การฟื้นฟูร่างกาย Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/การฟื้นฟูร่างกาย/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 27 May 2026 06:25:47 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ถอดรหัส Augustinus Bader วิทยาศาสตร์แห่งการฟื้นฟูผิวกับมิติใหม่ของ The Vitamin C Serum https://thestandard.co/life/augustinus-bader-vitamin-c-serum/ Wed, 27 May 2026 06:25:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1211456 ภาพผลิตภัณฑ์ Augustinus Bader The Vitamin C Serum พร้อมข้อมูลวิทยาศาสตร์การฟื้นฟูผิว

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เหนื่อยหน่ายกับวงการสกินแคร์ที่มักจ […]

The post ถอดรหัส Augustinus Bader วิทยาศาสตร์แห่งการฟื้นฟูผิวกับมิติใหม่ของ The Vitamin C Serum appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผลิตภัณฑ์ Augustinus Bader The Vitamin C Serum พร้อมข้อมูลวิทยาศาสตร์การฟื้นฟูผิว

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เหนื่อยหน่ายกับวงการสกินแคร์ที่มักจะเคลมว่าตัวเองเป็น Game Changer หรือผู้พลิกโฉมวงการ คุณไม่ได้รู้สึกไปเองคนเดียว เพราะคุณ Christiane Werron, Executive Director of Global Education & Spa ผู้เชี่ยวชาญด้านสปาและการแพทย์ที่ทำงานในวงการมาหลายสิบปี ก็เคยรู้สึกเบื่อหน่ายจนเกือบจะหันหลังให้อุตสาหกรรมความงามนี้มาแล้ว กระทั่งเมื่อเกือบ 9 ปีก่อน เธอได้พบกับ ศาสตราจารย์ ดร. ออกัสตินัส บาเดอร์ (Augustinus Bader) ที่ประเทศเยอรมนี การพบกันครั้งนั้นได้เปลี่ยนมุมมองของเธอ และจุดประกายให้แบรนด์สกินแคร์ระดับโลกอย่าง Augustinus Bader (AB) ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ

 

 
 

THE STANDARD LIFE จะพาคุณไปเจาะลึกปรัชญาแห่งการฟื้นฟูผิวระดับเซลล์ นวัตกรรมสุดล้ำอย่าง TFC8® และการเปิดตัวไอเท็มใหม่ล่าสุด The Vitamin C Serum ที่จะมาเปลี่ยนนิยามของผิวกระจ่างใสอย่างยั่งยืน

 

ภาพผลิตภัณฑ์ Augustinus Bader The Vitamin C Serum พร้อมข้อมูลวิทยาศาสตร์การฟื้นฟูผิว 2

 

จากเจลสมานแผล สู่สกินแคร์ที่จัดการปัญหาที่ ‘ต้นเหตุ’

 

คริสทีน แวร์รอน เล่าว่าความน่าสนใจของ Augustinus Bader คือแบรนด์นี้ไม่ได้เริ่มต้นจากจุดประสงค์ทางการตลาดหรือคอมเมอร์เชียลเลยแม้แต่น้อย แต่มีรากฐานมาจากงานวิจัยด้านสเต็มเซลล์กว่า 30 ปีของศาสตราจารย์บาเดอร์ ผู้คิดค้น
‘เจลสมานแผล’ (Wound Gel) ในปี 2008 เพื่อช่วยรักษาผู้ป่วยที่มีแผลไฟไหม้รุนแรงหรือมีปัญหาด้านการสมานแผล 

 

จุดเริ่มต้นของเธอเริ่มจากการที่ Charles Rosier (CEO) ได้ชวนเธอไปพบกับศาสตราจารย์ ดร.ออกัสตินัส บาเดอร์ ที่ประเทศเยอรมนี หลังจากได้ฟังเรื่องราวงานวิจัยเกี่ยวกับการกระตุ้นให้ร่างกายมนุษย์รักษาตัวเอง (Self-healing) เธอรู้สึกประทับใจในแนวทางใหม่นี้มาก โดยศาสตราจารย์บาเดอร์ค้นพบว่า ร่างกายมนุษย์มีสเต็มเซลล์ที่พร้อมสำหรับการฟื้นฟูตัวเองอยู่แล้ว สิ่งที่ขาดหายไปคือ ‘การเชื่อมโยงและสั่งการ’ เพื่อให้เซลล์เหล่านั้นทำงานได้อย่างถูกต้อง ด้วยวิสัยทัศน์ของ Charles Rosier (CEO) ที่เปรียบเสมือนหยินและหยางคู่กับศาสตราจารย์บาเดอร์ เทคโนโลยีทางการแพทย์นี้จึงถูกนำมาต่อยอดเป็นสกินแคร์ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาผิวจาก ‘ต้นเหตุ’ ไม่ใช่แค่การรักษาตามอาการ

 

ภาพผลิตภัณฑ์ Augustinus Bader The Vitamin C Serum พร้อมข้อมูลวิทยาศาสตร์การฟื้นฟูผิว 1

 

Longevity คือวิทยาศาสตร์ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ Anti-Aging


คริสทีน ได้กล่าวประโยคที่น่าสนใจว่า “คำว่า Anti-aging เป็นเพียงคำโฆษณาทางการตลาด เพราะความแก่เป็นความจริงของโลกที่เราหนีไม่พ้น แบรนด์จึงเลือกโฟกัสที่คำว่า Longevity หรือการยืดอายุความเยาว์วัยและรักษาสุขภาพผิวให้ดีที่สุดตราบเท่าที่จะทำได้ ปัจจุบัน วิทยาศาสตร์ด้าน Epigenetics ชี้ให้เห็นว่า พันธุกรรมที่เราได้รับมาจากครอบครัวมีผลต่อผิวเพียง 7-8% เท่านั้น ส่วนที่เหลือล้วนมาจากไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์ที่ใช้ อาหารการกิน การออกกำลังกาย หรือแม้แต่สภาวะอารมณ์ความสุขของเราเอง”

 

ภาพผลิตภัณฑ์ Augustinus Bader The Vitamin C Serum พร้อมข้อมูลวิทยาศาสตร์การฟื้นฟูผิว 3

 

TFC8® เปรียบดั่งวาทยกรผู้ควบคุมวงออร์เคสตราแห่งเซลล์ผิว

 

หัวใจสำคัญที่ทำให้ Augustinus Bader สร้างปรากฏการณ์ได้ทั่วโลกคือเทคโนโลยีเอกสิทธิ์ที่ชื่อว่า TFC8® (Trigger Factor Complex 8) ซึ่งคุณคริสทีน เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ ว่าเหมือนกับหุ่นยนต์ R2-D2 ในภาพยนตร์ Star Wars หรือ ‘วาทยกร’ ผู้ควบคุมวงออร์เคสตราที่คอยสั่งการเซลล์ผิวให้ทำงานประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ

 

TFC8® เกิดจากการผสมผสานกรดอะมิโน วิตามินคุณภาพสูง และเปปไทด์ ที่เปรียบเสมือนสูตรลับเฉพาะ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดให้เซลล์ผิวสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ และวิทยาศาสตร์ไม่เคยหยุดนิ่ง แบรนด์จึงได้พัฒนา Advanced TFC8® ซึ่งเป็นระบบส่งสารอาหารแบบเลียนแบบธรรมชาติ (Biomimicking) ที่ทำงานได้รวดเร็วขึ้น และปรับตัวเข้ากับสภาพผิวที่เปลี่ยนแปลงไป (Adaptive Skincare) ไม่ว่าจะเจอสภาพอากาศหรือมลภาวะแบบใดก็ตาม

 

ภาพผลิตภัณฑ์ Augustinus Bader The Vitamin C Serum พร้อมข้อมูลวิทยาศาสตร์การฟื้นฟูผิว 4

 

รู้จักไอเท็มใหม่ The Vitamin C Serum

 


นี่เป็นมิติใหม่ของวิตามินซีที่ไม่ระคายเคืองผิว สำหรับการเปิดตัวล่าสุด แบรนด์ได้หยิบยกส่วนผสมยอดฮิตอย่างวิตามินซีมาตีความใหม่ ปัญหาโลกแตกของวิตามินซีทั่วไปคือมักขาดความเสถียร ทำให้ต้องใส่ความเข้มข้นสูง ซึ่งมักตามมาด้วยอาการระคายเคืองต่อผิวได้ง่าย 

 

แต่แนวทางของ Augustinus Bader คือการเลือกใช้อนุพันธ์วิตามินซีที่จับคู่กับโมเลกุลน้ำตาล (Ascorbyl Glucoside) ผสานเข้ากับเทคโนโลยี Advanced TFC8® ทำให้ได้เซรั่มที่มีความเสถียรสูงมาก ไม่จำเป็นต้องใช้ความเข้มข้นสูงจนทำร้ายผิว และรับประกันว่าไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของสารสกัดที่ช่วยเติมออกซิเจนให้เซลล์ผิว และลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin Synthesis) มอบผลลัพธ์ผิวกระจ่างใส สีผิวสม่ำเสมอ และปกป้องเซลล์ผิวจากอนุมูลอิสระได้อย่างได้ผล 

 

ประสิทธิภาพที่พิสูจน์ได้จริงจากการศึกษาในกลุ่มผู้ใช้ The Vitamin C Serum จำนวน 109 คน อายุ 18-70 ปี ซึ่งรวมถึงผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายถึง 50% พบว่า 88% สังเกตเห็นจุดด่างดำและความไม่สม่ำเสมอของสีผิวลดลงอย่างเห็นได้ชัดภายใน 4 สัปดาห์ ด้วยเนื้อสัมผัสที่บางเบาเหมือนน้ำแต่ให้ความชุ่มชื้นอย่างเต็มเปี่ยม ซึมซาบได้รวดเร็ว ไม่ทิ้งความมันหรือความหนักบนผิว ทำให้ผิวดูเรียบเนียน นุ่ม และเปล่งประกายตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้

 

ภาพผลิตภัณฑ์ Augustinus Bader The Vitamin C Serum พร้อมข้อมูลวิทยาศาสตร์การฟื้นฟูผิว 5

 

ทริกการใช้ผลิตภัณฑ์ Augustinus Bader จากคุณคริสทีน 

 

แนะนำให้ใช้ The Vitamin C Serum ในตอนเช้าหลังทำความสะอาดและลงเอสเซนส์ ตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ และที่ขาดไม่ได้เลยคือ ครีมกันแดด หากใช้ต่อเนื่อง 28 วัน (ตามรอบวงจรผิว) จะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน

 

เริ่มต้นการเดินทางเพื่อผิวสวยแบบ #BaderBare ความสำเร็จของไอเท็มระดับตำนานอย่าง The Cream และ The Rich Cream ที่เปิดตัวครั้งแรกเพียง 2 ผลิตภัณฑ์ ได้สร้างปรากฏการณ์จนเกิดแฮชแท็กระดับโลกอย่าง #TheCreamThatWorks และ #BaderBare เทรนด์ที่สาวๆ ทั่วโลกกล้าที่จะโชว์ผิวเปลือยเปล่าสุขภาพดีโดยไม่ต้องพึ่งเมกอัพ

 

สำหรับผู้ที่เดินทางบ่อยแบบคุณคริสทีน  ไอเท็มคู่กายของเธอคือ The Serum, อายครีม (The Rich Eye Cream), โฟมล้างหน้า และไอเท็มใหม่ล่าสุดที่กำลังจะวางขายอย่าง The Skin Infusion ทรีตเมนต์ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวที่ตอบโจทย์คนที่ต้องเจอกับสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่งผ่านการทำหัตถการมา

 

หากคุณเป็นมือใหม่และอยากเริ่มทดลองใช้ Augustinus Bader ลองถามตัวเองว่า
“คุณอยากให้ผิวของคุณดูและรู้สึกอย่างไร?” แม้คนส่วนใหญ่จะเริ่มจาก The Rich Cream แต่คุณสามารถเริ่มต้นประสบการณ์ TFC8® ได้กับทุกผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นลิปบาล์ม, อายแพตช์, คลีนเซอร์ หรือแม้แต่การนำ Face Oil ไปหยดผสมกับมอยส์เจอไรเซอร์ตัวโปรดที่คุณมีอยู่แล้วบนโต๊ะเครื่องแป้ง เพื่อยกระดับสุขภาพผิวให้แข็งแรงและงดงามจากภายในอย่างยั่งยืนและแท้จริง

The post ถอดรหัส Augustinus Bader วิทยาศาสตร์แห่งการฟื้นฟูผิวกับมิติใหม่ของ The Vitamin C Serum appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฟื้นร่างเพื่อกลับไปทำสิ่งที่รักได้อีกครั้งกับ Form Recovery & Wellness https://thestandard.co/life/form-recovery-wellness-body-rehab/ Sun, 03 May 2026 00:53:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1203434 ภาพประกอบการฟื้นฟูร่างกายที่ Form Recovery & Wellness

ยิ่งอายุมากขึ้น ยิ่งทำให้เข้าใจลึกซึ้งว่า การฟื้นฟูร่าง […]

The post ฟื้นร่างเพื่อกลับไปทำสิ่งที่รักได้อีกครั้งกับ Form Recovery & Wellness appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบการฟื้นฟูร่างกายที่ Form Recovery & Wellness

ยิ่งอายุมากขึ้น ยิ่งทำให้เข้าใจลึกซึ้งว่า การฟื้นฟูร่างกายไม่ใช่แค่เรื่องของนักกีฬาอาชีพเท่านั้น แต่คือหัวใจสำคัญของการใช้ชีวิตให้มีประสิทธิภาพ เพราะเพียงการบาดเจ็บเล็กน้อยก็เปลี่ยนรูทีนที่วางไว้ไปตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะสาย Active ที่รู้ดีว่าร่างกายที่สมดุลนั้นสำคัญแค่ไหน

 

Form Recovery & Wellness

 

 
 

วันนี้เราจึงพามาเปิดประสบการณ์ที่ Form Recovery & Wellness คลินิกกายภาพบำบัด เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดและพาคุณกลับไปทำในสิ่งที่รักได้อย่างยั่งยืน

 

ภาพประกอบการฟื้นฟูร่างกายที่ Form Recovery & Wellness 1

 

What is it?

 

หากใครเป็นสาย HYROX เราเชื่อว่าคุณคงคุ้นเคยชื่อ Form Recovery & Wellness ดี เพราะทางคลินิกได้ร่วมเป็นในฐานะ Official Physiotherapy Partner ดูแลเหล่านักกีฬาติดขอบสนามการแข่งขัน

 

ภาพประกอบการฟื้นฟูร่างกายที่ Form Recovery & Wellness 2

ภาพประกอบการฟื้นฟูร่างกายที่ Form Recovery & Wellness 3

 

ทว่าจุดเริ่มต้นของที่นี่จริงๆ แล้วเกิดจากประสบการณ์ตรงของผู้ก่อตั้ง เมื่อคนในครอบครัวเผชิญกับอาการปวดหลังรุนแรงจนได้รับคำแนะนำให้เข้ารับการผ่าตัด แต่การตัดสินใจเลือกปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัดในตอนนั้นกลับทำให้เขากลับมาแข็งแรงได้โดยไม่ต้องพึ่งพามีดหมอ ประสบการณ์นี้จึงกลายเป็นจุดกำเนิดของแนวคิดที่ว่า “การฟื้นฟูควรเป็นทางเลือกแรกเสมอ”

 

ภาพประกอบการฟื้นฟูร่างกายที่ Form Recovery & Wellness 4

 

ปัจจุบัน Form Recovery & Wellness ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำ อาทิ Four Seasons Hotel Bangkok และดูแลคนไข้มาแล้วกว่า 10,000 ราย โดยจุดเด่นที่ทำให้แตกต่างคือ ‘การทำงานเป็นทีม’ ที่ผสาน 3 ศาสตร์การรักษา ทั้งกายภาพบำบัด, การแพทย์แผนจีน และการแพทย์แผนไทยทางเลือก  โดยมีหัวหน้าทีมผู้เชี่ยวชาญคอยประกบดูแลในทุกเคสเพื่อให้แผนการรักษามีความแม่นยำที่สุด ภายใต้เป้าหมายเดียว คือการช่วยให้คุณกลับไปทำในสิ่งที่รักได้อีกครั้งโดยไม่ต้องพึ่งพายา การฉีดยา หรือการผ่าตัด

 

ภาพประกอบการฟื้นฟูร่างกายที่ Form Recovery & Wellness 5

ภาพประกอบการฟื้นฟูร่างกายที่ Form Recovery & Wellness 6

ภาพประกอบการฟื้นฟูร่างกายที่ Form Recovery & Wellness 7

 

Try

 

สาขาที่เราปักหมุดมาวันนี้คือ Sterling Sport and Wellness Destination แห่งใหม่ในซอยสุขุมวิท 24 ประสบการณ์ที่นี่เริ่มต้นด้วยความใส่ใจตั้งแต่ก้าวแรก

 

ภาพประกอบการฟื้นฟูร่างกายที่ Form Recovery & Wellness 8

 

เริ่มจากการ Consultation นาน 30 นาที ที่ไม่ใช่แค่การถามอาการทั่วไป แต่เป็นการเจาะลึกถึงต้นตอของปัญหาผ่านการประเมินโครงสร้างร่างกายและการทดสอบเฉพาะทาง 

 

ภาพประกอบการฟื้นฟูร่างกายที่ Form Recovery & Wellness 9

 

รวมถึงการสอบถามเป้าหมายอันดับหนึ่งของเราจากการฟื้นฟูในครั้งนี้ เพื่อให้เข้าใจเป้าหมายสุขภาพที่แท้จริง และออกแบบแผนการรักษาที่ตอบโจทย์เรามากที่สุด

 

ภาพประกอบการฟื้นฟูร่างกายที่ Form Recovery & Wellness 10

ภาพประกอบการฟื้นฟูร่างกายที่ Form Recovery & Wellness 11

ภาพประกอบการฟื้นฟูร่างกายที่ Form Recovery & Wellness 12

 

เมื่อทำการตรวจร่างกายเบื้องต้นครบถ้วนแล้ว นักกายภาพของที่นี่จะสรุปผลการประเมิน พร้อมแนะแนวทางการรักษาให้เราเห็นภาพใหญ่ ทั้งขั้นตอนและระยะเวลาที่คาดว่าจะใช้ เพื่อให้เรามั่นใจและเห็นทิศทางการฟื้นฟูร่วมกันก่อนเริ่มลงมือจริง

 

จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล ซึ่งจุดเด่นของ Physiotherapy Session ที่นี่คือการทำกายภาพเต็มรูปแบบ 60 นาที ที่เก็บงานทุกเม็ด ตั้งแต่การใช้เครื่องมือทางการแพทย์ล้ำสมัย การทำ Manual Therapy ไปจนถึงการฝึก Movement เพื่อแก้จุดที่เสียสมดุลหรือบาดเจ็บ พร้อมให้การบ้านท่าบริหารที่ช่วยเร่งการฟื้นตัวได้จริง 

 

ภาพประกอบการฟื้นฟูร่างกายที่ Form Recovery & Wellness 14

ภาพประกอบการฟื้นฟูร่างกายที่ Form Recovery & Wellness 15

 

ที่สำคัญคือที่นี่คิดค่าบริการแบบ All-inclusive ที่รวมทุกเทคนิคและอุปกรณ์* ไว้ในเซสชันเดียว ไม่มีการชาร์จแยกจุดหรือแยกรายการให้กังวลใจ ทำให้เราโฟกัสกับการรักษาได้เต็มที่โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง 

 

ภาพประกอบการฟื้นฟูร่างกายที่ Form Recovery & Wellness 16

 

Result

 

มากกว่าการรักษา คือการได้ทำความเข้าใจร่างกายตัวเอง จากจุดที่ไม่เคยคิดว่ามีปัญหา ที่นี่ได้ชี้ให้เราเห็น และแนะให้เห็นทิศทางที่ชัดเจนว่าควรฟื้นฟูตัวเองอย่างไรให้ยั่งยืน 

 

การมารักษาที่นี่จึงไม่ใช่แค่การมาแก้ปวด แต่เป็นการเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับตัวเองในเวอร์ชันที่ดีกว่าเดิม  

 

Good For

 

Form Recovery & Wellness ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งคนทำงานที่เผชิญอาการออฟฟิศซินโดรม ไปจนถึงนักกีฬาที่ต้องการรีดศักยภาพร่างกายและลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บ ที่นี่ไม่ได้เพียงแค่รักษาอาการปวด แต่ช่วยปลดล็อกข้อจำกัดทางร่างกาย เพื่อให้คุณพร้อมกลับไปใช้ชีวิตและทำในสิ่งที่รักได้อย่างมั่นใจและยั่งยืน

 

ภาพประกอบการฟื้นฟูร่างกายที่ Form Recovery & Wellness 17

 

*ยกเว้น High Power Laser 

Open: ทุกวัน 8.00-20.00 น. 

Address: Sterling ซอยสุขุมวิท 24, อโศก, ทองหล่อ, Four Seasons Hotel

Tel: 06 3471 5557 

Budget:  

  • Physiotherapy: 2,100 บาท/ 60 นาที
  • Consultation: 1,000 บาท สำหรับครั้งแรก (ครั้งต่อไป 500 บาท สำหรับลูกค้าเก่า) 

Website: https://formrecovery.com/ 

Facebook: https://www.facebook.com/formrecovery  

Instagram: https://www.instagram.com/formrecovery/


 

The post ฟื้นร่างเพื่อกลับไปทำสิ่งที่รักได้อีกครั้งกับ Form Recovery & Wellness appeared first on THE STANDARD.

]]>
สูตรลับนักออกกำลัง? ดื่มน้ำผึ้งผสมน้ำ ก่อนออกกำลังกาย ช่วยอะไรได้บ้าง https://thestandard.co/honey-water-pre-workout-benefits/ Sat, 24 Jan 2026 03:33:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1168852 ภาพน้ำผึ้งผสมน้ำและอุปกรณ์ออกกำลังกาย แสดงถึงการเตรียมตัวก่อนการฝึก

ในยุคที่สายฟิตเนสและคนรักสุขภาพมองหา ‘ตัวช่วยธรรมชาติ’ […]

The post สูตรลับนักออกกำลัง? ดื่มน้ำผึ้งผสมน้ำ ก่อนออกกำลังกาย ช่วยอะไรได้บ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพน้ำผึ้งผสมน้ำและอุปกรณ์ออกกำลังกาย แสดงถึงการเตรียมตัวก่อนการฝึก

ในยุคที่สายฟิตเนสและคนรักสุขภาพมองหา ‘ตัวช่วยธรรมชาติ’ ก่อนออกกำลังกาย นอกจากกาแฟหรืออาหารเสริมแล้ว ยังมีอีกหนึ่งสูตรง่ายๆ ที่กำลังถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ “น้ำผึ้งผสมน้ำ”

 

แค่ส่วนผสมสองอย่าง แต่มีงานวิจัยชี้ว่าอาจช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อ เพิ่มพลังระหว่างซ้อม และฟื้นฟูร่างกายได้ดีกว่าที่คิด

 

เรามาดูกันว่า การดื่มน้ำผึ้งผสมน้ำก่อนออกกำลังกายช่วยอะไรได้บ้าง เหมาะกับใคร และควรดื่มอย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด

 

ภาพน้ำผึ้งผสมน้ำและอุปกรณ์ออกกำลังกาย แสดงถึงการเตรียมตัวก่อนการฝึก 1ภาพน้ำผึ้งผสมน้ำและอุปกรณ์ออกกำลังกาย แสดงถึงการเตรียมตัวก่อนการฝึก 2ภาพน้ำผึ้งผสมน้ำและอุปกรณ์ออกกำลังกาย แสดงถึงการเตรียมตัวก่อนการฝึก 3ภาพน้ำผึ้งผสมน้ำและอุปกรณ์ออกกำลังกาย แสดงถึงการเตรียมตัวก่อนการฝึก 4ภาพน้ำผึ้งผสมน้ำและอุปกรณ์ออกกำลังกาย แสดงถึงการเตรียมตัวก่อนการฝึก 5ภาพน้ำผึ้งผสมน้ำและอุปกรณ์ออกกำลังกาย แสดงถึงการเตรียมตัวก่อนการฝึก 6

 

อ้างอิง:

The post สูตรลับนักออกกำลัง? ดื่มน้ำผึ้งผสมน้ำ ก่อนออกกำลังกาย ช่วยอะไรได้บ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Weekend Recovery: การมีเสาร์-อาทิตย์ที่ดี คือจุดเริ่มต้นของวันจันทร์ที่เบาขึ้น https://thestandard.co/life/weekend-recovery-mental-health-stress-relief/ Sun, 14 Dec 2025 04:39:55 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1154463 weekend-recovery-mental-health-stress-relief

เสาร์-อาทิตย์ไม่ใช่แค่วันหยุดจากงาน แต่คือช่วงเวลาฟื้นฟ […]

The post Weekend Recovery: การมีเสาร์-อาทิตย์ที่ดี คือจุดเริ่มต้นของวันจันทร์ที่เบาขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
weekend-recovery-mental-health-stress-relief

เสาร์-อาทิตย์ไม่ใช่แค่วันหยุดจากงาน แต่คือช่วงเวลาฟื้นฟูใจและระบบประสาทจากโหมดเร่งรีบตลอดสัปดาห์ ข้อมูลจาก The Recovery Experience Questionnaire. Journal of Occupational Health Psychology เรียกกระบวนการนี้ว่า Weekend Recovery ซึ่งอธิบายว่า การใช้วันหยุดอย่างมีคุณภาพ ช่วยให้ร่างกายและอารมณ์ฟื้นตัวได้จริง  

 

ในวันทำงาน สมองของคนเราทำงานในโหมดตื่นตัวสูง ต้องรับมือกับความเครียด การตัดสินใจ และความคาดหวังอย่างต่อเนื่อง หากขาดช่วงพักฟื้น ความเหนื่อยล้าทางอารมณ์จะสะสมโดยไม่รู้ตัวนั่นเอง Weekend Recovery จึงไม่ใช่การอัดกิจกรรมให้เต็มวัน แต่คือการพักที่ช่วยให้ใจหลุดจากภาระงานทางอารมณ์


การทำสิ่งง่าย ๆ ที่เลือกเอง การปล่อยให้วันช้าลง หรือแม้แต่นั่งเฉย ๆ โดยไม่ต้อง productive ล้วนช่วยให้ระบบประสาทกลับมาสมดุล 

 

งานวิจัยด้านจิตวิทยาความเป็นอยู่ที่ดี Weekends, work, and well-being. Journal of Social and Clinical Psychology ยังพบว่า ผู้ที่ใช้วันหยุดไปกับการพักผ่อนเชิงฟื้นฟู มักมีอารมณ์ พลังงาน และความพร้อมในการเริ่มสัปดาห์ใหม่ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน สอดคล้องกับบทความจาก Psychology Today ที่ระบุว่า การพักผ่อนอย่างแท้จริงในช่วงสุดสัปดาห์ ช่วยลดการตอบสนองต่อความเครียด และทำให้วันจันทร์ไม่หนักเกินไป 

 

สุดท้ายแล้ว Weekend Recovery ไม่ใช่การหนีชีวิต แต่คือการยอมให้ใจได้พักในแบบที่ไม่ต้องพิสูจน์อะไร เพราะเสาร์-อาทิตย์ที่ดี อาจไม่ต้องพิเศษ แค่พอให้ใจได้หายใจ ก็ส่งผลถึงทั้งสัปดาห์แล้ว

The post Weekend Recovery: การมีเสาร์-อาทิตย์ที่ดี คือจุดเริ่มต้นของวันจันทร์ที่เบาขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
มิติใหม่แห่งการฟื้นฟูสมองและสุขภาพวัยผู้ใหญ่ที่ PYONG Rehabilitation Penthouse https://thestandard.co/life/pyong-rehabilitation-penthouse/ Thu, 03 Jul 2025 14:04:29 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1092678 PYONG Rehabilitation Penthouse

‘คุณภาพชีวิต’ ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงความสุขภาพดีไร้โรค […]

The post มิติใหม่แห่งการฟื้นฟูสมองและสุขภาพวัยผู้ใหญ่ที่ PYONG Rehabilitation Penthouse appeared first on THE STANDARD.

]]>
PYONG Rehabilitation Penthouse

‘คุณภาพชีวิต’ ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงความสุขภาพดีไร้โรค แต่คือการใช้ชีวิตในทุกช่วงวัยอย่างเต็มศักยภาพและเปี่ยมด้วยความหมาย อย่างไรก็ตามเราต่างเลี่ยงไม่ได้กับเงื่อนไขของร่างกายที่ต้องเปลี่ยนไปตามกาลเวลา และบางครั้งเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็นำมาซึ่งความเจ็บป่วยที่ได้แต่รอการฟื้นตัว 

 

จากจุดเริ่มต้นที่สั่งสมความเชี่ยวชาญในการดูแลอาการปวดและการฟื้นฟูระบบกระดูกและกล้ามเนื้อจนเป็นที่ไว้วางใจที่ PYONG Rehabilitation Clinic สู่การตั้งคำถามที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า ว่าจะทำอย่างไรให้ผู้คนก้าวข้ามกำแพงของข้อจำกัดเหล่านั้นไปได้ คำตอบได้ถูกนำเสนอผ่านบทใหม่ที่ถูกเขียนขึ้น ณ ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ PYONG Rehabilitation Penthouse | Neurorehabilitation & Geriatrics ที่มอบมิติใหม่ให้กับการฟื้นฟูด้วยเทคโนโลยีระดับโลกร่วมกับความเข้าใจในมนุษย์เพื่อคืนความมั่นใจและศักยภาพในการใช้ชีวิตอีกครั้ง 

 

 

What is it?

 

PYONG Rehabilitation Penthouse เป็นคลินิกเวชศาสตร์ฟื้นฟูระบบประสาท (Neurorehabilitation) และเวชศาสตร์วัยผู้ใหญ่ (Geriatrics) บนชั้น 11 ของอาคารเกษรทาวเวอร์ นำทีมโดย หมอเปียง-นพ.กันตพงศ์ ทองรงค์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่คร่ำหวอดในวงการ ซึ่งได้ยกระดับแนวทางการฟื้นฟูแบบองค์รวมสู่คลินิกล้ำยุคที่มีเป้าหมายชัดเจนคือ ‘คืนคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยอย่างก้าวกระโดด’ ด้วยการทำงานร่วมกันของทีมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูกับทีมสหวิชาชีพ (Transdisciplinary Team) แบบไร้รอยต่อบนปรัชญา Silver Age Playground ผ่านการบูรณาการเทคโนโลยีที่เหนือชั้นและบริการด้วยใจ

 

 

เพียงก้าวเข้ามาจะเห็นได้ว่าบรรยากาศให้ความรู้สึกเหมือนบ้านเทสต์ดี มีระดับ ด้วยการตกแต่งที่ผสมผสานระหว่างความ Conventional ในกลิ่นอายโบราณจากงานไม้ ตัดกับองค์ประกอบที่เป็น Geometric อย่างโคมไฟหรือโทนสีที่มีความโมเดิร์น ซึ่งเป็นความตั้งใจของคลินิกที่อยากให้ทุกคนที่ก้าวเข้ามาสัมผัสถึงความอบอุ่นและ Sensory ที่หลากหลาย

 

PYONG Rehabilitation Penthouse

 

“ที่นี่ไม่ใช่แค่รักษา แต่คือการ ‘ปิดลูปสุขภาพ’

โดยชั้นล่างเน้นการรักษาอาการปวดแบบเฉียบพลัน ทั้งการใช้เครื่องมือ ฉีดยา หรือบล็อกเส้นประสาท ในขณะที่ Penthouse เน้นการมองแบบภาพรวมเพื่อให้หายปวดตลอดไป เป็นการรักษาที่ระดับลึกขึ้นไปอีก เป็นการแก้ไขความผิดปกติของร่างกายโดยรวม เช่น คนที่ปวดบ่าเรื้อรัง พอมาตรวจด้วยเครื่องประเมิน Alignment อาจจะเจอว่ามีภาวะกระดูกสันหลังคด ซึ่งเป็นรากของปัญหาจริงๆ” หมอเปียงเสริม

 

 

นอกจากนี้แล้วจุดเด่นของที่นี่คือการเป็น One-Stop Service ที่มีทีมแพทย์เฉพาะทางหลายสาขา ทั้งหมอหัวใจ สมอง วัยผู้ใหญ่ รวมถึงนักกำหนดอาหารที่สามารถตรวจเลือดเพื่อวินิจฉัยโรคได้เหมือนโรงพยาบาล ไปจนถึงการตรวจ DNA เพื่อประเมินความเสี่ยงของโรคในอนาคต  

 

 

เรียกว่าการที่คุณเดินเข้ามาในเพนต์เฮาส์แห่งนี้ สิ่งที่คุณทำคือการทิ้งตัว แล้วทางคลินิกจะประเมินและวางแผนสิ่งที่เหมาะสมที่สุดให้เอง 

 

Experience

 

PYONG Rehabilitation Penthouse จะมีมิติการดูแล 3 ระดับ เริ่มจาก

 

ระดับที่ 1 ซึ่งเป็นการป้องกันเชิงรุกเพื่อการสูงวัยอย่างมีคุณภาพและการวิเคราะห์ชีวภาพเชิงลึกระดับโมเลกุล สิ่งที่เราต้องทำเป็นอันดับแรกคือ Advanced Full Body Analysis ผ่านการทำท่าทางตามที่เทอราปิสต์แนะนำ ไม่ว่าจะเป็นการยืนตัวตรง ยืนทรงตัวขาเดียว หรือยกแขนสูงสควอต

 

PYONG Rehabilitation Penthouse

 

ซึ่งทางคลินิกจะมีเทคโนโลยีที่สามารถถ่ายรูปร่างเรา แล้วประเมินโครงสร้าง ท่าทาง การทรงตัว รูปแบบการเคลื่อนไหว และการตรวจวิเคราะห์องค์ประกอบในร่างกายอย่างละเอียดได้ทันที 

 

 

นวัตกรรมสุดล้ำนี้อาจทำให้คุณช็อกกับสภาวะร่างกายที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน เช่น ความบิดเบี้ยวของกระดูกสันหลัง ระดับความตึงของกล้ามเนื้อ และส่วนที่กล้ามเนื้ออ่อนแอ เป็นต้น ข้อมูลในส่วนนี้ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการออกแบบโปรแกรมป้องกันเฉพาะบุคคล 

 

 

ระดับที่ 2 จะเป็นการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับสูง และการจัดการความปวดอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็น Local Approach ที่ดูแลความปวดเฉพาะจุดอย่างแม่นยำโดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ด้วยเทคโนโลยี เช่น PMS, Focused Shockwave, High Power Laser 

 

 

ในขณะที่ Global Approach จะเป็นการฟื้นฟูโครงสร้างร่างกายและการเคลื่อนไหวโดยนักกายภาพบำบัด เพื่อแก้ไขปัญหาความปวดในระยะยาว ซึ่งที่นี่ก็มียิมขนาดคอมแพกต์ที่มีอุปกรณ์ครบยันเครื่องพิลาทิส ถือว่าตอบโจทย์สำหรับใครที่อยากจัด Alignment ร่างกาย (เช่นเรา) เป็นอย่างยิ่ง 

 

 

ส่วนในระดับที่ 3 จะเป็นขีดสุดแห่งการฟื้นฟูที่งัดรวมความล้ำขั้นสุดมาไว้ด้วยกัน โดยมีแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูเป็นผู้นำทีม วางกลยุทธ์การรักษาเฉพาะบุคคลอย่างแม่นยำร่วมกับนักกายภาพบำบัด โดยประยุกต์ใช้หลักการ Neuroplasticity และ Biomechanics 

 

ไฮไลต์เรือธงของที่นี่คือ ‘ระบบหุ่นยนต์ช่วยฝึกเดิน’ (Wearable Exoskeletons) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยอัมพาตที่ไม่สามารถเดินได้ ให้กลับมาเดินได้อีกครั้ง 

 

PYONG Rehabilitation Penthouse

 

เทคโนโลยีสุดล้ำนี้ถูกนำเข้าจากอิตาลี เป็นตัวแรกและตัวเดียวในประเทศไทย แถมยังมีราคาสูงลิ่วชนิดที่ซื้อรถผู้บริหารได้หลายคัน 

  

 

ทางเรามีโอกาสได้สัมผัสหุ่นยนต์ดังกล่าวแล้วต้องบอกว่ามันล้ำจริงๆ แต่ละก้าวมีความแม่นยำ ซึ่งเราเชื่อว่าผู้ป่วยที่ได้มีโอกาสมาลองฟื้นฟูด้วยตัวเองคงสัมผัสได้ถึงความหวังครั้งใหม่ได้ไม่น้อย 

 

 

นอกจากนี้ยังมีหุ่นยนต์ฝึกการใช้มือสำหรับผู้ป่วย Stroke ที่มือข้างหนึ่งอาจใช้งานไม่ได้ โดยผู้ป่วยจะสามารถใช้ข้างที่ยังดีอยู่เป็นแม่แบบ เพื่อให้อีกข้างที่เป็นอัมพาตขยับตาม 

 

 

อีกทั้งยังมีการฝึกร่วมกับนักกิจกรรมบำบัด (Occupational Therapists) ที่จะช่วยเป็นอีกแรงผลักดันในการฟื้นฟูความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน ผ่านกิจกรรมบำบัดที่สร้างสรรค์และโปรแกรมเสริมสร้างการรับรู้ ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นเพียงส่วนเล็กน้อยจากโปรแกรมการฟื้นฟูทั้งหมด 

 

 

Result

 

จากการได้ลองสัมผัสโปรโตคอลของทางคลินิกตั้งแต่สเต็ปแรกยันจบ เราสรุปได้ว่าที่นี่เป็นคลินิกที่มีความ Aggressive กับศาสตร์การรักษา ผ่านศาสตร์การฟื้นฟูและเทคโนโลยีที่คัดสรรมาอย่างดีที่สุด สามารถมาปิดลูปการรักษาได้ครบในที่เดียว

 

Good For

 

คนที่มองหาวิถีการฟื้นฟูสมองและร่างกายที่เข้าถึงง่าย 

สามารถเข้ามาใช้บริการได้บ่อยและนานเท่าที่ร่างกายไหวด้วยระบบ Subscription Model 

 

นอกจากนี้ยังเหมาะกับคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำและอยากเพิ่มประสิทธิภาพให้กับร่างกาย แก้สรีระให้ถูก รวมใครก็ตามที่อยากยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้นชนิดที่ไม่ต้องรอให้ถึงวันที่ร่างกายมีปัญหา  

 

 

PYONG Rehabilitation Penthouse

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-20.00 น.

Address: 11th Floor, Gaysorn Tower 

Tel: 088 589 0935

Website: https://pyongrehab.com/

Instagram: https://www.instagram.com/pyongrehab/

Facebook: https://www.facebook.com/profile.php?id=61577066823410

Map: 

 

The post มิติใหม่แห่งการฟื้นฟูสมองและสุขภาพวัยผู้ใหญ่ที่ PYONG Rehabilitation Penthouse appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่อง 20 สุดยอดจุดหมายแห่งการดูแลสุขภาพฉบับ Wellness & Longevity ทั่วโลก https://thestandard.co/life/top-wellness-destinations/ Sat, 07 Jun 2025 00:00:23 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1082662 top-wellness-destinations

เมื่อปฏิทินเต็มไปด้วยกิจกรรมช่วงฤดูร้อน การพักผ่อนเพื่อ […]

The post ส่อง 20 สุดยอดจุดหมายแห่งการดูแลสุขภาพฉบับ Wellness & Longevity ทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
top-wellness-destinations

เมื่อปฏิทินเต็มไปด้วยกิจกรรมช่วงฤดูร้อน การพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ ขณะที่โปรแกรมดูแลสุขภาพมีอยู่ทั่วไปตามโรงแรมต่างๆ ทั่วโลก แต่มีจุดหมายปลายทางไม่กี่แห่งที่มุ่งเน้นการยืดอายุ (Longevity) หรือการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีและมีความงามที่ยาวนานขึ้น สถานที่เหล่านี้มอบโปรแกรมที่ปรับให้เข้ากับแต่ละบุคคลอย่างยิ่ง โดยอาศัยการทดสอบวินิจฉัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

 

นี่คือ 20 สุดยอดจุดหมายปลายทางการยืดอายุที่ก้าวหน้าที่สุดทั่วโลกที่รวมประเทศไทยของเราด้วย

 

Kamalaya Koh Samui เกาะสมุย ประเทศไทย

 

  1. Kamalaya Koh Samui เกาะสมุย ประเทศไทย

 

เริ่มต้นที่ประมาณ 111,150 บาทสำหรับหนึ่งสัปดาห์ต่อคน เป็นสถานบำบัดความเป็นอยู่ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ตั้งอยู่บนชายหาดส่วนตัวตามแนวชายฝั่งเขตร้อนของเกาะสมุย และมีการเปิด Longevity House ใหม่ที่นำเสนอการบำบัดด้วยการหยด IV วิตามิน การบำบัดด้วยโอโซน การบำบัดด้วยออกซิเจนในห้องแรงดันสูง และการตรวจคัดกรองมะเร็งความไวสูง รีสอร์ตแห่งนี้ผสมผสานประเพณีการรักษาแบบโบราณจากตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน มีการบำบัดและการรักษามากกว่า 70 แบบ พร้อมด้วยห้องพัก สวีท และวิลลา 76 หลัง ที่กระจายอยู่ในรีสอร์ตท่ามกลางธรณีภาคเขตร้อน

 


 

Lanserhof ซิลต์ ประเทศเยอรมนี

 

  1. Lanserhof ซิลต์ ประเทศเยอรมนี

 

เริ่มต้นที่ 352,386 บาทสำหรับการรักษา 7-8 วัน (ไม่รวมที่พัก อาหาร อาหารเสริม และยา) ผู้เข้าพักจะได้รับการวินิจฉัยและให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคลเพื่อรับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพันธุกรรมของตน ซึ่งจะนำไปใช้ในโปรแกรมที่มุ่งลดความเสี่ยงด้านสุขภาพและเพิ่มอายุขัย การปฏิบัติทางการแพทย์รวมถึงการวิเคราะห์ความต้านทานไฟฟ้าชีวภาพ ตรวจสอบความดันโลหิต แลคเตท และการเผาผลาญ

 


 

Euphoria Retreat มิสตราส ประเทศกรีซ

 

  1. Euphoria Retreat มิสตราส ประเทศกรีซ

เริ่มต้นที่ประมาณ 315,900 บาทสำหรับโปรแกรม 7 วัน (ไม่รวมที่พัก) จุดเด่นคือทำเลที่ตั้งบนเนินเขาตามแนวป่าสน มองเห็นสปาร์ตาโบราณและซากปรักหักพังของไบแซนไทน์มิสตราส สถานที่แห่งนี้ผสมผสานบรรยากาศโบราณเข้ากับเทคโนโลยีสุขภาพที่ทันสมัย เช่น วารีบำบัด การบำบัดด้วยเสียง การดริปวิตามิน IV แบบปรับสูตรตามไลฟ์สไตล์ และเครื่อง Human Regenerator ที่รักษาด้วยพลาสมาเย็น

 


 

Clinique La Prairie มองเทรอซ์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

 

  1. Clinique La Prairie มองเทรอซ์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

 

เริ่มต้นที่ประมาณ 918,500 บาท ขึ้นอยู่กับโปรแกรม คลินิกการแพทย์และจุดหมายปลายทางการดูแลสุขภาพแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1913 โดย Dr.Paul Niehans ให้บริการการพักผ่อนแบบรายสัปดาห์ที่เน้นสุขภาพสมอง การจัดการน้ำหนัก และอื่นๆ ด้วยผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์กว่า 50 ท่าน และการประเมิน Longevity Master Assessment ที่ดูตัวบ่งชี้ชีวภาพกว่า 300 รายการ ผู้เข้าพักจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับร่างกายของตนเองมากกว่าการตรวจสุขภาพตามปกติ 

 


 

Mount Med Resort  วิลด์เชอเนา ประเทศออสเตรีย

 

  1. Mount Med Resort  วิลด์เชอเนา ประเทศออสเตรีย

 

เริ่มต้นที่ 184,822 บาทสำหรับโปรแกรมพักเดี่ยว 7 คืน เป็นสปาทางการแพทย์ที่เน้นแนวทางแบบองค์รวมและบูรณาการด้านสุขภาพและความงาม โปรแกรมการยืดอายุของรีสอร์ตนี้ผสานรวมวิธีการ Mylife Changer และโปรแกรมการเผาผลาญที่ต่อต้านการอักเสบ ซึ่งมุ่งเป้าไปที่การบำบัดล้างสารพิษและการสร้างเซลล์ใหม่ การแฮ็กชีวภาพ และการเคลื่อนไหว

 


 

Six Senses Kaplankaya โบดรัม ประเทศตุรกี

 

  1. Six Senses Kaplankaya โบดรัม ประเทศตุรกี

 

เริ่มต้นที่ 68,748 บาทสำหรับโปรแกรมพักเดี่ยว 3 คืน ให้บริการโปรแกรมการยืดอายุ 3  5 และ 7 คืน ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มพลังงาน เพิ่มสมาธิ และปรับปรุงสุขภาพและสมรรถภาพทางกาย ผู้เข้าพักจะได้รับการคัดกรองสุขภาพและทำพิลาทิสหรือโยคะ มีการบำบัดด้วย Cellgym การฝึกหายใจแบบโบราณ (ปรณะยามะ) วัตสุ และการใช้บริการฮัมมัมตุรกีหรือโมร็อกโก

 


 

The Ranch ฮัดสันแวลลีย์ สหรัฐอเมริกา

 

  1. The Ranch ฮัดสันแวลลีย์ สหรัฐอเมริกา

 

เริ่มต้นที่ 92,739 บาทสำหรับโปรแกรมพักเดี่ยว 3 คืน จุดที่ตั้งล่าสุดของแบรนด์นี้เปิดรับทั้งสี่ฤดู ผู้เข้าพักสามารถเพลิดเพลินกับการเดินป่าบนภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะในฤดูหนาว หรือพายเรือคายัคในช่วงเดือนที่อบอุ่น The Ranch ยังมีบริการบำบัดทั่วไปของการพักผ่อนเพื่อสุขภาพ เช่น ซาวน่า การแช่น้ำเย็น คลาสออกกำลังกาย และการนวดประจำวัน รวมถึงบริการน่าสนใจอื่นๆ เช่น เรอิและการสะกดจิต

 


 

Chenot Palace Weggis ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

 

  1. Chenot Palace Weggis ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

 

เริ่มต้นที่ประมาณ 220,000 บาทสำหรับโปรแกรม 7 คืน (ไม่รวมค่าที่พัก ซึ่งเริ่มต้นที่ประมาณ 22,400 บาทต่อคืน) ตั้งอยู่ริมทะเลสาบลูเซิร์นในสวิตเซอร์แลนด์ เน้นหลักการของ ‘Chenot Method’ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างการแพทย์ตะวันตกและตะวันออก เพื่อกระตุ้นกระบวนการล้างพิษและฟื้นฟูร่างกาย มีโปรแกรมที่ครอบคลุม เช่น Advanced Detox  Recover & Energise  Prevention & Ageing Well และ Sleep Cycles

 


 

SHA Wellness Clinic ประเทศสเปน 

 

  1. SHA Wellness Clinic ประเทศสเปน 

เริ่มต้นที่ประมาณ 19,500 บาทต่อคืน (สำหรับห้อง Deluxe Suite) ตั้งอยู่ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในอัลบีร์ ประเทศสเปน เคยคว้ารางวัล 2 ปีซ้อนจากรางวัล World’s Best Wellness Clinic ในปี 2023 และปี 2024  ที่นี่เน้นการฟื้นฟูสุขภาพด้วยการผสมผสานการแพทย์ตะวันตกเข้ากับธรรมชาติบำบัด เทคนิคมาโครไบโอติก และการบำบัดด้วยพลังงาน มีโปรแกรมที่หลากหลาย เช่น Detox & Weight Loss  Rebalance & Energise  Anti-Stress และ Healthy Ageing

 


 

Park Igls Mayr Clinic ประเทศออสเตรีย 

 

  1. Park Igls Mayr Clinic ประเทศออสเตรีย 

เริ่มต้นที่ประมาณ 88,500 บาทต่อคน (รวมค่าที่พัก) สำหรับโปรแกรม Detox Classic 4 คืน คลินิก Mayr ที่มีชื่อเสียงในประเทศออสเตรีย เน้นการฟื้นฟูระบบทางเดินอาหารและการล้างพิษตามหลักการของ Dr.F.X. Mayr มีโปรแกรมที่เข้มข้นเพื่อปรับสมดุลร่างกายและจิตใจ รวมถึงการดูแลโภชนาการเฉพาะบุคคล 

 


 

Villa Stéphanie at Brenners Park-Hotel & Spa ประเทศเยอรมนี

 

  1. Villa Stéphanie at Brenners Park-Hotel & Spa ประเทศเยอรมนี

เริ่มต้นที่ประมาณ 72,000 บาทต่อคืน (สำหรับ Villa Stéphanie Suite) ตั้งอยู่ใน Baden-Baden ประเทศเยอรมนี เป็นส่วนหนึ่งของโรงแรมหรูที่เน้นการแพทย์แบบบูรณาการและการฟื้นฟูสุขภาพ มีโปรแกรมที่เน้นการล้างพิษ การจัดการน้ำหนัก การปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ และการฟื้นฟูพลังงาน

 


 

COMO Shambhala Estate บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย

 

  1. COMO Shambhala Estate บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย

เริ่มต้นที่ประมาณ 28,000-30,000 บาทต่อคืน (ราคาห้องพักอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับโปรแกรม) รีสอร์ตสุขภาพเชิงธรรมชาติที่บาหลี เน้นการบำบัดแบบองค์รวมและโปรแกรมที่ปรับให้เข้ากับแต่ละบุคคล เพื่อการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ มีกิจกรรมหลากหลาย เช่น โยคะ พิลาทิส และการทำสมาธิ ท่ามกลางธรรมชาติที่งดงาม

 


 

Palazzo Fiuggi ประเทศอิตาลี

 

  1. Palazzo Fiuggi ประเทศอิตาลี

เริ่มต้นที่ประมาณ 46,000 บาท (ราคาห้องพักอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับโปรแกรม) ที่นี่ตั้งอยู่ในเมืองฟิอุกจี ประเทศอิตาลี เป็นศูนย์สุขภาพที่รวมเอาการบำบัดด้วยน้ำแร่ธรรมชาติเข้ากับการแพทย์แผนปัจจุบันและเทคนิคการดูแลสุขภาพขั้นสูง มีโปรแกรมที่เน้นการล้างพิษ การจัดการน้ำหนัก การเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และการฟื้นฟูความอ่อนเยาว์

 


 

Ananda in the Himalayas ประเทศอินเดีย

 

  1. Ananda in the Himalayas ประเทศอินเดีย

เริ่มต้นที่ประมาณ 36,000 บาทต่อคืน (สำหรับห้องพักอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับโปรแกรม) เป็นรีสอร์ตสุขภาพหรูหราที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาหิมาลัย ประเทศอินเดีย เน้นการผสมผสานศาสตร์โยคะ อายุรเวท และเวทที่เพื่อการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ มีโปรแกรมหลากหลาย เช่น Stress Management  Detox  Weight Management และ Yogic Detox  

 


 

RAKxa Wellness ประเทศไทย

 

  1. RAKxa Wellness ประเทศไทย

 

เริ่มต้นที่ประมาณ 62,000 บาทต่อคืน (สำหรับห้องพักพร้อมโปรแกรม 3 วัน 2 คืน) ศูนย์สุขภาพแบบบูรณาการที่ตั้งอยู่ในคุ้งบางกะเจ้า สมุทรปราการ เน้นการฟื้นฟูสมดุลร่างกายและจิตใจด้วยการผสมผสานศาสตร์การแพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน อายุรเวท และการแพทย์แผนปัจจุบัน มีโปรแกรมที่ออกแบบเฉพาะบุคคล เช่น การล้างพิษ การฟื้นฟูภูมิคุ้มกัน และการจัดการความเครียด

 


 

Lefay Resort & Spa Lago Di Garda ประเทศอิตาลี

 

  1. Lefay Resort & Spa Lago Di Garda ประเทศอิตาลี

เริ่มต้นที่ประมาณ 22,175-29,567 บาทต่อคืน (ราคาห้องพัก) รีสอร์ตเชิงสุขภาพแห่งนี้มีที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบการ์ดา ประเทศอิตาลี เน้นหลักปรัชญาของ ‘Lefay Wellness Method’ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างการแพทย์แผนจีนโบราณและการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ตะวันตก มีโปรแกรมที่เน้นการลดความเครียด การปรับสมดุลพลังงาน และการฟื้นฟูร่างกาย

 


 

THE HUNDRED LONGEVITY HOUSE กินซ่า ประเทศญี่ปุ่น

 

  1. THE HUNDRED LONGEVITY HOUSE กินซ่า ประเทศญี่ปุ่น

 

เป็นคอมเพล็กซ์หรูหราที่ผสมผสานเวชศาสตร์เชิงฟื้นฟูที่ทันสมัย การแพทย์แผนโบราณ และวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับการมีชีวิตที่มีอายุยืน 100 ปีอย่างมีสุขภาพดีทั้งกายและใจ ศูนย์แห่งนี้มีเวชศาสตร์ Longevity ที่อิงหลักฐานเป็นหลัก นำเสนอการรักษาตามหลักอายุรเวท ซึ่งเป็นการแพทย์เชิงป้องกันแบบโบราณ พร้อมด้วยอาหารหมัก ที่ได้รับความสนใจในฐานะส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นจากมุมมองที่ว่าอาหารคือยา ตั้งอยู่ในอาคาร Ginza Matsuya-dori Yasuda Building บนถนน Matsuya-dori ใจกลางกินซ่า โดยมี 3 เสาหลักคือ ผู้เชี่ยวชาญด้านสเต็มเซลล์ที่ปฏิวัติการรักษาด้วยเซลล์บำบัดขั้นสูง นักปฏิบัติอายุรเวทที่นำเสนอแนวทางสุขภาพแบบองค์รวมโบราณ และห้องอาหารระดับโลกที่ใช้เทคนิคการหมัก (ส่วนราคาเริ่มต้นไม่เป็นที่เปิดเผย ต้องติดต่อไปเพื่อนัดปรึกษากับ The Hundred Longevity House โดยตรง)​

 


 

Chiva-Som Hua Hin ประเทศไทย

 

  1. Chiva-Som Hua Hin ประเทศไทย

 

เริ่มต้นที่ประมาณ 32,400+ บาทต่อคน ที่นี่เป็นรีสอร์ตสุขภาพระดับโลกในหัวหิน มีชื่อเสียงด้านโปรแกรมสุขภาพแบบองค์รวมที่ปรับให้เข้ากับแต่ละบุคคล เช่น การล้างพิษ การจัดการน้ำหนัก การลดความเครียด และการฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ล่าสุดมีโปรแกรมรีทรีตที่หลากหลาย ด้วย 16 รีทรีตที่ถูกออกแบบอย่างเชี่ยวชาญ ตั้งแต่ 3 ถึง 14 คืน สามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของแต่ละบุคคล ที่นี่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางเพื่อสุขภาพที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว 

 


 

REVĪVŌ Wellness Resort Bali ประเทศอินโดนีเซีย

 

  1. REVĪVŌ Wellness Resort Bali ประเทศอินโดนีเซีย

เริ่มต้นที่ประมาณ 11,000 บาท รีสอร์ตสุขภาพหรูหราที่บาหลี เน้นการพักผ่อนและฟื้นฟูจิตใจและร่างกายผ่านโปรแกรมที่ปรับให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เช่น Detox  Stress Management  Mind Training และ Emotional Balance ผสมผสานโยคะ พิลาทิส การทำสมาธิ และการบำบัดแบบองค์รวม

 


 

Les Sources de Caudalie บอร์โดซ์ ประเทศฝรั่งเศส

 

  1. Les Sources de Caudalie บอร์โดซ์ ประเทศฝรั่งเศส

 

เริ่มต้นที่ประมาณ 14,800-56,000 บาทต่อคืน ที่นี่เป็นรีสอร์ตสปาระดับ 5 ดาวที่เน้นการบำบัดด้วยไวน์ (Vinothérapie) อันเลื่องชื่อในแคว้นบอร์โดซ์ ประเทศฝรั่งเศส นำเสนอการบำบัดที่ใช้ส่วนผสมจากองุ่นและเถาองุ่นซึ่งอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อการฟื้นฟูผิวพรรณและสุขภาพ มีโปรแกรมที่เน้นการผ่อนคลาย การล้างพิษ และการบำรุงผิวพรรณอย่างล้ำลึก ท่ามกลางบรรยากาศไร่องุ่นอันงดงาม

 

The post ส่อง 20 สุดยอดจุดหมายแห่งการดูแลสุขภาพฉบับ Wellness & Longevity ทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปลุกพลังจากภายในสู่ภายนอกกับ Sunrise โปรแกรมสปาใหม่ล่าสุดจาก divana https://thestandard.co/life/divana-oxytocin-ayurvedic-sunrise-spa-treatment/ Tue, 06 May 2025 05:10:33 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1071547 Divana Luxury Spa เปิดตัวทรีตเมนต์ Oxytocin Ayurvedic Sunrise ใหม่ล่าสุด ผสานการบำบัดด้วยหินโรสควอตซ์และเทคนิคดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

ในยุคที่ความเครียดและความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจกลายเป็น […]

The post ปลุกพลังจากภายในสู่ภายนอกกับ Sunrise โปรแกรมสปาใหม่ล่าสุดจาก divana appeared first on THE STANDARD.

]]>
Divana Luxury Spa เปิดตัวทรีตเมนต์ Oxytocin Ayurvedic Sunrise ใหม่ล่าสุด ผสานการบำบัดด้วยหินโรสควอตซ์และเทคนิคดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

ในยุคที่ความเครียดและความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจกลายเป็นเรื่องปกติของคนเมือง การได้ผ่อนคลายและฟื้นฟูพลังงานภายในจึงเป็นสิ่งสำคัญ divana ลักชัวรีสปาชั้นนำของไทยและเอเชีย ตอกย้ำความสำเร็จด้วยการเปิดตัวโปรแกรมใหม่ล่าสุด ‘Oxytocin Ayurvedic Sunrise’ เพื่อฉลองความสำเร็จบนเส้นทาง 25 ปี มีการผสมผสานศาสตร์ไทย อายุรเวท หินบำบัด และน้ำมันหอมระเหย สร้างสรรค์เป็นประสบการณ์สปาที่ไม่เพียงแค่ผ่อนคลาย แต่ยังปลุกพลังจากภายในให้กลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง เรามาสำรวจกันว่าทรีตเมนต์พิเศษนี้มีอะไรที่ทำให้ทุกคนต้องไปลองสักครั้ง

 

อะไรคือ ‘Oxytocin Ayurvedic Sunrise’

‘Oxytocin Ayurvedic Sunrise’ คือโปรแกรมสปารูปแบบใหม่ที่ divana ออกแบบมาเพื่อฉลองความสำเร็จบนเส้นทาง 25 ปี ใช้แนวคิดของแสงแรกของวันใหม่ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่ความสว่าง แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความหวัง พลังชีวิต และการเริ่มต้นใหม่หลังผ่านช่วงเวลาที่มืดมิด โปรแกรมนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อปลุกและเสริมพลังภายในของแต่ละบุคคล ไม่ใช่แค่การนวดคลายเครียดทั่วไป แต่มุ่งเน้นการฟื้นฟูร่างกาย ปรับสมดุลอารมณ์ และชำระจิตใจให้กลับมาใสกระจ่าง ผ่านการผสมผสานภูมิปัญญาไทย ศาสตร์อายุรเวท พลังหินบำบัด และสุคนธบำบัด

 

Highlights

  • การผสมผสานศาสตร์หลากหลาย ทั้งภูมิปัญญาไทย ศาสตร์อายุรเวทของอินเดีย การบำบัดด้วยพลังหินโรสควอตซ์ และสุคนธบำบัดจากน้ำมันหอมระเหยสูตรพิเศษ Sunrise
  • จุดเน้นที่พลังภายใน ต่างจากสปาทั่วไปที่เน้นความงามภายนอก โปรแกรมนี้มุ่งลึกเข้าไปในจิตใจ ช่วยเสริมการเชื่อมต่อกับตนเอง ความมั่นใจ และความสงบจากภายใน
  • ชิโรดารา (Shirodhara) ไฮไลต์พิเศษของโปรแกรมคือการเปิดจักระตาที่สามด้วยน้ำมันอุ่นหยดลงบนหน้าผาก ตามความเชื่อของศาสตร์อายุรเวท
  • หินโรสควอตซ์บำบัด ใช้พลังหินโรสควอตซ์ที่ช่วยเยียวยาทั้งกายและใจ พร้อมเพิ่มพลังความรักให้กับตัวเองตามพลังงานคลื่นของหิน

 

Step 

  1. Ashiyu Foot Soak เริ่มต้นด้วยการแช่เท้าในอ่างเซรามิกที่คราฟต์ลวดลายไม่ซ้ำกันในแต่ละสาขา ในน้ำอุ่นที่มีกลีบดอกกุหลาบและมะกรูด พร้อมขัดด้วยเกลือและสครับ Sunrise สูตรพิเศษผสมน้ำมะนาว กระตุ้นการไหลเวียนเลือดที่ฝ่าเท้า

  2. การเตรียมผิวและจิตใจ อบผิวหน้าด้วยเครื่อง Energy O2 เพื่อให้ใบหน้าได้รับออกซิเจน พร้อมฟังเสียงเพลง Brainwave ช่วยปรับคลื่นสมองให้ผ่อนคลาย

  3. นวดหินร้อน ใช้หินโรสควอตซ์และน้ำมัน Sunrise นวดคลายกล้ามเนื้อมัดลึก ซึ่งเป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์ของ divana

  4. ประคบและอบตัว ประคบตัวด้วยคอลลาเจนอุ่น เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ตามด้วยการอบตัวด้วยผ้าห่มอินฟราเรด เพื่อเพิ่มการดูดซึมคอลลาเจน

  5. ชิโรดารา หยดน้ำมันอุ่นลงบนหน้าผากเพื่อเปิดจักระตาที่สาม พร้อมให้กำหินควอตซ์อุ่นไว้ในมือทั้งสองข้าง ช่วยสมดุลร่างกายและจิตวิญญาณ

  6. แช่น้ำนม ปิดท้ายด้วยการแช่ในน้ำนมกลิ่น Sunrise ท่ามกลางกลีบดอกกุหลาบและส้มฝาน ให้ความรู้สึกสดชื่นและเบาสบาย

  7. นวดศีรษะและใบหน้า นวดศีรษะตามแบบฉบับ divana ตามด้วยมาสก์ศีรษะด้วยสาหร่าย Marine Algae พร้อมนวดหน้าด้วยหินร้อนและหินเย็นสลับกัน กระตุ้นคอลลาเจนและยกกระชับใบหน้า

 

Results

หลังจบโปรแกรมจะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ผิวกายนุ่มชุ่มชื้น ใบหน้ากระชับและเปล่งปลั่ง เส้นผมมีน้ำหนักและเงางาม แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือความรู้สึกสงบและผ่อนคลายจากภายใน ราวกับได้ชำระล้างความวิตกกังวลและความเหนื่อยล้าออกไปจนหมดสิ้นตลอด 4 ชั่วโมงของการทำทรีตเมนต์นี้  

 

Good for

โปรแกรม Oxytocin Ayurvedic Sunrise เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาอย่างน้อย 4 ชั่วโมง และต้องการดูแลตัวเองแบบองค์รวม หรือใครที่มีอาการต่อไปนี้

  • รู้สึกเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักและต้องการฟื้นฟูพลังงาน
  • ต้องการผ่อนคลายความเครียดและความวิตกกังวล
  • ต้องการปรับสมดุลอารมณ์และจิตใจ
  • มองหาประสบการณ์สปาที่มากกว่าการผ่อนคลายทั่วไป
  • ต้องการเชื่อมต่อกับตัวเองและเพิ่มความมั่นใจจากภายใน

 

Location

Divana Scentuara Spa

Open: ทุกวัน เวลา 11.00-23.00 น.

Address: 16/15 ซอยสมคิด แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

Contact: 0 2661 6784

Website: scentura.divanaspa.com/scentuaraspa

 

 

‘Oxytocin Ayurvedic Sunrise’ คือโปรแกรมสปารูปแบบใหม่ของ divana ใช้แนวคิดจากแสงแรกของวันใหม่ เป็นสัญลักษณ์ของความหวัง พลังชีวิต และการเริ่มต้นใหม่หลังผ่านช่วงเวลาที่มืดมิด

 

Divana Luxury Spa เปิดตัวทรีตเมนต์ Oxytocin Ayurvedic Sunrise ใหม่ล่าสุด ผสานการบำบัดด้วยหินโรสควอตซ์และเทคนิคดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

 

โปรแกรมนี้ช่วยปลุกและเสริมพลังภายในของแต่ละบุคคล ไม่ใช่แค่การนวดคลายเครียดทั่วไป แต่มุ่งเน้นการฟื้นฟูร่างกาย ปรับสมดุลอารมณ์ และชำระจิตใจ ผ่านการผสมผสานภูมิปัญญาไทย ศาสตร์อายุรเวท พลังหินบำบัด และสุคนธบำบัด

 

 

ภาพ: divana

The post ปลุกพลังจากภายในสู่ภายนอกกับ Sunrise โปรแกรมสปาใหม่ล่าสุดจาก divana appeared first on THE STANDARD.

]]>
Nike เปิดตัว Hyperboot รองเท้าเพื่อการวอร์มอัพและฟื้นฟูร่างกาย https://thestandard.co/nike-hyperboot-recovery-shoes/ Fri, 18 Apr 2025 03:34:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1065592 nike-hyperboot-recovery-shoes

Nike และ Hyperice แบรนด์นวัตกรรมด้านการฟื้นฟูร่างกายระด […]

The post Nike เปิดตัว Hyperboot รองเท้าเพื่อการวอร์มอัพและฟื้นฟูร่างกาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
nike-hyperboot-recovery-shoes

Nike และ Hyperice แบรนด์นวัตกรรมด้านการฟื้นฟูร่างกายระดับโลก ประกาศความร่วมมือในการพัฒนาเทคโนโลยีรองเท้ารูปแบบใหม่ เพื่อยกระดับกระบวนการวอร์มอัพและการฟื้นตัวของนักกีฬา โดยเปิดตัว ‘Nike x Hyperice Hyperboot’ 

 

Hyperboot เป็นรองเท้ารุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้นักกีฬาทำผลงานได้ดีที่สุดในทุกช่วงของการฝึกซ้อมและการแข่งขัน

 

จุดเด่นของ Hyperboot

  • รองเท้าทรงหุ้มข้อแบบมีแบตเตอรี่ในตัว
  • ระบบให้ความร้อน + นวดด้วยแรงอัดอากาศ (Dynamic Air-Compression)
  • ช่วยกระจายความร้อนอย่างทั่วถึงไปยังกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อบริเวณเท้าและข้อเท้า
  • ปรับความแรงได้ 3 ระดับ ผ่านปุ่มบนรองเท้า
  • ใช้งานได้ทั้งก่อนออกกำลังกาย (วอร์มอัพ) และหลังใช้งานร่างกายหนัก (รีคัฟเวอรี)

 

Nike เปิดเผยว่า พวกเขาเตรียมวางจำหน่าย Hyperboot ในสหรัฐอเมริกา วันที่ 17 พฤษภาคมนี้ และเตรียมวางจำหน่ายทั่วโลกปลายปีนี้

 

Nike เปิดตัว Hyperboot Nike เปิดตัว Hyperboot Nike เปิดตัว Hyperboot Nike เปิดตัว Hyperboot Nike เปิดตัว Hyperboot Nike เปิดตัว Hyperboot

 

ภาพ: Nike

อ้างอิง:

The post Nike เปิดตัว Hyperboot รองเท้าเพื่อการวอร์มอัพและฟื้นฟูร่างกาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถ้านวดเอาไม่อยู่ ลอง Cryotherapy ให้ความเย็นรักษาความเจ็บปวด https://thestandard.co/life/cryotherapy/ Tue, 04 Mar 2025 09:36:53 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1048428

หลายคนต้องทนทุกข์กับอาการปวดเรื้อรังที่ไม่ยอมหายไป แม้จ […]

The post ถ้านวดเอาไม่อยู่ ลอง Cryotherapy ให้ความเย็นรักษาความเจ็บปวด appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลายคนต้องทนทุกข์กับอาการปวดเรื้อรังที่ไม่ยอมหายไป แม้จะลองรักษาด้วยวิธีต่างๆ มาแล้ว ทั้งการนวด การกินยาแก้ปวด หรือทำกายภาพบำบัด แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น ทำให้ต้องอยู่กับความเจ็บปวดจนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ปัจจุบันมีทางเลือกใหม่ในการรักษาที่น่าสนใจคือ Cryotherapy หรือการบำบัดด้วยความเย็นระดับสุดขั้ว ใครที่สนใจต้องไม่พลาดบทความนี้ เพราะ LIFE รวบรวมทุกอย่างที่ควรรู้เกี่ยวกับการรักษาความเจ็บปวดของโรคออฟฟิศซินโดรม และอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อต่างๆ ด้วย Cryotherapy มาไว้ให้แล้ว

 


 

Cryotherapy คืออะไร?

 

ศ. นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อดีตหัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า “Cryotherapy เป็นการรักษาด้วยการใช้ความเย็นระดับสุดขั้ว (อุณหภูมิ -110 ถึง -190 องศาเซลเซียส) เพื่อกระตุ้นการตอบสนองของร่างกายต่อสภาวะเย็นจัด ซึ่งช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

 

กลไกการทำงานของ Cryotherapy

 

เมื่อร่างกายสัมผัสกับความเย็นระดับสุดขั้ว จะเกิดกระบวนการตอบสนองทางสรีรวิทยาหลายอย่าง ได้แก่

 

  1. การลดการอักเสบ ความเย็นจัดช่วยลดการหลั่งสารก่อการอักเสบและช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น

 

  1. การบล็อกสัญญาณประสาทความเจ็บปวด ความเย็นทำให้กระแสประสาทที่นำความรู้สึกเจ็บปวดเดินทางช้าลง

 

  1. การกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ร่างกายจะหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยระงับความเจ็บปวดตามธรรมชาติ

 

  1. การเพิ่มการไหลเวียนของเลือด หลังการรักษา เลือดจะไหลเวียนกลับเข้าสู่บริเวณที่ได้รับการรักษามากขึ้น นำออกซิเจนและสารอาหารมาสู่เนื้อเยื่อที่บาดเจ็บ

 

รูปแบบของการรักษาด้วย Cryotherapy

 

Cryotherapy มีหลายรูปแบบ ทั้งแบบเฉพาะที่และแบบทั้งร่างกาย ได้แก่

 

1. Whole-Body Cryotherapy (WBC)

เป็นการเข้าห้องความเย็นพิเศษที่มีอุณหภูมิ -110 ถึง -190 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 2-4 นาที ผู้รับการรักษาจะสวมถุงมือ ถุงเท้า และชุดว่ายน้ำหรือชุดออกกำลังกายที่กระชับ

 

2. Localized Cryotherapy

เป็นการใช้ความเย็นจัดเฉพาะจุดที่มีอาการปวดหรืออักเสบ โดยใช้อุปกรณ์พิเศษที่ฉีดไนโตรเจนเหลวหรือก๊าซที่เย็นจัดไปยังบริเวณนั้นโดยตรง

 

3. Cryotherapy Facials

เป็นการใช้ความเย็นจัดกับใบหน้าเพื่อลดริ้วรอย กระชับผิว และลดอาการบวม

 

โรคและอาการที่รักษาได้ด้วย Cryotherapy

 

  • โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์และโรคข้อเสื่อม
  • อาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง
  • อาการปวดหลังส่วนล่าง
  • การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
  • โรคสะเก็ดเงินและโรคผิวหนังบางชนิด
  • ภาวะนอนไม่หลับและความเครียด
  • การฟื้นฟูร่างกายหลังการออกกำลังกายอย่างหนัก

 

ข้อควรระวังและผลข้างเคียง

 

แม้ Cryotherapy จะปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ก็มีข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะ

 

  • ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้
  • ผู้ป่วยโรคหัวใจรุนแรง
  • ผู้ที่มีประวัติเป็นลมชัก
  • สตรีมีครรภ์
  • ผู้ที่มีภาวะ Raynaud’s Syndrome (ภาวะที่หลอดเลือดตีบตัวเมื่อได้รับความเย็น) 
  • ผู้ที่มีแผลเปิดในบริเวณที่จะรักษา

 

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการทำ Cryotherapy

 

การรักษาด้วยความเย็นระดับสุดขั้วนี้อาจทำให้เกิดผิวหนังไหม้จากความเย็น หากดำเนินการไม่ถูกวิธีหรือใช้เวลานานเกินไป ผู้รับการรักษามักพบอาการชาชั่วคราวบริเวณผิวหนังที่สัมผัสกับความเย็น ซึ่งจะหายไปหลังจากการรักษาสิ้นสุดลง บางรายอาจรู้สึกมึนงงหรือเวียนศีรษะหลังการบำบัด โดยเฉพาะในการรักษาแบบทั้งร่างกาย และที่พบได้บ่อยคืออาการผิวหนังแดงหรือระคายเคืองเล็กน้อย ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของผิวหนังเมื่อสัมผัสกับความเย็นจัด แต่อาการเหล่านี้มักเป็นเพียงชั่วคราวและหายไปเองได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังการรักษา

 

ความคุ้มค่าของการรักษา

 

การรักษาด้วย Cryotherapy มีค่าใช้จ่ายประมาณ 1,500-3,900 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลและประเภทของการรักษา โดยส่วนใหญ่แนะนำให้รักษาเป็นคอร์ส 10-15 ครั้ง จึงจะเห็นผลชัดเจน แม้ค่าใช้จ่ายจะค่อนข้างสูง แต่หากเทียบกับค่าใช้จ่ายระยะยาวในการรักษาอาการปวดเรื้อรัง เช่น ค่ายา ค่าพบแพทย์ และผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและการทำงาน การรักษานี้อาจมีความคุ้มค่าสำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรงและไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่น

 

สรุปว่า Cryotherapy เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ประสบปัญหาความเจ็บปวดเรื้อรังและไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบดั้งเดิม แม้จะไม่ใช่วิธีรักษาที่มหัศจรรย์สำหรับทุกคน แต่การศึกษาทางคลินิกและประสบการณ์ของผู้ป่วยจำนวนมากแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่ชัดเจน แต่ก่อนตัดสินใจรับการรักษา ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเหมาะสมกับอาการและประวัติสุขภาพของแต่ละบุคคล และควรเลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานและบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรมอย่างเหมาะสม เพื่อให้การรักษาเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและปลอดภัย

 

 

Cryotherapy เป็นการรักษาด้วยการใช้ความเย็นระดับสุดขั้ว (อุณหภูมิ -110 ถึง -190 องศาเซลเซียส) เพื่อกระตุ้นการตอบสนองของร่างกายต่อสภาวะเย็นจัด ช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวดได้

 


 

 

เมื่อร่างกายสัมผัสกับความเย็นระดับสุดขั้วจะช่วยลดการอักเสบ ความเย็นจัดช่วยลดการหลั่งสารก่อการอักเสบและช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น

 


 

 

ความเย็นทำให้กระแสประสาทที่นำความรู้สึกเจ็บปวดเดินทางช้าลง

 


 

 

ความเย็นจัดจะกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยระงับความเจ็บปวดตามธรรมชาติ

 


 

 

หลังการรักษา เลือดจะไหลเวียนกลับเข้าสู่บริเวณที่ได้รับการรักษามากขึ้น นำออกซิเจนและสารอาหารมาสู่เนื้อเยื่อที่บาดเจ็บ

 


 

 

การรักษาด้วย Cryotherapy เช่น Whole-Body Cryotherapy (WBC) คือการเข้าห้องเย็นพิเศษที่อุณหภูมิ -110 ถึง -190 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 2-4 นาที โดยผู้รับการรักษาสวมชุดกระชับ ถุงมือ และถุงเท้า ป้องกันความเย็น

 


 

 

Localized Cryotherapy การใช้ความเย็นจัดเฉพาะจุดที่มีอาการปวดหรืออักเสบด้วยอุปกรณ์พิเศษที่ฉีดไนโตรเจนเหลวหรือก๊าซเย็นจัดไปยังบริเวณนั้นโดยตรง

 


 

 

ข้อควรระวังของการรักษาด้วย Cryotherapy คือกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ ผู้ป่วยโรคหัวใจรุนแรง ผู้ที่มีประวัติเป็นลมชัก สตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีภาวะ Raynaud’s Syndrome และผู้ที่มีแผลเปิดบริเวณที่จะรักษา

 


 

 

ผลข้างเคียงอาจเกิดผิวหนังไหม้จากความเย็น อาการชาชั่วคราว มึนงงหรือเวียนศีรษะ และผิวหนังแดงระคายเคืองเล็กน้อย แต่อาการเหล่านี้มักหายไปเองได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง

 


 

 

ความคุ้มค่า ค่าใช้จ่ายประมาณ 1,500-3,900 บาทต่อครั้ง แนะนำให้ทำเป็นคอร์ส 10-15 ครั้ง แม้ราคาสูง แต่อาจคุ้มค่าสำหรับผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรังที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบอื่น

 

ภาพ: Shutterstock

The post ถ้านวดเอาไม่อยู่ ลอง Cryotherapy ให้ความเย็นรักษาความเจ็บปวด appeared first on THE STANDARD.

]]>
30 คลาสพิลาทิส เดี่ยว-คู่-กลุ่ม น่าลองทั่วกรุง https://thestandard.co/life/30-must-try-pilates-classes/ Fri, 24 May 2024 04:00:20 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=936781

ตั้งแต่ต้นปีเราเห็นได้ชัดเจนว่าความนิยมในการเล่นพิลาทิส […]

The post 30 คลาสพิลาทิส เดี่ยว-คู่-กลุ่ม น่าลองทั่วกรุง appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตั้งแต่ต้นปีเราเห็นได้ชัดเจนว่าความนิยมในการเล่นพิลาทิสนั้นมีแต่จะเพิ่มขึ้นแบบไม่มีทีท่าที่จะแผ่ว ด้วยไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบันที่หันมาใส่ใจสุขภาพยิ่งขึ้น ปัจจุบันพิลาทิสไม่ใช่แค่กีฬาที่มีไว้ให้ผู้หญิงเล่นยืดเหยียดสวยๆ อีกต่อไป แต่ยังเป็นทางเลือกของทุกคนที่อยากเพิ่มความยืดหยุ่น เสริมสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อทั่วร่าง โดยเฉพาะแกนกลางลำตัว ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ ปรับสรีระ และยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยฮีลใจ เสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดีได้อีกด้วย

 

สำหรับใครที่เป็นมือใหม่ หรือเข้าวงการมานานแล้วอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศไปเล่นพิลาทิสสตูดิโออื่นๆ บ้าง วันนี้ LIFE รวบตึง 30 คลาสพิลาทิส ทั้งแบบเดี่ยว-คู่-กลุ่ม ทั่วกรุงเทพฯ มาบอกต่อ ใครชอบสไตล์ไหน สะดวกที่ใด เซฟแล้วจองคลาสไปกันได้เลย!

 


 

1. Private Class – Breathe Pilates

 

หากกำลังมองหาสตูดิโอพิลาทิสที่เดินทางง่าย ติดกับรถไฟฟ้า BTS มีความพรีเมียม และเป็นส่วนตัว แวะมาเลยที่ Breathe Pilates สตูดิโอใหม่เอี่ยมจากสิงคโปร์ในตึก Erawan Bangkok โดยที่นี่มีทั้งกรุ๊ปคลาสที่ใช้ Reformer Pilates เป็นหลัก แต่ถ้าใครลงคลาสเดี่ยวก็จะได้จัดหนักกับอุปกรณ์ครบครันตั้งแต่ Cadillac, Ladder Barrels และ Pilates Chair ตามจุดประสงค์ที่ต้องการเทรนได้เลย

 

 

Open: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-20.00 น., วันเสาร์ เวลา 08.00-16.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 08.00-12.00 น.

Address: 494 ชั้น 4 Erawan Bangkok (ติดกับสถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีชิดลม)

Tel: 09 2629 4433

Budget: 4,000 บาทต่อคลาส, 17,500 บาทต่อ 5 คลาส และ 30,000 บาทต่อ 10 คลาส

Instagram: https://www.instagram.com/breathepilatesth

 


 

2. Private Class – RM58 Pilates

 

สตูดิโอใหม่ย่านสาทรที่โดดเด่นในการใช้ศาสตร์ Classical Pilates ซึ่งเป็นแนวทางการฝึกแบบดั้งเดิมที่ได้รับการถ่ายทอดรุ่นสู่รุ่นจาก Joseph Pilates ผู้พัฒนาศาสตร์และอุปกรณ์พิลาทิสขึ้นเมื่อประมาณ 100 ปีก่อน ส่วน RM58 นั้นมาจากข้อพระคัมภีร์โรม (Romans) บทที่ 5 ข้อ 8 ที่กล่าวว่า “แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เราทั้งหลาย คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา” ที่ทางสตูดิโอต้องการสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการได้รับ ‘โอกาส’ ที่นี่จึงไม่เพียงเปิดสอนนักเรียนทั่วไปที่ต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตเท่านั้น แต่เป้าหมายหลักอีกอย่างคือ การส่งต่อความรู้ การมอบโอกาส และการพัฒนาบุคลากรครูพิลาทิส

 

อีกจุดเด่นของ RM58 Pilates คือการเลือกใช้อุปกรณ์จาก GRATZ™ USA ซึ่งเป็นแบรนด์ออริจินัลแฮนด์เมดทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นความนุ่มของเบาะ ความดิบของสายหนัง เสียงของล้อเลื่อนและเหล็กที่กระทบกัน ถือเป็นเสน่ห์อันเย้ายวนชวนให้หลงอย่างหนึ่งของ Classical Pilates ก็ว่าได้

 

นอกจากนี้ยังมีครูชาวไทย และ Visiting Instructors จากเกาหลีใต้ ที่แวะเวียนกันมาสอนและแลกเปลี่ยนความรู้อีกด้วย ซึ่งครูทุกคนของที่นี่ต้องผ่านระบบ CPI Teacher Training Program มาแล้วเท่านั้น

 

 

Open: วันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 07.00-22.00, วันศุกร์ เวลา 07.00-21.00 น., วันเสาร์ เวลา 08.00-17.00 น., หยุดวันอาทิตย์

Address: ชั้น 3 Mahanakhon CUBE (สถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีช่องนนทรี ทางออก 3)

Budget: 2,084-2,990 บาทต่อคลาส (55 นาที)

Instagram: https://www.instagram.com/rm58pilates

 


 

3. Duo Pilates with Sound – Stretch Studio

 

Stretch Studio เป็นบูติกสตูดิโอที่เดินเข้ามาแล้วให้ฟีลอบอุ่น ผ่อนคลาย หอมอบอวลไปด้วยกลิ่นเทียนที่คัดสรรมาอย่างดีจากแบรนด์พรีเมียม แถมยังถ่ายรูปสวยทุกมุมอีกด้วย จุดเด่นของที่นี่คือมี คลาสพิลาทิส แบบคู่สำหรับคนที่ไม่อยากเหงาเล่นคนเดียว และยังมีบริการ Sound Bath ให้นอนฮีลใจกันต่ออีกด้วย

 

 

Open: ทุกวัน เวลา 08.00-20.00 น.

Address: จอดรถได้ใน Paholyothin Park Place

Tel: 06 5517 9979

Budget: 4,200 บาทต่อคลาส (Pilates 60 นาที, Sound Bath 30 นาที)

Instagram: https://www.instagram.com/stretchstudio.pilates

 


 

4. Private Class – Pilalab Studio

 

สตูดิโอในซอยต้นสนที่เน้นคลาสแบบส่วนตัวและคู่ ซึ่งมีอุปกรณ์ครบครัน รองรับทุกจุดประสงค์การเรียน ตั้งแต่การเพิ่มความยืดหยุ่น คุณแม่ก่อนคลอด ตลอดจนเจ้าสาวที่เตรียมหุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ซึ่งในเร็วๆ นี้ทางสตูดิโอยังแพลนที่จะเปิดคลาสแบบ Small Group เพิ่มอีกด้วย ครูแต่ละคนล้วนมีประสบการณ์ยาวนาน โดยมีทั้งครูชาวเกาหลี แคนาดา และนิวยอร์ก ที่นี่จะเน้นบรรยากาศผ่อนคลาย ทั้งไวบ์ที่ร่มรื่น และกลิ่นของเทียนหอมที่ทาง Founder คัดสรรอย่างตั้งใจ

 

 

Open: ทุกวัน เวลา 07.30-18.00 น.

Address: ชั้น 5 Tonson Building

Budget: First Trial 1,500 บาทต่อคลาส, ครั้งต่อไป 3,500 บาทต่อคลาส, 28,000 บาทต่อ 10 คลาส

Instagram: https://www.instagram.com/pilalab_bangkok

 


 

5. FS8 Original – FS8 Asok

 

สายโหดที่อยากบิลด์ความแข็งแรงด้วยพิลาทิส ขอท้าให้มาลองที่ FS8 สตูดิโอพิลาทิสที่ผสมผสานการออกกำลังกายรูปแบบ Pilates, Tone และ Yoga ไว้ด้วยกัน โดยมีทั้งการออกกำลังกายบนเครื่อง Reformer และ Mat เสริมด้วยอุปกรณ์ที่แตกต่างกันไป จบคลาสมีนอนหอบแน่นอน

 

 

Open: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.00-20.00 น., วันเสาร์ เวลา 08.00-15.00 น., วันอาทิตย์ เวลา 08.00-14.00 น.

Address: ชั้น G The Column Bangkok Hotel ซอยสุขุมวิท 16

Tel: 09 8481 5888

Budget: ลูกค้าใหม่ 600 บาทต่อ 2 คลาส, 5,200 บาทต่อ 12 คลาส, Unlimited Package 2,500 บาทต่อสัปดาห์, Unlimited Package 5,500 บาทต่อเดือน (ฟรี 1 สัปดาห์)

Instagram: https://www.instagram.com/fs8_asok

 


 

6. Elite Personalized Pilates – Post Rehabilitation Program – Elite Pilates Studio

 

สตูดิโอพิลาทิสย่านทองหล่อที่โดดเด่นในการออกแบบโปรแกรมเฉพาะบุคคลโดย Certified STOTT Pilates Instructors ที่ไม่ใช่แค่ผ่านการเรียนการสอน แต่มีประสบการณ์ในการออกแบบโปรแกรมพิลาทิสสำหรับกลุ่มนักเรียนที่หลากหลาย และยังใช้อุปกรณ์ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกจากแบรนด์ merrithew ซึ่งถ้าใครที่มีอาการบาดเจ็บ ไม่ว่าจากการเล่นกีฬา อุบัติเหตุ หรือแม้แต่หลังการผ่าตัด ที่นี่ก็มีโปรแกรม Post Rehabilitation ที่จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ฟื้นฟูร่างกายได้เร็ว และป้องกันเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ในอนาคตได้ด้วย

 

 

Open: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.00-21.00 น., วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 07.00-17.00 น.

Address: Fifty Fifth Thonglor ซอยทองหล่อ 2

Tel: 09 3399 6593

Budget: 24,500 บาทต่อ 10 คลาส

Instagram: https://www.instagram.com/elite.pilates.studio

 


 

7. Pilates Reformer StrongSindhorn Wellness by Resense

 

หากคุณกำลังมองหา คลาสพิลาทิส แบบเล็กๆ เป็นส่วนตัว เน้น Facility หรูหรา แนะนำให้ไปเช็กอินที่ Sindhorn Wellness เวลเนสครบวงจรภายในโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวย่านหลังสวน คลาสพิลาทิส ที่นี่มีให้เลือกหลายสไตล์ ตั้งแต่พื้นฐาน เน้นบริหารเป็นสัดส่วน ตลอดจนระดับแอดวานซ์ แต่หากเป็นคลาสยอดฮิตแนะนำ Pilates Reformer Strong ซึ่งถือเป็นคลาสที่ต้องอาศัยความชำนาญค่อนข้างสูงในการบาลานซ์และบังคับแกนกลางลำตัว ใครอยากชาเลนจ์ตัวเองต้องลอง โดยแนะนำให้สำรองที่ล่วงหน้า 7 วัน

 

 

Open: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 06.00-22.00 น., วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-22.00 น.

Address: Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok

Tel: 0 2095 9999

Budget: 650 บาท++ ต่อคลาส

Instagram: https://www.instagram.com/sindhornwellness

 


 

8. Hot Pilates – Pilates Plus Bangkok

 

ถ้าพิลาทิสแบบเดิมยังเบิร์นไม่ถึงใจ ลองไป Hot Pilates ที่ Pilates Plus Bangkok แล้วจะได้เบิร์นเปียกฉ่ำกลับบ้านสมใจแน่นอน นอกจากคลาสนี้แล้วที่นี่ก็ยังมีคลาสอื่นๆ น่าลองมากมาย ทั้งในศาสตร์ของพิลาทิสเอง รวมถึง Barre อีกด้วย

 

 

Open: ทุกวัน เวลา 07.00-21.00 น.

Address: ชั้น 2 Fifty Fifth Thonglor ซอยทองหล่อ 2

Tel: 09 2413 6222

Budget: First Trial 550 บาทต่อคลาส, 2,180 บาทต่อ 4 คลาส

Instagram: https://www.instagram.com/pilatesplusbangkok

 


 

9. Reformer Pilates Athletic – Virgin Active

 

คลับชั้นนำอย่าง Virgin Active เปิดตัว Reformer Revolution คลาสพิลาทิส โฉมใหม่รัวๆ ไปเมื่อต้นปี ได้แก่ Foundations, Align, Athletic และ Recovery มาเอาใจสายพิลาทิสเต็มที่ ถ้าใครที่ชอบแนว HIIT แนะนำให้ลองคลาส Athletic แล้วจะรู้ว่าการเล่นพิลาทิสสามารถทำให้เหงื่อซึมได้เช่นกัน เรียกว่าใครที่ชอบออกกำลังกายรูปแบบอื่นในยิมอยู่แล้วอยากจะผันตัวเป็นขาประจำพิลาทิสด้วย ที่นี่ถือว่าตอบโจทย์

 

 

Open: เช็กเวลาทำการได้ทางเว็บไซต์ Virgin Active

Address: Empire Tower, EMQUARTIER, Siam Discovery, Wireless Road, Central Festival Eastville และ 101 True Digital Park

Budget: One Day Pass 800 บาท (ไม่รวม VAT) (สมาชิกใหม่ติดต่อทดลองเล่นฟรีครั้งแรก / สอบถามตารางคลาสได้กับทางคลับ)

Instagram: https://www.instagram.com/virginactivethailand

 


 

10. Private Class – Onward Pilates Studio

 

สตูดิโอพิลาทิสบรรยากาศสบายๆ เป็นกันเอง เดินทางสะดวกใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีตลาดพลู ที่นี่เน้นการสอนตามแบบฉบับ Classical Pilates เพื่อให้นักเรียนเข้าถึงแก่นแท้ของพิลาทิสและเรียนรู้วิธีใช้ร่างกายที่ถูกต้อง สำหรับคลาสส่วนตัวของที่นี่จะเน้นวางโปรแกรมการสอนที่ตรงกับเป้าหมายของแต่ละบุคคล เพื่อพัฒนาการอย่างตรงจุด

 

 

Open: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-20.00 น., วันเสาร์ เวลา 09.00-18.00 น., หยุดวันอาทิตย์

Address: ชั้นล่าง คอนโดมิเนียมศุภาลัย ลอฟท์ สถานีตลาดพลู

Tel: 06 5254 6363

Budget: First Trial 6,500 บาทต่อ 4 คลาส, ครั้งต่อไป 2,500 บาทต่อคลาส, 19,500 บาทต่อ 10 คลาส

Instagram: https://www.instagram.com/onwardpilatesstudio

 


 

11. Pilates Apparatus – Pilates Studio Bangkok

 

สตูดิโอพิลาทิส Pet Friendly ติดรถไฟฟ้า BTS สถานีเพลินจิต ซึ่งค่อนข้างเป็นที่นิยมในหมู่ชาวต่างชาติด้วยการสอนที่เน้นการใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก และสำหรับใครที่มองหากรุ๊ป คลาสพิลาทิส ที่ได้เล่นอุปกรณ์หลายๆ อย่าง แนะนำให้ลอง Pilates Apparatus กรุ๊ปคลาสสำหรับ 5 คน ที่ได้เวิร์กเอาต์ทุกส่วนของร่างกายด้วยการใช้ทั้ง Reformer และ Tower เพื่อเพิ่มความแข็งแรงทั่วร่าง ที่นี่ยังมีห้องอาบน้ำและผ้าเช็ดตัวให้บริการด้วย

 

 

Open: ทุกวัน เวลา 07.00-20.00 น.

Address: Mahatun Plaza ถนนเพลินจิต

Tel: 0 2650 7797

Budget: First Trial 700 บาทต่อคลาส, ครั้งต่อไป 900 บาทต่อคลาส, 3,400 บาทต่อ 4 คลาส

Instagram: https://www.instagram.com/pilatesstudiobangkok

 


 

12. Private ClassVELA Pilates

 

ไพรเวตสตูดิโอสีชมพูพีชละมุนตาละมุนใจสำหรับคนที่ต้องการฝึกแบบตัวต่อตัว โดยโปรแกรมการสอนของที่นี่จะถูกออกแบบตามสรีระของผู้เรียนโดยตรง ไม่จำกัดเพศ อายุ และความสมบูรณ์แบบของร่างกาย ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐาน เรียกว่าอยากจะเรียนเพื่อจุดประสงค์ใดก็สามารถแจ้งครูได้เลย

 

 

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-20.00 น.

Address: A206-207 JAS green village (Kubon)

Budget: First Trial 1,750 บาทต่อคลาส, ครั้งต่อไป 2,500 บาทต่อคลาส

Instagram: https://www.instagram.com/velapilates.bkk

 


 

13. Reformer + Cardio (Jump Board) – Akasha Wellness

 

เวลเนสสตูดิโอย่านฝั่งธนที่แค่ก้าวเข้ามาก็สัมผัสได้ถึงความสงบสุขทางใจทันที นอกจากที่นี่จะมีคลาส Sound Healing อันเลื่องชื่อแล้ว ยังมีคลาส Reformer Pilates ในบรรยากาศที่แสนอบอุ่นและเป็นส่วนตัว แนะนำให้ลองเข้าคลาส Reformer + Cardio (Jump Board) ที่จะทำให้คุณได้ทั้งคาร์ดิโอและฝึกการออกกำลังกายแบบ Plyometric หรือการออกแรงกล้ามเนื้ออย่างเต็มกำลังในระยะเวลาสั้นๆ เพื่อเพิ่มความฟิตแอนด์เฟิร์มให้กล้ามเนื้อยิ่งขึ้น

 

 

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.

Address: เดินได้จากรถไฟฟ้า BTS สถานีกรุงธนบุรี ทางออก 4, จอดรถได้ที่ลานติดกับสตูดิโอ

Tel: 09 3448 3481

Budget: สมาชิกใหม่สามารถลอง Trial Package 3 คลาสได้ในราคา 3,900 บาท

Instagram: https://www.instagram.com/akashawellnessbangkok

 


 

14. Duet Class – Hills Pilates

 

สายพิลาทิสที่ชอบความเกาหลีเกาใจต้องแวะไปเช็กอินที่ Hills Pilates ดูสักครั้ง แล้วจะตกหลุมรักมู้ดความน่ารักมินิมัลของสตูดิโอด้วยโทนสีสบายตา บรรยากาศชวนสบายใจ ที่นี่มีคลาสคู่ (1:2 Duet) ให้บริการ โดยจะรองรับได้ครั้งละ 2 คลาสเท่านั้น ดังนั้นใครชอบความส่วนตัวเป็นพิเศษน่าจะถูกใจไม่น้อย

 

 

Open: ทุกวัน เวลา 07.00-20.00 น.

Address: ชั้น L The Quartier Hotel Bangkok ซอยสุขุมวิท 49

Budget: First Trial 1,540 บาทต่อคลาส, 16,000 บาทต่อ 4 คลาส

Instagram: https://www.instagram.com/hillspilates.th

 


 

15. Premium Group Class – The SPACE Bangna

 

ชาวบางนาที่อยากหากรุ๊ปคลาสพิลาทิสในสตูดิโอบรรยากาศดี ลองแวะไปที่ The SPACE Bangna เพราะที่นี่มี Premium Group Class กรุ๊ปคลาสขนาดเล็กที่รองรับนักเรียนไม่เกิน 6 คน และยังใช้อุปกรณ์ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกจากแบรนด์ merrithew อีกด้วย

 

 

Open: ทุกวัน เวลา 07.00-21.00 น.

Address: Lasalle’s Avenue

Tel: 09 5465 5539

Budget: 890 บาทต่อคลาส, 7,500 บาทต่อ 10 คลาส

Instagram: https://www.instagram.com/thespacebangna

 


 

16. Private Class – The Balance Pilates

 

ชาวอโศกที่อยากหาสตูดิโอพิลาทิสที่เน้นการบำบัดเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นอาการออฟฟิศซินโดรม ปวดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หรือได้รับบาดเจ็บมา ลองแวะไปที่ The Balance Pilates สตูดิโอแนวกายภาพบำบัดผสมผสานการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อชั้นลึก เรียกว่าได้ปั้นหุ่น ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บไปในตัว รวมถึงป้องกันอาการบาดเจ็บไม่ให้เกิดขึ้นใหม่ได้อีกด้วย

 

ที่นี่เป็นสตูดิโอที่รองรับนักเรียนทุกเพศทุกวัย รวมไปถึงคุณแม่ตั้งครรภ์ และยังให้บริการจองคลาสล่วงหน้าถึง 45 วัน

 

 

Open: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.30-22.00 น., วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 07.30-19.00 น.

Address: ชั้น B2 Interchange 21 Building ซอยสุขุมวิท 21

Tel: 09 2246 9462

Budget: เริ่มต้นที่ 1,500 บาทต่อครั้ง

Instagram: https://www.instagram.com/thebalancepilates

 


 

17. Mat Pilates – YogaSutra Studio

 

หากคุณเป็นสายโยคะที่มีสกิลยืดหยุ่นดีเยี่ยมแต่อยากเพิ่มความแข็งแรงให้ร่างกาย การฝึกพิลาทิสถือเป็นอีกทางเลือกของการออกกำลังกายที่เหมาะทีเดียว อย่างที่ YogaSutra สตูดิโอโยคะที่เปิดมานานกว่า 20 ปี และมีสมาชิกและนักเรียนเข้าฝึกมากกว่า 10,000 คน ก็มีคลาส Mat Pilates เพื่อเสริมความแข็งแรงให้ผู้ฝึกโยคะมากขึ้น โดยจะมีการโฟกัสที่เวียนเปลี่ยนไปในแต่ละสัปดาห์ เช่น Full-Body, Core Strength, Booty Boom และ Arm & Back นอกจากนี้ที่นี่ยังมีครูชาวไทยและชาวต่างชาติที่ล้วนมีประสบการณ์การฝึกฝนและสอนมายาวนาน

 

 

Open: วันจันทร์-ศุกร์​ เวลา 06.30-20.30 น., วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.30-15.30 น.

Address: ชั้น 32 Sathorn Nakhon Tower

Budget: One Day Pass 1,000 บาท, Drop-in 700 บาทต่อคลาส, Newcomer 1 Month Unlimited Package 3,900 บาทต่อเดือน

Instagram: https://www.instagram.com/yogasutrametropolitanstudio

 


 

18. Duo Private – Inspire Pilates

 

สตูดิโอพิลาทิสสีละมุนเอาใจชาวนนทบุรีที่ไม่อยากแวะเข้าเมือง ที่นี่รองรับทั้งคลาสแบบส่วนตัว คู่ และ Exclusive Small Group โดยจะเน้นสอนให้นักเรียนเข้าใจถึงหลักการเคลื่อนไหวของพิลาทิสและใช้กล้ามเนื้ออย่างถูกต้องเพื่อประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะแก้อาการปวดหลัง ออฟฟิศซินโดรม เสริมสร้างบุคลิกภาพ เพิ่มความยืดหยุ่น และแน่นอนว่าเรื่องของการเฟิร์มหุ่นให้สมส่วนยิ่งขึ้น ใครที่ไม่อยากเหงาจะมากับเพื่อนก็สนุกไปอีกแบบ

 

 

Open: ทุกวัน เวลา 08.00-21.00 น.

Address: ชั้น 2 Saima Park Avenue, Saima Town, นนทบุรี

Budget: 3,000 บาทต่อคลาส, 25,000 บาทต่อ 10 คลาส

Instagram: https://www.instagram.com/in.spire.pilates

 


 

19. Chair Full Body – Kaew Pilates Studio

 

สตูดิโอที่ขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดเพิ่งฉลองสาขาที่ 10 ไปหมาดๆ ณ Village Hub ที่นี่ไม่ได้มีเพียง คลาสพิลาทิส อย่างเดียว แต่ยังมีทั้งคลาสออกกำลังกายแบบใช้แรงต้าน Bodhi Suspension System, คลาสบิน Airfit Bungee และอีกมากมาย แต่ถ้าใครอยากลองฝึกพิลาทิสแบบอื่นนอกเหนือจาก Reformer แนะนำให้ลองเข้าคลาส Chair Full Body เพราะคลาสนี้จะช่วยให้คุณได้ฝึกกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและทุกส่วนของร่างกายแบบท้าทายยิ่งขึ้น เนื่องจากต้องทรงตัวบนพื้นที่ของอุปกรณ์ที่จำกัด ซึ่งหลักสูตรการสอนของที่นี่ก็ยังถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยครูแก้ว ซีอีโอผู้มีประสบการณ์สอนพิลาทิสมากว่า 10 ปี

 

 

Open: เช็กเวลาทำการได้ทางเว็บไซต์ Kaew Pilates

Address: เช็กสาขาได้ทางเว็บไซต์ Kaew Pilates

Budget: 990 บาทต่อคลาส, 8,900 บาทต่อ 10 คลาส

Instagram: https://www.instagram.com/kaewpilates

 


 

20. Pilates Reformer Beginner – Pilates by Apittiya

 

โฮมสตูดิโอเล็กๆ สไตล์โฮมมีในย่านสาทรที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นด้วยธรรมชาติรายล้อม ซึ่งเป็นความตั้งใจของทางสตูดิโอที่อยากให้ใครก็ตามที่เข้ามาไม่เพียงแต่จะได้สุขภาพดีจากการฝึกพิลาทิส แต่ยังรู้สึกสบายตาสบายใจไปพร้อมๆ กัน ส่วนครูก็จะมีทั้งครูบอม เจ้าของสตูดิโอ และครูจากสถาบัน Balanced Body สหรัฐอเมริกา

 

ใครที่เป็นมือใหม่และอยากลองเข้าสู่วงการ Reformer ที่นี่มีคลาสสำหรับ Beginner เล็กๆ ที่รองรับนักเรียนเพียง 3 คน เพื่อประสิทธิภาพในการฝึก สิ่งที่น่าสนใจคือที่นี่ใช้ Konnector Reformer ที่มีเชือก 4 เส้น ซึ่งต่างจากเครื่องดั้งเดิมทั่วไปที่มี 2 เส้น การใช้เชือก 4 เส้นนั้นเปรียบเสมือนการเคลื่อนไหวของแขนและขาของมนุษย์ ดังนั้นนักเรียนจะได้ฝึกเลียนแบบท่าต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยให้ร่างกายด้านซ้ายและขวาทำงานได้เท่ากันหรือใกล้เคียงกันมากขึ้น

 

ใครที่อยากจะเข้าคลาสนี้ต้องผ่านการเข้าคลาส Reformer แบบส่วนตัวก่อนอย่างน้อย 3 ครั้ง

 

 

Open: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-20.00 น., วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-17.00 น.

Address: 139/10 ถนนสาทรใต้

Budget: Private Pilates Reformer 4,900 บาทต่อ 3 ครั้ง, Pilates Reformer Beginner 1,000 บาทต่อคลาส, 9,000 บาทต่อ 10 คลาส

Instagram: https://www.instagram.com/pilatesbyapittiya

 


 

21. Private Trio Class – Namu Pilates

 

มีก๊วนเพื่อน 3 คน จะเล่นคลาส Duet ก็ไม่พอ จะเล่นกรุ๊ปคลาสก็ไม่ส่วนตัว ลองแวะไปที่ Namu Pilates สตูดิโอพิลาทิสที่บรรยากาศแสนจะโฮมมีและร่มรื่นไปด้วยต้นไม้รายรอบ โดย Juju ครูชาวเกาหลี ที่นี่มีทั้งคลาสแบบ Private, Duet และ Trio ไม่ต้องแยกไปเล่นแบบเหงาๆ อีกต่อไป

 

 

Open: วันอังคาร-เสาร์ เวลา 08.00-20.00 น., วันอาทิตย์ เวลา 08.00-18.00 น., หยุดวันจันทร์

Address: 261/2 ซอยสุขุมวิท 49/15

Budget: 3,600 บาทต่อคลาส

Instagram: https://www.instagram.com/namupilates.bangkok

 


 

22. Private Class – HannahJoe Pilates Studio

 

ใครที่อยากฝึกพิลาทิสส่วนตัวแบบจริงจังในบรรยากาศบ้านเพื่อน ไม่ต้องเสียเวลาหาที่จอดรถหรือพบปะผู้คนจอแจ แนะนำให้แวะไปที่ HannahJoe Pilats Studio ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน แต่มีอุปกรณ์พิลาทิสแบบ Classical หรือยึดหลักสากลตาม Joseph Pilates ครบถ้วนด้วยครูฝึกมากประสบการณ์ผู้เป็นอดีตนักยิมนาสติกอีกด้วย

 

 

Open: วันอังคาร-เสาร์ เวลา 08.00-20.00 น. วันอาทิตย์ เวลา 08.00-18.00 น., หยุดวันจันทร์ 

Address: 303 หมู่บ้านวิลล่านครินทร์ ถนนสุขาภิบาล 2 ซอย 1

Budget: First Trial 2,500 บาทต่อคลาส, ครั้งต่อไป 3,000 บาทต่อคลาส, 22,000 บาทต่อ 10 คลาส

Instagram: https://www.instagram.com/hannahjoe_studio

 


 

23. POP Booty – POP Pilates

 

Booty on fire! ใครที่อยากจะเน้นปั้นก้นให้กลมเด้งเหมือนลูกพีชต้องลองคลาส POP Booty ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยปรับและบริหารร่างกายส่วนล่างโดยเฉพาะ ตั้งแต่บริเวณสะโพก กล้ามเนื้อแฮมสตริง และกล้ามเนื้อกลุ่มควอดริเซ็ป หลังจบคลาสไม่ร้าวก้นให้มันรู้ไป

 

 

Open: เช็กเวลาทำการได้ทางเว็บไซต์ Pop Pilates

Address: Silom Connect, BB Building

Budget: First Trial 850 บาทต่อ 3 คลาส

Instagram: https://www.instagram.com/poppilatesbangkok

 


 

24. Private Class – Freely Studio

 

ใครอยากฝึกพิลาทิสในบรรยากาศแบบ Sky High ทำคอนเทนต์ได้ปังๆ ลองแวะไปที่ Freely Studio สตูดิโอแบบส่วนตัวที่มีห้องฝึกชื่อว่า Sunset ซึ่งแน่นอนว่าคุณจะได้ฉากหลังเป็นพระอาทิตย์ตกดินส่องแสงสวยจับใจ โดยห้องนี้จะเป็นห้องที่สามารถฝึกพิลาทิสได้คนเดียว แต่หากต้องการฝึกแบบคู่สามารถเลือกเป็นห้อง Sky ได้

 

 

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-20.00 น.

Address: Vanissa Building, Chidlom

Budget: 1,500 บาทต่อคลาส (Sunset Room), Private/Duet 2,150 บาทต่อคลาส (Sky Room)

Instagram: https://www.instagram.com/freely_studio

 


 

25. Chair & Matwork – ABSOLUTE Boutique Fitness Studio

 

ABSOLUTE สตูดิโอที่มีคลาสเยอะชนิดที่เลือกเข้าไม่ถูก ถ้าคุณอยากฝึกการยืดเหยียด เพิ่มความฟิตให้แกนกลางในแบบฉบับที่ท้าทายตัวเองไปอีกขั้น ลองไปเข้าคลาส Chair & Matwork ที่รวบตึง Wunda Chair และ Mat ไว้ด้วยกัน คลาสนี้คุณจะได้ฝึกการสร้างสมดุล เพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อทุกส่วน และยังได้ฝึกการใช้เท้าและข้อเท้าให้สัมพันธ์กันอีกด้วย

 

 

Open: เช็กเวลาทำการได้ทางเว็บไซต์ ABSOLUTE

Address: Gaysorn Amarin และ VANIT Village

Budget: First Trial 1,590 บาทต่อ 4 คลาส, 4,500 บาทต่อ 10 คลาส

Instagram: https://www.instagram.com/absoluteboutiquefitness

 


 

26. Private Class – Luna Yoga & Pilates Studio

 

ใครที่ชอบสตูดิโอตกแต่งสไตล์มินิมัลแบบเกาหลีคงจะต้องถูกใจที่นี่ และต่อให้ที่นี่จะขึ้นชื่อว่าเป็น Yoga & Pilates Studio ก็ยังมีคลาสอื่นๆ ให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นแนวแดนซ์เรียกเหงื่อกับ Zumba หรือฝึกความแข็งแรงกับ Luna Group PT ซึ่งทางสตูดิโอยังกระซิบว่าภายในครึ่งปีหลังจะมีคลาสใหม่ที่รองรับบาร์และโยคะฟลายอีกด้วย

 

สำหรับใครที่อยากฝึกพิลาทิสแบบส่วนตัวก็เรียกว่ามาถูกทาง เพราะที่นี่มีอุปกรณ์ครบทั้ง Reformer, Cadillac, Barrel และ Chair โดยทางครูจะวางแผนออกแบบโปรแกรมโดยเฉพาะตามสรีระของผู้ฝึก เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

 

 

Open: ทุกวัน เวลา 07.00-20.00 น.

Address: 465 ซอยอนามัยงามเจริญ 25 ถนนพระราม 2

Tel: 08 1938 7261

Budget: First Trial 999 บาทต่อคลาส, 13,500 บาทต่อ 10 คลาส

Instagram: https://www.instagram.com/luna.yoga_pilates

 


 

27. Private Pilates – BodyLab Pilates

 

สตูดิโอพิลาทิสแบบส่วนตัวที่มีให้เลือกหลายสาขาในกรุงเทพฯ​ แต่หากต้องการสัมผัสสาขาใหม่ล่าสุดต้องแวะไปที่สาทร ซึ่งมีอุปกรณ์ครบครัน โดยโปรแกรมของที่นี่จะเป็นการออกแบบตามสรีระและความต้องการของนักเรียนโดยครูพิลาทิสนักวิทยาศาสตร์กีฬาโดยตรง สามารถเลือกวันและเวลาเรียนเองได้ และสตูดิโอก็ยังมีห้องอาบน้ำ ล็อกเกอร์ และที่จอดรถฟรี

 

 

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-20.00 น.

Address: โครงการ Ideo สาทร-วงเวียนใหญ่ (140 เมตรจากรถไฟฟ้า BTS สถานีวงเวียนใหญ่)

Tel: 09 4768 4268

Budget: First Trial 990 บาทต่อคลาส, ครั้งต่อไป 2,290 บาทต่อคลาส

Instagram: https://www.instagram.com/bodylab.st

 


 

28. Rehabilitation Pilates – Revive Physio Clinic

 

หากคุณมีปัญหากระดูกสันหลังคด บาดเจ็บข้อต่อ เจ็บปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง เชื่อเถอะว่าพิลาทิสสามารถช่วยคุณได้ แต่ต้องเป็นพิลาทิสที่ถูกออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูและรักษาร่างกายโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น Revive Physio Clinic ถือเป็นคลินิกกายภาพบำบัดที่ค่อนข้างตอบโจทย์อาการดังกล่าว ด้วยการให้บริการทั้งกายภาพบำบัด และคลาส Rehabilitation Pilates แบบส่วนตัว เพื่อตอบโจทย์ปัญหาลูกค้าเฉพาะบุคคล เรียกว่ามาครั้งเดียวได้รักษาแบบครบครัน

 

 

Open: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-19.00 น., วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-18.00 น.

Address: HUN 24 ใกล้ the nine พระราม 9

Budget: 1,950 บาทต่อคลาส, 9,450 บาทต่อ 5 คลาส

Tel: 06 3829 1969

Instagram: https://www.instagram.com/revivephysiobkk

 


 

29. Reformer Core & Arm – WE Fitness

 

ใครที่อยากเพิ่มความแข็งแรงให้ช่วง Upper Body รวมถึงหน้าท้อง ต้องลองเข้าคลาส Reformer Core & Arm ที่ WE Fitness คลาสนี้จะฝึกแกนกลางลำตัว กล้ามเนื้อหน้าท้อง และแขน แบบเน้นๆ เพื่อสร้างความแข็งแรง พร้อมกระชับกล้ามเนื้อไปในตัว

 

 

Open: เช็กเวลาทำการได้ทางเว็บไซต์ WE Fitness

Address: Major Cineplex Ratchayothin, Major Cineplex Ekkamai, Major Cineplex Pinklao, ESPLANADE Ratchada, ESPLANADE Khae Rai และ J Avenue Thonglor

Budget: สมาชิกประเภท Unlimited สัญญา 12 เดือน 3,490 บาทต่อเดือน และ 41,880 บาทต่อปี (สมาชิกใหม่ติดต่อทดลองเล่นฟรี 7 วัน / สอบถามตารางคลาสได้กับทางคลับ)

Instagram: https://www.instagram.com/wefitnesssociety

 


 

30. Private Class – Pilates Headquarters Studio

 

ใครที่มองหาสตูดิโอสอนพิลาทิสใจกลางเมืองย่านชิดลมหรือวิทยุที่เน้นความเป็นส่วนตัวในบรรยากาศสบายๆ เป็นกันเอง รองรับทั้งคลาสเดี่ยวหรือกลุ่มเล็กๆ ลองแวะไปที่ Pilates Headquarters Studio ที่ปัจจุบันมีด้วยกัน 2 สาขา โดยที่สาขาใหม่นั้นเป็นการคอลแลบกับทาง UNWA Wellness เพื่อเติมเต็มการดูแลสุขภาพแบบครบวงจรยิ่งขึ้น

 

ด้วยความที่เป็น คลาสพิลาทิส แบบส่วนตัว ครูจึงสามารถวางโปรแกรมตามความต้องการของนักเรียนได้หมด ไม่ว่าจะการฝึกเชิงกายภาพบำบัด การฝึกสำหรับคุณแม่ก่อนและหลังคลอด รวมไปถึงการฝึกสำหรับนักกีฬา

 

 

Open: ทุกวัน สาขา SOMKID PLACE เวลา 06.00-21.00 น. / สาขา UNWA Wellness เวลา 10.00-20.00 น.

Address: SOMKID PLACE ถนนชิดลม, UNWA Wellness ถนนวิทยุ

Budget: First Trial 990 บาทต่อคลาส, ครั้งต่อไป 2,200 บาทต่อคลาส, 16,600 บาทต่อ 8 คลาส

Tel: 08 5982 2929

Instagram: https://www.instagram.com/pilatesheadquarters

 

The post 30 คลาสพิลาทิส เดี่ยว-คู่-กลุ่ม น่าลองทั่วกรุง appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก 8 Wellness Retreats จากทั่วโลกที่ได้รับการยกย่อง https://thestandard.co/life/8-wellness-retreats-around-the-world/ Sat, 02 Mar 2024 08:01:40 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=906424

การหลบหนีจากความร้อนและความวุ่นวายของชีวิตประจำวันไปยัง […]

The post รู้จัก 8 Wellness Retreats จากทั่วโลกที่ได้รับการยกย่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>

การหลบหนีจากความร้อนและความวุ่นวายของชีวิตประจำวันไปยังสถานที่ที่เน้นการพักผ่อนและการฟื้นฟูทางจิตใจและร่างกายเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการชาร์จพลังให้กับตัวเอง ด้วยแนวคิดนี้มี Wellness Retreats หลายแห่งที่เสนอประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร เพื่อช่วยให้คุณหลีกหนีจากความร้อนและความเครียด นี่คือ 8 สถานที่จากทั่วโลกที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น Wellness Retreats ที่เหมาะสำหรับการคลายร้อนและบำบัดกายใจ หากมีโอกาสควรไปเยือนสักครั้งในชีวิต 

 

 

Ananda in the Himalayas อินเดีย 

ตั้งอยู่ในเทือกเขาหิมาลัย Ananda นำเสนอโปรแกรมฟื้นฟูที่เน้นการฝึกโยคะ การทำสมาธิ และการรักษาด้วยอายุรเวท ท่ามกลางธรรมชาติที่สงบและมีภูมิทัศน์ที่งดงาม

 


 

 

Six Senses Douro Valley โปรตุเกส

ตั้งอยู่ในหุบเขา Douro ที่เงียบสงบ Six Senses เสนอการผจญภัยกลางแจ้ง การบำบัดด้วยไวน์ และกิจกรรมที่เน้นการพักผ่อนสำหรับจิตใจและร่างกาย

 


 

 

The Ranch Malibu สหรัฐอเมริกา

เป็นโปรแกรมที่มีเป้าหมายเพื่อการลดน้ำหนักและการฟื้นฟูสุขภาพผ่านการออกกำลังกาย โภชนาการ และการทำสมาธิ

 


 

 

Chiva-Som Hua Hin ไทย

ตั้งอยู่ในหัวหิน Chiva-Som นำเสนอโปรแกรมเพื่อสุขภาพที่หลากหลาย เช่น การดีท็อกซ์ การฝึกโยคะ และการบำบัดโดยใช้น้ำ 

 


 

 

COMO Shambhala Estate บาหลี, อินโดนีเซีย

เป็นสวรรค์ของความสงบ มอบการบำบัดที่เน้นการฟื้นฟูสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติและการฝึกโยคะในบรรยากาศที่เงียบสงบ

 


 

 

Aro Hā Wellness Retreat นิวซีแลนด์

ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีภูมิทัศน์ที่งดงามของเทือกเขาแอลป์ตอนใต้ (Southern Alps) Aro Hā นำเสนอการฝึกโยคะ การเดินป่า และกิจกรรมที่เน้นการฟื้นฟูสุขภาพทางจิตใจและร่างกาย

 


 

 

Gaia Retreat & Spa ออสเตรเลีย

ดำเนินงานโดย โอลิเวีย นิวตัน-จอห์น Gaia มอบประสบการณ์การพักผ่อนเน้นการปรับปรุงสุขภาพและการฟื้นฟูจิตใจในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย

 


 

 

Schloss Elmau เยอรมนี

ที่นี่นำเสนอการผสมผสานระหว่างความหรูหราและการฟื้นฟูสุขภาพ Schloss Elmau มีสปาขนาดใหญ่ โปรแกรมฝึกโยคะ และกิจกรรมกลางแจ้งที่หลากหลาย

 

ภาพ: Courtesy of Brands

The post รู้จัก 8 Wellness Retreats จากทั่วโลกที่ได้รับการยกย่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
9 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ NAD+ Therapy ที่ฟื้นฟูสุขภาพจากระดับเซลล์ https://thestandard.co/life/9-things-you-should-know-about-nad-therapy/ Thu, 22 Feb 2024 07:09:28 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=903009

NAD+ Therapy ถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมการดูแลสุขภาพที่น่าส […]

The post 9 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ NAD+ Therapy ที่ฟื้นฟูสุขภาพจากระดับเซลล์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

NAD+ Therapy ถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมการดูแลสุขภาพที่น่าสนใจในยุคสมัยนี้ เพราะมันเป็นวิธีการที่จะช่วยฟื้นฟูและบำรุงร่างกายในระดับเซลล์ ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่น่าทึ่งต่อสุขภาพโดยรวม รวมถึงการเพิ่มภูมิคุ้มกันและทำให้ผิวพรรณและสมองกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง 

 

ต่อไปนี้คือ 9 สิ่งสำคัญเกี่ยวกับ NAD+ Therapy ที่คุณควรรู้

 

1. ความจำเป็นของการเติม NAD+

กาลเวลาทำให้ร่างกายเราสูญเสีย NAD+ โคเอนไซม์สำคัญที่ช่วยในกระบวนการผลิตพลังงานในเซลล์ การเติม NAD+ เข้าสู่ร่างกายผ่านหลอดเลือดดำ เป็นวิธีที่ช่วยชะลอวัยและคืนความสดใสให้กับร่างกาย

 

2. NAD+ Therapy คืออะไร 

วิธีการบำบัดที่ใช้ Nicotinamide Adenine Dinucleotide (NAD) ซึ่งเป็นโคเอนไซม์ที่พบตามธรรมชาติในเซลล์ ช่วยเสริมสร้างพลังงานและการทำงานของเซลล์ให้เหมาะสม

 

3. หน้าที่ของ NAD+

NAD+ มีส่วนช่วยในกว่า 500 กระบวนการต่างๆ ภายในร่างกาย ตั้งแต่การชะลอวัย, ซ่อมแซม DNA, เพิ่มประสิทธิภาพของเซลล์ประสาท ไปจนถึงการป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับอายุ

 

4. ใครควรเติม NAD+

ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ต้องการฟื้นฟูระบบประสาท เพิ่มประสิทธิภาพการลดน้ำหนัก หรือผู้ที่ต้องการชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพหลังจากการติดเชื้อโควิด NAD+ Therapy สามารถตอบโจทย์ได้

 

5. ผลลัพธ์ที่ได้จากการเติม NAD+

ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจรวมถึงการเสริมสร้างความจำ ชะลอวัย เพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกัน และเพิ่มระดับพลังงานในร่างกาย

 

6. วิธีการเติม NAD+

NAD+ Therapy สามารถเติมเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านหลอดเลือดดำ ช่วยให้เซลล์ดูดซึมได้สูงสุดโดยไม่ต้องผ่านระบบย่อยอาหาร

 

7. การดูแลตัวเองหลังเติม NAD+

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ควรดูแลตัวเองควบคู่ไปกับการรับ NAD+ Therapy โดยพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ งดสูบบุหรี่ และออกกำลังกายเป็นประจำ

 

8. ความถี่ในการเติม NAD+

โดยทั่วไปคือ 1 ครั้งต่อสัปดาห์สำหรับ 4 สัปดาห์แรก ตามด้วย 1-2 ครั้งต่อเดือน ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์

 

9. ข้อห้ามสำหรับการเติม NAD+

ไม่แนะนำสำหรับสตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีภาวะไตล้มเหลว ผู้ป่วยโรคมะเร็ง หรือมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและความดันโลหิต 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง:


 

อ้างอิง:

The post 9 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ NAD+ Therapy ที่ฟื้นฟูสุขภาพจากระดับเซลล์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
7 วิธีฮีลลิ่งใจตัวเองอย่างเรียบง่ายและทำได้จริง https://thestandard.co/life/7-methods-healing-yourself/ Mon, 22 Jan 2024 08:12:42 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=890575

การหาวิธีฟื้นฟูจิตใจในยุคที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความ […]

The post 7 วิธีฮีลลิ่งใจตัวเองอย่างเรียบง่ายและทำได้จริง appeared first on THE STANDARD.

]]>

การหาวิธีฟื้นฟูจิตใจในยุคที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความเครียดเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม LIFE จึงอยากแนะนำ 7 วิธีการฮีลลิ่งใจตัวเอง ที่จะช่วยปรับและดูแลสุขภาพจิตในแบบฉบับที่เรียบง่ายและเข้าถึงได้ง่าย โดยบางเคล็ดลับอ้างอิงข้อมูลจากหนังสือดีๆ ที่ได้รับความนิยมของผู้อ่านในการส่งเสริมสุขภาพทางใจให้แข็งแรงและสมดุล ซึ่งการดูแลสุขภาพจิตเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยความใส่ใจอย่างต่อเนื่อง และการทำตามข้อแนะนำเหล่านี้อาจช่วยให้ผู้อ่านค้นพบความสงบและความสุขในชีวิตประจำวันได้

 


 

 

1. การฝึกสติและการทำสมาธิ

 

ในหนังสือ The Miracle of Mindfulness โดย Thich Nhat Hanh บอกว่า การฝึกสติและการทำสมาธิเป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในการลดความเครียดและปรับปรุงสุขภาพจิต การฝึกสติจะช่วยให้คุณอยู่กับปัจจุบันและลดความวิตกกังวลเกี่ยวกับอนาคตหรืออดีตได้

 

 

2. การออกกำลังกาย

 

บทความจาก Harvard Health เปิดเผยว่า การออกกำลังกายไม่เพียงแต่ดีต่อสุขภาพกายเท่านั้น แต่ยังช่วยในการปลดปล่อยสารเอ็นดอร์ฟินที่สร้างความสุขและลดความเครียดอย่างได้ผล

 

 

3. การเขียนบันทึกประจำวัน

 

หนังสือ The Artist’s Way โดย Julia Cameron บอกว่า การเขียนบันทึกหรือบันทึกประจำวันเป็นวิธีการที่ช่วยให้คุณแสดงออกถึงความรู้สึกและความคิด ซึ่งสามารถช่วยในการประมวลผลความรู้สึกและความเครียดได้ สิ่งนี้จะฮีลใจได้เป็นอย่างดี

 

 

4. การทำสมาธิและอยู่กับธรรมชาติ

 

บทความจาก American Psychological Association ระบุว่า การใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติหรือทำสมาธิในบรรยากาศที่เงียบสงบของธรรมชาติ สามารถช่วยลดความเครียดและเพิ่มความเข้มแข็งทางอารมณ์ที่ได้ผลดี

 

 

5. การนอนหลับที่มีคุณภาพ

 

บทความจาก National Sleep Foundation บอกว่า การนอนหลับที่เพียงพอและมีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญในการฟื้นฟูสุขภาพจิต การขาดการนอนหลับที่ดีสามารถส่งผลเสียต่ออารมณ์และความสามารถในการรับมือกับความเครียด ดังนั้นมาฝึกนอนหลับให้มีคุณภาพกันเถอะ

 

 

6. รักษาความสัมพันธ์ของผู้คนที่ซัพพอร์ตกันและกัน

 

การมีเพื่อนและครอบครัวที่สามารถให้การสนับสนุนทางอารมณ์เป็นส่วนสำคัญในการดูแลสุขภาพจิต ซึ่งเคล็ดลับนี้เป็นผลการศึกษาจาก American Journal of Health Behavior ดังนั้นจึงควรรักษาความสัมพันธ์ของผู้คนที่ซัพพอร์ตกันและกันเอาไว้ให้ดี 

 

 

7. ทำงานอดิเรกหรือทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ

 

บทความจาก Psych Central บอกว่า การมีงานอดิเรกหรือกิจกรรมที่คุณชื่นชอบสามารถช่วยให้คุณผ่อนคลายและหลีกหนีจากความเครียดในชีวิตประจำวันได้ กิจกรรมเหล่านี้จะฮีลใจของคุณให้ห่างไกลจากความเครียด เพิ่มรอยยิ้ม และเติมความสุขง่ายๆ ในชีวิตให้กับคุณได้

The post 7 วิธีฮีลลิ่งใจตัวเองอย่างเรียบง่ายและทำได้จริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
PYONG Rehabilitation Clinic ฟื้นฟูโรคคนเมืองด้วยศาสตร์แห่งเวชศาสตร์ฟื้นฟู https://thestandard.co/life/pyong-rehabilitation-clinic/ Tue, 09 Jan 2024 04:58:15 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=885655

ใครที่เดินผ่านไปผ่านมาแถว Gaysorn Village คงเคยผ่านตากั […]

The post PYONG Rehabilitation Clinic ฟื้นฟูโรคคนเมืองด้วยศาสตร์แห่งเวชศาสตร์ฟื้นฟู appeared first on THE STANDARD.

]]>

ใครที่เดินผ่านไปผ่านมาแถว Gaysorn Village คงเคยผ่านตากับคลินิกเล็กๆ บริเวณชั้น L ที่มีบรรยากาศละม้ายคล้ายคลินิกกายภาพบำบัด แต่พอมองอีกทีป้ายกลับเขียนว่า ‘คลินิกด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู’ ซึ่งเจ้าของไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น ‘เปียง-กันตพงศ์ ทองรงค์’ บล็อกเกอร์สายท่องเที่ยว-ไลฟ์สไตล์ เจ้าของเพจ Pyong Traveller X Doctor ที่สวมหมวกอีกใบเป็นคุณหมอด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู ประจำอยู่ที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร และ PYONG Rehabilitation Clinic

 

 

Why here?

 

แล้วเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพต่างกันไหม? อันที่จริงเวชศาสตร์ฟื้นฟูไม่ใช่สิ่งใหม่ แต่เป็นศาสตร์แขนงใหญ่ที่รวมเอาหลายศาสตร์ไว้ด้วยกัน (กายภาพก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อฟื้นฟูร่างกายผู้ป่วยให้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้มากที่สุดหลังเสร็จขั้นตอนรักษา ซึ่งโรคที่เกี่ยวกับเวชศาสตร์ฟื้นฟูส่วนใหญ่มักเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับกระดูก กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ที่มีผลพวงจากการรักษา การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา พฤติกรรมการใช้ชีวิต ภาวะเสื่อมถอยของร่างกาย ฯลฯ

 

ฉะนั้น การรักษาของ PYONG Rehabilitation Clinic จึงไม่ได้เน้นรักษาด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง แต่เน้นฟื้นฟูด้วยหลากวิธี ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยา การทำหัตถการ การใช้เครื่องมือ การออกกำลังกาย การทำกายภาพบำบัด ฯลฯ และที่สำคัญคือมีคุณหมอเฉพาะทางที่มีใบประกอบโรคศิลปะเป็นคนตรวจวินิจฉัยและทำการรักษาด้วยตัวเองทุกขั้นตอน 

 

 

Worth it

 

PYONG Rehabilitation Clinic มีการรักษาเด่นๆ 2 แบบที่เราเห็นว่าน่าสนใจ อย่างแรกเลยคือ

 

Dry Needling การปักเข็มแผนตะวันตกเพื่อลดอาการปวด โดยคุณหมอจะใช้เข็มขนาดเล็กปักเข้าไปในชั้นกล้ามเนื้อบริเวณ Trigger Point หรือจุดกดเจ็บ เพื่อลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อ เพิ่มการไหลเวียนเลือด ซึ่งเป็นการรักษารูปแบบใหม่ที่กำลังมาแรงในขณะนี้ รักษาไม่นาน และหายได้เร็วกว่าวิธีอื่น 

 

ส่วนอีกโปรแกรมเป็นการรักษาด้วยเครื่อง Peripheral Magnetic Stimulation (PMS) หรือเครื่องกระตุ้นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่อาศัยหลักการนำคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากระตุ้นที่เส้นประสาทโดยตรง ผ่านร่างกายและผ่านเสื้อผ้าได้ลึกถึง 10 เซนติเมตร โดยไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บหรือระคายเคืองบริเวณผิวหนัง ทำให้อาการปวดจากระบบเส้นประสาทและกล้ามเนื้อลดลง โดยเครื่องนี้เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาออฟฟิศซินโดรม อาการบาดเจ็บจากกีฬา ความเสื่อมของกระดูกสันหลังและคอ เป็นต้น 

 

 

Good for

 

เราว่า PYONG Rehabilitation Clinic ค่อนข้างตอบโจทย์กับคนเมืองที่ต้องการรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับกระดูก กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ที่รบกวนหรือสร้างความกวนใจให้แก่การใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มโรคออฟฟิศซินโดรม โรคจากความเสื่อมของกระดูก อาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ซึ่งข้อดีของคลินิกนี้ นอกจากคุณจะได้ตรวจกับคุณหมอเฉพาะทางแล้ว ยังเดินทางสะดวกมาก เพราะสามารถเดินจาก BTS สถานีชิดลมได้แค่ 5 นาที แถมยังรอคิวไม่นาน แค่มาตามเวลานัด สามารถจัดการตารางชีวิตได้ง่าย แต่อาจแลกมาด้วยราคาที่สูงกว่าโรงพยาบาลทั่วไปนิดหน่อย

 


 

PYONG Rehabilitation Clinic

 

Location: ชั้น L, Gaysorn Village, BTS สถานีชิดลม

Open: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 16.30-20.00 น., วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-20.00 น. 

Budget: เริ่มต้น 1,500-4,000 บาทต่อครั้ง (ขึ้นอยู่กับแผนการรักษา)

Facebook: www.facebook.com/pyongrehab

Instagram: www.instagram.com/pyongrehabclinic

Website: www.pyongrehab.com

Map: https://maps.app.goo.gl/RaRXiBFrrvS73dDX8

 

 

The post PYONG Rehabilitation Clinic ฟื้นฟูโรคคนเมืองด้วยศาสตร์แห่งเวชศาสตร์ฟื้นฟู appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวนไปลองงีบหลับในคลาส Sound Bath ที่ Virgin Active https://thestandard.co/life/sound-bath-virgin-active/ Sun, 22 Oct 2023 09:00:11 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=857328

  What is it?   คลาส Sound Bath คือหนึ่งในศาส […]

The post ชวนไปลองงีบหลับในคลาส Sound Bath ที่ Virgin Active appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

What is it?

 

คลาส Sound Bath คือหนึ่งในศาสตร์ของการฟื้นฟูและผ่อนคลายอย่างล้ำลึกจากการอาบคลื่นเสียง เพื่อนำเข้าสู่ภาวะสมาธิอันล้ำลึก มันคือประสบการณ์การผ่อนคลายด้วยคลื่นเสียงสะท้อนจากเสียงคริสตัลโบวล์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเสริมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ควบคู่ไปกับการยกระดับด้านจิตใจและร่างกายแบบอื่นๆ ด้วย มันจะนำพาผู้ฝึกไปสู่สภาวะสมาธิอันล้ำลึก เพื่อเติมพลัง ปรับสมดุล และรีเซ็ตจิตใจไปกับคลื่นเสียงเพลง

 

 

Try

 

คลาส Sound Bath เริ่มต้นด้วยการผ่อนคลายร่างกายและการทำใจให้โล่งสบาย ก่อนจะนอนราบบนเสื่อโยคะที่มีผ้าห่มและหมอนรองรับ เพื่อปรับให้ร่างกายได้รับความสบายสูงสุด จากนั้นครูผู้สอนจะเริ่มบรรเลง Sound Bath ผ่านการหมุนวนรอบคริสตัลโบวล์อย่างแผ่วเบา ทำให้เกิดเสียงอันไพเราะ พร้อมการสั่นสะเทือนที่กลมกลืนและก้องกังวานไปทั่วพื้นที่ เสียงดังกล่าวจะโอบอุ้มผู้เข้าร่วมแต่ละคนไว้ ทั้งนี้ ครูผู้สอนจะรักษาความเงียบโดยปล่อยให้เสียงเพลงจาก Sound Bath รักษาร่างกายและฟื้นฟูจิตใจตลอดเซสชัน

 

 

Result

 

ในระหว่างเซสชัน ผู้เข้าร่วมจะเข้าสู่สภาวะสมาธิอันล้ำลึกของความคิด อารมณ์ และความรู้สึกของตนเอง จากนั้นจะค่อยๆ ตื่นจากความสงบของจิตใจที่ได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่และพร้อมกลับสู่ช่วงเวลาแห่งปัจจุบัน โดยครูผู้สอนจะปลุกเรียกอย่างแผ่วเบา เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเปลี่ยนท่าทางขึ้นมานั่งตรงอย่างเชื่องช้าและผ่อนคลาย ซึ่งจะมาพร้อมความเบาสบายของร่างกายและจิตใจ

 

 

Good for

 

Sound Bath เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมีสุขภาวะที่ดีขึ้นหรือปรับสมดุลภายในด้วยการฝึกสมาธิ นอกจากนี้ Sound Bath ยังช่วยให้ร่างกายสามารถผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่ด้วยการลดการผลิตฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอล รวมถึงช่วยในการทำสมาธิผ่านการเพิ่มจุดโฟกัสภายในจิตใจ ซึ่งจะช่วยให้นอนหลับได้ดียิ่งขึ้น 

 

ทั้งนี้ จากการศึกษายังแสดงให้เห็นว่าความถี่และการสั่นสะเทือนจากการอาบเสียง Sound Bath สามารถกระตุ้นกลไกการบรรเทาอาการปวดตามธรรมชาติของร่างกายได้ และช่วยบรรเทาอาการต่าง ๆ เช่น อาการปวดเรื้อรัง ไมเกรน และความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ตามลำดับ

 

 

ภาพ: Courtesy of Virgin Active

 


 

คลาส Sound Bath 

 

Location: Virgin Active, Empire Tower

Open: เวลา 08.00-21.00 น.

Contact: 0 2017 9798

Website: https://www.virginactive.co.th/locations

The post ชวนไปลองงีบหลับในคลาส Sound Bath ที่ Virgin Active appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอ็มมา ราดูคานู พูดถึงสภาพร่างกายและจิตใจที่ย่ำแย่หลังคว้าแชมป์รายการยูเอสโอเพน ยอมรับว่าบางทีคิดว่าไม่น่าได้แชมป์มาเลย https://thestandard.co/emma-talks-about-her-health/ Mon, 19 Jun 2023 03:28:44 +0000 https://thestandard.co/?p=805177 Emma Raducanu

วานนี้ (18 มิถุนายน) เอ็มมา ราดูคานู นักเทนนิสสาวชาวอัง […]

The post เอ็มมา ราดูคานู พูดถึงสภาพร่างกายและจิตใจที่ย่ำแย่หลังคว้าแชมป์รายการยูเอสโอเพน ยอมรับว่าบางทีคิดว่าไม่น่าได้แชมป์มาเลย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Emma Raducanu

วานนี้ (18 มิถุนายน) เอ็มมา ราดูคานู นักเทนนิสสาวชาวอังกฤษให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า บางทีเธอคิดว่าเธอไม่น่าคว้าแชมป์รายการยูเอสโอเพนเมื่อปี 2021 เลย หลังจากที่สภาพร่างกายและจิตใจแย่ลงอย่างมากนับตั้งแต่นั้นมา

 

ราดูคานูคว้าแชมป์ยูเอสโอเพนเมื่อปี 2021 อย่างเหนือความคาดหมาย เพราะการที่เธอควอลิฟายเข้ามาในอันดับที่ 150 ของโลก แต่หลังจากนั้นก็มีอาการบาดเจ็บรบกวนที่บริเวณข้อมือมาตลอด

 

โดยการให้สัมภาษณ์กับ The Times ของอังกฤษ ราดูคานูกล่าวถึงความลำบากของสภาพจิตใจของเธอหลังจากคว้าแชมป์ยูเอสโอเพน และบางครั้งเธอก็คิดว่าเธอไม่ควรได้แชมป์รายการนั้นเลย

 

“ฉันประสบปัญหาเป็นอย่างมากกับสภาพร่างกายเช่นเดียวกับสภาพจิตใจ

 

“ตอนที่ฉันกำลังดีใจตอนคว้าแชมป์ยูเอสโอเพน ฉันบอกกับตัวเองว่าเอาความลำบากแค่ไหนมาแลกก็ยอม ตอนนั้นฉันพร้อมที่จะเผชิญกับทุกอย่าง การได้แชมป์ยูเอสโอเพนเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในโลกในตอนนั้น

 

“แต่หลังจากนั้น ฉันประสบปัญหาต่อเนื่อง ครั้งแล้วครั้งเล่า ฉันมีความอดทนสูง แต่มันก็ไม่ง่ายเลย บางทีฉันคิดกับตัวเองว่า ‘ไม่น่าคว้าแชมป์ยูเอสโอเพนเลย เรื่องนั้นไม่ควรเกิดขึ้นเลย’

 

“แต่ฉันก็คิดได้ว่า ‘ฉันจำความรู้สึกนั้นได้ ฉันจำสัญญานั้นได้’ ความรู้สึกตอนได้แชมป์เป็นความรู้สึกที่แท้จริง” บทสัมภาษณ์ส่วนหนึ่งของราดูคานู

 

ปัจจุบัน ราดูคานูกำลังพักรักษาตัวจากการผ่าตัดข้อมือและข้อเท้าเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้พลาดไปแข่งวิมเบลดันในปีนี้แน่นอนแล้ว และอาจพลาดลงแข่งรายการยูเอสโอเพนของปีนี้ที่จะจัดที่นิวยอร์กในวันที่ 28 สิงหาคมอีกด้วย

 

อ้างอิง:

The post เอ็มมา ราดูคานู พูดถึงสภาพร่างกายและจิตใจที่ย่ำแย่หลังคว้าแชมป์รายการยูเอสโอเพน ยอมรับว่าบางทีคิดว่าไม่น่าได้แชมป์มาเลย appeared first on THE STANDARD.

]]>
แช่ Ice Bath ที่ Soho House Bangkok https://thestandard.co/life/ice-bath-soho-house-bangkok/ Sat, 17 Jun 2023 08:11:47 +0000 https://thestandard.co/?p=804858

หากลองพิมพ์คำว่า Ice Bath ในช่องค้นหาของ Google จะพบว่า […]

The post แช่ Ice Bath ที่ Soho House Bangkok appeared first on THE STANDARD.

]]>

หากลองพิมพ์คำว่า Ice Bath ในช่องค้นหาของ Google จะพบว่ามีการค้นหาเกี่ยวกับเรื่องนี้มากถึงกว่า 400 ล้านรายการเลยทีเดียว ว่าแต่ Ice Bath มันเป็นยังไง ทำไมถึงเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ THE STANDARD LIFE จะพาทุกคนไปรู้จักกับ Ice Bath โดยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและสนใจวิธีการฟื้นฟูร่างกายเพื่อสุขภาพที่หลากหลาย และ Ice Bath ก็เป็นหนึ่งในวิธีดูแลสุขภาพเหล่านั้น ไปป์-ชานน พัทธ์ณศิริ เขาคือผู้ที่จัดโปรแกรมเกี่ยวกับ Wellness ทั้งหมดให้กับ Soho House Bangkok ที่อาศัยประสบการณ์หลายปีที่คลุกคลีในวงการสุขภาพ จนได้นำวิธีการฟื้นฟูร่างกายด้วยวิธี Ice Bath มาเป็นหนึ่งในโปรแกรมสุขภาพล่าสุด เพื่อให้เหล่าสมาชิกและแขกคนพิเศษของสมาชิกได้มาร่วมสัมผัสประสบการณ์สร้างเสริมสุขภาพในรูปแบบที่หลากหลายร่วมกันทุกเดือน โดยจัด Ice Bath ประมาณเดือนละ 2 ครั้ง และเขาจะมาเล่าให้ฟังว่ามันดีต่อสุขภาพอย่างไร เหมาะกับใคร และมีขั้นตอนในการแช่ Ice Bath อย่างไรบ้าง เพราะเขายืนยันว่าหนึ่งในไม่กี่อย่างที่ส่งผล Impact ด้านสุขภาพกับตัวเขาเอง ไม่ว่าจะเรื่อง Physical Body หรือว่าเรื่อง Mental มากที่สุดก็คือ Ice Bath

 

 

What is it?

 

Ice Bath เป็นวิธีการฟื้นฟูร่างกายที่ได้รับความนิยมในหมู่นักกีฬาอย่างมาก เพราะการแช่ตัวในน้ำแข็งหรือการแช่ในน้ำเย็นจัดๆ ประโยชน์ของมันคือสามารถบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ลดอาการบวม การอักเสบ ช่วยเร่งการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อได้ดี แต่ไม่ใช่ว่าข้อดีของ Ice Bath จะมีแค่นั้น เพราะในความเป็นจริงแล้ว ประโยชน์ของ Ice Bath มันกว้างกว่านั้นมาก ซึ่งส่งเสริมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และยังช่วยลดน้ำหนักอย่างได้ผลด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การแช่ตัวในน้ำแข็งจึงกลับมาบูมมาก คนทั่วไปก็สามารถหันมาใช้การฟื้นฟูแบบ Ice Bath ได้เหมือนกัน เพราะจริงๆ แล้ว ‘เราทุกคนล้วนคือนักกีฬาในชีวิตของตัวเอง’ ที่อยากจะพัฒนาและฟื้นฟูร่างกายของตัวเองให้ดีขึ้นเหมือนกัน สำหรับโปรแกรม Wellness Ice Bath ที่ Soho House Bangkok นี้จะใช้ความเย็นอยู่ที่ประมาณ 0 องศาเซลเซียส และก่อนจะลงอ่างแช่ Ice Bath จะต้องเรียนรู้การหายใจอย่างถูกวิธีก่อนด้วย

 

 

Health Benefits

 

  • ช่วยเรื่องการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อและลดความเจ็บปวด นักกีฬาหลายคนรักษาสุขภาพด้วยการแช่น้ำแข็งเพื่อลดอาการปวดกล้ามเนื้อหลังการฝึกซ้อมหรือหลังการแข่งขันที่เข้มข้น
  • การแช่น้ำแข็งสามารถช่วยลดการอักเสบอย่างได้ผล
  • สร้างความแข็งแกร่งให้กับจิตใจ เพราะต้องอาศัยความเด็ดเดี่ยว อดทน และเรียนรู้ที่จะเอาตัวรอดด้วยการบังคับตัวเองให้สามารถทนต่อความหนาวเย็นให้ได้
  • Ice Bath ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญได้อย่างมีศักยภาพ บางคนน้ำหนักลดลงจากการแช่ Ice Bath เพียงสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
  • Ice Bath ช่วยกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนได้ด้วยตัวเอง ทำให้รู้สึกมีพลัง มีโฟกัส รู้สึกเข้มแข็ง มีภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้นโดยที่ร่างกายเยียวยาตัวเอง
  • ลดความเครียด ลดความวิตกกังวล สังเกตว่าคนที่ออกจากถังแช่ Ice Bath จะมีเอเนอร์จี้ที่ดีมาก และการไหลเวียนของโลหิตที่แผ่ไปทั่วร่างกายจะยิ่งทำให้รู้สึกฟินและมีความสุข

 

 

Try

 

ก่อนจะทำการลองแช่ตัวใน Ice Bath สำหรับคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน จะมีการเข้าคลาสเวิร์กช็อปการฝึกหายใจอย่างถูกวิธีก่อนราวๆ 30 นาที เพื่อไกด์มายด์เซ็ตและเรียนรู้การเตรียมตัวที่ถูกต้อง เพื่อให้การแช่ Ice Bath ประสบความสำเร็จและได้ผล สำหรับการฝึกหายใจนั้นสำคัญมากทีเดียว เพราะเวลาที่ลงไปอยู่ในน้ำเย็นจัดอาจเกิดความเครียดขึ้นมาได้ และมันจะทำให้เราหายใจติดขัด รู้สึกกลัว แต่ถ้าเราควบคุมลมหายใจได้ก็จะช่วยให้การแช่ตัวในน้ำแข็งเป็นเรื่องที่ไม่ยากเกินไป ซึ่งการหายใจนั้นมีหลายวิธีมากๆ โดยที่เราได้ฝึกคือการหายใจเข้าทางจมูก 4 วินาที แล้วหายใจออกยาวๆ ทางปากอีก 6 วินาที โดยจำไว้ว่าเวลาหายใจออกจะยาวกว่าการหายใจเข้า จะช่วยลดความเครียดและความกังวลได้ โดยช่วงเวลาที่ยากที่สุดคือ 1 นาทีแรกที่ลงไปแช่ตัวในน้ำแข็ง แต่พอหายใจตามที่ฝึกมา ร่างกายเริ่มปรับได้ แต่ก็ต้องอาศัยความอดทนขั้นสูงสุด เพราะใจมันอยากกระโดดออกจากถังน้ำแข็งแทบตลอดเวลา แต่เมื่อครบ 3 นาที และก้าวออกจากถัง Ice Bath สิ่งที่รู้สึกได้มีอยู่ 2 อย่างที่ชัดเจนมากคือ ‘ฟิน’ กับ ‘หนาวมาก’ รู้สึกเหมือนเลือดทั่วร่างกายสูบฉีดแบบจัดเต็ม ถือว่าเป็นกิจกรรมที่เอ็กซ์ตรีมมากๆ และมอบประสบการณ์ด้านสุขภาพที่แปลกใหม่และสนุกดี แต่สิ่งที่อยากทิ้งท้ายคือ แม้ว่าการแช่ Ice Bath จะสามารถช่วยฟื้นฟูร่างกายและมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย แต่การแช่ Ice Bath ไม่ควรทำเองลำพัง ควรทำกับผู้เชี่ยวชาญ เข้าคลาสเวิร์กช็อปที่มีผู้แนะนำอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ยังต้องดูแลสุขภาพตัวเองร่วมด้วย ทั้งการกินดี ออกกำลังกายดี พักผ่อนดี รับรองว่าสุขภาพดีในอุดมคติอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน

 

 

Good for

 

แม้ว่าการแช่น้ำแข็งจะมีประโยชน์ แต่ก็ไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน หากใครมีโรคประจำตัวหรือมีอาการต่างๆ เช่น โรคเรย์เนาด์ (โรคที่เกิดความผิดปกติขึ้นกับหลอดเลือดเมื่อเจอความเย็นหรือมีความเครียด) โรคหัวใจและหลอดเลือด หรือโรคหอบหืด อาจได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิที่ลดลงอย่างกะทันหัน สตรีมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการแช่น้ำแข็ง หากคุณมีภาวะสุขภาพใดด้านอื่นๆ ที่เกรงว่าจะเป็นอันตราย ควรปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนเสมอ

 

 




Location: Soho House Bangkok สุขุมวิท 31

Open: เวลา 08.00-00.00 น.

Contact: 0 2483 9559

Website: https://www.sohohouse.com

The post แช่ Ice Bath ที่ Soho House Bangkok appeared first on THE STANDARD.

]]>