การประชุมคณะรัฐมนตรี Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/การประชุมคณะรัฐมนตรี/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 27 Jul 2026 04:06:18 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 นายกฯ นำถก ครม.ก่อนหยุดยาว จับตาคลังชงขยายสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐถึง 30 ก.ย. พร้อมผ่อน 4 เกณฑ์คัดกรองผู้มีสิทธิ https://thestandard.co/cabinet-welfare-card-extension/ Mon, 27 Jul 2026 04:06:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1235453 นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐ […]

The post นายกฯ นำถก ครม.ก่อนหยุดยาว จับตาคลังชงขยายสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐถึง 30 ก.ย. พร้อมผ่อน 4 เกณฑ์คัดกรองผู้มีสิทธิ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 โดยมีการเลื่อนวันประชุมจากปกติเพื่อหลีกเลี่ยงวันหยุดราชการ

 

วันนี้ (27 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำสัปดาห์ ซึ่งเลื่อนจากวันอังคารมาเป็นวันจันทร์ เนื่องจากวันที่ 28 กรกฎาคม เป็นวันหยุดราชการ

 

สำหรับวาระที่น่าจับตา กระทรวงการคลังคาดว่าจะเสนอให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาขยายระยะเวลาการได้รับสิทธิของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบัน จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ออกไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 เพื่อให้ผู้ได้รับสิทธิตามโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ทุกกลุ่ม เริ่มรับสิทธิพร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคม 2569

 

ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมไม่ต้องดำเนินการใดเพิ่มเติม ขณะเดียวกันจะขยายระยะเวลาการยื่นทบทวนสิทธิของโครงการปี 2569 จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 กรกฎาคม เป็นวันที่ 31 สิงหาคม 2569

 

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังจะเสนอปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิใน 4 ประเด็น ได้แก่

 

  • เกณฑ์การถือครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยปรับปรุงข้อมูลกรณีรถยนต์อายุเกิน 20 ปี หรือรถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปี ที่มีมูลค่าต่ำ รวมถึงผู้ที่ยังผ่อนชำระรถ มีภาระทางการเงิน กรณีโอนลอยโดยไม่แจ้งนายทะเบียน และกรณีถูกสวมสิทธิ์นำชื่อไปจดทะเบียนรถ
  • เกณฑ์สถานะนักเรียนหรือนักศึกษา ให้ปรับปรุงข้อมูลผู้ที่ศึกษาในระบบการศึกษานอกระบบ และผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษาภาคบังคับ
  • เกณฑ์ผู้ถือหุ้นและกรรมการในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล โดยปรับปรุงข้อมูลกรณีวิสาหกิจชุมชนและวิสาหกิจเพื่อสังคม
  • เกณฑ์บัญชีตราสารหนี้และหลักทรัพย์ โดยพิจารณาจากการเคลื่อนไหว (Active) ของบัญชี ไม่ใช่เพียงการมีบัญชีเท่านั้น

 

ส่วนวาระเพื่อพิจารณา กระทรวงการคลังจะเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาขยายระยะเวลาการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) รวมถึงร่างกฎหมายยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบเพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทะเลอย่างยั่งยืน และร่างกฎกระทรวงยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดของกระทรวงกลาโหม ปีงบประมาณ 2568-2570

 

ด้านกระทรวงคมนาคม จะเสนอขอความเห็นชอบให้นำเงินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ทดรองจ่ายรายการเงินสนับสนุนค่างานโยธา ตามสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) สำหรับปีงบประมาณ 2569

 

สำหรับวาระเพื่อทราบ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปี ครั้งที่สอง พร้อมรายงานสถานภาพร่างกฎหมาย ณ วันที่ 24 กรกฎาคม 2569

 

ขณะที่กระทรวงคมนาคมจะเสนอการแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง รวมถึงการแต่งตั้งกรรมการอื่นในคณะกรรมการการบินพลเรือน

 

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังจะเสนอการแต่งตั้งกรรมการในคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมรายงานผลการกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรรัฐบาลที่ครบกำหนดเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเสนอรายงานงบการเงินกองทุนพัฒนายางพารา ส่วนกระทรวงพาณิชย์จะรายงานสถานการณ์การส่งออกของไทยประจำเดือนพฤษภาคม และช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569

 

อีกทั้ง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จะเสนอร่างแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) พ.ศ. 2569-2570 รวมถึงคณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ จะเสนอการขับเคลื่อนปฏิญญามาร์ราเกช (Marrakech Declaration) ต่อที่ประชุม ครม. เพื่อรับทราบ

The post นายกฯ นำถก ครม.ก่อนหยุดยาว จับตาคลังชงขยายสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐถึง 30 ก.ย. พร้อมผ่อน 4 เกณฑ์คัดกรองผู้มีสิทธิ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิพัฒน์ นั่งหัวโต๊ะประชุม ครม. แทนนายกฯ จ่อขยายเวลาแก้ปัญหาสัญชาติอีก 1 ปี เคาะต่ออายุมาตรการลดค่าโอน-จดจำนอง 0.01% https://thestandard.co/phiphat-cabinet-nationality-property/ Tue, 30 Jun 2026 03:59:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1224886 พิพัฒน์ รัชกิจประการ นั่งเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี

วันนี้ (30 มิถุนายน) ที่อาคารรัฐสภา การประชุมคณะรัฐมนตร […]

The post พิพัฒน์ นั่งหัวโต๊ะประชุม ครม. แทนนายกฯ จ่อขยายเวลาแก้ปัญหาสัญชาติอีก 1 ปี เคาะต่ออายุมาตรการลดค่าโอน-จดจำนอง 0.01% appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิพัฒน์ รัชกิจประการ นั่งเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี

วันนี้ (30 มิถุนายน) ที่อาคารรัฐสภา การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มี พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมแทนนายกรัฐมนตรี โดยมีวาระสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคม และการบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงการพิจารณามาตรการช่วยเหลือประชาชนหลายเรื่อง

 

วาระสำคัญที่น่าจับตา คือ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เสนอให้ ครม.พิจารณาขยายระยะเวลาการดำเนินการตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 เรื่องหลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลให้แก่ผู้ที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานาน และกลุ่มบุตรที่เกิดในราชอาณาจักร เนื่องจากระยะเวลาตามมติเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 แต่การดำเนินงานยังไม่แล้วเสร็จตามเป้าหมาย จึงเสนอขยายเวลาออกไปอีก 1 ปี เพียงครั้งเดียว จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570

 

ด้านเศรษฐกิจ กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม. เห็นชอบขยายมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ออกไปอีก 1 ปี จากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศของมาตรการ ลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังชะลอตัว รวมถึงสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปี 2569-2570

 

กระทรวงการคลังระบุว่า มาตรการดังกล่าวยังมีความจำเป็นในการช่วยให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง สามารถเข้าถึงการมีที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น

 

ขณะที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รายงานว่า ก่อนหมดอายุมาตรการมีลูกค้าจำนวนมากเร่งเข้าทำสัญญาสินเชื่อ เนื่องจากกังวลว่ามาตรการจะไม่ต่ออายุ

 

ขณะเดียวกัน สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอรายงานการมอบหมายหน่วยงานรับผิดชอบในการรายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอรายงานสถานภาพร่างกฎหมาย ณ วันที่ 26 มิถุนายน 2569

 

กระทรวงยุติธรรมเสนอให้ข้าราชการทุกประเภท พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราวของกรมราชทัณฑ์ ลาเข้าร่วมโครงการอุปสมบทหมู่พระภิกษุ 47 รูป และบวชชีพราหมณ์ เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยไม่ถือเป็นวันลา ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-10 กรกฎาคม 2569 ณ วัดศรีรัตนธรรมมาราม อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

 

กระทรวงการต่างประเทศเสนอการรับรองเอกสารผลลัพธ์การประชุมว่าด้วยการปฏิบัติการทุ่นระเบิดในยูเครน (Ukraine Mine Action Conference 2025) ขณะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอเอกสารผลลัพธ์การประชุมคณะกรรมการว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาภายใต้คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (เอสแคป) สมัยที่ 9 พร้อมรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2568 รายงานผลการติดตามข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจากรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2566 และแนวทางการเผยแพร่รายงานดังกล่าว

 

ด้านกระทรวงแรงงานเสนอร่างปฏิญญาร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรี Abu Dhabi Dialogue ครั้งที่ 8 ขณะที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาปรับปรุงโครงสร้างสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)

 

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอการปรับปรุงโครงสร้างส่วนราชการภายในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนสำนักงาน ก.พ. เสนอร่างกฎหมายเกี่ยวกับการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินประจำตำแหน่ง ขณะที่กระทรวงมหาดไทยเสนอร่างประกาศให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนวังจันทน์ จังหวัดระยอง

 

นอกจากนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติรายงานผลการศึกษาการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมภาคเหนือของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา และ ครม. จะรับทราบผลการศึกษาการถ่ายโอนภารกิจด้านการจราจรและการขนส่งให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ได้แก่ กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา รวมถึงพิจารณา (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาเด็ก

 

และเยาวชนแห่งชาติ ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2566-2570

 

ที่ประชุมยังเตรียมรับทราบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนประกันสังคม รายงานการเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน รายงานข้อมูลสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว ประจำปี 2566 รายงานมาตรการเพิ่มความโปร่งใสในการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุ ผลการดำเนินการตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รายงานสรุปผลการพิจารณาข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกฎหมายที่มีโทษประหารชีวิตให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน รายงานประจำปีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2567 และผลสำรวจความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการขอหน่วยงานของรัฐ ประจำปี 2568

 

นอกจากนี้ ครม. จะรับทราบรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกและแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2569 รวมถึงรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาสแรกปี 2569 จากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ตลอดจนรายงานผลการปฏิบัติงานและผลการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2569 ไตรมาสที่ 2 จากสำนักงบประมาณ ซึ่งจะใช้ประกอบการติดตามทิศทางเศรษฐกิจและการดำเนินนโยบายของรัฐบาลในช่วงครึ่งปีหลัง.

The post พิพัฒน์ นั่งหัวโต๊ะประชุม ครม. แทนนายกฯ จ่อขยายเวลาแก้ปัญหาสัญชาติอีก 1 ปี เคาะต่ออายุมาตรการลดค่าโอน-จดจำนอง 0.01% appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน นำประชุมครม.ถกงบปี 70 – ตั้งกองทุนฟื้นฟูภัยพิบัติ ชงช่วยค่าปลงศพผู้ประสบอุทกภัยเพิ่ม https://thestandard.co/anutin-cabinet-budget-disaster-fund/ Tue, 21 Apr 2026 04:15:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1199504 ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล

วันนี้ (21 เมษายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 08.30 น. อนุทิ […]

The post อนุทิน นำประชุมครม.ถกงบปี 70 – ตั้งกองทุนฟื้นฟูภัยพิบัติ ชงช่วยค่าปลงศพผู้ประสบอุทกภัยเพิ่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล

วันนี้ (21 เมษายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 08.30 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ห้องทำงาน ตึกไทยคู่ฟ้า

 

เวลา 09.05 น. สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ เข้าพบนายกรัฐมนตรีบนตึกไทยคู่ฟ้า คาดว่าเป็นการรายงานความคืบหน้ากรณีกลาโหมโอมานประสานไทยให้ส่งรายชื่อเรือไทยที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังเรือของ SCG สามารถผ่านได้อย่างปลอดภัย

 

ต่อมาเวลา 09.15 น. ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เข้าพบนายกรัฐมนตรีบนตึกไทยคู่ฟ้าเช่นกัน ภายหลังมีประเด็นการเตรียมออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 5 แสนล้านบาท

 

จากนั้นเวลา 09.45 น. ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายกรัฐมนตรีได้ถ่ายภาพร่วมกับผู้ได้รับรางวัล Prime Minister Awards: Thailand Cybersecurity Excellence Awards 2025 และรางวัลอื่น ๆ บริเวณโถงกลาง ตึกบัญชาการ 1

 

ก่อนที่เวลา 10.00 น. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม ครม. ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด ทั้งนี้ ไม่มีรัฐมนตรีแจ้งลาประชุม ครม.

 

สำหรับวาระที่คาดว่าจะเข้าสู่ที่ประชุม ครม. สำนักงบประมาณเสนอแผนยุทธศาสตร์การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อกำหนดกรอบการใช้จ่ายของประเทศในระยะต่อไป

 

ขณะที่วาระเพื่อพิจารณา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สลค.) เสนอแนวทางในการดำเนินคดีของหน่วยงานของรัฐ รวมถึงแนวทางการดำเนินคดีในศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญ ด้านกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เสนอร่างปฏิญญาบากูว่าด้วยการส่งเสริมการพัฒนามนุษย์เพื่อขับเคลื่อนสังคมสำหรับทุกช่วงวัยในเอเชียและแปซิฟิก ซึ่งมีกำหนดรับรองในวันที่ 24 เมษายน 2569 ที่กรุงเทพฯ

 

ส่วนกระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอหลายประเด็น ได้แก่ การขอทบทวนมติ ครม. เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 เรื่องหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินค่าปลงศพผู้ประสบอุทกภัย การขอรับการสนับสนุนงบประมาณงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อจ่ายเงินค่าปลงศพเพิ่มเติมและขยายระยะเวลาดำเนินการ รวมถึงข้อเสนอการจัดตั้งกองทุนการฟื้นฟูผู้ประสบสาธารณภัย

 

ขณะที่วาระเพื่อทราบ วุฒิสภา (สว.) เสนอให้คณะรัฐมนตรีส่งรายชื่อผู้แทนเพื่อเป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา ด้านคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอมาตรการเพิ่มความโปร่งใสในการใช้ประโยชน์และจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ และมาตรการป้องกันการทุจริตกรณีการรับและให้สินบน

 

นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยยังเสนอการมอบหมายให้รัฐมนตรีเป็นผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขณะที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) เสนอการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ ได้แก่ วโรทัย ไตรพิทักษ์

 

ด้านกระทรวงการคลัง (กค.) เสนอรายงานการเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ขณะที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เสนอวันและเวลาการประชุม และวันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง เพื่อให้ ครม. รับทราบต่อไป

 

ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล 1ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล 2ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล 3ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล 4ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล 5ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล 6ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล 7ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล 8ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล 9ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล 10ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล 11ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล 12ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล 13ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล 14ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล 15ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล 16ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล 17ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล 18ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล 19ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล 20ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล 21ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล 22ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล 23

The post อนุทิน นำประชุมครม.ถกงบปี 70 – ตั้งกองทุนฟื้นฟูภัยพิบัติ ชงช่วยค่าปลงศพผู้ประสบอุทกภัยเพิ่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. ไฟเขียว ‘ปุ๋ยธงเขียว’ ส่วนลด 2,100 ต่อครัวเรือน พร้อมแจกคูปองซื้อของ SMEs จำนวน 5 แสนใบ เริ่มหลังสงกรานต์เป็นต้นไป https://thestandard.co/cabinet-green-flag-fertilizer-sme-coupons/ Sun, 12 Apr 2026 02:29:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1197290 ภาพอินโฟกราฟิกสรุปมติ ครม. อนุมัติโครงการปุ๋ยธงเขียวพลัส ลดราคาปุ๋ย 2,100 บาทต่อครัวเรือน และแจกคูปองซื้อของ SMEs 5 แสนใบ เริ่มหลังสงกรานต์

วันที่ (11 เมษายน 2569) ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมน […]

The post ครม. ไฟเขียว ‘ปุ๋ยธงเขียว’ ส่วนลด 2,100 ต่อครัวเรือน พร้อมแจกคูปองซื้อของ SMEs จำนวน 5 แสนใบ เริ่มหลังสงกรานต์เป็นต้นไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอินโฟกราฟิกสรุปมติ ครม. อนุมัติโครงการปุ๋ยธงเขียวพลัส ลดราคาปุ๋ย 2,100 บาทต่อครัวเรือน และแจกคูปองซื้อของ SMEs 5 แสนใบ เริ่มหลังสงกรานต์

วันที่ (11 เมษายน 2569) ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ 1/2569 ร่วมกับ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

 

ศุภจี กล่าวถึงการต่อยอดจากสิ่งที่ได้แถลงในรัฐสภาและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการลดค่าครองชีพของประชาชน ควบคู่กับการดูแลต้นทุนภาคการเกษตร

 

ในระยะสั้น กระทรวงพาณิชย์ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการรายเล็ก รายใหญ่ รวมถึงห้างค้าปลีกค้าส่งทั่วประเทศอย่างน้อย 300 ราย ในการจัดจำหน่ายสินค้า ไทยช่วยไทย ซึ่งเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นทางเลือกในราคาประหยัด ลดสูงสุดถึง 58% รวมกว่า 3,000 รายการ และ ได้กระจายไปแล้วทั่วทั้ง 77 จังหวัด

 

สำหรับระยะต่อไป คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณเพื่อดำเนินการเพิ่มเติม โดยจะขยายไปสู่สินค้าเอสเอ็มอีทั่วประเทศ นำผู้ประกอบการรายเล็กเข้าสู่ระบบ หากสินค้ามีคุณภาพและพร้อมจำหน่ายจะสามารถเชื่อมโยงเข้าสู่เครือข่ายร้านค้าทั่วประเทศได้ทันที

 

ส่วนสินค้าที่ต้องพัฒนา จะมีการทำงานร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมในเรื่องมาตรฐาน มอก. และกระทรวงสาธารณสุข ในเรื่อง อย. เป็นต้น เพื่อยกระดับสินค้าให้สามารถจำหน่ายได้ทั่วประเทศ เป็นการดำเนินการต่อเนื่องตลอดทั้งปี ควบคู่กับการดูแลสินค้าราคาประหยัดและสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการรายเล็ก

 

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณเพื่อสนับสนุนการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับแพลตฟอร์มอย่างน้อย 5 แพลตฟอร์ม ได้แก่ Thailand Postmart, Nexgen, Shopee, TikTok และ LINE ซึ่งจะไม่คิดค่าธรรมเนียม (GP) ขณะที่กระทรวงพาณิชย์จะช่วยสนับสนุนค่าขนส่ง รวมถึงจัดทำคูปองส่วนลดจำนวน 5 แสนใบ มูลค่าใบละ 100 บาท ให้กับผู้ซื้อ

 

ทั้งนี้ จะคัดเลือกผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นผู้ผลิตจริง มีมาตรฐาน และมีความพร้อมในการจำหน่ายออนไลน์ จำนวน 2,000 ราย เข้าสู่แพลตฟอร์มดังกล่าว โดยผู้ขายไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม และผู้ซื้อไม่ต้องเสียค่าขนส่ง พร้อมได้รับคูปองส่วนลด เพื่อกระตุ้นให้เกิดการทดลองใช้สินค้าเอสเอ็มอี และสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการ โดยมีเป้าหมายขยายไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นราย ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ในระยะต่อไป

 

ในส่วนของการดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบางและพื้นที่ห่างไกล จะมีโครงการธงฟ้ากว่า 500 จุดทั่วประเทศ รวมถึงการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าด้านการศึกษา เช่น ชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียน โดยร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ เปิดจุดจำหน่าย ณ สถานศึกษากว่า 1,000 แห่ง เพื่อช่วยลดภาระผู้ปกครองช่วงเปิดภาคเรียนในเดือนพฤษภาคม

 

พร้อมจัดตลาดนัดกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงใช้พื้นที่สถานีบริการน้ำมัน เป็นจุดจำหน่ายสินค้าเกษตรราคาประหยัดรวมถึงสินค้าเกษตรและสินค้าชุมชน เพื่อให้ผู้ซื้อและผู้ขายได้พบกันโดยตรง

 

ขณะที่สินค้าเกษตรบางรายการที่มีแนวโน้มราคาตกต่ำ จะมีมาตรการซื้อนำตลาด โดยร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงพลังงาน รับซื้อจากเกษตรกรในราคานำตลาด แล้วกระจายต่อให้หน่วยงาน เช่น ราชทัณฑ์ และทหาร รวมถึงนำไปจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดภาระงบประมาณจากการเก็บสต็อก

 

รวมถึงในพื้นที่ห่างไกลที่เข้าถึงยาก จะใช้โครงการธงฟ้าเคลื่อนที่เริ่ม 23 พ.ค.-ก.ย. และเปิดรับรถพุ่มพวง ซึ่งปัจจุบันมีอยู่กว่า 2,000 คัน และเปิดรับเพิ่มเป็น 5,000 คัน ระหว่างเดือนพ.ค.-มิ.ย. โดยสนับสนุนค่าน้ำมัน และให้ลงทะเบียนรับสินค้าไปจำหน่ายต่อ

 

ศุภจี กล่าวต่อถึงมาตรการระยะยาวด้านปุ๋ย ได้ดำเนินโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง โดยบูรณาการร่วมกับกระทรวงการคลัง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสหกรณ์การเกษตร (สกต.) โดยกรมวิชาการเกษตรและกรมพัฒนาที่ดิน ทำหน้าที่ให้ข้อมูลสูตรแม่ปุ๋ยที่เหมาะสมกับสภาพดินในแต่ละพื้นที่ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ประสานผู้ประกอบการในการจัดหาแม่ปุ๋ย และส่งต่อให้สหกรณ์การเกษตรนำไปจำหน่ายให้เกษตรกรในแต่ละชุมชน

 

พร้อมทั้งเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้จาก ธ.ก.ส. โดยได้รับอัตราดอกเบี้ยในระดับครึ่งหนึ่งของอัตราปกติ เพื่อวิเคราะห์ความต้องการปุ๋ยในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากสภาพดินมีความแตกต่างกัน และลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดด้านปุ๋ยยูเรีย ซึ่งต้องพึ่งพาการนำเข้า โดยมีเรือขนส่งอย่างน้อย 5 ลำติดค้างบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้สถานการณ์ปริมาณปุ๋ยมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่คาดว่าจะเพียงพอถึงเดือนสิงหาคม เหลือเพียงเดือนเมษายน ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อยู่ระหว่างการติดตามการปล่อยเรือดังกล่าว และทางผู้ประกอบการและสมาคมปุ๋ย ได้มีการเร่งหาแหล่งนำเข้าทดแทนได้เพิ่มเติมบ้างแล้วจากแหล่งอื่น เช่น มาเลเซีย และบรูไน ทำให้สถานการณ์ปริมาณปุ๋ยขยายจากเดือนเมษายนเป็นเดือนพฤษภาคม

 

ในช่วงเวลาเดียวกัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมเดินทางไปเจรจาหาแหล่งวัตถุดิบเพิ่มเติม และได้ทำงานร่วมกับสมาคมปุ๋ยในการปรับสูตรปุ๋ย เพื่อให้มีปริมาณเพียงพอและไม่เกิดภาวะขาดแคลน

 

อย่างไรก็ดี จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาค ส่งผลให้ต้นทุนแม่ปุ๋ยยูเรียปรับตัวสูงขึ้น แม้ปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์ยังขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้ตรึงราคาไว้ และได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกว่า 1,000 แห่ง พบผู้กระทำผิด 48 ราย อยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมาย และขอความร่วมมือประชาชนหากพบการกระทำความผิดให้แจ้งมาที่จังหวัด ส่วนกลาง หรือสายด่วน 1569 เพื่อที่เราจะได้ลงไปตรวจสอบ

 

ทั้งนี้ การตรึงราคาดังกล่าวอาจดำเนินการได้ในระยะหนึ่ง กระทรวงพาณิชย์จึงได้ดำเนินโครงการ ปุ๋ยธงเขียวพลัส เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านต้นทุนที่มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเพิ่มการสนับสนุนจาก 200 บาท เป็น 300 บาทต่อกระสอบ จำนวน 5 กระสอบ และเพิ่มค่าซื้อเคมีเกษตร 50 บาท รวมเป็น 1,550 บาทต่อครัวเรือน

 

โดยเกษตรกรที่มีเล่มทะเบียนเกษตรกร (เล่มเขียว) และบัตรดินดี จะได้รับสิทธิเพิ่มเป็น 6 กระสอบ พร้อมคูปองปุ๋ยอินทรีย์ 250 บาท รวมสิทธิประโยชน์สูงสุด 2,100 บาทต่อครัวเรือน

 

ที่สำคัญยังได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิตปุ๋ยในการลดราคาหน้าโรงงานกระสอบละ 50 บาท เป้าหมาย 10 ล้านกระสอบ โดยดำเนินการผ่านสถาบันเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันช่วยแบ่งเบาภาระต้นทุนให้เกษตรกร ให้ไทยช่วยไทย ทุกภาคส่วนช่วยกันให้ประเทศสามารถผ่านวิกฤตไปได้

The post ครม. ไฟเขียว ‘ปุ๋ยธงเขียว’ ส่วนลด 2,100 ต่อครัวเรือน พร้อมแจกคูปองซื้อของ SMEs จำนวน 5 แสนใบ เริ่มหลังสงกรานต์เป็นต้นไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ-ธรรมนัส ลา ครม. บรรดารัฐมนตรีถอดสูทงดผูกไท ร่วมประหยัดพลังงาน https://thestandard.co/pm-thammanat-cabinet-energy-saving/ Tue, 10 Mar 2026 04:35:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1186139 ภาพหมู่คณะรัฐมนตรีในห้องประชุมโดยมีพิพัฒน์ รัชกิจประการ นั่งหัวโต๊ะ รัฐมนตรีชายหลายคนสวมเสื้อเชิ้ตโดยไม่สวมสูทและผูกไทตามมาตรการประหยัดพลังงาน

วันนี้ (10 มีนาคม) เวลา 10.00 น. พิพัฒน์ รัชกิจประการ ร […]

The post นายกฯ-ธรรมนัส ลา ครม. บรรดารัฐมนตรีถอดสูทงดผูกไท ร่วมประหยัดพลังงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพหมู่คณะรัฐมนตรีในห้องประชุมโดยมีพิพัฒน์ รัชกิจประการ นั่งหัวโต๊ะ รัฐมนตรีชายหลายคนสวมเสื้อเชิ้ตโดยไม่สวมสูทและผูกไทตามมาตรการประหยัดพลังงาน

วันนี้ (10 มีนาคม) เวลา 10.00 น. พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี แทนอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากนายกรัฐมนตรีแจ้งลาประชุม เนื่องจากป่วย แต่หากสภาพร่างกายดีขึ้น จะเดินทางตามมาทีหลัง

 

สำหรับวาระสำคัญที่คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 รวมถึงเสนอการแก้ไขเพิ่มเติมคำแนะนำของคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย เรื่องการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องประกอบการจัดทำร่างกฎหมาย เพื่อเพิ่มระยะเวลาขั้นต่ำในการรับฟังความคิดเห็นให้รอบคอบมากยิ่งขึ้น ด้านสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เสนอ

 

มาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเกี่ยวกับการลักลอบค้ายุทธภัณฑ์ที่อาจนำไปใช้ในการรบหรือการสงคราม ตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530

 

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังเสนอร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องการยกเว้นอากร ลดและเพิ่มอัตราอากรศุลกากร สำหรับวัตถุดิบอาหารสัตว์ ในช่วงปี 2569ข2571

 

ขณะที่กระทรวงพาณิชย์เสนอรายงานภาพรวมดัชนีเศรษฐกิจการค้าประจำเดือนมกราคม 2569 รวมถึงรายงานสถานการณ์การส่งออกของไทยประจำเดือนธันวาคม และภาพรวมทั้งปี 2568 ส่วนศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนเสนอรายงานสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา

 

ขณะที่ กระทรวงพลังงานจะเสนอให้ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี เห็นชอบมาตรการประหยัดพลังงาน โดยมุ่งเน้นขอความร่วมมือจากหน่วยงานราชการเป็นลำดับแรก เช่น การตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26-27 องศา การแต่งกายแบบไม่สวมสูทหรือผูกไท การปิดไฟเมื่อไม่จำเป็น รวมถึงการส่งเสริมมาตรการ Work from Home และการประชุมออนไลน์ เพื่อลดการเดินทาง

 

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า นายกรัฐมนตรีขอความร่วมมือเรื่องการแต่งกายของรัฐมนตรี ภายหลัง ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขอความร่วมมือภาครัฐ-เอกชนประหยัดพลังงาน โดยรัฐมนตรีชายให้สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ไม่ผูกเนคไท และไม่สวมสูท รัฐมนตรีหญิงแต่งกายตามสบาย โดยอาจเป็นเสื้อผ้าฝ้าย เสื้อผ้าไหม หรือเสื้อเชิ้ตสีขาว เป็นต้น ส่วนเจ้าหน้าที่ให้สวมเสื้อเชิ้ตขาว-ดำ ไม่สวมสูท และให้เปิดเครื่องปรับอากาศในห้องประชุมที่อุณหภูมิ 26 องศาเซลเซียส

 

คณะรัฐมนตรี วันนี้ นอกจากนายกรัฐมนตรี ยังมีรัฐมนตรีแจ้งลาการประชุมอีก 5 คน ประกอบด้วย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขณะที่นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

 

ภาพหมู่คณะรัฐมนตรีในห้องประชุมโดยมีพิพัฒน์ รัชกิจประการ นั่งหัวโต๊ะ รัฐมนตรีชายหลายคนสวมเสื้อเชิ้ตโดยไม่สวมสูทและผูกไทตามมาตรการประหยัดพลังงาน 1ภาพหมู่คณะรัฐมนตรีในห้องประชุมโดยมีพิพัฒน์ รัชกิจประการ นั่งหัวโต๊ะ รัฐมนตรีชายหลายคนสวมเสื้อเชิ้ตโดยไม่สวมสูทและผูกไทตามมาตรการประหยัดพลังงาน 2ภาพหมู่คณะรัฐมนตรีในห้องประชุมโดยมีพิพัฒน์ รัชกิจประการ นั่งหัวโต๊ะ รัฐมนตรีชายหลายคนสวมเสื้อเชิ้ตโดยไม่สวมสูทและผูกไทตามมาตรการประหยัดพลังงาน 3ภาพหมู่คณะรัฐมนตรีในห้องประชุมโดยมีพิพัฒน์ รัชกิจประการ นั่งหัวโต๊ะ รัฐมนตรีชายหลายคนสวมเสื้อเชิ้ตโดยไม่สวมสูทและผูกไทตามมาตรการประหยัดพลังงาน 4ภาพหมู่คณะรัฐมนตรีในห้องประชุมโดยมีพิพัฒน์ รัชกิจประการ นั่งหัวโต๊ะ รัฐมนตรีชายหลายคนสวมเสื้อเชิ้ตโดยไม่สวมสูทและผูกไทตามมาตรการประหยัดพลังงาน 5ภาพหมู่คณะรัฐมนตรีในห้องประชุมโดยมีพิพัฒน์ รัชกิจประการ นั่งหัวโต๊ะ รัฐมนตรีชายหลายคนสวมเสื้อเชิ้ตโดยไม่สวมสูทและผูกไทตามมาตรการประหยัดพลังงาน 6ภาพหมู่คณะรัฐมนตรีในห้องประชุมโดยมีพิพัฒน์ รัชกิจประการ นั่งหัวโต๊ะ รัฐมนตรีชายหลายคนสวมเสื้อเชิ้ตโดยไม่สวมสูทและผูกไทตามมาตรการประหยัดพลังงาน 7ภาพหมู่คณะรัฐมนตรีในห้องประชุมโดยมีพิพัฒน์ รัชกิจประการ นั่งหัวโต๊ะ รัฐมนตรีชายหลายคนสวมเสื้อเชิ้ตโดยไม่สวมสูทและผูกไทตามมาตรการประหยัดพลังงาน 8ภาพหมู่คณะรัฐมนตรีในห้องประชุมโดยมีพิพัฒน์ รัชกิจประการ นั่งหัวโต๊ะ รัฐมนตรีชายหลายคนสวมเสื้อเชิ้ตโดยไม่สวมสูทและผูกไทตามมาตรการประหยัดพลังงาน 9ภาพหมู่คณะรัฐมนตรีในห้องประชุมโดยมีพิพัฒน์ รัชกิจประการ นั่งหัวโต๊ะ รัฐมนตรีชายหลายคนสวมเสื้อเชิ้ตโดยไม่สวมสูทและผูกไทตามมาตรการประหยัดพลังงาน 10ภาพหมู่คณะรัฐมนตรีในห้องประชุมโดยมีพิพัฒน์ รัชกิจประการ นั่งหัวโต๊ะ รัฐมนตรีชายหลายคนสวมเสื้อเชิ้ตโดยไม่สวมสูทและผูกไทตามมาตรการประหยัดพลังงาน 11ภาพหมู่คณะรัฐมนตรีในห้องประชุมโดยมีพิพัฒน์ รัชกิจประการ นั่งหัวโต๊ะ รัฐมนตรีชายหลายคนสวมเสื้อเชิ้ตโดยไม่สวมสูทและผูกไทตามมาตรการประหยัดพลังงาน 12ภาพหมู่คณะรัฐมนตรีในห้องประชุมโดยมีพิพัฒน์ รัชกิจประการ นั่งหัวโต๊ะ รัฐมนตรีชายหลายคนสวมเสื้อเชิ้ตโดยไม่สวมสูทและผูกไทตามมาตรการประหยัดพลังงาน 13ภาพหมู่คณะรัฐมนตรีในห้องประชุมโดยมีพิพัฒน์ รัชกิจประการ นั่งหัวโต๊ะ รัฐมนตรีชายหลายคนสวมเสื้อเชิ้ตโดยไม่สวมสูทและผูกไทตามมาตรการประหยัดพลังงาน 14ภาพหมู่คณะรัฐมนตรีในห้องประชุมโดยมีพิพัฒน์ รัชกิจประการ นั่งหัวโต๊ะ รัฐมนตรีชายหลายคนสวมเสื้อเชิ้ตโดยไม่สวมสูทและผูกไทตามมาตรการประหยัดพลังงาน 15ภาพหมู่คณะรัฐมนตรีในห้องประชุมโดยมีพิพัฒน์ รัชกิจประการ นั่งหัวโต๊ะ รัฐมนตรีชายหลายคนสวมเสื้อเชิ้ตโดยไม่สวมสูทและผูกไทตามมาตรการประหยัดพลังงาน 16ภาพหมู่คณะรัฐมนตรีในห้องประชุมโดยมีพิพัฒน์ รัชกิจประการ นั่งหัวโต๊ะ รัฐมนตรีชายหลายคนสวมเสื้อเชิ้ตโดยไม่สวมสูทและผูกไทตามมาตรการประหยัดพลังงาน 17

The post นายกฯ-ธรรมนัส ลา ครม. บรรดารัฐมนตรีถอดสูทงดผูกไท ร่วมประหยัดพลังงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ นำประชุม ครม. เขียนคำปณิธาน จะรับใช้ชาติและประชาชนทุกวันตลอดชีวิต ปัดตอบเผือกร้อนประกันสังคม https://thestandard.co/pm-cabinet-meeting-vow-social-security/ Tue, 27 Jan 2026 04:22:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1169917 นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี และร่วมกิจกรรมเขียนปณิธานทำความดี

วันนี้ (27 มกราคม) ที่ตึกบัญชาการ เวลา 09.50 น. อนุทิน […]

The post นายกฯ นำประชุม ครม. เขียนคำปณิธาน จะรับใช้ชาติและประชาชนทุกวันตลอดชีวิต ปัดตอบเผือกร้อนประกันสังคม appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี และร่วมกิจกรรมเขียนปณิธานทำความดี

วันนี้ (27 มกราคม) ที่ตึกบัญชาการ เวลา 09.50 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ก่อนการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เดินจากตึกไทยคู่ฟ้ามาพร้อมคณะรัฐมนตรี โดยมี ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเดินมาด้วย

 

เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายกรัฐมนตรีว่าได้หารือสำนักงานเรื่องประกันสังคมหรือไม่ อนุทิน ยิ้มและส่ายหน้า แต่ไม่ตอบคำถาม ก่อนที่จะหันไปคุยกับ ตรีนุช

 

ผู้สื่อข่าวได้ขอสอบถาม ตรีนุช สำนักงานเรื่องประกันสังคม ซึ่ง ตรีนุช ได้หันมาแต่ไม่ได้ตอบคำถามเช่นกัน

 

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมกิจกรรมก่อนการประชุม ซาบีดา ไทยเศรษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงวัฒนธรรม เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อจัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์โครงการหนึ่งความดี ล้านความรัก ภูมิใจภักดิ์พระพันปีหลวง

 

นายกรัฐมนตรี ร่วมเขียนปณิธานทำความดีประดับต้นไม้แห่งความดี เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม ว่า “ข้าพเจ้าจะรับใช้ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ด้วยความสามารถทุกสิ่งที่มีอยู่ จะเทิดทูนและจงรักภักดีต่อพระราชวงศ์จักรีตลอดชีวิตและทำประโยชน์ให้ประชาชนไทยทุกวัน”

 

จากนั้นเยี่ยมชมการสาธิตการจัดทำริบบิ้นแสดงความอาลัย การประดิษฐ์ดอกไม้ในพระนามาภิไธย ‘ควีนสิริกิติ์’ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

 

จากนั้น นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี และผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมทั้งผู้แทนจากหน่วยงานร่วมบูรณาการ ถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน

 

สำหรับวาระการประชุมที่น่าสนใจ อาทิ กระทรวงการคลัง เสนอการเรียกให้ทุนหมุนเวียนนำทุนหรือผลเกินของทุนหมุนเวียนส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ปีบัญชี 2568 กระทรวงยุติธรรม เสนอการพิจารณาบำเหน็จความชอบกรณีพิเศษให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่าสามารถดำเนินการได้ และไม่ก่อให้เกิดภาระผูกพันต่อรัฐบาลชุดถัดไป เนื่องจากได้มีการอนุมัติงบประมาณในปี 2569 ไว้ล่วงหน้าแล้ว

 

ส่วนวาระเพื่อทราบ กระทรวงพาณิชย์ เสนอแนวทางปฏิบัติในการเจรจาและการทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ กระทรวงอุตสาหกรรม เสนอรายงานภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรมไตรมาสที่ 3/2568 แนวโน้มไตรมาสที่ 4/2568 และรายงานภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรมประจำเดือนตุลาคม 2568

 

ขณะที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. แจ้งผลการพิจารณาเรื่องขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น อันเนื่องมาจากการกระทำของกองกำลังจากนอกประเทศ

 

สำหรับรายชื่อคณะรัฐมนตรีที่แจ้งลาเข้าประชุมมีจำนวน 10 คน

 

1.โสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี

 

2.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี

 

3.สีหศักดิ์ พ่วงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

 

4.พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

 

5.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

 

6.ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

 

7.ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

 

8.อามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 

9.นเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 

10.วรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

The post นายกฯ นำประชุม ครม. เขียนคำปณิธาน จะรับใช้ชาติและประชาชนทุกวันตลอดชีวิต ปัดตอบเผือกร้อนประกันสังคม appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตา ครม. คลอดมาตรการเยียวยาน้ำท่วม ชงเพิ่มวันหยุดราชการกรณีพิเศษ แรงงานต่ออายุใบอนุญาตต่างด้าว 3 สัญชาติ https://thestandard.co/cabinet-flood-holiday-migrant-permits/ Tue, 02 Dec 2025 04:01:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1150577 จับตา ครม. คลอดมาตรการเยียวยาน้ำท่วม ชงเพิ่มวันหยุดราชการกรณีพิเศษ แรงงานต่ออายุใบอนุญาตต่างด้าว 3 สัญชาติ

วันนี้ (2 ธันวาคม) เวลาา 09.45 น. ที่บริเวณโถงกลาง ตึกบ […]

The post จับตา ครม. คลอดมาตรการเยียวยาน้ำท่วม ชงเพิ่มวันหยุดราชการกรณีพิเศษ แรงงานต่ออายุใบอนุญาตต่างด้าว 3 สัญชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตา ครม. คลอดมาตรการเยียวยาน้ำท่วม ชงเพิ่มวันหยุดราชการกรณีพิเศษ แรงงานต่ออายุใบอนุญาตต่างด้าว 3 สัญชาติ

วันนี้ (2 ธันวาคม) เวลาา 09.45 น. ที่บริเวณโถงกลาง ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่ากระทรวงพาณิชย์ นำคณะ เข้าพบอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมกระเช้าปีใหม่สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications: GI) ‘GI ไทย ส่งสุขปีใหม่ สุขใจชุมชน’ โดยมีเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มหาดไทยร่วมด้วย

 

จากนั้น ศุภจี นำคณะประชาสัมพันธ์นายกฯ ในการจัดกิจกรรมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ‘รวมใจไทย ฟื้นแดนใต้’ พร้อมพานายกฯดูตัวอย่างสิ่งของที่จะส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ที่มีทั้งสิ่งของอุปโภคบริโภคและเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยนายกฯได้สอบถามด้วยความสนใจว่าสิ่งของจะส่งไปถึงเมื่อไหร่และจะส่งไปที่ไหน

 

จากนั้นผู้สื่อข่าวถามนายกฯถึงเงินเยียวยา 2 ล้านบาทจะมีการขยายออกไปนอกพื้นที่ ที่ไม่ได้ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องการเยียวยาไม่ใช่เฉพาะในพื้นที่ ที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งเราจะเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ผู้เสียชีวิตที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ครอบคลุม จะไม่ได้เงิน 2 ล้านบาทใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มันมีอยู่หลายประเภท ขอไปตรวจสอบก่อน มันมีกฎเกณฑ์อยู่ แต่ในรายละเอียดก็พยายามที่จะให้ อย่างผู้ป่วยติดเตียง เดี๋ยวตนขอไปเช็คก่อน

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะต้องใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน มาใช้ในเรื่องของการเยียวยาหรือไม่ นายกฯชี้นิ้วไปทางเอกนิติ พร้อมกล่าวว่า ถามท่าน ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่ากรณีที่เงินเยียวยาไม่พอต้องออกเป็น พ.ร.ก.กู้เงิน หรือไม่ เอกนิติโบกมือส่ายศรีษะ ไม่ตอบคำถามดังกล่าว ก่อนนายกรัฐมตรี และเอกนิติ เดินเข้าไปประชุมครม.

 

สำหรับวาระที่คาดว่าจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุม ครม. อาทิ เร่งรัดเยียวยา และออกชุดมาตรการฟื้นฟูพื้นที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และจังหวัดอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

 

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานเสนอการต่ออายุใบอนุญาตการทำงานให้กับคนต่างด้าวสัญชาติลาว เมียนมา และเวียดนาม ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 และวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 และเสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้ฐานในการคำนวณเป็นเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ. ….

 

กระทรวงพลังงาน เสนอจะขอต่อระยะเวลาผลิตปิโตรเลียมของสัมปทานปิโตรเลียมเลขที่หนึ่ง / 2529 /33 แปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข B 12 / 27

 

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอขออนุมัติดำเนินการตามมติคณะกรรมการนโยบายยางแห่งชาติครั้งที่ 2/ 2567

 

รวมถึงต้องจับตาว่า สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) จะเสนอกำหนดวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ และภาพรวมวันหยุดราชการ ประจำปี 2569 โดยกำหนดให้เพิ่มวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษอีก 2 วัน คือ 2 มิถุนายน 2569 และจะส่งผลให้มีวันหยุดยาวต่อเนื่อง 5 วัน คือ ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม ถึง 3 มิถุนายน 2569
และวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ซึ่งจะส่งผลให้มีวันหยุดต่อเนื่องยาวติดต่อกัน 6 วัน คือ วันที่ 28 กรกฎาคม ถึง 2 สิงหาคม 2569

 

ขณะที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย กรณีเสียชีวิตจำนวน 2 ล้านบาท ว่า จะมีการขยายไปยังพื้นที่อื่นนอกเหนือจากจังหวัดสงขลา ที่ประกาศในพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือไม่ ว่า ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ที่ประกาศพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แต่เป็นผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่อยู่ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้

 

ทั้งนี้ขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน เพราะมีหลักเกณฑ์อยู่ แต่ในรายละเอียดก็พยายามที่จะให้ ส่วนการเยียวยาจะต้องออกเป็นพระราชกำหนดกู้เงินหรือไม่ ต้องถามเอกนิติ นิติทัฑณ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

The post จับตา ครม. คลอดมาตรการเยียวยาน้ำท่วม ชงเพิ่มวันหยุดราชการกรณีพิเศษ แรงงานต่ออายุใบอนุญาตต่างด้าว 3 สัญชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ สั่งการหลังเยือนจีน กำชับทุกกระทรวงขับเคลื่อนความร่วมมือ สั่งพาณิชย์-เกษตรฯ เตรียมพร้อมลงนามขายข้าว 5 แสนตันให้จีนเดือนหน้า https://thestandard.co/pm-china-rice-sale/ Tue, 18 Nov 2025 08:04:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1144559 นายกฯ สั่งการหลังเยือน จีน กำชับทุกกระทรวงขับเคลื่อนความร่วมมือ สั่ง พาณิชย์-เกษตรฯ เตรียมพร้อมลงนามขายข้าว 5 แสนตันให้ จีน เดือนหน้า

วันนี้ (18 พฤศจิกายน) สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจ […]

The post นายกฯ สั่งการหลังเยือนจีน กำชับทุกกระทรวงขับเคลื่อนความร่วมมือ สั่งพาณิชย์-เกษตรฯ เตรียมพร้อมลงนามขายข้าว 5 แสนตันให้จีนเดือนหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ สั่งการหลังเยือน จีน กำชับทุกกระทรวงขับเคลื่อนความร่วมมือ สั่ง พาณิชย์-เกษตรฯ เตรียมพร้อมลงนามขายข้าว 5 แสนตันให้ จีน เดือนหน้า

วันนี้ (18 พฤศจิกายน) สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้รายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงผลการตามเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ (State Visit) ระหว่างวันที่ 13-17 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญในวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน

 

นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการสำคัญ โดยเฉพาะหลังประธานาธิบดี สี จิ้นผิง แจ้งความประสงค์ว่าจีนจะซื้อข้าวจากไทย 5 แสนตัน โดยได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์เร่งเตรียมความพร้อมและรายละเอียด เพื่อลงนามในสัญญาซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ (GtoG) และสั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมสต็อกข้าวให้พร้อมสำหรับการส่งออก

 

คาดการณ์ว่า การลงนามสัญญาซื้อขายข้าวจะมีขึ้นในเดือนธันวาคม ระหว่างการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ที่กรุงเทพฯ ซึ่งนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง ของจีน จะเดินทางมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการด้วย

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการให้ทุกกระทรวงที่มีกรอบความร่วมมือกับจีน เร่งรัดการขับเคลื่อนในทุกมิติ ทั้งการอำนวยความสะดวกทางการค้า การขนส่ง และการดึงดูดนักลงทุน โดยเน้นย้ำให้กระทรวงเกษตรฯ กำกับดูแลมาตรฐานสินค้าส่งออกไปยังจีน ทั้งพืช ปศุสัตว์ และประมง ให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย

 

พร้อมกันนี้ ยังได้สั่งการให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เร่งแก้ไขปัญหาเพื่อไม่ให้กระทบภาพลักษณ์ของไทย และกำชับกระทรวงกลาโหมให้เร่งดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมตามคำมั่นที่ไทยให้ไว้

The post นายกฯ สั่งการหลังเยือนจีน กำชับทุกกระทรวงขับเคลื่อนความร่วมมือ สั่งพาณิชย์-เกษตรฯ เตรียมพร้อมลงนามขายข้าว 5 แสนตันให้จีนเดือนหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. เด้งชญานันท์ ปลัดกระทรวงทรัพย์ฯ หลังนั่งเก้าอี้ได้เพียง 3 เดือน ตั้งรวีวรรณ ภูริเดช ดำรงตำแหน่งแทน https://thestandard.co/cabinet-ousts-secretary-3-months/ Tue, 18 Nov 2025 08:00:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1144553 ครม. เด้งชญานันท์ ปลัดกระทรวงทรัพย์ฯ หลังนั่งเก้าอี้ได้เพียง 3 เดือน ตั้งรวีวรรณ ภูริเดช ดำรงตำแหน่งแทน

วันนี้ (18 พฤศจิกายน) เวลา 13.30 น. อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธ […]

The post ครม. เด้งชญานันท์ ปลัดกระทรวงทรัพย์ฯ หลังนั่งเก้าอี้ได้เพียง 3 เดือน ตั้งรวีวรรณ ภูริเดช ดำรงตำแหน่งแทน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. เด้งชญานันท์ ปลัดกระทรวงทรัพย์ฯ หลังนั่งเก้าอี้ได้เพียง 3 เดือน ตั้งรวีวรรณ ภูริเดช ดำรงตำแหน่งแทน

วันนี้ (18 พฤศจิกายน) เวลา 13.30 น. อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติแต่งตั้งรววรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แทนชญานันท์ ภักดีจิตต์

 

สำหรับชญานันท์ เพิ่งได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ดำรงตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 เพื่อทดแทนจตุพร บุรุษพัฒน์ ที่ลาออกไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในรัฐบาล แพรทองธาร ชินวัตร โดยนางชญานันท์ ดำรงตำแหน่งประมาณ 3 เดือนเท่านั้น

 

นอกจากนี้ ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (สำนักนายกรัฐมนตรี) ตามที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เสนอแต่งตั้ง สรพงค์ ศรียานงค์ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านการประสานกิจการความมั่นคง (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ให้ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป และนายกรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว

The post ครม. เด้งชญานันท์ ปลัดกระทรวงทรัพย์ฯ หลังนั่งเก้าอี้ได้เพียง 3 เดือน ตั้งรวีวรรณ ภูริเดช ดำรงตำแหน่งแทน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ที่ประชุม RBC ไทย-กัมพูชา ดีเดย์ถอนอาวุธหนัก-อาวุธทำลายล้างสูง ระบบจรวดหลายลำกล้อง เริ่ม 1 พ.ย. เป็นต้นไป https://thestandard.co/thai-cambodia-weapons-pullout/ Sat, 01 Nov 2025 02:12:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1138543 ที่ประชุม RBC ไทย-กัมพูชา ดีเดย์ถอน อาวุธหนัก-อาวุธทำลายล้างสูง ระบบจรวดหลายลำกล้อง เริ่ม 1 พ.ย. เป็นต้นไป

วันนี้ (31 ตุลาคม) กองทัพภาคที่ 2 ได้ออกแถลงข่าวการประช […]

The post ที่ประชุม RBC ไทย-กัมพูชา ดีเดย์ถอนอาวุธหนัก-อาวุธทำลายล้างสูง ระบบจรวดหลายลำกล้อง เริ่ม 1 พ.ย. เป็นต้นไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
ที่ประชุม RBC ไทย-กัมพูชา ดีเดย์ถอน อาวุธหนัก-อาวุธทำลายล้างสูง ระบบจรวดหลายลำกล้อง เริ่ม 1 พ.ย. เป็นต้นไป

วันนี้ (31 ตุลาคม) กองทัพภาคที่ 2 ได้ออกแถลงข่าวการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา (RBC) พิเศษ ว่าด้วยการถอนอาวุธหนักและอาวุธทำลายล้างสูง ระหว่างภูมิภาคทหารที่ 4 แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และกองทัพภาคที่ 2 แห่งราชอาณาจักรไทย ที่ด่านช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์

 

โดยมี พล.ท. โปว เฮง ผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 4 แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และพล.ท. วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 แห่งราชอาณาจักรไทย เป็นประธานร่วม และมีคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) จากทั้งฝั่งไทยและกัมพูชา เข้าร่วมสังเกตการณ์ในที่ประชุม

 

สำหรับการประชุมจัดขึ้นตามผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย-กัมพูชา สมัยพิเศษ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 และอยู่ภายใต้แนวทางและหลักการของถ้อยแถลงที่ได้ลงนามในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN Summit) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 68 โดยนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ไทย และมาเลเซีย ร่วมกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของทั้งสี่ประเทศในการส่งเสริม ความโปร่งใส

 

การสร้างความไว้วางใจ และการบริหารจัดการกำลังทางทหารอย่างมี ความรับผิดชอบในภูมิภาค ทั้ง 2 ฝ่าย จึงได้ตกลงร่วมกันในการดำเนินการถอนอาวุธหนักเป็นระยะ (Phased Removal) และมาตรการสร้างความไว้วางใจร่วมกัน เพื่อเสริมสร้าง ความเชื่อใจระหว่างกันและ เสถียรภาพตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

 

โดยได้นิยามและการจำแนกอาวุธ 3 ประเภท ดังนี้

 

  • ประเภท A หมายถึง ระบบจรวดหลายลำกล้องที่มีตั้งแต่ 2 ลำกล้องขึ้นไป
  • ประเภท B หมายถึง ระบบปืนใหญ่ทุกประเภท ประกอบด้วยระบบปืนใหญ่ลากจูงและปืนใหญ่อัตราจร รวมถึงปืนใหญ่ขนาด 105 มม. 122 มม. 130 มม. 152 มม. และ 155 155 141
  • ประเภท C หมายถึง รถหุ้มเกราะ โดยเฉพาะรถถัง ที่ออกแบบมาเพื่อให้มีการเคลื่อนที่ที่ได้รับการปกป้อง อำนาจการยิงที่เหนือกว่า และกำลังสนับสนุนโดยตรง

 

ทั้งสองฝ่ายยืนยันเจตนารมณ์ที่จะเคารพซึ่งกันและกัน และปฏิบัติตามผลการประชุม GBC ไทย-กัมพูชา สมัยพิเศษ ครั้งที่ 2 และหลักการในถ้อยแถลงที่ได้ร่วมลงนามเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 อย่างเคร่งครัด เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน

 

ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะดำเนินการถอนอาวุธทั้งสามประเภท (ประเภท A ประเภท B และประเภท C) โดยแบ่งเป็นระยะ ภายใต้การสังเกตการณ์และตรวจสอบของ AOT ตามแผนปฏิบัติการ

 

ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะอำนวยความสะดวกการตรวจสอบ จัดทำเอกสาร และสังเกตการณ์ของ AOT ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะออกแถลงข่าวเพื่อรายงานความคืบหน้าและการตรวจสอบ กระบวนการถอนอาวุธ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณะ ทั้งสองฝ่ายตกลงว่า หากฝ่ายใดปกปิดหรือบิดเบือนจำนวนหรือประเภทของอาวุธ ถือว่า การกระทำดังกล่าวสื่อถึงความไม่จริงใจในการคืนสู่สภาวะปกติ เสถียรภาพ และความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ

 

การถอนอาวุธหนักและอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (ประเภท A) ภายใต้ระยะที่ 1 จะดำเนินการเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 1-21 พฤศจิกายน 68 ภายใต้การสังเกตการณ์ และตรวจสอบของ AOT การประชุมฝ่ายเลขานุการ RBC เพื่อวางแผน และดำเนินการสำหรับระยะที่ 2 จะจัดขึ้นวันที่ 15 พฤศจิกายน 68 ภายใต้การสังเกตการณ์และตรวจสอบของ AOT

 

การถอนอาวุธหนักและอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงในระยะที่ 2 (ประเภท B) จะดำเนินการเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน-12 ธันวาคม 68 ภายใต้การสังเกตการณ์และตรวจสอบของ AOT การประชุมฝ่ายเลขานุการ RBC เพื่อวางแผนและดำเนินการระยะที่ 3 จะจัดขึ้นในวันที่ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันต่อไป ภายใต้การสังเกตการณ์และตรวจสอบของ AOT

 

การถอนอาวุธหนักและอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงในระยะที่ 3 (ประเภท C) กำหนดให้ ดำเนินการเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 13-31 ธันวาคม 2568 ภายใต้การสังเกตการณ์และตรวจสอบของ AOT การประชุมฝ่ายเลขานุการ RBC อาจจัดผ่านระบบออนไลน์หรือในสถานที่ร่วมกัน ตามที่ทั้งสองฝ่ายตกลง ภายใต้การสังเกตการณ์และตรวจสอบของ AOT เพื่อให้เกิดการประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพ การปรึกษาหารืออย่างทันท่วงที และการดำเนินการถอนอาวุธและตรวจสอบที่มีประสิทธิผล

 

กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า ทุกก้าวแห่งการปฏิบัติอยู่บนพื้นฐานของอธิปไตยผลประโยชน์ของชาติ และความปลอดภัยของประชาชน

 

ที่ประชุม RBC ไทย-กัมพูชา ดีเดย์ถอน อาวุธหนัก-อาวุธทำลายล้างสูง ระบบจรวดหลายลำกล้อง เริ่ม 1 พ.ย. เป็นต้นไป 1 ที่ประชุม RBC ไทย-กัมพูชา ดีเดย์ถอน อาวุธหนัก-อาวุธทำลายล้างสูง ระบบจรวดหลายลำกล้อง เริ่ม 1 พ.ย. เป็นต้นไป 2 ที่ประชุม RBC ไทย-กัมพูชา ดีเดย์ถอน อาวุธหนัก-อาวุธทำลายล้างสูง ระบบจรวดหลายลำกล้อง เริ่ม 1 พ.ย. เป็นต้นไป 3 ที่ประชุม RBC ไทย-กัมพูชา ดีเดย์ถอน อาวุธหนัก-อาวุธทำลายล้างสูง ระบบจรวดหลายลำกล้อง เริ่ม 1 พ.ย. เป็นต้นไป 4 ที่ประชุม RBC ไทย-กัมพูชา ดีเดย์ถอน อาวุธหนัก-อาวุธทำลายล้างสูง ระบบจรวดหลายลำกล้อง เริ่ม 1 พ.ย. เป็นต้นไป 5 ที่ประชุม RBC ไทย-กัมพูชา ดีเดย์ถอน อาวุธหนัก-อาวุธทำลายล้างสูง ระบบจรวดหลายลำกล้อง เริ่ม 1 พ.ย. เป็นต้นไป 6 ที่ประชุม RBC ไทย-กัมพูชา ดีเดย์ถอน อาวุธหนัก-อาวุธทำลายล้างสูง ระบบจรวดหลายลำกล้อง เริ่ม 1 พ.ย. เป็นต้นไป 7

The post ที่ประชุม RBC ไทย-กัมพูชา ดีเดย์ถอนอาวุธหนัก-อาวุธทำลายล้างสูง ระบบจรวดหลายลำกล้อง เริ่ม 1 พ.ย. เป็นต้นไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ยืนยัน MOU แรร์เอิร์ธ ยกเลิกได้ ไม่ใช่สัมปทาน ผ่านครม. แล้ว ไม่ใช่ลักไก่ ปัดถูกสหรัฐฯกดดันเซ็น-ซื้อเครื่องบิน 80 ลำ แลกซูเปอร์ดีลภาษี https://thestandard.co/pm-rare-earth-denies-us-pressure/ Tue, 28 Oct 2025 10:39:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1136603 นายกฯ ยืนยัน MOU แรร์เอิร์ธ ยกเลิกได้ ไม่ใช่สัมปทาน ผ่าน ครม. แล้ว ไม่ใช่ลักไก่ ปัดถูก สหรัฐฯ กดดันเซ็น-ซื้อเครื่องบิน 80 ลำ แลก ซูเปอร์ดีลภาษี

วันนี้ (28 ตุลาคม) ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) […]

The post นายกฯ ยืนยัน MOU แรร์เอิร์ธ ยกเลิกได้ ไม่ใช่สัมปทาน ผ่านครม. แล้ว ไม่ใช่ลักไก่ ปัดถูกสหรัฐฯกดดันเซ็น-ซื้อเครื่องบิน 80 ลำ แลกซูเปอร์ดีลภาษี appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ยืนยัน MOU แรร์เอิร์ธ ยกเลิกได้ ไม่ใช่สัมปทาน ผ่าน ครม. แล้ว ไม่ใช่ลักไก่ ปัดถูก สหรัฐฯ กดดันเซ็น-ซื้อเครื่องบิน 80 ลำ แลก ซูเปอร์ดีลภาษี

วันนี้ (28 ตุลาคม) ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างรัฐบาลสหรัฐอเมริกากับ รัฐบาลราชอาณาจักรไทย ว่าด้วยความร่วมมือในการกระจายห่วงโซ่อุปทานของแร่ธาตุสำคัญระดับโลก และส่งเสริมการลงทุนว่าเป็นอย่างไรบ้างนั้น​ นายกรัฐมนตรี​ กล่าวว่า​ เป็นการลงนาม ซึ่งหากในอนาคตเกิดเรามีแร่อะไรในประเทศไทยขึ้นมา

 

สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทยได้ เราอาจมีการศึกษาร่วมกัน หรือแสวงหาความร่วมมือร่วมกันกับสหรัฐอเมริกา​ ในกรณีที่เขามีเทคโนโลยีที่ดีกว่า และมีช่องทางตลาดที่มากกว่า​ แต่ไม่ใช่เราจะเซ็นกับเขาแค่ฝ่ายเดียว และไม่ใช่เรื่องของการให้สัมปทาน ซึ่งเป็นเรื่องของ MOU หากมีแร่ขึ้นมาและจะใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งอาจจะนำมาแปรรูปในอนาคต ก็เปิดโอกาสให้มีการศึกษา และทำความร่วมมือกัน

 

นายกรัฐมนตรียืนยันว่าไม่ใช่การให้สัมปทาน หรือการให้รายเดียว และไม่มีผลผูกพันใดๆ ทางกฎหมาย หากดูแล้ว​ ณ​ วันนั้นประเทศไทยทำได้เอง มีช่องทางการตลาดเอง หรือมีช่องทางทางเทคโนโลยีนำมาพัฒนาเองเราก็สามารถยกเลิก MOU ดังกล่าว และดำเนินการเองได้

 

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าไม่มีการบอกล่วงหน้าก่อนการลงนามนั้น นายกรัฐมนตรี ย้อนถามกลับว่า บอกใคร เรื่องนี้มีการพูดคุยกัน ทำการตกลงกันผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเขาบอกว่าหากเราแสดงท่าทีที่เป็นมิตร จะได้ประโยชน์ต่อการขอความร่วมมือต่างๆ จากสหรัฐอเมริกา และยิ่งตอนนี้มีหลายเรื่องที่เรากำลังเจรจากับเขา ซึ่งหากเรามีท่าทีที่เป็นมิตร และประเทศไทยไม่เสียเปรียบ​ อาจจะทำให้การเจรจาการค้าภาษี และเรื่องอื่นๆ อาจจะเป็นผลบวก ซึ่งยืนยันว่าไม่มีการลักไก่ เพราะหากลักไก่จะผ่านมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้อย่างไร​ และยืนยันว่าไม่มีการกดดันใดๆจากสหรัฐอเมริกา

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่ กับการรักษาสมดุลระหว่างประเทศมหาอำนาจ นายก​รัฐมนตรี​ กล่าวว่า​ ไม่ได้กังวล เจอจีนก็อธิบายให้เขาฟัง​

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการออกมาระบุว่า ​มีซูเปอร์​ดีล จัดซื้อเครื่องบิน 80 ลำ แลกภาษีทรัมป์ นายกรัฐมนตรีอุทาน พร้อมกล่าวว่า โอ้ คงไม่ทันสมัยตนมั้ง และเหตุใดตนจะต้องทำแบบนั้น ไม่เกี่ยวกันเป็นคนละเรื่อง หากซื้อเครื่องบิน 80 ลำ เหตุใดจะต้องไปเซ็นให้เขา เราเป็นผู้ซื้อ อันนี้เป็นเรื่องการแสดงท่าที ที่เป็นมิตรต่อกัน​ ส่วนที่มองว่าเป็นซูเปอร์ดีลแลกภาษีกับสหรัฐฯ ก็แล้วแต่คนจะคิด

The post นายกฯ ยืนยัน MOU แรร์เอิร์ธ ยกเลิกได้ ไม่ใช่สัมปทาน ผ่านครม. แล้ว ไม่ใช่ลักไก่ ปัดถูกสหรัฐฯกดดันเซ็น-ซื้อเครื่องบิน 80 ลำ แลกซูเปอร์ดีลภาษี appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิพัฒน์ นำประชุม ครม. แทนนายกฯ อนุทินครั้งแรก เคาะพลังงานชงลดค่าไฟฟ้าประชาชน กสทช.เสนอเน็ตคนละครึ่งใช้นาน 3 รอบบิล https://thestandard.co/pipat-cabinet-meeting-28-oct/ Tue, 28 Oct 2025 05:03:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1136430 พิพัฒน์ นำประชุม ครม. แทนนายกฯ อนุทินครั้งแรก เคาะพลังงานชงลดค่าไฟฟ้าประชาชน กสทช.เสนอเน็ตคนละครึ่งใช้นาน 3 รอบบิล

วันนี้ (28 ตุลาคม) บรรยากาศก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (คร […]

The post พิพัฒน์ นำประชุม ครม. แทนนายกฯ อนุทินครั้งแรก เคาะพลังงานชงลดค่าไฟฟ้าประชาชน กสทช.เสนอเน็ตคนละครึ่งใช้นาน 3 รอบบิล appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิพัฒน์ นำประชุม ครม. แทนนายกฯ อนุทินครั้งแรก เคาะพลังงานชงลดค่าไฟฟ้าประชาชน กสทช.เสนอเน็ตคนละครึ่งใช้นาน 3 รอบบิล

วันนี้ (28 ตุลาคม) บรรยากาศก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แทนนายกรัฐมนตรี เนื่องจากติดภารกิจการเดินทางเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 25 – 28 ตุลาคม 2568 ที่ประเทศมาเลเซีย

 

สำหรับวาระสำคัญเข้าสู่การ กระทรวงพลังงาน จะเสนอโครงการไฟฟ้าชุมชน ลดค่าไฟให้ประชาชน เป็นหนึ่งในนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล โดยมีเป้าหมายในการผลักดันและขับเคลื่อนโครงการไฟฟ้าชุมชน เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระดับท้องถิ่น และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าของประชาชนทั่วประเทศ ได้แก่ 1.โครงการโซลาร์ ฟาร์มชุมชน 2.โครงการโซลาร์สูบน้ำเพื่อการเกษตร 3.โครงการการส่งเสริมการติดตั้ง Solar Rooftop ในบ้านอยู่อาศัย 4.โครงการโซลาร์ลอยน้ำ ในเขื่อน (FPV) ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ 5.โครงการการส่งเสริมการติดตั้ง ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงาน แสงอาทิตย์สำหรับหน่วยงานของรัฐ

 

ขณะที่ สำนักงานกิจการกระจายเสียงแห่งกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะเสนอโครงการเน็ตคนละครึ่ง สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กว่า 14 ล้านราย โดยใช้งบประมาณสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุน กทปส.) เพื่อยกระดับโอกาสการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยให้สามารถใช้ประโยชน์ด้านการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม ซึ่งอัตราค่าบริการในโครงการเน็ตคนละครึ่ง’ ที่ 160 บาทรวมภาษีมูลค่าเพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ต (ดาต้า) อยู่ที่ 40 GB ต่อเดือนนาน 3 รอบบิล

 

พิพัฒน์ นำประชุม ครม. แทนนายกฯ อนุทินครั้งแรก เคาะพลังงานชงลดค่าไฟฟ้าประชาชน กสทช.เสนอเน็ตคนละครึ่งใช้นาน 3 รอบบิล 1 พิพัฒน์ นำประชุม ครม. แทนนายกฯ อนุทินครั้งแรก เคาะพลังงานชงลดค่าไฟฟ้าประชาชน กสทช.เสนอเน็ตคนละครึ่งใช้นาน 3 รอบบิล 2 พิพัฒน์ นำประชุม ครม. แทนนายกฯ อนุทินครั้งแรก เคาะพลังงานชงลดค่าไฟฟ้าประชาชน กสทช.เสนอเน็ตคนละครึ่งใช้นาน 3 รอบบิล 3 พิพัฒน์ นำประชุม ครม. แทนนายกฯ อนุทินครั้งแรก เคาะพลังงานชงลดค่าไฟฟ้าประชาชน กสทช.เสนอเน็ตคนละครึ่งใช้นาน 3 รอบบิล 4 พิพัฒน์ นำประชุม ครม. แทนนายกฯ อนุทินครั้งแรก เคาะพลังงานชงลดค่าไฟฟ้าประชาชน กสทช.เสนอเน็ตคนละครึ่งใช้นาน 3 รอบบิล 5 พิพัฒน์ นำประชุม ครม. แทนนายกฯ อนุทินครั้งแรก เคาะพลังงานชงลดค่าไฟฟ้าประชาชน กสทช.เสนอเน็ตคนละครึ่งใช้นาน 3 รอบบิล 6 พิพัฒน์ นำประชุม ครม. แทนนายกฯ อนุทินครั้งแรก เคาะพลังงานชงลดค่าไฟฟ้าประชาชน กสทช.เสนอเน็ตคนละครึ่งใช้นาน 3 รอบบิล 7 พิพัฒน์ นำประชุม ครม. แทนนายกฯ อนุทินครั้งแรก เคาะพลังงานชงลดค่าไฟฟ้าประชาชน กสทช.เสนอเน็ตคนละครึ่งใช้นาน 3 รอบบิล 8 พิพัฒน์ นำประชุม ครม. แทนนายกฯ อนุทินครั้งแรก เคาะพลังงานชงลดค่าไฟฟ้าประชาชน กสทช.เสนอเน็ตคนละครึ่งใช้นาน 3 รอบบิล 9 พิพัฒน์ นำประชุม ครม. แทนนายกฯ อนุทินครั้งแรก เคาะพลังงานชงลดค่าไฟฟ้าประชาชน กสทช.เสนอเน็ตคนละครึ่งใช้นาน 3 รอบบิล 10 พิพัฒน์ นำประชุม ครม. แทนนายกฯ อนุทินครั้งแรก เคาะพลังงานชงลดค่าไฟฟ้าประชาชน กสทช.เสนอเน็ตคนละครึ่งใช้นาน 3 รอบบิล 11 พิพัฒน์ นำประชุม ครม. แทนนายกฯ อนุทินครั้งแรก เคาะพลังงานชงลดค่าไฟฟ้าประชาชน กสทช.เสนอเน็ตคนละครึ่งใช้นาน 3 รอบบิล 12 พิพัฒน์ นำประชุม ครม. แทนนายกฯ อนุทินครั้งแรก เคาะพลังงานชงลดค่าไฟฟ้าประชาชน กสทช.เสนอเน็ตคนละครึ่งใช้นาน 3 รอบบิล 13 พิพัฒน์ นำประชุม ครม. แทนนายกฯ อนุทินครั้งแรก เคาะพลังงานชงลดค่าไฟฟ้าประชาชน กสทช.เสนอเน็ตคนละครึ่งใช้นาน 3 รอบบิล 14 พิพัฒน์ นำประชุม ครม. แทนนายกฯ อนุทินครั้งแรก เคาะพลังงานชงลดค่าไฟฟ้าประชาชน กสทช.เสนอเน็ตคนละครึ่งใช้นาน 3 รอบบิล 15

The post พิพัฒน์ นำประชุม ครม. แทนนายกฯ อนุทินครั้งแรก เคาะพลังงานชงลดค่าไฟฟ้าประชาชน กสทช.เสนอเน็ตคนละครึ่งใช้นาน 3 รอบบิล appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินนำประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรก มั่นใจ 4 เดือน เศรษฐกิจไทย เติบโต-แก้ปัญหาปากท้องได้ นัดประชุมบ่ายวันจันทร์ทุกสัปดาห์ https://thestandard.co/anutin-first-economic-meeting/ Wed, 15 Oct 2025 04:50:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1130703 อนุทิน นำประชุม ครม.เศรษฐกิจ นัดแรก มั่นใจ 4 เดือน เศรษฐกิจ ไทย เติบโต - แก้ปัญหาปากท้องได้ นัดประชุมบ่ายวันจันทร์ทุกสัปดาห์

วันนี้ (15 ตุลาคม) เวลา 10.20 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกร […]

The post อนุทินนำประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรก มั่นใจ 4 เดือน เศรษฐกิจไทย เติบโต-แก้ปัญหาปากท้องได้ นัดประชุมบ่ายวันจันทร์ทุกสัปดาห์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน นำประชุม ครม.เศรษฐกิจ นัดแรก มั่นใจ 4 เดือน เศรษฐกิจ ไทย เติบโต - แก้ปัญหาปากท้องได้ นัดประชุมบ่ายวันจันทร์ทุกสัปดาห์

วันนี้ (15 ตุลาคม) เวลา 10.20 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางมาที่อาคารรัฐสภา เพื่อร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 1/2568 ถือเป็นนัดแรกของการประชุม

 

นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมฯว่า ต้องมีการสรุปภาวะเศรษฐกิจของไทย ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี มาตรการและจะสอบถามถึงมาตรการระยะสั้นและระยะกลาง ส่วนระยะยาวคงไม่ต้องถามเพราะอยู่แค่ 4 เดือน เอาเรื่องที่รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาลดความเดือดร้อนของประชาชนก่อน ส่วนรายละเอียด ให้ถามรองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ อีกครั้ง

 

เมื่อถามถึง การเปิดลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสในส่วนของร้านค้าวันแรก นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันนี้ลงทะเบียนครับ ก่อนหันไปชี้ที่เสื้อของ เอกนิติที่วันนี้ได้สวมใส่เสื้อยืด โครงการคนละครึ่ง พร้อมระบุว่าให้ภาพเล่าเรื่อง

 

จากนั้น เวลา 10.25 น. อนุทินได้ร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ร่วมกับเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, ศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, อรรพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รวมถึงนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และตัวแทนภาคเอกชน 3 สถาบัน ที่ห้องประชุมกรรมาธิการ CB 406 อาคารรัฐสภา

 

อนุทินกล่าวในที่ประชุมว่า ขอขอบคุณทุกคนที่มาร่วมประชุมนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของรัฐบาลนี้ โดยได้มีนโยบายให้มีการจัดประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจก่อนที่จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีทั่วไป

 

ทั้งนี้ ได้รับคำแนะนำจากเอกนิติว่า ในเมื่อเป็นการประชุมด้านเศรษฐกิจแล้ว เพื่อให้การสื่อสารรวดเร็วและสามารถรับฟังปัญหาได้ ขอให้มีการตั้งคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจขึ้น ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยมีตัวแทนภาคเอกชนมาร่วมด้วย และขอขอบคุณประธานสภาภาคเอกชนที่ให้ความร่วมมือมาร่วมประชุม

 

อนุทินกล่าวต่อว่า ตนมีความมั่นใจว่าด้วยความร่วมมือนี้จะสามารถผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโต และแก้ไขปัญหาปากท้องให้กับประชาชนได้ แม้จะมีระยะเวลาการบริหารงานแค่ 4 เดือน ซึ่งในการดำเนินการต่าง ๆ นั้นจะเน้นเรื่องการทำนโยบาย Quick Win หรือตามมติของเอกนิติก็คือ Big Quick Win ให้สอดคล้องกับการบริหารนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มตัว

 

สำหรับการประชุมนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ที่อยู่ในคณะกรรมการได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และใช้วิธีนี้ในการพูดคุยอัปเดตข้อมูลงานที่แต่ละกระทรวงกำลังขับเคลื่อน และมีการแลกเปลี่ยนความคืบหน้า ข้อชี้แนะกับทางภาคเอกชนด้วย ซึ่งการขับเคลื่อนนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาลจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อให้เกิดความสำเร็จ และเห็นผลภายในระยะเวลาที่มีอยู่คือ 4 เดือน ตามแนวคิด ‘กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว’

 

ทั้งนี้เพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ตนได้ขอให้ปลัดกระทรวงและหัวหน้าหน่วยงานด้านเศรษฐกิจต่างๆ เข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย ซึ่งหลายคนจะได้เป็นสะพานเชื่อมนำสิ่งที่หารือในที่ประชุมนี้ไปให้ส่วนราชการที่กำกับดูแลดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว

 

ในการประชุมวันนี้ขอให้เน้นเรื่องความคล่องตัว และลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เมื่อมีผลของการประชุมออกมาแล้ว เป็นมติของที่ประชุม ก็ขอให้เรื่องที่อยู่ภายใต้หน้าที่ของท่านทำตามกฎหมาย หากมีความคืบหน้าอย่างไร ขอให้มารายงานในที่ประชุม เพราะที่ประชุมแห่งนี้ ซึ่งจะมีการประชุมทุกสัปดาห์ ในวันจันทร์ช่วงบ่าย และถ้ามีความจำเป็นในกรณีที่ต้องมีการใช้ มติหรืออำนาจของ ครม. ในการแก้ไขปัญหาหรือดำเนินการ ตนก็จะได้นำเรื่องบรรจุเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

 

อนุทิน นำประชุม ครม.เศรษฐกิจ นัดแรก มั่นใจ 4 เดือน เศรษฐกิจ ไทย เติบโต - แก้ปัญหาปากท้องได้ นัดประชุมบ่ายวันจันทร์ทุกสัปดาห์ 1 อนุทิน นำประชุม ครม.เศรษฐกิจ นัดแรก มั่นใจ 4 เดือน เศรษฐกิจ ไทย เติบโต - แก้ปัญหาปากท้องได้ นัดประชุมบ่ายวันจันทร์ทุกสัปดาห์ 2 อนุทิน นำประชุม ครม.เศรษฐกิจ นัดแรก มั่นใจ 4 เดือน เศรษฐกิจ ไทย เติบโต - แก้ปัญหาปากท้องได้ นัดประชุมบ่ายวันจันทร์ทุกสัปดาห์ 3 อนุทิน นำประชุม ครม.เศรษฐกิจ นัดแรก มั่นใจ 4 เดือน เศรษฐกิจ ไทย เติบโต - แก้ปัญหาปากท้องได้ นัดประชุมบ่ายวันจันทร์ทุกสัปดาห์ 4 อนุทิน นำประชุม ครม.เศรษฐกิจ นัดแรก มั่นใจ 4 เดือน เศรษฐกิจ ไทย เติบโต - แก้ปัญหาปากท้องได้ นัดประชุมบ่ายวันจันทร์ทุกสัปดาห์ 5 อนุทิน นำประชุม ครม.เศรษฐกิจ นัดแรก มั่นใจ 4 เดือน เศรษฐกิจ ไทย เติบโต - แก้ปัญหาปากท้องได้ นัดประชุมบ่ายวันจันทร์ทุกสัปดาห์ 6 อนุทิน นำประชุม ครม.เศรษฐกิจ นัดแรก มั่นใจ 4 เดือน เศรษฐกิจ ไทย เติบโต - แก้ปัญหาปากท้องได้ นัดประชุมบ่ายวันจันทร์ทุกสัปดาห์ 7 อนุทิน นำประชุม ครม.เศรษฐกิจ นัดแรก มั่นใจ 4 เดือน เศรษฐกิจ ไทย เติบโต - แก้ปัญหาปากท้องได้ นัดประชุมบ่ายวันจันทร์ทุกสัปดาห์ 8

The post อนุทินนำประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรก มั่นใจ 4 เดือน เศรษฐกิจไทย เติบโต-แก้ปัญหาปากท้องได้ นัดประชุมบ่ายวันจันทร์ทุกสัปดาห์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ตั้ง ‘เอกนิติ’ เป็นประธานคณะทำงานเจรจาการค้าสหรัฐฯ เร่งคุยลดภาษีต่ำกว่า 19% ปกป้องเกษตร-อุตสาหกรรม https://thestandard.co/cabinet-trade-strategy-us-negotiation-akkanit-president/ Tue, 14 Oct 2025 07:26:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1130228 cabinet-trade-strategy-us-negotiation-akkanit-president

วันนี้ (14 ตุลาคม) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุทิน ช […]

The post นายกฯ ตั้ง ‘เอกนิติ’ เป็นประธานคณะทำงานเจรจาการค้าสหรัฐฯ เร่งคุยลดภาษีต่ำกว่า 19% ปกป้องเกษตร-อุตสาหกรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
cabinet-trade-strategy-us-negotiation-akkanit-president

วันนี้ (14 ตุลาคม) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง คณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา โดยมี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อเร่งรัดการเจรจาลดหย่อนภาษีการค้าระหว่างประเทศให้ต่ำกว่า หรืออย่างน้อยไม่เกินระดับปัจจุบันที่ร้อยละ 19 โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องภาคการส่งออก เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การจ้างงาน และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

 

สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่งเป็น ตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของไทย รวมถึงการเร่งสรุปข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรป (EU) ภายในช่วง 4 เดือนข้างหน้า เพื่อวางรากฐานทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนของประเทศในระยะยาว

 

คณะทำงานที่จัดตั้งขึ้นประกอบด้วย รัฐมนตรีจาก 6 กระทรวงหลัก เพื่อให้เกิดการบูรณาการการทำงานและขับเคลื่อนนโยบายในระดับสูง โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กำกับดูแล

 

การแต่งตั้งคณะทำงานครั้งนี้เป็นไปเพื่อเร่งเจรจา เนื่องจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อการส่งออกของไทย ซึ่งรัฐบาลมองว่าการลดภาษีให้ต่ำกว่าหรืออย่างน้อยไม่เกิน ร้อยละ 19 จะช่วยบรรเทาผลกระทบและปกป้องผลประโยชน์ของภาคส่วนสำคัญของไทย

 

นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า ในหลายประเด็นที่สหรัฐฯ เรียกร้องนั้น สอดคล้อง กับสิ่งที่ประเทศไทยควรปรับปรุงอยู่แล้ว เช่น กฎระเบียบ การบังคับใช้กฎหมาย และมาตรฐานสินค้า ซึ่งเป็นโอกาสให้ไทยพัฒนาตนเองไปพร้อมกัน

 

นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้รัฐมนตรีทุกคนกำกับดูแลและสั่งการในส่วนที่รับผิดชอบ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการเจรจาสามารถหาทางออกร่วมกัน และผลักดันให้การเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ และ FTA ไทย-EU สามารถ จบลงได้ในเวลาอันเหมาะสม และนำมาซึ่ง ผลประโยชน์ในภาพรวมของประเทศ ตามนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภาไว้

The post นายกฯ ตั้ง ‘เอกนิติ’ เป็นประธานคณะทำงานเจรจาการค้าสหรัฐฯ เร่งคุยลดภาษีต่ำกว่า 19% ปกป้องเกษตร-อุตสาหกรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯอนุทิน นำประชุม ครม. ขอบคุณทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่ดูแลประชาชน ตั้ง เอกนิติ เป็นประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ https://thestandard.co/anutin-cabinet-meeting-14-oct/ Tue, 14 Oct 2025 04:39:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1130143 นายกฯอนุทิน นำประชุม ครม. ขอบคุณทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่ดูแลประชาชน ตั้ง เอกนิติ เป็นประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ

วันนี้ (14 ตุลาคม) ที่อาคารรัฐสภา เวลา 10.10 น. อนุทิน […]

The post นายกฯอนุทิน นำประชุม ครม. ขอบคุณทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่ดูแลประชาชน ตั้ง เอกนิติ เป็นประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯอนุทิน นำประชุม ครม. ขอบคุณทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่ดูแลประชาชน ตั้ง เอกนิติ เป็นประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ

วันนี้ (14 ตุลาคม) ที่อาคารรัฐสภา เวลา 10.10 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ห้อง CB 406 ห้องประชุมงบประมาณ อาคารรัฐสภา สัปปายะสภาสถาน เนื่องจากในวันนี้จะมีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 1) เป็นพิเศษ โดยมีวาระเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่….)

 

สำหรับวาระสำคัญในการประชุม ครม.วันนี้ คาดว่ากระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอวาระเพื่อทราบ ให้ที่ประชุมพิจารณาบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงจำนวน 19 ตำแหน่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารราชการและตอบสนองนโยบายของรัฐบาล

 

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการช่วงแรก ของการประชุมครม. ว่า ขอบคุณคณะรัฐมนตรีทุกท่านที่ได้ลงพื้นที่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และเยียวยาให้กับประชาชน สร้างความเชื่อมั่นในการดูแลของรัฐบาลเมื่อประชาชนประสบความเดือดร้อน

 

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเยือนมาเลเซียในลักษณะ Working Visit เพื่อเข้าร่วมการหารือ 4 ฝ่าย ระหว่างมาเลเซีย สหรัฐฯ ไทย และกัมพูชา ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน โดยมีความคืบหน้า ผลการหารือไปในทางที่ดีมาก ประเทศไทยได้รับการตอบสนองในเงื่อนไขต่างๆ เพื่อที่จะนำไปสู่การดำเนินการขั้นต่อไป ซึ่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะเดินทางไปหารืออีกครั้ง ภายในสัปดาห์นี้

 

ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐฯ และการเร่งสรุป FTA กับสหภาพยุโรป เพื่อวางรากฐานทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ของประเทศในระยะยาว ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการในช่วง 4 เดือน สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของไทย และนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบในวงกว้าง รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเร่งการเจรจาเพื่อลดภาษีให้ต่ำกว่าหรืออย่างน้อยไม่เกินระดับปัจจุบันที่ร้อยละ 19 เพื่อปกป้องภาคการส่งออก เกษตร อุตสาหกรรม การจ้างงาน และเศรษฐกิจโดยรวม

 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ โดยมีเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ร่วมกับรัฐมนตรีจาก 6 กระทรวงหลัก เพื่อบูรณาการการทำงานและขับเคลื่อนในระดับนโยบาย และสิ่งที่สหรัฐฯ เรียกร้องหลายประเด็นสอดคล้องกับสิ่งที่ควรปรับปรุงอยู่แล้ว อาทิ กฎระเบียบ การบังคับใช้กฎหมาย หรือมาตรฐานสินค้า

 

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า การเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ และ FTA ไทย – EU เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา ขอให้รัฐมนตรีทุกคนกำชับและสั่งการในเรื่องที่จำเป็นกับผู้เข้าร่วมการเจรจาในส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบ เพื่อช่วยกันหาทางออกให้การเจรจาสามารถจบลงได้ในเวลาอันเหมาะสม และนำมาซึ่งผลประโยชน์ในภาพรวมของประเทศ

 

ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาการให้ความช่วยเหลือประชาชน ในกรณีที่ต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัยหลายครั้ง หากมีความจำเป็นต้องทบทวนมติ ครม. ก็ให้เร่งดำเนินการเสนอมาที่ ครม. โดยเร็ว

 

อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันนี้นายกรัฐมนตรี ได้นำหนังสือ ‘ธรรมนาวา วัง’ หนังสือคู่มือชีวิตพระราชทาน และคติธรรมของสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกใส่กรอบรูป มอบให้คณะรัฐมนตรีทุกคน

 

ทั้งนี้ มีรัฐมนตรีลาการประชุมทั้งหมด 2 คน ได้แก่ พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

 

 

นายกฯอนุทิน นำประชุม ครม. ขอบคุณทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่ดูแลประชาชน ตั้ง เอกนิติ เป็นประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ 1 นายกฯอนุทิน นำประชุม ครม. ขอบคุณทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่ดูแลประชาชน ตั้ง เอกนิติ เป็นประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ 2 นายกฯอนุทิน นำประชุม ครม. ขอบคุณทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่ดูแลประชาชน ตั้ง เอกนิติ เป็นประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ 3 นายกฯอนุทิน นำประชุม ครม. ขอบคุณทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่ดูแลประชาชน ตั้ง เอกนิติ เป็นประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ 4 นายกฯอนุทิน นำประชุม ครม. ขอบคุณทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่ดูแลประชาชน ตั้ง เอกนิติ เป็นประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ 5 นายกฯอนุทิน นำประชุม ครม. ขอบคุณทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่ดูแลประชาชน ตั้ง เอกนิติ เป็นประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ 6 นายกฯอนุทิน นำประชุม ครม. ขอบคุณทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่ดูแลประชาชน ตั้ง เอกนิติ เป็นประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ 7 นายกฯอนุทิน นำประชุม ครม. ขอบคุณทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่ดูแลประชาชน ตั้ง เอกนิติ เป็นประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ 8 นายกฯอนุทิน นำประชุม ครม. ขอบคุณทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่ดูแลประชาชน ตั้ง เอกนิติ เป็นประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ 9 นายกฯอนุทิน นำประชุม ครม. ขอบคุณทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่ดูแลประชาชน ตั้ง เอกนิติ เป็นประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ 10 นายกฯอนุทิน นำประชุม ครม. ขอบคุณทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่ดูแลประชาชน ตั้ง เอกนิติ เป็นประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ 11 นายกฯอนุทิน นำประชุม ครม. ขอบคุณทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่ดูแลประชาชน ตั้ง เอกนิติ เป็นประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ 12 นายกฯอนุทิน นำประชุม ครม. ขอบคุณทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่ดูแลประชาชน ตั้ง เอกนิติ เป็นประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ 13 นายกฯอนุทิน นำประชุม ครม. ขอบคุณทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่ดูแลประชาชน ตั้ง เอกนิติ เป็นประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ 14 นายกฯอนุทิน นำประชุม ครม. ขอบคุณทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่ดูแลประชาชน ตั้ง เอกนิติ เป็นประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ 15 นายกฯอนุทิน นำประชุม ครม. ขอบคุณทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่ดูแลประชาชน ตั้ง เอกนิติ เป็นประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ 16 นายกฯอนุทิน นำประชุม ครม. ขอบคุณทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่ดูแลประชาชน ตั้ง เอกนิติ เป็นประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ 17 นายกฯอนุทิน นำประชุม ครม. ขอบคุณทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่ดูแลประชาชน ตั้ง เอกนิติ เป็นประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ 18 นายกฯอนุทิน นำประชุม ครม. ขอบคุณทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่ดูแลประชาชน ตั้ง เอกนิติ เป็นประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ 19 นายกฯอนุทิน นำประชุม ครม. ขอบคุณทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่ดูแลประชาชน ตั้ง เอกนิติ เป็นประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ 20 นายกฯอนุทิน นำประชุม ครม. ขอบคุณทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่ดูแลประชาชน ตั้ง เอกนิติ เป็นประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ 21

The post นายกฯอนุทิน นำประชุม ครม. ขอบคุณทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่ดูแลประชาชน ตั้ง เอกนิติ เป็นประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. มีมตินำชื่อ ธนพร ศรียากูล กลับเข้าสู่นักศึกษาหลักสูตร วปอ. หลังรัฐบาลชุดที่แล้วถอนชื่อออก https://thestandard.co/thanaporn-sriyakul-reinstated-ndc/ Tue, 07 Oct 2025 06:23:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1127513 ธนพร ศรียากูล วปอ.

วันนี้ (7 ตุลาคม) รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (คร […]

The post ครม. มีมตินำชื่อ ธนพร ศรียากูล กลับเข้าสู่นักศึกษาหลักสูตร วปอ. หลังรัฐบาลชุดที่แล้วถอนชื่อออก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนพร ศรียากูล วปอ.

วันนี้ (7 ตุลาคม) รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แจ้งว่า ในการประชุม ครม. ได้พิจารณากรณีที่ประชุม ครม. ชุดที่แล้วของ แพทองธาร ชินวัตร เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ ภูมิธรรม เวชชชัย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้านายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้ถอนรายชื่อ รศ.ดร. ธนพร ศรียากูล อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ออกจากรายชื่อนักศึกษาหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ปี 2569 

 

ล่าสุด ครม. ชุดปัจจุบันได้พิจารณานำรายชื่อธนพรกลับเข้ามาเป็นนักศึกษาหลักสูตร วปอ. ปี 2569 อีกครั้ง 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ประชุม ครม. มีมติถอนชื่อ รศ.ดร.ธนพร ออกจากรายชื่อนักศึกษาหลักสูตร วปอ. ปี 2569 เนื่องจากมีผู้แทนหลายองค์กร ยื่นร้องเรียนเรื่องความเหมาะสมที่จะเข้าเรียนในหลักสูตรดังกล่าว เนื่องจากมีการกระทำที่อาจสร้างความเสื่อมเสียให้กับองค์กร

The post ครม. มีมตินำชื่อ ธนพร ศรียากูล กลับเข้าสู่นักศึกษาหลักสูตร วปอ. หลังรัฐบาลชุดที่แล้วถอนชื่อออก appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ สั่งรัฐมนตรี เร่งช่วยเหลือประชาชนน้ำท่วม รายงานผลทุกสัปดาห์ กำชับให้ความร่วมมือตอบกระทู้สภา https://thestandard.co/thailand-flood-relief-pm-order/ Tue, 07 Oct 2025 06:06:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1127481 อนุทิน น้ำท่วม

วันนี้ (7 ตุลาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล สิริพงศ์ อังคสกุลเกี […]

The post นายกฯ สั่งรัฐมนตรี เร่งช่วยเหลือประชาชนน้ำท่วม รายงานผลทุกสัปดาห์ กำชับให้ความร่วมมือตอบกระทู้สภา appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน น้ำท่วม

วันนี้ (7 ตุลาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ดังนี้ 

 

เนื่องในโอกาสวันนวมินทรมหาราช ซึ่งนอกจากจะมีพระราชพิธีที่ต้องเข้าร่วมแล้ว นายกรัฐมนตรีกล่าวฝากให้ทุกกระทรวงจัดกิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่ทรงงานหนักเพื่อประชาชน ตลอดเวลา 70 ปี แห่งการครองราชย์ 

 

นอกจากนี้ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้เคยมอบหมายให้รัฐมนตรีลงพื้นที่ และตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือเยียวยาแก่ประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่ต่าง ๆ โดยให้รัฐมนตรี รายงานผลการดำเนินการดังกล่าวให้ทราบทุกวัน หรืออาจรายงานให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทราบทุกสัปดาห์ โดยการบริหารจัดการน้ำ ขอให้รัฐมนตรีทุกคนสั่งการดำเนินการอย่างเป็นบูรณาการ

 

ส่วนของการตอบกระทู้ในสภา กรณีที่มีกระทู้ถามในสภา ขอให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ ให้ความร่วมมือและเข้าร่วมตอบกระทู้ด้วย

 

นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า วันนี้ ครม. มีเรื่องสำคัญ คือ โครงการคนละครึ่ง พลัส ซึ่งเป็น 1 ในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ที่จะช่วยสร้างรายได้และลดรายจ่ายให้แก่พี่น้องประชาชน ซึ่งกระทรวงการคลังจะได้นำเสนอรายละเอียดและหารือกันในวาระพิจารณา

The post นายกฯ สั่งรัฐมนตรี เร่งช่วยเหลือประชาชนน้ำท่วม รายงานผลทุกสัปดาห์ กำชับให้ความร่วมมือตอบกระทู้สภา appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน นำประชุม ครม. จ่อไฟเขียวคนละครึ่งพลัส งบ 4.4 หมื่นล้าน https://thestandard.co/cabinet-khon-la-krueng-plus-oct-20-wpo/ Tue, 07 Oct 2025 04:20:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1127427 cabinet-khon-la-krueng-plus-oct-20-wpo

วันนี้ (7 ตุลาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล […]

The post อนุทิน นำประชุม ครม. จ่อไฟเขียวคนละครึ่งพลัส งบ 4.4 หมื่นล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
cabinet-khon-la-krueng-plus-oct-20-wpo

วันนี้ (7 ตุลาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 อย่างเป็นทางการของรัฐบาล และเป็นสัปดาห์แรก ของการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 

 

สำหรับวาระที่น่าสนใจในการประชุม ครม. วันนี้ กระทรวงการคลังจะเสนอการดำเนินโครงการคนละครึ่งพลัส ภายใต้กรอบวงเงิน 44,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงบกระตุ้นเศรษฐกิจปีงบฯ 2569 วงเงิน 25,000 ล้านบาท และงบกลาง 19,000 ล้านบาท โดยคาดว่าโครงการดังกล่าวจะครอบคลุมประชาชนกว่า 20 ล้านสิทธิ

 

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเริ่มลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตังได้ระหว่างวันที่ 20-26 ตุลาคมนี้ โดยผู้ที่อยู่ในระบบภาษีจะได้รับสิทธิ์คนละ 2,400 บาท ส่วนประชาชนทั่วไปจะได้รับ 2,000 บาท และคาดว่าจะเริ่มใช้สิทธิ์ได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังจะพิจารณาแผนบูรณาการการทำงานตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลในแต่ละด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และดิจิทัล เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินมีเอกภาพและลดความซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงาน 

 

อีกทั้งอาจมีการพิจารณางบเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากข้อพิพาทในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยฝ่ายความมั่นคงจะรายงานสถานการณ์ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 เนื่องจากวันนี้ครบกำหนดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย ส่งแผนอพยพชาวกัมพูชาในพื้นที่บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว และบ้านคลองแผง รวมถึงจะมีการรายงานความคืบหน้าการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ซึ่งถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด 

ขณะเดียวกัน สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะเสนอแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานรัฐในการจัดทำความเห็นประกอบการพิจารณาของ ครม. และเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายด้านเศรษฐกิจ 

 

รวมถึงเสนอแนวทางดำเนินการตามคำสั่งศาลปกครองกลางในคดีหมายเลขดำที่ 1896/2568 ระหว่าง ธนพร ศรียากูล ผู้ฟ้องคดี กับคณะรัฐมนตรีและพวก รวม 3 คน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการอนุมัติรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเข้าศึกษาในหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 ประจำปีการศึกษา 2568-2569 ของวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ

 

นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จะรายงานรายชื่อคณะกรรมการต่าง ๆ ที่แต่งตั้งโดยมติคณะรัฐมนตรี, กระทรวงคมนาคมจะเสนอแต่งตั้งกรรมการอื่นในคณะกรรมการการบินพลเรือนด้วย ส่วนการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย วงเงินกว่า 6,000 ล้านบาท คาดว่าจะนำเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุม ครม. วันที่ 14 ตุลาคมนี้

 

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งที่ 2 ที่มีนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธาน การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งที่ 2 ที่มีนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธาน การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งที่ 2 ที่มีนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธาน การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งที่ 2 ที่มีนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธาน การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งที่ 2 ที่มีนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธาน การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งที่ 2 ที่มีนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธาน การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งที่ 2 ที่มีนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธาน การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งที่ 2 ที่มีนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธาน การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งที่ 2 ที่มีนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธาน การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งที่ 2 ที่มีนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธาน

The post อนุทิน นำประชุม ครม. จ่อไฟเขียวคนละครึ่งพลัส งบ 4.4 หมื่นล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินนำประชุม ครม. นัดแรก สั่งการใช้งบ 68 ชำระหนี้-เยียวยาประชาชนน้ำท่วม-ทบทวนงบเยียวยาชายแดน https://thestandard.co/anutin-leads-first-cabinet-meeting/ Tue, 30 Sep 2025 12:57:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1124890

วันนี้ (30 กันยายน) ที่อาคารรัฐสภา เวลา 18.30 น. อนุทิน […]

The post อนุทินนำประชุม ครม. นัดแรก สั่งการใช้งบ 68 ชำระหนี้-เยียวยาประชาชนน้ำท่วม-ทบทวนงบเยียวยาชายแดน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (30 กันยายน) ที่อาคารรัฐสภา เวลา 18.30 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก ที่ห้อง CB 406 ห้องประชุมงบประมาณ อาคารัฐสภา สัปปายะสภาสถาน ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

 

สำหรับวาระสำคัญในการประชุม ครม.วันนี้ จะเป็นการพิจารณาการบริหารจัดการงบประมาณที่เหลือในงบกลางรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉิน และจำเป็นเร่งด่วน พ.ศ.2568 จำนวน 6.2 หมื่นล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อใช้ดำเนินการใน 2 ส่วน ได้แก่ นโยบายคนละครึ่ง และนโยบายชำระหนี้รัฐบาลให้ธนาคาร ในช่วงเดือนตุลาคมนี้​ ซึ่งจะต้องอนุมัติวันนี้ 30 กันยายน ถือเป็นวันสุดท้ายในปีงบประมาณ

 

ส่วนอื่นๆ จะเป็นในส่วนงบของหน่วยงานที่ขอเข้ามา อาทิ หน่วยงานทหารในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ประมาณ 500-700 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีงบประมาณรายจ่ายประจำ ที่ตั้งไว้อย่างเงินเดือนข้าราชการประมาณ 3,000 ล้านบาท​ รวมถึงงบเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ซึ่งมีในส่วนที่ค้างท่ออยู่ประมาณ 1,580 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ ครม. ยังได้แต่งตั้ง สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ​ อดีต สส. ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ดำรงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีด้วย

 

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการช่วงแรก ของการประชุมครม. ว่า ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่การสั่งการมอบนโยบาย และการทำงานของรัฐบาลอย่างสมบูรณ์แบบ จากนี้ต้องเร่งทำงานเพื่อให้นโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชน

 

อนุทินยังชี้แจงถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี ภายหลังการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาในวันนี้ว่าเนื่องจากมีเรื่องสำคัญ อาทิ การใช้งบประมาณปี 2568 เพื่อให้สามารถใช้งบประมาณที่ค้างอยู่กว่า 60,000 ล้านบาทได้ ไปดำเนินการ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และชำระคืนโครงการที่ใช้เงินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ทั้งจะใช้โอกาสนี้ นำข้อสั่งการมอบให้กับกระทรวงต่างๆ เพื่อเร่งปฏิบัติทันที

 

อนุทิน กล่าวต่อว่า จากการที่ตนได้ลงพื้นที่ในหลายจังหวัดช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา และทราบว่ารัฐมนตรีหลายท่านได้ลงพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติ ท่านคงได้เห็นแล้วว่าปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากอุทกภัย ตอนนี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทุกปี เราคงต้องมีการดำเนินการทั้งในระยะสั้น และระยะยาว เพื่อให้ความเดือดร้อน และความเสียหาย ของพี่น้องประชาชนได้รับการช่วยเหลือเยียวยา

 

ตนขอให้ทางกระทรวงมหาดไทย เร่งสั่งการไปยังจังหวัดลงไปถึงระดับอำเภอ เพื่อเร่งขึ้นทะเบียนผู้ประสบภัย โดยที่รัฐบาลจะเร่งจัดการให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้เสนอค่าเยียวยาเบื้องต้นให้กับครอบครัวผู้ประสบภัย เรื่องการเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากธรรมชาติ เพื่อให้ดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ มีความเป็นเอกภาพไม่ซ้ำซ้อน และครอบคลุมทุกมิติ

 

ตนจึงขอให้ทุกส่วนราชการและทุกหน่วยงานของรัฐ ยังขอให้ทุกส่วนราชการ ส่งเรื่องที่เกี่ยวกับมาตรการหรือแนวทางในการช่วยเหลือเยียวยาดังกล่าวที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศชป.) เพื่อเห็นภาพรวมก่อนจะเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า พบว่ามีหลายพื้นที่ในเขตจังหวัดภาคกลาง พี่น้องประชาชนให้ความร่วมมือ และเสียสละอันยิ่งใหญ่ โดยได้เสียสละพื้นที่ที่เป็นที่ดินเรือกสวนไร่นาเป็นพื้นที่รับน้ำ ทำให้ประชาชนในพื้นที่นี้ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี ที่ผ่านมาเรามองว่าเป็นการทุ่มเทเสียสละของเขา แต่เราไม่ได้ดูแลเขาอย่างดี

 

ต่อจากนี้ไปให้ถือว่าพี่น้องประชาชนที่ได้ให้พื้นที่ของเขาเป็นพื้นที่รับน้ำให้เปรียบเสมือนเป็นพื้นที่ประสบภัยด้วยเช่นกัน และรัฐบาลต้องให้การดูแลช่วยเหลือเยียวยาการจำเพาะ โดยจะให้มีมาตรการช่วยเหลือเป็นการประจำไม่ต้องมาทำเรื่องขอเป็นครั้งๆ ปีต่อปี จึงขอมอบให้ศชป. ได้จัดทำข้อเสนอมาตรการช่วยเหลือประชาชนในเขตพื้นที่รับน้ำเป็นการประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กระทรวงมหาดไทย ทบทวนหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการจ่าย และวงเงินช่วยเหลือ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ได้อย่างครอบคลุม และมีประสิทธิภาพ โดยเร็ว เนื่องจากหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่าย รวมทั้งวงเงินช่วยเหลือดังกล่าว ยังมีข้อจำกัดบางประการ ส่งผลให้การจ่ายเงินช่วยเหลือ ยังไม่ครอบคลุมประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง

 

The post อนุทินนำประชุม ครม. นัดแรก สั่งการใช้งบ 68 ชำระหนี้-เยียวยาประชาชนน้ำท่วม-ทบทวนงบเยียวยาชายแดน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.คลัง เผยคนละครึ่งไม่ทันพิจารณาใน ครม.วันนี้ แต่ยันเริ่มโครงการภายใน ต.ค. ปีนี้ https://thestandard.co/half-half-project-cabinet-delay-october-launch/ Tue, 30 Sep 2025 03:44:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1124584 half-half-project-cabinet-delay-october-launch

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 30 กันยายน ที่รัฐสภา เอกนิติ […]

The post รมว.คลัง เผยคนละครึ่งไม่ทันพิจารณาใน ครม.วันนี้ แต่ยันเริ่มโครงการภายใน ต.ค. ปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
half-half-project-cabinet-delay-october-launch

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 30 กันยายน ที่รัฐสภา เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงเย็นวันนี้ว่า การพิจารณาอนุมัติการดำเนินการโครงการ คนละครึ่ง ไม่ทันการพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ แต่น่าจะเข้าสู่การพิจารณาสัปดาห์หน้า ส่วนสาเหตุที่ไม่ทันจะขอชี้แจงภายหลัง พร้อมยืนยันว่า โครงการคนละครึ่งจะดำเนินการได้ทันในเดือนตุลาคมนี้แน่นอน 

 

รมว.คลัง กล่าวต่อว่า ส่วนวาระที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจะพิจารณาวันนี้เป็นเรื่องงบประมาณ โดยเฉพาะงบประมาณปี 2568 ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้ายของปีงบประมาณ โดยจะนำมาใช้ในหลายส่วน อาทิ การรักษาวินัยการเงินการคลังในการคืนหนี้ให้กับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และจะใช้ในอีกหลายโครงการ

 

The post รมว.คลัง เผยคนละครึ่งไม่ทันพิจารณาใน ครม.วันนี้ แต่ยันเริ่มโครงการภายใน ต.ค. ปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>