กิรณ ลิมปพยอม Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/กิรณ-ลิมปพยอม/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 13 Apr 2024 05:49:22 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ‘บ้านปู เพาเวอร์’ จ่อซื้อโรงไฟฟ้าใหม่เพิ่มพอร์ต 1 พันเมกะวัตต์ มอง ‘อินโดนีเซีย’ ประเทศม้ามืดทางเศรษฐกิจ ขึ้นแท่นว่าที่สมาชิกใหม่ OECD https://thestandard.co/banpu-power-new-power-plant/ Sat, 13 Apr 2024 05:49:22 +0000 https://thestandard.co/?p=922551

หลังผลการดำเนินงาน บ้านปู เพาเวอร์ มีรายได้รวม 30,443 ล […]

The post ‘บ้านปู เพาเวอร์’ จ่อซื้อโรงไฟฟ้าใหม่เพิ่มพอร์ต 1 พันเมกะวัตต์ มอง ‘อินโดนีเซีย’ ประเทศม้ามืดทางเศรษฐกิจ ขึ้นแท่นว่าที่สมาชิกใหม่ OECD appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังผลการดำเนินงาน บ้านปู เพาเวอร์ มีรายได้รวม 30,443 ล้านบาท โดยมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา (EBITDA) รวม 12,262 ล้านบาท ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีที่ผ่านมา

 

ก่อนที่การดำเนินงานของบ้านปู เพาเวอร์ หลังจากนี้ ซีอีโอ ‘กิรณ ลิมปพยอม’ จะส่งไม้ต่อให้ อิศรา นิโรภาส ผู้อำนวยการสายอาวุโส-สายงานปฏิบัติการธุรกิจไฟฟ้า บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) โดยมีผลเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2567 นั้น 

 

กิรณระบุแผนการดำเนินธุรกิจปีนี้ว่า บริษัทคาดการณ์รายได้จะเติบโตไม่น้อยกว่าปีก่อน หรือราว 20% และวางงบสำหรับ 1-2 ปีนี้อยู่ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท เพื่อการลงทุนซื้อโรงไฟฟ้าใหม่เข้าพอร์ต ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับโรงไฟฟ้าและพลังงานสะอาด โดยตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตอีกประมาณ 1,000 กว่าเมกะวัตต์

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

เจาะลงทุน 4 ประเทศ

 

ปัจจุบันบริษัทมีกำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนรวม 225 เมกะวัตต์ โดยภายในปี 2568 วางเป้าว่าจะเพิ่มอีก 500 เมกะวัตต์ เข้าไปในพอร์ตพลังงานสะอาด ทั้งจากโซลาร์รูฟท็อปและโซลาร์ลอยน้ำที่มีกำลังผลิตรวม 335 เมกะวัตต์ โดยแบ่งการลงทุนไปที่ 4 ประเทศ ดังนี้

 

  1. ไทย ล่าสุดได้ลงนามลงทุนเพิ่มการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปอีก 2 เมกะวัตต์ ทำให้ปัจจุบันมีกำลังผลิตไฟฟ้ารวมอยู่ที่ 98 เมกะวัตต์

 

  1. จีน ลงทุนโครงการผลิตไฟฟ้าบนหลังคา Zhengding CHP มีกำลังผลิตรวม 66 เมกะวัตต์ โดยปัจจุบันติดตั้งไปแล้ว 12.9 เมกะวัตต์

 

  1. เวียดนาม บริษัท Solar ESCO ที่มีกำลังผลิตรวมที่ตกลงไว้แล้ว 40 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีกำลังผลิตที่ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 13.3 เมกะวัตต์

 

  1. อินโดนีเซีย โดยบริษัท IBP ได้ลงนามสัญญาก่อสร้างผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์บนหลังคาแบบ PPA (Power Purchase Agreement) 9 เมกะวัตต์ต่อชั่วโมง ปัจจุบันมีกำลังผลิตที่ติดตั้งไปแล้ว 7 เมกะวัตต์ต่อชั่วโมง ส่งผลให้บ้านปู พาวเวอร์ มีกำลังผลิตไฟฟ้ารวมในอินโดนีเซียจำนวน 25 เมกะวัตต์

 

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้ลงทุนธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับโซลาร์รูฟท็อปไปแล้ว 3 เมกะวัตต์ รวมถึงมีการเซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบ PPA อีก 9 เมกะวัตต์ ที่สำคัญ อินโดนีเซียถือว่าเป็นประเทศที่มีแนวโน้มการใช้ไฟฟ้าสีเขียวเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ส่วนแผนนอกเหนือจากนี้ยังมีโครงการศึกษาใช้แอมโมเนีย Co-firing ในโรงไฟฟ้า BLCP ที่ได้ทุนสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น

 

เล็งดีลซื้อโรงไฟฟ้าเพิ่มที่สหรัฐฯ จับตาอินโดนีเซียประเทศม้ามืด

 

ขณะนี้มีหลายโครงการจากหลายประเทศที่น่าสนใจ อย่างสหรัฐฯ ที่มีโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่ยังจำเป็นสำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานตามเทรนด์พลังงานใหม่ 3Ds รวมถึงการลงทุนพลังงานหมุนเวียนในรัฐเท็กซัสที่ยังมีโอกาสอีกมาก 

 

อีกทั้งบริษัทมีโครงการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture and Sequestration: CCS) ซึ่งลงทุนไปแล้ว 1 โครงการ นั่นคือ Barnett Zero กับบริษัทในเครือบ้านปู 

 

ยังมีอีกประเทศที่น่าจับตามองคือ จีน เพราะถือว่าเป็นประเทศที่มีนโยบายสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนที่น่าสนใจ รวมถึงไทยเองก็ยังเป็นอีกตลาดที่น่าลงทุน และด้วยนโยบายแผน PDP ก็สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด และไทยถือว่าติด Top 10 ของประเทศที่มีอัตราการใช้รถ EV สูงสุด 

 

โดยบริษัทจะสร้างโอกาสเข้าลงทุนธุรกิจพลังงานทดแทนและธุรกิจเกี่ยวเนื่องจากพอร์ตบ้านปู เน็กซ์ ไม่ว่าจะเป็น BESS และ e-Mobility

“ผมมองว่าจากนี้ประเทศที่เป็นม้ามืดคือ อินโดนีเซีย ซึ่งตอนนี้ทราบว่ารัฐบาลกำลังผลักดันและอยู่ระหว่างการสมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ประกอบกับบ้านปูถือว่ามีรากฐานที่แข็งแกร่งในอินโดนีเซียมามากกว่า 30 ปี วันนี้จึงเป็นจังหวะและโอกาสที่น่าจับตา” รายงานข่าวระบุ 

 

ความสำคัญของ OECD คือ การกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการค้าโลก และเป็นเวทีในการเปรียบเทียบนโยบาย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และประสานงานนโยบายทั้งในประเทศและระหว่างประเทศสมาชิก ซึ่งรวมถึงการปราบปรามการค้าผิดกฎหมายด้วย ปัจจุบันประเทศสมาชิกของ OECD มีทั้งหมด 38 ประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว

The post ‘บ้านปู เพาเวอร์’ จ่อซื้อโรงไฟฟ้าใหม่เพิ่มพอร์ต 1 พันเมกะวัตต์ มอง ‘อินโดนีเซีย’ ประเทศม้ามืดทางเศรษฐกิจ ขึ้นแท่นว่าที่สมาชิกใหม่ OECD appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘บ้านปู เพาเวอร์’ ทุ่ม 700 ล้านดอลลาร์ ปิดดีลซื้อโรงไฟฟ้า 2 พันเมกะวัตต์ เดินหน้าลุยลงทุนแบตเตอรี่-พลังงานไฮโดรเจน https://thestandard.co/banpu-deal-power-plant/ Fri, 17 Mar 2023 02:49:32 +0000 https://thestandard.co/?p=764346 บ้านปู เพาเวอร์

บ้านปู เพาเวอร์ หรือ BPP ทุ่ม 700 ล้านดอลลาร์ ปิดดีลใหญ […]

The post ‘บ้านปู เพาเวอร์’ ทุ่ม 700 ล้านดอลลาร์ ปิดดีลซื้อโรงไฟฟ้า 2 พันเมกะวัตต์ เดินหน้าลุยลงทุนแบตเตอรี่-พลังงานไฮโดรเจน appeared first on THE STANDARD.

]]>
บ้านปู เพาเวอร์

บ้านปู เพาเวอร์ หรือ BPP ทุ่ม 700 ล้านดอลลาร์ ปิดดีลใหญ่ซื้อโรงไฟฟ้า 2,000 เมกะวัตต์ เผยมองโอกาสลงทุน New S-Curve เพิ่ม ทั้งแบตเตอรี่ ไฮโดรเจน CCS พร้อมลุยขยายโซลาร์ฟาร์มในจีน ศึกษา Energy Trading ตลาดไฟฟ้าสหรัฐอเมริกา ลั่นรายได้ปีนี้นิวไฮต่อเนื่อง

 

กิรณ ลิมปพยอม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บ้านปู เพาเวอร์ หรือ BPP เปิดเผยว่า ปี 2023 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตขึ้นต่อเนื่อง โดยการเติบโตของรายได้จะมาจากการควบรวมหรือซื้อกิจการโรงไฟฟ้า (M&A) ที่ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจา ซึ่งเป็นดีลใหญ่ประมาณ 1,000 เมกะวัตต์ 

 

นอกเหนือจากดีล M&A ที่จะเพิ่มเข้ามาในพอร์ตแล้ว ยังมีโครงการอื่นๆ ที่จะทยอยเข้ามาเกิดขึ้นและสร้างรายได้ เช่น โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมหวินเจา (Vinh Chau) ระยะที่ 1 ในเวียดนาม กำลังผลิต 30 เมกะวัตต์ การขยายการลงทุนโซลาร์รูฟท็อปเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ เช่น จีน และอินโดนีเซีย นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนร่วมกับพันธมิตรในการพัฒนาโซลาร์ฟาร์ม 2-3 โครงการ ขนาดกำลังผลิต 200-800 เมกะวัตต์ ในประเทศจีนอีกด้วย

 

ขณะที่การลงทุนระยะ 3 ปี (2023-2025) BPP วางงบลงทุนอยู่ที่ 500-700 ล้านดอลลาร์ สำหรับลงทุนขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่อีก 2,000 เมกะวัตต์ เพื่อให้มีกำลังการผลิตตามเป้าหมาย 5,300 เมกะวัตต์ ภายในปี 2025 จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 3,337 เมกะวัตต์ โดยจะเน้นการลงทุนโรงไฟฟ้าที่มีก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง และโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในประเทศที่บริษัทมีฐานการผลิตอยู่แล้ว

 

“ตามเป้าหมาย 5,300 เมกะวัตต์ ยังขาดอยู่อีก 2,000 เมกะวัตต์ ดังนั้นในช่วง 3 ปีที่เหลือเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย บริษัทได้เตรียมเงินลงทุนตามแผน โดยเงินทุนจะมาจากงบที่มีและการขอกู้จากสถาบันการเงิน” กิรณกล่าว

 

ส่วนปัจจัยที่จะส่งผลต่อรายได้ปีนี้ ต้องติดตามผลกระทบที่สหรัฐฯ สั่งปิด 3 แบงก์ว่าจะมีผลกระทบลามเป็นโดมิโนหรือไม่ แต่เชื่อว่าน่าจะผ่อนคลายลงแล้ว รวมทั้งเกาะติดสถานการณ์ดอกเบี้ยสหรัฐฯ หากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วและแรง 

 

“แต่หากถามว่าจะมีผลกระทบมาก-น้อยแค่ไหน ต้องบอกว่าเวลาเราซื้อธุรกิจ เรามองระยะยาว ภาพรวมมูลค่าสินทรัพย์อาจส่งผลดีด้วยซ้ำไป ทั้งนี้ทั้งนั้นเรามองว่าในทุกๆ วิกฤตมีโอกาสเสมอ” กิรณกล่าวเพิ่ม 

 

เขากล่าวว่า บริษัทมุ่งขยายการลงทุนในสหรัฐฯ ซึ่งนอกเหนือจากการประสบความสำเร็จในการลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I แล้ว BPP ยังพิจารณาขยายการลงทุนเพิ่มเติม เช่น ธุรกิจซื้อขายไฟฟ้าผ่านแพลตฟอร์มระบบกลาง (Energy Trading) และธุรกิจค้าปลีกไฟฟ้า จากข้อได้เปรียบในการบริหารจุดคุ้มทุนและกระจายความเสี่ยงด้านธุรกิจไฟฟ้าครบวงจรที่มี

 

ขณะที่ธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานที่ดำเนินการโดยบ้านปู เน็กซ์ บริษัทจะเน้นการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่ส่งเสริมศักยภาพและการเติบโต รวมถึงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ (New S-Curve) เช่น ธุรกิจเกี่ยวกับไฮโดรเจน และเทคโนโลยีกักเก็บคาร์บอน (CCS)

 

นอกจากนี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้เพิ่มสัดส่วนการเข้าถือหุ้นในบริษัท ดูราเพาเวอร์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (Durapower) จาก 47.68% เป็น 65.10% ด้วยเงินลงทุน 70 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตของธุรกิจแบตเตอรี่ให้แข็งแกร่งมากขึ้นอีกด้วย

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

The post ‘บ้านปู เพาเวอร์’ ทุ่ม 700 ล้านดอลลาร์ ปิดดีลซื้อโรงไฟฟ้า 2 พันเมกะวัตต์ เดินหน้าลุยลงทุนแบตเตอรี่-พลังงานไฮโดรเจน appeared first on THE STANDARD.

]]>