ขมิ้น Camin Cafe Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ขมิ้น-camin-cafe/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 05 Oct 2021 13:34:53 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สวนป่า น้ำตก โคมไฟปลากัดตัวผู้ และอาหารใต้หรอยแรงจังฮู้ ที่ ‘ขมิ้น Camin Cuisine’ https://thestandard.co/camin-cuisine/ Sat, 14 Mar 2020 14:41:39 +0000 https://thestandard.co/?p=341422

บ้านเก่า 2 หลัง ภายในพื้นที่ 1 ไร่ ภายในซอยประเสริฐมนูก […]

The post สวนป่า น้ำตก โคมไฟปลากัดตัวผู้ และอาหารใต้หรอยแรงจังฮู้ ที่ ‘ขมิ้น Camin Cuisine’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

บ้านเก่า 2 หลัง ภายในพื้นที่ 1 ไร่ ภายในซอยประเสริฐมนูกิจ 2 ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้ฟื้นคืนชีพกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง หลังหนึ่งถูกปรับให้เป็นคาเฟ่ ส่วนอีกหลังตั้งใจให้เป็นร้านอาหาร แรกที่ก้าวเข้ามาในพื้นที่นี้ เราสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของผู้เป็นเจ้าของที่สร้างร้านนี้ขึ้นมา และเมื่อยิ่งรู้ถึงรายละเอียดต่างๆ ยิ่งทำให้ทึ่งและมั่นใจว่า เธอใส่ ‘หัวใจ’ เข้าไปในร้านนี้ด้วย 

 

คุณเบียร์-จุฑาทิพย์ เพชรเรือนทองล่าถึงความเป็นมาของร้าน ขมิ้น Camin Cuisine & Cafe ให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของร้านนี้เกิดจากความที่คุณเบียร์และสามีผู้เป็นคนใต้กันทั้งคู่ เมื่อถึงสุดสัปดาห์ทีไร ก็มักจะต้องไปสรรหาร้านอาหารใต้ที่ถูกใจหรอยจังฮู้รับประทานกัน จนวันหนึ่งก็คุยกันว่า “แล้วทำไมเราไม่ลองเปิดร้านของตัวเองกันดูล่ะ” ว่าดังนั้นคู่สามีภรรยาชาวใต้จึงตัดสินใจร่วมกันเปิดร้านอาหารใต้เป็นของตัวเองกัน แต่เนื่องจากในพื้นที่กว้างขวางนี้มีบ้านเก่าถึงสองหลัง จึงได้เกิดปิ๊งไอเดียเปิดเป็นร้านคู่ดูโอ้ ให้ฝั่งหนึ่งเป็นร้านอาหารใต้ตามความตั้งใจเดิม ส่วนอีกฝั่งเป็นคาเฟ่ตามสมัยนิยม 

 

เพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์และความภูมิใจในความเป็นชาวใต้ของผู้เป็นเจ้าของ คุณเบียร์และสามีจึงตกลงใจตั้งชื่อร้านว่า ขมิ้น Camin Cuisine & Cafe เพราะขมิ้นนั้นถือเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ทำให้เครื่องแกงของใต้มีความโดดเด่นแตกต่างจากอาหารไทยภาคอื่น ซึ่งในวันนี้ THE STANDARD POP จะพาไปเที่ยวชิมร้านขมิ้นฝั่ง Cuisine หรือฝั่งร้านอาหารกันก่อน 

 

The Vibe

 

 

บ้านทางฝั่งขวาของพื้นที่ประมาณ 1 ไร่เศษๆ แวดล้อมด้วยสวนร่มรื่นดีไซน์สวนป่า คือที่ตั้งของร้านขมิ้นฝั่งอาหาร ตัวบ้านเก่าที่ได้รับการรีโนเวตใหม่ยังรักษาโครงสร้างเดิมไว้ แต่ถูกปรับให้เป็นเรือนกระจกเพดานสูงโปร่ง โดดเด่นด้วยโคมไฟแชนเดอเลียร์ดีไซน์เก๋ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ‘ปลากัดไทย’ ซึ่งดูพลิ้วไหว มองทีแรกอาจจะคิดว่าเป็นผ้า แต่อันที่จริงแล้วทำจากสเตนเลส ซึ่งคุณเบียร์บอกว่า เป็นปลากัดตัวผู้ ให้เป็นคู่กับโคมแขวนอีกอันรูปปลากัดตัวเมียทางฝั่งคาเฟ่ ซึ่งทำมาจากทองแดง 

 

 

ด้านเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะเก้าอี้ของร้านส่วนหนึ่งเลือกใช้วัสดุหวายเพื่อแสดงออกถึงความเป็นพื้นบ้านไทยโบราณ แต่ดีไซน์ร่วมสมัย เช่นเดียวกับของตกแต่งอื่นๆ ที่ประดับประดาเอาไว้ตามจุดต่างๆ ภายในร้าน เช่น เครื่องทองเหลืองแท้ที่มาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อที่จะสื่อถึงความเป็นใต้ 

 

เพดานสูงโปร่ง โคมไฟได้รับแรงบันดาลใจจากปลากัดไทย

ตัวร้านถูกปรับมาจากบ้านเก่า ซึ่งรักษาโครงสร้างเดิมเอาไว้ดีมาก

 

บริเวณชั้นสองที่เป็นห้องส่วนตัวได้รับแรงบันดาลใจมาจากห้องยาไทยโบราณ​ แต่ถ้าไม่อยากจะนั่งภายในร้าน ก็ขอบอกว่า ด้านนอกในสวนที่ดีไซน์มาในคอนเซปต์สวนป่าหลากพืชพรรณพร้อมน้ำตกจำลองถึง 7 จุด ก็ได้บรรยากาศแสนร่มรื่น

 

สวนสวยร่มรื่นที่ดีไซน์ออกมาในคอนเซปต์สวนป่า

พร้อมน้ำตกจำลอง 

 

The Dishes

ด้วยความตั้งใจที่อยากจะให้คนใต้ซึ่งมาอยู่กรุงเทพฯ​ ได้คลายคิดถึงบ้านด้วยการรับประทานอาหารใต้ที่อร่อยถูกปากถูกใจในรสชาติที่คุ้นเคยโดยไม่ต้องเดินทางไกลกลับไปถึงบ้านเกิดที่ภาคใต้ อาหารของร้านขมิ้นจึงเน้นที่รสใต้แท้ๆ แต่แน่นอนว่า คนภาคอื่นที่ชื่นชอบรสชาติจัดจ้านก็ย่อมเอ็นจอยกันได้ด้วย และเพื่อให้มั่นใจได้ ดังนั้น คุณเบียร์จึงคัดสรรวัตถุดิบหลายอย่างให้ส่งตรงมาจากภาคใต้เลยทีเดียว 

 

‘เซตจังฮู้’ 

ชุดสำรับเรียกน้ำย่อยเซตใหญ่

 

เริ่มต้นกันด้วย เซตจังฮู้ (380 บาท) ชุดสำรับเรียกน้ำย่อยเซตใหญ่ที่ถูกจัดมาพอดีคำอย่างสวยงาม ได้แก่ ไก่ใบเตย ปลาแห้งแตงโม กุ้งพันตะไคร้ แต่ที่เราว่าน่าสนใจและแสดงถึงความเป็นใต้ได้ดีมากก็คือ เมี่ยงมะม่วงเบากับหมูกอและ แต่ถ้าอยากจะได้เซตเล็กที่ย่อมเยากว่านี้ เพื่อสำรองท้องไว้ให้กับอาหารจานหลัก ทางร้านก็ยังมี เซตหิดหุ้ย (230 บาท) อันเป็นสำรับเรียกน้ำย่อยชุดเล็กให้เลือก ซึ่งจะมีเพียง 3 อย่าง ได้แก่ ไก่ใบเตย เมี่ยงมะม่วงเบากับหมูกอและ

 

‘ยำบ้านขมิ้น’ 

ยำกุ้งแม่น้ำตัวโต เมนูเด่นของทางร้าน 

 

ยำบ้านขมิ้น (420 บาท) กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่มันเยิ้มย่างราดน้ำยำขมิ้นขาวรสดี เสริมความเป็นกุ้งยกกำลังสองด้วยกุ้งเสียบ เพิ่มความกรุบกรอบด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถือเป็นหนึ่งจานเด็ดของทางร้าน ส่วนจานของทอดคือ ปลาทรายทอดขมิ้น (220 บาท) จานนี้หอมขมิ้นอ่อนๆ ไม่ได้กลิ่นขมิ้นที่จัดจนเกินไป ทั้งยังรู้สึกได้ถึงความสดของเนื้อปลา ซึ่งทอดมาได้กรอบพอดิบพอดี

 

‘น้ำพริกหยำ’ และ ปลาทรายทอดขมิ้น’ 

 

น้ำพริกหยำ (210 บาท) เป็นอีกจานที่เราชอบสำหรับอาหารมื้อนี้ เพราะอุดมไปด้วยผักเหนาะ (ผักเคียงภาษาใต้) พื้นบ้านนานาชนิดให้เลือกจิ้มกินกับน้ำพริกหยำที่ปรุงมาจากกะปิที่สั่งมาเป็นพิเศษจากชาวบ้านในชุมชนจังหวัดกระบี่ กินน้ำพริกคู่กับปลาทอดขมิ้นคือดีงาม และยังมีดีตรงที่ในสำรับน้ำพริกยังมีกุ้งหวานกับหมูหวานเคียงมาให้กินเบรกความเผ็ดด้วย 

 

 

 ‘กุ้งผัดสะตอ’ และ ‘ยำไตปลาแห้ง’ 

 

จานต่อมาคือ กุ้งผัดสะตอ (250 บาท) ซึ่งใช้กะปิดีจากชุมชนเดียวกัน ยิ่งได้กุ้งสดอวบเบอร์นี้ยิ่งอร่อยกันไปใหญ่ ส่วนอีกจานที่แสดงออกถึงความเป็นใต้ได้ดีมากๆ คือ ยำไตปลาแห้ง (180 บาท) ไตปลาเป็นอาหารที่ทางภาคใต้นิยมรับประทานกันมาก นำมาหมักกับเกลือ แล้วมักนำไปปรุงต่อเป็นแกงไตปลาหรือยำไตปลา ซึ่งเราว่าหาที่อร่อยกินไม่ได้ง่ายๆ เลย แต่ต้องยอมรับว่า ทางร้านขมิ้นปรุงออกมาเป็นยำไตปลาแห้งที่มีรสชาติครบรสจัดจ้าน และได้กรุ่นกลิ่นของสมุนไพรดีทีเดียว

 

 

 

ไม่ใช่ว่าจะมีแต่อาหารรสจัดเพียงอย่างเดียว ทางร้านยังมีอาหารใต้อื่นๆ ให้เลือกรับประทานอีกหลายอย่าง เช่น ใบเหลียงต้มกะทิกุ้งสด (250 บาท) ชามนี้ออกมารสละมุนกลมกล่อม ช่วยซดดับเผ็ดจากอาหารจานอื่น สร้างความสมดุลให้กับอาหารหรอยแรงมื้อนี้ได้เป็นอย่างดี ส่วนอีกจานที่ช่วยเบรกความเผ็ดได้ดีนักแลคือ ผัดผักริมรั้ว (150 บาท) ที่ใช้ทั้งผักตำลึง ผักกูด และผักหวาน ซึ่งล้วนเป็นผักริมสดรั้วมาผัดอย่างง่ายๆ ทว่า ได้รสชาติที่ดี 

 

 

 

และอีกจานไฮไลต์ที่ทุกคนมักจะนึกถึงเมื่อพูดถึงอาหารใต้ก็คือ แกงส้ม ซึ่งในวันนี้สั่งมาเป็น แกงส้มปลากะพงยอดมะพร้าว (260 บาท) รสชาติแสนจัดจ้านสมศักดิ์ศรีเป็นแกงส้มแบบใต้ จานนี้ยังมีดีตรงที่สัมผัสได้ถึงความสดของเนื้อปลา และความกรอบหวานของในตัวเองของยอดมะพร้าว 

 

ร้านขมิ้นยังมีอาหารอีกหลายจานที่น่าอร่อย นอกจากนี้ถ้าอยากรับประทานขนมหรือของหวาน ก็เพียงแค่เดินข้ามไปยังฝั่งคาเฟ่ที่อยู่ใกล้กันเพียงอึดใจ หรือจะสั่งข้ามฝั่งมาส่งที่ร้านอาหารก็ยังได้ เขามีทั้งขนมไทยและขนมฝรั่งที่ประยุกต์ใส่ความเป็นใต้ของไทยเข้าไปได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งเราจะแนะนำให้ฟังกันในลำดับถัดไป 

 

What Else You Should Know: 

  • ที่ร้านขมิ้นมีข้าวให้เลือกรับประทาน 2 ชนิด ได้แก่ ข้าวขาวเป็นข้าวหอมมะลิ และข้าวกล้องสังข์หยดแท้จากจังหวัดพัทลุง ซึ่งนอกจากจะนุ่ม กินเพลินแล้ว ยังมีความดีงามตรงที่เป็นข้าวที่มีโปรตีนสูง ทั้งยังช่วยลดการเกิดคอเลสเตอรอลในเลือดได้อีกด้วย 
  • ร้านขมิ้นให้ความสำคัญมากกับรสชาติของวัตถุดิบที่สดใหม่ และคุณเบียร์ผู้เป็นเจ้าของร้านยังกำชับคนครัวอีกว่า ห้ามใส่ผงชูรสโดยเด็ดขาด
  • ทางร้านมีเครื่องดื่มต้อนรับที่จะหมุนเวียนไปในแต่ละวัน เช่น ในวันที่เราไปเยือนนั้นเป็นชาบัวเย็นหอมชื่นใจ  

 

ขมิ้น Camin Cuisine 

Open: ทุกวัน เวลา 11.00-22.30 น.

Address: 151/3 ซอยประเสริฐมนูกิจ 2 ถนนพหลโยธิน แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

Budget: ราคาอาหารเริ่มต้นที่ 120 บาทขึ้นไป

Contact: โทร. 09 5615 6615

Page: www.facebook.com/camin.cuisineandcafe.th

Map:

 


 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post สวนป่า น้ำตก โคมไฟปลากัดตัวผู้ และอาหารใต้หรอยแรงจังฮู้ ที่ ‘ขมิ้น Camin Cuisine’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ใครว่าโรบัสตาไม่อร่อย ตามไปจิบ ชิมขนมที่รับแรงบันดาลใจจากถิ่นใต้ไทยกันที่ ‘ขมิ้น Camin Cafe’ https://thestandard.co/camin-cafe-cake-and-coffee-that-inspired-by-southern/ Tue, 25 Feb 2020 07:36:21 +0000 https://thestandard.co/?p=334917

คราวที่แล้ว THE STANDARD POP ได้แนะนำร้านอาหารใต้หรอยแร […]

The post ใครว่าโรบัสตาไม่อร่อย ตามไปจิบ ชิมขนมที่รับแรงบันดาลใจจากถิ่นใต้ไทยกันที่ ‘ขมิ้น Camin Cafe’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

คราวที่แล้ว THE STANDARD POP ได้แนะนำร้านอาหารใต้หรอยแรง ‘ขมิ้น Camin Cuisine’ กันไปแล้ว และอย่างที่บอกว่าเราค่อนข้างจะชื่นชมในความตั้งใจ และความใส่ใจในรายละเอียดของ เบียร์-จุฑาทิพย์ เพชรเรือนทอง ผู้เป็นเจ้าของร้านอยู่ไม่น้อย คราวนี้ขอพาข้ามมายังฝั่งคาเฟ่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เบียร์ผู้ภูมิใจในความเป็นคนใต้ของตน ยังคงนำแรงบันดาลใจจากท้องถิ่นใต้ของไทยมาใส่เป็นกิมมิกในการตกแต่งร้าน และสร้างสรรค์เมนูขนมกับเครื่องดื่มของ ขมิ้น Camin Cafe แห่งนี้ให้เป็นคาเฟ่ตามสมัยนิยม ทว่าอบอวลไปด้วยกลิ่นอายท้องถิ่นทางภาคใต้ของไทยได้อย่างร่วมสมัย สนุก และน่ารัก 

 

The Vibe

 

 

แม้จะรีโนเวตจากตัวบ้านเก่าที่ปรับปรุงให้เป็นเรือนกระจกเพดานสูงโปร่ง เช่นเดียวกับฝั่งร้านอาหาร แต่ขมิ้นคาเฟ่มีบุคลิกที่แตกต่างตรงที่มีอารมณ์และบรรยากาศของความเป็นผู้หญิงมากกว่าทางฝั่งร้านอาหาร ด้วยรายละเอียดต่างๆ อย่าง ดอกไม้และปลากัดในขวดโหลที่ช่วยเพิ่มชีวิตชีวา ของแต่งร้านที่เป็นไฮไลต์อย่างโคมไฟแชนเดอเลียร์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากปลากัดตัวเมีย ซึ่งถ้าไม่บอกก็คงจะไม่รู้เลยว่าทำมาจากทองแดงที่นำไปหลอมแล้วนำมาถักทอให้มีรูปทรงที่พลิ้วไหวคล้ายผ้า ล้อเป็นคู่กับแชนเดอเลียร์รูปหางปลากัดตัวผู้ซึ่งทำจากสเตนเลสที่อยู่ทางฝั่งร้านอาหาร 

 

โคมไฟแชนเดอเลียร์รูปปลากัดตัวเมียทำจากทองแดง และครัวเปิดทำขนม 

 

ภายในคาเฟ่แห่งนี้มีครัวเปิดสำหรับทำขนม ซึ่งผนังเพนต์รูปปลากัดสีสวยงาม และในบางคราวเบียร์ก็ยังแพลนว่าจะใช้สำหรับจัดเวิร์กช็อปทำขนมสำหรับผู้ที่สนใจอีกด้วย นอกจากนี้ทางด้านนอกยังมีสวนร่มรื่นกว้างใหญ่ดีไซน์สวนป่า ที่มาพร้อมกับเสียงน้ำไหลเย็นใจของน้ำตกอีก 7 จุด

 

สวนร่มรื่นกว้างใหญ่ดีไซน์สวนป่า มาพร้อมกับน้ำตก 7 จุด

 

The Drinks

 

‘มะม่วงเบาโซดา’ และ ‘ลูกหยีโซดา’ สองเมนูน้ำซ่าที่สะท้อนความเป็นท้องถิ่นใต้ได้เป็นอย่างดี 

 

เริ่มต้นจิบกันในบรรยากาศดีๆ แบบนี้ด้วยเครื่องดื่มเย็นเบาๆ แสนสดชื่น และสะท้อนความเป็นใต้ได้ดีกับ มะม่วงเบาโซดา (120 บาท) รสชาติเปรี้ยวหวาน ซึ่งใครที่เป็นแฟนมะม่วงเบาของใต้อยู่แล้วรับรองว่าต้องชอบ ส่วนอีกแก้วหนึ่งนั้นเราค่อนข้างเซอร์ไพรส์ในความคิดสร้างสรรค์ของมิกโซโลจิสต์ เพราะเอาลูกหยี ผลไม้ที่ได้รับความนิยมและอุดมอยู่ในภาคใต้มาทำเป็น ลูกหยีโซดา (120 บาท) แก้วนี้ได้รสลูกหยีมาแบบเข้มๆ ทว่าสดชื่นลงตัวยิ่งนัก  

 

คนที่ชอบดื่มกาแฟจำนวนไม่น้อยมักจะมีความเชื่อฝังใจกันว่ากาแฟที่อร่อยจะต้องเป็นเมล็ดกาแฟพันธุ์อาราบิก้าเท่านั้น ทว่าขมิ้นคาเฟ่กลับเลือกที่จะไฮไลต์เมล็ดกาแฟโรบัสตา ซึ่งประเทศไทยมีแหล่งเพาะปลูกที่สำคัญอยู่ที่ภาคใต้ โดยเฉพาะที่จังหวัดระนอง มาเป็นกาแฟหลักของร้าน (แต่ก็มีกาแฟอาราบิก้าให้เลือกดื่มด้วยเช่นกัน) ซึ่งบาริสต้าของทางร้านบอกว่า หลังจากที่ใช้ความพยายามในการลองผิดลองถูก ก็พบว่ากระบวนการ Wash Process และการใช้เทคนิคคั่วระดับกลางนั้นทำให้ได้ Flavour Profile ที่ใช่และดีที่สุด ซึ่งยังคงความหนักแน่นของกาแฟโรบัสตา แต่ก็ยังมีรสหวานเปรี้ยวอ่อนๆ คล้ายกับกาแฟอาราบิก้า ทั้งนี้เมล็ดกาแฟโรบัสตาตัวนี้ได้รับการตั้งชื่ออย่างน่ารักว่า ‘หนุ่มใต้’

 

‘Himmapan Amber’ กาแฟดำใส่น้ำผึ้งชันโรง

 

เราเริ่มจิบเครื่องดื่มกาแฟกันด้วย Himmapan Amber (140 บาท) กาแฟดำใส่น้ำผึ้งชันโรง น้ำผึ้งที่มีชื่อเสียงด้านสรรพคุณทางยาจากทางใต้ ซึ่งจะมีเอกลักษณ์อยู่ที่รสเปรี้ยวและมีกลิ่นหอมที่ไม่เหมือนน้ำผึ้งทั่วๆ ไป แก้วนี้ไม่ได้ใส่น้ำผึ้งมากจนหวานกลบรสกาแฟ ทว่าได้ทั้งกลิ่นหอมและรสหวานจางๆ ของน้ำผึ้ง เป็นเมนูกาแฟดำเย็นที่จิบง่ายชื่นใจ นอกจากนี้ยังได้ลองจิบ Hot Cappucino (80 บาท) ฟองนมสวยละเมียดได้มาตรฐานจัดว่าดี และ Iced  Latte (100 บาท) ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาชงโดยใช้เมล็ดกาแฟโรบัสตา ‘หนุ่มใต้’ ซึ่งเราขอบอกเลยว่าไม่เคยจิบโรบัสตาที่ไหนแล้วอร่อยลื่นเท่านี้มาก่อนเลย 

 

Hot Cappucino และ Iced Latte

 

The Dishes

รายการขนมของขมิ้นคาเฟ่ มีทั้งขนมไทยและขนมฝรั่งที่ประยุกต์นำส่วนผสมเด่นๆ ของภาคใต้ไทยใส่ลงไปด้วย โดยจะมีเชฟของหวานที่เชี่ยวชาญคอยรับดูแลขนมไทย และเบเกอรีอย่างละคน เพื่อให้สามารถควบคุมคุณภาพและแบ่งความรับผิดชอบกันได้อย่างชัดเจน

 

‘เซตแม่หญิงใหญ่’ เซตขนมไทย 15 ชนิด

 

สำหรับไฮไลต์ของฝั่งขนมไทย แนะนำให้สั่ง เซตแม่หญิงใหญ่ (299 บาท) ขนมไทยชุดใหญ่จัดเต็ม ประกอบด้วยขนมไทยถึง 15 ชนิด อาทิ ฝอยทอง ทองหยอด หันตรา สัมปันนี กลีบลำดวน ขนมผิง หม้อแกง อาลัวสด ตะโก้ทับทิมกรอบ ขนมกล้วย ขนมชั้น ขนมโค ขนมมันหน้ากระทิ ฯลฯ แต่ถ้ากลัวจะมากเกินไป ก็มีของหวานเซตเล็กที่ขนาดและราคาย่อมเยาว์ให้เลือกด้วยใน เซตแม่หญิงเล็ก (189 บาท) สำหรับขนมไทยที่ได้ชิมแล้วพบว่ารสชาติดีเป็นพิเศษคือ หม้อแกงอาลัวสด กับขนมโค และขนมมันหน้ากระทิ ซึ่งสองอย่างหลังเป็นขนมเด่นของทางภาคใต้ รสชาติถึงเครื่องถึงรส ที่น่าพูดถึงคือ ขนมโคนั้นเลือกใช้น้ำตาลแว่นของทางใต้ จึงได้รสละมุนไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป 

 

 ‘ทาร์ตลูกหยีอัลมอนด์ครีมน้ำผึ้ง’ ด้านบนเป็นวิปกานาชที่ใช้ลูกหยีเป็นส่วนผสม 

 

ด้านเบเกอรี ต้องยอมรับว่ามีเมนูออริจินัลซิกเนเจอร์ที่น่าสนใจหลายอย่าง ซึ่งเราไม่เคยเห็นที่ร้านไหนมาก่อนอย่าง ทาร์ตลูกหยีอัลมอนด์ครีมน้ำผึ้ง (120 บาท) ซึ่งข้างในจะเป็นเค้กที่มีอัลมอนด์ครีมและมีกลิ่นหอมของน้ำผึ้ง ด้านบนเป็นวิปกานาชที่ใช้ลูกหยีเป็นส่วนผสม หอมกลิ่นลูกหยี รสออกเปรี้ยวเล็กน้อยแต่ละมุน 

 

‘เค้กมะพร้าวอ่อน’ แต่ละชิ้นใช้เนื้อมะพร้าวไม่ต่ำกว่าหนึ่งลูก

 

เค้กมะพร้าวอ่อน (150 บาท) ซึ่งเชฟเบเกอรีของที่นี่การันตีว่าแต่ละชิ้นใช้มะพร้าวในการทำไม่ต่ำกว่าหนึ่งลูก โดยจะเลือกเนื้อส่วนที่ยังแข็งนำมาทำเป็นไส้ตรงกลาง ส่วนเนื้อมะพร้าวอ่อนก็จะวางโป๊ะไว้อยู่ด้านบน เวลารับประทานจึงให้รสสัมผัสที่หลากหลาย หวานกำลังดี ละมุนทั้งเนื้อเค้ก ครีม และเนื้อมะพร้าวอ่อน 

 

‘โอเปราชาไทย’ เนื้อเค้กเป็นชั้นๆ แทรกด้วยครีมชาซีลอน

 

ส่วนของหวานอย่างสุดท้ายที่เราได้ชิมคือ โอเปราชาไทย (150 บาท) ใช้ชาซีลอนซึ่งได้รับความนิยมในแถบภาคใต้เป็นส่วนผสมหลัก ทำเนื้อเค้กออกมาเป็นชั้นๆ แทรกด้วยครีมชาซีลอน ได้ทั้งรสและกลิ่นชาที่ชัดเจน

 

นอกจากนี้ขมิ้นคาเฟ่ยังมีเบเกอรีเมนูอื่นๆ ซึ่งครีเอตโดยใช้วัตถุดิบเด่นๆ จากทางภาตใต้ที่เราคิดว่าน่าสนใจ อย่าง เค้กอินทผาลัม และ ชีสเค้กส้มซ่า ไว้ให้ลองชิมกันอีก ซึ่งใครที่อยากจะชิมขนมอร่อยๆ ที่มีแรงบันดาลใจจากท้องถิ่นใต้แบบนี้ ทั้งยังจะได้มีส่วนช่วยในการกระจายรายได้ให้ถึงมือเกษตรกรผู้ผลิตวัตถุดิบจากภาคใต้ที่ทางร้านเลือกใช้ ก็คงต้องไปอุดหนุนกัน

 

What Else You Should Know: 

  • น้ำตาลแว่น เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปมาจากน้ำตาลโตนดของชาวอำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น อำเภอสทิงพระเป็นพื้นที่ซึ่งมีต้นตาลโตนดปลูกมากที่สุดในประเทศไทย การทำน้ำตาลแว่นนั้นจะต้องอุทิศทั้งเวลาและความอดทน โดยจะต้องเคี่ยวน้ำตาลโตนด เติมน้ำมันมะพร้าวเล็กน้อย เพื่อกันไม่ให้เกิดฟองยามเคี่ยว จากนั้นกวนจนหนืดเป็นสีน้ำตาลเข้ม นำมาตักหยอดลงในแว่นพิมพ์แล้ววางทิ้งไว้ให้เย็นลงจนแห้งเป็นแว่น ให้รสชาติที่หวานกลมกล่อมกว่าน้ำตาลทราย เหมาะสำหรับเป็นส่วนผสมในการทำขนม 
  • นอกจากเครื่องดื่มที่เราได้ชิมและลองแนะนำกันไปบ้างแล้ว ขมิ้นคาเฟ่ยังมีเครื่องดื่มอื่นๆ ใน Camin’s Collection ที่บาริสต้าสร้างสรรค์มาได้อย่างน่าสนใจ อาทิ The Lost Recipe (1,000 บาท) ที่ใช้กาแฟถึง 6 ช็อต บ่มในถังไม้กับกระชายดำและขมิ้นขาวถึง 5 วัน ทั้งยังมีสรรพคุณในการชูกำลังอีกด้วย, Sea Spinel (140 บาท) ที่เป็นกาแฟชงผสมกับผสมลูกหยีและนำมาเชกให้เกิดฟอง ซึ่งนอกจากจะมีทั้งความเข้มของกาแฟแล้ว ยังได้รสเปรี้ยวของลูกหยีด้วย นอกจากนี้ในขมิ้นคอลเล็กชันนี้ยังมีเครื่องดื่มที่น่าลองอีกหลายแก้ว รวมถึงกาแฟ Slow Bar แบบดริปและไซฟอนอีกด้วย

 

Open: ทุกวัน 08.00-19.00 น.

Address: 151/3 ซอยประเสริฐมนูกิจ 2 ถนนพหลโยธิน แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

Budget: เครื่องดื่มราคาเริ่มต้นที่ 20 บาท, ขนมราคาเริ่มต้นที่ 120 บาท

Contact: โทร. 09 5615 6615

Page: www.facebook.com/camin.cuisineandcafe.th

Map:

 

The post ใครว่าโรบัสตาไม่อร่อย ตามไปจิบ ชิมขนมที่รับแรงบันดาลใจจากถิ่นใต้ไทยกันที่ ‘ขมิ้น Camin Cafe’ appeared first on THE STANDARD.

]]>