กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/กิจการโทรคมนาคมแห่งชาต/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 18 Mar 2025 09:24:38 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เปิดข้อเสนอ ‘นักวิชาการ มธ.’ ตรวจแถว กสทช. เปิดประมูลคลื่นความถี่ จี้ออกมาตรการคุม ‘ผู้มีอำนาจเหนือตลาด’ https://thestandard.co/thammasat-academics-review-nbtc-spectrum-auction/ Tue, 18 Mar 2025 09:24:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1053540 ประมูลคลื่นความถี่

วันนี้ (18 มีนาคม) จากกรณีที่ผู้แทนสภาองค์กรของผู้บริโภ […]

The post เปิดข้อเสนอ ‘นักวิชาการ มธ.’ ตรวจแถว กสทช. เปิดประมูลคลื่นความถี่ จี้ออกมาตรการคุม ‘ผู้มีอำนาจเหนือตลาด’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประมูลคลื่นความถี่

วันนี้ (18 มีนาคม) จากกรณีที่ผู้แทนสภาองค์กรของผู้บริโภค (สภาผู้บริโภค) พร้อมด้วยเครือข่ายองค์กรผู้บริโภค ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แสดงจุดยืนคัดค้านและเรียกร้องให้ชะลอการประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล (International Mobile Telecommunications: IMT) ที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 2/68 รวม 6 ย่านความถี่ เนื่องจากกังวลว่าการประมูลดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคม โดยเฉพาะเมื่อมีผู้มีศักยภาพเข้าร่วมประมูลเพียงแค่ 2 รายหลักเท่านั้น อีกทั้งการประมูลไม่มีหลักประกันที่ชัดเจนว่าผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์สูงสุด

 

ผศ. ดร.พรเทพ เบญญาอภิกุล ผู้อำนวยการโครงการเศรษฐศาสตรบัณฑิต หลักสูตรนานาชาติ และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ส่วนตัวรู้สึกกังวลในประเด็นที่สอดคล้องกับที่สภาผู้บริโภคและเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคแสดงความกังวล เนื่องจากคลื่นความถี่ที่ใช้ในการประมูลครั้งนี้มีจำนวนค่อนข้างมาก และบางส่วนเป็นการเปิดให้ยื่นประมูลล่วงหน้าทั้งที่คลื่นยังไม่ครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญาเดิม เช่น 2100 MHz ซึ่งยังเหลืออายุอีก 3 ปี จึงน่ากังวลว่าคลื่นอาจกระจุกตัวอยู่กับผู้ให้บริการ 2 รายใหญ่ ทั้งที่ยังไม่มีมาตรการส่งเสริมการแข่งขันที่ชัดเจน

 

ผศ. ดร.พรเทพ กล่าวว่า นับตั้งแต่เกิดการควบรวมกิจการโทรคมนาคมราว 2 ปีก่อน ได้ส่งให้ผลให้ผู้ประกอบการรายใหม่มีโอกาสเข้ามาร่วมการประมูลน้อยมาก ทำให้การแข่งขันในการประมูลน้อยลงไปตาม และไม่มีหลักประกันว่าผู้บริโภคจะได้รับบริการที่ดีจากผู้เข้าประมูล 2 ราย จึงขอเสนอว่า แม้ในอดีต กสทช. มักจะลดราคาตั้งต้นให้ต่ำกว่าราคาประเมินเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้ามาร่วมการประมูล แต่ในครั้งนี้ชัดเจนว่ามีผู้เข้าร่วมน้อยมาก จึงควรกำหนดราคาตั้งต้นประมูลให้ใกล้เคียงกับราคาประเมินเพื่อไม่ให้ภาครัฐสูญเสียโอกาสในการจัดเก็บรายได้โดยไม่จำเป็น 

 

นอกจากนี้ กสทช. จะต้องยืนยันให้ได้ว่าในการประมูลครั้งนี้ แม้ว่าจะมีผู้ประกอบการรายใหญ่เพียง 2 ราย ในการประมูลคลื่นมากถึง 6 ย่านความถี่ กสทช. จะสามารถรักษาผลประโยชน์และสร้างผลประโยชน์ให้กับผู้บริโภคได้ เช่น การจัดทำมาตรการด้านราคาที่ยืดหยุ่น หรือการออกแพ็กเกจที่ถูกลงสำหรับผู้มีรายได้น้อย รวมไปถึงการบังคับใช้มาตรการกำกับดูแลการแข่งขันอย่างเข้มงวด ตามอำนาจที่ กสทช. มีอยู่เดิม ผ่านการตรวจสอบและกำหนดว่า ผู้ประกอบการรายใดกำลังเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดหรือไม่ จากนั้นให้ออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อกำกับและควบคุมไม่ให้ผู้มีอำนาจเหนือตลาดใช้อำนาจของตนไปในทางที่ไม่ชอบ

 

นักวิชาการธรรมศาสตร์กล่าวอีกว่า ภายหลังจากการประมูลคลื่นความถี่สิ้นสุดลง กสทช. ควรจะต้องมีมาตรการในการรองรับเพื่อเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายให้แก่ผู้บริโภค เช่น มาตรการการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน หรือ MVNO ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ไม่มีคลื่นความถี่เป็นของตนเองสามารถให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ โดยไม่ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานหรือโครงข่ายโทรคมนาคม เช่น เสา หรือเครื่องอุปกรณ์โทรคมนาคม 

 

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ MVNO จะต้องเข้าไปทำความตกลงกับผู้ประกอบการโทรคมนาคมที่มีคลื่นความถี่และโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นของตนเองเพื่อขอใช้ airtime (Voice) และบริการข้อมูล (Data) เพื่อมาให้บริการแก่ผู้บริโภคในตลาดค้าปลีก ซึ่งผู้ประกอบการ MVNO ในประเทศไทยมีจำนวนน้อยมากจนแทบจะไม่มีเลย เมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศ 

 

“ถึงแม้ว่าประเทศเราจะมีผู้ให้บริการรายใหญ่อยู่เพียงแค่ 2 ราย แต่ถ้าเราสามารถที่จะสร้างผู้ประกอบการรายเล็กอย่าง MVNO ที่ไม่ต้องมีเครือข่ายเป็นของตัวเอง ไม่ต้องลงทุนเยอะ แต่สามารถที่จะให้บริการหรือสร้างตลาดที่เป็น ตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ได้ขึ้นมา ก็อาจจะเป็นการสร้างทางเลือกให้กับผู้บริโภคได้ ทว่ามาตรการเหล่านี้ก็ยังไม่เห็นท่าทีการผลักดันที่ชัดเจนจาก กสทช.” ผศ. ดร.พรเทพ กล่าว

 

สำหรับข้อเสนอของสภาองค์กรของผู้บริโภคที่ระบุให้บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เป็นทางเลือกด้านโทรคมนาคมให้ประเทศ ผศ. ดร.พรเทพ กล่าวว่า NT มีศักยภาพที่จะแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ 2 ราย ได้น้อย ทั้งส่วนแบ่งทางการตลาดที่มีอยู่ไม่ถึง 10% และคลื่นความถี่ที่ NT ให้บริการก็มีเพียงแค่ 3G ซึ่งในทุกวันนี้ผู้บริโภคโดยส่วนใหญ่ใช้บริการโครงข่าย 4G และ 5G ไปแล้ว หาก NT ต้องการที่จะขยายการให้บริการโครงข่ายก็ต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมผ่านการร่วมมือกับผู้ร่วมลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพและพัฒนาเครือข่ายต่อไป

The post เปิดข้อเสนอ ‘นักวิชาการ มธ.’ ตรวจแถว กสทช. เปิดประมูลคลื่นความถี่ จี้ออกมาตรการคุม ‘ผู้มีอำนาจเหนือตลาด’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จำคุก 2 ปี ‘พิรงรอง กสทช.’ ไม่รอลงอาญา คดีทรูฟ้อง https://thestandard.co/pirongrong-nbtc-true-court-verdict/ Thu, 06 Feb 2025 04:26:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1038594 ศาลพิพากษาจำคุก พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. คดีทรูฟ้อง

ศาลตัดสิน ‘พิรงรอง กสทช.’ ผิดมาตรา 157 จำคุก 2 ปี ไม่รอ […]

The post จำคุก 2 ปี ‘พิรงรอง กสทช.’ ไม่รอลงอาญา คดีทรูฟ้อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลพิพากษาจำคุก พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. คดีทรูฟ้อง

ศาลตัดสิน ‘พิรงรอง กสทช.’ ผิดมาตรา 157 จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา เหตุมีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย

 

วันนี้ (6 กุมภาพันธ์) เวลา 10.20 น. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิพากษา ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกิจการโทรทัศน์ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา157 ให้มีโทษจำคุก 2 ปี ไม่รอการลงโทษ (ไม่รอลงอาญา) ในคดีระหว่างฝ่ายโจทก์ คือบริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด และจำเลยคือ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต

 

คำพิพากษาชี้ว่าจำเลยมีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย สืบเนื่องจากโจทก์มีอำนาจการปฏิบัติหน้าที่ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่เป็นไปตามกฎหมาย

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุของคดีเกิดจากมติของคณะอนุกรรมการ กสทช. ที่พิจารณาตามคำฟ้องร้องของผู้บริโภคว่า แอปพลิเคชัน TrueID แทรกโฆษณาระหว่างเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ดิจิทัล ขัดต่อหลักเกณฑ์ Must Carry ซึ่งกำหนดให้ต้องเผยแพร่สัญญาณโทรทัศน์โดยไม่มีเนื้อหาอื่นแทรก คณะอนุกรรมการจึงแจ้งให้ กสทช. ส่งหนังสือเตือนบริษัททรู

 

ด้านบริษัททรูมองว่าคำเตือนดังกล่าวสร้างความเสียหายแก่บริษัทและอาจกระทบต่อผู้รับใบอนุญาตช่องโทรทัศน์ ทำให้เนื้อหารายการบางส่วนถูกระงับ จึงมีการฟ้องร้องดังกล่าว

 

ทั้งนี้ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กำลังถูกควบคุมตัว และอยู่ระหว่างการยื่นขอประกันตัวเพื่อต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์

 

คลิกอ่านที่มาที่ไปของคดีได้ที่

https://thestandard.co/pirongrong-nbtc-true-court-case/

The post จำคุก 2 ปี ‘พิรงรอง กสทช.’ ไม่รอลงอาญา คดีทรูฟ้อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. เร่งจัดระเบียบสายสื่อสารรกรุงรัง พร้อมลงทะเบียนใหม่ ป้องกันสายเถื่อนพาดโดยไม่ขออนุญาต https://thestandard.co/bangkok-accelerate-organizationcommunication-lines/ Mon, 26 Jun 2023 08:57:00 +0000 https://thestandard.co/?p=807757 สายสื่อสาร

วันนี้ (26 มิถุนายน) บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าโรบินสัน บ […]

The post กทม. เร่งจัดระเบียบสายสื่อสารรกรุงรัง พร้อมลงทะเบียนใหม่ ป้องกันสายเถื่อนพาดโดยไม่ขออนุญาต appeared first on THE STANDARD.

]]>
สายสื่อสาร

วันนี้ (26 มิถุนายน) บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าโรบินสัน บางรัก ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยการไฟฟ้านครหลวง, สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) และผู้ประกอบการโทรคมนาคม ร่วมโครงการจัดระเบียบสายสื่อสาร 

 

ชัชชาติกล่าวว่า การเอาสายสื่อสารลงดินเป็นเรื่องที่มีค่าใช้จ่ายสูงทั้งในแง่ของการลงทุนและกระบวนการต่างๆ โดยมี 2 รูปแบบ คือ การไฟฟ้านครหลวงหักเสาแล้วเอาสายไฟฟ้าลงดิน แต่การทำแบบนั้นต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งที่หลายคนเห็นสายรกรุงรังนั้นไม่ใช่สายไฟฟ้าแต่เป็นสายสื่อสาร

 

ทั้งนี้ การไฟฟ้านครหลวงมีแผนนำสายไฟฟ้าลงดินกว่า 230 กิโลเมตร จากระยะทางทั้งกรุงเทพฯ มากกว่า 2,000 กิโลเมตร ส่วนสายสื่อสารก็จะถูกจัดระเบียบตามลงไปด้วย อีกส่วนคือการตัดสายสื่อสารให้เป็นระเบียบ ซึ่งจะดำเนินการให้เร็วที่สุด โดยใช้งบประมาณต่ำกว่าและทำได้เร็วกว่ามาก วันนี้จึงเริ่มกระบวนการที่ทำตรงนี้ก่อนจะทำให้เมืองเป็นระเบียบเรียบร้อย 

 

ชัชชาติกล่าวต่อว่า การตัดสายสื่อสารยังต้องใช้งบประมาณและระยะเวลา เนื่องจากการทำงานไม่ใช่ว่า กทม. จะนำกรรไกรมาตัดได้เลย เนื่องจากเรื่องของสายสื่อสารอยู่ในการควบคุมของสำนักงาน กสทช. เสาไฟฟ้าเป็นของการไฟฟ้านครหลวง และตัวสายสื่อสารก็เป็นของผู้ประกอบการ Operator ต่างๆ

 

ชัชชาติกล่าวต่อว่า ต้องขอบคุณทาง กสทช. และผู้ประกอบการ Operator ต่างๆ รวมถึงการไฟฟ้านครหลวง ซึ่งมีการประชุมประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้จะเห็นความคืบหน้าอย่างมาก และจะเพิ่มเส้นทางให้มากขึ้น เราจะเห็นเมืองเป็นระเบียบมากขึ้น โดยในปี 2566 การไฟฟ้านครหลวงมีแผนบูรณาการจัดระเบียบสายสื่อสารเป็นระยะทางทั้งสิ้น 450 กิโลเมตร 

 

ด้าน วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า วันนี้ได้รับความร่วมมือจากการไฟฟ้านครหลวง ในการลงทะเบียนสายสื่อสารใหม่ให้เป็นระเบียบก่อนที่จะพาดสายสู่เสาไฟฟ้า ซึ่งทำให้ทราบว่าสายดังกล่าวเป็นของผู้ประกอบการรายใด ที่ผ่านมามีการพาดสายสื่อสารโดยไม่ได้ขออนุญาตหรือเป็นสายเถื่อน แต่คราวนี้จะชัดเจนขึ้นและทำให้บ้านเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น 

 

ในส่วนถนนเจริญกรุงคาดว่าจะตัดสายสื่อสารหมดประมาณ 4 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ต่อจากนั้นจะดำเนินการต่อที่ถนนศาลาแดง ถนนคอนแวนต์ ซอยพิพัฒน์ แถบย่านนี้ ส่วนต่อไปคือถนนสุขุมวิท ซึ่งดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วที่ซอย 13 เดือนหน้า (กรกฎาคม 2566) จะดำเนินการที่ซอย 11, 15, 17, 19 และซอย 36 อีกด้วย

 

The post กทม. เร่งจัดระเบียบสายสื่อสารรกรุงรัง พร้อมลงทะเบียนใหม่ ป้องกันสายเถื่อนพาดโดยไม่ขออนุญาต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ว่าการ กกท. ยืนยัน ไม่ได้ทำผิด ทำหนังสือแย้งไปแล้ว ไม่คืนเงิน 600 ล้านบาท https://thestandard.co/worldcup2022-08122022-2/ Thu, 08 Dec 2022 10:03:26 +0000 https://thestandard.co/?p=721404 ก้องศักด ยอดมณี

วันนี้ (8 ธันวาคม) จากการที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง […]

The post ผู้ว่าการ กกท. ยืนยัน ไม่ได้ทำผิด ทำหนังสือแย้งไปแล้ว ไม่คืนเงิน 600 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก้องศักด ยอดมณี

วันนี้ (8 ธันวาคม) จากการที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติเอกฉันท์เรียกเงินคืนเงิน 600 ล้านบาทจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และให้คืนเงินภายใน 15 วัน เรื่อง การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก ปี 2022

 

ล่าสุด ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (ผู้ว่าการ กกท.) ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว The Nation ถึงเรื่องนี้ว่า กกท. ยืนยันว่าไม่ได้ทำผิดกฎ Must Carry แต่อย่างใด และส่งสัญญาณถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกให้ทุกคนได้ดูแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายตามกฎ Must Have แล้ว

 

“ผมได้ทำหนังสือแย้งกลับไปที่ กสทช. แล้วครับ” ดร.ก้องศักดกล่าว

 

“ทาง กกท. เห็นว่าเราไม่ได้ปฏิบัติผิดเงื่อนไขอะไร เราดำเดินตามกฎ Must Carry  ด้วยการส่งสัญญาณไปยังดิจิทัลทีวี ทั้งภาคพื้นดินและดาวเทียมต่างๆ ซึ่งในกฎของ Must Carry ได้เขียนเอาไว้ว่า ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ด้วย ซึ่งศาลได้วินิจฉัยกรณีข้อพิพาทระหว่าง AIS กับ TRUE โดยคำสั่งศาลได้กล่าวถึงการกีฬาแห่งประเทศไทย และ กสทช. ที่ดำเนินการถ่ายทอดฟุตบอลโลกให้ประชาชนได้ดูฟรีตามช่องทางต่างๆ ที่ไม่ใช่เฉพาะ IPTV เท่านั้น ถือว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ Must Carry แล้ว 

 

“ซึ่งคำสั่งศาลเขียนไว้ชัดเจน เพราะฉะนั้นการดำเนินการของ กกท. อยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ของคำสั่งศาล ไม่ได้ไปละเมิดอะไร” 

 

นอกจากนี้ ผู้ว่าการ กกท. เสริมว่า การที่ กสทช. เรียกเก็บเงินคืนแบบนี้อยู่ที่มุมมอง และทางนั้นมองมุมที่ต่างกัน เป็นที่มาของการทำหนังสือตอบกลับไปทันทีว่า กกท. ไม่ได้ทำผิดอะไร ทุกอย่างให้ไปดูในคำสั่งศาลได้

The post ผู้ว่าการ กกท. ยืนยัน ไม่ได้ทำผิด ทำหนังสือแย้งไปแล้ว ไม่คืนเงิน 600 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนาธร ชวนประชาชนลงชื่อ-ติดแฮชแท็ก #หยุดผูกขาดมือถือ กดดันมติ กสทช. ควบรวม TRUE-DTAC https://thestandard.co/thanathorn-invite-people-do-hashtags-against-true-dtac/ Thu, 04 Aug 2022 03:35:44 +0000 https://thestandard.co/?p=662620 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

วันนี้ (4 สิงหาคม) ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวห […]

The post ธนาธร ชวนประชาชนลงชื่อ-ติดแฮชแท็ก #หยุดผูกขาดมือถือ กดดันมติ กสทช. ควบรวม TRUE-DTAC appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

วันนี้ (4 สิงหาคม) ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความลงเพจเฟซบุ๊ก ชวนประชาชนร่วมจับตากรณีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะมีการลงมติ ว่าจะอนุมัติให้มีการควบรวมกิจการโทรคมนาคมระหว่าง TRUE-DTAC หรือไม่ ในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ โดยระบุว่าตัวเองได้เฝ้าจับตากรณีดังกล่าวมาตั้งแต่ปลายปี 2564 ซึ่งมีความน่ากังวลเป็นอย่างมาก ว่าจะส่งผลเสียต่อประชาชนและเศรษฐกิจไทยอย่างมหาศาล ซึ่งหาก กสทช. มีมติอนุมัติให้เกิดการควบรวมกิจการขึ้น จะส่งผลกระทบใน 3 ด้านหลัก ประกอบด้วย

 

  1. จะเหลือผู้ให้บริการสัญญาณมือถือเพียงแค่สองรายในตลาดเกือบ 100% ซึ่งไม่มีประเทศที่พัฒนาแล้ว อนุญาตให้มีการควบรวมกิจการจาก 3 เจ้าเหลือ 2 เจ้า เพราะเสี่ยงต่อการแข่งขันและราคา 

 

  1. จากผลการศึกษาของคณะอนุกรรมการที่ กสทช. แต่งตั้งขึ้น พบว่าราคาค่าบริการมือถือและอินเทอร์เน็ตอาจเพิ่มขึ้น 12.57-39.81% เท่ากับประชาชนอาจต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นถึงเบอร์ละ 26.5-84 บาทต่อเดือน

 

  1. เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยจะขาดศักยภาพในการแข่งขันกับโลก เมื่อผู้ประกอบการโทรคมนาคมไม่ต้องแข่งกันเพิ่มความเร็ว-ลดราคา และเพิ่มความเสถียรของสัญญาณอินเทอร์เน็ตอีกต่อไป

 

ธนาธรระบุต่อไปว่า ทั้งคณะก้าวหน้าและพรรคก้าวไกล มีจุดยืนร่วมกันมาตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่ ว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยต้องไม่เติบโตด้วยความเหลื่อมล้ำ เอื้อประโยชน์นายทุนผูกขาดให้ร่ำรวย โดยไม่เกิดนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการของประชาชน และจะใช้พลังทั้งหมดที่มี เพื่อคัดค้านการควบรวมกิจการครั้งนี้

 

อย่างไรก็ดี ธนาธรระบุว่า พลังของพวกเราเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะสร้างแรงกดดันได้ จึงขอเรียกร้องให้ประชาชนทุกคนร่วมกันส่งเสียง ทั้งในฐานะผู้บริโภค และในฐานะประชาชนเจ้าของประเทศ ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนและอนาคตเศรษฐกิจไทย ด้วยการรณรงค์ #หยุดผูกขาดมือถือ โดย

 

  1. ร่วมลงชื่อในเว็บไซต์ https://www.change.org/p/คณะกรรมการ-กสทช-รณรงค์ต่อต้านการผูกขาดทางการค้ากรณีการควบรวมกิจการระหว่างทรูและดีแทค
  2. ติดแฮชแท็ก #หยุดผูกขาดมือถือ
  3. แท็ก กสทช. ในทุกช่องทางออนไลน์ ให้ออกมติโดยฟังเสียงประชาชน

 

“เรามีเวลาทำภารกิจเร่งด่วนนี้ร่วมกัน 7 วันที่เหลืออยู่ ช่วยกันส่งเสียง แชร์ โพสต์ ในทุกช่องทางที่เรามี เพื่อให้เสียงของเราดังไปถึง กสทช. ให้ได้ ผมคนเดียวทำไม่ได้ แต่เราทุกคนช่วยกัน จะกลายเป็นเสียงที่ดังพอที่จะกำหนดอนาคตของประเทศ” ธนาธรระบุ

The post ธนาธร ชวนประชาชนลงชื่อ-ติดแฮชแท็ก #หยุดผูกขาดมือถือ กดดันมติ กสทช. ควบรวม TRUE-DTAC appeared first on THE STANDARD.

]]>
กสทช. เปิดสูตรโมเดลควบรวม TRUE-DTAC ผลวิจัยทางเศรษฐกิจชี้ชัด หากสำเร็จเสี่ยงฉุด GDP ดันเงินเฟ้อพุ่ง https://thestandard.co/nbtc-unveiled-true-dtac-model/ Tue, 07 Jun 2022 08:09:37 +0000 https://thestandard.co/?p=638907 TRUE-DTAC

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และก […]

The post กสทช. เปิดสูตรโมเดลควบรวม TRUE-DTAC ผลวิจัยทางเศรษฐกิจชี้ชัด หากสำเร็จเสี่ยงฉุด GDP ดันเงินเฟ้อพุ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
TRUE-DTAC

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้จัดโฟกัส กรุ๊ปในรอบนักวิชาการ ซึ่งถือเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อรวบรวมความเห็นจากหลายภาคส่วนต่อกรณีการควบรวมธุรกิจระหว่าง บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) กับ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) 

 

ศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการ กสทช. ด้านเศรษฐศาสตร์ กล่าวเปิดประชุมรับฟังความเห็นโฟกัส กรุ๊ป ว่า กสทช. ได้ทำเฟรมเวิร์กเพื่อประเมินผลกระทบทางเศรษฐศาสตร์จากการควบรวมกิจการ โดยวิเคราะห์ผ่าน 2 รูปแบบ คือ

 

  1. การวิเคราะห์โครงสร้างการแข่งขัน และผลกระทบทางเศรษฐศาสตร์ 

 

  1. ประสิทธิภาพทางการแข่งขัน

 

โดยตัวแทนจากคณะทำงาน กสทช. ระบุว่า หลังจากใช้เครื่องมือในการวิเคราะห์ผลกระทบด้านราคา 2 แบบ คือ Merger Simulation และ Upward Pricing Pressure Model (UPP) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ถูกใช้แพร่หลายในสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา เพื่อวิเคราะห์เรื่องควบรวม ระบุได้ว่าอัตราค่าบริการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นน้อยที่สุด 

 

  1. กรณีไม่มีการร่วมมือกัน 2.03-19.53% 

 

  1. กรณีร่วมมือกันในระดับต่ำ ราคาเพิ่มขึ้น 12.57-39.81% 

 

  1. กรณีร่วมมือกันในระดับสูง ราคาเพิ่มขึ้น 49.30-244.50% 

 

ด้าน พรเทพ เบญญาอภิกุล คณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาและวิเคราะห์กรณีการรวมธุรกิจ กล่าวว่า ถ้าไม่มีและมีความร่วมมือต่ำ ราคาเพิ่มขึ้น 18.85%, หากร่วมมือระดับสูง ราคาเพิ่มขึ้น 60% หากเป็นโมเดลด้านดาต้าอย่างเดียว, หากไม่มีและมีความร่วมมือต่ำ ราคาเพิ่มขึ้น 32.64% และหากมีความร่วมมือระดับสูง ราคาเพิ่มขึ้น 198.28% 

 

นอกจากนี้ยังส่งผลต่อการเติบโตของ GDP หากไม่มีการร่วมมือกัน GDP หดตัวลง 0.05%-0.11%, กรณีร่วมมือกันระดับต่ำ GDP หดตัวลง 0.17%-0.33%, กรณีร่วมมือกันในระดับสูง GDP หดตัวลง 0.58%-1.99% และพบว่ามูลค่า GDP ลดลง กรณีไม่มีความร่วมมือ GDP ลดลงในช่วง 8,244-18,055 ล้านบาท, กรณีร่วมมือระดับต่ำ GDP ลดลงในช่วง 27,148-53,147 ล้านบาท และกรณีร่วมมือระดับสูง GDP ลดลงในช่วง 94,427-322,892 ล้านบาท  

 

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อ หากไม่มีการร่วมมือกัน เงินเฟ้อสูงขึ้น 0.05%-0.12%, กรณีร่วมมือกันระดับต่ำ เงินเฟ้อสูงขึ้น 0.17%-0.34% และกรณีร่วมมือกันในระดับสูง เงินเฟ้อสูงขึ้น 0.60%-2.07%

 

จากการศึกษาพบว่า ระดับความร่วมมือคือปัจจัยสำคัญของการเพิ่มขึ้น ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาปัจจัยที่จะทำให้เกิดระดับความร่วมมือ โดยพิจารณาจาก 6 ปัจจัย ประกอบด้วย จำนวนผู้ประกอบการที่เหลือ ยิ่งน้อยยิ่งร่วมมือกันง่าย, ขนาดของผู้ประกอบการ เมื่อมีขนาดเท่ากันยิ่งง่ายต่อการร่วมมือ, ลักษณะของบริการ ยิ่งเหมือนกันยิ่งร่วมมือกันง่าย, ผู้บริการสามารถตรวจสอบราคากันได้ง่ายหรือไม่ ยิ่งตรวจสอบได้ยิ่งร่วมมือกันง่าย, ระยะเวลาที่ต้องทำธุรกิจในตลาดเดียวกันว่าแข่งขันกันมานานหรือยัง ยิ่งอยู่ในตลาดร่วมกันมานานยิ่งร่วมมือกันง่าย และอุปสรรคของรายใหม่เข้าสู่ตลาด หากยิ่งเข้ายากยิ่งร่วมมือกันง่าย ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของหน่วยงานกำกับ คือ กสทช. และคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) หากมีประสิทธิภาพในการกำกับก็จะทำให้เกิดความร่วมมือกันยาก

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post กสทช. เปิดสูตรโมเดลควบรวม TRUE-DTAC ผลวิจัยทางเศรษฐกิจชี้ชัด หากสำเร็จเสี่ยงฉุด GDP ดันเงินเฟ้อพุ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. เร่งจัดระเบียบสายไฟฟ้า-สายสื่อสาร เพื่อความปลอดภัยของประชาชน เหลืออีก 21 เส้นทาง https://thestandard.co/bangkok-arranging-electricity-wires/ Sun, 28 Nov 2021 10:42:56 +0000 https://thestandard.co/?p=565161 การไฟฟ้านครหลวง

วันนี้ (28 พฤศจิกายน) ขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร […]

The post กทม. เร่งจัดระเบียบสายไฟฟ้า-สายสื่อสาร เพื่อความปลอดภัยของประชาชน เหลืออีก 21 เส้นทาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
การไฟฟ้านครหลวง

วันนี้ (28 พฤศจิกายน) ขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) การไฟฟ้านครหลวง ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการจัดระเบียบสายสื่อสารต่างๆ ทั้งสายสื่อสารและสายไฟฟ้า รวมทั้งในส่วนที่กรุงเทพมหานครรับผิดชอบดำเนินการก่อสร้างท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน ซึ่งดำเนินการก่อสร้างโดยบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินแล้วเสร็จ เป็นระยะทาง 7 กิโลเมตร ประกอบด้วย

 

  1. ถนนวิทยุ (ถนนเพชรบุรี-แยกเพลินจิต-หน้าซอยร่มฤดี) 
  2. ถนนรัชดาภิเษก (MRT ศูนย์วัฒนธรรมประตู 2 – หน้าซอยรัชดาภิเษก 7) 
  3. ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ (ถนนสาทรเหนือ/ใต้-ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 10) ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างท่อร้อยสายสื่อสารในแนวถนนพระรามที่ 1 จากแยกปทุมวันถึงแยกราชประสงค์ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร พร้อมกับการปรับปรุงทางเท้า

 

สำหรับแนวทางการจัดระเบียบสายสื่อสารและสายไฟฟ้าลงใต้ดิน กรุงเทพมหานครได้ร่วมกับหน่วยงานข้างต้นดำเนินการจัดระเบียบสายสื่อสารที่พาดอยู่บนเสาไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2561-2564 จำนวน 40 เส้นทาง ระยะทางประมาณ 143.72 กิโลเมตร ดำเนินการแล้วเสร็จ จำนวน 19 เส้นทาง ระยะทางประมาณ 119 กิโลเมตร และอยู่ระหว่างดำเนินการ จำนวน 21 เส้นทาง ระยะทางประมาณ 24.72 กิโลเมตร

 

ในส่วนของแผนดำเนินการในอนาคตจะได้ประสานกับ กสทช. ซึ่งเป็นหน่วยงานในการกำหนดแผนเพื่อดำเนินการต่อไป นอกจากนี้ สำนักการจราจรและขนส่งและสำนักงานเขตพื้นที่ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำแผนและดำเนินการจัดระเบียบสายสื่อสารที่พาดอยู่บนเสาไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง โดยมีการนำสายสื่อสารที่ไม่มีการใช้งานออก และในส่วนของสายสื่อสารที่ยังมีการใช้งานจะดำเนินการมัดรวมให้เรียบร้อย พร้อมทั้งระบุเจ้าของสายสื่อสารแต่ละเส้นให้ชัดเจนในช่วงระหว่างดำเนินการตามแผนนำสายสื่อสารลงใต้ดิน เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

The post กทม. เร่งจัดระเบียบสายไฟฟ้า-สายสื่อสาร เพื่อความปลอดภัยของประชาชน เหลืออีก 21 เส้นทาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
AIS เข้าชำระค่าคลื่นความถี่ 700 MHz งวดแรก 1.88 พันล้านบาท กับ กสทช. แล้ว ผู้บริหารยันเร่งเสริมแกร่งโครงข่ายให้บริการต่อเนื่อง https://thestandard.co/ais-bought-700mhz/ Wed, 13 Jan 2021 11:14:28 +0000 https://thestandard.co/?p=442619 AIS เข้าชำระค่าคลื่นความถี่ 700 MHz งวดแรก 1.88 พันล้านบาท กับ กสทช. แล้ว ผู้บริหารยันเร่งเสริมแกร่งโครงข่ายให้บริการต่อเนื่อง

วันนี้ (13 มกราคม) ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเล […]

The post AIS เข้าชำระค่าคลื่นความถี่ 700 MHz งวดแรก 1.88 พันล้านบาท กับ กสทช. แล้ว ผู้บริหารยันเร่งเสริมแกร่งโครงข่ายให้บริการต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
AIS เข้าชำระค่าคลื่นความถี่ 700 MHz งวดแรก 1.88 พันล้านบาท กับ กสทช. แล้ว ผู้บริหารยันเร่งเสริมแกร่งโครงข่ายให้บริการต่อเนื่อง

วันนี้ (13 มกราคม) ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า AWN หรือบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ผู้ได้รับการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 700 MHz ช่วงความถี่ 723-733 MHz คู่กับ 778-788 MHz เมื่อปี 2562 ได้นำเงินค่าประมูลงวดที่ 1 จำนวน 1,881.488 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) 

 

พร้อมกับหนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงินเพื่อค้ำประกันการชำระเงินค่าคลื่นความถี่ในส่วนที่เหลือวงเงิน 16,933.392 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) มาชำระให้กับสำนักงาน กสทช. ตามเงื่อนไขของการชำระเงินฯ โดยเงินค่าคลื่นความถี่ดังกล่าว สำนักงาน กสทช. จะรีบนำส่งกระทรวงการคลังเพื่อเป็นรายได้ของแผ่นดินต่อไป

 

สำหรับการชำระเงินคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 700 MHz แบ่งการชำระออกเป็น 10 งวดเท่าๆ กัน งวดละ 1,881.48 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)

 

ด้าน สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์  อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ในฐานะผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ระบุว่า “AIS ตั้งใจอย่างยิ่งในการเข้าประมูลคลื่น 5G แบบเต็ม Block ในทุกย่านความถี่ โดยมีครบทั้งย่านความถี่ต่ำ ย่านความถี่กลาง และย่านความถี่สูง ครอบคลุมการใช้งานทุกรูปแบบ ประกอบด้วยคลื่น 700 MHz จำนวน 30 MHz (2×15 MHz), คลื่น 2600 MHz จำนวน 100 MHz และคลื่น 26 GHz จำนวน 1200 MHz รวมเฉพาะคลื่นความถี่ที่จะนำมาให้บริการ 5G ทั้งหมดอยู่ที่ 1330 MHz 

 

“เพราะเราตระหนักอยู่เสมอว่า คลื่นความถี่คือทรัพยากรสาธารณะอันทรงคุณค่า ดังนั้นหลังการประมูลได้แต่ละคลื่นมาให้บริการ AIS จึงเร่งเดินหน้าพัฒนาเครือข่าย เพื่อส่งต่อประโยชน์ไปยังประชาชนและทุกภาคส่วนอย่างรวดเร็วที่สุด และทีมงานจะยังคงเดินหน้านำเทคโนโลยี 5G จากทุกคลื่นความถี่ ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีแตกต่างกัน มาสร้างประโยชน์ทันที ตามเจตนารมณ์ของภาครัฐที่ต้องการให้ประเทศไทยก้าวสู่ Digital Intelligent Nation อย่างสมบูรณ์”

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post AIS เข้าชำระค่าคลื่นความถี่ 700 MHz งวดแรก 1.88 พันล้านบาท กับ กสทช. แล้ว ผู้บริหารยันเร่งเสริมแกร่งโครงข่ายให้บริการต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดรับสมัครกรรมการ กสทช. จำนวน 7 ด้าน มีผู้สนใจสมัครแล้ว 37 คน เปิดรับถึง 28 ตุลาคมนี้ https://thestandard.co/nbtc-job-application/ Tue, 27 Oct 2020 03:02:41 +0000 https://thestandard.co/?p=412894 เปิดรับสมัครกรรมการ กสทช. จำนวน 7 ด้าน มีผู้สนใจสมัครแล้ว 37 คน เปิดรับถึง 28 ตุลาคมนี้

ตามที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ […]

The post เปิดรับสมัครกรรมการ กสทช. จำนวน 7 ด้าน มีผู้สนใจสมัครแล้ว 37 คน เปิดรับถึง 28 ตุลาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดรับสมัครกรรมการ กสทช. จำนวน 7 ด้าน มีผู้สนใจสมัครแล้ว 37 คน เปิดรับถึง 28 ตุลาคมนี้

ตามที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จำนวน 7 ด้าน

 

ผลการรับสมัคร ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2563 มีผู้สมัครแล้ว 37 คน ได้แก่ ด้านกิจการกระจายเสียงจำนวน 1 คน, ด้านวิศวกรรม จำนวน 7 คน, ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคหรือส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน จำนวน 6 คน, ด้านกิจการโทรทัศน์ จำนวน 4 คน, ด้านกิจการโทรคมนาคม จำนวน 7 คน, ด้านเศรษฐศาสตร์ จำนวน 4 คน และด้านกฎหมาย จำนวน 8 คน สำหรับรายชื่อบุคคลที่สมัครแล้ว ได้แก่ 


1. วันชัย ผโลทัยถเกิง อายุ 63 ปี กรรมการอิสระ บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด และอดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (สมัครด้านวิศวกรรม)


2. วุฒิพร เดี่ยวพานิช อายุ 68 ปี นายกสมาคมสิทธิผู้บริโภค (สมัครด้านการคุ้มครองผู้บริโภคหรือส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน)


3. ผศ.ดร.ปาริชาติ ธีระวิทย์ อายุ 51 ปี อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตระยอง (สมัครด้านการคุ้มครองผู้บริโภคหรือส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน)


4. พล.ต. วิเศษศักดิ์ สุนทรเกส อายุ 63 ปี อดีตผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและแผน สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (สมัครด้านกิจการโทรทัศน์)


5. พล.ต. ศิริพงษ์ พุ่มพวง อายุ 56 ปี หัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรองเสนาธิการทหาร (สมัครด้านกิจการโทรคมนาคม)


6. ผศ.ดร.ภักดี มะนะเวศ อายุ 57 ปี รองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ (สมัครด้านเศรษฐศาสตร์)


7. พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ อายุ 65 ปี อดีตผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (สมัครด้านกิจการโทรคมนาคม)


8. ณภัทร วินิจฉัยกุล อายุ 65 ปี กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานด้านกิจการกระจายเสียง (สมัครด้านกิจการโทรทัศน์)


9. นพรัตน์ เมธาวีกุลชัย อายุ 60 ปี อดีตผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (สมัครด้านกิจการโทรคมนาคม)


10. พล.ร.อ. ประสาน สุขเกษตร อายุ 64 ปี อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด, กรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ด้านความมั่นคง (สมัครด้านการคุ้มครองผู้บริโภคหรือส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน)


11. ผศ.ดร.จุมพล ชื่นจิตต์ศิริ อายุ 51 ปี รองอธิการบดีฝ่ายกฎหมายและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สมัครด้านกฎหมาย)


12. ชวนชม กิจพันธ์ อายุ 60 ปี อดีตรองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ สำนักนายกรัฐมนตรี (สมัครด้านเศรษฐศาสตร์)


13. พ.อ. อนุรัตน์ อินกัน อายุ 53 ปี อดีตรองผู้อำนวยการกองการศึกษา โรงเรียนข่าวทหารบก (สมัครด้านวิศวกรรม)


14. ประพันธ์ คูณมี อายุ 66 ปี ประธาน บริษัท อมรินทร์กฎหมายและการบัญชี จำกัด (สมัครด้านกฎหมาย)


15. ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต อายุ 53 ปี อาจารย์ประจำภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สมัครด้านกิจการโทรทัศน์)


16. พันธ์ศักดิ์ จันทร์ปัญญา อายุ 48 ปี ประธานกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน สำนักงาน กสทช. (สมัครด้านการคุ้มครองผู้บริโภคหรือส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน)


17. วิษณุ ตัณฑวิรุฬห์ อายุ 56 ปี ที่ปรึกษากรรมการ กสทช. (ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์) (สมัครด้านวิศวกรรม)


18. ชัยนันท์ งามขจรกุลกิจ อายุ 57 ปี รองอธิบดีอัยการ (สมัครด้านกฎหมาย)


19. พ.อ. ดร.พีรวัส พรหมกลัดพะเนาว์ อายุ 50 ปี กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานด้านกิจการโทรคมนาคม คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน สำนักงาน กสทช. (สมัครด้านกิจการโทรคมนาคม)


20. สมศักดิ์ อินทร์พันธ์ อายุ 58 ปี ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ (สมัครด้านกฎหมาย)


21. พล.ต.อ. ณัฐธร เพราะสุนทร อายุ 59 ปี ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สมัครด้านกฎหมาย) 


22. วรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา อายุ 58 ปี เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สมัครด้านเศรษฐศาสตร์)


23. รศ.ดร.อธิคม ฤกษบุตร อายุ  58 ปี อาจารย์ในสาขาวิชาวิศวกรรมโทรคมนาคม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (สมัครด้านกิจการโทรคมนาคม) 


24. อรษา มุขเตียร์ เปอร์ดี้ อายุ 65 ปี ที่ปรึกษามูลนิธิคนพิการไทย (สมัครด้านกิจการกระจายเสียง) 


25. พล.อ.ท. ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ อายุ 57 ปี รองเลขาธิการคณะกรรมการ กสทช. (สมัครด้านวิศวกรรม) 


26. นิมิตร หงษ์ยิ้ม อายุ 54 ปี กรรมการผู้จัดการ บริษัท รักษาความปลอดภัย ดรากอน อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (สมัครด้านวิศวกรรม) 


27. พล.ท. ดร.พิเชษฐ คงศรี อายุ 60 ปี ข้าราชการบำนาญ กระทรวงกลาโหม (สมัครด้านกฎหมาย)


28. พล.อ. สมศักดิ์ รุ่งสิตา อายุ 60 ปี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมัครด้านวิศวกรรม) 


29. พล.ต. วิเศษ เจริญสุข อายุ 57 ปี ผู้อำนวยการศูนย์โทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ กรมการทหารสื่อสาร กองทัพบก (สมัครด้านกิจการโทรทัศน์)


30. สยาม นิลวัฒน์ อายุ 48 ปี ทนายความและที่ปรึกษากฎหมาย (สมัครด้านการคุ้มครองผู้บริโภคหรือส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน)


31. ณรงค์ เขียดเดช อายุ 61 ปี อดีตผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (สมัครด้านเศรษฐศาสตร์)


32. ทวีศักดิ์ บุตรตัน อายุ 61 ปี นักเขียนคอลัมน์สิ่งแวดล้อม (สมัครด้านการคุ้มครองผู้บริโภคหรือส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน)


33. พล.ร.อ. ทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์ อายุ 65 ปี อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (สมัครด้านกิจการโทรคมนาคม)


34. ฐากร ตัณฑสิทธิ์ อายุ 60 ปี อดีตเลขาธิการ กสทช. (สมัครด้านกิจการโทรคมนาคม)


35. ก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร อายุ 51 ปี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (สมัครด้านกฎหมาย)


36. จิตรนรา นวรัตน์ อายุ 65 ปี อดีตผู้ตรวจการอัยการ (สมัครด้านกฎหมาย)


37. ต่อพงศ์ เสลานนท์ อายุ 44 ปี ปรึกษาประจำรองประธาน กสทช. (สมัครด้านการคุ้มครองผู้บริโภคหรือส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน)

 

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการ กสทช. สามารถยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้จนถึงวันที่ 28 ตุลาคมนี้ ในเวลาราชการ โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ ณ จุดรับสมัครบริเวณห้องโถงชั้น 1 อาคารสุขประพฤติ ถนนประชาชื่น เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post เปิดรับสมัครกรรมการ กสทช. จำนวน 7 ด้าน มีผู้สนใจสมัครแล้ว 37 คน เปิดรับถึง 28 ตุลาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กสทช. จ่อยกเลิกการคิดค่าบริการโทร ‘ในเครือข่าย’ และ ‘นอกเครือข่าย’ ต่างกัน ชี้ไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภค https://thestandard.co/nbtc-canceling-calling-charge/ Mon, 28 Sep 2020 07:38:40 +0000 https://thestandard.co/?p=401681

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการ […]

The post กสทช. จ่อยกเลิกการคิดค่าบริการโทร ‘ในเครือข่าย’ และ ‘นอกเครือข่าย’ ต่างกัน ชี้ไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภค appeared first on THE STANDARD.

]]>

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ระบุว่า ในการประชุม กสทช. ครั้งล่าสุดเมื่อวันพุธที่ 23 กันยายน 2563 กสทช. ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบเรื่องคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ที่อนุญาตให้ผู้ประกอบการที่ฟ้องคดี 4 รายถอนอุทธรณ์และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ กรณีที่ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่ง กทช. ที่ 19/2553 เรื่อง ห้ามเรียกเก็บค่าบริการในกิจการโทรคมนาคมจากผู้ใช้บริการในอัตราที่แตกต่างกันสำหรับบริการโทรคมนาคมลักษณะหรือประเภทเดียวกัน ลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2553 ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็ขอให้ กสทช. พิจารณาทบทวนคำสั่ง กทช. ดังกล่าวแทน

 

กรณีข้อพิพาทดังกล่าวสืบเนื่องจากในสมัยคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ได้เคยมีคำสั่งห้ามผู้รับใบอนุญาตดำเนินการจัดทำรายการส่งเสริมการขายในลักษณะที่มีการเรียกเก็บค่าใช้บริการโทรคมนาคมจากผู้ใช้บริการของตนในอัตราที่แตกต่างกัน สำหรับการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในโครงข่าย (On-net) และการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระหว่างโครงข่าย (Off-net) โดยหากพบว่าผู้ประกอบกิจการรายใดฝ่าฝืน ให้สำนักงาน กสทช. กำหนดมาตรการบังคับทางปกครองเพื่อให้ผู้ประกอบกิจการปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดโดยเคร่งครัด 

 

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่ กทช. ออกคำสั่งดังกล่าว ได้มีผู้ประกอบกิจการ 4 ราย ได้แก่ บริษัท ทรู มูฟ จำกัด, บริษัท ดิจิตอล โฟน จำกัด, บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลาง โดยขอให้เพิกถอนคำสั่งของ กทช. 

 

ต่อมาศาลปกครองกลางพิพากษายกฟ้อง โดยเห็นว่าคำสั่งดังกล่าว ‘ชอบด้วยกฎหมาย’ ผู้ฟ้องคดีจึงได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลปกครองกลางต่อศาลปกครองสูงสุด แต่ต่อมาก็ได้ขอถอนอุทธรณ์ และทำหนังสือขอให้ กสทช. พิจารณาทบทวนคำสั่ง กทช.

 

ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน เปิดเผยว่า การเรียกเก็บค่าบริการที่โทรในเครือข่ายเดียวกันกับที่โทรข้ามเครือข่ายในอัตราที่แตกต่างนั้น ถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อมาตรา 57 ของพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 และข้อ 17 ของประกาศ กทช. เรื่องอัตราขั้นสูงของค่าบริการและการเรียกเก็บเงินค่าบริการล่วงหน้าในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 

 

อีกทั้งศาลปกครองกลางก็ได้มีคำพิพากษาชี้ขาดไปแล้วว่าการออกคำสั่งของ กทช. ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นผู้ประกอบการทุกรายจึงต้องอยู่ใต้บังคับตามประกาศดังกล่าว จึงเป็นหน้าที่ของสำนักงาน กสทช. ที่จะต้องไปตรวจสอบรายการส่งเสริมการขายที่มีอยู่ในตลาดว่าผิดกฎหมายหรือไม่ หากพบว่ามีการกระทำฝ่าฝืน ก็ต้องดำเนินการบังคับทางปกครองต่อไป

 

ประวิทย์กล่าวว่า ข้อกฎหมายนี้ถูกกำหนดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ‘คุ้มครองประโยชน์ของผู้บริโภค’ ในเรื่องของการมีเสรีภาพในการติดต่อสื่อสารได้อย่างทั่วถึง โดยไม่ต้องคำนึงว่าเป็นการใช้บริการโทรศัพท์มือถือในโครงข่ายเดียวกันหรือต่างกัน หรือเกิดข้อจำกัดหากเป็นการใช้บริการข้ามโครงข่าย 

 

อีกทั้งยังเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการคิดค่าบริการในลักษณะที่เป็นการกีดกันทางการค้าหรือบิดเบือนการกำหนดราคาเพื่อสร้างอำนาจผูกขาดในตลาด โดยเฉพาะการกีดกันผู้ประกอบการรายย่อยหรือรายใหม่ให้ไม่สามารถแข่งขันในตลาดโทรคมนาคมได้ 

 

ส่วนข้อเสนอของผู้ประกอบการที่ต้องการให้มีการทบทวนกติกาให้สามารถกำหนดอัตราค่าบริการที่แตกต่างกันได้นั้น เป็นเรื่องที่ต้องรับฟังความเห็นอย่างรอบด้านถึงผลดีผลเสีย รวมทั้งคำนึงถึงผลกระทบด้านการแข่งขันของผู้ประกอบการในตลาดโทรคมนาคม เพื่อไม่ให้เกิดการผูกขาด

 

“หากจะมีการกำหนดอัตราค่าบริการที่แตกต่างกัน ก็เป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการที่จะทำอย่างไรให้ผู้บริโภครู้ว่ากำลังจะใช้บริการโทรภายในเครือข่ายหรือนอกเครือข่าย เพราะถ้าผู้บริโภคไม่สามารถแยกความแตกต่างได้ ก็ไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภค เพราะผู้บริโภคอาจเกิดความเข้าใจผิดว่ากำลังโทรในเครือข่ายซึ่งโทรฟรีหรืออัตราค่าบริการถูก จึงโทรนาน แต่ปรากฏว่าปลายสายย้ายค่ายไปแล้ว ทำให้กลายเป็นการโทรนอกเครือข่ายที่ต้องเสียค่าบริการแพง 

 

“นอกจากนี้ถ้าจะมีการอนุญาตให้สามารถกำหนดอัตราค่าบริการที่แตกต่างกันได้ ก็ต้องกำกับอัตราค่าบริการให้สอดคล้องกับต้นทุน ไม่ใช่ปล่อยให้กำหนดราคาแตกต่างกันได้โดยเสรี มิเช่นนั้นก็จะเกิด Network Effect เพราะทุกวันนี้มีการออกแพ็กเกจโทรฟรีในเครือข่าย ส่วนนอกเครือข่ายคิดราคาเต็ม ซึ่งทำให้ราคาค่าบริการแตกต่างกันหลายเท่าตัว เมื่อเป็นเช่นนี้รายเล็กก็จะแข่งขันสู้รายใหญ่ไม่ได้ และก็จะล้มหายตายจากตลาดกันหมด” ประวิทย์กล่าว

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post กสทช. จ่อยกเลิกการคิดค่าบริการโทร ‘ในเครือข่าย’ และ ‘นอกเครือข่าย’ ต่างกัน ชี้ไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภค appeared first on THE STANDARD.

]]>
กสทช. จัดสรรกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลกว่า 1.1 ล้านกล่อง สนับสนุนการเปิดเทอม 1 ก.ค. นี้ https://thestandard.co/nbtc-preparing-tv-router-for-school-opening/ Tue, 30 Jun 2020 10:33:16 +0000 https://thestandard.co/?p=376315

วันนี้ (30 มิถุนายน) นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักน […]

The post กสทช. จัดสรรกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลกว่า 1.1 ล้านกล่อง สนับสนุนการเปิดเทอม 1 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (30 มิถุนายน) นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า คณะรัฐมนตรีรับทราบแนวทางการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงได้ปรับระบบการจัดการเรียนการสอนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งรวมถึงการจัดการเรียนการสอนทางไกล (On Air)  

 

โดยสํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายสนับสนุนกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัลเพื่อการศึกษา 1,158,931 กล่อง จัดสรรให้สถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการจำนวน 1,030,798 กล่อง กระทรวงมหาดไทยจำนวน 127,867 กล่อง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติจำนวน 266 กล่อง เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้งการสอนทางไกลตั้งแต่การเปิดภาคเรียน 1 กรกฎาคมนี้  

 

ทั้งนี้ แนวทางการแก้ไขผลการเรียนและอนุมัติการจบการศึกษาปี 2562 หลังวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 ช่วงระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2563 ให้ถือเป็นการอนุมัติให้จบการศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 โดยไม่ขัดกับระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา พ.ศ. 2549 โดยให้ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัยด้วย

 

กรณีนักเรียนเรียนจากที่บ้าน ให้โรงเรียนจ่ายเงินสดให้แก่ผู้ปกครอง/นักเรียน สำหรับค่าอาหาร รวมทั้งให้โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ที่จัดการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ทั้ง 12 แห่ง สามารถกำหนดรูปแบบวิธีการและจ่ายค่าอาหาร ค่าอาหารเสริมสำหรับนักเรียนที่เรียนผ่านระบบออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป รวมทั้งให้อุดหนุนค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสาน เช่น ค่าอุปกรณ์การเรียนการสอนออนไลน์ ค่าเช่าสัญญาณอินเทอร์เน็ต อุปกรณ์ป้องกันการแพร่ระบาดสำหรับนักเรียน 

 

ทั้งนี้ โรงเรียนสามารถเลือกรูปแบบการจัดการเรียนการสอน ทั้งการเรียนในชั้นเรียน (On-Site) การเรียนผ่านโทรทัศน์ (On-Air) และการเรียนการสอนแบบออนไลน์ (Online) ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้งการสอนทางไกล (On Air) ตามความเหมาะสมและบริบทของโรงเรียน

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post กสทช. จัดสรรกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลกว่า 1.1 ล้านกล่อง สนับสนุนการเปิดเทอม 1 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กสทช. เคาะเยียวยาคลื่น 2600 อสมท 3,235 ล้านบาท อนุมัติ 150 ล้านบาทสมทบโรงพยาบาลรัฐสู้โควิด-19 https://thestandard.co/nbtc-healing-2600-station-and-support-state-hospitals/ Wed, 10 Jun 2020 11:58:21 +0000 https://thestandard.co/?p=370892

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิ […]

The post กสทช. เคาะเยียวยาคลื่น 2600 อสมท 3,235 ล้านบาท อนุมัติ 150 ล้านบาทสมทบโรงพยาบาลรัฐสู้โควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยวันนี้ (10 มิถุนายน) ว่าที่ประชุม กสทช. ได้พิจารณาการทดแทน ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทนในการเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 2500-2690 เมกะเฮิรตซ์ ของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) โดยมีมติดังนี้

 

  1. การกำหนดระยะเวลาการถือครองคลื่นความถี่ของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เพื่อใช้กำหนดค่าทดแทน ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทนการถูกเรียกคืนคลื่นความถี่ ให้นับเอาระยะเวลาตั้งแต่วันที่ กสทช. มีมติให้คืนคลื่นความถี่จนถึงวันที่ 3 เมษายน 2565 เป็นระยะเวลาประมาณ 3 ปี รวมกับระยะเวลาการพิจารณาสิทธิ์ในการใช้งานคลื่นความถี่ดังกล่าว ที่ทำให้บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ขาดความชัดเจนในสิทธิ์การใช้งานคลื่นความถี่ดังกล่าว 

 

โดยเป็นห้วงเวลาตั้งแต่วันที่แผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่มีผลบังคับใช้ (20 เมษายน 2555) ถึงวันที่บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ได้รับทราบสิทธิ์การใช้งานคลื่นความถี่ดังกล่าว (23 กันยายน 2558) เป็นระยะเวลาประมาณ 3 ปี 5 เดือน รวมทั้งสองช่วงเวลาเป็นระยะเวลาประมาณ 6 ปี 5 เดือน มูลค่าของการทดแทน ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทนจำนวน 3,235,836,754.93 บาท

 

  1. รับทราบและให้ อสมท ปฏิบัติตามหนังสือของ อสมท ที่ นร 6100/1250 ลงวันที่ 4 มิถุนายน 2563 ต่อไป

 

  1. มอบหมายให้สำนักงานดำเนินการจ่ายเงินให้กับ อสมท ตามข้อ 2 และตามเงื่อนไขของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ได้ศึกษาเรื่องนี้

 

ฐากรกล่าวว่า ที่ประชุม กสทช. ยังได้พิจารณาเรื่องการสนับสนุนสถานพยาบาลและโรงพยาบาลของรัฐสู้โควิด-19 เพื่อให้การช่วยเหลือภาครัฐได้ทันท่วงทีและมากที่สุด จึงเห็นควรมีมติอนุมัติให้หน่วยงานหรือส่วนราชการที่มีภารกิจสนับสนุนการด้านสาธารณสุขสามารถยื่นขอรับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินงานของสถานพยาบาลและโรงพยาบาลของรัฐเพื่อต่อสู้สถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ได้ จากเดิมที่ให้โรงพยาบาลและสถานพยาบาลของรัฐเป็นผู้ขอเท่านั้น โดยที่ประชุม กสทช. ได้อนุมัติงบประมาณสนับสนุนสถานพยาบาลและโรงพยาบาลภาคสนามของรัฐสู้สถานการณ์ ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 อีกจำนวน 62 แห่ง (63 โครงการ) วงเงินรวม 149.811 ล้านบาท

 

ซึ่งหลังจากนี้โรงพยาบาลและสถานพยาบาลของรัฐยังสามารถขอรับการสนับสนุนเข้ามาได้ที่ กสทช. โดยตรง จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 โดย กสทช. จะรีบพิจารณาโครงการเพื่ออนุมัติเงินสนับสนุนให้ทันต่อสถานการณ์ เพื่อต่อสู้กับไวรัสโคโรนา 2019

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post กสทช. เคาะเยียวยาคลื่น 2600 อสมท 3,235 ล้านบาท อนุมัติ 150 ล้านบาทสมทบโรงพยาบาลรัฐสู้โควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษกกลาโหมแจง ไม่เคยขอหรือได้รับข้อมูลตำแหน่งมือถือประชาชน หลังนักวิชาการเผยเอกสารทำเรื่องขอ-อ้างควบคุมโรค https://thestandard.co/defense-spokesman-say-never-received-or-giveaway-phone-number-location-information/ Mon, 08 Jun 2020 12:13:38 +0000 https://thestandard.co/?p=370394

จากกรณี สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร […]

The post โฆษกกลาโหมแจง ไม่เคยขอหรือได้รับข้อมูลตำแหน่งมือถือประชาชน หลังนักวิชาการเผยเอกสารทำเรื่องขอ-อ้างควบคุมโรค appeared first on THE STANDARD.

]]>

จากกรณี สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กผ่านแฟนเพจ Sarinee Achavanuntakul – สฤณี อาชวานันทกุล พร้อมลิงก์เอกสารหนังสือจากกระทรวงกลาโหมถึงสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และหนังสือจากกรมควบคุมโรคถึง กสทช. ขอให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือส่งข้อมูลตำแหน่งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ย้อนหลัง 14 วันของผู้ติดเชื้อรายใหม่ รวมถึงข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ของทุกคนที่เคยอยู่ในบริเวณเดียวกันกับผู้ติดเชื้อ เพื่อส่ง SMS แจ้งเตือนและเพื่อดำเนินการสอบสวนโรค ทั้งหมดนี้อ้างอำนาจตาม พ.ร.บ. ควบคุมโรค ประกอบ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน


ล่าสุดวันนี้ (8 มิถุนายน) พล.ท. คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่ากระทรวงกลาโหมไม่เคยทำหนังสือไปถึง กสทช. ขอข้อมูลตำแหน่งมือถือประชาชนเพื่อการควบคุมป้องกันโรคโควิด-19 ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด  

 

ทั้งนี้การให้ข้อมูลของ พล.อ. รักศักดิ์ โรจน์พิมพ์พันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกลาโหม กล่าวถึงความร่วมมือกันของหลายหน่วยงานที่ประชุมระดมความคิดเห็นแก้ปัญหาการแพร่ระบาดในช่วงสถานการณ์วิกฤตที่มีอัตราผู้ติดเชื้อภายในประเทศสูงกว่า 100 คนที่ผ่านมา

 

โดยมีการพิจารณาถึงประโยชน์ของข้อมูลตำแหน่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือของผู้ติดเชื้อเพื่อขยายผลการสอบสวนโรคกับผู้สัมผัสหรือใกล้ชิด ซึ่งสำนักนโยบายและแผนกลาโหมได้สรุปผลการประชุมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่เข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจและหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่อไป 

 

พร้อมย้ำว่ากระทรวงกลาโหมไม่มีหน้าที่ในการดำเนินการกับข้อมูลโทรศัพท์มือถือประชาชน และไม่เคยขอหรือได้รับข้อมูลดังกล่าวจาก กสทช. เพื่อการควบคุมโรคที่ผ่านมา

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post โฆษกกลาโหมแจง ไม่เคยขอหรือได้รับข้อมูลตำแหน่งมือถือประชาชน หลังนักวิชาการเผยเอกสารทำเรื่องขอ-อ้างควบคุมโรค appeared first on THE STANDARD.

]]>
กสทช. ผ่านมาตรการช่วยเหลือประชาชนรับโควิด-19 ระบาด ให้ใช้เน็ตมือถือเพิ่ม 10 GB เพิ่มสปีดเน็ตบ้าน 100 Mbps https://thestandard.co/nbtc-support-people-on-coronavirus-crisis-give-out-10gb-for-phone-and-100mbps-for-home-interenet/ Mon, 23 Mar 2020 09:53:04 +0000 https://thestandard.co/?p=345373

วันนี้ (23 มีนาคม) พล.อ. สุกิจ ขมะสุนทร ประธานกรรมการกิ […]

The post กสทช. ผ่านมาตรการช่วยเหลือประชาชนรับโควิด-19 ระบาด ให้ใช้เน็ตมือถือเพิ่ม 10 GB เพิ่มสปีดเน็ตบ้าน 100 Mbps appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (23 มีนาคม) พล.อ. สุกิจ ขมะสุนทร ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาและสกัดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รวมถึงมาตรการทำงานที่บ้านหรือ Work from Home 

 

ดังนั้นสิ่งที่ประชาชนมีความจำเป็นต้องใช้ในการติดต่อสื่อสาร ทำงาน คือบริการทางด้านโทรคมนาคม จึงเป็นที่มาของมติ กสทช. ว่าด้วยมาตรการช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤตโควิด-19 ในวันนี้ เพื่อรองรับมาตรการส่งเสริมการทำงานที่บ้านหรือ Work from Home ของรัฐบาล และเสนอให้รัฐบาลพิจารณาเห็นชอบโดยเร่งด่วน

 

โดยที่ประชุม กสทช. ได้นัดประชุมวาระพิเศษเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือประชาชนทุกระดับ และมีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือประชาชนและผู้ที่ได้รับผลกระทบฯ โดยลดค่าใช้จ่ายด้านโทรคมนาคมและส่งเสริมการทำงานที่บ้าน รวมทั้งสนับสนุนการทำงานผ่านอินเทอร์เน็ต เพื่อเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเป็นเรื่องเร่งด่วนต่อไป ดังนี้

 

  1. สนับสนุนให้ประชาชนสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์เคลื่อนที่ (Mobile Broadband) เพิ่ม 10 GB ต่อคนต่อเดือนให้แก่ผู้ใช้งานในปัจจุบัน โดยผู้ใช้บริการ 1 คนจะได้รับการสนับสนุน 1 เลขหมายต่อ 1 ผู้ให้บริการ โดยจะสนับสนุนเป็นระยะเวลา 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีได้ลงมติเห็นชอบมาตรการดังกล่าว จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน  2563 

 

โดยใช้ฐานลูกค้าที่มีผู้ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ณ วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเท่านั้น ให้หักจากเงินที่ผู้ให้บริการมีหน้าที่จะต้องชำระค่าประมูลคลื่นความถี่ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขใบอนุญาตที่ กสทช. กำหนดจนกว่าจะครบจำนวน และให้ กสทช. นำเงินส่วนที่เหลือส่งเป็นรายได้แผ่นดินต่อไป โดยประชาชนจะสามารถรับสิทธิ์ได้ด้วยการลงทะเบียนผ่านระบบ USSD ของผู้ให้บริการแต่ละค่ายที่ตนใช้งานอยู่

 

  1. สนับสนุนการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ประจำที่ (Fixed Broadband) ให้แก่ผู้ใช้งานในปัจจุบัน โดยปรับเพิ่มขนาดความจุ (Capacity) เท่าที่ผู้ให้บริการจะสามารถดำเนินการได้ กล่าวคือกรณีบริการ ADSL/VDSL/Copper ให้ปรับเพิ่มความเร็วสูงสุดที่สามารถทำได้ และกรณีบริการ FTTX ให้ได้ระดับความเร็ว (Download) 100 Mbps โดยหักเป็นค่าใช้จ่ายจากเงินที่ต้องนำส่งกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.)

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post กสทช. ผ่านมาตรการช่วยเหลือประชาชนรับโควิด-19 ระบาด ให้ใช้เน็ตมือถือเพิ่ม 10 GB เพิ่มสปีดเน็ตบ้าน 100 Mbps appeared first on THE STANDARD.

]]>
True เข้ารับใบอนุญาตคลื่นความถี่ 5G แล้ว หลังนำเงินประมูลงวดแรกเข้าชำระที่ กสทช. https://thestandard.co/true-received-5g-license/ Mon, 16 Mar 2020 08:51:23 +0000 https://thestandard.co/?p=342097

วันนี้ (16 มีนาคม) ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการก […]

The post True เข้ารับใบอนุญาตคลื่นความถี่ 5G แล้ว หลังนำเงินประมูลงวดแรกเข้าชำระที่ กสทช. appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (16 มีนาคม) ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด หรือ TUC ในเครือ True ผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 2600 MHz จำนวน 9 ชุดคลื่นความถี่ (ช่วง 2600-2690 MHz) และคลื่นความถี่ 90 MHz ได้นำเงินประมูลงวดแรกเข้ามาชำระแล้ว

 

สำหรับใบอนุญาตขนาดคลื่นความถี่ 90 MHz ได้นำเงินประมูลคลื่นความถี่งวดแรกจำนวน 1,912,399,111.02 บาท พร้อมนำหลักประกันการชำระเงินค่าประมูลคลื่นความถี่ส่วนที่เหลือจำนวน 17,211,591,999.14 บาท มาชำระและรับใบอนุญาตจากสำนักงาน กสทช. 

 

ส่วนการชำระเงินค่าประมูลคลื่นความถี่ย่าน 2600 MHz แบ่งการชำระออกเป็น 7 งวด งวดแรกที่ชำระในวันนี้จำนวน 10% ของเงินที่ชนะการประมูลสูงสุดที่บริษัทประมูลได้ งวดที่ 2-7 (ปีที่ 5-10) ชำระงวดละ 15% 

 

โดยสำนักงาน กสทช. ได้กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 2600 MHz จะต้องขยายโครงข่ายให้ครอบคลุม 50% ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ภายใน 1 ปี และครอบคลุม 50% ของประชากรใน Smart City ภายใน 4 ปี

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post True เข้ารับใบอนุญาตคลื่นความถี่ 5G แล้ว หลังนำเงินประมูลงวดแรกเข้าชำระที่ กสทช. appeared first on THE STANDARD.

]]>
กสทช. จับมือรัฐ-เอกชน ปั้นระบบ ‘Mobile ID’ บัตรประชาชนอิเล็กทรอนิกส์บนมือถือ https://thestandard.co/mobile-id-nbtc-join-government-and-private-industry-create/ Wed, 11 Mar 2020 05:19:41 +0000 https://thestandard.co/?p=339905

วันนี้ (11 มีนาคม) ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการก […]

The post กสทช. จับมือรัฐ-เอกชน ปั้นระบบ ‘Mobile ID’ บัตรประชาชนอิเล็กทรอนิกส์บนมือถือ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (11 มีนาคม) ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า กสทช. พัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนด้วยรูปแบบบัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ ‘แทนบัตร’ หรือ Mobile ID ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองใน Sandbox เพื่อขยายให้ประชาชนทดลอง โดยคาดว่าจะสามารถทยอยเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการ ‘แทนบัตร’ หรือ Mobile ID กับบริการภาครัฐและเอกชนต่างๆ ภายในไตรมาส 2 ของปี 2563 ได้แก่ กรมสรรพากร, บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด

 

ทั้งนี้ทาง กสทช. เริ่มต้นพัฒนาระบบร่วมกับ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) และธนาคารกรุงเทพ ซึ่งมีการทดสอบทดลองขั้นต้นเรียบร้อยแล้ว จึงได้ร่วมมือกับกรมการปกครอง กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานประกันสังคม เพื่อใช้ระบบ ‘แทนบัตร’ นี้ในแต่ละหน่วยงาน 

 

นอกจากนี้สำนักงาน กสทช. จะร่วมหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทยและสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เรื่องการพัฒนามาตรฐานการพิสูจน์และยืนยันตัวตนด้วยระบบ Digital ID ที่ควรมีการเชื่อมโยงกันระหว่างอุตสาหกรรมการธนาคารและอุตสาหกรรมโทรคมนาคมต่อไป

 

ทั้งนี้ Mobile ID จะทดสอบในหลายหน่วยงาน ได้แก่ 

กรมสรรพากร จะทดสอบระบบ Mobile ID โดยการนำมาใช้กับระบบการยื่นแบบชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เพื่อเพิ่มความสะดวก ลดความซ้ำซ้อนในการลงทะเบียน และยกระดับความน่าเชื่อถือในการพิสูจน์และยืนยันตัวตนก่อนการเข้ามาใช้บริการระบบของกรมสรรพากรได้ ซึ่งต่อไปในอนาคตกรมสรรพากรจะพิจารณาต่อยอดพัฒนานำระบบ Mobile ID ไปใช้ในการบริการประชาชนในด้านต่างๆ เพิ่มเติม เช่น ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ และระบบการพิมพ์ใบเสร็จรับเงิน เป็นต้น

 

AIS ในฐานะผู้รับมอบอำนาจ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด จะทำการทดสอบทดลองใน Sandbox กับธนาคารกรุงเทพเป็นลำดับแรกใน 11 สาขาของ AIS และจะพิจารณาเปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปในระยะ Sandbox ภายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้

 

CAT จะใช้ Mobile ID พัฒนาการให้บริการของ CAT ในช่องทางออนไลน์ได้มากขึ้น โดยเฉพาะการบริการที่จำเป็นกับการพิสูจน์และยืนยันตัวบุคคลของผู้ใช้บริการ เป็นการซื้อซิมการ์ด การย้ายค่ายเบอร์เดิม โดยไม่ต้องเดินทางไปที่ศูนย์บริการ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มจุดให้บริการได้ทั่วประเทศโดยใช้ช่องทางออนไลน์

 

ธนาคารกรุงเทพ มีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบ Mobile ID โดยจะใช้ระบบนี้เพื่อพิสูจน์และยืนยันตัวบุคคลของลูกค้าได้อย่างถูกต้องก่อนทำธุรกรรม เพื่อความปลอดภัย ความมั่นใจ และความน่าเชื่อถือให้กับสถาบันการเงิน

 

ไปรษณีย์ไทย นำระบบ Mobile ID มาใช้เพื่อพิสูจน์และยืนยันตนของลูกค้า และการแสดงข้อมูลการเป็นเจ้าของเลขหมายมือถือที่ถูกต้อง จะสามารถนำมายกระดับการให้บริการกับประชาชนได้ดีขึ้น โดยบริษัทมีจุดให้บริการ 1,500 สาขาทั่วประเทศไทย 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post กสทช. จับมือรัฐ-เอกชน ปั้นระบบ ‘Mobile ID’ บัตรประชาชนอิเล็กทรอนิกส์บนมือถือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เริ่มแล้ว ประมูล 5G ประเทศไทย กสทช. กำชับควบคุมอัตราค่าบริการให้ประชาชนเข้าถึงได้ https://thestandard.co/ntbc-5g-auction-started-in-thailand/ Sun, 16 Feb 2020 04:25:58 +0000 https://thestandard.co/?p=331580

เมื่อเวลา 09.30 น. ของวันนี้ (16 กุมภาพันธ์) สำนักงานคณ […]

The post เริ่มแล้ว ประมูล 5G ประเทศไทย กสทช. กำชับควบคุมอัตราค่าบริการให้ประชาชนเข้าถึงได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อเวลา 09.30 น. ของวันนี้ (16 กุมภาพันธ์) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เริ่มต้นการประมูล 5G ประเทศไทยขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว โดยมีผู้เข้าร่วมประมูลทั้ง 5 ราย เดินทางมาร่วมประมูลกันอย่างพร้อมเพรียง

 

สำหรับการประมูลในวันนี้จะเริ่มต้นจากการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz (3 ใบอนุญาต) เป็นลำดับแรกในเวลา 09.30 น. โดยมีผู้เข้าร่วมประมูล 3 ราย คือ AIS, True และ CAT

 

ตามด้วยการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 2600 MHz (19 ใบอนุญาต) ที่มีผู้เข้าร่วมประมูล 3 ราย คือ AIS, True และ CAT และสุดท้าย การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 26 GHz (27 ใบอนุญาต) ที่มีผู้เข้าร่วมประมูลทั้งหมด 4 ราย ประกอบด้วย AIS, True, dtac และ TOT

 

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. จะไม่ปล่อยให้โอกาสของประเทศไทยอยู่กับที่ โดยจะเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และพลิกโฉมประเทศให้เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีในอาเซียนให้ได้ เนื่องจากที่ผ่านมา ไทยมีความล่าช้าด้าน 3G กว่าประเทศอื่น 8 ปี ส่วน 4G ล่าช้ากว่าประเทศอื่นประมาณ 4 ปี

 

“วันนี้ประเทศไทยกำลังจะมีการเปิดให้บริการ 5G ทางด้านธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบเป็นลำดับต้นๆ ของโลก ซึ่งหลังจากที่มีการประมูลเสร็จแล้ว สำนักงาน กสทช. คาดการณ์ขั้นต่ำว่า จะมีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปี 2563 ประมาณ 177,039 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นประมาณ 1.02% ของ GDP

 

“สำหรับในปี 2564 คาดว่า จะมีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจขั้นต่ำประมาณ 332,619 ล้านบาท และในปี 2565 จะมีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประมาณ 476,062 ล้านบาท”

 

เลขาธิการ กสทช. ยังบอกอีกด้วยว่า การประมูล 5G ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะยกระดับและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศเท่านั้น แต่จะช่วยให้คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้นจากเดิม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในสังคม และพัฒนาโครงสร้างการสื่อสารในประเทศให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ พร้อมกำชับว่า จะกำกับดูแลอัตราค่าบริการที่เป็นธรรม เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและนำบริการ 5G ไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพ

 

ทั้งนี้ การประมูล 5G ที่จัดขึ้นในครั้งนี้จะต่างจากการประมูลแบบเดิมที่ทาง กสทช. เคยจัด เนื่องจากแต่ละคลื่นความถี่มีใบอนุญาตเป็นจำนวนมาก ทาง กสทช. จึงเลือกนำรูปแบบการประมูล ‘Clock Auction’ มาใช้ (การประมูลแต่ละรอบจะมีเวลาอยู่ที่รอบละ 20 นาที ผู้ประมูลสามารถกดปุ่มเร่งเวลาจบประมูลพร้อมกันในแต่ละรอบได้ เพื่อให้การประมูลดำเนินไปสู่รอบถัดไป)

 

รูปแบบการประมูลคือ ใช้ราคาเป็นตัวตั้ง แล้วให้ผู้ประมูลแจ้งจำนวนล็อตคลื่นความถี่ที่ต้องการ (จำนวนชุดใบอนุญาต) หากทุกรายแจ้งจำนวนคลื่นความถี่ล็อตที่ต้องการเท่ากับจำนวนใบอนุญาตคลื่นความถี่ที่ทาง กสทช. เสนอขาย การประมูลก็จะจบลงเร็ว แต่ในกรณีที่ผู้ร่วมประมูลแสดงความประสงค์ต้องการล็อตคลื่นความถี่รวมแล้วสูงกว่าจำนวนใบอนุญาตที่จัดการประมูล การประมูลก็จะดำเนินต่อไป

 

ขณะที่สถานการณ์ล่าสุดของการประมูล 5G คลื่นความถี่ 700 MHz (3 ชุดคลื่นความถี่) เมื่อเวลา 10.35 น. หลังผ่านการประมูลไปหนึ่งชั่วโมง การประมูลได้ดำเนินไปสู่รอบที่ 8 แล้ว ด้วยราคาประมูลที่ 12,312 ล้านบาทต่อชุดคลื่นความถี่ โดยมีผู้ยื่นความประสงค์การประมูลที่ 4 คลื่นความถี่ ซึ่งมากกว่าจำนวนชุดคลื่นความถี่ที่ทาง กสทช. จัดให้มีการประมูล ส่งผลให้การประมูลยังคงดำเนินต่อไป

 

 

ภาพ: กสทช.

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post เริ่มแล้ว ประมูล 5G ประเทศไทย กสทช. กำชับควบคุมอัตราค่าบริการให้ประชาชนเข้าถึงได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>