ขนส่งสินค้า Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ขนส่งสินค้า/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 31 Mar 2026 11:32:36 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 วิกฤตน้ำมันกระทบ 3 ค่ายขนส่ง KEX-Flash-J&T ประกาศขึ้นค่าส่ง 3 บาท/ชิ้น เริ่ม 1 เม.ย. นี้ https://thestandard.co/oil-prices-logistics-fees-hike/ Tue, 31 Mar 2026 11:32:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1193345 โลโก้ KEX, Flash Express และ J&T Express ประกาศขึ้นค่าส่ง รับมือวิกฤตน้ำมัน

จากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดที่ผันผวนและปรับตัวสูงขึ้นอ […]

The post วิกฤตน้ำมันกระทบ 3 ค่ายขนส่ง KEX-Flash-J&T ประกาศขึ้นค่าส่ง 3 บาท/ชิ้น เริ่ม 1 เม.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลโก้ KEX, Flash Express และ J&T Express ประกาศขึ้นค่าส่ง รับมือวิกฤตน้ำมัน

จากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดที่ผันผวนและปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนเชื้อเพลิงและต้นทุนการดำเนินงานของภาคธุรกิจโลจิสติกส์

 

ล่าสุดวันนี้ (31 มีนาคม) ผู้ให้บริการขนส่งพัสดุเอกชนรายใหญ่ 3 แห่ง ได้แก่ บริษัท เคอีเอ็กซ์ (KEX), แฟลช เอ็กซ์เพรส (Flash Express) และ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส (J&T Express) ได้ประกาศปรับขึ้นค่าบริการขนส่งพัสดุเพื่อรับมือกับสภาวะดังกล่าว

 

การปรับขึ้นค่าบริการของทั้ง 3 บริษัท จะมีการเรียกเก็บค่าน้ำมันส่วนเพิ่มในอัตรา 3 บาทต่อชิ้น ครอบคลุมในทุกช่องทางการให้บริการ โดยจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป การตัดสินใจดังกล่าวเป็นการพิจารณาร่วมกันในระดับอุตสาหกรรม โดยผ่านการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย แม้ที่ผ่านมาผู้ประกอบการจะพยายามบริหารจัดการต้นทุนอย่างเต็มที่และชะลอการปรับราคาเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อผู้บริโภคและพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ แต่เพื่อรักษามาตรฐานและคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง จึงมีความจำเป็นต้องปรับโครงสร้างราคาในระยะนี้

 

อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการทั้ง 3 ราย ได้เน้นย้ำว่า การเรียกเก็บค่าน้ำมันส่วนเพิ่ม 3 บาทในครั้งนี้ เป็นเพียงมาตรการแบบชั่วคราว ซึ่งยังไม่มีการกำหนดวันที่สิ้นสุดไว้อย่างแน่ชัด โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ หากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดปรับตัวลดลง ดีขึ้น หรือกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทางบริษัทผู้ให้บริการจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมพิจารณาทบทวนเพื่อปรับลดค่าบริการหรือยกเลิกการเก็บค่าน้ำมันส่วนเพิ่มนี้โดยเร็วที่สุดตามความเหมาะสม

 

ขณะเดียวกัน บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้มีการปรับตัวรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้นไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยไปรษณีย์ไทยได้ดำเนินการปรับขึ้นค่าบริการฝากส่งสิ่งของประเภท EMS (ส่งด่วน) และ eCo-Post (ส่งประหยัด) เพิ่มขึ้น 15-20 บาท เฉพาะการจัดส่งไปยังพื้นที่ปลายทาง 85 รหัสไปรษณีย์

 

ซึ่งพื้นที่เป้าหมายส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกาะ ภูเขาสูง และแหล่งท่องเที่ยวที่เข้าถึงยาก เนื่องจากพื้นที่เหล่านี้มีต้นทุนค่าขนส่งทางบก ทางเรือ รวมถึงค่าแรงงานที่สูงกว่าพื้นที่อื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในส่วนของการปรับราคาของไปรษณีย์ไทย ไม่ได้มีการระบุถึงกำหนดการสิ้นสุดหรือเงื่อนไขในการปรับลดราคาไว้แต่อย่างใด

 

โลโก้ KEX, Flash Express และ J&T Express ประกาศขึ้นค่าส่ง รับมือวิกฤตน้ำมัน 1โลโก้ KEX, Flash Express และ J&T Express ประกาศขึ้นค่าส่ง รับมือวิกฤตน้ำมัน 2โลโก้ KEX, Flash Express และ J&T Express ประกาศขึ้นค่าส่ง รับมือวิกฤตน้ำมัน 3โลโก้ KEX, Flash Express และ J&T Express ประกาศขึ้นค่าส่ง รับมือวิกฤตน้ำมัน 4โลโก้ KEX, Flash Express และ J&T Express ประกาศขึ้นค่าส่ง รับมือวิกฤตน้ำมัน 5โลโก้ KEX, Flash Express และ J&T Express ประกาศขึ้นค่าส่ง รับมือวิกฤตน้ำมัน 6โลโก้ KEX, Flash Express และ J&T Express ประกาศขึ้นค่าส่ง รับมือวิกฤตน้ำมัน 7โลโก้ KEX, Flash Express และ J&T Express ประกาศขึ้นค่าส่ง รับมือวิกฤตน้ำมัน 8โลโก้ KEX, Flash Express และ J&T Express ประกาศขึ้นค่าส่ง รับมือวิกฤตน้ำมัน 9โลโก้ KEX, Flash Express และ J&T Express ประกาศขึ้นค่าส่ง รับมือวิกฤตน้ำมัน 10

The post วิกฤตน้ำมันกระทบ 3 ค่ายขนส่ง KEX-Flash-J&T ประกาศขึ้นค่าส่ง 3 บาท/ชิ้น เริ่ม 1 เม.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
10 ปี Shopee ประกาศจุดยืนจากแพลตฟอร์มช้อปปิ้ง สู่ ‘สะพานดิจิทัล’ ยกระดับผู้ผลิตไทยด้วย ดีลตรง ฟีเจอร์ที่ใช้งานจริง และโอกาสสู่ตลาดโลก [Advertorial] https://thestandard.co/shopee-1hr-express-delivery-360-strategy/ Wed, 19 Nov 2025 08:00:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1144756

‘Shopee’ เปิดศึกส่งด่วน! 1 ชั่วโมง กางแผนยุทธศาสตร์รุกต […]

The post 10 ปี Shopee ประกาศจุดยืนจากแพลตฟอร์มช้อปปิ้ง สู่ ‘สะพานดิจิทัล’ ยกระดับผู้ผลิตไทยด้วย ดีลตรง ฟีเจอร์ที่ใช้งานจริง และโอกาสสู่ตลาดโลก [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘Shopee’ เปิดศึกส่งด่วน! 1 ชั่วโมง กางแผนยุทธศาสตร์รุกตลาดยกระดับประสบการณ์นักช้อป 360 องศา พร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ด้วยบทบาทใหม่ ‘สะพานดิจิทัล’ และ ‘ประตูสู่เศรษฐกิจดิจิทัล’ ปูทางผู้ประกอบการไทยทุกระดับสร้างธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค

 

นอกจากความยินดีที่ได้เห็น ช้อปปี้ (ประเทศไทย) ประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างมั่นคงตลอด 10 ปีของการทำธุรกิจ การมาร่วมงาน ‘Shopee SUMMIT TOGETHER WE GROW’ ยังได้ความรู้สึกตื่นเต้นและดีใจแทนผู้ขายและพาร์ทเนอร์ ที่เข้าสู่ปีที่ 11 ของช้อปปี้มีเครื่องมือการตลาด แคมเปญ ฟีเจอร์ และกลยุทธ์มากมายมาช่วยให้ร้านค้าขายดี ขายง่าย ขายคล่องขึ้นอีกเยอะ

 

Shopee ส่งด่วน 1 ชั่วโมง

 

ที่ผ่านมา ช้อปปี้ มีความมุ่งมั่นจะเติบโตไปพร้อมผู้ประกอบการไทย ครีเอเตอร์ไทย ผู้บริโภคชาวไทย และเคียงข้างเศรษฐกิจไทยมาโดยตลอด แต่บอกเลยว่า ช้อปปี้ จะจัดใหญ่ ใส่เต็มได้อีก พร้อมต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย และขับเคลื่อนความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน ตั้งแต่ภาครัฐ ภาคเอกชน ไปจนถึงพันธมิตรระดับโลก

 

Shopee ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มซื้อขาย แต่เป็น “แพลตฟอร์มแห่งโอกาส”  

 

Shopee ส่งด่วน 1 ชั่วโมง

 

ตัวอย่างของการมอบโอกาสที่ชัดเจนที่สุด คือการจับมือกับ ‘กรมพัฒนาธุรกิจการค้า’ ร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทยมากกว่า 7 ปี ผ่านโครงการ ‘สุขใจซื้อของไทย” ที่สร้างยอดขายให้ผู้ประกอบการไทยไปแล้วกว่า 700 ล้านบาท พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า บอกว่า “ช้อปปี้มีบทบาทสำคัญในฐานะ แพลตฟอร์มแห่งโอกาส ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถสร้างรายได้ ขยายธุรกิจ และเชื่อมโยงกับผู้บริโภคทั่วภูมิภาคในระบบนิเวศดิจิทัลที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง”

 

กว่าทศวรรษแห่งการเติบโต ช้อปปี้ สร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการ ฮันดิกา จาห์จา กรรมการผู้จัดการใหญ่ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) เน้นย้ำว่า Ecosystem ที่แข็งแกร่งของช้อปปี้เกิดขึ้นได้เพราะความร่วมมือจากผู้ขาย พันธมิตร และครีเอเตอร์ทั่วประเทศ

 

Shopee ส่งด่วน 1 ชั่วโมง

 

“พวกคุณทุกคนมีส่วนช่วยกันสร้างเรื่องราวของช้อปปี้ในประเทศไทย” ฮันดิกา บอกว่า หากย้อนกลับไป 10 ปีก่อน ใครจะเชื่อว่าอีคอมเมิร์ซจะเข้ามาเปลี่ยนวิธีการซื้อขายของผู้คนได้จริง

 

มากไปกว่าสถิติตัวเลขผู้ใช้งานและตัวเลขกำไร ฮันดิกา เชื่อว่าสิ่งสำคัญกว่าคือเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลัง “พัสดุทุกชิ้นคือการเชื่อมต่อ และทุกยอดขายคือความฝันของใครบางคนที่กลายเป็นจริง ตลอด 10 ปี เราได้เห็นผู้ขายจำนวนมากที่เริ่มต้นจากร้านเล็กๆ บนออนไลน์จนเติบโตมีแบรนด์ของตัวเอง หลายครอบครัวสร้างรายได้จากแพลตฟอร์ม และหลายชุมชนสามารถเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจผ่านโลกดิจิทัล จนถึงวันนี้เรายังคงยึดมั่นที่จะเป็นแพลตฟอร์มที่พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยทุกขนาดให้แสดงศักยภาพและขยายธุรกิจได้กว้างขึ้น”

 

ฮันดิกา บอกว่าความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนและยกระดับธุรกิจของผู้ขายให้เติบโตอย่างยั่งยืนและสามารถเข้าถึงลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศได้มากยิ่งขึ้นยังคงชัดเจน

 

Shopee ส่งด่วน 1 ชั่วโมง

 

“วันนี้ช้อปปี้ก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่สอง เรายังคงลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อมอบประสบการณ์ที่สะดวกและเข้าถึงง่ายให้กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ระบบโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่ง แคมเปญการตลาด รวมถึงระบบการชำระเงินและบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ การลงทุนใน ‘ผู้คน’ เพราะอนาคตของอีคอมเมิร์ซไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยีเท่านั้น แต่จะเดินหน้าต่อได้ด้วยความมุ่งมั่นและความคิดสร้างสรรค์ของผู้คน”

 

การสร้างระบบนิเวศที่ผู้ขายทุกคนประสบความสำเร็จได้ คือวิสัยทัศน์ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังของช้อปปี้ ก้าวย่างสู่ปีที่ 11 ช้อปปี้จึงเดินหน้าสู่การเป็น ‘ประตูสู่เศรษฐกิจดิจิทัล’ (Gateway to the Digital Economy) สนับสนุนผู้ประกอบการไทยทุกระดับให้เข้าถึงโอกาสทางธุรกิจได้อย่างเท่าเทียม ตั้งแต่ร้านค้าครอบครัว ผู้ผลิตชุมชน ไปจนถึงองค์กรและแบรนด์ระดับประเทศ โดยใช้พลังของเทคโนโลยีและเครือข่ายของช้อปปี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมโยงสินค้าไทยสู่ผู้บริโภคทั้งในประเทศและตลาดต่างประเทศ และเป็น ‘สะพานดิจิทัล’ (Digital Bridge) ที่เชื่อมศักยภาพของผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดระดับภูมิภาค เพื่อให้ธุรกิจไทยสามารถเติบโตอย่างมั่นคง ยั่งยืน และเป็นที่ยอมรับบนแผนที่เศรษฐกิจดิจิทัลของโลก

 

Shopee ส่งด่วน 1 ชั่วโมง

 

กาง Roadmap แผนยุทธศาสตร์ยกระดับประสบการณ์นักช้อป 4 หมวดนำร่อง

 

ช้อปปี้ ฉายภาพภาพรวมธุรกิจอีคอมเมิร์ซในไทยคิดเป็น 53% ของ Digital Economy พร้อมคาดการณ์ว่าในปี 2026 มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยนี้จะสูงถึง 34,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.1 ล้านล้านบาท

 

ธัญญธร เหล่าวัชระ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) เผยภาพรวมกลยุทธ์จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ผู้ซื้อในแต่ละหมวดหมู่สินค้า เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สะดวก ตรงใจ และครอบคลุมมากที่สุด พร้อมเสิร์ฟ “ความใหม่” ที่พัฒนาจากความต้องการและความคิดเห็นของผู้บริโภค นำร่อง 4 หมวดหลัก ได้แก่

 

  • หมวดสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า (Electronics) เชื่อมต่อออนไลน์และออฟไลน์อย่างราบรื่น ผ่านบริการเสริมใหม่ๆ เช่น บริการติดตั้งสินค้าพร้อมกับการซื้อสินค้า โปรแกรมแลกเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือ
  • หมวดสินค้าแฟชั่น (Fashion) จับมือแบรนด์และทำงานร่วมกับ KOL นำเสนอสินค้าและคอลเลกชันใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมบริการจัดส่งด่วนเพื่อให้สินค้าใหม่ถึงมือลูกค้าทันกระแส
  • หมวดสินค้าสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) เน้นสร้างความผูกพันและกระตุ้นการซื้อซ้ำผ่านเครื่องมือทางการตลาดรูปแบบใหม่
  • หมวดสินค้าไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) เจาะกลุ่มผู้บริโภครายได้สูงด้วยบริการจัดส่งรวดเร็วและคุ้มค่าผ่าน Shopee Partner Logistics (SPL) รวมถึงบริการ ช้อปก่อน จ่ายทีหลัง (Buy Now Pay Later)

 

ธัญญธร เรียกน้ำย่อยด้วยโปรแกรมและฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยให้ผู้ขายและพาร์ทเนอร์ได้เห็นว่าช้อปปิ้งกำลังจะมุ่งหน้าไปทางไหน และเครื่องมือใดที่สามารถนำไปใช้เพื่อสร้างการเติบโต

 

Prime Seller เพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ร้านค้า อัปเกรดโปรแกรม “ส่งฟรีโค้ดคุ้ม /ส่วนลดโค้ดคุ้ม” ให้คุ้มยิ่งขึ้น ผ่าน 2 สิทธิประโยชน์ทั้งแบบถาวรและแบบซีซันเสริมเข้ามา ได้แก่ ‘Affiliate for Seller’ ได้ค่าคอมฯ คูณ 2 คาดว่าร้านค้าจะได้ค่าคอมฯ คืนสูงสุด 8% ต่อออเดอร์ และ ‘Seasonal Benefit’ ให้สิทธิประโยชน์ตามฤดูกาลเป็นเครื่องมือการตลาดตามช่วงเวลา ช่วยกระตุ้นยอดขายสินค้า

 

Shopee Global Sales พา SME และแบรนด์ไทยส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียน เพิ่มฟีเจอร์ให้ร้านค้าสามารถเปิดร้านในต่างประเทศ ด้วยคลิกเดียว เพียงสมัครเปิดร้าน ลงสินค้า และขายได้เลย ภายใต้แนวคิด “Turn Borders into Steps” โดยช้อปปี้จะช่วยให้การบริหารจัดการร้าน ยิงโฆษณา และทำไลฟ์ได้เหมือนทำในไทยทุกอย่าง มี AI Translation ช่วยแปลภาษาและตอบลูกค้าอัตโนมัติ โดยเปิดให้บริการที่ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์และมาเลเซียภายในสิ้นปีนี้

 

Faster Delivery & O2O เร่งเครื่องยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งรวดเร็วทันใจ ต่อยอดจาก จัดส่งภายในวันเดียว (Same-day Delivery) และ จัดส่งภายใน 4 ชั่วโมง (4-hour Delivery) มาสู่ส่งทันทีใน 1 ชั่วโมง เปิดวาระการซื้อแบบ ‘ต้องใช้ตอนนี้–ต้องได้เดี๋ยวนี้! หรือคนที่ต้องการสินค้าสำหรับวาระสำคัญ โดยนำโมเดล Online to Offline มาใช้ ให้ออนไลน์มาช่วยร้านออฟไลน์ขายดีขึ้น ด้วยทราฟิกจากแอปฯ ช้อปปี้ดึงคนเข้าร้านค้าสาขา (Offline Branches) ในละแวกใกล้เคียง นอกจากนี้จะเปิดให้ลูกค้าที่มี SPayLater สามารถนำไปสแกนจ่ายที่หน้าร้านค้าออฟไลน์ได้โดยตรงอีกด้วย

 

AI Innovations ดึง AI มาออกแบบฟีเจอร์ที่จะช่วยร้านค้าสะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

 

  • AI Modify For You – ปรับแต่งรูปภาพและออกแบบชื่อสินค้าด้วย AI
  • Try It On – อัปโหลดรูปภาพเพื่อลองสินค้าได้ทันที
  • Custom ROAS AI Ads -ยิงแอดตามพฤติกรรมผู้ซื้อจากการวิเคราะห์ของ AI
  • Brand Max – ให้ AIช่วยออกแบบและเลือกกลุ่มเป้าหมายสำหรับแบนเนอร์โฆษณา
  • AI Live Streamer – ไลฟ์สดได้สะดวกขึ้นด้วย AI สตรีมเมอร์
  • Seller AI Chat Assistant – ตอบแชทอัตโนมัติโดยแชทบอต AI

 

Shopee ส่งด่วน 1 ชั่วโมง

 

ยกระดับประสบการณ์นักช้อป 360 องศา พร้อมผนึกกำลังพันธมิตรระดับโลก

 

คงกฤช ล้อเลิศรัตนะ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจการตลาด ช้อปปี้ (ประเทศไทย) บอกว่า การตลาดยุคใหม่ไม่ใช่แค่ทำแคมเปญหรือออกสินค้าใหม่ แต่คือการ ‘สร้างประสบการณ์’ ที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกประทับใจจึงออกแบบ 360° Marketing Plan เพื่อยกระดับประสบการณ์ครบทุกมิติ ผ่าน 6 องค์ประกอบหลัก ได้แก่

 

  • Reinvented In-App Experience: ดึงเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่าง AI ช่วยจัดการหน้าช้อปสินค้าของลูกค้าแต่ละคนให้เป็น Personalized มากขึ้น แต่ละคนจะเห็นหน้าบ้านต่างกัน ช่วยเพิ่ม Engagement และ Conversion และฟีเจอร์ใหม่รองรับการยิงโฆษณาของร้านค้า
  • Dynamic Content Ecosystem: ผสานคอนเทนต์หลายรูปแบบทั้งวิดีโอคลิป ไลฟ์ และอื่นๆ เพื่อสร้าง ‘Shoptainment’
  • Seamless Social Integration: จับมือพาร์ทเนอร์ Meta และ YouTube เพิ่มช่องทางการมองเห็นสินค้าและเชื่อมต่อการซื้อขายข้ามแพลตฟอร์มได้ทันที สามารถกดดูคอนเทนต์บนโซเชียลแล้วกดซื้อได้ทันที พร้อมติดตะกร้าสินค้า (Shopping Link) ได้แบบเรียลไทม์
  • Holistic Brand Building: สร้างแบรนด์ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ปั้น KOL พาร์ทเนอร์ช่วยขาย ชูการทำ Affiliate ผ่านหลายแพลตฟอร์มและขยายสู่ฐานออฟไลน์
  • Borderless Assortment & Product Launch: ตอกย้ำแพลตฟอร์มที่มีขายทุกอย่าง ปัจจุบันมีมากกว่า 100 ล้านรายการ และจะเพิ่มปริมาณอีกต่อเนื่อง เพิ่มประสบการณ์ค้นหาด้วย Image Search และรองรับการค้นหาสินค้าจากคอนเทนต์โซเชียลทุกแพลตฟอร์ม จะช่วยดันสินค้าใหม่ด้วย Algorithm ที่ boost traffic ให้กับสินค้าที่เพิ่งลงขาย
  • Unbeatable Value for Users: ตอกย้ำกลยุทธ์หลัก ช่วยร้านค้ารักษาลูกค้าผ่านคูปอง โปรโมชัน และรายการสินค้าลดราคา พร้อมการันตีถูกที่สุด ด้วยราคาคุ้มที่สุด + Voucher Stack ได้ 4 ต่อ ได้แก่ Shopee Voucher, Free Shipping Voucher, ส่วนลดร้านค้า และโค้ดส่วนลดของแคมเปญ โดยระบบจะคำนวณราคาสุดท้ายหลังลดทั้งหมดให้เลย มาพร้อมโปร Lowest Price Guarantee ถ้าเจอที่อื่นถูกกว่า เคลมส่วนต่างได้ และเปิดตัว Shopee VIP รวมโค้ดมูลค่ากว่า 60,000 บาท ในราคา 49 บาท

 

“เดือนตุลาคมที่ผ่านมาเราเปิดตัวแคมเปญ MEGA Brand Day ร่วมกับ Huawei สามารถสร้างสถิติยอดขายและจำนวนผู้ซื้อพุ่งสูงกว่า 5 เท่า ถือเป็นต้นแบบความสำเร็จที่จะถูกพัฒนาและต่อยอดไปยังแบรนด์อื่นๆ” คงกฤช กล่าว

 

ชูพลังเครือข่ายพันธมิตรและครีเอเตอร์ อาวุธลับจับมือโตไปด้วยกัน

 

อาวุธลับที่ส่งให้ช้อปปี้ได้เปรียบคู่แข่งในตลาดคือการมี ‘เครือข่ายครีเอเตอร์’ หรือ KOL Partner ที่แข่งแกร่ง ผ่าน Shopee Affiliate KOLs เป็นการร่วมมือกับเหล่า KOL Partner มาช่วยโปรโมทสินค้า สร้างการรับรู้ และเพิ่มอัตราการมองเห็นแบรนด์ ในขณะที่ฝั่งผู้ซื้อ ก็สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อได้อย่างรอบด้านมากขึ้น

 

ปัจจุบัน มียอดขายจากคอนเทนต์ในระบบเติบโตขึ้นกว่า 70% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา การเติบโตนี้ช่วยให้ KOL ทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่สามารถสร้างรายได้บนโลกออนไลน์

 

ขณะเดียวกัน ฟีเจอร์อย่าง Shopee Live ช่วยเพิ่มออเดอร์ให้ผู้ขายเติบโตขึ้นกว่า 65% และ Shopee Video สร้างยอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 400% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว สะท้อนถึงพลังของคอนเทนต์ที่ช่วยกระตุ้นยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

Shopee ส่งด่วน 1 ชั่วโมง Shopee ส่งด่วน 1 ชั่วโมง

 

รวมไปถึงความร่วมมือทางธุรกิจกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง YouTube Shopping และ Shopee META Affiliate ในการร่วมกันสร้างการเติบโตให้กับโปรแกรม Affiliate ที่ ช้อปปี้ ถือเป็นหนึ่งในผู้จุดประกายให้โปรแกรมนี้เป็นที่นิยมโดยสามารถทำประโยชน์ให้กับทั้งฝั่งผู้ขาย ผู้ซื้อ และผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์

 

Shopee ส่งด่วน 1 ชั่วโมง Shopee ส่งด่วน 1 ชั่วโมง

 

ภายในงานมีการมอบรางวัลแก่ผู้ขายและครีเอเตอร์ที่มีผลงานโดดเด่นประจำปีมากกว่า 200 รางวัล เพื่อเป็นการปลุกพลังผู้ขายและแบรนด์ธุรกิจ

 

พร้อมเปิดพื้นที่สำหรับกิจกรรม Business Matching หรือ Seller & KOL Matchmaking ให้ผู้ขายและแบรนด์สามารถเลือก KOL หรือ Influencer ได้อย่างเจาะจง ทำให้สินค้าถูกสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้ตรงจุดมากขึ้น

 

และนี่คือบทสรุปของทศวรรษที่แข็งแกร่ง ทรงพลัง และมั่นคงของ Shopee จากงาน Shopee SUMMIT 2025: TOGETHER WE GROW กับจุดยืนสำคัญที่สะท้อนว่า Shopee ไม่ได้มองการเติบโตเป็นเพียงตัวเลข แต่เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ความคิดสร้างสรรค์ ศักยภาพของผู้ประกอบการและครีเอเตอร์ทั่วภูมิภาค ให้เดินหน้าต่อไปพร้อมกัน เป็นคำประกาศชัดเจนว่า Shopee มุ่งมั่นสู่การเป็นแพลตฟอร์มที่เติบโตไปพร้อมกับผู้คนอย่างแท้จริง

The post 10 ปี Shopee ประกาศจุดยืนจากแพลตฟอร์มช้อปปิ้ง สู่ ‘สะพานดิจิทัล’ ยกระดับผู้ผลิตไทยด้วย ดีลตรง ฟีเจอร์ที่ใช้งานจริง และโอกาสสู่ตลาดโลก [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่กู้ศพ 2 คนงานจากเหตุสะพานถล่มในบัลติมอร์ ก่อนยุติการค้นหา https://thestandard.co/bodies-of-2-workers-recovered/ Thu, 28 Mar 2024 03:22:06 +0000 https://thestandard.co/?p=916451

นักประดาน้ำพบร่างของ 2 ใน 6 คนงานที่สูญหายจากเหตุสะพานข […]

The post เจ้าหน้าที่กู้ศพ 2 คนงานจากเหตุสะพานถล่มในบัลติมอร์ ก่อนยุติการค้นหา appeared first on THE STANDARD.

]]>

นักประดาน้ำพบร่างของ 2 ใน 6 คนงานที่สูญหายจากเหตุสะพานข้ามแม่น้ำฟรานซิสสกอตต์คีย์ (Francis Scott Key) ในเมืองบัลติมอร์ รัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา ที่พังถล่มลงมาแล้ววานนี้ (27 มีนาคม) 

 

พ.ต.อ. โรแลนด์ บัตเลอร์ จากกรมตำรวจรัฐแมริแลนด์ กล่าวว่า พบร่างของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คนในรถกระบะสีแดงที่ระดับน้ำลึกประมาณ 7.62 เมตร ใกล้กับช่วงกลางของสะพานที่พังลงมา ทราบชื่อภายหลังคือ อเลฮานโดร เอร์นันเดซ ฟูเอนเตส วัย 35 ปี และ ดอร์เลียน โรเนียล คาสตีโย คาเบรรา วัย 26 ปี ส่วนผู้ที่ยังสูญหายอีก 4 คนนั้นคาดว่าเสียชีวิตแล้วทั้งหมด

 

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 26 มีนาคม เรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ลำหนึ่งเกิดปัญหาระบบไฟฟ้าขัดข้องจนไม่สามารถควบคุมทิศทางเรือได้ ก่อนที่จะชนเข้ากับตอม่อของสะพานข้ามแม่น้ำดังกล่าว จนสะพานพังร่วงลงมาพร้อมกับรถยนต์และผู้คนที่อยู่เบื้องบน รายงานระบุว่า มีผู้ที่ตกลงไปในแม่น้ำ 8 คนด้วยกัน โดยมี 2 คนที่ได้รับความช่วยเหลือแล้วตั้งแต่วันแรก แต่อีก 6 คนซึ่งเป็นกลุ่มคนงานที่กำลังซ่อมผิวถนนบนสะพานยังคงสูญหาย ก่อนจะพบร่างของผู้เสียชีวิต 2 คนวานนี้ตามที่รายงานข้างต้น

 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังกล่าวด้วยว่า ขณะนี้พวกเขาได้ยุติปฏิบัติการค้นหาและเก็บกู้ร่างของผู้เสียชีวิตใต้น้ำแล้ว เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เป็นอุปสรรค โดยบัตเลอร์กล่าวว่า ภาพที่ได้จากเครื่องโซนาร์แสดงให้เห็นรถยนต์จำนวนหนึ่งที่จมอยู่ใต้น้ำ แต่ถูกซากสะพานและโครงสร้างขนาดใหญ่ทับถมอยู่ ทำให้การเข้าถึงและเก็บกู้ทำได้ยากลำบาก

 

ภาพ: Mike Segar / Reuters

อ้างอิง: 

The post เจ้าหน้าที่กู้ศพ 2 คนงานจากเหตุสะพานถล่มในบัลติมอร์ ก่อนยุติการค้นหา appeared first on THE STANDARD.

]]>
การลดต้นทุนค่าขนส่งสินค้าอาจไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทยในการลดสัดส่วนต้นทุนโลจิสติกส์ต่อ GDP https://thestandard.co/opinion-thailand-freight-costs/ Thu, 07 Mar 2024 03:46:32 +0000 https://thestandard.co/?p=908247 ลดต้นทุนค่าขนส่งสินค้า

ระบบโลจิสติกส์เป็นภาคส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โ […]

The post การลดต้นทุนค่าขนส่งสินค้าอาจไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทยในการลดสัดส่วนต้นทุนโลจิสติกส์ต่อ GDP appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลดต้นทุนค่าขนส่งสินค้า

ระบบโลจิสติกส์เป็นภาคส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการค้าที่ส่งผ่านสินค้าจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ อย่างไรก็ดี ต้นทุนโลจิสติกส์เป็นต้นทุนส่วนเพิ่มที่ไม่เกี่ยวกับกระบวนการผลิต ส่งผลให้ค่าขนส่งดังกล่าวอาจลดทอนกำไรของผู้ขาย

 

ดังนั้นการที่ต้นทุนโลจิสติกส์มีสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) เปรียบเสมือนสัดส่วนของรายได้ที่ถูกนำไปใช้ในเรื่องขนส่ง เมื่อต้นทุนค่าขนส่งสูงย่อมสร้างความเสียเปรียบจากต้นทุนที่สูงตามไปด้วย ซึ่งสามารถกระทบต่อการตัดสินใจในการเข้ามาลงทุนของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในส่วนของผู้ประกอบการต่างชาติที่มีทางเลือกในการตัดสินใจลงทุนในประเทศที่มีต้นทุนค่าขนส่งที่ต่ำกว่า เนื่องจากการที่ต้นทุนค่าขนส่งมีสัดส่วนที่สูงย่อมกระทบต่อผู้ประกอบการในมิติต่างๆ ดังนี้

 

  1. ต้นทุนของสินค้าขั้นสุดท้ายที่สูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนค่าขนส่งจะถูกรวมเข้าไปในแต่ละขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่วัตถุดิบต้นน้ำให้กลายเป็นสินค้าขั้นกลางเพื่อส่งต่อเป็นวัตถุดิบสำหรับสินค้าขั้นสุดท้าย

 

  1. สำหรับผู้ขายสินค้าขั้นสุดท้าย นอกจากการที่ต้นทุนสูงจะลดทอนความได้เปรียบเรื่องการทำการตลาดแล้ว ในกลุ่มที่ต้องแบกรับค่าขนส่งให้กับผู้บริโภคย่อมได้รับกำไรที่ลดลงจากการขายสินค้า รวมถึงในกรณีที่ผู้ซื้อเป็นผู้รับผิดชอบการขนส่งก็อาจเป็นปัจจัยให้ผู้ซื้อมีความต้องการซื้อที่ลดลง เป็นต้น

 

ทั้งนี้ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ได้ประเมินสัดส่วนต้นทุนโลจิสติกส์ต่อ GDP ในปี 2565 ทะยานสูงแตะ 14.5% สูงกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ที่มีสัดส่วนที่ 9.1% และ 8.0% ตามลำดับ รวมถึงเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียนที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ๆ เช่น สิงคโปร์และมาเลเซีย ที่มีสัดส่วนที่ 8% และ 13% ตามลำดับ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการในประเทศ และการตัดสินใจในการเข้ามาลงทุนของผู้ประกอบการต่างชาติ

 

จากความเสียเปรียบในด้านการขนส่งที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปเพื่อการจัดส่งและบริหารจัดการสินค้าที่สูงขึ้น ดังนั้นเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนจากผู้ประกอบการต่างชาติ การลดสัดส่วนต้นทุนโลจิสติกส์ต่อ GDP จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องปรับลดลงให้เหมาะกับบริบทของประเทศไทย โดยพิจารณาตามโครงสร้างของต้นทุนโลจิสติกส์ต่อ GDP ดังนี้

 

1. การลดต้นทุนการขนส่ง เป็นแนวทางที่ภาครัฐพยายามส่งเสริมมาอย่างยาวนาน โดยพยายามลดต้นทุนการขนส่งทางถนนที่คิดเป็นสัดส่วนกว่า 45.3% ของโครงสร้างต้นทุนการขนส่งทั้งหมด เพื่อหันไปใช้ระบบการขนส่งทางรางที่มีต้นทุนการขนส่งต่ำกว่าทางถนนถึง 2.23 เท่า เมื่อเทียบเป็นหน่วยน้ำหนักต่อกิโลเมตร แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดสำคัญทั้งการขนส่งทางรางและทางถนน ซึ่งการขนส่งทางรางไม่ตอบโจทย์ในปัจจุบัน เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานทางรางที่ครอบคลุมเพียงเส้นทางหลัก ถึงแม้จะมีการพัฒนาเส้นทางให้ครอบคลุมขึ้นแต่ยังต้องใช้การขนส่งทางถนนเป็นการขนส่งหลักเพื่อให้ไปถึงสถานที่รับสินค้าโดยตรง ซึ่งการขนส่งทางถนนในระยะทางใกล้ๆ อาจเกิดปัญหาเรื่องการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) ที่อาจทำให้ค่าขนส่งระยะทางใกล้มีต้นทุนค่าขนส่งของน้ำหนักต่อกิโลเมตรที่เพิ่มขึ้นกว่าการขนส่งระยะทางไกล

 

นอกจากนี้ในประเด็นสุดท้าย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจที่สุด คือข้อจำกัดจากการที่ประเทศไทยมีขนาดประเทศไม่ใหญ่เท่าที่การขนส่งทางถนนจากจุดศูนย์กลางของประเทศสามารถไปถึงทุกสถานที่ในประเทศได้ภายในระยะเวลา 1 วัน ส่งผลให้ปริมาณการขนส่งในแต่ละครั้งไม่สูงนัก และเมื่อพิจารณาถึงระยะทางที่ไม่ไกลยิ่งทำให้บทบาทการใช้ระบบการขนส่งทางรางในประเทศอาจไม่คุ้มค่าในบริบทของไทยเท่าที่ควร

 

2. การสร้างมูลค่าเพิ่ม อาจเป็นเรื่องที่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากค่าขนส่งคิดตามปริมาตรและน้ำหนัก โดยเมื่อเทียบกับบริบทของประเทศไทยที่โครงสร้างสินค้าส่วนใหญ่มีมูลค่าต่ำ เช่น สินค้าเกษตร รวมถึงกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน ส่งผลให้ต้นทุนค่าขนส่งเมื่อเทียบกับรายได้มีสัดส่วนที่สูงกว่า โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว

 

ดังนั้นถ้าประเทศไทยอยากจะลดสัดส่วนต้นทุนโลจิสติกส์ต่อ GDP อย่างยั่งยืน ก็ควรมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มในสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มที่มีมูลค่าเพิ่มต่ำ เช่น การแปรรูปสินค้าเกษตร หรือการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน รวมทั้งพยายามเน้นบทบาทการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง เช่น สินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรม First S-Curve และ New S-Curve ไปพร้อมกัน ซึ่งหากไทยทำสำเร็จจะเป็นการลดสัดส่วนต้นทุนโลจิสติกส์ต่อ GDP ได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

 

กล่าวโดยสรุป สัดส่วนต้นทุนโลจิสติกส์ต่อ GDP สะท้อนต้นทุนของผู้ประกอบการที่ต้องแบกภาระค่าขนส่งเพิ่มขึ้นและอาจลดทอนความสามารถในการแข่งขัน ดังนั้นการลดต้นทุนค่าขนส่งจึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสนใจ แต่ควรอยู่ภายใต้บริบทที่เหมาะสมกับแต่ละประเทศที่มีข้อจำกัดแตกต่างกันออกไป ซึ่งอาจต้องย้อนคำถามกลับมาบนบริบทของไทยว่าการลดสัดส่วนต้นทุนโลจิสติกส์ต่อ GDP ผ่านการลดต้นทุนการขนส่งหรือการสร้างมูลค่าเพิ่มในสินค้า สิ่งไหนควรให้ความสำคัญมากกว่ากัน

The post การลดต้นทุนค่าขนส่งสินค้าอาจไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทยในการลดสัดส่วนต้นทุนโลจิสติกส์ต่อ GDP appeared first on THE STANDARD.

]]>
Maersk ขนส่งสินค้าผ่านคลองสุเอซและทะเลแดงอีกครั้ง ส่งสัญญาณสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย https://thestandard.co/maersk-transporting-through-suez-canal-and-red-sea/ Thu, 28 Dec 2023 04:26:24 +0000 https://thestandard.co/?p=882057

Maersk ซึ่งเป็นบริษัทชิปปิ้งรายใหญ่จากเดนมาร์ก ระบุในวั […]

The post Maersk ขนส่งสินค้าผ่านคลองสุเอซและทะเลแดงอีกครั้ง ส่งสัญญาณสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>

Maersk ซึ่งเป็นบริษัทชิปปิ้งรายใหญ่จากเดนมาร์ก ระบุในวันพุธ (27 ธันวาคม) ว่า Maersk วางแผนเดินเรือขนส่งสินค้าหลายสิบลำผ่านคลองสุเอซและทะเลแดงในช่วงหลายวันและหลายสัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งเป็นสัญญาณเพิ่มเติมที่บ่งชี้ว่า กลุ่มบริษัทชิปปิ้งระดับโลกเริ่มกลับมาใช้เส้นทางขนส่งเดิมอีกครั้ง

 

ก่อนหน้านี้ บรรดาบริษัทชิปปิ้งชั้นนำของโลก เช่น Maersk และ Hapag-Lloyd ระงับการใช้เส้นทางทะเลแดงเนื่องจากวิตกกังวลด้านความปลอดภัย หลังกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนโจมตีเรือขนส่งสินค้าในพื้นที่ดังกล่าวหลายครั้งในช่วงต้นเดือนนี้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการค้าโลก

 

ราคาหุ้นของ Maersk ลดลง 5% ภายในเวลา 13.30 น. ตามเขตเวลา GMT ในวันพุธ ซึ่งพลิกจากการปรับตัวขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากการที่เรือขนส่งสินค้ากลับมาใช้เส้นทางที่สั้นกว่าผ่านทางคลองสุเอซ อาจทำให้อัตราค่าระวางเรือปรับลดลงสู่ระดับเดิม หลังก่อนหน้านี้อัตราค่าระวางเรือพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากบรรดาสายการเดินเรือต้องอ้อมไกลไปใช้เส้นทางแอฟริกาแทนเป็นการชั่วคราว

 

หุ้นกลุ่มชิปปิ้งอื่นๆ ปรับลดลงเช่นเดียวกัน เช่น Hapag-Lloyd ซึ่งปรับลดลง 6%, หุ้น Frontline ร่วงลง 5.3% และหุ้น Hoegh Autoliners ดิ่งลง 3%

 

Maersk ระบุในวันที่ 24 ธันวาคม ว่ากำลังเตรียมกลับไปใช้เส้นทางทะเลแดง ทั้งเส้นทางตะวันออกและตะวันตก โดยให้หน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจซึ่งมีสหรัฐฯ เป็นหัวหอกให้การคุ้มกัน เพื่อป้องกันการโจมตีจากกลุ่มฮูตี แต่เวลานั้นแทบไม่ได้ให้รายละเอียดอื่นๆ

 

อย่างไรก็ตาม Maersk ระบุเมื่อวานนี้ว่า ตารางการเดินเรือล่าสุดนั้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามแผนฉุกเฉินที่อาจจัดทำขึ้นในช่วงหลายวันข้างหน้า

 

ด้าน CMA CGM ซึ่งเป็นบริษัทขนส่งจากฝรั่งเศส ระบุในวันอังคาร (26 ธันวาคม) ว่า บริษัทได้เพิ่มจำนวนเรือขนส่งสินค้าผ่านเส้นทางคลองสุเอซ

 

อ้างอิง: 

The post Maersk ขนส่งสินค้าผ่านคลองสุเอซและทะเลแดงอีกครั้ง ส่งสัญญาณสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
นลินี ผู้แทนการค้าไทย เผยฮ่องกงสนใจตั้งฐานการผลิต-ขนส่งสินค้าในไทย เล็งเชิญนายกฯ ร่วมประชุม AFF 2023 ช่วงต้นปีหน้า https://thestandard.co/hong-kong-is-interested-in-thailand/ Sun, 29 Oct 2023 05:18:00 +0000 https://thestandard.co/?p=859982 นลินี ทวีสิน

วันนี้ (29 ตุลาคม) นลินี ทวีสิน ผู้แทนการค้าไทย เปิดเผย […]

The post นลินี ผู้แทนการค้าไทย เผยฮ่องกงสนใจตั้งฐานการผลิต-ขนส่งสินค้าในไทย เล็งเชิญนายกฯ ร่วมประชุม AFF 2023 ช่วงต้นปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
นลินี ทวีสิน

วันนี้ (29 ตุลาคม) นลินี ทวีสิน ผู้แทนการค้าไทย เปิดเผยว่า ไทยและฮ่องกงเป็นพันธมิตรทางการค้าและการลงทุนที่สำคัญ และต่างยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของกันและกันอีกด้วย โดยล่าสุด เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้พบหารือกับจอห์น ลี คา-ชิว (หลี่เจียเชา) ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา 

 

ขณะที่ตนได้มีโอกาสพบกับโรนัลด์ โฮ ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง และคณะ ที่กรุงเทพฯ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและเชื่อมความสัมพันธ์ทางการค้า เพราะหน่วยงานนี้เป็นองค์การกึ่งภาครัฐของฮ่องกงและมีกองทุนเป็นของตนเอง ทำให้การบริหารงานมีความคล่องตัว มีสำนักงานกว่า 50 สาขาทั่วโลก 

 

หลังจากสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ฮ่องกงสนใจจะขยายตลาดมายังภูมิภาคอาเซียนและไทย โดยมี 30 บริษัทต้องการพื้นที่ลงทุนตั้งฐานการผลิตและการพัฒนาระบบขนส่งสินค้าในไทย ซึ่งการร่วมมือกับองค์การนี้จะช่วยให้นักธุรกิจไทยโดยเฉพาะ SMEs และสตาร์ทอัพ มีช่องทางจำหน่ายสินค้าและพัฒนาองค์ความรู้ด้านต่างๆ เพราะเขามีความเชี่ยวชาญด้านการโปรโมตสินค้าทางอีคอมเมิร์ซ การสัมมนาผ่านเว็บ การจัดงานแสดงสินค้าเสมือนจริง งานแสดงสินค้า การจับคู่ทางธุรกิจออนไลน์ และจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมด้วย

 

นอกจากนี้ ตนยังได้พบกับเควิน หยาง ประธานสมาคมนักออกแบบแฟชั่นฮ่องกง โดยได้พูดคุยถึงแนวทางการส่งเสริมผ้าไหมไทยสู่ตลาดโลก ซึ่งที่ผ่านมาทางสมาคมฯ ได้ให้ความร่วมมือกับโครงการ Thai Silk Road to the World ของสมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทยอย่างต่อเนื่อง เควินได้เสนอให้ไทยนำเสนอเรื่องราว (Story) ของผ้าไหมไทยให้ชาวโลกได้รู้จักผ่านวิธีการต่างๆ เพราะผ้าไหมสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ไม่ใช่เพียงการตัดเสื้อผ้าเท่านั้น แต่ยังนำไปเป็นส่วนประกอบของเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน หรือของใช้ได้ โดยอาจจัดเป็นนิทรรศการควบคู่กับการแสดงชุดผ้าไหมไทยในโอกาสต่างๆ ขณะเดียวกันควรสร้างสรรค์งานผ้าไหมให้วัยรุ่นหรือคนรุ่นใหม่เข้าถึง สัมผัสได้ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เหมือนกับเสื้อผ้ายีนส์หรือผ้าชนิดอื่น สร้างภาพลักษณ์ใหม่ และลดความเป็นทางการลง

 

“ฮ่องกงเป็นสะพานเชื่อมระหว่างจีนและส่วนอื่นๆ ของโลก โดยมีบทบาทในฐานะแพลตฟอร์มสำหรับเงินทุน สินค้า ข้อมูล และผู้คน เป็นศูนย์กลางทางการเงินระดับนานาชาติ โดยในปี 2565 ไทยและฮ่องกงมีมูลค่าการค้ารวม 11,897.72 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นคู่ค้าอันดับ 13 ของไทย สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยคือ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องระดับ แผงวงจรไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งการหารือครั้งนี้โรนัลด์ยังได้เชิญนายกรัฐมนตรีไปร่วมการประชุม Asian Financial Forum (AFF 2023) ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนมกราคม 2567 ที่ฮ่องกงอีกด้วย” นลินีกล่าว

The post นลินี ผู้แทนการค้าไทย เผยฮ่องกงสนใจตั้งฐานการผลิต-ขนส่งสินค้าในไทย เล็งเชิญนายกฯ ร่วมประชุม AFF 2023 ช่วงต้นปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ต้นทุนค่าขนส่งกำลังพุ่งสูงขึ้น หลังระดับน้ำในแม่น้ำไรน์ในยุโรปลดต่ำลงอย่างมาก https://thestandard.co/falling-rhine-river-transport-costs/ Sat, 15 Jul 2023 07:39:46 +0000 https://thestandard.co/?p=817526

ระดับน้ำในแม่น้ำไรน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแม่น้ำที่มีความสำคั […]

The post ต้นทุนค่าขนส่งกำลังพุ่งสูงขึ้น หลังระดับน้ำในแม่น้ำไรน์ในยุโรปลดต่ำลงอย่างมาก appeared first on THE STANDARD.

]]>

ระดับน้ำในแม่น้ำไรน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแม่น้ำที่มีความสำคัญมากที่สุดในยุโรป กำลังลดต่ำลงอีกครั้ง ถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขนส่งอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปีก่อน และทำให้ต้นทุนค่าขนส่งของบริษัทต่างๆ ที่ต้องอาศัยแม่น้ำไรน์พุ่งสูงขึ้น 

 

ระดับน้ำที่เมืองเคาบ์ของเยอรมนี ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดสำคัญ ลดลงต่ำกว่า 1 เมตรเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมีนาคมจากการวัดระดับเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับต่ำกว่าปกติของฤดูกาล ส่งผลให้เรือขนส่งพลังงานเข้าไปยังพื้นที่ยุโรปด้านในเริ่มติดขัด 

 

ทั้งนี้ แม่น้ำไรน์เป็นเส้นทางการขนส่งสินค้าราว 170 ล้านตันเมื่อปี 2021 ซึ่งรวมทั้งสินค้าอย่างน้ำมัน ถ่านหิน เคมีภัณฑ์ เหล็ก และแร่โลหะ เมื่อเดือนสิงหาคมปีก่อนเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ไม่ปกติ โดยระดับน้ำลดลงต่ำกว่า 40 เซนติเมตรในบริเวณเมืองเคาบ์ ซึ่งเป็นระดับที่เรือขนส่งสินค้าไม่สามารถผ่านได้ 

 

ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือต้นทุนค่าขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้น อย่างเช่น ค่าขนส่งระหว่างเนเธอร์แลนด์กับเมืองคาร์ลส์รูเออในเยอรมนี เพิ่มขึ้นมากกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมา 

 

บริษัทขนส่งสินค้าผ่านตู้คอนเทนเนอร์รายใหญ่อย่าง Maersk เป็นหนึ่งในผู้ที่ใช้เส้นทางแม่น้ำไรน์ ได้แจ้งเตือนลูกค้าว่า จะมีค่าขนส่งส่วนเพิ่ม เนื่องจากระดับน้ำที่ต่ำกว่าปกติ

 

ปัญหาที่เกิดขึ้นดูเหมือนจะยังไม่จบลงในเร็ววัน ล่าสุดหน่วยงานด้านการพยากรณ์อากาศของเยอรมนีได้เตือนว่า จะมีความร้อนสูงในบริเวณตอนบนของแม่น้ำไรน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผลกระทบที่ยุโรปจะได้รับจากเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ 

 

การขนส่งที่ทำได้ยากขึ้นทำให้ภาคอุตสาหกรรมที่เดิมทีถูกกระทบอยู่แล้วจากอุปสงค์ที่ลดลงทั่วโลก ต้องเผชิญกับการจัดหาวัตถุดิบที่ยากลำบาก ล่าสุดการผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีในเดือนพฤษภาคมติดลบไป 20.8% 

 

อ้างอิง:

The post ต้นทุนค่าขนส่งกำลังพุ่งสูงขึ้น หลังระดับน้ำในแม่น้ำไรน์ในยุโรปลดต่ำลงอย่างมาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.1 รอ. สั่งตรวจเช็ก ‘รถทหาร’ 34 คัน รับสถานการณ์รถบรรทุกขู่หยุดวิ่ง ตามคำสั่งนายกฯ https://thestandard.co/the1stdivisionkingguard-check-military-vehicles/ Wed, 17 Nov 2021 10:30:06 +0000 https://thestandard.co/?p=560914 รถทหาร

วันนี้ (17 พฤศจิกายน) มีรายงานว่ากองพลที่ 1 รักษาพระองค […]

The post พล.1 รอ. สั่งตรวจเช็ก ‘รถทหาร’ 34 คัน รับสถานการณ์รถบรรทุกขู่หยุดวิ่ง ตามคำสั่งนายกฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รถทหาร

วันนี้ (17 พฤศจิกายน) มีรายงานว่ากองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) และหน่วยขึ้นตรง ได้ดำเนินการตรวจสภาพความพร้อมของกำลังพล และยานพาหนะในการเตรียมความพร้อมการสนับสนุนภารกิจของรัฐบาล

 

จากกรณีนายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการขอให้เหล่าทัพเตรียมรถใหญ่ เพื่อขนส่งสินค้าเมื่อจำเป็น กรณีรถบรรทุกประท้วง เพื่อไม่ให้ประชาชนประสบปัญหาราคาสินค้าที่สูงขึ้น ที่เกิดจากการหยุดขนส่งในอนาคต

 

ทั้งนี้กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ได้เตรียมรถไว้ 34 คัน

 

รถทหาร

รถทหาร

The post พล.1 รอ. สั่งตรวจเช็ก ‘รถทหาร’ 34 คัน รับสถานการณ์รถบรรทุกขู่หยุดวิ่ง ตามคำสั่งนายกฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไบเดนนัดถกการท่าเรือ-ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าของสหรัฐฯ เร่งแก้วิกฤตซัพพลายเชน https://thestandard.co/biden-discusses-supply-chain-crisis-with-us-ports-and-carriers/ Thu, 14 Oct 2021 03:40:58 +0000 https://thestandard.co/?p=547910 โจ ไบเดน

รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเร่งพยายามบรรเทาฝันร้ายเรื่องห่วงโซ่อ […]

The post ไบเดนนัดถกการท่าเรือ-ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าของสหรัฐฯ เร่งแก้วิกฤตซัพพลายเชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โจ ไบเดน

รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเร่งพยายามบรรเทาฝันร้ายเรื่องห่วงโซ่อุปทานที่นำไปสู่ปัญหาการขาดแคลนสินค้าบางรายการ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคสูงขึ้น และอาจถึงขั้นส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

 

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการแก้ไขปัญหาคอขวดด้านการขนส่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ และมีกำหนดแถลงหลังจากเสร็จสิ้นการหารือร่วมกับการท่าเรือ สมาคมรถบรรทุก สหภาพแรงงาน และผู้บริหารจาก Walmart, FedEx, UPS และ Target

 

“ห่วงโซ่อุปทานส่วนใหญ่อยู่ในภาคเอกชน ดังนั้นเราจึงต้องการให้ภาคเอกชนเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้” เจ้าหน้าที่ระดับสูงรายหนึ่งในฝ่ายบริหารของไบเดนกล่าว พร้อมเสริมว่า ทำเนียบขาวหวังว่าบริษัทเหล่านี้จะกระตุ้นให้บริษัทอื่นๆ ทำตามด้วยการเร่งดำเนินการในส่วนของตนเองเช่นกัน

 

เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเปิดเผยว่า ทำเนียบขาวจะทำงานร่วมกับบริษัทและท่าเรือต่างๆ ​​เพื่อบรรเทาปัญหาคอขวดภายในระยะเวลา 90 วัน โดยบางหน่วยงานจะเริ่มทำงานตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีวันหยุด เพื่อจัดการกับสินค้าคงค้างที่รอส่งมอบ

 

ท่าเรือลอสแอนเจลิสจะเริ่มเปิดให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง เช่นเดียวกับท่าเรือลองบีช ที่เริ่มเปิดดำเนินงานตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันไม่เว้นวันหยุดแล้ว โดยท่าเรือทั้งสองแห่งรองรับสินค้าบรรจุตู้คอนเทนเนอร์คิดเป็น 40% ของทั้งหมดในสหรัฐอเมริกา

 

ขณะนี้ท่าเรือทั่วโลกกำลังมีสภาพแออัด เนื่องจากความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์และสินค้าต่างๆ ดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด ค่าขนส่งสินค้าทางเรือพุ่งสูงขึ้น และบริษัทที่ต้องการเคลื่อนย้ายสินค้าก็ประสบปัญหา เนื่องจากมีเรือหรือตู้คอนเทนเนอร์ไม่เพียงพอ ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะส่งต่อไปถึงผู้บริโภคในรูปของราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น

 

“พูดให้ชัด ปัญหาที่เราประสบอยู่ในตอนนี้ก็คือขีดความสามารถในการรองรับของท่าเรือ ราง ถนน และสะพานสำหรับขนส่งสินค้า พูดง่ายๆ ก็คือโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง ซึ่งส่วนใหญ่สร้างขึ้นมาหลายทศวรรษหรือหลายชั่วอายุคนแล้ว และปัจจุบันชาวอเมริกันนำเข้าและส่งออกสินค้ามากกว่าในอดีตที่ผ่านมา” เจ้าหน้าที่กล่าว

 

“รัฐบาลกลางจะเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งด้วยความเต็มใจ สำหรับความร่วมมือในระยะสั้นนี้ ตลอดจนเพื่อการสร้างระบบสำหรับศตวรรษที่ 21 ที่ดีขึ้นกว่าเดิม”

 

เจ้าหน้าที่ยังเผยอีกด้วยว่า รัฐบาลกลางกำลังทำงานร่วมกับ Departments of Motor Vehicles ของรัฐต่างๆ เพื่อเพิ่มการออกใบขับขี่เพื่อการพาณิชย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามที่จะเพิ่มจำนวนคนขับรถบรรทุกในประเทศ เนื่องจากการขาดแคลนคนขับรถบรรทุกได้เพิ่มข้อจำกัดในห่วงโซ่อุปทาน ทำให้การส่งมอบสินค้าถึงผู้บริโภคมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นและล่าช้ายิ่งขึ้น โดยทำเนียบขาวหวังว่าจะได้เห็นอุตสาหกรรมการขนส่งทางบกและทางรางเพิ่มชั่วโมงทำงานเช่นกัน

 

“ถ้าเราทำให้สถานการณ์การระบาดนิ่งได้ เรารู้ว่ามันจะส่งผลดีต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก เพื่อประโยชน์ของเศรษฐกิจ” เจ้าหน้าที่อาวุโสกล่าว

 

ภาพ: Drew Angerer / Getty Images

อ้างอิง:

 


ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

Twitter: twitter.com/standard_wealth

Instagram: instagram.com/thestandardwealth

Official Line คลิก https://lin.ee/xfPbXUP

The post ไบเดนนัดถกการท่าเรือ-ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าของสหรัฐฯ เร่งแก้วิกฤตซัพพลายเชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชาวเมียนมาขนย้ายเงินสด ทองคำ ข้ามแดนมาเก็บฝั่งไทย หลังระบบการเงินการคลังประเทศล้มเหลว https://thestandard.co/myanmar-move-casg-gold-to-keep-in-thailand/ Tue, 25 May 2021 11:37:19 +0000 https://thestandard.co/?p=492865 เงินสด ทองคำ

วันนี้ (25 พฤษภาคม) เจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยทหารราบที่ 43 […]

The post ชาวเมียนมาขนย้ายเงินสด ทองคำ ข้ามแดนมาเก็บฝั่งไทย หลังระบบการเงินการคลังประเทศล้มเหลว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินสด ทองคำ

วันนี้ (25 พฤษภาคม) เจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยทหารราบที่ 431 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ร่วมกับเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สอด กำลังปฏิบัติหน้าที่บริเวณท่าขนส่งสินค้าแห่งหนึ่ง บ้านวังตะเคียน ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด ได้พบรถยนต์กระบะ มีคอกท้าย สีขาวยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์ หมายเลขทะเบียน บร.1089 กำแพงเพชร กำลังบรรทุกสิ่งของที่มาจากฝั่งเมียนมา จังหวัดเมียวดี ตรงข้ามอำเภอแม่สอด จึงขอตรวจสอบภายในรถยนต์ พบทองคำแท่งจำนวน 5 แท่ง แท่งละ 1 กิโลกรัม อยู่ในกล่องกระดาษ เงินสดเป็นเงินไทย จำนวน 4.1 ล้านบาท และเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นธนบัตร จำนวน 1 แสนดอลลาร์สหรัฐ ภายในรถยนต์มีคนขับและผู้โดยสารทั้งหมด 3 คน เป็นชาย จึงได้สอบถามที่มาและขอตรวจสอบ เนื่องจากไม่ได้ผ่านพิธีทางศุลกากร  

 

นักธุรกิจที่จังหวัดเมียวดีรายหนึ่งกล่าวว่า ขณะนี้ชาวเมียนมาไม่สามารถเก็บเงินและทรัพย์สินที่เป็นทองคำไว้ในบ้านได้ เพราะเสี่ยงต่อการถูกตรวจค้นและจับกุม แต่นำเงินไปฝากธนาคารก็ถอนไม่ได้ ถอนเงินได้เพียงครั้งละ 2 แสนจ๊าตเท่านั้น เพราะเป็นคำสั่งของคณะรัฐประหารลงไปยังแบงก์ชาติ นักธุรกิจ พ่อค้า นักลงทุนได้รับความเดือดร้อนมาก ประเทศเมียนมาขณะนี้ถือได้ว่าระบบการเงินการคลังกำลังล้มเหลวมาก การนำเงินเข้ามาประเทศไทย คงต้องการมาเก็บไว้ในประเทศไทย ซึ่งปลอดภัยกว่า

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post ชาวเมียนมาขนย้ายเงินสด ทองคำ ข้ามแดนมาเก็บฝั่งไทย หลังระบบการเงินการคลังประเทศล้มเหลว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. รับทราบแนวทางแก้ปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ปรับลดค่านำเข้าตู้เปล่า-ชดเชยค่ายกขนตู้เอกชน https://thestandard.co/solution-to-the-container-shortage-problem/ Tue, 30 Mar 2021 10:30:39 +0000 https://thestandard.co/?p=470802 ครม. รับทราบแนวทางแก้ปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ปรับลดค่านำเข้าตู้เปล่า-ชดเชยค่ายกขนตู้เอกชน

วันนี้ (30 มีนาคม) ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักน […]

The post ครม. รับทราบแนวทางแก้ปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ปรับลดค่านำเข้าตู้เปล่า-ชดเชยค่ายกขนตู้เอกชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. รับทราบแนวทางแก้ปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ปรับลดค่านำเข้าตู้เปล่า-ชดเชยค่ายกขนตู้เอกชน

วันนี้ (30 มีนาคม) ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบแนวทางการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ในธุรกิจการขนส่งสินค้าทางทะเล โดยมีแนวทางดังนี้คือ 

 

1. ให้ท่าเรือกรุงเทพปรับลดค่าภาระตู้สินค้าเปล่าขาเข้าผ่านท่าเรือกรุงเทพในอัตรา 1,000 บาทต่อ TEU (Twenty foot Equivalent Unit) เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมีนาคม 2564 รวมค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเป็นจำนวนเงิน 5.28 ล้านบาท 

 

2. ให้ท่าเรือแหลมฉบังชดเชยค่ายกขนตู้สินค้าให้แก่ภาคเอกชน ผู้ประกอบการนำเข้าที่ท่าเรือแหลมฉบัง โดยจ่ายส่วนลดคืนในอัตรา 1,000 บาทต่อ TEU เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมีนาคม 2564 รวมค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเป็นเงิน 384 ล้านบาท รวม 2 รายการเป็นเงินทั้งสิ้น 389.28 ล้านบาท 

 

โดย ครม. มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ประเมินความคุ้มค่าในการดำเนินการและประโยชน์ที่ผู้ประกอบการส่งออกรายย่อยได้รับ รวมทั้งให้หาข้อยุติเกี่ยวกับแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ในการดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว 

 

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมรายงานว่า ประเทศไทยประสบปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์เปล่าเพื่อใช้ในการส่งออก และอัตราค่าระวางเรือปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 3-4/63 ส่งผลกระทบให้ผู้ส่งออกที่ต้องการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ต้องจ่ายเงินค่าระวางในอัตราที่สูงกว่าปกติ กระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ โดยเฉพาะการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์สำหรับบรรจุสินค้าในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การท่าเรือแห่งประเทศไทยจึงเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาให้ทางกระทรวงคมนาคมพิจารณา

The post ครม. รับทราบแนวทางแก้ปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ปรับลดค่านำเข้าตู้เปล่า-ชดเชยค่ายกขนตู้เอกชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ข้อมูลชี้ อุตสาหกรรมขนส่งสินค้าโลกปั่นป่วน ทำสินค้าขาดแคลน-ราคาพุ่ง ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุเรือยักษ์ขวางคลองสุเอซ https://thestandard.co/turbulent-world-cargo-industry-products-shortage/ Sun, 28 Mar 2021 03:17:34 +0000 https://thestandard.co/?p=469810 ข้อมูลชี้ อุตสาหกรรมขนส่งสินค้าโลกปั่นป่วน ทำสินค้าขาดแคลน-ราคาพุ่ง ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุเรือยักษ์ขวางคลองสุเอซ

การเคลื่อนย้ายเรือส่งสินค้าขนาดยักษ์ Ever Given น้ำหนัก […]

The post ข้อมูลชี้ อุตสาหกรรมขนส่งสินค้าโลกปั่นป่วน ทำสินค้าขาดแคลน-ราคาพุ่ง ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุเรือยักษ์ขวางคลองสุเอซ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ข้อมูลชี้ อุตสาหกรรมขนส่งสินค้าโลกปั่นป่วน ทำสินค้าขาดแคลน-ราคาพุ่ง ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุเรือยักษ์ขวางคลองสุเอซ

การเคลื่อนย้ายเรือส่งสินค้าขนาดยักษ์ Ever Given น้ำหนักกว่า 200,000 ตันที่เกยตื้นขวางคลองสุเอซ เส้นทางเดินเรือสินค้าสายสำคัญจากเอเชียสู่ยุโรป คาดว่าอาจต้องใช้เวลาอีกหลายวันหรือหลายสัปดาห์

 

ผลกระทบจากเหตุการณ์ ‘เรือขวางคลอง’ ที่ถูกเปรียบเหมือน ‘วาฬเกยตื้น’ ครั้งนี้ รุนแรงมากเป็นอันดับต้นๆ ในประวัติศาสตร์การเดินเรือ และสร้างความเสียหายต่อการค้าโลก คิดเป็นชั่วโมงละกว่า 400 ล้านดอลลาร์ จนถึงตอนนี้ยังมีเรือสินค้าอีกมากกว่า 200 ลำต่อแถวรอความหวัง เพื่อไม่ต้องเดินทางอ้อมโลก

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนเกิดวิกฤตการณ์นี้ อุตสาหกรรมขนส่งสินค้าทั่วโลกก็อยู่ในภาวะปั่นป่วนมากพออยู่แล้ว อันเป็นผลจากห่วงโซ่อุปทานโลกที่ยืดยาวจนถึงขีดจำกัด จากความต้องการนำเข้าสินค้าที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องกว่า 7 เดือน หลังจากที่ซบเซาอย่างหนักในช่วงปี 2020 จากวิกฤตแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งแรงขับเคลื่อนหลักที่ทำให้อุปทานทั่วโลกพุ่งสูงมาจากความต้องการซื้อของผู้บริโภคในประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ

 

ข้อมูลจาก S&P Global Panjiva ผู้ให้บริการข้อมูลการค้าโลกเผยว่า อัตราการนำเข้าสินค้าทางเรือนั้นพุ่งสูงเกือบ 30% ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนถึง 20%

 

การนำเข้าสินค้าที่เพิ่มปริมาณอย่างมากในสหรัฐฯ และประเทศต่างๆ ส่งผลให้ตู้คอนเทนเนอร์บรรทุกสินค้าขาดแคลน สินค้าต่างๆ ไม่ว่าจะรถยนต์ เครื่องจักร เสื้อผ้าหรือลวดเย็บกระดาษ ต่างขนส่งใส่ตู้เหล็กเหล่านี้ ซึ่งโรงงานผู้ผลิตส่วนมากอยู่ในจีน และจำนวนมากต้องปิดไปในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่การขนส่งทั่วโลกหยุดชะงัก ทำให้จำนวนตู้คอนเทนเนอร์ที่ผลิตใหม่มีไม่พอต่อความต้องการใช้งาน

 

ค่าขนส่งที่สูงลิ่ว

มากกว่า 80% ของการค้าทั่วโลกนั้นขับเคลื่อนผ่านการขนส่งทางทะเล ซึ่งวิกฤตเรือยักษ์ขวางคลองสุเอซทำให้ค่าใช้จ่ายของห่วงโซ่อุปทานยิ่งเพิ่มขึ้นหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ข้อมูลจาก S&P Global Platts ชี้ว่า ก่อนเกิดวิกฤตนี้ ค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุตทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 1,040 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว เป็น 4,570 ดอลลาร์สหรัฐ ในวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา

 

และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค่าขนส่งสำหรับสินค้านำเข้าของสหรัฐฯ อยู่ที่ราว 5.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าเท่าตัว หากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วที่มีค่าขนส่งรวมประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

อีกทั้งค่าขนส่งเหล่านี้ยังสามารถสูงขึ้นได้อีก จากแรงกดดันของภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสถานการณ์นี้ถือเป็นฝันร้ายของนักลงทุนในตลาดหุ้น Wall Street ที่กำลังกังวลว่าราคาสินค้าที่พุ่งสูงอาจบีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ จำเป็นต้องปรับเพิ่มดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าที่คาด

 

“ในขณะนี้ค่าใช้จ่ายมากมายเหล่านี้อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน ผมคิดว่ามันไม่สามารถเลี่ยงได้ที่ผลกระทบจะส่งต่อไปถึงผู้บริโภค มันแค่ต้องใช้เวลาเท่านั้น” คริส โรเจอร์ นักวิเคราะห์ของ S&P Global Panjiva กล่าว

 

ขณะที่การล็อกดาวน์เพื่อป้องกันโควิด-19 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีการปิดโรงงานและการชะงักงันของกระแสการค้าทั่วโลก ซึ่งการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วภายหลังการผ่อนคลายของวิกฤตโควิด-19 ที่บรรเทาลง ทำให้โรงงานผู้ผลิตและจัดหาวัตถุดิบสำหรับผู้ผลิตสินค้าต่างๆ ประสบความยากลำบากในการจัดหาวัตถุดิบให้เพียงพอต่อคำสั่งซื้อ

 

ภาวะขาดแคลนวัถุดิบทำให้ผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ เช่น บริษัทผลิตรถยนต์อย่าง Ford และ Volkswagen ต้องระงับการผลิตภายในโรงงาน เนื่องจากขาดแคลนชิปคอมพิวเตอร์ที่ถูกนำไปใช้ในการผลิตโทรศัพท์สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์แก็ดเจ็ตต่างๆ

 

คอนเทนเนอร์จำนวนมากกองอยู่ผิดที่

การส่งออกของจีนนั้นฟื้นตัวอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ในขณะเดียวกันเส้นทางขนส่งสินค้าสายสำคัญต้องยกเลิกการอนุญาตเดินเรือส่งสินค้า ท่ามกลางภาวะการค้าทั่วโลกที่หยุดนิ่ง

 

ซึ่งผลที่ตามมาทำให้ตู้คอนเทนเนอร์ว่างเปล่าจำนวนมาก ถูกกองไว้ผิดที่ และไม่สามารถนำมาใช้งานรองรับการขนส่งสินค้าจากเอเชียไปยังประเทศในยุโรปหรืออเมริกาเหนือได้

 

Hapag-Lloyd หนึ่งในบริษัทขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ใหญ่ที่สุดในโลก ได้เพิ่มเรืออีก 52 ลำเพื่อขนส่งตู้คอนเทนเนอร์เปล่าหลายแสนตู้ไปยังประเทศที่ต้องการใช้งานมากที่สุด ซึ่งในช่วงเวลาปกตินั้นจะใช้เรือเพียงไม่ถึง 10 ลำในการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์เปล่าเหล่านี้

 

“นั่นคือความเป็นจริงเกี่ยวกับเรือ หนึ่งสัปดาห์ที่ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์เปล่า” รอล์ฟ ฮับเบิน แวนเซ่น แจ้งต่อนักลงทุนในสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

ราคาสินค้าพุ่งสูงกำลังมา

หลายบริษัทแทบไม่แสดงท่าทีใดๆ ต่อแผนรับมือจากค่าขนส่งสินค้าที่พุ่งสูง แต่มีสัญญาณขั้นต้นบ่งชี้ถึงราคาสินค้าที่อาจเพิ่มสูงขึ้น

 

จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแรงงานพบว่า ค่านำเข้าสินค้าในเดือนมกราคมนั้นเพิ่มสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2012 ซึ่งคาดว่าความต้องการสินค้าของผู้บริโภคจะเพิ่มสูงต่อเนื่องในอีก 2 เดือนข้างหน้า และคาดว่าผลกระทบจากค่าขนส่งที่สูงขึ้นอาจทำให้สินค้าหลายรายการ โดยเฉพาะสินค้านำเข้านั้นเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ขณะที่นักวิเคราะห์ของ Commerzbank ธนาคารรายใหญ่ของเยอรมนีมองเหตุการณ์ที่คลองสุเอซว่าอาจทำให้ราคาน้ำมันยิ่งพุ่งสูงตามไปด้วย เนื่องจากค่าใช้จ่ายสำหรับเรือขนส่งสินค้าเหลว (Tanker) ที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีกจากเหตุการณ์นี้

 

ขณะเดียวกันบริษัทผู้ผลิตสารเคมีที่ใช้เรือ Tanker ก็คาดว่าจะได้รับผลกระทบเช่นกัน ซึ่งแน่นอนว่าธุรกิจที่ผลิตสินค้าจากสารเคมี เช่น แชมพูหรือเครื่องสำอางนั้นจะผลักภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นไปที่ผู้บริโภคด้วยการขึ้นราคาสินค้า

 

“ราคาส่วนใหญ่ตามห่วงโซ่อุปทานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือราคาขึ้น ดังนั้นมันต้องไปโผล่ที่ไหนสักแห่ง” โจแอนนา โคนิง นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของ ING Group กลุ่มบริษัทผู้ให้บริการธนาคาร การเงินและการบริหารสินทรัพย์ กล่าว

 

ภาพ: Stringer / Anadolu Agency via Getty Images

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post ข้อมูลชี้ อุตสาหกรรมขนส่งสินค้าโลกปั่นป่วน ทำสินค้าขาดแคลน-ราคาพุ่ง ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุเรือยักษ์ขวางคลองสุเอซ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พาณิชย์ติดตามประสานช่วยเหลือผู้ส่งออก เหตุเรือขวางคลองสุเอซ แนะปรับแผนส่งสินค้าไปยุโรป-แอฟริกาเหนือ https://thestandard.co/commerce-coordinate-exporters-cargo-obstructs-suez-canal/ Sat, 27 Mar 2021 07:42:22 +0000 https://thestandard.co/?p=469678 พาณิชย์ติดตามประสานช่วยเหลือผู้ส่งออก เหตุเรือขวางคลองสุเอซ แนะปรับแผนส่งสินค้าไปยุโรป-แอฟริกาเหนือ

วันนี้ (27 มีนาคม) จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตร […]

The post พาณิชย์ติดตามประสานช่วยเหลือผู้ส่งออก เหตุเรือขวางคลองสุเอซ แนะปรับแผนส่งสินค้าไปยุโรป-แอฟริกาเหนือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พาณิชย์ติดตามประสานช่วยเหลือผู้ส่งออก เหตุเรือขวางคลองสุเอซ แนะปรับแผนส่งสินค้าไปยุโรป-แอฟริกาเหนือ

วันนี้ (27 มีนาคม) จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าได้ติดตามการกู้เรือสินค้ากรณีเรือ Ever Given ติดขวางคลองสุเอซ เป็นเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ เสียหลักเกยตื้น ระหว่างนี้กำลังมีความพยายามเร่งกู้เรือเพื่อให้การเดินเรือสามารถเดินหน้าไปได้ ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

 

จุรินทร์กล่าวว่า ดังนั้นระหว่างนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ประสานงานกับผู้ส่งออกสายการเดินเรือ และสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศแล้วว่า หากการกู้เรือยืดเยื้อจะแก้ปัญหาโดยการเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือใหม่ในการขนส่งสินค้า จากเดิมที่ผ่านคลองสุเอซไปยุโรปและภูมิภาคอื่น จะเปลี่ยนไปใช้เส้นทางผ่านแหลมกู๊ดโฮป ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา ก่อนอ้อมไปยุโรป จะต้องใช้เวลามากขึ้นประมาณ 10 วันและค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันจะประสานงานกับผู้นำเข้าและส่งออก ขอขยายเวลาการส่งสินค้า เพราะติดปัญหาเรือขวางสุเอซ โดยให้สำนักงานส่งเสริมการค้าประจำประเทศอียิปต์เป็นตัวกลางในการประสานงาน เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องค่าขนส่งที่จะเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้สำนักงานพาณิชย์ต่างประเทศมีการติดตามอย่างใกล้ชิดและประสานงาน ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์จะหารือแนวทางช่วยเหลือภาคเอกชนต่อไป 

 

รายงานจากกระทรวงพาณิชย์ระบุด้วยว่า เรื่องกรณีเรือ Ever Given ติดขวางคลองสุเอซ ปัญหาที่เห็นได้ชัดขณะนี้คือ ราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวขึ้น เนื่องจากคลองสุเอซเป็นช่องทางสำคัญในการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ คิดเป็นสัดส่วนราว 5-10% การขนส่งทั้งโลก รวมทั้งปริมาณการค้าราว 12% ของโลกที่ผ่านคลองสุเอซ

 

กระทรวงพาณิชย์ประเมินผลในส่วนที่เกี่ยวกับการส่งออกของไทยไปภูมิภาคแอฟริกาตอนเหนือ โดยเฉพาะอียิปต์ ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับต้นของไทยและเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่ง เบื้องต้นน่าจะส่งผลกระทบกับสินค้าที่อยู่ระหว่างการส่งมอบในเดือนมีนาคมที่จะเกิดการติดขัดและล่าช้าออกไป โดยสินค้าสำคัญ ได้แก่ สินค้าอาหารแปรรูป ปลาทูน่ากระป๋อง ชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราวประมาณ 30% ของการส่งออกของไทยมาอียิปต์

 

อย่างไรก็ดี สำหรับการส่งออกในเดือนเมษายนของไทยที่จะส่งไปอียิปต์ น่าจะยังไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวมากนัก เนื่องจากผู้ซื้อชะลอคำสั่งซื้อออกไปเพื่อรอดูผลการเริ่มใช้งานระบบการแจ้งข้อมูลการนำเข้าสินค้าล่วงหน้า (Advance Cargo Information System: ACI) ที่รัฐบาลอียิปต์ประกาศเริ่มใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2564 ที่จะถึงนี้ เพราะหลายฝ่ายยังไม่แน่ใจเกี่ยวแนวทางการปฏิบัติและวิธีในการส่งเอกสาร ซึ่งจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้ส่งออก/ชิปปิ้งไทยที่จะต้องส่งเอกสารผ่านระบบบล็อกเชนแทนการส่งผ่าน Courier Service ในรูปแบบเดิมๆ 

 

นอกจากนี้เหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อสินค้าไทยที่ขนส่งผ่านคลองสุเอซเพื่อส่งต่อไปภูมิภาคอื่นโดยเฉพาะยุโรป ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของไทยเช่นเดียวกัน 

 

ดังนั้นข้อเสนอแนะเพื่อรองรับการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ได้รับมอบหมายให้คอยติดตาม ประสานงาน และแก้ไขปัญหาพร้อมรายงานความคืบหน้า

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post พาณิชย์ติดตามประสานช่วยเหลือผู้ส่งออก เหตุเรือขวางคลองสุเอซ แนะปรับแผนส่งสินค้าไปยุโรป-แอฟริกาเหนือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ขุด-ลาก-ลดน้ำหนัก ทางออกวิกฤตเรือสินค้ายักษ์เกยฝั่งขวางคลองสุเอซ https://thestandard.co/dig-drag-reduce-weight-solution-for-giant-cargo-ship-on-suez-canal-bank/ Sat, 27 Mar 2021 03:55:43 +0000 https://thestandard.co/?p=469618 ขุด-ลาก-ลดน้ำหนัก ทางออกวิกฤตเรือสินค้ายักษ์เกยฝั่งขวางคลองสุเอซ

จากกรณีเรือขนส่งสินค้าขนาดยักษ์ Ever Given ที่ดำเนินงาน […]

The post ขุด-ลาก-ลดน้ำหนัก ทางออกวิกฤตเรือสินค้ายักษ์เกยฝั่งขวางคลองสุเอซ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ขุด-ลาก-ลดน้ำหนัก ทางออกวิกฤตเรือสินค้ายักษ์เกยฝั่งขวางคลองสุเอซ

จากกรณีเรือขนส่งสินค้าขนาดยักษ์ Ever Given ที่ดำเนินงานโดยบริษัท Evergreen Marine ของไต้หวันเกยตื้นขวางคลองสุเอซในอียิปต์ ปิดเส้นทางเดินเรือสายสำคัญของโลกที่เชื่อมระหว่างทวีปเอเชียกับยุโรป

 

จนถึงตอนนี้ยังไม่อาจคาดเดาได้แน่ชัดว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน กี่วันหรือกี่สัปดาห์ กว่าจะสามารถเคลื่อนย้ายเรือยักษ์ความยาว 4 สนามฟุตบอล หรือยาวเกือบเท่าความสูงของตึกเอ็มไพร์สเตทลำนี้ออกจากคลองสุเอซ ขณะที่มีเรืออีกกว่า 230 ลำรอแล่นผ่านเส้นทางลัดนี้ ซึ่งผลกระทบก็คืออาจทำให้การขนส่งสินค้ามูลค่ากว่า 9.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวันต้องหยุดชะงัก

 

สำหรับหนทางแก้ปัญหาเพื่อนำเรือพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ต้องทำอะไรบ้าง?

 

ขั้นตอนเคลื่อนย้ายเรือที่เป็นไปได้

 

1.ใช้รถขุดดินในจุดหัวเรือที่เรือเกยตื้น และใช้เรือลากและดึงเรือเป็นอิสระ


2. ขุดลอกทรายและดินโคลนออกจากใต้หัวเรือ โดยใช้เครื่องดูดเพื่อทำให้เรือลอยน้ำได้อย่างอิสระ


3. ลดน้ำหนักบรรทุก ด้วยการนำตู้สินค้าและน้ำมันเชื้อเพลิงออกจากเรือ เพื่อช่วยให้เรือเบาขึ้นและลอยเหนือผิวน้ำได้สูงขึ้น

 

ลากเรือ Ever Given

บริษัท Bernhard Schulte Shipmanagement (BSM) ที่เข้าช่วยในปฏิบัติการปลดปล่อยเรือ Ever Given จากคลองสุเอซ เปิดเผยว่า ตอนนี้ได้นำเรือลากจูง 9 ลำมาใช้ลากเรือออกจากคลอง

 

โดยตัวเรือขนาดความยาว 400 เมตรเกยในแนวทแยง ขวางลำคลองที่กว้างไม่เกิน 200 เมตร ซึ่งเรือลากจูงทั้งหมดจะยึดสายเคเบิลไว้ตลอดลำเรือ Ever Given และพยายามลากเรือออกจากแนวฝั่งคลองทั้งสองฝั่ง

 

แต่ความพยายามในครั้งแรกเช้าวานนี้ (26 มีนาคม) ประสบความล้มเหลว ซึ่ง BSM เผยว่าจะพยายามอีกครั้งในเร็วๆ นี้ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์การเดินเรือ ชี้ว่าปัญหาสำคัญคือการที่เรือติดแน่นอยู่กับผืนดินของ 2 ฝั่งคลอง ทำให้การเคลื่อนย้ายมันออกไปทำได้ยากมาก

 

ขุดดินเพื่อปลดปล่อยเรือ

บริษัทผู้ชำนาญการขุดดิน Boskalis จากเนเธอร์แลนด์ พยายามช่วยขุดลอกดินทรายและโคลนออกจากรอบลำเรือ

 

ซึ่ง ปีเตอร์ เบอร์ดาวสกี ซีอีโอของบริษัท Boskalis ชี้ว่าน้ำหนักมหาศาลของเรือ Ever Given กว่า 224,000 ตันบนผืนทรายทำให้ต้องใช้ทั้งการขุด การลากเรือ และการลดน้ำหนักเรือ เพื่อปลดปล่อยมัน

 

นำตู้สินค้าและน้ำมันเชื้อเพลิงออกจากเรือ

ขั้นตอนต่อไปของความพยายามทำให้เรือ Ever Given ลอยลำบนผิวน้ำได้อีกครั้ง คือการนำตู้สินค้าและน้ำมันเชื้อเพลิงออกจากเรือเพื่อลดน้ำหนักเรือ

 

โดยเรือ Ever Given นั้นสามารถบรรทุกตู้สินค้าขนาด 20 ฟุตได้ถึง 20,000 ตู้ ซึ่งการสูบน้ำมันออกจากเรือเพียงอย่างเดียวโดยไม่นำตู้สินค้าออกไปนั้นอาจจะไม่สามารถทำให้เรือน้ำหนักเบาขึ้นมากพอ

 

ซึ่งความยากของขั้นตอนนี้คือการนำเครนยกตู้สินค้าทั้งหมดออก โดยแข่งกับเวลาที่แลกด้วยความเสียหายทางการค้าที่เกิดขึ้นชั่วโมงละ 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 12,400 ล้านบาท

 

ขณะที่การหาเครนที่ขนาดเหมาะสมและเข้าใกล้เรือได้มากพอนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็น ซึ่งขั้นตอนนี้อาจก่อความเสียหายและทำให้เรือเสียสมดุลได้

 

“คุณต้องนำเครนลอยน้ำขนาดใหญ่มาด้วย แต่อะไรก็ตามที่คุณทำในตอนนี้จะต้องพิจารณาว่ามันจะส่งผลต่อเสถียรภาพของเรืออย่างไร ในกรณีเลวร้ายที่สุดคือเรือนั้นจะหักครึ่งเพราะการกระจายน้ำหนัก (ที่ไม่เท่ากัน)” แซล แมร์คอลิอาโน ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์การเดินเรือจากมหาวิทยาลัยแคมป์เบลในสหรัฐฯ กล่าว

 

ทั้งนี้ทางการอียิปต์ผู้ดูแลเส้นทางเดินเรือคลองสุเอซย้ำถึงภารกิจหนักในการขุดทรายเพื่อปลดปล่อยเรือ Ever Given ซึ่งจำเป็นต้องขุดดินทรายออกจากรอบลำเรือราว 15,000-20,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อให้ถึงระดับความลึกราว 12-16 เมตร ซึ่งอาจช่วยให้เรือลอยขึ้นได้ โดยระดับความลึกนั้นลึกกว่าสระว่ายน้ำมาตรฐานโอลิมปิกถึง 8 เท่า

 

ขณะที่บริษัท Boskalis เปิดเผยว่าจะใช้เครื่องดูดพิเศษที่สามารถดูดดินและทรายได้มากถึงชั่วโมงละ 2,000 ลูกบาศก์เมตร แต่ยังมีอีกปัญหาสำคัญที่น่ากังวลของสถานการณ์นี้ คือนอกจากดินทรายและโคลนแล้ว ยังมีก้อนหินที่มีความแข็งอยู่ใต้น้ำด้วย

 

ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่าภารกิจสุดท้าทายที่มีความเสียหายทางการค้าของโลกเป็นเดิมพันในครั้งนี้จะคลี่คลายได้สำเร็จหรือไม่และใช้เวลารวดเร็วหรือยืดเยื้อแค่ไหน

 

ภาพ: Getty Images

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post ขุด-ลาก-ลดน้ำหนัก ทางออกวิกฤตเรือสินค้ายักษ์เกยฝั่งขวางคลองสุเอซ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักวิเคราะห์ชี้ เหตุเรือยักษ์ขวางคลองสุเอซกระทบการค้าโลกและการค้าน้ำมัน แต่ผู้ขนส่งสินค้าหลายรายจะได้ประโยชน์ https://thestandard.co/ever-given-blocking-suez-canal-disrupts-world-trade-oil-trade/ Sat, 27 Mar 2021 03:38:27 +0000 https://thestandard.co/?p=469608 นักวิเคราะห์ชี้ เหตุเรือยักษ์ขวางคลองสุเอซกระทบการค้าโลกและการค้าน้ำมัน แต่ผู้ขนส่งสินค้าหลายรายจะได้ประโยชน์

เรือบรรทุกสินค้าชื่อ Ever Given ขนาดมหึมาที่ติดอยู่และข […]

The post นักวิเคราะห์ชี้ เหตุเรือยักษ์ขวางคลองสุเอซกระทบการค้าโลกและการค้าน้ำมัน แต่ผู้ขนส่งสินค้าหลายรายจะได้ประโยชน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักวิเคราะห์ชี้ เหตุเรือยักษ์ขวางคลองสุเอซกระทบการค้าโลกและการค้าน้ำมัน แต่ผู้ขนส่งสินค้าหลายรายจะได้ประโยชน์

เรือบรรทุกสินค้าชื่อ Ever Given ขนาดมหึมาที่ติดอยู่และขวางเส้นทางการสัญจรในคลองสุเอซ หนึ่งในเส้นทางการค้าทางทะเลที่สำคัญที่สุดของโลก ตั้งแต่เย็นวันอังคาร (23 มีนาคม) ยังไม่สามารถกู้พ้นออกมาได้

 

เรือลำนี้มีน้ำหนักกว่า 220,000 ตัน ยาวกว่า 400 เมตร มีความสามารถในการบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ได้มากกว่า 20,000 ตู้ เกิดเกยฝั่งขวางคลองหลังถูกลมแรงพัดขณะกำลังเข้าสู่คลองสุเอซของอียิปต์จากทะเลแดง ปิดกั้นทางเดินเรือที่เป็นที่ตั้งของการค้าทางทะเลของโลกราว 12% และโดยปกติเส้นทางนี้จะมีเรือบรรทุกคอนเทนเนอร์แล่นผ่านวันละ 50 ลำ

 

ทั้งเรือลากจูงและเรือขุดกำลังพยายามทำให้เรือสินค้าลำนี้กลับมาลอยลำเป็นอิสระอีกครั้ง แต่บริษัทญี่ปุ่นที่เป็นเจ้าของเรือระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์

 

มาร์โค โคลาโนวิก นักกลยุทธ์จาก J.P. Morgan ระบุว่า ท่ามกลางความเชื่อและความหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในเวลาอันสั้นนั้น ก็มีความเสี่ยงที่เรือจะแตก และหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว คลองจะถูกขวางเป็นเวลายาวนานขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความปั่นป่วนในการค้าของโลก ค่าขนส่งสินค้าที่พุ่งสูง ราคาสินค้าโภคภัณฑ์พลังงานที่เพิ่มขึ้น และอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกที่สูงขึ้นด้วย

 

วิกฤตนี้นับเป็นอีกหนึ่งความเสียหายในซัพพลายเชน หลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดความล่าช้า ขาดแคลน และการกดดันราคา สำนักข่าว CNBC ระบุว่า การขนส่งสินค้าที่ล่าช้าจากเหตุไม่คาดฝันครั้งนี้อาจกระทบกับสินค้าหลากหลายประเภท 

 

ส่วน J.P. Morgan ก็มองว่า ในระยะสั้นเหตุการณ์ครั้งนี้จะเพิ่มปัญหาด้านอุปทานตึงตัว จากเดิมที่เกิดคอขวดในห่วงโซ่อุปทานเพราะความคับคั่งของท่าเรือและปัญหาขาดแคลนเรือกับตู้คอนเทนเนอร์เนื่องจากโควิด-19 อยู่แล้ว นอกจากนี้เรือต่างๆ จะต้องหันไปใช้เส้นทางอื่น ทำให้เพิ่มเวลาเดินทางและการขนส่งของเรือบางลำอาจล่าช้ามากกว่า 15 วัน ทางเลือกอื่นที่มีคือการแล่นเรือไปรอบแหลมกู๊ดโฮปทางตอนใต้สุดของแอฟริกา ซึ่งนักวิเคราะห์กล่าวว่าจะเพิ่มเวลาในการขนส่งได้ถึง 30%

 

ส่วน โจอันนา โคนิงส์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก ING ระบุว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นทันทีจะเน้นไปในด้านการค้าระหว่างยุโรปกับเอเชีย เพิ่มความล่าช้าให้กับห่วงโซ่อุปทานที่กระทบต่ออุปทานของน้ำมันและผลิตภัณฑ์จากการกลั่นซึ่งปั่นป่วนอยู่แล้ว

 

และเหตุการณ์ดังกล่าวก็ส่งผลถึงราคาน้ำมันแล้ว โดยเมื่อรวมกับข้อมูลทางเศรษฐกิจอื่นๆ ก็ส่งผลให้สัญญาซื้อขายน้ำมันดิบเบรนท์ล่วงหน้าส่งมอบเดือนพฤษภาคมพุ่งขึ้นไปปิดที่ 64.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันพุธ (24 มีนาคม) แม้ว่าราคาจะปรับตัวลดลงในวันพฤหัสบดีก็ตาม

 

CNBC ยังชี้ว่าในแต่ละวันที่เรือยังคงขวางอยู่ จะหมายถึงการส่งน้ำมัน 3-5 ล้านบาร์เรลต่อวันที่ล่าช้าออกไป ขณะที่ S&P Platts รายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมันที่บรรทุกน้ำมันอยู่หลายลำยังคงล่าช้าอยู่บนเส้นทางอ่าวเปอร์เซีย-ยุโรป เช่นเดียวกับเรือบรรทุกน้ำมันเปล่าที่กำลังแล่นไปรับน้ำมันจากทะเลเหนือ อีกด้านหนึ่งคลองนี้ยังเป็นทางผ่านสำหรับการขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของโลกราว 8% และการหยุดชะงักเป็นเวลานานอาจส่งผลกระทบต่อการส่งสินค้าไปยังตลาดยุโรปเป็นหลัก

 

อย่างไรก็ตาม ปีเตอร์ ซูเทอร์แลนด์ ประธานของบริษัทด้านการลงทุนทางพลังงาน Henrietta Resources ระบุว่า ผลกระทบใดๆ ในด้านราคาน่าจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่นานนัก และ J.P. Morgan ก็ระบุว่า ผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากกรณีนี้ก็อย่างเช่นผู้ให้บริการขนส่งในกรณีการขนส่งเฉพาะครั้ง อาทิ การขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ เรือขนส่งน้ำมัน และการขนส่งสินค้าทางอากาศ ที่จะมีอัตราค่าขนส่งที่สูงขึ้น เป็นต้น J.P. Morgan วิเคราะห์ว่าเรือเดินสมุทรของเอเชียจะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากค่าขนส่งเฉพาะครั้งที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าต้นทุนค่าเชื้อเพลิงจะเพิ่มจากการเปลี่ยนเส้นทางและความคับคั่งที่เพิ่มขึ้นก็ตาม

 

ส่วน ทอบยอน โซลท์เวดท์ หัวหน้านักวิเคราะห์ด้านตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือของบริษัทวิจัย Verisk Maplecroft ระบุว่า เหตุขวางคลองดังกล่าวจะทำให้ Risk Premium สำหรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์จากการกลั่นในตะวันออกกลางที่สูงอยู่แล้วนั้นสูงขึ้นอีก และย้ำถึงความเสี่ยงจากการโจมตีโรงน้ำมันท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาค

 

และแม้นักวิเคราะห์คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายภายในสัปดาห์นี้ แต่ Bank of America ชี้ว่าการหยุดชะงักอาจยาวนานขึ้นหากเกิดเหตุแทรกซ้อนหรือความเสียหายกับตัวเรือ และเมื่อปัญหาการจราจรคลี่คลาย เรือจะเข้าสู่ท่าช้ากว่ากำหนดการ ซึ่งก็อาจทำให้เกิดความคับคั่งมากขึ้น อย่างไรก็ตาม Bank of America บอกว่าการขวางเพียงไม่กี่วันนั้นถือเป็นเรื่องที่จัดการได้ในอุตสาหกรรมขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ แม้บางครั้งอาจมีค่าเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นเพราะบริษัทขนส่งต้องการเร่งเวลาการให้บริการเพื่อทดแทนเวลาที่เสียไป

 

ซูเทอร์แลนด์ย้ำด้วยว่า ความล้มเหลวที่เกิดขึ้นเน้นย้ำให้เห็นว่าเครือข่ายการค้าที่โลกพึ่งพาอาศัยอยู่นั้นเปราะบางเพียงใด และเมื่อรวมกับการโจมตีคลังน้ำมันของซาอุดีอาระเบียที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ก็ถือเป็นเครื่องย้ำเตือนให้เห็นถึงจุดอ่อนในห่วงโซ่อุปทานของน้ำมันและก๊าซในระดับโลกด้วย

 

ภาพ: Samuel Mohsen / picture alliance via Getty Images

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post นักวิเคราะห์ชี้ เหตุเรือยักษ์ขวางคลองสุเอซกระทบการค้าโลกและการค้าน้ำมัน แต่ผู้ขนส่งสินค้าหลายรายจะได้ประโยชน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มหุ้นส่งออกไปยุโรปส่อสะเทือน หลังเรือยักษ์ขวางคลองสุเอซใช้เวลานานกว่าที่คาด โบรกแนะจับตา KCE https://thestandard.co/export-stocks-impact-giant-boat-blocking-the-suez-canal/ Fri, 26 Mar 2021 10:57:04 +0000 https://thestandard.co/?p=469489 กลุ่มหุ้นส่งออกไปยุโรปส่อสะเทือน หลังเรือยักษ์ขวางคลองสุเอซใช้เวลานานกว่าที่คาด โบรกแนะจับตา KCE

จากกรณีเรือบรรทุกคอนเทนเนอร์ขนส่งสินค้าติดหล่มขวางคลองส […]

The post กลุ่มหุ้นส่งออกไปยุโรปส่อสะเทือน หลังเรือยักษ์ขวางคลองสุเอซใช้เวลานานกว่าที่คาด โบรกแนะจับตา KCE appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มหุ้นส่งออกไปยุโรปส่อสะเทือน หลังเรือยักษ์ขวางคลองสุเอซใช้เวลานานกว่าที่คาด โบรกแนะจับตา KCE

จากกรณีเรือบรรทุกคอนเทนเนอร์ขนส่งสินค้าติดหล่มขวางคลองสุเอซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าระหว่างยุโรปและเอเชีย ปัญหาดังกล่าวยังไม่สามารถแก้ไขได้ หลังจากเรือลำดังกล่าวติดอยู่บริเวณนี้ตั้งแต่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะเดียวกันเริ่มมีการวิเคราะห์กันว่าอาจจะต้องใช้เวลานับสัปดาห์กว่าจะแก้ปัญหาดังกล่าวได้

 

สำหรับผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนไทย เบื้องต้น สุนทร ทองทิพย์ ผู้อำนวยการอาวุโส บล.กสิกรไทย ประเมินว่าผลกระทบยังค่อนข้างจำกัด ซึ่งอาจจะแบ่งเป็น 2 มุม

 

1. ผลกระทบต่อการเดินเรือ ซึ่งบริษัทต่างๆ มี 2 เลือก คือ รอให้สามารถแก้ปัญหานี้ได้และใช้เส้นทางนี้เช่นเดิม หรือเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือในระหว่างที่ดำเนินการแก้ปัญหา โดยภาพรวมแล้วจะทำให้อุปทานของการเดินเรือลดลงในระยะสั้น และหากยิ่งใช้เวลานานก็จะหนุนให้ค่าระวางเรือสำหรับเส้นทางนี้ปรับเพิ่มขึ้น

 

2. ผลกระทบต่อบริษัทผู้ส่งออก จากการสำรวจในเบื้องต้นยังไม่เห็นผลกระทบที่ชัดเจนนัก อย่างไรก็ตาม การส่งออกและนำเข้าระหว่างไทยกับยุโรปคิดเป็นประมาณ 8.9% และ 8.4% ตามลำดับ ในกรณีเลวร้ายสุดคาดว่าจะกระทบต่อการส่งออกราว 0.7%

 

ผู้ส่งออกของไทยอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะผู้ส่งออกสินค้าไปยุโรป เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ KCE, SVI, HANA, DELTA หรือกลุ่มอาหาร เช่น ASIAN, GFPT และ TU รวมถึงกลุ่มสินค้าอุปโภค เช่น EPG และ STGT

 

“ปัจจุบันอาจจะเร็วเกินไปที่จะบอกว่าปัญหาดังกล่าวกระทบกับหุ้นเหล่านี้ และหลังเกิดปัญหา ราคาหุ้นเหล่านี้ก็ปรับขึ้นลงแตกต่างกันไป ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยเฉพาะตัวมากกว่า อย่างไรก็ตาม คงจะต้องจับตาดูพัฒนาการหลังจากนี้ต่อด้วย

 

ด้าน กรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน-กลยุทธ์การลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน เปิดเผยว่า ปัญหาที่ยังค้างอยู่ทำให้ภาพรวมของการขนส่งสินค้าลำบากขึ้น หากยังแก้ไม่ได้จะทำให้เรือบางส่วนต้องเดินทางอ้อมจากเส้นทางนี้ ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น

 

“ปัญหาดังกล่าวอาจทำให้ค่าระวางเรือผันผวนในระยะสั้น ขณะที่หุ้นส่งออก เช่น KCE ซึ่งส่งออกไปยุโรปด้วยเรือราว 50% ก็อาจได้รับผลกระทบบ้าง”

 

พิสูจน์อักษร: ชฎานิสภ์ นุ้ยฉิม

The post กลุ่มหุ้นส่งออกไปยุโรปส่อสะเทือน หลังเรือยักษ์ขวางคลองสุเอซใช้เวลานานกว่าที่คาด โบรกแนะจับตา KCE appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิดการเดินเรือผ่านคลองสุเอซชั่วคราว หลังเรือสินค้ายักษ์ลอยขวางคลอง คาดใช้เวลากู้หลายสัปดาห์ กระทบการขนส่งสินค้า-น้ำมัน https://thestandard.co/suez-canal-ever-given-ship-stuck/ Fri, 26 Mar 2021 03:32:50 +0000 https://thestandard.co/?p=469209 ปิดการเดินเรือผ่านคลองสุเอซ

คลองสุเอซในอียิปต์ ซึ่งเชื่อมระหว่างทะเลแดงกับทะเลเมดิเ […]

The post ปิดการเดินเรือผ่านคลองสุเอซชั่วคราว หลังเรือสินค้ายักษ์ลอยขวางคลอง คาดใช้เวลากู้หลายสัปดาห์ กระทบการขนส่งสินค้า-น้ำมัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิดการเดินเรือผ่านคลองสุเอซ

คลองสุเอซในอียิปต์ ซึ่งเชื่อมระหว่างทะเลแดงกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และใช้เดินเรือสินค้ามานับร้อยปี อาจถูกระงับการจราจรทางน้ำนานหลายสัปดาห์ หลังเรือขนส่งสินค้าขนาดยักษ์ Ever Given ของบริษัท Shoei Kisen Kaisha ของญี่ปุ่น เกยขวางคลอง ซึ่งคาดว่าอาจใช้เวลากู้นานหลายสัปดาห์ โดยรายงานระบุว่า การปิดคลองสุเอซครั้งนี้อาจกระทบการขนส่งสินค้าคิดเป็นมูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน

 

“การเดินเรือผ่านคลองสุเอซถูกระงับชั่วคราวจนกว่าเราจะทำให้เรือบรรทุกสินค้าขนาดยักษ์ Ever Given ที่เกยขวางคลองในพื้นที่กิโลเมตร 151 กลับมาลอยได้อีกครั้ง” โอซามา เรบี ประธานหน่วยงานดูแลคลองสุเอซ เผย

 

เรือ Ever Given ซึ่งติดธงสัญชาติปานามา มีน้ำหนัก 224,000 ตัน และมีขนาดความกว้าง 59 เมตร ซึ่งสื่อบางสำนักนำไปเปรียบเทียบว่าใหญ่กว่าตึกเอ็มไพร์สเตทในนิวยอร์ก ซึ่งสาเหตุที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้ขึ้นนั้น ทางการอียิปต์ที่ดูแลคลองสุเอซเผยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (24 มีนาคม) ว่าเป็นเพราะลมที่พัดแรงบวกกับพายุทรายที่ทำให้ทัศนวิสัยต่ำ  

 

เวลานี้เรือกู้ภัยอียิปต์กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อทำให้เรือสินค้า Ever Given ลอยลำเป็นอิสระอีกครั้ง ซึ่งจุดหมายของมันคือท่าเรือรอตเตอร์ดัมในเนเธอร์แลนด์ โดยบริษัทญี่ปุ่นที่เป็นเจ้าของเรือระบุว่า เป็นงานที่ยากมากที่จะทำให้เรือกลับมาลอยลำอีกครั้ง โดยเบื้องต้นคาดว่าอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์

 

ผลจากการปิดเส้นทางจราจรทางน้ำในคลองสุเอซ ทำให้หลายบริษัทพิจารณาเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งสินค้า โดยอาจให้อ้อมปลายสุดของแอฟริกาแทน ซึ่งเป็นเส้นทางที่ไกลกว่า และกระทบเครือข่ายซัพพลายเชนทั่วโลก

 

เว็บไซต์ข่าวชิปปิ้งของ Lloyd’s List รายงานว่า เรือขนส่งสินค้าที่มุ่งหน้าไปตะวันตกมีมูลค่าราว 5.1 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน ส่วนสินค้าที่ลำเลียงไปทางตะวันออกนั้นมีมูลค่าราว 4.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งโดยรวมแล้วการขนส่งที่หยุดชะงักอาจสร้างความเสียหายราว 9.6 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน

 

สำหรับคลองสายนี้มีความกว้าง 91.44 เมตร ยาว 193.3 กิโลเมตร ใช้เวลาขุดนาน 10 ปี และขุดแล้วเสร็จเมื่อปี 1869 ปัจจุบันมีเรือสัญจรวันละกว่า 50 ลำ ใช้ขนส่งน้ำมัน 1.9 ลัานบาร์เรลต่อวัน และสินค้า 544 ล้านกิโลกรัมต่อวัน

 

ภาพ: Reuters และ Airbus Space

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง: 

The post ปิดการเดินเรือผ่านคลองสุเอซชั่วคราว หลังเรือสินค้ายักษ์ลอยขวางคลอง คาดใช้เวลากู้หลายสัปดาห์ กระทบการขนส่งสินค้า-น้ำมัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สขค. จับตาดูพฤติกรรม Shopee กรณีกำหนดเงื่อนไขจำกัดทางเลือกการขนส่งสินค้า ชี้อาจเข้าข่ายธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม https://thestandard.co/shopee-may-be-considered-unfair-business/ Fri, 29 Jan 2021 08:42:11 +0000 https://thestandard.co/?p=448797 สขค. จับตาดูพฤติกรรม Shopee กรณีกำหนดเงื่อนไขจำกัดทางเลือกการขนส่งสินค้า ชี้อาจเข้าข่ายธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม

ตามที่มีข่าวว่า Shopee ผู้ประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอน […]

The post สขค. จับตาดูพฤติกรรม Shopee กรณีกำหนดเงื่อนไขจำกัดทางเลือกการขนส่งสินค้า ชี้อาจเข้าข่ายธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สขค. จับตาดูพฤติกรรม Shopee กรณีกำหนดเงื่อนไขจำกัดทางเลือกการขนส่งสินค้า ชี้อาจเข้าข่ายธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม

ตามที่มีข่าวว่า Shopee ผู้ประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ ซึ่งเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าออนไลน์ ได้มีการกำหนดเงื่อนไขในการจำกัดทางเลือกในการขนส่งสินค้า โดยจะเป็นผู้เลือกบริษัทขนส่งสินค้าเอง 

 

ส่งผลให้ผู้ประกอบธุรกิจที่จำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ของ Shopee อาจได้รับผลกระทบจากการจำหน่ายสินค้าได้น้อยลง เนื่องจากผู้บริโภคไม่ได้รับความสะดวกในการเลือกผู้ขนส่งสินค้าเอง โดยต้องใช้ผู้ขนส่งสินค้าที่ Shopee กำหนดเท่านั้น ซึ่งจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายการส่งสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย  

 

สมศักดิ์ เกียรติชัยลักษณ์ เลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) ได้มีการติดตามและตรวจสอบพฤติกรรมทางการค้าของ Shopee ปรากฏข้อเท็จจริงว่า Shopee ได้เผยแพร่ข้อมูลผ่านเว็บไซต์ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนระบบการขนส่งสินค้าจากเดิมให้เลือกผู้ขนส่งสินค้าได้เอง 

 

โดยเป็นการกำหนดผู้ขนส่งสินค้าเฉพาะรายที่มีมาตรฐานในการจัดส่งสินค้า ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบธุรกิจที่ขายสินค้าผ่านช่องทางของ Shopee ทำให้ยอดจำหน่ายสินค้าน้อยลง เนื่องจากผู้บริโภคไม่ได้รับความสะดวกในการเลือกผู้ขนส่งสินค้าเอง โดยต้องใช้ผู้ขนส่งสินค้าที่ Shopee กำหนดเท่านั้น และอาจจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายการส่งสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย 

 

“พฤติกรรมการกำหนดเงื่อนไขในการจำกัดทางเลือกในการขนส่งสินค้า อาจเป็นการกำหนดเงื่อนไขในการจำกัดการประกอบธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งเข้าข่ายการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 กรณีเป็นการใช้อำนาจเหนือตลาดโดยมิชอบ จะมีโทษทางอาญา จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกรณีเป็นการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมอันเป็นผลให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น จะมีโทษทางปกครอง ปรับไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด” 

 

เลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้ากล่าวเพิ่มเติมว่า จะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงพฤติกรรมการกำหนดเงื่อนไขในการจำกัดทางเลือกในการขนส่งสินค้าของ Shopee ดังกล่าว รวมทั้งจะกำกับดูแลและตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์รายอื่นด้วย

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post สขค. จับตาดูพฤติกรรม Shopee กรณีกำหนดเงื่อนไขจำกัดทางเลือกการขนส่งสินค้า ชี้อาจเข้าข่ายธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ระอุตลาดขนส่งพัสดุ! Flash Express ระดมทุน Series D ได้ 3 พันล้าน มี PTTOR, กรุงศรี และ TCP ลงขันด้วย https://thestandard.co/flash-express-fund-series-d/ Mon, 12 Oct 2020 06:39:29 +0000 https://thestandard.co/?p=406511 Flash Express

ตลาดขนส่งพัสดุที่ดุเดือดอยู่แล้วต้องดุเดือดขึ้นมาอีกแน่ […]

The post ระอุตลาดขนส่งพัสดุ! Flash Express ระดมทุน Series D ได้ 3 พันล้าน มี PTTOR, กรุงศรี และ TCP ลงขันด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Flash Express

ตลาดขนส่งพัสดุที่ดุเดือดอยู่แล้วต้องดุเดือดขึ้นมาอีกแน่นอน เมื่อ Flash Express ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่สังเวียนนี้ได้เพียง 2 ปี เพิ่งได้รับการระดมทุน Series D ด้วยมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,000 ล้านบาท

 

ในบรรดานักลงทุนที่ร่วมระดมทุนในครั้งนี้ปรากฏว่ามี 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ของไทยเข้าร่วมลงขันด้วย ได้แก่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ PTTOR บริษัทลูกของ ปตท. ที่กำลังเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO), กรุงศรี ฟินโนเวต และเดอเบล ซึ่งเป็นดิสทริบิวเตอร์ภายใต้เครือ TCP ที่เป็นเจ้าของแบรนด์อย่างกระทิงแดงและสปอนเซอร์  

 

ไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการว่าแต่ละรายนั้นควักเงินลงทุนคนละเท่าไร แต่ที่แน่ๆ จากเม็ดเงิน 3,000 ล้านบาท นอกจากจะใช้ในประเทศที่กำลังแข่งขันอย่างร้อนแรงแล้วยังจะถูกใช้สำหรับกรุยทางสู่ ‘อาเซียน’ หวังเปิดบริการเพิ่ม 3 ประเทศภายในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาสสุดท้าย และยังไม่มีการเปิดเผยถึงประเทศที่กำลังจะไป 

 

“เป้าประสงค์หลักของการร่วมทุนในครั้งนี้คือการนำเอาศักยภาพและจุดเด่นของแต่ละธุรกิจเข้ามาผสานรวมกันเพื่อพัฒนาโมเดลธุรกิจในรูปแบบต่างๆ ที่จะสามารถรองรับการขยายตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ รวมถึงการพัฒนาระบบขนส่งในรูปแบบอีโคซิสเต็มที่สามารถเชื่อมโยงกับซัพพลายเชนได้อย่างครบวงจร” คมสันต์ ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด กล่าว 

 

การร่วมทุนครั้งนี้นับว่าเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การขยายธุรกิจในกลุ่ม New S-Curve ได้แก่ อุตสาหกรรมด้านพลังงานและโลจิสติกส์ ต่อยอดไปยังกลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค และธุรกิจการเงินเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในตลาด อีกทั้งยังเป็นโอกาสอันดีในการสร้างและขยายโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านแพลตฟอร์มทางการเงิน การนำระบบ e-Payment เข้ามาใช้ในระบบขนส่งให้เกิดเป็นอีคอมเมิร์ซแบบครบวงจรมากยิ่งขึ้น 

 

ขณะเดียวกันคมสันต์ย้ำว่าวันนี้ในตลาดมีผู้เล่นมากหน้าหลายตา การให้บริการแทบจะไม่มีความแตกต่างกันมากเท่าไร ดังนั้นหลังจากนี้ผู้ใช้บริการจะได้เห็นการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีมากยิ่งขึ้นเพื่อให้ธุรกิจมีความสอดรับกับการแข่งขันในปัจจุบัน ทั้งการออกโปรโมชันและแคมเปญต่างๆ ที่นอกจากจะยืนหนึ่งเรื่องราคาที่ถูกที่สุดแล้วนั้นยังต้องมาพร้อมกับบริการที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

 

ทั้งนี้การระดมทุนในรอบ Series D ยังไม่เสร็จสิ้น Flash Express ตั้งเป้าที่จะระดมทุนในรอบนี้ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,200 ล้านบาทด้วยกัน หลังจากนี้ยังมีกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ในไทยที่เตรียมประกาศความเป็นพันธมิตรร่วม โดยอยู่ในระหว่างขั้นตอนการเจรจา ซึ่งคาดว่าน่าจะมีความชัดเจนภายในช่วงไตรมาสแรกของปี 2021

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ระอุตลาดขนส่งพัสดุ! Flash Express ระดมทุน Series D ได้ 3 พันล้าน มี PTTOR, กรุงศรี และ TCP ลงขันด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>