การค้าขายบนทางเท้า Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/การค้าขายบนทางเท้า/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 13 Apr 2025 14:11:06 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ผู้ว่าฯ ชัชชาติจี้รายเขต แก้รถติด ขายของบนทางเท้า เล่นน้ำเกินขอบเขต สั่งรายงานทุกชั่วโมงช่วงสงกรานต์ https://thestandard.co/bangkok-governor-orders-hourly-reports-during-songkran/ Sun, 13 Apr 2025 14:11:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1064268 ชัชชาติ

วันนี้ (13 เมษายน) ที่ห้องสุทัศน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหาน […]

The post ผู้ว่าฯ ชัชชาติจี้รายเขต แก้รถติด ขายของบนทางเท้า เล่นน้ำเกินขอบเขต สั่งรายงานทุกชั่วโมงช่วงสงกรานต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติ

วันนี้ (13 เมษายน) ที่ห้องสุทัศน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย แพทย์หญิงวันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร และ พล.ต.อ. อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์กรุงเทพมหานคร ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568 (ศูนย์ EOC สงกรานต์ 2568) พร้อมประชุมรับฟังสรุปสถานการณ์ภาพรวมเทศกาลสงกรานต์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ช่วงเวลา 16.00 น. 

 

โอกาสนี้ ในที่ประชุมได้มีข้อสั่งการ ดังนี้ 

 

  1. ให้ผู้อำนวยการเขตดอนเมืองประสานขอความร่วมมือกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ประสานสถานีตำรวจนครบาล (สน.) ดอนเมือง แก้ไขปัญหาการจราจรที่ได้รับผลกระทบจากการเล่นน้ำสงกรานต์บริเวณซอยวัดเวฬุวนาราม โดยให้รายงานผลการปฏิบัติงาน พร้อมภาพถ่ายและคลิปวิดีโอ กลับมายังศูนย์ EOC ทุก 1 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

 

  1. ให้ผู้อำนวยการเขตทวีวัฒนา ประสานขอความร่วมมือ สน.ท้องที่ แก้ไขปัญหาการจราจรบริเวณถนนเลียบคลองทวีวัฒนาที่ได้รับผลกระทบจากการเล่นน้ำสงกรานต์ และให้รายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขปัญหารถกระบะเปิดท้ายเล่นน้ำ และดำเนินการตาม พ.ร.บ.สาธารณสุขฯ กรณีนำน้ำในคลองมาเล่น โดยขอให้รายงานผลการปฏิบัติงาน พร้อมภาพถ่ายและคลิปวิดีโอ กลับมายังศูนย์ EOC ทุก 1 ชั่วโมง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

 

  1. ให้ผู้อำนวยการเขตลาดพร้าว รายงานสถานการณ์สภาพการจราจรในซอยโชคชัย 4 พร้อมภาพถ่ายและคลิปวิดีโอกลับมายังศูนย์ EOC ทุก 1 ชั่วโมง 

 

  1. มอบหมายสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) ดึงภาพจากกล้อง CCTV ของ สน.พื้นที่ตามข้อ 1-3 เข้ามาที่ศูนย์ EOC

 

  1. ให้สำนักงานเขตพระนครรายงานจุดที่มีปัญหาเรื่องการทำการค้าบนทางเท้าบริเวณรอบสนามหลวง และจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจตรึงกำลังดูแลพื้นที่ตลอดเวลา

 

  1. ให้ผู้อำนวยการเขตพระนคร ประสาน สน.ชนะสงคราม จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจัดระเบียบการจราจรและแก้ไขปัญหารถที่จอดบนผิวการจราจรขอบทางซ้ายและบริเวณพื้นที่ห้ามจอด และรายงานผลการดำเนินงานกลับมายังศูนย์ EOC

 

  1. ให้ดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาดกับการจัดคอนเสิร์ตบริเวณพื้นที่ห้วยขวาง ซึ่งมีการจุดพลุและส่งเสียงดังรบกวนโดยไม่ได้ขออนุญาต และนำข้อมูลมาเป็นบทเรียนสำหรับการทำงานในปีต่อไป

 

  1. ให้สำนักงานเขตปทุมวันติดตามผลการแก้ไขปัญหาการจราจรบริเวณหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ กรณีที่มีประชาชนลงมาเดินบนผิวจราจร

 

  1. กรณีพบกล้อง CCTV ชำรุด ให้ สจส. เร่งดำเนินแก้ไขตรวจสอบและปรับมุมกล้องให้สอดคล้องกับภารกิจ โดยหันมาบริเวณทางเท้าและผิวจราจร

 

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้กำชับการปฏิบัติงานของศูนย์ EOC ต้องทำหน้าที่ในการวิเคราะห์สถานการณ์และบริหารสั่งการทุกชั่วโมง

The post ผู้ว่าฯ ชัชชาติจี้รายเขต แก้รถติด ขายของบนทางเท้า เล่นน้ำเกินขอบเขต สั่งรายงานทุกชั่วโมงช่วงสงกรานต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. รื้อแผงค้า ล้างถนน หน้าตลาดคลองเตย 1 คืนทางเท้าให้ประชาชน https://thestandard.co/klongtoey-market-sidewalks-cleanup/ Mon, 17 Mar 2025 07:27:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1053078

วันนี้ (17 มีนาคม) จักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุ […]

The post กทม. รื้อแผงค้า ล้างถนน หน้าตลาดคลองเตย 1 คืนทางเท้าให้ประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (17 มีนาคม) จักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าปรับปรุงภูมิทัศน์ทางเท้าและรื้อถอนสิ่งกีดขวาง บริเวณหน้าตลาดคลองเตย 1 เขตคลองเตย 

 

จักกพันธุ์กล่าวว่า เขตคลองเตยประกาศยกเลิกพื้นที่ทำการค้าบริเวณดังกล่าว เพื่อดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ทางเท้าถนนรัชดาภิเษกต่อเนื่องถนนพระรามที่ 4 จนถึงถนนสุนทรโกษา ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป ทั้งนี้ บริเวณหน้าตลาดคลองเตย 1 ตั้งแต่ศาลเจ้ามังกรเขียวถึงถนนพระรามที่ 4 ตัดถนนรัชดาภิเษก 

 

มีผู้ค้า 35 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 05.00-00.00 น. จำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จพร้อมรับประทาน เช่น เกาเหลาเลือดหมู ก๋วยจั๊บ ข้าวหมูแดง ขนมหวาน ผักสด ผลไม้ ซึ่งร้านที่จำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จ มีการตั้งวางร้านค้ารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ทางเท้า มีการล้างวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหาร ล้างภาชนะถ้วยชาม แก้วน้ำ และเทน้ำทิ้งลงในท่อระบายน้ำ ส่งผลให้เกิดปัญหาไขมันอุดตันในท่อระบายน้ำ บางร้านมีน้ำขังไหลเจิ่งนองออกมาบนพื้นที่ทางเท้า ก่อให้เกิดความสกปรกจากคราบน้ำมันและเศษอาหาร เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค และสัตว์พาหะนำโรค เช่น หนู แมลงสาบ ซึ่งไม่ถูกสุขลักษณะตามหลักสุขาภิบาล อีกทั้งก่อให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์แก่ประชาชนผู้ที่ใช้ทางเท้าในการสัญจร 

 

จักกพันธุ์กล่าวเพิ่มเติมว่า กรุงเทพมหานครมีโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ทางเท้า ตั้งแต่หน้าตลาดคลองเตย 1 ถนนรัชดาภิเษก เลี้ยวซ้ายสี่แยกพระรามที่ 4 ถนนพระรามที่ 4 เลี้ยวซ้ายสี่แยกคลองเตย ถนนสุนทรโกษา เลี้ยวซ้ายห้าแยก ณ ระนอง วนกลับมาถนนรัชดาภิเษก ซึ่งจะมีลักษณะเป็นวงกลมเชื่อมต่อกัน เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ในทางสาธารณะร่วมกัน อีกทั้งเพื่อให้การปรับปรุงภูมิทัศน์ทางเท้าต่อเนื่องกับตลาดลาว ถนนพระรามที่ 4 และหน้าตลาดคลองเตย 2 ถนนรัชดาภิเษก ที่ดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ทางเท้าแล้วเสร็จ เมื่อเดือนธันวาคม 2567 และเดือนมกราคม 2568 

 

เขตคลองเตยได้ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับผู้ค้า เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของส่วนรวมในการปรับปรุงภูมิทัศน์ทางเท้า และความจำเป็นในการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า โดยให้ผู้ค้าย้ายเข้าไปทำการค้าในตลาดคลองเตย 1 ตลาดคลองเตย 2 และตลาดใกล้เคียง ซึ่งผู้ค้าจะต้องเก็บอุปกรณ์ทำการค้าและเคลื่อนย้ายทรัพย์สินทั้งหมดออกจากตลาดให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 16 มีนาคม 2568 

 

จักกพันธุ์กล่าวต่อไปว่า ในวันนี้หน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย ประกอบด้วย สำนักงานเขตคลองเตย และสำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ สำนักเทศกิจ และสถานีตำรวจนครบาลท้องที่ เข้าพื้นที่ดำเนินการรื้อถอนสิ่งกีดขวางบริเวณหน้าตลาดคลองเตย 1 และพื้นที่โดยรอบ ตัดเสาโครงสร้างซุ้มการเวก ทุบแท่นคอนกรีตกระถางต้นไม้ ย้ายป้อมนายท่าปล่อยรถประจำทางสาย 205 รื้อรั้วราวเหล็กริมถนนรัชดาภิเษก ย้ายจุดติดตั้งป้ายชำระภาษีริมถนนพระรามที่ 4 สำรวจพื้นทางเท้าที่ชำรุดเสียหาย และจุดที่ทุบฐานคอนกรีตสิ่งกีดขวางออกไป สำรวจฝาบ่อพักน้ำที่ชำรุดเสียหาย 

 

ซึ่งเขตฯ ได้นำแผ่นไม้มาปิดกั้นไว้ชั่วคราว ตรวจสอบท่อระบายน้ำที่อุดตัน รวมถึงคราบไขมันจากร้านค้า โดยให้เขตฯ กำชับผู้ค้าที่ทำการค้าในตลาดคลองเตย 1 ไม่ให้ตั้งวางสิ่งของรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ทางเท้า หรือเกินแนวเส้นที่เขตฯ ร่วมกับการท่าเรือแห่งประเทศไทย ได้สำรวจและขีดเส้นสีแดงแบ่งแนวเขตไว้ จัดเก็บสิ่งของที่ตั้งวางตรงจุดติดตั้งประปาหัวแดงออกจากพื้นที่ให้เรียบร้อย พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศกิจ อำนวยความสะดวกด้านการจราจร ในระหว่างการรื้อถอนสิ่งกีดขวาง จัดเก็บขยะและเศษวัสดุขึ้นรถบรรทุก 

 

ในวันพรุ่งนี้ (18 มีนาคม) เขตฯ จะดำเนินการฉีดล้างทำสะอาดพื้นทางเท้าบริเวณหน้าตลาดคลองเตย 1 และพื้นที่โดยรอบ ในวันต่อมาสำนักการโยธาจะดำเนินการซ่อมแซมพื้นทางเท้าในจุดที่ชำรุดเสียหายชั่วคราว สำนักการระบายน้ำสำรวจบ่อพักน้ำและแนวท่อระบายน้ำ เพื่อพิจารณาจัดทำแผนปรับปรุงเปลี่ยนท่อระบายน้ำใหม่ เชื่อมต่อบ่อพักน้ำเดิมกับท่อระบายน้ำใหม่ 

 

โดยจะเริ่มดำเนินการขุดวางท่อระบายน้ำในเดือนเมษายน 2568 เพื่อให้การทำงานแล้วเสร็จก่อนการปรับปรุงทางเท้า ซึ่งในเดือนมิถุนายน 2568 สำนักการโยธาจะเข้าพื้นที่ดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ทางเท้าถนนรัชดาภิเษกต่อเนื่องถนนพระรามที่ 4 จนถึงถนนสุนทรโกษา ระยะเวลาดำเนินการ 120 วัน เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่ ประชาชนสามารถใช้ทางเท้าในการเดินทางสัญจรได้อย่างสะดวกและปลอดภัยต่อไป

 

The post กทม. รื้อแผงค้า ล้างถนน หน้าตลาดคลองเตย 1 คืนทางเท้าให้ประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. จัดประชุมรับฟังความเห็น ‘ร่างจัดระเบียบหาบเร่-แผงลอย’ 6 กลุ่มเขต เริ่มนัดแรกวันนี้ที่กลุ่มเขตกรุงธนฯ เหนือ https://thestandard.co/meeting-to-listen-to-opinions-on-organizing-stalls/ Fri, 23 Feb 2024 00:27:33 +0000 https://thestandard.co/?p=903296

วานนี้ (22 กุมภาพันธ์) เอกวรัญญู อัมระปาล ผู้ช่วยเลขานุ […]

The post กทม. จัดประชุมรับฟังความเห็น ‘ร่างจัดระเบียบหาบเร่-แผงลอย’ 6 กลุ่มเขต เริ่มนัดแรกวันนี้ที่กลุ่มเขตกรุงธนฯ เหนือ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (22 กุมภาพันธ์) เอกวรัญญู อัมระปาล ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และโฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครได้เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงร่างประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดพื้นที่ทำการค้าและการขายหรือจำหน่ายสินค้าบนถนนหรือสถานสาธารณะ พ.ศ. 2566 ทางออนไลน์ ที่เว็บไซต์ http://law.go.th/listeningDetail?survey_id=MzIxM0RHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ ระหว่างวันที่ 17-31 มกราคม 2567 และขยายระยะเวลารับฟังความคิดเห็นไปจนถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 

 

รวมทั้งจะมีการจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นการปรับปรุงร่างประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดพื้นที่ทำการค้าและการขายหรือจำหน่ายสินค้าบนถนนหรือสถานสาธารณะ ซึ่งมีกำหนดการดังนี้ 

 

  1. กลุ่มเขตกรุงธนฯ เหนือ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานเขตบางกอกน้อย
  2. กลุ่มเขตกรุงเทพฯ ตะวันออก วันที่ 5 มีนาคม 2567 เวลา 13.00 น. ณ ศาลาประชาคมเมืองมีนถิ่นทอง สำนักงานเขตมีนบุรี
  3. กลุ่มเขตกรุงเทพฯ กลาง วันที่ 6 มีนาคม 2567 เวลา 09.00 น. ณ ห้องมินิเธียเตอร์ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เขตดินแดง
  4. กลุ่มเขตกรุงเทพฯ เหนือ วันที่ 8 มีนาคม 2567 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงานเขตดอนเมือง
  5. กลุ่มเขตกรุงเทพฯ ใต้ วันที่ 11 มีนาคม 2567 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานเขตยานนาวา
  6. กลุ่มเขตกรุงธนฯ ใต้ วันที่ 16 มีนาคม 2567 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานเขตบางแค

 

โดยจะมีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร, ผู้อำนวยการเขตและผู้บริหารเขต, ผู้แทนสถาบันการศึกษา, คณะกรรมการจัดระเบียบหาบเร่-แผงลอย, ผู้ค้าจุดผ่อนผันและนอกจุดผ่อนผัน และประชาชน มาประชุมเสวนา (Workshop) ร่วมกัน 

 

เพื่อให้การรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเป็นไปอย่างครบถ้วนและรอบด้าน ตลอดจนเพื่อนำความคิดเห็นต่างๆ ไปปรับปรุงแก้ไขประกาศกรุงเทพมหานครให้เป็นไปด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และเกิดประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

The post กทม. จัดประชุมรับฟังความเห็น ‘ร่างจัดระเบียบหาบเร่-แผงลอย’ 6 กลุ่มเขต เริ่มนัดแรกวันนี้ที่กลุ่มเขตกรุงธนฯ เหนือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติย้ำค้าขายบนทางเท้าต้องสะอาด เตรียมสร้าง ‘ศูนย์ราชการฯ-หอศิลป์’ ฝั่งธนฯ https://thestandard.co/chadchart-cleanliness-street-vendors/ Sat, 27 Jan 2024 12:34:45 +0000 https://thestandard.co/?p=893041

วันนี้ (27 มกราคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุง […]

The post ชัชชาติย้ำค้าขายบนทางเท้าต้องสะอาด เตรียมสร้าง ‘ศูนย์ราชการฯ-หอศิลป์’ ฝั่งธนฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (27 มกราคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังการประชุมกิจกรรมผู้ว่าฯ สัญจรเขตคลองสาน ว่าเขตคลองสานเป็นเขตที่มีลักษณะเฉพาะ มีประชากรประมาณ 60,000 คน พื้นที่ประมาณ 6.8 ตารางกิโลเมตร ที่น่าสนใจคือเป็นเขตที่มีคอนโดมิเนียมมากถึง 55 แห่ง มากกว่าชุมชนที่มี 33 แห่ง และเป็นแนวรถไฟฟ้าบีทีเอส ประชากรที่อยู่ในคอนโดก็อาจจะถึงครึ่งหนึ่งของประชากรในเขต เป็นลักษณะของเมืองที่มีรูปแบบสำคัญ 

 

สำหรับปัญหาด้านฝั่งธนบุรีหลักๆ คือเรื่องน้ำท่วมที่มาจากแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะมีระบบคลองค่อนข้างดี 

 

ส่วนปัญหาเรื่องทางเท้า (ฟุตปาธ) ที่มีหาบเร่แผงลอยเยอะ เนื่องจากมีฟุตปาธที่มีขนาดกว้าง เช่น ถนนเจริญนคร ถนนท่าดินแดง ทำให้มีผู้ค้ามาตั้งวางแผงค้าทั้งในจุดผ่อนผันประมาณ 8 จุด และนอกจุดก็มีผู้ค้าขายอยู่ ได้ให้นโยบายว่าเรื่องจุดค้าขายต้องมีความสะอาดเรียบร้อย ไม่สกปรกรุงรัง ไม่กีดขวางประชาชน และไม่เอาเปรียบประชาชนในส่วนอื่น 

 

ชัชชาติกล่าวว่า ขณะเดียวกันเราก็มีมาตรการเรื่องพื้นที่ค้าขายบนทางเท้าที่กำลังออกมาใหม่ จะเป็นแนวคิดที่จะจัดระเบียบให้เรียบร้อยมากขึ้น แต่อยู่ในขั้นตอนรับฟังความเห็นจากประชาชน มีการปรับเรื่องระเบียบต่างๆ พอสมควร 

 

ที่น่าสนใจคือเขตคลองสานมีศูนย์บริการสาธารณสุข 28 แห่ง ซึ่งมีความเข้มแข็ง มีบริการคล้ายคลินิก ที่ให้บริการหลากหลาย เปิดให้บริการมากขึ้น มีเครือข่ายที่เกี่ยวกับมูลนิธิและคนที่อยู่ในกลุ่มเพศหลากหลายทำงานร่วมกับเรา ซึ่งได้รับคำชมเชยจากผู้ใช้บริการมากพอสมควร 

 

เตรียมสร้าง ‘ศูนย์ราชการฯ-หอศิลป์’ ฝั่งธนฯ

 

ชัชชาติเปิดเผยด้วยว่า อีกอันหนึ่งที่เป็นโครงการใหญ่ของเรา เนื่องจากถ้าสังเกตว่าพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่มีสำนักงานเขตคลองสาน สำนักการศึกษา โรงพยาบาลตากสิน และเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีทอง ในปีหน้าจะเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพมาก จึงมีแนวคิดจะพัฒนาศูนย์ราชการกรุงเทพมหานครฝั่งธนบุรีแห่งใหม่บริเวณนี้ ซึ่งจะเป็นอาคารที่รวมสำนักการศึกษา สำนักงานเขต และอาจทำเป็นหอศิลป์ฝั่งธนบุรีเพิ่มเติม ซึ่งฝั่งธนฯ ก็ยังไม่มีหอศิลป์ที่มีคุณภาพ 

 

จุดนี้เป็นแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญ จึงมอบหมายให้วางมาสเตอร์แพลนของพื้นที่บริเวณนี้ซึ่งเป็นพื้นที่ของ กทม. เอง นอกจากนี้ได้หารือกับกรมเจ้าท่าที่จะพัฒนาเพิ่มศักยภาพพื้นที่ให้เป็นศูนย์ราชการแห่งใหม่ของฝั่งธนฯ ขณะนี้อยู่ในกระบวนการออกแบบและคาดว่าน่าจะขอจัดสรรงบประมาณปี 2569 ได้

 

รับประทานอาหารกลางวัน รับฟังปัญหา

 

โดยในวันนี้ชัชชาติรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับลูกจ้างประจำของสำนักงานเขต จำนวน 5 คน ประกอบด้วย 1. ทิพย์วรรณ อุดมกูล พนักงานทั่วไป (กวาด) ฝ่ายรักษาความสะอาดฯ 2. สราวุฒิ วัดเสนา  พนักงานทั่วไป (เก็บขนมูลฝอย) ฝ่ายรักษาความสะอาดฯ 3. ประภา ทัศนา พนักงานสวนสาธารณะ​ ฝ่ายรักษาความสะอาดฯ 4. ฐิติรัตน์ มามีเกตุ พนักงานทั่วไป (กวาด) ฝ่ายรักษาความสะอาดฯ และ​ 5. สมคิด ศรีเกิดครืน พนักงานทั่วไป (ระบายน้ำ) ฝ่ายโยธา ซึ่งทั้ง 5 คนได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้แทนของลูกจ้างร่วมโต๊ะอาหารกลางวันกับผู้ว่าฯ กทม. 

 

ระหว่างมื้ออาหารชัชชาติได้พูดคุยกับพนักงาน มีการสอบถามเรื่องชีวิตส่วนตัว เรื่องการเงิน รายได้ การทำงาน และเรื่องทั่วไป เช่น ที่พักอาศัย ชีวิตครอบครัว ปัญหาจากการทำงาน 

 

นอกจากนี้ได้แนะนำถึงสวัสดิการของ กทม. อย่างครบถ้วน​ เช่น การเบิกค่ารักษาพยาบาลให้ตนเอง ​​หรือสามีภรรยา และพ่อ​แม่,​ ทุนการศึกษาให้บุตร​ เป็นต้น​ รวมทั้งพูดคุยถึงความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่และพื้นที่ที่ปฏิบัติงาน พร้อมให้กำลังใจในการทำงาน สำหรับเมนูอาหารวันนี้ ได้แก่ ข้าวสวย,​ เกาเหลาเนื้อ, ข้าวหมูแดง (ตลาดวงเวียนใหญ่), หมูสะเต๊ะ (ท่าดินแดง), ไส้กรอก, กากถั่วเหลืองผสมเห็ดนางฟ้าปรุงรสไส้อั่ว,​ ขนมโบ๊กเกี้ย (ร้านเช็งซิมอี๊ วงเวียนใหญ่) และไก่ทอดสมุนไพร

 

จากนั้นชัชชาติและคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครลงพื้นที่ชุมชนวัดทองนพคุณ เยี่ยมชมลานกีฬาชุมชน การติดตั้งเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้ง, บ้านเคียงศิริ บ้านโบราณสมัยรัชกาลที่ 5 แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่จะเปิดพิพิธภัณฑ์, เส้นทางจักรยานในชุมชน ตามนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจ 50 ย่านทั่วกรุงเทพฯ, ตรวจเยี่ยมสวน 15 นาที ถนนเชียงใหม่ (สวนสารพัด) และสวน 15 นาที (สวนสาน), เยี่ยมชมการจัดแสดงภูมิปัญญาท้องถิ่น ณ โรงเรียนวัดทองธรรมชาติ, ตรวจจุดเฝ้าระวังน้ำท่วม การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และการปรับปรุงทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท่าเรือท่าดินแดง และบริเวณบ่อสูบน้ำซอยโรงเกลือ

The post ชัชชาติย้ำค้าขายบนทางเท้าต้องสะอาด เตรียมสร้าง ‘ศูนย์ราชการฯ-หอศิลป์’ ฝั่งธนฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรุงเทพฯ กับปัญหาเก่าที่ยังไม่พร้อมก้าวข้ามปีใหม่ https://thestandard.co/bangkok-problems-2023/ Mon, 25 Dec 2023 13:30:43 +0000 https://thestandard.co/?p=880787 bangkok traffic

กรุงเทพมหานคร เมืองสวรรค์ ติดอันดับ 4 เมืองท่องเที่ยวที […]

The post กรุงเทพฯ กับปัญหาเก่าที่ยังไม่พร้อมก้าวข้ามปีใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
bangkok traffic

กรุงเทพมหานคร เมืองสวรรค์ ติดอันดับ 4 เมืองท่องเที่ยวที่ถูกค้นหามากที่สุดในโลกปี 2566 และอันดับ 1 ของเอเชีย เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก 

 

กรุงเทพมหานครถูกสถาปนาเป็นเมืองหลวงเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2325 มีผู้ว่าราชการมาแล้วทั้งสิ้น 16 คน

 

แม้ยุคสมัยและกาลเวลาจะผ่านไปถึง 240 ปี แต่เมืองใหญ่เมืองนี้ยังมีปัญหาคุณภาพชีวิตให้รอแก้ไข โดยเฉพาะเรื่องสาธารณูปโภคที่เป็นปัญหาเรื้อรัง จนทำให้สโลแกน ‘ชีวิตดีๆ ที่ลงตัว’ กลายเป็น ‘ชีวิตที่ต้องเสี่ยงทายและคอยลุ้นว่าวันนี้จะผ่านไปได้ยังไงให้ลงตัว’

 

THE STANDARD สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม ก่อนก้าวข้ามปี 2023 อาจเป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ปัญหาของ ‘กรุงเทพฯ ชีวิตดีๆ ที่ลงตัว’ ในอนาคต

 

กรุงเทพฯ ในชั่วโมงเร่งด่วน การเดินทางในระยะทาง 10 กิโลเมตร อาจใช้เวลามากกว่า 2 ชั่วโมง

 

ปี 2016 กรุงเทพฯ เคยถูกจัดอันดับให้เป็นเมืองที่มีรถติดมากที่สุดลำดับที่ 12 ของโลก ประชาชนเสียเวลาอยู่บนท้องถนนเฉลี่ย 64.1 ชั่วโมงต่อปี ผ่านมา 7 ปี ปัญหานี้ก็ยังคงอยู่ โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน ด้วยสภาพการจราจรที่ไม่เอื้ออำนวยให้ชีวิตลงตัวเลย การเดินทาง 10 กิโลเมตรในกรุงเทพฯ อาจต้องเผื่อเวลาอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงสำหรับการเดินทาง ไม่ต่างจากการใช้เวลาเดินทางข้ามจังหวัด

 

ผู้ขับขี่ที่ไม่สวมหมวกนิรภัย บริเวณแยกห้วยขวาง 

 

ปัญหาความปลอดภัยและวินัยจราจรในปี 2561 กองบังคับการตำรวจจราจรยกให้กรุงเทพฯ เป็นต้นแบบสวมหมวกกันน็อก 100% ปัจจุบันการขับรถผิดกฎจราจรและการขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่สวมหมวกกันน็อกยังคงมีให้เห็นเป็นเรื่องปกติ 

 

แม้ว่ากฎหมายจราจรใหม่ปี 2565 จะมีอัตราโทษมากขึ้น ในข้อหาผู้ขับขี่ที่ไม่สวมหมวกนิรภัย จากเดิมปรับไม่เกิน 1,000 บาท อัตราโทษใหม่ปรับไม่เกิน 2,000 บาท และถูกตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ 1 คะแนน 

 

ขณะที่ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน ยอดผู้เสียชีวิตสะสมในปี 2566 (1 มกราคม – 11 เมษายน 2566) มีจำนวนสูงถึง 4,478 คน ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนร้อยละ 79 เป็นผู้ขับขี่หรือผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ตามสถิติ ทุก 1 ชั่วโมงจะมีผู้เสียชีวิต 1 คนจากการขับขี่จักรยานยนต์ ซึ่งผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ไม่สวมหมวกนิรภัย ซึ่งยังไม่สามารถสร้างวินัยจราจรหรือความตระหนักถึงความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่จักรยานยนต์บางส่วนได้

 

สายสื่อสารที่ยุ่งเหยิงย่านอโศก

 

ปัญหาสายสื่อสารสุดยุ่งเหยิง ใครจะคิดว่าย่านธุรกิจแหล่งทำเงินที่มีตึกสูงระฟ้าจะมีวิวเป็นสายสื่อสารอีนุงตุงนังไปมาจนแทบจะบังแดดได้ แถมยังบังป้ายหน้าร้านค้าเกือบมิดเหมือนต้องการจะสื่อว่าอยู่มานานแล้ว อยู่มานานกว่า แม้จะมีนโยบายนำสายสื่อสารลงดินมาตั้งแต่ปี 2527 ซึ่งเริ่มทำจริงจังเมื่อปี 2560 ปัจจุบัน ผ่านมา 6 ปี ดูเหมือนความพยายามจะให้คนเมืองได้เห็นวิวท้องฟ้าไร้สายสื่อสารคงจะยังอีกยาวไกล ไกลเหมือนสายสื่อสารที่หาจุดเริ่มต้นเอาลงดินไม่เจอ

 

ป้ายรถเมล์ ทางขึ้นลงรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดิน พื้นที่กลุ่มผู้ขายของ หาบเร่ หรือรถเข็นต้องการพื้นที่ในการประกอบอาชีพ 

 

กรุงเทพมหานคร ปัญหาฟุตปาธ ทางเท้าที่ไม่ได้มีเฉพาะทางเดิน ร้านค้าหาบเร่แผงลอยบนพื้นที่ของคนเดินเท้า การจัดสรรพื้นที่ให้พ่อค้าแม่ค้าที่ต้องการตั้งร้านในจุดที่ผู้คนสัญจรไปมา ปัญหาที่ยังหาวิธีแก้ไขแบบชัดเจนไม่ได้ จนสร้างภาพจำเสมือนเนื้อคู่ หากนึกถึงเจ้าหน้าที่เทศกิจก็ต้องนึกถึงพ่อค้าแม่ค้าบนบาทวิถี 

 

ป้ายห้ามทิ้งขยะของสำนักงานเขตจตุจักรถูกล้อมด้วยกองขยะจำนวนมาก

 

อีกหนึ่งปัญหาที่เชื่อมโยงกันกับปัญหาทางเท้า เรื่องขยะ ภาพที่ใครๆ ก็สามารถพบเห็นได้หากใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ยิ่งเป็นแหล่งที่มีผู้อาศัยจำนวนมากอาจตกเป็นผู้ที่ต้องประสบปัญหาด้วยตัวเอง ถึงแม้มีป้ายห้ามทิ้งขยะ และไม่ใช่จุดทิ้งขยะ ขยะกองพะเนินสูงข้างทาง ริมฟุตปาธ หรือเสาไฟฟ้า ถูกกองรวมกันไว้เหมือนอนุสาวรีย์ ด้วยปัจจัยทางสังคม เมื่อจำนวนผู้อยู่อาศัยมากขึ้น ขยะก็มากขึ้น แต่บุคลากรและพื้นที่ในการจัดการเรื่องขยะมีเท่าเดิม

 

PM2.5 ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ที่สร้างปัญหาใหญ่ให้หลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร

 

PM2.5 ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ปัญหาใหญ่ของกรุงเทพมหานคร ด้วยความหนาแน่นของประชากรที่เพิ่มขึ้น การจราจรคับคั่ง ฝุ่นผงจากการก่อสร้าง เขม่าควันจากการเผาพื้นที่ทางการเกษตรและไฟป่า อีกทั้งปัจจุบันกรุงเทพฯ ประสบปัญหาลมพัดผ่านได้ยาก อากาศหยุดนิ่ง เพราะมีตึกสูงปิดกั้นทางลม รวมถึงฝุ่นจากการก่อสร้างที่มีอยู่แทบทุกพื้นที่ มาเป็นปัจจัยเกื้อหนุนทำให้คุณภาพอากาศเลวร้ายลง เป็นภัยต่อระบบทางเดินหายใจ ปอด หัวใจ และสมอง ซึ่งยังไม่มีมาตรการในการควบคุมและแก้ไขได้ชัดเจน และเป็นปัญหาที่ผู้คนทั่วโลกต้องเผชิญร่วมกัน

 

คนไร้บ้าน มีแนวโน้มจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นในทุกปี ปัญหาที่รอคอยการแก้ไข

 

ปิดท้ายด้วยปัญหาของคนไร้บ้าน จากสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันและโรคระบาดโควิดที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดปัญหาคนว่างงาน หรือแม้กระทั่งผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้หลังเกษียณ การขาดโอกาสในการสร้างรายได้ เป็นจุดเริ่มต้นของคนไร้บ้าน ปัญหาที่ดูเหมือนจะมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นอีกปัญหาที่รอคอยการแก้ไข

 

คนไร้บ้าน ร้านอาหารบนทางเท้า และผู้ขับขี่ที่ไม่สวมหมวกนิรภัย 

The post กรุงเทพฯ กับปัญหาเก่าที่ยังไม่พร้อมก้าวข้ามปีใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอนามัยแนะวิธีซื้อผลไม้รถเข็น สังเกตจากสีไม่สดจัดผิดธรรมชาติ ภาชนะจัดเก็บต้องสะอาด https://thestandard.co/anamai-fruits-street-vendors/ Sat, 12 Aug 2023 09:54:13 +0000 https://thestandard.co/?p=828678

วันนี้ (12 สิงหาคม) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบ […]

The post กรมอนามัยแนะวิธีซื้อผลไม้รถเข็น สังเกตจากสีไม่สดจัดผิดธรรมชาติ ภาชนะจัดเก็บต้องสะอาด appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (12 สิงหาคม) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีโพสต์ของกลุ่มผู้บริโภคที่ซื้อสับปะรดมาจากร้านแห่งหนึ่ง และพบว่าสับปะรดดังกล่าวสีตกเป็นสีเหลืองคล้ายกับสีผสมอาหาร จากการบีบสับปะรดมีสีเหลืองตกค้างในถุงพลาสติก และเนื้อสับปะรดยังมีรสหวานจัด ซึ่งสงสัยว่ามีการแช่ขัณฑสกร ซึ่งเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลและให้ความหวานสูงกว่าปริมาณน้ำตาลมาก

 

นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า สารดังกล่าวหากประชาชนรับประทานติดต่อกันเป็นระยะเวลานานอาจส่งผลต่อสุขภาพได้ กรมอนามัยจึงขอย้ำเตือนผู้ประกอบการร้านค้าและรถเข็น ตามข้อกำหนดผลไม้สดที่ปอกเปลือกหรือตัดแต่งสำหรับจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคเป็นอาหาร ซึ่งตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 418) พ.ศ. 2563 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522

 

เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการใช้ และอัตราส่วนของวัตถุเจือปนอาหาร (ฉบับที่ 2) ไม่อนุญาตให้ใช้สีหรือสารให้ความหวานแทนน้ำตาลในผลไม้สด ดังนั้นหากตรวจพบการใช้วัตถุเจือปนอาหารไม่เป็นไปตามกฎหมายกำหนด จัดเป็นการฝ่าฝืนประกาศซึ่งออกตามมาตรา 6 (4) (5) ต้องระวางโทษตามมาตรา 47 ปรับไม่เกิน 20,000 บาท

 

ข้อแนะนำสำหรับผู้บริโภค ควรเลือกซื้อผลไม้สดตัดแต่งที่ไม่มีสีสดจัดผิดธรรมชาติ หากพบว่ามีสีสดผิดธรรมชาติหรือมีรสหวานจัด ควรหลีกเลี่ยงการบริโภค ไม่ควรกินผักหรือผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นประจำ ควรกินให้หลากหลายหมุนเวียนกันไป และบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม

 

หากผู้บริโภคพบเห็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ได้รับความปลอดภัยจากการบริโภค สามารถร้องเรียนมาได้ที่สายด่วน อย. โทร. 1556 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

 

นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อว่า ที่สำคัญผู้ประกอบการต้องระวังการสัมผัสผลไม้ด้วยมือที่ไม่สะอาด เพราะอาจปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ตามผิวหนังได้ รวมทั้งความสกปรกของอุปกรณ์ที่หั่นผลไม้หากไม่ได้ล้างมือให้สะอาดแล้วไปหยิบจับผลไม้ก็มีโอกาสที่จะติดเชื้อโรคได้ ซึ่งเชื้อโรคดังกล่าวสามารถสร้างสารพิษเอนเทอโรทอกซิน (Enterotoxin) ที่ทนความร้อนได้ดี

 

จึงทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ถ่ายเหลว หรืออุจจาระร่วงเฉียบพลัน ส่งผลในร่างกายเกิดอาการขาดน้ำ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ อาจทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำหรือช็อกได้ นอกจากนี้สุขลักษณะของรถเข็นผลไม้ที่ถูกหลักสุขาภิบาลอาหาร หรืออาหารที่วางขายอยู่ริมถนน จะต้องสูงกว่าพื้นประมาณ 60 เซนติเมตร

 

หากวางกับพื้น เมื่อเปิดฝาไว้อาจจะมีฝุ่นละอองตกลงไป สำหรับภาชนะที่ใส่ผลไม้ต้องสะอาด ปราศจากเชื้อรา น้ำแข็งที่เอามาแช่ก็ต้องสะอาด เนื่องจากเชื้อโรคอาจมากับน้ำแข็งและปนเปื้อนไปกับผลไม้ได้ ส่วนผลไม้ที่เอามาวางขาย เมื่อปอกแล้วต้องล้างให้สะอาด เก็บไว้ในภาชนะที่สะอาด เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคปนเปื้อนได้

 

นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า สำหรับวิธีการเลือกซื้อ ควรเลือกสับปะรดที่ดี ซึ่งจะมีเนื้อแน่นและก็นุ่มพอที่จะกดลงไปได้นิดหน่อย แต่ไม่นุ่มจนกดแล้วบุ๋มลงไป สังเกตขั้วของสับปะรดและใบของหัวด้านบนสับปะรด ไม่ควรเหี่ยวหรือออกสีน้ำตาลเข้ม ควรมีใบสีเขียว สับปะรดที่ไม่ดีคือสับปะรดที่มีผิวเหี่ยวย่น มีสีน้ำตาลแดง มีรอยแตกหรือรอยรั่ว ขึ้นรา หรือมีใบเหี่ยวเป็นสีน้ำตาล ผิวด้านนอกของสับปะรดควรมีตากว้างและแบนขนาดเท่าๆ กัน

 

และควรสังเกตสีของสับปะรดที่เราซื้อ หากมีสีที่ผิดปกติไป ควรหลีกเลี่ยงในการเลือกซื้อรับประทาน นอกจากนี้ขอให้ประชาชนสังเกตร้านที่สะอาดถูกสุขอนามัย ดูผู้ขายว่ามีการสวมถุงมือป้องกันที่ถูกต้อง อุปกรณ์ต่างๆ สะอาด ส่วนของเครื่องจิ้ม ทั้งพริกเกลือ กะปิหวาน แนะนำว่าไม่ควรบริโภคมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง โรคไต หรือไตทำงานหนัก

The post กรมอนามัยแนะวิธีซื้อผลไม้รถเข็น สังเกตจากสีไม่สดจัดผิดธรรมชาติ ภาชนะจัดเก็บต้องสะอาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
คืนทางเท้า-จัดระเบียบแผงลอยริมคลองผดุงกรุงเกษม ตลาดโบ๊เบ๊ ฟื้นคืนทัศนียภาพ https://thestandard.co/footpath-khlong-phadung-bobe/ Tue, 04 Jul 2023 06:18:11 +0000 https://thestandard.co/?p=811931

วันนี้ (4 กรกฎาคม) ที่บริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษมสะพาน 1- […]

The post คืนทางเท้า-จัดระเบียบแผงลอยริมคลองผดุงกรุงเกษม ตลาดโบ๊เบ๊ ฟื้นคืนทัศนียภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (4 กรกฎาคม) ที่บริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษมสะพาน 1-3 และโบ๊เบ๊สะพาน 2 เขตปทุมวัน เจ้าหน้าที่จากสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ดำเนินการจัดระเบียบความเรียบร้อย รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และร้านค้าแผงลอย

 

ชาตรี วัฒนเขจร รองปลัดกรุงเทพมหานคร ระบุว่า สำหรับพื้นที่ส่วนที่เป็นของสำนักงานเขตปทุมวัน ที่มีแนวรุกล้ำแนวเขตคลองขณะนี้ได้มีการรื้อถอนไปเกือบหมดแล้ว ในภาพรวมจุดดังกล่าวถือว่าเรียบร้อยดี แต่ยังมีงานบางส่วนที่จะต้องรื้อถอนโดยใช้เครื่องมือหนัก ซึ่งสำนักการโยธามาช่วยดำเนินการ

 

นอกจากนี้มีบางส่วนของบริเวณสะพาน 3 จนถึงสะพาน 4 ที่มีแนวสิ่งก่อสร้างรุกล้ำติดอยู่บริเวณริมคลอง จุดนี้สำนักงานเขตปทุมวันอยู่ระหว่างการขอจัดสรรเงินเพื่อที่จะไปตรวจสอบแนวเขตที่ดิน แนวรังวัด เพื่อตรวจสอบว่าที่ดินสาธารณะอยู่บริเวณใด มีแนวอาคารของประชาชนส่วนไหนที่รุกล้ำหรือไม่ เพื่อจะได้ดำเนินการขอความร่วมมือในการรื้อถอนเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ต่อไป

 

ทั้งนี้ การจัดระเบียบครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายในการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณคลองผดุงกรุงเกษมของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้มีความสวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อย รวมทั้งคืนทางเท้าให้กับประชาชน

 

The post คืนทางเท้า-จัดระเบียบแผงลอยริมคลองผดุงกรุงเกษม ตลาดโบ๊เบ๊ ฟื้นคืนทัศนียภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำรวจจุดหาบเร่-แผงลอย ริมถนนพหลโยธิน เขตพญาไท ระเบียบของผู้ค้าวันนี้ที่มีให้ผู้ใช้ทางเท้า https://thestandard.co/street-vendors-phahonyothin-road/ Thu, 09 Feb 2023 01:32:42 +0000 https://thestandard.co/?p=747848

วานนี้ (8 กุมภาพันธ์) ทีมช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้ […]

The post สำรวจจุดหาบเร่-แผงลอย ริมถนนพหลโยธิน เขตพญาไท ระเบียบของผู้ค้าวันนี้ที่มีให้ผู้ใช้ทางเท้า appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (8 กุมภาพันธ์) ทีมช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจร้านค้าหาบเร่ แผงลอย ที่ตั้งขายบริเวณทางเท้าริมถนนพหลโยธิน ด้านหน้าซอยพหลโยธิน 8 พบว่าร้านค้าส่วนมากขายสินค้าประเภทอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน มีตั้งแต่ขนมกินเล่นจนถึงข้าวกล่อง 

 

สำหรับกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาเลือกซื้อเป็นพนักงานบริษัทที่อยู่ใกล้เคียง จากการสังเกตแต่ละร้านจะรักษาระดับการตั้งแผงค้าให้เป็นระนาบเดียวกัน เพื่อให้เหลือช่องทางสำหรับคนเดินสัญจร แต่ขณะเดียวกันมีหลายร้านที่มีร่มขนาดใหญ่ตั้งล้ำจากแนวร้านอยู่

 

จากการตรวจสอบของทีมข่าว THE STANDARD จากสำนักเทศกิจ กรุงเทพมหานคร พบว่าจุดดังกล่าวไม่ใช่จุดผ่อนผันให้ทำการค้า ทางฝ่ายเทศกิจ เขตพญาไท มีแผนที่จะจัดระเบียบเคลื่อนย้ายออกจากถนนพหลโยธิน

 

ข้อมูลจากกรุงเทพมหานครเมื่อเดือนธันวาคม 2565 เขตพญาไทมีจุดผ่อนผัน 33 จุด ผู้ค้า 807 ราย (ตามประกาศจุดผ่อนผัน ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2548) ต่อมาถูกยกเลิกจุดผ่อนผัน 16 จุด คงเหลือ 17 จุด (ตามประกาศจุดผ่อนผันปี 2554) โดยตั้งแต่ปี 2554-2563 เขตพญาไทได้ทยอยยกเลิกทีละจุดถึงปี 2564 

 

ปัจจุบันเขตมีจุดผ่อนผันที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลเห็นชอบ และประกาศเป็นพื้นที่อนุญาตทำการค้าแล้วจำนวน 3 จุด ดังนี้ 

 

  1. ซอยพหลโยธิน 7 (ซอยอารีย์ฝั่งซ้าย) ผู้ค้า 88 ราย ขายช่วงกลางวัน 58 ราย กลางคืน 30 ราย ซึ่งจุดผ่อนผันนี้เป็นต้นแบบในการจัดระเบียบผู้ค้าตั้งแต่ปี 2560 เขตพญาไทได้ลงนามความตกลงร่วมกับธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ เพื่อจัดทำแผงค้าให้เป็นรูปแบบและมีขนาดเดียวกัน เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม และในปี 2565 สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ได้มาตรวจสอบและออกป้ายมืออาชีพให้ร้านค้า เพื่อใช้รับรองคุณภาพและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ซื้ออาหารในบริเวณดังกล่าวว่ามีความสะอาด ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ และรสชาติอร่อย 

 

  1. ถนนประดิพัทธ์ขาเข้า (ซอยเลขคี่) ผู้ค้า 68 ราย ขายช่วงกลางวัน 9 ราย กลางคืน 59 ราย

 

  1. ถนนประดิพัทธ์ขาออก (ซอยเลขคู่) มีผู้ค้า 28 ราย ขายช่วงเวลากลางวัน 8 ราย กลางคืน 20 ราย ส่วนบริเวณซอยอารีย์ 1 ปัจจุบันไม่มีผู้ค้าทำการค้า และอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติประกาศยกเลิก เนื่องจากไม่มีการประชุมในคณะกรรมการระดับกรุงเทพมหานคร 

 

สำหรับพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน กรณีขอทบทวนจุดยกเลิกเดิม จำนวน 10 จุด ดังนี้

 

  1. บริเวณหน้าสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด มีผู้ค้า 46 ราย เก่า 7 ราย ใหม่ 39 ราย 

 

  1. ช่วงถนนสาลีรัฐวิภาค มีผู้ค้า 55 ราย เก่า 37 ราย ใหม่ 18 ราย

 

  1. บริเวณหน้าอาคารเอสเอ็ม ทาวเวอร์ (หน้าโรงพยาบาลพญาไท 2) ถนนพหลโยธิน มีผู้ค้า 28 ราย เก่า 9 ราย ใหม่ 19 ราย

 

  1. บริเวณหน้าอาคารพหลโยธินเพลส มีผู้ค้า 67 ราย เก่า 15 ราย ใหม่ 52 ราย

 

  1. บริเวณซอยพหลโยธิน 9 มีผู้ค้า 17 ราย เก่า 3 ราย ใหม่ 14 ราย 

 

  1. บริเวณหน้าคอนโดออนิกซ์ พหลโยธิน มีผู้ค้า 26 ราย เก่า 18 ราย ใหม่ 8 ราย

 

  1. บริเวณหน้าโรงแรมแกรนด์ทาวเวอร์อินน์ มีผู้ค้า 9 ราย เก่า 5 ราย ใหม่ 4 ราย

 

  1. บริเวณหน้าโรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน มีผู้ค้า 32 ราย เก่า 21 ราย ใหม่ 11 ราย

 

  1. บริเวณหลังแฟลตสวัสดิการทหารบก มีผู้ค้า 17 ราย เก่า 11 ราย ใหม่ 6 ราย 

 

  1. บริเวณใต้ทางด่วนขั้นที่ 2 ถนนพหลโยธินขาเข้า มีผู้ค้า 16 ราย เก่า 9 ราย ใหม่ 7 ราย 

 

The post สำรวจจุดหาบเร่-แผงลอย ริมถนนพหลโยธิน เขตพญาไท ระเบียบของผู้ค้าวันนี้ที่มีให้ผู้ใช้ทางเท้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
เช็กพิกัดจุดผ่อนผัน ‘หาบเร่-แผงลอย’ ถูกกฎหมาย 14 เขต 66 จุด https://thestandard.co/66-legal-street-vendor-spots/ Mon, 30 Jan 2023 13:14:52 +0000 https://thestandard.co/?p=743828

วันนี้ (30 มกราคม) ทีมข่าว THE STANDARD ยังคงติดตามปัญห […]

The post เช็กพิกัดจุดผ่อนผัน ‘หาบเร่-แผงลอย’ ถูกกฎหมาย 14 เขต 66 จุด appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (30 มกราคม) ทีมข่าว THE STANDARD ยังคงติดตามปัญหาเรื่องฟุตปาธ ทางเท้าในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ต่อเนื่องจากที่ได้เปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามาเสนอความคิดเห็นในหัวข้อ ‘ขอ 1 ไอเดียแก้ปัญหาทางเท้า กทม.’ เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา

 

ซึ่งความคิดเห็นอันดับ 1 พูดถึงเรื่องการจัดระเบียบกลุ่มผู้ค้าหาบเร่แผงลอย ทั้งในส่วนที่บอกว่าให้ออกกฎระเบียบที่ชัดเจนเพื่อควบคุมความเรียบร้อย กระตุ้นเตือนจิตสำนึกให้ทุกคนคำนึงถึงพื้นที่สาธารณะ

 

ทีมข่าวได้รวบรวมข้อมูลจากประกาศของ กทม. เรื่อง การกำหนดให้ที่สาธารณะเป็นพื้นที่ทำการค้า ที่มีประกาศทางการ 3 ครั้ง ประกอบด้วย วันที่ 6 มีนาคม 2563, 18 กันยายน 2563 และ 3 พฤษภาคม 2565 รวมมีพื้นที่อนุญาต 14 เขต 66 จุด

 

อย่างไรก็ตาม ภายในปี 2566 จะมีพื้นที่อนุญาตให้ทำการค้าอีก 8 เขต รวมผู้ค้า 1,588 ราย ตามประกาศ กทม. ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างผู้ว่าฯ กทม. ลงชื่อรับรองอย่างเป็นทางการ

 

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

The post เช็กพิกัดจุดผ่อนผัน ‘หาบเร่-แผงลอย’ ถูกกฎหมาย 14 เขต 66 จุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปผล ‘ไอเดียแก้ปัญหาทางเท้า กทม.’ พบส่วนมากมองคอร์รัปชันเป็นเรื่องใหญ่สุด รองลงมาคือการปรับปรุงทางเท้า https://thestandard.co/bangkok-pavement-problems-ideas/ Tue, 24 Jan 2023 12:11:53 +0000 https://thestandard.co/?p=741389

จากกรณีที่ทีมข่าว THE STANDARD เปิดพื้นที่ให้เสนอมุมมอง […]

The post สรุปผล ‘ไอเดียแก้ปัญหาทางเท้า กทม.’ พบส่วนมากมองคอร์รัปชันเป็นเรื่องใหญ่สุด รองลงมาคือการปรับปรุงทางเท้า appeared first on THE STANDARD.

]]>

จากกรณีที่ทีมข่าว THE STANDARD เปิดพื้นที่ให้เสนอมุมมองความคิดเรื่องทางเท้า (ฟุตปาธ) โดยสอบถามในหัวข้อ ‘ขอ 1 ไอเดียแก้ปัญหาทางเท้า กทม.’ ตั้งแต่วานนี้ (23 มกราคม) เวลา 13.10 น.

 

วันนี้ (24 มกราคม) เวลา 17.10 น. ทีมข่าว THE STANDARD ได้รวบรวมผล พบว่ามีผู้แชร์โพสต์สำรวจไอเดียจำนวน 46 ครั้ง กดแสดงความรู้สึกถูกใจ (กด Like) 671 ครั้ง มีผู้แสดงความคิดเห็นรวม 152 รายการ ในที่นี้มี 94 รายการที่แจกแจงการแก้ไขปัญหา โดยแบ่งตามลำดับต่อไปนี้

 

อันดับที่ 1 จำนวน 32 ราย ระบุว่าการแก้ปัญหาทางเท้าและหาบเร่แผงลอยต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน ทั้งการปรับปรุงลักษณะทางกายภาพ โครงสร้างฟุตปาธ การควบคุมงานตั้งแต่ขั้นตอนการก่อสร้าง และการใช้กฎหมายเข้าควบคุมเพื่อจัดระเบียบผู้ค้า

 

ในความเห็นจาก 32 ราย มีแนวทางที่น่าสนใจว่า ปัญหาทั้งหมดนี้อาจเริ่มมาจากการคอร์รัปชันและการละเลยของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่ระดับผู้บริหารจนถึงเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานที่มีส่วนทำให้ปัญหาดังกล่าวไม่ได้รับการแก้ไขจนแล้วเสร็จ อีกส่วนหนึ่งสะท้อนว่าเรื่องจิตสำนึก คือเรื่องที่ผู้ใช้ทางเท้าควรคำนึงถึงไม่ว่าฝ่ายใดก็ตาม

 

อันดับที่ 2 การปรับปรุงลักษณะทางกายภาพของทางเท้า จำนวน 26 ราย ระบุว่าปัญหาดังกล่าวแก้ไขได้โดยปรับพื้นที่ให้เหมาะสมต่อการใช้งานของทุกฝ่าย ทางคนเดินต้องเอื้อต่อการเดิน ไม่เป็นหลุมเป็นบ่อ พื้นเรียบ ส่วนทางขายของต้องมีขอบเขตกำหนดห้ามจอดรถ เพื่อที่จะไม่กินพื้นที่ไปอีกทอด และมีสัญลักษณ์กำหนดชัดเจนในการใช้ทางเท้าร่วมกัน

 

อันดับที่ 3 การบังคับใช้กฎหมาย ระเบียบให้เข้มข้นขึ้น จำนวน 26 ราย ต้องการให้ประกาศของกรุงเทพมหานคร (กทม.) มีการระบุบทลงโทษที่จริงจังกับผู้ใช้ทางเท้า โดยเฉพาะกลุ่มผู้ค้า เพื่อที่จะสามารถควบคุมให้ทุกคนปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ละเมิดพื้นที่สาธารณะ 

 

ในที่นี้แบ่งย่อย 5 รายที่มองว่า ต้องมีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนในการควบคุมรถจักรยานยนต์ที่ขับบนทางเท้าจนเกิดความเสียหายของทาง และอันตรายกับผู้ที่เดินสัญจร

 

อันดับที่ 4 เพิ่มประสิทธิภาพเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ทั้งเจ้าหน้าที่เทศกิจและเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นๆ ของ กทม. จำนวน 8 ราย มองว่าเจ้าหน้าที่ที่ใกล้ชิดในพื้นที่ต้องปฏิบัติงานอย่างจริงจังและเข้มแข็ง ใส่ใจรับฟัง เป็นคนกลางของทั้งหน่วยงานในสังกัดและประชาชน มีความชำนาญในการแก้ไขปัญหา สถานการณ์

 

อันดับที่ 5 การทำประชามติ จำนวน 2 ราย คิดเห็นว่าการเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายมาแลกเปลี่ยนความต้องการร่วมกัน จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการแก้ปัญหา เพราะจะได้พูดคุยถึงความถูกต้อง วัดน้ำหนักกับความต้องการ อีกทั้งเป็นการให้โอกาสผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง เลือกทางแก้ที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ด้วยตัวเอง

The post สรุปผล ‘ไอเดียแก้ปัญหาทางเท้า กทม.’ พบส่วนมากมองคอร์รัปชันเป็นเรื่องใหญ่สุด รองลงมาคือการปรับปรุงทางเท้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. แจงประเด็นเทศกิจ-รองผู้ว่าฯ กทม. ปะทะผู้ค้าทางเท้า ยืนยันจัดที่ขายใหม่ ให้เวลาย้ายนานแล้ว ขอให้ทำตามเงื่อนไข https://thestandard.co/silom-pedestrian-shops/ Sat, 21 Jan 2023 07:56:06 +0000 https://thestandard.co/?p=740234

วันนี้ (21 มกราคม) จากกรณีที่มีคลิปวิดีโอผู้ค้าย่านศาลา […]

The post กทม. แจงประเด็นเทศกิจ-รองผู้ว่าฯ กทม. ปะทะผู้ค้าทางเท้า ยืนยันจัดที่ขายใหม่ ให้เวลาย้ายนานแล้ว ขอให้ทำตามเงื่อนไข appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (21 มกราคม) จากกรณีที่มีคลิปวิดีโอผู้ค้าย่านศาลาแดง ขายของไปและร้องไห้ไป พร้อมระบุว่า ถูกเจ้าหน้าที่เทศกิจกรุงเทพมหานครไล่ที่ และอีกคลิปเป็นผู้ค้าย่านถนนสีลมเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่เทศกิจจนเกิดความชุลมุน

 

จักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (รองผู้ว่าฯ กทม.) พร้อมด้วย เอกวรัญญู อัมระปาล ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. และโฆษก กทม. ศุภกฤต บุญขันธ์ ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กทม. และ อัญชนา บุญสุยา ผู้อำนวยการเขตบางรัก ร่วมกันแถลงข่าวถึงประเด็นที่เกิดขึ้น

 

จักกพันธุ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาประเด็นผู้ค้าบนทางเท้ามีปัญหามาตลอด กรุงเทพฯ มีผู้ค้าขายบนทางเท้าจำนวน 700 แห่ง คิดเป็นผู้ค้าประมาณ 20,000 ราย ซึ่งที่ผ่านมามีการจัดระเบียบผู้ค้าบนทางเท้า มีกฎหมายรองรับ ดังนั้นการจะทำการค้าได้ต้องขออนุญาตให้ถูกต้องตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565

 

ทั้งนี้ ทาง กทม. ได้สำรวจพื้นที่เพื่อให้ผู้ค้าบนทางเท้าเข้าไปทำการค้าในที่เหมาะสม ซึ่งสำรวจมาได้ 125 แห่ง รองรับผู้ค้าจำนวนกว่า 10,000 ราย ตลอดเวลา กทม. มีการอนุโลมให้ผู้ค้าบนทางเท้าค้าขายได้แต่ต้องมีเงื่อนไข ไม่รบกวนทางเท้าประชาชนด้วย เพราะเป็นพื้นที่ของประชาชน หากมีการค้าขายบนทางเท้าตลอดไปเป็นไปไม่ได้

 

กทม. ยังได้ขอร้องผู้ค้าว่าคนที่ต้องการค้าขายจะต้องย้ายไปในจุดที่ กทม. จัดให้ และต้องยอมรับว่าทางเท้าบางจุดมีประชาชนใช้สัญจรเป็นจำนวนมาก จะไปกีดขวางคนส่วนใหญ่ไม่ได้

 

ด้านอัญชนากล่าวว่า สำนักงานเขตบางรักได้รับเรื่องร้องเรียนการตั้งแผงอาหารรุกล้ำทางเท้า ไม่สะอาด ประชาชนต้องออกมาเดินที่ถนน และทำให้การจราจรติดขัด รวมทั้งผู้พิการก็ไม่ได้รับความสะดวก

 

ซึ่งที่ผ่านมาทางสำนักงานเขตได้เจรจากับผู้ค้าให้ย้ายจุดค้าขายตั้งแต่เดือนตุลาคม และมีการออกประกาศสำนักงานเขต ห้ามทำการค้าจุดที่ไม่ได้รับอนุญาต มีผลตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา และวันที่ 25 ธันวาคม 2565 ได้ลงพื้นที่แจ้งให้ผู้ค้าเคลื่อนย้ายแผงค้าออกจากพื้นที่ภายในวันที่ 2 มกราคม 2566

 

อัญชนากล่าวว่า ทางเขตมีการจัดสรรพื้นที่เอกชน พร้อมลดราคาค่าเช่าให้มาลองตั้งแผงขายแล้ว ขอยืนยันว่าสำนักงานเขตบางรักและเจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่และคอยดูแลทุกคน ใช้การปฏิบัติตามลำดับขั้นตอนมาโดยตลอด ซึ่งวันที่ 19 และวันที่ 20 มกราคม ได้ลงไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ หลังจากแจ้งให้ผู้ค้าทราบ วันที่ 20 มกราคม มีผู้ค้าที่ขัดขืนไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน

 

ขณะที่จักกพันธุ์กล่าวถึงเหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิปที่ยกถังแกลลอนของผู้ค้าขึ้นรถเทศกิจ จนมีประชาชนตะโกนว่ารองผู้ว่าฯ กทม. ทำร้ายประชาชน ว่าความจริงแล้วผู้ค้ารายนี้เคยมาร้องเรียนที่ กทม. และได้ชี้แจงแล้วว่า กทม. ได้จัดที่ไว้ให้ แต่ทางผู้ค้าไม่ปฏิตาม

 

จึงต้องบอกผู้ค้าว่าจะต้องขอยึดของกลาง เจ้าหน้าที่เทศกิจเองก็ยกของบางส่วนไปที่หลังรถ เพื่อเป็นการบอกว่าให้ผู้ค้าหยุดทำการค้าขายและไปพูดคุยทำความเข้าใจที่สำนักงานเขต โดยระหว่างพูดคุยกันก็มีคนประมาณ 10 คนเข้ามาล้อมเจ้าหน้าที่

 

จักกพันธุ์กล่าวต่อไปว่า ส่วนที่มีผู้ระบุว่าไปตบตีแม่ค้า ตนยืนยันว่าไม่เป็นความจริงแน่นอน และตอนนี้ได้มอบหมายให้หัวหน้าฝ่ายเทศกิจเขตบางรักไปแจ้งความกล่าวโทษผู้ที่กล่าวหาตนเองแล้ว

 

ทั้งนี้ กรณีที่มีข้อสงสัยว่าทำไมที่ถนนเยาวราชถึงค้าขายบนทางเดินเท้าได้ จักกพันธุ์ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ที่ตรงนั้นได้รับการผ่อนผันอยู่แล้ว อีกทั้งบริเวณนั้นเป็นจุดขายสตรีทฟู้ด มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะ สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดี

 

“กทม. ขอยืนยันว่า เมื่อมีการจัดระเบียบแล้ว กทม. ไม่ได้ทอดทิ้งผู้ค้า และที่ผ่านมาได้มีการเข้าไปต่อรองกับเอกชนในการคิดราคาผู้เช่าให้ถูกที่สุด รวมถึงการจัดการปัญหาขยะด้วย เหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นถ้าทุกคนเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองปฏิบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไข” จักกพันธุ์กล่าวในที่สุด

The post กทม. แจงประเด็นเทศกิจ-รองผู้ว่าฯ กทม. ปะทะผู้ค้าทางเท้า ยืนยันจัดที่ขายใหม่ ให้เวลาย้ายนานแล้ว ขอให้ทำตามเงื่อนไข appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. ลงพื้นที่จัดระเบียบผู้ค้า 5 จุด ย่านบางซื่อ ย้ำเทศกิจทำงานอย่างตรงไปตรงมาและโปร่งใสเพื่อประชาชน https://thestandard.co/bma-entered-area-to-organize-traders-in-bang-sue/ Sat, 16 Jul 2022 07:34:39 +0000 https://thestandard.co/?p=654645 จักกพันธุ์ ผิวงาม

วันนี้ (16 กรกฎาคม) จักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราช […]

The post กทม. ลงพื้นที่จัดระเบียบผู้ค้า 5 จุด ย่านบางซื่อ ย้ำเทศกิจทำงานอย่างตรงไปตรงมาและโปร่งใสเพื่อประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
จักกพันธุ์ ผิวงาม

วันนี้ (16 กรกฎาคม) จักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (รองผู้ว่าฯ กทม.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจจุดทำการค้าจำนวน 5 จุด ในพื้นที่เขตบางซื่อ โดยมี ศุภกฤต บุญขันธ์ ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ, โกศล สุนทรพฤกษ์ ผู้อำนวยการเขตบางซื่อ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักเทศกิจ และสำนักงานเขตบางซื่อ ร่วมลงพื้นที่และรายงานข้อมูลว่า ในพื้นที่เขตบางซื่อ เมื่อปี 2548 มีจุดทำการค้าจำนวน 11 จุด มีผู้ค้าประมาณ 319 ราย ปัจจุบันในปี 2565 จุดทำการค้าเหลืออยู่ 5 จุด มีผู้ค้ารวมทั้งสิ้น 171 ราย ประกอบไปด้วย

 

  • จุดที่ 1 ตลาดประจวบ บางซื่อ ซอยข้างโรงหนัง ถึงอาคารเลขที่ 456 มีผู้ค้า 46 ราย
  • จุดที่ 2 ตลาดใต้สะพานสูง ถนนเตชะวณิช อาคารศูนย์เยาวชน 796 ถึงหน้าอาคารเลขที่ 788 มีผู้ค้า 48 ราย
  • จุดที่ 3 ตลาดมณีพิมาน ถนนประชาชื่น หน้าอาคารเลขที่ 2/6 ถึงอาคารเลขที่ 7/7 มีผู้ค้า 16 ราย
  • จุดที่ 4 หน้าตลาดบางซ่อน ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี อาคารเลขที่ 965/3 ถึงอาคารเลขที่ 965/6 มีผู้ค้า 26 ราย
  • จุดที่ 5 ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี แบ่งเป็นฝั่งขาเข้า หน้าอาคารเลขที่ 169 ถึงหน้าอาคารเลขที่ 189 (บุญเหลือ) มีผู้ค้า 12 ราย และฝั่งขาออก หน้าอาคารเลขที่ 196/21 ถึงหน้าอาคารเลขที่ 44/3 (หมู่บ้านฉัตรมณี กรุงเทพ-นนทบุรี) มีผู้ค้า 23 ราย

 

จักกพันธุ์กล่าวต่อไปว่า จากการลงพื้นที่ตรวจจุดทำการค้าร่วมกับผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ ผู้อำนวยการเขตบางซื่อ พบว่ามีปัญหาในเรื่องการจัดระเบียบ ผู้ค้าบางรายมีชื่ออยู่ในบัญชีตามจุดทำการค้า แต่ไปตั้งวางขายของอยู่นอกจุดทำการค้า รวมถึงผู้ค้าบางรายยังยึดติดกับจุดที่เคยค้าขายมานาน โดยได้มอบหมายให้สำนักงานเขตบางซื่อพูดคุยสร้างความเข้าใจกับผู้ค้า เพื่อให้มาค้าขายอยู่ในจุดที่ กทม. จัดระเบียบไว้ ซึ่งเป็นจุดใกล้เคียงกัน อีกส่วนหนึ่งคือบริเวณทางแยกหรือทางข้าม ตามหลักแล้วจะต้องเว้นระยะไว้ประมาณ 3 เมตร แต่พบว่ามีผู้ค้าไปตั้งวางขายอยู่บริเวณดังกล่าว ส่งผลให้ประชาชนผู้ใช้ทางเท้าเกิดความไม่ปลอดภัย โดยให้เจ้าหน้าที่เทศกิจกำชับผู้ค้าที่มีชื่ออยู่ในบัญชี ให้ทำการค้าในจุดที่กำหนดไว้ตามที่เสนอไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เท่านั้น ซึ่งเป็นจุดทำการค้าที่สำนักงานเขตได้กำหนดไว้แล้ว

 

นอกจากนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ตรวจจุดทำการค้าในพื้นที่เขตคลองสาน เขตธนบุรี เขตบางกอกน้อย เขตดุสิต และเขตบางซื่อ โดยรวมแล้วผู้ค้าส่วนใหญ่ประมาณ 70% ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี อยู่ในระเบียบกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ แต่ยังมีผู้ค้าบางรายไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่กำหนด เช่น ผู้ค้าในพื้นที่เขตดุสิต พบว่ามีการตั้งวางของขายตรงทางข้าม ทำให้ประชาชนข้ามถนนมาแล้วต้องเจอกับแผงค้าที่ตั้งกีดขวางทาง รวมถึงผู้ค้าผลไม้ที่ตั้งวางขายบริเวณใกล้ทางแยก ส่งผลทำให้เกิดปัญหาด้านการจราจรและความไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะรถโดยสารประจำทางซึ่งมีความยาวจะตีวงเลี้ยวลำบาก เนื่องจากตัวรถจะไปติดกับร่มที่ยื่นเข้ามาในถนน ส่วนเรื่องร่มจะเห็นได้ว่าเป็นร่มเก่าและบางส่วนยื่นรุกล้ำเข้าไปในพื้นผิวจราจร โดยจะหารือกันถึงรูปแบบลักษณะของร่ม เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถโดยสารประจำทาง

 

“เรื่องของทางเท้าเป็นเรื่องที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะสำนักงานเขตต้องดูแล เนื่องจากเป็นพื้นที่สาธารณะ เมื่อผู้ค้าได้รับการยกเว้นให้ใช้พื้นที่ทำการค้าได้แล้ว จะต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับที่กำหนด ที่สำคัญควรมีการเอื้อกันระหว่างผู้ค้ากับประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยหรือแวะซื้ออาหาร และประชาชนผู้ใช้ทางเท้าเดินทางสัญจรมีอยู่เป็นจำนวนมาก การที่เรามีจุดทำการค้าและมีอาหารที่ราคาถูก จะช่วยประชาชนแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย กระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นการร่วมมือกันระหว่างผู้ค้าจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย

 

“ในส่วนของเทศกิจจะต้องทำงานอย่างตรงไปตรงมาและโปร่งใส อย่าให้ประชาชนเกิดข้อครหาว่าปฏิบัติไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม หากมีเรื่องร้องเรียนจะให้สำนักเทศกิจดำเนินการตรวจสอบโดยตรง ที่ผ่านมาเมื่อมีเรื่องร้องเรียนจะส่งให้ทางสำนักงานเขตในพื้นที่เข้าตรวจสอบ ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วจะเป็นการแสดงถึงความไม่โปร่งใส การที่ให้สำนักเทศกิจหรือผู้ตรวจราชการกรุงเทพมหานครเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย จะแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและจริงใจในการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างแท้จริง” จักกพันธุ์กล่าวในท้ายที่สุด

The post กทม. ลงพื้นที่จัดระเบียบผู้ค้า 5 จุด ย่านบางซื่อ ย้ำเทศกิจทำงานอย่างตรงไปตรงมาและโปร่งใสเพื่อประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. ลุยตรวจ 8 จุดทำการค้าย่านดุสิต ย้ำผู้ค้าต้องจัดสรรให้มีทางคนเดิน หากพบไม่เรียบร้อยสั่งหยุด 1 เดือน https://thestandard.co/bma-to-inspect-trading-points-in-dusit-area/ Wed, 13 Jul 2022 07:09:39 +0000 https://thestandard.co/?p=653469 กทม.

วันนี้ (13 กรกฎาคม) จักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกร […]

The post กทม. ลุยตรวจ 8 จุดทำการค้าย่านดุสิต ย้ำผู้ค้าต้องจัดสรรให้มีทางคนเดิน หากพบไม่เรียบร้อยสั่งหยุด 1 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม.

วันนี้ (13 กรกฎาคม) จักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (รองผู้ว่าฯ กทม.) พร้อม ศุภกฤต บุญขันธ์ ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ ธานินทร์ เนียมหอม ผู้อำนวยการเขตดุสิต และคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ตรวจจุดทำการค้าในพื้นที่เขตดุสิต จำนวน 8 จุด 

 

จุดที่ 1 ข้างกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่ป้ายรถประจำทางถนนพิษณุโลก ถึงประตูทางออกคุรุสภา (อยู่ระหว่างการทบทวน) 

 

จุดที่ 2 หน้าตลาดเทวราช ฝั่งถนนพิษณุโลก (อยู่ระหว่างการทบทวน) ฝั่งถนนสามเสน (อยู่ระหว่างการทบทวน) ฝั่งถนนลูกหลวง (อยู่ระหว่างการทบทวน) 

 

จุดที่ 3 ถนนสังคโลก ตั้งแต่ปากซอยสังคโลก (ฝั่งซ้าย) ถึงประตูทางเข้าสำนักงานตรวจสอบบัญชีกองทัพบก (อยู่ระหว่างการทบทวน) 

 

จุดที่ 4 หน้าตลาดศรีย่าน ตั้งแต่แยกศรีย่าน ถึงปากซอยศรีย่าน 1 ถนนนครไชยศรี 

 

จุดที่ 5 ตรงข้ามกรมชลประทาน ปากซอยสามเสน 20 ถึงแยกศรีย่าน 

 

จุดที่ 6 ตรงข้ามตลาดศรีย่าน ถนนนครไชยศรี ตั้งแต่แยกศรีย่าน ถึงหน้าบ้านเลขที่ 401/5 

 

จุดที่ 7 หน้าตลาดราชวัตร ตั้งแต่หน้ากรมสรรพสามิต ถึงหน้าบ้านเลขที่ 137 และหน้าบ้านเลขที่ 757 ถึงปากซอยมิตรอนันต์ 

 

จุดที่ 8 ข้างวัดสะพานสูง ตั้งแต่ข้างถนนพระรามที่ 6 ตัดถนนเตชะวณิช ถึงกองซ่อมประปาบางซื่อ (บริเวณบ้านเลขที่ 268/2)  

 

จักกพันธุ์กล่าวว่า เมื่อปี 2548 ในพื้นที่เขตดุสิต มีจุดทำการค้าอยู่ทั้งหมด 38 จุด ปัจจุบันคงเหลือจุดทำการค้าจำนวน 8 จุด โดยได้ผ่านการพิจารณาจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) แล้วจำนวน 5 จุด มีผู้ค้าอยู่ประมาณ 486 ราย 

 

ซึ่งจุดทำการค้าเหล่านี้จะต้องปฏิบัติไปตามระเบียบ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ตั้งอยู่ในแนวเส้นสีขาว ไม่ยื่นล้ำออกมา จากที่ทางสำนักงานเขตได้ขีดสีตีเส้นไว้ จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย การค้าขายจะต้องมีกฎเกณฑ์อยู่ โดยได้ทำในลักษณะให้ผู้ค้าดูแลกันเอง ถ้าทำไปแล้วไม่เรียบร้อยอาจจะให้หยุดทำการค้าประมาณ 1 เดือน

 

ทั้งนี้หากกรณีที่ยังปฏิบัติไม่เป็นไปตามระเบียบก็มีสิทธิที่จะยกเลิกจุดทำการค้านั้นได้ แต่ในขณะนี้จุดทำการค้าทั้ง 5 จุด ทางผู้อำนวยการเขตดุสิตรายงานว่า ผู้ค้าสามารถปฏิบัติภายใต้กฎระเบียบได้ดี อีกทั้งบริเวณตลาดศรีย่านในอดีตนั้นถือว่าเป็นจุดทำการค้าตัวอย่างของพื้นที่เขตดุสิต 

 

จักกพันธุ์กล่าวต่ออีกว่า ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจและผู้อำนวยการเขตดุสิตกำชับผู้ค้าให้ปฏิบัติตามระเบียบนั้นอย่างเคร่งครัด ในขณะเดียวกันการกำหนดจุดทำการค้าโดยในหลักเกณฑ์แล้วจะมีการต่อใบอนุญาตปีต่อปี ซึ่งการจะต่อใบอนุญาตนั้น กทม. จะเสนอไปยัง บช.น. เพื่อพิจารณาต่อไป 

 

ขณะนี้ในพื้นที่เขตดุสิต มีจุดทำการค้าอยู่ 8 จุด ซึ่งมีอยู่เพียง 5 จุดเท่านั้นที่ บช.น. อนุญาตให้ทำการค้าได้ ส่วนที่เหลืออีก 3 จุด จะมีประเด็นในเรื่องทางเท้าแคบเป็นหลัก ขณะนี้ยังไม่มีการอนุญาต แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว ตอนนี้ผู้ค้ายังทำการค้าขายอยู่ ซึ่งสำนักงานเขตดุสิตและสำนักเทศกิจจะเสนอทบทวนเข้าไปใหม่

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณข้างกระทรวงศึกษาธิการ ผู้ค้าจะตั้งวางของขายอยู่ 2 แนว ซึ่งมีผู้ค้าอยู่ประมาณ 172 ราย การที่มีผู้ค้าตั้งอยู่ 2 แนวนั้น ทำให้เกิดคับแคบและหนาแน่น ประชาชนเดินสวนกันลำบาก ที่ผ่านมาได้มีการหารือร่วมกันทั้งสำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และสถานีตำรวจนครบาล (สน.) ในพื้นที่ โดยจะให้ผู้ค้าที่อยู่แนวด้านนอกติดถนน ย้ายมาอยู่ด้านในที่อยู่ติดกับแนวกำแพงกระทรวงศึกษาธิการ 

 

ซึ่งทุกฝ่ายต่างมีความเห็นตรงกันว่า หากทำอย่างนั้นได้แล้ว จะช่วยลดความแออัด เป็นการกระจายผู้ค้าออกไปให้อยู่ในแนวเดียวกันยาวติดกับกำแพง ประชาชนจะสามารถใช้ทางเท้าในการเดินทางสัญจรได้สะดวกขึ้น 

 

นอกจากนี้จะพิจารณาในเรื่องของร่ม เพื่อให้เป็นรูปแบบเดียวกัน อาจจะทำเป็นลักษณะยาว หรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพื่อไม่ให้ยื่นล้ำออกมาในพื้นผิวจราจร โดยมอบหมายให้สำนักเทศกิจนำไปหารือร่วมกับหน่วยงานต่างๆ อาจจะเป็นธนาคารหรือห้างร้านหรือผู้ค้าเอง เพื่อจะได้มีร่มที่ใช้สำหรับกันแดดกันฝนในรูปแบบลักษณะเดียวกัน เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย 

 

จักกพันธุ์กล่าวด้วยว่า พื้นที่ทางเท้าที่กว้าง 3 เมตร ให้ผู้ค้าทำการค้าขาย 1 เมตร ส่วนที่เหลืออีก 2 เมตร เป็นพื้นที่ให้ประชาชนได้ใช้เดินทางสัญจร เป็นการใช้พื้นที่ทางเท้าให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย ผู้ค้ามีพื้นที่ตั้งวางขายสินค้า และประชาชนคนเดินถนนได้แวะจับจ่ายใช้สอย

The post กทม. ลุยตรวจ 8 จุดทำการค้าย่านดุสิต ย้ำผู้ค้าต้องจัดสรรให้มีทางคนเดิน หากพบไม่เรียบร้อยสั่งหยุด 1 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
“โชคดีที่ยังไม่ตายเพราะโควิด” เสียงประชาชนขายของแบกับดินในวันนับถอยหลังเปิดประเทศ https://thestandard.co/people-voice-from-sidewalk/ Fri, 15 Oct 2021 01:07:31 +0000 https://thestandard.co/?p=548337 people voice

“โชคยังดีที่ไม่ตายเพราะโควิด” เสียงของชายหนุ่มที่ค้าของ […]

The post “โชคดีที่ยังไม่ตายเพราะโควิด” เสียงประชาชนขายของแบกับดินในวันนับถอยหลังเปิดประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
people voice

“โชคยังดีที่ไม่ตายเพราะโควิด” เสียงของชายหนุ่มที่ค้าของเก่าแบกับดินตอบอย่างรวดเร็วเมื่อถูกถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง สอบถามเพิ่มเติมจึงทราบว่า ก่อนที่โควิดจะระบาด เขามีอาชีพเป็นนักดนตรี หลังการระบาดทำให้ตกงาน จึงหันเหชีวิตมาค้าของเก่าและวาดรูปหาเลี้ยงชีพไปวันๆ ให้พออยู่ได้

 

ถนนบุญศิริ ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร เมื่อเดินเข้าไปมีลักษณะคล้ายซอย สองข้างทางจะมีร้านขายของแบกับดิน เป็นของเก่า ของมือสอง หลากหลายประเภท ราคาตั้งแต่หลักสิบยันหลักพัน โดยมีการค้าขายลักษณะนี้มานานมากแล้ว

 

จากการสอบถามผู้ค้าบางส่วนเรื่องการเปิดประเทศในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ผู้ที่เห็นด้วยบอกว่า การเปิดประเทศทำให้มีเงินหมุนเวียน คงจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นกว่าตอนนี้ โดยหวังว่าเมื่อเปิดประเทศจะทำให้คนมีเงินออกมาจับจ่ายซื้อของที่ร้านของตนเองบ้าง ซึ่งตอนนี้ผู้ค้าของเก่าย่านนี้กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า บรรยากาศการซื้อขายในย่านนี้เงียบมาก มีแต่คนเดิน ไม่มีคนซื้อ

 

ส่วนผู้ที่ไม่เห็นด้วยกล่าวว่า การเปิดประเทศนั้นไม่ได้มีผลกับการค้าขายของตนเอง เนื่องจากคิดว่าเป็นการเอื้อต่อนายทุน ร้านของตนขายของหลักสิบหลักร้อย คงไม่ได้เป็นที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว อีกทั้งยังไม่มั่นใจ เมื่อเปิดประเทศแล้วจะมีผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิดตามมาอีกหรือไม่

 

people voice

people voice

people voice

people voice

people voice

people voice

people voice

people voice

people voice

people voice

The post “โชคดีที่ยังไม่ตายเพราะโควิด” เสียงประชาชนขายของแบกับดินในวันนับถอยหลังเปิดประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. นำร่องเปิดพื้นที่ค้าขายบนทางเท้า 5 แห่ง เตรียมเผยหลักเกณฑ์เพิ่มเติม 20 ม.ค. นี้ https://thestandard.co/commercial-trade-on-bangkoks-sidewalks/ Tue, 14 Jan 2020 11:01:56 +0000 https://thestandard.co/?p=320498

วันนี้ (14 มกราคม) พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชกา […]

The post กทม. นำร่องเปิดพื้นที่ค้าขายบนทางเท้า 5 แห่ง เตรียมเผยหลักเกณฑ์เพิ่มเติม 20 ม.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (14 มกราคม) พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของกรุงเทพมหานคร เพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดพื้นที่ทำการค้า และการขายหรือจำหน่ายสินค้าในที่สาธารณะ ว่าวันนี้ที่ประชุมได้สรุป พื้นที่ที่จะเปิดให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยได้ทำการค้าขายบนทางเท้า ในพื้นที่ 4 เขต รวมจำนวน 5 จุด ประกอบด้วย 

  1. ซอยบางขุนเทียน 69 ถนนพระราม 2 เขตบางขุนเทียน รองรับผู้ค้าได้จำนวน 45 แผง 
  2. ถนนสาลีรัฐวิภาค เขตพญาไท จำนวน 36 แผง 
  3. ฝั่งตรงข้ามห้างพาต้า เขตบางพลัด จำนวน 66 แผง 
  4. บริเวณห้างเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ถนนบรมราชชนนี เขตบางกอกน้อย จำนวน 20 แผง 
  5. หน้าห้างโลตัสปิ่นเกล้า ถนนบรมราชชนนี เขตบางกอกน้อย จำนวน 24 แผง 

 

ทั้งนี้ ร่างหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขต่างๆ เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดพื้นที่ทำการค้า และการขายหรือจำหน่ายสินค้าในที่สาธารณะ จะออกประกาศในวันที่ 20 มกราคมนี้ และในเดือนกุมภาพันธ์จะประกาศให้ผู้ค้าไปลงทะเบียนที่สำนักงานเขต จากนั้นค่อยทำการจับสลากตามจำนวนแผง และตรวจสอบคุณสมบัติผู้ค้า ซึ่งจะต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย มีรายได้น้อย หรือมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะเริ่มให้ทำการค้าขายได้ในวันที่ 5 มีนาคม 2563 

 

ทั้งนี้ จะมีการประชุมสรุปรายละเอียดรูปแบบแผงค้าในวันที่ 22 มกราคมนี้ ซึ่งเบื้องต้นกำหนดให้ทั้ง 5 จุดจะต้องเป็นรูปแบบเดียวกัน

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post กทม. นำร่องเปิดพื้นที่ค้าขายบนทางเท้า 5 แห่ง เตรียมเผยหลักเกณฑ์เพิ่มเติม 20 ม.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>