วันนี้ (13 ม.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ราฮาฟ โมฮ […]
The post ราฮาฟ หญิงสาวชาวซาอุดีอาระเบีย เดินทางถึงแคนาดาแล้วในสถานะผู้ลี้ภัย appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (13 ม.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ราฮาฟ โมฮาเหม็ด อัล-เคนูน หญิงชาวซาอุดีอาระเบีย วัย 18 ปี เดินทางถึงโทรอนโต ประเทศแคนาดาแล้วในสถานะผู้ลี้ภัย โดยมี คริสเตีย ฟรีแลนด์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแคนาดา เดินทางมาต้อนรับถึงสนามบิน
คริสเตีย ฟรีแลนด์ เปิดเผยกับสำนักข่าว AFP ว่า “ชาวแคนาดาอยากเห็นเธอมีความสุขมากๆ ที่ได้บ้านใหม่ที่นี่” โดยเธอสวมเสื้อฮู้ดสีเทาที่มีข้อความว่า CANADA พร้อมกับหมวกแก๊ปสีฟ้าที่มีโลโก้ของ UNHCR (สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ)
หลังจากนี้ราฮาฟจะเดินทางไปซื้อเสื้อผ้าที่อบอุ่นในย่านช้อปปิ้ง และทางการแคนาดาจะช่วยเธอเปิดบัญชีธนาคารพร้อมกับหาที่พำนักให้ภายใต้การดูแลด้านความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด
สำหรับกรณีของ ราฮาฟ โมฮาเหม็ด อัล-เคนูน สตรีชาวซาอุดีอาระเบีย วัย 18 ปี กลายเป็นที่สนใจของทั่วโลกในชั่วข้ามคืน หลังจากที่เธอถูกกักตัวในสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเจ้าหน้าที่สถานทูตซาอุดีอาระเบียได้ยึดพาสปอร์ต ทำให้เธอไม่สามารถเดินทางต่อไปยังออสเตรเลียเพื่อขอลี้ภัยได้ เธอแสดงความหวาดกลัวผ่านทวิตเตอร์ว่าเธออาจถูกครอบครัวฆ่าหรือถูกดำเนินคดีเพราะการหนีแต่งงานและละทิ้งศาสนาอิสลาม ซึ่งถือเป็นเรื่องร้ายแรงในซาอุดีอาระเบีย
กรณีของราฮาฟอาจไม่ได้รับความสนใจจากทั่วโลกดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบันหากเธอไม่สามารถใช้งานทวิตเตอร์ได้ เพราะหลังจากที่ข่าวแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว ทางการไทยจึงถูกจับตาจากนานาชาติและองค์กรสิทธิมนุษยชนทั่วโลก ส่งผลให้สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติได้เข้ามาคุ้มครองเธอในฐานะผู้ลี้ภัย และรัฐบาลไทยจำเป็นต้องเลิกล้มแผนส่งตัวเธอกลับไปหาครอบครัวที่คูเวต ก่อนที่ท้ายที่สุดเธอจะได้ลี้ภัยมายังแคนาดา
พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
The post ราฮาฟ หญิงสาวชาวซาอุดีอาระเบีย เดินทางถึงแคนาดาแล้วในสถานะผู้ลี้ภัย appeared first on THE STANDARD.
]]>
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานตรงกันว่าคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา […]
The post “ฉันทำได้!” ราฮาฟเดินทางออกจากไทย ลี้ภัยไปแคนาดาแล้ว appeared first on THE STANDARD.
]]>
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานตรงกันว่าคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (11 ม.ค.) ราฮาฟ โมฮาเหม็ด อัล-เคนูน หญิงชาวซาอุดีอาระเบีย วัย 18 ปี ได้รับการอนุมัติให้เดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย เพื่อไปพำนักที่ประเทศแคนาดาในสถานะผู้ลี้ภัยแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าเธอมีทางเลือกจะเดินทางไปยังออสเตรเลียที่อนุมัติให้เธอลี้ภัยเช่นเดียวกัน
จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา เปิดเผยระหว่างแถลงข่าว ยืนยันว่าทางการแคนาดายินดีให้ราฮาฟได้พำนักที่แคนาดาในสถานะผู้ลี้ภัยแล้ว “แคนาดามีความชัดเจนว่าเราจะยืนหยัดเพื่อสิทธิมนุษยชนและสิทธิสตรีทั่วโลก เมื่อสหประชาชาติประสานงานมา เราจึงตอบรับราฮาฟเป็นผู้ลี้ภัย”
ราฮาฟโพสต์รูปพาสปอร์ตตัวเองบนเครื่องบินและข้อความผ่านทวิตเตอร์ Rahaf Mohammed رهف محمد ว่า “#ประเทศที่สาม #ฉันทำได้” โดยก่อนหน้านี้ก็ได้โพสต์ข้อความขอบคุณคนทั่วโลกที่มาให้กำลังใจ โดยเธอสัญญาว่าจะเป็นคนที่ดีขึ้น
#3rd country
#i_did_it
pic.twitter.com/rFsqZpM02O
— Rahaf Mohammed رهف محمد (@rahaf84427714) January 11, 2019
I would like to thank you people for supporting me and saiving my life. Truly I have never dreamed of this love and support
You are the spark that would motivate me to be a better person— Rahaf Mohammed رهف محمد (@rahaf84427714) January 11, 2019
พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยกับรอยเตอร์สว่าราฮาฟเดินทางด้วยเครื่องบินของสายการบินโคเรียนแอร์ จากกรุงเทพฯ สู่โทรอนโต ประเทศแคนาดา โดยแวะต่อเครื่องที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้
พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ ระบุว่าการตัดสินใจไปประเทศแคนาดาในครั้งนี้เป็นความต้องการของราฮาฟ และเธอยังคงปฏิเสธการขอเข้าพบของพ่อและพี่ชาย โดยทั้งพ่อและพี่ชายของราฮาฟเดินทางกลับคูเวตแล้ว
สำหรับกรณีของราฮาฟ โมฮาเหม็ด อัล-เคนูน สตรีชาวซาอุดีอาระเบีย วัย 18 ปี กลายเป็นที่สนใจของทั่วโลกในชั่วข้ามคืน หลังจากที่เธอถูกกักตัวในสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเจ้าหน้าที่สถานทูตซาอุดีอาระเบียได้ยึดพาสปอร์ต ทำให้เธอไม่สามารถเดินทางต่อไปยังออสเตรเลียเพื่อขอลี้ภัยได้ เธอแสดงความหวาดกลัวผ่านทวิตเตอร์ว่าเธออาจถูกครอบครัวฆ่าหรือถูกดำเนินคดีเพราะการหนีแต่งงานและละทิ้งศาสนาอิสลาม ซึ่งถือเป็นเรื่องร้ายแรงในซาอุดีอาระเบีย
กรณีของราฮาฟอาจไม่ได้รับความสนใจจากทั่วโลกดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบันหากเธอไม่สามารถใช้งานทวิตเตอร์ได้ เพราะหลังจากที่ข่าวแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว ทางการไทยจึงถูกจับตาจากนานาชาติและองค์กรสิทธิมนุษยชนทั่วโลก ส่งผลให้สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติได้เข้ามาคุ้มครองเธอในฐานะผู้ลี้ภัย และรัฐบาลไทยจำเป็นต้องเลิกล้มแผนส่งตัวเธอกลับไปหาครอบครัวที่คูเวต
ปัจจุบันทวิตเตอร์ของราฮาฟมีผู้ติดตามถึง 138,000 คน ทั้งๆ ที่เธอเพิ่งเริ่มทวีตครั้งแรกในวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา หลังจากที่เธอถูกกักตัวอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยในรายละเอียดบุคคลของเธอเขียนไว้ว่า “Don’t let anyone break your wings, you’re free. fight and get your RIGHTS!”
“อย่าให้ใครมาหักปีกของคุณ คุณมีอิสระ จงต่อสู้เพื่อสิทธิของคุณเอง!”
ภาพ: twitter.com/rahaf84427714
พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
อ้างอิง:
The post “ฉันทำได้!” ราฮาฟเดินทางออกจากไทย ลี้ภัยไปแคนาดาแล้ว appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังการไม่ปรากฏตัวของ ‘ยิ่งลักษณ์ ช […]
The post เช็กสถานะ ‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ ขอลี้ภัยไปไหนได้บ้าง appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังการไม่ปรากฏตัวของ ‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในวันนัดอ่านคำพิพากษาคดีละเลยปล่อยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา
คำถามที่ว่า “ยิ่งลักษณ์ อยู่ที่ไหน?”
ยังไม่มีคำตอบอย่างเป็นทางการ มีแต่คำตอบที่อ้างจากแหล่งข่าวคนใกล้ชิดมาอีกที
เอเอฟพี (AFP) สำนักข่าวดังระดับโลก อ้างแหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาล ระบุว่า ทักษิณ ชินวัตร พี่ชายเตรียมแผนการให้น้องสาวหลบหนีมานานแล้ว เพราะเขายอมไม่ได้ที่จะเห็นน้องสาวของเขาต้องติดคุกแม้เพียงวันเดียว
ขณะเดียวกันเป้าหมายปลายทางสุดท้ายของยิ่งลักษณ์ไม่ใช่ดูไบ แต่เป็นการขอสถานะผู้ลี้ภัยในอังกฤษ ประเทศที่เป็นรัฐภาคีอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย พ.ศ. 2492 มีกว่า 147 ประเทศ ในอาเซียนมีทั้งกัมพูชาและฟิลิปปินส์ ส่วนไทยก็เข้าร่วมภาคีนี้ ขณะที่ประเทศยุโรปก็มีทั้งสหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, เบลเยียม, สวีเดน, สวิตเซอแลนด์, สหรัฐอเมริกา และแคนาดา เป็นต้น (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.unhcr.or.th/sites/default/files/3c0f495f4.pdf )
การลี้ภัยไปอยู่อังกฤษมีความเป็นไปได้ไม่น้อย เนื่องจากทักษิณมีบ้านพักในกรุงลอนดอน มูลค่า 264 ล้านบาท (มูลค่าตามที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. สมัยเป็นนายกฯ) ขณะที่การฉลองวันคล้ายวันเกิดของนายทักษิณ 2 ปีล่าสุด ก็จัดงานเบิร์ธเดย์ที่ประเทศอังกฤษ
การไม่ได้ฟังคำพิพากษา หรือ การหนีคดี ไม่ผิดเงื่อนไขการขอลี้ภัย จากประสบการณ์การทำงานกับผู้ลี้ภัยที่มาลี้ภัยในไทย ยังไม่ต้องถึงขั้นไปขึ้นศาล แค่ถูกออกหมายจับก็หนีมาขอสถานะผู้ลี้ภัยได้แล้ว ถ้าพิสูจน์ได้ว่ากระบวนการยุติธรรมของประเทศต้นทางไม่น่าเชื่อถือ

ทางเข้าบ้านพักส่วนตัวของนายทักษิณ ชินวัตร ที่ประเทศอังกฤษ
และหากย้อนไปหลังการรัฐประหารรัฐบาลทักษิณ โดยคมช. เมื่อปี 2549 อังกฤษก็เป็นประเทศที่นายทักษิณ ไปพำนักอยู่ถึง 1 ปี 5 เดือน ก่อนจะกลับเมืองไทยมามอบตัวในคดีที่ดินรัชดา และหนีไปอีกครั้งหลังศาลให้ประกันตัว โดยอ้างว่าจะไปร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ประเทศจีน
การขอลี้ภัยต้องทำอย่างไร?
อนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย พ.ศ. 2492 (Convention relating to the Status of Refugees) ให้คำนิยาม และความหมายของสถานภาพผู้ลี้ภัยว่า
ผู้ลี้ภัย หมายถึง บุคคลที่จำเป็นต้องทิ้งประเทศบ้านเกิดของตนเอง เนื่องจากความหวาดกลัวการถูกประหัตประหารหรือได้รับการคุกคามต่อชีวิตเนื่องจากสาเหตุข้อหนึ่งข้อใด เช่น เชื้อชาติ ศาสนา สัญชาติ สมาชิกภาพในกลุ่มทางสังคม สมาชิกภาพในกลุ่มความคิดทางการเมือง

Photo: PORNCHAI KITTIWONGSAKUL/AFP
นักกฎหมายที่ทำงานช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในประเทศไทย อธิบายเพิ่มเติมให้ THE STANDARD ฟังว่า ใครก็ตามในโลกนี้สามารถยื่นคำขอเป็นผู้ลี้ภัยได้ทั้งหมด เพราะการยื่นคำขอเป็นสิทธิพื้นฐาน แต่การที่ UN จะให้สถานะ ‘ผู้ลี้ภัย’ กับใครนั้นมีเงื่อนไขกำหนดไว้ตามอนุสัญญาฯ
เงื่อนไขการขอลี้ภัย
ขณะที่ ‘การลี้ภัย’ คำว่า ‘ภัย’ ในที่นี้คือ การถูกประหัตประหารหรือได้รับการคุกคามต่อชีวิต ซึ่งมีที่มา 5 อย่าง ได้แก่
1) เชื้อชาติ เช่น เป็นชนกลุ่มน้อย
2) สัญชาติ
3) ศาสนา
4) ความเห็นทางการเมือง
5) กลุ่มเฉพาะทางสังคม ซึ่งจะนิยามกว้างหน่อย อาจจะเป็นอะไรก็ได้ที่ส่งผลกระทบถึงการใช้ชีวิต เช่น บางคนเป็นโรคเจ็บป่วยร้ายแรง แล้วประเทศต้นทางเห็นว่าเป็นโรคน่ารังเกียจสมควรตาย ก็สามารถใช้เงื่อนไขนี้ขอลี้ภัยได้เหมือนกัน
การพิจารณา ‘ขอลี้ภัย’ ต้องพิจารณาครบองค์ประกอบทั้งหมด คือ อยู่นอกประเทศ รัฐบาลคุ้มครองไม่ได้ อยู่ที่ใดที่หนึ่งในประเทศตัวเองไม่ได้ และเข้านิยามคำว่า ‘ภัย’ หนึ่งใน 5 ข้อข้างต้น โดยจะเข้าอันใดอันหนึ่งหรือหลายอันก็ได้ ซึ่งถ้าพิสูจน์ได้ว่าไม่สามารถกลับประเทศต้นทางได้ เพราะยังมีภัยต่อเนื่องอยู่ก็จะได้สถานะผู้ลี้ภัย
“แม้ว่าแต่ละประเทศจะมีกระบวนการพิจารณาสถานะผู้ลี้ภัยที่ต่างกัน ถ้าเป็นประเทศที่อยู่ในภาคีอนุสัญญา รัฐบาลประเทศนั้นๆ จะเป็นผู้พิจารณาเอง แต่เงื่อนไขหรือหลักเกณฑ์การพิจารณาจะใช้เหมือนกันทั่วโลก” นักกฎหมายกล่าว
‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ เข้าข่าย ‘ผู้ลี้ภัย’ หรือไม่?
ในความเห็นของนักกฎหมายที่ทำงานด้านการลี้ภัยโดยตรงมองว่า กรณีอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ น่าจะเข้าข่ายขอลี้ภัยได้ โดยใช้เงื่อนไขความเห็นทางการเมือง และอาจใช้เงื่อนไขกลุ่มเฉพาะทางสังคม ในฐานะเป็นน้องสาวของทักษิณ ชินวัตร ในการยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัย
“การไม่ได้ฟังคำพิพากษา หรือ การหนีคดี ไม่ผิดเงื่อนไขการขอลี้ภัย จากประสบการณ์การทำงานกับผู้ลี้ภัยที่มาลี้ภัยในไทย ยังไม่ต้องถึงขั้นไปขึ้นศาล แค่ถูกออกหมายจับก็หนีมาขอสถานะผู้ลี้ภัยได้แล้ว ถ้าพิสูจน์ได้ว่ากระบวนการยุติธรรมของประเทศต้นทางไม่น่าเชื่อถือ” นักกฎหมายยืนยัน

กว่าจะได้สถานะ ‘ผู้ลี้ภัย’ ไม่ง่ายอย่างที่คิด
จักรภพ เพ็ญแข หนึ่งในผู้ลี้ภัยการเมือง เคยอธิบายขั้นตอนการขอลี้ภัยการเมืองไว้ว่า มีทั้งทางตรงและทางอ้อม
กลุ่มลี้ภัยการเมืองทางตรง คือเข้ามายื่นเรื่องขอวีซ่าลี้ภัยทางการเมืองทันที (Asylum Visa) ซึ่งวีซ่าประเภทนี้ รัฐบาลของประเทศที่จะยื่นขอ จะต้องทำการพิสูจน์ทั้งหลักฐาน การสัมภาษณ์เจาะลึก เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนว่า หากบุคคลที่ยื่นขอเดินทางกลับประเทศตัวเองแล้วจะไม่ปลอดภัยถึงขั้นต้องเสียชีวิต ติดคุก หรือถูกทำร้ายหรือไม่
ขณะเดียวกัน บุคคลที่ยื่นขอจะต้องไม่เกี่ยวข้องหรือเกี่ยวพันกับการใช้ความรุนแรง เป็นสมาชิกของกลุ่มองค์กรที่ใช้ความรุนแรง มีคดีอาชญากรรมติดตัว หากพิสูจน์ตรวจสอบด้วยพยานหลักฐานที่ชัดเจนแล้วก็ได้รับอนุมัติในเวลาเพียงไม่นาน
ส่วน กลุ่มลี้ภัยการเมืองทางอ้อม ก็อาจจะหอบเงินเข้ามาทำธุรกิจ ลงทุนในจำนวนเงินที่รัฐบาลประเทศนั้นๆ กำหนด หรืออาจจะมาเป็นโรบินฮู้ดไปก่อน แล้วค่อยๆ หาช่องทางเพื่อที่จะอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายต่อไป

จากนี้ยิ่งลักษณ์จะไปอยู่ที่ไหน ใช้ชีวิตอย่างไร คงไม่ใช่แค่คนที่รักเธอเท่านั้นที่สนใจ ฝ่ายตรงข้ามกับเธอก็คงอยากรู้เรื่องนี้ไม่แพ้กัน แต่จนถึงเวลานี้ยังไม่มีคำตอบยืนยันอย่างเป็นทางการจากอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์โดยตรง
แต่คนในพรรคเพื่อไทยหลายคนเห็นตรงกันว่า อดีตนายกฯ หญิงจะแสดงท่าทีอย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้

Photo: PORNCHAI KITTIWONGSAKUL, MAX NASH/AFP
The post เช็กสถานะ ‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ ขอลี้ภัยไปไหนได้บ้าง appeared first on THE STANDARD.
]]>