กะทิชาวเกาะ – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 07 Jul 2025 10:11:36 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 ‘ชาวเกาะ’ ท้าชนแบรนด์จีน โดดเข้าตลาดซอฟต์เสิร์ฟ เปิดแฟรนไชส์ขายไอศกรีมโคน 10 บาท เร่งเปิด 10,000 สาขาทั่วไทย https://thestandard.co/chaokoh-softserve-franchise-thailand/ Mon, 07 Jul 2025 10:11:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1093864 โมเดลแฟรนไชส์ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟชาวเกาะ เปิดบูธขายในงาน THAIFEX พร้อมเครื่องไอศกรีมและรสชาติกะทิสด

ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลาดไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟในไทยเป็นตลาดที่หอ […]

The post ‘ชาวเกาะ’ ท้าชนแบรนด์จีน โดดเข้าตลาดซอฟต์เสิร์ฟ เปิดแฟรนไชส์ขายไอศกรีมโคน 10 บาท เร่งเปิด 10,000 สาขาทั่วไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
โมเดลแฟรนไชส์ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟชาวเกาะ เปิดบูธขายในงาน THAIFEX พร้อมเครื่องไอศกรีมและรสชาติกะทิสด

ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลาดไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟในไทยเป็นตลาดที่หอมหวาน จากแนวโน้มที่มีการเติบโตเฉลี่ย 2–3% ต่อปี แม้จะมีคู่แข่งจากจีนเข้ามา แต่ Dairy Queen ยังครองแชมป์อันดับหนึ่งด้วยส่วนแบ่ง 70–80% พ่วงด้วย McDonald’s, KFC, Burger King, CP และ IKEA ที่ส่งซอฟต์เสิร์ฟโคนราคาถูกเข้ามาร่วมสนามการแข่งขัน

 

ไม่เว้นแม้แต่ ‘ชาวเกาะ’ ภายใต้ อำพลฟูดส์ได้กระโดดเข้ามาชิมลางในตลาดนี้ด้วยเช่นกัน THE STANDARD WEALTH มีโอกาสสัมภาษณ์ ดร.เกรียงศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการกลุ่มอำพลฟูดส์ ถึงเบื้องหลังว่าทำไมถึงสนใจย่างกรายเข้ามาในตลาดนี้

 

ดร.เกรียงศักดิ์ เริ่มสนทนาว่า จากอินไซต์ที่พบว่าความเข้าใจผิดของผู้บริโภคส่วนใหญ่มองว่ากะทิมีไว้ทำอาหารคาวและหวานเท่านั้น ทั้งที่เบื้องหลังของไอศกรีมหลายแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ส่วนใหญ่เลือกใช้กะทิแทนนมวัว ด้วยจุดเด่นด้านรสชาติ เนื้อสัมผัส และคุณสมบัติของไขมันจากมะพร้าวที่ช่วยให้ไอศกรีมอยู่ตัวได้นานโดยไม่ต้องพึ่งสารเพิ่มความคงตัว

 

ดร.เกรียงศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการ กลุ่มอำพลฟูดส์ 

 

สิ่งที่ตั้งใจให้เกิดขึ้นคือการเปลี่ยนมุมมอง ให้ผู้บริโภครู้ว่าไอศกรีมที่ทำจากกะทิไม่เพียงแต่อร่อย แต่ยังดีต่อสุขภาพและต้นทุนต่ำ จึงเกิดเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจแฟรนไชส์ชาวเกาะไอศกรีมกะทิสด

 

สูตรสำเร็จพร้อมขายใน 1 นาที แฟรนไชส์เริ่มต้น 35,000 บาท

ทั้งนี้บริษัทได้พัฒนาสูตรไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟสำเร็จรูปบรรจุในกล่อง UHT เพียงตัดกล่องเทใส่เครื่อง ก็ได้ไอศกรีมพร้อมเสิร์ฟภายใน 1 นาที โดยมีต้นทุนไม่ถึง 5 บาทต่อโคน ขายได้ในราคา 10 บาท ทำให้เข้าถึงผู้บริโภคทุกระดับ โดยเฉพาะเด็กนักเรียนเป็นหลัก

 

ปัจจุบันไอศกรีมมีเพียงรสกะทิ แต่สูตรอื่นอย่าง ชาไทย ช็อกโกแลต มะม่วง ทุเรียน ตอนนี้พัฒนาสำเร็จแล้ว อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากอย.ก่อนทยอยวางขายต่อไป

 

 

สำหรับแฟรนไชส์แบ่งเป็น 2 รูปแบบ ทั้งแบบตั้งเครื่องตั้งโต๊ะและเครื่องตั้งพื้น ค่าแฟรนไชส์เริ่มต้น ราคา 35,000 บาท และ ราคา 39,000 บาท ผู้ลงทุนสามารถคืนทุนได้ภายใน 3 เดือน เพียงขายไอศกรีมได้วันละ 100 เสิร์ฟ ไม่มีค่าลิขสิทธิ์ โดยแบรนด์ชาวเกาะจะสนับสนุนเครื่อง อุปกรณ์ วัตถุดิบ และมีการอบรมก่อนเปิดให้บริการ

 

ตลาดเป้าหมายหลักคือโรงเรียน ซึ่งมีอยู่กว่า 50,000 แห่งทั่วประเทศ ล่าสุดได้เริ่มทดลองที่โรงเรียนในจังหวัดพะเยา พบว่าได้รับผลตอบรับดีเกินคาด และนอกจากโรงเรียนแล้วยังมีแผนขยายแฟรนไชส์เข้าสู่ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ มินิมาร์ท รวมถึงตู้คีออสด้วยเช่นกัน

 

ไม่ใช่แค่หารายได้แต่เป็นการรีเฟรชแบรนด์ไปด้วยกัน

ยอมรับว่าครั้งแรกของการทำธุรกิจนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย หลังจากที่นำโมเดลแฟรนไชส์ไปเปิดตัวในงาน THAIFEX 2568 ที่ผ่านมา กระแสตอบรับดีเกินคาด แต่อีกด้านทำให้เห็นว่าต้องปรับจูนเรื่องระบบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

 

 

ขณะเดียวกันเริ่มมีผู้ประกอบการจากจีนและกัมพูชาเริ่มติดต่อขอซื้อแฟรนไชส์แล้ว ซึ่งมองว่าเป็นโอกาสเนื่องจากชาวจีนชื่นชอบมะพร้าวและสินค้าไทยอยู่แล้ว ประกอบกับร้านอาหารไทยที่มีมากกว่า 10,000 แห่งในจีนก็จะเป็นช่องทางที่จะขยายธุรกิจแฟรนไชส์ไอศกรีมชาวเกาะไปได้

 

อย่างไรก็ตามการเปิดตัวแฟรนไชส์ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟครั้งนี้ ไม่เพียงแค่เพิ่มรายได้ให้กับบริษัท แต่ยังช่วยรีเฟรชแบรนด์ชาวเกาะให้ดูสดใหม่ เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น จากภาพจำเดิมที่หลายคนมองว่าเป็นแบรนด์เก่าแก่อยู่มานาน

 

ส่วนแผนงานในอนาคตยังเตรียมเปิดร้านคาเฟ่ขายไอศกรีมและน้ำผลไม้ที่มีส่วนผสมของมะพร้าว เช่น น้ำมะพร้าวรสบ๊วย เลมอน น้ำผึ้ง ที่พัฒนาจากทีม R&D โดยจะเน้นเปิดในย่านออฟฟิศใจกลางเมืองที่มีทราฟฟิกหนาแน่น คาดว่าจะช่วยทำให้ผู้บริโภค โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่เข้าถึงได้มากขึ้น

 

ใช้กลยุทธ์ ‘ป่าล้อมเมือง’ สู้ศึกซอฟต์เสิร์ฟแบรนด์จีน

แม้วันนี้ตลาดไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟจะมีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะแบรนด์จีนที่กระจายตัวในห้างสรรพสินค้าอย่างรวดเร็ว แต่สำหรับแบรนด์ชาวเกาะ จะเลือกกลยุทธ์ป่าล้อมเมือง เน้นเจาะต่างจังหวัดก่อนและจะขยายสู่พื้นที่เมืองตามลำดับ โดยตั้งเป้าจะขยายร้านแฟรนไชส์ไอศกรีมกะทิสดชาวเกาะให้ได้ 10,000 แห่งภายใน 3 ปี

 

“เราอาจจะเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในตลาดซอฟต์เสิร์ฟ แต่ต้องบอกว่า อำพลฟูดส์ มีความพร้อมทั้งต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ อีกทั้งยังมีศูนย์กระจายสินค้าครอบคลุมทั่วประเทศถึง 94 แห่ง ตลอดจนตัวแทนขายอีก 1,000 คนที่จะมาช่วยสนับสนุนระบบแฟรนไชส์ ซึ่งมั่นใจว่าการสร้างระบบบริการหลังการขายที่ดี จะเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของความยั่งยืนให้ธุรกิจใหม่” ดร.เกรียงศักดิ์ ย้ำ

 

อำพลฟูดส์ ไม่ได้มีแค่กะทิ

พร้อมกันนี้ ดร.เกรียงศักดิ์ ยังอัปเดตถึงภาพรวมธุรกิจ ปัจจุบันสินค้าแบรนด์ภายใต้กลุ่มอำพลฟูดส์ที่วางตลาดในไทยมีหลากหลาย เริ่มตั้งแต่ กะทิชาวเกาะยูเอชที น้ำแกงพร้อมปรุงรอยไทย น้ำข้าวกล้องวีฟิต เครื่องปรุงลดโซเดียมยี่ห้อกู๊ดไลฟ์ เครื่องปรุงสูตรตำรับจีน ตรามังกรสมบูรณ์ เป็นต้น และยังมีการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวไปที่ประเทศจีนด้วยเช่นกัน

 

นอกจากนี้ ยังเน้นสร้างพันธมิตรกับกลุ่มธุรกิจ SMEs โดยได้ร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดหลักสูตรอบรม Food Work ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสให้ SMEs เข้ามาเป็นพันธมิตรกับอำพลฟูดส์ และบริษัทจะช่วยสนับสนุนด้านของโครงสร้างในการจัดจำหน่ายและกระจายสินค้า ถือเป็นการสร้างการเติบโตร่วมกัน

The post ‘ชาวเกาะ’ ท้าชนแบรนด์จีน โดดเข้าตลาดซอฟต์เสิร์ฟ เปิดแฟรนไชส์ขายไอศกรีมโคน 10 บาท เร่งเปิด 10,000 สาขาทั่วไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ผลิตกะทิชาวเกาะชี้แจง บริษัทไม่ใช้มะพร้าวจากสวนที่ใช้แรงงานลิง หลัง Walmart ถอดสินค้าออกจากชั้นวาง https://thestandard.co/tcc-chaokoh-maker-explain-not-using-monkey-labor/ Wed, 15 Jun 2022 09:48:26 +0000 https://thestandard.co/?p=642270 กะทิชาวเกาะ

บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด ในฐานะผู้ผลิตผลิตภัณฑ์กะท […]

The post ผู้ผลิตกะทิชาวเกาะชี้แจง บริษัทไม่ใช้มะพร้าวจากสวนที่ใช้แรงงานลิง หลัง Walmart ถอดสินค้าออกจากชั้นวาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กะทิชาวเกาะ

บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด ในฐานะผู้ผลิตผลิตภัณฑ์กะทิแบรนด์ชาวเกาะ ส่งหนังสือชี้แจงสืบเนื่องจากกรณี Walmart ซึ่งเป็นห้างค้าปลีกรายใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ได้หยุดขายผลิตภัณฑ์กะทิชาวเกาะ หลังองค์กรพิทักษ์สัตว์ PETA กล่าวหาว่า มีการใช้แรงงานลิงที่ถูกล่ามโซ่และถูกขังในอุตสาหกรรมการเก็บมะพร้าวของประเทศไทย โดยบริษัทดังกล่าวระบุว่า บริษัทมีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค และยืนยันความโปร่งใสในกระบวนการผลิตและปราศจากการใช้แรงงานลิงตามที่เป็นข่าว  

 

ในหนังสือที่ส่งถึงสื่อมวลชนระบุไว้ว่า บริษัทให้ความสำคัญในการติดตามและซื้อมะพร้าวจากล้งที่เชื่อถือได้ ซึ่งปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยสวัสดิภาพสัตว์ของประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2563 โดยบริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด ถือเป็นบริษัทแรกของอุตสาหกรรมที่เริ่มการตรวจสอบภายในและภายนอกโดยบูโร เวอริทัส ผู้ตรวจสอบระหว่างประเทศที่มีชื่อเสียง เพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทได้รักษามาตรฐานตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งผลการตรวจสอบโดยบูโร เวอริทัส ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2563 สรุปได้ว่า ไม่มีหลักฐานการใช้แรงงานลิงในกระบวนการเก็บเกี่ยวมะพร้าวขององค์กร  

 

สำหรับการตรวจสอบภายนอกครั้งที่ 2 ซึ่งเริ่มเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 นั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งดำเนินการไปแล้วกว่า 75% โดยยกระดับความเข้มข้นในการตรวจสอบด้วยการเพิ่มจำนวนสวนให้มากขึ้น คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปลายไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ 

 

ทางบริษัทยังได้เซ็น MOU กับล้งใหญ่และสวนมะพร้าวทั่วประเทศที่รวบรวมมะพร้าวจากสวนต่างๆ และนำมาส่งขายให้บริษัทว่า สวนมะพร้าวเหล่านี้จะต้องไม่ใช้แรงงานลิงในการเก็บมะพร้าว โดยปัจจุบันได้มีการเซ็น MOU กับล้งและสวนมะพร้าวในจังหวัดต่างๆ รวมกว่า 1,000 แห่ง 

 

นอกจากนี้บริษัทยังแสดงความเชื่อมั่นว่า เป็นหน้าที่ของบริษัทที่จะต้องส่งเสริมให้ความรู้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมและความรับผิดชอบต่อสังคมให้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงสวัสดิภาพสัตว์ ด้วยเหตุนี้เทพผดุงพรมะพร้าวร่วมกับมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่าแห่งประเทศไทย ได้บันทึกความร่วมมือเพื่อจัดตั้งระบบช่วยเหลือและเยียวยาลิงที่ถูกใช้แรงงานและลิงที่ถูกทารุณกรรมเพื่อส่งกลับคืนสู่ธรรมชาติ รวมถึงการแจกจ่ายมะพร้าวพันธุ์เตี้ยให้แก่เกษตรกรตั้งแต่ พ.ศ. 2553 จนถึงทุกวันนี้ ซึ่งทำให้ชาวสวนใช้อุปกรณ์เก็บเกี่ยวเองได้ ลดต้นทุนในการผลิต อีกทั้งยังให้ผลผลิตที่มากกว่ามะพร้าวพันธุ์สูง

 

ก่อนหน้านี้ Walmart กลายเป็นร้านค้าปลีกรายล่าสุดที่ประกาศหยุดจำหน่ายกะทิชาวเกาะต่อจาก Kroger, Costco, Target, Wegmans, Walgreens และ Stop & Shop ที่งดจำหน่ายไปก่อนหน้านี้

 

ทั้งนี้ PETA เริ่มผลักดันให้บรรดาร้านค้าปลีกถอดกะทิออกจากชั้นวางสินค้ามาตั้งแต่ พ.ศ. 2562 เมื่อคณะผู้ตรวจสอบได้เข้าเยี่ยมชมสวนมะพร้าว 8 แห่งในประเทศไทย และพบว่าลิงถูกบังคับให้เก็บมะพร้าว โดยระบุว่า ลิงเหล่านั้นถูก ‘ทารุณกรรมและหาประโยชน์’ ด้วยการล่ามโซ่และขังในกรงขนาดเล็ก 

 

ใน พ.ศ. 2563 การตรวจสอบโดยบริษัท บูโร เวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งได้รับการทำสัญญาว่าจ้างจากบริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายกะทิภายใต้แบรนด์ชาวเกาะ ให้ลงพื้นที่สุ่มตรวจสวนมะพร้าว 64 แห่ง จากทั้งหมด 817 แห่ง พบว่าไม่มีการใช้ลิงเก็บมะพร้าว แต่ PETA อ้างว่า การสอบสวนอีกชิ้นหนึ่งพิสูจน์ว่าการตรวจสอบดังกล่าวนั้น ‘หลอกลวงและไม่เพียงพอ’ พร้อมทั้งระบุว่า บริษัทค้าปลีกและผู้บริโภคกำลังถูกหลอกเกี่ยวกับการใช้แรงงานลิง

 

ภาพ: Chaiwat Subprasom / SOPA Images / LightRocket via Getty Images (6/10/2019)

The post ผู้ผลิตกะทิชาวเกาะชี้แจง บริษัทไม่ใช้มะพร้าวจากสวนที่ใช้แรงงานลิง หลัง Walmart ถอดสินค้าออกจากชั้นวาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Walmart ถอดกะทิชาวเกาะออกจากชั้นวางสินค้า หลัง PETA กล่าวหาใช้แรงงานลิงเก็บมะพร้าว https://thestandard.co/walmart-removes-coconut-milk-from-shelves-after-peta-accuses-using-monkeys/ Sat, 11 Jun 2022 02:45:55 +0000 https://thestandard.co/?p=640678 Walmart

Walmart ดิสเคานต์สโตร์รายใหญ่ของสหรัฐฯ กลายเป็นผู้ค้าปล […]

The post Walmart ถอดกะทิชาวเกาะออกจากชั้นวางสินค้า หลัง PETA กล่าวหาใช้แรงงานลิงเก็บมะพร้าว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Walmart

Walmart ดิสเคานต์สโตร์รายใหญ่ของสหรัฐฯ กลายเป็นผู้ค้าปลีกรายล่าสุดที่ตัดสินใจถอดกะทิชาวเกาะออกจากชั้นวางสินค้าทั้งในร้านค้าและช่องทางออนไลน์ หลังองค์กรพิทักษ์สัตว์ PETA (People for the Ethical Treatment of Animals) กล่าวหาว่าบริษัทผู้ผลิตกะทิของไทยทารุณกรรมสัตว์ด้วยการใช้แรงงานลิงเก็บลูกมะพร้าว

 

การตัดสินใจดังกล่าวของ Walmart มีขึ้นตามหลังร้านค้าปลีกรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Kroger, Costco, Target, Wegmans, Walgreens และ Stop & Shop ที่ประกาศหยุดจำหน่ายกะทิชาวเกาะไปก่อนหน้านี้

 

เทรซี รีแมน รองประธานบริหารของ PETA กล่าวในแถลงการณ์ว่า การใช้ลิงซึ่งเป็นสัตว์สังคม ด้วยการล่ามโซ่และบังคับให้ปีนขึ้นไปเก็บมะพร้าว ทำให้พวกมันอดกิน อดเล่น หรือถูกพรากไปจากครอบครัว 

 

“ด้วยการรายงานเปิดโปงเรื่องดังกล่าวของ PETA หลังจากที่มีการยืนยันอีกครั้งเกี่ยวกับความทารุณของสวนมะพร้าว บรรดาผู้ค้าปลีกจึงพากันหยุดจำหน่ายกะทิชาวเกาะ เราขอชื่นชม Walmart สำหรับการตัดสินใจที่เปี่ยมด้วยความกรุณา” แถลงการณ์ PETA ระบุ พร้อมทั้งเผยด้วยว่า Walmart ได้รับอีเมล 86,000 ฉบับซึ่งสนับสนุนการตัดสินใจดังกล่าว

 

ทั้งนี้ PETA เริ่มผลักดันให้บรรดาร้านค้าปลีกถอดกะทิออกจากชั้นวางสินค้ามาตั้งแต่ปี 2019 เมื่อคณะผู้ตรวจสอบได้เข้าเยี่ยมชมสวนมะพร้าว 8 แห่งในประเทศไทย และพบว่าลิงถูกบังคับให้เก็บมะพร้าว โดยถูก ‘ทารุณกรรมและหาประโยชน์’ ด้วยการล่ามโซ่และขังในกรงขนาดเล็ก 

 

ในปี 2020 การตรวจสอบโดยบริษัท บูโร เวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งได้รับการทำสัญญาว่าจ้างจากบริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายกะทิภายใต้แบรนด์ ‘ชาวเกาะ’ ให้ลงพื้นที่สุ่มตรวจสวนมะพร้าว 64 แห่ง จากทั้งหมด 817 แห่ง พบว่าไม่มีการใช้ลิงเก็บมะพร้าว แต่ PETA อ้างว่าการสอบสวนอีกชิ้นหนึ่งพิสูจน์ว่าการตรวจสอบดังกล่าวนั้น ‘หลอกลวงและไม่เพียงพอ’ พร้อมทั้งระบุว่าบริษัทค้าปลีกและผู้บริโภคกำลังถูกหลอกเกี่ยวกับการใช้ลิง

 

PETA ระบุว่า จนถึงขณะนี้มีร้านค้าจำนวน 45,000 แห่งที่หยุดขายกะทิชาวเกาะ และเสริมด้วยว่า ทางองค์กรจะยังคงผลักดันให้ผู้ค้าปลีกรายอื่นๆ ถอดกะทิชาวเกาะออกจากชั้นวางสินค้าต่อไป

 

ภาพ: Jeffrey Greenberg / Education Images / Universal Images Group via Getty Images

อ้างอิง:

The post Walmart ถอดกะทิชาวเกาะออกจากชั้นวางสินค้า หลัง PETA กล่าวหาใช้แรงงานลิงเก็บมะพร้าว appeared first on THE STANDARD.

]]>