กาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/กาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 05 Jul 2024 10:29:25 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 โลกร้อนไม่ปรานีใคร! ราคาเมล็ดกาแฟโรบัสต้าของเวียดนามพุ่ง 20% ร้านกาแฟไทยเตรียมรับมือ https://thestandard.co/vietnamese-robusta-price-surge-thai-coffee-shops-impact/ Fri, 05 Jul 2024 10:29:25 +0000 https://thestandard.co/?p=954380 เมล็ดกาแฟ

โลกร้อนทำให้ต้องจ่ายเงินมากขึ้น! เมื่อไตรมาสแรกราคา เมล […]

The post โลกร้อนไม่ปรานีใคร! ราคาเมล็ดกาแฟโรบัสต้าของเวียดนามพุ่ง 20% ร้านกาแฟไทยเตรียมรับมือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมล็ดกาแฟ

โลกร้อนทำให้ต้องจ่ายเงินมากขึ้น! เมื่อไตรมาสแรกราคา เมล็ดกาแฟ ในตลาดเวียดนาม ซึ่งเป็นผู้ผลิตกาแฟโรบัสต้ารายใหญ่ที่สุดในโลกทะยานขึ้นไปอีก 20% รวมถึงราคายาง ผู้ประกอบการเตรียมรับมือกับต้นทุนที่กำลังจะสูงขึ้นอีก 

 

Nikkei Asia รายงานว่า ในไตรมาสที่ผ่านมาราคากาแฟโรบัสต้าและกาแฟอาราบิก้าในตลาดเวียดนามเพิ่มขึ้นอีก 20% เรียกว่าเพิ่มขึ้นมากที่สุดในทวีปเอเชีย ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาประเทศเวียดนามเป็นผู้ผลิตกาแฟโรบัสต้ารายใหญ่ที่สุดในโลก แต่ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา สภาพอากาศแปรปรวนทั้งภัยแล้งและโลกร้อนจนอุณหภูมิเฉลี่ยในเวียดนามสูงถึง 48 องศาเซลเซียส

 

แน่นอนว่ากระทบพื้นที่เพาะปลูก ผลผลิตไม่เป็นไปตามฤดูกาล ทำให้เกษตรกรขายเมล็ดกาแฟในราคาที่สูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนธุรกิจร้านกาแฟอย่างมีนัยสำคัญ

 

มาซาโนบุ ทาคาโนะ ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงธุรกิจกาแฟของญี่ปุ่น กล่าวว่า เวียดนามมีสัดส่วนส่งออกกาแฟโรบัสต้ากว่า 40% แต่เมื่อผลผลิตไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์เอาไว้ราคาจึงสูงขึ้น ธุรกิจร้านกาแฟได้รับผลกระทบดังกล่าวมากว่า 2 ปีแล้ว 

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

จริงๆ แล้วไม่ได้มีแค่กาแฟเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศร้อน แต่เริ่มกระทบพื้นที่ปลูกยางธรรมชาติในประเทศไทยและอินโดนีเซีย ซึ่งทั้งสองประเทศเป็นผู้ส่งออกน้ำยางธรรมชาติรายใหญ่ในตลาด 

 

เมื่อการส่งออกน้ำยางธรรมชาติลดลง ผลกระทบที่ตามมาคือ ในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม อัตราการผลิตยางชะลอตัวลง ประเมินว่าราคายางเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไปจะมีราคาสูงขึ้นถึง 10%

 

อย่างไรก็ตาม อากาศที่ร้อนขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบในแถบเอเชียเท่านั้น แต่ในโซนยุโรป อ้างอิงตามรายงานของอเมริกาแสดงให้เห็นว่า ในเดือนพฤษภาคมผู้คนทั่วโลกต้องเผชิญกับอากาศร้อนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยปีนี้ทั้งปีคาดว่าจะร้อนขึ้นไปอีก จากนั้นทุกคนก็จะหันไปพึ่งพาเครื่องปรับอากาศ ค่าไฟก็จะเพิ่มขึ้น สรุปได้ว่าโลกร้อนทำให้เรามีค่าใช้จ่ายมากขึ้นนั้นเอง 

 

ภาพ: DG FotoStock / Shutterstock

อ้างอิง:

The post โลกร้อนไม่ปรานีใคร! ราคาเมล็ดกาแฟโรบัสต้าของเวียดนามพุ่ง 20% ร้านกาแฟไทยเตรียมรับมือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คอกาแฟจะต้องเปลี่ยนวิธีแก้ง่วงหรือไม่ หลังราคาเมล็ดกาแฟโรบัสต้าพุ่งสูงสุดในรอบ 15 ปี จากผลผลิตขาดแคลนเพราะเอลนีโญ https://thestandard.co/robusta-coffee-bean-price-hits-highest/ Sat, 10 Jun 2023 06:56:34 +0000 https://thestandard.co/?p=801605 กาแฟ

ราคาเมล็ดกาแฟโรบัสต้าพุ่งแตะจุดสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงปี 2 […]

The post คอกาแฟจะต้องเปลี่ยนวิธีแก้ง่วงหรือไม่ หลังราคาเมล็ดกาแฟโรบัสต้าพุ่งสูงสุดในรอบ 15 ปี จากผลผลิตขาดแคลนเพราะเอลนีโญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กาแฟ

ราคาเมล็ดกาแฟโรบัสต้าพุ่งแตะจุดสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงปี 2008 ที่ระดับราคา 2,790 ดอลลาร์ต่อตัน จากข้อมูลตลาดฟิวเจอร์สของลอนดอน (London Futures) ซึ่งถือเป็นราคาที่สูงที่สุดตั้งแต่เริ่มมีสัญญาซื้อขายประเภทนี้เมื่อ 15 ปีที่แล้ว

 

การดีดตัวขึ้นของราคาครั้งนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างกับผู้บริโภคกาแฟทั่วโลก อันมีสาเหตุมาจากสภาพอากาศแบบเอลนีโญ ที่ทางศูนย์พยากรณ์ภูมิอากาศของสหรัฐฯ ออกมายืนยันว่าเอลนีโญได้กลับมาแล้ว ทีมพยากรณ์อากาศยังคาดการณ์เพิ่มเติมว่าอย่างน้อยที่สุดผลกระทบจะอยู่ในระดับปานกลาง แต่ความน่าจะเป็นที่จะเกิดแบบขั้นรุนแรงก็มีความเป็นไปได้เช่นเดียวกัน

 

ตั้งแต่ต้นปี ราคาได้ปรับขึ้นไปมากกว่า 50% แล้ว เนื่องจากปริมาณเมล็ดกาแฟชนิดนี้ที่ถูกใช้เป็นวัตถุดิบในการทำกาแฟสำเร็จรูปและเอสเพรสโซ ไม่สามารถผลิตออกมาได้เพียงพอกับความต้องการบริโภค บวกกับปัจจัยเรื่องปัญหาค่าครองชีพทำให้คนหันมาบริโภคเมล็ดกาแฟโรบัสต้ามากขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ดันราคาให้ยิ่งสูงขึ้นไปอีก

 

ในขณะที่กลุ่มผู้ผลิตสินค้ากาแฟมีการใช้เมล็ดโรบัสต้าเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์กาแฟเพิ่มขึ้น แต่เกษตรกรนั้นไม่อาจเพิ่มผลผลิตให้ทันความต้องการได้ นอกจากนี้ต้นทุนปุ๋ยที่แพงและสภาพอากาศแห้งแล้งยังมีส่วนทำให้ผลผลิตลดลงด้วย ทั้งหมดนี้น่าจะทำให้ตลาดกาแฟของโลกอยู่ในสภาวะขาดดุลเป็นฤดูกาลที่ 3 ติดต่อกันในปี 2023-2024

 

เจ้าตลาดการเพาะปลูกเมล็ดกาแฟโรบัสต้าของโลกอย่างเวียดนามมีแนวโน้มที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ต่ำสุดในรอบ 4 ปี ตามมาด้วยบราซิลที่น่าจะเห็นผลผลิตหดตัวลงประมาณ 5% และอินโดนีเซียที่จะกระทบหนักหน่อยเพราะสภาพอากาศที่ย่ำแย่ โดยมีการคาดการณ์ว่าเมล็ดโรบัสต้าที่จะผลิตได้นั้นจะตกลงไปกว่า 20% เลยทีเดียว

 

อ้างอิง:

The post คอกาแฟจะต้องเปลี่ยนวิธีแก้ง่วงหรือไม่ หลังราคาเมล็ดกาแฟโรบัสต้าพุ่งสูงสุดในรอบ 15 ปี จากผลผลิตขาดแคลนเพราะเอลนีโญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้เชี่ยวชาญคาด ปรากฏการณ์เอลนีโญอาจก่อความเสี่ยงรุนแรงต่อเมล็ดกาแฟโรบัสต้ามากกว่าอาราบิก้า https://thestandard.co/el-nino-robusta-risk-more/ Sun, 04 Jun 2023 04:01:48 +0000 https://thestandard.co/?p=799109

นักวิเคราะห์กาแฟและผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศคาดการณ์ว่า […]

The post ผู้เชี่ยวชาญคาด ปรากฏการณ์เอลนีโญอาจก่อความเสี่ยงรุนแรงต่อเมล็ดกาแฟโรบัสต้ามากกว่าอาราบิก้า appeared first on THE STANDARD.

]]>

นักวิเคราะห์กาแฟและผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศคาดการณ์ว่าปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังจะมาถึงในช่วงครึ่งปีหลังนี้ อาจส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อผลผลิตเมล็ดกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้ามากกว่าสายพันธุ์อาราบิก้า เนื่องจากรูปแบบของปรากฏการณ์เอลนีโญที่ส่งผลต่อปริมาณน้ำฝนและระดับอุณหภูมิ อาจทำให้ผลผลิตเมล็ดกาแฟโรบัสต้าลดลงและยังมีราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะในสองประเทศผู้ผลิตรายใหญ่อย่างเวียดนามและบราซิล ซึ่งความกังวลดังกล่าวทำให้ราคาเมล็ดกาแฟโรบัสต้าพุ่งสูงสุดในรอบ15 ปี 

 

เฟอร์นานโด แม็กซิมิเลียโน (Fernando Maximiliano) นักวิเคราะห์ด้านกาแฟจาก StoneX บริษัทป้องกันความเสี่ยงเชิงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกา ชี้ว่าผลผลิตเมล็ดกาแฟโรบัสต้าในบราซิลเคยลดลงเกือบ 40% ในช่วงที่เกิดปรากฏการณ์เอลนีโญครั้งล่าสุดระหว่างปี 2015-2016 ซึ่งส่งผลให้เกิดภัยแล้งในรัฐเอชปีรีตูซังตู (Espírito Santo) แหล่งเพาะปลูกเมล็ดกาแฟโรบัสต้าแหล่งใหญ่ของบราซิล

 

แต่ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวได้มีการเตรียมพร้อมรับมือที่ดีขึ้นด้วยการลงทุนในอ่างเก็บน้ำและระบบชลประทาน อย่างไรก็ตาม ศักยภาพของผลผลิตเมล็ดกาแฟยังขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสภาพอากาศแห้งแล้งที่คาดว่าจะเกิดจากเอลนีโญ 

 

ด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของเวียดนามคาดการณ์ว่าประมาณกลางปี 2023 ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2024 มีโอกาสราว 70-80% ที่ปรากฏการณ์เอลนีโญจะทวีความรุนแรงขึ้น และคาดว่าอุณหภูมิของประเทศในช่วงนั้นจะพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ 

 

สำหรับกาแฟอาราบิก้าซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีความนุ่มนวลกว่ากาแฟโรบัสต้าและเป็นที่นิยมในร้านกาแฟระดับไฮเอนด์นั้น คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญน้อยกว่า  

 

โดยก่อนหน้านี้ผู้ผลิตเมล็ดกาแฟในทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้ต่างเผชิญกับปัญหาปริมาณฝนที่มากเกินไป เนื่องจากปรากฏการณ์ลานีญาในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แต่ตอนนี้พบว่าสภาพอากาศเริ่มกลับสู่ภาวะปกติแล้ว

 

ทางด้าน นาตาเลีย กันดอลฟี (Natalia Gandolphi) นักวิเคราะห์กาแฟจาก hEDGEpoint กล่าวว่า ในประเทศที่ผลิตกาแฟอาราบิก้าอันดับ 1 ของโลกอย่างบราซิล ปรากฏการณ์เอลนีโญนั้นยังสามารถช่วยลดภาวะน้ำค้างแข็งที่ปกคลุมพืชผลกาแฟได้

 

อย่างไรก็ตาม ผลผลิตเมล็ดกาแฟอาจได้รับความเสียหายหากอุณหภูมิสูงเกินไปในช่วงระยะออกดอกของฤดูเก็บเกี่ยวปี 2024-2025 ราวเดือนกันยายน ซึ่งจะทำให้ต้นกาแฟออกดอกมากเกินไป

 

แฟ้มภาพ: Dasril Roszandi/Anadolu Agency via Getty Images

อ้างอิง: 

The post ผู้เชี่ยวชาญคาด ปรากฏการณ์เอลนีโญอาจก่อความเสี่ยงรุนแรงต่อเมล็ดกาแฟโรบัสต้ามากกว่าอาราบิก้า appeared first on THE STANDARD.

]]>