การรถไฟแห่งประเทศไทย Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/การรถไฟแห่งประเทศไทย/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 26 Mar 2026 06:52:44 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 365 วัน บนซากปรักหักพังของความเชื่อมั่น ‘ตึกสตง. แห่งใหม่’ https://thestandard.co/oag-building-collapse-anniversary/ Fri, 27 Mar 2026 01:00:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1191583 ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี

ในวันนี้ความวุ่นวายของรถเครนและเสียงเครื่องจักรที่เคยดั […]

The post 365 วัน บนซากปรักหักพังของความเชื่อมั่น ‘ตึกสตง. แห่งใหม่’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี

ในวันนี้ความวุ่นวายของรถเครนและเสียงเครื่องจักรที่เคยดังก้องได้จางหายไป เหลือเพียงความเงียบและร่องรอยของการพยายามสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่เท่านั้น

 

แม้ซากปรักหักพังส่วนใหญ่จะถูกรื้อถอนออกไป แต่ความไว้วางใจของประชาชนกลับยังไม่ถูกซ่อมแซมให้กลับมาเป็นดังเดิม พื้นที่ว่างเปล่าตรงนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงที่ดินผืนหนึ่ง แต่กำลังกลายเป็นเครื่องเตือนใจถึงโครงการที่ควรจะสง่างามในฐานะสัญลักษณ์ของการตรวจสอบ แต่กลับกลายเป็นเพียงบาดแผลใหญ่ของเมืองที่คอยเตือนว่า ตราบใดที่ความโปร่งใสนั้นยังไม่ปรากฏ เราก็ไม่อาจก้าวข้ามซากปรักหักพังในใจนี้ไปได้

 

ภาพชุดนี้นำมาแสดงเพื่อไม่ให้เราลืมที่จะตั้งคำถามและตรวจสอบ เพราะเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ถล่ม จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 93 ราย สูญหาย 3 ราย และบาดเจ็บอีก 8 รายนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะภัยธรรมชาติที่รุนแรงเกินต้านทาน แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโครงสร้างที่เกิดจากการก่อสร้างที่ไม่ตรงตามความเป็นจริงและการทุจริตในขั้นตอนการทำงาน ซึ่งความสูญเสียมหาศาลนี้ถูกแลกมาด้วยบทเรียนราคาแพง

 

ในรอบปีที่ผ่านมา แม้จะมีการสรุปยอดรวมเงินเยียวยาและช่วยเหลือเบื้องต้นไปแล้วกว่า 129,855,093 บาท โดยเป็นการประสานพลังจากทั้งบริษัทประกันภัยภายใต้การกำกับของ คปภ. เงินช่วยเหลือจากกระทรวงมหาดไทย กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ รวมถึงเงินบริจาคจากมูลนิธิช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่มอบให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละกว่า 1 ล้านบาท ตลอดจนน้ำใจจากเพื่อนพนักงานและผู้บริหาร สตง. ที่รวบรวมเงินส่วนตัวมาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น แต่เงินจำนวนมหาศาลเหล่านี้ก็เป็นเพียงการประคับประคองชีวิตที่ยังอยู่ ไม่ใช่อุปกรณ์ซ่อมแซมใจที่แตกสลายจากการจากไปของบุคคลอันเป็นที่รัก

 

โศกนาฏกรรมครั้งนี้นำมาสู่การตัดสินใจครั้งสำคัญของ สตง. ที่จะยุติโครงการก่อสร้างอาคารแห่งใหม่อย่างถาวร โดยไม่มีการหาพื้นที่อื่นทดแทน และเลือกที่จะปฏิบัติงาน ณ อาคารเดิมต่อไป เพราะพื้นที่ตรงนี้เปรียบเสมือนบาดแผลที่สร้างความรู้สึกเสียใจตลอดเวลาจนไม่มีใครอยากก้าวเท้าเข้าไปอยู่อาศัยอีก พร้อมทั้งดำเนินการยกเลิกสัญญาเช่าที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อปิดฉากความฝันที่กลายเป็นฝันร้ายลงในเชิงโครงสร้าง

 

อย่างไรก็ตามขณะนี้ผู้ว่าการ สตง. กำลังเดินหน้าเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อสั่งฟ้องเอกชนและผู้เกี่ยวข้องทั้ง 23 ราย และพร้อมจะยื่นฟ้องคดีใหม่ทันทีหากผลสอบสวนชี้ชัดว่ามีการใช้เอกสารเท็จในการก่อสร้าง

 

ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 1ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 2ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 3ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 4ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 5ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 6ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 7ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 8ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 9ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 10ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 11ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 12ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 13ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 14ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 15ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 16ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 17ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 18ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 19ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 20ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 21ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 22ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 23ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 24ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 25ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 26

The post 365 วัน บนซากปรักหักพังของความเชื่อมั่น ‘ตึกสตง. แห่งใหม่’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
​บทสรุป 7 เดือน ดีเอสไอส่งสำนวนรุกที่เขากระโดง ให้ ป.ป.ช. ไต่สวนปมละเว้นเพิกถอนที่ดินรัฐ ย้ำคดีแพ่ง-ปกครองยังสู้ต่อในศาล https://thestandard.co/dsi-nacc-khao-kradong-land/ Sun, 15 Mar 2026 11:17:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1187828 ภาพอินโฟกราฟิกสรุปคดีเขากระโดง แสดงโลโก้ DSI, การรถไฟแห่งประเทศไทย และ ป.ป.ช.

ความคืบหน้ากรณีข้อพิพาทการบุกรุกและการออกเอกสารสิทธิทับ […]

The post ​บทสรุป 7 เดือน ดีเอสไอส่งสำนวนรุกที่เขากระโดง ให้ ป.ป.ช. ไต่สวนปมละเว้นเพิกถอนที่ดินรัฐ ย้ำคดีแพ่ง-ปกครองยังสู้ต่อในศาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอินโฟกราฟิกสรุปคดีเขากระโดง แสดงโลโก้ DSI, การรถไฟแห่งประเทศไทย และ ป.ป.ช.

ความคืบหน้ากรณีข้อพิพาทการบุกรุกและการออกเอกสารสิทธิทับที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) บริเวณเขากระโดง ตำบลอิสาณ และตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ เนื้อที่รวมกว่า 4,414 ไร่

 

วันนี้ (15 มีนาคม) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้มีมติส่งสำนวนการสืบสวนทั้งหมดให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

คดีดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นจากการที่ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบการสืบสวนข้อร้องเรียน (เรื่องสืบสวนที่ 97/2568) โดยมีการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องจากหลายหน่วยงาน ทั้งกรมที่ดิน การรถไฟฯ และสำนักงานธนารักษ์พื้นที่

 

ต่อมาเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่สำนักงานอาณาบาล (ฝ่ายกฎหมาย) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อดำเนินคดีอาญากับกลุ่มบุคคลและเจ้าหน้าที่รัฐที่ร่วมกันบุกรุกและยึดถือครอบครองที่ดินเขากระโดง

 

ภายหลังจากการสืบสวนอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 7 เดือน ล่าสุดมีรายงานจากสำนักงาน ป.ป.ช. ว่าได้รับสำนวนคดีดังกล่าวจากดีเอสไอแล้ว โดย พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ออกมาชี้แจงถึงสาเหตุที่ดีเอสไอมีมติไม่รับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ

 

โฆษกดีเอสไอระบุว่า ในระหว่างการสืบสวน ดีเอสไอพบข้อมูลว่า กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการสืบสวนข้อร้องเรียนในประเด็นเดียวกันนี้อยู่ก่อนแล้ว และได้ส่งสำนวนไปยัง ป.ป.ช. เพื่อเข้าสู่กระบวนการไต่สวนข้อเท็จจริง

 

ดังนั้น ภายใต้บทบัญญัติของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เมื่อพบว่ามีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ (กรณีออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ) ดีเอสไอจึงมีความจำเป็นต้องยุติการสืบสวนในส่วนของตน และรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งไปประกอบสำนวนที่ ป.ป.ช. เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญที่มอบอำนาจให้ ป.ป.ช. เป็นผู้พิจารณาเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ

 

นอกจากคดีอาญาที่ส่งต่อให้ ป.ป.ช. แล้ว โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าในส่วนของคดีทางแพ่งและคดีปกครอง ซึ่งยังคงค้างคาอยู่ในกระบวนการยุติธรรม โดยก่อนหน้านี้ ศาลได้มีคำพิพากษาให้กรมที่ดินตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิ

 

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการสอบสวนฯ ของกรมที่ดินได้มีมติไม่เพิกถอนที่ดิน ทำให้เกิดการฟ้องร้องทางปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนมติดังกล่าว ซึ่งขณะนี้คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง รวมถึงยังมีคดีฟ้องขับไล่ทางแพ่งระหว่างหน่วยงานรัฐและราษฎรในพื้นที่ ทั้งนี้ ดีเอสไอได้พิจารณาจัดส่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากการสืบสวนทั้งหมดไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์และหน่วยงานในท้องที่ เพื่อนำไปใช้ประกอบการพิจารณาแก้ไขปัญหาต่อไป

The post ​บทสรุป 7 เดือน ดีเอสไอส่งสำนวนรุกที่เขากระโดง ให้ ป.ป.ช. ไต่สวนปมละเว้นเพิกถอนที่ดินรัฐ ย้ำคดีแพ่ง-ปกครองยังสู้ต่อในศาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : อนุทินเมินวาทกรรมโจมตี ย้ำไม่ดองคดีเขากระโดง แจงประกาศไม่แก้ ม.112 ไม่เกี่ยวเรื่องจับมือ https://thestandard.co/anutin-khao-kradong-section-112/ Sat, 31 Jan 2026 08:31:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1171811 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังให้สัมภาษณ์ประเด็นการเมือง

วันนี้ (31 มกราคม) อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไท […]

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทินเมินวาทกรรมโจมตี ย้ำไม่ดองคดีเขากระโดง แจงประกาศไม่แก้ ม.112 ไม่เกี่ยวเรื่องจับมือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังให้สัมภาษณ์ประเด็นการเมือง

วันนี้ (31 มกราคม) อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งที่มีการปราศรัยใหญ่กรุงเทพมหานครเมื่อคืนนี้ (30 มกราคม) อย่างดุเดือด โดยระบุว่า เป็นการปราศรัยปกติ โดยจะปราศรัยใหญ่ในจังหวัดที่พรรคภูมิใจไทยจะปักธง และจะต้องเดินทางไปอีกหลายจังหวัดไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ ซึ่งจะใช้กลยุทธ์ออร์อกนิค เดินขอเสียงที่น้องประชาชน ในขณะที่เดินหาเสียงก็รับฟังปัญหาของเขา รับฟังในสิ่งที่เขาต้องการ

 

ส่วนที่การปราศรัยเมื่อวานมีการโจมตีพรรคที่ต้องการแก้มาตรา 112 อนุทินตอบว่า ไม่ได้โจมตี ขณะที่การจับมือกันทำงาน ไม่น่าจะเป็นปัญหา ไม่เกี่ยวกับเรื่องจับมือ ต่างคนก็ต้องต่างอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ

 

ขณะที่ความพยายามนำเรื่องเขากระโดงมา ทวงถามในช่วงเวลานี้ อนุทินกล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย ที่พยายามบอกว่ายึดไปแล้ว ยึดเมื่อไร มีแต่สั่งให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่มีการแทรกแซง ทุกวันนี้ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ตนเองยังไม่รู้จักเลยว่าเป็นใคร วันนั้นยังปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่มว่าจะให้เขาลาออก ทั้งที่ยังไม่มีผู้ว่าการรถไฟฯ

 

“ผมคิดว่าเป็นวาทกรรม และผู้ที่คิดว่าจุดนี้ จะเป็นจุดอ่อน ไม่ใช่หรอก ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย อะไรที่เป็นไปตามกฎหมายเราก็จะดำเนินการตามนั้น ถ้าสมมุติว่ามีการทำผิด ดำเนินคดีแล้ว พิสูจน์แล้ว พบมีการกระทำผิด ก็จะไม่มีการละเว้น แม้จะเป็นญาติ หรืออยู่พรรคเดียวกัน แสดงให้เห็นชัดเจนไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ยืนยันไม่ได้ดองคดี” อนุทินกล่าว

 

ย้ำทีมเศรษฐกิจมือสะอาด ใครหวังโจมตีแปลว่าตัวเองสิ้นท่าแล้ว

 

อนุทินยังตอบโต้ที่ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงของพรรคเพื่อไทย พาดพิงว่ามีการวิ่งราวชาติ โดยย้อนถามว่า วิ่งราวชาติแปลว่าอะไร พร้อมบอกว่า เป็นวาทกรรม แต่ชวนคนเผาบ้านเผาเมืองมันชัดเจน จะบอกว่ารับผิดชอบเอง รับผิดชอบอย่างไร เพราะถ้ารับผิดชอบเอง ป่านนี้คงไม่มาอยู่บนเวที ส่วนที่ณัฐวุฒิกล่าวว่า อนุทินฟังแต่ ‘ครูใหญ่’ นั้น อนุทินกล่าวว่า นี่เป็นคนวงนอกจริงๆ เพราะไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร คนเป็นนายกรัฐมนตรี เที่ยวไปฟังคนโน้นคนนี้

 

สื่อมวลชนถามว่า กังวลถึงกรณีที่นำคนในเป็นทีมเศรษฐกิจมาช่วยงาน แล้วอาจถูกโจมตีทางการเมืองหรือไม่ อนุทินระบุว่า มือสะอาดทุกคน ศุภจี สุธรรมพันธุ์, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ไปที่ไหนมีแต่สร้างคุณงามความดี คนที่ คอยไปหาสิ่งจะโจมตีคนเหล่านี้ แสดงว่าตัวเองสิ้นท่าหมดรูปแล้วกระมัง

 

แจงให้ธรรมนัสคุมกลาโหม คุยการเมืองต้องคุยหลายรอบ

 

ส่วนกรณีที่ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เปิดเผยว่า อนุทินเคยจะให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้น อนุทินระบุว่า สุดท้ายต้องดูความเหมาะสมของสถานการณ์ในขณะนั้น ร.อ. ธรรมนัสเอง ก็ขอไปดูกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ไม่ใช่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่ลงข่าวผิด เพราะได้ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกแล้ว สุดท้ายมองว่า พม. เหมาะกว่าในเรื่องบุคลากร และท่าน ต้องการทำงานต่อเนื่องในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่มีปัญหาอะไรเลย

 

“การคุยกันทางการเมือง มันต้องคุยหลายรอบ อย่างเช่นก่อนผมจะได้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมได้กระทรวงศึกษาธิการ แต่สุดท้ายมาจบที่มหาดไทย เพราะมีการคุยหลายรอบ เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เป็นเรื่องน่าแปลกใจอะไร” อนุทินกล่าว

 

ย้ำโพลนำตลอด ไม่ได้สูสี

 

ส่วนหากพรรคภูมิใจไทยมีโอกาสกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายกระทรวงแล้วครั้งนี้อยากไปกระทรวงไหน อนุทินกล่าวว่า เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วจะไปสัมผัสอะไรอีก ขอให้ผ่านพ้นวันเลือกตั้งไปก่อน ตอนนี้ยังไม่รู้หมู่หรือจ่าเลย

 

สำหรับคะแนนนิยมของพรรคภูมิใจไทยที่สูสีกับพรรคประชาชนในช่วงโค้งสุดท้าย จะต้องเร่งหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า “ใครบอกสูสีล่ะ โพลของผม ผมนำตลอด ประเมินจากหลายแหล่งที่มา”

 

เมื่อสื่อมวลชนถามอีกว่า ประเมินไว้ที่ตัวเลข สส. เท่าไร อนุทินแซวกลับว่า “ตกข่าวหรือจ๊ะ ให้ไปถามพรรคอื่นบ้าง”

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทินเมินวาทกรรมโจมตี ย้ำไม่ดองคดีเขากระโดง แจงประกาศไม่แก้ ม.112 ไม่เกี่ยวเรื่องจับมือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กุสุมาลวตี ร้องดีเอสไอ เอาผิด ‘อนุทิน’ ปมเขากระโดง หวั่นอำนาจมืดแทรกแซง พร้อมจี้สอบฮั้ว สว. ตั้งข้อสังเกต กกต. เมินหลักฐานเส้นทางการเงิน https://thestandard.co/kusumalawadee-dsi-anutin-khao-kadong/ Mon, 26 Jan 2026 06:54:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1169549 กุสุมาลวตี ศิริโกมุท ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยก้าวหน้า ยื่นหนังสือต่อดีเอสไอ เพื่อให้ตรวจสอบกรณีที่ดินเขากระโดงและคดีฮั้ว สว.

วันนี้ (26 มกราคม) ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กุสุ […]

The post กุสุมาลวตี ร้องดีเอสไอ เอาผิด ‘อนุทิน’ ปมเขากระโดง หวั่นอำนาจมืดแทรกแซง พร้อมจี้สอบฮั้ว สว. ตั้งข้อสังเกต กกต. เมินหลักฐานเส้นทางการเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กุสุมาลวตี ศิริโกมุท ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยก้าวหน้า ยื่นหนังสือต่อดีเอสไอ เพื่อให้ตรวจสอบกรณีที่ดินเขากระโดงและคดีฮั้ว สว.

วันนี้ (26 มกราคม) ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กุสุมาลวตี ศิริโกมุท ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยก้าวหน้า และอดีตผู้สมัคร สว. เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยมี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกดีเอสไอ เป็นผู้รับเรื่อง เพื่อร้องขอให้ดีเอสไอดำเนินการตรวจสอบกรณีที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ และคดีการฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 อย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลใดๆ

 

กุสุมาลวตี เปิดเผยภายหลังยื่นหนังสือว่า การเดินทางมาในวันนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเรียกร้องให้ดีเอสไอตรวจสอบและดำเนินคดีกับ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในความผิดตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีปัญหาที่ดินเขากระโดง

 

ซึ่งศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาชัดเจนว่าเป็นที่ดินของลการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เอกชนไม่สามารถถือครองกรรมสิทธิ์ได้ แต่ปรากฏว่านายอนุทินมีชื่อในทะเบียนบ้านบนที่ดินดังกล่าว และยังมีการอนุมัติงบประมาณกว่า 4,000 ล้านบาท เพื่อจัดงาน MotoGP 2026 ในพื้นที่ที่กรรมสิทธิ์ยังไม่ชัดเจน ซึ่งอาจเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนและขัดต่อมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

 

นอกจากนี้ กุสุมาลวตี ยังแสดงความกังวลถึงกระบวนการพิจารณาคดีพิเศษ โดยระบุว่า เนื่องจากคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน อาจส่งผลให้คดีที่ดินเขากระโดงถูกประวิงเวลาหรือปัดตกไป จึงขอให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเร่งเก็บรวบรวมพยานหลักฐานไว้ให้ครบถ้วน เพื่อรอเวลาที่เหมาะสมในการดำเนินคดีเมื่อมีผู้นำที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเข้ามาบริหารประเทศ พร้อมกันนี้ ตนยังได้ยื่นเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้พิจารณาถอดถอนนายอนุทินออกจากตำแหน่งควบคู่กันไปด้วย

 

ในส่วนของคดีฮั้ว สว.67 กุสุมาลวตี ได้กล่าวถึงกรณีที่อัยการคดีพิเศษตีกลับสำนวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน ให้ดีเอสไอสอบสวนเพิ่มเติม โดยตนมองว่าหลักฐานสำคัญที่สุดคือ เส้นทางการเงิน ซึ่งดีเอสไอมีข้อมูลที่สมบูรณ์และสามารถเชื่อมโยงไปถึงผู้กระทำความผิดได้

 

แต่กลับมีข้อสังเกตว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเสียงข้างมากไม่รับหลักฐานเส้นทางการเงินจากดีเอสไอ ซึ่งทำให้เกิดข้อกังขาว่ามีการแทรกแซงหรือช่วยเหลือกลุ่มบุคคลใดหรือไม่ อีกทั้งกระบวนการไต่สวนในชั้นอนุกรรมการของ กกต. ก็ยังมีความล่าช้าผิดปกติ

 

กุสุมาลวตี ทิ้งท้ายว่า แม้ตนจะเข้าใจดีว่าเมื่อขั้วอำนาจทางการเมืองเปลี่ยน ข้าราชการประจำอาจได้รับแรงกดดัน แต่ตนขอยืนยันที่จะทำหน้าที่เปิดโปงความไม่ชอบมาพากลเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ โดยไม่เกรงกลัวอิทธิพลหรืออันตรายใดๆ และหวังว่าในอนาคต ประเทศไทยจะได้ผู้นำที่มีความกล้าหาญ ยุติธรรม และไม่ข้องเกี่ยวกับกลุ่มทุนสีเทาหรือการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อคืนความเชื่อมั่นให้กับกระบวนการยุติธรรมของไทย

The post กุสุมาลวตี ร้องดีเอสไอ เอาผิด ‘อนุทิน’ ปมเขากระโดง หวั่นอำนาจมืดแทรกแซง พร้อมจี้สอบฮั้ว สว. ตั้งข้อสังเกต กกต. เมินหลักฐานเส้นทางการเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รฟท. เปิดเดินรถสายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงแก่งคอย–นครราชสีมา 24 ม.ค. นี้ พร้อมยกระดับ 6 มาตรการความปลอดภัยสูงสุด https://thestandard.co/srt-open-northeast-train-safety/ Fri, 23 Jan 2026 10:07:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1168678 ภาพขบวนรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย วิ่งให้บริการในเส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงแก่งคอย-นครราชสีมา หลังยกระดับ 6 มาตรการความปลอดภัย

วันนี้ (23 มกราคม) ​อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไ […]

The post รฟท. เปิดเดินรถสายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงแก่งคอย–นครราชสีมา 24 ม.ค. นี้ พร้อมยกระดับ 6 มาตรการความปลอดภัยสูงสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพขบวนรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย วิ่งให้บริการในเส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงแก่งคอย-นครราชสีมา หลังยกระดับ 6 มาตรการความปลอดภัย

วันนี้ (23 มกราคม) ​อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา การรถไฟฯ ได้ตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นสำคัญสูงสุด โดยได้เร่งดำเนินการตรวจสอบสภาพทางและโครงสร้างพื้นฐานเส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงสถานีชุมทางแก่งคอย – ปากช่อง – นครราชสีมา อย่างละเอียด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและบริษัทผู้รับจ้าง เพื่อให้มั่นใจว่าเส้นทางมีความปลอดภัยสมบูรณ์พร้อมสำหรับการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง

 

 

เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดในการเดินรถและการปฏิบัติงานก่อสร้างใกล้แนวทางรถไฟทั่วประเทศ การรถไฟฯ ได้ออกคำสั่งด่วนกำหนดมาตรการความปลอดภัย 6 ข้อหลัก ที่ทุกหน่วยงานและผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ได้แก่:

 

  • ​การทำงานใน Window Time: งานก่อสร้างที่มีความเสี่ยง ต้องดำเนินการเฉพาะช่วงปิดทางหรือช่วงว่างจากการเดินรถเท่านั้น
  • ​บันทึกข้อตกลงร่วม: ต้องมีการตรวจสอบพื้นที่และจัดทำบันทึกพิจารณาร่วมกันของทุกฝ่ายก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
  • จัดวางกำลังเจ้าหน้าที่: จัดเจ้าหน้าที่ประจำต้นทาง–ปลายทาง และพนักงานเฝ้าระวัง (Lookout Man) ตลอดระยะเวลาการทำงาน
  • หยุดกิจกรรมเมื่อรถผ่าน: ต้องหยุดกิจกรรมก่อสร้างทันทีที่มีการเปิดทางให้ขบวนรถผ่าน
  • การกำกับดูแล: ฝ่ายเจ้าของโครงการต้องกำกับควบคุมผู้รับจ้างอย่างใกล้ชิด
  • ​ควบคุมความเร็วและป้ายเตือน: กำหนดความเร็วขบวนรถให้เหมาะสมและติดตั้งป้ายเตือนในพื้นที่ก่อสร้างให้ครบถ้วน

 

 

ในส่วนของการเคลียร์พื้นที่ การรถไฟฯ ได้ดำเนินการรื้อย้ายโครงสร้างและอุปกรณ์เครนก่อสร้างของโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ออกจากพื้นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมซ่อมแซมทางรถไฟให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ สำหรับรถโดยสารคันที่เกิดเหตุ ได้ทำการขนย้ายด้วยรถเทรเลอร์และรถไฟลำเลียงไปเก็บรักษาไว้ในพื้นที่ปิด ณ โรงรถจักรนครราชสีมา โดยมีการล็อคประตูและจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

 

 

ในวันนี้ คณะเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความปลอดภัยขั้นสุดท้าย (Final Inspection) และได้รับการรับรองความปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อย โดยจะเริ่มเปิดการเดินรถเที่ยวแรกใน วันที่ 24 มกราคม 2569 เวลา 05.00 น. ประกอบด้วย:

 

  • เที่ยวขึ้น: ขบวนรถท้องถิ่นที่ 431 (ชุมทางแก่งคอย – ขอนแก่น)
  • ​เที่ยวล่อง: ขบวนรถธรรมดาที่ 234 (สุรินทร์ – กรุงเทพ/หัวลำโพง)

 

 

การรถไฟแห่งประเทศไทยขอยืนยันว่าจะดำเนินการติดตามและเฝ้าระวังทุกช่วงของการก่อสร้างอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนเดินทางด้วยความมั่นใจ ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบตำแหน่งขบวนรถแบบเรียลไทม์ได้ที่เว็บไซต์ https://ttsview.railway.co.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

The post รฟท. เปิดเดินรถสายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงแก่งคอย–นครราชสีมา 24 ม.ค. นี้ พร้อมยกระดับ 6 มาตรการความปลอดภัยสูงสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
รฟท. เผยความคืบหน้าเหตุเครนถล่ม จ่ายเยียวยาผู้เสียชีวิต 1.51 ล้านบาทต่อราย พร้อมดูแลคนเจ็บ-ทรัพย์สินเต็มที่ https://thestandard.co/srt-crane-compensation/ Thu, 22 Jan 2026 06:49:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1168130 เจ้าหน้าที่ รฟท. สรุปมาตรการเยียวยาผู้ประสบภัยจากเหตุเครนถล่ม

วันนี้ (22มกราคม) ​การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) สรุปสถาน […]

The post รฟท. เผยความคืบหน้าเหตุเครนถล่ม จ่ายเยียวยาผู้เสียชีวิต 1.51 ล้านบาทต่อราย พร้อมดูแลคนเจ็บ-ทรัพย์สินเต็มที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ รฟท. สรุปมาตรการเยียวยาผู้ประสบภัยจากเหตุเครนถล่ม

วันนี้ (22มกราคม) ​การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) สรุปสถานการณ์การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุเครนก่อสร้างถล่มทับขบวนรถโดยสาร เมื่อวันที่ 14 มกราคม โดยยืนยันการดูแลเยียวยาอย่างต่อเนื่อง

 

  • ผู้เสียชีวิต (30 ราย): ดำเนินการพิสูจน์อัตลักษณ์และร่วมพิธีศพครบทุกราย พร้อมมอบเงินเยียวยาเบื้องต้นรวม 1,510,000 บาทต่อราย (จากเงินสงเคราะห์พระราชทาน, รฟท., ประกันภัย และผู้รับจ้าง) และอยู่ระหว่างประสานความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากหน่วยงานอื่น
  • ผู้บาดเจ็บ (69 ราย): ยังพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล 12 ราย โดย รฟท. ได้จัดทีมเข้าเยี่ยมติดตามอาการและดูแลค่ารักษาพยาบาลตามความเหมาะสมอย่างใกล้ชิด
  • ​ทรัพย์สิน: เปิดช่องทางพิเศษให้ผู้เสียหายยื่นคำร้อง เพื่อพิจารณาชดเชยค่าสินไหมทดแทนอย่างเป็นธรรม

 

รฟท. ยืนยันจะดูแลผู้ได้รับผลกระทบจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ควบคู่กับการยกระดับมาตรการความปลอดภัยสูงสุดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

The post รฟท. เผยความคืบหน้าเหตุเครนถล่ม จ่ายเยียวยาผู้เสียชีวิต 1.51 ล้านบาทต่อราย พร้อมดูแลคนเจ็บ-ทรัพย์สินเต็มที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : สุชัชวีร์พร้อมผู้สมัครไทยก้าวใหม่ ยืนไว้อาลัยเหตุเครนถล่ม จี้รัฐบาลเร่งแจงความคืบหน้า หลัง 1 สัปดาห์แล้วเงียบหาย https://thestandard.co/suchatvee-crane-collapse-inquiry/ Thu, 22 Jan 2026 04:53:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1168054 สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นำผู้สมัครไทยก้าวใหม่ยืนไว้อาลัย

วันนี้ (22 มกราคม) สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : สุชัชวีร์พร้อมผู้สมัครไทยก้าวใหม่ ยืนไว้อาลัยเหตุเครนถล่ม จี้รัฐบาลเร่งแจงความคืบหน้า หลัง 1 สัปดาห์แล้วเงียบหาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นำผู้สมัครไทยก้าวใหม่ยืนไว้อาลัย

วันนี้ (22 มกราคม) สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค พร้อมด้วยผู้สมัคร สส. กทม. พรรคไทยก้าวใหม่ แถลงข่าว ‘คนไทยต้องไม่ตายฟรี’ สืบเนื้องจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน โดยระบุว่า จากกรณีเครนถล่มทับขบวนรถไฟที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ได้คร่าชีวิตคนไปมากกว่า 30 คน และในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง เครนที่ถนนพระราม 2 ก็ถล่มอีก จากนั้นก็มีข่าวใหญ่อีกครั้งในวันที่ 20 มกราคม ไฟไหม้ซากเครน ซึ่งถือว่าโชคดีที่อยู่ไม่ใกล้กับถังแก๊ส ไม่เช่นนั้นก็อาจจะโศกนาฏกรรมขึ้นอีก แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบเป็นทางการ

 

สุชัชวีร์ตั้งคำถาม 6 ข้อ ถึงรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย

 

1. ใครเป็นเจ้าภาพ เป็นคนในกระทรวงคมนาคม หรือการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือกรมทางหลวง ที่เป็นกลางและทำงานโปร่งใส ไม่ลูบหน้าปะจมูก และต้องหาคำตอบว่ากรณีเครนมรณะถล่มทั้งสองจุด เกิดจากสาเหตุใด เป็นเพราะใคร

 

2. ขอให้เปิดเผยข้อมูลว่า มีการรับเหมาช่วง เพื่อลดต้นทุนหรือไม่ และใครเป็นผู้รับเหมาช่วง ที่ทำงานไร้ความรับผิดชอบจนผู้บริสุทธิ์ตาย ซึ่งผ่านมามากกว่าหนึ่งสัปดาห์แล้วแต่ไม่มีการเปิดเผยชื่อของผู้รับเหมาช่วง นี่เป็นความน่าสงสัยและอาจจะเป็นจุดกำเนิดของโศกนาฏกรรมทั้ง 2 จุด

 

3. เครนลักษณะนี้กำลังใช้งานที่ใดบ้าง ต้องหยุดทำงานทันที อาจจะไม่ใช่แค่โครงการทางยกระดับอย่างเดียว ใครเป็นผู้ผลิตใคร ผู้นำเข้า และหน่วยงานใดให้ใบอนุญาต ต้องเปิดเผยและเอาผิดให้ได้ ถ้าไม่เปิดเผยก็ถือว่า มีความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างชัดเจน

 

4. ผู้รับเหมาต่างชาติ ที่เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการใหญ่ๆ อย่างเช่นตึก สตง. และจุดก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงที่อำเภอสีคิ้ว ผู้รับเหมาเหล่านั้นมีใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ วิศวกรคุมงานต่างชาติ ที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หรือแอบเข้ามาทำงาน และได้ขอใบอนุญาตจากสภาวิศวกรด้วยหรือไม่

 

5. เหตุโศกนาฏกรรมที่น่าสลดและอับอายไปทั่วโลก ซ้ำเติมการท่องเที่ยวประเทศไทย วันนี้ยังไม่มีมีการแถลงข่าวใดทั้งสิ้นจากหน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแม้กระทั่งตัวแทนรัฐบาล ถึงความคืบหน้า หรือจะรอให้ประเทศไทยเสื่อมเสียชื่อเสียง ไปมากกว่านี้

 

6. รถไฟความเร็วสูงจะเสร็จกี่โมง จะล่าช้าไปอีกกี่ปี หรือต้องรอความสูญเสียครั้งต่อไป เช่นเดียวกันถนนพระราม 2 จะเสร็จกี่โมง เศรษฐกิจจะสูญเสียไปเท่าไหร่ วันนี้ประชาชนชาว พระราม 2 ต้องทำมาหากิน อยู่ด้วยความหวาดกลัว และถนนพระราม 2 คือเส้นทางไปสู่พื้นที่ท่องเที่ยวทางภาคใต้ อย่างหัวหิน เศรษฐกิจหัวหินสูญเสียไปเท่าไหร่จากเหตุโศกนาฏกรรมของถนนพระรามสอง ที่มีมากกว่า 2,000 ครั้ง หรือจะรอความสูญเสียครั้งต่อไป

 

“6 คำถามตรงไปตรงมา ไม่มีอคติ แต่เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องมีคำตอบ ไม่เช่นนั้นเรื่องจะเงียบไป หลักฐานก็จะหายไป สุดท้ายแล้วจับใครไม่ได้ พรรคไทยก้าวใหม่จะไม่ยอมให้คนผิดลอยนวล คนไทยต้องไม่ตายฟรี พระราม 2 กี่ครั้งแล้ว เครนถล่มกี่ครั้งแล้ว คนตายมาไม่รู้กี่ศพแล้ว หรือแม้แต่ตึก สตง.ที่ถล่มไปเป็นความน่าอาย ที่สุดของไทย วันนี้ยังไม่แน่ใจเลยว่าผู้กระทำความผิดจะได้รับการลงโทษ สุดท้ายเงินเยียวยาที่ญาติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บได้ไป 150,000 บาท นั้นไม่ได้อยากได้ แต่ก็อยากจะขอชีวิตของผู้สูญเสียคืนมา” สุชัชวีร์กล่าว

 

สุชัชวีร์เน้นย้ำว่า ขอคำตอบจากรัฐบาลภายในกรอบระยะเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตามมาตรฐานของต่างประเทศ เพราะต้องการเรียกคืนความเชื่อมั่นของประชาชนกลับคืนมา พร้อมกันนี้ยังฝากอีก 1 คำถามว่า ผู้รับเหมาไทยที่มีมาตรฐานแต่ถูกสั่งให้หยุดงาน ทำให้งานล่าช้า ใครจะรับผิดชอบ สุดท้ายมีการฟ้องร้องกันก็นำเงินภาษีไปจ่ายค่าชดเชย การจัดการแบบเหมารวม โดยไม่มุ่งเป้าพิเคราะห์ไปทีละจุด

 

จากนั้นสุชัชวีร์ได้นำผู้สมัคร สส. และทีมงานพรรคไทยก้าวใหม่ ยืนไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิตจากกรณีเครนถล่ม ทั้งที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา และถนนพระราม 2 เป็นเวลา 1 นาที

 

สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นำผู้สมัครไทยก้าวใหม่ยืนไว้อาลัย 1สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นำผู้สมัครไทยก้าวใหม่ยืนไว้อาลัย 2สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นำผู้สมัครไทยก้าวใหม่ยืนไว้อาลัย 3สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นำผู้สมัครไทยก้าวใหม่ยืนไว้อาลัย 4สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นำผู้สมัครไทยก้าวใหม่ยืนไว้อาลัย 5สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นำผู้สมัครไทยก้าวใหม่ยืนไว้อาลัย 6สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นำผู้สมัครไทยก้าวใหม่ยืนไว้อาลัย 7สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นำผู้สมัครไทยก้าวใหม่ยืนไว้อาลัย 8

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และ รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ ได้ที่ https://thestandard.co/election2569/

 

The post เลือกตั้ง 2569 : สุชัชวีร์พร้อมผู้สมัครไทยก้าวใหม่ ยืนไว้อาลัยเหตุเครนถล่ม จี้รัฐบาลเร่งแจงความคืบหน้า หลัง 1 สัปดาห์แล้วเงียบหาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน ตกใจไฟไหม้ซากเครนถล่มพระราม 2 สะท้อนไม่ได้ปรับปรุงความปลอดภัย ไม่นับญาติอิตาเลียนไทย แข่งขันกันมาตลอด https://thestandard.co/anutin-crane-fire-safety-itd-rival/ Tue, 20 Jan 2026 06:25:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1167159

วันนี้ (20 มกราคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นา […]

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน ตกใจไฟไหม้ซากเครนถล่มพระราม 2 สะท้อนไม่ได้ปรับปรุงความปลอดภัย ไม่นับญาติอิตาเลียนไทย แข่งขันกันมาตลอด appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (20 มกราคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเหตุเพลิงไหม้ซากเครนถล่มที่ถนนพระราม 2 โดยแสดงสีหน้าตกใจและถามกลับว่า “อีกแล้วเหรอ” ตอนนี้เพิ่งประชุมคณะรัฐมนตรีเสร็จ หากมีเหตุการณ์ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคม จะเป็นผู้รายงาน โดยในเบื้องต้นหน่วยงานที่เป็นเจ้าของโครงการต้องดูแล ซึ่งจุดพระราม 2 กรมทางหลวงเป็นผู้ดูแลอยู่ พร้อมย้ำว่าในฐานะรัฐบาลให้ดำเนินการทางปกครอง โดยหาวิธีการบอกเลิกสัญญากับผู้รับเหมา แต่รัฐบาลไม่ได้เป็นคู่สัญญา จึงได้แจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ไปดำเนินการ

 

ส่วนการเกิดเหตุไฟไหม้ซ้ำในพื้นที่ดังกล่าวมองว่าเป็นการพยายามทำลายหลักฐานหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า หากถามตนในฐานะวิศวกร ต้องมีการวางแผนงานควบคุมงานและใส่ใจ ตามระดับความเสี่ยงของงาน และส่วนที่สำคัญมาก คือส่วนที่ไปเกี่ยวข้องกับบุคคลที่สาม ฉะนั้นต้องให้ความระมัดระวังให้มาก โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย พร้อมยกตัวอย่างบริษัทข้ามชาติที่ตนเคยทำงานด้วย ยังเคยได้รับรางวัลว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตต่อเนื่อง 30 ล้านชั่วโมง ซึ่งไม่ได้มาจากการฟลุ๊คหรือความโชคดี แต่มาจากการวางแผน และการใส่ใจควบคุมงานที่เข้มข้น และหลักฐานไม่สามารถทำลายได้ เพราะหลักฐานชัดเจนคือเครนร่วงลงมา เป็นความเสียหาย ทางโครงสร้างวิศวกรรม จะไปเผาเศษเหล็กเศษปูนตอนนี้ไม่มีประโยชน์อะไร เอกสารก็ไม่ได้ต้องการ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นฟ้องมากกว่าเอกสาร

 

ส่วนกรณีที่ผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวออกมาเรียกร้องให้มีการชดเชย นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ได้มอบนโยบายไปยังกรมทางหลวง การรถไฟแห่งประเทศไทย และกระทรวงคมนาคม ไปว่าไม่ฟังเงื่อนไขในสัญญา แต่ให้ไปดำเนินการตามกฏหมายปกครอง เพราะเป็นภัยและอันตรายต่อสาธารณะ ทำให้ประโยชน์ของสาธารณะเสียไป รวมไปถึงเรื่องความมั่นใจ นักลงทุนนักท่องเที่ยวแม้กระทั่งความมั่นใจของประชาชนในชาติ เพราะตอนนี้กลายเป็นว่าถนนเพชรเกษมติด เพราะไม่มีใครอยากวิ่งผ่านถนนพระราม 2 ทั้งที่ลงทุนไปเท่าไหร่ ซึ่งคนที่ทำให้เกิดความไม่มั่นใจ คือผู้ที่รับจ้างก่อสร้าง ทำให้เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก

 

นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า ตอนที่ตนบอกว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ ก็โดนว่า ว่าไม่ใส่ใจ พอจะดำเนินการ ก็บอกว่าระวังเสียค่าโง่ แต่ถ้าทำตรงนี้แล้วนำไปสู่การปรับเปลี่ยนกฎหมาย ระเบียบควบคุมต่างๆ ได้ ตนไม่คิดว่าเป็นการเสียค่าโง่ เพราะคำว่าเสียค่าโง่ คือต้องโดนบริษัทฟ้อง แต่เครนถล่มลงมาขนาดนี้ คนตาย 30 กว่าคน มีการเกิดเหตุ 4-5 ครั้ง แล้วรัฐทำแบบนั้นก็ว่าทำแบบนี้ก็ว่า ตนก็ทำในสิ่งที่ควรทำ และตนไม่ได้เป็นคนที่เสียค่าโง่ เพียงไปบอกให้หน่วยงานว่าต้องทำอย่างไร แต่การทำแบบนี้ทุกฝ่ายจะได้ฉลาดขึ้น แล้วทำอะไรด้วยความระมัดระวัง ถ้าเป็นญาติเจ้าของบริษัทตายไม่เท่าไหร่ แต่คนไม่รู้อีโหน่อีเหน่ขับรถสัญจรไปมา ทั้งคนต่างจังหวัดและมีคนต่างชาติ ตรงนี้ต่างหากคือสิ่งที่เสียหายต่อประเทศ และจำเป็นต้องดำเนินการ

 

“ไม่ต้องมานั่งนับญาติอะไรผมหรอกว่า แม่ผมเป็นน้องสาวบริษัท บริษัทอิตาเลียนไทย มันเป็นได้อย่างไร เพราะเมื่อก่อนก็แข่งขันกันมาตลอด ฉะนั้นมันเริ่มเชื่อมต่อไปเรื่องอื่นแล้ว จึงขอให้เอาเรื่องนี้ก่อน”

 

นายกรัฐมนตรี ยังย้ำว่า ขอให้หน่วยงานไปบอกเลิกสัญญาให้ได้ก่อน เพราะทำประเทศเสียหาย และยิ่งหากเกิดเหตุไฟไหม้จริง เท่ากับว่าไม่มีการดำเนินการอะไรให้เกิดความปลอดภัยขึ้นมากเลยก็สมควรหรือยังที่ต้องดำเนินการ ซึ่งตนได้ทำหน้าที่ไปแล้วต่อไปเป็นหน้าที่ของผู้ปฏิบัติ หากไม่ทำก็จะคาอยู่ ประชุมคณะรัฐมนตรีกี่รอบก็ต้องมาถามกับพิพัฒน์ ต่อให้หลังการเลือกตั้งตนได้เป็นฝ่ายค้านก็ต้องมาถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่าได้ดำเนินการไปแล้วหรือยัง พร้อมย้ำว่าให้ดำเนินการใน 2 โครงการนี้ให้ได้ก่อน

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และ รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ ได้ที่ https://thestandard.co/election2569/

 

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน ตกใจไฟไหม้ซากเครนถล่มพระราม 2 สะท้อนไม่ได้ปรับปรุงความปลอดภัย ไม่นับญาติอิตาเลียนไทย แข่งขันกันมาตลอด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : นายกฯ เป็นพยาน มอบเงินเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนถล่มทับรถไฟ รายละ 1,340,000 บาท ยืนยัน ไม่ทอดทิ้งประชาชน https://thestandard.co/pm-compensation-crane-collapse-victims/ Tue, 20 Jan 2026 03:54:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1167054 นายกฯ เป็นพยาน มอบเงินเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนถล่มทับรถไฟ รายละ 1,340,000 บาท ยืนยัน ไม่ทอดทิ้งประชาชน

วันนี้ (20 มกราคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกุล นา […]

The post เลือกตั้ง 2569 : นายกฯ เป็นพยาน มอบเงินเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนถล่มทับรถไฟ รายละ 1,340,000 บาท ยืนยัน ไม่ทอดทิ้งประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เป็นพยาน มอบเงินเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนถล่มทับรถไฟ รายละ 1,340,000 บาท ยืนยัน ไม่ทอดทิ้งประชาชน

วันนี้ (20 มกราคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมาเพื่อแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย

 

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลผู้ประสบภัย โดยไม่ต้องรอขั้นตอน พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือ เยียวยา และอำนวยความสะดวกแก่ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างเหมาะสม ครอบคลุม และเป็นธรรม

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ในนามของรัฐบาลขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงได้ตกทับรถไฟซึ่งเป็นโศกนาฏกรรมที่สร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง และสร้างความสะเทือนใจให้กับประชาชนทั้งประเทศความสูญเสียที่เกิดขึ้นไม่อาจประเมินค่าได้การมอบเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตแก่ ครอบครัวผู้เสียชีวิตในวันนี้เป็นความตั้งใจของรัฐบาลในการเร่งรัดช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบให้เป็นไปโดยเร็วที่สุด

 

พร้อมให้กำลังใจกับครอบครัวผู้สูญเสียก้าวผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปได้ การมอบเงินเยียวยาในวันนี้คือการช่วยเหลือจากกรมธรรม์ประกันภัย รวมถึงภาคส่วนอื่น ๆ ที่รัฐบาลได้เร่งประสาน และอำนวยความสะดวกในทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือถึงมือครอบครัวผู้สูญเสียอย่างรวดเร็ว โดยรัฐบาลติดตามการเยียวยาในระยะต่อไปจนกว่าทุกขั้นตอนจะแล้วเสร็จสมบูรณ์

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง สั่งการอย่างรอบด้านด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม และจะไม่มีการละเว้นการกระทำผิดแก่ผู้ใดทั้งสิ้นหากพบการกระทำที่เข้าข่ายในการผิดกฎหมายหรือการฝ่าฝืนกฎหมายการประมาทเลินเล่อรัฐบาลจะใช้การดำเนินการตามกฎหมายให้เกิดขึ้น

 

นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้กับกระทรวงคมนาคมในการทบทวนปรับปรุง และยกระดับด้านความปลอดภัยในการก่อสร้าง ทั้งในด้านกฎหมาย การกำกับดูแล และบทลงโทษเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยจะกำหนดให้ความปลอดภัยของแรงงานและประชาชนเป็นวาระสำคัญของประเทศ และขอส่งความห่วงใยและกำลังใจไปสู่ผู้ได้รับบาดเจ็บ และญาติผู้เสียชีวิตทุกคนขอให้มีกำลังใจที่เข้มแข็งรัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งประชาชน และพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง ในทุกมิติเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่น และความปลอดภัย ความเป็นธรรมให้กลับคืนสู่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตให้เร็วที่สุด

 

สำหรับการมอบเงินเยียวยาในครั้งนี้ ครอบคลุมครอบครัวหรือทายาทผู้เสียชีวิตจำนวน 30 ครอบครัว ประกอบด้วย เงินช่วยเหลือจากการรถไฟแห่งประเทศไทย รายละ 340,000 บาท, เงินค่าสินไหมทดแทนจากบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) รายละ 1,000,000 บาท

 

ทั้งนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและการดำเนินการต่าง ๆ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมยืนยันจะดูแลผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างเต็มที่ ควบคู่กับการติดตามการดำเนินงานในทุกมิติ และยกระดับมาตรการความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในการใช้บริการรถไฟต่อไป

 

พิพัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้บาดเจ็บทุกรายอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์แล้วได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ และยังมีในส่วนของ ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งมีวงเงินรวมกว่า 583 ล้านบาท สามารถรองรับค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมด

 

นายกฯ เป็นพยาน มอบเงินเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนถล่มทับรถไฟ รายละ 1,340,000 บาท ยืนยัน ไม่ทอดทิ้งประชาชน 1นายกฯ เป็นพยาน มอบเงินเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนถล่มทับรถไฟ รายละ 1,340,000 บาท ยืนยัน ไม่ทอดทิ้งประชาชน 2นายกฯ เป็นพยาน มอบเงินเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนถล่มทับรถไฟ รายละ 1,340,000 บาท ยืนยัน ไม่ทอดทิ้งประชาชน 3นายกฯ เป็นพยาน มอบเงินเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนถล่มทับรถไฟ รายละ 1,340,000 บาท ยืนยัน ไม่ทอดทิ้งประชาชน 4นายกฯ เป็นพยาน มอบเงินเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนถล่มทับรถไฟ รายละ 1,340,000 บาท ยืนยัน ไม่ทอดทิ้งประชาชน 5นายกฯ เป็นพยาน มอบเงินเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนถล่มทับรถไฟ รายละ 1,340,000 บาท ยืนยัน ไม่ทอดทิ้งประชาชน 6

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และ รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ ได้ที่ https://thestandard.co/election2569/

 

The post เลือกตั้ง 2569 : นายกฯ เป็นพยาน มอบเงินเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนถล่มทับรถไฟ รายละ 1,340,000 บาท ยืนยัน ไม่ทอดทิ้งประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
คปภ. เร่งบริษัทประกันจ่ายสินไหมเหตุเครนถล่มทับรถไฟความเร็วสูง พร้อมเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 1 ล้านบาท https://thestandard.co/oic-urges-claims-crane-train/ Sat, 17 Jan 2026 07:27:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1166295 คปภ. เร่งบริษัทประกันจ่ายสินไหมเหตุเครนถล่มทับรถไฟความเร็วสูง พร้อมเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 1 ล้านบาท

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกัน […]

The post คปภ. เร่งบริษัทประกันจ่ายสินไหมเหตุเครนถล่มทับรถไฟความเร็วสูง พร้อมเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 1 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
คปภ. เร่งบริษัทประกันจ่ายสินไหมเหตุเครนถล่มทับรถไฟความเร็วสูง พร้อมเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 1 ล้านบาท

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เร่งติดตามและกำกับการจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากอุบัติภัยใหญ่ กรณีเครนในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงของการรถไฟแห่งประเทศไทย พังถล่มทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษ ขบวนที่ 21 เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

 

อดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ คปภ. ด้านกฎหมายและตรวจสอบ ได้ประชุมและหารือกับบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้แทนจากการรถไฟแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา เพื่อประสานข้อมูลและกำหนดแนวทางการช่วยเหลือร่วมกัน

 

โดยรองเลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลด้านการประกันภัยพบว่า บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ได้ทำประกันภัยประเภท Contractor All Risks (CAR) ซึ่งมีความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกวงเงิน 583 ล้านบาท โดยมีบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับประกันภัยหลักในสัดส่วน 60% ขณะที่บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) รับประกันภัยรายละ 20%

 

เพื่อให้การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ประชาชนเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ สำนักงาน คปภ. จึงใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 เชิญบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้องมาหารือ เพื่อกำหนดแนวทางการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้มีความชัดเจนและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

 

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติให้บริษัท ทิพยประกันภัย ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยหลัก ดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาเบื้องต้นแก่ผู้เสียชีวิตรายละ 1 ล้านบาท พร้อมพิจารณาการเยียวยาเพิ่มเติมตามหลักความเป็นธรรมและความเหมาะสมในลำดับถัดไป ขณะเดียวกันได้กำชับให้บริษัทประกันภัยทุกแห่งเร่งรัดการจ่ายเงินเยียวยาและค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็ว ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บให้สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลตามจริง ตามสิทธิและความคุ้มครองที่เกี่ยวข้อง

 

สำนักงาน คปภ. ย้ำว่า จะกำกับติดตามการดำเนินงานของบริษัทประกันภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทันท่วงที โปร่งใส และเป็นธรรม พร้อมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้

The post คปภ. เร่งบริษัทประกันจ่ายสินไหมเหตุเครนถล่มทับรถไฟความเร็วสูง พร้อมเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 1 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
รฟท. ร่วมพิธีศพเหยื่อเครนถล่มทับขบวนรถด่วนพิเศษ เร่งเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 1.69 ล้านบาท พร้อมเปิดให้คืนตั๋วเดินทางเต็มจำนวน https://thestandard.co/srt-crane-collapse-compensation/ Sat, 17 Jan 2026 03:30:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1166211 รฟท. ร่วมพิธีศพเหยื่อเครนถล่มทับขบวนรถด่วนพิเศษ เร่งเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 1.69 ล้านบาท พร้อมเปิดให้คืนตั๋วเดินทางเต็มจำนวน

วานนี้ (16 มกราคม) อวิรุทธ์ ทองเนตร รองผู้ว่าการรถไฟแห่ […]

The post รฟท. ร่วมพิธีศพเหยื่อเครนถล่มทับขบวนรถด่วนพิเศษ เร่งเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 1.69 ล้านบาท พร้อมเปิดให้คืนตั๋วเดินทางเต็มจำนวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รฟท. ร่วมพิธีศพเหยื่อเครนถล่มทับขบวนรถด่วนพิเศษ เร่งเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 1.69 ล้านบาท พร้อมเปิดให้คืนตั๋วเดินทางเต็มจำนวน

วานนี้ (16 มกราคม) อวิรุทธ์ ทองเนตร รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พร้อมคณะผู้บริหาร เดินทางเป็นผู้แทนหน่วยงานเข้าร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมศพผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครนก่อสร้างหล่นทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เพื่อแสดงความเสียใจและมอบขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งขณะเกิดเหตุมีผู้โดยสารรวมทั้งสิ้น 157 คน กระจายอยู่ในตู้โดยสาร 3 คัน

 

ความสูญเสียจากเหตุการณ์ดังกล่าว พบผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 30 ราย แบ่งเป็นผู้โดยสารรถไฟ 29 ราย และพนักงานบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) 1 ราย โดยขณะนี้สามารถยืนยันตัวตนได้แล้ว 29 ราย ในส่วนของผู้บาดเจ็บมีจำนวนรวม 66 ราย ซึ่งล่าสุดแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว 52 ราย และยังคงพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลอีก 14 ราย

 

สำหรับการช่วยเหลือและเยียวยา การรถไฟฯ ยืนยันความพร้อมในการดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มกำลัง โดยมีการพิจารณาจ่ายเงินเยียวยารวมรายละ 1,690,000 บาท ซึ่งประกอบด้วย:

 

  • เงินจาก พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา จำนวน 200,000 บาท
  • เงินช่วยเหลือจากกองทุนการรถไฟฯ จำนวน 340,000 บาท
  • เงินจากบริษัท อิตาเลียนไทยฯ และบริษัทประกันภัย จำนวน 1,150,000 บาท ทั้งนี้ ในเบื้องต้นการรถไฟฯ และบริษัท อิตาเลียนไทยฯ ได้มอบเงินค่าบำเพ็ญกุศลศพรายละ 80,000 บาท และ 150,000 บาท ตามลำดับ และจะเร่งประสานทายาทเพื่อดำเนินการรับเงินเยียวยาส่วนที่เหลือโดยเร็ว

 

ในส่วนของผู้บาดเจ็บ การรถไฟฯ ได้ดำเนินการมอบกระเช้าเยี่ยมและเงินเยียวยาเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว สำหรับกรณีทรัพย์สินส่วนตัวของผู้โดยสารที่ได้รับความเสียหายหรือสูญหาย สามารถยื่นเรื่องต่อการรถไฟฯ เพื่อพิจารณาชดใช้ค่าเสียหายเป็นรายกรณีต่อไป

 

นอกจากนี้ การรถไฟฯ ยังรายงานความคืบหน้าด้านการเดินรถ โดยระบุว่าจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินรถสายอุบลราชธานีไปใช้เส้นทางชุมทางแก่งคอย – ชุมทางบัวใหญ่ – นครราชสีมา แทนเป็นการชั่วคราว สำหรับผู้โดยสารที่มีกำหนดเดินทางระหว่างวันที่ 14 – 19 มกราคม 2569 หากไม่ประสงค์เดินทาง สามารถติดต่อขอคืนเงินค่าตั๋วโดยสารได้เต็มจำนวนที่สถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

The post รฟท. ร่วมพิธีศพเหยื่อเครนถล่มทับขบวนรถด่วนพิเศษ เร่งเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 1.69 ล้านบาท พร้อมเปิดให้คืนตั๋วเดินทางเต็มจำนวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รฟท. จัดพิธีบังสุกุลอุทิศกุศลผู้เสียชีวิตเหตุเครนถล่มทับรถไฟ ย้ำจุดยืนรับผิดชอบเยียวยา-เร่งสอบสวนวางมาตรการป้องกันซ้ำรอย https://thestandard.co/srt-merit-ceremony-crane-collapse-compensation/ Fri, 16 Jan 2026 07:14:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1165966

วันนี้ (16 มกราคม) ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้มีการจัด […]

The post รฟท. จัดพิธีบังสุกุลอุทิศกุศลผู้เสียชีวิตเหตุเครนถล่มทับรถไฟ ย้ำจุดยืนรับผิดชอบเยียวยา-เร่งสอบสวนวางมาตรการป้องกันซ้ำรอย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (16 มกราคม) ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้มีการจัดพิธีทางศาสนาและพิธีบังสุกุล เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครนก่อสร้างร่วงหล่นใส่ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 (สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี) โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่การรถไฟฯ เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

 

บรรยากาศภายในพิธีเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมกันยืนสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัย เป็นการแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น และส่งกำลังใจไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญดังกล่าว

 

นอกจากการประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยได้แสดงท่าทีที่ชัดเจนต่อความรับผิดชอบในครั้งนี้ โดยยืนยันถึงความพร้อมในการดูแลช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทุกฝ่ายอย่างเต็มกำลัง ไม่ว่าจะเป็นกรณีผู้เสียชีวิตหรือผู้ได้รับบาดเจ็บ

 

ทั้งนี้ ได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าประสานงานและอำนวยความสะดวกแก่ญาติและครอบครัวผู้ประสบเหตุอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ได้รับผลกระทบทุกรายจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและไม่ถูกทอดทิ้ง

 

ในส่วนของมาตรการป้องกันและการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทางการรถไฟฯ เปิดเผยว่าจะดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์อย่างเคร่งครัดและรอบคอบที่สุด เพื่อระบุสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ พร้อมทั้งเตรียมกำหนดแนวทางและมาตรการป้องกันความปลอดภัยเชิงรุก เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในลักษณะนี้ขึ้นอีก โดยย้ำว่าจะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้ใช้บริการเป็นอันดับแรก

The post รฟท. จัดพิธีบังสุกุลอุทิศกุศลผู้เสียชีวิตเหตุเครนถล่มทับรถไฟ ย้ำจุดยืนรับผิดชอบเยียวยา-เร่งสอบสวนวางมาตรการป้องกันซ้ำรอย appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘พิพัฒน์’ ขีดเส้น 15 วัน สรุปผลสอบ เครนถล่มรถไฟ รฟท. เคาะเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 1.34 ล้านบาท พร้อมลุยฟ้องแพ่ง-อาญา https://thestandard.co/pipat-srt-crane-compensation/ Fri, 16 Jan 2026 04:56:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1165917 พิพัฒน์ ขีดเส้น 15 วัน สรุปผลสอบ เครนถล่มรถไฟ รฟท. เคาะเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 1.34 ล้านบาท พร้อมลุยฟ้องแพ่ง-อาญา

ความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็ […]

The post ‘พิพัฒน์’ ขีดเส้น 15 วัน สรุปผลสอบ เครนถล่มรถไฟ รฟท. เคาะเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 1.34 ล้านบาท พร้อมลุยฟ้องแพ่ง-อาญา appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิพัฒน์ ขีดเส้น 15 วัน สรุปผลสอบ เครนถล่มรถไฟ รฟท. เคาะเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 1.34 ล้านบาท พร้อมลุยฟ้องแพ่ง-อาญา

ความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ร่วงหล่นทับขบวนรถไฟ

 

วันนี้ (16 มกราคม) พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกคำสั่งด่วนให้กระทรวงคมนาคมแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุเครนก่อสร้างในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 1 (ช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา) สัญญาที่ 3-4 งานโยธาช่วงลำตะคอง–สีคิ้ว และช่วงกุดจิก–โคกกรวด หล่นทับขบวนรถไฟเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569

 

ทั้งนี้ ได้กำชับให้คณะกรรมการชุดดังกล่าวตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติงานก่อสร้างอย่างละเอียด และต้องรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกลับมาภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อนำไปสู่การแก้ไขและป้องกันปัญหาในอนาคต

 

ด้านอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภายหลังรายงานสถานการณ์ต่อคณะกรรมการรถไฟฯ ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยได้ข้อยุติที่เป็นทางการ ดังนี้:

 

กรณีผู้เสียชีวิต: การรถไฟฯ ร่วมกับบริษัทผู้รับจ้าง จะมอบเงินเยียวยารวม 1,340,000 บาทต่อราย

 

กรณีผู้ได้รับบาดเจ็บ: การรถไฟฯ จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดจนกว่าจะหายเป็นปกติ ส่วนความเสียหายด้านทรัพย์สินหรือของสูญหาย ให้ผู้เสียหายยื่นเรื่องเพื่อให้ รฟท. พิจารณาชดใช้เป็นรายกรณี

 

อนันต์ ได้เน้นย้ำถึงมาตรฐานความปลอดภัยว่า ในพื้นที่ก่อสร้างที่ยังมีการเดินรถไฟตามปกติ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีวิศวกรหรือทีมประสานงานร่วมกับนายสถานีอย่างใกล้ชิด โดยมีกฎเหล็กสำคัญคือ เมื่อมีขบวนรถผ่าน พื้นที่ก่อสร้างต้องหยุดปฏิบัติงานทันที

 

ดังนั้น การสอบสวนจึงต้องเจาะลึกว่า ผู้รับจ้างได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์นี้อย่างเคร่งครัดหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบความบกพร่องของอุปกรณ์ เครื่องมือ หรือผู้ควบคุมงาน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง โดยคณะกรรมการกลางพิจารณาเหตุอันตรายของ รฟท. จะดำเนินการสอบสวนคู่ขนานกันไป

 

สำหรับการกู้คืนพื้นที่ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายตู้โบกี้ออกจากรางแล้ว และผู้รับจ้างกำลังเร่งรื้อถอนเครื่องจักร (Launcher) ที่เสียหายออกจากพื้นที่ คาดว่าจะใช้เวลาซ่อมแซมทางรถไฟประมาณ 7 วัน

 

นอกจากนี้ รฟท. ได้สั่งการมาตรการระยะยาว โดยจะเร่งตรวจสอบ Launcher ในทุกโครงการก่อสร้าง และบังคับใช้มาตรการเฝ้าระวังความปลอดภัยขั้นสูง ด้วยการติดตั้งระบบเซนเซอร์และกล้องวงจรปิด (CCTV) ในจุดก่อสร้าง เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนคืนมา

 

ในส่วนของการดำเนินคดี อนันต์ยืนยันว่า รฟท. ได้แจ้งความดำเนินคดีอาญาในกรณีที่มีผู้เสียชีวิตแล้ว และจะเดินหน้าฟ้องร้องดำเนินคดีทางแพ่งอย่างเต็มที่ โดยครอบคลุมความเสียหายต่อทรัพย์สิน ความเสียหายต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นขององค์กร รวมถึงความเสียหายที่เกิดแก่ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ซึ่งรายละเอียดความรับผิดชอบจะอ้างอิงตามผลการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

The post ‘พิพัฒน์’ ขีดเส้น 15 วัน สรุปผลสอบ เครนถล่มรถไฟ รฟท. เคาะเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 1.34 ล้านบาท พร้อมลุยฟ้องแพ่ง-อาญา appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาฯกฤษฎีกา เผย นายกฯ ห่วงความปลอดภัยสาธารณะ สั่งทบทวนโครงการก่อสร้างทั้งระบบหลังเหตุเครนถล่ม https://thestandard.co/pm-safety-review-crane-collapse/ Thu, 15 Jan 2026 11:40:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1165716 เลขาฯกฤษฎีกา เผย นายกฯ ห่วงความปลอดภัยสาธารณะ สั่งทบทวนโครงการก่อสร้างทั้งระบบ หลังเหตุเครนถล่ม

วันนี้ (15 มกราคม) เวลา 17.00 น. ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขา […]

The post เลขาฯกฤษฎีกา เผย นายกฯ ห่วงความปลอดภัยสาธารณะ สั่งทบทวนโครงการก่อสร้างทั้งระบบหลังเหตุเครนถล่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาฯกฤษฎีกา เผย นายกฯ ห่วงความปลอดภัยสาธารณะ สั่งทบทวนโครงการก่อสร้างทั้งระบบ หลังเหตุเครนถล่ม

วันนี้ (15 มกราคม) เวลา 17.00 น. ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวภายหลังประชุมหารือเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างเส้นทางคมนาคม จากกรณีเครนก่อสร้างถล่ม ว่า ที่ประชุมมีการหารือ ดังนี้

 

1. ต้องช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเสียหายโดยเร่งด่วน

 

2. สิ่งที่รัฐบาลคำนึงถึงคือ ไม่ให้การคมนาคมไปภาคอีสานและภาคใต้ติดขัด ต้องให้มีสภาพคล่องไปให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะกระทบเศรษฐกิจมาก

 

3. การดำเนินการกับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องว่าจะต้องรับผิดชอบในทางแพ่งหรือทางอาญา หรือทางปกครองอย่างไร

 

ทั้งหมดนี้มอบหมายให้กรมบัญชีกลางหารือคณะกรรมการวินิจฉัยการจัดซื้อจัดจ้างว่าสามารถทำอะไรได้แค่ไหน อย่างไร

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีความชัดเจนถึงคนที่จะรับผิดชอบหรือไม่ ปกรณ์ กล่าวว่า ใครทำผิดก็ต้องถูกดำเนินการอยู่แล้ว เป็นหลักกฎหมายปกติ เมื่อถามถึงเรื่องเงินเยียวยา ปกรณ์ กล่าวว่า ในที่ประชุมไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ เพราะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีหลายหน่วย อย่างนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กองทุนช่วยเหลือนักท่องเที่ยวไปดูแลตรงนั้นด้วย หรือในส่วนของคนไทยจะมีเรื่องของประกัน หรืออะไรต่างๆ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เข้ามาช่วยดู

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ในเรื่องเงินเยียวยาที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าจะต้องถึงหลักล้านบาท มีช่องทางกฎหมายหรือมีความเป็นไปได้หรือไม่ ปกรณ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบรายละเอียด ไม่กล้าตอบ แต่เมื่อมีความเสียหายเราก็ต้องชดเชยให้กับผู้เสียหายจริงๆ และตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และต้องไปดูด้วยว่าเงินกองทุนหรือประกันมีเท่าไหร่ อย่างไร ความจริงไม่มีใครอยากได้เงิน ทุกคนอยากหายใจ อยากมีชีวิตอยู่มากกว่า ความปลอดภัยสาธารณะมันต้องมี

 

สิ่งที่นายกรัฐมนตรีกังวลมากคือ ความปลอดภัยสาธารณะ ซึ่งนายกรัฐมนตรีสั่งการว่าจะทำอย่างไรในส่วนโครงการที่เกิดเหตุไปแล้ว นอกจากนี้ โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการจะทำอย่างไร จะมีมาตรการอย่างไร จะต้องหยุดไว้ก่อนหรือไม่ จะต้องตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ทุกชิ้นหรือไม่ และกระบวนการในการบริหารสัญญา ซึ่งตอนนี้กฎหมายจัดซื้อจัดจ้างมุ่งเน้นในเรื่องของการได้มาซึ่งตัวคู่สัญญา แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารสัญญาและการปฏิบัติตามสัญญาสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยสาธารณะ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ประชาชนไม่ต้องประสบปัญหาแบบนี้อีกในอนาคต

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีการพูดถึงบริษัทที่จะต้องถูกแบล็กลิสต์หรือไม่ ปกรณ์ กล่าวว่า ไม่มีการพูดถึงชื่อของบริษัท แต่บอกว่าให้ไปดูข้อเท็จจริงว่าใครทำอะไร หากเกิดเหตุซ้ำๆ แบบนี้รับได้หรือไม่ และถ้ารับไม่ได้จะทำอย่างไรกับบริษัทเหล่านี้ ซึ่งเรื่องทั้งหมดนี้มันมีช่องทางของมันอยู่

The post เลขาฯกฤษฎีกา เผย นายกฯ ห่วงความปลอดภัยสาธารณะ สั่งทบทวนโครงการก่อสร้างทั้งระบบหลังเหตุเครนถล่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ยอมไม่ได้ แม้งานคืบหน้า 85% จี้เลิกสัญญาอิตาเลียนไทย เกิดเหตุซ้ำซาก 4 ครั้ง ใน10 เดือน เพื่อความปลอดภัยประชาชน https://thestandard.co/pm-cancel-italian-thai-safety/ Thu, 15 Jan 2026 09:30:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1165680 นายกฯ ยอมไม่ได้ แม้งานคืบหน้า 85% จี้เลิกสัญญา อิตาเลียนไทย เกิดเหตุซ้ำซาก 4 ครั้ง ใน 10 เดือน เพื่อความปลอดภัยประชาชน

วันนี้ (15 มกราคม) ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล อนุทิ […]

The post นายกฯ ยอมไม่ได้ แม้งานคืบหน้า 85% จี้เลิกสัญญาอิตาเลียนไทย เกิดเหตุซ้ำซาก 4 ครั้ง ใน10 เดือน เพื่อความปลอดภัยประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ยอมไม่ได้ แม้งานคืบหน้า 85% จี้เลิกสัญญา อิตาเลียนไทย เกิดเหตุซ้ำซาก 4 ครั้ง ใน 10 เดือน เพื่อความปลอดภัยประชาชน

วันนี้ (15 มกราคม) ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างเส้นทางคมนาคม จากกรณีเครนก่อสร้างถล่ม โดยมี พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย แพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวเริ่มการประชุม ว่า วันนี้เป็นประชุมเร่งด่วน สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากกรณีโครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงที่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ที่เกิดเหตุเมื่อวานนี้ และเมื่อเช้านี้ได้รับรายงานว่ามีเหตุอุบัติเหตุในลักษณะคล้ายกันจากโครงการทางยกระดับ พระราม 2

 

สิ่งที่น่าสลดใจ น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่งคือ นอกจากมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากแล้วยังถูกดำเนินการโดยผู้รับจ้างรายเดียวกัน ซึ่งผู้รับจ้างรายนี้ขอกราบเรียนที่ประชุมทุกท่านให้ได้รับทราบว่า ไม่ใช่เพิ่งเกิดเมื่อวานและวันนี้ แต่ในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมา ยังพบว่ามีโครงการที่ไม่เป็นข่าวเยอะแยะ แต่มีโครงการที่น่าสนใจ คือเริ่มมาตั้งแต่เดือนเมษายนที่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหว ตึก สตง.ถล่ม ทั้งตึก

 

หลังจากนั้นไม่นานก็มีเหตุการณ์โครงสร้างของทางด่วนที่ พระราม 2 ก็เกิดโครงสร้างถล่ม เป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย จนถึงเมื่อวานนี้มีเหตุการณ์ ยังไม่ทันที่จะประชุมเรื่องเมื่อวานนี้ เมื่อเช้านี้ก็มีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีก

 

ดังนั้นตนจึงเชิญมาประชุม ว่าจะออกมาตรการอะไร แก้กฎหมายอย่างไร กฎกระทรวงอย่างไร ตรงนั้น เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว แต่วันนี้กฎหมายควบคุมการก่อสร้างหรือกฎหมายดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ผู้รับเหมาก่อสร้าง ตนมองว่าคงต้องมีปัญหาแล้ว

 

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ สตง. จนถึงวันนี้ตนได้ทราบมาว่าสัญญาก็ยังไม่ได้ถูกยกเลิก และยังไม่มีการปรับสัญญา เพราะการก่อสร้างอาคารยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งหากจะปรับก็ต้องสร้างตึกขึ้นมาใหม่ ทั้งที่สัญญาทุกสัญญามีหลักประกัน มีแบงก์การันตี วันนี้ก็ยังไม่มีการเรียกข้อมูล เพียงแค่ระงับก่อสร้างไว้ก่อน แต่ไม่มีการดำเนินการใด ๆ กับผู้รับจ้าง ไม่มีการขึ้นบัญชีดำหรือประกาศเป็นผู้ละทิ้งงาน ไม่ทันไรก็เกิดเหตุการณ์ที่พระราม 2 ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีการซ่อมแซมกลับมาใช้งานได้ตามปกติ

 

พร้อมระบุว่า ในส่วนของกระทรวงคมนาคมเจออะไรมาเยอะ ทั้งเหตุการณ์อุโมงค์รถไฟความเร็วสูงรางคู่ถล่ม ซึ่งมีผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นคนของผู้รับเหมา และเหตุการณ์เมื่อวานนี้ รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้านี้ ถูกตั้งคำถามว่า เราทำอะไรกันอยู่ ทำไมนายกรัฐมนตรีถึงไปเล่นผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย

 

ตนขอชี้แจงว่า ที่เกี่ยวข้องกับผู้ว่าการรถไฟฯ เพราะผู้เสียชีวิตทั้งหมดใช้บริการรถไฟ ยังไม่นับถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นของผู้รับเหมา ที่การรถไฟหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือผู้ที่โดยสารโดยรถไฟและประสบเหตุ ผู้รับเหมารับผิดอยู่แล้วต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่การรถไฟต้องรับผิดต่อผู้ที่ใช้บริการ ซึ่งการรถไฟเป็นผู้เดินรถเอง

 

ขณะนี้ยังไม่มีผู้ว่าการรถไฟฯ มีเพียงรองผู้ว่าการฯ ที่รักษาการอยู่ แต่เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นต้องมีผู้ที่รับผิดชอบ อยากให้ทุกคนทำความเข้าใจก่อน ซึ่งความเสียหายครั้งนี้แยกเป็นสองส่วน

 

1. รัฐในฐานะผู้ให้บริการกับประชาชน ในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ต้องมีความรับผิดชอบต่อประชาชนที่ใช้บริการ

 

2. รัฐต้องเรียกร้องความเสียหาย ดำเนินการใด ๆ ก็ตามที่ระบุในสัญญาหรือดำเนินการ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยเกิดขึ้น ไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ในอนาคตกับผู้ที่จะมาก่อสร้างโครงการในอนาคตกับรัฐ

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรี ตนขอถามต่อว่าจะดำเนินการกับบริษัทอิตาเลียนไทยอย่างไร กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 4 เหตุ ในช่วง 10 เดือน ถ้าตนเอาตัวรอด บอกว่า เป็นรัฐบาลรักษาการก็ได้ แต่ท่านเป็นหน่วยงานราชการที่ต้องดำเนินการ เพื่อเกิดความชัดเจนและการสร้างความมั่นใจพี่น้องประชาชน แต่ตนไม่พูด เพราะว่ารัฐบาลก็เป็นรัฐบาล ความรับผิดชอบต้องยังคงเต็มอยู่ ยังคงใช้สิทธิ์ความเป็นหัวหน้ารัฐบาล เมื่อเกิดเหตุแบบนี้ และครั้งนี้ตนคงยอมไม่ได้ ที่จะลงโทษให้หยุดก่อสร้างไป 2 สัปดาห์ แล้วมารายงานเพื่อเดินหน้าต่อ

 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก่อนเข้าประชุมมีคนมารายงานว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงที่เครนถล่มรถไฟเมื่อวานนี้ คืบหน้าไปแล้ว 85% เหลือเพียง 15% หากจะต้องยกเลิกสัญญาแล้วหาคนมาทำใหม่ทำอีก 15% จะใช้เงินเท่าไหร่ ตนเชื่อว่าระบุไว้ในสัญญา และจะต้องไปเรียกร้องกับผู้รับเหมา ในฐานะผู้ที่ทิ้งงาน ซึ่งตนพูดไว้เป็นกรอบ เพราะการประชุมวันนี้มีทั้งเลขาธิการกฤษฎีกา อัยการสูงสุด ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ต้องมีข้อสรุปจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งเมื่อวานและวันนี้ ตนมองว่าไม่ใช่สิ่งที่ยาก เพราะเป็นผู้รับเหมารายเดียวกัน

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ในฐานะรัฐที่เป็นเจ้าของโครงการ อย่าไปกลัวเรื่องของระเบียบ ต้องมีช่องที่จะดำเนินการได้ และคงปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้ ส่วนที่กรมบัญชีกลางบอกว่าต้องรอหน่วยงานเสนอเรื่องขึ้นมา ในเรื่องของการขึ้นบัญชีดำ การประกาศทิ้งงาน จะโยนกันไปกันมาไม่ได้ เพราะมีทั้งกฎหมาย มีทั้งเงินควบคุมกฎ และที่ปรึกษากฎหมายแห่งรัฐ เจ้าของงาน เจ้าของโครงการ เจ้าของงบประมาณ สภาวิศวกร ที่จะให้ความเห็นเรื่องของวิศวกรรมได้

 

วันนี้ต้องมีมาตรการที่ชัดเจน เพื่อก่อให้เกิดความมั่นใจกับประชาชน ความพึงพอใจต่อความรู้สึกของคนที่สูญเสีย และสร้างความมั่นใจให้กับคนต่างชาติ ที่จะมาลงทุนในประเทศไทย ที่บอกว่า มีขนส่งที่ดี มีโลจิสติกส์ที่ดี สิ่งที่ลงแรงไป ลงทุนไปอาจจะสูญเปล่าได้

The post นายกฯ ยอมไม่ได้ แม้งานคืบหน้า 85% จี้เลิกสัญญาอิตาเลียนไทย เกิดเหตุซ้ำซาก 4 ครั้ง ใน10 เดือน เพื่อความปลอดภัยประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
6 อุบัติเหตุใหญ่โครงการรัฐ ที่มี ‘อิตาเลียนไทย’ อยู่ในสัญญา https://thestandard.co/6-accidents-italian-thai-contract/ Thu, 15 Jan 2026 07:50:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1165607 6 อุบัติเหตุใหญ่โครงการรัฐ ที่มี อิตาเลียนไทย อยู่ในสัญญา

THE STANDARD รวบรวมข้อมูล 6 เหตุการณ์อุบัติเหตุที่เกิดข […]

The post 6 อุบัติเหตุใหญ่โครงการรัฐ ที่มี ‘อิตาเลียนไทย’ อยู่ในสัญญา appeared first on THE STANDARD.

]]>
6 อุบัติเหตุใหญ่โครงการรัฐ ที่มี อิตาเลียนไทย อยู่ในสัญญา

THE STANDARD รวบรวมข้อมูล 6 เหตุการณ์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในโครงการภาครัฐ ระหว่างปี 2560-2569 ทั้งโครงการทางยกระดับ รถไฟความเร็วสูง และอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่

 

จากการตรวจสอบข้อมูลสัญญาโครงการและเอกสารของหน่วยงานรัฐ พบว่าในทุกกรณีมีชื่อ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ปรากฏอยู่ในฐานะผู้รับจ้างหลักหรือผู้ร่วมสัญญาในโครงการดังกล่าว

 

อย่างไรก็ตาม สาเหตุของอุบัติเหตุในแต่ละกรณียังคงอยู่ในกระบวนการสอบสวน หรือมีผลการสอบสวนที่แตกต่างกันไปตามแต่ละเหตุการณ์

 


 

6 อุบัติเหตุใหญ่โครงการรัฐ ที่มี อิตาเลียนไทย อยู่ในสัญญา 1

 

ภาพประกอบ : สุภาวิดา สุขวัฒน์

The post 6 อุบัติเหตุใหญ่โครงการรัฐ ที่มี ‘อิตาเลียนไทย’ อยู่ในสัญญา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ACT จี้รัฐสังคายนามาตรฐานก่อสร้าง หลังเหตุเครนถล่มซ้ำซาก เสนอแบล็กลิสต์-ปรับหนักผู้รับเหมาไร้ธรรมาภิบาล https://thestandard.co/act-crane-collapse-blacklist/ Thu, 15 Jan 2026 07:04:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1165582 ACT จี้ รัฐสังคายนามาตรฐานก่อสร้าง หลังเหตุเครนถล่มซ้ำซาก เสนอแบล็กลิสต์-ปรับหนักผู้รับเหมาไร้ธรรมาภิบาล

จากกรณีอุบัติเหตุรุนแรงต่อเนื่องในโครงการก่อสร้างโครงสร […]

The post ACT จี้รัฐสังคายนามาตรฐานก่อสร้าง หลังเหตุเครนถล่มซ้ำซาก เสนอแบล็กลิสต์-ปรับหนักผู้รับเหมาไร้ธรรมาภิบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ACT จี้ รัฐสังคายนามาตรฐานก่อสร้าง หลังเหตุเครนถล่มซ้ำซาก เสนอแบล็กลิสต์-ปรับหนักผู้รับเหมาไร้ธรรมาภิบาล

จากกรณีอุบัติเหตุรุนแรงต่อเนื่องในโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของรัฐ เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา ที่เกิดเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 32 ราย และตามมาด้วยเหตุเครนก่อสร้างทางด่วนสายพระราม 2–สมุทรสาคร ถล่มในช่วงเช้าวันนี้ (15 มกราคม)

 

มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT เปิดเผยถึงสถานการณ์ดังกล่าวว่า อุบัติเหตุจากโครงการก่อสร้างของรัฐที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนกลายเป็นข่าวน่าอับอายไปทั่วโลกนั้น เป็นสิ่งที่ประชาชนไม่อาจยอมรับได้อีกต่อไป เนื่องจากเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานในการมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัย และสะท้อนถึงความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงของภาครัฐในการบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่

 

มานะ ระบุว่า สาเหตุสำคัญที่อุบัติเหตุเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาจากพฤติกรรมการ ปัดความรับผิดชอบ โดยเมื่อเกิดเหตุขึ้น มักมีการโยนความผิดให้เป็นเรื่องประมาทของบุคคล ทั้งที่ตามมาตรฐานสากล โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ต้องมีผู้รับผิดชอบอย่างน้อย 3 ส่วน ได้แก่:

 

1. วิศวกรควบคุมงานของผู้รับเหมา ที่ต้องดูแลหน้างานอย่างใกล้ชิด

 

2. หน่วยงานเจ้าของโครงการ ที่มีหน้าที่ตรวจสอบความคืบหน้าและมาตรฐาน

 

3. บริษัทที่ปรึกษา ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลให้เป็นไปตามความปลอดภัยที่กำหนด

 

“ที่ผ่านมาเราไม่เคยเห็นความชัดเจนว่ามีการตรวจสอบมาตรฐานระหว่างก่อสร้างอย่างจริงจังหรือไม่ หรือเป็นเพียงการตรวจตามเอกสารเพื่อเบิกจ่ายเงินเท่านั้น” มานะกล่าว

 

ประธาน ACT เสนอทางออกเพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย โดยเร่งให้มีการใช้บทลงโทษเชิงรูปธรรม ดังนี้:

 

  • การขึ้นบัญชีดำ (Blacklist): ต้องดำเนินการกับบริษัทรับเหมาที่มีประวัติอุบัติเหตุอย่างจริงจัง ไม่เห็นแก่พวกพ้องหรือพยายามผ่อนปรนความผิด
  • การลดอันดับ (Downgrade): ลดเกรดผู้รับเหมาที่มีปัญหาเพื่อจำกัดสิทธิ์ในการประมูลงานใหม่
  • บทลงโทษทางการเงิน: กำหนดค่าปรับให้รุนแรงขึ้น 2–3 เท่าจากที่ระบุในสัญญา เพื่อเป็นมาตรการป้องปราม (Deterrence)

 

สำหรับกรณีที่ อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ออกมากดดันให้ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พิจารณาตัวเองนั้น มานะเห็นด้วยว่าผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานต้องแสดงความรับผิดชอบ แต่เน้นย้ำว่าความรับผิดชอบต้องครอบคลุมไปถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทั้งในอดีตและปัจจุบัน เนื่องจากเป็นผู้วางนโยบายและกำกับดูแลโดยตรง

 

นอกจากนี้ ในประเด็นข้อสังเกตเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างนายกรัฐมนตรีและผู้ว่าฯ รฟท. เกี่ยวกับคดีที่ดินเขากระโดง มานะมองว่ามีความเป็นไปได้ที่เรื่องนี้จะถูกนำมาเชื่อมโยงกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญสูงสุดในขณะนี้คือการแก้ไขความหวาดระแวงของประชาชนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความไม่ปลอดภัยจากไซด์งานก่อสร้างของรัฐ

The post ACT จี้รัฐสังคายนามาตรฐานก่อสร้าง หลังเหตุเครนถล่มซ้ำซาก เสนอแบล็กลิสต์-ปรับหนักผู้รับเหมาไร้ธรรมาภิบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษกเพื่อไทยชี้นายกฯ ไร้ภาวะผู้นำยามวิกฤตเหตุเครนหล่นทับรถไฟ ชี้คำสัมภาษณ์ย้อนแย้ง โยนความรับผิดชอบ https://thestandard.co/pm-leadership-crisis-crane/ Thu, 15 Jan 2026 02:33:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1165426

วันนี้ (15 มกราคม) ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย […]

The post โฆษกเพื่อไทยชี้นายกฯ ไร้ภาวะผู้นำยามวิกฤตเหตุเครนหล่นทับรถไฟ ชี้คำสัมภาษณ์ย้อนแย้ง โยนความรับผิดชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (15 มกราคม) ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย แสดงความกังวลต่อวุฒิภาวะและภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรี ภายหลังเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงที่มีพี่น้องประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และยังเกี่ยวข้องกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่เป็นความหวังของอนาคตประเทศอย่างรถไฟความเร็วสูง

 

ศึกษิษฏ์ระบุว่า การให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีในครั้งเดียวกันมีความย้อนแย้งในตัวเองอย่างชัดเจน โดยประโยคแรกขอไม่ให้นำเหตุการณ์มาเล่นการเมือง แต่ประโยคถัดมากลับอ้างถึงจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับสาระของการบริหารจัดการความปลอดภัยหรือความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร พร้อมตั้งคำถามว่า การสื่อสารเช่นนี้กำลังสะท้อนว่าหากเป็นจังหวัดที่มี สส. จากฝ่ายค้าน รัฐบาลจะไม่ต้องรับผิดชอบต่อความสูญเสียของประชาชนหรือไม่

 

โฆษกพรรคเพื่อไทย ยังตั้งข้อสังเกตถึงการโยนความรับผิดชอบ โดยเฉพาะการไล่ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ทั้งที่ผู้ว่าฯ คนปัจจุบันเป็นผู้ที่รัฐบาลชุดนี้แต่งตั้งขึ้นเอง และก่อนหน้านี้ผู้ว่าการคนเดิมถูกกดดันให้ออกจากตำแหน่งจากกรณีการดำเนินคดีที่ดินเขากระโดง จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตั้งคำถามถึงบทบาทการกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคมว่าอยู่ในความรับผิดชอบของใครกันแน่

 

ศึกษิษฏ์ชี้ว่า ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ สิ่งที่นายกรัฐมนตรีควรทำคือการเร่งลงพื้นที่ ตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของโครงการทั้งหมดอย่างรอบด้าน สั่งการสอบสวนหาสาเหตุอย่างโปร่งใส และแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองอย่างชัดเจน ไม่ใช่การผลักภาระหรือโยนความผิดให้หน่วยงานหรือบุคคลอื่น พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า แม้นายกรัฐมนตรีเคยกล่าวว่าได้ถอดบทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่มาแล้วหลายประการ แต่การให้สัมภาษณ์ครั้งนี้กลับไม่สะท้อนบทเรียนหรือวุฒิภาวะเหล่านั้นออกมาเลย

 

ขณะเดียวกัน โฆษกพรรคเพื่อไทย เน้นย้ำว่า ประเทศไทยในเวลานี้ต้องการความสามัคคีของคนในชาติ การส่งกำลังใจให้พี่น้องประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่หน้างาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจอย่างเป็นรูปธรรม คือสิ่งที่ผู้นำประเทศควรให้ความสำคัญสูงสุด

 

“ก็ดีเหมือนกัน ประชาชนจะได้เห็นวุฒิภาวะที่แท้จริงของผู้นำประเทศ และเมื่อถึงเวลาลงพื้นที่พบปะประชาชน ก็จะได้เล่าให้ฟังกันได้อย่างชัดเจนว่า นายกรัฐมนตรีคนนี้มีท่าทีและความรับผิดชอบต่อความทุกข์ร้อนของประชาชนอย่างไร” ศึกษิษฏ์กล่าว

The post โฆษกเพื่อไทยชี้นายกฯ ไร้ภาวะผู้นำยามวิกฤตเหตุเครนหล่นทับรถไฟ ชี้คำสัมภาษณ์ย้อนแย้ง โยนความรับผิดชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่โคราช สั่งเยียวยาขั้นสูงสุดเหตุเครนถล่มทับรถไฟด่วนพิเศษ กำชับ รฟท. สรุปผลสอบใน 15 วัน https://thestandard.co/pm-korat-crane-train-accident/ Wed, 14 Jan 2026 14:01:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1165314 นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ โคราช สั่งเยียวยาขั้นสูงสุดเหตุเครนถล่มทับรถไฟด่วนพิเศษ กำชับ รฟท. สรุปผลสอบใน 15 วัน

วันนี้ (14 มกราคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด […]

The post นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่โคราช สั่งเยียวยาขั้นสูงสุดเหตุเครนถล่มทับรถไฟด่วนพิเศษ กำชับ รฟท. สรุปผลสอบใน 15 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ โคราช สั่งเยียวยาขั้นสูงสุดเหตุเครนถล่มทับรถไฟด่วนพิเศษ กำชับ รฟท. สรุปผลสอบใน 15 วัน

วันนี้ (14 มกราคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นำคณะผู้บริหารระดับสูงลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงล้มทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 ที่ จังหวัดนครราชสีมา สั่งการเร่งเยียวยาผู้ประสบภัยในอัตราพิเศษและดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องถึงที่สุด

 

อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รายงานว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.13 น. ของวันนี้ ขณะที่ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 (กรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี) กำลังแล่นผ่านช่วงสถานีหนองน้ำขุ่น – สถานีสีคิ้ว ได้ถูกเครนก่อสร้างของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินงานโยธาสัญญาที่ 3-4 โครงการรถไฟความเร็วสูง หล่นทับตู้โดยสารที่ 2 และ 3 ส่งผลให้รถไฟตกรางและเกิดเพลิงไหม้

 

ความสูญเสียเบื้องต้น ณ เวลา 19.40 น. มีผู้เสียชีวิต 32 ราย บาดเจ็บ 66 ราย (เข้ารับการรักษา ณ รพ.สีคิ้ว, รพ.สูงเนิน และ รพ.ปากช่องนานา)

 

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มีคำสั่งการในพื้นที่ ดังนี้:

 

1. ด้านการเยียวยา: ให้ รฟท. หารือร่วมกับคณะกรรมการ (บอร์ด) เพื่อทบทวนระเบียบการเยียวยา โดยให้พิจารณาเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมมากกว่าอัตราปัจจุบัน รวมถึงให้บริษัทผู้รับจ้างร่วมรับผิดชอบค่าเสียหายอย่างเต็มกำลัง

 

2. ด้านการฟื้นฟูเส้นทาง: มอบหมายให้กรมทางหลวงสนับสนุนเครื่องจักรหนักเพื่อเร่งเปิดทางการเดินรถให้เร็วที่สุด โดยต้องยึดถือมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด

 

3. ด้านการอำนวยความสะดวก: จัดรถยนต์นำส่งผู้บาดเจ็บและร่างผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนา พร้อมดูแลญาติผู้ประสบเหตุอย่างใกล้ชิดในทุกมิติ

 

ในส่วนของการดำเนินคดีและมาตรการป้องกัน รักษาการผู้ว่าการรถไฟฯ ได้ดำเนินการดังนี้:

 

  • คำสั่งหยุดงาน: ให้บริษัทผู้รับเหมาหยุดการก่อสร้างในพื้นที่ดังกล่าวทันทีจนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้น
  • ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง: ต้องทราบผลสรุปภายใน 15 วัน พร้อมแจ้งความดำเนินคดีอาญาและแพ่งกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด
  • ศูนย์ประสานงาน 24 ชม.: จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่เกิดเหตุเพื่อรายงานสถานการณ์และประสานงานญาติผู้เสียชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง

 

ทั้งนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความสูญเสียในครั้งนี้ และยืนยันว่าจะดำเนินการดูแลผู้ได้รับผลกระทบทุกคนอย่างเป็นธรรมและดีที่สุด พร้อมทั้งจะถอดบทเรียนเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

 

นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ โคราช สั่งเยียวยาขั้นสูงสุดเหตุเครนถล่มทับรถไฟด่วนพิเศษ กำชับ รฟท. สรุปผลสอบใน 15 วัน 1นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ โคราช สั่งเยียวยาขั้นสูงสุดเหตุเครนถล่มทับรถไฟด่วนพิเศษ กำชับ รฟท. สรุปผลสอบใน 15 วัน 2นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ โคราช สั่งเยียวยาขั้นสูงสุดเหตุเครนถล่มทับรถไฟด่วนพิเศษ กำชับ รฟท. สรุปผลสอบใน 15 วัน 3นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ โคราช สั่งเยียวยาขั้นสูงสุดเหตุเครนถล่มทับรถไฟด่วนพิเศษ กำชับ รฟท. สรุปผลสอบใน 15 วัน 4นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ โคราช สั่งเยียวยาขั้นสูงสุดเหตุเครนถล่มทับรถไฟด่วนพิเศษ กำชับ รฟท. สรุปผลสอบใน 15 วัน 5นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ โคราช สั่งเยียวยาขั้นสูงสุดเหตุเครนถล่มทับรถไฟด่วนพิเศษ กำชับ รฟท. สรุปผลสอบใน 15 วัน 6นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ โคราช สั่งเยียวยาขั้นสูงสุดเหตุเครนถล่มทับรถไฟด่วนพิเศษ กำชับ รฟท. สรุปผลสอบใน 15 วัน 7นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ โคราช สั่งเยียวยาขั้นสูงสุดเหตุเครนถล่มทับรถไฟด่วนพิเศษ กำชับ รฟท. สรุปผลสอบใน 15 วัน 8นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ โคราช สั่งเยียวยาขั้นสูงสุดเหตุเครนถล่มทับรถไฟด่วนพิเศษ กำชับ รฟท. สรุปผลสอบใน 15 วัน 9นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ โคราช สั่งเยียวยาขั้นสูงสุดเหตุเครนถล่มทับรถไฟด่วนพิเศษ กำชับ รฟท. สรุปผลสอบใน 15 วัน 10นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ โคราช สั่งเยียวยาขั้นสูงสุดเหตุเครนถล่มทับรถไฟด่วนพิเศษ กำชับ รฟท. สรุปผลสอบใน 15 วัน 11

The post นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่โคราช สั่งเยียวยาขั้นสูงสุดเหตุเครนถล่มทับรถไฟด่วนพิเศษ กำชับ รฟท. สรุปผลสอบใน 15 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปเหตุเครนรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟสายอีสาน สธ. ระบุเสียชีวิต 31 ราย ตร.อายัดตัวคนขับสอบเข้ม https://thestandard.co/high-speed-crane-collapse-dead/ Wed, 14 Jan 2026 11:29:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1165234 Based on the rule add a space before proper nouns that follow a verb, no changes are required for this specific headline, as none of the proper nouns directly follow a verb in the way specified. Here is the reformat (which is identical to the original based on the given rule): สรุปเหตุเครนรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟสายอีสาน สธ. ระบุเสียชีวิต 31 ราย ตร.อายัดตัวคนขับสอบเข้ม

วันนี้ (14 มกราคม) เมื่อเวลา 16.30 น. กระทรวงสาธารณสุข […]

The post สรุปเหตุเครนรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟสายอีสาน สธ. ระบุเสียชีวิต 31 ราย ตร.อายัดตัวคนขับสอบเข้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Based on the rule add a space before proper nouns that follow a verb, no changes are required for this specific headline, as none of the proper nouns directly follow a verb in the way specified. Here is the reformat (which is identical to the original based on the given rule): สรุปเหตุเครนรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟสายอีสาน สธ. ระบุเสียชีวิต 31 ราย ตร.อายัดตัวคนขับสอบเข้ม

วันนี้ (14 มกราคม) เมื่อเวลา 16.30 น. กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้รายงานตัวเลขความสูญเสียจากโศกนาฏกรรมอุปกรณ์ประกอบเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ร่วงหล่นทับขบวนรถไฟโดยสาร ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา โดยยืนยันยอดผู้เสียชีวิต 31 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 64 ราย หลังจากเจ้าหน้าที่ได้เข้าเคลียร์พื้นที่และคัดกรองผู้ประสบเหตุตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมา

 

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 09.05 น. ขณะที่รถด่วนพิเศษขบวนที่ 21 (กรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี) กำลังแล่นผ่านจุดก่อสร้างช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่นและสถานีสีคิ้ว บริเวณบ้านถนนคต ตำบลสีคิ้ว ได้เกิดเหตุโครงสร้างเครนสำหรับยกติดตั้งคานคอนกรีต (Launching Crane) ขนาดใหญ่ พังถล่มลงมาทับตู้โดยสารช่วงกลางขบวน ส่งผลให้ตู้รถไฟจำนวน 3 ตู้ ตกรางและได้รับความเสียหายอย่างหนักโดยจุดเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบการก่อสร้างสัญญาที่ 3-4 ซึ่งดำเนินการโดย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)

 

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและทีมแพทย์ฉุกเฉินได้ระดมกำลังลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเร่งด่วน โดยกระจายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลสีคิ้ว โรงพยาบาลสูงเนิน โรงพยาบาลเทพรัตน์ และส่งต่อผู้ป่วยอาการวิกฤตไปยังโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา

 

ขณะเดียวกัน ร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 31 ราย ได้ถูกนำส่งไปยังโรงพยาบาลสีคิ้วเพื่อทำการชันสูตรและพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล

 

ในส่วนของมาตรการทางกฎหมายและการสอบสวนสาเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการอายัดตัวผู้ควบคุมเครนเพื่อทำการสอบสวนอย่างเข้มงวด เบื้องต้นมุ่งประเด็นไปที่ความผิดพลาดของการควบคุมเครื่องจักรหรือความบกพร่องของอุปกรณ์ โดยพื้นที่ดังกล่าวยังคงถูกปิดกั้นเป็นเขตอันตรายเพื่อให้วิศวกรและผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบโครงสร้างที่เหลืออยู่

 

ส่วนการเดินรถไฟสายอีสานในช่วงดังกล่าวต้องหยุดชั่วคราว ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยอยู่ระหว่างการจัดการขนถ่ายผู้โดยสารทางรถยนต์เพื่อบรรเทาผลกระทบ

 

ทั้งนี้ ครอบครัวผู้ประสบเหตุสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตได้โดยตรงที่ศูนย์ประสานงานโรงพยาบาลสีคิ้ว และโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ตลอด 24 ชั่วโมง

 

Based on the rule add a space before proper nouns that follow a verb, no changes are required for this specific headline, as none of the proper nouns directly follow a verb in the way specified. Here is the reformat (which is identical to the original based on the given rule): สรุปเหตุเครนรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟสายอีสาน สธ. ระบุเสียชีวิต 31 ราย ตร.อายัดตัวคนขับสอบเข้ม 1Based on the rule add a space before proper nouns that follow a verb, no changes are required for this specific headline, as none of the proper nouns directly follow a verb in the way specified. Here is the reformat (which is identical to the original based on the given rule): สรุปเหตุเครนรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟสายอีสาน สธ. ระบุเสียชีวิต 31 ราย ตร.อายัดตัวคนขับสอบเข้ม 2Based on the rule add a space before proper nouns that follow a verb, no changes are required for this specific headline, as none of the proper nouns directly follow a verb in the way specified. Here is the reformat (which is identical to the original based on the given rule): สรุปเหตุเครนรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟสายอีสาน สธ. ระบุเสียชีวิต 31 ราย ตร.อายัดตัวคนขับสอบเข้ม 3Based on the rule add a space before proper nouns that follow a verb, no changes are required for this specific headline, as none of the proper nouns directly follow a verb in the way specified. Here is the reformat (which is identical to the original based on the given rule): สรุปเหตุเครนรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟสายอีสาน สธ. ระบุเสียชีวิต 31 ราย ตร.อายัดตัวคนขับสอบเข้ม 4Based on the rule add a space before proper nouns that follow a verb, no changes are required for this specific headline, as none of the proper nouns directly follow a verb in the way specified. Here is the reformat (which is identical to the original based on the given rule): สรุปเหตุเครนรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟสายอีสาน สธ. ระบุเสียชีวิต 31 ราย ตร.อายัดตัวคนขับสอบเข้ม 5Based on the rule add a space before proper nouns that follow a verb, no changes are required for this specific headline, as none of the proper nouns directly follow a verb in the way specified. Here is the reformat (which is identical to the original based on the given rule): สรุปเหตุเครนรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟสายอีสาน สธ. ระบุเสียชีวิต 31 ราย ตร.อายัดตัวคนขับสอบเข้ม 6Based on the rule add a space before proper nouns that follow a verb, no changes are required for this specific headline, as none of the proper nouns directly follow a verb in the way specified. Here is the reformat (which is identical to the original based on the given rule): สรุปเหตุเครนรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟสายอีสาน สธ. ระบุเสียชีวิต 31 ราย ตร.อายัดตัวคนขับสอบเข้ม 7Based on the rule add a space before proper nouns that follow a verb, no changes are required for this specific headline, as none of the proper nouns directly follow a verb in the way specified. Here is the reformat (which is identical to the original based on the given rule): สรุปเหตุเครนรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟสายอีสาน สธ. ระบุเสียชีวิต 31 ราย ตร.อายัดตัวคนขับสอบเข้ม 8Based on the rule add a space before proper nouns that follow a verb, no changes are required for this specific headline, as none of the proper nouns directly follow a verb in the way specified. Here is the reformat (which is identical to the original based on the given rule): สรุปเหตุเครนรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟสายอีสาน สธ. ระบุเสียชีวิต 31 ราย ตร.อายัดตัวคนขับสอบเข้ม 9Based on the rule add a space before proper nouns that follow a verb, no changes are required for this specific headline, as none of the proper nouns directly follow a verb in the way specified. Here is the reformat (which is identical to the original based on the given rule): สรุปเหตุเครนรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟสายอีสาน สธ. ระบุเสียชีวิต 31 ราย ตร.อายัดตัวคนขับสอบเข้ม 10Based on the rule add a space before proper nouns that follow a verb, no changes are required for this specific headline, as none of the proper nouns directly follow a verb in the way specified. Here is the reformat (which is identical to the original based on the given rule): สรุปเหตุเครนรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟสายอีสาน สธ. ระบุเสียชีวิต 31 ราย ตร.อายัดตัวคนขับสอบเข้ม 11Based on the rule add a space before proper nouns that follow a verb, no changes are required for this specific headline, as none of the proper nouns directly follow a verb in the way specified. Here is the reformat (which is identical to the original based on the given rule): สรุปเหตุเครนรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟสายอีสาน สธ. ระบุเสียชีวิต 31 ราย ตร.อายัดตัวคนขับสอบเข้ม 12Based on the rule add a space before proper nouns that follow a verb, no changes are required for this specific headline, as none of the proper nouns directly follow a verb in the way specified. Here is the reformat (which is identical to the original based on the given rule): สรุปเหตุเครนรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟสายอีสาน สธ. ระบุเสียชีวิต 31 ราย ตร.อายัดตัวคนขับสอบเข้ม 13

The post สรุปเหตุเครนรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟสายอีสาน สธ. ระบุเสียชีวิต 31 ราย ตร.อายัดตัวคนขับสอบเข้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>