กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 09 Jun 2023 02:51:09 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 รัฐบาลเตรียมรับมือผลกระทบ ‘เอลนีโญ’ ในเชิงรุก กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับฟังปัญหา-ปรับปรุง การบริหารจัดการน้ำ https://thestandard.co/preparing-for-the-el-nino-impact/ Fri, 09 Jun 2023 02:51:09 +0000 https://thestandard.co/?p=801020 เอลนีโญ

วันนี้ (9 มิถุนายน) อนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรั […]

The post รัฐบาลเตรียมรับมือผลกระทบ ‘เอลนีโญ’ ในเชิงรุก กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับฟังปัญหา-ปรับปรุง การบริหารจัดการน้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอลนีโญ

วันนี้ (9 มิถุนายน) อนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนบริหารจัดการน้ำในเชิงรุกมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมรับมือผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญอย่างใกล้ชิด

 

อนุชากล่าวว่า หน่วยงานของรัฐบาลบูรณาการการทำงานร่วมกัน ติดตามสถานการณ์น้ำ และเตรียมรับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญในเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2566 กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้ติดตามผลการดำเนินงานมาตรการรับมือฤดูแล้ง และหารือถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสภาพอากาศ รวมทั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติยังได้เตรียมแผนปฏิบัติการในการรองรับไว้ล่วงหน้าก่อนเข้าสู่ฤดูฝน 

 

อาทิ คาดการณ์เป้าพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและพื้นที่เสี่ยงฝนทิ้งช่วง บริหารจัดการพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อรองรับน้ำหลาก ทบทวนปรับปรุงเกณฑ์บริหารจัดการในแหล่งน้ำ เขื่อนระบายน้ำ และจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำเชิงบูรณาการ เตรียมความพร้อม ซ่อมแซม ปรับปรุงอาคารชลประทาน ระบบระบายน้ำ โทรมาตรให้พร้อมใช้งาน เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของทางน้ำ ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ตั้งศูนย์ส่วนหน้าก่อนเกิดภัย และฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพปกติ รวมถึงเร่งเก็บกักน้ำในแหล่งน้ำทุกประเภทช่วงปลายฤดูฝน เพื่อให้มีปริมาณน้ำเพียงพอในฤดูแล้งในปีต่อไปด้วยเช่นกัน

 

ในเดือนพฤษภาคม 2566 ทางกรมชลประทานยังประชุมหารือถึงการวางแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้ง พร้อมวางแนวทางรับมือฤดูฝนปี 2566 โดยจะติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา พร้อมเน้นย้ำให้โครงการชลประทานทั่วประเทศขับเคลื่อน 10 มาตรการรับมือฤดูแล้งปี 2565 / 2566 และการปฏิบัติตาม 12 มาตรการฤดูฝนปี 2566 รวมทั้งเตรียมรับมืออุทกภัยผ่านการวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 

 

โดยจะกำหนดผู้รับผิดชอบพื้นที่เสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบ ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันติดตามสถานการณ์น้ำและประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชน เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อประชาชน ตลอดจนจัดสรรทรัพยากร เครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และอื่นๆ ที่ประจำอยู่ทั่วประเทศ ให้สามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ตลอดเวลา

 

นอกจากนี้ รัฐบาลโดย พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ยังได้ลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าขยายแหล่งน้ำ และเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ พร้อมกำชับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กรมชลประทาน รวมทั้งส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชน โดยรวบรวมข้อมูลจัดทำแผนพัฒนาแหล่งน้ำและบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วม พร้อมทั้งแสวงหาแผนพัฒนาแหล่งน้ำเพิ่มเติมเป็นแหล่งน้ำสำรอง เพื่อจัดสรรกระจายการใช้น้ำอย่างทั่วถึงและลดความเสี่ยงการขาดแคลนน้ำ

 

อนุชากล่าวต่อไปว่า นายกรัฐมนตรีวางแนวทางการบริหารจัดการน้ำ และเตรียมรับมือผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญในเชิงรุกมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ช่วงฤดูแล้งจนถึงก่อนเข้าฤดูฝน โดยไม่นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์น้ำ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้ประชุมหารือ วางแนวทาง รวมทั้งรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน เพื่อนำมารวบรวม ประเมิน และปรับปรุงการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป วางแนวทางการทำงาน ไม่ปล่อยให้พี่น้องชาวเกษตรกรรับมือด้วยตนเอง

The post รัฐบาลเตรียมรับมือผลกระทบ ‘เอลนีโญ’ ในเชิงรุก กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับฟังปัญหา-ปรับปรุง การบริหารจัดการน้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กอนช. ประกาศเตือน 7 จังหวัดในภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากช่วง 4-6 พ.ย. นี้ https://thestandard.co/water-management-02112022/ Thu, 03 Nov 2022 00:24:35 +0000 https://thestandard.co/?p=703605

วานนี้ (2 พฤศจิกายน) กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ประ […]

The post กอนช. ประกาศเตือน 7 จังหวัดในภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากช่วง 4-6 พ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (2 พฤศจิกายน) กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ประกาศฉบับที่ 52/2565 เรื่อง เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้ โดย กอนช. ได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2565

 

มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนล่างเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งประเทศมาเลเซีย ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง 

 

กอนช. ได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำด้วยฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ต้องเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก บริเวณภาคใต้ ในช่วงวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2565 ได้แก่ 

 

จังหวัดสุราษฎร์ธานี (อำเภอท่าฉาง, กาญจนดิษฐ์, ดอนสัก, เกาะสมุย และเกาะพะงัน) 

 

จังหวัดนครศรีธรรมราช (อำเภอขนอม, เมืองนครศรีธรรมราช, สิชล, จุฬาภรณ์, ท่าศาลา, นบพิตำ, พระพรหม, เชียรใหญ่, เฉลิมพระเกียรติ, ชะอวด, หัวไทร และปากพนัง) 

 

จังหวัดพัทลุง (อำเภอเมืองพัทลุง, กงหรา, ป่าบอน, ศรีบรรพต, บางแก้ว และเขาชัยสน) 

 

จังหวัดสงขลา (อำเภอหาดใหญ่, กระแสสินธุ์, ระโนด, สะเดา, สทิงพระ, สะบ้าย้อย และสิงหนคร) 

 

จังหวัดยะลา (อำเภอยะหา และเบตง) 

 

จังหวัดปัตตานี (อำเภอสายบุรี) 

 

จังหวัดนราธิวาส (อำเภอจะแนะ, ยี่งอ, ระแงะ สุไหงปาดี)

 

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้

 

  1. ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ

 

  1. ติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำ และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม โดยปรับแผนระบายน้ำจากเขื่อนและประตูระบายน้ำ เพื่อพร่องน้ำและบริหารพื้นที่ลุ่มต่ำให้เป็นแก้มลิงหน่วงน้ำ เพื่อลดผลกระทบจากมวลน้ำที่จะไหลหลากมายังบริเวณพื้นที่เสี่ยง

 

  1. เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ รวมถึงความพร้อมของระบบสื่อสารสำรอง เพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือได้ทันที

 

  1. ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์

The post กอนช. ประกาศเตือน 7 จังหวัดในภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากช่วง 4-6 พ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประวิตรควงชัชชาติลงเรือตรวจคลองโอ่งอ่าง รับมือน้ำทะเลหนุนสูง น้ำท่วมขังกรุงเทพฯ https://thestandard.co/prawit-chadchart-ong-ang/ Fri, 28 Oct 2022 08:56:05 +0000 https://thestandard.co/?p=701448 ประวิตร ชัชชาติ

วันนี้ (28 ตุลาคม) พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐม […]

The post ประวิตรควงชัชชาติลงเรือตรวจคลองโอ่งอ่าง รับมือน้ำทะเลหนุนสูง น้ำท่วมขังกรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประวิตร ชัชชาติ

วันนี้ (28 ตุลาคม) พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) พร้อมด้วย ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงพื้นที่ติดตามการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงที่คลองโอ่งอ่าง 

 

โดยมี ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) พร้อมด้วย ขจิต ชัชวานิชย์ ปลัด กทม. รายงานการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง และ กานต์กนิษฐ์  แห้วสันตติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กทม. เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ ให้การต้อนรับ 

 

พล.อ. ประวิตรได้พบปะประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังในห้วงที่ผ่านมา ก่อนลงเรือตรวจเยี่ยมการปรับปรุงภูมิทัศน์รอบคลองผดุงกรุงเกษม เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ 

 

พล.อ. ประวิตรระบุว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ รัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และได้สั่งการให้เร่งระบายน้ำเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างเร่งด่วน ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ 

 

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการวางแผนช่วงเวลาในการระบายน้ำให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่น้ำทะเลหนุนสูง เพื่อลดผลกระทบไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง และให้สามารถระบายน้ำลงสู่ทะเลได้โดยเร็ว

 

ขณะที่ สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการ กอนช. เปิดเผยว่า กอนช. ได้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง ข้อมูลจากกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ พบว่าช่วงวันที่ 28-31 ตุลาคม จะเป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูงสุดของเดือน ส่วนช่วงเวลาที่จะเกิดน้ำทะเลหนุนสูงจะเป็น 2 ช่วงเวลา คือ ช่วงเช้า เวลา 06.00-10.00 น. และช่วงเย็นถึงค่ำ เวลา 16.00-20.00 น. โดยสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงจะยังคงมีอยู่ต่อไปจนถึงวันที่ 9 พฤศจิกายน 

 

ทั้งนี้ สทนช. ได้ประสาน กทม. ในการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ที่อาจส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายกตัวขึ้นสูงได้ ซึ่งจะส่งผลให้ชุมชนต่างๆ  ที่อยู่นอกคันกั้นน้ำตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาอาจได้รับผลกระทบในช่วงน้ำหนุนในบางช่วงเวลาได้ จึงขอให้ประชาชนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำติดตามและเฝ้าระวังการขึ้น-ลงของระดับน้ำทะเลอย่างใกล้ชิด

 

สำหรับชุมชนนอกคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง มี 16 ชุมชน ในพื้นที่ 7 เขต ได้แก่ เขตดุสิต, เขตพระนคร, เขตสัมพันธวงศ์, เขตบางคอแหลม, เขตยานนาวา, เขตบางกอกน้อย และเขตคลองสาน 

 

ทั้งนี้ กทม. ได้มีมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือในการตรวจสอบความแข็งแรงและจุดรั่วซึมของแนวป้องกันน้ำท่วม และเสริมกระสอบทรายจุดเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง และตรวจสอบความพร้อมของเครื่องสูบน้ำตามแนวริมแม่น้ำให้พร้อมใช้งาน รวมทั้งติดตามสถานการณ์น้ำเหนือและการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานเป็นประจำทุกวันด้วย

The post ประวิตรควงชัชชาติลงเรือตรวจคลองโอ่งอ่าง รับมือน้ำทะเลหนุนสูง น้ำท่วมขังกรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กอนช. คาด กลาง พ.ย. นี้พื้นที่น้ำท่วมจะเข้าสู่ภาวะปกติ ภาคเหนือ-กลาง-อีสาน เตรียมเข้าสู่ฤดูแล้ง https://thestandard.co/flood-situation-23102565/ Sun, 23 Oct 2022 03:46:40 +0000 https://thestandard.co/?p=698879 สถานการณ์น้ำ

วันนี้ (23 ตุลาคม) กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) สรุปส […]

The post กอนช. คาด กลาง พ.ย. นี้พื้นที่น้ำท่วมจะเข้าสู่ภาวะปกติ ภาคเหนือ-กลาง-อีสาน เตรียมเข้าสู่ฤดูแล้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สถานการณ์น้ำ

วันนี้ (23 ตุลาคม) กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง

 

ปริมาณฝนตกใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีฝนตกหนักบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี (74 มิลลิเมตร) จังหวัดกาญจนบุรี (66 มิลลิเมตร) และกรุงเทพมหานคร (63 มิลลิเมตร) 

 

แม่น้ำสายหลัก น้ำน้อยถึงปกติ ส่วนแม่น้ำโขง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ใน 29 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิจิตร นครสวรรค์ พิษณุโลก อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี ลพบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี สระบุรี ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ภูเก็ต สตูล และนราธิวาส

 

ปริมาณน้ำแหล่งน้ำทุกขนาด 68,448 ล้านลูกบาศก์เมตร (83%) แหล่งน้ำขนาดใหญ่ 60,194 ล้านลูกบาศก์เมตร (84%) เฝ้าระวังน้ำสูงกว่าเกณฑ์บริหารจัดการน้ำของอ่างเก็บน้ำ จำนวน 22 แห่ง ได้แก่ แม่งัด กิ่วคอหมา กิ่วลม แม่มอก แควน้อย ทับเสลา ป่าสัก กระเสียว ห้วยหลวง อุบลรัตน์ ลำตะคอง ลำพระเพลิง มูลบน ลำแชะ ลำนางรอง ขุนด่านปราการชล คลองสียัด บางพระ หนองปลาไหล นฤบดินทรจินดา บึงบอระเพ็ด และหนองหาร

 

ขณะที่ สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการ กอนช. เร่งกำกับติดตามแก้ไขปัญหาอุปสรรคให้แก่หน่วยงานปฏิบัติภายใต้ กอนช. เพื่อระบายน้ำในพื้นที่น้ำท่วมขัง ที่ได้เร่งระดมเครื่องจักรเครื่องมือ ใช้ทุกกลไกในการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ที่ประชาชนได้รับผลกระทบอยู่ขณะนี้อย่างเร่งด่วน ซึ่งคาดว่าในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนจะเข้าสู่สภาวะปกติ 

 

จากการเปรียบเทียบปริมาณฝน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 20 ตุลาคม 2565 พบว่า สูงกว่าค่าปกติถึง 21% โดยสูงกว่าปี 2564 ปริมาณ 295 มิลลิเมตร หรือ 17% แต่ต่ำกว่าปี 2554 เพียง 10 มิลลิเมตร โดยฤดูฝนปีนี้พบว่า ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านสูงสุด 3,105 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที) 

 

และมีน้ำจากลุ่มน้ำสะแกกรัง 659 ลบ.ม./วินาที ไหลมาสมทบ รวมมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยา 3,707 ลบ.ม./วินาที 

 

สำหรับการสำรวจพื้นที่เสียหายจากภาพถ่ายดาวเทียมระหว่างวันที่ 1-20 ตุลาคม มีพื้นที่น้ำท่วมประมาณ 8.7 ล้านไร่ ทางรัฐบาลได้เตรียมการเยียวยาประชาชนจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดตั้งคณะทำงานสำรวจความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัย ดำเนินการสำรวจประมาณราคาความเสียหาย 

 

ทั้งนี้ จากการติดตามสภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแนวโน้มปริมาณฝนลดลงและกำลังเข้าสู่ฤดูแล้ง

The post กอนช. คาด กลาง พ.ย. นี้พื้นที่น้ำท่วมจะเข้าสู่ภาวะปกติ ภาคเหนือ-กลาง-อีสาน เตรียมเข้าสู่ฤดูแล้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กอนช. ประกาศเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่นำ้ท่าจีน เตือนสุพรรณบุรี-นครปฐม-สมุทรสาคร น้ำเพิ่มสูงอีก 0.30 เมตร https://thestandard.co/onwr-announced-tha-chin-warning/ Wed, 12 Oct 2022 06:28:25 +0000 https://thestandard.co/?p=694792 กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ

วันนี้ (12 ตุลาคม) กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ออกปร […]

The post กอนช. ประกาศเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่นำ้ท่าจีน เตือนสุพรรณบุรี-นครปฐม-สมุทรสาคร น้ำเพิ่มสูงอีก 0.30 เมตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ

วันนี้ (12 ตุลาคม) กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ออกประกาศกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ฉบับที่ 50/2565 เรื่อง เฝ้าระวังระดับน้ำบริเวณแม่น้ำท่าจีน โดยรายละเอียดระบุว่า กองอำนวยการน้ำแห่งชาติติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำท่าจีน พบว่ามีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 9-10 ตุลาคม 2565 บริเวณตอนบนเขื่อนกระเสียว ส่งผลให้วานนี้ (11 ตุลาคม) มีน้ำปริมาณมากไหลเข้าเขื่อนกระเสียว 15 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้มีปริมาณน้ำเก็บกัก 318 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 106

 

รวมถึงมีน้ำไหลผ่านอาคารระบายน้ำล้นและอาคารระบายน้ำในตัวเขื่อน รวม 130 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลงสู่ลำห้วยกระเสียวและแม่น้ำท่าจีน ตามลำดับ ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำสูงขึ้นในช่วงวันที่ 13-16 ตุลาคม 2565 ประกอบกับกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ได้คาดการณ์ระดับน้ำทะเลหนุน ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีน บริเวณปากแม่น้ำท่าจีน จังหวัดสมุทรสาคร และพื้นที่ใกล้เคียง จะเพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติ จึงขอให้เฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้

 

  1. ลำห้วยกระเสียว บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ตำบลแจงงามและหนองโพธิ์ อำเภอหนองหญ้าไซ ตำบลหนองมะค่าโมง อำเภอด่านช้าง ตำบลกระเสียวและหนองสะเดา อำเภอสามชุก ตำบลหนองกระทุ่ม ป่าสะแก วังศรีราช หัวเขา และบ่อกรุ อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นและล้นตลิ่งประมาณ 0.10-0.15 เมตร

 

  1. แม่น้ำท่าจีน บริเวณตั้งแต่อำเภอสามชุก ศรีประจันต์ เมืองสุพรรณบุรี บางปลาม้า และสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี อำเภอบางเลน นครชัยศรี และสามพราน จังหวัดนครปฐม อำเภอกระทุ่มแบนและเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 0.15-0.30 เมตร

 

ในการนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้

 

  1. ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบความมั่นคงอาคารป้องกันริมแม่น้ำและเสริมคันบริเวณจุดเสี่ยงที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ

 

  1. เตรียมเครื่องจักรเครื่องมือ เพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที

 

  1. ปรับแผนบริหารจัดการน้ำ อ่างเก็บน้ำ เขื่อนระบายน้ำ รวมทั้งใช้พื้นที่ลุ่มต่ำเป็นแก้มลิงหน่วงน้ำและรองรับน้ำหลาก เพื่อบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์

 

สำหรับเขื่อนกระเสียว จังหวัดสุพรรณบุรี ขอให้บริหารจัดการน้ำโดยใช้ฝายยางหน่วงและชะลอน้ำ เพื่อลดการระบายน้ำผ่านทางระบายน้ำให้น้อยที่สุด และระบบชลประทานในการนำเข้าคลองต่างๆ ให้ได้มากที่สุดตามศักยภาพ คลองชลประทานในแต่ละช่วงเวลาที่สามารถรองรับได้

 

  1. ประชาสัมพันธ์ข้อมูลและแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมน้ำนอกแนวคันกั้นน้ำ แนวเขื่อนชั่วคราวในบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร และพื้นที่จุดเสี่ยงบริเวณที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำทราบล่วงหน้า

The post กอนช. ประกาศเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่นำ้ท่าจีน เตือนสุพรรณบุรี-นครปฐม-สมุทรสาคร น้ำเพิ่มสูงอีก 0.30 เมตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมชลประทาน รับมือเขื่อนอุบลรัตน์ หลังเต็มความจุ พร้อมเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เตือน 5 จังหวัดด้านท้าย เตรียมรับน้ำท่วมสูงอีก https://thestandard.co/rid-handle-ubol-ratana-dam/ Fri, 07 Oct 2022 13:58:23 +0000 https://thestandard.co/?p=692999 กรมชลประทาน

วานนี้ (6 ตุลาคม) กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ออกประกาศฉบับท […]

The post กรมชลประทาน รับมือเขื่อนอุบลรัตน์ หลังเต็มความจุ พร้อมเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เตือน 5 จังหวัดด้านท้าย เตรียมรับน้ำท่วมสูงอีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมชลประทาน

วานนี้ (6 ตุลาคม) กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ออกประกาศฉบับที่ 48/2565 เรื่อง เฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำชี โดยระบุว่า กอนช. ติดตามปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนอุบลรัตน์อย่างต่อเนื่องเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนอุบลรัตน์ ประมาณ 170 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ซึ่งสามารถระบายออกได้เพียงวันละ 41 ล้าน ลบ.ม. ส่งผลให้ระดับน้ำเขื่อนอุบลรัตน์เพิ่มจนเกินระดับเก็บกักสูงสุด และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่ระดับน้ำ +183.35 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง (ม.รทก) สูงกว่าระดับเก็บกักปกติ 1.15 เมตร 

 

ปัจจุบัน (7 ตุลาคม) ปริมาตรน้ำ 2,969 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 122 มีปริมาตรเกินความจุ 581 ล้าน ลบ.ม. และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้มีหนังสือถึงกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ แจ้งเตือนระดับน้ำเขื่อนอุบลรัตน์เข้าสู่สภาวะวิกฤต ระดับ 3 คาดการณ์ว่าระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงระดับวิกฤตหรือสูงกว่าคันดินโนนสัง ซึ่งเป็นคันดินป้องกันชุมชนที่อาศัยอยู่บริเวณรอบเขื่อนอุบลรัตน์ ดังนี้ 

 

ระดับน้ำจะสูงถึงระดับเตือนภัย (+183.50 ม.รทก.) ในวันนี้และสูงถึงระดับวิกฤต (+184.00 ม.รทก.) ในวันที่ 8 ตุลาคม เพื่อเป็นการควบคุมปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อรักษาเสถียรภาพความมั่นคงของตัวเขื่อน 

 

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำตั้งแต่วันนี้ จะทำให้พื้นที่ท้ายเขื่อนอุบลรัตน์มีระดับน้ำสูงขึ้น และอาจกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณอำเภออุบลรัตน์ เขาสวนกวาง ซำสูง น้ำพอง และเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำที่ได้รับผลกระทบ จากน้ำท่วมในปัจจุบันจะมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีก และเฝ้าระวังพนังกั้นน้ำริมแม่น้ำชีตั้งแต่ จังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และยโสธร 

 

ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจมีผลกระทบ กรมชลประทาน ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานในพื้นที่และสำนักเครื่องจักรกล ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบความมั่นคงอาคารป้องกันริมแม่น้ำและเสริมคันบริเวณจุดเสี่ยงที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ 

 

พร้อมทั้งตรวจสอบ ซ่อมแซม คันกั้นน้ำบริเวณริมแม่น้ำ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ เพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที 

 

รวมทั้งปรับแผนบริหารจัดการน้ำ อ่างเก็บน้ำ เขื่อนระบายน้ำ เพื่อบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์

 

สำหรับเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น บริหารจัดการน้ำโดยใช้ระบบชลประทานในการหน่วงน้ำจากเขื่อนต่างๆ ที่ไหลลงมาสมทบแม่น้ำชีและแม่น้ำมูลให้ได้มากที่สุดตามศักยภาพในแต่ละช่วงเวลาที่สามารถรองรับได้ ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำชีด้านท้ายเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ให้เตรียมป้องกันระดับน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ พร้อมทั้งบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และอ่างเก็บน้ำขนาดกลางให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม 

 

พร้อมทั้งปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ตลอดจนทำการประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ และเข้าใจถึงสถานการณ์น้ำและแนวทางในการบริหารจัดการน้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง

The post กรมชลประทาน รับมือเขื่อนอุบลรัตน์ หลังเต็มความจุ พร้อมเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เตือน 5 จังหวัดด้านท้าย เตรียมรับน้ำท่วมสูงอีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
กอนช. ประกาศเตือนเฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา-แม่น้ำป่าสัก หลังปล่อยน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพิ่มขึ้น 2 เท่า https://thestandard.co/chao-phraya-pa-sak-river-warn/ Tue, 04 Oct 2022 02:56:29 +0000 https://thestandard.co/?p=690576 เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

วันนี้ (4 ตุลาคม) ชยันต์ เมืองสง รองเลขาธิการสำนักงานทร […]

The post กอนช. ประกาศเตือนเฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา-แม่น้ำป่าสัก หลังปล่อยน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพิ่มขึ้น 2 เท่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

วันนี้ (4 ตุลาคม) ชยันต์ เมืองสง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เลขานุการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ลงนามในประกาศกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ฉบับที่ 47/2565 เรื่อง เฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำเจ้าพระยาว่า จากการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าในช่วงวันที่ 3-9 ตุลาคม 2565 อิทธิพลจากร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และภาคใต้มีกำลังปานกลาง ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

 

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ประเมินฝนคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี ในช่วงวันที่ 3-9 ตุลาคม 2565 ประมาณ 400 ล้านลูกบาศก์เมตร กรมชลประทานจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำเพื่อควบคุมปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อรักษาความมั่นคงของตัวเขื่อน โดยจะทยอยปรับเพิ่มจากอัตรา 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นอัตรา 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที 

 

ทั้งนี้ การปรับเพิ่มในอัตราดังกล่าวจะทำให้พื้นที่ริมแม่น้ำป่าสักด้านท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ถึงเขื่อนพระราม 6 อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น 0.40-1.00 เมตร และบริเวณท้ายเขื่อนพระราม 6 อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น 0.40-0.60 เมตร

 

จุดบรรจบแม่น้ำเจ้าพระยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น 0.25-0.50 เมตร ซึ่งจะทำให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อยู่ในเกณฑ์ 3,300-3,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และส่งผลให้เกิดน้ำอัดเท้อไหลย้อนเข้ามาในแม่น้ำน้อย ทำให้ระดับแม่น้ำน้อยเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับลุ่มน้ำยมเกิดน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งได้หน่วงน้ำโดยการผันน้ำเข้าไปเก็บในทุ่งบางระกำเต็มความจุแล้ว และมีน้ำหลากจากแม่น้ำปิงไหลมารวมกับแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น 

 

ดังนั้น เพื่อเป็นการลดผลกระทบน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จากจังหวัดชัยนาทถึงสมุทรปราการ จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ 2,700-2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลกระทบให้ระดับน้ำด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา บริเวณอำเภอเมืองชัยนาท และอำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท และอำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 0.30 เมตร ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้

 

  1. ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบความมั่นคงอาคารป้องกันริมแม่น้ำ และเสริมคันบริเวณจุดเสี่ยงที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ

 

  1. เตรียมเครื่องจักรเครื่องมือเพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที

 

  1. ปรับแผนบริหารจัดการน้ำ อ่างเก็บน้ำ เขื่อนระบายน้ำ รวมทั้งใช้พื้นที่ลุ่มต่ำเป็นแก้มลิง หน่วงน้ำและรองรับน้ำหลาก เพื่อบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ สำหรับเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ขอให้บริหารจัดการน้ำโดยใช้ระบบชลประทานในการนำเข้าคลองต่างๆ ทั้งด้านฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาให้ได้มากที่สุดตามศักยภาพคลองชลประทานในแต่ละช่วงเวลาที่สามารถรองรับได้ ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยาในเขตจังหวัดชัยนาทและอุทัยธานี ให้เตรียมป้องกันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่

 

  1. ประชาสัมพันธ์ข้อมูลและแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมน้ำนอกแนวคันกั้นน้ำ แนวเขื่อนชั่วคราวในบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร และพื้นที่จุดเสี่ยงบริเวณที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำทราบล่วงหน้า

The post กอนช. ประกาศเตือนเฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา-แม่น้ำป่าสัก หลังปล่อยน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพิ่มขึ้น 2 เท่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
กอนช. ประกาศเฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูง เตือนคนที่อาศัยในพื้นที่ริมน้ำนอกแนวคันกั้นน้ำ กทม. และอีก 6 จังหวัด https://thestandard.co/onwr-chao-phraya-river/ Fri, 23 Sep 2022 05:05:17 +0000 https://thestandard.co/?p=685578 กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.)

วันนี้ (23 กันยายน) กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) สรุป […]

The post กอนช. ประกาศเฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูง เตือนคนที่อาศัยในพื้นที่ริมน้ำนอกแนวคันกั้นน้ำ กทม. และอีก 6 จังหวัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.)

วันนี้ (23 กันยายน) กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ พบว่า ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมาก กับมีลมกระโชกแรงบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันออก 

 

ปริมาณฝนตกใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีฝนตกหนักบริเวณจังหวัดแพร่ (113 มิลลิเมตร (มม.) กรุงเทพมหานคร 97 มม. และจังหวัดนครราชสีมา 90 มม.  

 

แจ้งเฝ้าระวังระดับน้ำบริเวณแม่น้ำชี-มูล ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน

 

1. ลุ่มน้ำชี

  • บริเวณอำเภอกมลาไสย, กุฉินารายณ์, ฆ้องชัย, เมืองกาฬสินธุ์, ยางตลาด และร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์
  • บริเวณอำเภอโคกโพธิ์ไชย, ชนบท, บ้านแฮด, พระยืน, มัญจาคีรี, แวงน้อย และแวงใหญ่ จังหวัดขอนแก่น
  • บริเวณอำเภอคอนสวรรค์, เนินสง่า และเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ
  • บริเวณอำเภอแก้งสนามนาง และบ้านเหลื่อม จังหวัดนครราชสีมา
  • บริเวณอำเภอโกสุมพิสัย กันทรวิชัย เมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม บริเวณอำเภอค้อวัง, คำเขื่อนแก้ว, มหาชนะชัย และเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร
  • บริเวณอำเภอจังหาร, เชียงขวัญ, ทุ่งเขาหลวง, ธวัชบุรี, พนมไพร, โพธิ์ชัย, โพนทอง, เมยวดี, เมืองสรวง, เสลภูมิ, สุวรรณภูมิ และอาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด

 

2. ลุ่มน้ำมูล

  • บริเวณอำเภอชุมพวง, ลำทะเมนชัย และเมืองยาง จังหวัดนครราชสีมา
  • บริเวณอำเภอแคนดง และสตึก จังหวัดบุรีรัมย์
  • บริเวณอำเภอชุมพลบุรี ท่าตูม และรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์
  • บริเวณอำเภอบึงบูรพ์, ห้วยทับทัน, ราษีไศล, เมืองศรีสะเกษ และกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ
  • บริเวณอำเภอเขื่องใน, เมืองอุบลราชธานี, วารินชำราบ และสว่างวีระวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานี

 

ในส่วนแม่น้ำสายหลัก น้ำน้อยถึงปกติ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณน้ำ แหล่งน้ำทุกขนาด 56,887 ลูกบาศก์เมตร (69%) แหล่งน้ำขนาดใหญ่ 49,574 ล้านลูกบาศก์เมตร (69%) เฝ้าระวังน้ำต่ำกว่าเกณฑ์บริหารจัดการน้ำของอ่างเก็บน้ำ จำนวน 1 แห่ง บริเวณภาคเหนือ และภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำสูงกว่าเกณฑ์บริหารจัดการน้ำของอ่างเก็บน้ำ จำนวน 14 แห่ง ได้แก่ แม่งัด, แม่มอก, ทับเสลา, กระเสียว, อุบลรัตน์, ลำตะคอง, ลำพระเพลิง, มูลบน, ขุนด่าน, คลองสียัด, บางพระ, หนองปลาไหล, นฤบดินทร และบึงบอระเพ็ด

 

ทั้งนี้ กอนช. ประกาศเฝ้าระวังระดับน้ำบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา โดยประเมินสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำ จังหวัดนครสวรรค์ (C.2) อยู่ในเกณฑ์ 2,100-2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที), แม่น้ำสะแกกรัง สถานี Ct.19 อัตรา 200 ลบ.ม./วินาที, ลำน้ำสาขาอัตรา 100 ลบ.ม./วินาที และการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งรวมจำนวน 200 ลบ.ม./วินาที 

 

ซึ่งในช่วงวันที่ 25-27 กันยายน จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอยู่ในเกณฑ์ 2,200-2,300 ลบ.ม./วินาที โดยจะส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 0.30-0.50 เมตร กอนช. ประกาศเฝ้าระวังระดับน้ำบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาในจังหวัดอ่างทอง, พระนครศรีอยุธยา, สิงห์บุรี, ปทุมธานี, นนทบุรี, กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ

 

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ กอนช. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบความมั่นคงอาคารป้องกันริมแม่น้ำและเสริมคันบริเวณจุดเสี่ยงที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลและแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมน้ำนอกแนวคันกั้นน้ำ แนวเขื่อนชั่วคราวในบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร (แนวฟันหลอ) และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำทราบล่วงหน้า 

 

เพื่อจัดเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือพร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที รวมถึงปรับแผนบริหารจัดการน้ำ อ่างเก็บน้ำ เขื่อนระบายน้ำ ประตูระบายน้ำ ระบบชลประทาน เพื่อบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ สำหรับเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ขอให้บริหารจัดการน้ำโดยใช้ระบบชลประทานในการนำเข้าคลองต่างๆ ทั้งด้านฝั่งตะวันตกและตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาให้ได้มากที่สุดตามศักยภาพคลองชลประทาน ในแต่ละช่วงเวลาที่สามารถรองรับได้

The post กอนช. ประกาศเฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูง เตือนคนที่อาศัยในพื้นที่ริมน้ำนอกแนวคันกั้นน้ำ กทม. และอีก 6 จังหวัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองอำนวยการน้ำแห่งชาติกำหนดเกณฑ์บริหารจัดการน้ำ เตรียมพร้อมรับฝนปลาย ก.ย.-ต.ค. https://thestandard.co/water-management-21092022/ Thu, 22 Sep 2022 01:34:21 +0000 https://thestandard.co/?p=684874

วานนี้ (21 กันยายน) ที่ห้องประชุมเจ้าพระยา อาคารจุฑามาศ […]

The post กองอำนวยการน้ำแห่งชาติกำหนดเกณฑ์บริหารจัดการน้ำ เตรียมพร้อมรับฝนปลาย ก.ย.-ต.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (21 กันยายน) ที่ห้องประชุมเจ้าพระยา อาคารจุฑามาศ เขตหลักสี่ สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานด้านอำนวยการ กอนช. ครั้งที่ 3/2565 พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. และ กรุงเทพมหานคร (กทม.)

 

สุรสีห์กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์น้ำในช่วงปลายเดือนกันยายน-ตุลาคม พบว่ามีแนวโน้มของปริมาณฝนที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงมีแนวโน้มของร่องมรสุมพาดผ่านพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ส่งผลให้ปริมาณน้ำในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

 

กรมอุตุนิยมวิทยา และ สสน. รายงานว่ามีแนวโน้มของพายุจำนวน 1-2 ลูก ที่จะเข้ามาทางประเทศไทย โดยคาดว่าจะเข้ามาในช่วงต้นเดือนตุลาคม ซึ่งจะต้องมีการติดตามประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ที่ประชุมในวันนี้จึงได้พิจารณาร่วมกันถึงการกำหนดเกณฑ์บริหารจัดการน้ำ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด

 

สุรสีห์กล่าวต่ออีกว่า จากการติดตามสถานการณ์ในปัจจุบันพบว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีประมาณ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที) ในขณะที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ระบายน้ำในอัตราประมาณ 1,980 ลบ.ม./วินาที ทั้งนี้ กรณีหากมีปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา 2,500 ลบ.ม./วินาที จะบริหารจัดการน้ำลงมายังท้ายเขื่อนเจ้าพระยา และระบายออกทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกของเขื่อนเจ้าพระยา

 

โดยพิจารณาปริมาณน้ำจากลุ่มน้ำป่าสักที่จะไหลเข้ามาสมทบด้วย โดยเบื้องต้นกำหนดให้มีปริมาณน้ำ ณ สถานีอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 3,000 ลบ.ม./วินาที ซึ่งปรับลดลงจากเกณฑ์เดิมซึ่งอยู่ในอัตรา 3,500 ลบ.ม./วินาที เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงกรณีมีฝนตกหนักในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ให้ลำน้ำเจ้าพระยามีศักยภาพในการระบายน้ำได้ดี สามารถรองรับการระบายน้ำออกจากชุมชนเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

สุรสีห์กล่าวต่อไปว่า จะมีการบริหารจัดการน้ำโดยใช้ทุ่งรับน้ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างจำนวน 10 ทุ่ง ซึ่งก่อนการผันน้ำเข้าทุ่ง จะมีการดำเนินการกระบวนการมีส่วนร่วมกับประชาชนในพื้นที่ โดยมีกรมชลประทานสนับสนุนข้อมูลให้ศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคกลาง จังหวัดชัยนาท ในการพิจารณาการผันน้ำเข้าทุ่ง และทางจังหวัดจะเป็นผู้ประกาศเกณฑ์การรับน้ำเข้าทุ่งให้ประชาชนได้รับทราบล่วงหน้า

 

“ปัจจุบันทุ่งรับน้ำดำเนินการเก็บเกี่ยวไปแล้วกว่า 90% โดยการเก็บเกี่ยวจะสิ้นสุดประมาณช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ และจะมีการรับน้ำเข้าทุ่งในปริมาณที่จะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบหรือสร้างความเสียหายแก่ประชาชน นอกจากนี้ กอนช. ได้มอบหมายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาสนับสนุนการปล่อยปลาเพื่อใช้สำหรับเป็นอาหารและสร้างรายได้เสริมให้แก่ประชาชนในช่วงระหว่างการรับน้ำเข้าทุ่ง และจะมีการเร่งระบายน้ำออกจากทุ่งเมื่อสถานการณ์คลี่คลายแล้ว โดยจะยังคงเหลือปริมาณน้ำไว้จำนวนหนึ่ง ตามนโยบายของ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ กอนช. เพื่อใช้สำหรับเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง โดยต้องเป็นพืชที่เหมาะสมกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่” สุรสีห์กล่าว

 

สุรสีห์กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการเตรียมพร้อมในกรณีมีปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเป็นจำนวนมาก กอนช. ได้มอบหมายให้กรมอุตุนิยมวิทยา และ สสน. ใช้การคาดการณ์จากแนวโน้มปริมาณฝนสูงสุดหรือกรณีการมีพายุจรเกิดขึ้น เพื่อใช้เป็นแนวทางในการประเมินปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาและแนวทางในการบริหารจัดการน้ำ

 

กอนช. ได้ประเมินสถานการณ์ของประเทศไทยว่าอยู่ในช่วงลานีญา ส่งผลให้มีปริมาณน้ำฝนมากกว่า 20% ของค่าปกติ จึงได้มีการดำเนินงานเชิงรุกล่วงหน้า เช่น การเตรียมพร่องน้ำในเขื่อนต่างๆ ฯลฯ โดยสถานการณ์ปริมาณน้ำของเขื่อนขนาดใหญ่ในปัจจุบันยังสามารถรองรับน้ำได้มาก โดยเฉพาะเขื่อนขนาดใหญ่ทางภาคเหนือ จึงสามารถรองรับน้ำได้หากมีพายุจรเข้ามา รวมทั้งสามารถกักเก็บไว้ใช้น้ำต้นทุนสำหรับเพาะปลูกพืชฤดูแล้งได้ด้วย

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับเขื่อนขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็กบางแห่ง ซึ่งขณะนี้มีปริมาณน้ำค่อนข้างมาก ทาง กอนช. ได้แจ้งเตือนกรมชลประทานให้ปรับเกณฑ์เพิ่มการระบายน้ำและต้องเฝ้าระวังหากมีฝนเพิ่มขึ้น โดยจะต้องมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดย กอนช. จะมีการประเมินพื้นที่เสี่ยงและแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้บริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์

 

สุรสีห์กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมได้มีการหารือร่วมกับทาง กทม. ในเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในเขตกรุงเทพฯ ทั้งสถานีสูบน้ำ คลองต่างๆ สำหรับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เขตกรุงเทพฯ ปัจจุบัน กทม. และกรมชลประทาน มีการเชื่อมโยงการบริหารจัดการน้ำตลอดทุกคลองในเขตกรุงเทพฯ ออกสู่แม่น้ำต่างๆ พร้อมเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือเพื่อรองรับกรณีเกิดฝนตกจำนวนมาก

The post กองอำนวยการน้ำแห่งชาติกำหนดเกณฑ์บริหารจัดการน้ำ เตรียมพร้อมรับฝนปลาย ก.ย.-ต.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติเผย พรุ่งนี้เตรียมเสนอแผนทำอุโมงค์ระบายน้ำฝั่งตะวันออกให้ กอนช. มั่นใจช่วยระบายน้ำฝั่งลาดกระบัง-สำโรง-สมุทรปราการ https://thestandard.co/chadchart-nwcc/ Sun, 18 Sep 2022 11:33:59 +0000 https://thestandard.co/?p=683246 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

วันนี้ (18 กันยายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุ […]

The post ชัชชาติเผย พรุ่งนี้เตรียมเสนอแผนทำอุโมงค์ระบายน้ำฝั่งตะวันออกให้ กอนช. มั่นใจช่วยระบายน้ำฝั่งลาดกระบัง-สำโรง-สมุทรปราการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

วันนี้ (18 กันยายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร บอกถึงการเสนอแผนทำอุโมงค์ระบายน้ำฝั่งตะวันออก ภายหลังจาก พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่มาติดตามสถานการณ์น้ำที่เขตมีนบุรี-หนองจอก ว่าในวันพรุ่งนี้ (19 กันยายน) จะมีการหารือร่วมกับกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) และจะนำเสนอ กอนช. ในการทำอุโมงค์ระบายน้ำ เพราะปัจจุบันน้ำพื้นที่เขตลาดกระบังจะออกไปคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต เพื่อออกแม่น้ำบางปะกง ซึ่งพื้นที่เป็นภูเขาน้ำเข้าไปยาก

 

ส่วนอีกทางไปทางสุวรรณภูมิออกทางคลองสำโรง ซึ่งเป็นพื้นที่แอ่ง ทำให้สุดท้ายน้ำ 80 เปอร์เซ็นต์ ต้องระบายออกทางคลองพระโขนง ดังนั้นจึงต้องเสนอทำอุโมงค์ระบายน้ำจากคลองลำปลาทิว ที่เป็นแยกคลองลำปลาทิวกับคลองประเวศบุรีรมย์และสูบไปออกคลองร้อยคิว

 

ซึ่งอุโมงค์นี้จะช่วยฝั่งตะวันออก ทั้งลาดกระบัง สำโรง สมทุรปราการ ไปลงคลองร้อยคิวที่ระบบระบายน้ำของกรมชลประทานสามารถระบายได้ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะเสนอแผนนี้กับ กอนช. เพื่อให้กรมชลประทานดำเนินการ เพราะไม่ใช่โครงการของ กทม. เนื่องจากอยู่ฝั่งของพื้นที่สมุทรปราการ ทั้งนี้ หากทำได้ก็จะช่วยลดความกดดันของพื้นที่ฝั่งตะวันออกได้ โดยอุโมงค์จะมีระยะทางประมาณ 19 กิโลเมตร และระบายน้ำ 50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และอุโมงค์นี้ก็จะถือว่าเป็นความร่วมมือกัน เพราะที่ผ่านมา กทม. ระบายน้ำเฉพาะในพื้นที่ กทม. เอง เนื่องจากไม่สามารถระบายน้ำออกนอกพื้นที่ได้

 

นอกจากนี้ชัชชาติมองว่า พล.อ. ประวิตรก็สั่งงานเร็วมาก พอลงพื้นที่ไปมีนบุรี-หนองจอก วันรุ่งขึ้นมีจดหมายมาเตือนให้ตนส่งเรื่องเข้าที่ประชุมวันจันทร์ที่ 19 กันยายน โดยจะมี สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) เป็นประธาน ส่วน พล.อ. ประวิตร จะเป็นประธานการประชุมใหญ่ในเดือนตุลาคมนี้

The post ชัชชาติเผย พรุ่งนี้เตรียมเสนอแผนทำอุโมงค์ระบายน้ำฝั่งตะวันออกให้ กอนช. มั่นใจช่วยระบายน้ำฝั่งลาดกระบัง-สำโรง-สมุทรปราการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กอนช. สั่งเฝ้าระวัง 10 อ่างเก็บน้ำ มีปริมาณน้ำสูงกว่าเกณฑ์ มีแนวโน้มสูงขึ้น เสี่ยงน้ำล้น https://thestandard.co/nwcc-reservoirs-caution/ Mon, 12 Sep 2022 02:58:09 +0000 https://thestandard.co/?p=679952 กอนช.

วันนี้ (12 กันยายน) กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) รายง […]

The post กอนช. สั่งเฝ้าระวัง 10 อ่างเก็บน้ำ มีปริมาณน้ำสูงกว่าเกณฑ์ มีแนวโน้มสูงขึ้น เสี่ยงน้ำล้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
กอนช.

วันนี้ (12 กันยายน) กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) รายงานสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำ ประจำวันที่ 12 กันยายน 2565 ฉบับที่ 37/2565 ลงวันที่ 11 กันยายน 2565 แจ้งเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและน้ำท่วมขังในช่วงวันที่ 11-13 กันยายน 2565 เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก น้ำท่วมขัง บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่ง บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาของแม่น้ำสาย, กก, วัง, ยม, น่าน, แควน้อย, ป่าสัก, เจ้าพระยา, เลย, ชี, มูล, นครนายก, ปราจีนบุรี, บางปะกง, ระยอง, จันทบุรี และตราด และเฝ้าระวังแหล่งน้ำและอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาตรน้ำสูงกว่าเกณฑ์ปฏิบัติการเก็บกักน้ำสูงสุด 10 แห่ง ได้แก่

 

  1. อ่างเก็บน้ำแม่งัดสมบูรณ์ชล 
  2. อ่างเก็บน้ำกิ่วคอหมา 
  3. อ่างเก็บน้ำแม่มอก 
  4. บึงบอระเพ็ด
  5. อ่างเก็บน้ำทับเสลา 
  6. อ่างเก็บน้ำอุบลรัตน์ 
  7. อ่างเก็บน้ำลำตะคอง 
  8. อ่างเก็บน้ำมูลบน 
  9. อ่างเก็บน้ำบางพระ
  10. อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล 

 

รวมทั้งอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีปริมาตรน้ำมากกว่าร้อยละ 80 และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เสี่ยงน้ำล้นกระทบพื้นที่ด้านท้ายน้ำ ทั่วประเทศ

 

ขณะเดียวกัน ประกาศศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กอนช. ฉบับที่ 1/2565 ลงวันที่ 10 กันยายน 2565 แจ้งเฝ้าระวังระดับน้ำบริเวณแม่น้ำมูล เนื่องจากสถานการณ์น้ำบริเวณลุ่มน้ำมูลตอนบน 

 

พบว่ามีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนราษีไศลเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับการคาดการณ์ในช่วงวันที่ 9-12 กันยายน 2565 จะมีฝนตกหนักบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าฯ ประสานให้กรมชลประทานพิจารณาปรับเพิ่มการระบายน้ำแบบขั้นบันไดเพื่อลดผลกระทบด้านท้ายน้ำ

 

คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนราษีไศล อยู่ในเกณฑ์ 1,100-1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมวลน้ำจะไหลไปรวมกับแม่น้ำชีและลำน้ำสาขา ซึ่งจะทำให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านอำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ในเกณฑ์ 2,500-2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยในช่วงวันที่ 13-18 กันยายน ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นประมาณ 0.30-0.50 เมตร บริเวณอำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี โดยไม่ส่งผลกระทบกับพนังกั้นน้ำที่ได้เตรียมป้องกันไว้แล้ว

 

ผลการดำเนินงานตามมาตรการรองรับฤดูฝน 

วานนี้ (11 กันยายน) ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการ กอนช. ร่วมกับสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ลงพื้นที่ติดตามการป้องกันและแก้ไขน้ำท่วมในเขต กทม. ณ ป้อมมหากาฬ คลองโอ่งอ่าง ในการเตรียมความพร้อมเครื่องสูบน้ำ สถานีสูบน้ำ 

 

รวมถึงการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ฝนและปริมาณน้ำที่ไหลมาจากทางตอนบน โดยได้มีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังในเขต กทม. เพื่อให้สามารถระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและเตรียมพร่องน้ำไว้รองรับปริมาณฝนที่จะตกในพื้นที่

 

น้ำท่วมแล้ว 21 จังหวัด

ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและภาคกลางตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้มีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่งในวันที่ 4-10 กันยายน 2565

 

ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ชุมชนเมืองและพื้นที่เกษตรกรรม รวม 21 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่, ลำพูน, สุโขทัย, ลพบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, อุทัยธานี, พระนครศรีอยุธยา, อ่างทอง, สุพรรณบุรี, อุบลราชธานี, ขอนแก่น, ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม, ยโสธร, หนองบัวลำภู, บุรีรัมย์, สระแก้ว, ระยอง, จันทบุรี และฉะเชิงเทรา

The post กอนช. สั่งเฝ้าระวัง 10 อ่างเก็บน้ำ มีปริมาณน้ำสูงกว่าเกณฑ์ มีแนวโน้มสูงขึ้น เสี่ยงน้ำล้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
กอนช. ภาคอีสาน ประกาศ 3 จังหวัดริมแม่น้ำมูล ศรีสะเกษ สุรินทร์ ร้อยเอ็ด น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วม เตือนประชาชนเตรียมรับมือ https://thestandard.co/mun-river-province/ Sat, 10 Sep 2022 11:31:36 +0000 https://thestandard.co/?p=679621 แม่น้ำมูล

วันนี้ (10 กันยายน) กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ออกป […]

The post กอนช. ภาคอีสาน ประกาศ 3 จังหวัดริมแม่น้ำมูล ศรีสะเกษ สุรินทร์ ร้อยเอ็ด น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วม เตือนประชาชนเตรียมรับมือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แม่น้ำมูล

วันนี้ (10 กันยายน) กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ออกประกาศศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ฉบับที่ 1/2565 เรื่อง เฝ้าระวังระดับน้ำบริเวณแม่น้ำมูล ว่าด้วยศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณลุ่มน้ำมูลตอนบน พบว่ามีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนราษีไศลเพิ่มมากขึ้น และระดับน้ำบริเวณหน้าเขื่อนได้เพิ่มสูงขึ้น เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ริมแม่น้ำมูลในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ สุรินทร์ และร้อยเอ็ด

 

ประกอบกับการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ในช่วงวันที่ 9-12 กันยายน 2565 จะมีฝนตกหนักบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าฯ ประสานให้กรมชลประทานพิจารณาปรับเพิ่มการระบายน้ำแบบขั้นบันไดเพื่อลดผลกระทบด้านท้ายน้ำ 

 

คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนราษีไศลอยู่ในเกณฑ์ 1,100-1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมวลน้ำจะไหลไปรวมกับแม่น้ำชีและลำน้ำสาขา ซึ่งจะทำให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านอำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ในเกณฑ์ 2,500-2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ช่วงวันที่ 13-18 กันยายน 2565 ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นประมาณ 0.30-0.50 เมตร บริเวณอำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี โดยไม่ส่งผลกระทบกับพนังกั้นน้ำที่ได้เตรียมป้องกันไว้แล้ว 

 

ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้

 

  1. ติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ

 

  1. ติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำ และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม โดยปรับแผนระบายน้ำจากเขื่อนและประตูระบายน้ำ เพื่อพร่องน้ำและบริหารพื้นที่ลุ่มต่ำให้เป็นแก้มลิงหน่วงน้ำ เร่งระบายน้ำในลำน้ำ แม่น้ำ เพื่อรองรับน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบน ลดผลกระทบความรุนแรงของอุทกภัย รวมทั้งจัดจราจรน้ำในแม่น้ำชี และแม่น้ำมูล เพื่อลดผลกระทบจากมวลน้ำที่จะไหลหลากมายังบริเวณแม่น้ำมูล จังหวัดอุบลราชธานี

 

  1. เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ รวมถึงความพร้อมของระบบสื่อสารสำรอง เพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือได้ทันที

 

  1. ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์

The post กอนช. ภาคอีสาน ประกาศ 3 จังหวัดริมแม่น้ำมูล ศรีสะเกษ สุรินทร์ ร้อยเอ็ด น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วม เตือนประชาชนเตรียมรับมือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ประกาศเตือน 1-10 ก.ย. ระวังระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น https://thestandard.co/chao-phraya-river-water-level/ Wed, 31 Aug 2022 08:34:28 +0000 https://thestandard.co/?p=674501 ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา

วันนี้ (31 สิงหาคม) ประกาศกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ฉบับที […]

The post กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ประกาศเตือน 1-10 ก.ย. ระวังระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา

วันนี้ (31 สิงหาคม) ประกาศกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ฉบับที่ 35/2565 เรื่อง เฝ้าระวังระดับน้ำบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์จะมีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 3-8 กันยายน 2565 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก กองอำนวยการน้ำแห่งชาติได้ประเมินสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา จากฝนคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) 

 

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำจังหวัดนครสวรรค์ (C.2) อยู่ในเกณฑ์ 2,000-2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอยู่ในเกณฑ์ 1,800-2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 0.40-0.50 เมตร ในช่วงวันที่ 1-10 กันยายน 2565 บริเวณชุมชนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ คลองโผงเผง จังหวัดอ่างทอง, คลองบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา ตำบลลาดชิด ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, จังหวัดนนทบุรี, จังหวัดปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร

 

ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้

 

  1. ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบความมั่นคงอาคารป้องกันริมแม่น้ำ และเสริมคันบริเวณจุดเสี่ยงที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลและแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมน้ำนอกแนวคันกั้นน้ำ แนวเขื่อนชั่วคราวในบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร (แนวฟันหลอ) และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำทราบล่วงหน้า

 

  1. เตรียมเครื่องจักร เครื่องมือเพื่อบูรณาการความพร้อม ให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที

 

  1. ติดตามสถานการณ์น้ำทะเลหนุนในช่วงเวลาดังกล่าว พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำ อ่างเก็บน้ำ เขื่อนระบายน้ำ และประตูระบายน้ำ เพื่อบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์

The post กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ประกาศเตือน 1-10 ก.ย. ระวังระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ประกาศ เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 6 แห่ง มีปริมาณเกินควบคุม เสี่ยงล้นกระทบพื้นที่ท้ายน้ำทั่วประเทศ https://thestandard.co/situation-and-water-management-310865/ Wed, 31 Aug 2022 02:35:23 +0000 https://thestandard.co/?p=674267 อ่างเก็บน้ำ

วันนี้ (31 สิงหาคม) กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ รายงานสถานกา […]

The post กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ประกาศ เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 6 แห่ง มีปริมาณเกินควบคุม เสี่ยงล้นกระทบพื้นที่ท้ายน้ำทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อ่างเก็บน้ำ

วันนี้ (31 สิงหาคม) กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ รายงานสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำ ประจำวันที่ 31 สิงหาคม 2565 แจ้งเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน ในช่วงวันที่ 26-31 สิงหาคม 2565 ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม บริเวณอำเภอกันทรวิชัย และอำเภอเมืองมหาสารคาม 

 

จังหวัดกาฬสินธุ์ บริเวณอำเภอกมลาไสย, กุฉินารายณ์, ฆ้องชัย และร่องคำ 

 

จังหวัดร้อยเอ็ด บริเวณอำเภอจังหาร, เชียงขวัญ, ทุ่งเขาหลวง, ธวัชบุรี, พนมไพร, โพธิ์ชัย, โพนทอง, เมยวดี, เสลภูมิ และอาจสามารถ

 

จังหวัดยโสธร บริเวณอำเภอค้อวัง, คำเขื่อนแก้ว, มหาชนะชัย และเมืองยโสธร 

 

จังหวัดศรีสะเกษ บริเวณอำเภอกันทรารมย์ และยางชุมน้อย

 

จังหวัดอุบลราชธานี บริเวณอำเภอเขื่องใน และอำเภอเมืองอุบลราชธานี

 

ขณะเดียวกัน ประกาศกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ฉบับที่ 34/2565 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2565 กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ แจ้งเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง และอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำมาก ในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 10 กันยายน 2565 มีพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำระดับน้ำท่วมขังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 0.30-0.50 เมตร ได้แก่ ลุ่มน้ำชี ลำน้ำพรม และลำน้ำเชิญ บริเวณจังหวัดชัยภูมิ แม่น้ำชี และลำน้ำพอง บริเวณจังหวัดขอนแก่น, กาฬสินธุ์, มหาสารคาม, ยโสธร และร้อยเอ็ด ลำน้ำยัง บริเวณจังหวัดกาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด ลุ่มน้ำมูล แม่น้ำมูล บริเวณจังหวัดนครราชสีมา ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ลำโดมใหญ่ บริเวณจังหวัดอุบลราชธานี และลำเซบก บริเวณจังหวัดอุบลราชธานี 

 

นอกจากนี้ ต้องเฝ้าระวังแหล่งน้ำและอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาตรน้ำมากเกินเกณฑ์ควบคุม จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำแม่งัดสมบูรณ์ชล, เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน, เขื่อนน้ำพุง, เขื่อนอุบลรัตน์, เขื่อนขุนด่านปราการชล และอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา รวมทั้งอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีปริมาตรน้ำมากกว่าร้อยละ 80 และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เสี่ยงน้ำล้นกระทบพื้นที่ด้านท้ายน้ำทั่วประเทศ

 

ทั้งนี้ สภาพอากาศการคาดการณ์สภาพอากาศในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 3 กันยายน 2565 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 4-5 กันยายน 2565 ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง

 

จากสถานการณ์ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนเข้าสู่พายุโซนร้อน ‘หมาอ๊อน’  บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทําให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก 

 

ที่ผ่านมาพบว่าหลายพื้นที่มีปริมาณฝนตกสะสมมากกว่า 150 มิลลิเมตร และปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลัก ลําน้ำสาขามีปริมาณมากในบริเวณลุ่มน้ำป่าสัก ลุ่มนํ้าชี ลุ่มน้ำมูล รวมถึงการระบายน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา 1,500-1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่งในพื้นที่เฝ้าระวัง 

 

ปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 18 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดลำปาง, พระนครศรีอยุธยา, อ่างทอง, สระบุรี, ลพบุรี, สุพรรณบุรี, นครนายก, ปราจีนบุรี, ระยอง, อุดรธานี, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, ชัยภูมิ, ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม, ยโสธร, บุรีรัมย์ และสุราษฎร์ธานี

The post กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ประกาศ เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 6 แห่ง มีปริมาณเกินควบคุม เสี่ยงล้นกระทบพื้นที่ท้ายน้ำทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองอำนวยการน้ำแห่งชาติเผย พายุหมาอ๊อนถล่มไทย เร่งระบายน้ำ 1,500-1,800 ลบ.ม./วินาที น้ำท่วมขังแล้ว 13 จังหวัด https://thestandard.co/maa-on-storm-290865/ Mon, 29 Aug 2022 02:18:29 +0000 https://thestandard.co/?p=673131 พายุโซนร้อน

วันนี้ (29 สิงหาคม) กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ รายงานสถานกา […]

The post กองอำนวยการน้ำแห่งชาติเผย พายุหมาอ๊อนถล่มไทย เร่งระบายน้ำ 1,500-1,800 ลบ.ม./วินาที น้ำท่วมขังแล้ว 13 จังหวัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
พายุโซนร้อน

วันนี้ (29 สิงหาคม) กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ รายงานสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำว่า สถานการณ์ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนเข้าสู่พายุโซนร้อน ‘หมาอ๊อน’ บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทําให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก

 

นอกจากนี้พบว่าหลายพื้นที่มีปริมาณฝนตกสะสมมากกว่า 150 มิลลิเมตร และปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลัก ลําน้ำสาขา มีปริมาณมากในบริเวณลุ่มน้ำป่าสัก ลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูล รวมถึงการระบายน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา 1,500-1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที) ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่งในพื้นที่เฝ้าระวัง ซึ่งในระหว่างวันที่ 24-28 สิงหาคม 2565 ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 13 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดลำปาง พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สุพรรณบุรี นครนายก ขอนแก่น อุบลราชธานี อุดรธานี บุรีรัมย์ นครราชสีมา ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม

The post กองอำนวยการน้ำแห่งชาติเผย พายุหมาอ๊อนถล่มไทย เร่งระบายน้ำ 1,500-1,800 ลบ.ม./วินาที น้ำท่วมขังแล้ว 13 จังหวัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ กำชับหน่วยงานเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ย้ำป้องกันบรรเทาผลกระทบให้ประชาชนทันที ต้องต่อเนื่องและเต็มที่ https://thestandard.co/pm-prayut-watch-out-for-water-situation/ Mon, 25 Jul 2022 02:47:33 +0000 https://thestandard.co/?p=658357 ประยุทธ์ จันทร์โอชา

วันนี้ (25 กรกฎาคม) ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายก […]

The post นายกฯ กำชับหน่วยงานเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ย้ำป้องกันบรรเทาผลกระทบให้ประชาชนทันที ต้องต่อเนื่องและเต็มที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประยุทธ์ จันทร์โอชา

วันนี้ (25 กรกฎาคม) ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังฉับพลันจากฝนตกหนักในพื้นที่หลายจังหวัดของประเทศ โดยกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศล่าสุด ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่ม ในช่วง 1-2 วันนี้ บริเวณ 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และหนองคาย ปริมาณน้ำ แหล่งน้ำทุกขนาด 45,390 ล้านลูกบาศก์เมตร (55%) ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 20-24 กรกฎาคม เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 14 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา ระยอง ชลบุรี สมุทรปราการ นนทบุรี และยะลา รวม 20 อำเภอ 29 ตำบล 65 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 392 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย (ชลบุรี) ปัจจุบันภาพรวมสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 

 

ธนกรกล่าวต่อไปว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมในหลายพื้นที่ นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง โดยได้เน้นย้ำให้ ปภ. จังหวัด หน่วยทหาร ส่วนราชการ ป้องกันและบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนทันทีเมื่อเกิดภัย ตามที่หน่วยงานต่างๆ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการรับมือไว้ล่วงหน้าแล้ว ให้คลี่คลายสถานการณ์ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขัง พร้อมทั้งให้จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ดูแลให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย และสำรวจและประเมินความเสียหายหลังน้ำลด เพื่อดำเนินการช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบของทางราชการต่อไป 

 

“นายกรัฐมนตรีกำชับว่า ในช่วงฤดูฝนนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ให้ความสำคัญกับการเก็บขยะและวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำไหล เพื่อเตรียมพร้อมเร่งระบายน้ำฝนที่ตกลงมาให้น้ำไหลได้สะดวก พร้อมแนะให้ประชาชนที่อยู่บนเส้นทางน้ำหลากเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร เก็บของไว้บนที่สูงเพื่อความปลอดภัย ให้ระวังอันตรายจากสัตว์และแมลงมีพิษ ระวังอันตรายจากกระแสไฟฟ้า ระวังการขับขี่พาหนะบริเวณน้ำไหลผ่านทาง โดยขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารประกาศจากทางราชการ และทางแอปพลิเคชันพยากรณ์อากาศทางโทรศัพท์มือถือ ที่ในปัจจุบันสามารถคาดการณ์สภาพอากาศได้อย่างรวดเร็ว มีความเที่ยงตรงและแม่นยำ ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนสามารถเตรียมความพร้อมตนเองได้ในเบื้องต้นด้วย ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลและภาคส่วนต่างๆ จะให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องและเต็มที่” ธนกรกล่าว

The post นายกฯ กำชับหน่วยงานเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ย้ำป้องกันบรรเทาผลกระทบให้ประชาชนทันที ต้องต่อเนื่องและเต็มที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประวิตรเตรียมลงพื้นที่สมุทรปราการ ตรวจแผนระบายน้ำ ป้องกันชุมชน-นิคมฯ บางปูไม่ให้เกิดน้ำท่วมซ้ำ https://thestandard.co/prawit-visiting-samutprakarn-on-water-drainage/ Fri, 22 Jul 2022 04:13:10 +0000 https://thestandard.co/?p=657364 ประวิตร วงษ์สุวรรณ

วันนี้ (22 กรกฎาคม) มีรายงานว่า พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรร […]

The post ประวิตรเตรียมลงพื้นที่สมุทรปราการ ตรวจแผนระบายน้ำ ป้องกันชุมชน-นิคมฯ บางปูไม่ให้เกิดน้ำท่วมซ้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประวิตร วงษ์สุวรรณ

วันนี้ (22 กรกฎาคม) มีรายงานว่า พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) และผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) พร้อมด้วยสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ไปร่วมประชุมรับฟังติดตามการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในจังหวัดสมุทรปราการ ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลบางเมือง  จังหวัดสมุทรปราการ ในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้ 

 

ทั้งนี้ สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และ ประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน จะนำเสนอแผนงานด้านทรัพยากรน้ำในจังหวัดสมุทรปราการตาม 13 มาตรการ เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำหลากบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาและบางปะกงในปี 2565 รวมถึงประธานคณะทำงานแก้ไขปัญหาน้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรมบางปูและพื้นที่โดยรอบ ร่วมนำเสนอแผนงานการแก้ไขปัญหาและแนวทางการปฏิบัติ โดยมี นันทิดา แก้วบัวสาย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ นำเสนอโครงการรักษ์คูคลองสมุทรปราการ

 

ด้าน พล.อ. ประวิตรกล่าวว่า ขอให้เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตาม 13 มาตรการรับมือฤดูฝนของภาครัฐ เพื่อรับมือจากน้ำหลากและน้ำทะเลหนุนสูง พร้อมกำชับให้ขุดลอกคูคลองและกำจัดวัชพืชในลำคลองต่างๆ เช่น คลองลำสลัด คลองหัวลำภู คลองหกส่วน และคลองธรรมชาติต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำลงคูคลองชายทะเล ไม่ให้เกิดน้ำท่วมซ้ำเหมือนกับในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งกระทบต่อผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ

 

เนื่องจากจังหวัดสมุทรปราการมีนิคมอุตสาหกรรมที่สำคัญหลายแห่ง โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมบางปูที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวเดินไปข้างหน้า  

 

ในกำหนดการ พล.อ. ประวิตรจะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการขุดลอกคลองมหาวงษ์ ตามโครงการรักษ์คูคลองสมุทรปราการก้าวหน้า พร้อมกล่าวอาเศียรวาทถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และจัดทำโครงการเฉลิมพระเกียรติ รักษ์คูคลองสมุทรปราการ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 70 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2565 

 

พร้อมทั้งเดินทางไปยังสถานีสูบน้ำภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปู เพื่อเยี่ยมชมอาคารสถานีสูบน้ำภายในนิคมฯ และพบปะผู้ประกอบการและพนักงานในนิคมฯ อีกด้วย      

 

The post ประวิตรเตรียมลงพื้นที่สมุทรปราการ ตรวจแผนระบายน้ำ ป้องกันชุมชน-นิคมฯ บางปูไม่ให้เกิดน้ำท่วมซ้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ สั่งหน่วยงานเตรียมแผนเผชิญเหตุน้ำท่วมฉับพลัน จากฝนตกหนักช่วง 21-25 ก.ค. เน้นตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำ https://thestandard.co/pm-ordered-water-management-from-21-25-july-heavy-rain/ Thu, 21 Jul 2022 06:58:23 +0000 https://thestandard.co/?p=656880 น้ำท่วมฉับพลัน

วันนี้ (21 กรกฎาคม) ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายก […]

The post นายกฯ สั่งหน่วยงานเตรียมแผนเผชิญเหตุน้ำท่วมฉับพลัน จากฝนตกหนักช่วง 21-25 ก.ค. เน้นตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
น้ำท่วมฉับพลัน

วันนี้ (21 กรกฎาคม) ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงประกาศกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ฉบับที่ 21/2565 เรื่องเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน การประเมินสถานการณ์น้ำจากฝน คาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ซึ่งพบว่าจะมีปริมาณฝนตกสะสมต่อเนื่อง ประกอบกับสถานการณ์น้ำในลำน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติบางพื้นที่ที่ฝนตกหนักอยู่ในเกณฑ์น้ำมาก อาจส่งผลให้เกิดน้ำหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน  

 

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชนที่อาจจะได้รับผลกระทบ และได้กำชับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก และน้ำท่วมขังในช่วงวันที่ 21-25 กรกฎาคม 2565  

 

ธนกรกล่าวต่อไปว่า นายรัฐมนตรีย้ำขอให้เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันบริเวณสายหลักต่างๆ พร้อมกับเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาตรน้ำสูงกว่าเกณฑ์ปฏิบัติการอ่างเก็บน้ำกักเก็บสูงสุด และอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีปริมาตรน้ำมากกว่าร้อยละ 80 และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เสี่ยงน้ำล้นกระทบพื้นที่บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำพื้นที่ภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ น่าน และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดเลย บึงกาฬ ขอนแก่น นครราชสีมา และบุรีรัมย์ ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดสระแก้ว และตราด

 

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสม และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ ให้ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและความสามารถในการใช้งานของอ่างเก็บน้ำ อาคารบังคับน้ำ 

 

รวมทั้งให้ติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำต่างๆ ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญให้กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ พร้อมเร่งระบายน้ำในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังอยู่เดิม เพื่อเตรียมพร้อมรับน้ำหลาก และป้องกันน้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้นอีก ขอให้บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเข้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีด้วย

The post นายกฯ สั่งหน่วยงานเตรียมแผนเผชิญเหตุน้ำท่วมฉับพลัน จากฝนตกหนักช่วง 21-25 ก.ค. เน้นตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประวิตรแถลงผลงานบริหารจัดการน้ำ เผยความสำเร็จปีที่ผ่านมาไม่มีประกาศพื้นที่ภัยแล้ง กำชับทุกหน่วยงานบริหารน้ำให้มีประสิทธิภาพ https://thestandard.co/prawit-report-water-management-success-work/ Mon, 06 Jun 2022 11:54:12 +0000 https://thestandard.co/?p=638576 ประวิตร วงษ์สุวรรณ

วันนี้ (6 มิถุนายน) พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐ […]

The post ประวิตรแถลงผลงานบริหารจัดการน้ำ เผยความสำเร็จปีที่ผ่านมาไม่มีประกาศพื้นที่ภัยแล้ง กำชับทุกหน่วยงานบริหารน้ำให้มีประสิทธิภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประวิตร วงษ์สุวรรณ

วันนี้ (6 มิถุนายน) พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) และผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เป็นประธานการแถลงผลงานการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง ปี 2564/65 และการเตรียมรับมือฤดูฝน ปี 2565 โดยมี ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และผู้แทนทุกหน่วยงานด้านน้ำเข้าร่วม เช่น กระทรวงมหาดไทย, กองบัญชาการกองทัพไทย, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กรมอุตุนิยมวิทยา, สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน), กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรมชลประทาน 

 

โดย พล.อ. ประวิตร กล่าวก่อนมอบนโยบาย ขอสั่งให้ทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบในการผลิตน้ำประปา สำรวจแหล่งน้ำสำรองสำหรับผลิตน้ำประปา ทั้งนี้เพื่อไม่ให้การผลิตน้ำประปาต้องมาใช้น้ำจากลุ่มน้ำ ซึ่งจะทำให้การคำนวณปริมาณน้ำคลาดเคลื่อนไป รวมไปถึงโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ก็ขอให้มีแหล่งน้ำสำรองของตนเอง 

 

ทั้งนี้ในส่วนการมอบนโยบาย พล.อ. ประวิตรระบุว่า เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพสูงสุด ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับมอบนโยบาย 4 ข้อ ไปดำเนินการอย่างเคร่งครัด ได้แก่ 

 

  1. ให้จัดทำแผนปฏิบัติการในแต่ละพื้นที่ให้ชัดเจน และดำเนินการตามแผนติดตาม แผนเผชิญเหตุ วางแผนจัดเก็บน้ำสำรองทุกแห่งทั้งผิวดินและใต้ดินไว้ด้วย เพื่อรองรับฤดูแล้ง

 

  1. ให้ความสำคัญต่อคณะกรรมการลุ่มน้ำและอนุกรรมการน้ำจังหวัด ที่แต่งตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 

 

  1. หน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสำหรับบริหารจัดการน้ำทางอุทกภัยและภัยแล้ง ขอให้ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงสิ่งกีดขวางทางน้ำ ขณะเดียวกันให้เตรียมพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อรองรับการเก็บน้ำโดยเร็ว 

 

  1. ให้สร้างการรับรู้ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลทรัพยากรน้ำ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายภาคประชาชนในการบริหารจัดการน้ำในชุมชน เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาน้ำทั้งระบบต่อไป

 

พล.อ. ประวิตรย้ำด้วยว่า ในแต่ละปีมีน้ำมหาศาลถูกทิ้งลงสู่ทะเล แต่พอถึงหน้าแล้งก็ไม่มีน้ำใช้ และขอให้ถอดบทเรียนความสำเร็จปีที่ผ่านมาที่ไม่มีการประกาศพื้นที่ภัยแล้ง และเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้อย่างทั่วถึง

The post ประวิตรแถลงผลงานบริหารจัดการน้ำ เผยความสำเร็จปีที่ผ่านมาไม่มีประกาศพื้นที่ภัยแล้ง กำชับทุกหน่วยงานบริหารน้ำให้มีประสิทธิภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กอนช. ออกประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก บริเวณ 8 จังหวัดภาคใต้ ช่วง 2-4 เม.ย. นี้ https://thestandard.co/onwr-announced-beware-flash-floods/ Mon, 28 Mar 2022 10:16:27 +0000 https://thestandard.co/?p=611361 อนช. ออกประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก บริเวณ 8 จังหวัดภาคใต้ ช่วง 2-4 เม.ย. นี้

วันนี้ (28 มีนาคม) กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ออกปร […]

The post กอนช. ออกประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก บริเวณ 8 จังหวัดภาคใต้ ช่วง 2-4 เม.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนช. ออกประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก บริเวณ 8 จังหวัดภาคใต้ ช่วง 2-4 เม.ย. นี้

วันนี้ (28 มีนาคม) กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ออกประกาศฉบับที่ 7/2565 เรื่อง เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคใต้ตอนล่างและประเทศมาเลเซีย

 

โดยระบุว่า ด้วย กอนช. ได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ ของกรมอุตุนิยมวิทยา เนื่องจากมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณชายฝั่งเวียดนามตอนใต้จะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้ตอนล่างและประเทศมาเลเซียในช่วงวันที่ 1-2 เมษายน 2565 ส่งผลให้ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง

 

กอนช. ได้ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำจากฝน พร้อมคาดการณ์ข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พบว่า มีพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ในช่วงวันที่ 2-4 เมษายน 2565 บริเวณจังหวัดชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา และนราธิวาส

 

ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้

 

  1. ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ

 

  1. ปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ พร้อมพิจารณาความเหมาะสมในการระบายน้ำในลำน้ำและแม่น้ำให้สอดคล้องกับการขึ้น-ลงของระดับน้ำทะเล

 

  1. เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ รวมถึงความพร้อมของระบบสื่อสารสำรอง เพื่อบูรณาการความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที

 

  1. ประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนล่วงหน้าให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์

The post กอนช. ออกประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก บริเวณ 8 จังหวัดภาคใต้ ช่วง 2-4 เม.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>