การบินไทย Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/การบินไทย/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 21 May 2026 04:27:33 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 พาณิชย์เปิดรันเวย์ใหม่ให้เกษตรไทย ดึง MasterChef ปั้นเมนูเชฟ เสิร์ฟบนฟ้า ในเลาจน์ 3 สายการบินใหญ่ https://thestandard.co/dit-masterchef-thai-farm-airlines/ Thu, 21 May 2026 04:27:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1209535 ภาพผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ตัวแทน MasterChef และสายการบิน ร่วมเปิดโครงการส่งเสริมวัตถุดิบเกษตรไทย

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน เปิดตัวโครงการ ‘DIT X […]

The post พาณิชย์เปิดรันเวย์ใหม่ให้เกษตรไทย ดึง MasterChef ปั้นเมนูเชฟ เสิร์ฟบนฟ้า ในเลาจน์ 3 สายการบินใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ตัวแทน MasterChef และสายการบิน ร่วมเปิดโครงการส่งเสริมวัตถุดิบเกษตรไทย

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน เปิดตัวโครงการ ‘DIT X MasterChef’ ผนึกกำลัง AirAsia การบินไทย และ Bangkok Airways พร้อมด้วยบริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตรายการ MasterChef Thailand นำวัตถุดิบเกษตรไทยคุณภาพจากเกษตรกรทั่วประเทศ มายกระดับเป็นเมนูพิเศษผ่านฝีมือผู้เข้าแข่งขันจากรายการ MasterChef Thailand ซีซัน 7 ก่อนส่งต่อถึงผู้โดยสารทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผ่านบริการอาหารบนเที่ยวบินและห้องรับรองผู้โดยสารของ 3 สายการบินใหญ่

 

วิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นการดำเนินงานตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งช่วยเกษตรกรให้มีตลาดรองรับผลผลิตมากขึ้น พร้อมยกระดับสินค้าเกษตรไทยให้มีมูลค่าและภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น โดยกรมการค้าภายในได้คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากหลายพื้นที่ ส่งต่อให้ผู้เข้าแข่งขันจากรายการ MasterChef Thailand นำไปสร้างสรรค์เป็นเมนูพิเศษ ภายใต้แนวคิด “Local Ingredients World Class Experiences” ก่อนขยายผลสู่ช่องทางของสายการบิน ซึ่งเป็นตลาดที่เข้าถึงทั้งผู้บริโภคชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติได้โดยตรง

 

ภาพผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ตัวแทน MasterChef และสายการบิน ร่วมเปิดโครงการส่งเสริมวัตถุดิบเกษตรไทย 1

 

“หัวใจของโครงการนี้ คือการช่วยดูดซับผลผลิตจากเกษตรกร และนำมายกระดับให้มีมูลค่าสูงขึ้น ผ่านความคิดสร้างสรรค์ของเชฟรุ่นใหม่ ก่อนส่งต่อสู่ผู้โดยสารของสายการบินทั้ง 3 แห่ง ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพและช่วยสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้สินค้าเกษตรไทย“ วิทยากรกล่าว

 

กิติกร เพ็ญโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า เฮลิโคเนียพร้อมใช้พลังของรายการ MasterChef Thailand และคอนเทนต์อาหารในเครือ ช่วยโปรโมตวัตถุดิบไทยสู่สายตาผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ โดยส่งเชฟจาก MasterChef Thailand ซีซัน 7 มาร่วมสร้างสรรค์เมนูกับเชฟของสายการบิน เพื่อเพิ่มมูลค่าและยกระดับสินค้าเกษตรไทยสู่เวทีสากลอย่างยั่งยืน

 

ภาพผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ตัวแทน MasterChef และสายการบิน ร่วมเปิดโครงการส่งเสริมวัตถุดิบเกษตรไทย 2

 

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ มีผู้เข้าแข่งขันจากรายการ MasterChef Thailand ซีซัน 7 จำนวน 4 คน จากผู้ผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย มาร่วมสร้างสรรค์เมนูจากวัตถุดิบเกษตรไทย เพื่อนำไปต่อยอดเป็นเมนูพิเศษในบริการของสายการบินพันธมิตร ทั้งบนเที่ยวบินและในห้องรับรองผู้โดยสาร โดยเป็นการพาวัตถุดิบไทยเข้าสู่ตลาดนักเดินทาง ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อและมีโอกาสต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศ

 

ภาพผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ตัวแทน MasterChef และสายการบิน ร่วมเปิดโครงการส่งเสริมวัตถุดิบเกษตรไทย 3

 

อรอนงค์ เมธาพิพัฒนกุล ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าและบริการบนเครื่องบิน บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด กล่าวว่า แอร์เอเชียพร้อมต่อยอดความร่วมมือกับกรมการค้าภายใน จากเดิมที่เคยนำผลไม้ไทยมาพัฒนาเป็นเมนูบนเครื่องบิน โดยในปี 2569 จะร่วมกับ DIT และ MasterChef พัฒนาเมนูใหม่จากวัตถุดิบไทยคุณภาพ และทยอยเปิดตัวตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้โดยสารและเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรไทย

 

วรางคณา ลือโรจน์วงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่หน่วยธุรกิจการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การบินไทยจะนำเมนูจากโครงการนี้ไปต่อยอดในกิจกรรม “Chef of the Month” ภายในห้องรับรองชั้น First Class และ Business Class ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม 2569 โดยให้ทีมเชฟจาก MasterChef ร่วมกับทีมเชฟฝ่ายครัวการบินไทย พัฒนาเมนูที่สะท้อนความประณีต ความคิดสร้างสรรค์ และคุณภาพของวัตถุดิบไทย เพื่อส่งมอบประสบการณ์พิเศษให้ผู้โดยสาร

 

ภาพผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ตัวแทน MasterChef และสายการบิน ร่วมเปิดโครงการส่งเสริมวัตถุดิบเกษตรไทย 4

 

จุลิน กอเจริญ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายบริหารเครือข่ายเส้นทางการบินและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า Bangkok Airways พร้อมนำวัตถุดิบเกษตรไทยไปพัฒนาเป็นเมนูอาหารและเครื่องดื่มพิเศษ ทั้งในห้องรับรองผู้โดยสารและบนเที่ยวบิน เพื่อส่งต่อรสชาติและเรื่องราวของสินค้าไทยไปยังผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมช่วยสนับสนุนเกษตรกรและเศรษฐกิจฐานราก

 

วิทยากร กล่าวว่า “สินค้าเกษตรที่นำมาใช้ในโครงการมีหลากหลาย ทั้งกลุ่มประมง ปศุสัตว์ และพืชผลทางการเกษตร เช่น ปลากะพง 3 น้ำ จังหวัดสงขลา สับปะรดภูแล จังหวัดเชียงราย ข้าวประณีต 6 สายพันธุ์จากทั่วประเทศ กุ้งขาวแวนนาไม เนื้อโค มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง และมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งจะถูกนำไปพัฒนาเป็นเมนูพิเศษ เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าและสร้างภาพจำใหม่ให้กับสินค้าเกษตรไทย”

 

ภาพผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ตัวแทน MasterChef และสายการบิน ร่วมเปิดโครงการส่งเสริมวัตถุดิบเกษตรไทย 5

 

“ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการช่วยเกษตรกรแบบยกระดับ ไม่ใช่เพียงการระบายผลผลิตระยะสั้น แต่เป็นการสร้างตลาดใหม่ให้สินค้าเกษตรไทย เพิ่มโอกาสทางรายได้ให้เกษตรกร และผลักดันวัตถุดิบไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ผ่านประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสารจากทั่วโลก” วิทยากร กล่าวทิ้งท้าย

 

ภาพผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ตัวแทน MasterChef และสายการบิน ร่วมเปิดโครงการส่งเสริมวัตถุดิบเกษตรไทย 6ภาพผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ตัวแทน MasterChef และสายการบิน ร่วมเปิดโครงการส่งเสริมวัตถุดิบเกษตรไทย 7ภาพผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ตัวแทน MasterChef และสายการบิน ร่วมเปิดโครงการส่งเสริมวัตถุดิบเกษตรไทย 8

The post พาณิชย์เปิดรันเวย์ใหม่ให้เกษตรไทย ดึง MasterChef ปั้นเมนูเชฟ เสิร์ฟบนฟ้า ในเลาจน์ 3 สายการบินใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
AOT เผยเหตุการณ์สหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน ทำยกเลิกแล้ว 20 ไฟล์ทไปตะวันออกกลาง กระทบผู้โดยสาร 2,000-3,000 คน ด้าน ‘การบินไทย’ ยังบินได้ปกติ เหตุไม่มีบินผ่านเส้นทางที่มีการโจมตี แต่ยังมอนิเตอร์สถานการณ์ใกล้ชิด https://thestandard.co/us-iran-conflict-flights-cancelled/ Sun, 01 Mar 2026 01:53:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1182948 ผู้โดยสารรอรับการแจ้งข่าวสารที่สนามบิน หลังเที่ยวบินยกเลิกจากเหตุการณ์ สหรัฐฯ โจมตี อิหร่าน

จากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ล่าสุดวันที่ 2 […]

The post AOT เผยเหตุการณ์สหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน ทำยกเลิกแล้ว 20 ไฟล์ทไปตะวันออกกลาง กระทบผู้โดยสาร 2,000-3,000 คน ด้าน ‘การบินไทย’ ยังบินได้ปกติ เหตุไม่มีบินผ่านเส้นทางที่มีการโจมตี แต่ยังมอนิเตอร์สถานการณ์ใกล้ชิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้โดยสารรอรับการแจ้งข่าวสารที่สนามบิน หลังเที่ยวบินยกเลิกจากเหตุการณ์ สหรัฐฯ โจมตี อิหร่าน

จากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ล่าสุดวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 กรณีสหรัฐอเมริกาเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ต้องมีการปิดน่านฟ้าถึง 6 แห่ง ทางด้าน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ได้ออกมาระบุถึงผลกระทบในภาคการบินและแผนการบริหารจัดการภายในสนามบินเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้น

 

วันนี้ (28 กุมภาพันธ์) ปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH ระบุว่า ผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ณ เวลา 21.50 น.ของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 มีสายการบินที่จำเป็นต้องยกเลิกเที่ยวบินแล้วประมาณ 20 เที่ยวบิน โดยส่วนใหญ่เป็นเส้นทางที่เดินทางไปยังตะวันออกกลาง รวมถึงสายการบินในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ต้องบินผ่านน่านฟ้าดังกล่าว

 

โดยเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ 2 ท่าอากาศยานหลักของไทย ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานภูเก็ต โดยมีผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นประมาณ 2,000-3,000 คน

 

ในด้านการบริหารจัดการจัดการพื้นที่และดูแลผู้โดยสาร ปวีณาระบุว่า AOT ได้ดำเนินการอพยพผู้โดยสารบางส่วนที่ผ่านเข้าไปรอขึ้นเครื่อง (Boarding) ให้ออกมาจากเกตแล้วหลังจากทราบข่าวการปิดน่านฟ้า พร้อมทั้งได้จัดเตรียมพื้นที่พักคอย แจกน้ำดื่ม และ Snack Box เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้กับผู้โดยสาร

 

อย่างไรก็ตาม พบว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่เมื่อทราบสถานการณ์ ได้ตัดสินใจเดินทางกลับเข้าเมือง ทำให้ปัจจุบันไม่มีผู้โดยสารตกค้างหรือเข้ามาใช้พื้นที่พักคอยที่ AOT จัดเตรียมไว้

 

“หน้าที่หลักในการดูแลเรื่องอาหารและที่พักให้กับผู้โดยสารจะเป็นความรับผิดชอบของสายการบิน ในขณะที่ท่าอากาศยานจะดูแลเรื่องพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกเบื้องต้น ซึ่งตอนนี้ AOT ได้ดำเนินการอย่างครบถ้วนแล้ว” ปวีณากล่าว

 

สำหรับการจัดการเชิงพื้นที่ ปวีณายอมรับว่าที่ท่าอากาศยานภูเก็ตมีความท้าทายเล็กน้อยเนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่จำกัด แต่ก็สามารถบริหารจัดการได้เรียบร้อย ในขณะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไม่มีปัญหาใดๆ เนื่องจากมีพื้นที่กว้างขวาง และผู้โดยสารมีความเป็นอิสระ สามารถเลือกช่องทางในการเดินทางกลับเข้าเมืองได้หลากหลาย

 

เมื่อประเมินถึงสถานการณ์ในระยะต่อไป ปวีณามองว่า ความวุ่นวายภายในสนามบินมักจะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วง 12 ชั่วโมงแรกหลังเกิดเหตุการณ์ เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ฉุกเฉิน ทำให้สายการบินไม่สามารถติดต่อแจ้งข่าวสารกับผู้โดยสารได้ทันท่วงที

 

แต่หลังจากผ่านพ้นช่วงแรกไปแล้ว เมื่อข่าวสารกระจายออกไป ผู้โดยสารจะระงับการเดินทางเข้ามายังสนามบิน และจะรออยู่ที่พักจนกว่าจะได้รับการคอนเฟิร์มตั๋วโดยสารรอบใหม่จากสายการบิน

 

ปัจจุบัน จำนวนเที่ยวบินที่ถูกยกเลิกมีความชัดเจนแล้วตามประกาศกรอบเวลาการปิดน่านฟ้า โดย AOT จะยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อดูแลผู้โดยสารและบริหารจัดการสนามบินให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดต่อไป

 

‘การบินไทย’ ยังไม่มียกเลิกเที่ยวบิน ชี้บินเลี่ยงน่านฟ้าตะวันออกกลางอยู่แล้ว พร้อมจัดศูนย์เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง

 

ด้านชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนี้ว่า เหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เกิดขึ้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเส้นทางการบินของการบินไทย โดยไม่มีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตารางบินหรือยกเลิกเที่ยวบินแต่อย่างใด ทุกเที่ยวบินยังคงให้บริการได้ตามปกติ

 

สำหรับสาเหตุหลักที่การบินไทยไม่ได้รับผลกระทบนั้น ซีอีโอการบินไทยอธิบายว่า ในเส้นทางการบินเข้าสู่ทวีปยุโรป ทางสายการบินไม่ได้ทำการบินผ่านน่านฟ้าของประเทศที่อยู่ในจุดเสี่ยงอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นน่านฟ้าของอิหร่าน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE), อิสราเอล, กาตาร์ รวมถึงอัฟกานิสถาน

 

“การบินไทยได้เลือกใช้เส้นทางบินอ้อมขึ้นไปทางตอนบน ผ่านกลุ่มประเทศแถบ

 

เอเชียกลาง เช่น ทาจิกิสถาน ซึ่งการไม่บินเข้าน่านฟ้าอิหร่านหรืออัฟกานิสถานนั้น ถือเป็นเส้นทางบินปกติของเราที่ใช้ทำการบินเป็นประจำอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงนี้” ชาย ระบุ

 

แม้เส้นทางบินในปัจจุบันจะรอดพ้นจากรัศมีความขัดแย้ง แต่ในด้านแผนการรับมือและการบริหารความเสี่ยง การบินไทยได้ยกระดับการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเป็นรายชั่วโมง และมีการติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีการจัดเตรียมเจ้าหน้าที่คอยประเมินและติดตามสถานการณ์ตลอดเวลาผ่านศูนย์ปฏิบัติการ (OPC) ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อรับประกันความปลอดภัยสูงสุดให้แก่เที่ยวบินและผู้โดยสาร

 

ภาพ: J-Alone / Shutterstock

The post AOT เผยเหตุการณ์สหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน ทำยกเลิกแล้ว 20 ไฟล์ทไปตะวันออกกลาง กระทบผู้โดยสาร 2,000-3,000 คน ด้าน ‘การบินไทย’ ยังบินได้ปกติ เหตุไม่มีบินผ่านเส้นทางที่มีการโจมตี แต่ยังมอนิเตอร์สถานการณ์ใกล้ชิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : เปิดจุดเปราะบาง ‘ภาคท่องเที่ยวไทย’ ความไม่มั่นใจความปลอดภัยของชาวจีน ปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลต้องแก้ https://thestandard.co/thai-tourism-chinese-tourist-safety/ Sat, 24 Jan 2026 09:17:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1168929 ภาพประกอบแสดงถึงความเปราะบางของภาคท่องเที่ยวไทยจากปัญหาความไม่มั่นใจด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวชาวจีน

ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยในช่วงที่ผ่านมาถือเป็นเ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : เปิดจุดเปราะบาง ‘ภาคท่องเที่ยวไทย’ ความไม่มั่นใจความปลอดภัยของชาวจีน ปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลต้องแก้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแสดงถึงความเปราะบางของภาคท่องเที่ยวไทยจากปัญหาความไม่มั่นใจด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวชาวจีน

ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยในช่วงที่ผ่านมาถือเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่เป็นพระเอก แต่ปัจจุบันเครื่องยนต์นี้กำลังสะดุด จุดเปราะบางหรือความเสี่ยง รัฐบาลใหม่ที่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศ หลังวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์นี้ มีปัญหาสำคัญอะไรรออยู่

 

จากมุมมองของ ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวในรายการ WEALTH Roundtable ในบางช่วงตอน ให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจ ระบุว่า ปัญหาความเสี่ยงที่ผ่านมา และ ในอนาคตของภาคการท่องเที่ยวของไทย ที่มองเห็นขณะนี้ คือ การขาดความมั่นใจในด้านความปลอดภัยในการเดินทางมาประเทศไทยจากเหตุการณ์ในอดีตของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติบางพื้นที่ คือ ชาวจีน ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนจากทางภาครัฐ ที่จะมาช่วยฟื้นความมั่นใจของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลุ่มนี้อย่างไร

 

โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความอ่อนไหวต่อความปลอดภัยในการเดินทาง และการใช้ชีวิตในประเทศไทย ส่วนกลุ่มที่ไม่มีความอ่อนไหวในประเด็นความปลอดภัย เช่น ยุโรป อินเดีย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่ได้มีความกังวลในประเด็นนี้ แต่ประเทศไทยก็ไม่ควรละเลย

 

ภาพประกอบแสดงถึงความเปราะบางของภาคท่องเที่ยวไทยจากปัญหาความไม่มั่นใจด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวชาวจีน 4
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : เปิดจุดเปราะบาง ‘ภาคท่องเที่ยวไทย’ ความไม่มั่นใจความปลอดภัยของชาวจีน ปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลต้องแก้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยซวนเซ นักท่องเที่ยวจีนหายวูบ 30% ท่ามกลางปัญหาเรื้อรังเรื่อง ‘แก๊งต้มตุ๋น’ และความขัดแย้งกัมพูชา https://thestandard.co/thai-tourism-decline-chinese-scams-cambodia/ Wed, 21 Jan 2026 02:01:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1167554 อุตสาหกรรมท่องเที่ยว

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยกำลังเผชิญกับมรสุมลูกใหญ่ […]

The post อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยซวนเซ นักท่องเที่ยวจีนหายวูบ 30% ท่ามกลางปัญหาเรื้อรังเรื่อง ‘แก๊งต้มตุ๋น’ และความขัดแย้งกัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
อุตสาหกรรมท่องเที่ยว

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยกำลังเผชิญกับมรสุมลูกใหญ่ หลังจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับตัวลดลงในปี 2025 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ร่วงลงถึง 30% ท่ามกลางปัญหาเรื้อรังเรื่อง ‘แก๊งต้มตุ๋น’ และสถานการณ์ความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา

 

บรรยากาศบนท้องถนนย่านวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารในกรุงเทพฯ ซึ่งตามปกติจะเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาถ่ายรูปในชุดไทย กลับเงียบเหงาจนแทบร้างผู้คนในช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี (14 ม.ค.) ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนในระดับผู้ประกอบการรายย่อย

 

เจ้าของร้านเช่าชุดไทยรายหนึ่งกล่าวด้วยความกังวลกับ Nikkei Asiaว่า “เมื่อเทียบกับจุดสูงสุดเมื่อ 2 ปีครึ่งที่แล้ว จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงไปประมาณ 60% เราลดราคาลงแล้วเพราะไม่มีลูกค้า แต่ก็ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้”

 

ขณะที่เจ้าของร้านน้ำผลไม้ในละแวกเดียวกันเปิดเผยว่า ยอดขายตกลงไปราว 40% จากปีที่แล้ว และสถานการณ์กำลังเข้าขั้นวิกฤต “ถ้าสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ต่อไปอีก 3 หรือ 6 เดือน ร้านนี้คงอยู่ไม่ได้ ผมอยากให้รัฐบาลทำให้เห็นว่าที่นี่เป็นประเทศที่ปลอดภัย”

 

ผลกระทบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ร้านค้าขนาดเล็ก แต่ยังลามไปถึงผลประกอบการของบริษัทขนาดยักษ์ โดยบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ซึ่งบริหารสนามบินหลัก 6 แห่ง รายงานกำไรสุทธิสำหรับปีสิ้นสุดเดือนกันยายนลดลง 6% เหลือ 1.81 หมื่นล้านบาท

 

แม้ธุรกิจการบินจะเติบโตขึ้นจากการเพิ่มจำนวนเที่ยวบิน แต่รายได้จากค่าธรรมเนียมสิทธิการดำเนินงานร้านค้าปลอดภาษีและธุรกิจอื่นๆ กลับลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากการหายไปของนักท่องเที่ยวจีน ในขณะที่รายได้รวมของบริษัทขยับขึ้นเพียง 1% อยู่ที่ 6.85 หมื่นล้านบาท

 

ด้านการบินไทย รายได้ร่วงลง 23% เมื่อเทียบรายปี เหลือ 4.44 หมื่นล้านบาท และกำไรสุทธิดิ่งลงถึง 65% เหลือเพียง 4.4 พันล้านบาท ในไตรมาสเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน เนื่องจากการลดลงของผู้โดยสารและรายได้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนเอเชีย เอวิเอชั่น ผู้บริหารไทยแอร์เอเชีย พลิกขาดทุน 875 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไรสุทธิ 3.44 พันล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

นอกจากปัญหาเรื่องภาพลักษณ์ความปลอดภัย ปัจจัยลบอื่นๆ ที่ฉุดรั้งการท่องเที่ยวซึ่งคิดเป็น 20% ของ GDP ไทย ได้แก่ เงินบาทที่แข็งค่า, ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาที่มีความรุนแรง และเหตุน้ำท่วมในภาคใต้

 

ยูจิ คาโตะ หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการจากสถาบันวิจัยโนมูระ ประเทศไทย ให้ความเห็นว่า “การลดลงนี้มากกว่าที่คาดไว้ ประเทศไทยพึ่งพาการท่องเที่ยวมากกว่าประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสิ่งนี้จะกระทบต่อความน่าเชื่อถือทางเครดิตและกำลังซื้อของกลุ่มผู้มีรายได้น้อย”

 

ธุรกิจโรงแรมเองก็เจ็บหนักไม่แพ้กัน ดิ เอราวัณ กรุ๊ป ซึ่งเน้นตลาดระดับกลาง รายงานกำไรสุทธิลด 54% เหลือเพียง 57 ล้านบาท ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ส่วนเครือใหญ่อย่าง ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ก็มีรายได้ลด 1% ในไตรมาสเดียวกัน

 

ผู้ประกอบการต่างเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอด มีรายงานว่าไทยแอร์เอเชียได้ลดเที่ยวบินไป-กลับจีนในตารางบินฤดูหนาวปี 2025-26 และหันไปเพิ่มเที่ยวบินอินเดียแทน ส่วนเอราวัณ กรุ๊ป วางแผนขยายธุรกิจโรงแรมราคาประหยัดในต่างประเทศภายในปี 2030 โดยมุ่งเน้นไปที่ญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ พร้อมตั้งเป้าดึงลูกค้าจากยุโรป, อินเดีย และตะวันออกกลาง เพื่อลดการพึ่งพาตลาดไทย

 

แม้รัฐบาลไทยจะตั้งเป้าเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้อีก 10% เป็น 36.7 ล้านคน แต่ผลสำรวจของสมาคมโรงแรมไทยพบว่า ผู้ประกอบการโรงแรมราวครึ่งหนึ่งคาดการณ์ว่ายอดนักท่องเที่ยวปี 2026 จะทรงตัวอยู่ที่ระดับเดียวกับปีที่แล้วคือ 33 ล้านคน

 

อย่างไรก็ตาม คาโตะมองว่าแม้แนวโน้มตัวเลขนักท่องเที่ยวจะยังเป็นขาขึ้นในปีนี้ แต่ไทยจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ระยะยาว “เพื่อให้ไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง (ซึ่งเป็นจุดที่รูปแบบการเติบโตด้วยแรงงานราคาถูกมาถึงทางตัน) ประเทศควรผนวกการท่องเที่ยวเข้ากับภาคส่วนอื่นๆ เช่น การดูแลสุขภาพและความบันเทิง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว”

ภาพ: ฐานิส สุดโต / THE STANDARD

 

อ้างอิง:

 

The post อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยซวนเซ นักท่องเที่ยวจีนหายวูบ 30% ท่ามกลางปัญหาเรื้อรังเรื่อง ‘แก๊งต้มตุ๋น’ และความขัดแย้งกัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปลดล็อคบอร์ดชุดใหม่ ‘การบินไทย’ 15 รายชื่อ เริ่มงานได้แล้วทั้ง ‘รพี- วิรไท – ญนน์’ หลังศาลสั่งเพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว https://thestandard.co/thai-airways-new-board-starts/ Wed, 07 Jan 2026 02:43:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1162022 ปลดล็อคบอร์ดชุดใหม่ ‘การบินไทย’ 15 รายชื่อ เริ่มงานได้แล้วทั้ง ‘รพี- วิรไท - ญนน์’ หลังศาลสั่งเพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว

วันนี้ (6 มกราคม) ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหา […]

The post ปลดล็อคบอร์ดชุดใหม่ ‘การบินไทย’ 15 รายชื่อ เริ่มงานได้แล้วทั้ง ‘รพี- วิรไท – ญนน์’ หลังศาลสั่งเพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปลดล็อคบอร์ดชุดใหม่ ‘การบินไทย’ 15 รายชื่อ เริ่มงานได้แล้วทั้ง ‘รพี- วิรไท - ญนน์’ หลังศาลสั่งเพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว

วันนี้ (6 มกราคม) ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง ความคืบหน้าคำสั่งศาลเกี่ยวกับคำร้องขอยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวที่เกี่ยวข้องกับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2568 ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

 

โดยอ้างถึง หนังสือบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ กบ 01/1001 ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2568 เรื่อง ชี้แจงความคืบหน้าเกี่ยวกับการยื่นคำขอให้ศาลยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวที่เกี่ยวข้องกับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2568 ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568

 

ตามที่บริษัทฯ ได้ยื่นคำขอให้ศาลยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวตามรายงานกระบวนพิจารณา ฉบับลงวันที่ 23 ธันวาคม 2568 และคำร้องขอให้ศาลไต่สวนคำร้องขอยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวโดยพลันเป็นการด่วน และต่อมาเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ศาลได้รับคำร้องทั้งสองฉบับข้างต้นของบริษัทฯ ไว้พิจารณา และกำหนดนัดไต่สวนคำร้องขอยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวในวันที่ 6 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. ดังรายละเอียดปรากฏตามหนังสือที่อ้างถึงนั้น

 

บริษัทฯ ขอเรียนว่า ในวันนี้ (6 มกราคม ) ศาลได้ไต่สวนคำร้องดังกล่าว และศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวตามที่บริษัทฯ ร้องขอ โดยศาลเพิกถอนคำสั่งให้นายทะเบียนระงับการจดทะเบียน การแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนเกี่ยวกับการจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ประจำปี 2568 ในวันที่ 19 ธันวาคม 2568 และเพิกถอนคำสั่งห้ามมิให้คณะกรรมการที่มาจากมติที่ประชุมดังกล่าว มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทฯ ในฐานะกรรมการของบริษัทฯ จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

 

ดังนั้น คณะกรรมการของบริษัทฯ จะประกอบด้วยกรรมการจำนวนทั้งสิ้น 15 คน โดยกรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้งจากมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นดังกล่าว มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทฯ ในฐานะกรรมการของบริษัทฯ ได้ หากมีความคืบหน้าที่สำคัญเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว บริษัทฯ จะแจ้งให้ทราบต่อไป

 

ทั้งนี้ รายชื่อคณะกรรมการบริษัททั้ง 15 คน ซึ่งที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทการบินไทยฯ มีมติเห็นชอบนั้น ประกอบด้วยกรรมการชุดปัจจุบัน 6 คน และกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในครั้งนี้อีก 9 คน ดังนี้

 

กลุ่มกรรมการปัจจุบัน จำนวน 6 ท่าน

 

  • ⚈ ลวรณ แสงสนิท
  • ⚈ ยรรยง เดชภิรัตนมงคล
  • ⚈ ดร.กุลยา ตันติเตมิท
  • ⚈ ชาครีย์ บำรุงวงศ์ ชาครีย์
  • ⚈ พลตำรวจเอก ดร.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร
  • ⚈ สัมฤทธิ์ สำเนียง

 

กลุ่มกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งใหม่ จำนวน 9 ท่าน โดยที่ประชุมได้ลงมติเลือกตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการด้วยคะแนนเสียงสูง ดังนี้

 

  • ⚈ ชาย เอี่ยมศิริ
  • ⚈ ดร.วิรไท สันติประภพ
  • ⚈ รพี สุจริตกุล
  • ⚈ ญนน์ โภคทรัพย์
  • ⚈ พลอากาศเอก อำนาจ จีระมณีมัย
  • ⚈ พลากร หวั่งหลี
  • ⚈ วัชรา ตันตริยานนท์
  • ⚈ ชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์
  • ⚈ ชาริตา ลีลายุทธ

The post ปลดล็อคบอร์ดชุดใหม่ ‘การบินไทย’ 15 รายชื่อ เริ่มงานได้แล้วทั้ง ‘รพี- วิรไท – ญนน์’ หลังศาลสั่งเพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลแพ่งรับคำร้อง ‘การบินไทย’ ขอเพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ปม 5 ผู้ถือหุ้นฟ้องล้มมติตั้งบอร์ดชุดใหม่ นัดไต่สวน 6 ม.ค. ปีหน้า https://thestandard.co/thai-airways-revoke-order-shareholders/ Fri, 26 Dec 2025 11:21:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1158754 ศาลแพ่งรับคำร้อง ‘การบินไทย’ ขอเพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ปม 5 ผู้ถือหุ้นฟ้องล้มมติตั้งบอร์ดชุดใหม่ นัดไต่สวน 6 ม.ค. ปีหน้า

วันนี้ (26 ธันวาคม) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ […]

The post ศาลแพ่งรับคำร้อง ‘การบินไทย’ ขอเพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ปม 5 ผู้ถือหุ้นฟ้องล้มมติตั้งบอร์ดชุดใหม่ นัดไต่สวน 6 ม.ค. ปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลแพ่งรับคำร้อง ‘การบินไทย’ ขอเพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ปม 5 ผู้ถือหุ้นฟ้องล้มมติตั้งบอร์ดชุดใหม่ นัดไต่สวน 6 ม.ค. ปีหน้า

วันนี้ (26 ธันวาคม) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI รายงานความคืบหน้าสำคัญต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรณีข้อพิพาททางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2568 ล่าสุดศาลแพ่งได้รับคำร้องขอเพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวแล้ว และกำหนดนัดไต่สวนในช่วงต้นปีหน้า

 

ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ทำหนังสือแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 โดยระบุถึงรายละเอียดความเป็นมาและสถานะล่าสุดของคดีดังนี้

 

สืบเนื่องจากการที่บริษัทฯ ได้จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2568 ในรูปแบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-Meeting) เพียงรูปแบบเดียวไปเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 เวลา 13.00 น. เพื่อพิจารณาวาระต่างๆ และมีมติอนุมัติในเรื่องที่เสนอ

 

ต่อมาปรากฏว่า มีผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ จำนวน 5 คน ได้ยื่นฟ้องบริษัทฯ เป็นจำเลยต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ดังกล่าว โดยศาลได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวในเวลาต่อมา

 

ทั้งนี้ ทางฝ่ายบริหารของการบินไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ ได้ยื่นคำขอให้ศาลยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวดังกล่าวตามกระบวนพิจารณา และยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนคำร้องขอยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวโดยพลันเป็นการด่วน

 

ล่าสุด บริษัทฯ แจ้งว่า เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ศาลได้รับคำร้องทั้งสองฉบับข้างต้นของบริษัทฯ ไว้พิจารณาแล้ว

 

ทั้งนี้ ศาลได้กำหนดนัดไต่สวนคำร้องขอยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ในวันที่ 6 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. โดยบริษัทฯ ระบุว่าหากมีความคืบหน้าที่สำคัญเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว จะแจ้งให้ทราบต่อไป

The post ศาลแพ่งรับคำร้อง ‘การบินไทย’ ขอเพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ปม 5 ผู้ถือหุ้นฟ้องล้มมติตั้งบอร์ดชุดใหม่ นัดไต่สวน 6 ม.ค. ปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ถือหุ้น ‘การบินไทย’ ไฟเขียวตั้งบอร์ดใหม่เพิ่มเป็น 15 คน พร้อมอนุมัติจ่าย ‘เงินโบนัส’ เพดานวงเงินไม่เกิน 30 ล้านบาท https://thestandard.co/thai-airways-shareholders-have-approved/ Mon, 22 Dec 2025 03:27:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1156705 ผู้ถือหุ้น ‘การบินไทย’ ไฟเขียวตั้งบอร์ดใหม่เพิ่มเป็น 15 คน พร้อมอนุมัติจ่าย ‘เงินโบนัส’ เพดานวงเงินไม่เกิน 30 ล้านบาท

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI จัดการประชุมสา […]

The post ผู้ถือหุ้น ‘การบินไทย’ ไฟเขียวตั้งบอร์ดใหม่เพิ่มเป็น 15 คน พร้อมอนุมัติจ่าย ‘เงินโบนัส’ เพดานวงเงินไม่เกิน 30 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ถือหุ้น ‘การบินไทย’ ไฟเขียวตั้งบอร์ดใหม่เพิ่มเป็น 15 คน พร้อมอนุมัติจ่าย ‘เงินโบนัส’ เพดานวงเงินไม่เกิน 30 ล้านบาท

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2568 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-Meeting) เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยมีวาระสำคัญคือการอนุมัติโครงสร้างคณะกรรมการบริษัทชุดใหม่จำนวน 15 ท่าน และการกำหนดค่าตอบแทนคณะกรรมการ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการบริหารงานเต็มรูปแบบภายหลังศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ

 

โดยมีมติสำคัญจากการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งนี้ ดังนี้

 

อนุมัติขยายจำนวนบอร์ดเป็น 15 คน

 

ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติด้วยคะแนนเสียงข้างมาก 89.26% อนุมัติให้เพิ่มจำนวนกรรมการบริษัทจากเดิม 11 คน เป็น 15 คน เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างการบริหารงานใหม่

 

เปิดรายชื่อ 15 บอร์ด นำทัพการบินไทย

 

สำหรับรายชื่อคณะกรรมการบริษัททั้ง 15 คน ประกอบด้วยกรรมการชุดปัจจุบัน 6 คน และกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในครั้งนี้อีก 9 คน ดังนี้

 

กลุ่มกรรมการปัจจุบัน จำนวน 6 ท่าน

 

  1. ลวรณ แสงสนิท
  2. บรรยง เดชภิรัตนมงคล
  3. ดร.กุลยา ตันติเตมิท
  4. ชาครีย์ บำรุงวงศ์ ชาครีย์ 
  5. พลตำรวจเอก ดร.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร
  6. สัมฤทธิ์ สำเนียง

 

กลุ่มกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งใหม่ จำนวน 9 ท่าน โดยที่ประชุมได้ลงมติเลือกตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการด้วยคะแนนเสียงสูง ดังนี้

 

  1. ชาย เอี่ยมศิริ
  2. ดร.วิรไท สันติประภพ
  3. รพี สุจริตกุล
  4. ญนน์ โภคทรัพย์
  5. พลอากาศเอก อำนาจ จีระมณีมัย
  6. พลากร หวั่งหลี
  7. วัชรา ตันตริยานนท์
  8. ชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์
  9. ชาริตา ลีลายุทธ

 

ทั้งนี้ มีผู้ได้รับการเสนอชื่อแต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง 2 ท่าน คือ ผศ.ดร.ประชา คุณธรรมดี และชาญศิลป์ ตรีนุชกร

 

เปิดโครงสร้างค่าตอบแทนบอร์ดชุดใหม่

 

ที่ประชุมมีมติอนุมัติค่าตอบแทนคณะกรรมการและคณะกรรมการชุดย่อย ซึ่งจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2568 (ซึ่งเป็นวันที่บริษัทฯ มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เป็นครั้งแรกภายหลังจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ) ถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

ค่าตอบแทนรายเดือน
– ประธานกรรมการ 100,000 บาท/เดือน

 

– กรรมการ 50,000 บาท/เดือน

 

เบี้ยประชุม (จ่ายเฉพาะครั้งที่มาประชุม)
– ประธานกรรมการ 37,500 บาท/ครั้ง-กรรมการ 30,000 บาท/ครั้ง

 

***หมายเหตุ รับเบี้ยประชุมไม่เกิน 15 ครั้งต่อปี

 

ค่าตอบแทนคณะกรรมการชุดย่อย

 

– คณะกรรมการตรวจสอบ ประธานได้รับ 37,500 บาท/เดือน และกรรมการ 30,000 บาท/เดือน (ไม่มีเบี้ยประชุม)

 

– คณะกรรมการชุดอื่น ไม่มีค่าตอบแทนรายเดือน แต่ได้รับเบี้ยประชุม 20,000 บาท/ครั้ง (รวมแล้วไม่เกิน 2 คณะ และไม่เกิน 1 ครั้งต่อเดือน)

 

ประกาศอัตราโบนัสบอร์ด ‘การบินไทย’ อิงกำไรสุทธิ

 

สำหรับเงินรางวัลประจำปี (Bonus) ของกรรมการบริษัทฯ กำหนดไว้ที่อัตรา 0.2% ของกำไรสุทธิจากงบการเงินรวม แต่กำหนดเพดานวงเงินรวมไว้ ไม่เกิน 30 ล้านบาท โดยกรรมการบริษัทฯ จะต้องเป็นผู้รับภาระภาษีเงินได้เอง

 

ทั้งการอนุมัติโครงสร้างคณะกรรมการและค่าตอบแทนในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการบินไทยในการเปลี่ยนผ่านกลับสู่การบริหารงานในรูปแบบปกติ ภายใต้โครงสร้างคณะกรรมการที่มาจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ทั้งการเงิน การบริหารธุรกิจ และอดีตผู้บริหารระดับสูง เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

The post ผู้ถือหุ้น ‘การบินไทย’ ไฟเขียวตั้งบอร์ดใหม่เพิ่มเป็น 15 คน พร้อมอนุมัติจ่าย ‘เงินโบนัส’ เพดานวงเงินไม่เกิน 30 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จ ฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ กรุงปักกิ่ง ก่อนเสด็จ ฯ กลับประเทศไทย https://thestandard.co/royals-attend-beijing-exhibitionblockquote/ Tue, 18 Nov 2025 02:36:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1144356

วานนี้ (17 พฤศจิกายน) ในตอนบ่าย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ […]

The post พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จ ฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ กรุงปักกิ่ง ก่อนเสด็จ ฯ กลับประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (17 พฤศจิกายน) ในตอนบ่าย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ ล็อบบี โรงแรมไชนาเวิลด์ กรุงปักกิ่ง โรงแรมที่ประทับ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ วรพจน์ เจนสวัสดิชัย อัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง พร้อมด้วยคู่สมรส และข้าราชการสำนักงานทีมประเทศไทย ณ กรุงปักกิ่ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทส่งเสด็จ ในโอกาสนี้

 

พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พระสงฆ์ และประชาชนชาวไทยในกรุงปักกิ่ง เฝ้า และเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทส่งเสด็จอย่างใกล้ชิด จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปยังพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ

 

ในการนี้ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ หวัง ซวี่ตง ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ และผู้แทนพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สาธารณรัฐประชาชนจีน กราบบังคมทูลรายงานความเป็นมาของการจัดนิทรรศการ ‘หมื่นมิ่งมงคลไชย สายสัมพันธ์นิรันดร: นิทรรศการโบราณวัตถุ ฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน’

 

เสร็จแล้วทอดพระเนตรนิทรรศการ ฯ รอบปฐมทัศน์ จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งเหวินหวา ทอดพระเนตรนิทรรศการ ประกอบด้วย

 

  • ส่วนที่ 1 พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยและการติดต่อระหว่างไทย-จีน
  • ส่วนที่ 2 ความเชื่อและศาสนา
  • ส่วนที่ 3 ศิลปะในราชสำนัก
  • ส่วนที่ 4 ศิลปกรรมไทยประเพณีในปัจจุบัน

 

สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่งของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เที่ยวบินที่ ทีจี 8887 เสด็จพระราชดำเนินกลับไปยังประเทศไทย

 

อ้างอิง : https://www.facebook.com/share/p/1BrDsWNYYk/

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จ ฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ กรุงปักกิ่ง ก่อนเสด็จ ฯ กลับ ประเทศไทย 1
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จ ฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ กรุงปักกิ่ง ก่อนเสด็จ ฯ กลับ ประเทศไทย 2
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จ ฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ กรุงปักกิ่ง ก่อนเสด็จ ฯ กลับ ประเทศไทย 3

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จ ฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ กรุงปักกิ่ง ก่อนเสด็จ ฯ กลับ ประเทศไทย 5
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จ ฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ กรุงปักกิ่ง ก่อนเสด็จ ฯ กลับ ประเทศไทย 6
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จ ฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ กรุงปักกิ่ง ก่อนเสด็จ ฯ กลับ ประเทศไทย 7
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จ ฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ กรุงปักกิ่ง ก่อนเสด็จ ฯ กลับ ประเทศไทย 8
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จ ฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ กรุงปักกิ่ง ก่อนเสด็จ ฯ กลับ ประเทศไทย 9
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จ ฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ กรุงปักกิ่ง ก่อนเสด็จ ฯ กลับ ประเทศไทย 10

The post พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จ ฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ กรุงปักกิ่ง ก่อนเสด็จ ฯ กลับประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘การบินไทย’ Q3/68 มีกำไรสุทธิ 4.4 พันล้าน ลงแรง 64.6% เหตุค่าใช้จ่ายเพิ่ม-ไร้ตัวช่วยจากรายการพิเศษ แต่ 9 เดือนแรก มีกำไรสุทธิ 2.64 หมื่นล้านบาท ยังโตแรง 73.5% https://thestandard.co/thai-q3-2568-net-profit-drops-special-items/ Fri, 14 Nov 2025 07:30:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1143321 ‘การบินไทย’ Q3/68 มีกำไรสุทธิ 4.4 พันล้าน ลงแรง 64.6% เหตุค่าใช้จ่ายเพิ่ม-ไร้ตัวช่วยจากรายการพิเศษ แต่ 9 เดือนแรก มีกำไรสุทธิ 2.64 หมื่นล้านบาท ยังโตแรง 73.5%

บมจ.การบินไทย หรือ THAI แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ […]

The post ‘การบินไทย’ Q3/68 มีกำไรสุทธิ 4.4 พันล้าน ลงแรง 64.6% เหตุค่าใช้จ่ายเพิ่ม-ไร้ตัวช่วยจากรายการพิเศษ แต่ 9 เดือนแรก มีกำไรสุทธิ 2.64 หมื่นล้านบาท ยังโตแรง 73.5% appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘การบินไทย’ Q3/68 มีกำไรสุทธิ 4.4 พันล้าน ลงแรง 64.6% เหตุค่าใช้จ่ายเพิ่ม-ไร้ตัวช่วยจากรายการพิเศษ แต่ 9 เดือนแรก มีกำไรสุทธิ 2.64 หมื่นล้านบาท ยังโตแรง 73.5%

บมจ.การบินไทย หรือ THAI แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รายงานผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 3 ปี 2568 โดยมีกำไรสุทธิรวม 4,421 ล้านบาท ซึ่งลดลงถึง 64.6% หรือ 8,062 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ เป็นกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 4,413 ล้านบาท 64.6% คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.16 บาท

 

แม้จะมีกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่บริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) สูงถึง 8,557 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.0% หรือ 1,365 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น โดยมี EBITDA ที่ 12,408 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.4%

 

โดยในไตรมาส 3 ปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) ทั้งสิ้น 44,398 ล้านบาท ลดลง 3.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อรายได้และค่าใช้จ่าย

 

สำหรับรายได้จากกิจการขนส่งลดลง 4.1% หรือ 1,707 ล้านบาท โดยรายได้ค่าโดยสารและค่าน้ำหนักส่วนเกิน ลดลง 3.8% เป็น 35,677 ล้านบาท โดยหลักมาจากเส้นทางบินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ยุโรป และออสเตรเลีย สาเหตุสำคัญคือ การแข่งขันด้านราคาที่เพิ่มขึ้น และผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท

 

อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) เพิ่มขึ้น 4.0% และปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) เพิ่มขึ้น 3.1% จากการกลับมาให้บริการในเส้นทางยุโรป (บรัสเซลล์) และเพิ่มความถี่ในเส้นทางยอดนิยม (เซี่ยงไฮ้, เดนปาซาร์) ส่งผลให้อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เพิ่มขึ้นจาก 76.1% เป็น 76.8%

 

ขณะที่รายได้จากค่าระวางขนส่งและไปรษณียภัณฑ์ ลดลง 5.9% แม้ปริมาณการขนส่งพัสดุภัณฑ์จะเพิ่มขึ้น 6.0% แต่รายได้เฉลี่ยต่อหน่วยลดลง 11.2% เนื่องจากภาวะการแข่งขันและการแข็งค่าของเงินบาท

 

ด้านค่าใช้จ่ายรวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) ลดลง 7.2% เป็น 35,841 ล้านบาท

 

– ค่าน้ำมันเครื่องบินลดลง 15.1% หรือ 2,045 ล้านบาท เนื่องจากราคาตลาดน้ำมันเฉลี่ยปรับลดลง 8.4% และอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น 7.2% แม้ปริมาณการใช้น้ำมันจะเพิ่มขึ้น

 

– ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานไม่รวมค่าน้ำมันเครื่องบินลดลง 3.0% โดยหลักมาจากการลดลงอย่างมากของค่าซ่อมแซมและซ่อมบำรุงอากาศยาน (-36.6%)

 

– รายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิเป็นค่าใช้จ่าย 993 ล้านบาท ซึ่งมาจากผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ จำนวน 509 ล้านบาท ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสุทธิ จำนวน 379 ล้านบาท และผลขาดทุนจากการวัดมูลค่าจากตราสารอนุพันธ์ จำนวน 82 ล้านบาท จำนวน ซึ่งแตกต่างจากปีก่อนที่มีรายการพิเศษเป็นรายได้สุทธิ 10,119 ล้านบาท เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กำไรสุทธิลดลง

 

9 เดือนแรกปี 2568 ผลงานแกร่งต่อเนื่อง รายได้รวมทะลุ 1.4 แสนล้านบาท

 

สำหรับผลการดำเนินงานรวมของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) สูงถึง 140,850 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7% หรือ 5,086 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

ทั้งนี้การเติบโตนี้มีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากกิจการขนส่ง โดยมีรายได้จากค่าโดยสารและค่าน้ำหนักส่วนเกิน เพิ่มขึ้น 3.0% แม้ว่ารายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วยจะต่ำกว่าปีก่อน 9.3% เนื่องจากการแข่งขันด้านราคาที่เข้มข้นขึ้นและผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท

 

แต่ถูกชดเชยด้วยปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 13.2% ส่วนรายได้จากค่าระวางขนส่งและไปรษณียภัณฑ์ ก็เพิ่มขึ้น 2.9% ตามปริมาณการขนส่งพัสดุภัณฑ์ (RFTK) ที่เพิ่มขึ้น 11.8% สอดคล้องกับปริมาณการส่งออกสินค้าที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้จากกิจการอื่น เพิ่มขึ้น 5.9% และรายได้อื่นๆ เพิ่มขึ้นถึง 26.9%

 

ในด้านการบริหารจัดการต้นทุน บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการควบคุมค่าใช้จ่ายรวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) ให้ลดลง 3.5% เป็น 107,704 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสำคัญคือ ค่าน้ำมันเครื่องบินที่ลดลงถึง 11.8% ซึ่งเป็นผลจากราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ปรับลดลง 11.3% และเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น 7.3% ความสามารถในการจัดการต้นทุนที่ดีนี้ สะท้อนได้จากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานไม่รวมค่าน้ำมันเครื่องบินต่อหน่วยปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (CASK) ที่ลดลงจาก 1.493 บาท เป็น 1.364 บาท

 

ผลจากการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) อยู่ที่ 33,146 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น 37.0% และมี EBITDA แตะที่ 43,295 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13%

 

นอกจากนี้ การบินไทยยังบันทึกรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิเป็นรายได้ 3,266 ล้านบาท ส่งผลให้ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 26,394 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 73.4% จากปีก่อน โดยเป็นกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 26,369 ล้านบาท

 

แนวทางการดำเนินงานและการเติบโตในอนาคต

 

  • ขยายเครือข่ายเส้นทางบินและเพิ่มความถี่เที่ยวบิน โดยมุ่งเสริมความเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคเอเชีย
  • เพิ่มความถี่เส้นทางปักกิ่งและกวางโจวจาก 7 เป็น 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์
  • กลับมาเปิดเส้นทางสู่เซียะเหมิน ฉงชิ่ง และฉางซา เมืองละ 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์
  • เปิดเส้นทางใหม่สู่อูฮั่นและเซินเจิ้น รวมถึงเส้นทางใหม่ไปยังคยา ประเทศอินเดีย
  • เสริมศักยภาพฝูงบิน ด้วยการทยอยรับมอบเครื่องบินแอร์บัส A321neo จำนวน 17 ลำ ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2568 และคาดว่าจะครบภายในปี 2569
  • สั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 787 Dreamliner ใหม่ 45 ลำ โดยจะเริ่มส่งมอบในปี 2571 และตั้งเป้าเพิ่มจำนวนฝูงบินเป็น 150 ลำภายในปี 2576
  • จัดตั้งบริษัท ไทย เอ็ม อาร์ โอ กรุ๊ป จำกัด และบริษัท ไทย เอ็ม อาร์ โอ เซอร์วิสเซส จำกัด เพื่อดำเนินกิจการด้านการซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) อย่างครบวงจร เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่ที่มีเสถียรภาพ

 

ปัจจัยที่อาจมีผลกระทบต่อผลการดําเนินงานในอนาคต

 

เศรษฐกิจโลกอยู่ในช่วงปรับตัวเข้ากับโครงสร้างที่ถูกเปลี่ยนแปลงด้วยมาตรการและนโยบายใหม่ จากความไม่แน่นอนของสงครามการค้า กำแพงภาษีสหรัฐอเมริกาเร่งให้เศรษฐกิจโลกแบ่งขั้ว (Decoupling) และมีแนวโน้มกดดันการค้าการลงทุน ถึงแม้สหรัฐอเมริกาจะประกาศใช้อัตราศุลกากรตอบโต้รายประเทศ (Reciprocal tariff) แล้ว

 

แต่ยังมีแนวโน้มจะใช้ศุลกากรเฉพาะสินค้า (Sectoral tariff) และศุลกากรสินค้าสวมสิทธิ (Tariff on transhipped goods) ซึ่งยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ อาทิ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเป็นสังคมสูงอายุ ส่งผลให้กำลังแรงงานขยายตัวได้น้อยลง เป็นต้น

 

CAPA Centre for Aviation (CAPA) ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ วิจัย และคาดการณ์แนวโน้มอุตสาหกรรมการบิน เผยแพร่บทวิเคราะห์เกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยพบว่าแม้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะยังคงเป็นภูมิภาคที่แข็งแกร่ง แต่การเติบโตของการบินระหว่างประเทศกำลังเผชิญกับแรงกดดันและมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากข้อพิพาททางภูมิรัฐศาสตร์และปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาค

 

โดยคาดการณ์ว่าธุรกิจขนส่งสินค้า (Cargo) จะได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีมากกว่าธุรกิจการขนส่งผู้โดยสาร และอัตราการทำกำไรของสายการบินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีแนวโน้มที่จะลดลง นอกจากนี้ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) เปิดเผยว่า ภาวะการขาดแคลนเครื่องบินพาณิชย์ถือเป็นความท้าทายของอุตสาหกรรมการบิน ส่งผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานของสายการบินและการเติบโตของปริมาณการจราจรทางอากาศในระยะยาว

 

มองเศรษฐกิจไทยปี 68 ชะลอตัวจากผลกระทบภาษีของสหรัฐฯ

 

นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยในปี 2568 มีแนวโน้มชะลอลงจากผลกระทบของมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวได้ในระดับหนึ่งโดยได้รับแรงส่งเพิ่มเติมจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ รวมถึงการส่งออกหมวดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามผลกระทบที่ชัดเจนของมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา ความต่อเนื่องของการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ และการปรับตัวของธุรกิจ SMEs ที่ยังเผชิญปัญหาด้านการแข่งขัน การเข้าถึงสินเชื่อ และต้นทุนทางการเงิน ส่วนภาคการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศประมาณ 33.4 ล้านคน ลดลงร้อยละ 5.9 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จากการลดลงของนักท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียตะวันออกและอาเซียน อย่างไรก็ตาม ยังมีภูมิภาคที่เติบโต ได้แก่ เอเชียใต้ ยุโรป อเมริกา โอเชียเนีย และตะวันออกกลาง

The post ‘การบินไทย’ Q3/68 มีกำไรสุทธิ 4.4 พันล้าน ลงแรง 64.6% เหตุค่าใช้จ่ายเพิ่ม-ไร้ตัวช่วยจากรายการพิเศษ แต่ 9 เดือนแรก มีกำไรสุทธิ 2.64 หมื่นล้านบาท ยังโตแรง 73.5% appeared first on THE STANDARD.

]]>
บอร์ด ‘การบินไทย’ อนุมัติเพิ่มจำนวนบอร์ดเป็น 15 คน ส่ง วิรไท-รพี จ่อนั่งบอร์ดใหม่ ด้าน ‘ชาญศิลป์’ ลุ้นนั่งบอร์ดต่อ ส่วน ‘ปิยสวัสดิ์’ ไม่ไปต่อ https://thestandard.co/thestandard-economicforum-2025-26/ Fri, 07 Nov 2025 13:14:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1140856 บอร์ด ‘การบินไทย’ อนุมัติเพิ่มจำนวนบอร์ดเป็น 15 คน ส่ง วิรไท-รพี จ่อนั่งบอร์ดใหม่ ด้าน ‘ชาญศิลป์’ ลุ้นนั่งบอร์ดต่อ ส่วน ‘ปิยสวัสดิ์’ ไม่ไปต่อ

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศมติสำคัญจากการป […]

The post บอร์ด ‘การบินไทย’ อนุมัติเพิ่มจำนวนบอร์ดเป็น 15 คน ส่ง วิรไท-รพี จ่อนั่งบอร์ดใหม่ ด้าน ‘ชาญศิลป์’ ลุ้นนั่งบอร์ดต่อ ส่วน ‘ปิยสวัสดิ์’ ไม่ไปต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บอร์ด ‘การบินไทย’ อนุมัติเพิ่มจำนวนบอร์ดเป็น 15 คน ส่ง วิรไท-รพี จ่อนั่งบอร์ดใหม่ ด้าน ‘ชาญศิลป์’ ลุ้นนั่งบอร์ดต่อ ส่วน ‘ปิยสวัสดิ์’ ไม่ไปต่อ

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศมติสำคัญจากการประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ครั้งที่ 4/2568 เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 โดยหลักสำคัญคือการปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริษัทให้มีขนาดที่เหมาะสมและสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล ก่อนการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM) ประจำปี 2568 ที่จะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2568

 

โดยคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติเรียกประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ในวันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2568 เวลา 13.00 น. ในรูปแบบ E-Meeting พร้อมกำหนด Record Date เป็นวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 เพื่อพิจารณาวาระสำคัญ โดยเฉพาะการเพิ่มจำนวนกรรมการบริษัทฯ และการเลือกตั้งกรรมการใหม่

 

ไฟเขียวเพิ่มจำนวนบอร์ด จาก 11 คน เป็น 15 คน

 

มติสำคัญที่สุดคือการเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติ กำหนดจำนวนกรรมการเพิ่มเติม จากเดิม 11 คน เป็น 15 คน ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับของบริษัทฯ ข้อ 15. ที่กำหนดให้มีกรรมการไม่น้อยกว่า 5 คน แต่ไม่มากกว่า 15 คน การเพิ่มจำนวนกรรมการครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อเพิ่ม Board Diversity และให้คณะกรรมการฯ มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญที่หลากหลายสอดคล้องกับ Board Skills Matrix ของบริษัทฯ และช่วยให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

กรรมการที่จะต้องออกจากตำแหน่งตามวาระมีจำนวน 4 คน ได้แก่ ดร. ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์, ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, พลอากาศเอก อำนาจ จีระมณีมัย และ ชาย เอี่ยมศิริ และ ณปกรณ์ ธนสุวรรณเกษม ได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการอิสระ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป

 

ทั้งนี้ ดร. ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีตประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บมจ. การบินไทย ไม่ได้ถูกเสนอชื่อให้กลับเข้ามารับตำแหน่งบอร์ด

 

เปิดรายชื่อบุคคลที่ถูกเสนอเข้าชิงบอร์ดใหม่ ‘การบินไทย’

 

คณะกรรมการฯ ได้เสนอรายชื่อบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเพื่อพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการเพิ่มเติมและทดแทนกรรมการที่ออกตามวาระ/ลาออก จำนวน 11 รายชื่อ แบ่งเป็นผู้ที่คณะกรรมการฯ เสนอ และผู้ถือหุ้นเสนอ

 

โดยบุคคลที่บอร์ด เห็นควรเสนอ รวม 9 คน มีดังนี้

 

  • ชาริตา ลีลายุทธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด เป็นกรรมการ
  • ชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC เป็นกรรมการอิสระ
  • ญนน์ โภคทรัพย์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เป็นกรรมการอิสระ
  • พลากร หวั่งหลี เป็นกรรมการอิสระ โดยจะลาออกจากตำแหน่งกรรมการของ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด หากได้รับการเลือกตั้ง
  • รพี สุจริตกุล อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นกรรมการอิสระ
  • วัชรา ตันตริยานนท์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารออมสิน เป็นกรรมการอิสระ
  • ดร. วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นกรรมการอิสระ
  • ชาย เอี่ยมศิริ เป็นกรรมการ ได้รับการเสนอชื่อเพื่อกลับเข้าดำรงตำแหน่งอีกวาระหนึ่ง
  • พลอากาศเอก อำนาจ จีระมณีมัย กรรมการอิสระ ได้รับการเสนอชื่อเพื่อกลับเข้าดำรงตำแหน่งอีกวาระหนึ่ง (แม้ดำรงตำแหน่งเกิน 9 ปี แต่คุณสมบัติยังสอดคล้องกับนิยามกรรมการอิสระ)

 

ส่วนบุคคลซึ่งได้รับการเสนอชื่อจากผู้ถือหุ้นที่มีคุณสมบัติครบถ้วน รวม 2 คน มีดังนี้

 

  • ชาญศิลป์ ตรีนุชกร อดีตผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บริษัท การบินไทย, อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เป็นกรรมการ เสนอโดย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีสัดส่วนการถือหุ้น ร้อยละ 8.49
  • ผศ. ดร. ประชา คุณธรรมดี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นกรรมการ เสนอโดย สหกรณ์ออมทรัพย์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำกัด ซึ่งมีสัดส่วนการถือหุ้น ร้อยละ 5 43

 

ทั้งนี้ในการประชุม AGM ในวันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2568 จะมีการเปิดให้ผู้ถือหุ้นลงคะแนนเสียงเพื่อโหวตเลือกบอร์ดจากรายชื่อดังกล่าวข้างต้น ซึ่งรายชื่อที่ได้รับคะแนนเสียงสูงสุด 8 อันดับแรกจะได้ดำรงตำแหน่งบอร์ดใหม่ของการบินไทย ซึ่งรวมกับอีก 7 รายชื่อ ดังนี้

 

  • ลวรณ แสงสนิท ประธานกรรมการ
  • ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ
  • กุลยา ตันติเตมิท กรรมการ
  • ชาครีย์ บำรุงวงศ์ กรรมการ
  • พลตำรวจเอก ธัชชัย ปิตะนีละบุตร กรรมการ
  • ยรรยง เดชภิรัตนมงคล กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ
  • สัมฤทธิ์ สำเนียง กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ

 

ส่งผลให้บอร์ดการบินไทยจะมีจำนวนเพิ่มจาก 11 คน เป็น 15 คน

 

ด้าน ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีตกรรมการ และอดีต ประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บมจ. การบินไทย โพสต์ข้อความผ่าน Facebook ระบุว่า ดีใจที่มีรายชื่อบุคคลที่ผมเสนอชื่อไปสองคนคือ ดร. วิรไท สันติประภพ และ รพี สุจริตกุล

The post บอร์ด ‘การบินไทย’ อนุมัติเพิ่มจำนวนบอร์ดเป็น 15 คน ส่ง วิรไท-รพี จ่อนั่งบอร์ดใหม่ ด้าน ‘ชาญศิลป์’ ลุ้นนั่งบอร์ดต่อ ส่วน ‘ปิยสวัสดิ์’ ไม่ไปต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปูดแผนคลังจ่อ ‘ยึดอำนาจ’ การบินไทย หวั่นหวนคืนสู่ ‘วิกฤตล้มละลาย’ พบมีความพยายามปลด ‘ปิยสวัสดิ์-ชาญศิลป์’ ออกจากบอร์ด เล็งส่งคนใหม่เสียบแทน https://thestandard.co/thai-airways-takeover-board-change-agm/ Fri, 10 Oct 2025 04:19:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1128911 thai-airways-takeover-board-change-agm

หลังออกจากแผนฟื้นฟูฯ บมจ. การบินไทย ไม่นานกลับมามีประเด […]

The post ปูดแผนคลังจ่อ ‘ยึดอำนาจ’ การบินไทย หวั่นหวนคืนสู่ ‘วิกฤตล้มละลาย’ พบมีความพยายามปลด ‘ปิยสวัสดิ์-ชาญศิลป์’ ออกจากบอร์ด เล็งส่งคนใหม่เสียบแทน appeared first on THE STANDARD.

]]>
thai-airways-takeover-board-change-agm

หลังออกจากแผนฟื้นฟูฯ บมจ. การบินไทย ไม่นานกลับมามีประเด็นร้อนแรงอีกครั้ง หลังมีกระแสข่าวว่ากระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ มีความพยายามจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี (Annual General Meeting: AGM) เป็นครั้งที่สองของปีนี้เพื่อเปลี่ยนแปลงบอร์ดชุดใหญ่ ซึ่งกำลังถูกตั้งคำถามว่าเป็นแผนการเข้า ‘ยึดอำนาจ’ ในการบินไทย หรือไม่

 

 

แหล่งข่าวระดับสูงในภาคตลาดทุน ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์ความพยายามในการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริษัทครั้งใหญ่ โดยมีความพยายามต้องการปลด ดร. ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการ และอดีตประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บมจ. การบินไทย กับชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการ และอดีตผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บมจ. การบินไทย ซึ่งทั้ง 2 คนมีส่วนสำคัญในการทำแผนฟื้นฟูกิจการ จนการบินไทยสามารถออกจากแผน

 

โดยระบุว่ามีความกังวลอย่างยิ่งว่าการเข้าแทรกแซงของกระทรวงการคลังอาจทำให้การบินไทยต้องกลับไปสู่รูปแบบการบริหารจัดการแบบรัฐวิสาหกิจเดิม และอาจนำไปสู่วิกฤตอีกครั้ง

 

ดร. ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการ และอดีตประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บมจ. การบินไทย

ดร. ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการ และอดีตประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บมจ. การบินไทย

 

ชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการ และอดีตผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บมจ. การบินไทย

ชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการ และอดีตผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บมจ. การบินไทย

 

ทั้งนี้ บมจ.การบินไทย ได้ดำเนินการนำหุ้น THAI กลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกครั้งอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม ปีนี้ที่ผ่านมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากประสบความสำเร็จจากการฟื้นฟูกิจการ

 

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2568 โดยมีรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) ทั้งสิ้น 44,828 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีรายได้รวม 43,981 ล้านบาท โดยการบินไทย ได้เพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางที่เป็นที่นิยม เช่น เซี่ยงไฮ้, ฮ่องกง และเดนปาซาร์ เป็นต้น ส่งผลให้มีผู้โดยสารรวมในช่วงไตรมาส 2/2568 เป็นจำนวน 3.97 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.2% และมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยเท่ากับ 77.0% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 73.2% จากการปรับเครือข่ายเส้นทางบินที่เหมาะสมเพื่อรองรับปริมาณความต้องการการเดินทางของผู้โดยสารที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการสร้างพันธมิตรผ่านการทำรหัสเที่ยวบินร่วม (Codeshare)

 

พบพิรุธมีความพยายามปลดบอร์ดผ่านประชุม AGM รอบที่ 2

 

แหล่งข่าวยังระบุต่อว่า ความพยายามในการเปลี่ยนแปลงกรรมการที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง โดยกระทรวงการคลังได้เสนอชื่อกรรมการเข้ามาถึง 10 ชื่อ และมีความตั้งใจที่จะเพิ่มจำนวนกรรมการของ บมจ.การบินไทย จากเดิมที่มีจำนวน 11 คน เป็น 15 คน

 

ประเด็นที่น่ากังวลคือ กระทรวงการคลังต้องการปลดกรรมการเดิมออกจากตำแหน่ง โดยพยายามเรียกประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี (Annual General Meeting: AGM) เป็นครั้งที่สองภายในปีเดียว คือ ในปีนี้ซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคมนี้ แม้ว่าช่วงเดือนเมษายนปีนี้ที่ผ่านมา การบินไทย ได้จัดประชุม AGM ไปแล้ว ซึ่งถือเป็นประเด็นที่มีความผิดปกติ และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในการจัดประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยทั่วไป ซึ่งปกติการประชุม AGM จะจัดเพียงปีละครั้ง และขั้นตอนการเปลี่ยนกรรมการที่อยู่มายาวนาน ควรทำผ่านการประชุม AGM เท่านั้น

 

อย่างไรก็ดี หากมีการประชุมผู้ถือหุ้นป็นครั้งที่สองในปีเดียวกัน หากต้องการจัดประชุมผู้ถือหุ้นควรจะต้องจัดในรูปแบบการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (Extraordinary General Meeting: EGM) 

 

ดังนั้น จึงตั้งข้อสังเกตว่าการที่กระทรวงการคลังพยายามจัดประชุม AGM เป็นครั้งสองของปีนี้ เพื่อเปลี่ยนแปลงกรรมการที่อยู่มานานที่สุดในบอร์ด จำนวน 2 คน คือ ดร. ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการ กับชาญศิลป์ ตรีนุชกร ปลดออกจากตำแหน่ง เพราะตามเกณฑ์หากการจัดประชุมผู้ถือหุ้น EGM จะไม่สามารถเสนอวาระปลดหรือแต่งตั้งบอร์ดต่อที่ประชุมได้ หากต้องการดำเนินการเปลี่ยนแปลงบอร์ดและแต่งตั้งบอร์ดใหม่มาแทนที่ตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องดำเนินการผ่านการประชุม AGM 

 

ทั้งนี้ การใช้ช่องทาง AGM ครั้งที่สองนี้ อาจมีปัญหาเรื่องการตีความทางกฎหมาย

โดยเฉพาะในประเด็นที่ต้องการเปลี่ยนกรรมการชุดเดิมออกจากตำแหน่งปัจจุบัน ซึ่งอ้างเหตุผลว่าเป็นรายชื่อผู้ที่รับตำแหน่งมานานที่สุดของการบินไทย ปัจจุบัน จำนวน 3 รายชื่อ ได้แก่ พลอากาศเอก อำนาจ จีระมณีมัย, ดร. ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ และ ชาญศิลป์ ตรีนุชกร 

 

อย่างไรก็ดี คาดว่าในการประชุม AGM ที่เตรียมจะจัดในช่วงเดือนธันวาคมนี้ กระทรวงการคลัง จะมีการเปลี่ยนแปลง 2 บอร์ดเดิมออกจากตำแหน่ง ได้แก่ ดร. ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ และ ชาญศิลป์ ตรีนุชกร ส่วน พลอากาศเอก อำนาจ จีระมณีมัย คาดว่าจะถูกเลือกให้กลับเข้ามารับตำแหน่งบอร์ดอีกครั้ง

 

งบการเงินและข้อมูลทางการเงินที่สำคัญของ บมจ.การบินไทย ในช่วงทำแผนฟื้นฟูฯ และสามารถดำเนินการออกจากแผนฟื้นฟูฯ ได้สำเร็จ

งบการเงินและข้อมูลทางการเงินที่สำคัญของ บมจ.การบินไทย ในช่วงทำแผนฟื้นฟูฯ และสามารถดำเนินการออกจากแผนฟื้นฟูฯ ได้สำเร็จ

 

คลังละเลยผู้ถือหุ้นรายอื่น ชี้ถือหุ้น ‘การบินไทย’ เพียง 38% 

 

แหล่งข่าว ยังชี้ให้เห็นถึงความไม่เหมาะสมในการใช้อำนาจของกระทรวงการคลัง โดยเน้นย้ำว่า กระทรวงการคลังถือหุ้นอยู่เพียง 38% เท่านั้น ซึ่งยังไม่นับหน่วยงานอื่นๆ ที่อยู่ภายใต้กระทรวงการคลัง ที่มีการถือหุ้นในการบินไทย แต่กลับพยายามดำเนินการแต่งตั้งกรรมการโดยไม่สนใจผู้ถือหุ้นรายอื่น

 

“ปัจจุบันการบินไทยไม่ใช่บริษัทเดิมที่เคยเป็นรัฐวิสาหกิจ ไม่ใช่บริษัท เหมือน ปตท หรือรัฐวิสาหกิจอื่นๆ ที่คลังถือหุ้น 70-80% หรือ 100%” แหล่งข่าวกล่าว

 

หวั่นบอร์ดเก่ากลับมาทำ ‘การบินไทย’ ล้มละลาย

 

สิ่งที่กังวล คือ รายชื่อกรรมการใหม่บางคนนั้น เป็นบุคคลที่เคยเกี่ยวข้องกับช่วงที่การบินไทยประสบปัญหาล้มละลายมาก่อน

 

แหล่งข่าว ยังแสดงความกังวลอีกว่า กระทรวงการคลังมีความนำบอร์ดที่เคยนำการบินไทย ออกจากแผนฟื้นฟูฯ ได้สำเร็จออกไปจากตำแหน่งบอร์ดปัจจุบัน แต่กลับมีความพยายามแต่งตั้งบอร์ดเก่าบางรายชื่อที่เคยสร้างปัญหาในอดีตจนการบินไทยต้องเจอวิกฤตในการบริหารจัดการจนมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในอดีต

 

พร้อมย้ำเตือนว่า วัตถุประสงค์ของการดำเนินการครั้งนี้ของ กระทรวงการคลัง คือ มีความพยายามต้องการกลับมายึดอำนาจคืน เพื่อให้มีอำนาจในการบริหารจัดการได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้การบริหารจัดการอาจจะกลับไปเป็นเหมือนรัฐวิสาหกิจมากขึ้นทุกที และเป็นการคิดบริหารจัดการแบบราชการ

 

“ถือเป็นสัญญาณเตือนว่านี่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าการบินไทยกำลังจะถูกพา กลับไปสู่วิกฤตอีกครั้ง หากยังคงทำงานกันแบบนี้” แหล่งข่าวกล่าว

 

นอกจากนี้ วิธีการบริหารจัดการของการบินไทย ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา หลังจากออกจากฟื้นฟูฯ และมีตัวแทนจากกระทรวงการคลังส่งมาทยอยนั่งในบอร์ดการบินไทย ส่งผลกระทบให้การทำงานมีความล่าช้า ไม่มีการตัดสินใจ และกระบวนการต่าง ๆ ไม่คล่องตัว

 

โอกาสของผู้ถือหุ้นรายอื่นในการเสนอชื่อ

 

แม้กระทรวงการคลังจะเสนอชื่อบอร์ดเข้ามา 10 คน แต่บริษัทการบินไทยมีความแตกต่างจากบริษัทอื่นตรงที่มีผู้ถือหุ้นอื่นที่ถือหุ้นเกิน 5% จำนวนหลายราย และพวกเขามีสิทธิ์ที่จะเสนอชื่อกรรมการเข้ามาได้ด้วย

 

ขณที่ บมจ.การบินไทย ได้ส่งหนังสือแจ้งให้ผู้ถือหุ้นอื่นเสนอชื่อบุคคลเข้ามาเป็นกรรมการ ภายในวันที่ 19 ตุลาคมนี้ โดยกำหนดจะเสนอรายต่อที่ประชุมบอร์ด ในวันที่ 23 ตุลาคมนี้ ซึ่งวานนี้ (9 ตุลาคม ) ได้มีการประชุมคณะกรรมการสรรหาของการบินไทย เพื่อรวบรวมรายชื่อบุคคลที่เหมาะสมที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งบอร์ดของการบินไทย เพื่อนำรายชื่อเสนอต่อที่ประชุมบอร์ดการบินไทยชุดปัจจุบันให้มีการพิจารณา จะเป็นการนำรายชื่อมาเปรียบเทียบกันระหว่างคนของกระทรวงการคลังกับรายชื่อของบุคคลของผู้ถือหุ้นอื่น

 

โดยสรุป แหล่งข่าวมองว่า หากการเปลี่ยนแปลงกรรมการเกิดขึ้นตามแผนของกระทรวงการคลัง การบินไทย มีความเสี่ยงอาจจะกลับไปสู่ความล้มเหลวเหมือนเดิมจนต้องเข้าแผนฟื้นกิจการอีกครั้ง

 

ทั้งนี้ ประเด็นที่เกิดขึ้นส่งผลกดดันราคาหุ้นของ THAI โดยวันนี้ (10 ตุลาคม) ณ เวลา 10.30 น. ราคาหุ้นอยู่ที่ 11.30 บาท ลดลง 0.20 บาท หรือลดลง 1.74%

 

ภาพ: Golden House Studio / Shutterstock

The post ปูดแผนคลังจ่อ ‘ยึดอำนาจ’ การบินไทย หวั่นหวนคืนสู่ ‘วิกฤตล้มละลาย’ พบมีความพยายามปลด ‘ปิยสวัสดิ์-ชาญศิลป์’ ออกจากบอร์ด เล็งส่งคนใหม่เสียบแทน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โจทย์ทางรอดกันวิกฤตซ้ำรอยของ ‘การบินไทย’ รัฐบาลต้องขายหุ้นออก-ไม่บริหารแบบรัฐวิสาหกิจ-ไม่แทรกแซงการบริหาร https://thestandard.co/thai-airways-turnaround-lessons/ Wed, 24 Sep 2025 12:30:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1122411 thai-airways-turnaround-lessons

วันที่ 24 กันยายน 2568 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งป […]

The post โจทย์ทางรอดกันวิกฤตซ้ำรอยของ ‘การบินไทย’ รัฐบาลต้องขายหุ้นออก-ไม่บริหารแบบรัฐวิสาหกิจ-ไม่แทรกแซงการบริหาร appeared first on THE STANDARD.

]]>
thai-airways-turnaround-lessons

วันที่ 24 กันยายน 2568 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดเวทีราชดำเนินเสวนา หัวข้อ โจทย์ใหม่ ‘การบินไทย’ เดินต่ออย่างไรไม่ให้ซ้ำรอย โดยมีวิทยากรผู้บริหารระดับสูงหลายท่านมาร่วมเสวนา

 

บรรยง พงษ์พานิช อดีตกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การบินไทยเป็นรัฐวิสาหกิจที่เก่าแก่ ก่อตั้งในปี 2503 ฝ่าฟันอุปสรรคมามากมาย มีสายการบินใหญ่ๆ ในโลกเลิกกิจการจำนวนมาก อย่าง Pan Am หรือ United Airlines เข้าสู่กระบวนการล้มละลายมาแล้ว 2 ครั้ง เช่นเดียวกับ Japan Airlines

 

สายการบินไทยเป็นหลักในการเดินทางของประเทศมาตลอด มีกำไรเรื่อยมา ตอนต้นแทบจะ monopoly แต่พอปี 2547 มีการเปิดเสรีการบิน ทำให้เกิดโลว์คอสแอร์ไลน์จำนวนมากในประเทศไทย จากนั้นเป็นต้นมา เกือบ 20 ปี การบินไทยมีกำไร 3 ปี ซึ่งในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีกำไรหลักไม่ถึงร้อยล้านบาท ขณะที่ยอดขาย 2 แสนล้าน

 

กระทั่งปี 2019 ขณะที่สายการบินทั่วโลกมีผลประกอบการที่ดีมากๆ แต่การบินไทยขาดทุนหมื่นกว่าล้านบาท ไตรมาสที่ 3 ของปีดังกล่าว ซึ่งเป็นไตรมาสที่การบินไทยประกาศว่าสามารถทำ load factor ได้ถึง 80% แต่ขาดทุน 10% เท่ากันหลายพันล้านบาท ความหมายว่าจะทำกำไรได้ต้อง load factor 90% หรือมีผู้โดยสาร 90% ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะมีสายการบินไหนทำได้

 

แต่โชคดีที่เกิดโควิด-19 เพราะทำให้รัฐบาลต้องตัดสินใจผ่าตัดครั้งใหญ่ เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูตามกฎหมายล้มละลาย และทำให้มีการผ่าตัดใหญ่ตลอด 5 ปี ซึ่งการบินไทย สามารถกลับมาจากขาดทุนมากที่สุดในโลก กลายมาเป็นสายการบินที่มี Operating Margin สูงที่สุดในโลก 2 ปีติดต่อกัน

 

“เรื่องนี้เป็นเคสระดับโลก เป็นการ turnaround ตื่นเต้นยิ่งกว่าที่นายกฯ ญี่ปุ่นฟื้นฟู Japan Airlines เพราะฟื้นฟูในช่วงที่กิจการการบินทั่วโลกดี แต่การบินไทยฟื้นฟูตอนที่ทุกฝ่ายยากลำบาก โจทย์คือจากนี้ต่อไปทำอย่างไรไม่ให้วนไปสู่รูปแบบเดิม สื่อมีบทบาทสำคัญ เพราะสุดท้ายคนที่จะปกป้องการบินไทยได้ดีที่สุดคือประชาชน” บรรยงกล่าว

 

แนะรัฐขายหุ้น THAI-AOT-KTB-PTT ออกทั้งหมด ช่วยลดหนี้สาธารณะ

 

ส่วนการบินไทยไปต่ออย่างไรเพื่อไม่ให้เจอวิกฤตแบบเดิมในอดีต นายบรรยงกล่าวว่าการที่การบินไทยฟื้นฟูได้ ด้วยความไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ เพราะความเป็นรัฐวิสาหกิจต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบมากมาย แต่ก่อนการบินไทยจะซื้อเครื่องบินลำหนึ่งต้องส่งไปที่กระทรวงคมนาคม ส่งไปที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งมีสิทธิที่จะท้วงติง แล้วไปให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติ ซึ่งใช้เวลา 4 ปี

 

ในอดีตขอซื้ออีกรุ่น แต่อนุมัติให้ซื้ออีกรุ่นหนึ่งก็มี การไม่เป็นรัฐวิสาหกิจสำคัญมาก นอกจากกฎระเบียบ ยังมีเรื่องของผู้คนที่ส่งคนมาเป็นกรรมการสัดส่วนนักการเมือง สัดส่วนข้าราชการ ซึ่งจะทำให้การแข่งขันกับการคล่องตัวหายไปทั้งหมด เพราะข้าราชการขาดเวลา ขาดทักษะการบริหารธุรกิจ

 

โดยการบินไทยที่ฟื้นฟูมาได้จากปัจจัย 3 หลักดังนี้ และควรต้องรักษาไว้ โดยนิยามว่า ‘ลด รัฐ เพิ่ม ตลาด’ โดยอธิบายได้ดังนี้

 

  1. การตัดความเป็นการรัฐกิจออกไปเป็นปัจจัยสำคัญ รวมทั้ง ตัดกรรมการที่มีแต่ความกลัวออกไปที่ทำให้การบินไทยฟื้นตัวได้ เพราะการเป็นรัฐกิจนั้นทำให้ขาดความคล่องตัว (Agility) อย่างสิ้นเชิง เพราะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก

 

  1. ความเหมาะสมของคณะกรรมการและทีมบริหาร ทีมบริหารไม่ควรถูกเลือกมาจาก ‘พวกใคร’ เพราะจะสร้างปัญหาให้กับทุกองค์กร แต่ควรมาจากการพิจารณาตามความสามารถ และผลงาน (Merit Based) ซึ่งแตกต่างจากระบบที่ถูกควบคุมโดยรัฐกิจ ระบบกรรมการเดิมที่เป็นรัฐกิจนั้น จะมีปัญหาเนื่องจากกรรมการขาดเวลาในการทุ่มเทให้ธุรกิจที่แข่งขันสูง เช่น ปลัดบางกระทรวงที่ต้องเป็นกรรมการ 40 คณะและขาดทักษะที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันทางธุรกิจ

 

“ข้อกังวลที่สุดแม้ปัจจุบัน การบินไทยไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจแล้ว แต่คำถามคือจะยังมีโอกาสแบบรัฐวิสาหกิจหรือเปล่า เพราะรัฐยังถือหุ้นใหญ่ที่สุด ดังนั้นมีอำนาจเลือกกรรมการได้แบบ 100% สามารถเอาคนของเขามาหมดก็ได้จึงเป็นข้อกังวลที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้เป็นจุดชี้เป็นชี้ตายว่า การบินไทยจะสามารถรักษา Merit Based ได้หรือเปล่า ซึ่งอยากให้ประชาชนกับสื่อมวลชนเฝ้าดู” บรรยงกล่าว

 

  1. การให้ธุรกิจอยู่ในภาวะการแข่งขันที่ควรจะเป็น ต้องให้การบินไทยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขัน

 

บรรยากาศเวทีราชดำเนินเสวนา หัวข้อ โจทย์ใหม่ ‘การบินไทย’ เดินต่ออย่างไรไม่ให้ซ้ำรอย จัดโดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

 

บรรยากาศเวทีราชดำเนินเสวนา หัวข้อ โจทย์ใหม่ ‘การบินไทย’ เดินต่ออย่างไรไม่ให้ซ้ำรอย จัดโดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

 

ส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้นการบินไทย ที่มีภาครัฐถือหุ้นใหญ่นั้น มีความเห็นว่า รัฐบาลควรจะลดบทบาทในการบินไทยลงไปอีก ควรจะขายหุ้นให้หมด เพื่อเป็นตัวอย่างให้เห็นว่ารัฐวิสาหกิจถ้าเตรียมตัวให้พร้อมเขาจะไปได้ดี เหมือนกับที่รัฐบาลอังกฤษไม่ถือหุ้นอยู่เลย แล้วให้ธรรมาภิบาลของตลาดดูแล

 

นอกจากนี้ยังแนะนำให้ภาครัฐขายหุ้นของบริษัทจดทะเบียนอื่นๆ ที่ถืออยู่ออกมาทั้งหมด ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย หรือ KTB, บมจ. ปตท. หรือ PTT, บมจ. ท่าอากาศยานไทย หรือ AOT ซึ่งจะได้เงินกลับมาประมาณ 1 ล้านล้านบาท อีกทั้งหนี้ขององค์กรเหล่านี้ที่เคยถูกนับเป็นของประเทศ หลังจากขายหุ้นออกไปแล้วก็จะไม่ถูกนับรวมอยู่ในหนี้สาธารณะอีกต่อไป จะช่วยแก้ปัญหาเสถียรภาพการคลังให้รัฐบาล ลดหนี้สาธารณะได้ส่วนหนึ่ง และจะส่งสัญญาณที่ดีมากให้กลไกของระบบ

 

บรรยงกล่าวต่อว่า กรณีที่มีผู้ตั้งข้อสงสัยว่าที่การบินไทยอยู่ได้เพราะมีผู้โดยสารเป็นคนแบก ยอมจ่ายเงินค่าตั๋วเครื่องบินแพง ถ้าคุณอยากช่วยการบินไทย แพงอย่าซื้อ การบินไทยขายได้เพราะเขาแข่งขันได้ จะช่วยกดดันให้การบินไทยพัฒนาคุณภาพ และราคาให้แข่งขันได้ ถ้าเห็นตั๋วแพงอย่าไปซื้อ

 

รัฐบาลต้องใจกว้าง-ไม่แทรกแซงการบริหาร

 

ด้าน ดร. ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และอดีตประธานคณะกรรมการผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การบินไทยไม่กลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจไม่ค่อยมีความหมายเท่าไหร่ เพราะไม่กลับไปอีกแล้ว แต่อย่ากลับไปเป็นองค์กรที่ทำงานเหมือนรัฐวิสาหกิจ ซึ่งตนมีความเป็นห่วง ถ้าหากมีกรรมการที่ไม่มีความเหมาะสม ก็อาจมีการทำงานคล้ายลักษณะรัฐวิสาหกิจได้ แล้วจะกลับไปแบบเดิม

 

ทั้งนี้ปัญหาของที่ผ่านมาของการบินไทยแย่และทรุดลงมาเพราะมีการแทรกแซงจากข้างนอก แต่งตั้งคน เอาคนที่ไม่เหมาะสมมาดำรงตำแหน่งต่างๆ ตั้งแต่ข้างล่างมาข้างบน คนพวกนี้สุดท้ายแล้วก็มารับใช้คนที่เป็นหนี้บุญคุณในการจัดซื้อจัดจ้าง จะเห็นว่า เวลามีเรื่องไปที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นักการเมืองไม่โดน มีแต่ผู้บริหารการบินไทยที่โดน

 

เนื่องจากนักการเมืองสั่งด้วยวาจา แล้วก็ไปทำมา การที่โกงกินคอร์รัปชัน มาจากเอาคนของตัวเองขึ้นมา ทำให้องค์กรอ่อนแอเพราะบริหารโดยคนที่ไม่เก่ง ไม่มีประสิทธิภาพ เหมือนก่อนการฟื้นฟูการบินไทย ตอนที่ตนเป็นประธานบอร์ดการบินไทย มีแรงกดดันจากข้างนอกมากพอสมควรในการแต่งตั้งคน และไม่ใช่ระดับข้างบน เขาล้วงไปถึงข้างล่าง เติบโตขึ้นมา ซึ่งวงจรนี้กลับคืนมาได้ถ้าไม่ได้ระวัง

 

ส่วนผู้บริหารการบินไทยชุดปัจจุบัน มาจากช่วง 5 ปีที่ทำแผนฟื้นฟู เป็นกลุ่มผู้บริหารที่มีความสามารถที่สุด เขาคือกลุ่มที่ทำให้การบินไทยฟื้นขึ้นมา และรู้ธุรกิจการบิน กลุ่มนี้ยังอยู่ มีความเข้มแข็ง แต่ถ้าไปเจอคนงี่เง่าที่ทำงานด้วย สักพักหนึ่งก็จะหมดแรงหรือการตัดสินใจช้า องค์กรเดินได้ช้า อาจจะพลาดโอกาส เพราะธุรกิจการบินเปลี่ยนแปลงเร็วตลอดเวลา

 

เมื่อถามว่าการบินไทยจะเดินไปต่ออย่างไรไม่ให้ซ้ำรอย ดร. ปิยสวัสดิ์กล่าวว่าตอนนี้การบินไทยมีผู้บริหารที่แข็งมาก และกลุ่มนี้เขารักและหวงแหนการบินไทย เพราะหากบริษัทฯ ที่สร้างขึ้นมาจากที่แทบล้มละลาย และต้องการให้บริษัทอยู่ต่อไปได้อย่างยั่งยืน

 

ปัจจุบันมีกรรมการบริหารจัดการตามปกติ ซึ่งต้องเลือกกรรมการที่ดี และรัฐบาลต้องใจกว้างในการสรรหากรรมการที่เหมาะสม และเอาคนที่มีความสามารถเหมาะสมกับการทำธุรกิจที่แข่งขันมากที่สุดในโลกเข้ามา

 

“คนที่จะมาเป็นกรรมการควรจะถามตัวเองด้วยซ้ำว่าเข้ามาแล้วเพิ่มมูลค่าให้บริษัทได้ ถ้าตอบว่าไม่รู้ เข้ามาเสวยตำแหน่งเฉยๆ อย่าเอามาเลย คนที่เข้ามาเป็นกรรมการต้องช่วยบริษัทฟื้นฟูต่อไปได้อย่างยั่งยืน การสรรหากรรมการเป็นเรื่องสำคัญ และไม่เฉพาะการบินไทย รวมถึงรัฐวิสาหกิจอื่นๆ ด้วยถ้าอยากเห็นรัฐวิสาหกิจไทยมีความยั่งยืนต่อไป” ดร. ปิยสวัสดิ์กล่าว 

 

เปลี่ยน mindset แก้ปัญหาสร้างการเติบโต 

 

ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การบินไทยทุกวันนี้ถ้าเทียบกับเมื่อก่อนดีขึ้นมาก แข่งขันกับสายการบินอื่นได้ แต่มาจากการวางแผน ทำตามยุทธศาสตร์ เดินตามแผนฟื้นฟูฯ

 

อย่างไรก็ดี มองว่าปัจจัยภายในขณะนี้ของการบินไทยแทบไม่มีจุดอ่อน ส่วนปัจจัยภายนอกเจอเหมือนกัน ซึ่งปัจจัยภายในการบินไทย มีจุดแข็งคือ ภูมิศาสตร์ที่ดี มีจิตใจการบริการที่ดี ต้นทุนต่อพนักงานต่ำกว่าถ้าเทียบกับสายการบินอื่น ขณะเดียวกันประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้น 20% 

 

สิ่งที่เปลี่ยนไปชัดเจนคือ ยุทธศาสตร์การขาย หลักๆ 95% เหมือนเดิมที่เป็นสายการบินที่มีเครือข่าย แต่ที่ผ่านมาไม่ได้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ ขายแบบ point to point เป็นหลัก ไม่ได้ใช้จุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ของเรามาเป็นประโยชน์

 

ดังนั้น ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเราจัดการเรื่องนี้เพิ่มมากขึ้น วางแผนดู data ว่าผู้โดยสารมีแต่ละตลาดที่บินข้ามประเทศไทย ทำอย่างไรที่จะดึงทราฟฟิกมาประเทศไทยได้ จาก point to point 6% ของการบินไทย แต่วันนี้มี 22% แปลว่าเราดึงผู้โดยสารจากสายการบินอื่นมาไว้ที่ประเทศไทย นี่คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญมากๆ และสะท้อนมายังผลประกอบการ ไตรมาสที่ 2-3 ไม่ขาดทุน กำไรคงที่ จากเดิมที่ไตรมาส 2 และ 3 ขาดทุนมาตลอด 

 

ชายกล่าวด้วยว่า ผลิตภัณฑ์ของการบินไทย 10 ปีย้อนหลังการบินไทยมีปัญหาเรื่องฮาร์ดแวร์ เช่น เครื่องบิน เพราะการขาดทุน จึงลดงบลงทุน การจัดหาเครื่องบิน วันนี้เรารู้ปัญหา 3 ปีที่ผ่านมาดำเนินการแก้ไข เราปรับปรุงเครื่องบิน 320 จะมีเครื่องแอร์บัส 321neo เข้ามาใหม่ ในอีก 2 ปีข้างหน้าจะได้เครื่องบินลำตัวกว้างจากโรงงานเพิ่มขึ้นมาอีก 

 

“ช่วงนั้น 1 ปีแรกหลังจากฟื้นฟูเป็นเรื่องของการเอาชีวิตรอด ทำอย่างไรให้ตัวเองรอด แต่หลังจาก 1 ปีแล้ว ต้องดูอนาคตจะเป็นอย่างไร เพราะธุรกิจการบินต้องดู long term  ซึ่งเราทำได้ดีในการจัดหาเครื่องบินช่วงปลายปี 2023 ต้น 2024 ไปลงนามจัดหากับผู้ผลิตเครื่องบินและเครื่องยนต์เพื่อให้ได้มาซึ่งเครื่องบินในอนาคต ถ้าเป็นเมื่อก่อนใช้ mindset เดิมๆ ใช้เวลาในการตัดสินใจนานๆ ก็ไม่มีทางได้ฝูงบินเหล่านี้มา และอยู่ที่ผู้บริหารข้างบนว่าจะสนับสนุนคนทำงานได้มากขนาดไหน” ชายกล่าว

 

ดังนั้น mindset สำคัญมากในการทำธุรกิจ บริษัทฯ ได้เปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร เปลี่ยน core value มี 3 ข้อ คือ agility ต้องมีการตัดสินใจที่รวดเร็ว ถ้าไม่รวดเร็วไม่ทันคนอื่นต่อการเปลี่ยนแปลง และเป็นสาเหตุที่ทำให้การบินไทยเกือบล้มละลาย integrity ความซื่อสัตย์ ซื่อตรง และ mastering of customer ใส่ใจลูกค้า ความเป็นมืออาชีพ สะท้อนคุณสมบัติของคนทำธุรกิจ

The post โจทย์ทางรอดกันวิกฤตซ้ำรอยของ ‘การบินไทย’ รัฐบาลต้องขายหุ้นออก-ไม่บริหารแบบรัฐวิสาหกิจ-ไม่แทรกแซงการบริหาร appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘การบินไทย’ รุกหนักเส้นทางบินจีน เปิดเส้นทางบินใหม่ เพิ่มความถี่เที่ยวบิน จับกลุ่มผู้โดยสารกำลังซื้อสูง ใช้ไทยเป็นฮับเชื่อมเดินทางต่อไปทั่วโลก https://thestandard.co/thai-airways-expands-china-routes/ Tue, 26 Aug 2025 02:08:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1111215 การบินไทย

บมจ. การบินไทย หรือ THAI ได้จัดทริปนำคณะสื่อมวลชน ร่วมเ […]

The post ‘การบินไทย’ รุกหนักเส้นทางบินจีน เปิดเส้นทางบินใหม่ เพิ่มความถี่เที่ยวบิน จับกลุ่มผู้โดยสารกำลังซื้อสูง ใช้ไทยเป็นฮับเชื่อมเดินทางต่อไปทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
การบินไทย

บมจ. การบินไทย หรือ THAI ได้จัดทริปนำคณะสื่อมวลชน ร่วมเดินทางไปทัศนศึกษาเส้นทางการบินกรุงเทพฯ-เซี่ยงไฮ้ ถือเป็นเมืองศูนย์กลางการค้าและธุรกิจที่สำคัญแห่งหนึ่งของจีน 

 

ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. การบินไทย เปิดเผยว่า ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดคือการเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งใหญ่ จากเดิมที่เน้นตลาด Point-to-Point หรือการบินตรงระหว่างจุดหมายปลายทาง การบินไทยหันมาใช้จุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ของประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (Hub) เพื่อเชื่อมต่อผู้โดยสารจากภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกด้วยกลยุทธ์ Network Airline ที่เริ่มใช้เน้น Connecting Flight หรือเที่ยวบินต่อเครื่องมากขึ้น 

 

แม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าประเทศไทยโดยรวมจะลดลง โดยเฉพาะผู้โดยสารที่มาเป็นกรุ๊ปทัวร์ แต่ชายย้ำว่า การบินไทยไม่ได้พึ่งพานักท่องเที่ยวจีนเพียงอย่างเดียว เพราะกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของบริษัทที่เดินทางเข้า-ออกประเทศจีนจะเป็นผู้โดยสารกลุ่มอิสระ (Foreign Individual Tourism: FIT) และกลุ่มที่เดินทางเพื่อธุรกิจ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและเป็นคนละกลุ่มกับผู้โดยสารกลุ่มทัวร์ที่ลดลง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเที่ยวบินเข้า-ออกจากเซี่ยงไฮ้ มีผู้โดยสารเพียง 10% เท่านั้นที่เป็นคนไทยและคนจีน

 

ส่วนที่เหลือ 90% เป็นผู้โดยสารจากชาติอื่นที่เดินทางมาต่อเครื่องที่กรุงเทพฯ เพื่อเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ เช่น ยุโรป หรือออสเตรเลีย ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทที่ต้องการดึงผู้โดยสารกลุ่มกำลังซื้อสูงจากจีนไปท่องเที่ยวในยุโรปและออสเตรเลียผ่านเครือข่ายบินของการบินไทย

 

กลยุทธ์นี้ยังช่วยกระจายความเสี่ยงด้านแหล่งที่มาของรายได้ โดยในปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากผู้โดยสารกลุ่ม Connecting Flight หรือ Network Passenger อยู่ที่ประมาณ 20% ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากตัวเลขหลักเดียวในปี 2567 และยังเป็นส่วนช่วยเติมเต็มที่นั่งในช่วงโลว์ซีซัน ทำให้ธุรกิจมีความมั่นคงมากขึ้นตลอดทั้งปี 

 

ภาพ : ถนนคนเดินหนานจิง ในเซี่ยงไฮ้ ถือเป็นถนนช้อปปิ้งที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

 

นอกจากนี้ การบินไทยยังได้เปิดเผยถึงสัดส่วนรายได้จากผู้โดยสารแบ่งตามภูมิภาค โดยยุโรปถือเป็นตลาดที่ทำรายได้สูงสุด คิดเป็นประมาณ 35% ของรายได้รวม ตามมาด้วยตลาดเอเชียไม่รวมจีนและอินเดีย ที่ประมาณ 30% ส่วนตลาดอื่นๆ จะแบ่งเป็นออสเตรเลียและอินเดียที่ประมาณกว่า 10% เท่ากัน ในขณะที่รายได้จากตลาดจีนอยู่ที่ประมาณ 5% ของรายได้รวมทั้งหมด 

 

เปิดแผนรุกหนักตลาดจีน เจาะกลุ่มผู้โดยสารกำลังซื้อสูง

 

สำหรับในตลาดจีน ที่การบินไทยมีแผนจะเพิ่มความถี่และเปิดเส้นทางบินใหม่รวมถึงสิ้นปีนี้ และปี 2569 จากปัจจุบันเที่ยวบินของการบินไทยที่บินอยู่ 5 เมืองในจีน คือ เซี่ยงไฮ้, ปักกิ่ง, เฉิงตู, คุนหมิง และกว่างโจว รวม 42 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ยังคงมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) ที่น่าพอใจ โดยในปัจจุบัน ช่วงโลว์ซีซัน คือเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ซึ่งเป็นฤดูร้อนของจีน แต่มี Cabin Factor อยู่ที่ประมาณ 70% ต้นๆ และจะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 80% ในช่วงไฮซีซั่นที่จะถึงนี้

 

โดยช่วงต้นปี 2569 มีแผนจะเพิ่มความถี่ในเส้นทางกว่างโจว และน่าจะเพิ่มเที่ยวบินใหม่ในเส้นทางปักกิ่ง จากจำนวน 7 เที่ยวบินเป็น 14 เที่ยวบินใน 2 เส้นทางบินดังกล่าว รวมทั้งมีแผนจะเพิ่มความถี่ของเส้นทางบินไป เมืองคยา ประเทศอินเดีย เพื่อรองรับช่วงไฮซีซั่น

 

อีกทั้งปี 2569 จะมีแผนจะเพิ่มเที่ยวบินในเส้นทางปักกิ่งและกว่างโจวเป็น Daily Flight วันละ 1 เที่ยวบิน โดยกลับมาเปิดเส้นทางบินใหม่สู่เมืองสำคัญอื่นๆ ซึ่งเคยบินในอดีตได้แก่ เซี่ยเหมิน, ฉงชิ่ง, ฉางซา

 

รวมทั้งเปิดเส้นทางบินใหม่ที่ยังไม่เคยมี อู่ฮั่น และเซินเจิ้น โดยทั้งหมดนี้จะเน้นการบินแบบ Daily Flight เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารจำนวน 1 เที่ยวบินต่อวันต่อเส้นทางบิน รวมทั้งมีแผนจะเพิ่มความถี่ของเส้นทางบินไป คยา ประเทศอินเดีย เพื่อรองรับไฮซีซั่น

 

โดยหลังเปิดการเปิดเส้นทางการบินใหม่ไปยังจีน รวมทั้งการเพิ่มความถี่ของเส้นทางการบินในเมืองเดิมของจีนที่มีอยู่เพื่อรองรับความต้องการการเดินทางของกลุ่มผู้โดยสารที่มากขึ้น คาดว่าจะส่งผลให้สัดส่วนรายได้ของบริษัทฯ ที่มาจากเส้นทางการบินจากจีนเพิ่มจากปัจจุบันที่อยู่ที่ 5% เพิ่มเป็นสัดส่วนประมาณไม่น้อยกว่า 20% ในปี 2569

 

เปิดแผนขยายฝูงบินระยะยาวเป็น 105 ลำ

 

ชาย อธิบายถึงแผนการขยายฝูงบินทั้งในระยะสั้นและระยะยาวเพื่อรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง การบินไทยมีแผนเพิ่มจำนวนเครื่องบิน 

 

 

แผนขยายฝูงบินระยะสั้น

  • ปลายปี 2568 จะรับมอบเครื่องบินแอร์บัส A321neo จำนวน 2 ลำ และโบอิ้ง 787-9 เป็นเครื่องเช่าอีก 1 ลำ เพื่อเสริมทัพเส้นทางบินในภูมิภาคและเส้นทางระยะกลาง
  • ปี 2569 จะรับมอบเครื่องบินแอร์บัส A321neo เพิ่มอีก 15 ลำ รวมเป็น 17 ลำภายในสิ้นปี

 

นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดหาเครื่องบินเช่าลำตัวกว้างเพิ่มอีก 8-10 ลำ ภายในช่วงกลางปี 2569 เพื่อเติมเต็มช่องว่างของตลาด Long-haul ที่ยังไม่สมดุลกับเครื่องบินลำตัวแคบที่จะเข้ามาในระยะแรก

 

แผนขยายฝูงบินระยะยาว

  • ปี 2571 เริ่มรับมอบเครื่องบินโบอิ้ง 787 ชุดใหม่จำนวน 6 ลำจากทั้งหมด 45 ลำที่ได้เซ็นสัญญาจัดหา รวม 35 ลำที่เป็นออปชัน เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว

 

ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาวไว้ คือ การปรับโครงสร้างฝูงบินและจำนวนเครื่องบินให้มีประสิทธิภาพโดยตั้งเป้าหมายว่าจะมีเครื่องบินจำนวน 150 ลำในปี 2576 โดยจะลดจำนวนแบบเครื่องบินจาก 8 แบบก่อนเข้าแผนฟื้นฟูกิจการเหลือเพียง 4 แบบ และลดจำนวนเครื่องยนต์จาก 9 แบบเหลือ 5 แบบ ส่งผลให้สามารถควบคุมต้นทุนในการดำเนินงานและซ่อมบำรุงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในสนามบินสุวรรณภูมิจากปัจจุบันที่ 26% เป็น 35% ภายในปี 2572 เหมือนที่เคยทำได้ในอดีตที่ผ่านมา

 

เหตุขัดแย้งไทย-กัมพูชา ยังไม่กระทบ ยังบินได้ปกติ

 

นอกจากกลยุทธ์ทางธุรกิจแล้ว การบินไทยยังต้องรับมือกับพฤติกรรมผู้โดยสารที่เปลี่ยนแปลงไป ชายระบุว่า จากข้อมูล Advance Booking พบว่า ผู้โดยสารมีแนวโน้มที่จะจองตั๋วแบบระยะสั้นลงอย่างเห็นได้ชัด โดยระยะเวลาการจองล่วงหน้าลดลงเหลือเพียง 3-4 เดือน จากเดิมที่เคยจองล่วงหน้าถึง 6 เดือน โดยเฉพาะในตลาดเอเชีย ซึ่งต่างจากตลาดยุโรปที่ยังคงมีพฤติกรรมการจองตั๋วล่วงหน้าระยะยาวเช่นเดิม พฤติกรรมนี้คาดว่าอาจมาจากนักเดินทางที่รอโปรโมชันหรือราคาพิเศษก่อนตัดสินใจซื้อตั๋ว

 

ขณะเดียวกัน การบินไทยยังคงติดตามสถานการณ์การเมืองและความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด โดยขณะนี้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนของไทยกับกัมพูชาไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินของการบินไทย โดยปัจจุบันเที่ยวบินไป-กลับพนมเปญ จำนวน 2 เที่ยวบินต่อวันยังคงให้บริการตามปกติโดยไม่ได้รับผลกระทบใดๆ

 

เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างไกล และจนถึงปัจจุบันยังไม่พบผลกระทบที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม ชายเน้นย้ำว่าหน่วยงานต่างๆ และสื่อควรนำเสนอข่าวอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของประเทศในสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่ค่อนข้างอ่อนไหวต่อประเด็นดังกล่าว

 

มองประเทศไทยมี 5 จุด หนุนธุรกิจการบินไทย

 

ชาย ยังกล่าวต่อถึงจุดแข็งของการบินไทยที่ไม่มีใครเทียบได้ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการฟื้นตัว

 

  1. ภูมิศาสตร์ โดยประเทศไทยเป็นทำเลที่ตั้งที่ดีเยี่ยมสำหรับการเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค

 

  1. คุณภาพและปริมาณบุคลากร บริษัทฯ มีพนักงานและแรงงานที่มีคุณภาพพร้อมสำหรับอุตสาหกรรมการบริการ

 

  1. การบริการแบบไทย ซึ่งเป็นจุดเด่นระดับโลกที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและเป็นจุดแข็งของธุรกิจการบินไทย

 

  1. ต้นทุนการผลิต ที่สามารถแข่งขันได้กับสายการบินคู่แข่งได้

 

  1. การสนับสนุนจากคนไทย ซึ่งเป็นฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง 

 

 

“เราไม่เคยกลัวคู่แข่งจากภายนอก แต่สิ่งที่เราต้องระวังคือตัวเราเอง จุดอ่อนเพียงอย่างเดียวของการบินไทยคือ ตัวเราเอง หากองค์กรสามารถปรับปรุงแก้ไขข้อจำกัดภายในได้ การบินไทยก็จะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และพร้อมที่จะเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต” ชายกล่าว

 

เดินหน้าลงทุนโครงการ MRO มูลค่า 10,000 ล้านบาท

 

ชาย เปิดเผยต่อถึงความคืบหน้าของโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) มูลค่าลงทุนประมาณ 10,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมพร้อมเพื่อยื่นข้อเสนอให้กับคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ภายในกำหนดสิ้นเดือนกันยายนนี้

 

โดยยืนยันว่าการเตรียมการสำหรับโครงการนี้ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและมีความพร้อมอย่างเต็มที่ โดยระบุว่า “พร้อมครับ พร้อม” ซึ่งสะท้อนความมั่นใจของบริษัทในการเดินหน้าโครงการดังกล่าวในพื้นที่ EEC

 

คาดกลางปี 69 หุ้นการบินไทยจะติด SET50

 

ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกในขณะนี้คือ Supply Disruption หรือปัญหาการขาดแคลนกำลังการผลิต (Capacity) เนื่องจากปัญหาการส่งมอบเครื่องบินใหม่จากผู้ผลิตที่ล่าช้า รวมถึงเครื่องบินเก่าที่หมดสัญญาเช่าไม่ถูกปล่อยเข้าสู่ตลาด ทำให้การจัดหาเครื่องบินเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นเป็นไปอย่างจำกัด

 

ในส่วนของการกลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ยอมรับว่าราคาหุ้นมีการผันผวนสูงในช่วงแรก โดยราคาเสนอขายหุ้นให้กับนักลงทุนก่อนหน้านี้อยู่ที่ 4.48 บาทต่อหุ้น ก่อนที่จะกลับเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2568 ด้วยราคาเปิดที่ 10.50 บาท และพุ่งขึ้นไปทำราคาสูงสุดที่ 19.40 บาท ก่อนจะปรับตัวลงมาและซื้อขายในระดับที่ผันผวน

 

ทั้งนี้มองว่าการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นเป็นเรื่องปกติที่เกิดจากการเก็งกำไรในระยะสั้น

 

อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องการให้หุ้นการบินไทยเป็น Value Share หรือหุ้นคุณค่าในระยะยาวมากกว่าการเป็นหุ้นสำหรับนักเก็งกำไร และคาดว่าจะมีคุณสมบัติพร้อมสำหรับการเข้าสู่ดัชนี SET50 ในช่วงกลางปี 2569 เนื่องจากปัจจุบันหุ้นของ THAI มีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์แล้ว ซึ่งขาดเพียงระยะเวลาในการเข้าซื้อขายในตลาดหุ้น หากครบแล้วก็มีโอกาสที่ได้รับเลือกเข้าคำนวณใน SET50

 

 

‘การบินไทย’ มั่นใจปี 68 รายได้เป็นไปตามเป้าที่ 1.9 แสนล้านบาท

 

ชายกล่าวต่อว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 บริษัทตั้งเป้าทำกำไรสุทธิสูงสุดในประวัติการณ์อยู่ที่ มีกำไรสุทธิ 21,973 ล้านบาท โดยประเมินจากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนศักยภาพในการทำกำไรอย่างชัดเจน แม้ในช่วงโลว์ซีซั่นไตรมาส 2 ที่ปกติแล้วจะขาดทุนหรือมีกำไรน้อยมาก แต่การบินไทยกลับทำกำไรจากการดำเนินงานได้สูงถึงประมาณ 5,000-7,000 ล้านบาท ตัวเลขนี้ตอกย้ำว่าโมเมนตัมการเติบโตจะส่งผลให้กำไรของทั้งปีทุบสถิติสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา

 

ขณะที่คาดว่ารายได้ในทั้งปี 2568 จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 1.9 แสนล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้ 1.8 แสนล้านบาท เพราะปีนี้ capacity เพิ่มไม่มาก โดยครึ่งปีแรกปี 68 ทำรายได้ 44,828 ล้านบาท และสามารถสร้าง EBITDA Margin ที่ 22.78% ซึ่งนับว่าสูงเป็นประวัติการณ์ด้วยเช่นกัน

 

พร้อมทั้งภาพรวมอุตสาหกรรมเฉลี่ย 11% และในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าการบินไทยจะสามารถรักษา EBITDA Margin ในระดับนี้ได้

 

“ตัวเลขกำไรในไตรมาส 2 ที่ผ่านมาถือว่าสูงมากสำหรับช่วงโลว์ซีซั่น และเป็นข้อพิสูจน์ว่ากลยุทธ์ที่เรานำมาใช้ได้ผลจริง” ชายกล่าว

The post ‘การบินไทย’ รุกหนักเส้นทางบินจีน เปิดเส้นทางบินใหม่ เพิ่มความถี่เที่ยวบิน จับกลุ่มผู้โดยสารกำลังซื้อสูง ใช้ไทยเป็นฮับเชื่อมเดินทางต่อไปทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘การบินไทย’ ครึ่งแรกปี 68 มีกำไรสุทธิ 21,973 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 702.5% หลังหุ้นกลับมาเทรด 4 ส.ค. มีมาร์เก็ตแคปใหญ่ขึ้นแท่นอันดับ 11 https://thestandard.co/thai-airway-q2-earnings-soar/ Fri, 08 Aug 2025 04:01:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1105127 thai-q2-earnings-soar

บมจ. การบินไทย หรือ THAI รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2 […]

The post ‘การบินไทย’ ครึ่งแรกปี 68 มีกำไรสุทธิ 21,973 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 702.5% หลังหุ้นกลับมาเทรด 4 ส.ค. มีมาร์เก็ตแคปใหญ่ขึ้นแท่นอันดับ 11 appeared first on THE STANDARD.

]]>
thai-q2-earnings-soar

บมจ. การบินไทย หรือ THAI รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2568 โดยมีรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) ทั้งสิ้น 44,828 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีรายได้รวม 43,981 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ได้เพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางที่เป็นที่นิยมเช่น เซี่ยงไฮ้ ฮ่องกง และเดนปาซาร์ เป็นต้น ส่งผลให้มีผู้โดยสารรวมในช่วงไตรมาส 2/2568 เป็นจำนวน 3.97 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.2% และมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยเท่ากับ 77.0% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 73.2% จากการปรับเครือข่ายเส้นทางบินที่เหมาะสมเพื่อรองรับปริมาณความต้องการการเดินทางของผู้โดยสารที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการสร้างพันธมิตรผ่านการทำรหัสเที่ยวบินร่วม (Codeshare)

 

บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายรวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) ทั้งสิ้น 34,648 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 9% โดยหลักมาจากค่าน้ำมันเครื่องบินที่ลดลงตามราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ปรับตัวลง ถึงแม้ว่าปริมาณการใช้น้ำมันจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น

 

รวมถึงค่าซ่อมแซมและซ่อมบำรุงอากาศยาน และค่าใช้จ่ายอื่นที่ลดลง ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 10,180 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.8% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ 5,925 ล้านบาท และมีอัตรากำไร (EBIT Margin) อยู่ที่ 22.7%

 

บริษัทฯ มีต้นทุนทางการเงินซึ่งเป็นการรับรู้ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 (TFRS 9) จำนวน 3,392 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1,404 ล้านบาท และมีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิเป็นรายได้รวม 5,347 ล้านบาท

 

โดยมีสาเหตุหลักจากรายการปรับปรุงทางบัญชีจากการเปลี่ยนสัญญาจากเช่าเป็นซื้อเครื่องบินแบบโบอิ้ง 777-300ER จำนวน 4 ลำ ส่งผลให้ในไตรมาสที่ 2/2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 12,134 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีกำไรสุทธิ 314 ล้านบาท ขณะที่ กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่อยู่ที่ 12,124 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11,818 ล้านบาท หรือ 3,862% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมี EBITDA 13,408 ล้านบาท

 

6 เดือนแรก กวาดกำไรสุทธิ 21,973 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 702.5%

 

สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) ทั้งสิ้น 96,452 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 7.2% มีอัตราการใช้เครื่องบินเฉลี่ย 13.6 ชั่วโมง/ลำ/วัน มีปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) เท่ากับ 35,281 ล้านที่นั่ง-กิโลเมตร เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 15.2% มีปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) เท่ากับ 28,297 ล้านคน-กิโลเมตร เพิ่มขึ้น 18.3% มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ย 80.2% สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งเฉลี่ยที่ 78.1% และมีจำนวนผู้โดยสารที่ทำการขนส่งรวม 8.30 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 0.62 ล้านคน หรือคิดเป็น 8.1%

 

นอกจากนี้ บริษัทฯ มีค่าใช้จ่าย (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 71,863 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.5% มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 24,589 ล้านบาท มีต้นทุนทางการเงินซึ่งเป็นการรับรู้ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 (TFRS 9) จำนวน 6,873 ล้านบาท และมีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิเป็นรายได้รวม 4,259 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 21,973 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 702.5% 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีกำไรสุทธิ 2,738 ล้านบาท และมี EBITDA 30,887 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 บริษัทฯ มีเครื่องบินที่ใช้ทำการบินทั้งสิ้น 78 ลำ

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมจำนวน 297,691 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 จำนวน 5,183 ล้านบาท หนี้สินรวมจำนวน 230,134 ล้านบาท ลดลงจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 จำนวน 16,785 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ 67,557 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 จำนวน 21,968 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 จำนวน 120,010 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,021 ล้านบาท จาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567

 

มาร์เก็ตแคปหุ้น THAI ใหญ่ขึ้นแท่นอันดับ 11

 

บริษัทฯ ได้ดำเนินการนำหุ้น THAI กลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกครั้งอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม ที่ผ่านมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากประสบความสำเร็จจากการฟื้นฟูกิจการ ซึ่งได้พลิกโฉมองค์กรสู่การเป็นบริษัทเอกชนที่พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยมีความสามารถในการสร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและกลยุทธ์ในการสร้างการเติบโตในอนาคตอย่างต่อเนื่องและชัดเจน

 

โดยตลอดระยะเวลา 4 วันทำการที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ หุ้น THAI มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยประมาณ 4,400 ล้านบาทต่อวัน โดยในวันที่ 7 สิงหาคม หุ้น THAI มีราคาปิดอยู่ที่ 13.40 บาทต่อหุ้น ปรับตัวเพิ่มขึ้น 27.6% จากราคาเปิดที่ 10.50 บาท เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทฯ มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) 379,264 ล้านบาท นับเป็นหุ้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดลำดับที่ 11 ของตลาดหลักทรัพย์ฯ

The post ‘การบินไทย’ ครึ่งแรกปี 68 มีกำไรสุทธิ 21,973 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 702.5% หลังหุ้นกลับมาเทรด 4 ส.ค. มีมาร์เก็ตแคปใหญ่ขึ้นแท่นอันดับ 11 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปลัดคลัง ยันไม่ดึง ‘การบินไทย’ เดินหน้านำหุ้นกลับเข้าเทรดอีกครั้ง 4 ส.ค. นี้ พร้อมประกาศแผน 5 ปีทุ่ม 1.7 แสนล้านบาท ลงทุนขยายธุรกิจ https://thestandard.co/wealth-in-depth-thai-ready/ Fri, 25 Jul 2025 01:03:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1099606

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI จัดงานแถลงข่าว […]

The post ปลัดคลัง ยันไม่ดึง ‘การบินไทย’ เดินหน้านำหุ้นกลับเข้าเทรดอีกครั้ง 4 ส.ค. นี้ พร้อมประกาศแผน 5 ปีทุ่ม 1.7 แสนล้านบาท ลงทุนขยายธุรกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI จัดงานแถลงข่าว ‘THAI READY TO TAKE OFF’ ประกาศแผนเตรียมนำหุ้นกลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ พร้อมประกาศแผน 5 ปีจะลงทุนอีก 1.7 แสนล้านบาท

 

เฉิดโฉม เทอดสถีรศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการบัญชี บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ได้เปิดเผยถึงแผนการลงทุนระยะ 5 ปีข้างหน้า ที่จะใช้เงินลงทุนสูงประมาณ 170,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนขยายธุรกิจและสร้างการเติบโตในอนาคต โดยแบ่งจัดสรรเงินลงทุน ดังนี้

 

  • จัดหาเครื่องบินใหม่ ประมาณ 120,000 ล้านบาท โดยจะทยอยชำระค่าเครื่องบิน
  • ปรับปรุงที่นั่งและภายในเครื่องบิน ประมาณ 20,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
  • ลงทุนในระบบดิจิทัลต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
  • ศูนย์ซ่อมบำรุง (MRO) ลงทุนประมาณ 400 ล้านบาทสำหรับศูนย์ซ่อมบำรุงที่สุวรรณภูมิและดอนเมือง และหากได้รับอนุมัติโครงการ MRO ที่อู่ตะเภา จะมีการลงทุนเพิ่มอีกประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งยังไม่นับรวมงบลงทุน 5 ปี ดังกล่าว

 

มีกระแสเงินสด 1.25 แสนล้านบาท พร้อมลงทุนอีก 3 ปี

 

เฉิดโฉม ยืนยันว่า การบินไทยมีกระแสเงินสด (Cash Flow) ในมือประมาณ 125,000 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอสำหรับการลงทุนในปี 2568 – 2570 โดยยังไม่มีแผนกู้เงินใหม่ในระยะใกล้ แต่จะมีการหารือกับธนาคารเพื่อบริหารความเสี่ยงด้านเงินทุนหมุนเวียน

 

อย่างไรก็ดี สำหรับการจัดหาเครื่องบินใหม่ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป บริษัทจะพิจารณาต้นทุนทางการเงินและแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม รวมถึงการกู้เงินระยะยาว โดยมีการพูดคุยกับสถาบันการเงินและผู้ให้เช่าเครื่องบินแล้ว

 

ขณะที่ในปี 2570 จะมีการพิจารณาถึงต้นทุนทางการเงินและแหล่งเงินทุนที่เหมาะสมเป็นอย่างไร หลังเริ่มทยอยรับเครื่องบินลอตแรกซึ่งคาดว่าจะมีการจัดหาเงินกู้ระยะยาวสำหรับรองรับการจัดหาเครื่องบินใหม่ในอนาคตตั้งแต่ในปี 2570 เป็นต้นไป

 

เฉิดโฉม เทอดสถีรศักดิ์

ภาพ: เฉิดโฉม เทอดสถีรศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการบัญชี บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI

 

ออกจากฟื้นฟูกิจการ เดินหน้าปั๊มกำไร

 

โดยการบินไทย ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างต่อเนื่อง จากมูลหนี้ที่เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระ 41,000 ล้านบาท ก่อนเข้าแผนฟื้นฟูกิจการ และมติที่ประชุมเจ้าหนี้ให้มีมูลหนี้ที่ต้องรับผิดชอบ 189,000 ล้านบาท บริษัทได้ดำเนินการเจรจาและจัดการหนี้สินอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการแปลงหนี้เป็นทุน 53,000 ล้านบาท ชำระหนี้จริงไปแล้ว 21,000 ล้านบาท และลดหนี้ตามเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ของ BOI อีก 19,000 ล้านบาท ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2568 การบินไทยมีมูลหนี้ตามแผนฟื้นฟูรวมถึงหนี้ที่ยังไม่มีคำสั่งถึงที่สุดอยู่ที่ 95,000 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ อัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/Equity) ซึ่งเคยสูงถึง 12.5 เท่าก่อนเข้าแผนฟื้นฟู ได้ลดลงเหลือเพียง 2.2 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 1/2568 สะท้อนถึงโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

ด้านกระแสเงินสด การบินไทยมีกระแสเงินสดในมือเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จาก 22,000 กว่าล้านบาท ก่อนฟื้นฟูฯ เป็น 125,000 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1 แสดงถึงสภาพคล่องที่เพียงพอต่อการดำเนินงานและลงทุนในอนาคต

 

รวมทั้งความสำเร็จที่สำคัญอีกประการคือ การลดพาร์จาก 10 บาท เหลือ 1.30 บาทต่อหุ้น ซึ่งส่งผลให้ผลขาดทุนสะสม 14,000 ล้านบาท ณ สิ้นปีที่แล้ว พลิกกลับมาเป็นกำไรสะสม 9,600 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1/2568 โดยมีส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 55,000 ล้านบาท การมีกำไรสะสมนี้จะทำให้บริษัทสามารถพิจารณาจ่ายเงินปันผลได้ตามนโยบายในอนาคต

 

อีกทั้งตัวเลข Return on Equity (ROE) ที่เคยติดลบก่อนโควิด-19 ได้พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 19.7% ในไตรมาส 1/2568 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่โดดเด่นและดีกว่าสายการบินคู่แข่งหลายราย

 

ข้อมูลฐานะการเงินของ การบินไทย

ภาพ: ข้อมูลฐานะการเงินของการบินไทยที่ดีขึ้นจากการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูฯ

 

เปิดกลยุทธ์สร้างการเติบโต – มุ่งลดต้นทุน

 

ปัจจุบันการบินไทยมีรายได้หลักจากภูมิภาคเอเชียประมาณ 50% และยุโรป 30 – 35% โดยมีออสเตรเลียและเส้นทางในประเทศเป็นส่วนเสริม

 

สำหรับกลยุทธ์การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย ซึ่งในปีที่ผ่านมามีค่าใช้จ่ายรวมราว 146,000 ล้านบาท โดยแบ่งสัดส่วน 34% เป็นค่าน้ำมัน 14% ค่าซ่อมบำรุง 12% ค่าบุคลากร และ 10% ค่าเช่าเครื่องบิน การบินไทยมุ่งเน้นการบริหารจัดการฝูงบินใหม่และเครือข่ายเส้นทาง เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายในระยะยาว อาทิ

 

  • ด้านน้ำมัน เครื่องบินรุ่นใหม่ลดต้นทุนการใช้เชื้อเพลิงน้อยลง
  • ด้านการซ่อมบำรุง ลดจำนวนแบบเครื่องบินที่ต้องซ่อมบำรุงเหลือเพียง 4 แบบ ช่วยลดความซับซ้อนในการจัดการอะไหล่และบุคลากร
  • ด้านบุคลากร เน้นกลยุทธ์ Build by Buy สร้างทีมงานนักบินและลูกเรือขึ้นมาเอง พร้อมดึงผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเข้ามาเสริม โดยตั้งเป้าควบคุมค่าใช้จ่ายบุคลากรไม่ให้เกิน 13% ของรายได้จากการขนส่งค่าเช่
  • เครื่องบิน เจรจาอัตราค่าเช่าในยุคโควิด-19 และจัดหาเครื่องบินใหม่ในราคาที่แข่งขันได้

 

คลัง ยืนยันจะไม่ดึง ‘การบินไทย’ กลับเข้ามาเป็นรัฐวิสาหกิจ

 

ส่วน ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังในฐานะประธานกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI กล่าวว่า ธุรกิจการบินจำเป็นต้องมีความคล่องตัวและเป็นอิสระ รัฐบาลเล็งเห็นชัดเจนตั้งแต่ช่วงที่การบินไทยประสบปัญหา และเห็นถึงความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วเมื่อได้รับอิสระในการบริหารจัดการ

 

ทั้งนี้ สถานะของการบินไทยในวันนี้แข็งแกร่งแล้ว และไม่ควรกลับไปเป็นรัฐวิสาหกิจอีก รัฐบาลจะยังคงอยู่ในฐานะที่พร้อมให้การสนับสนุนในเรื่องความเข้มแข็งของทุน แต่จะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการบริหารจัดการ ซึ่งจะต้องดำเนินการโดยมืออาชีพอย่างแท้จริง

 

“การที่รัฐบาลเข้ามาช่วยประคับประคองด้านทุนในช่วงวิกฤต เป็นเพราะการบินไทยคือความภาคภูมิใจของคนไทยในฐานะสายการบินแห่งชาติ สัดส่วนการถือหุ้นของรัฐบาลที่ประมาณ 38% ถือเป็นระดับที่เหมาะสม และพร้อมให้ความช่วยเหลือหากมีความจำเป็น” ลวรณกล่าว

 

ลวรณ แสงสนิท

ภาพ: ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังในฐานะประธานกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI

 

นอกจากนี้ มั่นใจว่า วันนี้การบินไทยได้ผ่านจุดที่ยากที่สุดมาแล้ว มีความแข็งแกร่งและพร้อมที่จะกลับมาเป็นบริษัทจดทะเบียนที่น่าสนใจในตลาดหลักทรัพย์ฯ อีกครั้ง สิ่งที่จะนำเสนอแก่นักลงทุนคือ กลยุทธ์การเติบโต การเพิ่มรายได้ และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้บริษัทน่าสนใจและแข็งแกร่งในระยะยาว

 

ขณะที่การควบคุมค่าใช้จ่ายของการบินไทย ไม่ใช่การรัดเข็มขัดจนละเลยการลงทุนที่สำคัญ บริษัทให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของพนักงาน การลงทุนเพื่อสร้างรายได้ในอนาคต เช่น การลงทุนในฝูงบินใหม่ ธุรกิจคาร์โก้ และธุรกิจซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ซึ่งแม้จะใช้เงินลงทุนสูง แต่จะสร้างรายได้ที่มากกว่ากลับคืนมา การบริหารจัดการจะเน้นความสมดุลระหว่างความ

 

‘การบินไทย’ เดินหน้าขยายฝูงบินเป็น 150 ลำ ภายในปี 2576

 

ขณะที่ ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แม้จำนวนเครื่องบินและเส้นทางบินจะยังไม่กลับสู่ระดับปี 2562 แต่ในไตรมาส 1/2568 รายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 183,000 ล้านบาท โดยมีกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit Margin) สูงถึง 22% คิดเป็น 41,000 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 21,000 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ กำไรต่อหุ้น (EPS) ย้อนหลัง 12 เดือน ณ ไตรมาส 1/2568 อยู่ที่ 1.08 บาท สะท้อนความสามารถในการทำกำไรอย่างต่อเนื่องที่น่าประทับใจ โดยบริษัทฯ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ หลังการบินไทยลดจำนวนพนักงานจาก 35,000 คนในปี 2562 เหลือเพียง 22,800 คนในปี 2568 แต่กลับเพิ่ม Productivity ของพนักงานขึ้น 18%

 

อมูลผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2568 ของ การบินไทย

ภาพ: ข้อมูลผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2568 ของการบินไทยที่ดีขึ้นต่อเนื่อง

 

นอกจากนี้ ยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายพนักงานให้เหลือเพียง 10.7% ของรายได้ในปี 2567 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ 13% อย่างมีนัยสำคัญ แสดงถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการต้นทุน

 

อีกทั้งการบินไทยยังวางกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาวไว้ ดังนี้

 

1. การปรับโครงสร้างและขนาดองค์กรให้มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตลอดจนการเพิ่มความโปร่งใสในทุกกระบวนการดำเนินงาน สามารถตรวจสอบได้

 

2. การปรับโครงสร้างฝูงบินและจำนวนเครื่องบินให้มีประสิทธิภาพโดยตั้งเป้าหมายว่าจะมีเครื่องบินจำนวน 150 ลำในปี 2576 ซึ่งลดจำนวนแบบเครื่องบินจาก 8 แบบก่อนเข้าแผนฟื้นฟูกิจการเหลือเพียง 4 แบบ และลดจำนวนเครื่องยนต์จาก 9 แบบเหลือ 5 แบบ ส่งผลให้สามารถควบคุมต้นทุนในการดำเนินงานและซ่อมบำรุงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในสนามบินสุวรรณภูมิจากปัจจุบันที่ 26% เป็น 35% ภายในปี 2572 เหมือนที่เคยทำได้ในอดีตที่ผ่านมา

 

แผนขยาย ฝูงบิน ของ การบินไทย

ภาพ: แผนขยายฝูงบินของการบินไทย

 

เป้าหมายเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ของ การบินไทย

ภาพ: เป้าหมายเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ของการบินไทย

 

3. การขยายเส้นทางและความถี่ในการบินเพื่อมุ่งสู่การเป็น regional network airline เชื่อมต่อระดับภูมิภาคและระหว่างทวีป

 

4. การปรับปรุงบริการห้องโดยสารและช่องทางการขายเพื่อยกระดับความพึงพอใจของลูกค้า

 

5. การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในทุกกระบวนการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพซึ่งรวมถึงอย่างเว็บไซต์และแอปพลิเคชันเพื่อให้ใช้งานสะดวกมากยิ่งขึ้น และสร้างโอกาสในการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากช่องทางการขายตรง เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้คือปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่ทำให้การบินไทยพร้อมสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

 

จับตาหุ้น ‘การบินไทย’ คัมแบ็กตลาดหุ้นวันที่ 4 ส. ค. นี้

 

สำหรับหุ้นการบินไทยจะกลับมาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ อีกครั้งในวันที่ 4 สิงหาคม 2568 โดยในวันแรกของการกลับมาซื้อขาย จะไม่มีการกำหนดราคา Ceiling & Floor, Dynamic Price Band และ Auto Pause ซึ่งจะเป็นไปตามกลไกตลาดและอุปสงค์อุปทาน

 

ชาย ได้ให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ valuation ของหุ้น THAI โดยพิจารณาจาก กำไรต่อหุ้น (EPS) ย้อนหลัง 12 เดือน ณ ไตรมาส 1/2568 ที่ 1.08 บาท เมื่อเทียบกับราคาเพิ่มทุนที่ 4.48 บาท จะได้ค่า P/E (Price to Earnings Ratio) ประมาณ 4.1 – 4.2 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมการบินโลกที่ 6 – 7 เท่า ซึ่งชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการเติบโตของราคาหุ้น

 

ปัจจัยความเสี่ยงที่การบินไทยมองในปีนี้คือราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญ แต่บริษัทฯ ได้มีการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันไว้เป็นอย่างดี ทำให้ผลกระทบมีจำกัด นอกจากนี้ จากการขายตั๋วล่วงหน้า บริษัทฯ มองเห็นทิศทางที่ดีของผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปี และมั่นใจในการควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน

 

ชาย เอี่ยมศิริ

ภาพ: ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

 

ชาย ยังกล่าวถึงสถานการณ์ความรุนแรงระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่เริ่มมีเหตุปะทะในหลายจุดที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ (24 กรกฎาคม) ล่าสุด บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้มีการประเมินสถานการณ์ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา พร้อมได้มีการประสานงานไปยังสถานทูตไทยประจำกัมพูชาเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้มีการเตรียมความพร้อมรองรับหากมีสถานการณ์ที่รุนแรงมากขึ้น

 

สำหรับประเทศกัมพูชา มีพนักงานของการบินไทยประจำอยู่ 3 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพนักงานชาวต่างชาติ โดยบริษัทฯ จะเกาะติดสถานการณ์ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินเตรียมหาแนวทางพร้อมรับมือ ซึ่งทางการบินไทย จะหารือกับทางสถานทูต รวมถึงหารือกับสายการบินอื่นๆ ของประเทศไทยที่มีเที่ยวบินไปกัมพูชาเช่นกัน

 

โดยบริษัทฯ มีความพร้อมให้การสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐในการให้ช่วยเหลืออพยพคนไทยในกัมพูชา นำกลับมายังประเทศไทย ซึ่งบริษัทฯ พร้อมจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ หากมีการประสานขอสนับสนุนเข้ามาจากภาครัฐ

 

ทั้งนี้ เที่ยวบินของการบินไทย เส้นทางไทยไปกัมพูชา ยังเปิดบินปกติ ขณะนี้มีผู้โดยสารจองเที่ยวบินล่วงหน้าเส้นทางไทย – กรุงพนมเปญ จำนวน 2 เที่ยวบิน ทั้งหมด 3,000 ที่นั่ง ซึ่งทางการบินไทยจะติดตามสถานการณ์ และพร้อมดูแลผู้โดยสารทุกคนหากมีการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์

The post ปลัดคลัง ยันไม่ดึง ‘การบินไทย’ เดินหน้านำหุ้นกลับเข้าเทรดอีกครั้ง 4 ส.ค. นี้ พร้อมประกาศแผน 5 ปีทุ่ม 1.7 แสนล้านบาท ลงทุนขยายธุรกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลท.อนุมัติให้หุ้น ‘การบินไทย’ หรือ THAI กลับเข้ามาเทรดในวันที่ 4 ส.ค.นี้ เป็นวันแรก โดยไร้เกณฑ์ Ceiling & Floor https://thestandard.co/thai-airways-stock-trading-resume-august-4/ Wed, 23 Jul 2025 04:36:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1098754 ตลาดหลักทรัพย์อนุมัติหุ้นการบินไทยกลับมาเทรดวันแรก 4 ส.ค. 2568

ตลาดหลักทรัพย์ฯ อนุมัติให้หุ้น ‘การบินไทย’ […]

The post ตลท.อนุมัติให้หุ้น ‘การบินไทย’ หรือ THAI กลับเข้ามาเทรดในวันที่ 4 ส.ค.นี้ เป็นวันแรก โดยไร้เกณฑ์ Ceiling & Floor appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลาดหลักทรัพย์อนุมัติหุ้นการบินไทยกลับมาเทรดวันแรก 4 ส.ค. 2568

ตลาดหลักทรัพย์ฯ อนุมัติให้หุ้น ‘การบินไทย’ หรือ THAI กลับเข้ามาเทรดในวันที่ 4 ส.ค.นี้ เป็นวันแรก โดยไร้เกณฑ์ Ceiling & Floor, Dynamic Price Band และ Auto Pause คุม

 

วันนี้ (23 กรกฎาคม) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) อนุมัติให้ THAI พ้นเหตุอาจถูกเพิกถอน และให้หลักทรัพย์ของบริษัทซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (SET) ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป

 

ตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศให้บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (THAI) เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2564 เนื่องจากงบการเงินประจำปี 2563 ปรากฏส่วนของผู้ถือหุ้นมีค่าน้อยกว่าศูนย์ นั้น บริษัทได้แก้ไขเหตุอาจถูกเพิกถอนและดำเนินการให้มีคุณสมบัติเพื่อกลับมาซื้อขายครบถ้วนตามเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว และบริษัทได้ยื่นคำขอพ้นเหตุอาจถูกเพิกถอนและขอให้เปิดซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ (SET) รวมถึงได้ห้ามผู้ถือหุ้นที่มีส่วนร่วมในการบริหารงาน (Strategic Shareholders) นำหุ้นร้อยละ 55 ของทุนชำระแล้วออกขายภายใน 1 ปี ตามเกณฑ์ Silent Period

 

ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงอนุมัติให้หลักทรัพย์ THAI พ้นเหตุอาจถูกเพิกถอน โดยปลดเครื่องหมาย SP (Suspension) และ NC (Non-compliance) และให้เริ่มซื้อขายหลักทรัพย์ THAI ในตลาดหลักทรัพย์ (SET) กลุ่มบริการ หมวดขนส่งและโลจิสติกส์ ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป โดยผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลบริษัทจากสรุปข้อสนเทศของ THAI ที่เผยแพร่ผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ

 

อนึ่ง ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะไม่กำหนดราคาซื้อขายสูงสุดและต่ำสุด (Ceiling & Floor), Dynamic Price Band และ Auto Pause สำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ THAI ในวันที่ 4 สิงหาคม 2568 ซึ่งเป็นวันแรกที่มีการซื้อขาย ต่อเนื่องไปจนกว่าหลักทรัพย์ THAI จะมีการซื้อขาย กรณีที่หลักทรัพย์ THAI มีการซื้อขายแล้ว ตลาดหลักทรัพย์จะนำเกณฑ์ Ceiling & Floor ปกติ, เกณฑ์ Dynamic Price Band และเกณฑ์ Auto Pause มาใช้กับหลักทรัพย์ THAI ในวันทำการถัดไปนอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะนำหลักทรัพย์ THAI มารวมในการคำนวณดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์ (SET Index) ในวันทำการถัดไป นับจากวันที่มีการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นวันแรก

The post ตลท.อนุมัติให้หุ้น ‘การบินไทย’ หรือ THAI กลับเข้ามาเทรดในวันที่ 4 ส.ค.นี้ เป็นวันแรก โดยไร้เกณฑ์ Ceiling & Floor appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ถอดบทเรียนการบินไทย ฝ่าวิกฤต พร้อมกลับสู่ตลาดหลักทรัพย์อีกครั้ง https://thestandard.co/thai-airways-recovery-lessons/ Wed, 09 Jul 2025 04:00:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1094570 thai-airways-recovery-lessons

การเดินทางของการบินไทยผ่านแผนฟื้นฟูฯ ชวนถอดบทเรียนการปร […]

The post ชมคลิป: ถอดบทเรียนการบินไทย ฝ่าวิกฤต พร้อมกลับสู่ตลาดหลักทรัพย์อีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
thai-airways-recovery-lessons

การเดินทางของการบินไทยผ่านแผนฟื้นฟูฯ ชวนถอดบทเรียนการปรับโครงสร้างองค์กร บริหารจัดการต้นทุนและความเสี่ยง สู่การพากิจการก้าวข้ามวิกฤต พลิกฟื้นและก้าวสู่ตลาดหลักทรัพย์อีกครั้ง รวมถึงยกระดับคุณภาพการบริการ สร้างมาตรฐานใหม่อย่างไร เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ในประสบการณ์การบิน

The post ชมคลิป: ถอดบทเรียนการบินไทย ฝ่าวิกฤต พร้อมกลับสู่ตลาดหลักทรัพย์อีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลมีคำสั่งให้ยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ ‘การบินไทย’ แล้ว คาดนำหุ้นกลับเข้าเทรดในช่วงปลาย ก.ค. หรือต้น ส.ค. นี้ ลุ้นผู้ถืออนุมัติจ่ายเงินปันผล https://thestandard.co/thai-airways-officially-exits-rehabilitation-plan/ Mon, 16 Jun 2025 08:30:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1085526 การบินไทย

วันนี้ (16 มิถุนายน) ศาลล้มละลายกลางนัดอ่านคำพิจารณาคำร […]

The post ศาลมีคำสั่งให้ยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ ‘การบินไทย’ แล้ว คาดนำหุ้นกลับเข้าเทรดในช่วงปลาย ก.ค. หรือต้น ส.ค. นี้ ลุ้นผู้ถืออนุมัติจ่ายเงินปันผล appeared first on THE STANDARD.

]]>
การบินไทย

วันนี้ (16 มิถุนายน) ศาลล้มละลายกลางนัดอ่านคำพิจารณาคำร้องยื่นออกจากแผนฟื้นฟูกิจการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในวันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน 2568 เวลา 09.00 น. ณ ศาลล้มละลายกลาง อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคาร A) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ

 

ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการและอดีตประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บมจ.การบินไทย หรือ THAI เปิดเผยภายหลังจากศาลล้มละลายกลางนัดอ่านคำพิจารณาคำร้องยื่นออกจากแผนฟื้นฟูกิจการ ของบมจ.การบินไทย ระบุว่า ในวันนี้ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการการบินไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้วส่งผลให้คณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการจะสิ้นสุดหน้าที่ลงเป็นไปตามกฎหมาย

 

ทั้งนี้หลังจากที่บริษัทฯ ได้ยื่นคำร้องขอยกเลิกการฟื้นฟูกิจการเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ภายหลังประสบความสำเร็จในการดำเนินการตามเงื่อนไขของแผนฟื้นฟูกิจการครบทั้ง 4 ข้อ ได้แก่ 

 

  1. การจดทะเบียนเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ เพื่อรองรับการปรับโครงสร้างทุน 
  2. การดำเนินการตามแผนฟื้นฟู โดยไม่เกิดเหตุผิดนัด 
  3. การมี EBITDA หลังหักค่าเช่าเครื่องบินตามงบเฉพาะกิจการย้อนหลัง 12 เดือนประมาณ 40,308 ล้านบาท (เดือน เมษายน ปี 2567 ถึง มีนาคม ปี 2568) ซึ่งสูงกว่าที่กำหนดไว้ที่ 20,000 ล้านบาทอย่างมีนัยสำคัญ และมีส่วนของผู้ถือหุ้นตามงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯ เป็นบวกจากการปรับโครงสร้างทุน 
  4. ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นอนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการใหม่เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2568 โดยหลังจากนี้ บริษัทฯ จะเดินหน้าขออนุญาตหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องเพื่อนำหุ้นของการบินไทยกลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) อีกครั้ง โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม หรือต้นเดือนสิงหาคมนี้ เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้

 

สำหรับตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการสำคัญตามแผนฟื้นฟูกิจการสำเร็จลุล่วงในด้านต่างๆ อาทิ การปรับโครงสร้างและขนาดองค์กรให้เหมาะสมเพื่อเพิ่มความคล่องตัว การขยายเครือข่ายเส้นทางบินให้ครอบคลุมภูมิภาคต่างๆ การปรับปรุงฝูงบินและห้องโดยสาร การพัฒนาระบบดิจิทัลและยกระดับมาตรฐานการให้บริการในทุกจุด 

 

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เสริมความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงิน ผ่านกระบวนการการแปลงหนี้และดอกเบี้ยตั้งพักของเจ้าหนี้เป็นทุน และเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นก่อนการฟื้นฟูกิจการและพนักงานของบริษัทฯ ซึ่งทำให้ส่วนผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568 กลับเป็นบวกที่ 55,221 ล้านบาท จากเดิมที่ติดลบเป็นจำนวน 127,235 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 และบริษัทฯ ยังสามารถทำกำไรจากการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องทุกไตรมาสตั้งแต่ปี 2566 รวมทั้งยังเป็นสายการบินที่มีอัตรากำไรจากการดำเนินงานสูงสุด 3 อันดับแรกของโลกติดต่อกันในช่วง 2 ไตรมาสล่าสุด จากการจัดทำข้อมูลโดย Airline Weekly

 

ทั้งนี้ ในส่วนของการชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการ จากมูลหนี้ที่เจ้าหนี้จำนวนกว่าหนึ่งหมื่นรายยื่นขอรับชำระหนี้ ณ วันที่บริษัทฯ ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลางในเดือนพฤษภาคม 2563 โดยมีมูลหนี้รวมกว่า 4 แสนล้านบาทนั้น ปัจจุบัน การบินไทยมีภาระหนี้ที่จะต้องชำระให้แก่เจ้าหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการตามคำสั่งถึงที่สุดให้ได้รับชำระหนี้ ประมาณ 189,578 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ได้ทยอยชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ที่ได้รับคำสั่งถึงที่สุดให้ได้รับชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการอย่างต่อเนื่อง 

 

ทั้งนี้ จนถึงไตรมาส 1/2568 บริษัทฯ ได้ชำระหนี้ไปแล้วทั้งสิ้นจำนวนประมาณ 94,080 ล้านบาทโดยมีมูลหนี้คงเหลือที่ยังต้องชำระจนถึงปี 2579 ประมาณ 95,498 ล้านบาท ซึ่งจะมีการทยอยจ่ายเฉลี่ยประมาณ 7,000 ล้านบาทต่อปี

 

ทั้งนี้ในช่วงบ่ายวันนี้คณะกรรมการ (บอร์ด) บมจ.การบินไทย จะมีการประชุมบอร์ดนัดแรกของบอร์ดใหม่เพื่อพิจารณาแต่งตั้งประธานบอร์ด รวมทั้งประชุมวาระปกติอื่นๆ ทั่วไปของการประชุมบอร์ดนัดแรก รวมทั้งการรับโอนทรัพย์สินจากผู้บริหารแผน

 

เมื่อสื่อข่าวถามว่าบริษัทฯ บมจ.การบินไทย จะกลับมาพิจารณาจ่ายเงินปันผลได้หรือไม่ทันทีหรือไม่นั้น ปิยสวัสดิ์ ยืนยันว่าบริษัทฯ มีความพร้อมสามารถกลับมาจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานงวดปี 2568 ได้ทันที เนื่องจากปัจจุบันบริษัทฯ สามารถล้างผลการขาดทุนสะสมได้หมดแล้ว อีกทั้งมีผลการดำเนินงานที่มีกำไรอย่างต่อเนื่อง แต่ขึ้นกับการพิจารณาของผู้ถือหุ้นที่จะมีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ในช่วงเดือนเมษายนปีหน้า

 

สำหรับสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน มองว่าเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาโดยตลอดซึ่งในช่วงที่ผ่านมาก่อนก็มีสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน และมีสถานการณ์ฮามาสปะทะกับอิสราเอล 

 

“ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้เหนือกว่าที่คาดไว้ แต่อาจมีผลกระทบต่อเส้นทางการบินของบริษัทฯ จากไทยไปยุโรป ให้ต้องบินอ้อมหลีกเลี่ยงจุดที่มีการปะทะส่งผลให้การเดินทางใช้ระยะเวลาเดินทางมากขึ้นจากเดิมอีกประมาณ 30 นาที ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบกับการจองตั๋วการเดินทางของผู้โดยสารของการบินไทย” 

 

ขณะที่การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันที่เป็นต้นทุนหลักของธุรกิจสายการบินในช่วงที่ผ่านมาราคาปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องมาพอสมควร ซึ่งแม้ขณะนี้จะมีเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นมาในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังเป็นระดับที่ยังต่ำกว่าตัวเลขที่ตั้งไว้ในงบประมาณของบริษัทฯ อยู่มากพอสมควรจึงเชื่อว่าจะไม่เป็นประเด็นปัญหาต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ขณะที่การเคลื่อนไหวขึ้นหรือลงของราคาน้ำมันจะเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบกับสายการบินทุกรายในอุตสาหกรรม

 

The post ศาลมีคำสั่งให้ยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ ‘การบินไทย’ แล้ว คาดนำหุ้นกลับเข้าเทรดในช่วงปลาย ก.ค. หรือต้น ส.ค. นี้ ลุ้นผู้ถืออนุมัติจ่ายเงินปันผล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลฯ นัด ‘การบินไทย’ 16 มิ.ย. นี้ ฟังคำตัดสินยกเลิกแผนฟื้นฟูฯ หลังทำครบแล้วทุกเงื่อนไข คาดนำหุ้นกลับมาเทรดตามแผนปลาย ก.ค. หรือต้น ส.ค. นี้ ตามแผน https://thestandard.co/thai-airways-recovery-plan-2/ Wed, 04 Jun 2025 10:39:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1081861

วันนี้ (4 มิถุนายน) ศาลฯ ไต่สวน ‘การบินไทย’ ยื่นคำร้องข […]

The post ศาลฯ นัด ‘การบินไทย’ 16 มิ.ย. นี้ ฟังคำตัดสินยกเลิกแผนฟื้นฟูฯ หลังทำครบแล้วทุกเงื่อนไข คาดนำหุ้นกลับมาเทรดตามแผนปลาย ก.ค. หรือต้น ส.ค. นี้ ตามแผน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (4 มิถุนายน) ศาลฯ ไต่สวน ‘การบินไทย’ ยื่นคำร้องขอออกจากแผนฟื้นฟูฯ แล้ว หลังทำครบทุกเงื่อนไข พร้อมนัดฟังคำตัดสินวันที่ 16 มิถุนายนนี้ คาดนำหุ้นกลับมาเทรดตามแผนปลายเดือนกรกฎาคมหรือต้นสิงหาคมนี้ 

 

บมจ.การบินไทย หรือ THAI มีความคืบหน้าในการออกจากการฟื้นฟูกิจการ ภายหลังจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2568 ได้มีมติอนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ และได้ดำเนินการจดทะเบียนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกรรมการกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2568 

 

ส่งผลให้บริษัทฯ ดำเนินการตามผลสำเร็จของแผนฟื้นฟูกิจการครบถ้วนแล้ว จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลางเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล โดยศาลล้มละลายกลางกำหนดนัดไต่สวนคำร้องในวันนี้ (4 มิถุนายน) เวลา 09.00 น. 

 

ชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการและผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บมจ.การบินไทย หรือ THAI ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH ว่า ในวันนี้ผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บมจ.การบินไทย ยื่นเอกสารชี้แจงที่เกี่ยวกับรายละเอียดในการดำเนินตามเงื่อนไขของแผนฟื้นฟูฯ ซึ่งขณะนี้บริษัทฯ ได้ดำเนินการตามเงื่อนไขทั้งหมดครบถ้วนแล้ว เพื่อให้ศาลฯ พิจารณามีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการต่อไป

 

โดยศาลจะมีการสอบถามไปยังเจ้าหนี้ของบริษัทฯ ว่าจะมีความเห็นแย้งหรือไม่ รวมทั้งจะมีการสอบถามไปยังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ (จพท.) เพื่อตรวจสอบยืนยันข้อมูลว่าการบินไทย ได้มีการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูฯ ครบถ้วนแล้วหรือไม่

 

นอกจากนี้การบินไทยยังได้ทำคำชี้แจงไปเกี่ยวกับกรณีที่มีการเลิกจ้างพนักงานก่อนหน้านี้ซึ่งเป็นเจ้าหนี้กลุ่มที่ 8 ซึ่งมีฐานะเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิของบริษัทฯ โดยหลังแผนฟื้นฟูฯ ได้รับอนุมัติจากเจ้าหนี้บริษัทฯ แล้วตามเงื่อนไขต้องชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้กลุ่มดังกล่าวภายในระยะเวลา 1 เดือน โดยปัจจุบันบริษัทฯ ได้ชำระคืนหนี้ดังกล่าวครบเรียบร้อยแล้ว

 

ชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการและผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บมจ.การบินไทย หรือ THAI

ชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการและผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บมจ.การบินไทย หรือ THAI 


“หลังศาลฯ ท่านรับเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการที่บริษัทฯ ยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูฯ ไปพิจารณาแล้ว หากไม่มีใครมาแย้งอะไรเพิ่มเติม ศาลฯ นัดไปฟังคำตัดสินในวันที่ 16 มิถุนายนนี้ ให้ยกเลิกแผนฟื้นฟูกิจการ” ชาญศิลป์กล่าว

 

ทั้งนี้ หากในวันที่ 16 มิถุนายนนี้ ศาลฯ มีคำตัดสินให้ยกเลิกแผนฟื้นฟูกิจการ

จะส่งผลให้หน้าที่ของคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บมจ.การบินไทย ยุติหน้าที่ลงทันที ส่งผลให้อำนาจของคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูฯ จะถูกถ่ายโอนไปยังคณะกรรมการของ บมจ.การบินไทย จากนั้นจะเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องของตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยคาดว่าหุ้นของ บมจ.การบินไทย จะสามารถกลับเข้ามาซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมหรือต้นเดือนสิงหาคมปีนี้ เป็นไปตามแผนที่วางไว้

 

เปิด 4 เงื่อนไขหลักในการออกจากแผนฟื้นฟูกิจการของการบินไทยที่ทำได้ครบแล้ว มีดังนี้

 

  1. จดทะเบียนเพิ่มทุนเพื่อรองรับการปรับโครงสร้างทุน ซึ่ง บมจ.การบินไทย ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2565

 

  1. ดำเนินการตามแผนฟื้นฟูฯ โดยไม่เกิดเหตุผิดนัดชำระหนี้ โดย บมจ.การบินไทย ยังไม่เกิดเหตุผิดนัดชำระหนี้ นับตั้งแต่วันที่เข้าแผนฟื้นฟูฯ ถึงปัจจุบัน

 

  1. มี EBITDA หลังหักเงินสดจ่ายหนี้สินตามสัญญาเช่าเครื่องบิน (EBITDA – Aircraft Lease Payment) ไม่น้อยกว่า 20,000 ล้านบาทในรอบ 12 เดือนย้อนหลัง รวมทั้งส่วนของผู้ถือหุ้นในงบการเงินเฉพาะกิจการกลับมาเป็นบวก

 

  1. แต่งตั้งคณะกรรมการ (บอร์ด) ชุดใหม่ซึ่งจะมาทำหน้าที่แทนคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูฯ ที่สิ้นสุดหน้าที่ลงหลังออกจากแผนฟื้นฟูฯ

The post ศาลฯ นัด ‘การบินไทย’ 16 มิ.ย. นี้ ฟังคำตัดสินยกเลิกแผนฟื้นฟูฯ หลังทำครบแล้วทุกเงื่อนไข คาดนำหุ้นกลับมาเทรดตามแผนปลาย ก.ค. หรือต้น ส.ค. นี้ ตามแผน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘การบินไทย’ เซ็นสัญญากับ BOC Aviation เช่าเครื่องบิน Airbus A321neo จำนวน 5 ลำ รองรับความต้องการของผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น https://thestandard.co/thai-airways-expands-fleet-a321neo/ Fri, 16 May 2025 01:16:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1074832 thai-airways-expands-fleet-a321neo

วันนี้ (15 พฤษภาคม) บมจ.การบินไทย หรือ THAI เซ็นสัญญาเช […]

The post ‘การบินไทย’ เซ็นสัญญากับ BOC Aviation เช่าเครื่องบิน Airbus A321neo จำนวน 5 ลำ รองรับความต้องการของผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
thai-airways-expands-fleet-a321neo

วันนี้ (15 พฤษภาคม) บมจ.การบินไทย หรือ THAI เซ็นสัญญาเช่าเครื่องบิน Airbus A321neo จำนวน 5 ลำ กับบริษัท BOC Aviation Limited นับเป็นการต่อยอดความร่วมมือที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 15 ปี และเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับฝูงบินลำตัวแคบของการบินไทย 

 

โดยมี ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ Steven Townend, Chief Executive Officer และ Managing Director, BOC Aviation ร่วมลงนาม ณ สำนักงานใหญ่ การบินไทย ถนนวิภาวดีรังสิต

 

ข้อตกลงฉบับนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของกลยุทธ์การปรับปรุงฝูงบินของการบินไทย โดยการนำเครื่องบิน Airbus A321neo เข้าประจำฝูงบินนั้นเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์การจัดหาเครื่องบินระยะยาวของบริษัทฯ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อรองรับความต้องการของผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น และขยายขีดความสามารถในการให้บริการจากแผนดังกล่าว 

 

ทั้งนี้ เครื่องบิน Airbus A321neo มีคุณสมบัติทางเทคนิคที่ล้ำสมัย สนับสนุนทั้งกลยุทธ์การขยายเครือข่ายในเส้นทางระยะสั้นและระยะกลาง ตลอดจนเป้าหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ด้วยเครื่องยนต์รุ่นใหม่และการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ เครื่องบินรุ่นนี้สามารถประหยัดเชื้อเพลิงและลดการปล่อยคาร์บอนได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับเครื่องบินรุ่นก่อนหน้า ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจด้านความยั่งยืนของการบินไทย

 

อีกทั้งยังยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสารด้วยห้องโดยสารแบบ 2 ชั้นบริการคุณภาพสูง ที่ให้ความรู้สึกสะดวกสบายเช่นเดียวกับเครื่องบินลำตัวกว้าง ซึ่งจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ของการบินไทยมีความสอดคล้องและคุณภาพสูงทั่วทั้งเครือข่าย

The post ‘การบินไทย’ เซ็นสัญญากับ BOC Aviation เช่าเครื่องบิน Airbus A321neo จำนวน 5 ลำ รองรับความต้องการของผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>