การดีเบต Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/การดีเบต/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 14 Jan 2026 01:28:53 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เลือกตั้ง 2569 : ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE https://thestandard.co/the-standard-debate-policy-battle/ Wed, 14 Jan 2026 01:23:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1164897 ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE

ECONOMIC BATTLE ศึกทางออกเศรษฐกิจไทย | POLICY BATTLE ศึ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE

ECONOMIC BATTLE ศึกทางออกเศรษฐกิจไทย | POLICY BATTLE ศึกดวลนโยบาย ครั้งที่ #1

 

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญภาวะการเติบโตต่ำต่อเนื่อง รั้งท้ายกลุ่มประเทศอาเซียน สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้าง ความสามารถในการแข่งขันที่ถดถอยและการขาดเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่

 

เวทีนี้ชวนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และตัวแทนพรรคการเมืองมาดีเบต “ทางออก” ของเศรษฐกิจไทยอย่างตรงไปตรงมา ตั้งแต่การแก้กับดักการเติบโต การยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจ ไปจนถึงความเป็นไปได้ของนโยบายในทางปฏิบัติ ได้แก่

 

  • กรณ์ จาติกวณิช จากพรรคประชาธิปัตย์
  • ศิริกัญญา ตันสกุล จากพรรคประชาชน
  • จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ จากพรรคเพื่อไทย
  • คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จากพรรคไทยสร้างไทย
  • ศุภจี สุธรรมพันธุ์ จากพรรคภูมิใจไทย

 

รวมถึง Special Guests ตัวแทนจากภาคประชาชนที่จะมาร่วม ‘ตรวจการบ้าน’ นโยบายแต่ละพรรค

 

  • เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
  • ซีเค เจิง CEO of Fastwork
  • ดร.ชนินทร์ ชลิศราพงศ์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย

 

สามารถรับชมย้อนหลัง ECONOMIC BATTLE : ศึกทางออกเศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจไทยโตต่ำ รั้งท้าย ถดถอย เอายังไงต่อ? ได้ผ่านโซเชียลมีทุกช่องทางของ THE STANDARD

 

 

 

นอกจากนี้ ยังสามารถรอติดตามชม POLICY BATTLE | ศึกดวลนโยบาย อีก 2 BATTLE ได้ ดังนี้

 

  • ANTI-CORRUPTION BATTLE : ศึกอำนาจต้านโกง

ทุจริต ทุนเทา อาชญากรรมข้ามชาติ ถอนรากทั้งระบบยังไง?

LIVE วันที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป

 

  • EDUCATION BATTLE : เรียนแบบไหน เด็กไทยรอด

คุณภาพตก ความเหลื่อมล้ำสูง

การศึกษาจะพาเด็กไทยไปถึงอนาคตได้จริงไหม?

LIVE 23 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป

 

ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 1ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 2ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 3ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 4ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 5ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 6ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 7ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 8ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 9ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 10ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 11ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 12ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 13ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 14ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 15ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 16ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 17ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 18

The post เลือกตั้ง 2569 : ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : อนุทินแจง 3 เหตุผลไม่ขึ้นเวทีดีเบตเลือกตั้ง ชี้ภารกิจนายกฯ-ความมั่นคงชายแดนสำคัญกว่า ไม่ถนัดวาทกรรมโจมตี https://thestandard.co/anutin-no-debate-explained/ Sun, 28 Dec 2025 12:50:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1159526

วันนี้ (28 ธันวาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทินแจง 3 เหตุผลไม่ขึ้นเวทีดีเบตเลือกตั้ง ชี้ภารกิจนายกฯ-ความมั่นคงชายแดนสำคัญกว่า ไม่ถนัดวาทกรรมโจมตี appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (28 ธันวาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘อนุทิน 37’ ชี้แจงเหตุผล 3 ประการในการไม่เข้าร่วมเวทีดีเบตเลือกตั้ง ก่อนการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

 

อนุทินระบุว่า เหตุผลแรก ในฐานะนายกรัฐมนตรี ยังมีภารกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา จึงมีข้อจำกัดในการเปิดเผยข้อมูลที่อาจกระทบต่อการทำงานของกองทัพ หน่วยราชการ ความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยของประชาชน พร้อมขอให้ผู้จัดและผู้ร่วมดีเบตระมัดระวังการนำเสนอประเด็นด้านความมั่นคง

 

เหตุผลที่สอง คือ ยังต้องปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายบริหารจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ การไปร่วมดีเบตหรือรายการหาเสียงอาจกระทบงานราชการ และหากต้องเลื่อนกะทันหันจะส่งผลต่อผู้จัดรายการ โดยย้ำว่าช่วงนี้ต้องทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีมากกว่าหัวหน้าพรรคการเมือง อย่างไรก็ตาม พรรคภูมิใจไทยพร้อมส่งผู้เสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรีและทีมช่วยหาเสียงไปร่วมนำเสนอนโยบายแทน

 

ส่วนเหตุผลที่สาม เป็นเหตุผลส่วนตัว โดยอนุทินระบุว่าไม่สบายใจกับบรรยากาศการดีเบตที่มักมีวาทกรรมโจมตีกัน อีกทั้งมีข้อจำกัดในการสื่อสารภายในเวลาสั้น 1-3 นาที เกรงจะทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน พร้อมย้ำว่าการนำนโยบายสาธารณะควรมีเวลามากพอทั้งผู้พูดและผู้ฟัง

 

อนุทินย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะใช้พื้นที่เฟซบุ๊กเป็นช่องทางหลักในการสื่อสารกับประชาชนและสื่อมวลชน เปิดรับข้อเสนอเพื่อพัฒนาประเทศ และหากเป็นแนวคิดที่ทำได้ทันทีจะนำไปปฏิบัติ โดยระบุว่า “ขอให้ผลการทำงานพูดแทนผม” และย้ำคำว่า “พูดแล้วทำ”

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทินแจง 3 เหตุผลไม่ขึ้นเวทีดีเบตเลือกตั้ง ชี้ภารกิจนายกฯ-ความมั่นคงชายแดนสำคัญกว่า ไม่ถนัดวาทกรรมโจมตี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ดีเบตแรก ‘ทรัมป์ vs. แฮร์ริส’ ใครพูดถึงข้อมูลเศรษฐกิจถูก-ผิดแค่ไหน | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-14092024/ Sat, 14 Sep 2024 02:00:07 +0000 https://thestandard.co/?p=983243

รวมนโยบายเศรษฐกิจ ทรัมป์ vs. แฮร์ริส ในดีเบตครั้งแรก ใค […]

The post ชมคลิป: ดีเบตแรก ‘ทรัมป์ vs. แฮร์ริส’ ใครพูดถึงข้อมูลเศรษฐกิจถูก-ผิดแค่ไหน | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

รวมนโยบายเศรษฐกิจ ทรัมป์ vs. แฮร์ริส ในดีเบตครั้งแรก ใครพูดถึงข้อมูลเศรษฐกิจถูก-ผิดแค่ไหน รายละเอียดเป็นอย่างไร

 

วิเคราะห์การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะมีผลต่อเศรษฐกิจและการเมืองโลกอย่างไร

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: ดีเบตแรก ‘ทรัมป์ vs. แฮร์ริส’ ใครพูดถึงข้อมูลเศรษฐกิจถูก-ผิดแค่ไหน | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : สรุปดีเบตแรก ‘ทรัมป์-แฮร์ริส’ ปะทะคารมเดือด โพลชี้ แฮร์ริสเหนือกว่าหลายประเด็น https://thestandard.co/summary-of-the-first-debate-trump-harris/ Wed, 11 Sep 2024 10:17:00 +0000 https://thestandard.co/?p=982339

การดีเบตครั้งแรกระหว่างรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส แล […]

The post เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : สรุปดีเบตแรก ‘ทรัมป์-แฮร์ริส’ ปะทะคารมเดือด โพลชี้ แฮร์ริสเหนือกว่าหลายประเด็น appeared first on THE STANDARD.

]]>

การดีเบตครั้งแรกระหว่างรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส และอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในฐานะผู้สมัครชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน เปิดฉากขึ้นในเวลา 21.00 น. วานนี้ (10 กันยายน) หรือตรงกับเวลา 09.00 น. วันนี้ (11 กันยายน) ตามเวลาประเทศไทย ที่เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย

 

โดย ABC News เป็นผู้จัดการดีเบต ท่ามกลางการจับตามองจากชาวอเมริกันและทั่วโลกที่รอชมการแสดงวิสัยทัศน์ของแฮร์ริส ซึ่งรับไม้ต่อจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่ถอนตัวจากการลงสมัครไปก่อนหน้านี้

 

การดีเบตตลอดระยะเวลา 90 นาที ครอบคลุมหลากหลายประเด็น เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ, พลังงาน, นโยบายผู้อพยพ, กฎหมายทำแท้ง, นโยบายต่างประเทศ รวมถึงเหตุการณ์จลาจลบุกสภาโดยกลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021

 

ทั้งสองฝ่ายมีการปะทะคารมกันอย่างเข้มข้น โดยแฮร์ริสดูเหมือนจะเป็น ‘ฝ่ายรุก’ ในหลายๆ ครั้ง และให้คำตอบประเด็นต่างๆ ได้อย่างมีเหตุผลและชัดเจน ทำให้ทรัมป์ต้องกลายเป็นฝ่าย ‘ตั้งรับ’ และถึงขั้นแสดงอาการหัวเสียและไม่พอใจในบางครั้ง 

 

ด้านทรัมป์ก็โจมตีแฮร์ริสกลับว่า เป็นพวก ‘ซ้ายสุดโต่ง’ และวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของเธอ รวมถึงกล่าวหาอย่างรุนแรงว่าเธอสมคบคิดกับไบเดน ใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นอาวุธดำเนินคดีเขา 

 

แฮร์ริสรุกหนัก

 

ช็อตประทับใจเริ่มต้นด้วยการที่แฮร์ริสเดินตรงเข้าไปจับมือทรัมป์ ซึ่งนอกจากจะเป็นการทักทายแล้ว ยังถูกมองว่าเป็นการแสดงออกในเชิงภาษากายของแฮร์ริสที่ไม่มีท่าทียำเกรงใดๆ ก่อนจะกล่าวต่อทรัมป์ว่า “มาดีเบตกันให้สนุก”

 

ส่วนทรัมป์ตอบกลับว่า “ดีใจที่ได้เจอคุณ”

 

การจับมือกันของทั้งสองคนถือเป็นการจับมือของผู้สมัครชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการดีเบตครั้งแรกในรอบหลายปี นับตั้งแต่การดีเบตระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ และ ฮิลลารี คลินตัน ในปี 2016

 

ขณะที่แฮร์ริสทำให้ทรัมป์เกิดอาการโกรธอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการเรียกร้องให้ผู้ชมเข้าร่วมฟังการหาเสียงของทรัมป์ ซึ่งเธอกล่าวว่า ทรัมป์จะพูดในเรื่องแปลกๆ อาทิ กังหันลมทำให้เกิดมะเร็ง ก่อนจะแสดงอาการขบขัน และบอกว่าผู้ชมคงจะหนีไปเพราะความเบื่อหน่ายในสิ่งที่ทรัมป์พูด

 

ทรัมป์พยายามตอบโต้แฮร์ริสด้วยการบอกว่า การปราศรัยหาเสียงของเขานั้นใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมือง และกล่าวหาแฮร์ริสว่าขนคนไปร่วมฟังการหาเสียงของเธอ

 

นอกจากนี้เขายังกล่าวต่อไปถึงเรื่องอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน อาทิ อ้างว่าผู้อพยพผิดกฎหมายในประเทศจากเฮติ ก่อเหตุฆ่าและกินสัตว์เลี้ยงของผู้คนในเมืองสปริงฟิลด์ รัฐโอไฮโอ ซึ่งท้ายที่สุดสื่อหลายสำนักก็ออกมายืนยันหลังการตรวจสอบว่า เป็นข้อกล่าวอ้างที่ไม่มีมูลความจริง ซึ่งแพร่หลายในโซเชียลมีเดียและถูกขยายความโดย เจ.ดี. แวนซ์ คู่หูชิงรองประธานาธิบดีของทรัมป์

 

โดย เดวิด เมียร์ ผู้ดำเนินรายการของ ABC News ชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่ของเมืองสปริงฟิลด์ปฏิเสธเรื่องนี้ว่าไม่มีหลักฐาน ก่อนที่แฮร์ริสจะกล่าวพร้อมหัวเราะว่า ทรัมป์นั้น “พูดได้สุดโต่งมาก”

 

ทรัมป์ตกเป็นฝ่ายตั้งรับ

 

หนึ่งในประเด็นที่แฮร์ริส ในฐานะอดีตอัยการรัฐแคลิฟอร์เนีย พยายามหยิบยกมาโจมตีทรัมป์ คือกรณีที่ทรัมป์พยายามพลิกผลการเลือกตั้งในปี 2020 ซึ่งต่อมาสถานการณ์บานปลาย จนเกิดเป็นเหตุจลาจลบุกอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021 

 

โดยทรัมป์ถูกถามถึงเหตุการณ์จลาจลดังกล่าว ซึ่งเขายืนกรานว่า ‘ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง’ กับกลุ่มผู้ก่อจลาจล นอกเหนือจากการถูกขอให้เขากล่าวสุนทรพจน์ ขณะที่ทรัมป์ยังยืนยันว่าตัวเขาชนะการเลือกตั้งในปี 2020

 

แฮร์ริสกล่าวว่า ทรัมป์นั้นถูกชาวอเมริกัน 81 ล้านคนไล่ออก และชี้ว่า ประชาชนอเมริกันต้องไม่ได้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่พยายามโค่นล้มเจตจำนงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งแบบเดียวกับที่ทรัมป์เคยทำในอดีต

 

ขณะที่เธอยังวิจารณ์ทรัมป์ว่ากำลังถูกบรรดาผู้นำโลกหัวเราะเยาะ และเรียกเขาว่าเป็นคนน่าละอาย ซึ่งเป็นถ้อยคำแบบเดียวกับที่ทรัมป์กล่าวโจมตีไบเดนระหว่างการหาเสียงก่อนหน้านี้

 

การกล่าวโจมตีของแฮร์ริสทำให้ท้ายที่สุดทรัมป์ระเบิดอารมณ์และตอบโต้ โดยอ้างว่าแฮร์ริสไม่ได้รับคะแนนโหวตจากพรรคเดโมแครตในการเสนอชื่อเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี และอ้างว่าที่จริงแล้วไบเดนนั้นเกลียดแฮร์ริสและไม่สามารถทนกับแฮร์ริสได้

 

ใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นอาวุธ

 

ทั้งทรัมป์และแฮร์ริสต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นอาวุธ โดยทรัมป์อ้างว่า ข้อกล่าวหาที่เขาต้องเผชิญ ทั้งในคดีพลิกผลการเลือกตั้งปี 2020 และคดีจัดการเอกสารลับอย่างไม่ถูกต้อง รวมถึงคดีที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินปิดปากให้ดาราหนังโป๊ ล้วนเป็นผลจากการสมคบคิดกันของแฮร์ริสและไบเดน ที่สร้างเรื่องขึ้นโดยไม่มีหลักฐานใดๆ ที่สนับสนุนข้อกล่าวหาในคดีดังกล่าว

 

ขณะที่แฮร์ริสโต้กลับโดยชี้ให้เห็นว่า ทรัมป์เคยประกาศคำสัญญาว่าจะดำเนินคดีกับศัตรูหากเขาชนะการเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2

 

โต้แย้งปัญหาเศรษฐกิจ

 

ในช่วงเริ่มต้นการดีเบต ทรัมป์และแฮร์ริสได้โต้เถียงกันในประเด็นที่ชาวอเมริกันให้ความสนใจมากที่สุด นั่นคือนโยบายเศรษฐกิจ

 

โดยแฮร์ริสใช้คำถามแรกในการนำเสนอแผน ‘เศรษฐกิจแห่งโอกาส’ (Opportunity Economy) ของเธอ โดยพยายามลดข้อได้เปรียบของทรัมป์ในประเด็นนี้จากกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เปลี่ยนใจง่าย ด้วยการนำเสนอตัวเองเป็นผู้สมัครของชาวอเมริกันชนชั้นกลาง ในขณะที่เรียกทรัมป์ว่าเป็น ‘ผู้ลดหย่อนภาษีนิติบุคคล’

 

แฮร์ริสกล่าวว่า “ฉันเติบโตมาในชนชั้นกลาง และจริงๆ แล้วฉันเป็นคนเดียวบนเวทีนี้ที่มีแผนที่จะยกระดับชนชั้นกลางและคนทำงานของอเมริกา เรารู้ว่าเรามีบ้านและที่อยู่อาศัยไม่เพียงพอ และค่าที่อยู่อาศัยแพงเกินไปสำหรับคนจำนวนมากเกินไป เรารู้ว่าครอบครัวหนุ่มสาวต้องการการสนับสนุนในการเลี้ยงดูลูก และฉันตั้งใจที่จะขยายการลดหย่อนภาษีให้กับครอบครัวเหล่านี้ 6,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการคืนภาษีสำหรับผู้มีบุตรสูงสุดที่เราเคยให้มาเป็นเวลานาน เพื่อให้ครอบครัวหนุ่มสาวเหล่านั้นสามารถซื้อเตียงเด็ก ซื้อเบาะนั่งเด็กในรถ และซื้อเสื้อผ้าให้ลูกๆ ของพวกเขาได้”

 

โดยเธอยังกล่าวถึงนโยบายเศรษฐกิจของเธอที่เปิดเผยออกมาในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ซึ่งรวมถึงนโยบายคืนภาษีสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพขนาดเล็ก 

 

ด้านทรัมป์ได้กล่าวโจมตีนโยบายเศรษฐกิจของไบเดนและแฮร์ริส โดยกล่าวว่า “ผมไม่เคยเห็นช่วงเวลาที่แย่กว่านี้มาก่อน” 

 

ขณะที่ทรัมป์มุ่งเน้นไปที่ประเด็นเพิ่มการจัดเก็บภาษี เพื่อปกป้องเศรษฐกิจของอเมริกาจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมจากต่างประเทศ พร้อมทั้งเรียกแฮร์ริสว่า ‘มาร์กซิสต์’ และกล่าวหาว่าเธอเลียนแบบนโยบายของเขา

 

ปะทะคารมเรื่องทำแท้ง

 

ประเด็นกฎหมายการทำแท้งกลายเป็นประเด็นร้อนที่สองผู้สมัครโต้แย้งกันอย่างดุเดือด

 

โดยทรัมป์พยายามปกป้องคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ ในปี 2022 ที่ให้ยุติการคุ้มครองสิทธิในการทำแท้งตามรัฐธรรมนูญ และส่งประเด็นนี้กลับไปให้แต่ละรัฐพิจารณา โดยเขาอ้างว่า คำตัดสินดังกล่าวคือผลลัพธ์ที่ทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครตต้องการ ซึ่งสวนทางกับข้อเท็จจริงที่พรรคเดโมแครตมีนโยบายสนับสนุนสิทธิในการทำแท้งตามรัฐธรรมนูญมาอย่างยาวนาน

 

โดยทรัมป์กล่าวว่า บางรัฐนั้นอนุญาตให้มีการทำแท้งทารกหลังคลอด ซึ่ง ลินซี เดวิส หนึ่งในผู้ดำเนินรายการ ABC News ยืนยันว่า เป็นข้อกล่าวอ้างที่ไม่ถูกต้องหลังการตรวจสอบ

 

ขณะที่แฮร์ริสแสดงความไม่พอใจเล็กน้อยต่อคำกล่าวอ้างของทรัมป์ที่ว่า หากการทำแท้งกลายเป็นประเด็นด้านสิทธิในแต่ละรัฐ จะกลายเป็นผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ 

 

“นี่คือสิ่งที่ผู้คนต้องการเหรอ ผู้คนถูกปฏิเสธการดูแลในห้องฉุกเฉินเพราะผู้ให้บริการด้านการแพทย์กลัวว่าจะถูกคุมขังในคุกเหรอ” แฮร์ริสกล่าว

 

วิวาทะแบ่งแยกเชื้อชาติ

 

ทรัมป์ยังถูกถามในประเด็นการแบ่งแยกเชื้อชาติว่า ทำไมเขาจึงตั้งคำถามต่อสาธารณชนว่าแฮร์ริสซึ่งเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกาและเอเชียใต้เป็นผู้หญิงผิวดำจริงหรือไม่ ซึ่งทรัมป์ตอบกลับว่า

 

“ผมไม่สนใจว่าเธอเป็นใคร ผมเข้าใจว่าเธอเป็นคนผิวดำ จากนั้นผมก็เข้าใจว่าเธอไม่ใช่คนผิวดำ”

 

ขณะที่แฮร์ริสกล่าวหาทรัมป์ว่า ใช้ประเด็นเรื่องเชื้อชาติในการแบ่งแยกชาวอเมริกันตลอดอาชีพการงานของเขา 

 

เธอยกตัวอย่างว่า ทั้งทรัมป์และพ่อของเขาปฏิเสธผู้เช่าที่เป็นคนผิวดำในช่วงทศวรรษ 1970 และทรัมป์ยังเป็นผู้นำการประท้วงต่อต้านชายผิวดำและละติน 5 คนที่ถูกตัดสินผิดพลาดในคดีทำร้ายร่างกายนักวิ่งในสวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์ก ในนครนิวยอร์ก เมื่อปี 1989

 

“ฉันคิดว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าที่เรามีคนที่ต้องการเป็นประธานาธิบดีพยายามใช้เรื่องเชื้อชาติมาแบ่งแยกคนอเมริกันตลอดอาชีพการงานของเขา ฉันคิดว่าคนอเมริกันต้องการสิ่งที่ดีกว่านั้น เราไม่ต้องการผู้นำที่พยายามทำให้คนอเมริกันชี้นิ้วใส่กันตลอดเวลา” แฮร์ริสกล่าว 

 

นโยบายต่างประเทศ

 

หนึ่งในประเด็นที่มีการโต้แย้งดุเดือดของแฮร์ริสและทรัมป์คือนโยบายด้านการต่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน 

 

โดยทรัมป์ปฏิเสธที่จะพูดว่าเขาต้องการให้ยูเครนชนะสงคราม แม้ว่า เดวิด เมียร์ ผู้ดำเนินรายการ ABC News จะกดดันเขาในประเด็นนี้ ซึ่งทรัมป์พูดเพียงว่า “เขาต้องการยุติความขัดแย้งโดยเร็วที่สุด”

 

ด้านแฮร์ริสโต้กลับโดยแย้งว่า สิ่งที่ทรัมป์ต้องการจริงๆ คือการที่ยูเครนยอมจำนนอย่างรวดเร็วและไม่มีเงื่อนไข

 

“ถ้า โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน คงจะนั่งอยู่ที่เคียฟในตอนนี้” เธอกล่าว

 

แฮร์ริสยังโต้แย้งข้อกล่าวอ้างของทรัมป์ที่บอกว่า ไบเดนส่งเธอให้ไปคุยกับปูตินเพื่อหาทางออกของปัญหาความขัดแย้ง โดยแฮร์ริสยืนยันว่าเธอไม่เคยพบปูติน แต่เคยพบกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน หลายครั้ง

 

“ฉันพูดตั้งแต่ช่วงต้นของการดีเบตครั้งนี้ว่า คุณจะได้ยินคำโกหกมากมายจากคนคนนี้ และนี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”

 

ใครชนะ?

 

สำหรับคำถามสำคัญที่ว่า ใครชนะในการดีเบตรอบแรกนี้ สื่อหลายสำนัก อาทิ CNN เผยผลสำรวจของผู้มีสิทธิลงคะแนน ที่ให้แฮร์ริสเป็นผู้ชนะทรัมป์ด้วยคะแนน 63% ต่อ 37%

 

เช่นเดียวกับ The Washington Post ที่เผยผลสำรวจความเห็นของผู้มีสิทธิลงคะแนนในรัฐสมรภูมิ (Battleground States) ซึ่งส่วนใหญ่มองว่าแฮร์ริสทำได้ดีกว่าในการดีเบตครั้งนี้ โดยบางคนมองว่าทรัมป์น่าจะทำได้ดีกว่านี้หากเขานิ่งและพยายามตอบคำถามให้ชัดเจนมากขึ้น 

 

ภาพ: Brian Snyder TPX Images of the Day / Reuters

อ้างอิง:

The post เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : สรุปดีเบตแรก ‘ทรัมป์-แฮร์ริส’ ปะทะคารมเดือด โพลชี้ แฮร์ริสเหนือกว่าหลายประเด็น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์ขู่ยกเลิกดีเบตกับแฮร์ริส หากเธอไม่ร่วมดีเบตที่ Fox News จัด https://thestandard.co/trump-to-cancel-debate-with-harris/ Sun, 04 Aug 2024 11:55:14 +0000 https://thestandard.co/?p=967197

โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ และแคนดิเดตชิงเก้ […]

The post ทรัมป์ขู่ยกเลิกดีเบตกับแฮร์ริส หากเธอไม่ร่วมดีเบตที่ Fox News จัด appeared first on THE STANDARD.

]]>

โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ และแคนดิเดตชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน ประกาศว่า เขาจะไม่ร่วมดีเบตกับ คามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดี และแคนดิเดตจากพรรคเดโมแครต หากเธอไม่ตกลงเข้าร่วมการดีเบตที่จัดโดย Fox News ในเดือนหน้า โดยทรัมป์กล่าวบนแพลตฟอร์ม Truth Social ของเขาว่า “ผมจะเจอเธอวันที่ 4 กันยายน หรือไม่เจอเลย”

 

ทรัมป์ยืนยันระหว่างการหาเสียงที่รัฐจอร์เจียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (3 สิงหาคม) ว่า “ผมจะดีเบตที่ Fox หากเธอมาปรากฏตัว” แต่ทรัมป์เชื่อว่าแฮร์ริสจะไม่มา และอ้างด้วยว่า เธออ่านเทเลพรอมเตอร์ได้ แต่ไม่สามารถพูดสดได้

 

คำประกาศนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์ตัดสินใจไม่ร่วมดีเบตกับ ABC News ที่มีกำหนดจัดในวันที่ 10 กันยายน โดยทรัมป์เคยตอบรับเข้าร่วมดีเบตนี้เมื่อเดือนพฤษภาคม หลังจากที่เขาและประธานาธิบดีโจ ไบเดน ตกลงที่จะเลื่อนปฏิทินการดีเบต ซึ่งทรัมป์ย้ำหลังจากนั้นว่า พร้อมจะดีเบตกับไบเดนได้ทุกที่ทุกเวลา

 

ขณะที่แฮร์ริสตอบกลับทรัมป์ผ่านสื่อออนไลน์ในประเด็นนี้ว่า น่าสนใจที่จาก ‘ทุกที่ทุกเวลา’ กลับกลายเป็นมาเลือกกำหนดเวลาและสถานที่ที่ทรัมป์คิดว่าปลอดภัย ซึ่งเธอยืนยันว่าจะไปดีเบตวันที่ 10 กันยายน ตามที่ตกลงไว้ และหวังว่าจะเจอเขาที่นั่น

 

แหล่งข่าวบอกกับ CNN ว่า ABC News จะให้เวลาออกอากาศกับผู้สมัครที่มาปรากฏตัว ไม่ว่าในวันนั้นจะมีแค่แฮร์ริสคนเดียวหรือไม่ก็ตาม

 

ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องของทรัมป์ให้มีการดีเบตโดยพ่วงเงื่อนไขพร้อมผู้ชมเต็มความจุนั้น เป็นการต่อสู้ขับเคี่ยวระหว่างสองผู้สมัคร ในขณะที่ทั้งคู่พยายามกำหนดเรื่องราวการโต้วาที เหน็บแนม และขุดคุ้ยเรื่องราวออกมาโจมตีฝั่งตรงข้าม 

 

โดยทรัมป์โจมตีความสามารถทางสติปัญญาของแฮร์ริส โดยเขียนบนแพลตฟอร์มของเขาว่า แฮร์ริสซึ่งเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ และอัยการสูงสุดของแคลิฟอร์เนีย ไม่มีความสามารถทางสติปัญญาที่จะดีเบตกับเขา ขณะที่ทีมแคมเปญหาเสียงของแฮร์ริสแย้งว่า ทรัมป์ต่างหากที่กลัวการดีเบตกับเธอ

 

ทั้งนี้ เมื่อเดือนที่แล้ว ไบเดนประกาศถอนตัวจากการชิงชัยเก้าอี้ประธานาธิบดีอีกสมัย และสนับสนุนแฮร์ริสรับไม้ต่อ หลังจากเผชิญแรงกดดันจากพรรคเดโมแครต เนื่องจากทำผลงานได้ย่ำแย่ในศึกดีเบตของ CNN เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน โดยทรัมป์กล่าวหาโดยไร้หลักฐานว่า เดโมแครต ‘ทำรัฐประหาร’ ถอดถอนไบเดนจากการเป็นผู้สมัคร

 

ก่อนหน้านี้ทรัมป์แสดงความเห็นว่า ไม่ควรมีการโต้วาทีที่ ABC News อีกต่อไป เพราะไบเดนไม่ได้เป็นผู้สมัครอีกแล้ว และเขาเองก็กำลังมีคดีฟ้องหมิ่นประมาทกับ ABC News และ จอร์จ สเตฟาโนปูลอส ผู้ดำเนินรายการ This Week ซึ่งพูดว่าทรัมป์ถูกตัดสินให้มีความผิดฐาน ‘ข่มขืน’ ในระหว่างการสัมภาษณ์ แนนซี เมซ สส. รีพับลิกัน จากเซาท์แคโรไลนา อย่างไรก็ตาม ศาลตัดสินว่าทรัมป์มีความผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศและหมิ่นประมาทนักเขียน อี. จีน แคร์รอล ในเดือนมกราคม และสั่งให้เขาชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 83.3 ล้านดอลลาร์ให้แก่เธอ

 

ทีมแคมเปญหาเสียงของทรัมป์กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่แล้วว่า จะไม่มีการดีเบตใดๆ จนกว่าเดโมแครตจะประกาศตัวผู้สมัครอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบัน แฮร์ริสสามารถรวบรวมคะแนนเสียงจาก Delegate พรรคเดโมแครตได้ครบแล้ว และไม่มีสมาชิกเดโมแครตคนไหนที่จะลงแข่งกับเธอ 

 

ทรัมป์เผยกับ Fox Business ด้วยว่า เขาไม่แน่ใจว่าต้องการจะดีเบตกับแฮร์ริส โดยระบุว่า “ทำไมผมต้องดีเบต ในเมื่อผมมีคะแนนนำในโพล และทุกคนก็รู้จักเธอ ทุกคนรู้จักผมดีอยู่แล้ว” 

 

เมื่อปีที่แล้ว ทรัมป์ใช้เหตุผลคล้ายกันนี้ในการตัดสินใจไม่ร่วมศึกดีเบตเลือกตั้งไพรมารีของพรรครีพับลิกัน โดยเขียนบนสื่อออนไลน์ของตัวเองว่า ประชาชนรู้ดีอยู่แล้วว่าเขาเป็นใคร 

 

ส่วนแฮร์ริสตอบโต้กลับไประหว่างหาเสียงในแอตแลนตาเมื่อต้นสัปดาห์ว่า แม้ทรัมป์จะไม่รับคำท้าดีเบต แต่เธอมั่นใจว่าทั้งทรัมป์และผู้สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีคู่กันจะมีเรื่องมากมายที่พูดถึงเธอ และทิ้งท้ายไปยังทรัมป์ว่า อยากให้พิจารณาอีกรอบ เพราะถ้าตัวเขามีอะไรจะพูดกับเธอจริง ก็อยากให้มาพูดต่อหน้าเธอ 

 

ภาพ: CHRISTIAN MONTERROSA / AFP

อ้างอิง:

The post ทรัมป์ขู่ยกเลิกดีเบตกับแฮร์ริส หากเธอไม่ร่วมดีเบตที่ Fox News จัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้งสหรัฐฯ : เปลี่ยนม้ากลางศึก? วิเคราะห์ความเป็นไปได้ที่เดโมแครตจะเปลี่ยนตัวไบเดนเป็นคนอื่น และโอกาสของ คามาลา แฮร์ริส https://thestandard.co/us-election-analyzing-democrats-replacing-biden/ Thu, 11 Jul 2024 04:19:31 +0000 https://thestandard.co/?p=956281

ผลงานการดีเบตที่ย่ำแย่อย่างมากของ โจ ไบเดน ประธานาธิบดี […]

The post เลือกตั้งสหรัฐฯ : เปลี่ยนม้ากลางศึก? วิเคราะห์ความเป็นไปได้ที่เดโมแครตจะเปลี่ยนตัวไบเดนเป็นคนอื่น และโอกาสของ คามาลา แฮร์ริส appeared first on THE STANDARD.

]]>

ผลงานการดีเบตที่ย่ำแย่อย่างมากของ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน และตัวแทนพรรคเดโมแครตเพื่อลงเลือกตั้งในสมัยที่สองเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองอย่างใหญ่หลวง เพราะภาพของความอ่อนล้า สับสน และชราภาพของไบเดนที่ฉายออกมานั้น ทำให้ชาวอเมริกันจำนวนมากเชื่อว่าเขาแก่เกินแกงที่จะมาเป็นผู้นำของโลกเสรีในอีก 4 ปีข้างหน้า ซึ่งความกังวลนี้ก็ได้สะท้อนออกมาในผลโพลที่ชี้ให้เห็นว่าคะแนนนิยมของไบเดนหายไปราวๆ 2-3% และทำให้คะแนนของเขาจากที่เคยสูสีกับทรัมป์ กลายมาเป็นรองอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในมลรัฐสีม่วงหรือ Swing States ที่เขาตามถึงระดับ 5-7% เลยทีเดียว

 

เอาใบบัวมาปิดไม่มิด

 

ข่าวลือถึงเรื่องสุขภาพที่เสื่อมถอยของไบเดน โดยเฉพาะเรื่องโรคสมองเสื่อมนั้นมีมานานแล้ว และภาพของความอ่อนล้าและสับสนในการดีเบตนั้นก็ยิ่งตอกย้ำข่าวลือนี้ว่ามีมูลจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากการดีเบต สื่อมวลชนก็ได้ข้อมูลที่หลุดมาจากเจ้าหน้าที่ของทำเนียบขาวว่า ความคิดความอ่านของไบเดนนั้นเสื่อมถอยไปจริงๆ และเขาก็ไม่สามารถทำงานติดๆ กันเป็นเวลาหลายๆ ชั่วโมงได้เหมือนช่วงที่เขาเป็นรองประธานาธิบดีของ บารัก โอบามา นอกจากนั้นทำเนียบขาวก็ยังถูกแฉว่าพวกเขาได้เรียกตัวอายุรแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคพาร์กินสันอย่าง นพ.แคนนาร์ด ของโรงพยาบาลวอลเตอร์รีดไปพบกับไบเดนเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยที่ตอนแรกพวกเขาพยายามปิดบังว่าเป็นการพบปะกันธรรมดา ก่อนที่จะยอมรับในเวลาต่อมาว่า นพ.แคนนาร์ด ได้เข้าไปตรวจรักษาไบเดนจริงๆ

 

ข้อมูลทั้งหมดที่ถูกแฉออกมาเป็นการตอกย้ำว่าไบเดนมีปัญหาด้านสุขภาพจริงๆ และที่ผ่านมาทำเนียบขาวได้ปิดบังเรื่องนี้มาโดยตลอด

 

เปลี่ยนม้ากลางศึก

 

คะแนนนิยมของไบเดนที่ตกต่ำลงอย่างมากนั้น ทำให้นักการเมืองของเดโมแครตหลายคนกังวลว่าการเลือกตั้งในปี 2024 จะเป็นหายนะของพรรค เพราะคะแนนนิยมอันต่ำเตี้ยของไบเดนอาจจะทำให้พรรคสูญเสียที่นั่งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรไปด้วย

 

คำถามที่ผู้อ่านหลายคนอาจจะสงสัยก็คือ ในทางกฎหมายแล้วพรรคเดโมแครตสามารถเปลี่ยนตัวผู้แทนพรรคในการลงชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีได้หรือไม่ คำตอบก็คือได้ เพราะพรรคยังไม่ได้โหวตให้ไบเดนเป็นผู้แทนพรรคอย่างเป็นทางการ จนกว่าจะมีการประชุมใหญ่ของพรรค (Democrats National Convention) ที่มหานครชิคาโกในวันที่ 19-22 สิงหาคมที่จะถึงนี้

 

ซึ่งถ้าพรรคเดโมแครตจะเปลี่ยนม้ากลางศึกจากไบเดนจริงๆ รองประธานาธิบดีของเขาอย่าง คามาลา แฮร์ริส ถือได้ว่าน่าจะเป็นตัวเลือกเดียวที่จะเป็นไปได้ เพราะผู้แทนพรรคคนใหม่จะมาจากการ ‘สรรหา’ ในที่ประชุมใหญ่ของพรรค ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งขั้นต้นแบบปกติ ทำให้พรรคต้องเลือกคนที่มีความชอบธรรมจริงๆ ซึ่งแฮร์ริสในฐานะเบอร์สองในทำเนียบขาวก็น่าจะครองความชอบธรรมนี้อยู่ และการที่เธอเป็นสตรีผิวสีก็น่าจะยิ่งสร้างความพึงพอใจให้กับชาวแอฟริกัน-อเมริกันที่เป็นฐานเสียงหลักของพรรค (การเลือกคนอื่นที่ไม่มีความชอบธรรมในตัวเองแบบแฮร์ริสน่าจะนำไปสู่ความโกลาหลและการฟาดฟันกันเองในที่ประชุมใหญ่ของพรรค)

 

สถานการณ์ยังคงเปลี่ยนแปลงวันต่อวัน

 

ว่ากันตามจริง ผู้ที่จะตัดสินว่าไบเดนจะเป็นผู้แทนพรรคต่อไปหรือไม่ก็คือตัวไบเดนเอง เพราะเขาเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งขั้นต้นและเป็นนักการเมืองผู้เดียวที่มีจำนวน Delegates มากพอจะชนะการเลือกตั้งในที่ประชุมใหญ่ของพรรค รายงานข่าวแจ้งว่าไบเดนยังเชื่อว่าตัวเองแข็งแรงพอที่จะเป็นประธานาธิบดีต่ออีก 4 ปี และไม่มีแผนการที่จะถอนตัวแต่อย่างใด

 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวเช่นกันว่านักการเมืองในพรรคจำนวนมากหมดความศรัทธาในตัวไบเดนแล้ว โดยที่พวกเขารู้สึกว่าตัวเองถูกทำเนียบขาวปิดบังเรื่องปัญหาสุขภาพของไบเดนมาโดยตลอด และพยายามจะกดดันให้ไบเดนถอนตัวให้แฮร์ริสขึ้นมาเป็นผู้แทนพรรคแทน

 

ล่าสุด ณ วันที่ 11 กรกฎาคม 2567 มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเดโมแครต 11 คน และสมาชิกวุฒิสภาอีก 1 คน ที่ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าพวกเขาต้องการให้ไบเดนถอนตัวจากการเลือกตั้งครั้งนี้ ขณะที่ผู้นำของพรรคอย่าง ฮาคีม เจฟฟรีส์, แนนซี เพโลซี และ ชัค ชูเมอร์ ก็ให้สัมภาษณ์แบบแบ่งรับแบ่งสู้ว่าจะสนับสนุนไบเดนต่อไปหรือไม่ นอกจากนั้นผู้บริจาคของพรรคหลายคนก็เริ่มออกมากดดันให้พรรคเปลี่ยนตัวไบเดนเช่นกัน โดยพวกเขาข่มขู่ว่าจะเลิกบริจาคให้พรรคหากไบเดนยังเป็นผู้แทนพรรคอยู่ รวมทั้งดาราคนดังอย่าง จอร์จ คลูนีย์ ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยระดมทุนให้พรรคมาหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐด้วย

 

สุดท้ายจะลงเอยอย่างไร ยังต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด

 

เกาะติด การเลือกตั้งสหรัฐ 2024 ได้ที่ เว็บไซต์พิเศษ : เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 และ Facebook : THE STANDARD

 

ภาพ: Demetrius Freeman / The Washington Post via Getty Images

The post เลือกตั้งสหรัฐฯ : เปลี่ยนม้ากลางศึก? วิเคราะห์ความเป็นไปได้ที่เดโมแครตจะเปลี่ยนตัวไบเดนเป็นคนอื่น และโอกาสของ คามาลา แฮร์ริส appeared first on THE STANDARD.

]]>
อ่อนล้า สับสน ชราภาพ: เมื่อไบเดนพลาดโอกาสใช้การดีเบตพิสูจน์ว่าเขายังไม่แก่เกินกว่าจะเป็นประธานาธิบดีอีกสมัย https://thestandard.co/opinion-biden-debate-performance/ Sat, 29 Jun 2024 06:08:43 +0000 https://thestandard.co/?p=951557

ในช่วงค่ำของวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (27 มิถุนายน) ตามเวลาข […]

The post อ่อนล้า สับสน ชราภาพ: เมื่อไบเดนพลาดโอกาสใช้การดีเบตพิสูจน์ว่าเขายังไม่แก่เกินกว่าจะเป็นประธานาธิบดีอีกสมัย appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในช่วงค่ำของวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (27 มิถุนายน) ตามเวลาของสหรัฐอเมริกา โจ ไบเดน ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน และ โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดี ได้มีโอกาสประชันวิสัยทัศน์กันซึ่งๆ หน้าเป็นครั้งแรกหลังจากที่ทั้งสองได้เป็นผู้แทนพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันเพื่อลงชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดี โดยดีเบตครั้งนี้จัดขึ้นที่มหานครแอตแลนตาในมลรัฐจอร์เจีย ซึ่งเป็นที่ทำการของสำนักงานใหญ่ CNN ที่เป็นเจ้าภาพในการจัดงาน

 

บทความนี้จะมองความเป็นไปได้ถึงผลที่อาจตามมาหลังศึกดีเบตยกแรก ที่นักวิเคราะห์ทางการเมืองเห็นตรงกันว่าเป็นผลงานที่ย่ำแย่มากๆ ของไบเดน

 

ดีเบต เป็นโอกาสที่ ไบเดน จะเคลียร์ข้อกังขาของชาวอเมริกัน

 

ไบเดนมีคะแนนนิยมที่ตกต่ำเป็นอย่างมากนับตั้งแต่ปีที่สองของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาเงินเฟ้อ ที่ทำให้ชาวอเมริกันต้องประสบกับปัญหาข้าวยากหมากแพงมาตั้งแต่ยุคหลังโควิด แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น ชาวอเมริกันจำนวนมากมองว่าไบเดนนั้นอายุมากและมีพฤติกรรมหลายๆ อย่างที่ชวนให้กังขาว่าเขามีอาการของโรคสมองเสื่อมหรือไม่ และเขาอาจไม่พร้อมที่จะเป็นผู้นำประเทศอีกสมัย

 

ซึ่งความกังวลนี้ก็ฉายภาพออกมาในโพลที่ชี้ว่าคะแนนของไบเดนนั้นตามหลังคู่แข่งอย่างทรัมป์อยู่ที่ประมาณ 1-2% ทั้งๆ ที่ทรัมป์เองก็มีคะแนนนิยมที่ตกต่ำเมื่อครั้งที่เขายังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีและยังต้องโทษคดีอาญาในกรณีปลอมแปลงเอกสารในการใช้เงินปิดปากนักแสดงหนังผู้ใหญ่ที่เขาไปมีความสัมพันธ์นอกสมรสด้วย

 

แต่ ไบเดน ก็ทำไม่ได้

 

ดีเบตครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีที่ไบเดนจะโชว์ให้ชาวอเมริกันหลายสิบล้านคนที่เฝ้าดูอยู่มั่นใจได้ว่าเขายังไม่แก่เกินไป และพิสูจน์ว่าสมองของเขายังเฉียบแหลมดีเหมือนเดิม และพร้อมที่จะรับภาระหนักในการเป็นผู้นำของประเทศโลกเสรี

 

แต่เขาก็ทำไม่ได้ ไบเดนออกมาดีเบตด้วยน้ำเสียงที่เบาและแหบแห้ง เหมือนเขาไม่มีพลังงานเหลือพอที่จะมาทำอะไรแบบนี้ ขณะที่ภาษากายของไบเดนก็ย่ำแย่ไม่แพ้กัน เมื่อเขาก้มมองโน้ตตลอดเวลาเหมือนกับว่าไม่พร้อมจะสบตากับประชาชน 

 

กระบวนการพูดของเขาก็ดูวกวน หยุดระหว่างประโยคหลายครั้ง และบ่อยครั้งไบเดนก็เปลี่ยนเรื่องกลางคัน เหมือนกับว่ากระบวนการคิดของเขารวนไปเสียแล้ว ซึ่งทำให้ข้อสงสัยที่ว่าไบเดนมีภาวะสมองเสื่อมหรือไม่ยิ่งทวีความรุนแรง

 

ต่างจากทรัมป์โดยสิ้นเชิง

 

ในทางตรงข้าม ทรัมป์ยังคงฉายภาพของการเป็น Alpha Male ที่พร้อมจะเป็นผู้นำของประเทศเหมือนเมื่อ 4 ปีก่อน น้ำเสียงและภาษากายของเขายังเปี่ยมไปด้วยพลังงาน ต่างจากไบเดนโดยสิ้นเชิง (ถึงแม้ว่าเขาจะอายุน้อยกว่าไบเดนแค่ 3 ปีก็ตาม) 

 

อย่างไรก็ดี เนื้อหาสิ่งที่ทรัมป์พูดนั้นอาจเกินเส้นความเป็นอัลฟาไปมาก เมื่อเขาปฏิเสธความรับผิดชอบในเหตุจลาจลรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021 และคดีปลอมแปลงเอกสาร โดยเขากล่าวว่าคดีเหล่านี้เป็นการกลั่นแกล้งโดยกระทรวงยุติธรรมของไบเดน และกล่าวว่าเขาจะล้างแค้นโดยให้กระทรวงยุติธรรมของเขาฟ้องไบเดนถ้าหากได้กลับมาเป็นประธานาธิบดีรอบสอง ซึ่งสิ่งที่เขาพูดนี้น่าจะทำให้เขาเสียคะแนนจากคนที่อยู่ตรงกลางที่ไม่เห็นด้วยกับการเอากระบวนการยุติธรรมมาผูกติดกับการเมือง

 

ผลกระทบต่อการเลือกตั้งในปี 2024

 

เราคงยังไม่ทราบแน่ชัดในตอนนี้ ว่าผลของดีเบตจะส่งผลเสียต่อไบเดนมากน้อยขนาดไหน แต่นักวิเคราะห์ทางการเมืองหลายคนมองว่าคะแนนนิยมของเขาอาจจะตกลงไปอีก นอกจากนั้นนักการเมืองของเดโมแครตหลายคนก็เริ่มออกมาพูดแล้วว่า เราอาจจะต้องหาผู้แทนพรรคคนใหม่มาแทนไบเดน ซึ่งก็ยังเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ เพราะพรรคยังไม่ได้ประชุมใหญ่และเลือกไบเดนอย่างเป็นทางการ

 

เกาะติด การเลือกตั้งสหรัฐ 2024 ได้ที่ เว็บไซต์พิเศษ : เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 และ Facebook : THE STANDARD

 

ภาพ: Brian Snyder / REUTERS

The post อ่อนล้า สับสน ชราภาพ: เมื่อไบเดนพลาดโอกาสใช้การดีเบตพิสูจน์ว่าเขายังไม่แก่เกินกว่าจะเป็นประธานาธิบดีอีกสมัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
26 กันยายน 1960 – ดีเบตเลือกตั้งออกโทรทัศน์ครั้งแรก https://thestandard.co/onthisday-26091960/ Tue, 26 Sep 2023 02:49:56 +0000 https://thestandard.co/?p=846221

การดีเบตครั้งประวัติศาสตร์ในโทรทัศน์ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื […]

The post 26 กันยายน 1960 – ดีเบตเลือกตั้งออกโทรทัศน์ครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>

การดีเบตครั้งประวัติศาสตร์ในโทรทัศน์ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กันยายน 1960 ระหว่าง จอห์น เอฟ. เคนเนดี พรรคเดโมแครต กับ ริชาร์ด เอ็ม. นิกสัน พรรครีพับลิกัน เวทีการดีเบตครั้งนั้นถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ช่อง CBS และทางวิทยุ

 

ผลการเลือกตั้งครั้งนั้นเคนเนดีได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาด้วยคะแนนเสียงถล่มทลาย และได้เป็นประธานาธิบดีที่มีอายุน้อยในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ ด้วยอายุเพียง 43 ปี

 

สำหรับปัจจุบันการดีเบตถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญในช่วงหาเสียงการเลือกตั้ง ในประเทศไทยมีทั้งสื่อมวลชนและองค์กรอื่นๆ ที่จัดดีเบตแคนดิเดตผู้สมัครในการเลือกตั้งต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้เห็นวิสัยทัศน์ของผู้สมัครได้มากยิ่งขึ้น

The post 26 กันยายน 1960 – ดีเบตเลือกตั้งออกโทรทัศน์ครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : นอท ขึ้นดีเบตสดครั้งแรก บอกยังทำได้ไม่ดี ประกาศท้าชัยวุฒิ ดีเบตปมดิจิทัล ชี้ปัญหา PM2.5 ต้องเป็นวาระแห่งชาติ https://thestandard.co/panthawat-first-live-debate/ Wed, 12 Apr 2023 10:14:08 +0000 https://thestandard.co/?p=776263 นอท ดีเบต

วันนี้ (12 เมษายน) พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท หัวหน […]

The post เลือกตั้ง 2566 : นอท ขึ้นดีเบตสดครั้งแรก บอกยังทำได้ไม่ดี ประกาศท้าชัยวุฒิ ดีเบตปมดิจิทัล ชี้ปัญหา PM2.5 ต้องเป็นวาระแห่งชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นอท ดีเบต

วันนี้ (12 เมษายน) พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท หัวหน้าพรรคเปลี่ยน พร้อมด้วยทีมงานลงพื้นที่ตลาดเช้าเมืองพะเยา พบปะพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้า โดยในระหว่างการเดินหาเสียงก็มีประชาชนสอบถามความคืบหน้าคดีกองสลากพลัส พร้อมอวยพรขอให้โชคดี โดยพันธ์ธวัชตอบว่า คดีความจะสั่งฟ้องในวันที่ 20 และสิ้นเดือนเมษายนนี้ แต่เนื้อคดีไม่มีอะไร มีการแจ้งข้อหาว่าการขายลอตเตอรี่เป็นการพนัน 

 

พันธ์ธวัชกล่าวอีกว่า ยังประเมินคะแนนการขึ้นเวทีดีเบตที่ถ่ายทอดสดครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 เมษายน ว่าให้คะแนนการดีเบต 70% ยังทำได้ไม่เต็มที่ รอบแรกอาจจะดูตื่นเต้นไปบ้างเพราะพูดหลัง 5 พรรคการเมืองใหญ่ แต่รอบหลังๆ เริ่มคุมสติได้และเล่นตามเกมของตัวเองก็ดีขึ้น โดยยังมีอีกหลายนโยบายที่ตนยังไม่ได้พูด เชื่อว่าครั้งหน้าตนจะอธิบายนโยบายของพรรคได้ดีขึ้นกว่านี้ พร้อมขอบคุณการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี ทั้งผลโหวตและชื่นชอบนโยบายของพรรคเปลี่ยน และบอกถึงความประทับใจในระหว่างการดีเบต ประชาชนนำพวงมาลัยปลาส้มมามอบให้ถือเป็นสีสันการเมือง

 

ทั้งนี้ได้พูดคุยและตอบคำถามประชาชนที่ดูไลฟ์ ว่าหากได้เข้าไปในสภาอยากจะไฝว้กับใครหรือนักการเมืองคนไหน ซึ่งพันธ์ธวัชตอบว่าอยากดีเบตกับ ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะที่ตนเองเป็นคนดิจิทัล ทำมาหากินกับโลกออนไลน์ และอยากจะถามถึงความรับผิดชอบและความเข้าใจปัญหาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีเอส ว่าทำไม 8 ปีที่ผ่านมาจึงไม่พัฒนาเศรษฐกิจและสังคม พร้อมกล่าวว่าชัยวุฒิเพิ่งจะปิดโอกาสคนไทยให้มีความสุขด้วยการปิดกองสลากพลัสที่มียอดขาย 1.9 หมื่นล้านบาท คนตกงาน 400 คน  

 

พันธ์ธวัชยังได้กล่าวถึงนโยบายหวยบำนาญของพรรคไทยสร้างไทย ว่าส่วนตัวไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไร เนื่องจากคิดว่าเกิดความไม่เท่าเทียมและอาจจะเป็นการส่งเสริมให้คนซื้อหวยหรือเข้าไปสู่การพนันเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ เพราะอยากได้รับสิทธิ ซึ่งแนวคิดเป็นการออมเงินในกรณีที่ไม่ถูกรางวัล ซึ่งแตกต่างจากนโยบายหวยโอกาสของพรรคเปลี่ยน เมื่อมีรายได้จากหวยแล้วก็นำไปพัฒนาประเทศ นำไปช่วยเหลือกลุ่มคนหาเช้ากินค่ำได้ทันที

 

พันธ์ธวัชยังกล่าวถึงปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ว่าควรที่จะผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติที่ต้องแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพราะส่งผลกระทบกับสุขภาพของประชาชน หากประชาชนเจ็บป่วยก็จะเป็นภาระกับรัฐบาลในเรื่องค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพของประชาชน  โดยพรรคเปลี่ยนจะบรรจุเรื่องการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นนโยบายของพรรคเพื่อที่จะผลักดันการแก้ไขปัญหา  

 

นอกจากนี้กำลังพิจารณานโยบายช่วยผู้ประกอบการ SMEs ที่ประสบปัญหาการเสียภาษี โดยกลุ่ม SMEs ที่มีรายได้ 30 ล้านบาท จะเสียภาษีเต็มอัตรา 30% ซึ่งมองว่าหากอยากจะช่วย SMEs ให้สามารถมีศักยภาพในการแข่งขันควรเก็บภาษี ผู้ประกอบการธุรกิจที่รายได้ 100 ล้านบาทขึ้นไป รวมถึงปัญหาแหล่งเงินทุนที่ต้องแก้ที่หลักเกณฑ์เพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้  

 

พันธ์ธวัชยังกล่าวถึงการซื้อเสียงขายเสียงในช่วงเลือกตั้งว่า ขณะนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่รับทุกพรรค ส่วนจะเลือกหมายเลขอะไรขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน ทำให้พรรคการเมืองซื้อเสียงไม่ได้ ซึ่งจะทำให้การลงทุนด้านการเมืองลดน้อยลงเรื่อยๆ ถ้าลงทุนแล้วไม่ได้ผลก็จะตัดออกไปทีละคนสองคน สุดท้ายก็จะเหลือแต่พรรคการเมืองที่ทุนหนา ซึ่งก็จะทำให้ปัญหาวนกลับไปสู่จุดเดิม ซึ่งพรรคเปลี่ยนหลังจากที่ขออนุญาตจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้วก็จะเปิดรับบริจาคโดยให้ประชาชนทุกคนร่วมเป็นนายทุนของพรรค

The post เลือกตั้ง 2566 : นอท ขึ้นดีเบตสดครั้งแรก บอกยังทำได้ไม่ดี ประกาศท้าชัยวุฒิ ดีเบตปมดิจิทัล ชี้ปัญหา PM2.5 ต้องเป็นวาระแห่งชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : ‘อนาคตของอากาศบริสุทธิ์จะมาอีกเมื่อไหร่’ บทสรุปจากเวทีดีเบตนโยบายแก้ปัญหาฝุ่นที่เชียงใหม่ https://thestandard.co/conclusions-from-chiang-mai-debate/ Tue, 11 Apr 2023 14:11:46 +0000 https://thestandard.co/?p=775874 ปัญหาฝุ่น เชียงใหม่

เมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ร้าน The Goodcery TH ร่วม […]

The post เลือกตั้ง 2566 : ‘อนาคตของอากาศบริสุทธิ์จะมาอีกเมื่อไหร่’ บทสรุปจากเวทีดีเบตนโยบายแก้ปัญหาฝุ่นที่เชียงใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปัญหาฝุ่น เชียงใหม่

เมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ร้าน The Goodcery TH ร่วมกับ Surin Pitsuwan Foundation และสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดงาน ‘Alliance Against the Haze เพื่อน/สู้/ควัน’ โดยจัดทั้งหมด 3 ช่วง

 

สำหรับช่วงที่ 3 คือเวที ‘อนาคตของอากาศบริสุทธิ์จะมาอีกเมื่อไหร่’ เวทีดีเบตนโยบายแก้ปัญหาฝุ่นควันจากผู้สมัคร ส.ส. ทั้งหมด 5 พรรค ได้แก่ จักรพล ตั้งสุทธิธรรม พรรคเพื่อไทย, เดชรัต สุขกำเนิด พรรคก้าวไกล, ศิธา ทิวารี พรรคไทยสร้างไทย, จารุพล เรืองสุวรรณ พรรคเพื่อชาติ และ จักรวาลธวัฒน์ วรรณาวงค์ พรรคประชาธิปัตย์

 

สำหรับการนำเสนอนโยบายในการแก้ไขปัญหา PM2.5 เริ่มต้นที่พรรคก้าวไกล โดย เดชรัต สุขกำเนิด กล่าวว่า ปัญหา PM2.5 ที่เกิดขึ้นมาจากหลายแหล่ง โดยมาจากประเทศเพื่อนบ้านที่มาจากการปลูกข้าวโพดและอ้อย และมาจากไฟป่าในประเทศเพื่อนบ้านด้วย

 

วิธีการแก้ปัญหาระยะสั้นคือ การห้ามนำเข้าผลผลิตจากพื้นที่ที่มาจากการเผา โดยใช้มาตรฐาน GAP ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาวต้องทำตามกฎหมายสิงคโปร์ที่เรียกว่า Transparency Pollution Act เพื่อเอาผิดเอกชนที่มีส่วนร่วมในการสร้างมลพิษ แต่ในกรณีของไฟป่าต้องใช้กรอบของอาเซียน

 

พรรคก้าวไกลเสนอทางเลือก 3 ทางในการแก้ปัญหาคือ ทางแรกนำวัสดุที่มีอยู่ ด้วยอัตราการรับซื้อ 1,000 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อทำเป็นอาหารและปุ๋ย ทางเลือกที่สองคือการใช้จักรกลทางการเกษตรที่รัฐบาลจะลงทุนให้ก่อนและฟรีดอกเบี้ยให้ประชาชน ทางที่สามการเกษตรเชิงเดี่ยวเป็นผสมผสาน โดยจะประกันรายได้ให้พืชที่ประชาชนปรับเปลี่ยนจำนวนเดือนละ 500-1,000 บาทต่อไร่  

 

ส่วนปัญหาไฟป่าในป่า พรรคก้าวไกลเสนอตำบลละ 3 ล้านบาท โดยต้องลงเงินไปถึงเครือข่ายต่างๆ และเสนอยกเลิกโรงงานถ่านหินใน 14 ปีข้างหน้า

 

ขณะที่การลดปัญหาในเมืองคือ การสร้างขนส่งสาธารณะที่เป็นรถไฟฟ้า อีกทั้งให้รถยนต์สามารถเข้ารับการตรวจ 3 เดือน ก่อนการเข้าฤดูเผาป่า

 

พรรคไทยสร้างไทยเสนอผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด มาตรการทางภาษี และเอื้อให้เกิดการใช้รถยนต์ไฟฟ้า 

 

ขณะที่พรรคไทยสร้างไทยได้ดำเนินการติดต่อพูดคุยกับฝั่ง สปป.ลาว ซึ่งทาง สปป.ลาวพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ พร้อมกันนี้ต้องมีการจัดการกับภาคเอกชนเหมือนกับทางสิงคโปร์ 

 

นอกจากนี้ต้องมีการช่วยเหลือที่เกิดจากการร่วมมือและช่วยกันจากหลายฝ่าย โดยการแก้ไขปัญหากลุ่มทุนผูกขาดที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด PM2.5 นั้น พรรคไทยสร้างไทยเสนอให้แก้ไขปัญหาด้วยการรับฟัง เพื่อให้อยู่ร่วมกันในการประกอบธุรกิจ 

 

พรรคประชาธิปัตย์เสนอว่าปัญหามลพิษเป็นปัญหาระดับประเทศ ไม่ใช่แค่เพียงภูมิภาค โดยเสนอ 3 ยุทธศาสตร์คือ กฎหมายอากาศสะอาดที่เกิดการร่วมมือจากฝ่ายวิชาการ ภาคประชาสังคม และชุมชน ซึ่งการแก้ไขจำเป็นต้องกระจายอำนาจให้ผู้ว่าราชการที่ต้องมาจากการเลือกตั้ง 

 

วิธีที่สองคือ การใช้เทคโนโลยีและความรู้ทางเศรษฐศาสตร์เพื่อเพิ่มแรงจูงใจ โดยการใช้เทคโนโลยีจะเกิดจากการใช้ดาวเทียม THEOS-2 ซึ่งจะโฟกัสหาพื้นที่ต่างๆ ที่มีปัญหา และถัดมาคือการเพิ่มแรงจูงใจให้ประชาชนดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อปลูกต้นไม้ 

 

วิธีที่สาม ต้องไม่ผลักภาระให้ประชาชน โดยใช้หลักเศรษฐศาสตร์ หรือหลักผู้ก่อมลพิษต้องรับผิดชอบ โดยการชดเชยรายได้ประชาชนที่เข้าไปหาของป่า อีกทั้งต้องมีมาตรการทางกฎหมายเพื่อควบคุมปัญหา โดยการแก้ไขปัญหากลุ่มทุนผูกขาดที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด PM2.5 

 

พรรคประชาธิปัตย์เสนอแนวทางให้เงินสนับสนุน SMEs และให้เงินสนับสนุนชุมชน นอกจากนี้ต้องมีส่วนร่วมในการสร้างจิตสำนึก เสนอให้ประชาชนสามารถตรวจสุขภาพฟรี

 

ขณะที่พรรคเพื่อไทยเสนอยืนยันร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่ถูกตีตกไปในสมัยสภาครั้งล่าสุด เนื่องจากต้องใช้งบประมาณในการสร้างหน่วยงานในการแก้ไขปัญหา 

 

สำหรับพรรคเพื่อไทยนั้นได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาแต่แรก สิ่งที่สำคัญคือการแก้ไขปัญหาจริงๆ อยู่ที่การออก พ.ร.บ.อากาศสะอาดในประเทศ ก่อนที่จะไปเจรจากับเพื่อนบ้าน 

 

ส่วนปัญหากลุ่มทุนผูกขาดที่เป็นสาเหตุทำให้เกิด PM2.5 นั้น พรรคเพื่อไทยเสนอการแก้ไขปัญหาโดยการใช้กฎหมาย PPP (Public-Private Partnership) จะช่วยแก้ไขปัญหาด้วยการออกบทลงโทษที่รุนแรง พรรคการเมืองที่เข้มแข็งต้องมีอำนาจมากพอเพื่อไปต่อรองและต่อต้านการผูกขาด ดังนั้นต้องมีกฎหมายที่ชัดเจน แล้วไปต่อกรกับองค์กรต่างๆ และระดับระหว่างประเทศได้

 

พรรคเพื่อชาติกล่าวว่า การแก้ปัญหา PM2.5 อันดับแรกต้องไม่โทษประชาชน สองคือการดูต้นเหตุ ที่มาจากการเกษตร ยานยนต์ ถัดมาคือคมนาคม ต้องผลักดันการใช้รถ EV ตามโมเดลจากจีน 

 

ส่วนปัญหากลุ่มทุนผูกขาดที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด PM2.5 นั้น พรรคเพื่อชาติเสนอให้เลือกพรรคการเมืองที่ไม่ได้อยู่กับกลุ่มทุน 

 

ถัดมาคือเสนอว่ากลไกอาเซียนไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เนื่องจากอาเซียนมีหลักการห้ามแทรกแซงกิจการ ดังนั้นพรรคเสนอให้ใช้กลไกระดับโลกแทนกลไกในภูมิภาค

 

ปัญหาการช่วยเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ และการดับไฟป่า สามารถทำอย่างไรได้บ้าง เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นคือการช่วยเหลือไม่ได้กระจายถึงเจ้าหน้าที่ที่ดับไฟป่า อีกทั้งเงินเดือนที่เจ้าหน้าที่ดับไฟมีน้อย จึงขาดแรงจูงใจ แล้วจะจัดการอย่างไร สุดท้ายคือนักผจญเพลิงต้องเผชิญกับปัญหาในการดับไฟที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แล้วจะมีประกันช่วยเหลือหรือไม่ นอกจากนี้จะมีแนวทางการบูรณาการในการแก้ไขปัญหาอย่างไร 

 

ต่อมาพรรคก้าวไกลเสนอผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาดในการแก้ไขปัญหา เรื่องงบประมาณคือการใช้เงินเพื่อเข้าไปช่วยเหลือบุคลากร อุปกรณ์ หรือการทำประกัน ถัดมาคือการใช้มาตรฐาน GAP ส่วนคนในเมืองคือการให้คนในเชียงใหม่ต้องผ่านการตรวจ ข้อต่อไปคือการตรวจสุขภาพ ซึ่งพรรคก้าวไกลเสนอแก้ไขการตรวจโรคมะเร็งเพิ่มและตรวจฟรี สุดท้ายคือต้องมีพื้นที่ปลอดภัยเพื่อให้เด็กและเยาวชนได้อากาศที่ปลอดภัย ดังนั้นต้องมีการเมืองดี ลดการผูกขาด การลดการคอร์รัปชัน และการแก้ไขในวันนี้เพื่ออนาคต 

 

พรรคไทยสร้างไทยยังได้ย้ำถึงการดำเนินการติดต่อพูดคุยกับฝั่ง สปป.ลาว ซึ่งทาง สปป.ลาวพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ พร้อมกันนี้ต้องมีการจัดการกับภาคเอกชนเหมือนกับทางสิงคโปร์ นอกจากนี้ต้องมีการช่วยเหลือที่เกิดจากการร่วมมือและช่วยกันจากหลายฝ่าย

 

พรรคประชาธิปัตย์เสนอการดำเนินการต้องทำอย่างต่อเนื่องในการช่วยเหลือบุคคลที่เข้าไปดับไฟป่า ทั้งในแง่ของอุปกรณ์และสวัสดิการ สำหรับประชาชน เสนอให้ตรวจสุขภาพฟรีเพื่อลดต้นทุนในการรักษา สิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหาต้องอยู่ที่การอาศัยชุมชน พ.ร.บ.กฎหมายสะอาด และภาคการเกษตร อีกทั้งต้องมีการจัดการดูแลพื้นที่ทางการเกษตร ดังนั้นพรรคเสนอให้มีการออกกรรมสิทธิ์ 4 ล้านที่ โดยจะต้องไม่ละเลยสิทธิชุมชน

 

พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ในเรื่องของการเผาในพื้นที่ปัญหาที่เจอคือการขาดอุปกรณ์ สองคืออุปสรรคในเรื่องของพื้นที่ แต่ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้พยายามมีส่วนร่วมในการสนับสนุน กรณีของการช่วยเหลือต้องอาศัยความร่วมมือของหลายกระทรวงเพื่อบูรณาการการช่วยเหลือ 

 

พรรคเพื่อชาติเสนอให้มี พ.ร.บ.คนอยู่กับป่า เพื่อให้การดูแลพี่น้องชาวเขา วิธีการแก้ไขปัญหาคือการใช้เทคโนโลยีและการวิจัย

 

 

ภาพ: พงศ์มนัส ทาศิริ

The post เลือกตั้ง 2566 : ‘อนาคตของอากาศบริสุทธิ์จะมาอีกเมื่อไหร่’ บทสรุปจากเวทีดีเบตนโยบายแก้ปัญหาฝุ่นที่เชียงใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ดีเบตพรรคการเมือง ‘อนาคตอากาศบริสุทธิ์จะมาอีกเมื่อไร’ หลังฝุ่น PM2.5 วิกฤตหนัก! | THE STANDARD https://thestandard.co/pm2-5-political-debate/ Sun, 09 Apr 2023 08:41:11 +0000 https://thestandard.co/?p=774685

ดีเบตพรรคการเมือง ‘อนาคตอากาศบริสุทธิ์จะมาอีกเมื่อไร’ ห […]

The post ชมคลิป: ดีเบตพรรคการเมือง ‘อนาคตอากาศบริสุทธิ์จะมาอีกเมื่อไร’ หลังฝุ่น PM2.5 วิกฤตหนัก! | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>

ดีเบตพรรคการเมือง ‘อนาคตอากาศบริสุทธิ์จะมาอีกเมื่อไร’ หลังฝุ่น PM2.5 วิกฤตหนัก!

The post ชมคลิป: ดีเบตพรรคการเมือง ‘อนาคตอากาศบริสุทธิ์จะมาอีกเมื่อไร’ หลังฝุ่น PM2.5 วิกฤตหนัก! | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : เวทีดีเบต มาตรฐานใหม่การเมืองไทย สะเทือน 2 ป. | END GAME #8 https://thestandard.co/end-game-ep8/ Wed, 05 Apr 2023 10:14:12 +0000 https://thestandard.co/?p=773294 ประวิตร ประยุทธ์

เลือกตั้ง 2566 ถูกคาดหมายว่าสัดส่วนน้ำหนักที่พรรคการเมื […]

The post เลือกตั้ง 2566 : เวทีดีเบต มาตรฐานใหม่การเมืองไทย สะเทือน 2 ป. | END GAME #8 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประวิตร ประยุทธ์

เลือกตั้ง 2566 ถูกคาดหมายว่าสัดส่วนน้ำหนักที่พรรคการเมืองใหญ่จะโฟกัสคือ ส.ส. เขต 400 เขต ส่วนบัญชีรายชื่อ 100 ที่นั่งซึ่งต้องอาศัยกระแสของพรรคอาจจะเป็นเรื่องรอง สมมติฐานนี้ทำให้หลายคนคาดหมายว่าการออกสัมภาษณ์สื่อหรือขึ้นเวทีดีเบตนั้นพรรคการเมืองอาจให้ความสำคัญน้อยลง โดยเฉพาะพรรคที่กระแสเป็นรองแต่โดดเด่นที่กระสุน แต่ด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป วงการสื่อมวลชนก็เปลี่ยนตาม ทุกสื่อยกระดับเวทีดีเบตหรือรูปแบบรายการสัมภาษณ์ขึ้นมาได้อย่างแหลมคม สนุก และเข้าถึงคนในวงกว้าง ขึ้นเวทีครั้งเดียวแต่เกิดแรงส่งต่อมหาศาล สังคมคาดหวังผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ อยากรู้ อยากฟัง อยากเห็นปฏิกิริยาของว่าที่ผู้นำ เวทีดีเบตจึงเป็นมาตรฐานใหม่การเมืองไทยที่ทุกคนเรียกร้องอยากเห็นผู้มีอำนาจ 2 ป. ทั้ง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขึ้นมาตอบคำถามของประชาชน 

The post เลือกตั้ง 2566 : เวทีดีเบต มาตรฐานใหม่การเมืองไทย สะเทือน 2 ป. | END GAME #8 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : ประวิตรร่ายยาว แจงเหตุผลไม่ร่วมดีเบต บอกผู้นำหลายคนอาจพูดไม่เก่ง แต่มีความสามารถ พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนส่วนตัวกับทุกคน https://thestandard.co/prawit-explains-why-not-join-the-debate/ Sun, 02 Apr 2023 11:03:17 +0000 https://thestandard.co/?p=771942 ประวิตร พลังประชารัฐ

วันนี้ (2 เมษายน) พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมน […]

The post เลือกตั้ง 2566 : ประวิตรร่ายยาว แจงเหตุผลไม่ร่วมดีเบต บอกผู้นำหลายคนอาจพูดไม่เก่ง แต่มีความสามารถ พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนส่วนตัวกับทุกคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประวิตร พลังประชารัฐ

วันนี้ (2 เมษายน) พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ ‘ดีเบต’ หรือ ‘ไม่ดีเบต’ โดยมีใจความดังนี้

 

“ผมขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติและปรารถนาดีกับผมด้วยการเชิญไปร่วมตอบคำถาม หรือดีเบตในเวทีต่างๆ ในฐานะที่ผมเป็นหัวหน้าพรรค ปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ผมเข้าใจในความปรารถนาดีและให้โอกาสที่ดีเช่นนั้นกับผม เพียงแต่ขอให้ทุกท่านโปรดช่วยเข้าใจผมสักหน่อยเช่นกันครับ

 

“ผมยอมรับว่าประเทศควรจะมีผู้นำที่มีความรู้ ความสามารถที่สุด เพื่อให้เป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการนำพาประเทศสู่การพัฒนาให้เจริญรุ่งเรือง บริหารจัดการให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ประเด็นที่ผมคิดว่าน่าจะนำมาแลกเปลี่ยนกันคือ ผู้นำที่มีประสิทธิภาพความหมายดังกล่าววัดด้วยอะไร

 

“วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของประชาชนในแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน การกำหนดเครื่องชี้วัดประสิทธิภาพผู้นำจะต้องแตกต่างกันด้วยหรือไม่ ความรู้ ความสามารถ ความมีประสิทธิภาพของผู้นำ ประชาชนสัมผัสได้ด้วยอะไร ด้วยวิธีไหน

 

“จริงอยู่การพูดเป็นวิธีหนึ่งที่ใช้โชว์ความรอบรู้ให้ประชาชนได้รับทราบถึงประสิทธิภาพผู้นำ แต่การพูดไม่ใช่วิธีเดียวที่จะทำให้ประชาชนรับรู้ถึงความสามารถ

 

“ความมีประสิทธิภาพของผู้นำ ในความเป็นจริงคือ ระหว่างความคิด คำพูด และการกระทำ อันเป็นสิ่งที่มนุษย์ใช้สื่อสารกับคนอื่น กับสังคม กับโลกภายนอกนั้น

 

“คำพูดเป็นเครื่องมือสื่อสารที่สะท้อนความเป็นจริงของความรู้ ความสามารถได้น้อยที่สุด เพราะคนพูดเก่งสามารถพูดในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เป็น แม้กระทั่งไม่เคยคิด ได้ง่ายๆ เพียงแค่คิดขึ้นเฉพาะหน้าว่าพูดอย่างไรจะเป็นประโยชน์กับตัวเอง แล้วใช้ศิลปะพูดโน้มน้าวให้คนฟังเชื่อในสิ่งที่แม้แต่ตัวเองไม่เคยเชื่อก็ได้

 

“การยืนยันความรู้ ความสามารถด้วยการพูด ว่าไปแล้วเป็นเรื่องที่เชื่อได้น้อยที่สุด เพียงแต่การแข่งขันทางการเมือง โดยเฉพาะในประเทศตะวันตก ความเป็นผู้นำที่ดีหรือไม่ นิยมใช้โวหาร วาทกรรมเป็นเครื่องวัด

 

“การดีเบตในความหมายของการโต้วาทีแสดงโวหารจึงเป็นเรื่องสำคัญ ประกอบกับเป็นวัฒนธรรมสังคมที่สื่อมวลชนมีบทบาท มีอิทธิพลต่อการชี้นำความคิดของประชาชน และการดีเบตเป็นวิธีที่สื่อมวลชนแสดงบทบาทได้โดดเด่น เป็นการสมประโยชน์ของทุกฝ่าย

 

“นักการเมืองได้แสดงตัวตน สื่อได้แสดงบทบาท ประชาชนได้ฟังการโต้วาทีถกเถียงกันของคนมีชื่อเสียง ทั้งที่การดีเบตไม่ได้เป็นอะไรมากกว่าการแสดงให้เห็นว่านักการเมืองคนไหนพูดเก่ง มีไหวพริบในการตอบโต้ได้ดี ซึ่งอาจไม่เกี่ยวกับความรู้ ความสามารถที่เป็นจริงของนักการเมืองคนนั้นเลยก็ได้

 

“เช่นกัน ผู้นำที่พูดไม่เก่ง ดีเบตไม่ดี อาจจะมีความรู้ ความสามารถเหมาะสมกับความเป็นไปของประเทศในปัจจุบันมากกว่าก็เป็นได้ ตัวอย่างของประเทศไทยในอดีตคือ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ หรือหากมองให้กว้างออกไป ผู้นำที่ทำให้ประเทศจีนเจริญรุ่งเรืองก้าวขึ้นสู่มหาอำนาจ อย่างท่านประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ก็ไม่ต้องแสดงความสามารถที่เหนือกว่าด้วยการดีเบตกับใคร

 

“อาจจะเพราะด้วยเหตุที่การพูดไม่ใช่การแสดงที่ดีที่สุดว่าใครมีความรู้ ความสามารถ มีประสิทธิภาพกว่าใคร ทำให้ผู้นำในหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่หรือเล็กลงมาไม่จำเป็นต้องวัดประสิทธิภาพผู้นำด้วยการดีเบต

 

“ยิ่งในยุคสมัยที่ทุกคนมีช่องทางสื่อถึงประชาชนได้มากมาย การสื่อสารความคิด คำพูด การกระทำ เพื่อแสดงความรู้ ความสามารถ และประสิทธิภาพ สามารถทำได้ตามช่องทางที่เหมาะสมกับความถนัดของผู้อาสามาเป็นผู้นำของแต่ละคน โดยไม่จำเป็นต้องแข่งขันเอาชนะกันว่าเป็นผู้มีความสามารถในการโต้เถียงเก่งกว่า

 

“ยิ่งไปกว่านั้นคือผู้นำที่มีวุฒิภาวะย่อมรู้ว่าในสังคม ในวัฒนธรรมของประเทศที่แตกต่างกันนั้นมีมากมายหลายเรื่องหากนำมาเป็นประเด็นโต้เถียงกัน ยิ่งสร้างปัญหาเพิ่ม หรือขยายปัญหาให้บานปลายไปไม่รู้จบ

 

“ผู้นำที่ตระหนักถึงการแสดงออกที่เหมาะควรกับความเป็นไปของประเทศ ควรแสดงออกในการกระตุ้นให้ทุกฝ่ายมีสติในการนำสังคมไปอยู่กับการเอาชนะคะคานกันด้วยการโต้เถียง

 

“ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่เข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ นี้ ผมได้ทราบข่าวมาว่ามีพิธีกรรายการทีวีชื่อดังระดับประเทศท่านหนึ่งได้ประกาศเชิญชวนผมกลางอากาศให้ผมไปออกดีเบต ผมรู้สึกปลาบปลื้มเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับความปรารถนาดีที่ท่านส่งมาถึงผม

 

“แต่อย่างที่บอกแล้ว ผมเลือกที่จะสื่อสารกับทุกท่านด้วยวิธีที่ผมคิดว่าผมสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ผมยินดีอย่างยิ่งที่จะพบปะกับทุกท่านเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดความเห็นกัน แต่ขอเป็นแบบพูดคุยส่วนตัว

 

“ผมพร้อมเสมอสำหรับทุกท่านครับ ก่อนหน้านี้ผมได้แลกเปลี่ยน พูดคุยกับสื่อมวลชนที่ติดต่อมาบางท่านแล้ว สำหรับท่านอื่นๆ ผมรอเวลาที่ท่านว่างอยู่เช่นกันครับ ขอบคุณที่ระลึกถึงครับ”

The post เลือกตั้ง 2566 : ประวิตรร่ายยาว แจงเหตุผลไม่ร่วมดีเบต บอกผู้นำหลายคนอาจพูดไม่เก่ง แต่มีความสามารถ พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนส่วนตัวกับทุกคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประยุทธ์เมินดีเบตหาเสียงผู้ว่าฯ กทม. โค้งสุดท้ายมีถามปมรัฐประหาร บอกให้ไปย้อนดูอดีต ใครทำอะไรไว้ https://thestandard.co/prayut-dismisses-debate-for-bkk-governor-campaign/ Tue, 17 May 2022 10:15:16 +0000 https://thestandard.co/?p=629829 ประยุทธ์ จันทร์โอชา

วันนี้ (17 พฤษภาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จัน […]

The post ประยุทธ์เมินดีเบตหาเสียงผู้ว่าฯ กทม. โค้งสุดท้ายมีถามปมรัฐประหาร บอกให้ไปย้อนดูอดีต ใครทำอะไรไว้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประยุทธ์ จันทร์โอชา

วันนี้ (17 พฤษภาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังผู้สื่อข่าวถามถึงการหาเสียงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) โค้งสุดท้ายที่มีการนำเรื่องรัฐประหารมาตั้งคำถามในการดีเบตว่า เป็นเรื่องของเขา ตนไม่อยากไปเกี่ยวข้องและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งตนมีเพียงหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงที่จะเลือกเท่านั้นเอง ดังนั้นถ้าสิ่งไหนที่พูดมาหรือใครพูดย้อนเรื่องเก่าก็กลับไปย้อนดูเรื่องเก่าๆ ด้วยแล้วกันว่าแต่ละคนใครทำอะไรไปแล้วบ้าง 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงว่า การนำเรื่องรัฐประหารขึ้นมาแบบนี้จะเป็นการปลุกกระแสต่อต้านหรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็อย่าไปสนใจสิ ใครจะรัฐประหาร ใครจะทำ ทำมาเมื่อไร แล้วทำมาเพราะอะไร ย้อนกลับไปดูพฤติกรรมสมัยก่อนก็แล้วกันถ้าใครจะว่าผม แล้วบ้านเมืองอยู่มาวันนี้ได้เพราะอะไร ใครจะอยากให้มันเกิดขึ้นอีก ผมก็ไม่อยากทำ”

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวการโยกย้ายผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ปลายปีนี้ พล.อ. ประยุทธ์ ส่ายหน้า พร้อมกล่าวว่า “ไม่มี ยังไม่ถึงเวลา”

The post ประยุทธ์เมินดีเบตหาเสียงผู้ว่าฯ กทม. โค้งสุดท้ายมีถามปมรัฐประหาร บอกให้ไปย้อนดูอดีต ใครทำอะไรไว้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เขตปทุมวัน ไม่อนุมัติจัดงานดีเบตผู้ว่าฯ หวั่นคนมาก เสี่ยงโควิด ด้านผู้จัดเดินหน้าต่อ พร้อมถ่ายทอดสดออนไลน์ https://thestandard.co/pathumwan-district-not-approve-of-bkk-governors-debate/ Tue, 03 May 2022 02:20:21 +0000 https://thestandard.co/?p=623940 งานดีเบตผู้ว่าฯ

วานนี้ (2 พฤษภาคม) คณะผู้จัดเวทีเปิดวิสัยทัศน์ผู้สมัครผ […]

The post เขตปทุมวัน ไม่อนุมัติจัดงานดีเบตผู้ว่าฯ หวั่นคนมาก เสี่ยงโควิด ด้านผู้จัดเดินหน้าต่อ พร้อมถ่ายทอดสดออนไลน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
งานดีเบตผู้ว่าฯ

วานนี้ (2 พฤษภาคม) คณะผู้จัดเวทีเปิดวิสัยทัศน์ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) กับนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน ชื่องาน ‘กรุงเทพฯ เมืองที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง’ ได้รับหนังสือจาก มาศวัลย์ ปิ่นสุวรรณ ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน แจ้งว่าไม่อนุญาตให้จัดงานบริเวณลานด้านหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ในวันนี้ (3 พฤษภาคม) ตั้งแต่เวลา 15.00-18.00 น. ได้

 

โดยสำนักงานเขตปทุมวันระบุภายในหนังสือดังกล่าวว่า ไม่อนุญาตให้ทำการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงในการจัดกิจกรรมบริเวณดังกล่าว เนื่องจากเป็นสถานที่ที่ใกล้แยกที่มีการจราจรคับคั่ง ไม่เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติการยื่นคำร้องและการพิจารณาออกใบอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง 

 

อีกทั้งสถานที่ดังกล่าวตั้งอยู่ในทำเลที่เป็นศูนย์กลางการคมนาคม และช่วงเวลาดังกล่าวจะมีผู้ใช้ทางสัญจรจำนวนมาก มีความเสี่ยงต่อการเกิดการรวมตัวของกลุ่มบุคคลจำนวนมาก ประกอบกับมาตรการป้องกันและการแพร่ระบาดโรคโควิดที่ทางผู้จัดเสนอ อาจไม่เพียงพอต่อการควบคุมการจัดกิจกรรมให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิดได้ จึงส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคได้

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้คณะผู้จัดงานเปิดเผยว่า ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนในการขอเช่าสถานที่จากหอศิลป์ฯ และได้ยื่นขออนุญาตการใช้เครื่องขยายเสียงจากเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ปทุมวัน พร้อมแนบมาตรการป้องกันโรคโควิดแล้ว และทาง สน.ปทุมวันได้อนุญาตเป็นที่เรียบร้อย จากนั้นทางผู้จัดจึงยื่นรายละเอียดทั้งหมดของการจัดงานรวมถึงการระบุขอบเขตสถานที่ตั้งแต่ส่วนการจัดงาน บริเวณนอกรั้วที่จัดงาน ด้านหน้าลานหอศิลป์ และบริเวณรถไฟฟ้าบีทีเอสต่อสำนักงานเขตปทุมวัน 

 

ทางผู้จัดงานแจ้งว่าหลังการพูดคุยสำนักงานเขตต้องการให้ผู้จัดทำแผงกั้นความสูง 2 เมตร โดยรอบจัดงาน และด้านบนต้องมีที่คลุม เพื่อป้องกันประชาชนมาล้อมดูจากบริเวณรถไฟฟ้า BTS มายังลานหน้าหอศิลป์ฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้จัดงานมองว่าไม่เคยเกิดขึ้นกับการจัดกิจกรรมในสถานที่ดังกล่าว

 

ผู้จัดงานกล่าวต่อว่ามาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิดที่ได้เสนอไปพร้อมกับการขออนุญาตคือให้ในพื้นที่จัดงานมีการตรวจ ATK และตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายตามมาตรฐานสาธารณสุขก่อนเข้างาน ซึ่งภายในงานมีการจัดเก้าอี้เว้นระยะห่าง ส่วนรอบบริเวณได้เตรียมเจ้าหน้าที่เดินถือป้ายประชาสัมพันธ์ให้มีการเว้นระยะห่าง หากมีประชาชนสนใจมาดูกิจกรรมเปิดวิสัยทัศน์

 

ทั้งนี้ ทางคณะผู้จัดงานยังคงยืนยันที่จะจัดงานในวันนี้ เวลา 15.00-20.00 น. เช่นเดิม และจะมีผู้ดำเนินรายการ กิตติ สิงหาปัด และ ฐปณีย์ เอียดศรีไชย โดยผู้ที่สนใจกิจกรรมดังกล่าวสามารถรับชมแบบออนไลน์ได้

The post เขตปทุมวัน ไม่อนุมัติจัดงานดีเบตผู้ว่าฯ หวั่นคนมาก เสี่ยงโควิด ด้านผู้จัดเดินหน้าต่อ พร้อมถ่ายทอดสดออนไลน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
26 กันยายน 1960 – ดีเบตเลือกตั้งออกโทรทัศน์ครั้งแรก https://thestandard.co/onthisday26091960/ Wed, 25 Sep 2019 23:00:16 +0000 https://thestandard.co/?p=289974 ดีเบตเลือกตั้ง

การดีเบตครั้งประวัติศาสตร์ในโทรทัศน์ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื […]

The post 26 กันยายน 1960 – ดีเบตเลือกตั้งออกโทรทัศน์ครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดีเบตเลือกตั้ง

การดีเบตครั้งประวัติศาสตร์ในโทรทัศน์ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กันยายน ปี 1960 ระหว่าง จอห์น เอฟ. เคนเนดี พรรคเดโมแครต กับ ริชาร์ด เอ็ม. นิกสัน พรรครีพับลิกัน เวทีการดีเบตครั้งนั้นถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ช่อง CBS และทางวิทยุ

 

ผลการเลือกตั้งครั้งนั้นเคนเนดีได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ด้วยคะแนนเสียงถล่มทลาย และเคนเนดีได้เป็นประธานาธิบดีที่มีอายุน้อย ในประวัติศาสตร์ของประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยอายุเพียง 43 ปี 

The post 26 กันยายน 1960 – ดีเบตเลือกตั้งออกโทรทัศน์ครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>