การดื่มชา Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/การดื่มชา/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 02 Feb 2024 05:52:15 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Grow tea.studio Phrom Phong สาขาใหม่ที่เพิ่มนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับการดื่มชา https://thestandard.co/life/grow-tea-studio-phrom-phong/ Fri, 02 Feb 2024 05:52:15 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=895220

ร้านชาเปิดใหม่ย่านพร้อมพงษ์ ที่มีเมนูพิเศษเป็นชาอัดก๊าซ […]

The post Grow tea.studio Phrom Phong สาขาใหม่ที่เพิ่มนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับการดื่มชา appeared first on THE STANDARD.

]]>

ร้านชาเปิดใหม่ย่านพร้อมพงษ์ ที่มีเมนูพิเศษเป็นชาอัดก๊าซ

 

เมื่อหลายปีก่อนเราเคยพาไปชิมชาร้าน Grow tea.studio ร้านชาสโลว์บาร์ย่านสุทธิสารมาแล้ว จะบอกว่าตอนนี้เขามีสาขาใหม่อยู่แถวพร้อมพงษ์ ทางร้านได้มีการตกแต่งใหม่ แต่ยังคงความเป็นสโลว์บาร์ที่มีชาเกรดดีเอาไว้ และความพิเศษของสาขานี้คือการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใส่ในตัวชาคุณภาพดีของทางร้าน เกิดเป็นเมนูพิเศษเฉพาะสาขาคือ ชาอัดก๊าซ! แถมยังมีเมนูพาร์เฟต์ที่รวมไอเท็มขายดีของทางร้านเอาไว้ด้วย

 

 

The Vibe

 

ทำร้านสาขาใหม่ทั้งที การตกแต่งภายในจึงเปลี่ยนไปจากสาขาแรกเยอะมาก สาขานี้เน้นใช้แสงและวัสดุที่มีโทนอุ่นๆ และดูสงบ เหมาะกับเป็นร้านชาสโลว์บาร์ ภายในมีที่นั่งเพิ่มขึ้น สามารถเลือกนั่งได้ทั้งแบบหน้าบาร์และโต๊ะแยก บริเวณโต๊ะเขาคิดเรื่องการจัดไฟมาดีมากๆ ในระดับที่ถ่ายรูปอาหารบนโต๊ะจะสวยมากๆ

 

 

The Taste

 

ที่ร้านสาขาใหม่ยังคงหยิบเอาเบสิกเมนูที่มีในสาขาแรกมาไว้ที่สาขานี้ แต่อย่างที่บอกว่าที่พร้อมพงษ์จะมีเมนูพิเศษที่ใช้นวัตกรรมมาช่วยในการผลิต มันจะออกมาเป็นเมนูพิเศษประเภทชาอัดก๊าซ ในความเป็นจริงเมนูนี้มันเคยมีในสาขาเดิมอยู่แล้ว แต่จะมาในช่วงเทศกาลหรือโอกาสพิเศษเท่านั้น และจะขายเป็นลักษณะใส่ขวด แต่ด้วยเสียงเรียกร้องของลูกค้า ทางร้านจึงไปศึกษาวิธีการผลิตแบบที่สามารถเสิร์ฟแบบสดๆ ในร้านได้ คล้ายกับการกด Tap เบียร์!

 

 

ตอนนี้เมนูชาอัดก๊าซของทางร้านจะมีอยู่ 2 ตัวด้วยกัน ตัวแรกคือ SPARKLING TEA (TEA POP!) (ราคา 165 บาท) เมนูนี้ตัวชนิดของชาจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ซึ่งในช่วงนี้จะเป็นโฮจิฉะ (Hojicha) เป็นชาคั่วเมนูขายดีของทางร้านมาอัดก๊าซเพิ่มขึ้น ตัวชาเองมีรสอูมามิที่ชัด และมีรสออกหวานนิดๆ ดื่มแล้วสดชื่นเหมาะกับอากาศร้อนของไทย ไม่แปลกใจเลยที่จะเป็นเมนูขายดีของร้าน

 

 

ตัวต่อมาเป็น SPARKLING KOMBUCHA (ราคา 165 บาท) เป็นคอมบูชาสูตรของทางร้าน รสชาติจะออกไปทางฟรุตตี้ หวานธรรมชาติ แนวๆ น้ำผลไม้ และเมื่อนำมาทำเป็นเมนูอัดก๊าซ คอมบูชาตัวนี้เลยจะดื่มง่ายกว่าปกติ เหมาะมากๆ กับดื่มหลังกินมื้อหนัก เพราะมีรสชาติเปรี้ยวหวานสดชื่น แถมตัวคอมบูชาก็เป็นผลดีต่อระบบย่อยอาหารและลำไส้อีกด้วย

 

 

เมนูพิเศษในร้านนี้ไม่ได้มีแค่เครื่องดื่มเท่านั้น แต่ยังมีเมนูพาร์เฟต์หน้าตาอลังการอีกด้วย ที่สาขาแรกตัวพาร์เฟต์ของทางร้านจะเรียกว่าเป็น Specialty Parfait คือจะเป็นพาร์เฟต์ที่ต้องใช้เทคนิคแบบการทำอาหารเข้ามาใช้ ซึ่งจะไม่ได้ขายเป็นเมนูประจำ แต่ที่สาขานี้จะเป็น FRUITS FULL PARFAIT (ราคา 285 บาท) เป็นพาร์เฟต์จานใหญ่ที่กินได้ทุกวัน เมนูนี้ได้ความสดชื่นจากผลไม้ และความนุ่มละมุนจากคัสตาร์ด แถมยังมีโดรายากิที่เป็นขนมขายดีของทางร้าน ปิดท้ายด้วยไอศกรีมวานิลลา เรียกว่าเมนูนี้เหมือนเป็นการรวมของดีทั้งหมดของร้านมาไว้ในจานเดียว

 

 

อีกหนึ่งเมนูที่เราว่าแปลกดีเลยลองสั่งมาชิมดูคือ GROW EARTH (ราคา 165 บาท) ชื่อ EARTH ได้มาจากสีของเมนูนี้ที่มีทั้งสีเขียว สีฟ้า เป็นเมนูที่มีส่วนผสมของชา ผงอัญชัน นม และน้ำมะพร้าว รสชาติจะมีความมันๆ ในความรู้สึกเหมือนกับเขาใส่กะทิลงไปเลย ทางร้านบอกว่ารสชาติมันจะคล้ายๆ กับขนมบุหลันดั้นเมฆ!

 

 

Good for

 

สำหรับใครที่ชอบชาในสไตล์เอเชียน คุณต้องมาลองร้านนี้สักครั้ง เราว่าเหมาะกับมากันเพื่อนหรือครอบครัวสัก 2-3 คน ในวันที่อากาศร้อนๆ ในช่วงบ่าย มาจิบชาซ่าๆ กับพาร์เฟต์สดชื่นๆ ใครที่ผ่านมาแถวพร้อมพงษ์พลาดไม่ได้

 

 

Grow tea.studio Phrom Phong

Open: ทุกวัน ยกเว้นวันพุธ เวลา 10.00-20.00 น.

Address: พร้อมพงษ์ ซอยสุขุมวิท 31

Budget: 135-200 บาท

Facebook: Grow tea.studio

Map: 

 

 

The post Grow tea.studio Phrom Phong สาขาใหม่ที่เพิ่มนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับการดื่มชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ร้านน้ำชาในตึกหัวมุม Araksa Tea Room เสิร์ฟชาออร์แกนิกจากไร่เชียงใหม่ https://thestandard.co/life/araksa-tea-room/ Thu, 05 Oct 2023 01:25:01 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=850838 Araksa Tea Room

เราชอบบรรยากาศของร้านน้ำชา ‘Araksa Tea Room’ ที่มาเปิดส […]

The post ร้านน้ำชาในตึกหัวมุม Araksa Tea Room เสิร์ฟชาออร์แกนิกจากไร่เชียงใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Araksa Tea Room

เราชอบบรรยากาศของร้านน้ำชา ‘Araksa Tea Room’ ที่มาเปิดสาขาแรกในย่านเจริญกรุง กรุงเทพฯ ชอบตั้งแต่สถานที่ หน้าตาร้าน ไปจนถึงด้านในที่ชวนให้รู้สึกตั้งแต่ก้าวแรกว่าการมานั่งจิบน้ำชาที่นี่จะต้องผ่อนคลายและได้ประสบการณ์ที่ดีกลับไปแน่นอน

 

Araksa Tea Room Araksa Tea Room Araksa Tea Room

 

The Vibe

Araksa Tea Room อยู่ในซอยเจริญกรุง 38 เปิดในตึกเก่า 2 ชั้นหัวมุมถนน ด้วยความที่เป็นร้านชาจากจังหวัดเชียงใหม่ บรรยากาศและของตกแต่งส่วนใหญ่จึงยกมาจากภาคเหนือ ยกเว้นบานประตูไม้สีเข้มด้านหน้าที่นำมาจากประเทศอินเดีย 

 

เดินเข้ามาจะเห็นด้านในร้านแบ่งเป็น 2 ส่วน ชั้นล่างเป็นพื้นที่นั่งกินอาหาร จิบชา มีเคาน์เตอร์บาร์เสิร์ฟชาและค็อกเทล ส่วนชั้นลอยจะเป็นพื้นที่สำหรับคนอยากซื้อชากลับไปจิบที่บ้านหรือซื้อเป็นของฝาก ซึ่งตรงนี้ร้านมีไว้จัดเวิร์กช็อปของตัวเองด้วย

 

Araksa Tea Room Araksa Tea Room Araksa Tea Room Araksa Tea Room

 

The Taste

Araksa Tea Room บอกว่ามาเปิดสาขาแรกในกรุงเทพฯ เพราะอยากให้คนทั่วไปรู้จักชาของ Araksa (อรักษ) มากขึ้น เนื่องจากไร่ชาของ Araksa ที่เชียงใหม่เป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นมากกว่า แต่ก็มีพื้นที่เสิร์ฟชาและของว่างอยู่เล็กๆ สำหรับคนมาเดินชมไร่ 

 

เมื่อลงมาเปิดร้านน้ำชาจริงจังที่กรุงเทพฯ พวกเขาจึงอยากทำมากกว่าเสิร์ฟชา ด้วยการเพิ่มเมนูขนม อาหาร ไปจนถึงเมนูมื้อค่ำที่มีเครื่องดื่มค็อกเทลผสมชาด้วย ซึ่งชาทุกชนิดของร้านจะมีความพิเศษตรงเป็นชาออร์แกนิก ปลูกเองจากไร่ที่เชียงใหม่ และเป็นไร่ที่ได้รับการรับรองว่าทุกขั้นตอนออร์แกนิกจริง เริ่มตั้งแต่การปลูกที่ไม่ใช้สารเคมี เก็บใบชาด้วยมือ ไปจนถึงขั้นตอนสุดท้ายในโรงงาน

 

Araksa Tea Room Araksa Tea Room Araksa Tea Room

 

มาที่นี่ก็ต้องลองจิบชาของ Araksa กันหน่อย ทุกเมนูชาจะเสิร์ฟมาในกาใส พร้อมกับนาฬิกาทรายให้เราจับเวลาเพื่อนำใบชาออก เพื่อให้รสชาติชาดีที่สุดและไม่เสียคุณประโยชน์ที่ดีไป และร้านจะมีพนักงานคอยให้คำแนะนำ ฉะนั้นต่อให้ไม่รู้เรื่องชาก็มาได้เลย

 

คนที่ไม่เคยลองชาออร์แกนิกของไร่ แนะนำให้เริ่มจาก Silk (200 บาท) เป็นชาดำอู่หลงซิกเนเจอร์ที่คาเฟอีนต่ำที่สุดในตระกูล Pure Tea (ชาไม่ผสม) ของร้าน เป็นชาที่ได้ Tea Specialist ชาวฝรั่งเศสมาคิดค้นรสชาติให้ด้วย โดยจะมีความหอมวานิลลา หวานน้ำผึ้ง รสชาติละมุน ดื่มได้ทั้งวัน

 

Araksa Tea Room Araksa Tea Room

 

Dalha (220 บาท) เป็นชาเบลนด์ที่ผสมดอกดาหลากับชาเขียว เราค่อนข้างชอบตัวนี้ เพราะมีความเปรี้ยวของดอกไม้นิดๆ ผสมกลิ่นหอมคั่วใบชาอ่อนๆ โดยไร่จะนำชาลงไปคั่วในกระทะ ก่อนนวดด้วยมือและนำไปอบ เมื่อเทน้ำลงบนใบชาแรกๆ จะเห็นเป็นสีขาวขุ่นจากแป้งของดอกไม้ หลังจากยกใบชาออกจะได้ชาเขียวสีชมพูที่หอม จิบแล้วสดชื่น และมีคาเฟอีนต่ำ เนื่องจากใช้ชาเขียวเพียง 30 เปอร์เซ็นต์

 

Aoon Jai (200 บาท) ชาผู่เอ๋อจากไร่เชียงใหม่ที่เสิร์ฟเฉพาะสาขากรุงเทพฯ ชาตัวนี้เราว่าน่าสนใจ เพราะใช้เวลาบ่มชานาน 5 ปี ใช้ใบชา 1 ยอด 1 ใบ ทำให้เก็บได้ไม่เยอะ คาแรกเตอร์มีกลิ่นหอมยาสูบอ่อนๆ ผสมกลิ่นผลไม้หวาน เห็ด และน้ำผึ้ง แต่เนื่องจากผู่เอ๋อเป็นชาที่มีความเข้มข้นมาก จึงแนะนำให้อย่าแช่น้ำนาน ประมาณ 1 นาทีแล้วดื่มจะกำลังดี หากอยากจิบค่อยเติมน้ำร้อนใหม่ได้

 

Araksa Tea Room Araksa Tea Room

 

สุดท้ายเป็นชาแบบเย็น แนะนำให้ลอง Thai Tea (180 บาท) ใช้เบสเป็นชา English Breakfast ผสมกับวานิลลาและคาราเมลออร์แกนิก ชาตัวนี้ร้านนำไปประกวดได้รางวัลมาด้วย ส่วนสีจะออกส้มนวลๆ ตามธรรมชาติ เพราะต้มนมกับน้ำก่อน แล้วค่อยใส่ใบชาลงไปแบบไม่ผสมอะไรเพิ่ม 

 

ของกินเล่นหรือของหวานก็มีนะ เมนูที่อยากแนะนำก็อย่างเช่น ยำใบชาทอด เมนูซิกเนเจอร์จากไร่ที่เชียงใหม่, เครมบรูเลชา, พุดดิ้งชา หรือเมนูค็อกเทลอินฟิวส์ชาที่ได้แรงบันดาลใจมาจากจังหวัดต่างๆ โดยราคาขนมจะเริ่มต้น 100 บาท ส่วนค็อกเทลเริ่มต้น 350 บาท

 

Araksa Tea Room Araksa Tea Room Araksa Tea Room Araksa Tea Room

 

Good For…

Araksa Tea Room เป็นร้านน้ำชาสเปเชียลตี้ที่มีชาให้เลือกจิบเยอะมาก คนรักชาต้องชอบแน่นอน เพราะมีตั้งแต่ชาขาว ชาเขียว ชาดำ ชาสมุนไพร ไปจนถึงอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม ทำให้ทุกคนแวะมาตอนไหนก็ได้ ไม่ต้องห่วงว่าจะมีชาให้จิบอย่างเดียว อีกทั้งร้านยังเสิร์ฟเฉพาะชาออร์แกนิกจากไร่ที่เชียงใหม่ของตัวเอง เพราะฉะนั้นมั่นใจเรื่องคุณภาพได้เลย

 

Araksa Tea Room

Open: เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 10.00-22.00 น. (ปิดวันจันทร์)

Address: ซอยเจริญกรุง 38 

Contact: Araksa Tea Room

Budget: 200-500 บาท

Map: 

 

The post ร้านน้ำชาในตึกหัวมุม Araksa Tea Room เสิร์ฟชาออร์แกนิกจากไร่เชียงใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Spring Snow’ 8 คอร์สใหม่กิน-ดื่มสนุกจาก minimalmeal https://thestandard.co/life/8-new-courses-from-minimalmeal/ Wed, 17 May 2023 00:56:46 +0000 https://thestandard.co/?p=791334 Spring Snow minimalmeal

‘Spring Snow’ ทีเทเบิลหรือคอร์สเครื่องดื่มชา-ขนมหวานของ […]

The post ‘Spring Snow’ 8 คอร์สใหม่กิน-ดื่มสนุกจาก minimalmeal appeared first on THE STANDARD.

]]>
Spring Snow minimalmeal

‘Spring Snow’ ทีเทเบิลหรือคอร์สเครื่องดื่มชา-ขนมหวานของ เชฟพีท วรศานต์ ได้ดำเนินมาจนถึงคอร์สที่ 3 ภายใต้ชื่อของ ‘minimalmeal’ แล้ว โดย Spring Snow นั้นนับว่าเป็นทีเทเบิลซีซัน 2 ที่มาพร้อมคอนเซปต์ในการครีเอต 8 คอร์​สเมนูจาก 2 ฤดูกาลของประเทศญี่ปุ่น โดยรอบนี้ทางเชฟพีทก็ได้ดึงเอาความสดชื่นในฤดูกาลใบไม้ผลิ ผสมผสานไปกับภูเขาหิมะในฤดูหนาวอีกฝากฝั่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ชวนให้เราได้มาลิ้มรสกันอย่างต่อเนื่อง

 

 

ถ้าย้อนไปในซีซันแรกจะเป็นธีมของ ‘Summer Rain’ หรือการรวบรวมวัตถุดิบที่หาได้ในฤดูร้อนของประเทศไทย มารังสรรค์เมนูในแต่ละคอร์สให้ออกมาสดชื่นชุ่มฉ่ำสมกับคำว่า Rain ในที่นี้อีกด้วย

 

 

หากใครที่เคยมาในคอร์สแรกสุดของเชฟพีทจะทราบกันดีว่า แม้ตัวคอร์สทีเทเบิลจะไม่ได้เจาะเมนูภายใต้ธีมฤดูกาลไหนๆ แต่ก็ทำให้ผู้คนได้เริ่มรู้จัก minimalmeal กันมากขึ้นนั่นเอง

 

The Vibe

สำหรับ minimalmeal แล้ว นอกจากคำว่า ‘Tea Table’ เรายังสามารถเรียกคอร์สนี้ว่า ‘Workshop’ ย่อมๆ ได้เช่นกัน เพราะเราจะได้ทั้งประสบการณ์การลิ้มรสเครื่องดื่ม-ขนมหวาน พร้อมกับการทำความรู้จักกับทรงแก้วและภาชนะต่างๆ ที่เปรียบเสมือนงานคราฟต์-งานศิลปะจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เชฟพีทตั้งใจนำเสนอให้เราไม่แพ้ไปกว่าตัวคอร์สเมนูเลย

 

 

นอกจากนี้เรายังได้พูดคุย-แลกเปลี่ยนความรู้ใหม่ๆ กับผู้เข้าร่วมคนอื่นๆ อย่างเป็นกันเองในฉบับไพรเวตคลาสที่จะรับเพียงครั้งละ 4 ที่ พร้อมรับความรู้เต็มอิ่มเกี่ยวกับวิธีการรังสรรค์แต่ละดริงก์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละคอร์สกลับไปลองทำกันที่บ้าน

 

 

The Taste

เริ่มต้นกันด้วยเมนูเครื่องดื่มที่ทำให้เรารู้สึกสดชื่นเหมือนอยู่ท่ามกลางฤดูใบไม้ผลิอย่าง GUAVA ดริงก์ที่จะมาช่วยเคลียร์พาเลตต์ลิ้นของเรา อีกทั้งยังมอบความสดชื่นพร้อมรสชาติความเขียวและความหวานฉ่ำของน้ำฝรั่งที่เชฟพีทนำผลฝรั่งไปสกัดเย็น (Slow Juice) ก่อนจะนำไปกรองด้วยดริปเปอร์ V60 และกระดาษฟิลเตอร์ (Clarified) ให้ได้ตัวน้ำสีใสไร้กากที่ยังครบรส เสิร์ฟในแก้วแบรนด์ Kimura Glass บางเฉียบ ไร้รอยต่อ ดื่มกันแบบสบายๆ

 

 

คอร์สถัดมาเราจะได้ลิ้มรส WARABI MOCHI ฮอนวาราบิโมจิหรือวาราบิโมจิแท้จากรากต้นเฟิร์นวาราบิที่เชฟจะนำมากวนร้อนให้เราดูกันสดๆ ก่อนจะค่อยๆ ใช้น้ำแข็ง และน้ำคูลดาวน์ตัวโมจิเป็นเวลา 10 นาที เพื่อให้เนื้อโมจินั้นเฟิร์มตัวไวขึ้น

 

 

แล้วจึงนำมาคลุกเคล้าด้วยผงถั่วคินาโกะ (Kinako: Roasted Soy Bean) เบาๆ เหยาะด้วยน้ำตาลดำหรือโคคุโตะ (Kokuto) จากจังหวัดโอกินาวา (Okinawa) ให้รสหอมหวาน ทั้งยังให้สัมผัสที่ละลายในปากในทุกคำที่กิน

 

 

เสิร์ฟคู่กับชาจีนอย่างชาเถี่ยหลัวฮั่น (Tie Luo Han) เบลนด์คู่กับอู่หลงชงร้อนๆ (Rock Wulong) ให้กลิ่นหอมดอกไม้ ชุ่มคอ และรสชาติค้างในปากนานด้วยการดื่มจากแก้วทรงดอกผักบุ้ง (Morning Glory) ของแบรนด์ Asahiyaki หนึ่งในแบรนด์เก่าแก่จากญี่ปุ่นด้วย

 

 

ต่อจากนั้นก็ถึงเวลาของคอร์สเมนูมัทฉะอย่าง MATCHA VANILLA ของหวานกึ่งดริงก์ที่ได้ไอเดียมาจากภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะพร้อมๆ กับหิมะที่กำลังละลาย โดยแก้วนี้เชฟจะใช้เบสเป็นไอศกรีมวานิลลาจากฝักวานิลลามาดากัสการ์ เสิร์ฟในแก้วทรงชมพู่หรือทรง Bello ของแบรนด์ Kimura Glass เช่นเดิม

 

 

ก่อนจะเติมน้ำมะพร้าวลงไปแล้วท็อปด้วย Yuwai มัทฉะเบลนด์สามสายพันธุ์เดี่ยวจากเมืองอูจิ (Uji) ที่นำไปตีด้วยน้ำร้อน จบด้วยการบีบเปลือกส้มซ่าเล็กน้อย (Somza Air) สร้างบรรยากาศและกลิ่นหอมสดชื่นจากตัวส้ม

 

 

ถึงแม้แก้วนี้จะไม่มีวัตถุดิบของใบเตยเลย แต่รสชาติที่เราได้รับนั้นกลับชวนให้นึกถึงการกินขนมไทยที่มีกลิ่นหอมของใบเตยอย่างลอดช่องหรือขนมชั้น

 

 

ผ่านคอร์สหวานๆ มาแล้วถึง 2 เมนู ดริงก์ต่อไปอย่าง JINJA ก็ช่วยเติมความสดชื่นให้เราได้อย่างดี ทั้งรสชาติและความคั่วอ่อนๆ ของก้านโฮจิฉะที่ถูกเบลนด์และนำไปโคลด์บรูว์ 3 ชั่วโมงร่วมกับบันฉะ (Bancha) ผสมด้วยสาเกที่ไม่มีแอลกอฮอลด์หลงเหลือแล้ว (Reduction) ให้รสคล้ายข้าวหมักเล็กน้อย

 

 

ก่อนจะเพิ่มความหวานสดชื่นของแก้วนี้กันด้วยจินเจอร์เอล (Ginger Ale) ปิดท้ายด้วยวัตถุดิบสำคัญอย่างเกรปฟรุตที่เชฟตั้งใจใช้เปลือกมาบีบสร้างบรรยากาศ และตกแต่งข้างแก้วให้เราได้กลิ่นหอมจางๆ ของเกรปฟรุตในทุกอึก

 

 

หลังจากผ่านไปครึ่งทาง เชฟจะพาเราไปสัมผัสกับบรรยากาศของป่าสนต่อในชื่อเมนู YUKIMURO x Koromochi ที่ได้ไอเดียจากห้องหิมะอุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียสในจังหวัดนีงาตะ (Niigata) โดยดริงก์นี้เชฟตั้งใจให้เราได้ดื่มด่ำกับรสชาติของชาที่ไม่ผ่านการปรุงแต่ง เป็นความอูมามิสไตล์ญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ทั้งเซนฉะ (Sencha) ที่เชฟนำไปโคลด์บรูว์ในช่องฟรีซด้วยระยะเวลาเพียงแค่ 15 นาที

 

 

รวมถึงขนมอบกรอบ Koromochi ที่ถูกเสิร์ฟบนใบสน ปิดท้ายด้วยบรรยากาศที่ถูกสร้างด้วยการฉีด Kinobi Gin ให้กลิ่นสะอาดๆ ของทั้งชาและต้นสนนั่นเอง

 

 

เข้าสู่คอร์สที่ 6 อย่าง ALEXANDRA ที่ให้รสชาติหลากหลาย พร้อมกับสีของดริงก์ที่โดดเด่น โดยดริงก์นี้จะประกอบไปด้วยชาดำญี่ปุ่น (Wakocha) จากจังหวัดฟุกุโอกะ (Fukuoka) ผสมกับน้ำเชอร์รีและบีทรูทที่ให้สีแดง ปิดท้ายด้วยโทนิกซ่า เชฟพีทจะป้ายข้างแก้วด้านหนึ่งด้วยดาร์กช็อกโกแลต แล้วจึงแนะนำให้เราค่อยๆ จิบ โดยเริ่มจากด้านที่ไม่มีช็อกโกแลตก่อน

 

 

ซึ่งความสนุกของแก้วนี้นอกจากรสชาติของแต่ละจิบจะไม่เหมือนกันแล้วนั้น ความเอิร์ธตี้ของส่วนผสมเองก็ยังทำให้เราได้รสชาติคล้ายมะขามเปียกจากดริงก์นี้อีกด้วย!

 

 

YUZU ดริงก์สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด คือเมนูมัทฉะยูซุที่ไม่มียูซุเป็นส่วนผสมหลัก แต่ตัวเครื่องดื่มนั้นจะมีเพียงแค่มัทฉะสายพันธุ์เดี่ยว ‘อูจิ ฮิคาริ’ (Uji Hikari) จากเมืองอูจิที่เชฟนำมาตีด้วยน้ำร้อน ก่อนราดลงบนโทนิกตัวเดิม เพิ่มเติมคือตัวโทนิกนั้นยังแฝงโน้ตโทนซิตรัสอย่างเลมอนและไทม์เล็กๆ ให้เราได้รู้สึกสดชื่นอยู่ด้วย พอไม่มียูซุเป็นเบสหลักเชฟก็จะฉีดกลิ่นยูซุหอมๆ (Yuzu Air) ปิดท้ายให้เราก่อนดื่มแก้วนี้นั่นเอง

 

 

ปิดท้ายคอร์สด้วยเมนูขนมหวานชื่อเดียวกันกับธีม SPRING SNOW เมนูโยเกิร์ตจากนมควาย-วัวในรูปแบบเกล็ดน้ำแข็งคล้ายกับหิมะ เสิร์ฟในถ้วยเซรามิกสีขาวฝีมือคนไทยอย่างสตูดิโอ กา.ลิ.โก (ga.li.go) คู่กับผลไม้ประจำฤดูกาลอย่างสตรอว์เบอร์รีพันธุ์อามาโอะ (Amaou) จากฟุกุโอกะ (Fukuoka) ลูกโต ให้รสหวานฉ่ำอมเปรี้ยว ก่อนจะเพิ่มมิติและรสชาติของถ้วยนี้ไปด้วยการเหยาะบัลซามิก สลับกับการกิน หรือโรยพริกไทย (Pink Peppercorns) ก็ยังเข้ากันได้แบบลงตัว!

 

Spring Snow minimalmeal

 

Good for

เราว่าคอร์สนี้มีความสนุกในการกิน-ดื่มทุกๆ เมนู ถึงแม้ว่าเราอาจจะคาดเดารสชาติของบางเมนูได้จากการผสมผสานของวัตถุดิบ แต่ในบางคอร์สเรียกว่ามองด้วยตาก็ไม่สามารถคาดเดาได้เลยจริงๆ นอกจากนี้เรายังได้เพลินไปกับการดูภาชนะที่เชฟตั้งใจเสิร์ฟในแต่ละคอร์สเหมือนได้นั่งดูงานศิลปะไปพร้อมๆ กัน และต่อให้ไม่เป็นสายชา ก็สามารถเอ็นจอยไปกับเหล่าเมนูเครื่องดื่ม-ขนมหวานสุดครีเอทีฟของเชฟพีทได้เช่นกัน


minimalmeal

Open: เปิดตามวันของคอร์สที่กำหนด เวลา 13.00-16.00 น.

Address: Noble Recole ซอยสุขุมวิท 19 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10100

Budget: 2,500 บาทต่อคน (สูงสุดจำนวน 4 คนต่อรอบ)

Website: www.minimalmeal.com

Map: 

 

 

 



บทความที่เกี่ยวข้อง:


 

The post ‘Spring Snow’ 8 คอร์สใหม่กิน-ดื่มสนุกจาก minimalmeal appeared first on THE STANDARD.

]]>
LIFE TIP: Good Tea For Skin วิธีดื่มชาสมุนไพรอย่างเหมาะสม คือหนึ่งกุญแจสำคัญที่ช่วยทำให้ผิวพรรณสุขภาพดี โดยเลือกชาสมุนไพรที่เหมาะสม ชงชาให้ถูกต้อง และหมั่นดื่มเป็นประจำ https://thestandard.co/life/life-tip-23042023/ Sun, 23 Apr 2023 04:43:40 +0000 https://thestandard.co/?p=780055 Good Tea For Skin

ดื่มชาสมุนไพรอย่างถูกวิธี ช่วยสร้างผิวพรรณให้สุขภาพดีได […]

The post LIFE TIP: Good Tea For Skin วิธีดื่มชาสมุนไพรอย่างเหมาะสม คือหนึ่งกุญแจสำคัญที่ช่วยทำให้ผิวพรรณสุขภาพดี โดยเลือกชาสมุนไพรที่เหมาะสม ชงชาให้ถูกต้อง และหมั่นดื่มเป็นประจำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Good Tea For Skin

ดื่มชาสมุนไพรอย่างถูกวิธี ช่วยสร้างผิวพรรณให้สุขภาพดีได้

 

ชาสมุนไพรถูกนำมาใช้ในการรักษาสุขภาพ และใช้เกี่ยวกับความงามมานานหลายศตวรรษ การดื่มชาสมุนไพรเป็นวิธีที่ดีในการทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งและมีสุขภาพดี เพราะชาสมุนไพรเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และแร่ธาตุที่สามารถช่วยบำรุงผิวพรรณจากภายในสู่ภายนอก LIFE จึงมานำเสนอวิธีการดื่มชาสมุนไพรเพื่อผิวสวยที่สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน 

 

  • เลือกชาสมุนไพรที่เหมาะสม ขั้นตอนแรกของการดื่มชาสมุนไพรเพื่อผิวสวยคือการเลือกชาที่เหมาะสม ชาสมุนไพรที่ดีที่สุดสำหรับผิว ได้แก่ ชากุหลาบ ชาจากดอกคาโมมายล์ ชาเขียว รอยบอส เปปเปอร์มินต์ ซึ่งชาเหล่านี้เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องผิวของคุณจากการทำลายของอนุมูลอิสระ

 

  • ชงชาให้ถูกต้อง เมื่อเราเลือกชาสมุนไพรได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการชงให้ถูกต้อง ต้มน้ำและแช่ถุงชาหรือใบชาประมาณ 3-5 นาที สิ่งสำคัญคืออย่าแช่ชานานเกินไป เพราะจะทำให้ชาขมได้ หากคุณต้องการรสหวาน คุณสามารถเติมน้ำผึ้งหรือมะนาวลงในชาได้ 

 

  • ดื่มชาเป็นประจำ การดื่มชาสมุนไพรเพื่อผิวสวยเป็นวิธีแก้ปัญหาระยะยาว ดังนั้นจึงควรดื่มชาเป็นประจำ พยายามดื่มชาสมุนไพรอย่างน้อยหนึ่งแก้วต่อวัน คุณยังสามารถเปลี่ยนประเภทของชาที่คุณดื่มเพื่อให้น่าสนใจยิ่งขึ้น 

 

  • ทั้งนี้ อย่าลืมว่าการดื่มชาสมุนไพรเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ผิวสวย สิ่งสำคัญคือต้องสร้างนิสัยที่ดีต่อสุขภาพในมิติอื่นๆ เข้ากับกิจวัตรประจำวันไปด้วย เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ คุณควรปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยการทาครีมกันแดด และหลีกเลี่ยงการออกแดดที่ร้อนมากในช่วงนี้ 

 

  • รักษาความชุ่มชื้นด้วยการดื่มน้ำมากๆ ก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผิวสวยเช่นกัน ชาสมุนไพรเป็นวิธีที่ดีในการคงความชุ่มชื้น แต่สิ่งสำคัญคือต้องดื่มน้ำมากๆ ตลอดทั้งวันเช่นกัน ตั้งเป้าดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน หรืออาจดื่มมากขึ้นเมื่ออากาศร้อนกว่าปกติ 

The post LIFE TIP: Good Tea For Skin วิธีดื่มชาสมุนไพรอย่างเหมาะสม คือหนึ่งกุญแจสำคัญที่ช่วยทำให้ผิวพรรณสุขภาพดี โดยเลือกชาสมุนไพรที่เหมาะสม ชงชาให้ถูกต้อง และหมั่นดื่มเป็นประจำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ร้านชาไวบ์สนุก TWG Tea Salon & Boutique ใส่แก้ว Takeaway ได้แล้ว https://thestandard.co/life/twg-tea-salon-boutique-takeaway/ Fri, 31 Mar 2023 08:56:13 +0000 https://thestandard.co/?p=771383

เปิดตัว TWG Tea Takeaway แห่งแรกในไทยที่สาขาสยามพารากอน […]

The post ร้านชาไวบ์สนุก TWG Tea Salon & Boutique ใส่แก้ว Takeaway ได้แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

เปิดตัว TWG Tea Takeaway แห่งแรกในไทยที่สาขาสยามพารากอน เสิร์ฟชาใส่แก้วกลับบ้านได้ด้วย 

 

เมื่อย้ายทำเลใหม่ TWG Tea Salon & Boutique สาขาสยามพารากอน เลยถือโอกาสนี้รีแบรนดิ้ง ปรับร้านใหม่หมดทั้งการตกแต่งและแนวคิดที่เปลี่ยนจากการเป็นแบรนด์ชาที่เน้นความหรูหรา ทางการ มาในภาพลักษณ์ใหม่ที่สดใสและกระฉับกระเฉงยิ่งขึ้น แต่ยังหรูหราพรีเมียมเช่นเคย 

 

 

สาขานี้พร้อมเปิดตัวบริการใหม่ในไทยอย่าง Takeaway หรือบริการซื้อชากลับบ้าน โดยทางร้านจะชงชาใหม่ทุกครั้งที่มีออร์เดอร์ ยืนมองแล้วเพลินมาก ก่อนเสิร์ฟชามาในแก้วสีทองอร่ามที่ทำจากวัสดุย่อยสลายได้ทางชีวภาพ 100% สามารถนำไปรีไซเคิลและย่อยสลายได้เองที่บ้าน 

 

ส่วนหลอดแก้วสำหรับชาเย็นสามารถนำมาใช้ซ้ำได้อีก ซึ่งต้องบอกว่าแก้ว Takeaway ของ TWG Tea Salon & Boutique นั้นสวย หรู ลงตัวเอามากๆ ใครเห็นเป็นต้องหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายภาพลงโซเชียลมีเดีย  

 

 

“ทุกแก้วของชา Takeaway จะเตรียมสดใหม่ทุกออร์เดอร์ โดยเราได้ออกแบบเคาน์เตอร์ให้ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับขั้นตอนการชงชา เริ่มตั้งแต่การเทน้ำร้อนลงในชา ช่วงเวลาสั้นๆ แต่มหัศจรรย์เมื่อน้ำร้อนกลายเป็นน้ำชา และน้ำชากลายเป็นชาพร้อมเสิร์ฟแบบเย็น เป็นประสบการณ์จริงและสดใหม่เฉพาะแต่ละบุคคลที่เราต้องการมอบให้ เมื่อลูกค้าเดินออกจากร้านพร้อมแก้วซื้อกลับบ้าน ประสบการณ์และความประทับใจจะเกิดขึ้นจากทั้งการได้ชมและการดื่มชาแก้วนั้น” Mr. Taha Bouqdib ผู้ร่วมก่อตั้ง TWG Tea กล่าว

 

 

และอย่างที่บอกว่าร้านปรับแต่งหน้าตาใหม่ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น แพ็กเกจชาต่างๆ ถูกนำมาใช้เป็นของตกแต่งร้านได้อย่างน่าสนุก เช่น ผนังด้านหนึ่งตกแต่งด้วยกระป๋องชา Artisan Tea สีเหลือง ที่ทำขึ้นมาเพื่อเป็นของตกแต่งโดยเฉพาะ ให้ความรู้สึกถึงงานป๊อปอาร์ต ตัดกับพื้นหินอ่อนอิตาลีสีเหลือง และเคาน์เตอร์ชาที่ทำจากไม้เนื้อแข็ง สร้างไวบ์สนุกๆ ต้อนรับนักดื่มชาหน้าใหม่ หรือคนที่กำลังมองหาเครื่องดื่มอื่นๆ นอกจากกาแฟหรือน้ำหวาน 

 

คุณยุทธชัย จรณะจิตต์ และ Mr. Taha Bouqdib

 

“เราเชื่อมั่นว่า Takeaway จะสร้างยอดขายเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดของยอดขายทั้งหมด เพราะลูกค้ากลุ่มหนุ่มสาวเมื่อเห็นการแชร์เรื่องราวของแบรนด์ผ่าน TikTok หรือ Instagram ก็อยากมีประสบการณ์เช่นเดียวกันบ้าง” ชยานนท์ จุลดุสิตพรชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิตัลไทยฮอสพิทาลิตี้ จำกัด กล่าว 

 

TWG Tea Salon & Boutique ตั้งอยู่ที่ชั้น G สยามพารากอน

 

ภาพ: TWG Tea Salon & Boutique

The post ร้านชาไวบ์สนุก TWG Tea Salon & Boutique ใส่แก้ว Takeaway ได้แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดื่มชาตามแบบฉบับ Queen Elizabeth ที่วางขาย และหาดื่มตามได้ง่ายๆ ทั่วโลก https://thestandard.co/queen-elizabeth-tea/ Fri, 09 Sep 2022 09:26:33 +0000 https://thestandard.co/?p=679084 Queen Elizabeth

‘ชา’ หนึ่งในเครื่องดื่มที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที […]

The post ดื่มชาตามแบบฉบับ Queen Elizabeth ที่วางขาย และหาดื่มตามได้ง่ายๆ ทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Queen Elizabeth

‘ชา’ หนึ่งในเครื่องดื่มที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เลือกดื่มเป็นประจำทุกวัน และอย่างน้อยต้องดื่มวันละ 1 แก้ว ซึ่งการที่พวกเราไม่เคยไปนั่งดื่มชากับพระองค์ ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่มีโอกาสได้ดื่มชาตามรสชาติที่พระองค์ชื่นชอบสักหน่อย 

 

เพราะชาที่พระองค์ชื่นชอบนั้นมีอยู่ทุกที่ทั่วโลก เราสามารถไปหาซื้อชาตามแบบฉบับสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธได้ตามร้านสะดวกซื้อ หรือสั่งตาม Amazon โดยแบรนด์ที่พระองค์ชื่อชอบก็คือ ‘Twinings’ และถือเป็นแบรนด์ที่ให้บริการแก่ราชวงศ์อย่างเป็นทางการตั้งแต่ ค.ศ. 1837

 

Darren McGrady อดีตหัวหน้าเชฟเล่าว่า พระองค์เลือกดื่มชาและบิสกิตเพื่อเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ แต่ชาที่พระองค์เลือกไม่ได้หรูหราเลย มันคือ Twinings Earl Grey ใส่นม ไม่ใส่น้ำตาล

 

และยามบ่ายก็ตามด้วยชา Twinings Earl Grey เช่นเดิม หรือบางครั้งพระองค์จะผสมกับ ‘ชาดาร์จีลิง’ (Darjeeling Tea) พร้อมแซนด์วิชไร้ขอบ

 

Twinings ได้รับพระราชทานใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งแรกจากสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย ซึ่งครองราชย์จนถึง ค.ศ. 1901 และรับใช้กษัตริย์ทุกพระองค์ตั้งแต่นั้นมา

 

อ้างอิง:

The post ดื่มชาตามแบบฉบับ Queen Elizabeth ที่วางขาย และหาดื่มตามได้ง่ายๆ ทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลปากีสถานวอนประชาชน ‘ลดดื่มชา’ ช่วยชาติ ชี้ช่วยลดงบประมาณนำเข้าได้ https://thestandard.co/pakistan-tea-economy/ Wed, 15 Jun 2022 11:44:37 +0000 https://thestandard.co/?p=642347 ปากีสถาน

วานนี้ (14 มิถุนายน) รัฐบาลปากีสถานออกมาวอนขอให้ประชาชน […]

The post รัฐบาลปากีสถานวอนประชาชน ‘ลดดื่มชา’ ช่วยชาติ ชี้ช่วยลดงบประมาณนำเข้าได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปากีสถาน

วานนี้ (14 มิถุนายน) รัฐบาลปากีสถานออกมาวอนขอให้ประชาชนลดปริมาณการดื่มชาในแต่ละวันลงเพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจของประเทศ หลังจากที่ประสบภาวะเงินเฟ้อหนัก สวนทางกับค่าเงินรูปีที่อ่อนตัวลงอย่างมาก

 

อาห์ซาน อิกบาล (Ahsan Iqbal) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการวางแผนและการพัฒนาของรัฐบาลกลาง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ชาวปากีสถานสามารถช่วยชาติได้ ด้วยการลดปริมาณการดื่มชาลง 1-2 แก้วต่อวัน เพราะนโยบายดังกล่าวจะช่วยให้ค่าใช้จ่ายด้านการนำเข้าของภาครัฐลดลง เนื่องจากปากีสถานเป็นชาติที่นำเข้าชามากที่สุดในโลก 

 

อิกบาลยอมรับว่า ปัจจุบันปากีสถานใช้เงินกู้มานำเข้าชา โดยเมื่อปี 2020 รัฐบาลใช้งบนำเข้าชาสูงถึง 640 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ เขายังขอให้ภาคธุรกิจลดเวลาทำงานลงเพื่อช่วยประหยัดค่าไฟอีกด้วย 

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ชาวปากีสถานพร้อมใจกันโพสต์ข้อความล้อเลียนบนโซเชียลมีเดีย เนื่องจากพวกเขามองว่า หากลดการดื่มชาลงก็คงไม่สามารถช่วยชาติได้มากเท่าไรนัก

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังปากีสถานเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจมาเป็นเวลานานหลายเดือน ซึ่งหนุนให้ราคาสินค้าจำเป็นอย่างอาหาร แก๊ส และน้ำมันปรับตัวขึ้น ขณะที่ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศยังคงลดลงต่อเนื่อง สร้างแรงกดดันให้รัฐบาลต้องหาวิธีปรับลดต้นทุนค่านำเข้าสินค้า เพื่อสะสมเงินทุนให้ไหลเวียนในประเทศ

 

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐบาลออกนโยบายในลักษณะนี้ เนื่องจากเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ปากีสถานได้สั่งแบนการนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยหลายรายการ โดยให้เหตุผลว่านโยบายดังกล่าวจะช่วยควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่ทวีความรุนแรงขึ้น พร้อมช่วยรักษาเสถียรภาพของทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ อีกทั้งยังช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศด้วย

 

แฟ้มภาพ: Aamir QURESHI / AFP

อ้างอิง:

The post รัฐบาลปากีสถานวอนประชาชน ‘ลดดื่มชา’ ช่วยชาติ ชี้ช่วยลดงบประมาณนำเข้าได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
International Tea Day Celebration เฉลิมฉลองวันชาสากลไปกับชาท้องถิ่นจาก 10 ประเทศทั่วโลก https://thestandard.co/international-tea-day-celebration/ Fri, 20 May 2022 08:34:06 +0000 https://thestandard.co/?p=631364 International Tea Day Celebration

วัฒนธรรมการดื่มชาอยู่คู่กับหลายประเทศทั่วโลกมาอย่างยาวน […]

The post International Tea Day Celebration เฉลิมฉลองวันชาสากลไปกับชาท้องถิ่นจาก 10 ประเทศทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
International Tea Day Celebration

วัฒนธรรมการดื่มชาอยู่คู่กับหลายประเทศทั่วโลกมาอย่างยาวนาน องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO จึงประกาศให้วันที่ 21 พฤษภาคมของทุกปีเป็นวันชาสากล เพื่อรำลึกถึงประวัติศาสตร์และคุณค่าทางวัฒนธรรม ขบวนการการเพาะปลูก และการผลิตชา เป็นแหล่งรายได้หล่อเลี้ยงครอบครัวกว่าล้านครัวเรือนทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา อีกทั้งการเฉลิมฉลองวันชาสากล จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนขบวนการการเพาะปลูกชาอย่างยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม การบริโภค การซื้อขาย และโอกาสทางการค้าขาย ทั้งในระดับสากล ภูมิภาค และภายในประเทศ ทั้งนี้เพื่อทำให้ตลาดการค้าชาเป็นตลาดหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาความจน ความหิวโหย และช่วยรักษาทรัพยากรทางธรรมชาติ

 

เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันชาสากล THE STANDARD POP ขอถือโอกาสนี้พาทุกท่านไปรู้จักกับวัฒนธรรมการดื่มชาที่นิยมและมีมาอย่างยาวนานจาก 10 ประเทศทั่วโลก จะมีประเทศไหนบ้าง เป็นชาที่คุณชื่นชอบหรือไม่ ตามมาดูกันเลย

 

***หมายเหตุ: มีหลายประเทศในกลุ่มผู้ผลิตชา เช่น บังคลาเทศ, ศรีลังกา, เนปาล, เวียดนาม, อินเดีย, แทนซาเนีย ฯลฯ ยึดเอาวันที่ 15 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันชาสากล 

 

International Tea Day Celebration

 

1. Zavarka, รัสเซีย

ชาถูกนำเข้ามาในประเทศรัสเซียครั้งแรกในศตวรรษที่ 17 ผ่านเส้นทางสายไหม การดื่มชาที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศรัสเซียเรียกว่า Zavarka นิยมชงใบชาดำโดยใช้หม้อ Samovar ต้มน้ำจนเดือด จากนั้นจึงใช้น้ำเดือดชงชาในกาแยกให้เข้มข้น เรียกน้ำชานั้นว่า ‘Zavarka’ เนื่องจาก Zavarka มีความเข้มข้นสูงมาก จึงรินใส่แก้วสำหรับดื่มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และเจือรสให้จางลงโดยการเติมน้ำ หรือเพิ่มรสชาติด้วยเลมอน, น้ำตาล, น้ำผึ้ง, ผลไม้ หรือสมุนไพรอื่นๆ 

 

International Tea Day Celebration

 

2. English Afternoon Tea, อังกฤษ

English Afternoon Tea ถือเป็นวัฒนธรรมการดื่มชาที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก นิยมดื่มคู่กับขนมหวานหลากหลายชนิดในยามบ่าย เป็นมื้อระหว่างอาหารกลางวันกับอาหารเย็น โดยประเภทชาที่นิยมเสิร์ฟใน Afternoon Tea มักจะเป็นชาดำชนิดต่างๆ หรือชาสมุนไพร หากเป็นชาดำ สามารถเพิ่มรสชาติโดยการเติมน้ำตาลและนม หากเป็นชาสมุนไพร นิยมดื่มโดยไม่แต่งรสชาติเพิ่มเติม

 

International Tea Day Celebration

 

3. Touareg Tea, โมร็อกโก 

Touareg Tea หรือที่รู้จักกันในนาม Moroccan Mint Tea ชาที่นิยมมากทางตอนเหนือของทวีฟแอฟริกา เป็นชาเขียวผสมกับใบสะระแหน่ มักมีรสหวานมาก ดื่มคู่กับของหวานหรือถั่วต่างๆ 

 

International Tea Day Celebration

 

4. Turkish Tea, ตุรกี

นอกจากกาแฟจากประเทศตุรกีจะโด่งดังมากๆ แล้ว ชาจากตุรกีก็มีดีไม่แพ้กัน ประเทศตุรกีเป็นประเทศผู้ผลิตชารายใหญ่เป็น 1 ใน 5 ของโลก ชาวตุรกีนิยมดื่มชาเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าทุกบ้านต้องมีหม้อต้มชาพร้อมเสิร์ฟแก่สมาชิกในครอบครัวและแขกผู้มาเยี่ยมเยือนได้ตลอดเวลา ชาวตุรกีสามารถดื่มชาได้ทุกช่วงเวลาตั้งแต่เช้าไปจนถึงก่อนนอน แต่ช่วงเวลาที่นิยม คือ 15.00-17.00 น. ของวัน โดยจะเสิร์ฟชาดำ ไม่ใส่นม คู่กับขนมหวานตุรกี เช่น Baklawa, Turkish Delight, Helva และ Kunefe 

 

International Tea Day Celebration

 

5. Yerba Mate, อาร์เจนตินา 

Yerba Mate หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า Mate เป็นชาสมุนไพรรสขมยอดนิยมของประเทศอาร์เจนตินา Mate มีกาเฟอีนสูงไม่แพ้กาแฟเลย การดื่ม Mate เรียกได้ว่าเป็นวิถีชีวิตของชาวอาร์เจนตินา สามารถดื่มได้ทุกเวลา มักดื่มเมื่อมีการรวมกลุ่ม โดยดื่มจากแก้วและหลอดเดียวกันวนรอบครบทั้งกลุ่ม วัฒนธรรมการดื่ม Mate ดั้งเดิมนิยมดื่มเป็นชาร้อน ใช้ลูกเต้ามาทำเป็นแก้วและใช้หลอด ‘Bombilla’ ในการดื่ม เพราะ Mate จะเสิร์ฟทั้งใบชา จึงต้องใช้หลอดเพื่อกรองชา ปัจจุบันนอกจากดื่มเป็นชาร้อนแล้ว ยังสามารถดื่มเย็นได้ด้วยการเติมน้ำเย็นแทนน้ำร้อน หรือใช้น้ำผลไม้แทนน้ำเปล่าเพื่อเพิ่มความสดชื่น ซึ่งเรียกเครื่องดื่มนี้ว่า Tereré

 

International Tea Day Celebration

 

6. Indian Chai, อินเดีย

นอกจากอินเดียจะเป็นประเทศผู้ผลิตชารายใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว ยังเป็นประเทศที่บริโภคชามากที่สุดในโลกอีกด้วย ชาอินเดียเรียกว่า ‘Chai’ เป็นชาดำผสมนม มีรสหวาน สามารถดื่มได้ทุกวัน สิ่งที่ทำให้ชาอินเดียมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ เครื่องเทศต่างๆ ที่ผสมลงไปในชา ไม่ว่าจะเป็น ลูกกระวาน, ลูกยี่หร่า, อบเชย, กานพลู, ขิง และอื่นๆ ทำให้ชาอินเดียมีกลิ่นและรสชาติที่เฉพาะตัว ชาอินเดียสามารถหาดื่มได้ทั่วทั้งประเทศอินเดีย มักเสิร์ฟในถ้วยดินเผาแบบใช้แล้วทิ้ง

 

International Tea Day Celebration

 

7. Chinese Cha Dao, จีน

ประเทศจีนเป็นประเทศแรกของโลกที่บริโภคชา และได้พัฒนาวัฒนธรรมการดื่มชาของตัวเองขึ้นมาที่เรียกว่า Cha Dao โดยคำว่า Cha หมายถึง ชา คำว่า Dao คือ ลัทธิเต๋า ปรัชญาที่สื่อถึงการใช้ชีวิตอย่างมีสมดุลกับธรรมชาติ ทำให้วัฒนธรรมการดื่มชานี้ไม่ได้ทำเพื่อความพึงพอใจเท่านั้น แต่ยังเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับปรัชญาอีกด้วย ชาที่ใช้ในการดื่ม Cha Dao มีหลากหลายทั้งชาดำและชาขาว เช่น ชาอู่หลง ชามะลิ 

 

International Tea Day Celebration

 

8. Japanese Tea Ceremony, ญี่ปุ่น

พิธีการดื่มชาของประเทศญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลมาจากพุทธศาสนานิกายเซน ซึ่งพัฒนาไปเป็นพิธีการชงชาแบบญี่ปุ่น หรือ ชาโนยุ (Chanoyu) เป็นการทำให้จิตใจสงบโดยการมีสมาธิจดจ่อกับการชงชาอย่างประณีต แสดงออกถึงความงามของความเรียบง่ายและกลมกลืนไปกับธรรมชาติ โดยชาที่ใช้คือ ‘มัทฉะ’ มีลักษณะเป็นผง มีรสขม ชงโดยการผสมน้ำกับผงมัทฉะ และใช้ ‘ฉะเซ็น’ ไม้ไผ่ซี่ตีมัทฉะให้ละลายและดื่มได้ทันที ในปัจจุบันนิยมนำไปผสมกับนมหรือเครื่องดื่มอื่นๆ เพื่อให้ดื่มได้ง่ายขึ้น 

 

International Tea Day Celebration

 

9. Thai Tea, ไทย

ชาที่อยู่กับคนไทยตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ ชาไทยหรือชาเย็น ชาสีส้มเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใช้ชาซีลอนเข้มข้นผสมนมข้น นมจืด และน้ำตาล มีรสหวานมัน นิยมดื่มเย็น ช่วยดับกระหายจากอากาศที่ร้อนจัดของประเทศไทย

 

International Tea Day Celebration

 

10. Taiwanese Bubble Tea, ไต้หวัน

Taiwanese Bubble Tea หรือ ชานมไข่มุก เป็นชาอีกหนึ่งประเภทที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดี สามารถใช้ได้ทั้งชาดำ ชาเขียว ชามะลิ หรือชาอู่หลง ชงกับนมผงและน้ำเชื่อมให้มีรสหวาน นิยมดื่มเย็นคู่กับไข่มุก แป้งมันสำปะหลังปั้นก้อน เคี้ยวหนุบหนับ เพลินๆ

 

ภาพ: Shutterstock, Getty Images

อ้างอิง:

The post International Tea Day Celebration เฉลิมฉลองวันชาสากลไปกับชาท้องถิ่นจาก 10 ประเทศทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำไมกินจุ กินเยอะ กินเท่าไรก็ไม่พอ มาทำความเข้าใจเรื่องความหิว จะได้เลิกบ่นเรื่องน้ำหนักตัวเสียที https://thestandard.co/reasons-why-always-hungry/ https://thestandard.co/reasons-why-always-hungry/#respond Sun, 08 Jul 2018 17:01:20 +0000 https://thestandard.co/?p=104280

เคยไหมที่รู้สึกหิวตลอดเวลาแม้จะเพิ่งกินข้าวเสร็จหมาดๆ ห […]

The post ทำไมกินจุ กินเยอะ กินเท่าไรก็ไม่พอ มาทำความเข้าใจเรื่องความหิว จะได้เลิกบ่นเรื่องน้ำหนักตัวเสียที appeared first on THE STANDARD.

]]>

เคยไหมที่รู้สึกหิวตลอดเวลาแม้จะเพิ่งกินข้าวเสร็จหมาดๆ หรือปากว่างเป็นไม่ได้ ต้องหยิบอะไรเข้าปากทั้งที่ไม่ได้รู้สึกหิวเลยสักนิด หากว่าคุณมีอาการเหล่านี้ บอกเลยว่าไม่ได้เป็นคนเดียว เพราะมีคนจำนวนมากที่หิวตลอดเวลา เช่น ผู้ป่วยโรคไทรอยด์ หรือผู้ที่กินยารักษาโรคซึมเศร้า แต่ส่วนใหญ่แล้วปัจจัยที่ทำให้คนเราโหยหาอาหารตลอดเวลาได้แก่พฤติกรรมการกินและไลฟ์สไตล์ ซึ่งส่งผลต่อความอยากอาหาร เรื่องนี้วิทยาศาสตร์และการแพทย์ได้สรุปมาให้แล้วว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เรากลายเป็นมนุษย์จอมเขมือบ

 

 

เสพติดน้ำอัดลม

พูดให้ถูกต้องบอกว่าไม่ใช่แค่น้ำอัดลมที่เป็นปัญหา แต่เหมารวมถึงเครื่องดื่มรสหวานที่อุดมด้วยน้ำตาลฟรุกโตสหรือคอร์นไซรัป (พลิกดูได้ที่ฉลากโภชนาการ) ซึ่งทำให้เราหิวบ่อย ตามผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยเยลพบว่าการดื่มน้ำตาลชนิดนี้ในปริมาณมากจะเข้าไปขัดขวางการผลิตฮอร์โมนเลปติน (ฮอร์โมนที่คอยบอกร่างกายว่าอิ่มแล้ว) กระตุ้นความอยากอาหาร ส่งผลให้คุณกินเป็นเครื่องจักรกล เพราะไม่มีใครมาห้ามปราม ทั้งที่เพิ่งกินอาหารกลางวันมาแท้ๆ  

 

ไล่เช็ก #foodporn  

การเห็นภาพของกินซ้ำแล้วซ้ำเล่ากระตุ้นความโหยหาอาหารได้เป็นอย่างดี ตามที่ระบุไว้ในผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ลงใน Brain and Cognition ปี 2016 เรื่องนี้หลายคนน่าจะมีประสบการณ์ตรง เพราะถ้าอยู่เฉยๆ ก็ไม่หิว แต่พอเลื่อนเจอภาพอาหารที่เพื่อนโพสต์เท่านั้นแหละ เก็บอาการแทบไม่อยู่ ดังนั้นหากคุณไม่อยากกินเรื่อยเปื่อยก็ไม่ควรเปิดดูภาพของกินบ่อยๆ  

 

 

ไม่ชอบกินผัก

นอกจากผักจะมีไฟเบอร์แล้ว ผักใบเขียวยังอุดมด้วยวิตามินเค ซึ่งเจ้าวิตามินตัวนี้เองที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอินซูลินในร่างกายที่ช่วยยับยั้งความอยากอาหารของคนเรา ทำให้เราไม่ให้กินพร่ำเพรื่อ อย่างน้อยควรบริโภควิตามินเคให้ได้ 120 ไมโครกรัมต่อวัน หรือคะน้า 1 ถ้วยตวง

 

อาหารเช้าไม่ได้คุณภาพ

ลำพังกาแฟดำกับขนมปัง 1 แผ่นอาจไม่เรียกว่าดีพอ เมื่อมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ได้ศึกษาและติดตามผู้เข้าร่วมการทดสอบเป็นเวลานานกว่า 4 ปี พบว่าผู้ที่กินอาหารเช้า 300 แคลอรีต่อวันมีแนวโน้มที่จะน้ำหนักตัวขึ้นเมื่อเทียบกับคนที่กินอาหารเช้า 500 แคลอรีขึ้นไป เนื่องจากการกินมื้อเช้าแบบจัดเต็มจะเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดและอินซูลินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้ระหว่างวันคุณรู้สึกอยากอาหารน้อยลง (แนะว่าควรเน้นโปรตีนดีอย่างเมนูไข่เป็นข้าวเช้า) ไม่หิวโซก่อนถึงมื้อเที่ยง  

 

 

ไม่นิยมการดื่มชา

อีกหนึ่งเหตุผลที่คุณควรเปลี่ยนจากการดื่มกาแฟมาเป็นชา เมื่อมีผลการศึกษาของ Journal of the American College of Nutrition พบว่าคนที่ดื่มชาดำ 1 แก้วหลังมื้ออาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เช่น พาสต้าหรือข้าวผัด จะมีระดับน้ำตาลในเลือดลดลงถึง 10% หลังการดื่ม ทำให้เรารู้สึกอิ่มยาวนานขึ้น ไม่เอะอะหิว อีกทั้งในปี 2017 ยังมีผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) ออกมาในทิศทางเดียวกันอีกว่าชาดำส่งผลต่อการทำงานของจุลินทรีย์ในลำไส้ ช่วยให้น้ำหนักตัวลดลงได้จริง    

 

ดื่มน้ำน้อยเกินไป

บางครั้งคนเราก็แยกไม่ออกระหว่างหิวข้าวหรือกระหายน้ำ เพราะเมื่อขาดน้ำ ร่างกายจะส่งสัญญาณคล้ายคนหิวข้าว อันเป็นผลพวงจากการทำงานของสมองส่วนไฮโปทาลามัสที่คอยกระซิบบอกเวลาเราหิวหรือกระหายน้ำ ซึ่งความสับสนนี้อาจเกิดขึ้นได้หากว่าคุณขาดน้ำอย่างรุนแรง คราวหน้าหากรู้สึกหิวทั้งที่เพิ่งกินข้าวมา ลองดื่มน้ำเปล่าแก้วโตๆ ก่อนหาขนมเข้าปาก  

 

 

ดื่มจัด  

นอกจากเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์จะมีน้ำตาลที่ส่งผลต่อรอบเอวของคุณแล้ว ฤทธิ์ของน้ำเมายังทำให้เราคิดว่าตัวเองหิว แต่จริงๆ แล้วเปล่าเลย เมื่อมีผลการศึกษาปี 2017 ที่ทดลองด้วยการให้หนูรับแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายเพียงเล็กน้อย ปรากฏว่าแอลกอฮอล์ได้เข้าไปกระตุ้นการทำงานสมองที่ทำให้เราอยากกินๆๆ แน่นอนว่านี่ยังเป็นเพียงการทดลองกับสัตว์ แต่ในขณะเดียวกันนักวิทยาศาสตร์ก็พยายามอย่างหนักในการค้นคว้าว่าผลกระทบนี้จะส่งผลกับมนุษย์หรือไม่

 

 

ความเบื่อก็มีส่วน

ว่างมากไปก็ทำให้เรากินเยอะได้ เมื่อความเบื่อเป็นหนึ่งในปัจจัยเด่นที่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เรื่องนี้มีการศึกษาที่ตีพิมพ์ลงใน Journal of Health Psychology ปี 2015 พบความเชื่อมโยงระหว่างความเบื่อและการบริโภคที่มากเกิน ง่ายๆ ลองทดสอบว่าหิวหรือแค่เบื่อด้วยการจินตนาการถึงอาหารจานโปรด หากว่าหิวจริง ภาพอาหารจานนั้นๆ จะลอยมาเด่นชัด น้ำลายสอ อยากพุ่งออกไปซื้อกินเดี๋ยวนี้ แต่ถ้าความรู้สึกไม่ได้รุนแรงขนาดนั้น มีแนวโน้มว่าคุณแค่ต้องหาอะไรทำ จิตจะได้ไม่ฟุ้งซ่านถึงของกิน

 

 

เครียดสะสม  

เช่นเดียวกับความเครียดที่ทำให้เรากินจุบจิบระหว่างวัน เพราะร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความเครียดที่กระตุ้นให้ร่างกายอยากน้ำตาล อาหารไขมันสูง หรืออาหารรสเค็มจัด (สังเกตสิว่าเวลาทำไมประชุมเครียดๆ ถึงอยากกินลูกอมหรือช็อกโกแลต) วิธีแก้คือให้หาอาหารว่างที่มีประโยชน์ติดตัวไว้เสมอ เช่น ผลไม้สด ถั่วอัลมอนด์ ฯลฯ และหมั่นออกกำลังกายลดเครียด    

 

ภาพประกอบ: Pantitra H.

Photo: shutterstock

อ้างอิง:

The post ทำไมกินจุ กินเยอะ กินเท่าไรก็ไม่พอ มาทำความเข้าใจเรื่องความหิว จะได้เลิกบ่นเรื่องน้ำหนักตัวเสียที appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/reasons-why-always-hungry/feed/ 0