การระบายข้าว – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 16 Oct 2024 03:52:17 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 เลื่อนอีกรอบ เคาะชื่อประธานบอร์ดแบงก์ชาติเป็น 4 พ.ย. หลัง ป.ป.ช. ส่ง อส. อุทธรณ์ ‘กิตติรัตน์’ คดีระบายข้าว https://thestandard.co/central-bank-chair-delayed-kittirat/ Wed, 16 Oct 2024 03:52:17 +0000 https://thestandard.co/?p=996394 กิตติรัตน์

การสรรหาประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธ […]

The post เลื่อนอีกรอบ เคาะชื่อประธานบอร์ดแบงก์ชาติเป็น 4 พ.ย. หลัง ป.ป.ช. ส่ง อส. อุทธรณ์ ‘กิตติรัตน์’ คดีระบายข้าว appeared first on THE STANDARD.

]]>
กิตติรัตน์

การสรรหาประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่แทน ดร.ปรเมธี วิมลศิริ ที่หมดวาระลงในเดือนกันยายนที่ผ่านมายังไม่จบง่ายๆ จากเดิมที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทยจะเคาะเมื่อวานนี้ โดยมีการเลื่อนการประชุมออกไปอีกรอบเป็นวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้

 

แหล่งข่าวระดับสูงจากภาคการเงินให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH ว่า ความคืบหน้าในการสรรหาประธานบอร์ด ธปท. คนใหม่ แทนที่ ดร.ปรเมธี ที่หมดวาระลงในเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการสรรหาประธานบอร์ด ธปท. ได้มีการเลื่อนการประชุมเพื่อพิจารณาสรุปเลือกชื่อบุคคลที่จะมารับตำแหน่งประธานบอร์ด ธปท. ไปเป็นวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ จากเดิมที่กำหนดไว้วานนี้ (15 ตุลาคม) เนื่องจากเลขานุการคณะกรรมการสรรหาประธานบอร์ด ธปท. ต้องตรวจสอบคุณสมบัติของทั้ง 3 รายชื่อที่ได้รับการเสนอเข้ามาให้ถี่ถ้วน ได้แก่

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

  1. กิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี, อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นโควตาที่ส่งมาโดยปลัดกระทรวงการคลัง โดยตามกฎหมายสามารถเสนอได้ 1 รายชื่อ

 

  1. ศ. ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ศาสตราจารย์ประจำศูนย์กฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

  1. กุลิศ สมบัติศิริ อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน, อดีตอธิบดีกรมศุลกากร และอดีตผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)

 

แหล่งข่าวระดับสูงจากภาคการเงินรายที่ 2 เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า จากกรณีที่ปลัดกระทรวงการคลังได้เสนอชื่อกิตติรัตน์เพื่อรับการสรรหาเป็นประธานบอร์ด ธปท. ขณะนี้มีประเด็นที่ต้องติดตาม 2 ประเด็นหลักที่จะมีผลกระทบต่อคุณสมบัติของกิตติรัตน์ คือ

 

  1. กรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติให้ส่งหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด (อส.) ให้อุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกา ในคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษายกฟ้องกิตติรัตน์ สมัยที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไม่สั่งตรวจสอบการระบายข้าวเอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายเดียว ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ อส. ว่าจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่

 

  1. กรณีที่ผู้ได้รับการเสนอชื่อเคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาก่อน ต้องพ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี ซึ่งกิตติรัตน์เคยดำรงประธานที่ปรึกษาของอดีตนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ที่เพิ่งพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2567 จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 5 ต่อ 4 ให้เศรษฐาพ้นจากตำแหน่งนายกฯ เนื่องจากขาดคุณสมบัติ

 

นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับการตีความของฝ่ายกฎหมายของเลขานุการคณะกรรมการสรรหาประธานบอร์ด ธปท. ว่าจะยังส่งเสนอทั้ง 3 รายชื่อดังกล่าว โดยเฉพาะชื่อของกิตติรัตน์ เข้าต่อที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาประธานบอร์ด ธปท. ที่กำหนดใหม่ในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ รวมทั้งปลัดกระทรวงการคลังจะเปลี่ยนรายชื่อบุคคลแทนกิตติรัตน์ด้วยหรือไม่

“ตามประวัติศาสตร์การเลือกประธานบอร์ด ธปท. ทุกครั้งที่ผ่านมา ชื่อที่ได้รับการเสนอโดยปลัดกระทรวงการคลังมักจะได้รับการเลือกทุกครั้ง เพราะต้องยอมรับว่าคณะกรรมการสรรหาประธานบอร์ด ธปท. ทั้ง 7 คนเป็นอดีตข้าราชการหรืออดีตผู้บริหารเบอร์หนึ่งที่เคยดำรงตำแหน่งในหน่วยงานด้านการเงิน โดยทั้งหมดได้รับการแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่ก็มีบางครั้งที่หากชื่อที่ผู้ว่าฯ ธปท. เสนอเพื่อรับการสรรหาประธานบอร์ด ธปท. ตรงกับชื่อที่ปลัดกระทรวงการคลังเสนอเข้ามา ถึงจะมีโอกาสที่ชื่อนั้นจะได้รับการเลือก แต่ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการสรรหาประธานบอร์ด ธปท. คงต้องพิจารณาเข้มงวดอย่างหนัก หากเสนอชื่อกิตติรัตน์เข้ามาแล้วได้เลือกเป็นประธานบอร์ด ธปท. และมีปัญหาด้านคดีความตามมาภายหลัง เลขานุการคณะกรรมการสรรหาประธานบอร์ด ธปท. ต้องมีส่วนในการรับผิดชอบด้วย” แหล่งข่าวกล่าว

 

ทั้งนี้ในช่วงที่เศรษฐายังดำรงตำแหน่งนายกฯ มีกระแสข่าวว่ารัฐบาลจะส่งกิตติรัตน์มานั่งเป็นประธานบอร์ด ธปท. คนใหม่ ซึ่งในช่วงนั้นทั้งเศรษฐาและกิตติรัตน์ได้ส่งสัญญาณกดดัน ธปท. ผ่านทั้งสื่อมวลชนและช่องทางโซเชียลมีเดียของตนเองหลายครั้ง เพื่อพยายามกดดันให้ ธปท. ลดดอกเบี้ย โดยในช่วงนั้นเศรษฐายังได้ชี้แจงว่า กิตติรัตน์ดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ซึ่งตามความเข้าใจของตนเอง ถ้าจะมานั่งประธานบอร์ด ธปท. ก็ต้องออกจากทุกตำแหน่งมาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี

 

สำหรับคณะกรรมการสรรหาประธานบอร์ด ธปท. ทั้ง 7 คน มีดังนี้

 

  1. ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง และประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)
  2. บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์
  3. วิฑูรย์ สิมะโชคดี อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
  4. วรวิทย์ จำปีรัตน์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
  5. อัชพร จารุจินดา อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
  6. ปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
  7. สุทธิพล ทวีชัยการ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

The post เลื่อนอีกรอบ เคาะชื่อประธานบอร์ดแบงก์ชาติเป็น 4 พ.ย. หลัง ป.ป.ช. ส่ง อส. อุทธรณ์ ‘กิตติรัตน์’ คดีระบายข้าว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลฎีกาแผนกคดีนักการเมืองยกฟ้อง ‘กิตติรัตน์ ณ ระนอง’ ไม่ผิดคดีระบายข้าวเอื้อประโยชน์เอกชนสมัยเป็น รมว.พาณิชย์ https://thestandard.co/kittiratt-rice-scheme-not-guilty/ Thu, 11 Jul 2024 06:37:09 +0000 https://thestandard.co/?p=956360 กิตติรัตน์ ณ ระนอง

วันนี้ (11 กรกฎาคม) ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่ง […]

The post ศาลฎีกาแผนกคดีนักการเมืองยกฟ้อง ‘กิตติรัตน์ ณ ระนอง’ ไม่ผิดคดีระบายข้าวเอื้อประโยชน์เอกชนสมัยเป็น รมว.พาณิชย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กิตติรัตน์ ณ ระนอง

วันนี้ (11 กรกฎาคม) ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลอ่านคำพิพากษาในคดี อม.17/2565 ที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง กิตติรัตน์ ณ ระนอง จำเลย ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด สมัยที่กิตติรัตน์ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไม่สั่งตรวจสอบการระบายข้าวเอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายเดียว

 

คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีอำนาจกำกับดูแลองค์การคลังสินค้า (อคส.) โดย อคส. ได้จัดให้มีการเสนอราคาขายข้าวขาว 15% เพื่อส่งมอบให้แก่องค์การสำรองอาหารแห่งประเทศอินโดนีเซีย (Perum BULOG) ซึ่งพบการเอื้อประโยชน์ให้บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ให้ได้รับคัดเลือกเป็นผู้เสนอราคาและเข้าทำสัญญาซื้อขายข้าวดังกล่าว

 

ต่อมา บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ไม่ปฏิบัติตามสัญญา โดยส่งมอบข้าวไม่ครบถ้วน ทำให้ อคส. และประเทศชาติเสียหาย สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยมีหนังสือถึงจำเลยขอทราบข้อเท็จจริง และขอให้พิจารณาให้มีการประมูลข้าวตามระเบียบอย่างเคร่งครัด แต่จำเลยปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ โดยไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบกระบวนการเสนอราคาขายข้าวดังกล่าว

 

และไม่ทำหน้าที่ควบคุมสั่งการให้มีการชี้แจงข้อเท็จจริงหรือรายงานแสดงความคิดเห็น ทบทวนกระบวนการเสนอราคา อีกทั้งจำเลยยืนยันว่า Perum BULOG ส่งรายชื่อบริษัทที่ประเทศอินโดนีเซียเชื่อถือ ซึ่งมีชื่อบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด มาให้ อคส. พิจารณา ซึ่งไม่เป็นความจริง

 

ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

 

วันนี้จำเลยเดินทางมาศาลพร้อมด้วยทนายความและผู้ติดตาม

 

ต่อมาเวลา 11.30 น. ภายหลังฟังคำพิพากษา กิตติรัตน์กล่าวว่า ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง ต้องขอบคุณทีมทนายความ หลังจากนี้จะเดินหน้าทำหน้าที่ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีอย่างเต็มที่ ซึ่งก่อนมาฟังคำพิพากษาตนได้มุ่งมั่นทำงานมาตลอด

 

ในวันพรุ่งนี้ (12 กรกฎาคม) จะเดินทางไปที่จังหวัดระยอง ทั้งนี้ ตนเองไม่ได้คิดว่าหลังคำพิพากษาในวันนี้จะต้องไปรับตำแหน่งอะไรต่อ หน้าที่ตนคือต้องทำงานให้กับรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน

 

ด้าน เอนก คำชุ่ม ทนายความ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีเอกสารที่ชัดเจนว่าในการซื้อขายข้าวจาก Perum BULOG มีการผ่านรายงานการประชุมของคณะทำงาน อคส. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กลั่นกรอง มีทั้งผู้แทนจากกระทรวงพาณิชย์, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมีผู้เชี่ยวชาญหลายคน ได้มีการพิจารณาสัญญาการซื้อขายข้าวส่งมอบให้กับ Perum BULOG เป็นไปตามขั้นตอนระเบียบของ อคส. ทุกอย่าง

 

และข้อมูลที่กิตติรัตน์ให้กับผู้สื่อข่าวเป็นข้อมูลที่มีอยู่จริง ปรากฏอยู่ในรายงานของคณะกรรมการ อคส. ยืนยันได้ว่ากิตติรัตน์ไม่ได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และสร้างความเสียหายเกิดขึ้นจึงยกฟ้อง

The post ศาลฎีกาแผนกคดีนักการเมืองยกฟ้อง ‘กิตติรัตน์ ณ ระนอง’ ไม่ผิดคดีระบายข้าวเอื้อประโยชน์เอกชนสมัยเป็น รมว.พาณิชย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>