การปฏิวัติยึดอำนาจการปกครองโดยคณะทหาร Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/การปฏิวัติยึดอำนาจการป/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 30 Aug 2023 08:01:03 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 กองทัพกาบองยึดอำนาจรัฐบาล ล้มล้างผลการเลือกตั้ง พร้อมสั่งปิดพรมแดน https://thestandard.co/gabon-military-claim-power/ Wed, 30 Aug 2023 08:01:03 +0000 https://thestandard.co/?p=835551

กองทัพกาบองประกาศผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติในวันนี้ (30 […]

The post กองทัพกาบองยึดอำนาจรัฐบาล ล้มล้างผลการเลือกตั้ง พร้อมสั่งปิดพรมแดน appeared first on THE STANDARD.

]]>

กองทัพกาบองประกาศผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติในวันนี้ (30 สิงหาคม) ว่า ขณะนี้กองทัพได้ยึดอำนาจรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีอาลี บองโก ออนดิมบา ที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งสมัยที่ 3 เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยกองทัพได้ล้มล้างผลการเลือกตั้งดังกล่าว พร้อมสั่งปิดพรมแดนประเทศในทันที จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

 

โดยกองทัพกาบองจะก้าวขึ้นมาดูแลและบริหารประเทศในนามของ ‘คณะกรรมการเปลี่ยนผ่านและฟื้นฟูสถาบัน’ (Committee for the Transition and Restoration of Institutions) และให้เหตุผลในการตัดสินใจยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งว่า เนื่องจากการปกครองที่ขาดความรับผิดชอบและไม่สามารถคาดเดาได้ ทำให้ความสามัคคีของคนในชาติเสื่อมถอยลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้ประเทศชาติตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย เราจึงตัดสินใจที่จะปกป้องสันติภาพด้วยการยุติระบอบการปกครองในปัจจุบัน

 

คณะกรรมการการเลือกตั้งกลางของกาบองระบุว่า ประธานาธิบดีบองโกจากพรรค PDG ได้รับคะแนนเสียงมากถึง 64.27% คว้าชัยเหนือคู่แข่งคนสำคัญอย่าง อัลเบิร์ต ออนโด ออสซา จากพรรค A23 ที่ได้รับคะแนนเสียงไปราว 30.8% ส่งผลให้ประธานาธิบดีบองโกคว้าสิทธินั่งเก้าอี้ผู้นำประเทศกาบองเป็นสมัยที่ 3 นับตั้งแต่ปี 2009

 

กองทัพยังอ้างอีกว่า รัฐบาลกาบองภายใต้การนำของประธานาธิบดีบองโกไม่ได้เคารพเจตจำนงของประชาชนชาวกาบองมานานหลายปีแล้ว และพวกเขาต้องการเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ จึงนำไปสู่การยึดอำนาจในท้ายที่สุด 

 

ขณะที่บรรดาพรรคฝ่ายค้านกล่าวว่า ผลการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นเกิดจากการฉ้อโกงของประธานาธิบดีบองโกและกลุ่มผู้สนับสนุนของเขา พร้อมทั้งระบุว่า การเลือกตั้งครั้งล่าสุดนี้ขาดความบริสุทธิ์ยุติธรรม หลังจากที่เกิดเหตุตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตและประกาศช่วงเวลาเคอร์ฟิวในช่วงที่มีการจัดการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

โดยกองทัพกาบองระบุว่า ในที่สุดประชาชนชาวกาบองก็ได้มาอยู่บนเส้นทางที่จะมุ่งหน้าไปสู่ความสุข หลังจากที่กองทัพตัดสินใจยึดอำนาจ พร้อมทั้งให้คำมั่นว่า เราจะเคารพความมุ่งมั่นที่กาบองมีต่อประเทศชาติและประชาคมระหว่างประเทศอย่างจริงจัง

 

ภาพ: Gabon 1ere / Handout via Reuters

อ้างอิง:

The post กองทัพกาบองยึดอำนาจรัฐบาล ล้มล้างผลการเลือกตั้ง พร้อมสั่งปิดพรมแดน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สถานการณ์ต่อเนื่องในบูร์กินาฟาโซหลังรัฐประหาร ประชาชนอ้าแขนรับรัสเซีย? https://thestandard.co/burkina-faso-coup-3/ Wed, 26 Jan 2022 02:59:22 +0000 https://thestandard.co/?p=586687 Burkina Faso

หลังจากโฆษกคณะรัฐประหารในบูร์กินาฟาโซประกาศการก่อรัฐประ […]

The post สถานการณ์ต่อเนื่องในบูร์กินาฟาโซหลังรัฐประหาร ประชาชนอ้าแขนรับรัสเซีย? appeared first on THE STANDARD.

]]>
Burkina Faso

หลังจากโฆษกคณะรัฐประหารในบูร์กินาฟาโซประกาศการก่อรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลประธานาธิบดีรอช มาร์ก คริสติยอง กาโบเร ที่มาจากการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา ภายใต้การนำของ พลโท พอล อองรี ซานเดาโก ดามิบา ประธานกลุ่มเคลื่อนไหว MPSR และผู้นำรัฐประหาร

 

คณะรัฐประหารยังได้ประกาศให้ประชาชนในประเทศและประชาคมโลกรับทราบว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันถูกระงับใช้ มีการยุบคณะรัฐบาลและยุบรัฐสภา พร้อมปิดพรมแดนประเทศและน่านฟ้า ตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 24 มกราคมเป็นต้นไป รวมถึงประกาศใช้เคอร์ฟิว ตั้งแต่ 21.00-05.00 น. ทั่วประเทศ จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

 

โดยมีประชาชนชาวบูร์กินาฟาโซจำนวนไม่น้อยยังคงออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนการกระทำของกลุ่มกองกำลังทหารดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกรุงวากาดูกู เมืองหลวงของประเทศ พร้อมส่งเสียงถึง 2 ประเทศสำคัญอย่างฝรั่งเศสและรัสเซีย 

 

ชาวบูร์กินาฟาโซกำลังปฏิเสธอดีตเจ้าอาณานิคมเดิมอย่างฝรั่งเศสและอ้าแขนรับรัสเซีย เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

 

การรัฐประหารที่เกิดขึ้นนี้ เป็นผลพวงมาจากกระแสความไม่พอใจการทำงานและบริหารจัดการวิกฤตต่างๆ ของประธานาธิบดีกาโบเร โดยเฉพาะการประสบความล้มเหลวในการปราบปรามกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงที่ก่อความไม่สงบภายในประเทศ นับตั้งแต่ปี 2016 ที่เขาก้าวขึ้นสู่อำนาจ ส่งผลให้มีผู้ย้ายถิ่นกว่า 1.4 ล้านราย มีผู้เสียชีวิตกว่า 2,000 ราย และสถานการณ์ความมั่นคงภายในประเทศไม่มีเสถียรภาพ อัตราการว่างงานยังคงสูงมาก โดยอดีตเจ้าอาณานิคมเดิมอย่างฝรั่งเศสกลับไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องต่างๆ เหล่านี้ได้ 

 

ในขณะที่ภาพความเด็ดขาดและมีความสามารถของกองกำลังรัสเซียที่เข้าไปปฏิบัติการในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ไม่ว่าจะทำหน้าที่ปกป้องประธานาธิบดี ดูแลความสงบเรียบร้อยของบริษัทขุดเหมืองเพชรของรัสเซีย รวมถึงทหารรับจ้างรัสเซียที่ต่อสู้กับกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงในช่วงปีที่ผ่านมา รวมถึงปฏิบัติการในประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาลี ส่งผลให้ชาวบูร์กินาฟาโซหันมาสนับสนุนและพร้อมอ้าแขนรับความช่วยเหลือจากประเทศรัสเซีย โดยหวังว่ารัสเซียจะเข้ามาช่วยเหลือประเทศนี้ เช่นเดียวกับที่เข้าไปปฏิบัติการในประเทศอื่นๆ ในแอฟริกา

 

ผู้เชี่ยวชาญตะวันตกมองว่า ยุโรปโดยเฉพาะฝรั่งเศสที่เป็นอดีตเจ้าอาณานิคมเดิมกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายของกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงในแถบภูมิภาคซาเฮล (Sahel) หรือบริเวณแถบรอยต่อที่แบ่งทวีปแอฟริกาเป็นแอฟริกาเหนือและแอฟริกาใต้ ตั้งแต่มหาสมุทรแอตแลนติกไปจนถึงทะเลแดง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เปิดโอกาสให้รัสเซียเข้ามาปฏิบัติการและแผ่อิทธิพลในพื้นที่แถบนี้ โดยเฉพาะในมาลี โดยจะมองหาประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรและต้องการความช่วยเหลือทางการทหาร หลังจากชาติตะวันตกหรือผู้มีอิทธิพลเดิมเริ่มร่นถอยหรือหายไปจากภูมิภาคแถบนั้น ซึ่งนอกจากสาธารณรัฐแอฟริกากลาง รวมถึงมาลีแล้ว รัสเซียยังเข้าไปเคลื่อนไหวในโมซักบิก ลิเบีย และซูดานอีกด้วย

 

หากรัสเซียยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือบูร์กินาฟาโซมากจนเกินไป อาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ทางการทูตกับฝรั่งเศส และอาจเกี่ยวโยงทำให้ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับฝรั่งเศส รวมถึงองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ที่ฝรั่งเศสเป็นประเทศสมาชิก ร้อนระอุขึ้นไม่มากก็น้อย

 

บทความที่เกี่ยวข้อง: 

 

ภาพ: OLYMPIA DE MAISMONT / AFP

อ้างอิง: 

The post สถานการณ์ต่อเนื่องในบูร์กินาฟาโซหลังรัฐประหาร ประชาชนอ้าแขนรับรัสเซีย? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: รัฐประหารบูร์กินาฟาโซ เกิดอะไรขึ้นที่นั่น? https://thestandard.co/burkina-faso-coup-2/ Wed, 26 Jan 2022 00:26:37 +0000 https://thestandard.co/?p=586624 Burkina Faso

กองทัพบูร์กินาฟาโซตัดสินใจก่อรัฐประหาร ยึดอำนาจประธานาธ […]

The post ชมคลิป: รัฐประหารบูร์กินาฟาโซ เกิดอะไรขึ้นที่นั่น? appeared first on THE STANDARD.

]]>
Burkina Faso

กองทัพบูร์กินาฟาโซตัดสินใจก่อรัฐประหาร ยึดอำนาจประธานาธิบดีรอช มาร์ก คริสติยอง กาโบเร ที่มาจากการเลือกตั้ง นับเป็นประเทศแรกในปี 2022 นี้ที่เกิดการรัฐประหาร ทำความเข้าใจรัฐประหารบูร์กินาฟาโซเบื้องต้นพร้อมกันที่นี่

The post ชมคลิป: รัฐประหารบูร์กินาฟาโซ เกิดอะไรขึ้นที่นั่น? appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพบูร์กินาฟาโซก่อรัฐประหาร ยึดอำนาจประธานาธิบดี จัดตั้งรัฐบาลทหารชั่วคราว https://thestandard.co/burkina-faso-coup/ Tue, 25 Jan 2022 02:09:25 +0000 https://thestandard.co/?p=586252 กองทัพบูร์กินาฟาโซ

วานนี้ (24 มกราคม) กองทัพบูร์กินาฟาโซตัดสินใจก่อรัฐประห […]

The post กองทัพบูร์กินาฟาโซก่อรัฐประหาร ยึดอำนาจประธานาธิบดี จัดตั้งรัฐบาลทหารชั่วคราว appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพบูร์กินาฟาโซ

วานนี้ (24 มกราคม) กองทัพบูร์กินาฟาโซตัดสินใจก่อรัฐประหาร ยึดอำนาจประธานาธิบดี รอช มาร์ก คริสติยอง กาโบเร ที่มาจากการเลือกตั้ง (เมื่อปี 2015 และปี 2020) พร้อมประกาศยุบสภา ระงับการใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดิม จัดตั้งรัฐบาลชั่วคราว ภายใต้การนำของ พ.ท. พอล อองรี ซานเดาโก ดามิบา หัวหน้าทหารกลุ่มขบวนการเคลื่อนไหว Patriotic Movement for Safeguard and Restoration (MPSR) ที่โค่นล้มรัฐบาล

 

โดยกลุ่มเคลื่อนไหวดังกล่าวเผยเหตุผลที่ตัดสินใจยึดอำนาจประธานาธิบดีกาโบเรว่า นับตั้งแต่กาโบเรก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ สถานการณ์ด้านความมั่นคงของประเทศไม่มีเสถียรภาพ อีกทั้งกาโบเรยังไม่มีความสามารถในการบริหารจัดการวิกฤตต่างๆ โดยเฉพาะการปราบปรามกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงที่ก่อความไม่สงบภายในประเทศ 

 

ก่อนหน้านี้รัฐบาลบูร์กินาฟาโซออกมาปฏิเสธว่า กองทัพไม่ได้ยึดอำนาจ หลังมีเสียงปืนดังใกล้ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงวากาดูกูช่วงกลางดึกเมื่อวันที่ 23 มกราคม โดยมีประชาชนจำนวนหนึ่งออกมาสนับสนุนกองกำลังทหาร จนทางการมีคำสั่งประกาศใช้เคอร์ฟิว

 

การก่อรัฐประหารดังกล่าวเป็นผลพวงมาจากกระแสความไม่พอใจรัฐบาลกาโบเรที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ จนนำไปสู่การประท้วงและก่อจลาจล โดยมีประชาชนชาวบูร์กินาฟาโซไม่น้อยตัดสินใจออกมาสนับสนุนการกระทำของกองทัพ แต่อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายต่างประณามการยึดอำนาจดังกล่าว และเรียกร้องให้กองทัพคืนอำนาจการตัดสินใจให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด 

 

โดยกระแสการก่อรัฐประหารนี้คุกรุ่นมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา บูร์กินาฟาโซถือเป็นประเทศแรกในปีนี้ที่เกิดการรัฐประหารหลังเริ่มต้นปีใหม่ได้เพียง 24 วัน ซึ่งก่อนหน้านี้กองทัพในประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาลีและกินีก็เพิ่งก่อรัฐประหารไปเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม และ 5 กันยายน 2021 ที่ผ่านมา

 

บทความที่เกี่ยวข้อง:  

 

ภาพ: Stringer / Anadolu Agency via Getty Images

อ้างอิง: 

The post กองทัพบูร์กินาฟาโซก่อรัฐประหาร ยึดอำนาจประธานาธิบดี จัดตั้งรัฐบาลทหารชั่วคราว appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลบูร์กินาฟาโซปฏิเสธ กองทัพไม่ได้ยึดอำนาจ หลังมีเสียงปืนดังใกล้ทำเนียบ ปธน. https://thestandard.co/burkina-faso-government-rejecting-coup-detat-news/ Mon, 24 Jan 2022 08:32:42 +0000 https://thestandard.co/?p=586023 บูร์กินาฟาโซ

วันนี้ (24 มกราคม) รัฐบาลบูร์กินาฟาโซปฏิเสธ กองทัพไม่ได […]

The post รัฐบาลบูร์กินาฟาโซปฏิเสธ กองทัพไม่ได้ยึดอำนาจ หลังมีเสียงปืนดังใกล้ทำเนียบ ปธน. appeared first on THE STANDARD.

]]>
บูร์กินาฟาโซ

วันนี้ (24 มกราคม) รัฐบาลบูร์กินาฟาโซปฏิเสธ กองทัพไม่ได้ยึดอำนาจ หลังมีเสียงปืนดังใกล้ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงวากาดูกูช่วงกลางดึกเมื่อวานที่ผ่านมา โดยมีประชาชนจำนวนหนึ่งออกมาสนับสนุนกองกำลังทหาร จนทางการมีคำสั่งประกาศใช้เคอร์ฟิว

 

รัฐบาลบูร์กินาฟาโซระบุ สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้ว พร้อมทั้งปฏิเสธถึงกรณีความพยายามในการก่อรัฐประหารครั้งใหม่ หลังจากเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนนายทหาร 11 นาย ถูกจับกลุ่มในข้อกล่าวหาพยายามวางแผนก่อรัฐประหาร ยึดอำนาจรัฐบาลของประธานาธิบดีรอช มาร์ก คริสติยอง กาโบเร

 

เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นสัญญาณของความไม่พอใจผลงานของรัฐบาลกาโบเร ที่ล้มเหลวในการปราบปรามกลุ่มอิสลามหัวรุนแรง ซึ่งก่อความไม่สงบภายในประเทศมานานตั้งแต่ปี 2015 โดยมีประชาชนบางส่วนสนับสนุนให้ทหารใช้กำลังสร้างความเสียหายให้แก่สำนักงานใหญ่ของพรรครัฐบาลอีกด้วย 

 

โดยในช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2021 เกิดเหตุสังหารผู้บริสุทธิ์ไปถึง 53 ราย ซึ่งเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มญิฮาดหัวรุนแรง ปลุกกระแสโกรธเคืองต่อรัฐบาลกาโบเรเป็นอย่างมากที่ไม่มีความสามารถในการปกป้องประชาชน พร้อมเกิดความกังวลที่กองทัพจะก่อรัฐประหาร เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาลีเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน

 

บทความที่เกี่ยวข้อง:  

 

ภาพ: LUDOVIC MARIN / AFP

อ้างอิง: 

The post รัฐบาลบูร์กินาฟาโซปฏิเสธ กองทัพไม่ได้ยึดอำนาจ หลังมีเสียงปืนดังใกล้ทำเนียบ ปธน. appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพซูดานยึดอำนาจ ประกาศภาวะฉุกเฉิน-ยุบคณะรัฐมนตรี-สภาปกครอง และมีการประท้วงต้านรัฐประหารบนท้องถนน https://thestandard.co/sudanese-military-coup/ Mon, 25 Oct 2021 13:01:13 +0000 https://thestandard.co/?p=552157 Sudanese military coup

มีรายงานว่าทหารซูดานเข้าจับกุมสมาชิกส่วนใหญ่ในคณะรัฐมนต […]

The post กองทัพซูดานยึดอำนาจ ประกาศภาวะฉุกเฉิน-ยุบคณะรัฐมนตรี-สภาปกครอง และมีการประท้วงต้านรัฐประหารบนท้องถนน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sudanese military coup

มีรายงานว่าทหารซูดานเข้าจับกุมสมาชิกส่วนใหญ่ในคณะรัฐมนตรีของซูดาน และหัวหน้ากองทัพประกาศยุบรัฐบาลในช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศ ท่ามกลางสิ่งที่กระทรวงสารสนเทศระบุว่าเป็นการ ‘ทำรัฐประหาร’ ซึ่งทำให้ฝ่ายที่ต่อต้านรัฐประหารลงไปรวมตัวประท้วงบนท้องถนน

 

ด้านกระทรวงสารสนเทศซูดานซึ่งชัดเจนว่ายังอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้สนับสนุนของนายกรัฐมนตรีอับดัลลา ฮัมดอก ระบุว่า ฮัมดอกถูกควบคุมตัวและถูกนำตัวไปยังสถานที่ที่ไม่เปิดเผยหลังจากเขาปฏิเสธที่จะออกแถลงการณ์สนับสนุนการรัฐประหาร นอกจากนี้ยังบอกว่ากองทัพได้จับกุมสมาชิกพลเรือนของสภาปกครองและสมาชิกของคณะรัฐมนตรีหลายคนด้วย แถลงการณ์ของกระทรวงที่ส่งถึงสำนักข่าว Reuters ระบุว่า กระทรวงขอให้ชาวซูดานปิดกั้นการเคลื่อนไหวของกองทัพที่สกัดกั้นการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย

 

อดัม เฮเรอิกา ผู้อำนวยการสำนักงานของนายกรัฐมนตรีฮัมดอก ระบุกับสถานีโทรทัศน์ Al-Arabiya ว่ากองทัพเข้ายึดอำนาจแม้ว่าฮัมดอกจะบรรลุข้อตกลงกับ อับเดล ฟัตตาห์ อัล-บูร์ฮัน นายทหารที่เป็นหัวหน้าสภาปกครองประเทศต่อหน้า เจฟฟรีย์ เฟลต์แมน ทูตพิเศษสหรัฐฯ ที่มาเยือนก็ตาม เฮเรอิกา กล่าวหาว่าทหารปลุกระดมให้เกิดความไม่สงบทางตะวันออกของซูดานและใช้วิกฤตการณ์นี้เพื่อทำรัฐประหาร

 

ผู้สื่อข่าวสำนักข่าว Reuters ในเมืองคาร์ทูมระบุว่า เห็นกองกำลังร่วมจากกองทัพและกองกำลังสนับสนุนกึ่งทหารประจำการบนถนนต่างๆ ในเมืองและจำกัดการเคลื่อนไหวของพลเรือน ในขณะที่มีผู้ประท้วงซึ่งถือธงชาติและเผายางรถยนต์ในส่วนต่างๆ ของเมือง ส่วนภาพจากสถานีโทรทัศน์ Al-Jazeera Mubasher ในกาตาร์แสดงให้เห็นว่ามีผู้ประท้วงจำนวนหนึ่งเคลื่อนผ่านแนวเครื่องกีดขวางและเข้าไปในถนนรอบกองบัญชาการทหารในเมืองคาร์ทูม และมีภาพที่ผู้ประท้วงเดินผ่านทหารที่ยืนอยู่และเดินไปตามท้องถนน สถานีโทรทัศน์ Al-Arabiya ยังอ้างพยานที่ระบุว่ามีผู้บาดเจ็บจากการปะทะที่หน้ากองบัญชาการทหาร

 

นอกจากนี้มีรายงานว่าอินเทอร์เน็ตดูเหมือนจะล่มในเมืองคาร์ทูม ส่วน Al-Arabiya บอกว่าสนามบินถูกปิดและเที่ยวบินระหว่างประเทศถูกระงับ คณะกรรมการแพทย์ของซูดานระบุว่ามีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 12 คนจากเหตุปะทะ แต่ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม

 

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเมื่อช่วงเย็น สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อัล-บูร์ฮัน ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ และประกาศยุบสภาปกครองในช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศและยุบคณะรัฐมนตรี พร้อมระบุว่า ยืนยันความมุ่งมั่นของกองทัพในการทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยนั้นสมบูรณ์ จนกว่าจะมีการส่งมอบความเป็นผู้นำของประเทศให้แก่รัฐบาลพลเรือนที่ได้รับการเลือกตั้ง โดยมีแผนจัดการเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคม 2023

 

สถานการณ์ของซูดานอยู่ในความล่อแหลมนับตั้งแต่แผนรัฐประหารที่ล้มเหลวเมื่อกันยายน ทำให้เกิดการกล่าวหากันระหว่างกลุ่มพลเรือนและทหาร ซึ่งแบ่งอำนาจกันหลังจากการโค่นล้มโอมาร์ อัล-บาชีร์ อดีตประธานาธิบดีซึ่งปกครองประเทศมายาวนานกว่า 25 ปีเมื่อปี 2019 และมีกระบวนการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองเกิดขึ้น ทั้งนี้ในเดือนนี้เองมีการประท้วงจากกลุ่มที่ต้องการรัฐบาลทหาร และต้องการให้ยุบรัฐบาลของฮัมดอก ขณะที่ก็มีสมาชิกคณะรัฐมนตรีส่วนหนึ่งเข้าร่วมการประท้วงใหญ่ในเมืองคาร์ทูมและเมืองอื่นๆ เพื่อต่อต้านการเข้าปกครองของทหารด้วย

 

กองทัพถูกคาดว่าจะส่งผ่านความเป็นผู้นำของสภาปกครองร่วมไปยังผู้ที่เป็นพลเรือนในไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่เจ้าหน้าที่ด้านการเปลี่ยนผ่านต้องพยายามอย่างยากลำบากในการเดินหน้าประเด็นต่างๆ ซึ่งรวมถึงว่าจะส่งตัวอัล-บาชีร์ ให้กับศาลอาญาระหว่างประเทศหรือไม่ ซึ่ง อัล-บาชีร์ เป็นที่ต้องการตัวในข้อหาก่ออาชญากรรมสงคราม นอกจากนี้ ซูดานยังอยู่ในท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรง โดยมีอัตราเงินเฟ้อที่สูงเป็นประวัติการณ์และการขาดแคลนสินค้าพื้นฐาน แต่ก็เริ่มมีสัญญาณคลี่คลายท่ามกลางกระแสความช่วยเหลือจากนานาชาติ

 

ด้าน เฟลต์แมน ทูตพิเศษของสหรัฐฯ ผู้เดินทางไปเยือนซูดานเมื่อวันเสาร์และวันอาทิตย์ทวีตข้อความว่าสหรัฐฯ กังวลอย่างยิ่งกับรายงานการทำรัฐประหารโดยกองทัพ ซึ่งจะทำให้ความช่วยเหลือโดยสหรัฐฯ ตกอยู่ในความเสี่ยง

 

ภาพ: Mahmoud Hjaj / Anadolu Agency via Getty Images

อ้างอิง:

The post กองทัพซูดานยึดอำนาจ ประกาศภาวะฉุกเฉิน-ยุบคณะรัฐมนตรี-สภาปกครอง และมีการประท้วงต้านรัฐประหารบนท้องถนน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชาชนเมียนมาเดินหน้าประท้วงต้านรัฐประหารวันที่ 3 ตำรวจฉีดน้ำสลายการชุมนุมในเนปิดอว์ https://thestandard.co/myanmar-protest-against-coup-naypyitaw-day-3/ Mon, 08 Feb 2021 08:39:00 +0000 https://thestandard.co/?p=452013 ประชาชนเมียนมาเดินหน้าประท้วงต้านรัฐประหารวันที่ 3 ตำรวจฉีดน้ำสลายการชุมนุมในเนปิดอว์

ช่างภาพสำนักข่าว AFP ที่อยู่ในเหตุการณ์เปิดเผยว่า ตำรวจ […]

The post ประชาชนเมียนมาเดินหน้าประท้วงต้านรัฐประหารวันที่ 3 ตำรวจฉีดน้ำสลายการชุมนุมในเนปิดอว์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชาชนเมียนมาเดินหน้าประท้วงต้านรัฐประหารวันที่ 3 ตำรวจฉีดน้ำสลายการชุมนุมในเนปิดอว์

ช่างภาพสำนักข่าว AFP ที่อยู่ในเหตุการณ์เปิดเผยว่า ตำรวจเมียนมาได้ใช้ปืนฉีดน้ำเข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุมที่มารวมตัวกันในกรุงเนปิดอว์วันนี้ (8 กุมภาพันธ์) ขณะที่การประท้วงต่อต้านการยึดอำนาจของกองทัพเมียนมาดำเนินสู่วันที่ 3 ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ

 

เมื่อหนึ่งสัปดาห์ที่แล้ว (1 กุมภาพันธ์) กองทัพเมียนมาได้ก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือน พร้อมควบคุมตัว ออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) และผู้นำพลเรือนอีกหลายคน ก่อนมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศเป็นเวลา 1 ปี ขณะที่นานาชาติเรียกร้องให้กองทัพปล่อยผู้ที่ถูกควบคุมตัว และต้องการให้ยอมรับผลการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ซึ่งพรรค NLD เป็นฝ่ายชนะอย่างถล่มทลาย

 

การประท้วงดำเนินต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 นอกเหนือจากการแสดงออกแบบอารยะขัดขืนด้วยสัญลักษณ์ต่างๆ ของประชาชนเพื่อต่อต้านรัฐประหารแล้ว มวลชนยังออกมาชุมนุมเรียกร้องให้กองทัพปล่อย ออง ซาน ซูจี และผู้นำคนอื่นๆ 

 

ช่างภาพ AFP เปิดเผยว่า เห็นคนบาดเจ็บ 2 ราย ขณะที่คลิปวิดีโอส่วนหนึ่งที่โพสต์ลงโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นชาย 2 คนล้มลง หลังถูกฉีดน้ำที่คาดว่าอาจผสมสารเคมีด้วย 

 

สื่อต่างประเทศรายงานด้วยว่า ตำรวจได้หยุดฉีดน้ำในเวลาต่อมา หลังจากผู้ประท้วงได้ร้องขอ แต่พวกเขายังคงปักหลักชุมนุมกันต่อไป

 

นอกจากเมืองหลวงแล้ว ผู้ประท้วงอีกหลายพันคนได้ออกมาชุมนุมในอีกหลายเมืองทั่วประเทศในวันนี้ โดยที่นครย่างกุ้ง กลุ่มพระสงฆ์ได้ออกมาเดินขบวนร่วมกับนักเรียนนักศึกษาและแรงงาน ซึ่งการชุมนุมในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 1,000 คนในช่วงเช้า โดยผู้ชุมนุมจำนวนมากพร้อมใจกันแต่งชุดดำ

 

“ปล่อยตัวผู้นำของเรา เคารพคะแนนโหวตของเรา และปฏิเสธรัฐประหาร” หนึ่งในป้ายของผู้ประท้วงเขียนไว้ ขณะที่บางป้ายเขียนว่า “ปกป้องประชาธิปไตย” และ “บอก ‘ไม่’ กับเผด็จการ”

 

ขณะที่นางพยาบาลคนหนึ่งที่ทำงานในโรงพยาบาลของรัฐให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศในระหว่างร่วมชุมนุมในเมืองย่างกุ้งว่า “พวกเรา กลุ่มบุคลากรสาธารณสุขกำลังนำแคมเปญการประท้วงนี้ เพื่อเรียกร้องให้พนักงานรัฐทุกคนเข้าร่วมเคลื่อนไหวแบบอารยะขัดขืน”

 

ภาพ: Stringer / Getty Images

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post ประชาชนเมียนมาเดินหน้าประท้วงต้านรัฐประหารวันที่ 3 ตำรวจฉีดน้ำสลายการชุมนุมในเนปิดอว์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลทหารเมียนมาสั่งบล็อก Facebook ชั่วคราว อ้างบั่นทอนเสถียรภาพในประเทศ https://thestandard.co/myanmar-junta-temporarily-block-facebook/ Thu, 04 Feb 2021 05:43:30 +0000 https://thestandard.co/?p=450791 รัฐบาลทหารเมียนมาสั่งบล็อก Facebook ชั่วคราว อ้างบั่นทอนเสถียรภาพในประเทศ

รัฐบาลทหารเมียนมาสั่งการให้บริษัทโทรคมนาคมท้องถิ่นปิดกั […]

The post รัฐบาลทหารเมียนมาสั่งบล็อก Facebook ชั่วคราว อ้างบั่นทอนเสถียรภาพในประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลทหารเมียนมาสั่งบล็อก Facebook ชั่วคราว อ้างบั่นทอนเสถียรภาพในประเทศ

รัฐบาลทหารเมียนมาสั่งการให้บริษัทโทรคมนาคมท้องถิ่นปิดกั้นการเข้าถึงโซเชียลมีเดียยอดนิยมอย่าง Facebook เป็นการชั่วคราว จนถึงเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังกองทัพเมียนมาก่อรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (1 กุมภาพันธ์) โดยกระทรวงการสื่อสารและสารสนเทศของเมียนมา เผยแพร่หนังสือคำสั่งผ่านทางเว็บไซต์ กล่าวหา Facebook ว่ามีส่วนในการก่อให้เกิดความไร้เสถียรภาพในประเทศ ขณะที่คำสั่งปิดกั้น Facebook อ้างอิงมาตราในกฎหมายโทรคมนาคม ที่ให้อำนาจในการดำเนินการใดๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและรัฐ

 

“ปัจจุบันกลุ่มคนที่สร้างปัญหาให้กับความมั่นคงของประเทศกำลังแพร่กระจายข่าวปลอมและข้อมูลที่ผิดๆ และก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในหมู่ผู้คน โดยใช้ Facebook” ส่วนหนึ่งของข้อความในหนังสือคำสั่งระบุ

 

ด้านผู้ใช้งานเว็บไซต์ Reddit ในเมียนมาหลายคน รายงานว่าไม่สามารถเข้าใช้งานบัญชี Facebook ในโทรศัพท์มือถือของตนได้ ซึ่งหมายความว่าทางเครือข่ายโทรคมนาคมได้ดำเนินการตามคำสั่งรัฐบาลทหาร ที่กำหนดให้ดำเนินการภายในเวลาเที่ยงคืนของเมื่อวานนี้ (3 กุมภาพันธ์)

 

ขณะที่ NetBlocks ที่ติดตามข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลก รายงานว่าบริษัทโทรคมนาคมของรัฐบาลเมียนมาอย่าง MPT ซึ่งมีผู้ใช้งานสูงสุดถึง 23 ล้านคน ได้บล็อกการเข้าถึงทั้ง Facebook และแอปพลิเคชั่นในเครือ เช่น Messenger, Instagram และ WhatsApp

 

ทางด้านแอนดี สโตน โฆษกของ Facebook เปิดเผยว่าทางบริษัทรับทราบถึงการปิดกั้นการเข้าถึงบริการของ Facebook ในเมียนมา และเรียกร้องให้ทางการเมียนมายกเลิกการปิดกั้น Facebook เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้งานสำหรับติดต่อสื่อสารและเข้าถึงข้อมูลสำคัญต่างๆ ได้

 

“เราขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ฟื้นฟูการเชื่อมต่อ (Facebook) เพื่อให้คนในเมียนมาสามารถสื่อสารกับครอบครัวและเพื่อน และเข้าถึงข้อมูลสำคัญต่างๆ ได้” เขากล่าว

 

ปัจจุบันมีชาวเมียนกว่าครึ่งหนึ่งจากจำนวนประชากรทั้งหมดราว 53 ล้านคน ที่ใช้งาน Facebook ซึ่งส่วนใหญ่มองว่าเป็นโซเชียลมีเดียที่สำคัญสำหรับการใช้งานอินเทอร์เน็ต

 

ภาพ: Chesnot / Getty Images

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

อ้างอิง:

The post รัฐบาลทหารเมียนมาสั่งบล็อก Facebook ชั่วคราว อ้างบั่นทอนเสถียรภาพในประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้นำ UN เรียกร้องนานาชาติร่วมกดดันเมียนมา ทำให้การรัฐประหารครั้งนี้ล้มเหลว https://thestandard.co/un-leaders-put-pressure-make-myanmar-coup-failed/ Thu, 04 Feb 2021 02:20:45 +0000 https://thestandard.co/?p=450699 António Guterres Secretary-General of the United Nations

อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ระบุว่า ก […]

The post ผู้นำ UN เรียกร้องนานาชาติร่วมกดดันเมียนมา ทำให้การรัฐประหารครั้งนี้ล้มเหลว appeared first on THE STANDARD.

]]>
António Guterres Secretary-General of the United Nations

อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ระบุว่า การยึดอำนาจของกองทัพเมียนมาและกลับผลการเลือกตั้งนั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมโลกทำให้แน่ใจว่า การรัฐประหารในเมียนมาเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์จะประสบความล้มเหลว

 

กูเตร์เรสกล่าวด้วยว่า คณะรัฐประหารต้องเข้าใจว่านี่ไม่ใช่หนทางของการปกครองประเทศ 

 

“เราจะทำทุกวิถีทางที่เราทำได้เพื่อระดมตัวแสดงสำคัญของประชาคมนานาชาติในการกดดันเมียนมาให้เพียงพอ เพื่อให้แน่ใจว่าการรัฐประหารครั้งนี้จะล้มเหลว”

 

ก่อนหน้านี้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ได้จัดการประชุมด่วนเรื่องสถานการณ์ในเมียนมา พร้อมหารือกันถึงการออกแถลงการณ์ร่วม แต่คาดว่าจีนซึ่งเป็นสมาชิกถาวรของ UNSC จะใช้สิทธิ์วีโต้ ขัดขวางการใช้ถ้อยคำที่เป็นการประณามการยึดอำนาจของกองทัพเมียนมา

 

“มันเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ในการกลับผลการเลือกตั้งและเจตจำนงของประชาชน ผมหวังว่ามันมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้กองทัพในเมียนมาเข้าใจว่านี่ไม่ใช่หนทางในการปกครองประเทศ และไม่ใช่หนทางในการเคลื่อนไปข้างหน้า” กูเตร์เรสกล่าว

 

เวลานี้ ออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ยังคงถูกควบคุมตัวโดยทหาร รวมถึงประธานาธิบดีวิน มินต์ โดยแม้ว่าจะไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าซูจีถูกควบคุมตัวอยู่ที่ใด แต่รายงานระบุว่าเธออาจถูกกักตัวภายในบ้านพักที่กรุงเนปิดอว์ 

 

เมื่อวานนี้มีรายงานว่าตำรวจในเมียนมาได้ตั้งหลายข้อหาเพื่อดำเนินคดีกับซูจี หนึ่งในนั้นคือการทำผิดกฎหมายนำเข้า-ส่งออก และครอบครองอุปกรณ์สื่อสารอย่างผิดกฎหมาย โดยเธอจะถูกควบคุมตัวจนถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์

 

ทั้งนี้หลังกองทัพยึดอำนาจแล้ว พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้ใช้บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่เอื้ออำนาจกองทัพในการถ่ายอำนาจฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ จากรัฐบาลพลเรือนของซูจีมาสู่กองทัพ และได้ตั้งรัฐบาลทหารที่ประกอบด้วยคนของกองทัพ 11 คนขึ้นปกครองประเทศในช่วงเวลา 1 ปีที่เมียนมาอยู่ในภาวะฉุกเฉิน พร้อมตั้งรองประธานาธิบดี มิน ส่วย ขึ้นรักษาการในตำแหน่งประธานาธิบดีชั่วคราว

 

อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN

 

ภาพ: Fiona Goodall / Getty Images

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

อ้างอิง:

The post ผู้นำ UN เรียกร้องนานาชาติร่วมกดดันเมียนมา ทำให้การรัฐประหารครั้งนี้ล้มเหลว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ‘ชูสามนิ้วต้านรัฐประหาร’ ยุทธการอารยะขัดขืนในเมียนมา https://thestandard.co/civil-disobedient-battle-in-myanmar/ Thu, 04 Feb 2021 00:00:14 +0000 https://thestandard.co/?p=450635 ‘ชูสามนิ้วต้านรัฐประหาร’ ยุทธการอารยะขัดขืนในเมียนมา

แม้บรรยากาศหลังการยึดอำนาจ จากที่มีรายงานผ่านสื่อเมียนม […]

The post ชมคลิป: ‘ชูสามนิ้วต้านรัฐประหาร’ ยุทธการอารยะขัดขืนในเมียนมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ชูสามนิ้วต้านรัฐประหาร’ ยุทธการอารยะขัดขืนในเมียนมา

แม้บรรยากาศหลังการยึดอำนาจ จากที่มีรายงานผ่านสื่อเมียนมาและสำนักข่าวต่างประเทศจะดูเหมือนวิถีชีวิตที่ดำเนินไปตามปกติ แต่ประชาชนส่วนใหญ่กลับไม่เห็นด้วยกับการก่อรัฐประหารของกองทัพ เพราะเป็นการนำประเทศกลับไปสู่ระบอบรัฐบาลทหารที่สิ้นสุดลงเมื่อปี 2011 ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แล้วมาวันนี้ยังถูกซ้ำเติมจากวิกฤตทางการเมืองอีก

The post ชมคลิป: ‘ชูสามนิ้วต้านรัฐประหาร’ ยุทธการอารยะขัดขืนในเมียนมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำความเข้าใจการเมืองเมียนมา สำรวจบทบาทกองทัพ กับหลากกลไกเอื้ออำนาจทหารที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ https://thestandard.co/myanmar-politics-and-various-facilitate-military-power/ Wed, 03 Feb 2021 05:19:49 +0000 https://thestandard.co/?p=450302 ทำความเข้าใจการเมืองเมียนมา สำรวจบทบาทกองทัพ กับหลากกลไกเอื้ออำนาจทหารที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ

วิกฤตการเมืองในเมียนมาหลังการเลือกตั้งเมื่อปลายปีที่แล้ […]

The post ทำความเข้าใจการเมืองเมียนมา สำรวจบทบาทกองทัพ กับหลากกลไกเอื้ออำนาจทหารที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำความเข้าใจการเมืองเมียนมา สำรวจบทบาทกองทัพ กับหลากกลไกเอื้ออำนาจทหารที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ

วิกฤตการเมืองในเมียนมาหลังการเลือกตั้งเมื่อปลายปีที่แล้ว ได้นำไปสู่การยึดอำนาจของกองทัพ ผู้นำคนสำคัญของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ถูกควบคุมตัว ต่อด้วยการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในประเทศนาน 1 ปี และตั้งรองประธานาธิบดีขึ้นรักษาการตำแหน่งประธานาธิบดีชั่วคราวเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้เมียนมาซึ่งกำลังเดินบนเส้นทางปฏิรูประบอบประชาธิปไตยต้องหยุดชะงัก หลังมีการถ่ายอำนาจฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ กลับสู่มือกองทัพอีกครั้งหนึ่ง

 

แม้ก่อนหน้านี้ภาพของการมีรัฐบาลพลเรือนจะชัดเจนขึ้น แต่จริงๆ แล้วในกลไกของรัฐธรรมนูญเมียนมายังมีพื้นที่สำหรับบทบาทของกองทัพอยู่ไม่น้อย เรามาสำรวจบทบัญญัติบางข้อเกี่ยวกับระบบการเมือง การเลือกตั้ง และการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในรัฐธรรมนูญเมียนมา ฉบับปี 2008 เพื่อเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพกับการเมืองเมียนมาจนถึงวันยึดอำนาจให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

 

1. อำนาจนิติบัญญัติกับพื้นที่ของกองทัพ

 

ตามรัฐธรรมนูญของเมียนมา อำนาจอธิปไตยของเมียนมาแบ่งเป็นอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ และสามอำนาจนี้มีกลไกในการตรวจสอบถ่วงดุลกันเอง รวมถึงมีการแบ่งอำนาจระหว่างระดับสหภาพ เขตการปกครอง รัฐ และพื้นที่ปกครองตนเอง

 

สำหรับอำนาจนิติบัญญัตินั้น มีสภาแห่งชาติหรือรัฐสภา ซึ่งประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎร (สภาล่าง) ที่มีสมาชิกไม่เกิน 440 คน และสภาชาติพันธุ์ (สภาสูง) ที่มีสมาชิกไม่เกิน 224 คน ทั้งสองสภาจะมีสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้ง 75% และสมาชิกที่เป็นบุคลากรของกองทัพที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้บัญชาการทหารสูงสุด 25%

 

นอกจากนี้ ยังมีสภาแห่งเขตการปกครองและสภาแห่งรัฐทำหน้าที่นิติบัญญัติในแต่ละเขตการปกครองหรือรัฐด้วย ซึ่งในสภาแห่งเขตการปกครองและสภาแห่งรัฐก็มีทั้งสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้ง และสมาชิกที่เป็นบุคลากรของกองทัพที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้บัญชาการทหารสูงสุดเช่นกัน โดยสมาชิกที่มาจากฝั่งกองทัพก็จะมีจำนวน 25% ของสมาชิกทั้งหมดในสภานั้นๆ เช่นกัน ซึ่งโครงสร้างสภาที่มีสมาชิกจากกองทัพนี้ก็เป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าสมควรได้รับการแก้ไข

 

2. จะแก้รัฐธรรมนูญต้องได้กองทัพหนุน

 

แต่ทว่าหากจะแก้รัฐธรรมนูญก็ไม่ง่ายนัก เพราะบทบัญญัติในมาตรา 436(a) กำหนดให้การแก้ไขบทบัญญัติจำนวนหนึ่งในรัฐธรรมนูญ นอกจากจะต้องได้รับเสียงเห็นชอบจากสมาชิกสภาแห่งชาติมากกว่า 75% ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดแล้ว ยังต้องผ่านการลงประชามติจากทั้งประเทศ โดยได้เสียงโหวตเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งด้วย

 

ส่วนมาตรา 436(b) ระบุว่า บทบัญญัติอื่นๆ ที่ไม่ได้กำหนดไว้ในมาตรา 436(a) แม้จะไม่ต้องทำประชามติ แต่ก็ต้องได้รับเสียงเห็นชอบจากสมาชิกสภาแห่งชาติมากกว่า 75% ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ซึ่งต้องไม่ลืมว่าสมาชิกสภาแห่งชาติ 25% เป็นคนของกองทัพ ดังนั้นหากไม่มีเสียงจากกองทัพสนับสนุนก็ยากที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้สำเร็จ

 

3. เลือกประธานาธิบดีก็มีแคนดิเดตจากกองทัพ

 

นอกจากอำนาจนิติบัญญัติแล้ว ในอำนาจฝ่ายบริหารก็มีพื้นที่ของกองทัพ โดยในการเลือกประธานาธิบดีเมียนมา จะต้องเลือกจากบุคคลที่ถูกเสนอชื่อโดย 3 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง ฝ่ายสมาชิกสภาชาติพันธุ์ที่มาจากการเลือกตั้ง และฝ่ายสมาชิกสภาแห่งชาติที่มาจากการแต่งตั้งของกองทัพ โดยแต่ละฝ่ายจะเสนอชื่อฝ่ายละ 1 คน จากนั้นสมาชิกสภาแห่งชาติซึ่งก็คือทั้งสภาผู้แทนฯ และสภาชาติพันธุ์ จะลงคะแนนเลือกประธานาธิบดี ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดจะได้เป็นประธานาธิบดี ส่วนอีกสองคนที่เหลือจะเป็นรองประธานาธิบดี นั่นหมายถึงใน 3 ตำแหน่งนี้ย่อมมีคนจากกองทัพ 1 คน

 

4. คนของกองทัพต้องอยู่ในคณะรัฐมนตรีอย่างน้อย 3 กระทรวง

 

นอกจากนี้ ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยใน 3 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงกิจการชายแดน ต้องเป็นบุคลากรของกองทัพที่ได้รับการเสนอชื่อมาจากผู้บัญชาการทหารสูงสุด นอกจากนี้ หากประธานาธิบดีต้องการแต่งตั้งคนของกองทัพเป็นรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอื่นๆ อีกนอกเหนือจาก 3 กระทรวงข้างต้น จะต้องประสานงานกับผู้บัญชาการทหารสูงสุดด้วย

 

5. กองทัพครองเสียงข้างมากในสภากลาโหมและความมั่นคงแห่งชาติ

 

ในฝ่ายบริหาร ยังมีอีกหน่วยงานสำคัญ คือสภากลาโหมและความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งมีสมาชิก 11 คน ได้แก่ ประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี 2 คน รัฐมนตรีจาก 4 กระทรวง ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานสภาชาติพันธุ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด จากโครงสร้างดังกล่าวจะพบว่าสมาชิกอย่างน้อย 6 จาก 11 คนเป็นคนของกองทัพและเท่ากับกองทัพครองเสียงข้างมากในหน่วยงานนี้

 

สภากลาโหมและความมั่นคงแห่งชาตินั้นมีหน้าที่สำคัญหลายประการ อาทิ การให้ความเห็นชอบผู้ที่จะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด หรือการประสานงานในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตามมาตราต่างๆ ซึ่งรวมถึงมาตรา 417 ที่ถูกยกมาใช้ในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยึดอำนาจเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาด้วย ซึ่งจะกล่าวถึงในข้อต่อไป

 

6. กองทัพกับการยึดอำนาจโดยอ้างรัฐธรรมนูญ

 

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ตามรัฐธรรมนูญเมียนมา สภากลาโหมและความมั่นคงแห่งชาติ มีบทบาทในการประสานงานในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตามมาตราต่างๆ หลายมาตรา ซึ่งครั้งล่าสุดก็คือการยึดอำนาจในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยผู้รักษาการประธานาธิบดีอู มิน ส่วย ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินโดยใช้มาตรา 417 ของรัฐธรรมนูญ มาตราดังกล่าวระบุเหตุในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไว้ในกรณีที่ ‘เมียนมาอาจเกิดความแตกแยกในสหภาพ อาจสูญเสียอำนาจอธิปไตยอันเนื่องมาจากการกระทำหรือความพยายามที่จะยึดอำนาจอธิปไตยของสหภาพโดยการก่อความไม่สงบ ก่อความรุนแรง และโดยวิธีที่ใช้อำนาจโดยมิชอบ’ ซึ่งการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตามมาตรานี้มีระยะเวลา 1 ปี

 

และเมื่อมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตามมาตรานี้แล้ว ประธานาธิบดีจะถ่ายโอนอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการไปยังผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพื่อให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดใช้มาตรการที่จำเป็นในการทำให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติอย่างรวดเร็ว รัฐธรรมนูญยังบัญญัติว่าการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวยังสามารถขยายเวลาได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 6 เดือนอีกด้วย ซึ่งการขยายเวลาดังกล่าวก็อยู่ภายใต้การประสานงานระหว่างประธานาธิบดีกับสภากลาโหมและความมั่นคงแห่งชาติเช่นกัน

 

และนี่คือกลไกหลักๆ ที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันของเมียนมา ที่แม้จะเปิดพื้นที่ให้กับกิจกรรมทางการเมืองของฝ่ายต่างๆ มากขึ้น แต่ก็ยังคงมีพื้นที่สำหรับบทบาทของกองทัพอย่างมาก และกลไกของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ถูกหยิบมาใช้ในวันรัฐประหารด้วย

 

ภาพ: YE AUNG THU / AFP

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post ทำความเข้าใจการเมืองเมียนมา สำรวจบทบาทกองทัพ กับหลากกลไกเอื้ออำนาจทหารที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชุมนุมต้านรัฐประหารหน้าสถานทูตเมียนมา ชูภาพออง ซาน ซูจี – เผาภาพ มิน อ่อง หล่าย ผู้นำทหารยึดอำนาจ https://thestandard.co/anti-coup-rally-front-of-myanmar-embassy/ Mon, 01 Feb 2021 12:41:50 +0000 https://thestandard.co/?p=449677 ชุมนุมต้านรัฐประหารหน้าสถานทูตเมียนมา ชูภาพออง ซาน ซูจี - เผาภาพ มิน อ่อง หล่าย ผู้นำทหารยึดอำนาจ

วันนี้ (1 กุมภาพันธ์) ตั้งแต่ช่วงเวลา 14.00 น. ที่บริเว […]

The post ชุมนุมต้านรัฐประหารหน้าสถานทูตเมียนมา ชูภาพออง ซาน ซูจี – เผาภาพ มิน อ่อง หล่าย ผู้นำทหารยึดอำนาจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชุมนุมต้านรัฐประหารหน้าสถานทูตเมียนมา ชูภาพออง ซาน ซูจี - เผาภาพ มิน อ่อง หล่าย ผู้นำทหารยึดอำนาจ

วันนี้ (1 กุมภาพันธ์) ตั้งแต่ช่วงเวลา 14.00 น. ที่บริเวณหน้าสถานทูตเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย มีประชาชนชาวเมียนมาเดินทางมารวมตัวกันเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เพื่อต่อต้านการก่อรัฐประหารที่เกิดขึ้นในเมียนมา ซึ่งนำโดย พล.อ. อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพเมียนมา 

 

ชาวเมียนมาส่วนใหญ่ที่เดินทางมาในวันนี้ ต่างสวมเสื้อยืดสีแดง ที่เป็นสัญลักษณ์ของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ NLD ซึ่งเป็นพรรคของ ออง ซาน ซูจี รวมถึงถือภาพของเธอในการชุมนุมครั้งนี้ด้วย โดยบางส่วนได้เผาทำลายภาพของพล.อ. อาวุโส มิน อ่อง หล่าย รวมถึงตะโกนต่อต้านการทำรัฐประหาร 

 

ขณะที่สุภาพสตรีชาวเมียนมาคนหนึ่ง ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ว่า ทั้งชีวิตของเธอต้องอยู่กับระบอบเผด็จการทหารมาโดยตลอด มีโอกาสได้เลือกตั้งเพียงไม่กี่ครั้ง จึงขอเรียกร้องว่าไม่อยากให้พรากสิทธิ์ไปอีก การออกมาในวันนี้เพื่อยืนยันจุดยืนของเธอ 

 

นอกจากชาวเมียนมาที่เดินทางมารวมตัวกันในวันนี้แล้ว ยังมีกลุ่ม WeVo นำโดยโตโต้-ปิยรัฐ จงเทพ มาร่วมอ่านแถลงการณ์ถึงรัฐบาลพม่าโดยมีเนื้อหาว่า

 

จากสถานการณ์ที่มีทหารของประเทศเมียนมา (พม่า) ได้กระทำการอุกอาจก่อการรัฐประหารขึ้นในประเทศ เมื่อช่วงเช้ามืดของวันนี้ และมีการจับกุมผู้นำรัฐบาล รัฐมนตรี นักการเมือง รวมถึงประชาชนหลายคน ซึ่งเหตุปัจจัยในการทำรัฐประหารครั้งนี้มาจาก การที่เผด็จการทหารเมียนมาไม่ยอมให้ประเทศของตนมีประชาธิปไตยผ่านการเลือกตั้ง และการแก้ไขรัฐธรรมนูญของผู้แทนราษฎร และที่พวกเผด็จการทหารซึ่งเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปในสนามเลือกตั้ง นำไปสู่ความหวาดกลัวรัฐบาลประชาชนที่ชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย กำลังจะมีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อลดบทบาท และอำนาจกองทัพลง 

 

ในฐานะพลเมืองชาติสมาชิกอาเซียน เราไม่อาจจะนิ่งเฉยได้ต่อการกระทำดังกล่าว ประเทศไทยจะต้องไม่รับรองการทำรัฐประหาร และไม่รับรองรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร ไม่ว่าจะชนชาติ เชื้อชาติ ศาสนา และความเชื่อใดๆ ก็ควรได้รับการช่วยเหลือจากมนุษยชาติด้วยกัน เพื่อรับรองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองของทุกคน 

 

We Volunteer ขอเรียกร้องให้ผู้นำการรัฐประหารในเมียนมา ยุติการกระทำดังกล่าว หยุดการจับกุมคุมขังประชาชน และเร่งคืนประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุด 

 

ขณะเดียวกัน เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ ได้เดินทางมาร่วมชุมนุมในครั้งนี้ พร้อมกล่าวผ่านเครื่องขยายเสียงบริเวณหน้าสถานทูตฯ ว่า ขอร่วมต่อสู้เพื่อพิสูจน์ระบบประชาธิปไตยที่ไม่มีพรมแดน การรัฐประหารเปรียบเหมือนมะเร็งร้าย หากมีทหารคอยยึดอำนาจประเทศจะอยู่ในวังวน เราไม่ต้องการให้พี่น้องประเทศใดเผชิญเหมือนประเทศไทย ต้องการประชาธิปไตยสำหรับทุกชาติ ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ ในฐานะที่เป็นประชาชนคนหนึ่ง ขอสนับสนุนการต่อต้านเผด็จการ

 

ภายหลังการอ่านแถลงการณ์ โตโต้ได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า ขอดูแลรักษาความปลอดภัยสำหรับพี่น้องชาวเมียนมา ที่เดินทางมาร่วมชุมนุมในวันนี้ โดยพร้อมจะสนับสนุนน้ำดื่มและอาหาร และดูแลตลอดการชุมนุม จนกว่าจะเดินทางกลับ

 

นอกจากนี้ ยังปรากฏว่ามีบุคคลเข้าร่วมกิจกรรมที่หน้าสถานทูตฯ ในวันนี้ อาทิ รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, นพ.ทศพร เสรีรักษ์, อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส. พรรคก้าวไกล, ช่อ-พรรณิการ์ วานิช และ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จากคณะก้าวหน้า ด้วย

 

การประท้วงหน้าสถานฑูตพม่า

การประท้วงหน้าสถานฑูตพม่า

การประท้วงหน้าสถานฑูตพม่า

การประท้วงหน้าสถานฑูตพม่า

การประท้วงหน้าสถานฑูตพม่า

การประท้วงหน้าสถานฑูตพม่า

การประท้วงหน้าสถานฑูตพม่า

การประท้วงหน้าสถานฑูตพม่า

การประท้วงหน้าสถานฑูตพม่า

การประท้วงหน้าสถานฑูตพม่า

การประท้วงหน้าสถานฑูตพม่า

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ชุมนุมต้านรัฐประหารหน้าสถานทูตเมียนมา ชูภาพออง ซาน ซูจี – เผาภาพ มิน อ่อง หล่าย ผู้นำทหารยึดอำนาจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก พลเอก มิน อ่อง หล่าย นายพลอาวุโสเมียนมา ผู้กุมบังเหียนรัฐบาลหลังการยึดอำนาจ https://thestandard.co/min-aung-hlaing-burmese-army-general/ Mon, 01 Feb 2021 11:32:46 +0000 https://thestandard.co/?p=449627 Min Aung Hlaing Burmese army general

ปฏิบัติการรัฐประหารเงียบของกองทัพเมียนมา ที่เปิดฉากด้วย […]

The post รู้จัก พลเอก มิน อ่อง หล่าย นายพลอาวุโสเมียนมา ผู้กุมบังเหียนรัฐบาลหลังการยึดอำนาจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Min Aung Hlaing Burmese army general

ปฏิบัติการรัฐประหารเงียบของกองทัพเมียนมา ที่เปิดฉากด้วยการส่งกำลังทหารบุกจับ ออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ วัย 75 ปี และผู้นำทางการเมืองคนสำคัญอีกหลายคน สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก เพราะไม่คาดคิดว่ากองทัพเมียนมาจะทำลายความพยายามในการปฏิรูประบอบประชาธิปไตย ที่เดินหน้ามากว่า 10 ปี นับตั้งแต่ที่ซูจีได้รับอิสรภาพหลังถูกกักตัวในบ้านพักเมื่อปี 2010 

 

อย่างไรก็ตาม ชื่อหนึ่งที่ปรากฏในภารกิจยึดอำนาจครั้งนี้คือ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่เหลืออีกเพียง 5 เดือนก็จะเกษียณอายุในวัย 65 ปี ตามกฎหมายเมียนมา 

 

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ อะไรทำให้นายพลวัยใกล้เกษียณผู้นี้ยอมลงมือดึงอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนกลับสู่อุ้งมือกองทัพ แม้จะรู้ดีว่าต้องเผชิญแรงกดดันที่ถาโถมมาจากนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสหรัฐฯ THE STANDARD จะพาไปทำความรู้จักบทบาท และที่มาของนายพลคนนี้กันให้มากขึ้น

 

บทบาทกองทัพในการเมืองเมียนมา

เมียนมาตกอยู่ภายใต้การปกครองโดยรัฐบาลทหารมานานเกือบ 50 ปี นับตั้งแต่การรัฐประหารในปี 1962 โดยกองทัพถือตนเองเป็นผู้พิทักษ์ความเป็นเอกภาพของประเทศ

 

อำนาจที่อยู่เหนือการเมือง ทำให้ที่ผ่านมามีสมาชิกพรรคการเมืองฝ่ายพลเรือนจำนวนมาก รวมถึง ออง ซาน ซูจี ต้องเผชิญกับการดำเนินคดี จับกุม และคุมขัง

 

ขณะที่รัฐธรรมนูญที่กองทัพเขียนขึ้นในปี 2008 ยิ่งเสริมบทบาทของกองทัพในระบบการเมืองมากขึ้น กองทัพเมียนมาได้โควตาล็อกที่นั่งในสภาแบบไม่ต้องผ่านการเลือกตั้งมากถึง 25% ขณะที่ผู้บัญชาการกองทัพ เป็นผู้แต่งตั้งรัฐมนตรีสำคัญหลายกระทรวง อาทิ กลาโหม มหาดไทย หรือรัฐมนตรีกิจการชายแดน เพื่อให้แน่ใจว่ากองทัพจะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายความมั่นคง แม้จะดูแปลกในการแบ่งอำนาจบริหารรัฐบาลกับพรรครัฐบาลขั้วประชาธิปไตยอย่างพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ NLD 

 

เติบโตอย่างช้าๆ และมั่นคง

พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย วัย 64 ปี แสดงความชัดเจนในมุมมองด้านการเมือง นับตั้งแต่เรียนกฎหมายที่มหาวิทยาลัยย่างกุ้ง ในปี 1972-1974 จากคำบอกเล่าของเพื่อน พบว่าเขาเป็นคนพูดน้อย ซึ่งในช่วงที่นักศึกษาจำนวนมากเข้าร่วมการเดินขบวนประท้วง เขาตัดสินใจสมัครเข้าร่วมมหาวิทยาลัยทางการทหารชั้นนำอย่าง วิทยาลัยป้องกันชาติแห่งประเทศเมียนมา Defence Services Academy (DSA) และประสบความสำเร็จ หลังพยายามสมัครถึง 3 ครั้ง 

 

หนึ่งในเพื่อนร่วมชั้นของ มิน อ่อง หล่าย ที่ DSA เปิดเผยว่า ผู้บัญชาการทหารคนปัจจุบันนั้น ในอดีตก็เป็นเพียงนักเรียนนายร้อยทั่วๆ ไป ไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่มีตำแหน่งที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ

 

“เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งอย่างช้าๆ และสม่ำเสมอ” เพื่อนร่วมชั้นกล่าว และเสริมว่าเขารู้สึกประหลาดใจที่เห็นมิน ออง หล่าย มียศสูงขึ้นจนอยู่เหนือบรรดานายทหารระดับกลาง

 

จากทหาร สู่นักการเมือง

พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ขึ้นรับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดในปี 2011 ช่วงที่การเปลี่ยนแปลงจากรัฐบาลทหารเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยเริ่มต้น

 

ช่วงปี 2016 หลังการจัดตั้งรัฐบาลพลเรือนสมัยแรกของซูจี มีนักการทูตในย่างกุ้งหลายคน กล่าวถึงพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ที่เปลี่ยนตัวเองจากทหารที่เงียบขรึม กลายเป็นนักการเมืองและบุคคลสาธารณะ

 

ผู้สังเกตุการณ์หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า เขาเริ่มใช้เฟซบุ๊กในการเผยแพร่กิจกรรมการประชุมและการออกงานต่างๆ ขณะที่เพจอย่างเป็นทางการ มีผู้ติดตามหลายแสนคน ก่อนจะถูกถอดออก จากกรณีที่กองทัพเมียนมาถูกวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องการใช้กำลังกวาดล้างชนกลุ่มน้อยชาวโรฮีนจา ในปี 2017

 

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมายังมีความรู้จากการศึกษาเรื่องการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง และมีบทบาททำให้ประเทศหลีกเลี่ยงจากการเผชิญวิกฤตการณ์โค่นล้มรัฐบาลเผด็จการ เช่น ในลิเบีย และหลายประเทศในตะวันออกกลางช่วงปี 2011

 

สำหรับท่าทีของ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ต่อการปฏิรูปการเมืองในเมียนมานั้น ที่ผ่านมาเขาไม่เคยส่งสัญญาณใดๆ ว่าจะยอมเปลี่ยนแปลงโควตา 25% ของกองทัพในรัฐสภา อีกทั้งยังไม่ยอมเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสำคัญในรัฐธรรมนูญ ที่ห้ามไม่ให้ผู้มีคู่สมรสและบุตรชาวต่างชาติ เช่น ซูจี รับตำแหน่งประธานาธิบดี 

 

บทบาทบุตรบุญธรรมป๋าเปรม

สำหรับคนไทย หลายคนรู้จักผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมารายนี้ดี ในฐานะ บุตรบุญธรรมของ พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ผู้ล่วงลับ เขาเดินทางมาเข้าพบ พล.อ. เปรมหลายครั้ง และขอเป็นบุตรบุญธรรมในปี 2012 และเคยกล่าวยกย่อง พล.อ. เปรม ว่าเปรียบเสมือนบิดา และได้รับคำสอนที่สำคัญหลายอย่าง รวมถึงการตอบแทนบุญคุณของแผ่นดิน 

 

ขณะที่เขาเคยกล่าวในระหว่างการเดินทางมาไทย เพื่อร่วมแสดงความอาลัยต่อการจากไปของ พล.อ. เปรม ว่าเปรียบเหมือนกับการสูญเสียบิดา 

 

ภาพ: Sefa Karacan / Anadolu Agency / Getty Images

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post รู้จัก พลเอก มิน อ่อง หล่าย นายพลอาวุโสเมียนมา ผู้กุมบังเหียนรัฐบาลหลังการยึดอำนาจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
20 ตุลาคม 2520 – ทหารยึดอำนาจรัฐบาลที่ตัวเองขอให้มาเป็นนายกรัฐมนตรี https://thestandard.co/onthisday2010/ Mon, 19 Oct 2020 23:36:17 +0000 https://thestandard.co/?p=410484 พล.ร.อ. สงัด ชลออยู่ เป็นหัวหน้าคณะ

วันที่ 20 ตุลาคม 2520 เป็นอีกวันหนึ่งที่มีการปฏิวัติยึด […]

The post 20 ตุลาคม 2520 – ทหารยึดอำนาจรัฐบาลที่ตัวเองขอให้มาเป็นนายกรัฐมนตรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ร.อ. สงัด ชลออยู่ เป็นหัวหน้าคณะ

วันที่ 20 ตุลาคม 2520 เป็นอีกวันหนึ่งที่มีการปฏิวัติยึดอำนาจการปกครองโดยคณะทหาร ซึ่งมี พล.ร.อ. สงัด ชลออยู่ เป็นหัวหน้าคณะ และมี พล.อ. เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นเลขาธิการคณะ รัฐบาลที่ถูกล้มอำนาจเป็นรัฐบาลของ ธานินทร์ กรัยวิเชียร ซึ่งคณะทหารชุดเดียวกันนี้ได้ไปขอให้ท่านมาเป็นนายกรัฐมนตรีจัดตั้งรัฐบาล

 

ย้อนหลังไปถึงเหตุการณ์วันที่ 6 ตุลาคม 2519 เมื่อเกิดการใช้กำลังเข้าปราบปรามนักศึกษาและประชาชนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตอนเช้ามืดแล้ว รัฐบาลของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ก็ตกที่นั่งลำบากเอามากๆ ยังไม่ทันจะคิดแก้ไขอะไรได้ เย็นวันนั้นคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินที่เป็นคณะทหารซึ่งมี พล.ร.อ. สงัด ชลออยู่ ก็เข้ามายึดอำนาจการปกครองล้มรัฐบาลและล้มรัฐธรรมนูญสำเร็จ

 

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างคณะทหารที่เป็นผู้อุปถัมภ์ค้ำชูรัฐบาลกับตัวรัฐบาลเองกลับไม่สู้ดีนัก ทางคณะทหารมีความเห็นว่ารัฐบาลมีปัญหา จึงอยากให้ปรับปรุงคณะรัฐมนตรีเสียใหม่ และรัฐมนตรีที่คณะทหารให้ปรับปรุงนั้นล้วนแต่เป็นรัฐมนตรีพลเรือนเกือบทั้งสิ้น รัฐบาลเลือกไปขอให้เขามาร่วมงาน ไม่ใช่รัฐบาลที่เป็นทหารและมาโดยความสนับสนุนของคณะทหารโดยตรง

 

มีเสียงกล่าวกันว่าหัวหน้ารัฐบาลมีความเห็นว่าถ้าจะมีการเปลี่ยนรัฐมนตรีก็ต้องเป็นการลาออกของรัฐบาลทั้งคณะ ความขัดแย้งประการนี้ได้นำไปสู่การยึดอำนาจในวันที่ 20 ตุลาคม 2520 และเหตุแห่งการยึดอำนาจนั้นก็ปรากฏอย่างเป็นทางการจากคำปราศรัยของ พล.ร.อ. สงัด ชลออยู่ ที่ว่า

 

“ได้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนทั่วไปว่าความสามัคคีในหมู่ข้าราชการและประชาชนมีแต่ความแตกแยก ข้าราชการมีความหวั่นไหวในการปฏิบัติราชการ การเศรษฐกิจ และการลงทุนของชาวต่างประเทศลดลงและไม่แน่นอน หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปจะยากแก่การแก้ไข”

 

การยึดอำนาจคราวนี้ คณะทหารจึงเห็นว่าถึงเวลาที่พวกตนที่นำการยึดอำนาจต้องเป็นรัฐบาลกันเองเสียที ซึ่งก็น่าจะเป็น พล.ร.อ. สงัด ชลออยู่ หัวหน้าคณะ แต่เสียงสนับสนุนจากผู้ร่วมงานและมีกำลังหลักทางทหารได้หนุน พล.อ. เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เลขาธิการคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน

 

ดังนั้นนายกรัฐมนตรีที่ขึ้นมาภายหลังการยึดอำนาจในวันที่ 20 ตุลาคม 2520 จึงได้แก่ พล.อ. เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ภาระที่สำคัญของรัฐบาลคือการเร่งรีบจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อให้มีการเลือกตั้งและคืนอำนาจให้ประชาชน ซึ่งรัฐบาลก็มีส่วนสำคัญทำให้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ในวันที่ 22 ธันวาคม 2521 และมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 22 เมษายน 2522

 

The post 20 ตุลาคม 2520 – ทหารยึดอำนาจรัฐบาลที่ตัวเองขอให้มาเป็นนายกรัฐมนตรี appeared first on THE STANDARD.

]]>