ก็อต-จิรายุ ตันตระกูล Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ก็อต-จิรายุ-ตันตระกูล/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 15 Aug 2024 10:48:21 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ชมคลิป: เริ่มลงทุนจากศูนย์ให้ ‘อยู่รวย’ แบบ ก๊อต จิรายุ! | NEW GEN INVESTOR (HL) https://thestandard.co/new-gen-investor-ep-13-4/ Thu, 15 Aug 2024 11:00:32 +0000 https://thestandard.co/?p=971531

การลงทุนอาจไม่เกิดผลหากไม่เริ่มลงมือทำ ก๊อต จิรายุ มาแช […]

The post ชมคลิป: เริ่มลงทุนจากศูนย์ให้ ‘อยู่รวย’ แบบ ก๊อต จิรายุ! | NEW GEN INVESTOR (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>

การลงทุนอาจไม่เกิดผลหากไม่เริ่มลงมือทำ ก๊อต จิรายุ มาแชร์ประสบการณ์ความผิดพลาดและบทเรียนจากการลงทุน รวมถึงความเปลี่ยนแปลงจากการบริหารเงินที่เริ่มจากปรับนิสัย จนทุกวันนี้มีความสุขและมีความมั่นคงขึ้น

 

รับชมคลิปเต็มๆ ได้ที่: ก๊อต จิรายุ จากหนี้ท่วม สู่การเก็บ 6 บัญชีที่ยังมีให้ถลุง! | NEW GEN INVESTOR EP.13

 

ติดตามรายการ NEW GEN INVESTOR ทุกวันเสาร์ เวลา 10.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

The post ชมคลิป: เริ่มลงทุนจากศูนย์ให้ ‘อยู่รวย’ แบบ ก๊อต จิรายุ! | NEW GEN INVESTOR (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เคล็ดลับจัดการเงินแบบ ก๊อต จิรายุ ที่เปลี่ยนชีวิตให้รวย! | NEW GEN INVESTOR (HL) https://thestandard.co/new-gen-investor-ep-13-3/ Sun, 11 Aug 2024 06:00:44 +0000 https://thestandard.co/?p=969914

หากเก็บเงินไม่ค่อยอยู่ทำอย่างไรดี? NEW GEN INVESTOR ชวน […]

The post ชมคลิป: เคล็ดลับจัดการเงินแบบ ก๊อต จิรายุ ที่เปลี่ยนชีวิตให้รวย! | NEW GEN INVESTOR (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>

หากเก็บเงินไม่ค่อยอยู่ทำอย่างไรดี? NEW GEN INVESTOR ชวน ก๊อต-จิรายุ ตันตระกูล มาพูดคุยถึงเทคนิคเก็บเงินเปลี่ยนชีวิต การแบ่งเงิน 6 บัญชีที่ช่วยให้ควบคุมการใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างวินัยทางการเงิน และบรรลุเป้าหมายทางการเงินในระยะยาวได้เร็วขึ้น

 

รับชมคลิปเต็มๆ ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=8QsB7CfI-bw

 

ติดตามรายการ NEW GEN INVESTOR ทุกวันเสาร์ เวลา 10.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

The post ชมคลิป: เคล็ดลับจัดการเงินแบบ ก๊อต จิรายุ ที่เปลี่ยนชีวิตให้รวย! | NEW GEN INVESTOR (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: บทเรียนทางการเงินที่ ก๊อต จิรายุ เสียดายไม่ได้รู้ก่อน 20! | NEW GEN INVESTOR (HL) https://thestandard.co/new-gen-investor-ep-13-2/ Thu, 08 Aug 2024 11:04:18 +0000 https://thestandard.co/?p=969119

เงินเยอะแต่ไม่เหลือเก็บ จัดการอย่างไร ถอดบทเรียนจาก ก๊อ […]

The post ชมคลิป: บทเรียนทางการเงินที่ ก๊อต จิรายุ เสียดายไม่ได้รู้ก่อน 20! | NEW GEN INVESTOR (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>

เงินเยอะแต่ไม่เหลือเก็บ จัดการอย่างไร ถอดบทเรียนจาก ก๊อต-จิรายุ ตันตระกูล ที่เคยบริหารรายได้ไม่เป็นจนกลายเป็นหนี้ก้อนโตที่ต้องสะสาง เขาผ่านเหตุการณ์ในวันนั้นมาได้อย่างไร และวันนี้มุมมองความคิดเกี่ยวกับการเงินของก๊อตเปลี่ยนไปอย่างไร มีเรื่องอะไรบ้างที่ก๊อตเสียดายที่ไม่ได้รู้ตั้งแต่ก่อนอายุ 20 ปี!

The post ชมคลิป: บทเรียนทางการเงินที่ ก๊อต จิรายุ เสียดายไม่ได้รู้ก่อน 20! | NEW GEN INVESTOR (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ก๊อต จิรายุ จากหนี้ท่วม สู่การเก็บ 6 บัญชีที่ยังมีให้ถลุง! | NEW GEN INVESTOR EP.13 https://thestandard.co/new-gen-investor-ep-13/ Sat, 20 Jul 2024 03:00:29 +0000 https://thestandard.co/?p=960394 NEW GEN INVESTOR

หาเงินได้เยอะ อาจไม่รวยเสมอไป ถ้าบริหารเงินไม่เป็น! &nb […]

The post ชมคลิป: ก๊อต จิรายุ จากหนี้ท่วม สู่การเก็บ 6 บัญชีที่ยังมีให้ถลุง! | NEW GEN INVESTOR EP.13 appeared first on THE STANDARD.

]]>
NEW GEN INVESTOR

หาเงินได้เยอะ อาจไม่รวยเสมอไป ถ้าบริหารเงินไม่เป็น!

 

เอพิโสดนี้ เฟิร์น – ศิรัถยา อิศรภักดี ชวน ก๊อต – จิรายุ ตันตระกูล มาคุยเรื่องการสร้างนิสัยการเงินที่ควรจะมีตั้งแต่ก่อนอายุ 20 พร้อมสูตรการแบ่งเงินเป็น 6 บัญชี ที่จะช่วยให้ชีวิตดียิ่งขึ้น

The post ชมคลิป: ก๊อต จิรายุ จากหนี้ท่วม สู่การเก็บ 6 บัญชีที่ยังมีให้ถลุง! | NEW GEN INVESTOR EP.13 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เข้าใจไทย-พม่าด้วยมุมมองใหม่ ผ่านความละเมียดละไมของละครจากเจ้าพระยาสู่อิรวดี https://thestandard.co/chao-phraya-to-irrawaddy-thai-drama/ Mon, 07 Feb 2022 13:01:47 +0000 https://thestandard.co/?p=591485 Chao Phraya to Irrawaddy

สวยงาม อิ่มเอมหัวใจ และมอบมุมมองใหม่ให้กับผู้ชม นี่คือน […]

The post เข้าใจไทย-พม่าด้วยมุมมองใหม่ ผ่านความละเมียดละไมของละครจากเจ้าพระยาสู่อิรวดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Chao Phraya to Irrawaddy

สวยงาม อิ่มเอมหัวใจ และมอบมุมมองใหม่ให้กับผู้ชม นี่คือนิยามสั้นๆ ที่ผู้เขียนขอยกให้กับความดีงามของละครเรื่อง ‘จากเจ้าพระยาสู่อิรวดี’ ละครพีเรียดจาก Thai PBS ที่ว่าด้วยเรื่องราวของคนตัวเล็กๆ ที่แทบไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ นั่นคือคนไทยจากอโยธยาที่ถูกกวาดต้อนไปอยู่ที่อังวะ ประเทศพม่า ในช่วงเสียกรุงครั้งที่ 2 อย่างที่หนึ่งในตัวละครของเรื่องกล่าวเอาไว้ว่า “คนในอนาคตข้างหน้าเขาก็ไม่รู้ว่าพวกคุณอยู่ที่นี่เหมือนกัน”

 

จากเจ้าพระยาสู่อิรวดี ว่าด้วยเรื่องราวของนุชนาฏ (ตังตัง-นัฐรุจี วิศวนารถ) หญิงสาวจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่เดินทางไปทำงานเป็นผู้ช่วยเชฟที่ย่างกุ้ง ทำให้เธอได้พบกับ ปกรณ์ (ก๊อต-จิรายุ ตันตระกูล) เชฟหนุ่มเจ้าระเบียบแต่แฝงอารมณ์ละมุนเอาไว้ในท่าทีขึงขัง นุชนามีอาการประหลาด คือ ทุกครั้งที่ร่ายรำ เธอจะหมดสติและเห็นภาพในอดีต ซึ่งเชื่อมโยงกับอาการเนื้องอกในสมองที่เธอเป็นอยู่ อาการนี้เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ และทำให้เธอเห็นภาพในอดีตชัดเจนขึ้น เธอเข้าไปอยู่ในร่างของปิ่น สาวใช้ผู้ใฝ่ฝันจะเป็นนางรำในตำหนักของเจ้าหญิงจากอโยธยา ที่ถูกกวาดต้อนมาเมื่อครั้งเสียกรุงครั้งที่ 2 ที่อังวะ และได้พบกับหม่องสะ (เดาง์) กวีเอกของราชสำนักอังวะ ผู้ปลุกปั้นให้เธอเป็นนางรำในโรงละครหลวง นำมาสู่การถ่ายทอดบทประพันธ์และการการร่ายรำแบบอโยธยา รวมทั้งนำปัญหามาสู่ตัวปิ่นที่อาจจะต้องแลกด้วยชีวิต 

 

Chao Phraya to Irrawaddy

ปกรณ์ (ก๊อต-จิรายุ ตันตระกูล) 

 

Chao Phraya to Irrawaddy

ภาพจาก ‘จากเจ้าพระยาสู่อิรวดี’

 

เราอาจคุ้นเคยกับละครพีเรียดที่ว่าด้วยเรื่องของเจ้าขุนมูลนาย หรือพระมหากษัตริย์ที่มีปมประเด็นความขัดแย้งระหว่างไทยกับพม่าจนฝังภาพความเป็น ‘ศัตรู’ แต่ละครเรื่องนี้กลับพูดถึงชีวิตผู้คนตัวเล็กๆ ที่อยู่ร่วมกันในฐานะเพื่อนมนุษย์ และเชื่อมโยงถึงกันผ่านศิลปะวัฒนธรรม แม้แต่การปฏิบัติของราชสำนักอังวะต่อเจ้าหญิงจากอโยธยาก็ดูเคารพให้เกียรติ ผู้เขียนชอบการวางคาแรกเตอร์ของ ‘ปิ่น’ คือ เป็นชนชั้นล่าง ท้องก่อนแต่ง ตรงนี้ค่อนข้างผิดแผกจากขนบนางเอกละครพีเรียดที่ผ่านมา แต่เอาเข้าจริงผู้หญิงชาวบ้านในยุคโบราณก็อาจอยู่กินก่อนแต่งงาน เรื่องความรักนวลสงวนตัวอาจเข้ามาในสยามก็ช่วงยุควิกตอเรียนี่เอง 

 

Chao Phraya to Irrawaddy

Chao Phraya to Irrawaddy

 

ความโดดเด่นของจากเจ้าพระยาสู่อิรวดี คือการเอาประเด็นประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ บุญกรรม สิทธิสตรี และ LGBTQ ให้เข้ามาอยู่รวมกันได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะข้อมูลทางประวัติศาสตร์ สมกับที่ แน็ต-ชาติชาย เกษนัส ผู้กำกับ เคยทำสารคดี โยเดีย ที่คิด(ไม่)ถึง ทำให้เราเห็นภาพชีวิตผู้คนชาวโยเดียหรือโยดะยา (คำเรียกคนภาคกลาง ภาคใต้ และอาณาจักรอยุธยาในภาษาพม่า) ที่ยังคงดำรงเผ่าพันธุ์บนแผ่นดินพม่าจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งการนำบุคคลที่มีตัวตนในประวัติศาสตร์ที่น้อยคนจะรู้จักมาเรียงร้อยเข้ากับเรื่องราวให้มีความกลมกล่อม ไม่ว่าจะเป็นเจ้าฟ้ามงกุฎ และเจ้าฟ้ากุณฑล พระราชธิดาในพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เจ้านายสตรีผู้นิพนธ์บทละครเรื่องอิเหนาใหญ่ และอิเหนาเล็ก แม้จะต้องไปอยู่ที่อังวะก็ยังทรงงานศิลปะเผยแพร่นาฏศิลป์แบบอโยธยา, เจ้าฟ้าอุทุมพร หรือขุนหลวงหาวัด อดีตกษัตริย์ผู้ครองเพศบรรพชิตจนกลายเป็นพระที่คนพม่าเลื่อมใสศรัทธา, หม่องสะ หรือ เมียวดี มินจี อูสะ กวีเอกและนักปราชญ์ของพม่า ผู้แปลอิเหนาเป็นภาษาพม่า และอุบากอง หรือบากอง ทหารเอกของพม่าเชื้อสายไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูฤกษ์ยาม ที่ถูกแต่งเติมเสริมเรื่องราวให้เป็นพระเอกในอดีตชาติ 

 

Chao Phraya to Irrawaddy

 

อีกทั้งยังใส่เกร็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์เข้าไปในบทสนทนาได้แบบไม่ดูประดักประเดิด จุดประกายให้อยากหาข้อมูลเพิ่มเติม ผู้เขียนยอมรับว่านี่คือละครที่ทำให้ต้องเปิดดู Google ไปด้วย เพื่อต่อยอดความรู้ที่ต้วเองมี อย่างเรื่องราวของพระเจ้าปดุงแห่งอังวะ (โกวิท วัฒนกุล) ที่กลับมาเกิดเป็นมหาเศรษฐีในชาตินี้แต่ก็เป็นเด็กกำพร้ามาก่อน ซึ่งถ้าลองสืบค้นประวัติก็พอจะรู้ว่าการขึ้นมาครองบัลลังก์ของพระเจ้าปดุงนั้นเป็นอย่างไร และทำไมเมื่อเกิดในภพชาติใหม่จึงไร้ญาติขาดมิตรแบบนั้น ส่วนในแง่วิทยาศาสตร์ในเรื่องไม่ได้นำเสนอภาพการย้อนเวลาเป็นเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ แต่มันอาจจะเกิดจากภาพหลอนเพราะความผิดปกติของสมอง หรือแม้กระทั่งเรื่องทฤษฎีของเวลา อย่างในฉากที่ปกรณ์อธิบายว่าแสงของดวงดาวคือแสงจากอดีตดวงดาวที่ดับสูญไปแล้ว รวมทั้งมิติเวลาที่แตกต่างกันเมื่อนุชนาฏเดินทางข้ามไปสู่อดีต 

 

Chao Phraya to Irrawaddy

 

ถึงจะอัดแน่นด้วยข้อมูลทางประวัติศาสตร์ แต่จากเจ้าพระยาสู่อิรวดีก็ไม่บกพร่องในแง่การเล่าเรื่องทางละคร ยังคงมีเรื่องราวรักโรแมนติกผสมดราม่า ให้เราได้เข้าใจว่าทุกข์ของคนเป็นบ่าวและความทุกข์ของคนเป็นเจ้าก็มีไม่ต่างกัน รวมถึงการดีไซน์ตัวละครให้มีเสน่ห์ อย่างตัวนุชนาฏหรือปิ่น ที่มีความน่ารักสดใสแบบเด็กสาวยุคใหม่, ปกรณ์ หรือบากอง ที่ก๊อต จิรายุดีไซน์ให้บุคลิกของทั้งสองตัวแตกต่างกัน และที่แจ้งเกิดไปเต็มๆ ต้องยกให้กับสองนักแสดงจากพม่า อย่างเดาง์ กับพลังความอบอุ่นไม่แพ้โอปป้าเกาหลี และ นีน ตเว ยูออง อดีตมิสยูนิเวิร์สเมียนมา 2018 ผู้มารับบทสนมมาลา เจ้าหญิงไทใหญ่ผู้ทุกข์ทนอยู่ในราชสำนักอังวะ ที่ทำออกมาได้ดีทีเดียวสำหรับละครเรื่องแรกของเธอ 

 

ถ้าครั้งหนึ่งนาฏศิลป์แบบอโยธยาคือ Soft Power ที่เชื่อมโยงคนต่างชาติต่างภาษาเข้าไว้ด้วยกัน ละครเรื่องจากเจ้าพระยาสู่อิรวดีก็กำลังทำหน้าที่นั้นด้วยการสร้างความเข้าใจใหม่ต่อเพื่อนบ้านอย่างเป็นมิตร รับรองว่าเวลา 12 ชั่วโมง กับ 12 ตอนของละครเรื่องนี้จะให้ทั้งอรรถรสและความรู้อย่างคุ้มค่าเลยทีเดียว ติดตามละครจากเจ้าพระยาสู่อิรวดี ครบทุกตอนได้ทาง www.VIPA.me และ Mobile Application: https://bit.ly/3rJQ7HA

 

ภาพ: ละครเรื่อง จากเจ้าพระยาสู่อิรวดี 

The post เข้าใจไทย-พม่าด้วยมุมมองใหม่ ผ่านความละเมียดละไมของละครจากเจ้าพระยาสู่อิรวดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
สวนดุสิตโพลเผยผลสำรวจ ‘พิธา-สุดารัตน์’ คว้านักการเมืองแห่งปี ‘หนุ่ม กรรชัย’ คว้าผู้ทรงอิทธิพล ส่วนใหญ่หวังปีหน้าโควิดคลี่คลาย https://thestandard.co/suan-dusit-poll-reveals-results-of-survey-2564/ Fri, 31 Dec 2021 07:05:30 +0000 https://thestandard.co/?p=578053 สวนดุสิตโพล

วันนี้ (31 ธันวาคม) สวนดุสิตโพลสำรวจความคิดเห็นของประชา […]

The post สวนดุสิตโพลเผยผลสำรวจ ‘พิธา-สุดารัตน์’ คว้านักการเมืองแห่งปี ‘หนุ่ม กรรชัย’ คว้าผู้ทรงอิทธิพล ส่วนใหญ่หวังปีหน้าโควิดคลี่คลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สวนดุสิตโพล

วันนี้ (31 ธันวาคม) สวนดุสิตโพลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนกรณี ‘ที่สุดแห่งปี’ โดยสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศจำนวน 9,777 คน ระหว่างวันที่ 27-30 ธันวาคม 2564 พบว่า 

 

เหตุการณ์ที่สุดแห่งปี 2564 คือ การระบาดของโควิด ร้อยละ 64.86 รองลงมาคือ การใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุม ร้อยละ 26.63 

 

นักร้องเพลงไทยสากลชายที่สุดแห่งปีคือ นนท์ ธนนท์ ร้อยละ 37.80 ฝ่ายหญิงคือ ดา เอ็นโดรฟิน ร้อยละ 44.10 

 

นักร้องลูกทุ่งชายที่สุดแห่งปีคือ ก้อง ห้วยไร่ ร้อยละ 40.62 ฝ่ายหญิงคือ ต่าย อรทัย ร้อยละ 70.27 

 

ดาราชายที่สุดแห่งปีคือ ก๊อต จิรายุ ร้อยละ 42.15 ฝ่ายหญิงคือ เบลล่า ราณี ร้อยละ 41.83 

 

นักกีฬาชายที่สุดแห่งปีคือ เจ ชนาธิป ร้อยละ 68.33 ฝ่ายหญิงคือ เทนนิส พาณิภัค ร้อยละ 35.82 

 

นักการเมืองชายที่สุดแห่งปีคือ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ร้อยละ 39.90 ฝ่ายหญิงคือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ร้อยละ 38.74 

 

นักการศึกษาที่สุดแห่งปีคือ อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ร้อยละ 38.39 

 

ผู้ทรงอิทธิพลแห่งปีคือ กรรชัย กำเนิดพลอย ร้อยละ 54.95

 

ความหวังในปีหน้า 2565 อยากให้สถานการณ์โควิดคลี่คลาย ร้อยละ 50.61 มีการเลือกตั้งครั้งใหญ่ ร้อยละ 26.20

 

ด้าน ชุติมา โรจน์สิรวรพัฒน์ อาจารย์โรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า ไม่เป็นที่น่าแปลกใจที่เหตุการณ์ที่สุดแห่งปี 2564 คือการระบาดของโรคโควิด เนื่องจากในปีนี้มีช่วงระบาดหนักที่สุดจนมียอดผู้ติดเชื้อเกินกว่า 20,000 รายต่อวัน ทำให้ประชาชนต้องปรับตัว การใช้ชีวิต เศรษฐกิจ และปากท้อง 

 

ส่วนด้านวงการเพลงและวงการบันเทิงถึงจะซบเซาเนื่องจากมีการล็อกดาวน์ แต่ประชาชนก็ยังให้ความสนใจและยังคงความนิยม ด้านวงการกีฬาก็ได้สร้างความสุขให้คนไทยในช่วงสถานการณ์เคร่งเครียดเช่นนี้ จากการได้รับเหรียญทองการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี ในด้านการเมืองก็ยังคงเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจและพูดถึงมากเช่นกัน

 

ขณะที่ ณัฐวุฒิ ตันมณี หัวหน้ากลุ่มงานอำนวยการและสื่อสารองค์กรสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า จากผลสำรวจโพลที่สุดแห่งปี 2564 สะท้อนให้เห็นถึงความหวัง พลังใจจากบุคคลต่างๆ ที่เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะจากหนุ่ม กรรชัย, ก๊อต จิรายุ, เบลล่า ราณี, ก้อง ห้วยไร่, ต่าย อรทัย, เจ ชนาธิป และเทนนิส พาณิภัค ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความรักในสิ่งที่ทำ ทำตามความฝัน หลายคนดิ้นรนต่อสู้เพื่อหาเลี้ยงชีพเพื่อครอบครัว ความหวังในปีหน้า 2565 ประชาชนอยากใช้ชีวิตอย่างอิสระจากโรคระบาดโควิดที่ยังไม่รู้จุดสิ้นสุด หวังให้การระบาดของโรคนี้คลี่คลายลง เพื่อกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขแบบเช่นก่อน

The post สวนดุสิตโพลเผยผลสำรวจ ‘พิธา-สุดารัตน์’ คว้านักการเมืองแห่งปี ‘หนุ่ม กรรชัย’ คว้าผู้ทรงอิทธิพล ส่วนใหญ่หวังปีหน้าโควิดคลี่คลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระเช้าสีดา แม้จบแผ่วแต่เรตติ้งปัง 6.823 ขึ้นแท่นสูงสุดอันดับ 2 ของช่อง one31 ฟาก TikTok มีผู้ชมสูง 1 พันล้านวิว! https://thestandard.co/krachao-seeda-ends-with-6-823-ratings/ Fri, 19 Nov 2021 07:00:18 +0000 https://thestandard.co/?p=561730 กระเช้าสีดา

กระเช้าสีดา ลาจอไปเมื่อคืนนี้ (18 พฤศจิกายน) ด้วยความฟิ […]

The post กระเช้าสีดา แม้จบแผ่วแต่เรตติ้งปัง 6.823 ขึ้นแท่นสูงสุดอันดับ 2 ของช่อง one31 ฟาก TikTok มีผู้ชมสูง 1 พันล้านวิว! appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระเช้าสีดา

กระเช้าสีดา ลาจอไปเมื่อคืนนี้ (18 พฤศจิกายน) ด้วยความฟินของคู่พระนาง ก๊อต-จิรายุ ตันตระกูล และนุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี ถึงแม้จะมีเสียงค่อนแคะถึงหลายๆ ประเด็นในเรื่องที่ไม่นำพาให้ตอนจบคลี่คลายอย่างที่ควรจะเป็น แต่ละครม้ามืดเรื่องนี้ก็สามารถทะยานตัวเลขเรตติ้งไปได้ที่ระดับ 6.823 เฉลี่ยทั่วประเทศ ขึ้นแท่นเป็นละครเรตติ้งสูงสุดอันดับ 2 ของช่อง one31 ตามหลังตัวเลข 7.676 ของละครเรื่อง วันทอง ที่จบไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา 

 

นับเป็นปรากฏการณ์ย่อมๆ เช่นกันสำหรับละครม้ามืดแห่งปี กระเช้าสีดา จากค่าย CHANGE2561 ของ ฉอด-สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ที่ว่าด้วยเรื่องราวความสัมพันธ์ของ รำนำ ผู้หญิงทะเยอทะยานที่อยากมีชีวิตที่ดีขึ้นกับคนรอบตัวของเธอ ซึ่งนอกจากบทโทรทัศน์ที่ชวนติดตามแล้ว ต้องนับว่าเป็นละครเรื่องหนึ่งที่ถูกพูดถึงในเรื่องของการแสดงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ 3 นักแสดงหลัก ทั้ง ก๊อต-จิรายุ ตันตระกูล ในบทบาท อำพน, นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี ในบท น้ำพิงค์ และบทสุดแซ่บที่ต้องจดจำไปอีกนานของ กรีน-อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล ในบทบาท รำนำ รวมไปถึงนักแสดงคนอื่นๆ ในเรื่องเองก็ต่างมีบทบาทและทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างพอดิบพอดีทั้ง ตู่-นพพล โกมารชุน, เจี๊ยบ-กาญจนาพร ปลอดภัย, อั๋น-วิทยา วสุไกรไพศาล และกระติ๊บ-ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล

 

 

แม้ละคร กระเช้าสีดา จะมีช่วงพักออกอากาศไปเนื่องจากสถานการณ์โควิดที่ส่งผลกระทบกับการถ่ายทำ หยุดพักการออกอากาศไว้ที่เอพิโสดที่ 7 แต่การกลับมาฉายซ้ำอีกครั้งตั้งแต่ตอนแรกก็เหมือนว่าละครเรื่องนี้จะได้ฐานแฟนและผู้ชมมากขึ้นตามมาด้วยกระแสปากต่อปาก และท้ายที่สุดละครเรื่องนี้ก็สามารถทะยานตัวเลขเรตติ้งไปได้ที่ 6.823 ในตอนจบ นับเป็นตัวเลขเรตติ้งที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของปีและตลอดกาลในบรรดาละครช่อง one31 และยังเป็นละครที่เรตติ้งสูงที่สุดของค่าย CHANGE2561 อีกด้วย โค่นแชมป์เดิมอย่าง ใบไม้ที่ปลิดปลิว ที่เคยทำไว้ที่ 4.7 และที่น่าสนใจมากๆ คือคลิปบนแอปพลิเคชัน TikTok ที่ติดแฮชแท็ก #กระเช้าสีดา นั้น มีผู้ชมรวมทั้งหมดแตะหลัก 1 พันล้านวิว จากทั้งเพลงประกอบเอง คัตซีนต่างๆ หรือเรื่องราวของนักแสดงนำ

 

 

ทางด้านนักแสดงนำอย่าง กรีน อัษฎาพร ละครเรื่องนี้คือผลงานที่ทำเรตติ้งได้สูงที่สุดนับตั้งแต่เธอรับบทบาทเป็นนักแสดงอิสระ และยังเป็นตัวเลขเรตติ้งที่สูงมากในประวัติการทำงานของเธอนับจากละครเรื่อง ขมิ้นกับปูน ในปี 2559 ทั้งนี้ เธอยังเตรียมขึ้นแท่นเป็นอีกหนึ่งนักแสดงคุณภาพที่ผู้ชมเชื่อในบทบาทของเธอ และต้องยอมรับว่าเธอเป็นรำนำได้อย่างน่าสนใจจริงๆ ชมบทสัมภาษณ์ของเธอกับ THE STANDARD POP ได้ที่นี่

 

 

 

แม้ กระเช้าสีดา จะมีหลายๆ ประเด็นที่ผู้ชมเองต่างสงสัย โดยเฉพาะเรื่องราวที่เหมือนจะคลี่คลายแต่ไม่คลี่คลายเท่าที่ควรจะเป็น แต่ด้วยกระแสของเคมีพระนางอย่าง ก๊อต จิรายุ และนุ่น วรนุช ก็ทำให้ผู้ชมส่วนหนึ่งรู้สึกสบายใจ มีความสุข ที่เห็นทางลงของละครเรื่องนี้แบบหวานๆ และตัวละครอย่าง รำนำ เองก็กลับตัวกลับใจและมีชีวิตต่อไปในแบบของตัวเอง 

 

คุณได้ชมละครเรื่องนี้อยู่บ้างหรือเปล่า รู้สึกอย่างไรกับ กระเช้าสีดา บอกให้เรารู้กันสักหน่อย

The post กระเช้าสีดา แม้จบแผ่วแต่เรตติ้งปัง 6.823 ขึ้นแท่นสูงสุดอันดับ 2 ของช่อง one31 ฟาก TikTok มีผู้ชมสูง 1 พันล้านวิว! appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปผลรางวัล สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ครั้งที่ 11 ก๊อต จิรายุ และ เบลล่า ราณี คว้าแสดงนำชายและหญิง School Town King คว้าภาพยนตร์ยอดเยี่ยม https://thestandard.co/director-awards-2021/ Mon, 05 Apr 2021 00:53:02 +0000 https://thestandard.co/?p=472354 สรุปผลรางวัล สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ครั้งที่ 11 ก๊อต จิรายุ และ เบลล่า ราณี คว้าแสดงนำชายและหญิง School Town King คว้าภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

เสร็จสิ้นลงไปแล้วสำหรับงานประกาศรางวัลสมาคมผู้กำกับภาพย […]

The post สรุปผลรางวัล สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ครั้งที่ 11 ก๊อต จิรายุ และ เบลล่า ราณี คว้าแสดงนำชายและหญิง School Town King คว้าภาพยนตร์ยอดเยี่ยม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปผลรางวัล สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ครั้งที่ 11 ก๊อต จิรายุ และ เบลล่า ราณี คว้าแสดงนำชายและหญิง School Town King คว้าภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

เสร็จสิ้นลงไปแล้วสำหรับงานประกาศรางวัลสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ครั้งที่ 11

 

Director Awards 2021 ที่จัดขึ้นในช่วงค่ำคืนนี้ (วันที่ 4 เมษายน 2564) ที่โรงแรม เดอะสุโกศล กรุงเทพฯ โดยผลรางวัลที่น่าสนใจในปีนี้ School Town King แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน คว้าทั้งสองรางวัลสำคัญประจำค่ำคืน อย่างรางวัลชนะเลิศภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และรางวัลชนะเลิศผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากผลงานของ วรรจธนภูมิ ลายสุวรรณชัย

 

 

สำหรับในสาขาการแสดง ก๊อต-จิรายุ ตันตระกูล คว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จาก คืนยุติ-ธรรม, เบลล่า-ราณี แคมเปน คว้าสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จาก อีเรียมซิ่ง 

 

ด้านนักแสดงสมทบยอดเยี่ยมทั้งชายและหญิงตกเป็นของนักแสดงจาก อ้าย..คนหล่อลวง คือ เผือก-พงศธร จงวิลาส จากบทพี่โจร และ แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช จากบทครูนงนุช นอกจากนี้ยังมีรางวัลสาขาใหม่ที่เพิ่งมอบให้ในปีนี้คือ ทีมนักแสดงยอดเยี่ยม ซึ่งทีมที่คว้ารางวัลไปคือทีมนักแสดงจากหนังคอเมดี้จาก GDH อย่าง อ้าย..คนหล่อลวง 

 

ส่วนรายชื่อผลรางวัลสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ครั้งที่ 11 ทั้งหมดสรุปได้ดังนี้ 

 

  • างวัลเชิดชูเกียรติผู้กำกับภาพยนตร์ผู้มีคุณูปการต่อวงการภาพยนตร์ไทย มอบให้แก่ ชนะ คราประยูร
  • รางวัลชนะเลิศภาพยนตร์ยอดเยี่ยม: School Town King แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน 
  • รางวัลชนะเลิศผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม: วรรจธนภูมิ ลายสุวรรณชัย จากภาพยนตร์ School Town King แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน
  • รางวัลชนะเลิศนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม: จิรายุ ตันตระกูล จากภาพยนตร์ คืนยุติ-ธรรม
  • รางวัลชนะเลิศนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม: ราณี แคมเปน จากภาพยนตร์ อีเรียมซิ่ง
  • รางวัลชนะเลิศนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม: พงศธร จงวิลาส จากภาพยนตร์ อ้าย..คนหล่อลวง
  • รางวัลชนะเลิศนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม: คัทลียา แมคอินทอช จากภาพยนตร์  อ้าย..คนหล่อลวง
  • รางวัลชนะเลิศทีมนักแสดงยอดเยี่ยม: ภาพยนตร์เรื่อง อ้าย..คนหล่อลวง
  • รางวัลชนะเลิศบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม: กัณฑ์ปวิตร ภูวดลวิศิษฏ์ จากภาพยนตร์ คืนยุติ-ธรรม
  • รางวัลชนะเลิศถ่ายภาพยอดเยี่ยม: ภาเกล้า จิระอังกูรกุล จากภาพยนตร์ Mother Gamer เกมเมอร์ เกมแม่
  • รางวัลชนะเลิศลำดับภาพยอดเยี่ยม: ปนายุ คุณวัลลี จากภาพยนตร์ อ้าย..คนหล่อลวง
  • รางวัลชนะเลิศดนตรีประกอบยอดเยี่ยม: ชัพวิชญ์ เต็มนิธิกุล, วุฒิพล อธิพงศ์กิจ จากภาพยนตร์ Mother Gamer เกมเมอร์ เกมแม่

 

THE STANDARD POP ร่วมปรบมือแสดงความยินดีให้กับภาพยนตร์ทุกเรื่อง นักแสดงทุกท่าน ร่วมไปถึงบุคลากรเบื้องหลังที่ได้รับรางวัลในปีนี้ 

 

อ้างอิง: 

  • https://www.facebook.com/thaifilmdirectorpage

The post สรุปผลรางวัล สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ครั้งที่ 11 ก๊อต จิรายุ และ เบลล่า ราณี คว้าแสดงนำชายและหญิง School Town King คว้าภาพยนตร์ยอดเยี่ยม appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ดอกไม้ในชีวิตของคนเราบานไม่พร้อมกัน’ ก๊อต-จิรายุ ตันตระกูล ต้นแบบนักแสดงที่ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง https://thestandard.co/jirayu-thantrakul/ https://thestandard.co/jirayu-thantrakul/#respond Wed, 30 May 2018 09:52:28 +0000 https://thestandard.co/?p=94076

“เชื่อไหมว่าดอกไม้ในชีวิตของคนเราบานไม่พร้อมกัน” ผมถาม […]

The post ‘ดอกไม้ในชีวิตของคนเราบานไม่พร้อมกัน’ ก๊อต-จิรายุ ตันตระกูล ต้นแบบนักแสดงที่ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>

“เชื่อไหมว่าดอกไม้ในชีวิตของคนเราบานไม่พร้อมกัน” ผมถาม ก๊อต-จิรายุ ตันตระกูล นักแสดงหนุ่มวัย 29 ที่ล่าสุดเพิ่งถูกจดจำจากบทบาท ‘หลวงสรศักดิ์’ ในละครที่โด่งดังในระดับปรากฏการณ์แห่งปีอย่าง ‘บุพเพสันนิวาส’

 

ก๊อตยิ้มตอบกลับมาว่า “เชื่อ” ทั้งยังแนบทัศนะเพิ่มเติมอีกด้วยว่า “คนที่ประสบความสำเร็จบนโลก ทุกคนล้วนมีภูเขากันคนละลูก มีทางที่ใช้เดินกันคนละเส้น แต่สุดท้ายทุกคนก็จะขึ้นไปยืนอยู่บนยอด เพราะฉะนั้นจะดีกว่าไหม ถ้าผมหาทางของตัวเองให้เจอ แล้วดำเนินชีวิตไปในแบบของตัวเอง”

 

ย้อนกลับไป 9 ปีก่อน ก้าวสำคัญในวงการบันเทิงของก๊อต จิรายุ เริ่มต้นขึ้นหลังจากเป็นผู้ชนะในรายการกึ่งเรียลิตี้โชว์ The Idol Project 1 หลังจากนั้น ถึงแม้ว่ามีผลงานละครทางช่อง 3 แทบทุกปี แต่ว่ากันตามจริง ภาพลักษณ์และชื่อเสียงของเขาเพิ่งจะได้รับการพูดถึงและถูกจับตามองผ่านงานละครคุณชายพุฒิภัทร (2556), บางระจัน (2558), ชาติพยัคฆ์ (2559) และโดดเด่นอย่างถึงที่สุดจาก ‘บุพเพสันนิวาส’ และ ‘คมแฝก’ ที่เพิ่งออกอากาศจบเมื่อไม่นานมานี้เอง

 

บอกเลยว่า THE STANDARD สนใจว่าแล้วขวบปีขณะที่ยังไม่โด่งดัง ยังไม่เป็นที่รู้จัก ก๊อต จิรายุ อยู่ตรงจุดไหนของวงการบันเทิง เขากินอะไร อ่านอะไร สนใจอะไร พัฒนาตัวเองอย่างไร และต้องอดทนแค่ไหนกว่าจะยืนระยะ ฝ่าลม แดด และฝน จนกระทั่งความสำเร็จยืนต้นและผลิดอกออกผลอย่างที่เขาได้รับในวันนี้

 

ลองอ่านสิ่งที่เขาคิดและพูด ไม่แน่ว่าคุณอาจได้แรงบันดาลใจจะพัฒนาตนเอง เหมือนอย่างที่เขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วในวันนี้

 

 

ตั้งแต่กระแสละคร ‘บุพเพสันนิวาส’ โด่งดังไปทั่วประเทศ นักแสดงในเรื่องหลายคนเป็นที่รู้จักมากขึ้น หนึ่งในนั้นรวมถึงคุณด้วย แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ ก๊อต จิรายุ ก็เดินทางผ่านอะไรมาเยอะเหมือนกัน อยากรู้ตอนเข้าวงการบันเทิงใหม่ๆ คุณมีความฝันแบบไหน แตกต่างหรือเหมือนกับวันนี้ยังไงบ้าง

ผมมีความฝันที่จะเป็นนักแสดงครับ ขอเล่าย้อนอดีตให้ฟังก่อน ครั้งหนึ่งผมเคยไปเล่นเป็นตัวประกอบภาพยนตร์เรื่อง มอ ๘ (2549) ได้ถ่ายออกซีนด้วยนะ พอหนังถ่ายเสร็จก็พาแม่ไปดู แต่ปรากฏว่าไม่เห็นตัวเองในโรงหนัง รู้สึกเฟลมาก (หัวเราะ) แล้วตั้งแต่นั้นเป็นต้นมามันเลยเหมือนเป็นแพสชันของผมว่า “คอยดู สักวันหนึ่งเราจะไปอยู่ตรงนั้นให้ได้”

 

ย้อนกลับไปไกลกว่านั้นอีกหน่อย จำได้ว่าตอนเด็กๆ ผมได้ดูหนังเรื่อง The Mask of Zorro (2541) ดูแล้วชอบมาก อีกครั้งคือตอน ม.3 ผมไปดูหนังของพี่จา พนม (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น ทัชชกร ยีรัมย์) เรื่ององค์บาก (2546) ผมเห็นพี่จาสะกดคนทั้งโรงแล้วก็รู้สึกประทับใจมาก

 

คนที่ประสบความสำเร็จบนโลก ทุกคนล้วนมีภูเขากันคนละลูก มีทางที่ใช้เดินกันคนละเส้น แต่สุดท้ายทุกคนก็สามารถจะขึ้นไปยืนอยู่บนยอด เพราะฉะนั้นจะดีกว่าไหม ถ้าผมหาทางของตัวเองให้เจอ แล้วดำเนินชีวิตไปในแบบของตัวเอง

 

ผมชอบความรู้สึกของการที่คนจ่ายสตางค์ซื้อตั๋ว แล้วเข้าไปนั่งอยู่ในโรงภาพยนตร์ ช่วงเวลาสองชั่วโมงนั้นเราจะลืมทุกอย่าง อยู่กับจอ อยู่กับภาพ ไฟมืดๆ สลัวๆ ปิดเครื่องมือสื่อสาร ไม่พูดคุย (ยิ้ม) ผมชอบความรู้สึกตรงนั้น เลยตั้งใจไว้ว่าจะต้องเป็นนักแสดงให้ได้ แล้ววันหนึ่งพอได้เป็นนักแสดง ผมก็อยากจะเป็นตัวละครตัวนี้ให้ได้ อยากเล่นหนังฮอลลีวูดให้ได้ ซึ่งตอนนี้ก็ทำได้แล้วตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้

 

(ก๊อต จิรายุ ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในทีมนักแสดงของภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง Gold (2016) แสดงนำโดย แมทธิว แม็กคอนาเฮย์ ซึ่งถ่ายทำในไทย หนังสร้างมาจากเรื่องจริงของนักล่าสมบัติสมัครเล่นชาวอเมริกัน ที่ออกตามล่าหาทองล้ำค่าอย่างไร้จุดหมายที่อินโดนีเซีย)

 

https://www.youtube.com/watch?v=IhYROWOayLw&feature=youtu.be

 

ผมจำได้ว่าตอนเข้าวงการมาใหม่ๆ จากการประกวดรายการ The Idol Project 1 ผมฟังคนโน้นพูดที คนนี้พูดที ซึ่งก็แนะนำกันคนละแบบ จนวันหนึ่งก็มีความรู้สึกว่า ทำไมเราต้องใช้ชีวิตตามมาตรฐานของคนอื่น เราควรจะใช้ชีวิตอย่างที่เราต้องการสิ

 

(The Idol Project รายการทีวีกึ่งเรียลิตี้ เพื่อค้นหานักแสดงหน้าใหม่ ออกฉายฤดูการแรกในปี 2552 ซึ่ง ก๊อต-จิรายุ ตันตระกูล คว้าตำแหน่งผู้ชนะเลิศมาได้)   

 

ช่วงแรกในวงการดูไม่ค่อยมีความสุขเท่าไร

สมัยก่อนเราจะมีผู้จัดการคอยดูแล ซึ่งเขามีวิธีคิดหรือแพตเทิร์นว่าการจะเป็นดาราในสังกัด ถ้าอยากมีผลผลิตคุณจะต้องทำแบบนี้ จะต้องเป็นแบบนี้ แต่พอได้ลองทำตามดู ผมรู้สึกว่าแบบนี้มันไม่ใช่ตัวตนของผม และเกิดความสงสัยตามมาว่าคนเราต้องเป็นแพตเทิร์นเดียวกันหมดเลยเหรอจึงจะประสบความสำเร็จ

 

พอโตขึ้น ผมเริ่มมองเห็นว่าคนที่ประสบความสำเร็จบนโลก ทุกคนล้วนมีภูเขากันคนละลูก มีทางที่ใช้เดินกันคนละเส้น แต่สุดท้ายทุกคนก็สามารถจะขึ้นไปยืนอยู่บนยอด เพราะฉะนั้นจะดีกว่าไหม ถ้าผมหาทางของตัวเองให้เจอ แล้วดำเนินชีวิตไปในแบบของตัวเอง มันคงจะมีความสุขกว่ากันมาก

 

บางคนอาจจะบอกว่าการเป็นตัวของตัวเองมันเป็นเรื่องยาก แต่สิ่งที่ยากกว่าคือการใช้ชีวิตตามมาตรฐานของคนอื่น

 

บางคนอาจจะบอกว่าการเป็นตัวของตัวเองมันเป็นเรื่องยาก แต่สิ่งที่ยากกว่าคือการใช้ชีวิตตามมาตรฐานของคนอื่น ยกตัวอย่างง่ายๆ ครอบครัวเราอาจจะบอกสอนมาว่า ต้องเรียนให้จบ จบแล้วทำงาน รับเงินเดือน เก็บเงิน แต่งงาน สร้างครอบครัว ฯลฯ แต่ผมรู้สึกว่าแบบนี้ไม่เอา ผมอยากจะเลือกชีวิตของผมเองว่าจะเรียนยังไง ดำเนินชีวิตยังไง

 

ผมเชื่อว่าในโลกใบนี้ไม่มีใครตัดเกรดใครได้ ไม่มีใครตัดสินใครได้ ในสมุดพกแสดงผลการเรียน อาจจะตัดเกรดให้ผมได้ F ในวิชานี้ แต่ผมไม่เคยเชื่อใบพวกนั้นเลย เพราะผมมองว่าคุณจะรู้จักชีวิตผมได้ยังไงจากการสอบเพียงแค่ชั่วโมงครึ่ง

 

ถ้าไม่เชื่อเรื่องการตัดเกรด อย่างนั้นคุณเชื่อเรื่องการจัดเกรดดารา-นักแสดงในวงการบันเทิงไหม ประมาณว่าดาราคนนี้เกรด A คนนี้เกรด B คนนี้เกรด C การจัดเกรดแบบนี้มีอยู่จริงหรือเปล่า และเขาวัดกันจากอะไร

ผมมองว่าดารากับนักแสดงต่างกันนะ นักแสดงคือคนที่ทำงานอยู่กับศิลปะการแสดง ดาราคือคนที่ทำงานอยู่ท่ามกลางกระแส อยู่กับชื่อเสียง ความโด่งดัง…ดารามันแปลว่าดวงดาว มันคือสิ่งที่อยู่บนฟ้า อยู่ในที่ที่คนต้องมองขึ้นไป เมื่อก่อนผมก็เลยปฏิเสธการเป็นดารา ผมมุ่งมั่นที่จะเป็นนักแสดงอย่างเดียว ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ผมไม่ออกงานอีเวนต์ ผมไม่อยากทำอะไรที่รู้สึกว่าไม่ใช่เรา ทำตัวเป็นคนที่ตรงมาก ปะ ฉะ ดะ หักคือหัก

 

แต่พอโตขึ้น ผมมองเห็นว่าตัวเองมีมุมมองที่ผิด เพราะความจริงแล้วความเป็นนักแสดงกับดารามันเป็นสิ่งที่อยู่คู่กัน ผมจึงค่อยๆ ปรับวิธีคิด สำคัญที่สุดคือพอโตขึ้น ผมมองเห็นว่าการเป็นคนแบบที่ผมเคยเป็น มันเป็นนิสัยของคนที่ขาดความรู้และขาดการควบคุมตัวเอง  

 

หลังจากนั้นผมก็ค่อยๆ ปรับ ต่อไปเราจะเป็นดาราด้วยส่วนหนึ่ง แต่ก็ยังต้องเป็นตัวเองด้วย ขณะเดียวกันเมื่อต้องทำงานในฐานะนักแสดง เราก็ต้องทำงานตามกระบวนการอย่างที่นักแสดงควรจะเป็น เราต้องรีเสิร์ช ต้องมีวิธีการอ่านบท วิเคราะห์ตัวละคร มีวิธีการฝึกซ้อม มีวิธีเติมสมองของตัวเอง ทุกอย่างมีสเตป เป็นงานที่ละเอียดไม่ต่างอะไรจากงานศิลปะเลย ส่วนงานดาราคือการออกอีเวนต์ เราไปโชว์ตัว นั่นคืองานสร้างความสุขให้กับผู้คนที่อยู่ตรงหน้า ตรงนั้นเราก็ต้องรับผิดชอบให้เต็มที่ด้วยเช่นกัน  

 

ผมอ่านหนังสือ How To เยอะมาก เพราะผมมองว่า ‘หนังสือ’ มันเป็นประสบการณ์ของผู้อื่นที่เราสามารถเรียนรู้ได้ผ่านการอ่านในราคาถูก แล้วพอเราอ่านหนังสือของคนที่ประสบความสำเร็จระดับโลกเยอะๆ มันทำให้รู้เลยว่าที่ผ่านมาวิธีคิดของเรามันตื้นเขินมาก

 

คุณจริงจังกับความฝันในวงการนี้มาตั้งแต่แรกเลยหรือเปล่า

จริงๆ จังๆ เลยคือตอนอายุ 25 ครับ ก่อนหน้านั้นเป็นช่วงที่ผมเดินตามคนโน้นคนนี้จนไม่เป็นตัวเอง จนกระทั่งเราไปเจอเด็กคนหนึ่ง ตอนนั้นเขาอายุ 21 เป็นเด็กที่มีแพสชันมากในการทำธุรกิจของตัวเอง พอเจอแล้วรู้สึกว่า เฮ้ย ไอ้เด็กคนนี้มันเหมือนเราเลยในตอนที่อายุเท่ากัน แล้วพอมองดูตัวเองตอนอายุ 25 ทำไมเราถึงเป็นแบบนี้ เราลอสมากเลย เราไม่เป็นตัวของตัวเอง เราไม่กล้าที่จะมีความคิดสร้างสรรค์ เราไม่กล้าแม้กระทั่งฝันว่าอยากเป็นใครในอนาคต เฮ้ย เราขาดโมเมนต์นี้ไปนานมากแล้วนะ

 

ในขณะที่ผมอายุ 25 ซึ่งคนทั่วไปจะมองว่าเป็นเบญจเพส แต่สำหรับผม ผมมองว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ดี ที่ทำให้ผมได้ฉุกคิดว่า ผมกำลังเดินมาผิดทาง และกำลังเป็นหนึ่งในฝูงแกะที่เดินตามๆ กันไป และผมไม่อยากเป็นแบบนั้น  

 

พอคิดได้แล้วทำอย่างไรต่อ  

ช่วงนั้นก็อ่านหนังสือเยอะขึ้น ผมอ่านหนังสือ How To เยอะมาก เพราะผมมองว่า ‘หนังสือ’ มันเป็นประสบการณ์ของผู้อื่นที่เราเรียนรู้ได้ผ่านการอ่าน แล้วพอเราอ่านหนังสือของคนที่ประสบความสำเร็จระดับโลกเยอะๆ มันทำให้รู้เลยว่าที่ผ่านมาวิธีคิดของเรามันตื้นเขินมาก

 

บางเรื่องเราคิดเล็ก แต่คนที่ประสบความสำเร็จเขาคิดใหญ่ แล้วพอเราคิดเล็ก คิดว่าตัวเองทำได้เท่านี้ มีทัศนคติต่องานที่ไม่ดี มีทัศนคติต่อผู้คนที่ไม่ดี คือเป็นคนคิดลบ แต่พอเราอ่านหนังสือเยอะขึ้น ข้อความในหนังสือมันค่อยๆ ผสมผสานจนตกผลึกว่า เฮ้ย เราควรจะคิดให้ไกลกว่าเดิมนะ เราควรจะตั้งเป้าหมายในการดำเนินชีวิต และเราควรจะใช้ชีวิตให้มีความสุข

 

ตอนนั้นเราตั้งคำถามเยอะมาก ตั้งคำถามแม้กระทั่งว่าเราเกิดมาทำไม จนทุกวันนี้มันกลายเป็นคำถามไร้สาระไปแล้ว เพราะแทนที่จะมานั่งถามตัวเองว่าเกิดมาทำไม เปลี่ยนคำถามดีกว่าว่าเราจะเกิดมาเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใด มันกว่าเยอะ (หัวเราะ)

 

ปกติเวลาผมอยากทำคลิปเรื่องอะไร ผมจะลิสต์คร่าวๆ ไว้หนึ่งวันว่าอยากคุย อยากบอกเรื่องอะไร โดยมีมาตรฐานว่า เรื่องนี้จะเกิดประโยชน์กับคนในเพจ ข้อมูลเหล่านี้ที่ผมทำ ถ้าเปรียบเป็นอาหาร มันก็เหมือนของชิมฟรีที่อยู่ในห้าง ได้แค่อร่อย แต่ชิมเท่าไรก็ไม่มีวันอิ่ม แต่ถ้าอยากอิ่ม ต้องอ่านหนังสือเต็มๆ เล่ม

 

อ่านหนังสือ How To อย่างเดียวเลยหรือ ประเภทอื่นๆ อ่านด้วยไหมครับ

อ่านหมดเลยครับ ผมอ่านหนังสือเยอะมาก อ่านทุกประเภท ผมมองการอ่านหนังสืออย่างนี้ครับ สมมติว่าคนต่างจังหวัดอยากเข้ามาในเมือง แต่เขารู้ทางแค่เส้นเดียว เขาก็จะยึดติดอยู่กับเส้นทางเดิมๆ ที่ตัวเองคุ้นชิน แต่ผมไม่ทำแบบนั้น ผมอยากจะดูว่าคนอื่นเขาเดินทางเข้าเมืองมาทางไหนบ้าง ดูให้มากที่สุด เพื่อจะเก็บมาเป็นไอเดียในการขับเคลื่อนตัวเอง    

 

 

ถ้าใครติดตามความเคลื่อนไหวของ ก๊อต จิรายุ ผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก จะทราบว่าคุณมักจะทำคลิปสื่อสารกับแฟนคลับอยู่บ่อยๆ เป็นคลิปแนะนำวิธีพัฒนาตัวเองบ้าง คลิปการออกกำลังกายบ้าง ล่าสุดเพิ่งเห็นคลิปสั้นๆ ในอินสตาแกรม เหมือนคุณกำลังฝึกสื่อสารทางสายตา คลิปเหล่านี้คุณทำไปเพื่ออะไร และมองเห็นประโยชน์อะไรจากมันบ้าง

อ้อ ที่โพสต์ไอจีเป็นการฝึกสายตาครับ แต่นั่นเป็นเทคนิคเก่าแล้วนะ เป็นเทคนิคที่ อัล ปาชิโน (The Godfather, Serpico,Heat , Donnie Brasco, The Insider) ชอบใช้ คือเขาจะไม่กะพริบตาเลย ปกติเวลาที่คนเราคุยกัน น้อยคนที่จะมองตา ผมยกตัวอย่างตอนนี้เราคุยกัน ผมพยายามจะสื่อสาร อยากจะเชื่อมโยงความคิด ความรู้สึกบางอย่าง และผมพูดโดยที่ไม่กะพริบตาเลย โมเมนต์แค่ไม่กี่วินาที ผมเชื่อว่าสื่อสารกันได้แล้ว เขาเรียกว่าไม่ได้ใช้ปากพูด แต่ใช้ตา ซึ่งตามันสามารถสื่อสารได้ทั้งตัว ผมอาจจะมีกำแพงของผม คุณมีกำแพงของคุณ แต่เราจะผสมผสาน เชื่อมโยงถึงกันได้ผ่านการสื่อสารด้วยสายตา

 

จริงๆ ผมทำคลิปมาสามสี่ปีแล้ว ที่ทำเพราะคิดว่าพอเราพัฒนาตัวเองได้แล้ว เจอแล้วว่าไอ้วิธีคิดแบบนี้มันช่วยพัฒนาเราให้ดีขึ้น อีกหนึ่งความสุขของมนุษย์คือการให้ แค่นั้นเอง ผมไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่ผมปล่อยออกไปมันจะมีประโยชน์ต่อใครบ้าง แต่ผมเชื่อว่าข้อมูลเหล่านี้มันเคยเปลี่ยนผมมาแล้ว วันหนึ่งถ้าคนอื่นๆ นำไอเดียตรงนี้ไปปรับใช้ เขาก็จะได้ประโยชน์ในแบบที่เหมาะกับตัวเขาเอง

 

ปกติเวลาผมอยากทำคลิป ผมจะลิสต์คร่าวๆ ไว้หนึ่งวันว่าอยากคุย อยากบอกเรื่องอะไร โดยมีมาตรฐานว่า เรื่องนี้จะเกิดประโยชน์กับคนในเพจ ข้อมูลเหล่านี้ที่ผมทำ ถ้าเปรียบเป็นอาหาร มันก็เหมือนของชิมฟรีที่อยู่ในห้าง ได้แค่อร่อย แต่ชิมเท่าไรก็ไม่มีวันอิ่ม แต่ถ้าอยากอิ่ม ต้องอ่านหนังสือเต็มๆ เล่ม  

 

ยกตัวอย่างอีกคลิปหนึ่งที่แนะนำ 7 เทคนิคที่ทำให้มีการพัฒนาทุกอาทิตย์ ผมก็สรุปออกมา 7 เรื่องเพื่อให้เหมาะกับคนยุคนี้ที่เขาไม่ต้องการดูอะไรนานๆ ดูแค่คลิปสั้นๆ แต่สามารถนำไปปรับใช้กับตัวเองได้เลย

 

https://www.youtube.com/watch?v=ZVPB01xnIvA

 

โดยส่วนใหญ่แล้วคนเราจะดำเนินชีวิตชนิดที่เรียกว่าอัตโนมัติ ทุกวันนี้เราแทบจะไม่รู้เลยว่าเรากินอะไรเข้าไปบ้าง จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าสารอาหารในข้าวหรือสิ่งที่เรากินประกอบไปด้วยอะไรบ้าง และมันให้ประโยชน์กับร่างกายยังไง ส่วนใหญ่กินแล้วคือจบ เราถูกสอนมาให้พิจารณาทุกอย่างฉาบฉวยและไวเกินไป แต่ผมเป็นคนที่ได้ความละเอียดลออมาจากคุณแม่ และได้ความมุ่งมั่นมาจากพ่อ บวกกับพื้นฐานของผมที่เป็นคนใฝ่รู้ พอนำสามสิ่งนี้มาประกอบกันเลยออกมาเป็น ก๊อต จิรายุ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าผมเป็นคนไม่มีที่ตินะครับ ผมเองยังมีข้อเสียอีกมากมายที่จะต้องปรับปรุงตัวเองให้ได้ เพราะผมมองว่าความสำเร็จเป็นเรื่องของการปรับปรุงตัวเอง ไม่ใช่การไปยึดติดอยู่กับอดีต

 

ผมเป็นคนแบ่งชีวิตไว้หลายแบบ ชีวิตด้านงานคือการทำงานของผมเป็นงานด้านศิลปะ เพราะการแสดงถือว่าเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง อีกส่วนคืองานศิลปะด้านการวาดภาพแอ็บสแตรกต์ และสุดท้ายคืองานเขียน (ก๊อตเคยเขียนหนังสือด้านการพัฒนาตัวเองออกมาสองเล่มในชื่อ ก่อร่าง สร้างกาย Body Shaping โดยสำนักพิมพ์บอลลูน) เป็นงานศิลปะ 3 อย่างที่ผมจะมุ่งมั่นทำ เพราะทำมันแล้วผมมีความสุข

 

 

คุณเชื่อไหมว่า “ดอกไม้ในชีวิตของคนเราบานไม่พร้อมกัน”

ผมเชื่อครับ แล้วบางดอกก็ไม่บานเลยนะ เพราะไปอยู่ในที่ที่ไม่เวิร์ก ผมว่าการที่เรามุ่งมั่นที่จะเป็นคนเก่งอย่างเดียวก็ไม่พอ เราต้องพาตัวเองไปอยู่ในที่ที่จะฉายแสงในตัวเราด้วยเหมือนกัน โชคดีที่ผมได้เป็นนักแสดงที่ช่อง 3 ผมได้เจอกับพี่นก-ฉัตรชัย เปล่งพานิช (นักแสดง ผู้กำกับ และผู้จัดละคร บริษัท เมตตาและมหานิยม) ได้เจอกับพี่หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธุ์ (กรรมการผู้จัดการ บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น บริษัทผู้ผลิตละครบุพเพสันนิวาส) ได้มาเจอกับ ปิ่น-ณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์ (ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด) ทุกคนช่วยกันดึง ช่วยกันผลักดันให้ผมปล่อยของด้านการแสดงออกมา ทุกคนเป็นบุคคลที่มีพระคุณกับผมอย่างมาก ถ้าไม่มีเขา ผมก็คงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้ และคงไม่มีใครมาสัมภาษณ์ผม (หัวเราะ)

 

เคล็ดลับไม่ยากหรอกครับ เริ่มจากวิธีคิดก่อน คือรักร่างกายตัวเองให้มากๆ มองว่าร่างกายเป็นอุปกรณ์ในการดำเนินชีวิตที่เราจะต้องใช้มันไปตลอด เพราะเวลาที่เรารักร่างกายหรือรักสิ่งใดก็แล้วแต่ เราจะอยากดูแลสิ่งนั้นโดยไม่รู้สึกว่ามันเป็นภาระ เหมือนคนรักรถ การเช็ดรถของเขาก็ไม่รู้สึกว่าต้องฝืนทน

 

ในบรรดาฝันที่ตั้งเป้าหมายไว้ มีความฝันที่อยากจะเป็นพระเอกบ้างไหม

ผมว่าที่ยังไม่ได้เป็น เพราะว่ามันมีเหตุปัจจัยบางอย่างที่ทำให้ยังไม่ได้เป็น แต่ถามว่าความคาดหวังมีไหม เราทุกคนก็มีความคาดหวังที่จะได้รับสิ่งที่ดีกว่าอยู่เสมอ แต่ถามว่าผมเป็นทุกข์กับสิ่งที่ไม่ได้รับไหม ผมไม่ได้เป็นทุกข์ เพราะนั่นคือสายตาของความขาดแคลน

 

พอโตขึ้น เราก็พัฒนาสายตาในการมองโลก ผมยกตัวอย่าง ถ้าบนโต๊ะมีน้ำอยู่ครึ่งแก้ว คนที่มีสายตาขาดแคลนอยู่เสมอก็จะมองว่ามีน้ำอยู่แค่นี้เองหรอ พอคิดลบ ทุกอย่างก็จะถูกส่งออกไปแบบลบๆ ซึ่งผมพยายามที่จะไม่เป็นคนแบบนั้น ผมมองว่าน้ำแก้วเดียวกันมีน้ำอยู่อีกตั้งครึ่งแก้ว น้ำครึ่งแก้วในวันที่ไม่มีน้ำกินนี่โคตรมีค่าเลยนะครับ เพราะผมเป็นคนมองโลกแบบนี้มั้ง เลยทำให้ไม่ว่าจะได้รับบทบาทแบบไหน ผมก็มีความสุข ผมเอ็นจอยเพราะเห็นคุณค่าของสิ่งที่มี

 

 

นอกจากการแสดง อีกมุมที่คนจำคุณได้ คือร่างกายเฟิร์มๆ หุ่นดี มีซิกซ์แพ็ก แสดงว่าคุณน่าจะเป็นคนเอ็นจอยกับการดูแลตัวเอง

คือผมไม่ได้อยากมีชื่อเสียงในเรื่องที่ทำให้คนพูดถึง ‘ก๊อตซิกซ์แพ็ก’ นะ แต่ผมอยากมีชื่อเสียงเรื่องการเป็นนักแสดงที่มีความคิดสร้างสรรค์ ถ้าแบบนั้นผมจะภูมิใจมากกว่า (ยิ้ม) เพราะหุ่นดี ความจริงแล้วถ้าทุกคนตั้งใจจริงๆ ปีหนึ่งก็ทำได้ ไม่ใช่เรื่องยากเลย ความยากเกิดจากความไม่เข้าใจ ซึ่งความไม่เข้าใจสามารถจะเรียนรู้ได้ แต่ถ้าไม่ใช้เวลาเพื่อเรียนรู้แล้วมองข้าม ความยากก็จะเกิดขึ้น

 

บอกเคล็ดลับหุ่นเฟิร์มให้หน่อยสิครับ

จริงๆ เคล็ดลับไม่ยากหรอกครับ เริ่มจากวิธีคิดก่อน คือรักร่างกายตัวเองให้มากๆ   มองว่าร่างกายเป็นอุปกรณ์ในการดำเนินชีวิตที่เราจะต้องใช้มันไปตลอด เพราะเวลาที่เรารักร่างกายหรือรักสิ่งใดก็แล้วแต่ เราจะอยากดูแลสิ่งนั้นโดยไม่รู้สึกว่ามันเป็นภาระ เหมือนคนรักรถ การเช็ดรถของเขาก็ไม่รู้สึกว่าต้องฝืนทน แต่เขารู้สึกสนุก รู้สึกดีที่จะได้เห็นรถตัวเองเงาเหมือนใหม่ตลอดเวลา

 

ผมเองก็เช่นกัน ผมรู้สึกว่าถ้าหุ่นดี ผมก็มีความมั่นใจ กลับมาที่เรื่องวิธีคิด พอเรามีวิธีคิดแบบนี้ เดี๋ยวความใฝ่รู้มันจะเพิ่มขึ้นมาเอง จากนั้นพยายามหาทางของตัวเองให้เจอ อย่างการออกกำลัง ดูแลร่างกาย ผมเป็นคนไม่ใช้ลู่วิ่ง ไม่ได้ใช้เครื่องปั่นจักรยาน แต่ผมใช้การว่ายน้ำ การชกมวยไทยในการออกกำลังกาย เพื่อให้ตัวเองเหงื่อออก พอเจอทางที่ชอบเราจะรู้สึกว่าการออกกำลังกายเป็นเรื่องสนุก

 

ผมเชื่อแบบเต็มหัวใจเลยนะว่าทุกคนมีศักยภาพอยู่ในตัว เราต่างก็มีแขน มีขา เดินได้ สามารถหยิบจับสิ่งของได้ แต่ทำไมคุณภาพชีวิตของคนเราต่างกัน เพราะเราไม่ได้ใช้สิ่งที่มีอยู่ ไปสู่สิ่งที่ดีกว่า เราแค่ใช้สิ่งที่เรามีอยู่ดำเนินชีวิตไปเรื่อยๆ

 

ตอนนี้อะไรบ้างครับที่คุณมองว่าตัวเองยังไม่สมบูรณ์แบบ รู้สึกว่ายังต้องพัฒนาอีก

ไม่หรอกครับ ผมว่าคนเราไม่มีวันสมบูรณ์ เราต้องพัฒนาอยู่ตลอดเวลา แต่การพัฒนามันก็ต้องตั้งอยู่ในกรอบด้วยว่าเราพัฒนาไปเพื่อสิ่งใด อย่างผมเอง ผมอยากพัฒนาเพื่อที่ตัวเองจะได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มศักยภาพ ผมก็อยากทำให้งานของผมมีคุณค่า ในขณะเดียวกันพอเราใช้ชีวิตอย่างเต็มศักยภาพแล้ว การจะพัฒนาตัวเองของเราก็มีจุดประสงค์ที่ใหญ่ไปกว่านั้น คือส่งมอบเรื่องพวกนี้ให้กับผู้อื่นด้วย

 

ผมมีหน้าที่หลักในการเป็นลูก ผมอยากตอบแทนพ่อแม่ให้มากที่สุดเท่าที่เป็นได้ ผมอยากใช้ช่วงเวลาทุกวันอยู่กับเขาอย่างมีความสุข ผมอยากไปเที่ยวกับเขา อยากกอดเขา เพราะผมรู้ว่าวันหนึ่งเขาจะจากไป

 

 

จากคนที่เคยอ่านหนังสือ How To มามากมาย ถ้าเดือนหน้าต้องเขียนหนังสือ How To อีกสักเล่ม เรื่องอะไรที่คุณสนใจจะบอกต่อกับคนอื่นมากที่สุด

ผมจะใช้คำว่า “ไปสู่สิ่งที่ดีกว่าโดยใช้สิ่งที่มีอยู่” ผมเชื่อแบบเต็มหัวใจเลยนะว่าทุกคนมีศักยภาพอยู่ในตัว เราต่างก็มีแขน มีขา เดินได้ สามารถหยิบจับสิ่งของได้ แต่ทำไมคุณภาพชีวิตของคนเราต่างกัน เพราะเราไม่ได้ใช้สิ่งที่มีอยู่ ไปสู่สิ่งที่ดีกว่า เราแค่ใช้สิ่งที่เรามีอยู่ดำเนินชีวิตไปเรื่อยๆ

 

ฟังจากที่คุยกันมา คุณเป็น Life Coach ได้เลยนะ

ไม่อยากเป็นเลย (ยิ้ม) คือผมไม่ได้อยากจะเป็นครูสอนคน เพราะผมรู้ว่าผมไม่สามารถสอนใครได้ แต่สิ่งที่ผมทำได้ก็คือ บอกให้เขาสอนตัวเขาเอง นี่เป็นสิ่งที่น่าสนใจมากกว่า เพราะถ้าผมวางข้อความไว้ส่วนหนึ่ง จากนั้นคนที่ต้องการจะพัฒนาเขาเข้ามาอ่านเอง คัดกรองเอง แล้วนำไปปรับใช้เอง สิ่งนี้ต่างหากที่มันมีค่าสำหรับผม

The post ‘ดอกไม้ในชีวิตของคนเราบานไม่พร้อมกัน’ ก๊อต-จิรายุ ตันตระกูล ต้นแบบนักแสดงที่ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/jirayu-thantrakul/feed/ 0