การวิ่งมาราธอน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/การวิ่งมาราธอน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 02 Jun 2026 11:48:28 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 160 นักวิ่ง 40 ลู่ 24 ชั่วโมง กับอัลตรามาราธอนบนลู่วิ่งครั้งแรกของโลก https://thestandard.co/ultramarathon-treadmill-world-first/ Tue, 02 Jun 2026 11:48:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1214037 นักวิ่งหลายคนกำลังวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าภายในโรงงานเก่าที่ถูกดัดแปลงเป็นสถานที่จัดการแข่งขันอัลตรามาราธอน

Arc Project จัดการแข่งขันที่เชื่อว่าเป็น “อัลตรามาราธอน […]

The post 160 นักวิ่ง 40 ลู่ 24 ชั่วโมง กับอัลตรามาราธอนบนลู่วิ่งครั้งแรกของโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักวิ่งหลายคนกำลังวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าภายในโรงงานเก่าที่ถูกดัดแปลงเป็นสถานที่จัดการแข่งขันอัลตรามาราธอน

Arc Project จัดการแข่งขันที่เชื่อว่าเป็น “อัลตรามาราธอนบนลู่วิ่ง 24 ชั่วโมง” ครั้งแรกของโลก ภายในโรงงานผลิตรถถังสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ถูกดัดแปลงเป็นพื้นที่จัดงานในนอร์ทลอนดอน

 

การแข่งขันได้รับการสนับสนุนจาก Nike โดยมีนักวิ่ง 160 คน แบ่งเป็น 40 ทีม ทีมละ 4 คน ผลัดกันวิ่งบนลู่วิ่งตลอด 24 ชั่วโมง ก่อนทำระยะทางรวมกันได้ถึง 9,097.3 กิโลเมตร

 

ระยะทางดังกล่าวเกือบเทียบเท่าการเดินทางจากสหราชอาณาจักรไปยังประเทศญี่ปุ่น ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในห้องเดียวโดยไม่ต้องก้าวออกไปวิ่งภายนอก

 

หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของการแข่งขันคือ ทุกทีมต้องมีนักวิ่งหญิง 2 คน และนักวิ่งชาย 2 คน เพื่อรักษาสัดส่วนการมีส่วนร่วมของทั้งสองเพศในอัตรา 50:50 ตามแนวทางที่ Arc Project กำหนด

 

สำหรับทีมที่คว้าแชมป์คือ Salty Boys AC ซึ่งทำระยะทางรวมได้ 286.08 กิโลเมตร ตลอดการแข่งขัน 24 ชั่วโมง

 

ภาพ: Arcproject / instagram

 

นักวิ่งหลายคนกำลังวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าภายในโรงงานเก่าที่ถูกดัดแปลงเป็นสถานที่จัดการแข่งขันอัลตรามาราธอน 1นักวิ่งหลายคนกำลังวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าภายในโรงงานเก่าที่ถูกดัดแปลงเป็นสถานที่จัดการแข่งขันอัลตรามาราธอน 2นักวิ่งหลายคนกำลังวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าภายในโรงงานเก่าที่ถูกดัดแปลงเป็นสถานที่จัดการแข่งขันอัลตรามาราธอน 3นักวิ่งหลายคนกำลังวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าภายในโรงงานเก่าที่ถูกดัดแปลงเป็นสถานที่จัดการแข่งขันอัลตรามาราธอน 4นักวิ่งหลายคนกำลังวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าภายในโรงงานเก่าที่ถูกดัดแปลงเป็นสถานที่จัดการแข่งขันอัลตรามาราธอน 5นักวิ่งหลายคนกำลังวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าภายในโรงงานเก่าที่ถูกดัดแปลงเป็นสถานที่จัดการแข่งขันอัลตรามาราธอน 6นักวิ่งหลายคนกำลังวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าภายในโรงงานเก่าที่ถูกดัดแปลงเป็นสถานที่จัดการแข่งขันอัลตรามาราธอน 7นักวิ่งหลายคนกำลังวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าภายในโรงงานเก่าที่ถูกดัดแปลงเป็นสถานที่จัดการแข่งขันอัลตรามาราธอน 8

The post 160 นักวิ่ง 40 ลู่ 24 ชั่วโมง กับอัลตรามาราธอนบนลู่วิ่งครั้งแรกของโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
VING รองเท้าแตะวิ่งมาราธอนไทย ปั้นนวัตกรรมจากอีสานสู่เวทีโลกได้อย่างไร https://thestandard.co/ving-thai-marathon-sandals/ Sat, 16 May 2026 12:00:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1207870 ภาพ VING รองเท้าแตะวิ่งมาราธอนไทย ที่ปั้นนวัตกรรมจากภาคอีสานสู่ตลาดโลก

VING คือแบรนด์รองเท้าแตะมาราธอนสัญชาติไทยที่ทลายกรอบวงก […]

The post VING รองเท้าแตะวิ่งมาราธอนไทย ปั้นนวัตกรรมจากอีสานสู่เวทีโลกได้อย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ VING รองเท้าแตะวิ่งมาราธอนไทย ที่ปั้นนวัตกรรมจากภาคอีสานสู่ตลาดโลก

VING คือแบรนด์รองเท้าแตะมาราธอนสัญชาติไทยที่ทลายกรอบวงการวิ่งจนก้าวไปถึงจุดที่นักวิ่งชาวเคนยาใส่คว้าแชมป์มาแล้ว เรื่องราวของคุณเวย์ วาที วิเชียรนิตย์ พิสูจน์ให้เห็นว่าความสำเร็จระดับโกลบอลไม่ได้ผูกขาดไว้ที่เมืองหลวง หากแบรนด์กล้าหยิบปัญหาระดับโลกมาแก้ด้วยนวัตกรรมและวิถีสตาร์ทอัป ธุรกิจจากภูมิภาคก็สามารถสยายปีกไปปักธงไกลถึงเวทีสากลได้อย่างเต็มภาคภูมิ

 

🟡 VING เกิดขึ้นมาจากอะไร

 

นวัตกรรมนี้เกิดจากการเปลี่ยนความเจ็บปวดส่วนตัวให้กลายเป็นโจทย์ทางธุรกิจที่ท้าทาย

 

ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่คุณเวย์ วาที อดีตโปรแกรมเมอร์ไปลงแข่งขันวิ่งมาราธอนที่จังหวัดบุรีรัมย์ เขาต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บจากรองเท้าผ้าใบบีบเท้าจนไม่สามารถวิ่งต่อได้ ท้ายที่สุดต้องแวะซื้อรองเท้าแตะราคา 79 บาทข้างทางมาใส่จนจบเรซ ประสบการณ์เลวร้ายในวันนั้นจุดประกายคำถามสำคัญว่าทำไมรองเท้าแตะถึงใส่วิ่งไม่ได้ เขาจึงนำกรอบความคิดแบบโปรแกรมเมอร์ที่ชอบแก้บั๊กระบบมาประยุกต์ใช้กับการออกแบบรองเท้า เพื่อลบความทรมานของนักวิ่งให้กลายเป็นนวัตกรรมที่พลิกหน้าประวัติศาสตร์วงการกีฬา

 

🟡 พลิกเกมสู่ระดับประเทศ สไตล์สตาร์ตอัปทุนน้อย

 

ปัญหาคลาสสิกของคนทำนวัตกรรมคือการไม่มีเงินทุนหลักล้านเพื่อผลิตโปรโตไทป์และไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อธนาคารได้ แต่คุณเลือกแก้เกมด้วยการจัดกิจกรรม Virtual Run เพื่อระดมทุนแบบคราวด์ฟันดิงจนได้ผู้สมัครหลักพันคนและนำเงินก้อนแรกมาผลิตรองเท้า

 

กุญแจสำคัญคือการทดลองตลาดกับกลุ่มนักวิ่งอัลตรามาราธอนที่ต้องเผชิญกับปัญหารองช้ำและเล็บม่วงบ่อยที่สุด เมื่อโปรดักต์ตอบโจทย์การใช้งานจริงแบบสุดโต่ง แบรนด์จึงร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำเพื่อทำวิจัยย้อนหลังยืนยันประสิทธิภาพทางการแพทย์ จนในที่สุด VING ก็สามารถคว้ารางวัลนวัตกรรมแห่งชาติมาครอง เป็นการเปลี่ยนความไว้วางใจจากคนกลุ่มเล็กให้กลายเป็นความเชื่อมั่นระดับประเทศ

 

🟡 ทำไมการตั้งฐานทัพที่ขอนแก่นถึงดึงดูดทาเลนต์ได้ดีกว่าเมืองหลวง?

 

คุณภาพชีวิตที่ดีและโจทย์การทำงานที่ท้าทายระดับโลกคือแม่เหล็กชั้นดีที่ดึงคนเก่งมารวมตัวกัน อุตสาหกรรมเทคโนโลยีมักถูกผูกติดกับภาพจำว่าต้องตั้งอยู่ในเมืองหลวงเพื่อดึงดูดหัวกะทิ แต่แบรนด์กลับใช้จังหวัดขอนแก่นเป็นฐานที่มั่นพร้อมชูจุดแข็งเรื่องไลฟ์สไตล์ที่ไร้ความวุ่นวายมาเป็นแต้มต่อ

 

คุณเวย์ วาที ตระหนักดีว่าภูมิภาคอีสานไม่ได้ขาดแคลนคนเก่ง แต่ขาดโจทย์ที่กระตุ้นศักยภาพ เมื่อแบรนด์ประกาศวิสัยทัศน์ที่จะไปรบในน่านน้ำสากล การทำงานที่บ้านเกิดจึงช่วยตัดปัญหาเรื่องต้นทุนการเดินทางและค่าครองชีพ

 

สิ่งนี้กลายเป็นแรงดึงดูดให้คนรุ่นใหม่ยอมย้ายถิ่นฐานจากเมืองหลวงเพื่อมาร่วมสร้างสรรค์ผลงาน พิสูจน์ให้เห็นว่าความเก่งกาจของคนไทยไม่ว่าจะอยู่พิกัดใดก็สามารถสร้างโปรดักต์ที่สั่นสะเทือนอุตสาหกรรมได้

 

🟡 หมุดหมายต่อไปของแบรนด์รองเท้าสัญชาติไทยคืออะไร?

 

การก้าวกระโดดของ VING สะท้อนให้เห็นว่าสินค้านวัตกรรมไม่จำเป็นต้องเกิดจากแบรนด์ยักษ์ใหญ่ต่างชาติ หากสามารถแก้ปัญหาให้ผู้ใช้งานได้อย่างตรงจุด โปรดักต์นั้นก็พร้อมสยายปีกสู่เวทีโลก

 

ปัจจุบันแบรนด์สร้างปรากฏการณ์ที่มีนักวิ่งอีลิตเลือกสวมใส่ทำลายสถิติมาแล้วมากมาย และกำลังเตรียมพร้อมไปเปิดหน้าร้านที่นิวยอร์กในเดือนหน้า เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ผู้นำองค์กรจึงต้องกล้าฉีกกรอบเดิมๆ แล้วหันมาผสานจุดแข็งท้องถิ่นเข้ากับวิสัยทัศน์สากล

 

เส้นทางของการทำธุรกิจมักเต็มไปด้วยข้อจำกัดและโจทย์ที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ แต่เรื่องราวของ VING คือเครื่องยืนยันว่าความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินทุนตั้งต้นหรือพิกัดบนแผนที่ อย่าปล่อยให้คำว่าโลเคชันหรือสายป่านมาเป็นข้ออ้างในการหยุดฝัน เพราะถ้าคุณมุ่งมั่นแก้ปัญหาให้ผู้คนได้จริง ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นจากจุดไหนบนโลก ความสำเร็จก็พร้อมจะเดินทางไปหาคุณเสมอ

The post VING รองเท้าแตะวิ่งมาราธอนไทย ปั้นนวัตกรรมจากอีสานสู่เวทีโลกได้อย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
มากกว่าเส้นชัย คือใจที่แกร่งกว่าเดิม: นาย-ณภัทร กับตัวตนใหม่ที่ค้นพบผ่านการวิ่งมาราธอน https://thestandard.co/life/nine-naphat-marathon-self-discovery-shokz/ Fri, 15 May 2026 01:00:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1207301 นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ ในชุดออกกำลังกายกับการวิ่งมาราธอนและหูฟัง SHOKZ

นอกจากโลกที่เต็มไปด้วยแสงสีและเสียงชัตเตอร์ ยังมีโลกอีก […]

The post มากกว่าเส้นชัย คือใจที่แกร่งกว่าเดิม: นาย-ณภัทร กับตัวตนใหม่ที่ค้นพบผ่านการวิ่งมาราธอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ ในชุดออกกำลังกายกับการวิ่งมาราธอนและหูฟัง SHOKZ

นอกจากโลกที่เต็มไปด้วยแสงสีและเสียงชัตเตอร์ ยังมีโลกอีกหนึ่งใบที่นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ หลงรัก โลกใบนั้นเริ่มต้นที่ปลายเท้า และขยายขอบเขตไปไกลถึงความฝันระดับโลกอย่าง World Marathon Majors

 

 
 

จากการออกกำลังกายเพื่อดูแลรูปร่างตามหน้าที่การงาน สู่การตัดสินใจท้าทายขีดจำกัดมนุษย์ มาดูกันว่าอะไรคือสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้หยาดเหงื่อของชายหนุ่มที่เพิ่งประกาศตัวในฐานะ Brand Ambassador คนแรกของ SHOKZ ประเทศไทยคนนี้

 

นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ ในชุดออกกำลังกายกับการวิ่งมาราธอนและหูฟัง SHOKZ 1

 

จากวินัยตามหน้าที่ สู่ความหลงใหลในทุกย่างก้าว

 

สำหรับนาย การวิ่งไม่ใช่แค่เช็กลิสต์ที่ต้องทำเพื่อรักษาหุ่นในฐานะนักแสดง แต่มันกลายเป็นความลุ่มหลงในรายละเอียดเล็กๆ ระหว่างทาง ตั้งแต่ภาพความเขียวขจีของธรรมชาติ ไปจนถึงการจดจ่อกับความแข็งแรงของร่างกายในทุกก้าวที่ขยับ

 

“ผมคาร์ดิโอมาตลอด 10 ปี เพราะหน้าที่การงานที่ต้องดูแลหุ่น แต่พอเริ่มมาวิ่งจริงจัง ผมเสพติดการเห็นสีเขียว ธรรมชาติ ชอบเห็นหน้าแข้งของตัวเอง ชอบเห็นเหงื่อ มันทำให้ผมเกิดการลอง จนไปสู่มาราธอน”

 

เมื่อร่างกายฟ้องว่าไม่ไหว แต่ ‘ความเสียดาย’ บังคับให้ไปต่อ

 

กิโลเมตรที่ 27 ที่ซิดนีย์ คือจุดที่บททดสอบร่างกายกลายเป็นเรื่องของจิตใจ 100% เมื่อความล้าบีบคั้นจนกลายเป็นน้ำตา สิ่งที่นำทางนายจึงไม่ใช่แค่เส้นชัย แต่คือความไม่อยากเสียเปล่าและพลังของเสียงเชียร์รอบตัว

 

“วิ่งทั้งน้ำตาแล้วนะตอนนั้น…แต่ผมคิดอย่างเดียวว่าผมเสียตังค์บินข้ามโลกมาที่นี่ ผมยอมแพ้ไม่ได้แล้ว และคนเชียร์เป็นกำลังใจสำคัญมาก ผมได้รับพลังงานดีๆ จากคนเชียร์ มันทำให้ผมรู้สึกว่าผมต้องเอาเหรียญไปอวดให้ได้ แรงผลักดันอย่างหนึ่งของผมก็คือแรงเสียดาย”

 

 

 
 
 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

A post shared by Naphat Siangsomboon นาย ณภัทร (@naphat_nine)

 

ชัยชนะที่สะใจกว่าสถิติ คือการชนะใจตัวเอง

 

มาราธอนสำหรับนายไม่ได้จบลงแค่เรื่องของสุขภาพ แต่มันคือการได้รื้อระบบชีวิตตัวเองใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ความแข็งแรงของร่างกายไปจนถึงโลกภายในที่นิ่งขึ้น

 

“การวิ่งให้อะไรหลายอย่างเลยครับ ทั้งร่างกาย วินัย ความสะใจ การเอาชนะตัวเอง สมาธิ แล้วก็ระบบการนอนด้วย มันเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นทั้งหมด มันให้มากกว่าการวิ่งเยอะเลย”

 

นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ ในชุดออกกำลังกายกับการวิ่งมาราธอนและหูฟัง SHOKZ 2

 

World Marathon Majors 2026: ความท้าทายที่ต้องมาพร้อมความสุข

 

เป้าหมายใหญ่ที่ Berlin และ Chicago ในปี 2026 ด้วยระยะพักเพียง 14 วัน คือบททดสอบที่นายเลือกจะบันทึกเป็น Documentary ร่วมกับทาง Shokz เพื่อถ่ายทอดการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมของตัวเอง

 

“รอบที่แล้วทำได้ 4 ชั่วโมง 16 นาที ในปีนี้ก็คิดว่าอยากทำให้ดีขึ้น แต่ก็ไม่ลืมที่จะเพลิดเพลินไปกับมันด้วย”

 

 

 
 
 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

A post shared by Naphat Siangsomboon นาย ณภัทร (@naphat_nine)

 

เส้นทางสู่ World Marathon Majors ของนาย ณภัทร ในวันนี้ จึงไม่ได้แค่เรื่องของระยะทาง แต่มันคือการเดินทางเพื่อค้นพบตัวตนใหม่ในเวอร์ชันที่นิ่งขึ้น แกร่งขึ้น และพร้อมโอบรับทุกความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นความสุขหรือความเหนื่อยล้า เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ในฐานะ ‘นักวิ่ง’ อย่างเต็มภาคภูมิ 

 

The post มากกว่าเส้นชัย คือใจที่แกร่งกว่าเดิม: นาย-ณภัทร กับตัวตนใหม่ที่ค้นพบผ่านการวิ่งมาราธอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซบาสเตียน เวทเทล ทำเวลา 2:59:08 ชั่วโมง ในการวิ่ง London Marathon 2026 https://thestandard.co/vettel-london-marathon-sub-3/ Mon, 27 Apr 2026 03:46:08 +0000 https://thestandard.co/vettel-london-marathon-sub-3/ เซบาสเตียน เวทเทล อดีตแชมป์โลก F1 กำลังวิ่งในการแข่งขัน London Marathon

เซบาสเตียน เวทเทล อดีตแชมป์โลก F1 4 สมัย สร้างผลงานน่าป […]

The post เซบาสเตียน เวทเทล ทำเวลา 2:59:08 ชั่วโมง ในการวิ่ง London Marathon 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซบาสเตียน เวทเทล อดีตแชมป์โลก F1 กำลังวิ่งในการแข่งขัน London Marathon

เซบาสเตียน เวทเทล อดีตแชมป์โลก F1 4 สมัย สร้างผลงานน่าประทับใจในการลงแข่ง London Marathon 2026 หลังทำเวลาได้ 2:59:08 ชั่วโมง ทลายกำแพง ‘Sub-3 ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก

 

อดีตนักขับวัย 38 ปี ลงแข่งขันในครั้งนี้เพื่อระดมทุนให้กับมูลนิธิ Brain & Spine Foundation และ Grand Prix Trust

 

เวทเทลโชว์วินัยและการวางแผนที่ยอดเยี่ยมไม่ต่างจากตอนอยู่หลังพวงมาลัย เขาออกสตาร์ทด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ โดยผ่านระยะครึ่งทางแรก ด้วยเวลา 1:29:18 ชั่วโมง ก่อนจะรักษาความเร็วได้ดีในช่วงครึ่งหลัง โดยทำเวลาช่วง 13.1 ไมล์สุดท้ายไป 1:29:50 ชั่วโมง ส่งผลให้เขาวิ่งจบด้วยเวลาเพียง 2:59:08 ชั่วโมง

The post เซบาสเตียน เวทเทล ทำเวลา 2:59:08 ชั่วโมง ในการวิ่ง London Marathon 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซบาสเตียน ซาเว: ‘เพชฌฆาตไร้เสียง’ ผู้ตะโกนบอกโลกว่ามนุษย์ทำ Sub-2 ได้จริง https://thestandard.co/sawe-sub-2-marathon-world-record/ Mon, 27 Apr 2026 01:22:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1201415 เซบาสเตียน ซาเว นักวิ่งมาราธอนชาวเคนยาขณะวิ่งเข้าเส้นชัยในการแข่งขัน ลอนดอน มาราธอน 2026 ที่เขาสร้างสถิติโลกใหม่

1 ชั่วโมง 59 นาที 30 วินาที คือเวลาที่ได้รับรองอย่างเป็ […]

The post เซบาสเตียน ซาเว: ‘เพชฌฆาตไร้เสียง’ ผู้ตะโกนบอกโลกว่ามนุษย์ทำ Sub-2 ได้จริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซบาสเตียน ซาเว นักวิ่งมาราธอนชาวเคนยาขณะวิ่งเข้าเส้นชัยในการแข่งขัน ลอนดอน มาราธอน 2026 ที่เขาสร้างสถิติโลกใหม่

1 ชั่วโมง 59 นาที 30 วินาที คือเวลาที่ได้รับรองอย่างเป็นทางการของ เซบาสเตียน ซาเว นักวิ่งชาวเคนยา ผู้เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 1 ในลอนดอน มาราธอน 2026

 

ตัวเลขดังกล่าว มีความหมายมากกว่าแค่ชัยชนะ เพราะนี่คือการทำลายกำแพง 2 ชั่วโมง หรือ Sub-2 ในระยะมาราธอน บนการแข่งขันที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นครั้งแรกของมนุษยชาติ

 

.

 

และแน่นอนว่านี่ยังเป็นสถิติโลกใหม่ ที่ทำลายสถิติเดิมของ เคลวิน คิปตุม นักวิ่งพรสวรรค์ผู้ล่วงลับเคยทำไว้ที่ 2 ชั่วโมง 35 วินาที ในปี 2023 ลงได้สำเร็จด้วย

 

ซาเว วิ่งผ่านระยะครึ่งทางด้วยเวลา 1:00:29 ก่อนจะเร่งความเร็วขึ้นในช่วงครึ่งหลังของการแข่งขัน ในช่วงท้าย เขาเริ่มเร่งเครื่องหนีกลุ่มที่ตามมาก่อนถึงระยะ 10 กิโลเมตรสุดท้าย

 

การแข่งขันเหมือนจะสูสี เมื่อ โยมิฟ เคเยลชา นักวิ่งเอธิโอเปียสามารถไล่ตามเขาได้ในช่วงเวลาหนึ่งก็วิ่งบดกับ ซาเว อย่างสนุก ก่อนที่สุดท้ายจะเป็น ซาเว ที่เข้าเส้นชัยเป็นคนแรก

 

อย่างไรก็ตาม เคเยลชา เองก็ได้รางวัลปลอบใจ เมื่อสามารถสร้างสถิติเป็นคนที่สองที่วิ่งได้ต่ำกว่า 2 ชั่วโมงในการแข่งขันจริง โดยเข้าเส้นชัยเป็นอันดับสองด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 59 นาที 41 วินาที

 

และสิ่งที่ทำให้การแข่งขัน ลอนดอน มาราธอน ครั้งนี้ พิเศษกว่านั้น คือแม้แต่ เจค็อบ คิปลิโม เจ้าของสถิติโลกฮาล์ฟมาราธอน ที่เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 3 ก็ยังสามารถทำเวลาได้ 2 ชั่วโมง 28 วินาที ซึ่งนั่นทำลายสถิติโลกเดิมของ เคลวิน คิปตุม อยู่ดี

 

ดังนั้น เมื่อจบการแข่งขัน สปอตไลต์ทั้งหมด จึงถูกฉายมายังนักวิ่งคนแรกในหมู่มวลมนุษยชาติ ที่ทำลายกำแพง 2 ชั่วโมงลงได้ในการแข่งขันอย่างเป็นทางการ อย่าง เซบาสเตียน ซาเว

 

แม้ก่อนหน้านี้ กำแพง 2 ชั่วโมง เคยถูก เอลเลียด คิปโชเก นักวิ่งมาราธอนรุ่นพี่ชาวเคนยา ทำลายมาแล้ว ในการวิ่งอีเวนต์พิเศษอย่าง Ineos 1:59 Challenge

 

โดยครั้งนั้น ‘เฮียคิป’ ทำเวลาได้ 1 ชั่วโมง 59 นาที 40 วินาที แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า สถิติดังกล่าวไม่ถูกนับเป็นสถิติโลก เพราะการวิ่งดังกล่าวเกิดขึ้นในภาวะควบคุมแบบพิเศษ

 

แต่ครั้งนี้ ซาเว ทำมันได้ในการแข่งขันจริง และที่ยอดเยี่ยมก็คือ เขาตั้งใจจะทำลายสถิติโลกตั้งแต่ก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นอยู่แล้วด้วย

 

ซาเว ไม่ใช่คนพูดมาก อันที่จริงแล้วเขาเป็นคนปากหนักเสียด้วยซ้ำ อาการปากหนักของซาเว ทำให้เอเยนต์ชาวอเมริกันของเขาอย่าง อีริค ลิทอต ให้ฉายาเขาว่า “เพชฌฆาตไร้เสียง”

 

“เขาเป็นเพชฌฆาตไร้เสียง เพราะเขาเงียบมาก แต่เมื่อเขาเริ่มก้าวออกไปวิ่ง เขาเหมือนเป็นปีศาจ” ลิทอตกล่าว

 

การวิ่งผ่านครึ่งทาง ด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 30 วินาที ก็เป็นสิ่งที่ทีมของ ซาเว วางแผนไว้เป็นอย่างดีเพื่อพิชิตสถิติโลกเช่นกัน โดย ลิทอต กล่าวไว้ก่อนการแข่งขัน 2 วันว่า ตั้งใจที่จะให้ ซาเว ผ่านครึ่งทางให้ได้ภายใน 60 นาที 30 วินาที ซึ่งอย่างน้อยนั่นก็ทำให้เขามีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการพยากรณ์ว่าจะมีลมส่งในช่วงไม่กี่ไมล์สุดท้าย

 

แต่ ณ ตอนนั้น พวกเขาอาจจะไม่ได้คิดถึงขั้นว่า ซาเว จะกลายเป็นมนุษย์คนแรกของโลกที่ทำลายกำแพง 2 ชั่วโมง ในการแข่งขันอย่างเป็นทางการลง

 

อันที่จริงแล้ว ก่อนจะมาเป็นเจ้าของสถิติโลกระยะมาราธอน ซาเว คือเด็กธรรมดาคนหนึ่งในเคนยา เขาเกิดและเติบโตมาในเขตอูอาซิน กิชู ประเทศเคนยา ในสภาพแวดล้อมชนบทที่เรียบง่าย

 

และไม่ต่างจากครอบครัวทั่วไปของที่นั่นซึ่งพ่อแม่ของเขา ต้องไปทำงานในเมืองใหญ่ ทำให้ ซาเว ต้องเติบโตมาจากการเลี้ยงดูของคุณยาย

 

เรื่องราวของเขาไม่ต่างจากเด็กชาวเคนยาอีกหลายพันคน ที่เริ่มต้นไปฝึกฝนที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของนักวิ่งระยะไกลอย่าง อิเทน ก่อนจะย้ายไปที่คัปซาเบตเพื่อฝึกซ้อมกับโค้ชเคลาดีโอ เบอร์ราเดลลี

 

ชีวิตนักวิ่งของ ซาเว เกือบจะถึงทางตันเมื่อปี 2020 หลังเขาได้รับบาดเจ็บหนักจากภาวะที่เส้นเอ็นเท้าฉีกขาด

 

ระหว่างพักฟื้น ซาเวได้ออกจากอิเทนและกลับไปยังบ้านเกิดของเขา ซึ่งเขาได้เข้าร่วมชมรมวิ่ง 2Running ในเมืองนันดี โดยมีเคลาดีโอ เบราเดลลีเป็นโค้ช

 

การบาดเจ็บครั้งนี้ทำให้เขาต้องเปลี่ยนแปลงการฝึกซ้อมอย่างมาก แต่ในที่สุดเขาก็หายดี และกลับมาฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ภายใต้การดูแลของโค้ชเบอร์ราเดลลี

 

หลังจากได้รับบาดเจ็บหนักราว 2 ปี เทพีแห่งชัยชนะก็เริ่มยิ้มแย้มให้เขา เพราะเขาคว้าความสำเร็จหลายรายการ ทั้ง เซบียา ฮาล์ฟ มาราธอน หลังทำหน้าที่เป็น pacemaker โดยเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 59 นาที 2 วินาที ซึ่งเป็นการทำลายสถิติสนามไปกว่าหนึ่งนาที

 

หลังจากนั้นเขาก็ประสบความสำเร็จในระยะฮาล์ฟอย่างต่อเนื่อง จากการคว้าชัยที่ บาห์เรน รอยัล ไนท์ ฮาล์ฟ มาราธอน ทำเวลาได้ 58 นาที 58 วินาที ต่อด้วย โคเปนเฮเกน ฮาล์ฟ มาราธอน ด้วยเวลา 58.05 วินาที

 

ปลายปี 2024 ซาเว เริ่มลงแข่งขันในระยะมาราธอน และเขาชนะในรายการ บาเลนเซีย มาราธอน โดยทำเวลาได้ 2 ชั่วโมง 2 นาที 5 วินาที

 

ปี 2025 เป็นปีที่แฟนวิ่งหลายคนรู้จักชื่อของเขา หลังคว้าชัยในเวิลด์ เมเจอร์ ทั้ง ลอนดอน มาราธอน ด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 2 นาที 27 วินาที ต่อด้วยไปคว้าชัย เบอร์ลิน มาราธอน โดยทำเวลาได้ 2 ชั่วโมง 2 นาที 16 วินาที

 

หลังจากจบเบอร์ลิน ซาเว ก็มีอาการบาดเจ็บรบกวน โดยมีอาการบาดเจ็บกระดูกเท้าล้าและอาการปวดหลัง ซึ่งทำให้เขาต้องหยุดซ้อมไป 10 วันในเดือนธันวาคม

 

แต่ก่อนการแข่งขัน โค้ชเบอร์ราเดลลี ยืนยันผ่านสื่อว่า อาการดังกล่าวของ ซาเว หายดีแล้ว และ เพชฌฆาตไร้เสียง รายนี้พร้อมที่จะลงทำการแข่งขัน ซึ่งผลที่ออกมาก็คงพิสูจน์แล้วว่า ซาเว ยิ่งกว่าหายดีเสียอีก

 

หลังคว้าชัยที่ลอนดอน ซาเว กล่าวสั้นๆ ว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ใช่เพื่อผมคนเดียว แต่เพื่อพวกเราทุกคนในลอนดอนในวันนี้”

 

การทำลายกำแพง 2 ชั่วโมง ที่ซาเว ทำได้สำเร็จในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสร้างสถิติโลกใหม่เท่านั้น แต่มันจะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้มนุษย์อีกหลายล้านคนบนโลกเชื่อมั่นว่า ไม่มีอะไรที่มนุษย์ทำไม่ได้

 

หลังจากนี้ มนุษยชาติ จะสร้างกำแพงใหม่ๆ ขึ้นมา ซึ่งอาจจะเป็น กำแพง 1 ชั่วโมง 50 นาที หรืออาจจะต่ำลงไปกว่านั้นก็เป็นได้

 

ฟังดูอาจจะเป็นเรื่องยาก แต่ ณ จุดที่มนุษย์ก้าวข้ามขีดจำกัดมาเรื่อยๆ แบบนี้ ใครจะกล้าพูดว่า “เป็นไปไม่ได้” ออกมาง่ายๆ หรือ?

 

 

 

เพราะในวันนี้ เซบาสเตียน ซาเว พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า มนุษย์ ยังสามารถสร้างความเป็นไปได้ใหม่…ขึ้นมาได้เสมอ และเขาได้สวมใส่รองเท้าจากแบรนด์ที่ตอกย้ำถึงคำกล่าวที่ว่า Impossible is nothing ด้วย

 

อ้างอิง:

 

 

The post เซบาสเตียน ซาเว: ‘เพชฌฆาตไร้เสียง’ ผู้ตะโกนบอกโลกว่ามนุษย์ทำ Sub-2 ได้จริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sabastian Sawe มนุษย์คนแรกทำ Sub-2 7 ครั้งหลังสุด สถิติโลกเป็นของชาวเคนยา https://thestandard.co/sabastian-sawe-sub-2-world-record-kenya/ Mon, 27 Apr 2026 01:15:41 +0000 https://thestandard.co/sabastian-sawe-sub-2-world-record-kenya/ ภาพ Sabastian Sawe นักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา ขณะเข้าเส้นชัยทำลายสถิติ Sub-2 ใน London Marathon

ตอนนี้ ‘ซาบาสเตียน ซาเว’ ได้รับการจารึกชื่อในฐานะชายคนแ […]

The post Sabastian Sawe มนุษย์คนแรกทำ Sub-2 7 ครั้งหลังสุด สถิติโลกเป็นของชาวเคนยา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ Sabastian Sawe นักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา ขณะเข้าเส้นชัยทำลายสถิติ Sub-2 ใน London Marathon

ตอนนี้ ‘ซาบาสเตียน ซาเว’ ได้รับการจารึกชื่อในฐานะชายคนแรกของโลกที่ทำเวลา ‘Sub-2’ ในการแข่งขันมาราธอนอย่างเป็นทางการ หลังสวม ADIZERO ADIOS PRO EVO 3 เข้าเส้นชัย คว้าแชมป์ London Marathon 2026 ด้วยเวลา 1:59:30 ชั่วโมง

 

ผลงานครั้งนี้ยังเป็นการทำลายสถิติเดิมของ เคลวิน คิปตัม ผู้ล่วงลับ ที่เคยทำไว้ 2:00:35 ชั่วโมงในปี 2023 ลงได้มากกว่าหนึ่งนาทีอีกด้วย

 

ก่อนหน้านี้ เอเลียด คิปโชเก เคยเป็นมนุษย์คนแรกที่วิ่งต่ำกว่า 2 ชั่วโมงในปี 2019 แต่เป็นการวิ่งภายใต้เงื่อนไขพิเศษ จึงไม่ถูกนับเป็นสถิติทางการ

 

ที่น่าสนใจคือ หากย้อนดูสถิติโลกมาราธอนครั้งล่าสุด จะพบว่า 7 ครั้งหลังสุด ล้วนถูกทำลายโดยนักวิ่งชาวเคนยาทั้งหมด ไล่ตั้งแต่

 

แพทริก มาเกา – 2:03:38 (Berlin Marathon 2011)

 

วิลสัน คิปแซง – 2:03:23 (Berlin Marathon, 2013)

 

เดนนิส คิเมตโต – 2:02:57 (Berlin Marathon, 2014)

 

เอเลียด คิปโชเก – 2:01:39 (Berlin Marathon, 2018)

 

เอเลียด คิปโชเก – 2:01:09 (Berlin Marathon, 2022)

 

เคลวิน คิปตัม – 2:00:35 (Chicago 2023)

 

🆕 ซาบาสเตียน ซาเว – 1:59:30 (London 2026)

 

ส่วนผลการแข่งขันของฝั่งหญิงก็มีสถิติโลกเกิดขึ้นเช่นกัน เมื่อ ทิกสต์ อัสเซฟา นักวิ่งสาวชาวเอธิโอเปีย คว้าแชมป์ London Marathon ด้วยเวลา 2:15:41 ชั่วโมง พร้อมทำลายสถิติโลกหญิงของตัวเองลงได้อีกประมาณ 10 วินาที จากสถิติเดิมที่เธอเคยทำไว้ในลอนดอนเมื่อปีก่อน

 

ภาพ Sabastian Sawe นักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา ขณะเข้าเส้นชัยทำลายสถิติ Sub-2 ใน London Marathon 1ภาพ Sabastian Sawe นักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา ขณะเข้าเส้นชัยทำลายสถิติ Sub-2 ใน London Marathon 2ภาพ Sabastian Sawe นักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา ขณะเข้าเส้นชัยทำลายสถิติ Sub-2 ใน London Marathon 3ภาพ Sabastian Sawe นักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา ขณะเข้าเส้นชัยทำลายสถิติ Sub-2 ใน London Marathon 4ภาพ Sabastian Sawe นักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา ขณะเข้าเส้นชัยทำลายสถิติ Sub-2 ใน London Marathon 5ภาพ Sabastian Sawe นักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา ขณะเข้าเส้นชัยทำลายสถิติ Sub-2 ใน London Marathon 6

The post Sabastian Sawe มนุษย์คนแรกทำ Sub-2 7 ครั้งหลังสุด สถิติโลกเป็นของชาวเคนยา appeared first on THE STANDARD.

]]>
หวง เจิ้งหลง ชายผู้จารึกสถิติโลก วิ่ง 100 กม. ติดต่อกัน 100 วัน https://thestandard.co/huang-zhenglong-100km-run-100-days/ Tue, 07 Apr 2026 07:58:59 +0000 https://thestandard.co/huang-zhenglong-100km-run-100-days/ หวง เจิ้งหลง นักวิ่งชาวจีนผู้สร้างสถิติโลก วิ่ง 100 กิโลเมตร 100 วัน

คุณคิดว่ามันเป็นไปได้ไหม… ที่คนเราจะวิ่งระยะทาง 1 […]

The post หวง เจิ้งหลง ชายผู้จารึกสถิติโลก วิ่ง 100 กม. ติดต่อกัน 100 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
หวง เจิ้งหลง นักวิ่งชาวจีนผู้สร้างสถิติโลก วิ่ง 100 กิโลเมตร 100 วัน

คุณคิดว่ามันเป็นไปได้ไหม… ที่คนเราจะวิ่งระยะทาง 100 กิโลเมตร ติดต่อกันทุกวัน เป็นเวลา 100 วัน?

 

ถ้าลองคำนวณตัวเลขเล่นๆ 100 กิโลเมตร คือระยะทางที่มากกว่าการวิ่งมาราธอนปกติถึงเกือบ 2.5 เท่า และถ้าต้องทำแบบนั้นทุกวันโดยไม่มีวันหยุดพัก รวมระยะทางทั้งหมดคือ 10,000 กิโลเมตร หรือเทียบเท่ากับการวิ่งจากกรุงเทพฯ ไปถึงลอนดอน ด้วยสองเท้าของมนุษย์เพียงคนเดียว

 

หลายคนคงส่ายหน้าและบอกว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะมันเกินขีดจำกัดที่ร่างกายมนุษย์จะรับไหว… แต่ไม่นานมานี้ โลกเพิ่งได้จารึกชื่อของ หวง เจิ้งหลง หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘หลง เส้า’ เขาคือชายผู้พิสูจน์ให้เห็นว่าขีดจำกัดมีไว้เพื่อให้ก้าวข้ามจริงๆ

 

เรื่องราวของ หวง เจิ้งหลง เริ่มต้นขึ้นในช่วงวิกฤตโควิด-19 เมื่อธุรกิจของเขาต้องปิดตัวลง แทนที่จะยอมแพ้ต่อโชคชะตา เขากลับเลือกใช้ช่วงเวลานั้นอุทิศตนให้กับการวิ่งอย่างจริงจัง เขาเคยสร้างชื่อจากการวิ่งติดต่อกัน 365 วันทั่วประเทศจีนมาแล้ว

 

แต่ดูเหมือนว่าสิ่งนั้นจะยังไม่พอสำหรับเขา..

 

เมื่อปลายปีที่ผ่านมา หวงตัดสินใจท้าทายตัวเองด้วยเป้าหมายที่บ้าบิ่นยิ่งกว่าเดิมด้วยการประกาศวิ่งวันละ 100 กิโลเมตร ติดต่อกันเป็นเวลา 100 วัน

 

ในขณะที่พนักงานออฟฟิศเริ่มออกไปทำงาน นักเรียนกำลังเดินทางไปโรงเรียน ทุกๆ 7 โมงเช้า หวง เจิ้งหลง จะปรากฏตัวที่ริมแม่น้ำเต๋อเซิ่ง ในเมืองฝอซาน มณฑลกวางตุ้ง เพื่อเริ่มทำภารกิจ ‘วิ่งวันละ 100 กิโลเมตร’ ให้เสร็จก่อนมื้อค่ำ

 

ในช่วงแรก..เกิดเสียงวิจารณ์และคำสบประมาทพุ่งเข้าหาเขาอย่างหนัก หลายคนมองว่านี่ไม่ต่างกับการทรมานตัวเอง หรือการเอาชีวิตไปทิ้งแบบทางอ้อม แต่ด้วยการ Livestream ภารกิจของเขาทุกวันอย่างสม่ำเสมอ ภาพของชายคนหนึ่งที่วิ่งซ้ำๆ รอบเดิมๆ ริมแม่น้ำเต๋อเซิ่ง จากเสียงปรามาทเริ่มเปลี่ยนเป็นเสียงเชียร์ จากความกังขาเริ่มเปลี่ยนเป็นแรงศรัทธาต่อความตั้งใจของเจ้าตัว

 

ยิ่งนานวัน จังหวะการ Livestream ที่เป็นบ้าเป็นหลังของเขา เริ่มทำให้นึกถึงฉากหนึ่งในภาพยนตร์ระดับตำนานอย่าง Forrest Gump ที่ซีนหนึ่งตัวเอกวิ่งไปเรื่อยๆ จนมีคนเริ่มวิ่งตามและให้กำลังใจ… เพียงแต่สำหรับ หวง เจิ้งหลง การออกวิ่งครั้งนี้มีเป้าหมายชัดเจนกว่า นั่นคือการพิสูจน์ขีดจำกัดของตัวเอง

 

สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดในตลอด 100 วัน (ตั้งแต่ 6 ธันวาคม ถึง 15 มีนาคม) คือ หวง เจิ้งหลง “ไม่เคยวิ่งคนเดียวเลยแม้แต่วันเดียว” ข่าวคราวของเขาแพร่สะพัดไปทั่วประเทศ

 

นักวิ่งจากทั่วสารทิศต่างบินมาที่ฝอซานเพียงเพื่อขอวิ่งเคียงข้างเขา ส่งกำลังใจ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ จนในที่สุดเขาก็ทะยานเข้าเส้นชัย หลังวิ่ง 100 กม. ติดต่อกัน 100 วัน ได้สำเร็จ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดี พร้อมกับการรับรองจาก Guinness World Records อย่างเป็นทางการ

 

“ผมดีใจที่ได้เปลี่ยนความเชื่อด้วยการลงมือทำ” หวง เจิ้งหลง กล่าวกับ GWR หลังจบภารกิจ

 

“หลายคนบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ มันเกินขีดจำกัดทางกายภาพของมนุษย์ไปไกลแล้ว แต่ผมดีใจที่ผมผลักดันตัวเองจนทะลุขีดจำกัดนั้น และเปลี่ยนความเชื่อของคนเหล่านั้นด้วยการกระทำ ผมหวังว่าการเดินทางของผมจะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนหันมาตกหลุมรักการวิ่ง และได้รับประโยชน์จากมันเหมือนที่ผมได้รับ”

 

ท้ายที่สุด เรื่องราวของ หวง เจิ้งหลง อาจไม่ได้หมายความว่าเราทุกคนต้องออกไปวิ่งวันละ 100 กิโลเมตรให้ได้แบบเขา แต่สิ่งที่เราทุกคนจับต้องได้มากกว่าสถิติโลก คือ ‘วินัย’ ที่พาเขาออกวิ่งในทุกเช้า และ ‘ความมุ่งมั่น’ ที่ไม่เคยสั่นคลอนต่อเป้าหมายของตัวเอง

 

เพราะสิ่งเหล่านี้ต่างหาก คือเชื้อไฟที่ทำให้ผู้คนลุกขึ้นมาขยับร่างกาย หรือเริ่มต้นทำในสิ่งที่เคยมองว่าเป็นไปไม่ได้ และอย่างที่เขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ไม่ว่าความฝันจะไกลแค่ไหน สิ่งเดียวที่จะเปลี่ยนความเชื่อให้กลายเป็นความจริงได้ คือการหยุดลังเล แล้วลงมือทำ

 

 

หวง เจิ้งหลง นักวิ่งชาวจีนผู้สร้างสถิติโลก วิ่ง 100 กิโลเมตร 100 วัน 1หวง เจิ้งหลง นักวิ่งชาวจีนผู้สร้างสถิติโลก วิ่ง 100 กิโลเมตร 100 วัน 2หวง เจิ้งหลง นักวิ่งชาวจีนผู้สร้างสถิติโลก วิ่ง 100 กิโลเมตร 100 วัน 3

 

ภาพ: Guinness World Records

The post หวง เจิ้งหลง ชายผู้จารึกสถิติโลก วิ่ง 100 กม. ติดต่อกัน 100 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Run • Happy • Healthy สำรวจความสุขและแพชชั่น ‘คุกกี้ ญดา’ บนเส้นทางนักวิ่ง https://thestandard.co/cookie-yada-run-happy-healthy/ Mon, 06 Apr 2026 03:30:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1195037 คุกกี้ ญดา นักแสดงและนักวิ่งสาวกำลังวิ่งบนเส้นทางธรรมชาติอย่างมีความสุข พร้อมข้อความ 'Run • Happy • Healthy'

ในพาร์ทงานแสดง หลายคนอาจคุ้นชินกับ คุกกี้-ญดา สุวรรณปัฏ […]

The post Run • Happy • Healthy สำรวจความสุขและแพชชั่น ‘คุกกี้ ญดา’ บนเส้นทางนักวิ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
คุกกี้ ญดา นักแสดงและนักวิ่งสาวกำลังวิ่งบนเส้นทางธรรมชาติอย่างมีความสุข พร้อมข้อความ 'Run • Happy • Healthy'

ในพาร์ทงานแสดง หลายคนอาจคุ้นชินกับ คุกกี้-ญดา สุวรรณปัฏนะ ในฐานะนักแสดงเจ้าบทบาทที่ทุ่มเทให้กับทุกบทบาท

 

แต่ในอีกมุม เมื่อเธอสวมรองเท้าและชุดวิ่ง เธอคืออีกคนหนึ่งที่เปี่ยมไปด้วยแพชชั่นอย่างเต็มเปี่ยม ทั้งในโลกของ ‘มาราธอน’ และ ‘ไตรกีฬา’ ที่ท้าทายขีดจำกัดตัวเองอยู่เสมอ

 

THE STANDARD SPORT ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษและร่วมสัมผัสตัวตนที่หลงรักในการวิ่งของเธอ… มาดูกันว่าแพชชั่นและเบื้องหลังรอยยิ้มที่มีความสุขทุกครั้งที่ได้ออกวิ่งของเธอเป็นอย่างไร

 

มาปัดซ้ายเพื่อร่วมเดินทางไปพร้อมกันได้เลย! 🏃

 

คุกกี้ ญดา นักแสดงและนักวิ่งสาวกำลังวิ่งบนเส้นทางธรรมชาติอย่างมีความสุข พร้อมข้อความ 'Run • Happy • Healthy' 1คุกกี้ ญดา นักแสดงและนักวิ่งสาวกำลังวิ่งบนเส้นทางธรรมชาติอย่างมีความสุข พร้อมข้อความ 'Run • Happy • Healthy' 2คุกกี้ ญดา นักแสดงและนักวิ่งสาวกำลังวิ่งบนเส้นทางธรรมชาติอย่างมีความสุข พร้อมข้อความ 'Run • Happy • Healthy' 3คุกกี้ ญดา นักแสดงและนักวิ่งสาวกำลังวิ่งบนเส้นทางธรรมชาติอย่างมีความสุข พร้อมข้อความ 'Run • Happy • Healthy' 4คุกกี้ ญดา นักแสดงและนักวิ่งสาวกำลังวิ่งบนเส้นทางธรรมชาติอย่างมีความสุข พร้อมข้อความ 'Run • Happy • Healthy' 5คุกกี้ ญดา นักแสดงและนักวิ่งสาวกำลังวิ่งบนเส้นทางธรรมชาติอย่างมีความสุข พร้อมข้อความ 'Run • Happy • Healthy' 6คุกกี้ ญดา นักแสดงและนักวิ่งสาวกำลังวิ่งบนเส้นทางธรรมชาติอย่างมีความสุข พร้อมข้อความ 'Run • Happy • Healthy' 7คุกกี้ ญดา นักแสดงและนักวิ่งสาวกำลังวิ่งบนเส้นทางธรรมชาติอย่างมีความสุข พร้อมข้อความ 'Run • Happy • Healthy' 8คุกกี้ ญดา นักแสดงและนักวิ่งสาวกำลังวิ่งบนเส้นทางธรรมชาติอย่างมีความสุข พร้อมข้อความ 'Run • Happy • Healthy' 9คุกกี้ ญดา นักแสดงและนักวิ่งสาวกำลังวิ่งบนเส้นทางธรรมชาติอย่างมีความสุข พร้อมข้อความ 'Run • Happy • Healthy' 10

 

ขอบคุณภาพ: cookieyda, pon_nawasch / instagram

The post Run • Happy • Healthy สำรวจความสุขและแพชชั่น ‘คุกกี้ ญดา’ บนเส้นทางนักวิ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
การวิ่งครั้งสุดท้ายของ เจฟฟ์ แกลโลเวย์ ผู้คิดวิธี ‘Jeffing’ วิธีวิ่งที่เปลี่ยนโลกทั้งใบให้ใครมากมาย https://thestandard.co/jeff-galloway-jeffing-method/ Fri, 27 Feb 2026 03:58:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1182266 ภาพ เจฟฟ์ แกลโลเวย์ นักวิ่งโอลิมปิกผู้คิดค้นวิธี ‘Jeffing’ ยืนยิ้มให้กำลังใจนักวิ่ง

ที่เส้นชัย เหล่านักวิ่งมากมายที่ไม่ได้มีร่างกายแข็งแกร่ […]

The post การวิ่งครั้งสุดท้ายของ เจฟฟ์ แกลโลเวย์ ผู้คิดวิธี ‘Jeffing’ วิธีวิ่งที่เปลี่ยนโลกทั้งใบให้ใครมากมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ เจฟฟ์ แกลโลเวย์ นักวิ่งโอลิมปิกผู้คิดค้นวิธี ‘Jeffing’ ยืนยิ้มให้กำลังใจนักวิ่ง

ที่เส้นชัย เหล่านักวิ่งมากมายที่ไม่ได้มีร่างกายแข็งแกร่งกำลังพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะพาตัวเองไปให้ถึงปลายทางของการวิ่งให้ได้

 

เรื่องเวลาหรือสถิติไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาจะคิดถึงอยู่แล้วตั้งแต่ก้าวแรก มันไม่ได้สลักสำคัญอะไร ขอแค่เข้าเส้นชัย จะเมื่อไรก็เมื่อนั้น ไม่มีใครมาสนใจอะไรหรอก

 

แต่ที่เส้นชัยนั้นเองยังมีใครคนหนึ่งที่ยืนรอนักวิ่งเหล่านี้ด้วยแววตาที่เปล่งประกายกับรอยยิ้มที่สดใสเหมือนดวงอาทิตย์

 

“ขอบคุณที่มอบของขวัญในการวิ่งให้นะ” ใครคนหนึ่งกล่าวเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยอ่อน

 

“ถ้าไม่มีคุณ ฉันคงไม่มีวันทำอะไรแบบนี้ได้” เสียงของหญิงสาวสูงวัยที่เดินผ่านเส้นชัยในระยะ 42.195 กิโลเมตร บอกกับชายคนนั้น

 

เขาไม่ได้พูดอะไรมาก ได้แค่ยิ้มตอบ

 

สำหรับ จอห์น เอฟ. ‘เจฟฟ์’ แกลโลเวย์ การได้เห็นคนธรรมดาๆ กล้าหาญที่จะออกวิ่งในการแข่งสุดทรหดด้วยวิธีการที่เขาคิดค้นขึ้นเพื่อทุกคน ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้ว

 

เจฟฟ์ แกลโลเวย์ ชาวอเมริกันเป็นนักวิ่งระดับโอลิมปิกแต่บอกตัวเองว่าเขาเป็นนักวิ่งที่ดูเหมือนไม่เหมือนนักกีฬาโอลิมปิก

 

ความจริงเขาไม่ได้คิดที่จะเป็นนักกีฬาอะไร เพราะไม่ได้มีแววหรือพรสวรรค์เรื่องอะไรเลยสักนิดในตอนเด็ก

 

ตอนเรียนเกรด 8 เจฟฟ์เคยบอกว่าเขาผ่านการย้ายโรงเรียนมาแล้วถึง 14 ครั้ง เป็นเด็กอ้วนที่เล่นกีฬาอะไรก็ไม่เป็นสักอย่าง แถมยังทึ่มสุดๆ ด้วย เรียกว่าถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปเขาก็คงจะเป็นประชากรที่ไม่ได้คุณภาพสักเท่าไรของโลกใบนี้

 

แต่การได้วิ่งครั้งนึงที่เป็น ‘ครั้งหนึ่ง’ ของเจฟฟ์ ได้เปลี่ยนแปลงเรื่องราวทุกอย่างในชีวิตของเขาไปตลอดกาล

 

มันเป็นการวิ่งแบบครอสคันทรีที่ทำให้เขาค้นพบว่า การวิ่งมันสามารถช่วยจิตใจและสมองของเขาได้ การวิ่งคือความหวังของชีวิต

 

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาเขาไม่เคยหยุดวิ่งอีกเลย

 

จากการวิ่งในระดับโรงเรียน (และการเรียนที่ดีขึ้นเพราะสมองปลอดโปร่ง) สู่การวิ่งในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งแม้การเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยคอนเน็คติคัต จะไม่มีทีมหรือโปรแกรมการวิ่งที่เข้มข้นแต่ก็เป็นสถานที่ที่ทำให้เขารวมถึง แอมบี เบอร์ฟุต และบิลล์ ร็อดเจอร์ส อีกสองนักวิ่งครอสคันทรี และแฟรงค์ ชอร์เตอร์ ที่ซ้อมวิ่งอินดอร์ด้วยกัน – ที่ต่อมากลายเป็นมิตรแท้ชั่วชีวิต – ได้มาพบกัน

 

เพียงแต่แกลโลเวย์พบว่าเขารักการวิ่งแบบโรดเรซ และมันก็นำพาเขาไปสู่จุดที่สูงขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าจะต้องใช้เวลามากสักหน่อยในการพัฒนายกระดับขีดความสามารถของตัวเองขึ้นมาก็ตาม

 

12 ปีของการวิ่งอย่างช้าๆ แต่ไม่เคยหยุดฝึกฝน แกลโลเวย์ คว้าแชมป์รายการวิ่งแรกได้ในรายการ พีชทรี 10K ในแอตแลนตา ปี 1970 ก่อนที่เขาจะเริ่มฉายแสงในวงกว้างด้วยการเข้าอันดับที่ 11 ในรายการบอสตัน มาราธอน ในปี 1971 และทำได้ดีขึ้นในปี 1972 ด้วยการจบอันดับที่ 7

 

โดยอีกครึ่งของชีวิตที่ไม่ใช่นักวิ่ง เขายังทำงานพาร์ตไทม์ในร้านขายแซนด์วิชไปด้วย

 

ก่อนที่สงครามเวียดนามจะเริ่มต้น เขาเข้ารับราชการทหารเป็นเวลา 3 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาเริ่มคิดว่าเขาอยากจะใช้ชีวิตในฐานะคุณครู แต่อีกครึ่งใจเขายังอยากทดสอบขีดความสามารถของตัวเองในการเป็นนักวิ่งด้วย

 

จะไปได้ไกลถึงไหนกันนะ?

 

เมื่อเสร็จภารกิจรับใช้ชาติ 3 ปี เขากลับมาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยฟลอริดา ได้พบกับเพื่อนเก่าอย่างชอร์เตอร์ และแจ็ค บาชเลอร์ ในชมรม Florida Track Club ซึ่งที่นี่เอง เจฟฟ์ ผู้วิ่งสัปดาห์ละ 140 ไมล์ สามารถพัฒนาตัวเองขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด

 

จนถึงวันที่เขาเข้าคัดตัวไปโอลิมปิกที่เขาสร้างตำนานบทแรกของชีวิตด้วยการวิ่งเป็น Pacer ให้กับเพื่อนรักอย่างบาชเลอร์ ที่เขาเชื่อว่าหากได้อยู่ในทีมวิ่งโอลิมปิกจะเป็นผลดี มาตลอดระยะ 10,000 เมตร ก่อนที่จะหลีกทางให้เพื่อนได้โควต้าไปแข่งโอลิมปิก 1972 ที่มิวนิค

 

แต่สุดท้ายเขาก็ได้สิทธิ์ไปแข่งอยู่ดี แม้จะต้องผิดหวังในการแข่งขันจริงเมื่อไม่ผ่านเข้าสู่การแข่งรอบสุดท้ายก็ตาม

 

ถึงอย่างนั้นเขาค้นพบอะไรบางอย่างจากการฝึกฝนที่ผ่านมา

 

อย่างแรกการวิ่งไม่จำเป็นที่จะต้องเริ่มวิ่งออกตัวด้วยความเร็วเสมอไป สำหรับเจฟฟ์เขาเลือกที่จะออกตัวอย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไปแต่สม่ำเสมอ เหมือนเต่าที่ค่อยๆ ย่างก้าวเพื่อไล่ตามกระต่าย สุดท้ายเขาสามารถที่จะไล่ทันนักวิ่งที่ออกตัวเร็วแต่หมดแรงได้ทัน

 

อย่างที่สองคือในช่วงของการคัดตัวไปโอลิมปิก ในช่วงเวลาที่เพื่อนอย่างบาชเลอร์เริ่มอ่อนล้า เขาพยายามให้กำลังใจ ให้คำปรึกษา ผ่านเรื่องราวช่วงชีวิตที่ตกต่ำของตัวเอง และสิ่งนี้ช่วยทำให้เพื่อนกลับมาฮึดได้สำเร็จ

 

สองสิ่งนี้คือสิ่งที่เจฟฟ์ แกลโลเวย์ อยากจะทำ

 

เรื่องราวหลังจากนั้นคือการที่เขาได้ก่อตั้งร้านสำหรับนักวิ่ง เป็น Specialty running store ที่ชื่อ ‘Phidipides’ ซึ่งมาจากชื่อของผู้ส่งสารอันเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานนักวิ่งแห่งทุ่งมาราธอน ในปี 1973 และเริ่มทำอะไรอีกหลายอย่างเกี่ยวกับวงการวิ่ง

 

ไม่ว่าจะเป็นการก่อตั้งกลุ่ม ชมรม การส่งต่อความรู้ การจัดการแข่งขัน และอะไรอีกหลายอย่างมากมาย

 

รวมถึงผลงานชิ้นสำคัญที่สุดของชีวิต คือการคิดค้นวิธีการวิ่งแบบใหม่ที่ไม่ต้องสับ

 

‘Run-Walk-Run’ การวิ่งสลับเดิน สำหรับคนที่รู้สึกเหนื่อยเกินไปเมื่อต้องวิ่งอย่างต่อเนื่อง ก็ขอให้ลองวิ่งในแบบนี้

 

มือใหม่เริ่มจากวิ่ง 30 วินาทีแล้วสลับไปเดิน 1 นาที เมื่อเริ่มรู้สึกดีแล้วก็ค่อยๆ เพิ่มสัดส่วนเวลาในการวิ่ง ไปจนถึงระดับวิ่ง 4 นาที เดิน 1 นาที

 

ที่ทำแบบนี้เพราะการออกตัววิ่งอย่างรวดเร็วจะทำให้ระดับของเสียในกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และมันจะส่งผลเสียตามมาอีกมากมาย แต่ถ้าลองเปลี่ยนเป็นวิ่งสลับกับการเดินแทนร่างกายจะรู้สึกดีกว่า คุมอัตราจังหวะการเต้นของหัวใจให้อยู่ในโซนที่สบายได้ และที่สำคัญช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บได้ด้วย

 

วิธีการวิ่งแบบนี้ – ซึ่งต่อมาถูกเรียกว่า ‘Jeffing’ ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้คิดค้น – ได้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนมากมาย ให้เกิดความกล้าหาญที่จะลุกขึ้นมาออกกำลังกายกันอีกครั้ง

 

เพราะการวิ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุด เงื่อนไขน้อยที่สุด ข้อจำกัดไม่มี ขอเพียงแค่คุณใส่รองเท้า ผูกเชือก และออกจากบ้านแค่นั้น เพียงแต่สำหรับบางคนที่ร่างกายไม่แข็งแรงเพราะขาดการออกกำลังกาย หรือคิดว่าอายุมากเกินกว่าที่จะออกกำลังกาย ปัญหาใหญ่คือเรื่องของใจ

 

Jeffing ช่วยทลายกำแพงใหญ่นี้สำหรับผู้คน มีคนนับไม่ถ้วนที่ได้รู้จักวิธีการวิ่งแบบนี้จากเรื่องราวที่ เจฟฟ์ บอกเล่าผ่านหนังสือของเขา ซึ่งกลายเป็น ‘เพื่อนที่ปรึกษา’ ที่ดีที่สุดในการวิ่งสำหรับหลายๆ คน

 

สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือผู้คนหันมาออกวิ่งกัน โดยไม่จำเป็นต้องสนใจว่าจะต้องวิ่งให้เร็ว วิ่งให้ไว ขอแค่วิ่งให้ไหว (ไม่ไหวก็สลับเดิน) ก็เพียงพอแล้ว มันจึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนของคนจำนวนมากมายมหาศาล ที่ได้ชีวิตใหม่กลับคืนมาอีกครั้ง หลังจากที่เคยหมดหวังกับชีวิตไปแล้ว

 

สำหรับเด็กอ้วนทึ่มๆ คนหนึ่งที่เคยคิดว่าชีวิตนี้ไม่น่าจะมีอะไรดีแล้ว การที่วิธีการวิ่งที่เขาคิดค้นขึ้นสามารถเปลี่ยนชีวิตคนได้มากมาย สร้างแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ให้กับโลกใบนี้

 

ไม่มียอดเยี่ยมไปกว่านี้อีกแล้ว

 

เจฟฟ์ แกลโลเวย์ ยังคงออกวิ่งอย่างสม่ำเสมอแม้จะอายุมากขึ้น เช่นกับการพบปะผู้คน ให้กำลังใจ ด้วยรอยยิ้มและประกายในแววตาของเขา คนที่ยินดีจะเป็นผู้ให้

 

ก่อนที่จะตัดสินใจลงทะเบียนวิ่งในรายการสุดท้าย เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

รายการวิ่งนี้เขาไปได้แค่คนเดียว ไม่มีใครไปด้วยได้

 

แต่มันจะไม่เหงาหรอก เพราะยังมีคนอีกมากมายที่ยังส่งความคิดถึงให้ ไม่ว่าเจฟฟ์จะเดินทางไปไกลสักแค่ไหนก็ตาม

The post การวิ่งครั้งสุดท้ายของ เจฟฟ์ แกลโลเวย์ ผู้คิดวิธี ‘Jeffing’ วิธีวิ่งที่เปลี่ยนโลกทั้งใบให้ใครมากมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Eileen Gu ‘เจ้าหญิงหิมะ’ ผู้หลงใหลการวิ่งจนไต่ระดับถึงมาราธอน https://thestandard.co/eileen-gu-marathon-runner/ Thu, 26 Feb 2026 06:37:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1181978 Eileen Gu (กู่ อ้ายหลิง) ในชุดกีฬาขณะกำลังวิ่งมาราธอน

นาทีนี้ หากเอ่ยชื่อ Eileen Gu (กู่ อ้ายหลิง) ภาพจำของคน […]

The post Eileen Gu ‘เจ้าหญิงหิมะ’ ผู้หลงใหลการวิ่งจนไต่ระดับถึงมาราธอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Eileen Gu (กู่ อ้ายหลิง) ในชุดกีฬาขณะกำลังวิ่งมาราธอน

นาทีนี้ หากเอ่ยชื่อ Eileen Gu (กู่ อ้ายหลิง) ภาพจำของคนทั่วโลกคงหนีไม่พ้นคำว่า ‘เจ้าหญิงหิมะ’ เจ้าของ 3 เหรียญทอง 3 เหรียญเงินจากโอลิมปิกฤดูหนาว 2 ครั้ง รวมถึงการเป็นนางแบบสาวที่เรามักเห็นเธอเฉิดฉายบนปกนิตยสารแฟชั่นอยู่เสมอ

 

แต่ถึงอย่างนั้น… ชีวิตเธอยังมีอีกด้านหนึ่งที่หลายคนอาจไม่คุ้นตา ทว่าเธอหลงใหลมันเป็นพิเศษ นั่นคือการ ‘วิ่ง’ และไม่ใช่แค่วิ่งเพื่อสุขภาพทั่วไป เพราะเธอท้าทายขีดจำกัดตัวเองไปไกลถึงระดับมาราธอน

 

ย้อนกลับไปเดือนกรกฎาคม 2022 เพียง 36 ชั่วโมงหลังเครื่องลงจอดที่ซานฟรานซิสโก Eileen ตัดสินใจสมัครวิ่ง San Francisco Half Marathon แบบกะทันหัน เป้าหมายในหัวตอนนั้นเรียบง่ายมาก คือขอแค่วิ่งให้จบก็พอ

 

แต่เอาเข้าจริง ด้วย ‘จิตวิญญาณนักกีฬา’ ของเธอมันทรงพลังเกินไป เมื่อผ่านไมล์ที่ 7 สวิตช์โหมดแข่งขันก็ถูกเปิดขึ้นโดยอัตโนมัติ เธอเร่งจังหวะอย่างจริงจัง ก่อนเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 1:40:51 ทำเวลาดีเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มอายุไม่เกิน 19 ปี ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเธอแทบไม่มีเวลาซ้อมอย่างจริงจัง

 

และความท้าทายนี้ขยายขอบเขตสู่บททดสอบที่โหดกว่าเดิมใน Marathon Pour Tous ณ โอลิมปิกปารีส 2024 โดย Eileen สามารถเข้าเส้นชัยฟูลมาราธอนแรกในชีวิตด้วยเวลา 3:24:37 (Pace 4:51) ซึ่งเป็นสถิติที่ยอดเยี่ยมอย่างยิ่งสำหรับนักกีฬาที่ไม่ได้เป็นสายวิ่งโดยตรง

 

แล้วทำไมเธอถึงหลงรักการวิ่ง?

 

คำตอบอยู่ในบทสัมภาษณ์กับนิตยสาร Time ที่เธอเคยเล่าว่า การวิ่งคือช่วงเวลาที่ช่วย ‘เคลียร์สมอง’ ของเธอได้ดี ท่ามกลางเสียงรบกวนและแรงกดดันในฐานะนักกีฬาระดับโลก เพราะทุกย่างก้าวที่เหยียบลงบนพื้นถนนมันทำให้เธอได้ปลดปล่อยความคิดและจัดระเบียบอารมณ์ให้กลับมาโฟกัสกับตัวเอง

 

ที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่านั้น Eileen ยังนำทักษะ Imagination Games หรือการเล่นจินตนาการตั้งแต่วัยเด็ก มาต่อยอดเป็นเทคนิคการซ้อมเฉพาะตัว

 

ขณะที่เท้าก้าวไปข้างหน้า สมองของเธอกำลังสร้างภาพการหมุนตัวกลางอากาศบนลานสกีอย่างแม่นยำ ราวกับได้ลงมือทำจริง นั่นทำให้การวิ่งเป็นเหมือนห้องซ้อมสกีที่เงียบสงบที่สุดของเธอ

 

Eileen Gu (กู่ อ้ายหลิง) ในชุดกีฬาขณะกำลังวิ่งมาราธอน 1Eileen Gu (กู่ อ้ายหลิง) ในชุดกีฬาขณะกำลังวิ่งมาราธอน 2Eileen Gu (กู่ อ้ายหลิง) ในชุดกีฬาขณะกำลังวิ่งมาราธอน 3

 

อ้างอิง:

 

The post Eileen Gu ‘เจ้าหญิงหิมะ’ ผู้หลงใหลการวิ่งจนไต่ระดับถึงมาราธอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Kamikaze Gamble ฮิบิกิ โยชิดะ ชายหนุ่มผู้ฉีกกฎมาราธอน ด้วยความกล้า-บ้าบิ่น https://thestandard.co/hibiki-yoshida-kamikaze-marathon-gamble/ Wed, 25 Feb 2026 06:38:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1181572 ฮิบิกิ โยชิดะ นักวิ่งมาราธอนชาวญี่ปุ่น สวมเทปพาวเวอร์เทปบนร่างกายขณะวิ่ง

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา วงการวิ่งทั่วโลกต้องหันมามองเหตุการ […]

The post The Kamikaze Gamble ฮิบิกิ โยชิดะ ชายหนุ่มผู้ฉีกกฎมาราธอน ด้วยความกล้า-บ้าบิ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฮิบิกิ โยชิดะ นักวิ่งมาราธอนชาวญี่ปุ่น สวมเทปพาวเวอร์เทปบนร่างกายขณะวิ่ง

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา วงการวิ่งทั่วโลกต้องหันมามองเหตุการณ์หนึ่งที่โอซาก้า เมื่อ ฮิบิกิ โยชิดะ (Hibiki Yoshida) เลือกฉีกตำรามาราธอนแบบดั้งเดิม ด้วยการ “เดิมพัน” กับเพซระดับโลกในแบบฉบับที่ไม่มีใครอยากทำตาม

 

การตัดสินใจเสี่ยงของเขาไม่เพียงแค่เรียกเสียงฮือฮาในหมู่แฟนๆ แต่ยังทำให้ Osaka Marathon ปีนี้กลายเป็น “ทอล์กออฟเดอะทาวน์” ที่สั่นสะเทือนวงการวิ่งทั่วโลก จากความกล้าบ้าบิ่นที่ทั้งน่าทึ่ง อึ้ง และน่าหวาดเสียวในเวลาเดียวกัน

 

โยชิดะในวัย 23 ปี ไม่ใช่นักวิ่งโนเนม เขาคือซูเปอร์สตาร์จากเวที Hakone Ekiden อันศักดิ์สิทธิ์ของญี่ปุ่น แจ้งเกิดจากมหาวิทยาลัย Soka ด้วยสไตล์การวิ่งดุดัน บ้าบิ่น และความสามารถด้านการวิ่งขึ้นเขาที่โดดเด่น พูดง่ายๆ เขาคือเด็กหนุ่มใจถึงที่แฟนๆ นักวิ่งญี่ปุ่นรู้จักดี

 

ก่อนลงมาราธอนเต็มตัวครั้งแรกที่โอซาก้า เขาประกาศชัดเจนว่าเป้าหมายคือทำลายสถิติประเทศญี่ปุ่นของ สึงุรุ โอซาโกะ (ที่ทำไว้ 2:04:55 ชั่วโมง จากบาเลนเซียมาราธอน 2025)

 

คำพูดแบบนี้ในสนามมาราธอนถือว่าห้าวหาญอย่างยิ่ง เพราะนักวิ่งส่วนใหญ่มักเปิดตัวอีเวนต์แรกด้วยความระมัดระวัง เน้นวิ่งให้จบ หรือทำเวลาอย่างปลอดภัย แต่โยชิดะเลือกจะเล่นใหญ่ตั้งแต่วินาทีแรก

 

เพราะเมื่อเสียงสัญญาณการแข่งเริ่มขึ้น เขาก็ทำตามคำพูดทันที หลังผ่านไปเพียงกิโลเมตรที่ 7.8 เขาวิ่งแซงเพซเมกเกอร์และฉีกตัวออกจากกลุ่มนำ วิ่งเดี่ยวแบบไม่มีใครบังลม ชนิดที่ผ่าน 10 กิโลเมตรในเวลา 29:33 นาที และผ่านครึ่งทางที่ 1:01:54 ชั่วโมง ซึ่งเร็วระดับท้าทายสถิติโลกในช่วงนั้น

 

นี่คือจุดที่สื่อและแฟนวิ่งทั่วโลกตั้งชื่อให้ว่า “The Kamikaze Gamble” หรือการเดิมพันแบบพลีชีพที่ไม่มีแผนสำรอง

 

ในทางทฤษฎีมาราธอน การเปิดครึ่งแรกด้วยความเร็วระดับนั้นโดยไม่มีคนช่วยบังลม (Drafting) คือความเสี่ยงมหาศาล ที่ร่างกายจะสะสมความล้าและเผาผลาญพลังงานเร็วกว่าปกติ เสมือนการยืมแรงจากอนาคตมาใช้ก่อนเวลา และแน่นอนว่า… อนาคตก็มักกลับมาคิดดอกเบี้ยแบบโหดหินเสมอ

 

ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างเขายังหยิบขวดน้ำพลาดถึง 4 จาก 5 ครั้งแรก ทำให้ร่างกายขาดน้ำและพลังงาน ซึ่งส่งผลรุนแรงในช่วงท้ายการแข่งขัน

 

หลังผ่านกิโลเมตรที่ 35 สิ่งที่หลายคนคาดไว้ก็เกิดขึ้น เพซของเขาร่วงหนักจากผู้นำลงมาเรื่อยๆ จนเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 34 ด้วยเวลา 2:09:35 ชั่วโมง

 

หลังการวิ่งสุดระห่ำนี้ เจ้าตัวยอมรับภายหลังว่าช่วง 7 กิโลเมตรสุดท้ายความทรงจำแทบเลือนหาย เขาฝืนวิ่งด้วยสัญชาตญาณล้วนๆ และจำแทบไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเข้าเส้นชัยอย่างไร ก่อนจะทรุดลงหลังเข้าเส้นชัย และถูกนำตัวส่งเต็นท์พยาบาลด้วยรถเข็น

 

ขณะที่ผลการแข่งวันนั้นนักวิ่งญี่ปุ่นที่ทำเวลาดีที่สุดคือ Kiyoto Hirabayashi ที่วิ่งจบอันดับ 5 ด้วยเวลา 2:06:14 แต่เวลานั้น…ภาพที่โลกและแฟนๆ ชาวญี่ปุ่นจดจำ (เรียกว่า ขโมยซีน) กลับเป็นเด็กหนุ่มวัย 23 ปีที่กล้าเอาอาชีพและร่างกายไปเดิมพันกับการวิ่งแบบนั้น

 

ส่วนอีกภาพที่สร้างความสงสัยไม่แพ้กันคือ จุดดำๆ ที่ติดอยู่บนทั่วร่างกายของเขา แท้จริงคือแผ่น Power Tape ที่โยชิดะอธิบายว่าเขาใช้เพื่อลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อใบหน้าและช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น เพราะในการวิ่งระยะไกล หากใบหน้าเกร็ง ร่างกายจะเกร็งตามและสิ้นเปลืองพลังงาน ดังนั้น เขาจึงต้องการให้ช่วง 25 กิโลเมตรแรกผ่อนคลายที่สุด

 

ทว่าต่อให้ใบหน้าจะดูนิ่งเฉยแค่ไหน แต่พละกำลังที่ถูกรีดออกมาจนหมดก๊อก ก็ไม่อาจต้านทานกฎเกณฑ์ของธรรมชาติได้อยู่ดี

 

อย่างไรก็ตาม การวิ่งแบบบ้าบิ่นของโยชิดะในครั้งนี้ ถือเป็นการตัดสินใจของนักกีฬาระดับอาชีพที่มีทีมงานโค้ช แพทย์ และระบบสนับสนุนดูแลอย่างใกล้ชิด เขาคือคนที่ฝึกซ้อมมานับพันกิโลเมตร และเข้าใจความเสี่ยงของตัวเองในระดับหนึ่ง นี่คือการทดลองขีดจำกัดของนักกีฬาชั้นนำ ไม่ใช่การวิ่งเล่นโดยไร้การเตรียมตัว

 

ในอีกมุมหนึ่ง สำหรับนักวิ่งทั่วไป นี่คือบทเรียนสำคัญว่า “การประเมินร่างกายและวางแผนตามศักยภาพของตัวเอง” คือสิ่งจำเป็นที่สุด ในการวิ่งมาราธอนที่ต้องอาศัยการจัดการพลังงานตลอดระยะทางอันยาวไกล

 

การเร่งเพซเกินขีดความสามารถของร่างกายจนเข้าสู่ภาวะวิกฤต ถึงขั้นความทรงจำขาดหาย ไม่ได้เป็นภาพโรแมนติกของความกล้าแต่อย่างใด ตรงกันข้าม..มันคือสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างจริงจัง เพราะในชีวิตจริง ไม่ได้มีทีมแพทย์หรือสตาฟฟ์คอยดูแลทุกครั้งที่เราล้มลง

 

ความกล้าของโยชิดะจึงควรถูกมองทั้งในฐานะแรงบันดาลใจ และในฐานะเครื่องเตือนใจว่า การท้าทายขีดจำกัดเป็นสิ่งงดงาม แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจร่างกายตัวเองเสมอ

 

ฮิบิกิ โยชิดะ นักวิ่งมาราธอนชาวญี่ปุ่น สวมเทปพาวเวอร์เทปบนร่างกายขณะวิ่ง 2ฮิบิกิ โยชิดะ นักวิ่งมาราธอนชาวญี่ปุ่น สวมเทปพาวเวอร์เทปบนร่างกายขณะวิ่ง 3ฮิบิกิ โยชิดะ นักวิ่งมาราธอนชาวญี่ปุ่น สวมเทปพาวเวอร์เทปบนร่างกายขณะวิ่ง 4

 

อ้างอิง:

 

The post The Kamikaze Gamble ฮิบิกิ โยชิดะ ชายหนุ่มผู้ฉีกกฎมาราธอน ด้วยความกล้า-บ้าบิ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
โจวเหวินฟะ วัย 70 ปี วิ่งจบ 10K ในฮ่องกงมาราธอน ด้วยเวลา 2 ชั่วโมง https://thestandard.co/chow-yun-fat-70-10k-marathon/ Mon, 19 Jan 2026 07:01:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1166750 โจวเหวินฟะ วัย 70 ปี วิ่งจบ 10K ใน ฮ่องกงมาราธอน ด้วยเวลา 2 ชั่วโมง

โจวเหวินฟะ นักแสดงชาวฮ่องกงระดับตำนานวัย 70 ปี ยังคงใช้ […]

The post โจวเหวินฟะ วัย 70 ปี วิ่งจบ 10K ในฮ่องกงมาราธอน ด้วยเวลา 2 ชั่วโมง appeared first on THE STANDARD.

]]>
โจวเหวินฟะ วัย 70 ปี วิ่งจบ 10K ใน ฮ่องกงมาราธอน ด้วยเวลา 2 ชั่วโมง

โจวเหวินฟะ นักแสดงชาวฮ่องกงระดับตำนานวัย 70 ปี ยังคงใช้ ‘การวิ่ง’ สร้างแรงบันดาลใจต่อเนื่อง ด้วยการลงวิ่งระยะ 10 กิโลเมตร ในการแข่งขัน Standard Chartered Hong Kong Marathon 2026 งานวิ่งใหญ่ประจำปีของฮ่องกง ท่ามกลางนักวิ่งกว่า 70,000 คน

 

โดยการกลับมาลงสนามครั้งนี้ โจวเหวินฟะเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 23 วินาที ในระยะ 10 กิโลเมตร โดยเจ้าตัวย้ำว่าผลเวลาไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด แต่การได้ร่วมวิ่งกับเพื่อนๆ และทักทายแฟนๆ ระหว่างทางคือความสุขที่เขาได้รับจากการวิ่งครั้งนี้

 

“ผลการแข่งขันไม่ได้สำคัญอะไรนัก เราแค่อยากวิ่งให้จบ และได้ทักทายผู้ชมระหว่างทางเท่านั้น” – โจวเหวินฟะ

 

อ้างอิง:

The post โจวเหวินฟะ วัย 70 ปี วิ่งจบ 10K ในฮ่องกงมาราธอน ด้วยเวลา 2 ชั่วโมง appeared first on THE STANDARD.

]]>
“การวิ่งคือศาสนาใหม่”คุยกับ Mark Milde Race Director Berlin Marathon อธิบายพลังของชุมชนวิ่งที่กำลังเติบโตทั่วโลก https://thestandard.co/running-new-religion-mark-milde/ Wed, 24 Dec 2025 11:05:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1157950 “การวิ่งคือศาสนาใหม่” คุยกับ Mark Milde Race Director Berlin Marathon อธิบายพลังของชุมชนวิ่งที่กำลังเติบโตทั่วโลก

ดูจากกระแสการวิ่งทั้งในไทยและต่างประเทศ ทุกคนน่าจะเห็นต […]

The post “การวิ่งคือศาสนาใหม่”คุยกับ Mark Milde Race Director Berlin Marathon อธิบายพลังของชุมชนวิ่งที่กำลังเติบโตทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
“การวิ่งคือศาสนาใหม่” คุยกับ Mark Milde Race Director Berlin Marathon อธิบายพลังของชุมชนวิ่งที่กำลังเติบโตทั่วโลก

ดูจากกระแสการวิ่งทั้งในไทยและต่างประเทศ ทุกคนน่าจะเห็นตรงกันว่า การวิ่ง ทั้งเพื่อออกกำลังกาย และ เพื่อเป้าหมายในการแข่งขันทั้งระดับสมัคร เล่น และ อาชีพ สูงขึ้นมากโดยเฉพาะในปีนี้

 

แต่ไม่ใช่แค่ความรู้สึกของหลายๆคนเท่านั้น แต่จากที่เราได้มีโอกาสคุยกับ Mark Milde Race Director ของ เบอร์ลิน มาราธอน หนึ่งใน World Marathon Majors ภายในงาน Bangsaen21 เขามองว่าปีนี้เติบโตขึ้นอย่างรุนแรง และ เขาทึ่งมากกับวัฒนธรรมการวิ่งในประเทศไทย ที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

แม้ว่านักวิ่งในไทยจะเต็มไปด้วยความท้าทาย เช่นการซ้อมวิ่งที่ทำได้เพียงเช้ามืด หรือ เย็นเท่านั้น รวมถึงเวลาแข่งขัน ทำได้เพียงปล่อยตัว ถ้าไม่เย็น ก็ต้องเช้ามืด 04.00 น. แบบที่บางแสน ซึ่งเทียบกับการวิ่งในต่างประเทศที่อากาศเย็นกว่าและสามารถปล่อยตัวงานวิ่งได้ เวลา 09.00 น. เป็นสิ่งที่ดูง่ายกว่าเยอะสำหรับคนวิ่งทั่วไป

 

โดยเราได้โอกาสพูดคุยกับ Mark เพื่อถามถึงมุมมองที่เขาเห็นจากเบอร์ลิน มาราธอน และ กระแสการวิ่งที่เติบโตขึ้นทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

 

การวิ่งคือ “ศาสนาใหม่” ของคนรุ่นใหม่

 

ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดจากการพูดคุย คือมุมมองของ Mark ต่อกระแส “Running Boom” ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก เขาชี้ให้เห็นว่าในขณะที่งานวิ่งเล็กๆ บางแห่งอาจชะลอตัว แต่งานระดับ World Majors กลับมีความต้องการพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยมี “คนรุ่นใหม่” เป็นเชื้อเพลิงสำคัญในการขับเคลื่อนกระแสนี้

 

Mark เปิดเผยสถิติที่น่าทึ่งจากงาน Berlin Half Marathon ซึ่งมีนักวิ่งกว่า 40,000 คน ว่าโครงสร้างประชากรนักวิ่งกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน:

 

• ในกลุ่มอายุ 18-25 ปี มีผู้หญิงเข้าร่วมถึง 60% ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในเบอร์ลิน

 

• ในกลุ่มอายุ 25-30 ปี สัดส่วนชายหญิงเท่ากันที่ 50/50

 

เขาเปรียบเปรยไว้ว่า “การวิ่งอาจจะเป็นศาสนาใหม่” (New Religion)

 

“ผมคิดว่ากระแสวิ่งถูกผลักดันโดยคนรุ่นใหม่ที่เลือกมาวิ่ง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร เหมือนกับชุมชนที่รวมตัวกันจัดตั้ง ชุมชนการวิ่ง (Run Clubs) ผมอาจเปรียบเทียบได้ว่าการวิ่งคือศาสนาใหม่ ในโลกตะวันตก ศาสนา สถาบันดั้งเดิมอาจจะลดลง แต่เมื่อคุณย้ายไปสู่เมืองใหม่ และ อยากหาเพื่อน ที่อยู่นอกเหนือจากเพื่อนร่วมงาน และ เชื่อมโยงกับคนใหม่ๆ หลายคนก็พยายามที่จะเชื่อมโยงกับผู้คนผ่าน ชุมชนวิ่ง พวกเขาออกไปร่วมงานวิ่ง Social Runs ระหว่างสัปดาห์ หรือ สุดสัปดาห์ หาเพื่อนใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยให้กระแสวิ่งเติบโตขึ้น ทำให้คนวิ่งเพิ่มขึ้น

 

“ผมมีความสุขมาก ในช่วงปี 1990 ผมเคยต้องเดินทางไปโปรโมทงานวิ่งของเบอร์ลิน มาราธอน เพื่อให้มันขยายใหญ่ขึ้น แต่ตอนนี้เรากลับต้องขอจำกัดคนมาวิ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี เพราะเราอยากให้ทุกคนมีความสุข แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่าย เพราะ สถานที่ และพื้นที่ๆเรามี เรามีจำกัด”

 

Race Director: ผู้บริหารความเครียดและจิ๊กซอว์หมื่นชิ้น

 

เมื่อถามถึงหน้าที่ของ Race Director ที่เบอร์ลินมาราธอน Mark อธิบายว่างานของเขาคือการดู “ภาพรวม” (Overall view) ประสานงานกับเมือง สปอนเซอร์ และดูแลทั้งนักวิ่งอีลีทและนักวิ่งสมัครเล่น

 

ความท้าทายสูงสุดของอาชีพนี้คือ “เส้นตายที่เลื่อนไม่ได้” (Unmovable Deadline) ต่างจากงานบริษัททั่วไปที่อาจเลื่อนวันเปิดตัวโปรเจกต์ได้ แต่วันแข่งมาราธอนถูกกำหนดไว้ตายตัวทุกปี และมีผู้คนบินข้ามโลกมาร่วมงาน การบริหารงานจึงเหมือนการต่อจิ๊กซอว์ชิ้นยักษ์ที่ต้องอาศัยอาสาสมัครกว่า 6,000 คน และพลังใจจากนักวิ่งนับหมื่น,

 

สำหรับคุณสมบัติของ Race Director ที่ดี Mark สรุปไว้ 3 ข้อคือ:

 

1. ความทนทานต่อความเครียด (Stress Resistance): เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน

 

2. ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity): เพื่อแก้ปัญหาหน้างานที่คาดเดาไม่ได้

 

3. วิสัยทัศน์ (Vision): เพื่อพางานเดินไปข้างหน้า,

 

ความประทับใจต่อนักวิ่งไทย: ความทุ่มเทและสีสันยามค่ำคืน

 

ในสายตาของ Race Director ระดับโลก เขายอมรับว่าต้อง “ยกย่อง” (Take off my hat) ให้นักวิ่งชาวไทยที่มีความทุ่มเทสูงมาก เพราะสภาพอากาศร้อนทำให้ต้องตื่นมาซ้อมตั้งแต่เช้ามืดหรือวิ่งตอนดึกเพื่อเลี่ยงแดด ซึ่งยากกว่าการซ้อมในยุโรปมาก

 

นอกจากนี้ เขายังสนใจวัฒนธรรม “Night Race” หรือการวิ่งกลางคืนในไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่เบอร์ลินอาจทำไม่ได้ และมองว่าการวิ่งในไทยมีการจัดการที่ดีและเต็มไปด้วยพลังงานบวก, สำหรับเขา การท่องเที่ยวที่ดีไม่ใช่แค่การนอนพักที่รีสอร์ตริมหาด แต่คือการได้ออกไปสำรวจเมืองด้วยการวิ่งหรือปั่นจักรยาน

 

ตำนานเบอร์ลินและก้าวต่อไปของหนึ่งในเวิลด์เมเจอรส์มาราธอน

 

สิ่งที่ Mark ภูมิใจที่สุดในฐานะคนทำงานเบื้องหลังตลอด 30 ปี คือการตัดสินใจย้ายเส้นชัยไปที่ ประตูบรันเดินบวร์คในปี 2004 ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของงาน, การสร้างสถิติโลก (World Records) ที่เกิดขึ้นมากที่สุดในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา, และการร่วมก่อตั้ง World Marathon Majors

 

สำหรับการเตรียมตัวสู่อนาคต Mark ย้ำถึงความสำคัญของการ เปิดใจ รับไอเดียใหม่ๆ จากทั่วโลก เหมือนในอดีตที่เบอร์ลินเคยแจกดอกกุหลาบให้นักวิ่งหญิงที่เข้าเส้นชัย จนงานนิวยอร์กมาราธอนนำไอเดียนี้ไปใช้บ้าง

 

สุดท้าย Mark ฝากข้อความถึงนักวิ่งชาวไทยว่า เบอร์ลินยินดีต้อนรับเสมอ แม้จะต้องรอคิวนานเนื่องจากความนิยมที่สูงมาก และหวังว่าจะได้พบกับนักวิ่งไทยทุกคน “ที่เส้นชัย” (See you at the finish line)

The post “การวิ่งคือศาสนาใหม่”คุยกับ Mark Milde Race Director Berlin Marathon อธิบายพลังของชุมชนวิ่งที่กำลังเติบโตทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
คีริน ตันติเวทย์ ซ้อมอะไรบ้างไปในหนึ่งสัปดาห์ https://thestandard.co/kieran-tuntivate-weekly-training/ Wed, 24 Dec 2025 10:00:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1157799

หนึ่งสัปดาห์ของคีริน ซ้อมอะไรบ้างในแต่ละวัน  

The post คีริน ตันติเวทย์ ซ้อมอะไรบ้างไปในหนึ่งสัปดาห์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

หนึ่งสัปดาห์ของคีริน ซ้อมอะไรบ้างในแต่ละวัน

 

The post คีริน ตันติเวทย์ ซ้อมอะไรบ้างไปในหนึ่งสัปดาห์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไม่ต้องเก่งตั้งแต่แรก แค่ไม่หยุดพยายาม: คอมมูนิตี้นักวิ่ง Nike ที่พาเราไปไกลกว่าเดิม https://thestandard.co/life/nike-community-persistence-further/ Thu, 04 Dec 2025 08:42:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1151406 ไม่ต้องเก่งตั้งแต่แรก แค่ไม่หยุดพยายาม: คอมมูนิตี้นักวิ่ง Nike ที่พาเราไปไกลกว่าเดิม

เคยไหมที่รู้สึกว่าตัวเองถึงขีดจำกัดแล้ว? หรือการวิ่งกลา […]

The post ไม่ต้องเก่งตั้งแต่แรก แค่ไม่หยุดพยายาม: คอมมูนิตี้นักวิ่ง Nike ที่พาเราไปไกลกว่าเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไม่ต้องเก่งตั้งแต่แรก แค่ไม่หยุดพยายาม: คอมมูนิตี้นักวิ่ง Nike ที่พาเราไปไกลกว่าเดิม

เคยไหมที่รู้สึกว่าตัวเองถึงขีดจำกัดแล้ว? หรือการวิ่งกลายเป็นแค่กิจวัตรที่ทำไปเรื่อยๆ?

 

งาน Amazing Thailand Marathon 2025 ปีนี้เราลงระยะ 21K ที่ปล่อยตัวตีสอง ซึ่งเป็นระยะคุ้นเคยหลังผ่านมาหลายสนาม ดังนั้นสำหรับเราแล้ว การวิ่งฮาล์ฟมาราธอนเลยเป็นเรื่องที่เราไม่ได้รู้สึกตื่นเต้น ไม่ได้คาดหวังอะไรกับเวลา ไม่มีความกระตือรือร้นก่อนวันแข่ง เพราะรู้อยู่แล้วว่าเราคงทำเวลาได้ประมาณนั้น ไม่ดีขึ้นมาก แต่ก็ไม่แย่ลง แค่ผ่านไปอีกสนามหนึ่ง จนกระทั่งเราได้เข้าร่วมโปรแกรมฝึกซ้อมของคอมมูนิตี้นักวิ่งจาก Nike ที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป และทำให้เราได้ค้นพบความหมายของการวิ่งอีกครั้ง

 

การเตรียมตัวที่แตกต่าง

 

ไม่ต้องเก่งตั้งแต่แรก แค่ไม่หยุดพยายาม: คอมมูนิตี้นักวิ่ง Nike ที่พาเราไปไกลกว่าเดิม 1

 

ครั้งแรกที่เราได้เข้าโปรแกรมวิ่งกับ Nike เริ่มต้นก่อนการแข่งขันไม่นาน สถานที่นัดพบคือ UTK Stadium ที่เราได้เจอคอมมูนิตี้นักวิ่งที่มารวมตัวกันเพื่อซ้อมวิ่งลงคอร์ท ก่อนลงสนาม Amazing Thailand Marathon 2025 วันนั้นเราได้ฝึกซ้อมกับทีมโค้ชมืออาชีพของ Nike และ โค้ชษะ-วรท อุปนิสากร นักวิ่งเจนสนามที่ได้มาแชร์ความรู้และเคล็ดลับก่อนการแข่งขัน เช่น การเซ็ตเพลย์ลิสต์ช่วงปล่อยตัว การกิน การนอน ฯลฯ ซึ่งเรามองว่าเป็นประโยชน์มากและเอาไปใช้ได้จริง

 

ไม่ต้องเก่งตั้งแต่แรก แค่ไม่หยุดพยายาม: คอมมูนิตี้นักวิ่ง Nike ที่พาเราไปไกลกว่าเดิม 2

โค้ชษะ-วรท อุปนิสากร

 

ไม่ต้องเก่งตั้งแต่แรก แค่ไม่หยุดพยายาม: คอมมูนิตี้นักวิ่ง Nike ที่พาเราไปไกลกว่าเดิม 3

 

นอกจากนั้นเรายังมีโอกาสได้ทดสอบรองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ของ Nike อย่างตระกูล Pegasus และ Vomero ในสนามจริงที่ได้ใส่วิ่งนานๆ ทำให้เราสัมผัสได้ถึงความแตกต่างของเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักวิ่งที่หลากหลาย ทั้งความนุ่ม ความเด้ง หรือความเบา ซึ่งทำให้เราตัดสินใจได้ว่าคู่ไหนที่เหมาะกับเราจริงๆ (รวมถึงคู่ไหนที่ไม่เหมาะกับเราด้วย)

 

ไม่ต้องเก่งตั้งแต่แรก แค่ไม่หยุดพยายาม: คอมมูนิตี้นักวิ่ง Nike ที่พาเราไปไกลกว่าเดิม 4ไม่ต้องเก่งตั้งแต่แรก แค่ไม่หยุดพยายาม: คอมมูนิตี้นักวิ่ง Nike ที่พาเราไปไกลกว่าเดิม 5

 

จริงๆ ในช่วงก่อนวันแข่งจริงเป็นช่วงลดปริมาณการฝึกซ้อม แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะงดวิ่งเลย เรายังคงวิ่งได้อยู่แต่ต้องวิ่งในระยะที่เหมาะสม ด้วยระดับความเหนื่อยที่ไม่มากจนเกินไป Nike เลยจัด Shakeout Run ซึ่งการวิ่งเบาๆ ทำให้เราได้พบปะกับเหล่านักวิ่งในคอมมูนิตี้อีกครั้ง มันทำให้คนที่มารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ต่อสู้คนเดียว ดูทุกคนมั่นใจและพร้อมที่จะลงสนาม

 

ไม่ต้องเก่งตั้งแต่แรก แค่ไม่หยุดพยายาม: คอมมูนิตี้นักวิ่ง Nike ที่พาเราไปไกลกว่าเดิม 6ไม่ต้องเก่งตั้งแต่แรก แค่ไม่หยุดพยายาม: คอมมูนิตี้นักวิ่ง Nike ที่พาเราไปไกลกว่าเดิม 7ไม่ต้องเก่งตั้งแต่แรก แค่ไม่หยุดพยายาม: คอมมูนิตี้นักวิ่ง Nike ที่พาเราไปไกลกว่าเดิม 8

Shakeout Run

 

เมื่อคอมมูนิตี้พบแรงบันดาลใจตลอดเส้นทางวิ่ง

 

สิ่งที่ทำให้การวิ่ง Amazing Thailand Marathon 2025 ใจฟูกว่างานอื่นคือข้อความโดนใจนักวิ่งจาก Nike ที่กระจายอยู่ตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะ ตื่นตีสองมาทรมานตัวเองก็มีแค่นักวิ่งแหละ, ปวดขาอีกสองวันแต่จำไปทั้งปี, No Tuk-Tuk No Motorbike Just your legs คุณไม่ได้ตื่นตีสองเพื่อมาหยุดที่ 11K, Human by Day / Marathon by Night ฯลฯ

 

เรารู้สึกว่า Nike ไม่ได้แค่ทำป้ายมาเฉยๆ เพื่อให้แบรนดิ้งออก แต่พวกเขาได้วางป้ายด้วยข้อความในจุดที่เข้าใจนักวิ่งและเข้าถึงจิตวิทยาของนักวิ่ง รู้ว่าเมื่อไรที่พวกเราต้องการกำลังใจ เมื่อไรที่ต้องการอารมณ์ขันเพื่อให้ลืมความเหนื่อย เมื่อไรที่พวกเราเริ่มสงสัยตัวเอง หรือเมื่อไรที่นักวิ่งต้องการคำเตือนใจให้ยึดมั่นในเป้าหมาย สำหรับเราแล้วทุกป้ายเหล่านั้นจึงเป็นมากกว่าข้อความ แต่คือเพื่อนร่วมทางที่วิ่งไปพร้อมกับเราตลอดระยะทาง 21 กิโลเมตร จนเข้าเส้นชัย

 

พื้นที่เกิดจากความเข้าใจว่านักวิ่งต้องการอะไร

 

หลังวิ่งเข้าเส้นชัย เราเดินตรงไปยัง Nike’s Runners Lounge ที่จัดเตรียมไว้ต้อนรับนักวิ่ง ในเลานจ์มีอาหารว่าง เครื่องดื่ม และกิจกรรมมากมาย มีมุมถ่ายภาพ มุมสกรีนเสื้อ Finisher มุมยืดเหยียดร่างกาย ที่เข้าใจความต้องการของนักวิ่งเป็นอย่างดี เราเห็นผู้คนได้มาเจอกัน พูดคุยกัน และแชร์ความยินดี (รวมถึงความเจ็บปวด) ร่วมกัน สำหรับเราแล้ว ที่นี่จึงไม่ใช่แค่โซนพักผ่อน แต่คือพื้นที่ให้ทุกคนได้ฉลองความสำเร็จร่วมกัน ไม่ว่าเป้าหมายของแต่ละคนจะเป็นอย่างไร

 

ไม่ต้องเก่งตั้งแต่แรก แค่ไม่หยุดพยายาม: คอมมูนิตี้นักวิ่ง Nike ที่พาเราไปไกลกว่าเดิม 9ไม่ต้องเก่งตั้งแต่แรก แค่ไม่หยุดพยายาม: คอมมูนิตี้นักวิ่ง Nike ที่พาเราไปไกลกว่าเดิม 10

Nike’s Runners Lounge

 

หลังจากนั้น วันรุ่งขึ้น Nike ชวนเราไปวิ่ง Recovery Run อีกครั้ง เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังวันแข่ง และเป็นวันที่ได้พบกับตำนานอย่าง Eliud Kipchoge นักวิ่งคนแรกของโลกที่พิสูจน์ว่ามนุษย์สามารถวิ่งจบมาราธอนในเวลา 2 ชั่วโมง

 

ไม่ต้องเก่งตั้งแต่แรก แค่ไม่หยุดพยายาม: คอมมูนิตี้นักวิ่ง Nike ที่พาเราไปไกลกว่าเดิม 11

Eliud Kipchoge

 

การได้พูดคุย สัมผัสพลัง และได้รับแรงบันดาลใจจากคิปโชเกในวันนั้น ที่เขาย้ำเสมอว่า “No human is limited” ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่สโลแกนเท่ๆ ทางการตลาด แต่เราเชื่อว่าเขาหมายถึงอย่างนั้นจริงๆ มันช่วยจุดประกายพลังงานบางอย่าง ให้เราทำในสิ่งที่เคยคิดว่า ‘เป็นไปไม่ได้หรอก’ ให้เกิดขึ้นได้จริง โดยใส่ความมุ่งมั่นลงไปเต็มร้อย

 

ไม่ต้องเก่งตั้งแต่แรก แค่ไม่หยุดพยายาม: คอมมูนิตี้นักวิ่ง Nike ที่พาเราไปไกลกว่าเดิม 12

 

สำหรับเราแล้ว การได้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้นักวิ่ง Nike ไม่ได้แค่ช่วยให้เราวิ่งจบระยะ 21 กิโลเมตรด้วยเวลาที่ดีที่สุดเท่านั้น เพราะสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ มันทำให้เรากลับมากระตือรือร้นกับการวิ่งอีกครั้ง ทำให้เราอยากจะออกไปซ้อมวิ่งอย่างบ้าคลั่ง และกล้าที่จะตั้งเป้าหมายใหม่ๆ ที่ท้าทายขีดจำกัด ให้ร่างกายได้สั่นสะเทือนมากกว่าเดิม เพราะเราเชื่ออย่างที่คิปโชเกได้บอกไว้ ‘No human is limited’

 

คลิกอ่านบทความเกี่ยวข้องได้ที่:

 

ภาพ: Nike

The post ไม่ต้องเก่งตั้งแต่แรก แค่ไม่หยุดพยายาม: คอมมูนิตี้นักวิ่ง Nike ที่พาเราไปไกลกว่าเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
6 Marathon Mindsets ที่เต้ย-พงศกร ใช้พิชิตทุกเป้าหมายในชีวิต https://thestandard.co/life/longevity-lab-ep-4-toey-pongsakorn/ Wed, 29 Oct 2025 02:51:21 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1136672 6-marathon-mindsets-toey-pongsakorn

หากสำรวจเทรนด์ออกกำลังกายที่มาแรงในตอนนี้ คงหนีไม่พ้น ‘ […]

The post 6 Marathon Mindsets ที่เต้ย-พงศกร ใช้พิชิตทุกเป้าหมายในชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
6-marathon-mindsets-toey-pongsakorn

หากสำรวจเทรนด์ออกกำลังกายที่มาแรงในตอนนี้ คงหนีไม่พ้น ‘การวิ่ง’ ที่เห็นได้จาก Run Club ที่ผุดขึ้นมากมาย แต่มีการวิ่งอยู่ประเภทหนึ่งที่เป็นมากกว่าแค่การออกกำลังกาย นั่นก็คือ ‘มาราธอน’ 

 

ระยะทางกว่า 42.195 กิโลเมตร อาจดูเป็นตัวเลขของนักวิ่งตัวยงเท่านั้น แต่ไม่ว่าร่างกายจะฟิตแค่ไหน ทุกคนต่างต้องเผชิญหน้ากับ ‘กิโลเมตรปีศาจ’ โมเมนต์ที่ร่างกายมาถึงขีดจำกัด และการต่อสู้กับเสียงในหัวมากมาย

 

 

บทความนี้ เราจะพาไปถอดรหัส Marathon Mindset กับแขกรับเชิญจาก Longevity Lab EP.4 อย่าง เต้ย-พงศกร เมตตาริกานนท์ นักแสดงผู้มีหัวใจของนักวิ่งตัวจริง และเพิ่งพิชิต Chicago Marathon 2025 มาสดๆ ร้อนๆ

 

เต้ย พงศกร เมตตาริกานนท์ Marathon Mindset Chicago Marathon

 

มาดูกันว่า อะไรคือสิ่งที่หล่อหลอมให้เขาก้าวข้ามขีดจำกัดที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ให้สำเร็จได้

 

1. วินัยคือหัวใจของความสำเร็จ

 

“คนเก่งผมไม่กลัวนะ ผมกลัวคนมีวินัยมากกว่า น่าจะเป็นเพราะตอนเด็กด้วยมั้งครับ ตอนเด็กเป็นนักกีฬา ถ้าอยากได้แบบไหนก็ต้องซ้อมแบบนั้น”

 

เต้ย พงศกร เมตตาริกานนท์ Marathon Mindset Chicago Marathon

 

2. แลกความสุขระยะสั้นเพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่

 

“ถ้าเรามีเป้าหมายในชีวิตแล้วเราก็ต้องยอมแลก แอลกอฮอล์ไม่แตะครับ ถ้าเป็นช่วงตารางซ้อมแข่ง แต่ว่าหลังแข่งได้เลย อาหารเหมือนกันครับ ของหวานก็จะไม่ค่อยกิน ของหวานมันจะทำให้กล้ามเนื้ออักเสบ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ไม่ดี”

 

เต้ย พงศกร เมตตาริกานนท์ Marathon Mindset Chicago Marathon

 

3. ช่างมัน แล้วเริ่มใหม่

 

“ช่างมัน เอาใหม่ เริ่มใหม่ ทำใหม่ได้ เหมือนเราเคยทำได้แล้วครั้งหนึ่ง ครั้งต่อไปมันก็ต้องเกิดขึ้นได้ แล้วก็ต้องได้ดีกว่าเดิม เราก็แค่เชื่อว่าเราทำได้ แล้วเราก็จะไปแตะจุดๆ นั้น”

 

เต้ย พงศกร เมตตาริกานนท์ Marathon Mindset Chicago Marathon

 

4. สนุกกับสิ่งที่ทำ แล้วมันจะกลายเป็นความรัก

 

“ก่อนอื่นเราต้องสนุกกับมันก่อน ถ้าเราคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ต้องทำ เราจะทำได้ไม่นาน แต่ถ้าเราสนุกไปเรื่อยๆ มันจะกลายเป็นความรัก เราจะอยากทำมันด้วยความเต็มใจ แล้วมันจะแฮปปี้”

 

เต้ย พงศกร เมตตาริกานนท์ Marathon Mindset Chicago Marathon

 

5. การวิ่งคือการฝึกสมาธิและการวางแผนชีวิต

 

“การวิ่งทำให้เรามีสมาธิมากขึ้น รู้จักร่างกายตัวเอง รู้จักการวางแผนชีวิต จัดระเบียบชีวิต เขาบอกว่าถ้าจบมาราธอนได้ก็ถือเป็น 1% ของโลก ถ้าจบมาราธอนได้…ทุกอย่างบนโลกคุณก็ทำได้หมด”

 

เต้ย พงศกร เมตตาริกานนท์ Marathon Mindset Chicago Marathon

 

6. การตั้งเป้าหมายเพื่อเอาชนะใจตัวเอง

 

“นิสัยส่วนตัวอาจจะเป็นคนชอบเอาชนะด้วย เอาชนะตัวเองนะครับ อยากเอาชนะเป้าหมายตัวเอง อยากไปให้ถึงเป้าที่ตัวเองวางไว้”

 

The post 6 Marathon Mindsets ที่เต้ย-พงศกร ใช้พิชิตทุกเป้าหมายในชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
adidas เตรียมวางจำหน่าย Adizero Adios Pro 4 Bangsaen21-2025 15 ตุลาคมนี้ https://thestandard.co/adizero-adios-pro4-bangsaen21/ Wed, 08 Oct 2025 01:15:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1127893 รองเท้าวิ่ง adidas Adizero Adios Pro 4 Bangsaen21 สีฟ้า Ash Blue รุ่นพิเศษครบรอบ 10 ปี

ในโอกาสครบรอบ 10 ปีงานวิ่งบางแสน21 adidas ได้วางจำหน่าย […]

The post adidas เตรียมวางจำหน่าย Adizero Adios Pro 4 Bangsaen21-2025 15 ตุลาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองเท้าวิ่ง adidas Adizero Adios Pro 4 Bangsaen21 สีฟ้า Ash Blue รุ่นพิเศษครบรอบ 10 ปี

ในโอกาสครบรอบ 10 ปีงานวิ่งบางแสน21 adidas ได้วางจำหน่าย รองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 4 Bangsaen21-2025 ที่ออกแบบด้วยโทน สีฟ้า (Ash Blue) ซึ่งเป็นสีประจำงาน Bangsaen21 มายาวนานกว่าทศวรรษ และยังสื่อถึงสีของท้องทะเลบางแสนอีกด้วย 

 

ตัดด้วย แถบเส้นสีเงิน (Silver Metallic) ที่เปรียบเสมือน “ชัยชนะ” หรือ “เหรียญรางวัล” สำหรับนักวิ่งที่สามารถพิชิตขีดจำกัดของตัวเองในการวิ่งสู่เส้นชัยภายในเวลาที่กำหนด 

 

อีกหนึ่งดีเทลพิเศษคือ แผ่นรองด้านใน ที่ตกแต่งด้วย “รูปลิงมาสคอตประจำบางแสนซีรีส์” พร้อมลายเส้นทางวิ่งของงาน Bangsaen21 และปิดท้ายด้วยโลโก้ Bangsaen21 ที่ส้นรองเท้าด้านใน สะท้อนจิตวิญญาณแห่งการวิ่งที่บางแสนอย่างแท้จริง

 

รองเท้ารุ่นพิเศษนี้วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2568 เวลา 10:00 น. ในราคา 8,000 บาท

 

ช่องทางจำหน่าย:

  • อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ / อาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์ / แอป adidas / เว็บไซต์ www.adidas.co.th / LINE @adidasthailand
  • รวมถึงร้านอาริ รันนิ่ง, ซูเปอร์สปอร์ต, AVARIN และร้านอุปกรณ์กีฬาชั้นนำทั่วประเทศ

 

รองเท้าวิ่ง adidas Adizero Adios Pro 4 Bangsaen21 สีฟ้า Ash Blue รุ่นพิเศษครบรอบ 10 ปี

The post adidas เตรียมวางจำหน่าย Adizero Adios Pro 4 Bangsaen21-2025 15 ตุลาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แฮร์รี สไตล์ส ปลอมตัวร่วมวิ่งเบอร์ลิน มาราธอน แถมจบ Sub-3 https://thestandard.co/harry-styles-berlin-marathon/ Mon, 22 Sep 2025 03:14:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1121301

แฮร์รี สไตล์ส ป็อปสตาร์เจ้าของรางวัลแกรมมี่ สร้างความฮื […]

The post แฮร์รี สไตล์ส ปลอมตัวร่วมวิ่งเบอร์ลิน มาราธอน แถมจบ Sub-3 appeared first on THE STANDARD.

]]>

แฮร์รี สไตล์ส ป็อปสตาร์เจ้าของรางวัลแกรมมี่ สร้างความฮือฮาอีกครั้ง หลังลงแข่งขัน เบอร์ลิน มาราธอน 2025 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน และสามารถวิ่งจบระยะ 42.195 กิโลเมตร ด้วยเวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมง

 

จากข้อมูลของแอปพลิเคชัน BMW Berlin Marathon ระบุว่า สไตล์ส ลงทะเบียนในชื่อปลอมว่า “Sted Sarandos” แต่โปรไฟล์เชื่อมโยงกับหมายเลขบิบของเจ้าตัว โดยทำเวลารวม 2 ชั่วโมง 58 นาที แบ่งเป็นครึ่งทางแรก 1:29:08 ชั่วโมง และครึ่งหลัง 1:30:06 ชั่วโมง ถือว่าเป็นจังหวะการวิ่งที่สม่ำเสมออย่างน่าทึ่ง

 

ในระหว่างการแข่งขัน เจ้าของเพลงฮิต “Watermelon Sugar” มาในลุคสดใส สวมเสื้อสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีดำ และรองเท้าสนีกเกอร์สีชมพูสะดุดตา โดยมี ริชาร์ด ไวท์เฮด นักวิ่งพาราลิมปิกเจ้าของเหรียญทอง มาร่วมเก็บภาพคู่ลงอินสตาแกรม

 

ศึกเบอร์ลิน มาราธอนปีนี้ มีนักวิ่งเข้าร่วมกว่า 80,000 คน เส้นทางวิ่งผ่านแลนด์มาร์กสำคัญ เช่น อาคารรัฐสภาเยอรมัน ประตูบรันเดนบวร์ก และเสาแห่งชัยชนะ

 

โดยแชมป์ในปีนี้ฝั่งชายตกเป็นของ เซบาสเตียน ซาเว จากเคนยา ทำเวลาได้ 2 ชั่วโมง 2 นาที 16 วินาที และฝั่งหญิง แชมป์ตกเป็นของ โรสแมรี วันจิรู ทำเวลาได้ 2 ชั่วโมง 21 นาที 5 วินาที โดยทั้งคู่ใส่รองเท้าของ adidas ลงแข่งขัน

 

สำหรับสไตล์ส นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลงสนามมาราธอน ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมีนาคม เขาเพิ่งเข้าร่วมวิ่งโตเกียว มาราธอน และทำเวลาได้ต่ำกว่า 3 ชั่วโมงครึ่ง ท่ามกลางผู้เข้าร่วมกว่า 20,000 คน

 

อ้างอิง:

The post แฮร์รี สไตล์ส ปลอมตัวร่วมวิ่งเบอร์ลิน มาราธอน แถมจบ Sub-3 appeared first on THE STANDARD.

]]>
คิปโชเก เซอร์ไพรส์แฟน มาวิ่งใน นิวยอร์ก ซิตี มาราธอน https://thestandard.co/eliud-kipchoge-nyc-marathon/ Thu, 11 Sep 2025 07:34:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1118169 คิปโชเก นิวยอร์ก ซิตี มาราธอน

สมาคมนักวิ่งถนนนิวยอร์ก (New York Road Runners) ประกาศข […]

The post คิปโชเก เซอร์ไพรส์แฟน มาวิ่งใน นิวยอร์ก ซิตี มาราธอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
คิปโชเก นิวยอร์ก ซิตี มาราธอน

สมาคมนักวิ่งถนนนิวยอร์ก (New York Road Runners) ประกาศข่าวว่า เอเลียด คิปโชเก นักวิ่งมาราธอนระดับตำนาน และ ซิฟาน ฮัสซัน นักวิ่งหญิงชื่อดังชาวเนเธอร์แลนด์ จะเข้าร่วมการแข่งขัน นิวยอร์ก ซิตี มาราธอน ในวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้

 

ทั้งคู่เพิ่งเสร็จสิ้นการแข่งขัน ซิดนีย์ มาราธอน ไปเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้การลงวิ่งที่นิวยอร์กครั้งนี้เกิดขึ้นภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือนเท่านั้น และถือเป็นการวิ่ง มาราธอนนิวยอร์กครั้งแรก ของทั้งสองคนด้วย

 

คิปโชเก กล่าวในแถลงการณ์ว่า

“การได้วิ่งมาราธอนนิวยอร์กเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ผมเฝ้ารอมานาน ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เข้าร่วมกับนักวิ่งนับหมื่นคนในสนามที่เต็มไปด้วยพลังของเมืองและชุมชนการวิ่งที่ยอดเยี่ยม ผมตั้งตารอกับความท้าทายบนเส้นทางอันเป็นตำนานนี้”

 

แม้จะมีช่วงเวลาพักเพียง 2 เดือนจากสนามซิดนีย์ คิปโชเกยืนยันว่า จะไม่เปลี่ยนแปลงการซ้อม โดยชี้ว่าสภาพพื้นที่ซ้อมที่คัปตากัต ประเทศเคนยา เป็นภูเขาอยู่แล้ว จึงมั่นใจว่าจะรับมือกับเส้นทางนิวยอร์กที่มีความชันและขึ้นลงได้

 

ด้าน ฮัสซัน เผยความรู้สึกว่า

“นิวยอร์ก ซิตี มาราธอน คือตำนานของวงการ และฉันตื่นเต้นที่ได้เพิ่มอีกหนึ่งสนาม ระดับเวิลด์ เมเจอร์ ลงในเส้นทางอาชีพ ฉันชอบความท้าทาย และพร้อมทดสอบตัวเองกับนักวิ่งระดับโลก”

 

การเข้าร่วมของทั้งคิปโชเกและฮัสซัน ทำให้ นิวยอร์ก ซิตี มาราธอนปีนี้ถูกจับตามองมากขึ้น และน่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ใหญ่ของวงการวิ่งปลายปี 2025

 

 

 

อ้างอิง

 

The post คิปโชเก เซอร์ไพรส์แฟน มาวิ่งใน นิวยอร์ก ซิตี มาราธอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Central Retail x Mastercard เปิดแคมเปญสานฝันนักวิ่ง ลุยศึก Tokyo Marathon 2026 https://thestandard.co/central-mastercard-tokyo-marathon-2026/ Mon, 25 Aug 2025 11:45:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1111037 Central x Mastercard Tokyo Marathon 2026

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกั […]

The post Central Retail x Mastercard เปิดแคมเปญสานฝันนักวิ่ง ลุยศึก Tokyo Marathon 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Central x Mastercard Tokyo Marathon 2026

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ มาสเตอร์การ์ด เปิดตัวแคมเปญ ‘Shop Fun, Run Far to Tokyo Marathon 2026’ ครั้งแรกในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 1-30 กันยายน 2568 เพื่อมอบโอกาสให้นักวิ่งไทยได้สัมผัสหนึ่งในงานมาราธอนระดับโลกอย่าง Tokyo Marathon

 

โดย ปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เงื่อนไขของแคมเปญคือ ลูกค้าที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน The1 และใช้จ่ายด้วยบัตรมาสเตอร์การ์ดครบ 200,000 บาท ที่ร้านค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทลกว่า 1,800 สาขาทั่วประเทศ จะมีสิทธิ์เป็นหนึ่งใน 25 คนแรกที่ได้ BIB เข้าร่วมวิ่งใน Tokyo Marathon 2026 โดยไม่ต้องลุ้นจับฉลากหรือแข่งขันเพิ่มเติม ซึ่งถือเป็น Rare Item ที่นักวิ่งทั่วโลกใฝ่ฝัน 

 

นอกจากนี้ ลูกค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมแคมเปญ 1,000 คนแรก จะได้รับคูปองส่วนลดจากซูเปอร์สปอร์ต มูลค่า 2,650 บาท และพิเศษสำหรับลูกค้า 25 ท่านแรกที่ช้อปสะสมครบตรงตามเงื่อนไข จะได้เข้าร่วมกิจกรรม Road To Marathon ที่ลูกค้าจะได้มาซ้อมวิ่งก่อนลงสนามจริงกับโค้ชและผู้เชี่ยวชาญด้านการวิ่ง สนับสนุนโดย ซูเปอร์สปอร์ต ในเครือเซ็นทรัล รีเทล

 

สำหรับ Tokyo Marathon ถือเป็นหนึ่งในรายการ World Marathon Majors ที่นักวิ่งทั่วโลกใฝ่ฝันจะได้เข้าร่วม และต้องแย่งชิงสิทธิ์กันทุกปี การจับมือกันครั้งนี้จึงไม่เพียงสะท้อนกระแสความนิยมของการวิ่งที่เติบโตขึ้นอย่างมากในประเทศไทย แต่ยังตอกย้ำให้เห็นว่า เซ็นทรัล รีเทล กำลังก้าวสู่ตลาดสายสุขภาพและกีฬาอย่างจริงจัง

สำหรับผู้สนใจ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ Shop Fun, Run Far to Tokyo Marathon 2026 ได้ทางเว็บไซต์ centralretail.com และเพจ Facebook: Central Retail

The post Central Retail x Mastercard เปิดแคมเปญสานฝันนักวิ่ง ลุยศึก Tokyo Marathon 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>