับสปาและลานบ้านหลายจุด รวมไปถึงสวนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานของนักจัดสวนชาวดัตช์ Piet Oudolf

 

ภาพ: Shawn Bishop

อ้างอิง 

The post Lily Collins ขายบ้านที่ลอสแอนเจลิสในราคากว่า 200 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Adam Levine กับ Behati Prinsloo ประกาศขายบ้านในราคา 2.1 พันล้านบาท https://thestandard.co/adam-levine-behati-prinsloo-house-montecito/ Sun, 20 Jul 2025 10:55:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1098116 Adam Levine

Adam Levine ฟรอนต์แมนวง Maroon 5 กับภรรยาซูเปอร์โมเดล B […]

The post Adam Levine กับ Behati Prinsloo ประกาศขายบ้านในราคา 2.1 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Adam Levine

Adam Levine ฟรอนต์แมนวง Maroon 5 กับภรรยาซูเปอร์โมเดล Behati Prinsloo ประกาศขายคฤหาสถ์ในเมือง Montecito รัฐแคลิฟอร์เนียของตัวเอง หลังจากที่ย้ายไปอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของแคลิฟอร์เนียเพื่อให้อยู่ใกล้กับโรงเรียนของลูกมากขึ้น โดยพวกเขาประกาศขายคฤหาสถ์ในสนนราคา 65 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 2.1 พันล้านบาท หลังจากที่ครอบครองที่แห่งนี้เป็นเวลา 3 ปี

 

Adam Levine กับ Behati Prinsloo ซื้อคฤหาสถ์หลังนี้อย่างเงียบๆ ผ่านเจ้าของคนก่อนหน้า Jack McGinley ในราคา 52 ล้านดอลลาร์มาตั้งแต่ปี 2022 และถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีกำไรจากการขายคฤหาสถ์ในมูลค่าที่สูงกว่าราคาซื้อถึง 13 ล้านดอลลาร์ แต่ช่วงระหว่าง 3 ปีที่ผ่านมานี้ ทั้งสองได้ลงทุนทำการต่อเติมและรีโนเวทบ้านครั้งใหญ่ 

 

คฤหาสถ์ของ Adam Levine กับ Behati Prinsloo ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2009 สำหรับนักแสดง Rob Lowe โดยคฤหาสถ์หลังนี้ประกอบไปด้วย 9 ห้องนอน 14 ห้องน้ำ พร้อมด้วยพื้นที่อื่นๆ อย่างห้องรับประทานอาหารเช้าและวอล์กอินบาร์ ในพื้นที่รวมกันราว 13,300 ตารางฟุต และได้รับการตกแต่งให้มีความอบอุ่น คลาสสิก ผสมผสานกับความเป็นธรรมชาติด้วยความร่มรื่นย์ของต้นไม้

 

ก่อนหน้านี้ Adam Levine กับ Behati Prinsloo เคยลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์มาแล้วหลายครั้ง โดยในปี 2022 พวกเขาทำกำไรจากการขายคฤหาสถ์ที่ Pacific Palasades ในราคา 51 ล้านดอลลาร์ หลังจากที่ซื้อคฤหาสถ์ดังกล่าวจากอดีตคู่รัก Ben Affleck กับ Jennifer Garner ไปในราคา 32 ล้านดอลลาร์เมื่อปี 2018 และก่อนหน้านั้นพวกเขายังได้ขายบ้านอีกแห่งใน Montecito ด้วยราคา 28.5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าราคาซื้อ 5.8 ล้านดอลลาร์ 

 

ภาพ: Jason Rick / Tayfun Coskun/Anadolu via Getty Images

อ้างอิง:

The post Adam Levine กับ Behati Prinsloo ประกาศขายบ้านในราคา 2.1 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Emma Stone ขายบ้านขนาด 3.16 ไร่ที่เท็กซัสในราคากว่า 864.3 ล้านบาท https://thestandard.co/emma-stone-sells-texas-home/ Tue, 27 May 2025 04:05:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1078964 Emma Stone ขายบ้าน

Emma Stone กับ Dave McCary สามีผู้เป็นโปรดิวเซอร์และผู้ […]

The post Emma Stone ขายบ้านขนาด 3.16 ไร่ที่เท็กซัสในราคากว่า 864.3 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Emma Stone ขายบ้าน

Emma Stone กับ Dave McCary สามีผู้เป็นโปรดิวเซอร์และผู้กำกับ ได้ทำการขายบ้านในย่าน Tarrytown เมืองออสติน แห่งรัฐเท็กซัส โดยตั้งราคาเอาไว้ที่ 26.5 ล้านดอลลาร์ หรือราว 864.3 ล้านบาท

 

ทั้งสองซื้อบ้านบนพื้นที่ขนาด 3.16 ไร่หลังนี้มาตั้งแต่ปี 2021 และได้ร่วมงานกับบริษัทสถาปนิกชื่อดังอย่าง Cuppet Kilpatrick มาทำการออกแบบบูรณะบ้านบนที่ดินเก่าแก่นี้ขึ้นใหม่ ซึ่งปัจจุบันในขณะที่บ้านยังคงอยู่ในขั้นตอนของการก่อสร้าง และไม่เสร็จสมบูรณ์ดีนัก Emma Stone กับสามีก็ประกาศขายบ้านกันแล้ว และแน่นอนว่ามันได้กลายเป็นบ้านที่หลายคนหมายตาในตลาดอสังหาริมทรัพย์แห่งเมืองออสติน ด้วยความงามที่แฝงไปด้วยความอบอุ่นของตัวบ้านบนพื้นที่ขนาดใหญ่

 

ภายในพื้นที่ของบ้านของ Emma Stone นั้นประกอบไปด้วยอาคารหลายส่วน โดยมี 4 ห้องนอนในอาคารหลักที่ด้านนอกใช้อิฐสร้างขึ้นในสไตล์แบบ Georgian-style Masonry พร้อมด้วยบ้านรับแขกอีกหลังที่ประกอบไปด้วย 2 ห้องนอนใหญ่ รวมไปถึงห้องครัวใหญ่อีก 2 ห้องและสระว่ายน้ำ ท่ามกลางสวนที่ให้ความรู้สึกของความเป็นธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งสำหรับด้านในได้รับการออกแบบออกมาในสไตล์ที่งดงามคลาสสิกและอบอุ่น ด้วยการปูพื้นไม้โอ๊กลาย Herringbone และพื้นอิฐ ล้อมรอบด้วยเตาผิงไฟหินอ่อนสีครีม ทางเดินสู่ประตูโค้ง และงานไม้คัสตอมในห้องฉายหนังที่ใช้เวลาเป็นปีในการสร้าง 

 

Emma Stone ไม่ได้เป็นเพียงนักแสดงที่เก่งกาจเท่านั้น แต่เธอยังมีสายตาที่แหลมคมในการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ด้วย โดยเมื่อปีก่อนเธอเพิ่งขายบ้านในลอสแอนเจลิสในราคา 4.3 ล้านดอลลาร์ นับว่าได้กำไร 2 ล้านดอลลาร์จากตอนที่ซื้อมาในปีก่อนหน้า นอกจากนั้นในปี 2022 เธอยังได้กำไรนับล้านดอลลาร์จากการขายบ้านในมาลิบูด้วย และขณะนี้เธอกับสามีน่าจะย้ายกลับไปอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ในนิวยอร์กที่เธอซื้อมาตั้งแต่ปี 2018 ในราคา 3.6 ล้านดอลลาร์

 

ภาพ: Travis Baker / Twist Tours

อ้างอิง: 

The post Emma Stone ขายบ้านขนาด 3.16 ไร่ที่เท็กซัสในราคากว่า 864.3 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
บ้านที่ Cape Cod ที่เคยเป็นของ Taylor Swift กำลังถูกขายในราคา 476.5 ล้านบาท https://thestandard.co/taylor-swift-cape-cod-house-sale/ Sat, 10 May 2025 02:36:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1073012 taylor-swift-cape-cod-house-sale

แมนชันหลังใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของ Taylor Swift กำลั […]

The post บ้านที่ Cape Cod ที่เคยเป็นของ Taylor Swift กำลังถูกขายในราคา 476.5 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
taylor-swift-cape-cod-house-sale

แมนชันหลังใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของ Taylor Swift กำลังถูกวางขายในราคา 14.5 ล้านดอลลาร์ หรือราวๆ 476.5 ล้านบาท

 

แมนชันแห่งนี้ที่สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1928 ตั้งอยู่ที่ Cape Cod ในรัฐแมสซาชูเซตส์ ใกล้กับ Kennedy Compound หรือที่ดินที่ประกอบไปด้วยบ้านหลายหลังของตระกูล Kennedy ซึ่ง Taylor Swift ซื้อแมนชันแห่งนี้เมื่อปี 2012 ในราคา 5 ล้านดอลลาร์ และอาศัยอยู่ที่นี่ในช่วงที่เธอกำลังมีข่าวออกเดตกับ Conor Kennedy ระยะเวลาสั้นๆ และเมื่อพวกเขาจบความสัมพันธ์ในปีเดียวกัน Taylor Swift ก็ขายแมนชันหลังดังกล่าวไปในราคา 5.674 ล้านดอลลาร์ในปี 2013

 

ปัจจุบันราคาของแมนชัน (พร้อมเฟอร์นิเจอร์) ก็พุ่งสูงไปถึง 14.5 ล้านดอลลาร์แล้ว โดยแมนชันขนาด 5,000 ตารางฟุตตั้งอยู่บนที่ดิน 1.11 เอเคอร์ติดทะเลชายฝั่ง Nantucket Sound ภายในตัวบ้านประกอบไปด้วย 7 ห้องนอน ห้องครัวกับห้องรับประทานอาหารขนาดใหญ่ที่พร้อมรองรับแขก 12 ที่ สระว่ายน้ำทำความร้อน พื้นที่ผิงกองไฟ ลานจอดรถสำหรับรถ 3 คัน และห้องอำนวยความสะดวกอีกมากมายภายใต้ความโปร่งโล่งสบายของบ้าน กับแสงงดงามจากธรรมชาติที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาด้านในพร้อมกับลมอากาศและเสียงของทะเล 

 

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Taylor Swift ลงทุนกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์อยู่เรื่อยมา โดยก่อนหน้านี้เธอก็เพิ่งซื้อที่ในนิวยอร์ก ลอสแอนเจลิส โรดไอส์แลนด์ แนชวิลล์ และอีกหลายแห่ง และในปี 2023 อพาร์ตเมนต์บนถนน Cornilia Street ที่มหานครนิวยอร์กของเธอก็เพิ่งได้รับการวางขายไปในราคาเกือบ 18 ล้านดอลลาร์ ซึ่งแน่นอนว่าแฟนเพลงของ Taylor Swift  ต่างก็คุ้นเคยกับถนนเส้นนี้เป็นอย่างดี เพราะเธอได้นำเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นของตัวเองมาแต่งเป็นเพลงยอดฮิตอย่าง Cornelia Street ในปี 2019

 

อ้างอิง

The post บ้านที่ Cape Cod ที่เคยเป็นของ Taylor Swift กำลังถูกขายในราคา 476.5 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิลล่าในสวิตเซอร์แลนด์ที่ Audrey Hepburn เคยอยู่ กำลังถูกขายในราคากว่า 706.6 ล้านบาท https://thestandard.co/audrey-hepburn-villa-switzerland-sale/ Sun, 23 Feb 2025 02:53:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1044878 วิลล่า La Paisible ในสวิตเซอร์แลนด์ที่ Audrey Hepburn เคยอาศัยอยู่นาน 30 ปี กำลังถูกขายในราคา 706 ล้านบาท

วิลล่าสุดหรูที่นักแสดงสุดไอคอนิกผู้ล่วงลับอย่าง Audrey […]

The post วิลล่าในสวิตเซอร์แลนด์ที่ Audrey Hepburn เคยอยู่ กำลังถูกขายในราคากว่า 706.6 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิลล่า La Paisible ในสวิตเซอร์แลนด์ที่ Audrey Hepburn เคยอาศัยอยู่นาน 30 ปี กำลังถูกขายในราคา 706 ล้านบาท

วิลล่าสุดหรูที่นักแสดงสุดไอคอนิกผู้ล่วงลับอย่าง Audrey Hepburn เคยอาศัยอยู่ กำลังถูกวางขายในราคา 21 ล้านดอลลาร์ หรือราว 706.6 ล้านบาท

 

วิลล่าหลังนี้มีชื่อว่า La Paisible หรือภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า ‘สถานที่อันสงบ’ ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 40 เอเคอร์ ใกล้ทะเลสาบเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และอยู่ห่างจากตัวเมืองเจนีวาเพียง 30 นาที โดย Audrey Hepburn เคยใช้ชีวิตอยู่ที่วิลล่าหลังนี้มายาวนานกว่า 30 ปี จวบจนถึงวันที่เธอเสียด้วยชีวิตด้วยโรคมะเร็งในปี 1993 ในวัย 63 ปี ซึ่งบริษัทอสังหาริมทรัพย์สัญชาติอังกฤษอย่าง Knight Frank ผู้เป็นตัวแทนในการขายวิลล่าหลังดังกล่าวเผยว่า บ้าน 3 ชั้นหลังนี้ที่มีบันไดหลัก 2 ด้าน รวมไปถึงลิฟต์ ได้รับการอัปเดตล่าสุดในปี 2001 ส่วนตัวบ้านออริจินัลนั้นถูกสร้างขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ในขณะที่ Audrey Hepburn ซื้อบ้านหลังนี้มาในปี 1963 และหลังจากที่เธอเสียชีวิตแล้ว ลูกชายทั้งสองของเธอก็ขายบ้านไปภายในเวลาไม่ถึง 10 ปี

 

Knight Frank เผยด้วยว่า วิลล่าหลังนี้อยู่กึ่งกลางระหว่างบ้านหรูในชนบทกับคฤหาสน์ โดยมีห้องทั้งหมด 21 ห้อง ประกอบไปด้วย 12 ห้องนอน 8 ห้องน้ำ และเตาผิงไฟอีก 5 จุด ซึ่งสื่อ Bloomberg รายงานว่า บ้านได้รับการบูรณะในสไตล์มินิมัลผสมโมเดิร์น และปรับปรุงห้องน้ำ พร้อมกับติดตั้งอัปเดตระบบไฟฟ้าต่างๆ รวมถึงเพิ่มห้องรับแขกภายในบ้านครั้งล่าสุดเมื่อปี 2001 ปัจจุบันนี้บ้านมีทางเข้า 5 ประตู โดยที่ประตูหนึ่งจะนำไปสู่อพาร์ตเมนต์รับแขก 2 ห้องที่มีครัวพร้อมเสร็จสรรพและอยู่ติดกับส่วนหลักของบ้าน 

 

ด้านนอกของวิลล่ายังมีสวนส่วนตัวที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้อายุมากกว่า 100 ปี ขนาด 16,000 ตารางฟุต และยังมีสระว่ายน้ำอุ่นขนาด 50 ฟุต ที่อยู่ห่างจากตัวบ้านออกไปเล็กน้อยอย่างตั้งใจ โดยภายในบ้านมีที่จอดรถสำหรับรถยนต์ 2 คัน แต่ด้านนอกยังมีลานจอดรถที่รองรับพาหนะได้มากกว่า 15 คัน ซึ่ง Knight Frank เผยด้วยว่า สถาปัตยกรรมของวิลล่าในสวิตเซอร์แลนด์หลังนี้จัดอยู่ในเกรด 2 ซึ่งหมายถึงการเป็นสถานที่สำคัญในด้านวัฒนธรรม จากดีไซน์และประวัติศาสตร์ของบ้าน

 

ภาพ: David Walls / Getty Images

อ้างอิง: 

The post วิลล่าในสวิตเซอร์แลนด์ที่ Audrey Hepburn เคยอยู่ กำลังถูกขายในราคากว่า 706.6 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kris Jenner ขายบ้านในรายการ Keeping Up with the Kardashians ในราคากว่า 437.8 ล้านบาท https://thestandard.co/kris-jenner-home-featured-for-sale/ Sun, 16 Feb 2025 02:44:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1042453 Kris Jenner

Kris Jenner ประกาศขายบ้านที่ครอบครัวตระกูล Kardashian แ […]

The post Kris Jenner ขายบ้านในรายการ Keeping Up with the Kardashians ในราคากว่า 437.8 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kris Jenner

Kris Jenner ประกาศขายบ้านที่ครอบครัวตระกูล Kardashian และ Jenner เคยอาศัยอยู่ในราคา 13.5 ล้านดอลลาร์ หรือราว 437.8 ล้านบาท ซึ่งแฟนผู้ที่ติดตามรายการเรียลิตี้ของครอบครัวอย่าง Keeping Up with the Kardashians ก็จะคุ้นเคยกับบ้านหลังนี้ดี เพราะเป็นฉากหลังของรายการมาตั้งแต่ปี 2007 จนถึงปี 2021 โดยที่มีเหตุการณ์สุดไอคอนิกมากมายเกิดขึ้นในที่แห่งนี้

 

บ้านหลังนี้ปรากฏสู่สายตาสาธารณะนับตั้งแต่ที่รายการ Keeping Up with the Kardashians ออนแอร์เป็นครั้งแรก โดยในรายการเหล่าคนดูได้ชมโมเมนต์หลากหลายอารมณ์ที่ Kris และอดีตสามีอย่าง Bruce Jenner มีกับลูกๆ 6 คน ทั้งลูกจากสามีคนแรกอย่าง Kourtney, Kim, Khloe และ Rob Kardashian กับสองสาวตระกูล Jenner อย่าง Kendall และ Kylie ทั้งความดราม่า ความตลก ความสุข ความวุ่นวาย และความซาบซึ้งใจ โดยมีบ้านหลังนี้เป็นฉากหลังส่วนใหญ่

 

บ้านของ Kris Jenner ตั้งอยู่ในย่าน Hidden Hills และมีพื้นที่ขนาด 8,860 ตารางฟุต อันประกอบไปด้วย 6 ห้องนอน 8 ห้องน้ำ ซึ่งเมื่อเปิดประตูเข้ามาก็จะพบกับห้องโถงและบันได 2 ฝั่งกับพื้นลายตารางสีขาวดำสุดไอคอนิกที่ทอดยาวไปถึงห้องครัว โดยมีการรายงานว่า Kris Jenner ทุ่มเงินหลายล้านดอลลาร์ในการบูรณะบ้านหลังนี้มาเป็นเวลาหลายปีก่อนที่จะประกาศขายในที่สุด เธอเผยว่า “ฉันมีความทรงจำที่จะไม่มีวันลืมเลือนมากมายกับครอบครัวของฉันที่บ้านอันน่าทึ่งหลังนี้ และฉันตื่นเต้นที่จะได้เห็นบ้านเข้าสู่บทใหม่กับเจ้าของบ้านคนต่อไป”

 

Kris Jenner ซื้อบ้านหลังนี้เมื่อปี 2010 ในราคา 4 ล้านดอลลาร์ หรือราว 134.7 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเธอหย่าร้างกับ Bruce Jenner ที่ปัจจุบันเปิดตัวเป็นหญิงข้ามเพศ และใช้ชื่อว่า Caitlyn Jenner ในปี 2015 เธอก็โอนบ้านเข้าสู่ธรรมนูญครอบครัว หรือ Family Trust โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ลูกๆ ของเธอก็ออกไปใช้ชีวิตมีบ้านของตัวเอง และขณะนี้ก็ไม่ได้มีใครอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวแล้ว ผู้ที่สนใจสามารถซื้อบ้านพร้อมเฟอร์นิเจอร์ได้คิดเป็นราคาเพิ่มขึ้น 400,000 ดอลลาร์ หรือราว 13.7 ล้านบาท

 

ภาพ: Wayne Ford / Hulu

อ้างอิง: 

 

The post Kris Jenner ขายบ้านในรายการ Keeping Up with the Kardashians ในราคากว่า 437.8 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Gwyneth Paltrow ขายบ้านของตัวเองที่ลอสแอนเจลิสในราคากว่า 743 ล้านบาท https://thestandard.co/gwyneth-paltrow-house-brentwood-los-angeles/ Sun, 02 Feb 2025 03:27:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1037271 Gwyneth Paltrow

ราว 7 เดือนก่อน Gwyneth Paltrow ประกาศขายบ้านของตัวเองท […]

The post Gwyneth Paltrow ขายบ้านของตัวเองที่ลอสแอนเจลิสในราคากว่า 743 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Gwyneth Paltrow

ราว 7 เดือนก่อน Gwyneth Paltrow ประกาศขายบ้านของตัวเองที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ Lower Mandeville Canyon ย่าน Brentwood ในลอสแอนเจลิส โดยตั้งราคาเอาไว้ถึง 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1 พันล้านบาท ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป สุดท้ายแล้วบ้านหลังนี้ก็ขายออกโดยผู้ซื้อนิรนามในราคา 22 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 743 ล้านบาท ซึ่งถึงแม้ว่าจะน้อยกว่าราคาที่เธอตั้งเอาไว้ในตอนแรกค่อนข้างมาก แต่เธอก็ยังคงได้กำไรมหาศาล เพราะที่จริงแล้วเธอกับอดีตสามีอย่าง Chris Martin ผู้เป็นฟรอนต์แมนวง Coldplay ซื้อบ้านหลังนี้มาในราคา 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐตั้งแต่ปี 2012

 

ในช่วงเวลาเกือบ 13 ปีที่ผ่านมา Gwyneth Paltrow รีโนเวตบ้านหลังนี้ที่สร้างขึ้นครั้งแรกในช่วงยุค 1950 ครั้งใหญ่ และยังสร้างห้องใหม่ๆ เพิ่มเติมในพื้นที่บ้าน ซึ่งก็มีทั้งห้องรับแขกที่มาพร้อมกับห้องควบคุมอุณหภูมิไวน์ในชั้นใต้ดิน ออฟฟิศ ฟิตเนส ห้องเล่นเกม และห้องชมภาพยนตร์ โดยบ้านถูกออกแบบเป็นลักษณะบ้านชั้นเดียวที่ทอดยาวติดๆ กันในพื้นที่ 2-3 เอเคอร์ และได้รับการนิยามว่าเป็นบ้านสไตล์ Southern Transitional ในบรรยากาศที่ดูอบอุ่นและสบาย อันประกอบไปด้วย 8 ห้องนอน 11 ห้องน้ำ ในพื้นที่บ้านเกือบ 13,000 ตารางฟุต

 

สำหรับไฮไลต์ของบ้านหลังนี้ก็มีทั้งเหล่าประตูสไตล์ฝรั่งเศสที่เปิดออกสู่สวนหลังบ้านและสระว่ายน้ำ รวมไปถึงชั้นหนังสือในห้องครอบครัว ห้องครัวที่มาพร้อมกับโต๊ะรับประทานอาหารภายในห้องนั้นโดยเฉพาะ และมุมสำหรับรับประทานอาหารเช้า ในขณะที่ส่วนของพื้นที่ปีกหลักของบ้านที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวนั้นประกอบด้วย 2 ห้องนอน และ 2 ห้องน้ำ

 

บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ข้างบ้านแรปเปอร์ Kendrick Lamar โดยเขาซื้อบ้านสไตล์โมเดิร์นฟาร์มเฮาส์หลังนี้ไปในราคามากกว่า 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขณะนี้ Gwyneth Paltrow และสามี Brad Falchuk เป็นเจ้าของบ้านร่วมกันหลากหลายที่ รวมไปถึงบ้านพักริมทะเลที่แคลิฟอร์เนียและที่อมาแกนเซตต์แห่งมหานครนิวยอร์ก

 

อ้างอิง:

 

The post Gwyneth Paltrow ขายบ้านของตัวเองที่ลอสแอนเจลิสในราคากว่า 743 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนไทยแห่ประกาศขายบ้านทิ้ง สิ้นไตรมาส 2/67 จำนวนมากกว่า 1 แสนหน่วย มูลค่ารวมกว่า 7 แสนล้านบาท พบคนกรุงเทพฯ ขายบ้านสูงสุดเป็นอันดับ 1 https://thestandard.co/thais-rush-to-sell-homes-over-100000-units/ Thu, 12 Sep 2024 09:12:49 +0000 https://thestandard.co/?p=982754 คนไทย ขายบ้าน

REIC รายงานข้อมูลตัวเลขประกาศขายที่อยู่อาศัยมือสองทั่วป […]

The post คนไทยแห่ประกาศขายบ้านทิ้ง สิ้นไตรมาส 2/67 จำนวนมากกว่า 1 แสนหน่วย มูลค่ารวมกว่า 7 แสนล้านบาท พบคนกรุงเทพฯ ขายบ้านสูงสุดเป็นอันดับ 1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนไทย ขายบ้าน

REIC รายงานข้อมูลตัวเลขประกาศขายที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศหลังสิ้นไตรมาส 2/67 จากการประกาศขายผ่านเว็บไซต์บริษัทเอกชนที่มีปริมาณการประกาศขายจำนวนมาก และข้อมูลที่อยู่อาศัยมือสองของสถาบันการเงินของรัฐและเอกชน บริษัทบริหารสินทรัพย์ของรัฐและเอกชน รวมทั้งกรมบังคับคดี พบว่า มีผู้ประกาศขายบ้านทะลุ 1 แสนหน่วย มูลค่ารวมมากกว่า 7 แสนล้านบาท

 

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า ในไตรมาส 2/67 ภาพรวมสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยมือสองมีจำนวนประกาศขาย 140,725 หน่วย มูลค่ารวม 718,436 ล้านบาท โดยประเภทที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายจำนวนหน่วยมากที่สุด ได้แก่

 

– อันดับ 1 บ้านเดี่ยว ร้อยละ 39.6

– อันดับ 2 ทาวน์เฮาส์ ร้อยละ 29.4

– อันดับ 3 ห้องชุด ร้อยละ 25.6

– อันดับ 4 อาคารพาณิชย์ ร้อยละ 3.8

– อันดับ 5 บ้านแฝด ร้อยละ 1.6

 

ส่วนระดับราคาที่ประกาศขายพบว่า จำนวนหน่วยในระดับราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทมีจำนวนประกาศขายมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 21.1 ในขณะที่ระดับราคา 7.51-10.00 ล้านบาทมีจำนวนหน่วยประกาศขายน้อยที่สุด คิดเป็นร้อยละ 4.0 และในด้านทำเลที่ตั้งของที่อยู่อาศัยมือสองที่มีมูลค่าประกาศขายมากที่สุด 10 อันดับแรกในไตรมาส 2/67 อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, สมุทรปราการ, ชลบุรี, ภูเก็ต, ปทุมธานี, เชียงใหม่, ประจวบคีรีขันธ์, สุราษฎร์ธานี และนครราชสีมา ตามลำดับ

 

 

จำนวนหน่วยและมูลค่าที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายในไตรมาส 2/67 

แยกตามประเภทที่อยู่อาศัย

ภาพ: REIC

 

อุปทานที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศ แยกตามประเภท

 

ข้อมูล ณ สิ้นไตรมาส 2/67 มีจำนวนหน่วยประกาศขาย 140,725 หน่วย มูลค่ารวม 718,436 ล้านบาท เมื่อพิจารณาประเภทของที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายพบว่า ประเภทที่อยู่อาศัยที่ประกาศขายมากที่สุด 3 ประเภทแรก ได้แก่

 

  1. บ้านเดี่ยว จำนวน 55,754 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 39.6 มูลค่ารวม 373,917 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 52.0 ของที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายทั้งหมด

 

  1. ทาวน์เฮาส์ จำนวน 41,384 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 29.4 มูลค่ารวม 105,191 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 14.6 ของที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายทั้งหมด

 

  1. ห้องชุด จำนวน 35,963 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 25.6 มูลค่ารวม 201,887 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 28.1 ของที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายทั้งหมด

 

สำหรับอาคารพาณิชย์และบ้านแฝดมีสัดส่วนจำนวนหน่วยและมูลค่าประกาศขายน้อยที่สุด โดยอาคารพาณิชย์มีจำนวนเพียง 5,326 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 3.8 มูลค่ารวม 30,635 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 4.3 ของที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายทั้งหมด ในขณะที่บ้านแฝดมีจำนวนเพียง 2,298 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 1.6 มูลค่ารวม 6,805 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.9 ของที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายทั้งหมด

 

ราคาขายที่อยู่อาศัยมือสอง

 

สำหรับราคาประกาศขายที่อยู่อาศัยมือสอง ข้อมูล ณ สิ้นไตรมาส 2/67 พบว่า ระดับราคาของที่อยู่อาศัยที่มีหน่วยประกาศขายมากที่สุด 3 ระดับราคาแรก ได้แก่

 

  1. ระดับราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยมากที่สุดที่ 29,715 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 21.1 แต่มีมูลค่ารวม 16,152 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อยที่สุดเพียงร้อยละ 2.2 ของที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายทั้งหมด

 

  1. ระดับราคา 2.01-3 ล้านบาท มีจำนวน 22,905 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 16.3 และมีมูลค่ารวม 57,188 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 8 ของที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายทั้งหมด

 

  1. ระดับราคา 3.01-5 ล้านบาท มีจำนวน 21,151 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 15.0 และมีมูลค่า 82,960 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 11.5 ของที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายทั้งหมด

 

โดยพบว่าระดับราคาที่มีมูลค่ามากที่สุดอยู่ในระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาทจำนวน 13,673 หน่วย แต่มีมูลค่าสูงถึงร้อยละ 54.3 หรือมากกว่ามูลค่าในระดับราคาอื่นๆ รวมกัน เมื่อพิจารณาระดับราคาของที่อยู่อาศัยที่ประกาศขายแยกตามประเภทพบว่า บ้านเดี่ยวและห้องชุดมีหน่วยขายมากที่สุดในระดับราคาไม่เกิน 1.00 ล้านบาท ในขณะที่บ้านแฝดและอาคารพาณิชย์มีหน่วยขายในระดับราคา 3.01-5 ล้านบาทมากที่สุด และทาวน์เฮาส์มีจำนวนหน่วยที่ประกาศขายมากที่สุดในระดับราคา 2.01-3 ล้านบาท

 

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ 

และรักษาการผู้อำนวยการ REIC

 

ทำเลที่ตั้งของที่อยู่อาศัยมือสอง

 

ในด้านทำเลที่ตั้ง จังหวัดที่มีอันดับมูลค่าที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายสูงที่สุด 10 จังหวัดแรก จากข้อมูล ณ สิ้นไตรมาส 2/67 ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, ชลบุรี, สมุทรปราการ, ปทุมธานี, เชียงใหม่, ภูเก็ต, นครราชสีมา, ระยอง และนครปฐม แสดงให้เห็นว่า อุปทานที่อยู่อาศัยมือสองยังคงประกาศขายมากที่สุดอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยกเว้นสมุทรสาครที่ไม่ติดอันดับ และมีจำนวนประกาศขายมากในพื้นที่จังหวัดสำคัญที่เป็นหัวเมืองหลักและเมืองท่องเที่ยว

 

เมื่อพิจารณามูลค่าที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายสูงสุด 10 อันดับแรกในไตรมาส 2/67 เป็นรายจังหวัด ซึ่งมีจำนวนหน่วยรวมกันคิดเป็นร้อยละ 69.5 ของจำนวนหน่วยที่ประกาศขายทั้งหมด และมีมูลค่ารวมกันร้อยละ 85.4 ซึ่งมีรายละเอียดตามลำดับ ดังนี้

 

อันดับ 1 กรุงเทพมหานคร มีจำนวนประกาศขาย 42,377 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 30.1 มีมูลค่ารวม 386,191 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 53.8 ของที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายทั้งหมด ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาท

 

อันดับ 2 นนทบุรี มีจำนวนประกาศขาย 10,895 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 7.7 มีมูลค่ารวม 48,382 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 6.7 ของที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายทั้งหมด ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคา 3.01-5 ล้านบาท

 

อันดับ 3 ชลบุรี มีจำนวนประกาศขาย 9,229 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 6.6 มีมูลค่ารวม 43,925 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 6.1 ของที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายทั้งหมด ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคา 3.01-5 ล้านบาท

 

อันดับ 4 สมุทรปราการ มีจำนวนประกาศขาย 9,613 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 6.8 มีมูลค่ารวม 43,030 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 6 ของที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายทั้งหมด ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคา 3.01-5 ล้านบาท

 

อันดับ 5 ปทุมธานี มีจำนวนประกาศขาย 10,250 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 7.3 มีมูลค่ารวม 28,169 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 3.9 ของที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายทั้งหมด ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคา 2.01-3 ล้านบาท

 

อันดับ 6 เชียงใหม่ มีจำนวนประกาศขาย 4,508 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 3.2 มีมูลค่ารวม 23,303 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 3.2 ของที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายทั้งหมด ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคา 5.01-7.50 ล้านบาท

 

อันดับ 7 ภูเก็ต มีจำนวนประกาศขาย 1,818 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 1.3 มีมูลค่ารวม 15,006 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 2.1 ของที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายทั้งหมด ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคา 7.51-10 ล้านบาท

 

อันดับ 8 นครราชสีมา มีจำนวนประกาศขาย 2,745 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 2.0 มีมูลค่ารวม 9,436 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.3 ของที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายทั้งหมด ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคา 3.01-5 ล้านบาท

 

อันดับ 9 ระยอง มีจำนวนประกาศขาย 4,062 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 2.9 มีมูลค่า 8,081 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.1 ของที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายทั้งหมด ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคา 1.51-2 ล้านบาท

 

อันดับ 10 นครปฐม มีจำนวนประกาศขาย 2,296 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 1.6 มีมูลค่า 7,700 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.1 ของที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายทั้งหมด ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคาเฉลี่ย 3.4 ล้านบาท

 

 

จำนวนหน่วยและมูลค่าที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายสูงสุด 10 อันดับแรก 

ณ สิ้นไตรมาส 2/67 เรียงตามมูลค่า (ล้านบาท)

ภาพ: REIC

 

เปรียบเทียบระดับราคาที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายและโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสอง

 

ที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายในไตรมาส 2/67 มีจำนวนหน่วยในระดับราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทมากที่สุด (ร้อยละ 21.1) รองลงมาคือระดับราคา 2.01-3 ล้านบาท (ร้อยละ 16.3) ในขณะที่ระดับราคา 7.51-10 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยน้อยที่สุด (ร้อยละ 4)

 

ในขณะที่การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสองในไตรมาส 2/67 มีจำนวนหน่วยที่โอนกรรมสิทธิ์มากที่สุดอยู่ในระดับราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท (ร้อยละ 34.7) รองลงมาคือระดับราคา 2.01-3 ล้านบาท (ร้อยละ 18.8) ในขณะที่ระดับราคา 7.51-10 ล้านบาทมีจำนวนหน่วยน้อยที่สุด (ร้อยละ 0.9) ซึ่งจะเห็นว่าจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสองสอดคล้องกับข้อมูลจำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขาย ซึ่งเมื่อในตลาดมีจำนวนประกาศขายมาก จะมีการโอนกรรมสิทธิ์มากตามไปด้วย

 

จำนวนหน่วยและมูลค่าที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายในไตรมาส 2/67 

แยกตามระดับราคา

ภาพ: REIC

 

 

จำนวนหน่วยและมูลค่าที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายในไตรมาส 2/67 

แยกตามประเภทและระดับราคา

ภาพ: REIC

 

ด้านมูลค่าที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายในไตรมาส 2/67 ที่มีมูลค่าสูงที่สุดอยู่ในระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป (ร้อยละ 54.3) รองลงมาคือระดับราคา 3.01-5 ล้านบาท (ร้อยละ 11.5) และระดับราคาที่มีมูลค่าน้อยที่สุดคือระดับราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท (ร้อยละ 2.2)

 

ในขณะที่มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสองในไตรมาส 2/67 มีมูลค่ามากที่สุดในระดับราคา 2.01-3 ล้านบาท (ร้อยละ 22.9) รองลงมาคือระดับราคา 3.01-5 ล้านบาท (ร้อยละ 17.8) และระดับราคาที่มีมูลค่าโอนกรรมสิทธิ์น้อยที่สุดคือระดับราคา 7.51-10 ล้านบาท (ร้อยละ 3.8)

 

หมายเหตุ: ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ดำเนินการปรับปรุงฐานข้อมูลบ้านมือสองที่ใช้ในการวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยมือสอง โดยเปลี่ยนแปลงแหล่งอ้างอิงสำหรับการจัดเก็บข้อมูล เนื่องจากมีข้อจำกัดทางเทคนิคในการรวบรวมข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งจะยังคงครอบคลุมและสะท้อนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้เช่นเดิม ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์เริ่มใช้ฐานข้อมูลบ้านมือสองใหม่นี้สำหรับข้อมูลในไตรมาส 2/67 ที่เผยแพร่ในเดือนกันยายน 2567 เป็นต้นไป

 

เปรียบเทียบจำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยมือสอง

ที่ประกาศขายและโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 2/67 ทั่วประเทศ 

แยกตามระดับราคา

ภาพ: REIC

 

 

มูลค่าเฉลี่ยต่อเดือนของที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายและโอนกรรมสิทธิ์

ในไตรมาส 2/67 ทั่วประเทศ แยกตามระดับราคา (หน่วย: ล้านบาท)

ภาพ: REIC

The post คนไทยแห่ประกาศขายบ้านทิ้ง สิ้นไตรมาส 2/67 จำนวนมากกว่า 1 แสนหน่วย มูลค่ารวมกว่า 7 แสนล้านบาท พบคนกรุงเทพฯ ขายบ้านสูงสุดเป็นอันดับ 1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
SCB EIC ‘ผลสำรวจ SCB EIC Real estate survey 2024’ พบยอดขายบ้านใหม่ทรุด 70% ดีมานด์ซื้อบ้านซบเซาหนัก คนแบกหนี้หนักซื้อไม่ไหว https://thestandard.co/scb-eic-survey-people-cant-buy-house/ Fri, 19 Jul 2024 08:28:08 +0000 https://thestandard.co/?p=960194

SCB EIC เผย มียอดขายที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ครึ่งแรกปี 2567 […]

The post SCB EIC ‘ผลสำรวจ SCB EIC Real estate survey 2024’ พบยอดขายบ้านใหม่ทรุด 70% ดีมานด์ซื้อบ้านซบเซาหนัก คนแบกหนี้หนักซื้อไม่ไหว appeared first on THE STANDARD.

]]>

SCB EIC เผย มียอดขายที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ครึ่งแรกปี 2567 พบว่า ตัวเลขยอดขายติดลบไปมากถึง 70%YoY สะท้อนความต้องการที่อยู่อาศัยซบเซา

 

เชษฐวัฒก์ ทรงประเสริฐ นักวิเคราะห์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Morning Wealth ว่า จาก ‘ผลสำรวจ SCB EIC Real estate survey 2024’ พบว่า สถานการณ์กำลังซื้อในประเทศของตลาดที่อยู่อาศัยปัจจุบันค่อนข้างซบเซา เกิดจากปัจจัยกดดันหลักทางเศรษฐกิจที่ชะลอ ทั้งปัญหาภาระหนี้และภาระค่าใช้จ่ายที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ประชาชนผู้ที่ต้องการมีบ้านมีความรู้สึกว่าไม่มีความสามารถในการซื้อบ้านได้ และมีความเป็นไปได้ยากที่จะสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยเองได้

 

ทั้งนี้หากไปดู Indicator ด้านอุปสงค์ในด้านตลาดในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2567 พบว่ายอดการโอนทั้งในด้านของหน่วยและมูลค่าการโอนมีตัวเลขติดลบถึงประมาณ 8-10% เปรียบกับเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ด้วย

 

ยอดขายบ้านใหม่ 6 เดือนแรกทรุด 70%

 

ส่วนยอดขายของที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 พบว่ามีตัวเลขติดลบไปถึงมากถึง 70% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งสะท้อนว่าอีกด้านภาพของตลาดความต้องการที่อยู่อาศัยค่อนข้างอย่างซบเซา และน่าเป็นห่วงในตลาดที่อยู่อาศัยมือหนึ่ง

 

ทั้งนี้จากการสำรวจของ SCB EIC ยังพบว่า มีผู้ที่ตอบแบบสอบถามสัดส่วนประมาณ 50% ที่ตอบว่ายังไม่มีแผนที่จะซื้อที่อยู่อาศัย ขณะที่มีกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามว่ามีแผนซื้อที่อยู่อาศัยในช่วง 3-5 ปีข้างหน้ามีตัวเลขปรับเพิ่มขึ้น แต่ในระยะสั้นช่วง 1-2 ปี มีผู้ตอบแบบสอบถามว่ามีแนวโน้มที่จะซื้อที่อยู่อาศัยลดลงจากผลการสำรวจครั้งก่อน โดยข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าคนส่วนใหญ่ที่เคยมีแผนจะซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัยในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า เริ่มมีความไม่มั่นใจต่อภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของตนเองในปัจจุบัน ว่ายังมีพอที่จะสามารถซื้อที่อยู่อาศัยได้หรือไม่

 

ดังนั้นจึงชะลอการตัดสินใจเพื่อรอดูสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อออกไปในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า จึงกลับมาพิจารณาตัดสินใจ

 

ดีมานด์บ้านราคา 1-3 ล้านบาทร่วงหนัก

 

ด้านผลการสำรวจของระดับราคาที่อยู่อาศัยที่มีผู้ต้องการซื้อพบว่า ความต้องการซื้อในระดับราคา 1-3 ล้านบาทปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก

 

ส่วนในระดับราคา 3-5 ล้านบาท พบว่ามีความต้องการซื้อเพิ่มสูงขึ้น โดยข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า ภาพของกำลังซื้อระดับปานกลางขึ้นไปของผู้ที่มีรายได้ในระดับ 50,000 บาทต่อเดือนขึ้นไปมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวได้มากขึ้น แต่อาจยังไม่สามารถช่วยประคองภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังซบเซาได้ทั้งหมด

 

ด้านความต้องการที่อยู่อาศัยสำหรับราคา 1-3 ล้านบาทที่หายไป สะท้อนว่าคนกลุ่มดังกล่าวรู้สึกว่าไม่มีความสามารถซื้อที่อยู่อาศัยในระดับราคาที่ต่ำกว่า 3 ล้านบาทลงไปแล้ว

 

สำหรับดีมานด์การซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อการลงทุนนำไปปล่อยเช่ามีสัดส่วนประมาณ 15% ของผู้ตอบทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากผลการสำรวจปี 2023 ที่มีสัดส่วนที่ประมาณ 11% สะท้อนว่าภาพของตลาดการลงทุนที่อยู่อาศัยเพื่อการปล่อยเช่ายังไม่ได้ฟื้นตัวมากเท่าที่ควร ซึ่งสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจของไทย ตลาด และกำลังซื้อ ที่ชะลอตัวลง

 

โดยกลุ่มประเภทที่อยู่อาศัยที่มีโอกาสปล่อยเช่าได้มากที่สุดคือ กลุ่มคอนโดมิเนียม ซึ่งในกลุ่มราคาที่มีความต้องการซื้อเพื่อการลงทุนยังอยู่ในระดับ 1-3 ล้านบาท เพราะยังมีความต้องการเช่าอยู่ในระดับสูง เพราะสามารถปล่อยเช่าได้ในระดับราคาประมาณ 10,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นราคาที่ผู้เช่ายังยินดีที่จะจ่าย

 

อย่างไรก็ดี หากดูในระดับราคาคอนโดมิเนียม 3-5 ล้านบาทในปี 2024 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สะท้อนว่ากลุ่มที่มีรายได้ระดับกลางถึงบน ซึ่งดีมานด์การเช่าในกลุ่มนี้จะมีตลาดที่เล็กกว่ากลุ่มราคา 1-3 ล้านบาท แต่เป็นตลาดที่สามารถทำค่าเช่าในระดับที่สูงกว่าและมีการแข่งขันที่ต่ำกว่า

 

คนกว่า 60% ไม่มีแผนซื้อบ้าน

 

ขณะที่สาเหตุของการไม่ซื้อที่อยู่อาศัยพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า มีสัดส่วนกว่า 60% ที่ตอบผลสำรวจว่าไม่มีแผนที่จะซื้อที่อยู่อาศัยในอนาคต เนื่องจากตนเองหรือครอบครัวเป็นเจ้าของหรือมีที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว ดังนั้นส่งผลให้ความต้องการมีที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ลดน้อยลง โดยเฉพาะในกลุ่มของคนเจน Y และเจน Z ที่มีรายได้ 30,000-50,000 บาท ซึ่งกรณีดังกล่าวคล้ายกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ที่จะเริ่มเห็นว่ากลุ่มเจน Y และเจน Z รอที่จะรับมรดกที่อยู่อาศัยที่ส่งต่อจากครอบครัว

 

ส่วนประเด็นรองลงมาคือภาระค่าใช้จ่ายหรือรายได้ที่ไม่เอื้ออำนวย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 50,000 บาทที่มีค่าใช้จ่ายประจำที่ค่อนข้างสูง ส่งผลให้อาจไม่มีกำลังซื้อที่อยู่อาศัย ทำให้แนวคิดที่จะเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยเองลดน้อยลงไปจากเดิมอีก

 

นอกจากนี้ผลการสำรวจยังพบว่า ปัจจัยที่ผู้ที่จะตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยนำมาใช้พิจารณามากที่สุดคือราคา เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้กลุ่มที่อยู่อาศัยมือสองได้รับความสนใจค่อนข้างสูง สะท้อนจากข้อมูลตั้งแต่ปี 2022 พบว่ายอดการโอนที่อยู่อาศัยมือสองมีตัวเลขที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นกว่าช่วงก่อนที่จะเกิดโควิดแพร่ระบาดค่อนข้างมาก เนื่องจากปัจจัยด้านราคา โดยจากข้อมูลสำรวจยังพบว่า 3 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถามมีความสนใจกลุ่มที่อยู่อาศัยมือสอง ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่ท้าทายของตลาดที่อยู่อาศัยมือหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาด้วย

 

ส่วนปัจจัยที่ผู้ซื้อจะเห็นตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยนำมาพิจารณารองลงมาคือทำเล ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนที่ทำให้มีความต้องการในตลาดคอนโดมิเนียมในระดับราคาต่ำถึงปานกลางที่ดีต่อเนื่อง โดยยังไม่นับรวมถึงยอดสินเชื่อว่าจะผ่านการพิจารณาอนุมัติหรือไม่

 

อย่างไรก็ดีด้วยสถานการณ์ของกำลังซื้อที่อยู่อาศัยที่ค่อนข้างมีจำกัด สิ่งสำคัญของผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์คงต้องปรับตัวเน้นความต้องการของผู้ซื้อให้ได้มากที่สุด ซึ่งผลสำรวจพฤติกรรมของผู้สนใจซื้อที่อยู่อาศัยแต่ละประเภทพบว่า

 

ในกลุ่มบ้านเดี่ยวให้ความสำคัญในทำเลที่ใกล้กับเมือง ซึ่งอาจมีขนาดที่อยู่อาศัยที่มีขนาดเล็กกว่าที่อยู่อาศัยที่อยู่ไกลเมืองในระดับราคาเดียวกัน เพื่อให้การเดินทางมีความสะดวก

 

กลุ่มบ้านแฝดเป็นอีกกลุ่มตลาดที่จะเข้ามาช่วยทดแทนตลาดบ้านเดี่ยวได้ เพราะเป็นกลุ่มผู้ซื้อที่เดิมสนใจบ้านเดี่ยวแต่หันมาสนใจบ้านแฝดมากขึ้นด้วยราคาที่ต่ำกว่า ดังนั้นการพัฒนาบ้านแฝดในปัจจุบันควรมีการพัฒนารูปแบบของบ้านให้ผู้ซื้อได้รับประโยชน์เหมือนกับการซื้อบ้านเดี่ยว

 

กลุ่มทาวน์เฮาส์มีความต้องการซื้อในปัจจุบัน ถึงในระยะข้างหน้ามีแนวโน้มที่จะลดลงเนื่องจากเผชิญภาวะการแข่งขันกับตลาดคอนโดมิเนียม แต่ยังมีลูกค้าบางกลุ่มที่ตัดสินใจเลือกซื้อทาวน์เฮาส์ เนื่องจากให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นที่ใช้สอยและความเป็นส่วนตัว ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของผู้พัฒนาโครงการทาวน์เฮาส์ซึ่งจะต้องให้ความสำคัญกับประเด็นที่จอดรถ รวมถึงความแออัดของโครงการ เพื่อให้ผู้ซื้อได้รับความรู้สึกที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น

 

ด้านกลุ่มคอนโดมิเนียมมีสัดส่วนของผู้ซื้อ 60% ให้ความสนใจคอนโดในลักษณะ Ready-to-Move กลุ่มคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจโครงการคอนโดมิเนียมประเภท High Rise เพราะผู้ซื้อสามารถออกแบบจัดสรรพื้นที่ใช้สอยภายในได้ด้วยตัวเอง

 

อีกทั้งผลการสำรวจยังพบว่าเทรนด์ที่สำคัญที่พบคือ ESG โดยกลุ่มเจน Z ตอบแบบสอบถามว่า ให้ความสำคัญในการซื้อโครงการที่อยู่อาศัยที่ให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมรวมถึงการประหยัดพลังงานค่อนข้างมาก อีกทั้งยินดีที่จะจ่ายสำหรับโครงการประเภทนี้มากกว่าเจนอื่นๆ ซึ่งเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการจะนำไปพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยให้ตรงกับความต้องการของคนกลุ่มนี้

The post SCB EIC ‘ผลสำรวจ SCB EIC Real estate survey 2024’ พบยอดขายบ้านใหม่ทรุด 70% ดีมานด์ซื้อบ้านซบเซาหนัก คนแบกหนี้หนักซื้อไม่ไหว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Jennifer Lopez และ Ben Affleck ขายบ้านในราคา 68 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางกระแสข่าวว่าความสัมพันธ์กำลังมีปัญหา https://thestandard.co/jennifer-lopez-and-ben-affleck-sale-home-relationship-problems/ Fri, 12 Jul 2024 06:06:20 +0000 https://thestandard.co/?p=956822

Jennifer Lopez และ Ben Affleck ประกาศขายแมนชันซึ่งมีขนา […]

The post Jennifer Lopez และ Ben Affleck ขายบ้านในราคา 68 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางกระแสข่าวว่าความสัมพันธ์กำลังมีปัญหา appeared first on THE STANDARD.

]]>

Jennifer Lopez และ Ben Affleck ประกาศขายแมนชันซึ่งมีขนาดเทียบเท่ากับโรงแรม ในย่านเบเวอร์ลีฮิลส์ เมืองลอสแอนเจลิส เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยตั้งราคาเอาไว้ที่ 68 ล้านดอลลาร์ ซึ่งการขายบ้านของพวกเขาก็กลายเป็นข่าวใหญ่ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองกำลังมีปัญหามากมายจนถึงขั้นจะหย่าร้างกัน อีกทั้งคู่รัก ‘Bennifer’ เพิ่งซื้อบ้านดังกล่าวไปเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น

 

มีการรายงานว่า Jennifer Lopez และ Ben Affleck ตั้งราคาขายบ้านสูงขึ้น 10% จากตอนที่พวกเขาซื้อ โดยเมื่อปีก่อนพวกเขาซื้อบ้านขนาด 38,000 ตารางฟุตหลังนี้มาในราคา 60.85 ล้านดอลลาร์ ซึ่งพื้นที่แมนชันแห่งนี้มีความเป็นส่วนตัว พร้อมด้วยมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด และได้รับการรีโนเวตในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยประกอบไปด้วย 12 ห้องนอน 24 ห้องน้ำ และห้องต่างๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นห้องสำหรับรับประทานอาหารเช้าโดยเฉพาะ, ห้องชุดขนาดยักษ์ที่มีเตาผิงในพื้นที่นั่งเล่นมากกว่า 1 ห้อง ไปจนถึงพื้นที่สำหรับความสวยความงามที่มีทั้งอ่างสระผม สเตชันแต่งหน้า และห้องสำหรับรองรับเหล่าผู้ช่วยและทีมสไตลิสต์

 

นอกจากนั้น ในแมนชันยังมีเพนต์เฮาส์รับแขกขนาด 5,000 ตารางฟุต บ้านพักสำหรับคนดูแลบ้าน, ห้องนอน 2 ห้อง สำหรับบอดี้การ์ด และโรงจอดรถที่รองรับรถยนต์ได้ 12 คัน รวมไปถึงถนนในบ้านที่สามารถจอดรถได้อีกมากกว่า 80 คัน

 

หลายเดือนที่ผ่านมานับเป็นช่วงเวลาที่ย่ำแย่ของ Jennifer Lopez เนื่องจากอัลบั้มและภาพยนตร์กับสารคดีที่เธอทุ่มทุนเงินหลายล้านดอลลาร์ของตัวเองในการสร้างต่างก็ไม่ประสบผลสำเร็จ อีกทั้งยังกลายเป็นเรื่องขำขันที่คนในโลกออนไลน์นำไปล้อเลียน นอกจากนั้น เธอยังต้องยกเลิกทัวร์หลายที่ เนื่องจากตั๋วขายไม่ดีเท่าที่ควร และยังมีข่าวออกมาอีกว่าเธอกับ Ben Affleck ได้แยกกันอยู่มาพักใหญ่แล้ว หลังจากที่แต่งงานกันได้เพียงไม่ถึง 2 ปีเท่านั้น โดยปัจจุบัน Ben Affleck เช่าบ้านราคาเดือนละ 1 แสนดอลลาร์ในย่านเบรนต์วูด ใกล้กับบ้านของอดีตภรรยา Jennifer Garner และลูกๆ ของพวกเขา ในขณะที่ Jennifer Lopez เดินทางไปมาระหว่างลอสแอนเจลิส อิตาลี ปารีส และแฮมป์ตัน

 

ภาพ: Hilton & Hyland / Getty Images

อ้างอิง:

The post Jennifer Lopez และ Ben Affleck ขายบ้านในราคา 68 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางกระแสข่าวว่าความสัมพันธ์กำลังมีปัญหา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำไมต้องย้ายไปอยู่นอกเมือง ในเมื่อใครๆ ก็มีบ้านและคอนโดใหญ่ในเมืองได้ ด้วยตัวเลือกจาก HOMERUN! https://thestandard.co/life/homerun-proptech/ Fri, 24 May 2024 06:25:04 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=927187 HOMERUN

ทำไมต้องย้ายไปอยู่นอกเมือง ในเมื่อใครๆ ก็มีบ้านและคอนโด […]

The post ทำไมต้องย้ายไปอยู่นอกเมือง ในเมื่อใครๆ ก็มีบ้านและคอนโดใหญ่ในเมืองได้ ด้วยตัวเลือกจาก HOMERUN! appeared first on THE STANDARD.

]]>
HOMERUN

ทำไมต้องย้ายไปอยู่นอกเมือง ในเมื่อใครๆ ก็มีบ้านและคอนโดใหญ่ในเมืองได้! 

 

ในแต่ละวันคุณเสียเวลาชีวิตไปกับการเดินทางมากขนาดไหน ยิ่งถ้าที่อยู่อาศัยไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณ เช่น บ้านอยู่ไกลจากที่ทำงาน ทำให้ต้องตื่นเช้าเลยนอนไม่พอ หรือคอนโดของคุณมันเดินทางลำบาก แถมไม่ใกล้คอมมูนิตี้อะไรเลย แบบนี้ชีวิตคงไม่ค่อยมีความสุขมากเท่าไร 

 

หลายคนจึงฝันว่าอยากมีบ้านที่ใกล้แหล่งงานหรือคอนโดติดรถไฟฟ้า ชีวิตจะได้สะดวกสบายมากขึ้น แต่เอาเข้าจริง การหาที่อยู่ในทำเลในฝันมันดูจะเป็นเรื่องยาก ยิ่งถ้าอยากอยู่บ้านหรือคอนโดกลางเมืองที่มีพื้นที่เยอะหน่อยยิ่งเป็นเรื่องยากเข้าไปใหญ่ เพราะเดี๋ยวนี้ราคาอสังหาริมทรัพย์ในเมืองก็แพงจนเกินเอื้อม และเหลือตัวเลือกน้อยมากๆ 

 

หรือถ้ามีก็อาจเป็นมือสองสภาพที่ยังไม่พร้อมอยู่ ซื้อมาก็ต้องหาคนมาจัดการรีโนเวตอีกหลายขั้นตอน แค่คิดก็ท้อแล้ว

 

แต่สำหรับคนที่อยากตัดปัญหาการซื้อบ้าน-คอนโดมือสอง เราอยากแนะนำให้รู้จักกับ HOMERUN ทางเลือกเรื่องที่อยู่อาศัย ที่จะเข้ามาช่วยให้คนที่ใช้ชีวิตในเมืองมีตัวเลือกมากขึ้น

 

 

Homerun Proptech บริษัทในเครือ AP Thailand ที่สร้างตัวเลือกใหม่ ‘บ้านและคอนโดตกแต่งใหม่พร้อมอยู่’ เขาคัดบ้านและคอนโดทำเลดี ราคาดี ตกแต่งใหม่ ให้คุณลากกระเป๋าพร้อมเข้าอยู่ได้เลย

 

 

ถ้าเราต้องมาหาซื้อบ้านเอง หาสถาปนิกเอง ไหนจะเรื่องสินเชื่ออีก กว่าจะได้เข้าอยู่คงปวดหัวมากแน่ๆ แต่แพลตฟอร์มมีบริการทั้งรับซื้อบ้านด้วยเงินสด แถมมี AI ช่วยวิเคราะห์ตลาด ทำให้สามารถเสนอราคาได้ใน 14 วัน! และบ้านที่ทาง HOMERUN ขายเนี่ยตกแต่งพร้อมอยู่ทั้งหมดเลย 

 

 

ซื้อบ้านแบบไม่ต้องปวดหัวเรื่องรีโนเวต เพราะบ้านของที่นี่ผ่านการตรวจสอบควบคุมงาน รวมถึงตกแต่งใหม่โดยผู้เชี่ยวชาญจากเครือ AP Thailand รับรองว่าได้บ้านสวยแบบไม่ต้องกลัวผู้รับเหมาเทงานแน่นอน

 

 

อีกหนึ่งข้อดีคือ เขาพร้อมประสานงานธนาคารพันธมิตรเพื่อสินเชื่อบ้าน และดอกเบี้ยพิเศษเท่าบ้านมือหนึ่ง 

 

 

นี่เป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะกับคนที่อยากได้บ้านหรือคอนโดรีโนเวตใหม่ในทำเลที่ชอบ โดยไม่อยากจัดการอะไรให้ยุ่งยาก ไม่ว่าจะเป็นคนที่ทำงานในเมืองที่ไม่อยากฝ่ารถติดเข้าเมืองในตอนเช้า คู่รักที่เริ่มย้ายมาอยู่ด้วยกันต้องการขยับขยายพื้นที่ในบ้านให้มากขึ้นแบบไม่ต้องย้ายไปอยู่บ้านหรือคอนโดนอกเมือง ครอบครัวที่กำลังจะมีสมาชิกใหม่ อยากอยู่ใกล้โรงเรียนลูก หรือเหล่านักลงทุนที่มองทำเลดีๆ เอาไว้จะซื้อมาปล่อยเช่า HOMERUN ช่วยคุณได้และตอบโจทย์ความคุ้มค่าสุดๆ 

 

ตัวอย่างงานบ้าน-คอนโดที่ขายจริงของ HOMERUN

 

 

 

ใครที่กำลังมองหาบ้านหรือคอนโดใหญ่รีโนเวตในเมืองที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่คุณเลือกเองได้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/TheStandardLifexHomerun

 

ภาพ: HOMERUN

The post ทำไมต้องย้ายไปอยู่นอกเมือง ในเมื่อใครๆ ก็มีบ้านและคอนโดใหญ่ในเมืองได้ ด้วยตัวเลือกจาก HOMERUN! appeared first on THE STANDARD.

]]>
บ้านในไมอามีที่เคยเป็นของ DJ Khaled ถูกวางขายในราคา 600 ล้านบาท พร้อมมีห้องเก็บรองเท้า 500 คู่ https://thestandard.co/dj-khaled-former-miami-mansion-sale/ Tue, 09 Apr 2024 01:08:47 +0000 https://thestandard.co/?p=920853 DJ Khaled

บ้านในไมอามีที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของโปรดิวเซอร์คนดัง DJ […]

The post บ้านในไมอามีที่เคยเป็นของ DJ Khaled ถูกวางขายในราคา 600 ล้านบาท พร้อมมีห้องเก็บรองเท้า 500 คู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
DJ Khaled

บ้านในไมอามีที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของโปรดิวเซอร์คนดัง DJ Khaled ได้ถูกขายออกสู่ตลาดในราคา 16.39 ล้านดอลลาร์ หรือราว 600 ล้านบาท

 

โดยบ้านติดริมน้ำที่ตั้งอยู่ ณ 3014 Island Estates แห่งนี้ มาพร้อมกับจุดขายสุดยูนีกนั่นคือห้องเก็บรองเท้าสนีกเกอร์ของ DJ Khaled ขนาด 1,000 ตารางฟุต สำหรับการรองรับรองเท้าได้ถึง 500 คู่ โดยภายในห้องยังมีโลโก้ประโยคประจำตัวของ DJ Khaled นั่นคือ ‘We The Best’ สีแดงตัวใหญ่โดดเด่นอยู่ตรงพื้นห้อง ซึ่งห้องดังกล่าวนี้เคยได้รับการเปิดให้ผู้สนใจเข้าพักเป็นเวลา 2 คืนผ่านทาง Airbnb มาแล้วในปี 2022

 

DJ Khaled ซื้อบ้านหลังนี้ที่มาพร้อมกับ 5 ห้องนอน 7 ห้องน้ำ ในราคา 3.84 ล้านดอลลาร์ ตั้งแต่ปี 2015 และตลอดหลายปีที่อาศัยอยู่เขาก็ได้ลงทุนอีกกว่า 2.5 ล้านดอลลาร์ สำหรับการรีโนเวตและต่อเติมบ้านทั้งหลัง ซึ่งรวมไปถึงการสร้างห้องอำนวยความสะดวกสุดหรูต่างๆ เช่น ห้องรับชมภาพยนตร์, สระว่ายน้ำ, ท่าเรือขนาด 50 ฟุต และห้องนอนหลัก เป็นต้น นอกจากนั้นสิ่งที่โดดเด่นเป็นอย่างมากในบ้านหลังนี้ก็คือแชนเดอเลียร์ทอง 14 กะรัตที่ใช้คริสตัลจาก Swarovski

 

ภาพ: Airbnb

อ้างอิง:

The post บ้านในไมอามีที่เคยเป็นของ DJ Khaled ถูกวางขายในราคา 600 ล้านบาท พร้อมมีห้องเก็บรองเท้า 500 คู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บ้านของ Freddie Mercury ถูกวางขายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เขาเสียชีวิต ในราคากว่า 1.3 พันล้านบาท https://thestandard.co/freddie-mercury-lodge-fist-time-selling/ Mon, 25 Mar 2024 04:07:19 +0000 https://thestandard.co/?p=915086 Freddie Mercury

บ้าน Garden Lodge ของ Freddie Mercury ฟรอนต์แมนวง Queen […]

The post บ้านของ Freddie Mercury ถูกวางขายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เขาเสียชีวิต ในราคากว่า 1.3 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Freddie Mercury

บ้าน Garden Lodge ของ Freddie Mercury ฟรอนต์แมนวง Queen ผู้ล่วงลับ ได้รับการวางขายสู่ตลาดในราคา 38 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.3 พันล้านบาท ซึ่งนับเป็นการออกขายครั้งแรกตั้งแต่ที่เขาเสียชีวิตในวัยเพียง 45 ปี เมื่อปี 1991

 

บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ปิดล้อมอย่างเป็นส่วนตัวในย่านเคนซิงตันของกรุงลอนดอน โดย Freddie Mercury ได้มอบบ้าน รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ ข้าวของเครื่องใช้ทั้งหมดภายในบ้าน ให้กับอดีตคู่หมั้นและเพื่อนที่สนิทที่สุดคนหนึ่งของเขาอย่าง Mary Austin ซึ่งตั้งแต่ที่เขาจากโลกนี้ไปด้วยภาวะแทรกซ้อนจากโรคเอดส์ Mary Austin ก็ได้มาอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ และดูแลบ้านเป็นอย่างดีมาโดยตลอดเกือบ 30 ปี และตอนนี้เธอก็พร้อมที่จะปล่อยมือจากบ้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำนี้แล้ว

 

Mary Austin เผยว่า “บ้านหลังนี้เป็นดั่งกล่องแห่งความทรงจำที่ล้ำค่ามาโดยตลอด เพราะในทุกๆ ห้องนั้นเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นทุกอณู การได้อยู่ที่นี่นั้นมีแต่ความสุข และฉันมีความทรงจำที่สวยงามมากมายเหลือเกิน ตอนนี้เมื่อบ้านว่างเปล่าแล้ว มันทำให้ฉันนึกย้อนกลับไปถึงครั้งแรกที่เราได้มาดูมันเลย”

 

บ้านของ Freddie Mercury ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกโดยสถาปนิก Ernest Marshall สำหรับคู่รักศิลปิน Cecil Rea และ Constance Halford ตั้งแต่ปี 1907 และครั้งหนึ่งยังเคยตกเป็นของอดีตประธานแห่งองค์กร Sotheby อย่าง Peter Wilson จนกระทั่ง Freddie Mercury ซื้อบ้านหลังนี้มาในปี 1980 และให้นักออกแบบอย่าง Robin Moore Ede มาช่วยรีโนเวตบ้านและสวนทั้งหมดให้ จนบ้านกลายเป็นสไตล์อังกฤษแบบ Neo-Georgian อย่างที่เห็นในทุกวันนี้

 

ภายในตัวบ้านนั้นเต็มไปด้วยหินอ่อน พื้นไม้ และของประดับประดาที่เลือกเฟ้นอย่างพิถีพิถัน ในขณะที่ผนังห้องรับประทานอาหารถูกทาด้วยสีส้มเหลืองอันเป็นโทนสีโปรดของ Freddie Mercury นอกจากนั้นยังมีห้องวาดภาพเพดานสูงโปร่งที่เขาใช้เก็บแกรนด์เปียโนที่เขาใช้แต่งเพลงในตำนานอย่าง Bohemian Rhapsody และส่วนที่โดดเด่นที่สุดของบ้านก็หนีไม่พ้นสวนอันงดงาม ซึ่ง Freddie Mercury ได้ร่วมลงมือออกแบบเอง โดยมีต้นแมกโนเลียตั้งตระหง่านอยู่ในสวน รายล้อมด้วยต้นไม้นานาชนิดที่ถูกตัดแต่งเป็นรูปทรงอย่างประณีต 

 

“นาทีที่ Freddie กับฉันก้าวผ่านรั้วสีเขียวราวกับเทพนิยาย มันกลายเป็นสถานที่แห่งความสงบ เป็นบ้านของศิลปินอย่างแท้จริง และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เราจะส่งต่อความสงบนั้นให้กับคนอื่น” Mary Austin กล่าว

 

ภาพ: Barney Hindle / Getty Images

อ้างอิง:

The post บ้านของ Freddie Mercury ถูกวางขายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เขาเสียชีวิต ในราคากว่า 1.3 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Emma Stone ประกาศขายบ้านสไตล์สแปนิชในลอสแอนเจลิส ในราคาเกือบ 142 ล้านบาท https://thestandard.co/emma-stone-announces-house-for-sale/ Mon, 22 Jan 2024 01:19:55 +0000 https://thestandard.co/?p=890425

ขณะนี้เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ Emma Stone กำลังประสบค […]

The post Emma Stone ประกาศขายบ้านสไตล์สแปนิชในลอสแอนเจลิส ในราคาเกือบ 142 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

ขณะนี้เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ Emma Stone กำลังประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงในฐานะนักแสดง โดยเธอเพิ่งจะคว้ารางวัลจากเวที Golden Globe Awards และ Critics’ Choice Awards ด้วยผลงานภาพยนตร์เรื่อง Poor Things ซึ่งล่าสุดเธอประกาศขายบ้านในลอสแอนเจลิสของตัวเองในราคา 3.995 ล้านดอลลาร์ หรือราว 141 ล้านบาท

 

Emma Stone ขายบ้านสุดอบอุ่นสไตล์สแปนิชของตัวเอง ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ส่วนตัวที่มีรั้วล้อมรอบอย่าง Comstock Hills แห่งย่านเวสต์วูด ในลอสแอนเจลิส โดยตัวแทนนายหน้าผู้บ้านของเธอนาม Eric Lavey จากบริษัท Sotheby’s International Realty’s Beverly Hills เผยว่า ก่อนที่เธอจะขายบ้านหลังนี้ เธอรีโนเวตบ้านครั้งใหญ่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

บ้านสไตล์สแปนิชของ Emma Stone ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1926 ในพื้นที่ทั้งหมด 3,276 ตารางฟุต พื้นที่บ้านแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ประกอบไปด้วย 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ที่ใช้แมตทีเรียลตกแต่งสไตล์คลาสสิก เช่น อ่างอาบน้ำที่มีขารอง รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อย่างระเบียงบ้านขนาดใหญ่ และเตาผิงไฟ ซึ่งบ้านหลังนี้ได้รับการตกแต่งและเลือกเฟ้นเฟอร์นิเจอร์อย่างพิถีพิถันจนออกมาดูอบอุ่นและเต็มไปด้วยสีสัน ทั้งโซฟาสีฟ้าตัดกับหมอนใบนุ่มสีชมพู โคมไฟรูปทรงแปลกตาต่างๆ และผนังที่เต็มไปด้วยงานอาร์ตเวิร์กร่วมสมัย

 

อีกหนึ่งไฮไลต์ของบ้านหลังนี้ก็คือส่วนห้องครัวที่สร้างขึ้นในสไตล์สแปนิชอย่างเต็มตัว ที่มีช่องรับแสงจากธรรมชาติจากด้านนอกที่กว้างขวาง อีกทั้งยังใช้เพดานโค้งสูงที่ทำให้ห้องครัวดูมีชีวิตชีวา คอมพลีตด้วยช่องดักควันทรงก้อนเมฆสุดยูนีก นอกจากนั้นยังมีพื้นที่สวนหน้าบ้านขนาดใหญ่ที่มองเห็นวิวในตัวเมืองได้ 

 

อ้างอิง: 

The post Emma Stone ประกาศขายบ้านสไตล์สแปนิชในลอสแอนเจลิส ในราคาเกือบ 142 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>