ขนม Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ขนม/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 12 Oct 2026 10:49:23 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 อิ่มท้อง แล้วได้อะไร? สำรวจบะหมี่ซอง ขนมถุง น้ำหวาน และคำถามถึงรัฐว่า “ช่วยเราเลือกง่ายพอหรือยัง?” https://thestandard.co/ultra-processed-food-consumer-choice/ Mon, 12 Oct 2026 10:49:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1267727 ภาพประกอบอาหารแปรรูปสูง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว และน้ำหวาน

อิ่มท้อง แล้วได้อะไร? บะหมี่ซอง ขนมถุง น้ำหวาน… อ […]

The post อิ่มท้อง แล้วได้อะไร? สำรวจบะหมี่ซอง ขนมถุง น้ำหวาน และคำถามถึงรัฐว่า “ช่วยเราเลือกง่ายพอหรือยัง?” appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบอาหารแปรรูปสูง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว และน้ำหวาน

อิ่มท้อง แล้วได้อะไร? บะหมี่ซอง ขนมถุง น้ำหวาน… อาหารกันตายที่หลายคนต้องหยิบในวันเร่งรีบ แต่ในวันที่เรามีเวลาหน้าชั้นวางแค่ไม่กี่วินาที คำถามคือ “รัฐช่วยเราเลือกง่ายพอหรือยัง?”

 

 
 

THE STANDARD ชวนอ่านบทวิเคราะห์ว่าทำไมเรื่องนี้ถึงไม่ใช่แค่วินัยส่วนตัว แต่เป็นเรื่องของคุณภาพชีวิตและนโยบายรัฐที่ต้องเข้าถึงได้จริง

 

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหนึ่งซอง อาหารพร้อมรับประทานหนึ่งกล่อง หรือเครื่องดื่มรสหวานที่หยิบก่อนเริ่มงาน กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ด้วยความสะดวก ราคา รสชาติ และระยะเวลาเก็บรักษา โดยเฉพาะในวันที่เวลาและงบประมาณมีจำกัด

 

แต่เมื่ออาหารแปรรูปสูง หรือ Ultra-Processed Food (UPF) อยู่ในมื้อประจำมากขึ้น คำถามคือ อาหารที่ช่วยให้อิ่ม ให้สารอาหารเพียงพอและเหมาะสมด้วยหรือไม่ การหาคำตอบต้องพิจารณาทั้งสิ่งที่กินและเงื่อนไขที่ทำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อ

 

พร้อมตั้งคำถามถึงรัฐว่า ในวันที่ประชาชนมีเวลาอ่านฉลากเพียงไม่กี่วินาที ข้อมูลที่ได้รับเข้าใจง่ายพอหรือยัง และทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพเข้าถึงได้ในราคาที่จ่ายไหวหรือไม่

 

เมื่อความสะดวกคือ ‘ทางรอด’

 

สำหรับคนทำงานที่ต้องออกจากบ้านแต่เช้าหรือกลับถึงบ้านดึก อาหารพร้อมรับประทานอาจเป็นมื้อที่พึ่งพาได้ทันที ขณะที่อาหารเก็บได้นานช่วยลดความกังวลว่าจะซื้อวัตถุดิบมาแล้วใช้ไม่ทัน

 

ราคาที่ผู้บริโภคจ่ายจึงไม่ได้มีเพียงตัวเลขบนป้ายสินค้า แต่ยังรวมถึงเวลาเดินทางไปซื้อวัตถุดิบ เวลาเตรียมและล้างอุปกรณ์ ค่าน้ำ ค่าไฟ ตลอดจนความเสี่ยงที่อาหารจะเน่าเสีย

 

การแนะนำให้ประชาชนทำอาหารจากวัตถุดิบสดกินเองจึงต้องพิจารณาเงื่อนไขเหล่านี้ด้วย เพราะคำแนะนำเดียวกันอาจทำได้ง่ายสำหรับครัวเรือนหนึ่ง แต่เพิ่มภาระให้กับผู้ที่ไม่มีครัว ไม่มีตู้เย็น หรือมีเวลาพักไม่แน่นอน

 

อาหารกลุ่มนี้จึงเป็นทั้งประเด็นโภชนาการและประเด็นคุณภาพชีวิต การเพิ่มทางเลือกต้องเริ่มจากความเข้าใจว่า ผู้บริโภคมีเวลา เงิน และอาหารให้เลือกมากน้อยเพียงใด

 

แปรรูปกับแปรรูปสูง ต่างกันตรงไหน?

 

การทำความเข้าใจว่าอาหารใดเป็น UPF ไม่ได้ดูแค่ว่าบรรจุอยู่ในถุงหรือผ่านการแช่แข็ง แต่ต้องดูส่วนประกอบและกระบวนการผลิตด้วย

 

ระบบจำแนก NOVA แบ่งอาหารตามระดับและวัตถุประสงค์ของการแปรรูปออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

 

  • กลุ่มที่ 1 อาหารไม่แปรรูปหรือแปรรูปน้อย: เช่น เนื้อหมูสด มันฝรั่งสด ผักแช่แข็ง และนมพาสเจอไรซ์ที่ไม่เติมส่วนประกอบอื่น การหั่น บด แช่แข็ง หรือพาสเจอไรซ์ไม่ได้ทำให้อาหารกลายเป็น UPF โดยอัตโนมัติ
  • กลุ่มที่ 2 เครื่องปรุงที่ผ่านการแปรรูป: เช่น เกลือ น้ำตาล น้ำมันพืช และเนย ซึ่งใช้ประกอบหรือปรุงอาหาร
  • กลุ่มที่ 3 อาหารแปรรูป: เช่น ผักดองในน้ำเกลือ ปลากระป๋องที่มีส่วนประกอบหลักเป็นปลา น้ำมัน และเกลือ หรือชีสบางชนิด โดยนำอาหารกลุ่มแรกมาเติมเครื่องปรุงเพื่อเก็บรักษาหรือปรับรสชาติ
  • กลุ่มที่ 4 อาหารแปรรูปสูง: เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำอัดลม ขนมขบเคี้ยวปรุงรส รวมถึงไส้กรอกและอาหารพร้อมรับประทานบางสูตร ซึ่งต้องพิจารณาส่วนประกอบและกระบวนการผลิตของแต่ละผลิตภัณฑ์

 

อาหารกลุ่มสุดท้ายมักนำส่วนประกอบจากอาหารมาผสมผ่านกระบวนการอุตสาหกรรม และใช้ส่วนประกอบหรือสารเติมแต่งเพื่อปรับกลิ่น รส สี และเนื้อสัมผัส การจำแนกจึงต้องดูสูตรและวิธีผลิต มากกว่าดูสี รูปร่าง หรือบรรจุภัณฑ์ และการมีสารกันบูดเพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้ทำให้อาหารเป็น UPF โดยอัตโนมัติ

 

อย่างไรก็ตาม ระดับการแปรรูปไม่ได้บอกคุณค่าทางโภชนาการทั้งหมด การประเมินอาหารยังต้องดูว่ามีสารอาหารอะไร กินมากน้อยเพียงใด และกินร่วมกับอะไรตลอดวัน

 

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่กินเพียงอย่างเดียวจึงให้สารอาหารต่างจากบะหมี่ที่เติมผัก ไข่ หรือเต้าหู้ แม้จะช่วยให้อิ่มเหมือนกัน แต่ส่วนประกอบของมื้ออาหารต่างกัน

 

งานวิจัยพบอะไรเกี่ยวกับการกินอาหารแปรรูปสูง

 

หนึ่งในงานวิจัยสำคัญเกี่ยวกับ UPF คือการทดลองของ Kevin Hall และคณะ จากสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH) ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Cell Metabolism เมื่อปี 2019

 

การศึกษานี้มีอาสาสมัครผู้ใหญ่ 20 คน พักอยู่ในสถานที่วิจัยเป็นเวลา 4 สัปดาห์ โดยได้รับอาหารแปรรูปสูงและอาหารไม่แปรรูปอย่างละ 2 สัปดาห์ และสามารถกินได้ตามต้องการ ผลพบว่า

 

  • ได้รับพลังงานมากขึ้น: ช่วงที่ได้รับอาหารแปรรูปสูง ผู้เข้าร่วมรับพลังงานมากกว่าอีกช่วงเฉลี่ย 508 กิโลแคลอรีต่อวัน
  • น้ำหนักเปลี่ยนแปลง: ช่วงกินอาหารแปรรูปสูง ผู้เข้าร่วมมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 0.9 กิโลกรัม ส่วนช่วงกินอาหารไม่แปรรูปมีน้ำหนักลดลงเฉลี่ยประมาณ 0.9 กิโลกรัม
  • กินเร็วขึ้น: ผู้เข้าร่วมกินอาหารในช่วง UPF เร็วกว่า ซึ่งนักวิจัยเสนอว่าอาจเป็นหนึ่งในคำอธิบายของการได้รับพลังงานมากขึ้น แต่ยังต้องศึกษาเพิ่มเติม

 

แม้ผลทดลองจะแสดงความแตกต่างระหว่างอาหารสองรูปแบบ แต่เป็นการศึกษาขนาดเล็กและระยะสั้น จึงไม่ใช่คำทำนายว่าผู้บริโภคทุกคนจะมีน้ำหนักเพิ่มเท่ากัน หรือว่า UPF ทุกผลิตภัณฑ์ให้ผลเหมือนกัน

 

หลักฐานนี้ช่วยให้เห็นว่า ลักษณะของอาหารอาจมีส่วนต่อปริมาณที่กิน การทำความเข้าใจพฤติกรรมการบริโภคจึงควรมองทั้งการตัดสินใจของผู้บริโภคและอาหารที่พวกเขาเข้าถึง

 

ข้อมูลบนฉลาก ช่วยเลือกได้แค่ไหน?

 

ประเทศไทยมีเครื่องมือสื่อสารข้อมูลโภชนาการอยู่แล้ว ทั้งตารางโภชนาการ ฉลากหวาน มัน เค็ม หรือ GDA และสัญลักษณ์ ‘ทางเลือกสุขภาพ’

 

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อธิบายว่า ฉลาก GDA แสดงพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียมต่อหนึ่งบรรจุภัณฑ์ พร้อมร้อยละเทียบกับปริมาณอ้างอิงต่อวัน โดยแสดงไว้ด้านหน้าบรรจุภัณฑ์เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคเปรียบเทียบและเลือกอาหาร

 

ส่วนสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพช่วยระบุผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์โภชนาการตามประเภทอาหาร เพื่อประกอบการเปรียบเทียบกับอาหารชนิดเดียวกัน เช่น เกณฑ์น้ำตาลหรือโซเดียม แต่ยังต้องคำนึงถึงปริมาณที่กินด้วย

 

การมีข้อมูลเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ แต่คำถามต่อมาคือ ผู้บริโภคเข้าใจและใช้ข้อมูลได้จริงเพียงใดในเวลาที่จำกัด

 

เมื่อหยิบสินค้าขึ้นมา ผู้ซื้ออาจต้องแยกให้ออกว่า ตัวเลขในตารางโภชนาการระบุต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ขณะที่ GDA ระบุต่อหนึ่งบรรจุภัณฑ์ หากกินหมดห่อจะได้รับเท่าไร และจะเปรียบเทียบกับสินค้าอีกชิ้นอย่างไรเมื่อขนาดบรรจุต่างกัน

 

การสื่อสารเรื่องอาหารแปรรูปสูงจึงต้องระวังไม่ให้ความซับซ้อนทางวิชาการกลายเป็นภาระใหม่ จนผู้บริโภคต้องอ่านส่วนประกอบหลายบรรทัดและจำศัพท์เฉพาะทุกครั้งที่ซื้ออาหาร

 

โจทย์ของรัฐจึงอยู่ที่การประเมินว่า ข้อมูลบนฉลากเปลี่ยนเป็นความเข้าใจ ณ จุดซื้อได้จริงมากน้อยเพียงใด เช่น เมื่อมีเวลาเพียงไม่กี่วินาที ผู้ซื้อสามารถบอกได้หรือไม่ว่าสินค้าชิ้นไหนมีน้ำตาลหรือโซเดียมน้อยกว่า และเข้าใจปริมาณที่จะได้รับเมื่อกินหมดบรรจุภัณฑ์หรือไม่

 

บทบาทรัฐต้องไปถึง ‘ทางเลือกที่ซื้อไหว’

 

ฉลากที่เข้าใจง่ายไม่อาจแก้ข้อจำกัดด้านราคาและการเข้าถึงได้ทั้งหมด หากอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการเหมาะสมอยู่ไกลกว่า แพงกว่า หรือใช้เวลาเตรียมนานกว่าที่ผู้บริโภคมีอยู่

 

แนวทางที่รัฐควรพิจารณาจึงรวมถึง

 

  • เพิ่มการเข้าถึงมื้ออาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ: ผ่านการจัดหาอาหารในโรงเรียน โรงพยาบาล และสถานที่ทำงาน
  • สนับสนุนทางเลือกที่จ่ายไหว: พิจารณามาตรการช่วยให้ประชาชนเข้าถึงอาหารสดและอาหารพร้อมรับประทานที่มีองค์ประกอบเหมาะสมในราคาที่เข้าถึงได้
  • ส่งเสริมการปรับสูตรอาหาร: สร้างแรงจูงใจให้ผู้ผลิตลดหวาน มัน เค็ม พร้อมสื่อสารข้อมูลให้ผู้บริโภคเปรียบเทียบได้ง่าย
  • ประเมินนโยบายด้วยข้อมูลไทย: ศึกษาว่าประชาชนกินอะไร มีงบสำหรับอาหารเท่าไร และติดข้อจำกัดใด หากจะใช้มาตรการภาษีหรือการอุดหนุนอาหาร ต้องประเมินผลต่อค่าครองชีพและการเข้าถึงทางเลือกทดแทนอย่างรอบคอบ

 

แนวทางเหล่านี้เป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย การประเมินว่ารัฐดำเนินการเพียงพอแล้วหรือยัง ต้องอาศัยข้อมูลเพิ่มเติม ทั้งผลสำรวจความเข้าใจฉลาก พฤติกรรมการบริโภค และผลของมาตรการที่ใช้อยู่

 

ความรับผิดชอบของผู้บริโภคย่อมเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เลือกกิน แต่ความสามารถในการเลือกยังขึ้นอยู่กับข้อมูล ราคาที่จ่ายไหว และอาหารที่มีให้เลือกในชีวิตประจำวัน

 

ท้ายที่สุด คำถามเรื่องอาหารแปรรูปสูงจึงไปไกลกว่าอาหารหนึ่งซองหรือหนึ่งกล่องว่า ในวันที่ความสะดวกเป็นสิ่งจำเป็น รัฐให้ข้อมูลที่เข้าใจง่าย และทำให้ประชาชนเข้าถึงมื้ออาหารที่สะดวก จ่ายไหว และมีคุณค่าทางโภชนาการเหมาะสมได้มากพอแล้วหรือยัง

 

อ้างอิง

  1. Monteiro, C. A. และคณะ (2019). Ultra-processed foods: what they are and how to identify them. Public Health Nutrition, 22(5), 936–941.
  2. Hall, K. D. และคณะ (2019). Ultra-Processed Diets Cause Excess Calorie Intake and Weight Gain: An Inpatient Randomized Controlled Trial of Ad Libitum Food Intake. Cell Metabolism, 30(1), 67–77.e3.
  3. National Institutes of Health (16 พฤษภาคม 2019). NIH study finds heavily processed foods cause overeating and weight gain.
  4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. ฉลาก หวาน มัน เค็ม ลดเสี่ยง ลดโรค.
  5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. ข้อมูลคำแนะนำการเลือกอาหารและสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ เนื่องในวันเบาหวานโลก.

The post อิ่มท้อง แล้วได้อะไร? สำรวจบะหมี่ซอง ขนมถุง น้ำหวาน และคำถามถึงรัฐว่า “ช่วยเราเลือกง่ายพอหรือยัง?” appeared first on THE STANDARD.

]]>
OREO จับมือ BTS เปิดตัวคุ้กกี้สีมวงรสชาติฮอตต็อก https://thestandard.co/oreo-bts-hotteok-cookies/ Wed, 27 May 2026 05:21:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1211377 ภาพคุ้กกี้ OREO สีม่วงรสฮอตต็อกที่ร่วมมือกับวง BTS

OREO จับมือวง BTS ร่วมกันเปิดตัวขนมรุ่น Limited Edition […]

The post OREO จับมือ BTS เปิดตัวคุ้กกี้สีมวงรสชาติฮอตต็อก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพคุ้กกี้ OREO สีม่วงรสฮอตต็อกที่ร่วมมือกับวง BTS

OREO จับมือวง BTS ร่วมกันเปิดตัวขนมรุ่น Limited Edition OREO & BTS Cookies รสชาติสุดพิเศษที่สมาชิกวงทั้ง RM, Jin, SUGA, j-hope, Jimin, V และ Jungkook ร่วมกันรังสรรค์ขึ้นเพื่อแฟนๆ ของขนมคุกกี้อันเลื่องชื่อ และ ชาว ARMY แฟนคลับวง BTS โดยเฉพาะ สำหรับโอกาสนี้พวกเขายังได้เตรียมทำแคมเปญที่จะสร้างความสนุกสนานในพื้นที่มากกว่า 80 แห่งทั่วโลกเอาไว้ด้วย

 

Limited Edition OREO & BTS Cookies เป็นคุกกี้สอดไส้รส Brown Sugar-Pancake แพนเค้กสไตล์เกาหลีที่เป็นที่รู้จักกันในนาม ‘ฮอตต็อก’ ซึ่งเป็นขนมสตรีทฟู้ดได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ผสมผสานกับเนื้อครีมหอมหวานของ OREO โดยวง BTS ตั้งใจนำความทรงจำแห่งการกินขนมสมัยเด็กอย่างฮอตต็อกที่เป็นดั่งมรดกตกทอดอย่างหนึ่งของประเทศบ้านเกิดมาถ่ายทอดในรูปแบบไส้ครีมคุกกี้ของ OREO และ ทำให้ขนมรุ่นลิมิเตดดังกล่าวมีความหมายต่อพวกเขาอย่างลึกซึ้ง

 

เพื่อเป็นการเตรียมเฉลิมฉลองเดบิวต์ครบรอบ 13 ปีของวง BTS ในเดือนมิถุนายนนี้ ขนมรุ่น Limited Edition OREO & BTS Cookies จึงมาพร้อมกับคุกกี้สีม่วง สีประจำวง BTS ที่มีลวดลายแตกต่างกันถึง 13 แบบ ซึ่งแต่ละแบบก็ทำออกมาอย่างน่ารักและประณีต ไม่ว่าจะเป็นลายโลโก้สี่เหลี่ยมคางหมูของวง, ลายมินิฮาร์ต, ลายแท่งไฟชาว ARMY รวมไปถึงลายที่มีข้อความอย่าง ‘DEAR BTS ARMY’, ‘OUR HAPPINESS, BTS ARMY’ และ ‘OUR UNIVERSE, BTS ARMY’ เป็นต้น

 

BTS พูดถึงการร่วมงานกับ OREO ในครั้งนี้ว่า

 

“การที่ OREO เป็นขนมแบรนด์แรกที่เราได้ร่วมงานในระดับโกลบอลด้วยนั้น นับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง เรากินมันตั้งแต่ตอนเด็กๆ มาจนถึงได้กินมันในสตูดิโอ และในตอนนี้ OREO ก็ช่วยให้พวกเราได้แบ่งปันรสชาติจากบ้านเกิดของเราให้กับคนทั่วโลก เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางอันน่าทึ่งของ OREO ครับ”

 

ภาพ: OREO

 

อ้างอิง https://www.allkpop.com/article/2026/05/oreo-launches-collaboration-with-bts

The post OREO จับมือ BTS เปิดตัวคุ้กกี้สีมวงรสชาติฮอตต็อก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไม่ได้พิมพ์ผิด! ‘คาลบี้’ เปลี่ยนซองขนมเป็นสีขาว-ดำ เซ่นพิษสงครามตะวันออกกลาง https://thestandard.co/calbee-packaging-black-white-middle-east-war/ Wed, 13 May 2026 07:15:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1206704 ซองขนมคาลบี้สีขาวดำที่ปรับเปลี่ยนเพื่อรับมือวิกฤต

คาลบี้ (Calbee) บริษัทผู้ผลิตขนมขบเคี้ยวรายใหญ่ของญี่ปุ […]

The post ไม่ได้พิมพ์ผิด! ‘คาลบี้’ เปลี่ยนซองขนมเป็นสีขาว-ดำ เซ่นพิษสงครามตะวันออกกลาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซองขนมคาลบี้สีขาวดำที่ปรับเปลี่ยนเพื่อรับมือวิกฤต

คาลบี้ (Calbee) บริษัทผู้ผลิตขนมขบเคี้ยวรายใหญ่ของญี่ปุ่น ประกาศเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์สีขาวและดำเป็นการชั่วคราว เพื่อรับมือปัญหาห่วงโซ่อุปทานชะงัก หลังการขนส่งแนฟทา หรือส่วนผสมหมึกพิมพ์ ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง

 

 
 

เมื่อวานนี้ (12 พฤษภาคม) บริษัทคาลบี้ประกาศว่า จะผลิตซองขนมรูปแบบใหม่เป็น ‘สีเทา’ หรือ ‘ขาว-ดำ’ ในผลิตภัณฑ์ 14 ชนิด ประกอบด้วยถุงมันฝรั่งทอดกรอบ ข้าวเกรียบกุ้ง และกราโนลาอบแห้ง โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในร้านค้าทั่วญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคมเป็นต้นไป

 

“คาลบี้จะยังคงตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมการดำเนินธุรกิจ รวมถึงความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างยืดหยุ่นและรวดเร็วทันท่วงที พร้อมทั้งยังคงมุ่งมั่นที่จะรักษาความมั่นคงในการจัดส่งผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและมีคุณภาพสูงต่อไป” แถลงการณ์ยังระบุว่า มาตรการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาเสถียรภาพในการจัดส่งสินค้าสู่ตลาด

 

ทั้งนี้ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงบรรจุภัณฑ์ คือ ผู้ซื้อต้องพิจารณาตัวอักษรบนหน้าซองขนมมากขึ้น เพราะปกติแล้ว สีของบรรจุภัณฑ์คาลบี้จะจำแนกตามรสชาติ เช่น สีแดงคือรสเกลือ หรือสีเหลืองแถบเขียวคือรสโนริสาหร่าย

 

แม้ทางบริษัทไม่ได้ระบุเจาะจงว่า บริษัทคาลบี้ขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตส่วนใด แต่ โฆษกจากรัฐบาลญี่ปุ่นออกมาระบุว่า ทางการยังไม่ได้รับรายงานเรื่องปัญหาขาดแคลนส่วนผสมหมึกพิมพ์ หรือ ‘แนฟทา’ ขั้นวิกฤตในอุตสาหกรรมการผลิต โดยย้ำว่า ปริมาณในภาพรวมของญี่ปุ่นยังมีเพียงพอ พร้อมทั้งทิ้งท้ายว่า รัฐบาลมีแผนพบบริษัทคาลบี้เพื่อหารือผลกระทบจากการผลิตต่อไป

 

อนึ่ง แนฟทาคือผลิตภัณฑ์จากการกลั่นน้ำมัน ซึ่งใช้ในการผลิตหมึกและพลาสติก โดย เคอิ ซาโต รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ก่อนเกิดสงครามอิหร่าน ญี่ปุ่นนำเข้าแนฟทาจากตะวันออกกลางประมาณ 40% ซึ่งขณะนี้ รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการเพื่อสร้างเสถียรภาพและแก้ไขปัญหาห่วงโซ่อุปทาน

 

ภาคธุรกิจได้รับผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างไร

 

รายงานของ CNN และ BBC ระบุว่า ประเทศในเอเชียได้รับผลกระทบหนักเป็นพิเศษจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากต้องพึ่งพาพลังงานและผลิตภัณฑ์จากน้ำมันและแหล่งพลังงานจากตะวันออกกลางอย่างมาก

 

นอกจากการขาดแคลนน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ผลกระทบยังเกิดขึ้นกับแวดวงธุรกิจและอาหาร เช่น มิซกัน (Mizkan) ผู้ผลิตอาหารของญี่ปุ่น เจ้าของผลิตภัณฑ์นัตโตะหรือถั่วหมักชื่อดัง ได้สั่งระงับการขายผลิตภัณฑ์บางส่วนและปรับขึ้นราคาสินค้าอื่นๆ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนบรรจุภัณฑ์ประเภทโฟมอย่างโพลีสไตรีน

 

ขณะที่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่างโตโยต้า (Toyota) และฮุนได (Hyundai) ระบุว่า บริษัทได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและยอดขายที่ลดลง ส่วนธุรกิจการบิน สายการบินหลายแห่งทั่วโลกต้องหยุดให้บริการเที่ยวบินชั่วคราวและจอดเครื่องบินบางส่วนทิ้งไว้ หลังราคาน้ำมันอากาศยานพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากสงคราม

 

เช่นเดียวกับ Next ธุรกิจแฟชันชื่อดังของอังกฤษได้ปรับราคาสินค้าสูงสุด 8% ในบางประเทศนอกยุโรป โดยระบุว่า เป็นเพราะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน

 

ภาพ: Calbee

 

อ้างอิง:

 

The post ไม่ได้พิมพ์ผิด! ‘คาลบี้’ เปลี่ยนซองขนมเป็นสีขาว-ดำ เซ่นพิษสงครามตะวันออกกลาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศรีนานาพร ไตรมาสแรกปี 69 รายได้-กำไรร่วง จากพิษเศรษฐกิจ-ต้นทุนพุ่ง กดกำลังซื้อผู้บริโภค https://thestandard.co/sriananaporn-q1-earnings-fall/ Mon, 11 May 2026 07:43:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1205953 กราฟแสดงผลประกอบการไตรมาส 1/69 ของศรีนานาพร มีรายได้และกำไรลดลง

ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง เจ้าของแบรนด์ขนม เบนโตะ, เจเล่ แ […]

The post ศรีนานาพร ไตรมาสแรกปี 69 รายได้-กำไรร่วง จากพิษเศรษฐกิจ-ต้นทุนพุ่ง กดกำลังซื้อผู้บริโภค appeared first on THE STANDARD.

]]>
กราฟแสดงผลประกอบการไตรมาส 1/69 ของศรีนานาพร มีรายได้และกำไรลดลง

ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง เจ้าของแบรนด์ขนม เบนโตะ, เจเล่ และโลตัส รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังชะลอตัวต่อเนื่อง จากแรงกดดันด้านความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการค้าโลก รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ส่งผลให้ราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งในหลายอุตสาหกรรม

 

ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ยังคงเป็นอีกปัจจัยกดดันสำคัญ และเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวในระดับต่ำ โดยมีการปรับลดคาดการณ์อัตราการเติบโตของ GDP ปี 2569 ลงเหลือ 1.4% จากเดิม 1.8% จากแรงกดดันด้านราคาพลังงานที่เร่งให้อัตราเงินเฟ้อสูงเกินกรอบเป้าหมาย และกดดันกำลังซื้อของผู้บริโภค ส่งผลให้การใช้จ่ายชะลอตัวลง

 

จากปัจจัยดังกล่าว มีผลทำให้บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้าในไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 1,271.7 ล้านบาท ลดลง 213.8 ล้านบาท หรือ 14.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 102.1 ล้านบาท หรือ 7.4% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากการชะลอตัวของทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ

 

สำหรับรายได้จากการขายในประเทศอยู่ที่ 1,015.8 ล้านบาท ลดลง 183.5 ล้านบาท หรือ 15.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 78.4 ล้านบาท หรือ 7.2% จากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนการบริโภคภายในประเทศที่ชะลอตัว รวมถึงความระมัดระวังในการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความขัดแย้ง

 

ด้านรายได้จากการขายต่างประเทศอยู่ที่ 255.9 ล้านบาท ลดลง 30.3 ล้านบาท หรือ 10.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 23.7 ล้านบาท หรือ 8.5% จากไตรมาสก่อนหน้า จากผลกระทบของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว รวมถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยังคงยืดเยื้อ

 

อย่างไรก็ตาม บริษัทเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกจากตลาดเวียดนาม โดยมียอดขายอยู่ที่ 145.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.7 ล้านบาท หรือ 30.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและภาคการท่องเที่ยวที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปี 2568 รวมถึงการบริโภคภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น และความต้องการสินค้าในช่วงที่สถานการณ์โลกยังมีความไม่แน่นอน

 

ขณะที่กำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 60.3 ล้านบาท ลดลง 110.1 ล้านบาท หรือ 64.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 28.3 ล้านบาท หรือ 31.9% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการขายที่ชะลอตัว อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นจากกิจกรรมทางการตลาดและการส่งเสริมการขาย โดยเฉพาะต้นทุนคงที่ที่ยังดำเนินตามปกติ

 

ส่วนกำไรสุทธิจากการดำเนินงานในธุรกิจหลักอยู่ที่ 64.1 ล้านบาท ลดลง 111.5 ล้านบาท หรือ 63.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 28.9 ล้านบาท หรือ 31.0% จากไตรมาสก่อนหน้า จากปัจจัยกดดันเดียวกันดังกล่าว

 

ภาพ: ศรีนานาพร Q1/69

The post ศรีนานาพร ไตรมาสแรกปี 69 รายได้-กำไรร่วง จากพิษเศรษฐกิจ-ต้นทุนพุ่ง กดกำลังซื้อผู้บริโภค appeared first on THE STANDARD.

]]>
Café Peltro คาเฟ่เกาหลีเปิดใหม่ที่สุขุมวิท 36 เสิร์ฟกาแฟและขนมผ่านงานคราฟต์ Tableware https://thestandard.co/life/cafe-peltro-korean-craft-tableware/ Wed, 22 Apr 2026 05:24:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1199884 ภาพบรรยากาศภายใน Café Peltro คาเฟ่เกาหลีตกแต่งเรียบง่าย พร้อมเมนูกาแฟ ขนม และงานคราฟต์ Tableware

Café Peltro คาเฟ่ใหม่ในซอยสุขุมวิท 36 ที่ส่งตรงจากความต […]

The post Café Peltro คาเฟ่เกาหลีเปิดใหม่ที่สุขุมวิท 36 เสิร์ฟกาแฟและขนมผ่านงานคราฟต์ Tableware appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศภายใน Café Peltro คาเฟ่เกาหลีตกแต่งเรียบง่าย พร้อมเมนูกาแฟ ขนม และงานคราฟต์ Tableware

Café Peltro คาเฟ่ใหม่ในซอยสุขุมวิท 36 ที่ส่งตรงจากความตั้งใจของเจ้าของชาวเกาหลีแท้ๆ ตัวร้านตกแต่งในบรรยากาศที่เรียบง่ายแต่แฝงด้วยดีเทลสไตล์เกาหลีทุกอณู เดิมทีที่นี่คือ Peltro Studio แบรนด์ร้าน Tableware ดีไซน์ลูกคุณหนูที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอิตาลี แต่ความพิเศษคือทุกชิ้นเป็นงาน Handmade โดยช่างฝีมือไทย

 

คาเฟ่นี้จึงไม่ใช่แค่ขายเครื่องดื่ม แต่คือการมอบประสบการณ์ให้ได้ลองใช้งานโปรดักต์จริงผ่านการเสิร์ฟอาหารและขนมโฮมเมด ให้คุณได้สัมผัสพื้นผิวและน้ำหนักของจานชามก่อนจะตัดสินใจช้อปชิ้นที่ถูกใจกลับไปแต่งบ้าน

 

ภาพบรรยากาศภายใน Café Peltro คาเฟ่เกาหลีตกแต่งเรียบง่าย พร้อมเมนูกาแฟ ขนม และงานคราฟต์ Tableware 1ภาพบรรยากาศภายใน Café Peltro คาเฟ่เกาหลีตกแต่งเรียบง่าย พร้อมเมนูกาแฟ ขนม และงานคราฟต์ Tableware 2ภาพบรรยากาศภายใน Café Peltro คาเฟ่เกาหลีตกแต่งเรียบง่าย พร้อมเมนูกาแฟ ขนม และงานคราฟต์ Tableware 3

 

The Vibe

 

ตัวร้านมีหลากหลายโซน ซึ่งแบ่งเป็น 2 ชั้นที่ให้อารมณ์ต่างกันแต่เชื่อมโยงกันด้วยงานดีไซน์ เริ่มที่ชั้นล่าง จะเป็นพื้นที่คาเฟ่โทนสีเขียวมะกอก ตัดกับเฟอร์นิเจอร์ไม้และโซฟานุ่มๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่น แสงธรรมชาติที่สาดส่องเข้ามาผ่านกระจกหน้าร้านคือจุดไฮไลต์

 

ถัดขึ้นมาชั้นบน เป็นส่วนของโชว์รูมที่จัดแสดงถ้วย จาน ชาม และของตกแต่งบ้านไว้อย่างมีสไตล์ แม้ที่นั่งด้านบนจะมีเพียงโต๊ะเดียว แต่การได้เดินชมงานคราฟต์ที่จัดวางคู่กับเฟอร์นิเจอร์เท่ๆ ก็ช่วยสร้างจินตนาการในการแต่งบ้านได้ดีเยี่ยมเช่นกัน

 

ภาพบรรยากาศภายใน Café Peltro คาเฟ่เกาหลีตกแต่งเรียบง่าย พร้อมเมนูกาแฟ ขนม และงานคราฟต์ Tableware 4ภาพบรรยากาศภายใน Café Peltro คาเฟ่เกาหลีตกแต่งเรียบง่าย พร้อมเมนูกาแฟ ขนม และงานคราฟต์ Tableware 5

 

The Taste

 

เมนูเครื่องดื่มและขนมของที่นี่เป็นโฮมเมดซะส่วนใหญ่ แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่ความสวยงามของหน้าตาเพียงอย่างเดียว รสชาติยังทำได้ถูกปากคนไทยแน่นอน

 

ภาพบรรยากาศภายใน Café Peltro คาเฟ่เกาหลีตกแต่งเรียบง่าย พร้อมเมนูกาแฟ ขนม และงานคราฟต์ Tableware 6

 

แก้วแรก เราสั่ง Matcha Latte (150 บาท) ทางร้านเลือกใช้ผงมัทฉะแบรนด์ mini ให้รสสัมผัสนุ่มนวล ออกโทนสาหร่ายและมีความอูมามิชัดเจน ไม่ขมโดด ดื่มแล้วสดชื่น

 

ใครไม่ดื่มมัทฉะ ร้านยังมีเครื่องดื่มอื่นๆ ตั้งแต่ Latte (130 บาท) ไปจนถึงเมนู Signature อย่าง Peanut Butter Latte (150 บาท) และ Yuzu Coffee (150 บาท) ที่ผสมผสานความเข้มของกาแฟเข้ากับลูกเล่นใหม่ๆ ได้อย่างน่าสนใจ

 

ภาพบรรยากาศภายใน Café Peltro คาเฟ่เกาหลีตกแต่งเรียบง่าย พร้อมเมนูกาแฟ ขนม และงานคราฟต์ Tableware 7

 

ส่วนขนมทานเล่น เจ้าของร้านยังแนะนำ Chocolate Brownie บราวนี่เนื้อฟัดจ์เหนียวนุ่มหนึบ รสเข้มข้นขมปลาย ตกแต่งด้วยครีมสูตรทางร้านที่หวานนิดๆ ช่วยตัดรสกันได้อย่างลงตัว Banana Cake เค้กกล้วยหอมเนื้อนุ่มเบา ตกแต่งจานสวยสไตล์ลูกคุณ รสชาติหวานกำลังดี Lemon Cake & Macaron สำหรับสายสดชื่นต้องลองเมนูเลมอนที่เปรี้ยวหวานสดชื่น ชิ้นใหญ่สะใจ

 

ภาพบรรยากาศภายใน Café Peltro คาเฟ่เกาหลีตกแต่งเรียบง่าย พร้อมเมนูกาแฟ ขนม และงานคราฟต์ Tableware 8ภาพบรรยากาศภายใน Café Peltro คาเฟ่เกาหลีตกแต่งเรียบง่าย พร้อมเมนูกาแฟ ขนม และงานคราฟต์ Tableware 9

 

Good for

 

ชาวสุขุมวิท ที่มองหาที่คาเฟ่หรือที่พักผ่อนใหม่ๆ หรือ สายคาเฟ่ฮอปปิ้งที่หลงรักมู้ดเกาหลี รวมถึงคนที่ชื่นชอบงานดีไซน์และของแต่งบ้าน ที่นี่ตอบโจทย์ทั้งการมานั่งทำงานเบาๆ การมาถ่ายรูปชิคๆ หรือแม้แต่การมาเสาะหา Tableware ชิ้นใหม่ไปประดับโต๊ะอาหาร รับรองว่าคุณจะได้ความประทับใจกลับไปแน่นอน

 

Café Peltro & Studio

 

Address: ซอยนภาศัพท์ แยก 2, สุขุมวิท 36 (ตรงข้าม Trinity International School)

Open: ร้านเปิดให้บริการทุกวัน

  • จันทร์-ศุกร์ เวลา 07.30-16.30 น.
  • เสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-17.00 น.

Contact: Cafe Peltro 

Parking: มีที่จอดรถที่ Pacific Apartment

Budget: ราคา 110-400 บาท

Map: https://maps.app.goo.gl/DuB7QHBRkwdH72qx7

 

The post Café Peltro คาเฟ่เกาหลีเปิดใหม่ที่สุขุมวิท 36 เสิร์ฟกาแฟและขนมผ่านงานคราฟต์ Tableware appeared first on THE STANDARD.

]]>
KiKi coffee สโลว์บาร์ลับแถวอนุสาวรีย์ชัยฯ เสิร์ฟไวบ์โลคัล และกาแฟโมก้าพอท https://thestandard.co/life/kiki-coffee-slow-bar-victory-monument/ Tue, 31 Mar 2026 03:19:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1193013 บรรยากาศร้าน KiKi coffee สโลว์บาร์ย่าน อนุสาวรีย์ชัยฯ ที่ตกแต่งด้วยงานศิลปะและเสิร์ฟกาแฟโมก้าพอท

ในย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ ที่รถราผ่านไปเยอะตลอดเวลา แต่มีคาเ […]

The post KiKi coffee สโลว์บาร์ลับแถวอนุสาวรีย์ชัยฯ เสิร์ฟไวบ์โลคัล และกาแฟโมก้าพอท appeared first on THE STANDARD.

]]>
บรรยากาศร้าน KiKi coffee สโลว์บาร์ย่าน อนุสาวรีย์ชัยฯ ที่ตกแต่งด้วยงานศิลปะและเสิร์ฟกาแฟโมก้าพอท

ในย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ ที่รถราผ่านไปเยอะตลอดเวลา แต่มีคาเฟ่หนึ่ง KiKi coffee (กิกิ คอฟฟี่) ซ่อนตัวอยู่ด้วยบรรยากาศที่ชวนให้นึกถึงคาเฟ่ในตรอกเล็กๆ ของญี่ปุ่นหรือเชียงใหม่ ร้านดีไซน์แบบเปิดโล่งรับลมธรรมชาติให้ความรู้สึกกึ่งโรงรถกึ่งสตูดิโอศิลปะ ผสมผสานโครงสร้างอาคารเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ไม้และเก้าอี้แคมป์ปิ้งได้อย่างลงตัว

 

ทุกมุมของร้านถูกเติมเต็มด้วยดีเทลกระจุกกระจิก ทั้งงานสถาปัตยกรรม โปสการ์ด และโพสต์อิทที่บอกเล่าเรื่องราว ทำให้กลายเป็นสเปซเล็กๆ ที่มีชีวิตชีวาและเป็นมิตรกับทุกคนที่เข้ามา ไฮไลต์ที่สายคอนเทนต์ต้องชอบคือกล้องโพลารอยด์ที่เปิดให้กดถ่ายได้ในราคาเพียง 60 บาท เก็บเป็นที่ระลึกกลับบ้านได้

 

บรรยากาศร้าน KiKi coffee สโลว์บาร์ย่าน อนุสาวรีย์ชัยฯ ที่ตกแต่งด้วยงานศิลปะและเสิร์ฟกาแฟโมก้าพอท 1บรรยากาศร้าน KiKi coffee สโลว์บาร์ย่าน อนุสาวรีย์ชัยฯ ที่ตกแต่งด้วยงานศิลปะและเสิร์ฟกาแฟโมก้าพอท 2บรรยากาศร้าน KiKi coffee สโลว์บาร์ย่าน อนุสาวรีย์ชัยฯ ที่ตกแต่งด้วยงานศิลปะและเสิร์ฟกาแฟโมก้าพอท 3

 

The Vibe

 

แม้จะไม่มีเครื่องปรับอากาศ แต่การออกแบบที่เน้นความโปร่งและแสงธรรมชาติทำให้ KiKi เป็นที่หลบร้อนทางใจได้ดีเยี่ยม ไวบ์ของร้านมีความเป็น ‘Local Life & Experience’ ตามนิยามของเจ้าของร้าน เหมาะสำหรับการมานั่งชิลๆ ดูรถผ่านไปมา หรือจะชวนชาวแก๊งแวะมาเช็คอินก็เข้าท่า เพราะที่นี่ให้มู้ดที่คูลแต่ยังคงความอบอุ่นแบบบ้านเพื่อนไว้ครบถ้วน

 

บรรยากาศร้าน KiKi coffee สโลว์บาร์ย่าน อนุสาวรีย์ชัยฯ ที่ตกแต่งด้วยงานศิลปะและเสิร์ฟกาแฟโมก้าพอท 4บรรยากาศร้าน KiKi coffee สโลว์บาร์ย่าน อนุสาวรีย์ชัยฯ ที่ตกแต่งด้วยงานศิลปะและเสิร์ฟกาแฟโมก้าพอท 5

 

The Taste

 

เมนูที่นี่มีความสโลว์บาร์ เพราะทางร้านชงกาแฟด้วยโมก้าพอททั้งหมดและสามารถเลือกระดับการคั่วได้ตามชอบเลย แถมมีเมล็ดพิเศษให้เลือกอีกหลายตัวด้วย นอกจากกาแฟแล้ว ร้านก็ยังมีเครื่องดื่ม Non-coffee และ Matcha ให้เลือกตามชอบ ที่ราคาเริ่มต้น 50 บาท

 

บรรยากาศร้าน KiKi coffee สโลว์บาร์ย่าน อนุสาวรีย์ชัยฯ ที่ตกแต่งด้วยงานศิลปะและเสิร์ฟกาแฟโมก้าพอท 6

 

Ice Latte (90 บาท) เราได้ลองเมล็ด Rum Rum Cold Brew ให้กลิ่นและรสที่ซับซ้อน แต่ยังคงความนุ่มนวลไว้ เป็นแก้วที่ดื่มได้เพลินดีทีเดียว

 

เมนูยอดฮิตช่วงนี้คงหนีไม้พ้น Coconut Matcha (90 บาท) นำมัทฉะรสเข้มข้นมาผสมผสานกับความหอมหวานตามธรรมชาติของน้ำมะพร้าว เป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับวันที่อยากได้ความสดชื่น

 

บรรยากาศร้าน KiKi coffee สโลว์บาร์ย่าน อนุสาวรีย์ชัยฯ ที่ตกแต่งด้วยงานศิลปะและเสิร์ฟกาแฟโมก้าพอท 7บรรยากาศร้าน KiKi coffee สโลว์บาร์ย่าน อนุสาวรีย์ชัยฯ ที่ตกแต่งด้วยงานศิลปะและเสิร์ฟกาแฟโมก้าพอท 8

 

ส่วนใครที่มองหาของว่างมาทานคู่กับเครื่องดื่ม ส่วนขนมที่นี่ก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ก็มี Cookie (50 บาท) หลากหลายรสชาติให้เลือกสรร หรือจะลอง Bread Butter Toast (60 บาท) ขนมปังปิ้งที่เลือกท็อปปิ้งได้ตามชอบ อย่างเราเลือกเมนูเนยถั่วที่ให้ความหอมมัน เข้ากันได้ดีกับกาแฟรสเข้มข้นจากโมก้าพอท

 

บรรยากาศร้าน KiKi coffee สโลว์บาร์ย่าน อนุสาวรีย์ชัยฯ ที่ตกแต่งด้วยงานศิลปะและเสิร์ฟกาแฟโมก้าพอท 9บรรยากาศร้าน KiKi coffee สโลว์บาร์ย่าน อนุสาวรีย์ชัยฯ ที่ตกแต่งด้วยงานศิลปะและเสิร์ฟกาแฟโมก้าพอท 10บรรยากาศร้าน KiKi coffee สโลว์บาร์ย่าน อนุสาวรีย์ชัยฯ ที่ตกแต่งด้วยงานศิลปะและเสิร์ฟกาแฟโมก้าพอท 11

 

Good for

 

คนที่อยากหนีความวุ่นวายมานั่งชิล ดื่มกาแฟรสชาติดีในราคาประหยัด รวมถึงคาเฟ่ฮอปปิ้งที่โหยหาความโลคัลแบบไม่ปรุงแต่ง ร้านนี้ถือเป็นคาเฟ่ลับที่คุณควรมา และเราไม่อยากให้คาเฟ่ลับอีกต่อไป เพราะทุกอย่างถูกคิดมาเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับคนรักกาแฟจริงๆ

 

KiKi coffee (กิกิ คอฟฟี่)

 

Address: ซอยเลิศปัญญา ถ.ราชวิถี (ใกล้อนุสาวรีย์ชัยฯ)

Open: เปิดทุกวัน เวลา 08.30-18.30 น.

Contact: KiKi coffee 

Budget: ราคา 50-300 บาท

Map: https://maps.app.goo.gl/touBbFp6YrjQm3AW8

 

The post KiKi coffee สโลว์บาร์ลับแถวอนุสาวรีย์ชัยฯ เสิร์ฟไวบ์โลคัล และกาแฟโมก้าพอท appeared first on THE STANDARD.

]]>
พีช-พชร โดดชิงเค้กตลาดขนมหมื่นล้านด้วยแบรนด์ MAW อุดช่องโหว่ระหว่างของกินเล่นกลุ่มแมสและนำเข้า หวังโกยยอดขายปีแรก 70 ล้านบาท https://thestandard.co/peach-pachara-maw-snack-market/ Thu, 12 Mar 2026 10:26:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1186882 พีช-พชร จิราธิวัฒน์ แถลงข่าวเปิดตัวแบรนด์ขนม MAW (มาว) ข้าวเกรียบกุ้งพรีเมียม

พีช–พชร จิราธิวัฒน์ ประกาศเปิดตัวธุรกิจใหม่ในตลาดขนมพรี […]

The post พีช-พชร โดดชิงเค้กตลาดขนมหมื่นล้านด้วยแบรนด์ MAW อุดช่องโหว่ระหว่างของกินเล่นกลุ่มแมสและนำเข้า หวังโกยยอดขายปีแรก 70 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
พีช-พชร จิราธิวัฒน์ แถลงข่าวเปิดตัวแบรนด์ขนม MAW (มาว) ข้าวเกรียบกุ้งพรีเมียม

พีช–พชร จิราธิวัฒน์ ประกาศเปิดตัวธุรกิจใหม่ในตลาดขนมพรีเมียมภายใต้ชื่อ ‘MAW (มาว)’ โดยเลือกเข้ามาเล่นในเซ็กเมนต์ที่มองว่ายังมีช่องว่างสำคัญระหว่างขนมแมสและขนมนำเข้าระดับพรีเมียม

 

ผู้ก่อตั้งและเจ้าของแบรนด์ MAW (มาว) มองว่า ตลาดขนมพรีเมียมในไทยที่ผ่านมา ถูกขับเคลื่อนโดยแบรนด์นำเข้าที่มีต้นทุนสูงจากภาษีและโลจิสติกส์ จนราคาขายไม่เอื้อต่อการบริโภคในชีวิตประจำวัน ขณะที่ขนมในกลุ่มแมสแม้เข้าถึงง่าย แต่ยังขาดทั้งรสชาติที่แปลกใหม่และความพรีเมียมสไตล์ต่างประเทศ รวมถึงประสบการณ์ที่ออกแบบมาให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่อย่างแท้จริง

 

“MAW (มาว) จึงถูกออกแบบมาเพื่อเติมช่องว่างระหว่างสองฝั่งนี้ ด้วยขนมที่ให้ประสบการณ์แบบพรีเมียม แต่ยังเข้าถึงได้จริงในราคาที่จับต้องได้ และสามารถกินได้บ่อยในชีวิตประจำวัน” พีช-พชร กล่าว

 

อินไซต์ดังกล่าวยังสอดคล้องกับข้อมูลจาก Megatrend Report ที่ระบุว่า 67% ของผู้บริโภคไทยชอบทดลองอาหารหรือขนมพรีเมียมใหม่ๆ เพราะมองว่าสินค้าเหล่านี้ช่วยสะท้อนตัวตนและยกระดับไลฟ์สไตล์ ขณะเดียวกันผู้บริโภคยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารงบประมาณ และเลือกใช้จ่ายกับสินค้ากลุ่ม Affordable Indulgence หรือสินค้าที่ให้คุณภาพและประสบการณ์แบบพรีเมียม แต่มาในราคาที่สมเหตุสมผลและเข้าถึงได้ในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง

 

เมื่อรวมกับตลาดขนมขบเคี้ยวไทยยังคงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพการเติบโตสูง จากรายงาน Savoury Snacks in Thailand โดย Euromonitor ระบุว่า มูลค่าตลาดมีแนวโน้มเพิ่มจาก 55,322 ล้านบาทในปี 2025 เป็น 67,977 ล้านบาทในปี 2030 กลายเป็นช่องวางที่พีช-พชร อยากเข้ามาแบ่งเค้กก้อนนี้ไปด้วย

 

MAW (มาว) เลือกเปิดตัวโปรดักต์แรกด้วยข้าวเกรียบกุ้งพรีเมียม (Premium Prawn Cracker) มีให้เลือก 3 รสชาติ วางจำหน่ายใน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 50 กรัม ในราคา 69 บาท และขนาด 120 กรัม ในราคา 145 บาท

 

เพื่อเลี่ยงเกมราคา MAW (มาว) จึงโฟกัสไปที่กลุ่มเป้าหมายหลักคือ Urban Tastemaker อายุ 25-35 ปี คนเมืองที่มีรสนิยม เปิดรับเทรนด์ใหม่ และมองขนมเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่แค่ของกินเล่น และด้วยเหตุนี้แบรนด์จึงเลือกเริ่มต้นจาก Niche Market แทนการลงสนามแมสตั้งแต่แรก และเปิดตัวผ่าน Exclusive Partnership กับ TOPS จำนวน 724 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งมีฐานลูกค้าที่สอดคล้องกับ Positioning ของแบรนด์อย่างชัดเจน

 

ในปีแรก MAW (มาว) ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 55-71 ล้านบาท หรือประมาณ 0.1–0.13% ของมูลค่าตลาด เนื่องจากแบรนด์เลือกเริ่มต้นจากการทำตลาดในกลุ่ม Niche Market เพื่อทดสอบตลาดและสร้างฐานผู้บริโภคที่ชัดเจน ก่อนขยายสู่เซ็กเมนต์ที่กว้างขึ้นในระยะถัดไป

 

โดยให้ความสำคัญกับช่องทางการขายออฟไลน์เป็นหลักราว 70% พร้อมวางแผนขยายสู่ช่องทางออนไลน์ในลำดับถัดไป และในระยะ 3-5 ปี ยังวางแผนต่อยอดสินค้าใหม่ๆ และขยายสู่ตลาดต่างประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นตลาดขนมขนาดใหญ่ ที่มีมูลค่ากว่า 2.6 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ และยังมีพฤติกรรมการบริโภคที่ใกล้เคียงกับคนไทย

 

ประกอบกับการที่แบรนด์มี Co-founder ชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านพันธมิตรและความเข้าใจตลาดในระดับพื้นที่ ทำให้ฟิลิปปินส์ถูกวางเป็น Destination แรกในการขยายธุรกิจในต่างประเทศ

The post พีช-พชร โดดชิงเค้กตลาดขนมหมื่นล้านด้วยแบรนด์ MAW อุดช่องโหว่ระหว่างของกินเล่นกลุ่มแมสและนำเข้า หวังโกยยอดขายปีแรก 70 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
แลนดิ้งที่ไทยแล้ว! ‘SNOWS’ ขนมตัวดังจากฮอกไกโด เฉพาะหนาวนี้เท่านั้น https://thestandard.co/life/snows/ Thu, 04 Dec 2025 12:48:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1151512 แลนดิ้งที่ ไทยแล้ว ‘SNOWS’ ขนมตัวดังจากฮอกไกโด เฉพาะหนาวนี้เท่านั้น

เหมือนยกฮอกไกโดมาไว้ที่ไทย! กับ ‘SNOWS’ แบรนด์ขนมญี่ปุ่ […]

The post แลนดิ้งที่ไทยแล้ว! ‘SNOWS’ ขนมตัวดังจากฮอกไกโด เฉพาะหนาวนี้เท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
แลนดิ้งที่ ไทยแล้ว ‘SNOWS’ ขนมตัวดังจากฮอกไกโด เฉพาะหนาวนี้เท่านั้น

เหมือนยกฮอกไกโดมาไว้ที่ไทย! กับ ‘SNOWS’ แบรนด์ขนมญี่ปุ่นสุดฮิตที่หลายคนรอคอย บินลัดฟ้ามาเสิร์ฟความอร่อยตลอดฤดูหนาวแล้ววันนี้! ที่สยามพารากอน

 

แลนดิ้งที่ ไทยแล้ว ‘SNOWS’ ขนมตัวดังจากฮอกไกโด เฉพาะหนาวนี้เท่านั้น 1แลนดิ้งที่ ไทยแล้ว ‘SNOWS’ ขนมตัวดังจากฮอกไกโด เฉพาะหนาวนี้เท่านั้น 2แลนดิ้งที่ ไทยแล้ว ‘SNOWS’ ขนมตัวดังจากฮอกไกโด เฉพาะหนาวนี้เท่านั้น 3แลนดิ้งที่ ไทยแล้ว ‘SNOWS’ ขนมตัวดังจากฮอกไกโด เฉพาะหนาวนี้เท่านั้น 4

 

สำหรับเมนูขนมที่เราอยากแนะนำให้ลองเลยคือ ‘SNOWSAND WHITE&BLACK (595 บาท)’ คุกกี้แป้งบางกรอบที่สอดไส้ช็อกโกแลตและครีมนม, ‘MORI NO KI (495 บาท)’ แท่งช็อกโกแลตเข้มข้นรูปทรงต้นไม้ให้สัมผัสกรุบกรอบข้างใน เคี้ยวเพลินมาก

 

และ ‘SNOWBALL (595 บาท)’ ช็อกโกแลตรูปทรงแบบทรัฟเฟิลสอดไส้ครีมนมโรยด้วยผงช็อกโกแลตเข้มข้น กัดเข้าไปแล้วนุ่มละลายหอมนมสุดๆ ใครที่เป็นสายของหวานต้องถูกใจเมนูนี้แน่นอน และทุกเมนูเราแนะนำให้กินตอนที่กำลังเย็นๆ บอกเลยว่าฟินมาก

 

แลนดิ้งที่ ไทยแล้ว ‘SNOWS’ ขนมตัวดังจากฮอกไกโด เฉพาะหนาวนี้เท่านั้น 5แลนดิ้งที่ ไทยแล้ว ‘SNOWS’ ขนมตัวดังจากฮอกไกโด เฉพาะหนาวนี้เท่านั้น 6แลนดิ้งที่ ไทยแล้ว ‘SNOWS’ ขนมตัวดังจากฮอกไกโด เฉพาะหนาวนี้เท่านั้น 7

 

ช่วงนี้หากใครกำลังมองหาของฝากสำหรับเทศกาลสำคัญ ไม่ว่าจะนำไปฝากญาติผู้ใหญ่ เพื่อน ครอบครัว หรือคนพิเศษก็เหมาะมากๆ

 

SNOWS เปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. ร้านอยู่ชั้น G ศูนย์การค้าสยามพารากอน (บริเวณใกล้ร้าน KHAO-SO-i) แล้วเร็วๆ นี้กำลังจะมีสาขาเพิ่มที่ CentralwOrld (ชั้น 7) 13 ธ.ค. 2025 – 18 ม.ค. 2026 และ EmSphere กับ EmQuartier ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ 2026 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SNOWS Thailand

The post แลนดิ้งที่ไทยแล้ว! ‘SNOWS’ ขนมตัวดังจากฮอกไกโด เฉพาะหนาวนี้เท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
21 Mooncakes 2025 รวมขนมไหว้พระจันทร์น่าซื้อ จากโรงแรมและร้านดังทั่วไทย https://thestandard.co/life/21-mooncakes-2025/ Fri, 12 Sep 2025 10:00:50 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1118587 ขนมไหว้พระจันทร์ 2025

เทศกาลไหว้พระจันทร์ปี 2025 กำลังกลับมาอีกครั้ง พร้อมบรร […]

The post 21 Mooncakes 2025 รวมขนมไหว้พระจันทร์น่าซื้อ จากโรงแรมและร้านดังทั่วไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ขนมไหว้พระจันทร์ 2025

เทศกาลไหว้พระจันทร์ปี 2025 กำลังกลับมาอีกครั้ง พร้อมบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและการเฉลิมฉลองใต้แสงจันทร์เต็มดวง และสิ่งที่ทุกคนเฝ้ารอคงหนีไม่พ้น ‘ขนมไหว้พระจันทร์’ หรือ ‘Mooncake’ ขนมทรงกลมที่ไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์และความผูกพันในครอบครัว แต่ยังเป็นพื้นที่ให้เชฟและแบรนด์ต่าง ๆ ได้โชว์ความคิดสร้างสรรค์ในแต่ละปี

 

จากสูตรดั้งเดิมที่คุ้นเคย สู่รสชาติและรูปแบบที่ร่วมสมัย Mooncake ในวันนี้คือการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นไส้ใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้น วัตถุดิบที่พรีเมียม ไปจนถึงแพ็กเกจจิ้งที่สวยงามราวกับงานศิลป์ ปีนี้โรงแรมและแบรนด์ชื่อดังต่างก็แข่งขันกันนำเสนอ Mooncake ที่ไม่เหมือนใคร และนี่คือคอลเล็กชันที่เราคัดสรรมาสำหรับเทศกาลพิเศษในปีนี้

 


 

 

InterContinental Bangkok

 

ห้องอาหาร Summer Palace โรงแรมอินเตอร์คอนดิเนนตัล กรุงเทพฯ ปีนี้นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์สูตรต้นตำรับโดยเชฟชาวฮ่องกง มีทั้งสิ้น 6 รสชาติ ได้แก่ ไส้คัสตาร์ด ไส้ชาหอมหมื่นลี้เม็ดบัวไข่เค็ม ไส้เม็ดบัวไข่เค็ม (สูตรหวานน้อย) ไส้ทุเรียนไข่เค็ม ไส้ชาเอิร์ลเกรย์กับถั่วแมคาเดเมียและผิวส้ม และไส้ชาผู่เอ๋อร์ ทั้งหมดบรรจุและจัดเรียงอย่างสวยงามในกล่องสีชมพูตัดกับฟ้าอมเขียว ประดับลายฉลุอันงดงาม เหมาะกับปีนักษัตรมะเส็ง สามารถเลือกได้ 2 ขนาด ได้แก่ 6 ชิ้น ราคา 988 บาท และ 8 ชิ้น 1,288 บาท

 

When: ตั้งแต่วันนี้ ถึง 6 ตุลาคม 2568

Budget: เริ่มต้น 988 บาท

Contact: https://www.facebook.com/InterContinentalBangkok 

 


 

 

Four Seasons Hotel Bangkok

 

ขนมไหว้พระจันทร์แฮนด์เมดสุดประณีตโดยเชฟทอมมี่ เฉิง เอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟอาหารจีนของหยู้ ทิง หย้วน ที่ในปีนี้รังสรรค์ขนมไหว้พระจันทร์รสใหม่อย่างรสกุหลาบ สร้างสรรค์ขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากกลิ่นดอกไม้โปรดของคุณแม่ ถ่ายทอดออกมาเป็นรสชาติที่ร่วมสมัย มีกลิ่นหอมอ่อนๆ จากดอกกุหลาบ และอบอวลไปด้วยความรู้สึกอบอุ่น

 

ชุดขนมไหว้พระจันทร์ปีนี้มีทั้งหมด 5 รสชาติ ได้แก่ ไส้เมล็ดบัวไข่เค็ม, ไส้ทุเรียนไข่เค็ม, ไส้คัสตาร์ดไข่เค็ม, ไส้มะม่วงและเมล็ดสน และไส้กุหลาบ บรรจุในกล่องของขวัญสีแดงสดประดับลวดลายพระจันทร์สีทอง พร้อมภาพเงาของเทพฉางเอ๋อ และลายเส้นอันวิจิตรที่สะท้อนเอกลักษณ์ของห้องอาหารหยู้ ทิง หย้วน

 

When: สั่งจองล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ เริ่มรับขนมตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2568 

Budget: Fan Favourite Mooncake Box กล่องละ 1,588 บาท และ Premium Mooncake Box กล่องละ 2,588 บาท

Contact:  FSBangkokAtHome.com หรือ https://www.facebook.com/FourSeasonsHotelBangkok 

 


 

 

Blue by Alain Ducasse

 

ร้านอาหารฝรั่งเศส รวมสมัยดีกรีหนึ่งดาวมิชลิน 5 ปีซ้อน Blue by Alain Ducasse ต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ ด้วยคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ลิมิเต็ด-อิดิชัน ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างประณีตโดยเชฟคริสตอฟ กรีโล Executive Pastry Chef and artisan baker ที่ผสานความประณีตแบบฝรั่งเศสเข้ากับประเพณีเอเชีย ขนมไหว้พระจันทร์สุดพิเศษมีทั้งหมด 4 รสชาติ ได้แก่ Confit d’Aurore หอมหวานกลมกล่อมด้วยไส้ส้มเชื่อม สดชื่นดั่งอรุณรุ่ง, Forêt de Jade ไส้ใบเตย มะพร้าว และแปะก๊วย, Cœur de Lotus ไส้เม็ดบัว คลาสสิกเนียนนุ่ม และ Trinité Noire ไส้คัสตาร์ดช็อกโกแลตวานิลลา หอมหวาน เข้มข้น 

 

หนึ่งกล่องประกอบด้วยขนมไหว้พระจันทร์ทั้งหมด 4 ชิ้น 4 รสชาติ บรรจุมาในกล่องสไตล์เรียบหรู ราคากล่องละ 1,288 บาท

 

When: ตั้งแต่วันนี้จนถึง 6 ตุลาคม 2568

Budget: 1,288 บาท ต่อกล่อง

Contact: https://www.facebook.com/bluebyalainducasse 

 


 

 

The Peninsula Bangkok

 

สำหรับเทศกาลขนมไหว้พระจันทร์ปีนี้ The Peninsula Bangkok เปิดตัวขนมไหว้พระจันทร์ ‘Moonlit Masquerade’ ที่ออกแบบโดยศิลปินชื่อดัง ‘ปอม ชาน’ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากตำนานและสัญลักษณ์ของดวงจันทร์ในหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นกระต่ายหยก จิ้งจอกคิทสึเนะ นกฮูกแห่งอธีนา หมาป่าแห่งนอร์ส คางคกจันทรา และเสือผู้พิทักษ์ โดยในหนึ่งกล่องจะมีขนมไหว้พระจันทร์ไส้คัสตาร์ดไข่แดงสูตรดั้งเดิมของเพนนินซูลา และยังมีไฮไลต์เป็นรสชาติใหม่ ชาอู่หลงหอมหมื่นลี้ เมล็ดบัว และทุเรียน 

 

สำหรับขนมไหว้พระจันทร์เริ่มต้นชิ้นละ 298 บาทสำหรับ 1 ชิ้น และ 1 กล่อง 8 ชิ้น 1,288 บาท ส่วนใครที่อยากได้เซต ‘Moonlit Masquerade’ รุ่นสะสม มีจำนวนจำกัดเพียง 150 ชุด ภายในประกอบด้วยขนมไหว้พระจันทร์ 8 ชิ้น และชุดน้ำชาพอร์ซเลนลายพิเศษ ผลิตด้วยมือทุกชิ้น วางจำหน่ายในราคาชุดละ 6,888 บาท

 

When: ตั้งแต่วันนี้จนถึง 6 ตุลาคม 2568

Budget: เริ่มต้น 298 บาท

Contact: www.facebook.com/ThePeninsulaBangkok 

 


 

 

Centara Grand at CentralWorld

 

Mill&Co. และโรงแรมในเครือเซ็นทารา เปิดตัวขนมไหว้พระจันทร์ที่คัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน รังสรรค์ออกมาเป็นขนมไหว้พระจันทร์สูตรดั้งเดิม แป้งบางนุ่ม ไส้เนียน สอดไส้ไข่แดงลูกโตถึง 6 รสชาติ ได้แก่ ไส้ทุเรียนหมอนทองไข่แดงเค็ม, ไส้เม็ดบัวไข่แดงเค็ม, ไส้โหงวยิ้งไข่แดงเค็ม, ไส้พุทราจีนไข่แดงเค็ม, ไส้มัทฉะไข่แดงเค็ม และไส้กาแฟ แมคคาดาเมีย มาพร้อมกับกล่องบรรจุภัณฑ์สุดพรีเมียม

 

สำหรับกล่อง ‘Luxurious Moon’ ลวดลายดอกไม้สีทองและแดงตัดกันมาพร้อมขนมไหว้พระจันทร์ 4 ชิ้น วางจำหน่ายในราคาชุดละ 1,388 บาท หรือจะเลือกเป็นกล่อง ‘Little Gold Moon Box’ 1 ชิ้นในราคา 138 บาท

 

When: ตั้งแต่วันนี้ถึง 6 ตุลาคม 2568

Budget:  1 ชิ้น ราคา 138 บาท และเซ็ต 4 ชิ้น ราคา 1,388 บาท

Contact: https://www.facebook.com/centara.cgcw 

 


 

 

Royal Ocha

 

รอยัล โอชา นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟเอาใจมัทฉะเลิฟเวอร์ คัดสรรมัทฉะเข้มข้นคุณภาพเยี่ยมจากญี่ปุ่นผสมผสานกับความหอมมันจากพิสตาชิโอ ออกมาเป็นไส้มัทฉะพิสตาชิโอ รสชาติซิกเนเจอร์รสใหม่ ร่วมกับไส้คัสตาร์ด ไส้เม็ดบัวเม็ดแตงโม และไส้ทุเรียนไข่เค็ม

 

นอกจากนี้ ยังมีไส้พิเศษสำหรับสายวีแกนถึง 2 รสชาติ ได้แก่ ไส้หมูฝอยน้ำพริกมะขามไข่เค็ม ที่ทำจากน้ำพริกมะขามสูตรพิเศษของทางร้าน และไส้สาหร่ายงา เมนูแพลนต์เบส 100% เอาใจสายสุขภาพ

 

When: ตั้งแต่วันนี้ (สำหรับไส้พิเศษสั่งจองล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน)

Budget: Mooncake Classic กล่องละ 988 บาท และ Mooncake Premium กล่องละ 2,388 บาท

Contact: Line Official: @royalosha หรือ https://www.facebook.com/royaloshabkk 

 


 

 

Dusit Thani Bangkok

 

โรงแรมและรีสอร์ทในเครือดุสิต เปิดตัวขนมไหว้พระจันทร์ในธีม Heritage Bloom Collection ชุดของขวัญสุดประณีตที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะ วัฒนธรรม และความสง่างามเหนือกาลเวลา รังสรรค์ออกมาอย่างพิถีพิถันโดยทีมเชฟผู้เชี่ยวชาญ นำเสนอ 6 รสชาติ ได้แก่ ทุเรียน, โหงวยิ้ง, เม็ดบัว, คัสตาร์ด พร้อมอีก 2 รสชาติใหม่อย่าง ยูสุ และทีรามิสุ บรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบลวดลายเชื่อมโยงวัฒนธรรมไทย-จีนเข้าไว้ด้วยกันอย่างสวยงาม

 

When: ตั้งแต่วันนี้ถึง 6 ตุลาคม 2568

Budget: กล่องละ 989 บาท สมาชิก Dusit Gold รับส่วนลดเพิ่ม 10%

Contact: https://www.facebook.com/dusitthanibangkok 

 


 

 

Kimpton Maa-Lai Bangkok

 

โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ เปิดตัวขนมไหว้พระจันทร์ 5 รสชาติ ได้แก่ ทุเรียนและเมล็ดฟักทองกับไข่แดง, คัสตาร์ด, ชาเขียวมัทฉะและแมคคาเดเมีย, งาดำและเนยถั่วลิสง และไก่หยองและเผือก มาพร้อมกับตัวกล่อง ‘โดมิโน’ บอกเล่าเรื่องราวความเปลี่ยนแปลงผ่านศิลปะ ลวดลายประณีตที่ได้แรงบันดาลใจมาจากปีมะเส็ง มีการผสมผสานฟังก์ชัน ความสวยงาม และเรื่องเล่าเข้าไว้ด้วยกัน เหมาะสำหรับเก็บสะสม เป็นผลงานสร้างสรรค์ร่วมกับสองศิลปินมากฝีมือจาก Artstory by AutisticThai ธุรกิจเพื่อสังคมซึ่งสนับสนุนบุคคลออทิสติก

 

When: วันนี้ถึง 6 ตุลาคม  2568

Budget: กล่องละ 1,800 บาท (สำหรับการสั่งจองล่วงหน้า) 

Contact: https://bit.ly/KimptonMooncake2025PR หรือ https://www.facebook.com/kimptonmaalaibangkok 

 


 

 

Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park

 

ห้องอาหาร Pagoda นำเสนอคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์สุดพิเศษรังสรรค์โดยทีมเชฟผู้เชี่ยวชาญ โดยได้รับแรงบรรดาลใจจากจักรพรรดินี ตกแต่งด้วยลายผ้าและดอกโบตั๋น สะท้อนถึงความประณีตอ่อนช้อย มาพร้อมกับ 6 รสชาติ ได้แก่ ไส้ทุเรียนจันทบุรีกับเม็ดบัวและไข่แดง, ไส้เม็ดบัวกับเมล็ดแตงโมและไข่แดง, ไส้หมูแผ่นปรุงรสและสารพัดถั่ว, ไส้บัวลอยน้ำขิงงาดำและลำไย, ไส้ชาไทยและใบเตย และไส้มัทฉะชาเขียวและคัสตาร์ด

 

ทั้งหมดวางจำหน่ายในราคาชิ้นละ 248 บาท หรือเลือกซื้อเป็นกล่อง 3 ขนาด ได้แก่ กล่อง Duet (2 ชิ้นใหญ่ หรือ 3 ชิ้นเล็ก) ราคา 888 บาท, กล่อง The Treasure (4 ชิ้นใหญ่ หรือ 6 ชิ้นเล็ก) และ The Empress (limited edition, 4 ชิ้นใหญ่ หรือ 6 ชิ้นเล็ก) ราคา 1,688 บาท

 

When: วันนี้จนถึง 6 ตุลาคม 2568

Budget: เริ่มต้นชิ้นละ 248 บาท

Contact: Line Official: @pagoda หรือ https://www.facebook.com/bangkokmarriottmarquis 

 


 

 

Bangkok Marriott Hotel The Surawongse

 

แบ่งปันความสุขกับโรงแรมแบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ร่วมกับ เดอะแกลเลอรี เฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ด้วยหัวใจ ภายใต้แนวคิด ศิลปะจากใจ และ การให้ที่มีคุณค่า มาพร้อมกับผลงานกล่องขนมไหว้พระจันทร์ที่เต็มไปด้วยความความรัก ความคิดสร้างสรรค์ และพลังของชุมชน ออกแบบโดยเยาวชนกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรมจาก 21/3 Studio โดยมีขนมไหว้พระจันทร์ให้เลือกถึง 6 รสชาติ ได้แก่ ทุเรียนหมอนทองไข่เดี่ยว, โหงวยิ้งไข่เดี่ยว, เมล็ดบัวไข่เดี่ยว, ชาเขียวถั่วแดง, ผลไม้และถั่ว และส้มยูสุแมคคาเดเมีย

 

วางจำหน่ายในบรรจุภรรณ์สุดพิเศษในราคา

 

  • Individual Mooncake Box บรรจุขนมไหว้พระจันทร์ 1 ชิ้น ราคา 188 บาท
  • Signature Box บรรจุขนมไหว้พระจันทร์ 6 ชิ้น ราคา 1,288 บาท
  • Collector’s Edition บรรจุขนมไหว้พระจันทร์ 6 ชิ้น พร้อมกระเป๋าผ้า ราคา 1,688 บาท

 

When: ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

Budget: กล่องเดี่ยวราคา 188 บาท

Contact: Line @MarriottSurawongse หรือ https://www.facebook.com/marriottsurawongse 

 


 

 

Chatrium Riversite Bangkok

 

คอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ Silver Waves by Boon ผสมผสานความงดงามแห่งประเพณีเข้ากับความคิดสร้างสรรค์สมัยใหม่ โดยฝีมือการรังสรรค์ของเชฟมิชลินสตาร์ โฮ ชี บูน รังสรรค์ออกมาเป็นขนมไหว้พระจันทร์แบบดั้งเดิม 4 รสชาติ ได้แก่ ถั่วห้าชนิดและแฮมจีน, ถั่วแดงกวน, ฟักเชื่อม และเมล็ดบัวไข่แดงเค็ม และพิเศษ ขนมไหว้พระจันทร์แบบสดอีก 5 รสชาติ ได้แก่ ลิ้นจี่, ทุเรียน, คัสตาร์ด, สตรอว์เบอร์รี่ และฟักเชื่อม 

 

วางจำหน่ายในราคา

 

  • กล่อง 2 ชิ้น (แบบดั้งเดิม) ราคา 588 บาท (ไส้ถั่วห้าชนิดกับแฮมจีน และเมล็ดบัวไข่แดงเค็ม)
  • กล่อง 4 ชิ้น (แบบดั้งเดิม) ราคา 1,088 บาท (รวมครบทุกไส้แบบอบ)
  • กล่อง 5 ชิ้น (แบบสด) ราคา 988 บาท (รวมครบทุกไส้แบบเฟรช)

 

When: พรีออเดอร์ตั้งแต่วันนี้ และรับขนมล็อตแรกได้วันที่ 10 กันยายน 2568

Budget: เริ่มต้นกล่อง 2 ชิ้น ราคา 588 บาท โดยต้องสั่งล่วงหน้า 3 วันสำหรับขนมไหว้พระจันทร์แบบสด และ 1 วันสำหรับขนมไหว้พระจันทร์แบบดั้งเดิม

Contact: www.facebook.com/silverwavesbyboon 

 


 

 

Kyo Roll En

 

เทศเกลไหว้พระจันทร์ปีนี้ Kyo Roll En รวมดารา 3 ดาวมิชลิน สร้างสรรค์ขนมไหว้พระจันทร์ที่ผสมผสานความอร่อยของวัฒนธรรมอาหารไทย – จีน – ญี่ปุ่น – สิงคโปร์ กับ 4 รสชาติพิเศษ ได้แก่ Kaya Toast จากร้าน Euphoria, Sweet Potato-Oolong Tea จากร้าน Born, Orh Nee (Taro) จากร้าน Labyrinth และ Yuzu Lava จากร้าน Kyo Roll En บรรจุในกล่องกระเป๋าหูหิ้วทรงไม้ไผ่ หุ้มผ้าปาเต๊ะ นอกจากนี้ยังมีขนมไหว้พระจันทร์สูตรต้นตำหรับจากกวางตุ้ง บรรจุมาในกล่อง Traditional Cantonese Mooncake ถึง 2 ขนาด กับ 4 รสชาติ ได้แก่ Cookie Crust, Pistachio Lava, Lava Custard และ Durian Lava 

 

When: ตั้งแต่วันนี้จนถึง 12 ตุลาคม 2568

Budget: รวมดารากล่องละ 1,688 บาท, สูตรต้นตำหรับ 4 ชิ้น ราคา 688 และ 8 ชิ้น ราคา 1,388 บาท

Contact: www.kyorollen.com/order 

 


 

 

JW Marriott Bangkok 

 

บอกเล่าเรื่องราวการเวียนมาพบและเริ่มต้นใหม่ ผ่านขนมไหว้พระจันทร์โรงแรม JW Marriott bangkok จากห้องอาหารจีน ‘มาน โฮ’ ด้านหน้ากล่องปรากฏลวดลายอันประณีตของภาพวัฏจักรดวงจันทร์ ส่วนภายในกล่องบรรจุขนมไหว้พระจันทร์ 4 รสชาติ ได้แก่ ไส้ทุเรียนหมอนทองไข่เดี่ยว, ไส้ลูกบัวไข่เดี่ยว, ไส้โหงวยิ้งไข่เดี่ยว, และไส้พุทราจีนไข่เดี่ยว

 

ใครที่กำลังมองหาขนมไหว้พระจันทร์ซื้อฝากครอบครัว เพื่อน คนรัก หรือลูกค้าคนสำคัญ แนะนำเลย!

 

*สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับขนมไหว้พระจันทร์เพิ่มเติมได้ที่ https://anyflip.com/tgnzi/mkul 

 

When: ตั้งแต่วันนี้จนถึง 6 ตุลาคม 2568

Budget: ราคากล่องละ 1,288 บาท (4 ชิ้น)

Contact: www.facebook.com/JWMarriottBkk

 


 

 

Mandarin Oriental Bangkok 

 

ดื่มด่ำกับรสชาติและกลิ่นหอมของขนมไหว้พระจันทร์สุดประณีตจากโรงแรม Mandarin Oriental Bangkok ร่วมกับ PAÑPURI นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์แฮนด์เมด ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก ‘ดอกโบตั๋น’ สัญลักษณ์แห่งความสง่างามและความมั่งคั่ง มีทั้งหมด 4 รสชาติซิกเนเจอร์ ได้แก่ คัสตาร์ด, ลูกบัวจีนกับไข่แดง, ทุเรียนกับไข่แดง, และเพียวมัทฉะลาเต้ ที่มาพร้อมกับกล่องของขวัญสุดพิเศษ (รวม 8 ชิ้น ราคา 1,288 บาท) หรือจับคู่ขนมไหว้พระจันทร์กับชุดเครื่องหอมจากปัญญ์ปุริ กลิ่น Heaven Moon Osmanthus (ราคา 6,888 บาท) 

 

วางจำหน่ายตั้งแต่วันนี้ – 6 ตุลาคม 2568 นอกจากนี้ทางโรงแรมมีบริการปรับแต่งชิ้นขนมไหว้พระจันทร์อย่างพิเศษตามความต้องการ เหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญเพื่อแบ่งปันความโชคดีและความสุขแก่คนที่รัก

 

When: วันนี้ – 6 ตุลาคม 2568

Budget: The Oriental Classic ราคากล่องละ 1,288 บาท / The Oriental Luxury 6,888 บาท 

Contact: www.facebook.com/MandarinOrientalBangkok

 


 

 

Capella Bangkok

 

ขนมไหว้พระจันทร์สุดพิเศษจากโรงแรม Capella Bangkok ที่รังสรรค์จากวัตถุดิบชั้นเลิศ ผสานงานศิลป์และงานฝีมือสุดประณีตได้อย่างลงตัว บรรจุมาในกล่องที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน โดดเด่นด้วยภาพ ‘นกยูงคู่’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความสง่างาม ความมั่งคั่ง และความเป็นสิริมงคล มาพร้อมกับ 3 รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ได้แก่ รสใบเตยไข่แดง, รสเนยเฮเซลนัท, รสทุเรียนหมอนทองไข่เค็ม ซึ่งใน 1 กล่องจะมี 6 ชิ้น

 

When: ตั้งแต่วันนี้จนถึง 6 ตุลาคม 2025

Budget: 1,688 บาท ต่อ 1 กล่อง

Contact: https://www.facebook.com/CapellaBangkok

 


 

 

Courtyard by Marriott Phuket Town

 

เติมเต็มวันแห่งความสุขด้วยขนมไหว้พระจันทร์สุดพิเศษจากโรงแรมคอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ มาในคอลเลกชันใหม่ ‘Silk Lunar Collection’ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีสอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองภูเก็ต

 

ภายในบรรจุขนมไหว้พระจันทร์ 4 รสชาติ ได้แก่ โหงวยิ้งไข่เค็ม, เมล็ดบัวไข่เค็ม, ชาเขียวมัทฉะ, และทุเรียนไข่เค็ม ราคา 1,288 บาทสุทธิ และพิเศษสุด! สำหรับใครที่จองรอบ Early Bird และชำระเงินภายในวันที่ 20 กันยายน 2568 จะได้ขนมไหว้พระจันทร์ในพิเศษ 1,088 บาท

 

และสามารถรับขนมไหว้พระจันทร์ที่ห้องอาหารเย่ว เรสเทอรองท์ แอนด์ บาร์ ได้ตั้งแต่วันนี้ – 10 ตุลาคม 2568 เวลา 11.00 – 18.00 น.

 

When: จองล่วงหน้าตั้งแต่วันนี้ – 20 กันยายน 2568 และรับขนมได้ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม – 10 ตุลาคม 2568 เวลา 11.00 – 18.00 น

Budget: กล่องละ 1,288 บาท (สั่งจองล่วงหน้า 1,088 บาท)

Contact: www.facebook.com/CourtyardbyMarriottPhuketTown

 


 

 

The Athenee Hotel, Bangkok

 

เฉลิมฉลองช่วงเวลาอันแสนสุขไปกับขนมไหว้พระจันทร์สุดพรีเมียมจาก The Athenee Hotel, Bangkok กับคอลเลกชันพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นมาอย่างประณีตทุกขั้นตอน พร้อมงานศิลปะที่ปรากฏบนหน้ากล่องเปี่ยมล้นไปด้วยความหมายอันลึกซึ้ง

 

สำหรับรสชาติมีทั้งหมด 5 รสชาติ ได้แก่ พุทราจีนไข่เค็ม, งาดำไข่เค็ม, ทุเรียนหมอนทองไข่เค็ม, โหงวยิ้งผลไม้แห้งและธัญพืช และเมล็ดบัวขาว โดยราคาเริ่มต้นชิ้นละ 268 บาท หรือใครที่อยากซื้อเป็นของขวัญมอบแก่ครอบครัวหรือคนที่รักก็เหมาะมากๆ ทางโรงแรมจัดเป็นเซ็ตมาในกล่องหรูหรา 4 ชิ้นคละรสชาติ

 

  • The Athenee Signature Box (1,288 บาทสุทธิ) มาในกล่องสมบัติสีทอง ที่รับแรงบันดาลใจมาจากดอกพิกุล
  • The Arianna Caroli Paris Box (1,988 บาทสุทธิ) มาในกล่องสีชมพู พร้อมลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์จากดอกไม้และเถาวัลย์

 

When: ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

Budget: เริ่มต้นชิ้นละ 268 บาท, แบบกล่องราคา 1,288 บาท และ 1,988 บาท

Contact: www.facebook.com/theatheneehotel

 


 

 

InterContinental Chiang Mai The Mae Ping

 

เฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ไปกับโรงแรม ‘InterContinental Chiang Mai The Mae Ping’ ที่เสิร์ฟขนมไหว้พระจันทร์ระดับพรีเมียมจากห้องอาหารหงส์ ไชนีส เรสเตอรองต์ ที่ผสมผสานรสชาติดั้งเดิมเข้ากับสมัยใหม่ มีหลากหลายรสชาติ ไม่ว่าจะเป็น เม็ดบัวไข่เค็ม, ผลไม้รวม, ถั่ว, ทุเรียนแมคคาเดเมียหรือไข่เค็ม, เม็ดบัวทองลาวาไข่เค็ม, ชาเขียวมัทฉะถั่วแดง และส้มช็อกโกแลตลาวาให้ ซึ่งมาพร้อมกับเซ็ตกล่องของขวัญสุดหรูโทนสีอัญมณีเข้ม 3 เซต 

 

เริ่มเปิดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 8 ตุลาคม 2568 (สั่งซื้อล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน) อีกทั้งทางโรงแรมมีบริการจัดส่งฟรีในระยะ 10 กม. เมื่อซื้อครบ 3,500 บาทขึ้นไป 

 

When: วันที่ 1 กันยายน – 8 ตุลาคม 2568

Budget: เริ่มต้นที่ 688 บาทขึ้นไป

Contact: www.facebook.com/intercontinentalchiangmai

 


 

 

Conrad Bangkok

 

มามอบของขวัญสุดพิเศษให้กับคนสำคัญในเทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ กับคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ประจำปี 2568 ของโรงแรม ‘Conrad Bangkok’ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของ ‘ทับทิม’ หนึ่งในอัญมณีไทยที่สวยงามและทรงคุณค่า ซึ่งรังสรรค์ขึ้นโดย ‘เชฟแอนดี้ ฟุง’

 

ภายในกล่องบรรจุขนมไหว้พระจันทร์ 4 รสชาติยอดนิยม ได้แก่ คัสตาร์ด, มอคค่า, ทุเรียน และธัญพืช โดยสามารถเลือกซื้อแบบชิ้นเดียวได้ในราคา 188 บาท หรือถ้าใครที่สนใจแบบเป็นเซ็ต ก็สามารถเลือกได้ 2 ขนาด กล่อง 4 ชิ้น ราคา 1,188 บาท และ 8 ชิ้น: ราคา 1,688 บาท

 

When: วันที่ 8 กันยายน – 6 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00-20.00 น.

Budget: ชิ้นละ 188 บาท, เซ็ต 4 ชิ้น ราคา 1,188 บาท และเซ็ต 8 ชิ้น ราคา 1,688 บาท

Contact: www.facebook.com/conradbangkokhotel

 


 

 

MX cakes & bakery 

 

ร่วมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์กับความอร่อยระดับตำนานจากฮ่องกง! กับ ‘MX cakes & bakery’ ที่สุดแห่งรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันจากวัตถุดิบระดับพรีเมียม ไม่ใส่สีสังเคราะห์และสารกันบูด บรรจุในกล่องดีไซน์สวยหรู ควรค่าแก่การมอบเป็นของขวัญต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์

 

มีรสชาติซิกเนเจอร์ให้เลือกสรรด้วยกัน 4 รสชาติ ได้แก่ ไส้คัสตาร์ดลาวา (8 ชิ้นราคา 1,690 บาท), ไส้เม็ดบัวขาวไข่คู่ (4 ชิ้นราคา 1,690 บาท), ไส้เม็ดบัวไข่คู่ (4 ชิ้นราคา 1,690 บาท) และไส้เม็ดบัวไข่เดี่ยว (6 ชิ้นราคา 1,690 บาท) 

 

สามารถซื้อได้แล้วที่ร้าน MX cakes & bakery และ Homebake By MxCakes ทุกสาขา

 

When: ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

Budget: ชุดละ 1,690 บาท

Contact: www.facebook.com/mxcakesandbakerythailand

 


 

 

The Okura Prestige Bangkok

 

เติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขในเทศกาลไหว้พระจันทร์นี้ ด้วยขนมไหว้พระจันทร์สุดพิเศษจากลักชูรีกับคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ Moonique จาก ‘The Okura Prestige Bangkok’ ที่ผสานกลิ่นอายวัฒนธรรมญี่ปุ่นเข้ากับศิลปะการทำขนมดั้งเดิมได้อย่างลงตัว บรรจุมาในกล่องไม้ดีไซน์พิเศษที่ห่อด้วยผ้าฟุโรชิกิอีกชั้น

 

ภายในบรรจุขนมไหว้พระจันทร์ 6 รสชาติ ได้แก่ ทุเรียนหมอนทองจันทบุรีและไข่แดง, มัทฉะไวท์ช็อกโกแลตและอัลมอนด์, งาดำชาร์โคลและไข่แดง, มะพร้าวใบเตย, พีชชีสแมคคาเดเมีย และคัสตาร์ด โดยสามารถเลือกซื้อแบบชิ้นเดียวได้ในราคา 288 บาท หรือใครที่สนใจซื้อเป็นของขวัญก็มีจำหน่ายแบบเป็นเซ็ต 4 ชิ้น ราคา 1,588 บาท และ 8 ชิ้น ราคา 1,988 บาท

 

When: ตั้งแต่วันนี้ – 6 ตุลาคม 2568

Budget: ชิ้นเดียว  288 บาท, เซ็ต 4 ชิ้น 1,588 บาท และ เซ็ต 8 ชิ้น 1,988 บาท

Contact: www.facebook.com/TheOkuraPrestigeBangkok

 

ภาพ: Courtesy of Brands

The post 21 Mooncakes 2025 รวมขนมไหว้พระจันทร์น่าซื้อ จากโรงแรมและร้านดังทั่วไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
6 ร้านโดรายากิ สำหรับคนอยากตามรอยของโปรดโดราเอมอน! https://thestandard.co/life/6-best-doraemon-dorayaki-shops/ Wed, 09 Jul 2025 08:10:22 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1094766

ถึงเวลาตามหาขนมเมนูโปรดของใครบางคนกันแล้ว! เพราะเราเชื่ […]

The post 6 ร้านโดรายากิ สำหรับคนอยากตามรอยของโปรดโดราเอมอน! appeared first on THE STANDARD.

]]>

ถึงเวลาตามหาขนมเมนูโปรดของใครบางคนกันแล้ว! เพราะเราเชื่อว่าอาจมีหลายคนยังไม่เคยลองชิมขนมญี่ปุ่นอย่าง ‘โดรายากิ’ แต่เคยได้ยิน ได้อ่าน หรือได้รู้จักผ่านการ์ตูนวัยเด็กที่ทำให้รู้สึกว่าขนมเมนูนี้ช่างน่าอร่อยนักหนา

 

วันนี้เราจึงอยากชวนทุกคนไปตามหาขนมเมนูนี้กัน เผื่อบางคนอาจเคยกินจนลืมรสชาติไปแล้ว หรือบางคนอยากรู้ว่าโดรายากิที่แมวหุ่นยนต์ชอบนักหนาจะรสชาติเป็นอย่างไร ฉะนั้น นี่คือลิสต์ 6 ร้านโดรายากิ ที่เราออกไปรวบรวมมาแนะนำกัน!

 


 

 

Custard Nakamura

 

ร้านเบเกอรี่ย่านพร้อมพงษ์ที่เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องเมนูเบเกอรี่สไตล์ญี่ปุ่นที่มีให้เลือกหลายแบบ หลายสไตล์ มีทั้งเบเกอรี่ของคาวและของหวาน โดยขนมอบสดใหม่ทุกวันและราคาจับต้องได้แบบหยิบเพลินจนลืมนับชิ้น

 

นอกจากเมนูฮิตจำพวกแซนด์วิชต่างๆ Custard Nakamura ก็มีโดรายากิสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ด้วย โดยขายเป็นชิ้นขนาดกำลังพอดีมือ กินเป็นมื้อว่างแล้วอิ่มพอดี และมีไส้เดียวคือถั่วแดง

 

CONTACT: Custard Nakamura

OPEN: เปิดทุกวัน เวลา 09.00-21.00 น.

LOCATION: ซอยสุขุมวิท 33 

BUDGET: ชิ้นละ 30 บาท

 


 

 

Toraya Bakery 

 

ร้านเบเกอรี่โฮมเมดสไตล์ญี่ปุ่นที่มี 2 สาขาในกรุงเทพฯ คือ ในย่านทองหล่อและพร้อมพงษ์ ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องเมนูเบเกอรี่ญี่ปุ่นที่อบใหม่ทุกวันเช่นกัน รวมถึงเมนูที่เน้นเบเกอรี่กรุบกรอบและขนมปังรสหวาน เช่น คุกกี้ เบรดสติ๊ก ขนมปังเมลอน ขนมปังกาแฟ หรือขนมปังไส้แกงกะหรี่ก็มี

 

ส่วนโดรายากิร้านมีเสิร์ฟทุกวัน ราคาชิ้นละ 58 บาท และมีเฉพาะไส้ถั่วแดงกวนหยาบนิดๆ ที่ประกบด้วยแป้งนุ่มฟู

 

CONTACT: Toraya Bakery

OPEN: เปิดทุกวัน เวลา 09.00-20.00 น.

LOCATION: สุขุมวิท 26

BUDGET: ชิ้นละ 58 บาท

 


 

 

Chaya Tea House

 

ร้านมัทฉะเล็กๆ ในย่านประดิพัทธิ์ที่คนรักมัทฉะต้องรู้จัก เพราะที่นี่เปิดมานาน แถมยังนำเข้ามัทฉะเองจากญี่ปุ่นด้วย ด้านในอาจมีพื้นที่ไม่มาก เพราะร้านมีแค่มุมโต๊ะสำหรับคนอยากนั่งสบายๆ และโต๊ะบนเสื่อทาทามิเผื่อใครอยากได้ฟีลนั่งจิบชาอยู่ญี่ปุ่น อีกทั้งหากใครสั่งมัทฉะชงร้อน ร้านจะนำมาตีให้ถึงข้างๆ โต๊ะ ทุกคนจะได้กลิ่นหอมของมัทฉะตั้งแต่มาวางเสิร์ฟเลย

 

ส่วนขนมจะเป็นสไตล์ญี่ปุ่นทั้งหมด มีทั้งวากาชิและโดรายากิสูตรซิกเนเจอร์ที่ร้านใช้แป้งสูตรเดียวกับร้านดังอย่าง Ganyudo แต่ที่ต่างออกไปคือไส้ครีมมัทฉะตีสดที่ผสมผงมัทฉะของร้านลงไปด้วย รสชาติหวานกำลังดี หอม นุ่มละมุน กินคู่กับมัทฉะแท้ยิ่งเข้ากันสุดๆ

 

CONTACT: Chaya Teahouse

OPEN: เปิดอังคาร-อาทิตย์ 10.00-18.00 น. (ปิดวันจันทร์) *ต้องจองที่นั่งล่วงหน้า

LOCATION: ซอยประดิพัทธ์ 14 

BUDGET: ชิ้นละ 180  บาท

 


 

 

DON DON DONKI

 

ซูเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุ่นที่ทุกคนชอบแวะไปเดินเล่นจะไม่มีขนมคลาสสิกอย่างโดรายากิได้อย่างไร เพราะเชื่อว่าหากวันไหนเพื่อนๆ นึกอยากกินขนมญี่ปุ่นสักอย่างขึ้นมาก็ต้องนึกถึงดองกิเป็นอันดับแรกๆ 

 

แต่สิ่งที่เกินความคาดหมายเราก็คือ โดรายากิของ Donki ไม่ได้มาเป็นชิ้นกลมๆ เหมือนคนอื่น เนื่องจากที่นี่มีโดรายากิซิกเนเจอร์เป็นของตัวเองอย่าง ‘ดองเป็งยะกิ’ โดรายากิรูปเจ้าเพนกวินดองเป็งที่เป็นมาสคอตของแบรนด์ แถมยังมีให้เลือกหลายไส้ด้วย น่ารักจนแทบกินไม่ลงเลยล่ะ! (แต่ถ้าใครอยากกินแบบกลมก็มีนะ)

 

CONTACT: DonDonki TH

OPEN: ทุกสาขาเปิดให้บริการทุกวัน 

LOCATION: DON DON DONKI ทุกสาขา

BUDGET: เริ่มต้นชิ้นละ 39 บาท

 


 

 

Muji 

 

ใครชอบแวะไปซื้อขนมเมนูโปรดที่ Muji เหมือนเราบ้าง เพราะแบรนด์ไลฟสไตล์สัญชาติญี่ปุ่นแบรนด์นี้ไม่ได้มีแค่ของใช้ในบ้านเท่านั้น ถ้าใครเคยเดินโฉบไปมุมขนมและอาหารจะรู้เลยว่าทุกอย่างน่าหยิบไม่แพ้กัน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเมนูโดรายากิแป้งหนาๆ นุ่มๆ มาพร้อมไส้ถั่วผสมเกาลัดรสหวาน อีกทั้งในถุงหนึ่งยังมีด้วยกัน 3 ชิ้นให้เพื่อนๆ หยิบไปแบ่งกินด้วยกันได้ในราคาน่ารัก ซื้อกินได้บ่อยๆ แบบไม่ต้องคิดเยอะ

 

CONTACT: MUJI Thailand

OPEN: เปิดให้บริการทุกวัน เวลาทำการขึ้นอยู่กับแต่ละสาขา

LOCATION: MUJI Thailand สาขาที่มี Food Corner

BUDGET: 3 ชิ้น 69 บาท

 


 

 

Ganyudo

 

หนึ่งในร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องเมนูโดรายากิมากที่สุดก็ต้องยกให้ที่นี่ Ganyudo ร้านขนมหวานญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมจากจังหวัดชิซูโอกะที่มีชื่อเสียงมายาวนาน โดยร้านมาเปิดสาขาในประเทศไทยอยู่ที่ไอคอนสยาม พร้อมเมนูขนมหวานญี่ปุ่นทำสดใหม่ทุกวัน

 

สำหรับโดรายากิของร้านค่อนข้างแตกต่างจากที่อื่น แป้งมีความนุ่มหอมและเบา ร้านทำทีละแผ่นๆ ให้ความรู้สึกโฮมเมด ส่วนไส้ทุกชิ้นอัดแน่น กัดไปแล้วเต็มคำ แถมยังมีไส้ให้เลือกเยอะด้วย เช่น ถั่วแดง คัสตาร์ด หรือมันหวาน ใครอยากลองโดรายากิแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ต้องมาชิมที่นี่เลย

 

CONTACT: Ganyudo.BKK

OPEN: เปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.

LOCATION: ชั้น G สยามทาคาชิมาย่า ไอคอนสยาม 

BUDGET: ชิ้นละ 80-100 บาท

The post 6 ร้านโดรายากิ สำหรับคนอยากตามรอยของโปรดโดราเอมอน! appeared first on THE STANDARD.

]]>
เครปซูเซ็ตต์ในตำนานจากญี่ปุ่น Henri Charpentier เปิดสาขาแรกในประเทศไทยแล้ว https://thestandard.co/life/henri-charpentier-thailand/ Fri, 23 May 2025 05:48:46 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1077555 henri-charpentier-thailand

สายขนมหวานที่ไม่เคยพลาดสักร้านดังเมื่อไปญี่ปุ่น ต้องรู้ […]

The post เครปซูเซ็ตต์ในตำนานจากญี่ปุ่น Henri Charpentier เปิดสาขาแรกในประเทศไทยแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
henri-charpentier-thailand

สายขนมหวานที่ไม่เคยพลาดสักร้านดังเมื่อไปญี่ปุ่น ต้องรู้จัก ‘Henri Charpentier’ (อ่านว่า อ็องรี-ชาร์ป็องติเยร์) ร้านขนมฝรั่งเศสโดยชาวญี่ปุ่นที่เปิดมานานเกือบ 60 ปี และมีเมนูอันเลื่องชื่ออย่าง Financier (ฟิน็องเซีย) และ Crêpes Suzette (เครปซูเซ็ตต์) เป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่ทำให้ร้านโด่งดังจนมีกว่า 100 สาขาทั่วประเทศญี่ปุ่น และอีกหลายสาขาในสิงคโปร์ พร้อมกับอีกหนึ่งสาขาใหม่ซึ่งถือเป็นสาขาแรกในประเทศไทย โดยจะเปิดให้บริการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป 

 

Henri Charpentier เป็นแบรนด์ขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศสที่เริ่มต้นจากการเป็นร้านกาแฟเล็กๆ ในเมืองอาชิยะ จังหวัดเฮียวโงะ จนกระทั่ง Hisakuni Arita (ฮิซาคุนิ อาริตะ) ผู้ให้กำเนิดร้านแห่งนี้ได้ไปชิมเมนู Crêpes Suzette ถึงประเทศฝรั่งเศส เขาจึงนำกลับมาเป็นแรงบันดาลใจทำที่ร้านตัวเองบ้าง พร้อมกับตั้งชื่อร้านว่า Henri Charpentier ตามชื่อของเชฟผู้คิดค้นเครปเมนูนี้ 

 

อีกหนึ่งความพิเศษของ Crêpes Suzette ที่ Henri Charpentier คือจะมีให้ชิมเฉพาะ 4 สาขาทั่วโลกเท่านั้น และสาขาเดียวนอกประเทศญี่ปุ่นที่มีเมนูนี้ก็คือประเทศไทย เนื่องจากร้านจะตามหาเฉพาะเชฟขนมหวานฝีมือดีที่ทำเมนูนี้ได้ รวมถึงสถานที่ต้องเหมาะสำหรับเสิร์ฟเมนูนี้ด้วย เพราะต้องใช้พื้นที่ในการจุดไฟพอสมควร

 

นอกจากเครปก็มีอีกเมนูที่ทำให้ร้านโด่งดังไปทั่วโลก นั่นก็คือ Financier ที่ขายดีมากจนเคยลง Guinness World Records เมื่อทุกคนเดินผ่านจะเห็นขนมชนิดนี้อยู่ในตู้โชว์อย่างยิ่งใหญ่เลย โดยมีให้ซื้อทั้งแบบชิ้นและแบบกล่องสำหรับเป็นของฝาก

 

อีกไฮไลต์ที่ร้านภูมิใจนำเสนอไม่แพ้กันก็คือ Shortcake เค้กครีมสดตัดด้วยความเปรี้ยวหวานของสตรอว์เบอร์รี รสชาติหวานน้อย ใครจะซื้อเค้กทั้งก้อนไปฉลองวันพิเศษหรือชวนเพื่อนมานั่งกินที่ร้านก็ได้ เพราะร้านมีเวอร์ชันเสิร์ฟใส่จานพร้อมไอศกรีมวานิลลาและ Financier ด้วย

 

Henri Charpentier เปิดสาขาแรกในประเทศไทย ณ ICONSIAM ชั้น G โซนสยาม ทาคาชิมายะ โดยจะให้บริการตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป โดยราคาเมนูแนะนำต่างๆ คือ Crêpes Suzette 600 บาท, Financier 80 บาทต่อชิ้น และ Shortcake 506 บาท

สอบถามหรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ Henri Charpentier thailand 

 

ภาพ: Henri Charpentier 

The post เครปซูเซ็ตต์ในตำนานจากญี่ปุ่น Henri Charpentier เปิดสาขาแรกในประเทศไทยแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Khloé Kardashian เปิดตัวธุรกิจใหม่กับขนม Khloud Protein Popcorn https://thestandard.co/khloe-kardashian-khloud-popcorn/ Wed, 23 Apr 2025 04:50:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1067182 khloe-kardashian-khloud-popcorn

หนึ่งในพี่น้องตระกูล Kardashian เปิดธุรกิจใหม่อีกครั้ง […]

The post Khloé Kardashian เปิดตัวธุรกิจใหม่กับขนม Khloud Protein Popcorn appeared first on THE STANDARD.

]]>
khloe-kardashian-khloud-popcorn

หนึ่งในพี่น้องตระกูล Kardashian เปิดธุรกิจใหม่อีกครั้ง โดยครั้งนี้ Khloé Kardashian ได้เปิดตัวแบรนด์โปรตีนที่มาในรูปแบบขนมป๊อปคอร์นชื่อ Khloud Protein Popcorn ที่จะกลายเป็นขนมทานเล่นที่คนรักสุขภาพสามารถกินได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด และขนมห่อนี้ยังสามารถเพิ่มโปรตีนให้ร่างกายได้อีกด้วย

 

โปรตีนป๊อปคอร์นของ Khloé Kardashian เป็นขนมกลูเตนฟรี ไร้น้ำมัน ไร้ GMO ที่อุดมไปด้วยโปรตีนมากกว่าป๊อปคอร์นทั่วไปถึง 3 เท่า โดยเธอตั้งใจเปิดตัวผลิตภัณฑ์นี้เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนชอบกินขนมจุบจิบแต่ยังต้องพะวงเรื่องของรูปร่างและสุขภาพของตัวเอง โปรตีนป๊อปคอร์น Khloud Protein Popcorn มีให้เลือกทั้งหมด 3 รส นั่นคือ Olive Oil & Sea Salt, Sweet & Salty Kettle Corn และ White Cheddar เพิ่มรสชาติด้วยผงปรุงรส ‘Khloud Dust’ ที่ทำจากการผสมโปรตีนนมและเครื่องปรุงรสต่างๆ

 

สำหรับผู้ที่ติดตามรายการเรียลิตี้ของครอบครัว Kardashian และ Jenner ก็จะเห็นได้ว่า Khloé Kardashian ให้ความสำคัญต่อการออกกำลังกาย สุขภาพ และการรักษาหุ่นให้เฟิร์มเป็นอย่างมาก

 

โดย Khloé Kardashian พูดถึงการเปิดตัว Khloud Protein Popcorn ผ่าน People ว่า “ฉันอยู่ในจุดนี้ของเส้นทางการรักสุขภาพของฉันตลอดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และฉันก็พยายามเพิ่มระดับการกินโปรตีน เพราะฉันให้ความสำคัญกับการสร้างกล้ามเนื้อ ความแข็งแรง และสุขภาพ ไม่ใช่แค่อยากผอมเท่านั้น

 

“เมื่อพูดถึงเรื่องโปรตีน ฉันไม่ใช่คนที่จะนั่งกินแต่สเต็กกับไข่ทั้งวัน และฉันต้องบริโภคโปรตีนอยู่ดี แต่ก่อนฉันจะไปซื้อโปรตีนที่ร้านในฟิตเนสแบบเร็วๆ ซึ่งในความเห็นของฉันมันรสชาติไม่ดีเลย อีกทั้งยังเต็มไปด้วยของเทียมที่ใส่เข้ามา ฉันแค่ต้องการบางอย่างที่รสชาติดีที่สามารถเพิ่มโปรตีนให้ร่างกายได้ และฉันไม่ต้องการให้มันมีส่วนผสมอะไรมากมายในนั้น”

 

Khloud Protein Popcorn จะวางจำหน่ายในร้าน Target ทั่วสหรัฐฯ รวมไปถึงเว็บไซต์ Target.com และ khloudfoods.com ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายนนี้ 

 

ภาพ: Khloud Foods

 

อ้างอิง:

The post Khloé Kardashian เปิดตัวธุรกิจใหม่กับขนม Khloud Protein Popcorn appeared first on THE STANDARD.

]]>
เศรษฐกิจไม่มีผลให้คนไทยกินขนมน้อยลง! เลย์เผย ปีนี้มันฝรั่งทอดกรอบยังโต พร้อมนำสินค้ารสชาติเก่าหวนกลับมาทำตลาดใหม่ https://thestandard.co/lays-snack-market-growth/ Wed, 02 Apr 2025 12:21:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1059875 lays-snack-market-growth

ผลพวงของเศรษฐกิจไม่ได้ทำให้คนไทยกินขนมน้อยลง! สะท้อนจาก […]

The post เศรษฐกิจไม่มีผลให้คนไทยกินขนมน้อยลง! เลย์เผย ปีนี้มันฝรั่งทอดกรอบยังโต พร้อมนำสินค้ารสชาติเก่าหวนกลับมาทำตลาดใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
lays-snack-market-growth

ผลพวงของเศรษฐกิจไม่ได้ทำให้คนไทยกินขนมน้อยลง! สะท้อนจากภาพรวมตลาดขนมขบเคี้ยวในไทยมูลค่ารวมกว่า 47,000 ล้านบาท เติบโต 9% โดยเฉพาะกลุ่มมันฝรั่งทอดกรอบที่มีมูลค่ามากกว่า 15,000 ล้านบาท เติบโต 5% ปีนี้คาดว่าตัวเลขจะเติบโตเพิ่มอีก 2-4% 

 

แต่ว่ากันว่าตลาดนี้แข่งขันกันอย่างดุเดือด เห็นได้จากเชลฟ์ขายสินค้าในร้านสะดวกซื้อมีขนมรสชาติใหม่ๆ ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ถ้าแบรนด์ไหนมีโปรดักต์ที่ดึงดูดความสนใจ รสชาติอร่อย และราคาเข้าถึงง่าย ก็ถือว่าได้เปรียบคู่แข่งไปแล้ว 

 

ชลกร อภิชาติธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ธุรกิจอาหารและขนมขบเคี้ยว เป๊ปซี่โค ภูมิภาคอินโดจีน กล่าวว่า แม้ตลาดอาจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ที่ยังชะลอตัวบวกกับเทรนด์ผู้คนดูแลสุขภาพอยู่บ้างแต่ก็ไม่มากนัก เห็นได้จากยอดขายของแบรนด์เลย์ที่เติบโตขึ้นทุกปี โดยเฉพาะเลย์รสออริจินัล และรสโนริสาหร่าย 

 

จริงๆ แล้วส่วนใหญ่หมวดสินค้าขนมจะขายดีในช่วงเวลา 13.00-16.00 น. เพราะเป็นช่วงที่ผู้บริโภคนิยมกินขนมรองท้องก่อนที่จะไปรับประทานอาหารมื้อเย็น และอีกหนึ่ง สิ่งที่เห็นได้ชัดคือพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงในการจะตัดสินใจซื้อสินค้าจะใช้เวลาคิดมากขึ้น และมองหาสินค้าที่มีคุณภาพ มากกว่ามองเรื่องของราคา

 

จากเทรนด์ตลาดที่เกิดขึ้น ทำให้เลย์ไม่หยุดนิ่งสร้างความเคลื่อนไหวในตลาด ยิ่งในปี 2568 ถือโอกาสครบรอบ 30 ปี ที่ทำตลาดในไทย ทิศทางต่อจากนี้ยังเดินหน้าตามแผนงานที่ต่อยอดมาจากปีที่ผ่านมา และก่อนหน้านี้ได้สำรวจความเห็นของผู้บริโภคกว่า 1,000 คน ผ่านช่องทางออนไลน์ จึงพบว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่เรียกร้องให้นำเลย์รสชาติเก่ากลับมาจำหน่ายอีกครั้ง

 

ดังนั้นเริ่มตั้งแต่ไตรมาส 1 ที่ผ่านมา เลย์จึงได้นำสินค้ารสชาติเก่า เริ่มตั้งแต่ รสไข่เค็ม รสชีสและหัวหอม รสกะเพรากรอบ และรสลาบทอดกลับมาทำตลาดใหม่อีกครั้ง โดยได้เริ่มวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อทุกช่องทางแล้ว

 

เกิดคำถามว่าทำไมในผลิตภัณฑ์เลย์บางรสชาติเราถึงไม่วางขายไปตลอดเหมือนกับเลย์รสออริจินัล ชลกรย้ำว่า ทุกครั้งที่เลย์เปิดตัวรสชาติใหม่ๆ ออกมาวางขาย เป็นเพราะต้องการทดลองตลาด ถ้ารสชาติไหนขายดีก็จะขายต่อไป ส่วนรสชาติไหนขายไม่ดี ก็ตัดสินใจเลิกขาย เพราะจะได้เปิดพื้นที่ให้เราได้นำรสชาติใหม่ๆ เข้ามาทดลองตลาดต่อไป

 

ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาในทุกๆ ปีเลย์จะมีการเปิดตัวสินค้ารสชาติใหม่เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งแต่ละปีจะอยู่ที่ 5-10 รสชาติ ขึ้นอยู่กับว่าแคมเปญจะมากน้อยแค่ไหน แต่รวมๆ แล้วตลอดระยะ 30 ปีที่ผ่านมา เลย์ออกรสชาติใหม่มามากกว่า 200 รสชาติ โดยรสชาติที่ถูกปากคนไทยและขายดีสุด คือรสออริจินัล ตามด้วยรสเมี่ยงคำและรสโนริสาหร่าย

 

นอกจากนี้ในโอกาสครบรอบ 30 ปี เลย์ได้จับมือกับไลน์ ประเทศไทย นำสติกเกอร์ BT21 คาแรกเตอร์จาก IPX ดีไซน์ออกมาเป็นคอลเล็กชันพิเศษเข้ามาอยู่แคมเปญ ‘เลย์ 30 ปี จอยได้ทุกเจน เลย์’ ซึ่งมั่นใจว่าจะช่วยสร้างสีสันให้กับตลาด และนอกจากจะช่วยกระตุ้นยอดขายแล้ว ยังช่วยรักษาฐานผู้บริโภคทุกเจเนอเรชันเอาไว้ได้

The post เศรษฐกิจไม่มีผลให้คนไทยกินขนมน้อยลง! เลย์เผย ปีนี้มันฝรั่งทอดกรอบยังโต พร้อมนำสินค้ารสชาติเก่าหวนกลับมาทำตลาดใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แม้กำลังซื้อจะหด แต่คนยังกินขนมฉ่ำ! เจ้าสัวทุ่ม 300 ล้านบาท สร้างโรงงานเพิ่มกำลังผลิตขนมไทยบุกจีน-อเมริกา https://thestandard.co/thai-snacks-expansion/ Fri, 21 Feb 2025 01:50:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1044349 thai-snacks-expansion

แม้กำลังซื้อจะหด แต่ไลฟ์สไตล์ผู้คนยังกินขนมฉ่ำ ‘เจ้าสัว […]

The post แม้กำลังซื้อจะหด แต่คนยังกินขนมฉ่ำ! เจ้าสัวทุ่ม 300 ล้านบาท สร้างโรงงานเพิ่มกำลังผลิตขนมไทยบุกจีน-อเมริกา appeared first on THE STANDARD.

]]>
thai-snacks-expansion

แม้กำลังซื้อจะหด แต่ไลฟ์สไตล์ผู้คนยังกินขนมฉ่ำ ‘เจ้าสัว’ แบรนด์ขนมขบเคี้ยวสัญชาติไทย ทำรายได้โต พร้อมบุกหนักต่างประเทศ ทุ่ม 300 ล้านสร้างโรงงาน เพิ่มการผลิตบุกจีน-อเมริกา มั่นใจอีก 2 ปีทำรายได้ทะลุ 2,200 ล้านบาท

 

ณภัทร โมรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ CHAO กล่าวว่า ตลาดขนมขบเคี้ยวไทยระหว่างปี 2567-2570 คาด ว่าจะเติบโต 6.5% สิ่งที่เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดคือเทรนด์ขนมขบเคี้ยวที่มีอินโนเวชันเชิงสุขภาพเริ่มมาแรง

 

ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจและกำลังซื้อยังชะลอตัว แต่ถ้าเทียบกับปีที่ผ่านมาถือว่าดีขึ้น แม้จะมีสถานการณ์ของสงครามการค้า แต่ประเมินว่ากลุ่มสินค้าอาหารนั้นไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

อีกหนึ่งสัญญาณบวกคือภาคธุรกิจท่องเที่ยวที่กลับมาฟื้นตัวแล้ว 100% ลูกค้าทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวก็ยังนิยมซื้อขนมกินในชีวิตประจำวัน ทำให้ผลประกอบการของ เจ้าสัวในปี 2567 ที่ผ่านมามีรายได้โต 12% ส่วนกำไรยังรักษาไว้อยู่ในตัวเลขสองหลัก 

 

และอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องติดตามคือ แผนการตั้งรับหากมีการขึ้นภาษีความเค็มก็ต้องบริหารจัดการต้นทุนให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะไม่อยากขึ้นราคาสินค้าเพื่อผลักภาระให้ผู้บริโภค

 

ปัจจุบันเจ้าสัวยังครองส่วนแบ่งทางการตลาดอันดับหนึ่งในตลาดข้าวตังและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์ ทั้งนี้ บริษัทวางเป้าหมายรายได้เติบโตทะลุ 2,200 ล้านบาทภายในปี 2570 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 12-15% ต่อปี

 

ณภัทรกล่าวต่อไปว่า ตลาดขนมขบเคี้ยวกลุ่ม Better-for-You Snack ยังมีช่องว่างและโอกาสเติบโตอยู่มาก จากนี้บริษัทจะให้น้ำหนักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์รสชาติใหม่ตามเทรนด์ที่กำลังเป็นกระแส โดยที่ผ่านมาได้ลอนช์สินค้ารสหมูกระทะและล่าเถียวก็ได้รับการตอบรับอย่างดี 

 

ในทุกๆ ปีจะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ไม่ต่ำกว่า 15-20 SKUs และปีนี้จะขยายไปสู่ตลาดขนมเพื่อสุขภาพ ซึ่งอยู่ระหว่างกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าสู่หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง 

 

สิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปคือการใช้งบทำการตลาดสื่อสารแบรนด์ผ่านแอมบาสเดอร์ และ KOL กระตุ้นตลาดทุกช่องทาง ทั้ง Modern Trade และ Traditional Trade รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

 

ก้าวต่อไปบริษัทต้องการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศมากขึ้น จากปัจจุบันได้ส่งออกสินค้าไปมากกว่า 10 ประเทศ มีสัดส่วนยอดขายต่างประเทศอยู่ที่ 25% ในปี 2568 ตั้งเป้าหมายขยายสู่กลุ่มประเทศใหม่เพิ่ม 5-10 ประเทศ เน้นในภูมิภาคเอเชียและยุโรป เพราะเราเห็นว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพเติบโต

 

สะท้อนจากข้อมูลการบริโภคขนมขบเคี้ยวในจีนและอเมริกาที่เติบโตกว่าไทยหลายเท่าตัว เพียงแต่จีนจะเน้นมองหาสินค้าที่คุ้มค่า พรีเมียม และสะดวกในการจัดส่ง ส่วนอเมริกาจะนิยมสินค้าเชิงสุขภาพมากกว่า 

 

ดังนั้นหน้าที่ของแบรนด์คือการสร้างตัวตนและภาพลักษณ์ เพิ่มความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าสินค้ามีคุณภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความได้เปรียบและต่างจากแบรนด์ท้องถิ่น

 

อีกหนึ่งความยากของการทำตลาดต่างประเทศ เป็นการหาพาร์ตเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการกระจายสินค้าและต้องมีสินค้าเพียงพอต่อการส่งออก ทำให้ปีนี้บริษัททุ่มงบ 300 ล้านบาท สร้างโรงงานเพิ่มในจังหวัดนครราชสีมา จากเดิมที่มีโรงงานเดิมอยู่แล้ว แต่มีกำลังผลิตแค่ 70% โดยโรงงานใหม่จะเน้นผลิตสินค้าเพื่อส่งออก คาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มผลิตได้ในปี 2026

The post แม้กำลังซื้อจะหด แต่คนยังกินขนมฉ่ำ! เจ้าสัวทุ่ม 300 ล้านบาท สร้างโรงงานเพิ่มกำลังผลิตขนมไทยบุกจีน-อเมริกา appeared first on THE STANDARD.

]]>
4 เสาแห่งความสำเร็จของ PepsiCo https://thestandard.co/pepsico-growth-strategy/ Thu, 30 Jan 2025 07:00:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1035694 PepsiCo

เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ได้รับรางวัล ‘นายจ้างดีเด่น’ (Top E […]

The post 4 เสาแห่งความสำเร็จของ PepsiCo appeared first on THE STANDARD.

]]>
PepsiCo

เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ได้รับรางวัล ‘นายจ้างดีเด่น’ (Top Employers) จากสถาบัน Top Employers Institute ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการบริหารทรัพยากรบุคคลและการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ส่งเสริมการเติบโตของพนักงาน ชลกร อภิชาติธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ธุรกิจอาหารและขนมขบเคี้ยว เป๊ปซี่โค ภูมิภาคอินโดจีน เล่าว่า ความสำเร็จของเป๊ปซี่โคตั้งอยู่บน 4 เสาหลัก (4 Pillars) ที่เป็นรากฐานแห่งความสำเร็จขององค์กร ดังนี้

 

🟡 1. Meaningful Opportunities – โอกาสที่มีความหมาย

 

เป๊ปซี่โคเชื่อว่าความสำเร็จขององค์กรขึ้นอยู่กับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร บริษัทจึงมุ่งเน้นการสร้างโอกาสให้พนักงานได้เติบโตในสายอาชีพผ่านโครงการสำคัญ เช่น

 

🔺 Human-Centric Leadership ที่เน้นการพัฒนาผู้นำโดยคำนึงถึงการเติบโตอย่างยั่งยืน

 

🔺 Management Trainee Program เพื่อปั้นผู้นำรุ่นใหม่ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงให้มีศักยภาพในระดับโลก

 

🔺 Internal Job Application ที่เปิดโอกาสให้พนักงานสำรวจบทบาทใหม่ๆ ภายในองค์กร ตัวอย่างเช่น พนักงานที่เริ่มจากตำแหน่งฝ่ายการตลาด สามารถเติบโตสู่ระดับผู้บริหารผ่านโครงการเหล่านี้ ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางการสนับสนุนบุคลากรขององค์กร

 

🟡 2. Iconic Brands and Innovator – แบรนด์ระดับโลกและนวัตกรรม

 

เป๊ปซี่โคให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งและนำนวัตกรรมมาสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการปรับโฉมโลโก้ของ Pepsi เพื่อสะท้อนความทันสมัยและตอบโจทย์ผู้บริโภคเจเนอเรชันใหม่

 

นอกจากนี้บริษัทยังเปิดตัวเว็บไซต์ของ ‘เป๊ปซี่โค ประเทศไทย’ เพื่อให้ผู้บริโภคหรือพันธมิตรทางธุรกิจในประเทศไทยสามารถเข้าถึงข้อมูลของบริษัทหรือผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงช่องทางในการสอบถามหรือติดต่อกับบริษัทอีกด้วย

 

🟡 3. Inclusive Community – สังคมที่หลากหลายและเท่าเทียม

 

เป๊ปซี่โคให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและยอมรับความหลากหลาย โดยสนับสนุนโอกาสที่เท่าเทียมกันให้กับพนักงานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเพศ อายุ หรือเชื้อชาติ ผ่านนโยบายที่เน้นการจ้างงานที่ครอบคลุม เช่น

 

🔺 การส่งเสริมบทบาทผู้นำหญิงภายในองค์กร

🔺 การสนับสนุนสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว

🔺 โครงการช่วยเหลือและยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานในทุกระดับ

 

🟡 4. Positive Impact – ผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

 

เป๊ปซี่โคขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืนผ่านโครงการ pep+ (PepsiCo Positive) ซึ่งส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม บริษัทได้ดำเนินโครงการ The Greenhouse Accelerator Program เพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่เน้นความยั่งยืน

 

อีกหนึ่งโครงการสำคัญคือ She Feeds the World ซึ่งช่วยพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรหญิงให้สามารถผลิตอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

 

🟡 มุ่งหน้าสู่อนาคตที่ยั่งยืน

 

การได้รับรางวัล Top Employers ต่อเนื่อง 5 ปี เป็นข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของเป๊ปซี่โคในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของพนักงานและขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน เป๊ปซี่โคจะเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมและสร้างผลกระทบเชิงบวก เพื่อให้พนักงานและสังคมเติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคง

 

#PepsiCoTopEmployer2025

#PepsiCoThailand

#DareForBetter

 

The post 4 เสาแห่งความสำเร็จของ PepsiCo appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘คาเฟ่ไปรษณีย์ไทย’ เปิดให้บริการเป็นวันแรก ชวนนักส่งพัสดุแวะจิบกาแฟ-ส่งเลขแทร็ก ณ ไปรษณีย์สามเสนใน https://thestandard.co/life/post-cafe/ Thu, 01 Aug 2024 05:25:45 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=965935 คาเฟ่ไปรษณีย์ไทย

ในที่สุดก็เผยโฉมสักที เพราะถ้าใครไปส่งของที่ไปรษณีย์สาม […]

The post ‘คาเฟ่ไปรษณีย์ไทย’ เปิดให้บริการเป็นวันแรก ชวนนักส่งพัสดุแวะจิบกาแฟ-ส่งเลขแทร็ก ณ ไปรษณีย์สามเสนใน appeared first on THE STANDARD.

]]>
คาเฟ่ไปรษณีย์ไทย

ในที่สุดก็เผยโฉมสักที เพราะถ้าใครไปส่งของที่ไปรษณีย์สามเสนในบ่อยๆ จะสังเกตเห็นว่าพื้นที่ข้างๆ ถูกปิดก่อสร้างมานานหลายเดือน จนกระทั่งวันนี้พวกเราก็ได้รู้คำตอบกันสักทีว่าโฉมใหม่ของอดีตห้องพัสดุรอนำจ่ายได้กลายเป็น POST Cafe’ คาเฟ่ใหม่ของไปรษณีย์ไทยไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

 

POST Cafe’ อยู่ข้างๆ ไปรษณีย์สามเสนในเลย เดินผ่านอย่างไรก็ต้องรู้ เพราะร้านตกแต่งและมาในโทนสีขาวแดงเหมือนกล่องพัสดุและ CI ของไปรษณีย์ไทย เราว่าด้านในดูเก๋และโมเดิร์นดีนะ แถมยังมีที่นั่งจัดไว้ให้หลายมุม เผื่อว่าใครอยากมาพักจิบกาแฟ ส่งเลขแทร็กให้ลูกค้าในบรรยากาศแอร์เย็นฉ่ำ

 

หรือใครจะมา ‘นั่งชิล ติวสอบ ตอบอีเมล เสวนา หาไอเดีย นัดเคลียร์ใจ’ อย่างที่ไปรษณีย์ไทยบอกก็ได้

 

 

ส่วนเครื่องดื่มก็ตั้งใจเป็นคาเฟ่จริงจัง เสิร์ฟกาแฟใช้เมล็ดจากปางขอน พร้อมเมนูเครื่องดื่มและขนมอื่นๆ ที่แวะมากินเป็นมื้อเช้าหรือของว่างก็ได้ โดยราคากาแฟเริ่มต้นที่ 80 บาทเท่านั้น

 

คาเฟ่ของไปรษณีย์ไทยแห่งนี้พร้อมเปิดให้บริการแบบ Soft Opening วันแรกในวันที่ 1 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป เวลา 08.00-16.00 น. ของทุกวัน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

The post ‘คาเฟ่ไปรษณีย์ไทย’ เปิดให้บริการเป็นวันแรก ชวนนักส่งพัสดุแวะจิบกาแฟ-ส่งเลขแทร็ก ณ ไปรษณีย์สามเสนใน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โกโก้แพงสุดในรอบ 46 ปี ฟาก M&M-Cadbury เจอต้นทุนพุ่ง ย้ำ ไม่เปลี่ยนสูตรแต่อาจขึ้นราคา https://thestandard.co/cocoa-46-year-high-record/ Tue, 25 Jun 2024 02:50:47 +0000 https://thestandard.co/?p=949342 โกโก้ แพงสุดในรอบ 46 ปี กระทบ ช็อกโกแลต

ผลพวงราคาโกโก้พุ่งสูงมากสุดในรอบ 46 ปี กระทบต้นทุนผู้ผล […]

The post โกโก้แพงสุดในรอบ 46 ปี ฟาก M&M-Cadbury เจอต้นทุนพุ่ง ย้ำ ไม่เปลี่ยนสูตรแต่อาจขึ้นราคา appeared first on THE STANDARD.

]]>
โกโก้ แพงสุดในรอบ 46 ปี กระทบ ช็อกโกแลต

ผลพวงราคาโกโก้พุ่งสูงมากสุดในรอบ 46 ปี กระทบต้นทุนผู้ผลิตสินค้าแบรนด์ M&M และขนมหวาน Cadbury ต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ ย้ำ ไม่เปลี่ยนสูตร หวังรักษามาตรฐานธุรกิจระยะยาว แต่อาจต้องเพิ่มสินค้าใหม่เสริมพอร์ตโฟลิโอ 

 

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ท่ามกลางวิกฤตสภาพอากาศเลวร้ายบวกกับโรคระบาด ทำให้โกโก้ราคาพุ่งขึ้นในรอบ 46 ปี ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้าขนมช็อกโกแลตแบรนด์ M&M และขนมหวาน Cadbury ทำให้ต้องปรับกลยุทธ์ใหม่และอาจต้องปรับขึ้นราคาสินค้าในที่สุด

 

ย้อนไปในเดือนพฤษภาคม ราคาโกโก้ในตลาดสหรัฐอเมริกาพุ่งสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 11,000 ดอลลาร์ต่อตัน หรือ 3.7 แสนบาทต่อตัน จากเดิม 2,500 ดอลลาร์ต่อตัน สอดคล้องกับสิ่งที่ประเทศกานาในแอฟริกาตะวันตก ผู้ผลิตโกโก้รายใหญ่อันดับสองของโลกประกาศไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะชะลอการส่งวัตถุดิบมากถึง 3.5 แสนตัน

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าในปีนี้ราคาโกโก้จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนของบริษัทผู้ผลิตช็อกโกแลตอย่างมาก โดยเฉพาะแบรนด์ช็อกโกแลตชื่อดังอย่าง M&M บริษัทมีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังมีข้อดีที่ปีนี้บริษัทได้เซ็นสัญญาล็อกราคากับซัพพลายเออร์ให้ส่งวัตถุดิบโกโก้ระยะยาวไว้แล้ว แต่เมื่อสัญญาสิ้นสุดลงในปี 2025 ก็ต้องมาบริหารจัดการราคาต้นทุนโกโก้อีกครั้ง

 

ด้าน Daniel Fachner เจ้าของแบรนด์ Dippin’ Dots, SuperPretzel และ ¡Hola! Churros กล่าวว่า สินค้าส่วนใหญ่ในพอร์ตโฟลิโอมี โกโก้ เป็นส่วนผสมหลัก แม้ต้นทุนเพิ่มขึ้นแต่เราจะไม่ปรับสูตรหรือลดคุณภาพสินค้าแน่นอน แต่ต้องพิจารณาปรับขึ้นราคาสินค้าล็อตใหม่ ซึ่งหลังจากขึ้นราคาแล้วต้องมาดูว่าผู้บริโภคจะให้การตอบรับมากน้อยแค่ไหน

 

Nik Modi นักวิเคราะห์ของ RBC Capital Markets กล่าวว่า บริษัทต้องมองหาวิธีแก้ปัญหาต้นทุนในระยะยาว ซึ่งหมายถึงการปรับสูตรผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างการนำพืชตระกูลถั่ว, เมล็ดองุ่น และน้ำมันมะพร้าว มาใช้พัฒนาสินค้าใหม่ เพื่อลดการพึ่งพาวัตถุดิบอย่างโกโก้

 

และอีกแนวทางหนึ่งคือต้องให้รัฐบาลช่วยควบคุมราคาวัตถุดิบ แต่จริงๆ แล้วการปรับตัวไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการปรับเปลี่ยนสูตรอาหารต้องใช้เวลาโดยเฉลี่ยอย่างน้อย 9 เดือน

 

ด้าน Luca Zaramella, CFO แบรนด์ Mondelez กล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า จะดำเนินการลดต้นทุนแต่จะไม่เปลี่ยนสูตรเพื่อรักษามาตรฐานของธุรกิจให้ได้ในระยะยาว และก่อนหน้านี้เราได้กระจายความเสี่ยงพัฒนาสินค้าที่ไม่ใช่แค่ขนมช็อกโกแลตอย่างขนมรสเค็มและเยลลี่ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค

 

อ้างอิง:

The post โกโก้แพงสุดในรอบ 46 ปี ฟาก M&M-Cadbury เจอต้นทุนพุ่ง ย้ำ ไม่เปลี่ยนสูตรแต่อาจขึ้นราคา appeared first on THE STANDARD.

]]>
PPAU Donut ร้านโดนัทสไตล์เกาหลีลับๆ ในย่านอึลจิโร ประเทศเกาหลีใต้ https://thestandard.co/life/ppau-donut-korean-style-donut-shop/ Fri, 26 Apr 2024 03:33:56 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=926923

ร้านนี้เราได้รู้จักโดยบังเอิญเพราะไปนั่งคุยกับคุณลุงชาว […]

The post PPAU Donut ร้านโดนัทสไตล์เกาหลีลับๆ ในย่านอึลจิโร ประเทศเกาหลีใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ร้านนี้เราได้รู้จักโดยบังเอิญเพราะไปนั่งคุยกับคุณลุงชาวเกาหลีใต้คนหนึ่งในย่านอิแทวอน ก่อนจะได้รู้ว่านอกจากย่านซองซูที่กำลังฮอตเกินต้าน อีกหนึ่งย่านที่วัยรุ่นชาวเกาหลีชอบไป หรือแม้กระทั่งผู้ใหญ่อย่างคุณลุงเองก็ไปบ่อยไม่แพ้กันก็คือ ‘ย่านอึลจิโร (Euljiro)’

 

และหนึ่งในร้านเด็ดประจำย่านที่มาแล้วต้องลองก็คือ ‘PPAU Donut’ ร้านโดนัทสไตล์เกาหลีที่คนเกาหลีเองยังแนะนำ

 

 

โดนัทของร้านนี้จะใช้แป้งข้าวเหนียว หรือ Chapssal เนื้อสัมผัสจึงแตกต่างจากโดนัทนุ่มๆ ที่หลายคนคุ้นเคย ซึ่งประเทศเกาหลีใต้เองมีเมนูที่เรียกว่า Chapssal Donut หรือโดนัทแป้งข้าวเหนียวอยู่แล้ว แถมยังได้รับความนิยมมากๆ ด้วย และ PPAU Donut ก็เป็นหนึ่งในร้านเหล่านั้น

 

 

เมื่อกัดไปเนื้อสัมผัสจะมีความกรอบฟู เหนียวหนึบ แต่ไม่นุ่มเหมือนเค้ก ทั้งร้านจะมี 6 เมนู เป็นโดนัทหลายๆ รูปแบบ โดยเมนูแนะนำคือ ‘PPAU Donut’ โดนัทมีรูรูปทรงดาวเหมือนโลโก้ร้าน จะสั่งแบบเคลือบหรือไม่เคลือบน้ำตาลก็ได้

 

ส่วนเมนูที่คุณลุงแนะนำคือโดนัทไส้ Yuja เป็นผลไม้ตระกูลส้มของเกาหลี กัดไปจะเปรี้ยวๆ หอมๆ กลิ่นซิตรัส เราว่ามีเอกลักษณ์ดี

 

 

แต่เมนูที่พลาดไม่ได้เด็ดขาดก็คือ ‘Chapssal Hot Dog’ ฮอตด็อกที่ใช้แป้งสูตรเดียวกับโดนัท เราชอบเมนูนี้มาก กัดไปแล้วกรอบฟู ได้รสชาติเค็มๆ จากไส้กรอก และเปรี้ยวๆ จากซอสมะเขือเทศ มีความหวานนิดๆ จากน้ำตาลเกล็ดใหญ่ที่เคลือบโดนัท พูดแล้วอยากกินอีกหลายๆ ชิ้นเลย

 

ถ้าใครตามมาชิมก็ไม่ต้องตกใจหากไม่เห็นโดนัทสักชิ้นวางอยู่ในตู้ ร้านไม่ได้ขายหมดหรือปิด แต่เพราะจะทำใหม่ตามออร์เดอร์เท่านั้น ไม่มีวางทิ้งไว้แน่นอน โดยราคาโดนัทประมาณ 1,000-2,000 วอน ซึ่งระหว่างรอเราก็เห็นคนส่วนใหญ่ที่แวะมาเป็นคนเกาหลีนะ มีทั้งวัยรุ่นสายคาเฟ่และผู้ใหญ่วัยทำงานแวะซื้อของว่างยามบ่าย

 

 

PPAU Donut สาขาอึลจิโร อยู่ชั้นบนโครงการ Daelim Plaza เราลงสถานีรถไฟใต้ดิน Euljiro 4(sa)ga ทางออก 1 ถ้าใครอยากตามไปลองให้เดินตามแมปไปเรื่อยๆ จนเจอซอยขายวัสดุก่อสร้างต่างๆ แล้วเดินขึ้นบันไดไปชั้นบน จะเจอร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านโดนัทเจ้านี้เปิดอยู่

 

PPAU Donut

Address: โครงการ Daelim Plaza ย่านอึลจิโร (ด้านหลัง Gwangjang Market)

Open: วันจันทร์-เสาร์ เวลา 11.00-20.00 น.

Budget: 1,000-2,000 วอน

Map:

 

 

The post PPAU Donut ร้านโดนัทสไตล์เกาหลีลับๆ ในย่านอึลจิโร ประเทศเกาหลีใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จากน้ำต้มหอยนางรมสู่ ‘อาณาจักรกูลิโกะ’ บริษัท 103 ปีมูลค่าแสนล้านเยน https://thestandard.co/glico-kingdom/ Sat, 30 Mar 2024 09:59:33 +0000 https://thestandard.co/?p=917453

เมื่อพูดถึงแลนด์มาร์ก ณ นครโอซาก้า เชื่อว่าสถานที่ที่คน […]

The post จากน้ำต้มหอยนางรมสู่ ‘อาณาจักรกูลิโกะ’ บริษัท 103 ปีมูลค่าแสนล้านเยน appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อพูดถึงแลนด์มาร์ก ณ นครโอซาก้า เชื่อว่าสถานที่ที่คนทั่วโลกรวมถึงคนไทยต้องไปเยือนเพื่อเช็กอินให้ได้สักครั้งที่เมืองแห่งนี้คือ ‘ป้ายกูลิโกะแมน’ (Dotonbori Glico Sign) ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเก็บภาพได้ถึงหลักล้านคนต่อปี

 

THE STANDARD WEALTH มีโอกาสร่วมเดินทางไปเยือนกูลิโกะถึงประเทศญี่ปุ่น เพื่อหาคำตอบว่า อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้แบรนด์อาหารแปรรูปนี้มีอายุยาวนานได้ถึง 103 ปี จนกลายมาเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองโอซาก้า และแท้จริงแล้วชื่อของแบรนด์ ‘กูลิโกะ’ มีที่มาที่ไปอย่างไร? บอกเลยว่าหลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้แน่นอน 

 

ป๊อกกี้กล่องแดง ไอศกรีมที่ขายเกลี้ยง 7 Eleven หรือโคลลอนเขย่า เหล่านี้เป็นขนมที่คนไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่เชื่อหรือไม่ว่า สินค้าตัวแรกของกูลิโกะคือ ‘ลูกอมคาราเมล’ ที่มีขายแค่ในญี่ปุ่นเท่านั้น โดยจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดมาจากชายผู้มีชื่อว่า ริอิจิ เอซากิ ที่บังเอิญไปพบเข้ากับชาวประมงที่กำลังต้มหอยนางรม ซึ่งเขาจำได้ว่าตัวเองเคยอ่านเจอในหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับประโยชน์ของมัน เขาจึงตัดสินใจขอน้ำต้มไปทำวิจัย และผลปรากฏว่าข้อสังเกตของเขาเป็นจริง เพราะในหอยนางรมมีสารอาหารที่เรียกว่าไกลโคเจน (Glycogen)

 

ในช่วงแรกริอิจิครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ว่าเขาจะตั้งชื่อสินค้าของตัวเองว่า Glycogen Caramel ให้ตรงตามชื่อวัตถุดิบไปเลยดีหรือไม่ แต่ตัวเขามองว่ามันเป็นชื่อที่จำได้ยาก ก็เลยย่อให้เหลือ Glyco ในช่วงแรก ซึ่งในปี 1921 ลูกอมคาราเมลตัวนี้ก็ได้วางจำหน่ายในตลาดเป็นครั้งแรก

 

 

อย่างไรก็ตาม Glyco จะถูกอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษว่า ‘ไกลโค’ ซึ่งต่างจากคำอ่านออกเสียงในภาษาญี่ปุ่น จนสุดท้ายเพื่อให้คำอ่านออกเสียงออกมาอย่างถูกต้อง ทางบริษัทจึงปรับตัวสะกดให้เป็น Glico ซึ่งก็กลายมาเป็นแบรนด์ ‘กูลิโกะ’ (Glico) อย่างที่เราคุ้นหูคุ้นตากันในปัจจุบัน

 

นอกจากความบังเอิญที่ริอิจิได้เจอมาเกี่ยวกับหอยนางรมแล้ว พื้นเพครอบครัวที่ทำธุรกิจเภสัชกรรมก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จุดประกายให้เขาอยากจะทำสินค้าที่ทั้งให้ประโยชน์และความอร่อย เพราะกลุ่มคนที่ต้องการไกลโคเจนมากที่สุดในเวลานั้นก็คือพวกเด็กๆ เขาจึงนำไกลโคเจนจากหอยนางรมไปผสมกับลูกอมคาราเมล เพื่อแก้ปัญหาที่เด็กส่วนใหญ่เลือกกินโดยตัดสินจากรสชาติเป็นสำคัญ พร้อมทั้งใส่การ์ดหรือของเล่นชิ้นเล็กๆ เป็นของแถมให้เด็กในสมัยนั้นได้เอาไว้เล่นกันอีกด้วย

 

 

หนึ่งในเกร็ดน่าสนใจของโลโก้ ‘กูลิโกะแมน’ (Goal-in Mark) คือการที่ริอิจิเห็นเด็กคนหนึ่งกำลังวิ่งเข้าเส้นชัยพร้อมกับชูมือขึ้น สื่อถึงความสำเร็จที่สะท้อนผ่านความมุ่งมั่น และด้วยลูกอมคาราเมล 1 เม็ดที่ให้พลังงานได้ 16 แคลอรี ซึ่งเป็นระดับที่เพียงพอต่อการวิ่งระยะทาง 300 เมตร ทำให้มาสคอตตัวนี้จึงถูกใช้แทนสัญลักษณ์ของแบรนด์นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแบบถึง 6 ครั้ง แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนก็คือ เจ้าตัวรันนิ่งแมนที่ยังคงเป็นธีมหลักเสมอ

 

หากย้อนกลับไปในโลกยุคก่อนอินเทอร์เน็ต สิ่งที่ช่วยให้กูลิโกะก้าวขึ้นมามีชื่อเสียงได้คือ การตลาดที่แตกต่าง เริ่มจากแพ็กเกจจิ้งสีแดงที่ฉีกแนวออกไปจากสีเหลืองที่เคยเป็นมาตรฐานในช่วงเวลานั้น หรือการแจกตัวอย่างสินค้าให้ชิมฟรี เพื่อแก้ปัญหาที่ตัวกล่องขาดรูปภาพ เพื่อสื่อสารว่าสินค้าข้างในคืออะไร พร้อมทั้งกลยุทธ์ติดตั้งตู้จำหน่ายอัตโนมัติที่มากับจอทีวี เพื่อฉายภาพยนตร์ทุกครั้งที่มีการหยอดเหรียญ แต่จะฉายเพียง 1 ใน 5 ของเรื่องเท่านั้น และหากใครต้องการชมแบบเต็มเรื่องก็จะต้องซื้อลูกอมทั้งหมด 5 กล่อง ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ยังใหม่มากในสมัยนั้น โดยเฉพาะยุคที่โทรทัศน์ถือเป็นของหายาก แต่ก็สามารถกระตุ้นการทดลองสินค้าได้

 

 

ต่อมาในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกสินค้าที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ก็คือ ป๊อกกี้ (Pocky) ที่เปรียบได้เสมือนขนมติดบ้านของใครหลายคน โดยป๊อกกี้ที่เราน่าจะคุ้นเคยกันมากที่สุดก็คือ ‘ป๊อกกี้กล่องแดง’ ขนมเคลือบช็อกโกแลตตัวแรกของโลกที่ออกแบบมาให้สามารถกินได้โดยไม่ต้องเลอะมือ จนสินค้ากลายเป็นที่นิยมขึ้นมาจากการที่ผู้คนเลือกกินได้ในหลากหลายโอกาส และนำมาสู่การออกรสชาติอื่นๆ ตามมาไม่ว่าจะเป็น สตรอว์เบอร์รี คุกกี้แอนด์ครีม หรือมัทฉะ และอีกมากมาย

 

 

สำหรับเส้นทางธุรกิจต่อจากนี้ของกูลิโกะจะเป็นการหันไปตอบโจทย์เรื่องสุขภาพมากขึ้นด้วยวัตถุดิบหลักอย่าง ‘อัลมอนด์’ เพื่อรับเทรนด์ความต้องการอาหารทางเลือกเพื่อสุขภาพของผู้คนในอัตราที่เพิ่มขึ้น โดย ดร.ฮิโรโยชิ อิโนอุเอะ ศาสตราจารย์ Keio University School of Medicine กล่าวกับสื่อมวลชนว่า “อัลมอนด์เป็นอาหารที่ถูกเชื่อมโยงกับความงามและความเยาว์วัยในหลายประเทศ ซึ่งผลวิจัยที่เราทำก็สนับสนุนแนวคิดนี้ เพราะอัลมอนด์มีไฟเบอร์สูงกว่ากะหล่ำปลีถึง 9.2 เท่า และกรดโอเลอิก (Oleic Acid) ที่จำเป็นต่อการควบคุมน้ำตาลในร่างกายสูงกว่าถั่วเหลืองถึง 7.6 เท่า”

 

กูลิโกะออกไอศกรีม Sunao ที่มีส่วนผสมของนมอัลมอนด์ อาจเป็นตัวเลือกให้กับกลุ่มลูกค้าที่ตระหนักถึงเรื่องผลกระทบของการรับประทานอาหารมากขึ้น และล่าสุดในปี 2023 กูลิโกะนำ Almond Koka เครื่องดื่มนมอัลมอนด์เข้ามาตีตลาดในไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยกลยุทธ์ดังกล่าวมีโอกาสที่จะเปิดประตูให้กับกูลิโกะในการเข้าถึงตลาดกลุ่มใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ แต่ยังสามารถมีความสุขกับขนมได้ในบางช่วงเวลา

 

อย่างไรก็ตาม กูลิโกะไม่ใช่ผู้เล่นเพียงรายเดียวในตลาด เพราะยังมีการแข่งขันจากผู้เล่นในฝั่งตะวันตกทั้ง Mondelēz International, Nestlé และ Kellogg’s แบรนด์ระดับโลกที่กำลังกระโดดเข้ามาเล่นในตลาด ‘อาหารสุขภาพ’ เช่นเดียวกัน ฉะนั้นสิ่งที่ต้องติดตามต่อก็คือ อัลมอนด์จะเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการสุขภาพที่ดีมากน้อยแค่ไหน หรือจะมีวัตถุดิบอื่นจากผู้ผลิตรายอื่นที่ตอบโจทย์ตลาดมากกว่า? แต่สิ่งที่กูลิโกะได้เปรียบคือ ความเป็นญี่ปุ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นรสชาติหรือรูปแบบของขนม ที่น่าจะทำให้หลายคนคิดว่า ‘แบบนี้คงมีแค่ญี่ปุ่นที่คิดได้’

 

โดยสรุปอาณาจักรกูลิโกะอาจจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากปราศจากความช่างสังเกตของ ริอิจิ เอซากิ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของไอเดียอาหารแปรรูปมากมาย แต่การอยู่มาได้ถึง 103 ปี ก็เป็นเพราะกลยุทธ์การตลาดที่แตกต่างแต่ใหม่สำหรับผู้บริโภค จนในปัจจุบันกูลิโกะมีผลิตภัณฑ์ที่วางขายอยู่ในหลายประเทศทั่วโลกด้วยมูลค่าตลาด (Market Cap) ราว 2.89 แสนล้านเยน

 

The post จากน้ำต้มหอยนางรมสู่ ‘อาณาจักรกูลิโกะ’ บริษัท 103 ปีมูลค่าแสนล้านเยน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ป๊อกกี้ ครัช’ บิสกิตเรือธงตัวใหม่กับกลยุทธ์มัดใจ Gen Z ของกูลิโกะที่หวังโตสองหลักในปี 2024 https://thestandard.co/pocky-crush-the-new-flagship-biscuit/ Wed, 06 Mar 2024 03:45:04 +0000 https://thestandard.co/?p=907743

“สำหรับป๊อกกี้ เราให้ความสำคัญกับเรื่องการตอบโจทย์ของคน […]

The post ‘ป๊อกกี้ ครัช’ บิสกิตเรือธงตัวใหม่กับกลยุทธ์มัดใจ Gen Z ของกูลิโกะที่หวังโตสองหลักในปี 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>

“สำหรับป๊อกกี้ เราให้ความสำคัญกับเรื่องการตอบโจทย์ของคนในแต่ละกลุ่ม (Segment) มากขึ้น จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมกูลิโกะประเทศไทยเลือกที่จะเปิดตัวขนมบิสกิตป๊อกกี้แบบพรีเมียมเพื่อขยายฐานลูกค้าโดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่” เฉลิมพงษ์ ดรงค์สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยกูลิโกะ จำกัด

 

เชื่อว่าถ้าเราเอ่ยถึงขนมบิสกิตแท่งเคลือบช็อกโกแลตกล่องแดง คนไทยหลายคนคงจะคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีกับผลิตภัณฑ์ของป๊อกกี้ ซึ่งอยู่ในสังคมไทยมายาวนานกว่า 52 ปีแล้ว ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 1972 

 

แม้ป๊อกกี้จะอยู่ในประเทศไทยมากว่าครึ่งศตวรรษ แต่บริษัทก็ยังไม่หยุดนิ่งและเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์พร้อมทั้งงัดกลยุทธ์รูปแบบใหม่ๆ ออกมา เพื่อตอบสนองกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในยุคดิจิทัลนับตั้งแต่โควิด

 

ในปี 2023 ตลาดขนมบิสกิตของไทยมีอัตราเติบโตขึ้น 6% และมีแนวโน้มการเติบโตขึ้นอีก โดยเป้าหมายในปีนี้ ไทยกูลิโกะตั้งเป้าเติบโตให้ได้สองหลัก แต่คำถามที่ตามมาคือ กลยุทธ์อะไรบ้างที่จะดันให้พวกเขาสามารถไปถึงเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ได้? 

 

แน่นอนว่าการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ‘ป๊อกกี้ ครัช’ คือส่วนหนึ่งของการเติบโต แต่อีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันคือการทำให้ป๊อกกี้เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้นในโอกาสต่างๆ ผ่านการปรับกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อเข้าหาผู้บริโภคให้มากขึ้น โดยนำป๊อกกี้ไปจับคู่กับเครื่องดื่มหรือขนมเพื่อเพิ่มความหลากหลาย รวมทั้งปรับแท็กไลน์ของแบรนด์ใหม่ จากเดิมที่เป็น ‘อัพรสชาติความสุข สนุกขึ้นกับป๊อกกี้’ ให้กลายเป็น ‘อัพจังหวะความสุข สนุกขึ้นกับป๊อกกี้’ 

 

ดวงกมล ชุลิกาวิทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของบริษัท กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า “การปรับเมสเสจครั้งนี้เป็นเพราะเราอยากเข้าไปอยู่ใกล้ลูกค้าของเราให้มากขึ้นกว่าเดิม การเลือกใช้คำว่า ‘จังหวะ’ เป็นความต้องการที่เราอยากเห็นป๊อกกี้เข้าไปอยู่ในทุกช่วงจังหวะเวลาของผู้บริโภค”

 

อีกทั้งเมื่อก่อนกลยุทธ์ของป๊อกกี้จะโฟกัสแค่การสร้างการรับรู้ให้กับคนเพียงอย่างเดียว แต่มาในวันนี้ต้องการที่จะวิ่งไปหาผู้บริโภคเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสกับป๊อกกี้ในรูปแบบใหม่ ผ่านกลยุทธ์ที่เรียกว่า ‘Experiential Marketing’ หรือกลยุทธ์การตลาดเชิงประสบการณ์ที่ใช้อินฟลูเอ็นเซอร์ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ หรือ Music Marketing ที่นำเพลงมาเป็นส่วนหนึ่งของการตลาด เพื่อสร้างความเข้าใจในตัวตนของแบรนด์ให้ง่ายและมีมิติมากขึ้น ท่ามกลางยุคสมัยที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

 

นอกจากนี้ อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่จะเจาะให้เข้าถึงไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ได้คือการเผยโฉมป๊อปอัพสโตร์ ป๊อกกี้ คาเฟ่ (Pocky Café) ที่นำ 5 รสชาติหลักอย่างช็อกโกแลต, สตรอเบอร์รี, คุกกี้แอนด์ครีม, มิลค์กี้มัทฉะ และนัตตี้อัลมอนด์ มาทำเป็นเมนูเครื่องดื่ม 5 เมนู ซึ่งที่ผ่านมาในการทดลองเปิดปีก่อนพิสูจน์ให้เห็นถึงผลตอบรับที่ดีจากคนไทย

 

ถามว่าป๊อปอัพสโตร์ ป๊อกกี้ คาเฟ่ (Pocky Café) เกิดขึ้นมาได้อย่างไร?

 

คอนเซปต์แนวนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในญี่ปุ่นเมื่อช่วงปี 1980 ซึ่งถูกเรียกว่า ‘Pocky on the Rocks’ ที่เป็นแรงบันดาลใจของการเปิดตัว Pocky Café “ต้องบอกว่าหนึ่งในสิ่งที่คนญี่ปุ่นชอบบริโภคนั่นก็คือวิสกี้ และในสมัยนั้นเองพวกเขาก็นิยมใช้แท่งป๊อกกี้เป็นลักษณะคล้ายช้อนเพื่อคนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เข้ากัน” ดวงกมลกล่าว

 

สิ่งนี้จึงเกิดเป็นไอเดียที่ว่านอกจากขนมป๊อกกี้ที่สามารถบริโภคได้ด้วยตัวของมันเองแล้ว สินค้ายังสามารถนำไปสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคได้ บริษัทจึงได้เปลี่ยนจากคอนเซปต์ ‘Pocky on the Rocks’ ให้กลายเป็น Pocky Café อย่างที่เป็นในตอนนี้

 

สำหรับภาพรวมธุรกิจอนาคตในปีนี้ ไทยกูลิโกะเชื่อว่าการเติบโตของแบรนด์ป๊อกกี้ไม่น่าจะหดตัวลง เนื่องจากกำลังซื้อของผู้คนกลับมาทั้งในและนอกประเทศ รวมถึงกลยุทธ์เชิงรุกที่บริษัทกำลังทำอยู่ก็เริ่มแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่ดี อย่างเช่นการไปออกโรดโชว์และมีตัวอย่างสินค้าให้ชิม เฉลิมพงษ์กล่าวว่า “บางคนตัดสินใจซื้อสินค้าหลังจากชิมทันที ซึ่งถ้าขาดอีเวนต์นี้ไปทางเราก็คงเสียโอกาสจากลูกค้าส่วนนี้”

 

โดยสรุป การขยับเข้าหาผู้บริโภคมากขึ้นทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ใหม่และกลยุทธ์ที่เข้ากับเทรนด์การตลาดในปัจจุบัน คือปัจจัยที่ทำให้ทั้งสองผู้บริหารมั่นใจว่าป๊อกกี้จะสามารถเติบโตตามเป้าได้ในปีนี้ และอยู่กับสังคมไทยได้ต่อไปในอนาคต

The post ‘ป๊อกกี้ ครัช’ บิสกิตเรือธงตัวใหม่กับกลยุทธ์มัดใจ Gen Z ของกูลิโกะที่หวังโตสองหลักในปี 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>