การอพยพ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/การอพยพ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 20 Aug 2026 13:15:25 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ตร. สั่ง ตชด. ตรึงกำลังช่วยผู้ประสบภัยเหนือ-อีสาน นครพนมเร่งระบายน้ำพื้นที่เศรษฐกิจ https://thestandard.co/bpp-flood-relief-nakhon-phanom/ Thu, 20 Aug 2026 13:15:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1244357 เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดนครพนม

วันนี้ (20 สิงหาคม) จากสถานการณ์ฝนตกหนักสะสมในพื้นที่ภา […]

The post ตร. สั่ง ตชด. ตรึงกำลังช่วยผู้ประสบภัยเหนือ-อีสาน นครพนมเร่งระบายน้ำพื้นที่เศรษฐกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดนครพนม

วันนี้ (20 สิงหาคม) จากสถานการณ์ฝนตกหนักสะสมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายจุด ชุดเผชิญเหตุ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 236 (ร้อย ตชด.236) ร่วมกับ ตชด.จิตอาสา รวม 2 ชุด ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจเร่งด่วน ที่ บริเวณสี่แยกการประปาส่วนภูมิภาค ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาปัญหาอุทกภัย

 

บริเวณสี่แยกการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดนครพนม ถือเป็นจุดสำคัญที่มีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมผิวจราจรและบ้านเรือนประชาชน เนื่องมาจากปริมาณฝนตกสะสมต่อเนื่อง โดยการปฏิบัติงานครั้งนี้ ตชด.236 ได้บูรณาการความร่วมมือกับ เทศบาลเมืองนครพนม, สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครพนม (ปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยดำเนินมาตรการสำคัญ

 

  • ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ: เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขังลงสู่ช่องทางระบายน้ำหลัก
  • เร่งกรอกกระสอบทราย: จัดทำแนวกั้นน้ำชั่วคราวเพื่อป้องกันไม่ให้มวลน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนและเส้นทางสัญจร
  • เฝ้าระวังจุดเสี่ยง: จัดกำลังเตรียมพร้อมสแตนด์บายเพื่อเข้าช่วยเหลือในพื้นที่รับน้ำอื่น ๆ ตามประเมินสถานการณ์

 

การลงพื้นที่เร่งด่วนในครั้งนี้ เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.ท. รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.) ที่ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดเร่งเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง และติดตามดูแลประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

 

ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนย้ำความพร้อมในการเป็นกำลังหลักเข้าช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ที่หลายจังหวัดในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่างเผชิญกับฝนตกหนักและอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยได้สั่งการให้หน่วย ตชด. ในพื้นที่ประสานงานร่วมกับฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ ปภ. เพื่อให้การเข้าช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว ครอบคลุม และปลอดภัยที่สุด

The post ตร. สั่ง ตชด. ตรึงกำลังช่วยผู้ประสบภัยเหนือ-อีสาน นครพนมเร่งระบายน้ำพื้นที่เศรษฐกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บันทึก 203 ชั่วโมง ของวิศวกรไทย จากกลางทะเลอ่าวเปอร์เซีย ถึงบ้าน https://thestandard.co/engineer-escape-persian-gulf-home/ Fri, 03 Apr 2026 09:16:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1194400 ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน

ในโลกที่ทุกอย่างหยุดพร้อมกัน เที่ยวบินถูกยกเลิก สนามบิน […]

The post บันทึก 203 ชั่วโมง ของวิศวกรไทย จากกลางทะเลอ่าวเปอร์เซีย ถึงบ้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน

ในโลกที่ทุกอย่างหยุดพร้อมกัน เที่ยวบินถูกยกเลิก สนามบินปิด และเฮลิคอปเตอร์หยุดบิน คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ ‘จะเกิดอะไรขึ้น’ แต่คือ ‘คุณยังมีทางเลือกอะไรเหลืออยู่บ้าง

 

ประเด็นสำคัญ

 

 
 
 

3 มีนาคม 2026 | 04:30 น. | วันอพยพ

 
 

โทรศัพท์มือถือสั่นตอนตีสี่ครึ่ง นี่ไม่ใช่เรื่องปกติ โดยเฉพาะสำหรับคนทำงาน Offshore ที่คุ้นเคยกับความเงียบของทะเลมากกว่าสัญญาณเรียกเข้า ผมคว้ามันขึ้นมาโดยยังลืมตาไม่เต็มที่

 

“Get up now. Pack your bag. Go to the Jetty.”

 

สายถูกตัดไป และจากวินาทีนั้น โลกของผมก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

 
 

2 มีนาคม 2026 | 12 ชั่วโมงก่อนอพยพ

 
 

ผมลงทะเบียนกับสถานทูตไทย พร้อมทั้งสมัคร eVisa เข้าซาอุดีอาระเบีย ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าจะได้ใช้มันหรือไม่

 

403 SAR (3,500 บาท) คือราคาของ “ทางหนีทีไล่”

 

อย่างน้อย จุดเริ่มต้นของ Plan B ก็อยู่ในมือแล้ว

 

กระเป๋าเป้ถูกจัดให้พร้อมสำหรับการเคลื่อนตัวได้ทันที

 

• Passport / บัตรสำคัญทุกใบ
• Power bank / สายชาร์จ
• ยา บิสกิตและน้ำเปล่า

 

อินเทอร์เน็ต 5G บนโทรศัพท์มือถือถูกเติมเครดิตเพิ่มอีก 5 GB พร้อมเปิด eSIM ครอบคลุมประเทศในตะวันออกกลางบน smart watch ไว้เป็นทางสำรอง

 

ในขณะเดียวกัน ผมก็เตือนตัวเองว่า ในสถานการณ์แบบนี้ “เงินสด” อาจเป็นสิ่งจำเป็น มากกว่าที่คิด

 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 1
 

(“คลื่นลมมักจะสงบ ก่อนพายุใหญ่จะมา”)

 
 

28 กุมภาพันธ์ 2026 | 3 วันก่อนอพยพ

 
 

“Iran got attacked. Airspace closed.”

 

Joe เพื่อนร่วมงานชาวฟิลิปปินส์ส่งข้อความมาบอก

 

ผมเปิด Al Jazeera ข่าวยืนยันทุกอย่าง และเที่ยวบินจาก Hamad International Airport ถูกยกเลิกทั้งหมด

 

ไม่นานหลังจากนั้น เฮลิคอปเตอร์ เส้นเลือดหลักของการเดินทาง offshore ก็ถูกหยุดเช่นกัน

 
 

3 มีนาคม 2026 | 04:35 น. | 5 นาทีหลังโทรศัพท์สั่งอพยพ

 
 

ผมวิ่งกลับไปที่ห้องทำงาน คว้า Laptop ใส่กระเป๋า และที่นั่น ผมเจอ CA เพื่อนชาวไนจีเรีย

 

“Jetty. Let’s go.”

 

เราไม่ต้องพูดอะไรมากกว่านั้น

 

เสียงไซเรนอพยพดังทั่ว Facility

 

และ “นี่ไม่ใช่การซ้อม”

 

“ไม่มีใครพูดอะไร แต่ทุกคนเดินเร็วขึ้นโดยไม่ได้นัดหมาย”

 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 2
 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 3
 

(“ไม่มีใครพูดอะไร แต่ทุกคนเดินเร็วขึ้นโดยไม่ได้นัดหมาย”)

 

บริษัทสั่งหยุดการผลิตน้ำมันทั้งหมดในอ่าวเปอร์เซียตั้งแต่คืนที่ผ่านมา

 

เราสองคนก้าวลงเรือที่แน่นจนแทบไม่มีที่ยืน

 

ผมปีนขึ้นไปบนเตียงชั้นบนในห้องนอนลูกเรือ ล้มตัวลงนอนในทันที สูดลมหายใจลึก

 

ผมส่งข้อความหาที่บ้าน บอกข้อมูลการอพยพเท่าที่รู้ จากนั้นปิดทุกอย่างเพื่อเก็บแบตเตอรี่ไว้ใช้กับความไม่แน่นอนที่รออยู่ข้างหน้า

 

เรือแล่นด้วยความเร็วสูงสุดประมาณ 25 knots

 

ผมกึ่งหลับกึ่งตื่น ได้ยินเสียงอาเจียนดังเป็นระยะ สลับกับเสียงคลื่นกระแทกตัวเรือ

 

07:30 น. | ถึงท่าเรือ

 

เรือลดความเร็วเข้าเทียบฝั่ง

 

ผมปีนลงมาจากเตียง

 

ภาพแรกที่เห็นคือพื้นเต็มไปด้วยอาเจียน และผู้ชายสองคนนั่งหมดแรงอยู่ข้างเตียง

 

นี่คือ “ราคาของความเร่งด่วน”

 

จากนั้น รถบริษัทพาทุกคนออกจากท่าเรือ มุ่งหน้าสู่ Doha

 

10:15 น. | Doha

 

ผมมาถึง Doha เข้าพักในโรงแรม

 

สถานการณ์ในเมืองยังดูปกติ แต่รถน้อยและคนบางตาลง

 

สิ่งแรกที่ทำในห้องพักคือ ติดต่อที่บ้านและสถานทูตไทย

 

ทราบว่ามีการเตรียมแผนอพยพข้ามแดนไปยังซาอุดีอาระเบีย หากสถานการณ์มีการยกระดับขึ้น

 

ผมกดเงินสดเพิ่ม พร้อมซื้อ power bank สำรองอีกหนึ่งลูก

 

CA เพื่อนร่วมงานชาวไนจีเรียโทรมาชวนให้ย้ายไปอยู่ด้วยกันที่อพาร์ตเมนต์ ซึ่งห่างออกจากในเมืองไปเล็กน้อย

 

ผมตอบตกลงทันที

 

ในเวลาเช่นนี้ การพาตัวเองออกจากใจกลางเมืองกับเพื่อนสักคน ทำให้รู้สึกอุ่นใจมากกว่า

 

หลังจากนั้น ผมจัดกระเป๋าเดินทางใหม่เป็น 3 ใบ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์

 

• กระเป๋าลากใบใหญ่ ใส่ชุดทำงานและอุปกรณ์ทั้งหมด ฝากไว้ที่โรงแรม
• กระเป๋าสะพาย ใส่เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว
• กระเป๋าเป้ ใส่เอกสาร ยา ขนม น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นทั้งหมด ที่ต้องติดตัวในกรณีฉุกเฉิน

 

ผมรู้ดีว่า ถ้าเวลานั้นมาถึง จะเหลือเป้บนหลังใบเดียว

 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 4
 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 5
 

(“บางครั้งการเตรียมตัว คือสิ่งเดียวที่ควบคุมได้”)

 
 

6 มีนาคม 2026 | 3 วันหลังอพยพ

 
 

ผมเริ่มคุ้นเคยกับเสียงระเบิดจากการยิงสกัด (interception) ซึ่งเกิดขึ้นในทุก ๆ วัน

 

แปลกที่ความกลัวไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่กลับเริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของวันธรรมดา

 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 6
 

(“สิ่งที่เห็นในข่าวดูน่ากลัว แต่เทคโนโลยีการยิงสกัดของรัฐบาลทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา”)

 

สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่เทคโนโลยียิงสกัดขีปนาวุธ Patriot

 

แต่คือระบบเตือนภัยของประเทศนี้ ที่เร็ว แม่นยำ และทำให้คนหลบอยู่ในที่ปลอดภัยได้ทันท่วงที

 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 7
 

 

( “ข้อความแรกบอกให้อยู่กับที่ ข้อความที่สองบอกว่าสถานการณ์คลี่คลายแล้ว แต่ผมรู้ดีว่าสิ่งที่ดีที่สุดตอนนี้คือกลับบ้าน”)

 

แม้สถานการณ์โดยรวมยัง “ควบคุมได้”

 

แต่ผมเริ่มรู้สึกว่า การกลับบ้านในเวลาที่ยัง “ทำได้”

 

อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ก่อนที่ทุกอย่างจะดำเนินไปจนถึงจุดที่ “เลือกอะไรไม่ได้อีก”

 

ผมเริ่มกลับมาคิดถึง Plan B ที่เตรียมไว้ และพยายามหาทางออกจากภูมิภาคนี้ให้เร็วที่สุด

 
 

7 มีนาคม 2026 | 11:20 น. | 4 วันหลังอพยพ

 
 

ผมรู้ดีว่า เที่ยวบินจาก Doha ไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป

 

จำเป็นต้องมองหาตัวเลือกอื่น

 

ตั๋วเครื่องบินของ Saudi Airline เส้นทางที่สั้นที่สุด ราคาพุ่งขึ้นไปถึงขาละ 3,500 SAR (ประมาณ 30,000 บาท)

 

ตัวเลือกอีกตัวในการบินไปยังเมือง Sharjah, UAE ก็มีความเสี่ยงเที่ยวบินยกเลิก

 

ตัวเลือกสุดท้ายจาก Riyadh ไปหลายเมืองในอินเดีย แล้วค่อยกลับไทย ตั๋วยังพอมี แต่ราคาก็ขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ

 

การตัดสินใจสำคัญไม่ใช่แค่ “ซื้อตั๋ว”

 

แต่ต้องลดความเสี่ยงที่เที่ยวบินจะโดนยกเลิกระหว่างทาง

 

ผมนั่งมองหน้าจอ ไล่ดูแผนที่อินเดียลงมาทางใต้

 

หยุดที่กลางมหาสมุทรอินเดีย

 

ความคิดบางอย่างเกิดขึ้น

 

ผมเคาะแป้นพิมพ์เป็นตัวอักษรสี่ตัว

 

M – A – L – E

 

เมืองหลวงของมัลดีฟส์ ที่คนไทยสามารถเข้าได้โดยไม่ต้องมี Visa

 

หลังจากกด Enter

 

นาฬิกาทรายปรากฏบนจอ

 

แล้วแสดงเที่ยวบิน

 

Riyadh – Jeddah – Male วันที่ 9 มีนาคม ราคา 1,910 SAR (16,000 บาท)

 

ในวินาทีนั้น ผมรู้เลยว่านี่คือ “ทางออก”

 

ปัญหาเดียวที่เหลืออยู่

 

คือการพาตัวเองจาก Doha ไปให้ถึง Riyadh

 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 8
 

(“ทุกเส้นทางดูเป็นไปได้ แต่มีเพียงเส้นเดียวที่จะพากลับบ้าน”)

 
 

12:45 น. | สายเรียกเข้าจากสถานทูต

 
 

“สวัสดีค่ะคุณวรเทพ ดิฉันโทรจากสถานทูตไทยนะคะ”

 

“สวัสดีครับ”

 

“เรามีรถจะออกเช้าวันพรุ่งนี้ ข้ามไปยัง Riyadh…”

 

“ผมไปครับ”

 

ผมตอบก่อนเจ้าหน้าที่จะพูดจบ

 

เจ้าหน้าที่อธิบายเพิ่มเติมว่า มีเจ้าหน้าที่สถานทูตที่ต้องกลับไปประจำการที่คูเวต

 

และจะมีรถไปส่งที่ Riyadh

 

โดยอนุญาตให้คนไทยที่ลงทะเบียนเดินทางไปด้วยได้

 

แต่ต้องรับผิดชอบค่า eVisa และตั๋วเครื่องบินด้วยตัวเอง

 

ผมใช้เวลาสิบนาที เพื่อซื้อตั๋ว Riyadh – Jeddah – Male

 

และส่งให้สถานทูตทันที

 

22:50 น. | Goodbye

 

“See you again bro.”

 

CA พูดก่อนที่เราจะเข้านอน

 

ผมพยักหน้า

 

กล่าวขอบคุณสำหรับน้ำใจที่มีให้

 

ในสถานการณ์แบบนี้

 

เราไม่ได้เป็นแค่เพื่อนร่วมงาน

 

แต่เป็นคนที่แบ่งปันทั้ง “ความกังวล” และ “เสียงหัวเราะ” ร่วมกัน

 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 9
 

 

(“ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน สิ่งที่ชัดเจนที่สุด คือความเป็นมนุษย์ของกันและกัน”)

 
 

8 มีนาคม 2026 | 07:00 น. | 5 วันหลังอพยพ

 
 

เจ้าหน้าที่สถานทูตไทยส่งถุงกระดาษที่บรรจุข้าวเหนียวไก่ย่างให้

 

ก่อนที่รถตู้จะออกตัว

 

กลิ่นข้าวเหนียวไก่ย่างในตอนเช้า

 

ให้ความรู้สึกว่าผมกำลังจะกลับบ้านจริง ๆ

 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 10
 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 11
 

(“ในวันที่ทุกอย่างไม่แน่นอน ความช่วยเหลือเล็ก ๆ กลับมีความหมายมากที่สุด”)

 

09:30 น. | Abu Samra

 

รถตู้พาเรามาถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง

 

Abu Samra (Qatar) — Salwa (Saudi Arabia)

 

ผู้โดยสารเริ่มลงจากรถทีละคน

 

กระบวนการฝั่ง Qatar ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

 

เหมือนทุกอย่างถูกตระเตรียมไว้แล้ว

 

แต่ฝั่ง Saudi Arabia ใช้เวลานานกว่า

 

ทุกคนต้องลงจากรถ พร้อมสัมภาระทั้งหมด

 

และรอ

 

โดยไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า จะใช้เวลาอีกนานแค่ไหน

 

 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 12
 

(“ด่าน Abu Samra บางครั้งเส้นแบ่งบนแผนที่ มีความหมายมากกว่าที่เราเคยคิด”)

 
 

16:00 น. | Riyadh

 
 

ผมมาถึง Riyadh เร็วกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย

 

เจ้าหน้าที่จากสถานทูตไทยเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้เป็นอย่างดี

 

ผมกล่าวขอบคุณ และแยกกับเพื่อนร่วมทาง

 

ซึ่งมีปลายทางที่แตกต่างกัน

 

ในมือมีกระดาษแผ่นบาง ๆ สองใบ

 

หนึ่งในนั้นคือไฟลต์ SV-1059 ไป Jeddah

 

ซึ่งยังไม่ cancel และไม่ delay

 

 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 13
 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 14
 

(“กระดาษธรรมดาสองใบ แต่ในเวลานั้น มันคือโลกทั้งใบของผม”)

 
 

ความไม่แน่นอนยังไม่จบ

 
 

Boarding time ถูกเลื่อน

 

23:20 → 01:00 → 01:30 → 02:30

 

ความกังวลเพิ่มขึ้นตามเวลา

 

โอกาสที่จะตกเครื่องต่อไป Male เริ่มชัดขึ้น

 

 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 15
 

(“ผู้คนมากมาย หลากหลายจุดหมาย แต่เป้าหมายเดียวกันคือบ้าน”)

 

จนกระทั่ง

 

เจ้าหน้าที่ประกาศเรียกผู้โดยสารไฟลต์ SV-1059

 

ผมเดินไปที่ Gate

 

แต่ความกังวลยังไม่หาย

 

และมันจะหายไป

 

ก็ต่อเมื่อเครื่องบินลำนี้ยกตัวขึ้น

 

 

 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 16
 

(“เส้นบาง ๆ ระหว่างความไม่แน่นอน กับโอกาสที่จะกลับบ้าน”)

 
 

9 มีนาคม 2026 | 05:10 น. | สนามบิน Jeddah

 
 

เครื่องลงจอด

 

เวลาเหลือน้อยกว่าที่คิด ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง

 

ผมก้าวออกจากเครื่อง

 

แล้วเริ่ม “วิ่ง”

 

สนามบิน Jeddah ใหญ่กว่าที่จินตนาการไว้มาก

 

ผมต้องนั่งรถไฟภายในสนามบิน

 

ไปยัง international terminal

 

แล้ววิ่งต่อ

 

ผ่านด่านตรวจ

 

ผ่านทุกอย่าง

 

จนถึง Gate A47

 

ผมหยุด

 

หายใจ

 

มองป้ายตรงหน้า

 

หัวใจยังเต้นแรง

 

แต่ครั้งนี้

 

มันไม่ใช่ความกลัว

 

มันคือ “ความโล่งใจ”

 

ผมมาทัน

 
 

14:30 น. | สนามบิน Velana, Male

 
 

SV-838 ค่อย ๆ ลดระดับลง

 

นอกหน้าต่างคือทะเลสีฟ้า

 

ทอดยาวสุดสายตา

 

ทันทีที่ล้อแตะรันเวย์

 

เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกันทั้งลำ

 

 

 

 
ภาพวิศวกรไทยเดินทางกลับบ้านจากอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน 17
 

(“ทะเลตรงหน้า สงบนิ่งกว่าความคิดในหลายวันที่ผ่านมา”)

 
 

11 มีนาคม 2026 | 8 วันหลังอพยพ | บนเครื่อง FD-176

 
 

เครื่องบินกำลังมุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯ

 

ผมนึกย้อนถึงทุกอย่าง

 

เพื่อนร่วมงาน
เพื่อนร่วมทาง
และทุกความช่วยเหลือ

 

ในสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด

 
 

7 บทเรียนจาก 203 ชั่วโมง

 
 

บทเรียนที่ 1: สร้าง Plan B ก่อนจะต้องการมัน

 

ศึกษาเส้นทางไปยังสนามบินที่ใกล้ที่สุด พร้อมทำ eVisa ประเทศเพื่อนบ้านในเส้นทางที่วางแผนไว้ล่วงหน้า ราคาไม่มากแต่ประเมินค่าไม่ได้ในยามฉุกเฉิน

 

บทเรียนที่ 2: Travel Light จัดกระเป๋าให้พร้อมเคลื่อนตัวได้ทันที

 

จินตนาการว่าถ้าต้องสละของแลกกับการเคลื่อนตัว คุณจะเหลืออะไรติดตัว ทุกสิ่งที่จำเป็นต้องอยู่ในกระเป๋าใบเดียว ได้แก่ passport เอกสารสำคัญ ยา น้ำเปล่า power bank และสายชาร์จ จัดให้พร้อมอยู่เสมอ

 

บทเรียนที่ 3: บริหารความเสี่ยงและตัดสินใจ

 

หลักง่ายๆ คือประเมินโอกาสที่เหตุการณ์จะเลวร้าย ร่วมกับผลลัพธ์ที่จะตามมา แล้วตัดสินใจจากจุดนั้น การตัดสินใจที่ดีไม่จำเป็นต้องรอข้อมูลครบ ผลของการตัดสินใจอาจจะถูกหรือผิด แต่กระบวนการตัดสินใจที่ดีถูกต้องเสมอ

 

บทเรียนที่ 4: ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์

 

eSIM เปิดใช้งานได้ด้วยตัวเองและเลือกประเทศที่ต้องการได้โดยทันที / Wearable device (Smart Watch) แบบรองรับ eSim อาจดูเกินความจำเป็นในยามปกติ หากแต่เป็นช่องทางติดต่อสำรองในเวลาฉุกเฉินได้เป็นอย่างดี / ดาวน์โหลด offline map ของประเทศที่จะไปไว้เสมอ / มี Chat application ที่คนส่วนใหญ่ในภูมิภาคนั้นใช้เพื่อความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร เช่น Whatsapp

 

บทเรียนที่ 5: ลงทะเบียนกับสถานทูตคือสิ่งที่ “ต้องทำ”

 

การลงทะเบียนกับสถานทูตคือการแสดงตัวตน การมีอยู่ในประเทศนั้นของคุณ และถ้ามีการอพยพเกิดขึ้น คุณจะมีโอกาสได้รับแจ้งและได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว / หมั่นตรวจสอบข้อมูลจากช่องทาง social media ที่เป็นทางการของสถานทูต

 

บทเรียนที่ 6: เส้นทางที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่เส้นทางที่เร็วที่สุด

 

เลือกเส้นทางการบินให้ห่างจากพื้นที่เสี่ยง จะช่วยลดความเสี่ยงของไฟล์ทยกเลิกและล่าช้า / ถ้าเลือกได้ เลือกไฟล์ทที่มีเวลาต่อเครื่องให้มากกว่าปกติ เผื่อความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทาง

 

บทเรียนที่ 7: Network ที่คุณสร้าง อาจช่วยคุณในวันที่คาดไม่ถึง

 

การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนต่างชาติหรือคนท้องถิ่น ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลและช่องทางที่หาไม่ได้ใน social media ความสัมพันธ์ที่ดีสร้างได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ได้ขึ้นกับเวลา หากแต่คือความจริงใจ

 

คำพูดของ CA ยังก้องอยู่ในหัว

 

“Till we meet again, stay safe and see you Doha.”

 

เพราะในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
การได้กลับบ้าน ไม่ใช่เรื่องธรรมดาอีกต่อไป
แต่มันคือ “การเอาชนะ” ที่เงียบที่สุด และมีค่าที่สุดในชีวิต

 

 

The post บันทึก 203 ชั่วโมง ของวิศวกรไทย จากกลางทะเลอ่าวเปอร์เซีย ถึงบ้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนไทยกลุ่มแรก 29 คน อพยพจากอิหร่านกลับถึงมาตุภูมิแล้ว รัฐบาลเตรียมแผนอพยพต่อเนื่อง https://thestandard.co/thais-evacuate-iran-return/ Mon, 09 Mar 2026 11:00:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1185896 สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต้อนรับคนไทย 29 คน ที่อพยพจากอิหร่านกลับถึงประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

วันนี้ (9 มีนาคม) ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คนไทยกลุ่มแร […]

The post คนไทยกลุ่มแรก 29 คน อพยพจากอิหร่านกลับถึงมาตุภูมิแล้ว รัฐบาลเตรียมแผนอพยพต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต้อนรับคนไทย 29 คน ที่อพยพจากอิหร่านกลับถึงประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

วันนี้ (9 มีนาคม) ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คนไทยกลุ่มแรกจำนวน 29 คน ที่อพยพออกจากประเทศอิหร่านผ่านประเทศตุรกีและเดินทางถึงประเทศไทยแล้ววันนี้ โดยส่วนใหญ่ประกอบด้วยนักศึกษา และแม่บ้าน รวมถึงเด็ก ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชน

 

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้การต้อนรับ โดยแสดงความยินดีที่ทุกคนปลอดภัย พร้อมขอบคุณทุกฝ่ายรวมถึงรัฐบาลอิหร่านที่ให้ความร่วมมือดูแลความปลอดภัยระหว่างเส้นทางเป็นอย่างดี

 

สีหศักดิ์เผยว่า เส้นทางการอพยพครั้งนี้มีความยากลำบากและใช้เวลารวมกว่า 2 วัน โดยต้องเดินทางด้วยรถยนต์กว่า 10 ชั่วโมงไปยังเมืองวาน ประเทศตุรกี ก่อนพักค้างคืนและเดินทางต่อไปยังกรุงอิสตันบูลเพื่อต่อเครื่องบินกลับไทย

 

ตัวแทนผู้อพยพเล่าว่า สถานการณ์ในอิหร่านยังมีการโจมตีทางอากาศในบางพื้นที่ โดยเฉพาะกรุงเตหะราน ทำให้ประชาชนต้องอพยพไปอยู่ต่างจังหวัดหรือหลบภัยใต้ดิน แต่ด้วยการประสานงานอย่างใกล้ชิดจากสถานทูตและสมาคมคนไทย ทำให้ทุกคนกลับถึงบ้านได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางความเหนื่อยล้าแต่ก็รู้สึกซาบซึ้งใจที่ทุกภาคส่วนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ

 

สำหรับวันพรุ่งนี้ (10 มีนาคม) จะมีคนไทยกลุ่มที่ 2 จำนวน 23 คน เดินทางผ่านตุรกีกลับถึงไทย และในวันที่ 11 มีนาคม เตรียมเคลื่อนย้ายคนไทยกลุ่มที่ 3 อีกประมาณ 75 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาจากกรุงเตหะรานและเมืองกุม โดยจะใช้วิธีเดินทางด้วยรถยนต์มุ่งหน้าสู่ชายแดนตุรกีเพื่อต่อเครื่องบินกลับไทยเช่นเดียวกัน

 

นอกจากนี้ ต่อไปจะมีการอพยพคนไทยจากดูไบ ด้วยการสำรองที่นั่งเที่ยวบินพาณิชย์ให้ประมาณกว่า 100 คน แม้รัฐบาลจะไม่ได้ใช้มาตรการบังคับอพยพ แต่พยายามโน้มน้าวให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเดินทางกลับก่อนเพื่อความปลอดภัย

 

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต้อนรับคนไทย 29 คน ที่อพยพจากอิหร่านกลับถึงประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 1สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต้อนรับคนไทย 29 คน ที่อพยพจากอิหร่านกลับถึงประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 2สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต้อนรับคนไทย 29 คน ที่อพยพจากอิหร่านกลับถึงประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 3สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต้อนรับคนไทย 29 คน ที่อพยพจากอิหร่านกลับถึงประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 4สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต้อนรับคนไทย 29 คน ที่อพยพจากอิหร่านกลับถึงประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 5สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต้อนรับคนไทย 29 คน ที่อพยพจากอิหร่านกลับถึงประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 6สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต้อนรับคนไทย 29 คน ที่อพยพจากอิหร่านกลับถึงประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 7สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต้อนรับคนไทย 29 คน ที่อพยพจากอิหร่านกลับถึงประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 8สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต้อนรับคนไทย 29 คน ที่อพยพจากอิหร่านกลับถึงประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 9สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต้อนรับคนไทย 29 คน ที่อพยพจากอิหร่านกลับถึงประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 10สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต้อนรับคนไทย 29 คน ที่อพยพจากอิหร่านกลับถึงประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 11สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต้อนรับคนไทย 29 คน ที่อพยพจากอิหร่านกลับถึงประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 12

The post คนไทยกลุ่มแรก 29 คน อพยพจากอิหร่านกลับถึงมาตุภูมิแล้ว รัฐบาลเตรียมแผนอพยพต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กต. เผยคนไทยในอิหร่านลงทะเบียนขอกลับแล้ว 125 คน เที่ยวแรก 7 มี.ค. 68 คน ย้ำยังไม่พบผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต https://thestandard.co/thais-iran-return-middle-east/ Fri, 06 Mar 2026 12:16:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1185181 ภาพกราฟิกแสดงข้อความข่าว คนไทยในอิหร่านลงทะเบียนขอกลับประเทศแล้ว 125 คน โดยเที่ยวบินแรกจะเดินทางออก 7 มีนาคมนี้ จำนวน 68 คน

วันนี้ (6 มีนาคม) ปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกร […]

The post กต. เผยคนไทยในอิหร่านลงทะเบียนขอกลับแล้ว 125 คน เที่ยวแรก 7 มี.ค. 68 คน ย้ำยังไม่พบผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกแสดงข้อความข่าว คนไทยในอิหร่านลงทะเบียนขอกลับประเทศแล้ว 125 คน โดยเที่ยวบินแรกจะเดินทางออก 7 มีนาคมนี้ จำนวน 68 คน

วันนี้ (6 มีนาคม) ปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า ขณะนี้สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงอ่อนไหว โดยฝ่ายประเทศอิสราเอล สหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ยังโจมตีซึ่งกันและกัน โดยมีการโจมตีระลอกใหม่เข้ามาเรื่อย ๆ และการปะทะยังขยายวงไปประเทศข้างเคียงหลายประเทศ นอกเหนือจากเลบานอนที่ได้ชี้แจง ยังมีประเทศอาเซอร์ไบจาน ที่ถูกโจมตีทางอากาศ ทำให้พลเรือนบางส่วนได้รับบาดเจ็บ และโครงสร้างพื้นฐานเสียหาย ซึ่งต่อมาทางรัฐบาลอาเซอร์ไบจานได้ประกาศว่าพร้อมตอบโต้ ทำให้สถานการณ์น่ากังวลมากยิ่งขึ้น

 

ส่วนสถานการณ์การเปิด-ปิดน่านฟ้าในปัจจุบัน ประเทศที่ยังคงปิดน่านฟ้า ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) อิสราเอล ซีเรีย อิรัก อิหร่าน บาห์เรน กาตาร์ และคูเวต ขณะที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย โอมาน และจอร์แดน ยังคงเปิดน่านฟ้าอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งซาอุดีอาระเบีย และโอมาน ได้กลายเป็นศูนย์กลางในการอพยพคนออกนอกภูมิภาคทางอากาศ

 

ปัจจุบันยังไม่ได้รับรายงานคนไทยบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่กระทรวงการต่างประเทศขอเรียกร้องให้คนไทยพิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด และลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อให้กับสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ

 

ขณะที่ความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ เช่น ประเทศอิหร่าน มีความคืบหน้าตัวเลข จากเดิม 117 คน เพิ่มเป็น 125 คน โดยจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มที่ต้องการเดินทางออกทางบก รอบแรกในวันที่ 7 มีนาคม จะเดินทางออกมาก่อน 69 คน รอบที่ 2 ในวันที่ 10 มีนาคม จะเดินทางออกมา 56 คน โดยกระทรวงการต่างประเทศขอเรียกร้องให้คนไทยในประเทศอิหร่านที่ต้องการกลับเพิ่มเติม รีบติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน โดยทันที เพื่อประสานงานด้านเอกสารกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้ทันท่วงที

 

สำหรับผู้อพยพกลุ่มแรกที่จะเดินทางถึงเมืองวาน ของประเทศตุรกี ในวันพรุ่งนี้ (7 มี.ค. 69) จะมีเจ้าหน้าที่จากกรมการกงสุล และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี เตรียมพร้อมต้อนรับและจัดหาอาหารไว้ระหว่างรอขึ้นเครื่องกลับไทยในช่วง 2-3 วันข้างหน้า

 

ในส่วนของกรณีตุรกีตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา จะเปิดศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราว ณ เมืองวาน ของประเทศตุรกี เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนไทยที่จะอพยพออกจากประเทศอิหร่าน และบินกลับมาที่ประเทศไทย อีกทั้งจะเป็นที่ทำการชั่วคราวของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะรานด้วย เพื่อช่วยเหลือคนไทยที่เหลืออยู่

 

นอกจากนี้ เอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ได้แนะนำคนไทยที่เที่ยวบินถูกยกเลิก เนื่องจากท่าอากาศยานอิสตันบูล ต้องรองรับสายการบินอื่น ๆ เป็นจำนวนมาก ที่หลีกเลี่ยงการบินหรือแวะผ่านประเทศที่ปิดน่านฟ้า ดังนี้ ขอให้ติดต่อสายการบินเพื่อรอรับการเยียวยาระหว่างรอเที่ยวบินใหม่ และหากมีแนวโน้มที่จะได้รับเที่ยวบินใหม่ล่าช้าจนอาจพ้นกำหนดวีซา ขอให้พิจารณายกเลิกเที่ยวบิน และซื้อบัตรโดยสารเที่ยวบินใหม่ที่เลี่ยงเส้นทางผ่านประเทศที่ปิดน่านฟ้า ทั้งนี้ คนไทยสามารถพำนักในตุรกีได้โดยไม่ต้องใช้วีซาเป็นเวลา 30 วัน

 

ส่วนประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งยังเปิดน่านฟ้าอยู่ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศข้างเคียงที่น่านฟ้ายังเปิดอยู่ เพื่อนำคนไทยเดินทางข้ามแดน และเดินทางกลับไทยโดยเครื่องบิน

 

ส่วนกรณีประเทศ UAE ไทยมีสถานเอกอัครราชทูตที่กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ที่กรุงดูไบ ได้ประสานช่วยเหลือคนไทยที่ตกค้างอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดสถานกงสุลใหญ่ ณ กรุงดูไบ ได้จัดหาเที่ยวบินเพื่อส่งคนไทยที่ติดค้างออกนอกประเทศแล้ว 25 คน และจะสนับสนุนคนไทยที่ยังเหลืออยู่ในการเดินทางออกต่อไป

 

แม้น่านฟ้า UAE ยังคงปิดอยู่ แต่สายการบินเอทิฮัด เอมิเรตส์ และแอร์อาระเบีย ยังคงเปิดเส้นทางบินบางส่วน เพื่อพาคนชาติต่างๆ ที่ตกค้างกลับประเทศแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

นอกจากนี้ หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ประกาศยกเว้นค่าปรับกรณีพำนักเกินกำหนด สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดน่านฟ้า ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

ในส่วนของประเทศอื่นๆ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ยังคงอำนวยความสะดวก และให้ข้อมูลแก่พี่น้องคนไทยที่ประสงค์จะกลับประเทศ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดกระบวนการทางเอกสาร

The post กต. เผยคนไทยในอิหร่านลงทะเบียนขอกลับแล้ว 125 คน เที่ยวแรก 7 มี.ค. 68 คน ย้ำยังไม่พบผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
สีหศักดิ์ อัพเดตสู้รบตะวันออกกลาง ยังไร้สัญญาณเจรจา เร่งอพยพคนไทย https://thestandard.co/sihasak-middle-east-conflict-evacuation/ Fri, 06 Mar 2026 10:59:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1185133 สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง

วันนี้ (6 มีนาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ […]

The post สีหศักดิ์ อัพเดตสู้รบตะวันออกกลาง ยังไร้สัญญาณเจรจา เร่งอพยพคนไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง

วันนี้ (6 มีนาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า สถานการณ์สู้รบยังคงมีอย่างต่อเนื่อง และบานปลายไปยังประเทศอื่น อิหร่านโจมตีไปยังไซปรัส อาเซอร์ไบจาน และตุรกี และอิสราเอลมีการโจมตีจุดต่างๆ ในอิหร่านเพิ่มมากขึ้น รวมถึงเข้าโจมตีในเลบานอนด้วย

 

โดยยังไม่มีทีท่าความพร้อมที่จะเจรจา โดยเรายืนยันท่าทีว่าอยากเห็นการเจรจา ขณะที่คนไทยในอิหร่านกำลังจะเคลื่อนย้าย แต่ไม่ขอระบุว่าเป็นวันใด เนื่องจากมีการประสานผ่านทางอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล ให้ดูแลเรื่องความปลอดภัย ทั้งนี้การเดินทางออกจากอิหร่านเป็นระยะทางไกล จึงต้องมีการแจ้งทั้งอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอลให้รับทราบตามหลักของมนุษยธรรม

 

ส่วนในพื้นที่ไซปรัส อาเซอร์ไบจาน มีคนไทยอยู่จำนวนเท่าไหร่นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ไซปรัสมีคนไทยอยู่ไม่มากเท่าไหร่ ส่วนอาบูดาบีมีคนไทยอยู่ 100 กว่าคน ซึ่งจะมีการเคลื่อนย้ายโดยเครื่องบินพาณิชย์ ขณะที่บาห์เรนก็มีคนไทยอยู่จำนวนหนึ่ง แต่ไม่มากเท่าไหร่ ซึ่งขณะนี้มีรายชื่อผู้ที่มีความประสงค์จะเดินทางกลับไทยแล้ว

 

ส่วนการซื้อก๊าซธรรมชาติ LNG จากประเทศมาเลเซีย จำเป็นต้องนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีหรือไม่ สีหศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ทางกระทรวงพลังงานมีช่องทางติดต่อกันอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นสัญญาซื้อขายที่มีอยู่แล้วถึงเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้ดูแหล่งอื่นเพิ่มเติม ในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล เพื่อสำรองไว้ หากเกิดความจำเป็น แต่จากที่ฟังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเมื่อวานนี้ (5 มี.ค. 69) หากไม่มีน้ำมันเข้ามาเลย จะมีใช้ประมาณ 60 วัน หรือ 95 วันด้วยซ้ำไป แต่ก็ยังจะมีน้ำมันเข้ามาที่ไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

The post สีหศักดิ์ อัพเดตสู้รบตะวันออกกลาง ยังไร้สัญญาณเจรจา เร่งอพยพคนไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สีหศักดิ์ เผยคุยทูตอิหร่านแล้ว เร่งอพยพคนไทย โต้ไทยไร้จุดยืน ย้ำไม่ใช่คู่กรณี หนุนสันติภาพ https://thestandard.co/seehaseak-iran-thai-evacuation-peace/ Thu, 05 Mar 2026 10:47:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1184710 สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับทูตอิหร่านและสถานการณ์ตะวันออกกลาง

วันนี้ (5 มีนาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ […]

The post สีหศักดิ์ เผยคุยทูตอิหร่านแล้ว เร่งอพยพคนไทย โต้ไทยไร้จุดยืน ย้ำไม่ใช่คู่กรณี หนุนสันติภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับทูตอิหร่านและสถานการณ์ตะวันออกกลาง

วันนี้ (5 มีนาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับ ฌอน เค.โอ. นีล เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ระหว่างนายกรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ (4 มี.ค.) ว่า มีการพูดคุยเรื่องความสัมพันธ์ การอัปเดตสถานการณ์ และการเจรจาการค้าภาษีนำเข้า ซึ่งอยู่ในกระบวนการเจรจา และยังพูดถึงความร่วมมือในการป้องกันประเทศ ขณะที่ความร่วมมือในการใช้สนามบินของไทยถือเป็นความร่วมมือปกติด้านความมั่นคง ที่ทำกับหลายประเทศ เช่น การเติมเชื้อเพลิง แต่การใช้เป็นฐานปฏิบัติการของอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งเรามีความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ได้อยู่ในนโยบายของเรา

 

สำหรับการหารือกับทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ภายหลังเกิดเหตุสู้รบในตะวันออกกลางนั้น สีหศักดิ์ เปิดเผยว่า ได้หารือแล้ว สิ่งที่เราเป็นห่วงที่สุดคือการนำคนไทยในอิหร่านอพยพออกมาทั้งหมด หากคนไหนพร้อมเราจะนำออกมา ส่วนจะอพยพเมื่อไหร่นั้นมีแผนอยู่แล้ว แต่ขอไม่เปิดเผย และตนได้ประสานกับทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เรื่องความปลอดภัย รวมทั้งได้ประสานกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล โดยแจ้งรายละเอียดว่ามีแผนการอพยพอย่างไร ถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของมนุษยธรรม ซึ่งเส้นทางควรจะปลอดภัยจากการสู้รบ

 

ส่วนกรณีที่ทูตอิหร่านระบุว่า อยากเห็นไทยเป็นตัวกลาง เพื่อให้เกิดสันติภาพทั้งสองฝ่ายนั้น สีหศักดิ์ กล่าวว่า เราอยากเห็นสันติภาพอยู่แล้ว มีอดีตข้าราชการและผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศบอกว่าประเทศไทยไม่มีจุดยืน แต่ตนยืนยันว่า จุดยืนอันดับแรกของเรา คือความปลอดภัยของคนไทย และเราไม่ใช่คู่กรณีในความขัดแย้งนี้ อีกทั้งเราต้องการเห็นสันติภาพ การเจรจาทางการทูต และการแก้ไขปัญหาด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ และกฎบัตรยูเอ็น นี่คือจุดยืนของไทย ยืนยันว่าสิ่งที่เราแถลงมีความชัดเจน มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ และเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของไทย โดยเฉพาะการดูแลคนไทยแสนคนในแถบตะวันออกกลาง

The post สีหศักดิ์ เผยคุยทูตอิหร่านแล้ว เร่งอพยพคนไทย โต้ไทยไร้จุดยืน ย้ำไม่ใช่คู่กรณี หนุนสันติภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทูตอิหร่านแถลงประณาม สหรัฐฯ-อิสราเอล รุกราน-สังหารผู้นำสูงสุด แจงปิดช่องแคบฮอร์มุซ ใช้อำนาจต่อรองรับมือภัยคุกคาม https://thestandard.co/iran-us-israel-leader-hormuz-strait/ Wed, 04 Mar 2026 12:29:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1184285 เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย

ดร. นอเศเรดดีน ฮัยแดรี (Nassereddin Heidari) เอกอัครราช […]

The post ทูตอิหร่านแถลงประณาม สหรัฐฯ-อิสราเอล รุกราน-สังหารผู้นำสูงสุด แจงปิดช่องแคบฮอร์มุซ ใช้อำนาจต่อรองรับมือภัยคุกคาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย

ดร. นอเศเรดดีน ฮัยแดรี (Nassereddin Heidari) เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ออกแถลงข่าวด่วนต่อสื่อมวลชน เรื่อง “การรุกรานของสหรัฐฯ-อิสราเอล ต่ออิหร่านที่ยังคงดำเนินอยู่” โดยมีการจัดแถลงข่าวในวันนี้ (4 มีนาคม) ที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย ท่ามกลางสื่อมวลชนจำนวนมากที่ไปติดตามทำข่าว

 

โดยเนื้อหาแถลงการณ์ ระบุ 4 ประเด็น ได้แก่

 

1. การโจมตีอธิปไตยและผู้นำสูงสุด

 

ตามแถลงการณ์ระบุว่า เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ได้เกิดเหตุการณ์รุกรานต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของอิหร่านอย่างรุนแรง โดยสหรัฐฯ และอิสราเอลได้เจตนาพุ่งเป้าโจมตีไปที่ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของรัฐสมาชิกสหประชาชาติ

 

2. การละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

 

เอกอัครราชทูตอิหร่านระบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดข้อตกลงมาตรา 2(4) ของกฎบัตรสหประชาชาติอย่างชัดเจน และถือเป็น ‘การก่อการร้ายที่ขี้ขลาด’ ซึ่งเป็นการทำลายหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งในแง่ของความเสมอภาคทางอธิปไตย และเอกสิทธิ์ความคุ้มกันของประมุขแห่งรัฐ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระ

 

3. ผลกระทบและการเตือนภัยระดับโลก

 

แถลงการณ์ย้ำว่า การพุ่งเป้าไปที่ผู้นำสูงสุดถือเป็นการยกระดับสงครามที่อันตรายและไม่เคยปรากฏมาก่อน เป็นการทำลายบรรทัดฐานของการเป็นรัฐและอารยธรรมสากล พร้อมทั้งเตือนว่าการกระทำนี้เปรียบเสมือนการ ‘เปิดกล่องแพนดอร่า’ ที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบระหว่างประเทศทั้งหมดและกัดเซาะรากฐานความยั่งยืนของโลก

 

4. จุดยืนของอิหร่าน

 

อิหร่านถือว่าเหตุการณ์นี้เป็นการละเมิดบรรทัดฐานพื้นฐานที่ปกครองความสัมพันธ์ระหว่างรัฐอย่างร้ายแรงที่สุด และเป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบซึ่งส่งผลต่อเสถียรภาพของระบบโลกในปัจจุบัน

 

ขณะนี้สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงมีความตึงเครียดสูง และแถลงการณ์ฉบับนี้ถือเป็นท่าทีอย่างเป็นทางการครั้งสำคัญของตัวแทนรัฐบาลอิหร่านในประเทศไทยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

 

ไม่ลังเลใช้อำนาจต่อรองทางภูมิศาสตร์รับมือภัยคุกคาม

 

ทั้งนี้ สำหรับประเด็นที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือและขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก โดยมีการเตือนว่าจะโจมตีและเผาเรือทุกลำที่พยายามแล่นผ่าน ทางเอกอัครราชทูตอิหร่าน ชี้แจงว่า “ในฐานะประเทศที่เผชิญกับภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ เราจะไม่ลังเลที่จะใช้ศักยภาพและอำนาจต่อรองทางภูมิศาสตร์การเมืองของเรา”

 

“ตอนนี้การดำรงอยู่ของอิหร่านกำลังตกอยู่ภายใต้การรุกราน ซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้ คุณจะเห็นว่าทุกพื้นที่อยู่ในภาวะสงคราม และเราต้องปกป้องตนเอง อิหร่านเป็นผู้พิทักษ์เส้นทางเดินเรืออย่างสันติมานานแล้ว แม้กระทั่งหลังการปฏิวัติ ดังนั้นเราจึงไม่ต้องการให้มีภัยคุกคามใดๆ ต่อเรือลำใดๆ แต่พื้นที่นี้กำลังเต็มไปด้วยสงคราม สงครามที่ถูกบีบให้อิหร่านต้องเผชิญ” เขากล่าว

 

โดยในประเด็นคำถามที่ว่า อิหร่านมีเงื่อนไขหรือข้อตกลงอะไรที่ประชาคมระหว่างประเทศต้องปฏิบัติตาม ก่อนที่จะรับประกันการฟื้นฟูเส้นทางเดินเรือนั้น เขาให้คำตอบว่า “ไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้” เนื่องจากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์หรือด้านการทหาร แต่ชี้แจงว่า “ประเด็นนี้กำลังได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบจากผู้ทรงคุณวุฒิระดับสูงของอิหร่าน”

 

ส่วนคำถามว่าเขาจะสื่อสารอะไรถึงประชาชนและรัฐบาลไทยเกี่ยวกับผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซหรือไม่นั้น เอกอัครราชทูตอิหร่านเผยว่า ยังไม่ได้พูดคุยกับรัฐบาลไทย แต่เชื่อว่ารัฐบาลทั้งสองฝ่ายกำลังปรึกษาหารือกันอยู่

 

ประสานช่วยคนไทยในอิหร่านกลับประเทศ

 

เอกอัครราชทูตอิหร่าน ยังกล่าวว่า สิ่งที่เขาให้ความสำคัญในตอนนี้ คือ การประสานงานกับรัฐบาลไทยเกี่ยวกับการอพยพประชาชนชาวไทยที่อาศัยอยู่ในอิหร่านกลับมายังประเทศไทย ซึ่งทางสถานเอกอัครราชทูตฯ เผยว่าได้รับรายงานเกี่ยวกับคนไทยกลุ่มแรก 15 กลุ่มแล้ว และได้ติดต่อประสานงานกับทางเตหะรานแล้ว

 

“เท่าที่ได้ปรึกษาหารือกับกระทรวงการต่างประเทศของไทย ลำดับความสำคัญของรัฐบาลไทยคือการนำตัวพลเมืองไทย 200 คนที่อาศัยอยู่ในอิหร่านกลับประเทศ และวิธีเดียวคือให้พวกเขาเดินทางจากเตหะรานและเมืองอื่นๆ มายังชายแดนตุรกี รัฐบาลไทยประกาศว่า หากจำนวนถึง 100 คน อาจจะส่งเครื่องบินเช่าเหมาลำของกองทัพเรือไปตุรกีเพื่อรับพวกเขากลับมา”

 

“เพื่อแจ้งให้ทราบว่าไม่มีพลเมืองไทยได้รับบาดเจ็บ ผมได้ติดต่อกับกระทรวงการต่างประเทศที่นี่ รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเตหะราน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีพลเมืองไทยคนใดได้รับความเดือดร้อน ดังนั้น เราจึงทำงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการต่างประเทศไทย และสถานทูตไทย และผมได้ขอให้สถานทูตไทย ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน และหน่วยงานอื่นๆ ด้วย”

 

ทั้งนี้ เขาชี้ว่า สำหรับพลเมืองไทยที่มีตำแหน่งทางการทูต แผนกพิธีการของอิหร่านจะติดต่อประสานงานและอำนวยความสะดวกในการเดินทางออกจากอิหร่าน

 

ส่วนพลเมืองคนอื่นๆ ทางกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านจะติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อให้สามารถเดินทางจากเตหะรานข้ามพรมแดนไปยังประเทศอาเซอร์ไบจานตะวันตกได้

 

“หากผ่านทางนั้นพวกเขาจะเดินทางต่อไปได้ภายใน 12 วัน และเราหวังว่าพวกเขาจะกลับบ้านเกิดหากต้องการ”

 

ไม่ยืนยันบุตรชายคาเมเนอี ได้รับเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่

 

สำหรับประเด็นที่มีรายงานว่า บุตรชายของคาเมเนอี ได้รับเลือกเป็นผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนใหม่นั้น เอกอัครราชทูตอิหร่าน ชี้แจงว่า รัฐธรรมนูญของอิหร่านกำหนดให้มีสภาผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือกตั้งผู้นำคนใหม่ โดยขณะนี้ เขายังไม่ทราบการยืนยันใดๆ เกี่ยวกับกรณีที่บุตรชายของผู้นำสูงสุดได้รับการเลือกตั้ง

 

“อาจมีการแสดงท่าทีหรือการคาดเดาอย่างกว้างขวางในสื่อหรือในหมู่ประชาชน แต่เท่าที่ผมทราบคือยังไม่มีการยืนยันผู้นำคนใหม่ เพราะสภาผู้ทรงคุณวุฒิควรจะเรียกประชุม และหน้าที่ของพวกเขาคือการเลือกผู้นำคนต่อไป”

The post ทูตอิหร่านแถลงประณาม สหรัฐฯ-อิสราเอล รุกราน-สังหารผู้นำสูงสุด แจงปิดช่องแคบฮอร์มุซ ใช้อำนาจต่อรองรับมือภัยคุกคาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ทสส. ยืนยันกองทัพพร้อมอพยพคนไทยในตะวันออกกลาง ชี้ใช้ เครื่องบินพาณิชย์คล่องตัวกว่า สั่งเข้มเฝ้าระวังข่าวกรอง https://thestandard.co/military-evacuate-thais-middle-east/ Wed, 04 Mar 2026 11:47:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1184323 พล.อ. อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผบ.ทสส. แถลงยืนยันความพร้อมกองทัพในการอพยพคนไทยจากตะวันออกกลาง พร้อมสั่งเฝ้าระวังข่าวกรอง

วันนี้ (4 มีนาคม) พล.อ. อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทห […]

The post ผบ.ทสส. ยืนยันกองทัพพร้อมอพยพคนไทยในตะวันออกกลาง ชี้ใช้ เครื่องบินพาณิชย์คล่องตัวกว่า สั่งเข้มเฝ้าระวังข่าวกรอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.อ. อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผบ.ทสส. แถลงยืนยันความพร้อมกองทัพในการอพยพคนไทยจากตะวันออกกลาง พร้อมสั่งเฝ้าระวังข่าวกรอง

วันนี้ (4 มีนาคม) พล.อ. อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการอพยพคนไทยจากพื้นที่ตะวันออกกลาง ตามที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการ ว่า เราได้เตรียมการไว้ตั้งแต่ก่อนการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แต่แนวทางในการปฏิบัติยังอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์โดยกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อวางแนวทางการปฏิบัติร่วมกัน

 

ผบ.ทสส. ยังระบุอีกว่า กรณีที่มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องบินของกองทัพในการอพยพคนไทยจะมีความยากคนละมิติกับการใช้เครื่องบินพาณิชย์ ซึ่งการใช้เครื่องบินพาณิชย์จะมีความสะดวก แต่เครื่องบินกองทัพก็จะเหมาะอีกบริบทหนึ่งจึงจำเป็นต้องมีการประเมินสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ เช่น กรณีประเทศอิสราเอลกับประเทศอิหร่าน ที่แต่ละประเทศจะมีความเฉพาะเจาะจง ในการเลือกแนวทางปฏิบัติ ซึ่งการที่จะเลือกใช้อะไรก็อยู่ที่ความเหมาะสม รวมทั้งยังระบุอีกว่าการประสานงานกับประเทศต้นทางในการอพยพคนไทยจะดำเนินการผ่านช่องทางการทูตเป็นหลัก

 

ส่วนการอพยพจะขึ้นอยู่กับปริมาณคนที่จะอพยพและขึ้นอยู่กับขีดความสามารถของเครื่องบินที่ใช้เป็นหลัก พร้อมยกตัวอย่างว่า ถ้าเลือกที่จะอพยพด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำ โดยจ้างจากประเทศต้นทางก็อาจจะใช้เพียงลำเดียวหากเป็นเครื่องบินพาณิชย์ขนาดใหญ่ ซึ่งจะสะดวกต่อการขออนุญาตในการบินผ่านน่านฟ้าด้วย แต่ถ้าใช้เครื่องบินทหารของกองทัพ ก็จำเป็นจะต้องเพิ่มเที่ยวบิน ซึ่งหากมีการอพยพจำนวน 200 คน ก็มีความจำเป็นจะต้องใช้เที่ยวบิน 3-4 เที่ยวบิน

 

ผบ.ทสส. ยังกล่าวยอมรับว่า มีความกังวลเรื่องของการเดินทางจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ไปยังชายแดนของประเทศตุรกี ซึ่งมีระยะทางกว่า 800 กิโลเมตร

 

ส่วนมิติการรักษาความปลอดภัยภายในประเทศไทยซึ่งมีชาวอิสราเอล และชาวอิหร่านอาศัยอยู่จำนวนมากจะมีการเฝ้าระวังด้านข่าวกรองเป็นพิเศษหรือไม่ ผบ.ทสส. ระบุว่า มีการเตรียมด้านการข่าวเพื่อรองรับสถานการณ์ไว้แล้ว ซึ่งไทยมีการเตรียมพร้อม และไม่ประมาทต่อความเป็นไปได้ ที่อาจมีการก่อการร้ายเกิดขึ้น โดยได้กำชับให้ทุกส่วนเตรียมความพร้อม

 

ส่วนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางขณะนี้เชื่อว่า ทุกประเทศมีความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นหมุดหมายที่สำคัญของโลก ซึ่งทุกประเทศก็เฝ้าติดตามสถานการณ์ และประเมินว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งในระยะสั้น กลาง และระยะยาว

 

ผบ.ทสส. ยังมองว่า สถานการณ์ในขณะนี้สิ่งที่ทุกประเทศเคยเชื่อมั่นก็เปลี่ยนไปจากเดิมไปสิ้นเชิง ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาในการประเมินสถานการณ์เพื่อรับมือ

 

“น้ำที่มันขุ่นๆ ตอนนี้มันก็คงจะตกตะกอนและก็คงมองอะไรได้ชัดเจนมากขึ้น ทุกคนก็กำลังประเมิน และประมวลทั้งนั้น” ผบ.ทสส. กล่าว

 

เมื่อถามว่า จากสถานการณ์คาดว่าจะยืดเยื้อยาวนานหรือไม่ ผบ.ทสส. กล่าวว่า กองทัพไทยไม่ใช่ผู้ออกแบบการปฏิบัติการเอง เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถประเมินได้ แต่สิ่งที่คิดและคาดหวังคืออยากให้สถานการณ์นี้จบลงโดยเร็ว ผลกระทบที่มีต่อประเทศไทยจะได้น้อย และจะได้ไม่มีเหตุการณ์ที่ลุกลามบานปลายไปมากกว่านี้ พร้อมให้ความเชื่อมั่นว่า ไม่จำเป็นจะต้องกังวลอะไรมาก เนื่องจากสภาพแวดล้อมของไทยยังไม่น่าวิตก แต่ย้ำว่าอย่าประมาท

The post ผบ.ทสส. ยืนยันกองทัพพร้อมอพยพคนไทยในตะวันออกกลาง ชี้ใช้ เครื่องบินพาณิชย์คล่องตัวกว่า สั่งเข้มเฝ้าระวังข่าวกรอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลพร้อมอพยพคนไทยจากพื้นที่เสี่ยงตะวันออกกลาง หากเกิน 100 คน เตรียมเครื่องบิน ทอ. รับกลับ ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด https://thestandard.co/thai-middle-east-evacuation-plan/ Mon, 02 Mar 2026 06:20:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1183375 ภาพเครื่องบินกองทัพอากาศเตรียมพร้อมสำหรับอพยพคนไทยจากตะวันออกกลาง

วันนี้ (2 มีนาคม) เวลา 12.17 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล สีหศัก […]

The post รัฐบาลพร้อมอพยพคนไทยจากพื้นที่เสี่ยงตะวันออกกลาง หากเกิน 100 คน เตรียมเครื่องบิน ทอ. รับกลับ ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเครื่องบินกองทัพอากาศเตรียมพร้อมสำหรับอพยพคนไทยจากตะวันออกกลาง

วันนี้ (2 มีนาคม) เวลา 12.17 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า ประเด็นหลักคือสถานการณ์ในพื้นที่ตะวันออกกลาง ซึ่งสืบเนื่องจากการปฏิบัติการทางทหารของ สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ต่ออิหร่าน

 

สำหรับท่าทีของไทยมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาคและของโลก และต้องการให้มีการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี ผ่านการเจรจาบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมแสดงความห่วงใยต่อความปลอดภัยของคนไทยที่อยู่ในภูมิภาคดังกล่าว

 

สีหศักดิ์ยอมรับว่ามีความห่วงใยเป็นพิเศษในพื้นที่อิหร่าน ซึ่งมีคนไทยอยู่ประมาณ 200 กว่าคน โดยสถานเอกอัครราชทูตได้ติดต่อกับชุมชนชาวไทยอย่างใกล้ชิด แนะนำให้ใช้ความระมัดระวังและอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย

 

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญต่อการเตรียมความพร้อมช่วยเหลือคนไทยที่ประสงค์เดินทางกลับประเทศ อย่างไรก็ตาม น่านฟ้าในพื้นที่ดังกล่าวปิดทั้งหมด จึงต้องเดินทางทางบกโดยรถยนต์ไปยังชายแดน ตุรกี ก่อนจะเดินทางต่อด้วยเครื่องบิน โดยขณะนี้มีคนไทยแสดงความประสงค์เดินทางกลับประมาณ 20 คน หากต้องการเดินทางกลับจริง จะมีการอำนวยความสะดวกผ่านศูนย์ปฏิบัติการชายแดน และสามารถบริหารจัดการพากลับด้วยเที่ยวบินพาณิชย์ได้

 

สำหรับอิสราเอล มีคนไทยอยู่ประมาณ 65,000 คน ขณะนี้อิสราเอลยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ มีการสกัดกั้นขีปนาวุธ และยังไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบหรือแสดงความประสงค์เดินทางกลับ โดยสถานทูตได้ประสานงานอย่างใกล้ชิด รัฐบาลอิสราเอลให้ความสำคัญกับแรงงานไทย

 

อย่างไรก็ตาม ยังมีความกังวลในพื้นที่อื่น เช่น เมืองดูไบ และเมืองอาบูดาบี ใน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งมีคนไทยแจ้งความประสงค์เดินทางกลับประมาณ 1,000 กว่าคน สามารถประสานการเดินทางได้ เนื่องจากสนามบินใน โอมาน ยังเปิดให้บริการ และอำนวยความสะดวกด้านการตรวจคนเข้าเมือง

 

ส่วนพื้นที่อื่นที่ถูกโจมตีโดยอิหร่าน เช่น บาห์เรน กาตาร์ และ คูเวต กระทรวงการต่างประเทศได้สั่งการให้สถานทูตทุกแห่งติดต่อกับคนไทยในพื้นที่เพื่อสอบถามความประสงค์เดินทางกลับ โดยจะประสานให้ออกเดินทางผ่านประเทศใกล้เคียงคือ ซาอุดีอาระเบีย ด้วยสายการบินพาณิชย์

 

ทั้งนี้ หากมีคนไทยในอิหร่านแสดงความประสงค์เดินทางกลับมากกว่า 100 คน จะจัดส่งเครื่องบินไปรับ โดยได้ประสานกับกองทัพอากาศไว้เบื้องต้น พร้อมยืนยันว่าไทยมีความพร้อมในทุกฉากทัศน์ และกระทรวงการต่างประเทศได้ตั้งศูนย์ประสานงานให้ญาติของผู้ที่อยู่ในประเทศเสี่ยงติดต่อสอบถาม เพื่อสร้างความมั่นใจและความสบายใจ

 

เมื่อถามถึงกรอบเวลาการนำคนไทยออกจากอิหร่าน สีหศักดิ์ระบุว่า กลุ่มผู้ประสงค์เดินทางกลับกว่า 20 คนต้องเดินทางทางบกเป็นระยะทางกว่าพันกิโลเมตร ซึ่งค่อนข้างลำบากจากด่านต่าง ๆ และสถานการณ์สู้รบที่ผ่านมา จึงต้องประสานกับทางการอิหร่านเพื่ออำนวยความสะดวกด้านมนุษยธรรมและรับประกันความปลอดภัย โดยจะดำเนินการโดยเร็วที่สุด

 

ส่วนการประเมินสถานการณ์ สีหศักดิ์ยอมรับว่าสถานการณ์มีแนวโน้มยืดเยื้อ เนื่องจากเป้าหมายของฝ่ายสหรัฐฯ อาจไม่ใช่เพียงการขจัดภัยด้านนิวเคลียร์ ขณะที่ฝ่ายอิหร่านยังคงมุ่งตอบโต้ ซึ่งขยายวงไปหลายประเทศที่มีฐานทัพของสหรัฐฯ และไม่แน่ชัดว่าสถานการณ์ภายในอิหร่านจะพัฒนาไปอย่างไร ไทยจึงต้องเตรียมความพร้อมในทุกมิติ ไม่เฉพาะการดูแลหรืออพยพคนไทยเท่านั้น

 

ด้านสถานทูตไทยในประเทศเสี่ยง สีหศักดิ์ยืนยันว่าขณะนี้ยังสามารถติดต่อสื่อสารได้ทั้งหมด แม้บางช่วงจะขาดหายไปบ้าง แต่ยังมีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอ และสถานทูตได้ประสานกับชุมชนคนไทยอย่างใกล้ชิด โดยประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือเรื่องเสบียงและความเป็นอยู่ในบางพื้นที่

The post รัฐบาลพร้อมอพยพคนไทยจากพื้นที่เสี่ยงตะวันออกกลาง หากเกิน 100 คน เตรียมเครื่องบิน ทอ. รับกลับ ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
สถานการณ์ คนไทยในตะวันออกกลาง ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 https://thestandard.co/thais-middle-east-situation/ Mon, 02 Mar 2026 05:48:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1183325 ภาพประกอบสถานการณ์คนไทยในตะวันออกกลาง ท่ามกลางความขัดแย้ง อิสราเอล-สหรัฐฯ-อิหร่าน และการเตรียมความพร้อมของกระทรวงการต่างประเทศ

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังอ่อนไหวและตึงเครีย […]

The post สถานการณ์ คนไทยในตะวันออกกลาง ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบสถานการณ์คนไทยในตะวันออกกลาง ท่ามกลางความขัดแย้ง อิสราเอล-สหรัฐฯ-อิหร่าน และการเตรียมความพร้อมของกระทรวงการต่างประเทศ

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังอ่อนไหวและตึงเครียด หลังเกิดการโจมตีตอบโต้ระหว่างอิสราเอล สหรัฐฯ และอิหร่าน 🇮🇱🇺🇸🇮🇷

 

กระทรวงการต่างประเทศยืนยัน ณ วันที่ 1 มีนาคม ว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับผลกระทบรุนแรง พร้อมตั้ง War Room และเตรียมแผนอพยพหากจำเป็น

 

คนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางมีมากกว่า 110,000 คน โดยอิสราเอลเป็นประเทศที่มีคนไทยพำนักมากที่สุดกว่า 65,000 คน

 


 

ภาพประกอบสถานการณ์คนไทยในตะวันออกกลาง ท่ามกลางความขัดแย้ง อิสราเอล-สหรัฐฯ-อิหร่าน และการเตรียมความพร้อมของกระทรวงการต่างประเทศ 1

 

ภาพประกอบ: ณัฏฐ์กานต์ ดวงมาตย์พล

The post สถานการณ์ คนไทยในตะวันออกกลาง ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปท่าทีและมาตรการเชิงรุกของไทย ต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง https://thestandard.co/thailand-middle-east-conflict-measures/ Mon, 02 Mar 2026 04:49:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1184037 สรุปท่าทีและมาตรการของไทยรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวี […]

The post สรุปท่าทีและมาตรการเชิงรุกของไทย ต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปท่าทีและมาตรการของไทยรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงและบานปลาย รัฐบาลไทยภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันจุดยืน ‘วางตัวเป็นกลาง’ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้การเจรจาและการทูตเพื่อยุติความขัดแย้งโดยเร็วที่สุด โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของคนไทยในพื้นที่ การวางแผนอพยพคนไทยในพื้นที่เสี่ยง และการเตรียมพร้อมรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้น

 

ขณะเดียวกันในด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลได้สั่งการให้กระทรวงที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ จัดตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามและประเมินผลกระทบอย่างวันต่อวัน โดยเฉพาะด้านราคาน้ำมัน ค่าครองชีพ ห่วงโซ่อุปทาน และการส่งออก พร้อมเตรียมมาตรการรองรับและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการ รวมถึงการดูแลนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่อาจได้รับผลกระทบจากการปิดน่านฟ้า

 

ส่วนฝ่ายความมั่นคงได้สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยบุคคลและสถานที่สำคัญ รวมถึงเตรียมความพร้อมในการรองรับการเดินทางกลับของคนไทย ณ ท่าอากาศยาน และดูแลนักท่องเที่ยวผ่านสายด่วน 1155 โดยรัฐบาลยืนยันพร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องพลเมืองและรักษาเสถียรภาพของประเทศในทุกมิติ

 

สรุปท่าทีและมาตรการของไทยรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง 2

 

ภาพ: ณัฏฐ์กานต์ ดวงมาตย์พล

The post สรุปท่าทีและมาตรการเชิงรุกของไทย ต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคประชาชนออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาล 3 ภารกิจเร่งด่วน ในสถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียด https://thestandard.co/people-party-government-middle-east-tension/ Mon, 02 Mar 2026 01:36:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1183248 ภาพอินโฟกราฟิกแถลงการณ์พรรคประชาชน เรียกร้อง 3 ภารกิจด่วนรัฐบาล ท่ามกลางความตึงเครียดตะวันออกกลาง

วันนี้ (2 มีนาคม) พรรคประชาชนออกแถลงการณ์ต่อสถานการณ์คว […]

The post พรรคประชาชนออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาล 3 ภารกิจเร่งด่วน ในสถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอินโฟกราฟิกแถลงการณ์พรรคประชาชน เรียกร้อง 3 ภารกิจด่วนรัฐบาล ท่ามกลางความตึงเครียดตะวันออกกลาง

วันนี้ (2 มีนาคม) พรรคประชาชนออกแถลงการณ์ต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเรียกร้องให้รัฐบาลต้องเดินหน้า 3 ภารกิจเพื่อคุ้มครองและปกป้องประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยและประชาชน เนื้อหาแถลงการณ์ระบุว่า

 

 

ตลอดช่วง 2 วันที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลางด้วยความกังวลอย่างยิ่ง สถานการณ์ดังกล่าวมิได้ส่งผลกระทบเฉพาะต่อคู่ขัดแย้งเท่านั้น หากยังส่งผลต่อความปลอดภัยของประชาชนในหลายประเทศรวมถึงพี่น้องคนไทย ต่อเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจโลก และต่อสันติภาพระยะยาวของประชาคมโลกโดยรวม

 

 

พรรคประชาชนเห็นว่าหลักการพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันในประชาคมโลกคือ การเคารพกฎกติกาสากล โดยเราหวังว่าทุกฝ่ายจะยุติการกระทำที่นำไปสู่การยกระดับความรุนแรง คำนึงถึงความปลอดภัยของพลเรือนเป็นสำคัญ และสนับสนุนการแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธีบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ

 

 

เพื่อคุ้มครองและปกป้องประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยและคนไทย ทั้งในสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต พรรคประชาชนขอสนับสนุนรัฐบาลไทยให้ดำเนินการใน 3 เรื่องสำคัญ

 

 

1. คุ้มครองชีวิตและสวัสดิภาพของคนไทยเป็นลำดับแรก

 

ในสถานการณ์วิกฤต ภารกิจเร่งด่วนที่สุดคือการปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนไทย

 

 

พรรคประชาชนสนับสนุนให้รัฐบาล:

 

 

– ใช้ทุกกลไกทางการทูตในการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ดูแล ให้ความคุ้มครอง และเตรียมแผนอพยพคนไทยในพื้นที่เสี่ยงอย่างเป็นระบบ

 

 

– ประสานความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจาและสายการบินพาณิชย์ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านเส้นทางเดินทางฉุกเฉิน รวมถึงเตรียมการจัดเที่ยวบินเหมาลำจากสายการบินในประเทศและกองทัพ เพื่อเตรียมความพร้อมในภาวะวิกฤตฉุกเฉิน

 

 

– สื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และเป็นปัจจุบัน เกี่ยวกับสถานะเส้นทางการบิน การเดินเรือ และพื้นที่เสี่ยง พร้อมแจ้งเตือนประชาชนที่มีแผนเดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าวให้พิจารณาชะลอการเดินทางจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

 

 

2. เตรียมมาตรการรองรับผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประเทศไทย

 

 

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางย่อมกระทบต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลกและราคาพลังงาน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศไทย จากค่าครองชีพ ต้นทุนขนส่ง และต้นทุนการผลิตในประเทศ ที่สูงขึ้น

 

พรรคประชาชนสนับสนุนให้รัฐบาลเตรียมแผนรองรับอย่างรอบด้านโดยการ:

 

 

– เตรียมมาตรการรับมือความผันผวนของราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางล่วงหน้า

 

 

– บริหารจัดการสำรองพลังงานเชิงยุทธศาสตร์ และสื่อสารเชิงรุกเพื่อลดความตื่นตระหนกในตลาด

 

 

– ติดตามผลกระทบต่อการส่งออก–นำเข้า และห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้อง

 

 

– จัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจและประชาชน ในการรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้า และในการเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อปัจจัยภายนอกในระยะยาว

 

 

3. ร่วมฟื้นฟูระเบียบโลกเพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงให้ประเทศไทยและความปลอดภัยของคนไทยในอนาคต

 

 

ท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียดและไม่แน่นอนสูง การตั้งมั่นในระเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนกติกาสากลตามกฎบัตรสหประชาชาติ (UN Charter) รวมถึงเคารพในอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของทุกรัฐอย่างเสมอภาค จะยิ่งเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญในการปกป้องความมั่นคงของประเทศไทยและความปลอดภัยของคนไทยในอนาคต

 

 

พรรคประชาชนเห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องแสดงบทบาทเชิงรุกในเวทีภูมิภาคและระหว่างประเทศ โดยการประสานความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียน และประเทศมหาอำนาจระดับกลางอื่น ๆ เพื่อ:

 

 

– ร่วมเรียกร้องการลดระดับความรุนแรงและผลักดันให้เกิดการหยุดยิง รวมถึงร่วมสนับสนุนกลไกการเจรจาทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ

 

 

– ร่วมฟื้นฟูระเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนกติกา (rules-based international order) เพื่อเป็นเกราะป้องกันความไม่แน่นอนและความรุนแรงที่เสี่ยงจะย้อนกลับมาส่งผลกระทบต่อประชาชนคนไทยในภายภาคหน้า

 

 

พรรคประชาชนหวังว่ารัฐบาลจะใช้ทั้งมาตรการภายในและระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเหลือคนไทยและบรรเทาผลกระทบเฉพาะหน้า รวมถึงเตรียมความพร้อมเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและภาคเอกชนในระยะยาว ท่ามกลางสภาวะความผันผวนและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

The post พรรคประชาชนออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาล 3 ภารกิจเร่งด่วน ในสถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียด appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ สั่งเตรียมแผนอพยพคนไทยจากตะวันออกกลาง นัดถก สมช.-ทุกภาคส่วน 2 มี.ค. ประเมินผลกระทบเศรษฐกิจและค่าครองชีพ https://thestandard.co/pm-orders-middle-east-evacuation-economy/ Sun, 01 Mar 2026 03:36:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1182989 ภาพกราฟิกแสดงข้อความข่าวที่นายกฯ สั่งเตรียมแผนอพยพคนไทยจากตะวันออกกลางและหารือรับมือผลกระทบเศรษฐกิจ

วันนี้ (1 มีนาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐม […]

The post นายกฯ สั่งเตรียมแผนอพยพคนไทยจากตะวันออกกลาง นัดถก สมช.-ทุกภาคส่วน 2 มี.ค. ประเมินผลกระทบเศรษฐกิจและค่าครองชีพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกแสดงข้อความข่าวที่นายกฯ สั่งเตรียมแผนอพยพคนไทยจากตะวันออกกลางและหารือรับมือผลกระทบเศรษฐกิจ

วันนี้ (1 มีนาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลคนไทยในตะวันออกกลาง ว่า ตั้งแต่เมื่อคืนได้รับรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานความมั่นคงและกระทรวงการต่างประเทศ ได้สั่งการให้เตรียมการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการสู้รบในช่วงนี้

 

ขณะเดียวกันได้มีการประสานกับกองทัพอากาศและหารือกับผู้บัญชาการทหารอากาศ เพื่อเตรียมพร้อมอากาศยานที่จะใช้รองรับพี่น้องคนไทย โดยเฉพาะที่ประเทศอิหร่านว่าจะหาช่องทางให้ ประชาชนเดินทางกลับมาได้อย่างไร ซึ่งในตัวอากาศยานไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่การใช้อากาศยานของกองทัพอากาศ อาจจะต้องแวะเติมน้ำมันหลายที่ จึงได้มีการพิจารณาช่องทางอื่นเช่นการเช่าเหมาลำ เพื่อให้สามารถนำประชาชนกลับมาได้เร็วที่สุด

 

ฉะนั้นตอนนี้จะต้องไปเช็กน่านฟ้า เนื่องจากมีการปิดน่านฟ้าในบางพื้นที่ทำให้ต้องมีการอพยพคนไทยไปยังประเทศที่สาม และหาวิธีการรับตัวกลับมา

 

ส่วนการเตรียมความพร้อมด้านเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ได้มอบหมายให้ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมรับสถานการณ์ในทุกรูปแบบ เพราะอย่างไรก็ได้รับผลกระทบในด้านค่าครองชีพ ค่าน้ำมัน รวมถึงต้นทุนพลังงานต่างๆ ฉะนั้นต้องหาวิธีให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด

 

สำหรับตัวเลขคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่ากระทรวงแรงงานรายงานว่า มีทั้ง ในส่วนของอิหร่านและดูไบรวมกว่า 70,000 คน โดยในส่วนของคนไทยในอิหร่านมีประมาณ 7,700 คน จึงขอให้ติดตามรายละเอียดจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง

 

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าเครื่องบินที่จะไปรับคนไทยจะสามารถเดินทางได้เมื่อใด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนสำคัญคือประเทศปลายทางเนื่องจากเรามีความพร้อมตลอดเวลา ยิ่งใช้เครื่องบินจากกองทัพอากาศไปรับก็ยิ่งมีความพร้อม เพราะได้มีการเตรียมไว้หลายลำ ซึ่งเมื่อวานที่ได้หารือกับผู้บัญชาการทหารอากาศ อยากให้เกิดความสะดวกให้เร็วที่สุด จึงได้มีการหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงคมนาคม อาจจะใช้โค้ดการบินของรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่ต้องเติมน้ำมันและให้บินตรงแทนว่าสามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังยืนยันว่ารัฐบาลไทยจะดำเนินการในทุกวิถีทางเพื่อให้พี่น้องคนไทยเหล่านั้นอยู่ในความปลอดภัยสูงสุด หากประสงค์จะกลับมาเมืองไทยก็เตรียมพร้อมที่จะไปรับ

 

ส่วนการประเมินสถานการณ์ว่าจะบานปลายหรือไม่ เพราะมีประเทศมหาอำนาจหนุนหลังอยู่ทั้ง 2 ฝ่าย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งที่เราต้องเตรียมตัว อย่าให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบที่รุนแรง และหากจะมีผลกระทบขอให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด เราต้องเตรียมความพร้อมทุกภาคส่วน

 

เมื่อถามว่า อยากบอกอะไรกับคนไทยที่ไม่อยากเดินทางกลับตอนนี้บ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในแต่ละประเทศ ก็จะมีมาตรการที่ดูแลความปลอดภัยประชาชนของเขา รวมถึงกลุ่มคนชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศนั้นๆ จึงขอให้ติดตามและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด โดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการและมีสายด่วนตลอดเวลา เพื่อช่วยเหลือคนไทย โดยในวันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. จะมีการเรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่ง (สมช.) จากนั้นจะมีการประชุมทุกภาคส่วน รวมถึงภาคเอกชน ธนาคาร หอการค้า ต้องดูแลในเรื่องการค้า การส่งออกและนำเข้า รวมถึงมาตรการตรึงราคา เพื่อไม่เกิดผลกระทบรุนแรงต่อผู้บริโภคในประเทศไทย

 

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดและมอบรางวัลการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ โมโต จีพี ประจำปี พ.ศ. 2569 ‘PT Grand Prix of Thailand 2026’ ณ สนามบุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์

The post นายกฯ สั่งเตรียมแผนอพยพคนไทยจากตะวันออกกลาง นัดถก สมช.-ทุกภาคส่วน 2 มี.ค. ประเมินผลกระทบเศรษฐกิจและค่าครองชีพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สีหศักดิ์เผย ติดต่อสถานทูตไทยในตะวันออกกลางใกล้ชิด เตรียมช่วยคนไทยที่ได้รับผลกระทบ https://thestandard.co/seahasak-thai-embassy-middle-east-help/ Sat, 28 Feb 2026 12:41:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1182840 สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แถลงข่าวเตรียมพร้อมช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเท […]

The post สีหศักดิ์เผย ติดต่อสถานทูตไทยในตะวันออกกลางใกล้ชิด เตรียมช่วยคนไทยที่ได้รับผลกระทบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แถลงข่าวเตรียมพร้อมช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่า จากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางซึ่งมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงนั้น กระทรวงการต่างประเทศได้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทยทุกแห่งในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ และแจ้งสถานการณ์แก่คนไทยในพื้นที่เป็นระยะ

 

โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้ออกประกาศเตือนและให้คำแนะนำคนไทยนับตั้งแต่ที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน และได้มี hotline ของสถานเอกอัครราชทูตฯ สำหรับคนไทยด้วย

 

นอกจากนี้ภายหลังเกิดเหตุการณ์การโจมตีในวันนี้ ทางกระทรวงฯ ยังได้ออกประกาศแจ้งเตือนคนไทยในพื้นที่ แนะนำให้คนไทยที่พำนักอยู่ในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะในอิหร่านและอิสราเอลให้เร่งเดินทางออกจากพื้นที่ รวมถึงขอให้คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นพิจารณาทบทวนการเดินทางไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

 

กระทรวงการต่างประเทศได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (War Room) เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตฯ ในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ของไทยในภูมิภาคทุกแห่ง ได้เตรียมการช่วยเหลือที่จำเป็นแก่คนไทยในพื้นที่ รวมถึงเตรียมแผนอพยพในกรณีจำเป็นไว้แล้วด้วย และได้จัดตั้งศูนย์ 24 ชั่วโมงของกรมการกงสุลเพื่อรับความช่วยเหลือเร่งด่วน (Call Center กรมการกงสุลหมายเลข 0-2572-8442)

 

นอกจากนี้กระทรวงฯ จะประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย เพื่อให้ความคุ้มครองคนไทยในพื้นที่อย่างเต็มที่ รวมถึงประสานกับสมาคมคนไทย ในประเทศต่างๆ เพื่อรับทราบสถานการณ์แต่ละแห่ง และให้การช่วยเหลือที่จำเป็นอย่างใกล้ชิดต่อไป

The post สีหศักดิ์เผย ติดต่อสถานทูตไทยในตะวันออกกลางใกล้ชิด เตรียมช่วยคนไทยที่ได้รับผลกระทบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘กอบศักดิ์’ ไขปม ทำไมประเทศไทยเป็น 1 ใน 75 ประเทศ ที่โดน ‘ทรัมป์’ สั่งระงับพิจารณาวีซ่า สำหรับคนที่จะอพยพย้ายถิ่นฐานเข้าสหรัฐฯ https://thestandard.co/kobsak-trump-immigrant-visa-ban/ Thu, 15 Jan 2026 03:46:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1165465 ‘กอบศักดิ์’ ไขปม ทำไม ประเทศไทย เป็น 1 ใน 75 ประเทศ ที่โดน ‘ทรัมป์’ สั่ง ระงับวีซ่า สำหรับคนที่จะอพยพเข้า สหรัฐฯ

ดร.กอบศักดิ์ชี้เหตุ สหรัฐฯ จ่อระงับพิจารณาวีซ่าผู้อพยพ […]

The post ‘กอบศักดิ์’ ไขปม ทำไมประเทศไทยเป็น 1 ใน 75 ประเทศ ที่โดน ‘ทรัมป์’ สั่งระงับพิจารณาวีซ่า สำหรับคนที่จะอพยพย้ายถิ่นฐานเข้าสหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘กอบศักดิ์’ ไขปม ทำไม ประเทศไทย เป็น 1 ใน 75 ประเทศ ที่โดน ‘ทรัมป์’ สั่ง ระงับวีซ่า สำหรับคนที่จะอพยพเข้า สหรัฐฯ

ดร.กอบศักดิ์ชี้เหตุ สหรัฐฯ จ่อระงับพิจารณาวีซ่าผู้อพยพ 75 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย เริ่มมีสัญญาณจากโพสต์ของทรัมป์ตั้งแต่ 4 มกราคม โดยมองว่าประมาณ 1 ใน 3 ของครัวเรือนที่ย้ายเข้าไปไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ดี สุดท้ายก็ไปขอใช้ระบบสวัสดิการต่างๆ ของสหรัฐฯ

 

จากกรณีมีรายงานอ้างโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีคำสั่งระงับพิจารณาวีซ่าผู้อพยพสำหรับผู้สมัครจาก 75 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 21 มกราคมนี้

 

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อมูลผ่าน Facebook อธิบายถึงสาเหตุว่า ทำไมสหรัฐฯ ยุติให้ Visa สำหรับ Immigration หรือคนที่จะอพยพย้ายถิ่นฐานเข้าสหรัฐฯ

 

โดยภาพข้างล่างคือสิ่งที่ส่งสัญญาณโพสต์ใน Truth Social เมื่อ 4 มกราคม 2569

 

‘กอบศักดิ์’ ไขปม ทำไม ประเทศไทย เป็น 1 ใน 75 ประเทศ ที่โดน ‘ทรัมป์’ สั่งระงับพิจารณาวีซ่า สำหรับคนที่จะอพยพย้ายถิ่นฐานเข้า สหรัฐฯ 2

 

โดยหากพิจารณาดูจะเห็นรายชื่อของประเทศที่ผู้อพยพจากประเทศเหล่านี้ เมื่อเข้าสหรัฐฯ มาแล้ว เข้ามาอาศัยพึ่งพาระบบสวัสดิการของสหรัฐ ในการยังชีพ

 

บางประเทศมีสัดส่วนครัวเรือนที่ใช้สวัสดิการสหรัฐฯ ที่สูงมาก เช่น ภูฏาน 81.4% เยเมน 75.2% โซมาเลีย 71.9% หมู่เกาะมาร์แชลล์ 71.4% สาธารณรัฐโดมินิกัน 68.1% รวมทั้งประเทศไทยก็อยู่ในกลุ่มดังกล่าวด้วย ในอันดับที่ 46 สัดส่วน 36.7%

 

“พูดง่ายๆ ประมาณ 1 ใน 3 ของครัวเรือนที่ย้ายเข้าไป ไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ดี สุดท้ายก็ไปขอใช้ระบบสวัสดิการต่างๆ ของสหรัฐฯ ถ้าสหรัฐฯ ยังรวย มีฐานะดี เขาก็จะมองข้าม ล่าสุด สหรัฐฯ เริ่มมีหนี้มาก รัฐขาดดุลการคลังสูง ระบบสวัสดิการสังคม ฐานะไม่ค่อยดี เขาก็เลยพยายามปิดช่องที่เป็นรายจ่ายภาครัฐ ที่เขาคิดว่า ‘ไม่จำเป็น’ ก็เลยนำมาถึงข่าวว่า ทำไมจึงจะต้องจัดการเรื่อง Visa ของ Immigrants หรือคนที่ย้ายเข้าไปอาศัยที่สหรัฐฯ รอบนี้ ส่วนคนอื่นๆ ยังไม่ถูกกระทบ แต่เขาก็คงดูเพิ่มในสิ่งที่เป็นช่องโหว่ต่างๆ เพื่อให้เงินของสหรัฐฯ ใช้เฉพาะสำหรับคนสหรัฐฯ เอง” ดร.กอบศักดิ์ระบุ

 

Bloomberg เผย สหรัฐฯ ระงับวีซ่า ไม่รวมท่องเที่ยวหรือแรงงานชั่วคราว

 

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า แหล่งข่าวระบุว่ามาตรการดังกล่าวใช้เฉพาะกับผู้ที่ต้องการย้ายถิ่นฐานไปอยู่อาศัยและทำงานถาวรในสหรัฐฯ เท่านั้น ไม่ครอบคลุมนักท่องเที่ยวหรือแรงงานชั่วคราว ตลอดปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบชาวต่างชาติและผู้ที่ต้องการพำนักในประเทศ โดยซ้อนมาตรการใหม่เข้าไปในระบบคัดกรองวีซ่าที่ถือว่าเข้มงวดที่สุดระบบหนึ่งของโลกอยู่แล้ว

 

การระงับออกวีซ่าซึ่งจะเริ่มมีผลในวันที่ 21 มกราคม คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการอพยพแบบครอบครัวมากที่สุด โดยจะกระทบต่อคู่สมรส บุตร และญาติใกล้ชิดอื่น ๆ ของผู้ถือสัญชาติสหรัฐฯ เป็นหลัก ซึ่งเดิมมีสิทธิขอถิ่นที่อยู่ถาวร

 

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ทอมมี พิกอตต์ ระบุว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยุติ “การใช้ระบบตรวจคนเข้าเมืองของอเมริกาในทางที่ผิด โดยผู้ที่ต้องการดึงทรัพยากรจากประชาชนชาวอเมริกัน” ขณะที่กระทรวงฯ ระบุเพิ่มเติมในโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า มาตรการนี้ครอบคลุมประเทศ “ซึ่งผู้อพยพมักกลายเป็นภาระของรัฐสหรัฐฯ ทันทีที่เดินทางเข้าประเทศ”

 

อย่างไรก็ตาม ข้ออ้างของรัฐบาลที่ว่าผู้อพยพเป็นภาระต่อทรัพยากรของรัฐ ขัดแย้งกับผลการศึกษาจาก Cato Institute, American Immigration Council และองค์กรอื่น ๆ ซึ่งพบว่าผู้อพยพใช้สวัสดิการของรัฐน้อยกว่าชาวอเมริกันที่เกิดในประเทศ

 

เจ้าหน้าที่ระบุว่า การระงับดังกล่าวไม่ครอบคลุมวีซ่าท่องเที่ยวหรือวีซ่าทำงานชั่วคราว ซึ่งหมายความว่าไม่น่าจะกระทบต่อการท่องเที่ยวหรือแผนการเดินทางของผู้มาเยือนจากต่างประเทศหลายแสนคนที่คาดว่าจะเดินทางเข้าสหรัฐฯ เพื่อร่วมงานฟุตบอลโลกปีนี้ โดยผู้มาเยือนเหล่านั้นจะเดินทางเข้าประเทศด้วยวีซ่าท่องเที่ยว Fox News Digital รายงานก่อนหน้านี้ในวันพุธว่ารัฐบาลกำลังวางแผนมาตรการดังกล่าว

 

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ได้พุ่งเป้าไปที่ชุมชนผู้อพยพจากเฮติ โซมาเลีย เวเนซุเอลา เม็กซิโก และประเทศอื่น ๆ อยู่บ่อยครั้ง โดยมักใช้ถ้อยคำในเชิงดูหมิ่นต่อผู้คนจากประเทศเหล่านั้น กระแสการดำเนินการดังกล่าวทวีความเข้มข้นขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางการปราบปรามในรัฐมินนิโซตา ซึ่งเกิดจากข้อกล่าวหาว่าชาวโซมาเลียในพื้นที่ทุจริตโครงการสวัสดิการของรัฐบาลกลาง

 

ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ยังไม่ตัดสินในวันพุธต่อคำร้องคัดค้านมาตรการภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลให้ทั่วโลกต้องรออย่างน้อยจนถึงสัปดาห์หน้าเพื่อทราบชะตากรรมของนโยบายเศรษฐกิจเรือธงของเขา

 

ศาลยังไม่ระบุว่าจะออกคำวินิจฉัยครั้งถัดไปเมื่อใด แต่มีความเป็นไปได้ว่าจะกำหนดการอ่านคำตัดสินเพิ่มเติมในวันอังคารหรือวันพุธ ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้พิพากษากลับมาพิจารณาคดีอีกครั้ง

 

หุ้นกลุ่มผู้บริโภค เช่น Lululemon Athletica และ Mattel ปรับตัวลดลงจากการที่ยังไม่มีคำตัดสิน ขณะที่ผู้ผลิตเครื่องมือไฟฟ้า Stanley Black & Decker อ่อนแรงลงจากก่อนหน้านี้

 

การไต่สวนเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน บ่งชี้ว่าศาลมีท่าทีสงสัยว่า ทรัมป์มีอำนาจตามกฎหมายปี 1977 ซึ่งให้อำนาจพิเศษแก่ประธานาธิบดีในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน เพียงพอที่จะใช้บังคับมาตรการภาษีดังกล่าวหรือไม่

 

หากศาลตัดสินไม่เป็นคุณต่อทรัมป์ในประเด็นภาษี จะถือเป็นความพ่ายแพ้ทางกฎหมายครั้งใหญ่ที่สุดของเขานับตั้งแต่กลับเข้าสู่ทำเนียบขาว ประเด็นที่อยู่ในการพิจารณาคือมาตรการภาษี “Liberation Day” เมื่อวันที่ 2 เมษายน ซึ่งกำหนดอัตราภาษี 10–50% ต่อสินค้านำเข้าส่วนใหญ่ รวมถึงการเก็บภาษีจากแคนาดา เม็กซิโก และจีน โดยอ้างเหตุผลในการแก้ปัญหาการลักลอบค้ายาเฟนทานิล

 

นอกจากนี้ คำตัดสินที่ไม่เป็นคุณต่อทรัมป์อาจเปิดทางให้มีการคืนเงินภาษีรวมมูลค่ามากกว่า 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับผู้นำเข้าและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ

 

อ้างอิง:

The post ‘กอบศักดิ์’ ไขปม ทำไมประเทศไทยเป็น 1 ใน 75 ประเทศ ที่โดน ‘ทรัมป์’ สั่งระงับพิจารณาวีซ่า สำหรับคนที่จะอพยพย้ายถิ่นฐานเข้าสหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ญี่ปุ่นเผชิญแผ่นดินไหว 7.5 รัฐบาลสั่งอพยพพลเมืองเกือบแสน ผู้เชี่ยวชาญเตือนเสี่ยงเกิดซ้ำใน 1 สัปดาห์ https://thestandard.co/japan-earthquake-7-5-evacuation-risk/ Tue, 09 Dec 2025 03:35:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1152577 ญี่ปุ่นเผชิญแผ่นดินไหว 7.5 รัฐบาลสั่งอพยพพลเมืองเกือบแสน ผู้เชี่ยวชาญเตือนเสี่ยงเกิดซ้ำใน 1 สัปดาห์

ญี่ปุ่นเผชิญเหตุแผ่นดินไหวแมกนิจูด 7.5 นอกชายฝั่งตะวันอ […]

The post ญี่ปุ่นเผชิญแผ่นดินไหว 7.5 รัฐบาลสั่งอพยพพลเมืองเกือบแสน ผู้เชี่ยวชาญเตือนเสี่ยงเกิดซ้ำใน 1 สัปดาห์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ญี่ปุ่นเผชิญแผ่นดินไหว 7.5 รัฐบาลสั่งอพยพพลเมืองเกือบแสน ผู้เชี่ยวชาญเตือนเสี่ยงเกิดซ้ำใน 1 สัปดาห์

ญี่ปุ่นเผชิญเหตุแผ่นดินไหวแมกนิจูด 7.5 นอกชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ ทางการแจ้งเตือนระวังสึนามิสูง 3 เมตร ด้านผู้เชี่ยวชาญระบุให้ระวังเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ภายใน 1 สัปดาห์ ขณะที่รัฐบาลเร่งดูแลประชาชนเกือบแสน ย้ำให้เตรียมพร้อมรับเหตุภัยพิบัติทุกเมื่อ

 

เมื่อคืนนี้ (8 ธันวาคม) เวลา 23:15 น. ตามเวลาท้องถิ่น เกิดเหตุแผ่นดินไหวที่นอกชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ จังหวัดอาโอโมริขนาดแมกนิจูด 7.5 โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น​ (Japan Meteorological Agency: JMA) รายงานว่า แรงสั่นสะเทือนอยู่นอกชายฝั่ง 80 กิโลเมตร มีความลึก 54 กิโลเมตร และมีระดับความรุนแรง 6 จาก 7 ระดับ

 

นอกจากนี้ ยังมีการประกาศเตือนภัยระวังเหตุสึนามิที่อาจสูงถึง 3 เมตร หลังตรวจพบคลื่นสึนามิสูง 0.7 เมตรบริเวณท่าเรือคุจิ จังหวัดอิวาเตะ เช่นเดียวกันกับอาโอโมริ และฮอกไกโดที่พบคลื่นสูง 40 เซนติเมตร โดย 3 ชั่วโมงต่อมา JMA ได้ประกาศลดระดับและยกเลิกคำเตือนสึนามิ แต่ยังคงให้ประชาชนเฝ้าระวังเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงภายใน 1 สัปดาห์

 

สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน รัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้ ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น จัดตั้งหน่วยงานรับมือวิกฤต และทีมฉุกเฉินดูแลประชาชน โดยออกคำสั่งให้ประชาชน 9 หมื่นคนอพยพออกจากพื้นที่ และเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ทุกวัน

 

มิโนรุ คิฮาระ (Minoru Kihara) หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลกำลังรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้บาดเจ็บและความเสียหายต่อทรัพย์สินจากแผ่นดินไหว พร้อมย้ำว่า เป้าหมายหลักของทางการคือการรักษาชีวิตผู้คน

 

ล่าสุดมีรายงานว่า บ้านเรือน 2,700 หลังที่อาโอโมริไร้ไฟฟ้าใช้ และรถไฟชินคันเซ็นสายโทโฮคุได้รับระงับทำการในสถานีโมริโอกะและชินอาโอโมริ ทั้งขาเข้าและขาออก ขณะที่ไม่มีความเสียหายใดๆ ต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในพื้นที่แผ่นดินไหว เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฮิงาชิโดริและโอนากาวะ รวมถึงโรงไฟฟ้าแห่งอื่นทั่วประเทศ

 

ปัจจุบัน NHK รายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นแจ้งเตือนประชาชนว่า มีความเป็นไปได้สูงกว่าปกติที่อาจเกิดเหตุแผ่นดินไหวในญี่ปุ่นตอนเหนือ โดยขอให้พลเมืองที่อาศัยบริเวณชายฝั่งแปซิฟิก ฮอกไกโด และชิบะ เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้ โมริคุโบะ สึคาสะ (Morikubo Tsukasa) ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ญี่ปุ่นอาจเผชิญเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขนาดแมกนิจูด 8 หรือมีความรุนแรงมากกว่านั้น นอกชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศภายใน 1 สัปดาห์

 

ภาพ: Kyodo via Reuters

อ้างอิง:

The post ญี่ปุ่นเผชิญแผ่นดินไหว 7.5 รัฐบาลสั่งอพยพพลเมืองเกือบแสน ผู้เชี่ยวชาญเตือนเสี่ยงเกิดซ้ำใน 1 สัปดาห์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
“มันคือ KPI ที่ต้องไม่มีคนตาย” ผ่าวิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ เมื่อระบบพร้อม แต่ไม่ถูกใช้งาน https://thestandard.co/kpi-no-deaths-south-flood/ Wed, 03 Dec 2025 06:56:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1150989 “มันคือ **KPI** ที่ต้องไม่มีคนตาย” ผ่าวิกฤตน้ำท่วม **ภาคใต้** เมื่อระบบพร้อม แต่ไม่ถูกใช้งาน

“น้ำท่วมคือภัยธรรมชาติ แต่ความสูญเสียคือความล้มเหลวจากก […]

The post “มันคือ KPI ที่ต้องไม่มีคนตาย” ผ่าวิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ เมื่อระบบพร้อม แต่ไม่ถูกใช้งาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
“มันคือ **KPI** ที่ต้องไม่มีคนตาย” ผ่าวิกฤตน้ำท่วม **ภาคใต้** เมื่อระบบพร้อม แต่ไม่ถูกใช้งาน

“น้ำท่วมคือภัยธรรมชาติ แต่ความสูญเสียคือความล้มเหลวจากการบริหารจัดการ และความล้มเหลวของระบบ”

 

คือมุมมองสะท้อนของวิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ครั้งล่าสุด จาก ผศ.ดร. สิตางศุ์ พิลัยหล้า อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยมีโครงสร้างรับมือภัยพิบัติ ที่มาจากบทเรียนครั้งใหญ่จากอุทกภัยปี 2554 แต่เมื่อถึงเวลาจริง กลไกสำคัญกลับไม่ถูกใช้งานอย่างที่ควรจะเป็น

 

ผลลัพธ์ราคาแพงที่ภาคใต้ต้องเผชิญ ไม่ได้มีเพียงภาพน้ำท่วม แต่เป็นชุดความสูญเสียที่สะท้อนการผิดพลาดเชิงระบบ ตั้งแต่ชีวิตคนไปจนถึงโครงสร้างเมือง เหตุการณ์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของฝนที่ตกหนัก แต่คือคำถามต่อทัศนคติและความพร้อมของไทยในการปกป้องชีวิตผู้คนในยามวิกฤต 

 

ไทย ‘ทิ้ง’ ภาคใต้ไว้กลางทาง โครงสร้างมีครบ แต่การขับเคลื่อนสะดุด 

 

ผศ.ดร. สิตางศุ์ระบุว่า ประเทศไทยมีโครงสร้างและการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ โดยมีสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2560 ทำหน้าที่เป็น ‘หัวขบวน’ กำกับดูแลประเด็นด้านน้ำ ทั้งในภาวะปกติและวิกฤต ถือเป็นการถอดบทเรียนครั้งสำคัญจากน้ำท่วมปี 2554 ซึ่งไร้ ‘เจ้าภาพ’ ด้านการบริหารจัดการ 

 

นอกจากนี้ ไทยยังมีเครื่องมือทางกฎหมาย อย่างพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 หรือ ‘พรบ.น้ำ’ ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการกับอุทกภัยในยามวิกฤต ซึ่งกฎหมายดังกล่าวให้อำนาจนายกรัฐมนตรีในการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์และบรรเทาความเสียหายทางน้ำได้

 

สำหรับขั้นตอนการบริหารจัดการ อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์​ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อธิบายว่า ตามปกติแล้ว ต้องมีการประชุมล่วงหน้าภายในกลุ่มอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งอยู่ภายใต้ สทนช. และประกอบด้วยบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เช่น รองเลขาธิการสทนช., ปลัดกระทรวงคมนาคม, กระทรวงเกษตร, อธิบดีสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ, กรมอุตุนิยมวิทยา, กรมสาธารณะป้องกันภัย (ปภ.)

 

ในการประชุมกลุ่มอนุกรรมการฯ บริหารจัดการน้ำ มักเกิดขึ้นก่อนเข้าสู่ฤดูฝนเพื่อประเมินสถานการณ์ โดยใช้ข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นตัวตั้งในการประเมิน เช่น การคาดการณ์ปริมาณน้ำฝน หรือการอัปเดตข้อมูลรายละเอียดทุกเดือน ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดนโยบายร่วมกันในขั้นตอนมา 

 

เมื่อมีการคาดการณ์ว่า ภูมิภาคใดมีแนวโน้มสูงที่จะเกิดภัยพิบัติ ก็จะมีการตั้งศูนย์ส่วนหน้าในพื้นที่นั้น โดยส่วนกลางต้องทำงานร่วมกับมีหน่วยงานระดับท้องถิ่น ขณะที่ระดับจังหวัดก็มีการเตรียมความพร้อม เช่น การซ้อมรับมือภัยพิบัติ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การจัดตั้งศูนย์อพยพ การส่งข้าว-น้ำ และเส้นทางอพยพ  

 

โครงสร้างเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด ซึ่งที่ผ่านมา ได้รับมือสถานการณ์ในภาคอีสานและภาคกลางแล้ว แต่ ผศ.ดร.สิตางศุ์ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือ การ ‘ทิ้ง’ ภาคใต้ไว้กลางทาง คือ ไม่มีการตั้งศูนย์ส่วนหน้ารอ และไม่มีการประเมินสถานการณ์ให้

 

“ถ้าอยู่ในสถานการณ์ปกติ พอรู้ว่า เข้าหน้าฝน จังหวัดก็ต้องรู้แล้ว มันเป็นฤดูกาลของ ปภ. ที่ต้องเอาแผนออกมาซักซ้อมก่อนจะเข้าสู่หน้าฝน มีอะไรก็ต้องคลี่ออกมา เช่น ศูนย์อพยพอยู่ตรงไหน แล้วเกิดเหตุขึ้นจะส่งข้าวส่งน้ำอย่างไร เส้นทางอพยพเป็นอย่างไร

 

“หลังตอนเกิดเหตุสึนามิ เราเคยซ้อมกันอย่างแบบแข็งขันมากเลย แต่พอเวลาไป แผนก็คือแผน แล้วก็ยังมีคำถามว่า ตกลงเราได้ซ้อมกันจริงหรือเปล่า” ผศ.ดร.สิตางศุ์ตั้งคำถาม

 

รับมือภัยพิบัติไม่ใช่เรื่องเสี่ยงดวง แต่ต้องตั้ง KPI ที่ไม่มีผู้สูญเสีย

 

“น้ำท่วมคือภัยธรรมชาติ แต่ความสูญเสียคือความล้มเหลวจากการบริหารจัดการ และความล้มเหลวของระบบ”

 

ผศ.ดร.สิตางศุ์อธิบาย การจัดการภัยพิบัติธรรมชาติไม่ใช่เรื่องของการเสี่ยงดวง แม้จะมีกรณีเทียบเคียงกับสถานการณ์ในต่างประเทศ เช่น เหตุน้ำท่วมญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ ซึ่งเธอก็ยอมรับว่า ปัจจัยทางธรรมชาติคือสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ และวิกฤตโลกเดือดก็มีแต่จะเกิดขึ้นถี่และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

 

แต่สิ่งที่ต้องยอมรับ คือ ความสูญเสียครั้งนี้เกิดจากความล้มเหลวจากการบริหารจัดการและระบบ ซึ่งข้องเกี่ยวกับ ‘ทัศนคติ’ ของประเทศนั้นๆ เช่นในกรณีหลายประเทศ การรับมือสถานการณ์ดังกล่าว เปรียบเสมือนการทำ ‘สงคราม’ และมีการตั้งตัวชี้วัด หรือ KPI ชัดเจนว่า ต้องไม่มีคนตาย และทุกคนต้องรอด ซึ่งเป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่สุดในการจัดการวิกฤต

 

“ทัศนคติของพวกเขา คือ การรับมือภัยพิบัติที่จะทำให้เกิดภาวะวิกฤตกับประเทศ มันคือการทำสงคราม เราต้องเอาชนะ มันคือ KPI ที่ต้องไม่มีคนตาย”

 

“สิ่งที่เราทำคือการ ‘เสี่ยงดวง’ ว่า ภัยพิบัติจะมาทางไหน เพราะการคาดการณ์เราก็แม่นบ้างไม่แม่นบ้าง ซึ่งก็เป็นปัญหาอยู่แล้ว เมื่อมันเกิดขึ้นก็เสี่ยงดวงเอา การเตรียมการก็เตรียมระดับหนึ่ง แต่ที่เหลือคือเสี่ยงดวง คือไปแก้ปัญหาหน้างาน ทั้งๆ ที่เรามีแผนลุ่มน้ำ ปภ.มีแผนรับมือภัยพิบัติระดับจังหวัด”

 

ผศ.ดร.สิตางศุ์อธิบายต่อว่า เมื่อมีเป้าหมาย คือ ทำอย่างไรก็ได้ให้ไม่มีคนตาย สิ่งที่ตามมาคือรัฐจะทำทุกอย่างเพื่อให้ประชาชน ‘ตระหนก’ จนถึงขั้นต้องย้ายออก ซึ่งนี่คือหนึ่งในขั้นตอนการประเมินและเตรียมการสถานการณ์ภายใต้วิกฤตร้ายแรง (Worst Case Scenario) ถึง 4 ข้อ

 

  1. การจัดการคน เช่น การอพยพ การดูแลคนติดค้าง การส่งข้าวส่งน้ำ หรือการช่วยเหลือออกมา

 

  1. การจัดหาข้าวของที่จำเป็นสำหรับการยังชีพ หรือการเตรียมพร้อมในแคมป์อพยพ เช่น อาหาร น้ำ ส้วม ฟูก หรือที่นอน โดยเฉพาะของที่ใช้ได้ต้องเตรียมไว้ก่อน

 

  1. สถานการณ์น้ำ เป็นการจัดการเพื่อคลี่คลายสถานการณ์น้ำ เช่น การเร่งสูบ หรือการคาดการณ์ระยะเวลาที่ธรรมชาติจะคลี่คลายด้วยตนเอง

 

  1. ข้อมูลข่าวสาร หรือการเผยแพร่ข้อมูลที่ชัดเจนและถูกต้องออกไป

 

ผศ.ดร.สิตางศุ์เปรียบเทียบกรณีใกล้เคียงการรับมือภัยพิบัติอย่างมาเลเซีย ที่เผชิญสถานการณ์น้ำท่วมเหมือนกันว่า สิ่งที่เห็นได้ชัด คือ มาเลเซียมีผู้เสียชีวิตน้อยกว่าไทย และสามารถอพยพได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทุกอย่างเริ่มตั้งแต่ระบบ เช่น การจับสัญญาณฝน และการเตือนภัย 3 วันล่วงหน้า (3 Days Alert) 

 

“ถามว่า ประเทศไทยไม่มีโมเดลแบบนี้หรือ มีสิ ทุกวันนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์อากาศได้ 3-7 วัน เรายังมีฝนเรดาร์ที่คาดการณ์ได้ 3 ชั่วโมงอย่างแม่นยำอีก แต่พอได้ข้อมูลมา เราประเมินสถานการณ์ต่อหรือเปล่า”

 

อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรน้ำมองว่า การที่รัฐปล่อยให้เกิดเหตุน้ำท่วมรอบที่ 2 ในภาคใต้ ถือเป็นเรื่องที่ ‘ให้อภัยไม่ได้’ และขณะนี้ คนในพื้นที่ยังรู้สึกตกใจอยู่ พร้อมกับตั้งคำถามว่า ฝนจะมาอีกหรือไม่ ซึ่งตอนนี้ ผศ.ดร.สิตางศุ์ระบุว่า นี่เป็นเพียง ‘ฝนแรก’ ของภาคใต้เท่านั้น และยังต้องจับตาดูสถานการณ์ในเดือนธันวาคม-มกราคมต่อไป

 

มองสถานการณ์ฟื้นฟูภาคใต้หลังน้ำท่วม รัฐต้องทำอย่างไร

 

“ตอนนี้แค่ขอโทษยังไม่พอ การขอโทษอาจจะคลี่คลายอารมณ์ได้นิดเดียว แต่รัฐบาลต้องรู้ก่อนว่า ตัวเองบกพร่องเรื่องไหน” 

 

ผศ.ดร.สิตางศุ์มองว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องทำต่อไป คือ การรับมือสถานการณ์ในเดือนธันวาคม-มกราคม เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และต้องเอาจริงเอาจังกับการตั้ง KPI ที่ต้องไม่มีผู้เสียชีวิต ขณะที่ต้องหลีกเลี่ยงนำ ‘การเมือง’ มายุ่งเกี่ยวกับประเด็นความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และให้ ‘มืออาชีพ’ ทำงาน

 

สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันที่อยู่ในช่วงฟื้นฟู ผศ.ดร.สิตางศุ์ระบุว่า ต้องครอบคลุมในเรื่องการจัดการคน ทั้งกรณีเสียชีวิต, ติดค้าง หรือเยียวยาชดเชย หรือการจัดการทรัพยากร เช่น สิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต หรือปัญหา ‘ขยะ’ ก็เป็นเรื่องที่รัฐเพิกเฉยไม่ได้ ซึ่งกลุ่มอาสาและภาคประชาสังคมที่นำโดย สมบัติ บุญงามอนงค์ ร่วมกับ ThaiPBS ก็ได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว

 

ขณะเดียวกัน เรื่องการฟื้นฟูจิตใจก็เป็นสิ่งที่เพิกเฉยไม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประสบภัย ซึ่งรัฐต้องเตรียมการ และใช้บุคลากรจำนวนมาก

 

ภาพ: KARIT CHAUI-AKSORN

The post “มันคือ KPI ที่ต้องไม่มีคนตาย” ผ่าวิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ เมื่อระบบพร้อม แต่ไม่ถูกใช้งาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระทรวงการต่างประเทศเปิดแนวทางช่วยเหลือชาวต่างชาติ ในสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ https://thestandard.co/mfa-assists-foreigners-south-flood/ Thu, 27 Nov 2025 02:50:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1148284 กระทรวงการต่างประเทศ เปิด แนวทางช่วยเหลือชาวต่างชาติ ในสถานการณ์น้ำท่วม ภาคใต้

กระทรวงการต่างประเทศสรุปสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ พร้อมแนว […]

The post กระทรวงการต่างประเทศเปิดแนวทางช่วยเหลือชาวต่างชาติ ในสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระทรวงการต่างประเทศ เปิด แนวทางช่วยเหลือชาวต่างชาติ ในสถานการณ์น้ำท่วม ภาคใต้

กระทรวงการต่างประเทศสรุปสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ พร้อมแนวทางให้ความช่วยเหลือชาวต่างชาติในประเทศไทย เผยประสานงานกับทางการมาเลเซีย และมีการจัดศูนย์บัญชาการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำการตลอด 24 ชั่วโมง

 

เมื่อวานนี้ (26 พฤศจิกายน) กระทรวงการต่างประเทศสรุปการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ โดยเปิดแนวทางให้ความช่วยเหลือชาวต่างชาติในประเทศไทยดังต่อไปนี้

 

1. การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้

  • กระทรวงการต่างประเทศขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนในอำเภอหาดใหญ่และทุกจังหวัดในภาคใต้ที่กำลังเผชิญสถานการณ์วิกฤตน้ำท่วมฉับพลันและได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงในช่วงหลายวันที่ผ่านมา และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวผู้เสียชีวิต

 

  • นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเลื่อนกำหนดการเดินทางเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เพื่ออยู่ดูแลสถานการณ์และติดตามการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มที่

 

  • นอกจากคนไทยที่ได้รับผลกระทบอย่างมากแล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวอีกจำนวนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย ซึ่งขณะนี้ มีประมาณ 4,200 คน โดยกระทรวงฯ ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายมาเลเซีย ในการให้ความช่วยเหลือและอพยพนักท่องเที่ยวมาเลเซียคู่ขนานไปกับการช่วยเหลือคนไทย และจะประสานกับฝ่ายมาเลเซียในการจัดการให้เดินทางกลับประเทศในห้วงสถานการณ์ที่เหมาะสมต่อไป

 

  • หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประสานงานกับเทศบาลนครหาดใหญ่ ในการจัดตั้งศูนย์บัญชาการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อเป็นจุดรวมข้อมูลและการประสานขอความช่วยเหลือ โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำตลอด 24 ชั่วโมง

 

  • กระทรวงการต่างประเทศขอเอาใจช่วยและส่งกำลังใจให้คนไทยและนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์วิกฤตครั้งนี้ และหวังว่า สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

 

ภาพ: WEERAPONG NARONGKUL / Reuters

The post กระทรวงการต่างประเทศเปิดแนวทางช่วยเหลือชาวต่างชาติ ในสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พีระพันธุ์แปลกใจหน่วยงานรัฐเข้าไม่ถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ https://thestandard.co/peeraphan-govt-fail-southern-flood-relief/ Wed, 26 Nov 2025 10:48:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1148082 พีระพันธุ์ แปลกใจ หน่วยงานรัฐ เข้าไม่ถึง ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ภาคใต้

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวห […]

The post พีระพันธุ์แปลกใจหน่วยงานรัฐเข้าไม่ถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พีระพันธุ์ แปลกใจ หน่วยงานรัฐ เข้าไม่ถึง ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ภาคใต้

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (25 พฤศจิกายน) ตนเองพร้อมด้วยคณะผู้บริหารพรรครวมไทยสร้างชาติได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนพี่น้องชาวภาคใต้ที่กำลังประสบภาวะน้ำท่วมฉับพลันอย่างรุนแรงมากในปีนี้ โดยได้ลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง

 

เดิมตั้งใจว่าจะไปทั้งที่หาดใหญ่และพัทลุง แต่ทีมงานในพื้นที่หาดใหญ่แจ้งว่าพื้นที่และเส้นทางถูกกระแสน้ำตัดขาดด้วย พื้นที่เดิมที่จะไปเปิดโรงครัวถูกน้ำท่วมหมดแล้ว จึงต้องปรับแผนการลงพื้นที่

 

พีระพันธุ์ขอบคุณทีมครูแหม่ม อุไรวรรณ และชาวเลิศคณิตจากฝั่งสงขลาผู้สนับสนุนพรรครวมไทยสร้างชาติที่อยู่ในพื้นที่สงขลา ช่วยกันอย่างเต็มที่อาสาจัดตั้งโรงครัวทำอาหารแทนที่ทีมงานพรรคไปก่อน โดยทำอาหารที่สามารถรับประทานได้ทันทีและของเก็บไว้ได้โดยไม่บูดเสียเผื่อไว้สำหรับมื้อต่อๆ ไป ส่งให้หน่วยงานเข้าไปแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนที่แม้จะอยากอพยพออกจากพื้นที่ แต่ยังออกมาไม่ได้

 

พีระพันธุ์ระบุว่า ทีมงานพรรครวมไทยสร้างชาติโดยเฉพาะ ชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค ช่วยกันระดมจัดหาเรือเข้าไปช่วยอพยพคนอย่างเร่งด่วนนอกเหนือจากการสนับสนุนปัจจัยให้ทีมอาสาสมัครที่เข้าไปถึงก่อนหน้านี้แล้วบางส่วนเพื่อเพิ่มกำลังความสามารถของทุกภาคส่วนที่จะบรรเทาทุกข์ให้พี่น้องที่ประสบภัยความเดือดร้อนในขณะนี้อย่างเต็มที่

 

“ผมได้ติดตามสถานการณ์การอพยพที่หาดใหญ่แต่แปลกใจว่าส่วนใหญ่จะเห็นแต่จิตอาสาและทีมกู้ภัยเอกชน ชาวบ้านอพยพไปอยู่บนหลังคาคอยจ้องมองเรือที่ผ่านมาเพื่อตะโกนขอความช่วยเหลือ เรือที่ผ่านมาได้ยินบ้างไม่ได้ยินบ้าง แปลกใจที่ว่าแทบจะไม่เห็นข่าวความเคลื่อนไหวในส่วนนี้จากภาครัฐ”

 

พีระพันธุ์ระบุด้วยว่า แปลกใจว่าเราใช้เฮลิคอปเตอร์นำอาหารไปหย่อนให้ประชาชน แต่ทำไมไม่เห็นมีบินตรวจหาคนติดค้าง แล้วแจ้งประสานหน่วยทหารหรือจังหวัดให้นำเรือเข้าไปอพยพคนตามจุดต่างๆ นั้น

 

พีระพันธุ์ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า มีการประกาศให้ประชาชนอพยพแต่ไม่เห็นบอกว่าอพยพอย่างไรและให้ไปที่ไหน เขาจะอพยพกันได้อย่างไรและวิธีใด จนวันนี้ยังติดอยู่เป็นจำนวนมาก มีผู้ประสบภัยและญาติพี่น้องโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือมาที่พรรคเป็นจำนวนมาก เราก็ได้แจ้งต่อไปยังศูนย์ฯและเครือข่ายต่างๆ ที่พอจะทำได้

 

พีระพันธุ์ยังเปิดเผยว่า เมื่อได้ลงพื้นที่ตำบลควนขนุน อำเภอควนขนุน พบปะมอบถุงยังชีพของพรรคให้ชาวบ้าน ได้ยินจากชาวบ้านว่ามีแต่ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เข้ามาดูแล และเมื่อไปลงพื้นที่ต่อที่บ้านปากคลองเก่า ตำบลมะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน ทราบว่ามีประชาชนติดค้างในพื้นที่เป็นจำนวนมาก วิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ. พัทลุง ซึ่งเป็นรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติด้วย และ นิติศักดิ์ ธรรมเพชร สส. พัทลุง พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ร่วมเดินทางไปด้วยกัน ไปถึงปรากฎว่าน้ำยังท่วมสูงตั้งแต่ระดับสะโพกถึงยอดอก ต้องเดินลุยน้ำกันเข้าไป แต่มีคนแก่กับคนป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถออกมารับสิ่งของได้และบ้านพักอยู่ลึกเข้าไปอีกประมาณ 7 หลัง

 

พีระพันธุ์ได้ตัดสินใจพาคณะลุยน้ำเข้าไปเยี่ยมให้กำลังใจและนำสิ่งของไปมอบให้คนแก่และผู้ป่วยติดเตียงเหล่านั้นด้วยตัวเอง

 

“พวกเขาดีใจที่มีคนเข้ามาช่วย และบอกว่าผมกับท่านนายก อบจ. และ สส.นิติศักดิ์ เป็นคณะแรกที่เข้ามา ทำให้ผมประหลาดใจว่าภาครัฐหายไปไหนกันหมด”

 

พีระพันธุ์ระบุว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ การบูรณาการทุกภาคส่วนมีความจำเป็นอย่างยิ่งภายใต้การสั่งการตามข้อมูลข้อเท็จจริงในทิศทางเดียวกัน ภาครัฐโดยเฉพาะทางจังหวัดแต่ละจังหวัดต้องเร่งระดมช่วยเหลืออย่างจริงจัง

The post พีระพันธุ์แปลกใจหน่วยงานรัฐเข้าไม่ถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภราดร นั่งหัวโต๊ะ ศป.กฉ. นัดแรก ย้ำเป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูล แบ่งโซน-ส่งต่อ ส่วนหน้า ผบ.ทสส. คุมทัพ https://thestandard.co/pharadon-command-center-meeting-deployment/ Wed, 26 Nov 2025 04:12:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1147757 ภราดร นั่งหัวโต๊ะ ศป.กฉ. นัดแรก ย้ำเป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูล แบ่งโซน-ส่งต่อ ส่วนหน้า ผบ.ทสส. คุมทัพ

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) เวลา 10.00 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ […]

The post ภราดร นั่งหัวโต๊ะ ศป.กฉ. นัดแรก ย้ำเป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูล แบ่งโซน-ส่งต่อ ส่วนหน้า ผบ.ทสส. คุมทัพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภราดร นั่งหัวโต๊ะ ศป.กฉ. นัดแรก ย้ำเป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูล แบ่งโซน-ส่งต่อ ส่วนหน้า ผบ.ทสส. คุมทัพ

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) เวลา 10.00 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) กล่าวก่อนการประชุมปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย ครั้งที่ 1/2568 ว่า ขอใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนเวลาการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ปฏิบัติงานส่วนหน้าและส่วนหลังที่ทำเนียบรัฐบาล

 

ทั้งนี้ ก่อนที่จะให้หน่วยงานได้รายงานสถานการณ์นั้น ตนเองขอแจ้งแนวทางการทำงานของศูนย์ให้ทุกท่านทราบตรงกันว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยนี้ จะทำหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลที่ได้รับร้องเรียนมาทั้งหมดจากทุกช่องทาง รวมถึงรวบรวมข้อมูลและประเมินผลประมวลผลที่ทำเนียบรัฐบาล และจะมีการแบ่งสีให้กับหน่วยงานหน้างานให้ปฏิบัติงานได้คล่องตัวมากขึ้น โดยจะแบ่งเป็นสองสีคือ สีแดงและสีเหลือง

 

สีแดง หมายถึง ผู้ที่จำเป็นต้องอพยพโดยด่วน เช่น ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ต้องได้รับการรักษาพยาบาลโดยด่วน ส่วนสีเหลือง คือ เป็นผู้ที่สามารถพักอาศัยอยู่ในบ้านได้ เช่น บ้านชั้นหนึ่งท่วมสามารถพักอาศัยอยู่ในชั้นสอง แต่ไม่สามารถที่จะออกจากบ้านได้ ยังต้องการอาหาร เครื่องดื่ม และของใช้สิ่งจำเป็น

 

ทั้งนี้ ทาง ศป.กฉ. จะมีการจำแนกสีไปให้และมีการส่งข้อมูลอย่างเรียลไทม์ โดยจะส่งข้อมูลไปที่หน่วยหน้า ซึ่งมีผู้บัญชาการทหารสูงสุดบัญชาการที่หน้างาน และมีการแบ่งโซนที่รับผิดชอบไปแล้วว่าหน่วยงานใดจะเป็นผู้รับผิดชอบในพื้นที่ใด โดยทางทำเนียบรัฐบาลจะมีการส่งข้อมูลให้กับส่วนหน้าตามที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้นำข้อมูลส่วนกลางนี้ไปจัดการกำลังพลและให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนตามที่ได้แจ้งมา

 

ขณะที่ สุรพงษ์ สารปะ ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานในที่ประชุม ว่า วันที่ 22 พฤศจิกายน มีปริมาณฝนตกมากที่สุดในจังหวัดสงขลา ซึ่งเมื่อวานนี้ (25 พฤศจิกายน) ปริมาณฝนโดยรวมลดลงเหลือ 202.8 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่สถานการณ์ล่าสุด เรดาร์ตรวจอากาศพบว่ามีปริมาณฝนตกปานกลางในขณะนี้ และมีแนวโน้มฝนลดลง รวมถึงหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนไปทางทะเลอันดามัน ประกอบกับมีพายุโซนร้อนโคโตะ ซึ่งเป็นผลดีต่อประเทศไทย เนื่องจากกลุ่มเมฆในจะถูกดูดไปที่ตาพายุ และทำให้ฝนตกในทะเลจีนใต้

 

ก่อนหน้านั้น ภราดร ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย ครั้งที่ 1/2568 ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ว่าขณะนี้เริ่มบริหารจัดการข้อมูลแล้ว โดยทีมงานหลังบ้านของศูนย์ปฏิบัติการฯ อยู่ระหว่างเตรียมข้อมูลที่ประชาชนร้องเรียนมาและคัดกรองข้อมูล พร้อมประสานไปยังส่วนท้องถิ่นว่าในส่วนที่รับผิดชอบมีผู้ประสบภัยอยู่เท่าใด เพื่อส่งต่อไปยังศูนย์บัญชาการส่วนหน้า ที่มี พล.อ. อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า หรือ ศป.กฉ.ส่วนหน้า

 

ภราดรกล่าวอีกว่า ในวันนี้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดจะมีการแบ่งโซนที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน จากนั้นจะแจ้งให้ทราบว่าแต่ละโซนใครเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งจะทำให้เราทราบว่าจะต้องประสานงานอะไรกับใคร ขณะเดียวกันก็จะมีการประสานกับทางกองทัพในการขอโดรนเพื่อลำเลียงอาหารไปยังจุดที่เรือหรือรถไม่สามารถเข้าถึงได้

 

นอกจากนี้ พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ยังได้ประจำการอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ เพื่อรอรับสิ่งของบริจาคจากประชาชน พร้อมประสานไปยังกองทัพอากาศ เพื่อนำเครื่องบิน C-130 ส่งสิ่งของจำเป็นไปในพื้นที่ อาทิ เจ็ทสกี และ เรือยนต์ เป็นต้น โดยแต่ละวันจะมีทั้งหมด 5 เที่ยวบินด้วยกัน

 

ขณะที่ ศูนย์พักพิงใหญ่ ซึ่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์นั้น ปัจจุบันมีประชาชนเข้าพักเป็นจำนวนมากจึงต้องการข้าวของเครื่องใช้เพิ่มเติม แต่สิ่งที่จำเป็นและขาดแคลนมากที่สุดขณะนี้คือเรือท้องแบน เจ็ทสกี และคนขับ ฉะนั้นเชื่อว่ายิ่งมีมากเท่าใดก็จะยิ่งสามารถช่วยคนได้มากเท่านั้น รัฐบาลจึงได้ติดต่อไปยังนายกสมาคมประมงจังหวัดสงขลาด้วย เพราะมีเรือประมงหางยาวที่สามารถเข้าพื้นที่ได้หลาย 100 ลำ แต่ต้องยอมรับว่าสถานการณ์เปลี่ยน เพราะทั้งตัวเมืองสงขลาและอำเภอสิงหนครกำลังจะกลายเป็นพื้นที่ประสบภัยแทน ทำให้เรือที่ประสานไว้อาจจะต้องช่วยเหลือตัวเองอยู่ในพื้นที่ก่อน

 

ส่วนฝ่ายปฏิบัติต้องฟังคำสั่งจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ภราดร กล่าวว่า ใครช่วยได้ก็ช่วย เชื่อว่าใครอยู่ส่วนใดก็จะแบ่งโซนกันไป ร.อ.ธรรมนัสก็อยู่หน้างานมาวันที่ 3 แล้ว ซึ่งก็ได้เข้าไปช่วยเหลือหลายเคส

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าสรุปแล้ว ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่จะต้องฟังคำสั่งการจากใคร ภราดร กล่าวว่า อย่าถามเรื่องการเมืองเลย ทุกคนทำงานเพื่อช่วยประชาชน อย่าแบ่งว่าร.อ.ธรรมนัส หรือ ผบ.ทสส. ทุกคนมีบทบาทหน้าที่ ยืนยันว่าไม่สับสน ทุกคนมีการสั่งการที่ถูกต้อง

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของรัฐบาลเรื่องแผนอพยพที่เริ่มมีผู้เสียชีวิตรอความช่วยเหลือไม่ไหว ภราดรระบุว่า ตนเข้าใจและกำลังเร่งรัดดำเนินการ ศูนย์ฯนี้เพิ่งตั้งขึ้นมาเมื่อช่วงบ่ายของเมื่อวาน (25 พฤศจิกายน) หลังจากมีมติของคณะรัฐมนตรีประกาศสภาวะฉุกเฉิน และทางร.อ.ธรรมนัส และผบ.ทสส. ก็ได้เดินทางไป และทุกภาคส่วนก็ลงไปอยู่ในพื้นที่หมดแล้ว

 

ส่วนประชาชนจะมีความหวังในระบบการช่วยเหลือหรือไม่ ภราดรกล่าวว่า เชื่อว่าเรื่องนี้ วันนี้เห็นระบบชัดเจน คัดกรองข้อมูลได้รวดเร็ว เพื่อที่ส่งไปส่วนหน้า ระดมทุก สรรพกำลังไปช่วยเหลือประชาชนที่ยังติดอยู่ และต้องเร่งอพยพผู้สูงอายุและผู้ป่วย ส่วนคนที่ยังสามารถดูแลตัวเองได้ ก็จะส่งเป็นอาหารและเครื่องดื่ม ให้ประทังชีวิต

 

ส่วนการรวบรวมข้อมูลตอนนี้สามารถกางเป็นแผนที่ได้เลยหรือไม่ เพราะมีหลายพื้นที่ขาดการติดต่อ ภราดร กล่าวว่า ในส่วนหน้าได้แบ่งโซนกันแล้ว ซึ่งจะรับข้อมูลจากฐานนี้ แล้วนำของจำเป็นเข้าไปให้รวมถึงอพยพคนออกมา

 

ส่วนขณะนี้ที่น้ำเริ่มท่วมศูนย์พักพิงนั้น มีการจัดหาพื้นที่เพิ่มหรือไม่ ภราดร ระบุว่า เชื่อว่าหน้างานเห็น และกำลังเร่งหาศูนย์พักพิงเพิ่มเติมอยู่

 

สำหรับแผนรับมือในตัวเมืองสงขลาที่น้ำกำลังจะไปถึง มีการเตรียมพร้อมมากน้อยเพียงใด เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยในอำเภอหาดใหญ่ ภราดร กล่าวว่า จริงๆไม่ใช่แค่จังหวัดสงขลา ที่จังหวัดพัทลุงหรือจังหวัดสตูลเอง ก็เริ่มหนักเหมือนกัน เมื่อวานได้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด และสส. หลายคนในจังหวัด พยายามประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนอพยพออกมาจากในพื้นที่ การช่วยเหลือจะได้รวมอยู่ที่ศูนย์อพยพ ไม่ต้องเข้าไปตามบ้านเหมือนที่หาดใหญ่ ก็ใช้หาดใหญ่เป็นบทเรียน ซึ่งทางจังหวัดเองก็ได้เตรียมพื้นที่อพยพ

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วนของแพทย์และโรงพยาบาลที่ยังมีปัญหาอยู่ได้รับการรายงานอย่างไรบ้าง ภราดรกล่าวว่า ตัวเลขข้อมูลในการแบ่งเคสผู้ป่วยขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ ซึ่งเมื่อคืนตอนดึกตนได้สอบถามไปที่ พัฒนา พร้อมพัฒน์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแล้ว

 

ทั้งนี้ ในส่วนของไฟฟ้าที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ ก็ได้ประสานงานกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และเข้าไปจั้มไฟเรียบร้อยแล้ว ส่วนเคสที่จำเป็นต้องอพยพและเคลื่อนย้าย เมื่อวานเข้าใจว่าเคลื่อนย้ายได้ 80% แล้ว ซึ่งจะเคลื่อนย้ายไปที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คาดว่าวันนี้ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องย้ายจริงๆ จะย้ายได้ทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตามเมื่อวานทางกรมฝนหลวงก็ได้คนทั้งออกซิเจนไปเพิ่มที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ ซึ่งในวันนี้ พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ก็จะประสานงานคนทางออกซิเจนไปเพิ่มด้วยเช่นกัน

The post ภราดร นั่งหัวโต๊ะ ศป.กฉ. นัดแรก ย้ำเป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูล แบ่งโซน-ส่งต่อ ส่วนหน้า ผบ.ทสส. คุมทัพ appeared first on THE STANDARD.

]]>