การกักตัว Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/การกักตัว/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 27 Dec 2022 14:47:25 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ผลกำไร 11 เดือนของภาคอุตสาหกรรมจีนหดตัว 3.6% นักวิเคราะห์คาดเริ่มฟื้นตัวในปีหน้า หลังทางการยกเลิกมาตรการกักตัว https://thestandard.co/chinas-11-month-profits/ Tue, 27 Dec 2022 08:10:08 +0000 https://thestandard.co/?p=729257 อุตสาหกรรมจีน

ผลกำไร 11 เดือนแรกของปีของกลุ่มบริษัทในภาคอุตสาหกรรมของ […]

The post ผลกำไร 11 เดือนของภาคอุตสาหกรรมจีนหดตัว 3.6% นักวิเคราะห์คาดเริ่มฟื้นตัวในปีหน้า หลังทางการยกเลิกมาตรการกักตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
อุตสาหกรรมจีน

ผลกำไร 11 เดือนแรกของปีของกลุ่มบริษัทในภาคอุตสาหกรรมของจีนปรับตัวลดลง 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมาอยู่ที่ 7.7 ล้านล้านหยวน โดยสาเหตุหลักเกิดจากการบังคับใช้มาตรการควบคุมโควิดที่เข้มงวดของรัฐบาล ซึ่งส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน 

 

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์จากหลายสำนักต่างมองแนวโน้มผลกำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมจีนในระยะข้างหน้าจะเริ่มปรับตัวดีขึ้น หลังล่าสุดทางการได้ประกาศแผนเปิดประเทศในต้นปีหน้า

 

Zhu Hong นักวิเคราะห์อาวุโสของ NBS ระบุว่า การกลับมาแพร่ระบาดของโควิดในเดือนพฤศจิกายนสร้างอุปสรรคให้กับกระบวนการผลิตของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะบริษัทที่มีโรงงานตั้งอยู่ในเมืองที่มีมาตรการควบคุมเข้มงวด เช่น กว่างโจว และเจิ้งโจว ขณะเดียวกัน กำไรของหลายบริษัทยังถูกกดดันด้วยปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์ และการชะลอตัวของการส่งออกด้วย

 

NBS คาดการณ์ว่า ผลกำไรในระยะสั้นของบริษัทอุตสาหกรรมจีนจะยังปรับลดลงต่อเนื่อง เพราะการยกเลิกมาตรการกักตัวของจีนจะทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ในระยะยาวผลกำไรจะได้รับแรงหนุนจากกิจกรรมเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวตามการเปิดเมือง

 

“ผลกำไรของภาคอุตสาหกรรมจะยังปรับลดลงในเดือนธันวาคม เนื่องจากหลายเมืองจะเผชิญกับตัวเลขผู้ติดเชื้อที่พุ่งสูงขึ้นตามการผ่อนคลายมาตรการควบคุม แต่เราอาจเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นนับจากเดือนมกราคมในปีหน้าเป็นต้นไป และจะยิ่งดีมากขึ้นหากรัฐบาลมีมาตรการให้ความช่วยเหลือที่พุ่งเป้าไปที่ภาคธุรกิจเอกชน” Hao Zhou หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ GTJAI กล่าว

 

ขณะที่บทวิเคราะห์ของ J.P. Morgan ระบุว่า การเปิดเมืองของจีนที่เกิดขึ้นเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จะเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจจีนในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า โดยเมื่อเร็วๆ นี้บริษัทได้ปรับเพิ่มประมาณการ GDP จีนในปี 2023 เพิ่มจาก 4% เป็น 4.3% แม้ว่าจะปรับลดการเติบโตในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ลงจาก 2.7% เหลือ 2.2% ก็ตาม

 

ข้อมูลของ Reuters ระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคมถึงพฤศจิกายนที่ผ่านมา กำไรของบริษัทเอกชนจีนหดตัวลง 7.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยกำไรของ 21 จาก 41 ภาคอุตสาหกรรมหลักมีการปรับตัวลดลง โดยอุตสาหกรรมถลุงเหล็กและการอัดขึ้นรูปมีผลกำไรลดลงมากที่สุดถึง 94.5% 

 

ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี เศรษฐกิจจีนมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 3% ต่อไตรมาส และคาดว่า GDP ในไตรมาสที่ 4 ก็จะยังเติบโตในระดับดังกล่าว ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปีนี้จะออกมาแย่ที่สุดในรอบเกือบ 50 ปี


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


อ้างอิง:

The post ผลกำไร 11 เดือนของภาคอุตสาหกรรมจีนหดตัว 3.6% นักวิเคราะห์คาดเริ่มฟื้นตัวในปีหน้า หลังทางการยกเลิกมาตรการกักตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: จีนเตรียมประกาศยกเลิกมาตรการกักตัว สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศ เริ่ม 8 ม.ค. 66 | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-27122022-2/ Tue, 27 Dec 2022 05:57:08 +0000 https://thestandard.co/?p=729181 มาตรการกักตัว

รายงานอ้างอิงประกาศจากคณะกรรมาธิการด้านสุขภาพแห่งชาติขอ […]

The post ชมคลิป: จีนเตรียมประกาศยกเลิกมาตรการกักตัว สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศ เริ่ม 8 ม.ค. 66 | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาตรการกักตัว

รายงานอ้างอิงประกาศจากคณะกรรมาธิการด้านสุขภาพแห่งชาติของจีน (National Health Commission: NHC) ซึ่งออกแถลงการณ์เมื่อ 26 ธันวาคม ว่าทางการจีนจะยกเลิกมาตรการกักตัวผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2566 หลังจากมีการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวนาน 3 ปี เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโควิด ติดตามรายละเอียดได้ในไฮไลต์นี้

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: จีนเตรียมประกาศยกเลิกมาตรการกักตัว สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศ เริ่ม 8 ม.ค. 66 | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘จีนเปิดประเทศ’ เร็วกว่าคาด ประกาศยกเลิกมาตรการกักตัวผู้เดินทางจากต่างประเทศ เริ่ม 8 มกราคมปีหน้า https://thestandard.co/china-opens-faster-than-expected/ Tue, 27 Dec 2022 01:43:01 +0000 https://thestandard.co/?p=729068

สำนักข่าว Bloomberg รายงานอ้างอิงประกาศจากคณะกรรมาธิการ […]

The post ‘จีนเปิดประเทศ’ เร็วกว่าคาด ประกาศยกเลิกมาตรการกักตัวผู้เดินทางจากต่างประเทศ เริ่ม 8 มกราคมปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>

สำนักข่าว Bloomberg รายงานอ้างอิงประกาศจากคณะกรรมาธิการด้านสุขภาพแห่งชาติของจีน (National Health Commission: NHC) ซึ่งออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (26 ธันวาคม) ว่าทางการจีนจะยกเลิกมาตรการกักตัวผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2023 หลังจากที่มีการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวมานาน 3 ปีเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด จนกระทบต่อการการฟื้นฟูเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน และกลายเป็นชนวนสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชน จนเกิดการประท้วงครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา 

 

ทั้งนี้ แต่เดิมผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศเข้าจีนจะต้องกักตัวเป็นเวลาทั้งหมด 8 วัน โดย 5 วันแรกกักตัวดูอาการในโรงแรมที่กำหนดไว้ และหรือที่สถานกักตัวส่วนกลางที่ทางการจีนจัดหาให้ และตามต้วยการกักตัวที่บ้านเพิ่มอีกเป็นเวลา 3 วัน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


นอกจากการประกาศยกเลิกมาตรการกักตัวสำหรับผู้ที่เดินทางเข้าประเทศแล้ว ทางจีนยังผ่อนคลายระดับการจัดการกับโควิดจากระดับสูงสุดมาสู่ระดับรองสูงสุด คือ Category A สู่ Category B นับเป็นการปรับลดมาตรการทางกฎหมายตามนโยบาย Zero-COVID ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการสุขภาพแห่งชาติจีนกล่าวว่าจะยังคงดำเนินการตรวจสอบเฝ้าระวังแพร่กระจายของไวรัสต่อไป และให้คำมั่นว่าจะดำเนินการบังคับใช้มาตรการระงับการแพร่ระบาดของโควิดสูงสุดอย่างเหมาะสม

 

นอกจากนี้ รายงานระบุด้วยว่า ผู้ที่จะเดินทางเข้าจีนยังคงต้องได้รับการตรวจแบบ PCR ก่อนขึ้นเครื่องจากประเทศต้นทางเป็นเวลา 48 ชั่วโมง

 

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ที่เกิดการประท้วงต่อต้านมาตรการคุมเข้มการแพร่ระบาดของโควิดในหมู่ประชาชนชาวจีนในหลายเมืองทั่วประเทศช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ทางการจีนได้เร่งผ่อนคลายมาตรการดังกล่าว ท่ามกลางความพยายามของประชาชนชาวจีนที่พยายามปรับตัวเพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ภายใต้วิถีใหม่ 

 

นอกจากนี้ ทางคณะกรรมาธิการสุขภาพแห่งชาติจีนยังกล่าวว่า จะเดินหน้าปรับปรุงการรักษาของผู้ป่วยหนักด้วยการส่งเสริมการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ช่วยชีวิต เช่น เครื่องช่วยหายใจ และเพิ่มพื้นที่เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยหนักในหอผู้ป่วยหนัก ขณะเดียวกันก็จะนำสถานกักกันในโรงพยาบาลเพื่อรักษาผู้ป่วยโควิดกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง 

 

แถลงการณ์ระบุว่า ไวรัสโควิดจะยังคงอยู่กับมนุษย์ไปอีกนาน แต่ระดับความรุนแรงของอาการจะลดลง และกลายเป็นโรคสำหรับทางเดินหายใจทั่วไปเท่านั้น 

 

นับตั้งแต่ที่เกิดการระบาดของไวรัสโควิดในปี 2020 ประเทศจีนซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ได้ดำเนินนโยบายปิดประเทศอย่างเข้มงวดเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาด ทำให้จีนถูกตัดขาดจากโลกอย่างสิ้นเชิง แม้ภายหลังจะมีการยกเลิกข้อจำกัดปิดประเทศ แต่มาตรการกัดตัวและการทดสอบการติดเชื้อที่ยุ่งยาก บวกกับระบบราชการที่ซับซ้อน และสารพัดมาตรการเกี่ยวกับการบินระหว่างประเทศ ทำให้นักเดินทางส่วนใหญ่เลี่ยงที่จะเดินทางมายังประเทศจีน 

 

Bloomberg รายงานว่า การผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าออกจีน ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อจีนเท่านั้น แต่จะเป็นประโยชน์ต่อหลายประเทศทั่วโลกที่พึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวจีน ขณะเดียวกัน การคลายข้อกำหนดการทดสอบและการแยกตัวล่าสุด ยังจะช่วยเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวภายในประเทศซึ่งลดลงไป 26% ในช่วงวันหยุดยาววันชาติทั้งสัปดาห์ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

ทั้งนี้ เป็นที่คาดการณ์ว่าการปรับเปลี่ยนนโยบายสกัดกั้นการแพร่ระบาดโควิดของทางการจีนในครั้งนี้ อาจจะทำให้การประมาณการด้านงบประมาณมีความซับซ้อนมากขึ้น และทำให้เศรษฐกิจมีแนวโน้มเผชิญอุปสรรคในระยะสั้นจากจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น กระนั้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถือเป็นการปูทางเพื่อให้จีนสามารถปรับตัวอยู่ร่วมกับโควิดได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับที่ทางรัฐบาลจีนได้ให้คำมั่นที่จะฟื้นฟูการบริโภคภายในประเทศและการสนับสนุนการเติบโตของภาคเอกชนในปี 2023 นี้ 

 

ด้านนักเศรษฐศาสตร์ส่วนหนึ่งมองว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของจีนน่าจะฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ และทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือ GDP กลับมาตามเป้าที่ตั้งไว้ 5% หรือสูงกว่านั้น 

 

อ้างอิง:

The post ‘จีนเปิดประเทศ’ เร็วกว่าคาด ประกาศยกเลิกมาตรการกักตัวผู้เดินทางจากต่างประเทศ เริ่ม 8 มกราคมปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ผู้คนรวมตัว เฉลิมฉลองไร้หน้ากาก’ บรรยากาศฟุตบอลโลกไม่หวั่นโควิด กับคำถามของชาวจีน ที่รู้สึกเหมือน ‘อยู่บนดาวคนละดวง’ https://thestandard.co/different-covid-situation-of-chinese/ Thu, 24 Nov 2022 09:18:04 +0000 https://thestandard.co/?p=714954

บรรยากาศการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ที่เปิดฉากตั้งแต่วันที […]

The post ‘ผู้คนรวมตัว เฉลิมฉลองไร้หน้ากาก’ บรรยากาศฟุตบอลโลกไม่หวั่นโควิด กับคำถามของชาวจีน ที่รู้สึกเหมือน ‘อยู่บนดาวคนละดวง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

บรรยากาศการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ที่เปิดฉากตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางความสนใจของผู้คนทั่วโลก หลังผ่านพ้นสถานการณ์อันยากลำบากจากวิกฤตโควิดในช่วงเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา

 

โดยหลายประเทศรวมถึงไทย มีการรวมตัวของผู้คนเพื่อเฉลิมฉลองต้อนรับฟุตบอลโลก แต่สำหรับจีน ซึ่งเป็นประเทศแรกที่เผชิญผลกระทบจากโควิด และจนถึงตอนนี้ยังคงไม่มีทางออกของสถานการณ์ที่ชัดเจน เนื่องจากความเข้มงวดในการดำเนินนโยบายหลักของรัฐบาลคือ Zero-COVID หรือนโยบายโควิดเป็นศูนย์ ประกอบกับสถานการณ์ระบาดในหลายเมือง รวมถึงปักกิ่ง ที่เริ่มกลับมาทวีความรุนแรงอีกระลอก ทำให้บรรยากาศการเชียร์ฟุตบอลโลกของชาวจีนในครั้งนี้เงียบเหงาลงอย่างเห็นได้ชัด

 

ความอึดอัดใจจากการต้องอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันโควิดที่เคร่งครัด ในขณะที่ภาพการแข่งขันและการเชียร์ฟุตบอลแบบไร้หน้ากากและไม่ต้องเว้นระยะห่างในสนามแข่งขันที่กาตาร์เป็นเจ้าภาพ ปรากฏผ่านสื่อทางการที่ถ่ายทอดสดและนำเสนอข่าว ทำให้ชาวจีนจำนวนไม่น้อย เกิดคำถามที่มาพร้อมกับความไม่พอใจ โดยรู้สึกราวกับว่าจีนและการแข่งฟุตบอลโลกนั้น ‘อยู่บนดาวคนละดวง’

 

ดูจากที่บ้านหรือที่กักตัว

  • ฟุตบอลนั้นเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างมากในจีน โดยประธานาธิบดีสีจิ้นผิงนั้นเป็นที่รู้กันดีว่าเป็นคนรักกีฬา และเขาเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่า การคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก คือความฝันของประเทศ

 

  • ด้วยเหตุนี้ สถานีโทรทัศน์ของทางการจีน อาทิ CCTV ตลอดจนโซเชียลมีเดียอย่าง Douyin หรือก็คือ TikTok ในจีน จึงได้ถ่ายทอดสดการแข่งขัน ในขณะที่สื่อทางการจีน ก็พยายามขยายให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของจีน ในมหกรรมฟุตบอลโลกรอบนี้ แม้ว่าทีมชาติจีนจะไม่ได้เข้าร่วมในการแข่งขันรอบ 32 ทีมสุดท้าย โดย Global Times รายงานว่า “ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในจีน ตั้งแต่รถบัสไปจนถึงสนามกีฬา (สนามกีฬานานาชาติลูซัยล์: Lusail Stadium) หรือแม้แต่เครื่องปรับอากาศ ก็มีส่วนเป็นตัวแทนของจีนในงานนี้”

 

  • ขณะที่ CCTV ยังนำเสนอข่าวการปรากฏตัวของผู้ถือธงจีนในพิธีเปิด ตลอดจนรายงานวิธีการส่งแพนด้ายักษ์ 1 คู่ ไปยังกาตาร์ เพื่อเป็นของขวัญสำหรับการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกและเป็นสัญลักษณ์แห่งความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ

 

  • อย่างไรก็ตาม ในหลายเมืองใหญ่ของจีน รวมถึงปักกิ่ง พบว่าสถานการณ์ระบาดของโควิดที่กลับมารุนแรงขึ้น ทำให้บรรยากาศการเฉลิมฉลองต้องหยุดชะงัก และส่งผลให้ธุรกิจที่ไม่มีความจำเป็นต้องปิดให้บริการอีกครั้ง ในขณะที่ประชาชนต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมของทางการ

 

  • เมื่อไม่มีบาร์ให้เข้าไปเฉลิมฉลองและเชียร์ฟุตบอลโลก หนังสือพิมพ์ Global Times รายงานว่า แฟนบอลบางคน ‘เลือกที่จะดูเกมการแข่งขันที่บ้านกับครอบครัว’ ขณะที่มีรายงานว่า ประชาชนหลายคนถูกส่งไปกักตัว และต้องดูการแข่งขันฟุตบอลโลกอย่างโดดเดี่ยว

 

  • สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปดูการแข่งขันฟุตบอลโลกด้วยตัวเองถึงสนามแข่งขันนั้น พบว่าเที่ยวบินระหว่างกาตาร์และจีนยังมีค่อนข้างจำกัดมาก และอาจหาตั๋วเที่ยวบินได้ยาก

 

จีนและฟุตบอลโลกอยู่บนดาวคนละดวง?

 

  • ในแอปพลิเคชันส่งข้อความยอดนิยมอย่าง WeChat มีผู้โพสต์ข้อความที่เป็นเหมือนจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาลปักกิ่ง โดยตั้งคำถามเกี่ยวกับนโยบาย Zero-COVID ที่ยังดำเนินอยู่ พร้อมทั้งถามว่า “จีนและกาตาร์นั้นอยู่บนโลกใบเดียวกันหรือไม่?” ซึ่งข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็ว ก่อนจะถูกลบและปิดกั้นการค้นหาไป

 

  • ส่วนโซเชียลมีเดียอย่าง Weibo ที่มีลักษณะคล้าย Twitter มีการแสดงความคิดเห็นมากมายจากผู้ที่ชมการแข่งขันฟุตบอลโลกที่พูดประมาณว่า “การชมการแข่งขันในปีนี้ ทำให้พวกเขารู้สึกถูกแบ่งแยกจากส่วนอื่นๆ ของโลก”

 

  • บางข้อความยังบอกถึงความเข้าใจของพวกเขา ที่รู้สึกว่าเป็นเรื่อง ‘แปลก’ ที่เห็นคนหลายแสนคนรวมตัวกัน โดยไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือต้องแสดงหลักฐานการตรวจเชื้อโควิดล่าสุด “ไม่มีที่นั่งแยกเพื่อให้ผู้คนสามารถรักษาระยะห่างทางสังคมได้ และไม่มีใครสวมชุดสีขาวและสีน้ำเงิน (ชุดทางการแพทย์) อยู่ข้างสนาม โลกใบนี้แบ่งแยกแล้วจริงๆ”

 

  • ชาวเน็ตจีนบางคนกล่าวด้วยความคับข้องใจว่า “ในด้านหนึ่งของโลกมีงานคาร์นิวัลซึ่งก็คือฟุตบอลโลก ส่วนอีกด้านก็มีกฎห้ามไปสถานที่สาธารณะเป็นเวลา 5 วัน”

 

  • พ่อแม่บางคนบอกว่า พวกเขามีปัญหาในการอธิบายกับลูกๆ ว่าเหตุใดภาพจากสถานที่จัดการแข่งขันฟุตบอลโลก จึงแตกต่างไปจากสิ่งที่ผู้คนที่บ้านต้องเผชิญ

 

  • อย่างไรก็ตาม มีชาวจีนไม่น้อย ที่ยังวิจารณ์การเปิดประเทศของประเทศต่างๆ ในขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ยังคงเรียกเชื้อไวรัสโควิดว่าเป็น ‘ภาวะฉุกเฉินเฉียบพลันระดับโลก’

 

  • ทั้งนี้ รัฐบาลท้องถิ่นในหลายเมืองใหญ่ของจีน ยังคงนำมาตรการตรวจเชื้อหมู่จำนวนมากและมาตรการจำกัดการเดินทางมาใช้อีกครั้ง พร้อมทั้งส่งข้อความหนักแน่นไปถึงประชาชนว่าให้อยู่แต่ในบ้านเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

 

  • แต่ผลจากการใช้มาตรการเข้มงวดดังกล่าวมา 3 ปี ทำให้ผู้คนจำนวนมากรู้สึกสิ้นหวัง และนำมาสู่การแสดงออกด้วยความไม่พอใจ เช่น การประท้วงที่เกิดขึ้นทั้งในเมืองกวางโจวและเจิ้งโจเมื่อเดือนที่แล้ว

 

สถานการณ์โควิดในจีนล่าสุด

 

  • ทางการจีนรายงานข้อมูลการแพร่ระบาดของโควิดล่าสุดพบว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศวานนี้ (23 พฤศจิกายน) พุ่งสูงเป็นสถิติใหม่ 31,444 รายในวันเดียว ทำลายสถิติเดิมที่เมื่อวันที่ 13 เมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่นครเซี่ยงไฮ้ เผชิญมาตรการล็อกดาวน์ทั่วเมืองนานกว่า 2 เดือน

 

  • ดัชนีหุ้นในจีน ร่วงลงอย่างหนักหลังเปิดตลาดวันนี้ (24 พฤศจิกายน) ท่ามกลางความกังวลต่อจำนวนเคสผู้ติดเชื้อที่สูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งบดบังด้านบวกของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจล่าสุด

 

  • แม้ว่ายอดผู้ติดเชื้ออย่างเป็นทางการจะต่ำตามมาตรฐานสากล แต่จีนก็พยายามกำจัดทุกห่วงโซ่การติดเชื้อ และทำให้เป็นมาตรฐานระดับโลกภายใต้นโยบายหลักที่มอบหมายโดยสีจิ้นผิง

 

  • อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ไม่นาน จีนได้เริ่มผ่อนปรนมาตรการบางอย่าง ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจเชื้อหมู่จำนวนมากและมาตรการกักกันโรค โดยพยายามหลีกเลี่ยงการบังคับใช้มาตรการเข้มงวดทั้งหมด เช่น การล็อกดาวน์แบบปิดเมือง แบบเดียวกับที่เกิดกับประชากร 25 ล้านคนในเซี่ยงไฮ้

 

  • โดยหลายเมืองได้ใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่ปรับให้เข้ากับท้องถิ่นมากขึ้น แต่ก็มักจะดำเนินการล็อกดาวน์แบบไม่แจ้งล่วงหน้า เช่น ในกรุงปักกิ่งมีชาวบ้านจำนวนมากเปิดเผยว่า พวกเขาได้รับแจ้งก่อนหน้านี้ไม่นาน เกี่ยวกับการล็อกดาวน์พื้นที่เป็นเวลา 3 วัน

 

  • ทางด้านนักวิเคราะห์ของ Nomura Holdings, Inc. บริษัทการเงินและการลงทุนของญี่ปุ่น ประเมินว่า มากกว่า 1 ใน 5 ของ GDP ทั้งหมดของจีนนั้นอยู่ภายใต้การล็อกดาวน์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใหญ่เกินขนาดเศรษฐกิจของอังกฤษ

 

  • “การล็อกดาวน์เต็มรูปแบบสไตล์เซี่ยงไฮ้สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่อาจถูกแทนที่ด้วยการล็อกดาวน์บางส่วนบ่อยขึ้นในเมืองต่างๆ เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดที่เพิ่มขึ้น” นักวิเคราะห์ของ Nomura ระบุ พร้อมทั้งปรับลดตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของ GDP จีนในปีหน้าเหลือ 4.0% จาก 4.3%”

 

แฟ้มภาพ: STR / AFP


อ้างอิง:

The post ‘ผู้คนรวมตัว เฉลิมฉลองไร้หน้ากาก’ บรรยากาศฟุตบอลโลกไม่หวั่นโควิด กับคำถามของชาวจีน ที่รู้สึกเหมือน ‘อยู่บนดาวคนละดวง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จีนประกาศเตรียมลดเวลากักตัวนักเดินทางขาเข้า พร้อมยกเลิกคำสั่งแบนเที่ยวบินที่มีผู้ติดเชื้อโควิดแล้ว https://thestandard.co/china-plans-to-reduce-quarantine-period/ Fri, 11 Nov 2022 10:06:37 +0000 https://thestandard.co/?p=707941

วันนี้ (11 พฤศจิกายน) จีนได้ประกาศเตรียมลดระยะเวลากักตั […]

The post จีนประกาศเตรียมลดเวลากักตัวนักเดินทางขาเข้า พร้อมยกเลิกคำสั่งแบนเที่ยวบินที่มีผู้ติดเชื้อโควิดแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (11 พฤศจิกายน) จีนได้ประกาศเตรียมลดระยะเวลากักตัวของนักเดินทางขาเข้าลง รวมถึงผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ และยกเลิกคำสั่งลงโทษเที่ยวบินที่นำผู้ป่วยติดเชื้อเข้าประเทศ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่อาจสะท้อนการผ่อนคลายมาตรการโควิดของจีน

 

การประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงชุดใหม่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้มาร่วมประชุมกันเป็นครั้งแรกวานนี้ (10 พฤศจิกายน) ตามเป้าหมายใหม่ของจีนที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนานโยบายควบคุมโควิด

 

คณะกรรมการถาวรประจำกรมการเมืองชุดใหม่ (Politburo Standing Committee) ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องลดผลกระทบจากมาตรการ Zero-COVID ที่มีต่อภาคเศรษฐกิจและสังคม แต่ก็ยืนยันว่าจีนจะไม่ผ่อนคลายการสกัดโรคระบาดแน่นอน 

 

ภายใต้กฎใหม่ ระยะเวลากักตัวของผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อสำหรับการกักตัวในสถานที่ที่รัฐบาลจัดไว้ให้ จะลดลงเหลือ 5 วัน และภายหลังจากนั้นต้องกักตัวที่บ้านหรือในที่พักของตนเองต่ออีก 3 วัน จากเดิมซึ่งกำหนดไว้ที่ 7+3 วัน สำหรับนักเดินทางขาเข้าก็จะใช้กฎเดียวกันนี้ด้วย โดยผู้ที่ประสงค์เดินทางเข้ามาในจีน จะต้องแสดงผลตรวจเชื้อโควิด 1 ครั้งใน 48 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง ซึ่งลดลงจากเดิมที่ต้องแสดงผลตรวจ 2 ครั้งใน 48 ชั่วโมง ส่วนคำสั่งลงโทษเที่ยวบินระหว่างประเทศที่พบผู้โดยสารติดเชื้อก่อนหน้านี้ก็จะถูกยกเลิก

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับกฎใหม่ที่เพิ่งประกาศนี้ จีนยังไม่ได้กำหนดวันที่จะมีผลบังคับใช้อย่างชัดเจน แต่ก็ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่สร้างบรรยากาศในเชิงบวก โดยเฉพาะในกลุ่มนักลงทุนที่ขานรับข่าวดังกล่าว เนื่องจากเป็นนโยบายที่จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและภาคการขนส่งระหว่างประเทศ โดยดัชนี Hang Seng ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดพุ่งขึ้นกว่า 7% ในวันนี้ ขณะที่ดัชนี Shanghai Composite ตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น 2.5%

 

แฟ้มภาพ: Yin Liqin / China News Service via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post จีนประกาศเตรียมลดเวลากักตัวนักเดินทางขาเข้า พร้อมยกเลิกคำสั่งแบนเที่ยวบินที่มีผู้ติดเชื้อโควิดแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน แจงการแยกกักรักษาโควิด 5 วัน เป็นไปตามข้อมูลทางวิชาการ ปรับตามสถานการณ์ปัจจุบัน https://thestandard.co/covid-quarantine-measure/ Mon, 22 Aug 2022 08:59:55 +0000 https://thestandard.co/?p=670236 อนุทิน ชาญวีรกูล

วันนี้ (22 สิงหาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี แล […]

The post อนุทิน แจงการแยกกักรักษาโควิด 5 วัน เป็นไปตามข้อมูลทางวิชาการ ปรับตามสถานการณ์ปัจจุบัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล

วันนี้ (22 สิงหาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า แนวทางการรักษาโรคโควิดในผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อย หรือไม่มีอาการด้วยรูปแบบ 5+5 คือ แยกกักรักษาที่บ้าน 5 วัน และสังเกตอาการโดยเข้มงวดตามมาตรการป้องกันตนเองอีก 5 วัน มีข้อมูลวิชาการรองรับ และไม่ได้เป็นการตัดสินใจเองของคนหนึ่งคนใด แต่เป็นการพิจารณาผ่านคณะกรรมการ ทั้งคณะกรรมการวิชาการ ศบค.ชุดเล็ก และ ศบค.ชุดใหญ่ ถือเป็นมติที่ชอบด้วยกฎหมายและทางปฏิบัติ ซึ่งแนวทางการรักษาผู้ป่วยโควิด มีการปรับปรุงมาอย่างต่อเนื่องตามสถานการณ์ความรุนแรงของโรคในปัจจุบัน รวมถึงความพร้อมของการรักษาพยาบาล ยารักษา และการบริหารวัคซีนป้องกัน

 

อนุทินกล่าวอีกว่า ส่วนสถานการณ์โรคโควิดขณะนี้ บางจังหวัดยังมีการระบาดแบบ Small Wave แต่ระบบสาธารณสุขมีความพร้อมในการรองรับ ทั้งเวชภัณฑ์ ยา และวัคซีน ขอให้ประชาชนมารับการฉีดเข็มกระตุ้น เพื่อเดินหน้าใช้ชีวิตตามปกติ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่เริ่มกลับมาเข้มแข็งขึ้น มีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศมากขึ้น การจ้างงานทยอยกลับมา โดยกระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมในการควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดความสูญเสีย 

 

สำหรับการซื้อยาต้านไวรัสโควิดในร้านขายยาที่จะเริ่มวันที่ 1 กันยายน 2565 โดยยืนยันว่าจะต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น ส่วนเรื่องการกำหนดราคาไม่ได้อยู่ในอำนาจของกระทรวงสาธารณสุข แต่เชื่อว่าจะเป็นไปตามกลไกการตลาด

 

The post อนุทิน แจงการแยกกักรักษาโควิด 5 วัน เป็นไปตามข้อมูลทางวิชาการ ปรับตามสถานการณ์ปัจจุบัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สธ. ยืนยันข้อมูลวิชาการ แยกกักรักษาโควิด 5 วัน สอดคล้องสถานการณ์จริง ไม่แตกต่างกับแยกกัก 7 วันหรือนานกว่า https://thestandard.co/covid-quarantine/ Sun, 21 Aug 2022 11:35:34 +0000 https://thestandard.co/?p=669966 แยกกักรักษา

วันนี้ (21 สิงหาคม) นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ หัวหน้าที่ปรึก […]

The post สธ. ยืนยันข้อมูลวิชาการ แยกกักรักษาโควิด 5 วัน สอดคล้องสถานการณ์จริง ไม่แตกต่างกับแยกกัก 7 วันหรือนานกว่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
แยกกักรักษา

วันนี้ (21 สิงหาคม) นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ หัวหน้าที่ปรึกษาระดับกระทรวง (นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ 11) และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงแนวทางการรักษาโรคโควิด กลุ่มไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย แบบ 5+5 ว่า การกำหนดให้แยกกักรักษา 5 วัน และเฝ้าระวังสังเกตอาการ และเคร่งครัดมาตรการป้องกันตนเอง คือสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ และเว้นระยะห่างอีก 5 วัน เป็นแนวทางที่เป็นไปตามสถานการณ์ ถูกต้องตามหลักวิชาการ และผ่านคำปรึกษาของผู้ทรงคุณวุฒิทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุข มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และสมดุลของการควบคุมโรคกับการใช้ชีวิตปกติสุขของประชาชน ทั้งนี้ มีข้อมูลการศึกษาในหลายประเทศพบว่า ผู้ป่วยโรคโควิดสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มป่วย 1-2 วัน และวันเริ่มป่วยจะเป็นระยะที่มีโอกาสแพร่โรคให้ผู้อื่นได้มากที่สุด ซึ่งจำเป็นต้องแยกกักที่บ้านเพื่อลดโอกาสการแพร่เชื้อในชุมชน

 

“ช่วงแรกเราใช้ระยะเวลา 14 วัน แต่เมื่อเชื้อมีความรุนแรงลดลง ประชาชนฉีดวัคซีนโควิดเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีภูมิคุ้มกันจำนวนมาก ส่วนใหญ่จึงเป็นการติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ หรือมีอาการเล็กน้อย และไม่ได้ตรวจหาเชื้อโควิด ซึ่งเรามีคำแนะนำให้ตรวจเมื่อมีอาการ เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติมากขึ้น และอยู่ร่วมกับโควิด รวมถึงเดินหน้าสังคมและเศรษฐกิจต่อไปได้ จึงมีการลดระยะเวลาแยกกักรักษาเป็น 10 วัน ลดเหลือ 7+3 และขณะนี้เป็นแนวทางของ 5+5” นพ.รุ่งเรืองกล่าว

 

นพ.รุ่งเรืองกล่าวว่า การพิจารณาปรับระยะเวลาแยกกักที่บ้านลงนั้น เป็นการตัดสินใจบนข้อมูลข้อเท็จจริงทางวิชาการ ที่พบว่าการแยกกักที่บ้าน 5 วัน หรือ 7 วัน หรือนานกว่านั้น สามารถลดโอกาสเสี่ยงในการแพร่เชื้อต่อชุมชนไม่แตกต่างกัน ที่สำคัญคือ คนจำนวนมากฉีดวัคซีนแล้วทำให้มีภูมิคุ้มกันช่วยป้องกันอาการรุนแรง รวมถึงเมื่อทราบว่าตนเองติดเชื้อก็มีความรู้ความเข้าใจ และป้องกันตนเองอย่างเต็มที่ ดังนั้น การสังเกตอาการและเข้มมาตรการป้องกันตนเองเพิ่ม 3 วัน หรือ 5 วัน จึงไม่ได้แตกต่างกันมาก เพราะผู้ติดเชื้อจะมีการเฝ้าระวังตนเองไม่ให้แพร่เชื้อต่อ

 

“ส่วนกลุ่มที่เราเป็นห่วงคือ กลุ่มเสี่ยงต่อการป่วยหนัก หรือมีอาการรุนแรงหากติดเชื้อ ได้แก่ กลุ่ม 608 ที่ยังไม่เคยฉีดวัคซีนโควิด หรือยังไม่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น จึงต้องเน้นให้มารับวัคซีนเข็มกระตุ้น หากได้รับวัคซีนเข็มล่าสุดมาแล้วในช่วง 3-4 เดือน เพื่อคงระดับภูมิคุ้มกันต่อโรคโควิด นอกจากนี้ หากประชาชนยังคงร่วมมือกันสวมหน้ากากอนามัยขณะทำกิจกรรมร่วมกันในกลุ่มคนจำนวนมาก หรือสวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่ในที่สาธารณะ รวมทั้งผู้ที่มีอาการป่วยในระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้ ไอ น้ำมูกไหล เจ็บคอ ปวดตามตัว มีการสวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่ใกล้ชิดผู้อื่น จะช่วยลดการแพร่โรคได้” นพ.รุ่งเรืองกล่าว

The post สธ. ยืนยันข้อมูลวิชาการ แยกกักรักษาโควิด 5 วัน สอดคล้องสถานการณ์จริง ไม่แตกต่างกับแยกกัก 7 วันหรือนานกว่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
กัมพูชาจ่อยกเลิกกักตัว ‘นักเดินทางขาเข้า’ ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิดไม่ครบโดส หรือยังไม่ฉีดเลย แต่ต้องตรวจ ATK เมื่อมาถึง https://thestandard.co/cambodia-to-lift-quarantine-inbound-traveler/ Sun, 10 Jul 2022 06:50:24 +0000 https://thestandard.co/?p=652300 กัมพูชา

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา กัมพูชาเปิดเผยแผนการยกเล […]

The post กัมพูชาจ่อยกเลิกกักตัว ‘นักเดินทางขาเข้า’ ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิดไม่ครบโดส หรือยังไม่ฉีดเลย แต่ต้องตรวจ ATK เมื่อมาถึง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กัมพูชา

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา กัมพูชาเปิดเผยแผนการยกเลิกข้อบังคับกักตัวนักเดินทางขาเข้าที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดไม่ครบโดส หรือไม่ได้ฉีดเลย แต่ยังคงบังคับตรวจโรคด้วยชุดตรวจ ATK เมื่อมาถึง

 

แถลงการณ์จาก แมม บุญเฮง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของกัมพูชา ระบุว่า มติข้างต้นจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคมเป็นต้นไป โดยหากผลตรวจ ATK เป็นลบ นักเดินทางจะสามารถเดินทางไปยังบ้านหรือจุดหมายปลายทางโดยไม่ต้องกักตัว

 

บุญเฮงเสริมว่า หากผลตรวจ ATK เป็นบวก แต่ผู้ป่วยมีอาการเล็กน้อย ก็สามารถกักตัวเองและทำการรักษาที่บ้าน ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการหนักต้องเข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลสำหรับโรคโควิดที่ได้รับอนุญาตจากทางการกัมพูชา

 

นอกจากนั้นบุญเฮงระบุว่า นักเดินทางต่างชาติที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด ไม่ครบโดส หรือไม่ได้ฉีดเลย ต้องจ่ายค่าตรวจ ATK 5 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 180 บาท) พร้อมกระตุ้นนักเดินทางเหล่านั้นรับวัคซีนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตามจุดฉีดวัคซีนทั่วประเทศด้วย

 

ทั้งนี้ กัมพูชากลับมาดำเนินกิจกรรมทางสังคมและเศรษฐกิจ รวมถึงเปิดพรมแดนต้อนรับนักเดินทางที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดครบโดส โดยไม่ต้องกักตัว ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เนื่องด้วยประชาชนในประเทศมีอัตราการฉีดวัคซีนอยู่ในระดับสูง

 

ปัจจุบันกัมพูชาได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดให้ประชาชนเกือบ 15.1 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 94.3 ของประชากร

 

อ้างอิง: สำนักข่าวซินหัว

The post กัมพูชาจ่อยกเลิกกักตัว ‘นักเดินทางขาเข้า’ ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิดไม่ครบโดส หรือยังไม่ฉีดเลย แต่ต้องตรวจ ATK เมื่อมาถึง appeared first on THE STANDARD.

]]>
จีนลดเวลากักตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติเหลือ 7 วัน ย้ำยังยึดแนวทาง Zero-COVID แค่ปรับนโยบายใหม่ https://thestandard.co/china-cuts-quarantine-for-foreign-tourists/ Wed, 29 Jun 2022 10:48:07 +0000 https://thestandard.co/?p=648067 จีนลดเวลากักตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติ

วานนี้ (28 มิถุนายน) ทางการจีนประกาศลดระยะเวลากักตัวสำห […]

The post จีนลดเวลากักตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติเหลือ 7 วัน ย้ำยังยึดแนวทาง Zero-COVID แค่ปรับนโยบายใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จีนลดเวลากักตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติ

วานนี้ (28 มิถุนายน) ทางการจีนประกาศลดระยะเวลากักตัวสำหรับนักเดินทางจากต่างประเทศลงเหลือ 7 วัน ซึ่งถือเป็นการปรับเปลี่ยนมาตรการควบคุมโรคระบาดครั้งใหญ่ของจีน จากเดิมที่รัฐบาลยึดมั่นใช้นโยบายสกัดโควิดอย่างเข้มงวดมาโดยตลอด

 

คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนเปิดเผยว่า นักเดินทางจะต้องกักตัวในสถานที่ที่รัฐบาลกลางจัดหาไว้ให้เป็นเวลา 7 วัน จากเดิมที่ 14 วัน และหลังจากนั้นจะต้องกักตัวเองต่อที่บ้านอีก 3 วัน เพื่อดูอาการ ก่อนที่จะสามารถเดินทางไปยังแหล่งชุมชนได้ โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้เหตุผลว่า การที่เชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนมีระยะเวลาฟักตัวสั้นกว่าสายพันธุ์อื่น จึงทำให้สามารถปรับลดระยะเวลากักตัวได้

 

อย่างไรก็ตาม ทางการจีนระบุว่า ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเป็นการปรับเปลี่ยนมาตรการป้องกันและควบคุมโรคให้สอดคล้องกับข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ของเชื้อโอมิครอนเท่านั้น ไม่ใช่การผ่อนคลายมาตรการสกัดโควิด โดยจีนยังคงยึดมั่นในแนวทาง Zero-COVID ของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ที่มุ่งกดยอดผู้ติดเชื้อให้เป็นศูนย์ สวนทางกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่หันมาปรับใช้นโยบายอยู่ร่วมกับเชื้อไวรัส เนื่องจากไม่ต้องการให้ภาคเศรษฐกิจได้รับผลกระทบหนักไปมากกว่านี้

 

นอกจากนี้ สำนักข่าว Reuters ยังรายงานด้วยว่า หน่วยงานกำกับดูแลภาคการบินของจีนได้ประสานงานกับประเทศอื่นๆ เพื่อปรับเพิ่มเที่ยวบินในต่างประเทศช่วงครึ่งปีหลังแล้ว หลังยอดเที่ยวบินต่างประเทศในปัจจุบันมีสัดส่วนแค่ 2% ของช่วงก่อนเกิดโรคระบาด

 

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ยอดผู้ติดเชื้อโควิดในจีนลดลงจนแตะที่เลขหลักหน่วย ส่งผลให้นครเซี่ยงไฮ้เริ่มกลับมาอนุญาตให้ประชาชนรับประทานอาหารที่ร้านได้อีกครั้ง ส่วนกรุงปักกิ่งก็ได้ทยอยเปิดสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งแล้ว รวมถึงสวนสนุกยอดนิยมอย่าง Universal Beijing Resort ขณะที่ Shanghai Disney Resort เตรียมเปิดให้บริการในวันพรุ่งนี้ (30 มิถุนายน) หลังจากที่ปิดมานานกว่า 3 เดือน

 

แฟ้มภาพ: Hugo Hu / Getty Images

อ้างอิง:

The post จีนลดเวลากักตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติเหลือ 7 วัน ย้ำยังยึดแนวทาง Zero-COVID แค่ปรับนโยบายใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จีนหั่นเวลากักตัวนักท่องเที่ยวเข้าประเทศเหลือ 7 วัน หลังปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ไร้ผู้ติดเชื้อรายใหม่ https://thestandard.co/china-cuts-quarantine-for-tourists-entering-country/ Tue, 28 Jun 2022 10:09:36 +0000 https://thestandard.co/?p=647504 จีน

จีนปรับมาตรการกักตัวสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าปร […]

The post จีนหั่นเวลากักตัวนักท่องเที่ยวเข้าประเทศเหลือ 7 วัน หลังปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ไร้ผู้ติดเชื้อรายใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จีน

จีนปรับมาตรการกักตัวสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศ ลดเวลากักตัวในพื้นที่กักกันเหลือ 7 วัน จากมาตรการเดิมกำหนดไว้ 14 วัน และให้ติดตามอาการที่บ้านต่ออีก 3 วัน หลังจากกรุงปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้รายงานว่าไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ด้านเจ้าหน้าที่รัฐยืนยันทั้งประเทศยังยึดนโยบาย Zero-COVID เช่นเดิม 

 

วันนี้ (28 มิถุนายน) คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน ได้ออกแถลงการณ์ว่า สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าสู่ประเทศจีน กำหนดให้กักตัวในสถานที่ที่หน่วยงานกลางจัดไว้ให้เพียง 7 วัน ซึ่งเป็นการลดลงครึ่งหนึ่งจากนโยบายเดิมที่กำหนดจำนวนวันในการกักตัวไว้ 14 วัน จากนั้นให้นักท่องเที่ยวและผู้เดินทางขาเข้าเฝ้าระวังสุขภาพต่อที่บ้าน หรือสถานที่พักอาศัยต่ออีก 3 วัน ซึ่งนับได้ว่าเป็นการผ่อนคลายมาตรการครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีการผ่อนคลายข้อกำหนดเกี่ยวกับการกักตัวสำหรับผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้ออีกด้วย

 

โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจีนให้เหตุผลว่า ระยะเวลาในการฟักตัวที่สั้นลงของโควิดสายพันธ์ุโอมิครอน ทำให้สามารถปรับลดระยะเวลาการกักกันโรคลงได้ 

 

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จีนได้ผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิดสำหรับผู้เดินทางระหว่างประเทศด้วยความระมัดระวัง โดยกรุงปักกิ่งปรับลดเวลากักตัวที่สถานบริการส่วนกลางลงเหลือ 10 วัน จากเดิมที่กำหนดไว้ 14 วัน

 

การผ่อนคลายมาตรการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากกรุงปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้รายงานว่า ไม่มีผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (27 มิถุนายน) เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองเมืองใหญ่ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ หลังจากที่จีนต้องเผชิญกับวิกฤตการแพร่ระบาดครั้งใหญ่มาตลอด 4 เดือน ซึ่งสร้างแรงกดดันทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการใช้ชีวิตประจำวัน 

 

โดยข้อมูลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา จีนรายงานผู้ติดเชื้อทั่วประเทศเพียง 22 ราย ซึ่งสวนทางกับทั่วโลกที่รายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่หลักพันคนต่อวัน อย่างไรก็ตาม จีนได้รายงานว่ามีผู้ติดเชื้อใหม่อีก 78 ราย ที่ตรวจพบในหมู่นักเดินทางขาเข้าประเทศ

 

ทั้งนี้ แม้มาตรการจะผ่อนคลายลงบ้าง แต่กรุงปักกิ่งยังคงยึดมั่นในนโยบาย Zero-COVID ซึ่งยังคงตั้งเป้าที่จะกำจัดการติดเชื้อทั้งหมด โดย Lei Zhenglong เจ้าหน้าที่ NHC กล่าวว่า กฎใหม่นี้ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานป้องกันและควบคุมของประเทศ และไม่ได้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบาย 

 

“มาตรการต่างๆ ไม่ได้ผ่อนคลายขึ้นอย่างแน่นอน แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นแนวทางทางวิทยาศาสตร์ และตรงเป้าหมายมากกว่า” Lei กล่าว 

 

ด้าน Huang Yanzhong นักวิจัยอาวุโสด้านสุขภาพระดับโลกแห่งสภาวิเทศสัมพันธ์แห่งนิวยอร์ก กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นก้าวสำคัญในทิศทางที่ถูกต้อง แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์โดยรวมเท่านั้น เนื่องจากยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการเดินทางภายในประเทศที่ซับซ้อนอยู่อีกมาก ซึ่งทำให้ชาวจีนไม่สามารถเดินทางสัญจรภายในประเทศได้อย่างราบรื่น

 

“จีนยังห่างไกลจากการเปิดประเทศ ความไม่แน่นอนและความเสี่ยงยังคงมีอยู่สำหรับการเดินทางเข้าสู่ประเทศจีน ขณะที่ข้อกำหนดด้านการเดินทางภายในประเทศในปัจจุบันก็ยังคงยากลำบาก” Huang กล่าว 

 

ภายหลังการรายงานความคืบหน้าของมาตรการดังกล่าว หุ้นฮ่องกงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างคึกคัก โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มการบิน โดยหุ้น Air China ปรับเพิ่มขึ้น 11% ส่วนหุ้น China Southern Airlines และหุ้น China Eastern Airlines ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 5.7%. และหุ้น Cathay Pacific Airways ปรับเพิ่มขึ้น 6.7%

 

เช่นเดียวกับตลาดหุ้นจีนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นรับข่าวดี โดยดัชนี CSI 300 ปรับเพิ่มขึ้น 1% ส่วนสัญญาณซื้อขายล่วงหน้าดัชนี S&P 500 ก็ปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post จีนหั่นเวลากักตัวนักท่องเที่ยวเข้าประเทศเหลือ 7 วัน หลังปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ไร้ผู้ติดเชื้อรายใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน เผยแรงงานไทยกลับจากยูเครน 38 ราย ตรวจพบโควิด 3 ราย ส่งดูแลรักษาแล้ว https://thestandard.co/thai-workers-return-from-ukraine-covid-test/ Wed, 02 Mar 2022 08:16:58 +0000 https://thestandard.co/?p=600920 แรงงานไทย

วันนี้ (2 มีนาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และร […]

The post อนุทิน เผยแรงงานไทยกลับจากยูเครน 38 ราย ตรวจพบโควิด 3 ราย ส่งดูแลรักษาแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
แรงงานไทย

วันนี้ (2 มีนาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์หลังตรวจเยี่ยมให้กำลังใจแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากประเทศยูเครน ซึ่งกำลังมีสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ โดยให้เข้ารับการดูแลที่ศูนย์กักตัว (Quarantine Center) สถาบันบำราศนราดูร

 

โดยระบุว่า นายกรัฐมนตรีมีนโยบายและข้อสั่งการให้ช่วยเหลือแรงงานไทยในประเทศยูเครนกลับสู่มาตุภูมิโดยเร็วที่สุด ซึ่งทราบมาว่ามีแรงงานไทยทำงานอยู่ในยูเครน 139 คน ชุดแรกเดินทางกลับมาถึงแล้ว 38 คน และช่วงบ่ายจะมาอีก 58 คน รวม 96 คน ส่วนที่เหลือจะทยอยเดินทางกลับมาครบภายใน 1-2 วันนี้ ซึ่งเป็นการเดินทางกลับในสถานการณ์เร่งด่วน จึงไม่สามารถลงทะเบียน Thailand Pass หรือเข้าระบบ Test & Go ได้ กระทรวงสาธารณสุขจึงจัดศูนย์กักตัวที่สถาบันบำราศนราดูรให้การดูแล โดยตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR พบเชื้อเพียง 3 คน เป็นกลุ่มสีเขียว คือไม่มีอาการ ได้ให้การดูแลรักษาตามแนวทางของกรมการแพทย์ต่อไป

 

สำหรับแรงงานที่ไม่ติดเชื้อจะให้กักตัวเฝ้าระวังอาการตามแนวทาง 7+3 โดยมีการตรวจ ATK ในวันที่ 5 หากผลเป็นลบ เมื่อครบวันที่ 7 สามารถเลือกที่จะอยู่สังเกตอาการต่อ หรือเดินทางกลับภูมิลำเนาแล้วเฝ้าระวังสังเกตอาการที่บ้านอีก 3 วันได้ และระหว่างกักตัวหากมีอาการป่วยสามารถแจ้งได้ทันทีผ่านระบบหมอชนะ 

 

นอกจากนี้ จากการสอบถามแรงงานไทยในยูเครนได้รับวัคซีนโควิดมาแล้ว 2 เข็ม ดังนั้นก่อนกลับภูมิลำเนาจะมีการฉีดวัคซีนเข็ม 3 ให้ด้วยเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข และเมื่อกลับถึงภูมิลำเนา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะร่วมกับหน่วยงานของกระทรวงแรงงานติดตามดูแลช่วยเหลือต่อเนื่อง สำหรับเรื่องสภาพจิตใจ จากการสอบถามทุกคนที่กลับมายังมีขวัญกำลังใจดี และดีใจที่ได้กลับมาเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ

The post อนุทิน เผยแรงงานไทยกลับจากยูเครน 38 ราย ตรวจพบโควิด 3 ราย ส่งดูแลรักษาแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาคมประกันชีวิตไทย แจงเกณฑ์ใหม่ยังจ่ายค่ารักษา-ชดเชยรายวันผู้ป่วยในตามปกติกรณีติดโควิด แต่ไม่ครอบคลุมการกักตัว https://thestandard.co/tlaa-announce-new-coroanvirus-insurance-condition/ Tue, 08 Feb 2022 04:55:09 +0000 https://thestandard.co/?p=591658 สมาคมประกันชีวิตไทย แจงเกณฑ์ใหม่ยังจ่ายค่ารักษา-ชดเชยรายวันผู้ป่วยในตามปกติกรณีติดโควิด แต่ไม่ครอบคลุมการกักตัว

สมาคมประกันชีวิตไทย ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีหลักเ […]

The post สมาคมประกันชีวิตไทย แจงเกณฑ์ใหม่ยังจ่ายค่ารักษา-ชดเชยรายวันผู้ป่วยในตามปกติกรณีติดโควิด แต่ไม่ครอบคลุมการกักตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาคมประกันชีวิตไทย แจงเกณฑ์ใหม่ยังจ่ายค่ารักษา-ชดเชยรายวันผู้ป่วยในตามปกติกรณีติดโควิด แต่ไม่ครอบคลุมการกักตัว

สมาคมประกันชีวิตไทย ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายสำหรับผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของภาคธุรกิจประกันชีวิต โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

 

การให้ความคุ้มครองตามสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพ

 

ที่ผ่านมา ภาคธุรกิจประกันชีวิตได้ให้ความร่วมมือในการดูแลเยียวยาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยขยายความคุ้มครองเพิ่มเติมออกไปมากกว่าเงื่อนไขในกรมธรรม์ เช่น การจ่ายค่ารักษาพยาบาลในหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Hospitel) หรือโรงพยาบาลสนาม หรือการจ่ายค่ารักษาพยาบาลแบบ Home Isolation หรือแบบ Community Isolation ซึ่งเป็นการหารือร่วมกันระหว่างภาคธุรกิจและสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จึงมีการออกคำสั่งอนุโลมให้บริษัทจ่ายความคุ้มครอง เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยบริษัทประกันชีวิตไม่ได้คิดเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติม 

 

ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) มีทั้งผู้ติดเชื้อที่มีอาการรุนแรง หรือมีอาการเพียงเล็กน้อยหรือผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ ซึ่งอาจจะเป็น ‘ผู้ป่วยใน’ หรือ ‘ผู้ป่วยนอก’ ตามเงื่อนไขสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพ และแนวทางการรักษามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตามแนวทางปฏิบัติของกระทรวงสาธารณสุขที่ได้ออกมาตรฐานทางการแพทย์ในการรักษาตามสภาวการณ์ของโรคในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดแนวปฏิบัติการรับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่จะเข้าเป็น ‘ผู้ป่วยใน’ ในโรงพยาบาล จะต้องมีความจำเป็นทางการแพทย์และมาตรฐานทางการแพทย์ ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข ‘ข้อใดข้อหนึ่ง’ ดังนี้

 

1. เมื่อมีอาการไข้สูงกว่า 39 องศาเซลเซียส ระยะเวลานานกว่า 24 ชั่วโมง
2. หายใจเร็วกว่า 25 ครั้งต่อนาทีในผู้ใหญ่
3. Oxygen Saturation < 94%
4. โรคประจำตัวที่มีการเปลี่ยนแปลง หรือจำเป็นต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ตามดุลยพินิจของแพทย์
5. สำหรับในเด็ก หากมีอาการหายใจลำบาก ซึมลง ดื่มนมหรือรับประทานอาหารน้อยลง



ทั้งนี้ ภาคธุรกิจประกันชีวิตได้ให้ความคุ้มครองตามเงื่อนไขของสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพและแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขมาโดยตลอด เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแนวทางการรักษาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ภาคธุรกิจประกันชีวิตจึงได้หารือร่วมกันเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติเพื่อปรับปรุงเพิ่มเติมไม่ให้เกิดความสับสนของผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง และการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทน ยังคงปฏิบัติเป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญาทุกประการ โดยไม่ได้กระทบกระเทือนต่อสิทธิเรียกร้องหรือลดทอนสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยแต่อย่างใด

การเรียกร้องผลประโยชน์ค่าชดเชยรายวันจากการนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล (Hospital Benefit: HB)

ตามเงื่อนไขของสัญญาเพิ่มเติมค่าชดเชยรายวันจากการนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล (Hospital Benefit: HB) ภาคธุรกิจประกันชีวิตจะจ่ายผลประโยชน์ค่าชดเชยรายวันจากการนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลให้แก่ผู้เอาประกันภัยที่เข้ารักษาตัวเป็นผู้ป่วยในที่มีความจำเป็นทางการแพทย์ต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล เพื่อการรักษาพยาบาลการบาดเจ็บหรือการป่วยเท่านั้น ไม่ครอบคลุมการขาดรายได้จากการพักฟื้นหรือการกักตัว

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ภาคธุรกิจประกันชีวิตได้มีการอนุโลมจ่ายค่าชดเชยรายวันจากการนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล รวมไปถึงผู้ป่วยที่มีความจำเป็นทางการแพทย์ต้องเข้าพักรักษาตัวในหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Hospitel) หรือโรงพยาบาลสนาม (Field Hospital) ด้วย จนถึงปัจจุบัน โดยบริษัทประกันชีวิตไม่ได้คิดเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติม

ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ปกติภาครัฐเป็นผู้รับผิดชอบ แต่หากผู้ป่วยรายใดมีประกันสุขภาพกับบริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันชีวิตจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเป็นลำดับแรกตามที่โรงพยาบาลที่ทำการรักษาเรียกเก็บตามผลประโยชน์ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ทั้งนี้ เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2563

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post สมาคมประกันชีวิตไทย แจงเกณฑ์ใหม่ยังจ่ายค่ารักษา-ชดเชยรายวันผู้ป่วยในตามปกติกรณีติดโควิด แต่ไม่ครอบคลุมการกักตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: กักตัวรักษาโควิดอยู่ที่บ้านต้องทำอะไรบ้าง? https://thestandard.co/quarantine-for-covid-at-home/ Mon, 07 Feb 2022 01:00:37 +0000 https://thestandard.co/?p=590962 กักตัว

กักตัวรักษาโควิดอยู่ที่บ้านต้องทำอะไรบ้าง?

The post ชมคลิป: กักตัวรักษาโควิดอยู่ที่บ้านต้องทำอะไรบ้าง? appeared first on THE STANDARD.

]]>
กักตัว

กักตัวรักษาโควิดอยู่ที่บ้านต้องทำอะไรบ้าง?

The post ชมคลิป: กักตัวรักษาโควิดอยู่ที่บ้านต้องทำอะไรบ้าง? appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักข่าวอังกฤษเขียนบทความแฉประสบการณ์กักตัวในฮอสพิเทลภูเก็ต เปรียบเหมือนนักโทษจ่ายเงินขังตัวเอง https://thestandard.co/english-news-reporter-wrote-hospitel-quarantine-experience/ Tue, 25 Jan 2022 10:52:40 +0000 https://thestandard.co/?p=586515 นักข่าวอังกฤษเขียนบทความแฉประสบการณ์กักตัวในฮอสพิเทลภูเก็ต เปรียบเหมือนนักโทษจ่ายเงินขังตัวเอง

หนังสือพิมพ์ The Sunday Times ของอังกฤษ เผยแพร่บทความขอ […]

The post นักข่าวอังกฤษเขียนบทความแฉประสบการณ์กักตัวในฮอสพิเทลภูเก็ต เปรียบเหมือนนักโทษจ่ายเงินขังตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักข่าวอังกฤษเขียนบทความแฉประสบการณ์กักตัวในฮอสพิเทลภูเก็ต เปรียบเหมือนนักโทษจ่ายเงินขังตัวเอง

หนังสือพิมพ์ The Sunday Times ของอังกฤษ เผยแพร่บทความของ โจนาธาน มิลเลอร์ ผู้สื่อข่าวชาวอังกฤษประจำกรุงเทพฯ ที่เล่าถึงประสบการณ์ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น ‘ฝันร้าย’ ระหว่างเข้ากักตัวในฮอสพิเทลแห่งหนึ่ง ทางตะวันออกของจังหวัดภูเก็ต เมื่อช่วงหลังวันปีใหม่ที่ผ่านมา โดยเปรียบเทียบเหมือนกับ ‘การใช้ชีวิตแบบนักโทษที่จ่ายเงินกักขังตัวเอง’ เนื่องจากสภาพที่พักในฮอสพิเทล ตลอดจนอาหาร และการดูแลผู้กักตัวที่ต่ำกว่ามาตรฐาน และไม่สมกับราคาที่ต้องจ่ายสูงถึง 1,500 ปอนด์ หรือกว่า 66,000 บาท อีกทั้งยังเจอกลุ่มชาวต่างชาติที่ติดเชื้อ จัดงานปาร์ตี้ ทั้งเต้นและดื่มเบียร์แบบสนุกสุดเหวี่ยงโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย ซึ่งหลายคนนั้นมีอาการไออย่างหนัก 

 

โดยมิลเลอร์ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการสัมภาษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อช่วงปลายปี 2020 กล่าวในตอนต้นของบทความว่า ชาวต่างชาติที่เดินทางมาไทยและติดเชื้อโควิด ต้องใช้เวลา 2 สัปดาห์ในฮอสพิเทลที่มีราคาแพง และเรียกฮอสพิเทลที่เขาเข้ากักตัวว่า เป็น ‘Inhospitable Hospitel’ หรือ ‘ฮอสพิเทลที่ไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย’ 

 

ที่มาที่ทำให้มิลเลอร์ได้เข้าไปกักตัวในฮอสพิเทลแห่งนี้ เริ่มต้นขึ้นหลังจากที่ไอมาน แฟนสาวของเขาที่ไม่ได้เจอกันมานาน เดินทางจากซิดนีย์มายังภูเก็ตเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ซึ่งเขาได้ขับรถจากบ้านพักในกรุงเทพฯ ไปยังภูเก็ตเพื่อพบเธอ และได้จองที่พักริมทะเลไว้

 

โดยภูเก็ตนั้นเป็นที่นิยมและเป็นจุดมุ่งหมายหลักสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางมาไทยในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ เปิดให้ชาวต่างชาติสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องกักตัว หากมีผลตรวจเชื้อเป็นลบ ตามมาตรการ Test & Go ซึ่งชาวต่างชาติจำเป็นต้องมีผลตรวจเชื้อเป็นลบเมื่อเดินทางมาถึง และตรวจซ้ำอีกครั้งใน 5 วันให้หลัง

 

ซึ่งไอมานนั้นมีผลตรวจเป็นลบเมื่อเดินทางมาถึง แต่ในการตรวจ PCR รอบสอง ปรากฏว่าเธอติดเชื้อ ทำให้มีรถพยาบาลมารับเธอไปกักตัว ส่วนมิลเลอร์นั้นได้รับแจ้งจากทางตำรวจที่ส่งข้อความมาให้เขาว่า ต้องกักตัวด้วยเช่นกัน ทำให้เขายอมกักตัวเพื่อที่จะได้อยู่กับแฟนสาว

 

ในตอนแรกมิลเลอร์เผยว่า เขาได้รับข้อเสนอให้กักตัวในโรงแรมที่รัฐบาลจัดให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่เนื่องจากเขาได้ข่าวเกี่ยวกับสภาพที่พักและอาหารที่แย่ จนนักท่องเที่ยวเรียกกันว่าเป็นเรือนจำโควิดของไทย จึงทำให้ตัดสินใจปฏิเสธ ส่วนไอมานนั้นได้รับข้อเสนอให้กักตัวในโรงพยาบาลภูเก็ต แต่เนื่องจากเธอไม่มีอาการป่วย อีกทั้งพบว่าโรงพยาบาลนั้นประสบภาวะขาดแคลนเตียง จึงตัดสินใจไม่กักตัวที่โรงพยาบาล

 

ซึ่งทั้งสองคนได้เลือกที่จะจ่ายเงิน 1,500 ปอนด์ เพื่อเข้ากักตัวในฮอสพิเทล ที่มีการโฆษณาอย่างสวยหรูไว้ในกลุ่มเฝ้าระวังโควิดทางแอปพลิเคชัน WhatsApp โดยภาพของฮอสพิเทลที่โฆษณานั้น มีทั้งสระว่ายน้ำ ต้นปาล์ม ห้องพักขนาดใหญ่ ได้รับการดูแลความเป็นอยู่ภายใต้ความสะอาดที่ผ่านมาตรฐาน และพนักงานที่ผ่านการฝึกมาอย่างดี

 

มิลเลอร์เล่าว่า ฮอสพิเทลที่เขาตัดสินใจเลือกนั้นเป็นโรงแรมขนาด 3 ดาว ที่ปิดไปนานกว่า 2 ปี ก่อนจะถูกดัดแปลงอย่างเร่งรีบเพื่อใช้เป็นสถานที่กักตัว ภายใต้การรับรองของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเขามองว่าฮอสพิเทลแห่งนี้เป็นตัวเลือกที่แย่น้อยที่สุดที่เขาเจอในตอนนั้น และก่อนที่เขาจะเข้ามากักตัวนั้น มีชาวต่างชาติกักตัวอยู่แล้วทั้งหมด 289 คน 

 

ขณะที่เขาบรรยายความรู้สึกที่เข้ากักตัวในฮอสพิเทลแห่งนี้ว่า เปรียบเหมือนจักรวาลคู่ขนานที่น่าหดหู่ และทำลายความฝันในการใช้ชีวิตตลอดสองสัปดาห์ ตามสโลแกน Amazing Thailand ที่มีทั้งหาดทรายขาว การดำน้ำดูปะการัง และอาหารรสจัดที่อร่อยและราคาถูก 

 

วันแรกที่เดินทางไปถึงฮอสพิเทลในช่วงประมาณ 21.00 น. มิลเลอร์เล่าว่าเขาเห็นกลุ่มชาวต่างชาติที่ติดเชื้อจำนวนมากกำลังจัดปาร์ตี้ ซึ่งหลายคนเมาและไม่สวมหน้ากากอนามัย และมีขวดเบียร์วางกองอยู่ที่พื้น บางคนมีอาการไออย่างหนักในขณะที่กำลังเต้นไปด้วย 

 

ซึ่งเขาบอกว่าภาพที่เห็นนั้นไร้สติอย่างสิ้นเชิง ขณะที่มีชาวอังกฤษคนหนึ่งตะโกนมาที่เขาว่า “ยินดีต้อนรับสู่โฮเทลแคลิฟอร์เนีย” ซึ่งเปรียบเทียบเหมือนกับโรงแรมในเพลงดัง Hotel California จากช่วงทศวรรษ 1970 ที่ภายนอกดูเป็นสถานที่หรูหรา แต่ภายในนั้นกลับเลวร้ายจนน่าผิดหวัง 

 

ทั้งนี้ มิลเลอร์ติดโควิดในที่สุดหลังจากกักตัวผ่านไปหลายวัน ขณะที่เขายังเล่าถึงปัญหาภายในฮอสพิเทลที่ค่อนข้างแย่อื่นๆ เช่น อาหารที่ส่งให้วันละ 3 มื้อ ซึ่งกินแทบไม่ได้ ทั้งบะหมี่ที่แข็งเป็นวุ้น และนักเก็ตไก่ที่เย็นชืด ตลอดจนสระว่ายน้ำที่ใช้ได้เพียงสระเดียว ส่วนสระที่ปิดอยู่ ซึ่งอยู่หลังห้องพักหลายห้องนั้นมีทั้งตะกอนและซากกบตายลอยอยู่ 

 

ส่วนในห้องพักนั้นแม้จะสภาพค่อนข้างดี แต่ก็เล็กและแคบ และโทรทัศน์นั้นใช้การไม่ได้ อีกทั้งน้ำประปายังไหลเบา และสัญญาณ Wi-Fi ยังขาดๆ หายๆ ซึ่งไม่เป็นไปตามที่โฆษณาไว้ 

 

นอกจากนี้ ผู้เข้ากักตัวทุกคนยังถูกบังคับให้ต้องเอกซเรย์ปอด และเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งหากไม่ยอมเอกซเรย์จะไม่ได้รับเอกสารที่ต้องใช้เพื่อออกจากฮอสพิเทลหลังกักตัวครบ 10 วัน 

 

อีกทั้งทุกคนยังต้องจ่ายเงินสำหรับการตรวจ PCR 1 ครั้ง คนละ 90 ปอนด์ หรือ 4,000 บาท ซึ่งมิลเลอร์เผยว่า เขาต้องใช้เวลา 5 วันในการร้องขอผลตรวจยืนยันการติดเชื้อ ซึ่งวันกักตัวนั้นเริ่มนับตั้งแต่ที่ได้ผลตรวจเชื้อเป็นบวก แต่เขาเจรจากับเจ้าหน้าที่จนสามารถใช้ภาพถ่ายผลตรวจแอนติเจนเป็นหลักฐานยืนยันวันที่ติดเชื้อ จึงทำให้ออกจากโรงแรมได้หลังกักตัวครบ 10 วัน 

 

ทั้งนี้ มิลเลอร์เผยว่าพนักงานในฮอสพิเทลนั้นไม่เพียงพอ และไม่สามารถตอบคำถามเรื่องการออกเอกสารเดินทางกลับประเทศ ตลอดจนรายละเอียดเรื่องการใช้ประกันสุขภาพในการจ่ายค่ากักตัว ทำให้ชาวต่างชาติหลายคนมีความวิตกกังวล 

 

มิลเลอร์ยังระบุในช่วงท้ายของบทความว่า การระบาดที่รุนแรงของโอมิครอน ทำให้ทางการไทยมีการระงับใช้มาตรการ Test & Go ช่วงก่อนหน้านี้ แต่เริ่มต้นตั้งแต่เดือนหน้า จะมีการนำมาตรการนี้กลับมาใช้อีกครั้ง ซึ่งหมายความว่านักท่องเที่ยวที่มีผลตรวจเชื้อเป็นลบ สามารถออกไปท่องเที่ยวได้ตามปกติโดยไม่ต้องกักตัว

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีผลตรวจเป็นบวก มิลเลอร์เตือนว่าอาจต้องกลายเป็นนักโทษของโฮเทลแคลิฟอร์เนีย และการฉลองวันหยุดในดินแดนแห่งรอยยิ้มอย่างไทย อาจกลายเป็นสวรรค์หรือกลายเป็นนรกไปเลยก็ได้

 

อ้างอิง:

The post นักข่าวอังกฤษเขียนบทความแฉประสบการณ์กักตัวในฮอสพิเทลภูเก็ต เปรียบเหมือนนักโทษจ่ายเงินขังตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เอ้ สุชัชวีร์’ ประกาศ กักตัว-งดลงพื้นที่-ตรวจเชื้อแล้ว หลังช่วยหาเสียงเลือกตั้งซ่อมสงขลา มีแกนนำพรรคติดโควิด https://thestandard.co/suchatchavee-announced-quarantine-on-team-coronavirus-infection/ Tue, 18 Jan 2022 03:33:26 +0000 https://thestandard.co/?p=583634 เอ้ สุชัชวีร์

วันนี้ (18 มกราคม) ดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกและเลขา […]

The post ‘เอ้ สุชัชวีร์’ ประกาศ กักตัว-งดลงพื้นที่-ตรวจเชื้อแล้ว หลังช่วยหาเสียงเลือกตั้งซ่อมสงขลา มีแกนนำพรรคติดโควิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอ้ สุชัชวีร์

วันนี้ (18 มกราคม) ดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกและเลขาคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ กรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ตามที่ เดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคใต้ ติดโควิด และกำลังรับการรักษาตัวในโรงพยาบาลนั้น พบว่าในช่วงการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ดร.เอ้ ได้เป็นหนึ่งในทีมขุนพลของพรรคที่ไปร่วมปราศรัยหาเสียงบนเวทีใหญ่ที่จังหวัดสงขลาในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งเมื่อวันศุกร์ (14 มกราคม) ที่ผ่านมา 

 

ทั้งนี้ เมื่อสุชัชวีร์ทราบข่าวการติดเชื้อของเดชอิศม์จึงไม่ได้นิ่งนอนใจและไปตรวจโควิดทันที แต่ไม่พบเชื้อ แต่เพื่อความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับทุกฝ่ายจึงจะของดกิจกรรมในระหว่างนี้และกักตัวตามมาตรการ 

 

ดรุณวรรณกล่าวต่อด้วยว่า วันนี้สุชัชวีร์มีแผนลงพื้นที่เขตลาดพร้าวร่วมกับ ธนิตศักดิ์ ดารามั่น ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตลาดพร้าว รวมไปถึงแผนที่จะลงพื้นที่เขตสัมพันธวงศ์ ตลาดน้อย เยาวราชในวันพฤหัสบดีนี้ด้วย จึงจำเป็นต้องขอเลื่อนออกไปก่อนจนกว่าจะครบกำหนดกักตัว และขอแจ้งมายังพี่น้องประชาชนและขออภัยที่ไม่สามารถไปร่วมกิจกรรมดังกล่าวได้

The post ‘เอ้ สุชัชวีร์’ ประกาศ กักตัว-งดลงพื้นที่-ตรวจเชื้อแล้ว หลังช่วยหาเสียงเลือกตั้งซ่อมสงขลา มีแกนนำพรรคติดโควิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนาธร แจ้งผลตรวจโควิดเป็นบวก หลังเดินทางกลับจากต่างประเทศ กักตัวแล้วตามมาตรการรัฐบาล https://thestandard.co/thanathorn-positive-coronavirus-test/ Tue, 04 Jan 2022 08:01:45 +0000 https://thestandard.co/?p=578760 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

วันนี้ (4 มกราคม) ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน […]

The post ธนาธร แจ้งผลตรวจโควิดเป็นบวก หลังเดินทางกลับจากต่างประเทศ กักตัวแล้วตามมาตรการรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

วันนี้ (4 มกราคม) ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้โพสต์ข้อความชี้แจงผ่านสื่อโซเชียลมีเดียของตนเองระบุว่า เมื่อวานนี้ (3 มกราคม) ผมเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ได้กักตัวและตรวจโควิดตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข เวลาประมาณ 15.00 น. ผลออกมาเป็นบวก 

 

ณ ตอนนี้ ผมอยู่ในระหว่างการกักตัวตามมาตรการของรัฐบาล และปฏิบัติตัวภายใต้คำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

 

ธนาธรระบุอีกว่า สภาพร่างกายไม่มีอาการใดๆ สุขภาพแข็งแรงและเป็นปกติดี ขอให้ทุกคนดูแลรักษาสุขภาพกันด้วย

 

อ้างอิง: 

The post ธนาธร แจ้งผลตรวจโควิดเป็นบวก หลังเดินทางกลับจากต่างประเทศ กักตัวแล้วตามมาตรการรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฝรั่งเศสเตรียมลดจำนวนวันแยกกักตัว สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิดครบโดสแล้วติดเชื้อ https://thestandard.co/france-decreasing-quarantine-days/ Mon, 03 Jan 2022 03:52:35 +0000 https://thestandard.co/?p=578475 ฝรั่งเศสเตรียมลดจำนวนวันแยกกักตัว

วันนี้ (3 มกราคม) ทางการฝรั่งเศสเตรียมลดจำนวนวันแยกกักต […]

The post ฝรั่งเศสเตรียมลดจำนวนวันแยกกักตัว สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิดครบโดสแล้วติดเชื้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฝรั่งเศสเตรียมลดจำนวนวันแยกกักตัว

วันนี้ (3 มกราคม) ทางการฝรั่งเศสเตรียมลดจำนวนวันแยกกักตัว สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิดครบโดสแล้วติดเชื้อจาก 10 วัน เหลือเพียง 7 วัน โดยเริ่มจากวันนี้เป็นต้นไป และสามารถออกจากการกักตัวได้ 5 วัน หลังมีผลตรวจเป็นลบ ไม่พบการติดเชื้อไวรัสโคโรนาแล้ว 

 

ในขณะที่ผู้ที่มีประวัติใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ และเข้ารับการฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว ไม่จำเป็นต้องกักตัวแต่อย่างใด ส่วนผู้ที่ยังไม่เข้ารับการฉีดวัคซีนและมีผลตรวจเป็นบวก พบการติดเชื้อจะต้องแยกกักตัวด้วยตัวเอง (Self-Isolation) 10 วัน 

 

นอกจากฝรั่งเศสแล้ว สหรัฐอเมริกาก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีการลดจำนวนวันแยกกักตัวเหลือเพียง 5 วัน เพื่อป้องกันการหยุดชะงักในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ของประเทศ เนื่องจากการขาดแคลนแรงงาน 

 

โดยรัฐมนตรีสาธารณสุขฝรั่งเศสระบุว่า การตัดสินใจลดระยะเวลาการแยกกักตัวมีขึ้นเพื่อประกันว่า ไวรัสยังอยู่ภายใต้การควบคุม ขณะเดียวกันก็ยังคงสามารถรักษาชีวิตทางสังคมและเศรษฐกิจไปด้วยได้

 

บทความที่เกี่ยวข้อง: 

 

ภาพ:  Li Yang / China News Service via Getty Images

อ้างอิง: 

The post ฝรั่งเศสเตรียมลดจำนวนวันแยกกักตัว สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิดครบโดสแล้วติดเชื้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หญิงชิคาโกกักตัวในห้องน้ำบนเครื่องบินนาน 3 ชั่วโมง หลังตรวจเจอโควิดกลางอากาศ https://thestandard.co/icelandair-covid-passenger-quarantines-trnd/ Sat, 01 Jan 2022 06:43:57 +0000 https://thestandard.co/?p=578245

ห้องน้ำบนเครื่องบินกลายเป็นสถานที่กักตัวของหญิงชิคาโกรา […]

The post หญิงชิคาโกกักตัวในห้องน้ำบนเครื่องบินนาน 3 ชั่วโมง หลังตรวจเจอโควิดกลางอากาศ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ห้องน้ำบนเครื่องบินกลายเป็นสถานที่กักตัวของหญิงชิคาโกรายหนึ่ง หลังผลตรวจโควิดออกมาเป็นบวกระหว่างการเดินทาง

 

มาริสา โฟเทียโอ อยู่บนเที่ยวบินของสายการบิน Icelandair ซึ่งเดินทางจากชิคาโกไปยังกรุงเรคยาวิก ประเทศไอซ์แลนด์ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม โดยมีจุดหมายปลายทางสุดท้ายอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 

 

โฟเทียโอ ซึ่งเดินทางไปพร้อมกับพี่ชายและพ่อ บอกกับ CNN ว่า ก่อนบินเธอได้รับการตรวจแบบ PCR จำนวน 2 ครั้ง และตรวจ Rapid Test อีกประมาณ 5 ครั้ง ซึ่งผลตรวจทุกครั้งออกมาเป็นลบ แต่ประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งระหว่างที่อยู่บนเที่ยวบิน เธอเริ่มรู้สึกเจ็บคอ

 

“ฉันเริ่มคิดวนไปวนมาในหัว จนคิดได้ว่า ‘โอเค ฉันก็แค่ไปตรวจ’ มันจะทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้น” โฟเทียโอกล่าวกับ CNN “แต่แล้วผลกลับออกมาเป็นบวก”

 

โฟเทียโอมีอาชีพเป็นครูสอนเด็กปฐมวัยในชิคาโก เธอได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว อีกทั้งยังได้รับเข็มกระตุ้น นอกจากนี้เธอยังได้รับการตรวจคัดกรองโควิดอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากเธอต้องทำงานกับกลุ่มคนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน

 

โฟเทียโอเผยว่า เธอเริ่มตื่นตระหนกเมื่อเธอทราบผลตรวจโควิดในห้องน้ำบนเครื่องบินที่กำลังบินอยู่เหนือมหาสมุทรแอตแลนติก 

 

“พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินคนแรกที่ฉันพบคือร็อกกี้ ฉันกำลังร้องไห้ฟูมฟาย” โฟเทียโอกล่าว “ฉันรู้สึกเป็นกังวลถึงครอบครัวที่ฉันเพิ่งรับประทานอาหารเย็นด้วย ฉันกังวลถึงคนอื่นๆ บนเครื่องบิน ฉันกังวลเกี่ยวกับตัวเอง”

 

รักน์ฮิลเดอร์ เอริกส์ดอทเทอร์ หรือ ร็อกกี้ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่โฟเทียโอพบเป็นคนแรก ช่วยทำให้เธอสงบลง

 

“แน่นอนว่ามันเป็นปัจจัยกดดันเมื่อมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แต่นั่นเป็นส่วนหนึ่งของงานของเรา” เอริกส์ดอทเทอร์บอกกับ CNN พร้อมทั้งเผยว่า เธอทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ในการจัดที่นั่งใหม่ เพื่อให้โฟเทียโอได้นั่งคนเดียว แต่ไม่มีที่นั่งเหลือ เพราะเที่ยวบินเต็มหมด

 

“เมื่อเธอกลับมาและบอกฉันว่าเธอไม่สามารถหาที่นั่งให้ได้ ฉันเลือกที่จะอยู่ในห้องน้ำ เพราะฉันไม่ต้องการอยู่ท่ามกลางคนอื่นๆ บนเครื่องบิน” โฟเทียโอกล่าว

 

จากนั้นจึงมีการนำข้อความมาติดบนประตูห้องน้ำว่างดให้บริการ และห้องน้ำก็ได้กลายเป็นที่นั่งใหม่ของโฟเทียโอตลอดช่วงเวลาที่เหลือบนเที่ยวบิน

 

CNN ติดต่อสายการบิน Icelandair ในวันพฤหัสบดี เพื่อสอบถามเรื่องราว แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ

 

โฟเทียโออยู่ในห้องน้ำประมาณ 3 ชั่วโมง ซึ่งในระหว่างนั้นเอริกส์ดอทเทอร์แวะมาดูเธออยู่ตลอด พร้อมทั้งจัดหาอาหารและเครื่องดื่มมากมาย

 

ระหว่างที่กักตัวอยู่ในห้องน้ำ โฟเทียโอได้ซื้ออินเทอร์เน็ตและโทรไปแจ้งให้โรงเรียนทราบ นอกจากนี้เธอยังทำวิดีโอ TikTok ซึ่งมีผู้เข้าชมมากกว่า 4.3 ล้านครั้ง ณ ช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี

 

โฟเทียโอกล่าวว่า เธอไม่รู้สึกอึดอัดในห้องน้ำ และดีใจที่ไม่ได้อยู่ในห้องโดยสารร่วมกับผู้โดยสารคนอื่นๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือพ่อวัย 70 ปีของเธอ

 

เมื่อเครื่องบินลงจอดในไอซ์แลนด์ โฟเทียโอและครอบครัวของเธอเป็นผู้โดยสารกลุ่มสุดท้ายที่ลงจากเครื่องบิน

 

เนื่องจากพี่ชายและพ่อของเธอไม่มีอาการใดๆ พวกเขาจึงสามารถเดินทางต่อไปยังสวิตเซอร์แลนด์ได้ ขณะที่โฟเทียโอได้รับการตรวจ PCR และ Rapid Test ที่สนามบิน ซึ่งผลตรวจทั้งสองออกมาเป็นบวก เธอจึงถูกส่งตัวไปที่โรงแรมของสภากาชาด เพื่อกักตัวเป็นเวลา 10 วัน

 

แพทย์มาตรวจอาการเธอวันละ 3 ครั้ง เธอได้รับอาหารและยาพร้อม “จริงๆ แล้วมันเป็นประสบการณ์ที่สบายๆ” โฟเทียโอกล่าว “ส่วนหนึ่งเป็นเพราะร็อกกี้ และชาวไอซ์แลนด์ ทุกคนที่นี่ใจดีมาก”

 

ทั้งนี้ สายการบินแต่ละแห่งมีนโยบายที่แตกต่างกันในการจัดการกับผู้โดยสารที่ติดโควิด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่สหรัฐฯ และอีกหลายประเทศ ได้ประกาศใช้มาตรการจำกัดการเดินทางท่ามกลางการแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอไมครอน

 

ตลอดช่วงกักตัว เธอยังคงบันทึกประสบการณ์บน TikTok เธอได้รับของขวัญคริสต์มาสและขนมจากเอริกส์ดอทเทอร์ ซึ่งทั้งคู่ยังติดต่อกันผ่านทางโซเชียลมีเดีย

 

“ฉันรู้ว่าเธอจะต้องอยู่คนเดียวในไอซ์แลนด์” เอริกส์ดอทเทอร์กล่าว “ถึงแม้จะถูกแยกตัว แต่ถ้าคุณมีใครสักคนที่สามารถนำของบางอย่างมาให้คุณได้ นั่นเป็นเรื่องที่ดี ดังนั้นฉันก็แค่ต้องเป็นคนคนนั้น”

 

วันสุดท้ายของการกักตัวของโฟเทียโอคือวันที่ 30 ธันวาคม และครอบครัวของเธอวางแผนมาพบกับเธอและใช้เวลาด้วยกันที่ไอซ์แลนด์ เนื่องจากเที่ยวบินกลับสหรัฐอเมริกาคือวันที่ 3 มกราคม

 

นอกจากนี้โฟเทียโอยังวางแผนที่จะนัดเจอกับเอริกส์ดอทเทอร์ก่อนเดินทางกลับสหรัฐฯ ขณะที่เอริกส์ดอทเทอร์บอกว่าจะไปเยี่ยมโฟเทียโอเมื่อเธอมีเที่ยวบินไปชิคาโก

 

“จากประสบการณ์ในครั้งนี้ ฉันได้เพื่อนใหม่ และฉันมีทัศนคติใหม่เกี่ยวกับหน้าที่ของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน” โฟเทียโอกล่าว “ร็อกกี้และลูกเรือต้องดูแลฉัน แต่พวกเขาก็มีผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่ต้องรับมือด้วยเช่นกัน”

 

ภาพ: Nicolas Economou / NurPhoto via Getty Images

อ้างอิง:

The post หญิงชิคาโกกักตัวในห้องน้ำบนเครื่องบินนาน 3 ชั่วโมง หลังตรวจเจอโควิดกลางอากาศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปรียบเทียบไทย vs. สหรัฐฯ หลังสหรัฐฯ ลดวันแยกกักตัว แม้โอไมครอนระบาดหนัก https://thestandard.co/thai-vs-usa-shortens-isolation-and-quarantine/ Wed, 29 Dec 2021 02:56:54 +0000 https://thestandard.co/?p=577274

ถึงแม้ผู้ติดเชื้อโควิดในสหรัฐอเมริกาจะมีแนวโน้มเพิ่มสูง […]

The post เปรียบเทียบไทย vs. สหรัฐฯ หลังสหรัฐฯ ลดวันแยกกักตัว แม้โอไมครอนระบาดหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>

ถึงแม้ผู้ติดเชื้อโควิดในสหรัฐอเมริกาจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่รายวันเร็วๆ นี้มากกว่า 500,000 ราย ทำลายสถิติการระบาดระลอกที่ผ่านมา และสายพันธุ์โอไมครอนกลายเป็นสายพันธุ์หลักแล้ว แต่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) กลับประกาศลดวันแยกกักตัวลงทั้งผู้ติดเชื้อและผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง กล่าวคือ

 

ผู้ติดเชื้อทุกคน ไม่ว่าจะได้รับวัคซีนครบหรือไม่ จะแยกตัว (Isolation) อยู่บ้านเป็นเวลา 5 วัน หากไม่มีอาการหรืออาการดีขึ้นสามารถออกจากบ้านได้ โดยต้องสวมหน้ากากต่ออีก 5 วันเมื่อเข้าไปในที่ชุมชน แต่ถ้ายังมีไข้ ให้อยู่บ้านบ้านจนกว่าจะหายจากไข้  ทั้งนี้ไม่ต้องตรวจหาเชื้อซ้ำ เปรียบเทียบกับแนวทางเดิมคือต้องแยกตัวจนครบ 10 วัน

 

ผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง จะแยกเป็น 2 กรณีคือ กรณีที่ 1 ได้รับเข็มกระตุ้น หรือเพิ่งได้รับวัคซีนครบ (ได้รับวัคซีนชนิด mRNA จำนวน 2 เข็มภายใน 6 เดือน หรือได้รับวัคซีน Johnson & Johnson จำนวน 1 เข็มภายใน 2 เดือน) ไม่ต้องแยกตัว แต่ต้องสวมหน้ากากเป็นเวลา 10 วันเมื่อเข้าไปในที่ชุมชน เท่ากับว่าสามารถไปเรียน/ทำงานได้ตามปกติ

 

กรณีที่ 2 ยังไม่ได้รับวัคซีน หรือได้รับวัคซีนครบมานานแล้วและย้งไม่ได้ฉีดเข็มกระตุ้น จะกักตัวที่บ้าน 5 วัน หลังจากนั้นสามารถออกจากบ้านได้ โดยต้องสวมหน้ากากต่ออีก 5 วันเมื่อเข้าไปในที่ชุมชน กรณีนี้คล้ายกับผู้ติดเชื้อ ซึ่งจำง่ายว่า 5+5 วัน แต่มีทางเลือกว่าหากไม่สามารถกักตัวได้ ต้องสวมหน้ากากเป็นเวลา 10 วันเมื่อเข้าไปในที่ชุมชนแทน 

 

ทั้ง 2 กรณีควรตรวจหาเชื้อในวันที่ 5 ถ้าเป็นไปได้ และหากมีอาการต้องตรวจหาเชื้อและกักตัวจนกว่าจะทราบผลว่าเป็นลบ

 

CDC ระบุว่า การปรับปรุงแนวทางนี้อยู่บนหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่พบว่าผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่แพร่เชื้อในช่วงแรกคือ 1-2 วันก่อนมีอาการ และ 2-3 วันหลังจากเริ่มมีอาการ ดังนั้นผู้ที่ตรวจพบผลบวกควรแยกตัวเป็นระยะเวลา 5 วัน และหากไม่มีอาการก็สามารถสวมหน้ากากต่ออีก 5 วันเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อแทน

 

ข้อมูลในแอฟริกาใต้และสหราชอาณาจักรพบว่าวัคซีนชนิด mRNA 2 เข็มมีประสิทธิผลป้องกันการติดเชื้อ 35% ในขณะที่เข็มกระตุ้นป้องกันเพิ่มขึ้นเป็น 75% และวัคซีนยังป้องกันอาการรุนแรง การรักษาตัวในโรงพยาบาล และการเสียชีวิต ดังนั้น CDC จึงสนับสนุนการฉีดวัคซีนในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 5 ขวบขึ้นไป และเข็มกระตุ้นสำหรับทุกคนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป

 

“การปรับปรุงคำแนะนำเกี่ยวกับการแยกกักตัวเป็นการสร้างสมดุลระหว่างสิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับการระบาดของไวรัสกับการป้องกันที่ได้รับจากการฉีดวัคซีนและเข็มกระตุ้น” ดร.โรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการ CDC ระบุเหตุผลไว้ในแถลงการณ์ “การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ช่วยให้ผู้คนสามารถใช้ชีวิตประจำวันต่อไปได้อย่างปลอดภัย” 

 

ซึ่งสอดคล้องกับการให้สัมภาษณ์ของ ดร.แอนโทนี เฟาชี ที่ปรึกษาระดับสูงด้านโรคติดเชื้อของสหรัฐฯ ว่า “ด้วยผู้ป่วยรายใหม่จำนวนมากที่เรามีและที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นจากสายพันธุ์โอไมครอน สิ่งหนึ่งที่เราต้องระมัดระวังคือเราไม่ต้องการให้คนจำนวนมากหายไป เราต้องการดึงคนกลับเข้ามาทำงาน โดยเฉพาะงานที่จำเป็น เพื่อให้สังคมดำเนินไปอย่างราบรื่น”

 

สำหรับแนวทางของประเทศไทยในขณะนี้ยังไม่มีการลดวันแยกกักตัว โดยผู้ติดเชื้อจะต้องแยกตัวเป็นระยะเวลา 10 วันนับจากวันที่ตรวจพบเชื้อ หรือวันที่เริ่มมีอาการ 

 

ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจะแบ่งเป็น 2 กรณี คือ ผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ (ได้รับวัคซีนครบตามกำหนดตั้งแต่ 2 สัปดาห์ขึ้นไป) จะถูกคุมไว้สังเกต (Close Observation) งดออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น 14 วัน ในขณะที่ผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนต้องกักตัวที่บ้าน (Home Quarantine) 14 วัน โดยทั้ง 2 กรณีจะต้องตรวจหาเชื้อด้วยวิธี PCR อย่างน้อย 1 ครั้ง หลังวันที่ 7 เป็นต้นไป

 

 

อ้างอิง:

 

The post เปรียบเทียบไทย vs. สหรัฐฯ หลังสหรัฐฯ ลดวันแยกกักตัว แม้โอไมครอนระบาดหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ ลดระยะเวลาแยกกักตัวผู้ติดโควิดแบบไม่มีอาการ จาก 10 วันเหลือ 5 วัน https://thestandard.co/us-cuts-quarantine-period-for-asymptomatic-coronavirus-cases/ Tue, 28 Dec 2021 03:05:31 +0000 https://thestandard.co/?p=576711 กักตัว

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคระบาดของสหรัฐฯ หรือ CDC ประกาศป […]

The post สหรัฐฯ ลดระยะเวลาแยกกักตัวผู้ติดโควิดแบบไม่มีอาการ จาก 10 วันเหลือ 5 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กักตัว

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคระบาดของสหรัฐฯ หรือ CDC ประกาศปรับเปลี่ยนข้อแนะนำในการแยกกักตัวสำหรับชาวอเมริกันที่ติดเชื้อโควิดแบบไม่มีอาการ โดยลดระยะเวลาแยกกักตัวลงจาก 10 วันเหลือ 5 วัน แต่หลังจากนั้น ยังคงต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยในระหว่างใช้ชีวิตประจำวันร่วมกับผู้อื่นต่ออีก 5 วัน 

 

โดย CDC ระบุว่า การปรับข้อแนะนำดังกล่าว เป็นไปตามข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ หลังพบว่าการแพร่เชื้อส่วนใหญ่นั้นเกิดขึ้นในช่วงต้นของการติดเชื้อ ซึ่งข้อแนะนำใหม่นี้ ไม่ใช่การบังคับตามกฎหมาย

 

สำหรับการแยกกักตัว หรือ Isolation นั้น ตามคำนิยามของ CDC คือการแยกกักตัวผู้ติดเชื้อออกจากประชาชนที่ไม่ติดเชื้อ ในขณะที่การกักกันหรือ Quarantine เป็นการจำกัดความเคลื่อนไหวของผู้ติดเชื้อเพื่อดูว่ามีอาการป่วยหรือไม่ 

 

ซึ่งนอกจากนี้ CDC ยังแนะนำให้ใช้มาตรการกักกัน 5 วัน ตามด้วยการสวมหน้ากากอนามัยอย่างเข้มงวดอีก 5 วัน สำหรับผู้ติดเชื้อที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน หรือฉีดวัคซีนแบบ mRNA โดสที่สองมาแล้วเกิน 6 เดือน หรือฉีดวัคซีน Johnson & Johnson เกิน 2 เดือน และยังไม่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น ส่วนผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้ว ไม่จำเป็นต้องกักตัวหากติดเชื้อ แต่ควรสวมหน้ากากอนามัยเป็นเวลา 10 วัน 

 

“การอัปเดตข้อแนะนำสำหรับการแยกกักและกักกันของ CDC เป็นการสร้างสมดุลในสิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับการแพร่กระจายของไวรัส และการป้องกันที่ได้รับจากการฉีดวัคซีนและวัคซีนเข็มกระตุ้น” ดร.โรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการ CDC ระบุในแถลงการณ์ พร้อมทั้งชี้ว่า การปรับเปลี่ยนข้อแนะนำเหล่านี้เป็นไปเพื่อ “ให้แน่ใจว่าประชาชนสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัย

 

“การป้องกันเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของเรา การฉีดวัคซีน ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น การสวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่สาธารณะ ในร่ม ในบริเวณที่เป็นจุดเสี่ยง และมีการระบาดจำนวนมากในชุมชน และทำการตรวจเชื้อก่อนรวมตัวกัน”

 

ทั้งนี้ การปรับลดระยะเวลากักตัวดังกล่าว มีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์โอไมครอนที่ทวีความรุนแรง และกลายเป็นโควิดสายพันธุ์หลักที่แพร่ระบาดในสหรัฐฯ โดยมีผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มสูงตั้งแต่ 190,000-280,000 คนในช่วง 7 วันที่ผ่านมา 

 

ซึ่งประธานาธิบดีโจ ไบเดน เตือนว่าโรงพยาบาลต่างๆ อาจประสบภาวะผู้ป่วยล้น และเรียกร้องให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เนื่องจากทางการมีการเตรียมพร้อมรับมือการแพร่ระบาดที่ดีกว่าเดิม แต่ยอมรับว่าจำเป็นต้องมีการดำเนินการเพื่อให้การตรวจเชื้อมีความพร้อมมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลมีแผนที่จะพัฒนาการผลิตชุดตรวจแบบรวดเร็วให้มากขึ้น และทำให้ประชาชนสามารถใช้ Google ตรวจสอบจุดตรวจเชื้อได้ง่ายขึ้น

 

ภาพ: Photo by David Dee Delgado/Getty Images

อ้างอิง:

The post สหรัฐฯ ลดระยะเวลาแยกกักตัวผู้ติดโควิดแบบไม่มีอาการ จาก 10 วันเหลือ 5 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>