การตบทรัพย์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/การตบทรัพย์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 27 Mar 2025 09:39:57 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ถอดแผนประทุษกรรม ‘จีนหลอกจีน’ ผ่านมือไทยดำ ทำบัตรประชาชนสวมรอยคนไทย https://thestandard.co/chinese-fraud-thailand/ Thu, 27 Mar 2025 09:36:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1057272 chinese-fraud-thailand

เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสว […]

The post ถอดแผนประทุษกรรม ‘จีนหลอกจีน’ ผ่านมือไทยดำ ทำบัตรประชาชนสวมรอยคนไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
chinese-fraud-thailand

เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายปลอมแปลงบัตรประชาชน นำไปสู่การเปิดโปงขบวนการขนาดใหญ่ที่ใช้เงิน 1 ล้านบาท เปลี่ยนสถานะคนจีนให้กลายเป็นคนไทย

 

คดีนี้ไม่ใช่แค่การปลอมแปลงเอกสารทั่วไป แต่เผยให้เห็นถึงการร่วมมือกันระหว่างข้าราชการไทยและนายทุนจีนที่สมคบคิดก่ออาชญากรรมข้ามชาติ สะท้อนปัญหาการทุจริตและช่องโหว่ในระบบทะเบียนราษฎรของไทย

 


 

ช่องทางการทำบัตรประชาชน-พาสปอร์ต

 

ขบวนการนี้เน้นให้บริการกลุ่มชาวจีนโดยเฉพาะ ผู้ที่สนใจทำเอกสารทางราชการของไทยเพียงชำระค่าบริการและเดินทางมาตามที่นัดหมาย จากนั้นจะมีนายหน้าชาวไทยดูแลทุกขั้นตอน โดยลูกค้าไม่ต้องกรอกเอกสาร เพียงไปถ่ายภาพ สแกนนิ้วการทำบัตรประชาชน ใช้เวลาเพียงครึ่งวันเท่านั้น

 

ส่วนมากชาวจีนที่ต้องการทำเอกสารทางการไทยแบบนี้ เพื่อจะได้อยู่อาศัยโดยไม่ต้องขอวีซ่า และบางส่วนเพื่ออำพรางตัวในการทำธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย

 


 

กระบวนการตบทรัพย์

 

เมื่อกลุ่มลูกค้าชาวจีนทำบัตรประชาชนเรียบร้อยจะทำพาสปอร์ตต่อ แต่กลุ่มคนร้ายจะใช้โอกาสนี้ที่ลูกค้าชาวจีนมีเอกสารปลอมในครอบครอง จัดฉากบุกจับ โดยมีเจ้าหน้าที่ไทยที่แบ่งหน้าที่ไว้ก่อนหน้าทำแต่ละขั้นตอน (ตามข้อ 1-4) 

 

ลูกค้าจีนที่ตกเป็นเหยื่อ หากไม่ต้องการถูกดำเนินคดีจะต้องจ่ายเงินโดยสแกนจ่ายผ่านเครือข่ายคริปโตในสกุล USDT เงินจะเข้าสู่ Wallet ก่อนถูกโอนต่อไปอีกทอดหนึ่ง

 

ในการเปิดโปงครั้งนี้เกิดจากที่ลูกค้าชาวจีนรายหนึ่งซึ่งถูกตบทรัพย์เมื่อปี 2567 ตัดสินใจแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามเพื่อเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จากนั้นตำรวจสอบสวนกลางจึงขยายผลและจับกุมผู้ต้องหาในขบวนการได้ และยังต้องมีการขยายผลต่อ

 


 

ผู้ก่อเหตุ

 

ตำรวจสอบสวนกลางออกปฏิบัติการตรวจค้น 11 จุด ใน 7 จังหวัดทั่วประเทศ และออกหมายจับ 6 หมาย สามารถควบคุมตัวลีและเอ้ (ภรรยาลี) โดยแจ้งข้อกล่าวหาฉ้อโกงประชาชนแล ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

 

นอกจากนี้ยังพบเจ้าหน้าที่รัฐมีเอี่ยวในขบวนการ เฉพาะตำรวจในกลุ่มนี้เคยมีประวัติอุ้มรีดไถชาวจีน มีบางรายถูกดำเนินคดีฐานกรรโชกทรัพย์อยู่ในเรือนจำก่อนมีหมายจับคดีนี้

 


 

‘ลี’ หัวหน้าแก๊ง

 

หลังจากที่ลีมีบัญชีธนาคารและเอกสารแสดงตัวตนของประเทศไทยจึงเริ่มเปิดบริษัท โดยใช้ที่ตั้งในจังหวัดสมุทรปราการ ปรากฏชื่อนอมินีคนไทยประกอบกิจการในบริษัท แต่ไม่มีการดำเนินกิจการจริง ไม่มีพนักงาน พร้อมเปิดอีก 14 บริษัท โดยใช้ที่ตั้งเดียวกัน

 

ลีสร้างเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีบริษัทที่คล้ายกันอีกกว่า 100 บริษัท ใน 1 ปีมีเงินหมุนเวียนกว่า 400-500 ล้านบาท

 

ภาพประกอบ: พรวลี จ้วงพุฒซา

The post ถอดแผนประทุษกรรม ‘จีนหลอกจีน’ ผ่านมือไทยดำ ทำบัตรประชาชนสวมรอยคนไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจจับขบวนการ ‘จีนดำ’ ทำบัตรประชาชน-พาสปอร์ตเถื่อน ร่วมมือตำรวจตบทรัพย์คนจีนในประเทศไทย https://thestandard.co/cyber-police-chinese-fake-id/ Thu, 06 Mar 2025 07:27:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1049278 cyber-police-chinese-fake-id

วันนี้ (6 มีนาคม) ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก […]

The post ตำรวจจับขบวนการ ‘จีนดำ’ ทำบัตรประชาชน-พาสปอร์ตเถื่อน ร่วมมือตำรวจตบทรัพย์คนจีนในประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
cyber-police-chinese-fake-id

วันนี้ (6 มีนาคม) ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 6 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ต้องหา 4 รายอยู่ระหว่างจำคุกในคดีอื่น

 

  1. Mr.LI (ลี) สัญชาติจีน อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่ 13/2568
  2. Ms.Aye (เอ้) สัญชาติเมียนมา อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่ 14/2568

 

ผู้ต้องหาที่ 1-2 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น, ร่วมกันปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม, ร่วมกันสนับสนุนพนักงานเจ้าหน้าที่ปลอมบัตรประชาชน, ร่วมกันสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, ร่วมกันสนับสนุนเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่

 

  1. จิรภัทร อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่ 15/2568 
  2. สุริยะ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่ 16/2568 
  3. พีระศักดิ์ อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่ 17/2568 
  4. ประวิต อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่ 18/2568 

 

ผู้ต้องหาที่ 3-6 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานร่วมกัน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่

 

ตรวจยึดของกลาง จำนวน 190 รายการ

  1. สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 14 เล่ม
  2. เงินสด​ จำนวน 8,500 หยวน
  3. บัตร ATM จำนวน 5 ใบ
  4. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 14 เครื่อง
  5. แท็บเล็ต จำนวน 1 เครื่อง
  6. คอมพิวเตอร์ จำนวน 9 เครื่อง
  7. บัตรขาว จำนวน 2 ใบ
  8. หนังสือเดินทาง / บัตรประชาชน / เอกสารที่เกี่ยวข้อง 14 รายการ
  9. รถยนต์ จำนวน 2 คัน
  10. วัตถุคล้ายทองคำ 5 รายการ และเอกสารอื่นๆ จำนวน 125 รายการ

 

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อช่วงปลาย พ.ศ. 2566 มีผู้เสียหายซึ่งเป็นชายชาวจีน เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางเพื่อร้องขอความเป็นธรรม ในกรณีที่ผู้เสียหายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรีดทรัพย์ เรียกเงินเป็นจำนวน 5 ล้าน เพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี

 

ซึ่งมูลเหตุในคดีนี้ สืบเนื่องมาจากในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2565 ผู้เสียหายเข้าไปยังกลุ่มเฟซบุ๊กของคนจีน โดยพบเฟซบุ๊กประกาศแจ้งว่าสามารถจัดทำบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และเอกสารอื่นๆ ของไทยให้กับคนจีนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยคิดค่าดำเนินการประมาณ​ 1 ล้านบาท ต่อมาผู้เสียหายหลงเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการทำบัตรและเอกสารประจำตัวที่ถูกต้องตามกฎหมายจริง ผู้เสียหายจึงติดต่อเข้าไปพูดคุยและตกลงทำบัตรประชาชน จากนั้นจึงมีการนัดหมายให้ผู้เสียหายเดินทางไปทำบัตรประชาชนที่สำนักงานเทศบาลจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสาน 

 

ต่อมาเมื่อถึงวันนัดหมาย ผู้เสียหายเดินทางไปที่สำนักงานเทศบาลดังกล่าว และพบลี พร้อมกับเอ้ (แฟนสาว) โดยลีพาผู้เสียหายไปทำบัตรประชาชนที่สำนักงานเทศบาลดังกล่าว โดยมีขั้นตอนการถ่ายรูปและสแกนรอยนิ้วมือเหมือนกับการทำบัตรประชาชนทั่วไป แต่จะไม่มีการให้กรอกข้อมูลเอกสารใดๆ ซึ่งภายหลังจากที่ผู้เสียหายทำตามขั้นตอนต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ลีจึงได้นำบัตรประชาชนที่ปรากฏรูปหน้าผู้เสียหายมามอบให้กับผู้เสียหายพร้อมกับสำเนาทะเบียนบ้านอีก 1 ฉบับ (ซึ่งข้อมูลตามบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านดังกล่าวปรากฏชื่อคนไทยคนเดียวกัน) หลังจากนั้นผู้เสียหายจึงชำระค่าดำเนินการ โดยมอบเงินสดจำนวน 1.1 ล้านบาทให้กับลี

 

ต่อมาในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2565 ผู้เสียหายตกลงให้ลีช่วยทำหนังสือเดินทางให้กับผู้เสียหาย โดยลีนัดหมายให้ผู้เสียหายมาทำหนังสือเดินทางที่กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ซึ่งเมื่อผู้เสียหายเดินทางมาถึงที่นัดหมาย มีกลุ่มชายไม่ทราบชื่อพาผู้เสียหายไปนั่งรอที่ร้านกาแฟภายในกรมการกงสุล จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 3 นาย เข้ามาควบคุมตัวผู้เสียหาย และนำตัวผู้เสียหายไปที่ทำการแห่งหนึ่ง โดยกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มนี้แจ้งกับผู้เสียหายให้ทราบว่าจะต้องถูกดำเนินคดีเนื่องจากปลอมเอกสาร ซึ่งหากผู้เสียหายไม่อยากถูกดำเนินคดี ให้ผู้เสียหายนำเงินมาจ่ายจำนวน 5 ล้านบาท 

 

ผู้เสียหายจึงต่อรองราคาจนกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจตกลงให้จ่ายเงินจำนวน 2 ล้านบาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้ผู้เสียหายโอนเงินเป็นสกุลเงินดิจิทัล USDT จำนวน 55,555 USDT (เปรียบเทียบเป็นเงินไทยจำนวน 2 ล้านบาท) เข้ากระเป๋าเงินดิจิทัลตามหมายเลขที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งไว้ ก่อนจะปล่อยตัวผู้เสียหายไป และหลังจากเกิดเหตุผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้ายกลุ่มดังกล่าว

 

จากการสืบสวนของคณะทำงาน พบว่าในส่วนของการหลอกลวงผู้เสียหายให้ไปทำบัตรประชาชนนั้น มีกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันก่อเหตุหลายกลุ่ม ดังนี้ 

 

  1. กลุ่มผู้ชักชวนและดำเนินการพาผู้เสียหายไปทำบัตรประชาชน โดยกลุ่มนี้มีลีและเอ้เป็นผู้ร่วมขบวนการ

 

  1. กลุ่มจัดหาบัตรประชาชนที่จะนำมาสวมสิทธิให้กับผู้เสียหาย โดยจากการตรวจสอบพบว่า เจ้าของบัตรประชาชนเป็นบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง และพบว่ามีการไปขอทำบัตรประชาชนใหม่หลังจากขายบัตรเพียงไม่กี่วัน จึงน่าเชื่อว่าน่าจะมีส่วนรู้เห็นกับการกระทำในครั้งนี้ 

 

  1. เจ้าหน้าที่รัฐที่มีหน้าที่ทำบัตรประชาชน โดยเชื่อว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือสนับสนุนให้ความช่วยเหลือในการกระทำผิดของขบวนการดังกล่าว

 

ในส่วนของกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรีดเอาทรัพย์ผู้เสียหายนั้น พบว่ามีกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันก่อเหตุหลายคน ดังนี้ 

 

  1. คนชี้เป้า มีหน้าที่ระบุตำแหน่งและแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวผู้เสียหาย

 

  1. กลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รีดเอาทรัพย์ผู้เสียหาย 

 

  1. เส้นทางการเงินจากการประทุษร้าย พบมีการผ่องถ่ายกันหลายทอด และถอนเงินออกที่บริษัทนอมินี จากการสืบสวนน่าเชื่อว่าคนในขบวนการเป็นผู้ชี้เป้าให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ และเข้าทำการรีดทรัพย์ผู้เสียหายอีกทอดหนึ่ง

 

และจากการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบข้อมูลประวัติลี มีหมายแดงติดตัวในความผิดเกี่ยวกับการยักยอกทรัพย์ชาวจีน มูลค่าความเสียหาย 3,000 ล้านหยวน (คิดเป็นเงินไทยมูลค่ากว่า 14,000 ล้านบาท) โดยลีก่อเหตุที่ประเทศจีนในช่วง พ.ศ. 2558-2562 ก่อนจะหลบหนีเข้ามาในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2564 ซึ่งในระหว่างที่ลีอาศัยอยู่ในประเทศไทย ลีสวมบัตรหัวศูนย์ หรือบัตรขาว หรือบัตรบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ระบุชื่อเป็น จิน ไทยลื้อ เพื่อให้ตนเองมีสิทธิต่างๆ เทียบเท่ากับคนไทย

 

จากนั้นจึงนำรูปแบบวิธีการที่ตนเองเคยสวมบัตรขาวมาใช้ในการเปิดเพจพาคนจีนไปทำเอกสารและบัตรประจำตัวต่างๆ ในคดีนี้ นอกจากนี้ยังพบว่าลีประกอบธุรกิจให้บริการต่อวีซ่าที่ บริษัท อันเจีย อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจอีกด้วย ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลบริษัทดังกล่าว พบว่ามีการจดทะเบียนสถานที่จัดตั้งซ้ำกับบริษัทอื่นอีก 14 บริษัท โดยบริษัทเหล่านี้มีกลุ่มคนไทยเป็นนอมินี ถือหุ้นบริษัทโดยไม่ได้มีการลงทุนหุ้นจริง

 

ในส่วนของกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รีดเอาทรัพย์ผู้เสียหายนั้น มีการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมจนทราบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจในกลุ่มดังกล่าวจำนวน 4 นาย ถูกจับกุมดำเนินคดีกรณีเรียกรับเงินสินบนจากชาวจีนจำนวน 10 ล้านบาท เมื่อ พ.ศ. 2566 ซึ่งรูปแบบพฤติการณ์ในการก่อเหตุคล้ายกับคดีของผู้เสียหายรายนี้ด้วยเช่นกัน

 

ในส่วนของกลุ่มจัดหาบัตรประชาชน พบว่ามีนายหน้าทำหน้าที่จัดหาบัตรประชาชนของคนไทยมาเพื่อใช้ในการสวมบัตร ซึ่งผู้ที่ขายบัตรประชาชนจะได้รับค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการหลอกลวงผู้เสียหายทำบัตรประชาชน และกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รีดเอาทรัพย์ผู้เสียหาย โดยศาลอาญาอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาจำนวนทั้งสิ้น 6 หมายจับ

 

จากการสอบสวนเบื้องต้นให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

 

ตำรวจจับขบวนการ ‘จีนดำ’ ทำบัตรประชาชน-พาสปอร์ตเถื่อน ตำรวจจับขบวนการ ‘จีนดำ’ ทำบัตรประชาชน-พาสปอร์ตเถื่อน ตำรวจจับขบวนการ ‘จีนดำ’ ทำบัตรประชาชน-พาสปอร์ตเถื่อน ตำรวจจับขบวนการ ‘จีนดำ’ ทำบัตรประชาชน-พาสปอร์ตเถื่อน

The post ตำรวจจับขบวนการ ‘จีนดำ’ ทำบัตรประชาชน-พาสปอร์ตเถื่อน ร่วมมือตำรวจตบทรัพย์คนจีนในประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ทนายตบทรัพย์-ตำรวจรับสินบน-วิ่งเต้นอัยการ สู่สองมาตรฐานระบบยุติธรรมไทย | THE STANDARD NOW (HL) https://thestandard.co/thestandardnow241267-2/ Wed, 25 Dec 2024 03:58:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1023565 thestandardnow241267

ทนายตบทรัพย์-ตำรวจรับสินบน-วิ่งเต้นอัยการ สู่สองมาตรฐาน […]

The post ชมคลิป: ทนายตบทรัพย์-ตำรวจรับสินบน-วิ่งเต้นอัยการ สู่สองมาตรฐานระบบยุติธรรมไทย | THE STANDARD NOW (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>
thestandardnow241267

ทนายตบทรัพย์-ตำรวจรับสินบน-วิ่งเต้นอัยการ สู่สองมาตรฐานระบบยุติธรรมไทย

 

พูดคุยกับแขกรับเชิญ 3 ท่าน

  • ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการอาวุโส สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด
  • รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล รองอธิการบดี และประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต
  • ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล รองประธานคณะกรรมการฝ่ายเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย สภาทนายความ

The post ชมคลิป: ทนายตบทรัพย์-ตำรวจรับสินบน-วิ่งเต้นอัยการ สู่สองมาตรฐานระบบยุติธรรมไทย | THE STANDARD NOW (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: สินบน-ตบทรัพย์ สู่วงจรคอร์รัปชัน คุกมีไว้ขังคนจน? | THE STANDARD NOW https://thestandard.co/thestandardnow241267/ Tue, 24 Dec 2024 04:00:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1022088 thestandardnow241267

สินบน-ตบทรัพย์ สู่วงจรคอร์รัปชัน คุกมีไว้ขังคนจน? &nbsp […]

The post ชมคลิป: สินบน-ตบทรัพย์ สู่วงจรคอร์รัปชัน คุกมีไว้ขังคนจน? | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
thestandardnow241267

สินบน-ตบทรัพย์ สู่วงจรคอร์รัปชัน คุกมีไว้ขังคนจน?

 

พูดคุยกับแขกรับเชิญ 3 ท่าน

  • ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการอาวุโส สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด
  • รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล รองอธิการบดี และประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม ม.รังสิต
  • ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล รองประธานคณะกรรมการฝ่ายเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย สภาทนายความ

 

พบกันในรายการ THE STANDARD NOW & NEXT 2025 กับ อ๊อฟ ชัยนนท์ วันที่ 23 ธันวาคม 2567 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD

The post ชมคลิป: สินบน-ตบทรัพย์ สู่วงจรคอร์รัปชัน คุกมีไว้ขังคนจน? | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
กฤษอนงค์แจงปมเรียกรับเงินสองทางคดีดิไอคอนกรุ๊ป ท้าทนายบอสพอลเปิดคลิปเสียง ยืนยันไม่มีตบทรัพย์ https://thestandard.co/kritanong-explains-the-issue-of-extortion/ Thu, 24 Oct 2024 12:24:06 +0000 https://thestandard.co/?p=999748

วันนี้ (24 ตุลาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก. […]

The post กฤษอนงค์แจงปมเรียกรับเงินสองทางคดีดิไอคอนกรุ๊ป ท้าทนายบอสพอลเปิดคลิปเสียง ยืนยันไม่มีตบทรัพย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (24 ตุลาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ เจ้าของเพจกฤษอนงค์ต้านโกง เข้าให้ปากคำพร้อมนำเอกสารมามอบให้พนักงานสอบสวนของกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) กรณีถูกระบุว่าอาจเรียกรับเงินจากทั้งฝ่ายผู้เสียหายและ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ในการทำคดีดิไอคอนกรุ๊ป

 

กฤษอนงค์เปิดเผยว่า วันนี้นำเอกสารหลักฐานมามอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อชี้แจงใน 3 ประเด็น ประกอบด้วย เรื่องเงิน 10 ล้านบาทที่ถูกกล่าวหาว่าตบทรัพย์บอสพอล ซึ่งทำความเข้าใจกันไปแล้วว่าเป็นเงินสำหรับใช้คืนผู้เสียหายที่มีการจ่ายโดยตรง

 

ส่วนประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่ารับเงินสองทาง ทั้งจากฝั่งบริษัทและจากฝั่งผู้เสียหาย โดยคดีผู้เสียหาย 89 คนเป็นคดีที่เกิดขึ้นนานแล้วและจัดการไปแล้ว คดีดังกล่าวมีผู้โอนค่าดำเนินการเข้ากองทุน 20% เพียง 5 คน ส่วน 64 คนโอนมา 3-5% และมี 1 ใน 64 คนที่ขอเงินคืนจากกองทุน ซึ่งกองทุนก็โอนคืนไปให้ 

 

ยอมรับว่า ธุรกิจดังกล่าวมีเส้นบางๆ คั่นระหว่างธุรกิจขายตรง มันนี่เกม และแชร์ลูกโซ่ ทั้งนี้ ตนรู้จักระบบธุรกิจขายตรงดี เพราะตนทำงานด้านนี้ และเคยเป็นผู้ประสบภัยก่อนจะลุกขึ้นมาต่อสู้ จึงเข้าใจระบบเป็นอย่างดี 

 

“ไม่แปลกใจหรือที่ทัวร์มาลงที่ตน สิ่งที่ตนทำทุกคนได้ประโยชน์ แต่ทำไมถึงต้องมาลงที่ตน ไม่สงสัยกันบ้างหรือ ว่ากว่า 100 คลิปตนคนเดียวที่พูดเรื่องเงิน ถามตนสักคำหรือไม่ว่าพูดเรื่องเงินอะไร แบบไหน ต้องการอะไร ตลอดชีวิตหลังจากนี้จะไม่อัดเสียงใคร เพราะตนไม่ได้ทำผิดอะไร คุณทำอะไร ความจริงเท่านั้นที่จะทำร้ายตัวคุณเอง” กฤษอนงค์กล่าว

 

ที่ตนออกมาชี้แจงในวันนี้เพื่อลูกและครอบครัว เนื่องจากมีบุคคลปริศนาขับรถวนเวียนอยู่บริเวณหน้าบ้านของตน ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยต่อลูกและครอบครัว ทั้งนี้ ความผิดทั้งหมดให้มาลงที่ตน อย่าไปลงที่ครอบครัว

 

สำหรับประเด็น 600,000 บาทที่ถูกกล่าวอ้างว่าไปรีดไถบอสพอลมา ยืนยันว่าไม่ใช่ แต่เป็นค่าดำเนินการเอกสารและแผนงานธุรกิจ ซึ่งตนมอบแผนงานดังกล่าวให้บอสรายอื่นไปแล้ว วันนี้ตนเตรียมเอกสารมาเพื่อชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยขอท้าทนายความของบอสพอลให้เปิดคลิปหลักฐานที่กล่าวอ้างดังกล่าว

 

โดยที่ผ่านมาตอนฝั่งบอสพอลมีปัญหาได้โทรศัพท์หาตนเพื่อให้ช่วย ซึ่งตนเคยแนะนำ 18 ข้อในการแก้ไขปัญหาทางธุรกิจเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้อีก แต่สุดท้ายก็กลับเอาคลิปดังกล่าวมาใช้เล่นงานตน ยืนยันว่าตนเองทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ

The post กฤษอนงค์แจงปมเรียกรับเงินสองทางคดีดิไอคอนกรุ๊ป ท้าทนายบอสพอลเปิดคลิปเสียง ยืนยันไม่มีตบทรัพย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: The iCon Group เปิดด้านมืดเชิงโครงสร้างฟ้องมา-ฟ้องกลับนักตบทรัพย์ทำกันยังไง? | THE STANDARD NOW (HL) https://thestandard.co/thestandardnow221067-2/ Wed, 23 Oct 2024 02:13:40 +0000 https://thestandard.co/?p=999146

เคส The iCon Group เปิดด้านมืดเชิงโครงสร้าง ฟ้องมา-ฟ้อง […]

The post ชมคลิป: The iCon Group เปิดด้านมืดเชิงโครงสร้างฟ้องมา-ฟ้องกลับนักตบทรัพย์ทำกันยังไง? | THE STANDARD NOW (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>

เคส The iCon Group เปิดด้านมืดเชิงโครงสร้าง ฟ้องมา-ฟ้องกลับ! นักตบทรัพย์ไปไกล 20 ล้านบาท เขาทำกันยังไง?

The post ชมคลิป: The iCon Group เปิดด้านมืดเชิงโครงสร้างฟ้องมา-ฟ้องกลับนักตบทรัพย์ทำกันยังไง? | THE STANDARD NOW (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ระบุ พยานจากสายไหมต้องรอดมั่วข้อมูล ทำเพื่อเรียกร้องความสนใจ กรณีคลิปตบทรัพย์บอสพอลมีประโยชน์ต่อรูปคดี https://thestandard.co/witnesses-from-sai-mai-must-survive-misinformed/ Tue, 22 Oct 2024 12:54:35 +0000 https://thestandard.co/?p=999059

วันนี้ (22 ตุลาคม) ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจ […]

The post พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ระบุ พยานจากสายไหมต้องรอดมั่วข้อมูล ทำเพื่อเรียกร้องความสนใจ กรณีคลิปตบทรัพย์บอสพอลมีประโยชน์ต่อรูปคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (22 ตุลาคม) ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ภายหลังจาก วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล เข้าพบ พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อให้ข้อมูลหลักฐานขณะบอสพอลจ่ายเงินกับนักร้องเรียน และแจ้งความดำเนินคดีกับนักร้องเรียนทั้งหลาย 

 

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ เปิดเผยว่า ตนประสานข้อมูลจากบอสพอลตั้งแต่วันที่ถูกจับกุมแล้ว ซึ่งบอสพอลให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการให้ข้อมูลต่างๆ ที่มีกลุ่มบุคคลเข้ามาบีบบังคับ ขูดรีด หรือหาช่องว่างโอกาสต่างๆ มาทำให้บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด เดือดร้อน ซึ่งหลังจากนี้ทนายความในฐานะตัวแทนจะทยอยนำข้อมูลต่างๆ เข้ามาให้พนักงานสืบสวนสอบสวนดำเนินการต่อไป

 

เมื่อถามว่าจากการพิจารณาคลิปหลักฐานถือว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่ พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวว่า เรียกได้ว่ามีประโยชน์ต่อรูปคดีในเรื่องการสืบสวน โดยหลักฐานในวันนี้มีทั้งคลิปเสียง วิดีโอ และภาพนิ่ง โดยจะขยายผลไปถึงทุกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นนักร้องเรียนหรือเจ้าหน้าที่ โดยจะบังคับใช้กฎหมาย

 

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า คลิปที่ได้มามาจากความร่วมมือของหลายคนที่อยู่ในเหตุการณ์หลายช่วงเวลา ซึ่งตอนนี้คลิปมีจำนวนมาก จะต้องไล่ดูแต่ละคลิป โดยกลุ่มรีดทรัพย์ไม่รู้ตัวว่าบอสพอลบันทึกวิดีโอและเสียงไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ตนได้รับรายงานว่าโทรศัพท์อีกเครื่องของบอสพอลเปิดได้แล้ว แต่ไม่พบข้อมูลอะไร

 

และในส่วนที่มีนักร้องเรียนหญิงรวบรวมผู้เสียหายที่ขอเงินคืนจากบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด เนื่องจากขายของไม่ได้ ตรงนี้ตนไม่ขอไปยุ่งเกี่ยว เพราะเป็นการทำงานของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.)

 

ตำรวจจะทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง พร้อมดำเนินคดีกับทุกคน ส่วนข้อหาว่าเข้าข่ายอะไรบ้าง หากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐก็จะโดนเรื่องเรียกรับผลประโยชน์ แต่ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาก็จะโดนเรื่องกรรโชกทรัพย์ อย่างไรก็ตามจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

 

สำหรับที่มีบุคคลหนึ่งกล่าวอ้างว่า 1 ใน 18 บอส ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปเป็นเงินดิจิทัลหรือคริปโตเคอร์เรนซี ขอชี้แจงว่าบุคคลดังกล่าวที่มากับ เอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด มีการสอบสวนไปแล้ว 

 

บุคคลดังกล่าวสารภาพแล้วว่าข้อมูลมั่ว ไม่มีที่มา เป็นการอุปโลกน์ขึ้นมา โดยอ้างว่าถามจากเพื่อนและเสิร์ชหาทางเว็บไซต์โดยที่ไม่มีข้อเท็จจริง ทำให้เกิดความเสียหายต่อหลายองค์กรที่พาดพิงถึง ทั้งนี้ต้องพิจารณาและประชุมหารือว่าจะต้องดำเนินการทางกฎหมายถึงขั้นไหนอย่างไร ส่วนเอกภพจะโดนด้วยหรือไม่ก็ต้องพิจารณากันอีกครั้ง และคาดว่าที่บุคคลดังกล่าวออกมากระทำการเช่นนี้เพราะอยากเรียกร้องความสนใจ

 

“ขอบคุณผู้ที่มีจิตอาสาทุกคนที่เข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แต่ไม่อยากให้เข้ามาเพื่อหาแสง เพราะตอนนี้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางแสงมันจ้าไปหมด คนถึงเข้ามากัน จึงขอเตือนบางคน ข้อมูลต่างๆ ถ้าคิดว่าจะช่วยเหลือสังคมจะต้องแม่นกฎหมาย ต้องรู้ว่าการกระทำจะไม่หมิ่นเหม่ในข้อกฎหมาย หากเข้ามาแล้วสร้างความวุ่นวาย สร้างความไขว้เขว อันนี้ต้องว่ากัน” พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าว

The post พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ระบุ พยานจากสายไหมต้องรอดมั่วข้อมูล ทำเพื่อเรียกร้องความสนใจ กรณีคลิปตบทรัพย์บอสพอลมีประโยชน์ต่อรูปคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายความบอสพอล ดิไอคอนกรุ๊ป ส่งคลิปหลักฐานให้ตำรวจเอาผิดนักตบทรัพย์ ระบุ บอสเตรียมไว้เผื่อถูกหักหลัง https://thestandard.co/audio-clip-as-evidence-to-prosecute-extortionists/ Tue, 22 Oct 2024 12:30:59 +0000 https://thestandard.co/?p=999017

วันนี้ (22 ตุลาคม) เวลา 16.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบ […]

The post ทนายความบอสพอล ดิไอคอนกรุ๊ป ส่งคลิปหลักฐานให้ตำรวจเอาผิดนักตบทรัพย์ ระบุ บอสเตรียมไว้เผื่อถูกหักหลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (22 ตุลาคม) เวลา 16.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ป เดินทางมาส่งมอบคลิปเสียงหลักฐานนักร้องเรียนหญิงรายหนึ่งที่มีพฤติการณ์เรียกรับทรัพย์มากถึง 10 ล้านบาท ให้ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)

 

วิฑูรย์กล่าวว่า วันนี้นำคลิปเสียงจำนวนหลายคลิปที่เป็นหลักฐานในการเอาผิดกับนักร้องเรียนหญิง ก. ที่เรียกรับผลประโยชน์กับบอสพอลมูลค่า 10 ล้านบาท รวมความจุ 512 เมกะไบต์ มอบให้กับพนักงานสอบสวน บก.ปปป.

 

โดยตนเองเตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าวในวันที่ 24 ตุลาคมนี้ ในข้อหากรรโชกทรัพย์และข้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ที่อัดคลิปเสียงดังกล่าวนั้นเป็นเลขาของบอสพอล ในวันที่เกิดเหตุเรียกรับผลประโยชน์ดังกล่าว ตัวของบอสพอลไม่ได้อยู่ด้วย แต่มีผู้บริหารบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด อยู่ 3 คน ส่วนตนเองทราบเรื่องดังกล่าวเมื่อ 1-2 วันที่ผ่านมา โดยบอสพอลแจ้งมาว่ายืนยันที่จะเอาผิดบุคคลดังกล่าว นักร้องเรียนหญิงรายนี้แบ่งเงินให้ผู้เสียหายบางส่วนจำนวน 1-2 แสนบาท

 

วิฑูรย์กล่าวว่า คลิปเสียงเหล่านี้อัปโหลดเข้าไปในระบบคลาวด์เรียบร้อยแล้ว หากเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง ทีมทนายความคนอื่นสามารถนำข้อมูลนี้มาให้ตำรวจได้อยู่ดี ส่วนคดีที่มีผู้เสียหายมาร้องเรียนเอาผิดกับบริษัทนั้นก็ต้องแยกเป็นคนละส่วนกัน

 

ทั้งนี้ ตนฝากไปยังนักร้องเรียนชายรายหนึ่งว่า ทางเรามีคลิปเสียงในการพูดคุย แอบอ้างว่าจะให้ไปออกรายการโทรทัศน์ โดยแอบอ้างว่าถ้าไม่อยากให้พาผู้เสียหายไปออกรายการจะต้องนำเงินมาจ่ายมากถึง 20 ล้านบาท ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดก่อนช่วงที่บอสพอลจะถูกจับกุมตัว ตอนนี้คลิปดังกล่าวอยู่กับบอสผู้หญิงอีกรายหนึ่ง ซึ่งจะต้องพูดคุยว่าจะนำออกมาได้อย่างไร

 

วิฑูรย์ยืนยันว่า การนำหลักฐานมายื่นให้ตำรวจในครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการลดโทษของบอสพอล เพราะตัวของบอสพอลเองยืนยันว่าทำธุรกิจด้วยความบริสุทธิ์ ทั้งนี้ ตนคิดว่านักร้องเรียนต่างๆ ถ้าคิดจะทำประโยชน์กับประชาชนจริงๆ ก็ไม่ควรรีดไถกันเช่นนี้

 

ส่วนเหตุผลที่บอสพอลบันทึกเสียงการสนทนาต่างๆ ไว้ เป็นการทำเพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่กลุ่มคนเหล่านี้อาจจะย้อนกลับมาหักหลังได้ในอนาคต

The post ทนายความบอสพอล ดิไอคอนกรุ๊ป ส่งคลิปหลักฐานให้ตำรวจเอาผิดนักตบทรัพย์ ระบุ บอสเตรียมไว้เผื่อถูกหักหลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัยการเลื่อนสั่งคดีตบทรัพย์อธิบดีกรมการข้าว ‘เจ๋ง ดอกจิก – ศรีสุวรรณ จรรยา’ กับพวก เหตุยังสอบสวนไม่แล้วเสร็จ พร้อมปล่อยชั่วคราว https://thestandard.co/postpone-case-director-general-of-the-rice-department/ Thu, 25 Jul 2024 05:10:05 +0000 https://thestandard.co/?p=962677

วันนี้ (25 กรกฎาคม) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเ […]

The post อัยการเลื่อนสั่งคดีตบทรัพย์อธิบดีกรมการข้าว ‘เจ๋ง ดอกจิก – ศรีสุวรรณ จรรยา’ กับพวก เหตุยังสอบสวนไม่แล้วเสร็จ พร้อมปล่อยชั่วคราว appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (25 กรกฎาคม) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก พนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 3 นัดฟังคำสั่งในคดีที่พนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้นำสำนวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก อดีตข้าราชการการเมือง ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน กับพวกรวม 5 คน ในคดีที่ ณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวหาว่า กลุ่มผู้ต้องหารวม 5 คนเกี่ยวกับกรณีเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมีการเรียกรับทรัพย์สินรวมทั้งผลประโยชน์อื่นๆ 

 

โดยในวันนี้ยศวริศและศรีสุวรรณ พร้อมด้วยผู้ต้องหารายอื่นๆ เดินทางมาฟังคำสั่งอัยการ 

 

ศรีสุวรรณกล่าวว่า ตัวเองและภรรยาในฐานะผู้ต้องหา ต้องเดินทางมารายงานตัวตามนัด หลังจากนี้เตรียมที่จะยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับอัยการ เพราะมั่นใจว่ามีพยานหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์ พร้อมยืนยันว่าที่ผ่านมาตัวเองไม่ได้มีการหารือกับกลุ่มผู้ต้องหาคนอื่น โดยเฉพาะยศวริศที่เจอกันเพียงครั้งเดียว กระทั่งมาเจอกันในวันนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน 

 

ช่วงที่ผ่านมาตัวเองยังคงเดินหน้าช่วยเหลือประชาชน เพราะยังมีชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนมาขอความช่วยเหลือ แต่ส่วนของการร้องเรียนหน่วยงานและบุคคล ยอมรับว่าจะต้องมีการทบทวนบทบาทหน้าที่ อีกทั้งต้องตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมด เพราะที่ผ่านมามีหลายเรื่องที่ตัวเองร้องเรียนไปแล้วได้รับการตรวจสอบจนประสบความสำเร็จ ดังนั้นหลังจากที่ตัวเองถูกดำเนินคดีจึงต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น เพราะส่วนตัวมองว่าเป็นผลมาจากการที่ตัวเองเดินสายร้องเรียนเกี่ยวกับประเด็นทางการเมือง

 

ด้านยศวริศกล่าวยืนยันว่าตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์แม้จะถูกกล่าวหา แต่ก็มั่นใจในพยานหลักฐานที่จะนำไปใช้ต่อสู้ในชั้นศาล ส่วนประเด็นกับศรีสุวรรณนั้นไม่มีอะไรที่จะต้องเคลียร์ใจกันเป็นการส่วนตัว 

 

หลังจากสัมภาษณ์แล้วเสร็จ ทั้งคู่ได้มีการจับมือให้กำลังใจกันและกัน ก่อนจะเดินขึ้นไปพบพนักงานอัยการ

 

ขณะที่ ประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า อัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต ซึ่งเป็นหัวหน้าพนักงานอัยการรับผิดชอบคดีนี้ แจ้งว่า คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาสำนวนยังไม่แล้วเสร็จ จึงให้ไปฟังคำสั่งในวันที่ 28 สิงหาคม 2567 เวลา 09.00 น.

 

ขณะเดียวกันหัวหน้าพนักงานอัยการฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า กลุ่มผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จึงยื่นขออนุญาตต่อ สุรพันธ์ กิจพ่อค้า อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ขอไม่ฝากขังผู้ต้องหาทั้งหมดและปล่อยชั่วคราวไป โดยอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต มีคำสั่งอนุญาตไม่ฝากขัง ให้ปล่อยตัวชั่วคราว และให้มาพบพนักงานอัยการตามกำหนดในวันที่ 28 สิงหาคม 2567 

 

สำหรับคดีนี้ ณัฏฐกิตติ์ได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก และ ศรีสุวรรณ จรรยา กับพวก มีพฤติการณ์เรียกรับเงิน เพื่อแลกกับการไม่ร้องเรียนเรื่องทุจริต จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด โดยยศวริศกับพวกถูกแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมดคนละ 6 ข้อหา ซึ่งพนักงานสอบสวน กองปราบปราม นำสำนวนพร้อมตัวผู้ต้องหามาส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2567

The post อัยการเลื่อนสั่งคดีตบทรัพย์อธิบดีกรมการข้าว ‘เจ๋ง ดอกจิก – ศรีสุวรรณ จรรยา’ กับพวก เหตุยังสอบสวนไม่แล้วเสร็จ พร้อมปล่อยชั่วคราว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจแจง ศรีสุวรรณกับพวกขอเลื่อนให้การคดีตบทรัพย์ ยอมรับอาจเรียกนักร้องรายอื่นๆ มาสอบปากคำ https://thestandard.co/srisuwan-to-postpone-testimony/ Fri, 16 Feb 2024 07:49:36 +0000 https://thestandard.co/?p=900736 ตำรวจแจง ศรีสุวรรณ จรรยา ขอเลื่อนให้การคดีตบทรัพย์

วันนี้ (16 กุมภาพันธ์) พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผ […]

The post ตำรวจแจง ศรีสุวรรณกับพวกขอเลื่อนให้การคดีตบทรัพย์ ยอมรับอาจเรียกนักร้องรายอื่นๆ มาสอบปากคำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจแจง ศรีสุวรรณ จรรยา ขอเลื่อนให้การคดีตบทรัพย์

วันนี้ (16 กุมภาพันธ์) พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวถึงความคืบหน้าคดีที่ ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน กับพวก มีพฤติการณ์ร่วมกันตบทรัพย์อธิบดีกรมการข้าวว่า ตามกำหนดการเดิม ทนายความของศรีสุวรรณประสานว่าจะขอยื่นเอกสารคำชี้แจงข้อกล่าวหาภายในวันนี้ 

 

แต่ล่าสุดทางทนายความได้ติดต่อมาขอเลื่อนไปเป็นวันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 ส่วนกรณีของ ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก และ พิมณัฏฐา จิระพุทธิภาคย์ หรือ การ์ตูน เลขาของเจ๋ง ขอเลื่อนไปเป็นวันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 แทน 

 

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวว่า กรณีของศรีสุวรรณ พนักงานสอบสวนยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องการจะสอบปากคำ แต่ศรีสุวรรณจะให้การหรือไม่นั้น ถือเป็นสิทธิของผู้ต้องหา ส่วนกรณีของ เอกลักษณ์ วารีชล หรือ อาจารย์เอก ปากน้ำ ยังไม่มีความชัดเจนในการกำหนดวันที่จะมายื่นคำชี้แจงข้อกล่าวหา 

 

ภายในสัปดาห์หน้า พนักงานสอบสวนจะเรียก วีระ สมความคิด นักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งจากการพูดคุยกันในเบื้องต้นนั้น วีระมีหลายเรื่องที่อยากจะชี้แจงกับพนักงานสอบสวน อีกทั้งยังมี นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี ที่จะให้ข้อมูล แต่ยังอยู่ระหว่างการกำหนดวันและเวลา 

 

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวว่า ผู้เสียหายวงแรกมีเวลาให้พนักงานสอบสวนทำงาน 6 เดือน ตนอยากให้เจ้าหน้าที่ทำด้วยความละเอียดรอบคอบ เพื่อวางเป็นต้นแบบแผนประทุษกรรม ก่อนจะทำการสืบสวนสอบสวนไปยังผู้เสียหายวงอื่นๆ 

 

ทั้งนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่พนักงานสอบสวนอาจจะพิจารณาเรียกนักร้องเรียนหรือผู้ร้องเรียนรายอื่นๆ มาสอบปากคำและให้ข้อมูลเพิ่มเติม ขณะนี้พบว่ามีหลายคน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นบุคคลใดบ้าง

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

The post ตำรวจแจง ศรีสุวรรณกับพวกขอเลื่อนให้การคดีตบทรัพย์ ยอมรับอาจเรียกนักร้องรายอื่นๆ มาสอบปากคำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจยืนยัน ‘เจ๋ง ดอกจิก’ เป็นเจ้าหน้าที่รัฐขณะก่อเหตุพัวพันขบวนการรีดทรัพย์ นัด ‘ศรีสุวรรณ’ ส่งคำให้การกลางเดือน ก.พ. https://thestandard.co/asset-extortion-case/ Wed, 07 Feb 2024 11:11:18 +0000 https://thestandard.co/?p=897206

วันนี้ (7 กุมภาพันธ์) ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการ […]

The post ตำรวจยืนยัน ‘เจ๋ง ดอกจิก’ เป็นเจ้าหน้าที่รัฐขณะก่อเหตุพัวพันขบวนการรีดทรัพย์ นัด ‘ศรีสุวรรณ’ ส่งคำให้การกลางเดือน ก.พ. appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (7 กุมภาพันธ์) ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พล.ต.ต. สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานสืบสวนสอบสวนคดีเรียกรับทรัพย์จากอธิบดีกรมการข้าว กล่าวภายหลังการประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนในคดีนานกว่า 3 ชั่วโมงว่า 

 

วันนี้เป็นการประชุมคณะพนักงานสอบสวนในคดีอย่างเป็นทางการครั้งแรก เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดีทั้งที่ได้ดำเนินการไปแล้ว รวมถึงประเด็นที่ต้องดำเนินการต่อไป พร้อมมอบภารกิจให้กับคณะกรรมการแต่ละชุดได้ดำเนินการ 

 

โดยประเด็นที่มีการหารือกันในวันนี้ คือการกระทำความผิดต่างๆ และการรวบรวมพยานหลักฐานในทุกเรื่อง เช่น การกระทำผิดที่เข้าข่ายคดีฟอกเงิน ซึ่งได้มอบหมายให้ทีมพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงหารือเรื่องการออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้เพิ่มเติมด้วย

 

ส่วนกรณีว่าที่ ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก หนึ่งในผู้ต้องหาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐขณะกระทำความผิดหรือไม่นั้น พล.ต.ต. สุวัฒน์ ระบุว่า ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ส่งหนังสือยืนยันมาแล้วว่า ผู้ต้องหาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐขณะก่อเหตุรีดทรัพย์ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะหาพยานหลักฐานมาประกอบเพิ่มเติมอีก 

 

ขณะที่ผู้เสียหายวงอื่นๆ ตอนนี้มีผู้ทยอยเข้ามาให้ข้อมูลและร้องเรียนเพิ่มเติม แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีผู้เสียหายทั้งหมดกี่วง ขณะนี้พนักงานสอบสวนยังอยู่ระหว่างแกะรอยจากข้อมูลในโทรศัพท์มือถือของ ศรีสุวรรณ จรรยา หนึ่งในผู้ต้องหา ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ

 

ส่วนกรณีที่ เสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ที่เข้ามาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนในวันนี้จะเป็นวงผู้เสียหายวงใหม่หรือไม่นั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน ยังต้องรอให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้นก่อน ยังไม่สามารถนำมารวมกับคดีเก่าได้ 

 

เช่นเดียวกับ ณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ที่วันนี้ได้เข้ามาให้ข้อมูลในคดีเพิ่มเติม แต่ทั้งสองคนจะให้ข้อมูลในประเด็นใดบ้างนั้น ขอให้ พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นโฆษกในคดีนี้เป็นผู้ให้ข้อมูล เพื่อให้มีความเป็นเอกภาพและถูกต้อง  

 

พล.ต.ต. สุวัฒน์ กล่าวต่อว่า ศรีสุวรรณ จรรยา ได้ทำหนังสือชี้แจงข้อกล่าวหาและปฏิเสธคำให้การ โดยมีนัดหมายจะนำเอกสารดังกล่าวเข้ามามอบให้พนักงานสอบสวนในวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ ที่ บก.ปปป. เวลา 10.00 น. ซึ่งศรีสุวรรณอาจเข้ามาด้วยตัวเองหรือมอบหมายผ่านตัวแทนมาก็ได้ และเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 รายยังไม่หลบหนี เพราะยังสามารถติดต่อนายประกันได้  

 

ส่วนจะมีความกังวลว่าผู้ต้องหาจะเตรียมพยานหลักฐานมาแก้ต่างข้อกล่าวหาที่ถูกตำรวจตั้งไว้ได้หรือไม่นั้น พล.ต.ต. สุวัฒน์กล่าวว่า ตนเองชอบหากผู้ต้องหาจะแก้ต่างหรือตอบโต้ข้อกล่าวหาของเจ้าหน้าที่ เพราะจะยิ่งเป็นการผูกมัด และเป็นประโยชน์ต่อตำรวจเอง

The post ตำรวจยืนยัน ‘เจ๋ง ดอกจิก’ เป็นเจ้าหน้าที่รัฐขณะก่อเหตุพัวพันขบวนการรีดทรัพย์ นัด ‘ศรีสุวรรณ’ ส่งคำให้การกลางเดือน ก.พ. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ช. รออะไรเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต นายกฯ ชี้ ประชาชนรอไม่ได้ มั่นใจธนาคารเพื่อการลงทุนฯ แห่งเอเชียอยากร่วมลงทุนแลนด์บริดจ์ https://thestandard.co/srettha-points-out-that-people-cannot-wait/ Sat, 03 Feb 2024 06:50:17 +0000 https://thestandard.co/?p=895673

วันนี้ (3 กุมภาพันธ์) ที่ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 เศรษฐ […]

The post ป.ป.ช. รออะไรเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต นายกฯ ชี้ ประชาชนรอไม่ได้ มั่นใจธนาคารเพื่อการลงทุนฯ แห่งเอเชียอยากร่วมลงทุนแลนด์บริดจ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (3 กุมภาพันธ์) ที่ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ตว่า จะมีการพูดคุยกับ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ต้องรอคำเสนอแนะจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งก็รอมานานแล้ว ตนคิดว่ามีวิธีการอื่นรองรับ เพราะคำเสนอแนะยังไม่มาสักที พี่น้องประชาชนเขาคอยไม่ได้ 

 

เมื่อถามว่า ทาง ป.ป.ช. เองก็รอความชัดเจนจากรัฐบาล และรัฐบาลก็รอข้อเสนอแนะจาก ป.ป.ช. จะทำให้ไทม์ไลน์โครงการขยับไปมากหรือไม่ เศรษฐากล่าวว่า ตนไม่ค่อยแน่ใจว่า ป.ป.ช. รอรัฐบาลเรื่องอะไร จึงต้องขอสอบถามก่อน ขอเป็นต้นสัปดาห์หน้า

 

ฟรีวีซ่า CLMV-มาเลเซีย ยังไม่คืบ

 

ส่วนกรณีที่ สุดาวรรณ​ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าพบเพื่อรายงานความคืบหน้าหลังร่วมประชุมการท่องเที่ยวอาเซียน ครั้งที่ 27 (ASEAN Tourism Forum: ATF 2024) ที่กรุงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว​ เพื่อเจรจาให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศ​ CLMV  ที่ประกอบไปด้วย​ กัมพูชา​ สปป.ลาว เมียนมา​ และเวียดนาม​ รวมไปถึงประเทศมาเลเซีย เป็นฟรีวีซ่า 

 

เศรษฐากล่าวว่า​ ขณะนี้ยังไม่ไปไกลอย่างที่หวัง พร้อมยกตัวอย่างนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยที่ถูกยกเว้นวีซ่าแล้ว ควรจะสามารถเดินทางไปในกลุ่มประเทศ CLMV และมาเลเซียได้ เช่นเดียวกับกรณีการเดินทางไปยุโรปที่ใช้วีซ่าเชงเก้น​ ตนอยากเห็นลักษณะนี้มากกว่า ซึ่งสุดาวรรณก็ไปประสานต่อ และยอมรับว่าแต่ละประเทศอาจมีขีดจำกัด 

 

ขณะที่วานนี้ (2 กุมภาพันธ์) เศรษฐาระบุว่า ได้มีการรับประทานอาหารพร้อมหารือร่วมกับเอกอัครราชทูตจากกัมพูชา​ มาเลเซีย​  และเวียดนาม ถึงเรื่องนี้ว่าอยากให้มีการผลักดันในระดับสูง

 

ส่วนในวันที่ 7 กุมภาพันธ์นี้ ที่​สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เดินทางมาไทย ตนก็จะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาหารือด้วย ซึ่งหากสามารถทำได้ แต่ละประเทศจะได้ประโยชน์

 

7 กุมภาพันธ์ มีคำตอบฝุ่นข้ามแดน

 

ประเด็นการเผาไหม้ในเขตพื้นที่ประเทศกัมพูชา ซึ่งส่งผลกระทบเรื่องฝุ่น PM2.5 มายังประเทศไทย เศรษฐากล่าวว่า มีการหารือกันอยู่ตลอด ซึ่งวันนี้ได้คุยกับผู้ช่วยของ พล.อ. ฮุน มาเนต ไป ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเรื่องอุปกรณ์และความรู้ทั้งหลายในประเทศกัมพูชาไม่เทียบเท่าเรา ซึ่งทางกระทรวงการเกษตรฯ ของกัมพูชาไม่มีอุปกรณ์ ไม่มีปัจจัยเทียบเท่า แต่แน่นอนว่าเขาใส่ใจ ซึ่งวันที่ 7 กุมภาพันธ์ก็จะมีการพูดคุยว่าเราจะช่วยเหลือเขาได้อย่างไรบ้าง 

 

เมื่อถามว่าพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ปัญหาฝุ่น PM2.5 กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นในขณะนี้ จะมีการสั่งการอย่างไรบ้าง เศรษฐากล่าวว่า ขณะนี้พยายามสั่งการ ซึ่งวันอังคารจะมีหลายเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับเรื่องมาตรการที่ต้องมีบทลงโทษ ทั้งนี้ ขั้นตอนการผลิตสินค้าต่างๆ หากพิสูจน์ทราบได้ว่ามีการเผาเกิดขึ้น ก็จะไม่ได้รับการช่วยเหลือทางการเกษตร 

 

รับไม่ได้ ตบทรัพย์ข้าราชการ

 

เศรษฐากล่าวถึงกรณีขบวนการตบทรัพย์ข้าราชการที่โยงถึงนักการเมืองว่า เรื่องนี้เป็นนโยบายที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลนี้ เราไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้เลย และมีการพูดคุยกับทุกคนแล้วว่าเรื่องนี้เรารับไม่ได้ 

 

แบงก์ AIIB สนใจลงทุนแลนด์บริดจ์

 

ส่วนผลการหารือกับประธานธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย (AIIB) เศรษฐากล่าวว่า AIIB เป็นแบงก์ที่ให้การสนับสนุนทางด้านการเงินกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในระดับภูมิภาคค่อนข้างมาก คล้ายๆ กับธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) กับญี่ปุ่น

 

จากการพูดคุยกันในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ AIIB ชอบนโยบายของรัฐบาลไทยมาก โดยเฉพาะในเรื่องของแลนด์บริดจ์ มั่นใจว่าเขาจะเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแน่นอน และการยกระดับสนามบินทั่วประเทศ 

 

“ทางธนาคารเขาพร้อมที่จะสนับสนุนหลายๆ ด้าน ไม่ใช่เฉพาะในแง่ของการลงทุนเพียงด้านเดียว รวมทั้งเรื่องของการทำการศึกษาในเบื้องต้นด้วย ในลักษณะที่เป็นองค์กรอิสระที่เข้ามามีส่วนร่วม และนอกเหนือจากเรื่องการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานแล้ว เขาสนใจในเรื่องการศึกษาด้านเทคนิคว่าจะทำอย่างไรเพื่อยกระดับการศึกษาในส่วนของไทยด้วย ซึ่งผมจะจัดเจ้าหน้าที่ไปพูดคุย” เศรษฐากล่าว

The post ป.ป.ช. รออะไรเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต นายกฯ ชี้ ประชาชนรอไม่ได้ มั่นใจธนาคารเพื่อการลงทุนฯ แห่งเอเชียอยากร่วมลงทุนแลนด์บริดจ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เจาะขบวนการ ‘ศรี’ มีไม้เอกเป็นคนคุม ตบทรัพย์เกือบ 100 ล้าน? | THE STANDARD https://thestandard.co/thestandardnow020267-2/ Fri, 02 Feb 2024 16:37:23 +0000 https://thestandard.co/?p=895480

เจาะขบวนการ ‘ศรี’ มีไม้เอกเป็นคนคุม ตบทรัพย์เกือบ 100 ล […]

The post ชมคลิป: เจาะขบวนการ ‘ศรี’ มีไม้เอกเป็นคนคุม ตบทรัพย์เกือบ 100 ล้าน? | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>

เจาะขบวนการ ‘ศรี’ มีไม้เอกเป็นคนคุม ตบทรัพย์เกือบ 100 ล้าน?

 

 

The post ชมคลิป: เจาะขบวนการ ‘ศรี’ มีไม้เอกเป็นคนคุม ตบทรัพย์เกือบ 100 ล้าน? | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธรรมนัสป้องลูกน้อง ปมศรีสุวรรณตบทรัพย์ ขออย่าทำให้คนถูกรังแกเป็น ‘ผู้ร้าย’ https://thestandard.co/thammanat-protects-subordinates/ Tue, 30 Jan 2024 04:41:48 +0000 https://thestandard.co/?p=893768

วันนี้ (30 มกราคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ภูมิธรรม เวชยชัย รอ […]

The post ธรรมนัสป้องลูกน้อง ปมศรีสุวรรณตบทรัพย์ ขออย่าทำให้คนถูกรังแกเป็น ‘ผู้ร้าย’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (30 มกราคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีที่ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ว่ามีการตบทรัพย์ข้าราชการมีอยู่ในทุกกระทรวงนั้น ตนคิดว่าคนธรรมดา หากแพ้ใจตัวเองโอกาสที่จะเกิดคอร์รัปชันก็เกิดขึ้นได้ จึงควรระวังและจัดการให้เด็ดขาดตามที่นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายไว้ 

 

ภูมิธรรมกล่าวต่อว่า ในกรณีนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกกระทรวง แต่จะมีหรือไม่มี หรือมากน้อยเพียงใด ก็ต้องขึ้นอยู่กับความเป็นจริงด้วย ฉะนั้นเมื่อประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้น ก็ถือเป็นอุทาหรณ์ สะท้อนให้เห็นว่าไม่ควรเกิดขึ้นเด็ดขาด เพราะปัญหาทุจริตคอร์รัปชันเป็นการทำลายรากฐานสังคมไทย และรัฐมนตรีทุกคนมีหน้าที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้อยู่แล้ว และเมื่อรับทราบความผิดปกติก็จะเร่งดำเนินการแก้ไข ซึ่งต้องมีการกำชับว่าเรื่องในลักษณะนี้ไม่สามารถทำได้ 

 

ส่วนที่มีข่าวว่าเกิดลักษณะนี้ในหลายกรมเป็นไปตามที่ ร.อ. ธรรมนัสกล่าวอ้างหรือไม่นั้น ภูมิธรรมกล่าวว่า มีโอกาสเกิดขึ้นได้ ซึ่งรัฐมนตรีทุกกระทรวงต้องกวดขันเรื่องนี้

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า มีข้าราชการในกระทรวงพาณิชย์มาแจ้งว่าถูกตบทรัพย์หลังจากเกิดเหตุการณ์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือไม่ ภูมิธรรมระบุว่า ปัญหาที่ผ่านมาก็รับรู้กันอยู่แล้ว อย่างเช่นกรณีที่เกิดเหตุกับองค์การคลังสินค้า และถูกอภิปรายในสภา ฉะนั้นหากพบปัญหาก็จะดำเนินการเด็ดขาดแม้จะยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนก็ตาม

 

ธรรมนัสป้องลูกน้อง​ ชี้อย่าทำให้คนถูกรังแกเป็น ‘ผู้ร้าย’​ 

 

ขณะที่ ร.อ. ธรรมนัส​ พรหม​เผ่า​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงต่อสื่อมวลชนถึงกรณีที่มีการพาดพิงที่ปรึกษามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตบทรัพย์อธิบดีกรมการข้าว​ โดยถามสื่อมวลชนกลับว่า ขอให้หลับตานึกว่ากระทรวงเกษตรฯ เป็นผู้เสียหาย ตนในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชา และมีความสนิทสนมกับอธิบดีกรมการข้าวรวมถึงภรรยา เนื่องจากรู้จักกันมาก่อน ทุกเรื่องที่ผู้ใต้บังคับบัญชามีความทุกข์ก็จะมารายงาน ตั้งแต่ต้นจนถึงปลายเรื่อง ตนรับรู้มาตลอดแต่ไม่อยากพูดมาก เนื่องจากเกรงว่าจะไม่เกิดประโยชน์ และจะเป็นการแทรกแซงกระบวนการ

 

ร.อ. ธรรมนัส​กล่าวยืนยันว่า สารตั้งต้นทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนถึงการนำจับ ตนทราบทุกอย่าง ตนจึงแนะนำให้ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย ซึ่งตนเองมีฝ่ายกฎหมายกว่า 20 คน และอธิบดีมีการปรึกษามาโดยตลอด​ 

 

“ขออย่ามองกระทรวงเกษตรฯ เป็นผู้ร้าย เนื่องจากกระทรวงเกษตรฯ เป็นผู้ถูกกระทำ ผมจึงฝากไปยังสื่อมวลชนและนักร้องเรียน เวลาจะพูดอะไร รวมถึงการเปิดคลิป ขอให้เปิดให้หมด อย่าโจมตีกระทรวงเกษตรฯ เราเป็นผู้เสียหาย โดยเฉพาะอธิบดีกรมการข้าวถูกกระทำ ตอกย้ำว่าในเมื่อลูกน้องถูกกระทำ จะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์อะไรเลยเถิด” ​ร.อ. ธรรมนัสกล่าว 

 

ร.อ. ธรรมนัสยังกล่าวอีกว่า เมื่อพูดคุยกันแล้ว ให้ตัวแทนไปคุยแล้ว แต่ไม่จบก็ไม่ต้องคุยกัน พร้อมกับกล่าวย้ำว่าอย่าไปสงสัยที่ปรึกษาตน​ ตนมั่นใจว่าที่ปรึกษาเวลาจะทำอะไร ไม่ทำโดยพลการ ไม่มีใครทำผิดกฎหมาย มีแต่จะจัดการกับผู้กระทำผิดกฎหมายบ้านเมือง เรากำลังช่วยกันปัดกวาดบ้านเมืองให้สะอาด อย่าปล่อยให้มันเลอะเทอะเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องนี้ตนรายงานต่อนายกรัฐมนตรีมาโดยตลอด 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นอกจากกรมการข้าวยังมีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ก็ถูกกระทำในลักษณะเดียวกันใช่หรือไม่​ ร.อ. ธรรมนัสกล่าวว่า เป็นไปตามที่รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางให้ข้อมูล ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงเกษตรฯ แต่ขึ้นอยู่กับกรม แต่ละกรมที่จะขึ้นมาต่อสู้กับขบวนการดังกล่าวหรือไม่ ที่ผ่านมาทำให้สังคมวุ่นวาย ทำให้สังคมเกิดความสับสน และจากการนำเสนอข่าวที่ผิดประเด็นในหลายๆ เรื่อง ในฐานะที่เป็นผู้บริหารบ้านเมือง โดยเฉพาะในกระทรวงเกษตรฯ ต้องกล้านำเสนอในสิ่งที่ถูกต้อง กล้าที่จะปกป้องลูกน้องตัวเองหากไม่ผิด​ 

 

ร.อ. ธรรมนัส​ยังฝากไปถึงบุคคลที่ชอบโหนกระแสหรือหิวแสง ขอให้พึงระวัง เพราะตนบอกแล้วว่าจะเอาจริงเอาจัง พร้อมกับกล่าวย้ำว่า กระทรวงเกษตรฯ มีเบ็ดติดรอบ เบ็ดตัวไหนที่เอาเหยื่อไปล่อปลา ระวังจะตายเพราะปาก

 

เมื่อถามว่าวงจรปิดที่จะตรวจสอบมาเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้เมื่อใดนั้น ร.อ. ธรรมนัสระบุว่า ไม่ใช่เรื่องยาก หากไม่มีใครไปไล่ลบข้อมูล และหากใครลบข้อมูลโดน ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก ไปหาใคร​ ไปแล้วไปพูดเรื่อยเปื่อย​ ทำให้เสียหายหมด​ ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและกรรมาธิการต่างๆ เขาไปรับรู้อะไรกับคุณ 

 

ดังนั้นการนำเสนอข่าว ขอให้นำเสนอให้ถูกต้อง ครบถ้วน ไม่เช่นนั้นสื่อเองจะถูกมองว่าเป็นสื่อที่ไร้สาระ ไม่ยอมนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง และที่ผ่านมาตนเองเข้ามาปัดกวาด ทำงานในกระทรวงเกษตรระยะเวลา 4 เดือน สิ่งดีๆ ที่ทำมากลับไม่นำเสนอ แต่พอเป็นประเด็นมาหน่อยกลับนำไปแฉ หรือขยายต่อในทางที่ผิด ขออย่าไปทำระหว่างเดือดร้อน

 

อนุทิน ไม่คบ ‘คนไม่ดี’ 

 

ส่วน อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีกระบวนการตบทรัพย์ที่เกิดขึ้นในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเมื่อวานนี้ (29 มกราคม) ร.อ. ธรรมนัสระบุว่า เรื่องตบทรัพย์มีสิทธิ์เกิดขึ้นได้ทุกกระทรวงว่า กระทรวงมหาดไทยในยุคตนยังไม่มี เพราะไม่มีอะไรให้มาตบ 

 

ส่วนจากเหตุการณ์ของศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เคยร้องเรียนกระทรวงมหาดไทยบ้างหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า คนพวกนี้เป็นคนที่กระทรวงมหาดไทยไม่ให้ความสนใจอยู่แล้ว พร้อมย้ำว่าเราเป็นข้าราชการก็ต้องทำตามหน้าที่ และหากยึดตามหลักกฎหมายก็ไม่ต้องมีอะไรต้องกังวล 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่าหลังจากเกิดกรณีนี้ได้กำชับในกระทรวงอย่างไรบ้าง อนุทินกล่าวว่า ไม่ได้พูดถึงเลย มันไม่มีความสำคัญ ไม่มีอะไรที่ต้องไปใส่ใจกับคนเหล่านี้ และสุดท้ายก็อย่างที่เห็น แต่ตนเองนั้นเห็นด้วยกับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่โพสต์ข้อความว่า ของปลอมอย่างไรก็ของปลอม ก็แค่นั้นแหละ 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ศรีสุวรรณเคยพยายามเข้าไปร้องเรียนที่กระทรวงมหาดไทยใช่ไหม อนุทินกล่าวว่า หน้าที่ร้องเขามีสิทธิ์อยู่แล้ว และกระทรวงมหาดไทยก็เป็นกระทรวงที่มีคนร้องเรียนเยอะที่สุด เพราะเรามีศูนย์ดำรงธรรม ฉะนั้นเรื่องอะไรก็ตามที่เข้าสู่ศูนย์ดำรงธรรม เขาก็จะต้องแจกจ่ายไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ ถ้ามันเป็นสิ่งที่ต้องเร่งแก้ไข เราก็ต้องแก้ไขในทุกๆ เรื่อง 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า คดีที่ศรีสุวรรณเคยร้องเรื่องยุบพรรคภูมิใจไทย หลังจากนี้จะทำให้โล่งใจขึ้นหรือไม่ และถือเป็นเรื่องดีหรือไม่ที่จะทำให้คนรู้ว่าจริงหรือไม่จริง อนุทินกล่าวกลับว่า พรรคภูมิใจไทยจะถูกยุบหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่คนร้อง แต่อยู่ที่ว่ากฎหมายเป็นอย่างไร พรรคคือพรรค เวลาเราส่ง สส. ลงเลือกตั้งเราก็ต้องทำตามกฎหมายพรรคการเมืองทุกอย่าง 

 

“จะบอกว่าดีหรือไม่ดี แต่ถ้าเขาร้องด้วยเจตนารักษาประโยชน์ของชาติบ้านเมืองและประชาชนจริงๆ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสรรเสริญ แต่ถ้าร้องไปหมด มาตบทรัพย์เพื่อมาคุกคาม แบบนี้ก็เป็นอย่างที่เห็น “บางทีก็ทำจนเพลิน ไม่ได้รู้สี่รู้แปด” 

 

ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่า เคยโดนเข้ามาลักษณะนี้บ้างหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า “ผมไม่คุยกับคนพวกนี้ เราเลือกคบคนดี โจรจะไปคบทำไม”

 

พีระพันธุ์ ‘ไม่รู้’ ไม่ขอยุ่ง 

 

ขณะที่ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีการลงนามในเอกสารคำสั่งให้ยศวริศออกจากคณะทำงานตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 ส่วนความชัดเจนเป็นอย่างไร และสามารถระบุวันที่ให้ออกจากตำแหน่งได้หรือไม่ว่า “ผมไม่รู้เรื่อง เรื่องนี้ไม่ยุ่ง”

The post ธรรมนัสป้องลูกน้อง ปมศรีสุวรรณตบทรัพย์ ขออย่าทำให้คนถูกรังแกเป็น ‘ผู้ร้าย’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจสภา รวบตัวชายอ้างตัวเป็นสื่อ หลังพบเคยขโมยของช่างภาพ-ตบทรัพย์ ส.ส.หน้าใหม่ https://thestandard.co/parliament-thief-busted/ Mon, 26 Jun 2023 04:25:18 +0000 https://thestandard.co/?p=807630

วันนี้ (26 มิถุนายน) ที่อาคารรัฐสภา บรรยากาศการรายงานตั […]

The post ตำรวจสภา รวบตัวชายอ้างตัวเป็นสื่อ หลังพบเคยขโมยของช่างภาพ-ตบทรัพย์ ส.ส.หน้าใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 มิถุนายน) ที่อาคารรัฐสภา บรรยากาศการรายงานตัว ส.ส. วันนี้ ถือว่าเป็นอีก 1 วันที่มีบุคคลสำคัญมารายงานตัว ทำให้สื่อมวลชนจากทุกสำนักมาติดตามทำข่าว แต่ปรากฏว่ามีบุคคลซึ่งอ้างตัวว่าเป็นสื่อมวลชนแฝงเข้ามาทำข่าวด้วย สื่อมวลชนจึงแจ้งไปยังตำรวจสภาให้เข้ารวบตัว พร้อมทั้งกระเป๋ากล้อง เสื้อสูท และนำออกนอกพื้นที่ทันที 

 

เนื่องจากบุคคลนี้เคยก่อเหตุลักทรัพย์สินของสื่อมวลชนหลายคนมาแล้ว เมื่อปี 2565 ฐานขโมยคอมพิวเตอร์ MacBook ของช่างภาพสำนักข่าวหนึ่ง ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยเมื่อไปแจ้งตำรวจมีเพียงการรับเรื่องไว้ และช่างภาพที่เคยถูกขโมยของจากชายคนดังกล่าวเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ชายคนดังกล่าวเคยขโมยของที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาแล้ว

 

นอกจากนี้บุคคลดังกล่าวยังมีพฤติกรรมชอบถ่ายภาพนักการเมือง โดยเฉพาะนักการเมืองหน้าใหม่และดูมีฐานะ เพื่อนำภาพดังกล่าวไปตามตื๊อเรียกรับเงินจากนักการเมือง ซึ่งทำมาแล้วหลายครั้งตั้งแต่สภาเก่า

 

โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปที่ห้องสืบสวนสอบสวน ชายคนดังกล่าวพยายามบอกว่า “ผมแค่มาถ่ายรูป” และผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ถ่ายรูปไปทำอะไร แต่ชายคนดังกล่าวไม่ได้ตอบ

 

ทั้งนี้ จากการค้นตัวบุคคลดังกล่าว ไม่พบบัตรที่แสดงตัวตนว่าเป็นสื่อมวลชนสำนักใด มีเพียงบัตรกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งระบุว่าเป็นผู้สื่อข่าวสังกัดสถานีวิทยุ ว.พ.ท. ประจำรัฐสภาแห่งเก่า แต่บัตรหมดอายุตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2554 แล้ว

The post ตำรวจสภา รวบตัวชายอ้างตัวเป็นสื่อ หลังพบเคยขโมยของช่างภาพ-ตบทรัพย์ ส.ส.หน้าใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ภาพเจ้าหน้าที่ DSI ตบทรัพย์ ตั้งใจหรือเงินจูงใจ สู่การปฏิรูปตำรวจ โดย พล.ต.ต. สุพิศาล | THE STANDARD https://thestandard.co/thestandardnow180166-3/ Thu, 19 Jan 2023 02:42:16 +0000 https://thestandard.co/?p=739219 เจ้าหน้าที่ DSI

ฉายภาพเจ้าหน้าที่ DSI ตบทรัพย์ ตั้งใจหรือเงินจูงใจ สู่ก […]

The post ชมคลิป: ภาพเจ้าหน้าที่ DSI ตบทรัพย์ ตั้งใจหรือเงินจูงใจ สู่การปฏิรูปตำรวจ โดย พล.ต.ต. สุพิศาล | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ DSI

ฉายภาพเจ้าหน้าที่ DSI ตบทรัพย์ ตั้งใจหรือเงินจูงใจ สู่การปฏิรูปตำรวจ โดย พล.ต.ต. สุพิศาล

The post ชมคลิป: ภาพเจ้าหน้าที่ DSI ตบทรัพย์ ตั้งใจหรือเงินจูงใจ สู่การปฏิรูปตำรวจ โดย พล.ต.ต. สุพิศาล | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>