กีฬาตะกร้อ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/กีฬาตะกร้อ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 25 Sep 2026 10:48:17 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 บัลลังก์ 28 ปี ที่ถึงเวลาต้องก้าวลงของตะกร้อทีมชุดชายไทย https://thestandard.co/thai-sepaktakraw-lose-asian-games/ Fri, 25 Sep 2026 10:41:02 +0000 https://thestandard.co/thai-sepaktakraw-lose-asian-games/ นักกีฬาเซปักตะกร้อทีมชาติไทยระหว่างการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

สัญญาณจบการแข่งขันที่ นาโกยา ซิตี มิซูโฮะ ปาร์ก ยิมเนเซ […]

The post บัลลังก์ 28 ปี ที่ถึงเวลาต้องก้าวลงของตะกร้อทีมชุดชายไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักกีฬาเซปักตะกร้อทีมชาติไทยระหว่างการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

สัญญาณจบการแข่งขันที่ นาโกยา ซิตี มิซูโฮะ ปาร์ก ยิมเนเซียม ไม่ได้หมายถึงเพียงความพ่ายแพ้ 0-2 ทีมของเซปักตะกร้อชายไทยต่อมาเลเซีย แต่มันปิดฉากช่วงเวลายาวนานถึง 28 ปี ที่ไทยไม่เคยเสียเหรียญทองประเภททีมชุดชายในเอเชียนเกมส์

 

 

นับจากครั้งสุดท้ายที่พลาดแชมป์ในปี 1990 ผ่านปี 1994 ที่ไม่มีการแข่งขันประเภททีมชุด ก่อนมาคว้าแชมป์ได้ในปี 1998 ไทยก็ก้าวขึ้นครองเหรียญทองรายการนี้ 7 สมัยติดต่อกัน จนการเป็นแชมป์แทบกลายเป็นสิ่งที่ถูกคาดหวังโดยอัตโนมัติ

 

แต่วันนี้ ความคุ้นเคยนั้นสิ้นสุดลงแล้ว และบางที สิ่งที่สำคัญกว่าการถามว่า “ไทยแพ้ได้อย่างไร” คือการยอมรับว่า วันที่มาเลเซียสามารถเอาชนะไทยได้ ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายอีกต่อไป

 

จาก 1990 ถึง 2026 วันที่มาเลเซียรอคอยนาน 36 ปี

 

หากมองเฉพาะแค่คะแนนบนสกอร์บอร์ด ไทยแพ้ทีม A 1-2 เซต 9-15, 15-5, 11-15 ก่อนทีม B แพ้อีก 0-2 เซต 13-15, 10-15

 

แต่ผลการแข่งขันนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว เพราะเพียงไม่ถึงหนึ่งปีก่อน มาเลเซียเพิ่งเอาชนะไทยในรอบชิงชนะเลิศทีมชุดชายของซีเกมส์ 2025 ที่ประเทศไทย

 

หมายความว่า ในมหกรรมกีฬาสำคัญสองครั้งติดต่อกัน ทีมที่เคยเป็นเบอร์หนึ่งอย่างแทบไร้ข้อกังขาแพ้คู่แข่งรายเดิมในรอบชิงชนะเลิศทั้งสองครั้ง

 

ก่อนหน้าครั้งสุดท้ายที่มาเลเซียคว้าเหรียญทองทีมชุดชายเอเชียนเกมส์ ต้องย้อนกลับไปเอเชียนเกมส์ ปักกิ่ง 1990 เมื่อพวกเขาเอาชนะไทยในรอบชิงชนะเลิศ

 

จากนั้นสมดุลอำนาจของตะกร้อเอเชียค่อยๆ เทมาทางประเทศไทย มาเลเซียต้องรอนานถึง 36 ปี ก่อนกลับมาคว้าเหรียญทองรายการนี้อีกครั้งที่นาโกย่า

 

ในมุมของไทย อาจเป็นการสิ้นสุดช่วงเวลา 28 ปีโดยไม่มีการเสียแชมป์ แต่ในมุมมาเลเซีย ชัยชนะที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ของการไล่ตามทีมที่เป็นบรรทัดฐานของกีฬาชนิดนี้มาอย่างยาวนาน และวันนี้ ผู้ไล่ตามได้วิ่งแซงหน้าไปแล้ว

 

ปัญหาที่อันตรายที่สุดอาจเป็นความเคยชินกับชัยชนะ

 

ก่อนเดินทางมาญี่ปุ่น ตะกร้อไทยรู้ดีว่ามาเลเซียไม่ได้อยู่ห่างออกไปเหมือนในอดีต เพราะการแข่งขันชิงแชมป์โลกก่อนหน้านี้มีเกมที่ไทยกับมาเลเซียต่อสู้กันถึงช่วง 14-13 ก่อนเกิดข้อพิพาทเรื่องการเหยียบเส้น การชาลเลนจ์ และคำตัดสิน จนนำไปสู่การยุติการแข่งขันของไทย ขณะที่ซีเกมส์ 2025 ไทยก็เสียแชมป์ทีมชุดให้คู่แข่งรายเดิม

 

จริงอยู่ที่คิงส์คัพในเดือนสิงหาคม ไทยกลับมาเอาชนะมาเลเซีย 2-0 ทีม และคว้าแชมป์ แต่ชัยชนะครั้งนั้นไม่ได้ลบข้อเท็จจริงสำคัญออกไป อย่างการที่มาเลเซีย ไม่ได้ส่งชุดที่ดีที่สุด และระยะห่างระหว่างสองประเทศแคบลงจนหนึ่งวันสามารถเปลี่ยนว่าใครเป็นแชมป์ได้แล้ว

 

ตลอดหลายสิบปี ไทยไม่ได้เป็นเพียงทีมที่เก่งที่สุด แต่กลายเป็นมาตรฐานที่ชาติอื่นพยายามศึกษา

 

สิ่งนี้สร้างข้อได้เปรียบมหาศาล แต่ก็มีความเสี่ยงในตัวเอง เมื่อชนะมานาน ความสำเร็จสามารถค่อยๆ เปลี่ยนจาก “สิ่งที่ต้องสร้าง” เป็น “สิ่งที่ควรได้”

 

ก่อนเอเชียนเกมส์ สมาคมตั้งเป้ากวาด 4 เหรียญทองจาก 4 รายการ และในบริบทของประวัติศาสตร์ เป้าหมายดังกล่าวไม่ใช่เรื่องเกินจริง

 

แต่โลกของตะกร้อเปลี่ยนไปแล้ว มาเลเซียไม่ได้ลงสนามเพื่อพยายามสร้างปัญหาให้ไทย พวกเขาลงสนามโดยเชื่อว่าตัวเองสามารถชนะได้ และความเชื่อนั้นสำคัญมากในเกมที่ตัดสินกันด้วยไม่กี่แต้ม

 

เพราะทุกชาติศึกษาไทย แต่ไทยต้องถามว่าเรียนรู้อะไรจากพวกเขา

 

เมื่อคุณเป็นเบอร์หนึ่ง ทุกคนมีวิดีโอของคุณ และคู่แข่งสามารถศึกษารูปแบบการเสิร์ฟ การรับ การชง ตำแหน่งการบล็อก ไปจนถึงพฤติกรรมของผู้เล่นในแต้มสำคัญ

 

ความได้เปรียบจากฐานความรู้ลึกเกี่ยวกับตะกร้อ ที่ไทยเคยสะสมจึงลดลงในยุคที่ข้อมูลการแข่งขันเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ก่อนทัวร์นาเมนต์ ทีมงานไทยพูดถึงการมี “ทีเด็ด” ที่ไม่ต้องการเปิดเผย และสะท้อนความจริงของกีฬาระดับสูงยุคใหม่

 

การรักษาความเป็นแชมป์ไม่สามารถเกิดจากการทำสิ่งเดิมที่เคยชนะให้ดีเหมือนเดิม เพราะคู่แข่งใช้เวลาหลายปีเรียนรู้สิ่งนั้นไปหมดแล้ว

 

ผลของทีม B อาจอธิบายสถานการณ์ได้ดี เพราะเซตแรกไทยแพ้ 13-15 มันเป็นช่องว่างเพียงสองแต้มเท่านั้น

 

ในอดีต ความเหนือกว่าของไทยอาจมากพอที่จะชดเชยวันที่เสิร์ฟไม่ดี รับพลาด หรือมีรายละเอียดบางอย่างไม่เป็นใจ

 

แต่เมื่อช่องว่างเหลือน้อย ความผิดพลาดหนึ่งลูก การตัดสินใจหนึ่งครั้ง หรือการเสียแต้มต่อเนื่องเพียงช่วงสั้นๆ สามารถเปลี่ยนเหรียญทองได้ทันที

 

ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมตะกร้อไทยในอนาคตต้องพัฒนาเกินกว่าทักษะการเล่น มันยังต้องรวมไปถึงการรับมือกับแรงกดดัน, การบริหารจัดการเกม และการตัดสินใจในจังหวะสำคัญ

 

ทั้งหมดที่ว่ามา ต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทีมอย่างจริงจัง

 

การกลับมาต้องเริ่มจากเลิกคิดว่า ‘บัลลังก์เป็นของเรา’

 

ตลอดช่วงที่ผ่านมา ไทยมีประสบการณ์ขัดแย้งกับการตัดสิน ตั้งแต่เรื่องชาลเลนจ์ ไปจนถึงการตีความกติกา และการเรียกร้องความชัดเจนย่อมเป็นสิทธิที่ทีมควรทำ

 

แต่สำหรับการสร้างทีมระยะยาว เรื่องเหล่านั้นไม่ควรกลายเป็นคำอธิบายหลักของการเสียความเหนือกว่า เพราะรอบชิงชนะเลิศที่นาโกย่าจบลงด้วยชัยชนะ 2-0 ทีมของมาเลเซีย

 

คำถามที่มีประโยชน์กว่าจึงไม่ใช่ว่าไทยจะควบคุมผู้ตัดสินอย่างไร แต่คือจะสร้างทีมอย่างไรให้สามารถควบคุมเกมได้มากพอ จนตัวแปรภายนอกมีโอกาสเปลี่ยนผลการแข่งขันน้อยที่สุด

 

บางทีเหรียญเงินครั้งนี้อาจมีคุณค่ากับตะกร้อไทย หากมันทำให้คำว่า “ทวงแชมป์” มีความหมายใหม่

 

ไทยไม่ควรกลับมาเพียงเพราะมีประวัติศาสตร์เหนือกว่า แต่ต้องกลับมาด้วยระบบพัฒนานักกีฬารุ่นใหม่ การแข่งขันภายในประเทศที่เข้มข้น การใช้ข้อมูลวิเคราะห์คู่แข่ง และวิทยาศาสตร์การกีฬาที่มากกว่าเดิม

 

เพราะวันที่คู่แข่งพัฒนาจนสามารถเอาชนะไทยได้แล้ว วิธีที่อันตรายที่สุดคือการเชื่อว่าเพียงกลับไปเล่น “แบบไทย” ให้ดีขึ้น ทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม

 

28 ปีจบลง แต่ไม่จำเป็นต้องหมายถึงจุดจบของตะกร้อไทย

 

หลายสิบปีที่ผ่านมา ประเทศอื่นถามว่า “จะเอาชนะประเทศไทยอย่างไร?” แต่หลังเอเชียนเกมส์ 2026 ถึงเวลาที่ไทยต้องตั้งคำถามบ้างว่า “มาเลเซียเอาชนะเราได้อย่างไร?”

 

ไม่ใช่เพื่อเลียนแบบ แต่เพื่อทำความเข้าใจว่าคู่แข่งพัฒนาอะไรขึ้นมา ทั้งคุณภาพผู้เล่น รูปแบบเกม การรับมือความกดดัน และวิธีเล่นแต้มสำคัญ

 

เช่นเดียวกับเวียดนามในฝั่งหญิงที่มีพัฒนาการชัดเจนในประเภท 4 คน การเสียแชมป์จึงควรถูกใช้เป็นข้อมูล มากกว่าดราม่า เพราะทีมที่กลับขึ้นไปเป็นเบอร์หนึ่งได้ ไม่ใช่ทีมที่ลืมความพ่ายแพ้เร็วที่สุด แต่คือทีมที่เรียนรู้จากมันได้มากที่สุด

 

มาเลเซียสมควรได้รับเครดิตสำหรับชัยชนะครั้งนี้ พวกเขารอเหรียญทองรายการนี้ 36 ปี และวันนี้สามารถเอาชนะทีมที่ครองแชมป์มา 7 สมัยติดต่อกันได้สำเร็จ

 

สำหรับไทย ความพ่ายแพ้เจ็บปวดเป็นพิเศษ เพราะตะกร้อเป็นหนึ่งในไม่กี่ชนิดกีฬาที่คำว่า “เหรียญทอง” ถูกมองเป็นมาตรฐานขั้นต่ำมานาน

 

แต่บางที ความพ่ายแพ้ครั้งนี้กำลังบอกสิ่งที่สำคัญที่สุดว่า “ความเป็นเจ้าเอเชียไม่ใช่สถานะถาวร” แต่มันเป็นตำแหน่งที่ต้องชนะกลับมาใหม่ในทุกยุค

 

วันที่ 25 กันยายน 2026 จึงอาจถูกจดจำในฐานะวันที่สถิติ 28 ปีของไทยสิ้นสุดลง หรืออีกหลายปีข้างหน้า เราอาจมองย้อนกลับมาและพบว่า มันคือวันที่ตะกร้อไทยถูกบังคับให้เริ่มต้นใหม่

 

เพราะหนทางกลับสู่จุดสูงสุดไม่ได้เริ่มจากการบอกว่า “เราเคยเป็นเบอร์หนึ่ง” แต่มันเริ่มจากการยอมรับให้ได้ก่อนว่า “วันนี้ เราไม่ใช่เบอร์หนึ่งแล้ว”

The post บัลลังก์ 28 ปี ที่ถึงเวลาต้องก้าวลงของตะกร้อทีมชุดชายไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตะกร้อไทยกับภารกิจพิสูจน์ความเป็นที่สุดของกีฬานี้อีกครั้งในเอเชียนเกมส์ 2026 https://thestandard.co/thai-sepak-takraw-2026-gold-quest/ Mon, 31 Aug 2026 12:16:46 +0000 https://thestandard.co/thai-sepak-takraw-2026-gold-quest/ นักกีฬาตะกร้อทีมชาติไทยกำลังฟาดลูกในการแข่งขัน

เป้าหมายเหรียญทองเอเชียนเกมส์สำหรับกีฬาต่างๆ นับได้ว่าเ […]

The post ตะกร้อไทยกับภารกิจพิสูจน์ความเป็นที่สุดของกีฬานี้อีกครั้งในเอเชียนเกมส์ 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักกีฬาตะกร้อทีมชาติไทยกำลังฟาดลูกในการแข่งขัน

เป้าหมายเหรียญทองเอเชียนเกมส์สำหรับกีฬาต่างๆ นับได้ว่าเป็นมาตรฐานสูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และสมาคมกีฬาต่างๆ ก็อยากจะบรรลุเป้าหมายนี้ให้ได้สัก 1 เหรียญทอง ก็นับว่าประสบความสำเร็จแล้ว แต่สำหรับกีฬาอย่าง ‘เซปักตะกร้อ’ 1 เหรียญทองไม่นับว่าเพียงพอ

 

 

ในเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ไอจิ-นาโกยา ทัพตะกร้อทีมชาติไทยส่งแข่งขัน 4 อีเวนต์ และประกาศเป้าหมายชัดเจนว่า ต้องการคว้าเหรียญทองให้ครบทั้ง 4 ประเภท ได้แก่ ทีมชุดชาย, ทีมเดี่ยวชาย, ทีมชุดหญิง และทีม 4 คนหญิง

 

ตัวเลขนี้สะท้อนสถานะที่ตะกร้อไทยสร้างมานานหลายสิบปี แต่ในเวลาเดียวกัน เอเชียนเกมส์ครั้งนี้อาจเป็นหนึ่งในบททดสอบที่ไม่ง่าย

 

4 เหรียญทองจาก 4 อีเวนต์ ไม่มีพื้นที่ให้คำว่า ‘พลาด’

 

ในงาน MEET THE PRESS เอเชียนเกมส์ 2026 สมาคมกีฬาตะกร้อประกาศเป้าหมายชัดเจนที่สุดสมาคมหนึ่ง คือกวาด 4 เหรียญทองจาก 4 อีเวนต์ที่ส่งแข่งขัน

 

ทีมชายต้องการแชมป์ทั้งทีมชุดและทีมเดี่ยว ส่วนทีมหญิงหวังเหรียญทองทั้งทีมชุดและประเภท 4 คน ทำให้มันคือเป้าหมายแบบ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม

 

ความน่าสนใจคือ ตะกร้อไทยไม่ได้ถูกประเมินเหมือนกีฬาทั่วไป การได้ 3 เหรียญทองจาก 4 รายการอาจถือว่ายอดเยี่ยมสำหรับหลายชาติ แต่สำหรับไทย มันอาจถูกมองว่าเป็นการ ‘เสีย’ หนึ่งเหรียญทอง

 

คู่ปรับที่ใหญ่ที่สุดของตะกร้อชายไทยยังคงเป็นมาเลเซีย โดยในการแข่งขันชิงแชมป์โลกก่อนหน้านี้ ทัพเสือเหลืองแสดงให้เห็นว่า ระยะห่างระหว่างทั้ง 2 ชาติไม่ได้มากพอให้ไทยสามารถลงสนามด้วยความมั่นใจเพียงจากชื่อเสียง

 

การแข่งขันไม่ได้จบลงด้วยภาพการแพ้ชนะตามปกติ แต่จบด้วยความขัดแย้งเรื่องคำตัดสิน การชาลเลนจ์ และการที่ทีมไทยปฏิเสธแข่งขันต่อ

 

จังหวะที่กลายเป็นชนวนเกิดขึ้นเมื่อ ภูตะวัน โสภา ขึ้นฟาดในช่วงที่ไทยนำ 14-13 แต่ถูกจับฟาวล์ว่าเท้าเหยียบเส้นกลางสนาม ทีมไทยพยายามชาลเลนจ์ และฝ่ายเทคนิคตรวจสอบภาพก่อนมีความเห็นว่าเท้าอยู่บนเส้นแต่ไม่ได้ล้ำไปยังแดนคู่แข่ง

 

อย่างไรก็ตาม ผู้ตัดสินยืนยันคำตัดสินเดิม โดยอ้างว่าเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขที่สามารถใช้ชาลเลนจ์ได้ จากแต้มที่อาจปิดการแข่งขัน กลายเป็น 14-14 และนำไปสู่การประท้วงของทีมไทย

 

เหตุการณ์ดังกล่าวจึงทิ้งคำถามมากกว่าผลแพ้ชนะ เพราะมันทำให้ทีมไทยต้องเตรียมพร้อมไม่เพียงเรื่องฝีมือ แต่รวมถึงรายละเอียดของกติกาและกระบวนการตัดสินในเกมระดับสูงด้วย

 

หลังเหตุการณ์ดังกล่าว ฝ่ายไทยยืนยันว่าการหยุดแข่งขันเป็น “Walkover” ไม่ใช่ “Walkout” พร้อมระบุว่าหากมีบทลงโทษถึงขั้นแบน จะพร้อมใช้กระบวนการทางกฎหมายจนถึงศาลกีฬาโลก

 

เรื่องนี้เป็นการต่อสู้อีกสนามหนึ่งนอกเหนือจากเกมการแข่งขัน แต่สำหรับนักกีฬา บทเรียนที่จับต้องได้มากที่สุดอาจง่ายกว่านั้น คือหากเป็นไปได้ ต้องทำให้เกมขาดจนไม่เหลือพื้นที่ให้คำตัดสินหนึ่งครั้งเปลี่ยนผลการแข่งขัน

 

โดยเฉพาะในเอเชียนเกมส์ ซึ่งทุกชาติรู้ว่าไทยคือทีมที่ต้องล้มให้ได้ ความเหนือกว่าจึงต้องไม่อยู่แค่เทคนิค แต่ต้องอยู่ที่การควบคุมเกม การจัดการความกดดัน และความละเอียดในจังหวะ 13-13 หรือ 14-14 ที่สามารถเปลี่ยนเหรียญทองได้ภายในลูกเดียว

 

คิงส์คัพคือคำตอบแรก แต่ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

 

สิ่งที่ช่วยเรียกความมั่นใจกลับมาคือผลงานในคิงส์คัพ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทีมชายไทยเอาชนะมาเลเซีย 2-0 ทีมในรอบชิงชนะเลิศทีมชุด โดยทีม A ชนะ 15-7, 15-11 และทีม B ชนะ 15-9, 15-12 ก่อนคว้าแชมป์สมัยที่ 37

 

นอกจากนี้ ไทยยังได้แชมป์ในประเภททีมเดี่ยวชาย รวมถึงทีมชุดหญิงและทีม 4 คนหญิง ซึ่งตรงกับทั้ง 4 อีเวนต์ที่จะใช้แข่งขันในเอเชียนเกมส์

 

ในแง่หนึ่ง มันคือการเตรียมทีมที่แทบสมบูรณ์แบบ แต่ทีมงานเองก็ไม่ได้มองว่าชัยชนะครั้งนี้คือหลักประกัน เพราะมาเลเซียยังไม่ได้เปิดไพ่ทั้งหมดก่อนนาโกยา

 

หนึ่งในคำถามสำคัญก่อนเอเชียนเกมส์คือ มาเลเซียไม่ได้ส่งผู้เล่นระดับแกนหลักบางคนลงแข่งขันในรายการล่าสุด

 

สำหรับทีมโค้ชไทย นั่นไม่ใช่สิ่งที่สร้างความกังวลมากนัก เพราะนักกีฬากลุ่มดังกล่าวเป็นผู้เล่นที่ไทยเคยพบและศึกษามาจากการแข่งขันก่อนหน้านี้แล้ว

 

แต่ประโยคที่น่าสนใจกว่าคือคำยืนยันของ ร.ต. พรชัย เค้าแก้ว ผู้ฝึกสอนทีมชายไทย ที่ยืนยันว่า ไทยเองก็มีทีเด็ดเตรียมเอาไว้ และขอไม่เปิดเผยในตอนนี้

 

นี่สะท้อนว่าเอเชียนเกมส์ไม่ได้เป็นเพียงการวัดว่าใครฟาดแรงหรือเสิร์ฟดีกว่า แต่กำลังกลายเป็นเกมข้อมูล การเลือกตัวผู้เล่น การจับคู่ และแท็กติกที่แต่ละฝ่ายพยายามซ่อนไพ่จนถึงเวลาที่จำเป็นจริงๆ

 

เวียดนามคือคำเตือนว่า ฝั่งหญิงก็ไม่ได้มีทางสะดวก

 

หากมาเลเซียคือคู่ปรับสำคัญของทีมชาย เวียดนามก็เป็นชื่อที่ทีมหญิงไม่สามารถมองข้าม โดยเฉพาะประเภท 4 คน

 

ทีมงานไทยยอมรับตรงๆ ว่าเวียดนามมีประสบการณ์กับรูปแบบนี้มากกว่า และพัฒนาแท็กติกไปไกล ทั้งการเสิร์ฟท้ายคอร์ต การบล็อกหลัง และเกมฟาดเพื่อทำคะแนน

 

ที่ผ่านมาไทยสามารถเอาชนะได้ แต่หลายครั้งเป็นชัยชนะแบบสูสี นั่นทำให้คำว่า แชมป์เก่า หรือการคว้าแชมป์คิงส์คัพล่าสุด ไม่ได้ทำให้อีเวนต์นี้กลายเป็นเหรียญทองที่รอหยิบ ในทางตรงกันข้าม มันอาจเป็นหนึ่งในรายการที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดของเป้าหมาย 4 เหรียญทองด้วยซ้ำ

 

อีกปัญหาที่ทีมหญิงต้องรับมือคืออาการบาดเจ็บของ ศิรินันท์ เขียวปัก ซึ่งเป็นตัวชงคนสำคัญ เพราะในกีฬาที่ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเสิร์ฟ ตัวชง และตัวทำต้องแม่นยำระดับเสี้ยววินาที การหายไปของหนึ่งตำแหน่งไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนนักกีฬาคนเดียว แต่สามารถเปลี่ยนจังหวะของทั้งทีมได้

 

อย่างไรก็ตาม ทีมงานยืนยันว่ามีผู้เล่นที่เตรียมไว้ทดแทนแล้ว และจากการฝึกซ้อมระดับฝีมือไม่ได้แตกต่างกันมาก

 

ความน่าสนใจของประเภท 4 คนคือ ไทยยอมรับเองว่าเพิ่งเข้ามาพัฒนารูปแบบนี้ในช่วงหลัง ขณะที่เวียดนามมีพื้นฐานมาก่อน

 

แต่ไทยยังสามารถเอาชนะได้หลายครั้ง รวมถึงคิงส์คัพล่าสุด

 

ความหมายคือการแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของการรักษาความเหนือกว่าเดิมเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเร่งเรียนรู้ให้ทันคู่แข่งในอีเวนต์ที่อีกฝ่ายเคยมีประสบการณ์มากกว่า

 

ทีมงานได้บันทึกจุดอ่อนจากคิงส์คัพ และนำกลับไปแก้ไขก่อนเอเชียนเกมส์ ดังนั้นหากทีม 4 คนหญิงคว้าเหรียญทองได้ มันอาจเป็นเหรียญที่สะท้อนคุณภาพของการปรับตัว มากกว่าความได้เปรียบทางประวัติศาสตร์ของตะกร้อไทย

 

ความกระหายอาจสำคัญกว่าความทรงจำในอดีต

 

คำหนึ่งที่โค้ชปุ้ย พรชัย ใช้ในการอธิบายนักกีฬาชุดนี้คือ “กระหายในชัยชนะ” มันอาจเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทีมที่อยู่บนจุดสูงสุดมานาน เพราะอันตรายของทีมที่ชนะบ่อยไม่ใช่การขาดฝีมือ แต่คือการเริ่มเชื่อว่าชัยชนะเป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้นตามธรรมชาติ

 

สิ่งที่เกิดขึ้นกับมาเลเซียและเวียดนามในช่วงที่ผ่านมาอาจสร้างความเจ็บปวด แต่ในอีกด้าน มันก็ทำลาย Comfort Zone ที่อันตรายที่สุดออกไป

 

เอเชียนเกมส์ครั้งนี้ ไทยจึงไม่ได้เดินทางไปญี่ปุ่นด้วยความรู้สึกว่าเราเป็นเจ้าตะกร้อ แต่ต้องลงสนามเหมือนทีมที่ยังมีอะไรต้องพิสูจน์ทุกแต้ม

 

ตะกร้อไทยอยู่ในสถานะเดียวกับมหาอำนาจของกีฬาหลายชนิด คือแทบทุกชาติใช้ไทยเป็นมาตรฐาน มาเลเซียศึกษาไทย เวียดนามศึกษาไทย และชาติอื่นๆ สามารถใช้วิดีโอและข้อมูลการแข่งขันเพื่อวิเคราะห์รูปแบบการเสิร์ฟ การชง และจังหวะเข้าทำได้ละเอียดกว่าในอดีต

 

ความได้เปรียบจากประสบการณ์จึงลดลงเมื่อข้อมูลเดินทางเร็วขึ้น มันจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมทีมงานไทยต้องพูดถึง “ทีเด็ด” หรือการเก็บรายละเอียดบางอย่างเป็นความลับ

 

เพราะในวันที่ทุกทีมรู้จักจุดแข็งของไทย การรักษาความเป็นเบอร์หนึ่งไม่ได้เกิดจากทำสิ่งเดิมให้ดีเท่านั้น แต่ต้องมีสิ่งใหม่ให้คู่แข่งคาดเดาไม่ได้ด้วย

 

4 เหรียญทองจึงไม่ใช่เป้าหมายธรรมดาอีกต่อไป

 

ถ้ามองเพียงประวัติศาสตร์ การตั้งเป้ากวาด 4 เหรียญทองอาจดูเป็นเรื่องปกติสำหรับตะกร้อไทย แต่ถ้ามองสิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2026 ภาพกลับต่างออกไป

 

มาเลเซียแสดงให้เห็นว่าทีมชายสามารถถูกกดดันจนถึงแต้มสุดท้าย เวียดนามไล่เข้ามาใกล้ในประเภท 4 คนหญิง ทีมต้องรับมืออาการบาดเจ็บของผู้เล่นสำคัญ ขณะที่ข้อพิพาทเรื่องการตัดสินก็ทำให้รายละเอียดของกติกากลายเป็นตัวแปรที่มองข้ามไม่ได้

 

เพราะฉะนั้น 4 เหรียญทองครั้งนี้ หากทำได้ จะไม่ใช่เพียงการรักษามาตรฐานเดิม แต่มันจะเป็นการทวงสถานะเจ้าเอเชียกลับมาด้วยผลงานบนสนาม

 

ตะกร้ออาจยังเป็นหนึ่งในกีฬาที่คนไทยคาดหวังเหรียญทองมากที่สุด และจากศักยภาพของทีม การกวาดครบทั้ง 4 อีเวนต์ก็ยังเป็นเป้าหมายที่มีเหตุผลรองรับ

 

แต่ความแตกต่างของเอเชียนเกมส์ 2026 คือ ไทยไม่ได้เดินเข้าสู่การแข่งขันโดยปราศจากรอยแผลอีกแล้ว มีทั้งความพ่ายแพ้ เกมสูสี ข้อพิพาท และคู่แข่งที่เชื่อมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าพวกเขาสามารถเอาชนะไทยได้

 

บางทีสิ่งเหล่านี้อาจเป็นสิ่งที่ทีมตะกร้อไทยต้องการมากที่สุด เพราะมันบังคับให้ทีมที่เคยชนะจนเป็นเรื่องปกติ ต้องกลับมามีแรงผลักดันเหมือนผู้ท้าชิงอีกครั้ง

 

และหากสุดท้าย 4 เหรียญทองกลับมาอยู่กับไทยครบทั้งหมด ความหมายของมันจะมากกว่าการกวาดแชมป์ตามเป้า

 

แต่มันจะเป็นคำตอบว่า แม้มาเลเซียจะไล่มา แม้เวียดนามจะใกล้ขึ้น และแม้โลกของตะกร้อจะไม่ได้หมุนรอบประเทศไทยเหมือนเดิม

 

แต่เมื่อถึงวันที่ต้องตัดสินกันจริงๆ บัลลังก์ของตะกร้อเอเชียยังเป็นของไทยอยู่เหมือนเดิม

 

ภาพ: Icon Sportswire / Getty Images

The post ตะกร้อไทยกับภารกิจพิสูจน์ความเป็นที่สุดของกีฬานี้อีกครั้งในเอเชียนเกมส์ 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตะกร้อตั้งเป้า กวาด 4 ทอง เรือใบหวังอีก 1 มีตเดอะเพรส เอเชียนเกมส์ 2026 ตั้งเป้ารวมแตะ 10 ทอง https://thestandard.co/thailand-asian-games-2026-gold/ Mon, 31 Aug 2026 11:08:37 +0000 https://thestandard.co/thailand-asian-games-2026-gold/ ภาพกลุ่มผู้บริหารสมาคมกีฬาและนักกีฬาไทยในการแถลงข่าวมีตเดอะเพรส เอเชียนเกมส์ 2026

สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย จัดงาน “มีตเดอะเพร […]

The post ตะกร้อตั้งเป้า กวาด 4 ทอง เรือใบหวังอีก 1 มีตเดอะเพรส เอเชียนเกมส์ 2026 ตั้งเป้ารวมแตะ 10 ทอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกลุ่มผู้บริหารสมาคมกีฬาและนักกีฬาไทยในการแถลงข่าวมีตเดอะเพรส เอเชียนเกมส์ 2026

สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย จัดงาน “มีตเดอะเพรส เอเชียนเกมส์ 2026” ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่ห้องประชุม 222 ราชมังคลากีฬาสถาน เพื่อแถลงความพร้อมของทัพนักกีฬาไทย ก่อนลุยเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ไอจิ-นาโกยา ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19 กันยายน ถึง 4 ตุลาคม 2569

 

การแถลงครั้งนี้มีตัวแทนจาก 11 สมาคมกีฬาเข้าร่วม ได้แก่ คริกเก็ต, เอ็กซ์ตรีม, สควอช, ยิมนาสติก, ปีนหน้าผา, ตะกร้อ, กีฬาทางน้ำ, เรือใบ, วินด์เซิร์ฟ, กระดานโต้คลื่น และวอลเลย์บอล โดยตั้งเป้าคว้าเพิ่ม 5 เหรียญทอง ส่งผลให้หลังผ่านการแถลง 4 ครั้ง 33 ชนิดกีฬา ทัพไทยประกาศเป้าหมายรวมแล้ว 10 เหรียญทอง

 

ความหวังสำคัญอยู่ที่ตะกร้อ ซึ่งประกาศเป้ากวาดเหรียญทองครบทั้ง 4 อีเวนต์ที่ส่งแข่งขัน ประกอบด้วย ทีมเดี่ยวชาย, ทีมชุดชาย, ทีมชุดหญิง และ 4 คนหญิง

 

ร้อยโท พรชัย เค้าแก้ว ผู้ฝึกสอนทีมชาย เปิดเผยว่า ทีมเพิ่งคว้าแชมป์ทั้งประเภททีมเดี่ยวและทีมชุดจากศึกชิงแชมป์ถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ และกำลังเร่งแก้ไขจุดบกพร่อง โดยเฉพาะระบบ Challenge รวมถึงบทเรียนจากการพ่าย มาเลเซีย และ เวียดนาม ในซีเกมส์ครั้งล่าสุด พร้อมตั้งเป้าคว้า 2 เหรียญทองจากทั้งสองอีเวนต์

 

ด้านทีมตะกร้อหญิง ซึ่งเก็บตัวมาตั้งแต่เดือนเมษายน ตั้งเป้าอีก 2 เหรียญทองจากประเภททีมชุดและควอด 4 คน แม้ยอมรับว่า เวียดนาม เป็นคู่แข่งสำคัญ โดยเฉพาะประเภท 4 คน แต่ยังมั่นใจว่าศักยภาพของทีมไทยดีพอสำหรับการคว้าแชมป์ทั้งสองรายการ

 

อีกหนึ่งเหรียญทองที่ถูกตั้งเป้าในครั้งนี้มาจาก เรือใบ โดย พลเรือเอก ชยุต นาเวศภูติกร อุปนายกสมาคมกีฬาเรือใบแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า ไทยจะส่งนักกีฬา 12 คน ลงแข่งขัน 8 ประเภท และจะเดินทางไปนาโกยาในวันที่ 9 กันยายน เพื่อปรับตัวกับสภาพกระแสน้ำและลม หลังจากเอเชียนเกมส์ครั้งก่อน เรือใบไทยคว้ามาได้ 2 เหรียญทอง ครั้งนี้สมาคมประเมินว่าจะมีโอกาสคว้าเหรียญประมาณ 3-4 รายการ และตั้งเป้าเบื้องต้นไว้ที่ 1 เหรียญทอง

 

ขณะที่กีฬาอื่นๆ ตั้งเป้าคว้าเหรียญเช่นกัน โดย เอ็กซ์ตรีม หวัง 2 เหรียญทองแดง หนึ่งในความหวังคือ เอสที-วารีรยา สุขเกษม นักสเกตบอร์ดหญิงทีมชาติไทย ขณะที่ คริกเก็ตหญิง ซึ่งจะพบ ปากีสถาน ทีมอันดับ 8 ของโลกในรอบแรก หวังผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศและคว้าเหรียญกลับมา

 

กีฬาทางน้ำตั้งความหวังสูงสุดไว้ที่ โปโลน้ำหญิง ซึ่งต้องการแก้มือ คาซัคสถาน เพื่อคว้าเหรียญทองแดง ส่วน วินด์เซิร์ฟ เรียก ศิริพร แก้วดวงงาม แชมป์เก่าเอเชียนเกมส์ กลับมาติดทีมชาติอีกครั้ง และตั้งเป้าจบ 3 อันดับแรก

 

ด้าน กระดานโต้คลื่น ซึ่งจะเข้าร่วมเอเชียนเกมส์เป็นครั้งแรก ตั้งเป้าอย่างน้อยเหรียญทองแดง โดยเหรียญทองรายการนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะจะมอบโควตาไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2028 โดยตรง

 

วอลเลย์บอลไทยตั้งเป้าติด 1 ใน 3 ทั้งประเภทในร่มทีมหญิงและวอลเลย์บอลชายหาดหญิง ขณะที่ ปีนหน้าผา หวังคว้าเหรียญใดเหรียญหนึ่ง

 

ส่วน สควอช และยิมนาสติก มุ่งให้นักกีฬาเก็บประสบการณ์และทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อต่อยอดในอนาคต

 

โดยทางไพฑูร ชุติมากรกุล นายกสมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย สรุปว่า การแถลงครั้งที่ 4 มีเป้าหมายรวม 5 เหรียญทอง แบ่งเป็น ตะกร้อ 4 เหรียญทอง และเรือใบ 1 เหรียญทอง ทำให้หลังผ่าน “มีทเดอะเพรส เอเชียนเกมส์ 2026” จำนวน 4 ครั้ง ครอบคลุม 33 ชนิดกีฬา มีการประกาศเป้าหมายรวมแล้ว 10 เหรียญทอง

 

สำหรับการแถลงครั้งที่ 5 จะมีขึ้นวันที่ 2 กันยายน เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุม 222 ราชมังคลากีฬาสถาน โดยมีอีก 6 สมาคมกีฬาเข้าร่วม ได้แก่ มวยสากล, เบรกกิ้ง-ลีลาศ, มวยปล้ำ, อีสปอร์ต, ฮอกกี้ และเทคบอล

The post ตะกร้อตั้งเป้า กวาด 4 ทอง เรือใบหวังอีก 1 มีตเดอะเพรส เอเชียนเกมส์ 2026 ตั้งเป้ารวมแตะ 10 ทอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกิดอะไรขึ้นกับทีมตะกร้อไทย? เหตุใดจึงวอล์กเอาต์ ศึกตะกร้อชิงแชมป์โลก 2026 https://thestandard.co/thai-sepaktakraw-team-walkout-world-cup/ Sun, 24 May 2026 07:38:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1210436 ทีมตะกร้อทีมชาติไทยกำลังประท้วงคำตัดสินของผู้ตัดสินในสนามแข่งขัน

กลายเป็นดราม่าครั้งใหญ่ของวงการตะกร้อระดับโลก ในการแข่ง […]

The post เกิดอะไรขึ้นกับทีมตะกร้อไทย? เหตุใดจึงวอล์กเอาต์ ศึกตะกร้อชิงแชมป์โลก 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมตะกร้อทีมชาติไทยกำลังประท้วงคำตัดสินของผู้ตัดสินในสนามแข่งขัน

กลายเป็นดราม่าครั้งใหญ่ของวงการตะกร้อระดับโลก ในการแข่งขันศึกชิงแชมป์โลก ISTAF Sepaktakraw World Cup 2026 รอบชิงชนะเลิศประเภททีมชาย ที่สนามติติวังซา สเตเดียม กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย หลังทีมตะกร้อชายทีมชาติไทย ตัดสินใจวอล์กเอาต์จากการแข่งขัน ท่ามกลางข้อถกเถียงเรื่องคำตัดสินของผู้ตัดสิน

 

เกมรอบชิงประเภททีมชายเต็มไปด้วยความกดดันจากแฟนเจ้าถิ่นที่เข้าชมกันแน่นสนาม โดยทีมชุดเอของไทยพ่ายมาเลเซียไปก่อน 1-2 เซต ทำให้เจ้าภาพขึ้นนำ 1-0 ทีม ก่อนที่ทีมชุดบีของไทยจะกลับมาเอาชนะ 2-0 เซต ตีเสมอเป็น 1-1 ทีม ต้องตัดสินแชมป์กันในทีมชุดซี

 

จนกระทั่งจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมเกิดขึ้นในเซตที่ 2 ของทีมชุดซี หลังไทยแพ้เซตแรกไปก่อน 13-15 ก่อนกลับมานำ 14-13 และกำลังจะปิดเกมตีเสมอจากจังหวะฟาดทำแต้มสำคัญ

 

Mohammed Radi ผู้ตัดสินชาวสิงคโปร์ กลับเป่าให้ทีมไทยฟาวล์ โดยระบุว่าผู้เล่นไทยข้ามเส้นก่อนกระโดดฟาด แม้ทีมไทยจะขอชาเลนจ์ทันที และภาพรีเพลย์จะแสดงว่า “ไม่โอเวอร์เส้น” พร้อมมีการขึ้นป้าย “Not Over” แล้วก็ตาม

 

แต่ผู้ตัดสินยังคงยืนยันคำตัดสินเดิม พร้อมเปลี่ยนเหตุผลมาเป็น “เหยียบเส้นฟาวล์” แทน ทำให้ทั้งนักกีฬาและทีมงานไทยไม่พอใจอย่างหนัก เนื่องจากมองว่ากติกาดังกล่าวไม่มีการใช้ในลักษณะนั้นแล้ว

 

ทางด้าน อวยชัย ศรีสุวรรณ ผู้จัดการทีมตะกร้อทีมชาติไทย เปิดเผยกับเพจ สนามตะกร้อ – Sanamtakraw ระบุว่า “ตอนแรกกรรมการบอกว่าเราโอเวอร์ เราก็ชาเลนจ์โอเวอร์ แต่เมื่อดูกล้องแล้วก็พบว่าไม่โอเวอร์ กรรมการเองก็ขึ้นป้ายว่า Not Over ซึ่งมันควรเป็นแต้มของไทย แต่กลับเปลี่ยนมาบอกว่าเราเหยียบเส้นฟาวล์ ทั้งที่กติกาแบบนี้ไม่มีแล้ว”

 

“ถ้าจะยึดแบบนั้น ฝั่งมาเลเซียเองก็ต้องโดนหลายลูกเหมือนกัน เราตั้งใจจะเล่นต่อ แต่แต้มนี้ต้องเป็นของไทย หรืออย่างน้อยต้องมีการเปลี่ยนแปลงคำตัดสิน แต่ผู้ตัดสินจะให้เป็นคะแนน 14-14 เราเลยยอมไม่ได้”

 

ท้ายที่สุดการประท้วงของทีมไทยไม่เป็นผล โดยทัพลูกหวายไทยยืนยันว่าจะไม่กลับมาแข่งขันต่อ หากไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้ตัดสินหรือคืนแต้มดังกล่าว

 

ก่อนทีมไทยจะตัดสินใจวอล์กเอาต์จากสนาม และถูกปรับแพ้ทันที ส่งผลให้มาเลเซียคว้าแชมป์โลกไปครอง ขณะที่ไทยพลาดแชมป์สมัยที่ 3 ติดต่อกันอย่างน่าเสียดาย

 

หลังจบเกม สมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทยโพสต์ข้อความขอบคุณแฟนกีฬาไทย พร้อมระบุว่า “สมาคมฯ ขอบคุณทุกกำลังใจและทุกความคิดเห็น พวกเราทุกคนได้ไตร่ตรองและตัดสินใจกันอย่างดีที่สุดในทุกสถานการณ์ แม้ผลลัพธ์อาจไม่เป็นอย่างที่หลายคนคาดหวัง แต่เรายังคงมีเป้าหมาย มีความหวัง และมีภารกิจที่ใหญ่กว่าเดิมรออยู่ข้างหน้า”

The post เกิดอะไรขึ้นกับทีมตะกร้อไทย? เหตุใดจึงวอล์กเอาต์ ศึกตะกร้อชิงแชมป์โลก 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซปักตะกร้อชายไทย ซีเกมส์ 2025 ความพ่ายแพ้ที่ไม่ได้เกิดขึ้นในสนามเท่านั้น https://thestandard.co/defeat-suffered-by-thai-mens/ Mon, 22 Dec 2025 03:31:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1156708 เซปักตะกร้อชายไทย ซีเกมส์ 2025 ความพ่ายแพ้ที่ไม่ได้เกิดขึ้นในสนามเท่านั้น

ความล้มเหลวของทีมเซปักตะกร้อชายไทยในซีเกมส์ 2025 ไม่ได้ […]

The post เซปักตะกร้อชายไทย ซีเกมส์ 2025 ความพ่ายแพ้ที่ไม่ได้เกิดขึ้นในสนามเท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซปักตะกร้อชายไทย ซีเกมส์ 2025 ความพ่ายแพ้ที่ไม่ได้เกิดขึ้นในสนามเท่านั้น

ความล้มเหลวของทีมเซปักตะกร้อชายไทยในซีเกมส์ 2025 ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะเกมใดเกมหนึ่ง หากแต่เป็นภาพสะท้อนของปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน และถูกพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ไม่เคยได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง

 

หลังจบการแข่งขัน เสียงจากบุคคลในวงการที่ผ่านทั้งชัยชนะและความพ่ายแพ้ ต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่อุบัติเหตุ หากเป็นผลลัพธ์ของระบบที่ไม่พร้อมจะรับมือกับโลกกีฬาที่เปลี่ยนไป และนี่คือเสียงจาก “ตำนาน” ที่ช่วยอธิบายความล้มเหลวของเซปักตะกร้อชายไทยในซีเกมส์ 2025

 

พันตำรวจโทสืบศักดิ์ ผันสืบ ตำนานเซปักตะกร้อไทย ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่ผู้จัดการทีมเซปักตะกร้อหญิงชุดซีเกมส์ 2025 ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาหลังจบเกมว่า “เสียดาย” แต่ในความเสียดายนั้น เขาได้อธิบายถึงแก่นของปัญหาที่หลายคนมองข้าม นั่นคือการปลูกฝังแนวคิดในการรับมือกับความกดดันในเกมระดับนานาชาติ

 

เขาชี้ว่า ในการแข่งขันจริง นักกีฬาต้องเผชิญทั้งแรงกดดันจากความคาดหวัง แรงกดดันจากบรรยากาศในสนาม รวมถึงคู่แข่งที่มุ่งมั่นอยากจะเอาชนะทีมอันดับหนึ่งให้ได้

 

“มวยรองเขาสบายใจ แต่มวยต่ออย่างเราเล่นยาก ถ้าเราเล่นไม่ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ผมว่าเราลำบาก” พ.ต.ท. สืบศักดิ์กล่าว

 

“ตั้งแต่วันแรกที่ฝึกซ้อม เราต้องจริงจังกับการเตรียมรับมือความกดดันจากการแข่งขัน เพราะเราเจอสารพัดคู่ต่อสู้ที่อยากเอาชนะเรา และนี่คือข้อพิสูจน์ว่าแนวคิดที่วางไว้ น้องๆ ทีมหญิงสามารถทำได้จริง และปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง”

 

ในขณะเดียวกัน เจ้าของฉายา “โจ้ หลังเท้า” ยังสะท้อนมุมมองเชิงโครงสร้างว่า การพัฒนาทีมชาติไม่ควรยึดติดกับนักกีฬาชุดเดิมมากเกินไป การประเมินควรดูที่มาตรฐานรายบุคคลเป็นหลัก หากอายุมากขึ้นแล้วไม่สามารถรักษามาตรฐานเดิมได้ ก็ต้องกล้าตัดสินใจ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่นและแรงผลักดันเข้ามาแทน

 

“เราต้องพัฒนาเยาวชน ต้องดึงเด็กที่จบมัธยม เข้ามหาวิทยาลัยเข้ามาเติมทีมให้มากขึ้น อย่าไปห่วงนักกีฬาเก่าๆ มากนัก บางทีเราไม่ต้องวัดกันที่แพ้หรือชนะ แต่วัดกันที่ตัวบุคคลเลยว่า ยังรักษามาตรฐานเดิมได้หรือไม่ ถ้าฟอร์มตกหรือเท่าเดิมก็ต้องยอมตัด เอาความมุ่งมั่นของเด็กรุ่นใหม่ที่อยากสร้างชื่อเสียงมาเล่นดีกว่า ไม่อย่างนั้นมันจะเป็นการเสียโอกาสของเด็กใหม่ๆ”

 

ด้าน พรชัย เค้าแก้ว อดีตตัวฟาดทีมชาติ และตำนาน 18 เหรียญทองซีเกมส์ สะท้อนปัญหาในมุมที่ใกล้เคียงกัน พร้อมเสริมว่า ความเข้มข้นในการฝึกซ้อมและระเบียบวินัยของนักกีฬารุ่นปัจจุบัน แตกต่างจากในอดีตอย่างเห็นได้ชัด

 

เขาเล่าว่า ในยุคก่อน รายละเอียดเล็กน้อยอย่างการกิน การพักผ่อน และการศึกษาคู่แข่ง ล้วนถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ขณะที่ปัจจุบัน เสียงสะท้อนจากนักกีฬาหลายคน รวมถึงผลงานในสนาม บ่งชี้ว่าความเข้มข้นและวินัยอาจลดลง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสภาพร่างกายเมื่อเข้าสู่การแข่งขันจริง

 

“เรื่องการฝึกซ้อมผมไม่รู้ว่าเขาซ้อมกันแบบไหน แต่ได้ยินเสียงสะท้อนจากน้องๆ ว่าความเข้มข้นและระเบียบวินัยไม่เข้มเหมือนก่อน ยุคก่อนจะเป๊ะมาก ทั้งเรื่องการกิน การพักผ่อน และการศึกษาคู่แข่ง

 

“ถ้าเทียบกันแล้ว ความฟิตของนักกีฬาชุดนี้ดูแตกต่างจากเดิม อาจเป็นเพราะความเข้มข้นในการฝึกซ้อมลดลง ทำให้นักกีฬาไม่ฟิตเท่าเก่า ซึ่งเห็นได้ชัดในสนาม โดยเฉพาะจังหวะเสิร์ฟและการฟาด หากร่างกายไม่ฟิต ความคมและความเร็วจะลดลง และยิ่งอยู่ภายใต้ความกดดัน ก็ยิ่งเห็นชัด”

 

พรชัยยังชี้ให้เห็นว่า การแข่งขันระดับสูงภายในประเทศที่มีน้อยเกินไป ทำให้นักกีฬาไทยไม่คุ้นชินกับบรรยากาศกดดัน แตกต่างจากมาเลเซียที่มีการแข่งขันตลอดปีต่อหน้าคนดูจำนวนมาก และเวียดนามที่เก็บตัวฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง

 

“การแข่งขันระดับสูงของบ้านเรามีน้อย ลีกไม่มี รายการแข่งก็มีจำกัด ขณะที่มาเลเซียมีโปรแกรมแข่งตลอดทั้งปี คนดูแน่นสนาม นักกีฬาคุ้นเคยกับความกดดัน เวลาเจอเราเขาไม่ตื่นสนาม แต่บ้านเรามีแข่งน้อย คนดูน้อย การเรียนรู้เรื่องความกดดันก็ต่างกัน

 

“ผมอยากเห็นตะกร้อลีกที่แข่งทั้งปี ไม่ใช่มีแค่ 3-4 เดือน เพราะการเตรียมทีมของเรามีแค่เก็บตัวซ้อมอย่างเดียว ขาดบรรยากาศการแข่งขันที่เข้มข้น ซึ่งเมื่อก่อนก็เป็นแบบนี้ แต่ผมมองว่ามันไม่ดี เพราะนักกีฬาไม่มีแมตช์แข่งต่อเนื่อง

 

“ส่วนเวียดนาม แม้จะไม่มีลีก แต่เขาเก็บตัวต่อเนื่อง เดินสายแข่ง และมาเก็บตัวที่บ้านเรา ทำให้นักกีฬาพัฒนาได้ทุกปี”

 

ขณะที่ปัญหาเชิงโครงสร้าง อาจารย์กมล ตันกิมหงส์ อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ซึ่งอยู่กับทีมยาวนานตั้งแต่ซีเกมส์ 1995 ถึง 2023 พยายามส่งสัญญาณเตือนมาโดยตลอดว่า ปัญหาหลักของเซปักตะกร้อไทยไม่ใช่เรื่องฝีมือ แต่คือเรื่องของ “ระบบ”

 

หัวใจสำคัญคือ การมีนักกีฬาทีมชาติเพียง “ชุดเดียว” โดยไม่มีทีมสำรองหรือทีมเยาวชนรองรับ เมื่อทีมชุดใหญ่ต้องแบกรับภาระการแข่งขันทั้งหมด และไม่มีระบบเตรียมนักกีฬารุ่นใหม่อย่างเป็นขั้นเป็นตอน ช่องว่างระหว่างรุ่นจึงกว้างขึ้นเรื่อยๆ

 

“เมื่อก่อนในแคมป์ทีมชาติ เราเรียกนักกีฬามาเก็บตัวเยอะจนแบ่งได้หลายทีม แต่เพราะเราชนะมาตลอด จึงลดจำนวนลง กกท.กำหนดให้เก็บตัวได้แค่ 18 คน ถ้าจะเรียกมากกว่านั้นต้องใช้งบสมาคมฯ ซึ่งถูกมองว่าสิ้นเปลือง เพราะคิดว่า 18 คนก็เพียงพอแล้ว

 

“แต่ผมบอกว่า วันนี้เราชนะเขา แล้วอนาคตล่ะ เมื่อทีมชุดนี้หมด คุณลองยกชื่อดาวรุ่งขึ้นมาสิ ว่ามีใครพร้อมขึ้นมาแทนบ้าง

 

“หลังๆ เรามีแค่ทีมชุดใหญ่ชุดเดียว นักกีฬา 18 คน แบ่งเป็นชุด A B C ไม่มีทีมเยาวชนหรือทีมสำรองในแคมป์เลย พอมีปัญหา เราไม่มีตัวที่เตรียมไว้ล่วงหน้า”

 

“ในแคมป์ทีมชาติควรมีอย่างน้อยสองทีม ทีมสองควรมีตัวสำรองตำแหน่งละ 2-3 คน เก็บไว้ 1-2 ปี ประเมินผล ดูว่าใครต่อยอดได้

 

“ต้องเตรียมเด็กตั้งแต่อายุ 18 ปี ตอนนี้เรามีดาวรุ่งเยอะ แต่ขาดโอกาส อย่างทีมนักเรียนไทย นักเรียนอาเซียน ที่ได้แชมป์แล้วก็หายไป เพราะเด็กไม่รู้จะไปต่อที่ไหน

 

“เราควรดึงเขาเข้ามาอยู่ในแคมป์ทีมชาติ สร้างเป็นทีมอีกชุดหนึ่ง เก็บประสบการณ์ และเวลาไปแข่ง ก็พาเด็กใหม่ติดไปสักคน ให้รุ่นพี่ช่วยประคอง”

 

เมื่อมองภาพรวมจากคำให้สัมภาษณ์ของทั้งสามคน จะเห็นได้ชัดว่า ความล้มเหลวของเซปักตะกร้อชายไทยในซีเกมส์ 2025 ไม่ใช่ปัญหาของนักกีฬาเพียงอย่างเดียว หากเป็นผลลัพธ์ของระบบการพัฒนา การเตรียมทีม และการจัดการความกดดัน ที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของกีฬาระดับสูงในปัจจุบัน

 

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “ใครผิด” แต่คือ “เราพร้อมจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่” เพราะในโลกกีฬาที่คู่แข่งพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง การยึดติดกับความสำเร็จในอดีต อาจกลายเป็นความเสี่ยงที่อันตรายที่สุด และหากบทเรียนจากซีเกมส์ 2025 ยังไม่ถูกนำไปใช้ ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ก็อาจไม่ใช่ครั้งสุดท้ายของเซปักตะกร้อไทยบนเวทีนานาชาติ

 

ภาพ: สมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย

The post เซปักตะกร้อชายไทย ซีเกมส์ 2025 ความพ่ายแพ้ที่ไม่ได้เกิดขึ้นในสนามเท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมตะกร้อ 4 คนหญิงไทย คว้าเหรียญทองซีเกมส์สมัยที่ 3 ติดต่อกัน https://thestandard.co/thai-womens-four-person-sepak-takraw/ Thu, 18 Dec 2025 14:01:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1156250 ทีมตะกร้อ 4 คนหญิงไทย คว้าเหรียญทองซีเกมส์สมัยที่ 3 ติดต่อกัน

ตะกร้อ 4 ทีมหญิง ไทยแชมป์เก่า 2 สมัยล่าสุด ป้องกันแชมป์ […]

The post ทีมตะกร้อ 4 คนหญิงไทย คว้าเหรียญทองซีเกมส์สมัยที่ 3 ติดต่อกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมตะกร้อ 4 คนหญิงไทย คว้าเหรียญทองซีเกมส์สมัยที่ 3 ติดต่อกัน

ตะกร้อ 4 ทีมหญิง ไทยแชมป์เก่า 2 สมัยล่าสุด ป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ หลังเอาชนะ เวียดนาม รองแชมป์เก่า 2-0 เซต 15-5 และ 15-11 คว้าเหรียญทองสมัยที่ 3 ติดต่อกัน และเป็นเหรียญทองที่ 5 ของทีมเซปัก ตะกร้อไทยในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ต่อจาก ตะกร้อลอดห่วงชาย, ตะกร้อลอดห่วงหญิง, เซปักตะกร้อทีมชุดหญิง และตะกร้อ 4 คนผสม

 

ทีมตะกร้อ 4 คนหญิงไทย คว้าเหรียญทองซีเกมส์สมัยที่ 3 ติดต่อกัน 1ทีมตะกร้อ 4 คนหญิงไทย คว้าเหรียญทองซีเกมส์สมัยที่ 3 ติดต่อกัน 2ทีมตะกร้อ 4 คนหญิงไทย คว้าเหรียญทองซีเกมส์สมัยที่ 3 ติดต่อกัน 3ทีมตะกร้อ 4 คนหญิงไทย คว้าเหรียญทองซีเกมส์สมัยที่ 3 ติดต่อกัน 4ทีมตะกร้อ 4 คนหญิงไทย คว้าเหรียญทองซีเกมส์สมัยที่ 3 ติดต่อกัน 5ทีมตะกร้อ 4 คนหญิงไทย คว้าเหรียญทองซีเกมส์สมัยที่ 3 ติดต่อกัน 6ทีมตะกร้อ 4 คนหญิงไทย คว้าเหรียญทองซีเกมส์สมัยที่ 3 ติดต่อกัน 7ทีมตะกร้อ 4 คนหญิงไทย คว้าเหรียญทองซีเกมส์สมัยที่ 3 ติดต่อกัน 8ทีมตะกร้อ 4 คนหญิงไทย คว้าเหรียญทองซีเกมส์สมัยที่ 3 ติดต่อกัน 9

The post ทีมตะกร้อ 4 คนหญิงไทย คว้าเหรียญทองซีเกมส์สมัยที่ 3 ติดต่อกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตะกร้อไทยประเภท 4 คนชาย พ่าย เวียดนาม 1-2 เซต ตกรอบรองชนะเลิศคว้าเหรียญทองแดงซีเกมส์ 2025 https://thestandard.co/thai-takraw-vietnam-seagames2025/ Thu, 18 Dec 2025 11:09:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1156218 ตะกร้อไทยประเภท 4 คนชาย พ่าย เวียดนาม 1-2 เซต ตกรอบรองชนะเลิศคว้าเหรียญทองแดงซีเกมส์ 2025

ตะกร้อ 4 คนชาย ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ทีมชาติไทย แชมป์เก่า […]

The post ตะกร้อไทยประเภท 4 คนชาย พ่าย เวียดนาม 1-2 เซต ตกรอบรองชนะเลิศคว้าเหรียญทองแดงซีเกมส์ 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตะกร้อไทยประเภท 4 คนชาย พ่าย เวียดนาม 1-2 เซต ตกรอบรองชนะเลิศคว้าเหรียญทองแดงซีเกมส์ 2025

ตะกร้อ 4 คนชาย ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ทีมชาติไทย แชมป์เก่า ป้องกันแชมป์ไม่สำเร็จ หลังแพ้ให้กับเวียดนาม ไป 1-2 เซต 15-11, 7-15 และ 15-17 ตกรอบรองชนะเลิศ พร้อมคว้าเหรียญทองแดงเป็นรางวัลปลอบใจ ส่วนเวียดนาม ผ่านเข้ารอบชิงเหรียญทองไปพบเมียนมา

 

โดยก่อนหน้านี้ ตะกร้อไทยเสียแชมป์ซีเกมส์ทีมชุดรอบ 34 ปีให้กับมาเลเซีย และในรายการนี้นับเป็นครั้งแรกที่ไทยตกรอบรองชนะเลิศใน ตะกร้อประเภท 4 คนชาย นับตั้งแต่แข่งขันในซีเกมส์ครั้งแรกเมื่อปี 2017

 

ตะกร้อไทยประเภท 4 คนชาย พ่าย เวียดนาม 1-2 เซต ตกรอบรองชนะเลิศคว้าเหรียญทองแดงซีเกมส์ 2025 1ตะกร้อไทยประเภท 4 คนชาย พ่าย เวียดนาม 1-2 เซต ตกรอบรองชนะเลิศคว้าเหรียญทองแดงซีเกมส์ 2025 2ตะกร้อไทยประเภท 4 คนชาย พ่าย เวียดนาม 1-2 เซต ตกรอบรองชนะเลิศคว้าเหรียญทองแดงซีเกมส์ 2025 3ตะกร้อไทยประเภท 4 คนชาย พ่าย เวียดนาม 1-2 เซต ตกรอบรองชนะเลิศคว้าเหรียญทองแดงซีเกมส์ 2025 4ตะกร้อไทยประเภท 4 คนชาย พ่าย เวียดนาม 1-2 เซต ตกรอบรองชนะเลิศคว้าเหรียญทองแดงซีเกมส์ 2025 5

The post ตะกร้อไทยประเภท 4 คนชาย พ่าย เวียดนาม 1-2 เซต ตกรอบรองชนะเลิศคว้าเหรียญทองแดงซีเกมส์ 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Player Profile : จักรกฤษณ์ ถิ่นบางบน พลิกชีวิตจากตะกร้อเดินสาย ค่าตัว 200 บาท สู่ฝันที่เป็นจริงในซีเกมส์ https://thestandard.co/player-profile-jakkrit-thinbangbon/ Sun, 23 Nov 2025 07:21:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1146444 Player Profile : จักรกฤษณ์ ถิ่นบางบน พลิกชีวิตจากตะกร้อเดินสาย ค่าตัว 200 บาท สู่ฝันที่เป็นจริงใน ซีเกมส์

ใครจะเชื่อว่าอาการข้อเท้าพลิกจากฟุตบอล จะเป็นจุดเริ่มต้ […]

The post Player Profile : จักรกฤษณ์ ถิ่นบางบน พลิกชีวิตจากตะกร้อเดินสาย ค่าตัว 200 บาท สู่ฝันที่เป็นจริงในซีเกมส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Player Profile : จักรกฤษณ์ ถิ่นบางบน พลิกชีวิตจากตะกร้อเดินสาย ค่าตัว 200 บาท สู่ฝันที่เป็นจริงใน ซีเกมส์

ใครจะเชื่อว่าอาการข้อเท้าพลิกจากฟุตบอล จะเป็นจุดเริ่มต้นที่เปลี่ยนเด็กหนุ่มคนหนึ่งให้กลายเป็นยอดนักตะกร้อ… จากวันที่ชีวิตเคว้งคว้าง ผิดหวังจากความฝัน และต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ด้วยค่าตัวเพียง 200 บาท

 

วันนี้ ต้าร์-จักรกฤษณ์ ถิ่นบางบน พิสูจน์ตัวเองจนกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ในลีกมาเลเซีย และก้าวสู่ความภาคภูมิใจสูงสุดในฐานะทีมชาติไทย เรื่องราวการต่อสู้ที่พลิกชีวิตด้วยค่าตัว 200 บาทของเขาเป็นอย่างไร ติดตามได้ที่นี่

 

จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ

 

เดิมทีในหัวใจของต้าร์ไม่เคยมีที่ว่างให้กีฬาตะกร้อเลย เพราะฟุตบอลคือกีฬาชนิดเดียวที่เขารักและขลุกอยู่กับมันได้ทั้งวัน แต่ทว่าจุดเปลี่ยนสำคัญกลับเกิดขึ้นในช่วงเวลาเสี้ยววินาที เมื่อเขาได้รับบาดเจ็บจากการปะทะจนข้อเท้าพลิก ซึ่งกลายเป็นจุดพลิกผันของชีวิต

 

นักตะกร้อหนุ่มจากนครปฐมเล่าย้อนความหลังให้กับ THE STANDARD SPORT ว่า “จริงๆ ผมเตะบอลมาก่อนครับ ชอบฟุตบอลมาก แต่พอข้อเท้าพลิก พ่อเลยให้ลองหันมาเตะตะกร้อดู เดาะไปเดาะมาจนเริ่มสนุก ตอนแรกมันยากมาก แต่พอเริ่มจับจังหวะได้ เหมือนมันมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้ผมอยากลองต่อ และที่สำคัญคือผมไม่อยากเล่นกีฬาปะทะแล้วเพราะกลัวเจ็บอีก”

 

ต้าร์ เริ่มหัดตะกร้อตอน ป.6 และเพิ่งจะเริ่มจริงจังเมื่อขึ้น ม.1 โดยใช้กีฬาชนิดนี้เป็นใบเบิกทางเข้าโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี สถานที่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความฝันและให้ทุกอย่างกับชีวิต

 

“ตอนไปคัดมีคนมาสมัครเกือบ 100 คน เอาแค่ 20 ความสูง ผมไปคัดตำแหน่งตัวเสิร์ฟ พอได้เข้าไปที่โรงเรียนกีฬา ซ้อมตี 5 ถึง 7 โมงเช้า เรียนหนังสือ แล้วกลับมาซ้อมต่อถึง 3 ทุ่ม อยู่ในระเบียบแบบนี้ 5 ปีเต็ม สิ่งที่ได้มาคือเรื่องวินัย พื้นฐานตะกร้อที่แน่นมาก ผมไม่ใช่คนเก่งที่สุด แต่ผมทำให้โค้ชไว้ใจได้ทุกครั้งเมื่อลงสนาม ตอนนั้นก็เริ่มมีความฝันแล้วว่า อยากเข้ามาเก็บตัวในแคมป์ทีมชาติสักครั้ง เพื่อเรียนรู้จากพวกพี่ๆ ไม่ติดเป็นตัวจริงก็ยังไม่เป็นไร ขอแค่ได้ประสบการณ์”

 

ตะกร้อเดินสาย กับค่าตัว 200 บาทพลิกชีวิต

 

หลังจบ ม.6 ต้าร์เข้าสังกัดสโมสรแห่งหนึ่ง ด้วยความหวังว่าจะได้รับการบรรจุรับราชการเพื่อความมั่นคงของชีวิต แต่เมื่อเวลาผ่านไป 4 ปี ความฝันนั้นกลับไม่เกิดขึ้นจริง

 

“อยู่มา 4 ปี ช่วยทีมได้แชมป์ แต่สุดท้ายไม่ได้บรรจุ ผมตัดสินใจลาออกมา ตอนนั้นชีวิตเคว้งคว้างมากครับ ทั้งผิดหวังแล้วก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะเดินไปทางไหนต่อ”

 

เขาตัดสินใจกลับไปอยู่สุพรรณบุรีเพื่อไปรักษาแผลใจและทบทวนตัวเอง โดยอาศัยอยู่อาจารย์ผู้ปลุกปั้นที่โรงเรียนกีฬาเป็นเวลาอยู่ 2 เดือน ก่อนจะพบกับจุดเปลี่ยนชีวิตครั้งใหญ่ที่ไม่คาดฝัน

 

ตัวเสิร์ฟทีมชาติไทยเล่าต่อว่า “ผมต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่ จนวันหนึ่งเพื่อนชวนไปเตะตะกร้อเดินสายงานวัดที่พิจิตร บอกว่ามีค่าตัวให้เป็นค่ารถแค่ 200 บาทนะ ผมก็ตอบตกลง ลองดู แล้วนั่งรถตู้จากสุพรรณฯ ไปพิจิตร”

 

“แมตช์นั้นผมพาทีมเข้ารอบ 4 ทีม ไปเจอทีมของสารวัตรต้น (สมพร ใจสิงหล อดีตทีมชาติ) พี่เขาจำผมได้ เดินมาถามว่าไม่ได้อยู่ทีมเก่าแล้วเหรอ ถ้าไม่มีที่ไป ก็ให้มาอยู่ด้วยกันที่ทีมตำรวจ เดี๋ยวเขาปั้นเอง”

 

โอกาสจากตำนานตะกร้อไทยทำให้ต้าร์ได้กลับมาโลดแล่นในเวทีตะกร้อไทยแลนด์ลีกอีกครั้ง และครั้งนี้เขาได้แสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมา

 

“ปีแรกผมเล่นให้สโมสรตะกร้อพิษณุโลก ไกรสรราชสีห์ พาทีมจบรองแชมป์ลีก ฤดูกาลต่อมา ช่วยทีมสโมสรตะกร้ออำนาจเจริญ จบอันดับ 3 หลังจากนั้นมีคนทำทีมจากมาเลเซียติดต่อมาหาผมอยากให้ไปเล่นตะกร้องานวัดที่มาเลเซียให้เขาหน่อย”

 

“ผลงานคงไปเข้าตาแมวมอง มีคนทำทีมจากมาเลเซียติดต่อมา อยากให้ไปช่วยเล่นตะกร้องานวัดที่มาเลเซีย”

 

แจ้งเกิดบนดินแดนเสือเหลือง ค่าตัวจากหลักร้อยสู่เงินแสน

 

“ตอนนั้นอายุ 22 ครับ ผมตัดสินใจไปทันที ไปกับน้องอีกคนอายุแค่ 16 ปี เล่นให้ทีมตรังกานู ได้ค่าตัว 10,000 บาท เตะอาทิตย์เดียว ปรากฏว่าเราทำผลงานดีมาก เอาชนะทีมอื่นๆ ที่มีตัวทีมชาติมาเลเซีย รวมถึงทีมของ ซาเฮียร์ รอสดี้ ตัวเสิร์ฟซูเปอร์สตาร์ของพวกเขา จนทะลุเข้ารอบรองฯ คนที่นั่นเริ่มจดจำเราได้”

 

“จบแมตช์นั้นสโมสรเปรักทีมดังในลีกอาชีพมาเลเซีย ติดต่อยื่นข้อเสนอให้เดือนละ 50,000 บาท เพื่อดึงตัวไปเล่นลีกสูงสุดให้เขา”

 

ที่มาเลเซีย ต้าร์กลายเป็นปรากฏการณ์ เขาพาทีมเปรักจากทีมท้ายตารางเมื่อฤดูกาลก่อน กลับมาผงาดคว้าแชมป์ลีกสูงสุด (STL) ได้ในทันที เท่านั้นไม่พอ ต้าร์ยังพาทีมเข้าชิงฯ ครบทั้ง 4 รายการ กวาดรางวัลมากมายจนกลายเป็นนักตะกร้อไทยที่แฟนมาเลเซียรู้จักดีที่สุดคนหนึ่ง

 

“ผมไปคนเดียว ไม่รู้จักใครเลย แล้วเขาให้เกียรติเราลงเล่นเป็นตัวจริงตลอด ผมก็ตอบแทนไปด้วยผลงานในสนาม พาทีมคว้า 2 แชมป์ในปีนั้นเป็นครั้งแรกของสโมสรที่ผ่านเข้าชิงได้ 4 รายการในฤดูกาลเดียว”

 

“เป็นความรู้สึกมันอธิบายไม่ถูกเลยครับ ถ้าวันนั้นผมปฏิเสธเงินค่าตัว 200 บาท ไม่รู้ชีวิตผมตอนนี้จะเป็นยังไง มันเปลี่ยนชีวิตผมไปไกลมาก เงินเดือน 50,000 ไม่รวมเบี้ยเลี้ยงซ้อม ผมไปอยู่ 2 เดือน มีเงินเก็บเยอะแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน”

 

ฝันที่เป็นจริง สู่ซีเกมส์ในบ้านเกิด

 

ความสำเร็จในลีกมาเลเซียคือใบเบิกทางชั้นดี ต้าร์กลับมาเมืองไทยด้วยความมั่นใจ ตระเวนกวาดแชมป์เดินสายโซนอีสานเกือบทุกสนาม จนในที่สุดโอกาสรับใช้ชาติก็มาถึงในวัย 24 ปี เมื่อเขาถูกเรียกเก็บตัวในแคมป์ทีมชาติปี 2024 และหนึ่งปีต่อมา ความฝันสูงสุดของเขาก็เป็นจริง เมื่อได้ลงเล่นทีมชาติเป็นครั้งแรกในศึกเอเชียนคัพที่มาเลเซียเมื่อกลางปีที่ผ่านมา

 

“ตอนแข่งกับมาเลเซียในบ้านเขา เสียงเชียร์ดังจนหูอื้อ ตื่นเต้นมากครับ แต่สนามนี้เป็นสนามที่ผมคว้าแชมป์ลีกมาเลเซียมาแล้ว ก็พยายามดึงสติจนกลับมาได้ ผมลงทีมชุดเป็นตัวจริงให้ทีมชุด A ช่วยทีมคว้าแชมป์ทีมชุดไปด้วยการเอาชนะทีมของ ซาเฮียร์ รอสดี้ ลงเล่นในทีม A ได้ถึงถิ่น มันคือความภูมิใจที่สุดที่ได้ติดธงครั้งแรกในวัย 25 ปี”

 

ซีเกมส์ครั้งนี้เจ้าของฉายา ต้าร์ ล่าแต้ม กำลังจะได้ลงแข่งซีเกมส์หนแรกในชีวิต ซึ่งพิเศษยิ่งกว่า เพราะสังเวียนแข่งขันตั้งอยู่ที่จังหวัดนครปฐม​ บ้านเกิดของเขาเอง

 

“ไม่คิดไม่ฝันเลยครับว่าจะมีชื่อไปแข่งซีเกมส์ได้ เพราะก่อนหน้านี้คิงส์คัพผมไม่มีชื่อ ดีใจมากครับที่จะได้แข่งในบ้านตัวเอง ครั้งนี้ผมคาดหวังเหรียญทองเพื่ออนาคต และเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ส่วนจะได้เป็นตัวจริงหรือสำรอง หรือจะให้ลงแข่งอีเวนต์ ผมพร้อมเสมอลงเล่นเสมอ เพราะแค่ได้ติดทีมก็ดีใจที่สุดแล้ว”

 

จากนักเตะเดินสายค่าตัวหลักร้อย สู่นักกีฬาทีมชาติไทยผู้พิชิตลีกมาเลเซีย เรื่องราวของ ต้าร์-จักรกฤษณ์ ถิ่นบางบน คือบทพิสูจน์ว่า ความพยายาม ไม่เคยทรยศใคร และในซีเกมส์ครั้งนี้ เขาพร้อมแล้วที่จะใช้หัวใจนักสู้ นำความสำเร็จมาสู่ทีมชาติไทย

 

คู่ปรับซีเกมส์

 

แม้ว่าจะยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า ต้าร์-จักรกฤษณ์ จะลงแข่งขันในอีเวนต์ใด แต่ที่แน่นอนก็คือคู่ปรับตัวฉกาจของทีมเซปักตะกร้อไทย ยังคงเป็นมาเลเซียเหมือนทุกครั้ง โดยเฉพาะประเภททีมเดี่ยวและทีมชุดชาย ซึ่งคู่นี้หากไม่เกิดล็อกถล่มไปเสียก่อน ก็จะโคจรมาในรอบชิงชนะเลิศได้ตลอด

 

ส่วนขุมกำลังของทีมเสือเหลืองยังคงยกทัพใหญ่แบบจัดเต็มเหมือนเคย นำทัพโดย โมฮัมหมัด ซาเฮียร์ รอสดี้ ตัวเสิร์ฟตัวเก่งระดับซูเปอร์สตาร์, ฟาร์ฮาน บิน อดัม ตัวชงมากประสบการณ์ และ อัซลาน อาเลียส ตัวฟาดมือ 1 ของทีม เป้าหมายของพวกเขาคือการมาล้มทีมไทยและคว้าแชมป์ให้ได้ถึงถิ่น โดยเฉพาะใน 2 อีเวนต์ดังกล่าว ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ประจำทัวร์นาเมนต์ของกีฬาตะกร้อ

 

ส่วนอินโดนีเซียจะเป็นคู่แข่งสำคัญของทีมไทยประเภททีม 4 คน ซึ่งซีเกมส์ 2 หนที่ผ่านมา ทัพเตะลูกหวายแดนอิเหนา ผ่านเข้ามาท้าทายทีมไทยในรอบชิงชนะเลิศ และเมื่อมองดูขุมกำลังของพวกเขาในปีนี้ ยังคงเน้นเรื่องทีมเวิร์ก โดยยึดแกนหลักจากทีมชุดรองแชมป์เมื่อ 2 ปีก่อน นำโดย Andi Try Sandi Saputra, Muh Hardiansyah Muliang และ Rusdi ซึ่งทั้ง 3 คนนี้คือกำลังสำคัญที่ช่วยอินโดนีเซียผ่านเข้ามาถึงรอบชิงฯ มาโดยตลอด

 

ตะกร้อแข่งที่ไหน ชิงกี่เหรียญทอง

 

เซปักตะกร้อในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ชิง 11 เหรียญทอง ประกอบด้วย ทีมชุดชายและหญิง, ทีมเดี่ยวชายและหญิง, ตะกร้อ 4 คน ชายและหญิง, ตะกร้อ 4 คนผสม, ตะกร้อลอดห่วงชายและหญิง, ชินลงชายและหญิง แข่งขันระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม ที่โรงยิม 4,000 ที่นั่ง เทศบาลนครนครปฐม จังหวัดนครปฐม

 

สำหรับทีมเซปักตะกร้อไทย ส่งนักกีฬาเข้าร่วมทั้งหมด 30 คน แบ่งเป็น นักกีฬาชาย 15 คน ประกอบด้วย ศิริวัฒน์ สาขา, สิทธิพงศ์ คำจันทร์, กฤษณพงศ์ นนทะโคตร, พรเทพ ถิ่นบางบน, จักรกฤษณ์ ถิ่นบางบน, ทวีศักดิ์ ทองสาย, ธนพล ทรัพย์เย็น, ภูตะวัน โสภา, แสนไกร ดาวเรือง, วรายุทธ์ จันทรเสนา, ราชัน วิพันธุ์, มฤคินทร์ พันธ์มกร, วุฒินันท์ คำเสนา, เสกสรรค์ ทับทอง และ ศิริศักดิ์ อนุลุน

 

ส่วนรายชื่อนักกีฬาหญิง 15 คน สมฤดี ปรือปรัก, มัลลิกา บุญทด, รัศมี ทองโสด, วิไลวรรณ โคตรพรม, อรทัย สุขประมา, ปณิดา บุญเทียน, วิภาดา จิตพรวน, นิภาภรณ์ สลุบพล, ปริมประภา แก้วคำไสย์, พัชลิน หนุนกลาง, ปาลิดา สีเงิน, มัสยา ดวงศรี, ศิรินันท์ เขียวปัก, แก้วใจ พุ่มสว่างแก้ว และ อรวรรณ ทองห่อ

 

สำหรับผลงานของทัพตะกร้อไทยในซีเกมส์ครั้งล่าสุดปี 2023 ที่ประเทศกัมพูชา คว้ามาได้ 7 เหรียญทองมากที่สุดในทัวร์นาเมนต์ ขณะที่เป้าหมายในซีเกมส์ครั้งนี้ทัพเตะลูกหวายไทยตั้งเป้าเหมา 11 เหรียญทองจากทุกอีเวนต์ที่ลงแข่ง

 

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นเจ้าภาพไปด้วยกัน ด้วยการติด Hashtag
#เชียร์ไทยในบ้านเรา #SEAGAMES2025 #ซีเกมส์

The post Player Profile : จักรกฤษณ์ ถิ่นบางบน พลิกชีวิตจากตะกร้อเดินสาย ค่าตัว 200 บาท สู่ฝันที่เป็นจริงในซีเกมส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยบุกทุบมาเลเซียถึงถิ่น คว้าแชมป์ตะกร้อคู่ชิงแชมป์เอเชีย 2025 https://thestandard.co/thai-sepak-takraw-wins-malaysia-final/ Tue, 13 May 2025 01:32:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1073527 thai-sepak-takraw-wins-malaysia-final

ทีมตะกร้อชายคู่ทีมชาติไทยพลิกสถานการณ์จากการตามหลังมาเล […]

The post ไทยบุกทุบมาเลเซียถึงถิ่น คว้าแชมป์ตะกร้อคู่ชิงแชมป์เอเชีย 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
thai-sepak-takraw-wins-malaysia-final

ทีมตะกร้อชายคู่ทีมชาติไทยพลิกสถานการณ์จากการตามหลังมาเลเซียในเซ็ตแรก ก่อนกลับมาเอาชนะ 2-1 เซ็ต คว้าแชมป์ประเภทชายคู่ ในศึกเซปักตะกร้อชิงแชมป์เอเชีย 2025 ที่ประเทศมาเลเซียได้สำเร็จ

 

การแข่งขัน ASTAF Sepaktakraw Asian Cup 2025 หรือเซปักตะกร้อชิงแชมป์เอเชีย 2025 จัดขึ้นที่สนามทิติวังซ่าสเตเดียม กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

 

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ประเภทชายคู่ ระหว่าง ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติมาเลเซีย เจ้าภาพ

 

โดยทีมชาติไทย ซึ่งประกอบด้วย บุญคุ้ม ทิพวงศ์, ศิริศักดิ์ อนุลุน และ ธนพล ทรัพย์เย็น เริ่มต้นด้วยการพลาดท่าแพ้ในเซ็ตแรก ก่อนจะเรียกฟอร์มกลับมาในสองเซ็ตที่เหลือ พลิกเอาชนะไปได้ 2-1 เซ็ต ด้วยคะแนน 7-15, 15-10 และ 15-12 คว้าแชมป์ประเภทชายคู่ไปครอง

 

ทั้งนี้ ทีมชาติไทยยังมีโปรแกรมลุ้นแชมป์ในอีก 2 ประเภท ได้แก่ ทีมเดี่ยวชาย และทีมชุดชาย ภายในรายการเดียวกัน

The post ไทยบุกทุบมาเลเซียถึงถิ่น คว้าแชมป์ตะกร้อคู่ชิงแชมป์เอเชีย 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
23 สุดยอดเหตุการณ์กีฬาประจำปี 2023 https://thestandard.co/23-best-sports-moments-of-2023/ Wed, 20 Dec 2023 14:17:01 +0000 https://thestandard.co/?p=879208

ปี 2023 ที่กำลังจะผ่านพ้นไป นับเป็นปีที่มีเหตุการณ์โดดเ […]

The post 23 สุดยอดเหตุการณ์กีฬาประจำปี 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปี 2023 ที่กำลังจะผ่านพ้นไป นับเป็นปีที่มีเหตุการณ์โดดเด่นเกี่ยวกับวงการกีฬาเกิดขึ้นมากมาย 

 

ในบรรดาเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ มีทั้งเหตุการณ์ที่เป็นประวัติศาสตร์ด้านความสำเร็จ ความล้มเหลว ความสุข และความทุกข์ ปะปนกันไป เหมือนชีวิตของเราที่ต้องเจอเรื่องราวเหล่านั้นมากมายในแต่ละปี

 

และเพื่อเป็นการบอกลาต่อปีเก่าและเดินหน้าเข้าสู่ปีใหม่ THE STANDARD จะพาไปทบทวนความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ในวงการกีฬาของปี 2023 ที่กำลังจะผ่านไปว่ามีเรื่องใหญ่อะไรเกิดขึ้นกับโลกกีฬาบ้าง

 

 

การคว้า 3 แชมป์ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นทีมที่ 2 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษที่คว้าเทรเบิลแชมป์ ซึ่งก็คือการได้แชมป์ 3 รายการในฤดูกาลเดียวเมื่อฤดูกาล 2022/23 ที่ผ่านมาได้สำเร็จ โดยนอกจากจะเป็นสโมสรที่ 2 ในอังกฤษแล้ว พวกเขายังเป็นสโมสรที่ 8 ในยุโรปที่ทำสถิตินี้ได้ด้วย  

 

แมนฯ ซิตี้ เบียดแซงอาร์เซนอลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยคะแนนรวม 89 คะแนน ขณะที่ในเอฟเอคัพก็เอาชนะแมนฯ ยูไนเต็ด ไปได้ 2-1 และคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกด้วยการเอาชนะอินเตอร์ มิลาน 1-0

 

โดยนักเตะที่โชว์ฟอร์มโดดเด่นในฤดูกาลที่ผ่านมานั้นเห็นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก เออร์ลิง เบราต์ ฮาลันด์ ที่ยิงรวมทุกรายการไปถึง 52 ประตู 

 

 

บัลลงดอร์ของ ลิโอเนล เมสซี

 

การประกาศรางวัลบัลลงดอร์ 2023 จบลงไปด้วยการที่ ลิโอเนล เมสซี คว้ารางวัลนี้เป็นสมัยที่ 8 ตามความคาดหมาย หลังพาทีมชาติอาร์เจนตินาคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จในฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ โดยผลงานดังกล่าวถูกคิดรวมกับฤดูกาลที่ผ่านมา จนมาเป็นผลลัพธ์ของบัลลงดอร์ในคราวนี้

 

ว่ากันว่านี่จะเป็นรางวัลบัลลงดอร์ครั้งสุดท้ายของเมสซีแล้ว เพราะด้วยวัยที่มากขึ้น ประกอบกับการที่เขาตัดสินใจย้ายไปเล่นยังลีกระดับรองแบบเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ หรือ MLS ด้วยแล้ว ทำให้ยากที่จะกลับมาคว้ารางวัลนี้ได้อีกครั้ง

 

อย่างไรก็ตาม ในการรับรางวัลคราวนี้เมสซีได้บอกเป็นนัยว่า รางวัลนี้จะถูกส่งต่อไปยังผู้ท้าชิงคู่ใหม่อย่าง เออร์ลิง เบราต์ ฮาลันด์ และ คีเลียน เอ็มบัปเป ที่ได้รับการโหวตเป็นอันดับที่ 2 และ 3 ในปีนี้ด้วย

 

 

ปรากฏการณ์ตลาดนักเตะซาอุดีอาระเบีย

 

หนึ่งในข่าวใหญ่ที่เกิดขึ้นในวงการฟุตบอลคือ การเปิดตัวสู่สายตาชาวโลกอย่างเป็นทางการของลีกซาอุดีอาระเบีย หรือซาอุดีโปรลีก ที่เข้ามาเขย่าโลกของฟุตบอลด้วยการดึงนักเตะยุโรปชื่อดังไปร่วมทีมหลายต่อหลายราย หลังจากประสบความสำเร็จในการดึงตัว คริสเตียโน โรนัลโด ไปร่วมทีมเมื่อช่วงปลายปีก่อน

 

นักเตะอย่าง คาริม เบนเซมา, เนย์มาร์, เอ็นโกโล กองเต, ริยาด มาห์เรซ, ยาสซีน บูนู และอีกมากมาย ตบเท้าเข้าไปโกยเงินในลีกดังแห่งตะวันออกกลางภายในตลาดซื้อ-ขายนักเตะแค่ครั้งเดียว และนั่นทำให้มีคนจับตาลีกฟุตบอลของซาอุดีอาระเบียมากมายอย่างรวดเร็ว

 

จนถึงปัจจุบันการแข่งขันในฤดูกาลนี้ของซาอุดีโปรลีกยังไม่จบลง แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าลีกดังแห่งตะวันออกกลางลีกนี้ กลายเป็นหนึ่งในลีกฟุตบอลที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกเรียบร้อยแล้ว

 

 

โนวัค ยอโควิช กับการคว้าแชมป์ 24 แกรนด์สแลม

 

สำหรับแฟนเทนนิสคงทราบกันดีว่า ปีนี้เป็นปีที่ โนวัค ยอโควิช ประกาศศักดาในการทวงความยิ่งใหญ่ของเขา แม้จะมีช่วงเวลาสั้นๆ ที่ คาร์ลอส อัลการาซ ดาวรุ่งจากสเปน แซงขึ้นไปครองตำแหน่งนักเทนนิสหมายเลข 1 ของโลก แต่โดยภาพรวมแล้วนักหวดวัย 36 ปียังคงเป็นหมายเลข 1 ของวงการอย่างไม่ต้องสงสัย

 

ที่เป็นเช่นนั้นเพราะยอโควิชคว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้ถึง 3 จาก 4 รายการในฤดูกาลนี้ ไล่ตั้งแต่ออสเตรเลียนโอเพน, เฟรนช์โอเพน และยูเอสโอเพน ทำให้เขาได้แชมป์แกรนด์สแลมรวมแล้วถึง 24 สมัย มากที่สุดตลอดกาลเทียบเท่ากับนักเทนนิสหญิงระดับตำนานอย่าง มาร์กาเร็ต คอร์ต

 

เท่านั้นยังไม่พอ เขายังมาปิดท้ายฤดูกาลด้วยแชมป์ Year End อย่าง ATP Finals ทำให้เขาปิดฉากฤดูกาลด้วยตำแหน่งมือ 1 ของโลกอีกครั้ง หลังปีก่อนหล่นไปจบฤดูกาลด้วยอันดับ 5 ซึ่งเจ้าตัวเปิดเผยว่า ปีหน้าที่จะมาถึงซึ่งก็คือปี 2024 เขาตั้งเป้าที่จะคว้าโกลเดนสแลมให้ได้เลยทีเดียว

 

 

เควิน คิปตัม ทำลายสถิติโลกมาราธอนอย่างราบคาบ

 

ถือเป็นอีกหนึ่งข่าวใหญ่ของวงการวิ่งระยะไกล เมื่อ เควิน คิปตัม นักวิ่งวัย 23 ปีจากเคนยา ทำลายสถิติโลกระยะมาธอน 42.195 กิโลเมตร หลังเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกในชิคาโกมาราธอน ด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 35 วินาที ทำลายสถิติเดิมของ เอเลียด คิปโชเก ที่เคยทำไว้ 2 ชั่วโมง 1 นาที 9 วินาที ลงอย่างราบคาบ

 

นั่นกลายเป็นพาดหัวข่าวใหญ่ทันที เพราะก่อนหน้านี้สถิติ 2 ชั่วโมง 1 นาที 9 วินาที ของ EK เชื่อกันว่าจะอยู่ไปอีกยาวนานร่วมทศวรรษ แต่กลับถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว แถมผู้ทำลายสถิตินี้ไม่ได้ทำลายมันที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งการทำลายสถิติโลกอย่างเบอร์ลินมาราธอน แต่กลับทำได้ที่ชิคาโกมาราธอนแทน

 

การทำลายสถิติโลกของคิปตัมจึงเป็นการสร้างความหวังใหม่ที่จะได้เห็นมนุษย์สามารถทำลายกำแพง 2 ชั่วโมงในการวิ่งระยะ 42.195 กิโลเมตรในการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ได้มีหวังที่จะเห็นการทุบสถิตินี้เกิดขึ้นจริงอีกครั้ง

 

 

เดมาร์ แฮมลิน หมดสติระหว่างศึกคนชนคน

 

เรื่องราวสุดระทึกขวัญของ เดมาร์ แฮมลิน ตัวคุมปีกของบัฟฟาโล บิลล์ส กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่มีตอนจบงดงามมากที่สุดเรื่องหนึ่งในโลกกีฬาปีที่ผ่านมา เมื่อเจ้าตัวหมดสติและหยุดหายใจในเกมมันเดย์ไนต์สัปดาห์ที่ 17 ของ NFL ฤดูกาลก่อน เมื่อวันที่ 2 มกราคม

 

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตกใจให้กับทุกฝ่าย แต่ไม่กี่วันต่อมาก็มีการยืนยันว่าแฮมลินปลอดภัยและออกจากโรงพยาบาลได้ในที่สุด โดยเขาตั้งเป้าที่จะกลับมาลงสนามในศึก NFL อีกครั้งด้วย

 

ล่าสุดในฤดูกาลนี้แฮมลินก็กลับมาลงสนามให้บิลล์สได้แล้ว และกลับมาเล่นได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง โดยเรื่องราวของเขาเป็นที่สนใจของคนทั่วโลก จนชื่อของ เดมาร์ แฮมลิน กลายเป็นนักกีฬาที่ถูกนำไปค้นหาบน Google มากที่สุดในปีที่ผ่านมาเลยทีเดียว

 

 

ปีของโจ๊กเกอร์และเดนเวอร์ นักเก็ตส์ ในศึก NBA

 

โจ๊กเกอร์-นิโกลา โจคิช พาเดนเวอร์ นักเก็ตส์ คว้าแชมป์บาสเกตบอล NBA ได้สำเร็จ หลังเอาชนะไมอามี ฮีต ใน NBA Finals ไปได้ 4-1 เกม ซึ่งโจคิชก็สามารถคว้ารางวัล MVP ในรอบชิงชนะเลิศมาครองได้สำเร็จด้วย

 

แน่นอนว่าแม้โจคิชจะโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมแค่ไหน แต่หากขาดการสนับสนุนจากเพื่อนในทีม การคว้าแชมป์ NBA ก็คงเป็นไปได้ยาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องยอมรับว่าเดนเวอร์เล่นได้อย่างแข็งแกร่งในรอบเพลย์ออฟภายใต้การคุมทีมของโค้ช ไมค์ มาโลน ซึ่งทีมชุดนี้ก็มีโจคิชเป็นหัวใจสำคัญ

 

โดยนี่ยังเป็นการคว้าแชมป์ NBA ครั้งแรกของแฟรนเชส์ เดนเวอร์ นักเก็ตส์ อีกด้วย ทำให้ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา การบริหารงานของกลุ่ม Kroenke Sports & Entertainment ประสบความสำเร็จอย่างมาก หลังทีมในความดูแลทั้งแอลเอ แรมส์ ใน NFL, โคโลราโด อวาแลนซ์ ใน NHL และนักเก็ตส์ ได้แชมป์ไปแล้วทั้งหมด ขาดแค่เพียงอาร์เซนอลทีมเดียวเท่านั้นที่ยังเล่นในลีกระดับสูง แต่ทว่ายังไม่ได้แชมป์เสียที

 

 

สปริงบ็อกส์ ทีมแรกคว้าแชมป์รักบี้โลก 4 สมัย

 

รักบี้ชิงแชมป์โลกวนกลับมาจัดการแข่งขันอีกครั้ง หลังเมื่อ 4 ปีก่อนจัดการแข่งขันกันที่ญี่ปุ่น ซึ่งสปริงบ็อกซ์ ทีมรักบี้ทีมชาติแอฟริกาใต้ คว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ  ทำให้ในปีนี้พวกเขาเข้าร่วมในฐานะแชมป์เก่าและกลับมาแข่งขันเพื่อป้องกันแชมป์โลก

 

โดยการแข่งขันที่ฝรั่งเศสกินเวลายาวนานกว่า 1 เดือน ก่อนที่สุดท้ายคู่ชิงชนะเลิศจะเป็นการพบกันของ 2 ทีมแชมป์ 3 สมัยอย่างสปริงบ็อกส์ แอฟริกาใต้ กับออล แบล็กส์ นิวซีแลนด์ 

 

ผลการแข่งขันจบลงด้วยชัยชนะของแอฟริกาใต้เหนือนิวซีแลนด์ด้วยสกอร์ 12 ต่อ 11 ทำให้พวกเขาเป็นชาติแรกที่ได้แชมป์โลก 4 สมัย และเป็นทีมที่ 2 ที่ป้องกันแชมป์โลกได้สำเร็จต่อจากนิวซีแลนด์ด้วย

 

 

แชมป์ที่สมบูรณ์แบบของ แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน กับเรดบูลล์

 

F1 ฤดูกาล 2023 ที่จบลงแบบมีพระเอกคนเดียวโดยไร้พระรองของ แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน นักขับชาวดัตช์ของทีมเรดบูลล์ เรซซิง ที่นำม้วนเดียวจบในการแข่งขันฤดูกาลนี้ พร้อมทำสถิติต่างๆ มากมาย เช่น การเก็บคะแนนได้มากที่สุด 575 คะแนนจากทั้งหมด 620 คะแนน, คว้าแชมป์ได้มากที่สุด 19 จาก 22 สนาม, ขึ้นโพเดียมมากที่สุด 21 จาก 22 สนาม เป็นต้น

 

สถิติทั้งหมดแม้จะยอดเยี่ยมแต่ก็ทำให้ศึก F1 ฤดูกาลที่ผ่านมาออกจะขาดความสนุกตื่นเต้นไปอย่างเห็นได้ชัด

 

แม้ใช่แค่สถิติของเวอร์สแตพเพนเท่านั้น แต่ทีมเรดบูลล์ เรซซิง เองก็นับว่าเอาชนะคู่แข่งทีมอื่นไปอย่างขาดลอยเช่นกัน หลังคว้าชัยได้ถึง 21 จาก 22 สนาม โดยเป็นการคว้าแชมป์ต่อเนื่องกันถึง 15 สนาม ซึ่งทั้งสองตัวเลขดังกล่าวเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลด้วย และยังเก็บคะแนนรวมไปถึง 860 คะแนน มากที่สุดตลอดกาลในฐานะทีมผู้ผลิตด้วย

 

 

MotoGP ลุ้นแชมป์ถึงสนามสุดท้าย แต่ได้แชมป์แบบจืดๆ

 

เป็นฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกันที่ MotoGP ต้องลุ้นแชมป์ถึงสนามสุดท้าย และก็เป็นฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกันที่ เป็กโก ฟรานเชสโก บัญญายา นักบิดชาวอิตาเลียนจากทีมดูคาติ คว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ

 

แม้ว่าในตอนต้นฤดูกาล เป็กโกดูเหมือนจะคว้าแชมป์แบบไม่ยากเย็น แต่ในครึ่งหลังของฤดูกาล ฮอร์เก มาร์ติน นักบิดสเปนจากทีมพรีมา พราแม็ก ก็ค่อยๆ ลดช่องว่างมาเรื่อยๆ จนเหลือแค่ 14 คะแนนก่อนการแข่งขันเมนเรซในสนามสุดท้ายที่บาเลนเซียกรังด์ปรีซ์

 

แต่สุดท้ายการขับเคี่ยวที่ใครหลายคนคาดหวังให้เกิดกลับไม่เกิด เมื่อมาร์ตินพลาดท่าไปเกี่ยวกับ มาร์ค มาร์เกวซ ล้มลงในช่วงต้นการแข่งขัน ส่งผลให้การตัดสินแชมป์โลกจบลงไปพร้อมๆ กับที่มาร์ตินต้องออกจากสนามไป และเป็น เป็กโก ฟรานเชสโก บัญญายา ที่ป้องกันแชมป์โลกได้สำเร็จ

 

ขณะที่ในศึก Moto2 ก้อง-สมเกียรติ จันทรา ก็ทำผลงานได้ดีกว่าปีก่อน หลังคว้าแชมป์ได้ 1 สนามในเจแปนิสกรังด์ปรีซ์ และสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการขึ้นโพเดียมในโฮมเรซที่ไทยแลนด์กรังด์ปรีซ์ ก่อนจะจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 6 เก็บคะแนนทั้งหมดไปได้ 173.5 คะแนน

 

 

ดราม่าวงการฟุตบอลหญิงของสเปน

 

นิยามของเหตุการณ์นี้สามารถสรุปสั้นๆ ได้ว่า ‘จูบสะท้านโลก’ หลัง หลุยส์ รูเบียเลส ประธานสหพันธ์ฟุตบอลสเปนในตอนนั้น ไปจูบ เจนนี เอร์โมโซ นักเตะของทีม ระหว่างการฉลองแชมป์โลกที่เพิ่งได้มาสดๆ ร้อนๆ หลังสเปนเอาชนะอังกฤษ 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศ

 

เรื่องราวดังกล่าวเป็นดราม่าต่อเนื่องหลายสัปดาห์ และมีหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องไล่มาตั้งแต่แฟนบอล นักเตะ ไปจนถึงคนใหญ่คนโตอย่างรัฐบาลสเปนและสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA ก็ออกมาเท็กแอ็กชันบางอย่าง

 

จนท้ายที่สุดเรื่องไปจบลงหลังจากที่รูเบียเลสตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง ส่วนเรื่องคดีความที่เกิดขึ้นก็ยังอยู่ในชั้นการตัดสินของศาล

 

 

โชเฮ โอตานิ กับสัญญามูลค่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ปิดท้ายกีฬาต่างประเทศกันกับเรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้นและกลายเป็นไวรัลในช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เมื่อ โชเฮ โอตานิ นักเบสบอลชาวญี่ปุ่น ตกลงเซ็นสัญญากับแอลเอ ดอดเจอร์ส ด้วยมูลค่าระดับประวัติศาสตร์ 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 25,000 ล้านบาท

 

ดีลดังกล่าวทำให้โชเฮกลายเป็นนักกีฬาที่มีค่าเหนื่อยมากที่สุดและถูกพูดถึงมากที่สุดไปพร้อมๆ กัน กระแสของเขาได้รับการตอบรับอย่างดี จนเสื้อของเขาถูกขายมากที่สุดตลอดกาลใน 48 ชั่วโมงแรกที่มีการวางขาย ทำลายสถิติเดิมของ ลิโอเนล เมสซี ในตอนที่ย้ายไปยังอินเตอร์ ไมอามี ลงได้สำเร็จด้วย

 

 

เทนนิส พาณิภัค กับปีทองก่อนโอลิมปิกเกมส์

 

เรื่องแรกของข่าวกีฬาไทย คงหนีไม่พ้นข่าวใหญ่ในการคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ของ เทนนิส-พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ที่นอกจากจะต้องสู้กับคู่แข่งอย่างกั๊วจิงแล้ว เธอยังต้องสู้กับเกราะของตัวเองที่อยู่ดีๆ คะแนนก็ดีดไปทำให้เธอโดนนำ 0-23 แต่สุดท้ายเธอก็งัดวลีเด็ดอย่าง “ช่างแม่ง” มาใช้ปลุกใจตัวเอง ก่อนเอาชนะไปได้ 2-1 ยก สกอร์ 7-6, 1-2 และ 12-9 คว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ

 

โดยเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากจะเป็นการคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ของเธอแล้ว ยังเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างความสุขและความสะใจให้กับแฟนกีฬาชาวไทยเป็นอย่างมาก

 

นอกจากแชมป์เอเชียนเกมส์แล้ว เทนนิสยังคว้าแชมป์เทควันโดเวิลด์กรังด์ปรีซ์มาครองได้อีกรายการในช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา หลังเอาชนะ อาเดรียนา เซเรโซ คู่ปรับจากสเปน 2-0 ยก คว้าแชมป์เวิลด์กรังด์ปรีซ์ไฟนอลเป็นสมัยที่ 3 พร้อมกวาดแชมป์เวิลด์กรังด์ปรีซ์ไปแล้ว 12 รายการด้วย

 

 

วิว กุลวุฒิ คว้าแชมป์โลกแบดมินตันชายเดี่ยว

 

นับเป็นปีทองอย่างแท้จริงของ วิว-กุลวุฒิ วิทิตศานต์ เพราะในปีนี้เขาสามารถเอาชนะ วิคเตอร์ อักเซลเซน นักแบดมินตันมือ 1 ของโลกจากเดนมาร์ก ได้สำเร็จตั้งแต่ต้นปี ในศึกอินเดียโอเพน นับเป็นการปลดล็อกครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งในอาชีพของเขา 

 

แต่เท่านั้นยังไม่พอ เขายังสร้างประวัติศาสตร์ต่อเนื่องด้วยการคว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ หลังเอาชนะ โคได นาราโอกะ นักแบดมินตันจากญี่ปุ่น ไปได้ 2-1 เกมแบบสนุก สกอร์ 19-21, 21-18 และ 21-7 ล้างตาจากปีก่อนที่เขาได้แค่รองแชมป์ไปได้อย่างหมดจด

 

โดยหลังจากนี้วิวตั้งเป้าไปที่รายการใหญ่อย่างออลอิงแลนด์และแบดมินตันโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กำลังจะมาถึงในปีหน้านั่นเอง

 

 

บิว ภูริพล พาทีม 4×100 เมตรชาย คว้าแชมป์เอเชีย 

 

แม้จะมีดราม่าในเอเชียนเกมส์ 2022 ที่หางโจว ประเทศจีน เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา จากปัญหาอาการบาดเจ็บ จนพลาดเหรียญรางวัลที่น่าจะได้ไปหลายรายการ แต่อย่าลืมว่าปีนี้ เทพบิว-ภูริพล บุญสอน ก็สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับทัพกรีฑาไทยได้สำเร็จ

 

โดยบิวพร้อมด้วย ไฟเตอร์-ณฐวรรธ เอี่ยมอุดม, ต้า-สรอรรถ ดาบบัง และ เฉาก๊วย-ชยุตม์ คงประสิทธิ์ คว้าแชมป์เอเชียที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ณ สนามศุภชลาศัย ในการแข่งขันวิ่ง 4×100 เมตรชาย ได้สำเร็จ หลังทำเวลาได้ 38.55 วินาที 

 

นอกจากจะคว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จแล้ว ทีมวิ่งผลัด 4×100 ชุดนี้ยังทำลายสถิติประเทศไทยที่เคยทำไว้ 38.56 วินาทีลงได้สำเร็จด้วย 

 

 

วอลเลย์บอลสาวไทยคว้าแชมป์เอเชีย

 

อีกหนึ่งตัวตึงของวงการกีฬาไทยก็ต้องยกให้ทัพวอลเลย์บอลสาวไทย ที่ปีนี้พวกเธอทำงานหนักเหลือเกิน ทั้งการแข่งขันวอลเลย์บอลเนชันลีก หรือ VNL 2023, ศึกชิงแชมป์เอเชีย AVC 2023, คัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ และศึกเอเชียนเกมส์ 2022 ที่หางโจว ประเทศจีน

 

แต่ถึงจะทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง แต่ทัพวอลเลย์บอลสาวไทยก็คว้าแชมป์เอเชียไปครองเป็นสมัยที่ 3 ถัดจากปี 2009 และ 2013 ได้สำเร็จ หลังเอาชนะจีนในรอบชิงชนะเลิศ AVC 2023 ไปอย่างสนุก 3-2 เซ็ต 25-21, 25-27, 25-19, 20-25 และ 16-14 ในการแข่งขันที่จังหวัดนครราชสีมา

 

นอกจากนี้พวกเธอยังสามารถคว้าเหรียญทองแดงจากเอเชียนเกมส์มาครองได้สำเร็จ หลังย้ำแคนเวียดนามในรอบชิงอันดับที่ 3 ไป 3 เซ็ตรวด 25-19, 25-23 และ 25-20 อีกด้วย

 

 

ไทยคว้า 2 เหรียญทองเทคบอลชิงแชมป์โลก 2023

 

อีกหนึ่งกีฬาใหญ่ที่จัดการแข่งขันกันที่ประเทศไทยคือเทคบอลชิงแชมป์โลก 2023 ซึ่งเพิ่งแข่งขันจบลงไปในช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยทัพเทคบอลไทยก็โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมในรายการดังกล่าว ด้วยการได้ 2 แชมป์โลกจากประเภทหญิงคู่และคู่ผสม, 1 รองแชมป์โลกจากประเภทหญิงเดี่ยว และอันดับ 3 อีก 1 ประเภทในประเภทชายคู่

 

โดยในประเภทหญิงคู่ จุฑาทิพย์ กันทะธง และ สุภาวดี วงศ์คำจันทร์ เอาชนะคู่จากฮังการีในรอบชิงชนะเลิศได้ 2 เซ็ตรวด 12-8 และ 12-6 ขณะที่ในประเภทคู่ผสมไทยอย่าง สุภาวดี วงศ์คำจันทร์ และ พักตร์พงษ์ เดชเจริญ ก็เอาชนะบราซิลไปได้ 2 เซ็ตรวด สกอร์ 12-4 และ 12-9 คว้าแชมป์โลกไปครองได้อีก 1 ประเภท

 

โดยนี่นับเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของทัพเทคบอลไทย หลังเพิ่งเข้าร่วมศึกชิงแชมป์โลกเป็นครั้งที่ 2 เท่านั้น 

 

 

แฟลกฟุตบอลไทยคว้าแชมป์ทวีปเอเชีย-โอเชียเนีย

 

ขณะที่แฟลกฟุตบอลก็สร้างความสำเร็จระดับทวีปเช่นเดียวกัน หลังเอาชนะนิวซีแลนด์ 31-25 คว้าแชมป์ทวีปเอเชีย-โอเชียเนียได้สำเร็จ พร้อมคว้าโควตาไปแข่งขันในศึกชิงแชมป์โลกปีหน้าด้วย

 

การแข่งขันแมตช์นี้ค่อนข้างสูสี โดยไทยตามหลังก่อนในครึ่งแรก 6-13 ก่อนที่จะมาตีเสมอได้เป็น 13-13 ในครึ่งหลัง โดยหลังจากนั้นเสมอกันอีก 2 ครั้งที่ 19-19 และ 25-25 แต่ในช่วงท้ายเกมไทยมาเอาชนะได้ในไดรฟ์สุดท้ายจากการปาทัชดาวน์ของ พิทยา สราญเลิศ ไปให้ วุฒิกร หาญวงศ์ไพบูลย์ แซงเอาชนะไปได้ 31-25 ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก

 

นั่นทำให้ทีมแฟลกฟุตบอลชายไทยคว้าโควตาไปแข่งขันในศึกชิงแชมป์โลกได้อีก 1 สมัย โดยก่อนหน้านี้ไทยเคยทำได้ดีที่สุดคือการจบอันดับที่ 3 ในปี 2006 มาแล้ว

 

 

EA Sports FC Online อีสปอร์ตไทยได้เหรียญทองและเหรียญเงินในเอเชียนเกมส์

 

อีกหนึ่งความน่าประทับใจที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมาก็ต้องยกให้การแข่งขันอีสปอร์ตในเอเชียนเกมส์ ในกีฬา EA Sports FC Online ที่มี Dream Final จากประเทศไทยเกิดขึ้นเมื่อ ธีเดช ทรงสายสกุล หรือ TDKeane พบกับ พัฒนศักดิ์ วรนันท์ หรือ JUBJUB นั่นหมายความว่าทั้งเหรียญทองและเหรียญเงินในการแข่งขันจะตกเป็นของไทยอย่างแน่นอน

 

โดยผลการแข่งในรอบชิงฯ เกมแรกปรากฏว่า ธีเดชเอาชนะพัฒนศักดิ์ไปได้ 2-0 เกม พร้อมคว้าเหรียญทองไปครอง ส่วนพัฒนศักดิ์ได้รับเหรียญเงินจากการแข่งขันในครั้งนี้เช่นกัน

 

โดยนี่เป็นหนึ่งในโมเมนต์น่าประทับใจที่ได้เห็นธงชาติไทยถึงสองผืนถูกเชิญขึ้นเสาในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ และในภายหลังธีเดชก็ยังได้รับรางวัลรองนักกีฬาสมัครเล่นชายดีเด่นประจำปีนี้อีกด้วย

 

 

ดราม่าหัวคิวตะกร้อไทย

 

จากเรื่องน่าประทับใจ ย้ายมาดูโมเมนต์สำคัญที่น่าปวดหัวกันบ้าง เริ่มกันที่ข่าวฉาวเกี่ยวกับการหักหัวคิวตะกร้อไทยที่ พ.ต.ท. สืบศักดิ์ ผันสืบ อดีตนักกีฬาเซปักตะกร้อทีมชาติไทย ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงการทำหน้าที่ของผู้จัดการทีมและผู้ฝึกสอนทีมตะกร้อทีมชาติไทยว่า มีการหักเงินนักกีฬาที่ไม่เป็นธรรม โดยได้ยื่นเรื่องต่อสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทยไปเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

 

ปัจจุบันปัญหาดังกล่าวยังไม่กระจ่าง ซึ่งทางสมาคมกีฬาตะกร้อฯ ได้มีการตั้งทีมสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมาแล้ว โดยคาดว่าน่าจะรู้ผลในช่วงต้นปีหน้า ขณะที่อีกทางหนึ่ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ก็มีการเรียกนักกีฬาจำนวนหนึ่งเข้าไปให้ข้อมูลเมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมาแล้วเช่นกัน

 

 

วิกฤตศรัทธาบอลไทยกับโค้ชใหม่อย่าง มาซาทาดะ อิชิอิ

 

อีกเรื่องน่าปวดหัวก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของฟุตบอลชายทีมชาติไทยที่มีดราม่ามากมาย ไล่ตั้งแต่การได้อุ่นเครื่องกับทีมระดับยุโรปอย่างจอร์เจียและเอสโตเนีย แต่เรียกทีมชุดเล็กไปเล่น ก่อนโดนถล่มยับ 8-0 ลุกลามต่อเนื่องมาถึงความพ่ายแพ้คาบ้านต่อจีน 1-2 ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย

 

ปัญหาทั้งหมดนำมาสู่การแยกทางกับ มาโน โพลกิง หัวหน้าโค้ชทีมชาติไทยคนเก่า และดึงตัว มาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าโค้ชชาวญี่ปุ่น เข้ามาทำทีมแทน โดยเป็นการเซ็นสัญญาระยะสั้น 

 

ซึ่งอิชิอิจะได้โชว์ฝีมือเกมแรกในเกมวันปีใหม่ที่ทัพช้างศึกจะอุ่นเครื่องกับทีมชาติญี่ปุ่น ซึ่งเกมนัดดังกล่าวนับได้ว่าฟุตบอลทีมชาติไทยเข้าสู่ยุคใหม่อย่างแท้จริง

 

 

ปัญหาลิขสิทธิ์ไทยลีก ถ่ายกันเอง ดูกันเอง

 

เรื่องต่อไปก็ยังวนอยู่กับวงการฟุตบอลไทย แต่ย้ายฝั่งไปที่สโมสรกันบ้าง เมื่อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีก 1 ฤดูกาล 2023/24 ขายไม่ได้ และนำไปสู่บทสรุปที่สโมสรทั้ง 16 ทีมจะเป็นผู้นำสัญญาณไปถ่ายทอดในช่องทางสโมสร หรือนำไปเผยแพร่เพื่อสร้างรายได้ในการสนับสนุนสโมสร

 

ค่าลิขสิทธิ์ไทยลีกเคยพุ่งสูงไปถึงกว่าฤดูกาลละ 1 พันล้านบาท แต่ด้วยปัญหาในการบริหารจัดการ บวกกับการระบาดของโรคโควิดเมื่อช่วงต้นปี 2563 ทำให้ไทยลีกเริ่มเสื่อมความนิยมลง

 

อย่างไรก็ตาม แม้จะเสื่อมความนิยมลงแค่ไหน ตัวเลขค่าลิขสิทธิ์ก็ไม่ควรจะได้แค่ 50 ล้านบาทต่อฤดูกาล ซึ่งนี่ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่รอการแก้ไขจากสมาคมฟุตบอลชุดใหญ่ที่จะเข้ามาดูแลฟุตบอลไทยในปีหน้า

 

 

เกมสเปอร์ส-เลสเตอร์ยกเลิก เพราะราชมังคลากีฬาสถานระบายน้ำไม่ทัน

 

ปิดท้ายเรื่องที่ 23 ของโมเมนต์กีฬาปี 2023 ด้วยเรื่องที่ไม่ซีเรียสแต่ก็ขำไม่ออก อย่างการที่ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ กับเลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งมีคิวเดินทางมาอุ่นเครื่องที่ไทย แต่ไม่ได้เตะเพราะฝนตกหนักจนสนามราชมังคลากีฬาสถานระบายน้ำไม่ทัน

 

เรื่องดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในเรื่องงามหน้าแห่งปี ที่หลังจากนั้นเมื่อสเปอร์สเดินทางไปอุ่นเครื่องที่สิงคโปร์ พวกเขาก็โพสต์รูปสนามลงให้แฟนบอลชาวไทยเจ็บใจกันเล่นๆ ที่ไม่ได้ดูทีมระดับพรีเมียร์ลีกลงเล่นไม่พอ ยังต้องช้ำใจเพราะสนามดูเหมือนจะมาตรฐานสู้เพื่อนบ้านไม่ได้อีก

 

นั่นจึงเป็นการย้ำเตือนอีกครั้งเกี่ยวกับการบริหารจัดการสนามที่เป็นปัญหามาอย่างเนิ่นนานสำหรับวงการฟุตบอลไปพร้อมๆ กัน

The post 23 สุดยอดเหตุการณ์กีฬาประจำปี 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
พ.ต.ท. สืบศักดิ์ ผันสืบ อดีตนักตะกร้อทีมชาติไทย เปิดเผยว่า นักกีฬาทีมชาติไทยโดนหักค่าหัวคิวเงินรางวัลเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 50% https://thestandard.co/thai-takraw-player-bounties-deducted/ Tue, 07 Nov 2023 09:37:55 +0000 https://thestandard.co/?p=863391 สืบศักดิ์ ผันสืบ

วันนี้ (7 พฤศจิกายน) ก่อนการประชุมสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งปร […]

The post พ.ต.ท. สืบศักดิ์ ผันสืบ อดีตนักตะกร้อทีมชาติไทย เปิดเผยว่า นักกีฬาทีมชาติไทยโดนหักค่าหัวคิวเงินรางวัลเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 50% appeared first on THE STANDARD.

]]>
สืบศักดิ์ ผันสืบ

วันนี้ (7 พฤศจิกายน) ก่อนการประชุมสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย พ.ต.ท. สืบศักดิ์ ผันสืบ อดีตนักตะกร้อทีมชาติไทย เป็นตัวแทนอดีตนักกีฬาเรื่องการยื่นร้องเรียนการทำหน้าที่ของผู้จัดการทีมชาติไทย, ผู้ฝึกสอนทีมตะกร้อทีมชาติไทย โดยมี บุญชัย หล่อพิพัฒน์ อุปนายกสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย เป็นผู้รับเรื่อง 

 

โดยก่อนหน้านี้ ตุ๊ก-ธิดาวรรณ ดาวสกุล อดีตนักตะกร้อหญิงทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองเอเชียนเกมส์และซีเกมส์หลายสมัย ได้ออกมาจุดประเด็นเรื่องอื้อฉาวในวงการตะกร้อทีมชาติไทย ซึ่งเธอและนักกีฬาทีมชาติหลายคนเคยถูกสตาฟฟ์โค้ชเรียกรับส่วนแบ่งจากเงินอัดฉีดของนักกีฬาที่ได้รับจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่กวางโจว เมื่อปี 2010

 

ล่าสุด พ.ต.ท. สืบศักดิ์ หรือ สารวัตรโจ้ ได้เปิดเผยว่า 

 

“นักกีฬาชุดปัจจุบันไม่กล้าออกชื่อ เพราะมีผลต่อการเรียกเก็บตัวในรายการต่อๆ ไป แต่หลายคนก็ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ มีช่องทางการเงิน การโอนเงินให้ใครบ้าง ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน เราอยากให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการ เพราะผู้ฝึกสอนและสมาคมฯ มีส่วนแบ่งจากรัฐบาลอยู่แล้ว เช่น เอเชียนเกมส์ครั้งที่ผ่านมา สตาฟฟ์โค้ชก็ได้เงินอยู่แล้ว 5.8 ล้านบาท 

 

“แต่นักกีฬาทีมชาติไทย ซึ่งคว้ามา 4 เหรียญทอง เอเชียนเกมส์ที่หางโจว นักกีฬาทีมชุดจะได้เงินคนละ 2 ล้านบาท นักกีฬาที่แข่งทีมเดี่ยวจะได้ 4 ล้านบาท เงินทั้งหมดรวมคือ 34 ล้านบาท เป็นทีมชุด 24 ล้านบาท ทีมเดี่ยว 10 ล้านบาท 

 

“แต่ปรากฏว่ามีการหักเงินนักกีฬา นักกีฬาที่แข่งทั้งชุด-เดี่ยวได้เงินเพียง 2.1 ล้านบาทเท่านั้น เกือบ 50% โดยอ้างว่าเป็นการหักเงินเพื่อไปให้นักกีฬาที่ไม่ติดทีมชาติ แต่ตรงนี้เงินก็ยังหายไป 3.3 ล้านบาท ส่วนทีมหญิงเงินหายไป 6.75 ล้านบาท ผมว่าเยอะมาก

 

“นักกีฬาจะได้รับเงินโอนมาจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และจะหักเงินสองวิธีคือ ให้โอนเงินหักไปยังตัวพักเงิน ซึ่งเป็นอดีตนักกีฬาคนหนึ่ง ก่อนจะโอนให้ผู้ใหญ่คนหนึ่ง ส่วนอีกวิธีคือให้เบิกเงินสดมาทั้งหมดและไปนัดพบกันที่ร้านอาหาร และหักเงินกันตรงนั้น ซึ่งทั้งสองวิธีนั้นทำเพื่อไม่ให้มีหลักฐาน แต่ทุกวันนี้น้องนักกีฬาชุดปัจจุบันพร้อมให้ข้อมูล เพียงแต่ไม่มีใครกล้าพูด

 

“ที่ผ่านมาในอดีต นิตินัดดา แก้วคำไสย์ ซึ่งเป็นนักกีฬาหญิงที่เก่งมาก พอพ่อออกมาพูดเรื่องนี้ จากนั้นก็หลุดทีมชาติไปเลย อีกคนอย่าง ปูดำ-พิกุล สีดำ น้องเป็นนักกีฬาเหรียญทองซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ ก็เคยพยายามเรียกร้องความเป็นธรรมเรื่องเงินรางวัล แต่เขาก็ถูกตัดออกจากทีมชาติไปเลย จนปัจจุบันต้องออกไปเก็บผลไม้หาเลี้ยงชีพอยู่ที่เกาหลี ซึ่งผมมองว่านักกีฬาที่เล่นเพื่อชาติไม่ควรจะต้องลงเอยแบบนี้”

 

ด้าน สมพร ใจสิงหล อดีตนักกีฬาทีมชาติ เผยว่า ตนเล่นทีมชาติเป็นสิบๆ ปี อย่างเอเชียนเกมส์ก็จะถูกหักครึ่งหนึ่งของเหรียญทองทีมเดี่ยวตลอด อยากให้นักกีฬาทุกคนทั้งอดีตและปัจจุบันได้รับความเป็นธรรม

 

ร.ท. สุริยัน เป๊ะชาญ อดีตนักกีฬาทีมชาติ เผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพวกตนทุกคนประสบพบเจอมาจริงๆ ตนเล่นทีมชาติมา 22 ปี สมัยที่เล่นคิงส์คัพได้เงินครั้งละ 5,000 บาท ไม่มีปัญหา แต่พอเงินรางวัลเป็น 1 ล้านบาทก็เกิดปัญหาขึ้นมาเรื่อยๆ ตอนซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ ปี 2010 ทีมเดี่ยว 5 คน สมัยก่อนจะได้เงินคนละ 1 ล้านบาท รวมเป็น 5 ล้านบาท เงิน 2.5 ล้านบาทจะถูกหักให้ผู้จัดการทีมไปเลย แต่ตอนนั้นเราพูดไม่ได้เพราะเราอยู่ใต้อำนาจของการคุมทีม ถ้าอยากเล่นต่อเราไม่มีทางเลือก ได้เท่าไรก็ต้องเอา

 

ก่อนที่สารวัตรโจ้จะสรุปว่า “ผมหวังว่าเรื่องนี้จะได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการดำเนินงานเตรียมทีมชาติ หวังว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบปัญหาเป็นสิบปีที่ผ่านมา และอยากยุติการแต่งตั้งคณะกรรมการทีมชาติก่อน เพื่อให้น้องๆ ได้พูด ให้ได้คำตอบภายใน 1 สัปดาห์ ส่วนน้องๆ นักกีฬานั้น พี่อยากให้ออกมาพูด พี่ช่วยได้เท่านี้ ถ้าน้องไม่พูดเท่ากับสนับสนุนระบบนี้ และนักกีฬาในอดีตทุกคนควรจะได้รับเงินที่ควรจะเป็นของพวกเขาคืนด้วย”

 

อ้างอิง: 

The post พ.ต.ท. สืบศักดิ์ ผันสืบ อดีตนักตะกร้อทีมชาติไทย เปิดเผยว่า นักกีฬาทีมชาติไทยโดนหักค่าหัวคิวเงินรางวัลเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 50% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทัพตะกร้อไทยคว้าชัยได้ทั้ง 3 แมตช์ในการแข่งขันตะกร้อทีมเดี่ยว เอเชียนเกมส์ https://thestandard.co/asian-games-2023-05102023-3/ Thu, 05 Oct 2023 09:20:57 +0000 https://thestandard.co/?p=851006 เซปักตะกร้อ

วันนี้ (5 ตุลาคม) ทัพเซปักตะกร้อไทยทำผลงานได้อย่างงดงาม […]

The post ทัพตะกร้อไทยคว้าชัยได้ทั้ง 3 แมตช์ในการแข่งขันตะกร้อทีมเดี่ยว เอเชียนเกมส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซปักตะกร้อ

วันนี้ (5 ตุลาคม) ทัพเซปักตะกร้อไทยทำผลงานได้อย่างงดงาม หลังเก็บชัยชนะได้ทั้ง 3 แมตช์ในประเภทชายและประเภทหญิง ในการแข่งขันตะกร้อประเภททีมเดี่ยวของศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19

 

เริ่มกันที่ประเภททีมเดี่ยวชายในวันแรก ทีมชาติไทยที่ประกอบไปด้วย สิทธิพงศ์ คำจันทร์, ภัทรพงษ์ ยุพดี, พิเชษฐ์ พันแสน, ศิริวัฒน์ สาขา และ วรายุทธ์ จันทรเสนา มีคิวลงสนาม 2 นัด โดยพบกับทีมชาติอินเดียและเมียนมา

 

แมตช์แรกในช่วงเช้า ไทยลงสนามพบกับอินเดีย และเป็นฝ่ายทำได้ดีกว่าอย่างชัดเจน แม้ว่าในช่วงแรกอินเดียจะสู้ได้ดี แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่สามารถสู้กับทีมชาติไทยได้ ทำให้ไทยเอาชนะไป 2 เซ็ตรวด 21-12, 21-10 คว้าชัยนัดแรกไปได้สำเร็จ

 

ขณะที่ในช่วงบ่าย ทัพตะกร้อไทยลงเล่นนัดที่ 2 พบกับเมียนมา ปรากฏว่าไทยยังเล่นได้เหนือชั้นกว่าอย่างชัดเจน เอาชนะไปได้อีก 2 เซ็ตรวด 21-10, 21-7 เก็บชัยชนะในรอบแรกได้เป็นนัดที่ 2 ติดต่อกัน

 

ขณะที่ในประเภททีมเดี่ยวหญิง ทีมตะกร้อสาวไทยที่ประกอบด้วย วิภาดา จิตพรวน, ปริมประภา แก้วคำไสย์, ศิรินันท์ เขียวปัก, สมฤดี ปรือปรัก และ รัศมี ทองโสด มีคิวลงสนามแมตช์เดียวในวันนี้ พบกับทีมชาติเกาหลีใต้

 

ผลปรากฏว่าทีมตะกร้อสาวไทยโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ทำแต้มใส่สาวเกาหลีใต้อย่างต่อเนื่อง ก่อนเอาชนะไปได้ตามคาด 2 เซ็ตรวด สกอร์ 21-7, 21-10 ทำให้ทีมตะกร้อสาวไทยประเดิมเก็บชัยชนะนัดแรกได้สำเร็จ

 

โดยโปรแกรมต่อไปของทีมเซปักตะกร้อไทย ทีมชายมีคิวพบกับฟิลิปปินส์ในวันพรุ่งนี้ (6 ตุลาคม) เวลา 08.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ขณะที่ทีมหญิงมีคิวพบเมียนมา เวลา 09.00 น. ตามเวลาประเทศไทยในวันเดียวกัน

The post ทัพตะกร้อไทยคว้าชัยได้ทั้ง 3 แมตช์ในการแข่งขันตะกร้อทีมเดี่ยว เอเชียนเกมส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทัพตะกร้อสาวไทย เข้าชิงประเภททีมชุดหญิงตามนัด หลังต้อน สปป.ลาว 2-0 ในเอเชียนเกมส์ https://thestandard.co/asian-games-2023-28092023-2/ Thu, 28 Sep 2023 04:38:00 +0000 https://thestandard.co/?p=847379

วันนี้ (28 กันยายน) ทัพนักกีฬาเซปักตะกร้อหญิงทีมชาติไทย […]

The post ทัพตะกร้อสาวไทย เข้าชิงประเภททีมชุดหญิงตามนัด หลังต้อน สปป.ลาว 2-0 ในเอเชียนเกมส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (28 กันยายน) ทัพนักกีฬาเซปักตะกร้อหญิงทีมชาติไทย ทำผลงานได้ไม่แพ้ทีมชาย หลังไล่ต้อน สปป.ลาว ไปขาดลอย 2-0 คู่ เข้าชิงชนะเลิศเซปักตะกร้อประเภททีมชุดหญิง

 

โดยการแข่งขันที่จินหัว สปอร์ต เซ็นเตอร์ ยิมเนเซียม คอร์ต 2 ทีมชาติไทยเต็งหนึ่ง ไล่ต้อน สปป.ลาวตั้งแต่ทีมชุดแรกแบบขาดลอย 21-10 ทั้ง 2 เซ็ต ขึ้นนำไปก่อน 1-0 คู่ ขณะที่ในคู่ที่ 2 เรียกได้ว่าขาดกว่า เมื่อเอาชนะไป 21-7 และ 21-4 ทำให้ทีมชาติไทยเอาชนะแมตช์นี้ไปได้ 2-0 คู่

 

โดยทัพตะกร้อสาวไทยจะเข้าไปรอในรอบชิงชนะเลิศ โดยจะพบกับผู้ชนะระหว่างทีมชาติอินโดนีเซีย หรือทีมชาติเกาหลีใต้ ซึ่งจะเล่นรอบรองชนะเลิศในช่วง 13.00 น. ของวันนี้

 

ขณะที่รอบชิงชนะเลิศ จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ (29 กันยายน) เวลา 09.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

The post ทัพตะกร้อสาวไทย เข้าชิงประเภททีมชุดหญิงตามนัด หลังต้อน สปป.ลาว 2-0 ในเอเชียนเกมส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาคมเทควันโดฯ ตั้งเป้า 1 เหรียญทอง ขณะที่ตะกร้อตั้งเป้า 4 เหรียญทอง ในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ที่หางโจว https://thestandard.co/thai-taekwondo-and-sepak-takraw-goal/ Wed, 16 Aug 2023 10:26:52 +0000 https://thestandard.co/?p=830027 เทควันโด ตะกร้อ เอเชียนเกมส์

วันนี้ (16 สิงหาคม) ณ ห้องประชุม 222 สนามราชมังคลากีฬาส […]

The post สมาคมเทควันโดฯ ตั้งเป้า 1 เหรียญทอง ขณะที่ตะกร้อตั้งเป้า 4 เหรียญทอง ในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ที่หางโจว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทควันโด ตะกร้อ เอเชียนเกมส์

วันนี้ (16 สิงหาคม) ณ ห้องประชุม 222 สนามราชมังคลากีฬาสถาน การกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทยจัดให้มีการแถลงข่าว Meet the Press เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 ณ นครหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจัดให้มีการแข่งขันระหว่างวันที่ 23 กันยายน – 8 ตุลาคม 2566 

 

โดยเชิญสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยที่นักกีฬาได้โควตาเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ร่วมแถลงความพร้อมในการเตรียมทีมนักกีฬาและความหวังในการแข่งขัน

 

เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมามี 4 สมาคมกีฬาส่งตัวแทนเข้าร่วมแถลงข่าว โดยเริ่มจากสมาคมแรก ได้แก่ สมาคมกีฬายูโดแห่งประเทศไทยที่ส่ง ร.ท. พัชรี พิไชยแพทย์ มาร่วมการแถลงข่าว

 

โดยสมาคมกีฬายูโดฯ ยืนยันว่า ตอนนี้สมาคมฯ มีความพร้อมแล้วราว 90% โดยจะส่งตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขัน 10 รุ่น ตั้งความหวังไว้ที่ 3 เหรียญทองแดง

 

ต่อมาเป็นสมาคมกีฬาคาราเต้แห่งประเทศไทยที่ส่ง พล.อ. สุรชาติ จิตต์แจ้ง นายกสมาคมฯ​ มาเป็นตัวแทน โดยยืนยันว่า ตัวแทนนักกีฬาทั้ง 8 คนพร้อมมากเช่นกัน แม้จะมีถึง 6 คนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในเอเชียนเกมส์ก็ตาม

 

ขณะที่เป้าหมาย พล.อ. สุรชาติ เชื่อว่า มีนักกีฬาที่มีสิทธิ์ได้ลุ้นเหรียญทอง 3 คน ได้แก่ ธีรวัฒน์ คลังทอง, ศิวกร หมึกทอง และ เกวลิน ทรงกลิ่น 

 

ด้านสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย ส่ง น.อ. คมกฤษ ทับแก้ว ผู้ฝึกสอนทัพตะกร้อไทย มาร่วมแถลงข่าว โดยทางสมาคมฯ ตั้งเป้าไว้ 4 เหรียญทองจากทีมเดี่ยวชาย, ทีมชุดชาย, ทีมเดี่ยวหญิง และทีมชุดหญิง

 

ขณะที่ทางสมาคมยอมรับว่ากดดันมาก เพราะการรักษาแชมป์ถือเป็นเรื่องยาก โดยมอง 5 ชาติเป็นคู่แข่งสำคัญ ได้แก่ มาเลเซีย, เกาหลีใต้, อินโดนีเซีย, อินเดีย และเวียดนาม

 

ปิดท้ายด้วยสมาคมความหวังเหรียญทองอย่างสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ที่มี ร.ท.หญิง ชนาธิป ซ้อนขำ หรือโค้ชเล็ก มาแถลงข่าวร่วมกับ เทนนิส-พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ แชมป์เก่าและเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2020 

 

โดยโค้ชเล็กเปิดเผยว่า ทัพเทควันโดไทยมีศักยภาพดีพอที่จะทะลุไปคว้าเหรียญได้ แต่เบื้องต้นตั้งเป้าที่ 1 เหรียญทองจากเทนนิสไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เป็นการกดดันนักกีฬาจนเกินไป

The post สมาคมเทควันโดฯ ตั้งเป้า 1 เหรียญทอง ขณะที่ตะกร้อตั้งเป้า 4 เหรียญทอง ในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ที่หางโจว appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรชัย เค้าแก้ว เปิดตัวรองเท้านันยางรุ่นลิมิเต็ด ‘PK5’ พร้อมเปรย อาจล่าเหรียญต่อหลังเอเชียนเกมส์หากร่างกายยังไหว https://thestandard.co/pornchai-kaokaew-nanyang-pk5/ Thu, 10 Aug 2023 10:12:41 +0000 https://thestandard.co/?p=827905

วันนี้ (10 สิงหาคม) ที่ Stadium One เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ […]

The post พรชัย เค้าแก้ว เปิดตัวรองเท้านันยางรุ่นลิมิเต็ด ‘PK5’ พร้อมเปรย อาจล่าเหรียญต่อหลังเอเชียนเกมส์หากร่างกายยังไหว appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (10 สิงหาคม) ที่ Stadium One เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พรชัย เค้าแก้ว ตัวฟาดหมายเลข 1 ตลอดกาลของวงการตะกร้อไทย ร่วมเปิดตัวรองเท้ารุ่นลิมิเต็ด ‘PK5’ ซึ่งเป็นรุ่นซิกเนเจอร์ของเจ้าตัว

 

รองเท้านันยางรุ่นลิมิเต็ด ‘PK5’ ได้รับการพัฒนามาจากนันยางรุ่นคลาสสิก (205-S) ซึ่งเป็นรองเท้าที่พรชัยใส่ล่าเหรียญทองมายาวนานร่วม 30 ปี โดยตัวรองเท้าเป็นสีดำ หมายถึงความดุดันในการลงแข่งขัน และมีโลโก้เป็นรูปพรชัยที่กระโดดฟาดตะกร้อสีทองอยู่ด้านข้างด้วย

 

ชื่อของรองเท้ารุ่นนี้มาจากชื่อย่อและนามสกุลภาษาอังกฤษของพรชัย (Pornchai Kaokaew) ขณะที่หมายเลข 5 มาจากเบอร์ของเจ้าตัวที่ใส่ลงสนามมาอย่างยาวนาน

 

โดยรองเท้ารุ่นนี้จะผลิตจำกัดเพียง 10,500 คู่เท่านั้น โดย 5,500 คู่ จะมีการวางจำหน่ายในไทย ขณะที่อีก 5,000 คู่ จะวางจำหน่ายในต่างประเทศ ซึ่งมีราคาจัดจำหน่ายอยู่ที่คู่ละ 790 บาท โดยจะเปิดขายวันนี้ เวลา 18.00 น. เป็นวันแรก

 

มีการคาดหมายว่าพรชัยจะใส่รองเท้ารุ่นนี้ลงแข่งขันในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 ในเดือนกันยายน-ตุลาคม ที่เมืองหางโจว ประเทศจีนด้วย

 

ขณะเดียวกัน พรชัยก็ให้สัมภาษณ์ว่า เขาตั้งเป้าหมายไว้ที่การคว้าเหรียญทองอีก 2 เหรียญในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ ทั้งในประเภททีมเดี่ยวและทีมชุด

 

ขณะที่อนาคตหลังจากนี้ เจ้าตัวยืนยันว่าอาจจะยังแข่งขันต่อไปในฐานะตัวแทนทีมชาติไทย แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายว่าจะยังดีพอหรือไม่

 

The post พรชัย เค้าแก้ว เปิดตัวรองเท้านันยางรุ่นลิมิเต็ด ‘PK5’ พร้อมเปรย อาจล่าเหรียญต่อหลังเอเชียนเกมส์หากร่างกายยังไหว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซปักตะกร้อ ทีมชายและหญิงไทย ปิดท้ายซีเกมส์คว้าเหรียญทองเพิ่ม 2 เหรียญจากประเภท 4 คน https://thestandard.co/sea-games-sepak-takraw-4/ Sun, 22 May 2022 00:01:39 +0000 https://thestandard.co/?p=631839 เซปักตะกร้อ

วานนี้ (21 พฤษภาคม​) การแข่งขันกีฬาเซปักตะกร้อ มหกรรมกี […]

The post เซปักตะกร้อ ทีมชายและหญิงไทย ปิดท้ายซีเกมส์คว้าเหรียญทองเพิ่ม 2 เหรียญจากประเภท 4 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซปักตะกร้อ

วานนี้ (21 พฤษภาคม​) การแข่งขันกีฬาเซปักตะกร้อ มหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม โดยมีการชิงชัย 2 เหรียญทองในประเภท 4 คน 

 

เริ่มจากประเภท 4 คนชาย รอบชิงชนะเลิศ ทีมชาติไทยลงสนามพบกับอินโดนีเซีย โดยไทยส่ง ภูตะวัน โสภา, กฤษณพงศ์ นนทะโคตร, โทนี่ ถิ่นบางบน และ ราชัน วิพันธ์ ลงสนาม ซึ่งผลปรากฏว่าทีมทีมตะกร้อหนุ่มไทยที่มีความเฉียบขาดมากกว่าต้อนเอาชนะไปได้ 2-0 เซ็ต สกอร์ 21-12, 21-7 คว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ

 

เซปักตะกร้อ

 

ส่วนประเภท 4 คนหญิง รอบชิงชนะเลิศ ทีมตะกร้อสาวไทยดวลกับเวียดนาม เกมนี้ไทยส่ง มัสยา ดวงศรี เป็นตัวชง และมี ศศิวิมล จันทสิทธิ์, สมฤดี ปรือปรัก เป็นตัวฟาดคู่ และ วิภาดา จิตพรวน คุมหลังโดยมี แก้วใจ พุ่มสว่างแก้ว และ เฟื่องฟ้า ประพัศรางค์ เป็นสำรอง 

 

ซึ่งแม้รูปเกมจะสูสี รวมถึงวันนี้มีแฟนกีฬาเวียดนามเข้าชมเต็มความจุของสนาม พร้อมกับเสียงเชียร์ตลอดการแข่งขัน 

 

เซปักตะกร้อ

เซปักตะกร้อ

 

แต่เป็นฝั่งสาวไทยที่แน่นอนกว่า เอาชนะไปได้ 2-0 เซ็ต สกอร์ 21-18, 22-20 คว้าแชมป์ตะกร้อ 4 คนไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่ และเป็นการกวาด 6 เหรียญทองจาก 6 ประเภทที่ส่งเข้าร่วมการแข่งขัน ยกเว้นเพียงประเภทคู่

 

โดยมี พรชัย เค้าแก้ว นักตะกร้อชายวัย 42 ปีที่ลงสนามซีเกมส์ และคว้าเพิ่มอีก 2 เหรียญทองในครั้งนี้ เพิ่มสถิติตนเองจาก 16 เหรียญทอง มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของการแข่งขัน เพิ่มเป็น 18 จากซีเกมส์ครั้งนี้ที่เวียดนาม ซึ่งตรงกับสังเวียนซีเกมส์ครั้งแรกของเขาที่ฮานอยเมื่อปี 2003 

 

เซปักตะกร้อ

 

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ครั้งนี้อาจเป็นซีเกมส์ครั้งสุดท้ายของพรชัย แต่ล่าสุดหลังจบการแข่งขัน พรชัยได้ยืนยันกับ THE STANDARD ว่าตอนนี้อยู่ในช่วงท้ายของเขาในการลงเล่นให้กับทีมชาติในซีเกมส์จริง แต่ครั้งนี้อาจจะยังไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เพราะปีหน้าซีเกมส์ที่กัมพูชา เขาอาจจะกลับมาลงแข่งขันอีกครั้งหนึ่ง 

 

แต่ก็ได้ขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้เขาตลอดมา โดยตอนนี้มีเป้าหมายคือการส่งต่อความรู้และประสบการณ์ไปสู่นักกีฬารุ่นต่อไป และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในนามทีมชาติให้ได้มากที่สุด ก่อนวางมือจากการแข่งขันซีเกมส์อย่างเป็นทางการ 

เซปักตะกร้อ

เซปักตะกร้อ

The post เซปักตะกร้อ ทีมชายและหญิงไทย ปิดท้ายซีเกมส์คว้าเหรียญทองเพิ่ม 2 เหรียญจากประเภท 4 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมตะกร้อไทยไร้เทียมทาน ทีมเดี่ยวชายและหญิง กวาดเหรียญทองซีเกมส์ 2021 https://thestandard.co/sea-games-sepak-takraw-3/ Tue, 17 May 2022 13:53:06 +0000 https://thestandard.co/?p=629944 ตะกร้อ

วันนี้ (17 พฤษภาคม) เป็นการแข่งขันตะกร้อซีเกมส์ทีมเดี่ย […]

The post ทีมตะกร้อไทยไร้เทียมทาน ทีมเดี่ยวชายและหญิง กวาดเหรียญทองซีเกมส์ 2021 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตะกร้อ

วันนี้ (17 พฤษภาคม) เป็นการแข่งขันตะกร้อซีเกมส์ทีมเดี่ยววันสุดท้ายที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม 

 

โดยเริ่มที่ผลงานของทีมตะกร้อชายทีมชาติไทย ในรอบรองชนะเลิศเอาชนะอินโดนีเซียไป 2-1 เซ็ต ทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปดวลกับมาเลเซีย คู่ปรับตลอดกาล

 

คู่นี้ไทยกับมาเลเซียสู้กันได้อย่างสนุกสูสี แต่เป็นนักตะกร้อหนุ่มไทยที่เล่นได้แน่นอนกว่า โดยเฉพาะในเซ็ตที่ 2 ที่แก้เกมส่ง สิทธิพงษ์ คำจันทร์ ลงมาเสิร์ฟ ก่อนทำคะแนนช่วยให้ไทยเอาชนะไป 2-0 เซ็ต สกอร์ 21-18, 21-13 คว้าเหรียญทองในการแข่งขันประเภททีมเดี่ยวชายได้เป็นสมัยที่ 15

 

โดยทีมตะกร้อชายทีมชาติไทยยังเหลือการชิงชัยอีก 1 รายการ ในประเภทตะกร้อ 4 คน โดยอยู่สาย A ร่วมกับ สปป.ลาว, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ แข่งขันกันระหว่างวันที่ 20-21 พฤษภาคม 2565

 

ด้านผลงานทีมตะกร้อสาวไทย ที่ประกอบด้วย อติกานต์ คงแก้ว ตัวเสิร์ฟ, มัสยา ดวงศรี ตัวชง และ สมฤดี ปรือปรัก ตัวฟาด โดยมี วิภาดา จิตพรวน และ เฟื่องฟ้า ประพัศรางค์ เป็นตัวสำรอง ก็โชว์ฟอร์มร้อนแรงไม่แพ้กันหลังลงเล่นนัดส่งท้าย ในการพบกันหมด และสามารถเอาชนะมาเลเซียไปขาดลอย 2-0 เซ็ต สกอร์ 21-12, 21-9 เก็บชัยได้เป็นนัดที่ 4 ติดต่อกัน โดยไม่เสียเซ็ตให้กับทีมใดเลยในประเภทนี้ คว้าเหรียญทองสมัยที่ 11 ไปครอง

 

สำหรับทีมตะกร้อสาวไทยยังมีโปรแกรมแข่งอีก 1 รายการ ในประเภทตะกร้อ 4 คนหญิง โดยไทยอยู่ในกลุ่ม A ร่วมกับมาเลเซียและเมียนมา เริ่มแข่งขันระหว่างวันที่ 20-21 พฤษภาคมนี้

The post ทีมตะกร้อไทยไร้เทียมทาน ทีมเดี่ยวชายและหญิง กวาดเหรียญทองซีเกมส์ 2021 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซปักตะกร้อทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองซีเกมส์ สมัยที่ 18 ประเภททีมชุดชาย https://thestandard.co/sea-games-sepak-takraw-2/ Sun, 15 May 2022 06:20:18 +0000 https://thestandard.co/?p=628944 เซปักตะกร้อ

วันนี้ (15 พฤษภาคม) เซปักตะกร้อทีมชุดชาย ลงแข่งขันเกมที […]

The post เซปักตะกร้อทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองซีเกมส์ สมัยที่ 18 ประเภททีมชุดชาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซปักตะกร้อ

วันนี้ (15 พฤษภาคม) เซปักตะกร้อทีมชุดชาย ลงแข่งขันเกมที่ 3 ในศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่ประเทศเวียดนาม 

 

โดยผลปรากฏว่า ไทยเก็บชัยชนะเหนือกัมพูชาไป 3-0 ทีม บวกกับผลงานก่อนหน้านี้ที่เอาชนะคู่ปรับมาเลเซียมาในเกมแรก 3-0 ทีม และเวียดนามในเกมที่ 2 มา 3-0 ทีม ส่งผลให้ทีมชุดชายไทย คว้าเหรียญทองซีเกมส์มาครองได้สำเร็จเป็นสมัยที่ 18 

 

นอกจากนี้ พรชัย เค้าแก้ว นักตะกร้อทีมชาติไทยวัย 40 ปี ยังเพิ่มสถิติเจ้าของเหรียญทองซีเกมส์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ขึ้นเป็นเหรียญที่ 17 ให้กับตัวเอง 

 

ส่วนเซปักตะกร้อทีมชายไทยยังเหลือลุ้นเหรียญทองในประเภททีมเดี่ยว และทีม 4 คน เช่นเดียวกับทีมชุดหญิงที่เตรียมป้องกันแชมป์เหรียญทองสมัยที่ 6 ในซีเกมส์เช่นเดียวกัน 

The post เซปักตะกร้อทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองซีเกมส์ สมัยที่ 18 ประเภททีมชุดชาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซปักตะกร้อไทย ทีมชุดชาย เก็บชัยชนะเหนือมาเลเซีย 3-0 คู่ ประเดิมศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 31 https://thestandard.co/sea-games-sepak-takraw/ Fri, 13 May 2022 08:00:42 +0000 https://thestandard.co/?p=628372 เซปักตะกร้อ

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาของวันนี้ (13 พฤษภาคม) การแข่งขัน […]

The post เซปักตะกร้อไทย ทีมชุดชาย เก็บชัยชนะเหนือมาเลเซีย 3-0 คู่ ประเดิมศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 31 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซปักตะกร้อ

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาของวันนี้ (13 พฤษภาคม) การแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่ประเทศเวียดนาม ไฮไลต์อยู่ที่การแข่งขันเซปักตะกร้อ ทีมชุดชาย แข่งแบบพบกันหมด นัดแรก ไทยแชมป์ 17 สมัย พบกับมาเลเซีย คู่ปรับสำคัญ

 

ทีม A ไทยส่ง สิทธิพงศ์ คำจันทร์ ลงเสิร์ฟ ภัทรพงศ์ ยุพดี เป็นตัวชงให้ ภูตะวัน โสภา ขึ้นฟาด ผลปรากฏว่า ไทยโชว์ฟอร์มเหนือชั้นชนะไป 2-0 เซ็ต ด้วยสกอร์ 21-4 และ 21-19 ขึ้นนำไปก่อน 1-0 คู่

 

ส่วนทีม B นำโดย พรชัย เค้าแก้ว ตำนานจอมฟาดของทีมไทย พรเทพ ถิ่นบางบน เป็นตัวเสิร์ฟ และ ยศวัจน์ อุทัยจรูญศรี เป็นตัวชง ก็สามารถเอาชนะมาเลเซียไปได้อีก 2-0 เซ็ต ด้วยสกอร์ 21-16 และ 21-11 การันตีชัยชนะให้ทีมชาติไทยแล้ว

 

ขณะที่ทีม C ซึ่งต้องลงแข่งให้จบเพื่อผลการวัดเหรียญ ไทยใช้ กฤษณพงศ์ นนทะโคตร ลงเสิร์ฟ ราชัน วิพันธุ์ ตัวชง และ จิระศักดิ์ ผักบัวเงิน ขึ้นฟาด เอาชนะมาเลเซียไปได้อีก 2-0 เซ็ต ด้วยสกอร์ 21-9 และ 21-7 คว้า 3 แต้มแรกได้สำเร็จ

 

สำหรับชัยชนะของทีมชาติไทยในแมตช์นี้ ทำให้ยืดสถิติไม่แพ้มาเลเซียในประเภททีมชุดออกไปยาวนานถึง 29 ปีติดต่อกัน หลังครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในซีเกมส์ 1991 ที่ประเทศสิงคโปร์

 

โปรแกรมต่อไปของตะกร้อทีมชุดชายไทยคือพบกับเจ้าภาพ เวียดนาม ในวันพรุ่งนี้ เวลา 09.00 น. และปิดท้ายด้วยการพบกับกัมพูชา วันที่ 15 พฤษภาคมนี้ เวลา 09.00 น. เพื่อลุ้นคว้าเหรียญทองสมัยที่ 8 ติดต่อกัน

The post เซปักตะกร้อไทย ทีมชุดชาย เก็บชัยชนะเหนือมาเลเซีย 3-0 คู่ ประเดิมศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 31 appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวมไฮไลต์ที่น่าติดตามในศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ก่อนพิธีเปิดการแข่งขันในวันนี้ https://thestandard.co/sea-games-highlight-opening-ceremony/ Thu, 12 May 2022 05:45:18 +0000 https://thestandard.co/?p=627736 SEA Games

วันนี้ (12 พฤษภาคม) จะมีพิธีเปิดการแข่งขันซีเกมส์ ครั้ง […]

The post รวมไฮไลต์ที่น่าติดตามในศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ก่อนพิธีเปิดการแข่งขันในวันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
SEA Games

วันนี้ (12 พฤษภาคม) จะมีพิธีเปิดการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่ประเทศเวียดนามเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ 

 

นอกเหนือจากเป้าหมายการเป็นเจ้าเหรียญทองในศึกซีเกมส์ของทัพนักกีฬาไทยแล้ว ยังมีเรื่องราวที่เป็นไฮไลต์ที่น่าสนใจต่างๆ มากมาย ซึ่ง THE STANDARD ได้รวบรวมมาให้ทุกท่านได้ติดตาม ก่อนพิธีเปิดจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในวันนี้ 

 

สำหรับพิธีเปิดการแข่งขันมีขึ้นในวันนี้ แฟนกีฬาชาวไทยสามารถติดตามรบชมการถ่ายทอดสดได้ทาง T Sports 7, ช่อง 5 HD และ NBT2HD  ตั้งแต่เวลา 20.00-21.30 น.

 

โดยทัพนักกีฬาไทยจะมีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ร่วมเดินขบวนพาเหรดเข้าสู่สนามจำนวน 31 คน ตามที่เจ้าภาพกำหนดไว้ให้กับทุกชาติ เพื่อให้ตรงกับครั้งที่ 31 ของกีฬาซีเกมส์ 

 

โดย ฟร้อง-สุวิจักขณ์ ขุนทอง นักกีฬายูยิตสู รุ่น 62 กิโลกรัมชาย วัย 20 ปี จะรับหน้าที่ถือธงชาติไตรรงค์นำขบวนนักกีฬาไทยเดินเข้าสู่สนาม พร้อมด้วย ธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้านักกีฬา

 

SEA Games

 

บัวขาวนำทัพคิกบ็อกซิ่ง ลงล่าเหรียญทองซีเกมส์ 

คิกบ็อกซิ่งทีมชาติไทยที่นำทีมโดย บัวขาว หรือ สมบัติ บัญชาเมฆ นักมวยไทยชื่อดังที่เดินทางมาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมชาติไทย นับเป็นหนึ่งในสมาคมกีฬาไทยที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ก่อนพิธีเปิดการแข่งขันในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ 

 

ด้วยการที่ส่งนักกีฬาไทยไปลงแข่งขันทั้งหมด 12 รุ่น และสามารถผ่านเข้าไปชิงเหรียญทองได้ทั้งหมด 6 รุ่น โดยจะลงแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ ขณะที่อีก 6 รุ่นได้เหรียญทองแดงไปแล้วในซีเกมส์ครั้งนี้ 

 

ซึ่งบัวขาวก็ได้ช่วยเป็นทั้งผู้ฝึกสอน ผู้จัดการในการนำคิกบ็อกซิ่งไทยสร้างประวัติศาสตร์ในซีเกมส์ครั้งนี้ 

 

โดยมีเป้าหมายสำคัญเหนือความสำเร็จในซีเกมส์ครั้งนี้คือ การร่วมผลักดันกีฬามวยไทยเข้าสู่มหกรรมกีฬาระดับโอลิมปิกเกมส์ในอนาคตผ่าน WAKO (World Association of Kickboxing Organizations) สมาคมคิกบ็อกซิ่งโลก ที่ได้รับการรับรองโดยคณะกรรมการโอลิมปิกสากลแล้วเป็นที่เรียบร้อย

 

SEA Games

 

วอลเลย์บอลหญิงไทยซีเกมส์ครั้งแรกที่ไม่มี 7 เซียน 

ซีเกมส์ครั้งที่ 31 จะเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยจะลงสนามโดยไม่มี 7 เซียน ที่เป็นเสาหลักของความสำเร็จในเวทีระดับสากลมาเป็นเวลานาน 

 

แต่แม้ว่าผู้เล่น 7 เซียนจะอำลาทีมชาติไทยแล้ว แต่ก็ยังมีนักวอลเลย์บอลไทยอาชีพจากต่างประเทศ ทั้งตุรกี ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย กลับมาร่วมทัพ พร้อมเป้าหมายป้องกันแชมป์ซีเกมส์อีกหนึ่งสมัยให้กับวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย 

 

โดยชุดนี้จะประกอบไปด้วยนักตบตัวหลักอย่าง ทัดดาว นึกแจ้ง, ปิยะนุช แป้นน้อย, อัจฉราพร คงยศ, ชัชชุอร โมกศรี, พิมพิชยา ก๊กรัมย์, พรพรรณ เกิดปราชญ์, หัตถยา บำรุงสุข

 

สำหรับโปรแกรมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยประกอบไปด้วย 

 

วันที่ 15 พฤษภาคม 

ไทยพบฟิลิปปินส์ ที่สนามกว๋างนิญ ลงแข่งขันเวลา 12.00 น.

 

วันที่ 16 พฤษภาคม 

ไทยพบอินโดนีเซีย ที่สนามกว๋างนิญ ลงแข่งขันเวลา 17.00 น.

 

วันที่ 17 พฤษภาคม 

เวียดนามพบไทย ที่สนามกว๋างนิญ ลงแข่งขันเวลา 17.00 น.

 

วันที่ 18 พฤษภาคม 

มาเลเซียพบไทยที่สนามกว๋างนิญ ลงแข่งขันเวลา 12.00 น.

 

สำหรับกีฬาวอลเลย์บอลในร่มกีฬาซีเกมส์ ทีมลูกยางสาวไทยคว้าเหรียญทองได้ถึง 14 สมัย โดยเริ่มจากได้เหรียญทองในซีเกมส์ ครั้งที่ 15 ที่ประเทศมาเลเซีย ปี 1989 และป้องกันแชมป์ได้สำเร็จในซีเกมส์ ครั้งที่ 16 ปี 1991 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ก่อนจะว่างเว้นไป 1 สมัย (ซีเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่สิงคโปร์ ปี 1993 ทีมไทยได้เหรียญเงิน) จากนั้นทีมวอลเลย์บอลในร่มหญิงไทยก็คว้าเหรียญทองซีเกมส์ 12 สมัยติดต่อกัน ในซีเกมส์ครั้งที่ 18-30 (กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่บรูไน ปี 1999 ไม่มีบรรจุกีฬาวอลเลย์บอลแข่งขัน)

 

SEA Games

 

ซีเกมส์สมัยแรกของ มาโน โพลกิง ในฐานะเฮดโค้ชทีมชาติไทย 

มาโน โพลกิง เฮดโค้ชทีมชาติไทยที่เพิ่งคว้าแชมป์รายการแรกในฐานะเฮดโค้ชในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ กับทีมชาติไทย มาพบเจอกับความท้าทายในระดับเอเชียอีกครั้ง เมื่อเขาเข้ามารับหน้าที่คุมทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่มีเวลาเตรียมทีมอย่างจำกัด มาลงแข่งขันในศึกซีเกมส์ที่เวียดนามครั้งนี้ 

 

ซึ่งเกมแรกแม้ว่าไทยจะออกสตาร์ทได้ดีกว่า ขึ้นนำมาเลเซียไปก่อน 1-0 แต่สุดท้ายเมื่อ โจนาธาน เข็มดี โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม มาเลเซียก็เดินเครื่องบุกใส่ไทยจนเอาชนะไทยไปได้ 2-1 ส่งผลให้ไทยตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากหลังเกมแรก 

 

แต่มาโนก็แก้ตัวได้สำเร็จในเกมที่ 2 ด้วยการเอาชนะสิงคโปร์ไป 5-0 ก้าวขึ้นนำเป็นจ่าฝูงกลุ่ม B โดยมีผลต่างประตูได้เสีย +4 

 

สำหรับเกมที่ 3 ไทยจะลงสนามพบกับกัมพูชาภายใต้การคุมทีมของ เคสุเกะ ฮอนดะ อดีตนักฟุตบอลทีมชาติญี่ปุ่น ที่โชว์ฟอร์มร้อนแรงด้วยการเอาชนะ สปป.ลาวไปถึง 4-1 

 

ซีเกมส์สมัยแรกของมาโนจึงเต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึก เหมือนกับการนั่งโรลเลอร์โคสเตอร์ตั้งแต่เริ่มต้นไปกับแฟนบอลชาวไทย ซึ่งพร้อมเชียร์และส่งกำลังใจให้ทัพช้างศึกของไทยก้าวไปถึงเหรียญทองซีเกมส์ในครั้งนี้ให้ได้อีกครั้ง 

 

SEA Games

 

ซีเกมส์ครั้งสุดท้ายของ พรชัย เค้าแก้ว เจ้าของสถิติผู้คว้าเหรียญทองซีเกมส์มากที่สุด 

พรชัย เค้าแก้ว คือผู้ถือสถิติเจ้าของเหรียญทองซีเกมส์มากที่สุดที่ 16 เหรียญทอง จากการลงเล่นทั้งหมด 9 สมัยที่ผ่านมา และในซีเกมส์ครั้งที่ 10 ที่ประเทศเวียดนาม พรชัยได้เปิดเผยแล้วว่าเขาจะลงแข่งขันซีเกมส์เป็นครั้งสุดท้ายในครั้งนี้ 

 

แต่ในครั้งนี้พรชัยยังไม่มั่นใจว่าจะได้ลงแข่งขันทั้ง 3 อีเวนต์หรือไม่ แต่จะขอทำผลงานให้ดีที่สุดในทุกครั้งที่ลงแข่งขัน ซึ่งพรชัยก็ยอมรับว่าอยากที่จะคว้าให้ได้ 3 เหรียญทองในครั้งนี้ เพื่อทำสถิติคว้าเหรียญทองซีเกมส์ให้ได้ 19 เหรียญทอง ก่อนวางมือจากการแข่งขันระดับซีเกมส์กับทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ 

 

สำหรับโปรแกรมของตะกร้อชายทีมชาติไทย 

 

เริ่มต้นด้วยประเภททีมชุดชาย 

 

วันที่ 13 พฤษภาคม เวลา 09.00 น.

ทีมชาติไทยพบทีมชาติมาเลเซีย

 

วันที่ 14 พฤษภาคม เวลา 09.00 น.

ทีมชาติไทยพบทีมชาติเวียดนาม

 

วันที่ 15 พฤษภาคม เวลา 09.00 น.

ทีมชาติไทยพบทีมชาติกัมพูชา

 

ต่อด้วยประเภททีมเดี่ยวชาย

 

วันที่ 16 พฤษภาคม เวลา 10.00 น.

ทีมชาติไทยพบทีมชาติมาเลเซีย

 

วันที่ 16 พฤษภาคม เวลา 13.00 น.

ทีมชาติไทยพบทีมชาติเวียดนาม

 

รอบรองชนะเลิศ วันที่ 17 พฤษภาคม เวลา 11.00 น.

รอบชิงชนะเลิศ วันที่ 17 พฤษภาคม เวลา 15.00 น.

 

ประเภทตะกร้อ 4 คนชาย

 

วันที่ 20 พฤษภาคม เวลา 09.00 น.

ทีมชาติไทยพบทีมชาติฟิลิปปินส์

 

วันที่ 20 พฤษภาคม เวลา 13.00 น.

ทีมชาติสปป.ลาว พบทีมชาติไทย

 

รอบรองชนะเลิศ วันที่ 21 พฤษภาคม เวลา 11.00 น.

รอบชิงชนะเลิศ วันที่ 21 พฤษภาคม เวลา 15.00 น.

 

อ้างอิง: 

The post รวมไฮไลต์ที่น่าติดตามในศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ก่อนพิธีเปิดการแข่งขันในวันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>