กีตาร์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/กีตาร์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 01 Sep 2024 02:29:04 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ส่องความฮอตของสะสมวัฒนธรรมป๊อปย้อนยุค สะท้อนอารมณ์โหยหาอดีตของคนยุคใหม่ https://thestandard.co/retro-pop-culture-collectibles/ Sun, 01 Sep 2024 02:29:04 +0000 https://thestandard.co/?p=978150

เมื่อเร็วๆ นี้บริษัทการประมูลยักษ์ใหญ่อย่าง Sotheby’s เ […]

The post ส่องความฮอตของสะสมวัฒนธรรมป๊อปย้อนยุค สะท้อนอารมณ์โหยหาอดีตของคนยุคใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อเร็วๆ นี้บริษัทการประมูลยักษ์ใหญ่อย่าง Sotheby’s เพิ่งจัดการประมูลของที่ระลึกจากวัฒนธรรมป๊อปเป็นครั้งแรก โดยเปิดประมูลออนไลน์ไปเมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมานี้เอง ก่อนหน้านี้ Sotheby’s ก็เคยชิมลางวัฒนธรรมป๊อปเฉพาะกลุ่มมาแล้ว กับงานประมูลของของที่ระลึกจาก Star Wars ในปี 2019 และประมูลของที่ระลึกจากวัฒนธรรมฮิปฮอปจากนักร้องชื่อดังอย่าง Notorious B.I.G., Salt-N-Pepa, Questlove ฯลฯ

 

ส่วนล่าสุดก็เปิดประมูลของใช้ส่วนตัวของ Freddie Mercury นักร้องนำวง Queen ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง สะท้อนความต้องการของนักสะสมสมัยใหม่ โดยเฉพาะเหล่า Millennials และ Gen Z กับอารมณ์โหยหาอดีต

 

สถิติจาก Bank of America คนรุ่น Millennials และ Gen Z ที่มีรายได้สูง คือช่วงวัยที่ชื่นชอบการสะสมมากที่สุด โดยกลุ่มตัวอย่างมากถึง 94% ชอบสะสมสิ่งของต่างๆ เช่น นาฬิกา เครื่องประดับ และไวน์ ขณะที่คน Gen X มีเพียง 80% และ Baby Boomers ที่ 57% ถือว่าเป็นกลุ่มตลาดใหญ่และอนาคตของวงการนักสะสม เมื่อผนวกเข้ากับอารมณ์โหยหาอดีตซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาจากยุคโควิด-19 ของที่ระลึกจากยุคที่คนกลุ่มนี้เติบโตมาก็กลายเป็นของล้ำค่าน่าสะสม

 

ตลาดของสะสมในยุค 90 เติบโตในช่วงที่มีการระบาดครั้งใหญ่เนื่องจากต้องกักตัวจนคนในรุ่นนี้เริ่มหวนคิดถึงอดีต จนกระทั่งสถานการณ์คลี่คลายโลกก็เต็มไปด้วยข่าวร้ายทั้งค่าครองชีพที่สูงขึ้น สงครามในยูเครนและปาเลสไตน์ และวิถีชีวิตใหม่ของคนในรุ่นที่รู้จักโลกดิจิทัลตั้งแต่แรกเกิด ทำให้โหยหาชีวิตที่เรียบง่ายกว่า

 

ความโหยหาอดีตสะท้อนออกมาทั้งทางด้านแฟชั่นยุค 90-2000 ที่กลับมาฮิตใหม่ รวมทั้งเทรนด์การฟังเพลงย้อนยุคของคนรุ่น Millennials และ Gen Z แม้คนในรุ่นนี้จะไม่ได้โตมาในยุคนั้นหรือไม่ได้สัมผัสมันจริงๆ แต่การฟังและรักยุคอดีตสัมพันธ์กับการแสวงหาความสะดวกสบาย การหลีกหนีจากความวุ่นวาย และช่วงเวลาที่ชีวิตเครียดน้อยลงกว่าปัจจุบัน อีกทั้งคนในรุ่นนี้อยู่ในยุคที่กระแสโซเชียลมีเดียเปลี่ยนแปลงเร็วมาก จนหาจุดยืนทางวัฒนธรรมสมัยใหม่ที่เป็นหนึ่งเดียวกันได้ยากขึ้น จึงต้องหันไปสู่ยุคก่อนหน้านั้น

 

จึงไม่น่าแปลกใจที่โปสเตอร์ Spice Girls อาจขายได้มากกว่า 200 ดอลลาร์, ไปรษณียบัตรพร้อมลายเซ็นของ Britney Spears จะมีราคามากกว่า 350 ดอลลาร์ใน eBay หรือแม้กระทั่งบริษัทประมูลยักษ์ใหญ่ก็ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมป๊อปย้อนยุค

 

สำหรับการประมูลของ Sotheby’s ในครั้งนี้ จะมีสินค้าเด่นๆ อย่างเช่นกีตาร์ของ Prince นักร้องชื่อดังจากยุค 80 ในช่วงปี 2010 ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายในชีวิตของเขา, แกรนด์เปียโน Steinway ของ Abbey Road Studios ที่ใช้เทียบเสียงนักร้องดังระดับโลกมาแล้วไม่ว่าจะเป็น Pink Floyd, Lady Gaga และ Amy Winehouse, ชุด Gladiator จากภาพยนตร์ Gladiator II ที่กำลังจะเข้าฉาย และชิ้นไฮไลต์อย่างกีตาร์ Epiphone Les Paul ที่ใช้ในอัลบั้ม Definitely Maybe ซึ่งครบรอบ 30 ปีในปีนี้ พร้อมกับการประกาศคอนเสิร์ตรียูเนียนของวง Oasis ด้วย 

 

กีตาร์ไฟฟ้า Epiphone Les Paul ของ Noel Gallagher แห่งวง Oasis ราคาประมาณ 2.7-3.6 ล้านบาท

 

 

กีตาร์ของ Noel Gallagher นักร้องและมือกีตาร์แห่งวง Oasis บริตป๊อปสัญชาติอังกฤษ ซึ่งเขาใช้กีตาร์ตัวนี้ในการบันทึกเสียงอัลบั้มเปิดตัว Definitely Maybe ในปี 1994 ที่มียอดขายเร็วที่สุดในอังกฤษ และขายไปมากกว่า 8 ล้านชุดทั่วโลก นอกจากนี้ยังใช้ในมิวสิกวิดีโอและหน้าปกของซิงเกิล Supersonic ที่ต่อมาอยู่บนชาร์ตเพลงของอังกฤษถึง 60 สัปดาห์ติดต่อกัน อีกทั้งยังเป็นซิงเกิลแรกของ Oasis ที่ติดชาร์ตในสหรัฐอเมริกาอีกด้วย โดยนำออกประมูลในวาระที่อัลบั้ม Definitely Maybe ครบรอบ 30 ปีในปีนี้พอดี

 

กีตาร์ไฟฟ้า Vox HDC-77 ของ Prince ราคาประมาณ 9-13 ล้านบาท

 

 

กีตาร์ไฟฟ้าของ Prince นักร้องชื่อดังจากยุค 80 ยาวมาถึงยุค 2000 โดยได้รับการยกย่องว่าเป็นนักดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกคนหนึ่ง ทั้งในฐานะนักร้องที่ช่วงเสียงกว้าง และทักษะด้านดนตรีผสมผสานทั้ง Funk, R&B, Rock, Pop, Jazz, Blue และ Hip-Hop รวมทั้งสามารถเล่นเครื่องดนตรีได้หลายชนิด ต่อมาในช่วงปลายปี 2013 Prince อยู่เบื้องหลังการฟอร์มวงผู้หญิงล้วนในชื่อ 3RDEYEGIRL และออกทัวร์คอนเสิร์ตทั่วสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และแคนาดา ระหว่างปี 2014-2015 โดยมีกีตาร์ Vox HDC-77 ตัวนี้เป็นกีตาร์คู่ใจในการทัวร์ครั้งนั้น สำหรับกีตาร์รุ่นนี้เลิกผลิตไปแล้วตั้งแต่ปี 2010 ส่วน Prince เสียชีวิตในบ้านพักเพราะใช้ยาเกินขนาดในปี 2016 นี่จึงเป็นของที่ระลึกจากช่วงสุดท้ายของชีวิตศิลปินที่ยิ่งใหญ่

 

แกรนด์เปียโน Steinway & Sons จาก Abbey Road Studios ราคาประมาณ 6.7-9 ล้านบาท

 

 

ความพิเศษของแกรนด์เปียโนตัวนี้คือมันเคยตั้งอยู่ใน Abbey Road Studios สตูดิโอบันทึกเสียงชื่อดังระดับโลกแห่งเกาะอังกฤษระหว่างปี 1973-2016 กลายเป็นจุดกำเนิดเพลงฮิตระดับตำนานหลายต่อหลายเพลง นั่นหมายความว่ามันเคยใช้เทียบเสียงให้กับ Pink Floyd, Paul McCartney, Radiohead, Adele, Amy Winehouse, Lady Gaga ฯลฯ

 

รองเท้าบัลเลต์สีแดงจากภาพยนตร์เรื่อง The Red Shoes ราคาประมาณ 6.75-9 แสนบาท

 

 

รองเท้าบัลเลต์จากผ้าซาตินสีแดงพร้อมริบบิ้นคู่นี้ ทำให้กับ Moira Shearer เพื่อรับบท Victoria Page ในภาพยนตร์เรื่อง The Red Shoes ในปี 1948 ซึ่งสร้างขึ้นในยุคทองของฮอลลีวูดช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยสไตล์สุดล้ำในยุคนั้น The Red Shoes จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินและผู้กำกับหลายคน ทั้ง Martin Scorsese และ Wes Anderson

 

ชิ้นส่วนประวัติศาสตร์จากการเรียกร้องสันติภาพของ John Lennon ราคาประมาณ 3.1-4 ล้านบาท

 

 

การนอนประท้วงบนเตียง ‘Bed-in for Peace’ ของ John Lennon และ Yoko Ono ในปี 1969 ที่อัมสเตอร์ดัม คือภาพจำที่สะท้อนถึงความเชื่อมโยงระหว่างศิลปะ ดนตรี และสังคม ซึ่งยังคงคลาสสิกถึงปัจจุบัน ในการประมูลครั้งนี้จะมีการนำคอลเล็กชันจดหมายที่เขียนด้วยลายมือ แบบสอบถาม และเอกสารการประท้วงพร้อมลายเซ็นของ John Lennon มาประมูล นอกจากนี้ ยังมีภาพวาดที่เขาลงมือวาดเองบน Stationary ของโรงแรมด้วย

 

ภาพประกอบ: พุทธิพงศ์ โรจน์ศตพงค์

อ้างอิง: 

The post ส่องความฮอตของสะสมวัฒนธรรมป๊อปย้อนยุค สะท้อนอารมณ์โหยหาอดีตของคนยุคใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Jeff Beck สุดยอดมือกีตาร์ระดับตำนานจากอังกฤษ เสียชีวิตในวัย 78 ปี https://thestandard.co/jeff-beck-dies-at-78/ Thu, 12 Jan 2023 04:08:50 +0000 https://thestandard.co/?p=736091

กำลังสร้างความเสียใจให้คอเพลงทั่วโลกหลังหนึ่งในสุดยอดมื […]

The post Jeff Beck สุดยอดมือกีตาร์ระดับตำนานจากอังกฤษ เสียชีวิตในวัย 78 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

กำลังสร้างความเสียใจให้คอเพลงทั่วโลกหลังหนึ่งในสุดยอดมือกีตาร์ชาวอังกฤษ Jeff Beck ได้เสียชีวิตแบบกะทันหันจากเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Meningitis) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (10 มกราคม)

 

“ในฐานะตัวแทนของครอบครัว Jeff Beck เราเสียใจอย่างสุดซึ้งที่จะต้องแชร์ข่าวการจากไปของเขา โดยหลังจาก Jeff Beck ได้เป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียอย่างกะทันหัน เขาก็ได้จากเราไปอย่างสงบเมื่อวานนี้ ครอบครัวของเขาขอความเป็นส่วนตัวช่วงเวลานี้” ตัวแทนของ Jeff Beck ได้แถลง

 

Jeff Beck หรือชื่อจริง Geoffrey Arnold Beck เกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 1944 ที่ย่านเวลลิงตัน ทางตอนใต้ของลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งเขาก็เริ่มสนใจการเล่นกีตาร์ตั้งแต่อายุ 6 ขวบหลังได้ยินการเล่นกีตาร์ไฟฟ้าของ Les Paul ที่กลายเป็นฮีโร่ของเขามาตลอด

 

ในช่วงต้นยุค 60 ทาง Jeff Beck ได้ไปศึกษาที่ Wimbledon College of Art และหลังจากนั้นเริ่มเล่นกีตาร์ในวงดนตรีท้องถิ่นต่างๆ ก่อนที่จะแจ้งเกิดจากการเป็นหนึ่งในสมาชิกของวง The Yardbirds เมื่อปี 1965 ที่เขามาเป็นมือกีตาร์แทน Eric Clapton เพื่อนของเขา ซึ่งถึงแม้ Jeff Beck จะอยู่ในวงเพียง 20 เดือน แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ Yardbirds ปล่อยผลงานที่คนรู้จักมากสุด

 

ปี 1968 ทาง Jeff Beck ได้ปล่อยผลงานอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกในชื่อ Truth ก่อนที่ในปี 1969 จะปล่อยอัลบั้มชุดต่อมา Beck-Ola ในนามวงที่เขาฟอร์มเอง The Jeff Beck Group ซึ่งมี Rod Stewart มาเป็นนักร้องนำให้ Ronnie Wood ที่ทุกวันนี้อยู่ในวง The Rolling Stones มาเป็นมือกีตาร์ และ Aynsley Dunbar มาเป็นมือกลอง

 

หลังจากนั้นทาง Jeff Beck ก็ได้ปล่อยผลงานออกมาอีกมากมาย และในปี 1992 ก็ได้เข้าหอเกียรติยศร็อกแอนด์โรลในฐานะการเป็นหนึ่งในสมาชิกวง The Yardbirds และในปี 2009 ก็ได้เข้าอีกรอบในฐานะศิลปินเดี่ยว บวกกับทางนิตยสาร Rolling Stone ก็ได้จัดให้เขาเป็นอันดับ 5 ของมือกีตาร์ที่เก่งสุดตลอดกาล

 

ทาง THE STANDARD POP ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัว Jeff Beck และแฟนเพลงทั่วโลกที่เชื่อว่าจะฟังและจดจำผลงานเขาตลอดไป

 

ภาพ: Michael Putland/Getty Images 

The post Jeff Beck สุดยอดมือกีตาร์ระดับตำนานจากอังกฤษ เสียชีวิตในวัย 78 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Taylor Swift นำกีตาร์ไปประมูลเพื่อหาเงินช่วยเหลือทหารและบุคลากรด่านหน้าที่เจอผลกระทบจากสงคราม https://thestandard.co/taylor-swift-guitar-auction-2022/ Thu, 08 Dec 2022 03:28:34 +0000 https://thestandard.co/?p=721226

กีตาร์อะคูสติกพร้อมลายเซ็นของ Taylor Swift (เทย์เลอร์ ส […]

The post Taylor Swift นำกีตาร์ไปประมูลเพื่อหาเงินช่วยเหลือทหารและบุคลากรด่านหน้าที่เจอผลกระทบจากสงคราม appeared first on THE STANDARD.

]]>

กีตาร์อะคูสติกพร้อมลายเซ็นของ Taylor Swift (เทย์เลอร์ สวิฟต์) กำลังได้รับการประมูลในขณะนี้ และจะสิ้นสุดในวันที่ 12 ธันวาคม ซึ่งกีตาร์ของเธอเป็นส่วนหนึ่งในการประมูล 12 Drummers Drumming ประจำปีครั้งที่ 2 ขององค์กร Raven Drum Foundation เพื่อเรี่ยไรเงินช่วยเหลือทหารผ่านศึก รวมไปถึงเหล่าบุคลากรด่านหน้าผู้ได้รับผลกระทบจากสงครามจนต้องประสบภาวะ PTSD หรือโรคจิตเภทที่เกิดจากเหตุการณ์รุนแรง และผู้ที่กำลังมีความคิดฆ่าตัวตาย 

 

Taylor Swift เป็นผู้ที่มอบกีตาร์อะคูสติกพร้อมลายเซ็นให้กับองค์กรด้วยตัวเอง ซึ่งนอกจากกีตาร์แล้ว ยังมีภาพจากเซ็ตอัลบั้มชุดใหม่ของเธออย่าง Midnights แถมมาให้อีกด้วย โดยขณะนี้กำลังมีผู้เข้าประมูลทั้งหมด 7 คน และราคาก็ไต่ขึ้นไปถึง 4,500 ดอลลาร์ หรือราว 1.5 แสนบาทแล้ว

 

สำหรับไอเท็มอื่นๆ ที่กำลังได้รับการประมูลขณะนี้ ก็มีทั้งไม้กลองของมือกลองในตำนานอย่าง Alvin Taylor ซึ่งเขาเคยใช้ไม้ดังกล่าวอัดเสียงให้กับอัลบั้ม 33 & 1/3 ของ George Harrison หนึ่งในสมาชิกวง The Beatles ผู้ล่วงลับ รวมไปถึงตุ๊กตา Hysteria Funko Pop! รุ่นลิมิเตดเอดิชันพร้อมลายเซ็นของวงฮาร์ดร็อก Def Leppard 

 

Raven Drum Foundation ก่อตั้งโดยหนึ่งในสมาชิกวง Def Leppard อย่าง Rick Allen และภรรยาของเขา โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริม, มอบการศึกษา และผลักดันเหล่าทหารผ่านศึกกับบุคลากรด่านหน้าผู้รอดชีวิตที่เต็มไปด้วยบาดแผลทางจิตใจ และจะโฟกัสไปที่การป้องกันการฆ่าตัวตาย รวมไปถึงการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้แก่พวกเขา

 

ภาพ: Terry Wyatt/Getty Images 

อ้างอิง:

The post Taylor Swift นำกีตาร์ไปประมูลเพื่อหาเงินช่วยเหลือทหารและบุคลากรด่านหน้าที่เจอผลกระทบจากสงคราม appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 กีตาร์ราคาแรง ของสะสมไม่ธรรมดาของคนรักดนตรี https://thestandard.co/5-expensive-guitars-collectibles/ Sat, 11 Dec 2021 12:06:07 +0000 https://thestandard.co/?p=570185 guitars collectibles

เพราะดนตรีเชื่อมโยงผู้คนไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะต่างชนชั้น ภ […]

The post 5 กีตาร์ราคาแรง ของสะสมไม่ธรรมดาของคนรักดนตรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
guitars collectibles

เพราะดนตรีเชื่อมโยงผู้คนไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะต่างชนชั้น ภูมิหลัง ต่างชาติ ต่างภาษา แต่ก็ยังสื่อสารกันได้ผ่านดนตรี ทำให้อุตสาหกรรมดนตรีทำรายได้มากมายมหาศาลต่อปี แค่เฉพาะในปี 2020 อุตสาหกรรมดนตรีเติบโตขึ้นถึง 7.4% ทำรายได้สูงถึง 6.72 ล้านบาท อีกทั้งดนตรียังเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไปพร้อมๆ กับปลูกต้นรักในใจแฟนเพลงที่ไม่อาจประเมินค่าได้ ทำให้ของที่ระลึกจากดนตรีกลายเป็นของสะสมที่มีมูลค่าสูง โดยเฉพาะดนตรีแนวป๊อปและร็อกที่แทรกซึมอยู่ในแทบทุกจังหวะชีวิตของผู้คน 

 

ของที่ระลึกจากดนตรีป๊อปและร็อกมีหมวดหมู่ที่กว้างขวางมาก เป็นไปได้ตั้งแต่อัลบั้มวินเทจ โปสเตอร์คอนเสิร์ต เสื้อยืดวงดนตรี รูปถ่ายพร้อมลายเซ็น เครื่องดนตรี เสื้อผ้าหรือเครื่องประดับ ฯลฯ ส่วนมูลค่าก็ขึ้นอยู่กับสภาพ เช่น ลายเซ็นก็ควรไม่ซีดจางถ้าอยู่บนวัสดุที่เป็นกระดาษ เช่น ใบปลิวหรือโปสเตอร์ ก็จะมีค่าต่อเมื่ออยู่สภาพเหมือนใหม่ ส่วนเสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือเครื่องดนตรีก็เช่นกัน ควรอยู่ในสภาพเกือบสมบูรณ์ เว้นแต่เกิดชำรุดเสียหายจากการใช้งานของนักร้องหรือนักดนตรีในคอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์ อย่างการพังกีตาร์บนเวทีก็อาจทำให้ราคาสูงขึ้นได้ อย่างไรก็ดี ของสะสมในแวดวงดนตรีก็ขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทานในช่วงเวลานั้นๆ รวมถึงความล้ำค่าหายากก็มีส่วนอย่างมากกับราคา เพราะแม้ว่าจะเป็นอัลบั้มวินเทจต้นฉบับ แต่ทำออกมาหลายๆ ก๊อบปี้ก็จะมีราคาไม่สูง นอกจากนี้นักสะสมอาจจะต้องรอเวลา เพราะของที่ดูไร้ค่าในวันนี้อาจจะมีราคาสูงมากๆ ในอนาคต ที่สำคัญคือข้าวของชิ้นนั้นต้องเชื่อมโยงไปถึงตัวนักร้องหรือวงดนตรีจริงๆ เพราะต้องยอมรับว่าในปัจจุบันมีของปลอมอยู่เกลื่อนโลกอินเทอร์เน็ต

 

และถ้ามองให้แคบลงไปในหมวดเครื่องดนตรี ของที่น่าสะสมก็คงไม่พ้นกีตาร์ เพราะใช้ในดนตรีแทบทุกแขนง และมักเป็นองค์ประกอบในภาพจำต่างๆ ของโมเมนต์ทางดนตรีระดับโลก ทำให้กีตาร์ที่มีประวัติน่าสนใจและเคยเป็นของศิลปินระดับตำนานมีราคาสูงอย่างน่าเหลือเชื่อ ซึ่งนักสะสมก็มีอยู่ในแทบทุกวงการ ไล่มาตั้งแต่นักดนตรีรุ่นใหม่ นักธุรกิจผู้อยู่เบื้องหลังองค์กรระดับโลก หรือแม้กระทั่งเจ้าชาย นี่เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าดนตรีแทรกซึมและเชื่อมโยงผู้คนเอาไว้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ชนชั้นไหนก็ตาม 

 

Jimi Hendrix’s 1968 Fender Stratocaster ราคาประมาณ 67.6 ล้านบาท

 

guitars collectibles

 

เรียกว่ากลายเป็นสัญลักษณ์ของมือกีตาร์ระดับตำนานอย่าง Jimi Hendrix เพราะเป็นกีตาร์ที่เขาใช้แสดงในคอนเสิร์ต Woodstock ปี 1969 โดยได้รับการประมูลไปโดย Paul Allen หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Microsoft ซึ่งก็เป็นนักเล่นกีตาร์และนักสะสมกีตาร์เหมือนกัน เหตุผลที่เขาตัดสินใจประมูลไปด้วยราคาสูงขนาดนี้ เพราะ Jimi Hendrix เป็นแรงบันดาลใจให้เขาหลงรักการเล่นกีตาร์ ที่สำคัญเขายังใจสปอร์ต มอบกีตาร์ในตำนานให้กับ Museum of Pop Culture เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นหลังอีกต่างหาก 

 

John Lennon’s 1962 Gibson J-160E ราคาประมาณ 81.3 ล้านบาท

 

guitars collectibles

 

ในปี 1962 ผู้จัดการวง The Beatles ได้ซื้อกีตาร์โปร่ง Gibson J-160E ที่เกือบจะเหมือนกัน 2 ตัว ให้กับสองสมาชิกของวง คือ John Lennon และ George Harrison ในราคาราวๆ 7,200 บาท (เทียบกับเงินปัจจุบันประมาณ​ 161,000 บาท) ต่อมากีตาร์ตัวนี้อยู่เบื้องหลังเพลงฮิตอย่าง She Loves You, I Saw Her Standing There และ I Want To Hold Your Hand หลังจากนั้นกีตาร์ของ John Lennon ก็หายไป และถูกค้นพบอีกครั้งในปี 2014 ซึ่งเจ้าของในขณะนั้นซื้อมาในราคาเพียง 7,800 บาทในปี 1969 ต่อมาในปี 2015 กีตาร์ตัวนี้ถูกนำออกมาประมูลโดยมีมูลค่าถึง 81.3 ล้านบาท โดยรายได้ครึ่งหนึ่งมอบให้กับมูลนิธิที่ John Lennon และ Yoko Ono ก่อตั้งขึ้นก่อนที่เขาจะเสียชีวิต 

 

Reach Out to Asia Stratocaster ราคาประมาณ 91.5 ล้านบาท 

 

guitars collectibles

 

กีตาร์ที่เคยครองสถิติราคาแพงที่สุดในโลกนานกว่า 10 ปีตัวนี้มีประวัติความเป็นมาแตกต่างจากกีตาร์ตัวอื่น เพราะไม่เคยเป็นของศิลปินชื่อดังคนใด แต่รวบรวมลายเซ็นของมือกีตาร์ระดับโลกไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น David Gilmour, Mick Jagger, Keith Richards, Eric Clapton, Jimmy Page, Pete Townshend, Jeff Beck ฯลฯ กีตาร์ตัวนี้ถูกนำมาประมูลเพื่อหารายได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อปี 2004 ซึ่งผู้ที่ประมูลไปก็คือ Sheikha Al-Mayassa สมาชิกในราชวงศ์ของกาตาร์ ในราคา 91.5 ล้านบาท ทำลายสถิติกีตาร์ที่แพงที่สุดในโลกของ Eric Clapton ที่มีราคา 33.8 ล้านบาท

 

David Gilmour’s Black Strat ราคาประมาณ 134.8 ล้านบาท

 

guitars collectibles

 

นี่คือกีตาร์ของ David Gilmour สมาชิกของวงร็อกในตำนาน Pink Floyd และกลายเป็นสัญลักษณ์ส่วนตัวของเขานับตั้งแต่นำขึ้นแสดงครั้งแรกเมื่อปี 1970 จากนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งในโมเมนต์สำคัญๆ ของวงมาตลอด นับตั้งแต่ปี 1970-1986 โดยเจ้ากีตาร์ตัวนี้ได้รับการดัดแปลงหลายครั้ง และถูกนำกลับมาใช้งานอีกครั้งในคอนเสิร์ต Live8 เมื่อปี 2005 ต่อมาในปี 2019 มีการนำกีตาร์ตัวนี้มาออกประมูล โดยทำราคาสูงถึง 134.8 ล้านบาท และนำรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้กับองค์กร ClientEarth เพื่อแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อน

 

Kurt Cobain’s Martin D18E ราคาประมาณ 203.7 ล้านบาท

 

guitars collectibles

 

นี่คือหนึ่งในกีตาร์ที่กลายเป็นภาพจำของ Kurt Cobain จากการแสดงดนตรี Nirvana’s MTV Unplugged โดยกีตาร์รุ่น Martin 1959 D-18E เป็นหมายเลข 7 ของจำนวนกีตาร์ 307 ตัวที่ผลิตในปีนั้น โดย Kurt Cobain ได้ซื้อมาก่อนวันแสดงคอนเสิร์ตเพียงไม่กี่วัน เจ้ากีตาร์ตัวนี้ถูกนำมาออกประมูลเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2020 โดยผู้ที่ประมูลไปคือนักธุรกิจชาวออสเตรเลีย ด้วยมูลค่า 203.7 ล้านบาท ทั้งๆ ที่คาดการณ์ไว้ว่าจะทำราคาได้เพียง 33.8 ล้านบาทเท่านั้น 

 

อ้างอิง:


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post 5 กีตาร์ราคาแรง ของสะสมไม่ธรรมดาของคนรักดนตรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
กีตาร์ที่ Jimi Hendrix ใช้ในยุค 60 ถูกประมูลในราคากว่า 6 ล้านบาท https://thestandard.co/jimi-hendrix-guitar-auction-for-6-million-baht/ Tue, 11 Aug 2020 07:05:53 +0000 https://thestandard.co/?p=387644

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (8 สิงหาคม) ได้มีการประมูลสินค้า […]

The post กีตาร์ที่ Jimi Hendrix ใช้ในยุค 60 ถูกประมูลในราคากว่า 6 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (8 สิงหาคม) ได้มีการประมูลสินค้าที่จัดโดย GWS Auctions อีกหนึ่งบริษัทประมูลเจ้าใหญ่ในหัวข้อ Artifacts of Hollywood & Music ซึ่งเป็นการนำเอาสิ่งของต่างๆ ของศิลปินและดาราชื่อดังมากมายในวงการฮอลลีวูดออกมาประมูลขาย และหนึ่งในนั้นก็มีกีตาร์ไฟฟ้ารุ่น Japanese Sunburst ของ จิมมี่ เฮนดริกซ์ ที่ถูกประมูลออกไปในราคา 216,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6.7 ล้านบาท

 

โดยก่อนจะถูกประมูลออกไป กีตาร์ตัวนี้ถูกคาดการณ์เอาไว้ว่าจะมีราคา 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.5 ล้านบาท แต่ปรากฏว่าหลังจากมีการบิดราคาสู้กันถึง 18 ครั้ง ตัวเลขก็ไปหยุดที่ 180,000 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมบวกค่าธรรมเนียมการประมูลกลายเป็น 216,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่าที่คาดการณ์ไว้เกือบสี่เท่าตัว

 

Japanese Sunburst ตัวนี้เป็นกีตาร์ที่ จิมมี่ เฮนดริกซ์ ใช้เล่นและขึ้นโชว์หลายที่ในนิวยอร์กช่วงต้นทศวรรษ 60 หลังปลดประจำการออกมาจากกองทัพสหรัฐฯ ในปี 1962 เขาย้ายออกจากพอร์ตแคมป์เบลล์เพื่อไปปักหลักอยู่ที่เมืองคลาร์กสวิลล์ รัฐเทนเนสซี ในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนจะได้มีโอกาสเล่นดนตรีร่วมกับศิลปินอย่าง วิลสัน พิกเก็ตต์, สลิม ฮาร์โป, แซม คุก, แจ็กกี วิลสัน, ไอก์และทินา เทอร์เนอร์ ที่ Chitlin’ Circuit ซึ่งเป็นสถานที่ที่เปิดให้เหล่าศิลปินชาวแอฟริกันอเมริกันได้ทำการแสดงและเผยแพร่วัฒนธรรมของตัวเอง 

 

จิมมี่ เฮนดริกซ์ ทิ้งกีตาร์ตัวนี้เอาไว้ที่อพาร์ตเมนต์ของ Mike Quashie เพื่อนสนิท (ผู้เซ็นชื่อกำกับบนจดหมายรับรองว่ากีตาร์ตัวนี้เป็นของจิมมี่ เฮนดริกซ์จริงๆ) ก่อนที่เขาจะย้ายไปอยู่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในปี 1966

 

อย่างไรก็ตาม ผู้ชนะการประมูลจะได้รับกีตาร์ตัวนี้ไปในสภาพไร้สาย เนื่องจากทาง GWS Auctions ต้องการคงสภาพเดิมของมันไว้ให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้นอกจาก Japanese Sunburst ของจิมมี่ เฮนดริกซ์ แล้ว ยังมีสิ่งของของศิลปินชื่อดังคนอื่นที่น่าสนใจซึ่งถูกนำมาประมูลในครั้งนี้ด้วย อาทิ แหวนทองคำของราชาร็อกแอนด์โรลล์ เอลวิส เพรสลีย์, รองเท้าบู๊ตสีม่วงสั่งทำพิเศษของพรินซ์ และเสื้อแจ็กเก็ตสีดำปักเลื่อมของราชาเพลงป๊อป ไมเคิล แจ็คสัน เป็นต้น

 

ภาพ: David Redfern / Redferns

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post กีตาร์ที่ Jimi Hendrix ใช้ในยุค 60 ถูกประมูลในราคากว่า 6 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทุบสถิติ! กีตาร์ เคิร์ต โคเบน จาก MTV Unplugged กลายเป็นกีตาร์ราคาแพงที่สุดในโลกถึง 186 ล้านบาท https://thestandard.co/kurt-cobain-guitar-auction-hit-highest-bidding/ Mon, 22 Jun 2020 01:26:41 +0000 https://thestandard.co/?p=373697

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (20 มิถุนายน) ได้มีการจัดงานประม […]

The post ทุบสถิติ! กีตาร์ เคิร์ต โคเบน จาก MTV Unplugged กลายเป็นกีตาร์ราคาแพงที่สุดในโลกถึง 186 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (20 มิถุนายน) ได้มีการจัดงานประมูลสินค้าจากโปรเจกต์ Music Icon โดยบริษัทประมูลชื่อดัง Julien’s Auctions ซึ่งพระเอกและไฮไลต์สำคัญของการประมูลครั้งนี้ ได้แก่ กีตาร์โปร่งรุ่น Martin D-18E 1959 ที่ เคิร์ต โคเบน ฟรอนต์แมนของวงดนตรีผู้ปลุกกระแสเพลงกรันจ์ร็อกอย่าง Nirvana ใช้แสดงสดในงาน MTV Unplugged ณ Sony Music Studios เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ปี 1993

 

ตัวกีตาร์ถูกประมูลออกไปในราคา 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 186 ล้านบาท จากการบิดทั้งหมด 7 ครั้ง ซึ่งนั่นทำให้ Martin D-18E 1959 ขึ้นแท่นกลายเป็นกีตาร์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก โดยทำลายสถิติเก่าของ The Black Strat หรือกีตาร์รุ่น Fender Stratocaster สีดำที่ เดวิด กิลมอร์ มือกีตาร์รุ่นใหญ่แห่งวงโพรเกรสซีฟร็อกระดับตำนาน Pink Floyd เอาออกมาประมูลช่วงกลางปี 2019 และถูกปิดไปด้วยราคา 3.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 123 ล้านบาท

 

ปีเตอร์ ฟรีดแมน ผู้บริหารแบรนด์ Røde Microphones คือผู้ชนะการประมูลและได้เป็นเจ้าของกีตาร์ตัวนี้ โดยปีเตอร์กล่าวว่า นี่เป็นโอกาสเดียวในชีวิตที่จะเอามันมาเก็บรักษาไว้ เนื่องจากวง Nirvana มีอิทธิพลกับชีวิตและการสร้างบริษัทของเขามาก 

 

นอกเหนือจากตัวกีตาร์แล้ว เขายังได้รับกระเป๋าฮาร์ดเคสที่ เคิร์ต โคเบน ตกแต่งด้วยใบปลิวอัลบั้ม Feel the Darkness ของวง Poison Idea ซึ่งภายในมีถุงใส่สายกีตาร์ใช้แล้วและปิ๊กกีตาร์บรรจุอยู่ ที่สำคัญ ปีเตอร์ ฟรีดแมน ยังวางแผนที่จะนำ Martin D-18E 1959 ไปจัดแสดงในนิทรรศการทั่วโลก เพื่อหารายได้มาพัฒนาวงการศิลปะอีกด้วย

 

สำหรับ MTV Unplugged คือซีรีส์โชว์ที่จัดขึ้นและออกอากาศทางช่อง MTV ที่มักชวนศิลปินดาวดังมาแสดงเพลงฮิตของตัวเองโดยใช้เครื่องดนตรีอะคูสติก แน่นอนว่าหนึ่งในโชว์ที่ถูกกล่าวขานว่าดีที่สุด ถูกจดจำมากที่สุด ก็คือโชว์ของวง Nirvana ซึ่ง ณ ตอนนั้นถือเป็นช่วงเวลาที่วงดนตรีจากซีแอตเทิลวงนี้กำลังโด่งดังเป็นพลุแตก แต่ถึงอย่างนั้นเรื่องน่าเศร้าใจก็เกิดขึ้น เพราะหลังจากโชว์นี้เพียง 5 เดือน เคิร์ต โคเบน ก็เสียชีวิต

 

วันที่ 1 พฤศจิกายน ปี 1994 วง Nirvana ปล่อยอัลบั้มการแสดงสดชื่อ MTV Unplugged in New York ที่ประกอบไปด้วยเพลงในเซตลิสต์ที่พวกเขาเล่นในงาน MTV Unplugged เช่น About a Girl, Come as You Are, All Apologies, The Man Who Sold the World (David Bowie Cover) และอีกมากมาย นับเป็นอัลบั้มแรกที่วางแผงหลังการจากไปของฟรอนต์แมนคนสำคัญ ซึ่งถือว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จ ตัวอัลบั้มสามารถทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 บนชาร์ต Billboard 200 ทันทีที่ปล่อยออกมา อีกทั้งยังคว้ารางวัล Grammys สาขา Best Alternative Music Album ปี 1996 ได้อีกด้วย

 

สามารถชมการแสดง MTV Unplugged ได้ที่

 

 

ภาพ: Frank Micelotta / Getty Images

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง:

The post ทุบสถิติ! กีตาร์ เคิร์ต โคเบน จาก MTV Unplugged กลายเป็นกีตาร์ราคาแพงที่สุดในโลกถึง 186 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
จากร็อกสตาร์กีตาร์ฮีโร่ มาถึง Taylor Swift กีตาร์กำลังจะตายจริงหรือ? https://thestandard.co/guitar-nearly-done/ https://thestandard.co/guitar-nearly-done/#respond Mon, 11 Sep 2017 23:00:39 +0000 https://thestandard.co/?p=26222

     ดนตรีมีจุดร่วมเดียวกันกับแฟชั่น คือ […]

The post จากร็อกสตาร์กีตาร์ฮีโร่ มาถึง Taylor Swift กีตาร์กำลังจะตายจริงหรือ? appeared first on THE STANDARD.

]]>

     ดนตรีมีจุดร่วมเดียวกันกับแฟชั่น คือการเวียนว่ายตายเกิดตามวัฏสงสาร เทรนด์ของดนตรีและแฟชั่นต่างก็ผลัดกันดำผุดดำว่าย สลับสับเปลี่ยนเอาสไตล์ต่างๆ ขึ้นมาชูชันทีละ 5 ปี 10 ปีก็ว่าไป การกลับมาแต่ละครั้งของแต่ละแนวเพลงก็มักจะมีการเพิ่มเติมสีสันแห่งปัจจุบันผสมผสานเข้าไป เป็นวิวัฒนาการให้นักฟังเพลงได้ตื่นเต้นหรือไม่ก็หัวเราะเยาะกันไปตามเรื่องตามราว มีเพียงบางกรณีสำหรับบางแนวเพลงเท่านั้นที่เกิดขึ้นครั้งเดียว ตั้งอยู่ในเวลาสั้นๆ  แล้วก็ดับไปเลย เข้านิพพานอย่างไม่มีทางหวนกลับ

     อย่างไรก็ตาม ตลอดเวลาที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์ดนตรีป๊อป จะเห็นได้ว่าเครื่องดนตรีหลักชิ้นหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ตลอดเวลาและมีบทบาทในดนตรีแทบทุกแนวก็คือ ‘กีตาร์’ นั่นเอง

     ที่ผ่านมากีตาร์กลายเป็นที่นิยมสำหรับวัยรุ่นที่อยากหัดเล่นดนตรีด้วยหลายๆ ปัจจัย เช่น ราคาที่สามารถสัมผัสได้ ขนาดที่ไม่ใหญ่เทอะทะ หาซื้อได้ง่าย อย่างบ้านเราในสมัยก่อนสามารถหาซื้อได้ตามร้านเครื่องกีฬา โดยแทบจะซื้อกีตาร์พร้อมกับไม้แบดมินตันมาเล่นกันในซอยตันของหมู่บ้าน เหมือนเป็นเครื่องมือในการเข้าสังคมอย่างไรอย่างนั้น

     จนอยู่มาวันหนึ่ง ท่ามกลางโลกใหม่อันไร้ฤดูกาลในยุค 2010s ก่อนที่มวลมนุษย์จะรู้ตัว บทบาทของกีตาร์ในโลกดนตรีได้ลดน้อยถอยลงไปอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในช่วงปีสองปีนี้เองที่เริ่มมีการสังเกตการณ์ และหาข้อมูลที่เป็นรูปธรรม เพื่อมายืนยันว่าสภาวะขาลงของกีตาร์ได้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ

 

Photo: AFP

 

ข้อมูลในเชิงตัวเลข

     ข้อมูลจาก The Washington Post กล่าวว่า ยอดขายโดยรวมของกีตาร์ไฟฟ้าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาได้ลดลงจากเดิมที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ 1.5 ล้านตัวต่อปี เหลือ 1 ล้านตัวต่อปี และสองบริษัทผู้ผลิตกีตาร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Gibson และ Fender กำลังตกอยู่ในสภาวะเป็นหนี้สิน ส่วนลำดับที่สามอย่าง PRS Guitars ต้องปรับตัวโดยการลดจำนวนพนักงาน และหันมาขยายสายการผลิตกีตาร์รุ่นเล็ก สเปกไม่แรง ราคาย่อมเยา แทนที่จะเน้นกีตาร์ระดับไฮเอนด์เหมือนเมื่อก่อน เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขาย

     นอกจากนี้ข้อมูลตัวเลขในส่วนของผู้ค้าก็สอดคล้องกัน โดย Guitar Center ซึ่งเป็นร้านขายกีตาร์ที่ใหญ่ที่สุดและมีสาขามากที่สุดในอเมริกาก็ตกอยู่ในสภาวะติดหนี้เช่นกัน เป็นจำนวนถึง 1.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

     ตัวเลขเหล่านี้ช่างฟังดูน่าตกใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสหรัฐอเมริกา ประเทศผู้บุกเบิกกีตาร์ไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ทางดนตรีของโลกมาตั้งแต่ยุค 1930s

 

Photo: www.rollingstone.com

 

ข้อสันนิษฐานถึงที่มาที่ไป

     จอร์จ กรูห์น เจ้าของกิจการร้านขายกีตาร์วัย 71 ปี ที่อยู่ในวงการค้าขายกีตาร์มายาวนานถึง 46 ปี ลูกค้าของเขามีตั้งแต่ อีริก แคลปตัน, นีล ยัง, พอล แม็กคาร์ตนีย์ ไปจนถึง เทย์เลอร์ สวิฟต์ ได้ให้ความเห็นไว้ว่า ในสมัยก่อนทุกคนมีความฝันอยากเป็นร็อกสตาร์ หรือเป็นเทพเจ้าแห่งกีตาร์เหมือนกับ จิมมี่ เฮนดริกซ์ , จิมมี่ เพจ, เจฟฟ์ เบก ฯลฯ มีกีตาร์ฮีโร่มากมายที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนในยุคนั้นเริ่มหัดเล่นกีตาร์ และเมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนเหล่านั้นเริ่มเข้าสู่วัยชรา โดยที่เด็กๆ ในเจเนอเรชันถัดไปที่เติบโตขึ้นมาไม่ได้มีความสนใจในแบบเดียวกัน เพราะยุคนี้ไม่มีตัวแทนที่เป็น role model ของการเล่นกีตาร์ที่ชัดเจน

     “สิ่งที่เราต้องการ ณ ตอนนี้คือกีตาร์ฮีโร่” กรูห์น ได้กล่าวสรุปถึงทางออกที่จะทำให้กีตาร์รอดพ้นจากสภาวะใกล้สูญพันธุ์

 

Photo: www.thesnipenews.com

 

แล้วใครล่ะคือกีตาร์ฮีโร่แห่งยุคนี้?

     จริงๆ แล้วไม่ใช่ว่ายุคนี้จะไม่มีมือกีตาร์ที่มีฝีมือโดดเด่นเอาซะเลย ยังมี จอห์น เมเยอร์ ที่ฝีมือเป็นที่ยอมรับของมือกีตาร์ทุกรุ่น แต่ทว่าก็ไม่ได้มีคนรุ่นใหม่เริ่มเล่นกีตาร์เพราะจอห์นมากนัก หากเทียบกับยุคก่อนที่วัยรุ่นอยากเป็นเหมือน จิมมี่ เฮนดริกซ์ หรือ เอ็ดดี้ แวน เฮเลน 

     มีสมมติฐานข้อหนึ่งที่น่าสนใจคือ พฤติกรรมส่วนตัวและฝีปากสุดแสบของจอห์นเองก็ขึ้นชื่อไม่แพ้ฝีมือการเล่นกีตาร์ ทำให้เขาเป็นประเด็นขึ้นปกหนังสือพิมพ์ดาราบ่อยกว่านิตยสารดนตรีเสียอีก วัยรุ่นหญิงส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขานัก เพราะการแสดงออกถึงความไม่ให้เกียรติผู้หญิงหลายครั้งหลายคราที่กระทบมายังฝั่งวัยรุ่นชาย แน่นอนว่าเหตุผลใหญ่ส่วนหนึ่งที่พวกเขาคิดหัดเล่นกีตาร์เพราะอยากเท่และเป็นที่ดึงดูดเพศตรงข้ามนั่นเอง แต่เมื่อสาวๆ ไม่ชอบจอห์น เมเยอร์ การนำเพลงของเขามาหัดเล่นเพื่อโชว์หญิงคงไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้สาวๆ ประทับใจแน่ๆ

     โจ โบนามาสซา ก็เป็นอัจฉริยะทางกีตาร์อีกคนในยุคนี้ที่เก่งขนาดได้เล่นโชว์เปิดให้ B.B. King ตั้งแต่เขาอายุเพียง 12 ปี จนถึงทุกวันนี้ โจ ในวัย 40 ปี (รุ่นเดียวกับ จอห์น เมเยอร์) มีผลงานมากมาย แต่แนวทางของเขาล้วนไปในทางซีเรียสมิวสิกที่จำกัดอยู่ในกลุ่มคนฟังเพลงแบบจริงจังเท่านั้น บวกกับความเป็นกีตาร์เนิร์ดที่เป็นนักสะสมกีตาร์นับร้อยตัว ผู้ที่ติดตามโจจึงเป็นสายจริงจังเพียงกลุ่มย่อยๆ เมื่อเทียบกับโลกเมนสตรีมอันกว้างใหญ่

     กอปรกับการเข้ามายึดหัวหาดของดนตรีอิเล็กทรอนิกส์อย่าง EDM ใครเลยจะคาดเดาได้ว่า ครั้งหนึ่งในปี 1969 ณ เทศกาลดนตรีวู้ดสต็อก ได้มีหนุ่มสาวชาวบุปผาชนนับแสนมารวมตัวกันเพื่อเป็นประจักษ์พยานในการร่ายมนต์ของจิมมี่ เฮนดริกซ์ ราวกับเป็นการโชว์สมสู่กับกีตาร์อย่างร้อนแรง

     เมื่อกาลเวลาผ่านไป 48 ปี รูปแบบของเทศกาลดนตรีได้เปลี่ยนมาเป็นการแสดงจากแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ของดีเจนิ้วชี้ฟ้าคอหนีบหูฟังที่มากับแสงสีเสียงอย่างเต็มเหนี่ยว ปริมาณของผู้เข้าชมหลักเป็นคำตอบว่า EDM ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้วัยรุ่นยุคนี้ไปแล้ว

 

Photo: loudwire.com

 

สนใจในศาสตร์ของดีเจมากกว่าอยากริเริ่มเล่นกีตาร์

     เพราะฉะนั้นจริงๆ แล้วเราน่าจะย้อนกลับไปถามถึงประเด็นที่ว่า ‘เราต้องการกีตาร์ฮีโร่จริงๆ เหรอ?’ ถ้าจะกล่าวให้ถูกต้องกว่านี้คือ เราต้องการ guitar influencer มากกว่า ในเมื่อยุคนี้การโชว์เทคนิคการเล่นอันแพรวพราวไม่ใช่สิ่งที่ผู้คนสนใจ เอกลักษณ์เท่ๆ ต่างหากที่จะทำให้คนอยากเล่นกีตาร์ตาม อย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วอย่างชัดเจนในยุค 90s เมื่อ เคิร์ต โคเบน แห่งวง Nirvana ออกมากระหน่ำสาดคอร์ดกีตาร์ด้วยอารมณ์ล้วนๆ ทำให้วัยรุ่นในยุคนั้นหันมาเล่นกีตาร์กันเป็นทิวแถว เพราะแนวทางของเขาเรียบง่าย แต่เท่และทรงพลัง

     อย่างหนึ่งที่น่าสนใจคือสภาพแวดล้อมทางดนตรีในยุคนั้นเต็มไปด้วย guitar influencer ที่มากับรูปแบบใหม่ของการเล่นกีตาร์ ไม่ว่าจะเป็น บิลลี่ คอร์แกน แห่ง The Smashing Pumpkins, เธอร์สตัน มัวร์ แห่ง Sonic Youth หรือ The Edge แห่ง U2 จนเป็นที่มาของคำว่า anti-hero ในวงการกีตาร์ ซึ่งหมายถึงการเล่นกีตาร์ในแนวทางอื่นๆ ที่ไม่ได้เน้นเทคนิคแพรวพราว หรือความช่ำชองในการระรัวเร้าละเลงนิ้วอันพลิ้วไหวโซโลลงบนคอกีตาร์

 

Photo: awesomewallpaper.com

 

“Is Taylor Swift the next Eddie Van Halen?”

     ฟิลลิปส์ แม็กไนต์ ยูทูเบอร์ชื่อดังจากการเปิดแชนแนลให้ความรู้เกี่ยวกับกีตาร์ ได้ตั้งประเด็นนี้ไว้อย่างน่าสนใจ โดยเขาอ้างอิงจากการสังเกตการณ์ในฐานะเจ้าของร้านกีตาร์และโรงเรียนสอนดนตรีในรัฐแอริโซนา ซึ่งนำไปสู่ประเด็นการถกเถียงกันมากมายในสื่อออนไลน์

   แม็กไนต์ตั้งข้อสังเกตว่า เดิมทีนักเรียนกีตาร์ของเขาส่วนใหญ่จะเป็นเด็กผู้ชาย จนกระทั่งในปี 2012 เริ่มมีนักเรียนผู้หญิงเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนในที่สุดจำนวนนักเรียนหญิงในชั้นเรียนก็มีมากกว่านักเรียนชาย เขาจึงถามนักเรียนหญิงเหล่านั้นว่าสาเหตุของการเริ่มหัดเล่นกีตาร์คืออะไร

     คำตอบของพวกเธอคือ ‘เทย์เลอร์ สวิฟต์’

     ถึงแม้ว่า เทย์เลอร์ สวิฟต์ จะเล่นเพลงป๊อปที่ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ภาพลักษณ์ของสาวสวยสะพายกีตาร์ร้องเพลงของเธอนั้นเป็นแรงบันดาลใจให้วัยรุ่นหญิงหันมาเล่นกีตาร์มากขึ้น โดย แอนดี้ มูเนย์ ประธานผู้บริหารของ Fender ได้ออกความเห็นเสริมว่า “เทย์เลอร์ สวิฟต์ เป็นบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนเล่นกีตาร์ได้มากที่สุดในยุคนี้ ไม่ใช่ในเชิงเทคนิค แต่เธอทำให้เด็กผู้หญิงอยากจะลอกเลียนแบบสิ่งที่เธอเป็น”

     จากการเก็บข้อมูลของ Fender เองเห็นได้ว่าในยุคนี้มีผู้หญิงซื้อกีตาร์มาหัดเล่นมากขึ้น โดยมีสัดส่วนถึง 50% ของการขาย ในขณะที่สมัยก่อน ตัวเลขบ่งชี้ว่าผู้ซื้อเป็นผู้ชายราว 70-80%

     ประเด็นที่แม็กไนต์กล่าวในคลิปวิดีโอของเขาได้เปรียบเทียบจุดร่วมระหว่าง เทย์เลอร์ สวิฟต์ ในปัจจุบัน กับ เอ็ดดี้ แวน เฮเลน ในอดีต คือการเป็น guitar influencer ที่ทำให้คนอยากเล่นกีตาร์ ส่วนเรื่องเทคนิคและความเชี่ยวชาญในการเล่นไม่ได้เป็นปัจจัยสำคัญในการชักจูงคนมาสู่ลัทธิหกสายนี้เท่าไรนัก

 

Photo: livenation.com

 

การเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย

     นับตั้งแต่ยุค 2000s รูปแบบของดนตรีเริ่มมีการปะปนข้ามสายพันธุ์กันอย่างชัดเจน วิธีการนำเสนอ ผลงานเพลงได้ขยายกิ่งก้านออกไปหลากหลายรูปแบบ ไม่จำกัดเพียงเสียงกีตาร์ที่เคยเป็นพระเอกในดนตรีหลายๆ แนวอย่างยาวนานในยุคก่อนหน้านั้น วงดนตรีอย่าง Linkin Park เป็นหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนที่นำดนตรีร็อกมาผสมผสานกับจังหวะฮิปฮอป แบรด เดลสัน มือกีตาร์ของวงได้ให้ความเห็นว่า “ดนตรีก็คือดนตรี ไม่ว่าจะถูกถ่ายทอดผ่านเครื่องดนตรีชนิดใดก็ตาม เพียงแค่ตอนนี้เหล่าศิลปินมีแนวโน้มใช้คอมพิวเตอร์ในการทำบีตโปรแกรมมิงมากขึ้นเท่านั้นเอง ซึ่งมันก็ไม่ได้หมายความว่าศิลปินที่ใช้อุปกรณ์เหล่านี้ใช้ความคิดสร้างสรรค์น้อยกว่าการเล่นเครื่องดนตรีชนิดอื่น เพียงแต่อัจฉริยภาพทางดนตรีได้ถูกถ่ายทอดออกมาในอีกรูปแบบหนึ่งเท่านั้นเอง”

     มาถึง ณ วันนี้ เราเห็นได้ชัดเจนขึ้นว่าบทบาทของเครื่องดนตรีชนิดต่างๆ ได้รับการแบ่งสัดส่วนที่เปลี่ยนไป เทรนด์ของการเล่นเครื่องดนตรีสังเคราะห์มีบทบาทชัดเจนขึ้น สังเกตได้จากการเปิดตัวซินธิไซเซอร์รุ่นใหม่ๆ กันอย่างคึกคักและต่อเนื่องในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาจากหลายๆ บริษัทผู้ผลิตทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นจากฝั่งยุโรป อเมริกา หรือญี่ปุ่น ในงานแสดงนวัตกรรมทางดนตรีที่จัดขึ้นทุกปีอย่าง NAMM Show หรือ Musikmesse กีตาร์ไม่ได้เป็นพระเอกเหมือนยุคก่อน จึงเกิดเป็นประเด็นที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันหลากหลายในสื่อออนไลน์ว่ากีตาร์กำลังจะตาย แต่แท้จริงแล้วประชากรนักดนตรีได้ถูกถ่ายเทไปสู่การเล่นเครื่องดนตรีชิ้นอื่นมากขึ้นต่างหาก เพราะในมวลรวมของประชากรนักดนตรีไม่ได้ลดน้อยลงไปสักนิด ในทางตรงกันข้าม มันกลับมีมากขึ้นกว่าทุกยุคที่ผ่านมาด้วยซ้ำ ด้วยผลพวงของเทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวกให้ผู้คนเสพดนตรีได้ง่ายขึ้น หาแรงบันดาลใจได้ง่ายขึ้น หัดเล่นดนตรีได้สะดวกขึ้น สร้างดนตรีได้รวดเร็วขึ้น  ไปจนกระทั่งการมีช่องทางเผยแพร่ดนตรีของตัวเองได้กว้างขวางขึ้น

 

Photo: www.theguitarmagazine.com

 

ท้ายที่สุดแล้วปรากฏการณ์นี้เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงหรือไม่?

     ถ้าถามผู้ผลิตกีตาร์ เขาต้องตอบว่าน่าเป็นห่วงอย่างแน่นอน ในเมื่อยอดขายลดลงก็ต้องมีการกระตุ้นด้วยวิธีทางการตลาด เช่น ผู้ผลิตอุปกรณ์กีตาร์หลายๆ บริษัทเริ่มคิดค้นอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีมาช่วย อย่างแอมป์กีตาร์ที่เชื่อมต่อด้วยระบบบลูทูธ หรือเอฟเฟกต์กีตาร์ที่สามารถดาวน์โหลดเสียงผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้ บริษัทใหญ่อย่าง Fender เองก็เริ่มผลิตสื่อออนไลน์เป็นแบบฝึกหัดกีตาร์สำหรับมือใหม่เพื่อพยายามเพิ่มจำนวนประชากรกีตาร์ในหมู่วัยรุ่น

     แต่ถ้าตัดเรื่องธุรกิจออกไป สำหรับพวกเราแล้วถือว่าเป็นเหตุการณ์ปกติตามวัฏจักร มันเป็นเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการนำเสนองานศิลปะด้านดนตรี และหากมองกลับกัน ถ้ามันไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลยสิกลับน่าเป็นห่วงกว่า ดนตรีในแต่ละยุคสมัยต่างก็มีเอกลักษณ์และสีสันของตัวเอง ในอนาคตอันใกล้นี้อาจมีประเด็นใหม่ว่าด้วยเรื่อง ‘วันสิ้นโลกของดีเจ’ ก็เป็นได้ เมื่อถึงวาระที่มีการเปลี่ยนผ่านขั้วอำนาจอีกครั้ง

     เมื่อ 30 ปีที่แล้ว เราเคยใช้ตู้โทรศัพท์สาธารณะเพื่อโทรเข้าเบอร์บ้านของสาวที่หมายปอง โดยต้องเสี่ยงดวงเอาว่าคนที่รับสายจะไม่ใช่พ่อของเธอ และเมื่อ 20 ปีที่แล้วเราเคยใช้เพจเจอร์ส่งข้อความหวานๆ ให้เธอ ในเวลาต่อมาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เราต้องรวบรวมความกล้าอย่างมากในการตั้งสติเดินเข้าไปขอเบอร์มือถือสาวคนที่เราแอบชอบ และเมื่อกี้นี้เองเราเพิ่งส่งเธอเข้านอนผ่านทางเฟซไทม์บนไอโฟน

     เครื่องดนตรีเองก็เปรียบเสมือนเครื่องมือสื่อสารของศิลปินที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปตามยุคสมัย แต่การสื่อสารก็ยังคงดำเนินต่อไป การเล่นกีตาร์ก็อาจเป็นเหมือนการสื่อสารแบบดั้งเดิมคือการพูดคุยกันต่อหน้า และแม้วันนี้เราอาจพูดคุยกันน้อยลง หันมาพิมพ์แชตหรือส่งสติกเกอร์กันมากขึ้น แต่เราก็ยังไม่หยุดสื่อสารกัน บทเพลงก็ยังคงบรรเลงต่อไป เรื่อยๆ ท้ายที่สุดแล้ว ‘ดนตรี’ ก็ยังคงมีชีวิตอยู่ และจะยังคงหายใจต่อไปไม่มีวันหยุด ไม่มีวันไหนที่มนุษย์จะเลิกเสพดนตรีหรอก แม้ในวันที่เลวร้ายที่สุดของชีวิต เราก็ยังมีดนตรีคอยปลอบประโลมไม่ใช่หรือ?

 

อ้างอิง

The post จากร็อกสตาร์กีตาร์ฮีโร่ มาถึง Taylor Swift กีตาร์กำลังจะตายจริงหรือ? appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/guitar-nearly-done/feed/ 0