การพนัน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/การพนัน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 20 Mar 2026 04:03:41 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ป.ป.ช. ฟันจริยธรรมร้ายแรง 2 อดีต สส. ส่งศาลฎีกา จากปมลอบเล่นการพนันในรัฐสภา-ฮุบที่ดิน ส.ป.ก. https://thestandard.co/pacc-ex-mps-ethics-supreme-court/ Fri, 20 Mar 2026 04:01:33 +0000 https://thestandard.co/pacc-ex-mps-ethics-supreme-court/ ป.ป.ช. ฟัน 2 อดีต สส. ผิดจริยธรรมร้ายแรง ส่งศาลฎีกา

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) […]

The post ป.ป.ช. ฟันจริยธรรมร้ายแรง 2 อดีต สส. ส่งศาลฎีกา จากปมลอบเล่นการพนันในรัฐสภา-ฮุบที่ดิน ส.ป.ก. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ช. ฟัน 2 อดีต สส. ผิดจริยธรรมร้ายแรง ส่งศาลฎีกา

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูลความผิดอดีต สส. จำนวน 2 ราย ในข้อหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ทั้งกรณีลักลอบตั้งวงเล่นการพนันภายในอาคารรัฐสภา และกรณีการครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. ราว 600 ไร่

 

วันนี้ (20 มีนาคม) สุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยถึงผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยระบุว่า ที่ประชุมได้พิจารณาพยานหลักฐานอย่างรอบด้านและมีมติชี้มูลความผิดคดีสำคัญที่เกี่ยวกับการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของอดีต สส. รวม 2 เรื่อง

 

ลักลอบเล่นการพนันในรัฐสภา

 

ประการแรกคือกรณีของ ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง สส. ราชบุรี เขต 3 จากการไต่สวนพบว่า เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2566 ซึ่งเป็นวันเวลาราชการที่มีการประชุมคณะกรรมาธิการฯ และการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ชัยทิพย์กลับใช้เวลาในช่วง 13.15 น. – 16.00 น. ร่วมกับบุคคลอื่นตั้งวงเล่นไพ่สามกองภายในห้องทำงานส่วนตัว หมายเลข CA 535 ชั้น 5 ของอาคารรัฐสภา



พฤติการณ์ในวันดังกล่าวพบว่ามีการใช้ชิปแทนเงินสดในการนับแต้มเพื่อเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย มิหนำซ้ำยังมีการจัดเตรียมโต๊ะสี่เหลี่ยมที่ไม่ได้เป็นทรัพย์สินของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเข้ามาเพื่อใช้เล่นการพนันโดยเฉพาะ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการไม่รักษาชื่อเสียงเกียรติภูมิของสภาฯ ไม่ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี และถือเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง

 

ครองที่ดิน ส.ป.ก. ราว 600 ไร่

 

อีกกรณีคือคดีของ สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง สส. กระบี่ ซึ่งถูกร้องเรียนกรณีถือครองและทำประโยชน์ในที่ดิน ภ.บ.ท.5 ท้องที่หมู่ที่ 8 ตำบลห้วยยูง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เนื้อที่กว้างใหญ่ถึงประมาณ 578 – 3 – 95 ไร่ ที่ดินผืนดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและทับซ้อนกับที่ดินประเภทสาธารณะทุ่งเลี้ยงสัตว์ ซึ่งต่อมาในปี 2537 ได้ถูกประกาศให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.)

 

จากการตรวจสอบพบว่า สฤษฏ์พงษ์ได้รับที่ดินตกทอดมาจากมารดาของคู่สมรส แต่กลับเพิกเฉยไม่เคยยื่นคำร้องขอเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินแต่อย่างใด แม้จะเข้าดำรงตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2562 แล้ว เขาก็ยังคงยึดถือครอบครองที่ดินดังกล่าวเพื่อปลูกและเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากปาล์มน้ำมันเรื่อยมา

 

นอกจากนี้ ในการยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. สฤษฏ์พงษ์ยังจงใจปกปิดความจริง โดยแจ้งครอบครองที่ดินเพียง 2 แปลง แปลงละ 100 ไร่ ซึ่งไม่ตรงกับจำนวนที่ดินเกือบ 600 ไร่ที่ครอบครองอยู่จริง

 

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้ชัดว่า สฤษฏ์พงษ์เป็นผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติจะรับการจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก. เนื่องจากไม่ใช่ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก และมีรายได้จากเงินเดือน สส. เพียงพอต่อการยังชีพอยู่แล้ว การเจตนาหลีกเลี่ยงไม่ส่งมอบพื้นที่คืนรัฐเพื่อนำไปจัดสรรให้เกษตรกรผู้ยากไร้ ถือเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบและทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์การเป็น สส.



ทาง ป.ป.ช. จึงมีมติให้ส่งเรื่องของอดีต สส. ทั้งสองรายนี้ไปยังศาลฎีกา เพื่อพิจารณาวินิจฉัยความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม สำนักงาน ป.ป.ช. ระบุว่า การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในชั้นนี้ยังไม่ถือเป็นที่สุด ตามหลักกฎหมายแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองรายยังคงถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลฎีกาจะมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดออกมา

 

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนทางกฎหมายเบื้องต้น หากศาลฎีการับคำร้อง ผู้ถูกกล่าวหาจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา และหากศาลมีคำพิพากษาชี้ขาดว่ามีความผิดจริง จะมีผลให้บุคคลนั้นพ้นจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ โดยให้มีผลย้อนหลังนับตั้งแต่วันที่ศาลฎีกามีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่

 

เปิดประวัติ 2 อดีต สส. ที่ถูกกล่าวหา

 

สำหรับ ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ หรือ ‘ส.จ.เส็ง’ เติบโตมาจากการเมืองท้องถิ่นในตำแหน่ง ส.จ. ก่อนจะก้าวเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรระดับชาติ โดยชนะการเลือกตั้งซ่อมเป็น สส. ราชบุรี เขต 3 ในปี 2565 ภายใต้สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ต่อมาในการเลือกตั้งปี 2566 ได้ย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ และล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ได้ย้ายมาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม โดยลงสมัครรับเลือกตั้ง เขต 5 ราชบุรี ในนามพรรคกล้าธรรม แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง

 

ขณะที่ สฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง หรือ ‘โกสุทธิ์’ เป็นนักการเมืองคนสำคัญในพื้นที่ภาคใต้ เคยดำรงตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กระบี่ ระหว่างปี 2555 ถึง 2562 เป็นอดีต สส. จังหวัดกระบี่ 2 สมัย สังกัดพรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งล่าสุดปี 2569 ได้ประกาศวางมือทางการเมือง และให้บุตรสาวลงสมัคร สส. ในพื้นที่ของตนเอง

The post ป.ป.ช. ฟันจริยธรรมร้ายแรง 2 อดีต สส. ส่งศาลฎีกา จากปมลอบเล่นการพนันในรัฐสภา-ฮุบที่ดิน ส.ป.ก. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลให้ประกัน สส.ชนนพัฒฐ์ 1 ล้านบาท คดีเว็บพนัน-ฟอกเงิน กำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกราชอาณาจักร https://thestandard.co/chonnanpat-bail-gambling-money-laundering/ Thu, 12 Mar 2026 10:36:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1186888 ภาพ ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส. ผู้ถูกกล่าวหาในคดีเว็บพนันและฟอกเงิน

วันนี้ (12 มีนาคม) ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ภายหลังพนั […]

The post ศาลให้ประกัน สส.ชนนพัฒฐ์ 1 ล้านบาท คดีเว็บพนัน-ฟอกเงิน กำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกราชอาณาจักร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส. ผู้ถูกกล่าวหาในคดีเว็บพนันและฟอกเงิน

วันนี้ (12 มีนาคม) ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ภายหลังพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ควบคุมตัว ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดสงขลา พรรคกล้าธรรม มายื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลอาญา ในความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478

 

ทนายความของชนนพัฒฐ์ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งศาลได้พิเคราะห์ตามคำร้องขอฝากขังและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ประกอบกับมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งชัดเจน จึงมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาในระหว่างการสอบสวน โดยทำสัญญาประกันและตีราคาประกัน 1 ล้านบาท

 

พร้อมกันนี้ ศาลได้กำหนดเงื่อนไขสำคัญในการปล่อยตัวชั่วคราว ได้แก่ ให้ผู้ต้องหามารายงานตัวต่อศาลทุก 2 เดือน ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร โดยให้แจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) รับทราบ ตลอดจนห้ามมิให้ผู้ต้องหากระทำการใด ๆ อันเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินคดีในศาล ทั้งนี้ หากพบว่ามีการฝ่าฝืนเงื่อนไขดังกล่าว ศาลจะพิจารณาเพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวต่อไป

The post ศาลให้ประกัน สส.ชนนพัฒฐ์ 1 ล้านบาท คดีเว็บพนัน-ฟอกเงิน กำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกราชอาณาจักร appeared first on THE STANDARD.

]]>
​ดีเอสไอคุมตัว ‘ชนนพัฒฐ์’ ส่งฝากขังศาลอาญา ค้านประกันชั้นสอบสวน เจ้าตัวหน้าเครียดแต่ย้ำคำเดิม “บริสุทธิ์-ปฏิเสธทุกข้อหา” https://thestandard.co/chonnaphat-dsi-court-bail/ Thu, 12 Mar 2026 08:22:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1186763 ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา ถูกคุมตัวออกจากอาคารดีเอสไอเพื่อไปศาลอาญา พร้อมสีหน้าเคร่งเครียด

วันนี้ (12 มีนาคม) ความคืบหน้ากรณี ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส. […]

The post ​ดีเอสไอคุมตัว ‘ชนนพัฒฐ์’ ส่งฝากขังศาลอาญา ค้านประกันชั้นสอบสวน เจ้าตัวหน้าเครียดแต่ย้ำคำเดิม “บริสุทธิ์-ปฏิเสธทุกข้อหา” appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา ถูกคุมตัวออกจากอาคารดีเอสไอเพื่อไปศาลอาญา พร้อมสีหน้าเคร่งเครียด

วันนี้ (12 มีนาคม) ความคืบหน้ากรณี ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ล่าสุดเมื่อเวลา 14.06 น. ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการสอบปากคำและรับทราบข้อกล่าวหาฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันฯ และร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง พนักงานสอบสวนดีเอสไอได้พิจารณา คัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นสอบสวน และได้ควบคุมตัวชนนพัฒฐ์ไปยื่นคำร้องขออำนาจศาลฝากขัง ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อให้ไปยื่นขอประกันตัวในชั้นศาลต่อไป

 

ระหว่างการนำตัวออกจากอาคารเพื่อไปขึ้นรถ ชนนพัฒฐ์ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนเพียงสั้นๆ โดยระบุว่า วันนี้ตั้งใจมารายงานตัวตามที่ดีเอสไอออกหมายเรียก และผ่านการสอบสวนมาแล้ว 3 ชั่วโมง เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าได้ปฏิเสธทั้งสองข้อกล่าวหาใช่หรือไม่ ชนนพัฒฐ์ตอบรับสั้นๆ ว่า “ครับๆ” พร้อมยืนยันว่าได้นำเอกสารคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหามายื่นต่อพนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้ว

 

นอกจากนี้ ชนนพัฒฐ์ยังกล่าวย้ำถึงความบริสุทธิ์ของตนเอง ก่อนจะปฏิเสธที่จะตอบคำถามอื่นๆ เพิ่มเติม โดยพยายามกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “โทษทีๆ” และขอร้องให้เจ้าหน้าที่ช่วยกันช่างภาพและนักข่าวเพื่อเปิดทางให้ตนเดินไปที่รถ

 

ทั้งนี้ จากการสังเกตของสื่อมวลชนพบว่า ภายหลังการสอบปากคำ ชนนพัฒฐ์มีสีหน้าที่ค่อนข้างเคร่งเครียดและยิ้มเจื่อนอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งแตกต่างไปจากท่าทีที่ดูผ่อนคลายและยิ้มแย้มในช่วงเช้าที่เพิ่งเดินทางมาถึง

 

สำหรับการควบคุมตัวไปยังศาลอาญานั้น พนักงานสอบสวนดีเอสไอได้อนุญาตให้ชนนพัฒฐ์เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว โดยผู้ต้องหาไม่ได้ถูกสวมเครื่องพันธนาการแต่อย่างใด แต่มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอและทนายความส่วนตัวนั่งประกบไปด้วยภายในรถอย่างใกล้ชิด

 

พร้อมกันนี้ยังมีการจัดกำลังรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอขับนำหน้าขบวน 1 คัน และขับปิดท้ายขบวนอีก 1 คัน เพื่อคุมเข้มการเดินทางเข้าสู่กระบวนการทางศาลต่อไป

 

ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา ถูกคุมตัวออกจากอาคารดีเอสไอเพื่อไปศาลอาญา พร้อมสีหน้าเคร่งเครียด 1ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา ถูกคุมตัวออกจากอาคารดีเอสไอเพื่อไปศาลอาญา พร้อมสีหน้าเคร่งเครียด 2ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา ถูกคุมตัวออกจากอาคารดีเอสไอเพื่อไปศาลอาญา พร้อมสีหน้าเคร่งเครียด 3ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา ถูกคุมตัวออกจากอาคารดีเอสไอเพื่อไปศาลอาญา พร้อมสีหน้าเคร่งเครียด 4ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา ถูกคุมตัวออกจากอาคารดีเอสไอเพื่อไปศาลอาญา พร้อมสีหน้าเคร่งเครียด 5ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา ถูกคุมตัวออกจากอาคารดีเอสไอเพื่อไปศาลอาญา พร้อมสีหน้าเคร่งเครียด 6ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา ถูกคุมตัวออกจากอาคารดีเอสไอเพื่อไปศาลอาญา พร้อมสีหน้าเคร่งเครียด 7ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา ถูกคุมตัวออกจากอาคารดีเอสไอเพื่อไปศาลอาญา พร้อมสีหน้าเคร่งเครียด 8

The post ​ดีเอสไอคุมตัว ‘ชนนพัฒฐ์’ ส่งฝากขังศาลอาญา ค้านประกันชั้นสอบสวน เจ้าตัวหน้าเครียดแต่ย้ำคำเดิม “บริสุทธิ์-ปฏิเสธทุกข้อหา” appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : กกต. เผยศาลมีคำสั่งถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส. จาก 4 พรรคการเมือง หมดสิทธิลงสนามเลือกตั้ง https://thestandard.co/court-disqualifies-mp-candidates/ Sat, 31 Jan 2026 11:44:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1171897 ภาพประกอบข่าวการประกาศของ กกต. กรณีศาลฎีกาสั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส. 7 ราย

วันนี้ (31 มกราคม) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต. […]

The post เลือกตั้ง 2569 : กกต. เผยศาลมีคำสั่งถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส. จาก 4 พรรคการเมือง หมดสิทธิลงสนามเลือกตั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบข่าวการประกาศของ กกต. กรณีศาลฎีกาสั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส. 7 ราย

วันนี้ (31 มกราคม) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยข้อมูลศาลฎีกามีคำสั่งให้ ถอนชื่อผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 7 คน จาก 4 พรรคการเมือง โดยรายละเอียดประกอบด้วย

 

พรรคกล้าธรรม จำนวน 3 คน ได้แก่

 

1. ฉลอง แสงราษฎร์เมฆินทร์ ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต 13 หมายเลข 3 พรรคกล้าธรรม เคยถูกศาลตัดสินจองจำและพ้นโทษมาแล้วไม่เกิน 10 ปี ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลที่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ตามกฎหมาย มาตรา 42 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ไม่สามารถสมัครรับเลือกตั้ง สส. ได้

 

2. พสิษฐ์ คำชัย ผู้สมัคร สส. ชัยภูมิ เขต 2 หมายเลข 7 พรรคกล้าธรรม ถูกตัดสิทธิเนื่องจากไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่น

 

3. ชลสิทธิ แก้วยะรัตน์ ผู้สมัคร สส. ภูเก็ต เขต 2 พรรคกล้าธรรม หมายเลข 1 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ กรณีถือหุ้นในกิจการสื่อมวลชน

 

พรรคเพื่อไทย จำนวน 2 คน ได้แก่

 

1. ชญานันท์ จินดาเจี่ย ผู้สมัคร สส. ราชบุรี เขต 3 พรรคเพื่อไทย หมายเลข 8 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ กรณีถือหุ้นในกิจการสื่อมวลชน

 

2. กิตษณัฐ อินทร์พรหม ผู้สมัคร สส. นครศรีธรรมราช เขต 3 พรรคเพื่อไทย หมายเลข 4 เนื่องจากเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานลักทรัพย์

 

พรรคพลังประชารัฐ จำนวน 1 คน ได้แก่

 

1. วันใหม่ ทรงศิลสอาด ผู้สมัคร สส. ระยอง เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ หมายเลข 4 เนื่องจากเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่า กระทำความผิดต่อกฎหมายว่าด้วยการพนัน ฐานเป็นเจ้ามือ

 

พรรคประชาชน จำนวน 1 คน ได้แก่

 

1. รัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ผู้สมัคร สส. ตาก เขต 2 พรรคประชาชน หมายเลข 6 เนื่องจากเป็นผู้ต้องหาในข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์

 


 

ทั้งนี้ กกต. แจ้งว่า สำหรับผู้สมัคร สส. ที่ศาลฎีกามีคำสั่งถอนรายชื่อดังกล่าวถือว่าหมดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ หากประชาชนลงคะแนนให้ผู้สมัครที่ถูกถอนชื่อ จะถือเป็นบัตรเสีย ขอให้ผู้มีสิทธิตรวจสอบข้อมูลก่อนใช้สิทธิ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : กกต. เผยศาลมีคำสั่งถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส. จาก 4 พรรคการเมือง หมดสิทธิลงสนามเลือกตั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพื่อไทยชี้อนุทินยกเลิกสถานะกีฬาโป๊กเกอร์ขัดกระแสโลก ปิดประตูเศรษฐกิจเชิงท่องเที่ยวใหม่ https://thestandard.co/poker-ban-hurts-tourism/ Fri, 24 Oct 2025 03:12:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1134689 เพื่อไทยชี้ อนุทินยกเลิกสถานะกีฬาโป๊กเกอร์ขัดกระแสโลก ปิดประตูเศรษฐกิจเชิงท่องเที่ยวใหม่

วันนี้ (24 ตุลาคม) สรวงศ์ เทียนทอง รักษาการเลขาธิการพรร […]

The post เพื่อไทยชี้อนุทินยกเลิกสถานะกีฬาโป๊กเกอร์ขัดกระแสโลก ปิดประตูเศรษฐกิจเชิงท่องเที่ยวใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพื่อไทยชี้ อนุทินยกเลิกสถานะกีฬาโป๊กเกอร์ขัดกระแสโลก ปิดประตูเศรษฐกิจเชิงท่องเที่ยวใหม่

วันนี้ (24 ตุลาคม) สรวงศ์ เทียนทอง รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณีที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีมติ ‘ยกเลิกสถานะกีฬา’ ของการแข่งขันโป๊กเกอร์ แล้วนำกลับไปอยู่ในหมวดการพนัน ว่าเป็นการตัดสินใจที่ขัดต่อกระแสโลกและแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจเชิงท่องเที่ยว พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่า “นี่คือการตัดสินใจเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง หรือเพื่อผลประโยชน์ของประเทศกันแน่”

 

สรวงศ์ระบุว่า สมาคมกีฬาเชิงสมองนานาชาติ (IMSA) ได้รับรองให้โป๊กเกอร์เป็น ‘กีฬาเชิงสมอง (Mind Sport)’ ตั้งแต่ปี 2024 เพราะต้องอาศัยทักษะคิดวิเคราะห์ วางกลยุทธ์ และความอดทนทางจิตใจ อีกทั้งการกีฬาแห่งประเทศไทย (SAT) ก็มีมติในเดือนกรกฎาคม 2025 รับรองให้โป๊กเกอร์และแฟลกฟุตบอลเป็น กีฬาอย่างเป็นทางการ โดยมีข้อกำหนดห้ามเล่นพนันบนโต๊ะแข่งขันอยู่แล้ว จึงไม่อาจอ้างเหตุผลเรื่อง ‘การพนัน’ ได้

 

โป๊กเกอร์ในระดับสากลปัจจุบันมีสมาชิกสหพันธ์กว่า 50 ประเทศทั่วโลก มีนักกีฬากว่า 450,000 คน และฐานผู้เล่นกว่า 100 ล้านคน หากไทยใช้โอกาสนี้จัด ‘Poker Tour Festival’ ปีละครั้ง จะสามารถสร้างรายได้มหาศาล เนื่องจากประเทศไทยมีความพร้อมด้านโรงแรม ศูนย์ประชุม และสนามบินนานาชาติ

 

นอกจากนี้ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) เคยประเมินว่า นักท่องเที่ยวที่มาร่วมทัวร์นาเมนต์ 1 คน ใช้จ่ายเฉลี่ย 20,000 บาทต่อวัน อยู่เฉลี่ย 7-14 วัน หากดึงผู้เข้าร่วมได้ 10,000 คน จะสร้างรายได้รวมกว่า 1,400 ล้านบาทต่ออีเวนต์

 

สรวงศ์ย้ำว่า โป๊กเกอร์ไม่ใช่การพนัน แต่เป็น กีฬาเชิงกลยุทธ์ที่หลายประเทศใช้ส่งเสริมเศรษฐกิจเชิงท่องเที่ยวและดึงดูดนักท่องเที่ยวรายได้สูง การตัดสินใจของรัฐบาลอนุทินจึงสะท้อนภาพการเมืองนำเศรษฐกิจ มากกว่าการพัฒนาประเทศ

 

สรวงศ์ยังเปรียบเทียบว่า ในขณะที่รัฐบาลเร่งตีกรอบโป๊กเกอร์เป็นการพนันโดยอ้างผลกระทบต่อประชาชน กลับละเลยผลเสียจากนโยบาย ‘กัญชาเสรี’ ซึ่งงานวิจัยของ Arizona State University (2025) พบสารพิษตกค้างในกัญชาที่ถูกยึด เช่น Mycotoxins และ Diacetoxyscirpenol ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ทั้งที่สหรัฐฯ มีมาตรฐานตรวจสารปนเปื้อนกว่า 30 รายการก่อนจำหน่าย แต่รัฐบาลไทยกลับไม่จัดตั้งระบบตรวจ Certificate of Analysis (COA) สำหรับกัญชาในท้องตลาดเลย

 

“ทำไมรัฐบาลถึงกล้าปล่อยสารเสพติดเชิงธุรกิจ โดยไม่สร้างมาตรฐานความปลอดภัย แต่กลับปิดกั้นกีฬาเชิงท่องเที่ยวที่สามารถสร้างรายได้มหาศาลให้ประเทศ” สรวงศ์ตั้งคำถาม พร้อมเตือนว่าการตัดสินใจนี้อาจทำให้ไทยสูญเสียโอกาสสร้างเศรษฐกิจท่องเที่ยวใหม่ (New Sport Tourism Economy) ที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านบาทต่อครั้ง และเสียเปรียบประเทศเพื่อนบ้านในสมรภูมิการแข่งขันดึงนักท่องเที่ยวรายได้สูง

The post เพื่อไทยชี้อนุทินยกเลิกสถานะกีฬาโป๊กเกอร์ขัดกระแสโลก ปิดประตูเศรษฐกิจเชิงท่องเที่ยวใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ยืนยันไม่แทรกแซงคดีเขากระโดง ปล่อยให้ใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย ชี้ใครคาใจให้ไปฟ้องเอง เผยอธิบดี ปค. ชงดึงโป๊กเกอร์อยู่ในบัญชีการพนันแล้ว https://thestandard.co/anutin-khaokradong-case-poker-gambling/ Fri, 26 Sep 2025 11:07:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1123500 อนุทิน ชาญวีรกูล แถลงยืนยันไม่แทรกแซงคดีเขากระโดง

วันนี้ (26 กันยายน) ที่กระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล […]

The post อนุทิน ยืนยันไม่แทรกแซงคดีเขากระโดง ปล่อยให้ใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย ชี้ใครคาใจให้ไปฟ้องเอง เผยอธิบดี ปค. ชงดึงโป๊กเกอร์อยู่ในบัญชีการพนันแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล แถลงยืนยันไม่แทรกแซงคดีเขากระโดง

วันนี้ (26 กันยายน) ที่กระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงหลักในการทำงานเกี่ยวกับคดีเขากระโดงว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ไม่มีการวางหลักในเรื่องใดทั้งสิ้น ผิดว่าไปตามผิด ถูกก็ให้ความเป็นธรรมเขา

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เห็นด้วยกับแนวทางของพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่จะให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ฟ้องรายแปลงหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า อะไรที่กฎหมายทำได้ก็ควรที่จะเป็นไปตามนั้น แต่จะไม่กลั่นแกล้ง และจะไม่ทำให้มีได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่ที่พรรคเพื่อไทยเตรียมถล่มในการแถลงนโยบาย และพร้อมชี้แจงหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า พร้อมชี้แจง

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการตรวจสอบคำสั่งคณะกรรมการเขากระโดงที่ เดชอิศม์ ขาวทอง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งและมีคำสั่งเพิกถอนที่ดินเขากระโดง โดยใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 วรรค 8 หรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ไม่ต้องตรวจสอบ เพราะเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนที่พวกตนจะเข้ามา ได้ติดตามข่าวโดยปลัดกระทรวงมหาดไทย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมที่ดิน และอธิบดีกรมที่ดินคนปัจจุบัน ได้ร่วมกันแถลงข่าวอย่างชัดเจนว่า ได้กระทำการข้ามขั้นตอนในหลายประเด็น และคณะกรรมการได้มีการตรวจสอบแล้วพบว่า สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นการกระทำที่ถูกต้องแล้ว ส่วนใครที่คาใจหรือไม่พอใจในมติของคณะกรรมการมาตรา 61 สามารถใช้สิทธิ์ไปฟ้องตามช่องทางที่กฎหมายกำหนดได้

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า คณะกรรมการที่ตรวจสอบมีคำสั่งให้เพิกถอนที่ดินเขากระโดงตามมาตรา 61 วรรค 8 หรือไม่ อนุทินกล่าวว่า จะมีหรือไม่มีก็แล้วแต่ สามารถใช้สิทธิ์ได้อย่างเต็มที่ สิ่งที่ตนเองพูดได้เพียงอย่างเดียวคือจะไม่มีการแทรกแซงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนนี้ เพราะนายกรัฐมนตรีสั่งไม่ให้แทรกแซงอย่างเด็ดขาด 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการเพิกถอนหรือดึงไพ่โป๊กเกอร์กลับมาขึ้นบัญชีการพนันหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า จะพิจารณา ซึ่งอธิบดีกรมการปกครองได้นำร่างเพิกถอนให้ตนเองพิจารณาแล้ว แต่ตนเองจะไม่ทำอะไรที่หุนหันพลันแล่น ขาดสติ แต่จะพิจารณาด้วยความละเอียด และสอบถามผู้ที่มีความรู้ ว่าจะได้หรือเสียประโยชน์อะไร ทุกอย่างจะมีการกลั่นกรอง โดยใช้ดุลยพินิจเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก

The post อนุทิน ยืนยันไม่แทรกแซงคดีเขากระโดง ปล่อยให้ใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย ชี้ใครคาใจให้ไปฟ้องเอง เผยอธิบดี ปค. ชงดึงโป๊กเกอร์อยู่ในบัญชีการพนันแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ในเมื่อไม่มีหวัง ก็สู้เสี่ยงโชคให้หมด! Gen Z สหรัฐฯ สิ้นหวังกับเศรษฐกิจ หัน ‘หวดสุดแรงลุ้นโฮมรัน’ ผ่านการพนัน-หุ้นมีม-คริปโต เพื่อสร้างตัว https://thestandard.co/financial-nihilism-genz-high-risk-investing/ Fri, 26 Sep 2025 03:30:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1123099 financial-nihilism-genz-high-risk-investing

เมื่อ เจคอบ แคปแลน (Jacob Kaplan) คิดถึงเส้นทางสู่ความม […]

The post ในเมื่อไม่มีหวัง ก็สู้เสี่ยงโชคให้หมด! Gen Z สหรัฐฯ สิ้นหวังกับเศรษฐกิจ หัน ‘หวดสุดแรงลุ้นโฮมรัน’ ผ่านการพนัน-หุ้นมีม-คริปโต เพื่อสร้างตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
financial-nihilism-genz-high-risk-investing

เมื่อ เจคอบ แคปแลน (Jacob Kaplan) คิดถึงเส้นทางสู่ความมั่นคงทางการเงิน เขามองเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องรับ ‘ความเสี่ยง’ ครั้งใหญ่ ชายหนุ่มวัย 25 ปีผู้นี้ใช้เวลาสัปดาห์ละ 30 ชั่วโมงไปกับการเดิมพันผลการแข่งขันกีฬาผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเขาไม่ได้มองว่าเป็นแค่เพียงงานอดิเรก แต่เป็นหนทางในการแก้ปัญหาที่คนรุ่นเดียวกับเขากำลังเผชิญ

 

“หากคุณอยู่ท่ามกลางคนที่ใช่และรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ความเสี่ยงนี้ก็จะช่วยตอบโจทย์ปัญหาที่คนรุ่นผมกำลังมองหาทางแก้ นั่นคือการสร้างความมั่นคงทางการเงิน” แคปแลนกล่าว ซึ่งเรื่องราวของเขาคือภาพสะท้อนของปรากฏการณ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นในกลุ่มคนหนุ่มสาว ที่กำลังผลักไสกลยุทธ์การลงทุนแบบดั้งเดิมทิ้งไป และหันไปหาทางเลือกที่มีความเสี่ยงสูงกว่าแทน

 

ปรากฏการณ์นี้ถูกขนานนามว่า ‘สุญนิยมทางการเงิน’ (Financial Nihilism) ซึ่งเป็นผลมาจากความรู้สึกสิ้นหวังต่อสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นราคาบ้านที่พุ่งสูงจนเกินเอื้อม, หนี้สินที่เพิ่มพูน และตลาดแรงงานที่ตึงตัว ทำให้คนรุ่นใหม่จำนวนมากเลือกที่จะ ‘หวดสุดแรงเพื่อลุ้นโฮมรัน’ แทนที่จะเล่นแบบปลอดภัยไปเรื่อยๆ

 

ไซมอน โอ (Simon Oh) ผู้ช่วยศาสตราจารย์จาก Columbia Business School มองว่านี่คือการตอบสนองอย่างสมเหตุสมผลของนักลงทุนรุ่นใหม่ “เมื่อเทียบกับในอดีต การสร้างความมั่งคั่งด้วยวิธีการแบบดั้งเดิมนั้นทำได้ยากขึ้นมาก ดังนั้นการเลือกที่จะเสี่ยงเพื่อผลตอบแทนก้อนใหญ่จึงกลายเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล” เขากล่าว

 

นับตั้งแต่ช่วงการระบาดใหญ่เป็นต้นมา การลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงได้กลายเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นการเดิมพันผลกีฬา หรือการเก็งกำไรในหุ้นมีม (Meme Stocks) อย่าง GameStop และ AMC ส่วนการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลซึ่งครอบคลุมตั้งแต่บิตคอยน์ไปจนถึงเหรียญมีมต่างๆ ก็ได้รับความสนใจอย่างสูง โดยผลสำรวจจาก U.S. Bank ชี้ว่า Gen Z เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีแนวโน้มจะลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีมากที่สุดในอีก 5 ปีข้างหน้า

 

ขณะเดียวกัน ตลาดการเงินก็ได้สร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการนี้โดยตรง เช่น กองทุน Leveraged ETFs ที่ช่วยขยายผลตอบแทน (และผลขาดทุน) ให้สูงขึ้น ส่วนการซื้อขายออปชัน (Options Trading) ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดย Options Clearing Corporation เปิดเผยว่าปริมาณการซื้อขายในเดือนสิงหาคมเพียงเดือนเดียวพุ่งสูงเกิน 1.2 พันล้านสัญญา ซึ่งเพิ่มขึ้น 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

มาร์เซลลัส ดอนเย (Marcellous Donyae) วัย 22 ปี คืออีกหนึ่งคนที่หันมาซื้อขายออปชันเมื่อ 5 ปีก่อน เพื่อหาเงินระหว่างเรียนและหลีกเลี่ยงการเป็นหนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษา “ผมต้องการแหล่งรายได้ที่ให้อิสรภาพทางการเงินและอำนาจในการควบคุมชีวิตของตัวเอง ซึ่งออปชันคือสิ่งที่ผมรู้สึกว่าให้สิ่งนั้นกับผมได้” เขากล่าว

 

ความรู้สึกสิ้นหวังนี้มีรากฐานมาจากความเป็นจริงทางเศรษฐกิจที่โหดร้าย เป้าหมายแบบดั้งเดิมอย่างการเป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จทางการเงิน กลายเป็นสิ่งที่ ‘ไกลเกินเอื้อม’ สำหรับคนรุ่นใหม่ โดยผลสำรวจจาก U.S. Bank พบว่า 3 ใน 10 ของคนรุ่น Gen Z ได้ล้มเลิกความฝันที่จะซื้อบ้านไปแล้วโดยสิ้นเชิง

 

ไคลา สแกนลอน (Kyla Scanlon) นักวิเคราะห์เศรษฐกิจกล่าวว่า “ทุกย่างก้าวบนบันไดเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมกำลังจะไกลเกินเอื้อมสำหรับพวกเขา” เธอมองว่าเมื่อคนหนุ่มสาวรู้สึกว่าถูกทิ้งไว้ข้างหลังและไม่มีอนาคต พวกเขาจึงรู้สึกว่า “ในเมื่อไม่มีหวังแล้ว ก็สู้เอาเงินที่มีไปเสี่ยงโชคให้หมดเลยดีกว่า”

 

ความรู้สึกไม่มั่นคงทางการเงินนี้ยังถูกซ้ำเติมด้วยความรู้สึกไม่ได้รับการยอมรับทางสังคม เช่น จากแอปพลิเคชันหาคู่ หรือการแข่งขันเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งข้อมูลจาก University of Michigan ก็ได้ยืนยันว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในกลุ่มอายุ 18-34 ปีนั้นต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์

 

อย่างไรก็ตาม คนหนุ่มสาวที่เลือกเดินในเส้นทางนี้ต่างก็ยอมรับว่านี่ไม่ใช่วิธีการที่จะใช้ไปได้ตลอดชีวิต แคปแลนเองก็ได้แบ่งรายได้ส่วนใหญ่จากการเดิมพันไปลงทุนในกองทุนดัชนีและบัญชีเงินออม เขารู้ดีว่าสักวันหนึ่งเขาจะต้องเลิกใช้วิธีการที่ต้องทุ่มเทเวลามากขนาดนี้ แต่ก็หวังว่าถึงวันนั้น เขาจะมีกำไรมากพอที่จะสร้างอนาคตที่มั่นคงได้

 

“ผมไม่ได้มองว่านี่คือแหล่งรายได้ที่ยั่งยืนในระยะยาว” แคปแลนกล่าว “แต่สำหรับตอนนี้ให้ผลตอบแทนที่ดี และเมื่อถึงจุดหนึ่ง ผมก็จะเก็บกำไรที่ทำได้ แล้วเลิกเดิมพัน” ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของ ‘ทางรอด’ ที่คนรุ่นใหม่จำนวนมากกำลังแสวงหาในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน



ภาพ: Rawpixel.com / Shutterstock

 

อ้างอิง:

The post ในเมื่อไม่มีหวัง ก็สู้เสี่ยงโชคให้หมด! Gen Z สหรัฐฯ สิ้นหวังกับเศรษฐกิจ หัน ‘หวดสุดแรงลุ้นโฮมรัน’ ผ่านการพนัน-หุ้นมีม-คริปโต เพื่อสร้างตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินยืนยันรื้อโยกย้ายมหาดไทยคืนความยุติธรรมแน่นอน คิดทบทวนโป๊กเกอร์กลับมาเป็นการพนัน ชี้อยากกระตุ้นเศรษฐกิจให้รอนายกฯ คนอื่น https://thestandard.co/anutin-overhauls-interior-transfers/ Wed, 10 Sep 2025 11:55:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1117950 อนุทิน โป๊กเกอร์

วันนี้ (10 กันยายน) ที่พรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล น […]

The post อนุทินยืนยันรื้อโยกย้ายมหาดไทยคืนความยุติธรรมแน่นอน คิดทบทวนโป๊กเกอร์กลับมาเป็นการพนัน ชี้อยากกระตุ้นเศรษฐกิจให้รอนายกฯ คนอื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน โป๊กเกอร์

วันนี้ (10 กันยายน) ที่พรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนั่งควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะพิจารณากรณีที่มีการแก้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยให้กีฬาโป๊กเกอร์ถูกกฎหมาย รวมถึงพิจารณาสัญชาติให้เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ล็อบบี้ยิสต์ ที่ถูกปฏิเสธไปก่อนหน้านี้หรือไม่ว่า ต้องรอให้ตนเข้ากระทรวงก่อน แต่ตนกับเรื่องการพนันนั้นเคยบอกแล้วว่าที่มีอยู่ประเภทต่างๆ ถ้านอกเหนือจากนั้นต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆ ไป จะมาบอกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการใช้การพนันนั้นคงต้องรอนายกฯ คนอื่น อย่ารอตนเลยเพราะไม่เห็นด้วยทางนี้ 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะทบทวนให้โป๊กเกอร์กลับไปเป็นสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ตนตอบไปชัดเจนแล้ว แต่ขอทราบรายละเอียดก่อนเพราะหลังจากตนออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 2 วันปรากฏว่าประกาศเรื่องนี้เข้ามาเลยและไม่ได้มาบอกตน และไม่รู้จะไปถามใครเพราะไม่มีหน้าที่แล้ว แต่เมื่อกลับมากำลังจะมีหน้าที่ก็จะเชิญคนที่แก้เช่นกรมการปกครอง เพราะตอนที่ตนเป็นรมว.มหาดไทย ก็บอกว่าไม่ควรทำแต่พอตนไม่อยู่ก็ทำก็ต้องเชิญมาถาม 

 

เมื่อถามอีกว่าสำหรับกรณีที่มีการโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทยที่มองว่าไม่เป็นธรรมจะคืนความเป็นธรรมให้หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ประเทศอยู่ได้ด้วยธรรมะและความยุติธรรม ที่ผ่านมาไม่มีความยุติธรรมและบางครั้งไม่ค่อยมีธรรมะ เราก็เอาธรรมะและความยุติธรรมกลับมาสู่ประเทศของเราอีกครั้ง 

 

เมื่อถามย้ำว่าจะทบทวนคนที่ถูกโยกย้ายใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า แน่นอน

The post อนุทินยืนยันรื้อโยกย้ายมหาดไทยคืนความยุติธรรมแน่นอน คิดทบทวนโป๊กเกอร์กลับมาเป็นการพนัน ชี้อยากกระตุ้นเศรษฐกิจให้รอนายกฯ คนอื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร.สั่งสอบด่วน หลังบ่อนดอนเมืองถูกจับซ้ำซาก พร้อมลงโทษตำรวจเอี่ยว-บกพร่อง ตามลำดับชั้น https://thestandard.co/don-mueang-casino-probe/ Fri, 29 Aug 2025 01:55:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1112893 บ่อนดอนเมือง

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ […]

The post ผบ.ตร.สั่งสอบด่วน หลังบ่อนดอนเมืองถูกจับซ้ำซาก พร้อมลงโทษตำรวจเอี่ยว-บกพร่อง ตามลำดับชั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
บ่อนดอนเมือง

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีบันทึกข้อความ ด่วนที่สุด ส่วนราชการ ตร.ที่ 0001 (ผบ)/199 ลงวันที่ 28 ส.ค.2568 เรื่อง ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและกำชับการปฏิบัติในการป้องกันปราบปรามการพนัน ถึง รอง ผบ.ตร.(ปป) และ จตช. ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในสายงาน ปป. และ รอง จตช. เพื่อทราบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ผบช.น., ภ.1-9, ก., ทท., สตม. และ จต.(หน.จต.) หัวหน้าส่วนอำนวยการและสนับสนุน ศปก.ตร. และ โฆษก ตร.-ผบก.สท. ใจความว่า 

 

1.อ้างถึง

1.1 คำสั่ง ตร. ที่ 234/2558 ลง 27 เม.ย.58 เรื่อง การพิจารณาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บกพร่องในการป้องกันและปราบปรามอบายมุข

1.2 หนังสือ ตร.ด่วนที่สุด ที่ 0007.22/ว2209 ลง 28 มิ.ย.67 เรื่อง กำชับการปฏิบัติในการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการพนัน โดยกำหนดมาตรการพิจารณาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บกพร่องในการป้องกันและปราบปรามอบายมุข โดยให้ดำเนินการทางปกครองกับผู้บังคับบัญชาในแต่ละระดับชั้น กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยอื่นหรือเจ้าหน้าที่ส่วนราชการอื่นที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ตรวจค้นจับกุมความผิดเกี่ยวกับการพนัน ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ดังนี้

1.2.1 กรณีมีการจับกุมผู้กระทำความผิด จำนวน 20 คนขึ้นไป แต่ไม่เกิน 50 คน ให้พิจารณาทางปกครองกับ ผกก. หรือหัวหน้า สน./สภ.

1.2.2 กรณีมีการจับกุมผู้กระทำความผิด จำนวน 50 คนขึ้นไป แต่ไม่เกิน 100 คน ให้พิจารณาทางปกครองกับ ผกก. หรือหัวหน้า สน./สภ. และ ผบก.น./ภ.จว.

1.2.3 กรณีมีการจับกุมผู้กระทำความผิดตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ให้พิจารณาทางปกครองกับ ผกก. หรือหัวหน้า สน./สภ., ผบก.น./ภ.จว. และ ผบช.น./ภ.1-9

1.3 ด้วยปรากฏข้อมูล เมื่อวันที่ 27 ส.ค.2568 ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจค้นจับกุมการพนันย่านดอนเมือง ซึ่งเคยถูกจับกุมมาแล้วหลายครั้งแต่ยังคงลักลอบเปิดอยู่ โดยจับกุมผู้เล่นการพนันได้จำนวนมากและพบเงินหมุนเวียนหลายล้านบาท พร้อมด้วยของกลางหลายรายการ

 

2.เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม เป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีประสิทธิภาพ และการนำมาตรการกวดขันอบายมุข ความผิดเกี่ยวกับการพนันมาใช้โดยเคร่งครัดเห็นผลการปฏิบัติชัดเจนและเป็นรูปธรรม จึงให้ดำเนินการ ดังนี้

2.1 จต.(หน.จต.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีตามข้อ 1.3 โดยละเอียดและดำเนินการตามแนวทางสั่งการข้อ 1 รวมทั้งควบคุมและติดตามการปฏิบัติกรณีปรากฏข้อร้องเรียนทางสายด่วน 1599 ระบบ JCOMS หรือช่องทางร้องเรียน/แจ้งเบาะแสอื่นๆ เกี่ยวกับสถานบริการ แล้วรายงานให้ ตร.ทราบ

2.2 บช.น.

2.2.1 ให้สืบสวน ขยายผลกรณีดังกล่าวตามข้อ 1.3 ในทุกมิติ (เจ้าของสถานที่ ผู้จัดให้เล่นการพนัน เจ้ามือ เจ้าหน้าที่หรือผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้อง) เส้นทางการเงิน และดำเนินการตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องทุกฉบับอย่างเด็ดขาด รวมถึงกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมอาคารเพื่อไม่ให้สามารถใช้สถานที่ดังกล่าวเป็นแหล่งมั่วสุมลักลอบเล่นการพนันได้อีกต่อไป

2.2.2 พิจารณาดำเนินการตามมาตรการทางปกครองกับผู้เกี่ยวข้องภายในอำนาจหน้าที่ตามหนังสือสั่งการ ตร. ข้อ 1.2

2.3 น. ภ.1-9 และ ผบก.น./ภ.จว.

2.3.1 กำหนดมาตรการตรวจค้น ตรวจสอบอาคาร สถานที่สุ่มเสี่ยงในการกระทำความผิดเกี่ยวกับการพนัน โดยเฉพาะสถานที่ที่ มีการกระทำผิดหรือถูกจับกุมซ้ำซาก กำหนดวงรอบและเป้าหมายในการปิดล้อมตรวจค้นฯ โดยให้หน่วยพิจารณาใช้กำลังพลจาก บช. หรือ บก. ในการปฏิบัติการให้มีประสิทธิภาพ

2.3.2 ให้ ผบช.น. ภ.1-9 และ ผบก.น./ภ.จว. ลงพื้นที่กวดขัน ตรวจสอบการปฏิบัติและจัดชุดปฏิบัติการสืบสวน หาข่าวและแสวงหาความร่วมมือจากภาคประชาชนในพื้นที่พิจารณามาตรการป้องกันปราบปราม ตรวจค้นบุคคล ยานพาหนะ การตั้งจุดตรวจ จุดสกัด

 

2.4 ก. (บก.ป.) ทท. และ สตม. สืบสวน หาข่าวและดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ หรือตามที่ ตร. มอบหมายหรือสั่งการ ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวข้อง

2.5 มอบหมายให้ จตช. และ รอง จตช. ควบคุม กำกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อ 2.1 และมอบหมายให้ รอง ผบ.ตร.(ปป) และผู้ช่วย ผบ.ตร. ในสายงาน ปป. อำนวยการ ควบคุมสั่งการ การปฏิบัติตามหนังสือนี้ รวมถึงพิจารณาตรวจสอบ สุ่มตรวจ บังคับใช้กฎหมาย โดยเคร่งครัด ตลอดจน เสนอ ตร. เพื่อพิจารณาข้อบกพร่องของหน่วย

 

3.การรายงานให้ จต.(หน.จต.) และ บช.น. รายงานผลการตรวจสอบตามข้อ 2.1 และ 2.6 ให้ ตร. ทราบ ภายในวันที่ 1 ก.ย.68 และให้ทุกหน่วยรายงานผลการปฏิบัติให้ ตร.ทราบ (ผ่าน สยศ.ตร.(ผอ.) โดยครั้งแรกให้รายงานภายในวันที่ 5 ก.ย.68 และรายงานต่อเนื่องทุกๆ 15 วัน จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

 

4.ห้ามมิให้ข้าราชการตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องพัวพัน รู้เห็นเป็นใจทั้งทางตรงหรือทางอ้อม เรียก รับ ยอมรับหรือมีผลประโยชน์จากการลักลอบเล่นการพนันโดยผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด และให้ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและ ตร. ที่จะต้องดำเนินการป้องกันปราบปรามอย่างจริงจัง หากพบว่าหน่วยใดเพิกเฉย ปล่อยปละละเลย ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใส่ใจในการสืบสวนปราบปรามจับกุม ถือว่าเป็นความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาในหน่วยงานนั้น โดยให้ผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับชั้นพิจารณาทางปกครอง ทางวินัย และทางอาญาทุกราย รวมถึงพิจารณาข้อบกพร่องผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นด้วย เพื่อทราบและดำเนินการ

The post ผบ.ตร.สั่งสอบด่วน หลังบ่อนดอนเมืองถูกจับซ้ำซาก พร้อมลงโทษตำรวจเอี่ยว-บกพร่อง ตามลำดับชั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรมนำแถลงทลายบ่อนดอนเมืองกลางดึก ลอบเปิดซ้ำซาก รวบนักพนัน 200 คน เงินหมุนเวียนกว่า 500 ล้านบาทต่อเดือน https://thestandard.co/don-mueang-illegal-casino-raid/ Thu, 28 Aug 2025 01:39:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1112324 บ่อนการพนัน

วานนี้ (27 สิงหาคม) เวลา 23.00 น. ภูมิธรรม เวชยชัย รองน […]

The post ภูมิธรรมนำแถลงทลายบ่อนดอนเมืองกลางดึก ลอบเปิดซ้ำซาก รวบนักพนัน 200 คน เงินหมุนเวียนกว่า 500 ล้านบาทต่อเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
บ่อนการพนัน

วานนี้ (27 สิงหาคม) เวลา 23.00 น. ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี แถลงผลการปฏิบัติการของชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ภายหลังเปิดปฏิบัติการ ‘สิงห์ปราบพยศ’ บุกจับกุมทลายบ่อนการพนันทำผิดซ้ำซากในพื้นที่เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกรมการปกครอง นำกำลังพนักงานฝ่ายปกครอง พร้อมสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน รวมถึง พ.ต.อ.ภูวดล อุ่นโพธิ ผู้กำกับการ สน.ดอนเมือง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมการแถลงข่าว

 

ภูมิธรรม กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้เป็นการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยที่มุ่งเน้นการปราบปรามบ่อนการพนันและกลุ่มผู้มีอิทธิพล ซึ่งตนได้มอบหมายภารกิจให้กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องบูรณาการทำงานร่วมกัน ทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เพื่อขจัดปัญหาที่กระทบต่อสังคมและความสงบเรียบร้อยของประเทศ

 

‘สืบเนื่องจากชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่า มีบ่อนการพนันที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนและเป็นแหล่งที่ดึงดูดเยาวชนรวมถึงส่งผลกระทบต่อสถาบันครอบครัว จึงได้มีการสืบสวนต่อเนื่องกว่า 1 เดือน ก่อนที่อธิบดีกรมการปกครองจะรายงานต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารระดับสูง เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงและวางแผนเข้าจับกุมในครั้งนี้’ ภูมิธรรม กล่าว

 

ภูมิธรรม กล่าวต่ออีกว่า บ่อนดังกล่าวเปิดตั้งแต่เวลา 10.00 น. จนถึง 06.00 น. ของวันรุ่งขึ้น โดยมีช่วงพักเพียง 4 ชั่วโมง และพบว่าเป็นบ่อนเครือข่ายที่เคยถูกจับกุมมาแล้วหลายครั้งแต่ยังคงลักลอบเปิดอยู่ ซึ่งในการจับกุมครั้งนี้สามารถควบคุมผู้เล่นการพนันได้จำนวนกว่า 200 คน พบเงินหมุนเวียนกว่า 5 ล้านบาทต่อวัน หรือคิดเป็นประมาณกว่า 500 ล้านบาทต่อเดือน อีกทั้งยังตรวจยึดสมุดบัญชีจำนวน 17 เล่ม ซึ่งมีบันทึกการหมุนเวียนเงินเข้าออกในแต่ละวัน ด้านกายภาพสถานที่นี้มีห้องเล่นพนันรวม 5 ห้อง แยกเป็นห้องวีไอพีและห้องโถงขนาดใหญ่ ซึ่งจากหลักฐานพบว่ามีเงินหมุนเวียนในแต่ละห้องสูงถึง 3-4 ล้านบาทในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

 

“ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจริงจังและต่อเนื่องของกระทรวงมหาดไทยในการจัดระเบียบสังคม เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อประชาชนและประเทศชาติ และเราจะทำการขยายผลเพื่อค้นหาผู้กระทำความผิดที่มีลักษณะเป็นเครือข่ายเพิ่มเติม และดำเนินคดีในทุกข้อหาตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมอยู่ระหว่างการรวบรวมและประมวลจำนวนของกลาง ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า กระทรวงมหาดไทยและทุกหน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาอบายมุขทุกประเภทอย่างเข้มข้น จริงจัง ต่อเนื่อง ทั้งการพนัน ยาเสพติด และหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง หากมีเบาะแสเกี่ยวกับแหล่งอาชญากรรมก็จะเข้าจับกุมโดยทันที” นายภูมิธรรม กล่าวเพิ่มเติม

 

ภูมิธรรม กล่าวในช่วงท้ายว่า ขอขอบคุณกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการปฏิบัติการครั้งนี้ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่ายที่ร่วมกันทำงานอย่างเข้มแข็ง และยืนยันว่าจะเดินหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สังคมไทยปลอดภัย พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างทันท่วงที และร่วมกันสร้างสังคมที่ปราศจากอบายมุขและอาชญากรรมอย่างแท้จริง

The post ภูมิธรรมนำแถลงทลายบ่อนดอนเมืองกลางดึก ลอบเปิดซ้ำซาก รวบนักพนัน 200 คน เงินหมุนเวียนกว่า 500 ล้านบาทต่อเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยต้องมีคาสิโนหรือไม่? ศึกษา Entertainment Complex จาก Galaxy Resorts Macau ผู้กวาดรายได้กว่าปีที่ผ่านมากว่า 1.68 แสนล้านบาท https://thestandard.co/wealth-in-depth-ent-complex-galaxy-resorts-macau/ Thu, 14 Aug 2025 14:23:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1107500

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เป็นหนึ่งในโค […]

The post ไทยต้องมีคาสิโนหรือไม่? ศึกษา Entertainment Complex จาก Galaxy Resorts Macau ผู้กวาดรายได้กว่าปีที่ผ่านมากว่า 1.68 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เป็นหนึ่งในโครงการของรัฐบาลไทย ที่ตั้งใจปลุกปั้นให้เป็นเมกะโปรเจกต์ใหญ่ หวังสร้างรายได้เข้าประเทศ พร้อมยืนยันว่าคาสิโนจะเป็นเพียงส่วนประกอบเล็กๆ ของโครงการทั้งหมดเท่านั้น แต่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจากการลงทุนระยะแรกไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท พร้อมสร้างงาน 9,000-15,300 ตำแหน่งต่อปี

 

ภายหลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร แต่เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา ครม. มีมติถอนร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ออกจากการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งต้องจับตาดูทิศทางจากนี้จะไปต่ออย่างไร

 

แม้ว่าโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ของไทยจะยังมีความไม่แน่นอน แต่การศึกษาตัวอย่างจากประเทศที่มีประสบการณ์ในธุรกิจนี้มายาวนาน อาจช่วยให้เห็นแนวทางและบทเรียนที่น่าสนใจ วันนี้ THE STANDARD WEALTH จึงขอพาไปสำรวจที่เขตบริหารพิเศษมาเก๊าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (Macau Special Administrative Region หรือ SAR) โดยเฉพาะ Galaxy Entertainment Group หนึ่งในผู้พัฒนาเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งเป็นผู้สร้าง Galaxy Resorts Macau รีสอร์ตหรูในย่าน Cotai ของมาเก๊า เพื่อดูรูปแบบการดำเนินธุรกิจประเภทนี้

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

 

ส่องอาณาจักร Galaxy Macau รีสอร์ตหรูในมาเก๊า

 

ภายในอาณาจักร มีโรงแรมกว่า 8 แบรนด์ ได้แก่ Galaxy Hotel, Hotel Okura Macau, Banyan Tree, JW Marriott, The Ritz-Carlton, Andaz, Raffles และ Capella มีห้องพักรวมประมาณ 5,000 ห้อง เน้นตกแต่งด้วยสีทองเป็นหลัก และบริเวณรอบๆ จะมีพื้นที่รีสอร์ตสไตล์ชายหาด สไลเดอร์ สระน้ำแบบเนินน้ำ และชายหาดทรายเทียมยาวถึง 575 เมตร

 

 

รวมถึงศูนย์การค้า Galaxy Promenade แหล่งช้อปปิ้งขนาด 100,000 ตารางเมตร ที่รวบรวมแบรนด์ดังกว่า 200 แบรนด์เอามาไว้ด้วยกัน พื้นที่ในศูนย์การค้าจะเชื่อมต่อกับคาสิโน รวมกว่า 37,160 ตารางเมตร มีโต๊ะเล่นเกม ประมาณ 700 โต๊ะ และตู้สล็อตไม่ต่ำกว่า 1,500 เครื่อง และศูนย์การประชุมครบวงจร Raffles, Andaz Macau, Galaxy Arena เวทีคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ MICE ถึง 40,000 ตร.ม.

 

แม้ Galaxy Resorts Macau จะเป็นหนึ่งในรีสอร์ตขนาดใหญ่ของมาเก๊า แต่ช่วงหลังต้องเผชิญกับการแข่งขันมากขึ้น ต้องคอยรับมือจากคู่แข่งในตลาดและพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังคงเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ในมาเก๊า

 

ขณะเดียวกันยังมีความสนใจที่จะลงทุนเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ในไทย โดยย้ำถึงความพร้อมร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพื่อผลักดันให้วิสัยทัศน์ดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริงในอนาคต

 

หากไทยต้องการฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเร็ว ต้องลงทุนในพื้นที่ใหม่

 

นอกจากเยี่ยมชมแล้ว THE STANDARD WEALTH ยังได้ร่วมวงสัมภาษณ์ เควิน เคลย์ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายแบรนด์ กาแล็กซี รีสอร์ต ประเทศไทย ที่เริ่มฉายภาพว่า แม้ ครม. ได้ถอนร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ออกไปแล้ว แต่ Galaxy Entertainment ยังมองเห็นโอกาสที่จะเข้าไปลงทุนในไทย

 

“เชื่อว่าธุรกิจนี้จะเกิดขึ้นในไทยได้ และพร้อมที่จะนำประสบการณ์การทำเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่สะสมมานานกว่า 20 ปี เข้ามาช่วยผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้แข่งขันกับประเทศทั่วโลก”

 

 

เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันมากในสังคมไทย หากมองไปที่ประเทศอื่นๆ อย่างสิงคโปร์ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการยอมรับในด้านความปลอดภัย ข้อมูลในปี 2024 ระบุว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 16.5 ล้านคน โดยประมาณ 50% เลือกพักในรีสอร์ตแบบครบวงจร และมีการเข้าพักเฉลี่ย 3.6 คืน

 

ข้อมูลจาก Galaxy Resorts Macau ระบุว่า รีสอร์ตสองแห่งของสิงคโปร์สร้างรายได้จากคาสิโนรวม 5.7 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1.84 แสนล้านบาท และยังสร้างรายได้ให้ประเทศเพิ่มอีก 2 พันล้านดอลลาร์ ประมาณ 6.5 หมื่นล้านบาทจากการท่องเที่ยวที่ไม่ใช่คาสิโน ทำให้สถิติรายได้จากการท่องเที่ยวสูงสุดของสิงคโปร์อยู่ที่ 2.32 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7.51 แสนล้านบาท โดยมีแบรนด์อย่าง Marina Bay Sands เป็นสัญลักษณ์ที่ทั่วโลกรู้จักกันดี

 

อย่างไรก็ตาม มุมมองจากต่างประเทศต่อศักยภาพของไทยก็น่าพิจารณา นักวิเคราะห์จาก Citigroup ประเมินว่า ด้วยจำนวนประชากรที่นิยมการพนัน โครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวที่พร้อม และรัฐบาลที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไทยมีโอกาสก้าวขึ้นเป็น ‘ศูนย์กลางการพนัน’ อันดับ 3 ของโลก รองจากมาเก๊าและลาสเวกัส

 

Citigroup คาดการณ์ว่ารายได้จากธุรกิจการพนันของไทยอาจสูงถึง 9.1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.95 แสนล้านบาท) ในปี 2031 แซงหน้าสิงคโปร์ที่ 8.3 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.69 แสนล้านบาท) โดยตั้งอยู่บนสมมติฐานว่ามีการดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมการจัดสรรใบอนุญาตให้ 2 แห่งในกรุงเทพฯ และอีกเมืองละ 1 แห่งในพัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่

 

ฟากเคลย์ตันให้ความเห็นว่า ถ้าประเทศไทยอยากจะให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวให้เร็ว ก็ต้องลงทุนสินทรัพย์ในพื้นที่ใหม่ๆ ยิ่งในตอนนี้ตลาดการท่องเที่ยวในเอเชียกำลังเติบโตอย่างมาก ด้วยการขยายตัวของลูกค้าชนชั้นกลางในประเทศแถบเอเชีย โดยเฉพาะในประเทศไทย

 

“ในปี 2019 ไทยเคยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวอันดับ 8 ของโลก แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานักท่องเที่ยวเริ่มน้อยลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปแล้วไม่กลับมา”

 

จากอินไซต์พบว่าคนจีนกำลังซื้อสูงกว่า 81% ไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัยในไทย จากข่าวลักพาตัวในช่วงหลายเดือนก่อน ตลอดจนเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา

 

และในสายตานักท่องเที่ยวจีนไทยกลายเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูงขึ้น จึงเปลี่ยนไปเที่ยวเวียดนามและญี่ปุ่นแทน และแม้รัฐบาลจะพยายามดึงนักท่องเที่ยวประเทศอื่นเข้ามา แต่ไม่สามารถทดแทนกันได้

 

หมดยุคเที่ยวแบบเดิม ท่องเที่ยวไทยเผชิญความท้าทายใหญ่

 

เห็นได้จากในช่วงครึ่งปีแรก ททท. ได้ปรับลดคาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยในปี 2568 ลงจาก 39 ล้านคน เหลือ 35.5 ล้านคน แน่นอนว่ารายได้จากการท่องเที่ยวก็จะลดลงด้วยเช่นกัน

 

ยิ่งสถานการณ์ท่องเที่ยวในปัจจุบัน โมเดลการท่องเที่ยวแบบดั้งเดิมเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะกลุ่มคนชั้นกลางไปจนถึงระดับบนที่เริ่มเติบโตขึ้นในประเทศเอเชีย กำลังมองหาสถานที่เที่ยวมากกว่าแค่จุดหมายปลายทาง แต่ต้องการประสบการณ์ที่มุ่งเน้นคุณภาพ มีมูลค่าสูง และปรับเปลี่ยนตามความต้องการเฉพาะได้

 

ยิ่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่ลดลง และสถานที่และบริการในบางพื้นที่ล้าสมัย ดังนั้นเคลย์ตันจึงมองว่าภาคการท่องเที่ยวจึงจำเป็นต้องสร้างสิ่งใหม่ๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวอยากกลับมาเที่ยวซ้ำ และไม่พึ่งพาโมเดลแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

 

นักเดินทางกระเป๋าหนัก พร้อมทุ่มงบเที่ยวหรู

 

เมื่อมาดูข้อมูลจากการสำรวจล่าสุด พบว่า 72% ของกลุ่มคนที่มีความมั่งคั่งสูงวางแผนใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวแบบลักชัวรีเพิ่มขึ้น และชาวจีนชนชั้นกลางระดับบนคือกลุ่มลูกค้าหลักของการบริโภคสินค้าและบริการลักชัวรีในต่างประเทศด้วยสัดส่วนถึง 47%

 

ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวมักค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางด้วยตนเองผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวในเมือง ชายทะเล สำรวจธรรมชาติ หรือล่องเรือ โดยอาศัยเว็บไซต์เป็นทางการของจุดหมายปลายทางเป็นหลัก และที่น่าสนใจคือ 20% ของนักเดินทางหันมาใช้ AI เพื่อช่วยวางแผนการเดินทาง และพิจารณาที่ความปลอดภัย ค่าใช้จ่ายที่คุ้มกับความสะดวกในการเข้าถึงบริการเป็นหลัก

 

สะท้อนให้เห็นว่าถ้าประเทศไทยปรับตัวได้เร็วก็จะสามารถดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้ และต้องชูรากฐานด้านวัฒนธรรมที่แข็งแกร่ง ทั้งระบบนิเวศท่องเที่ยว อาหาร และธุรกิจเวลเนส แบบครบวงจร โดยการนำแนวทางระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่ครบวงจรมาใช้ โดยเน้นชูจุดขายความเป็นไทยเอาไว้ด้วยกันจะทำให้ไทยน่าสนใจมากขึ้น

 

พร้อมลงทุนหากกฎหมายผ่านร่าง พ.ร.บ. ได้สำเร็จ

 

ทั้งนี้ หากร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ของไทยผ่านในอนาคต เคลย์ตันย้ำว่า Galaxy Resorts Thailand ก็พร้อมลงทุนด้วยมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ตลอดจนทำงานร่วมกับรัฐบาล และหาพันธมิตรร่วมลงทุนสร้างโครงการขนาดใหญ่แบบครบวงจรในทำเลกรุงเทพฯ ที่จะมีทั้งโรงแรมหรู ศูนย์การค้า ร้านอาหาร และมีคาสิโนประมาณ 5%

 

“ต้องยอมรับว่าคาสิโนไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด แต่เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งเท่านั้น สุดท้ายอยากให้มองที่ประสบการณ์ใหม่ๆ มากกว่าและมั่นใจว่าจะช่วยดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน, ฮ่องกง, ไต้หวัน, สิงคโปร์, มาเลเซีย และอินเดีย เข้ามาในไทยได้มากขึ้น” เคลย์ตันย้ำ

 

อาณาจักรคาสิโน มาเก๊าทำรายได้มหาศาล

 

อีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจคือเขตบริหารพิเศษมาเก๊า ที่เริ่มอนุญาตให้จัดตั้งคาสิโนอย่างเป็นทางการในช่วงปี 2005-2006 ภายใต้การออกใบอนุญาตจากภาครัฐให้กับผู้ประกอบการเพียง 6 รายเท่านั้น พร้อมกำหนดมาตรการกำกับดูแลอย่างเข้มข้น เพื่อให้ธุรกิจโปร่งใสและอยู่ในกรอบกฎหมาย อีกทั้งยังมีการตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระระดับสากล เช่น International Financial Task Force (IFTF) เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านการเงินและการฟอกเงิน

 

ปัจจุบันมาเก๊ายังคงพึ่งพารายได้จากการพนันเป็นหลักสูงถึงราว 90% ของรายได้จากนักท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมนี้คิดเป็นกว่า 40% ของ GDP

 

ถามว่าทำไมคาสิโนถึงทำเงินได้มาก เควิน ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมให้เหตุผลว่า ความสำเร็จนี้เกิดจากพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยเฉพาะในเอเชียที่มีวัฒนธรรมชอบการเสี่ยงโชค จะเสี่ยงโชคน้อยหรือมากขึ้นอยู่กับตัวบุคคล บางคนอาจใช้เงินแค่ 100 บาท บางคน 5,000 บาท ไปเล่นปีละหลายครั้ง

 

 

ซึ่งในปี 2024 มาเก๊ามีจำนวนนักท่องเที่ยวเกือบ 35 ล้านคน โดย 46% มีการพักเฉลี่ย 2.3 วัน มีรายได้จากคาสิโนรวมกว่า 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 9.05 แสนล้านบาท และมีรายได้จากการท่องเที่ยวที่ไม่ใช่จากคาสิโน 9 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2.91 แสนล้านบาท

 

โดยหนึ่งในแหล่งรายได้สำคัญก็มาจาก Galaxy Resorts Macau ที่สร้างรายได้ 5.2 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1.68 แสนล้านบาท (ตัวเลขดังกล่าวไม่มีการเปิดเผยว่าเป็นคาสิโนเท่าไหร่) ให้กับเศรษฐกิจมาเก๊า โดยมีนักท่องเที่ยวชาวจีนและชาวเอเชียทั้ง ฮ่องกง, ไต้หวัน, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, มาเลเซีย, เกาหลีใต้, อินโดนีเซีย และไทย รวมๆ แล้วมีผู้เยี่ยมชมจากทั่วโลกกว่า 22 ล้านครั้งต่อปี

 

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากมาเก๊าให้ภาพหนึ่งของเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่ครบวงจร ซึ่งแต่ละประเทศต่างมีแนวทางและข้อพิจารณาที่แตกต่างกัน สำหรับประเทศไทย การตัดสินใจเรื่องนี้ยังคงต้องผ่านการถกเถียงและศึกษาอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงทั้งผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในอนาคต

 

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าประเทศไทยจะเลือกเดินไปในทิศทางใด สิ่งสำคัญคือการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง เพราะในขณะที่ไทยยังคงชั่งน้ำหนักทางเลือกต่างๆ ประเทศคู่แข่งในภูมิภาคต่างพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว และช่วงเวลาที่เสียไปอาจกลายเป็นโอกาสที่หายไปตลอดกาล

 

หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.37 บาท ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2568

The post ไทยต้องมีคาสิโนหรือไม่? ศึกษา Entertainment Complex จาก Galaxy Resorts Macau ผู้กวาดรายได้กว่าปีที่ผ่านมากว่า 1.68 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินมอง รัฐบาลปมดันพนันโป๊กเกอร์ถูกกฎหมาย ‘เร็วมาก-ไม่เข้าท่า’ ย้ำไม่เห็นด้วยกับการพนัน เปรียบไฟไหม้ 10 ครั้งไม่เท่าเสียพนันครั้งเดียว https://thestandard.co/anuttin-gambling-danger-fire-comparison/ Tue, 05 Aug 2025 10:18:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1103866 พนันโป๊กเกอร์

วันนี้ (5 สิงหาคม) ที่พรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล หั […]

The post อนุทินมอง รัฐบาลปมดันพนันโป๊กเกอร์ถูกกฎหมาย ‘เร็วมาก-ไม่เข้าท่า’ ย้ำไม่เห็นด้วยกับการพนัน เปรียบไฟไหม้ 10 ครั้งไม่เท่าเสียพนันครั้งเดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
พนันโป๊กเกอร์

วันนี้ (5 สิงหาคม) ที่พรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะอดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ให้สัมภาษณ์กรณีภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เซ็นคำสั่งให้การพนันโป๊กเกอร์ถูกกฎหมายว่า ส่วนตัวไม่สนับสนุนนโยบายการพนันอยู่แล้ว และยังเดินอยู่ในกรอบนั้น

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ท่าทีของรัฐบาลดูเร่งรีบในการผลักดันการพนันโป๊กเกอร์ถูกกฎหมายหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ดูสิยกเลิกประกาศกี่วันเอง ส่วนตัวคิดว่ามีเรื่องอื่นที่เร่งรีบมากกว่านี้ โดยเฉพาะการเร่งช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งกำลังมีปัญหาเรื่องการอพยพจากการรุกรานของกัมพูชา รวมถึงควรจะไปเจรจาให้เกิดความสงบให้เร็วที่สุด เพื่อลดความสูญเสียให้มากที่สุด เนื่องจากทุกวันนี้ชาวบ้านยังไม่ได้กลับบ้านเลย 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การปลดล็อกพนันโป๊กเกอร์ เป็นการปูทางรองรับกฎหมายสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment) หรือไม่ อนุทินยอมรับว่า เหมือนเลี่ยงบาลี ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ต้องไปดูและปฏิบัติตามกฎหมาย เนื่องจากมีกฎหมายการพนันอยู่แล้ว จะไปเลี่ยงว่าเป็นกีฬา ซึ่งแตกต่างกับการพนันอย่างชัดเจน หรือจะบอกว่าให้เล่นการพนันได้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่วนตัวมองว่าเป็นเหตุผลที่ฟังแล้วไม่เข้าท่า 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การพนันโป๊กเกอร์มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร อนุทินกล่าวว่า การพนันไม่มีประโยชน์อยู่แล้ว เหมือนกับสุภาษิต “โจรปล้น 10 ครั้งไม่เท่าไฟไหม้ครั้งเดียว ไฟไหม้ 10 ครั้ง ไม่เท่าเสียพนันครั้งเดียว” 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สาเหตุพรรคเพื่อไทยเขี่ยพรรคภูมิใจไทยออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเพราะต้องการผลักดันเรื่องพนันใช่หรือไม่ อนุทินหัวเราะ ก่อนจะตอบว่า ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะเร็วมากเลยที่นำเรื่องนี้ขึ้นมา ทั้งที่มีเรื่องชาวบ้าน เรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา ยังไม่ได้ดูแลเต็มที่เลย 

The post อนุทินมอง รัฐบาลปมดันพนันโป๊กเกอร์ถูกกฎหมาย ‘เร็วมาก-ไม่เข้าท่า’ ย้ำไม่เห็นด้วยกับการพนัน เปรียบไฟไหม้ 10 ครั้งไม่เท่าเสียพนันครั้งเดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรมแจงปลดล็อคพนันโป๊กเกอร์ ไม่ใช่การปูทางรอกฏหมาย เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ https://thestandard.co/phumtham-on-poker-legalization-misconception/ Tue, 05 Aug 2025 06:06:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1103760 พนันโป๊กเกอร์

วันนี้ (5 สิงหาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ภูมิธรรม เวชยชัย รอ […]

The post ภูมิธรรมแจงปลดล็อคพนันโป๊กเกอร์ ไม่ใช่การปูทางรอกฏหมาย เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พนันโป๊กเกอร์

วันนี้ (5 สิงหาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงถึงเรื่องการยกเลิกประกาศให้พนันโป๊กเกอร์ ถูกกฎหมาย หลังจากที่เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ ถึงความเหมาะสมในสถานการณ์ขณะนี้ว่า เรื่องโป๊กเกอร์ เป็นไปตามข้อบังคับของกฎหมาย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2501 ซึ่งเวลาผ่านมากว่า 67 ปีแล้ว ก็ต้องมีการทบทวน และตอนนี้ได้ออกประกาศกาศว่าโป๊กเกอร์ไม่ใช่การพนัน แต่เป็นกีฬาในระดับสากล 

 

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เสนอเรื่องเข้ามา ก็ถือว่าเป็นการพนันที่อยู่ในประเภท ข. ของพ.ร.บ.การพนัน ซึ่งเดี๋ยวจะมีการยกเลิกและฟื้นฟูกฎหมายใหม่ แต่เรื่องนี้ได้มีประกาศยกเลิกให้เพื่อสร้างโอกาสให้เกิดการแข่งขันกีฬาสากลขึ้น เท่านั้นไม่มีอะไร 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้จริงๆ แล้วควรจะต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชนก่อนหรือไม่ เพราะไม่ใช่อยู่ๆ เซ็นคำสั่งยกเลิกเปิดให้มีการเล่นโป๊กเกอร์ได้เลย ภูมิธรรม กล่าวว่า โอ้โห่ พูดแบบนี้ก็เหมือนกับทุกเรื่องเราต้องบอกประชาชนก่อน เพื่อตัดสินใจ นี่เป็นเรื่องการบริหารจัดการ และเป็นเรื่องที่เราชี้แจงได้ คงไม่มีปัญหา 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้จะเป็นการปูทางเพื่อรอเรื่อง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์หรือไม่ ภูมิธรรมยืนยันว่า “ไม่เกี่ยวกัน”

The post ภูมิธรรมแจงปลดล็อคพนันโป๊กเกอร์ ไม่ใช่การปูทางรอกฏหมาย เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรมเซ็นปลดล็อกพนันโป๊กเกอร์ถูกกฎหมาย หวังจัดแข่งขันกีฬานานาชาติ https://thestandard.co/legalize-poker-thailand/ Mon, 04 Aug 2025 08:44:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1103420 ภูมิธรรมเซ็นปลดล็อกโป๊กเกอร์ เปิดทางแข่งกีฬา โป๊กเกอร์ ถูกกฎหมาย

วันนี้ (4 สิงหาคม) ที่กระทรวงมหาดไทย ภูมิธรรม เวชยชัย ร […]

The post ภูมิธรรมเซ็นปลดล็อกพนันโป๊กเกอร์ถูกกฎหมาย หวังจัดแข่งขันกีฬานานาชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรมเซ็นปลดล็อกโป๊กเกอร์ เปิดทางแข่งกีฬา โป๊กเกอร์ ถูกกฎหมาย

วันนี้ (4 สิงหาคม) ที่กระทรวงมหาดไทย ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีการเซ็นคำสั่งกระทรวงมหาดไทย เปิดทางให้การพนันโป๊กเกอร์ถูกกฎหมายว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องดูในแง่ข้อกฎหมาย ขณะนี้ได้มองกันว่าหากโป๊กเกอร์ถูกกฎหมายก็จะเป็นเรื่องกีฬาและการแข่งขันระดับนานาชาติ

 

ทั้งนี้ อาจจะมีกฎระเบียบที่เป็นปัญหาและอุปสรรค ต้องให้ทางฝ่ายกฎหมายไปดูเพื่อให้เกิดความเหมาะสม และจะให้ดำเนินการอย่างไร แนวโน้มก็อาจจะต้องยกเลิกกฎระเบียบ และเปิดให้เป็นการกีฬา โดยอยากจะให้มีการดูแลตรงนี้ให้เข้มข้น อะไรที่ใช่ก็ใช่ อะไรที่ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ ซึ่งตนขอดูรายละเอียดทั้งระบบ

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ได้เซ็นยกเลิกประกาศเพื่อให้โป๊กเกอร์ถูกกฎหมายไปแล้วใช่หรือไม่ ภูมิธรรมกล่าวว่า ถูกต้องตนเซ็นไปแล้ว ซึ่งรายละเอียดที่จะเปิดต้องมีกระบวนการในการแก้ ไม่ใช่อยู่ๆ จะมาเซ็น แต่มีกรอบระเบียบที่ดำเนินการอยู่

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากเปิดให้ถูกกฎหมาย ยังมีเรื่องใดที่กังวลอยู่หรือไม่ ภูมิธรรมกล่าวว่า “ตนไม่กังวล”

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะเป็นการมอมเมาในเรื่องการพนันหรือไม่ ภูมิธรรมกล่าวว่า กฎหมายเรื่องโป๊กเกอร์นี้มีมาเป็น 10 ปีแล้ว ซึ่งขณะนี้ทางสมาคมกีฬาทั้งหลาย รวมทั้งนานาชาติสากลประกาศว่าเป็นกีฬา เมื่อเป็นกีฬาเราก็ต้องหาทางเปิด เพื่อจะให้เกิดการแข่งขันขึ้นในโอกาสต่อๆ ไป ถ้าจะให้เหมาะสมก็จะต้องเป็นรายเฉพาะกรณี ให้ไปทำก่อน และต้องดำเนินการโดยเร็ว เราจึงได้ออกประกาศยกเลิก เพื่อให้เปิดได้ ขณะเดียวกันก็ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ให้ผู้รับผิดชอบไปดูแลเรื่องการแก้กฎหมายให้ถูกต้อง เพราะตอนนี้ได้ปลดล็อกไป แต่ยังไม่ใช่ปลดล็อกถาวร ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการพนันก็ต้องถูกควบคุมอยู่

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ห่วงในเรื่องการมอมเมาการพนันหรือไม่ ภูมิธรรมกล่าวว่า “ทำให้ถูกกฎหมาย” 

 

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภูมิธรรม ได้ลงนามเซ็นคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 2253/2568 เรื่อง ยกเลิกคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 490/2501  ลงวันที่ 28 กรกฎาคม  2501  โดยมีรายละเอียดที่เป็นการสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตให้เล่นการพนันไพ่โป๊กเกอร์ หรือไพ่เผ ท้ายบัญชี ข. หมายเลข 21 แห่งพระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช 2478 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน 

 

ดังนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช 2478 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงให้ยกเลิกคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 490/2501 ลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2501 เรื่อง วางหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตให้เล่นการพนัน ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 30 กรกฎาคม2568 

The post ภูมิธรรมเซ็นปลดล็อกพนันโป๊กเกอร์ถูกกฎหมาย หวังจัดแข่งขันกีฬานานาชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ภัยเงียบสล็อตออนไลน์’ ความท้าทายสู่วังวนหนี้พนันที่กำลังคุกคามเยาวชนไทย https://thestandard.co/online-slots-and-youth-gambling-debt/ Sat, 19 Jul 2025 04:00:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1097789 สล็อตออนไลน์

ในยุคที่โลกออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การ […]

The post ‘ภัยเงียบสล็อตออนไลน์’ ความท้าทายสู่วังวนหนี้พนันที่กำลังคุกคามเยาวชนไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สล็อตออนไลน์

ในยุคที่โลกออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การเข้าถึงข้อมูลและความบันเทิงก็เป็นเรื่องง่ายดาย แต่ภายใต้ความสะดวกสบายนั้น กลับมี ‘ภัยเงียบ’ ที่กำลังคืบคลานเข้าสู่สังคมไทยโดยเฉพาะกับกลุ่มเยาวชน 

 

‘โฆษณาสล็อตออนไลน์’ แฝงตัว ฝังตัวอยู่ในแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง YouTube ล่อลวงผู้คนเข้าสู่วังวนแห่งหนี้สินและการพนัน

 

โฆษณาสล็อตออนไลน์ แฝงตัวในคอนเทนต์ยอดนิยม

 

หลายคนอาจเปิด YouTube เพื่อดูละคร ฟังเพลง หรือเพลิดเพลินกับ Vlog แต่เมื่อรู้ตัวอีกที โฆษณาสล็อตออนไลน์ได้ปรากฏขึ้นอย่างแนบเนียนในคลิปที่ดูเหมือนไม่มีอะไรต้องระแวง

 

นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือสัญญาณของ ‘เครือข่ายการโฆษณาเกมพนันออนไลน์ผิดกฎหมาย’ ที่กำลังขยายตัว และกำลังใช้ YouTube เป็นสนามประลองแห่งใหม่

 

จากการเก็บข้อมูลของ Rocket Media Lab พบว่าในจำนวน YouTube ทั้งหมด 105 ช่องที่สุ่มตรวจ มีมากถึง 67 ช่องที่สอดแทรกเนื้อหาสล็อตไว้ในคอนเทนต์ยอดนิยม เช่น ละคร ภาพยนตร์ เพลง เกม และ Vlog โดยไม่ได้บอกตรง ๆ ว่าเป็นโฆษณา ขณะที่อีก 38 ช่องแสดงเนื้อหาโฆษณาสล็อตอย่างชัดเจน

 

สิ่งที่น่าจับตาคือ กลวิธีในการปกปิดแหล่งที่มาของโฆษณาเหล่านี้ เช่น ช่องจำนวนมากใช้ภาษาไทยและภาษากัมพูชา แต่กลับระบุตำแหน่งที่ตั้งว่าอยู่ในประเทศไทย ทั้งที่พฤติกรรมการนำเสนอเนื้อหาและภาษาที่ใช้ไม่สอดคล้องกัน พบว่า 54 ช่องใช้ภาษากัมพูชา 37 ช่องใช้ภาษาไทย แต่กลับมีถึง 40 ช่องที่ระบุว่าช่องตั้งอยู่ในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังพบช่องจากเวียดนาม พม่า สเปน อังกฤษ และอินเดียอีกด้วย

 

การ ‘พรางตัว’ ด้วยภาษาและสถานที่ คือหนึ่งในเทคนิคสำคัญของขบวนการนี้ เพื่อหลบเลี่ยงระบบตรวจจับของ YouTube และเลี่ยงไม่ให้ผู้ใช้งานทั่วไปเอะใจว่าเนื้อหากำลังชักนำไปสู่การพนัน

 

การสอดแทรกโฆษณาสล็อตในช่องเนื้อหาทั่วไปเริ่มชัดเจนตั้งแต่ปี 2567 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 ความบังเอิญนี้สอดคล้องกับรายงานของ TGM Research ที่ชี้ว่า ความนิยมในการเล่นสล็อตออนไลน์ในไทยพุ่งสูงขึ้นในช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอล จาก 17% ในปี 2565 ทะยานขึ้นถึง 44% ในปี 2567

 

กลวิธีล่อลวง จากเกมสู่การพนัน

 

โฆษณาสล็อตออนไลน์ ที่มาในคราบของเกมน่ารัก สีสันสดใส แต่แฝงไว้ด้วยกลยุทธ์ชักจูงสู่โลกพนันอย่างแยบยล จากการเก็บข้อมูล 105 ช่อง YouTube พบว่า โฆษณาสล็อตส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วยข้อความระบุว่า เนื้อหานี้สำหรับผู้ชมที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น ดูเหมือนเป็นการป้องกันตัวทางกฎหมาย แต่เบื้องหลังคือภาพของเกมสล็อตที่ใช้ตัวการ์ตูนแบบแอนิเมชัน ดึงดูดสายตาและลดทอนภาพจำของการพนันให้กลายเป็นเพียง เกมเล่นเพลิน เท่านั้น

 

คลิปมีความยาวราว 5–15 นาที ซึ่งเพียงพอสำหรับปลูกฝังแนวคิดว่าการเล่นสล็อตไม่ต้องใช้ทุนมาก แต่มีโอกาสรวยเร็ว ด้วยผลตอบแทนที่ดูจะคุ้มค่าเกินจริง

 

ไม่จบแค่ในคลิป ใต้คอมเมนต์มักแนบลิงก์นำไปสู่เว็บพนัน หรือช่องทางติดต่อผ่าน Facebook และ LINE พร้อมข้อความจากผู้ใช้อ้างว่าเล่นแล้วได้เงินจริง เพื่อเพิ่มแรงจูงใจและความเชื่อถือในสายตาผู้ชม คำบรรยายของคลิปยังจัดเต็ม อธิบายวิธีสมัคร เทคนิคการเล่นให้ได้กำไร แนะนำเว็บที่น่าเชื่อถือ ไปจนถึงการรับฝาก ถอน โอนเงินที่รวดเร็ว เหมือนกับบริการธนาคาร เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเงินจะไม่หายไปไหน

 

ทั้งหมดนี้คือกลยุทธ์ที่ออกแบบมาอย่างเป็นระบบ เพื่อเปลี่ยนผู้ชมให้กลายเป็นผู้เล่น และเปลี่ยนความเพลิดเพลินจากการดูคลิปให้กลายเป็น “ความเสี่ยง” ที่ต้องแลกมาด้วยเงินจริง

 

สล็อตออนไลน์ สมัครง่าย เสี่ยงมาก ข้อมูลรั่ว

 

การเข้าเล่นสล็อตออนไลน์ ผู้เล่นจะต้องสมัครสมาชิกโดยใช้ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ บัญชีธนาคาร และ LINE เว็บไซต์เหล่านี้รองรับธนาคารไทยและ TrueMoney เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการโอนเงิน

 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานะที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายไทย ผู้ใช้งานจึงไม่ได้รับการคุ้มครองใดๆ ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ยอดเงินสูงเกินไปไม่สามารถถอนได้ หรือถูกขอสำเนาบัตรประชาชน ที่น่าตกใจคือ มีรายงานว่ามีการขายข้อมูลส่วนตัวของผู้เล่นพนันออนไลน์ถึง 300,000 รายชื่อ ในราคา 2,500 บาทต่อแสนรายชื่อ และมีการขายให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ถึง 10 ครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านข้อมูลส่วนบุคคลที่ร้ายแรง

 

การหลบหลีกกฎหมาย และความยากในการปราบปราม

 

แม้คลิปโฆษณาสล็อตออนไลน์จะมีความผิดทางกฎหมายไทยและขัดต่อกฎระเบียบของ YouTube แต่ผู้ดูแลเว็บพนันกลับหาวิธีหลีกเลี่ยงได้อย่างมากมาย

 

หนึ่งในกลวิธีคือการสอดแทรกคลิปเล่นสล็อตในช่องที่มีเนื้อหาปกติ และการใส่ตำแหน่งที่ตั้งไม่ตรงกับภาษา นอกจากนี้ ผู้เผยแพร่ยังสร้างหลายช่องที่มีชื่อคล้ายกัน เช่น รูปโปรไฟล์เดียวกัน ชื่อขึ้นต้นเหมือนกัน ชื่อลงท้ายต่างกันเล็กน้อย และใช้ตัวละครการ์ตูนแบบเดียวกัน เพื่อเป็นช่องสำรองในกรณีที่ถูกปิด

 

ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังสอดแทรกเนื้อหาที่ AI ของ YouTube ตรวจจับไม่ได้ โดยใช้คำที่หลีกเลี่ยงการสื่อถึงการพนันออนไลน์ผิดกฎหมาย เช่น ‘เสี่ยงโชค’ และ ‘เกมสนุก’ ทำให้การตรวจจับเป็นไปได้ยาก

 

พ.ต.ท.ธนธัส กังรวมบุตร รองผู้กำกับสนับสนุนทางไซเบอร์ กองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์นี้ว่า “ในยุคปัจจุบันเป็นอะไรที่ยากมากในการพิสูจน์ แพลตฟอร์มพวกนี้ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย ต้องมีการขอความร่วมมือจากต่างประเทศ ซึ่งในบางประเทศการพนันไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย เราต้องสืบด้วยวิธีของเราเอง”

 

พ.ต.ท.ธนธัส มองว่าข้อที่น่ากังวลที่สุดคือ การพนันสามารถเข้าถึงได้ง่ายจากสมาร์ทโฟน ทำให้ควบคุมการเข้าถึงได้ยาก และทำให้อายุของผู้เล่นการพนันน้อยลงเรื่อยๆ

 

ภัยเงียบต่อเยาวชนไทย

 

การโฆษณาพนันออนไลน์บน YouTube เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้คน โดยเฉพาะเยาวชน เข้าถึงการพนันได้ง่ายขึ้นและเข้าสู่วงจรการติดพนันอย่างรวดเร็ว

จากผลการสำรวจของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน ปี 2566 พบว่ากลุ่มตัวอย่างคนไทยอายุ 15-25 ปี ใน 19 จังหวัด จำนวน 5,010 คน มีถึง 87.7% ที่พบเห็นโฆษณาหรือได้รับการชักชวนเล่นพนันออนไลน์ 

 

โดย 55.3% พบเห็นโฆษณาสล็อตออนไลน์ และ 43.7% รู้สึกอยากลองเล่น ซึ่งนำไปสู่การคลิกเข้าสู่เว็บพนันออนไลน์ 25.6% และลองเล่นพนันออนไลน์ 13.8% มีเพียง 2.3% เท่านั้นที่รายงานหรือแจ้งตำรวจ

 

ที่น่าตกใจคือ ผู้ที่เริ่มเล่นพนันออนไลน์จากสล็อตมีถึง 26.8% โดยมีผู้เล่นสล็อตแมชชีนถึง 1,140,071 คน และมีผู้เล่นหน้าใหม่เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ถึง 706,606 คน โดยมีเงินหมุนเวียนสูงถึง 92,572 ล้านบาท

 

ผลกระทบที่ตามมานั้นร้ายแรง ในกลุ่มผู้เล่นการพนันอายุ 15-25 ปี ในช่วงต้นปี 2566 พบว่า 33.5% ประสบปัญหาด้านการเงิน สุขภาพ อาชีพการงาน และการเรียน และ 14.8% ระบุว่าตนเองติดการพนัน โดยมีถึง 82,128 คนที่มีหนี้สินจากการพนัน รวม 772.804 ล้านบาท และหากมองภาพรวม ผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป มีหนี้สินที่เกิดจากการพนันเพิ่มขึ้นจากปี 2564 รวม 20,606 ล้านบาท

 

ปรากฏการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ปฏิกิริยาในการแก้ปัญหาของ YouTube ยังไม่เพียงพอ เพราะคลิปการเล่นสล็อตออนไลน์ยังคงปรากฏอย่างแพร่หลาย กระจายอยู่บนอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก แม้ว่าจะเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทย การพนันออนไลน์จึงเป็นภัยเงียบที่กำลังคุกคามและน่ากลัวสำหรับเยาวชนไทยในปัจจุบันและอนาคตอย่างแท้จริง

 

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://rocketmedialab.co/onlineslot-advertisement/ 

 

The post ‘ภัยเงียบสล็อตออนไลน์’ ความท้าทายสู่วังวนหนี้พนันที่กำลังคุกคามเยาวชนไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
พบหลักฐาน ‘สีกากอล์ฟ’ ใช้เงินเล่นพนันออนไลน์ ตร.ไซเบอร์ เร่งขยายผลถึงพระสงฆ์ที่เกี่ยวข้อง https://thestandard.co/seekagolf-gambling-moneytrace/ Wed, 16 Jul 2025 05:08:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1096935 seekagolf-gambling-moneytrace

วันนี้ (16 กรกฎาคม) พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการ […]

The post พบหลักฐาน ‘สีกากอล์ฟ’ ใช้เงินเล่นพนันออนไลน์ ตร.ไซเบอร์ เร่งขยายผลถึงพระสงฆ์ที่เกี่ยวข้อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
seekagolf-gambling-moneytrace

วันนี้ (16 กรกฎาคม) พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (ผบก.สอท.1) เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบเส้นทางการเงินของ ‘สีกากอล์ฟ’ หรือที่สื่อมวลชนใช้เรียกอดีตพระสงฆ์ที่พัวพันกับประเด็นฉาวนี้ โดยระบุว่าได้รับข้อมูลสเตทเมนท์ธนาคารมาแล้ว และพบหลักฐานว่ามีการนำเงินไปใช้เล่นพนันออนไลน์จริง

 

พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ กล่าวว่า สอท.1 ได้ประสานงานไปยังกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อขอข้อมูลเส้นทางการเงินของ ‘สีกากอล์ฟ’ ที่ ปปป. มีอยู่ เพื่อนำมาตรวจสอบเปรียบเทียบกับบัญชีที่ สอท.1 ได้รับมา หากพบความเชื่อมโยงกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ หรือพบว่ามีชื่อพระสงฆ์รูปใดเกี่ยวข้อง จะดำเนินการสอบสวนและดำเนินคดีโดยทันที

 

ผบก.สอท.1 กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบบัญชีส่วนตัวของ ‘สีกากอล์ฟ’ ที่ได้รับมา พบเส้นทางการเงินที่โอนไปเล่นพนันออนไลน์เป็นจำนวนหลักหมื่นบาท และคาดว่าหากนำข้อมูลจากบัญชีที่ บก.ปปป. มีอยู่มาประกอบกัน จะสามารถสรุปผลการตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมดได้ภายในสัปดาห์นี้

The post พบหลักฐาน ‘สีกากอล์ฟ’ ใช้เงินเล่นพนันออนไลน์ ตร.ไซเบอร์ เร่งขยายผลถึงพระสงฆ์ที่เกี่ยวข้อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง มอบตัวสู้คดี ปมยักยอกเงิน 300 ล้านบาท เอี่ยวพนัน บาคาร่าออนไลน์ https://thestandard.co/wat-rai-khing-abbot-surrenders/ Thu, 15 May 2025 05:44:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1074558

วันนี้ (15 พฤษภาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก […]

The post เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง มอบตัวสู้คดี ปมยักยอกเงิน 300 ล้านบาท เอี่ยวพนัน บาคาร่าออนไลน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (15 พฤษภาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พระธรรมวชิรานุวัตร (แย้ม กิตฺตินฺธโร) เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม และเจ้าคณะภาค 14 พร้อมด้วยทนายความ เดินทางเข้ามอบตัวต่อ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการ บช.ก. และคณะ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังทราบว่ากำลังจะถูกดำเนินคดีในข้อหายักยอกเงินวัดจำนวนกว่า 300 ล้านบาท โดยเจ้าอาวาสระบุว่ามีญาณทิพย์ ทำให้รู้ตัวว่าจะถูกดำเนินคดี จึงชิงมอบตัวก่อน

 

การเข้ามอบตัวครั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม (กก.5 บก.ป.) ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมการยักยอกเงินวัดของพระธรรมวชิรานุวัตรเพื่อนำไปเล่นพนันออนไลน์ เจ้าหน้าที่จึงทำการสืบสวนและส่งสายลับเข้าแฝงตัวภายในวัดนานกว่า 8 เดือน จนได้ข้อมูลแน่ชัดว่ามีพฤติกรรมตามที่ถูกร้องเรียนจริง

 

จากการสืบสวนพบว่า แผนประทุษกรรมของพระธรรมวชิรานุวัตรคือการให้คณะกรรมการวัดโอนเงินจากบัญชีธนาคารของวัดไร่ขิงเข้าบัญชีส่วนตัว ก่อนจะโอนต่อไปยังหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่เป็นนายหน้าเครือข่ายเว็บพนัน เพื่อนำไปเติมเครดิตสำหรับเล่นพนันออนไลน์ประเภทบาคาร่า

 

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินบัญชีธนาคารของวัดไร่ขิง พบว่าในช่วงปี 2564 จนถึงปัจจุบัน มีการโอนเงินจากบัญชีวัดเข้าบัญชีส่วนตัวของพระธรรมวชิรานุวัตรหลายครั้ง รวมยอดเงินกว่า 300 ล้านบาท ขณะที่ยอดเงินหมุนเวียนในบัญชีที่เชื่อมโยงกับการเล่นพนันออนไลน์ ทั้งส่วนที่ได้และเสีย มีรวมกันไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่าภายหลังเงินในบัญชีวัดเริ่มน้อยลง พระธรรมวชิรานุวัตรได้เริ่มยืมเงินจากพระผู้ใหญ่ในวัดอื่นที่สนิทสนมด้วย เพื่อนำมาใช้เล่นพนัน โดยมียอดเงินยืมตั้งแต่หลักแสนบาทจนถึงหลักล้านบาทต่อครั้ง

 

รายงานข่าวระบุว่า ในส่วนของหญิงสาวที่เป็นนายหน้ารับแทงพนัน มีความเกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินวัดเป็นอย่างมาก โดยทำหน้าที่เป็นเสมือนตัวแทนเว็บพนัน คอยรับเดิมพันจากเจ้าอาวาส 

 

จากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่าหญิงสาวคนดังกล่าวเป็นกลไกสำคัญในเครือข่ายธุรกิจเว็บพนันออนไลน์ ทำหน้าที่ดูแลบัญชีและเส้นทางการเงินให้กับเว็บพนันต่างๆ และเคยถูกตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) จับกุมดำเนินคดีในข้อหาเกี่ยวข้องกับเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ LAGALAXY911 เมื่อช่วงปลายปี 2567 ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกมา

 

สำหรับวัดไร่ขิง พระอารามหลวง ถือเป็นวัดเก่าแก่และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวจังหวัดนครปฐม รวมถึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาสักการะอย่างต่อเนื่อง

The post เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง มอบตัวสู้คดี ปมยักยอกเงิน 300 ล้านบาท เอี่ยวพนัน บาคาร่าออนไลน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โพลเผย ประชาชนส่วนใหญ่ชี้ ‘ไชยชนก’ ตัดสินใจถูกต้อง ไม่เอากาสิโน https://thestandard.co/poll-backs-chaichanok-casino-rejection/ Tue, 29 Apr 2025 02:20:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1069288

เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘น […]

The post โพลเผย ประชาชนส่วนใหญ่ชี้ ‘ไชยชนก’ ตัดสินใจถูกต้อง ไม่เอากาสิโน appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจหัวข้อ ‘กาสิโน…จุดแตกหักเพื่อไทย – ภูมิใจไทย?’ ซึ่งดำเนินการระหว่างวันที่ 21-23 เมษายน 2568 จากกลุ่มตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 1,310 ตัวอย่าง โดยเก็บข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) มีค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 97.0

 

เมื่อสอบถามถึงความสำคัญระหว่าง ‘สถานบันเทิงครบวงจร’ และ ‘กาสิโน’ ภายหลังรับฟังข่าวการจัดตั้ง พบว่าประชาชนร้อยละ 45.73 ระบุว่าไม่ให้ความสำคัญใดๆ เลย ขณะที่ร้อยละ 27.24 ให้ความสำคัญเท่าๆ กัน ร้อยละ 19.47 ให้ความสำคัญกับสถานบันเทิงครบวงจรมากกว่า และร้อยละ 7.56 ให้ความสำคัญกับกาสิโนมากกว่า

 

ในด้านการประเมินร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หากไม่มีการอนุญาตให้มี ‘กาสิโน‘ พบว่า ร้อยละ 46.18 มองว่าไม่สามารถผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรได้ ขณะที่ร้อยละ 32.67 มองว่าสามารถผ่านได้ ร้อยละ 19.01 เห็นว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการเสนอร่าง พ.ร.บ. โดยไม่มี ‘กาสิโน’ และร้อยละ 2.14 ไม่ตอบหรือไม่สนใจ

 

สำหรับกรณีที่ ไชยชนก ชิดชอบ สส. บุรีรัมย์ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ประกาศชัดว่า “จะไม่มีวันเห็นด้วยกับกาสิโน” พบว่า ประชาชนร้อยละ 35.80 เห็นว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ขณะที่ร้อยละ 29.08 มองว่าเป็นการสร้างเงื่อนไขเพื่อการต่อรองทางการเมือง ร้อยละ 27.63 เห็นว่าเป็นการตัดสินใจส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 22.44 มองว่าเป็นการประกาศตามกระแสสังคม แต่สุดท้ายต้องทำตามมติพรรค

 

นอกจากนี้ ยังมีประชาชนร้อยละ 20.38 ที่เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะยังคงผลักดันให้เกิดสถานบันเทิงครบวงจรที่มี ‘กาสิโน’ ได้ และร้อยละ 17.40 เชื่อว่าสถานบันเทิงครบวงจรที่มี ‘กาสิโน’ มีแนวโน้มไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ขณะที่ร้อยละ 16.26 มองว่าเป็นสัญญาณว่าพรรคภูมิใจไทยไม่เห็นด้วยกับกาสิโน และร้อยละ 13.59 เชื่อว่าท้ายที่สุดพรรคภูมิใจไทยจะต้องยอมพรรคเพื่อไทย

 

ขณะเดียวกัน ร้อยละ 10.84 ระบุว่าอาจเกิดความแตกแยกภายในพรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 9.39 เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยพร้อมแตกหักกับพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 6.72 มองว่าพรรคภูมิใจไทยอาจถูกถอดออกจากพรรคร่วมรัฐบาล ร้อยละ 5.95 เห็นว่าเป็นการตัดสินใจที่ไม่ถูกต้อง และร้อยละ 4.50 มองว่าท้ายที่สุดพรรคเพื่อไทยจะยอมถอย

 

สำหรับลักษณะทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 8.55 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 18.70 อยู่ภาคกลาง ร้อยละ 17.79 อยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.28 อยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 13.82 อยู่ภาคใต้ และร้อยละ 7.86 อยู่ภาคตะวันออก ตัวอย่างเป็นเพศชายร้อยละ 47.94 และเพศหญิงร้อยละ 52.06

 

ด้านอายุ ร้อยละ 12.13 อยู่ในช่วง 18-25 ปี ร้อยละ 17.79 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 17.94 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 26.34 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 25.80 อายุ 60 ปีขึ้นไป ศาสนาส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ (ร้อยละ 96.72) รองลงมาคืออิสลาม (ร้อยละ 2.44) และศาสนาคริสต์หรือศาสนาอื่นๆ (ร้อยละ 0.84)

 

สถานภาพสมรสร้อยละ 62.37 สมรส ร้อยละ 35.42 โสด และร้อยละ 2.21 หม้าย หย่าร้าง หรือแยกกันอยู่ ด้านระดับการศึกษา ร้อยละ 0.53 ไม่ได้รับการศึกษา ร้อยละ 17.18 จบประถมศึกษา ร้อยละ 34.50 จบมัธยมศึกษา ร้อยละ 10.08 จบอนุปริญญา ร้อยละ 32.75 จบปริญญาตรี และร้อยละ 4.96 จบสูงกว่าปริญญาตรี

 

ในด้านอาชีพ ร้อยละ 8.47 เป็นข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 17.48 พนักงานเอกชน ร้อยละ 22.05 เจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 10.92 เกษตรกร/ประมง ร้อยละ 15.50 รับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 20.31 พ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณ/ว่างงาน และร้อยละ 5.27 เป็นนักเรียน/นักศึกษา

 

รายได้ของตัวอย่างพบว่าร้อยละ 20.62 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 3.28 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 15.19 รายได้ 5,001-10,000 บาท ร้อยละ 30.38 รายได้ 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 11.22 รายได้ 20,001-30,000 บาท และที่เหลือมีรายได้เฉลี่ยสูงกว่า 30,000 บาทหรือตอบไม่ระบุ

The post โพลเผย ประชาชนส่วนใหญ่ชี้ ‘ไชยชนก’ ตัดสินใจถูกต้อง ไม่เอากาสิโน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาษีทรัมป์พ่นพิษถึงวงการคาสิโน ‘มาเก๊า’ หรือลาสเวกัสตะวันออก เสี่ยงงบขาดดุล จีนออกโรงเตือน 6 ทุนยักษ์เร่งกระจายความเสี่ยง https://thestandard.co/trump-tariffs-macau-casino/ Wed, 16 Apr 2025 10:08:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1065075

เกิดอะไรขึ้นกับ ‘มาเก๊า’ ศูนย์กลางการพนันอันดับหนึ่งของ […]

The post ภาษีทรัมป์พ่นพิษถึงวงการคาสิโน ‘มาเก๊า’ หรือลาสเวกัสตะวันออก เสี่ยงงบขาดดุล จีนออกโรงเตือน 6 ทุนยักษ์เร่งกระจายความเสี่ยง appeared first on THE STANDARD.

]]>

เกิดอะไรขึ้นกับ ‘มาเก๊า’ ศูนย์กลางการพนันอันดับหนึ่งของโลก สมญานาม ‘ลาสเวกัสตะวันออก’ กำลังเผชิญกับงบประมาณขาดดุล ล่าสุดผู้นำจีนและมาเก๊าออกโรงเตือน 6 กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่วงการคาสิโน Sands China, Wynn Macau, SJM Holdings, MGM China, Galaxy Entertainment และ Melco Resorts ให้เร่งขยายฐานรายได้ออกจากอุตสาหกรรมคาสิโน

 

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ผู้นำของมาเก๊าออกมาระบุว่า มาเก๊าถือเป็นศูนย์กลางการพนันที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่กำลังเผชิญความเสี่ยงงบประมาณขาดดุล ซึ่งรายได้ลดลงต่ำกว่า 15,000 ล้านปาตากา (หรือราว 1,880 ล้านดอลลาร์) ต่อเดือน ต่ำกว่าที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้ในไตรมาสแรก 

 

Sam Hou Fai ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ให้ความเห็นดังกล่าวต่อสมาชิกสภานิติบัญญัติท้องถิ่นว่า “หากรายได้จากการพนันยังไม่บรรลุเป้าหมาย รัฐบาลจะประสบกับงบประมาณขาดดุล”

 

ปัจจุบัน มาเก๊าเป็นเขตปกครองพิเศษของจีนและเป็นสถานที่เดียวที่พลเมืองจีนได้รับอนุญาตให้เล่นการพนันในคาสิโนได้ตามกฎหมาย

 

แต่เดิมมาเก๊าอยู่ภายใต้การปกครองของโปรตุเกสจนถึงปี 1999 ปัจจุบันเป็นเขตปกครองตนเองพิเศษของสาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน เศรษฐกิจของมาเก๊าพึ่งพาอุตสาหกรรมคาสิโนเป็นอย่างมาก ซึ่งสร้างรายได้ภาษีให้กับรัฐบาลมากถึงประมาณ 80%

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


 

“ความไม่สมดุลในโครงสร้างการคลังของเรานั้นกำลังเสี่ยงรายได้ลดลงรุนแรง และเราต้องสร้างเสถียรภาพให้เข้มแข็ง เพราะมาเก๊าเป็นเมืองเล็ก แต่รายจ่ายประจำของเรานั้นค่อนข้างมากและจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อไป” Sam กล่าว

 

ด้านนักวิเคราะห์ กล่าวว่า การชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งในจีนและทั่วโลกสร้างความกังวลอย่างมากกับอุตสาหกรรมคาสิโนในมาเก๊า

 

“โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากทั่วโลก รวมถึงจีนด้วย”

 

DS kim นักวิเคราะห์จาก JP Morgan ฮ่องกง กล่าวว่า มาเก๊ากำลังเผชิญกับ ‘ผลกระทบระลอกที่ 2’ จากการชะลอตัวของคำสั่งซื้อในกวางตุ้ง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของจีน และค่าเงินหยวนที่อ่อนค่าลง

 

ปัจจุบัน เขาคาดการณ์ว่ารายได้จากการเล่นคาสิโนของมาเก๊าอาจลดลงถึง 10% ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด เมื่อเทียบกับการคาดการณ์การเติบโตเพียงหลักเดียว

 

ทั้งนี้ รายได้จากการเล่นคาสิโนของมาเก๊าในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 0.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี เป็น 57,700 ล้านปาตากา หรือ 19,200 ล้านปาตากาต่อเดือน เมื่อเทียบกับการคาดการณ์ตลอดทั้งปีของรัฐบาลที่ 240,000 ล้านปาตากา หรือ 20,000 ล้านปาตากาต่อเดือน

 

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ทางการจีนและมาเก๊าได้สั่งให้ผู้ประกอบการคาสิโนที่ได้รับอนุญาต 6 ราย ได้แก่ Sands China, Wynn Macau, SJM Holdings, MGM China, Galaxy Entertainment และ Melco Resorts เร่งขยายฐานรายได้ออกจากอุตสาหกรรมคาสิโนเพื่อลดความเสี่ยง

 

ภาพ: Seng Chye Teo / Getty Images 

อ้างอิง: 

The post ภาษีทรัมป์พ่นพิษถึงวงการคาสิโน ‘มาเก๊า’ หรือลาสเวกัสตะวันออก เสี่ยงงบขาดดุล จีนออกโรงเตือน 6 ทุนยักษ์เร่งกระจายความเสี่ยง appeared first on THE STANDARD.

]]>
คาสิโน-การพนัน: วิกฤตความขัดแย้งใหญ่ของสังคมไทย https://thestandard.co/opinion-casino-gambling-thailand/ Fri, 04 Apr 2025 00:54:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1060477

ดูเหมือนรัฐบาลจะไม่ยี่หระกับเสียงคัดค้านของกลุ่มบุคคล อ […]

The post คาสิโน-การพนัน: วิกฤตความขัดแย้งใหญ่ของสังคมไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

ดูเหมือนรัฐบาลจะไม่ยี่หระกับเสียงคัดค้านของกลุ่มบุคคล องค์กรทางศาสนา องค์กรภาคประชาชน นักวิชาการ สถาบันการศึกษา สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทยอดีตสมาชิกวุฒิสภา สำนักราชบัณฑิตยสภา ที่ส่งเสียงคัดค้านร่างกฎหมายคาสิโน-การพนัน กันอย่างกว้างขวาง จึงดึงดันจะให้กฎหมายผ่านสภาผู้แทนราษฎรในวาระแรกให้ทันก่อนปิดสมัยประชุมสภาวันที่ 10 เมษายน 2568 ให้จงได้ เหมือนมีวาระซ่อนเร้นอะไรบางอย่าง

 

ต่อไปนี้เป็นประมวลความจริงและความเห็นเพื่อให้รัฐบาลตั้งสติและทบทวนใหม่

 

1. นอกจากร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย เมื่อปลายปี 2566 แล้ว ยังไม่เคยมีกรณีใดที่เสียงคัดค้านจะใหญ่โตกว้างขวางเท่าการคัดค้านมรดกบาป คาสิโน-การพนัน ครั้งนี้ ที่จ้องตาเป็นมัน เตรียมเขมือบบ่อนพนันคราวนี้ จะมีก็แต่นักลงทุนต่างชาติ ผู้ทรงอิทธิพลในรัฐบาล และบรรดาผู้แสวงประโยชน์เท่านั้น

 

2. ไม่มีเหตุผลใดๆ เลยที่จะต้องเร่งรีบนำร่าง พ.ร.บ. นี้เข้าสภาอย่างเร่งด่วนราวไฟลนก้น วิญญูชนทั่วไปสงสัยกันว่าจำเป็นอะไรหรือจึงต้องเร่งร้อนดันทุรังกันถึงขนาดนี้ มาตรการป้องกันภัยพิบัติอันเนื่องมาจากแผ่นดินไหวมีความสำคัญและเร่งด่วนกว่า ยังต้องหลีกทางให้กับกฎหมายทางด่วนพิเศษและตีตั๋วทางลัด

 

 

3.‘พื้นที่เพียง 10%’ ของเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เป็นเหตุผลที่ใช้ไม่ได้พิษร้ายต่างหากที่มีอานุภาพ น้ำปลาเต็มช้อนเทใส่ก๋วยเตี๋ยวน้ำ จะกินก๋วยเตี๋ยวชามนี้ไหม เชื้อมะเร็งร้ายในร่างกายมีพื้นที่เพียงนิดเดียว มันลุกลามทำร้ายร่างกายไปทั่วจนถึงเจ็บถึงตายได้ ไม่ต้องใช้ไม้ขีดไฟเต็มโกดังหรอก เพียงแค่ไม้ขีดก้านเดียว ก็ทำให้ไฟมอดไหม้ทั้งโรงงานได้ ​อย่าเอาพื้นที่มากน้อยมาลวงสังคมอีกเลย ไม่มีใครเชื่อ

 

4. ‘จะเอาใต้ดินขึ้นมาไว้บนดิน’ ก็ไม่เป็นจริง หวยใต้ดินทุกงวดที่ซื้อขายกัน มีมูลค่ามากกว่าหวยบนดิน การพนันบอล พนันมวย พนันกีฬาทั้งหลาย ล้วนเป็นพนันใต้กฎหมายทั้งนั้น แต่ก็เล่นกันได้ เล่นกันดี ไม่ใช่หรือ มีเจ้าหน้าที่รัฐคนไหนไปคุมได้บ้าง เห็นมีแต่ร่วมวงซื้อหวยใต้ดินกันเต็มไปหมด

 

5. อย่าเอาสิงคโปร์มาเทียบเคียง เพราะประเทศไทยล้มเหลวในการบังคับใช้กฎหมาย และป้องกันการทุจริต ในขณะที่สิงคโปร์ทำเรื่องนี้ได้ดีเป็นอันดับ 3 แต่ไทยร่วงไปเป็นลำดับ 107 ของโลก ​ตึก สตง. 30 ชั้นถล่มลงในพริบตานั้น เป็นการประจานความหย่อนยานในการบริหารความสุจริตที่น่าอับอายไปทั่วโลก

 

6. ที่บอกว่าประเทศไทยจะพลิกฟื้นทางเศรษฐกิจด้วยสถานบันเทิงครบวงจรก็ไม่จริง 30 ปีมาแล้วที่เริ่มใบอนุญาต ในวันนี้เมียนมามีคาสิโน 230 แห่ง กัมพูชาวันนี้มีคาสิโน 150 แห่ง ฟิลิปปินส์มีคาสิโนตั้งแต่ 50 ปีก่อนวันนี้มี 50 แห่ง ​เศรษฐกิจของเขาดีมากหรือไร ผู้คนของเขาถึงอพยพมาหากินบ้านเรานับแสนนับล้านคน

 

 

7. ไทยเป็นที่หมายการท่องเที่ยวลำดับต้นของโลก เป็นเพราะธรรมชาติและบรรพบุรุษสร้างสรรค์ นักท่องเที่ยวต่างชาติไปดูป่าเขาลำเนาไพรที่ภาคเหนือ ไปล่องเกาะแก่งดูทะเลภาคใต้ ไปซึมซับวิถีบรรพชนและโบราณสถานที่บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี มารับรอยยิ้มและไมตรีจิตของคนไทย มากินต้มยำกุ้ง กินผัดไทย ไม่มีใครสักคนที่มาเมืองไทยเพราะจะมาเล่นรูเล็ต มาแทงบาคาร่า หรือมาแสวงหาสิ่งที่เรียกสวยหรูว่า Man Made Destination (สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น) ​นักพนันต่างชาตินั้นประเมินได้เลยว่าล้วนเป็นคนคุณภาพต่ำที่เข้ามาใช้ชีวิตสุ่มเสี่ยงและมีจริตในทางอบายมุขมากกว่า

 

8. ไม่มีเหยื่อการพนันคนไหนอยู่ดีมีกินขึ้นได้ด้วยการเล่นพนัน เหยื่อของการพนันทุกคนมีหน้าที่เอาเงินไปประเคนให้เจ้ามือ ​มันเป็นเกมที่คาดการณ์ได้เลยว่า เจ้ามือรวย ลูกมือสิ้นเนื้อประดาตัว ขยายผลไปสร้างปัญหาในครอบครัวอีกมากมาย ทั้งเรื่องทรัพย์สินและการหย่าร้าง รวมถึงการบั่นทอนความสามารถในการทำงานสร้างผลผลิต ทำให้คนไทยกลายร่างเป็นผีพนันนั่นเอง

 

9. คาสิโน-การพนัน เป็นโครงการอับปัญญาในการสร้างสรรค์เศรษฐกิจประชาชน เพราะนอกจากไม่มีการผลิตใดๆ มีแต่เงินเปลี่ยนมือจากมือคนหนึ่งไปสู่มืออีกคน ไม่มีการสร้างทักษะให้เกิดสัมมาชีพใดๆ นอกจากเป็นพนักงานแจกไพ่ คุมตู้ นับเงิน นับชิป ซึ่งไม่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจใดๆ เลย

 

10. เป็นแหล่งบ่มเพาะอบายมุขทั้งปวง จะเอาเงินบาปไปฟอกเงินที่ไหน จะตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และนักหลอกลวงต้มตุ๋นที่ไหน ค้ามนุษย์ ค้าประเวณี ค้ายาเสพติด ค้าของเถื่อน เป็นชุมโจร ลักจี้ ตีปล้น เข่นฆ่า แหล่งทรมานมนุษย์ ก็ใช้คาสิโนเป็นสถานสร้างอุบาทว์บททั้งปวงได้

 

11. ประเทศจีนเมื่อ 90 ปีที่แล้ว ถูกชาติตะวันตกสร้างรายได้มหาศาลด้วยการส่งฝิ่นมาขาย มีผลมอมเมาคนจีนจนอ่อนเปลี้ยเพลียแรงกันทั้งประเทศ ถึงขั้นทำสงครามฝิ่นกันถึง 2 ครั้ง จีนพ่ายแพ้ต้องยอมให้เช่าเกาะฮ่องกง มาเก๊า และเมืองท่าอื่นๆ และเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขตให้แก่ชาติตะวันตก

 

​เมืองไทยวันนี้กำลังถูกรัฐบาลนำโดยพรรคการเมือง จะใช้การพนันมอมเมาคนไทยให้สยบยอมต่อการปล้นชิง ทั้งเงินตรา ทรัพย์สิน ทั้งสุขภาพ ทั้งความสงบสุขของผู้คน เพื่อประโยชน์ของนายทุนต่างชาติสมคบกับนายทุนไทยสีเทาที่น่าอับอายยิ่งนัก

 

 

12. ถ้านายกรัฐมนตรีจะไม่ฟังพระราชปณิธานของล้นเกล้าฯ พระพุทธเจ้าหลวง ว่าจะ “ฉิบหายกันไม่เหลือ” ก็น่าจะฟังคำเตือนโดยตรงจากประธานาธิบดีสีจิ้นผิง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนที่เตือนนายกรัฐมนตรีไทยว่า “คาสิโนจะทำให้เศรษฐกิจเสียหาย” หรือว่าจะฟังเฉพาะบุคคลในครอบครัวเท่านั้น ​แผ่นดินไทยมีหลักพุทธธรรม เป็นเนื้อนาบุญอันประเสริฐ มั่นคงและเป็นคุณยิ่งต่อสังคมไทย และมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง

 

​ถ้ารัฐบาลที่นำโดยคนเจนวายอยากจะสร้างมรดกบาปแห่งแผ่นดินไว้ให้แก่เยาวชนและลูกหลานไทยให้วอดวายไปอย่างเลือดเย็น ขอให้เดินหน้าเข้าเกียร์ห้า แล้วจะรู้ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ปรานีคนบาป ไม่เชื่อก็ลองดู

 

The post คาสิโน-การพนัน: วิกฤตความขัดแย้งใหญ่ของสังคมไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>