การถ่ายภาพ – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 21 Feb 2025 13:26:50 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 iPhone 16 มีปุ่ม Camera Control แล้วถ่ายรูปดีขึ้นขนาดไหน https://thestandard.co/life/iphone-16-camera-control/ Thu, 19 Sep 2024 12:00:03 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=985594

ปุ่มใหม่ทำอะไรได้บ้าง   หลังจากที่ Apple เปิดตัว i […]

The post iPhone 16 มีปุ่ม Camera Control แล้วถ่ายรูปดีขึ้นขนาดไหน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปุ่มใหม่ทำอะไรได้บ้าง

 

หลังจากที่ Apple เปิดตัว iPhone 16 Series สิ่งที่หลายคนพูดถึงในรุ่นนี้คือความสามารถของกล้องที่ถ่ายได้ดีขึ้น ถ่ายวิดีโอในความละเอียด 4K แบบ Slow Motion ได้ และ iPhone รุ่นนี้ยังเพิ่มปุ่มใหม่ Camera Control บริเวณขอบตัวเครื่องด้านล่าง โดยปุ่มนี้เป็นเหมือนทางลัดให้เข้าโหมดกล้อง กดชัตเตอร์ และซูมเข้า-ออก เชื่อว่าคนชอบถ่ายรูป ถ่ายคอนเทนต์ น่าจะชอบปุ่มนี้

 

 

แต่ความเจ๋งของรุ่นนี้ไม่ได้มีแค่การถ่ายรูปเท่านั้น ด้านการแต่งภาพ อัดเสียงก็ดีไม่แพ้กัน เห็นว่าความสามารถเยอะขนาดนี้ วันนี้เราเลยอยากจะมาลองใช้งาน iPhone 16 Pro ให้ดูจริงๆ ว่าจะถ่ายรูปดีขึ้นจริงไหม ปุ่ม Camera Control ใช้งานอย่างไร แล้วรูปที่ออกมาสวยขึ้นจริงไหม

 

 

ทดลองใช้ปุ่ม Camera Control ใหม่

 

ปุ่ม Camera Control ที่หลายคนสนใจ คือปุ่มที่เป็นเหมือนทางลัดเข้าโหมดกล้อง หลังจากใช้งาน เรามองว่ามันช่วยในด้านความไวและความสะดวกเวลาจะถ่ายรูปอะไรสักอย่าง ในอีกมุมหนึ่ง มันช่วยให้เราควบคุมกล้อง iPhone ได้ด้วยมือเดียว ทั้งซูมเข้า-ออก ปรับค่าต่างๆ ใช้มือเดียวได้เลย ในสถานการณ์ที่เราถือของอยู่ในมืออีกข้างหนึ่ง แต่มีอะไรผ่านเข้ามาแล้วอยากถ่ายรูปเก็บไว้ iPhone ตัวนี้เก็บโมเมนต์นั้นได้รวดเร็วและคมชัดแน่นอน

 

 

Camera Control ควบคุมอะไรได้บ้าง?

 

ต้องบอกว่าปุ่ม Camera Control ปุ่มเดียว ควบคุมอะไรได้เยอะมาก เริ่มต้นด้วยการกด 1 ครั้ง เป็นการเข้าโหมดกล้อง, กดค้าง เป็นการอัดวิดีโอ, กดเบาๆ เพื่อควบคุมการซูม และกด 2 ครั้งเบาๆ เพื่อตั้งค่ากล้อง

 

ภาพตัวอย่างจากกล้องจริงๆ

 

ในรุ่น iPhone 16 Pro และ iPhone 16 Pro Max ยังคงได้กล้องมาทั้งหมด 3 ตัว คือ กล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล, กล้องเทเลโฟโต้ ซูม 5 เท่า ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และกล้องอัลตราไวด์ที่เพิ่มความละเอียดเป็น 48 ล้านพิกเซล เราจะพาไปดูความละเอียดของภาพจริงๆ ในทุกระยะแบบไม่มีการแต่งภาพ

 

ระยะ 0.5x

 

ระยะ 1x

 

ระยะ 2x

 

ระยะ 5x

 

ซูมสูงสุด 25x

 

นอกจากจะถ่ายรูปได้ดีแล้ว ยังแต่งสีคุมโทนดีขึ้นด้วย

 

ในด้านการแต่งสีรูป iPhone รุ่นนี้ดูจะเข้าใจเรื่องโทนสีมากขึ้น โดยเราสามารถเข้าไปที่เมนู Edit แล้วดึงโทนสีรูปได้ ไม่ต้องไปแต่งในแอปอื่นให้ยุ่งยาก

 

ฟีเจอร์อื่นๆ ที่เล่าไม่ได้ แต่อยากให้ลองใช้เอง

ยังมีอีกหลายฟีเจอร์ที่ iPhone ตัวนี้ทำได้ เช่น การถ่ายวิดีโอความละเอียดระดับ 4K แบบ Slow Motion เรียกว่ามีโทรศัพท์เครื่องเดียวถ่าย MV ได้เลย แถมความสามารถในการอัดเสียงก็ทำได้ดีขึ้น เพราะตัดเสียงรบกวนต่างๆ ได้ด้วย

 

 

ใครที่สนใจ Apple จะวางจำหน่ายวันที่ 20 กันยายนนี้

The post iPhone 16 มีปุ่ม Camera Control แล้วถ่ายรูปดีขึ้นขนาดไหน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อำลา ‘250 สว. ชุดเฉพาะกาล’ ร่วมถ่ายภาพหมู่ครั้งสุดท้าย https://thestandard.co/group-photo-250-senators/ Wed, 19 Jun 2024 04:21:50 +0000 https://thestandard.co/?p=946965 250 สว.

วันนี้ (19 มิถุนายน) ที่สนามหญ้าลานปลาอานนท์ หน้าอาคารร […]

The post อำลา ‘250 สว. ชุดเฉพาะกาล’ ร่วมถ่ายภาพหมู่ครั้งสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
250 สว.

วันนี้ (19 มิถุนายน) ที่สนามหญ้าลานปลาอานนท์ หน้าอาคารรัฐสภา ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 250 คน ร่วมกันถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึก ก่อนที่จะมี สว. ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ ภายหลังจากศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ และทำให้การเลือก สว. ไม่โมฆะ

 

สำหรับ สว. ชุดที่ 12 นี้ เข้ารับหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 จนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2567 ถือเป็นวุฒิสภาชุดแรกภายใต้รัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2560 หลังจากการรัฐประหารในประเทศไทยเมื่อปี 2557 และได้รับฉายาว่า ‘สว. เฉพาะกาล’ เนื่องจากมีที่มามาจากบทเฉพาะกาลตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรี เป็นส่วนหนึ่งที่ได้กำหนดอนาคตประเทศตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

 

การถ่ายรูปหมู่ในวันนี้นำโดย พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา, พล.อ. สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง และ ศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง

 

กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจ เพราะเราได้ปฏิบัติหน้าที่ แล้วจะมีชุดใหม่มาปฏิบัติหน้าที่ต่อ ส่วนจะให้รีวิวคะแนนการทำงานของตัวเอง เราไม่สามารถให้คะแนนตัวเองไม่ได้ ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน และให้ผลงานที่ฝากไว้ในแผ่นดินนี้เป็นผู้ตัดสิน

 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าจะทำอะไรต่อไป กิตติศักดิ์ยิ้มแล้วตอบว่า ตอนนี้ก็เข้าวัดทำบุญก่อน ไม่แน่อาจจะไปบวชที่อินเดียสัก 3 วัน ตอนนี้คนยุให้บวชตลอดชีวิตเลย แต่ตนก็คิดว่าไม่ได้ ส่วนจะทิ้งการเมืองเลยหรือไม่ ตนยืนยันว่าไม่ทิ้งแน่นอน เราอยู่ในการเมืองทั้งเบื้องหลังและเบื้องหน้ามาตลอด เพราะฉะนั้นสิ่งใดที่เรามีความรู้ความสามารถไหนที่ช่วยบ้านเมืองได้เราก็ยินดี เพราะไม่ต้องการอย่างอื่นแล้ว

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีสิ่งใดที่จะฝากถึง สว. ชุดใหม่ หรือไม่ กิตติศักดิ์กล่าวว่า อยากให้ตั้งใจทำงาน และฝากให้ทุกท่านที่จะมาเป็น สว. ชุดใหม่ รักและเทิดทูนชาติ อยากให้รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

 

 

The post อำลา ‘250 สว. ชุดเฉพาะกาล’ ร่วมถ่ายภาพหมู่ครั้งสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
พลิกโฉมครั้งใหญ่ จุดแลนด์มาร์กถ่ายภาพ ‘Bangkok – City of Life’ ให้ไม่จืดจางอีกต่อไป https://thestandard.co/photography-spots-bangkok-city-of-life/ Wed, 29 May 2024 00:57:57 +0000 https://thestandard.co/?p=938635

วานนี้ (28 พฤษภาคม) ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ช่างภาพข่าว TH […]

The post พลิกโฉมครั้งใหญ่ จุดแลนด์มาร์กถ่ายภาพ ‘Bangkok – City of Life’ ให้ไม่จืดจางอีกต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (28 พฤษภาคม) ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจบริเวณสกายวอล์กสี่แยกปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ตรงแลนด์มาร์กจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ป้ายข้อความ ‘Bangkok – City of Life’ พบว่ามีเจ้าหน้าที่กำลังทำความสะอาดและปรับเปลี่ยนป้ายดังกล่าว

 

โดย เอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหานคร แจ้งว่า กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ทำความสะอาดเพื่อเตรียมติดสติกเกอร์ใหม่บนคานรางรถไฟฟ้า บริเวณทางเชื่อมเหนือสกายวอล์กแยกปทุมวัน เนื่องจากสติกเกอร์เดิมซึ่งติดอยู่มานานกว่า 20 ปีมีสภาพซีดจาง ข้อความลบเลือน ไม่สวยงาม และซึมเข้าไปในเนื้อปูน ทำให้การดำเนินการค่อนข้างใช้เวลา 

 

ทั้งนี้ กทม. จะเร่งติดสติกเกอร์ที่มีข้อความและดีไซน์ใหม่ สะท้อนอัตลักษณ์ กทม. ที่ได้ออกแบบไว้แล้วทันที เพื่อให้เสร็จเรียบร้อยและสวยงาม ภายในวันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม 2567 กรณีไม่มีฝนตกในพื้นที่ติดตั้ง เพื่อเตรียมต้อนรับการเข้าสู่งานเทศกาล Pride Month โดยกรุงเทพฯ เป็นจุดหมายปลายทางที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกที่หลั่งไหลเข้ามาร่วมงานในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ 

 

ซึ่งจุดนี้ถือเป็นจุดเช็กอินอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกว่าได้มาเยือนกรุงเทพฯ ส่วนรูปแบบใหม่จะเป็นอย่างไรนั้น ขอให้ติดตามและเห็นไปพร้อมกันเร็วๆ นี้ และหลังจากนี้จะทยอยติดที่จุดอื่นๆ ต่อไปด้วย

 

ขณะที่เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. วันนี้ (29 พฤษภาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ดังกล่าว เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของการดำเนินงาน พบว่า มีการติดตั้งป้ายข้อความเสร็จแล้ว 1 ด้าน ในด้านที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายภาพ คืนนี้เจ้าหน้าที่จะเร่งติดตั้งฝั่งที่หันเข้าหาศูนย์การค้า MBK Center ต่อ

 

โดยสีที่ใช้คือสีเขียว ส่วนลวดลายเป็นการครอปสัดส่วนของวัชระ (อาวุธของพระอินทร์) ทั้งหมดล้วนเป็นอัตลักษณ์องค์กรของ กทม. ในปัจจุบัน มีที่มาจากตราพระอินทร์ ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ของ กทม.

 

The post พลิกโฉมครั้งใหญ่ จุดแลนด์มาร์กถ่ายภาพ ‘Bangkok – City of Life’ ให้ไม่จืดจางอีกต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
สวยจนน่าทึ่ง! ชมผลงานผู้ชนะรางวัลช่างภาพใต้น้ำแห่งปี 2024 https://thestandard.co/underwater-photographer-of-the-year-2024/ Tue, 20 Feb 2024 08:06:22 +0000 https://thestandard.co/?p=902148

ประกาศผลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับผู้ชนะรางวัล ‘ช่าง […]

The post สวยจนน่าทึ่ง! ชมผลงานผู้ชนะรางวัลช่างภาพใต้น้ำแห่งปี 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ประกาศผลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับผู้ชนะรางวัล ‘ช่างภาพใต้น้ำแห่งปี 2024’ (Underwater Photographer of the Year: UPY2024) ซึ่งมีช่างภาพจากทั่วทุกมุมโลกส่งผลงานเข้าประกวดมากเป็นประวัติการณ์ 

 

โดยผู้ชนะรางวัล #UPY2024 ในปีนี้คือ อเล็กซ์ ดอว์สัน ช่างภาพใต้น้ำชาวสวีเดนที่ส่งผลงานสุดน่าทึ่งอย่าง ‘Whale Bones’ ซากวาฬมิงค์ใต้มหาสมุทรแอตแลนติกเหนือบริเวณเกาะกรีนแลนด์ เข้าประกวด จนชนะใจคณะกรรมการได้สำเร็จ

 

นอกจากนี้ยังมีภาพถ่ายใต้น้ำฝีมือชั้นยอดอีกมากมายที่ได้รับรางวัลอื่นๆ ในปีนี้ด้วย โดย THE STANDARD ได้เลือกสรรภาพบางส่วนที่สวยงามและน่าทึ่งมาให้ทุกคนได้ชมกัน

 

The Last Bite of a Whale
วาฬตัวหนึ่งกำลังเขมือบฝูงปลาซาร์ดีนในมหาสมุทรแปซิฟิก
ภาพ: Rafael Fernandez Caballero / UPY2024

 

Whale Bones
ภาพ: Alex Dawson / UPY2024

 

Nudi on Fire
ทากทะเลที่มีกุ้งจักรพรรดิอยู่บนหัว ถ่ายได้ที่เกาะบาหลี อินโดนีเซีย
ภาพ: Enrico Somogyi / UPY2024

 

Window of Opportunity
การโจมตีฝูงปลาในอ่าวมักดาเลนา แถบเม็กซิโก
ภาพ: Lisa Stengel / UPY2024

 

Star Attraction
ดาวทะเลและเม่นทะเลใต้พื้นน้ำสกอตแลนด์
ภาพ: Jenny Stock / UPY2024

 

ช่างภาพใต้น้ำ

Grey Whale Connection

ดวงตาวาฬสีเทาใต้มหาสมุทรแปซิฟิก ใกล้ชายฝั่งเม็กซิโก

ภาพ: Rafael Fernandez Caballero / UPY2024

 

อ้างอิง:

The post สวยจนน่าทึ่ง! ชมผลงานผู้ชนะรางวัลช่างภาพใต้น้ำแห่งปี 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เคลียร์ทุกข้อสงสัย ทำไม ‘vivo’ จึงเป็นตัวเลือกสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายภาพพอร์ตเทรต [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/life/vivo-v29-5g/ Thu, 01 Feb 2024 07:32:28 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=894776

ตั้งแต่วันที่ vivo จับมือกับ ZEISS แบรนด์ยักษ์ใหญ่ของวง […]

The post เคลียร์ทุกข้อสงสัย ทำไม ‘vivo’ จึงเป็นตัวเลือกสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายภาพพอร์ตเทรต [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตั้งแต่วันที่ vivo จับมือกับ ZEISS แบรนด์ยักษ์ใหญ่ของวงการเลนส์จากเยอรมนี จัดตั้ง vivo ZEISS Imaging Lab เพื่อพัฒนาทางวิศวกรรมร่วมกัน (Co-Engineer) มุ่งพัฒนาโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมสำหรับเทคโนโลยีการถ่ายภาพมือถือ โดยมีเป้าหมายให้ผู้บริโภคทั่วโลกมีประสบการณ์การถ่ายภาพบนสมาร์ทโฟนระดับมืออาชีพ พร้อมเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นแรก vivo X60 Series 5G ในปี 2021 ภายใต้สโลแกน ‘Photography, Redefined’ มาพร้อมนวัตกรรมที่ทำเอาสายพอร์ตเทรตใจสั่น ไม่ว่าจะเป็นเลนส์ ZEISS Vario-Tessar Lense พร้อมการเคลือบผิวแบบ T* Anti-Reflective Coating ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกันกับที่ใช้บนเลนส์กล้องระดับโปร 

 

จนถึงวันนี้ vivo ไม่เพียงปฏิวัติวงการการถ่ายภาพด้วยมือถือ แต่ยังยกระดับแบรนด์ให้กลายเป็นผู้นำด้านการถ่ายภาพพอร์ตเทรตด้วยสมาร์ทโฟน 

 

 

ใครที่ตามข่าวจะรู้ว่า vivo ไม่เคยหยุดพัฒนานวัตกรรมเพื่อการถ่ายภาพ รุ่นแรกที่เปิดตัวมาว่าเทพแล้ว พอเปิดตัวรุ่นใหม่เทพยิ่งกว่า อย่าง vivo X70 Pro 5G ที่ต่อยอดมาจากรุ่นแรก อัปเกรดความเทพด้วยการเคลือบกล้องแบบ ZEISS T* ให้ภาพสีสด เต็มรายละเอียด ถ่ายภาพกลางคืนได้แบบไม่มีแสงสะท้อน

 

จาก X Series ที่ชูความโดดเด่นของเลนส์ ZEISS มาสู่ตระกูล V Series ที่แม้จะไม่ได้ใส่เลนส์เทพมาให้ แต่ก็ยังชูนวัตกรรมด้านการถ่ายภาพพอร์ตเทรตด้วยเทคโนโลยี ‘Aura Light Portrait’ ใน vivo V27 5G ซึ่งจุดเด่นของวงแหวนออร่าพอร์ตเทรตนั้นจะใช้การทำงานของแสงออร่าจากแฟลชวงแหวน ‘Aura Ring’ ตรวจจับสภาวะแสงโดยรอบอย่างชาญฉลาด ภาพพอร์ตเทรตที่ได้จึงสวยละมุน เป็นธรรมชาติแม้ยามค่ำคืนหรือที่แสงน้อย สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับการถ่ายภาพพอร์ตเทรตที่สวยคมชัดทุกสภาพแสง

 

 

ไม่ทันไร vivo ก็อัปเกรดเทคโนโลยีล่าสุด ‘Aura Light Portrait System 2.0’ ใน ‘vivo V29 5G’ ด้วยการเพิ่มขนาดวงแหวนออร่าใหญ่ขึ้น มาพร้อมสโลแกนการันตีความเทพ ‘ออร่าพอร์ตเทรต พิเศษทุกความรู้สึก’ และฟีเจอร์ที่จะช่วยให้ภาพพอร์ตเทรตสวยอีกระดับ ทำให้ vivo ยังคงเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายภาพพอร์ตเทรตด้วยสมาร์ทโฟน 

 

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น THE STANDARD LIFE จึงถือโอกาสนำ vivo V29 5G มาทดลองใช้จริง และนี่คือจุดเด่นที่ประทับใจ พร้อมภาพที่ยั่วใจสายพอร์ตเทรตแน่นอน  

 

 

Aura Light Portrait 2.0 ให้ภาพสว่างกว่าเดิม 9 เท่า

 

ขอเริ่มที่ฟีเจอร์ไฮไลต์ Aura Light Portrait ระบบแสงออร่าพอร์ตเทรตที่ทำหน้าที่เหมือน Ring Flash ที่ใช้ในสตูดิโอ และเพิ่งอัปเกรดระบบมาเป็น Aura Light Portrait 2.0 ปรับวงแหวนให้ใหญ่ถึง 15.6 มม. ทำให้พื้นที่เปล่งแสงใหญ่กว่าแฟลชมาตรฐานถึง 9 เท่า ส่องสว่างในทุกมุมมอง ลดเงาสะท้อนที่บดบังใบหน้าและจุดอับแสง ให้แสงที่นุ่มนวลมากกว่าการใช้แฟลชธรรมดา ปราศจากนอยส์ ทำให้โทนสีผิวดูนุ่มนวล เป็นธรรมชาติ ในแบบออร่าพอร์ตเทรต vivo ยังเคลมว่าให้ความสว่างได้มากขึ้นถึง 36% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า เอาเป็นว่าต่อให้สภาพแสงไม่เป็นใจ อุณหภูมิไฟไม่คงที่ ก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป

 

 

เมื่อผนวกรวมกับ ‘Smart Color Temperature Adjustment’ ระบบปรับอุณหภูมิที่สามารถปรับแสงออร่าให้เป็นโทนเย็นและโทนอุ่นได้หลายระดับตามความต้องการ ตั้งแต่ 1,800-4,500 เคลวิน อย่างในสภาวะแสงน้อยที่มีบรรยากาศโทนแสงสีน้ำเงิน แสงออร่า 2.0 จะปรับให้เป็นแสงโทนเย็นอัตโนมัติตามแสงบรรยากาศ ช่วยทำให้ใบหน้าสว่างขึ้น ละมุนขึ้น ดูเป็นธรรมชาติ

 

 

ไหนจะประสิทธิภาพของเซ็นเซอร์ความละเอียด 50MP จากกล้องหลัก รูรับแสงกว้าง f/1.88 พร้อมระบบกันสั่น Ultra-Sensing ยิ่งช่วยให้ภาพคมชัดมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้อง Monochrome ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ให้มาด้วย 

 

กล้องหน้า 50MP HD AF Selfie สวยเหมือนเทพสร้าง

 

นอกจากความละเอียดกล้องหน้าที่ให้มากถึง 50MP HD AF Selfie ยังให้เลนส์ Wide Angle 92° ได้มุมมองภาพที่กว้างขึ้น ถ้าใครชอบถ่าย Group Selfie เลนส์กว้างขนาดนี้เก็บครบทุกมิติ พร้อมระบบโฟกัสอัตโนมัติ (Autofocus) ล็อกใบหน้าของตลอดเวลา รวมถึงระบบป้องกันภาพสั่นไหว EIS (Electronic Image Stabilization) เพิ่มรูรับแสง f/2.0 ที่รับแสงได้มากขึ้น 50% ถ่ายภาพได้คมชัดมากยิ่งขึ้น

 

 

ขุมพลังก็แรงคุ้มราคา

 

นอกจากความเทพเรื่องการถ่ายภาพพอร์ตเทรตแล้ว สมาร์ทโฟน vivo ยังมาพร้อมขุมพลังและประสิทธิภาพการใช้งานที่เหนือชั้นด้วยชิปเซ็ตรุ่นใหม่ Qualcomm Snapdragon 778G ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรมระดับ 6 นาโนเมตร ประมวลผลเร็วกว่าและประหยัดพลังงานมากกว่า สามารถเปิดใช้งาน Background Application พร้อมกันได้สูงสุดถึง 36 แอปพลิเคชัน ไม่ต้องกลัวว่าเครื่องจะร้อน เพราะเขามีระบบระบายความร้อน Ultra Large VC Bionic ช่วยให้สมาร์ทโฟนทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

 

 

ดีไซน์โดดเด่นด้วยหน้าจอโค้ง 3D AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1.5K รีเฟรชเรตสูงถึง 120Hz เม็ดสีที่อัดแน่นมากถึง 452 PPI รองรับมาตรฐานการถนอมสายตาจาก SGS ให้ RAM 12GB ที่มีเทคโนโลยี Memory Booster รองรับ Extended RAM ขยายได้สูงสุดถึง 8GB พร้อมอัปเกรดเทคโนโลยีชาร์จไว 80W FlashCharge สามารถชาร์จจาก 1-50% ในเวลาเพียงแค่ 18 นาที 

 

แต่ของแบบนี้เราอยากให้คุณไปสัมผัสประสบการณ์จริงด้วยตัวเอง เข้าไปทดลองจับตัวเครื่อง ท้าพิสูจน์ความเป็นที่สุดเรื่องพอร์ตเทรต ได้ที่ vivo Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://shop.vivo.com/th

 

#vivoที่สุดเรื่องพอร์ตเทรต

The post เคลียร์ทุกข้อสงสัย ทำไม ‘vivo’ จึงเป็นตัวเลือกสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายภาพพอร์ตเทรต [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ฉันเห็นโทรศัพท์มากกว่าใบหน้าพวกคุณเสียอีก” Jennie ขอให้แฟนๆ หยุดใช้มือถือถ่ายช่วงคอนเสิร์ต BLACKPINK https://thestandard.co/jennie-asks-fans-to-stop-using-phone/ Thu, 18 May 2023 01:28:05 +0000 https://thestandard.co/?p=792025 jennie blackpink

เป็นที่รู้กันดีว่า 4 สาว BLACKPINK กำลังเดินสายทัวร์คอน […]

The post “ฉันเห็นโทรศัพท์มากกว่าใบหน้าพวกคุณเสียอีก” Jennie ขอให้แฟนๆ หยุดใช้มือถือถ่ายช่วงคอนเสิร์ต BLACKPINK appeared first on THE STANDARD.

]]>
jennie blackpink

เป็นที่รู้กันดีว่า 4 สาว BLACKPINK กำลังเดินสายทัวร์คอนเสิร์ต Born Pink World Tour 2023 กันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะที่พวกเธอกำลังแสดงกันอยู่ที่ National Stadium Singapore ประเทศสิงคโปร์ Jennie ก็ออกปากขอแฟนๆ ให้หยุดใช้โทรศัพท์มือถือขณะที่พวกเธอกำลังแสดงอยู่

 

แฟนเพลงรายหนึ่งได้โพสต์คลิปขณะที่พวกเธอกำลังแสดงคอนเสิร์ตที่สิงคโปร์ต่อหน้าผู้ชมจำนวนกว่า 50,000 คนผ่าน TikTok ในช่วงท้ายคอนเสิร์ตที่กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ เพราะ Jenie พูดกับชาว BLINK ว่า “ต้องบอกแบบนี้นะ วันนี้ฉันเห็นโทรศัพท์มากกว่าใบหน้าของพวกคุณเสียอีก และฉันไม่ค่อยชอบเท่าไร เพราะฉะนั้นสองเพลงสุดท้ายนี้ ฉันอยากให้ทุกคนอยู่กับเรา แค่ร้องเพลง เต้น และปาร์ตี้ไปด้วยกัน โอเคมั้ยคะ”

 

คลิปดังกล่าวมียอดวิวมากกว่า 1 ล้านครั้งและคนกดไลก์กว่า 250,000 คนภายในเวลาไม่นาน ซึ่งแน่นอนว่าแฟนเพลงส่วนใหญ่ก็คอมเมนต์เห็นด้วยกับสิ่งที่ Jennie พูดบนเวทีว่าการเก็บภาพ Jennie, Jisoo, Rosé และ Lisa เพื่อเก็บไว้ดูเป็นความทรงจำนั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่การที่ถ่ายภาพและวิดีโอตลอดทั้งคอนเสิร์ตก็อาจก่อความรำคาญให้กับผู้อื่นได้เช่นกัน 

 

โดยมีทั้งคอมเมนต์ว่า “ฉันเข้าใจ Jennie นะ ฉันไม่ชอบการถ่ายภาพตลอดทั้งคอนเสิร์ตด้วยซ้ำ แค่ถ่ายเก็บไว้ 2-3 คลิปก็พอแล้ว เมื่อฉันนั่งลงฉันก็ถ่ายอีกนิดหน่อย แค่นั้นเลย!”, “เธอแค่อยากจะให้คนดูสนุกและเอ็นจอยกับตัวเอง!” นอกจากนั้นยังมีคนเขียนข้อความอย่างติดตลกอีกว่า “ถ้า Jennie พูดแบบนั้นกับฉัน ฉันคงทำโทรศัพท์ร่วงตอนนั้นเลย” 

 

ภาพ: Frazer Harrison / Getty Images for Coachella 

อ้างอิง:

The post “ฉันเห็นโทรศัพท์มากกว่าใบหน้าพวกคุณเสียอีก” Jennie ขอให้แฟนๆ หยุดใช้มือถือถ่ายช่วงคอนเสิร์ต BLACKPINK appeared first on THE STANDARD.

]]>
วัยรุ่น Gen Z ที่ชินกับการใช้ iPhone เพิ่งรู้ว่า ‘กล้องดิจิทัล’ ถ่ายภาพคมชัดกว่าเห็นๆ! https://thestandard.co/gen-z-discovers-modern-digital-cameras/ Mon, 10 Apr 2023 01:37:05 +0000 https://thestandard.co/?p=774744 iPhone กล้องดิจิทัล

วัยรุ่น Gen Z ที่เติบโตมาพร้อมกับ iPhone ซึ่งแม้จะให้คว […]

The post วัยรุ่น Gen Z ที่ชินกับการใช้ iPhone เพิ่งรู้ว่า ‘กล้องดิจิทัล’ ถ่ายภาพคมชัดกว่าเห็นๆ! appeared first on THE STANDARD.

]]>
iPhone กล้องดิจิทัล

วัยรุ่น Gen Z ที่เติบโตมาพร้อมกับ iPhone ซึ่งแม้จะให้ความสะดวกสบายในหลายๆ เรื่อง แต่ไม่ใช่กับการถ่ายภาพ ที่พวกเขาหลายคนเพิ่งค้นพบว่ากล้องดิจิทัลถ่ายภาพคมชัดกว่าเห็นๆ!

 

นี่เองทำให้กล้องดิจิทัลจากช่วงต้นยุค 2000 กำลังกลายเป็นอุปกรณ์ที่วัยรุ่นหลายคนต้องมี เนื่องจากกระแสความนิยมในโลกออนไลน์

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา วิดีโอที่มีแฮชแท็ก #กล้องดิจิทัล มีผู้เข้าชมมากกว่า 220 ล้านครั้งบน TikTok และหนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจคือ Lauren Wolfe ซึ่งเป็นอินฟลูเอ็นเซอร์ได้เปรียบเทียบภาพถ่ายที่มีแสงน้อยระหว่าง iPhone และ Canon PowerShot G7 X

 

วิดีโอของ Wolfe มีผู้เข้าชมมากกว่า 4 ล้านครั้งโดยผู้ใช้ TikTok ซึ่งหลายคนบอกว่าเมื่อเห็นภาพที่แตกต่างแล้วก็พร้อมจะทุ่มเงินไปซื้อกล้องดิจิทัล ส่วนหนึ่งมาจากคลิปที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามของ Wolfe ทำให้ผู้ใช้ TikTok หลายพันคนทดลองกล้องดิจิทัลในตอนพระอาทิตย์ตกดิน แล้วนำภาพเหล่านี้มาเทียบเคียงกับภาพที่ถ่ายด้วย iPhone

 

นอกจากนี้ผู้ใช้ TikTok ตกตะลึง หลายคนแทบไม่เชื่อว่ากล้องดิจิทัลมีประสิทธิภาพเหนือกว่าสมาร์ทโฟน และหลายคนอยากรู้ว่า DSLR คืออะไร แถมยังมีการบ่นด้วยว่า “ฉันใช้เงิน 1,300 ดอลลาร์กับ iPhone ที่มีกล้อง 3 ตัวไปเพื่ออะไร”

 

นับตั้งแต่ที่ iPhone ถือกำเนิดขึ้นในทศวรรษที่ผ่านมา ดูเหมือนว่ากล้องดิจิทัลแบบดั้งเดิมกำลังจะสูญพันธุ์ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาความก้าวหน้าในการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนได้ทำลายการเติบโตของอุตสาหกรรมกล้องที่เติบโตมานานหลายทศวรรษ ผู้บริโภคไม่เห็นจุดแตกต่างที่ต้องแบกอุปกรณ์กล้องขนาดใหญ่อีกต่อไป จุดนี้เองทำให้ระหว่างปี 2010-2021 การจัดส่งกล้องทั่วโลกลดลงถึง 93%

 

แต่เป็นที่น่าดีใจว่าตอนนี้เทรนด์กล้องดิจิทัลกำลังกลับมา รายงานของ BBC ระบุว่า ปริมาณการค้นหาสำหรับกล้องดิจิทัลมือสองในตลาดออนไลน์เช่น eBay และ Etsy กำลังเพิ่มสูงขึ้น

 

eBay UK บอกกับ BBC ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2022 ว่ามีผู้ค้นหาอุปกรณ์ดังกล่าวเพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงปริมาณการค้นหาที่เพิ่มขึ้น 13% สำหรับ ‘vintage digital camera’ และ ‘refurbished camera’ ที่เพิ่มขึ้น 52%

 

Katie Glasgow วัย 25 ปี อาศัยอยู่ในย่านบรูกลิน นครนิวยอร์ก กล่าวว่า สำหรับคนหนุ่มสาวที่แทบจะจำกล้องเหล่านี้ไม่ได้เลยในช่วงยุครุ่งเรืองในยุค 2000 สิ่งนี้ได้เปิด ‘โลกแห่งความคิดถึง’ แบบหนึ่ง

 

นักวิเคราะห์อธิบายว่าแนวโน้มการฟื้นตัวของกล้องดิจิทัลดังเชื่อมโยงกับการฟื้นตัวของแฟชั่นในช่วงเปลี่ยนศตวรรษ Paul Greenwood หัวหน้าฝ่ายวิจัยและข้อมูลเชิงลึกของ We Are Social กล่าวว่า นี่ถือเป็น ‘วัฏจักรตามธรรมชาติ’ ที่เมื่อผู้คนเข้าสู่วัย 20 “พวกเขาจะกลายเป็นคนถวิลหาวัฒนธรรมที่สำคัญในวัยเยาว์”

 

ภาพ: Mike Kemp / In PIctures via Getty Images

อ้างอิง:

The post วัยรุ่น Gen Z ที่ชินกับการใช้ iPhone เพิ่งรู้ว่า ‘กล้องดิจิทัล’ ถ่ายภาพคมชัดกว่าเห็นๆ! appeared first on THE STANDARD.

]]>
สะพายกล้องตามรอย ‘5 Best Spot in Bangkok’ โลเคชันที่ช่างภาพเขารู้กัน เราจึงอยากให้คนรักการถ่ายภาพทุกคนได้รู้จัก [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/5-best-spot-in-bangkok/ Wed, 18 Jan 2023 04:26:56 +0000 https://thestandard.co/?p=738762 5 Best Spot in Bangkok

‘กรุงเทพฯ’ น่าอยู่หรือไม่? ขึ้นอยู่กับว่าถามใครและตอบจา […]

The post สะพายกล้องตามรอย ‘5 Best Spot in Bangkok’ โลเคชันที่ช่างภาพเขารู้กัน เราจึงอยากให้คนรักการถ่ายภาพทุกคนได้รู้จัก [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 Best Spot in Bangkok

‘กรุงเทพฯ’ น่าอยู่หรือไม่? ขึ้นอยู่กับว่าถามใครและตอบจากมุมมองไหน 

 

หากถามชาวต่างชาติ มีผลสำรวจแบบไม่เป็นทางการจาก InterNations ชุมชนออนไลน์สำหรับชาวต่างชาติที่มีสมาชิกทั่วโลกกว่า 4.5 ล้านคน ได้ทำการสำรวจความพึงพอใจของคนทำงานเกือบ 12,000 คน จาก 50 เมือง ในปี 2022 โหวตให้ ‘กรุงเทพฯ’ เป็นเมืองน่าอยู่และน่าทำงานที่สุดในโลกลำดับที่ 6 

 

ดูย้อนแย้งกับผลสำรวจของ Kisi บริษัทเทคโนโลยีให้คำปรึกษาด้านการทำงาน ได้จัดอันดับเมืองที่สร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานดีสุดจนถึงแย่สุดในโลก หรือ Work-Life Balance Index 2022 ปรากฏว่า ‘กรุงเทพฯ’ รั้งท้ายอยู่อันดับที่ 96 จากการสำรวจ 100 เมืองทั่วโลก 

 

แต่ถ้าถามคนกรุงเทพฯ คำตอบที่ได้อาจเป็นได้ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เพราะกรุงเทพฯ สำหรับบางคนอาจเต็มไปด้วยความเร่งรีบจนไม่ทันสังเกตเห็นมุมเล็กๆ ไว้ชุบชูพลังใจ 

 

THE STANDARD POP อยากชวนสำรวจมุมมองใหม่ของกรุงเทพฯ ผ่าน 5 โลเคชันลับ (ที่ไม่ลับในหมู่ช่างภาพ) นอกจากจะเป็นสถานที่ที่มีเหลี่ยมมุมตอบโจทย์การถ่ายภาพ เผื่อใครที่กำลังมองหาโลเคชันใหม่ไว้ถ่ายภาพ หรือเอาไว้แนะนำเพื่อนต่างชาติที่อยากได้โลเคชันใหม่ๆ โพสต์ลง IG แล้ว บางสถานที่อาจทำให้คุณเห็นภูมิทัศน์ของพื้นที่กรุงเทพฯ ในมุมที่แปลกตา ความเป็นเมืองแบบที่ไม่คุ้นชิน ไปจนถึงวิถีชีวิตของผู้คนในสถานที่นั้นๆ จะทำให้คุณตีความนิยามความสุขเปลี่ยนไปก็เป็นได้

  

5 Best Spot in Bangkok

 

การสำรวจกรุงเทพฯ ครั้งนี้ ยังได้ ต่อ-สุรศักดิ์ เมืองแก้ว MISTER INTERNATIONAL THAILAND 2022 มาร่วมค้นหามุมมองใหม่ๆ ด้วยกัน 

 

หลายคนอาจไม่รู้ว่า นอกจาก IG ส่วนตัว ต่อ สุรศักดิ์ ยังมี IG ทีเขาตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อลงภาพถ่ายโดยเฉพาะ (Follow ได้ที่ @srs_film35) ต่อบอกว่าจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาชอบการถ่ายรูปเกิดขึ้นหลังจากลงเรียนวิชาถ่ายภาพของคณะ “เพิ่งรู้ว่าการถ่ายรูปสนุก เพราะมีเทคนิคหลายอย่างที่น่าสนใจ พอถ่ายไปเรื่อยๆ ก็เริ่มสังเกตว่าภาพส่วนใหญ่ที่ชอบถ่ายเป็นภาพไลฟ์สไตล์แนว Street Photo บางทีก็เดินตามตลาดสด ถ่ายรูปพ่อค้า แม่ค้ากำลังจัดแผงขายของ”

 

เขายังบอกด้วยว่า Vivian Maier คือช่างภาพหญิงแนวสตรีทที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเขา ผลงานของเธอทำให้ต่อพบว่าชีวิตประจำวันของผู้คนน่าสนใจเกินกว่าที่จะมองผ่าน และยังเป็นหลักฐานที่สะท้อนวิถีชีวิตของคนในช่วงเวลานั้นๆ ได้อย่างดี 

 

“เมื่อไรที่ผมถือกล้องผมจะกลายเป็นคนช่างสังเกตทันที ผมมักจะมองหาความเป็นธรรมชาติ ปฏิสัมพันธ์ของคน โมเมนต์ที่ไม่ปรุงแต่ง มันยิ่งมีเสน่ห์เมื่อถูกถ่ายผ่านกล้องฟิล์ม โทนสีของฟิล์มมีเสน่ห์อยู่แล้ว ซึ่ง 5 โลเคชันที่ไปวันนี้ ทุกที่มีเสน่ห์ต่างกัน แม้จะเป็นสถานที่ที่รีโนเวตใหม่ แต่มันยังหลงเหลือร่องรอยของอดีต ทำให้ผมเห็นกรุงเทพฯ ในมุมใหม่ เชื่อว่าแต่ละคนจะเห็นสิ่งที่ต่างกันแม้จะไปในสถานที่เดียวกัน” 

 

 

 

ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) 

อาคารสีขาวสไตล์โมเดิร์น โดดเด่นด้วยฟาซาดสีขาวจากแผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิตพับไปมาเป็นเส้นหยักที่หยอกล้อกับแสงเงาของพระอาทิตย์ เดิมเคยเป็นอาคารเก่าแก่ที่เปิดเป็นศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) มาตั้งแต่ พ.ศ. 2542 ก่อนจะรีโนเวตใหม่เพื่อให้เข้ายุคสมัย แต่ยังหลงเหลืออัตลักษณ์ของอาคารเดิมอย่างหลังคาทรงจั่วไว้ 

 

ด้านหน้าอาคารออกแบบให้เป็นสวนที่รายล้อมไปด้วยพรรณไม้ไทยและสมุนไพร จัดวางลดหลั่นไปตามสเต็ปของพื้นที่ลานวงรี จึงเป็นได้ทั้งพื้นที่หย่อนใจ และเรียนรู้การอยู่รวมกันระหว่างมนุษย์และธรรมชาติได้อีกทาง ภายในใช้เป็นสถานที่รวบรวมข้อมูลด้านมานุษยวิทยาและศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความรู้ใหม่ทางด้านมานุษยวิทยา โบราณคดี ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ความรู้ท้องถิ่นของประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดพื้นที่ให้ทุกคนเข้ามาเติมความรู้ผ่านนิทรรศการบริเวณโถงทางเดินและนิทรรศการหมุนเวียน บางทีคุณอาจค้นพบความสุขง่ายๆ ที่หลงลืมซ่อนเร้นในภาพถ่ายของผู้คนในอดีต แม้กระทั่งเรื่องราวในประวัติศาสตร์ ก็อาจทำให้คุณมองเห็นเสน่ห์ของสิ่งรอบตัวก็เป็นได้ 

 

ที่ตั้ง ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร 20 ถนนบรมราชชนนี แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 

 

 

อาคารพัสดุยศเส (ตึกแดง) 

อาคารพัสดุยศเสอายุเฉียดร้อยปีแห่งนี้ พนักงานการรถไฟฯ รู้จักกันดีในชื่อ ‘ตึกแดง’ สร้างขึ้นเพื่อใช้เก็บพัสดุจากการสร้างอุโมงค์ขุนตาน และการก่อสร้างทางรถไฟสายใต้ ออกแบบโดยหลวงสุขวัฒน์ ในสมัยที่พระยาสารศาสตร์ ศิริลักษณ์ เป็นผู้บัญชาการกรมรถไฟ ตัวอาคาร 3 ชั้นลักษณะครึ่งอิฐครึ่งไม้ วางผังในลักษณะตัวยู ปีกกลางของตึกแดงเป็นโครงสร้างไม้และคานเหล็ก นอกจากความโดดเด่นของอิฐแดง เสน่ห์ของอาคารแห่งนี้ยังอยู่ที่ลายฉลุไม้ ระแนง และบันไดไม้สักโบราณกึ่งเวียนขึ้นไปชั้น 2 และชั้น 3 และระเบียงทางเดินตลอดแนวอาคารทั้งด้านหน้าและด้านหลัง 

 

พ.ศ. 2549 อาคารแห่งนี้ได้รับคัดเลือกจากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เป็นอาคารรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทอาคารสถาบันและอาคารสาธารณะ ซึ่งปัจจุบันยังทำหน้าที่เป็นที่ทำการหลักของการรถไฟฯ หากใครอยากจะแวะเวียนไปเก็บภาพความขลังของประวัติศาสตร์กรุงเทพฯ ถ้าไปในเวลาทำการอาจเดินชมได้แค่ภายนอกเท่านั้น 

 

ที่ตั้ง เลขที่ 1 การรถไฟแห่งประเทศไทย แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 

 

 

สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสนามไชย 

หนึ่งในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่ถูกขนานนามว่าสวยที่สุดในไทย ฝีมือการออกแบบโดย รศ. ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติ ปรมาจารย์ผู้ชำนาญเรื่องสถาปัตยกรรมไทย ภายในสถานีถ่ายทอดความวิจิตรของท้องพระโรงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดดเด่นด้วยเสาสดุมภ์บริเวณทางเดิน ลงลายกระเบื้องเป็นดอกพิกุล ปลายเสาประดับด้วยบัวจงกลปิดทองคำเปลว พื้นและผนังจำลองมาจากกำแพงเมือง ประดับด้วยเสาเสมาของพระบรมมหาราชวัง เพดานเป็นลายฉลุแบบดาวล้อมเดือน ปิดทองคำเปลว และด้วยโลเคชันที่ตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่อนุรักษ์เกาะรัตนโกสินทร์ (ชั้นใน) ซึ่งเป็นย่านเมืองเก่าของกรุงเทพฯ จึงเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น พระบรมมหาราชวัง, มิวเซียมสยาม, วัดโพธิ์, วัดพระแก้ว, บ้านหม้อ และปากคลองตลาด 

 

ที่สำคัญบริเวณทางออก 1 ถูกเนรมิตให้กลายเป็น Site Museum พิพิธภัณฑ์ใต้ดินแห่งแรกของประเทศไทย เก็บรวบรวมโบราณวัตถุ ไม่ว่าจะเป็นเศษกระเบื้อง, เครื่องปั้นดินเผา, เครื่องเคลือบ, เครื่องแก้ว, เกือกม้า, โครงกระดูกวัว ไปจนถึงฐานรากของท้องพระโรง (วังกรมหลวงอดิศรอุดมเดช) ที่ค้นพบระหว่างก่อสร้างมิวเซียมสยามใน พ.ศ. 2549 

 

ที่ตั้ง สถานีอยู่บริเวณสี่แยก ถนนสนามไชย ถนนมหาราช ถนนจักรเพชร และซอยราชินี แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ  

 

 

สวนลอยฟ้าเจ้าพระยา 

สวนลอยฟ้าแห่งแรกของประเทศไทย และสวนลอยฟ้าข้ามแม่น้ำแห่งแรกของโลก พื้นที่สาธารณะที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ซึมซับภูมิทัศน์ของกรุงเทพฯ มุมสูงได้แบบ 360 องศา และน่าจะเป็นจุดเดียวที่คุณจะได้เห็นเสน่ห์ของเมืองเก่าและเมืองใหม่ในเวลาเดียวกัน เพราะเมื่อมองไปยังฝั่งเกาะรัตนโกสินทร์ ภาพของสะพานพุทธและวัดอรุณเป็นตัวแทนความรุ่งเรืองในอดีต แต่แค่เพียงหันหลังกลับ ตึกสูงระฟ้าที่อยู่ในย่านสีลม สาทร เจริญกรุง คือสัญลักษณ์ความรุ่งเรืองของกรุงเทพฯ บทใหม่ 

 

สะพานแห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างฝั่งธนบุรีกับฝั่งพระนคร โดยการปรับปรุงโครงสร้างเดิมของรางรถไฟฟ้าลาวาลินที่ถูกทิ้งร้างกว่า 36 ปี ให้กลายเป็นสวนสาธารณะลอยฟ้า พร้อมมุมพักผ่อน ทางเดิน และทางจักรยาน ความยาว 280 เมตร ความกว้าง 8.50 เมตร ท่ามกลางความร่มรื่นของพันธุ์พืชที่เหมาะกับสภาพอากาศของกรุงเทพฯ เช่น ต้นมะกอกน้ำ, ชาข่อย, ใบต่างเหรียญ, รัก, หญ้าหนวดแมว, ยี่โถ, ชงโค, ต้อยติ่ง, เอื้องหมายนา ฯลฯ ที่ไม่เพียงเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมือง แต่ยังช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศโดยรวมอีกด้วย

 

ที่ตั้ง: ถนนพระปกเกล้า แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ

 

 

สวนป่าเบญจกิติ 

สวนสาธารณะที่ตั้งใจปั้นให้เป็น ‘โมเดลป่ากลางเมือง’ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศของเมืองให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง เริ่มจากการปรับพื้นที่นับพันของอดีตโรงงานยาสูบแปลงนี้ให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียว ออกแบบให้เป็นสวนแบบวนเกษตรที่ประกอบด้วยพรรณไม้พื้นบ้านและพรรณไม้ชายน้ำ กลายเป็นพื้นที่การเรียนรู้เรื่องพรรณไม้ในระบบนิเวศ ทั้งพรรณไม้ป่าชายเลน พรรณไม้บึงน้ำจืด พรรณไม้ป่าดิบลุ่มต่ำ และพรรณไม้ป่าดิบแล้ง เพื่อสร้างระบบนิเวศเลียนแบบธรรมชาติที่สมบูรณ์ ขุดบึงน้ำ 4 บึง รองรับน้ำได้ถึง 128,000 ลูกบาศก์เมตร เก็บรักษาต้นไม้ใหญ่ที่มีอยู่เดิมไว้ 1,733 ต้น และเพิ่มพรรณไม้ที่เป็นพืชท้องถิ่นเดิมในบริเวณกรุงเทพมหานครกว่า 300 ชนิด จำนวน 7,155 ต้น  ที่สำคัญสวนขนาดใหญ่นี้จะทำหน้าที่เป็นฟองน้ำที่รับเอาน้ำที่ระบายไม่ทันและกำลังท่วมขังมากักเก็บ และช่วยบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีธรรมชาติ กลายเป็นพื้นที่หน่วงน้ำในกรณีที่มีน้ำมากเกินความจำเป็น และเป็นสาเหตุของปัญหาน้ำท่วมขังในกรุงเทพมหานคร 

 

ไฮไลต์ของที่นี่คือ สกายวอล์ก ระยะทาง 1.6 กิโลเมตรที่สามารถเดินเชื่อมไปถึงสวนลุมพินี เชื่อมต่อไปสะพานเขียว และเชื่อมไปยังพื้นที่สวนน้ำที่อยู่ส่วนหน้าของสวนเบญจกิติ รวมไปถึงโครงสร้างภายในสวนมีการออกแบบให้เป็นทางเดินลัดเลาะชมธรรมชาติ 5.8 กิโลเมตร เส้นทางวิ่ง 2.8 กิโลเมตร และเส้นทางจักรยาน 3.4 กิโลเมตร เอาเป็นว่าใครที่อยากเห็นสารพัดวิธีสร้างความสุขง่ายๆ ของคนเมือง คุณจะได้เห็นภาพเหล่านั้นในพื้นที่สีเขียวแห่งนี้  

 

ที่ตั้ง ระหว่างถนนรัชดาภิเษกและถนนดำรงค์พิทักษ์

 

 

เพื่อไม่ให้การออกไปค้นหามุมมองใหม่ของกรุงเทพฯ ทั้ง 5 โลเคชันได้มาแค่พอร์ตใหม่สำหรับช่างภาพ หรือโปรไฟล์ใหม่สำหรับคนชอบถ่ายรูป ถือโอกาสนี้ส่งภาพถ่ายเข้าร่วมประกวดในโครงการ ‘ASSETWISE PHOTO CONTEST 2022’ โครงการที่ ‘แอสเซทไวส์’ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ ภายใต้แนวคิด ‘ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ’ หรือ ‘We Build Happiness’ ร่วมกับ สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ Colorful Bangkok 2022 จัดขึ้นเพื่อให้บุคคลทั่วไป และคนที่รักการถ่ายภาพนำเสนอมุมมองแห่งความสุข และความเป็นเมืองของกรุงเทพฯ ผ่านภาพถ่ายของผู้คน เมือง วัฒนธรรม และสถานที่ท่องเที่ยว ผ่าน 2 หัวข้อ ได้แก่  

 

  • Happiness Has No Conditions: ภาพถ่ายเกี่ยวกับ ‘ผู้คนและการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์’ โดยเป็นภาพที่สะท้อนมุมมองความสุขของการใช้ชีวิตในรูปแบบต่างๆ ของผู้คน  
  • Unseen Happiness: ภาพถ่ายเกี่ยวกับ ‘Creative Bangkok Cityscape’ โดยเป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึงภูมิทัศน์ของพื้นที่กรุงเทพมหานคร ไม่จำกัดว่าเป็นมุมสูง หรือมุมบนพื้น ผ่านมุมมองที่สร้างสรรค์

 

โดยภาพที่ส่งเข้าประกวดจะต้องเป็นภาพถ่ายที่ถ่ายตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 จนถึงวันหมดเขตรับสมัคร ใช้กล้องดิจิทัลได้ทุกรูปแบบรวมถึงสมาร์ทโฟน สามารถส่งภาพเข้าประกวดได้ไม่เกิน 10 ภาพ ต่อ 1 หัวข้อ และสามารถเปลี่ยนภาพถ่ายที่ส่งประกวดได้ตลอดเวลาจนถึงวันปิดรับการส่งภาพถ่าย  

 

ผู้ชนะเลิศในแต่ละหัวข้อ จะได้รับเงินรางวัลผลงานละ 100,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ และยังมีรางวัลภาพถ่ายยอดเยี่ยมให้ในแต่ละหัวข้อ จำนวน 10 รางวัล เงินรางวัลผลงานละ 5,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร รวมมูลค่าเงินรางวัลทั้งสิ้น 300,000 บาท 

 

ประกาศผลภาพถ่ายที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย รวมถึงประกาศผลการตัดสินภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ผ่านทาง www.rpst.or.th 

 

สมัครและส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2566 http://www.rpst.or.th/assetwise-photo-contest-2022/   

 

ประกาศผลภาพถ่ายที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย รวมถึงประกาศผลการตัดสินภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ทาง www.rpst.or.th สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 09 7250 0058 หรือ [email protected] 

 

อ้างอิง: 

The post สะพายกล้องตามรอย ‘5 Best Spot in Bangkok’ โลเคชันที่ช่างภาพเขารู้กัน เราจึงอยากให้คนรักการถ่ายภาพทุกคนได้รู้จัก [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Leica เปิดตัว Leitz Phone 2 สมาร์ทโฟนตัวใหม่ที่มีแอปถ่ายภาพคล้ายกับซีรีส์ M ที่หลายคนชื่นชอบ https://thestandard.co/leica-leitz-phone-2/ Wed, 16 Nov 2022 02:31:48 +0000 https://thestandard.co/?p=709705

​Leica ผู้ผลิตกล้องและเลนส์สุดพรีเมียม เปิดตัวสมาร์ทโฟน […]

The post Leica เปิดตัว Leitz Phone 2 สมาร์ทโฟนตัวใหม่ที่มีแอปถ่ายภาพคล้ายกับซีรีส์ M ที่หลายคนชื่นชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

​Leica ผู้ผลิตกล้องและเลนส์สุดพรีเมียม เปิดตัวสมาร์ทโฟนตัวใหม่ที่มีชื่อว่า Leitz Phone 2 โดยมีจุดเด่นเป็นเลนส์ขนาดใหญ่มาพร้อมกับฝาครอบเลนส์แบบฉบับกล้อง Leica

 

เมื่อปีที่แล้ว (2021) Leica แบรนด์ผู้ผลิตกล้องและเลนส์สุดพรีเมียมสัญชาติเยอรมัน เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของบริษัทภายได้ชื่อ ‘Leica Leitz Phone 1’ ซึ่งเป็นการร่วมมือกันกับ Sharp บริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและสมาร์ทโฟนของประเทศญี่ปุ่น โดยทาง Leica ได้นำเอาโทรศัพท์รุ่น Sharp Aquos R6 มาพัฒนาและต่อยอดออกมาเป็น Leica Leitz Phone 1 ซึ่งมีจุดเด่นด้านการถ่ายภาพ เลนส์ขนาดใหญ่ และฝาครอบเลนส์ ให้อารมณ์เหมือนกับคุณกำลังพกกล้อง Leica ติดตัวไปในทุกที่

 

ทว่าในปี 2022 พวกเขากลับมาอีกครั้งกับสินค้าตัวใหม่ ‘Leica Leitz Phone 2’ ที่นำเอา Sharp Aquos R7 มาต่อยอด แต่ยังคงเน้นไปที่ฟังก์ชันถ่ายภาพเช่นเคย เพียงแต่ถอดคำว่า Leica ออก และเปลี่ยนมาใช้คำว่า Leitz แทนในทุกๆ จุด ไม่ว่าจะเป็นตัวเลนส์ ฝาครอบเลนส์ หรือที่จุดแดงซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

 

สำหรับ Leica Leitz Phone 2 ตัวเครื่องจะใช้วัสดุเป็น Gorilla Glass ทั้งหน้าและหลัง มาพร้อมระบบสแกนนิ้วใต้จอ, ในด้านมาตรฐานการกันนำ้กันฝุ่นจะอยู่ที่ IPX5-IPX8/IP6X, กล้องหลัง เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ถึง 1 นิ้ว โดยมีความละเอียดอยู่ที่ 47.2MP (f/1.9) และกล้องหน้าความละเอียด 12.6MP (f/2.3) พร้อมระบบออโต้โฟกัส และแอปพลิเคชันกล้องที่มีการจำลองลักษณะของเลนส์ 3 ชนิดคล้ายกับเลนส์ซีรีส์ M ที่หลายคนชื่นชอบ ได้แก่ Summilux 28 mm ใช้ถ่ายแนวแอ็กชัน, Summilux 35 mm ใช้ถ่ายสตรีททั่วไป และ Noctilux 50 mm ใช้ถ่ายพอร์เทรต แถมยังมีซอฟต์แวร์ที่ช่วยแต่งโทนสีของภาพ 3 โทนด้วยกัน นั่นคือ Monochrome ใช้ถ่ายขาว-ดำ, Cinema Classic ที่จำลองสีฟิล์มที่ใช้ถ่ายหนังในอดีต และ Cinema Contemporary ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกล้องถ่ายหนังในยุคปัจจุบัน

 

สำหรับใครที่กำลังสนใจในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ Leica Leitz Phone 2 มีจำหน่ายเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ราคา 225,360 เยน (ประมาณ 57,000 บาท)

 

ภาพ: leica-camera.com

อ้างอิง:

The post Leica เปิดตัว Leitz Phone 2 สมาร์ทโฟนตัวใหม่ที่มีแอปถ่ายภาพคล้ายกับซีรีส์ M ที่หลายคนชื่นชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Instax Mini 11 BTS Butter Version โพลารอยด์ตัวล่าสุดจาก Fujifilm ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเพลง Butter ของ BTS https://thestandard.co/fujifilm-instax-mini-11-bts-butter-version/ Fri, 24 Dec 2021 09:22:43 +0000 https://thestandard.co/?p=575406 Instax Mini 11 BTS Butter Version

ฟูจิฟิล์ม (Fujifilm) เอาใจสาวกบอยแบนด์เกาหลี ‘BTS’ ด้วย […]

The post Instax Mini 11 BTS Butter Version โพลารอยด์ตัวล่าสุดจาก Fujifilm ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเพลง Butter ของ BTS appeared first on THE STANDARD.

]]>
Instax Mini 11 BTS Butter Version

ฟูจิฟิล์ม (Fujifilm) เอาใจสาวกบอยแบนด์เกาหลี ‘BTS’ ด้วยการร่วมงานกับวงเคป๊อปสุดฮอตและปล่อยกล้องรุ่นใหม่ ‘Instax Mini 11 BTS Butter Version’ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากซิงเกิลยอดฮิตของ BTS ที่ติดท็อปชาร์ตบิลบอร์ดปี 2021 ‘Butter’ โดยยังคงคุณสมบัติของไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นขนาดพอเหมาะง่ายต่อการพกพา น้ำหนักเบาเพียง 293 กรัม สีสันสดใส ดูทันสมัย แต่พิเศษมากขึ้นด้วยบอดี้กล้องสีเหลืองสดประดับลวดลายดอกไม้สีพาสเทล และลูกเล่นปุ่มกดชัตเตอร์สีเหลืองรูปหัวใจและเพชร

 

ส่วนเรื่องโหมดถ่ายภาพ ตัวกล้องมาพร้อมกับขนาด 60 มม. และ 2 ฟีเจอร์เด่น Automatic Exposure ปรับการวัดค่าแสง ความเร็วชัตเตอร์ และแฟลชได้อัตโนมัติ และโหมด Selfie ถ่ายภาพตัวเองในระยะใกล้

 

และด้วยเป็นรุ่น Fujifilm x BTS แน่นอนว่าย่อมมีมากกว่าตัวกล้อง รุ่นนี้ยังมาพร้อมสายคล้องแบบสะพายไหล่ และฟิล์มลายลิมิเต็ด Mini Butter Film กรอบสีเหลือง ลาย Butter สุดไอคอนิก (1 กล่อง จำนวน 10 ใบ) ในราคาสุดพิเศษเพียง 3,890 บาท (สินค้ามีจำนวนจำกัด)

 

สำหรับคอลเล็กชันนี้เปิดขายแล้ววันนี้ที่ Wonder Photo Shop, Big Camera และ B2S ทุกสาขาทั่วประเทศไทย หรือช้อปผ่านช่องทางออนไลน์ 

The post Instax Mini 11 BTS Butter Version โพลารอยด์ตัวล่าสุดจาก Fujifilm ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเพลง Butter ของ BTS appeared first on THE STANDARD.

]]>
19 สิงหาคม – วันถ่ายภาพโลก (World Photo Day) https://thestandard.co/onthisday190863-2/ Wed, 19 Aug 2020 00:36:53 +0000 https://thestandard.co/?p=389418

การถ่ายภาพก็เหมือนการเก็บความทรงจำด้วยใจรัก ไม่ว่าจะเป็ […]

The post 19 สิงหาคม – วันถ่ายภาพโลก (World Photo Day) appeared first on THE STANDARD.

]]>

การถ่ายภาพก็เหมือนการเก็บความทรงจำด้วยใจรัก ไม่ว่าจะเป็นช่างภาพหรือคนทั่วไปก็สามารถร่วมฉลองวันนี้ได้ เพียงแค่แบ่งปันรูปและความทรงจำของคุณกับคนอีกหลายล้านคนทั่วโลก

สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ World Photo Day คลิกเข้าไปร่วมสนุกที่เว็บไซต์ worldphotoday.com กันได้เลย

The post 19 สิงหาคม – วันถ่ายภาพโลก (World Photo Day) appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kodak กำลังเจอตอ! เมื่อภารกิจคัมแบ็กใน ‘ธุรกิจเภสัชกรรม’ (อาจ) ไม่ง่ายเหมือนกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ https://thestandard.co/kodak-facing-struggle-when-pharmaceutical-business-is-not-as-easy-as-photography/ Mon, 10 Aug 2020 09:16:47 +0000 https://thestandard.co/?p=387320

ย้อนไปเมื่อ 28 กรกฎาคม 2020 หน่วยงานสหรัฐฯ อย่าง DFC หร […]

The post Kodak กำลังเจอตอ! เมื่อภารกิจคัมแบ็กใน ‘ธุรกิจเภสัชกรรม’ (อาจ) ไม่ง่ายเหมือนกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ย้อนไปเมื่อ 28 กรกฎาคม 2020 หน่วยงานสหรัฐฯ อย่าง DFC หรือ U.S. International Development Finance Corporation จรดปากกาลงนามข้อตกลงที่จะทำให้บริษัท Eastman Kodak ได้รับเงินทุน 765 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 2.4 หมื่นล้านบาท ในการผลิตส่วนผสมของยาที่สามารถช่วยต่อสู้กับโควิด-19 

 

การประกาศนี้ทำให้หุ้นของ Kodak พุ่งทะยานหลายเท่าตัว เพราะนักลงทุนตื่นเต้นกับภาพอนาคตสดใสที่ Kodak อาจจะคัมแบ็กสู่ตลาดได้อีกครั้ง 

 

แต่ดีลนี้กำลังถูกระงับ โดย DFC ทวีตข้อมูลเมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2020 โดยบอกชัดเจนว่ากำลังชะลอข้อตกลงดังกล่าวเพื่อเปิดทางให้หน่วยงานกำกับดูแลตรวจสอบกิจกรรมการซื้อขายที่ส่งให้หุ้นของ Kodak พุ่งสูงขึ้น จากข่าวการประกาศดีลในช่วงแรกแบบเต็มที่

 

DFC ทวีตชัดเจนว่า “จะไม่ดำเนินการใดๆ เพิ่มเติม” จนกว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะถูกตรวจสอบจนชัดเจน แม้จะไม่มีการเอ่ยชื่อหน่วยงาน แต่สื่ออเมริกันก็โยงข่าวนี้เข้ากับการสอบสวนของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ SEC (Securities and Exchange Commission) ซึ่งกำลังเน้นตรวจสอบวิธีที่ Kodak ใช้เปิดเผยดีลกับรัฐบาลอเมริกัน 

 

โดยรายงานของ Wall Street Journal เมื่อวันอังคารที่ 4 สิงหาคม ระบุว่า การสอบสวนอยู่ในขั้นเริ่มต้น และอาจไม่มีข้อกล่าวหาว่ากระทำผิดก็ได้

 

 

ข่าวหลุดทำหุ้นพุ่ง

เหตุที่ทำให้ Kodak ถูกสอบเข้มคือ จากที่เคยเป็นที่รู้จักในนามแบรนด์ผลิตฟิล์มกล้องถ่ายรูป แต่ข่าวดีลนี้ทำให้ Kodak ซึ่งซื้อขายหุ้นอยู่ที่ 2.62 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้นในวันที่ 27 กรกฎาคม (วันที่มีการประกาศดีล) กลับมีราคาซื้อขายแตะ 60 ดอลลาร์ภายใน 2 วัน 

 

โดยคิดเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นกว่า 530% ในช่วง 5 วันหลังการประกาศดีล จนล่าสุดหุ้นปิดที่ 14.88 ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (7 สิงหาคม) หลังจากลดลง 7.6% ในช่วงเซสชันการซื้อขาย

 

ความผิดปกติคือ Kodak ดันปล่อยข่าวให้ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นในโรเชสเตอร์ นิวยอร์ก เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม จากนั้นจึงติดต่อขอให้สื่อหลายแห่งลบข่าวทิ้ง หลังจากที่เริ่มมีการหยิบเรื่องนี้มารายงานในวงกว้าง กลายเป็นประเด็นให้ ส.ว. เอลิซาเบธ วอร์เรน จากแมสซาชูเซตส์ และอีกหลายคนร่วมตั้งคำถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลวงในที่เกี่ยวข้องกับการประกาศดีล

 

สิ่งที่โลกรู้คือ การตรวจสอบ Kodak อาจทำให้ดีลที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ล่าช้าออกไป หากไม่มีกระบวนการขัดขวางดีลข้อตกลง แต่สิ่งที่โลกไม่รู้คือ หน่วยงานสหรัฐฯ จะตรวจสอบสถานะ Kodak แบบต่อเนื่องเกี่ยวกับการขอสินเชื่อ 

 

หรือจะเลือกตัดสิทธิ์ไม่อนุมัติโดยไม่สนใจว่าผลการสอบสวนของ SEC และรัฐสภาอเมริกันจะเป็นอย่างไร ขณะเดียวกันก็ไม่แน่นอนว่าการตรวจสอบ Kodak ในช่วงก่อนหน้านี้จะพอเพียงต่อการล้างมลทินหรือไม่ เหล่านี้เป็นคำถามที่ยังไม่มีใครตอบได้

 

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลหรือเงื่อนไขการตรวจสอบ ทุกฝ่ายต่างยืนยันว่าจะดำเนินการตามขอบเขตของกฎหมาย โดยเฉพาะการตรวจสอบสถานะเครดิตในโครงการขอสินเชื่อที่กำลังดำเนินการอยู่อย่างเข้มข้น

 

 

จับผิด Kodak

แม้โฆษก Kodak และ DFC จะปฏิเสธไม่ให้ความเห็นกับความโกลาหลที่เกิดขึ้น แต่สื่ออเมริกันมองว่า การใช้ภาษาที่รุนแรงผ่านทวีตของ DFC เป็นสิ่งที่น่าสังเกต แสดงว่า Kodak มีข้อหาใหญ่ที่ต้องอธิบายให้ดี 

 

โดยเฉพาะการที่ Kodak ให้สิทธิ์ในการซื้อหุ้น (Stock Option) ในวันก่อนการประกาศ แถมยังซื้อหุ้นตัวเองในขณะที่กำลังเจรจาเงินกู้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ

 

Kodak แก้ต่างว่าทุกอย่างเป็นเรื่องปกติ การเสนอ Stock Option และการซื้อหุ้นตัวเองนั้นเป็นงานรูทีนที่ทำกันเป็นกิจวัตรมาตลอด โดย Stock Option เกี่ยวข้องกับการปันผลรายปี ซึ่งต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการภายใน และการซื้อหุ้น 46,737 หุ้นของซีอีโออย่าง ‘จิม คอนติเนนซา’ ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ล้วนเป็นหุ้นที่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นหุ้นสามัญได้จนกว่าจะลาออกจากบริษัท 

 

ทั้งหมดนี้ทำให้ Kodak แย้งว่า ซีอีโอของ Kodak ลงทุนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอใน Kodak อยู่แล้ว และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ด้านกฎระเบียบสำหรับกิจกรรมการลงทุนนับตั้งแต่ร่วมงานกับ Kodak ในตำแหน่งประธานบริหารในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 

 

เบ็ดเสร็จแล้วซีอีโอคนล่าสุดซื้อหุ้นของ Kodak ไปแล้วจำนวน 650,000 หุ้น โดยเป็นการทยอยซื้อก่อนหน้าช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า ฝ่ายบริหารของรัฐบาลสหรัฐฯ จะพิจารณาประเด็นคำถามเกี่ยวกับข้อตกลงนี้ และให้คำมั่นว่าจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

ทรัมป์ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า “ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง” กับข้อตกลงที่เกิดขึ้น เบื้องต้นเชื่อว่าแนวคิดของดีลเป็นเรื่องดี แต่ก็จะดำเนินการศึกษาให้ลึกซึ้งขึ้น เพื่อหาคำตอบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยจะแจ้งให้ทุกฝ่ายทราบโดยเร็ว ก่อนจะยืนยันอีกครั้งว่าตนเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดกับดีลที่เกิดขึ้น

 

 

ปรากฏว่า ปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาด้านพาณิชย์ของทรัมป์ทวีตว่า ดราม่าที่ Kodak เผชิญกับข้อกล่าวหาในช่วงตลอดสัปดาห์นั้นเป็นเรื่องน่าผิดหวังมาก แม้จะบอกว่า DFC ดำเนินการอย่างถูกต้องแล้ว แต่ที่ปรึกษาของรัฐบาลอเมริกันก็ย้ำว่าทำเนียบขาวต้องเพิ่มความพยายามเป็นสองเท่า เพื่อนำกระบวนการผลิตยา ‘กลับสู่บ้านเกิด’ หลังจากสหรัฐฯ ต้องพึ่งพาวัตถุดิบการผลิตยาจากต่างประเทศมานานหลายปี

 

จากธุรกิจภาพสู่สังเวียนเภสัช  

หุ้นของ Kodak นั้นฉวัดเฉวียนเหลือเกินในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา กลายเป็นช่วงเวลาทองในรอบ 140 ปีของการก่อตั้ง Eastman Kodak Company ผลงานสำคัญของ Kodak คือการทำให้การถ่ายภาพเป็นเรื่องง่ายที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ 

 

แต่เมื่อ Kodak ไม่สามารถเพิ่มทุนเพื่อพัฒนาสินค้ากลุ่มระบบถ่ายภาพดิจิทัลได้ในช่วงยุค 1970 ยักษ์ใหญ่อย่าง Kodak จึงยื่นเรื่องล้มละลายเพื่อฟื้นฟูกิจการในปี 2012

 

ตั้งแต่นั้นมา Kodak หันไปทุ่มเทคิดค้นเพื่อพัฒนาธุรกิจใหม่ให้ตัวเอง โดยเน้นหนักเรื่องการพัฒนาสินค้ากลุ่มเคมีขั้นสูง ท่ามกลางพนักงาน 1,300 คนในพื้นที่โรเชสเตอร์ ซีอีโอของ Kodak อย่างคอนติเนนซาเรียกธุรกิจเคมีภัณฑ์ของบริษัทว่าเป็น “The heart of who we are.” หรือหัวใจหลักของตัวตน Kodak ทีเดียว

 

คอนติเนนซาย้ำว่า การที่ Kodak เข้ามาอยู่ในธุรกิจเคมีภัณฑ์ถือเป็นโอกาสที่บริษัทจะขยายตัว ประเด็นนี้สอดคล้องกับที่ แอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กยืนยันว่า ภาครัฐจะเน้นฟื้นฟูบทบาทของ Kodak ในฐานะนวัตกรนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน ซึ่งจะเป็นพลังที่น่าเกรงขามของสหรัฐฯ ในอุตสาหกรรมเคมีทั่วโลก

 

 

นอกจากด้านเคมีภัณฑ์ ก้าวที่กล้าของ Kodak หลังจากตัดสินใจออกจากธุรกิจกล้องดิจิทัลในเดือนกุมภาพันธ์ 2012 ยังมีการลงนามข้อตกลงกับผู้นำในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ด้วยฐานะผู้ผลิตฟิล์มรายใหญ่เพียงรายเดียวที่เหลืออยู่ โดยภาพยนตร์เรื่อง Tenet ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของ Warner Bros. ซึ่งมีกำหนดจะออกฉายในปลายปีนี้ ก็ถ่ายทำด้วยฟิล์ม Kodak 65 มม.

 

รวมถึงปี 2018 ที่ Kodak ประกาศแผนการเปิดตัว ‘สกุลเงินดิจิทัลที่มีรูปถ่ายเป็นศูนย์กลาง’ ระบบนี้ถูกเรียกว่า KODAKCoin เป็นกระแสร้อนที่ทำให้หุ้นของ Kodak พุ่งขึ้น 125% หลังจากการประกาศ แม้ขณะนี้จะยังไม่เห็นผลงานที่ชัดเจนก็ตาม

 

สำหรับปี 2020 เจ้าพ่ออย่าง Kodak จะต้องรอดูว่าภารกิจคัมแบ็กบนธุรกิจเภสัชจะออกหัวหรือก้อย ซึ่งไม่ว่าอย่างไรงานนี้ไม่ง่ายเหมือนการกดชัตเตอร์ธรรมดาแน่นอน

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post Kodak กำลังเจอตอ! เมื่อภารกิจคัมแบ็กใน ‘ธุรกิจเภสัชกรรม’ (อาจ) ไม่ง่ายเหมือนกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bangkok Through the Glass ส่องแลนด์มาร์กกรุงเทพมหานครผ่านลูกแก้วคริสตัล https://thestandard.co/bangkok-through-the-glass/ Mon, 10 Aug 2020 01:00:30 +0000 https://thestandard.co/?p=387112

กรุงเทพมหานคร เป็นอีกหนึ่งเมืองหลวงของโลกที่มีแลนด์มาร์ […]

The post Bangkok Through the Glass ส่องแลนด์มาร์กกรุงเทพมหานครผ่านลูกแก้วคริสตัล appeared first on THE STANDARD.

]]>

กรุงเทพมหานคร เป็นอีกหนึ่งเมืองหลวงของโลกที่มีแลนด์มาร์กท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดหลายแห่ง โดยมีทั้งช่างภาพและนักท่องเที่ยวเดินทางมาเก็บภาพเพื่อบันทึกความทรงจำและนำเสนอความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่อยู่คู่มหานครที่มีอายุครบ 238 ปี เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา 

 

วันนี้ THE STANDARD ขอพาออกสำรวจอีกหนึ่งมุมมองผ่านลูกแก้วคริสตัล เพื่อนำเสนอความสวยงามของสถาปัตยกรรมและวัดสำคัญต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร 

 

**ข้อควรระวัง แนะนำให้เก็บลูกแก้วคริสตัลไว้ในที่ร่มระหว่างไม่ได้ใช้งาน รวมถึงควรระวังการใช้งานลูกแก้วตอนกลางวัน เนื่องจากเมื่อแดดส่องผ่านลูกแก้วจะทำให้เกิดลำแสงที่มีความร้อน และอาจลวกผิว ใบหน้า หรือจุดเปลวเพลิงขึ้นมาได้**

 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post Bangkok Through the Glass ส่องแลนด์มาร์กกรุงเทพมหานครผ่านลูกแก้วคริสตัล appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP Mini Online Exhibition: สหรัฐอเมริกา (USA) โดย Patcha Kitchaicharoen https://thestandard.co/pop-mini-online-exhibition-usa/ Sun, 31 May 2020 08:39:29 +0000 https://thestandard.co/?p=368401

เรารู้จัก แพรว-พัดชา กิจชัยเจริญ ในฐานะช่างภาพถ่ายอาหาร […]

The post POP Mini Online Exhibition: สหรัฐอเมริกา (USA) โดย Patcha Kitchaicharoen appeared first on THE STANDARD.

]]>

เรารู้จัก แพรว-พัดชา กิจชัยเจริญ ในฐานะช่างภาพถ่ายอาหารที่แฝงอารมณ์ขันและความสนุก มากกว่าบทบาทจากการเป็นนักแสดงในภาพยนตร์เรื่อง ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ หลังจากที่เอ่ยปากชวนเข้าร่วมแสดงภาพในนิทรรศการ Take Me Anywhere ของ THE STANDARD POP เธอตัดสินใจอย่างไม่ลังเลที่จะแชร์ภาพจากคอลเล็กชัน 214(b) ให้เราได้ชม

 

หลังเรียนจบที่นิวยอร์ก แพรวชวนเพื่อน 2-3 คนขับรถเที่ยวทั่วอเมริกา เพราะเธออยากเห็น อยากรู้จักสหรัฐอเมริกาจริงๆ แบบไร้การปรุงแต่ง การเดินทางครั้งนี้เองที่ทำให้เธอค้นพบตัวตนผ่านภาพถ่าย และนำไปสู่วิธีการสร้างสรรค์ภาพในแบบฉบับของเธอเอง ซึ่งภาพในคอลเล็กชันนี้เธอบอกว่า ‘ยังไม่จบ’ เพราะวางแผนจะกลับไปอเมริกาอีกครั้ง

 

หากคุณคิดว่า 214(b) จะเป็นภาพวิวทิวทัศน์ที่โชว์ความอลังการของภูมิประเทศ หรือสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตสหรัฐอเมริกา เปล่าเลย ความน่าสนใจของภาพชุดนี้คือสหรัฐอเมริกาในแบบของแพรว พัดชา ที่เก็บได้จากบริบทรอบกายระหว่างที่เธอเดินทาง

 

 

 

“เราออกเดินทาง เพราะอยากเห็นอเมริกาที่เราเคยได้ยิน หรือเห็นภาพผ่านสื่อต่างๆ มาตลอด” 

 

 

“ทริปนี้ทำให้เราหลงเสน่ห์การเดินทางแบบไม่มีจุดหมาย ไม่มีสถานที่ท่องเที่ยว ได้เห็นวิถีวัฒนธรรมคนอเมริกันอย่างแท้จริง รู้สึกหลงใหล ตื่นเต้น ประหลาดใจในของบางอย่าง หรือสถานที่บางที่มันไม่ได้โชว์อยู่ในโฆษณาการท่องเที่ยว”

 

ติดตามผลงานของ แพรว-พัดชา กิจชัยเจริญ ได้ที่ 

IG: @patchaworkspace

 

The post POP Mini Online Exhibition: สหรัฐอเมริกา (USA) โดย Patcha Kitchaicharoen appeared first on THE STANDARD.

]]>
เบื้องหลังภาพประวัติศาสตร์ของวงการกีฬาในไฟต์ มูฮัมหมัด อาลี ชนะน็อก ซอนนี ลิสตัน มีอายุครบ 55 ปี https://thestandard.co/most-iconic-sport-photos-muhammad-ali/ Tue, 26 May 2020 09:23:21 +0000 https://thestandard.co/?p=366942

หากคุณลองค้นหาภาพผ่าน Google Photo พร้อมกับประโยค Most […]

The post เบื้องหลังภาพประวัติศาสตร์ของวงการกีฬาในไฟต์ มูฮัมหมัด อาลี ชนะน็อก ซอนนี ลิสตัน มีอายุครบ 55 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

หากคุณลองค้นหาภาพผ่าน Google Photo พร้อมกับประโยค Most Iconic Sport Photos หรือภาพที่โดดเด่นที่สุดในวงการกีฬา ภาพแรกที่จะขึ้นคือ ภาพของ มูฮัมหมัด อาลี ยืนท้าทาย ซอนนี ลิสตัน คู่ชกของเขา ให้ลุกขึ้นมาสู้ว่า “Get up and fight, sucker” หรือที่แปลว่า “ลุกขึ้นมาสู้สิ ไอ้งั่ง” 

 

 

 
 
 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

55 years ago today, @muhammadali knocks out Sonny Liston in the first round for the World Heavyweight Title at St. Dominic’s Arena in Lewiston, Maine 🐐 📷: Neil Leifer / Sports Illustrated @sifullframe

A post shared by Sports Illustrated (@sportsillustrated) on

 

 

ภาพดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 1965 ท่ามกลางแฟนหมัดมวย 2,434 คน เมื่อ มูฮัมหมัด อาลี สามารถป้องกันแชมป์โลกรุ่นเฮฟวีเวท ด้วยการเอาชนะ ซอนนี ลิสตัน บทเวที St. Dominic Arena 

 

เหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยภาพถ่าย ซึ่งกลายเป็นภาพที่ได้รับความนิยมและโดดเด่นมากที่สุดภาพหนึ่งในประวัติศาสตร์ของวงการกีฬา

 

โดยหนังสือ Photography: The Definitive Visual History ประวัติศาสตร์ของภาพถ่ายโดย ทอม อัง เมื่อปี 2014 ได้เขียนคำอธิบายภาพนี้ไว้ว่า 

 

“เมื่อเขาถ่ายภาพประวัติศาสตร์ของศึกชิงแชมป์โลกรุ่นเฮฟวีเวทนี้ไว้ นีล ไลเฟอร์ ช่างภาพชาวอเมริกันที่มีอายุเพียง 22 ปี และเป็นหนึ่งในสองช่างภาพในงานนั้นที่กล้องของเขาใส่ฟิล์มสีไว้ เขาได้บันทึกภาพช่วงนาทีที่ 2 ในยกแรก เมื่อลิสตันล้มลงกับพื้น และอาลียืนอยู่เหนือตัวเขา พร้อมกับตะโกนว่า “ลุกขึ้นมาสู้สิ ไอ้งั่ง” แม้ว่าลิสตันจะลุกขึ้นมาได้ แต่สุดท้ายก็ถูกน็อกลงไปนับใหม่อีกครั้งเพียงไม่กี่วินาทีต่อมา”

 

ใครคือ นีล ไลเฟอร์ 

นีล ไลเฟอร์ เป็นช่างภาพข่าวอาชีพที่มีประสบการณ์ถ่ายภาพกว่า 50 ปี ผ่านกีฬาโอลิมปิก 16 ครั้ง ฟุตบอลโลก 4 ครั้ง และซูเปอร์โบวล์ 12 ครั้งแรก 

 

เริ่มตั้งแต่ปี 1960 ภาพถ่ายของเขาถูกนำเสนอผ่านนิตยสารชื่อดังทั้ง Life, Time, Sport Illustrated และสำนักพิมพ์ต่างๆ 

 

ภาพของเขาปรากฏขึ้นบนปกของ Sports Illustrated, Time และ People มากกว่า 200 ครั้ง และในช่วงเวลาหนึ่ง เขาได้เป็นช่างภาพที่ได้รับตีพิมพ์ภาพมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Time Inc.  

 

การถ่ายภาพที่เขาชื่นชอบมากที่สุดชนิดหนึ่งคือ การถ่ายภาพการแข่งขันมวยสากล ซึ่งเขามี มูฮัมหมัด อาลี เป็นตัวละครที่เขาชื่นชอบมากที่สุด จากการถ่ายภาพอาลีกว่า 60 เหตุการณ์ ทั้งจากการขึ้นชกไฟต์สำคัญถึงการถ่ายแบบอีกมากกว่า 30 ครั้งในสตูดิโอ 

 

ประสบการณ์กับตัวตนแบบ มูฮัมหมัด อาลี ที่ส่งนีลให้เป็นตำนานวงการภาพถ่าย 

 

 

นีลมีโอกาสได้สอนโรงเรียนถ่ายภาพหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งจากประสบการณ์และ เส้นทางอาชีพที่ประสบความสำเร็จของเขาที่ผ่านมา เขายอมรับว่า ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นจาก มูฮัมหมัด อาลี 

 

“หลายคำถามที่นักเรียนช่างภาพมักจะถามผมว่า ทำอย่างไรเส้นทางอาชีพนี้ถึงจะประสบความสำเร็จเหมือนผมบ้าง ซึ่งเป็นคำถามที่ทำให้ผมตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องรู้คำตอบ” นีลให้สัมภาษณ์ผ่านทาง Photo Brigade Podcast เมื่อปี 2015 

 

“ผมก็มักจะตอบว่า ในการใช้ชีวิตไม่มีสิ่งใดที่สามารถการันตีได้ แต่ผมจะการันตีกับคุณอย่างเดียวด้วยตัวผมเองเลยคือ คุณจะมีเส้นทางอาชีพที่ดีเทียบเท่ากับผม และสนุกเท่ากันคือ การที่คุณสามารถหาตัวละครหรือแบบที่เหมือนกับ มูฮัมหมัด อาลี และติดตามเขาไปอีก 35-40 ปี คุณจะมีเส้นทางอาชีพที่ยิ่งใหญ่ 

 

“อาลีคือของขวัญจากพระเจ้าสำหรับช่างภาพ และผมก็เป็นแค่คนที่โชคดีที่ได้บันทึกภาพของเขา Sports Illustrated ก็ส่งผมไปบันทึกภาพเขาทุกไฟต์ และผมยังได้รับโอกาสถ่ายภาพชุดอีก 35-40 ครั้ง ไม่ว่าจะสำหรับภาพปกนิตยสารหรือเพื่ออะไรก็ตาม” 

 

ฝีมือไม่ใช่คำตอบเดียวสำหรับการเป็นช่างภาพกีฬาที่ดี 

 

 

“ผมไม่เคยเจอช่างภาพที่ดีที่เป็นคนถ่อมตัว ช่างภาพถ่อมตัวมักเป็นช่างภาพที่ไม่ค่อยเก่งนัก เพราะช่างภาพส่วนใหญ่มีอีโก้พอสมควร 

 

“แต่สำหรับคำว่าโชคช่วยในวงการภาพถ่ายกีฬาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก คุณไม่สามารถมองข้ามเรื่องนี้ได้เลย คุณต้องอยู่ในที่นั่งที่ถูกที่ คุณต้องอยู่ฝั่งที่ถูกต้องของสนาม หัวหน้าช่างภาพต้องส่งช่างภาพไปนั่งข้างสนามฝั่งเจ้าบ้าน และอีกคนไปนั่งฝั่งทีมเยือน เพราะเมื่อเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในซูเปอร์โบวล์เกิดขึ้น ช่างภาพที่อยู่ผิดฝั่งของสนามไม่ได้ทำอะไรผิดเลย เขาก็แค่ไม่ได้ภาพที่ดีที่สุด 

 

“ตัวอย่างที่ดีที่สุดคือ ภาพของอาลีกับลิสตัน เพราะระหว่างขาของอาลีคือ เฮอร์บี ชาร์ฟฟ์แมน เขาคือช่างภาพอีกคนของ Sport Illustrated เขาใช้ระบบเดียวกับผมหมด ตอนนั้นผมเองก็ใช้ Rollexflex แล้ว 

 

 

 

“ประเด็นหลักคือผมไม่ได้เลือกที่นั่งตรงนี้ เพราะผมรู้ว่าลิสตันจะล้มลงตรงนี้ เฮอร์บี้ ชาฟแมน เป็นช่างภาพระดับตำนานของวงการมวย เขาเป็นคนถ่ายภาพ ร็อกกี้ มาร์เซียโน แต่อย่างที่บอก ไม่ว่าเขาจะเก่งแค่ไหนในสถานการณ์นี้ เขาก็ได้แต่ภาพอาลี จากด้านหลัง 

 

“แต่สิ่งที่แบ่งช่างภาพกีฬาทั่วไปออกจากช่างภาพกีฬาชั้นนำคือ เมื่อคุณมีโอกาสที่เกิดขึ้นจากโชคช่วยแล้ว คุณไม่ควรพลาดโอกาสนั้น นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะโชคมีส่วนสำคัญมากในการเป็นช่างภาพกีฬา ซึ่งอาจจะมากกว่าในวงการภาพถ่ายอื่นๆ ด้วยซ้ำ” 

 

ภาพโปรดที่สุดของเขาตลอดกาลคือ ภาพจากด้านบนเวที Astrodome 

 

มูฮัมหมัด อาลี น็อกเอาต์ คลีฟแลนด์ วิลเลียมส์ เมื่อปี 1966  

 

นีลยอมรับว่า ภาพถ่ายที่เขาชื่นชอบที่สุดตลอดกาลภาพหนึ่งคือ ภาพที่ มูฮัมหมัด อาลี เอาชนะน็อก คลีฟแลนด์ วิลเลียมส์ เมื่อปี 1966 เนื่องจากภาพดังกล่าวเป็นการบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเวทีได้อย่างครบทุกองค์ประกอบ 

 

ซึ่งเขาเชื่อว่า ภาพแบบนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก เนื่องจากป้ายโฆษณาต่างๆ ที่เข้ามาทำให้บรรยากาศของเวทีมวย รวมถึงสนามกีฬาต่างๆ ได้เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล 

 

นอกจากนี้เขายังได้เล่าถึงขั้นตอนการถ่ายภาพผ่านพอดแคสต์ ซึ่งเขายอมรับหากวันนั้นเขาตัดสินใจถ่ายภาพผ่านรีโมตไร้สาย ภาพประวัติศาสตร์นี้มีโอกาสที่จะไม่เกิดขึ้นถึง 50% 

 

“ตอนที่ผมถ่ายภาพนี้ที่ Houston Astrodome มันจะง่ายกว่ามาก ถ้าผมไม่เดินสายต่อตรงไปที่กล้องเอง แต่ตำรวจที่ลานจอดรถของ Astrodome ได้เตือนผมว่า วอล์กกี้ทอล์กี้ ก็มีโอกาสที่จะสั่งให้กล้องถ่ายภาพตั้งแต่สองวันแรกที่คุณตั้งกล้องไว้ข้างบนเวที

 

“เพราะนี่เป็นกล้อง Hasselblad คุณก็มีโอกาส 50% ที่คุณจะล้างฟิล์มและพบว่า ภาพได้ถ่ายไปแล้วตั้งแต่วันที่ติดตั้งกล้อง 2 วัน ก่อนที่ไฟต์จะเริ่มต้นขึ้น ดังนั้น การเดินสายคือหนทางเดียวที่จะการันตีภาพได้” 

 

การบันทึกภาพประวัติศาสตร์

 

 

วันที่ 25 พฤษภาคม 1965 วันนั้นเอง นีล ไลเฟอร์ ในวัย 22 ปี ได้รับมอบหมายหน้าที่เก็บภาพการแข่งขันจากทาง Sport Illustrated ด้วยกล้องคู่ใจเป็น Rolleiflexes และกล้องถ่ายภาพแบบรีโมตจากด้านบนอีก 2 ตัว โดยทุกอย่างเชื่อมโยงผ่านสายเคเบิลที่ต่อกับระบบแสงไฟเหนือเวที เพื่อให้ได้ภาพตามที่เขาวางแผนไว้ 

 

“ผมจะไม่มีวันมีค่ำคืนแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว ซึ่งผมก็ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนั้นอีก เพราะไฟต์นั้นใช้เวลาเพียงแค่ 2.08 นาที และผมได้ภาพที่ยอดเยี่ยมมา 3 ภาพ” นีลได้เล่าถึงประการณ์ดังกล่าวกับ Sports Illustrated 

 

“ในช่วงเวลา 2.08 นาทีนั้น ผมได้ภาพจากด้านบนผ่านเลนส์ Fish Eye ผมได้ภาพอาลียืนเหนือลิสตัน และผมได้ภาพที่สามเป็นภาพที่มีเอกลักษณ์มากของสนามทั้งหมด ช่วงเวลาก่อนน็อกเอาต์ เพื่อให้คุณได้เห็นบรรยากาศของศึกชิงแชมป์โลกรุ่นเฮฟวีเวท 

 

“ในการเตรียมพร้อม คุณไม่ได้มาสนามแข่งเวลา 20.00 น. สำหรับไฟต์ตอน 22.00 น. แต่คุณต้องมาก่อนหลายวัน 

 

“ผมติดกล้องพร้อมกับเลนส์ Fish Eye เหนือเวทีมวย ซึ่งเป็นกล้องเลนส์เดียวจากความสูงดังกล่าวที่สามารถเห็นทั้งเวที ผมติดกล้องไว้ด้านบนนั้น และผมเชื่อมระบบกับไฟแฟลชทั้งหมด เมื่อลิสตันล้มลง ผมจึงได้ภาพที่ดีที่สุดภาพหนึ่งที่ผมเคยได้” 

 

สุดท้าย เขาสามารถบันทึกภาพที่กลายเป็นตำนานออกมาหลายใบ โดยเฉพาะภาพที่ มูฮัมหมัด อาลี ยืนอยู่เหนือ ซอนนี ลิสตัน ที่เป็นภาพสะท้อนของแพสชันและคำสัญญาของฮีโร่วัยเยาว์ที่กำลังก้าวขึ้นมา และภาพนั้นก็ได้กลายเป็นภาพที่ดีที่สุดของนักมวยที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล 

อ้างอิง: 

 


ห้ามพลาด! ฟอรัมที่เจาะลึก New Normal ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย จากวิทยากรระดับประเทศ 40 คน ซื้อบัตรงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM ได้ที่ https://www.eventpop.me/e/8705-economic-forum 

 

The post เบื้องหลังภาพประวัติศาสตร์ของวงการกีฬาในไฟต์ มูฮัมหมัด อาลี ชนะน็อก ซอนนี ลิสตัน มีอายุครบ 55 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Leica, Olympus และ Nikon เปิดคอร์สเรียนถ่ายภาพทางออนไลน์แบบฟรีๆ https://thestandard.co/leica-olympus-nikon-open-free-photography-course/ Sun, 12 Apr 2020 08:20:10 +0000 https://thestandard.co/?p=353161

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ออกไปถ่ายภาพตามสถานที่ต่างๆ แต่ตอนนี้ถ […]

The post Leica, Olympus และ Nikon เปิดคอร์สเรียนถ่ายภาพทางออนไลน์แบบฟรีๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ออกไปถ่ายภาพตามสถานที่ต่างๆ แต่ตอนนี้ถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ลับคมมีดทักษะการถ่ายภาพ เมื่อล่าสุดแบรนด์ผู้ผลิตกล้องชื่อดังอย่าง Leica, Olympus และ Nikon ได้ออกมาเปิดคอร์สสอนถ่ายภาพทางออนไลน์กันแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย ให้เราได้ฝึกฝนและเปิดโลกทัศน์ในช่วงเวลาที่กักตัวอยู่บ้าน

 

เริ่มต้นที่ Leica บริษัทผลิตกล้องจากเยอรมนี ได้ปล่อยแคมเปญ #StayHomeWithLeica ที่รณรงค์ให้ช่างภาพทั่วโลกอยู่บ้านและเว้นระยะห่างทางสังคมในช่วงวิกฤตโควิด-19 ในแคมเปญนี้ทางแบรนด์จะปล่อยทั้งคอร์สสอนถ่ายภาพทางออนไลน์จาก Leica Akademie, Instagram Live สัมภาษณ์ช่างภาพชื่อดังทั่วโลกและการพูดคุยกับบุคคลในแวดวงครีเอทีฟ ไม่ว่าจะเป็นช่างภาพ นักดนตรี นักแสดง ส่วนหัวข้อที่น่าสนใจก็จะเริ่มด้วย Home Renewal: Jennifer McClure & Juan Cristóbal Cobo ที่จะชวนช่างภาพสองคนมาพูดคุยถึงการถ่ายภาพในพื้นที่จำกัดขณะกักตัวอยู่บ้าน

 

ส่วน Olympus ได้ปล่อยวิดีโอสอนถ่ายภาพโดยใช้เทคนิคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายถาพในโหมดมาโคร, พอร์เทรต, ใต้น้ำ และโหมดกลางคืนจากตากล้องของแบรนด์ เช่นเดียวกับ Webinar, Podcast และ Blog ที่จะดำเนินเป็นภาษาเยอรมันจากช่างภาพมากมายผ่านการพูดคุยและแชร์ประสบการณ์การถ่ายภาพทั้งแบบฟรีและเสียเงิน 

 

แต่ถ้าใครอยากฟังเป็นภาษาอังกฤษ สามารถไปที่ฝั่งของ Nikon ที่จะมีคอร์สออนไลน์ความยาว 15-60 นาทีให้เราได้เรียนกันแบบฟรีๆ ตลอดเดือนเมษายนนี้ คุณจะได้พบกับคอร์สการถ่ายภาพแลนด์สเคป, การทำวิดีโอคอนเทนต์, การถ่ายภาพคนกับสัตว์ และอีกมากมาย

 

ผู้ที่สนใจสามารถไปยังเว็บไซต์ของแต่ละแบรนด์ได้ที่ 

 

Leica

https://us.leica-camera.com/World-of-Leica/Leica-Events/About-Leica-Events/Local/North-America/2020/StayHomeWithLeica

 

Olympus

https://my.olympus-consumer.com/home-with-olympus-de/

 

Nikon

https://www.nikonevents.com/us/live/nikon-school-online/

 

ภาพ: Christian Vierig / Getty Images

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

The post Leica, Olympus และ Nikon เปิดคอร์สเรียนถ่ายภาพทางออนไลน์แบบฟรีๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 วิธีที่จะทำให้คุณดูดีทุกองศาเมื่อต้องถ่ายภาพอวดคนในโซเชียล ให้คนได้พูดว่า Camera Loves you! https://thestandard.co/awesome-photography-tips/ https://thestandard.co/awesome-photography-tips/#respond Fri, 14 Sep 2018 06:26:26 +0000 https://thestandard.co/?p=121168

บ่อยครั้งที่เปิดไปเจอรูปคนอื่นในโซเชียลแล้วอดสงสัยไม่ได […]

The post 5 วิธีที่จะทำให้คุณดูดีทุกองศาเมื่อต้องถ่ายภาพอวดคนในโซเชียล ให้คนได้พูดว่า Camera Loves you! appeared first on THE STANDARD.

]]>

บ่อยครั้งที่เปิดไปเจอรูปคนอื่นในโซเชียลแล้วอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมใครๆ ก็ถ่ายรูปออกมาดูดีและยังคงเป็นธรรมชาติ ทั้งที่จริงๆ แล้วคนเหล่านั้นอาจจะเคยผิดพลาดมานักต่อนักกว่าจะได้รูปดีๆ มาสัก 1 รูป พูดไปเหมือนจะอิจฉา แต่เปล่าเลย เราพยายามตั้งข้อสังเกตเพื่อที่จะได้ค้นพบมุมที่สวยที่สุด รวมไปถึงเทคนิคที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุดบ้างต่างหาก

 

เพราะฉะนั้นเราจึงต้องหามุมที่ใช่กับท่าที่ชอบก่อน แล้วคุณจะมีแองเกิลประจำของคุณเอง แต่ถ้านี่คือครั้งแรกในการตัดสินใจจะลอง เราขอแนะนำเคล็ดลับต่อไปนี้ แล้วคุณจะได้รู้ว่าภาพที่สมบูรณ์แบบเป็นเพียงเรื่องง่ายๆ จากการฝึกฝนเท่านั้นเอง

 

 

ถ่ายภาพเข้ากลางลำตัว

เรื่องจริงคือการใช้มุมเสยในการถ่ายภาพแล้วขาจะยาวขึ้น แต่มุมเสยขนาดนั้นมันดูไม่ธรรมชาติ อีกอย่างถ้ามีช่วงล่างใหญ่ หากถ่ายมุมเสยจะมีแต่ตายกับตาย ลองเปลี่ยนมาเป็นการตั้งกล้องถ่ายภาพให้อยู่ตรงหน้าอกของผู้ถ่าย จากนั้นปรับมุมให้ดูเสยขึ้นเล็กน้อย คุณจะได้ช่วงขาที่ยาวขึ้นมาอีกนิดโดยไม่ดูหลอกหรือดูออกอย่างชัดเจนว่าเป็นมุมเสย ลองเริ่มต้นจากสิ่งนี้ รับรองว่าภาพของคุณจะออกมาไม่โป๊ะและดูเป็นธรรมชาติ

 

 

เอามือจับเอวไว้

เท้าเอวสักหน่อย มันช่วยให้แขนคุณไม่เบียดไปกับลำตัวแล้วดูบึ้ก อีกอย่างการวางมือไว้ช่วงเอวค่อนไปทางเหนือสะโพกจะช่วยสร้างจุดนำสายตาให้ดูว่าคุณมีเอวนะ และหากลองเลื่อนมือสูงกว่าเอวขึ้นมาอีกสักนิด มันช่วยทำให้ลำตัวช่วงบนของคุณดูสั้นขึ้น นั่นแปลว่าขาของคุณก็จะดูยาวขึ้นด้วย จากนั้นลองพอยต์ปลายเท้าเพื่อยกสะโพกขึ้นอีกหน่อยก็จะช่วยให้คุณดูดี มีส่วนเว้าส่วนโค้งขึ้น ไม่เชื่อก็ลองดู

 

 

อกผายไหล่ผึ่ง

หลายคนที่ชอบห่อไหล่ทำให้ดูไม่มั่นใจ แถมยังทำให้ตัวตันอีกด้วย เพราะฉะนั้นเวลาถ่ายรูป แนะนำให้จินตนาการว่ามีกระจกอยู่ตรงหน้าตัวเองแล้วลองนึกท่าว่าคุณจะเป็นอย่างไรในกระจก เปิดไหล่ออกให้ดูกว้างขึ้น ยกตัวขึ้นให้ตรงดูสง่า (แต่อย่าลืมหายใจออกนะ ไม่อย่างนั้นจะดูเกร็ง) อ้อ ทริกสำคัญอีกอย่างคือการขมิบหรือเกร็งก้นจะช่วยทำให้ตัวของคุณตั้งตรงได้เองแบบอัตโนมัติ

 

 

เบี่ยงสักหน่อย

ต่อมาคือการเบี่ยงตัว เรารู้ว่าหลายคนอาจจะมีปัญหาไหล่กว้างหรือไหล่ใหญ่เกินไป วิธีแก้ง่ายๆ คือเพียงแค่คุณเบี่ยงตัวเล็กน้อย จากนั้นผลักไหล่ด้านใดด้านหนึ่งของคุณไปด้านหลัง เท่านี้ตัวของคุณจะบางขึ้น อีกอย่างคืออย่าลืมกดไหล่ลง คิดไว้เสมอว่าให้ไหล่อยู่ไกลจากคางให้มากที่สุด เทคนิคนี้จะช่วยให้คุณดูคอยาวขึ้นอีกด้วย

 

 

งอเข่าเล็กน้อย

หลายคนอาจจะงงกับเทคนิคนี้ แต่มันเกิดขึ้นจริงกับผู้เขียนตอนถ่ายงานกับนางแบบ หลายครั้งเวลาทำงาน นางแบบชอบยืนตรงโดยเราไม่ทันได้สังเกตว่าขากำลังแอ่นไปด้านหลัง ซึ่งนั่นทำให้พวกเธอตัวดูเตี้ยลงไปอย่างน่าสงสัย

 

ลองยืดตัวให้ตรง งอเข่าไปด้านหน้าเล็กน้อย กางขาออกจากกัน แต่อย่าลืมหันปลายเท้าตรงไปด้านหน้า วิธีนี้จะช่วยหลอกให้แนวขาคุณยาวขึ้นด้วย

 

ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกอย่างขึ้นอยู่กับการฝึกหามุมที่ดีที่สุดของตัวเอง ลองบิดมุมที่ดูลงตัว หาเอาไว้สักท่าสองท่า ลองมองตัวเองขณะเอียงคอไปมาว่าหน้ามุมไหนสวยที่สุดแล้วจดจำมันไว้

 

สำคัญที่สุด! จงลบภาพเดิมๆ ว่าผู้หญิงที่สวยต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ เชื่อเถอะว่ามั่นใจไว้ เพราะผู้หญิงทุกคนสวยในแบบของตัวเอง อีกอย่างเทคนิคนี้ผู้ชายก็สามารถนำไปใช้ได้ แค่ไม่ต้องยกสะโพกเท่านั้นเอง

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post 5 วิธีที่จะทำให้คุณดูดีทุกองศาเมื่อต้องถ่ายภาพอวดคนในโซเชียล ให้คนได้พูดว่า Camera Loves you! appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/awesome-photography-tips/feed/ 0