การท่องเที่ยวในประเทศไทย Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/การท่องเที่ยวในประเทศไ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 28 Apr 2026 08:52:06 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สุรศักดิ์ แจงเก็บค่าธรรมเนียมเที่ยวนอก 1,000 บาท ยังแค่ศึกษา ไม่มีกำหนดเข้าครม. https://thestandard.co/surasak-outbound-travel-fee-study-cabinet/ Tue, 28 Apr 2026 08:52:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1201998 สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงข่าวเกี่ยวกับแนวคิดการเก็บค่าธรรมเนียมเที่ยวต่างประเทศ 1,000 บาท

วันนี้ (28 เมษายน) ที่พรรคภูมิใจไทย สุรศักดิ์ พันธ์เจริ […]

The post สุรศักดิ์ แจงเก็บค่าธรรมเนียมเที่ยวนอก 1,000 บาท ยังแค่ศึกษา ไม่มีกำหนดเข้าครม. appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงข่าวเกี่ยวกับแนวคิดการเก็บค่าธรรมเนียมเที่ยวต่างประเทศ 1,000 บาท

วันนี้ (28 เมษายน) ที่พรรคภูมิใจไทย สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงแนวคิดการจัดเก็บค่าธรรมเนียม 1,000 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางออกไปเที่ยวต่างประเทศ ว่าเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การเก็บภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นพระราชกำหนดที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2526 ที่ประเทศไทยเคยดำเนินการจัดเก็บมาแล้วช่วงปี 2540

 

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นแนวความคิดที่จะศึกษาของกระทรวงการคลัง แต่เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถาม กลับกลายเป็นว่าตนไปจัดเก็บ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไม่มีอำนาจจัดเก็บในส่วนนี้ แต่จากการที่กระทรวงการคลังได้เชิญสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหารือ ก็มีความกังวลว่าจะนำเงินที่ได้จากการจัดเก็บไปทำอะไร และใช้อย่างไร

 

สุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า หลักการของการจัดเก็บภาษีครั้งนี้อยู่บนแนวคิดของการจัดเก็บผู้ที่เดินทางออกนอกประเทศเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น ส่วนวีซ่าประเภทอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นทูต วีซ่า Work Permit และวีซ่าต่าง ๆ จะพิจารณาเป็นบางกลุ่มที่ยกเว้นได้ พร้อมย้ำว่า การจัดเก็บดังกล่าวยังไม่ใช่เวลาที่จะมาสรุป เป็นเพียงแนวทางการรับฟังความเห็น ซึ่งตัวเลข 1,000 บาท เป็นตัวเลขที่เคยจัดเก็บในอดีตเท่านั้น

 

จึงนำตัวเลขนี้กลับมาพิจารณา โดยจะนำเงินที่ได้จากการจัดเก็บไปกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศไทย ทั้งนี้ ATTA รวมถึงสมาคมต่าง ๆ ได้ทำหนังสือและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ทั้งเราเที่ยวด้วยกัน และทัวร์ทั่วไทย ซึ่งตรงกับแนวคิดของรัฐบาลอยู่แล้ว แต่การจะสนับสนุนในทุกเรื่องคงหนีไม่พ้นงบประมาณ ซึ่งรัฐบาลต้องกู้เงินเพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ แน่นอนว่าการกู้เงินย่อมเป็นภาระของประชาชน จึงต้องพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้มีเงินเข้ามาช่วยการท่องเที่ยว

 

“พูดง่ายๆ ว่า จัดเก็บคนที่ไปเที่ยวต่างประเทศ เพื่อนำมาช่วยคนไทยที่ไม่ได้มีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศ หรืออยากจะเที่ยวในประเทศไทยอยู่แล้วให้ได้รับการสนับสนุนจากส่วนนี้ และไม่ใช่การจัดเก็บคนที่จะไปเรียนหรือไปทำงาน ซึ่งในพระราชกำหนดมีการระบุไว้ว่าจะจัดเก็บได้สูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท แต่ยืนยันว่ายังเป็นเพียงการศึกษา และยังไม่มีการสรุปว่าจะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อไหร่ และย้ำว่ามีการคิดอย่างรอบคอบว่าเงินที่ได้จากผู้ที่เดินทางออกไปเที่ยวต่างประเทศจะกลับมาให้คนไทยได้เที่ยวในประเทศ” สุรศักดิ์ กล่าว

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ที่บอกว่าแค่ศึกษาจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ สุรศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้เป็นการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อนำกลับไปพิจารณาหลักการ โดยจะพิจารณาว่าเห็นด้วยหรือไม่กับการจัดเก็บ ราคาเท่าใดจึงเหมาะสม ระยะเวลาที่จัดเก็บควรเป็นช่วงใด และบุคคลใดบ้างที่ควรได้รับการยกเว้น ซึ่งกระทรวงการคลังและรัฐบาลจะต้องนำไปรวบรวมข้อมูลเพื่อศึกษาต่อไป

The post สุรศักดิ์ แจงเก็บค่าธรรมเนียมเที่ยวนอก 1,000 บาท ยังแค่ศึกษา ไม่มีกำหนดเข้าครม. appeared first on THE STANDARD.

]]>
หอการค้าไทยหวังรัฐบาลใหม่เปิดประตูการค้าดูดเงินลงทุนนอก และดัน GDP ไทยโตไม่ต่ำกว่า 3-5% ต่อปี https://thestandard.co/thai-chamber-hopes-new-gov-attract-foreign-investment/ Fri, 16 Aug 2024 11:06:08 +0000 https://thestandard.co/?p=972084

หอการค้าไทยหวังรัฐบาลใหม่เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยระยะสั้นเ […]

The post หอการค้าไทยหวังรัฐบาลใหม่เปิดประตูการค้าดูดเงินลงทุนนอก และดัน GDP ไทยโตไม่ต่ำกว่า 3-5% ต่อปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

หอการค้าไทยหวังรัฐบาลใหม่เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยระยะสั้นเร่งด่วน ต้องวางกลยุทธ์ประเทศเพื่อทำให้ GDP ของไทยเติบโตไม่ต่ำกว่า 3-5% ต่อปี เปิดประตูการค้า ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) มองประเด็นนายกฯ หญิงที่อายุน้อย ขึ้นอยู่กับการแสดงความเป็นผู้นำ และการบริหารราชการแผ่นดินหลังจากนี้

 

สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยต้องขอแสดงความยินดีกับแพทองธาร ชินวัตร ที่ได้รับความไว้วางใจจากสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 มุมมองของหอการค้าไทยถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ที่สภามีมติเห็นชอบเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีอย่างรวดเร็ว ซึ่งหลังจากนี้เป็นขั้นตอนของการนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ การแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี และการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งหลังจากจบกระบวนการตามกฎหมายแล้วเสร็จ จะเป็นส่วนช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กลับมาได้อย่างรวดเร็ว

 

สำหรับมุมมองเศรษฐกิจไทยในระยะสั้นยังต้องการการฟื้นตัวอย่างเร่งด่วน ดังนี้

 

  • รักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่แข็งค่ามากเกินไป ซึ่งจะเอื้อต่อภาคการส่งออก โดยเฉพาะสินค้าเกษตร และช่วยสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
  • การรักษาโมเมนตัมภาคการท่องเที่ยว โดยเฉลี่ยนักท่องเที่ยวเข้ามาเดือนละ 3 ล้านคน ส่วนนี้อยากให้มีการผลักดันและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว รวมไปถึงการดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ตลอดจนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและบริการ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ 36-37 ล้านคนในปีนี้

 

ขณะเดียวกัน ควรรณรงค์ ‘เมืองน่าเที่ยว’ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การท่องเที่ยวโดดเด่นและเกิดการกระจายตัว กระจายรายได้จากแหล่งท่องเที่ยวเมืองหลักไปสู่เมืองน่าเที่ยว รวมถึงเดินหน้าแผนการกระจายการลงทุนไปจังหวัดนำร่อง 10 จังหวัด ที่หอการค้าฯ ทำร่วมกันมาช่วงก่อนหน้านี้ต่อ

 

  • การเดินหน้ารุกตลาดต่างประเทศ เพื่อให้การส่งออกของไทยขยายตัวได้ในช่วงที่เหลือไม่ต่ำกว่า 2% ต่อเนื่องจากช่วงก่อนหน้านี้ที่ไปเชิญชวนให้มีการเจรจา และเชิญหลายบริษัทมาลงทุนที่ประเทศไทย
  • การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567 ให้กระจายไปทุกภูมิภาค ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวอย่างเด่นชัด และควรเร่งจัดทำงบประมาณปี 2568 ให้เสร็จสิ้นตามกระบวนการ หรือในกรอบระยะเวลาที่กำหนดเพื่อไม่ให้ยืดเยื้อ
  • การแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน ทั้งมาตราการเยียวยาและการกระตุ้นเศรษฐกิจถือเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง รวมถึงมาตรการปกป้องและช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยที่ได้รับความเดือดร้อนจากสินค้านำเข้าที่ทะลักเข้ามาในประเทศ โดยเฉพาะสินค้าจากจีน
  • พรรคร่วมรัฐบาลจำเป็นต้องทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพ เพื่อให้การเมืองไทยมีเสถียรภาพ สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเข้ามาลงทุนจากต่างประเทศ รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชนที่เป็นตัวจริงด้านการค้า และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ซึ่งเราเองก็มีหอการค้าในทุกจังหวัดที่พร้อมจะทำงานสนับสนุนร่วมกันกับภาครัฐ

 

“สิ่งที่ภาคเอกชนเห็นคือการมีนายกรัฐมนตรีได้เร็ว ทำให้ประเทศไม่เกิดสุญญากาศ ส่วนนี้ทำให้เรียกความเชื่อมั่นกลับมาได้เร็ว ส่วนเรื่องที่เรามีนายกฯ หญิงที่อายุน้อยนั้น ประเด็นนี้มองว่าขึ้นอยู่กับการแสดงความเป็นผู้นำ และการบริหารราชการแผ่นดินหลังจากนี้” สนั่นกล่าว

 

สานต่อเปิดประตูการค้าดึงดูดการลงทุนต่างประเทศ

 

สำหรับความพร้อมของการบริหารงานที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลก็เชื่อว่า พรรคเองมีความพร้อมด้านบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในทุกด้านอยู่แล้ว ซึ่งภาคเอกชนอยากเห็นการทำงานเป็นทีมกับพรรคร่วมรัฐบาลมากขึ้น ก็จะทำให้การทำงานของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่มีเอกภาพและเสถียรภาพ

 

นอกจากนี้ หลายมาตรการของเศรษฐา อดีตนายกฯ โดยเฉพาะการเปิดประตูการค้า และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) สิ่งเหล่านี้รัฐบาลชุดใหม่จำเป็นต้องเดินหน้าสานต่อ โดยมีการกำหนดกระทรวงหรือผู้รับผิดชอบเพื่อติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด

 

รวมถึงการเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการที่เกี่ยวข้อง Soft Power ส่วนนี้หอการค้าฯ เห็นว่าเป็นเรื่องที่ประเทศไทยมีความได้เปรียบ และสามารถที่จะต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจของไทยได้อยู่แล้ว ซึ่งเอกชนเห็นด้วยว่าควรเดินหน้าขับเคลื่อนในประเด็นนี้อย่างต่อเนื่อง

 

ขณะเดียวกัน การดึงดูดอุตสาหกรรมใหม่ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัล ยังเป็นปัญหาของไทยที่ยังขาดบุคลากรที่มีความพร้อมในด้านทักษะที่เพียงพอ ตลอดจนปัญหาด้านต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ยังสูง และกฎหมายที่ล้าสมัยไม่เอื้อต่อการเข้ามาลงทุน สิ่งเหล่านี้เป็นโจทย์ที่รัฐบาลต้องแก้ไข ซึ่งนอกจากรัฐบาลจะเป็นเซลส์แมนแล้ว จะต้องปิดการขายให้ได้ด้วย

 

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาประเทศไทยมี GDP เติบโตเฉลี่ย 2% ซึ่งต่ำกว่าศักยภาพและไม่ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ดังนั้น ในระยะกลางและระยะยาว เป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องวางกลยุทธ์สำหรับประเทศ เพื่อทำให้ GDP ของไทยเติบโตไม่ต่ำกว่า 3-5% ต่อปี

The post หอการค้าไทยหวังรัฐบาลใหม่เปิดประตูการค้าดูดเงินลงทุนนอก และดัน GDP ไทยโตไม่ต่ำกว่า 3-5% ต่อปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ททท. หยิบ Art Toy กระตุ้นท่องเที่ยว ชวนแอ่วเหนือแบบเหนือความคาดหมาย https://thestandard.co/art-toy-stimulates-thai-tourism/ Thu, 18 Jul 2024 10:01:14 +0000 https://thestandard.co/?p=959730

ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2567 การท่องเที่ยวแห่งประเท […]

The post ททท. หยิบ Art Toy กระตุ้นท่องเที่ยว ชวนแอ่วเหนือแบบเหนือความคาดหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2567 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเดินทางท่องเที่ยวภาคเหนือผ่านแคมเปญ ‘เหนือความคาดหมาย’ ที่นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยว 5 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ แพร่ น่าน พิษณุโลก และนครสวรรค์ ซึ่งจะพาทุกคนไปพบกับเสน่ห์เฉพาะตัวของแต่ละจังหวัด

 

แม้ว่าช่วงนี้จะเข้าฤดูฝน แต่บรรยากาศเมืองเหนือที่เราคุ้นเคย ถึงจะดูเหมือนเนิบช้า แต่ก็ผสมผสานไปด้วยวิวม่อนดอยที่คุ้นตา

 

ชวนทุกคนไปสัมผัสกับธรรมชาติที่งอกงามขึ้นจากสายฝนเย็นฉ่ำในแต่ละจังหวัดภาคเหนือ เพราะหากคุณไม่ไปสัมผัสด้วยตัวเอง ก็ไม่มีทางรู้ว่าฤดูที่ว่ากันว่าเป็น Low Season ของภาคเหนือนั้นน่าหลงใหลขนาดไหน

 

พิเศษยิ่งไปกว่านั้น แคมเปญเหนือความคาดหมายได้ชักชวน 80 ร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรม และที่พัก ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคเหนือ มาร่วมแจกส่วนลดและสิทธิพิเศษให้กับนักท่องเที่ยวที่ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ https://gonorththai.com/ ให้คุณและคนสำคัญได้เที่ยวภาคเหนืออย่างเพลิดเพลินมากขึ้น

 

ความพิเศษของแคมเปญเหนือความคาดหมายยังไม่หมดแค่นี้ เพราะนี่ยังเป็นครั้งแรกกับการครีเอต ‘Art Toy เหนือความคาดหมาย’ ของขวัญคอลเล็กชันพิเศษที่มาพร้อมกันเป็นแก๊ง 5 ตัว 5 สไตล์ แต่ละตัวสร้างสรรค์มาจากคาแรกเตอร์ที่เป็นสัญลักษณ์ของ 5 จังหวัดภาคเหนือ ให้นักท่องเที่ยวได้แลกรับฟรีตั้งแต่เดือนสิงหาคม-กันยายน 2567

 

Art Toy คอลเล็กชันพิเศษประกอบไปด้วย

 

  • ‘จ๊างแดง’ ช้างเผือกที่เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่
  • ‘เสือแปล้’ เสือสวมเสื้อม่อฮ่อมที่เป็นตัวแทนพระธาตุช่อแฮ จังหวัดแพร่ พระธาตุประจำคนเกิดปีขาล
  • ‘บันนี่บันน่าน’ กระต่ายนักชิมกาแฟ ตัวแทนของพระธาตุแช่แห้ง จังหวัดน่าน พระธาตุประจำคนเกิดปีเถาะ
  • ‘ไก่ฟิตพิษโลก’ ไก่ชนเหลืองหางขาวที่มีต้นกำเนิดในเมืองพิษณุโลก ตามบันทึกในประวัติศาสตร์มันมีดีกรีเป็นถึงไก่ตัวสำคัญของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
  • ‘มังจิ’ มังกรกินโมจิ ที่เป็นตัวแทนของวัฒนธรรมของคนไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดนครสวรรค์

 

สำหรับการรับ Art Toy แลกฟรีได้ทันทีเมื่อมีใบเสร็จหรือหลักฐานการชำระเงินจากร้านค้าและโรงแรมที่เข้าร่วมแคมเปญเหนือความคาดหมาย (1 ใบเสร็จ รับ Art Toy ได้ 1 กล่องเท่านั้น) โดยใบเสร็จจะต้องมีมูลค่าขั้นต่ำ 500 บาท สำหรับร้านค้า ร้านอาหาร และร้านกาแฟ และ 2,000 บาท สำหรับโรงแรมและที่พัก

 

สำหรับขั้นตอนการแลกรับ มีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

 

  1. คลิกเข้าเว็บไซต์ https://gonorththai.com/ หรือสแกน QR Code ลงทะเบียนรับสิทธิ์ที่จุดแลกรับ Art Toy ณ ร้านค้าหรือโรงแรมที่เข้าร่วมแคมเปญ
  2. แสดงหลักฐานการลงทะเบียนที่สำเร็จแล้วให้กับพนักงาน ณ จุดแลก
  3. รับกล่อง Art Toy จากพนักงานได้เลย

 

สำหรับ Art Toy เหนือความคาดหมาย สามารถเดินทางไปแลกรับ ณ 5 จังหวัดภาคเหนือ เฉพาะที่เชียงใหม่ แพร่ น่าน พิษณุโลก และนครสวรรค์ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 30 กันยายน 2567 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด

The post ททท. หยิบ Art Toy กระตุ้นท่องเที่ยว ชวนแอ่วเหนือแบบเหนือความคาดหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลตั้งเป้ายกระดับไทยจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับโลกปี 68 จัดกิจกรรม Beach Life 4 หาด 4 เมือง ก.ค.-ส.ค. นี้ https://thestandard.co/government-world-class-tourism-2568-beach-life/ Wed, 10 Jul 2024 04:48:38 +0000 https://thestandard.co/?p=955852 ท่องเที่ยวระดับโลกปี 68 Beach Life

วันนี้ (10 กรกฎาคม) ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมน […]

The post รัฐบาลตั้งเป้ายกระดับไทยจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับโลกปี 68 จัดกิจกรรม Beach Life 4 หาด 4 เมือง ก.ค.-ส.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ท่องเที่ยวระดับโลกปี 68 Beach Life

วันนี้ (10 กรกฎาคม) ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมุ่งขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวไทยให้ต่อเนื่องอย่างมีกลยุทธ์ ขานรับนโยบาย IGNITE TOURISM THAILAND ของเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กระตุ้นการท่องเที่ยวไทยในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว หรือ Green Season เปิดตัวโครงการ Amazing Beach Life Festival งานเทศกาลดนตรี กีฬา และศิลปะริมชายหาด จัดเต็มใน 4 พื้นที่ Beach Life (ระยอง พังงา ภูเก็ต และสงขลา)

 

ส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสตลอดทั้งปี โดยคาดว่าสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวที่ 3.5 ล้านล้านบาท พร้อมหารือร่วมกับทุกหน่วยงานวางยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทยสู่ปี 2568 ให้เป็น Thailand Grand Tourism Year ยกระดับไทยเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก

 

ชัยระบุว่า โครงการ Amazing Beach Life Festival เป็นกิจกรรมที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนจัดขึ้น โดยนำเสนอกิจกรรมในรูปแบบ Beach Life และ Recreation Festival แบ่งตามอัตลักษณ์ของ 4 พื้นที่การท่องเที่ยวทางทะเล โดยนำความหลากหลายของกิจกรรม Beach Life เช่น เทศกาลดนตรี กีฬา และศิลปะริมชายหาด ที่อยู่ในกระแสความสนใจของนักท่องเที่ยวมารวบรวมไว้ในงาน ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับความยั่งยืน (Sustainability) ผ่านการจัดตกแต่งพื้นที่ด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเมืองไทยมีดี เที่ยวได้ทั้งปี เที่ยวได้ทุก Season

 

ชัยระบุอีกว่า ทั้งนี้เพื่อดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพสูง มีกำลังซื้อสูง และมีพฤติกรรมรักสิ่งแวดล้อม ให้เกิดความต้องการเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การสร้างรายได้ให้กับธุรกิจท้องถิ่นและชุมชนในพื้นที่ชายฝั่งของแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวต่อไป

 

สำหรับกิจกรรม Amazing Beach Life Festival กำหนดจัดขึ้นใน 4 พื้นที่ ตั้งแต่เวลา 16.00-22.30 น. ได้แก่

 

  1. ระยอง Tropical Beach นำเสนอสีสันความสดใสกับระยองเมืองอาหารและแหล่งผลไม้ภาคตะวันออก วันที่ 12-14 กรกฎาคม 2567 ณ หาดแหลมเจริญ

 

  1. พังงา Beach Rhythms นำเสนอความสนุกกับบรรยากาศปาร์ตี้และความสุขของทะเลฝั่งอันดามัน วันที่ 26-28 กรกฎาคม 2567 ณ ชายหาดในพังงา

 

  1. ภูเก็ต Neon Waves ความสนุกสนานยามค่ำคืนของเมืองป่าตอง พร้อมสีสันจากแสงนีออนสะท้อนบนผิวน้ำทะเลตอนกลางคืน วันที่ 2-4 สิงหาคม 2567 ณ หาดป่าตอง

 

  1. สงขลา Art Paradise นำเสนอกลิ่นอายเมืองเก่าแบบฉบับสงขลา เนรมิตชายหาดให้เต็มไปด้วยสีสันแห่งศิลปะ วันที่ 9-11 สิงหาคม 2567 ณ หาดชลาทัศน์

 

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงาน Amazing Beach Life Festival ได้ฟรี ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page: Amazing Beach Life Festival https://www.facebook.com/profile.php?id=61561623323114 หรือโทร. 1672 Travel buddy

 

พร้อมกันนี้ การประชุมบูรณาการแผนปฏิบัติการ ททท. (Tourism Authority of Thailand Action Plan 2025: TATAP 2025) ได้ตั้งเป้าหมายให้ปี 2568 เป็น Thailand Grand Tourism Year นำเสนอแนวคิดเสน่ห์ไทย สร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยจะเน้นการท่องเที่ยวไทยที่สามารถสร้างประสบการณ์ทรงคุณค่า ตอบโจทย์ทุก Customer Journey อย่างครอบคลุม สร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นในทุก Touch Point ของการเดินทาง เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถบอกต่อความทรงจำที่มีคุณค่าและเกิดการเดินทางซ้ำ พร้อมส่งเสริมการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองน่าเที่ยว

 

นอกจากนี้จะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ให้สอดคล้องกับ Thailand Grand Tourism Year ได้แก่

 

  1. Grand Festival จัดกิจกรรมใหญ่ตลอดทั้งปี เพื่อดึงนักท่องเที่ยว พร้อมอำนวยความสะดวกในการเดินทาง
  2. Grand Exclusive Experience นำเสนอประสบการณ์ใหม่ที่พิเศษสุด Grand Privilege เช่น การช้อปปิ้ง แพ็กเกจทัวร์ บัตรโดยสารเครื่องบิน
  3. Grand Invitation การเชิญบุคคลระดับโลกมาท่องเที่ยวและแชร์ประสบการณ์
  4. Grand Opening Celebration ซึ่งจะเปิดตัว Thailand Grand Tourism Year อย่างยิ่งใหญ่ที่งาน ITB Berlin 2025 (Internationale
  5. Tourismus Börse 2025) มหกรรมส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของโลก วันที่ 4-6 มีนาคม 2568 ณ กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี

 

“นายกฯ สนับสนุนการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยอย่างมียุทธศาสตร์ ผ่านความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนพันธมิตรจากทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการเที่ยวไทยได้ตลอดทั้งปี พร้อมเชื่อมั่นว่าการวางกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับพื้นที่การท่องเที่ยวและความต้องการของนักท่องเที่ยวจะมีนัยสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดให้ปี 2568 เป็น Thailand Grand Tourism Year ถือเป็นการผลักดันการท่องเที่ยวตามแผนงาน ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยที่มีคุณภาพอย่างเป็นรูปธรรม” ชัยกล่าว

The post รัฐบาลตั้งเป้ายกระดับไทยจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับโลกปี 68 จัดกิจกรรม Beach Life 4 หาด 4 เมือง ก.ค.-ส.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
4 HOURS in ท่าพระอาทิตย์ ย่านคูลๆ ที่นั่งเรือไปได้ https://thestandard.co/life/4-hours-in-tha-phra-arthit/ Thu, 27 Jun 2024 05:00:30 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=950346 ท่าพระอาทิตย์

4 ชั่วโมงบนถนนพระอาทิตย์ ทำอะไรได้บ้าง?   4 HOURS […]

The post 4 HOURS in ท่าพระอาทิตย์ ย่านคูลๆ ที่นั่งเรือไปได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ท่าพระอาทิตย์

4 ชั่วโมงบนถนนพระอาทิตย์ ทำอะไรได้บ้าง?

 

4 HOURS ครั้งนี้เราจะพามาเที่ยวย่านที่กำลังเป็นกระแสในตอนนี้อย่างถนนพระอาทิตย์ ย่านเมืองเก่าที่มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ใครจะไปคิดว่าถนนเส้นนี้ซ่อนร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านขนมเอาไว้มากมาย ซึ่งมีทั้งร้านดั้งเดิมที่เปิดมาหลายสิบปี และร้านใหม่ที่มีคอนเซปต์ไม่เหมือนใคร นอกจากเรื่องกิน ยังมีแกลเลอรีให้สายอาร์ตได้ไปเดิน แถมยังมีสวนให้นั่งชิลอีกด้วย

 

 

การเดินทาง

 

ต้องบอกว่าย่านนี้อาจจะไม่ใกล้รถไฟฟ้ามาก ใกล้ที่สุดคือ MRT สถานีสนามไชย แต่เราอยากแนะนำอีกหนึ่งการเดินทาง ถึงจะไม่เร็วมากแต่ก็ได้ชมวิว คือ การนั่งเรือมาลงที่ท่าพระอาทิตย์ ซึ่งมีเรือหลายประเภท แต่วันนี้เราเลือก เรือธงฟ้า เป็นเรือท่องเที่ยว แล่นจากท่าพระอาทิตย์ไปท่าสาทร จอดตามท่าเรือที่เป็นจุดท่องเที่ยวหลายจุด ราคาเที่ยวละ 30 บาท แต่ถ้าแพลนจะเที่ยวทั้งวันก็ ราคา 150 บาท ไม่จำกัดเที่ยว

 

เรือธงฟ้า

 

Open: ทุกวัน จากท่าพระอาทิตย์ไปท่าสาทร เวลา 08.30-18.30 น. และท่าสาทรไปท่าพระอาทิตย์ เวลา 09.00-19.15 น.

Budget: 30 บาท/เที่ยว / แบบไม่จำกัดเที่ยว ราคา 150 บาท

 

 

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายโส่ย

 

หลังขึ้นเรือ แนะนำให้เติมพลังกันก่อนที่ร้านแรก ก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายโส่ย แค่เดินผ่านกลิ่นน้ำซุปก็หอมลอยมาเตะจมูก ร้านนี้เป็นร้านเก่าแก่ราว 40 ปี มีเส้นให้เลือกทั้งหมด 3 ชนิด ได้แก่ เส้นเล็ก เส้นใหญ่ และเส้นหมี่ จุดเด่นของเขาคือน้ำซุปกลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อม, เนื้อที่ลวกกำลังดี ไม่เหนียว, เนื้อเปื่อยก็นุ่มมากๆ ส่วนคนที่ชอบเครื่องใน ร้านนี้เครื่องในดีมาก ไม่เหนียว ไม่คาว แถมมีไอเท็มลับคือกากหมู นอกจากเมนูเนื้อก็มีเมนูหมู ก๋วยเตี๋ยวที่นี่ชามธรรมดาราคา 100 บาท พิเศษราคา 120 บาท

 

Open: ทุกวัน เวลา 07.00-21.00 น.

Budget: 100-200 บาท

Facebook: นายโส่ย Nai Soie Beef Noodle 

Map: 

 

 

 

 

Coconut Culture

 

กินของคาวเสร็จแล้วต้องตามด้วยของหวาน ข้างๆ ร้านก๋วยเตี๋ยวจะมีร้านไอศกรีมอยู่ร้านหนึ่ง ชื่อ Coconut Culture เป็นร้านใหม่ที่แนวคิดน่าสนใจมาก เพราะไอศกรีมของที่นี่ใช้เบสเป็นกะทิและน้ำมะพร้าว ทำให้ทุกเมนูเป็นวีแกน โดยความเข้มข้นของไอศกรีมจะมีตั้งแต่เข้มข้นมาก ส่วนผสมของกะทิเยอะ ไปจนถึงเชอร์เบตที่ใช้น้ำมะพร้าวเยอะ ไอศกรีมที่นี่ค่อนข้างหลากหลาย ทั้งหมดมีประมาณ 20 รสชาติ แต่หน้าร้านจะสลับรสชาติที่วางขายกันไปเรื่อยๆ ในแต่ละวัน นอกจากไอศกรีมแล้ว ทางร้านยังแนะนำให้เรากินคู่กับท็อปปิ้งสไตล์ไทยๆ ที่ทำให้นึกถึงอดีต เช่น วาฟเฟิลทองม้วน ข้าวเหนียวมูน กระฉีก คุกกี้ไข่เค็ม เป็นต้น

 

Open: ทุกวัน เวลา 11.00-21.00 น.

Budget: 100-200 บาท

Facebook: Coconut Culture 

Map:

 

 

 

 

PULSE / Phra Arthit

 

จริงๆ บนตึกของร้าน Coconut Culture มีคาเฟ่ลับๆ ซ่อนอยู่ สำหรับใครที่เดินย่านพระอาทิตย์จนเหนื่อยสามารถมานั่งพักตรงนี้ได้ ที่นี่คือร้าน PULSE / Phra Arthit เขามีเมนูเครื่องดื่มทั้งกาแฟและไม่ใช่กาแฟ แถมมีขนมอีกด้วย และยังมีมุมซิกเนเจอร์เป็นช่องหน้าต่างขนาดใหญ่ให้ได้นั่งซึมซับบรรยากาศธรรมชาติแบบเต็มๆ

 

Open: ทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น.

Budget: 100-300 บาท

Facebook: PULSE / Phra Arthit 

Map: 

 

 

 

 

หอศิลป์ ณ บ้านเจ้าพระยา

 

พักเรื่องกินแล้วเดินข้ามฝั่งมาเสพอาร์ตที่ หอศิลป์ ณ บ้านเจ้าพระยา กันบ้าง ที่นี่เป็นอาคารเก่าที่ปรับแปลงให้กลายเป็นแกลเลอรี ภายในจัดแสดงงานศิลปะ ทั้งภาพและประติมากรรม ซึ่งจะสับเปลี่ยนกันไปเรื่อยๆ แถมไม่มีค่าเข้าชม ใครชอบงานศิลปะสามารถมาและพักจุดนี้กันได้

 

Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 10.00-18.00 น. (ปิดวันจันทร์)

Budget: ไม่มีค่าใช้จ่าย

Facebook: หอศิลป์ ณ บ้านเจ้าพระยา Arts Gallery at Ban Chao Phraya 

Map: 

 

 

 

 

108 Juices

 

มาที่ถนนพระอาทิตย์จะไม่แวะร้านนี้ก็ไม่ได้ 108 Juices ร้านน้ำผลไม้ที่ซ่อนตัวอยู่ในตึกเก่า หน้าร้านดูคลาสสิกจนกลายเป็นจุดถ่ายรูปเช็กอิน นอกจากจะถ่ายรูปสวยแล้ว เครื่องดื่มเขาก็ดี เพราะคั้นน้ำผลไม้สดทุกแก้ว โดยวันที่เราไปมีให้เลือกหลายเมนู ราคาเริ่มต้นแค่ 60 บาท ใครมาเที่ยวที่พระอาทิตย์อย่าลืมแวะดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ ที่ร้านนี้

 

Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 12.00-18.00 น. (ปิดวันจันทร์)

Budget: ราคา 60-100 บาท

Facebook: 108 Juices 100% no water no sugar 

Map:

 

 

 

 

การิม โรตีมะตะบะ

 

อีกหนึ่งร้านที่อยู่คู่ถนนพระอาทิตย์มายาวนาน จุดเด่นของโรตีที่นี่คือแป้งที่มีรสชาติติดหวานนิดๆ สายหวานน่าจะถูกใจสิ่งนี้ และมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งไส้หวาน และไส้ที่เป็นของคาวอย่างมะตะบะ แอบบอกว่าคนชอบมะตะบะต้องมา เพราะที่นี่มีมะตะบะหลายแบบ ทั้งไก่ เนื้อ ทะเล และปลาสมุนไพร

 

Open: ทุกวัน เวลา 09.30-22.00 น.

Budget: ราคา 36-100 บาท

Facebook: Kari Roti Mataba 

Map: 

 

 

 

 

สวนสันติชัยปราการ

 

บริเวณถนนพระอาทิตย์ยังมีสวนสวยที่สามารถไปนั่งพักผ่อนได้ นั่นคือ สวนสันติชัยปราการ ที่นี่ถือว่าเป็นสวนที่มีหลากหลายบรรยากาศ จะนั่งชิลดูต้นไม้ หรือใครชอบบรรยากาศริมน้ำก็มีโซนที่หันหน้าออกไปทางแม่น้ำเจ้าพระยาให้ชมวิวได้ ส่วนใครชอบถ่ายรูป ที่นี่มีจุดให้ได้มาถ่ายรูปเช็กอินกับป้อมพระสุเมรุอีกด้วย

 

Open: วันจันทร์-เสาร์ เวลา 05.00-21.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)

Map:

 

 

 

The post 4 HOURS in ท่าพระอาทิตย์ ย่านคูลๆ ที่นั่งเรือไปได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: สถานการณ์การท่องเที่ยวไทยและการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่ | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-24062024-2/ Mon, 24 Jun 2024 05:25:20 +0000 https://thestandard.co/?p=948830

อัปเดตสถานการณ์การท่องเที่ยวไทย และการกลับมาของนักท่องเ […]

The post ชมคลิป: สถานการณ์การท่องเที่ยวไทยและการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่ | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

อัปเดตสถานการณ์การท่องเที่ยวไทย และการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่ พูดคุยกับ ดร.กมลมาลย์ แจ้งล้อม นักวิเคราะห์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC)

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: สถานการณ์การท่องเที่ยวไทยและการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่ | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมื่อของเด็ดทั่วไทยก็ Cool ไม่แพ้ใคร พบภาพยนตร์โฆษณาสุดครีเอทีฟ ‘ดั้นด้นทั่วไทยเพราะไทยเด็ด’ [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/ptt-station-thai-travel/ Fri, 21 Jun 2024 05:23:39 +0000 https://thestandard.co/?p=947397 PTT Station

ห้ามพลาดทุกประการทั้งปวง! เมื่อไทยเด็ดดั้นด้นไปดึงและดั […]

The post เมื่อของเด็ดทั่วไทยก็ Cool ไม่แพ้ใคร พบภาพยนตร์โฆษณาสุดครีเอทีฟ ‘ดั้นด้นทั่วไทยเพราะไทยเด็ด’ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
PTT Station

ห้ามพลาดทุกประการทั้งปวง! เมื่อไทยเด็ดดั้นด้นไปดึงและดันของเด็ดดวงทั่วไทยดีๆ มาให้ดูกันแล้วกับภาพยนตร์โฆษณาน่ารักใจฟูแบบไม่ไหวแล้วอย่าง ‘ดั้นด้นไปเพราะไทยเด็ด’ ที่กำลังไวรัลไปให้ดุ๊กดิ๊กกันทั่วทุกแพลตฟอร์ม

 

Road Trip หาของดีและเด็ดทั่วไทย

 

ไม่ว่าจะใครก็อยากได้ ‘ของเด็ด’ ดีๆ มาประดับหรือลองกินลองใช้กันสักครา อย่างการเดินทางของแก๊งเพื่อน 4 ตัวละครที่ดั้นด้นไป 4 ภาคของไทยบน Road Trip เพื่อหาของเด็ดดวงโดดเด่น ซึ่งระหว่างทางมีแต่ความน่ารัก เจ๋ง ฮา และ Proud ไปกับความเจ๋งของเด็ดในไทย ของดีของเด็ดทุกวันนี้ อยู่ที่นี่ประเทศไทยไม่ไกลตัวเลย 

 

 

ของเด็ดไทย ทำแบบไหนก็ Cool

 

ไม่ใช่แค่ของดีๆ เด็ดดวงเท่านั้น ภาพยนตร์โฆษณา ‘ดั้นด้นไปเพราะไทยเด็ด’ ยังมาในธีมของโมเดิร์นฟิล์มที่ใช้เทคนิคการ Grading ของงานให้สดใส และจับคู่กันอย่างโดดเด่น ทั้งหมดถูกใส่แทบจะทุก Elements ของภาพยนตร์โฆษณาเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น Road Trip สไตล์ฉิ่งฉาบทัวร์ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายจากผ้าไทยท้องถิ่น ให้เป็นไอเท็มแฟชั่นเก๋ๆ หรือเพลงสไตล์ไทยวินเทจที่สร้างสีสันให้กับภาพยนตร์โฆษณา รวมถึงเทคนิคการถ่ายตัดต่อที่ชูความเด็ดที่ไปดั้นด้นดึงมาจากทั่วประเทศไทย ให้รู้ว่าไทยเด็ดด้วยความครีเอทีฟขั้นสุด ใครดูก็เผลอยิ้มตามกันไปทุกคน

 

PTT Station

 

ไม่ว่าจะของเด็ดจากไหนของไทย ทั้งหมดได้ดั้นด้นไปดึงมารวมไว้ที่ ‘ร้านไทยเด็ด’ แค่มองหาสัญลักษณ์นิ้วโป้งทุกครั้งที่คุณแวะเข้า PTT Station เตรียมพบกับไอเท็มเด็ดจากทั่วไทยไปประดับไว้ให้เด็ดดวงเด่นเกินใครกันได้เลย!

 

 

เรียกได้ว่าภาพจำของสินค้าไทยจากไทยเด็ดนั้นเปลี่ยนไปจากเดิม มีความโมเดิร์นและมีสไตล์มากขึ้น ทั้งสินค้าของดี ของท้องถิ่น กลายเป็นสินค้าที่น่าซื้อ อีกทั้งยังเข้าถึงง่าย และหลังจากนี้สินค้าในร้านไทยเด็ดจะกลายเป็นสินค้าอยู่ในกระแสในอนาคต

 

ติดตามรับชมเรื่องราวการเดินทางสนุกๆ ในครั้งนี้ได้ที่

 

The post เมื่อของเด็ดทั่วไทยก็ Cool ไม่แพ้ใคร พบภาพยนตร์โฆษณาสุดครีเอทีฟ ‘ดั้นด้นทั่วไทยเพราะไทยเด็ด’ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: สายเที่ยวเฮ ‘เที่ยวเมืองรอง’ ได้ลดหย่อนภาษี | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-09062024/ Sun, 09 Jun 2024 02:00:06 +0000 https://thestandard.co/?p=942533

‘เที่ยวด้วย ลดหย่อนภาษีด้วย’ รายละเอียดจะมีอะไรบ้าง หลั […]

The post ชมคลิป: สายเที่ยวเฮ ‘เที่ยวเมืองรอง’ ได้ลดหย่อนภาษี | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘เที่ยวด้วย ลดหย่อนภาษีด้วย’ รายละเอียดจะมีอะไรบ้าง หลังกระทรวงการคลังออกมาตรการทางภาษีเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในเมืองรองช่วง Low Season ติดตามได้ใน Highlight นี้

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: สายเที่ยวเฮ ‘เที่ยวเมืองรอง’ ได้ลดหย่อนภาษี | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. เห็นชอบแนวทางดึงดูดนักท่องเที่ยวมาไทย 3 ระยะ เพิ่มฟรีวีซ่าจาก 57 เป็น 93 ประเทศ ชี้คุ้มค่าแม้สูญรายได้ แต่จะได้คืน 8 แสน – 1 ล้านล้านบาท https://thestandard.co/guidelines-for-attracting-tourists-to-thailand/ Tue, 28 May 2024 09:37:24 +0000 https://thestandard.co/?p=938456

วันนี้ (28 พฤษภาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ชัย วัชรงค์ โฆษกปร […]

The post ครม. เห็นชอบแนวทางดึงดูดนักท่องเที่ยวมาไทย 3 ระยะ เพิ่มฟรีวีซ่าจาก 57 เป็น 93 ประเทศ ชี้คุ้มค่าแม้สูญรายได้ แต่จะได้คืน 8 แสน – 1 ล้านล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (28 พฤษภาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงมาตรการและแนวทางในการตรวจลงตราและส่งเสริมการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ จากภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่อยู่ในภาวะที่ซบเซาเรื้อรังยาวนาน และตัวเลขฟ้องว่า GDP โตต่ำกว่าศักยภาพของประเทศและต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงหนี้สาธารณะเพิ่มมากขึ้น 

 

ที่ประชุม ครม. จึงมีข้อสรุปว่า จำเป็นต้องสร้างรายได้ใหม่ให้กับพี่น้องประชาชน ด้วยการเร่งเดินหน้านโยบายด้านการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ ซึ่งถือเป็นเครื่องจักรทางเศรษฐกิจตัวเดียวที่จะให้ผลตอบแทนอย่างรวดเร็ว สามารถแก้ปัญหาระยะสั้นได้ โดยสิ้นปี 2567 รัฐบาลจะเร่งเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวขึ้นไปไม่ต่ำกว่า 3 ล้านล้านบาท 

 

ชัยกล่าวต่อว่า การจะไปให้ถึงเป้าหมาย กระทรวงการต่างประเทศร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ด้วยการกำหนดมาตรการเชิงรุกในเรื่องของการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเสนอมาตรการ 3 ระยะ ได้แก่

 

1. มาตรการระยะสั้น

 

ประเทศที่ได้รับสิทธิยกเว้นการตรวจลงตรา สามารถพำนักในประเทศไทยไม่เกิน 60 วัน เพื่อการท่องเที่ยว การติดต่อธุรกิจ และการทำงานระยะสั้น จากเดิม 57 ประเทศเป็น 93 ประเทศ เช่น อันดอร์รา, ออสเตรเลีย, ออสเตรีย, เบลเยียม, บาห์เรน, บรูไน, แคนาดา, เช็ก, เดนมาร์ก, เอสโตเนีย, ฟินแลนด์ และฝรั่งเศส ฯลฯ

 

พร้อมปรับปรุงรายชื่อประเทศที่ได้รับสิทธิตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival: VOA) จากเดิม 19 ประเทศเป็นจำนวน 31 ประเทศ ได้แก่ อาร์เมเนีย, เบลารุส, บัลแกเรีย, ภูฏาน, โบลิเวีย, จีน, คอสตาริกา, ไซปรัส, เอลซัลวาดอร์, เอธิโอเปีย, ฟิจิ, จอร์เจีย, อินเดีย, คาซัคสถาน, คีร์กีซสถาน, มอลตา, เม็กซิโก, นามิเบีย, นาอูรู, ปาปัวนิวกินี และปารากวัย ฯลฯ

 

และเพิ่มการตรวจลงตราประเภทใหม่ Destination Thailand Visa (DTV) เพื่อให้คนต่างด้าวประสงค์จะพำนักในประเทศไทย เพื่อทำงานและท่องเที่ยวไปพร้อมกัน (Workcation) มีคุณสมบัติและสิทธิประโยชน์ ดังนี้ 

 

  1. คนต่างด้าวประสงค์จะเดินทางมาพำนักเพื่อการท่องเที่ยวระยะยาวและทำงานทางไกล ได้แก่ กลุ่มที่มีทักษะสูง (Foreign Talent) และกลุ่มอาชีพอิสระ (Digital Nomad / Freelancer) หรือประสงค์เข้ามาพำนักเพื่อทำกิจกรรมอื่นๆ ได้แก่ การเรียนมวยไทยและศิลปะป้องกันตัว, การเรียนทำอาหาร, การเรียนและฝึกซ้อมกีฬา, การรักษาพยาบาล, การอบรม, การสัมมนา และการจัดแสดงศิลปะและดนตรี 

 

  1. ผู้ติดตามของคนต่างด้าวตาม ข้อ1. ซึ่งเป็นคู่สมรสและบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีอายุไม่เกิน 20 ปี 

 

  1. คนต่างด้าวจะต้องมีหลักฐานทางการเงินหรือหลักฐานการสนับสนุนทางการเงินสำหรับการเดินทาง หรือมีผู้ค้ำประกันวงเงินไม่น้อยกว่า 5 แสนบาท ตลอดระยะเวลาพำนักในประเทศไทย

 

  1. สิทธิประโยชน์ที่ได้รับการตรวจลงตราประเภท DTV สามารถพำนักในประเทศไทยได้ครั้งละไม่เกิน 180 วัน อัตราค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา 10,000 บาท อายุการตรวจลงตรา 5 ปี และมีสิทธิขยายระยะเวลาพำนักในประเทศไทยได้ 1 ครั้งไม่เกิน 180 วัน โดยชำระค่าธรรมเนียม 10,000 บาท และขอเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตราในประเทศได้ โดยการตรวจลงตราเดิมจะสิ้นสุด 

 

ชัยกล่าวว่า ครม. ยังเห็นชอบปรับปรุงสิทธิสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่เข้ามาเรียนระดับปริญญาตรีขึ้นไปที่ได้รับการตรวจลงตรา Non-Immigrant Visa รหัส ED เป็นอำนวยความสะดวกแก่นักศึกษาต่างชาติที่กำลังศึกษาหรือกำลังจะสำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาในประเทศไทย เพื่อดึงดูดผู้ที่มีศักยภาพและทักษะเข้าสู่ตลาดแรงงานของประเทศ และขยายเวลาพำนักในประเทศไทยหลังสำเร็จการศึกษา 1 ปี เพื่อหางาน เดินทางท่องเที่ยว หรือทำกิจกรรมอื่นๆ โดยต้องมีหนังสือรับรองจากหน่วยงานที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

 

2. มาตรการระยะกลาง 

 

ประกอบด้วย 3 มาตรการ เริ่มใช้เดือนกันยายน-ธันวาคม 2567 ได้แก่

 

  1. จัดกลุ่มและปรับลดรหัสกำกับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant) จากเดิม 17 รหัสเหลือ 7 รหัส โดยจะเริ่มดำเนินการภายในเดือนกันยายน ปี 2567

 

  1. ปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวเพื่อการพำนักในราชอาณาจักรระยะยาว (Long Stay) สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุที่ประสงค์ใช้ชีวิตบั้นปลายในประเทศไทย โดยจะเริ่มดำเนินการภายในเดือนกันยายน ปี 2567

 

  1. ปรับลดเงินประกันสุขภาพสำหรับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant) รหัส 0-A จากเดิมจำนวน 3 ล้านบาท ให้เหลือเท่าก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) คือ 40,000 บาทสำหรับผู้ป่วยนอก และ 4 แสนบาทสำหรับผู้ป่วยใน และขยายการเปิดให้บริการการตรวจลงตราอิเล็กทรอนิกส์ (e-Visa) ซึ่งเดิมมีให้บริการระบบ e-Visa ณ สถานเอกอัครราชทูต / สถานกงสุลใหญ่ 47 แห่งเป็น 94 แห่งให้ครอบคลุมสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยทุกแห่งทั่วโลก ภายในเดือนธันวาคม ปี 2567

 

3. มาตรการระยะยาว 

 

เริ่มใช้เต็มรูปแบบในเดือนมิถุนายน 2568 ซึ่งเป็นการพัฒนาระบบ Electronic Travel Authorization (eTA) สำหรับกลุ่มคนต่างด้าวที่ได้รับสิทธิยกเว้นการตรวจลงตรา เป็นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองคนต่างด้าว โดยการบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

 

“มาตรการอำนวยความสะดวกเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวจะเป็นเหตุให้กระทรวงการต่างประเทศสูญเสียรายได้แผ่นดินปีละประมาณ 1.23 หมื่นล้านบาท ถือว่ายอดเงินไม่น้อย แต่หากเทียบกับผลตอบแทนที่จะได้จากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น เราเล็งไปที่ระดับ 8 แสนล้านบาท – 1 ล้านล้านบาท ซึ่งที่ประชุม ครม. เห็นชอบ” ชัยกล่าว

The post ครม. เห็นชอบแนวทางดึงดูดนักท่องเที่ยวมาไทย 3 ระยะ เพิ่มฟรีวีซ่าจาก 57 เป็น 93 ประเทศ ชี้คุ้มค่าแม้สูญรายได้ แต่จะได้คืน 8 แสน – 1 ล้านล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เขาหลัก’ ครองอันดับ 1 จุดหมายของคนชอบเที่ยวเนิบช้า https://thestandard.co/life/khao-lak-no-1-for-slowly-travel/ Thu, 09 May 2024 08:20:13 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=931520

Slow Travel หรือการท่องเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ เป็นหนึ่งในเ […]

The post ‘เขาหลัก’ ครองอันดับ 1 จุดหมายของคนชอบเที่ยวเนิบช้า appeared first on THE STANDARD.

]]>

Slow Travel หรือการท่องเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ เป็นหนึ่งในเทรนด์เที่ยวมาแรงในช่วงหลังโควิด และ ‘เขาหลัก’ ประเทศไทยก็ครองอันดับ 1 จุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวอยู่เที่ยวนานที่สุด

 

จากผลสำรวจของ Agoda แพลตฟอร์มจองห้องพักยอดนิยมระดับโลกเผยว่า ในหลายจุดหมายปลายทางยอดนิยม 8 ประเทศในเอเชีย พบว่า ‘เขาหลัก’ เป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวอยู่นานที่สุด ตามด้วยกรุงโซล เกาหลีใต้ หมู่เกาะเปอร์เฮนเตียนของมาเลเซีย และกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ตามลำดับ 

 

โดยการจัดอันดับในครั้งนี้เป็นการเก็บสถิติระยะเวลาการเข้าพักโดยเฉลี่ยในแต่ละเดสติเนชันที่นักเดินทางจองพักกับ Agoda ในช่วง 3 เดือนแรกของปี ตั้งแต่เดือนมกราคม-มีนาคม 2567  

 

สำหรับประเทศไทย นอกจากเขาหลักจะครองอันดับ 1 จุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวอยู่เที่ยวนานติดกันหลายวัน ยังมีอีก 2 เดสติเนชันที่น่าสนใจคือ พัทยา และเกาะช้าง ที่ใช้เวลารองลงมาตามลำดับด้วย

 

Slow Travel หรือการท่องเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ เป็นวิธีท่องเที่ยวที่สนับสนุนให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาทำความรู้จักสถานที่ท่องเที่ยว รวมไปถึงผู้คนและวัฒนธรรมในจุดหมายปลายทางที่ไปมากขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีความหมาย น่าจดจำ ตามข้อมูลจาก Google Trends พบว่า การค้นหาเกี่ยวกับ Slow Travel เพิ่มขึ้น 3 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มมากขึ้นอีก

 

 

ภาพ: พลอยจันทร์ สุขคง

The post ‘เขาหลัก’ ครองอันดับ 1 จุดหมายของคนชอบเที่ยวเนิบช้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธปท. เผย เศรษฐกิจไทยเดือน ก.พ. 67 ยังขยายตัวได้ในระดับต่ำ เล็งทบทวนเป้า GDP 10 เม.ย. นี้ คาดเงินเฟ้อกลับมาเป็นบวกกลางปี 67 https://thestandard.co/thai-economy-in-feb-2024-is-still-expanding/ Fri, 29 Mar 2024 11:58:13 +0000 https://thestandard.co/?p=917168

ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์และโฆ […]

The post ธปท. เผย เศรษฐกิจไทยเดือน ก.พ. 67 ยังขยายตัวได้ในระดับต่ำ เล็งทบทวนเป้า GDP 10 เม.ย. นี้ คาดเงินเฟ้อกลับมาเป็นบวกกลางปี 67 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยเดือนกุมภาพันธ์ 2567 โดยรวมขยายตัวอยู่ในระดับต่ำ โดยรายละเอียดของภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้ามีดังนี้

 

  • จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศและรายรับภาคการท่องเที่ยวที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า โดยจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะจีน ซึ่งได้รับผลดีจากมาตรการวีซ่าฟรีและเทศกาลตรุษจีน มาเลเซีย จากการท่องเที่ยวก่อนการถือศีลอดในช่วงรอมฎอนที่เร็วกว่าปกติในปีนี้ และญี่ปุ่น หลังชะลอไปในช่วงก่อนหน้า ประกอบกับมีวันหยุดยาว

 

  • การลงทุนภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตามการลงทุนด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์จากการนำเข้าสินค้าทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นในหลายหมวด โดยเฉพาะการนำเข้าคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องที่ขยายตัวสูง

 

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหมวดก่อสร้างลดลงจากยอดจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ขณะที่พื้นที่ที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างทรงตัวแม้พื้นที่เพื่ออุตสาหกรรมและโรงงานเพิ่มขึ้นตามการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม

 

  • การบริโภคภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า โดยการใช้จ่ายในหมวดบริการและสินค้าไม่คงทน ส่วนหนึ่งยังได้รับผลดีจากมาตรการภาครัฐทั้งการอุดหนุนราคาพลังงานและการลดหย่อนภาษีต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า ขณะที่การใช้จ่ายหมวดสินค้าคงทนลดลง โดยเฉพาะยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยส่วนหนึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ

 

การส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วลดลงในหลายหมวดสินค้า โดยเฉพาะ

  1. สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ตามการส่งออกชิ้นส่วนอุปกรณ์สื่อสารไปยังสหรัฐฯ รวมถึงการส่งออกแผงวงจรรวมและฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ไปยังจีนและฮ่องกง
  2. ยานยนต์ ตามการส่งรถกระบะไปออสเตรเลียเป็นสำคัญ
  3. ปิโตรเลียม จากการส่งออกไปยังอาเซียน อย่างไรก็ดี การส่งออกในบางหมวดปรับเพิ่มขึ้น อาทิ การส่งออกน้ำตาลไปอาเซียน แผงเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Cell) ไปยังสหรัฐฯ และเครื่องปรับอากาศไปยังยุโรป

 

ทั้งนี้ การส่งออกในเดือนกุมภาพันธ์ขยายตัวต่ำกว่าที่ ธปท. คาดไว้

 

“ในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 การส่งออกขยายตัวต่ำกว่าที่เราคาดไว้ เนื่องจากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้ายังไม่ขยายตัวดี ขณะที่วัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์นอกจากจะฟื้นตัวช้าแล้วยังไม่ได้ฟื้นในกลุ่มที่ไทยผลิต ดังนั้นไทยจึงอาจไม่ได้รับอานิสงส์มากนัก ผลของการส่งออกที่ขยายตัวต่ำกว่าที่คาดมีผลต่อเป้า GDP ของ ธปท. หรือไม่ ขอให้รอในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ ธปท. จะมีการทบทวนประมาณการ GDP ใหม่”

 

สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่รวมเงินโอนหดตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน จากทั้งรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลางที่ยังหดตัวสูงตาม พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567 ที่ล่าช้า และรายจ่ายประจำที่หดตัวจากผลของฐานสูงในปีก่อนตามการเลื่อนเบิกจ่ายของหน่วยงานด้านการศึกษาเป็นสำคัญ รวมถึงปีก่อนมีการเบิกจ่ายในมาตรการลดค่าไฟฟ้าและโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว สำหรับการลงทุนของรัฐวิสาหกิจหดตัวจากผลของฐานสูงในปีก่อนที่มีการเบิกจ่ายในโครงการด้านคมนาคม

 

ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบน้อยลงจากหมวดพลังงานเป็นสำคัญจากราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินที่ปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานลดลงเล็กน้อยตามราคาอาหารในหมวดพื้นฐานจากผลของฐานสูงในปีก่อน แม้ราคาในหมวดอาหาร อาทิ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และอาหารบริโภคนอกบ้านยังเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน

 

ทั้งนี้ ธปท. คาดว่า 1-2 เดือนข้างหน้าเงินเฟ้ออาจจะยังติดลบและจะเริ่มกลับมาเป็นบวกในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2567

 

สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลตามดุลการค้าและดุลบริการ รายได้ และเงินโอน ด้านการระดมทุนของภาคธุรกิจโดยรวมเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ทั้งสินเชื่อ ตราสารหนี้และตราสารทุน เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ขยายกิจการ และจ่ายคืนหนี้บางส่วน สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐเฉลี่ยอ่อนค่าลง เนื่องจากตลาดปรับคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ ที่ช้าออกไป หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจไทยออกมาต่ำกว่าคาด

The post ธปท. เผย เศรษฐกิจไทยเดือน ก.พ. 67 ยังขยายตัวได้ในระดับต่ำ เล็งทบทวนเป้า GDP 10 เม.ย. นี้ คาดเงินเฟ้อกลับมาเป็นบวกกลางปี 67 appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ โชว์วิสัยทัศน์พัฒนาไทยเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาค ประกาศรองรับ นทท. 150 ล้านคน ดันสุวรรณภูมิติดท็อป 50 ภายใน 1 ปี https://thestandard.co/vision-to-develop-thailand-as-an-aviation-hub/ Fri, 01 Mar 2024 05:17:04 +0000 https://thestandard.co/?p=906014

วันนี้ (1 มีนาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตร […]

The post นายกฯ โชว์วิสัยทัศน์พัฒนาไทยเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาค ประกาศรองรับ นทท. 150 ล้านคน ดันสุวรรณภูมิติดท็อป 50 ภายใน 1 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (1 มีนาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงวิสัยทัศน์ ‘Ignite Thailand, Aviation Hub’ เพื่อประกาศถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคว่า ตนและรัฐบาลมีความเชื่อว่าศักยภาพของประเทศไทยพร้อมระเบิดออกมาเพื่อฉายแววให้ชาวโลกรู้ แต่เราต้องยอมรับก่อนว่าเรามีปัญหาอะไรบ้าง เพราะถ้าเราไม่ยอมรับ ปัญหาก็จะไม่มีทางออก ยืนยันว่าไม่ได้ว่าใครหรือทำให้ใครรู้สึกไม่ดี แต่เชื่อว่าการที่เราจะนำเรื่องนี้มาพูดคุยถือเป็นเรื่องที่ดี

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า 10 ปีก่อนสนามบินสุวรรณภูมิถือเป็นสนามบินที่ดีอันดับ 13 ของโลก แต่วันนี้อยู่อันดับ 68 ของโลก ตกมา 55 ระดับ และเพื่อนบ้านเราอย่างมาเลเซียที่ไม่ได้มีการลงทุนอะไรเลย แต่อันดับสูงขึ้น ซึ่งไม่ต้องพูดถึงสิงคโปร์เลย 

 

ทั้งนี้ คนต่างชาติอยากเข้ามาประเทศไทยแต่ติดปัญหาเที่ยวบินไม่เพียงพอ และภาษีการบินแพง ทั้งที่ความต้องการก็ล้น ดังนั้นถ้าเราไม่ทำอะไรก็จะวุ่นวายอย่างแน่นอน 

 

ขณะที่การรองรับท่องเที่ยว การโหลดกระเป๋าสินค้า แท็กซี่สนามบิน ระบบล่ม ไฟลต์บินเปลี่ยนผ่านน้อยลง เรื่องเหล่านี้ตนเชื่อว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่บั่นทอนศักยภาพประเทศ ดังนั้นขอให้นึกภาพดูแล้วกัน 60 ล้านคนที่เข้ามา ถ้าไม่ทำอะไรก็อาจทำให้ตกจากอันดับ 68 ไปอีก

 

ปรับปรุงดันไทยเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาค

 

โดยแผนแรกคือ การเร่งแก้ไขสนามบินสุวรรณภูมิเป็นการเร่งด่วน โดยจะขยายข้อบกพร่อง ให้รองรับผู้โดยสารให้ได้ 60 ล้านคนจริงๆ ไม่ใช่รองรับแค่ 45 ล้านคน และไม่พอกับความต้องการจริงที่เข้ามา 

 

ส่วนจิ๊กซอว์ที่สองคือ การสร้างรันเวย์ที่ 3 ซึ่งจะเสร็จภายในเดือนตุลาคมนี้หรือเร็วกว่า จะทำให้เครื่องบินขึ้นลงได้ถึง 90 ลำ ไม่ใช่แค่ 60 ลำ

 

ส่วนเรื่องที่สาม จะต้องลดเวลาผู้โดยสารในการผ่านด่านจุดตรวจต่างๆ สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาการเดินทางที่ทำให้การเดินทางไม่เชื่อมต่อ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและเด็กเล็ก รวมถึงอนาคตเรื่องของเหลวที่มีในกลุ่มสตรี แม้เป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ตนเชื่อว่ากรมท่าอากาศยานไทยคำนึงถึงและให้ความสำคัญมาก โดยจะต้องถูกแก้ไขภายใน 6 เดือน รวมถึงจะเปิดจุดเช็กอินเพิ่มและขยายเวลาการเปิดเช็กอินให้เร็วขึ้น รวมถึงเปิดเครื่องโหลดกระเป๋าอัตโนมัติ 

 

นอกจากนี้ต้องเพิ่มเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง โดยเราจะเพิ่มบริษัทภาคพื้นดินในการดูแลการขนส่งและรถกระเป๋าต่างๆ โดยเปิดให้มีการแข่งขันหลายบริษัท เพื่อบังคับให้เขาบริการให้ดีที่สุดกับนักท่องเที่ยวและประชาชนคนไทยทุกคน เพราะในอดีตบริษัทที่เข้ามาก็มีปัญหา

 

นายกฯ ยังกล่าวถึงการคัดเลือกผู้รับเหมาว่า หากทำไม่ดีก็ต้องมีการลดเกรด เพื่อให้มีการวิเคราะห์และพัฒนาตลอดซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากทำได้จะทำให้การเข้าออกประเทศมีความสมดุลและตรวจสอบได้หมด รวมถึงทำให้รวดเร็ว ทั้งนี้ ตนมั่นใจว่า 6 เดือนต่อจากนี้จะไม่เห็นผู้โดยสารที่ต้องรอคิวเช็กอินนานๆ

 

นอกจากนี้เราต้องขยายโครงสร้างพื้นฐานสุวรรณภูมิในระยะยาว อาทิ เรื่องการขนส่งสินค้าต้องพัฒนาทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องการพัฒนาคนอย่างเดียว โดยเราจะมีการสร้างเชื่อม 2 เทอร์มินอล เพราะจะทำให้การขนถ่ายผู้โดยสารและสินค้าดีขึ้น 

 

ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ 150 ล้านคน

 

นายกรัฐมนตรีระบุอีกว่า จาก 2 สนามบิน (สุวรรณภูมิและดอนเมือง) ถ้าเราสามารถดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาได้ 150 ล้านคน ก็จะทำให้หลายภาคส่วนเติบโต แล้วจะทำให้เศรษฐกิจไทยรุ่งโรจน์อย่างแน่นอน จากนั้นค่อยพิจารณาเรื่องการขยายเทอร์มินอลที่ 4 

 

ส่วนเรื่องคลังสินค้า ถ้าเราทำให้เป็นศูนย์กลางได้ก็จะทำให้ตลาดในภูมิภาคนี้อยู่ในมือของไทย เพราะมีสินค้าผ่านสุวรรณภูมิ 1.2 ล้านตันต่อปี ฉะนั้นการยกระดับคลังสินค้าก็เป็นเรื่องสำคัญ โดยเราจะต้องใช้เทคโนโลยีมากขึ้น เพราะจุดมุ่งหมายของเราคือต้องทำให้เพิ่มขึ้นอีก 2 เท่าตัว

 

ทั้งนี้ มั่นใจว่าจะทำให้ก้าวแรกที่ผู้โดยสารเดินเข้ามาสู่สุวรรณภูมิต้องมีความมั่นใจ รวมถึงทำให้การขนส่งสินค้าดีขึ้น 

 

ยกระดับสนามบินดอนเมือง-ภูมิภาค

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เราจะเปลี่ยนสนามบินดอนเมืองให้มีจุดเด่น รวมถึงขยายขีดความสามารถให้สูงขึ้น จากปัจจุบันรับผู้โดยสารปีละ 30 ล้านคน เพื่อให้สามารถรับได้ถึง 50 ล้านคน และพัฒนาเรื่องร้านค้าเพื่อเป็นจุดหลักในการส่งสินค้า OTOP ด้วย ส่วนการพัฒนาเรื่องที่จอดรถ ภายในปี 2572 เราจะเพิ่มการรองรับ 5 เท่า เป็น 7,600 คัน 

 

นอกจากนี้ต้องมีการขยายศูนย์การซ่อมเครื่องบินไพรเวตเจ็ต โดยไม่ต้องบินไปสิงคโปร์อีกต่อไป นอกจากนี้เราก็จะมีการพัฒนาสนามบินตามภาคต่างๆ ด้วย อาทิ ภาคใต้ภูเก็ต ภาคเหนือเชียงใหม่ รวมถึงสนามบินย่อยอื่นๆ ก็จะต้องมีการพัฒนาเพื่อรองรับการท่องเที่ยวเมืองรอง โดยจะต้องไม่มีความแออัด พร้อมย้ำว่า ความมั่นคงจะต้องควบคู่ไปกับความมั่งคั่งในรัฐบาลนี้ 

 

เผยแผนหลังฟื้นฟู ดัน ‘การบินไทย’ สู่ท็อป 3 ของโลก

 

ส่วนการพัฒนาสายการบินไทยที่เป็นสายการบินแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ต้องพัฒนาอย่างเหมาะสม อาทิ ตั๋วที่มีปัญหาเรื่องเอเจนต์และทำให้เต็มบ่อย ต้องพัฒนาเรื่องตั๋วออนไลน์ ซึ่งต้องพูดอย่างตรงไปตรงมา และการจัดตารางเวลาก็ต้องทำให้เหมาะสม เพราะเมื่อเราหมดจากแผนฟื้นฟูแล้ว เราก็จะมายกระดับให้การบินไทยมีระดับที่ดี หรือเป็นอันดับท็อป 3 ของโลก

 

ช่วงท้ายนายกรัฐมนตรีระบุว่า เราตั้งเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค และนักเดินทาง 150 ล้านคน ขอประกาศว่าต่อจากนี้ใน 1 ปี สุวรรณภูมิจะเป็นสนามบินท็อป 50 ของโลก และภายใน 5 ปีจะต้องอยู่ในท็อป 20 ให้ได้ วันนี้เราตื่นแล้ว และเราต้องตื่นมาร่วมกันพัฒนาเพื่อให้ความฝันนั้นเป็นจริง

The post นายกฯ โชว์วิสัยทัศน์พัฒนาไทยเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาค ประกาศรองรับ นทท. 150 ล้านคน ดันสุวรรณภูมิติดท็อป 50 ภายใน 1 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปักหมุดท่องเที่ยวทั่วไทยกับ คัลแลน-พี่จอง สองหนุ่มไปเช็กอินจังหวัดไหนมาแล้วบ้าง https://thestandard.co/what-provinces-has-cullen-been-to/ Tue, 23 Jan 2024 02:01:17 +0000 https://thestandard.co/?p=890855

นาทีนี้คงไม่มียูทูเบอร์สายท่องเที่ยวคนไหนที่จะสร้างปราก […]

The post ปักหมุดท่องเที่ยวทั่วไทยกับ คัลแลน-พี่จอง สองหนุ่มไปเช็กอินจังหวัดไหนมาแล้วบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>

นาทีนี้คงไม่มียูทูเบอร์สายท่องเที่ยวคนไหนที่จะสร้างปรากฏการณ์ ‘ใจฟู’ ได้เท่าหนุ่มเกาหลีใต้อย่าง คัลแลน-พี่จอง จากช่องยูทูบ 컬렌 Cullen HateBerry กับคอนเทนต์ท่องเที่ยวทั่วไทย พูดภาษาไทย พร้อมแบกเป้ลุยทุกสถานที่ มองโลกในแง่ดีทุกสถานการณ์ จนได้รับการทาบทามให้เป็นพรีเซนเตอร์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไปเมื่อปลายปี 2566

 

เคมีความน่ารักในแต่ละทริปของคัลแลน พี่จอง รวมถึง น้องแดน และ จูดี้ ที่มาปรากฏตัวบ่อยๆ ทำให้ปัจจุบันพวกเขามียอดผู้ติดตามมากถึง 1.77 ล้านคน และคลิปวิดีโอล่าสุดที่มีปลายทางเป็นน้ำตกทีลอซู จังหวัดตาก ก็ทำยอดวิวเกือบแตะ 2 ล้านวิวภายในเวลา 24 ชั่วโมง

 

THE STANDARD POP ถือโอกาสลิสต์รายชื่อ 26 จังหวัดที่พวกเขาไปเช็กอินมาเรียบร้อยแล้วในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ ส่วนผู้ชมอยากจะแนะนำให้พวกเขาไปเยี่ยมชมจังหวัดไหนต่อ คอมเมนต์บอกกันได้เลย

 

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

The post ปักหมุดท่องเที่ยวทั่วไทยกับ คัลแลน-พี่จอง สองหนุ่มไปเช็กอินจังหวัดไหนมาแล้วบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชียงใหม่คึกคัก นักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นดอยสุเทพ ทำรถติดยาวและการจราจรติดขัด https://thestandard.co/tourists-travel-up-doi-suthep/ Sat, 30 Dec 2023 09:59:09 +0000 https://thestandard.co/?p=882848

วันนี้ (30 ธันวาคม) ทีมช่างภาพ THE STANDARD เดินทางไปเก […]

The post เชียงใหม่คึกคัก นักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นดอยสุเทพ ทำรถติดยาวและการจราจรติดขัด appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (30 ธันวาคม) ทีมช่างภาพ THE STANDARD เดินทางไปเก็บภาพบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2567 บริเวณถนนห้วยแก้ว ซึ่งเป็นเส้นทางที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่น วังบัวบาน, น้ำตกมณฑาธาร, วัดผาลาด (สกทาคามี), วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร, ​พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์, บ้านม้งดอยปุย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

 

ทั้งนี้ พบว่ามีประชาชนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การจราจรบริเวณทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารมีปริมาณรถหนาแน่นเป็นระยะ ได้แก่ บริเวณลานอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย, หน้าวัดผาลาด (สกทาคามี), บริเวณจุดชมวิวที่ 1 ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถชมวิวของตัวเมืองเชียงใหม่ได้อย่างชัดเจน

 

นอกจากนี้ยังมีรถที่ขึ้นสู่ดอยสุเทพเป็นจำนวนมาก และทำให้การจราจรติดขัดเนื่องจากผู้ขับขี่ไม่มีความชำนาญ รถหลายคันจึงต้องจอดพักก่อนจะเดินทางต่อ 

 

อย่างไรก็ตาม ยังพบว่าบริเวณวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารมีรถติดยาวตั้งแต่โค้งขุนกัน ชนะนนท์ และด้วยรถที่มีจำนวนมากทำให้ลานจอดรถทั้ง 3 จุดที่รองรับรถได้กว่า 300 คันเต็ม ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารต้องจอดรถอยู่บริเวณไหล่ทางทั้ง 2 ด้านแทน 

 

ทั้งนี้ แม้จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ เข้ามาอำนวยความสะดวก แต่ด้วยปริมาณรถจำนวนมากจึงสามารถระบายรถได้เพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้น

 

The post เชียงใหม่คึกคัก นักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นดอยสุเทพ ทำรถติดยาวและการจราจรติดขัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยสร้างไทยแนะรัฐมองการท่องเที่ยวให้ครบทุกมิติ กระตุ้นให้คนไทยเที่ยวไทยด้วย ไม่ใช่มุ่งแค่ต่างชาติ https://thestandard.co/advise-government-to-look-at-tourism-in-all-dimensions/ Sun, 24 Dec 2023 06:50:19 +0000 https://thestandard.co/?p=880381

วันนี้ (24 ธันวาคม) สตีฟ-สรเทพ โรจน์พจนารัช รองโฆษกและห […]

The post ไทยสร้างไทยแนะรัฐมองการท่องเที่ยวให้ครบทุกมิติ กระตุ้นให้คนไทยเที่ยวไทยด้วย ไม่ใช่มุ่งแค่ต่างชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (24 ธันวาคม) สตีฟ-สรเทพ โรจน์พจนารัช รองโฆษกและหัวหน้าคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวพรรคไทยสร้างไทย กล่าวแนะรัฐบาลให้มองการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้ครบทุกมิติ 

 

สรเทพกล่าวว่า สองเดือนที่แล้วพรรคไทยสร้างไทยเคยเสนอให้ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เร่งส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศด้วยการออกแคมเปญและโปรเครดิตการท่องเที่ยว เพื่อเร่งกระตุ้นให้เกิดไทยเที่ยวไทยมากขึ้น 

 

ที่ผ่านมานายกฯ มองการท่องเที่ยวเพียงมิติเดียว และเน้นออกนโยบายให้กับตลาดต่างประเทศ ซ้ำยังไม่สามารถดึงนักท่องเที่ยวมาประเทศไทยได้ตามนโยบายและเป้าหมายที่วางไว้

 

สรเทพกล่าวต่อว่า ในช่วงเทศกาลปลายปีที่มีวันหยุดยาว กลายเป็นคนไทยหันไปเที่ยวต่างประเทศกันมาก ไม่ว่าจะเป็นคนไทยไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นที่มีจำนวนมากถึง 1 ล้านคนในปีนี้ หรือแม้แต่ไปเที่ยวประเทศเวียดนามที่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่ถูกกว่า สาเหตุเพราะรัฐไม่สามารถควบคุมราคาตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้ เช่น คนไทยอยากไปกระบี่แต่ต้องจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินสูงถึง 7,500 บาทต่อคน 

 

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทย รวมถึงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ควรมีความเข้าใจการท่องเที่ยวที่หลากหลายมิติกว่านี้ ไม่ใช่มองแค่จะทำอย่างไรให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามามากๆ อย่างเดียว 

 

การท่องเที่ยวภายในประเทศเองก็สามารถจะกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่นและสร้าง GDP ให้โตขึ้นได้ด้วยเช่นกัน และควรเข้าใจในเรื่องของพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวให้มากขึ้น เช่น สภาพอากาศของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป หากประเทศฝั่งตะวันตกที่มีอากาศหนาวเย็นมากขึ้น หรือฤดูร้อนที่อากาศในแถบยุโรปดี ก็จะมีผลต่อการตัดสินใจมาเที่ยวบ้านเราด้วย 

 

รวมถึงหากสภาพอากาศในประเทศไทยที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆ คนไทยก็จะไปเที่ยวในต่างประเทศมากขึ้น ดังนั้นรัฐบาลควรคิดและวางนโยบายที่จะส่งเสริมและทำแคมเปญให้คนไทยเที่ยวไทยให้มากขึ้นด้วย ไม่เช่นนั้นหากการท่องเที่ยวในปีหน้ายังไม่สามารถกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยได้ตามเป้าหมาย หรือเท่ากับในปีก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด เศรษฐกิจในปีหน้าจะมีปัญหาเหมือนในปีนี้ หรืออาจจะหนักกว่าเดิม

 

สรเทพกล่าวอีกว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่หายไป รัฐควรถือโอกาสนี้ออกมาบูรณาการใหม่หมด โดยเน้นไปที่นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและดูที่ค่าใช้จ่ายต่อหัวให้สูงขึ้นจะดีกว่าการที่ออกมาทำนโยบายเน้นเอาจำนวนอย่างเดียว จะเห็นได้จากในปีนี้ที่ค่าใช้จ่ายต่อหัวน้อยลง

The post ไทยสร้างไทยแนะรัฐมองการท่องเที่ยวให้ครบทุกมิติ กระตุ้นให้คนไทยเที่ยวไทยด้วย ไม่ใช่มุ่งแค่ต่างชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: นักท่องเที่ยวจีนหายเพราะความปลอดภัยในไทย เตรียมดึงดูดชาติอื่นแทนที่จีน | THE STANDARD NOW (HL) https://thestandard.co/thestandardnow271166/ Tue, 28 Nov 2023 00:17:11 +0000 https://thestandard.co/?p=870533

นักท่องเที่ยวจีนหายเพราะความปลอดภัยในไทย เตรียมดึงดูดชา […]

The post ชมคลิป: นักท่องเที่ยวจีนหายเพราะความปลอดภัยในไทย เตรียมดึงดูดชาติอื่นแทนที่จีน | THE STANDARD NOW (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>

นักท่องเที่ยวจีนหายเพราะความปลอดภัยในไทย เตรียมดึงดูดชาติอื่นแทนที่จีน

The post ชมคลิป: นักท่องเที่ยวจีนหายเพราะความปลอดภัยในไทย เตรียมดึงดูดชาติอื่นแทนที่จีน | THE STANDARD NOW (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>
เศรษฐา-อุ๊งอิ๊ง คิกออฟ ‘Thailand Winter Festivals’ กระตุ้นเศรษฐกิจ-ยกระดับจุดหมายปลายทางนักท่องเที่ยวทั่วโลก https://thestandard.co/kick-off-thailand-winter-festivals/ Fri, 10 Nov 2023 07:15:55 +0000 https://thestandard.co/?p=864362 Thailand Winter Festivals

วันนี้ (10 พฤศจิกายน) ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เศ […]

The post เศรษฐา-อุ๊งอิ๊ง คิกออฟ ‘Thailand Winter Festivals’ กระตุ้นเศรษฐกิจ-ยกระดับจุดหมายปลายทางนักท่องเที่ยวทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Thailand Winter Festivals

วันนี้ (10 พฤศจิกายน) ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ร่วมแถลงข่าวเปิดงานเทศกาล ‘Thailand Winter Festivals’ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคการท่องเที่ยว เพื่อยกระดับให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก 

 

โดยมี ภูมิธรรม เวชชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, พวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมงานด้วย 

 

เศรษฐาระบุว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะมีงาน ‘Thailand Winter Festivals’ และ ‘Colorful Bangkok Winter Festivals’ โดยรัฐบาลมีเป้าหมายที่จะทำให้ทั้งสองเทศกาลนี้เป็นกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจ ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาท่องเที่ยวงานเทศกาลต่างๆ กว่า 200 งานในกรุงเทพฯ และ 3,000 งานทั่วประเทศ โดยอยู่ภายใต้การทำงานของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เป็นผลจากการทำงานแบบบูรณาการอย่างแท้จริง 

 

รัฐบาลตั้งเป้าหมายว่า ประเทศไทยจะต้องเป็นผู้นำในด้านเทศกาลของโลก และจะเริ่มผลักดันการแก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ พร้อมสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงองค์ความรู้ให้ประเทศไทยพร้อมเดินหน้าเป็นประเทศแห่งเทศกาลในอนาคต 

 

เศรษฐาแสดงความเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการท่องเที่ยวอีกมาก เพราะรัฐบาลมีนโยบายอื่นที่จะสนับสนุน ทั้งการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สนามบินอันดามัน วีซ่าฟรี ฯลฯ โดยทั้งหมดนี้จะสร้างวงจรทางเศรษฐกิจให้แข็งแรงต่อทุกอุตสาหกรรม 

 

“วันนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของมิติใหม่ที่จะเปิดโอกาส เปิดพื้นที่ และเปิดความหวังของคนไทย เราพร้อมที่จะเป็นผู้นำทางด้านซอฟต์พาวเวอร์ เพื่อสร้างประเทศไทยให้มีพลังทางเศรษฐกิจ” เศรษฐากล่าว 

 

ส่วนแพทองธารในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติกล่าวว่า รัฐบาลและคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ตั้งเป้าเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งจะสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับประเทศไทย โดยงานนี้จะเป็นเครื่องมือที่ทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางแห่งเทศกาลและการท่องเที่ยวของภูมิภาค 

 

ขณะที่ชัชชาติกล่าวว่า งานครั้งนี้มีองค์ประกอบสำคัญ 4 ส่วนคือ People Festivals คืองานที่ประชาชนมีส่วนร่วมไม่ใช่อีเวนต์ทั่วไปที่มาจัดงานและประชาชนมาเดินจับจ่ายใช้สอยเท่านั้น แต่เป็นงานที่ประชาชนมีส่วนร่วมกับภาครัฐ มีส่วนในการนำพื้นที่สาธารณะมาเปิดให้ประชาชนทำกิจกรรมต่างๆ ก่อให้เกิดความสนุกสนาน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับหลายพันล้านบาท และเป็นการเชื่อมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และซอฟต์พาวเวอร์ โดยส่วนของกรุงเทพฯ เบื้องต้น จะมี 11 เทศกาล เริ่มจากเทศกาลลอยกระทง วิ่งมาราธอนระดับโลก และงานเทศกาลดนตรีในสวน เป็นต้น

 

ด้านเสริมศักดิ์กล่าวในนามของกระทรวงวัฒนธรรมฯ ว่า ขอส่งความสุข และต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกที่จะเดินทางมาประเทศไทย เพื่อชมขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมที่สวยงาม และร่วมสร้างสีสันแห่งความสุข เป็นความทรงจำที่ดี โดยเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมต่างๆ เช่น งานเยี่ยมยล ชมวัง เพื่อสักการะศาสนสถานและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะพระพุทธสิหิงค์ รวมไปถึงการร่วมเทศกาลลอยกระทงกับบรรยากาศย้อนยุค ชวนแต่งชุดไทยไปลอยกระทงที่วัดอรุณราชวรารามฯ พร้อมชวนชมความงดงามของโบราณสถานยามค่ำคืนที่อุทยานประวัติศาสตร์ต่างๆ

 

‘Thailand Winter Festivals’ มีงานอะไรน่าสนใจบ้าง

 

การแถลงข่าว Thailand Winter Festival ประกอบไปด้วยเทศกาลสำคัญ 2 เทศกาล ได้แก่ Thailand Winter Festival และ Colorful Bangkok Winter Festival 2023 ที่ได้รวมงานกว่า 3,000 งาน จัดขึ้นภายใน 2 เดือนของปีนี้ เดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2566 มีเป้าหมายเพื่อยกระดับกิจกรรมงานเทศกาลประเพณีไทยจากระดับประเทศสู่ระดับโลก และเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวของทั้งชาวไทยและต่างชาติ ตามนโยบายการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทยด้วยทุนทางวัฒนธรรมและแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ช่วยส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมั่นและกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวคุณภาพ 

 

รวมถึงพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก พร้อมผลักดันไปสู่เป้าหมายภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ตามที่ตั้งไว้ของปี 2566 และส่งผลต่อเนื่องถึงปี 2567 ประกอบด้วย งานเทศกาลฤดูหนาว ในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2566 มีการจัดงานเทศกาลในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ 3,000 กิจกรรม 

 

  1. งานเฟสติวัลของไทยทั้ง 5 ภาคทั่วประเทศไทย มากกว่า 2,800 กิจกรรม 
  • ภาคเหนือ: การแข่งขัน Doi Inthanon Thailand วันที่ 7-10  ธันวาคม 2566 
  • ภาคกลาง: ประเพณีตักบาตรกลางน้ำ เดือนพฤศจิกายน 2566 จังหวัดสุพรรณบุรี 
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: งานมหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์ วันที่ 16-27 พฤศจิกายน 2566 จังหวัดสุรินทร์ 
  • ภาคตะวันออก: งานนมัสการหลวงพ่อโสธรและงานประเพณีแห่หลวงพ่อ วันที่ 24 พฤศจิกายน – 5 ธันวาคม 2566 จังหวัดฉะเชิงเทรา 
  • ภาคใต้: งาน Full Moon Party ณ เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี 

 

  1. Colorful Bangkok Winter Festival เป็นการจัดกิจกรรมจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ซึ่งจะจัดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 200 กิจกรรม เป็นการนำเสนอวิถีชีวิตและเอกลักษณ์ของเมืองผ่านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เช่น งานลอยกระทง งานแสงสี งานดนตรี งานศิลปะ และงานเคานต์ดาวน์

 

The post เศรษฐา-อุ๊งอิ๊ง คิกออฟ ‘Thailand Winter Festivals’ กระตุ้นเศรษฐกิจ-ยกระดับจุดหมายปลายทางนักท่องเที่ยวทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว – ตรวจสอบการดำเนินงานช่วงไฮซีซัน https://thestandard.co/travel-stocks-operations-during-high-season/ Tue, 17 Oct 2023 11:30:41 +0000 https://thestandard.co/?p=855715 หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว

เกิดอะไรขึ้น: เหตุกราดยิงที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้ นับถ […]

The post หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว – ตรวจสอบการดำเนินงานช่วงไฮซีซัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว

เกิดอะไรขึ้น:

เหตุกราดยิงที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้ นับถึงปัจจุบันยังไม่เห็นผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินงานกลุ่มท่องเที่ยวใน 4Q66 จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยรายสัปดาห์ระหว่างวันที่ 2-8 ตุลาคม 2566 อยู่ที่ 497,966 คน ลดลง 10%WoW เพราะได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยหลังจากเกิดเหตุกราดยิงที่สยามพารากอนเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2566 การตรวจสอบข้อมูลกับผู้ประกอบการกลุ่มท่องเที่ยวบ่งชี้ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ 

 

AOT (สนามบิน): จำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศระหว่างวันที่ 1-14 ตุลาคม อยู่ที่ 75% ของระดับก่อนเกิดโควิด ซึ่งลดลงเล็กน้อยจาก 76% ระหว่างวันที่ 1-7 ตุลาคม แต่ยังสูงกว่า 72% ในเดือนกันยายน 

 

AAV (สายการบิน): ยอดจองตั๋วล่วงหน้า (ณ วันที่ 16 ตุลาคม) สำหรับเส้นทางจีนอยู่ที่ ~43% ซึ่งสูงกว่า ~40% ในสัปดาห์ก่อนหน้า และบริษัทยังคงมีแผนเพิ่มเที่ยวบินทั้งขาเข้า/ออกจากจีน 

 

AWC, CENTEL, ERW และ MINT (ผู้ประกอบการโรงแรม): พบการยกเลิกห้องพักและการเลื่อนวันเข้าพักและอีเวนต์อยู่บ้าง แต่ไม่มีนัยสำคัญ ยอดจองห้องพักล่วงหน้าโดยรวมใน 4Q66 สูงกว่า 4Q65 

 

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการกำลังติดตามการเร่งตัวของความต้องการเดินทางในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ซึ่งจะบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว เมื่อใช้สมมติฐานข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการในเดือนกันยายน ที่ ~2.1 ล้านคน จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยต่อเดือนในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม ควรจะอยู่ที่ ~2.6-2.8 ล้านคน เพื่อให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยในปี 2566 เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ที่ 28 ล้านคน

 

เมื่ออ้างอิงเหตุการณ์ในอดีต คือเหตุการณ์ระเบิดที่ศาลพระพรหมเอราวัณเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2558 ผู้ประกอบการกลุ่มท่องเที่ยวเปิดเผยว่า การดำเนินงานใช้เวลาฟื้นตัวกลับสู่ภาวะปกติ ~1 ไตรมาส ช่วงไฮซีซันใน 4Q58 ชะลอตัวลง โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเติบโตในอัตราชะลอตัวที่ 5%YoY จากนั้นจึงฟื้นตัวกลับมามีอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งขึ้นที่ 15%YoY ใน 1Q59 อัตราการเข้าพักโรงแรมในประเทศไทย (CENTEL, ERW และ MINT) ใน 4Q58 อยู่ที่ 69-80% ค่อนข้างทรงตัวจาก 71-80% ใน 3Q58 แต่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งสู่ 81-88% ใน 1Q59

 

กระทบอย่างไร:

ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม ราคาหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวปรับลง 5.52%, ราคาหุ้น ERW ปรับลง 8.04% และราคาหุ้น AOT ปรับลง 4.64% ขณะที่ SET Index ปรับลง 1.40%

 

กลยุทธ์และคำแนะนำการลงทุน:

ราคาหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวปรับตัวลดลงเฉลี่ย 9% ใกล้เคียงกับระดับการปรับตัวลดลงมากสุดที่ 12% เมื่อครั้งที่เกิดเหตุการณ์ระเบิดในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งบ่งชี้ว่าประเด็นลบสะท้อนในราคาหุ้นมากพอสมควรแล้ว ปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้นคือความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่ฟื้นคืนกลับมา ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นผ่านทางจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เร่งตัวขึ้นในช่วงไฮซีซันใน 4Q66-1Q67 

 

ด้านพรีวิวผลประกอบการ 3Q66 บ่งชี้ว่าผลประกอบการจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวทุกตัวจะรายงานผลประกอบการที่ปรับตัวดีขึ้น YoY (จากฐานต่ำ) และ QoQ (ปัจจัยฤดูกาล) ยกเว้น MINT และ AAV ที่จะรายงานผลประกอบการลดลง QoQ 

 

ผลประกอบการปกติของ MINT คาดว่าจะลดลง QoQ โดยมีสาเหตุมาจากช่วงโลว์ซีซันในยุโรป ในขณะที่ AAV จะเป็นผู้ประกอบการที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มท่องเที่ยว เนื่องจากผลขาดทุนที่ประเมินได้นั้นสะท้อนถึงการดำเนินงานที่อ่อนแอลง เพราะถูกฉุดรั้งโดยต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินที่สูงขึ้น ในขณะที่การเพิ่มขึ้นของค่าโดยสารเฉลี่ยไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ทั้งหมด

 

สำหรับหุ้นเด่นของกลุ่มท่องเที่ยวคือ ERW (เรตติ้ง Outperform ราคาเป้าหมาย 6 บาทต่อหุ้น) และ AOT (เรตติ้ง Outperform ราคาเป้าหมาย 84 บาทต่อหุ้น)

 

ปัจจัยเสี่ยงและความกังวลที่สำคัญ คือภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค ความต้องการเดินทาง และการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมไม่สามารถตอบสนองความต้องการเดินทางได้อย่างทันท่วงที และต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร

The post หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว – ตรวจสอบการดำเนินงานช่วงไฮซีซัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
EXCLUSIVE: โบรกฯ หวั่นเครื่องยนต์ท่องเที่ยวไทยสะดุด หลังจีนผวาเหตุรุนแรงเลี่ยงมาไทย ฟาก CENTEL ระบุชาวจีนไร้ยกเลิกจองห้องพัก https://thestandard.co/brokers-fear-that-thai-tourism-will-falter/ Thu, 05 Oct 2023 02:27:07 +0000 https://thestandard.co/?p=850850 ผู้ชายยืนดูหน้าจอที่สนามบิน

กรุงศรี พัฒนสิน ประเมินผลกระทบเหตุกราดยิงอาจกระทบจิตวิท […]

The post EXCLUSIVE: โบรกฯ หวั่นเครื่องยนต์ท่องเที่ยวไทยสะดุด หลังจีนผวาเหตุรุนแรงเลี่ยงมาไทย ฟาก CENTEL ระบุชาวจีนไร้ยกเลิกจองห้องพัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ชายยืนดูหน้าจอที่สนามบิน

กรุงศรี พัฒนสิน ประเมินผลกระทบเหตุกราดยิงอาจกระทบจิตวิทยาเชิงลบต่อนักท่องเที่ยวจีนในระยะสั้น แต่เชื่อมีโอกาสกลับมาฟื้นช่วงปลายปี ส่วนผู้บริหาร CENTEL ระบุยังไม่มีนักท่องเที่ยวจีนยกเลิกจองโรงแรม แต่ยังต้องมอนิเตอร์สถานการณ์ต่อเนื่อง

 

ฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี พัฒนสิน กล่าวว่า เหตุการณ์ยิงในศูนย์การค้าสยามพารากอนเมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้จำนวน 2 ราย โดยเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน 1 ราย และชาวเมียนมา 1 รายนั้น

 

จากการศึกษาข้อมูลหากเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในอดีตที่มีเหตุการณ์คล้ายกัน 2 เหตุการณ์ คือ 1. เหตุระเบิดขึ้น 9 จุดในพื้นที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2549 และ 2. เหตุการณ์เหตุระเบิดบริเวณศาลท้าวมหาพรหม เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2558 ประเมินว่าเหตุยิงที่เกิดขึ้นล่าสุดจะมีผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวน้อยกว่าในอดีต เพราะเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายในวันเดียวกันที่มีปัญหา 

 

อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าจะมีผลกระทบด้านจิตวิทยาเชิงลบต่อภาคการท่องเที่ยวในระยะสั้น 1-2 เดือนของช่วงไตรมาส 4/66 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยว โดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งเดิมคาดว่าจะมาท่องเที่ยวในไทยในปีนี้ประมาณ 5 ล้านคน อีกทั้งแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่ควรฟื้นตัวได้นับจากไตรมาส 4/66 จากภาคท่องเที่ยวที่รัฐบาลเร่งกระตุ้นผ่านนโยบายฟรีวีซ่าจีนมีความเสี่ยงสะดุด แต่คาดว่ามีโอกาสที่ทยอยฟื้นตัวกลับมาดีขึ้นในช่วงปลายปีนี้

 

สำหรับหุ้นที่คาดว่าจะมีผลกระทบด้านจิตวิทยาเชิงลบกรณีที่นักท่องเที่ยวชาวจีนอาจชะลอการเดินทางมาไทยในระยะสั้น มีหุ้นดังนี้ บมจ.ดิ เอราวัณ กรุ๊ป หรือ ERW ซึ่งมีสัดส่วนลูกค้าเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประมาณ 90% ของลูกค้าทั้งหมด แต่หากเป็นแยกเป็นกลุ่มชาวจีน มีสัดส่วน 14% ของลูกค้าทั้งหมด และ บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา หรือ CENTEL ซึ่งมีสัดส่วนลูกค้าเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประมาณ 48% ของลูกค้าทั้งหมด แต่หากเป็นแยกเป็นกลุ่มชาวจีนมีสัดส่วน 4% ของลูกค้าทั้งหมด 

 

รวมถึง บมจ.อาฟเตอร์ ยู หรือ AU ซึ่งมีสัดส่วนลูกค้าเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประมาณ 30% ของลูกค้าทั้งหมด แต่หากเป็นแยกเป็นกลุ่มชาวจีนมีสัดส่วน 12% และ บมจ.สยามเวลเนสกรุ๊ป หรือ SPA ซึ่งมีสัดส่วนลูกค้าเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประมาณ 60% ของลูกค้าทั้งหมด แต่หากเป็นแยกเป็นกลุ่มชาวจีนมีสัดส่วน 25-30% อีกทั้งมี บมจ.ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง หรือ SNNP ที่มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 5% จากจีน

 

ขณะที่ด้วยมุมมองว่าผลกระทบที่จะเกิดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จะมีผลกระทบที่น้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่เคยเกิดขึ้น 2 ครั้งก่อนหน้านี้ และมองว่าเป็นผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในระยะสั้น ดังนั้นในช่วงที่ราคาหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวที่ย่อตัวจึงเป็นโอกาสทยอยเข้าสะสม 

 

โดยยังคงมุมมองเป็น Bullish ในหุ้นกลุ่มโรงแรม โดยให้ ERW เป็นหุ้น Top Pick ให้ราคาเป้าหมายที่ 6.60 บาท ซึ่งคาดว่าแนวโน้มกำไรมีโอกาสจะฟื้นตัวในอัตราเร่งได้ตั้งแต่ไตรมาส 3/66 ต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 1/67 เมื่อเปรียบเทียบกับทั้งไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อนด้วย ส่งผลให้กำไรทั้งปี 2566 กลับมีมาสัดส่วนประมาณ 60% ของปีก่อนช่วงที่จะเกิดโควิดระบาด

 

อีกทั้งแนะนำหุ้น AOT เป็น Top Pick ที่จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ให้ราคาเป้าหมายที่ 85.25 บาท 

 

CENTEL ยังต้องมอนิเตอร์สถานการณ์ต่อ

 

กันย์ ศรีสมพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน และรองประธานฝ่ายการเงินและบริหาร บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา หรือ CENTEL ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH ว่า สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุดของยอดการจองโรงแรมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวชาวจีน ขณะยังไม่ได้มีการแจ้งยกเลิการจองที่พัก แต่ยอมรับว่าบริษัทยังคงต้องมอนิเตอร์ติดตามสถานการณ์ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต 

 

สำหรับกลุ่มโรงแรมของบริษัทในประเทศไทยในช่วงปี 2562 ก่อนมีโควิดระบาด มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวชาวจีนประมาณ 12% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ซึ่งหลังจากโควิดแพร่ระบาดนักท่องเที่ยวก็หายไปตามนโยบายการล็อกดาวน์ ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนเริ่มทยอยฟื้นตัวกลับเข้ามาหลังจากจีนเริ่มมีนโยบายเปิดประเทศในช่วงต้นปี 2566 ที่ผ่านมา

 

“เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิด ซึ่งภาพรวมการสื่อสาร คงต้องฝากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ช่วยสื่อสารกับเรียกความเชื่อมั่นนักเที่ยวต่างชาติที่จะมาไทยทั้งหมดด้วย”

 

ขณะที่รายได้รวมของ CENTEL ทั้งปี 2566 ยังคาดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 2.58 หมื่นล้านบาท มาจากธุรกิจอาหารประมาณ 55-60% ส่วนที่เหลือมาจากธุรกิจโรงแรม โดยรายได้รวมในปีนี้มีทิศทางการเติบโตที่ดีขึ้นจากปีก่อน และยังมากกว่าในปี 2562 ที่มีรายได้ประมาณ 2.08 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นปีที่ยังไม่มีโควิดระบาดด้วย เนื่องจากในปีนี้ภาพรวมทั้งธุรกิจอาหารและโรงแรมสามารถฟื้นตัวได้ดีตามการท่องเที่ยวที่กลับมาขยายตัว

 

ส่วนแผนและเป้าหมายธุรกิจของ CENTEL ในปี 2567 บริษัทอยู่ระหว่างการจัดทำ คาดว่าจะทำแล้วเสร็จสามารถนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน

The post EXCLUSIVE: โบรกฯ หวั่นเครื่องยนต์ท่องเที่ยวไทยสะดุด หลังจีนผวาเหตุรุนแรงเลี่ยงมาไทย ฟาก CENTEL ระบุชาวจีนไร้ยกเลิกจองห้องพัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ภาคท่องเที่ยวระส่ำ จีนผวามาไทย ลามฉุดหุ้นมีเอี่ยว | Morning Wealth 5 ต.ค. 2566 https://thestandard.co/morning-wealth-05102023/ Thu, 05 Oct 2023 00:26:11 +0000 https://thestandard.co/?p=850812 รายการ MORNING WEALTH วันที่ 5 ตุลาคม 2566

ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2566 เสี่ยงหลุดเป้า 30.3 […]

The post ชมคลิป: ภาคท่องเที่ยวระส่ำ จีนผวามาไทย ลามฉุดหุ้นมีเอี่ยว | Morning Wealth 5 ต.ค. 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>
รายการ MORNING WEALTH วันที่ 5 ตุลาคม 2566

ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2566 เสี่ยงหลุดเป้า 30.3 ล้านคน คนจีนผวาเหตุการณ์รุนแรง หลีกเลี่ยงเที่ยวไทยช่วงไฮซีซัน รายละเอียดเป็นอย่างไร

 

นักท่องเที่ยวจีนผวาเที่ยวไทย กระทบธุรกิจ SPA แค่ไหน พูดคุยกับ ณรัล วิวรรธนไกร กรรมการบริหาร บมจ.สยามเวลเนสกรุ๊ป หรือ SPA

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: ภาคท่องเที่ยวระส่ำ จีนผวามาไทย ลามฉุดหุ้นมีเอี่ยว | Morning Wealth 5 ต.ค. 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>