กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/กึ้ง-เฉลิมชัย-มหากิจศิริ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 11 Apr 2025 06:47:49 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ‘เนสกาแฟ’ เบอร์ 1 อาจหายจากชั้นวาง? สะเทือนคนดื่ม-ร้านค้า จับตาอนาคตในไทย หลังศาลสั่งห้ามขายชั่วคราว https://thestandard.co/nescafe-shortage-thailand-court-order/ Fri, 11 Apr 2025 06:47:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1063359 ชั้นวางสินค้าเนสกาแฟที่กำลังลดจำนวนลงหลังคำสั่งศาลห้ามผลิตและจำหน่ายชั่วคราว

เกิดเรื่อง ‘ไม่คาดฝัน’ ขึ้นในแวดวงธุรกิจและผู้บริโภคชาว […]

The post ‘เนสกาแฟ’ เบอร์ 1 อาจหายจากชั้นวาง? สะเทือนคนดื่ม-ร้านค้า จับตาอนาคตในไทย หลังศาลสั่งห้ามขายชั่วคราว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชั้นวางสินค้าเนสกาแฟที่กำลังลดจำนวนลงหลังคำสั่งศาลห้ามผลิตและจำหน่ายชั่วคราว

เกิดเรื่อง ‘ไม่คาดฝัน’ ขึ้นในแวดวงธุรกิจและผู้บริโภคชาวไทย เมื่อ ‘เนสกาแฟ’ แบรนด์กาแฟสำเร็จรูปที่คุ้นเคยกันดี อาจต้องหายไปจากชั้นวางสินค้าและร้านค้าต่างๆ ชั่วคราว

 

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 เมื่อศาลแพ่งมีนบุรีมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามมิให้เนสท์เล่ ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์เนสกาแฟ ทำการผลิต ว่าจ้างผลิต จำหน่าย และนำเข้าผลิตภัณฑ์กาแฟเนสกาแฟในประเทศไทย ตามที่ระบุในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของเนสท์เล่เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2568

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

คำสั่งดังกล่าวเป็นผลมาจากคดีฟ้องร้องโดย ‘เฉลิมชัย มหากิจศิริ’ หนึ่งในผู้ถือหุ้นบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด (QCP) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่เคยผลิตเนสกาแฟในไทย ภายหลังจากที่เนสท์เล่ได้แจ้งยุติสัญญาการผลิตกับ QCP ซึ่งตามแถลงการณ์ของเนสท์เล่ระบุว่า การยุติสัญญาดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2567 โดยมีคำตัดสินจากศาลอนุญาโตตุลาการสากลรองรับ

 

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ได้สร้างความกังวลในบรรดาร้านค้าต่างๆ THE STANDARD WEALTH ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการรายใหญ่หลายราย ซึ่งต่างแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อร้านค้าและร้านกาแฟที่ใช้ผลิตภัณฑ์เนสกาแฟเป็นวัตถุดิบ ซึ่งประเด็นนี้สอดคล้องกับความกังวลที่ระบุในแถลงการณ์ของเนสท์เล่เองด้วย

 

ทางเนสท์เล่ยืนยันว่าเคารพคำสั่งศาลและได้ปฏิบัติตาม โดยแจ้งหยุดรับคำสั่งซื้อจากร้านค้าปลีกไปแล้วตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน พร้อมทั้งกำลังดำเนินการยื่นคัดค้านต่อศาลเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวดังกล่าว ขณะนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมต่างติดตามความคืบหน้าของคดีความและข้อพิพาททางกฎหมายนี้อย่างใกล้ชิด

 

แรงกระเพื่อมจากคำสั่งศาลคุ้มครองชั่วคราว

 

มิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ จ.อุดรธานี ค้าส่งรายใหญ่ของภาคอีสาน เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เมื่อวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา ผู้จัดการภาคอีสานของเนสท์เล่ได้โทรศัพท์แจ้งข่าวมายังร้านค้าส่งในแต่ละจังหวัด เกี่ยวกับคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลแพ่งมีนบุรี ที่ส่งผลให้เนสท์เล่ไม่สามารถจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์เนสกาแฟในประเทศไทยได้ในขณะนี้

 

ชั้นวางสินค้าเนสกาแฟที่กำลังลดจำนวนลงหลังคำสั่งศาลห้ามผลิตและจำหน่ายชั่วคราว

มิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์

 

มิลินทร์ อธิบายว่า ปกติแล้วเนสท์เล่จะจัดส่งสินค้าเข้าร้านค้าทุกเดือน โดยมีรอบการส่งที่ใช้เวลาประมาณ 10-15 วันจึงจะครอบคลุมทุกร้านค้า แต่จากคำสั่งศาลดังกล่าว ทำให้ในวันที่ 4 เมษายน เนสท์เล่ต้องหยุดการส่งสินค้าทั่วประเทศทันที ซึ่งสะท้อนว่ายังมีร้านค้าอีกกว่าครึ่งค่อนประเทศที่ยังไม่ได้รับการเติมสต็อกสินค้าในรอบนั้น

 

สำหรับร้านตั้งงี่สุนเองนั้น โชคดีที่ได้รับสินค้ารอบล่าสุดไปแล้วประมาณวันที่ 4 เมษายน แต่ก็มีร้านค้าใกล้เคียงหลายแห่งในพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับของ ทำให้มีสินค้าคงคลังเหลือน้อยเต็มที

 

“จนกระทั่งวันที่ 9 เมษายน ผู้จัดการภาคของเนสท์เล่ได้โทรมาแจ้งทางตั้งงี่สุนอีกครั้ง โดยขอความร่วมมือให้ออกหนังสือแสดงความเสียหายทางธุรกิจที่ร้านจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้” มิลินทร์กล่าว

 

จากข้อมูลที่ได้รับ ในวันที่ 10 เมษายน มีรายงานว่าเนสท์เล่ได้รวบรวมหนังสือแสดงผลกระทบจากร้านค้าทั่วประเทศ เพื่อประกอบการพิจารณาคำร้องของศาล

 

‘เนสกาแฟ’ สินค้าสำคัญที่ส่งผลต่อยอดขายร้านค้า

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเนสกาแฟคือสินค้าหัวหอกสำคัญ หรืออาจเรียกว่าเป็น ‘สินค้าแม่เหล็ก’ ที่ช่วยดึงดูดลูกค้าและสร้างยอดขายให้กับร้านค้าปลีกและค้าส่งทั่วประเทศ มิลินทร์ยอมรับว่า กระบวนการยื่นเอกสารต่อศาลนั้นต้องใช้เวลาพอสมควร ยิ่งประกอบกับช่วงนี้เป็นเทศกาลสงกรานต์ซึ่งมีวันหยุดยาว

 

“การขาดสินค้าหลักอย่างเนสกาแฟจากคำสั่งศาลนี้ จะส่งผลกระทบต่อยอดขายของร้านค้า โดยเฉพาะถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อออกไป” มิลินทร์ให้ความเห็น

เมื่อพิจารณาภาพรวมตลาดกาแฟสำเร็จรูปในประเทศไทย (ไม่รวมกาแฟสด) ที่มีมูลค่าสูงถึง 28,000 ล้านบาท เนสกาแฟครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ราว 70% สำหรับตั้งงี่สุนเอง มียอดขายจากกลุ่มกาแฟประมาณ 18-20 ล้านบาทต่อเดือนโดยผลิตภัณฑ์เนสกาแฟถือเป็นตัวขับเคลื่อนยอดขายหลัก ตามมาด้วยแบรนด์มอคโคน่า และกาแฟเขาช่อง

 

ท่ามกลางสถานการณ์นี้ มิลินทร์สังเกตว่า หลังจากข่าวเริ่มแพร่สะพัด ทั้งร้านค้ารายย่อยและผู้บริโภคทั่วไปต่างเริ่มแสดงความกังวล และมีแนวโน้มที่จะเริ่มซื้อสินค้าเนสกาแฟมากขึ้น ขณะเดียวกัน ทางร้านตั้งงี่สุนก็พยายามบริหารจัดการสต็อกและจัดรายการส่งเสริมการขายให้กับกาแฟแบรนด์อื่นๆ ควบคู่ไปด้วย

 

 

เมื่อถามถึงโอกาสของแบรนด์คู่แข่งในช่วงเวลานี้ มิลินทร์มองว่า “พอมีอยู่บ้าง แต่ด้วยความต้องการของตลาดที่สูงมาก บริษัทคู่แข่งอาจจะไม่ได้มีกำลังการผลิตที่เพียงพอจะคว้าโอกาสนี้ส่งสินค้าเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในตลาดได้ทั้งหมดในทันที”

 

สต็อกสินค้าจ่อหมดใน 15 วัน

 

เสียงสะท้อนจากผู้ค้าส่งรายใหญ่อีกแห่งหนึ่ง ยืนยันภาพสถานการณ์ที่น่ากังวลไปในทิศทางเดียวกัน แหล่งข่าวรายนี้ให้ข้อมูลกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ได้รับแจ้งในช่วงเย็นของวันที่ 4 เมษายนเช่นกัน ว่าจะไม่ได้รับสินค้าเนสกาแฟที่สั่งไปก่อนหน้า อันเนื่องมาจากคำสั่งศาล ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อน เพราะปกติแล้วจะเป็นช่วงเตรียมสต็อกสินค้าเพื่อรองรับการจัดส่งในสัปดาห์ถัดไป

 

“โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่ยอดสั่งซื้อมักจะเพิ่มขึ้น 20-30% จากปกติ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มากขึ้น โดยเฉพาะกาแฟกระป๋อง” แหล่งข่าวอธิบาย

 

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า โดยปกติแล้วยอดขายจากผลิตภัณฑ์เนสกาแฟคิดเป็นสัดส่วนราว 10% ของยอดขายรวมของบริษัท โดยกาแฟผงครองสัดส่วนยอดขายในกลุ่มเนสกาแฟถึง 60-70% ส่วนกาแฟกระป๋องอยู่ที่ประมาณ 50% สะท้อนถึงปริมาณการสั่งซื้อจำนวนมหาศาลจากเนสท์เล่ ซึ่งมีมูลค่าหลักร้อยล้านบาทต่อเดือน

 

ผลกระทบจากการหยุดส่งสินค้าดังกล่าว ทำให้ผู้ค้าส่งรายนี้ประเมินว่า สินค้าเนสกาแฟที่มีอยู่ในสต็อกขณะนี้ อาจเพียงพอต่อการจำหน่ายได้อีกประมาณ 15 วันเท่านั้น และเมื่อข่าวแพร่ออกไป ผู้บริโภคที่ชื่นชอบเนสกาแฟเป็นประจำ ก็เริ่มเข้ามาซื้อในปริมาณที่มากขึ้น “จากปกติเคยซื้อทีละถุง ตอนนี้ก็ซื้อทีละ 3 ถุง” แหล่งข่าวกล่าว

 

ห่วงผู้ประกอบการร้านกาแฟมากที่สุด

 

สถานการณ์นี้ทำให้ทางบริษัทต้องบริหารจัดการสต็อกอย่างรัดกุม โดยขณะนี้สามารถจัดสรรสินค้าเนสกาแฟให้กับลูกค้าได้เพียง 25% ของปริมาณที่สั่งซื้อเข้ามาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม บริษัทได้พยายามกันสินค้าส่วนหนึ่งไว้สำหรับลูกค้ากลุ่มผู้ประกอบการ เช่น คาเฟ่ หรือร้านกาแฟต่างๆ เป็นพิเศษ

 

“เหตุผลหลักคือเราเข้าใจดีว่า วัตถุดิบอย่างกาแฟมีผลโดยตรงต่อรสชาติที่เป็นหัวใจสำคัญของร้าน หากต้องเปลี่ยนกะทันหัน อาจกระทบต่อความพึงพอใจของลูกค้าปลายทาง และส่งผลให้ยอดขายของร้านเหล่านี้ลดลงได้ เราจึงกังวลกับลูกค้ากลุ่มนี้เป็นพิเศษ” แหล่งข่าวอธิบาย

 

 

แหล่งข่าวยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า อันที่จริง เนสท์เล่เคยแจ้งเรื่องการยุติสัญญากับผู้ผลิตเดิมมาแล้วเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่ประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจน้อยกว่าการประกาศปรับขึ้นราคาสินค้ากาแฟผงราว 8-10% ในช่วงเวลาเดียวกัน (ส่วนกาแฟกระป๋องยังไม่ปรับราคา) ทำให้ ณ เวลานั้น บริษัทและร้านค้าส่วนใหญ่หันไปให้ความสนใจกับการบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

 

“ผลกระทบรอบนี้จึงแตกต่างจากการขึ้นราคาอย่างสิ้นเชิง” แหล่งข่าวเน้นย้ำ “เพราะการขึ้นราคายังพอมีเวลาให้เราเตรียมตัว สั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าได้ แต่การหยุดส่งสินค้าแบบนี้ ไม่มีใครตั้งตัวทัน ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่เนสกาแฟจะขาดตลาดโดยเฉพาะหลังช่วงสงกรานต์เป็นต้นไป”

 

จับตาราคากาแฟทั้งตลาดอาจปรับขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวยังประเมินแนวโน้มตลาดกาแฟโดยรวมว่า ด้วยปัจจัยด้านต้นทุน โดยเฉพาะราคาเมล็ดกาแฟที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีความเป็นไปได้สูงที่ราคากาแฟในประเทศไทย อาจมีการปรับขึ้นอีกในปีนี้

 

คือในช่วงไตรมาสที่ 2 ซึ่งเป็นฤดูทำนาและมีการบริโภคกาแฟสูง และอีกครั้งในช่วงไตรมาสที่ 4 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยว

 

“เราคาดว่าราคาอาจจะปรับเพิ่มอีกราว 5-10% ต่อรอบ” แหล่งข่าวทิ้งท้ายถึงแนวโน้มราคาที่ผู้บริโภคอาจต้องเผชิญในอนาคต

 

ชั้นวางสินค้าเนสกาแฟที่กำลังลดจำนวนลงหลังคำสั่งศาลห้ามผลิตและจำหน่ายชั่วคราว

 

จับตาโชห่วยกระทบหนัก

 

แหล่งข่าวร้านค้าส่งอีกรายหนึ่ง เปิดเผยมุมมองที่น่าสนใจกับ THE STANDARD WEALTH โดยระบุว่า ผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ ทั้งแบบซองและแบบกระป๋อง ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของธุรกิจ คิดเป็นสัดส่วนยอดขายรวมสูงถึง 75% เลยทีเดียว

 

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ขณะนี้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์ หันมาเน้นดูแลการขายในส่วนของร้านค้าปลีกเป็นหลักก่อน ซึ่งคาดว่าแนวทางนี้อาจต้องดำเนินต่อไปอีกประมาณ 3 เดือน

 

แหล่งข่าวอธิบายเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้บริษัทได้มีการสั่งซื้อสินค้าเนสกาแฟล่วงหน้าไว้จำนวนมาก เนื่องจากคาดการณ์ว่ายอดขายน่าจะเติบโตได้ดีต่อเนื่องในช่วงหน้าร้อนนี้ ไปจนถึงฤดูทำนาในต่างจังหวัด ซึ่งเป็นช่วงที่กาแฟกระป๋องจะขายดีเป็นพิเศษ

 

แต่การระงับคำสั่งซื้อที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน อาจส่งผลกระทบโดยตรงไปยังกลุ่มร้านค้าปลีกรายย่อย หรือร้านโชห่วย ที่พึ่งพิงการจำหน่ายกาแฟซองเป็นหลักลองแบรนด์ใหม่อาจติดใจเลย

 

เมื่อมองไปที่พฤติกรรมผู้บริโภคในต่างจังหวัด แหล่งข่าวให้ความเห็นว่า แม้ผู้บริโภคกลุ่มนี้จะมีความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) ค่อนข้างสูง แต่ปัจจัยด้านราคาก็ยังคงมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจไม่น้อย

 

“หากราคาสินค้าที่ใกล้เคียงกัน แตกต่างกันราว 5 บาท ก็อาจเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในการเลือกซื้อได้” แหล่งข่าวอธิบาย

 

ในสถานการณ์ที่สินค้าอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการ ประกอบกับแนวโน้มการปรับราคาสูงขึ้น แบรนด์อื่นๆ ในตลาดอาจได้รับโอกาสมากขึ้น เพราะผู้บริโภคจะเริ่มมองหาและทดลองสินค้าทดแทน หากได้ลองสินค้าจากแบรนด์ใหม่แล้วพึงพอใจ พฤติกรรมการบริโภคในระยะยาวก็อาจเปลี่ยนแปลงไป

 

สำหรับทิศทางด้านราคา แหล่งข่าวประเมินว่า ราคาขายปลีกกาแฟกระป๋องมีแนวโน้มที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบันที่ประมาณ 15 บาท อาจไปถึงระดับ 20 บาทต่อกระป๋อง เนื่องจากปัจจัยด้านต้นทุนและสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป

 

 

จากการวิเคราะห์สถานการณ์เนสกาแฟในประเทศไทย เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่เพียงข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างบริษัทยักษ์ใหญ่ แต่เป็นแรงสั่นสะเทือนที่ลามไปถึงระบบนิเวศทางธุรกิจและวิถีชีวิตของผู้บริโภคทั่วประเทศ

 

เมื่อแบรนด์ที่ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 70% ต้องหยุดจำหน่ายชั่วคราว ผลกระทบย่อมกระจายวงกว้าง ตั้งแต่ร้านโชห่วยในชนบทที่พึ่งพากาแฟซองเป็นสินค้าหลัก ไปจนถึงร้านกาแฟที่ใช้เนสกาแฟเป็นวัตถุดิบประจำ ทุกห่วงโซ่ล้วนได้รับผลกระทบไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

 

ภาวะขาดตลาดครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนของตลาดกาแฟสำเร็จรูปในไทย เปิดโอกาสให้คู่แข่งรายอื่นเข้ามาแย่งชิงพื้นที่ในใจผู้บริโภค หากช่วงนี้แบรนด์อื่นทำการตลาดและส่งเสริมการขายอย่างชาญฉลาด ความภักดีต่อแบรนด์ที่สร้างมาหลายทศวรรษอาจถูกท้าทายได้ เพราะเมื่อผู้บริโภคถูกบังคับให้เปลี่ยนพฤติกรรม โอกาสที่จะไม่กลับมาสู่ความเคยชินเดิมก็มีอยู่ไม่น้อย

 

ทั้งนี้ บทเรียนสำคัญของวิกฤตครั้งนี้คือการพึ่งพิงแบรนด์เดียวมากเกินไปย่อมสร้างความเปราะบางให้กับระบบ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าที่พึ่งยอดขายจากสินค้าตัวเดียว หรือผู้บริโภคที่ผูกติดกับรสชาติที่คุ้นเคย วิกฤตเนสกาแฟครั้งนี้อาจเป็นตัวเร่งให้ตลาดปรับตัวสู่ความหลากหลายมากขึ้น และเป็นโอกาสสำหรับผู้เล่นรายใหม่ที่พร้อมจะฉกฉวยช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ไปสู่การเติบโตในอนาคต

The post ‘เนสกาแฟ’ เบอร์ 1 อาจหายจากชั้นวาง? สะเทือนคนดื่ม-ร้านค้า จับตาอนาคตในไทย หลังศาลสั่งห้ามขายชั่วคราว appeared first on THE STANDARD.

]]>
TTA คว้างานโครงการวิศวกรรมนอกชายฝั่งทั้งในและต่างประเทศ มูลค่ารวม 485 ล้านดอลลาร์ คาดงานแล้วเสร็จภายในปี 68 https://thestandard.co/tta-wins-offshore-engineering-project/ Thu, 05 Oct 2023 05:23:36 +0000 https://thestandard.co/?p=850934 TTA

‘เมอร์เมด’ บริษัทในตลาดหุ้นสิงคโปร์ เป็นบริษัทย่อยของ T […]

The post TTA คว้างานโครงการวิศวกรรมนอกชายฝั่งทั้งในและต่างประเทศ มูลค่ารวม 485 ล้านดอลลาร์ คาดงานแล้วเสร็จภายในปี 68 appeared first on THE STANDARD.

]]>
TTA

‘เมอร์เมด’ บริษัทในตลาดหุ้นสิงคโปร์ เป็นบริษัทย่อยของ TTA คว้างานบริการนอกชายฝั่งใหม่หลายรายการทั้งในประเทศไทย, ภูมิภาคตะวันออกกลาง, แอฟริกาใต้, ซาฮารา และสหราชอาณาจักร 

 

เฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมอร์เมด มาริไทม์ จำกัด (มหาชน) หรือ MML เปิดเผยว่า บมจ.เมอร์เมด มาริไทม์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ TTA ที่ดำเนินธุรกิจให้บริการงานวิศวกรรมตรวจสอบและก่อสร้างในทะเลทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้เซ็นสัญญารับงานบริการนอกชายฝั่งใหม่หลายรายการทั้งในประเทศไทยรวมทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง, แอฟริกาใต้, ซาฮารา และสหราชอาณาจักร โดยมีมูลค่ารวมกันประมาณ 485 ล้านดอลลาร์

 

สำหรับสัญญาโครงการให้บริการนอกชายฝั่งดังกล่าวประกอบด้วย โครงการวางสายเคเบิลใต้ทะเล, โครงการสำรวจ ซ่อมแซม และซ่อมบำรุงใต้ทะเล (IRM), โครงการรื้อถอนและติดตั้งโครงสร้างแท่นหลุมผลิตและท่อส่งปิโตรเลียมใต้ทะเล รวมถึงโครงการวิศวกรรมก่อสร้างใต้ทะเลโดยใช้นักดำน้ำอีกหลายโครงการ ซึ่งโครงการเหล่านี้ได้เริ่มปฏิบัติการแล้วในปีนี้ คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2568

 

“การที่บริษัทฯ ได้รับสัญญาจ้างหลายโครงการ แสดงให้เห็นว่า บริษัทฯ ได้รับการยอมรับในความเชี่ยวชาญและมีผลงานที่โดดเด่นในการปฏิบัติงานวิศวกรรมใต้ทะเลและงานนอกชายฝั่งที่ซับซ้อน ซึ่งกลยุทธ์ในการสร้างความเติบโตให้กับธุรกิจของเมอร์เมดส่วนหนึ่งมาจากการให้ความสำคัญอย่างมากในเรื่องของนวัตกรรม การใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้า คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ธรรมาภิบาล และสังคม ควบคู่ไปกับการสร้างความยั่งยืน 

 

“นอกจากนี้เมอร์เมดเชื่อว่า ความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับพันธมิตรทางธุรกิจ ซัพพลายเออร์ และลูกค้า จะช่วยสร้างความเป็นไปได้ที่ยิ่งใหญ่ในการขยายธุรกิจหลักของบริษัทฯ ในอุตสาหกรรมพลังงาน”

 

ทั้งนี้ เมอร์เมดให้บริการในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมามากกว่า 30 ปี ให้บริการนอกชายฝั่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง และทะเลเหนือ 

 

เมอร์เมดยังคงมีบทบาทสำคัญในธุรกิจบริการนอกชายฝั่งทั่วโลก ซึ่งพิสูจน์ได้จากความสำเร็จของหน่วยธุรกิจใหม่ในสหราชอาณาจักร แอฟริกาใต้ และแอฟริกาตะวันตก

 

ส่วนในเอเชีย ความต้องการพลังงานที่สะอาดขึ้นส่งผลให้ความต้องการงานบริการนอกชายฝั่งมีปริมาณเพิ่มขึ้น เมอร์เมดอาศัยประโยชน์จากสถานการณ์นี้ ด้วยการสร้างขีดความสามารถของหน่วยธุรกิจให้ครอบคลุมบริการงานนอกชายฝั่งแบบบูรณาการ นับตั้งแต่การวางแท่นขุดเจาะน้ำมันไปจนถึงการรื้อถอน เพื่อตอบสนองกับความต้องการของบริษัทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ สิ่งนี้ทำให้เมอร์เมดสามารถได้สัญญางานโครงการล่วงหน้ามากขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

ทั้งนี้ TTA ถือหุ้นใน บมจ.เมอร์เมด มาริไทม์ สัดส่วน 58.2% เป็นบริษัทไทยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ โดยเมอร์เมดดำเนินธุรกิจด้านการให้บริการวิศวกรรมใต้ทะเล (Subsea Engineering) แก่บริษัทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทั่วโลก โดยพื้นที่ในการให้บริการของเมอร์เมดอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแถบตะวันออกกลางเป็นหลัก

 

The post TTA คว้างานโครงการวิศวกรรมนอกชายฝั่งทั้งในและต่างประเทศ มูลค่ารวม 485 ล้านดอลลาร์ คาดงานแล้วเสร็จภายในปี 68 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจาะพอร์ตหุ้น กึ้ง เฉลิมชัย มหากิจศิริ ซีอีโอ TTA มูลค่าเกือบ 5 พันล้านบาท https://thestandard.co/kueng-chalermchai-port/ Thu, 01 Sep 2022 13:19:19 +0000 https://thestandard.co/?p=675249 กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ

เปิดพอร์ตหุ้น กึ้ง เฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการ […]

The post เจาะพอร์ตหุ้น กึ้ง เฉลิมชัย มหากิจศิริ ซีอีโอ TTA มูลค่าเกือบ 5 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ

เปิดพอร์ตหุ้น กึ้ง เฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA มีมูลค่าตามราคาปิดของหุ้น ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2565 รวมแล้วเป็นเงิน 4,962 ล้านบาท 

 

ล่าสุดได้ทำการขายบิ๊กล็อตหุ้น SUSCO เกลี้ยงพอร์ต 7.28% จากรายงานสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ข้อมูลแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ (แบบ 246-2) 

 

ทีมงาน THE STANDARD WEALTH สำรวจการถือครองหุ้นสามัญของเฉลิมชัย พบว่ามีอยู่ 9 หลักทรัพย์ ดังนี้

 

  1. TTA ถือหุ้นลำดับที่ 2 รายชื่อที่ปรากฏ MR. CHALERMCHAI MAHAGITSIRI (ภาษาอังกฤษ) จำนวน 147,943,517 หุ้น และผู้ถือหุ้นลำดับที่ 3 รายชื่อที่ปรากฏ นาย เฉลิมชัย มหากิจศิริ (ภาษาไทย) จำนวน 147,943,517 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ณ วันที่ 25 มีนาคม 2565

 

  1. TFI ถือหุ้นลำดับที่ 2 รายชื่อที่ปรากฏ นาย เฉลิมชัย มหากิจศิริ (ภาษาไทย) จำนวน 6,504,203,834 หุ้น และผู้ถือหุ้นลำดับที่ 7 รายชื่อที่ปรากฎ MR. CHALERMCHAI MAHAGITSIRI (ภาษาอังกฤษ) จำนวน 130,116,479 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ณ วันที่ 9 มีนาคม 2565

 

  1. INOX ถือหุ้นลำดับที่ 3 จำนวน 789,570,000 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ณ วันที่ 21 มีนาคม 2565

 

  1. PMTA ถือหุ้นลำดับที่ 2 รายชื่อที่ปรากฏ นาย เฉลิมชัย มหากิจศิริ (ภาษาไทย) จำนวน 9,070,894 หุ้น และผู้ถือหุ้นลำดับที่ 3 รายชื่อที่ปรากฏ MR. CHALERMCHAI MAHAGITSIRI (ภาษาอังกฤษ) จำนวน 6,543,628 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ณ วันที่ 15 มีนาคม 2565

 

  1. SUC ถือหุ้นลำดับที่ 5 จำนวน 14,949,600 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565

 

  1. TOPP ถือหุ้นลำดับที่ 4 จำนวน 723,900 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ณ วันที่ 10 พฤษภาคม 2565

 

  1. PSTC ถือหุ้นลำดับที่ 9 จำนวน 37,845,000 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ณ วันที่ 29 มีนาคม 2565

 

  1. MILL ถือหุ้นลำดับที่ 10 จำนวน 48,539,240 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ณ วันที่ 10 พฤษภาคม 2565

 

  1. 7UP ถือหุ้นลำดับที่ 9 จำนวน 45,500,000 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ณ วันที่ 28 มีนาคม 2565

 

กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ


บทความที่เกี่ยวข้อง


ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

อ้างอิง: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2565

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post เจาะพอร์ตหุ้น กึ้ง เฉลิมชัย มหากิจศิริ ซีอีโอ TTA มูลค่าเกือบ 5 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. หารือผู้บริหาร TTA เรื่องแอปพลิเคชันเช็กสภาพอารมณ์ของเด็ก ก่อนนำไปใช้งานจริง https://thestandard.co/application-to-check-the-emotional-state-of-children/ Thu, 11 Aug 2022 02:05:01 +0000 https://thestandard.co/?p=665755 แอปพลิเคชันเช็กสภาพอารมณ์ของเด็ก

วานนี้ (10 สิงหาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุ […]

The post กทม. หารือผู้บริหาร TTA เรื่องแอปพลิเคชันเช็กสภาพอารมณ์ของเด็ก ก่อนนำไปใช้งานจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
แอปพลิเคชันเช็กสภาพอารมณ์ของเด็ก

วานนี้ (10 สิงหาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.)  ประชุมร่วมกับ เฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) (TTA) ณ ห้องนพรัตน์ ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) โดยเป็นการหารือและนำเสนอแอปพลิเคชันสำหรับตรวจสภาพอารมณ์ของเด็ก ส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเอง รวมทั้งส่งเสริมให้มีความเข้าใจอารมณ์ตัวเองและผู้อื่นมากขึ้น มีความกล้าที่จะทำสิ่งที่ดีและถูกต้อง เรียนรู้ทักษะชีวิต ทักษะการแก้ปัญหา และการจัดการอารมณ์ตนเองได้อย่างเหมาะสม

 

รวมถึงเสริมทักษะในการรับมือสถานการณ์ในรูปแบบต่างๆ อย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันและร่วมแก้ปัญหาการรังแกกันในโรงเรียน และโลกออนไลน์ พร้อมทั้งช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่อาจโดนรังแก มีภาวะเครียด หาทางออกไม่ได้ มีความเสี่ยงทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตาย ซึ่งสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินจากทีมนักจิตวิทยาได้ ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครรับทราบ และรับพิจารณาศึกษาแอปพลิเคชันในรายละเอียดก่อนนำไปใช้งาน 

 

สำหรับการประชุมมี ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม., ภิมุข สิมะโรจน์ เลขานุการผู้ว่าฯ กทม., พญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์, ผู้บริหารสำนักการศึกษา, ผู้บริหารบริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) (TTA) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมด้วย 

The post กทม. หารือผู้บริหาร TTA เรื่องแอปพลิเคชันเช็กสภาพอารมณ์ของเด็ก ก่อนนำไปใช้งานจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชาว ID เตรียมกรี๊ดกันให้สุดเสียงกับศิลปินอัจฉริยะ B.I หลังประกาศจัดแฟนมีตติ้งในไทย 21 ส.ค. นี้ https://thestandard.co/b-i-1st-fan-meeting-b-i-offline-in-bangkok/ Tue, 05 Jul 2022 08:15:17 +0000 https://thestandard.co/?p=650338 B.I

หลังจาก กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ CEO ของผู้จัดคอนเสิร์ต […]

The post ชาว ID เตรียมกรี๊ดกันให้สุดเสียงกับศิลปินอัจฉริยะ B.I หลังประกาศจัดแฟนมีตติ้งในไทย 21 ส.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
B.I

หลังจาก กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ CEO ของผู้จัดคอนเสิร์ตสาย K-Pop ในไทยอย่าง โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (Four One One Entertainment) ได้มาบอกใบ้ให้ทายชื่อศิลปินสำหรับอีเวนต์แรกปี 2565 ซึ่งเฉลยออกมาคือ B.I (บีไอ) หรือ คิมฮันบิน ในงาน บีไอ เฟิร์ส แฟนมีตติ้ง [บีไอ ออฟไลน์] อิน แบงคอก (B.I 1ST FAN MEETING [B.I OFFLINE] IN BANGKOK) วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม 2565 เวลา 18.00 น. ณ ยูเนี่ยน ฮอลล์ ศูนย์การค้ายูเนี่ยน มอลล์ ชั้น 6 บัตรราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 2,500-5,900 บาท

 

B.I ศิลปิน K-Pop มากความสามารถ ผู้ได้รับการยอมรับและยกย่องว่าเขาคือหนึ่งในอัจฉริยะทางดนตรีของเกาหลี จากการได้รับรางวัลนักแต่งเพลงแห่งปีจากงาน Melon Music Awards 2018 ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถการันตีฝีมือของเขาได้เป็นอย่างดี 

 

ด้วยสไตล์การแรปและร้องเพลงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขา ทำให้ B.I ได้รับการยอมรับและมีฐานแฟนคลับอย่างเหล่า ID มากมาย นอกจากนี้ มิวสิกวิดีโอเพลง illa illa จากผลงานอัลบั้มเต็มชุดแรก Waterfall ยังสามารถทำลายสถิติเป็นเอ็มวีศิลปินเดี่ยวชายที่มียอดวิวสูงสุดภายใน 24 ชั่วโมงแรก ด้วยยอดชม 12.7 ล้านครั้งบน YouTube และผลงานล่าสุดของเขาอย่างเพลง BTBT ยังพุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 ในชาร์ตเพลงมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลกตั้งแต่เปิดตัวด้วยเช่นกัน

 

โดย กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ ได้กล่าวถึง B.I เอาไว้ว่า

 

“ส่วนตัวผมเองชื่นชม B.I มาก เพราะเขาเป็นไอดอลที่เก่งรอบด้านเลย แต่งเพลงเองด้วย บริหารค่ายด้วย จีเนียสมากครับคนนี้ อีกจุดเด่นที่ผมทราบมาคือเขาเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับแฟนคลับมากๆ อย่างงานครั้งนี้ ก่อนหน้าที่ 411 จะประกาศ เขาก็แจ้งแฟนๆ ด้วยตนเองผ่านทางออฟฟิเชียลแฟนคาเฟ่ว่ามีคิวจะมาเมืองไทย แล้วแฟนเบเนฟิตที่ B.I ให้ก็จัดเต็มจริงๆ ผมไม่ลังเลเลยครับที่จะขอเป็นผู้จัดงานแฟนมีตติ้งครั้งนี้ให้กับแฟนคลับชาวไทย”

 

ติดตามรายละเอียดการเปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมงาน บีไอ เฟิร์ส แฟนมีตติ้ง [บีไอ ออฟไลน์] อิน แบงคอก (B.I 1ST FAN MEETING [B.I OFFLINE] IN BANGKOK) ได้ทางทวิตเตอร์ @411ent 

The post ชาว ID เตรียมกรี๊ดกันให้สุดเสียงกับศิลปินอัจฉริยะ B.I หลังประกาศจัดแฟนมีตติ้งในไทย 21 ส.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
#ลูกสาวมาแน่ 411 Music เปิดตัวศิลปินในสังกัดเบอร์แรก ‘แอลลี่ อชิรญา’ https://thestandard.co/411-music-ally-achiraya/ Thu, 14 Nov 2019 11:27:35 +0000 https://thestandard.co/?p=303996 แอลลี่ อชิรญา

411 Entertainment ภายใต้การดูแลของ กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจ […]

The post #ลูกสาวมาแน่ 411 Music เปิดตัวศิลปินในสังกัดเบอร์แรก ‘แอลลี่ อชิรญา’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แอลลี่ อชิรญา

411 Entertainment ภายใต้การดูแลของ กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ เพิ่งจะเปิดตัวเกิร์ลกรุ๊ปของตัวเองออกมาภายใต้ค่าย 411 Music ที่พร้อมผลิตผลงานเพลงเป็นของตัวเอง หลังจากคร่ำหวอดอยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมบันเทิงไทยมาตั้งแต่ปี 2007 ในฐานะของผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ในทีแรก ก่อนจะหันมาเริ่มการตลาดและธุรกิจด้านการจัดงานมีตติ้งและคอนเสิร์ตศิลปิน-นักแสดงจากประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งที่ผ่านมาเขาก็เคยพา อีมินโฮ, จางกึนซอก, ซงจุงกิ หรือล่าสุดอย่างหนุ่ม คิมมินกยู มาเยี่ยมเยือนแฟนๆ ชาวไทยมาแล้ว

 

ล่าสุดทาง 411 Entertainment ได้ทีบุกตลาดเพลงในประเทศไทยอย่างเต็มตัว โดยการเปิดตัวศิลปินในสังกัดของตัวเองออกมาเป็นคนแรก ซึ่งผู้หญิงคนแรกในวงไม่ทราบชื่อนี้ นามว่า ‘แอลลี่-อชิรญา นิติพน’ นามสกุลคุ้นๆ ไหม? ใช่ เธอคือลูกสาวคนเก่งวัย 15 ปี ของนักแสดง-ศิลปิน อ่ำ-อัมรินทร์ นิติพน นั่นเอง และเราอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาเธอในบทญาญ่าวัยเด็กในภาพยนตร์เรื่อง น้อง.พี่.ที่รัก เมื่อปีก่อนมาแล้ว

 

ความน่าสนใจคือ หลังจากมีการเปิดตัวแอลลี่ออกมาอย่างเป็นทางการในฐานะศิลปินเบอร์แรกของ 411 Music ภายใต้การดูแลของ 411 Entertainment พบว่า มีการเกิดแฮชแท็ก #ลูกสาวมาแน่ ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ในประเทศไทยทันที โดยหยิบจับเอาภาพของแอลลี่และคลิปซ้อมการแสดงที่เป็นการเต้นมาพูดถึงกัน และนี่น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีที่ประเทศไทยของเราว่ากำลังจะได้พบกับกลุ่มเกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่ที่น่าสนใจ และสามารถจะสร้างแรงกระเพื่อมใหม่ๆ ให้กับวงการบันเทิงไทยได้ในเวลาอันใกล้นี้ 

 

ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีแค่แอลลี่เพียงคนเดียว เพราะในเพจทางการของ 411 Entertainment ยังมีคำใบ้บางอย่างเกี่ยวกับเกิร์ลกรุ๊ปวงนี้อีกด้วย สมาชิกที่ยังไม่เปิดเผยอีก 4 คน ซึ่งต้องติดตามกันต่อไป

 

แอลลี่ อชิรญา

แอลลี่ อชิรญา 

 

ภาพ: 411 Music

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post #ลูกสาวมาแน่ 411 Music เปิดตัวศิลปินในสังกัดเบอร์แรก ‘แอลลี่ อชิรญา’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กึ้ง เฉลิมชัย กับการทำธุรกิจที่ต้องบริหารความกลัว ความเสี่ยง และความสุขไปพร้อมๆ กัน https://thestandard.co/chalermchai-mahagitsiri/ Sat, 20 Apr 2019 12:23:24 +0000 https://thestandard.co/?p=236839

นอกจากภาพของนักธุรกิจหนุ่ม ผู้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้า […]

The post กึ้ง เฉลิมชัย กับการทำธุรกิจที่ต้องบริหารความกลัว ความเสี่ยง และความสุขไปพร้อมๆ กัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

นอกจากภาพของนักธุรกิจหนุ่ม ผู้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA หลายคนน่าจะคุ้นชื่อของ กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ ในฐานะนักแสดง พิธีกร ผู้อำนวยสร้างละครเรื่อง ใต้ฟ้าตะวันเดียว รวมทั้งข่าวตามหน้าสื่อบันเทิงที่มักจะมีชื่อของเขาไปข้องเกี่ยวกับนักแสดงสาวอยู่เสมอ

 

แต่สิ่งที่ทำให้เราสนใจและอยากทำความรู้จักกับผู้ชายคนนี้ให้มากขึ้น คือภาพการเป็นหนึ่งในกรรมการจาก Shark Tank Thailand ที่เขาต้องสวมบทเป็น Shark หรือ ‘ฉลาม’ นักล่า ที่เต็มไปด้วยวาทศิลป์ในการต่อรอง และคอยตัดสินแผนธุรกิจที่นักลงทุนหลายคนนำเสนอ และเลือกว่ามีธุรกิจใดบ้างที่น่าสนใจพอให้เขาอยากร่วมลงทุนด้วยได้

 

และอีกบทบาทหนึ่งที่เขาใช้แพสชันส่วนตัวสร้างขึ้นมาเป็นระยะเวลามากกว่า 10 ปี ในฐานะผู้ก่อตั้งบริษัท โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ 411ent ที่รับหน้าที่เป็นคนกลางส่งต่อความสุข จัดอีเวนต์พาศิลปินเกาหลีจำนวนมากมาพบกับแฟนคลับในประเทศไทย โดยเฉพาะอีเวนต์ระดับชาติที่สามารถพาสาวๆ วง BLACKPINK มาเปิดคอนเสิร์ต BLACKPINK 2019 World Tour [In Your Area] Bangkok ได้สำเร็จเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

 

ตลอดระยะเวลาการพูดคุยกับเขาเป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง เราค้นพบว่าสิ่งสำคัญจริงๆ ไม่ได้มีแค่แนวคิดที่ว่าทำอย่างไรถึงจะบริหารธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ หากแต่ยังรวมถึงการบริหารแพสชัน อารมณ์ ความกลัว ความเสี่ยง และความสุข ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกคนต้องมี และทุกความรู้สึกของมนุษย์ล้วนมีความสำคัญ อย่างที่เขาย้ำกับเราในบทสัมภาษณ์ตอนหนึ่งว่า

 

“ธุรกิจไม่สามารถเดินได้ด้วยตัวเอง แต่เดินได้ด้วยคน”

 

 

ตามปกติเวลาได้ยินคำว่า Shark คุณจะนึกถึงอะไรเป็นอย่างแรก

ผมนึกถึงหนังเรื่อง Jaws (สตีเวน สปีลเบิร์ก, 1975) ฉลามที่ดุร้าย รวดเร็ว เด็ดขาด น่ากลัวนะ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่ทำให้ฉลามน่ากลัวยิ่งกว่านั้น คือมันเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ในท้องทะเล แล้วเราก็จะจินตนาการถึงความน่ากลัวนั้นมากขึ้น เพราะเรามองไม่เห็นนี่แหละ แล้วยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนจินตนาการสูงอยู่แล้ว ก็จะยิ่งกลัวเป็นพิเศษ (หัวเราะ)

 

ความรู้สึกเกี่ยวกับคำนี้เปลี่ยนไปบ้างไหม เมื่อเข้ามาในรายการ Shark Tank Thailand จากคนที่กลัวฉลาม ก็กลายมาเป็นฉลามเสียเอง

ยังกลัวฉลามอยู่เหมือนเดิม แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นคือความรู้สึกที่ว่าเราสามารถทำให้คนอื่นกลัวเราได้ (หัวเราะ) เวลาถูกเรียกว่า Shark เป็นกรอบที่ทำให้เรามีพาวเวอร์มากขึ้น ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้สิ่งที่เพิ่มมานี้อย่างไรให้ถูกต้องที่สุด

 

อย่างในรายการ Shark Tank Thailand ความสนุกอย่างแรกคือเวลาเจอคนที่มีประสบการณ์น้อยกว่ามาเสนอแผนธุรกิจ อันนี้เราสามารถ Push Fear ใส่เขาได้เต็มที่ (หัวเราะ) ซึ่งคนอาจจะมองว่าดุหรือน่ากลัว แต่นอกจากความกลัว Shark ทุกคนก็จะให้ข้อมูล ให้ความรู้กับคนที่มาในรายการ เพื่อให้เขานำไปปรับใช้กับธุรกิจของเขาในอนาคตได้

 

ในขณะเดียวกัน เวลาเจอคนที่มีประสบการณ์มากกว่า หรือมีไอเดียทำธุรกิจแปลกๆ มันก็เปิดโลกของ Shark อย่างพวกเราได้เหมือนกันว่า เฮ้ย โลกของเรามันมีคนเก่ง มีแนวความคิดให้เราเรียนรู้ได้อีกมากมาย ไม่ว่าเราจะเป็นใครก็ตาม

 

นอกจากความสนุกที่เกิดขึ้นในรายการ ความกลัวมีประโยชน์กับคุณในด้านไหนอีกบ้าง

ทุกคนต้องมีความกลัวอะไรสักอย่างเป็นเรื่องธรรมดา และเราต้องยอมรับความกลัวนั้นเพื่อหาวิธีลองเอาชนะมันให้ได้ดูสักครั้ง อย่างผมเป็นคนกลัวความสูง แต่สิ่งที่ทำคือไปกระโดดร่มที่ดูไบ กลัวมาก แต่อยากลองสู้กับความกลัวของตัวเองดู ตอนกระโดดนี่อะดรีนาลีนมันหลั่ง รูขุมขนเปิด ร่างกายอะเลิร์ตไปหมด สนุกมากนะครับ ดีมากที่ได้รู้ว่าสุดท้ายมันก็แค่นี้เอง ไม่เห็นต้องกลัวอะไรเลย เกิดเป็นพลังงานที่ดีที่ทำให้เรารู้สึกสนุก และเอาพลังงานนั้นไปทำอะไรที่มันดีขึ้น

 

ในการทำธุรกิจ ยังมีเรื่องอะไรที่ทำให้คุณกลัวได้อยู่ไหม

หลายอย่างนะครับ กลัวการไม่รู้ กลัวการตัดสินใจผิด แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือการไม่ตัดสินใจ ผมเคยมีประสบการณ์ผิดพลาดจากการไม่ยอมตัดสินใจ แล้วก็ทำให้เราพลาดโอกาสที่น่าสนใจไปเลย ซึ่งก็จำไว้เป็นบทเรียนสำคัญมาตลอด เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในการทำธุรกิจคือการตัดสินใจ จะถูกหรือผิดเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ต้องคิดให้รอบคอบที่สุดก่อนตัดสินใจ

 

https://www.youtube.com/watch?v=Q4l4mO00Qpw

รายการ Shark Tank Thailand ตอนที่ 1

 

ในรายการ Shark Tank Thailand ใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินใจว่าจะให้ธุรกิจไหนผ่านหรือไม่ผ่าน

พอไปอยู่ตรงนั้นจริงๆ มันมีหลายอย่างนะครับ แต่จะพยายามมองที่ไอเดียและแผนธุรกิจเป็นหลัก เพราะหน้าที่ของ Shark คือการให้ความรู้ และตัดสินใจว่าควรลงทุนในธุรกิจแบบไหน เพราะถ้าเราใช้เกณฑ์ตัดสินใจจากเรื่องราวในชีวิต มันอาจจะไม่ใช่การตัดสินใจที่ถูกต้องจริงๆ พูดแบบนี้อาจจะดูดุไปหน่อยนะครับ แต่ก็เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องแยกหน้าที่กับความรู้สึกให้ออก เพราะถ้าเราตัดสินจากชีวิตของเขา มันจะกลายเป็นว่าทุกคนจะต้องมีสตอรีกันหมดถึงจะได้ธุรกิจนั้นมา

 

แต่ถ้าดูในรายการ จะเห็นว่ามีหลายครั้งที่คุณเองก็บอกว่า เป็นการตัดสินจากอารมณ์ของความเป็นมนุษย์อยู่เหมือนกัน

เพราะธุรกิจไม่สามารถเดินได้ด้วยตัวเอง แต่เดินได้ด้วยคน หลายคนอาจจะคิดว่าความคิดดี แผนธุรกิจคือที่สิ้นสุด แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ เพราะสิ่งที่นอกเหนือจากนั้นคือตัวคนที่มานำเสนอ ถ้า Shark สัมผัสได้ว่าเขามีแพสชันกับสิ่งที่เขาทำ และรักมันมากขนาดไหน นั่นก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราอยากลงทุนด้วย

 

ผมเชื่อว่าเรื่องไอเดีย แผนการตลาด หรือองค์ความรู้ในการทำธุรกิจเราสามารถแนะนำเขาได้ แต่เราไม่สามารถให้ความมุ่งมั่นตั้งใจจริงกับเขาได้ ซึ่งในหลายๆ ครั้งความพยายาม ความตั้งใจเกินร้อยนี่สำคัญกว่าความฉลาดจริงๆ

 

แต่ก็จะมีอีกมุมหนึ่งที่เรามองเห็นความตั้งใจ เห็นแผนธุรกิจว่าเป็น Best Business Idea มากๆ แต่ถ้ามันขัดกับความคิด ความเชื่อ ผมก็ไม่ลงทุนเหมือนกันนะ เช่น มีธุรกิจหนึ่งขายจิวเวลรีที่ทำจากอัฐิ สมมติสัตว์เลี้ยงหรือคนที่คุณรักและผูกพันมากๆ เสียชีวิต เขาจะเอาอัฐิมาอัดเป็นกรอบรูปหรือจิวเวลรีให้เอาไปใช้ต่อ

 

โห ไอเดียเก๋มาก เป็นการสร้างมูลค่าจากความผูกพันที่มีคุณค่ามหาศาล ให้ตายเหอะ ผมอยากลงทุนมากจริงๆ แต่ผมก็ลงทุนไม่ได้ เพราะดันมีความเชื่อแบบคนโบราณว่าจะไม่เอาของที่เกี่ยวกับเรื่องความตายมาไว้ในบ้าน เพราะฉะนั้นมันปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าในทุกๆ การตัดสินใจ ทุกๆ การลงทุนมันจะมีเรื่องความเชื่อ เรื่องอารมณ์มาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ

 

ยังไม่นับพวกเรื่องศักดิ์ศรีที่บางทีก็ตัดสินใจเพราะอยากเอาชนะ Shark คนอื่นๆ เป็นเรื่องการหมั่นไส้กันระหว่าง Shark (หัวเราะ) ซึ่งเรื่องพวกนี้มันเป็นองค์ประกอบที่มีผลอยู่เสมอ และแผนธุรกิจนอกเหนือจากเรื่องตัวเลข กำไร ขาดทุน มันเลยทำให้รายการสนุกขึ้นด้วย เพราะเหมือนการจำลองการทำธุรกิจที่เหมือนจริงมากๆ มาไว้ในรายการ

 

 

อย่างบริษัท โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ 411ent ถือว่าเป็นธุรกิจที่ใช้ความรู้สึกในการตัดสินใจมากน้อยขนาดไหน

อันนี้ก็พูดได้ว่ามาจากแพสชันล้วนๆ เหมือนกันครับ เพราะตอนเริ่มทำผมขาดทุนมาตลอด ผมหมดไม่รู้กี่ร้อยล้านแล้วนะกับคำว่าแพสชันอันนี้ (หัวเราะ) แต่ก็ไม่คิดที่จะเลิกทำ จนเริ่มอยู่ตัวและมีกำไรในช่วงไม่กี่ปีนี้เอง

 

ซึ่งจุดเริ่มต้นตอนแรกก็ไม่ได้เกี่ยวกับอีเวนต์ศิลปินเกาหลีแบบนี้ด้วยนะ มันแค่มาจากผมอยากสนองนี้ดตัวเองด้วยการลงทุนทำละครไทยเรื่อง ใต้ฟ้าตะวันเดียว เมื่อ 10 กว่าปีก่อน เป็นครั้งแรกที่นำนักแสดงจากเกาหลีมาเล่นด้วย (คิมคิบอม, คิมคยอนแซ, ซูจองฮัก และลีแฮวู) สมัยนั้นเขาถ่ายละครด้วยกล้องเบตา ผมก็ใช้กล้องดิจิทัลแบบ Hi-def ลงทุนค่าโปรดักชันไปสูงมาก ถามว่าเจ๊งไหม ก็เจ๊ง (หัวเราะ)

 

https://www.youtube.com/watch?v=47ktZ3kL44A

มิวสิกวิดีโอเพลง ใต้ฟ้าตะวันเดียว (Autumn Destiny)

 

แต่ทุกอย่างมันมีสองด้าน ถ้ามองแค่ว่าขาดทุนเราก็จะรู้สึกแย่ แต่การขาดทุนก็ทำให้เกิดโอกาส เพราะทีมงานเกาหลีได้เห็นการลงทุน เห็นการทำงาน จนเขาเริ่มเชื่อว่าบริษัทนี้มันเอาจริง จนมีคนติดต่อมาถามว่า สนใจเอาศิลปินเกาหลีมาจัดแฟนมีตติ้งที่เมืองไทยไหม ซึ่งตอนนั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่างานแฟนมีตคืออะไร (หัวเราะ) รู้แค่ว่ามันคือโอกาสที่ต้องคว้าเอาไว้

 

ก็เริ่มคนแรกที่ลีมินโฮ ที่รู้จักอยู่บ้างบวกกับความที่แม่ชอบดูซีรีส์เกาหลี ปรากฏว่าโดนเละ (หัวเราะ) ทั้งจากแฟนคลับ จากทีมงานเกาหลีว่าดูแลศิลปินไม่ดี ซึ่งยอมรับว่าตอนนั้นเราไม่เข้าใจ ทำไมเขาต้องมีรายละเอียดเยอะขนาดนี้ น้ำต้องยี่ห้อนี้ ห้องพักต้องติดกันแบบนี้ ต้องมีคนดูแลรถ เราไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน

 

ซึ่งสิ่งที่ผมทำต่อมาคือการฟัง เอาคำติของเขามาดูว่าเราสามารถพัฒนาอะไรได้ไหม เพราะต้องเข้าใจว่าแฟนคลับศิลปินเกาหลี เขามีแพสชันในตัวศิลปินของเขามาก คือเขาสามารถซื้อตั๋วเครื่องบินไปเกาหลี แล้วนั่งรอที่หน้าร้านอาหารที่คิดว่าศิลปินจะไปได้เป็นอาทิตย์ นี่คือความรักที่เขามีให้ต่อคนคนหนึ่ง ซึ่งการที่คนเราจะรักกันขนาดนี้ เราต้องฟังเขานะ แล้วเอามาปรับปรุงว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้เขารู้สึกดีขึ้น อะไรพอทำได้ผมจะพยายามพูดคุยต่อรองกับทางทีมงานฝั่งเกาหลีเพื่อทำให้เขาพอใจ และมีความสุขมากที่สุด

 

 

 

เริ่มต้นทำละครก็ขาดทุน จัดงานแฟนมีตก็ถูกต่อว่า ถ้ามองในแง่ธุรกิจ การจัดอีเวนต์ตรงนี้ไม่น่าจะเป็นการลงทุนที่ควรเดินหน้าต่อหรือเปล่า

ต้องบอกก่อนว่าถึงผมจะขาดทุนเรื่องตัวเงิน แต่ผมได้กำไรทางความสุขนะ ผมมีความสุขเวลาเห็นแฟนคลับเขาได้มาเจอกับศิลปินที่เขารัก และกลับบ้านอย่างมีความสุข ความสุขพวกนั้นมันก็กลับมาถึงผมเหมือนกัน

 

ส่วนเรื่องเงินทุนจริงๆ ก็มีคิดบ้าง แต่อีกส่วนหนึ่งคือลึกๆ แล้วผมเป็นคนที่ไม่ชอบทำอะไรพลาดด้วย ยิ่งมีคนติเยอะ ยิ่งอยากพิสูจน์ตัวเองว่าเราทำได้ (หัวเราะ) ถ้าหยุดไปก่อนหน้านั้นก็คือเราแพ้และก็ล้มเลย โดยที่ไม่มีโอกาสรู้ด้วยซ้ำว่าจริงๆ แล้วเราทำได้หรือเปล่า

 

หลังจากนั้นก็ทำคอนเสิร์ตของค่าย JYP ก็ยิ่งหนักเลยคราวนี้ (หัวเราะ) จากงานแฟนมีตที่ต้นทุน 10 กว่าล้าน พอเป็นคอนเสิร์ตต้องเพิ่มเป็น 60-70 ล้าน ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร จะมีสปอนเซอร์หรือเปล่า แต่เอาไว้ก่อน เราจะแพ้ไม่ได้ ต้องลุย

 

ในหัวก็คิดเรื่องขาดทุนนะ เพราะเงินลงทุนเยอะ ถ้าเจ๊งอีกนี่เจ็บเลยนะ คงออกจากบ้านไม่ได้หลายปี (หัวเราะ) แต่มองกลับกัน ถ้าเราต้องเป็นผู้แพ้แบบยังไม่ได้ทำอะไรเลยมันยิ่งเจ็บใจ ยิ่งออกจากบ้านไม่ได้เข้าไปใหญ่ ก็เลยลุย สรุปก็โดนอีก (หัวเราะ) แต่ไม่เยอะเท่าไร

 

แล้วหลังจากนั้นก็ทำมาตลอด จากตอนแรกไม่เคยมีสปอนเซอร์เลยนะ เราสปอนเซอร์ตัวเองและทำมาโดยตลอด ผมคิดว่าแฟนคลับยังอยู่กับเรา เพราะเราไม่เคยลดโปรดักชัน เราคำนึงถึงความสุขของแฟนคลับเป็นหลัก เราดูแลศิลปินที่เขารักและหวงแหนอย่างดี และเราก็ทำตามในสิ่งที่เราบอกกับพวกเขาตลอดมา เราได้รับคอมเมนต์ตลอดว่าเขาอยากได้แบบไหน และเราก็ทำหน้าที่เป็นคนกลางประสานและต่อรองกับทางทีมงานเกาหลีให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วผมก็เชื่อว่าได้ดีลที่ดีที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ  

 

พอจะจำได้ไหมว่า จากจุดเริ่มต้นที่อยากทำธุรกิจเกี่ยวกับละคร เริ่มเปลี่ยนเป็นแพสชันเกี่ยวกับงานจัดอีเวนต์ของศิลปินเกาหลีตั้งแต่เมื่อไร

เริ่มมีมาเรื่อยๆ เวลาได้เห็นรอยยิ้มของแฟนคลับเวลาเขาได้เจอคนที่เขารัก ได้ดูโชว์ที่ดีจากศิลปินที่เขาชอบ บางทีผมแอบยืนดูอยู่ข้างนอก ได้เห็นเขามีความสุขเวลาได้ถ่ายรูป ได้เอ็นจอยโมเมนต์หลังโชว์จบ ผมก็มีความสุขไปด้วย เหมือนที่ผมบอกว่ามันเป็นกำไรทางใจที่ผมได้รับมาตลอด

 

หรือเหตุการณ์หนึ่ง ที่เขารักศิลปินคนหนึ่งมาก แต่เขาต้องอยู่โรงพยาบาลในวันที่ศิลปินคนนั้นมาที่ประเทศไทย เราก็ได้ประสานเรื่องของแฟนคลับคนนี้ ให้ศิลปินได้มาเยี่ยมแฟนคลับ สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่เราทำให้โดยไม่ได้ออกสื่อนะ แค่ผมรู้สึกว่าเขาควรได้รับสิ่งนี้ จากความรักที่เขามอบให้ศิลปินที่เขารัก เป็นช่วงที่ทำให้เรารู้สึกดี ที่ได้เป็นคนช่วยประสานความรักระหว่างแฟนคลับกับศิลปินจริงๆ

 

นอกจากคอมเมนต์ในการปรับปรุงอีเวนต์ที่ทำอยู่ ก็จะมีคนมาบอกว่าอยากให้เอาคนนั้นคนนี้เข้ามาด้วย เราก็รวบรวมเอาเสียงเหล่านั้นไปศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม หาความเป็นไปได้ แล้วก็พยายามติดต่อศิลปินมาให้ได้ อย่างคอนเสิร์ต BLACKPINK 2019 World Tour [In Your Area] Bangkok นี่ผมตามมา 3 ปีแล้วนะ กว่าจะพา BLACKPINK มาแสดงคอนเสิร์ตให้ชาว BLINK ดูจนได้

 

กลายเป็นว่านอกจากคำว่าแพสชันในการทำงาน เลยมีคำว่าหน้าที่เพิ่มเข้ามา ว่าเราต้องพยายามติดต่อพาศิลปินที่แฟนคลับชอบมาให้พวกเขาให้ได้มากที่สุดไปด้วย

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post กึ้ง เฉลิมชัย กับการทำธุรกิจที่ต้องบริหารความกลัว ความเสี่ยง และความสุขไปพร้อมๆ กัน appeared first on THE STANDARD.

]]>