การผ่อนคลาย Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/การผ่อนคลาย/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 06 Apr 2026 07:55:39 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 รีเซ็ตสมองล้า ล้างพิษทางอารมณ์ด้วย Shiro-Vitality Cranial Ritual โดย Healing Master ระดับเอเชีย https://thestandard.co/life/shiro-vitality-cranial-ritual-detox/ Tue, 07 Apr 2026 01:00:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1195162 ภาพการทำ Shiro-Vitality Cranial Ritual เพื่อรีเซ็ตสมองล้าและล้างพิษทางอารมณ์

หากคุณคือคนทำงานที่ต้องจ้องจอนานจนปวดกระบอกตา เครียดสะส […]

The post รีเซ็ตสมองล้า ล้างพิษทางอารมณ์ด้วย Shiro-Vitality Cranial Ritual โดย Healing Master ระดับเอเชีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพการทำ Shiro-Vitality Cranial Ritual เพื่อรีเซ็ตสมองล้าและล้างพิษทางอารมณ์

หากคุณคือคนทำงานที่ต้องจ้องจอนานจนปวดกระบอกตา เครียดสะสมจนเผลอกดกรามแน่น หรือรู้สึกหัวหนักจนเกิดภาวะ Brain Fog อยู่บ่อยๆ หน้าร้อนนี้เราอยากชวนคุณไปทำความรู้จักกับ Shiro-Vitality Cranial Ritual ทรีตเมนต์ซิกเนเจอร์โดยราจูล (Rajeshwari Nerurkar) ผู้เชี่ยวชาญระดับมาสเตอร์ด้านการบำบัดที่พกพาประสบการณ์กว่า 20 ปี มาจัดโชว์เคสพิเศษ ณ Kempinski The Spa

 

ความพิเศษของ Shiro-Vitality Cranial Ritual เริ่มต้นด้วยศาสตร์การนวดศีรษะแบบอินเดียโบราณ โดยใช้น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของออกซิเจนและพลังงาน ตั้งแต่ศีรษะจรดแนวกระดูกสันหลัง ช่วยรีเซ็ตระบบประสาทให้เข้าสู่โหมดผ่อนคลายอย่างล้ำลึก

 

ภาพการทำ Shiro-Vitality Cranial Ritual เพื่อรีเซ็ตสมองล้าและล้างพิษทางอารมณ์ 1

 

จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการนวด ‘ทุยหนา’ (Tuina) เพื่อ สลายความตึงตื้อ และจุดที่พลังงานติดขัดบริเวณต้นคอ บ่า และไหล่ ช่วยให้เลือดหมุนเวียนไปเลี้ยงสมองได้คล่องตัวขึ้น ลดอาการปวดตึง

 

ภาพการทำ Shiro-Vitality Cranial Ritual เพื่อรีเซ็ตสมองล้าและล้างพิษทางอารมณ์ 2

 

ก่อนจะปิดท้ายด้วยไฮไลต์สำคัญอย่างการกดจุด ‘มาร์มะ’ (Marma Points) บริเวณใบหน้าและแนวกราม ซึ่งเป็นจุดสะสมความเครียดและอารมณ์ที่ค้างคาโดยเฉพาะในผู้หญิง การนวดจุดนี้จึงเปรียบเสมือนการปลดล็อกความรู้สึกที่ตกค้าง ให้ความรู้สึกเบาสบายทั้งกายและใจ 

 

ภาพการทำ Shiro-Vitality Cranial Ritual เพื่อรีเซ็ตสมองล้าและล้างพิษทางอารมณ์ 3

 

นอกจาก Shiro-Vitality Cranial Ritual แล้ว คุณราจูลยังเตรียมศาสตร์บำบัดอื่นๆ ไว้รอให้คุณมาค้นพบคำตอบของสุขภาพดีอย่างยั่งยืน แวะมาสัมผัสประสบการณ์พิเศษนี้ได้ตั้งแต่วันนี้ – 20 เมษายน 2569 เท่านั้น

The post รีเซ็ตสมองล้า ล้างพิษทางอารมณ์ด้วย Shiro-Vitality Cranial Ritual โดย Healing Master ระดับเอเชีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิด 20 พิกัดแช่ Ice Bath ทั้งใกล้และไกล https://thestandard.co/life/20-wellness-thermal-ice-bath/ Mon, 03 Nov 2025 04:38:24 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1138984

1. PAÑPURI WELLNESS     มีบริการทรีตเมนต์ Gui […]

The post เปิด 20 พิกัดแช่ Ice Bath ทั้งใกล้และไกล appeared first on THE STANDARD.

]]>

1. PAÑPURI WELLNESS

 

WELLNESS Ice Bath

 

มีบริการทรีตเมนต์ Guided Thermal & Ice Bath Ritual ที่ผสานการบำบัดด้วยอุณหภูมิและการนวดผ่อนคลาย (Body Massage) เพื่อคืนความสมดุล โดยโปรแกรม 105 นาที จะเริ่มต้นด้วย Grounding Aromatic Breath Flow และ Sound Bath เพื่อเตรียมสมาธิ จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนไฮไลต์คือการแช่สลับระหว่างอ่างน้ำร้อน 40-42°C และอ่างน้ำเย็น 0-5°C รวมเวลาประมาณ 25 นาที และปิดท้ายด้วย Aromatherapy Massage. สามารถเลือกโปรแกรมตามความต้องการได้ เช่น Sleep Serenity หรือ Deep Renewal


Location: ชั้น 12 เกษร ทาวเวอร์
ราคา: 4,500 บาท/ท่าน หรือ 8,200 บาท/คู่
เวลาทำการ: ทุกวัน 10.00-22.00 น.
เบอร์โทรติดต่อ: 0 2253 8899

 

2. THE STANDARD SPA, HUA HIN

 

WELLNESS Ice Bath

 

ให้บริการแพ็กเกจ Be Cool Ice Bath ที่ผสานการบำบัดด้วยความร้อนและความเย็น โดยโปรแกรม 60 นาที ประกอบด้วยการฝึก Breathwork เพื่อเตรียมความพร้อมของร่างกายและจิตใจ, การแช่ Ice Bath และปิดท้ายด้วยการใช้บริการ Sauna เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว, เพิ่มการไหลเวียนเลือด และจัดการกับความเครียดในบรรยากาศหรูหราของโรงแรมสปาระดับพรีเมียม


Location: The Standard, Hua Hin (หัวหิน)
ราคา: 1,000 บาท+ ต่อ 60 นาที
เวลาทำการ: ควรตรวจสอบกับสปาโดยตรง
เบอร์โทรติดต่อ: 032 535 999

 

3. RECHILL WELLNESS LOUNGE

 

WELLNESS Ice Bath

 

สตูดิโอแนวฟิวชันขนาดใหญ่ที่เน้น Thermal Zone มีครบทั้งอ่างน้ำเย็น ซาวน่า อบไอน้ำ อ่างน้ำร้อน และ Cold Plunge ในรอบเดียว ทุกเซสชันใช้เวลาประมาณ 90 นาที และมีคาเฟ่เครื่องดื่มสุขภาพให้บริการ ราคาหนึ่งครั้ง 620 บาท ส่วนแพ็กเกจ 3-50 ครั้งมีส่วนลดเหลือเพียง 600 บาทลงไปต่อครั้ง


Location: ซอยสุขุมวิท 27
ราคา: หนึ่งครั้ง 620 บาท และมีราคาแพ็กเกจ 3, 10, 20, 50 ครั้งด้วย ราคาตั้งแต่ 1,800-24,500 บาท
เวลาทำการ: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.30-19.00 น.
เบอร์โทรติดต่อ: 065 982 2686

 

4. FAST & FIT

 

WELLNESS Ice Bath

 

เหมาะสำหรับนักกีฬาและผู้ที่ต้องการลงแช่ระยะสั้น มีอ่างให้เลือกอุณหภูมิ 2 °C, 5 °C หรือ 10 °C และแบ่งเป็นครึ่งตัวหรือเต็มตัว แต่ละเซสชันใช้เวลา 15 นาที มีทั้งราคาสำหรับผู้เริ่มต้นเบาๆ และราคาแบบเป็นแพ็กเกจหลายระดับรวมทั้งแบบคู่กับ Infrared Sauna ด้วย


Location: ซอยสุขุมวิท 32
ราคา: เริ่มต้นที่ 250 บาท (ครึ่งตัว) และ 400 บาท (เต็มตัว) พร้อมแพ็กเกจหลายระดับ
เวลาทำการ: วันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 08.30-21.00 น. 
เบอร์โทรติดต่อ: 095 649 8845 

 

5. WOLF WELLNESS & TRAINING 

 

WELLNESS Ice Bath

 

ศูนย์ฟิตเนสครบวงจรที่มีโซนฟื้นฟูและอ่างน้ำเย็น ราคาแพ็กเกจ Ice Bath (1 Day Pass) อยู่ที่ 700 บาทต่อเซสชัน 60 นาที เปิดช่วงเย็นถึงดึก เหมาะสำหรับคนทำงานสายโต้รุ่งหรือผู้ที่มีกิจกรรมกลางวันแล้วต้องการแช่น้ำเย็นตอนค่ำ
Location: เอกมัย ซอย 6
ราคา: Ice Bath (1 Day Pass) อยู่ที่ 700 บาทต่อเซสชัน 60 นาที
เวลาทำการ: วันจันทร์-ศุกร์  7.00-21.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์  8.00-17.00 น. 
เบอร์โทรติดต่อ: 088 292 6941

 

6. SECRET GARDEN 

 

WELLNESS Ice Bath

 

พื้นที่สวนเล็กๆ ใจกลางเมืองสุขุมวิทที่รวบรวมอ่างน้ำเย็นและซาวน่าไว้ในพื้นที่สีเขียวอันร่มรื่น มีโซนนั่งเล่นและคาเฟ่ในตัว ชูจุดเด่นบรรยากาศผ่อนคลาย เสมือนพักผ่อนนอกเมือง หลบหลีกความวุ่นวายเพื่อฮีลกายและใจได้ดีทีเดียว


Location: ซอยอรรถกวี 1 สุขุมวิท 26
ราคา: ครั้งเดียว 420 บาท, ราคาแพ็กเกจ 5 ครั้ง1,850 บาท และแพ็กเกจ 10 ครั้ง 3,200 บาท
เวลาทำการ: 10.00-20.00 น. วันจันทร์-อาทิตย์
เบอร์โทรติดต่อ: 0 2286 2464 

 

7. DIP GARDEN ONSEN & ICE BATH

 

7. DIP GARDEN ONSEN & ICE BATH

 

สถานที่สไตล์ออนเซ็นกลางแจ้ง ที่นี่มีบ่อเย็นอุณหภูมิ 5°C และ 15°C พร้อมบ่อน้ำร้อน 38°C และ 41°C ห้องอบไอน้ำสมุนไพร และซาวน่าแบบฟินแลนด์ให้เลือกใช้บริการได้อย่างหลากหลาย เหมาะกับวัยทำงานที่ต้องการผ่อนคลายความปวดเมื่อยทั้งแบบร้อนและแบบเย็น ใครเป็นมือใหม่เขามีเวิร์กช็อป Ice Bath ด้วยนะ


Location: พญาไท (92 ซอยพหลโยธิน 5)
ราคา:  500 บาท (สำหรับDay Pass) ใช้ได้ตั้งแต่ 9.00–22.00 น.
เวลาทำการ: ทุกวัน 09.00–22.00 น.
ติดต่อ: www.diponsen.com

 

8. BREATH INSPIRED 

 

8. BREATH INSPIRED

 

ที่นี่เน้นการฝึก Wim Hof Method ที่ผสมผสานเทคนิคหายใจ การฝึกจิต และการแช่น้ำเย็น Ice Bath โดยมีพื้นฐานเวิร์กช็อป 6 ชั่วโมงราคา 4,500 บาท หลังเรียนจบสามารถเข้าร่วมคลาส Breathwork & Ice Bath (1,650 บาท) ในวันเสาร์ หรือ Night Ice Bath (650 บาท) ในวันพุธได้


Location: ซอยสุขุมวิท 61
ราคา: เริ่มต้น 650 บาท
เวลาทำการ: ทุกวัน 24 ชั่วโมง
ติดต่อ: Inbox อินสตาแกรม breath_inspired

 

9. W BANGKOK

 

WELLNESS Ice Bath

 

โรงแรมหรูที่จัดกิจกรรม Polar Plunge ทุกวันอาทิตย์เวลา 14.00-15.00 น. รวมการฝึกหายใจและการแช่น้ำเย็น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์สปาแบบพรีเมียมและมีผู้เชี่ยวชาญดูแลอย่างใกล้ชิด


Location: ถนนสาทรเหนือ

ราคา: 690 บาทต่อครั้ง 

เวลาทำการ: ทุกวันอาทิตย์ เวลา 14.00–15.00 น.

เบอร์โทรติดต่อ: 0 2344 4221

 

10. Moonzpells Studio

 

10. Moonzpells Studio

 

กิจกรรม Ice Bath และกิจกรรมอื่นๆ อย่างโยคะหรือการรักษาด้วยพลังงาน โดยมุ่งหวังให้ทุกคนที่มาเยือนได้ปลดปล่อยความเครียด ความเหนื่อยล้า และกลับมาคอนเน็กต์กับภายในของตัวเองได้อีกครั้ง


Location: ทองหล่อ 23
ราคา: ราคาจะขึ้นกับการจัดงานในแต่ละครั้ง ควรสอบถามล่วงหน้า
เวลาทำการ: จะขึ้นอยู่กับการจัดงานในแต่ละครั้ง
ติดต่อผ่าน LINE: @vedanawellbeing

 

11. SOHO HOUSE BANGKOK

 

WELLNESS Ice Bath

 

คลับส่วนตัวที่มีโซนฟิตเนส สระว่ายน้ำ และอ่างน้ำเย็นอยู่บนชั้นดาดฟ้า เหมาะสำหรับสมาชิกที่ต้องการพักผ่อนหรือจัดเวิร์กช็อปส่วนตัว ข้อมูลราคาและการจองจะรวมอยู่ในแพ็กเกจสมาชิกของคลับ


Location: สุขุมวิท 31
ราคา: ข้อมูลราคาและการจองจะรวมอยู่ในแพ็กเกจสมาชิกของคลับ
เวลาทำการ: ทุกวัน 08.00–00.00น. (สำหรับสมาชิก)
เบอร์โทรติดต่อ: 0 2483 9559

 

12. SOMA HEALTH CLINIC

 

WELLNESS Ice Bath

 

ศูนย์สุขภาพแนวองค์รวมที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ ด้วยหลักการดูแลสุขภาพ 6 ด้านแบบผสมผสานระหว่างวิทยาศาสตร์สมัยใหม่และการแพทย์ทางเลือกดั้งเดิม ที่นี่ให้บริการ Ice Bath การบำบัดด้วยความเย็นเพื่อลดการอักเสบของกล้ามเนื้อและช่วยเร่งกระบวนการฟื้นฟูร่างกาย โดยใช้อ่างแช่น้ำเย็นนำเข้าจากประเทศอังกฤษที่สามารถผลิตน้ำแข็งได้เอง และควบคุมอุณหภูมิไว้ที่ 2 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายหนัก ผู้มีอาการอ่อนล้า หรือผู้ที่ต้องการรีเซ็ตร่างกายอย่างลึกซึ้ง


Location: ชั้น 4 Erawan Bangkok
ราคา: สอบถามที่คลินิกโดยตรง
เวลาทำการ: 10.00-20.00 น. ทุกวัน
เบอร์โทรติดต่อ: 098 279 4738 

 

13. ICE HOUSE

 

WELLNESS Ice Bath

 

สถานที่ยอดฮิตในย่านพระโขนงที่มีอ่างไม้สัก 4 ใบ อุณหภูมิน้ำ 0-5 °C และห้องซาวน่าแบบร้อนจัด 80-90 °C โดย Ice House จัดบรรยากาศร่มรื่นพร้อมคาเฟ่และสวน Tropical ให้พักผ่อนระหว่างแช่ Ice Bath ราคาครั้งแรก 490 บาท รวมคำแนะนำและการดูแล ส่วนครั้งถัดไป 390 บาทต่อครั้ง และมีแพ็กเกจ 5-10 ครั้งหรือแบบเหมาจ่ายรายเดือนให้เลือก


Location: พระโขนง (สุขุมวิท 71)
ราคา: ครั้งแรก 490 บาท (รวมคำแนะนำ), ครั้งถัดไป 390 บาท/ครั้ง และมีแบบเหมาจ่ายรายเดือน
เวลาทำการ:  09.00-21.00 น.
เบอร์โทรติดต่อ: 099 249 2471 

 

14. SIAM ICE BATH , HUA HIN

 

WELLNESS Ice Bath

 

อีกหนึ่งพิกัดแช่ Ice Bath ที่อยู่ในหัวหิน ที่นี่นำเสนอประสบการณ์แช่ Ice Bath ที่สดชื่นและมีชีวิตชีวา สำหรับการผจญภัยด้านสุขภาพด้วยการแช่น้ำแข็งเพื่อฟื้นฟูร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ที่เคยแช่อยู่แล้ว และผู้ที่ต้องการลองครั้งแรกก็จะมีเจ้าหน้าที่มืออาชีพคอยดูแลและแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แน่ใจว่าได้รับประสบการณ์ที่ปลอดภัยและน่าจดจำและมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างแท้จริง


Location: ถนนแนบเคหาสน์ ซอย 16 หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
ราคา: เริ่มต้น 400 บาท
เวลาทำการ: วันจันทร์-พฤหัสบดี 09.00-17.00 น. วันศุกร์: 10.00-17.00 น. วันเสาร์: 09.00-17.00 น. วันอาทิตย์: 10.00-17.00 น.
เบอร์โทรติดต่อ: 093 232 3322

 

15. OUR SPACE NIMMAN, CHIANG MAI

 

WELLNESS Ice Bath

 

มอบประสบการณ์ Ice Bath สุดสดชื่น ที่จะช่วยให้ร่างกายและจิตใจของคุณตื่นตัว ในย่านนิมมาน จังหวัดเชียงใหม่ เหมาะสำหรับทุกคน ทั้งผู้ที่ต้องการฟื้นตัวหลังออกกำลังกาย หรือผู้ที่อยากเริ่มต้นการบำบัดด้วยความเย็น (Cold Therapy) ทีมงานมืออาชีพพร้อมดูแลและให้คำแนะนำตลอดการแช่ เพื่อให้คุณพิชิตความเย็นได้อย่างปลอดภัยและสบายใจ


Location: ศิริมังคลาจารย์ ซอย 11 จังหวัดเชียงใหม่
ราคา: 100 บาท/ ชั่วโมง และ 480 บาท/วัน (ครอบคลุมบ่อแช่น้ำแข็ง ห้องอบสมุนไพร และสระว่ายน้ำ)
เวลาทำการ: ทุกวัน: 08.00-17.00 น. ปิดวันจันทร์
เบอร์โทรติดต่อ: 063 224 5266

 

16. KEDR SPA & SAUNA, PHUKET

 

WELLNESS Ice Bath

 

ที่นี่เป็นสปาเพื่อสุขภาพระดับพรีเมียมในย่านบางเทา จังหวัดภูเก็ต ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสถานที่ให้บริการซาวน่าและออนเซ็นที่มีประสิทธิภาพที่สุดแห่งหนึ่งบนเกาะภูเก็ต ที่นี่เป็นสวรรค์สำหรับการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจอย่างแท้จริง มีทั้งการบำบัดด้วยความร้อนและความเย็น ห้องซาวน่าแห้ง (Dry Sauna) ที่มีประสิทธิภาพสูง Steam Room ห้องอบไอน้ำสมุนไพร Ice Bath (Cold Tub) มีบริการแช่น้ำแข็งที่เย็นจัดถึง 4-7 องศาเซลเซียส เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและช่วยฟื้นฟูร่างกายอย่างรวดเร็ว Hot Tub (Onsen) บ่อน้ำร้อนและออนเซ็นที่ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ Rain Room ห้องสายฝน (เป็นเอกลักษณ์แห่งแรกและแห่งเดียวในไทย)ให้ความรู้สึกเย็นสดชื่นหลังการทำความร้อน มีบริการนวด และคาเฟ่ให้บริการอาหารและเครื่องดื่มด้วย

 

Location: บางเทา จังหวัดภูเก็ต
เวลาทำการ: ทุกวัน 09:00-00:00 น. (เที่ยงคืน)
ราคา: เริ่มต้น 440 บาท
ติดต่อ: kedr.spa/ Instagram 

 

17. THE COCOON CHIANG MAI

 

WELLNESS Ice Bath

 

The Cocoon ให้บริการเครื่องมือหลักสำหรับการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจอย่างครบครัน ได้แก่ Ice Bath (แช่น้ำแข็ง) ช่วยลดอาการปวดเมื่อยและอักเสบของกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกาย พร้อมช่วยกระตุ้นอารมณ์และลดความเครียด 
Location: ต.น้ำแพร่ อ.หางดง จังหวัดเชียงใหม่
เวลาทำการ: วันอังคาร-วันอาทิตย์: 12:00-19:00 น. วันพฤหัสบดี เปิดถึง 22:00 น.เบอร์โทรติดต่อ: 097 257 2325

 

18. MAA YOGA & SPA CHIANGMAI

 

WELLNESS Ice Bath

 

ปลุกสัมผัสและฟื้นฟูจิตใจด้วย Ice Bath ภายในสถานที่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและฟื้นฟูคุณอย่างล้ำลึก ด้วยบริการ Ice Bath ที่มุ่งเน้นการกระตุ้นประสาทสัมผัสและสติให้ตื่นตัวอย่างฉับพลัน (Shock Your Senses, Awaken Your Mind ประสบการณ์ Ice Bath  ที่นี่ถือว่าการแช่น้ำแข็งเป็นวิธีที่ทรงพลังในการ “ช็อก” ร่างกายให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน (Present Moment) ความเย็นอันสดชื่นจะช่วยเคลียร์จิตใจและปลุกประสาทสัมผัสของคุณให้ตื่นขึ้นทันที


Location: ถนนนิมมานเหมินท์ จังหวัดเชียงใหม่ 
ราคา: 490 บาท
เวลาทำการ: ทุกวัน 09.00-21.00 น.
เบอร์โทรติดต่อ: 097 257 2325

 

19. DUSIT THANI KRABI BEACH RESORT

 

WELLNESS Ice Bath

 

 สัมผัสประสบการณ์ Ice Bath ท่ามกลางบรรยากาศรีสอร์ตระดับลักชัวรีริมชายหาดคลองม่วง ที่ผสมผสานการบำบัดร่างกายเข้ากับการพักผ่อนอย่างลึกซึ้ง โปรแกรมจะเริ่มจาก การฝึกหายใจ (Breathwork) ประมาณ 20 นาที เพื่อเตรียมระบบประสาทให้พร้อม ก่อนก้าวเข้าสู่ช่วงแช่น้ำเย็นที่อุณหภูมิต่ำแบบควบคุม ซึ่งช่วยลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ กระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด และทำให้จิตใจกลับมาอยู่กับปัจจุบันอย่างสงบนิ่ง Ice Bath ที่นี่ไม่ได้มีไว้ให้อดทนอย่างเดียว แต่เป็นประสบการณ์ที่ให้คุณได้ Reset ร่างกาย+Clear Mind+Recharge พลังใหม่ ท่ามกลางธรรมชาติของทะเลอันดามัน


Location: หาดคลองม่วง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่
ราคา: เริ่มต้น 450 บาท/รอบ
เวลาทำการ: ควรสอบถามล่วงหน้า (เวิร์กช็อปมีรอบเฉพาะ)
เบอร์โทรติดต่อ: 0 7562 8000

 

20. RENEW SAUNA & ICE BATH, PHUKET

 

WELLNESS Ice Bath

 

พื้นที่เพื่อการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจแนว Wellness Club ที่รวมทั้ง Sauna, Steam และ Ice Bath ไว้ในบรรยากาศอบอุ่นและมินิมอลในย่านบางเทา ที่นี่ใช้ระบบควบคุมอุณหภูมิน้ำเย็นอย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูอย่างจริงจังหลังออกกำลังกาย หรือผู้ที่ต้องการปลุกพลังให้ร่างกายตื่นตัว มีพื้นที่พักผ่อนกลางแจ้งและโซนเครื่องดื่มสุขภาพให้จิบหลังการแช่


Location: บางเทา จังหวัดภูเก็ต
ราคา: เริ่มต้นประมาณ 490-750 บาท (ขึ้นกับรอบและช่วงเวลา)
เวลาทำการ: ทุกวัน 09.00-21.00 น.
ติดต่อ: @renew.thailand/ Instagram

The post เปิด 20 พิกัดแช่ Ice Bath ทั้งใกล้และไกล appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก Brain Massage วิธีผ่อนคลายความเครียดที่สร้างเองได้ https://thestandard.co/life/brain-massage-amsterdam-innovation/ Fri, 19 Sep 2025 06:57:23 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1120669 brain-massage-amsterdam-innovation

ยังจำได้ไหมครั้งสุดท้ายที่เรารู้สึกผ่อนคลายจริงๆ ไม่ใช่ […]

The post รู้จัก Brain Massage วิธีผ่อนคลายความเครียดที่สร้างเองได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
brain-massage-amsterdam-innovation

ยังจำได้ไหมครั้งสุดท้ายที่เรารู้สึกผ่อนคลายจริงๆ ไม่ใช่แค่การล้มตัวลงบนโซฟาหลังวันที่ยาวนาน แต่หมายถึงการที่จิตใจสงบนิ่ง ร่างกายคลายเครียด และได้ปล่อยวางความคิดที่วุ่นวายลงมันคือตอนไหนกันนะ?



รู้ไหมว่าองค์การอนามัยโลกเรียกความเครียดว่า ‘โรคระบาดแห่งศตวรรษที่ 21’ และนี่ไม่ใช่การพูดเกินจริง เพราะในสวีเดนมีสถิติการลาป่วยจากความเครียดเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในทศวรรษที่ผ่านมา แม้แต่ในประเทศนอร์ดิกที่ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งความสุขก็ยังหนีไม่พ้นปัญหานี้

 

Raymond Cloosterman ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Rituals เล่าว่า “มีโรคใหญ่กำลังระบาดอยู่ นั่นคือความเครียด เราไม่สามารถผ่อนคลายได้อีกแล้ว” คำพูดนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของแบรนด์ที่เคยขายแต่โฟมอาบน้ำและครีมบำรุงผิว คำถามง่ายๆ เปลี่ยนทุกอย่าง “จะเป็นอย่างไรถ้าพิธีกรรมความงามช่วยให้เราผ่อนคลายได้จริงๆ ทั้งร่างกายและจิตใจ” จากคำถามนี้ แบรนด์จึงเริ่มพัฒนาสิ่งที่เรียกว่าการเดินทางจากความงามนำไปสู่ความเป็นอยู่ที่ดีและสร้างนวัตกรรมที่ชื่อว่า Brain Massage หรือการนวดสมองขึ้นมา

 

ที่ House of Rituals ในเมืองอัมสเตอร์ดัม คุณจะพบกับประสบการณ์การ Brain Massage ที่ไม่ใช่การนวดแบบดั้งเดิม แต่เป็นการผสมผสานระหว่างการทำสมาธิแบบมีคู่มือที่นำด้วยเสียงที่อ่อนโยน เทคนิคการหายใจที่ช่วยปรับระบบประสาท Sound Therapy และ Binaural Beats ที่ส่งผลต่อคลื่นสมอง รวมถึงแสงบำบัดที่ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน  

 

จากมุมมองทางจิตวิทยา การที่เราไม่สามารถผ่อนคลายได้นั้นส่งผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติ โดยระบบสู้หรือหนี (Sympathetic Nervous System) จะทำงานตลอดเวลา ในขณะที่ระบบพักผ่อน (Parasympathetic Nervous System) ไม่ได้รับการกระตุ้น ทำให้ร่างกายไม่มีโอกาสซ่อมแซมและฟื้นฟู สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ทำงานหนักเกินไปจนความสามารถในการตัดสินใจลดลงและความจำระยะสั้นได้รับผลกระทบ การพัฒนานวัตกรรมการผ่อนคลายจึงไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่เป็นความจำเป็นทางสุขภาพจิต

 

Cloosterman กล่าวว่า Calm is the new luxury หรือความสงบคือความหรูหราใหม่ ประโยคนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงในสังคมที่ความเงียบสงบและการพักผ่อนจิตใจกลายเป็นสิ่งที่หาได้ยากและมีค่ามากกว่าสิ่งของราคาแพง แบรนด์วางแผนที่จะขยายบริการไปยังประเทศนอร์ดิก และพัฒนาผลิตภัณฑ์ Mind Oasis at Home ที่รวมถึงเก้าอี้ต้านแรงโน้มถ่วงพิเศษ และแอปพลิเคชันที่มีเสียงบำบัดหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ binaural beats ที่ให้พลังงานจนถึงเสียงคลื่นที่สร้างความสงบ

 

แม้เราจะไม่มีโปรแกรม Brain Massage แต่หลักการเดียวกันนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ เช่น การหายใจแบบมีสติโดยหายใจเข้า 4 จังหวะ หยุด 4 จังหวะ หายใจออก 6 จังหวะ และทำซ้ำ 5-10 รอบ การฟัง Sound Therapy ง่ายๆ ด้วยเสียงธรรมชาติเช่นเสียงฝนหรือเสียงคลื่น หรือฟัง Binaural Beats ที่มีให้ฟังฟรีในแอปพลิเคชันต่างๆ และการสร้างพิธีกรรมผ่อนคลายด้วยการกำหนดเวลาพักผ่อนทุกวัน 15-30 นาที ปิดไฟให้สลัว จุดเทียนหอม และใช้ผ้าห่มหนักๆ ช่วยสร้างความรู้สึกปลอดภัย

 

การที่แบรนด์ความงามหันมาดูแลเรื่องจิตใจแสดงให้เห็นว่าความงามแท้มาจากภายใน เมื่อจิตใจสงบ ร่างกายก็สวยงามตาม การพักผ่อนไม่ใช่ความฟุ่มเฟือยแต่เป็นความจำเป็น และนวัตกรรมที่ดีที่สุดคือการกลับไปสู่สิ่งพื้นฐานที่เราลืมไป ในยุคที่เราวิ่งไล่ตามเป้าหมายจนลืมหยุดหายใจ บางทีสิ่งที่เราต้องการมากที่สุดไม่ใช่เทคโนโลยีที่ซับซ้อน แต่เป็นช่วงเวลาแห่งความเงียบสงบ และการได้นวดสมองเพื่อให้จิตใจได้พักผ่อนอย่างแท้จริง เพราะในที่สุดแล้วความสุขที่ยั่งยืนไม่ได้มาจากการมีสิ่งของมากมาย แต่มาจากการรู้จักหยุดและรู้สึกขอบคุณกับสิ่งที่เรามีอยู่

The post รู้จัก Brain Massage วิธีผ่อนคลายความเครียดที่สร้างเองได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Wellness Yard เทรนด์ที่ทำให้บ้านกลายเป็นจุดชาร์จแบตที่สมบูรณ์แบบ https://thestandard.co/life/wellness-yard/ Sat, 23 Aug 2025 06:36:22 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1110397

Wellness Yard เทรนด์ที่ทำให้บ้านกลายเป็นจุดชาร์จแบตที่ส […]

The post Wellness Yard เทรนด์ที่ทำให้บ้านกลายเป็นจุดชาร์จแบตที่สมบูรณ์แบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Wellness Yard เทรนด์ที่ทำให้บ้านกลายเป็นจุดชาร์จแบตที่สมบูรณ์แบบ

 

บ้านคือพื้นที่พักผ่อนที่สำคัญที่สุด แต่จะดีแค่ไหนหากบ้านไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นที่เยียวยาร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน นี่คือที่มาของเทรนด์ Wellness Yard ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน แนวคิดนี้คือการออกแบบพื้นที่นอกบ้านให้กลายเป็นโอเอซิสส่วนตัวที่ช่วยส่งเสริมสุขภาวะที่ดีอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นสวนหลังบ้าน ระเบียง หรือแม้แต่ดาดฟ้า จากการระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้คนต้องใช้ชีวิตอยู่กับบ้านมากขึ้น และเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการมีพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจเป็นของตัวเอง Wellness Yard ตอบโจทย์นี้ได้อย่างตรงจุด ด้วยการผสานองค์ประกอบต่างๆ เช่น พื้นที่สำหรับออกกำลังกายอย่างลานโยคะ มุมนั่งสมาธิที่เงียบสงบ หรือการจัดสวนสมุนไพรและดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมบำบัด เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ช่วยผ่อนคลายและเติมพลังชีวิต

 

 

การมี Wellness Yard ไม่ได้เป็นเพียงแค่กระแสชั่วคราว แต่เป็นการลงทุนในสุขภาพที่ยั่งยืน การออกแบบพื้นที่นี้สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการเพิ่มองค์ประกอบธรรมชาติที่ช่วยส่งเสริมประสาทสัมผัสทั้งห้า เช่น การจัดวางน้ำพุขนาดเล็กเพื่อสร้างเสียงอันเงียบสงบ, การปลูกต้นไม้ใบเขียวที่ให้ความรู้สึกสดชื่นสบายตา, หรือการเลือกใช้เก้าอี้พักผ่อนที่ทำจากวัสดุธรรมชาติอย่างไม้จริง เพื่อให้เราได้สัมผัสกับความเรียบง่ายอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังสามารถปลูกพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษเพื่อเก็บเกี่ยวมาปรุงอาหาร เป็นการเชื่อมโยงกับธรรมชาติและดูแลสุขภาพกายไปพร้อมกันได้อย่างลงตัว หรือใครอยากฟื้นฟูร่างกาย ลดอาการบาดเจ็บ การจัดพื้นที่ทำ Ice Bathing ใน Wellness Yard ก็เป็นไอเดียที่ดี การมีพื้นที่สงบๆ ในบ้านให้เราได้ปลีกวิเวกจากความวุ่นวายภายนอก จะช่วยให้เราได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองอย่างเต็มที่ เติมพลังกายและใจให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

 

ภาพ: Shutterstock

The post Wellness Yard เทรนด์ที่ทำให้บ้านกลายเป็นจุดชาร์จแบตที่สมบูรณ์แบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก WELLNESS FRAGRANCE: เมื่อกลิ่นหอมคือศาสตร์แห่งการเยียวยาใจ https://thestandard.co/life/wellness-fragrance-healing-scents/ Fri, 15 Aug 2025 04:20:00 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1107279

‘เมื่อกลิ่นหอมไม่ได้มีดีแค่ความหอม แต่สามารถเปลี่ยนอารม […]

The post รู้จัก WELLNESS FRAGRANCE: เมื่อกลิ่นหอมคือศาสตร์แห่งการเยียวยาใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘เมื่อกลิ่นหอมไม่ได้มีดีแค่ความหอม แต่สามารถเปลี่ยนอารมณ์และสมองได้จริง’ การค้นพบนี้อาจเปลี่ยนวิธีที่คุณมอง ‘กลิ่น’ และเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างในชีวิต ทำให้คุณเข้าสู่โลกของการผ่อนคลายและเยียวยาใจได้เรียบง่ายกว่าเดิม แบรนด์ PAÑPURI เปิดตัว Wellness Fragrance Series  ครั้งแรก ผ่านการสร้างสรรค์คอลเล็กชัน Burnout Antidotes ผสานศาสตร์แห่งการบำบัดผ่านกลิ่น ด้วยการเลือกสรรพืชพรรณธรรมชาติที่ส่งผลต่ออารมณ์และจิตใจกลิ่นหอมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ ได้รับการทดสอบและยืนยันจากจิตแพทย์ประสาทวิทยา ภายใต้การศึกษาผ่าน OSTMR© (Olfactory Stimulation Therapy and Memory Reconstruction) ยืนยันว่าทุกกลิ่นสามารถช่วยปรับสมดุลอารมณ์ ผ่อนคลายร่างกาย และปลอบประโลมจิตใจ นำคุณกลับสู่จังหวะชีวิตที่ช้าลงได้อย่างล้ำลึกและงดงาม เราจึงอยากพาผู้อ่านไปร่วมสำรวจเรื่องราวของ Wellness Fragrance ว่ามันคืออะไร และสามารถเยียวยาอารมณ์ ร่างกาย และจิตใจของเราได้อย่างไร?

 

 

The Healing Power of Scent

 

รู้ไหมว่ากลิ่นหอมไม่เพียงสร้างความรื่นรมย์แก่กายใจของเรา แต่ยังเป็น ‘ทางลัด’ สู่การเยียวยาใจได้อย่างฉับพลัน เพียงแค่หายใจลึกๆ ช้าๆ ผ่านกลิ่นที่เหมาะสม สมองและร่างกายก็สามารถรับสัญญาณเพื่อปรับโหมดอารมณ์ ลดความตึงเครียด หรือกระตุ้นความสดชื่นได้ภายในไม่กี่วินาที ความมหัศจรรย์นี้เกิดขึ้นเพราะ ‘กลิ่น’ มีการเชื่อมโยงตรงกับสมองส่วนอะมิกดาลา (Amygdala) และ ฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอารมณ์และความทรงจำ ทำให้ทุกครั้งที่ได้กลิ่น ร่างกายสามารถตอบสนองทั้งทางอารมณ์ สมาธิ และพลังใจได้ในทันทีนั่นเอง

 

 

ผลทดสอบยืนยัน กลิ่นคือภาษาลับของสมองและอารมณ์ 

 

ในมุมวิทยาศาสตร์ การรับรู้กลิ่น (Olfactory System) เป็นหนึ่งในประสาทสัมผัสที่ทรงพลังที่สุด เพราะเชื่อมต่อโดยตรงกับสมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ จึงมีศักยภาพในการช่วยผ่อนคลาย ลดความเครียด เพิ่มสมาธิ ส่งเสริมการนอนหลับ หรือปรับสมดุลอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้ง

 

PAÑPURI ตระหนักถึงคุณค่านี้ และมุ่งส่งเสริมบทบาทของกลิ่นในการดูแลใจ ผ่านการสร้างสรรค์คอลเล็กชัน Burnout Antidotes Series ร่วมกับจิตแพทย์ประสาทวิทยา โดยนำวิธี OSTMR© (Olfactory Stimulation Therapy and Memory Reconstruction) มาทดสอบกับอาสาสมัครวัย 35-55 ปีที่เริ่มมีสัญญาณของภาวะ Burnout

 

ผลการทดลองพบว่า กลิ่น THE FIRST, KINDRED และ INTENTION สามารถช่วยฟื้นฟูสมดุลทางอารมณ์ เสริมสมาธิ บรรเทาความเครียด และกระตุ้นพลังใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ คอลเล็กชันนี้จึงเป็นมากกว่าน้ำหอม แต่คือ Wellness Fragrance ที่ผสานศาสตร์แห่งกลิ่น ความงาม และองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อการดูแลใจอย่างแท้จริง

 

วิธีการใช้ Wellness Fragrance ในชีวิตประจำวัน

 

เราสามารถเลือกใช้ Wellness Fragrance เป็นจังหวะพักใจได้หลายวิธี เช่น

 

 

1. THE FIRST

 

กลิ่นกำยานและ Olibanum ที่ลุ่มลึก เหมาะสำหรับสร้างสมาธิและความมั่นคงภายใน เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วย THE FIRST Aromatic Body & Hand Cleanser เพื่อปลุกประสาทสัมผัส จากนั้นแต้ม THE FIRST EXTRACT Perfume Oil บริเวณข้อมือ ให้กลิ่นอยู่กับคุณตลอดวัน แตะเบา ๆ ก่อนออกไปเดินเล่นท่ามกลางอากาศสดชื่น จิบกาแฟแก้วแรก หรือเริ่มงานสำคัญ เพื่อปรับใจให้มั่นคง สูดลมหายใจลึก ๆ ผ่าน THE FIRST ระหว่างทำกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิ เช่น ทำสวน ฝึกโยคะ หรือการนั่งสมาธิ ให้กลิ่นนี้ช่วยยึดโยงใจให้อยู่กับปัจจุบันอย่างสงบ

 

 

2. KINDRED

 

กลิ่นที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและลึกซึ้ง เสมือนอ้อมกอดที่ปลอบประโลมใจ เชื่อมโยงความรู้สึกให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ด้วยความนุ่มนวลของกุหลาบและ Amber เหมาะสำหรับคืนความอบอุ่นและเยียวยาใจ บำรุงผิวมือด้วย KINDRED Hand Concentrated Cream ให้กลิ่นแผ่ซ่านขณะจิบชาหรือกาแฟยามบ่ายกับเพื่อนสนิท เติมบรรยากาศให้ผ่อนคลายและเต็มไปด้วยความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง หลังเลิกงาน อาจใช้กลิ่นนี้ขณะฟังเพลงโปรดหรืออ่านหนังสือ เพื่อคลายความตึงเครียดของวัน และในวันที่รู้สึกโดดเดี่ยว เพียงแตะ KINDRED EXTRACT Perfume Oil ลงบนผิว ก็เหมือนโอบกอดหัวใจให้กลับมาอบอุ่นอีกครั้ง

 

 

3. INTENTION

 

กลิ่นลาเวนเดอร์ เติมพลังใจให้จิตใจปลอดโปร่งและมีสมาธิ ช่วยให้โฟกัสกับสิ่งสำคัญอย่างมีจุดมุ่งหมาย ระหว่างวัน ลองจัดโต๊ะทำงานหรือมุมอ่านหนังสือด้วย INTENTION Ambience Diffuser เพื่อจัดระเบียบความคิดและเชื่อมโยงสมาธิให้มั่นคง ก่อนนอน หยด INTENTION Blended Essential Oil ลงในเครื่องพ่นไอน้ำอโรม่า ให้กลิ่นหอมปลอบประโลมและพาร่างกายเข้าสู่การพักผ่อนล้ำลึก พร้อมตื่นมาด้วยความตั้งใจใหม่ในวันถัดไป

 

ภาพ: PAÑPURI

The post รู้จัก WELLNESS FRAGRANCE: เมื่อกลิ่นหอมคือศาสตร์แห่งการเยียวยาใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กอดต้นไม้: ให้ธรรมชาติเยียวยาใจ https://thestandard.co/life/tree-hugging-natures-healing/ Sun, 01 Jun 2025 04:36:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1080958

การกอดต้นไม้ คือวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยเยียวยาจิตใจและเติมพ […]

The post กอดต้นไม้: ให้ธรรมชาติเยียวยาใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>

การกอดต้นไม้ คือวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยเยียวยาจิตใจและเติมพลังบวกให้กับเรา มีงานวิจัยมากมายชี้ให้เห็นว่าการใช้เวลาใกล้ชิดกับต้นไม้ ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นในสวนสาธารณะ หรือแม้แต่การสัมผัสเปลือกไม้ สามารถสร้างความรู้สึกสงบและความผ่อนคลายได้จริง

 

เช่นเดียวกับแนวคิด ‘ชินรินโยกุ’ (Shinrin-yoku) หรือ ‘การอาบป่า’ ซึ่งเป็นการใช้ธรรมชาติในการบำบัดและส่งเสริมสุขภาพ ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ศาสตราจารย์ Qing Li ผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดด้วยป่าไม้จากประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า “การอาบป่าคือการดื่มด่ำกับบรรยากาศของป่าด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า เมื่อคุณทำเช่นนั้น คุณจะเชื่อมโยงกับธรรมชาติและคลายความกังวล”

 

นอกจากนี้ งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Environmental Health Perspectives ยังพบว่า การใช้เวลาในพื้นที่สีเขียวช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (ฮอร์โมนแห่งความเครียด) และเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลาย โดยระบุว่า “การสัมผัสกับธรรมชาติส่งผลดีต่อสุขภาพจิตอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการลดความเครียด ความวิตกกังวล และอาการซึมเศร้า”

 

เมื่อคุณโอบกอดต้นไม้ คุณจะสัมผัสได้ถึงความเย็นสบายจากเปลือกไม้ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดินและพืชพรรณ รวมถึงเสียงใบไม้ที่พลิ้วไหว การสัมผัสที่แท้จริงนี้ช่วยให้เราหลุดพ้นจากความวุ่นวายในโลกดิจิทัล และกลับมาเชื่อมโยงกับตัวตนภายในอีกครั้ง

The post กอดต้นไม้: ให้ธรรมชาติเยียวยาใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
20 อาคารในกรุงเทพฯ ที่แค่เดินเข้าไปก็ได้สัมผัสกับธรรมชาติ! https://thestandard.co/life/20-green-buildings-in-bangkok/ Fri, 09 May 2025 11:27:56 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1072908

ตัวอย่าง 20 อาคารในกรุงเทพฯ ที่แค่เดินเข้าไปก็ได้สัมผัส […]

The post 20 อาคารในกรุงเทพฯ ที่แค่เดินเข้าไปก็ได้สัมผัสกับธรรมชาติ! appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตัวอย่าง 20 อาคารในกรุงเทพฯ ที่แค่เดินเข้าไปก็ได้สัมผัสกับธรรมชาติ!

 

การออกไปสัมผัสกับธรรมชาติถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้เราได้พักผ่อนทั้งการและใจ ช่วยลดความเครียดสะสม แต่การจะออกไปสัมผัสธรรมชาติทุกวันคงเป็นเรื่องยาก ในยุคปัจจุบันสถาปนิกผู้ออกแบบอาคารต่างๆ จึงได้มีการแทรกความเป็นธรรมชาติ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของอาคาร เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาใช้งานรู้สึกผ่อนคลาย อันที่จริงแนวคิดนี้มีชื่อว่า Biophilic Design ซึ่งจะเป็นการนำธรรมชาติเข้ามาในอาคารผ่านวิธีต่างๆ เช่น การทำพื้นที่สีเขียว การใช้แสงธรรมชาติ การใช้เสียงธรรมชาติทำให้คนรู้สึกผ่อนคลาย การใช้ลมธรรมชาติช่วยให้อากาศถ่ายเท หรือแม้แต่การเลือกใช้วัสดุธรรมชาติ ก็ล้วนทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกสบายและผ่อนคลายได้เช่นกัน

 

วันนี้เราเลยอยากจะมายกตัวอย่าง 20 อาคารในกรุงเทพฯ ที่แอบซ่อนแนวคิดนี้ไว้ เผื่อใครที่กำลังอยากจะออกไปสัมผัสธรรมชาติแบบง่ายๆ จะได้ลองไปสัมผัสกัน 

 


 

 

Bangkok Art and Culture Centre

 

เริ่มต้นด้วยสถานที่แรกที่หลายคนคุ้นเคยนั่นคือหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ หรือ BACC ซึ่งที่นี่เราสามารถมาสัมผัสกับธรรมชาติได้ผ่านแสงธรรมชาติจากช่องเปิดหลายทิศทางของตัวอาคาร และบริเวณชั้นล่างของอาคารจะมีห้องสมุดที่ซ่อนตัวอยู่ในบรรยากาศเต็มไปด้วยความเขียวของต้นไม้นอกหน้าต่าง เหมาะกับการไปอ่านหนังสือสงบๆ แบบสุดๆ

 


 

 

True Digital Park

 

ที่นี่คืออาคารมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ย่านปุณณวิถี ที่มีพื้นที่กึ่ง Outdoor ให้เราได้สามารถสูดอากาศภายนอกได้ พร้อมทั้งใครที่เป็นสายกีฬาห้ามพลาด เพราะที่นี่มีลู่วิ่งลอยฟ้าให้ได้มาซ้อมวิ่งกันฟรีๆ แถมระหว่างทางยังเต็มไปด้วยสวนหย่อมเล็กๆ และต้นไม้หลากหลายชนิดให้เราได้สัมผัสกัน

 


 

ภาพ: 111 Praditmanutham

 

111 Praditmanutham

 

คอมมูนิตี้มอลล์ขนาดใหญ่ย่านประดิษฐ์มนูธรรม ที่รวมทั้งร้านค้าและพื้นที่ทำงานไว้ในตึกเดียว ที่นี่มีพื้นที่ส่วนกลางบางส่วนเป็นลักษณะกึ่ง Outdoor ให้สามารถรับลมและแสงแดดจากธรรมชาติได้ อีกทั้งยังมีการซ่อนพื้นที่สีเขียวไว้ที่จุดต่างๆ ของอาคารอีกด้วย

 


 

 

One City Centre

 

อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ย่านเพลินจิต ที่บริเวณชั้นล่างมีพื้นที่ของร้านค้ามากมายหลายร้าน แต่ไฮไลต์ของที่นี่อยู่ที่การจัดแลนด์สเคปของอาคารออกมาเป็นสวนหลายๆ ชั้น ซึ่งสามารถไปเดินเล่นพักผ่อนหรือไปถ่ายรูปเล่นสวยๆ ได้เช่นกัน

 


 

ภาพ: ICONSIAM

 

ICONSIAM

 

ห้างขนาดใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่นี่ถือเป็นแลนด์มาร์กที่ทั้งคนไทยและต่างชาติอยากมาเช็กอินสักครั้ง ซึ่งตัวห้างได้มีการออกแบบให้แสงธรรมชาติสามารถส่องเข้ามาสู่อาคารได้บางส่วน และมีระเบียงที่ยื่นออกไปหาแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้คนสัมผัสกับเสียงของน้ำ รวมถึงพื้นที่ชั้นบนที่มีการตกแต่งอาคารด้วยน้ำ ทำให้ใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น

 


 

ภาพ: The Commons Thonglor 

 

The Commons Thonglor 

 

คอมมูนิตี้มอลล์ที่รวมร้านค้าร้านอาหารไว้มากมาย พื้นที่ส่วนใหญ่ของที่นี่จะเป็นแบบกึ่ง Outdoor เน้นเปิดรับลมและแสงธรรมชาติ มีการแทรกต้นไม้เข้าไปในที่นั่งตามจุดต่างๆ ใครมองหาที่นั่งชิล รับลมธรรมชาติ ที่นี่ตอบโจทย์สุดๆ 

 


 

ภาพ: PUAY Park for the People

 

PUAY Park for the People

 

นี่คืออาคารที่เป็นเหมือนศูนย์รวมผู้คนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพราะภายในเป็นพื้นที่ของห้องสมุดและหอประชุมให้คนได้มาใช้งาน ซึ่งอาคารนี้ได้มีการออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ โดยตัวอาคารจะค่อยๆ โผล่ขึ้นมาจากดิน และบริเวณรอบอาคารจะมีการปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว ให้ผู้ที่เข้ามาใช้งานได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างเต็มที่ 

 


 

ภาพ: Velaa Sindhorn Village

 

Velaa Sindhorn Village

 

คอมมูนิตี้ที่รวบรวมร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ ดังๆ หลายร้านมาไว้ในที่เดียว เป็นอีกหนึ่งสถานที่ชิลยอดนิยมย่านหลังสวน ซึ่งที่นี่ได้มีการออกแบบสถานที่ให้มีความเป็นธรรมชาติ ตั้งแต่การใช้แสงธรรมชาติ มีการปลูกต้นไม้นานาชนิดตามจุดต่างๆ แถมยังทำพื้นที่ภายในโครงการเป็นกึ่ง Outdoor ให้ผู้ที่มาใช้งานได้สัมผัสกับธรรมชาติอีกด้วย

 


 

 

Neilson Hays Library

 

ห้องสมุดเก่าแก่ย่านถนนสุรวงศ์ ที่นี่เป็นอาคารเก่าสไตล์นีโอคลาสสิกอายุกว่า 100 ปี นอกจากสถาปัตยกรรมตัวอาคารจะสวยแล้ว ที่นี่ยังสามารถดึงธรรมชาติเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของอาคารได้อย่างลงตัว ตั้งแต่ภายนอกที่มีการปลูกต้นไม้หลากหลายชนิดเพื่อความร่มรื่น หรือภายในอาคารที่ใช้ช่วงเปิดให้แสงธรรมชาติเข้ามาในตัวอาคาร

 


 

 

Nai Lert Park

 

ในย่านเพลินจิตมีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่อีกหนึ่งจุดนั่นคือบริเวณบ้านปาร์คนายเลิศ ซึ่งตัวอาคารเป็นบ้านไม้เก่าแก่ ที่เปิดรับลมธรรมชาติได้ดี แถมบริเวณรอบอาคารยังมีการปลูกต้นไม้หลากหลายชนิดเอาไว้ ใครที่กำลังมองหาสถานที่นั่งชิลพักผ่อนในย่านเพลินจิต ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีเลย

 


 

 

Bank of Thailand Learning Center 

 

หากถามว่าอยากได้ห้องสมุดที่สามารถเข้าไปนั่งทำงาน หาความรู้ ในบรรยากาศที่สงบ ชื่อของศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องติดอยู่ในนั้นแน่ๆ เพราะไฮไลต์ของที่นี่คือโซนอ่านหนังสือที่มีหน้าต่างบานใหญ่ สามารถรับแสงธรรมชาติทำให้การอ่านหนังสือได้รับแสงที่เพียงพอ และยังได้รับความสงบจากวิวแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย

 


 

 

SIAMSCAPE

 

ในย่านสยามที่เต็มไปด้วยร้านค้า ผู้คน แต่ในตึก SIAMSCAPE ยังมีมุมสงบที่เราสามารถเข้าไปสัมผัสธรรมชาติ และทำจิตใจให้สงบได้ โดย ที่นี่เป็นสวยลอยฟ้า อยู่ที่ชั้น 10 ของอาคาร SIAMSCAPE ที่นี่จะเป็นพื้นที่ Outdoor ที่มีพื้นที่นั่งพักใต้ต้นไม้ ใครที่เดินสยามจนเหนื่อย อยากพักผ่อน มาพักจุดนี้ได้เลย

 


 

ภาพ: Ground For

 

Ground For

 

อาคารสุดชิคย่านสะพานใหม่ ที่ที่ข้างล่างเป็นคาเฟ่และมีอาคารสำนักงานอยู่ข้าง ที่นี่โดดเด่นด้านการใช้วัสดุธรรมชาติ และมีการเลือกตกแต่งโดยเน้นความดิบๆ ของวัสดุทำให้เรารู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติ ทั้งยังมีการแทรกพื้นที่สีเขียวเข้าไปภายในอาคารได้อย่างลงตัว

 


 

 

อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ

 

ที่นี่เป็นแหล่งพักผ่อน นั่งชิลของชาวสามย่าน ซึ่งตัวอาคารจะรายล้อมไปด้วยสวนและต้นไม้นานาชนิด บริเวณกลางอาคารจะเป็นสนามหญ้าซึ่งเหมาะมากๆ กับการไปทำ Grouding พักผ่อนทำสมาธิ และบริเวณน่านฟ้าของอาคาร เขาทำเป็นสวนลอยฟ้า เหมาะกับการมาพักผ่อนช่วงเย็นๆ

 


 

 

EMQUARTIER

 

หากคุณกำลังอยู่แถวพร้อมพงษ์ แล้วอยากจะฮีลตัวเองด้วยการสัมผัสธรรมชาติ การไป EMQUARTIER ก็เป็นทางเลือกที่ดีเลย เขาออกแบบให้มีการนำธรรมชาติเข้าไปซ่อนตัว เป็นส่วนหนึ่งของอาคาร ตั้งแต่ทางเชื่ออาคารที่มีส่วนหนึ่งเป็นน้ำตกจำลอง ทำให้คนที่เข้ามาเดินได้ยินเสียงน้ำตก เหมือนได้หลุดไปอยู่อีกที่นึง หรือจะเป็นบริเวณชั้น 5 ของอาคารที่มีสวนไว้ให้คนไปนั่งพักผ่อน ทำจิตใจให้สงบเป็นต้น

 


 

ภาพ: A49

 

Gaysorn Urban Resort

 

ใครจะไปคิดว่าบริเวณชั้นบนของ Gaysorn Tower จะมีพื้นที่นั่งทำงานแสนสงบอย่าง Gaysorn Urban Resort ที่นี่เป็นเหมือน Co-sharing Space ที่คุณสามารถมานั่งทำงานสงบๆ หรือจัดกิจกรรมได้ ซึ่งที่นี่จะมีทั้งการใช้แสงธรรมชาติ มีการใช้วัสดุไม้ที่สื่อถึงความเป็นธรรมชาติและความสงบ แถมส่วนจัดกิจกรรมยังสามารถมองเห็นสวนภายนอกได้ด้วย

 


 

ภาพ: Central Embassy

 

Central Embassy

 

ถึงแม้ Central Embassy จะเป็นอาคารที่ดูโมเดิร์น เรียบๆ แต่ภายในก็แอบซ่อนความเป็นธรรมชาติเอาไว้ ตั้งแต่การใช้ช่องเปิดบานใหญ่เพื่อรับแสงธรรมชาติเข้ามาทำให้ภายในอาคารดูมีชีวิตชีวา แถมห้องน้ำชั้นยังมีการตกแต่งให้เห็นพื้นที่สีเขียวภายนอกอีกด้วย

 


 

 

GalileOasis

 

นี่คือคอมมูนิตี้ที่เป็นเหมือนโอเอซิสใจกลางเมืองย่านราชเทวี เพราะที่นี่ถูกตกแต่งให้เต็มไปด้วยต้นไม้ และพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นแบบกึ่ง Outdoor ทำให้คนที่เข้าไปบริเวณนี้จะรู้สึกสงบ สบาย ร่มรื่น ภายในโครงการนี้มีทั้งคาเฟ่ แกลเลอรี ร้านค้า ร้านอาหาร โรงละคร และโรงแรม ใครที่อยากสัมผัสธรรมชาติ ได้เจอกับพื้นที่สงบๆ ใจกลางเมือง ต้องไปที่นี่เลย 

 


 

ภาพ: One Bangkok

 

One Bangkok

 

ถึงแม้จะเป็นอาคารใหญ่ใจการเมืองหลายๆ อาคารรวมกัน แต่ที่ One Bangkok นี้ก็มีการนำธรรมชาติเขาไปใส่ในพื้นที่ แลนด์สเคปของอาคารเช่นกัน เพราะมีทั้งการจัดสวน และการจัดแลนด์สเคประหว่างอาคาร ให้คนที่จะเดินทางเชื่อมต่อแต่ละอาคารได้สัมผัสกับธรรมชาติ

 


 

 

Samyan Mitrtown

 

ที่นี่น่าจะเป็นแหล่งแฮงเอาต์อีกหนึ่งจุดสำคัญของชาวสามย่านและคนนอนดึก เพราะที่นี่มีร้านค้ามากมายที่เปิดจนถึงดึก มี Co-working Space ที่เปิดให้ทำงานจนถึงดึก และชั้นบนของตัวอาคารมีการทำสวนเล็กๆ เอาให้ไว้คนได้มาพักผ่อนฮีลตัวเองได้

The post 20 อาคารในกรุงเทพฯ ที่แค่เดินเข้าไปก็ได้สัมผัสกับธรรมชาติ! appeared first on THE STANDARD.

]]>
อย่าคิดอะไรเป็นเวลา 10 วินาที ฝึกบ่อยๆ ช่วยให้นอนหลับเร็วขึ้นได้ https://thestandard.co/life/10-sec-no-thoughts/ Sun, 16 Mar 2025 08:49:06 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1052790 10-sec-no-thoughts

ใครเคยนอนกระสับกระส่ายกลางดึก หรือจ้องเพดานไปเรื่อยเพรา […]

The post อย่าคิดอะไรเป็นเวลา 10 วินาที ฝึกบ่อยๆ ช่วยให้นอนหลับเร็วขึ้นได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
10-sec-no-thoughts

ใครเคยนอนกระสับกระส่ายกลางดึก หรือจ้องเพดานไปเรื่อยเพราะนอนไม่หลับ มันทรมานใช่ไหมล่ะ? ถ้าใช่ เราอยากชวนมาลองเทคนิค การนอนแบบทหาร (Military Method) ที่กำลังกลายเป็นเทรนด์ฮิตในหมู่คนรักการนอนทั่วโลก ต้องบอกก่อนว่าเทคนิคนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นวิธีที่ทหารเค้าใช้กันมาตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นเกร็ดความรู้ที่เขียนเอาไว้โดย Lloyd Bud Winter จากหนังสือ Relax and Win: Championship Performance เพื่อช่วยให้เหล่านักบินกองทัพเรือสหรัฐฯ สามารถหลับได้แบบไม่มีอะไรมากวนใจ แม้ในสถานการณ์สุดเครียด

 

ผลลัพธ์ที่มีการบันทึกเอาไว้จัดว่าจึ้งเลย เพราะหลังจากที่เหล่าทหารฝึกฝนแค่ 6 สัปดาห์ พบว่าเทคนิคนี้ได้ผลสูงถึง 96% แม้ในสภาพแวดล้อมที่เสียงดังรบกวนหรือหลังดื่มกาแฟ วิธีการฝึกให้เริ่มจาก

 

  • ผ่อนคลายใบหน้าทั้งหมด 
  • จากนั้นปล่อยไหล่ให้แนบสนิทไปที่นอนตามแรงโน้มถ่วง
  • ปล่อยมือลงข้างลำตัวอย่างเป็นธรรมชาติ 
  • หายใจออกช้าๆ ลึกๆ รู้สึกถึงการผ่อนคลายที่แผ่ซ่านไปทั่วหน้าอก 
  • ตามด้วยการผ่อนคลายกล้ามเนื้อขา ต้นขา จนถึงปลายเท้า

 

ไฮไลต์สำคัญคือการล้างความคิดเป็นเวลา 10 วินาที ด้วยการจินตนาการถึงสถานที่ที่ทำให้คุณรู้สึกสงบ อาจเป็นการนอนเปลริมทะเล ได้ยินเสียงคลื่นซัดชายหาด หรือนั่งบนยอดเขาที่เงียบสงบ สายลมเย็นพัดผ่าน ถ้ายังไม่เวิร์ก ลองพูดซ้ำๆ ในใจว่า ‘อย่าคิด’ เป็นเวลา 10 วินาที เหมือนกำลังกดปุ่มรีเซ็ตในสมอง เพื่อหยุดความคิดที่วนเวียนไม่รู้จบ 

 

เทคนิคนี้เวิร์กเพราะเป็นการรีเซ็ตระบบประสาทและคลายความตึงเครียดทั้งกายและใจในเวลาเดียวกัน การฝึกซ้ำๆ จะสร้างเส้นทางประสาทใหม่ในสมองที่เชื่อมโยงระหว่างการทำตามขั้นตอนเหล่านี้กับการเข้าสู่ภาวะหลับ สำหรับคนที่มีภาวะ ADHD หรือความวิตกกังวล อาจต้องใช้เวลาฝึกฝนมากกว่า แต่อย่าเพิ่งถอดใจ เพราะผลลัพธ์ที่ได้คุ้มค่ากับความพยายามแน่นอน การนอนหลับดีๆ ไม่ใช่แค่เรื่องความสบาย แต่เป็นรากฐานสำคัญของชีวิตที่มีคุณภาพของเราเอง

 

อ้างอิง:

The post อย่าคิดอะไรเป็นเวลา 10 วินาที ฝึกบ่อยๆ ช่วยให้นอนหลับเร็วขึ้นได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จริงไหม เวลาอยู่ใกล้คนที่เรารักมักจะรู้สึกง่วงนอน? https://thestandard.co/life/sleepy-near-loved-ones/ Wed, 12 Feb 2025 09:38:06 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1041105 sleepy-near-loved-ones

หลายคนอาจเคยสังเกตว่า เวลาอยู่ใกล้ชิดกับคนรัก ไม่ว่าจะเ […]

The post จริงไหม เวลาอยู่ใกล้คนที่เรารักมักจะรู้สึกง่วงนอน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
sleepy-near-loved-ones

หลายคนอาจเคยสังเกตว่า เวลาอยู่ใกล้ชิดกับคนรัก ไม่ว่าจะเป็นแฟน คู่ชีวิต หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยงที่เรารัก มักจะรู้สึกง่วงนอนได้ง่ายกว่าปกติ ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์รองรับว่าเป็นผลมาจากฮอร์โมนที่ชื่อว่า ‘ออกซิโทซิน’ (Oxytocin) 

 

ออกซิโทซินเป็นฮอร์โมนที่หลั่งออกมาเมื่อเรามีปฏิสัมพันธ์ทางบวกกับผู้อื่น โดยเฉพาะการสัมผัส การกอด หรือการใกล้ชิดกับคนที่เรารัก ฮอร์โมนนี้มีผลต่อร่างกายหลายด้าน โดยเฉพาะการทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียดและความวิตกกังวล

 

ออกซิโทซินมีบทบาทสำคัญในการเตรียมสมองให้พร้อมสำหรับการพักผ่อน โดยลดการทำงานของระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับความเครียด ทำให้ร่างกายอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมสำหรับการนอนหลับ นอกจากนี้ ยังช่วยลดความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เราหลับได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ ออกซิโทซินก็ส่งผลแบบ Dual Effects คือเป็นได้ทั้งการกระตุ้นและผ่อนคลาย 

 

ดังนั้นถ้าคุณรู้สึกง่วงขณะอยู่กับคนรักก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะนั่นเป็นการตอบสนองตามธรรมชาติของร่างกายที่กำลังบอกว่าคุณกำลังรู้สึกผ่อนคลายและปลอดภัยนั่นเอง

The post จริงไหม เวลาอยู่ใกล้คนที่เรารักมักจะรู้สึกง่วงนอน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เดอะ สุโขทัย สปา ความเงียบและงดงามแห่งสุโขทัยผสานศิลปะร่วมสมัย https://thestandard.co/life/the-sukhothai-spa-silence-beauty-meets-contemporary-art/ Thu, 07 Nov 2024 06:44:01 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1005755 เดอะสุโขทัย สปา

LIFE ชวนทุกคนหลบจากความวุ่นวายของเมืองหลวงสู่ความสงบที่ […]

The post เดอะ สุโขทัย สปา ความเงียบและงดงามแห่งสุโขทัยผสานศิลปะร่วมสมัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เดอะสุโขทัย สปา

LIFE ชวนทุกคนหลบจากความวุ่นวายของเมืองหลวงสู่ความสงบที่ซ่อนตัวในสวนธรรมชาติที่มีพื้นที่กว่า 7,000 ตารางเมตร ที่นี่คือเดอะ สุโขทัย สปา สปาแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งสถาปัตยกรรมไทยโบราณได้รับการตีความใหม่และนำมาผสานกับความร่วมสมัยอย่างลงตัว หากคุณอิ่มตัวกับห้องนวดภายในตึกสูงหรือห้างสรรพสินค้าที่ไม่อาจสัมผัสธรรมชาติได้อย่างแท้จริง เดอะ สุโขทัย สปา อาจเป็นคำตอบใหม่ที่จะพาคุณดื่มด่ำกับประสบการณ์สปาระดับลักชัวรีท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม

คุณจะได้ผ่อนคลายแบบองค์รวมในเรือนไม้สักทั้งหลัง พร้อมรับสายลมอ่อนที่โชยพัดผ่านผิวกาย ชื่นชมดอกบัวที่ลอยอยู่ในสระน้ำรายล้อม ราวกับได้ย้อนเวลากลับไปสู่ยุคทองแห่งอาณาจักรสุโขทัย เดอะ สุโขทัย สปา อาจกลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ที่คุณอยากแวะเวียนมาพักกายและใจครั้งแล้วครั้งเล่า

 

เดอะ สุโขทัย สปา

 

What is it?

เดอะ สุโขทัย สปา คือการกลับมาอีกครั้งด้วยโฉมใหม่ของสปาหรูใจกลางกรุงเทพฯ นำเสนอผ่านเรือนไทยที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ภายใต้แนวคิด ‘รุ่งอรุณแห่งความสุข’ อันเป็นความหมายของคำว่าสุโขทัย โดยได้ผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมไทยมาผสมผสานวัฒนธรรมสมัยสุโขทัยเข้ากับความร่วมสมัย ซึ่งได้แรงบันดาลใจหลักมาจากวัดศรีชุม หนึ่งในโบราณสถานสำคัญแห่งอาณาจักรสุโขทัย

 

vibes

 

Vibes

บรรยากาศสงบท่ามกลางธรรมชาติเขียวขจีที่ซ่อนตัวห่างจากความวุ่นวายของเมืองหลวง ภายในอาคารหลักได้รับการออกแบบให้เปิดรับทิวทัศน์ของสวนที่โอบล้อม ผสานความงามของสถาปัตยกรรมไทยที่ยังคงไว้ซึ่งระเบียบแบบแผนดั้งเดิมแต่ตีความใหม่ให้ร่วมสมัย สร้างความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และหรูหราในเวลาเดียวกัน

 

ภายในเดอะสปา สุโขทัย

 

Highlights:

  • ทรีตเมนต์ที่ผสมผสานหัตถการแบบโบราณและสมัยใหม่จากหลากหลายวัฒนธรรม
  • บริการแบบองค์รวมครบวงจร ทั้งนวดบำบัด ทรีตเมนต์ความงาม และคลาสต่างๆ
  • ที่นี่มีห้องอาบน้ำฮัมมัม เป็นพิธีการอาบน้ำแบบดั้งเดิมของตุรกีและอาหรับ มีประวัติย้อนไปถึงยุคจักรวรรดิออตโตมัน เป็นวัฒนธรรมการอาบน้ำในห้องไอน้ำที่มีการทำความสะอาดร่างกายอย่างพิถีพิถัน
  • สิ่งอำนวยความสะดวกระดับลักชัวรี เช่น อ่างน้ำร้อน ซาวน่า ห้องอบไอน้ำ
  • ห้องทรีตเมนต์ใบหน้าที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย
  • พื้นที่เฉพาะสำหรับโยคะ พิลาทิส และการทำสมาธิ ที่มองเห็นวิวธรรมชาติ
  • บริการให้คำแนะนำด้านโภชนาการเฉพาะบุคคล
  •  

 

good for

 

Good for

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายของชีวิตในเมือง มองหาสถานที่ผ่อนคลายที่ให้บริการครบครัน ไม่ว่าจะเป็นคนรักสุขภาพที่ต้องการดูแลตัวเองแบบองค์รวม ผู้ที่ชื่นชอบการนวดและสปาระดับลักชัวรี ทำเล็บ หรือผู้ที่ต้องการฝึกโยคะ พิลาทิส และการทำสมาธิ ในบรรยากาศเงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติใจกลางเมือง

 

The Sukhothai Spa ภายนอก

 

The Sukhothai Spa ภายนอก

 

The Sukhothai Spa ภายนอก

 

Location: The Sukhothai Spa

Address: ถนนสาทรใต้

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.

LINE: @SukhothaiSpa

Tel: 0 2344 8888

 

ภาพ: เดอะ สุโขทัย สปา

 

The post เดอะ สุโขทัย สปา ความเงียบและงดงามแห่งสุโขทัยผสานศิลปะร่วมสมัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวนฝึกหายใจแบบ 4-7-8 (Breathing Exercise) https://thestandard.co/life/4-7-8-breathing-exercise/ Mon, 01 Jul 2024 12:10:05 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=952386

การหายใจแบบ 4-7-8 (Breathing Exercise) คือเทคนิคการหายใ […]

The post ชวนฝึกหายใจแบบ 4-7-8 (Breathing Exercise) appeared first on THE STANDARD.

]]>

การหายใจแบบ 4-7-8 (Breathing Exercise) คือเทคนิคการหายใจที่ใช้เพื่อผ่อนคลายและลดความเครียด เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะทำตามได้ง่าย ทำที่ไหนก็ได้ และให้ประโยชน์ที่หลากหลาย เทคนิคนี้พัฒนาโดย Dr.Andrew Weil แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทางเลือกและการบำบัดด้วยการหายใจ เขามีปรัชญาว่า สุขภาพที่ดีนั้นเกิดขึ้นได้จากการดูแลทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ



หลายคนอาจคุ้นๆ ชื่อของเขาในสกินแคร์ของ Origins นั่นเป็นเพราะเขาร่วมมือกับแบรนด์ Origins สร้างผลิตภัณฑ์ Dr.Andrew Weil for Origins™ ซึ่งเป็นชุดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ผสมผสานพืช เห็ด และสมุนไพรแบบองค์รวม โดยคัดสรรส่วนผสมเฉพาะเพื่อเสริมสร้างสุขภาพผิวที่ดีด้วย

 

นอกจากนี้เขาเน้นย้ำถึงความสำคัญของโภชนาการ การออกกำลังกาย การนอนหลับ การจัดการความเครียด การใช้สมุนไพรบำรุงร่างกาย รวมถึงเทคนิคการหายใจ 4-7-8 Breathing Exercise ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางนี้ด้วย ไปดูกันเลยว่าเราจะฝึกการหายใจเพื่อสุขภาพได้อย่างไร 

 

วิธีการปฏิบัติ

  1. หายใจเข้าทางจมูกเบาๆ อย่างผ่อนคลาย นับ 1-4 ในใจ
  2. กลั้นหายใจเอาไว้แล้วนับ 1-7 ในใจ
  3. หายใจออกทางปากอย่างช้าๆ พร้อมทำเสียง ‘ฟู่’ ปล่อยลมออกจากปาก นับ 1-8 ในใจ 
  4. ทำซ้ำขั้นตอนนี้ 4 รอบ 

 

ประโยชน์ของการหายใจแบบ 4-7-8

  • ลดความเครียดและความวิตกกังวล
  • ช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น
  • ลดความดันโลหิต
  • ควบคุมอารมณ์โกรธหรือหงุดหงิด
  • เพิ่มสมาธิและความจดจ่อ

การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ร่างกายและจิตใจของคุณตอบสนองต่อความเครียดได้ดีขึ้น ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ทำวันละ 2 ครั้ง แต่สามารถทำได้บ่อยขึ้นหากรู้สึกว่าจำเป็น

 

ข้อควรระวัง

ในช่วงแรกของการฝึก คุณอาจรู้สึกเวียนศีรษะเล็กน้อย เนื่องจากออกซิเจนในเลือดเพิ่มขึ้น หากรู้สึกไม่สบาย ควรหยุดและกลับมาหายใจตามปกติ การหายใจแบบ 4-7-8 เป็นเครื่องมือง่ายๆ ที่คุณสามารถนำไปใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา เพื่อจัดการกับความเครียดและส่งเสริมสุขภาพที่ดีในชีวิตประจำวัน

The post ชวนฝึกหายใจแบบ 4-7-8 (Breathing Exercise) appeared first on THE STANDARD.

]]>
Blue Mind ภาวะจิตใจผ่อนคลายเมื่ออยู่ใกล้น้ำ https://thestandard.co/life/blue-mind/ Wed, 19 Jun 2024 05:43:12 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=947006 Blue Mind

หากคุณเคยรู้สึกผ่อนคลาย มีความสุข หรือมีไอเดียใหม่ๆ ผุด […]

The post Blue Mind ภาวะจิตใจผ่อนคลายเมื่ออยู่ใกล้น้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Blue Mind

หากคุณเคยรู้สึกผ่อนคลาย มีความสุข หรือมีไอเดียใหม่ๆ ผุดขึ้นมาขณะที่คุณอยู่ริมทะเล แม่น้ำ หรือแม้แต่อ่างอาบน้ำ นั่นอาจเป็นเพราะสภาวะ Blue Mind ที่ ดร.วอลเลซ เจ. นิโคลส์ (Dr.Wallace J. Nichols) นักชีววิทยาทางทะเลและนักอนุรักษ์ชาวอเมริกัน ได้ให้คำจำกัดความเอาไว้ 

 

Blue Mind คือสภาวะทางจิตที่เกิดขึ้นเมื่อเราอยู่ใกล้น้ำ อยู่ในน้ำ อยู่บนน้ำ หรืออยู่ใต้น้ำ ซึ่งส่งผลให้สมองของเราปลอดโปร่ง สงบ มีสมาธิ และจินตนาการ ตรงกันข้ามกับ Red Mind ที่เต็มไปด้วยความเครียด ความวิตกกังวล ความโกรธ และความกลัว แล้วอะไรคือเหตุผลที่ว่า ทำไมการอยู่ใกล้น้ำถึงสามารถฮีลใจเราได้ขนาดนั้น ไปค้นหาคำตอบด้วยกันเลย 

 

 

อ้างอิง:

The post Blue Mind ภาวะจิตใจผ่อนคลายเมื่ออยู่ใกล้น้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นวดรักษาความปวดเมื่อยอย่างไร ไม่ให้เดี้ยงหนักกว่าเดิม https://thestandard.co/life/massage-techniques-avoid-injury/ Thu, 28 Mar 2024 04:00:04 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=916331

หลายคนมองหาการผ่อนคลายง่ายๆ หลังจากทำงานหนักและเจอเรื่อ […]

The post นวดรักษาความปวดเมื่อยอย่างไร ไม่ให้เดี้ยงหนักกว่าเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลายคนมองหาการผ่อนคลายง่ายๆ หลังจากทำงานหนักและเจอเรื่องเครียดมาทั้งวัน การนวดเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ แต่บางครั้งกลับไม่ได้รู้สึกสบายตัวอย่างที่คิด บางครั้งปวดระบม อักเสบ บวมแดง มีไข้ขึ้น จนรู้สึกทรมานยิ่งกว่าเดิม แล้วการนวดมีประโยชน์จริงหรือไม่ และเราจะเลือกอย่างไรไม่ให้ต้องเสี่ยงเดี้ยงหนักกว่าเดิม ไปไขข้อข้องใจด้วยกันเลย

 

การนวดคืออะไร และมีแบบไหนบ้าง?

 

 

การนวดเป็นวิธีการดั้งเดิมในการดูแลลดปวดและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ โดยใช้มือและเครื่องมือต่างๆ กดนวด จับ คลึง บีบ กดจุด เพื่อให้เกิดผลที่ต้องการ เทคนิคการนวดพื้นฐาน ได้แก่ การลูบเบาๆ การบีบคลึง การเคาะ การกดจุด และการใช้แรงสั่นสะเทือน ปัจจุบันมีการนวดหลายแบบ เช่น นวดแผนไทย นวดจีน นวดนักกีฬา นวดน้ำมัน นวดอโรมา โดยผสมผสานเทคนิคต่างๆ ตามความเชี่ยวชาญของแต่ละสำนัก

 

 

ใครสามารถรับการนวดได้บ้าง?

 

 

การนวดนั้นมีจุดประสงค์หลักคือใช้คลาย รักษา และฟื้นฟูกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่มีความตึงตัวที่ทำให้เกิดความไม่สบายตัว หรือมีการเคลื่อนไหวของข้อต่อที่ลดลง ในบางครั้งทำให้เกิดอาการปวดตามข้อต่อ ปวดหลัง ปวดบ่าไหล่ขึ้นได้ ซึ่งสามารถทำได้ในทุกวัยรวมถึงผู้สูงอายุ แต่จำเป็นต้องได้รับการนวดจากผู้ที่มีความรู้เพื่อให้ได้ผลดีที่สุดและโอกาสเกิดอันตรายน้อยที่สุด  

 

 

ความถี่ของการนวดไม่ได้มีตายตัว โดยหากนวดเบาๆ เพื่อผ่อนคลายอาจทำได้ถึงวันเว้นวันและหยุดนวดเมื่ออาการดีขึ้น แต่หากเป็นการนวดบำบัดรักษาอาการซึ่งมีการใช้ความแรงมากกว่าควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ขึ้นไปเพื่อให้กล้ามเนื้อได้มีการฟื้นฟูตัวเองด้วย และหากยังมีอาการปวดระบมจากการนวดก็ยังไม่ควรนวดซ้ำ เนื่องจากอาจทำให้เกิดความอักเสบขึ้นได้

 

 

ข้อควรระวังในการไปนวดเพื่อไม่ให้มีอาการปวดมากขึ้นหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน ได้แก่

 

 

  1. ผู้ที่มีอาการยอก ระบม หรือช้ำได้ง่าย
  2. อาการปวดนั้นเพิ่งเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน มีระดับความปวดมาก มีอาการบวม แดง ร้อนในบริเวณที่ปวด ซึ่งเป็นลักษณะของการอักเสบ
  3. ผู้ที่มีอาการของข้อเคลื่อน ข้อต่อไม่มั่นคง หรือโรคทางกระดูกและข้ออื่นๆ เช่น รูมาตอยด์ ซึ่งหากมีอาการดังกล่าวห้ามนวดแรงและนวดดัด ซึ่งอาจทำให้อาการแย่ลงได้
  4. ผู้ที่มีโรคหรือมีความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน เช่น ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะหากมีประวัติหกล้มแล้วกระดูกหัก ผู้ที่กินยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน หญิงที่มีการตัดรังไข่ตั้งแต่อายุน้อย ฯลฯ
  5. ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่าย หยุดยาก หรือกินยาละลายลิ่มเลือด
  6. ผู้ที่มีการใส่ข้อเทียมหรือกระดูกหักที่ยังไม่สมานเต็มที่ 
  7. ผู้ที่มีโรคติดต่อ หรือโรคติดเชื้อ หรือยังมีแผลทางผิวหนัง
  8. หญิงตั้งครรภ์ ให้ระวังการกดนวดที่บริเวณท้องและหลัง และระวังการกดกระตุ้นอย่างรุนแรง

 

อาการหลังการนวดที่ควรพบแพทย์

 

 

ตามปกติหลังจากการนวดจะรู้สึกผ่อนคลายได้ทันที แต่หากผู้รับการนวดมีความเกร็งไม่ผ่อนคลายขณะนวดก็สามารถทำให้ปวดระบมได้มาก ซึ่งตามปกติอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นจนหายเป็นปกติใน 2-3 วัน แต่หากมีอาการปวดบริเวณที่ถูกนวดอย่างรุนแรง ขยับลำบาก ข้อบวมผิดรูป หรือมีอาการไข้ร่วมด้วย อาการเหล่านี้ถือเป็นอาการผิดปกติที่ควรระวังและแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเนื่องจากอาจมีการอักเสบเกิดขึ้นและรับการรักษาต่อไป

 

 

สรุป

 

 

การนวดเป็นวิธีที่มีประโยชน์ในการผ่อนคลาย บำบัด และฟื้นฟูกล้ามเนื้อและความตึงเครียด ผู้ที่จะรับการนวดควรพิจารณาข้อควรระวัง เลือกสถานที่สะอาด และผู้นวดที่มีความรู้ความชำนาญ หากมีโรคประจำตัวหรืออาการผิดปกติหลังนวด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อความปลอดภัยและได้รับคำแนะนำที่เหมาะสม

 

The post นวดรักษาความปวดเมื่อยอย่างไร ไม่ให้เดี้ยงหนักกว่าเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Shakti Bath’ นอนฮีลใจไปกับคลาสที่รวมทุกศาสตร์ของ Sound Healing ที่ Akasha Wellness Bangkok https://thestandard.co/life/shakti-bath-akasha-wellness-bangkok/ Thu, 28 Dec 2023 07:26:46 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=882173

“เครียดสะสม เหนื่อยใจ นอนไม่หลับ ไม่มีสมาธิ ปวดเมื่อยร่ […]

The post ‘Shakti Bath’ นอนฮีลใจไปกับคลาสที่รวมทุกศาสตร์ของ Sound Healing ที่ Akasha Wellness Bangkok appeared first on THE STANDARD.

]]>

“เครียดสะสม เหนื่อยใจ นอนไม่หลับ ไม่มีสมาธิ ปวดเมื่อยร่างกาย ติดอยู่ในวังวนของเรื่องบางอย่างที่ยังปล่อยวางไม่ได้” หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่มีความรู้สึกเหล่านี้อยู่ คำถามคือ ครั้งสุดท้ายที่คุณได้พักและได้หันมาดูแลตัวเองแบบจริงจังคือเมื่อไร…? 

 

เราเข้าใจดีว่าการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบร้อนรน นั้นทำให้ความสมดุลในการใช้ชีวิตหายไป และในหลายต่อหลายครั้ง วันหยุดสุดสัปดาห์เองก็ไม่มีอยู่จริง แต่หากคุณพอจะมีเวลาสัก 1 ชั่วโมง เราอยากชวนคุณไปลองเข้าคลาส ‘นอน’ แล้วปล่อยกายปล่อยใจให้ผ่อนคลายไปกับการบำบัดด้วยเสียง (Sound Healing) กับคลาสที่ชื่อว่า ‘Shakti Bath’Akasha Wellness Bangkok 

 

 

What is it?

 

Akasha Wellness (อาคาชา เวลเนส) ถูกก่อตั้งขึ้นโดย Akasha Kaur ด้วยแพสชันอันแรงกล้าในการสร้างพื้นที่ที่ทุกคนสามารถหาความสมดุลและสติในการใช้ชีวิต ผนวกกับความตั้งใจที่จะนำความเป็นอยู่ที่ดี ด้วยการส่งเสริมสุขภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจในแบบที่ยั่งยืนแก่คนเมือง 

 

 

โดยที่สตูดิโอจะมีทั้งคลาสโยคะ พิลาทิส ซาวน่าเกลือ รวมไปถึง Sound Healing ที่ทีม LIFE ได้มาลองในวันนี้

 

 

Shakti Bath หนึ่งในคลาส Sound Healing ที่ผสานเครื่องเสียงบำบัดหลากหลายแบบเข้าด้วยกัน ได้แก่ ฆ้อง (Gongs/Harp Gong), คริสตัลโบวล์​ (Crystal Bowl), ขันทิเบต (Singing Bowls) และฉิ่งทิเบต (Tingsha) เพื่อมอบประสบการณ์การเยียวยาที่ครอบคลุมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ด้วยพลังคลื่นเสียงจากแต่ละอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นการลดความเครียด มอบความผ่อนคลาย เสริมคุณภาพในการนอน เพิ่มสมาธิ ลดความตึงของกล้ามเนื้อและอาการเจ็บปวดตามร่างกาย

 

 

Experience

 

แค่ก้าวเข้ามาในสตูดิโอก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันปลอดโปร่งและความสบายใจ เบาะพร้อม หมอนและผ้าห่มถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ โดยมีแก้วน้ำ Infused Water และผ้าปิดตาวางอยู่ด้านข้าง  

 

 

สำหรับครูที่นำคลาสของเราในวันนี้คือ ครูณดา-บุณณดา แซ่โค้ว ที่เชี่ยวชาญทั้งด้านโยคะและการบำบัดด้วยเสียง 

 

 

“Allow yourself to relax. ไม่ต้องคิด ไม่ต้องรู้สึกอะไรเลย แค่ปล่อยไป แล้วจดจ่อสิ่งเดียวคือลมหายใจ…” ครูณดากล่าวก่อนเริ่มคลาส

 

 

เริ่มต้นคลาสด้วยการยืดเหยียดร่างกาย กำหนดลมหายใจ ฝึกทำสมาธิไปท่ามกลางความเงียบของห้องที่มีเพียงเสียงของครูเท่านั้น

 

 

หลังจากที่ยืดเหยียดกันพอประมาณแล้วก็เข้าถึงช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอย ซึ่งก็คือการ ‘นอน’ ใช่แล้ว การนอนในที่นี้คือนอนจริงๆ ห่มผ้า ปิดตา แล้วหลับไปได้เลย

 

 

เริ่มแรกครูณดาจะเริ่มเล่นอุปกรณ์เสียงในชิ้นที่มีคลื่นเสียงเบาก่อน ซึ่งขณะที่หลับตาและเห็นเพียงความมืดมิด เราก็ยังสัมผัสได้ว่าเสียงจากอุปกรณ์นั้นมีการถูกเล่นในระยะประชิดตัวเป็นครั้งคราว 

 

 

จากที่ได้ยินเสียงของอุปกรณ์ทีละชิ้นๆ ก็ค่อยๆ มีการผสมเสียงของอุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งในขณะนั้นเราก็ได้ยินเสียงที่เข้าสู่ห้วงนิทรา (กรน) ของเพื่อนร่วมคลาสคนอื่นแล้วเรียบร้อย เป็นสัญญาณว่าแต่ละเสียงนั้นมีความผ่อนคลายจริงๆ 

 

 

เมื่อผ่านช่วงของการผสมเสียงไปสักระยะ ก็จะเดินทางถึงจุดพีคของคลาส ซึ่งคือพลังเสียงของฆ้องที่ก้องกังวาน สั่นสะเทือนไปถึงหัวใจซึ่งเป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่และน่าอัศจรรย์ ราวกับว่าพลังคลื่นเสียงเหล่านี้กำลังพัดพาร่างกายเราให้เบาลอยไปเรื่อยๆ 

 

 

หลังจากที่เสียงฆ้องจบลง ครูณดาก็จะกลับไปบรรเลงอุปกรณ์แต่ละชิ้นใหม่ วนไปจนครบ 60 นาที ก่อนจะปิดท้ายด้วยการยืดเหยียดอีกครั้ง 

 

 

Result

 

ด้วยความที่ร่างกายและสภาพจิตใจของแต่ละคนที่มานั้นมีความแตกต่างกันออกไป ดังนั้นผลลัพธ์ที่แต่ละคนได้รับจึงไม่เหมือนกัน บางคนรู้สึกถึงความคลายตัวของกล้ามเนื้อ บ้างหลับลึกไปตั้งแต่ช่วงแรก ในขณะที่บางคนอาจยังผ่อนคลายได้ไม่เต็มร้อยเพราะจิตใจยังยึดติดกับปัญหา ปล่อยวางกับภาระและความกังวลลึกๆ ไม่ได้ แต่สิ่งที่ทุกคนล้วนสัมผัสได้ตรงกันคือ ‘ความผ่อนคลาย’ ซึ่งอีกความอัศจรรย์ของ Sound Healing คือ ผลลัพธ์ของมันจะเปลี่ยนไปตามสภาพร่างกายและจิตใจในช่วงเวลานั้น   

 

 

Good for 

 

ที่นี่ให้ความรู้สึกฟีลกู๊ดตั้งแต่ที่ก้าวเข้ามา ทั้งเรื่องของบรรยากาศในสตูดิโอโดยรวม บรรยากาศในคลาส การจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ยันจบคลาสที่มีการเสิร์ฟขนมและชาโยคีอุ่นๆ เรียกว่าใครที่อยากฮีลใจ ฮีลร่างกายด้วยการบำบัดในรูปแบบเสียง ลองแวะกันมาได้ที่ Akasha Wellness Bangkok ซึ่งเราเชื่อว่าทุกคนน่าจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกดีๆ เหมือนกับที่ทีม LIFE รู้สึกในครั้งนี้ 

 

 


 

Akasha Wellness

 

Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.

Address: เดินได้จากสถานี BTS กรุงธนบุรีทางออก 4, จอดรถได้ที่ลานติดกับสตูดิโอ  

Budget: 2,000 บาทต่อคลาส, สมาชิกใหม่สามารถลอง Trial Package 3 คลาส ได้ในราคา 3,900 บาท 

Tel: 09 3448 3481

Instagram: https://www.instagram.com/akashawellnessbangkok/ 

Facebook: https://www.facebook.com/akashawellnessbangkok 

Website: https://akashawellnessbangkok.com/   

Map: https://maps.app.goo.gl/jgHybXi3kcgi6rtS7

 

 

The post ‘Shakti Bath’ นอนฮีลใจไปกับคลาสที่รวมทุกศาสตร์ของ Sound Healing ที่ Akasha Wellness Bangkok appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปมเจ็บปวดที่ติดค้างในใจ หรือ Trauma จะเอาชนะมันได้อย่างไร https://thestandard.co/life/how-to-deal-with-trauma/ Wed, 15 Nov 2023 05:00:50 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=865576

ปมแห่งความเจ็บปวดที่ติดค้างในใจ หรือ Trauma คือสภาวะด้า […]

The post ปมเจ็บปวดที่ติดค้างในใจ หรือ Trauma จะเอาชนะมันได้อย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปมแห่งความเจ็บปวดที่ติดค้างในใจ หรือ Trauma คือสภาวะด้านจิตใจที่เกิดจากการรับรู้ต่อเหตุการณ์ว่ามีความรุนแรงกระทบกับความรู้สึก ตัวตน และความปลอดภัย อาจไม่ใช่สถานการณ์ที่ยิ่งใหญ่หรือรุนแรงด้วยขนาดหรือความซับซ้อนของสถานการณ์ แต่เป็น ‘การรับรู้’ ต่อสิ่งที่เกิดขึ้นว่ามีความรุนแรง ซึ่งการรับรู้ดังกล่าวอาจเกิดจากการเรียนรู้จากประสบการณ์ในวัยเด็ก ทำให้ปมแห่งความเจ็บปวดในใจของแต่ละคนจะมีเนื้อหาและผลกระทบที่แตกต่างกันออกไป

 

 


 

โดยธรรมชาติสมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดการอารมณ์ด้วยกลวิธีทางเคมีและกลวิธาน (เป็นแนวความคิดที่ ซิกมันด์ ฟรอยด์ ที่เฝ้าสังเกตวิธีปฏิบัติตนของมนุษย์ซ้ำแล้วซ้ำอีก และรวบรวมกระบวนการทางจิตวิทยาต่างๆ แล้วตั้งขึ้นเป็นข้อสมมติ (Hypothetical Construct) เพื่อให้สามารถอธิบายพฤติกรรมได้นั่นเอง) ในการปรับตัว 

 

อีกทั้งมนุษย์มีทักษะในการพึ่งพิงความรู้สึกและพึ่งพาอาศัยการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ทำให้สังคมรอบข้างมีส่วนในการก้าวผ่านปัญหาและปมที่ค้างคาในใจ

 

บางคนที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจในระดับสูง อาจส่งผลต่อความคิด ความรู้สึก และการใช้ชีวิต โดยอาจเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นเป็นการแสดงถึงสัญญาณของสภาวะปมในใจที่กำลังซับซ้อนเป็นวงจร เช่น

 

 

  • ไม่สามารถหยุดคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ทั้งความคิดวกวนและเนื้อหาซ้ำเดิมเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้น
  • พยายามไม่พูดถึงหรือคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น หรือหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจทำให้เราคิดถึงหรือต้องไปเผชิญเรื่องดังกล่าว
  • มีความรู้สึกเจ็บปวดมากมายเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น เช่น ความกลัว ความโกรธ หรือความโศกเศร้า
  • รู้สึกผิดหรือละอายใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยโทษตนเองว่ามีส่วนสำคัญและเป็นส่วนใหญ่ของเรื่องราวทุกข์ใจที่เกิดขึ้น
  • ปมในใจรบกวนกิจวัตรการนอน ส่งผลให้นอนหลับไม่สนิทและรู้สึกไม่สบายใจ
  • มีปัญหาในเรื่องเกี่ยวกับสมาธิ เพราะอาจกำลังถูกรบกวนจากความคิดเรื่องสถานการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้น

 

หากเกิดสภาวะดังกล่าวต่อเนื่องอาจสะสมเป็นปัญหาสุขภาพกายและใจ ซึ่งอาจแก้ไขได้ยาก จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการช่วยเหลือจากวิชาชีพด้านจิตใจ ในบางรายตัดสินใจเข้าพบจิตแพทย์เพื่อประเมินและรับการรักษาด้วยยา อีกทั้งยังมีการบำบัดด้านจิตใจหลายชนิดที่สามารถประคับประคองและช่วยเหลือให้เราสามารถก้าวข้ามความเจ็บปวดที่คั่งค้างเป็นปมในใจ ซึ่งจะมีวิธีบำบัดและรับมือดังต่อไปนี้ 

 

Trauma-Focused Cognitive-Behavioral Therapy (TF-CBT)

 

เป็นรูปแบบจิตบำบัดในศาสตร์ของจิตบำบัดความคิดและพฤติกรรม โดยผู้บำบัดเริ่มต้นกระบวนการด้วยการรับฟัง แสดงความเข้าอกเข้าใจผู้ที่กำลังประสบกับปัญหาและปมในใจ เพื่อให้ผู้นั้นไม่รู้สึกโดดเดี่ยวกับปัญหาของตนเอง จากนั้นจึงค่อยๆ ให้ความรู้ต่ออาการหรือผลกระทบจากความรุนแรง เพื่อให้ผู้รับการบำบัดรับรู้ได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากเจตนาหรือความอ่อนแอของตน

 

ฝึกกระบวนการผ่อนคลายร่างกาย

 

เนื่องจากการประสบกับปมที่ติดค้างในใจส่งผลให้ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานอย่างหนัก ใจที่เต้นเร็ว เหงื่อออก หรือมือสั่น อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณให้เรามักหลีกหนีเรื่องที่จะเผชิญเพื่อความปลอดภัยชั่วคราว แต่ไม่ได้แก้ไขในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นภายในความคิด

 

บำบัดด้วยการตั้งคำถาม

 

ผู้ให้การบำบัดจะชวนให้ผู้รับการบำบัดมีความคิดตามความเป็นจริงจากการ ‘ตั้งคำถาม’ โดยรูปแบบคำถามจะมุ่งเน้นให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในความคิดที่ยังส่งผลให้เกิดอารมณ์เศร้า กลัว และกล่าวโทษตัวเอง

 

“มีอะไรที่เป็นสิ่งใหม่ๆ จากเหตุการณ์เลวร้ายเหล่านี้เกิดขึ้นบ้าง”

“คิดอย่างไรบ้างกับความช่วยเหลือที่ผ่านมา”

“มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง”

“มีอะไรที่ยังรู้สึกติดค้างในใจอยู่ในขณะนี้”

“จริงไหมที่คุณมีส่วนผิดในเรื่องเหล่านี้”

 

จากนั้นจะมีการนำความคิดใหม่ (Imagery Rescripting) ที่ได้พูดคุยและเขียน เพื่อช่วยสะท้อนการเรียนรู้และจำได้อย่างละเอียดลออ 

 

Eye Movement Desensitization and Reprocessing (EMDR) 

 

 

เป็นรูปแบบหนึ่งของการทำจิตบำบัด โดยมุ่งเน้นที่การลดการถูกกระตุ้นจากความทรงจำที่ไม่พึงปรารถนาหรือตัวกระตุ้นอื่นๆ ที่ทำให้เกิดความตึงเครียดอย่างรุนแรงและส่งผลให้เกิดอาการทางจิตในรูปแบบต่างๆ เช่น เห็นภาพเหตุการณ์ที่เป็นต้นเหตุของความกระทบกระเทือนทางจิตใจ หรือมีความรู้สึกตื่นกลัวหรือตื่นเต้นเมื่อเผชิญกับสถานการณ์หรือตัวกระตุ้นที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนทางจิตใจ ด้วยการช่วยให้ความทรงจำนั้นได้เข้าสู่กระบวนการย่อยและจัดเก็บอย่างที่ควรจะเป็นตามธรรมชาติของสมอง

 

หลังจากการทำ EMDR ผู้รับบริการจะยังคงจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ แต่ผลกระทบทางลบที่มีจะลดลงหรือคลี่คลายไป ถูกนำมาใช้เพื่อให้การช่วยเหลือเด็กหรือผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์อันเลวร้ายหรือในกลุ่มอาการต่างๆ ดังที่ได้กล่าวมา เพื่อช่วยส่งเสริมความสามารถในการควบคุมและกำกับอารมณ์ของตนเอง

 

อีกทั้งยังช่วยทำให้ความทรงจำหรือตัวกระตุ้นต่างๆ เหล่านั้นรบกวนสภาพจิตใจและการดำเนินชีวิตให้ลดน้อยลง ทำให้ผู้รับการบำบัดสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

 

การบำบัดแนว Satir Model

 

 

การบำบัดแนว Satir (ซาเทียร์) ไม่ได้ให้ความสำคัญกับความรู้สึกหรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เน้นการจัดการกับประสบการณ์ทางกาย ทางใจ ความคิด และความสัมพันธ์ของครอบครัว ที่เกิดขึ้นกับผู้เข้ารับการบำบัด ผลสำเร็จของการบำบัดคือ การเปลี่ยนแปลงภายในของผู้เข้ารับการบำบัดให้ก้าวข้ามปมความรู้สึกเจ็บปวดด้วยทักษะเหล่านี้ สามารถยอมรับตนเอง เข้าใจเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างอิสระ และไม่มีภาวะกดดัน 

 

รวมทั้งสามารถรับผิดชอบเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในใจได้โดยไม่รู้สึกหนักและเห็นว่าคนอื่นๆ มีความสามารถรับผิดชอบเรื่องราวของแต่ละคนได้ โดยผู้รับการบำบัดไม่ไปยึดติดหรือคาดหวังกับผู้อื่น สามารถผลักดันตนเองให้พบความสุขสงบทางใจ มีแนวทางในการจัดการกับประเด็นภายในของตนเอง และมีทางเลือกที่เหมาะสมกับสภาพจิตใจของตน รวมทั้งรับรู้ถึงความมีคุณค่าในตนเอง

 

การบำบัดด้วยวิธี Brainspotting

 

 

เป็นจิตบำบัดที่ผู้บำบัดร่วมมือกับผู้รับการบำบัดในการทำงานกับสมองส่วนกลางและส่วนล่างที่ควบคุมระบบประสาททั้งหมดของร่างกายมนุษย์ ซึ่งตอบสนองต่อการมองเห็น การได้ยิน การนอนหลับ และการเคลื่อนไหว โดยเมื่อเกิดเรื่องร้ายแรงกระทบกระเทือนจิตใจ สมองส่วนนี้เสมือนถูกแช่แข็ง และจะส่งสารถึงร่างกายให้ตอบสนองอย่างมาก ดังนั้นจะเกิดความรู้สึกกลัวระดับสูง 

 

สมองกับร่างกายหลังการบำบัดจนจบกระบวนการในแต่ละเซสชันจะรู้สึกผ่อนคลายและมีการเรียนรู้ใหม่ในระดับระบบประสาท โดยอาศัยทักษะเฉพาะจากผู้บำบัด อีกทั้งผู้บำบัดที่มีอารมณ์สงบเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการบำบัดและการดีขึ้นของผู้รับบริการ

 

การบำบัดแบบ Internal Family Systems (IFS)

 

 

เป็นจิตบำบัดที่มีองค์ประกอบในการเยียวยาด้วยพื้นที่ปลอดภัยจากภายนอกสู่ความรู้สึกปลอดภัยที่ค่อยๆ เกิดขึ้นในใจให้เกิดการตื่นรู้และปะติดปะต่อเรื่องราวที่หล่นหายให้เห็นโลกอย่างรู้เท่าทัน โดยเริ่มจากการมีคนฟังที่เปิดพื้นที่หรือโอกาสให้เขาได้บอกเล่าความไม่สบายใจต่างๆ โดยที่ไม่ต้องรีบสรุปหรือแก้ไข เพียงแต่เริ่มต้นด้วยการรับฟังด้วยความเข้าใจ มีการเชื่อมต่อเรื่องราวเหล่านั้น จนเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ได้ระบายออกมา ทำให้ปมในอดีตได้รับการเยียวยาและปกป้องไม่ให้เขาย้อนกลับไปคิดหรือรู้สึกถึงความเจ็บปวดนั้นอีก

The post ปมเจ็บปวดที่ติดค้างในใจ หรือ Trauma จะเอาชนะมันได้อย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวนไปลองงีบหลับในคลาส Sound Bath ที่ Virgin Active https://thestandard.co/life/sound-bath-virgin-active/ Sun, 22 Oct 2023 09:00:11 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=857328

  What is it?   คลาส Sound Bath คือหนึ่งในศาส […]

The post ชวนไปลองงีบหลับในคลาส Sound Bath ที่ Virgin Active appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

What is it?

 

คลาส Sound Bath คือหนึ่งในศาสตร์ของการฟื้นฟูและผ่อนคลายอย่างล้ำลึกจากการอาบคลื่นเสียง เพื่อนำเข้าสู่ภาวะสมาธิอันล้ำลึก มันคือประสบการณ์การผ่อนคลายด้วยคลื่นเสียงสะท้อนจากเสียงคริสตัลโบวล์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเสริมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ควบคู่ไปกับการยกระดับด้านจิตใจและร่างกายแบบอื่นๆ ด้วย มันจะนำพาผู้ฝึกไปสู่สภาวะสมาธิอันล้ำลึก เพื่อเติมพลัง ปรับสมดุล และรีเซ็ตจิตใจไปกับคลื่นเสียงเพลง

 

 

Try

 

คลาส Sound Bath เริ่มต้นด้วยการผ่อนคลายร่างกายและการทำใจให้โล่งสบาย ก่อนจะนอนราบบนเสื่อโยคะที่มีผ้าห่มและหมอนรองรับ เพื่อปรับให้ร่างกายได้รับความสบายสูงสุด จากนั้นครูผู้สอนจะเริ่มบรรเลง Sound Bath ผ่านการหมุนวนรอบคริสตัลโบวล์อย่างแผ่วเบา ทำให้เกิดเสียงอันไพเราะ พร้อมการสั่นสะเทือนที่กลมกลืนและก้องกังวานไปทั่วพื้นที่ เสียงดังกล่าวจะโอบอุ้มผู้เข้าร่วมแต่ละคนไว้ ทั้งนี้ ครูผู้สอนจะรักษาความเงียบโดยปล่อยให้เสียงเพลงจาก Sound Bath รักษาร่างกายและฟื้นฟูจิตใจตลอดเซสชัน

 

 

Result

 

ในระหว่างเซสชัน ผู้เข้าร่วมจะเข้าสู่สภาวะสมาธิอันล้ำลึกของความคิด อารมณ์ และความรู้สึกของตนเอง จากนั้นจะค่อยๆ ตื่นจากความสงบของจิตใจที่ได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่และพร้อมกลับสู่ช่วงเวลาแห่งปัจจุบัน โดยครูผู้สอนจะปลุกเรียกอย่างแผ่วเบา เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเปลี่ยนท่าทางขึ้นมานั่งตรงอย่างเชื่องช้าและผ่อนคลาย ซึ่งจะมาพร้อมความเบาสบายของร่างกายและจิตใจ

 

 

Good for

 

Sound Bath เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมีสุขภาวะที่ดีขึ้นหรือปรับสมดุลภายในด้วยการฝึกสมาธิ นอกจากนี้ Sound Bath ยังช่วยให้ร่างกายสามารถผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่ด้วยการลดการผลิตฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอล รวมถึงช่วยในการทำสมาธิผ่านการเพิ่มจุดโฟกัสภายในจิตใจ ซึ่งจะช่วยให้นอนหลับได้ดียิ่งขึ้น 

 

ทั้งนี้ จากการศึกษายังแสดงให้เห็นว่าความถี่และการสั่นสะเทือนจากการอาบเสียง Sound Bath สามารถกระตุ้นกลไกการบรรเทาอาการปวดตามธรรมชาติของร่างกายได้ และช่วยบรรเทาอาการต่าง ๆ เช่น อาการปวดเรื้อรัง ไมเกรน และความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ตามลำดับ

 

 

ภาพ: Courtesy of Virgin Active

 


 

คลาส Sound Bath 

 

Location: Virgin Active, Empire Tower

Open: เวลา 08.00-21.00 น.

Contact: 0 2017 9798

Website: https://www.virginactive.co.th/locations

The post ชวนไปลองงีบหลับในคลาส Sound Bath ที่ Virgin Active appeared first on THE STANDARD.

]]>
10 เพลย์ลิสต์ใน YouTube ช่วยฮีลใจฉบับเสียงฝนโปรย https://thestandard.co/life/10-rain-sound-playlist/ Sat, 09 Sep 2023 03:00:22 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=839320

เสียงฝนที่โปรยปรายริมหน้าต่าง เสียงฝนที่ตกกระทบบนใบไม้ […]

The post 10 เพลย์ลิสต์ใน YouTube ช่วยฮีลใจฉบับเสียงฝนโปรย appeared first on THE STANDARD.

]]>

เสียงฝนที่โปรยปรายริมหน้าต่าง เสียงฝนที่ตกกระทบบนใบไม้ หรือเสียงฝนที่หล่นร่วงลงสู่ผืนดิน ล้วนเป็นเสียงที่สามารถสร้างความสงบและให้ความรู้สึกถึงความสดชื่น และที่สำคัญ เสียงของฝนตกยังสามารถช่วยให้เราหายจากความเครียดและความวิตกกังวลได้ด้วย สำหรับหลายๆ คนที่ต้องการความเงียบสงบและอยากฮีลใจด้วยสายฝน เพื่อหลีกหนีจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าคุณจะต้องการนั่งสมาธิ อ่านหนังสือ นอนหลับ หรือนั่งเงียบๆ โดยไม่ทำอะไร ลองเปิด YouTube แล้วค้นหาเพลย์ลิสต์ที่ช่วยฮีลใจฉบับเสียงฝนโปรยที่ THE STANDARD LIFE คัดสรรมาฝากดังนี้

 


 

 

Channel: Relaxing Ambience ASMR
คลิป: Rain Sound On Window with Thunder SoundsㅣHeavy Rain for Sleep, Study and Relaxation, Meditation 

 

เต็มอิ่มไปกับเสียงฝนตกริมหน้าต่างที่มาพร้อมกับเสียงฟ้าร้อง ผสานกับบางช่วงของคลิปที่มีเสียงฝนตกหนัก สามารถเปิดฟังเพื่อการนอนหลับ ผ่อนคลาย การเรียน พักผ่อน หรือทำสมาธิ

 


 

 

Channel: Rainy Boy

คลิป: Cozy Treehouse | Rain Sounds, Thunder & Crackling Fireplace for Sleep, Study, Meditation | 8 Hours

 

ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการนอนหลับในห้องนอนแสนสบายในวันที่ฝนตก คลิปนี้มีโทนภาพที่อบอุ่นของบ้านกระท่อมกลางป่าที่ล้อมรอบด้วยเสียงฝนโปรย มีเสียงฟ้าร้องเป็นระยะ ให้ความรู้สึกสงบผ่านเสียงฝนโมโนโทน

 


 

 

Channel: Ambient With Flute
คลิป: Rainy Day in a Serene Ancient Temple – Japanese Zen Music For Soothing, Meditation, Healing

 

เป็นเสียง Ambient สไตล์ญี่ปุ่นที่มีเสน่ห์ด้วยโทนภาพสบายตา เขียวชอุ่ม สามารถพาเราเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความสงบ ความผ่อนคลาย ช่วยระงับความฟุ้งซ่าน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การเรียน หรือใช้เป็นวิธีสนับสนุนการนอนหลับที่ดีเลย

 


 

 

Channel: 힐링사운드 ASMR
คลิป: 토독토독~ 아늑한 텐트 안에서 듣는 숲속 빗소리


เหมาะกับสายแคมปิ้งที่ชื่นชอบเสียงฝนตกกระทบเต็นท์ นี่คือคลิปที่จะพาให้คุณจินตนาการไปถึงช่วงเวลาแสนสงบของการผจญภัย เข้าสู่โหมดพักผ่อนและดื่มด่ำกับวิวธรรมชาติไปพร้อมๆ กับเสียงฝนเบาๆ

 


 

 

Channel: Healing Compass
คลิป: Thunder and heavy rain on the road at dawn when no one is there – white noise to improve insomnia

 

มีเสน่ห์ของเสียงฝนตกที่จะทำให้คุณได้เพลิดเพลินกับเสียงฝนต่างๆ หากคุณปรับท่านั่ง ท่านอนให้อยู่ในท่าที่สบาย เสียงฝนในคลิปนี้จะสามารถทำให้คุณผ่อนคลายจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว

 


 

 

Channel: Relaxed ASMR
คลิป: Listen to the rain on the forest path, relax, reduce anxiety, and sleep deeply

 

สงบผ่อนคลายไปกับเสียงฝนตามธรรมชาติ สามารถฟังเพื่อการนอนหลับ ทำสมาธิหรือเปิดให้บ้านมีบรรยากาศและเสียงที่ผ่อนคลาย มีเสียงฟ้าร้องเบาๆ เป็นระยะ เป็นโทนเสียงฝนโปรยที่เคลิ้มหลับได้ง่ายมาก

 


 

 

Channel: Cozy Room ASMR – Sound Healing
คลิป: Deep Sleep Instantly With Soft Rain On Walkway At Night Relaxing Rain Sounds For Sleep & Stress

 

คลิปนี้เป็นเสียงฝนโปรยยามค่ำคืน คุณอาจเผลอหลับได้อย่างง่ายดาย เพราะเสียงฝนตกเบาๆ จะช่วยกล่อมคุณให้ผ่อนคลายและสงบลง เหมาะสำหรับคนที่นอนไม่หลับ ชอบอ่านหนังสือ กำลังทำงาน ออกกำลังกาย เล่นโยคะ ต้องการการผ่อนคลาย หรือการทำสมาธิ

 


 

 

Channel: Calm
คลิป: Rainstorm Sounds for Relaxing, Focus or Deep Sleep | Nature White Noise | 8 Hour Video

 

เพลิดเพลินไปกับเสียงฝนที่ตกกระทบใบไม้ ผ่านชั่วโมงอันแสนผ่อนคลายยาวนานเป็นเวลา 8 ชั่วโมงเต็ม เหมาะสำหรับฟังตอนทำสมาธิ ที่สำคัญ Calm Music มีการออกแบบมาเป็นพิเศษที่ช่วยเรื่องการโฟกัส การผ่อนคลาย การนอนหลับ และท่วงทำนองธรรมชาติ

 


 

 

Channel: Soothing Rain
คลิป: 10 Hours ⚡ Rain Sound On Window Car with Thunder SoundsㅣSleep, Study and Relaxation, Meditation

 

เป็นเสียงฝนที่ผสมผสานเสียงฟ้าร้องเบาๆ ชวนให้หลับสบายได้ง่ายๆ ภายใน 10 นาที ชวนให้จินตนาการไปถึงกลิ่นฝนอบอวลไปด้วยกลิ่นดินชื้นสดชื่น ทำให้เรากลับไปสู่ความทรงจำอันเงียบสงบในวัยเด็กได้อย่างง่ายดาย

 


 

 

Channel: Relaxing White Noise

คลิป: Rainforest Rain Sounds for Sleeping or Studying 🌧 White Noise Rainstorm 10 Hours

 

เป็นเสียงฝนในป่าที่ให้บรรยากาศสุดผ่อนคลาย เหมาะสำหรับเปิดฟังก่อนนอน หรือฟังตอนทำงาน ทบทวนบทเรียน คุณจะได้ผ่อนคลายและดื่มด่ำไปกับเสียงฝนจากป่าฝนอันเขียวชอุ่มในเขตร้อน วิดีโอนี้มีเสียงฝนตกต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง

 

ภาพปก: Shutterstock

The post 10 เพลย์ลิสต์ใน YouTube ช่วยฮีลใจฉบับเสียงฝนโปรย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำอย่างไรเมื่อใจกังวลจนไม่อาจก้าวข้าม https://thestandard.co/life/what-do-you-do-when-worried/ Sat, 03 Jun 2023 05:05:29 +0000 https://thestandard.co/?p=798765

ความกลัวและความกังวลเป็นธรรมชาติ เพื่อความอยู่รอดที่ติด […]

The post ทำอย่างไรเมื่อใจกังวลจนไม่อาจก้าวข้าม appeared first on THE STANDARD.

]]>

ความกลัวและความกังวลเป็นธรรมชาติ เพื่อความอยู่รอดที่ติดตัวมนุษย์มาอย่างยาวนาน ในยุคดึกดำบรรพ์ เสียงฟ้าร้อง แสงฟ้าผ่า เตือนให้เราหลบเข้าในถ้ำเพื่อความปลอดภัย การสร้างวัตถุกันฝนถูกพัฒนาขึ้นหลังอารมณ์กังวลสงบและเข้าใจได้ว่า หลังเสียงของฟ้ามักมีฝนตามมา ในถ้ำสูงมีความอบอุ่นใจเพราะพิสูจน์แล้วว่าฟ้าผ่าและฟ้าร้องไม่ได้ส่งผลให้เราอันตรายได้ถ้าเราแก้ปัญหาเป็น ทั้งยังหาคำอธิบายกันในเผ่าว่า แสงเสียงจากฟ้าคืออำนาจของสิ่งเหนือมนุษย์เพื่อทำให้ความกลัวที่ค้างคา

 

‘มีที่มาที่ไปชัดเจน และจับต้องได้’

 

‘ความกลัวและกังวลเกิดขึ้นได้กับทุกคน ความกลัวไม่ใช่ความอ่อนแอ’ 

 

‘ความกลัวช่วยให้เราปลอดภัย และเกิดการพัฒนาทักษะเพื่อป้องกันตนเอง’ 

 

‘ความกังวลเริ่มมาจากความคิดที่กระจัดกระจาย หากสามารถทำให้ชัดได้จะช่วยให้เราสงบ’

 

‘ความกังวลทำให้เราหุนหันและร้อนรน เมื่อเราสงบความกังวลได้ ความสามารถเดิมจะกลับมา’

 

‘ความสามารถในการแก้ปัญหาช่วยให้จัดการความกังวลในครั้งต่อๆ ไปได้ดี’ 

 

แต่อย่างไรก็ตามความกังวลในระดับที่สูงเกินไปอาจส่งผลกับความสุขประจำวัน ทั้งยังรบกวนศักยภาพที่แท้จริงของเรา ทำให้เราไม่สามารถก้าวข้ามและลงมือทำได้ การทำความเข้าใจความกังวล และบริหารความกังวลให้อยู่ในระดับที่พอเหมาะน่าจะเป็นการใช้ประโยชน์จากความกังวลได้ เพื่อให้มีความสุขและไปต่อในทุกวันได้

 


 

ทำอย่างไร เมื่อใจกังวลจนไม่ก้าวข้าม

 

กลัว กับ กังวล คล้ายแต่ไม่เหมือน สองความรู้สึกนี้มักมาจากความคิดว่าเราต้องเผชิญกับสิ่งที่อันตรายทั้งร่างกายและจิตใจ สิ่งที่กำลังเผชิญนั้นยิ่งใหญ่ มีอำนาจ หรือไม่อาจควบคุมได้ โดยความกลัวคือรูปแบบความคิดดังกล่าวที่มีต่อสิ่งตรงหน้า ส่วนความกังวลคือรูปแบบความคิดดังกล่าว ‘ไปล่วงหน้า’ ต่อสิ่งที่ต้องเผชิญ ถึงมีความแตกต่างกันอยู่บ้างแต่ก็มีวิธีการบริหารจัดการที่คล้ายคลึงกัน

 

ความกล้า กับการก้าวข้ามความกลัว ก็ไม่เหมือนกัน ความกล้าคือการตัดสินใจเผชิญกับสิ่งที่คนอื่นอาจมองว่าน่ากลัวอย่างทันที อาจเพราะไม่มีความคิดต่อสิ่งนั้นๆ ว่าน่ากลัว หรืออาจเพราะผ่านสิ่งเหล่านั้นมาซ้ำแล้วซ้ำอีก ความกล้าไม่ได้หมายถึงผลที่จะสำเร็จลุล่วงไปอย่างราบรื่น ส่วนการก้าวข้ามความกลัวคือกระบวนการของการ ‘เผชิญ’ ที่เริ่มต้นด้วยความรู้สึกกลัว การยอมรับความกลัว การบริหารจัดการความรู้สึกกลัว และค่อยๆ ลงมือทำ ดังนั้นการพัฒนาตนเองจึงอาจเกิดความรู้สึกกลัวขึ้นได้ในระหว่างทาง

 

ความกังวลส่งผลให้เกิดเรื่องน่ากังวล 

 

ฟังดูอาจจะแปลกใจว่าความกังวล วกวน มาส่งผลต่อความกังวลได้อย่างไร ผมจะชวนดูวงจรของโลกภายในของผมกับความกังวลที่เรียกว่า ‘สุนัข’ บ่อยครั้งที่ผมเจอสุนัข ความคิดแวบแรกคือหายนะที่จะมาจากสุนัขซึ่งอาจไม่ชัดมากแต่รู้สึกมาก ความคิดดังกล่าวส่งผลต่อความรู้สึกกลัวระดับสูง ส่งผลให้ร่างกายตื่นตัว ใจสั่น มือเย็น ตอกย้ำความเชื่ออย่างมั่นคงว่าสุนัขกำลังจะสร้างหายนะบางอย่างให้กับผม ไม่ทันไรขาผมเริ่มสั่น ทันทีนั้นผมวิ่งสุดกำลัง สุนัขเหล่านั้นวิ่งตาม หายนะที่อาจจะไม่เกิดกลับเกิดขึ้นโดยทันที ตรงกันข้ามถ้าผมสงบความคิด อารมณ์ ร่างกายได้ ผมเดินออกจากตรงนั้นไปอย่างช้าๆ โดยที่สุนัขเหล่านั้นอาจไม่สนใจผมเลยด้วยซ้ำ

 

ในโลกของผมสิ่งที่น่ากลัวอาจคือสุนัข แต่โลกของแต่ละคนสิ่งที่น่ากลัวอาจแตกต่างกันไป เช่น กังวลว่าจะผิดพลาด กังวลว่าจะโดนตำหนิ กังวลว่าจะไม่ได้รับการยอมรับ กลัวว่าตนเองไร้ความสามารถในการแก้ปัญหา ฯลฯ ซึ่งความกลัวเหล่านี้ส่งผลต่อการติดชะงัก หลีกหนีที่จะเผชิญ ทำให้ไม่เกิดการลงมือทำ ซึ่งยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าเราไร้ความสามารถ และเกิดเป็นวงจรของการหลีกหนีซ้ำแล้วซ้ำอีก

 

ทำอย่างไรให้บริหารความกังวลได้

 

จัดการร่างกายเพื่อช่วยสงบอารมณ์ การจัดการร่างกายให้สงบมีหลายวิธี เริ่มต้นจากการรับรู้ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อเกิดความรู้สึกกังวล รวมทั้งการฝึกลมหายใจอย่างสม่ำเสมอ เพราะการฝึกลมหายใจเป็นการฝึกให้เกิดความจำระดับกล้ามเนื้อเพื่อความผ่อนคลาย การฝึกสม่ำเสมอมีส่วนช่วยให้ร่างกายสงบได้ดีกว่าการพยายามจัดการร่างกายและลมหายใจในขณะที่กังวลเท่านั้น ปรับความคิด เพราะความคิดและการรับรู้ที่บิดเบือนเป็นต้นตอของความรู้สึกกังวล

 

  • วัดให้ได้ทั้งสิ่งที่น่ากังวล เพราะความกังวลมักมากับความคิดหายนะที่คลุมเครือ ที่มาจากโลกภายนอกที่มีความไม่แน่นอนอยู่มาก และธรรมชาติของสมองที่ลดความกลัวด้วยการยับยั้งการคิด แต่กลับทำให้เราไร้ทิศทางที่จะกำกับความกลัว การเขียนให้ชัดถึงหายนะออกมาเป็นข้อๆ ช่วยให้ความกังวลนั้นจับต้องได้มากขึ้น โดยการฝึกตั้งคำถามกับตนเองอย่างสม่ำเสมอ ‘จะเกิดอะไรขึ้นต่อ’ หรือ ‘แย่ที่สุดที่จะเป็นไปได้คืออะไร’ 
  • ประเมินความเป็นไปได้ของสิ่งที่จะเกิด ในหนึ่งสถานการณ์อาจมีหายนะเกิดขึ้นได้มากมาย แต่ความเป็นไปของหายนะนั้นอาจน้อยหรือแทบไม่เกิดเลย เช่น กังวลเกี่ยวกับโลกแตก หรือกังวลว่าหากตนทำงานผิดพลาดจะถูก CEO สูงสุดเรียกไปพูดคุยและไล่ออก การประเมินความเป็นไปได้ของหายนะช่วยให้สงบความกังวลได้ตามความเป็นจริง 
  • ประเมินความสามารถตนเอง และสิ่งที่จะช่วยเหลือเราได้ ในสถานการณ์ที่น่ากังวล เรามักคิดถึงหายนะที่จะเกิดขึ้น แต่มองข้ามที่จะกลับมาทบทวนความสามารถของตนเอง ทักษะการแก้ปัญหาที่ผ่านมา และผู้ช่วยเหลือที่แวดล้อมรอบตัวเรา การที่สามารถทบทวนข้อมูลนี้ได้ตามความเป็นจริงก็จะทำให้ลดความกังวล และนำเอาศักยภาพเดิมที่ตนเองมีมาใช้ในการเผชิญสถานการณ์ที่น่ากังวลได้ 
  • ลงมือทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะการเร่งรีบที่เผชิญกับสิ่งที่น่ากังวล อาจมาพร้อมกับผลลัพธ์ที่ไม่ดีทั้งกับใจ และการแก้ไขปัญหาจริง 
  • ทำในสิ่งที่ ‘ควบคุมได้’ ปล่อยใจยอมรับกับสิ่งที่ ‘ควบคุมไม่ได้’ แม้ว่าจะทบทวนความคิดได้แล้วว่า หายนะที่คิดในแวบแรกอาจไม่จริงเสมอไป แต่การเผชิญโดยขาดความเข้าใจอาจทำให้เกิดความรู้สึกผิดหวัง โดยเฉพาะการลงแรงคิดและทำกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ดังนั้นในแผนของการลงมือทำควรโฟกัสกับสิ่งที่ควบคุมได้มากกว่าสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ 
  • เขียนแผนการลงมือทำ ประเมินข้อดีข้อเสียของแผนนั้น ในระหว่างการเผชิญหรือลงมือทำอาจมีความกลัวและกังวลเข้ามา และรบกวนความสามารถในการคิดและประสิทธิภาพในการลงมือได้อีกครั้ง ดังนั้นในช่วงที่อารมณ์สงบ การเขียนแผนที่คิดไว้และการประเมินข้อดีข้อเสียของแผน คือสิ่งที่จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการลงมือทำ
  • ทำสิ่งที่ง่ายและทำได้ก่อนเพื่อชุบชูใจ ในการเผชิญความกังวลอาจปะปนไปด้วยหลายอย่างที่ต้องทำ การลำดับความสำคัญของสิ่งที่ง่ายไปหายาก และให้สำเร็จเป็นอย่างๆ จะช่วยสร้างความรู้สึกชุบชูใจให้กับตนเอง 
  • การลงมือทำเป็นการปรับความคิดต่อตนเองในระยะยาว เมื่อเราสามารถเผชิญความกังวล และลงมือทำได้สำเร็จ นอกจากจะรู้สึกกับเหตุการณ์ครั้งนั้นๆ แล้ว ยังเป็นการสะสมความเชื่อต่อการจัดการปัญหาของตนเอง เพื่อเป็นอาวุธสำคัญในการก้าวข้ามความกังวลในการเผชิญครั้งถัดๆ ไป 
  • หยุดคิดแล้วทำทันที หากประเมินได้แล้วว่าสิ่งที่จะลงมือทำอาจมีข้อเสียอยู่บ้าง แต่ไม่น่ากลัวถึงขั้นอันตรายต่อชีวิต สูญเสียทรัพย์สิน หรือกระทบกับความมั่นคง แต่ยังมีความคิดวกวนจะไม่สามารถลงมือทำได้ ลองให้โอกาสตัวเองในการลงมือทำในสิ่งที่ไม่ง่าย แต่ได้คุณค่าทางใจในแบบ ‘ทำทันที’

 

ให้ความกังวลในระดับที่พอเหมาะส่งผลดีกับความพอใจไปพร้อมๆ กับการลงมือทำสิ่งที่ท้าทายในชีวิตอย่างค่อยเป็นค่อยไป

 

The post ทำอย่างไรเมื่อใจกังวลจนไม่อาจก้าวข้าม appeared first on THE STANDARD.

]]>
LIFE TIP: Relaxing the Mind การไม่ทำอะไรเลยในบางเวลา คือหัวใจสำคัญของการค้นหาความสงบภายในจิตใจ https://thestandard.co/life/life-tip-09052023/ Tue, 09 May 2023 01:41:11 +0000 https://thestandard.co/?p=787240 Relaxing the Mind

การไม่ทำอะไร การไม่คิดอะไร บางครั้งมันคือหัวใจสำคัญของก […]

The post LIFE TIP: Relaxing the Mind การไม่ทำอะไรเลยในบางเวลา คือหัวใจสำคัญของการค้นหาความสงบภายในจิตใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Relaxing the Mind

การไม่ทำอะไร การไม่คิดอะไร บางครั้งมันคือหัวใจสำคัญของการค้นหาความสงบเพื่ออยู่กับปัจจุบันที่ดีที่สุด


ในโลกที่ยุ่งเหยิงและวุ่นวายของเรา การไม่ทำอะไรเลยอาจเป็นกุญแจสำคัญในการค้นหาความสงบภายในและความผ่อนคลายก็ได้นะ ลองจัดสรรเวลาเพียงไม่กี่นาที หาที่เงียบๆ สบายๆ ปิดอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ ฝึกสติ จดจ่อกับลมหายใจ โอบกอดและใจดีกับตัวเอง การทำแบบนี้จะช่วยผ่อนคลายจิตใจให้ได้พบกับความรู้สึกสงบได้เช่นกัน ต่อไปนี้เป็นสเต็ปแห่งการลองไม่ทำอะไรดูบ้างนอกจากสิ่งเหล่านี้ เพื่อฝึกอยู่กับปัจจุบันและเป็นการรักตัวเองที่ดีที่สุดอีกวิธีหนึ่ง

 

  1. หยุดทุกอย่างและไม่ทำอะไรเลย จากที่จิตใจของเราถูกโจมตีด้วยข้อมูลและการกระตุ้นตลอดเวลา เราคอยเช็กโทรศัพท์ ตอบอีเมล พยายามติดตามข่าวสารใหม่ๆ อยู่เสมอ กิจกรรมพวกนี้คือต้นเหตุที่ทำให้เหนื่อยล้าและหาช่วงเวลาแห่งความสงบได้ยาก วิธีแก้แบบชั่วคราวคือชัตดาวน์ หยุดทำทุกอย่างและอยู่นิ่งๆ สักพัก
  2. พักในที่ที่ผ่อนคลาย เมื่อเราไม่ทำอะไรเลยเท่ากับเราให้โอกาสสมองของเราได้พักผ่อนและเติมพลัง มันสามารถปล่อยวางความคิดที่รบกวนจิตใจให้กลับมาอยู่กับปัจจุบันได้ วิธีนี้จะช่วยให้เรารู้สึกสงบ มีสมาธิ และมีเหตุผลมากขึ้น
  3. สิ่งสำคัญคือต้องปิดโทรศัพท์และอุปกรณ์อื่นๆ วิธีนี้จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงสิ่งรบกวน ช่วยให้คุณจดจ่ออยู่กับปัจจุบัน และฝึกสมาธิ ปล่อยสมองให้โล่งๆ ได้
  4. ให้ความสนใจกับความคิดและความรู้สึกตรงหน้าโดยไม่ตัดสิน ลองฝึกสติด้วยการสังเกตความคิดและอารมณ์ของตัวเองโดยไม่จมอยู่กับมัน
  5. จดจ่อกับลมหายใจ ฝึกหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ และจดจ่อกับความรู้สึกของอากาศที่เข้าและออกจากร่างกายของคุณ วิธีนี้จะช่วยให้คุณรู้สึกสงบและมีสมาธิมากขึ้น
  6. จงอดทนและใจดีต่อตัวเอง การผ่อนคลายจิตใจโดยไม่ทำอะไรเลยเป็นทักษะ และเช่นเดียวกับทักษะอื่นๆ ต้องอาศัยการฝึกฝน จำไว้ว่าการไม่ทำอะไรเลยแม้เพียงไม่กี่นาทีก็สามารถส่งผลดีต่อสุขภาพจิตของคุณได้อย่างไม่น่าเชื่อ

The post LIFE TIP: Relaxing the Mind การไม่ทำอะไรเลยในบางเวลา คือหัวใจสำคัญของการค้นหาความสงบภายในจิตใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
PLACE: นวด Inner Balance กดจุดผสมอโรมาคลายปวดกล้ามเนื้อ https://thestandard.co/life/inner-balance-massage/ Sat, 22 Apr 2023 08:40:12 +0000 https://thestandard.co/?p=779899 นวด Inner Balance

LIFE ไปลองประสบการณ์นวดโปรแกรม Inner Balance ด้วยเทคนิค […]

The post PLACE: นวด Inner Balance กดจุดผสมอโรมาคลายปวดกล้ามเนื้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นวด Inner Balance

LIFE ไปลองประสบการณ์นวดโปรแกรม Inner Balance ด้วยเทคนิคกดจุดผสมนวดแบบอโรมา ช่วยคลายปวดกล้ามเนื้อ เหมาะกับคนเมือง 


หลังจากที่ Scape by HARNN เปิดตัวอย่างสวยงามไปเมื่อเดือนมีนาคม โดยตั้งใจนำเสนอผ่านความร่วมสมัยของไลฟ์สไตล์สปาระดับพรีเมียม ทำให้บรรดาคนเมืองที่ต้องการขจัดความเหนื่อยล้าในสถานที่ที่มอบประสบการณ์ใหม่ผ่านดีไซน์ที่สวยงาม ต่างเลือกให้ที่นี่เป็นจุดหมายในการเติมเต็มความสุขเล็กๆ ให้กับชีวิต ซึ่งจากประสบการณ์ที่ได้ไปนวดในโปรแกรม Inner Balance กับที่นี่มาแล้ว ก็ได้ข้อสรุปที่อาจมีประโยชน์สำหรับผู้อ่านที่กำลังตัดสินใจเลือกบริการที่ช่วยเรื่องความผ่อนคลายได้อย่างตรงจุด 

 

 

Why Here? 

เพราะที่นี่คือไลฟ์สไตล์สปาเปิดใหม่ระดับพรีเมียมที่พร้อมสร้างความสมดุลแก่สุขภาพทางร่างกายและจิตใจที่ยั่งยืนสําหรับทุกคน ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี ทำให้ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม HARNN จึงมีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ มาสู่นวัตกรรมการบริการสปาที่เชื่อมโยงคุณค่าแห่งพืชพรรณ สู่ประสบการณ์สปาที่มีความพิถีพิถันผ่านทรีตเมนต์ ซึ่งออกแบบให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตคนเมือง เพื่อให้การดูแลตัวเองเป็นเรื่องง่ายและสนุก ให้ทุกคนมีความสุขกับทรีตเมนต์ที่ชอบ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ใช่ ตอบโจทย์วิถีชีวิตในแบบที่เป็นตัวเอง 

 

 

Worth It 

  • สำหรับบริการที่เราเลือกมานวดในครั้งนี้คือ Inner Balance ที่มีระดับการลงน้ำหนักนวดที่ระดับ Medium Pressure ออกแบบมาเพื่อการบรรเทาความปวดเมื่อยจากผลกระทบในวิถีชีวิตที่เร่งรีบในแต่ละวัน 
  • เทคนิคการนวดในแบบ Inner Balance ผสานเทคนิคการกดจุด และการนวดน้ำมันอโรมาที่เลือกกลิ่นเองได้ตามความชอบ การนวดอโรมาของที่นี่เน้นจุดตามเส้นเมอริเดียนที่อ้างอิงจากศาสตร์แพทย์แผนจีนในเรื่องธาตุทั้ง 5 เพื่อช่วยการปลดล็อกและเพิ่มการไหลเวียนของพลังงานตามธรรมชาติ
  • ห้องทรีตเมนต์ส่วนตัวสวยงาม คุ้มค่าแก่การลงทุน เพราะประกอบด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันที่คัดสรรและยกระดับเป็นสิ่งของพรีเมียมทั้งหมด ตั้งแต่เสื้อคลุม อ่างล้างเท้าอัตโนมัติ อุปกรณ์จัดแต่งทรงผม Dyson ผลิตภัณฑ์ในห้องอาบน้ำของ HARNN รวมถึงห้องพักผ่อนหลังนวดที่เสิร์ฟของว่างที่ผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี 

 

 

Good for

เหมาะกับผู้ที่ต้องการปลดล็อกความเหนื่อยล้าด้วยประสบการณ์ในระดับพรีเมียมตั้งแต่ต้นจนจบ เทคนิคการนวดของทรีตเมนต์ Inner Balance ที่เน้นน้ำหนักปานกลาง เหมาะกับคนที่ปวดเมื่อยไม่หนักมาก แต่ต้องการผ่อนคลายกล้ามเนื้อและดื่มด่ำไปกับบรรยากาศสุดพรีเมียมที่ชวนให้เคลิ้มหลับ  

 

 

Address: ชั้น 1 โซน Beacon เซ็นทรัลเวิลด์
Website: www.harnn.com
Open: 11.00-21.00 น.
Budget: 60 นาที 1,850 บาท, 90 นาที 2,550 บาท

 

ภาพ: HARNN

The post PLACE: นวด Inner Balance กดจุดผสมอโรมาคลายปวดกล้ามเนื้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>