การติดสารเสพติด Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/การติดสารเสพติด/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 25 May 2026 12:17:00 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 กรมการปกครอง ดีเดย์ตรวจสารเสพติด กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการฝ่ายปกครอง 878 อำเภอทั่วประเทศ https://thestandard.co/local-officials-drug-test/ Mon, 25 May 2026 12:17:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1210774 นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง แถลงข่าวการตรวจสารเสพติดเจ้าหน้าที่

วันนี้ (25 พฤษภาคม) นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอ […]

The post กรมการปกครอง ดีเดย์ตรวจสารเสพติด กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการฝ่ายปกครอง 878 อำเภอทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง แถลงข่าวการตรวจสารเสพติดเจ้าหน้าที่

วันนี้ (25 พฤษภาคม) นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า กรมการปกครองเปิดปฏิบัติการ กวาดบ้านตัวเอง พร้อมสั่งการด่วนที่สุดไปยังทุกอำเภอทั่วประเทศ ดำเนินการตรวจสารเสพติดในปัสสาวะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบล รวมกว่า 280,004 คน ตลอดจนข้าราชการ พนักงาน บุคลากรในสังกัดกรมการปกครอง และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน เพื่อคัดกรองหาสารเสพติดรายบุคคลอย่างเข้มข้น

 

การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบาย 4 เสาหลักด้านความมั่นคง ของรัฐบาล ที่มุ่งแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง โดยกรมการปกครองยืนยันหลักการสำคัญว่า หากจะกวาดบ้านคนอื่น บ้านของตัวเองต้องสะอาดเสียก่อน เนื่องจากกำนันและผู้ใหญ่บ้านถือเป็นกลไกสำคัญของรัฐในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในระดับหมู่บ้านและชุมชน

 

อธิบดีกรมการปกครองระบุว่า ได้สั่งการให้นายอำเภอทั่วประเทศจัดประชุมมอบนโยบายด้านความมั่นคง พร้อมกำชับแนวทางการปฏิบัติงานแก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และฝ่ายปกครองในพื้นที่ โดยให้มีการสุ่มตรวจสารเสพติดแบบไม่แจ้งล่วงหน้า เพื่อสร้างมาตรฐานและความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ

 

นอกจากนี้ ยังได้ถ่ายทอดข้อสั่งการจากการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด โดยเฉพาะมาตรการด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งประกอบด้วย 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่

 

  • ยกระดับมาตรการปิดกั้นพื้นที่ชายแดน (SEAL ชายแดน) เพื่อสกัดการลักลอบลำเลียงยาเสพติดและสารตั้งต้น ผ่านการลาดตระเวน ตั้งจุดตรวจ จุดสกัดอย่างเข้มงวด บูรณาการกำลังร่วมระหว่างตำรวจตระเวนชายแดน ทหาร ฝ่ายปกครอง ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน รวมถึงการประสานความร่วมมือกับพื้นที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน
  • เพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติด โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนเสี่ยง นักเสพหน้าใหม่ และกลุ่ม วัยรุ่นนักบิน ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งถูกใช้เป็นเครือข่ายลำเลียงยาเสพติด
  • ส่งเสริมกระบวนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด และผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติด ผ่านแนวทาง 1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัด หรือ 1 อำเภอ 1 ศูนย์พักคอยผู้ผ่านการบำบัด เพื่อให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ
  • ยกระดับมาตรการป้องกันในระดับพื้นที่ โดยใช้ภาคประชาชน อาทิ ชรบ. และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) เป็นกำลังหลักในการเฝ้าระวัง ตรวจตราหมู่บ้าน และลาดตระเวนร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในทุกพื้นที่

 

อธิบดีกรมการปกครองกล่าวเพิ่มเติมว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับมาตรการเชิงรุก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน และร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังร่วมกับทุกภาคส่วน ภายใต้นโยบาย บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล ตามนโยบายของอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

The post กรมการปกครอง ดีเดย์ตรวจสารเสพติด กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการฝ่ายปกครอง 878 อำเภอทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รายงานล่าสุด UN ชี้ ตลาดโคเคนกำลังเฟื่องฟู จำนวนผู้ใช้สารเสพติดพุ่งสูงกว่า 296 ล้านคนในปี 2021 https://thestandard.co/un-report-says-cocaine-market-is-booming/ Mon, 26 Jun 2023 10:59:47 +0000 https://thestandard.co/?p=807894 ตลาด​ โคเคน

รายงานล่าสุดของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งส […]

The post รายงานล่าสุด UN ชี้ ตลาดโคเคนกำลังเฟื่องฟู จำนวนผู้ใช้สารเสพติดพุ่งสูงกว่า 296 ล้านคนในปี 2021 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลาด​ โคเคน

รายงานล่าสุดของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ชี้ว่า ตลาดโคเคนกำลังเฟื่องฟูอย่างมาก และการลักลอบค้าสารเสพติดอย่างเมทแอมเฟตามีนก็เพิ่มสูงขึ้นตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยจำนวนผู้ใช้สารเสพติดพุ่งสูงกว่า 296 ล้านคนในปี 2021 ซึ่งเป็นปีล่าสุดที่มีการจัดเก็บสถิติในช่วงเวลานี้ โดยเพิ่มขึ้นจาก 240 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นราว 23% จากปี 2011 

 

UNODC ชี้ว่า ปัญหายาเสพติดที่มีการยกระดับมากยิ่งขึ้นนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงมาจากการเติบโตและเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมากของประชากรโลกในช่วงตลอดทศวรรษที่ผ่านมา โดยผู้ที่มีความผิดปกติจากการใช้สารเสพติดพุ่งสูงขึ้นเป็น 39.5 ล้านคนทั่วโลก หรือเพิ่มขึ้น 45% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีผู้ติดยาเสพติดเพียง 1 ใน 5 เท่านั้นที่เข้าสู่ระบบการรักษาและฟื้นฟูอย่างจริงจังในปี 2021 

 

รายงานฉบับนี้ของ UNODC ยังระบุว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับการเพิ่มขึ้นของทั้งอุปสงค์และอุปทานที่มีต่อโคเคน โดยมีแนวโน้มที่จะกระตุ้นการพัฒนาตลาดใหม่นอกเหนือจากขอบเขตพื้นที่เดิม แม้ว่าตลาดโคเคนทั่วโลกจะยังคงกระจุกตัวอยู่ในอเมริกา ยุโรปตะวันตก และยุโรปกลาง รวมถึงแพร่หลายอย่างมากในออสเตรเลียก็ตาม ทั้งยังตรวจพบตลาดที่กำลังพัฒนาในพื้นที่แถบแอฟริกา เอเชีย และยุโรปตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

 

ขณะที่สารเสพติดอย่างเมทแอมเฟตามีนที่ตรวจยึดได้ทั่วโลกเกือบ 90% พบในพื้นที่แถบเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะอัฟกานิสถานที่ปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสารเสพติดรายใหญ่ของโลก ตลาดเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนกำลังเฟื่องฟูอย่างมาก ขณะที่ปี 2021 เพียงปีเดียว อเมริกาเหนือมีผู้เสพยาเกินขนาดสูงกว่า 90,000 คน 

 

โดยรายงานฉบับล่าสุดนี้ยังระบุอีกว่า สัญญาณบางอย่างจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่กำลังยืดเยื้ออยู่นี้อาจมีส่วนกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวของการผลิตและการลักลอบค้าสารเสพติดสังเคราะห์เหล่านี้ได้ หากพิจารณาจากข้อมูลที่มีอยู่ และตลาดขนาดใหญ่ที่กำลังพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่แถบนี้

 

แฟ้มภาพ: Horacio Villalobos / Corbis via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post รายงานล่าสุด UN ชี้ ตลาดโคเคนกำลังเฟื่องฟู จำนวนผู้ใช้สารเสพติดพุ่งสูงกว่า 296 ล้านคนในปี 2021 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไต้หวันสืบปมครูอนุบาลให้ยาแก้ไอชนิดเสพติดแก่เด็กนักเรียนเพื่อสงบสติอารมณ์ https://thestandard.co/teachers-preschool-taiwan-accused-of-drugging-students/ Tue, 20 Jun 2023 09:41:36 +0000 https://thestandard.co/?p=805792 ไต้หวัน

บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองในไต้หวันพากันตื่นตระหนก หลังปรากฏก […]

The post ไต้หวันสืบปมครูอนุบาลให้ยาแก้ไอชนิดเสพติดแก่เด็กนักเรียนเพื่อสงบสติอารมณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไต้หวัน

บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองในไต้หวันพากันตื่นตระหนก หลังปรากฏกรณีครูหลายคนที่โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งในเมืองนิวไทเป (New Taipei) ถูกกล่าวหาว่าให้ยาแก้ไอชนิดที่ทำให้เสพติดได้แก่เด็กนักเรียน เพื่อช่วยทำให้เด็กสงบสติอารมณ์

 

โดยยาดังกล่าว รวมทั้งยาฟีโนบาร์บิทัล (Phenobarbital) และเบนโซไดอะซีปีน (Benzodiazepine) ที่จัดอยู่ในกลุ่มยาระงับประสาทและยาคลายกังวล

 

กรณีอื้อฉาวดังกล่าวปรากฏขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยพ่อแม่ของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลเอกชนแห่งหนึ่งในเมืองนิวไทเป กล่าวหาเจ้าหน้าที่ว่าให้ยาที่ไม่รู้จักแก่บุตรหลานของตน หลังพบว่าบุตรหลานของพวกเขามีอาการหงุดหงิด กระสับกระส่าย และกรีดร้องขณะนอนหลับ

 

ผู้ปกครองเผยว่า หลังพูดคุยกับเด็กๆ จึงรู้ว่าครูของพวกเขาทำการป้อน ‘ยาที่ไม่รู้จัก’ ให้กับเด็กนักเรียน ส่งผลให้ผู้ปกครองพากันไปแจ้งความกับตำรวจ และเกิดการร้องเรียนกรณีนี้มากขึ้นเรื่อยๆ จนทางการท้องถิ่นต้องเริ่มดำเนินการสอบสวน และพบเด็กอย่างน้อย 8 คน มีปริมาณยาฟีโนบาร์บิทัลและเบนโซไดอะซีพีนอยู่ในร่างกาย

 

ขณะที่ตำรวจได้ดำเนินการสืบสวนเรื่องนี้ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังไม่พบความชัดเจนว่าทำไมเด็กนักเรียนถึงได้รับยาแก้ไอที่ทำให้เสพติดดังกล่าว

 

เบื้องต้นทางการได้สั่งปิดโรงเรียนที่เกิดเหตุตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งผู้อำนวยการโรงเรียนถูกปรับเงินประมาณ 4,800 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1.6 แสนบาท

 

ส่วนครูใหญ่และครู 5 คน ถูกตำรวจจับกุมและสอบปากคำ แต่หลังจากนั้นได้รับการประกันตัว โดยการสืบสวนคดีอาญากำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ

 

นอกจากนี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (18 มิถุนายน) บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองและประชาชนไต้หวันหลายร้อยคน ยังได้ร่วมเดินขบวนประท้วงในเมืองนิวไทเป เพื่อแสดงความไม่พอใจและเรียกร้องให้ตำรวจดำเนินการสืบสวนอย่างโปร่งใสมากขึ้น โดยหลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าทางการไม่เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ

 

ขณะเดียวกันยังมีรายงานจากหน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่น พบแพทย์ 4 คน ที่เมืองเกาสงทางตอนใต้ของไต้หวัน ได้กระทำความผิดฐานประพฤติมิชอบและให้ยาฟีโนบาร์บิทัลอย่างไม่เหมาะสมกับเด็กประมาณ 20 คน โดยพวกเขาถูกสั่งให้ระงับการปฏิบัติงานเป็นเวลา 6 เดือน และถูกปรับเป็นเงิน 4.6 หมื่นดอลลาร์

 

ภาพ: Carl Court / Getty Images

อ้างอิง:

The post ไต้หวันสืบปมครูอนุบาลให้ยาแก้ไอชนิดเสพติดแก่เด็กนักเรียนเพื่อสงบสติอารมณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
“เพราะเราคือเพื่อนเราจึงเข้าใจ” กทม. จับมือภาคีเครือข่าย เปิดศูนย์บำบัดฟื้นฟูการใช้ยาเสพติด ให้บริการตรวจ HIV โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ https://thestandard.co/bangkok-rehabilitation-center/ Wed, 02 Nov 2022 03:39:14 +0000 https://thestandard.co/?p=703196 ยาเสพติด

วานนี้ (1 พฤศจิกายน) ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเ […]

The post “เพราะเราคือเพื่อนเราจึงเข้าใจ” กทม. จับมือภาคีเครือข่าย เปิดศูนย์บำบัดฟื้นฟูการใช้ยาเสพติด ให้บริการตรวจ HIV โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยาเสพติด

วานนี้ (1 พฤศจิกายน) ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการเปิดศูนย์ให้บริการบำบัดฟื้นฟูและลดอันตรายจากการใช้ยาเสพติด โดยชุมชนเป็นศูนย์กลาง โดยมี นพ.แพทย์ธนัช พจน์พิสุทธิพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและบำบัดการติดยาเสพติด สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) และคณะ

 

พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายสนับสนุน, ซานดร้า เบิร์ด รองผู้อำนวยการด้านสาธาณสุข จากองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID), สตีเฟน มิลส์ โครงการ EpiC ประเทศไทย องค์การแฟมิลี เฮลท์ อินเตอร์เนชั่นแนล (FHI 360), นพ.รัฐพล เตรียมวิชานนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.), ดร.พญ.นิตยา ภานุภาค พึ่งพาพงศ์ ผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิสถาบันเพื่อการวิจัยและนวัตกรรมด้านเอชไอวี (IHRI) รวมทั้งผู้อำนวยการศูนย์บริการสาธารณสุข 41 คลองเตย ผู้แทนกองควบคุมโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สำนักอนามัย กทม. และภาคีเครือข่าย ร่วมงานด้วย

 

ทวิดากล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่เราพบว่ายากเสมอ ก็คือการที่เราพยายามเอาความช่วยเหลือให้กับคนทุกกลุ่มที่อยู่ในสังคม ทำให้เขาเชื่อจริงๆ ว่าเราแคร์เขา ว่าเราอยากช่วยและเราเป็นเพื่อน ดิฉันว่าสังคมไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งสังคมเมืองหลวง เป็นสังคมที่โดดเดี่ยวมาก ไม่มีเพื่อนหรือไม่มีกลุ่มคนที่ทำให้เรารู้สึกว่าถ้าเราเจ็บป่วย เราอยากมีใครสักคนที่ช่วยดูแลเรา

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2556 สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์สุขภาพชุมชน เพื่อดำเนินงานด้าน HIV กับกลุ่มประชากรหลัก ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและหญิงข้ามเพศ และจดทะเบียนเป็นคลินิกเทคนิคการแพทย์ฟ้าสีรุ้ง รามคำแหง ในปี 2561 ให้บริการตรวจหาการติดเชื้อ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และสุขภาพอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน เพื่อตอบสนองตามความต้องการของผู้ใช้บริการอย่างเหมาะสม 

 

ที่ผ่านมาพบว่า กลุ่มประชากรหลักชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายจำนวนมาก มีพฤติกรรมเสี่ยงในการใช้สารเสพติดชนิดฉีด ซึ่งจะมีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อ HIV หากไม่ได้ป้องกันอย่างเหมาะสม ทางคลินิกฯ จึงมุ่งเน้นกระบวนการให้การปรึกษาและเก็บข้อมูลในประเด็นของการใช้สารเสพติดเพื่อวางแผนการดูแล สนับสนุนผู้ใช้สารเสพติด ให้ได้รับบริการสุขภาพอย่างเหมาะสม ลดอันตรายของการใช้สารเสพติด และนำไปสู่การลดพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV ของผู้ใช้บริการต่อไป

 

สำนักอนามัย กทม. ใช้แนวทางการบำบัดฟื้นฟูโดยชุมชนเป็นศูนย์กลาง และการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด เป็นแนวคิดที่นำมาจัดบริการให้เกิดประโยชน์ต่อการลดพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 

 

จากพฤติกรรมการใช้สารเสพติดในบริบทการมีเพศสัมพันธ์ได้ โดยมีคลินิกเทคนิคการแพทย์ฟ้าสีรุ้ง รามคำแหง เป็นศูนย์กลางของชุมชนผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ในการปรึกษาเพื่อลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด 

 

พร้อมทั้งบริการตรวจ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ บริการอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงยางอนามัย สารหล่อลื่น และอุปกรณ์สะอาด และบริการด้านสุขภาพจิต ให้ได้รับบริการสุขภาพอย่างครอบคลุม เหมาะสมตามลักษณะพฤติกรรม ในการสร้างสุขภาวะที่ดีต่อไป

The post “เพราะเราคือเพื่อนเราจึงเข้าใจ” กทม. จับมือภาคีเครือข่าย เปิดศูนย์บำบัดฟื้นฟูการใช้ยาเสพติด ให้บริการตรวจ HIV โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
1 สัปดาห์เดือนตุลาคม คนไทยต้องเจอข่าวยาเสพติดกี่ข่าว https://thestandard.co/drugs-in-1-week/ Mon, 10 Oct 2022 14:27:35 +0000 https://thestandard.co/?p=694062

‘ยาเสพติด’ ยังคงเป็นหนึ่งปัญหาในบรรดาปัญหาของประเทศไทยท […]

The post 1 สัปดาห์เดือนตุลาคม คนไทยต้องเจอข่าวยาเสพติดกี่ข่าว appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘ยาเสพติด’ ยังคงเป็นหนึ่งปัญหาในบรรดาปัญหาของประเทศไทยที่ยากจะแก้ไขให้หมดไปได้ หลังจากเกิดเหตุการณ์สูญเสียภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลอุทัยสวรรค์ อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเด็กเล็กมากถึง 24 ราย 

 

ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ยาเสพติดเป็นอีกส่วนสำคัญในการก่อเหตุ เนื่องจากผู้ก่อเหตุรายนี้มีประวัติเคยถูกดำเนินคดีฐานครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต

 

หลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้น รัฐบาลไทยได้ประกาศทำสงครามกับปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังอีกครั้ง แต่ตลอดระยะเวลาของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายสำหรับแผนงานบูรณาการป้องกันและปราบปราม และบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด ตั้งแต่ปี 2560-2566 กว่า 34,943,329,600 บาท 

 

ส่วนงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านยาเสพติดโดยตรง ได้รับการจัดสรรงบประมาณแต่ละปีในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2557-2566 ประมาณ 25,129,473,100 บาท 

 

จากการสืบค้นตั้งแต่ปี 2560-2565 มติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการแก้ปัญหายาเสพติด จากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ถูกบันทึกไว้ทั้งสิ้นจำนวน 1,610 เรื่อง นอกจากนี้ในปี 2562 ปัญหายาเสพติดก็เป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติและด้านความมั่นคง ซึ่งมีการแถลงต่อรัฐสภาไว้อย่างชัดเจน

 

แต่รายงานจาก United Nations Office on Drugs and Crime: UNODC ที่ว่าด้วยเรื่องยาเสพติดประเภทสังเคราะห์ในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การพัฒนาและความท้าทายปี 2565 พบว่า จำนวนยาบ้าที่ยึดครองได้จากปี 2563-2564 มีปริมาณเพิ่มขึ้น พร้อมระบุว่ายาเสพติดในปัจจุบันนั้นมีราคาถูกลงจนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

 

ในปี 2564 สามารถยึดยาบ้าแบบเม็ดในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้มากกว่า 1 พันล้านเม็ด คิดเป็นน้ำหนักกว่า 172 ตัน โดยสูงกว่าเมื่อ 10 ปีที่แล้วที่ยึดได้ 143 ล้านเม็ดถึง 7 เท่า

 

สอดคล้องกับที่ พระครูอดิศรัย กิจจานุวัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์สามัคคี และเจ้าคณะตำบลอุทัยสวรรค์ ศูนย์รวมทางจิตใจของครอบครัวและคนในชุมชน กล่าวหลังเกิดเหตุการณ์สูญเสียที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลอุทัยสวรรค์ถึงสถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ว่า ยาเสพติดในปัจจุบันมีราคาไม่แพง 1 เม็ดราคาไม่ถึงหลักสิบบาท พร้อมเปรียบว่า ‘ถูกกว่าน้ำอัดลม 1 ขวด’

 

THE STANDARD รวบรวมข่าวที่มีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งการถูกจับกุม รวมไปถึงข่าวการเสพยาจนนำไปสู่ความรุนแรง สร้างความเดือดร้อน ตลอด 10 วันในเดือนตุลาคม

 

 

ภาพประกอบ: เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

อ้างอิง: 

The post 1 สัปดาห์เดือนตุลาคม คนไทยต้องเจอข่าวยาเสพติดกี่ข่าว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. เผยชันสูตรเบื้องต้นตรวจไม่พบสารเสพติด ส.ต.อ. มือกราดยิง พบข้อมูลใหม่ ทะเลาะกับภรรยา เครียดตกงานมา 1 ปี https://thestandard.co/nong-bua-lam-phu-strafe-7/ Fri, 07 Oct 2022 09:19:53 +0000 https://thestandard.co/?p=692779 ปัญญา คำราบ

วันนี้ (7 ตุลาคม) เวลา 14.30 น. พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตต […]

The post ผบ.ตร. เผยชันสูตรเบื้องต้นตรวจไม่พบสารเสพติด ส.ต.อ. มือกราดยิง พบข้อมูลใหม่ ทะเลาะกับภรรยา เครียดตกงานมา 1 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปัญญา คำราบ

วันนี้ (7 ตุลาคม) เวลา 14.30 น. พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันถึงประเด็นการตรวจไม่พบสารเสพติดในร่างกายของ ส.ต.อ. ปัญญา คำราบ ผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นที่ได้รับรายงานจากนิติเวช โรงพยาบาลอุดรธานี ว่าไม่พบสารเสพติดในร่างกายของผู้ก่อเหตุจริง คาดว่าภายใน 72 ชั่วโมงก่อนตรวจร่างกาย ผู้ก่อเหตุอาจไม่ได้ใช้สารเสพติด แต่หลังจากนี้จะต้องตรวจซ้ำอีกครั้งตามกระบวนการของแพทย์เพื่อความชัดเจน

 

ส่วนจากการสืบสวนสอบสวนในเรื่องของแรงจูงใจและสาเหตุของการก่อเหตุ พบข้อมูลใหม่ว่า ผู้ก่อเหตุทะเลาะกับภรรยาเมื่อช่วงเวลา 04.00 น. ในวันเกิดเหตุ โดยภรรยาได้โทรหาแม่ให้มารับที่บ้าน เพราะไม่อยากอยู่ด้วย ผู้ก่อเหตุจึงอาจจะมีความเครียดสะสม และหลังจากนั้นไปขึ้นศาลฯ ในคดียาเสพติด จากข้อมูลของคนใกล้ตัวบอกว่ามีอาการปกติ ก่อนจะกลับบ้านมา และคาดว่าเมื่อกลับบ้านไม่เจอภรรยา จึงมีอาการคลุ้มคลั่ง ก่อนออกไปก่อเหตุดังกล่าว

 

สำหรับประเด็นหลักตอนนี้ตำรวจยังพุ่งเป้าไปที่ความขัดแย้งภายในครอบครัว รวมถึงปัญหาทางการเงิน เพราะตกงานกว่า 1 ปี ทำให้เกิดความเครียด แต่อย่างไรก็ตามนี่ยังไม่ใช่ข้อสรุปทางคดี โดยข้อเท็จจริงทั้งหมดยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

 

ส่วนประเด็นเรื่องการถูกไล่ออกจากราชการ พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ยืนยันว่า ไม่มีการกลั่นแกล้ง เพราะทุกอย่างตรงไปตรงมา และผู้บังคับบัญชาได้ให้ออกราชการ หลังมีการจับกุมผู้ก่อเหตุได้ เพราะพบยาเสพติด 1 เม็ด ตอนแรกยังให้ออกจากราชการไว้ก่อน และเพิ่งมีคำสั่งให้ออกจากราชการเมื่อกลางปีที่ผ่านมา หลังจากสอบวินัยเสร็จสิ้น และพบว่าเป็นเรื่องจริง

 

ส่วนผู้ก่อเหตุสอบเข้ารับราชการตำรวจเมื่อปี 2555 ยืนยันว่าตอนนั้นมีการตรวจสอบสารเสพติดในร่างกายตามระเบียบแล้ว และไม่พบสารเสพติด และจากข้อมูลรายงานของตำรวจนครบาล ก็ยังไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่เมื่อย้ายมาอยู่ที่ สภ.นาวัง แล้ว พบว่ามีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เพราะมีความก้าวร้าว ผู้กำกับการ สภ.นาวังคนก่อนจึงได้เรียกมาคุย และยึดอาวุธปืนเอาไว้ ก่อนไปค้นเจอยาเสพติดภายในบ้าน จนต้องออกจากราชการ ขณะที่อาการของจิตเวช ประเด็นนี้ยังไม่พบ

 

พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ยังยืนยันว่า อาวุธปืนของผู้ก่อเหตุเป็นปืนส่วนตัวที่ซื้อถูกต้อง พร้อมมีใบอนุญาตในการใช้ และซื้อในสวัสดิการของตำรวจ เพราะถูกกว่าราคาทั่วไป เมื่อถูกไล่ออกก็ถือเป็นของส่วนตัว

The post ผบ.ตร. เผยชันสูตรเบื้องต้นตรวจไม่พบสารเสพติด ส.ต.อ. มือกราดยิง พบข้อมูลใหม่ ทะเลาะกับภรรยา เครียดตกงานมา 1 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ หญิงฟินแลนด์ผ่านการทดสอบ ไม่พบสารเสพติดในร่างกาย หลังคลิปหลุดจัดปาร์ตี้สุดเหวี่ยง https://thestandard.co/sanna-marin-3/ Tue, 23 Aug 2022 01:58:55 +0000 https://thestandard.co/?p=670557 ซานนา มาริน

วานนี้ (22 สิงหาคม) ทางการฟินแลนด์รายงานว่า ซานนา มาริน […]

The post นายกฯ หญิงฟินแลนด์ผ่านการทดสอบ ไม่พบสารเสพติดในร่างกาย หลังคลิปหลุดจัดปาร์ตี้สุดเหวี่ยง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซานนา มาริน

วานนี้ (22 สิงหาคม) ทางการฟินแลนด์รายงานว่า ซานนา มาริน นายกรัฐมนตรีหญิงฟินแลนด์ผ่านการทดสอบ ไม่พบสารเสพติดในร่างกาย หลังมีคลิปหลุดจัดปาร์ตี้สนุกสุดเหวี่ยง จนนำไปสู่ข้อเรียกร้องจากพรรคฝ่ายค้านและเพื่อนร่วมรัฐบาลผสมให้เธอทำการตรวจหาสารเสพติด

 

โดยผู้นำฟินแลนด์ วัย 36 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำประเทศที่อายุน้อยที่สุดในปัจจุบัน ยืนยันว่า เธอไม่เคยใช้สารเสพติดผิดกฎหมายเลยสักครั้งในชีวิต แม้ในช่วงที่ตนเองเคยเป็นวัยรุ่น แต่เธอยอมรับว่า เธอได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานปาร์ตี้ดังกล่าว  

 

ทางการฟินแลนด์เผยว่า ผู้นำหญิงผ่านการทดสอบสารเสพติด และเธอยังเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นการทดสอบหาสารเสพติดอย่างโคเคน แอมเฟตามีน กัญชา และสารในกลุ่มโอปิออยด์

 

แม้มารินจะได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เธอก็ยังยืนยันว่าผู้นำประเทศก็สามารถใช้เวลาส่วนตัวสังสรรค์กับเพื่อนได้ ทั้งยังมองว่าสิ่งนี้ไม่กระทบต่อความสามารถในการบริหารประเทศของเธอแต่อย่างใด แม้จะมีผู้คนจำนวนไม่น้อยตั้งคำถามถึงภาพลักษณ์ที่ไม่เหมาะสมก็ตาม

 

ภาพ: Dursun Aydemir / Anadolu Agency via Getty Images

อ้างอิง:

The post นายกฯ หญิงฟินแลนด์ผ่านการทดสอบ ไม่พบสารเสพติดในร่างกาย หลังคลิปหลุดจัดปาร์ตี้สุดเหวี่ยง appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ หญิงฟินแลนด์ตรวจหาสารเสพติด หลังคลิปหลุด จัดปาร์ตี้เต้นสนุกสุดเหวี่ยง https://thestandard.co/sanna-marin-2/ Sat, 20 Aug 2022 05:13:41 +0000 https://thestandard.co/?p=669653 Sanna Marin

วานนี้ (19 สิงหาคม) ซานนา มาริน นายกรัฐมนตรีหญิงของฟินแ […]

The post นายกฯ หญิงฟินแลนด์ตรวจหาสารเสพติด หลังคลิปหลุด จัดปาร์ตี้เต้นสนุกสุดเหวี่ยง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sanna Marin

วานนี้ (19 สิงหาคม) ซานนา มาริน นายกรัฐมนตรีหญิงของฟินแลนด์ ได้ตรวจหาสารเสพติดตามคำเรียกร้องของฝ่ายค้าน รวมถึงสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล หลังมีคลิปหลุดขณะกำลังสนุกสุดเหวี่ยงในงานปาร์ตี้ โดยมารินยืนยันว่า เธอไม่เคยใช้สารเสพติดผิดกฎหมาย และปาร์ตี้ดังกล่าวจัดขึ้นเป็นการส่วนตัว ในขณะที่มีผู้คนจำนวนหนึ่งตั้งคำถามถึงภาพลักษณ์และความเหมาะสมในฐานะเป็นผู้นำประเทศ

 

โดยผู้นำฟินแลนด์ วัย 36 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำประเทศที่อายุน้อยที่สุดในปัจจุบัน ยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ส่งผลต่อความสามารถในการบริหารประเทศของเธอ โดยเธอยังต้องการที่จะทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีต่อไป หลังมีสื่อมวลชนถามถึงความเป็นไปได้ที่เธอจะก้าวลงจากตำแหน่ง หลังจากที่คลิปเหตุการณ์ดังกล่าวเผยแพร่ออกมา

 

“ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ฉันได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนาหูว่า ฉันอยู่ในพื้นที่ที่ดูเหมือนจะมีการใช้สารเสพติด หรือแม้แต่มีคนบอกว่า ฉันเองก็ใช้สารเสพติด ฉันสำรวจตรวจสอบคำกล่าวหาเหล่านั้น และฉันถือว่าคำกล่าวหาเหล่านี้ร้ายแรงมาก แม้ว่าความต้องการที่จะให้ฉันตรวจหาสารเสพติดจะดูไม่เป็นธรรม แต่เพื่อการได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายและคลายความสงสัย ฉันได้ทำการตรวจหาสารเสพติดแล้ววันนี้ ซึ่งผลจะออกมาประมาณภายในหนึ่งสัปดาห์

 

ตลอดทั้งชีวิตของฉัน แม้ตอนที่ฉันเป็นวัยรุ่น ฉันไม่เคยใช้สารเสพติดเลยสักครั้ง

 

ฉันเชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจ และสามารถแยกแยะได้ว่า เวลาพักผ่อนและเวลางาน เป็นคนละช่วงเวลา สามารถแยกออกจากกันได้”

 

โดยมารินก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้ารัฐบาลผสมในช่วงปลายเดือนธันวาคม ปี 2019 แม้จะได้รับเสียงชื่นชมไม่น้อย แต่ในขณะเดียวกันเธอก็ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในช่วงปลายปี 2021 ที่มีข่าวลือว่าเธอเข้าร่วมปาร์ตี้สังสรรค์ตลอดทั้งคืน แม้จะอยู่ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิดอย่างหนักในช่วงเวลานั้น 

 

ภาพ: Nicolas Economou / NurPhoto via Getty Images

อ้างอิง:

The post นายกฯ หญิงฟินแลนด์ตรวจหาสารเสพติด หลังคลิปหลุด จัดปาร์ตี้เต้นสนุกสุดเหวี่ยง appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ติดพนัน = ติดยา’ ถกปัญหาพนันออนไลน์ ภัยร้ายทำลายเยาวชน https://thestandard.co/gambling-online/ https://thestandard.co/gambling-online/#respond Thu, 23 Nov 2017 11:41:54 +0000 https://thestandard.co/?p=50014

    การเสี่ยงโชค เสี่ยงทาย เป็นเรื่องปกติของช […]

The post ‘ติดพนัน = ติดยา’ ถกปัญหาพนันออนไลน์ ภัยร้ายทำลายเยาวชน appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

 

การเสี่ยงโชค เสี่ยงทาย เป็นเรื่องปกติของชีวิตมนุษย์ทั่วไป แต่เมื่อสิ่งเหล่านั้นได้ยกระดับขึ้นมาเป็นกิจลักษณะจนถึงขั้นเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ก็ทำให้คนจำนวนหนึ่งหลงใหลและติดหล่มไปในกิจกรรมเหล่านั้น ซึ่งเรียกว่า ‘การพนัน’


สลากกินแบ่งรัฐบาล หวยใต้ดิน การทายผลฟุตบอล เป็น 3 การพนันยอดฮิตสำหรับคนไทย แม้การพนันจะมีทั้งที่อนุญาตให้มีการเล่นอย่างถูกกฎหมาย แต่ที่ผิดกฎหมายก็ยังมีอยู่มาก รวมทั้งการกำกับดูแลของพนันที่ถูกกฎหมายก็มีข้อครหาอยู่เป็นจำนวนมาก

 

https://www.youtube.com/watch?v=lMmFrT_enfQ


พัฒนาการของการพนันตั้งแต่ยุคแรกจนถึงปัจจุบันที่เรียกว่า ‘พนันออนไลน์’ ทำให้การเข้าถึงการพนันง่ายขึ้น และเรียกว่าเป็นศูนย์รวมการพนันเกือบทุกประเภท ส่งผลให้ประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนตกเป็นเหยื่อ และส่งผลเสียหายต่อตัวเองเมื่อมีอาการติดพนัน ซึ่งร้ายแรงเท่ากับการติดสารเสพติดจนอาจลุกลามเป็นปัญหาอื่นๆ ต่อสังคมและประเทศชาติ อาชญากรถูกสร้างขึ้นเป็นจำนวนมากจากสิ่งที่เรียกว่าการพนัน

 

 

รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์

 

สถานการณ์พนันโลก สถานการณ์พนันไทย

รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน อธิบายไว้ในหนังสือ การพนันในยุคเปลี่ยนผ่าน รายงานประจำปี 2559 ของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน ว่ามีการเปลี่ยนแปลงสำคัญในตลาดการพนันของโลกอยู่ 3 ประการ ดังนี้


หนึ่ง ตลาดการพนันของโลกนั้นมีความผันผวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดคาสิโน ในเอเชียมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับหนึ่ง มีจีนเป็นลูกค้าสำคัญ นโยบายการปราบปรามคอร์รัปชันและการฟอกเงินของจีนทำให้มีการควบคุมการโอนเงินระหว่างประเทศและการเดินทางไปต่างประเทศของข้าราชการเข้มงวดมากขึ้น ทำให้ปริมาณลูกค้าในคาสิโนมาเก๊าและภาพรวมรายได้คาสิโนทั่วประเทศลดลง


สอง การเติบโตของการพนันออนไลน์มีความชัดเจนและต่อเนื่อง ทำให้มีการอนุญาตให้มีการพนันออนไลน์ที่ถูกกฎหมายเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ โดยการพนันทายผลการแข่งขันมีส่วนแบ่งมากที่สุดในตลาดออนไลน์


สาม ปัญหาคอร์รัปชันในการจัดการแข่งขันกีฬาเพิ่มมากขึ้นจากอิทธิพลของนักพนันทายผลการแข่งขัน ทำให้ต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมากำกับดูแลปัญหาการทุจริตการจัดการแข่งขัน

 


สถานการณ์เหล่านี้กำลังอธิบายอะไรในแง่ของประเทศไทยที่ต้องยอมรับว่าเป็นประเทศหนึ่งที่มีการเล่นการพนันมากเช่นเดียวกัน แม้จะไม่ได้มีการอนุญาตให้ตั้งคาสิโนเป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ปัญหาการพนันที่ปรากฏอยู่บนหน้าสื่อก็มีให้เห็นอยู่ไม่น้อย หากโฟกัสไปที่ ‘พนันออนไลน์’ น่าจะถือว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านการพนันมาถึงยุคปัจจุบันที่ถาโถมตามความผันผวนของวงการพนันโลกมาสู่ประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


จากรายงานของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนันในปี 2558 พบว่า คนไทยเล่นการพนัน 52.4% หรือประมาณ 27.4 ล้านคน ในจำนวนนี้มีนักพนันที่เป็นเด็กและเยาวชนประมาณ 3.1 ล้านคน แต่ละคนจะเล่นการพนันประมาณ 2-11 ประเภท การพนันที่ได้รับความนิยมสูงสุดของคนไทย 3 อันดับแรกคือ สลากกินแบ่งรัฐบาล หวยใต้ดิน และพนันทายผลฟุตบอล และข้อมูลที่น่าสนใจพบว่าคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะเข้าสู่การพนันเร็วขึ้นเมื่อเทียบกับคนรุ่นก่อน โดยมีข้อมูลจากการสำรวจพบว่าเด็กอายุต่ำสุดที่เล่นการพนันครั้งแรกคือ 7 ขวบ มีตัวเลขว่าคนไทย 2.172 ล้านคนติดพนัน ซึ่งเป็นเด็กและเยาวชน 207,000 คน


ขณะที่พนันออนไลน์เป็นความท้าทายใหม่ของการที่จะป้องกันเด็กและเยาวชน เนื่องจากควบคุมได้ยาก เว็บไซต์ที่ให้บริการพนันออนไลน์มีการทำงานที่เป็นเครือข่ายและเป็นระบบ ขณะที่หน่วยงานของรัฐยังไม่มีการทำงานที่เป็นระบบ ทำงานแยกส่วนกันแต่ละหน่วยงาน รวมทั้งระบบกฎหมายก็ยังไม่มีประสิทธิภาพ

 

 

รู้จักพนันออนไลน์ผ่านคนทำงานด้านปัญหาการพนัน

หนึ่งในองค์กรที่ทำงานขับเคลื่อนและติดตามสถานการณ์การพนันในประเทศไทยก็คือ ‘โครงการขับเคลื่อนสังคมและนโยบายสาธารณะเพื่อลดปัญหาจากการพนัน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ’ ซึ่งมี พงศ์ธร จันทรัศมี เป็นผู้จัดการ เขาและทีมงานได้ติดตามปัญหานี้มาอย่างต่อเนื่องหลายปี และพบว่าปัญหาพนันออนไลน์ในเด็กและเยาวชนเป็นเรื่องน่าห่วง ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องต่ออนาคตของชาติและทิศทางประเทศในวันข้างหน้า THE STANDARD มุ่งตรงไปที่มูลนิธิสุขภาพแห่งชาติเพื่อพูดคุยในประเด็นเหล่านี้


พงศ์ธรอธิบายว่า พนันออนไลน์มีความน่ากลัวอยู่ 3 ประการคือ มันก้าวข้ามเขตแดน สามารถเล่นที่ไหนก็ได้ มันสามารถเล่นได้เร็ว เล่นต่อเนื่องได้ จ่ายเงินได้เร็ว ได้ไว คล่องตัว แก้มือได้เรื่อยๆ ทำให้คนติด โอกาสหมดเนื้อหมดตัวก็มากขึ้น และไม่มีหน่วยงานที่ดูแลเป็นหลัก “ที่ผ่านมาตำรวจจับได้แต่ตัวคอมพิวเตอร์ แต่ไม่สามารถจับเอาตัวการของปัญหาที่เป็นเจ้าของมาดำเนินคดีได้”


เขาอธิบายว่าสิ่งที่ดำเนินการภายใต้โครงการเหล่านี้เพื่อต้องการที่จะคลี่ภาพให้คนในสังคมไทยเห็นว่าการพนันที่แฝงมากับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีได้ส่งผลเสียและทำให้เกิดปัญหาอย่างไร รวมถึงการควบคุมดูแลที่ไม่มีเอกภาพจากภาครัฐด้วย


“สิ่งที่น่ากลัวของพนันออนไลน์คือคนไม่คิดว่ามันเป็นการพนัน อารมณ์ต่างกันกับการซื้อหวย ซื้อลอตเตอรี่ อันนั้นคนยังคิดว่าเป็นการพนันนะ อันนี้คนมองว่ามันเป็นการเล่นเพื่อความสนุกสนาน”

 

 


ขณะที่พัฒนาการของพนันออนไลน์​ทำให้มีผลต่อพฤติกรรมที่จะสามารถเสพติดได้ง่าย พงศ์ธรขยายความว่ากฎหมายบ้านเราถือว่าสิ่งนี้ผิดกฎหมาย ไม่มีการปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์เหล่านี้อย่างจริงจัง ความน่ากลัวที่สุดคือเด็กและเยาวชนสามารถตั้งตัวเป็นเจ้าของเว็บพนันออนไลน์ได้ เป็นเจ้าของบ่อนขนาดย่อย ทำให้ทัศนคติของเด็กกลายเป็นว่าพนันออนไลน์เป็นมิตรกับเขา เพราะมันสามารถสร้างรายได้ให้เขาได้ มีเด็กอายุต่ำที่สุดคือ 7 ขวบที่เข้ามาเล่นพนันครั้งแรกโดยเริ่มต้นจากไพ่


“คนที่เสพติดพนันมากที่สุดคือรัฐบาล เพราะหาเงินได้ง่าย หาเงินจากประชาชนเพื่อเข้ารัฐได้ด้วยการเปิดคาสิโน หรือการทำให้หวยใต้ดินมาอยู่บนดิน มันจะวนเวียนกลับมาให้เราพูดกันตลอด รัฐบาลก็จะมองแต่เรื่องรายได้ แล้วก็จะพูดแค่ว่าก็เอามาทำให้ถูกกฎหมายสิ ในเมื่อมันมีอยู่แล้ว แต่ที่ไม่เคยพูดเลยก็คือการดูแลควบคุม แถมยังพยายามที่จะทำให้ถูกกฎหมาย”


สำหรับเด็กที่เติบโตมาในครอบครัวที่เห็นพ่อแม่เล่นหวยอย่างบ้าคลั่งก็มีส่วนให้เขาซึมซับ พูดง่ายๆ คือสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนสำคัญให้เด็กและเยาวชนเหล่านี้เลียนแบบและมองว่าเป็นเรื่องปกติ และแม้ว่าจะบอกว่าพนันเป็นสิ่งไม่ดี ผิดกฎหมาย เราก็อยู่กับมันมาตลอดจนหลายอย่างเราคิดว่ามันไม่ใช่การพนัน เช่น สลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งจริงๆ แล้วโดยรูปแบบมันคือการพนัน แต่รัฐทำให้มันถูกกฎหมาย คนก็เชื่อเช่นนั้น


“พ่อแม่ที่เล่นการพนันจะมีการฝังสิ่งเหล่านี้ลงไปในพันธุกรรม เป็นงานวิจัยที่บอกว่าพ่อแม่มีผลต่อลูกที่เติบโต แต่ก็ไม่ใช่ทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่ประกอบด้วย แต่ปัญหาก็คือเด็กส่วนใหญ่ที่มีพฤติกรรมเหล่านี้ พ่อแม่และครอบครัวมีส่วนในการส่งเสริมพฤติกรรมการเล่นพนันให้กับเขาไม่ทางตรงก็ทางอ้อม”

 

เยาวชนกับปัญหาติดการพนัน และทางรอดของสังคมไทย

พงศ์ธรอธิบายว่า ในทางการแพทย์มีวิธีทดสอบว่าอะไรจะบ่งชี้ว่าแต่ละคนมีอาการติดการพนันหรือไม่ด้วยวิธีการทำแบบทดสอบ ซึ่ง 3 อาการที่สามารถเป็นพฤติกรรมเบื้องต้นที่บ่งชี้ว่ามีอาการติดพนันก็คือ มีการคิดวนเวียนอยู่แต่เรื่องพนัน อยากเล่นตลอดเวลา ต่อมาก็จะรู้สึกกับตัวเองว่าเล่นแล้วรู้สึกผิด ไม่น่าเล่นเลย ซึ่งจะนำไปสู่ข้อสุดท้ายคืออยากเอาคืน อยากแก้ตัว หากมีพฤติกรรมแบบนี้แสดงว่าสุ่มเสี่ยงต่อการติดการพนัน และในทางปฏิบัติก็ไม่สามารถสังเกตอาการได้จากภายนอกเพียงอย่างเดียว อีกทั้งคนส่วนใหญ่ก็มักปฏิเสธว่าตนเองไม่ได้มีอาการติดพนัน


สำหรับอาการติดการพนัน ในทางการแพทย์อธิบายว่าเป็นอาการที่คล้ายคลึงกับการติดสารเสพติด ถือว่าเป็นอาการป่วยอย่างหนึ่งเรียกว่า ‘โรคติดพนัน’ (Gambling Addict) เกิดจากความรู้สึกนึกคิดและความยับยั้งชั่งใจของคนเรา โดยเฉพาะในวัยเด็ก หากได้ถลำลึกไปสู่วังวนการพนันและเสพติดจนป่วยเป็นโรคนี้จะมีผลต่อ ‘สมอง’ ในส่วนที่เกี่ยวข้อง และก่อให้เกิดปัญหาสังคมตามมา


“กลุ่มคนเล่นพนันออนไลน์มีอายุระหว่าง 15-55 ปี มีความหลากหลายทางวิชาชีพ คือเล่นกันทุกอาชีพ แต่กลุ่มนักศึกษาเป็นกลุ่มที่มีการเพิ่มจำนวนของผู้เล่นมากขึ้น”


การควบคุม กำกับ จัดการพนันออนไลน์ เมื่อไปดูโมเดลต่างประเทศคือต้องห้ามเด็กไม่ให้เข้าถึงการพนัน แม้ว่าการพนันนั้นจะถูกกฎหมาย เพราะว่าเด็กและเยาวชนยังไม่มีวุฒิภาวะที่สามารถจะควบคุมตัวเองได้ กฎหมายไทยก็มี แต่ก็ไม่มีหน่วยงานที่ดูแลกำกับหรือติดตามเรื่องนี้ ต่อมาคือต้องดูประเภทการพนัน ต้องดูว่าการพนันอะไรเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบวงกว้างต่อประชาชน อย่างเราไม่ยอมให้มีการตั้งคาสิโน ก็แสดงว่าต้องมีคนมองเห็นว่าการพนันเหล่านี้มีปัญหา รวมทั้งการทายผลฟุตบอลผ่านช่องทางออนไลน์


“พนันที่เราพูดคือธุรกิจการพนันที่ทำกันเป็นล่ำเป็นสัน มีรางวัล มีเงินมูลค่าสูงๆ มาล่อตาล่อใจ การเล่นในครอบครัวยังเบา แต่นั่นก็ส่งผลต่อพฤติกรรมเลียนแบบจนกลายเป็นเรื่องธรรมดา


“พูดอย่างจริงจังคือเราต้องปิดกั้นการเข้าถึงช่องทางเว็บไซต์ของพนันออนไลน์ แม้จะมีคนบอกว่าปิดขนาดไหนก็สามารถที่จะเปิดได้อีก แต่นั่นแหละ ในต่างประเทศเขาก็สามารถทำได้ มีทั้งระบบยืนยันตัวตน ระบบไล่ปิดเว็บ เราก็ต้องจริงจังกับเรื่องนี้ไม่ให้มีช่องทางที่จะเติบโตและเข้าไปในพื้นที่ของเด็กและเยาวชนมากขึ้น

 

“ต้องทำให้ชัดเจน กล้าที่จะพูดว่าอะไรคือการพนัน เช่น สลากกินแบ่งรัฐบาลคือการพนัน วัดและสถานที่ราชการต้องปลอดพนัน ถ้าทำเรื่องนี้ในสังคมให้จริงจัง เด็กก็จะเข้าใจได้ว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ถูกต้อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมองว่ามันเป็นปัญหาอย่างจริงจัง ต้องลุกขึ้นมาแก้ไข ต้องทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ”

 


สื่อมวลชนเป็นอีกส่วนสำคัญที่ให้พื้นที่ของการติดพนันมีบทบาทต่อสังคมมาก เราจะเห็นว่าวันที่ 1 และวันที่ 16 จะมีการถ่ายทอดสดผลการออกรางวัล ซึ่งจริงๆ นี่เป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่เราก็ไม่ได้กำกับดูแลอย่างเข้มงวด ควรจะมีแนวปฏิบัติในการออกข่าว เช่น ข่าวสิ่งเหนือธรรมชาติที่กระตุ้นการเข้าถึง การอยากลุ้นผลสลากฯ ก็มักจะมาก่อนการออกรางวัล อาจเป็นเพราะต้องการยอดคนดู แต่ก็ควรต้องให้พอเหมาะพอควร “สื่อมีบทบาทเป็นดาบสองคม คือเป็นทั้งไฟที่ส่องให้เห็นปัญหา และเป็นไฟที่เผาทำลายไปในตัวเองด้วย


“ต้องยุติไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงการพนัน ตีตราว่าการพนันเป็นสิ่งไม่ดีต่อสังคม” พงศ์ธรทิ้งท้าย


และเมื่อปัญหานี้ไม่มีทางที่จะหมดไปจากสังคมมนุษย์ ก็ต้องควบคุมให้กระทบต่อชีวิตผู้คนและสังคมให้ได้มากที่สุด เมื่อเด็กและเยาวชนมีแนวโน้มจะเข้าสู่การพนันได้เร็วขึ้น โดยเฉลี่ยคนจะเริ่มเล่นพนันครั้งแรกเมื่ออายุ 22 ปี และหวยใต้ดิน ไพ่ และสลากกินแบ่งรัฐบาลคือ 3 การพนันยอดฮิตของการเริ่มต้นเดินเข้าสู่สิ่งนี้ ก็ต้องหาวัคซีนให้เด็กและสังคม ภาคส่วนต่างๆ ต้องช่วยกันเพื่อให้การแก้ปัญหามีความยั่งยืน

 

The post ‘ติดพนัน = ติดยา’ ถกปัญหาพนันออนไลน์ ภัยร้ายทำลายเยาวชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/gambling-online/feed/ 0