การแก้ไขรัฐธรรมนูญ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/การแก้ไขรัฐธรรมนูญ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 30 May 2026 05:47:41 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ประธานสภาฯ เผยจ่อบรรจุแก้รัฐธรรมนูญ 7-8 ก.ค.นี้ มองวาทะระบอบสีน้ำเงินไม่เป็นอุปสรรค https://thestandard.co/house-speaker-constitutional-reform/ Sat, 30 May 2026 05:47:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1212715 โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าว

วันนี้ (30 พฤษภาคม) ที่​รัฐสภา​ โสภณ​ ซารัมย์​ ประธานสภ […]

The post ประธานสภาฯ เผยจ่อบรรจุแก้รัฐธรรมนูญ 7-8 ก.ค.นี้ มองวาทะระบอบสีน้ำเงินไม่เป็นอุปสรรค appeared first on THE STANDARD.

]]>
โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าว

วันนี้ (30 พฤษภาคม) ที่​รัฐสภา​ โสภณ​ ซารัมย์​ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะนำเข้าสู่วาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อใด ว่า ตนได้รับร่างจากหลายพรรคแล้ว​ และได้บรรจุเข้าวาระทั้งหมด​ ซึ่งจากการพูดคุยกับวิป 3 ฝ่าย คาดว่าจะนำเข้าสู่วาระที่ประชุมในวันที่ 7-8 กรกฎาคม 2569 นี้ เพื่อประชุมร่วมกันประชุมร่วมรัฐสภา พิจารณารับหลักการในวาระที่​ 1

 

โสภณกล่าวย้ำด้วยว่า เนื่องจากรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสำคัญ ซึ่งโดยปกติจะใช้ระยะเวลาพอสมควร​ จึงหวังว่าคณะกรรมาธิการ​ (กมธ.) ​จะปรึกษาและหารือกันโดยไม่ล่าช้า เพราะกระบวนการตามรัฐธรรมนูญยังมีอีกมาก และหลายฝ่ายจับตาว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเกิดขึ้นได้หรือไม่​ ทั้งนี้ หาก กมธ. พิจารณาได้เร็ว​ ขั้นตอนทุกอย่างก็จะรวดเร็ว

 

ส่วนบรรยากาศความขัดแย้งระหว่าง สส. และ สว.​ ที่มีการกล่าวหาถึงระบอบสีน้ำเงิน โสภณ​กล่าวว่า​ อยู่ที่การหารือ ตนเชื่อว่าประชาชนออกเสียงประชามติว่าอยากเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ​ เชื่อว่าทุกฝ่ายจะรับฟังเสียงนั้น ส่วนจะได้ข้อสรุปอย่างไรก็เป็นอีกเรื่อง ไม่ว่าหน้าตาของรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไรอยู่ที่การพูดคุย แต่เชื่อว่าต้องมีการเคารพเสียงของประชาชนอย่างแน่นอน

 

เมื่อถามย้ำว่า การกล่าวหาเรื่องระบอบสีน้ำเงินจะไม่เป็นประเด็นปัญหาใช่หรือไม่ โสภณ​กล่าวว่า​ อย่าว่าโจมตี​ เพราะเป็นแค่การพูดให้ความเห็นบางครั้งอาจกระทบกระทั่งกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของประชาธิปไตย จริงๆ เรื่องสีว่ากันมานานแล้ว แต่เราก้าวข้ามเรื่องพวกนี้ได้ สีอะไรก็ไม่เป็นอุปสรรค​หรอกถ้าไม่ยึดติด เราก้าวข้ามเรื่องพวกนี้ได้เพื่อประโยชน์ของประชาชน

 

ส่วนกรณีที่​ ภัทรพงศ์ ศุภักษร (ทนายอั๋น บุรีรัมย์) และคณะได้ยืนหนังสือต่อประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยบทสนทนาทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ และมีการกล่าวอ้างว่า เป็นบทสนทนาของอธิบดีกรมการปกครอง โดยมีข้อความตอนหนึ่งว่า​ “ช่วยน้ำเงินด้วย” โสภณกล่าวว่า​ ตนไม่ทราบ พร้อมมองว่า ไม่ว่าการเมืองยุคไหนใครเป็นรัฐบาล ก็จะโดนแบบนี้ เป็นเรื่องปกติ ดังนั้นเราอย่าไปใส่ใจมาก แต่เราไม่อยากเห็นการสร้างความไม่เข้าใจให้กับประชาชน เพราะประเด็นที่ควรมุ่งไปคือเรื่องปากท้องและเศรษฐกิจ อย่าเอาเรื่องการเมืองมาปนกัน ฝ่ายบริหารก็เป็นเรื่องเศรษฐกิจ​ นิติบัญญัติก็เป็นเรื่องกฎหมาย​และรัฐธรรมนูญ ต้องแยกกันให้ออก

The post ประธานสภาฯ เผยจ่อบรรจุแก้รัฐธรรมนูญ 7-8 ก.ค.นี้ มองวาทะระบอบสีน้ำเงินไม่เป็นอุปสรรค appeared first on THE STANDARD.

]]>
อภิสิทธิ์นำ ปชป. ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปลดล็อกกติกาใช้เสียง 3 ใน 5 ตัดอำนาจ สว. วีโต้ พร้อมเปิดสูตร สสร. 100 คน แก้ภายใน 240 วัน https://thestandard.co/abhisit-democrat-charter-amendment/ Fri, 29 May 2026 07:36:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1212406 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แถลงข่าวการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

วันนี้ (29 พฤษภาคม) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทน […]

The post อภิสิทธิ์นำ ปชป. ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปลดล็อกกติกาใช้เสียง 3 ใน 5 ตัดอำนาจ สว. วีโต้ พร้อมเปิดสูตร สสร. 100 คน แก้ภายใน 240 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แถลงข่าวการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

วันนี้ (29 พฤษภาคม) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ นำทีม สส. พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมแถลงถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นที่ทราบดีอยู่แล้วหลังจากมีการลงประชามติ 8 กุมภาพันธ์ ประชาชนส่วนใหญ่ มีความประสงค์ให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งหมายถึงจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 หรือเพิ่มมาตรา 256 / 1 เพื่อให้มีกระบวนการการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ และการนำเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องใช้เสียงสส. 100 เสียง พรรคประชาธิปัตย์มี สส. ไม่เพียงพอ จึงได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับพรรคการเมืองอื่น ที่ไม่สามารถเสนอได้ลำพัง และไม่เห็นด้วยกับร่างหลักที่พรรคการเมืองที่มีเสียงเกิน 100 เสนอเข้าไปแล้ว จึงสนับสนุนซึ่งกันและกัน โดยได้รวบรวมรายชื่อเรียบร้อยและดำเนินการเสนอแล้วสองฉบับ

 

อภิสิทธิ์ กล่าวว่า ฉบับแรกคือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นแนวคิดที่พรรคประชาธิปัตย์เห็นด้วยมาตลอด อย่างไรก็ตามการดำเนินการของพรรคคำนึงถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ, คำนึงถึงประชาชนอีกกลุ่มที่ห่วงใยเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยเฉพาะเรื่องหมวด 1 หมวด 2 ที่มีความละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้บอกว่าหมวด 1 หมวด 2 แก้ไขไม่ได้ แต่เราเห็นว่าหากใครจะเสนอแก้ไข ก็ขอให้มีการนำเสนอเฉพาะประเด็นนั้น ให้มีการพิจารณาชัดเจน ไม่ใช่นำการแก้ไขหมวด 1 หมวด 2 ไปรวมกับประเด็นอื่น

 

ดังนั้น การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ จึงมีข้อจำกัดว่าต้องคงไว้ซึ่งสาระของหมวด 1 หมวด 2 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน, และขอให้กระบวนการคัดเลือก สสร. ในจังหวัดต่างๆ ทำด้วยกระบวนการใช้ระบบหยั่งเสียงอิเล็กทรอนิกส์ หวังให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกระเบียบให้ประชาชนใช้โทรศัพท์ออกเสียงอย่างเลือก สสร. ของตัวเองได้ ส่วนประชาชนที่ไม่มีก็ให้รัฐจัดอุปกรณ์ ไว้ในสถานที่ราชการองค์การบริหารส่วนตำบลที่ประชาชนสามารถทำได้ จะเป็นการประหยัดกระบวนการเลือก สสร. ในขั้นต้น

 

อภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า เราได้ออกแบบ สสร. ให้ประกอบไปด้วยสมาชิก 100 คน ซึ่ง 80 คน มาจากการคัดเลือกจากจังหวัดในรอบแรก เมื่อหยั่งเสียงอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ทางจังหวัดจะส่งมาจังหวัดละ 3 ชื่อ จาก 77 จังหวัด ให้สภาเป็นผู้คัดเลือก ด้วยเลือกได้ด้วยเสียงข้างมาก และเพื่อไม่ประสงค์ให้พรรคการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งผูกขาดจึงกำหนดว่าการเลือกให้ได้ 80 คนนั้น จะให้ สส. แต่ละคนออกเสียงได้เพียงหนึ่งเสียง หากไม่ครบก็ลงรอบที่ 2 หรือเลือกจนครบ 80 คน

 

ส่วนอีก 20 คนนั้น จะมาจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ โดยให้ตุลาการศาลฎีกาคัดเลือกกันเอง 5 คน ตุลาการศาลปกครองอีก 5 คน และอีก 10 คน จะแบ่งเป็น 5 คนในเป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านนิติศาสตร์ และอีก 5 คนมาจากนักวิชาการสาขารัฐศาสตร์ หรือรัฐประศาสนศาสตร์ โดยให้ที่ประชุมอธิการบดีเป็นผู้ออกแบบการคัดเลือกเข้ามา จะได้ สสร. ครบ 100 คน

 

อภิสิทธิ์ย้ำว่า รูปแบบดังกล่าวค่อนข้างยืดยืดหยุ่น ไม่เขียนรายละเอียดว่าจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการอย่างไร ให้เป็นสิทธิของท่าน จัดทำรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายใน 240 วัน โดยรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ตามวิธีการที่สสร. จะไปกำหนดเอง จากนั้น เสนอให้สภาเห็นชอบ สุดท้ายสภาจะให้ความเห็นชอบโดยใช้เสียง 3 ใน 5 เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความขัดแย้งที่นำมาสู่การยุบสภาในครั้งที่แล้วว่าวุฒิสภา ควรมีสิทธิวีโต้ หรือต้องอาศัยเสียงวุฒิสภาจำนวนหนึ่งหรือไม่ คิดว่าน่าจะเพียงพอตามเจตนารมณ์ของรัฐสภาในการเห็นชอบ

 

ส่วนอีกฉบับที่เราเสนอแก้ไข คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ใช้กติกาเสียง 3 ใน 5 โดยไม่ต้องระบุจำนวนเสียงของวุฒิสภา ฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน ซึ่งถือว่าตรงกับจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ประกาศเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นการทำในลักษณะที่คำนึงถึงเสียงข้างน้อย คำนึงถึงคำวินิจฉัยศาล และคำนึงถึงทรัพยากรของประเทศด้วย

The post อภิสิทธิ์นำ ปชป. ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปลดล็อกกติกาใช้เสียง 3 ใน 5 ตัดอำนาจ สว. วีโต้ พร้อมเปิดสูตร สสร. 100 คน แก้ภายใน 240 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคประชาชนยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ วางสูตรรัฐสภาเลือก สสร. 150 คน โดยอิสระ ป้องกันผูกขาด https://thestandard.co/people-party-ssr-selection-parliament/ Wed, 27 May 2026 07:52:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1211492 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และพริษฐ์ วัชรสินธุ แถลงข่าวการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชน

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคป […]

The post พรรคประชาชนยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ วางสูตรรัฐสภาเลือก สสร. 150 คน โดยอิสระ ป้องกันผูกขาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และพริษฐ์ วัชรสินธุ แถลงข่าวการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชน

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อม พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รวมถึงตัวแทน สส. พรรคประชาชน ร่วมแถลงข่าวการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จำนวน 2 ฉบับของพรรค เข้าสู่วาระการประชุมของรัฐสภา ซึ่งมีเนื้อหาสอดคล้องกับ 3 หลักการ คือ

 

  • ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน 2. รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องไม่ถูกผูกขาดกับกลุ่มก้อนการเมืองใดกลุ่มหนึ่ง และ 3. ไม่เพิ่มสิทธิพิเศษแก่ สว.

 

ส่วนสาเหตุที่ต้องเสนอ 2 ร่าง เพราะภายใต้ขีดจำกัดของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งแม้พรรคประชาชนจะไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว แต่เมื่อมีคำวินิจฉัยว่า รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ยกร่างได้โดยตรง การเสนอ 2 ร่าง เพื่อให้มั่นใจว่า อย่างน้อยควรมี 1 ร่างของพรรคประชาชนที่สามารถผ่านวาระ 1 ได้แน่นอน

 

  • ร่าง 2 ฉบับ กับที่มาของ สสร. 150 ที่แตกต่างกัน

 

ขณะที่พริษฐ์ขยายความว่า ร่างฯ ทั้ง 2 ฉบับ มีเนื้อหาเหมือนกันแทบทั้งหมด ต่างกันข้อเดียวคือกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ซึ่งทั้ง 2 ร่างจะมีปลายทางคือ สสร. ทั้งหมด 150 คน แต่กระบวนการเลือกตั้งแตกต่างกัน ดังนี้

 

ร่างที่ 1:ให้ประชาชนเข้าหูหาเลือกตั้ง จนได้แคนดิเดต สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด 150 คน

 

  • 100 คน มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต เพื่อเป็นตัวแทนเชิงพื้นที่
  • 50 คน มาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ โดยใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง เพื่อเป็นตัวแทนเชิงประเด็นหรือกลุ่มอาชีพต่างๆ

 

จากนั้นส่งรายชื่อ 150 คนที่ประชาชนเลือกตั้งมาให้รัฐสภาพิจารณารับรอง และต้องรับรองทั้งคณะยกชุดทั้ง 150 คน เพื่อให้มาเป็น สสร. ทั้ง 150 คน ไม่สามารถพิจารณารับรองแยกเป็นรายบุคคลได้ แต่หากรัฐสภาไม่รับรอง จะต้องเลือกตั้งเข้ามาใหม่อีก 150 คน

 

ร่างที่ 2: ให้ประชาชนเลือกตั้งแคนดิเดต สสร. มาเป็น 2 เท่าของจำนวน สสร. ที่ต้องมี หรือคือ 300 คน แบ่งเป็น

 

  • 200 คน มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง
  • 100 คน มาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง

 

เมื่อได้รายชื่อทั้งหมด 300 คน จะให้รัฐสภาคัดเลือกให้เหลือ 150 คน โดยแยกเป็น 2 สาย คือ

 

  • สายแรก: รัฐสภาคัดจากตัวแทนแบบแบ่งเขต 200 คน ให้เหลือ 100 คน
  • สายที่สอง: ให้รัฐสภาคัดเลือกตัวแทนแบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ให้เหลือ 50 คน

 

สมาชิกรัฐสภาทั้งหมด 700 คน ลงมติเลือกแคนดิเดตได้ 1 คน เป็นการลับจากจำนวน 200 คน โดยในการเลือกรอบแรก แคนดิเดต สสร. คนใดที่ได้ ‘คะแนนพึงมี’ หรือคือ 7 คะแนนขึ้นไป จะถือว่าได้รับคัดเลือกเป็น สสร. ทันที หากในรอบแรกยังเลือก สสร. ได้จำนวนไม่ครบ ให้สมาชิกรัฐสภาคัดเลือกอีกครั้งจนกว่าจะครบจำนวน 100 คน โดยผู้ได้รับคะแนนสูงเป็น 20 อันดับแรก ที่ยังไม่ถึงเกณฑ์ คัดเข้ามาให้ครบเต็มจำนวน ซึ่งหากยังไม่ครบอีก ก็ให้เลือกรอบ 3 และรอบ 4 ต่อไปจนครบ

 

พริษฐ์อธิบายว่า หลักเกณฑ์คัดเลือกยึด 2 หลักการ เพื่อให้เกณฑ์การลงคะแนนป้องกันการผูกขาด โดยมีการกําหนดเทคนิคการลงมติแบบลับ เพื่อทําให้ผู้ที่ถูกคัดเลือกเป็น สสร. ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่า ได้รับเลือกจากสมาชิกรัฐสภาจากพรรคไหน หรือคนใด เพื่อคงความเป็นอิสระของ สสร.

 

สําหรับสิ่งที่เหมือนกัน 5 ประเด็น กําหนดให้

 

  • สสร.ต้องตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา จํานวนไม่เกิน 45 คน ซึ่งกึ่งหนึ่งในกรรมาธิการยกร่างฯ ต้องเป็น สสร. เอง และสามารถตั้งคณะกรรมาธิการอื่นๆ โดยเปิดช่องให้ สสร. ตัดสินใจกันเองว่า จะมีการตั้งขึ้นมาหรือไม่ อย่างไร และคนที่จะเข้าไปนั่งในกรรมาธิการดังกล่าว จะเป็น สสร.เอง หรือคนนอกก็ได้
  • กำหนดให้ สสร. มีอํานาจในการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ มีกรอบเนื้อหา 10 ข้อกว้างๆ โดย 2 ใน 10 ข้อนั้น ระบุชัดว่า ต้องไม่นําไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบรัฐ หรือระบอบการปกครอง ซึ่งสอดคล้องกับ มาตรา 255 ของรัฐธรรมนูญ
  • กรอบเวลาในการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เสร็จใน 360 วัน และสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ โดยไม่สะดุด แม้จะมีการยุบสภา หรืออายุของสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาสิ้นสุดลง
  • เมื่อ สสร.จัดทําเสร็จแล้ว ร่างจะถูกส่งกลับมาให้สภาพิจารณา ให้ความเห็นชอบก่อนประชามติ
  • กําหนดเกณฑ์ว่า ใช้เสียงกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา ไม่มีการเพิ่มอํานาจ หรือเงื่อนไขพิเศษให้กับ สว.หรือ สส.กลุ่มใด
  • มองร่างฯ เพื่อไทยไม่ขัดหลักการ พร้อมร่วมเข้าชื่อสนับสนุน

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า สำหรับเนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยมีข้อขัดแย้งกับ 3 หลักการของพรรคประชาชนหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ได้หารือกับพรรคเพื่อไทยมาเป็นระยะ ล่าสุดก็ได้พูดคุยกันเมื่อเช้านี้ เข้าใจว่า สาระของร่างแก้ไขฯ เป็นไปตามที่พรรคเพื่อไทยแถลง และหากเป็นเช่นนั้นเราเห็นว่ า สอดคล้องกับ 3 หลักการ ที่พรรคประชาชนยึดถือ และพร้อมจะลงชื่อสนับสนุนร่างดังกล่าวเพื่อให้มีเสียงเพียงพอในการเสนอเข้า อย่างไรก็ตาม ต้องรอรายละเอียดร่างฯ ทั้งหมดเพื่อพิจารณาขั้นตอนสุดท้ายอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าพรรคเพื่อไทยจะส่งให้ได้ในเร็วๆ นี้

 

ส่วนพรรคประชาชนจำนำทั้ง 3 หลักการเข้าสู่การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการด้วยหรือไม่นั้น และจุดที่จะยอมหรือยอมไม่ได้อยู่ตรงไหน พริษฐ์กล่าวว่า 3 หลักการนี้คือสิ่งที่เราให้ความสำคัญและพยายามทำเต็มที่เพื่อให้ผ่านวาระ 1 เข้าไปหารือในชั้นกรรมาธิการ และเชื่อว่าเมื่อกระบวนการเดินหน้าไป หากประชาชนแสดงความเห็นด้วยมากเท่าไร ก็จะยิ่งเป็นพลังให้เราขับเคลื่อนในกรรมาธิการมากขึ้น รวมถึงจุดยืนของพรรคการเมืองอื่นและ สว. ด้วยเช่นเดียวกันว่าเป็นอย่างไร พร้อมยกตัวอย่างร่างฯ ของพรรคเพื่อไทยที่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม และไม่เพิ่มสิทธิพิเศษให้ สว.

The post พรรคประชาชนยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ วางสูตรรัฐสภาเลือก สสร. 150 คน โดยอิสระ ป้องกันผูกขาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรุณพลตอบกลับภราดร หาก ภท. สำนึกบุญคุณพรรคส้มส่งให้มีอำนาจ https://thestandard.co/karunpol-challenges-bhumjaithai-constitution/ Tue, 26 May 2026 08:17:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1211112 ภาพ กรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

วันนี้ (26 พฤษภาคม) กรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ […]

The post กรุณพลตอบกลับภราดร หาก ภท. สำนึกบุญคุณพรรคส้มส่งให้มีอำนาจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ กรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

วันนี้ (26 พฤษภาคม) กรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีที่ ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ระบุว่า “ไม่มีระบอบสีน้ำเงิน มีแต่พรรคสีน้ำเงินที่เติบโตจากพรรคสีส้มว่า สำนึกบุญคุณพรรคส้มที่ได้เป็นใหญ่เป็นโตทั้งหัวหน้าพรรคและลูกพรรค แต่ไม่เคยคิดจะตอบแทนอะไรคืนมา มีแต่โกหก ปลิ้นปล้อน อ้างว่าทำตาม MOA แต่พอให้โหวตตัดอำนาจ สว. กลับยุบสภาหนี ให้แก้รัฐธรรมนูญคืนอำนาจให้ประชาชน แก้ไขที่มาองค์กรอิสระ ก็ไม่เคยทำตามที่อวดอ้าง กลับยังยืนยันจะรักษาไว้ซึ่งอำนาจที่หวังกินรวบแบบเบ็ดเสร็จในรัฐธรรมนูญที่ตนเองบรรจงเขียนใหม่เอง”

 

กรุณพลระบุอีกว่า “เรายอมรับว่าการตัดสินใจในวันนั้นที่เลือกพรรคน้ำเงินเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญและป้องกันทางตันทางการเมืองที่อาจนำไปสู่การรัฐประหาร เป็นเรื่องที่จะติดตัวพวกเราไปตลอดชีวิต และมันมีผลทำให้สีน้ำเงินและองคาพยพเติบโต สิ่งเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเราจะยอมแพ้และก้มหน้ารับชะตากรรม แต่จะเป็นพลังให้เราทำงานให้หนักขึ้น ทำงานเชิงความคิดให้ดีขึ้น เพื่อชี้ให้สังคมเห็นถึงการกินรวบประเทศ การใช้เงินเพื่อเข้าสู่อำนาจ และถอนทุนคืนจากโครงการต่างๆ ที่มาจากภาษีพี่น้องประชาชน”

 

“ถ้าท่านรัฐมนตรีสำนึกและรู้สึกว่าพรรคส้มส่งให้มีอำนาจแบบที่ชาตินี้ทำด้วยตัวเองคงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ก็อยากจะขอค่าตอบแทนความดีครั้งนี้เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในหมวดอำนาจและที่มาขององค์อิสระ หมวดที่มาและอำนาจของ สว. หมวดอำนาจและการตรวจสอบของภาคประชาชน ง่ายๆ แค่นี้ ถ้ายังทำให้ไม่ได้ ก็เลิกสำนึกบุญคุณพรรคส้ม 3 เวลาก่อนและหลังอาหารอย่างที่กำลังทำอยู่เถอะ มันน่าละอายมากกว่าน่าภูมิใจ” กรุณพลระบุ

The post กรุณพลตอบกลับภราดร หาก ภท. สำนึกบุญคุณพรรคส้มส่งให้มีอำนาจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพื่อไทยลุยยื่นแก้รัฐธรรมนูญต้น มิ.ย. ขอเสียงฝ่ายค้าน-รัฐบาลหนุนให้ครบ 1 ใน 5 ด้านจาตุรนต์ชี้ต้องยึดโยงประชาชน https://thestandard.co/pheu-thai-amend-constitution/ Tue, 26 May 2026 05:36:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1211020 ชูศักดิ์ ศิรินิล, จาตุรนต์ ฉายแสง และมนพร เจริญศรี แถลงข่าวเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคเพื่อไทย

วันนี้ (26 พฤษภาคม) ที่พรรคเพื่อไทย ชูศักดิ์ ศิรินิล รอ […]

The post เพื่อไทยลุยยื่นแก้รัฐธรรมนูญต้น มิ.ย. ขอเสียงฝ่ายค้าน-รัฐบาลหนุนให้ครบ 1 ใน 5 ด้านจาตุรนต์ชี้ต้องยึดโยงประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชูศักดิ์ ศิรินิล, จาตุรนต์ ฉายแสง และมนพร เจริญศรี แถลงข่าวเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคเพื่อไทย

วันนี้ (26 พฤษภาคม) ที่พรรคเพื่อไทย ชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะกรรมการกลั่นกรองกฎหมายพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย จาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย มนพร เจริญศรี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และคณะ ได้แถลงถึงข้อเสนอในการแก้ไข มาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยวันนี้จะนำเสนอร่างต่อที่ประชุมพรรคเพื่อไทย เพื่อให้สส.ร่วมลงชื่อ

ดูภาพข่าว ▼ 

ชูศักดิ์ กล่าวว่า เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน พรรคเพื่อไทย จึงได้จัดทำร่างแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น โดยมีหลักสำคัญของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 4 ประการ ประกอบด้วย

 

  • ให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีความยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด แต่ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 18/2568 เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 โดยยังคงให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญที่รัฐสภาเป็นผู้เลือกจาก 300 ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งให้เป็นผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ในแต่ละจังหวัด จำนวน 100 คน และแต่งตั้งจากผู้ได้รับการเสนอชื่อจากภาคส่วนต่างๆ จำนวน 52 คน รวมเป็น 152 คน
  • เปิดโอกาสให้องค์กร สมาคม สภามหาวิทยาลัย หรือกลุ่มบุคคลต่างๆ ได้มีส่วนร่วมในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ โดยเสนอชื่อบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถและมีความเหมาะสม เข้ามาเป็น สสร. รวมถึงเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ และกรรมาธิการรับฟังความเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน
  • ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะทำขึ้น ยืนยันตามหลักการว่าจะต้องไม่เปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและไม่เปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ รวมถึง สสร. ที่ร่างจะต้องมีบทบัญญัติที่คุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การวางกลไกที่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ การป้องกันและการขจัดการทุจริตประพฤติมิชอบ การสร้างความเข้มแข็งของหลักนิติธรรม และการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • เมื่อยกร่างรัฐธรรมนูญแล้วให้เป็นอำนาจของรัฐสภาในการให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญที่ สสร. ได้จัดทำขึ้น ก่อนที่จะนำไปให้ประชาชนออกเสียงประชามติ โดยให้ทุกเสียงของสมาชิกรัฐสภามีความเสมอภาค เท่าเทียมกัน และมติเห็นชอบของรัฐสภาให้ถือเกณฑ์ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา

 

โดยมีสาระสำคัญของร่างแก้ไขมาตรา 256 ตามแผนภูมิ ดังนี้ มี สสร. 152 คน กรรมาธิการยกร่าง 35 คน กรรมาธิการรับฟังความเห็น 35 คน โดยจะใช้เวลาในการจัดทำรัฐธรรมนูญทั้งหมด 300 วัน

 

อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพียง 74 คนซึ่งไม่เพียงพอต่อการเข้าชื่อเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้น เมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สังกัดพรรคเพื่อไทยได้เข้าชื่อเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งนี้แล้ว ก็จำเป็นต้องขอความร่วมมือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สังกัดพรรคการเมืองอื่นเพื่อร่วมลงชื่อให้ครบตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อยื่นญัตติต่อประธานรัฐสภาโดยเร็วต่อไป

 

“การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องของส่วนรวมและเป็นเรื่องของประเทศชาติที่เราจำเป็นจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคเพื่อไทยคิดว่าไม่จำเป็นจะต้องคิดว่าใครเป็นฝ่ายค้านใครเป็นฝ่ายรัฐบาล วันนี้จึงได้เชิญนางมนพรมาด้วยเพื่อที่จะได้ทำการประสานกับพรรคการเมืองต่างๆ ทำภารกิจที่เคยทำมาในอดีตจนถึงปัจจุบันเพื่อให้ร่วมลงชื่อ ส่วนพรรคใดจะลงได้เท่าไหร่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง” ชูศักดิ์ กล่าว

 

ชูศักดิ์กล่าวอีกว่า เบื้องต้นทราบมาว่ามีพรรคการเมืองที่มี สส. ไม่ครบถ้วนจำนวน 1 ใน 5 ก็จะมีการขอความร่วมมือมายังพรรคเพื่อไทยและพรรคการเมืองอื่นในทำนองเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องคุยกันในรายละเอียด โดยยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยจะทำการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 2556 ซึ่งเมื่อมีการร่วมลงชื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะสามารถนำเสนอต่อรัฐสภาได้ในต้นสัปดาห์หน้า

 

ด้าน จาตุรนต์กล่าวว่า แม้จะมีการทำประชามติจนได้เสียงอย่างท่วมท้น แต่ในวงเสวนาต่างๆ ก็จะมีข้อห่วงใยว่าในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พรรคการเมืองต่างๆ หรือสมาชิกรัฐสภาจะเป็นผู้กำหนดเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปทั้งหมด ซึ่งเป็นข้อห่วงใยที่มีเหตุผล เพราะว่ามีประสบการณ์มาตั้งแต่ในอดีต เมื่อสมาชิกรัฐสภาจัดทำรัฐธรรมนูญกันเอง ก็จะมีเสียงครหาว่าจะทำไปเพื่อประโยชน์ของสมาชิกรัฐสภา หรือพรรคการเมืองเอง พรรคเพื่อไทยคำนึงถึงข้อห่วงใยนี้ให้มีความเชื่อมโยงกับประชาชนให้มากที่สุด จึงได้ยืนยันหลักการให้ผู้ทรงคุณวุฒิมาจากองค์กรต่างๆ ตั้งแต่ครั้งที่แล้ว และในครั้งนี้ก็ยังมีการยืนยันเช่นเดิม

 

จาตุรนต์ยอมรับด้วยว่า เสียงข้างมากในรัฐสภาจะค่อนข้างมีความชัดเจนมั่นคงไปทางใดทางหนึ่ง เพราะฉะนั้น เราคิดว่าความร่วมมือระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ มีความจำเป็น และกระบวนการในการที่จะแก้ไขที่จะต้องส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้มากที่สุด พร้อมยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยยินดีลงชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคอื่นๆ โดยไม่คำนึงว่าเป็นพรรครัฐบาลหรือพรรคฝ่ายค้านแต่อย่างใด หากมีเจตนารมณ์ร่วมกันเพื่อนำไปสู่การจัดทำฉบับใหม่ เราก็ยินดีให้การสนับสนุน และในการประชุมสภา คงจะเกิดการแลกรายชื่อ เซ็นชื่อ เพื่อให้เกิดร่างแก้ไขจากหลายพรรคการเมืองเข้าไปพิจารณาพร้อมๆ กัน

 

ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีมาหลายสมัยแล้ว การแก้ไขฉบับนี้ จะแล้วเสร็จในรัฐบาลชุดนี้เลยหรือไม่ ชูศักดิ์เชื่อว่า เป็นไปได้ แต่สิ่งนี้มันก็อยู่ที่การทำความเข้าใจแล้วว่ามันควรเป็นอย่างไร และที่สำคัญก็คือฉันทามติของเสียงข้างมากในรัฐสภานั้น จะต้องเข้าใจว่าเรามีความพยายามที่จะทำรัฐธรรมนูญมาช้านานแล้วเป็น 20 ปี และมันสำเร็จได้ คิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ เราจะต้องได้รัฐธรรมนูญที่มันเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ใช่ถอยหลังลงไปอีก

 

 

ชูศักดิ์ ศิรินิล, จาตุรนต์ ฉายแสง และมนพร เจริญศรี แถลงข่าวเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคเพื่อไทย 1ชูศักดิ์ ศิรินิล, จาตุรนต์ ฉายแสง และมนพร เจริญศรี แถลงข่าวเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคเพื่อไทย 2ชูศักดิ์ ศิรินิล, จาตุรนต์ ฉายแสง และมนพร เจริญศรี แถลงข่าวเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคเพื่อไทย 3

The post เพื่อไทยลุยยื่นแก้รัฐธรรมนูญต้น มิ.ย. ขอเสียงฝ่ายค้าน-รัฐบาลหนุนให้ครบ 1 ใน 5 ด้านจาตุรนต์ชี้ต้องยึดโยงประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคประชาชนเตรียมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ มีทั้งแบบเลือก สสร. โดยอ้อม และรัฐสภาเลือกยกชุด https://thestandard.co/people-party-constitution-amendment-drafts/ Mon, 25 May 2026 10:41:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1210707 ภาพประกอบการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับของพรรคประชาชน เพื่อเลือก สสร. 150 คน

พรรคประชาชนเตรียมยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหมวด 1 […]

The post พรรคประชาชนเตรียมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ มีทั้งแบบเลือก สสร. โดยอ้อม และรัฐสภาเลือกยกชุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับของพรรคประชาชน เพื่อเลือก สสร. 150 คน

พรรคประชาชนเตรียมยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ว่าด้วยกลไกการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จำนวน 2 ฉบับเข้าสู่รัฐสภาในสัปดาห์นี้

 

 
 

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยว่า พรรคมีเป้าหมายหลักในการผลักดันให้เกิดสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) จำนวน 150 คนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

 

พร้อมกำหนดกลไกป้องกันการผูกขาดอำนาจและไม่เพิ่มอำนาจพิเศษให้สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในการชี้ขาดเนื้อหา เพื่อให้การจัดทำรัฐธรรมนูญเป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย

 

จ่อยื่น 2 ฉบับ ภายใต้ 3 หลักการเดิม

 

การตัดสินใจยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญพร้อมกัน 2 ฉบับ เป็นผลสืบเนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งพรรคประชาชนประเมินว่าได้สร้างข้อจำกัดที่อาจทำให้ประชาชนไม่สามารถเลือกตั้งผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง

 

ทางพรรคจึงออกแบบร่างขึ้นมา 2 รูปแบบเพื่อให้รัฐสภาบรรจุวาระการพิจารณาอย่างน้อย 1 ฉบับในวาระที่ 1 โดยร่างทั้งสองฉบับยึดถือ 3 หลักการ ได้แก่ การสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้งผู้ร่างรัฐธรรมนูญ การป้องกันการผูกขาดอำนาจเพื่อให้เกิดการยอมรับจากทุกภาคส่วน และการไม่เพิ่มอำนาจหรือเงื่อนไขพิเศษแก่ สว. ในกระบวนการชี้ขาดเนื้อหา

 

ทั้งนี้ สส. ของพรรคจะประชุมเพื่อสรุปรายละเอียดและร่วมลงชื่อในวันอังคารนี้ (26 พฤษภาคม)

 

สำหรับโครงสร้างของ สสร. ตามร่างของพรรคประชาชน จะประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 150 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชน โดยแบ่งเป็นตัวแทนเชิงพื้นที่และตัวแทนเชิงประเด็น กลุ่มอาชีพ หรือกลุ่มสังคม ความแตกต่างของร่างทั้ง 2 ฉบับอยู่ที่กระบวนการรับรองหลังการเลือกตั้ง

 

  • ฉบับที่ 1: รัฐสภาลงมติเห็นชอบรวดเดียว 150 คน ไม่เลือกแยก

 

ร่างฉบับแรกกำหนดให้ประชาชนเลือกตั้ง สสร. จำนวน 150 คน และส่งรายชื่อทั้งหมดให้รัฐสภารับรองแบบ ‘ทั้งชุด’ โดยไม่สามารถคัดแยกรับรองรายบุคคลได้

 

หากรัฐสภาให้การรับรอง สมาชิกทั้ง 150 คนจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ทันที แต่หากรัฐสภาไม่รับรอง จะต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด

 

  • ฉบับที่ 2: ประชาชนเลือก สสร. ให้รัฐสภาคัดเหลือครึ่งหนึ่ง

 

ส่วนร่างฉบับที่สองกำหนดให้ประชาชนเลือกตั้งผู้สมัครจำนวน 300 คน แล้วส่งรายชื่อให้รัฐสภาคัดเลือก ‘เหลือ 150 คน’ ภายใต้กระบวนการที่ป้องกันการผูกขาดและคงความเป็นอิสระของ สสร. จากพรรคการเมืองหรือสมาชิกรัฐสภา

 

โดยรายละเอียดกลไกของร่างฉบับนี้จะมีการเปิดเผยในวันยื่นร่าง

 

ห้ามเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง รัฐสภาเห็นชอบกึ่งหนึ่ง ไร้เงื่อนไขเสียง สว.

 

ในส่วนของการปฏิบัติหน้าที่ สสร. จะมีกรอบระยะเวลาทำงานไม่เกิน 360 วัน และสามารถดำเนินการต่อไปได้โดยไม่ถูกกระทบจากการยุบสภาผู้แทนราษฎรหรือการสิ้นสุดอายุของรัฐสภา

 

สสร. มีอำนาจในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ภายใต้เงื่อนไขห้ามเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองหรือรูปแบบของรัฐตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 255

 

นอกจากนี้ สสร. ต้องจัดตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญหรือบุคคลภายนอกที่ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเข้ามาร่วมงานได้ และสามารถตั้งคณะกรรมาธิการชุดอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น คณะกรรมาธิการรับฟังความเห็นของประชาชน

 

เมื่อกระบวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้น สสร. ต้องส่งร่างให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยต้องได้รับมติเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด

 

หากผ่านความเห็นชอบ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวจะถูกนำไปสอบถามความเห็นประชาชนผ่านการออกเสียงประชามติต่อไป

 

นอกจากการผลักดันร่างของตนเอง พรรคประชาชนได้ย้ำจุดยืนว่า สส. ของพรรคพร้อมร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคการเมืองอื่นหรือสมาชิกรัฐสภาส่วนอื่น เพื่อให้มีจำนวนรายชื่อเพียงพอต่อการยื่นเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ตราบใดที่ร่างเหล่านั้นมีเนื้อหาสอดคล้องกับหลักการสำคัญที่พรรคได้วางไว้

The post พรรคประชาชนเตรียมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ มีทั้งแบบเลือก สสร. โดยอ้อม และรัฐสภาเลือกยกชุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภราดร ชี้ไทม์ไลน์แก้รัฐธรรมนูญกำหนดยาก เหตุหลายพรรคยังไม่ยื่นร่าง-ต้องรอถกในสภา https://thestandard.co/paradorn-constitution-amendment-timeline-difficult/ Mon, 25 May 2026 07:36:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1210657 ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังให้สัมภาษณ์

วันนี้ (25 พฤษภาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ภราดร ปริศนานันทกุ […]

The post ภราดร ชี้ไทม์ไลน์แก้รัฐธรรมนูญกำหนดยาก เหตุหลายพรรคยังไม่ยื่นร่าง-ต้องรอถกในสภา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังให้สัมภาษณ์

วันนี้ (25 พฤษภาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กางไทม์ไลน์การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการทำประชามติครั้งที่ 2 ว่า เรายังไม่รู้ และคาดการณ์ไม่ได้ว่า การพิจารณารับหลักการในวาระที่ 1 ขณะนี้มีแค่ร่างของพรรคภูมิใจไทยที่ยื่น แต่ไม่รู้ว่าพรรคการเมืองอื่นจะมีการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกกี่ฉบับ และยังไม่ทราบว่าพรรคประชาชน (ปชน.) จะรวมรายชื่อเสนอด้วยหรือไม่ ดังนั้น การกำหนดไทม์ไลน์คงทำได้ยาก ทั้งหมดเป็นเรื่องของรัฐสภา

 

เมื่อถามถึงกรณีณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยไม่เข้าเงื่อนไขของพรรคประชาชนทั้ง 3 ข้อ ภราดร กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นร่างของพรรคประชาชนว่าเป็นแบบไหน แต่ร่างของพรรคภูมิใจไทยนำเสนอก่อน ให้สังคมได้วิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งไม่ใช่ร่างสุดท้าย ต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการพูดคุยเพื่อให้ได้ร่างของคณะกรรมาธิการ และเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ 2 ยังมีอีกหลายขั้นตอน แต่วันนี้พรรคภูมิใจไทยได้แสดงความชัดเจนแล้วว่า เราจริงใจแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำความเข้าใจกับฝ่ายค้านจนได้เสียงสนับสนุนจากฝ่ายค้าน 20% ในวาระที่ 3 ได้หรือไม่ ภราดร กล่าวว่า ตนว่าไกลเกินไป เดี๋ยวรอดูในวาระที่ 1 ว่ามีการอภิปรายอย่างไร และต้องดูว่าในคณะกรรมาธิการมีการถกเถียงมากแค่ไหน มีการยอมรับหรือถอยในจุดยืนมากน้อยเพียงใด หากทุกคนยอมรับในชั้นคณะกรรมาธิการก็ไม่มีปัญหา

 

เมื่อถามว่า ทุกฝ่ายต้องประนีประนอมใช่หรือไม่ ภราดร กล่าวว่า การทำรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายมหาชน ทุกคนต้องเห็นชอบร่วมกัน รัฐธรรมนูญกำหนดเงื่อนไขชัดเจนว่า การจะผ่านร่างต้องมีเงื่อนไขอะไร ดังนั้น การแก้ไขต้องเป็นไปด้วยความเห็นชอบของทุกฝ่าย

 

เมื่อถามอีกว่า ได้พูดคุยกับพรรคเพื่อไทยหรือยังว่า จะสนับสนุนร่างของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ภราดร กล่าวว่า ตนได้คุยนอกรอบกับ ชูศักดิ์ ศิรินิล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เนื่องจากจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทยมี 74 เสียง ซึ่งไม่เพียงพอในการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยพรรคเดียว ทางพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยพร้อมสนับสนุนด้วย อยู่ที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอร่างแบบไหน

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า งบกลางในการทำประชามติครั้งที่ 2 มีเพียงพอหรือไม่ ภราดร กล่าวว่า เมื่อใดที่กฎหมายกำหนดให้รัฐบาลมีหน้าที่ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ย้ำเสมอว่ารัฐบาลพร้อมที่จะดำเนินการทุกรูปแบบเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน 26.7 ล้านเสียงตามผลประชามติ โดยจะใช้ทุกองค์ประกอบสนับสนุน ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

The post ภราดร ชี้ไทม์ไลน์แก้รัฐธรรมนูญกำหนดยาก เหตุหลายพรรคยังไม่ยื่นร่าง-ต้องรอถกในสภา appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคประชาธิปัตย์แสวงแนวร่วมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญสัปดาห์ ย้ำไม่ให้เสียงข้างน้อยมีเงื่อนไขพิเศษมายับยั้ง https://thestandard.co/democrat-constitution-amendment-minority-block/ Thu, 21 May 2026 12:14:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1209812 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าว

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประช […]

The post พรรคประชาธิปัตย์แสวงแนวร่วมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญสัปดาห์ ย้ำไม่ให้เสียงข้างน้อยมีเงื่อนไขพิเศษมายับยั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าว

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงการขับเคลื่อนงานด้านนิติบัญญัติของพรรค และความเคลื่อนไหวของการยื่นร่างแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ โดยยอมรับว่า พรรคประชาธิปัตย์มีจำนวนเสียง สส. ไม่เพียงพอตามเงื่อนไขในการยื่นร่างแก้ไขฯ เอง

 

 

▪เปิด 3 สาระสำคัญ ร่าง รธน. ‘ประชาธิปัตย์-แนวร่วม’

 

ดังนั้น พรรคจึงได้เจรจาประสานงานกับพรรคการเมืองต่างๆ ที่มีอุดมการณ์และเผชิญปัญหาทำนองเดียวกัน เพื่อร่วมมือกันผลักดันร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และได้มีกำหนดการยื่นร่างแก้ไขฯ ร่วมกันภายในสัปดาห์หน้า

 

โดยมีกรอบสาระสำคัญ 3 ประการ ประกอบด้วย

 

  • ที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ต้องกระจายตัว โดยกำหนดให้ สสร. มาจากการคัดเลือกและมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง ขณะที่กลไกการโหวตเลือกในรัฐสภาจะต้องออกแบบให้เกิดการกระจายสัดส่วน ไม่ให้กลุ่มทุนหรือเสียงข้างมากในสภาเข้าควบคุมหรือผูกขาด สสร. ได้
  • ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในหมวด 1 (บททั่วไป) และหมวด 2 (พระมหากษัตริย์) ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนต่อความมั่นคงของรัฐและความรู้สึกของสังคม
  • ปรับปรุงกระบวนการลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญในชั้นรัฐสภาหลังจากที่ สสร. ยกร่างเสร็จสิ้น เพื่อให้กลไกประชาธิปไตยเดินหน้าได้โดยไม่ถูกกลุ่มเสียงข้างน้อยที่มีเงื่อนไขพิเศษใช้อำนาจยับยั้งจนร่างกฎหมายสูงสุดของประเทศต้องตกไป

 

▪เกาะติดปม ป.ป.ช. ยกคำร้องศักดิ์สยาม

 

นอกเหนือจากนี้ คณะทำงานกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ได้ตรวจสอบมติและการชี้แจงของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ระบุว่า ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไม่ได้จงใจแสดงบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จและไม่ได้แทรกแซงการจัดซื้อจัดจ้าง

 

“พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในอดีตมีผลผูกพันทุกองค์กร และได้ชี้ชัดไว้แล้วว่าพฤติการณ์ของศักดิ์สยามเข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 126 ในเรื่องของการมีผลประโยชน์ทับซ้อน ดังนั้น สส. พรรคประชาธิปัตย์จึงได้เข้าชื่อกันเพื่อยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ให้ดำเนินการไต่สวนและวินิจฉัยความผิดในประเด็นนี้ต่อไปตามบรรทัดฐานทางกฎหมาย” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

 

▪เสนอร่างกฎหมายภาคประชาชนกลับเข้าสภาฯ

 

อภิสิทธิ์ระบุด้วยว่า จากกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติไม่ยืนยันร่างกฎหมายสำคัญหลายฉบับที่ค้างมาจากสภาชุดก่อน ส่งผลให้ความเพียรพยายามของภาคประชาชนต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่ในสัปดาห์นี้

 

สส. ของพรรคประชาธิปัตย์จึงได้ร่วมกันเข้าชื่อเพื่อเสนอร่างกฎหมายเหล่านั้นกลับเข้าสู่ระเบียบวาระของสภาอีกครั้ง โดยหยิบยกเอาเนื้อหาที่ผ่านการเคาะจากชั้นกรรมาธิการวิสามัญชุดก่อนซึ่งเป็นจุดสมดุลระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ มาปัดฝุ่นและยกระดับให้เข้มข้นขึ้น ประกอบด้วย

 

  • ร่าง พ.ร.บ. รายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ (PRTR) ร่างฉบับของประชาธิปัตย์จะใช้เนื้อหาเดิมที่ได้รับความเห็นชอบร่วมกันระหว่างภาคประชาชนและภาคธุรกิจแล้ว แต่จะมีการ ปรับลดระยะเวลาบทเฉพาะกาลให้สั้นลงจาก 5 ปี เหลือ 2 ปี เพื่อเร่งยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมไทยให้สอดรับกับเกณฑ์ในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ตามหมุดหมายของประเทศ
  • ร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน มุ่งเน้นการขจัดปัญหาการเลือกปฏิบัติในสถานประกอบการทุกรูปแบบ โดยนำร่างที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จสิ้นแล้วมาปรับปรุงรายละเอียดเล็กน้อย เพื่อให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานยุคใหม่
  • ร่างกฎหมายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อยกระดับและรับรองสถานะทางกฎหมาย กำหนดมาตรฐานจรรยาบรรณ และสิทธิประโยชน์ของแนวหน้าสุขภาพ โดยพรรคประชาธิปัตย์ได้ เพิ่มกลไก ‘กองทุนสวัสดิการ อสม.’ เข้าไปในร่างกฎหมาย เพื่อสร้างหลักประกันชีวิตที่มั่นคงอย่างเป็นรูปธรรม

 

นอกจากกฎหมายเยียวยาภาคประชาชนแล้ว อภิสิทธิ์ระบุว่า พรรคได้จัดทำร่างกฎหมายที่เป็นเสาหลักนโยบายของพรรคเสร็จสิ้น และพร้อมยื่นต่อสภาอีก 2 ฉบับ คือ

 

  • ร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ปรับปรุงกติกาให้หน่วยงานรัฐต้องจัดทำและจัดเก็บข้อมูลอยู่ในรูปแบบดิจิทัลเพื่อความโปร่งใสและเอื้อให้เกิดการแบ่งปันข้อมูล พร้อมกระชับกระบวนการอุทธรณ์ในกรณีที่รัฐปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลให้รวดเร็วและเป็นธรรมยิ่งขึ้น
  • ร่าง พ.ร.บ. สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สภา SME) จัดตั้งองค์กรกลางเพื่อเป็นตัวแทนของกลุ่มผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศในการคานอำนาจและเจรจาต่อรอง พร้อมบรรจุบทบัญญัติบังคับให้รัฐต้องมีมาตรการส่งเสริม SME ไทยอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การกำหนดสัดส่วนโควตาในการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ

The post พรรคประชาธิปัตย์แสวงแนวร่วมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญสัปดาห์ ย้ำไม่ให้เสียงข้างน้อยมีเงื่อนไขพิเศษมายับยั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์วิจารณ์ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับภูมิใจไทย ไม่ควรอ้างเจตจำนงประชาชน เหตุขัดทั้ง 3 หลักการ https://thestandard.co/natthapong-criticizes-bhumjaithai-constitution-draft/ Thu, 21 May 2026 06:38:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1209635 ภาพ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กำลังให้สัมภาษณ์

หัวหน้าพรรคประชาชนวิจารณ์เนื้อหาของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญข […]

The post ณัฐพงษ์วิจารณ์ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับภูมิใจไทย ไม่ควรอ้างเจตจำนงประชาชน เหตุขัดทั้ง 3 หลักการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กำลังให้สัมภาษณ์

หัวหน้าพรรคประชาชนวิจารณ์เนื้อหาของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย โดยชี้ว่าขัดต่อหลักการทั้ง 3 ข้อ เพราะตัดการมีส่วนร่วมของประชาชน เสี่ยงทำให้เกิดการผูกขาดกลไกการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ และมีการเพิ่มสิทธิพิเศษให้กับ สว. โดยกำหนดเงื่อนไขเสียงเห็นชอบ 1 ใน 4 ของวุฒิสภา

 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้าของการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้ (21 พฤษภาคม) โดยย้ำใน 3 หลักการ คือ 1. ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ 2. ไม่มีกระบวนการสร้างการผูกขาดอยู่กับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง และ 3. ไม่เพิ่มอำนาจให้สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

 

ณัฐพงษ์ชี้ว่า ต้องส่งข้อเรียกร้องเหล่านี้ไปให้ทุกพรรคการเมือง และพรรคประชาชนก็พร้อมที่จะลงชื่อให้กับทุกร่างของทุกพรรคที่สอดคล้องกับ 3 หลักการดังกล่าว แม้ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะต้องใช้สัดส่วนของฝ่ายค้าน 20% แต่หลายคนก็ตั้งคำถามว่า พรรคกล้าธรรมเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ ส่วนตัวก็ไม่สามารถไปวิพากษ์วิจารณ์แทนพรรคกล้าธรรมได้ แต่ก็ขอส่งข้อเรียกร้องไปถึงพรรคกล้าธรรมเช่นเดียวกัน เช่นเดียวกับทุกพรรคการเมืองที่อยากให้คงหลักการ 3 ข้อนี้

 

ณัฐพงษ์ยังมองว่าไม่ถูกต้องที่นายกรัฐมนตรีอ้างว่า การยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเจตจำนงของประชาชน เพราะเจตจำนงของประชาชนที่ต้องการเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่คือกติกาสูงสุดที่สร้างความโปร่งใส ประชาชนมีอำนาจอย่างแท้จริง ดังนั้น หากกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นไปตาม 3 หลักการ จึงจะเป็นการเดินหน้าตามเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง

 

นอกจากนี้ ณัฐพงษ์ยังมองว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยตามที่เห็นรายละเอียดบ้างแล้ว ขัดกับหลักการทั้ง 3 ข้อ เช่น การที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ร่างของพรรคภูมิใจไทยก็ไม่มีคูหาให้ประชาชนเลือกผู้ยกร่าง ส่วนที่บอกว่าไม่มีการผูกขาด แม้จะเขียนไว้ว่าเป็นไปตามสัดส่วนพรรคการเมือง แต่ก็ยังแยกสัดส่วน สส. และ สว.

 

“ตั้งคำถามได้ว่า ตอนนี้มีกลุ่มการเมืองใดกำลังครอบครองเสียงข้างมากใน สว. อยู่หรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น 2 ใน 7 ก็จะเป็นคนของก็จะเป็นคนของกลุ่มการเมืองใดการเมืองหนึ่ง บวกกับเสียงของกลุ่มนั้นในสภาล่าง จาก 500 คน ซึ่งบวกเลขออกมาก็เกินครึ่ง จึงเท่ากับว่านี่เป็นการผูกขาดหรือไม่” ณัฐพงษ์กล่าว

 

ณัฐพงษ์อธิบายด้วยว่า สิ่งที่ขัดต่อหลักการไม่เพิ่มอำนาจให้ สว. เพราะกระบวนการการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ใช่การแก้ไขร่าง ดังนั้น ไม่ใช่การตัดอำนาจ สว. แต่เป็นการปฏิเสธการเพิ่มอำนาจใหม่ ซึ่งในร่างของพรรคภูมิใจไทยตอนนี้ขัดหลักการทั้ง 3 ข้อ และกังวลว่าจะไม่ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นฉบับของประชาชนอย่างแท้จริง

 

อย่างไรก็ตาม แม้ยังไม่เห็นรายละเอียดของร่างแก้ไขฯ ของพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด แต่กระบวนการในสภาฯ สิ่งที่สำคัญคือการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ดังนั้น ในการต่อรองทางการเมือง จะทำอย่างไรให้ร่างที่มองว่า สอดคล้องกับ 3 หลักการมากที่สุดผ่านวาระ 1 เพื่อเข้าไปต่อรองกันในชั้นกรรมาธิการซึ่งเป็นวาระ 2 ดังนั้น ในส่วนการตัดสินใจลงมตินั้น ขอดูบริบททางการเมืองในอนาคตก่อนว่า การเจรจาระหว่างวิป และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่แต่ละพรรคการเมืองที่เสนอเข้ามามีหน้าตาเป็นอย่างไร จึงจะตอบได้ว่าจะลงมติอย่างไร

 

“วิธีการเดียวของพวกเราคือเอาหลังอิงประชาชนให้ได้มากที่สุด นำข้อเรียกร้องสู่สาธารณะทำความเข้าใจกับประชาชน กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วยการยื่นแก้ไขมาตรา 256 หมวด 15/1 สุดท้ายก็ต้องไปทำประชามติ ดังนั้น ร่างที่จะผ่านสภาฯ ส่อให้เห็นว่า จะเป็นร่างที่ผูกขาดไม่ยึดโยงกับประชาชน ประชาชนก็จะเป็นคนตัดสินสามารถคว่ำร่างได้ในอนาคต”

 

ทั้งนี้ คาดว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชน จะแล้วเสร็จ และจะยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้

The post ณัฐพงษ์วิจารณ์ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับภูมิใจไทย ไม่ควรอ้างเจตจำนงประชาชน เหตุขัดทั้ง 3 หลักการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดเนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับภูมิใจไทย ชูโมเดล สสร. 100 ล็อกห้ามแก้หมวด 1 และหมวด 2 https://thestandard.co/bhumjaithai-constitutional-amendment-cda/ Wed, 20 May 2026 06:48:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1209193 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานรัฐสภา

เปิดสาระสำคัญของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรคภูมิใจไทย ที […]

The post เปิดเนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับภูมิใจไทย ชูโมเดล สสร. 100 ล็อกห้ามแก้หมวด 1 และหมวด 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานรัฐสภา

เปิดสาระสำคัญของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรคภูมิใจไทย ที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค นำมายื่นต่อประธานรัฐสภาด้วยตนเอง และถือเป็นพรรคแรกที่ประเดิมยื่นร่างแก้ไขฯ ดังกล่าว เพื่อลบข้อครหาความไม่จริงใจ และเป็นการตอบรับผลการออกเสียงประชามติของประชาชน

 

สำหรับสาระสำคัญของร่างแก้ไขฯ ฉบับพรรคภูมิใจไทย ระบุที่มาและเหตุผลของการเสนอแก้ไขว่า สืบเนื่องจากการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นที่ยุติแล้วว่าประชาชนเสียงข้างมากจำนวนกว่า 21.6 ล้านคน เห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (เทียบกับเสียงไม่เห็นชอบ 11.2 ล้านคน)

 

พรรคภูมิใจไทยจึงได้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อแก้ไขมาตรา 156 และเพิ่มหมวด 15/1 ว่าด้วย การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อกำหนดอำนาจหน้าที่ของที่ประชุมร่วมรัฐสภาและขั้นตอนการร่างรัฐธรรมนูญให้มีความชัดเจน

 

โมเดล สสร. 100 คน ตัวแทนรายจังหวัดผสมผู้เชี่ยวชาญ

 

ร่างแก้ไขฯ ของพรรคภูมิใจไทย กำหนดให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) จำนวน 100 คน เพื่อรับหน้าที่จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีโครงสร้างที่มาดังนี้

 

  • ตัวแทนระดับจังหวัด 77 คน รัฐสภาจะเป็นผู้เลือกลงคะแนนจากบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกของแต่ละจังหวัด ให้ได้จังหวัดละ 1 คน
  • กลุ่มผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ 23 คน รัฐสภาจะเป็นผู้เลือกจากบัญชีรายชื่อเช่นกัน แบ่งสัดส่วนเป็น ผู้เชี่ยวชาญสาขากฎหมายมหาชน 7 คน, สาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ 8 คน และผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง การบริหาร หรือการร่างรัฐธรรมนูญ อีก 8 คน

 

คุณสมบัติของผู้สมัคร สสร. ต้องมีสัญชาติไทยโดยการเกิด อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี จบการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี และต้องไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในปัจจุบัน เช่น สส., สว., รัฐมนตรี หรือผู้บริหารท้องถิ่น

 

ทั้งนี้ สสร. จะมีประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 1 คน และมีรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 1 หรือ 2 คน บุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนี้จะต้องมาจากมติเห็นชอบของ สสร.

 

ขีดเส้นยกร่างไม่เกิน 360 วัน ห้ามแก้หมวด 1-2

 

ทั้งนี้ สสร. จะต้องดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จสิ้นภายในกรอบเวลา 360 วัน นับแต่วันที่เปิดประชุม สสร. ครั้งแรก โดยในกระบวนการทำงาน สสร. จะต้องแต่งตั้งคณะกรรมาธิการที่สำคัญ 2 ชุด (ชุดละไม่เกิน 45 คน) ได้แก่ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมาธิการเพื่อรับฟังความคิดเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อดึงภาคประชาชนและหน่วยงานต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบและทั่วถึง

 

ร่างแก้ไขฯ ฉบับนี้ได้วางกรอบหลักการไว้ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้อง ไม่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ หรือเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

 

ร่างแก้ไขฯ ยังกำหนดว่า การเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ของรัฐธรรมนูญปี 2560 จะกระทำมิได้ หากรัฐสภาวินิจฉัยว่าร่างฯ มีลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าร่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นอันตกไป

 

วางเงื่อนไขเสียง สว. เห็นชอบ 1 ใน 4

 

เมื่อ สสร. จัดทำร่างเสร็จสิ้น จะต้องนำกลับมาเสนอให้รัฐสภาเห็นชอบภายใน 30 วัน โดยการลงมติเห็นชอบเพื่อนำไปใช้เป็นรัฐธรรมนูญนั้น จะต้องใช้เสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของทั้งสองสภา และมีเงื่อนไขคือ ต้องมีเสียง สส. จากพรรคการเมืองที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล (ฝ่ายค้าน) เห็นชอบรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 และต้องมีเสียงสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของจำนวน สว. ที่มีอยู่

 

หากผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ประธานรัฐสภาจะส่งร่างรัฐธรรมนูญใหม่ไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อจัดให้มีการออกเสียงประชามติโดยประชาชน ว่าจะเห็นชอบกับร่างฯ ฉบับใหม่นี้หรือไม่ หากประชาชนลงมติเห็นชอบ จึงจะนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย ประกาศใช้เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศต่อไป แต่หากประชาชนไม่เห็นชอบ หรือ สสร. ทำไม่เสร็จตามกำหนด ร่างรัฐธรรมนูญนั้นก็จะตกไป

The post เปิดเนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับภูมิใจไทย ชูโมเดล สสร. 100 ล็อกห้ามแก้หมวด 1 และหมวด 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
“แสดงความจริงใจ” ภูมิใจไทยเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่รัฐสภาเป็นพรรคแรก https://thestandard.co/bhumjaithai-first-constitution-amendment/ Wed, 20 May 2026 05:39:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1209135 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะ สส. ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานสภา

พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคการเมืองแรกที่เข้ายื่นร่างแก้ไขรัฐ […]

The post “แสดงความจริงใจ” ภูมิใจไทยเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่รัฐสภาเป็นพรรคแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะ สส. ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานสภา

พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคการเมืองแรกที่เข้ายื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต่อประธานรัฐสภาในวันนี้ (20 พฤษภาคม) เพื่อบรรจุวาระเข้าพิจารณาในวาระที่ 1 นายกรัฐมนตรีระบุว่า เพื่อตอบสนองเจตนารมณ์ของประชาชนตามผลการออกเสียงประชามติ

 

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยคณะ สส. พรรคภูมิใจไทย เข้ายื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคต่อ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

 

อนุทินชี้แจงถึงการตัดสินใจยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในนามพรรคภูมิใจไทยแทนการเสนอในนามคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พรรคการเมืองคือด่านแรกในการรับฟังเสียงของประชาชน รัฐบาลมีที่มาจากพรรคการเมือง และพรรคการเมืองมีที่มาจากประชาชน การดำเนินการในนามพรรคจึงเป็นขั้นตอนที่ถูกต้องและยึดตามหลักการ พร้อมย้ำว่าการยื่นร่างแก้ไขในครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากประชามติที่ประชาชนมีความประสงค์ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญในบางมาตรา

 

ทั้งนี้ การที่พรรคภูมิใจไทยมายื่นร่างแก้ไขเป็นพรรคแรก เป็นการแสดงท่าทีที่ชัดเจนเพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาที่ระบุว่าพรรคไม่รับฟังเสียงประชาชนและไม่มีความจริงใจในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย

 

อนุทินยืนยันว่า การดำเนินการครั้งนี้เกิดจากความต้องการของประชาชน ไม่ใช่การขยับตัวเพราะถูกบิดเบือนหรือถูกกล่าวหา พร้อมกล่าวย้ำในช่วงท้ายของการแถลงข่าวเพื่อยืนยันความตั้งใจว่ามีความจริงจังในการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน

 

ส่วนมั่นใจว่าร่างฯ จะผ่านความเห็นชอบจากสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือไม่นั้น อนุทินและบรรดา สส. ภูมิใจไทยได้หัวเราะ ก่อนอนุทินระบุว่า ได้ทำหน้าที่ยื่นเรื่องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อบรรจุวาระแล้ว หลังจากนี้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาจะเป็นผู้พิจารณาและกำหนดทิศทางของผลการแก้ไขต่อไป

 

ส่วนกรณีที่พรรคประชาชนมีกำหนดการยื่นเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในสัปดาห์หน้า พรรคภูมิใจไทยจะขอศึกษารายละเอียดของร่างดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงมติ

 

ในด้านการทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาล อนุทินเปิดเผยว่า มีการหารือในเบื้องต้นแล้วแต่ยังไม่ได้พิจารณาในรายละเอียด พรรคภูมิใจไทยพร้อมพิจารณาร่างของทุกพรรคการเมือง และจะให้การสนับสนุนหากพบว่าเนื้อหามีเจตนารมณ์ร่วมกันและสร้างประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน โดยไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นข้อเสนอจากพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น

 

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีหากมีพรรคการเมืองอื่นเสนอให้ใช้วิธีเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) แบบทางอ้อมจะรับได้หรือไม่นั้น อนุทินชี้แจงว่า ประเด็นดังกล่าวต้องขึ้นอยู่กับความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภา ซึ่งมีสิทธิในการสะท้อนเสียงของประชาชน

 

สำหรับความกังวลเรื่องความเห็นต่างในการแก้ไขรัฐธรรมนูญระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลที่อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมืองนั้น อนุทินระบุว่าไม่มีความกังวลใดๆ และมีความมั่นใจว่าสมาชิกพรรคภูมิใจไทยทุกคนมีเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้สร้างประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

 

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะ สส. ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานสภา 1อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะ สส. ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานสภา 2อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะ สส. ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานสภา 3อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะ สส. ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานสภา 4อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะ สส. ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานสภา 5อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะ สส. ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานสภา 6อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะ สส. ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานสภา 7อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะ สส. ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานสภา 8อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะ สส. ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานสภา 9อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะ สส. ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานสภา 10

The post “แสดงความจริงใจ” ภูมิใจไทยเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่รัฐสภาเป็นพรรคแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคประชาชนเตรียมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภายในสัปดาห์หน้า พริษฐ์วิจารณ์ร่างฯ ภูมิใจไทยขัดหลักการ https://thestandard.co/people-party-charter-amendment-criticism/ Wed, 20 May 2026 04:49:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1209087 พริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าววิจารณ์ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประช […]

The post พรรคประชาชนเตรียมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภายในสัปดาห์หน้า พริษฐ์วิจารณ์ร่างฯ ภูมิใจไทยขัดหลักการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าววิจารณ์ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงยืนยันในวันนี้ (20 พฤษภาคม) เกี่ยวกับการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพิ่มเติมหมวด 15 / 1 ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พร้อมกับอีก 6 ร่างกฎหมายสำคัญของพรรค

 

พริษฐ์ย้ำถึง 3 หลักการของกลไกการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ประกอบด้วย 1. ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในกระบวนการ เช่น การให้ประชาชนมีส่วนร่วมเลือกสมาชิกร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) 2. ป้องกันการผูกขาดการจัดทำรัฐธรรมนูญโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และ 3. ไม่เพิ่มสิทธิพิเศษให้ สว. อย่างการกำหนดให้ใช้เสียง สว. 1 ใน 5 ของวุฒิสภา เพื่อเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

ชี้ร่างภูมิใจไทยขัดหลักการ

 

ในวันเดียวกันนี้ พรรคภูมิใจไทยเองก็เตรียมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ ของพรรคต่อประธานสภาฯ เช่นกัน โดยพริษฐ์เปรียบเทียบว่า จะมีความแตกต่างกันพอสมควรกับร่างของพรรคประชาชน เพราะเนื้อหาสาระของร่างพรรคภูมิใจไทยขัดกับอย่างน้อย 2-3 หลักการที่พรรคประชาชนวางไว้

 

พริษฐ์ยกเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนว่า พรรคภูมิใจไทยไม่มีกระบวนการเปิดให้มีคูหาให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกผู้ร่าง ขณะเดียวกัน หลักการเรื่องการไม่เพิ่มสิทธิพิเศษให้ สว. นั้น ร่างของพรรคภูมิใจไทยมีการกําหนดไว้ว่า ให้มีการเพิ่มอํานาจวุฒิสภา โดยระบุว่า จะผ่านความเห็นชอบต้องได้เสียง 1 ใน 4 ของ สว. ซึ่งคือ 50 คน อาจมีความเชื่อว่า หากมีกลุ่มการเมืองใดสามารถคุมเสียงได้ ก็จะเป็นคนชี้ขาดได้ ว่าเนื้อหาในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น จะเป็นเช่นไร

 

ทั้งนี้ พริษฐ์เชื่อว่า ในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระที่ 1 จะมีอย่างน้อย 2 ร่าง เข้าสู่การพิจารณาของสภาด้วยเช่นกัน

 

เชื่อร่างแก้ไขของพรรคประชาชน พร้อมยื่นไม่เกินสัปดาห์หน้า

 

พริษฐ์ชี้แจงถึงกรณีคูหาเลือกตั้งในร่างของพรรคประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือก สสร. โดยอ้อม โดยระบุว่า แม้ในที่ประชุม สส. จะมีการถกเถียงกัน แต่ยืนยันว่า การเปิดคูหาคือเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมเลือกผู้ร่าง เนื่องจากเรามองคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ว่าขัดต่อพื้นฐานหลักการประชาธิปไตย และขัดคําวินิจฉัยฉบับก่อนของศาลรัฐธรรมนูญเองด้วยซ้ำ ในการระบุว่า รัฐสภามิอาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างได้โดยตรง

 

พริษฐ์ย้ำว่า การมีคูหาจะเป็นกลไกที่ทําให้เนื้อหาของรัฐรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีความสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนมากที่สุด และเชื่อว่าจะสามารถออกแบบวิธีการบรรจุการพิจารณาวาระหนึ่งของรัฐสภาได้ สำหรับรายละเอียดนั้น ยืนยันว่าจะมีการยื่นไม่เกินสัปดาห์หน้า

 

ส่วนเงื่อนไขเสียง สว. พริษฐ์ระบุว่า เราไม่มีแนวคิดในการไปเพิ่มอํานาจให้กับ สว. แต่เราปฏิบัติกับ สส. และ สว. เท่าเทียมกัน คราวที่แล้วเรากําหนดแค่กึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา

 

ขณะที่การกำหนดไทม์ไลน์ของพรรคภูมิใจไทยให้เป็น ‘4 ปีทันใช้’ พร้อมกำหนดให้มีการออกเสียงประชามติแล้วนั้น พริษฐ์กล่าวว่า การยื่นร่างเป็นเพียงขั้นตอนแรก ซึ่งพรรคประชาชนมีความพร้อม แต่ตัวร่างน่าจะเสร็จสมบูรณ์และพร้อมยื่นไม่เกินสัปดาห์หน้า เรื่องกรอบเวลาเป็นขั้นตอนของสภาฯ ที่ต้องมีการนัดประชุม

 

ส่วนจะผ่านเสียงเห็นชอบของ สว.ในวาระ 1 หรือไม่นั้น ก็ต้องไปว่ากันในการพิจารณาของรัฐสภา อาจจํากันได้ว่า เนื้อหาร่างพรรคประชาชนปลายปี 2568 วาระที่ 1 นั้น ก็มีความสอดคล้องกับหลักการที่เราพูดไว้ และไม่เห็นเหตุผลอันใดที่ สว. จะลงมติแตกต่างจากคราวก่อน

 

ยืนยัน 6 ร่างกฎหมายที่ค้างสภาฯ กลับไป

 

นอกจากนี้ ตัวแทน สส. พรรคประชาชนยังได้เสนอร่างกฎหมายเพิ่มเติมของพรรคอีกรวมกันเป็น 6 ฉบับ ป็นร่างกฎหมายค้างมาจากสภาฯ ชุดที่แล้ว และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเห็นชัดว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่มีมติยืนยัน จึงทำให้โครงร่างทั้ง 6 ร่างดังกล่าวตกลงไป ทางเราจึงได้มีการอภิปรายถึงเหตุผลว่าเหตุใด 6 ประเด็นดังกล่าวควรจะได้ไปต่อในวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ในคำชี้แจงของรัฐบาลยังไม่สมเหตุสมผล

 

โดยจะมีทั้งร่างเดิมที่ยื่นกลับไปโดยไม่มีการปรับปรับปรุงเนื้อหา แต่อาจจะมีบางร่างที่มีการปรับปรุงเนื้อหาเล็กน้อยเพิ่มเติม ประกอบด้วย ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ (PRTR), ร่าง พ.ร.บ. โรงงาน, ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน, ร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่า, ร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพิ่มเติมหมวด 15 / 1 ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

 

พริษฐ์กล่าวว่า ทั้ง 6 ร่าง ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจสังคมการเมือง และมีร่างกฎหมายของภาคประชาชนหลายฉบับที่ได้ผ่านกระบวนการฟังความคิดเห็นเสร็จสิ้นแล้ว และหวังว่าในการประชุมสัปดาห์หน้าที่จะมีการประชุม 3 วัน จะมีวันสำหรับการพิจารณากฎหมายของ สส. โดยเฉพาะไม่ใช่แค่ของ ครม. ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ที่ทางประธานสภาฯ เคยให้ไว้ก่อนที่จะได้รับเลือกเป็นประธานสภาฯ

The post พรรคประชาชนเตรียมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภายในสัปดาห์หน้า พริษฐ์วิจารณ์ร่างฯ ภูมิใจไทยขัดหลักการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตาท่าทีพรรคการเมือง เล็งเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 1 อีกครั้ง ด้านประธานสภาฯ พร้อมบรรจุเข้าพิจารณา https://thestandard.co/parties-propose-constitution-amendment-bill/ Tue, 19 May 2026 07:19:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1208796 โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวในวันนี้ (19 พฤษ […]

The post จับตาท่าทีพรรคการเมือง เล็งเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 1 อีกครั้ง ด้านประธานสภาฯ พร้อมบรรจุเข้าพิจารณา appeared first on THE STANDARD.

]]>
โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวในวันนี้ (19 พฤษภาคม) ถึงกรณีพรรคการเมืองต่างๆ เตรียมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เข้ามาสู่การพิจารณาของรัฐสภาในวาระ 1 ภายหลังร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเดิมตกไปเนื่องจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ยืนยันร่างให้รัฐสภาพิจารณาต่อ

 

โสภณระบุว่า หากมีการยื่นมา สภาฯ ก็มีหน้าที่บรรจุ ส่วนจะพิจารณาช้าหรือเร็วก็อยู่ที่คณะกรรมการประสานงาน (วิป) ของทุกฝ่าย พร้อมเมื่อไรก็พิจารณาเมื่อนั้น

 

ส่วนความขัดแย้งหรือเห็นต่างในรัฐสภาเกี่ยวกับเนื้อหาของร่างแก้ไขฯ นั้น โสภณกล่าวว่า เราอย่าไปคิดก่อนล่วงหน้า ความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติของประชาธิปไตย แต่เราก็ต้องเคารพให้ได้ บริหารความเห็นต่างให้ได้เท่านั้น

 

“เคารพความเห็นต่างได้ ก็ไม่วุ่นวาย เราอย่าเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ถ้าอย่างนั้นก็เป็นประชาธิปไตยไม่ได้”

 

โสภณระบุอีกว่า หากมีความพร้อมก็ไม่จำเป็นต้องเสนอมาทุกพรรคการเมือง ให้พรรคการเมืองหลักที่เสนอได้เพื่อบรรจุ เมื่อบรรจุแล้วก็เข้าสู่การพิจารณา

 

ท่าทีแต่ละพรรคการเมือง ใครมีแนวโน้มเสนอร่างแก้ รธน. บ้าง

 

อย่างไรก็ตาม ตามที่ปรากฏเป็นข่าว มีหลายพรรคการเมืองที่แสดงความจำนงในการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในวาระ 1 อย่างพรรคภูมิใจไทยที่เตรียมขอมติจากที่ประชุม สส. ในวันนี้เพื่อยื่นร่างฯ

 

เช่นเดียวกับพรรคประชาชน ที่เปิดเผยว่าได้เตรียมเสนอร่างแก้ไขฯ ของพรรคภายใต้ 3 หลักการสำคัญ คือ ประชาชนมีส่วนร่วม ป้องกันการผูกขาด และไม่เพิ่มสิทธิพิเศษให้ สว. อีกทั้งพร้อมสนับสนุนพรรคการเมืองซึ่งต้องการเสนอร่างแก้ไขฯ ตราบใดที่เนื้อหาของร่างฯ ไม่ขัดต่อ 3 หลักการดังกล่าว

 

ขณะที่พรรคการเมืองอื่นๆ เช่น พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ มีแนวโน้มจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน แต่เนื่องจากการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องใช้รายชื่อ สส. 100 คน ขึ้นไป พรรคการเมืองที่มีจำนวน สส. ไม่ถึงที่กำหนดจึงต้องเจรจาหาแนวร่วมจากพรรคการเมืองอื่นๆ

 

ทั้งนี้ การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแก้ไขกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ให้มาจากสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) หรือองค์กรอื่นๆ ที่ทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ตามผลการออกเสียงประชามติที่ประชาชนกว่า 21.6 ล้านเสียง ลงคะแนนเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

The post จับตาท่าทีพรรคการเมือง เล็งเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 1 อีกครั้ง ด้านประธานสภาฯ พร้อมบรรจุเข้าพิจารณา appeared first on THE STANDARD.

]]>
3 หลักการ พรรคประชาชน จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ https://thestandard.co/people-party-new-constitution/ Mon, 18 May 2026 07:41:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1208445 พริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส. พรรคประชาชน แถลง 3 หลักการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่

พรรคประชาชนเริ่มมีท่าทีชัดเจนต่อการเดินหน้าเสนอร่างแก้ไ […]

The post 3 หลักการ พรรคประชาชน จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส. พรรคประชาชน แถลง 3 หลักการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่

พรรคประชาชนเริ่มมีท่าทีชัดเจนต่อการเดินหน้าเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งเป็นการเริ่ม ‘นับหนึ่ง’ ตั้งแต่ต้น หลังร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เดิมตกไปจากชั้นการพิจารณาของรัฐสภา เมื่อคณะรัฐมนตรีไม่ได้มีมติให้เดินหน้าต่อ

 

แม้ยังไม่ได้กำหนดวันเวลาเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ของพรรคอย่างชัดเจน แต่พรรคประชาชนได้เปิด 3 หลักการสำคัญ ที่ต้องมีในกลไกจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

 

พรรคประชาชนยังยืนยันว่า พร้อมจะร่วมสนับสนุนพรรคการเมืองอื่นๆ ในการเข้าชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเช่นกัน ตราบใดที่เนื้อหาของร่างดังกล่าวสอดคล้องกับ 3 หลักการที่เสนอไว้

 

ขณะที่ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขยายความเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยยืนยันว่า การมี ‘คูหา’ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ถือเป็นรูปธรรมเบื้องต้นของหลักการดังกล่าว พร้อมย้ำว่า หลักการนี้ไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยที่ 18/2568 ของศาลรัฐธรรมนูญ

 

เช่นเดียวกับหลักการไม่เพิ่มสิทธิพิเศษให้ สว. ซึ่งพริษฐ์ยอมรับว่า มีความเป็นไปได้ที่จะนำหลักเกณฑ์ ‘เสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา’ ซึ่งเคยเสนอไว้ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้านี้กลับมาอีกครั้ง

 


 

3 หลักการ พรรคประชาชน จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

The post 3 หลักการ พรรคประชาชน จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รำลึก 34 ปี พฤษภาประชาธรรม ชวนสืบทอดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญปี 2540 ด้านผู้แทนรัฐบาลย้ำบริหารประเทศด้วยความปรองดอง https://thestandard.co/may-democracy-1997-constitution-reconciliation/ Sun, 17 May 2026 05:21:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1208129 ภาพพิธีวางมาลาและสดุดีวีรชนพฤษภาประชาธรรม ที่สวนสันติพร

ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD บันทึกภาพพิธีวางมาลาและพิธี […]

The post รำลึก 34 ปี พฤษภาประชาธรรม ชวนสืบทอดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญปี 2540 ด้านผู้แทนรัฐบาลย้ำบริหารประเทศด้วยความปรองดอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพพิธีวางมาลาและสดุดีวีรชนพฤษภาประชาธรรม ที่สวนสันติพร

ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD บันทึกภาพพิธีวางมาลาและพิธีสดุดีวีรชนพฤษภาประชาธรรม ที่สวนสันติพร ในวันนี้ (17 พฤษภาคม) โดยถือเป็นวาระครบรอบ 34 ปี เหตุการณ์ ‘พฤษภาประชาธรรม’ เพื่อรำลึกถึงผู้เสียสละชีวิตและผู้สูญเสียเนื่องในเหตุการสลายการชุมนุมเรียกร้องให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เมื่อปี 2535 ซึ่งต่อมานำมาสู่การผลักดันให้เกิดรัฐธรรมนูญปี 2540

ดูภาพข่าว ▼ 

ในการนี้ มีตัวแทนจากภาครัฐ ภาคการเมือง ภาคประชาชน กลุ่มญาติวีรชน ตลอดจนองค์กรต่างๆ เข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง

 

ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ประธานมูลนิธิพฤษภาประชาธรรม กล่าวเปิดพิธีในช่วงต้น ระบุว่า นับจนถึงวันนี้ ยังไม่ทราบว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเท่าไร แต่เฉพาะศพที่มีรายงานที่โรงพยาบาลคือ 44 ศพ และยังมีคนไม่ได้กลับบ้านกว่า 500 คน เหตุที่เรามาเจอกันทุกวันที่ 17 พฤษภาคม ไม่ใช่แค่การรำลึกถึงวีรชน แต่มาเพื่อเรียนรู้ว่าความเห็นต่างจะไม่นำไปสู่ความสูญเสีย ไม่นำไปสู่การปราบปรามของรัฐบาลต่อไป เราเชื่อมั่นว่าเหตุการณ์นองเลือด การรัฐประหารล้มล้างรัฐธรรมนูญจะไม่เกิดขึ้น

 

ปริญญาชี้ว่า การชุมนุมเมื่อปี 2535 เพื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เชื่อว่าจนถึงวันนี้ผู้คนยังคงถวิลหารัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีส่วนร่วม ผลการออกเสียงประชามติเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา มีผู้เห็นชอบมากถึง 65% จึงอยากชวนทุกคนจินตนาการว่า หากไม่มีรัฐประหารปี 2549 และปี 2557 รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ก็ยังคงบังคับใช้อยู่จนปัจจุบัน จึงเห็นว่ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่นั้น ควรปรับปรุงเพิ่มเติมจากรัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งเป็นเจตจำนงร่วมสมัย

 

ทั้งนี้ ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีเป็นผู้แทนรัฐบาลเข้าร่วมวางพวงมาลา และได้กล่าวในช่วงหนึ่งว่า รัฐบาลมีเจตนารมณ์ในการบริหารประเทศโดยยึดหลักไม่ใช้ความรุนแรง เน้นการพูดคุย สร้างความปรองดอง และเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของประเทศร่วมกัน เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งสันติ เคารพความเห็นต่าง และธำรงไว้ซึ่งหลักประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน

 

พร้อมด้วยตัวแทนจากภาคส่วนอื่นๆ อาทิ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นพ. เชิดชัด ตันติศิรินทร์ ตัวแทนพรรคเพื่อไทย, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ตัวแทนพรรคประชาชน เป็นต้น

 

สำหรับเหตุการณ์พฤษภาประชาธรรม สืบเนื่องจากการรวมตัวชุมนุมประท้วงของประชาชนจำนวนมากที่ท้องสนามหลวงและถนนราชดำเนิน เพื่อเรียกร้องให้ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญให้นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง ซึ่งต่อมารัฐบาลได้ดำเนินการปราบปรามผู้ชุมนุมอย่างรุนแรงในวันที่ 17-20 พฤษภาคม 2535 ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวน ตัวเลขผู้เสียชีวิตเท่าที่มีบันทึกไว้คือ 44 คน แต่เชื่อกันว่าจำนวนจริงมีมากกว่านั้น

 

 

ภาพพิธีวางมาลาและสดุดีวีรชนพฤษภาประชาธรรม ที่สวนสันติพร 1ภาพพิธีวางมาลาและสดุดีวีรชนพฤษภาประชาธรรม ที่สวนสันติพร 2ภาพพิธีวางมาลาและสดุดีวีรชนพฤษภาประชาธรรม ที่สวนสันติพร 3ภาพพิธีวางมาลาและสดุดีวีรชนพฤษภาประชาธรรม ที่สวนสันติพร 4ภาพพิธีวางมาลาและสดุดีวีรชนพฤษภาประชาธรรม ที่สวนสันติพร 5ภาพพิธีวางมาลาและสดุดีวีรชนพฤษภาประชาธรรม ที่สวนสันติพร 6ภาพพิธีวางมาลาและสดุดีวีรชนพฤษภาประชาธรรม ที่สวนสันติพร 7ภาพพิธีวางมาลาและสดุดีวีรชนพฤษภาประชาธรรม ที่สวนสันติพร 8ภาพพิธีวางมาลาและสดุดีวีรชนพฤษภาประชาธรรม ที่สวนสันติพร 9ภาพพิธีวางมาลาและสดุดีวีรชนพฤษภาประชาธรรม ที่สวนสันติพร 10ภาพพิธีวางมาลาและสดุดีวีรชนพฤษภาประชาธรรม ที่สวนสันติพร 11ภาพพิธีวางมาลาและสดุดีวีรชนพฤษภาประชาธรรม ที่สวนสันติพร 12ภาพพิธีวางมาลาและสดุดีวีรชนพฤษภาประชาธรรม ที่สวนสันติพร 13

The post รำลึก 34 ปี พฤษภาประชาธรรม ชวนสืบทอดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญปี 2540 ด้านผู้แทนรัฐบาลย้ำบริหารประเทศด้วยความปรองดอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ร่างกฎหมายค้างท่อ ฉบับไหน ‘ได้ไปต่อ’ หรือ ‘ถูกปล่อยตก’ รัฐบาลอธิบายว่าอย่างไร https://thestandard.co/government-explains-pending-bills-fate/ Fri, 15 May 2026 11:05:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1207656 ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงร่างกฎหมายค้างท่อ

เปิดเหตุผลที่รัฐบาลยืนยันร่างกฎหมายค้างท่อ 34 ฉบับ ให้ร […]

The post ร่างกฎหมายค้างท่อ ฉบับไหน ‘ได้ไปต่อ’ หรือ ‘ถูกปล่อยตก’ รัฐบาลอธิบายว่าอย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงร่างกฎหมายค้างท่อ

เปิดเหตุผลที่รัฐบาลยืนยันร่างกฎหมายค้างท่อ 34 ฉบับ ให้รัฐสภากลับมาพิจารณาต่อ และปล่อยกฎหมายฉบับที่เหลือให้ตกไป จากคำชี้แจงของ ภราดร ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชี้แจงต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันนี้ (15 พฤษภาคม)

 ภราดรหยิบยกประเด็นจากที่สมาชิกรัฐสภาได้สอบถามและแสดงความเห็น ก่อนชี้แจงในภาพรวมว่า ร่างกฎหมายทั้งทั้ง 34 ฉบับนี้ ไม่ได้ยืนยันผ่านมติ ครม. ครั้งเดียว แต่แบ่งเป็นครั้งแรกยืนยัน 31 ฉบับในวันที่ 5 พฤษภาคม มีกฎหมายของ ครม. 21 ฉบับ ของ สส. 10 ฉบับ โดยไม่มีกฎหมายจากภาคประชาชน และครั้งที่สองยืนยันอีก 3 ฉบับ ในวันที่ 12 พฤษภาคม มีกฎหมายของ สส. 2 ฉบับ และกฎหมายของภาคประชาชน 1 ฉบ้บ

 

เขาบอกว่า เจตนารมณ์ของการยืนยัน 2 ครั้ง คือต้องการเว้นช่วงเวลา 1 สัปดาห์ ให้ผู้ประสงค์จะยืนยันร่างของตนเองต่อ ครม. เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญกับฝ่ายนิติบัญญัติ การยืนยันกฎหมายผ่านกระบวนการคิด และรับฟังอย่างรอบด้าน

 

ภราดรกล่าวด้วยว่า ส่วนมากแล้วตามธรรมเนียมปฏิบัติในอดีต ครม. จะยืนยันเฉพาะร่างกฎหมายที่เสนอโดย ครม. เป็นส่วนใหญ่ มีบ้างที่ยืนยันร่างกฎหมายที่เสนอโดยสมาชิกรัฐสภา แต่ต้องเป็นร่างที่มีฉบับของ ครม. ประกบด้วย แต่รัฐบาลนี้ได้ให้ความสำคัญกับร่างกฎหมายของทุกฝ่ายอย่างถี่ถ้วน ไม่แต่เพียงให้ความสำคัญเฉพาะร่างกฎหมายของ ครม. เท่านั้น

 

“ถ้าไม่จริงใจและไม่ใส่ใจ รัฐบาลทำได้ง่ายๆ 2 ทาง คือ ยืนยันมาทั้งหมด 100 กว่าฉบับ เอาใจสมาชิกรัฐสภาที่เสนอเข้ามา อีกทางคือไม่ยืนยันเลยแม้แต่ฉบับเดียว ซึ่งที่ผ่านมาก็มีหลายรัฐบาลที่ดำเนินการแบบนั้น” ภราดรกล่าว

 

สำหรับเหตุผลของร่างกฎหมายบางฉบับที่มีการพูดถึงกันมาก เขาชี้แจงเหตุผลเบื้องต้นไว้ ดังนี้

 

1. ไม่ยืนยัน: กฎหมายจากภาคประชาชน 6 ฉบับ

 

ภราดรชี้แจงสาเหตุที่รัฐบาลไม่ยืนยันกฎหมายจากภาคประชาชน เนื่องจากมีเพียง 1 ร่าง ที่แสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนมายังรัฐบาลว่าร่างกฎหมายนี้มีความสำคัญ ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าวคือ ร่าง พ.ร.บ. ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. ….

 

ที่ สารี อ๋องสมหวัง กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 21,111 คน เป็นผู้เสนอ

 

“พวกผมไม่อาจจะทราบได้ว่าร่างกฎหมายที่เหลือ เจตจำนงของประชาชนที่เข้าชื่อเสนอกฎหมายกันนั้น ยังมีเจตจำนงเดิมในการจะเสนอกฎหมายหรือไม่ ไม่สามารถตัดสินใจแทนได้ จึงไม่ได้ยืนยัน” ภราดรกล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ภราดรระบุว่า ยังมีช่องทางตาม พ.ร.บ. เข้าชื่อเสนอกฎหมายฯ ให้ภาคประชาชนยืนยันกลับมาได้ภายใน 120 วัน ซึ่งยังเหลือเวลาอีก 60 วัน ให้ภาคประชาชนได้ทบทวนว่าจะยืนยันกฎหมายกลับมาหรือไม่

 

2. ร่างกฎหมายที่เสนอโดย สส. 51 ฉบับ

 

ภราดรชี้แจงว่า ครม. ยืนยันมา 12 ฉบับ และไม่ได้ยืนยัน 51 ฉบับ เพราะเห็นว่าสมาชิกรัฐสภามีการเปลี่ยนหน้าตาหลังการเลือกตั้ง บางร่างสมาชิกผู้เสนอไม่ได้อยู่ในสภาฯ แห่งนี้แล้ว ซึ่งยังมีช่องทางเสนอร่างกฎหมายเข้ามาพิจารณาอีกได้ จึงเป็นการหยิบยื่นโอกาสให้สมาชิกได้ทบทวนว่าจะหยิบร่างกฎหมายใดที่ค้างอยู่ขึ้นมาพิจารณาต่อ

 

3. ไม่ยืนยัน: ร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

 

ภราดรชี้แจงว่า ครม. ไม่ได้ยืนยัน 2 ร่าง แต่ไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับพี่น้องแรงงาน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานชี้แจงเหตุผลว่า ทั้ง 2 ร่างได้รับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน รวมถึงผู้ว่าจ้างฯ สภาอุตสาหกรรมได้ส่งหนังสือถึงรัฐมนตรีร้องเรียนถึงวิกฤตพลังงานที่กระทบโดยตรงจากผู้ประกอบการ เพื่อให้ทบทวนว่าจะหาทางออกอย่างไรให้ได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย

 

4. ไม่ยืนยัน: ร่างกฎหมาย PRTR (พ.ร.บ. รายงานการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม)

 

ร่างกฎหมายนี้มีการพูดคุยกันมาก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เตรียมร่างกฎหมายไว้ คือร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ซึ่งเชื่อได้ว่า ไม่นานเนื้อหาสาระในร่าง PRTR จะมาปรากฏอยู่ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ซึ่งเป็นร่มที่ใหญ่กว่า และจะนำเสนอสู่การพิจารณาของสภาฯ ในอีกไม่นาน

 

5. ไม่ยืนยัน: ร่างกฎหมายนิรโทษผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการขีดเส้นแบ่งของป่าธรรมชาติกับพื้นที่อยู่อาศัยใหม่

 

จากการหารือ มองว่าการออกกฎหมายใหม่เพื่อไปลบล้างกฎหมายอื่น ถูกจำกัดไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ที่กำหนดให้มีกฎหมายแต่เพียงจำเป็นเท่านั้น โดยสารัตถะเห็นว่า มีกฎหมายอื่นที่บังคับใช้แทนกันได้ เช่น พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 64, พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 121, พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 16, พ.ร.บ. คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 10 (7)

 

6. ไม่ยืนยัน: ร่างกฎหมาย อสม.

 

เป็นร่างที่เสนอโดย ครม. 1 ฉบับ และ ครม. ไม่ยืนยัน โดยชี้แจงว่า สารัตถะของกฎหมายนี้คือการเขียนเรื่องค่าตอบแทนของ อสม. ในกฎหมายอย่างชัดเจน ย้อนกลับไปค่าตอบแทน อสม. เกิดขึ้นในสมัย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี และครั้งสุดท้ายขยับเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 บาท ในยุคที่ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญ และยังไม่ตัดทิ้งไป แต่ข้อกังวลคือในร่างกฎหมายระบุไว้ถึง อสม. ที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป จึงอาจมีปัญหาหากยืนยันกฎหมายไป ว่า อสม. ที่มีอายุเกิน 60 ปี ได้รับผลกระทบ ซึ่งในจำนวนนี้มีมากถึง 70-80%

 

7. ไม่ยืนยัน: ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

ภราดรยืนยันว่า รัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยมีความจริงใจและมีเจตจำนงชัดเจนต่อการแก้รัฐธรรมนูญโดยเปิดช่องให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ตนเองได้หารือกับอนุทินและ ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยว่า วันที่ 19 พฤษภาคมนี้ จะหารือในที่ประชุมพรรคภูมิใจไทย หากไม่มีเหตุขัดข้องจะให้ สส.ทั้ง 190 คน ยื่นเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อรัฐสภาต่อไป เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนตามผลประชามติ 21.6 ล้านเสียง

 

รัฐบาลเห็นว่า เรื่องนี้ควรที่จะเริ่มต้นที่รัฐสภา อีกทั้งปฏิเสธไม่ได้ว่ารัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ เป็นร่างที่มีปัญหาและนำไปสู่การยุบสภาเมื่อครั้งที่แล้ว เพราะมีประเด็นเรื่องของอำนาจ สว. แม้ตนเองมีเจตจำนงที่อยากจะเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าไปได้ เพราะมีบางอย่างที่ไม่เห็นด้วยในชั้นกรรมาธิการ แต่ก็อะลุ่มอล่วย เพราะอยากให้เดินหน้าไปสู่การลงมติในวาระ 3 และให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านไปได้

 

“วันนั้นถ้ามีการรับหลักการ แล้วใช้ร่างของพรรคภูมิใจไทยเป็นร่างหลัก ปัญหาอาจจะไม่เกิดก็ได้ เพราะในร่างของพรรคภูมิใจไทยเขียนเอาไว้ว่าให้ สว. ยืนยันลงมติในวาระ 3 ที่จำนวน 1 ใน 5 ของจำนวน สว. ทั้งหมด แม้ว่าจะไม่เป็นไปตามที่ สว. ต้องการคือ 1 ใน 3 แต่อย่างน้อยก็ยังคงอำนาจให้เขาไว้

 

“การที่จะขอความร่วมมือจากเพื่อน ขอความร่วมมือจากใคร เราตัดมือเขาทิ้งไม่ได้ ก็ต้องอะลุ่มอล่วยกัน ต้องเจรจาพูดคุยกัน ไม่เช่นนั้นท่านทำอะไรไม่มีทางสำเร็จ ถ้าเอาเจตจำนงของตัวเองเป็นที่ตั้งโดยไม่ฟังเพื่อนคนอื่นเลย” ภราดรกล่าว

The post ร่างกฎหมายค้างท่อ ฉบับไหน ‘ได้ไปต่อ’ หรือ ‘ถูกปล่อยตก’ รัฐบาลอธิบายว่าอย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ยันแก้รัฐธรรมนูญต้องให้รัฐสภานับหนึ่งใหม่ รัฐบาลไม่ผูกพันร่างเดิม ภูมิใจไทยไม่ขัด หากไม่แตะอธิปไตย-หมวดสถาบัน https://thestandard.co/pm-charter-amendment-parliament-restart/ Wed, 13 May 2026 05:58:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1206651 อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

วันนี้ (13 พฤษภาคม) เวลา 11.00 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 […]

The post นายกฯ ยันแก้รัฐธรรมนูญต้องให้รัฐสภานับหนึ่งใหม่ รัฐบาลไม่ผูกพันร่างเดิม ภูมิใจไทยไม่ขัด หากไม่แตะอธิปไตย-หมวดสถาบัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

วันนี้ (13 พฤษภาคม) เวลา 11.00 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีวันที่ 14 พฤษภาคม จะครบเวลา 60 วันที่คณะรัฐมนตรีจะยืนยันร่างกฎหมายที่ค้างอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้ว ให้สภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ดำเนินการต่อว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่อยู่ในการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ผ่านมา รัฐบาลจะยืนยันหรือไม่ และท่าทีของพรรคภูมิใจไทยต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นอย่างไร โดยระบุว่า ท่าทีของพรรคภูมิใจไทยคือฟังความต้องการของประชาชน

 

เมื่อถามว่า ประชามติประชาชนกว่า 21 ล้านเสียง ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คณะรัฐมนตรีจะยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่กลับไปพิจารณาหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า กระบวนการทุกอย่างต้องเริ่มที่รัฐสภา อย่ามาผูกกับรัฐบาล เพราะเรื่องดังกล่าวดำเนินการโดยรัฐบาลชุดที่แล้ว ส่วนประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญทำพร้อมกับวันเลือกตั้ง ฉะนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องเริ่มที่รัฐสภาชุดปัจจุบัน จะไปผูกกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอในรัฐสภาชุดที่แล้วก็ไม่ใช่

 

เมื่อถามว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่บอกให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเริ่มต้นที่รัฐสภาผู้แทนราษฎรใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า มีคำวินิจฉัยมาแล้ว รัฐสภาต้องเป็นคนทำ

 

เมื่อถามว่า กระบวนการจะเริ่มใหม่อย่างไร อนุทิน กล่าวว่า เป็นเรื่องของรัฐสภาที่จะนำเสนอ ส่วนตนนั้นเป็นหัวหน้ารัฐบาล

 

เมื่อถามว่า เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเริ่มนับหนึ่งใช่หรือไม่ อนุทิน ย้ำว่า อยู่ที่รัฐสภา

 

เมื่อถามย้ำว่า ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะขับเคลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร อนุทิน กล่าวว่า เราเคยพูดแล้วว่าจะไม่แตะในบางมาตรา อาทิ มาตราที่เกี่ยวกับความเป็นอธิปไตยของไทย และหมวดที่เกี่ยวกับสถาบัน ส่วนที่เหลือว่ากันได้

 

เมื่อถามอีกว่า หากยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้ว จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าได้เร็วกว่าหรือไม่ อนุทิน ตอบว่า “ไม่ทราบ”

The post นายกฯ ยันแก้รัฐธรรมนูญต้องให้รัฐสภานับหนึ่งใหม่ รัฐบาลไม่ผูกพันร่างเดิม ภูมิใจไทยไม่ขัด หากไม่แตะอธิปไตย-หมวดสถาบัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. เงาสีส้มกระตุ้นรัฐบาลแก้ปุ๋ยแพง-คุมสินค้านำเข้า ขีดเส้นตาย ครม. นำร่างกฎหมายและร่างแก้รัฐธรรมนูญกลับเข้าสภา https://thestandard.co/government-shadow-cabinet-urges-policy-action/ Mon, 11 May 2026 05:37:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1205884 การประชุม ครม. เงา ของพรรคประชาชน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นประธาน

คณะรัฐมนตรีเงา (ครม. เงา) ของพรรคประชาชน ประชุมนัดที่ 2 […]

The post ครม. เงาสีส้มกระตุ้นรัฐบาลแก้ปุ๋ยแพง-คุมสินค้านำเข้า ขีดเส้นตาย ครม. นำร่างกฎหมายและร่างแก้รัฐธรรมนูญกลับเข้าสภา appeared first on THE STANDARD.

]]>
การประชุม ครม. เงา ของพรรคประชาชน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นประธาน

คณะรัฐมนตรีเงา (ครม. เงา) ของพรรคประชาชน ประชุมนัดที่ 2 ในวันนี้ (11 พฤษภาคม) ที่อาคารรัฐสภา โดยมี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นประธานการประชุม วาระการประชุมครั้ง

 

 
 

นี้มุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาวิกฤตภาคการเกษตร และการเรียกร้องให้ ครม. จริง เร่งพิจารณา 3 วาระสำคัญทางกฎหมายและการเมืองที่กำลังจะถึงกำหนดเส้นตายภายในสัปดาห์นี้ ก่อนจะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน

 

จี้ ครม. เร่งผลักดัน 3 ประเด็น

 

โดยผลการประชุมหารือ พรรคประชาชนได้เรียกร้องให้ ครม. เร่งดำเนินการใน 3 ประเด็น

 

  1. การพิจารณายืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ ร่างของพรรคภูมิใจไทย และร่างของพรรคประชาชน ให้กลับเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรภายในวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ภายหลังจากที่ ครม. มีมติไม่ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 จนส่งผลให้ร่างดังกล่าวตกไปตามมาตรา 147 การยืนยันร่างหมวด 15/1 จะเป็นการแสดงความเคารพต่อเจตจำนงของประชาชนกว่า 21 ล้านเสียงที่ลงประชามติเห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
  2. เรียกร้องให้ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เร่งออกกฎกระทรวงเพื่อรับรองสูตรการคำนวณบำนาญชราภาพแบบ CARE (Career Average Revalued Earnings) ซึ่งกลุ่มประกันสังคมก้าวหน้าได้ยื่นหนังสือเรียกร้องไว้ตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน 2569 โดยแม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจะรับปากในหลักการแล้ว แต่ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้า พรรคประชาชนจึงขอให้เร่งดำเนินการเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน
  3. เรียกร้องให้ ครม. ยืนยันร่างกฎหมายจำนวน 7 ฉบับที่ค้างการพิจารณามาจากสภาชุดก่อน ภายในเส้นตายวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 มิฉะนั้นร่างกฎหมายทั้งหมดจะตกไปโดยอัตโนมัติ ร่างกฎหมายดังกล่าวประกอบด้วย

 

พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) PRTR ว่าด้วยการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ, พ.ร.บ. โรงงาน เพื่อควบคุมโรงงานก่อมลพิษสูงด้วยระบบใบอนุญาตรายปีและประกันสิ่งแวดล้อม, พ.ร.บ. นิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่า, พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน เพื่อปรับชั่วโมงทำงานและวันลาตามมาตรฐานสากล, พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหาร เพื่อปฏิรูปศาลทหารและขยายสิทธิประชาชนในการฟ้องคดี ร่าง พ.ร.บ. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา และ พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อเพิ่มบทบาทครูในการตัดสินใจด้านการศึกษา

 

เสนอหั่น 4 หมื่นล้าน จาก พ.ร.ก. กู้เงินฯ ช่วยภาคเกษตรตลอดปี

 

สำหรับการแก้ไขปัญหาภาคการเกษตร ครม. เงา ได้เปิดรับฟังปัญหาจากตัวแทนเกษตรกรที่กำลังเผชิญภาวะปุ๋ยขาดแคลน การจำหน่ายเกินราคาประกาศ และราคาพืชผลตกต่ำ

 

ณัฐพงษ์ได้เสนอให้นายกรัฐมนตรีกำกับดูแลให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์บูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงกรณีที่รัฐบาลไม่สามารถนำเข้าปุ๋ยจากประเทศรัสเซียได้ และการเตรียมนำงบกลาง 5,000 ล้านบาทไปผลิตปุ๋ยชีวภาพแจกจ่ายเกษตรกรว่าอาจมีความเสี่ยงด้านคุณภาพและการจัดซื้อจัดจ้าง

 

พรรคประชาชนจึงเสนอให้รัฐบาลทำหน้าที่เจรจาซื้อแม่ปุ๋ยจากต่างประเทศ และจัดสรรเป็นส่วนลดให้เกษตรกรเลือกซื้อปุ๋ยที่เหมาะสมด้วยตนเอง รวมทั้งเสนอว่าหากรัฐบาลมีการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ควรกันงบประมาณ 40,000 ล้านบาทไว้ช่วยเหลือภาคการเกษตรให้ครอบคลุมตลอดปี 2569 ตลอดจนเปิดเผยข้อมูลราคาและปริมาณปุ๋ยรายวัน และเก็บข้อมูลคุณภาพดินเพื่อการวางแผนการเกษตรระยะยาว

 

นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังได้เสนอแนะการทำงานต่อ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ปรับเปลี่ยนภารกิจจากการทำตลาดกระตุ้นอุปสงค์ มาเป็นการบริหารจัดการต้นทุนฝั่งอุปทาน โดยเสนอให้กระทรวงพาณิชย์ประกาศราคาควบคุมปุ๋ยที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แทนการใช้ราคาแนะนำ

 

พร้อมทั้งยกระดับการตรวจสอบสินค้าเกษตรนำเข้าที่มีปริมาณสูงขึ้น โดยจัดตั้งกระบวนการพิสูจน์แหล่งกำเนิดสินค้าเกษตรที่ผิดกฎหมาย และพิจารณาใช้มาตรการเซฟการ์ด (Safeguard) เพื่อห้ามการนำเข้าสินค้าเกษตรบางชนิดในกรณีที่ราคาสินค้าภายในประเทศตกอยู่ในภาวะวิกฤต

The post ครม. เงาสีส้มกระตุ้นรัฐบาลแก้ปุ๋ยแพง-คุมสินค้านำเข้า ขีดเส้นตาย ครม. นำร่างกฎหมายและร่างแก้รัฐธรรมนูญกลับเข้าสภา appeared first on THE STANDARD.

]]>
จากเริ่มต้นสู่จุดจบ เส้นทางรัฐธรรมนูญใหม่ https://thestandard.co/thailand-new-constitution-timeline/ Thu, 07 May 2026 09:55:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1204802 อินโฟกราฟิกไทม์ไลน์แสดงเส้นทางกระบวนการร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของไทย ตั้งแต่ริเริ่มเสนอร่างแก้ไข การทำประชามติ และจุดเปลี่ยนทางการเมืองสำคัญ

ย้อนเส้นทางกระบวนการสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตั้งแต่การริเ […]

The post จากเริ่มต้นสู่จุดจบ เส้นทางรัฐธรรมนูญใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อินโฟกราฟิกไทม์ไลน์แสดงเส้นทางกระบวนการร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของไทย ตั้งแต่ริเริ่มเสนอร่างแก้ไข การทำประชามติ และจุดเปลี่ยนทางการเมืองสำคัญ

ย้อนเส้นทางกระบวนการสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตั้งแต่การริเริ่มเสนอร่างแก้ไขมาตรา 256 ไปสู่การผลักดันให้มีประชามติ ผ่านจุดเปลี่ยนและเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองมากมาย จนกระทั่งผลประชามติสะท้อนเจตจำนงของประชาชนว่ากว่า 60% ของผู้มาใช้สิทธิ ‘เห็นชอบ’ ให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

 

แต่ล่าสุดมีแนวโน้มว่ากระบวนการอาจต้องกลับไปสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง เมื่อคณะรัฐมนตรีไม่ต่ออายุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเดิมที่ค้างอยู่ในชั้นการพิจารณาของรัฐสภา เป็นเหตุให้ต้องมีการเสนอร่างแก้ไขใหม่เข้ามาอีกครั้ง โดยวิปรัฐบาลประเมินว่ามีเวลาอีกประมาณ 2 ปี ในการแก้ไข

 


 

อินโฟกราฟิกไทม์ไลน์แสดงเส้นทางกระบวนการร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของไทย ตั้งแต่ริเริ่มเสนอร่างแก้ไข การทำประชามติ และจุดเปลี่ยนทางการเมืองสำคัญ 1

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

The post จากเริ่มต้นสู่จุดจบ เส้นทางรัฐธรรมนูญใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. ปล่อยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตกไป เหตุมีปัญหาอื่นเร่งด่วน เชื่อยังมีเวลาแก้ https://thestandard.co/cabinet-drops-constitution-amendment/ Wed, 06 May 2026 13:05:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1204512 ภาพประกอบข่าว ครม. ไม่นำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับมาพิจารณาต่อ

หลังจากเมื่อวานนี้ (5 พฤษภาคม) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (คร […]

The post ครม. ปล่อยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตกไป เหตุมีปัญหาอื่นเร่งด่วน เชื่อยังมีเวลาแก้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบข่าว ครม. ไม่นำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับมาพิจารณาต่อ

หลังจากเมื่อวานนี้ (5 พฤษภาคม) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบให้ร้องขอต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายต่างๆ ที่ค้างอยู่จากสภาฯ ชุดที่แล้ว จำนวน 31 ฉบับ แต่ในจำนวนนั้น ไม่มีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกสู่รัฐธรรมนูญใหม่

 

กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ได้ยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าวในวันนี้ (6 พฤษภาคม)

 

เช่นเดียวกับ นิกร จำนง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ฐานะรองประธานวิปรัฐบาล คนที่ 2 กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ตามความเข้าใจ เป็นเพราะรัฐบาลต้องการแก้ไขปัญหาที่มีความเร่งด่วนก่อน คือ ปัญหาวิกฤติพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชน

 

ขณะที่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามผลการเห็นชอบประชามตินั้น อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการ เพียงแต่ว่าอาจต้องจัดลำดับการทำงานและแก้ปัญหาของรัฐบาลให้ดี

 

นิกรกล่าวอีกว่า ในฐานะที่ได้ติดตามการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญและมีบทบาทต่อการทำงานศึกษาการแก้ไขเพิ่มเติมและประชามติหลายครั้ง ส่วนตัวมองว่า รัฐบาลยังมีเวลาที่จะดำเนินการได้ แม้จะไม่ยืนยันร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ในการพิจารณาของสภาชุดก่อนหน้านี้ และมีเหตุผลเพียงพอที่รัฐบาลจะเดินหน้าเรื่องอื่นเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่มีความจำเป็น

 

ขณะเดียวกันนั้น ยังมองว่าในขั้นตอนของการแก้รัฐธรรมนูญ ที่จำเป็นต้องพ่วงกับการทำประชามติอีก 2 ครั้ง มีความจำเป็นที่ต้องหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่องบประมาณค่าใช้จ่ายที่มีวิธีที่ทำให้ใช้งบประมาณได้ตามที่กฎหมายประชามติฉบับแก้ไขกำหนดไว้ให้ทำได้ คือ ผ่านระบบไปรษณีย์ที่สามารถลดค่าใช้จ่ายเหลือเพียง 1,000 ล้านบาทจากเดิมที่ต้องใช้ 3,500 ล้านบาท

 

“เมื่อ ครม.ไม่ยืนยันเนื้อหากลับมา การแก้รัฐธรรมนูญต้องกลับไปเริ่มกระบวนการใหม่ คือการเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 ต่อรัฐสภา และผมมองว่าสิ่งที่ควรทำก่อนที่จะเดินหน้าคือการพูดคุยกับทุกฝ่ายให้มีความเข้าใจที่ตรงกัน ทั้งฝ่าย สว. รวมถึงกระบวนการ

 

“เพราะจากการรับฟังความเห็นประชาชนเมื่อครั้งที่ผมเป็นกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติสมัยรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ยังมีความเห็นต่างกันโดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ซึ่งหากไม่ให้มีปัญหาต้องเขียนให้ชัดว่าไม่แก้

 

“อีกทั้งผมมองว่ารัฐบาลยังมีเวลาที่จะทำเรื่องนี้ เพราะการแก้มาตรา 256 ใช้เวลาไม่เยอะ คือไม่เกิน 2 ปี” นิกรกล่าว

 

ก่อนหน้านี้ ในช่วงแรกของการตั้งรัฐบาล ได้มีการตั้งข้อสังเกตต่อคำแถลงนโยบายของรัฐบาลว่า ไม่ปรากฏเนื้อหาเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า การแก้รัฐธรรมนูญนั้นเป็นยิ่งกว่านโยบาย แต่เป็นคำสั่งของประชาชนจากผลการทำประชามติที่ผ่านมา

 

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีไม่ได้ยืนยันว่า ครม. จะร้องขอให้มีการนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างไว้กลับมาพิจารณาต่อหรือไม่ เพียงแต่ย้ำว่า กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมายนั้นต้องเริ่มต้นที่รัฐสภา โดย ครม. มีหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกเท่านั้น

The post ครม. ปล่อยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตกไป เหตุมีปัญหาอื่นเร่งด่วน เชื่อยังมีเวลาแก้ appeared first on THE STANDARD.

]]>