กาญจนา ภัทรโชค Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/กาญจนา-ภัทรโชค/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 23 Nov 2023 11:45:26 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 โฆษก กต. เผย อิสราเอล-ฮามาสเตรียมหยุดยิงชั่วคราว พร้อมปล่อยตัวประกัน เบื้องต้นยังไม่ทราบแน่ชัดมีคนไทยรวมอยู่ด้วยหรือไม่ https://thestandard.co/kanchana-israel-hamas-to-cease-fire/ Thu, 23 Nov 2023 11:45:26 +0000 https://thestandard.co/?p=869082 อิสราเอล ฮามาส เตรียมหยุดยิงชั่วคราว

กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างปร […]

The post โฆษก กต. เผย อิสราเอล-ฮามาสเตรียมหยุดยิงชั่วคราว พร้อมปล่อยตัวประกัน เบื้องต้นยังไม่ทราบแน่ชัดมีคนไทยรวมอยู่ด้วยหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิสราเอล ฮามาส เตรียมหยุดยิงชั่วคราว

กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของไทยเผยถึงความคืบหน้ากรณีที่อิสราเอลและกลุ่มฮามาสจะเตรียมหยุดยิงชั่วคราว พร้อมกับดำเนินการทยอยปล่อยตัวประกันจำนวน 50 คนที่ถูกควบคุมตัวโดยกลุ่มฮามาส แลกกับการปล่อยนักโทษชาวปาเลสไตน์ในเรือนจำอิสราเอลจำนวน 150 คน ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดขึ้นภายใน 1-2 วันนี้

 

เบื้องต้นยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีตัวประกันคนไทยรวมอยู่ในกลุ่มตัวประกันที่กำลังจะได้รับการปล่อยตัวในครั้งนี้หรือไม่

 

กาญจนากล่าวถึงการประชุมทูตไทยประจำต่างประเทศในครั้งนี้ว่า ในวงประชุมไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องของการปล่อยตัวประกันที่อยู่ในพื้นที่สู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส แต่ขณะนี้ได้มีการเจรจาเพื่อขอให้มีการหยุดยิงชั่วคราวระหว่างทั้งสองฝ่ายแล้ว ซึ่งมีรัฐบาลของกาตาร์ อียิปต์ และสหรัฐอเมริกาเป็นตัวกลางในการเจรจา เพื่อขอปล่อยตัวประกันที่ถูกควบคุมตัวไว้ตั้งแต่เมื่อราว 7 สัปดาห์ก่อน

 

เบื้องต้นกระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานว่าจะมีการปล่อยตัวประกันผู้หญิงและเด็กรวมกันประมาณ 50 คน แลกกับการปล่อยตัวผู้ต้องขังชาวปาเลสไตน์ในอัตรา 50:150 โดยคาดว่าการปล่อยตัวนั้นอาจจะเริ่มขึ้นในวันนี้ (23 พฤศจิกายน) หรือไม่ก็วันพรุ่งนี้ (24 พฤศจิกายน) ส่วนในจำนวนนี้จะมีตัวประกันที่เป็นชาวไทยรวมอยู่ด้วยหรือไม่นั้นยังไม่ได้รับรายงานถึงรายละเอียดแต่อย่างใด ซึ่งตัวประกันของไทยที่เป็นผู้หญิงมีเพียงคนเดียว ขณะที่เหลือส่วนใหญ่ของตัวประกันชาวไทยเป็นผู้ชาย

 

ส่วนกรณีที่มีข่าวอยู่ในโซเชียลมีเดียว่าตัวประกันหญิงของไทยตั้งครรภ์นั้น จากการที่สถานทูตติดตามสอบถามจากครอบครัวของเธอเบื้องต้นได้รับคำยืนยันว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ ไม่ได้เป็นไปตามที่สื่อโซเชียลมีเดียรายงาน ขณะที่สถานทูตไทยที่อิสราเอลก็ยังคงติดตามสถานการณ์ของสงครามและการปล่อยตัวประกันอย่างใกล้ชิด

 

กาญจนายังระบุอีกว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ฝ่ายการเมืองของอิหร่านได้เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในช่วงวันที่ 22-23 พฤศจิกายน ในโอกาสนี้ก็จะได้พบปะหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศและประธานสภาผู้แทนราษฎรด้วย ซึ่งเชื่อว่าจะมีการหยิบยกเอาสถานการณ์ในอิสราเอลและการขอปล่อยตัวประกันขึ้นมาพูดคุยหารือกัน

 

สำหรับกรณีที่อิสราเอลและฮามาสมีแนวโน้มจะแสวงหาแนวทางการหยุดยิงและปล่อยตัวประกันนั้น กระทรวงการต่างประเทศเชื่อว่าน่าจะเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับสถานการณ์โดยรวมในอิสราเอลและฉนวนกาซา และอาจนำไปสู่การหยุดยิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อแลกเปลี่ยนการปล่อยตัวประกันของกลุ่มฮามาสกับการปล่อยนักโทษชาวปาเลสไตน์ในอิสราเอล

 

แฟ้มภาพ: กระทรวงการต่างประเทศ

อ้างอิง: กระทรวงการต่างประเทศ

The post โฆษก กต. เผย อิสราเอล-ฮามาสเตรียมหยุดยิงชั่วคราว พร้อมปล่อยตัวประกัน เบื้องต้นยังไม่ทราบแน่ชัดมีคนไทยรวมอยู่ด้วยหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กต. เคาะจ่ายค่าตั๋วคืนให้คนไทยในอิสราเอลที่บินกลับเองตั้งแต่ 7 ต.ค. ตั้งเป้าอพยพวันละ 400 คน https://thestandard.co/pay-back-ticket-fees-for-thai-in-israel/ Fri, 13 Oct 2023 11:39:27 +0000 https://thestandard.co/?p=854362 กาญจนา ภัทรโชค

วันนี้ (13 ตุลาคม) กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ และ […]

The post กต. เคาะจ่ายค่าตั๋วคืนให้คนไทยในอิสราเอลที่บินกลับเองตั้งแต่ 7 ต.ค. ตั้งเป้าอพยพวันละ 400 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กาญจนา ภัทรโชค

วันนี้ (13 ตุลาคม) กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เน้นย้ำถึงการช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ตะวันออกกลาง ให้ถือเป็นภารกิจของชาติ ขอให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญสูงสุด 

 

ส่วนรายงานชาวไทยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ยังคงเท่ากับเมื่อวาน (12 ตุลาคม) โดยแบ่งเป็นผู้เสียชีวิต 21 คน ผู้บาดเจ็บ 14 คน ผู้ที่คาดว่าถูกจับไป 16 คน และมีรายงานพบคนไทยที่หลบซ่อนอยู่เพิ่มเติมอีก 2 คน โดยภาพรวมผู้กรอกแบบฟอร์มแจ้งความประสงค์ลี้ภัยกลับสู่ประเทศไทยของสถานทูต รวมกว่า 6,800 คน โดยมีการแจ้งความประสงค์กลับไทยเพิ่มเป็น 6,778 คน และไม่ประสงค์กลับอีก 85 คน 

 

โดยเบื้องต้นเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย แจ้งว่าได้อพยพชาวต่างชาติจากพื้นที่บริเวณเสี่ยงภัยใกล้ฉนวนกาซาออกสู่พื้นที่ปลอดภัยได้ร้อยละ 99 ของทั้งหมดแล้ว 

 

ส่วนสถานการณ์ภายในยังคงมีความรุนแรง สลับกับบางช่วงที่ระงับการโจมตีไป คาดการณ์ว่าเป็นช่วงที่กลุ่มฮามาสพยายามเตรียมการตั้งรับกรณีทางการอิสราเอลอาจบุกเข้าไปในพื้นที่ จากการที่ทางการอิสราเอลได้ตัดน้ำตัดไฟ และประกาศโยกย้ายประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภายใน 24 ชั่วโมง 

 

ทั้งนี้ อิสราเอลมีแผนการจัดตั้งพื้นที่อยู่อาศัยชั่วคราวสำหรับผู้อพยพบริเวณรอบนอกฉนวนกาซา ประกอบด้วย บ้าน อาคารชั่วคราว โรงเรียน ศูนย์สุขภาพต่างๆ ซึ่งอยู่ระหว่างกำหนดพื้นที่ที่แน่นอน นอกจากนี้สถานทูตได้จัดศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อรอการเดินทางกลับประเทศไทยตามเที่ยวบินของผู้อพยพ ที่โรงแรม Dan Panorama Tel-Aviv Hotel (แดน พาโนรามา เทลอาวีฟ โฮเทล) เบื้องต้น 100 ห้อง พร้อมอาหาร ซึ่งสามารถจองเพิ่มได้หากมีความต้องการเพิ่มเติม 

 

นอกจากนี้ มีการประสานกับประเทศใกล้เคียงเพื่อจัดตั้งศูนย์พักพิงระหว่างรอเดินทางกลับประเทศไทย โดยได้ติดต่อกับประเทศจอร์แดนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือกรุงดูไบ โดยขอให้อนุโลมเรื่องเอกสารไว้ก่อน รวมถึงการเดินทางทางบกและช่องทางอื่นๆ ซึ่งอาจมีการปรับได้ตามสถานการณ์ ทั้งนี้ ยังมองว่าการเดินทางโดยเครื่องบินตรงกลับไทยเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ตั้งเป้าอพยพให้ได้วันละ 400 คนในทุกช่องทาง

 

สำหรับกรณีคนไทยที่เดินทางกลับมาเอง ที่ประชุมสถานการณ์ฉุกเฉินได้พูดคุยโดยเห็นชอบในหลักการจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้ที่เดินทางกลับไทยตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2566 ซึ่งเป็นช่วงประกาศสภาวะสงคราม โดยแรงงานไทยที่เดินทางกลับจะต้องยื่นหลักฐานประกอบด้วยบอร์ดดิ้งพาส ใบเสร็จหรือตั๋วเครื่องบิน และเอกสารหลักฐานแสดงตน หนังสือเดินทางหรือบัตรประจำตัวประชาชน ยื่นผ่านสำนักงานแรงงานจังหวัดและกระทรวงแรงงาน 

 

โดยในหลักการรัฐบาลจะจ่ายค่าชดเชยให้ โดยขอให้แรงงานเก็บเอกสารหลักฐานไว้ก่อน รอฟังรายละเอียดที่ชัดเจนจากทางการอีกครั้ง ซึ่งแรงงานที่อยู่ต่างจังหวัด กระทรวงแรงงานจะจัดเก็บหลักฐานและยื่นเอกสารไว้ให้

The post กต. เคาะจ่ายค่าตั๋วคืนให้คนไทยในอิสราเอลที่บินกลับเองตั้งแต่ 7 ต.ค. ตั้งเป้าอพยพวันละ 400 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กต. รายงานยอดคนไทยเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในอิสราเอลรวม 20 ราย ลงชื่อกลับไทย 5,019 ราย ไม่กลับ 61 ราย https://thestandard.co/20-thai-people-died-israel/ Wed, 11 Oct 2023 05:47:31 +0000 https://thestandard.co/?p=853402

วันนี้ (11 ตุลาคม) ที่กระทรวงการต่างประเทศ กาญจนา ภัทรโ […]

The post กต. รายงานยอดคนไทยเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในอิสราเอลรวม 20 ราย ลงชื่อกลับไทย 5,019 ราย ไม่กลับ 61 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (11 ตุลาคม) ที่กระทรวงการต่างประเทศ กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าในสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางของประเทศอิสราเอล โดยระบุว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังมีการโจมตีด้วยจรวดบริเวณใกล้เคียงฉนวนกาซา ทำให้ขณะนี้ยังมีการสูญเสียจากทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งพลเรือนและทหารของประเทศอิสราเอลและ ปาเลสไตน์ ซึ่งทางฝ่ายประเทศอิสราเอลพยายามจะเข้าครอบครองยึดคืนพื้นที่กาซาและเร่งซ่อมแซมรั้วชายแดน

 

เมื่อคืนที่ผ่านมา (10 ตุลาคม) ทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้รับแจ้งจากแรงงานไทยในพื้นที่ว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์จรวดโจมตีอีก 2 ราย รวมผู้เสียชีวิตเป็น 20 ราย ซึ่งข้อมูลส่วนนี้เป็นข้อมูลจากแรงงานในพื้นที่ที่เห็นเหตุการณ์ แต่การยืนยันโดยทางการอิสราเอลยังต้องใช้เวลา ในส่วนของผู้บาดเจ็บเมื่อวานนี้ทางสถานทูตฯ ได้รับรายงานรวมเป็น 13 ราย

 

วานนี้ทางสถานทูตฯ ได้ไปเยี่ยมคนไทยที่ถูกยิงอาการสาหัสซึ่งกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล และได้ขอให้แพทย์ดูแลรักษาให้เต็มที่

 

กาญจนากล่าวต่อว่า สำหรับผู้ที่ถูกจับกุมตัวไปเป็นตัวประกัน จากรายงานแรงงานไทยที่เห็นเหตุการณ์มีเพิ่มเติมอีก 3 ราย รวมเป็น 14 ราย ทั้งนี้ ฝ่ายกองทัพอิสราเอลและบริษัทจัดหางานเร่งอพยพพลเมืองออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย รวมถึงแรงงานไทยออกไปยังจุดที่ปลอดภัยได้หลายร้อยคนแล้ว โดยพาไปพักอาศัยที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ทำงานในนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ที่ปลอดภัย ทั้งที่ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคใต้ของประเทศอิสราเอล

 

ในส่วนการอพยพคนไทยรอบแรกที่เที่ยวบินจะมาถึงในวันพรุ่งนี้ (12 ตุลาคม) ผู้โดยสาร 15 ท่าน ถึงไทยในเวลา 10.35 น. จะมีผู้แทนต่างๆ เดินทางไปที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อรอรับ

 

กาญจนาระบุว่า ขณะนี้ยอดประชาชนไทยที่แสดงความประสงค์จะกลับไทยเพิ่มขึ้นเป็น 5,019 ราย แสดงความประสงค์ไม่กลับ 61 ราย แต่ทั้งนี้มีชาวไทยในประเทศอิสราเอลประมาณ 30,000 ราย ฉะนั้นอาจจะมีหลายรายที่ยังไม่ได้ติดต่อลงทะเบียนหรือได้อยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัยและไม่ประสงค์อพยพ

 

โดยกลุ่มที่ 2 ที่จะเดินทางกลับไทยจะออกเดินทางวันที่ 18 ตุลาคม ทางสถานทูตฯ ได้สำรองที่นั่งสายการบินพาณิชย์ไว้ 80 ที่นั่งแล้ว

 

สำหรับเครื่องบินของทหารอากาศที่จะทำการขออนุญาตบินข้ามน่านฟ้า มีข้อสงสัยว่าทำไมถึงดำเนินการช้า กาญจนาระบุว่า การจะบินผ่านน่านฟ้าต้องทำการขออนุญาตเป็นหลักปฏิบัติสากล รวมถึงในพื้นที่ก็ต้องมีการนัดหมายให้ชัดเจนกับผู้ที่จะเดินทาง ฉะนั้นทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนที่ดำเนินการ

 

เมื่อถามว่าขณะนี้ยืนยันได้หรือไม่ว่าตัวประกันที่ถูกจับตัวไปยังอยู่ในสถานะปลอดภัย กาญจนากล่าวว่าต้องรายงานว่ายืนยันได้ยาก เพราะขณะนี้อยู่ในสถานการณ์สงคราม โดยทางกลุ่มฮามาสได้แจ้งว่าจับกุมคนไปทุกชาติประมาณ 150 ราย มีการคาดการณ์ว่าน่าจะจับไปและกระจัดกระจายตามที่ต่างๆ เพราะฉะนั้นไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยได้

The post กต. รายงานยอดคนไทยเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในอิสราเอลรวม 20 ราย ลงชื่อกลับไทย 5,019 ราย ไม่กลับ 61 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กต. รายงานยอดคนไทยเสียชีวิตที่อิสราเอล 18 คน ปมแรงงานถูกขายต่อทางการมองเป็นเรื่องย้ายงาน ย้ำคนไทยทุกคนสามารถติดต่อขออพยพกลับได้หมด https://thestandard.co/18-thai-people-dead-in-israel/ Tue, 10 Oct 2023 05:46:48 +0000 https://thestandard.co/?p=852899 กาญจนา ภัทรโชค

วันนี้ (10 ตุลาคม) ที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กาญจนา […]

The post กต. รายงานยอดคนไทยเสียชีวิตที่อิสราเอล 18 คน ปมแรงงานถูกขายต่อทางการมองเป็นเรื่องย้ายงาน ย้ำคนไทยทุกคนสามารถติดต่อขออพยพกลับได้หมด appeared first on THE STANDARD.

]]>
กาญจนา ภัทรโชค

วันนี้ (10 ตุลาคม) ที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ รายงานถึงสถานการณ์ความรุนแรงในประเทศอิสราเอลว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังคงมีความรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณฉนวนกาซาที่มีการปะทะกันทั้งสองฝ่าย 

 

ทางฝ่ายอิสราเอลมีความพยายามเข้าไปยึดพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยมีการตัดน้ำตัดไฟ ซึ่งก่อนหน้าที่จะทำมีการเคลื่อนย้ายประชาชนออกจากพื้นที่ไปสู่พื้นที่ปลอดภัยแล้ว ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าขณะนี้มีการขยายพื้นที่โจมตี โดยขยายพื้นที่จากฉนวนกาซาไปเทลอาวีฟ และนครเยรูซาเล็มด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการโจมตีที่มีรัศมีกว้าง และเน้นการทำลายโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอิสราเอล

 

ประเทศอิสราเอลเองก็มีการโจมตีเข้าไปในพื้นที่ปาเลสไตน์เช่นกัน ทั้งนี้ ประเทศอิสราเอลมีการประกาศว่าสามารถกระชับพื้นที่ในเขตเมืองต่างๆ ได้สำเร็จ สามารถอพยพคนจากเมืองรอบฉนวนกาซาได้แล้ว 15 เมืองจาก 24 เมือง แต่ยังคงมีผู้ก่อการร้ายหลงเหลือในพื้นที่บ้าง แต่ทางการได้ระดมกองกำลังและกองหนุนมากกว่า 3 แสนคนเข้าไปปฏิบัติการ ถือว่าเป็นการระดมพลครั้งใหญ่ที่สุดของประวัติศาสตร์อิสราเอล

 

กาญจนากล่าวต่อว่า จำนวนผู้เสียชีวิตที่เป็นชาวไทยได้รับรายงานจากนายจ้างอยู่ที่ 18 คน ผู้ได้รับบาดเจ็บยังอยู่ที่ 9 คน และผู้ที่ถูกจับกุมไปมี 11 คน แต่จำนวนนี้ไม่ใช่ยอดยืนยันอย่างเป็นทางการจากประเทศอิสราเอล

 

อย่างไรก็ตาม ทางการอิสราเอลได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอพยพพลเรือนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย จากบริเวณไม่เกิน 4 กิโลเมตรรอบฉนวนกาซา ได้จำนวนหลายร้อยคน โดยทางสถานทูตกรุงเทลอาวีฟได้ร่วมกันสนับสนุน นอกจากนี้ยังมีความพยายามใช้เทคโนโลยีการจดจำใบหน้าในการค้นหาผู้ที่สูญหาย ตรวจสอบในพื้นที่ต่างๆ

 

ซึ่งที่รายงานไปตั้งแต่เมื่อวานนี้ (9 ตุลาคม) หลายประเทศพยายามติดต่อพูดคุยกับประเทศปาเลสไตน์เพื่อขอให้ยุติความรุนแรงนี้ ด้าน ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีประเทศอิสราเอล ทางรัฐมนตรีอิสราเอลได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์เช่นนี้ และให้คำมั่นที่จะดูแลคนไทยในอิสราเอลอย่างดีที่สุด และแสดงความมั่นใจว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ซึ่งที่ผ่านมาอิสราเอลได้ยืนยันที่จะดูแลคนทุกๆ ชาติอย่างดี

 

ทางประเทศไทยเองได้ขอให้อิสราเอลช่วยดูแลพี่น้องคนไทยให้ดีที่สุด ขอให้ทางการอิสราเอลตรวจสอบยืนยันผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างเป็นทางการมาด้วย

 

ส่วนกรณีที่กลุ่มฮามาสมีการประกาศว่าหากประเทศอิสราเอลใช้ความรุนแรงเพิ่มขึ้น จะทำร้ายผู้ที่จับกุมไป ในส่วนนี้มีการคาดการณ์ว่า กลุ่มฮามาสไม่น่าจะทำร้ายในส่วนของคนต่างชาติ และคงไม่อยากจะขยายความขัดแย้งอีกหลายด้าน แต่ต้องรอดูเหตุการณ์ต่อไป

 

ในส่วนของการดำเนินการของภาครัฐ หลังจากนี้สถานทูตเทลอาวีฟจะส่งกลุ่มคนไทยกลุ่มที่ 1 เดินทางวันที่ 11 ตุลาคม ประกอบด้วยผู้ที่ได้รับบาดเจ็บกับผู้ที่อยู่ในสภาพที่รักษาแล้วสามารถเดินทางได้ และผู้ที่เป็นแรงงานที่เคลื่อนย้ายออกมาจากพื้นที่เสี่ยงภัยมาในพื้นที่ปลอดภัย รวมเป็น 15 คน ด้วยเครื่องบินพาณิชย์ สายการบินอิสราเอลแอร์ไลน์ เที่ยวบิน LY 083 รวมกันมาเที่ยวเดียว ในรอบแรกจะถึงประเทศไทยวันที่ 12 ตุลาคม ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งจะมีการไปรับและให้กำลังใจพี่น้องคนไทยที่นั่น 

 

และคาดว่าเที่ยวบินต่อไปจะมีขึ้นในวันที่ 18 ตุลาคม จำนวน 80 ที่นั่ง โดยล่าสุดมีคนไทยแสดงความประสงค์จะขึ้นเครื่องบินอพยพจำนวน 3,226 คน

 

ด้าน พรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ กล่าวว่า ประเทศอิสราเอลมีการแบ่งพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ในแถบใกล้กับฉนวนกาซา แบ่งเป็นโซนสีแดงและสีเหลือง ซึ่งการจะช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยและชาติอื่นๆ ในบริเวณดังกล่าวจะสามารถเข้าช่วยได้ทีละโซน หลายครั้งเราจะได้ยินจากพี่น้องชาวไทยบางท่านว่ารอรับความช่วยเหลืออยู่ ทั้งนี้ ทางการเข้าใจและตระหนักดีถึงความเดือดร้อน ซึ่งทางสถานทูตได้ประสานกับอิสราเอลตลอดว่ายังมีคนไทยอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ขอให้ช่วยส่งกองกำลังเข้าไปช่วยเหลือ

ซึ่งการดำเนินการของทางการอิสราเอลจะจัดกองกำลังไปโซนที่อันตรายที่สุดก่อน ไล่ลำดับไป จึงขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจถึงข้อจำกัดนี้

 

ส่วนคนไทยที่จะเดินทางกลับภายในวันที่ 11 ตุลาคมนี้ จะมีการวางแผนการเดินทางหลายแบบ ทั้งสถานทูตส่งรถไปรับ ให้นายจ้างไปส่ง เหมารถมาสนามบิน แต่เนื่องจากหลายคนไม่มีเอกสารเดินทางอยู่กับตัว ทางสถานทูตจึงจะต้องไปยืนยันที่หน้าเคาน์เตอร์สายการบินพาณิชย์ ทางสถานทูตยืนยันว่าจะทำทุกวิถีทางให้พี่น้องแรงงานทั้ง 15 คนขึ้นเครื่องให้ได้ ยกเว้นเหตุสุดวิสัยที่สนามบินปิด

 

ทั้งนี้ ในกลุ่ม 80 คนที่จะเดินทางกลับวันที่ 18 ตุลาคม ตอนนี้เจ้าหน้าที่ในสถานทูตกำลังติดต่อกลับกลุ่มนี้ เพื่อยืนยันข้อมูลในการจองตั๋วเครื่องบิน และยืนยันสถานะล่าสุดว่าอยู่ที่ไหน ทั้งนี้ การเดินทางไม่ได้ทำงานได้โดยง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบพื้นที่ใกล้กับฉนวนกาซา เราไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าไป แต่เราพยายามจะทำเท่าที่ทำได้

 

ในส่วนที่มีข้อมูลว่ามีจำนวนคนหลายร้อยคนถูกกลุ่มฮามาสจับตัวไป พรรณนภากล่าวว่า ส่วนนี้ต้องเรียนว่ามีคนทุกชาติ ไม่ใช่เฉพาะชาติไทยเท่านั้น

 

ในสถานการณ์นี้เป็นสถานการณ์พิเศษ ทางสถานทูตจะดูแลทุกท่าน จะดูแลแรงงานไทยทุกคนที่เดินทางมาอย่างถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย หากท่านประสงค์ว่าจะลงทะเบียนกลับประเทศ ทางสถานทูตไทยก็จะส่งกลับทั้งหมด

 

เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่ามีแรงงานไทยถูกขายต่อให้กับนายจ้างอื่นๆ พรรณนภากล่าวว่า ได้ติดต่อกับทางการอิสราเอล ได้รับข้อมูลว่าพี่น้องที่ถูกนำออกมาจากพื้นที่เสี่ยงภัยถูกนำไปฝากไว้ในพื้นที่ปลอดภัย และถือว่าเป็นการย้ายงาน นายจ้างในพื้นที่ปลอดภัยก็จะรับคนงานเหล่านี้ไปทำงาน 

 

เข้าใจว่าหลายคนมองว่าเพิ่งออกจากสงครามทำไมต้องทำงานเลย ทางสถานทูตเองก็แสดงความกังวลว่าขอให้มีช่วงพักก่อน แต่ส่วนนี้ทางการอิสราเอลถือว่าแรงงานได้ย้ายงาน เพื่อให้พี่น้องคนไทยสามารถมีรายได้ในการดำรงชีพในประเทศอิสราเอลต่อ

 

นอกจากนี้ สำหรับแรงงานไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับสามารถติดต่อสถานทูตได้ทาง Google Form และสายด่วน ซึ่งสถานทูตจะมีการขยายสายด่วนเพิ่มเพื่อรองรับผู้ที่โทรศัพท์เข้ามา แต่เนื่องจากมีผู้โทรเข้ามาจำนวนมาก ท่านสามารถที่จะฝากข้อความช่องทางติดต่อไว้ได้ และทางสถานทูตจะประสานกลับภายหลัง

 

อย่างไรก็ตาม ทางสถานทูตต้องขอทำความเข้าใจว่า เราจำเป็นที่จะต้องให้ความช่วยเหลือกับผู้ที่อยู่ในเขตเสี่ยงภัยมากที่สุดก่อน ไล่ลำดับไป เช่นเดียวกันกับการอพยพกลับประเทศที่สถานทูตจะต้องอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่อพยพออกมาจากพื้นที่เสี่ยงภัยมากที่สุดก่อน

The post กต. รายงานยอดคนไทยเสียชีวิตที่อิสราเอล 18 คน ปมแรงงานถูกขายต่อทางการมองเป็นเรื่องย้ายงาน ย้ำคนไทยทุกคนสามารถติดต่อขออพยพกลับได้หมด appeared first on THE STANDARD.

]]>
กต. แจงอิสราเอล ยืนยันสถานการณ์ยังปลอดภัย ไม่ถึงขั้นอพยพ แต่หากประเทศใดต้องการ พร้อมอำนวยความสะดวก https://thestandard.co/ministry-of-foreign-affairs-explains-israel-situation/ Mon, 09 Oct 2023 05:33:43 +0000 https://thestandard.co/?p=852341 อิสราเอล

วันนี้ (9 ตุลาคม) ที่กระทรวงการต่างประเทศ กาญจนา ภัทรโช […]

The post กต. แจงอิสราเอล ยืนยันสถานการณ์ยังปลอดภัย ไม่ถึงขั้นอพยพ แต่หากประเทศใดต้องการ พร้อมอำนวยความสะดวก appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิสราเอล

วันนี้ (9 ตุลาคม) ที่กระทรวงการต่างประเทศ กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าในสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ของประเทศอิสราเอล ระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศได้รับการสั่งการจากคณะนายกรัฐมนตรี ให้จัดแถลงข่าวเพื่อให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์และความคืบหน้าวันละ 2 ครั้ง 2 เวลา รอบเช้า 11.00 น. และ 17.00 น. เพราะเวลาที่ประเทศไทยกับประเทศอิสราเอลห่างกันที่ 4 ชั่วโมง

 

ในประเด็นแรก พัฒนาการของสถานการณ์ในประเทศอิสราเอล ณ ขณะนี้ ยังมีความรุนแรง มีการโจมตีด้วยจรวดจากฉนวนกาซา ทางฝ่ายรัฐบาลของประเทศอิสราเอลพยายามกระชับพื้นที่ เรียกคืนพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีความพยายามที่จะช่วยเหลือผู้ถูกจับกุมและตัวประกัน ซึ่งขณะนี้มีรายงานว่าพลเรือนทั้งสองฝั่งคือฝั่งอิสราเอลและปาเลสไตน์มีผู้ได้รับผลกระทบบาดเจ็บและเสียชีวิต ทั้งนี้ มีการยืนยันแล้วว่ามีผู้ถูกจับตัวไปประมาณ 100 คน ในที่นี้มีทั้งคนอิสราเอล, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, ยูเครน, จอร์เจีย และไทย

 

กาญจนากล่าวต่อว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล ออกประกาศให้อิสราเอลอยู่ในภาวะสงครามสถานการณ์พิเศษ กองทัพมีอำนาจในการสั่งการด้านความปลอดภัย และปิดสถานที่ต่างๆ ของพลเรือนตามความเหมาะสม กองทัพอิสราเอลประกาศจะอพยพทุกคนที่อยู่ใกล้พรมแดนฉนวนกาซา ซึ่งรวมถึงพี่น้องคนไทยด้วย ซึ่งเป็นประกาศตั้งแต่เมื่อวานนี้ (8 ตุลาคม) จะพยายามอพยพภายใน 24 ชั่วโมง และจะตรวจสอบให้แน่ใจ เนื่องจากสถานการณ์มีการพัฒนาไปอย่างมาก ทางการต้องแน่ใจว่าไม่มีผู้ก่อการร้ายในบริเวณต่างๆ ที่อพยพคน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยของพลเรือน

 

ฝ่ายรัฐบาลของอิสราเอล กระทรวงการต่างประเทศได้หารือกับคณะทูตผ่านทางออนไลน์อยู่ตลอดเวลา เพื่อรายงานความคืบหน้าทั้งสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และเพื่อลดความกังวลของสถานทูตที่อยู่ในอิสราเอล ขณะนี้ทางท่าอากาศยานยังทำการตามปกติ มีเที่ยวบินเข้า-ออกประมาณร้อยละ 50 

 

ฝ่ายอิสราเอลยืนยันว่า อิสราเอลยังคงปลอดภัย ไม่ได้แนะนำให้มีการอพยพ แต่หากประเทศไหนประสงค์จะอพยพสามารถดำเนินการได้ โดยสามารถใช้เครื่องบินพาณิชย์ในการอพยพซึ่งจะมีความสะดวกและรวดเร็ว หากเป็นเครื่องบินของประเทศอื่นสามารถติดต่อกระทรวงการต่างประเทศเพื่อประสานงานได้

 

กาญจนากล่าวว่า ในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด ถึงข้อมูลของชาวอิสราเอลและชาวต่างชาติที่เสียชีวิตหรือถูกจับกุมเป็นตัวประกัน ซึ่งเรื่องนี้ขอให้หลายฝ่ายทำความเข้าใจเนื่องจากอยู่ในสภาวะการสู้รบ

 

ส่วนความคืบหน้าของคนไทยในพื้นที่ ที่สถานทูตได้รับแจ้งจากแรงงานและนายจ้างในพื้นที่เกี่ยวกับจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ถูกจับกุม สถานะผู้บาดเจ็บ 8 คน ได้รับการดูแลในโรงพยาบาลเรียบร้อย ในรายที่ไม่ได้รับการดูแลที่โรงพยาบาลมีการบาดเจ็บเล็กน้อยการจับกุมตัวประกัน ตัวเลขที่มีอยู่คือ 11 คน ในแง่ผู้เสียชีวิต สถานทูตแจ้งมาว่าเป็นข้อมูลที่รับแจ้งจากนายจ้าง จำนวนขณะนี้ที่มีคือ 12 คน ในส่วนของรายชื่อ กระทรวงฯ ต้องการแจ้งให้ครอบครัวรับทราบก่อน แต่ทั้งนี้ข้อมูลส่วนนี้ทางการอิสราเอลก็ยังไม่ได้รับการยืนยัน

 

ความพยายามในการอพยพคนไทยในอิสราเอล ได้อพยพคนไทยจากพื้นที่เสี่ยงภัยไปพื้นที่ที่ปลอดภัยแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาทางการอิสราเอลได้ประสานให้สถานทูตช่วยแปลข้อมูลข่าวสาร และกระจายไปถึงพี่น้องชาวไทยในพื้นที่ต่างๆ

 

สำหรับประเด็นการเดินทางกลับประเทศไทยของแรงงานไทย กาญจนากล่าวว่า มีการประชุมศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อวานนี้ มีการคุยเตรียมการในการใช้เครื่องบินกองทัพอากาศดำเนินภารกิจอพยพ ขั้นนี้ประเทศไทยได้เตรียมการไว้ก่อน ถ้าพร้อมที่จะเดินทางก็จะดำเนินการโดยคล่องแคล่วรวดเร็ว

 

ทั้งนี้ หากจะมีการอพยพเราจะต้องรู้วันและเส้นทาง เพื่อจะทำการขออนุญาตทำการบินเข้าน่านฟ้า ในส่วนของหนังสือเดินทางก็จะเป็นหนังสือเดินทางของราชการ ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่าเพื่อให้การเดินทางรวดเร็ว

 

แต่อย่างไรก็ตามประเทศอิสราเอลยังคงยืนยันว่ายังไม่ต้องมีการอพยพ แต่หากประเทศไทยยืนยันว่าจะอพยพก็พร้อมจะอำนวยความสะดวก ซึ่งวันนี้สถานทูตได้ทำหนังสือเวียนเพื่อให้พี่น้องชาวไทยได้ระบุความประสงค์ว่าพร้อมที่จะกลับประเทศไทยหรือไม่ หรือจะอยู่ต่อที่ประเทศอิสราเอล เพราะบางคนไม่ได้อยู่ในพื้นที่ประสบภัย เรื่องนี้ก็อยู่ในส่วนของความสมัครใจ

 

ซึ่งสถานะการกรอกแบบฟอร์มเมื่อวันที่ 8 ตุลาคมเวลา 21.00 น. มีผู้แสดงความประสงค์ขอกลับไทย 1,099 คน แจ้งว่ายังไม่ขอกลับประเทศไทยอีก 22 คน แต่ทั้งนี้ ข้อมูลพื้นฐานพี่น้องแรงงานไทยที่ทำงานที่อิสราเอลมีประมาณ 30,000 คน คนไทยที่อยู่บริเวณฉนวนกาซา 5,000 คน

 

จากการวิเคราะห์ของนักวิชาการให้ความเห็นว่า ปฏิบัติการครั้งนี้จะยืดเยื้อ หากประเทศไทยเตรียมการไว้ก่อนก็จะถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพื่อจะได้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ สถานทูตยืนยันว่าได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภาครัฐและทุกฝ่ายรวมทั้งท้องถิ่น เพื่อที่จะหาหนทางช่วยเหลือแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบ และหลังจากนี้จะมีการประชุมของศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างต่อเนื่องทุกวัน

The post กต. แจงอิสราเอล ยืนยันสถานการณ์ยังปลอดภัย ไม่ถึงขั้นอพยพ แต่หากประเทศใดต้องการ พร้อมอำนวยความสะดวก appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษก กต. ยืนยัน คนไทยในอิสราเอลเสียชีวิตแล้ว 12 คน บาดเจ็บ 8 คน ถูกลักพาตัว 11 คน ต้องการกลับประเทศ 1,099 คน https://thestandard.co/12-thai-people-in-israel-have-died/ Mon, 09 Oct 2023 05:33:32 +0000 https://thestandard.co/?p=852340 กาญจนา ภัทรโชค

กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างปร […]

The post โฆษก กต. ยืนยัน คนไทยในอิสราเอลเสียชีวิตแล้ว 12 คน บาดเจ็บ 8 คน ถูกลักพาตัว 11 คน ต้องการกลับประเทศ 1,099 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กาญจนา ภัทรโชค

กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เผยถึงความคืบหน้าสถานการณ์การสู้รบระหว่างกองทัพอิสราเอลและกลุ่มติดอาวุธฮามาสในปาเลสไตน์วันนี้  (9 ตุลาคม) โดยระบุว่า พัฒนาการของสถานการณ์ในช่วงเวลานี้ยังคงมีความรุนแรง กลุ่มฮามาสในฉนวนกาซายังคงโจมตีเข้ามายังเขตพื้นที่ของอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กองทัพอิสราเอลเองพยายามกระชับพื้นที่ เพื่อให้ได้พื้นที่คืนมา 

 

ทางการอิสราเอลพยายามช่วยเหลือตัวประกันและผู้ถูกจับกุม ซึ่งได้รับการยืนยันว่ามีมากกว่า 100 คน โดยเป็นพลเมืองสัญชาติต่างๆ เช่น อิสราเอล, ฝรั่งเศส, จอร์เจีย รวมถึงไทย ล่าสุด กองทัพอิสราเอลได้สั่งอพยพพลเมืองทุกคนที่อยู่ใกล้ฉนวนกาซา รวมถึงพี่น้องคนไทยแล้ว ซึ่งจะพยายามอพยพให้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง เน้นความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ

 

นอกจากนี้ทางการอิสราเอลยังได้บรีฟคณะทูตผ่านทางออนไลน์ โดยให้ชี้แจงข้อมูลและภาพรวมของสถานการณ์ เพื่อลดความกังวลของสาธารณชน พร้อมระบุว่า สนามบินยังคงเปิดให้บริการตามปกติ โดยมีเที่ยวบินให้บริการราวร้อยละ 50 ขณะที่สถานศึกษาและร้านค้าส่วนใหญ่ปิดให้บริการทั่วประเทศ จะมีบางพื้นที่แถบตอนกลางของประเทศที่ยังพอเปิดให้บริการได้อยู่บ้าง แต่หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินก็จำเป็นต้องลงไปหลบยังหลุมหลบภัย

 

ขณะที่สถานการณ์ของพี่น้องแรงงานไทยในอิสราเอล ล่าสุด ทางการไทยได้รับแจ้งจากนายจ้าง มีคนไทยเสียชีวิตแล้ว 12 คน ได้รับบาดเจ็บ 8 คน และยังถูกจับกุมตัวไว้อีก 11 คน ซึ่งในส่วนนี้ทางการไทยยังไม่ได้เปิดเผยรายชื่อผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด เพราะอยากให้ทางญาติรับทราบก่อน อีกทั้งรายชื่อดังกล่าวก็ยังไม่ได้รับการยืนยันจากทางการอิสราเอล แต่ทางการไทยจะติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด

 

ทางการอิสราเอลระบุว่า สถานการณ์ในขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นจนถึงขั้นต้องอพยพใหญ่ แต่ถ้าพี่น้องแรงงานไทยขวัญเสียหรือต้องการกลับบ้านก็ยินดีประสานงานช่วยเหลือ โดยทางสถานทูตไทยพยายามติดต่อและให้กรอกแบบฟอร์มแสดงความจำนง โดยตัวเลขล่าสุดเมื่อเวลา 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น มีพี่น้องคนไทยขอกลับไทยจำนวน 1,099 คน และมีคนที่ยังขอไม่เดินทางกลับไทยจำนวน 22 คน โดยมีแรงงานไทยอาศัยอยู่ในอิสราเอลทั้งหมดราว 30,000 คน และอาศัยอยู่บริเวณใกล้กับฉนวนกาซาราว 5,000 คน

 

นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญประเมินสถานการณ์เบื้องต้นคาดการณ์ว่า ปฏิบัติการครั้งนี้อาจยืดเยื้อ โดยหน่วยงานไทยได้ประสานงานกับทางการอิสราเอลอย่างใกล้ชิด และได้มีการเตรียมการแผนอพยพ โดยการใช้เครื่องบินกองทัพอากาศ หากสถานการณ์พร้อมที่จะไปลำเลียง ก็จะดำเนินได้อย่างรวดเร็ว โดยเบื้องต้นต้องรู้วันและเส้นทางการบิน เพราะต้องขออนุญาตข้ามน่านฟ้าประเทศต่างๆ โดยทางการไทยให้คำมั่นว่า ทุกฝ่ายจะให้ความช่วยเหลือพี่น้องแรงงานชาวไทยในอิสราเอลอย่างเต็มที่ 

 

ภาพ: กระทรวงการต่างประเทศ

อ้างอิง:

  • กระทรวงการต่างประเทศ

The post โฆษก กต. ยืนยัน คนไทยในอิสราเอลเสียชีวิตแล้ว 12 คน บาดเจ็บ 8 คน ถูกลักพาตัว 11 คน ต้องการกลับประเทศ 1,099 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กต. เผยความคืบหน้าประชุมสถานการณ์ในอิสราเอล ยืนยันคนไทยเสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บ 8 คน เร่งช่วย 11 คนถูกจับ https://thestandard.co/mfa-thai-workers-israel-situation/ Sun, 08 Oct 2023 09:51:30 +0000 https://thestandard.co/?p=852063

กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างปร […]

The post กต. เผยความคืบหน้าประชุมสถานการณ์ในอิสราเอล ยืนยันคนไทยเสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บ 8 คน เร่งช่วย 11 คนถูกจับ appeared first on THE STANDARD.

]]>

กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า วันนี้ (8 ตุลาคม) เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมกรมการกงสุล ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมศูนย์สถานการณ์ฉุกเฉินเกี่ยวกับความคืบหน้าสถานการณ์ความรุนแรงในอิสราเอล โดยมี นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ จักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง (สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.), สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.), กองทัพอากาศ (ทอ.), กระทรวงแรงงาน (รง.), กระทรวงสาธารณสุข (สธ.), กระทรวงคมนาคม (คค.) และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)) และ พรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ร่วมประชุมออนไลน์เพื่อสรุปสถานการณ์ในพื้นที่

 

เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ เปิดเผยว่าสถานการณ์บริเวณฉนวนกาซายังรุนแรง และทางการอิสราเอลไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าพื้นที่ และไม่อนุญาตให้ประชาชนออกจากเคหสถานโดยเด็ดขาด ทั้งนี้ อินเทอร์เน็ตในพื้นที่ฉนวนกาซายังใช้ไม่ได้ จึงสามารถติดต่อแรงงานได้ผ่านเบอร์โทรศัพท์

 

ทั้งนี้ คนไทยนอกพื้นที่ยังไม่ได้รับผลกระทบและปลอดภัยดี โดยขณะนี้มีรายงานเบื้องต้นว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บ 8 คน มีผู้เสียชีวิต 2 คน (ที่ได้รับการยืนยันจากทางการ 1 คน) และได้รับแจ้งจากนายจ้างว่าเสียชีวิตอีกจำนวนหนึ่ง แต่สถานเอกอัครราชทูตฯ อยู่ระหว่างรอยืนยันข้อมูลเพิ่มเติม และถูกจับกุมไป 11 คน ซึ่งสถานทูตอยู่ระหว่างประสานทางการอิสราเอลเพื่อยืนยันข้อมูลและให้การช่วยเหลือ

 

ที่ประชุมยังได้ซักซ้อมหารือแผนการอพยพและแผนการดูแลเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ แม้ขณะนี้จะยังไม่มีประเทศใดทำการอพยพ แต่ทางการไทยจะเตรียมการไว้เมื่อสถานการณ์จำเป็น เพื่อให้สามารถดำเนินการได้โดยเร็วเมื่อถึงเวลา รวมทั้งต้องเป็นไปตามความประสงค์ของพี่น้องแรงงานไทยด้วยว่าจะเดินทางกลับหรือไม่ ทั้งนี้ รัฐบาลจะติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิดและดูแลคนไทยในพื้นที่ รวมทั้งได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปติดต่อครอบครัวและญาติทางไทยด้วยแล้ว

 

นอกจากนี้กรมการกงสุลยังได้ติดต่อ วนิดา อ่างแก้ว ภรรยาของหนึ่งในคนไทยที่ถูกจับกุม เพื่อสอบถามและให้กำลังใจ รวมทั้งกระทรวงแรงงานก็ได้ดำเนินการติดต่อญาติแรงงานที่ได้รับผลกระทบด้วย

 

ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศยังได้สั่งการให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประสานสำนักงานปาเลสไตน์ที่มาเลเซีย เพื่อแสดงความห่วงกังวลกับสถานการณ์และให้ประสานในการปล่อยตัวคนไทย ทั้งนี้ จะมีการประชุมศูนย์สถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อติดตามสถานการณ์รายวันต่อไป

 

ภาพ: Momen Faiz / NurPhoto via Getty Images

The post กต. เผยความคืบหน้าประชุมสถานการณ์ในอิสราเอล ยืนยันคนไทยเสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บ 8 คน เร่งช่วย 11 คนถูกจับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สถานทูต ณ เทลอาวีฟ ระบุ อาจมีแรงงานไทยถูกจับตามที่เป็นข่าว แต่ทางการอิสราเอลยังไม่ยืนยันข้อมูล https://thestandard.co/tel-aviv-yafo-embassy-thai-arrest/ Sun, 08 Oct 2023 03:07:07 +0000 https://thestandard.co/?p=851905 สถานทูต ณ เทลอาวีฟ

กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างปร […]

The post สถานทูต ณ เทลอาวีฟ ระบุ อาจมีแรงงานไทยถูกจับตามที่เป็นข่าว แต่ทางการอิสราเอลยังไม่ยืนยันข้อมูล appeared first on THE STANDARD.

]]>
สถานทูต ณ เทลอาวีฟ

กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยกรณีที่มีสื่อมวลชนต่างประเทศบางสำนักนำเสนอข่าวแรงงานไทยถูกลักพาตัวระหว่างการโจมตีในอิสราเอลนั้น

 

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ แจ้งว่า จากการประสานแรงงานไทยในพื้นที่อาจมีแรงงานไทยถูกจับไป 2 คน อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบกับทางการอิสราเอล ทางการอิสราเอลยังไม่สามารถยืนยันข้อมูลได้ และจะเร่งตรวจสอบให้ต่อไป ทั้งนี้ รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้สถานเอกอัครราชทูตฯ ติดตามอย่างเต็มที่ และนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กองทัพอากาศ (ทอ.) เตรียมพร้อมเครื่องบินเพื่อภารกิจอพยพคนไทยในอิสราเอลหากสถานการณ์จำเป็น โดยพรุ่งนี้ ( 8 ตุลาคม) จะมีการประชุมศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

 

ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ และกระทรวงการต่างประเทศได้เปิดหมายเลขฉุกเฉินเพิ่มเติมคือ สถานเอกอัครราชทูตฯ หมายเลข +9725 4636 8150 สำหรับผู้ที่ประสงค์จะขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อสอบถามเกี่ยวกับญาติที่พำนักอยู่ในอิสราเอล สามารถติดต่อ Call Center กรมการกงสุล ที่หมายเลข 0 2572 8442 (ตลอด 24 ชั่วโมง) หมายเลขฉุกเฉินกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศที่หมายเลข 06 4019 8530, 06 4019 8907 และ 09 9616 4786 (เปิดให้บริการวันที่ 8 ตุลาคม 2566) หรือที่หมายเลข 0 2575 1047-51 และ 0 2575 1053 (ในวันเวลาราชการ)

The post สถานทูต ณ เทลอาวีฟ ระบุ อาจมีแรงงานไทยถูกจับตามที่เป็นข่าว แต่ทางการอิสราเอลยังไม่ยืนยันข้อมูล appeared first on THE STANDARD.

]]>
กต. แจง ดอนเยือนเมียนมาพบซูจีเป็นการส่วนตัว ชี้ซูจีหนุนเจรจา-ห่วงขัดแย้งรุนแรง https://thestandard.co/don-visits-myanmar/ Wed, 12 Jul 2023 09:17:25 +0000 https://thestandard.co/?p=815969 ดอน ปรมัตถ์วินัย

กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างป […]

The post กต. แจง ดอนเยือนเมียนมาพบซูจีเป็นการส่วนตัว ชี้ซูจีหนุนเจรจา-ห่วงขัดแย้งรุนแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดอน ปรมัตถ์วินัย

กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการเดินทางเยือนกรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา ของ ดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่าได้มีการเข้าพบ ออง ซาน ซูจี อดีตผู้นำรัฐบาลพลเรือนเมียนมา เป็นการส่วนตัวเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง โดยได้รับความเห็นชอบจากซูจีและสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ซึ่งการหารือเป็นไปด้วยดี ขณะที่ซูจีมีสุขภาพแข็งแรงดีทั้งกายและใจ

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยังได้แจ้งผลการพบปะหารือกับซูจี ในที่ประชุมหารืออย่างไม่เป็นทางการของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 56 ที่กรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย โดยแจ้งด้วยว่า ซูจีสนับสนุนการเจรจาหารือ พร้อมแสดงความห่วงกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งที่รุนแรงมากขึ้น และผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจเมียนมา 

 

ขณะที่ดอนแสดงความเห็นว่า จำเป็นต้องแยกความขัดแย้งทางการเมืองและความขัดแย้งทางอาวุธออกจากกัน เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง และอาเซียนสามารถมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่าย เพื่อหาทางออกทางการเมืองและนำสันติภาพคืนสู่เมียนมา

 

อ้างอิง: กระทรวงการต่างประเทศ

 

The post กต. แจง ดอนเยือนเมียนมาพบซูจีเป็นการส่วนตัว ชี้ซูจีหนุนเจรจา-ห่วงขัดแย้งรุนแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กต. ประสานช่วยอพยพคนไทย 212 คนจากซูดาน กองทัพอากาศเตรียมส่งเครื่องบินรับคืนนี้ https://thestandard.co/212-thais-evacuated-from-sudan/ Tue, 25 Apr 2023 05:34:10 +0000 https://thestandard.co/?p=780999 อพยพ คนไทย จากซูดาน

กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างป […]

The post กต. ประสานช่วยอพยพคนไทย 212 คนจากซูดาน กองทัพอากาศเตรียมส่งเครื่องบินรับคืนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อพยพ คนไทย จากซูดาน

กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เผยความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทยในซูดาน โดยช่วงเช้าตรู่ของวันนี้ (25 เมษายน) กระทรวงได้รับรายงานจาก พุทธพร อิ้วตกส้าน เอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร ว่าคณะคนไทย 212 คน และคู่สมรสต่างชาติ 3 คนที่เดินทางโดยรถบัสจากกรุงคาร์ทูมวานนี้ ได้เดินทางถึงท่าเรือของเมืองพอร์ตซูดาน (Port Sudan) อย่างปลอดภัย 

 

คณะผู้เดินทางทั้งหมดจะเดินทางออกจากซูดานโดยเรือของทางการซาอุดีอาระเบีย เพื่อไปยังเมืองเจดดาห์ ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจดดาห์ จะอำนวยความสะดวกและดูแลต่อไป และภายหลังจากนั้นเครื่องบินของกองทัพอากาศพร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการเดินทางออกจากประเทศไทยคืนนี้ ไปสนับสนุนภารกิจของหน่วยงานในพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวก ณ เมืองเจดดาห์ และนำคนไทยกลับประเทศไทย

 

นอกจากนี้กระทรวงได้รับแจ้งเพิ่มเติมว่ามีคนไทยอีก 5 คนที่แสดงความประสงค์จะอพยพออกจากซูดาน โดยพำนักอยู่นอกกรุงคาร์ทูม โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร อยู่ระหว่างประสานงานและจะเร่งให้ความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุดต่อไป

 

สำหรับสถานการณ์ในซูดานนั้น ล่าสุดกองทัพซูดานและกองกำลังกึ่งทหาร Rapid Support Forces (RSF) ตกลงที่จะหยุดยิงเป็นเวลา 72 ชั่วโมง โดยเริ่มตั้งแต่เที่ยงคืนวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่นานาประเทศทั่วโลกได้ส่งเครื่องบิน เรือ และขบวนรถยนต์ มารับพลเมืองของตนออกจากซูดาน ท่ามกลางสถานการณ์ความรุนแรงที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์แล้ว ซึ่งนับตั้งแต่ที่เหตุความรุนแรงปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 15 เมษายนจนถึงปัจจุบัน มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 427 ราย ขณะที่โรงพยาบาลและบริการสาธารณะอื่นๆ ในซูดานได้รับความเสียหายหนัก 

 

อ้างอิง:

  • กระทรวงการต่างประเทศ

The post กต. ประสานช่วยอพยพคนไทย 212 คนจากซูดาน กองทัพอากาศเตรียมส่งเครื่องบินรับคืนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระทรวงต่างประเทศย้ำ ให้ความสำคัญช่วยคนไทยในซูดาน นายกฯ อนุมัติเครื่องบินกองทัพเพื่ออพยพแล้ว https://thestandard.co/mfa-on-helping-thais-in-sudan/ Sun, 23 Apr 2023 10:12:58 +0000 https://thestandard.co/?p=780152

กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างป […]

The post กระทรวงต่างประเทศย้ำ ให้ความสำคัญช่วยคนไทยในซูดาน นายกฯ อนุมัติเครื่องบินกองทัพเพื่ออพยพแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เผยความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทยในซูดาน ว่าทางการไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับเรื่องนี้ โดยนายกรัฐมนตรีรวมทั้งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและสั่งการให้ดำเนินการช่วยเหลือคนไทยให้รัดกุมและปลอดภัยที่สุด

 

ขณะนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กองทัพอากาศ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจดดาห์ กำลังเร่งดำเนินงานอย่างแข็งขันเพื่อเตรียมการช่วยเหลือคนไทยให้ออกจากพื้นที่ ซึ่งต้องเป็นไปโดยรอบคอบที่สุด เนื่องจากยังคงมีข้อห่วงกังวลด้านความปลอดภัย และสถานการณ์ยังคงมีความอ่อนไหว 

 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้อนุมัติการใช้เครื่องบินกองทัพอากาศเพื่อการอพยพแล้ว ในชั้นนี้ยังรอการยืนยันเรื่องท่าอากาศยานและวันที่แน่นอนอยู่ ซึ่งจะเป็นในโอกาสแรกที่ทุกปัจจัยเงื่อนไขลงตัว 

 

กระทรวงการต่างประเทศขอย้ำช่องทางการสื่อสาร หมายเลขฉุกเฉิน (09 6165 7120, 09 6352 0513, 09 6352 9015) สำหรับญาติของนักเรียนและคนไทยในซูดานที่ประสงค์จะสอบถามสถานการณ์ รวมทั้งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร ได้เปิดช่องทางการติดต่อเพื่อขอรับความช่วยเหลือที่หมายเลข +201 0194 01243 หรืออีเมล [email protected] รวมทั้งได้ประสานงานกับคนไทยในซูดานผ่าน Chat Group 5 กลุ่ม เพื่อความคล่องตัวด้วย

 

ภาพ: Royal Thai Embassy Cairo / Facebook

The post กระทรวงต่างประเทศย้ำ ให้ความสำคัญช่วยคนไทยในซูดาน นายกฯ อนุมัติเครื่องบินกองทัพเพื่ออพยพแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระทรวงต่างประเทศประชุมขับเคลื่อนช่วยเหลือคนไทยในซูดาน ย้ำความพร้อมอพยพ คำนึงถึงความปลอดภัย https://thestandard.co/helping-thai-people-in-sudan/ Sat, 22 Apr 2023 12:35:41 +0000 https://thestandard.co/?p=779948 คนไทย ใน ซูดาน

กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเ […]

The post กระทรวงต่างประเทศประชุมขับเคลื่อนช่วยเหลือคนไทยในซูดาน ย้ำความพร้อมอพยพ คำนึงถึงความปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนไทย ใน ซูดาน

กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยความคืบหน้าสถานการณ์สู้รบในซูดาน และการให้ความช่วยเหลือคนไทยในซูดาน โดยวันนี้ (22 เมษายน) พล.อ. สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมหารือ เพื่อขับเคลื่อนการช่วยเหลือคนไทยในซูดานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี ณัฐพล ขันธหิรัญ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ, พุทธพร อิ้วตกส้าน เอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร รวมถึงผู้แทนกรมการกงสุล กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา ฯลฯ เข้าร่วมด้วย

 

ที่ประชุมฯ มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นเจ้าภาพหลักในการให้ความช่วยเหลือและอพยพคนไทยในซูดาน โดยประเมินสถานการณ์และความพร้อมในการอพยพ โดยต้องมีความปลอดภัยเพียงพอ 

 

ขณะที่ฝ่ายไทยกำลังพิจารณาจุดที่เป็นไปได้ที่เหมาะสมที่จะรอรับคนไทยเมื่ออพยพออกจากซูดาน อาทิ อียิปต์และซาอุดีอาระเบีย รวมถึงการเจรจากับมิตรประเทศในการร่วมกันอพยพคนชาติของตน ทั้งนี้ ศอ.บต. จะเป็นเจ้าภาพหลักในการส่งคนไทยกลับภูมิลำเนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และให้ความช่วยเหลืออื่นๆ เช่น การเทียบวุฒิการศึกษาสำหรับนักศึกษากรณีที่ต้องหยุดการศึกษากลางคัน 

 

สำหรับญาติของนักเรียนและคนไทยในซูดานที่ประสงค์จะสอบถามสถานการณ์ สามารถติดต่อได้ที่ช่องทางการสื่อสารของกระทรวงการต่างประเทศ หมายเลขฉุกเฉิน (09 6165 7120, 09 6352 0513, 09 6352 9015) ขณะที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร ได้เปิดช่องทางการติดต่อเพื่อขอรับความช่วยเหลือที่หมายเลข +201 0194 01243 หรืออีเมล [email protected]

 

ภาพ: Royal Thai Embassy Cairo / Facebook

The post กระทรวงต่างประเทศประชุมขับเคลื่อนช่วยเหลือคนไทยในซูดาน ย้ำความพร้อมอพยพ คำนึงถึงความปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กต. อนุมัติงบช่วยคนไทยในซูดาน หลังเกิดการสู้รบกลางเมือง พร้อมเปิดช่องทางติดต่อฉุกเฉิน-เตรียมพร้อมอพยพ https://thestandard.co/mfa-helping-thai-people-in-sudan/ Thu, 20 Apr 2023 04:49:34 +0000 https://thestandard.co/?p=778880 คนไทยในซูดาน

กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเ […]

The post กต. อนุมัติงบช่วยคนไทยในซูดาน หลังเกิดการสู้รบกลางเมือง พร้อมเปิดช่องทางติดต่อฉุกเฉิน-เตรียมพร้อมอพยพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนไทยในซูดาน

กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงสถานการณ์ตึงเครียดจากการปะทะกันระหว่างกองทัพซูดาน และกองกำลังติดอาวุธ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันเสาร์ (15 เมษายน) ที่ผ่านมา ทั้งในกรุงคาร์ทูม บริเวณโดยรอบ และในหลายเมืองสำคัญ 

 

โดยทางกระทรวงการต่างประเทศมีความห่วงใยต่อความเป็นอยู่ของคนไทยในซูดานที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว และได้อนุมัติงบประมาณแก่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร ซึ่งมีเขตอาณาดูแลซูดาน เพื่อจัดหาสิ่งของบรรเทาทุกข์ในการช่วยเหลือคนไทยในเบื้องต้นแล้ว รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ประสานกับหัวหน้าชุมชนไทย และนายกสมาคมนักเรียนไทยในซูดานอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีคนไทยพำนักอยู่ในซูดานประมาณ 300 คน ในจำนวนนี้ประกอบด้วยนักเรียนไทย-มุสลิมประมาณ 200 คน ซึ่งส่วนใหญ่ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยนานาชาติแห่งแอฟริกา (International University of Africa) ในกรุงคาร์ทูม ส่วนที่เหลือเป็นคนไทยที่ทำงานหรือสมรสกับชาวซูดาน

 

นอกจากนี้ ทางกระทรวงการต่างประเทศยังเปิดช่องทางการสื่อสาร หมายเลขฉุกเฉิน (09 6352 0513 / 09 6165 7120 / 09 6352 9015) สำหรับญาติของนักเรียน นักศึกษา และคนไทยในซูดาน ที่ประสงค์จะสอบถามข้อมูลสถานการณ์  รวมทั้งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร เปิดช่องทางการติดต่อเพื่อขอรับความช่วยเหลือที่หมายเลข +201 0194-01243 หรืออีเมล [email protected] 

 

ขณะเดียวกัน ช่วงบ่ายวันนี้ (20 เมษายน) กระทรวงการต่างประเทศจะจัดการประชุมเพื่อเตรียมการอพยพคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรงในซูดาน ณ กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกกระทรวงฯ เข้าร่วม เช่น กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา, สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร, กองทัพบก และกองทัพอากาศ เพื่อพิจารณารูปแบบการให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมร่วมกันต่อไป

 

ภาพ: ThaiMFA / Facebook

The post กต. อนุมัติงบช่วยคนไทยในซูดาน หลังเกิดการสู้รบกลางเมือง พร้อมเปิดช่องทางติดต่อฉุกเฉิน-เตรียมพร้อมอพยพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กต. เผยความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตของชายไทยที่ทำงานในฟาร์มหมูเกาหลีใต้ ตำรวจยังอยู่ระหว่างสืบสวนสาเหตุ https://thestandard.co/boonchu-thai-man-working-pig-farm-case/ Wed, 08 Mar 2023 13:34:23 +0000 https://thestandard.co/?p=760206

กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างปร […]

The post กต. เผยความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตของชายไทยที่ทำงานในฟาร์มหมูเกาหลีใต้ ตำรวจยังอยู่ระหว่างสืบสวนสาเหตุ appeared first on THE STANDARD.

]]>

กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เผยความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตของ บุญชู ชายชาวไทยที่ทำงานในฟาร์มหมูประเทศเกาหลีใต้ โดยระบุว่า ทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ได้ประสานกับตำรวจเมืองโพชอน และรับทราบว่าเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 ภรรยาของผู้เสียชีวิตที่ไทยไม่สามารถติดต่อผู้เสียชีวิตได้ จึงแจ้งตำรวจเมืองโพชอนให้ช่วยค้นหาผู้เสียชีวิต ต่อมาเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ตำรวจเมืองโพชอนพบร่างของผู้เสียชีวิตที่เมืองโพชอน จังหวัดคยองกี ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิต

 

ล่าสุดวันนี้ (8 มีนาคม) สถานเอกอัครราชทูตฯ สามารถติดต่อภรรยาของผู้เสียชีวิตได้แล้ว โดยทางสถานทูตฯ อยู่ระหว่างประสานกับภรรยาของผู้เสียชีวิต เพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยเหลือตามความเหมาะสม และจะติดตามคดีของผู้ที่เสียชีวิตอย่างใกล้ชิดกับทางการเกาหลีใต้ต่อไป

 

โดยกระทรวงการต่างประเทศยังได้แสดงความเสียใจกับญาติของผู้ที่เสียชีวิต และขอให้แรงงานไทยที่สนใจจะมาทำงานในเกาหลีใต้ปฏิบัติตามกฎและระเบียบการจ้างงานที่ถูกต้อง เพื่อจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายในกรณีที่เจ็บป่วยหรือเสียชีวิต

 

โดยหากมีข้อมูลเพิ่มเติม กระทรวงการต่างประเทศจะแจ้งให้ทราบต่อไป

 

ภาพ: กระทรวงการต่างประเทศ

อ้างอิง: กระทรวงการต่างประเทศ

The post กต. เผยความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตของชายไทยที่ทำงานในฟาร์มหมูเกาหลีใต้ ตำรวจยังอยู่ระหว่างสืบสวนสาเหตุ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระทรวงต่างประเทศเผยความคืบหน้า กรณีช่วยเหลือคนไทยจากเหตุแผ่นดินไหวในตุรกี เตรียมส่งผู้ที่ต้องการกลับประเทศ 16 ก.พ. นี้ https://thestandard.co/mfa-reveal-help-thai-people-in-turkey/ Tue, 14 Feb 2023 02:56:19 +0000 https://thestandard.co/?p=749987 กาญจนา ภัทรโชค

กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างป […]

The post กระทรวงต่างประเทศเผยความคืบหน้า กรณีช่วยเหลือคนไทยจากเหตุแผ่นดินไหวในตุรกี เตรียมส่งผู้ที่ต้องการกลับประเทศ 16 ก.พ. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กาญจนา ภัทรโชค

กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความคืบหน้า กรณีให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ประสบเหตุแผ่นดินไหวในตุรกี โดยระบุว่า วานนี้ (13 กุมภาพันธ์) สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ได้แจกจ่ายสิ่งของยังชีพและอพยพคนไทยออกจากพื้นที่ประสบภัยเสร็จเรียบร้อยแล้ว

 

ทางการไทยเตรียมจัดส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ตามความจำเป็นเร่งด่วนของฝ่ายตุรกี ไม่ว่าจะเป็นเต็นท์ใหญ่ ผ้านวม ถุงนอนกันหนาว เครื่องปั่นไฟขนาดเล็ก และอาหารแห้ง โดยเครื่องบินทหารอากาศ ซึ่งจะเดินทางถึงสนามบิน Ankara Esenboğa กรุงอังการา เมืองหลวงของตุรกี ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 06.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

 

โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา อยู่ระหว่างการประสานกับคนไทยที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเตรียมการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งคนไทยในตุรกีที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวที่ประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย (รวมทั้งส่งร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย) ด้วยเครื่องบินทหารอากาศลำดังกล่าว และมีกำหนดเดินทางกลับในวันเดียวกันนั้น เวลา 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

 

ส่วนกรณีที่มีการส่งต่อและเผยแพร่ข่าวหญิงไทย ผู้เสียชีวิตรายที่ 2 จากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่นี้ เบื้องต้นทางสถานทูตฯ ชี้แจงว่า ทางสถานทูตฯ ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทางการตุรกีแต่อย่างใด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกับทางการตุรกีอย่างต่อเนื่องทุกวัน และได้ติดต่อญาติของผู้สูญหายเพื่อขอข้อมูลเบาะแสของผู้สูญหายไปประกอบการค้นหาตัว หากมีการยืนยันที่ถูกต้องและเป็นทางการจากทางการตุรกีแล้ว ทางสถานทูตฯ จะประชาสัมพันธ์ให้ทราบโดยเร็ว

 

คนไทยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในตุรกี สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้

 

(1) สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา

โทร. +90 533 641 5698 (ตลอด 24 ชั่วโมง)

Facebook: Royal Thai Embassy, Ankara

 

(2) กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ (กรมการกงสุล)

โทร. 0 2572 8442 (ตลอด 24 ชั่วโมง)

 

(3) หมายเลขฉุกเฉิน (กรมการกงสุล) สำหรับการติดตามให้ความช่วยเหลือคนไทยในเหตุการณ์แผ่นดินไหวในตุรกีและซีเรีย

โทร. 09 6165 7120, 09 6352 9015, 09 6352 0513

 

ภาพ: กระทรวงการต่างประเทศ

 

อ้างอิง: 

  • กระทรวงการต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา

The post กระทรวงต่างประเทศเผยความคืบหน้า กรณีช่วยเหลือคนไทยจากเหตุแผ่นดินไหวในตุรกี เตรียมส่งผู้ที่ต้องการกลับประเทศ 16 ก.พ. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รถสถานทูตไทยในตุรกีประสบอุบัติเหตุขณะส่งมอบสิ่งบรรเทาทุกข์ แต่เจ้าหน้าที่ปลอดภัยดี https://thestandard.co/thai-embassy-accident-turkey-quake/ Sun, 12 Feb 2023 03:23:57 +0000 https://thestandard.co/?p=749138

กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างป […]

The post รถสถานทูตไทยในตุรกีประสบอุบัติเหตุขณะส่งมอบสิ่งบรรเทาทุกข์ แต่เจ้าหน้าที่ปลอดภัยดี appeared first on THE STANDARD.

]]>

กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยความคืบหน้าสถานการณ์แผ่นดินไหวในตุรกี ล่าสุดเมื่อช่วงเวลา 16.20 น. วานนี้ (11 กุมภาพันธ์) ตามเวลาท้องถิ่นตุรกี หรือตรงกับ 20.20 น. ตามเวลาไทย ว่ารถยนต์ของสถานเอกอัครราชทูตฯ ประสบอุบัติเหตุระหว่างการส่งมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้คนไทยในตุรกีและผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว แต่อภิรัตน์ สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง เอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา และเจ้าหน้าที่ทุกคนปลอดภัยดี โดยได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย และยังมีขวัญกำลังใจที่ดี พร้อมปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือคนไทยต่อไป 

 

ทั้งนี้ ดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้แสดงความห่วงใย รวมทั้งส่งกำลังใจให้ทีมสถานเอกอัครราชทูตฯ และเจ้าหน้าที่ทีมจากประเทศไทยทุกท่านให้ปฏิบัติภารกิจลุล่วงตามเป้าหมาย

 

ขณะเดียวกันทางสถานเอกอัครราชทูตฯ กำลังประสานงานกับทีมกู้ภัยจากไทย เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติการภายในพื้นที่ประสบภัย โดยปัจจุบันทีมกู้ภัยจากไทยได้ลงพื้นที่ไปปฏิบัติการแล้วที่จังหวัดฮาทาย (Hatay) และตั้งฐานปฏิบัติการชั่วคราวแล้วตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (10 กุมภาพันธ์) และยังได้ประสานงานกับทางการตุรกี เพื่อนำส่งอุปกรณ์ต่างๆ ของทีม Urban Search and Rescue Team ที่ส่งตามมารอบสอง ไปยังฐานปฏิบัติการชั่วคราวของทีม

 

นอกจากนี้ ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ นำโดยเอกอัครราชทูตและทีมกงสุล กำลังเดินทางไปเยี่ยมเยียนและนำสิ่งของยังชีพไปให้คนไทยที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัย รวมถึงการอพยพคนไทยที่ประสงค์ออกจากพื้นที่ประสบภัย ในจังหวัดกาซีอันเตป (Gaziantep), ชานลิอูร์ฟา (Şanlıurfa), ออสมานีเย (Osmaniye), ฮาทาย (Hatay) และอาดานา (Adana) ไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย  และสถานเอกอัครราชทูตฯ กำลังประสานเรื่องการเดินทางกลับไทยสำหรับคนไทยที่ได้รับผลกระทบด้วย ซึ่งจะมีการแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

 

ภาพ: Royal Thai Embassy, Ankara

The post รถสถานทูตไทยในตุรกีประสบอุบัติเหตุขณะส่งมอบสิ่งบรรเทาทุกข์ แต่เจ้าหน้าที่ปลอดภัยดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
อุ้มหาย ลอยนวล ถูกทรมาน แอมเนสตี้เผย เสรีภาพไทยปี 2560 ย่ำแย่และน่าวิตก https://thestandard.co/human-rights-situation/ https://thestandard.co/human-rights-situation/#respond Fri, 23 Feb 2018 04:05:57 +0000 https://thestandard.co/?p=72458

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตัวรายงานสถานการณ์สิทธิ […]

The post อุ้มหาย ลอยนวล ถูกทรมาน แอมเนสตี้เผย เสรีภาพไทยปี 2560 ย่ำแย่และน่าวิตก appeared first on THE STANDARD.

]]>

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตัวรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนประจำปี 2560/61 ซึ่งเป็นการรวบรวมและวิเคราะห์สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนใน 159 ประเทศทั่วโลกตลอดปี 2560 ที่ผ่านมาพบว่า ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยมีความพยายามคุกคามเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมอย่างสงบของประชาชนอย่างหนัก

 

 

เช่น กรณีการต่อสู้ของ 3 นักสิทธิมนุษยชนภาคใต้ที่จัดทำและเผยแพร่รายงานเรื่องการซ้อมทรมานโดยเจ้าหน้าที่ในจังหวัดชายแดนใต้ ก่อนที่จะไม่ถูกฟ้องคดีในที่สุด กรณีที่นายสมชาย นีละไพจิตร และนายพอละจี รักจงเจริญ ที่ถูกบังคับให้หายสาบสูญ กรณีไผ่ ดาวดินที่ถูกจำคุกเพราะแชร์บทความข่าว กรณีวิสามัญฆาตรกรรมชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนนักกิจกรรมชาวลาหู่ กรณีการเสียชีวิตของน้องเมย กรณีการจับกุมชาวบ้านที่คัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าเทพา จังหวัดสงขลา รวมถึงกรณีลอยนวลพ้นผิด หลังศาลยกฟ้องคดีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่สั่งสลายการชุมนุมในปี 2553 ที่มีผู้เสียชีวิตกว่า 90 คน

 

ปีที่ผ่านมา นักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม นักศึกษา ชาวบ้านที่เรียกร้องสิทธิชุมชน ทนายความ สื่อมวลชน นักวิชาการ ไปจนถึงประชาชนทั่วไปในไทยต่างถูกภาครัฐและเอกชนละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกอย่างต่อเนื่อง ผ่านข้อกฎหมาย ม.44 ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว, ม.116 ในประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ และคำสั่ง คสช. ที่ 3/2558 ซึ่งต่างมีเนื้อหาหรือการตีความที่ขัดต่อมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีพันธกรณีต้องปฏิบัติตาม

 

 

นางปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้ตั้งข้อสังเกตจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ทางรัฐบาลไทยยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นสิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริง แม้ว่าไทยจะเป็น 1 ใน 48 ประเทศที่สนับสนุนและเข้าเป็นภาคีของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) มานานเกือบ 70 ปีและเมื่อไม่นานมานี้รัฐบาลไทยจะประกาศให้ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนเป็น ‘วาระแห่งชาติ’ และเป็นหนึ่งปัจจัยขับเคลื่อนแผนพัฒนา Thailand 4.0 แล้วก็ตาม

 

ในโอกาสนี้ นางปิยนุช โคตรสาร และ ดร.อันธิฌา แสงชัย รองประธานกรรมการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้ยื่นรายงานฉบับเต็มให้แก่นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และ นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ ในนามตัวแทนรัฐบาลผู้รับมอบ ทั้งนี้แอมแนสตี้ยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยใน 7 ประเด็นสำคัญ ดังนี้

 

  1. ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ 3/2558 และกฎหมายอื่นๆ ที่ละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมอย่างสงบ
  2. ยุติการควบคุมตัวโดยพลการ
  3. ยุติการนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร
  4. ผ่าน พ.ร.บ. ป้องกันการทรมานและการอุ้มหาย พร้อมกำหนดกรอบเวลาที่แน่ชัด พร้อมนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ
  5. รัฐมีพันธสัญญาในการให้ความคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนให้ทำงานได้อย่างปลอดภัย
  6. เคารพหลักการไม่ส่งกลับผู้ลี้ภัยไปยังประเทศอันตราย (Non-refoulement)
  7. สานต่อการจัดตั้งระบบคัดกรองผู้ลี้ภัยให้ใช้งานได้จริงตามมาตรฐานสากล

 

อ้างอิง:

The post อุ้มหาย ลอยนวล ถูกทรมาน แอมเนสตี้เผย เสรีภาพไทยปี 2560 ย่ำแย่และน่าวิตก appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/human-rights-situation/feed/ 0