การติดสินบนเจ้าพนักงาน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/การติดสินบนเจ้าพนักงาน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 25 Dec 2024 03:58:46 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ชมคลิป: ทนายตบทรัพย์-ตำรวจรับสินบน-วิ่งเต้นอัยการ สู่สองมาตรฐานระบบยุติธรรมไทย | THE STANDARD NOW (HL) https://thestandard.co/thestandardnow241267-2/ Wed, 25 Dec 2024 03:58:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1023565 thestandardnow241267

ทนายตบทรัพย์-ตำรวจรับสินบน-วิ่งเต้นอัยการ สู่สองมาตรฐาน […]

The post ชมคลิป: ทนายตบทรัพย์-ตำรวจรับสินบน-วิ่งเต้นอัยการ สู่สองมาตรฐานระบบยุติธรรมไทย | THE STANDARD NOW (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>
thestandardnow241267

ทนายตบทรัพย์-ตำรวจรับสินบน-วิ่งเต้นอัยการ สู่สองมาตรฐานระบบยุติธรรมไทย

 

พูดคุยกับแขกรับเชิญ 3 ท่าน

  • ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการอาวุโส สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด
  • รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล รองอธิการบดี และประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต
  • ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล รองประธานคณะกรรมการฝ่ายเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย สภาทนายความ

The post ชมคลิป: ทนายตบทรัพย์-ตำรวจรับสินบน-วิ่งเต้นอัยการ สู่สองมาตรฐานระบบยุติธรรมไทย | THE STANDARD NOW (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เงินสด-เที่ยว-อาบอบนวด’ สินบนสารพัดรูปแบบ! บริษัทอเมริกันยอมจ่าย 344 ล้านบาท ยุติคดีสินบนเจ้าหน้าที่ไทย เผยว่ากองทัพอากาศและกรมทางหลวงมีเอี่ยว https://thestandard.co/deere-pay-993-mln-settle-us-sec-bribery-probe/ Thu, 12 Sep 2024 14:09:50 +0000 https://thestandard.co/?p=982953

Deere & Company บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอุปกรณ์การเกษตรแ […]

The post ‘เงินสด-เที่ยว-อาบอบนวด’ สินบนสารพัดรูปแบบ! บริษัทอเมริกันยอมจ่าย 344 ล้านบาท ยุติคดีสินบนเจ้าหน้าที่ไทย เผยว่ากองทัพอากาศและกรมทางหลวงมีเอี่ยว appeared first on THE STANDARD.

]]>

Deere & Company บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอุปกรณ์การเกษตรและเครื่องจักรหนัก ตกลงจ่ายเงิน 9.93 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 344 ล้านบาท) เพื่อยุติข้อกล่าวหาจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา (SEC) ว่า บริษัทในเครือ Wirtgen Thailand ของตนได้ให้สินบนและของกำนัลที่ไม่เหมาะสมแก่เจ้าหน้าที่รัฐของไทย เพื่อให้ได้มาซึ่งสัญญาทางธุรกิจ

 

Reuters รายงานว่า ข้อตกลงนี้ยุติข้อกล่าวหาที่ว่า ผู้จัดการและพนักงานระดับสูงของ Wirtgen Thailand ได้ให้สินบนเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานต่างๆ รวมถึงกองทัพอากาศไทยและกรมทางหลวง ซึ่งขัดกับจรรยาบรรณของบริษัทที่ห้ามการให้ ‘สิ่งใดก็ตาม’ เพื่อโน้มน้าวเจ้าหน้าที่รัฐอย่างไม่เหมาะสม

 

การจ่ายเงินสินบนเกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2017-2020 โดยมีรูปแบบหลากหลาย เช่น เงินสด มื้ออาหาร ค่าที่ปรึกษาปลอม การเดินทางท่องเที่ยวที่แฝงว่าเป็น ‘การเยี่ยมชมโรงงาน’ ในสวิตเซอร์แลนด์และประเทศอื่นๆ ในยุโรป และแม้กระทั่ง ‘ความบันเทิง’ ในอาบอบนวด

 

SEC ระบุว่า การกระทำของ Deere ละเมิดกฎหมาย Foreign Corrupt Practices Act (FCPA) ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นกฎหมายต่อต้านการให้สินบนในต่างประเทศ

 

Deere ต้องจ่ายเงินรวม 9.93 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงค่าปรับทางแพ่ง 4.5 ล้านดอลลาร์ การคืนผลประโยชน์ที่ไม่เหมาะสม 4.34 ล้านดอลลาร์ และดอกเบี้ย 1.09 ล้านดอลลาร์

 

Deere ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า ข้อกล่าวหาเหล่านี้เป็นการละเมิดนโยบายของบริษัทและมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างชัดเจน และขัดแย้งโดยตรงกับค่านิยมหลักของบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งความมุ่งมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต

 

โดยได้ลงโทษพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการประพฤติมิชอบ และปรับปรุงขั้นตอนการปฏิบัติตามกฎระเบียบและการฝึกอบรมต่อต้านการให้สินบน

 

ภาพ: ozerkizildag / Shutterstock

อ้างอิง:

The post ‘เงินสด-เที่ยว-อาบอบนวด’ สินบนสารพัดรูปแบบ! บริษัทอเมริกันยอมจ่าย 344 ล้านบาท ยุติคดีสินบนเจ้าหน้าที่ไทย เผยว่ากองทัพอากาศและกรมทางหลวงมีเอี่ยว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธัญวัจน์มองปมสื่อต่างชาติตีแผ่การค้าบริการเด็กในประเทศไทยรอดได้ด้วยการติดสินบน สะท้อนช่องโหว่กฎหมายในปัจจุบัน https://thestandard.co/tunyawaj-abroad-media-thailand-child-prostitution/ Sun, 03 Dec 2023 05:13:36 +0000 https://thestandard.co/?p=872851 ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์

จากกรณีที่มีสื่อจากประเทศเยอรมนีตีแผ่การค้าบริการทางเพศ […]

The post ธัญวัจน์มองปมสื่อต่างชาติตีแผ่การค้าบริการเด็กในประเทศไทยรอดได้ด้วยการติดสินบน สะท้อนช่องโหว่กฎหมายในปัจจุบัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์

จากกรณีที่มีสื่อจากประเทศเยอรมนีตีแผ่การค้าบริการทางเพศเด็กในไทย และมีนักท่องเที่ยวที่ถูกจับในคดีซื้อประเวณีเด็กรายหนึ่ง โดยเปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวรอดจากการดำเนินคดีด้วยการติดสินบน เปิดหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอที่พิสูจน์ว่าจ่ายสินบน 30,000 ยูโร (ราว 1.1 ล้านบาท) รวมถึงเงินประกันตัวและค่าทนาย 20,000 ยูโร (ราว 7.6 แสนบาท) เพื่อเดินทางออกจากประเทศไทย 

 

แม้จะถูกตั้งข้อหาล่วงละเมิดทางเพศและทารุณเด็ก แต่ไม่เป็นที่เปิดเผยว่าชายชาวเยอรมันรายนี้จ่ายสินบนให้กับหน่วยงานใด คลิปวิดีโอดังกล่าวบนยูทูบมียอดวิวกว่า 1.2 ล้านครั้ง ถูกปิดกั้นไม่ให้สามารถรับชมได้ในประเทศไทย

 

สะท้อนช่องโหว่กฎหมายในปัจจุบัน 

 

ขณะที่ ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ระบุว่า การตีแผ่จากสื่อต่างประเทศคือข้อเท็จจริงที่สวนทางกับสื่อในประเทศไทย ที่เคยมีการรายงานข่าวว่าเมืองพัทยาไม่มีการค้าประเวณี แม้แต่คนไทยเองได้อ่านข่าวต่างรู้ว่ามันสวนทางกับข้อเท็จจริงที่เรารับรู้ การบริการทางเพศในประเทศไทยอยู่ในสถานะที่ผิดกฎหมาย โดย พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่รีดไถส่วย เกิดผลกระทบต่อสถานประกอบการและผู้ให้บริการทางเพศต้องจ่ายส่วยเพื่อความอยู่รอด เมื่อธุรกิจทางเพศในประเทศไทยอยู่ในพื้นที่สีเทา ดำเนินกิจการด้วยการจ่ายส่วย จึงไม่สามารถให้การคุ้มครองดูแลผู้ให้บริการได้ เมื่อเริ่มจากสิ่งที่ผิดกฎหมาย มีผลประโยชน์ใต้โต๊ะ ก็ย่อมนำไปสู่การทำผิดกฎหมายอื่นๆ ข่าวการค้าบริการทางเพศเด็กก็บานปลายมาจากการรายงานข่าวว่าพัทยาไม่มีการค้าบริการทางเพศนั่นเอง

 

ต้องนำเรื่องที่ถูกซุกใต้พรมมาอยู่บนโต๊ะ 

 

“การทำให้เรื่องนี้ถูกกฎหมายก็เพื่อให้เรื่องใต้พรมมาเป็นเรื่องที่อยู่บนโต๊ะ ไม่มีใครจะมารีดไถส่วยได้ เพื่อให้อาชีพดังกล่าวได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย เพราะวันนี้พวกเขาถูกรีดไถ ถูกเอาเปรียบ ก็ไม่รู้จะต่อสู้อย่างไรในเมื่อสถานะตัวผู้บริการเองก็ผิดกฎหมายเสียเอง” ธัญวัจน์กล่าว 

 

ปลายปีนี้ ‘ก้าวไกล’ เตรียมยื่นกฎหมายคุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ 

 

ธัญวัจน์ระบุต่อว่า ขณะนี้พรรคก้าวไกลพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การบริการทางเพศและคุ้มครองผู้ให้บริการเรียบร้อยแล้ว พร้อมยื่นต่อสภาปลายปีนี้ โดยเรื่องนี้เป็นหนึ่งในนโยบายที่พรรคก้าวไกลเคยรณรงค์ช่วงเลือกตั้ง เนื้อหาในร่างพัฒนามาจากกฎหมายประเทศเยอรมนีที่กำหนดอายุขั้นต่ำของผู้ประกอบอาชีพ การคุ้มครอง ความปลอดภัยในการให้บริการ พื้นที่การโฆษณา และอำนาจต่อรองต่อผู้ประกอบการ เพื่อให้การบริการทางเพศหากจะมีต้องเกิดจากความสมัครใจเท่านั้น

The post ธัญวัจน์มองปมสื่อต่างชาติตีแผ่การค้าบริการเด็กในประเทศไทยรอดได้ด้วยการติดสินบน สะท้อนช่องโหว่กฎหมายในปัจจุบัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
“จับคนใกล้ชิดก็ว่า ไม่จับก็ด่า” ชาดาเปิดใจหลังลูกเขยถูกจับรับสินบน บอกในฐานะพ่อต้องโอบกอดลูกทุกคน ในฐานะ รมช.มหาดไทย ให้ออกจากตำแหน่งแล้ว https://thestandard.co/chada-message-after-son-in-law-bribery/ Wed, 25 Oct 2023 06:55:08 +0000 https://thestandard.co/?p=858274 ชาดา ไทยเศรษฐ์

วันนี้ (25 ตุลาคม) ที่อาคารรัฐสภา ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิก […]

The post “จับคนใกล้ชิดก็ว่า ไม่จับก็ด่า” ชาดาเปิดใจหลังลูกเขยถูกจับรับสินบน บอกในฐานะพ่อต้องโอบกอดลูกทุกคน ในฐานะ รมช.มหาดไทย ให้ออกจากตำแหน่งแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชาดา ไทยเศรษฐ์

วันนี้ (25 ตุลาคม) ที่อาคารรัฐสภา ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณี วีระชาติ รัศมี นายกเทศบาลตำบลตลุกดู่ จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นสามีของ อัลฑริกา ไทยเศรษฐ์ บุตรสาวคนที่ 4 ของตนเองถูกจับกุมตัวหลังพบกระทำความผิดในขบวนการเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับเงินสินบนจากผู้ประกอบการทำโครงการก่อสร้างระบบประปาในพื้นที่ตำบลตลุกดู่ อำเภอทัพทัน และตำบลหาดทนง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ว่าถามตนในฐานะอะไร ในฐานะพ่อหรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

 

ชาดากล่าวในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า ตนได้พูดไว้ก่อนแล้วหรือไม่ว่าตนต้องเก็บกวาดบ้านตัวเองก่อน โดยตนเองได้โทรหาผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานีว่าให้พักการปฏิบัติหน้าที่ได้เลยหรือไม่ในกรณีนี้ เพราะหลายกรณีที่เกิดในลักษณะแบบนี้มีผู้ใหญ่หลายคนได้โทรมาหาตน และตนได้โทรหารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าให้พักปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งทางผู้ว่าฯ บอกว่ากำลังดูกฎหมายแต่อย่างไรก็ต้องพักหน้าที่

 

ชาดากล่าวย้ำว่า “ให้จำดีๆ นะครับ ใช้สมองคิด การพักปฏิบัติหน้าที่ของทุกแห่งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือนำรองนายกฯ ของทีมนั้นขึ้นมารักษาการแทน ท้องถิ่นนั้นก็อยู่แบบซังกะตายจนกว่าจะครบวาระ ถ้าผู้บริหารสามารถเข้ามาในช่วงสมัยได้พอดี หลุดก็มาเป็นต่อ แต่บางคนก็สู้คดีจนหมดวาระ”

 

ชาดากล่าวว่า เมื่อวานนี้ลูกเขยของตนได้รับการกระทำตัว ตนก็ได้พูดคุยกับลูกเขย และลูกเขยก็ได้เข้ามาขอโทษ แต่ตนบอกว่าไม่ต้องพูดอะไร เราครอบครัวเดียวกัน แต่สิ่งที่คุณต้องทำคือคุณต้องลาออกจากการเป็นนายกเทศมนตรี เพื่อให้จังหวัดจัดการเลือกตั้ง หากไม่ทำช่วงนี้รอปฏิบัติหน้าที่คดีเสร็จสิ้นเป็นการเอาเปรียบ และปล่อยทิ้งพี่น้องประชาชน ซึ่งวันนี้ได้ลาออก ก็จะมีการเลือกตั้งใหม่ นี่เป็นมาตรฐานของสังคมไทยในทางการเมืองท้องถิ่น และวีระชาติได้ลาออกแล้วเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น.

 

ชาดากล่าวย้ำอีกว่า สิ่งที่ตนได้ทำในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและในฐานะที่คนใกล้ชิดของตนต้องแสดงความเป็นสปิริตมากกว่าคนอื่น จับคนใกล้ชิดก็ว่า ไม่จับก็ว่า จะให้ตนทำอย่างไร ตนในฐานะพ่อต้องโอบกอดลูกทุกคนด้วยความรัก ความอบอุ่นและเดินไปด้วยกัน แม้ทางเดินข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็ตาม พร้อมขอร้องอย่าเอาลูกหลานตนมาเกี่ยว ทั้งด้อม อวตาร อย่าเอาลูกหลานตนมาออกข่าว หากอยากด่าตนมีสิทธิ์ด่า เพราะแล้วแต่มุมมอง แต่วันหนึ่งคุณจะเสียใจที่ด่าผม

 

ชาดา ไทยเศรษฐ์ ชาดา ไทยเศรษฐ์ ชาดา ไทยเศรษฐ์ ชาดา ไทยเศรษฐ์

The post “จับคนใกล้ชิดก็ว่า ไม่จับก็ด่า” ชาดาเปิดใจหลังลูกเขยถูกจับรับสินบน บอกในฐานะพ่อต้องโอบกอดลูกทุกคน ในฐานะ รมช.มหาดไทย ให้ออกจากตำแหน่งแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: รีดเงิน 140 ล้าน สู่ซีรีส์ ‘รักเท่าไหร่ ให้เขียนมา’ ปราบคอร์รัปชันไม่ได้ผล? | THE STANDARD NOW https://thestandard.co/thestandardnow190666/ Mon, 19 Jun 2023 12:51:26 +0000 https://thestandard.co/?p=805480

รีดเงิน 140 ล้าน สู่ซีรีส์ ‘รักเท่าไหร่ ให้เขียนมา’ ปรา […]

The post ชมคลิป: รีดเงิน 140 ล้าน สู่ซีรีส์ ‘รักเท่าไหร่ ให้เขียนมา’ ปราบคอร์รัปชันไม่ได้ผล? | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>

รีดเงิน 140 ล้าน สู่ซีรีส์ ‘รักเท่าไหร่ ให้เขียนมา’ ปราบคอร์รัปชันไม่ได้ผล? | อันดับ 1 คว้า ปธ.สภา-ประชุมกลุ่มเพื่อนเมียนมาทำไม?

 

คุยกับ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

 

และคุยภาพรวมการเมือง รวมถึงเหตุผลการจัดประชุมกลุ่มเพื่อนเมียนมา กับ รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง

 

พบกันในรายการ THE STANDARD NOW กับ อ๊อฟ ชัยนนท์ วันที่ 19 มิถุนายน 2566 เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD

The post ชมคลิป: รีดเงิน 140 ล้าน สู่ซีรีส์ ‘รักเท่าไหร่ ให้เขียนมา’ ปราบคอร์รัปชันไม่ได้ผล? | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์เดินทางถึงนิวยอร์กแล้วก่อนขึ้นศาล ด้านทนายค้านไม่ให้ทำข่าวในห้องพิจารณาคดี https://thestandard.co/donald-trump-new-york-court/ Tue, 04 Apr 2023 03:33:22 +0000 https://thestandard.co/?p=772639 โดนัลด์ ทรัมป์

อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐอเมริกา ได้เดินท […]

The post ทรัมป์เดินทางถึงนิวยอร์กแล้วก่อนขึ้นศาล ด้านทนายค้านไม่ให้ทำข่าวในห้องพิจารณาคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
โดนัลด์ ทรัมป์

อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐอเมริกา ได้เดินทางถึงมหานครนิวยอร์กแล้ววานนี้ (3 เมษายน) เพื่อเตรียมขึ้นศาลในวันที่ 4 เมษายน ตามเวลาท้องถิ่น จากกรณีที่คณะลูกขุนแมนฮัตตันสั่งฟ้อง เนื่องจากเขามีส่วนพัวพันในข้อหาการจ่ายเงินค่าปิดปากให้กับ สตอร์มี แดเนียลส์ ดาราหนังผู้ใหญ่ เพื่อไม่ให้แฉว่าทั้งคู่เคยมีสัมพันธ์ลับระหว่างกัน ขณะที่ทีมทนายของทรัมป์พยายามคัดค้านไม่ให้มีการถ่ายทอดภาพหรือวิดีโอขณะทรัมป์อยู่ในห้องพิจารณาคดี

 

ทรัมป์มีกำหนดเข้ามอบตัวต่อศาลแมนฮัตตัน ซึ่งคาดว่าเขาจะถูกให้พิมพ์ลายนิ้วมือและถ่ายภาพในฐานะผู้ต้องหาไม่แตกต่างจากผู้กระทำความผิดรายอื่นๆ โดยทรัมป์ถือเป็นอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนแรกที่โดนคดีอาญาและต้องผ่านกระบวนการดังกล่าวข้างต้น ซึ่งเป็นภาพที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าทรัมป์จะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ซึ่งคาดว่าจะมีมากกว่า 30 กระทงด้วยกัน

 

เครื่องบินส่วนตัวของทรัมป์ได้เดินทางมาลงจอดที่สนามบินลาการ์เดียในควีนส์ หลังจากที่เดินทางออกจากเวสต์ปาล์มบีชของรัฐฟลอริดาเป็นเวลาราว 3 ชั่วโมงครึ่ง โดยทรัมป์ปรากฏตัวในชุดสูทสีกรมท่าและผูกเนกไทสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ ก่อนที่จะขึ้นรถเพื่อเดินทางไปพักที่ทรัมป์ทาวเวอร์ในแมนฮัตตัน โดยเขาได้โบกมือทักทายแฟนคลับที่มาให้กำลังใจ รวมถึงสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวกันอย่างเนืองแน่น ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนิวยอร์กได้วางแนวรั้วกั้นเพื่อยกระดับการรักษาความปลอดภัยในเมือง

 

แหล่งข่าวใกล้ชิดสองแหล่งเปิดเผยกับสำนักข่าว Reuters ว่า ทรัมป์ได้ว่าจ้าง ท็อดด์ บลานช์ ทนายความชื่อดัง และอดีตพนักงานอัยการของรัฐ มาร่วมดูแลคดีความในครั้งนี้ด้วย โดยบลานช์และทีมทนายคนอื่นๆ ของทรัมป์พยายามเรียกร้องผู้พิพากษาไม่ให้อนุญาตให้มีการถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอในขณะที่ทรัมป์รับทราบข้อกล่าวหาในห้องพิจารณาคดี

 

ด้าน อัลวิน แบรกก์ อัยการเขตแมนฮัตตันกล่าวว่า การตัดสินใจดังกล่าวจะปล่อยให้เป็นดุลยพินิจของผู้พิพากษา ฮวน เมอเชน อย่างไรก็ตาม ในปีที่ผ่านมา ผู้พิพากษาเมอเชนได้อนุญาตให้มีการถ่ายภาพนิ่งได้จำนวนหนึ่ง ก่อนการพิจารณาคดีที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของทรัมป์ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฉ้อโกงภาษี

 

อนึ่ง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะลูกขุนใหญ่แมนฮัตตันมีมติสั่งฟ้องทรัมป์ ภายหลังการสืบสวนคดีการจ่ายเงิน 1.3 แสนดอลลาร์ให้แก่ สตอร์มี แดเนียลส์ ดาราหนังผู้ใหญ่ เพื่อปิดปากเธอไม่ให้ออกมาแฉว่าเคยมีความสัมพันธ์กับทรัมป์เมื่อปี 2006 ก่อนที่เขาจะลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2016 ซึ่งถึงแม้การทำสัญญาปกปิดความลับและมีการจ่ายเงินก้อนโตแลกเปลี่ยนนั้นจะไม่ได้ผิดกฎหมายของสหรัฐฯ แต่ทรัมป์กลับลงข้อมูลว่าเงินดังกล่าวเป็นค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย ซึ่งการปลอมแปลงเอกสารทางธุรกิจนั้นถือว่ามีความผิด ขณะที่การใช้จ่ายเงินดังกล่าวในช่วงก่อนการเลือกตั้งก็เสี่ยงเข้าข่ายการใช้จ่ายเงินหาเสียงอย่างผิดกฎหมายในศึกเลือกตั้ง

 

ภาพ: Andrew Caballero-Reynolds / AFP

อ้างอิง:

The post ทรัมป์เดินทางถึงนิวยอร์กแล้วก่อนขึ้นศาล ด้านทนายค้านไม่ให้ทำข่าวในห้องพิจารณาคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฉาวต่อ! อัยการเผย แซม แบงก์แมน ฟรายด์ ‘ซีอีโอ FTX’ ควักเงิน 40 ล้านดอลลาร์ ติดสินบนเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 1 รายในจีน https://thestandard.co/ftx-ceo-bribery/ Wed, 29 Mar 2023 03:50:40 +0000 https://thestandard.co/?p=770087 Sam Bankman-Fried

ยังคงมีเรื่องราวอื้อฉาวให้แฉออกมาอย่างต่อเนื่องสำหรับ แ […]

The post ฉาวต่อ! อัยการเผย แซม แบงก์แมน ฟรายด์ ‘ซีอีโอ FTX’ ควักเงิน 40 ล้านดอลลาร์ ติดสินบนเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 1 รายในจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sam Bankman-Fried

ยังคงมีเรื่องราวอื้อฉาวให้แฉออกมาอย่างต่อเนื่องสำหรับ แซม แบงก์แมน ฟรายด์ (Sam Bankman-Fried) อดีตผู้บริหารและผู้ก่อตั้ง FTX แพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งครั้งหนึ่งเคยใหญ่เทียบเท่าเจ้าตลาดอย่าง Binance โดยล่าสุดทางอัยการรัฐในสหรัฐฯ ได้ตั้งข้อหาใหม่ ระบุในคำฟ้องใหม่ที่ยื่นต่อศาลยุติธรรม

 

สำหรับข้อกล่าวหาใหม่ของ Sam Bankman-Fried อดีตผู้บริหารและผู้ก่อตั้ง FTX คือการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนเพื่อเข้าถึงบัญชีการซื้อขายของ Alameda Research ซึ่งมีสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ โดยเงินสินบนคิดเป็นมูลค่ากว่า 40 ล้านดอลลาร์

 

กระนั้น รายงานยังระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2021

 

ขณะที่เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ กล่าวว่า Bankman-Fried และผู้เกี่ยวข้องคนอื่นๆ กำลังพยายามหาทางในหลายวิธีที่จะให้มีการยกเลิกการอายัดบัญชีหรือวิธีอื่นๆ เพื่อที่จะเข้าถึงคริปโตเคอร์เรนซีในบัญชีที่ถือครองอีกครั้ง

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นข้อหาล่าสุดที่ Bankman-Fried กำลังเผชิญอยู่ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าอาจมีกรณีอื่นๆ เกิดขึ้นเมื่อระยะเวลาเข้าใกล้วันพิจารณาคดีตามคำสั่งศาลในเดือนตุลาคม ซึ่งก่อนหน้านี้ทนายความของ Bankman-Fried แนะนำว่าพวกเขาอาจขอยื้อเวลาให้ศาลพิจารณาเลื่อนวันพิจารณาคดีนี้ออกไป


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


ภาพ: Michael M. Santiago / Getty Images

อ้างอิง:

The post ฉาวต่อ! อัยการเผย แซม แบงก์แมน ฟรายด์ ‘ซีอีโอ FTX’ ควักเงิน 40 ล้านดอลลาร์ ติดสินบนเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 1 รายในจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พฐ. ตรวจรถจากคลิปนักท่องเที่ยวจีนจ้างตำรวจนำขบวนวันแรก ผลสอบทั้ง 4 นายรับอยู่ในคลิปจริง แต่ไม่ได้เรียกรับผลประโยชน์ https://thestandard.co/car-inspection-from-chinese-tourists-clip/ Mon, 13 Feb 2023 09:36:24 +0000 https://thestandard.co/?p=749740

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) ที่สำนักงานจเรตำรวจ ถนนรามอินทรา […]

The post พฐ. ตรวจรถจากคลิปนักท่องเที่ยวจีนจ้างตำรวจนำขบวนวันแรก ผลสอบทั้ง 4 นายรับอยู่ในคลิปจริง แต่ไม่ได้เรียกรับผลประโยชน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) ที่สำนักงานจเรตำรวจ ถนนรามอินทรา คณะกรรมการจเรตำรวจเรียกตัว ร.ต.อ. สมพล ภิญโญสโมสร รองสารวัตรกองกำกับการ 3 (รับผิดชอบสนามบินสุวรรณภูมิ) กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 (บก.ทท.1), ด.ต. ขจรศักดิ์ แผ่นผา ผู้บังคับหมู่กองกำกับการ 3 บก.ทท.1, ส.ต.อ. ธนกร นุกูลธนกิจ และ ส.ต.อ. ธนวัฒน์ สิมะขจรบุญ สังกัดกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) มารับทราบข้อกล่าวหาผิดวินัยร้ายแรง

 

พร้อมประสานเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานกลางเข้าตรวจสอบรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ติดสติกเกอร์ตราโล่ที่ปรากฏในคลิปนักท่องเที่ยวจีน

 

พล.ต.ต. เจนกมล คำนวล ผู้บังคับการกองตรวจราชการ 8 สำนักงานจเรตำรวจ กล่าวว่า วันนี้เป็นขั้นตอนการเรียกผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาสอบปากคำ โดยคณะกรรมการสอบได้แจ้งข้อกล่าวหาวินัยร้ายแรงตำรวจทั้ง 4 นาย จากนี้ถ้าสามารถพิสูจน์ทราบได้ว่าผิดจริง มีโทษสองสถานคือ ไล่ออกจากราชการ หรือปลดออกจากราชการ

 

จากการสอบสวนตำรวจทั้ง 4 นายยังให้การภาคเสธ คือยอมรับว่าปรากฏในคลิป แต่ไม่ได้ทำการใดเป็นการเสียหายต่อราชการหรือเรียกรับผลประโยชน์อื่นใด ซึ่งคณะกรรมการอยู่ระหว่างขั้นตอนการเรียกนักท่องเที่ยวชาวจีนเจ้าของคลิปมาให้ปากคำ สำหรับการสอบปากคำจะใช้ระบบออนไลน์ ไม่จำเป็นต้องเชิญตัวมา เช่นเดียวกับกรณีของบริษัททัวร์ที่ระบุว่ามีตำรวจนำขบวนอยู่ในแพ็กเกจเที่ยว ส่วนนี้อยู่ระหว่างเรียกสอบเช่นกัน

 

พล.ต.ต. เจนกมลกล่าวต่อไปว่า วันนี้เป็นวันแรกที่มีการพิสูจน์ทราบรถที่อยู่ในคลิปดังกล่าว คาดว่าหลังจากนี้ไม่เกิน 1 สัปดาห์จะทราบผลตรวจ จากที่เห็นวันนี้รถทั้งหมดที่ปรากฏในคลิปไม่ติดสติกเกอร์โล่ตำรวจแล้ว เพราะเจ้าของรถลอกสติกเกอร์ดังกล่าวออกไป ในส่วนนี้ทางกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้ดำเนินคดีอาญาไปเรียบร้อยแล้ว 

 

“ในการสอบสวนยังคงไม่มีการขยายผลไปถึงนายตำรวจรายอื่น แต่หลังจากนี้หากมีการพาดพิงถึง ทางสำนักงานจเรตำรวจจะต้องเรียกตัวผู้ที่มีการเอ่ยชื่อเข้ามาให้ปากคำ โดยกรอบเวลาของการดำเนินการเรื่องนี้เหลืออีก 165 วัน แต่ทางคณะกรรมการคาดว่าจะแล้วเสร็จไม่เกิน 60 วัน” พล.ต.ต. เจนกมลกล่าว 

 

พล.ต.ต. เจนกมลยังกล่าวด้วยว่า สำหรับสถานะนายตำรวจทั้งสี่ ขณะนี้ยังไม่ถูกออกราชการ แต่ต้นสังกัดสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการ (ศปก.) ตามต้นสังกัด

The post พฐ. ตรวจรถจากคลิปนักท่องเที่ยวจีนจ้างตำรวจนำขบวนวันแรก ผลสอบทั้ง 4 นายรับอยู่ในคลิปจริง แต่ไม่ได้เรียกรับผลประโยชน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปประเด็นศาลยุติธรรมแถลงปมสินบนโตโยต้า ภาพลักษณ์ vs. แรงศรัทธา ที่ถูกตั้งคำถาม https://thestandard.co/summary-of-the-issue-the-court-justice-bribe-toyota/ Fri, 04 Jun 2021 07:26:59 +0000 https://thestandard.co/?p=496376 สินบนโตโยต้า

วันนี้ (4 มิถุนายน) พงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนั […]

The post สรุปประเด็นศาลยุติธรรมแถลงปมสินบนโตโยต้า ภาพลักษณ์ vs. แรงศรัทธา ที่ถูกตั้งคำถาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สินบนโตโยต้า
  • วันนี้ (4 มิถุนายน) พงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนกรณีคดีภาษีของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ณ ห้องประชุมสำนักงานศาลยุติธรรม ชั้น 12 อาคารศาลอาญา

 

  • พงษ์เดชระบุว่า ขอขอบคุณทุกท่านที่กรุณาให้เกียรติมาพบกันในวันนี้ จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวการสอบสวนเกี่ยวกับคดีภาษีของบริษัทในเครือโตโยต้าในประเทศสหรัฐอเมริกา จนกระทั่งมีการกล่าวอ้างถึงชื่อข้าราชการและอดีตข้าราชการตุลาการผู้ใหญ่ว่าอาจมีส่วนพัวพันธ์กับเรื่องนี้ด้วยนั้น 

 

  • คดีที่มีการอ้างถึงเป็นคดีที่บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เป็นโจทก์ยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐที่จัดเก็บภาษีเป็นจำเลยต่อศาลภาษีอากรกลาง ซึ่งเป็นศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษา มีคำขอให้เพิกถอนการประเมินและเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของหน่วยงานที่จัดเก็บภาษี ฟ้องคดีแรกวันที่ 10 มิถุนายน 2558 ซึ่งศาลภาษีอากรกลางพิจารณาคำฟ้องแล้วมีคำสั่งให้แยกฟ้อง โจทก์จึงยื่นฟ้องคดีเข้ามาใหม่อีก 9 คดี ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2559 และวันที่ 10 มิถุนายน 2559 

 

  • มีการสืบพยานต่อสู้คดีกันเป็นระยะเวลาปีเศษ ศาลภาษีอากรกลางจึงมีคำพิพากษาทุกคดีในวันที่ 29 กันยายน 2560 พิพากษาให้เพิกถอนการประเมินและเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ เป็นผลให้โจทก์ไม่มีความรับผิดทางภาษีอากร

 

  • จำเลยได้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลาง ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษรับคดีเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2561 และต่อมาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษมีคำพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โดยอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษวันที่ 10 มิถุนายน 2562 เป็นผลให้โจทก์ต้องรับผิดชำระภาษีอากรตามการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของหน่วยงานรัฐ โจทก์จึงยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2562 ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ฎีกาและรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณา โดยศาลภาษีอากรกลางได้อ่านคำสั่งคดีขออนุญาตฎีกาไปเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2564

 

  • ขณะนี้คดียังอยู่ระหว่างศาลภาษีอากรกลางดำเนินการให้ฝ่ายจำเลยยื่นคำแก้ฎีกา ซึ่งจำเลยขออนุญาตขยายระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกาถึงวันที่ 13 กรกฎาคม 2564 หากยื่นคำแก้ฎีกาแล้วศาลภาษีอากรกลางจะรวบรวมสำนวนส่งคืนศาลฎีกาเพื่อพิจารณาต่อไป 

 

  • คดีนี้ศาลฎีกาจึงยังไม่ได้พิจารณาพิพากษาคดี เพียงพิจารณาคำร้องขออนุญาตฎีกาเท่านั้น ซึ่งการอนุญาตให้ฎีกาเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ป.วิ.พ.) มาตรา 249 ประกอบ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 26 ที่กำหนดให้ศาลฎีกาพิจารณาอนุญาตให้ฎีกาเมื่อเห็นว่าปัญหาตามฎีกานั้นเป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัย 

 

  • คดีนี้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ขัดแย้งกันในสาระสำคัญ ทั้งเกี่ยวพันกับความตกลงระหว่างประเทศที่มีผลผูกพันกับประเทศไทยและยังเป็นกรณีที่ไม่มีแนวคำพิพากษาของศาลฎีกามาก่อน ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ฎีกาได้ โดยพิจารณาเพียงว่าปัญหาที่ยื่นฎีกานั้นเป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาสมควรอนุญาตให้ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกาหรือไม่ ยังไม่ได้มีการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทแห่งคดีแต่อย่างใด

 

  • คดีนี้เป็นคดีภาษีอากร ซึ่งเป็นคดีชำนัญพิเศษ ในการพิจารณาพิพากษาจะมีผู้พิพากษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านภาษีอากรตลอดทั้งสายตั้งแต่ศาลชั้นต้นจนกระทั่งถึงศาลฎีกา โดยศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษมีการวางระบบการทำงานในรูปแบบการประชุมคดีที่เข้มข้นขององค์คณะนับตั้งแต่เริ่มเปิดทำการเป็นต้นมา โดยองค์คณะจะร่วมกันพิจารณาคดี มีผู้ช่วยผู้พิพากษาทำหน้าที่เลขานุการคณะในการทำเอกสารสรุปข้อเท็จจริงประเด็นข้อพิพาทในคดีและข้อกฎหมาย 

 

  • เมื่อประชุมแล้วผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนก็จะยกร่างคำพิพากษาตามมติการประชุม แล้วจึงส่งร่างคำพิพากษานั้นให้ผู้ช่วยผู้พิพากษาหรือผู้ช่วยเล็ก หลังจากผู้ช่วยเล็กตรวจสำนวนแล้วจะเสนอร่างคำพิพากษาดังกล่าวต่อผู้พิพากษาประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาหรือเรียกว่าผู้ช่วยใหญ่ เพื่อตรวจร่างคำพิพากษาอีกครั้งหนึ่ง เมื่อตรวจแล้วจะเสนอร่างคำพิพากษาดังกล่าวต่อรองประธาน เมื่อเห็นว่าเป็นคดีสำคัญจึงส่งให้ประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษหรือประธานศาลฎีกาแล้วแต่กรณีพิจารณา 

 

  • หากเห็นว่ามีปัญหาข้อกฎหมายสำคัญก็จะสั่งให้นำปัญหานั้นเข้าสู่การพิจารณาโดยที่ประชุมใหญ่ ซึ่งประกอบด้วยผู้พิพากษาทุกท่านในศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ มีประมาณ 70 ท่าน ส่วนศาลฎีกามี 176 ท่าน เมื่อร่างคำพิพากษาผ่านที่ประชุมแล้วจึงจัดทำคำพิพากษาเพื่อส่งให้ศาลชั้นต้นอ่านให้คู่ความฟังต่อไป

 

  • ในส่วนของการพิจารณาคำร้องขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกานั้น แม้จะเป็นเพียงชั้นขออนุญาตฎีกาก็ตาม แต่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งก็กำหนดจำนวนองค์คณะไว้อย่างน้อย 4 คน โดยหนึ่งในนั้นต้องเป็นรองประธานศาลฎีกาด้วย สำหรับคดีภาษีอากรนั้น คำร้องขออนุญาตฎีกาก็จะถูกพิจารณาโดยผู้พิพากษาที่อยู่ในแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกาเป็นองค์คณะ ภายหลังจากองค์คณะพิจารณาแล้ว ในคดีนี้ได้นำเข้าประชุมแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา เพื่อให้ผู้พิพากษาในแผนกทุกคนได้ร่วมกันพิจารณาและลงมติก่อนที่จะมีการส่งมาให้ศาลภาษีอากรกลางอ่านคำสั่งอนุญาตให้ฎีกา จะเห็นได้ว่าขั้นตอนการพิจารณาคดีของศาลยุติธรรมในแต่ละชั้นศาลนั้นเป็นไปอย่างมีระบบ โปร่งใส มีการปรึกษาคดีและตรวจทานความถูกต้องในทุกขั้นตอน ยากที่จะมีการแทรกแซงหรือกระทำการใดที่จะก่อให้เกิดผลตามที่ใครต้องการได้

 

  • อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมั่นใจในระบบ แต่เมื่อมีการกล่าวอ้างว่าอาจมีการกระทำที่แทรกแซงกระบวนการจนถึงขั้นอาจมีการเสนอให้สินบนขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวกระทบต่อภาพลักษณ์และศรัทธาของประชาชนที่มีต่อศาลยุติธรรมและกระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างยิ่ง                  

 

  • สำนักงานศาลยุติธรรมจึงไม่นิ่งนอนใจ นับตั้งแต่มีการรายงานข่าวจึงได้ดำเนินการส่งหนังสือประสานขอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบกรณีดังกล่าวในประเทศสหรัฐอเมริกาผ่านกระทรวงการต่างประเทศอย่างที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปแล้ว 

 

  • เมื่อในเนื้อหาข่าวปรากฏชื่อบุคคลในศาลยุติธรรมขึ้น สำนักงานศาลยุติธรรมจึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบและติดตามผลโดยที่มีพงษ์เดชเป็นประธานคณะทำงานด้วยตัวเอง 

 

  • คณะทำงานชุดนี้มีอำนาจหน้าที่ติดตามหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ ซึ่งได้ดำเนินการส่งหนังสือขอข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกประเทศแล้ว ได้แก่ ที่ปรึกษากฎหมายบริษัท โตโยต้า อเมริกา กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา และกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงส่งอีเมลติดต่อไปยังนักข่าวที่เขียนรายงานข่าวอันเป็นต้นทางของเรื่องนี้ และจะขอเข้าร่วมสังเกตการณ์การไต่สวนของคณะลูกขุนในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกาด้วย

 

  • ต่อมาวันที่ 31 พฤษภาคม เมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา ได้อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 ลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง ‘คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง’ 4 คน ประกอบด้วยผู้พิพากษาชั้นฎีกาและชั้นอุทธรณ์ ซึ่งมีผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เป็นประธานกรรมการฯ และมีผู้พิพากษาชั้นศาลฎีกาและชั้นศาลอุทธรณ์เป็นกรรมการ โดยให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชุดนี้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการสอบสวนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) กรณีข้าราชการตุลาการถูกกล่าวหาหรือเป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัย ให้เสร็จโดยเร็ว

 

  • ให้กรรมการชุดนี้เสนอความเห็นว่ากรณีมีมูลเป็นความผิดวินัยร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง หรือไม่มีมูลความผิดทางวินัย หากมีมูลความผิดทางวินัยก็ให้พิจารณาด้วยว่าเป็นความผิดวินัยตามบทมาตราใด และควรได้รับโทษสถานใด เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป และหากสอบสวนพบข้อเท็จจริงมีบุคคลอื่นใดเป็นผู้กระทำผิด หรือพบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมจากที่ระบุในคำสั่งนี้ ก็ให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชุดนี้ดำเนินการสอบสวนไปด้วยในคราวเดียวกัน

 

  • คณะทำงานติดตามข้อมูลที่มีเลขาธิการศาลยุติธรรมเป็นประธาน จะทำงานสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงตามที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงต้องการให้ความกระจ่างปรากฏต่อสาธารณชนโดยเร็ว และหากพบว่าผู้ใดกระทำความผิดตามกฎหมายก็จะดำเนินการต่อไปอย่างเด็ดขาด

 

  • หากพี่น้องประชาชน สื่อมวลชน หรือหน่วยงานใด มีข้อมูลหรือข้อเท็จจริงที่จะช่วยให้เรื่องนี้กระจ่างชัด สามารถส่งข้อมูลมายังสำนักงานศาลยุติธรรมได้ตลอดเวลา โดยคณะทำงานติดตามข้อมูลจะดำเนินการทุกวิถีทางให้เร็วที่สุด และสำนักงานศาลยุติธรรมจะเสนอผลความคืบหน้าของการทำงานต่อพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนเป็นระยะ

 

  • พงษ์เดชระบุว่า การพบปะสื่อมวลชนในวันนี้ นอกจากจะยืนยันการตรวจสอบและดำเนินการกับผู้กระทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาดและจริงจังแล้ว ขอให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนและสังคมว่าหากคดีนี้เข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกา คู่ความจะได้รับความเป็นธรรมทุกอย่างตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน องค์คณะในศาลฎีกาจะพิจารณาคดีอย่างไม่หวั่นไหว 

 

  • ส่วนการให้สินบนตามข่าวหากมีจริงก็เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการและดำเนินคดีต่อไป

The post สรุปประเด็นศาลยุติธรรมแถลงปมสินบนโตโยต้า ภาพลักษณ์ vs. แรงศรัทธา ที่ถูกตั้งคำถาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดแฟ้มคดีสินบน Toyota Motor Thailand พาดพิงผู้พิพากษา พลิกคดีภาษีหมื่นล้าน https://thestandard.co/toyota-motor-thailand-bribery-case/ Sun, 30 May 2021 08:04:07 +0000 https://thestandard.co/?p=494342 คดีสินบน Toyota

จากกรณีทางการสหรัฐฯ สั่งสอบสวนคดีบริษัท Toyota Motor Th […]

The post เปิดแฟ้มคดีสินบน Toyota Motor Thailand พาดพิงผู้พิพากษา พลิกคดีภาษีหมื่นล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
คดีสินบน Toyota

จากกรณีทางการสหรัฐฯ สั่งสอบสวนคดีบริษัท Toyota Motor Thailand จ่ายสินบนแก่ผู้พิพากษาไทย เพื่อพลิกการตัดสินคดีภาษีนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์มูลค่า 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก และสั่นสะเทือนองค์กรศาลยุติธรรมของไทย จนต้องมีการตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง 

 

ที่มาที่ไปของเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และมีตัวละครเป็นใครบ้างที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีอื้อฉาวนี้ 

 

  • ย้อนไปในปี 2012 สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังตรวจพบว่าบริษัท Toyota Motor Thailand (TMT) มีการนำเข้าและใช้สิทธิสำแดงชนิดสินค้าและประเภทพิกัด เพื่อลดอัตราภาษีชิ้นส่วนรถยนต์ Prius ที่นำเข้ามาในระหว่างปี 2010-2012 อย่างไม่ถูกต้อง เนื่องจากเดิมทีทาง TMT ได้สำแดงรายการเสียอากรนำเข้า เพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ตามความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (Japan-Thailand Economic Partnership Agreement: JTEPA) ที่กำหนดให้ชิ้นส่วนรถยนต์ที่นำเข้ามาเพื่อผลิตเป็นรถยนต์ไฮบริด และชิ้นส่วนที่มีถิ่นกำเนิดจากญี่ปุ่นมีอัตราเสียภาษีอากรเพียงร้อยละ 0-30 

 

  • สินค้าที่นำเข้ามาเป็นชิ้นส่วนรถยนต์แบบแยกเป็นชิ้นส่วนในลักษณะชิ้นส่วนสมบูรณ์ หรือ CKD (Complete Khock Down) และมีปริมาณสอดคล้องกัน ซึ่งสามารถนำมาประกอบเป็นรถยนต์สำเร็จรูปได้ จึงไม่สามารถแยกชำระอากรตามรายชนิดสินค้าได้ อีกทั้งชิ้นส่วนรถยนต์ Prius เป็นรหัส 2ZR ของเครื่องยนต์ที่มีความจุของกระบอกสูบ 1,797 ลบ.ซม. จึงต้องเสียภาษีในอัตราร้อยละ 80 เพราะเป็นรถยนต์ที่เป็นชิ้นส่วนครบชุดสมบูรณ์ ที่ความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1,800 ลบ.ซม.

 

  • หลังการตรวจสอบอย่างละเอียดของศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง พบว่าตั้งแต่ปี 2010-2012 ทาง TMT ได้นำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ Prius รวมแล้วกว่า 245 ครั้ง คิดเป็นจำนวนรถยนต์มากกว่า 20,000 คัน จึงมีการเรียกเก็บภาษีย้อนหลังคิดเป็นมูลค่ากว่า 1.1 หมื่นล้านบาท 

 

  • TMT โต้แย้งการเรียกเก็บภาษีย้อนหลังของกรมศุลกากร โดยได้ยื่นอุทธรณ์อ้างว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายศุลกากร และตามข้อตกลง JTEPA ทุกประการ พร้อมชี้แจงข้อมูลและข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณาในวันที่ 4 ธันวาคม 2013 และ 31 กรกฎาคม 2014 

 

  • เดือนมิถุนายน 2015 TMT ได้ยื่นฟ้องกรมศุลกากรและคณะกรรมการวินิจฉัยอากรศุลกากร ต่อศาลภาษีอากรกลาง ชี้แจงว่าการนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ Prius ในปี 2010-2012 นั้นมีการสำแดงรายการและเสียภาษีอย่างถูกต้องครบถ้วนและไม่มีการทักท้วงใดๆ จากพนักงานศุลกากร ขณะที่ยืนยันว่าการนำเข้าสินค้าเป็นไปอย่างเปิดเผยตามข้อตกลง JTEPA และไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี ดังนั้นการที่กรมศุลกากรประเมินและเรียกเก็บภาษีย้อนหลังดังกล่าวจึงไม่เป็นธรรม

 

  • เดือนกันยายน 2017 ศาลชั้นต้นตัดสินให้ TMT ชนะคดี ก่อนที่ศุลกากรจะยื่นอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษโดยที่ประชุมใหญ่ มีคำพิพากษากลับให้ยกฟ้อง ทำให้ TMT เป็นฝ่ายแพ้คดี แต่ TMT ได้ยื่นฎีกาสู้ต่อ และศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร อนุญาตให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาเมื่อ 29 มีนาคมที่ผ่านมา เนื่องจากเข้าหลักเกณฑ์หลายประการตามกฎหมาย เช่น คำพิพากษาของ 2 ศาล ขัดกัน ซึ่งศาลอนุญาตให้ขยายเวลาได้ถึงวันที่ 13 กรกฎาคม หากฝ่ายจำเลยยื่นคำแก้ฎีกามาแล้ว ศาลภาษีอากรกลางจะรวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาต่อไป

 

  • 18 มีนาคมที่ผ่านมา บริษัท Toyota Motor Corp. ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Toyota ในญี่ปุ่น เปิดเผยต่อผู้ถือหุ้นว่าได้แจ้งไปยังคณะกรรมการกำกับและดูแลตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) และกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ (DOJ) ตั้งแต่เดือนเมษายน 2020 ว่าบริษัทลูกในไทยอย่าง TMT อาจละเมิดกฎหมายต่อต้านการติดสินบน และกำลังร่วมมือกับทางการสหรัฐฯ ในการสืบสวน

 

  • เว็บไซต์ Law360 ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข่าวและวิเคราะห์ด้านกฎหมายของสหรัฐฯ รายงานข้อมูลคดีนี้ในวันที่ 29 มีนาคม ระบุว่าทาง Toyota Motor Corp. ได้ดำเนินการสืบสวนภายในเกี่ยวกับกรณีการติดสินบน ตั้งแต่ก่อนทื่จะแจ้งทางการสหรัฐฯ นานกว่า 6 เดือน โดยให้ที่ปรึกษากฎหมายจากบริษัท Wilmerhale เป็นผู้นำในการตรวจสอบในชื่อ ‘Project Jack’ และพบข้อมูลว่าบริษัทที่ปรึกษาของ TMT ได้จ่ายเงินสินบนแก่ผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยหลายคน เพื่อพยายามพลิกคำตัดสินคดีภาษีนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ Prius 

 

  • 3 เมษายนที่ผ่านมา หลังปรากฏเป็นข่าวดังไปทั่วโลก สุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ยังไม่ได้รับข้อมูลหรือสามารถตรวจสอบได้อย่างแน่ชัดว่า ผู้พิพากษาคนใดกระทำการอันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับการรับสินบนหรือไม่ และยืนยันว่าคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม จะดำเนินการตรวจสอบและลงโทษอย่างเด็ดขาด

 

  • 26 พฤษภาคม เว็บไซต์ Law360 รายงานเพิ่มเติมว่า อัยการกลางของสหรัฐฯ ได้ให้คณะลูกขุนใหญ่รัฐเท็กซัส ดำเนินการหาหลักฐานในคดี TMT ติดสินบนผู้พิพากษาไทย 

 

  • รายงานยังระบุถึงเอกสารการสืบสวนภายในของ Toyota Motor Corp. ที่พบว่า TMT ได้ทำสัญญากับสำนักงานกฎหมายเอกชนแห่งหนึ่ง ในการหาช่องทางติดต่อหลังบ้านไปยังผู้พิพากษาศาลฎีกาของไทย ผ่านอดีตหัวหน้าผู้พิพากษาและที่ปรึกษา ซึ่ง TMT ได้จ่ายเงินเกือบ 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 562 ล้านบาท จากทั้งหมด 27 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 844 ล้านบาทเพื่อโน้มน้าวการตัดสินใจของศาลในการอุทธรณ์คดีภาษีชิ้นส่วนรถยนต์ Prius โดยเงิน 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 281 ล้านบาท จะถูกจ่ายหาก TMT ชนะการอุทธรณ์ ขณะที่มีการเปิดเผยชื่อสำนักงานกฎหมายดังกล่าว และชื่อและรายละเอียดผู้พิพากษาระดับสูงของไทย 3 รายที่ต้องสงสัยว่าอาจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการรับสินบนจาก TMT

 

  • 27 พฤษภาคม ทางโฆษกศาลยุติธรรมของไทย ออกมาชี้แจงว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจและได้ประสานขอข้อมูลตรวจสอบกรณีอื้อฉาวดังกล่าวผ่านทางกระทรวงการต่างประเทศ และอยู่ระหว่างการตอบกลับจากทางการสหรัฐฯ รวมทั้งได้สอบสวนไปยังหน่วยงานต้นสังกัดของบุคคลที่ถูกพาดพิงว่ารับสินบน ซึ่งหากพบว่ามีมูลความผิดจริง จะดำเนินการตามขั้นตอนทางวินัยต่อไป ขณะที่คดียังอยู่ระหว่างการอนุญาตให้ฎีกาและขอให้รอผลการตัดสินคดีทั้งในไทยและสหรัฐฯ ยุติก่อน

 

  • 29 พฤษภาคม 2 ใน 3 ของผู้พิพากษาระดับสูงที่ถูกกล่าวหา ได้ประสานสำนักงานศาลยุติธรรม แจ้งความ ปอท. ดำเนินคดีอาญาต่อ Frank G. Runyeon กรณีโพสต์เผยแพร่ข้อความอันเป็นการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง โดยมีลักษณะเป็นการเผยแพร่ข้อความและภาพออกไปยังสาธารณชน ทางเว็บไซด์ www.law360.com

 

อ้างอิง: 

The post เปิดแฟ้มคดีสินบน Toyota Motor Thailand พาดพิงผู้พิพากษา พลิกคดีภาษีหมื่นล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำนักงานอัยการสูงสุด แจงกรณี ‘สกุลธร’ ไม่มีคำสั่งทางคดี เหตุตำรวจไม่ตั้งเป็นผู้ต้องหา อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานแยกฟ้อง https://thestandard.co/oag-clarifies-case-of-sakulthon-without-a-legal-order/ Wed, 09 Dec 2020 06:12:23 +0000 https://thestandard.co/?p=429974 สำนักงานอัยการสูงสุด แจงกรณี ‘สกุลธร’ ไม่มีคำสั่งทางคดี เหตุตำรวจไม่ตั้งเป็นผู้ต้องหา อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานแยกฟ้อง

วันนี้ (9 ธันวาคม) อิทธิพร แก้วทิพย์ โฆษกสำนักงานอัยการ […]

The post สำนักงานอัยการสูงสุด แจงกรณี ‘สกุลธร’ ไม่มีคำสั่งทางคดี เหตุตำรวจไม่ตั้งเป็นผู้ต้องหา อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานแยกฟ้อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำนักงานอัยการสูงสุด แจงกรณี ‘สกุลธร’ ไม่มีคำสั่งทางคดี เหตุตำรวจไม่ตั้งเป็นผู้ต้องหา อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานแยกฟ้อง

วันนี้ (9 ธันวาคม) อิทธิพร แก้วทิพย์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วยคณะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงข่าวถึงกรณีการดำเนินการทางกฎหมายต่อ สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในกรณีที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการติดสินบนเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์จำนวน 20 ล้านบาท เพื่อได้สิทธิครอบครองที่ดินย่านชิดลม เหตุเกิดเมื่อปี 2560 ณ ห้องประชุม 301 ปี ชั้น 3 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ

 

เบื้องต้นสำนักงานอัยการสูงสุดชี้แจงว่า เนื่องจากพนักงานสอบสวนไม่ได้สอบสวนความผิดของสกุลธร รวมทั้งไม่ได้ตั้งเป็นผู้ต้องหา และไม่มีการสอบปากคำใดๆ ไว้ในสำนวน โดยพนักงานสอบสวนได้สรุปไว้ในรายงานการสอบสวนเสนอพนักงานอัยการว่า ในส่วนของสกุลธร พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีต่อไป ดังนั้นพนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายปราบปรามการทุจริต 4 จึงไม่มีความเห็น และคำสั่งทางคดีในส่วนของสกุลธร รวมทั้งพนักงานอัยการไม่ได้แนะนำพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดี เนื่องจากพนักงานสอบสวนระบุไว้ในสำนวนชัดแจ้งว่าอยู่ระหว่างการดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและแยกสำนวนคดีดังกล่าว

 

ดังนั้นตามที่ปรากฏข่าวว่าพนักงานอัยการไม่ดำเนินคดีสกุลธร หรือพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องสกุลธร จึงไม่เป็นความจริง

 

สำนักงานอัยการสูงสุดชี้แจงเพิ่มเติมว่า เกี่ยวกับเรื่องนี้ หากมีการดำเนินการตามที่พนักงานสอบสวนได้ระบุไว้ในรายงานการสอบสวนดังกล่าว เมื่อมีการจัดส่งสำนวนมาให้พนักงานอัยการพิจารณา พนักงานอัยการก็จะได้ดำเนินการตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายต่อไป

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post สำนักงานอัยการสูงสุด แจงกรณี ‘สกุลธร’ ไม่มีคำสั่งทางคดี เหตุตำรวจไม่ตั้งเป็นผู้ต้องหา อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานแยกฟ้อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุกเปรมชัย 1 ปี ไม่รอลงอาญา คดีติดสินบนเจ้าพนักงาน https://thestandard.co/court-appeal-premchai-karnasuta-one-year-jail-time/ Wed, 29 Jul 2020 11:33:57 +0000 https://thestandard.co/?p=384202

วันนี้ (29 กรกฎาคม) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค […]

The post ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุกเปรมชัย 1 ปี ไม่รอลงอาญา คดีติดสินบนเจ้าพนักงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (29 กรกฎาคม) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำที่ 10/2561 (คดีหมายเลขแดง อท. ที่  13/2562) ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 7 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง เปรมชัย กรรณสูต จำเลยที่ 1 และ ยงค์ โดดเครือ (คนขับรถ) จำเลยที่ 2 ในความผิดฐานร่วมกันให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน เพื่อจูงใจให้กระทําการ ไม่กระทําการ หรือประวิงการกระทําอันมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 ประกอบมาตรา 83

 

โดยศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบพิพากษาว่า ศาลพิจารณาแล้วเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำคุก เปรมชัย จำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี โดยไม่รอการลงโทษ หรือไม่รอลงอาญา

 

ทั้งนี้ภายหลังการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตฯ เปรมชัย จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ 500,000 บาท ขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างฎีกา

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุกเปรมชัย 1 ปี ไม่รอลงอาญา คดีติดสินบนเจ้าพนักงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
แก้โกงในประเทศไทย ปัญหาการทุจริต คอร์รัปชัน ติดสินบน – THE STANDARD Daily 29 สิงหาคม 2562 https://thestandard.co/thestandarddaily29082562/ Fri, 30 Aug 2019 05:01:16 +0000 https://thestandard.co/?p=283010 ปัญหาการทุจริต คอร์รัปชัน ติดสินบน

THE STANDARD Daily ประจำวันที่ 29 สิงหาคม 2562&nbs […]

The post แก้โกงในประเทศไทย ปัญหาการทุจริต คอร์รัปชัน ติดสินบน – THE STANDARD Daily 29 สิงหาคม 2562 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปัญหาการทุจริต คอร์รัปชัน ติดสินบน

THE STANDARD Daily ประจำวันที่ 29 สิงหาคม 2562 เวลา 20.00 

 

  • Daily In Depth วันนี้ พาทุกท่านไปขุดคุ้ย โจทย์แก้โกงในประเทศไทย ปัญหาการทุจริต คอร์รัปชัน ติดสินบน เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทยมายาวนาน ยิ่งแก้ก็ยิ่งเจอ หรือทางแก้ที่เราทำนั้นมันไม่ตรงจุด ติดตามได้ในรายการ Daily In Depth ดำเนินรายการโดย พิภู พุ่มแก้วกล้า และ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์

 

สามารถติดตาม THE STANDARD Daily ได้เป็นประจำทุกวันจันทร์ศุกร์ เวลา 20.00 เป็นต้นไป ที่ Facebook Live และ Youtube Live ของ thestandardth

The post แก้โกงในประเทศไทย ปัญหาการทุจริต คอร์รัปชัน ติดสินบน – THE STANDARD Daily 29 สิงหาคม 2562 appeared first on THE STANDARD.

]]>
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ชวนหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ งดรับของขวัญปีใหม่ สร้างความโปร่งใสทุกองค์กร https://thestandard.co/thailand-no-gift-policy/ https://thestandard.co/thailand-no-gift-policy/#respond Sun, 25 Nov 2018 07:28:50 +0000 https://thestandard.co/?p=153440

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ออกจดหมายเ […]

The post องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ชวนหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ งดรับของขวัญปีใหม่ สร้างความโปร่งใสทุกองค์กร appeared first on THE STANDARD.

]]>

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ออกจดหมายเปิดผนึก เรื่องการประกาศนโยบาย ไม่รับ ไม่ให้ ของขวัญในเทศกาลปีใหม่ โดยระบุว่าในช่วงปีที่ผ่านมา มีหน่วยราชการและองค์กรของรัฐหลายแห่งได้นำนโยบายงดรับของขวัญ หรือ No Gift Policy มาใช้ โดยกำหนดให้บุคลากรในองค์กรทุกระดับ งดรับของขวัญตามเทศกาลต่างๆ พร้อมทั้งประกาศให้สาธารณชนร่วมรับทราบนโยบายดังกล่าวด้วย

 

ทางองค์กรฯ เห็นว่าการดำเนินการเรื่องนี้เป็นความริเริ่มสร้างสรรค์ ช่วยลดโอกาสของการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐ โดยแอบแฝงไปกับการให้ของขวัญตามประเพณี และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติขององค์การสหประชาชาติ จึงขอแสดงความชื่นชมหน่วยราชการและองค์กรของภาครัฐต่างๆ ที่ได้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวมาแล้วในปีที่ผ่านมา เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เป็นต้น และขอสนับสนุนให้ดำเนินนโยบายนี้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งรณรงค์ให้บุคลากรในองค์กร และสาธารณชนรับทราบอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังจะเข้าสู่เทศกาลปีใหม่นี้

 

จึงขอเชิญชวนให้กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ รวมถึงรัฐวิสาหกิจ และองค์กรมหาชนทุกแห่ง ร่วมนำนโยบายงดรับของขวัญมาใช้ เพื่อสร้างมาตรฐานที่ดี และโปร่งใสให้กับหน่วยราชการ และองค์กรภาครัฐของไทย ให้ทัดเทียมกับนานาอารยประเทศต่อไป

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ชวนหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ งดรับของขวัญปีใหม่ สร้างความโปร่งใสทุกองค์กร appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thailand-no-gift-policy/feed/ 0
ถาม ดร.กอบศักดิ์ 4 ปี คสช. ปฏิรูปกฎหมายเพื่อประชาชนไปถึงไหน คนไทยได้อะไรบ้าง https://thestandard.co/korbsak-phutrakul-interview/ https://thestandard.co/korbsak-phutrakul-interview/#respond Fri, 20 Apr 2018 12:56:30 +0000 https://thestandard.co/?p=85440

ปัญหาการคอร์รัปชันในการออกใบอนุญาต (License) และการหยอด […]

The post ถาม ดร.กอบศักดิ์ 4 ปี คสช. ปฏิรูปกฎหมายเพื่อประชาชนไปถึงไหน คนไทยได้อะไรบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปัญหาการคอร์รัปชันในการออกใบอนุญาต (License) และการหยอดน้ำมันหรือจ่ายสินบน เพื่อได้รับการอำนวยความสะดวกในการติดต่อราชการเป็นหนึ่งในปัญหาของประชาชนที่มักประสบกับความล่าช้าของระบบราชการ เพราะระบบราชการมีกฎระเบียบมากเกิน และในแต่ละขั้นตอนของระเบียบก็ให้อำนาจอนุมัติ อนุญาต ที่ขึ้นอยู่กับการพิจารณา หรือที่เรียกว่าดุลพินิจของเจ้าหน้าที่แต่ละราย

 

ซึ่งหากการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ทำอย่างตรงไปตรงมา ตามกรอบกฎเกณฑ์ที่เขียนไว้คงไม่มีปัญหามากนัก แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่เป็นเช่นนั้น ทำให้ระเบียบจำนวนมากที่หวังดีอยากให้เกิดการตรวจสอบควบคุมแต่ละขั้นตอนเพื่อคุ้มครองประโยชน์ประชาชน ประโยชน์ของชาติ กลับเป็นช่องทางแสวงประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ในแต่ละขั้น

 

จึงนำมาสู่ความพยายามในการทบทวนตรวจสอบความจำเป็น ความเหมาะสมอยู่เป็นระยะๆ ดังเช่นการปฏิรูประบบราชการภายหลังจากจัดให้มีเวทีระดมความคิดเห็น เมื่อปี 2544 โดยรัฐบาลทักษิณ ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ทำให้การปฏิรูปกฎระเบียบการบริหารราชการล้มลุกคลุกคลานมาเรื่อยๆ จนในวันนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้จับเรื่องการปฏิรูปอีกหน โดยกฎระเบียบเกี่ยวกับการอนุมัติ อนุญาต เป็นหนึ่งในประเด็นที่ให้ความสำคัญ  

 

เพื่อการนี้รัฐบาลได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาหลายคณะ เช่น คณะอนุกรรมการพิจารณาปรับปรุงหรือยกเลิกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพและการดำเนินธุรกิจของประชาชน โดยมี ‘ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล’ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นคีย์แมนคนสำคัญ

 

และต่อไปนี้คือการฉายภาพการดำเนินงานด้านปฏิรูปกฎระเบียบ การอนุมัติ อนุญาต ที่มุ่งลดภาระประชาชน และอุปสรรคการประกอบอาชีพภายใต้รัฐบาลนี้

ในเมืองไทยเรามีกว่า 7 แสนคู่มือการอนุญาต จากทุกหน่วยงานท้องถิ่นทั่วประเทศไทย ต่อไป ก.พ.ร. ตั้งใจว่าจะเอาใบอนุญาตของท้องถิ่นออกให้หมด เหลือแต่ของหน่วยงานราชการส่วนกลาง ซึ่งมีประมาณ 6 พันใบอนุญาต โดย ก.พ.ร. ตั้งใจลดให้เหลือ 1 พัน

 

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ข้อมูลกับ THE STANDARD ว่า ได้รับผิดชอบเรื่องของกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินของพี่น้องประชาชน ซึ่งจะดำเนินการทั้งปี โดยในช่วงแรกจะเน้นที่ EoDB (Ease of Doing Business) การจัดอันดับความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจ เป็นดัชนีที่ธนาคารโลกวัดความยากง่ายในการทำธุรกิจ ซึ่งทำมา 4 เดือนเมื่อช่วงปีที่แล้ว และมีข้อเสนอเรียบร้อย จะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. เพื่อปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ ของประเทศ และทำงานกับทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ โดยเอากรอบคำถามของธนาคารโลกเป็นจุดเริ่มต้น ก่อนจะคุยกันทั้งเอกชนและรัฐรวม 16 ครั้ง ดูข้อเสนอว่าอะไรอยู่ในวิสัยที่รับได้และประชาชนอยากได้ โดยมีข้อเสนอ 4 กลุ่ม

 

1. ข้อเสนอการแก้ไขกฎระเบียบของหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องขอมติ ครม. เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐดำเนินการแก้ไขปรับปรุงกฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับ เช่น กฎระเบียบว่าต้องสร้างโกดังเก็บของ-สร้างบ้าน ที่ต้องมีขั้นตอนร้อยกว่าวันในการดำเนินการต่างๆทั้งขออนุญาตเรื่องแบบ เรื่องท่อน้ำทิ้ง ขออนุญาตเรื่องไฟฟ้า ประปา แต่ตอนหลังสามารถตัดลดลงให้เหลือ 36 วันจากร้อยกว่าวัน เป็นข้อเสนอที่เข้าสู่ ครม. ต่อไป

 

2. ข้อเสนอที่ต้องการมียกร่างกฎหมาย หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนนำเสนอ ครม. คสช. เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป

 

3. กลุ่มที่ต้องขออำนาจศาลในการทำ ในเรื่องศาลแผนกคดีพาณิชย์ ศาลอาจไม่ตั้งเป็นหน่วยงานศาลแยกออกมา แต่เป็นแผนกเพื่อให้การดำเนินการของธุรกิจมีกระบวนการชัดเจน

 

4. การปฏิรูปกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ ที่ต้องแก้ไขให้ดีขึ้น

กฎหมายพวกนี้ยังมี เราก็จะเปลี่ยนเรื่องพวกนี้ให้มันเป็นเรื่องของสิ่งที่สะท้อนยุคสมัยสามารถดำเนินการได้

 

“นั่นคือสิ่งที่เราทำไป ต่อไปเราจะปฏิรูประบบใบอนุญาตต่างๆ ในเมืองไทยเรามีกว่า 7 แสนคู่มือการอนุญาต จากทุกหน่วยงานท้องถิ่นทั่วประเทศไทย ต่อไป ก.พ.ร. ตั้งใจว่าจะเอาใบอนุญาตของท้องถิ่นออกให้หมด เหลือแต่ของหน่วยงานราชการส่วนกลาง ซึ่งมีประมาณ 6 พันใบอนุญาต โดย ก.พ.ร. ตั้งใจลดให้เหลือ 1 พัน ซึ่งเราตั้งใจว่าตั้งแต่เดือน พ.ค. จะนำกฎระเบียบต่างๆ มาทบทวน เช่น กฎเกณฑ์เรื่องของ Work Permit, วีซ่า ใบอนุญาตทำงาน ซึ่งเป็นอุปสรรคของชีวิตเขา เราจะช่วยดูว่า ปกติวีซ่า 1 ฉบับต้องใช้เอกสารประกอบ 25 รายการ ทำไมต้องเยอะขนาดนั้น ส่วน Work Permit อีก 20 รายการ กว่าจะได้ทำงานต้องใช้เอกสารเยอะมาก เราก็จะทำให้ง่ายขึ้น โดยเราได้ชวนกลุ่มนักบริหารการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่ (นปร.) หรือข้าราชการพันธุ์ใหม่ช่วยเป็นทีมงาน ตอนนี้ได้ประมาณ 7 คน ซึ่งจะเริ่มมาทำงานกับเรา เป็นคนจากกระทรวงต่างๆ โดยให้ทำงานข้ามกระทรวง เพื่อมิให้ปกป้องกฎเกณฑ์กระทรวงของตน อย่างกระทรวงพาณิชย์ก็ทำของกระทรวงการคลัง กระทรวงการคลังทำของกระทรวงเกษตร แล้วเราก็จะเอาเอกชนเข้ามาช่วยด้วย รวมถึงอาจารย์ต่างๆ”

 

 

ทีมนี้จะมีอำนาจตัดสินใจได้แค่ไหน

ทีมนี้จะเสนอมาแล้วทางทีม อ.บวรศักดิ์ และทางผมจะเคลียร์ให้ และก็มีกระทรวงต่างๆ ที่อยากจะเปลี่ยนแปลง เช่น กระทรวงการท่องเที่ยวฯ กระทรวงพลังงาน กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงศึกษาธิการ ในบางส่วนน่าจะคุยได้ โดยเริ่มจากกระทรวงที่ง่ายต่อการแก้ก่อน ต่อจากนั้นก็จะเป็นกระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งกฎเกณฑ์เหล่านี้พอได้ยินแล้วจะรู้สึกว่า โห เป็นไปได้อย่างไร เช่น อยากจะทำร้านปิ้งย่าง ต้องขอใบอนุญาตหลายใบมาก อย่างน้อยต้องขอใบอนุญาตการปิ้งย่างหอย ปลาหมึก กุ้ง การไปขอปิ้งย่างหมู เนื้อต้องไปขอกรมปศุสัตว์ ผักนี่ต้องไปขอกรมเกษตร ทำไมต้องยุ่งยากขนาดนั้น

 

การจะทำธุรกิจมันยากมากในประเทศไทย หรือหลายๆ อันที่จำเป็นเช่น มีการลงทะเบียนสัตว์ เอาสัตว์ที่เราเลี้ยงไปลงทะเบียนตามกฎหมายสาธารณสุขแล้วก็มีคำสั่งให้ทุกท้องถิ่นประกาศเกณฑ์เรื่องนี้มา แต่ทุกคนไม่มีใครรู้เรื่องนี้ คนทำผิดกฎหมายไปครึ่งจังหวัด เพราะว่าทุกคนถ้าไม่มีหมาก็มีแมว หรือมีแมวจรจัดมาอยู่ที่บ้าน ทุกคนไม่ลงทะเบียน แต่เขาบอกให้ลงทะเบียนทุกอันเลย แล้วก็มีการบังคับใช้ต่างๆ เรารู้เพราะเราไปถาม กทม. มีคนมาลงทะเบียนต่ำกว่าสิบคน มันก็ไม่ได้ใช้ แล้วจะมีกฎหมายทำไมล่ะ ซึ่งพวกนี้เราตั้งใจจะดำเนินการ ซึ่งทีมงานที่เราช่วยกันทำจะเอาพวกนี้มาอ่านแล้วปรับปรุงให้ดีขึ้น อะไรไม่จำเป็นตัดทิ้งไป ประชาชนจะได้อยู่ง่ายขึ้น

 

 

อีกอันที่เราดูคือมันถูกต้องตามกฎหมายอยู่หรือเปล่า เพราะบางข้อกฎหมายเลิกไปแล้ว แต่คำสั่งอธิบดียังอยู่ บางอย่างอธิบดีไม่มีอำนาจ ก็ออกคำสั่งไปโดยไม่มีกฎหมายรองรับ ถ้าไม่มีกฎหมายรองรับชัดเจนว่าต้องมีระเบียบข้อนี้ก็กำจัดได้ง่าย บางอย่างมีกฎหมายแต่ไม่จำเป็นแล้ว เช่น การขอใบอนุญาตทำโรงงานผลิตชิ้นส่วนการบิน กฎหมายการบิน (พระราชบัญญัติการเดินอากาศ) นี่ใช้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2497 ประมาณ 64 ปี มันควรจะหมดอายุไปหลายปีแต่ยังใช้อยู่ กฎหมายบอกว่าใครอยากจะทำชิ้นส่วนการบินในประเทศไทยต้องเป็นคนไทยเท่านั้น คือต้องเข้าใจว่า ปี พ.ศ. 2497 เครื่องบินลำหนึ่งก็คือความมั่นคงของชาติ เพราะฉะนั้นน็อตที่ใช้ก็คือความมั่นคงของชาติ คนทำก็คือคนไทย เพราะไม่อย่างนั้นจะทำเครื่องบินแล้วมาข่มขู่ แต่ทุกวันนี้ แอร์เอเชีย เวียดนามแอร์ไลน์ แอร์สารพัดอย่าง แล้วน็อตหนึ่งน็อตไม่ใช่เรื่องความมั่นคงแต่อย่างใด แต่กฎหมายพวกนี้ยังมี เราก็จะเปลี่ยนเรื่องพวกนี้ให้มันเป็นเรื่องของสิ่งที่สะท้อนยุคสมัยสามารถดำเนินการได้

 

และสุดท้ายคือมันเป็นอุปสรรคการทำธุรกิจหรือเปล่า เช่นการขออนุญาตทำแบบบางอย่างต้องใช้เอกสารถึง 96 ชุด พิมพ์เขียวต่างๆ เป็นต้นทุนขนาดไหน ทำไมเราไม่สั่งชุดเดียว อย่างตอนนี้นายกฯ สั่งแล้วว่าไม่ต้องสำเนา โดยเป็นคำสั่งหัวหน้า คสช. (คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 21/ 2560 ลงวันที่ 4 เมษายน 2560 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ) เพราะข้อมูลรัฐมีอยู่แล้วเดี๋ยวจะดูให้ มาติดต่ออะไรต่างๆ ซึ่งอันนี้ดีมาก ทำให้เราประหยัด อย่างตอนนี้พี่น้องประชาชนไปติดต่อทางการ ไม่ต้องเอาเอกสารราชการไปแล้ว

 

ปัญหาทางปฏิบัติยังมีอยู่คืออะไร

ตอนนี้ข้าราชการเขาทำอย่างนี้ เขาบอกคุณป้าที่มาติดต่อว่า ถ้าจะให้หนูไปเอาไปหาเอง คุณป้าก็รอไป 3 สัปดาห์หรือเป็นเดือนก็แล้วแต่ แต่หนูจะขอให้ แต่คุณป้าเห็นไหม ตรงนั้นมีเครื่องถ่ายเอกสารอยู่ ถ้าคุณป้าไปถ่ายเอกสารตรงนั้นเอามาให้ คุณป้าได้เลย คือการขัดขืนคำสั่งหัวหน้า คสช. แบบนี้เป็นปัญหาในทางปฏิบัติ คือแทนที่จะบอกว่าอนุมัติไปได้เลย เอกสารตามมาทีหลัง แต่เขาบอกว่าต้องได้เอกสารแนบก่อนถึงจะเดินเรื่องได้

เราจะแก้ไขกฎหมายอำนวยความสะดวกฯ ให้ดีขึ้น เช่นเรื่องการจะไปจับใครว่าคนนั้นผิด เราจะให้กฎเกณฑ์พวกนั้นต้องขึ้นเว็บไซต์ก่อน ให้ประกาศเป็นการทั่วไป

 

ส่วนปัญหาในด้านระบบเราก็ไม่ดีพอ รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์เรายังไม่มี ซึ่งรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์จะมีข้อมูลที่ต้องขอรัฐบาลทุกอย่างเป็นถังกลาง รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเรื่องของใบประกาศนียบัตรจากสถาบันการศึกษา ถ้าเราสามารถเอามหาวิทยาลัยมารวมด้วยได้ พอกดปุ๊บจะไหลมาหมดว่าข้อมูลต่างๆ ต้องใช้อะไร ซึ่งเราเห็นตัวอย่างของสิงคโปร์ เขาเรียก License One ซึ่งกดปั๊บ กรอกข้อมูล ข้อมูลที่เคยกรอก 400 กว่าช่อง ที่กรอกซ้ำไปซ้ำมาก็จะเหลือ 200 ช่อง ก็ประหยัดไปได้เยอะ แล้วหลังจากนั้นเอกสารที่ต้องใส่ ถ้าเป็นเอกสารทางการมันก็จะดูดมาเอง แต่ของเราตอนนี้ให้อัปโหลดไปก่อน ดังนั้นตัวของกระบวนการเหล่านี้จะทำให้พี่น้องประชาชนได้รับบริการที่ดีขึ้น

 

แก้ไขกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อต่างๆ

เราจะแก้ไขกฎหมายอำนวยความสะดวกฯ ให้ดีขึ้น เช่นเรื่องการจะไปจับใครว่าคนนั้นผิด เราจะให้กฎเกณฑ์พวกนั้นต้องขึ้นเว็บไซต์ก่อน ให้ประกาศเป็นการทั่วไป เพราะทุกวันนี้มีคนเดินไปหาเถ้าแก่ว่า เถ้าแก่ผิดแล้วนะ ต้องจ่าย 20,000 แล้วล่ะ เถ้าแก่ก็ถามว่ากฎเกณฑ์ก็ทำถูกต้องหมดแล้ว แล้วเขาผิดตรงไหน เขาบอกนายเพิ่งเซ็นคำสั่งใหม่ อยู่ในลิ้นชักนาย เถ้าแก่ผิดเรียบร้อยแล้ว ขอโทษนะ มันผิดได้อย่างไร คุณยังไม่ได้ประกาศ แล้วเขาจะทำถูกต้องได้อย่างไร

 

ดังนั้นในอนาคตก็จะมีกฎหมายออกมาว่าการจะบังคับใครเป็นโทษกับใครต้องประกาศให้ทราบทางอิเล็กทรอนิกส์ก่อนเท่านั้น

 

หรืออย่างการจ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตต่างๆ เมื่อได้ใบเสร็จถือเป็นหลักฐานการต่ออายุใบอนุญาตได้เลย ไม่ต้องไปรออนุมัติ  

 

อีกอันที่ทำไปแล้วคือตรายาง เราออกกฎเกณฑ์ว่าทุกบริษัทที่ตั้งไม่ต้องมีตรายางแล้ว หรือว่าแต่ก่อน ถ้าจะตั้งบริษัทต้องมีเกณฑ์เรื่องการดูแลแรงงาน พอมีแล้วต้องส่งให้กรมแรงงานเก็บไว้ ในปัจจุบันเราบอกว่าไม่ต้องส่ง แต่ถ้าไปตรวจแล้วไม่เจอจะลงโทษ ทำให้ทุกคนเริ่มต้นธุรกิจได้ตั้งแต่วันแรก ไม่ต้องรออนุมัติซึ่งต้องรอไม่รู้กี่วัน

 

 

คนจะตาย บริษัทจะล้มละลาย ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป

สิ่งเหล่านี้เป็นกฎเกณฑ์ที่แต่ก่อนมันโอเค แต่เดี๋ยวนี้มันไร้สาระ แล้วบางอันเป็นกฎเกณฑ์ที่ทำให้เกิดต้นทุน หรืออีกอันเขาพูดกันเวลาคนตายห้ามตายที่บ้าน ให้ไปตายที่โรงพยาบาล เกิดปุ๊บปั๊บใครตายไปเขาบอกว่าให้รถพยาบาลมารับ ยังไม่ตาย มารับเสร็จให้พาไปตายโรงพยาบาล เพราะว่าถ้าตายที่บ้านมันต้องตรวจสอบ แต่ถ้าตายโรงพยาบาลถือว่าอยู่ใต้อาณัติหมอ แค่นี้จะตายก็ตายไม่ได้ง่ายๆ เป็นภาระอย่างยิ่ง พวกนี้เราต้องหาดูว่าอะไรจะผ่อนได้

 

หรืออย่างการล้มละลาย อันนี้ใช้เวลานานปีครึ่ง เวลาที่ใช้ 6 เดือนใช้ไปกับการที่ไม่สามารถลงราชกิจจานุเบกษาได้ คือศาลสั่งแล้ว แต่การจะเป็นคนล้มละลายที่แท้จริง ต้องประกาศลง แล้วมันมีคิว คือศาลเขาจะส่งชื่อมา แล้วมีกว่า 300 ชื่อ ต้องรอคิวเรื่อยๆ จนกระทั่งประกาศคิวก่อนหน้าหมดแล้วประมาณ 5-6 เดือน ระหว่างที่รอ สินทรัพย์เราก็เน่าหมดแล้วเพราะรอ แต่เรายังไม่เป็นคนล้มละลาย ซึ่งเรารู้จากการหารือ เราจึงประชุมกับทางราชกิจจาฯ กับกรมบังคับคดี จนทำให้เสร็จแล้วก็จะประกาศ และกลุ่มเดิมที่ค้างอยู่ก็จะปล่อยทีเดียวสัก 5,000 ชื่อ

เราอยากไปจัดการให้มีสำนักงานอีกสำนักงานดูแลเรื่องการออกกฎระเบียบ ส่วนระดับกฎหมายให้กฤษฎีกาดูไป ชั้นรองลงมาให้สำนักงานที่ตั้งขึ้นมา โดยสำนักงานปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วนเป็นตะแกรงร่อน ดำเนินการ 5 ส. สะสางกฎหมายที่เป็นปัญหาต่อประชาชน

 

ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จแล้ว

ที่ผ่านมาก็มีการเปลี่ยนแปลงของธนาคารแห่งประเทศไทย เช่นการแลกเปลี่ยนเงินตรา ที่สมัยก่อนต้องเอาเอกสารต่างๆ พาสปอร์ต เอกสารรับรองการเรียน หลังจากนั้นต้องไปนั่งรอ กว่าจะได้เงินมาต้องเซ็นเอกสารหลายอย่าง แต่ทุกวันนี้เดินไปขอก็ได้แล้ว การแก้ไขกฎหมายแลกเปลี่ยนเงินตรากฎหมายเดียวสามารถประหยัดเงินไปได้ถึง 1,000 ล้านบาท โดยในเกาหลีการดำเนินการด้านการลดกฎระเบียบต่างๆ เหล่านี้ สามารถลดได้ถึง 150,000 ล้านบาทในปีแรก ปีถัดมาถึง 300,000 ล้านบาทจากการปฏิรูปกฎหมาย ทำให้ตัวของต้นทุนมันลดลงไป

 

ตั้งหน่วยงานรับผิดชอบ

ประเทศไทยมีกฤษฎีกาอ่านดูกฎหมายว่าเหมาะสมหรือไม่ ต้องแก้ไขหรือไม่ แต่กฎหมายที่กฤษฎีกาดู ดูแค่กฎหมายที่เข้ารัฐสภา แต่กฎหมายลูก กฎกระทรวง เพียงผ่านรัฐมนตรีก็จบ เราอยากไปจัดการให้มีสำนักงานอีกสำนักงานดูแลเรื่องการออกกฎระเบียบ ส่วนระดับกฎหมายให้กฤษฎีกาดูไป ชั้นรองลงมาให้สำนักงานที่ตั้งขึ้นมา โดยสำนักงานปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วนเป็นตะแกรงร่อน ดำเนินการ 5 ส. สะสางกฎหมายที่เป็นปัญหาต่อประชาชน ส่วนกฎหมายใหม่ที่จะมีมาเพิ่มก็จะต้องมีกฎเกณฑ์พิจารณา หรืออาจมีคณะกรรมการพิจารณาว่าควรมีกฎหมายใหม่ออกมาหรือไม่ แต่ตรงนี้จะเป็นรูปแบบใด ยังพิจารณากันอยู่ว่าใครจะเป็นคนทำ

 

 

กระบวนการนี้จะเสร็จเมื่อใด

เนื่องจากจะเริ่ม 1 พ.ค. แล้วกระบวนการแบ่งเป็น 3 ลอต ลอตแรกนำสิ่งสำคัญมาทำก่อน มีปริมาณสูงๆ มาทำก่อน หลังจากนั้นพอปลายปีจะทำอีก 1,000 ใบอนุญาตที่สำคัญๆ เราจะเลือกทำ 1,000 อันแรก โดยมีสัก 20 อันที่คนต้องใช้ตลอด ซึ่งเกือบเป็นร้อยละ 80 ของทั้งหมด แล้วก็ทำเสร็จจะเอาขึ้นเว็บไซต์ ในขณะนี้จะทำ Digital Portal สำหรับการทำระบบอนุญาต เหมือน License One ของสิงคโปร์ แต่ว่าตัวของ Digital Portal เราคุยกันแล้วว่าถ้าเอากฎเกณฑ์ปัจจุบันไปทำใส่ระบบมันก็ยังแย่อยู่ เราต้องเอากฎเกณฑ์มาสะสางก่อน แล้วพอเสร็จเอารูปลักษณ์ใหม่ไปใส่ในระบบก็จะเวิร์ก นี่คือที่ทำกับ ก.พ.ร. อยู่ ก.พ.ร. ลงทุนในการทำคู่มือ การพิสูจน์ตัวตน เราทำในเรื่องกฎหมาย

 

20 อันที่คนต้องใช้ตลอด มีตัวอย่างไหม

เช่น ใบขับขี่ บัตรประชาชน พาสปอร์ต ในการแก้กฎหมายอำนวยความสะดวก เราจะแก้เรื่องการแจ้งหาย ซึ่งแต่เดิมอย่างบัตรประชาชนหาย เราต้องไปแจ้งตำรวจก่อน แล้วเอาใบแจ้งตำรวจไปที่อำเภอขอใบใหม่ ตอนนี้เราจะเปลี่ยนว่าการแจ้งที่อำเภอถือเป็นการแจ้งที่ตำรวจพร้อมกัน

 

การลดขั้นตอนพวกนี้มันช่วยลดค่าใช้จ่ายอย่างไรบ้าง

ลดได้เยอะเลย อย่างถ้าทำบัตรหายไม่ต้องไปหาตำรวจก่อน ลดทีหนึ่งได้เป็นร้อยบาท  หรือพาสปอร์ต ที่วันหนึ่งไปดำเนินการ อีกวันหนึ่งไปรับ ก็เสียค่าเดินทาง 2 รอบ ทำไมเราไม่ให้เสร็จเรียบร้อยเลย ซึ่งเทคโนโลยีปัจจุบันมันทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ ทั้งเรื่อง Cloud, Database

 

 

ที่ผ่านมาการร้องเรียนเกี่ยวกับใบอนุญาตจะเป็นเรื่องอะไรมากที่สุด

ถ้าเป็นฝรั่งจะเป็นวีซ่า, Work Permit อย่างการรายงานตัว เขาถามว่าทำผิดตรงไหนต้องคอยรายงานตัวทุก 90 วัน  

 

ตอนนี้ในแง่ของคนปฏิบัติงานเข้าใจใช่ไหม

เขากำลังจะเข้าใจ เพราะเรากำลังเริ่มดำเนินการ ในส่วน EoDB (Ease of Doing Business) เข้าใจแล้ว แต่เรื่องของการสะสางกฎหมายกำลังดำเนินการ

 

มันเหมือนเขามีอำนาจ แต่เราไปตัดอำนาจของเขา

ไม่รู้ทำไง แต่เราต้องอาศัยความตั้งใจ ในกฎหมายกำหนดไว้ว่าต้องทบทวนในกี่ปีๆ เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีต้องดำเนินการไม่อย่างนั้นผิดกฎหมาย อย่างใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง. 4) เมื่อก่อนอนุมัติง่ายเกินไปจึงมีคนหัวใสให้มาจดที่หน้าโต๊ะรัฐมนตรีก็แล้วกัน เลยมีกฎเกณฑ์ใหม่ต้องให้รัฐมนตรีดูจากแต่ก่อนไม่ต้อง นั่นคือที่มาว่าทำไม ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง. 4) ติดเป็นปี ประตูจึงเปิดไม่ออก หรือเคส อย. และทรัพย์สินทางปัญญาก็จะทำ

ตอนนี้เราก็จะขอให้ทุกคนเข้าสู่ในระบบเดียวกัน เอาข้อมูลมาชนกัน ก็จะเห็นตั้งแต่เกิดจนตาย มีสวัสดิการเท่าใดบ้าง ทีหลังเราทำเสร็จก็จะให้เอาใบมรณบัตรมาเช็กด้วย เช่นเดียวกับ National Digital ID Infrastructure หรือระบบเพื่อให้บริการยืนยันตัวตนและดูแลรักษาความถูกต้องของข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

 

กฎหมายที่ทำให้ดีขึ้น จะทำให้คนในราชการทำงานได้สอดรับกับระบบหรือวิธีการใหม่อย่างไร

เราไปแก้ เราจะไปติดป้ายในทุกอำเภอก็ได้ว่ามีคำสั่งว่าข้าราชการห้ามทำอย่างนี้ๆ ให้ประชาชนที่ไปติดต่อราชการชี้เลยว่ามีคำสั่งเหล่านี้อยู่แบบนี้ก็ได้ แต่เรากำลังทำระบบให้เขาดึงข้อมูลได้ เอาบัตรประชาชนเสียบแล้วก็กดว่าต้องการมาขอใบอนุญาตใด ก็ไปดูตามลิ้นชักต่างๆ ในคอมพิวเตอร์ก็ดึงได้ทันที กุญแจลิ้นชักคือบัตรเรา พอถึงเวลาก็สามารถดึงข้อมูลได้ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ใช่

 

อย่างทุกวันนี้กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ที่มีปัญหาตอนนี้ ก็เพราะไม่มีใครเช็กได้ว่าใครได้สวัสดิการเท่าใด แม้กระทั่งอยากรู้ว่ากอบศักดิ์ได้สวัสดิการกี่อย่างในประเทศไทยยังไม่รู้เลย เพราะมันมีกี่โครงการ แต่ละโครงการก็มีข้อมูลแต่ละตัว ข้อมูลบางคนมีเลขประจำตัวประชาชน บางอันไม่มี บางอันอยู่ในกระดาษ

 

ตอนนี้เราก็จะขอให้ทุกคนเข้าสู่ในระบบเดียวกัน เอาข้อมูลมาชนกัน ก็จะเห็นตั้งแต่เกิดจนตาย มีสวัสดิการเท่าใดบ้าง ทีหลังเราทำเสร็จก็จะให้เอาใบมรณบัตรมาเช็กด้วย เช่นเดียวกับ National Digital ID Infrastructure หรือระบบเพื่อให้บริการยืนยันตัวตนและดูแลรักษาความถูกต้องของข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ทั้งของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งก็ดำเนินการอยู่

 

 

และนี่คือส่วนหนึ่งจากการฉายภาพของรัฐมนตรีกอบศักดิ์ ภูตระกูล ถึงความพยายามที่กำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งทุกภาคส่วนคงต้องจับตากันต่อไปว่าจะสำเร็จได้จริงดังหวังหรือไม่

 

เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งปัญหาระดับผู้ปฏิบัติและปัญหาเชิงระบบ ตลอดจนความพร้อมของกฎหมายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลที่จะปกป้องการล่วงล้ำนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด ก็ยังไม่สามารถเข็นออกมาได้ และการคอร์รัปชันก็ไม่ได้มีเพียงการเรียกสินบนเพื่อเร่งรัดการอนุมัติ อนุญาตเท่านั้น แต่ยังมีรูปแบบอื่นๆ มากมาย ที่หากมีรัฐบาลดิจิทัลเกิดขึ้น ก็ต้องหาทางอุดช่องโหว่ต่อไป ไม่ว่าการลักลอบขายข้อมูล การปรับเปลี่ยนข้อมูลในสารบบออนไลน์เพื่อประโยชน์ของบุคคลที่สาม หรือภัยคุกคามใหม่ๆ ที่รัฐบาลไทยต้องปรับตัวให้เท่าทัน

The post ถาม ดร.กอบศักดิ์ 4 ปี คสช. ปฏิรูปกฎหมายเพื่อประชาชนไปถึงไหน คนไทยได้อะไรบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/korbsak-phutrakul-interview/feed/ 0
ผบ.ทบ. ย้ำ เกณฑ์ทหารต้องไม่มีทุจริต เตรียมขั้นตอนให้รวดเร็วยิ่งขึ้น https://thestandard.co/army-chief-confirm-no-corruption-in-compulsory-military-service/ https://thestandard.co/army-chief-confirm-no-corruption-in-compulsory-military-service/#respond Sat, 31 Mar 2018 09:49:17 +0000 https://thestandard.co/?p=81236

ฤดูกาลตรวจเลือกทหารกองประจำการ 2561 กำลังจะเริ่มต้นขึ้น […]

The post ผบ.ทบ. ย้ำ เกณฑ์ทหารต้องไม่มีทุจริต เตรียมขั้นตอนให้รวดเร็วยิ่งขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>

ฤดูกาลตรวจเลือกทหารกองประจำการ 2561 กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 1-12 เมษายนนี้ โดยปีนี้กองทัพจะคัดเลือกชายไทยเข้าประจำการจำนวน 104,734 คน ซึ่ง พล.อ. เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกส่วนปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายที่ทางราชการกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด พร้อมย้ำว่าการตรวจเลือกต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม รวดเร็ว และตรวจสอบได้

 

โดยการคัดสรรชายไทยให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กองทัพกำหนดไว้ ทั้งเรื่องคุณสมบัติและสภาพร่างกายที่เหมาะสมกับการรับราชการทหาร เพื่อให้กองทัพได้บุคลากรที่มีคุณภาพ สามารถปฏิบัติงานด้านความมั่นคงและช่วยเหลือประชาชนได้ในทุกความเดือดร้อน

 

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบกยังได้ให้ผู้บังคับหน่วยกำกับดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจเลือกให้เป็นไปอย่างตรงไปตรงมา สามารถตอบชี้แจงได้ในทุกข้อสงสัย และต้องไม่มีเรื่องการทุจริตเกิดขึ้น ที่สำคัญขอให้หน่วยตรวจเลือกทหารได้จัดให้มีการอำนวยความสะดวกผู้ที่เข้ารับการตรวจเลือกไว้อย่างเหมาะสมด้วย นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารบกยังได้มอบหมายให้หน่วยฝึกทหารใหม่ได้เตรียมความพร้อมในทุกด้าน เพื่อรองรับการเข้าประจำการของทหารใหม่ที่จะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ด้วย

 

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้กองทัพได้มีการปรับรูปแบบการตรวจเลือกให้กระชับและรวดเร็วยิ่งขึ้น เช่น จัดให้มีการตรวจโรคก่อนการตรวจเลือก การรับรายงานตัวบุคคลประเภทคนผ่อนผันแบบคู่ขนานกับคนประเภทอื่น และเร่งการปล่อยตัวคนผ่อนผันให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อลดความคับคั่งในระหว่างการตรวจเลือก นอกจากนี้ ในระหว่างการตรวจเลือกกองทัพบกจะจัดผู้บังคับบัญชาออกตรวจเยี่ยมและส่งชุดสังเกตการณ์ออกไปแนะนำ หรือแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นร่วมกับคณะกรรมการตรวจเลือกทั้ง 158 ชุดทั่วประเทศใน 928 อำเภอ 77 จังหวัด

 

อ้างอิง:

  • สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

The post ผบ.ทบ. ย้ำ เกณฑ์ทหารต้องไม่มีทุจริต เตรียมขั้นตอนให้รวดเร็วยิ่งขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/army-chief-confirm-no-corruption-in-compulsory-military-service/feed/ 0
เปรมชัย เข้ารับทราบข้อกล่าวหาติดสินบนเจ้าหน้าที่ https://thestandard.co/premchai-allegation-bribing-officials/ https://thestandard.co/premchai-allegation-bribing-officials/#respond Tue, 20 Mar 2018 04:58:55 +0000 https://thestandard.co/?p=78510

หนึ่งในข้อกล่าวหาที่นายเปรมชัยและพวกถูกแจ้งข้อหา จากการ […]

The post เปรมชัย เข้ารับทราบข้อกล่าวหาติดสินบนเจ้าหน้าที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

หนึ่งในข้อกล่าวหาที่นายเปรมชัยและพวกถูกแจ้งข้อหา จากการเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คือการพยายามเจรจาขอให้เจ้าหน้าที่ปล่อยตัว หลังถูกจับกุมได้พร้อมซากเสือดำ นำไปสู่การถูกแจ้งความดำเนินคดีฐานพยายามติดสินบนเจ้าพนักงาน

 

โดยในวันนี้ นายเปรมชัย กรรณสูต พร้อมด้วยนายยงค์ โดดเครือ 2 ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันติดสินบนเจ้าพนักงานเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยเดินทางมาถึงตั้งแต่ 08.50 น. ก่อนเวลานัดหมายกว่า 1 ชั่วโมง และก็เป็นเหมือนเช่นทุกครั้ง นายเปรมชัยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ

 

ด้าน พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาร่วมสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสองด้วย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด ทั้งนี้ตามกระบวนการหลังสอบปากคำเสร็จ ผู้ต้องหาทั้งสองสามารถเดินทางกลับได้ทันที เพราะนี่ถือเป็นการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกเท่านั้น

 

The post เปรมชัย เข้ารับทราบข้อกล่าวหาติดสินบนเจ้าหน้าที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/premchai-allegation-bribing-officials/feed/ 0
แจ้งข้อหาเพิ่ม เปรมชัยและคนขับรถ ร่วมกันติดสินบนเจ้าหน้าที่ นัดสอบปากคำ 19 มีนาคมนี้ https://thestandard.co/premchai-and-driver-got-more-charged/ https://thestandard.co/premchai-and-driver-got-more-charged/#respond Thu, 15 Mar 2018 05:18:27 +0000 https://thestandard.co/?p=77347

ความคืบหน้าคดีล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่น […]

The post แจ้งข้อหาเพิ่ม เปรมชัยและคนขับรถ ร่วมกันติดสินบนเจ้าหน้าที่ นัดสอบปากคำ 19 มีนาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ความคืบหน้าคดีล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก ของนายเปรมชัย กรรณสูต เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับนายเปรมชัยอีก 1 ข้อหา หลังจากแจ้งข้อหาไปแล้ว 12 ข้อหาก่อนหน้านี้

 

วันนี้ (15 มี.ค.) พล.ต.ต. กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำนายวิเชียร ชินวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เมื่อวานนี้ (14 มี.ค.) พบว่า ต้องมีการออกหมายเรียกเพื่อทำการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มอีก 1 ราย คือนายยงค์ โดดเครือ ซึ่งเป็นคนขับรถของนายเปรมชัย และเพิ่มข้อหากับนายเปรมชัยอีก 1 ข้อหาเช่นกัน ในข้อหา ‘ร่วมกันติดสินบนเจ้าหน้าที่’

 

สำหรับพฤติการณ์ของนายยงค์ คือการพยายามพูดส่งเสริมให้มีการปล่อยตัวนายเปรมชัยและรับสินบน มีการเสนอสิ่งของเป็นอุปกรณ์ของเจ้าหน้าที่ที่ใช้ในการปฏิบัติงาน โดยมีการออกหมายเรียกให้ทั้ง 2 คนมาพบเจ้าหน้าที่ในวันที่ 19 มีนาคม เวลา 10.00 น. ที่ บก.ปปป.

 

ส่วนเมื่อวานนี้ หลังพนักงานสอบสวน คุมตัวนายเปรมชัยไปขออำนาจศาลฝากขังผัดแรก คดีครอบครองงาช้างแอฟริกาโดยไม่ชอบฯ ที่ศาลอาญา รัชดาฯ โดยศาลได้อนุญาตให้ประกันตัวด้วยวงเงิน 300,000 บาท โดยมีเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ ศาลยังได้กำหนดนัดให้นายเปรมชัยมารายงานตัวเมื่อครบกำหนดฝากขังผัดที่ 4 ในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้

The post แจ้งข้อหาเพิ่ม เปรมชัยและคนขับรถ ร่วมกันติดสินบนเจ้าหน้าที่ นัดสอบปากคำ 19 มีนาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/premchai-and-driver-got-more-charged/feed/ 0
ตำรวจปราบทุจริต เรียก หัวหน้าวิเชียร ให้ปากคำ ปมเปรมชัย ติดสินบนเจ้าหน้าที่ 22 ก.พ. นี้ https://thestandard.co/ccd-police-call-wichian-for-bribery-case/ https://thestandard.co/ccd-police-call-wichian-for-bribery-case/#respond Sun, 18 Feb 2018 05:36:57 +0000 https://thestandard.co/?p=71336

ผ่านมา 10 กว่าวันแล้ว สำหรับคดีดัง กรณี ‘นายเปรมชัย กรร […]

The post ตำรวจปราบทุจริต เรียก หัวหน้าวิเชียร ให้ปากคำ ปมเปรมชัย ติดสินบนเจ้าหน้าที่ 22 ก.พ. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ผ่านมา 10 กว่าวันแล้ว สำหรับคดีดัง กรณี ‘นายเปรมชัย กรรณสูต’ ซีอีโออิตาเลียนไทย พร้อมพวกรวม 4 คน ถูกจับกุมดำเนินคดีข้อหาเข้าไปล่าสัตว์ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก

 

ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ. วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รองผู้บังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) แจ้งว่า พนักงานสืบสวนได้ทำหนังสือเรียก นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืชทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เข้าให้ข้อมูลในฐานะผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ในความผิดฐานติดสินบนเจ้าพนักงาน หลังตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ ปทส. สอบปากคำเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า กรณีติดสินบนด้วยไฟฉายและอุปกรณ์เดินป่าให้กับเจ้าหน้าที่ โดยจะเรียกนายวิเชียร และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมรวม 4 คน เข้าให้ข้อมูลที่ บก.ปปป. วันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อตั้งประเด็นการเรียกตัวนายเปรมชัย มาสอบปากคำ

 

ขณะที่การผัดฟ้อง ฝากขัง นายเปรมชัยและพวกครั้งแรก ตั้งแต่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา ได้ครบกำหนดไปแล้ว หลังจากที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิได้อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ภายใต้วงเงินประกันคนละ 1.5 แสนบาท จากนั้นมีกระแสข่าวว่านายเปรมชัยอาจเดินทางไปต่างประเทศแล้ว ซึ่งจนถึงขณะนี้มีเพียงรายงานข่าว ขณะเดียวกันก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวจากนายเปรมชัยให้เห็นแต่อย่างใด โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจได้ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาทารุณกรรมสัตว์ แต่นายเปรมชัยก็ไม่ได้มาพบเจ้าหน้าที่ตามนัด อ้างติดภารกิจสำคัญ

 

อ้างอิง:

The post ตำรวจปราบทุจริต เรียก หัวหน้าวิเชียร ให้ปากคำ ปมเปรมชัย ติดสินบนเจ้าหน้าที่ 22 ก.พ. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/ccd-police-call-wichian-for-bribery-case/feed/ 0