การวางเป้าหมายในชีวิต Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/การวางเป้าหมายในชีวิต/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 20 Jan 2026 12:51:29 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 25 เรื่องน่าสนุกที่เราอยากให้ทำในปี 2026 https://thestandard.co/life/25-meaningful-things-to-do-in-2026-lifestyle-trends/ Wed, 21 Jan 2026 01:00:40 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1167390 25-meaningful-things-to-do-in-2026-lifestyle-trends

ปี 2026 คือปีที่คนเมืองเริ่มใช้ชีวิตอย่างรู้ตัวมากขึ้น […]

The post 25 เรื่องน่าสนุกที่เราอยากให้ทำในปี 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
25-meaningful-things-to-do-in-2026-lifestyle-trends

ปี 2026 คือปีที่คนเมืองเริ่มใช้ชีวิตอย่างรู้ตัวมากขึ้น เราไม่ได้ถามหาความใหม่ที่สุด หรือเร็วที่สุดอีกต่อไป แต่เลือกมองหาประสบการณ์ที่มีความหมายกับตัวเองจริงๆ ทั้งต่อร่างกาย จิตใจ และความสัมพันธ์รอบตัว นี่คือปีที่การดูแลสุขภาพไม่ใช่แค่เรื่องฟิตหรือผอม แต่คือการเข้าใจร่างกายด้วยข้อมูลที่แม่นยำ การพักผ่อนไม่ถูกมองว่าเป็นความขี้เกียจ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน 

 

ขณะเดียวกัน ผู้คนก็เริ่มโหยหาการเชื่อมต่อแบบออฟไลน์ การกลับไปหาคอมมูนิตี้เล็กๆ พื้นที่สีเขียว และกิจกรรมที่ทำให้เราอยู่กับปัจจุบันได้มากขึ้น ในขณะที่โลกยังหมุนเร็ว เทคโนโลยีและ AI กลายเป็นเรื่องปกติของชีวิตประจำวัน ปี 2026 กลับเป็นปีที่เราต้องรู้จักเลือกใช้สิ่งเหล่านั้นอย่างมีสติ ไม่ให้ความสะดวกเข้ามาแทนที่ความรู้สึก

 

และนี่คือ 25 เรื่องน่าสนุกที่เราอยากให้คุณลองทำในปี 2026 ไม่ใช่เพื่อทำให้ชีวิตยุ่งขึ้น แต่เพื่อทำให้ชีวิตชัดขึ้น เบาขึ้น และมีความสุขในแบบที่เป็นของคุณเอง

 

1. จองตั๋วไป Tomorrowland  

 

ทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

หลายคนอยากให้รางวัลตัวเองด้วยประสบการณ์ใหญ่สักครั้ง และการได้ไป Tomorrowland ก็น่าจะเป็นหนึ่งใน Bucket List ในฝันของใครหลายคน แต่มันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะปีนี้ประเทศไทยมี Tomorrowland เป็นของตัวเองแล้ว ยกโปรดักชัน เวที และบรรยากาศแฟนตาซีแบบเดียวกับที่เบลเยียมมาไว้ในไทยเป๊ะ ไม่ต้องลางานยาว ไม่ต้องข้ามทวีป แค่กดจองตั๋ว วางแผนเดินทาง และเปิดใจไปสนุกกับเสียงดนตรี 

 

การไป Tomorrowland ไม่ใช่แค่เรื่อง EDM หรือดีเจ แต่คือการได้อยู่ในช่วงเวลาที่ทุกคนปล่อยตัวเองให้สนุกสุด เหนื่อยสุด และมีความทรงจำร่วมกัน ปีนี้ Tomorrowland จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-13 ธันวาคม ณ Wisdom Valley จังหวัดชลบุรี วางวันลาแล้วรีบกดตั๋ว เพราะได้ข่าวว่าราคาที่พักตอนนี้ แพงมาก!

 

2. เส้นทางป่าเปิดใหม่เยอะมาก ไปเดินป่ากันเถอะ

 

ทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

กระแสการเดินป่ามาแรง และเราไม่อยากให้มันจบไป เพราะช่วงปลายปีที่แล้ว มีเส้นทางเดินป่าใหม่ๆ ในบ้านเราเกิดขึ้นเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น 3 เส้นทางย่อยปรับปรุงใหม่ ของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ที่ออกแบบอย่างเป็นมิตรกับธรรมชาติมากขึ้น หรือเส้นทาง Botanic Trail ในสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ที่ชวนนักเดินป่าไปสัมผัสธรรมชาติและพืชพรรณที่สถานศูนย์ได้วิจัยและเพาะเลี้ยงเอาไว้ ขณะเดียวกันไม่ใช่แค่เส้นทางใหม่ แต่ไทยเราก็มีเส้นทางเดินป่าเดินง่ายๆ อยู่เยอะ เช่น กิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ ดอยม่อนจอง หรือถ้าเส้นทางอีกมากมายที่กำลังเตรียมเปิดในปีนี้ เช่น ยอดเขาค้อม อุทยานแห่งชาติเขานัน เส้นทางเดินป่าระยะไกลที่เหมาะกับสายลุย ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเอาเรื่อง ฯลฯ 

 

การออกไป Trekking ในปีนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องการออกกำลังกาย แต่คือการได้ใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติใกล้ตัว และค้นพบว่าป่าไทยยังมีมุมใหม่ๆ ให้เราออกไปสัมผัสอีกมากกว่าที่คิด

 

3. สนุกในปาร์ตี้ด้วย Non-Alcoholic Drink 

 

ทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

เมื่อปาร์ตี้ยุคใหม่ไม่จำเป็นต้องแลกสุขภาพกับความสนุก เพราะเรายังสามารถปาร์ตี้ได้แม้ไม่มีแอลกอฮอล์เข้าร่าง ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์การมาของ Coffee Party หรือ Sober Party ตั้งแต่ปีที่แล้ว ปีนี้จะเป็นปีที่เราจะเริ่มเห็น Non-Alcoholic Drink มากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่เป็นเพียงไม่กี่ดริงก์ในค็อกเทลบาร์ หรือที่เราเรียก Mocktail หรือ Virgin 

 

แต่ล่าสุดในกรุงเทพฯ เราเริ่มเห็นบาร์ที่ไม่เสิร์ฟแอลกอฮอล์เลย 100% อย่าง Bar Stainless ที่เป็น Non-Alcoholic Bar หรือเวลาไปกินไฟน์ไดนิ่งยุคนี้ก็เริ่มมีตัวเลือกใหม่ๆ อย่างการแพร์ริ่งกับ Non-Alcohol Wine หรือ Non-Alcohol Champagne มากขึ้น 

 

ในขณะเดียวกัน บ้านเราก็ยังมีผู้ผลิต Non-Alcohol Gin หรือจินไร้แอลกอฮอล์ หรือเบียร์ไทยไร้แอลกอฮอล์ ออกมาเป็นตัวเลือกให้คนมีความหลากหลายยิ่งขึ้น

 

4. ลองคอมมูนิตี้แปลกๆ ที่ยังไม่แมส

 

ทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

ปีที่แล้วใครไปคลับวิ่งบ้าง ยกมือขึ้น! แต่เราอยากบอกว่าประเทศไทยเรามีคลับยิบคลับย่อยมากกว่านั้นเยอะ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมไหนก็มีเสียหมด ยิ่งในยุคที่ผู้คนโหยหาความสัมพันธ์จริงมากยอดไลก์ ยิ่งมีคอมมูนิตี้เล็กๆ เยอะมาก เช่น  ‘CLUBถ่าย’ กลุ่มคนชอบถ่ายภาพที่ไม่ได้เน้นแค่ถ่ายรูปสวยๆ แต่เป็นพื้นที่ให้คนเดินถ่ายภาพไปพร้อมกับแลกเปลี่ยนเรื่องราวชีวิตจากมุมเล็กๆ ของเมือง หรือ สายสุขภาพแนะนำ ‘theWHOLESOME Tai Chi Club’ ที่จัดขึ้นที่ theCOMMONS Thonglor มีกิจกรรมขยับร่างแบบช้าๆ สบายๆ พร้อมได้เจอคนสนใจการเคลื่อนไหวและสมาธิเหมือนกัน 

 

5. เปิดใจใส่รองเท้าวิ่งจีน

 

ทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

ถ้าพูดถึงรองเท้าวิ่ง เมื่อก่อนชื่อที่ผุดขึ้นมามักเป็นแบรนด์ใหญ่จากยุโรปหรืออเมริกา
แต่ในปี 2026 นักวิ่งจำนวนมากเริ่ม เปิดใจ ให้กับ รองเท้าวิ่งจากจีน มากขึ้นด้วยเหตุผลง่ายๆ คือ เทคโนโลยีพื้นรองเท้าพัฒนาเร็วมาก มีดีไซน์สวย ใส่ได้ทั้งวิ่งและใช้ชีวิต แถมยังมาในราคาเข้าถึงง่ายกว่า แต่ Performance ไม่ได้ด้อย เดี๋ยวนี้เราเลยได้เห็นนักวิ่งไทยสวมแบรนด์จีนอย่าง Xtep, Li-Ning หรือ ANTA กันมากขึ้น แถมฟีดแบ็กยังไปในแง่บวกอีกด้วย จำไว้ว่า รองเท้าวิ่งไม่จำเป็นต้องแพงที่สุดถึงจะดีที่สุดเท่านั้น แต่ต้องเหมาะทั้งสไตล์การวิ่งของเราและเงินในกระเป๋าเราด้วย ถึงจะคุ้มค่าจริง   

 

6. ชวนกันขึ้น Rooftop เพราะหลายกิจกรรมอยู่ที่นั่น

 

ทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

การขึ้นรูฟท็อปในปี 2026 ไม่ได้มีไว้เพื่อสังสรรค์อย่างเดียวอีกต่อไป เพราะพื้นที่ดาดฟ้าหลายแห่งถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่พักผ่อนและกิจกรรมของคนเมือง เช่น สวนลอยฟ้าในโครงการ Dusit Central Park หรือสวนลอยฟ้าที่ One City Centre ซึ่งเปิดพื้นที่สีเขียวให้คนได้เดินเล่น รับลม และพักสายตาจากตึกสูง แต่ถึงกระนั่น ถ้าคุณเป็นสายชอบดื่ม กรุงเทพฯ มีก็ Rooftop Bar เปิดใหม่เยอะมาก เช่น สองแห่งล่าสุด Aether และ The Norm ที่อยู่บนชั้นสูงของตึกในโครงการ Dusit Central Park หรือ Piscari อีกรูฟท็อปบาร์ใหม่บนตึกโรงแรม Andaz One Bangkok งานวิจัยด้านจิตวิทยาสิ่งแวดล้อมยังชี้ว่า การมองพื้นที่กว้างและเส้นขอบฟ้าช่วยลดความเครียดและทำให้สมองจัดระเบียบความคิดได้ดีขึ้น การขึ้นรูฟท็อปจึงกลายเป็นวิธีใช้ชีวิตให้ช้าลง และโฟกัสกับปัจจุบันได้แม้จะอยู่กลางเมือง

 

7.ใช้ Data ในการเช็กสุขภาพ

 

ทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

สุขภาพดี ไม่ได้เดา แต่ดูจากข้อมูลจริง เพราะปี 2026 คือยุคที่คำว่า ฟังร่างกายตัวเอง ไม่ได้หมายถึงการคาดเดาอีกต่อไป แต่คือการ ดูข้อมูล ด้วยอุปกรณ์อย่าง Whoop, Oura Ring หรืออุปกรณ์สุขภาพอื่นๆ รวมถึงการตรวจเช็กในแล็บ ที่ทำให้เรารู้จักร่างกายตัวเองในมิติที่ลึกขึ้น เช่น การนอนหลับมีคุณภาพแค่ไหน ร่างกายฟื้นตัวดีหรือยัง หรือ ควรออกกำลังกายหรือควรพัก

 

รวมถึงการตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive health) ที่คนเมืองเริ่มให้ความสำคัญมากขึ้น เช่น ค่าฮอร์โมน ระดับวิตามินเฉพาะบุคคล Vo2Max หรือการตรวจ Lactest ไม่ใช่รอให้ป่วยแล้วค่อยรักษา ยุคนี้เราดูแนวโน้มกันตั้งแต่ยังไม่เกิดอาการ รวมถึงใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการพัฒนาตัวเองให้แม่นยำยิ่งขึ้น

 

8. ปีนี้จะไป Book Club สักครั้ง

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

2026 เป็นปีที่ผู้คนมองหากิจกรรมอนาล็อกเพื่อหนีคลื่นคอนเทนต์ที่ถาโถมแบบไม่หยุดหย่อน ซึ่งการอ่านหนังสือก็เป็นหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ  ประกอบกับปีนี้กรุงเทพมหานครมีแผนสร้างย่านหนังสือทำให้มีอีเวนต์เกี่ยวกับการอ่านมากมาย การเข้า Book Club คุณไม่จำเป็นต้องเป็นนักอ่านมืออาชีพ หรือมีความรู้ด้านภาษาศาสตร์ใดๆ แค่มีหนังสือหนึ่งเล่มและใจที่เปิดกว้างแค่นั้นพอ ซึ่ง Book Club ที่เราว่าน่าสนใจและจัดเป็นประจำคือ theWHOLESOME Book Club หรือคุณอาจนัดเจอคนชอบอ่านหนังสือเหมือนกัน มาเจอกันตามคาเฟ่ คอมมูนิตี้สเปซต่างๆ หรือทางออนไลน์เดือนละครั้ง แน่นอนว่าสิ่งที่ได้คือการหยุดพักจากความเร่งรีบ ได้บทสนทนาที่ลึกกว่าการเลื่อนฟีด และได้ทบทวนความคิดของตัวเองผ่านตัวอักษร เป็นความช้าคุณภาพที่คนเมืองในปี 2026 กำลังมองหา

 

9. เช็กอินตึกใหม่ Cloud 11 และห้างโซนสุขุมวิทที่ต่อขยาย 

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

ปี 2026 สุขุมวิทฝั่งใกล้ปุณณวิถีกำลังเปลี่ยนจากย่านทางผ่านให้กลายเป็นย่านไลฟ์สไตล์ใหม่ที่น่าจับตา ด้วยการเปิดตัวของ Cloud 11 โครงการที่ออกแบบให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์มากกว่าห้างทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นโถงโปร่ง แสงธรรมชาติ และพื้นที่ให้คนได้เดินสำรวจอย่างอิสระ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Environmental Psychology ที่ชี้ว่าพื้นที่เปิดและการเคลื่อนไหวแบบไม่เร่งรีบช่วยลดความเครียดและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ขณะเดียวกันการมาของ The Bangkok Mall ก็เติมภาพของเมกะสเปซ ที่ออกแบบให้ใช้เวลาได้ทั้งวัน ตั้งแต่ช้อปปิ้ง พักผ่อน ไปจนถึงกิจกรรมครอบครัว การเดินเล่นในย่านนี้จึงไม่ใช่แค่การซื้อของ แต่เป็นการใช้เวลากับเมืองในมุมที่ช้าลง และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ปี 2026 ที่ให้คุณค่ากับประสบการณ์มากกว่าความเร่งรีบ

 

10. สั่งดริงก์ทางเลือกมาลองจิบ  

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

ปิดท้ายด้วยการผจญภัยในโลกของเครื่องดื่มที่ไม่จำกัดแค่กาแฟหรือชาแบบเดิมๆ แต่เป็นการผสมผสานส่วนผสมที่เราไม่คิดว่าจะมาอยู่ด้วยกันได้ ไม่ว่าจะเป็นค็อกเทลที่มีกลิ่นอายสมุนไพรพื้นเมือง ใส่วัตถุดิบจากห้องครัวเข้าไป หรือเมนูชา กาแฟ สมุนไพร และผลไม้ เช่น ชาเผือก, Sparkling Tea อเมริกาโน่มิโซะ ไปจนถึง Craft Cola ที่ปรุงรสเฉพาะตัวให้เลือกดื่มหลากหลาย เหมือนการได้ชิมเมนูทดลองมากกว่าการสั่งเครื่องดื่มแก้วเดิมซ้ำๆ

 

11.ทำ Grounding ทุกครั้งที่เดินทาง

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

ทุกคนรู้ดีว่าการทำ Grounding นั้นดีต่อร่างกาย แต่การทำนั้นไม่จำเป็นต้องเข้าคลาสเสมอไป แถมยังเกิดขึ้นง่ายมากระหว่างเดินทาง และมาโดยไม่ตั้งใจมากนัก เพราะฉะนั้น หากคุณมีแผนการเดินทางครั้งถัดไปอย่าลืมเพิ่มการทำ Grounding เข้าไปในทริปดูบ้าง เช่น ออกไปวิ่งเล่นบนชายหาด นั่งนิ่งๆ เอาเท้าจุ่มในลำธารใสๆ หรือปูเสื่อนอนเอนกายลงบนผืนหญ้าแต่ให้เท้าออกมาสัมผัสกับพื้นดินแค่นั้น เอาแค่ช่วงเวลาสั้นๆ 15-30 นาที แค่นี้ก็ช่วยให้ร่างกายระบายประจุลบที่เกิดขึ้นจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ลดความเครียดและวิตกกังวล ปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

 

12. สนุกกับกล้องฟิล์ม / กล้องคอมแพกต์ (The Analog Joy)

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

ปี 2026 ความสนุกแบบ ‘ไม่ต้องคม ไม่ต้องไว’ กำลังกลับมาแรงในโลกภาพถ่าย ญี่ปุ่นมีข้อมูลยอดขายที่ทำให้เห็นภาพชัดว่ากล้องคอมแพกต์/ฟีลวินเทจ กลับมาเป็นกระแส โดย Kodak รุ่น Pixpro FZ55 กลายเป็นหนึ่งในรุ่นขายดีของปี 2025 จากดาต้าขายปลีกในญี่ปุ่น การที่ LIFE มองว่าน่าเล่นน่าลองในปีนี้ เพราะมันตอบโจทย์ใจคนเมืองที่ล้า เราอยากกลับไปถ่ายรูปเพื่อ ‘รู้สึก’ ไม่ใช่เพื่อ ‘ลงให้ทัน’ และการถ่ายฟิล์มหรือฟีลฟิล์มบังคับให้ช้าลง เลือกช็อตมากขึ้น ซึ่งกลายเป็น mindfulness แบบไม่ต้องพยายามมาก เป็นอีกหนึ่งวิธีฮีลใจตัวเองง่ายๆ แต่ได้ผล และได้รูปภาพเก็บไว้ดูด้วย 

 

13. ถ้าไม่อยากเอาต์ ปีนี้ให้แวะไปสวนลุม

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

หลังจากปีที่ผ่านมาสวนป่าเบญจกิติเรียกว่าฮอตมากถึงมากที่สุด ทุกกิจกรรมสุขภาพ ทุกกิจกรรมไลฟ์สไตล์หรือแม้แต่คลับวิ่งคลับโยคะก็ไปตั้งต้นกันที่สวนป่ากันทั้งนั้น แต่ปีนี้ ถ้าคุณไม่อยากเอาต์ เราแนะนำให้แวะมาสวนลุมฯ เพราะหลายสิ่งอย่างจากแผนพัฒนาปรับปรุงสวนลุมฯ เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี กำลังจะเสร็จในปีนี้ ซึ่งอาจทำให้ไลฟ์สไตล์เราเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็น  Dog Park เปิดใหม่, Hawker หรือศูนย์อาหารเปิดใหม่, สนามเด็กเล่นและลานออกกำลังปรับปรุงใหม่, ห้องสมุดประชาชนโฉมใหม่ ไปจนถึงทางเชื่อมสองสวนสะพานเขียว หอนาฬิกาและภูมิทัศน์ต่างๆ ที่ซึ่งแน่นอนว่าทำให้สวนลุมฯ กลับมาสดใสและแปลกตากว่าที่เคย

 

14.Self-talk เป็นประจำ 

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

การหันมา Self-talk หรือคุยกับตัวเองให้มากขึ้น ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่คือกุญแจสำคัญในการ ‘ดูแลใจ’ ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย เรามักเผลอใจดีกับคนอื่นจนลืมใจดีกับตัวเอง 

 

ลองใช้ช่วงเวลาสั้นๆ หน้ากระจกถามไถ่ความรู้สึก หรืออาจหาตัวช่วยอย่างการ์ด Self-talk น่ารักๆ มาเปิดหัวข้อสนทนาดีๆ กับตัวเอง หรือจะชวนเพื่อนและคนรักมาเล่นด้วยกันก็เป็นไอเดียที่ดีไม่น้อย 

 

สิ่งเหล่านี้จะช่วยจัดระเบียบความคิด ลดความกังวล และสร้างความมั่นใจที่มั่นคงจากภายในได้เป็นอย่างดี

 

15.พาตัวเองออกไปเป็น ‘มือใหม่’ เดือนละครั้ง 

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

หลายครั้งที่เราปิดโอกาสตัวเองเวลามีคนชวนไปไหน เพียงเพราะคำว่า ‘ทำไม่เป็น’ หรือ ‘กลัวทำออกมาได้ไม่ดี’ ปีนี้ลองอนุญาตให้ตัวเองเป็นมือใหม่ ทลายกำแพงความกลัว แล้วออกไปลุยโดยไม่ต้องสนผลลัพธ์ดูบ้าง

 

ไม่ว่าจะเดินป่า ปีนผา ตีแบดฯ ดำน้ำ เล่นสกี หรือลงวิ่งมินิมาราธอน สุดท้ายต่อให้คุณไม่ได้ตกหลุมรักกิจกรรมนั้น แต่กำไรที่ได้แน่ๆ คือ ประสบการณ์และการได้ชนะใจตัวเอง ซึ่งไม่มีคำว่าเสียหายเลย

 

16.ทำวันพักให้เป็นเรื่องเดียวกับสุขภาพ

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

เคยไหมที่แอบรู้สึกผิดในวันที่ไม่ได้ทำอะไรเลย? ปีนี้ลองปรับมุมมองใหม่ เลิกตีตราว่าการพักผ่อน = ความขี้เกียจ แต่จงตั้งใจกำหนดให้วันพักเป็นส่วนสำคัญของสุขภาพที่ไม่ต่างจากการออกกำลังกายหรือกินอาหารดีๆ

 

ลองอนุญาตให้ตัวเองได้ ‘อยู่เฉยๆ’ โดยไม่ต้องคิดเรื่องงาน หรือการต้องมีแพลน 1 2 3 4 ในหัว เพราะการพักไม่ใช่เรื่องที่ควรจะรู้สึกผิด แต่มันเป็นสิ่งที่ร่างกายและจิตใจของคุณสมควรได้รับอยู่แล้ว เพื่อให้เรามีแรงเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง

 

17. เบรคกินร้านดัง ด้วยร้านเล็กๆ ประจำย่าน 

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

ก่อนหน้านี้ฟีดในหน้าโซเชียลต่างเชียร์ให้เราไปต่อคิวร้านดังระดับไวรัล หรือร้านในกระแสที่เพิ่งมาเปิด ปี 2026 จะเป็นปีที่คนเริ่มโหยหาความเรียบง่าย มื้อสบายๆ ที่คุ้นเคย หรือรสชาติในความทรงจำกันมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากการเลือกที่จะเช็กอินร้านอาหารประจำย่านที่คุ้นเคย ร้านเล็กร้านน้อยในซอย ที่เจ้าของลงมือทำเองและมอบรสชาติที่จริงใจ มากกว่าการใส่สิ่งแฟนซีเพื่อสร้างจุดขาย ปีนี้เป็นปีที่เราหวงแหนเวลาส่วนตัวกันมากขึ้น ดังนั้น การที่เรายังแฮปปี้กับเมนูอร่อยโดยไม่ต้องรอคิวหลายชั่วโมง จึงกลายเป็นความหรูหราอย่างหนึ่งที่เงินก็หาซื้อไม่ได้ 

 

18.ให้ความสำคัญกับ Longevity Beauty

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

เมื่อ Longevity หรือการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่กลายเป็นไลฟ์สไตล์ใหม่ของคนยุคนี้ นิยามความงามจึงเปลี่ยนตามไปด้วย 

 

ลองเพลาๆ กับวิธี Quick-fix ที่เน้นผลลัพธ์ฉาบฉวยแล้วหันมาสร้าง Beauty Healthspan หรือความสวยที่ยั่งยืนอย่างปลอดภัยกันดีกว่า เริ่มต้นง่ายๆ จาก Inner Care ด้วยการปรับการกิน นอน ออกกำลังกาย และมายด์เซ็ต สู่ Outer Care ที่เน้นวินัย ไม่ว่าจะเป็นการทากันแดดให้สม่ำเสมอ หรือลงทุนกับ Beauty Gadget ที่อาจจะไม่ได้เห็นผลปุบปับ แต่ช่วยดูแลผิวในระยะยาวได้จริง 

 

ส่วนสายคลินิก ลองเปลี่ยนจากการ ‘ถม’ เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามาเป็นการเลือกหัตถการงานผิวที่เน้นฟื้นฟูโครงสร้างให้แข็งแรง ปลอดภัย แบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้คุณสวยสมวัยแบบ Timeless ไปนานๆ 

 

19.เสพศิลป์ให้มากขึ้น ผ่านงานอาร์ตและนิทรรศการ

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

การเสพงานศิลปะไม่ได้เป็นเรื่องของรสนิยมเท่านั้น แต่งานวิจัยจาก University College London พบว่า การดูงานศิลปะสามารถกระตุ้นสมองในส่วนความสุข และยังช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียด การเดินเข้าไปชมงานอาร์ตโดยไม่ต้องพยายามตีความให้ถูกต้อง เปิดโอกาสให้เราได้สำรวจอารมณ์ตัวเองอย่างอิสระ ปี 2026 จึงเป็นปีที่เหมาะกับการใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือดูแลใจ ให้ตัวเองได้รู้สึกมากกว่าคิด และใช้ชีวิตให้ช้าลงท่ามกลางโลกที่รีบเร่ง

 

20.ตีเทนนิสในพื้นสนามระดับใกล้เคียง US Open 

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

เทนนิสเป็นกีฬาที่ทั้งร่างกายและสมองได้เคลื่อนไหวพร้อมกัน ซึ่งงานวิจัยจาก British Journal of Sports Medicine ระบุว่า ผู้เล่นกีฬาแร็กเกตมีสุขภาพและอายุขัยที่ดีกว่าคนทั่วไป เพราะต้องใช้สมาธิ การตัดสินใจ และการเคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียงกัน การตีเทนนิสในสนามที่มีพื้นผิวมาตรฐานสากลจึงช่วยให้เราเข้าใกล้บรรยากาศการแข่งขันอย่าง US Open มากขึ้น ตัวอย่างเช่น Crystal Tennis Center G ที่มีคอร์ตในร่มพร้อมพื้น Laykold ซึ่งเป็นพื้นฮาร์ดคอร์ตเกรดเดียวกับที่ใช้แข่งจริงจากสหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ITF) ใจกลางกรุงเทพฯ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่สนามแข่งระดับโลก  

 

หรือจะเลือกรับบรรยากาศหรูหราที่ The Peninsula Bangkok ก็ได้วิวสนามหญ้าเทียมที่สวยงามและสงบ เหมาะกับการฝึกซ้อมแบบจริงจังไม่แพ้กัน การตีเทนนิสไม่เพียงแค่ช่วยเผาผลาญพลังงาน แต่ยังเพิ่มความคล่องแคล่ว ความเร็ว และการประสานงานของร่างกาย ทำให้ปี 2026 นี้เป็นปีที่ดีที่สุดในการเริ่มดูแลตัวเองผ่านกีฬาเทนนิสด้วยมุมมองใหม่ที่ทั้งฟิตและสนุกในเวลาเดียวกัน

 

21.เที่ยวคนเดียว (Solo Travel)

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

ปี 2026 ‘เที่ยวคนเดียว’ ไม่ใช่แค่ไปไหนก็ได้คนเดียว แต่คือการเดินทางเพื่อพักใจและได้ ‘พื้นที่ของตัวเอง’ แบบจริงจัง ข้อมูลของ Skyscanner ระบุว่าการจองที่พักผ่านฟิลเตอร์ ‘Solo Traveller’ โตขึ้น 83% แบบปีต่อปี สะท้อนว่าคนกำลังอินกับการเดินทางที่ออกแบบตามจังหวะชีวิตตัวเองมากขึ้น

 

ทำไม ‘น่าทำในปีนี้?’  เพราะโลกทำงานไวและเหนื่อยง่ายขึ้น ทริปที่เราคุมเวลา คุมพลังงาน และเลือกความเงียบได้เอง กลายเป็น Self-Care ที่จับต้องได้ แถมภาพรวมการท่องเที่ยวยังถูกคาดว่าจะเติบโตต่อในปี 2026 ยิ่งทำให้ตัวเลือกสำหรับคนเดินทางเดี่ยวหลากหลายและเป็นมิตรมากขึ้นนั่นเอง  

 

22.กินวิตามินตามช่วงอายุ (Age-Smart Supplements) 

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 


เทรนด์ปีนี้ชัดมากว่า ‘สุขภาพต้องเฉพาะบุคคลมากขึ้น’ ไม่ใช่สูตรเดียวใช้ได้ทุกคน ทั้งฝั่งรีเสิร์ชตลาดและอินไซต์ผู้บริโภคพูดตรงกันเรื่อง Personalisation ที่ขยายไปทุกหมวดสุขภาพ โดยเฉพาะโภชนาการและหมวดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร นั่นทำให้เรามองว่าสิ่งที่ทำให้ ‘วิตามินตามช่วงวัย’ จะมาแรง คือคนเริ่มคิดแบบ Longevity มากขึ้น วัยทำงานโฟกัสพลังงาน ผิว และความเครียด วัยที่อายุมากขึ้นเริ่มเน้นกระดูก กล้ามเนื้อ การนอน และการฟื้นตัว การตรวจเลือดจะช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าร่างกาย ‘ขาดจริง’ หรือไม่ เลือกสูตรที่มีปริมาณสารอาหารเหมาะสม ไม่เกินความจำเป็น และหลีกเลี่ยงการกินซ้อนหลายตัวจนโดสรวมสูงเกินไป พร้อมอ่านฉลากอย่างละเอียด ดูแหล่งผลิตและมาตรฐานที่เชื่อถือได้ ที่สำคัญคืออย่ามอง Supplements เป็นทางลัดของสุขภาพ แต่ให้มองเป็น ‘ตัวช่วยเสริม’ บนพื้นฐานของการนอนดี กินดี และใช้ชีวิตสมดุล เมื่อเลือกอย่างรู้เท่าทัน วิตามินตามช่วงวัยจะไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่จะกลายเป็นเครื่องมือดูแลตัวเองที่ยั่งยืนในระยะยาว

 

23. บำบัดร่างกายผ่าน Ice Bath/ Cold Plunge

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

เหตุผลที่เทรนด์นี้จะยังมาในปี 2026 คือมันเป็นพิธีกรรมการรีเซ็ตที่ทั้งโซเชียลพูดถึงและวงการสุขภาพก็เริ่มสรุปหลักฐานเป็นระบบมากขึ้น งาน Systematic Review ปี 2025 ชี้ว่าการแช่น้ำเย็น (Cold-Water Immersion) มีผลแบบขึ้นกับเวลา/โปรโตคอลต่อเรื่องการอักเสบ ความเครียด การนอน และคุณภาพชีวิต แม้ฐานหลักฐานยังมีข้อจำกัดเรื่องจำนวน Rct และกลุ่มตัวอย่าง แต่เพราะมัน ‘มาแรง’ เลยยิ่งต้องเขียนให้แฟร์ โดย Harvard และ American Heart Association เตือนชัดว่าคนที่มีปัญหาหัวใจหรือความเสี่ยง ควรระวัง Cold Shock และปรึกษาแพทย์ก่อน ทำให้เทรนด์นี้น่าทำ ‘ถ้าทำแบบปลอดภัยและค่อยเป็นค่อยไป’ จะดีกว่านะ 


นอกจากนี้เทรนด์ ไคโร (Chiro) และโฟลทติ้ง (Float Therapy) ในฐานะ Recovery Culture ก็มาแรงเช่นกัน คนเริ่มจริงจังกับ ‘การฟื้นตัว’ พอๆ กับการออกกำลังกาย และนั่นทำให้บริการสาย Bodywork/ รีแฮบ ถูกพูดถึงมากขึ้น ในภาพตลาดไคโรแพร็กติกถูกจัดอยู่ในกลุ่มการดูแลกล้ามเนื้อกระดูกแบบไม่ผ่าตัดและมีแนวโน้มเติบโต ฝั่ง Float Therapy ก็ไม่ใช่แค่สปาฟีลดี เพราะมีทั้งบทสรุปเชิงหลักฐานและงานวิจัยที่ชี้แนวโน้มด้านการลดความกังวล ความตึงเครียดและการผ่อนคลาย

 

24. เขียน Journal ฝึกสมาธิในชีวิตประจำวัน 

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

เทรนด์นี้จะ ‘ดีและมาแน่’ ในปี 2026 เพราะเป็น Mental Fitness ที่ต้นทุนต่ำ แต่ผลลัพธ์สะสมสูง งาน Systematic Review ปี 2025 เกี่ยวกับ Positive Expressive Writing ชี้ว่าการเขียนแบบมีโครงสร้างช่วยด้านสุขภาวะและการรับรู้สุขภาพได้ในหลายบริบทเลยนะ ยังมีข้อดีอีกนะ เพราะงานวิจัยแนว Positive Affect Journaling ก็บอกว่าการเขียน Journal ถูกใช้เพื่อช่วยลด Distress และยกระดับคุณภาพชีวิตได้ดีขึ้นจริง ยิ่งเขียนบ่อยๆ จนเป็นนิสัยจะยิ่งช่วยเรื่อง Anxiety และ Depression ได้ (ในระดับปานกลาง) และยังมีงาน Meta-Analysis ใหม่ๆ ที่ชี้ผลต่อ Burnout ความยืดหยุ่นใจในกลุ่มอาชีพเครียดสูง Life มองว่าเทรนด์นี้น่าทำทั้งในปีนี้และทำตลอดไปได้ยิ่งดี เพราะมันเป็นเทรนด์ที่ไม่ได้พาเราไป ‘ซื้อเพิ่ม’ แต่พาเรากลับมาอยู่กับตัวเองได้จริง เหมาะกับยุคที่คนอยากนิ่งขึ้น ชัดขึ้น และใช้ชีวิตให้เบาลง 

 

25. ลองใช้ชีวิตแบบติดเกาะ

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

เราไม่ได้อยากให้คุณใช้ชีวิตแบบติดเกาะจริงๆ แต่อยากให้ลองหาที่พักแบบเงียบๆ ชนิดปลีกวิเวกเงียบสงบราวกับติด ตื่นขึ้นมาเจอแต่หาดทราย ทะเล และพื้นน้ำ และดีมากถ้าบริเวณนั้นแทบไม่เจอผู้คน ซึ่งที่พักที่เราว่าดีก็มีตั้งแต่ La a natu แถวสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์, จรัสพาวัน เขาเต่า หรืออยากเข้าโหมดออกเกาะไปเลยก็ได้อย่างห้องพักแบบวิลล่าริมหาดของ Pimmalai หรือโรงแรมเล็กตามเกาะไหง เกาะกระดาด เป็นต้น แม้จะเงียบเหงาและดูปลีกวิเวกไปสักหน่อย แต่บอกเลยว่าคุณจะพบแต่ความสงบ เป็นการพักผ่อนที่หลบหนีจากความวุ่นวายของโลก ชาร์จพลังชีวิตได้ง่ายแบบคาดไม่ถึง

 

ภาพ: Shutterstock, Courtesy of Brands

The post 25 เรื่องน่าสนุกที่เราอยากให้ทำในปี 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลิกตั้งเป้าใหญ่แล้วจะรอด! นักประสาทวิทยาเตือน New Year’s resolutions มักพังเพราะกดดันเกินไป แนะใช้สูตรเริ่ม ‘การทดลองเล็กๆ’ แทน https://thestandard.co/new-year-resolutions-small-experiments/ Fri, 02 Jan 2026 08:04:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1160961 เลิกตั้งเป้าใหญ่แล้วจะรอด นักประสาทวิทยาเตือน New Year’s resolutions มักพังเพราะกดดันเกินไป แนะใช้สูตรเริ่ม ‘การทดลองเล็กๆ’ แทน

ช่วงส่งท้ายปีแบบนี้ หลายคนคงกำลังตั้งเป้าหมายใหม่ๆ ที่ด […]

The post เลิกตั้งเป้าใหญ่แล้วจะรอด! นักประสาทวิทยาเตือน New Year’s resolutions มักพังเพราะกดดันเกินไป แนะใช้สูตรเริ่ม ‘การทดลองเล็กๆ’ แทน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลิกตั้งเป้าใหญ่แล้วจะรอด นักประสาทวิทยาเตือน New Year’s resolutions มักพังเพราะกดดันเกินไป แนะใช้สูตรเริ่ม ‘การทดลองเล็กๆ’ แทน

ช่วงส่งท้ายปีแบบนี้ หลายคนคงกำลังตั้งเป้าหมายใหม่ๆ ที่ดูยิ่งใหญ่และท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นการลดเวลาเล่นมือถือลงครึ่งหนึ่ง หรือจะลุกขึ้นมาวิ่งให้ได้ 3 ไมล์ทุกเช้า แต่ในความเป็นจริง ดร. แอนน์-ลอรี เลอ คันฟ์ เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาเตือนว่า ความตั้งใจเหล่านั้นมักจะลงเอยด้วยความล้มเหลวเสมอ

 

เลอ คันฟ์ ผู้เขียนหนังสือ Tiny Experiments (How to Live Freely in a Goal-Obsessed World) อธิบายว่า สาเหตุที่เราชอบตั้งเป้าหมายแบบตายตัว เพราะมันทำให้เรารู้สึกอุ่นใจเหมือนกำลังกุมบังเหียนชีวิตตัวเองได้ เรามักหลงเชื่อว่าถ้ามีภาพฝันที่ชัดเจนบวกกับแผนการที่รัดกุม ความสำเร็จก็คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

 

แต่ชีวิตจริงไม่เคยเป็นไปตามแผน 100% ความไม่แน่นอนนี่แหละที่ทำให้หลายคนวนเวียนอยู่กับการตั้งปณิธานเรื่องเดิม ‘ซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกปี’ โดยที่ไม่ไปถึงไหนเสียที แทนที่จะกดดันตัวเองด้วยเป้าหมายที่สูงส่งแต่ไกลเกินจริง ลองเปลี่ยนวิธีคิดมาเป็น ‘นักทดลอง’ ดูบ้างจะดีกว่าไหม

 

ลองสวมบทบาทนักวิทยาศาสตร์ที่เน้นเก็บข้อมูลแล้วเรียนรู้จากผลลัพธ์จริงๆ วิธีนี้ใช้ได้กับทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว โดยเริ่มจาก ‘การทดลองเล็กๆ’ กับนิสัยที่อยากเปลี่ยน ด้วยสูตรง่ายๆ คือ “ฉันจะ (ทำกิจกรรม X) เป็นเวลา (ระยะเวลา Y)”

 

ตัวอย่างเช่น “ฉันจะเขียนงานวันละ 250 คำเป็นเวลา 2 สัปดาห์” หรือ “ฉันจะเดินเล่นช่วงพักเที่ยงทุกวันเป็นเวลา 1 เดือน” หรือแม้แต่ตัวอย่างที่ เลอ คันฟ์ ชอบมากอย่าง “ฉันจะไม่เอามือถือเข้าห้องนอนเป็นเวลา 1 สัปดาห์”

 

การทดลองที่ดีต้องมีองค์ประกอบ 4 อย่าง คือ มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน ทำได้ทันที ทำต่อเนื่อง และวัดผลได้ ที่สำคัญต้องเป็นเรื่องที่คุณอยากรู้จริงๆ และสามารถเริ่มทำได้เดี๋ยวนี้ด้วยของที่มีอยู่ ไม่ต้องรอให้พร้อมทุกอย่าง

 

กุญแจสำคัญคือ ‘อย่าเพิ่งด่วนตัดสิน’ จนกว่าจะครบกำหนดเวลา ช่วงแรกอาจจะรู้สึกฝืนๆ บ้างก็เป็นเรื่องปกติ พอจบการทดลองค่อยมาดูว่าผลลัพธ์เป็นอย่างไร ถ้ามันเวิร์กค่อยทำต่อให้เป็นนิสัยถาวร ถือซะว่าการทดลองนี้เป็นประตูสู่การค้นพบนิสัยใหม่ๆ ที่เหมาะกับตัวเรา

 

ทำไมวิธีนี้ถึงได้ผลกว่า นั่นเป็นเพราะคนเราชอบตั้งเป้าหมายให้ดูอลังการไว้ก่อน เช่น “ฉันจะอ่านหนังสืออาทิตย์ละเล่ม” ซึ่งมักจะสร้างความกดดันจนเกินไป อีกทั้งการป่าวประกาศเป้าหมายใหญ่ๆ ให้คนอื่นรู้จะทำให้สมองหลั่งสารแห่งความสุขออกมาทันที ทำให้เรารู้สึกฟินเหมือนทำสำเร็จไปแล้วทั้งที่ยังไม่ได้เริ่ม

 

“เราได้รับรางวัลจากการที่มีคนบอกเราว่า ‘โอ้โห คุณเข้มแข็งมาก คุณมีความทะเยอทะยานจัง’ ไปเรียบร้อยแล้ว” เลอ คันฟ์ กล่าว ซึ่งนั่นทำให้ไฟในการลงมือทำมอดลง

 

ในทางกลับกัน การบอกคนอื่นแค่ว่า ‘ฉันจะวิ่งจ็อกกิ้งอาทิตย์ละ 2 วันเป็นเวลา 1 เดือน’ อาจดูธรรมดาเมื่อเทียบกับการประกาศว่าจะวิ่งมาราธอน แต่เราจะมีความสุขจริงๆ เมื่อทำได้สำเร็จ วิธีนี้จะช่วยเปลี่ยนมุมมองให้เราเลิกยึดติดกับผลลัพธ์ แล้วหันมาสนุกกับการเรียนรู้สิ่งใหม่แทน

 

“ความสำเร็จไม่ใช่การไปถึงหมุดหมายที่คุณกำหนดไว้ล่วงหน้า แต่ความสำเร็จคือการเรียนรู้สิ่งใหม่” เธอกล่าวทิ้งท้าย

 

ภาพ : paper cut design / Shutterstock

 

อ้างอิง:

 

The post เลิกตั้งเป้าใหญ่แล้วจะรอด! นักประสาทวิทยาเตือน New Year’s resolutions มักพังเพราะกดดันเกินไป แนะใช้สูตรเริ่ม ‘การทดลองเล็กๆ’ แทน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดไฮไลต์หนังสือ ‘Doing to Done’ ลงมือทำเพื่อความสำเร็จ สูตรสำเร็จจัดการงานและชีวิตที่ยุ่งเหยิงแบบง่ายๆ https://thestandard.co/highlights-of-the-book-doing-to-done/ Mon, 17 Jun 2024 07:18:21 +0000 https://thestandard.co/?p=946023

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีการเปิดตัวหนังสือ […]

The post เปิดไฮไลต์หนังสือ ‘Doing to Done’ ลงมือทำเพื่อความสำเร็จ สูตรสำเร็จจัดการงานและชีวิตที่ยุ่งเหยิงแบบง่ายๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีการเปิดตัวหนังสือ Doing to Done ลงมือทำเพื่อความสำเร็จ ซึ่งเป็นหนังสือที่บอกเล่าสูตรสำเร็จจัดการงานและชีวิตที่ยุ่งเหยิงแบบง่ายๆ ปลุกพลังให้กับผู้อ่าน โดย ดร.ทรรศวรรณ ปรีดาวิภาต (โค้ชเม้ง) กรรมผู้จัดการบริษัท Entrepreneurship Plus เป็นผู้นำเข้าหลักสูตรและผู้แปลหนังสือ ซึ่งในงานเปิดตัวครั้งนี้มี ดร.ธนัย ชรินทร์สาร เป็นพิธีกร ที่มาสร้างพื้นที่ในการแชร์แรงบันดาลใจและที่มาของหนังสือเล่มนี้ ผ่านประสบการณ์ มุมมอง แง่คิด เทคนิค และเครื่องมือสร้างความสำเร็จ รวมไปถึงการเปิดแนวความคิด การจัดอบรมหลักสูตร Doing to Done ที่จะสร้างสุขภาวะอยู่ดีมีสุข (Well-being) ให้กับพนักงานในองค์กรสู่ความยั่งยืน

 

ดร.ทรรศวรรณ ปัจจุบันทำงานเป็นผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ ผู้บริหารในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัวกลุ่มเล้าเป้งง้วนมากว่า 20 ปี และยังดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบเพื่อสังคม (Chulalongkorn University Design for Society Center: CUD4S) เพื่อสนับสนุนงานวิจัยและการสร้างนวัตกรรมให้งานออกแบบสร้างผลกระทบเชิงบวกสู่สังคม ดำเนินงานภายใต้สังกัดคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

ดร.ทรรศวรรณ มีแรงบันดาลใจในการพัฒนาชีวิตผู้คนให้ประสบความสำเร็จ ทั้งชีวิตการทำงานและมีความสุขในชีวิตส่วนตัว ผ่านการเป็นวิทยากรและโค้ช เธอผลักดันเรื่องการสร้าง Entrepreneurship Mindset และ Leadership ให้กับพนักงานในองค์กรต่างๆ และสร้าง Social Impact ในกลุ่มเยาวชน ผ่านองค์กรไม่แสวงหากำไร Entrepreneurship Club และสมาคมเสริมศึกษาสัมพันธ์ธรรมศาสตร์

 

ดร.ทรรศวรรณ ผู้มีหลายบทบาทในชีวิตได้พบกับหนังสือและได้ผ่านการอบรมหลักสูตร Doing to Done และนำมาปรับใช้ในชีวิต และพบว่า Doing to Done เป็นเครื่องมือทรงพลังที่จะช่วยสร้างความสำเร็จและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity) แบบง่ายๆ อย่างรวดเร็ว

 

Doing to Done ให้ความสำคัญกับการลงมือทำเป้าหมายเล็กๆ ให้สำเร็จ (Small Win) พร้อมสร้างความสุขทั้งชีวิตงานและส่วนตัว เราพบว่าปัญหาของชีวิตคนส่วนใหญ่จะมุ่งมั่นจดจ่อกับการทำงานให้เสร็จแต่เพียงอย่างเดียว หลายครั้งที่ละเลย หลงลืมบทบาทอื่นๆ ในชีวิต ทั้งชีวิตส่วนตัว ความสัมพันธ์ สุขภาพ และชีวิตครอบครัว เธอจึงติดต่อขอแปลหนังสือและนำลิขสิทธิ์ Doing to Done เข้ามาเผยแพร่เพื่อจัดหลักสูตรในประเทศไทย

 

ดร.ทรรศวรรณ ได้รับการรับรองเป็น Doing to Done Certified Master Trainer and Coach คนไทยคนแรก และก่อตั้งบริษัท Entrepreneurship Plus ซึ่งเป็นบริษัทพาร์ตเนอร์ของ Doing to Done LLC โดย Mike Williams ในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว

 

Doing to Done คือหนังสือและหลักสูตรที่ออกแบบโดย Mike Willams ผู้ซึ่งเป็นนักวางกลยุทธ์ด้านการสร้างประสิทธิภาพ ช่วยผู้นำธุรกิจระดับโลกให้มีความสำเร็จมาแล้วมากมาย หนังสือ Doing to Done เป็นหนังสือภาพ ตัวหนังสือน้อย อ่านง่าย เข้าใจง่าย เหมาะกับคนที่มีเวลาน้อย หนังสือมี Framework ช่วยให้ลงมือทำตามง่ายๆ ทำได้จริง และมีบทสรุปย่อท้ายบท เหมาะกับคนที่อยาก Take Action เพื่อยกระดับความสำเร็จ เพิ่ม Performance ของตนให้ดียิ่งขึ้น

 

Doing to Done มีหลักการให้เขียนเป้าหมายและเข้าใจในแต่ละบทบาท ทั้งชีวิตการทำงานและส่วนตัวด้วย Role Clarity Map และสร้างความชัดเจนของโปรเจกต์ด้วย Project Clarity Map จัดระบบการจัดการเวลา จัดตารางชีวิตที่ไว้ใจได้ Trusted System ด้วยการใช้ Work Beat หรือจังหวะงานที่จะทำซ้ำได้ สร้างความสำเร็จเล็กๆ ที่จะเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านการทบทวน เรียนรู้ พัฒนาต่อยอด และจะค่อยๆ สะสมความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง สู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่

 

ส่องไฮไลต์ของ Doing to Done:

  • สร้างการตระหนักรู้เป้าหมาย ทำความเข้าใจสถานการณ์เพื่อจัดระเบียบความคิด
  • เพิ่ม Focus ลดความกังวลจากสิ่งต่างๆ ที่รุมเร้า สร้างแรงจูงใจให้การทำงาน
  • เครื่องมือ Doing to Done Framework & Template เปลี่ยนความวุ่นวายให้เป็นความชัดเจน
  • การเรียนรู้ที่เน้นภาพ เนื้อหาที่เรียบง่าย 
  • สร้างผลลัพธ์ที่แตกต่าง Quick Wins
  • สร้างระบบการจัดการให้ครบทุกบทบาทที่รับผิดชอบ ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว
  • ฝึกปฏิบัติ ลงมือทำได้จริง ด้วยการผสมผสานการใช้ Technology และ Digital Tools

 

 

ดร.ทรรศวรรณ จัดอบรมหลักสูตร Doing to Done มาแล้ว 7 รุ่น ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 ในองค์กรและสถานศึกษา และจะมีการจัดอบรม Doing to Done Public Class ขึ้นในวันที่ 3-4 สิงหาคม 2567 สนใจติดตามรายละเอียดได้ที่ https://www.entrepreneurshipplus.co.th/

 

สอบถามข้อมูลได้ที่ LINE: @entplus สำหรับผู้ที่สนใจหนังสือ Doing to Done ลงมือทำเพื่อความสำเร็จ สามารถหาซื้อได้ที่ Asia Books หรือสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ที่ Lazada ได้แล้ววันนี้

The post เปิดไฮไลต์หนังสือ ‘Doing to Done’ ลงมือทำเพื่อความสำเร็จ สูตรสำเร็จจัดการงานและชีวิตที่ยุ่งเหยิงแบบง่ายๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หากตั้งเป้าหมายแล้วเฟล…ลองหา Goal Buddy สักคนดูหน่อยไหม? https://thestandard.co/life/why-not-find-a-goal-buddy/ Sat, 20 Jan 2024 02:30:15 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=889798

เผลอแป๊บเดียวเราก็เดินทางเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมก […]

The post หากตั้งเป้าหมายแล้วเฟล…ลองหา Goal Buddy สักคนดูหน่อยไหม? appeared first on THE STANDARD.

]]>

เผลอแป๊บเดียวเราก็เดินทางเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมกราคมกันแล้ว เชื่อว่าต้นปีที่ผ่านมาใครหลายคนน่าจะได้ตั้งเป้าหมายให้กับชีวิตในปี 2024 กันไม่น้อย บ้างอาจจะเป้าหมายเล็ก บ้างอาจจะเป้าหมายใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่เรามักจะเริ่มลงมือทำด้วยความฮึกเหิมและมุ่งมั่นในช่วงแรก แล้วค่อยๆ แผ่วตามภาระและหน้าที่การงานที่ถาโถมมาระหว่างทาง แต่นั่นไม่ใช่เรื่องผิดแปลกซะทีเดียว เพียงแต่ความถาโถมที่ว่าอาจสั่งสมจนกลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้เรายอมแพ้ให้กับการเดินทางสู่เป้าหมายไปในท้ายที่สุด

 

จริงอยู่ที่การแบ่งเวลา ความมุ่งมั่น และวินัยเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้คุณไปถึงฝั่งฝันได้ แต่รู้หรือไม่ว่าการมี ‘Goal Buddy’ หรือเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้คุณพิชิตเส้นชัยได้เช่นกัน

 

ผลวิจัยหนึ่งจาก American Society of Training and Development (ASTD) เผยว่า การมี Goal Buddy สามารถเพิ่มอัตราการประสบความสำเร็จได้ถึง 65% เลยทีเดียว ดังนั้นมาดูกันว่าการมีคู่หูคู่ใจร่วมก้าวไปสู่เป้าหมายกับคุณนั้นดีอย่างไร

 

ให้กำลังใจและเตือนสติ

 

ในวันที่เริ่มท้อ เครียด หรือรู้สึกหมดหวังกับสิ่งที่ทำอยู่ บัดดี้คนนี้นี่แหละที่จะเป็นคนคอยรับฟัง ให้กำลังใจ และเตือนสติอยู่เสมอ เชื่อเถอะว่าการมีคนคอยเข้าใจและรับฟังในช่วงที่เรากำลังดำดิ่งในห้วงอารมณ์แย่ๆ สามารถช่วยชุบชูใจได้ดีอย่างเหลือเชื่อ

 

แลกเปลี่ยนประสบการณ์ใหม่ๆ

 

สิ่งที่จะทำให้เป้าหมายสำเร็จได้คือการลงมือทำ และต่อให้การลงมือทำนั้นจะถูกผิดมากแค่ไหน สิ่งที่คุณจะได้กลับมาคือประสบการณ์ใหม่ที่จะผนึกกำลังให้คุณแข็งแกร่งขึ้นเสมอ และการได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวและประสบการณ์ที่พบเจอระหว่างทางกับเพื่อนที่มีอุดมการณ์เดียวกันจะยิ่งช่วยสร้างเสริมซึ่งกันและกัน และผลักดันกันให้ถึงฝั่งฝันได้

 

พร้อมลุย ไปไหนไปกัน

 

การมีเพื่อนที่มีแนวคิดและเป้าหมายเดียวกันจะทำให้คุณไม่รู้สึกโดดเดี่ยวด้วยความพร้อมลุยกับคุณไปทุกที่ หากเป้าหมายของคุณคือการฟิตหุ่น ลดน้ำหนัก เราเชื่อว่าเพื่อนคู่ใจของคุณคนนี้ก็พร้อมที่จะเซย์เยสไปออกกำลังกายกับคุณแบบไม่ลังเล

 

เติบโตและฉลองความสำเร็จไปด้วยกัน

 

อะไรจะดีและน่าภาคภูมิใจไปกว่าการได้ฉลองความสำเร็จกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่เดินทางผ่านสารทุกข์สุขดิบไปด้วยกัน และต่อให้ใครคนใดคนหนึ่ง หรือไม่มีใครสามารถพิชิตเป้าหมายได้ในท้ายที่สุด อย่างน้อยคุณก็ได้ลงมือทำอย่างเต็มที่ ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์และเติบโตไปพร้อมกับคนข้างๆ ซึ่งนั่นถือเป็นบทเรียนอันล้ำค่าที่ไม่มีอะไรมาทดแทนได้เลย

 

หากเป้าหมายในปีใหม่นี้คือการพิชิตสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น ลองหาบัดดี้คนคู่ใจมาวิ่งฮีลใจไปด้วยกันไหม กับงาน You&Me Together Run งานที่ทาง THE STANDARD LIFE และ DENTISTE ชวนจับมือชวนคนที่คุณห่วงใยมาวิ่งฮีลใจไปด้วยกัน พร้อมสัมผัสกิจกรรมพิเศษตลอดระยะทาง 5 กิโลเมตรใจกลางกรุงเทพฯ ณ สวนเบญจกิติ

 

  • ชวนทำความรู้จักกันให้ดีขึ้นด้วย Journal Journey
  • กิจกรรมฮีลใจที่ลาน Healing Station
  • ผ่อนคลายไปกับ Sound Healing
  • ลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษจาก DENTISTE

 


 


THE STANDARD LIFE x DENTISTE: You&Me Together Run

  • จ่ายราคาเดียววิ่งได้เป็นคู่ เพียง 999 บาท
  • วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567
  • ลงทะเบียนเวลา 05.30 น. ปล่อยตัวเวลา 06.15-08.30 น.
  • สถานที่: สวนเบญจกิติ

 

จับมือชวนกันลงทะเบียนเลยวันนี้ จำกัดเพียง 250 คู่เท่านั้น

https://www.runlah.com/events/ymtr2024

 

หมายเหตุ: ราคาสมัครสำหรับนักวิ่งเดี่ยว 599 บาท

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ THE STANDARD LIFE

 

อ้างอิง:

The post หากตั้งเป้าหมายแล้วเฟล…ลองหา Goal Buddy สักคนดูหน่อยไหม? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตั้งเป้าหมายอย่างไรให้ดีต่อใจและมีแนวโน้มสำเร็จ https://thestandard.co/life/how-to-set-goals-well/ Sat, 20 Jan 2024 02:00:39 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=889795

เชื่อว่าหลายคนตั้งเป้าหมายมากมายเอาไว้ในปีนี้ แต่ไม่ว่า […]

The post ตั้งเป้าหมายอย่างไรให้ดีต่อใจและมีแนวโน้มสำเร็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เชื่อว่าหลายคนตั้งเป้าหมายมากมายเอาไว้ในปีนี้ แต่ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายด้านใดก็ตาม จะทำอย่างไรให้เป้าหมายนั้นดีต่อใจแบบไม่กดดันตัวเอง และมีแนวโน้มสำเร็จ

 

นอกจากการดำรงชีวิตอยู่ในแต่ละวันแล้วนั้น มนุษย์ยังต้องการที่จะพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นตามอุดมคติที่ตนและสังคมคาดหวังไว้ ‘การตั้งเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงตนเอง’ โดยเฉพาะปีใหม่ที่ใครหลายคนเลือกใช้เป็นช่วงสำคัญในการเปลี่ยนแปลง แม้การมีเป้าหมายในการพัฒนาตนเองเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็เป็นแรงกดดันไม่น้อยที่ทำให้หลายคนรู้สึกเครียด ผัดวันประกันพรุ่ง กระทั่งสุดท้ายอาจกล่าวโทษว่าตนเป็นคนไม่เอาไหนที่ไม่เปลี่ยนแปลงตามที่ตั้งเป้าไว้สักที 

 

จะทำอย่างไรให้เป้าหมายนั้นดีต่อใจแบบไม่กดดันตัวเอง ควรเริ่มจากการตั้งเป้าหมายให้ SMART ซึ่งประกอบด้วยหลักการต่อไปนี้

 

S – Specific เป้าหมายนั้นๆ จะต้องมีความเจาะจง ชี้เฉพาะ และมีขอบเขตที่แน่นอน เพื่อกำหนดสิ่งที่จะลงมือทำเชิงพฤติกรรมได้

M – Measurable เป้าหมายที่ตั้งออกมานั้นจะต้องสามารถวัดผลได้ ดังนั้นเน้นเป้าหมายของการกระทำมากกว่าผลหรือความรู้สึก เพราะจะทำให้เกิดการวัดที่ชัดเจน และใช้การจดบันทึกกันคลาดเคลื่อนทั้งเป้าหมายและผลที่ได้รับ

A – Achievable เป้าหมายที่ตั้งไว้ต้องเป็นสิ่งที่สามารถทำได้จริง เหมาะกับความสามารถและบริบท อาทิ หากต้องการออกกำลังกายให้ได้วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ในขณะที่ต้องทำงานประจำ คงเป็นการตั้งเป้าหมายที่ไม่สามารถเป็นจริงได้ เพราะบริบทไม่เอื้ออำนวย

R – Relevant เป้าหมายจะต้องมีความสมเหตุสมผล เป็นประโยชน์จริงทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

T – Time-based เป้าหมายที่กำหนดไว้จะต้องอยู่ภายใต้กรอบเวลาที่ชัดเจนและเหมาะสม

 

แต่การทำตามเป้าหมาย พูดไม่ง่าย ทำยิ่งไม่ง่าย การเกิดความรู้สึกเหนื่อยล้า พอใจ ท้อแท้ สำเร็จ อาจปะปนตลอดเวลาของการลงมือทำ โปรดให้ความสำคัญกับเรื่องราวระหว่างทางไปสู่เป้าหมายด้วย เพราะมีคุณค่าไม่ต่างกับแรงจูงใจตอนต้นหรือผลสำเร็จในตอนท้าย อีกทั้งในระหว่างการลงมือทำ หากสามารถยืดหยุ่นและปรับตัวได้ จะส่งผลให้การตั้งเป้าหมาย ‘ดีต่อใจและมีแนวโน้มสำเร็จได้’



Fixed Idea คือความคิดแบบยึดติด เปลี่ยนแปลงได้ยาก มักคุ้นเคยที่จะใช้รูปแบบความคิดเดิมทั้งกับสถานการณ์เดิมและสถานการณ์แปลกใหม่ อาจส่งผลต่ออารมณ์เมื่อต้องพบเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก เนื่องจากรูปแบบความคิดแบบเดิมอาจไม่สามารถใช้ได้กับทุกสถานการณ์ รวมทั้งอาจประสบกับปัญหาความสัมพันธ์ เพราะการมีท่าทีต่อต้านการเปลี่ยนแปลงและไม่เป็นมิตรต่อผู้อื่นที่พยายามเข้ามานำเสนอแนวคิดแบบใหม่

 

Flexible Thinking คือความคิดแบบยืดหยุ่น สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามบริบทและกาลเวลาที่เปลี่ยนไป เพื่อให้เกิดความเหมาะสมต่อการปรับตัว ความคิดแบบยืดหยุ่นมักเป็นความคิดเชิงเหตุผลที่ประกอบด้วยอารมณ์ร่วมกลางๆ ข้อมูลจากประสบการณ์ในอดีต และทักษะในการอนุมานสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยความคิดยืดหยุ่นมีส่วนสำคัญในทักษะการแก้ไขปัญหา และส่งผลให้เจ้าของความคิดรู้ทันอารมณ์ตนเองได้

 

Floating Approach คือความคิดแบบหย่อนยาน ปล่อยความคิดเป็นอิสระ ไม่มีรูปแบบ ไร้กรอบความคิด และตอบสนองต่อบริบท ‘ตามอารมณ์’ เจ้าของรูปแบบความคิดดูเหมือนจะเป็นคนสบายๆ อะไรก็ได้ แต่อาจเก็บซ่อนความกังวลบางอย่างเอาไว้ อีกทั้งรูปแบบความคิดดังกล่าวอาจส่งผลต่อการลงมือทำตามแผนในรูปแบบและเวลาที่เหมาะสม อาจส่งผลเสียต่อผลรวมของพฤติกรรมในระยะยาว 

 

หากมองโดยความหมาย ความคิดแบบยืดหยุ่นน่าจะเป็นรูปแบบความคิดที่ส่งผลดีต่อความรู้สึก การปรับตัว และทักษะในการแก้ไขปัญหา หลายคนจึง ‘พยายามมาก’ ที่จะใช้ชีวิตและมีความคิดในแบบยืดหยุ่น พยายามมาก คิดมาก กำกับตนเองมากๆ อาจส่งผลในทางตรงข้าม เพราะแม้ความคิดยืดหยุ่นเป็นสิ่งที่ดี แต่ความพยายามอย่างสุดทางในการที่จะเป็นคนยืดหยุ่นกลับทำให้เรากลายเป็นคนยึดติดรูปแบบความคิดยืดหยุ่น

 

แต่หากสามารถเข้าใจความคิดยืดหยุ่นที่แท้ จะเห็นได้ว่าความคิดแบบยึดติดหรือความคิดแบบหย่อนยานอาจมีประสิทธิภาพกับบางสถานการณ์ บางเวลา การนำเอาข้อดีและระมัดระวังข้อจำกัดของแต่ละรูปแบบความคิดมาใช้ได้คือใจความสำคัญของคนยืดหยุ่น 

 

ชวนให้เห็นภาพใจความของความยืดหยุ่นด้วยเรือใบ 1 ลำ กับการตั้งเป้าหมายในการออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 วัน อย่างน้อยวันละ 30 นาที ต่อเนื่อง 3 เดือน

 

ลำเรือ (Fixed Idea) เป็นส่วนที่ต้องมั่นคง แข็งแรง แน่นหนา คงสภาพกับทุกอุปสรรค ไม่ว่าจะเป็นน้ำร้อน น้ำเย็น น้ำเค็ม หรือน้ำจืด แต่พลขับต้องเข้าใจว่าความมั่นคงของลำเรือไม่อาจฝ่ากองหินโสโครกได้ ต้องอาศัยทักษะอื่นในการเคลื่อนตัวไปผ่านอุปสรรคด้วยส่วนอื่นของเรือ คือการเขียนแผนการออกกำลังกายและทำตามแผนนั้น

 

เสากระโดงเรือ (Flexible Thinking) เป็นส่วนที่มองจากภายนอกดูแข็งแรง ตั้งตระหง่าน แต่ในความสามารถที่แท้จริงของกระโดงเรือนั้นคือความยืดโค้งและทักษะในการลู่ลำไปตามแรงลม อาทิ การยืดหยุ่นในวันที่มีกิจกรรมอื่นที่อาจเร่งด่วน สำคัญ เข้ามาแทรกตารางออกกำลังกาย เพื่อลดความรู้สึกผิดจากความคิดกล่าวโทษ

 

ใบเรือ (Floating Approach) เป็นส่วนที่สามารถตึงได้จนสุดทาง และหย่อนคล้อยได้ตามใจเช่นกัน ใบเรืออาจไม่มีความจำเป็นในบางสถานการณ์ที่เรือลอยลำผ่อนคลายไปกับแรงของสายน้ำ และอาจปล่อยให้ลมลู่ผ่านใบไปอย่างเบาตามหัวใจของเจ้าของเรือ คือการผ่อนคลายหรือให้รางวัลกับตนเองบ้างในขณะที่กำลังดำเนินตามเป้าหมาย เพราะในช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงย่อมเกิดเรื่องยากและความรู้สึกเหนื่อยล้า การให้รางวัลกับตนเองในระหว่างทางช่วยให้มีกำลังใจไปสู่เป้าหมายได้ 

 

ทักษะของสามส่วนประกอบกัน ผสานกับความยืดหยุ่นในการเลือกใช้สามส่วนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เรือใบจะค่อยๆ ล่องลำไปและถึงเป้าหมายสักวัน

The post ตั้งเป้าหมายอย่างไรให้ดีต่อใจและมีแนวโน้มสำเร็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผิดไหมที่เป็นคนไม่มีเป้าหมายในชีวิต? https://thestandard.co/life/have-no-goals-in-life/ Fri, 07 Jul 2023 13:27:51 +0000 https://thestandard.co/?p=813902 เป้าหมายในชีวิต

เมื่อพูดถึงเป้าหมายชีวิต แต่ละคนคงให้นิยามต่อคำนี้แตกต่ […]

The post ผิดไหมที่เป็นคนไม่มีเป้าหมายในชีวิต? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เป้าหมายในชีวิต

เมื่อพูดถึงเป้าหมายชีวิต แต่ละคนคงให้นิยามต่อคำนี้แตกต่างกันออกไป บ้างก็พูดถึงความสำเร็จในหน้าที่การงานและการได้รับการยอมรับ บ้างก็พูดถึงเงินเก็บที่มากพอให้ชีวิตไม่ต้องลำบาก หรืออาจเพียงแค่การไม่มีโรคภัยที่รุนแรงเกิดขึ้นกับตนเอง ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว ‘เป้าหมายชีวิต’ อาจตีความได้ว่า เป็นคุณค่าภายในที่แต่ละบุคคลมีต่อตนเองในอนาคต จึงไม่มีใครตัดสินเป้าหมายชีวิตของคนอื่นว่าดีพอหรือไม่
 


เป้าหมายชีวิตของแต่ละคนล้วนมีที่มาจากหลายปัจจัยที่สะสมทั้งสุขสมใจอยากให้สิ่งเหล่านั้นอยู่ในชีวิตต่อไป หรือไม่ก็อาจผิดหวังและอยากจะก้าวข้ามสิ่งเหล่านั้นหากมีพลัง เวลา และโอกาสที่มากขึ้น ในการไปสู่ ‘เป้าหมายของชีวิต’ ในทางจิตใจ แม้เป้าหมายของชีวิตไม่ได้ถูกพูดถึงอย่างตรงไปตรงมา แต่ก็สามารถเห็นได้ว่ามีหลายทฤษฎีที่อธิบายเรื่องความต้องการของมนุษย์ด้วยหลักคิดต่างๆ อาทิ 

 

มาสโลว์ (Maslow) กล่าวว่า มนุษย์มีความต้องการเป็นลำดับขั้น เมื่อความต้องการในขั้นต้นเพียงพอมนุษย์จึงจะก้าวไปสู่การไขว่คว้าตามหาความต้องการขั้นต่อไป 

 

ในขณะที่ เดซี (Deci) ได้เขียนหนังสือ Self-Determination and Intrinsic Motivation in Human Behavior กล่าวไว้ว่า แม้มนุษย์จะต้องการพัฒนาตนเองไปสู่เป้าหมายมากเพียงใด ก็ยังให้ความสำคัญกับการได้ตัดสินใจอย่างเป็นอิสระไม่แพ้กัน

 

ซึ่งต่างจาก อีริคสัน (Erikson) ที่ให้ความเห็นว่าบริบททางสังคมมีผลต่อคุณค่าของบุคคล ส่งผลให้บุคคลนั้นๆ ลงมือทำตามความคาดหวังจากบทบาททางสังคมที่ตนกำลังแบกรับ

 

เมื่อเป้าหมายชีวิตเป็นเรื่องไม่ง่าย เพราะอะไรจึงยังสำคัญกับมนุษย์

แม้เป้าหมายชีวิตเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ง่าย มีที่มาที่ซับซ้อน และอาจส่งผลต่อความกดดันในใจ แต่เพราะความสำเร็จทั้งในรูปธรรม เช่น เงินทอง หน้าที่การงาน นามธรรม เช่น การได้รับการยอมรับ การเป็นที่รัก เป็นการตอบสนองความพึงพอใจและรู้สึกดีต่อคุณค่าในตนเอง ทั้งคุณค่าในเชิงเปรียบเทียบ ‘ฉันได้เท่าคนอื่น’ ‘ฉันมีมากกว่าคนอื่น’ หรือคุณค่าต่อตนเอง ‘ฉันทำได้’ 

 

เป้าหมายชีวิต: มุมมองที่เปลี่ยนไปจากโลกที่เปลี่ยนแปลง

ในสังคมเมื่อ 50 ปีที่แล้ว เป้าหมายชีวิตของคนในวัยทำงานส่วนใหญ่ต้องการชีวิตในบั้นปลายที่มั่นคง ส่งผลให้เกิดแรงผลักที่เรียกว่า ‘ความอดทน’ ให้ลงทุนลงแรงทำงานหนักเพื่อการได้มาซึ่งความมั่นคงในชีวิต ทั้งยังใช้โอกาสในการสั่งสอนเรื่อง ‘ความอดทนและเป้าหมายของชีวิต’ ให้กับรุ่นลูกรุ่นหลาน

 

เมื่อวันเวลาผ่านไป โลกที่ผันผวนเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและคาดเดาได้ยากส่งผลให้หลายคนรู้สึกท้อใจกับการใช้เครื่องมือที่เรียกว่า ‘ความอดทน’ เพื่อตามหาเป้าหมายของการใช้ชีวิต อีกทั้งโลกในยุคสมัยใหม่ ‘การเรียนรู้แบบฉับไว หรือแม้การปล่อยใจแบบสายชิล’ อาจเป็นอาวุธที่เข้าได้กับโลกใบนี้มากกว่าความอดทน การมีมุมมองต่อการไปสู่เป้าหมายของคนในแต่ละยุคของการเปลี่ยนแปลงก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป 

 

เป้าหมายชีวิตกับการใช้ชีวิต 

หากคิดถึงคำว่าเป้าหมายชีวิต หลายคนคงคิดถึงภาพของตนเองที่อยากให้เกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งการกำหนดสิ่งนี้ได้ชัดเจนจะช่วยให้เราสามารถไปสู่การมีเป้าหมายได้ง่ายขึ้น แต่การเฝ้าที่ไม่มีแผนชัดเจนอาจส่งผลต่อความกังวล การเฝ้าคิดอย่างเข้มงวดอาจส่งผลต่อความกดดันที่มากเกินไป 

 

ตรงกันข้าม คนที่ไม่มีเป้าหมายใช้ชีวิตไปในแต่ละวัน ไม่มีภาพเกี่ยวกับตนเองในอนาคตเลยอาจไม่มีความกังวลหรือกดดันใดๆ แต่อาจไม่เป็นผลดีกับการใช้ชีวิตในระยะยาว เพราะอาจเกิดปัญหากับการใช้ชีวิตและความรู้สึกต่อคุณค่าในตนเอง 

 

จะดีไหม หากสามารถสร้างสมดุลระหว่างการมีเป้าหมายกับการใช้ชีวิตในทุกๆ วันได้ หรือจริงๆ แล้วใครหลายคนอาจตั้งเป้าหมายชีวิต ว่าคือการใช้ชีวิตแต่ละวันอย่างมีความสุข

 

ทำอย่างไรเมื่อถูกกระทบใจจากการถามถึง ‘เป้าหมายในชีวิต’ 

เมื่อมุมมองต่อเป้าหมายชีวิตเป็นเรื่องซับซ้อนและมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ไม่อาจวัดได้ด้วยความเป็น ‘ครอบครัวเดียวกัน’ ‘ยุคสมัยเดียวกัน’ ‘เพศเดียวกัน’ ‘ถนัดเหมือนกัน’ แต่การพูดหรือถามถึงเป้าหมายมักเกิดขึ้นในบทสนทนาที่มีข้ออ้างจากความหวังดีของคนที่กำลังกังวล พ่อแม่ที่กังวลว่าลูกจะศึกษาต่ออะไร หัวหน้างานที่กังวลว่าลูกน้องจะพาทีมไปทางไหน ซึ่งความกังวลดังกล่าวมักกลั่นเอาชุดคำถามที่หุนหันเข้าไปสั่นคลอนพื้นที่ส่วนตัวของผู้ถูกถามได้ หลายครั้งเราคงถูกรบกวนใจ แต่เราจะใช้ประโยชน์จากการถูกถามเพื่อการมีเป้าหมายในชีวิตได้อย่างไร 

 

  • จัดการอารมณ์โกรธ เพื่อลดการสื่อสารที่จะทำให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งการจัดการอารมณ์ไม่ใช่การห้ามปรามอารมณ์เพราะการมีอารมณ์โกรธเป็นสิ่งไม่ดี แต่เพราะอาจไม่คุ้มค่าที่จะสื่อสารออกไปตอนที่ยังมีอารมณ์โกรธ การจัดการอารมณ์มีหลายวิธี การหายใจช้าลง ออกจากจุดปะทะด้วยความสุภาพ และการขอเวลา เป็นวิธีที่ใช้แล้วมักได้ผลดี

  • รู้เจตนา หลังอารมณ์สงบ เราสามารถแปลสถานการณ์ในภาพรวมได้ชัดเจนขึ้น โดยแยกสีหน้า น้ำเสียง ท่าทาง คำพูดของผู้พูดออกไปได้ส่วนหนึ่ง และสามารถเข้าใจได้ถึงเจตนาของผู้พูดมากขึ้น การเข้าใจเจตนาเป็นเพียงการตีความให้ถูกต้องชัดเจน ไม่ได้หมายถึงการต้องยอมรับทุกเจตนาที่ดีที่คนอื่นมีให้เราหากเราไม่พร้อมจะรับเอาเจตนานั้นไว้

  • ทบทวนความต้องการ เมื่อทราบเจตนาของผู้พูดอย่างชัดเจน ก็ถึงขึ้นตอนที่ยากกว่า คือการกลับมาตั้งคำถามกับตนเองว่า วันนี้ เวลานี้ ตนเองต้องการสิ่งใด สิ่งนั้นเพียงพอหรือไม่ และเพียงพอต่อการมีความสุขกายสุขใจไปนานแค่ไหน และในทุกๆ วันรับรู้ได้ถึงความคุ้มค่าของการได้ใช้ชีวิตแค่ไหน อย่างไร และเขียนออกมาเป็นข้อๆ เพื่อความชัดเจน
  • การตั้งเป้าหมายที่มักช่วยให้เกิดประสิทธิภาพที่ดี คือการตั้งเป้าหมายที่ชัด วัดได้ และมีแนวโน้มของความเป็นไปได้ เกิดประโยชน์แท้จริง และมีระยะเวลา ส่วนการลงมือทำแผนเพื่อไปสู่เป้าหมายให้เกิดความสมดุลต้องแบ่งส่วนของการลงมือทำออกเป็น ‘ต้องทำ ควรทำ และอยากทำ’ เพื่อให้เป้าหมายสมดุลกับความสุขที่จะมีในแต่ละวัน

 

The post ผิดไหมที่เป็นคนไม่มีเป้าหมายในชีวิต? appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิมพ์ติดข้างฝาไว้เลย! เคล็ดไม่ลับสู่ความสำเร็จในการทำงานจาก 4 สุดยอดซีอีโอระดับโลก เพื่อการเริ่มต้นปีใหม่อย่างไฉไล https://thestandard.co/4-best-success-tips-ceos-shared/ Tue, 17 Jan 2023 04:18:05 +0000 https://thestandard.co/?p=738325 4-best-success-tips-ceos-shared

นี่ก็เริ่มต้นเข้าปีใหม่มาได้เกือบครึ่งทางของเดือนมกราคม […]

The post พิมพ์ติดข้างฝาไว้เลย! เคล็ดไม่ลับสู่ความสำเร็จในการทำงานจาก 4 สุดยอดซีอีโอระดับโลก เพื่อการเริ่มต้นปีใหม่อย่างไฉไล appeared first on THE STANDARD.

]]>
4-best-success-tips-ceos-shared

นี่ก็เริ่มต้นเข้าปีใหม่มาได้เกือบครึ่งทางของเดือนมกราคมแล้ว เชื่อว่าทุกคนคงกลับเข้าสู่โหมดการทำงานเต็มตัวแล้ว ถึงแม้ว่าอาจจะยังไม่เต็มใจนักเพราะยังคิดถึงบรรยากาศของการฉลองในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่อยู่ก็ตาม (ผู้เขียนนี่แหละ!)

แต่ก็เป็นช่วงเวลาแบบนี้เองที่หัวใจเรายังเปิดรับกับการเรียนรู้จากบทเรียนต่างๆ ซึ่งนอกจากการนั่งอ่านรีวิวประจำปีของบรรดาเพื่อนสนิทมิตรสหาย (ไปจนถึงบรรดาเหล่าอินฟลูเอ็นเซอร์คนดังทั้งหลาย) หนึ่งในคนที่เราควรจะฟังให้มากคือบรรดาผู้บริหารที่เก่งกาจที่มักจะมีคำแนะนำดีๆ มามอบให้สำหรับการเริ่มต้นใหม่เพื่อให้ทุกอย่างไฉไลกว่าเดิมในปีนี้

และนี่คือ 4 คำแนะนำที่เป็นเคล็ดไม่ลับสู่ความสำเร็จจาก 4 สุดยอดซีอีโอที่แนะนำว่าพิมพ์ติดฝาบ้านเอาไว้เลยก็ได้ เหมือนรุ่นพ่อรุ่นแม่ที่มีคำคมแปะตามฝาบ้าน

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

1. เข็มทิศชีวิตอยู่ที่หัวใจ – ทิม คุก (Apple)

ซีอีโอคนแรกที่มีคำแนะนำมาฝากกับพวกเราคือ ทิม คุก แห่ง Apple ที่ไม่มีใครไม่รู้จัก โดยคำแนะนำดีๆ ต่อชีวิตของเขานั้นมาจากการขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีจบการศึกษาของมหาวิทยาลัยแกลเลอเดต ในวอชิงตัน ดี.ซี.

คุกได้ให้คำแนะนำแก่น้องๆ ที่กำลังจะได้เริ่มต้นชีวิตว่า ไม่มีเข็มทิศชีวิตที่ไหนจะนำทางพวกเขาได้ดีไปกว่าหัวใจของตัวเอง เหมือนที่เขาเลือกจะฟังตัวเองจนมาร่วมงานกับ Apple ตั้งแต่ปี 1988 

“ผมรู้ใจของตัวเองว่า ผมต้องซื่อสัตย์ต่อตัวเองและสิ่งที่เชื่อ เพราะมันคือตัวเลือกที่สำคัญที่สุดที่เราจะทำได้ สิ่งนี้จะนำไปสู่การสร้างความสัมพันธ์ที่ดี จะช่วยทำให้เราค้นพบความสุขในการทำงาน และถ้าเราพยายามมากพอและมีโชคช่วย มันอาจจะช่วยให้เรามีชีวิตที่มีความหมายได้

“เมื่อคุณลองจินตนาการถึงตัวเองในอนาคต สิ่งที่ควรจะถามนั้นไม่ใช่ ‘อะไรจะเกิดขึ้น’ แต่ควรจะถามว่า ‘ตัวฉันจะเป็นอย่างไรในเวลานั้น’ ผมหวังว่าพวกคุณจะมีจิตใจที่อ่อนโยนและแน่วแน่ ผมหวังว่าพวกคุณจะมองเห็นถึงความมหัศจรรย์ในการเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเอง และเจอมนตร์ที่อยู่ในการช่วยเหลือผู้อื่น”

 

2. มองให้เห็นความดีของคนอื่น – แคลร์ บาบิโนซ์-ฟงต์โนต์ (Feeding America)

งานของ แคลร์ บาบิโนซ์-ฟงต์โนต์ ไม่ได้มีเป้าหมายที่ความมั่งคั่งร่ำรวยอะไรเหมือนใครเขา เพราะหน้าที่ของ Feeding America คือการบรรเทาความหิวโหยของผู้คนในสหรัฐอเมริกาที่มีจำนวนมากมายเหมือนเม็ดทรายบนชายหาด

สิ่งสำคัญสำหรับเธอคือการรู้จักถึงความสำคัญของการ ‘ให้’ หัวใจต้องกว้างเหมือนทะเล

อย่างไรก็ดีสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการทำงานในความเห็นของบาบิโนซ์-ฟงต์โนต์ คือเรื่องของการทำงานไปด้วยกัน และมันสำคัญที่เราต้องมองเห็นความตั้งใจดีของเพื่อนร่วมงาน มองให้เห็นความดีของพวกเขา

“จงคิดเสมอว่าความตั้งใจดีของเพื่อนร่วมงานนั้นเป็นเพราะพวกเขาอยากจะทำสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นร่วมกัน” เพราะมีผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ว่าผู้คนมักจะประเมินต่ำเกินไปว่ามีคนชอบพวกเขามากแค่ไหน ซึ่งส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในที่ทำงาน และส่งผลกระทบต่อโอกาสในการประสบความสำเร็จ

ถ้าเรามองเห็นสิ่งดีๆ ในตัวของคนอื่น มันมีโอกาสที่เราจะร่วมมือกันไปสู่ความสำเร็จได้

“ตอนนี้ฉันพยายามทำความเข้าใจว่าผู้คนนั้นเชื่อมโยงกันได้อย่างไร และพยายามจะสร้างสภาพแวดล้อมที่ต่อให้ทุกคนอยากจะชนะ เราก็สามารถจะชนะไปด้วยกัน และเราควรที่จะพยายามไปด้วยกันแบบนั้น”

 

3. ยากแค่ไหนเราก็ฝ่ามันไปด้วยกันได้ – เอ็ด บาสเตียน (Delta Air Lines)

หนึ่งในธุรกิจที่เจอช่วงเวลาเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์คือธุรกิจสายการบิน เพราะโควิดหมายถึงการที่พวกเขามีสภาพไม่ต่างจากการถูกถอดเครื่องช่วยหายใจให้พยายามเอาตัวรอดได้ด้วยพลังของตัวเอง

สายการบินเดลตาก็เจอปัญหาเช่นกัน จากจุดเริ่มต้นในการล็อกดาวน์ที่ต้องยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดไปจนถึงเมื่อกลับมาเริ่มทำการบินได้ก็มีปัญหามากมายตั้งแต่การขาดแคลนสตาฟฟ์ ไปจนถึงการรับมือกับผู้โดยสารที่เกรี้ยวกราดขึ้น

ปัญหาสารพันที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่รับมือไม่ง่ายเลย เพียงแต่ในความเห็นของ เอ็ด บาสเตียน ซีอีโอแห่งสายการบินเดลตา มันคือโอกาสที่คนที่เป็นผู้นำอย่างเขาจะได้แสดงความเห็นด้วยวิธีการที่ง่ายที่สุดคือ การลงมาขลุกอยู่กับปัญหาร่วมกับทุกคนในทีม

“มันเป็นเรื่องง่ายในช่วงเวลาที่ลำบากหากจะหลบฉากไป เพราะเราไม่มีคำตอบอะไรให้ต่อคำถามที่เกิดขึ้น แต่ในเวลาเดียวกันก็ไม่มีช่วงเวลาไหนที่การปรากฏตัวของเราจะสำคัญ ร่วมแบ่งปันในสิ่งที่เรารู้และสิ่งที่เราไม่รู้ไปกับทีม”

เมื่อทุกคนช่วยกันแล้ว ไม่ว่ายากแค่ไหนเราก็เอาชนะมันได้ จริงไหม

 

4. ไม่บอกจะรู้ไหม! – เบธ ฟอร์ด (Land O’Lakes)

ซีอีโอสาวคนแรกในรอบร้อยปีของ Land O’Lakes เป็นสุดยอดนักบริหารคนหนึ่งของชาวอเมริกัน ความเก่งกาจในการทำงานเป็นที่เลื่องลืออย่างมากตั้งแต่ครั้งที่เริ่มต้นกับ PepsiCo ไปจนถึง Scholastic 

 

แต่คนที่ให้คำแนะนำที่ดีที่สุดต่อเธอคือแม่ของเธอเอง และมันเป็นบทสนทนาที่เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนที่ฟอร์ดอายุได้แค่ 11 ปีเท่านั้น

เรื่องของเรื่องก็คือการที่เธอมักจะมีปัญหาแต่ไม่ชอบพูดออกมาเพราะคิดเอาเองว่าแม่จะรู้ แต่กลายเป็นว่ามันกลับเป็นปัญหาที่ไม่ควรเป็นปัญหาเลย เพราะแค่เธอพูดออกมาแม่ก็พร้อมจะช่วยอยู่แล้ว

“แม่หันมาบอกฉันว่า ‘ถ้าแกอยากได้อะไร แกต้องขอสิ ฉันไม่ใช่คนที่อ่านใจได้นะ’…เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ฉันจำได้แม่นจนถึงตอนนี้”

เช่นนั้นฟอร์ดจึงนำมันมาใช้ในการทำงาน และแนะนำให้ทุกคนทำเหมือนกัน คือหากมีอะไรติดค้างคาใจ มีปัญหาอะไร สิ่งที่ควรทำไม่ใช่การเก็บเอาไว้กับตัวเอง แต่ต้องบอกให้คนอื่นรู้ด้วย ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นปัญหาอยู่แบบนั้น

“บ่อยครั้งที่เราอาจจะคิดว่า ‘ไม่มีใครรู้หรอกว่าฉันทำงานได้ดีแค่ไหน’ หรือเราอาจจะกลัวที่จะขอความช่วยเหลือ แต่ถ้าเราลองขอความช่วยเหลือจากคนอื่น หรือขอในสิ่งที่เราต้องการ คนอื่นก็พร้อมที่จะยื่นมือช่วยเหลือเราอยู่แล้ว”

จริงอยู่ที่มันออกจะฟังดูเหมือนวิ่งในทุ่งลาเวนเดอร์นิดหน่อย แต่เชื่อเถอะโลกใบนี้ไม่ได้มีแต่คนใจร้ายหรอก 

 

และทั้งหมดนี้คือคำแนะนำ เคล็ดไม่ลับสู่ความสำเร็จที่เหล่าสุดยอดซีอีโอเอามาฝากไว้ให้คิส เอ้ย คิด สำหรับการทำงานในปี 2023 หรือจะใช้ปีไหนก็ได้ไม่เป็นไร เพราะเป็นคำแนะนำที่เป็นอมตะใช้ได้ตลอดกาลอยู่แล้ว

 

หวังว่าจะมีข้อที่นำไปใช้กันได้นะ 🙂

 

อ้างอิง:

The post พิมพ์ติดข้างฝาไว้เลย! เคล็ดไม่ลับสู่ความสำเร็จในการทำงานจาก 4 สุดยอดซีอีโอระดับโลก เพื่อการเริ่มต้นปีใหม่อย่างไฉไล appeared first on THE STANDARD.

]]>
จะปีไหนก็ทำตามเป้าหมายไม่สำเร็จสักที? ผู้เชี่ยวชาญชี้ คนเราเปลี่ยนพฤติกรรมได้ยาก แต่ก็มีวิธีที่ช่วยเปลี่ยนได้อยู่ https://thestandard.co/new-years-resolution/ Fri, 13 Jan 2023 03:33:48 +0000 https://thestandard.co/?p=736630 ทำตามเป้าหมายไม่สำเร็จ

ช่วงปีใหม่ ไม่ว่าใครก็ต้องตั้งเป้าหมายประจำปีกันทั้งนั้ […]

The post จะปีไหนก็ทำตามเป้าหมายไม่สำเร็จสักที? ผู้เชี่ยวชาญชี้ คนเราเปลี่ยนพฤติกรรมได้ยาก แต่ก็มีวิธีที่ช่วยเปลี่ยนได้อยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำตามเป้าหมายไม่สำเร็จ

ช่วงปีใหม่ ไม่ว่าใครก็ต้องตั้งเป้าหมายประจำปีกันทั้งนั้น ทั้งฝึกทักษะใหม่ ออกกำลังกายให้ได้เสียที มีบ้านหลังแรก เรียนภาษาเพิ่ม หรือเล่นโซเชียลมีเดียน้อยลง แต่ไม่ว่าจะปีที่แล้ว ปีนี้ หรือจะปีไหน ก็ไม่เห็นจะทำได้สักที แล้วก็ท้อใจ ผลัดไปเป็นปีหน้าแทน ทำไมคนเราถึงทำตามเป้าหมายไม่สำเร็จเสียที?

 

จากงานศึกษาของ ลิซ่า ลาฮีย์ ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบสถิติที่บ่งบอกถึงความเป็นจริงอันน่าตกใจว่า เมื่อแพทย์แจ้งผู้ป่วยโรคหัวใจว่าพวกเขาจะเสียชีวิตในไม่ช้า หากไม่ยอมเปลี่ยนพฤติกรรมและการใช้ชีวิต มีเพียง 1 ใน 7 เท่านั้นที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองได้สำเร็จ

 

จากงานศึกษาวิจัยตลอดช่วงเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมาล้วนชี้ให้เห็นตรงกันว่า มนุษย์เราเกิดมาพร้อมกับความดื้อรั้นต่อการเปลี่ยนแปลง แม้จะเป็นเรื่องของความเป็นความตายก็ตาม ลาฮีย์ต้องการให้ผู้คนเข้าใจว่าความดื้อรั้นเหล่านั้นจะทำลายเป้าหมายใหม่ในปีใหม่ของเราได้อย่างไร เธอกล่าวว่า คนเราเข้าใจผิดว่าการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างมันทำได้ง่ายและรวดเร็ว แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย เราต้องให้เวลากับตัวเองมากกว่านี้

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

สำหรับลาฮีย์แล้ว สิ่งที่แย่ที่สุดของการกำหนดเป้าหมายใหม่ในช่วงปีใหม่นั้นไม่ใช่ว่าพวกเราทำมันไม่สำเร็จในปลายปี แต่เป็นการที่เรามักจะตำหนิตัวเองเมื่อเรารู้ตัวว่าเราทำมันไม่ได้ 

 

ยกตัวอย่างให้เห็นชัดเลยก็คือ หลายคนมักตั้งเป้าหมายในปีใหม่ว่าอยากลดน้ำหนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปครึ่งปีแล้วเรายังคงมีความสุขกับการกินหมูกระทะอยู่ เรามักจะพูดกับตัวเองว่า “ทำไม่ได้หรอก ช่างมันเถอะ ก็เราชอบของอร่อยนี่” หรือ “เป้าหมายเดิม จะปีที่แล้ว ปีนี้ หรือปีหน้า ยังไงเราก็ทำไม่ได้ กินต่อเถอะ” ซึ่งนั่นทำให้พลังใจในการจะเปลี่ยนแปลงตัวเองของเราลดฮวบโดยไม่รู้ตัว

 

ไม่ใช่ว่าการเปลี่ยนแปลงมันเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าเราสามารถเอาชนะความรู้สึก “ช่างมันเถอะ ยังไงก็ทำไม่ได้” ออกไปจนได้ เราจะทำมันได้อย่างแน่นอน ลาฮีย์ยกตัวอย่างถึงคนที่ไม่เคยมีความคิดว่าอยากเลือกกินอาหารที่ดีหรืออยากออกกำลังกาย คนคนนี้พบว่า ระบบเผาผลาญทำงานช้าลงตามอายุ ความคิดเรื่องการเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองจะเริ่มเข้ามาวนเวียนอยู่ในหัว หรือที่คนไทยเราเรียกกันว่า ‘ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา’ นั่นแหละ

 

และเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจริงและไปถึงเป้าหมายให้ทันปลายปี ลาฮีย์ก็มีวิธีการแนะนำ ซึ่งทำได้ง่ายดายใน 4 ขั้นตอนเท่านั้น ลองหยิบกระดาษขึ้นมาสักแผ่น แบ่งกระดาษออกเป็น 4 ส่วน และให้เวลากับตัวเองสักหน่อย

 

ขั้นตอนที่ 1 ตั้งเป้าหมายว่าอยากทำอะไร อยากพัฒนาตัวเองในทางไหน และต้องทำอย่างไรบ้างถึงจะสามารถทำได้สำเร็จ

 

ขั้นตอนที่ 2 มองกลับมาที่ตัวเองว่าตอนนี้เรามีพฤติกรรมอะไรบ้างที่ทำให้เป้าหมายนั้นไม่สำเร็จเสียที ถึงจุดนี้เราจะเริ่มเข้าใจแล้วว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไร

 

ขั้นตอนที่ 3 ขุดค้นลงไปในใจตัวเองว่าเพราะอะไรกันแน่เราถึงมีพฤติกรรมที่เป็นอุปสรรคกับเป้าหมายของตัวเอง

 

ขั้นตอนที่ 4 สารภาพความรู้สึกทั้งหมดในใจออกมาว่าเรารู้สึกอย่างไรกับเป้าหมายนี้ พฤติกรรมที่ทำให้เป้าหมายนี้สำเร็จสักที

 

หลังจากที่ลาฮีย์ใช้แบบฝึกหัดนี้กับผู้คนที่ตั้งเป้าหมายและทำไม่สำเร็จเสียที เธอพบว่า ส่วนใหญ่ในส่วนที่ 4 ของแบบฝึกหัดมักจะไม่เกี่ยวข้องอะไรเลยกับส่วนที่ 1 เธอพบว่า คุณแม่คนหนึ่งที่อยากออกกำลังกายให้มากกว่านี้ สารภาพความรู้สึกในส่วนที่ 4 ออกมาว่า เธอรู้สึกผิดที่จะต้องทิ้งให้ลูกอยู่บ้านตามลำพังในเวลาที่เธอออกไปออกกำลังกายที่ยิม สุดท้ายเธอก็ได้วิธีแก้ปัญหาที่ตรงจุด

 

ถ้าคุณแม่ยังเข้าใจว่าที่ไม่ยอมไปออกกำลังกายอย่างที่ตั้งเป้าหมายไว้สักทีเพราะว่าขี้เกียจ การแก้ปัญหาก็น่าจะไม่พ้นการลากตัวเองไปออกกำลังกายหรือสมัครสมาชิกยิมราคาแพงเอาไว้ก่อน จะได้เสียดายเงินและรีบไปใช้บริการ แต่เมื่อเธอรู้ปัญหาที่แท้จริงแล้วว่าคือความเป็นห่วงลูก การแก้ปัญหาจึงเป็นการจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาอยู่กับลูกในช่วงเวลาที่เธอจะไปออกกำลังกายแทน

 

หลังจากนั้นคุณแม่ก็พบว่า เธอไปออกกำลังกายที่ยิมได้โดยไม่ต้องกังวลอะไร และลูกของเธอก็ไม่เหงาเมื่อต้องอยู่ที่บ้าน กลับสนุกขึ้นด้วยซ้ำ เพราะมีพี่เลี้ยงเด็กคอยเล่นด้วยอยู่ตลอด เธอรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองที่ทั้งสามารถไปออกกำลังกาย ดูแลตัวเองได้ และสามารถดูแลลูกได้เป็นอย่างดี

 

ลาฮีย์กล่าวว่า ด้วยวิธีนี้จะทำให้ผู้คนรู้สึกผิดหรือรู้สึกอับอายน้อยลงเมื่อทำตามเป้าหมายที่เคยวางไว้ไม่สำเร็จ พวกเขาไม่ได้เป็นคนขี้เกียจอย่างที่เข้าใจผิดไป เพียงแค่แก้ปัญหาไม่ถูกจุดเท่านั้นเอง เมื่อเข้าใจตัวเองแล้ว ได้รับวิธีแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดแล้ว อะไรก็เป็นไปได้

 

อ้างอิง:

The post จะปีไหนก็ทำตามเป้าหมายไม่สำเร็จสักที? ผู้เชี่ยวชาญชี้ คนเราเปลี่ยนพฤติกรรมได้ยาก แต่ก็มีวิธีที่ช่วยเปลี่ยนได้อยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP TIP: 5 เคล็ดลับสำหรับคนที่อยากทำตามปณิธานปีใหม่อย่างไม่ยอมแพ้ https://thestandard.co/pop-tip-01012023/ Sun, 01 Jan 2023 02:06:48 +0000 https://thestandard.co/?p=731429 ปณิธานปีใหม่

เริ่มต้นวันที่ 1 ในปีใหม่ เราอยากชวนทุกคนมาลองตั้งปณิธา […]

The post POP TIP: 5 เคล็ดลับสำหรับคนที่อยากทำตามปณิธานปีใหม่อย่างไม่ยอมแพ้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปณิธานปีใหม่

เริ่มต้นวันที่ 1 ในปีใหม่ เราอยากชวนทุกคนมาลองตั้งปณิธานปีใหม่ไปพร้อมๆ กัน แม้ว่าปีที่ผ่านมาอาจทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ก็ไม่เป็นไร ปีนี้มาตั้งใจใหม่อย่างมีแบบแผน ไม่ว่าเป้าหมายของคุณคืออะไร สิ่งสำคัญคือคุณควรเตรียมตัวเพื่อไปสู่เป้าหมายให้สำเร็จ ซึ่งเราคัดสรรมาเป็น 5 ขั้นตอนที่ใช้ได้กับทุกเป้าหมายในชีวิต โดยเริ่มจากการตั้งเป้าหมายเล็กๆ โดยเริ่มอย่างช้าๆ และสม่ำเสมอ ค่อยๆ ให้ตัวเองเคยชินกับเป้าหมายไปทีละน้อย ต่อจากนั้นจะมาถึงขั้นตอนการวัดผล ซึ่งต้องเกิดจากการตั้งเป้าหมายเฉพาะเจาะจงตั้งแต่แรก เช่น ฉันจะลดน้ำหนักจาก 50 กิโลกรัม เหลือ 48 กิโลกรัม ภายใน 3 เดือน จะช่วยให้คุณสามารถติดตามผลความคืบหน้าได้ และอย่าลืมจดบันทึก เมื่อทำสำเร็จแล้วให้ลองตั้งเป้าหมายลำดับถัดไปที่ท้าทายมากขึ้น อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญในการตั้งเป้าหมาย คือควรตั้งให้อยู่ในพื้นฐานของความเป็นจริง เช่น ฉันจะเก็บเงินโดยแบ่งจากเงินเดือน 10% ทุกเดือนเป็นเวลาหนึ่งปี แทนที่จะตั้งเป้าหมายลอยๆ ว่าอยากมีเงินเก็บเดือนละล้านบาท! หลังจากที่ได้เป้าหมายที่เป็นไปได้ และวัดผลได้แล้ว ก็นำไปสู่การวางแผน คุณต้องกำหนดวิธีการ หรือสร้างวินัยในตัวเองเพื่อผลักดันให้คุณเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น และข้อสุดท้ายคือมายด์เซ็ตต้องคิดบวกเข้าไว้ อย่าลืมว่าการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในชีวิต แม้จะเล็กน้อยหรือยิ่งใหญ่ มันไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ คุณต้องลงมือทำเอง วางแผนเอง และหากมัวแต่คิดลบว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ หรือต้องล้มเหลวแน่ๆ คุณจะขาดแรงจูงใจที่จะทำให้ปณิธานสำเร็จ เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว อย่าลืมนำไปปรับใช้กับเป้าหมายของตัวเอง แล้วมารอดูกันตอนสิ้นปีว่าสิ่งที่คุณอยากเป็น อยากทำ หรืออยากได้ จะสำเร็จได้มากน้อยแค่ไหน 

 

ปณิธานปีใหม่

 

Pop Tip:

5 เคล็ดลับสำหรับคนที่อยากทำตามปณิธานปีใหม่อย่างไม่ยอมแพ้ 

  1. เริ่มจากเป้าหมายเล็กๆ 
  2. ควรตั้งเป้าหมายที่วัดผลได้
  3. เป้าหมายของคุณควรอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง
  4. มีการวางแผน 
  5. คิดบวกเข้าไว้ หากทำพลาด แค่เริ่มต้นใหม่ให้เร็ว 

 

ภาพประกอบ: พุทธิพงศ์ โรจน์ศตพงค์

ภาพ: Shutterstock

The post POP TIP: 5 เคล็ดลับสำหรับคนที่อยากทำตามปณิธานปีใหม่อย่างไม่ยอมแพ้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แจกตารางชวนเพื่อนทำชาเลนจ์ 31 Days New Year New You https://thestandard.co/new-year-new-you-challenge/ Wed, 29 Dec 2021 11:00:33 +0000 https://thestandard.co/?p=577181 New Year New You

การตั้งเป้าหมาย New Year New You เป็นประจำทุกปี สำหรับห […]

The post แจกตารางชวนเพื่อนทำชาเลนจ์ 31 Days New Year New You appeared first on THE STANDARD.

]]>
New Year New You

การตั้งเป้าหมาย New Year New You เป็นประจำทุกปี สำหรับหลายคนอาจเป็นเรื่องน่าเบื่อ บางคนอาจจะคิดว่าตั้งเป้าหมายไปก็เหมือนเดิม เพราะเมื่อเวลาผ่านไป เป้าหมายเหล่านั้นก็ถูกลืม ไม่สำคัญอีกต่อไป แต่ถ้าหากว่าเราเปลี่ยนจากเป้าหมายใหญ่ๆ ในชีวิต ย่อยลงมาให้เป็นเรื่องที่เล็กลง ทำได้จริงมากขึ้นในชีวิตประจำวัน นอกจากจะไม่กดดันตัวเองแล้ว การได้ทำอะไรให้สำเร็จวันละ 1 เรื่อง จนครบ 31 วัน น่าจะเป็น Small Win ที่ส่งผลดีต่อจิตใจ และช่วยให้นิสัยหรือพฤติกรรมที่ไม่ดีบางอย่างถูกปรับให้ดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้ THE STANDARD POP จึงนำไอเดียสนุกๆ มาฝาก โดยให้ทุกคนชวนเพื่อนๆ มาทำชาเลนจ์ 31 Days New Year New You ด้วยกัน ผ่านเรื่องเล็กๆ เหล่านี้ 

 

New Year New You

 

ภาพประกอบ: เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

ภาพ: Shutterstock 

The post แจกตารางชวนเพื่อนทำชาเลนจ์ 31 Days New Year New You appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไอเดีย New Year New You! ชวนตั้งเป้าหมายใหม่ให้ชีวิตดีกว่าเดิม https://thestandard.co/new-year-new-you-life-goal-ideas/ Wed, 30 Dec 2020 06:14:01 +0000 https://thestandard.co/?p=437696 ไอเดีย New Year New You! ชวนตั้งเป้าหมายใหม่ให้ชีวิตดีกว่าเดิม

สวัสดีปีใหม่ผู้อ่าน THE STANDARD POP ทุกคน ก่อนอื่นต้อง […]

The post ไอเดีย New Year New You! ชวนตั้งเป้าหมายใหม่ให้ชีวิตดีกว่าเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไอเดีย New Year New You! ชวนตั้งเป้าหมายใหม่ให้ชีวิตดีกว่าเดิม

สวัสดีปีใหม่ผู้อ่าน THE STANDARD POP ทุกคน ก่อนอื่นต้องขอปรบมือให้ดังๆ ที่ทุกคนสามารถก้าวผ่านปีที่ยากลำบากมาได้จนถึงวันนี้ เราจึงอยากชวนทุกคนมาเริ่มต้นปีด้วยมายด์เซ็ตใหม่ๆ ที่จะช่วยสร้างพลังใจให้เตรียมจะเผชิญวันใหม่ด้วยเป้าหมายที่มุ่งมั่น จริงจัง อันจะนำมาซึ่งชีวิตดีๆ ที่เราสามารถลงมือทำให้สำเร็จโดยเริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่ตั้งเป้าหมายในชีวิตประจำวัน ต่อไปนี้คือ10 ไอเดียที่จะเปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่กับคอนเซปต์ New Year New You! ไปเช็กกันเลยดีกว่าว่าปีนี้คุณอยากลองมีเป้าหมายอะไรบ้าง ลุย!

 

ไอเดีย New Year New You! ชวนตั้งเป้าหมายใหม่ให้ชีวิตดีกว่าเดิม

 

  1. ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 ครั้ง รวม 120 นาที 
  2. นอนให้ได้ 6-8 ชั่วโมง 
  3. เพิ่มทักษะใหม่ให้ตัวเอง เช่น เรียนออนไลน์ให้จบคอร์ส 
  4. ปิดหนี้บัตรเครดิตอย่างน้อย 1 ใบ
  5. ทำจ็อบสร้างรายได้พิเศษเพิ่ม 1 อย่าง
  6. ตรวจสุขภาพปีละ 1 ครั้ง
  7. ดื่มน้ำให้ครบ 2 ลิตรต่อวัน 
  8. เคลียร์บ้านบริจาคสิ่งของปีละ 1-2 ครั้ง
  9. ซื้อกองทุนเพิ่มอย่างน้อย 1 กองทุน
  10. ใกล้ชิดครอบครัวให้มากขึ้น

 

ภาพประกอบ: เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ไอเดีย New Year New You! ชวนตั้งเป้าหมายใหม่ให้ชีวิตดีกว่าเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
13 สิ่งควรทำของคนวัย 30 ปีที่ต้องการมีอนาคตที่ดี https://thestandard.co/13-best-thing-you-can-do-at-age-30/ Fri, 19 Jul 2019 11:23:00 +0000 https://thestandard.co/?p=271709 13 สิ่งควรทำของคนวัย 30

“คุณใช้ชีวิตในช่วงวัย 30 อย่างไร” แน่นอนว่าคำตอบย่อมมีห […]

The post 13 สิ่งควรทำของคนวัย 30 ปีที่ต้องการมีอนาคตที่ดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
13 สิ่งควรทำของคนวัย 30

“คุณใช้ชีวิตในช่วงวัย 30 อย่างไร” แน่นอนว่าคำตอบย่อมมีหลากหลาย บ้างใช้ชีวิตสุดโต่ง บ้างหันมาเริ่มเก็บเงิน บางคนยังคงเที่ยวเหมือนสมัยวัยรุ่น ในขณะที่คนบางกลุ่มเริ่มวางแผนครอบครัว ล่าสุดแหล่งข้อมูลทางเลือกอย่าง Quora หรือ Social Networking สำหรับการถามตอบที่มีคุณภาพ ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ใช้งานมากกว่า 300 ล้านคน ได้ลองสอบถามผู้ใช้งานแพลตฟอร์มนี้จำนวนหลายร้อยคนถึงวิธีใช้ชีวิตในวัย 30 อย่างไรให้ประสบความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายเมื่อย่างเข้าสู่เลข 5 ก่อนสรุปออกมาเป็น 13 ข้อต่อไปนี้ มาลองดูกันว่ามีข้อใดที่คุณเริ่มทำไปแล้วบ้าง 

 

13 สิ่งควรทำของคนวัย 30

 

ภาพประกอบ: Karin Foxx

อ้างอิง:

The post 13 สิ่งควรทำของคนวัย 30 ปีที่ต้องการมีอนาคตที่ดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
THE STANDARD แนะแนว by LG and Friends: คุยกับ อ้อม สุนิสา เงิน ความฝัน เป้าหมาย เลือกอะไรดี https://thestandard.co/the-standard-naenaew-by-lg-and-friends-money-dream-goal/ https://thestandard.co/the-standard-naenaew-by-lg-and-friends-money-dream-goal/#respond Tue, 21 Aug 2018 11:06:58 +0000 https://thestandard.co/?p=115253

The post THE STANDARD แนะแนว by LG and Friends: คุยกับ อ้อม สุนิสา เงิน ความฝัน เป้าหมาย เลือกอะไรดี appeared first on THE STANDARD.

]]>

The post THE STANDARD แนะแนว by LG and Friends: คุยกับ อ้อม สุนิสา เงิน ความฝัน เป้าหมาย เลือกอะไรดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/the-standard-naenaew-by-lg-and-friends-money-dream-goal/feed/ 0