ขบวนเสด็จ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ขบวนเสด็จ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 05 Sep 2025 06:35:13 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษา คดีขัดขวางขบวนเสด็จฯ สั่งจำคุก เอกชัย-บุญเกื้อหนุน และพวกรวม 5 คน https://thestandard.co/royal-motorcade-case-verdict-overturned/ Fri, 05 Sep 2025 06:35:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1115839 ศาลอุทธรณ์ เอกชัย บุญเกื้อหนุน

วันนี้ (5 กันยายน) เวลา 09.30 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเ […]

The post ศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษา คดีขัดขวางขบวนเสด็จฯ สั่งจำคุก เอกชัย-บุญเกื้อหนุน และพวกรวม 5 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลอุทธรณ์ เอกชัย บุญเกื้อหนุน

วันนี้ (5 กันยายน) เวลา 09.30 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีขัดขวางขบวนเสด็จฯ หมายเลขดำ อ778/2564 ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง เอกชัย หงส์กังวาน, บุญเกื้อหนุน เป้าทอง, สุรนาถ แป้นประเสริฐ, ชนาธิป ชัยชะยางกูร และ ภาณุภัทร ไผ่เกาะ เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินีฯ และข้อหาอื่น ๆ จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563

 

ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลย หลังศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

 

คดีนี้ ศาลอาญาเคยมีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งหมด เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีความผิดตามฟ้อง อย่างไรก็ตาม อัยการโจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลลงโทษจำเลย

 

ศาลอุทธรณ์ได้ตรวจสำนวนและพิจารณาแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานมีน้ำหนักเพียงพอที่ยืนยันได้ว่าจำเลยทั้งหมดกระทำความผิดจริง จึงมีคำพิพากษากลับคำตัดสินของศาลชั้นต้น โดยมีคำสั่งลงโทษจำคุกจำเลย ดังนี้

 

  • เอกชัย หงส์กังวาน จำเลยที่ 1 ถูกตัดสินจำคุก 21 ปี
  • บุญเกื้อหนุน เป้าทอง พร้อมจำเลยอีก 3 คน ได้แก่ สุรนาถ แป้นประเสริฐ, ชนาธิป ชัยชะยางกูร และ ภาณุภัทร ไผ่เกาะ ถูกตัดสินจำคุกคนละ 16 ปี

The post ศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษา คดีขัดขวางขบวนเสด็จฯ สั่งจำคุก เอกชัย-บุญเกื้อหนุน และพวกรวม 5 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจนครบาลจัดกำลังตำรวจจราจรกว่า 200 นาย ดูแลเส้นทางเสด็จฯ-อำนวยความสะดวกให้ประชาชนชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารคพรุ่งนี้ https://thestandard.co/road-traffic-on-the-royal-barge-procession-day/ Sat, 26 Oct 2024 07:26:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1000436

วันนี้ (26 ตุลาคม) พล.ต.ต. ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการ […]

The post ตำรวจนครบาลจัดกำลังตำรวจจราจรกว่า 200 นาย ดูแลเส้นทางเสด็จฯ-อำนวยความสะดวกให้ประชาชนชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารคพรุ่งนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 ตุลาคม) พล.ต.ต. ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ดูแลงานจัดการจราจรพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในวันพรุ่งนี้ (27 ตุลาคม) กล่าวว่า เบื้องต้นจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรดูแลในเส้นทางพื้นที่เสด็จพระราชดำเนินและพื้นที่ประชาชนเฝ้ารับเสด็จฯ สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินกลับ รวมกำลังจากหน่วยต่างๆ มากกว่า 200 นาย

 

พล.ต.ต. ธวัช กล่าวว่า เส้นทางเสด็จฯ ด้วยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคจะผ่านสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสิ้น 5 สะพาน คือ สะพานกรุงธนหรือสะพานซังฮี้, สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า, สะพานพระราม 8, สะพานพระพุทธยอดฟ้า และสะพานพระปกเกล้า ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่ปิดการจราจรทั้ง 5 สะพานดังกล่าว โดยจะให้รถสามารถสัญจรข้ามผ่านไปมาได้ตามปกติ แต่ห้ามรถหยุดดูขบวนเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดผลกระทบด้านการจราจร ส่วนประชาชนที่จะเดินข้ามสะพานทั้ง 5 แห่งจะปิดไม่ให้เดินผ่านในช่วงที่มีขบวนพยุหยาตราเสด็จพระราชดำเนินผ่าน จึงขอให้ติดตามชมขบวนหรือรอรับเสด็จฯ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและเส้นทางต่างๆ เท่านั้น

 

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางบริเวณท่าวาสุกรีตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งจะเป็นช่วงที่เสด็จพระราชดำเนินมาเข้าขบวนเรือ และขอให้หลีกเลี่ยงในช่วงหลังเวลา 17.00 น. ที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เพราะจะเป็นช่วงเวลาที่เสด็จพระราชดำเนินกลับ

 

สำหรับที่จอดรถซึ่งจะใช้รองรับประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จฯ และชมขบวนเรือ สามารถนำรถมาจอดได้ที่ท้องสนามหลวง, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ราชนาวีสโมสร และพื้นที่จอดรถอื่นๆ แต่คาดว่าจะไม่สามารถรองรับจำนวนประชาชนที่จะเดินทางมาได้เพียงพอ จึงขอให้หลีกเลี่ยงการนำรถส่วนบุคคลมา ให้ใช้รถสาธารณะแทน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการจัดการจราจรในลักษณะดังกล่าวจะไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนโดยรอบพื้นที่การจัดงาน รวมทั้งจุดเฝ้ารับเสด็จฯ และชมขบวนเรือตามที่ต่างๆ

The post ตำรวจนครบาลจัดกำลังตำรวจจราจรกว่า 200 นาย ดูแลเส้นทางเสด็จฯ-อำนวยความสะดวกให้ประชาชนชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารคพรุ่งนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมราชทัณฑ์แจง ‘ตะวัน-แฟรงค์’ ได้ประกันตัวคดี ม.116 บีบแตรขบวนเสด็จฯ ปล่อยออกจากเรือนจำแล้วทั้งสองคน https://thestandard.co/tawan-frank-got-bail/ Wed, 29 May 2024 02:08:31 +0000 https://thestandard.co/?p=938681

วานนี้ (28 พฤษภาคม) กรมราชทัณฑ์ชี้แจงกรณี ทานตะวัน ตัวต […]

The post กรมราชทัณฑ์แจง ‘ตะวัน-แฟรงค์’ ได้ประกันตัวคดี ม.116 บีบแตรขบวนเสด็จฯ ปล่อยออกจากเรือนจำแล้วทั้งสองคน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (28 พฤษภาคม) กรมราชทัณฑ์ชี้แจงกรณี ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน และ ณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร หรือ แฟรงค์ ได้รับการประกันตัว และถูกปล่อยตัวเป็นการชั่วคราว ในคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ สืบเนื่องมาจากถูกกล่าวหาว่าบีบแตรใส่ขบวนเสด็จของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 ศาลอาญาอนุญาตให้ประกันตัวทานตะวัน และมีคำสั่งเบิกตัวไปติดกำไล EM ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 โดยทัณฑสถานหญิงกลางได้ดำเนินการนำตัวทานตะวันไปติดกำไล EM ที่ศาลอาญา และนำกลับมาปล่อยตัว 

 

จากนั้นในช่วงเย็นของวันเดียวกัน สถานีตำรวจนครบาลพระราชวังได้มาอายัดตัวทานตะวัน กรณีสนับสนุนการพ่นสีกำแพงวัดพระแก้ว และต่อมาได้รับอนุญาตให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน 

 

ส่วนกรณีของณัฐนนท์ ศาลอาญาได้ออกหมายปล่อยตัวเป็นการชั่วคราว โดยต่อมา เวลา 19.40 น. ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ดำเนินการตรวจสอบเอกสารและปล่อยตัวไปเรียบร้อยแล้วเช่นกัน

The post กรมราชทัณฑ์แจง ‘ตะวัน-แฟรงค์’ ได้ประกันตัวคดี ม.116 บีบแตรขบวนเสด็จฯ ปล่อยออกจากเรือนจำแล้วทั้งสองคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ตะวัน’ ถูก สน.พระราชวัง อายัดตัวทันทีหลังปล่อยตัว ด้วยข้อกล่าวหาสนับสนุนพ่นสีกำแพงวัง ก่อนได้รับการประกันตัว https://thestandard.co/tawan-was-seized-after-being-released-on-bail/ Tue, 28 May 2024 12:44:08 +0000 https://thestandard.co/?p=938569

วันนี้ (28 พฤษภาคม) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายง […]

The post ‘ตะวัน’ ถูก สน.พระราชวัง อายัดตัวทันทีหลังปล่อยตัว ด้วยข้อกล่าวหาสนับสนุนพ่นสีกำแพงวัง ก่อนได้รับการประกันตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (28 พฤษภาคม) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัว ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ‘ตะวัน’ ผู้ต้องหาจากคดีมาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ สืบเนื่องมาจากถูกกล่าวหาว่าบีบแตรใส่ขบวนเสด็จฯ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 ออกจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ไปติดกำไล EM ที่ศาลอาญา หลังได้ประกันตัวในคดี ม.116 วานนี้ (27 พฤษภาคม)

 

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระราชวัง ได้เตรียมจะอายัดตัวทานตะวันต่อ หลังพบว่ามีหมายจับของศาลอาญาในอีกคดี คือถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สนับสนุน ‘บังเอิญ’ ในการพ่นสีบนกำแพงพระราชวัง ซึ่งเมื่อเวลา 15.00 น. มีการพูดคุยกับ สน.พระราชวัง ว่าจะไม่อายัดตัวในวันนี้ แต่จะให้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้

 

ก่อนที่เวลา 16.40 น. สน.พระราชวัง จะเปลี่ยนแนวทาง และได้เข้าอายัดตัวทานตะวัน หลังได้รับการปล่อยตัวที่ทัณฑสถานหญิงกลาง และนำตัวไปยัง สน.พระราชวัง โดยมีทนายความติดตามไป

 

ล่าสุด หลังจากพนักงานสอบสวน สน.พระราชวัง แจ้งข้อหาต่อทานตะวัน ในคดีสนับสนุนบังเอิญพ่นสีกำแพงวัง ได้อนุญาตให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน โดยให้วางหลักทรัพย์ 20,000 บาท ได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์ ทำให้ทานตะวันได้รับการปล่อยตัว

The post ‘ตะวัน’ ถูก สน.พระราชวัง อายัดตัวทันทีหลังปล่อยตัว ด้วยข้อกล่าวหาสนับสนุนพ่นสีกำแพงวัง ก่อนได้รับการประกันตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษกศาลแจง กรณีศาลอาญาฯ เลื่อนสั่งจำหน่ายคดีโพลขบวนเสด็จฯ ส่วนของ ‘บุ้ง ทะลุวัง’ เหตุอัยการขอพนักงานสอบสวนยืนยันการตายตามขั้นตอน https://thestandard.co/bung-thaluwang-court-poll/ Mon, 20 May 2024 14:25:06 +0000 https://thestandard.co/?p=936000

วันนี้ (20 พฤษภาคม) ความคืบหน้ากรณีที่ ณัฐนิช ดวงมุสิทธ […]

The post โฆษกศาลแจง กรณีศาลอาญาฯ เลื่อนสั่งจำหน่ายคดีโพลขบวนเสด็จฯ ส่วนของ ‘บุ้ง ทะลุวัง’ เหตุอัยการขอพนักงานสอบสวนยืนยันการตายตามขั้นตอน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (20 พฤษภาคม) ความคืบหน้ากรณีที่ ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือ ใบปอ นักกิจกรรมทางการเมืองกลุ่มทะลุวัง เพื่อนของ เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้ง จำเลยคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากการทำโพลขบวนเสด็จฯ ที่บริเวณลานหน้าศูนย์การค้าย่านปทุมวัน เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 ได้เดินทางมาตามนัดสืบพยานที่ศาลอาญากรุงเทพใต้

 

โดยณัฐนิชให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ได้แจ้งต่อศาลว่าเนติพรเสียชีวิตแล้ว ซึ่งศาลสั่งให้พนักงานสอบสวนหาเอกสารยืนยันการเสียชีวิตของเนติพรอีก ทั้งที่วันนี้มีเอกสารยืนยันจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์มาแล้วว่าเนติพรเสียชีวิตจริง รวมถึงนำป้ายและโกศอัฐิของเนติพรมาตั้งไว้ในห้องพิจารณาคดี แต่ศาลยังไม่เชื่อและสั่งให้ไปสอบสวนมา  

 

จากกรณีดังกล่าว สรวิศ ลิมปรังษี โฆษกศาลยุติธรรม ได้ชี้แจงว่า ในคดีนี้มีหนังสือของทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์แจ้งมาที่ศาล บันทึกในสำนวนลงวันที่ 20 พฤษภาคม ว่าเนติพรเสียชีวิต ซึ่งศาลได้สอบถามกับพนักงานอัยการ และได้รับแจ้งว่ามีหนังสือจากกรมราชทัณฑ์มาแล้ว 

 

ซึ่งพนักงานอัยการยืนยันว่า ต้องให้พนักงานสอบสวนไปตรวจสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอนก่อน จึงจะสามารถแถลงศาล ยืนยันการเสียชีวิตได้ ศาลจึงให้พนักงานอัยการไปดำเนินการตามขั้นตอน เนื่องจากตัวอัยการเป็นโจทก์ในคดี

 

สรวิศกล่าวต่อว่า สำหรับเอกสารที่อัยการขอให้พนักงานสอบสวนไปตรวจสอบเป็นเอกสารรับรองว่าเสียชีวิตจริง ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติเหมือนกับในคดีอื่นๆ เพียงแต่คดีที่ผ่านมาอาจไม่ได้มีหนังสือจากโรงพยาบาลมา แต่ตามขั้นตอนของพนักงานอัยการจะต้องให้พนักงานสอบสวนไปตรวจสอบหาเอกสารมายืนยัน 

 

ส่วนเรื่องที่ระบุว่า เมื่อมีหนังสือจากกรมราชทัณฑ์มายื่นศาลก็น่าจะเพียงพอแล้ว ตรงนี้เป็นประเด็นการดำเนินการตามขั้นตอนของทางฝ่ายพนักงานอัยการ ขอให้พนักงานอัยการดำเนินการตามขั้นตอนปกติของเขา ศาลมีคำสั่งนัดอีกครั้งวันที่ 27 พฤษภาคม เพื่อรอเอกสารการยืนยันก่อนที่จะมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะในส่วนผู้เสียชีวิต เรื่องนี้ดูแล้วก็ไม่ได้มีเหตุกลั่นแกล้งใคร

The post โฆษกศาลแจง กรณีศาลอาญาฯ เลื่อนสั่งจำหน่ายคดีโพลขบวนเสด็จฯ ส่วนของ ‘บุ้ง ทะลุวัง’ เหตุอัยการขอพนักงานสอบสวนยืนยันการตายตามขั้นตอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ถ้าวันนั้นเป็นลูกของคุณ” ป้ามล ทิชา ยื่นค้านฝากขังตะวัน-แฟรงค์ ขอผู้พิพากษาชักฟืนออกจากกองไฟ https://thestandard.co/ticha-na-nakorn-tawan-frank/ Sun, 10 Mar 2024 06:19:53 +0000 https://thestandard.co/?p=909368 ป้ามล ทิชา นำทีมนักกิจกรรมยื่นค้าน คดี ตะวัน แฟรงค์

จากกรณีที่พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ได้ยื่นคำร้องขอฝากขัง […]

The post “ถ้าวันนั้นเป็นลูกของคุณ” ป้ามล ทิชา ยื่นค้านฝากขังตะวัน-แฟรงค์ ขอผู้พิพากษาชักฟืนออกจากกองไฟ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป้ามล ทิชา นำทีมนักกิจกรรมยื่นค้าน คดี ตะวัน แฟรงค์

จากกรณีที่พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ได้ยื่นคำร้องขอฝากขัง 2 ผู้ต้องหานักกิจกรรมกรณีขบวนเสด็จฯ ซึ่งประกอบด้วย ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ แฟรงค์-ณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร เป็นครั้งที่ 3 ระยะเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 9-20 มีนาคม

 

โดยในวันนี้ (10 มีนาคม) ทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน พร้อมด้วย สมหมาย ตัวตุลานนท์ บิดาของทานตะวัน, เอกชัย หงส์กังวาน, แบม-อรวรรณ ภู่พงษ์ และ สายน้ำ-นภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ เดินทางมาที่ศาลอาญาเพื่อยื่นคำแถลงขอให้ศาลพิจารณาไม่รับฝากขังทานตะวันและณัฐนนท์

 

ทิชากล่าวว่า ตนอยากเรียนข้อมูลให้สาธารณะได้รับทราบว่า ในปัจจุบันเรือนจำทั่วประเทศมีการคุมขังผู้ต้องโทษกว่า 250,000 ราย โดย 80% เป็นนักโทษเด็ดขาด ส่วนอีก 20% เป็นนักโทษที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีและไม่ได้รับการประกันตัว ต่อมามีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าถึงที่สุดศาลยกฟ้อง แสดงให้เห็นว่าการคุมขัง 20% ดังกล่าวเป็นการคุมขังผู้บริสุทธิ์ ซึ่งเราต้องมาคำนวณเกี่ยวกับวันเวลา อิสรภาพ และโอกาสในการทำมาหากินของพวกเขา 

 

ถ้าเราทำงานวิจัย นี่คือความสูญเสียมหาศาล นอกจากนี้ตนยังอยากย้ำว่า สิทธิในการประกันตัวเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่ได้กำหนดไว้ แต่เรากลับปล่อยให้คนจำนวน 20% เข้าไปอยู่ในเรือนจำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นว่าการต่อสู้ของทานตะวัน ณัฐนนท์ และนักกิจกรรมทางการเมืองคนอื่นๆ พวกเขาไม่ได้ต่อสู้เพื่อตัวเอง แต่ตั้งคำถามกับระบบที่เกิดก่อนเขา และเขาก็สงสัยในระบบเหล่านี้ มันเป็นคำถามที่ใหญ่และตบหน้าคนที่เกิดก่อนด้วยซ้ำ

 

ทิชากล่าวอีกว่า ตนมั่นใจว่าทุกคนรู้สึกว่าระบบยุติธรรมของไทยตอนนี้กำลังเดินทางเข้าสู่วิกฤตศรัทธา ดังนั้นการต่อสู้ของเด็กๆ ทั้งหมดเป็นเรื่องที่บุคคลภายนอกอย่างเราต้องไม่อยู่เฉย และถ้าทุกคนรู้สึกว่าการอดอาหารประท้วงของพวกเขาเป็นการตัดสินใจกันเอง และถ้าอยากสาปแช่งให้เด็กเหล่านี้ติดคุกและเสียชีวิต และถ้าพวกคุณรู้สึกเกรี้ยวกราดต่อการท้าทายอำนาจรัฐของเด็ก เราก็อยากบอกว่าพวกคุณกำลังลดทอนคุณค่าของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ เพราะถ้าในอนาคตกฎหมายยังไม่ได้ถูกออกแบบไว้เป็นอย่างดี วันนั้นอาจเป็นชะตากรรมของลูกหลานของพวกคุณก็ได้ที่เจอกฎหมายไม่เป็นธรรม สรุปแล้วการประท้วงเรียกร้องให้ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมของทานตะวัน ณัฐนนท์ และ บุ้ง เนติพร โดยการเอาชีวิตเป็นเดิมพันจึงไม่ใช่การเรียกร้องเพื่อตัวเอง แต่ต้องการระบบที่มันยุติธรรม ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเด็ดเดี่ยวของเด็กๆ ในนาทีนี้มันเข้าสู่สัญญาณอันตราย ตนและคนข้างนอกไม่อาจอยู่เฉยได้แม้ผลจะเป็นอย่างไร 

 

“การที่เรามาที่ศาลเพราะยังเหลือศรัทธาในกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นจึงหวังว่าจะยังคงมีผู้พิพากษาที่มีความเป็นมนุษย์ในสถาบันแห่งนี้ที่จะกล้าหาญพอที่จะชักฟืนออกจากกองไฟให้ได้ เพื่อไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายไปกว่านี้ เพราะในอดีตเรามีประวัติศาสตร์บาดแผลมามากมายแล้ว นี่จึงเป็นอีกครั้งที่เราจะเลือกว่าจะสร้างประวัติศาสตร์บาดแผลหน้าใหม่ หรือจะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นระบบที่เหมาะสมอยู่ร่วมกันได้” ทิชากล่าว

 

ทิชากล่าวต่อว่า แม้ผู้ใหญ่จะรู้สึกว่าพวกเขาไม่มีมารยาท ไม่น่ารัก แต่คำถามคือ มันสมเหตุสมผลหรือไม่ที่จะใช้กฎหมายตั้งข้อหาอย่างรุนแรงขนาดนี้ ตนขอถามว่า พวกคุณตอนเด็กน่ารักทุกวันหรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่ ลูกหลานในบ้านคุณน่ารักทุกวันหรือไม่ ก็ไม่ใช่ ทั้งนี้ ตนเชื่อว่ามีคนจำนวนมากในสถาบันนี้ที่จะมีความกล้าหาญช่วยชักฟืนออกจากกองไฟก่อนที่เราจะสูญเสียมากไปกว่านี้

 

ด้านนภสินธุ์กล่าวว่า นอกจากวันนี้ทิชาจะยื่นคำแถลงต่อศาลเพื่อคัดค้านการฝากขัง ยังมีบิดาของทานตะวันที่มายื่นขอประกัน เพราะเขาห่วงลูกสาวมาก นอนไม่หลับ และจะอยู่ฟังผลของศาลว่าจะอนุญาตหรือไม่

 

ภายหลังจากที่ทิชาและบิดาของทานตะวันได้ขึ้นไปยื่นเอกสารคำร้องคัดค้านการฝากขังและขอปล่อยตัวชั่วคราว ทั้งหมดได้ลงมาทำกิจกรรมจุดเทียนบนขั้นบันไดหน้าศาลอาญา พร้อมร้องเพลง แสงดาวแห่งศรัทธา และจุดเทียนพร้อมร้องเพลง เพื่อมวลชน

The post “ถ้าวันนั้นเป็นลูกของคุณ” ป้ามล ทิชา ยื่นค้านฝากขังตะวัน-แฟรงค์ ขอผู้พิพากษาชักฟืนออกจากกองไฟ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บิดา ‘ตะวัน’ ยื่นศาลอาญา ขอปล่อยตัวชั่วคราว ‘ตะวัน-แฟรงค์’ ห่วงร่างกายแย่ ยืนยันจะไม่ให้ยุ่งการเมืองอีก https://thestandard.co/tantawan-natthanon-bail-request/ Sat, 24 Feb 2024 06:00:31 +0000 https://thestandard.co/?p=903885 ตะวัน-แฟรงค์

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) ความคืบหน้าคดีที่ ตะวัน-ทานตะวัน […]

The post บิดา ‘ตะวัน’ ยื่นศาลอาญา ขอปล่อยตัวชั่วคราว ‘ตะวัน-แฟรงค์’ ห่วงร่างกายแย่ ยืนยันจะไม่ให้ยุ่งการเมืองอีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตะวัน-แฟรงค์

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) ความคืบหน้าคดีที่ ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ ที่ร่วมกับ แฟรงค์-ณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร นักเคลื่อนไหวทางการเมืองกลุ่มทะลุวัง พยายามขับรถแซงขบวนเสด็จฯ บนทางด่วน พร้อมบีบแตรรถยนต์ลากยาวระหว่างขบวนเสด็จฯ ผ่าน และใช้ถ้อยคำดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

วันนี้ สมหมาย ตัวตุลานนท์ บิดาของ ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ นักกิจกรรมอิสระ ได้มายื่นขอให้ศาลอาญาพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราว ตะวัน และ ณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร นักเคลื่อนไหวทางการเมืองกลุ่มทะลุวัง ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก 

 

โดยสมหมายเปิดเผยว่า เมื่อวานได้ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ พบว่าณัฐนนท์มีร่างกายที่แย่มาก ร่างกายขาดน้ำและขาดอาหาร เบลอไปหมด พูดไม่ได้ ส่วนอาการของตะวันร่างกายเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก การพูดจาสามารถทำได้เพียงแค่กระซิบ แทบจะไม่ได้ยินเลย ถ้าปล่อยต่อไปให้เป็นเช่นนี้ อีกไม่กี่วันไม่แน่ใจว่าจะรักษาชีวิตไว้ได้หรือไม่ ทั้งสองคนไม่มีแรงแม้กระทั่งจะฝากบอกอะไรมา เลยมาขอความเมตตาจากศาลให้ปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อออกมารับการรักษา โดยครั้งนี้เป็นการยื่นขอประกันครั้งที่ 3 จึงหวังว่าศาลจะเมตตา

 

หากปล่อยตัว จะดูแลไม่ให้ยุ่งการเมือง

 

สมหมายระบุด้วยว่า ในวันเกิดเหตุทั้งสองคนไปร่วมงานศพของนักเคลื่อนไหวทางการเมืองกลุ่มทะลุฟ้าคนหนึ่ง ซึ่งขากลับได้ขึ้นทางด่วนแล้วไปเจอขบวนเสด็จฯ โดยบังเอิญ ไม่ได้มีเจตนาหรือวางแผนเพื่อไปก่อเหตุป่วนขบวนเสด็จฯ แต่อย่างใด เพราะคนทั่วไปไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเส้นทางเสด็จฯ จะใช้เส้นทางใดบ้าง เป็นเรื่องธรรมดาที่ระหว่างเดินทางอยู่จะไปเจอขบวนเสด็จฯ อีกทั้งขบวนเสด็จฯ ใช้ความเร็ว ไม่มีทางที่จะขับรถตามไปป่วนได้ทัน

 

“ยอมรับว่าเด็กทั้งสองคนมีพฤติกรรมและใช้วาจาไม่เหมาะสมกับเจ้าหน้าที่ แต่การกล่าวหาดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องที่เกินความเป็นจริง ลำพังเด็กทั้งสองคนจะไปทำอะไรได้ เพราะถ้ามีการใช้ความรุนแรงจริง เจ้าหน้าที่ก็สามารถดำเนินการขั้นเด็ดขาดขณะเกิดเหตุได้ทันที หากศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว จะดูแลลูกไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมืองอีก จะให้ใช้ชีวิตตามประสาวัยรุ่นและเรียนให้จบต่อไป” สมหมายกล่าว

 

สายน้ำยืนยัน ถ้าได้ประกัน ไม่หนี-ไม่ยุ่งหลักฐาน

 

ด้าน สายน้ำ-นภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองกลุ่มทะลุวัง ซึ่งมาให้กำลังใจเปิดเผยว่า คดีที่อยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนซึ่งจะครบฝากขังผลัดแรกเป็นเวลา 12 วันในเร็วๆ นี้ ซึ่งต้องดูว่าพนักงานสอบสวนจะยื่นฝากขังผลัดที่ 2 ต่อหรือไม่ ซึ่งในคดีนี้พนักงานสอบสวนให้เหตุผลคัดค้านการประกันตัวว่า ผู้ต้องหาอาจไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือหลบหนีได้ ซึ่งที่ผ่านมาทั้งสองไม่ได้มีเจตนาหลบหนี และไม่เคยไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานแต่อย่างใด จึงไม่เห็นความจำเป็นที่พนักงานสอบสวนจะต้องออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองคน วันนี้จึงมาให้กำลังใจให้สมหมายเพราะรู้สึกเป็นห่วงเพื่อน จึงอยากให้ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว

The post บิดา ‘ตะวัน’ ยื่นศาลอาญา ขอปล่อยตัวชั่วคราว ‘ตะวัน-แฟรงค์’ ห่วงร่างกายแย่ ยืนยันจะไม่ให้ยุ่งการเมืองอีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตะวันถูกย้ายตัวด่วนไป รพ.ธรรมศาสตร์ หลังอดอาหาร-น้ำ ประท้วง 3 ข้อเรียกร้องเข้าสู่วันที่ 9 https://thestandard.co/tawan-urgently-transferred-to-thammasat-hospital/ Fri, 23 Feb 2024 01:10:32 +0000 https://thestandard.co/?p=903317

วานนี้ (22 กุมภาพันธ์) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ร […]

The post ตะวันถูกย้ายตัวด่วนไป รพ.ธรรมศาสตร์ หลังอดอาหาร-น้ำ ประท้วง 3 ข้อเรียกร้องเข้าสู่วันที่ 9 appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (22 กุมภาพันธ์) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ นักเคลื่อนไหวอิสระ ซึ่งถูกฝากขังจากกรณีการก่อกวนขบวนเสด็จฯ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ถูกย้ายตัวจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ไปยังโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เมื่อช่วงบ่าย หลังอดอาหารและน้ำประท้วงเข้าสู่วันที่ 9 เพื่อ 3 ข้อเรียกร้อง ได้แก่

 

  1. ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม
  2. ต้องไม่มีคนติดคุกเพราะเห็นต่างทางการเมืองอีก
  3. ประเทศไทยไม่ควรได้เป็นคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ 

 

ด้าน แฟรงค์-ณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร ที่ถูกคุมขังในคดีเดียวกัน และเริ่มต้นประท้วงพร้อมกันยังคงอยู่ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์  

 

อย่างไรก็ตามศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานเพิ่มเติมว่า จากการเข้าเยี่ยมของทนายความพบว่า ตะวันดูอ่อนแรงและเหนื่อยล้ามาก ตอนนี้ไม่ขับถ่ายแล้ว และปัสสาวะออกเพียงนิดเดียว รู้สึกพะอืดพะอมตลอดเวลา รู้สึกร้อนมากจากข้างใน ร่างกายซูบผอมมากจนเห็นกระดูกไหปลาร้า ช่วงหน้าอกเห็นกระดูกเป็นซี่ๆ หน้าตอบจนเห็นสันกราม ใต้ตาคล้ำ ผิวหน้าดูโทรมคล้ำ และปากแห้งแตกจนลอกออก

 

โดยตะวันยืนยันจะไม่รับการรักษา รวมถึงยืนยันที่จะเดินหน้าอดน้ำและอาหารประท้วงต่อไปเช่นเดิมตาม 3 ข้อเรียกร้องที่ประกาศไว้

 

อ้างอิง: 

  • ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

The post ตะวันถูกย้ายตัวด่วนไป รพ.ธรรมศาสตร์ หลังอดอาหาร-น้ำ ประท้วง 3 ข้อเรียกร้องเข้าสู่วันที่ 9 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กมธ.การตำรวจเตรียมสอบถามข้อเท็จจริงปมขบวนเสด็จฯ ถามกรมราชทัณฑ์ค่ารักษาพยาบาลทักษิณใช้ระเบียบใดรองรับ https://thestandard.co/facts-about-the-royal-procession/ Thu, 22 Feb 2024 05:50:03 +0000 https://thestandard.co/?p=902971

วันนี้ (22 กุมภาพันธ์) ชัยชนะ เดชเดโช ประธานคณะกรรมาธิก […]

The post กมธ.การตำรวจเตรียมสอบถามข้อเท็จจริงปมขบวนเสด็จฯ ถามกรมราชทัณฑ์ค่ารักษาพยาบาลทักษิณใช้ระเบียบใดรองรับ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (22 กุมภาพันธ์) ชัยชนะ เดชเดโช ประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมคณะกรรมาธิการฯ ว่าวาระการประชุมวันนี้เป็นการติดตามความคืบหน้ามาตรการรักษาความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ 

 

โดยคณะกรรมาธิการฯ ได้เชิญสำนักงานตำรวจแห่งชาติในส่วนของกองบัญชาการที่เกี่ยวข้องมาสอบถามข้อมูล กรณีมีบุคคลกระทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อขบวนเสด็จฯ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และแนวทางป้องกันเหตุในอนาคต การปรับเปลี่ยนแก้กฎหมายให้เข้มแข็งขึ้นเป็นอย่างไร การออกหมายจับบุคคลที่กระทำความผิดจะต้องสืบสวนขยายผลว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังหรือไม่  

   

ส่วนกรณีที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษและกลับมาพักอาศัยที่บ้านแล้วนั้น คณะกรรมาธิการฯ จะมีท่าทีอย่างไร ชัยชนะระบุว่า สิ่งที่ต้องการคือเอกสารจากกรมราชทัณฑ์ที่คณะกรรมาธิการฯ ได้ทำหนังสือสอบถามไปเกี่ยวกับระเบียบที่กรมราชทัณฑ์เคยชี้แจงด้วยวาจาว่าค่ารักษาพยาบาลทักษิณเป็นการใช้สิทธิตามสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) 

 

โดยคณะกรรมาธิการฯ อยากทราบว่ามีระเบียบใดรองรับ การชี้แจงเกี่ยวกับกระบวนการการเข้ารับโทษทั้งหมด ตั้งแต่เริ่มต้น การกรอกข้อมูลประวัติต่างๆ การไม่ตัดผม เป็นเพราะเหตุใด เนื่องจากสังคมสงสัยว่ากระบวนการที่เกิดขึ้นถูกต้องหรือไม่ ต้องการทราบความเป็นจริง หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงได้ก็จบ แต่หากชี้แจงไม่ได้ก็ไม่จบ ยกตัวอย่าง ค่ารักษาพยาบาล 180 วัน ค่าห้องพัก ค่าแพทย์ ค่ายา รวม 5 ล้านบาท สปสช. จ่ายได้ทั้งหมดหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นญาติผู้ต้องขังคนอื่นก็จะสามารถใช้สิทธินี้ได้ 

 

ซึ่งตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 สิทธิผู้ต้องขังบัญญัติว่ามีสิทธิเข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ถูกจองจำ หากศึกษาขั้นพื้นฐาน กรมราชทัณฑ์จะออกค่าใช้จ่ายให้ แต่หากสูงกว่าขั้นพื้นฐานสามารถใช้เงินส่วนตัวได้ โดยสิ่งที่กรมราชทัณฑ์ต้องทำคือออกมาชี้แจงว่าสิทธิที่จะใช้เงิน สปสช. ได้นั้นอยู่ในมาตราใดและบัญญัติไว้ในกฎหมายใด ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ ได้ทำหนังสือสอบถามไป 2 ครั้ง มีกรอบเวลาให้ชี้แจง 90 วัน หากไม่มีการดำเนินการก็จะพิจารณาว่าจะทำอย่างไร

 

ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประเด็นทักษิณจะเป็นจุดเริ่มของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ ชัยชนะมองว่าประเด็นนี้ไม่ใช่ปัญหาเรื่องการทำงานของรัฐบาล แต่เป็นปัญหาที่สังคมสงสัยว่ามีการดำเนินการแบบ 2 มาตรฐานหรือไม่ 

 

สำหรับปัญหาของรัฐบาลมีหลายอย่าง เช่น โครงการดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งผ่านมากว่า 9 เดือนแล้วที่ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้คำมั่นว่าจะแจกเงินให้กับผู้ที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป และไม่กู้เงิน, ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท ซึ่งกระทรวงแรงงานระบุว่าทำได้สูงสุดไม่เกิน 400 บาท, เงินเดือนระดับปริญญาตรี 25,000 บาท เป็นต้น 

 

โดยตนคิดว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องวิจารณ์ผลงานและการทำงานของรัฐบาล ซึ่งนโยบายที่ได้ยกตัวอย่างไป อยากถามนายกรัฐมนตรีว่าจำได้หรือไม่ ส่วนกรณีที่รัฐบาลอ้างว่าไม่มีงบประมาณในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยหากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ พ.ศ. 2567 ผ่านวาระ 2 และ 3 จะรอดูว่ารัฐบาลจะอ้างอย่างไรอีก จะอ้างว่าแผนการใช้จ่ายงบฯ ไม่ได้คิดเอง เป็นแผนมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยตนในฐานะอนุกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ทราบว่ามีการใช้ไปแล้วกว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งขอตั้งข้อสังเกตว่างบฯ จำนวนนี้ใช้ไปกับอะไร เหตุใดจึงกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้

The post กมธ.การตำรวจเตรียมสอบถามข้อเท็จจริงปมขบวนเสด็จฯ ถามกรมราชทัณฑ์ค่ารักษาพยาบาลทักษิณใช้ระเบียบใดรองรับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ป่วนขบวนเสด็จฯ ปิดทางนิรโทษ 112 ทักษิณพักโทษ และดิจิทัลวอลเล็ต | END GAME #49 https://thestandard.co/end-game-ep49/ Sat, 17 Feb 2024 12:00:26 +0000 https://thestandard.co/?p=901092

ป่วนขบวนเสด็จฯ ปลุกพลังเงียบสังคมไทยจนหนทางช่วยผู้เห็นต […]

The post ชมคลิป: ป่วนขบวนเสด็จฯ ปิดทางนิรโทษ 112 ทักษิณพักโทษ และดิจิทัลวอลเล็ต | END GAME #49 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ป่วนขบวนเสด็จฯ ปลุกพลังเงียบสังคมไทยจนหนทางช่วยผู้เห็นต่างทางความคิดที่ถูกดำเนินคดีอยู่ในเรือนจำด้วยข้อหามาตรา 112 แทบจะถูกปิดตาย ทักษิณ ชินวัตร พักโทษอย่างเป็นทางการ จับตาการเมืองไทยเปลี่ยนแค่ไหน และดิจิทัลวอลเล็ตที่ยังไม่รู้จะได้เมื่อไร ติดตามและร่วมวิเคราะห์ไปพร้อมกันได้ใน END GAME #49

The post ชมคลิป: ป่วนขบวนเสด็จฯ ปิดทางนิรโทษ 112 ทักษิณพักโทษ และดิจิทัลวอลเล็ต | END GAME #49 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ทบ. มองเรื่องขบวนเสด็จฯ สังคมต้องช่วยกันสอนกาลเทศะ-ความรู้ผิดชอบชั่วดี https://thestandard.co/honking-their-horns-to-obstruct-the-royal-procession-case/ Fri, 16 Feb 2024 04:26:17 +0000 https://thestandard.co/?p=900646 เจริญชัย​ หินเธาว์

วันนี้ (16 กุมภาพันธ์) ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภาย […]

The post ผบ.ทบ. มองเรื่องขบวนเสด็จฯ สังคมต้องช่วยกันสอนกาลเทศะ-ความรู้ผิดชอบชั่วดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจริญชัย​ หินเธาว์

วันนี้ (16 กุมภาพันธ์) ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พล.อ. เจริญชัย​ หินเธาว์​ ผู้บัญชาการทหารบก​ ในฐานะผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็ก​รักษา​พระองค์​ 904 หรือ​ ผบ.ฉก.ทม.รอ.​904 

 

กล่าวถึงกรณีนักกิจกรรมบีบแตรขัดขวางขบวนเสด็จฯ ในขณะที่ขบวนเสด็จฯ กำลังแล่นผ่านบนทางด่วนย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิว่า​ ตนมองว่าสังคมคิดเหมือนกัน เพียงแต่ว่าเรากล้าที่จะพูดดังๆ หรือไม่ก็แค่นั้น​ และเราเองก็ต้องบอกกับคนที่มีข้อมูลไม่ครบถ้วนแล้วไปแสดงออกในทางที่ไม่ถูกไม่ควร 

 

สิ่งนี้ตนมองว่าสังคมต้องช่วยกัน อะไรควรหรือไม่ควร ทำอย่างไรให้คนในสังคมได้รู้ว่าอะไรคือกาลเทศะ รู้ผิดชอบชั่วดี เพราะบางสิ่งมันต้องใช้สำนึก ซึ่งสำนึกนี้สังคมต้องช่วยกัน

The post ผบ.ทบ. มองเรื่องขบวนเสด็จฯ สังคมต้องช่วยกันสอนกาลเทศะ-ความรู้ผิดชอบชั่วดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถามหาความรับผิดชอบ ‘หมออ๋อง’ รวมไทยสร้างชาติ ชี้เป็นต้นเหตุสภาวุ่นวาย หลังให้พูดเกินญัตติ https://thestandard.co/ruam-thai-sang-chart-16022024/ Fri, 16 Feb 2024 03:26:55 +0000 https://thestandard.co/?p=900602 พรรครวมไทยสร้างชาติ

วันนี้ (16 กุมภาพันธ์) อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส. ราช […]

The post ถามหาความรับผิดชอบ ‘หมออ๋อง’ รวมไทยสร้างชาติ ชี้เป็นต้นเหตุสภาวุ่นวาย หลังให้พูดเกินญัตติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรครวมไทยสร้างชาติ

วันนี้ (16 กุมภาพันธ์) อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส. ราชบุรี ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกรณีการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเกี่ยวกับการทบทวนมาตรการการถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ จนนำไปสู่การตอบโต้ในสภาและออกมาสัมภาษณ์โต้กันไปมาระหว่าง ชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กับ พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ว่า 

 

กรณีนี้เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้น และต้องย้อนกลับไปดูจากสาเหตุว่าเกิดมาจากอะไร ซึ่งในการประชุมวันนั้นขณะที่มี สส. พรรคก้าวไกลท่านหนึ่งมีการอภิปรายออกนอกประเด็นของญัตติตามที่ผู้เสนอตั้งใจ โดยตนเองในฐานะสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติเจ้าของญัตติได้ลุกขึ้นทักท้วงแล้วว่าการอภิปรายของ สส. คนดังกล่าวอภิปรายนอกประเด็นในญัตติ โดยเฉพาะการไปกล่าวถึงการปะทะกันระหว่างบุคคล 2 กลุ่ม เพราะเชื่อว่าจะทำให้การประชุมไม่ราบรื่น จะมีการประท้วงและตอบโต้กันไปมา 

 

แต่ ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมอยู่ขณะนั้นกลับใช้ดุลพินิจวินิจฉัยว่าให้สามารถอภิปรายต่อได้ โดยให้เหตุผลว่าเป็นผลต่อเนื่อง ทั้งที่โดยหลักการแล้วประธานควรต้องฟังเจ้าของญัตติที่แถลงด้วยวาจาว่ามีเจตนารมณ์อย่างไร เพราะการวินิจฉัยของประธานมีความสำคัญต่อการควบคุมการประชุมให้ราบรื่นหรือเกิดความวุ่นวาย ซึ่งวันนั้นเมื่อปดิพัทธ์วินิจฉัยเสร็จก็สลับการทำหน้าที่ประธานให้พิเชษฐ์ และทำให้พิเชษฐ์ต้องใช้คำวินิจฉัยของปดิพัทธ์ที่ผิดวัตถุประสงค์ของผู้ที่ยื่นญัตติมาใช้ควบคุมการประชุมต่อ จนทำให้เกิดความวุ่นวายเสียหายต่อภาพลักษณ์ของสภาผู้แทนราษฎรและบุคคลทั้ง 2 ท่าน

 

อัครเดชกล่าวอีกว่า วันนั้นหากปดิพัทธ์ได้ฟังคำทักท้วงของตนที่ลุกขึ้นทักท้วงในที่ประชุม ในฐานะสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติเจ้าของญัตติ ว่าไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะให้ไปอภิปรายถึงการปะทะกันของบุคคล 2 กลุ่มคือ ผู้ที่ก่อกวนขบวนเสด็จฯ กับกลุ่มที่ออกมาแสดงออกที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำ แต่ยังใช้ดุลพินิจให้อภิปรายต่อได้ จนเกิดปัญหาความไม่เรียบร้อยไปสู่สายตาประชาชน ทำให้การประชุมมีปัญหาและผิดไปจากเจตนารมณ์ของผู้เสนอ ดังนั้นกรณีนี้ปดิพัทธ์จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร 

 

“ผมจึงขอถามหาความรับผิดชอบของปดิพัทธ์ ในฐานะที่เป็นประธานการประชุมขณะนั้น ที่มีการวินิจฉัยทิ้งไว้จนทำให้การประชุมไม่ราบรื่น กระทบภาพลักษณ์สภา ทำให้สภาผู้แทนราษฎรเสียหายในสายตาประชาชน และยังทำให้ชาดาและพิเชษฐ์ต้องออกมาโต้แย้งกันจนเป็นภาพให้ทั้งสองฝ่ายโดนสังคมและสื่อโซเชียลถล่ม โดยทั้ง 2 ฝ่ายมีทั้งคนที่ชื่นชมและตำหนิ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น และน่าเห็นใจทั้ง 2 ท่านเป็นอย่างยิ่งที่ต่างมีเจตนาดีต่อกันตลอดมา แต่ต้องมาขัดแย้งกันในประเด็นที่ไม่ควรเกิดขึ้นในการประชุมญัตตินี้ ที่เจ้าของญัตติได้มีความห่วงใยระมัดระวังและพยายามป้องกันไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาตั้งแต่ต้น” อัครเดชกล่าวทิ้งท้าย

The post ถามหาความรับผิดชอบ ‘หมออ๋อง’ รวมไทยสร้างชาติ ชี้เป็นต้นเหตุสภาวุ่นวาย หลังให้พูดเกินญัตติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ถกญัตติขบวนเสด็จฯ ยุติขัดแย้งบานปลาย แต่วันนี้ฝ่ายการเมืองไม่ใช่แบบอย่างที่ดี | THE STANDARD https://thestandard.co/thestandardnow150267-3/ Thu, 15 Feb 2024 13:24:30 +0000 https://thestandard.co/?p=900539

ถกญัตติขบวนเสด็จฯ ยุติขัดแย้งบานปลาย แต่วันนี้ฝ่ายการเม […]

The post ชมคลิป: ถกญัตติขบวนเสด็จฯ ยุติขัดแย้งบานปลาย แต่วันนี้ฝ่ายการเมืองไม่ใช่แบบอย่างที่ดี | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>

ถกญัตติขบวนเสด็จฯ ยุติขัดแย้งบานปลาย แต่วันนี้ฝ่ายการเมืองไม่ใช่แบบอย่างที่ดี

The post ชมคลิป: ถกญัตติขบวนเสด็จฯ ยุติขัดแย้งบานปลาย แต่วันนี้ฝ่ายการเมืองไม่ใช่แบบอย่างที่ดี | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ป่วนขบวนเสด็จฯ ลามถึงก้าวไกลเบื้องหลังม็อบเด็ก? สู่หนทางยุติบานปลาย | THE STANDARD https://thestandard.co/thestandardnow150267/ Thu, 15 Feb 2024 11:00:15 +0000 https://thestandard.co/?p=900327 ภาพปกรายการ THE STANDARD NOW

ป่วนขบวนเสด็จฯ ลามถึงก้าวไกลเบื้องหลังม็อบเด็ก? สู่หนทา […]

The post ชมคลิป: ป่วนขบวนเสด็จฯ ลามถึงก้าวไกลเบื้องหลังม็อบเด็ก? สู่หนทางยุติบานปลาย | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพปกรายการ THE STANDARD NOW

ป่วนขบวนเสด็จฯ ลามถึงก้าวไกลเบื้องหลังม็อบเด็ก? สู่หนทางยุติบานปลาย 

 

คุยกับ รังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร

 

พบกันในรายการ THE STANDARD NOW กับ อ๊อฟ ชัยนนท์ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD

The post ชมคลิป: ป่วนขบวนเสด็จฯ ลามถึงก้าวไกลเบื้องหลังม็อบเด็ก? สู่หนทางยุติบานปลาย | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
ย้ำถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ เป็นหน้าที่สูงสุดของตำรวจที่ต้องทำด้วยชีวิต ขอประชาชนเข้าใจสถาบันฯ ของชาติ https://thestandard.co/the-royal-motorcade-safety-police-highest-duty/ Thu, 15 Feb 2024 08:03:43 +0000 https://thestandard.co/?p=900309 ต่อศักดิ์ สุขวิมล

วันนี้ (15 กุมภาพันธ์) พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญ […]

The post ย้ำถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ เป็นหน้าที่สูงสุดของตำรวจที่ต้องทำด้วยชีวิต ขอประชาชนเข้าใจสถาบันฯ ของชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ต่อศักดิ์ สุขวิมล

วันนี้ (15 กุมภาพันธ์) พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการดำเนินคดีกับ ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ นักเคลื่อนไหวอิสระ และ ณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร จากกรณีบีบแตรใส่ขบวนเสด็จฯ ในขณะที่ขบวนเสด็จฯ กำลังแล่นผ่านบนทางด่วนย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิว่า จากแนวทางการสืบสวนและการตั้งข้อสันนิษฐานของเจ้าหน้าที่เชื่อว่าอาจมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม แต่ทั้งนี้ก็ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ

 

ขณะนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ามีบุคคลใดอยู่เบื้องหลังอย่างชัดเจน แต่ตนได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน พิจารณาความเชื่อมโยงทุกมิติให้ดี ไม่ต้องเร่งรีบ เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมเป็นไปโดยสมบูรณ์  

 

ส่วนที่หลายฝ่ายมีความเห็นต่างถึงเรื่องดังกล่าวว่าจะเหมือนน้ำผึ้งหยดเดียวหรือไม่ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ กล่าวว่า จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะตำรวจจะใช้พยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเท่านั้น รวมถึงชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจถึงขั้นตอนต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด รวมถึงป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดทางคดีจนถูกสังคมโจมตีได้

 

พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ กล่าวต่อว่า มาตรการอารักขาดูแลถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ อย่างแรกเรื่องการจัดขบวนอารักขาเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมราชองครักษ์ ส่วนเรื่องเส้นทางการจราจรเป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ซึ่งหน่วยงานทั้งหมดจะมีการประชุมและแถลงแผนร่วมกันทุกครั้งที่จะมีขบวนเสด็จฯ 

 

แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ประชาชนยังสามารถสัญจรในเลนซ้ายร่วมกันกับขบวนเสด็จฯ ได้โดยตำรวจไม่ปิดการจราจร อีกทั้งรถปิดท้ายขบวนเสด็จฯ มีการติดตั้งกล้องหลังเพื่อดูความเคลื่อนไหวว่าประชาชนสามารถใช้เส้นทางได้หรือไม่ ซึ่งปัจจุบันรูปแบบขบวนเสด็จฯ ได้ปรับให้สอดคล้องกับการใช้รถใช้ถนนของประชาชน เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ

 

พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ กล่าวย้ำว่า การถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ เป็นหน้าที่สูงสุดของตำรวจ ต้องทำด้วยชีวิต ส่วนในเรื่องข้อกฎหมายจะต้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากที่สุด เรื่องขบวนเสด็จฯ เป็นเรื่องสำคัญของประเทศ เนื่องจากเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน 

 

ความเห็นต่างสามารถทำได้ แต่ต้องไม่แตกแยก แต่ละฝ่ายต้องทำความเข้าใจกัน ส่วนตัวเชื่อว่าไม่มีใครไม่จงรักภักดี ดังนั้นสิ่งสำคัญคือจะทำอย่างไรให้เข้าใจเรื่องของสถาบันฯ และประวัติศาสตร์ชาติไทย อยากให้ทุกคนเข้าใจและไม่ตกเป็นเครื่องมือของใครโดยเฉพาะการเมือง

The post ย้ำถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ เป็นหน้าที่สูงสุดของตำรวจที่ต้องทำด้วยชีวิต ขอประชาชนเข้าใจสถาบันฯ ของชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ญัตติด่วนถวายอารักขาขบวนเสด็จฯ ตอกย้ำป่วนขบวนเสด็จฯ ไม่เหมาะสม https://thestandard.co/thestandardnow14022024-3/ Wed, 14 Feb 2024 14:45:42 +0000 https://thestandard.co/?p=900004 ขบวนเสด็จ

ญัตติด่วนถวายอารักขาขบวนเสด็จฯ ตอกย้ำป่วนขบวนเสด็จฯ ไม่ […]

The post ญัตติด่วนถวายอารักขาขบวนเสด็จฯ ตอกย้ำป่วนขบวนเสด็จฯ ไม่เหมาะสม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ขบวนเสด็จ

ญัตติด่วนถวายอารักขาขบวนเสด็จฯ ตอกย้ำป่วนขบวนเสด็จฯ ไม่เหมาะสม

 

คุยกับแขกรับเชิญ 2 ท่าน

 

  • จตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน และอดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)
  • นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี

 

พบกันในรายการ THE STANDARD NOW กับ อ๊อฟ ชัยนนท์ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD

The post ญัตติด่วนถวายอารักขาขบวนเสด็จฯ ตอกย้ำป่วนขบวนเสด็จฯ ไม่เหมาะสม appeared first on THE STANDARD.

]]>
จากนอกสภาสู่ในสภา ‘รัฐ-ฝ่ายค้าน’ ถกญัตติขบวนเสด็จฯ หวังสังคมคลี่คลาย https://thestandard.co/the-royal-motorcade-council-motion/ Wed, 14 Feb 2024 14:32:29 +0000 https://thestandard.co/?p=899994 ญัตติขบวนเสด็จ

วันนี้ (14 กุมภาพันธ์) ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ใช้เวลาก […]

The post จากนอกสภาสู่ในสภา ‘รัฐ-ฝ่ายค้าน’ ถกญัตติขบวนเสด็จฯ หวังสังคมคลี่คลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ญัตติขบวนเสด็จ

วันนี้ (14 กุมภาพันธ์) ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง ในการอภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจา ที่เสนอโดย อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส. ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ขอใช้ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 50 เสนอเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน หรือความจำเป็นรีบด่วนในการรักษาความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือความมั่นคงของประเทศ

 

โดยมี เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส. บัญชีรายชื่อ เป็นผู้เสนอเหตุผลให้รัฐบาลเร่งดำเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายทบทวนระเบียบ แผน และมาตรการการถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ ให้มีความเหมาะสมและทันสมัย รักษาไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติ โดยมีสมาชิก สส. ยกมือรับรองมากกว่า 50 คน

 

ด้าน ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ประธานการประชุม ได้เน้นย้ำสมาชิกให้ปฏิบัติตามข้อบังคับข้อที่ 69 ห้ามผู้อภิปรายแสดงกิริยาหรือวาจาที่ไม่สุภาพ ใส่ร้ายหรือเสียดสีบุคคลใด และห้ามกล่าวถึงพระมหากษัตริย์ หรือกล่าวชื่อสมาชิกหรือบุคคลอื่นโดยไม่จำเป็น 

 

THE STANDARD รวบรวมการอภิปรายของเหล่าผู้แทนทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ถึงความเห็นที่มีต่อมาตรการการถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ

 

‘เอกนัฏ’ ลั่น โกรธถึงขีดสุด หวั่นกลายเป็นแฟชั่นบั่นทอนสถาบันฯ 

 

เอกนัฏลุกขึ้นอภิปรายเหตุผลสนับสนุนเป็นคนแรก ว่าเหตุผลที่ตนได้เสนอญัตติด่วนในวันนี้ เนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ มีการเผยแพร่บนพื้นที่สื่ออย่างกว้างขวางในการรบกวนก่อกวนขบวนเสด็จฯ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจ หากไม่มีการบริหารจัดการอย่างเร่งด่วนจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวนำไปสู่ความวุ่นวาย และกลายเป็นค่านิยมหรือแฟชั่นที่ไปบั่นทอนสถาบันฯ 

 

เอกนัฏกล่าวว่า ขบวนเสด็จฯ เป็นขบวนที่สั้นมาก เห็นได้ชัดว่าระมัดระวังไม่ให้กระทบต่อการสัญจรของประชาชน และไม่ปิดถนน แต่ปรากฏว่ามีรถยนต์ของผู้ก่อเหตุวิ่งมาด้วยความเร็ว พยายามวิ่งไล่ขบวนเสด็จฯ 

 

“ผมรู้สึกโกรธครับ โกรธมาก ว่าทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ แต่เชื่อหรือไม่ ในขณะที่ผมรู้สึกโกรธจนจะถึงขีดสุด กระทั่งจะเกิดเป็นความรังเกียจกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้น มีประโยคหนึ่งที่แว่วมาบันดาลใจให้ลดโทสะลง คือพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงตรัสไว้ว่า Thailand is the land of compromise (ประเทศไทยเป็นประเทศแห่งการประนีประนอม) We love them all the same หลังจากสื่อต่างชาติยื่นไมค์จ่อพระโอษฐ์ในช่วงเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันที่มีการรบกวนขบวนเสด็จฯ เมื่อปลายปี 2563 ท่านมีพระราชดำรัสตรัสไว้ชัดเจน ทำให้ตนดึงสติลดลงมาจากความโกรธ” เอกนัฏระบุ

 

เอกนัฏระบุว่า ตนรอมาเกือบ 1 สัปดาห์ จนกระทั่งมาวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ผู้ก่อเหตุยังเหิมเกริม ไปทำโพลที่ BTS สถานีสยาม จนทำให้เกิดเหตุการณ์ปะทะ เหตุการณ์แบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นอีก และหากเราปล่อยปละละเลยในที่สุดสถานการณ์จะเริ่มมีการประท้วงปะทะกันในหมู่ประชาชน อาจปะทุไปถึงระดับประเทศ จึงขอได้ใช้หน้าที่ สส. ในการเปิดพื้นที่ตรงนี้เพื่อส่งสัญญาณไปถึงรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนปรับปรุงใน 3 แนวทาง คือ 

 

  1. บังคับใช้กฎหมายในทันที ยืนยันว่าไม่ใช่การล่าแม่มด แต่เพื่อความสะดวกเรียบร้อย 
  2. เป็นโอกาสที่ดีที่จะหาข้อสรุปทบทวนระเบียบ มาตรการต่างๆ และแผนการอารักขาความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ อัปเดตไปตามกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงไป และผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งที่ผ่านมาช้าไป 
  3. ประชาสัมพันธ์สื่อสารกับประชาชน 

 

‘จุรินทร์’ รับไม่ได้ การกระทำมิบังควร ย่ำยีพระผู้ทรงเป็นหัวใจประชาชน 

 

ด้าน จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ร่วมเสนอญัตติ ระบุว่า ตนเองและ ปชป. มีจุดยืนชัดเจนในการให้ความสำคัญกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การถวายความปลอดภัยเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เมื่อเกิดเหตุการณ์คุกคามขบวนเสด็จฯ จึงเป็นเหตุที่ตนเองและสมาชิกจำเป็นต้องเสนอญัตตินี้เข้ามา 

 

จุรินทร์กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของญัตติมี 2 ประการ คือ

 

  1. ประสงค์ให้ สส. ได้มีมติให้ส่งความเห็นของสภาเพื่อให้รัฐบาลรับไปพิจารณาดำเนินการ
  2. ประสงค์ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของสภาผู้แทนราษฎรรับไปประกอบการพิจารณาด้วย

 

ทั้งนี้ตนมีความเห็นต่อพฤติกรรมคุกคามขบวนเสด็จฯ 3 ข้อ คือ

 

  1. เป็นการกระทำอันไม่บังควรเกิน ย่ำยีพระผู้เป็นดวงใจของประชาชน
  2. ขบวนเสด็จฯ ไม่ปิดถนนยิ่งสะท้อนพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกร
  3. สิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทยต้องไม่เป็นการล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นใคร ฐานันดรใด 

 

จุรินทร์ระบุด้วยว่า รัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ามีหน้าที่ถวายความปลอดภัยนอกจากส่วนราชการในพระองค์ ตามมาตรา 6 ที่ระบุว่าให้หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ในการถวายความปลอดภัย หรือร่วมมือในการถวายความปลอดภัย 

 

“ผมไม่ประสงค์จะทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องการเมือง แต่นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและในฐานะผู้สั่งปฏิบัติราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องยอมรับว่า ท่านออกมาส่งสัญญาณแสดงท่าทีความรับผิดชอบค่อนข้างช้า จนวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 หลังจากเกิดเหตุ 7-8 วัน นายกรัฐมนตรีจึงเรียกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาหารือถึงมาตรการเรื่องการรักษาความปลอดภัยของขบวนเสด็จ” จุรินทร์กล่าว

 

พร้อมเสนอ 4 ข้อให้สภาได้พิจารณาคือ

 

  1. รัฐบาลต้องตระหนักในหน้าที่การถวายความปลอดภัยตามกฎหมาย และเร่งรัดดำเนินการทบทวนมาตรการเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก
  2. รัฐบาลต้องยึดหลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัดไม่ว่ากับฝ่ายใด
  3. ในฐานะที่รัฐบาลมีเสียงข้างมากต้องไม่สนับสนุนให้มีการนิรโทษกรรมความผิดในคดีมาตรา 112 เพราะเป็นชนวนขัดแย้งรอบใหม่ และส่งเสริมให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา 112 เพิ่มขึ้น
  4. รัฐบาลควรพิจารณาร่วมกับฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ว่าสมควรจะมีการปรับปรุงกฎหมายหรือไม่ โดยเฉพาะการเพิ่มบทลงโทษเป็นการเฉพาะต่อผู้ที่ละเมิด

 

‘สส. ปูอัด’ ขออย่าเพิ่งตัดสิน ‘ตะวัน’ 

 

จากนั้น ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส. กทม.พรรคไทยก้าวหน้า อภิปรายระบุว่า ในพื้นที่ กทม. มีการปรับตัวเพื่อไม่ให้กระทบต่อการจราจร มีการเปิดช่องทางพิเศษให้ประชาชนสามารถเดินทางได้ แต่ในพื้นที่ต่างจังหวัด มีการเตรียมเคลียร์ถนนก่อนขบวนเสด็จฯ ล่วงหน้า 4 ชั่วโมง ซึ่งตนมองว่ามากเกินไป จึงขอเสนอ 3 แนวทางในการลดผลกระทบการปิดการจราจรคือ

 

  1. ให้ปิดเฉพาะช่องทางเสด็จ และเปิดช่องทางอื่นให้ประชาชนสัญจร
  2. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าเพื่อประชาชนจะได้หลีกเลี่ยงเส้นทาง
  3. ควรจะมีหน่วยงานเป็นเจ้าภาพช่วยเหลือเยียวยาจากการปิดการจราจร 

 

ไชยามพวานยังระบุถึงกรณี ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ นักกิจกรรมบีบแตรใส่ขบวนเสด็จฯ ว่า ขออย่าเพิ่งตัดสินในตัวน้อง จนกว่าจะทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่ถ้าถึงจุดที่ทราบแล้วก็แล้วแต่ดุลพินิจของกระบวนการยุติธรรม

 

‘วิโรจน์’ ไม่เห็นด้วยปมความรุนแรง  

 

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกอภิปรายว่า การรบกวนมาตรการการอารักขาขบวนเสด็จฯ เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แต่สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตระหนัก คือการพยายามทำให้การอารักขาส่งผลกระทบกับประชาชนให้น้อยที่สุด 

 

“คุณปิดปากประชาชนให้พูดไม่ได้ คุณบังคับให้ประชาชนไม่รู้สึกอะไรเลยไม่ได้ ดังนั้น การปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์จากการวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนที่ดีที่สุด คนที่ต้องทำหน้าที่นั้นก็คือเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการอารักขา ทางออกที่เป็นรูปธรรมที่สุดก็คือการทบทวน พ.ร.บ.การถวายความปลอดภัย พ.ศ. 2560 โดยเฉพาะมาตรา 5 ควรจะเพิ่มเติมให้การปฏิบัติงานในการถวายความปลอดภัยให้คำนึงถึงประชาชน ไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบมากเกินควร” วิโรจน์กล่าว

 

วิโรจน์กล่าวว่า การใช้ความรุนแรงในการทำร้ายผู้อื่นโดยอ้างว่าเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นพฤติกรรมที่อันตรายต่อสถาบันฯ ที่สุด หากรัฐปล่อยให้บุคคลที่นิยมความรุนแรงทำร้ายคนที่คิดต่างโดยที่กฎหมายไม่เคยเอาผิดในระยะยาว มีแต่จะทำให้สถาบันฯ เสื่อมเสียพระเกียรติ และรัฐบาลต้องเร่งสร้างให้เกิดพื้นที่ปลอดภัยในการพูดคุย ไม่ใช่แค่ในสภา แต่หมายถึงเวทีสาธารณะทั่วไป เพราะปัจจุบันวงสนทนาสถาบันพระมหากษัตริย์กำลังกลายเป็นเรื่องต้องห้าม พร้อมทำท่าจุ๊ปาก ห้ามพูด และกล่าวต่อว่า หากเราปล่อยให้เป็นอย่างนี้จะทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ยิ่งห่างเหินจากประชาชน 

 

‘โรม’ ขอทุกคนตั้งสติอย่าทำให้หวาดกลัวเกินเหตุ

 

ด้าน รังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายว่า ขอให้ทุกคนมีสติ อย่าสร้างสถานการณ์ให้น่าหวาดกลัวเกินความเป็นจริง หากจะมีการแก้ไขกฎหมายต้องใช้อย่างโปร่งใสและสอดคล้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง มิฉะนั้นจะกลายเป็นความขัดแย้งใหม่ 

 

‘พนิดา’ ป้อง ‘ตะวัน’ ห่วงขบวนการขู่ฆ่า  

 

พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส. สมุทรปราการ พรรคก้าวไกล อภิปรายระบุว่า หากจะพิจารณาเรื่องการถวายความปลอดภัย ต้องมองมากกว่าเรื่องการอารักขาขบวนเสด็จ จึงอยากจะชวนเพื่อนสมาชิกและสังคมไทยทบทวนประเด็นนี้ผ่านเรื่องราวของตะวัน

 

“ไม่ได้ตัดสินว่าตะวันเหมาะสมหรือไม่ ถูกผิดอย่างไร แต่อยากชวนคิดตาม แล้วฝากข้อสังเกตนี้ไปยังนายกรัฐมนตรี ถึงคำถามสำคัญที่เราต้องช่วยกันหาคำตอบร่วมกัน ว่าเราเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร” พนิดากล่าว

 

พนิดากล่าวต่อว่า แรกเริ่มหลายคนเห็นชื่อตะวันตั้งแต่ปี 2564 จากกรณีที่ตำรวจถีบรถมอเตอร์ไซค์ของผู้ชุมนุมล้ม จากนั้นตะวันก็ได้ปรากฏในหน้าสื่ออีกครั้ง โดยการถือกระดาษสอบถามความคิดเห็นผู้คนตามที่สาธารณะ ประเด็นหลักของตะวันคือปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม สันติวิธีที่เขาเลือกกลับทำให้ตะวันถูกจับไปถึง 5 ครั้ง 

 

จากไทม์ไลน์ที่ตนเล่ามาทั้งหมดจะเห็นว่าการต่อสู้ของตะวันตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนนี้มีท่าทีที่เปลี่ยนไป เกิดจากการปิดกั้นการแสดงความเห็นในพื้นที่สาธารณะหรือไม่ จะเห็นว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญใจ ที่หากเยาวชนคนนี้ยังไม่หยุดดื้อรั้นก็จะต้องกำราบปราบปรามไปเรื่อยๆ จนกว่าจะยอม ตนอยากชวนให้ทุกคนมองถึงแก่นของเหตุการณ์นี้ ว่านี่คือผลลัพธ์ของการปิดกั้นการแสดงออกอย่างสันติของประชาชนหรือไม่ พร้อมตั้งคำถามถึงบทบาทของนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้นำของประเทศในการบริหารความสัมพันธ์ของประชาชนกับสถาบันพระมหากษัตริย์ 

 

สิ่งที่ตนกังวลที่สุดคือ ‘ขบวนการเก็บตะวัน’ ที่มีการขู่ฆ่าอย่างเปิดเผย นี่เป็นโจทย์เร่งด่วนที่รัฐบาลต้องแก้ไข ตนเชื่อว่าเราคงไม่อยากให้สังคมไทยเป็นสังคมที่เงียบเชียบ ไม่กล้าพูดแสดงความเห็น ออกมาพูดก็ถูกจับกุมคุมขัง เจอกับนิติสงคราม ถูกทำร้ายร่างกาย ถูกทำให้ตาย ทั้งนี้หากการลดช่องว่างความไม่เข้าใจกันก็ทำให้สังคมนี้เป็นพื้นที่ปลอดภัยในการแสดงความคิดเห็น พูดคุยกับเถียงกันได้มากขึ้น ตนคิดว่าตอนนี้ยังไม่สายเกินไป

 

‘ชัยธวัช’ เสนอรัฐบาลสร้างกุศโลบายทางการเมือง และหยุดการกล่าวหาอีกฝ่าย

 

ชัยธวัช ตุลาธน สส. บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวอภิปรายว่า การรักษาความปลอดภัยให้กับบุคคลสำคัญเป็นเรื่องสำคัญและเป็นหลักปฏิบัติสากลที่ฝ่ายค้านและรัฐบาลเห็นตรงกัน ซึ่งขบวนเสด็จของกรมสมเด็จพระเทพฯ ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเหมาะสมแล้ว ไม่ได้สร้างผลกระทบต่อประชาชนเกินสมควร ซึ่งการพิจารณาไม่สามารถที่จะพิจารณาเฉพาะเรื่องกฎหมาย ระเบียบ แผนในการถวายความปลอดภัยได้อย่างเดียวเท่านั้น

 

ชัยธวัชยังกล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2520 เคยเกิดเหตุการณ์ลอบทำร้ายในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระบรมมาวงศานุวงศ์หลายพระองค์ ที่เสด็จไปด้วยระหว่างที่เสด็จพระราชดำเนินไปยังจังหวัดยะลา รุนแรงกว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาหลายเท่า เกิดความปั่นป่วนในขบวนเสด็จฯ และเกิดการลอบวางระเบิดในที่ประทับของพระองค์ ปฏิเสธไม่ได้ว่าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในขณะนั้น

 

ชัยธวัชระบุว่า เราทราบกันดีว่าไม่ใช่ปัญหาการเกี่ยวกับการถวายความปลอดภัยอันเกิดจากเรื่องการก่ออาชญากรรมเพื่อหมายปองทำร้ายพระบรมวงศานุวงศ์ แต่เป็นปัญหาที่สืบเนื่องจากความขัดแย้งทางการเมืองและความขัดแย้งทางความคิด ซึ่งเราเรียนรู้ได้จากกรณีของตะวัน 

 

“เราปิดปากเขา สุดท้ายเขาเลยเลือกที่จะตะโกน นี่เป็นบทเรียนอย่างน้อยอย่างหนึ่งที่เราจะพิจารณากันหลังจากนี้ โดยเฉพาะฝ่ายบริหาร ในขณะเดียวกันผมคิดว่าคนที่กำลังตะโกนอยู่ ด้วยความเคารพผม คิดว่าคนที่กำลังตะโกนก็ควรจะไตร่ตรองว่าวิธีการอะไรที่จะทำให้คนหันมาเปิดใจฟังพวกเรามากขึ้น การตะโกนยิ่งทำให้ไม่มีใครฟังอาจเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาเช่นกัน” ชัยธวัชกล่าว

 

ชัยธวัชยังเสนอให้รัฐบาลสร้างกุศโลบายทางการเมือง และหยุดการกล่าวหาอีกฝ่ายว่าหนักแผ่นดิน หรือนิ้วไหนร้ายก็ตัดนิ้วนั้น หรือไล่ให้ไปอยู่ประเทศอื่น หรือนำความจงรักภักดีมาแบ่งแยกประชาชน เพราะสุดท้าย ต่อให้ใช้กำลังหรือการใช้อาวุธก็ไม่ใช่ทางออก ดังนั้นจึงควรจบปัญหาที่เกิดขึ้นทางการเมืองนี้ด้วยการนิรโทษกรรม และหวังว่ารัฐบาลและ สส. จะมีสติ ระงับความโกรธ เช่นเดียวกับที่เอกนัฏจัดการอารมณ์ไม่ให้บานปลายจนเกิดการปะทะขัดแย้ง

 

‘ชาดา’ เผยมีขบวนการหนุนม็อบเด็ก 

 

ชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ สส. อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ได้ใช้สิทธิพาดพิงอภิปรายว่า ถ้าขบวนการต่างๆ เกิดขึ้นจากเด็ก จากความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติก็เป็นอีกเรื่อง แต่ปัญหาคือมีผู้อยู่เบื้องหลัง มีการมอบเงินสนับสนุนให้เด็ก มีกลุ่มต่างชาติไปประกันตัว และกดดันเจ้าหน้าที่ที่สถานีตำรวจ ทำให้ปัญหาไม่จบสิ้น 

 

เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เกิดการปะทุของคนไทยและเป็นที่มาของญัตติในวันนี้ ทั้งที่ประเทศไทยไม่เคยเกิดปัญหาเหล่านี้ แต่เป็นเพราะคนกลุ่มหนึ่งที่พยายามจะเข้ามาข้องแวะและสร้างความเสื่อมให้กับสถาบันฯ ทั้งที่คนไทยทุกคนยอมรับได้กับขบวนเสด็จฯ เนื่องจากทราบว่าเป็นการทำพระราชกรณียกิจ เสด็จฯ ไปเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เป็นความรู้สึกที่คนไทยทุกคนยอมรับ และมีมานานหลายร้อยปี แต่ตนเข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเกิดจากความไม่หวังดีจากคนนอกประเทศหรือคนกลุ่มหนึ่ง 

 

ชาดากล่าวว่า คนไทยจะต้องตระหนักว่าใครอยู่เบื้องหลังเด็กเหล่านี้ ทำอย่างนี้เพื่ออะไร หากจะพูดเรื่องนี้ต้องพูดกันยาวซึ่งเชื่อว่า ถ้ามีจิตที่บริสุทธิ์ต่อประเทศนี้ก็มีพื้นที่ที่จะคุยกัน การจะพูดอะไรต้องจริงใจ พูดและกระทำต้องไปในทิศทางเดียวกัน อย่าพูดอย่างทำอย่าง 

 

จากนั้นชาดาได้โชว์เอกสาร พร้อมกล่าวว่า ไม่อยากจะพูดว่ามีหลักฐานเอกสารในมือว่าใครสนับสนุนเงินทองบ้าง

 

มีหลักฐาน ผู้ช่วย สส. ส่งเงินหนุน

 

ภายหลังปิดญัตติขบวนเสด็จฯ เสร็จสิ้นแล้ว พรรคก้าวไกลยังใช้สิทธิหารือเรื่องของการส่งญัตตินี้ไปคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อ เนื่องจากมีเฮตสปีช (Hate Speech) จำนวนมาก และมีเนื้อหาใส่ร้ายป้ายสีบุคคลภายนอกโดยที่เขาไม่ได้มีโอกาสชี้แจง และยังพูดถึงว่ามีขบวนการสนับสนุนการเงินอยู่เบื้องหลังกับผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหว ดังนั้นหากจะส่งก็ควรจะขอหลักฐานจากผู้อภิปรายประกอบไปด้วย และจะได้ยืนยันว่าสิ่งที่ท่านพูดไม่ใช่การใส่ร้ายป้ายสีหรือกล่าวหาลอยๆ

 

จากนั้นชาดาจึงลุกขึ้นประท้วง ยืนยันว่ามีหลักฐานอยู่ในมือแล้วแต่ไม่อยากสร้างความขัดแย้ง ที่ผ่านมาท่านเริ่มก่อนนะ มีหลักฐานแต่ยังจับไม่ได้ ถ้าจับได้เขาดำเนินคดีแน่นอน และถ้าถามว่าใครอยากรู้จะบอกให้ว่าเป็นผู้ช่วย สส. ท่านใดที่ส่งเงินให้กับขบวนการพวกนี้ ตนจึงบอกว่าอย่านำตนเข้าไปสู่วงจรให้องค์ประกอบมันครบ คนอย่างตนถ้าไม่ใช่ความจริงไม่พูด และสิ่งที่สำคัญ ตอนนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน 

 

ระหว่างนั้น รักชนก ศรีนอก สส. กทม. พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นประท้วง ว่าอยากให้ชาดาแจ้งว่า ลุกขึ้นพูดตามข้อบังคับใด ทำให้เหตุการณ์ในห้องประชุมเริ่มตึงเครียด รักชนกที่นั่งอยู่บริเวณโซนด้านหน้าพรรคก้าวไกลได้ลุกขึ้นเดินมาหาชาดาที่อยู่บริเวณด้านหลังที่นั่งพรรคภูมิใจไทย พูดคุยสักพัก ก่อนที่ชาดาจะเดินตรงไปหารังสิมันต์ และคุยกันด้วยท่าทางอย่างมีอารมณ์นานกว่า 3 นาที

 

ส่งไม้ต่อ ครม. ปรับปรุงมาตรฐานถวายความปลอดภัย

 

ก่อนที่ที่ประชุมสภาจะมีมติส่งรายงานการประชุมเรื่องญัตติด่วนนี้ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อดำเนินการปรับปรุงมาตรฐานการถวายความปลอดภัยให้มีความเข้มงวดมากขึ้นต่อไป ขณะเดียวกันยังส่งความเห็นไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม นำไปพิจารณาประกอบการตราพระราชบัญญัติด้วย

The post จากนอกสภาสู่ในสภา ‘รัฐ-ฝ่ายค้าน’ ถกญัตติขบวนเสด็จฯ หวังสังคมคลี่คลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประมวล ‘รัฐบาล vs. ฝ่ายค้าน’ อภิปรายญัตติถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ https://thestandard.co/government-vs-opposition-the-royal-motorcade-safety/ Wed, 14 Feb 2024 13:18:51 +0000 https://thestandard.co/?p=899919 ถวายความปลอดภัย

วันนี้ (14 กุมภาพันธ์) ที่รัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎ […]

The post ประมวล ‘รัฐบาล vs. ฝ่ายค้าน’ อภิปรายญัตติถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถวายความปลอดภัย

วันนี้ (14 กุมภาพันธ์) ที่รัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติและพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาทบทวนมาตรการอารักขาถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ

 

THE STANDARD ประมวลความคิดเห็นจากการอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งจากฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล 

 

 

“เราอยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข ไม่อยากให้มีพฤติกรรมหรือค่านิยมไปบั่นทอนสถาบันฯ ให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายให้เหมาะสมและทันสมัย เพื่อถวายความปลอดภัยให้สมพระเกียรติ เพื่อรักษาไว้ซึ่งสถาบันเสาหลักของชาติ”

 

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ 

ในฐานะผู้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาทบทวนมาตรการอารักขาถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567

 

 

“กระผมมีความคิดเห็นต่อพฤติกรรมการคุกคามขบวนเสด็จฯ…เป็นการกระทำอันไม่บังควรเป็นอย่างยิ่ง และถือเป็นการกระทำที่เกินกว่าที่คนไทยผู้จงรักภักดีทั้งประเทศจะยอมรับได้ เป็นการย่ำยีพระผู้ทรงเป็นหัวใจของประชาชน”

 

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ 

ในฐานะผู้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาทบทวนมาตรการอารักขาถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567

 

 

“เราใช้น้ำมันดับไฟไม่ได้ ความรุนแรงไม่เคยแก้ไขความรุนแรงได้ แต่จะยิ่งทำให้บานปลาย ทุกความขัดแย้งในโลกใบนี้ล้วนแก้ไขได้ด้วยการพูดคุย และพยายามที่จะเข้าใจกัน เพื่อให้เกิดทางออกที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันอย่างสันติ” 

 

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567

 

 

“แม้ว่าพรรคพลังประชารัฐเราต้องการที่จะนำพาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้งมากเพียงใดก็ตาม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเกินกว่าที่เราจะก้าวข้ามไปได้ เรื่องราวที่เกิดขึ้น ขอให้ทุกภาคส่วนที่ต้องรับผิดชอบมาร่วมกันพิจารณา หากผิดจริง ผู้ที่ก่อเรื่องขึ้นต้องรับกับสิ่งที่ตัวเองก่อขึ้นอย่างไม่มีข้อยกเว้น เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างในอนาคต”

 

อรรถกร ศิริลัทธยากร สส. จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567

 

 

“ตะวันเป็นเพียงภาพสะท้อนของประชาชนที่มีชุดความคิดที่ไม่ถูกรับฟัง ไม่ได้รับการตอบสนอง และไม่มีพื้นที่ปลอดภัยในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นปลายเหตุของการสะสมความไม่พอใจต่อระบบนี้เท่านั้น นายกรัฐมนตรีไม่เพียงแต่ต้องปรับปรุงความปลอดภัยมาตรการรักษาความปลอดภัยของขบวนเสด็จฯ แต่ต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุเพื่อให้ความขัดแย้งหรือความเห็นต่างได้รับการรับฟังอย่างมีวุฒิภาวะ เพื่อยุติความขัดแย้งและความรุนแรงที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมไทย” 

 

พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส. จังหวัดสมุทรปราการ พรรคก้าวไกล

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567

 

 

“หากมีการใช้ความรุนแรงโดยไม่ต้องรับผิดชอบนั้น อาจมีการกล่าวหาได้ว่ารัฐบาลคือผู้ที่อยู่เบื้องหลัง”

 

รังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล 

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567

 

 

“คนไทยทุกคนรับได้ (เรื่องขบวนเสด็จฯ) มีแผ่นดินอยู่ มีแผ่นดินคุ้มกะลาหัว ถ้ารับไม่ได้ ไปอยู่ประเทศอื่น”

 

ชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567

 

 

“หากประชาธิปไตยและสถาบันพระมหากษัตริย์จะเดินหน้าคู่กันได้อย่างมั่นคง…สิ่งที่เราร่วมกันทำได้ตั้งแต่ตอนนี้ เราไม่ควรที่จะตอบโต้ด้วยอารมณ์ แต่ต้องต่อสู้กันด้วยเหตุและผล เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะปล่อยให้ประชาชนไปจัดการปัญหากันเองด้วยการใช้อำนาจนอกกฎหมาย แต่เวลานี้คือเวลาของการพิสูจน์ความเป็นผู้นำของพวกเราทุกคน ในการสร้างพื้นที่ใหม่ๆ เพื่อหาทางออกให้กับความขัดแย้งอันเปราะบางนี้ ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามไปไกลกว่าที่เป็นอยู่” 

 

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 

 

 

“ผมรู้สึกไม่สบายใจที่ฝ่ายรัฐบาลพูดว่า หากไม่พอใจให้ไปอยู่ประเทศอื่น หนักแผ่นดิน นิ้วไหนร้ายให้ตัดนิ้วนั้นทิ้ง นี่ผมยังนึกว่าเราอยู่ในรัฐบาลจากการรัฐประหาร เราเคยมีบทเรียนมาแล้วว่า การใช้ความจงรักภักดีมาแบ่งแยกประชาชน สุดท้ายไม่ส่งผลดีกับใครเลย” 

 

ชัยธวัช ตุลาธน สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 

 

ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย

The post ประมวล ‘รัฐบาล vs. ฝ่ายค้าน’ อภิปรายญัตติถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลอาญาไม่ให้ประกัน ตะวัน-แฟรงค์ คดีขบวนเสด็จฯ ระบุพฤติการณ์ไม่ยำเกรงกฎหมายบ้านเมือง หากปล่อยเชื่อว่าก่อเหตุอีก https://thestandard.co/court-denies-bail-tawan-frank/ Wed, 14 Feb 2024 11:44:07 +0000 https://thestandard.co/?p=899895 คดี ขบวนเสด็จ

วันนี้ (14 กุมภาพันธ์) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงาน […]

The post ศาลอาญาไม่ให้ประกัน ตะวัน-แฟรงค์ คดีขบวนเสด็จฯ ระบุพฤติการณ์ไม่ยำเกรงกฎหมายบ้านเมือง หากปล่อยเชื่อว่าก่อเหตุอีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
คดี ขบวนเสด็จ

วันนี้ (14 กุมภาพันธ์) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาล (สน.) ดินแดน ยื่นคำร้อง ฝากขัง ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ อายุ 22 ปี หรือ ตะวัน นักเคลื่อนไหวอิสระ และ ณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร อายุ 23 ปี หรือ แฟรงค์ ผู้ต้องหาที่ 1-2 

 

ในข้อหาร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา และร่วมกันกระทำด้วยประการใดอันเป็นการก่อความเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะ, ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายให้ไว้ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร มาขออำนาจศาลฝากขัง

 

คำร้องระบุพฤติการณ์ สรุปว่า วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 18.20 น. ณัฐนนท์ ผู้ต้องหาที่ 2 ได้เป็นผู้ขับขี่รถยนต์ โดยมี ทานตะวัน ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้โดยสารนั่งอยู่บริเวณด้านหน้าข้างคนขับรถยนต์คันดังกล่าว เมื่อมาถึงบริเวณทางร่วมเข้าต่างระดับมักกะสัน แขวงสามเสนใน ซึ่งในบริเวณดังกล่าวนั้น ได้มี พ.ต.ท. ชญานิน พันธุ์ภักดี สารวัตรงานศูนย์ควบคุมจราจรทางด่วน 2 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจจราจร เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จของกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ซึ่งจะเสด็จฯ ผ่านในบริเวณดังกล่าวนั้น ตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย 

 

ซึ่งได้มีการสั่งให้หยุดรถที่มาจากทางร่วมเป็นการชั่วคราว เพื่อเป็นการถวายความปลอดภัยต่อขบวนเสด็จที่กำลังจะผ่านบริเวณดังกล่าว ซึ่งในเวลาต่อมาปรากฏว่า ณัฐนนท์ ผู้ต้องหาที่ 2 ได้พยายามขับรถมาที่ด้านหน้าแต่ไม่สามารถขับผ่านไปได้ เนื่องจาก พ.ต.ท. ชญานิน และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติอยู่ในบริเวณนั้น ได้ใช้สัญญาณมือให้หยุดจราจร ผู้ต้องหาที่ 2 จึงได้บีบแตรส่งเสียงดังต่อเนื่องยาวประมาณ 1 นาที ในลักษณะที่แสดงถึงความไม่พอใจโดยไม่มีสาเหตุใดให้ควรใช้แตร

 

ขณะเดียวกัน ทานตะวัน ผู้ต้องหาที่ 1 ที่เป็นผู้โดยสารได้เปิดกระจกออกมาและกล่าววาจาส่งเสียงตะโกนโวยวายในลักษณะว่า เดือดร้อนประชาชน ภาษีประชาชน เมื่อขบวนเสด็จฯ ผ่านพ้นไปแล้วจึงได้เปิดให้รถยนต์วิ่งผ่านไปได้ตามปกติ แต่ปรากฏว่ารถคันดังกล่าวของกลุ่มผู้ต้องหากลับมีพฤติกรรมขับรถออกไปด้วยความเร็ว พ.ต.ท. ชญานิน เห็นว่ารถคันดังกล่าวมีลักษณะการขับขี่และพฤติกรรมที่อาจเป็นอันตรายต่อขบวนเสด็จฯ จึงได้แจ้งวิทยุให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจถวายความปลอดภัยทราบถึงพฤติกรรมของรถคันดังกล่าว 

 

จากนั้นรถของกลุ่มผู้ต้องหาได้เร่งความเร็วจนประชิดรถปิดท้ายขบวนเสด็จฯ ที่บริเวณทางลงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ทำหน้าที่รถปิดท้ายขบวนจึงได้สกัดกั้นรถของกลุ่มผู้ต้องหาไม่ให้แทรกเข้าไปในขบวนเสด็จฯ ได้ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถหยุดรถคันดังกล่าวแล้วจึงได้เข้าไปพูดคุย แต่ปรากฏว่าผู้ต้องหาที่ 1 ได้ถือโทรศัพท์มือถือลักษณะขึ้นมาถ่ายทอดออกอากาศสดผ่านทางช่องเฟซบุ๊กส่วนตัวของผู้ต้องหาที่ 1 ที่ใช้ชื่อว่า Tawan Tantawan อีกทั้งยังได้ส่งเสียงดังโวยวายและกล่าวถ้อยคำในลักษณะต่อว่าการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

โดยในขณะเดียวกันนั้น ณัฐนนท์ ผู้ต้องหาที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถยนต์ก็ยังได้บีบแตรส่งเสียงดังต่อเนื่องลากยาวในลักษณะที่แสดงถึงความไม่พอใจ ส่งเสียงดังรบกวน ก่อความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนผู้ใช้รถ-ใช้ถนนที่สัญจรผ่านไปมาในบริเวณนั้น อีกทั้ง ณัฐนนท์ ผู้ต้องหาที่ 2 ยังได้กล่าววาจาในลักษณะดูหมิ่น ดูถูก เหยียดหยามเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่ง อันเป็นการประทุษร้ายต่อเกียรติศักดิ์ศรีข้าราชการตำรวจซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบโดยชอบด้วยกฎหมายในขณะนั้น 

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งความผู้ต้องหาที่ 1 ว่า ร่วมกันกระทำด้วยประการใดอันเป็นการก่อความเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะ และกล่าวหากรณีของ ณัฐนนท์  ผู้ต้องหาที่ 2 ว่ากระทำความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะได้กระทำการตามหน้าที่ ร่วมกันกระทำด้วยประการใด อันเป็นการก่อความเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะและใช้เสียงสัญญาณ เสียงยาวหรือซ้ำ โดยไม่มีเหตุอันควร ให้ได้รับโทษตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด 

 

ต่อมา พ.ต.ท. สรัล สุรเดชานนท์ ซึ่งดำรงตำแหน่งรองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน สน.ดินแดง ได้สืบสวนหาพยานหลักฐานจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปรากฏเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 เวลาประมาณ 18.26 น. ทานตะวัน ผู้ต้องหาที่ 1 ได้ไลฟ์เหตุการณ์ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ (Facebook Live) บัญชี Tawan Tantawan ซึ่งเป็นบัญชีเฟซบุ๊กสาธารณะที่บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ อีกทั้งยังมีผู้ติดตามมากกว่า 37,000 คน ซึ่งได้มีประชาชนทั่วไปเข้ามาแสดงความคิดเห็นถกเถียงกันในสังคมเป็นวงกว้าง ทั้งในทางที่เห็นชอบด้วยและไม่เห็นชอบด้วย สร้างประเด็นให้เกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชน โดยไลฟ์ดังกล่าวมีผู้เข้าชม แชร์ แสดงความรู้สึกและความคิดเห็นจำนวนมาก 

 

ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ต.ท. สรัล กับฝ่ายสืบสวน ยังได้ตรวจสอบพบว่า เฟซบุ๊กส่วนตัวของทานตะวันมีการโพสต์ภาพคลิปเหตุการณ์จากกล้องหน้ารถคันที่ใช้ขับขี่ในวันเกิดเหตุ ซึ่งเป็นการแสดงให้ปรากฏถึงพฤติกรรมของ ทานตะวัน กับพวก ที่ขับรถยนต์แทรกรถยนต์ของประชาชนคันอื่นที่จอดชะลอรถอยู่ในบริเวณนั้น เพื่อพยายามจะขับแซงหน้าไปให้ใกล้กับขบวนเสด็จฯ ทั้งยังบีบแตรส่งเสียงดังต่อเนื่อง อันเป็นการแสดงการต่อต้านท้าทายและดูหมิ่นพระเกียรติยศต่อขบวนเสด็จฯ ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพฯ ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนชาวไทยทุกคน 

 

ต่อมาวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญาอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่ 1 และผู้ต้องหาที่ 2 และต่อมาเวลาประมาณ 16.45 น. เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองโดยแสดงหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองบริเวณทางเดินเท้าหน้าศาลอาญา และควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งพนักงานสอบสวนดินแดงดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาเวลาประมาณ 18.10 น. พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมแก่ผู้ต้องหาทั้งสองซึ่งไม่ยอมพิมพ์ลายนิ้วมือตามคำสั่งของพนักงานสอบสวน

 

เหตุเกิดบริเวณทางลงทางด่วนพหลโยธิน 1 (ทางลงด่วนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 

 

การกระทำของผู้ต้องหาที่ 1 เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (2) (3), 397 วรรคแรก, 397 วรรคสอง, 368 วรรคแรก, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (3) แก้ไขเพิ่มเติม ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 8 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

 

การกระทำของผู้ต้องหาที่ 2 เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (2) (3), 397 วรรคแรก, 397 วรรคสอง, 368 วรรคแรก, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (3) แก้ไขเพิ่มเติม ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 8 ประกอบประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 83 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 14, 148 

 

ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนผู้ต้องหาที่ 1 ไม่ประสงค์ให้การในชั้นสอบสวน โดยประสงค์จะให้การในชั้นศาลเท่านั้น ส่วนผู้ต้องหาที่ 2 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และไม่ประสงค์ให้การในชั้นสอบสวน 

 

เนื่องจากพนักงานสอบสวนยังสอบสวนไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบสวนพยานอีก 7 ปากเป็นพยานชุดจับกุมและประจักษ์พยาน, รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือ และประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาที่ 1-2 ด้วยความจำเป็นดังกล่าวจึงขอหมายขังผู้ต้องหาที่ 1-2 ระหว่างการสอบสวนกำหนด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 14-25 กุมภาพันธ์ 2567 

 

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านหากผู้ต้องหาทั้งสองขอปล่อยชั่วคราว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง ประกอบกับพฤติการณ์ในการกระทำความผิดของผู้ต้องหาทั้งสองเป็นการกระทำโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวไปเกรงว่าอาจไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นอีก แต่ถ้าหากศาลเห็นสมควรให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสอง พนักงานสอบสวนขอให้ศาลกำหนดมาตรการหรือเงื่อนไขในการปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสองอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันมิให้กระทำผิดในขณะนี้อีก



ทั้งนี้จากข้อมูลและประวัติการกระทำความผิดของผู้ต้องหากับพวก พบว่า เมื่อผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวแล้ว มีการกลับมากระทำความผิดลักษณะเดียวกันนี้ซ้ำอีก หากไม่มีการควบคุมกำหนดมาตรการบังคับหรือเงื่อนไขในการปล่อยตัวชั่วคราวที่เคร่งครัด เป็นการยากในการควบคุมดูแลและรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของภาพลักษณ์ภายในประเทศ

 

ศาลพิจารณาแล้ว อนุญาตฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้

 

วันเดียวกันนี้ที่ศาลอาญา ตำรวจ สน.พระราชวัง ได้นำตัว นภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ หรือ สายน้ำ นักศึกษาอายุ 19 ปี มาฝากขังครั้งแรก 12 วัน ในความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งโบราณสถานฯ กรณีมีส่วนร่วมรู้เห็น กับผู้ต้องหาที่พ่นสีกำแพงวัดพระแก้ว และศาลอนุญาตฝากขังได้

 

ต่อมาในช่วงเย็น กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า ศาลมีคำสั่งอนุญาตปล่อยชั่วคราวนภสินธุ์ ตีราคาประกัน 35,000 บาท โดยกำหนดเงื่อนไขก่อเหตุในลักษณะเดียวกับที่ถูกฟ้องในคดีอีก 

 

ในส่วนของทานตะวันและณัฐนนท์ ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราว โดยพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าข้อหาที่ผู้ต้องหาถูกกล่าวหามีอัตราโทษสูง พฤติการณ์ในการกระทำของผู้ต้องหามีลักษณะไม่ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง ก่อให้เกิดความปั่นป่วนต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม 

 

หากให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุเชื่อว่าจะไปก่อเหตุอันตรายลักษณะเดียวกันนี้หรือประการอื่น อีกทั้งอาจเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงานหรือการดำเนินคดีในศาล จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง ส่วนจะยื่นซ้ำหรือไม่ ตนต้องปรึกษาผู้ต้องหาอีกครั้ง 

 

กฤษฎางค์กล่าวต่อว่า ความจริงตะวันจะไม่ยื่นประกันในคดีนี้ด้วยซ้ำ แต่ตนเป็นคนขอร้องว่าต้องไปเรียนหนังสือและมีเรื่องหลายเรื่องที่จะต้องทำ ควรจะหาทางปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมโดยวิธีการอื่นดีกว่า ตัวเขาเองไม่ได้หนักใจเรื่องประกันตัว เพราะเขาเองมีความตั้งใจที่จะไม่ประกันตัวอยู่แล้ว แต่ตนเห็นว่ามันไม่มีประโยชน์อะไร ควรจะออกมาต่อสู้คดี เพราะการที่ไปถูกขังในเรือนจำมาต่อสู้คดีไม่ได้ โอกาสที่จะพบปะปรึกษาหารือก็ยาก 

 

ความจริงคดีที่ศาลไม่ให้ประกันคือมาตรา 116 โทษไม่เกิน 7 ปี ไม่ได้สูงถ้าเทียบกับคดีมาตรา 112 ก็ได้ประกันตัวในชั้นศาลมาโดยตลอด ตนยังแปลกใจกับคำสั่งศาลวันนี้ ว่าโทษแค่ 7 ปี เหตุใดถึงไม่ให้ประกัน ตนไม่แน่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น ในการไต่สวนได้ความว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนเป็นเด็ก เป็นเยาวชน เป็นนักศึกษา เรียนหนังสืออยู่ ซึ่งไม่สามารถไปยุ่งเหยิงกับการสอบสวนได้ ก็คงต้องไปดูรายละเอียดอีกครั้งหนึ่งว่าเหตุใดศาลถึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัว แน่นอนเป็นอำนาจของผู้พิพากษา แต่ความจริงแล้วมันมีหลักกฎหมายอยู่ มันเป็นหลักนิติธรรมนิติรัฐที่ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าไม่ได้กระทำผิด  

 

กฤษฎางค์ระบุว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาของเด็กที่ติดคุก มันเป็นปัญหาของผู้ใหญ่ในกระบวนการยุติธรรม ว่าเราได้วินิจฉัยข้อมูล ข้อกฎหมายถูกต้องตามหลักนิติธรรมหรือไม่ ในฐานะคนที่ทำงานตรงนี้รู้สึกว่ามันค่อนข้างที่จะตรงข้ามกับสิ่งที่เรียนมา และผมไม่เห็นด้วยกับข้อวินิจฉัยอันนี้ 

 

กฤษฎางค์กล่าวต่อว่า ทานตะวันได้ฝากข้อความเป็นลายมือถึงผู้สื่อข่าวระบุว่า 

 

นี่คือคำตอบที่ผู้ใหญ่ในประเทศนี้ให้กับหนู แต่หนูยืนยันที่จะสู้ต่อไป การก้าวขาเข้าเรือนจำ เราไม่เหลืออะไรนอกจากร่างกายที่มีไว้ต่อสู้ หนูจะใช้ร่างกายและจิตวิญญาณที่เหลืออยู่สู้ต่อไป

 

หนูและแฟรงค์จะอดอาหารและน้ำประท้วงเพื่อ 3 ข้อเรียกร้อง โดยจะไม่ยื่นประกันตัว

 

  1. ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม
  2. ต้องไม่มีใครติดคุกเพราะเห็นต่างอีก
  3. ประเทศไทยไม่ควรเป็นคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน

 

ทานตะวัน 14 กุมภาพันธ์ 2567

The post ศาลอาญาไม่ให้ประกัน ตะวัน-แฟรงค์ คดีขบวนเสด็จฯ ระบุพฤติการณ์ไม่ยำเกรงกฎหมายบ้านเมือง หากปล่อยเชื่อว่าก่อเหตุอีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศูนย์ทนายฯ เผย มีชายโทรข่มขู่ จะบุกสำนักงานพร้อมอาวุธปืน หลังทำคดีขบวนเสด็จฯ https://thestandard.co/death-threats-royal-motorcade-case/ Wed, 14 Feb 2024 10:02:23 +0000 https://thestandard.co/?p=899827

วันนี้ (14 กุมภาพันธ์) เมื่อเวลา 14.30 น. ศูนย์ทนายความ […]

The post ศูนย์ทนายฯ เผย มีชายโทรข่มขู่ จะบุกสำนักงานพร้อมอาวุธปืน หลังทำคดีขบวนเสด็จฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (14 กุมภาพันธ์) เมื่อเวลา 14.30 น. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ทางศูนย์ฯ ถูกชายวัยกลางคนไม่ทราบชื่อโทรเข้าเบอร์โทรศัพท์ของสำนักงาน โดยใช้วาจาข่มขู่ รุนแรง เพื่อขอเบอร์ติดต่อทนายความที่ยื่นประกันตัว ตะวันและแฟรงค์ ในคดีขบวนเสด็จฯ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567

 

นอกจากนี้ศูนย์ทนายฯ ยังระบุถึงการข่มขู่ว่ากลุ่มของตนพร้อมจะบุกเข้ามาที่สำนักงานพร้อมอาวุธปืน

 

ทั้งนี้ศูนย์ทนายฯ ไม่ทราบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวคือผู้ใด หรือมีสังกัดใด จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

 

อ้างอิง:

The post ศูนย์ทนายฯ เผย มีชายโทรข่มขู่ จะบุกสำนักงานพร้อมอาวุธปืน หลังทำคดีขบวนเสด็จฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>